รมต.ประจำสำนักนายกฯ เผยนิรโทษกรรมม็อบทุกขั้วสี รอคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขถกนัดแรกภายใน 30 วัน วางหลักเกณฑ์ปลดล็อกคดีการเมือง กรมราชทัณฑ์ พร้อมรับแนวทางปล่อยผีผู้ต้องขังไม่ถึงหมื่นราย “ศุภชัย” ท้าไอลอว์เปิดหลักฐานจริง โยง คน ภท.เอี่ยวโกง สว. “ภราดร” ปัดเอี่ยวขบวนการฮั้ว ท้าพิสูจน์ ข้อมูลลับส่วนตัวของจริงหรือไม่ “กรวีร์” ฉะจับแพะชนแกะ ยันผู้สมัคร สว.อ่างทองต่อสายตรง ไม่เป็นความจริง สวนเปิดข้อมูลส่วนบุคคลผิดกฎหมาย ปชน.นำร่องเปิดอภิปรายไม่ลงมติขย่มรัฐบาล เสี้ยมหั่นงบฯพรรคร่วมฯระวังคลื่นใต้น้ำ จัดเสวนาเปิดโปงภาคจบฮั้ว สว. 29 ส.ค. ยุ กกต.เป็นลูกทรพีทรยศ คนทำคลอด ส่งศาลฟัน 229 ราย อย่าตัดตอนแค่ 8 ราย ปชป. บี้ ป.ป.ช.ใช้อำนาจกันพยาน สาวข้อมูลถึง รมต.โยงโกง สอบ สถ. ปูดทุจริตสอบเข้าลามไปถึงรัฐวิสาหกิจหลังการประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ปี 2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ผู้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.48 ถึงวันที่ 16 ก.ค.68 ยังต้องรอคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่มีนายกฯเป็นประธานประชุมนัดแรกภายใน 30 วันเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติต่อไป“ภราดร” เผยนิรโทษต้องเข้า กก.ทุกคดีเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการนิรโทษกรรมคดีการชุมนุมและการแสดงออกทางการเมือง หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วว่า จะมีคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข 1 ชุดขึ้นมาพิจารณาคดีใดๆเข้าเงื่อนไขนิรโทษกรรมหรือไม่ คนที่มีคดีตั้งแต่ปี 48 จนถึงปี 68 น่าจะต้องเข้าทุกกรณี โดยหลักใหญ่เป็นคดีทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมทั้งหลาย ที่ไม่เข้ากับข้อยกเว้น 3 ข้อ จะเข้าเงื่อนไขนิรโทษทั้งหมด แต่ไม่ทราบว่ามีจำนวนทั้งหมดกี่คนที่เข้าข่าย และบางคนมีหลุดคดีไปแล้วด้วยรอ กก.ประชุมนัดแรกภายใน 30 วันร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ในส่วนของกรมราชทัณฑ์จะมีหน้าที่รวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังตามมาตรา 6 ของกฎหมาย ระบุว่าให้รับเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ทั้งรับจากผู้ต้องขังที่ร้องขอ หรือญาติผู้ต้องขัง ต้องจัดให้มีช่องทางอำนวยความสะดวกร้องขอการนิรโทษกรรม คุณสมบัติผู้ต้องขังที่เข้าข่ายตามกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้คือ ผู้ต้องขังคดีทาง การเมือง นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.48-16 ก.ค.68 ขั้นตอนปัจจุบันกรมราชทัณฑ์ต้องรอให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ประชุมหารือกำหนดกรอบ หลักเกณฑ์ และแนวทางมาให้ก่อน คณะกรรมการฯจะเริ่มประชุม ภายใน 30 วัน หลังจากกฎหมายนี้ประกาศลงราช กิจจานุเบกษา จากนั้นกรมราชทัณฑ์จะได้นำหลักเกณฑ์ไปปฏิบัติต่อไปนายกฯนั่ง ปธ.กก.—ปลัด สปน.เป็นเลขาฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ประกอบด้วย 1.นายกฯหรือรองนายกฯที่นายกฯมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ 2.รมว.ยุติธรรม เป็นรองประธานกรรมการ 3.ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นกรรมการ 4.เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นกรรมการ 5.ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาฯ 1 คนเป็นกรรมการ 6.ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาฯ 1 คน เป็นกรรมการ 7.ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย หรือด้านสิทธิมนุษยชน หรือด้านกระบวน การยุติธรรมทางอาญา ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย 1 คน เป็นกรรมการ 8.ผู้เชี่ยวชาญในองค์กรภาคประชาสังคมเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งและอำนวยความยุติธรรม เป็นที่ประจักษ์ซึ่งประธานสภาฯเสนอ 1 คน เป็นกรรมการ และ 9.ปลัดสำนักนายกฯเป็นกรรมการและเลขานุการคาดปล่อยผีผู้ต้องขังไม่ถึงหมื่นรายผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรอบเวลาที่ต้องมีความคืบหน้าเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติจากที่ประชุมของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ต้องเกิดขึ้นภายใน 180 วันแรก นับแต่มีการประชุมนัดแรกของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เบื้องต้นจำนวนผู้ต้องขังทั่วประเทศในคดีที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ อาจมีไม่ถึง 10,000 ราย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ต้องขังคดีต่อเนื่อง (หมายถึงผู้ต้องขังที่ต้องโทษหลายคดี) ที่มีจำนวนมากสุด และมีคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายนิรโทษกรรม“โสภณ” เร่งตั้งคนร่วม กก.นิรโทษฯนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการประกาศใช้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ว่า ตามมาตรา 4 (8) เป็นอำนาจประธานสภาฯ เสนอชื่อบุคคลในองค์กรที่มีความชำนาญการขจัดความขัดแย้งได้ 1 รายชื่อ กำลังพิจารณารายชื่อผู้เหมาะสมเพื่อเสนอโดยเร็ว เพื่อให้กรรมการชุดนี้เดินหน้าทำงาน ใครที่เข้าองค์ประกอบได้รับนิรโทษกรรมจะได้รับการนิรโทษ กรรมโดยเร็ว แต่กำลังหาอยู่ว่าใครเป็นที่ประจักษ์ในองค์กรขจัดความขัดแย้ง เพิ่งให้ฝ่ายกฎหมายไปดูขอบเขต คาดว่าน่าจะได้รายชื่อใน 1-2 วันนี้ และส่งรายชื่อไปถึงนายกฯได้เลย ไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมสภาฯ“ศุภชัย” ท้าเปิดหลักฐาน ภท.พันโกง สว.นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้าน กฎหมาย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กกรณีการเปิดเผยข้อมูลเลือก สว.ของ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ต เพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ว่า การกล่าวหาทำให้สังคมเข้าใจว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องกระทำที่อาจผิดกฎหมาย จำเป็นต้องมีมาตรฐานพิสูจน์ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อพาดพิงเชื่อมโยงคนพรรค ภท. ไม่ใช่แค่ลาก เส้นโยง เมื่อกล่าวหามาตรฐานต้องสูงกว่าการบอกว่า ใครรู้จักใคร ใครสัมพันธ์กับใคร หรือใครอยู่ในเครือข่าย เดียวกับใคร เพราะความสัมพันธ์ไม่เท่ากับการร่วมกระทำความผิด ต้องตอบให้ได้เป็นรายบุคคลว่าบุคคลนั้นทำอะไร เมื่อใด ทำกับใคร มีเจตนาอย่างไร ฝ่าฝืนกฎหมายใด อย่าใช้วิธีลากเส้นจาก สว.คนหนึ่ง ไปหาอีกคนหนึ่ง แล้วลากต่อไปถึงนักการเมืองหรือพรรคการเมือง นายยิ่งชีพย่อมจะรู้ ยิ่งเมื่อมีการเอ่ยชื่อ หรือพาดพิงบุคคลในพรรค ภท.ยิ่งต้องระมัดระวัง ชื่อเสียงและสิทธิผู้ถูกกล่าวหาได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเช่นกัน หากมีหลักฐานจริง สนับสนุนนำเข้าสู่กระบวน การตรวจสอบทั้งหมด ไม่ต้องปกป้องใคร ไม่ต้องยกเว้นใครคน ภท.ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย แต่ไม่ได้อยู่นอกหลักนิติธรรมเช่นกัน“ภราดร” ปัดเอี่ยวท้าสู้ด้วยหลักฐานนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีนายยิ่งชีพ อ้างมีผู้สมัคร สว.อ่างทอง โทรศัพท์ถึงนายภราดรและนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรค ภท.พร้อมนำข้อมูลการโทร.เปิดเผยต่อสาธารณะว่า ขอพูดย้ำอีกครั้งว่า สส.ทั้ง 2 คน และพรรค ภท. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่ง สว. ข้อมูลที่เอามาเปิดเผย หรือใช้เป็นหลักฐาน เป็นข้อมูลจริงหรือไม่ เนื่องจากเป็นข้อมูลลับส่วนตัว แล้วเอามาจากไหน คนที่ต้องยืนยันหลักฐานคือคนที่เอาหลักฐานมาเปิดว่าหลักฐานถูกหรือไม่ ไม่ใช่คนที่ถูกกล่าวหา ขอสู้บนข้อมูลหลักฐานที่ถูกต้อง พร้อมเข้าสู่กระบวนการทั้งหมด ขึ้นอยู่ที่ กกต.จะส่งฟ้องหรือไม่ ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน“กรวีร์” ซัดจับแพะชนแกะนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภท. ประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีไอลอว์พาดพิงมีผู้สมัคร สว.อ่างทองหลายคนโทร.หานายกรวีร์และนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ว่า ยืนยันไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกระบวนการเลือก สว. ยินดีให้ตรวจสอบ แต่การนำข้อมูลโทรศัพท์มาเปิดเผยเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ได้ข้อมูลมาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เคยไป ชี้แจง กกต.ไม่มีประเด็นโทรศัพท์ในการเลือก สว.ระดับ ประเทศ ไม่เคยถูก กกต.ตั้งข้อกล่าวหาเรื่องนี้ ข้อมูลที่เปิดเผยเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พาดพิงว่าผู้สมัคร สว.โทร.หาในวันเลือก สว. ระดับประเทศ มีพิกัดอยู่ในพื้นที่ใกล้เมืองทองธานี ยืนยันไม่ใช่ความจริง อยู่ที่ จ.อ่างทอง แต่ไม่แน่ใจ วันนั้นมีใครโทร.เข้าออกหรือไม่ เพราะนานมาแล้ว ข้อกล่าวหาทั้งหมดค่อยๆปล่อยเป็นซีรีส์ ก่อนหน้านี้ พาดพิงคนใกล้ชิด ครั้งนี้พาดพิงมาที่ตน ยืนยันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ข้อมูลการโทร.เข้า โทร.ออกได้มา ถูกต้องหรือไม่ ได้มาอย่างไร แม้จะโทร.จริงทำผิด กฎหมายหรือไม่ ข้อมูลทั้งหมดไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า ทำผิดกฎหมาย จับแพะชนแกะสร้างภาพให้สังคมเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง กรรมการบริหารพรรคให้ฝ่าย กฎหมายพิจารณาจะฟ้องหรือไม่ หากทำให้เสียหาย จำเป็นต้องใช้สิทธิฟ้องร้อง26 ส.ค. ถก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านนายกรวีร์ยังกล่าวถึงการประชุมวิปรัฐบาลวันที่ 25 ส.ค.ว่า เตรียมความพร้อมก่อนเปิดสมัยประชุมสภาฯวันที่ 26 ส.ค. จะมีกฎหมายสำคัญคือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ให้เวลาค้านซักถามเต็มที่ เริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. รวม 13 ชั่วโมง ให้ฝ่ายค้าน 8 ชั่วโมง ครม. 3 ชั่วโมง สส.รัฐบาลและประธานฝ่ายละ 1 ชั่วโมง เชื่อว่ารัฐบาลจะชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยเฉพาะเงิน 2 แสนล้านบาทส่วนหลัง จะเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 จะพิจารณาเสร็จสัปดาห์นี้ และส่งเรื่องให้สภาฯภายในวันที่ 28 ส.ค.บรรจุเข้าสู่วาระพิจารณาวาระ 2-3 วันที่ 7-9 ก.ย. ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค ปชป. จะตั้งกระทู้ถามนายกฯถึงแนวทางแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ในสัปดาห์นี้ นายกฯจะมาตอบกระทู้เองหรือไม่ยังไม่ทราบ ยังไม่ได้ประสานนายกฯและ ครม. เป็นสิทธินายกฯจะมาตอบเอง หรือให้รัฐมนตรีมาตอบแทนยัน รบ.