วัยรุ่นทะลุแก๊สมาตามนัด ถึงจะดู เชิงนานไปหน่อย ลุยปาประทัด ระเบิดปิงปองใส่กรมดุริยางค์ทหารบก ที่ตั้ง อคฝ. 20 นาที ก่อนถอนตัว ขณะที่รองโฆษก ตร. เผยรู้ตัวผู้ปลุกปั่นให้เด็กทำร้ายตำรวจแล้ว แฉใช้ฟู้ดไรเดอร์คอยส่งอาวุธให้เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมจากเจ้าหน้าที่ “บก.ลายจุด” ร่วม “เต้น-ณัฐวุฒิ” นัดจัดคาร์ม็อบรอบใหม่ 29 ส.ค. เส้นทาง กทม.-นนท์-ปทุมฯ ระดมติดป้ายไล่ประยุทธ์ตลอดเส้นทาง บช.น.โต้ภาพจับกุมรุนแรง แจงเสียงแข็งไม่เรียกผู้ชุมนุม แต่เป็นผู้ก่อเหตุความวุ่นวาย ขณะที่พนักงานสอบสวนทยอยฝากขังโจ๋ป่วน แฉของกลางทั้งระเบิดปิงปอง หัวนอต ลูกแก้วเพียบ ส่วนกลุ่มอาจารย์พร้อมมายด์-ภัสราวลี เข้ารับทราบข้อหาคดีฝ่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จัดกิจกรรมเปิดไฟให้ดาว ด้านแม่กวิ้นบุก ยธ.ขอย้าย ลูกรักษาตัวนอกคุกการชุมนุมเคลื่อนไหวขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังมี อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับกลุ่มวัยรุ่นทะลุแก๊สที่ก่อความวุ่นวายที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงปะทะกับตำรวจ อคฝ.ทุกเย็นบก.ลายจุด-เต้น นัดคาร์ม็อบ 29 ส.ค.เมื่อวันที่ 23 ส.ค. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้ริเริ่มจัดการชุมนุมไล่รัฐบาลแบบคาร์ม็อบ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงการเตรียมจัดคาร์ม็อบครั้งใหม่วันที่ 29 ส.ค. โดยเป็นการจัดร่วมกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตเลขาธิการ นปช.ใจความระบุว่า บันทึกการประชุม บก.ลายจุด VS เต้น ณัฐวุฒิ ชื่อกิจกรรม Car Mob : Call Out เส้นทางส่วนกลาง กทม.-นนทบุรี-ปทุมธานี เชื่อมระหว่างจังหวัด ส่วน ตจว.ให้ออกแบบเชื่อมระหว่างอำเภอ เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนก่อนวัน D-Day ขบวนสุดท้ายก่อนอภิปรายจุดนัดหมายหน้าสถานี ThaiPBS ถนนวิภาวดี รังสิต บ่าย 2 โมง 29 ส.ค. การ Call Out ระดมสารพัดป้าย #ไล่ประยุทธ์ ติดเสาไฟฟ้า สะพานลอย แขวนเกาะกลางถนน หน้าบ้าน สติกเกอร์ติดรถ ฯลฯ (กล่องกระดาษ+Artline ดีที่สุด) เป็น Car Mob ขบวนสุดท้ายก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เราจะนับว่านี่คือการนับหนึ่งของการที่ประชาชนลงคะแนนไม่ไว้วางใจรัฐบาลนอกสภา เตรียมเข้าสู่กิจกรรม D-Day ในช่วงอภิปรายในสภา ในสภาลงคะแนนยังไงประชาชนจะลงคะแนนไม่ไว้วางใจบนถนนไม่ลาออกก็จะอยู่กันแบบนี้ “ไม่เอาประยุทธ์ไม่เอาปะทะ”ยืนหยุดขังหน้าศาลอาญานอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวด้านหน้าศาลอาญา เมื่อเวลา 17.30 น. กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ แกนนำกลุ่ม พร้อมผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 10 กว่าคน เข้าร่วมกิจกรรม “ยืน หยุด ขัง 1.12 ชั่วโมง” เป็นวันที่ 8 โดยยืนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 12 นาที พร้อมห้อยป้าย ปล่อยเพื่อนเรา เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมที่โดนจับกุมทั้ง 11 คน มีนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เข้าร่วมด้วย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาอ่านประกาศเรื่องการห้ามชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ฉบับที่ 8 ข้อ 2, ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ข้อ 8 และประกาศของกรุงเทพมหานคร