เลขาธิการ ป.ป.ส.เปิดยุทธการตัดเนื้อร้าย กวาดล้างและขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องเครือข่ายยาเสพติดวาง 3 หลักการสำคัญ ทั้งไม่ปกป้องหากพบหลักฐานเชื่อมโยง จะถูกลงโทษทั้งอาญาและวินัยขั้นสูงสุด ใช้มาตรการยึดทรัพย์สินให้สิ้นซาก รวมทั้งดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจเป็นเกราะคุ้มกันให้ขบวนการค้ายาเสพติด ดำเนินการเต็มรูปแบบในไตรมาส 2 ปีนี้ เพื่อสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคประชาชนป.ป.ส.เปิดปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้ชื่อ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” เพื่อกวาดล้างและขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับ ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด มุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสในระบบราชการ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคประชาชน เปิดเผยขึ้นที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ก.พ. พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ เปิดเผยว่า ปัญหายาเสพติดถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงระดับชาติ แต่สิ่งที่วิกฤติและเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหามาโดยตลอดคือ การที่มีเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด ทั้งการสนับสนุน เอื้อประโยชน์ หรือเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการค้าเสียเอง ป.ป.ส.กำหนดให้ยุทธการนี้เป็นกลไกหลักในการทำความสะอาดหน่วยงานภาครัฐ เริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2569 นี้“สำหรับแนวทางการดำเนินงานยุทธการตัดเนื้อร้าย ป.ป.ส.วางเสาหลักสำคัญไว้ 3 ประการดังนี้ 1.การปราบปรามอย่างไม่มีข้อยกเว้น จะไม่ปกป้องเจ้าหน้าที่รายใด หากพบหลักฐานความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด จะถูกลงโทษทั้งทางอาญาและวินัยขั้นสูงสุด รวมถึงการใช้มาตรการยึดทรัพย์สินให้สิ้นซาก 2.การทลายกำแพงอิทธิพลมุ่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่เป็นสายลับ หรือใช้อำนาจเป็นเกราะคุ้มกันให้ขบวนการค้ายาเสพติด ทั้งระดับท้องถิ่นและข้ามชาติ 3.การฟื้นฟูความเชื่อมั่น เพื่อส่งสัญญาณว่าหน่วยงานรัฐต้องสะอาดและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง” เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวพ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล ยังฝากเตือนไปยังเจ้าหน้าที่รัฐที่กำลังกระทำผิดว่า เงินทองและอำนาจจากขบวนการค้ายาเสพติดเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว แต่จากนี้ไปจะไม่มีที่ยืนในระบบราชการ และไม่สามารถหนีพ้นบทลงโทษทางกฎหมายได้ พร้อมย้ำเตือนสติว่า เครื่องแบบมีไว้เพื่อปกป้องประชาชน ไม่ใช่ปกป้องอาชญากร สำนักงาน ป.ป.ส.ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากมีเบาะแสเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชม. ยืนยันว่าข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด เพื่อความปลอดภัยและเพื่อเป้าหมายในการกวาดบ้านให้สะอาดเพื่ออนาคตของเยาวชนไทยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่