พร้อมรับการตรวจสอบน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า เปิดสมัยประชุมคาดว่าจะมีการ อภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลพร้อมชี้แจงต่อสภาฯและประชาชนด้วยข้อเท็จจริงและผลการดำเนินงานที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะผลจากนโยบายต่างประเทศของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ใช้นโยบายการทูตเชิงรุก เพื่อนำประเทศไทยกลับเข้าสู่ความสนใจของประชาคมโลก ได้ยกระดับความสัมพันธ์ที่ดีให้เป็นโอกาสของประเทศทั้งการค้า การลงทุน เทคโนโลยี ความมั่นคงและการจ้างงาน ประเทศไทยได้กลับเข้าสู่จอเรดาร์โลกอีกครั้งนายกฯคิวแน่นต้อนรับแขกต่าง ปท.เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องรับรอง ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ต้อนรับนายอับดุลอะซีซ มุฮัมมัด เค. เอ. อัสซาดะฮ์ เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ สองฝ่ายเห็นถึงศักยภาพต่อยอดความร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร กาตาร์เป็นหุ้นส่วนด้านพลังงานที่สำคัญของไทย ไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้สนับสนุนความมั่นคงทางอาหารและเสริมความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ต่อมาเวลา 14.30 น. นายอนุทินต้อนรับ น.ส.ปิง คิตนีกอน เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมอำลาครบวาระ ตอกย้ำความมุ่งมั่นผลักดันความตกลงการค้าเสรีไทย-แคนาดา (FTA) และเชิญนายกฯแคนาดามาเยือนประเทศไทย จากนั้นเวลา 15.30 น. ต้อนรับนายมิลตัน ดิก ประธานสภาฯเครือรัฐออสเตรเลียเข้าเยี่ยมคารวะ ยินดีต้อนรับนายกฯออสเตรเลียเยือนไทยเป็นทางการในโอกาสครบรอบ 75 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ออสเตรเลียในปี 70 สานต่อการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกันปชน.จ่ออภิปรายไม่ลงมตินำร่องนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านเตรียมความพร้อมเสมอ เมื่อถึงจังหวะเวลาที่ยื่นได้เราจะยื่นแน่นอน ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านกำหนดว่าก่อนจะถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านอาจยื่นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบทั่วไปก่อน เพื่อนำเสนอให้ประชาชนเห็นสิ่งที่ฝ่ายค้านอยากแนะนำ อยากจะท้วงติง เราจะนำเสนอผ่านการอภิปรายครั้งนี้ รัฐบาลบริหารงานมาเพียงไม่กี่เดือน มีหลายเรื่องราวเกิดขึ้นไม่ว่าการทุจริต โกงข้อสอบท้องถิ่น อุทกภัย การบริหารงานผิดทิศผิดทาง ทำให้รัฐบาลไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ขณะนี้ ไม่ว่าจะกำหนดหลักเกณฑ์บัตรคนจนรอบใหม่ รวมถึงหลายนโยบายติดขัดไปหมด คิดว่ารัฐบาลขาดการรับฟังเสียงของประชาชน อาจฟังเสียงนายทุนมากไป จนทำให้ทุกกระบวนการคิด หรือวิธีการตัดสินใจ ขาดสมการสำคัญคือความต้องการของประชาชนไปด้วยชี้หั่นงบฯพรรคร่วม รบ.บ่อเกิดคลื่นใต้น้ำ “การรับมติของประชาชนเข้าไปแก้ไข ล้วนแล้วแต่มาจากข่าว มาจากกระแสกดดันทางสังคมทั้งสิ้น รัฐบาลยังทำผิดพลาดถือว่าสอบตกเรื่องการรับฟังเสียงประชาชน การพิจารณาตัดงบฯจะเห็นความกินแหนงแคลงใจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพราะงบฯที่ถูกตัด ส่วนมากจะเป็นงบฯในสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล เรื่องนี้อาจจะมีคลื่นใต้น้ำ หรือกระทบกระทั่งกันภายใน แล้วก่อให้เกิดอะไรต่อไป ยังไม่สามารถทราบได้ ต้องรอการพิจารณางบฯวาระ 2 และ 3 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ก่อนจะได้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น” นายณัฐชากล่าวจัดเสวนาแถลงภาคจบฮั้ว สว.29 ส.ค.ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรค ปชน. แถลงคดีโกง สว.