เรื่องสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 36 ข้อ 7ชู 3 นิ้วตะโกนปล่อยเพื่อนเราหลังยืนครบ 1 ชั่วโมง 12 นาที นายพันธ์ศักดิ์กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาล มาแสดงออกด้วยการยืนหยุดขังหน้าศาลอาญาแห่งนี้ และจะแสดงความไม่เห็นด้วยในวันต่อๆ ไปในเวลาเดิม ที่หน้าศาลอาญานี้ ขอเชิญชวนทุกท่าน จากนั้นนายพันธ์ศักดิ์ได้บอกให้ผู้ชุมนุมหันหน้าเข้าหาป้ายศาล อาญา ชู 3 นิ้วด้วยมือข้างซ้าย และตะโกนพร้อมกัน 3 ครั้งว่า “ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยผู้บริสุทธิ์ คืนสิทธิการประกันตัว” จากนั้นเวลา 18.30 น. แยกย้ายกันกลับ ทะลุแก๊สโพสต์นัดที่เก่าเวลาเดิมวันเดียวกัน เฟซบุ๊กเพจ “ทะลุแก๊ส thalugaz” กระบอกเสียงหลักของกลุ่มมวลชนวัยรุ่นกลุ่มต่างๆ ที่รวมตัวจะเดินทางไปขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ที่บ้านพักรับรองภายใน ร.1 ทม.รอ. ถนนวิภาวดีรังสิต จนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรุนแรงที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ต่อเนื่องมานาน 14 วัน ได้ประกาศนัดชุมนุมเคลื่อนขบวนไปบ้านพัก พล.อ.ประยุทธ์ ในเย็นวันที่ 23 ส.ค.อีกครั้ง โดยระบุว่า “17.30 น. ที่เก่าเวลาเดิม” นอกจากนี้ ยังประกาศผ่านเพจให้ผู้ที่ร่วมชุมนุมทุกคนช่วยหาอะไรปิดบังใบหน้าให้มิดชิดด้วย เพราะตำรวจจะใช้รูปถ่ายในการติดตามตัวหลังจากเลิกม็อบ โดยจะเอารูปไปให้พวกที่ถูกจับชี้ตัวขยายผล โดยทั้งขู่ทั้งปลอบเป็นทอดๆไป พยายามพรางตัวให้ดี “ส่วนน้องๆทะลุแก๊สที่เป็นเยาวชน เมื่อออกมาต่อสู้ หากไม่มีโทรศัพท์ ให้จำหรือจดเบอร์ผู้ปกครองไว้ในกระดาษพกติดตัวมาด้วย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ง่ายต่อการช่วยเหลือ เพราะตอนนี้มีกรณีโดนจับแล้วโดนยึดโทรศัพท์ จำเบอร์ผู้ปกครองไม่ได้เยอะมาก ติดต่อประกันตัวลำบาก” เพจทะลุแก๊สระบุต่างฝ่ายต่างเตรียมกำลังดูเชิงบรรยากาศที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง ในช่วงเย็น เมื่อเวลา 16.00 น. กลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาอาชีวะ เยาวชน และมวลชนคนเสื้อแดงขี่ จยย.ทยอยเข้ามาชุมนุมริมถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก ที่บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางทางด่วนมหานคร ทางขึ้น-ลงดินแดง และบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดงอย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลา 17.45 น. เลยเวลานัดหมายที่กำหนดไว้ในเวลา 17.30 น. กลุ่มมวลชนทะลุแก๊ส ที่ขี่รถ จยย.กว่า 100 คัน ยังไม่มีการเคลื่อนไหว ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแนวรับ ตั้งแต่บริเวณหน้าโรงพยาบาลทหารผ่านศึก จนสิ้นสุดแนวเขตพื้นที่ ร.1 ทม.รอ. นำตู้คอนเทนเนอร์มาตั้งกำแพงปิดการจราจรเฉพาะช่องจราจรคู่ขนาน ถนนวิภาวดี-รังสิตขาออก เฉพาะช่วงแนวรั้วเขตพื้นที่ ร.1 ทม.รอ. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนชุดเดินเท้า 1 กองร้อย หน้าโรงพยาบาลทหารผ่านศึก พร้อมรถฉีดน้ำแรงดันสูง จีโน่ 2 คัน รอสนับสนุนการควบคุมฝูงชนภายในกองดุริยางค์ทหารบกเฉียด 6 โมงเย็นเริ่มโจมตี อคฝ.