ว่า วันที่ 29 ส.ค.ผู้นำฝ่ายค้านจะจัดเสวนารอบสุดท้ายที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ จะเปิดหลักฐานเด็ดกว่าไอลอว์ วันที่ 28 ส.ค.คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาฯจะจัดเสวนา มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโน อดีตรองนายกฯ และนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมเสวนากิจกรรมที่จัดต่อเนื่องทุกคนน่าจะเห็นพ้องกันว่าปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้ สว.ที่ถูกเอ่ยชื่อทั้งประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา ยังคงอยู่ในตำแหน่ง รวมถึง สว. รัฐมนตรี 13 คน 17 สส.ภูมิใจไทย รวม 229 คนที่อยู่ในสำนวนสอบสวนยุ กกต.เป็นลูกทรพีทรยศคนทำคลอดนายภัณฑิลกล่าวว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หมกเม็ด ตัดตอนเฉพาะ 8 คน ตามสำนวนคดีดีเอสไอ ไม่ใช่ทั้งขบวนการ แล้วใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริง เส้นทางการเงินสุดท้ายเงินมาจากไหน ต้องเป็นกลุ่มที่มีอำนาจตัดสินใจ ไม่ได้บอกว่าเป็นนายเนวิน ชิดชอบ เพราะระบอบสีน้ำเงิน ไม่รู้ว่ามีใครอยู่ข้างหลังนายเนวินหรือไม่ แต่ต้องมีคนวางแผน วางระบบอยากให้องค์กรอิสระกลายเป็นลูกทรพี ทรยศคนที่คลอดมา ทำในสิ่งถูกต้อง คงไม่อยากติดคุกอย่างที่หลายคนขู่ อัยการบอกอย่าตัดตอนเฉพาะ 8 คน ให้สอบไปถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจ ฝาก กกต.ให้ส่งสำนวนทุกคนไปศาลฎีกาบี้ “แสวง” มาให้ข้อมูล กมธ.ด้วยตัวเองนายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคปชน. กล่าวว่า ที่ผ่านมานายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. แถลงข่าวชี้แจงคดีเลือก สว.แทน กกต.มาตลอด เป็นเพียงเลขาธิการ กกต.ไม่มีฐานะเป็น กกต. แม้มีกระแสข่าวในอนาคตอาจได้เป็น กกต. อยากเห็น กกต.ตั้งโต๊ะแถลงข่าวอธิบายความคืบหน้าและกระบวนการไต่สวน โดยเฉพาะกรณี กกต.ระบุว่าจะทราบผลภายในสิ้นเดือน ส.ค. แต่ล่าสุดเลขาธิการ กกต.พูดโยนหินถามทางถึงองค์ประกอบความผิด 3 ข้อตามกฎหมายใช้หมวกใบใดแถลงข่าว ให้มาชี้แจงข้อมูล กมธ.พัฒนาการเมืองฯด้วยเชิญไปหลายครั้งส่งแต่ตัวแทนมา ที่ผ่านมาเคยบอกว่า ไม่ทราบข้อมูลรายละเอียด วันนี้กลับรู้ทุกเรื่อง รู้พฤติการณ์คดีบี้ ป.ป.ช.ใช้ ม.131–135 กันพยานโกง สถ.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ฝ่ายกฎหมายพรรคยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.ขอให้กำหนดแนวทางและมาตรการกันบุคคลไว้เป็นพยาน สำหรับผู้เสียหายและผู้ถูกหลอกลวงให้มีส่วนเกี่ยวข้องคดีทุจริตการสอบแข่งขันบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น นายไพศาลกล่าวว่า ได้รับร้องเรียนและข้อมูลจำนวนมาก มีทั้งพยานหลักฐาน เส้นทางการเงิน ทราบถึงตัวผู้บงการ แต่ผู้ให้ข้อมูลยังไม่กล้าเปิดตัว เกรงจะถูกดำเนินคดี ป.ป.ช.มีมาตรา 131 และ 135 คุ้มครองและกันบุคคลไว้เป็นพยาน จะนำมาใช้ขยายผลไปถึงตัวการใหญ่หรือไม่คนจ่ายเงินพร้อมแฉใครสั่ง ใครเก็บ“ถ้า ป.ป.ช.ใช้มาตรา 131 และ 135 กันคนไว้เป็นพยาน เขาจะพูดหมด และถ้าพูดหมดมันจะไม่ใช่แค่ปลาซิวปลาสร้อยปลายแถว แต่จะสาวไปถึงว่าใครบงการสั่ง ใครรับเงิน เขามีเส้นเงินหมด แต่วันนี้เขาไม่กล้าออกมาพูดเพราะกลัวถูกดำเนินคดี มูลค่าความเสียหายรอบนี้ประเมินจากผู้เกี่ยวข้องราว 5,900 ถึง 6,000 คน หากคิดอัตราเรียกรับเงินเฉลี่ยคนละ 600,000 บาท ตัวเลขจะสูงถึงกว่า 3,000 ล้านบาท และยังไม่นับรวมรอบก่อนหน้านี้ ผลกระทบไม่ได้ตกอยู่แค่ตัวเงิน แต่ทำให้ระบบราชการท้องถิ่น ทั้ง อบต. อบจ. และเทศบาล เสียหายหนักมาก ประชาชนผู้สุจริตถูกตัดสิทธิ ขณะที่เด็กจบใหม่บางรายที่ตกเป็นเหยื่อต้องถูกปลดจนหมดอนาคต เกิดความเครียดถึงขั้นฆ่าตัวตาย พรรค ปชป.