กระทั่งเวลา 17.50 น. มีผู้ชุมนุมทะลุแก๊สจำนวนหนึ่งที่ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ วิ่งเข้าปาประทัดยักษ์ และไปป์บอมบ์ ด้านหน้ากองดุริยางค์ทหารบก ที่ตั้งกลุ่มตำรวจควบคุมฝูงชน อยู่ประมาณ 20 นาที ก่อนถอนตัวกลับไปที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแฉใช้ฟู้ดไรเดอร์ส่งอาวุธให้เด็กพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ลงพื้นที่มาดูสถานการณ์การชุมนุม แถลงว่า ตำรวจจำเป็นต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก และจะดำเนินการจากเบาไปหนัก แต่จะไม่เข้าไปติดตามจับกุมในพื้นที่ชุมชนหรือเคหสถาน เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ จากการสืบสวนเชิงลึกพบ มีกลุ่มซัพพลายเออร์หลายกลุ่มคอยส่งอาวุธให้เด็กและเยาวชนใช้ก่อเหตุรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ และทำลายสถานที่ราชการ และยังพบมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ 10 ส.ค. จนผู้ร่วมชุมนุมที่เป็นเยาวชนมือขาดจากการจุดระเบิด มีการส่งโดยใช้ไรเดอร์แมน หรือฟู้ด ไรเดอร์ หรือพนักงานส่งอาหารแฝงตัวเข้ามาส่งให้เยาวชนใช้ก่อเหตุ เพื่อเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ยังสืบทราบถึงกลุ่มผู้กระทำการยุยง ปลุกปั่น หรือสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้เข้าร่วมชุมนุมและใช้ระเบิดก่อเหตุโจมตีตำรวจและสถานที่ราชการ จะมีการออกหมายเรียกและหมายจับในลำดับต่อไป คึกจัดถล่มทางด่วนเผายางรถยนต์กระทั่งเวลา 19.10 น. เพจวัยรุ่นทะลุแก๊สโพสต์ ข้อความระบุว่า เส้นทางทุกเส้นที่จะมุ่งหน้าเข้าพื้นที่ดินแดง เต็มไปด้วยด่านและกองกำลังของเจ้าหน้าที่โปรดระมัดระวัง ได้ประกาศให้กลุ่มมวลชนทะลุแก๊ส ยุติชุมนุม และขอให้มวลชนถอนกำลังจากสามเหลี่ยมดินแดง มวลชนบางส่วนเริ่มมารวมตัวอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่ยังมีกลุ่มวัยรุ่นหลายสิบคนที่ยังชุมนุมอยู่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ไม่สนใจประกาศยุติชุมนุม ช่วยกันจุดประทัดยักษ์ ปาระเบิดปิงปอง ไปป์บอมบ์ และยิงพลุไฟ ใส่ทางด่วนมหานครอย่างสนุกสนาน พร้อมเผายางรถยนต์บริเวณใต้ทางด่วน สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน สัญจรผ่านมาในบริเวณดังกล่าวอคฝ.นิ่งทะลุแก๊สยั่วไม่ขึ้นเวลา 20.30 น. แม้กลุ่มวัยรุ่นแนวร่วมกลุ่มทะลุแก๊สที่ยังปักหลักชุมนุมบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดงจะพยายามก่อเหตุวุ่นวายด้วยการจุดประทัดยักษ์ ปาระเบิดปิงปอง ไปป์บอมบ์ และยิงพลุไฟ ใส่ทางด่วนมหานครอย่างสนุกสนาน พร้อมกับเผายางรถยนต์บริเวณใต้ทางด่วน ตั้งแต่เวลา 19.30 น. นานกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อยั่วยุให้ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณกองดุริยางค์ทหารบก และพื้นที่ใกล้เคียง เคลื่อนกำลังมาสลายการชุมนุม แต่ก็ไม่ปรากฏว่า มีตำรวจชุดควบคุมฝูงชนชุดใดออกมาปฏิบัติการระงับเหตุแต่อย่างใด เคอร์ฟิว 3 ทุ่มตรงเปิดฉากไล่จับกระทั่งเวลา 21.00 น. เป็นเวลาเคอร์ฟิว ชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนชุดเคลื่อนที่เร็วขึ้นรถกระบะหลายคัน เคลื่อนจากแยกราชปรารภ ถนนอโศก-ดินแดง บุกเข้าชาร์จไล่จับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ชุมนุมก่อเหตุวุ่นวายบริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง และถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้กลุ่มวัยรุ่นที่ชุมนุมอยู่แตกกระเจิงอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นจับผู้ร่วมชุมนุมได้หลายราย“สิระ” ท้าให้ 1 ล. ถ้า “ลูกนัท” บอดจริงที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ที่ได้รับบาดเจ็บตาขวาบอดจากการเข้าร่วมชุมนุมขับไล่นายกฯ ว่า มีข้อสงสัยว่าตาบอดจริงหรือไม่ มีคลิปว่าสิ่งแปลกปลอมที่ลอยลงมาไม่ได้ โดนตา ไม่เชื่อว่าตาบอด ขณะนี้ไม่มีแพทย์ระบุบอกว่าตาบอด หากตาบอดจริงต้องใช้เวลารักษาตัว ไม่มา เดินแบบนี้ ตาไม่บอดก็บอกตาบอด ขอให้บอดสองข้าง ไปเลย ขอให้เอาใบรับรองแพทย์มาแสดง ถ้าตาบอดจริง ให้เลย 1 ล้านบาท อย่าเอาแค่เลือดเข้าตาแล้วบอกว่า ตาบอด ไปหวังผลทางการเมืองยุยงปลุกปั่นให้ประชาชน ลุกขึ้นทำผิดกฎหมาย ถ้าตาไม่บอดขอให้สังคมออกมาร่วมประณาม ลูกนัทโต้ไม่บอดจริงให้อีก 10 ล.ด้านนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท โพสต์ตอบโต้นายสิระ เจนจาคะ ว่า “นายสิระว่างวันไหนไปพบกันที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ที่ท่านไว้ใจ จะให้ตรวจอะไรก็เชิญ เตรียมเป็นเงินสดไว้นะครับ จะไปแจกคนไร้บ้าน คนละ 1,000 บาท เดี๋ยวความดี ความชอบยกให้ท่าน แล้วถ้าผมไม่บอดจริง ผมจะ บริจาค 10 ล้าน ให้เลย”บช.น.แถลงรับมือม็อบรายวันอีกด้านหนึ่ง ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. โฆษก บช.น. เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลสถานการณ์ชุมนุมว่า วันนี้มีประกาศนัดชุมนุม 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดหมายเวลา 09.00 น. ที่บริเวณหน้ากระทรวงยุติธรรม 2.กลุ่มทะลุแก๊ส นัดหมายเวลา 17.30 น. ที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง ขอแจ้งเตือนว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวด การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดที่มีลักษณะการรวมตัวมีการกระทำที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อโรคจะเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคย้ำผู้ก่อเหตุไม่ใช่ผู้ชุมนุมพล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า สถานการณ์ที่สามเหลี่ยมดินแดงจะไม่ใช้คำว่าผู้ชุมนุม แต่เป็นผู้ที่ก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ไม่ได้มีส่วนในการเรียกร้องใด ละเมิดกฎหมาย ส่วนแนวทางป้องกันไม่ให้ขี่รถ จยย.ขึ้นทางด่วนนั้น จะใช้ทุกมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย ส่วนจะตั้งด่านสกัดไม่ให้กลุ่มที่จะก่อเหตุเข้าถึงพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดงหรือไม่ คงจะมีหลายๆมาตรการ เพื่อแยกแยะประชาชนที่ก่อเหตุและประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทั่วไป ส่วนการปฏิบัติเมื่อวานนี้นั้นเป็นการปฏิบัติตามยุทธวิธีที่ถูกต้อง เป็นการวางแผนเอาไว้ก่อนแล้ว ทางตำรวจได้มีการเว้นระยะห่างและใช้อุปกรณ์ต่างๆ เมื่อวานที่ผ่านมาได้มีการปิดหัวปิดท้าย จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่เข้ารักษาความสงบ อย่างที่ ผบ.ตร.เคยกล่าวไว้ กลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีกติกาอะไร แต่เจ้าหน้าที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งระเบียบ มีทั้งมาตรการต่างๆที่ต้องปฏิบัติ ผู้กระทำผิดละเมิดกฎหมายได้ แต่เราเป็นผู้รักษากฎหมายต้องรักษามาตรฐานเราเอาไว้ ส่วนที่มีการเชิญชวนร่วมชุมนุมผ่านโซเซียล ประสาน บช.สอท.ตรวจสอบดำเนินคดี ไม่มีม็อบไหนไม่มีเบื้องหลังรอง ผบช.น.กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวถูกดำเนินคดีและออกมาก่อเหตุนั้น ตำรวจมองว่าเด็กเป็นผู้เยาว์ต้องเอาใจใส่ดูแล เด็กถูกหลอกลวงถูกบังคับ แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต้องให้ผู้ปกครองใส่ใจ เนื่องจากเด็กเป็นผู้มีวุฒิภาวะต่ำ ผู้ปกครองเป็นผู้มีวุฒิภาวะสูง หากยินยอมส่งเสริมให้เด็กกระทำผิด ผู้ปกครองก็ต้องร่วมรับผิดชอบ เหตุเมื่อวานที่ผ่านมา ได้เชิญผู้ปกครองมาสอบสวน กรณีไหนมีความผิดชัดเจนก็ดำเนินคดีกับพ่อแม่ผู้ปกครอง ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงเป็นผู้ชุมนุมอิสระจริงหรือ มีใครอยู่เบื้องหลัง ยืนยันว่าไม่มีม็อบไหนที่ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาบ้านเมือง หรือความไม่พอใจในบ้านเมือง อีกไม่กี่วันจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนว่าใช้กระบวนการตามกฎหมายที่มีอยู่ตามครรลองที่ถูกต้อง จะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี เคยหารือกับแกนนำหลายครั้งว่าการก่อความไม่เรียบร้อยในบ้านเมือง ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้ประชาชนเดือดร้อนพญาไทฝากขัง 5 โจ๋ขนอาวุธส่วนการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมก่อเหตุปะทะตำรวจ อคฝ. ที่ศาลแขวงดุสิต พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ยื่นคำร้องผัดฟ้องฝากขังผ่านระบบจอภาพ นายกศิเดช สายสาล น.ส.จิราพัชร พูนทรัพย์ อายุ 21 ปี นายศรวีร์ เหมือนสุวรรณ์ อายุ 22 ปี และนายธัญวุฒิ ฉิมพาลี อายุ 22 ปี ผู้ต้องหา 1-4 คดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คำร้องบรรยายว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. เวลา 20.00 น. ตำรวจตั้งด่านความมั่นคง หน้ากรมแพทย์ทหารบก ถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. พบนายกศิเดช ขี่รถ จยย.มี น.ส.จิราพัชร ซ้อนท้าย ตรวจค้นพบระเบิดปิงปอง 104 ลูก ระเบิดไทยประดิษฐ์ 4 ลูก หน้ากากกันแก๊ส 2 ชุด อยู่ในกระเป๋าสะพาย และขอตรวจค้นนายศรวีร์ เหมือนสุวรรณ์ ผู้ต้องหาที่ 2 ขี่รถ จยย. มีนายธัญวุฒิ ผู้ต้องหาที่ 3 ซ้อนท้าย พบหนังสติ๊ก 1 อัน ลูกแก้ว 305 ลูก หัวนอต 65 หัว หน้ากากกันแก๊ส 1 ชุด อยู่ในกระเป๋าสะพาย สอบถามผู้ต้องหาทั้งหมดให้การว่า ไปร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้นขี่รถ จยย.รวมกลุ่มกันมา 60 คัน ก่อนถูกจับกุม แจ้งข้อหา ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คนในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมฯและข้อหาอื่นๆ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขออำนาจศาลผัดฟ้องฝากขังมีกำหนด 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 23-28 ส.ค.ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ผัดฟ้องฝากขังได้สน.ดินแดงฝากขัง 2 หนุ่มป่วนวันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ยื่นคำร้องฝากขังผ่านระบบฝากขังทางไกลผ่านจอภาพ นายนนทกานต์ สาเทศ อายุ 19 ปี (บาดเจ็บที่ศีรษะและขา รักษาอยู่ที่ รพ.ตร.) และนายมโหฬาร แซ่เอี้ยว อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-2 เข้าร่วมชุมนุมก่อความไม่สงบแยกดินแดง คำร้องบรรยายว่า เมื่อวันที่ 21 ส.ค.64 เวลา 17.00-20.00 น. มีกลุ่มผู้ชุมนุมหลายคนรวมตัวที่บริเวณถนนอโศก ดินแดงต่อเนื่องถึงถนนวิภาวดีรังสิต จากนั้นปาประทัดระเบิด และใช้ลูกแก้วยิงด้วยหนังสติ๊ก ใส่ตำรวจควบคุมฝูงชนและสถานที่ราชการ มีตำรวจควบคุมฝูงชนบาดเจ็บ ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์จับกุมทั้งคู่ได้ขณะขี่รถ จยย.