พร้อมเป็นตัวกลางประสานข้อมูล เพื่อให้คดีนี้เดินหน้าถึงที่สุด” นายไพศาลกล่าวปูดเครือข่ายขยายวงไปรัฐวิสาหกิจขณะที่นายพงศกรกล่าวว่า ขบวนการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่ยังพบพฤติการณ์ในรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่มีการจ่ายเงินต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี โครงสร้างการทุจริตแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนคือ 1.ผู้จ่ายเงินเพื่อแก้คะแนน 2.นายหน้าเดินสายขายโควตา 3.ผู้ลงมือแก้ไขข้อสอบ และ 4.ข้าราชการระดับสูงรวมถึงฝ่ายการเมือง หากเปิดช่องทางคุ้มครองพยานจริงจัง ข้อมูลจะเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายแน่นอน พบเบาะแสสำคัญทั้งในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าไม่ใช่แค่ผู้บริหารท้องถิ่น แต่เป็นผู้บริหารระดับรัฐบาล นักการเมืองระดับรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่วันนี้ปัญหาคือเราไม่สามารถให้เขามาให้การเป็นทางการได้ เพราะเขากลัวติดคุกมท.4 ย้ำไม่ปล่อยท้องถิ่นแบกความเสี่ยงนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงการเพิกถอน 5,925 ราย กรณีทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นว่า นายก อปท.บางแห่งกังวลต่อการลงนามในคำสั่งเนื่องจากเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อสถานะบุคคล และอาจมีข้อพิจารณาทางกฎหมายตามมา จึงต้องการความชัดเจนขั้นตอน และหลักฐาน เราไม่ได้ต้องการเพียงให้มีคนลงนามให้ครบตามจำนวน แต่ต้องการให้ถูกต้องตามกฎหมาย คนที่ทำหน้าที่ต้องมั่นใจว่าปฏิบัติเป็นไปตามอำนาจหน้าที่และถูกต้อง คนผิดต้องรับผิดตามกระบวนการ แต่คนทำงานตามหน้าที่ไม่ควรถูกปล่อยให้ต้องตัดสินใจอยู่กับความเสี่ยงเพียงลำพัง หน้าที่ส่วนกลางคือทำให้หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติมีความชัดเจน กระบวนการมีกรอบเวลา วันที่ 31 ส.ค.ยืนยันเราไม่ได้ถอยจัดการทุจริต แต่ต้องไม่สร้างปัญหาใหม่ให้คนทำหน้าที่ เรื่องนี้ต้องจบทั้ง 2 ด้าน คนผิดต้องเข้าสู่กระบวนการ คนสุจริตต้องได้รับความเป็นธรรม ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามข้อขัดข้องจากพื้นที่ เร่งสร้างความเข้าใจแนวทางปฏิบัติ เพื่อไม่ให้ผู้ปฏิบัติไม่กล้าตัดสินใจ เพราะเกรงว่าจะผิดพลาดภายหลังตั้ง กก.สอบเรียก 5 แสนเรียน ปปร.30ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาฯ ประธานสภาสถาบันพระปกเกล้ากล่าวถึงข้อครหาเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เรียกรับเงิน 500,000บาท ศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 30 (ปปร.30) ของสถาบันพระปกเกล้าว่า ได้รับทราบที่มีการกล่าวหา เคยให้ชี้แจงด้วยวาจาแล้ว ท่านชี้แจงว่าเกิดจากความเข้าใจผิด มีเอกสารถอนแจ้งความมาให้ดู รับฟังได้ระดับหนึ่ง แต่ยังเป็นการชี้แจงฝ่ายเดียว แต่พอเป็นกระแสข่าวมาแบบนี้ ต้องตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงพิสูจน์ความจริง รักษาภาพพจน์สถาบันพระปกเกล้า หากเป็นเรื่องจริงเรารับไม่ได้ แต่ต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ได้แจ้งเลขาฯสถาบันพระปกเกล้าไปแล้วให้เคลียร์ตัวเอง เราจะตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือตรวจสอบต่อไป หากผลออกมาว่าผิดตามหลักเจ้าหน้าที่รัฐต้องลงโทษทางวินัยไปตามขั้นตอนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่