หลบหนี ตรวจค้นพบหนังสติ๊ก 1 อัน อยู่ในมือนายนนทกานต์ และพบโทรศัพท์มือถือซัมซุง ส่วนนายมโหฬาร พบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน สอบถามรับว่าใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อนัดหมายมาชุมนุม แจ้งข้อกล่าวหาตามความผิดที่เกี่ยวข้อง เหตุเกิดหน้าศูนย์จำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ ถนนวิภาวดี รังสิต แขวงและเขตดินแดง กทม. ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้อีกคดี 3 หนุ่มลุย อคฝ.อาวุธเพียบอีกคดีพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ยื่นคำร้องขอฝากขังทางไกลผ่านจอภาพ 3 ผู้ต้องหาคือนายธนายุ หิรัญรัตน์ อายุ 20 ปี นายธีรเมธ ชัยบุตร อายุ 18 ปี และนายทองทศ มะเงื่อ อายุ 27 ปี คดีพกระเบิด กระสุนปืนลูกซอง ก่อเหตุปะทะกับตำรวจเมื่อวันที่ 21 ส.ค.เช่นกัน ตำรวจจับกุมได้ขณะขี่ จยย.หลบหนี ตรวจค้นพบลูกระเบิดชนิดพันเทปสีดำ 6 ลูก ระเบิดปิงปองหลากสี 50 ลูก กระสุนปืนลูกซอง 2 นัด ขวดเครื่องดื่มบรรจุน้ำมันก๊าด 4 ขวด หนังสติ๊ก 2 อัน ลูกแก้ว 140 ลูก กระป๋องสเปรย์ 1 กระป๋อง แว่นกันน้ำ 1 อัน เสื้อเกราะ 1 ชุด หน้ากาก 1 อัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ โดยนายธนายุ และนายทองทศ ให้การว่า ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพการชุมนุมและติดต่อนัดหมายมาชุมนุมกัน แจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดฐาน ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน ในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด, ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีการประกาศ, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และข้อหาอื่นๆ ขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องหามีกำหนด 12 วัน นับแต่วันที่ 23 ส.ค.-3 ก.ย.64 และขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ “มายด์” พบตำรวจคดีเปิดไฟให้ดาวนอกจากนี้เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ตัวแทนจากเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง นายยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์โครงการบัณฑิตศึกษา คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ น.ส.ภัสราวลี หรือมายด์ ธนกิจวิบูลย์ผล นายสุทธิเกียรติ คชโส ทนายความ จากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการจัดกิจกรรม “เปิดไฟให้ดาว” ที่สกายวอล์กแยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 10 พ.ค.64 ทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขณะที่ น.ส.ชลิตา กล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 9 เป็นเรื่องที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน นักนิติศาสตร์หลายๆมหาวิทยาลัย ลงความเห็นว่าประกาศแบบนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะเป็นช่วงโควิด-19 แต่สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองต้องถูกปกป้องไว้ โดยเร็วๆนี้ จะร่วมกับคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ไปยื่นหนังสือกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยว่าผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก่อนที่รัฐบาลจะประกาศต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในเดือนหน้าแม่ “กวิ้น” ขอย้ายลูกรักษานอกคุกก่อนนี้เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม รับหนังสือทวงถามความคืบหน้าจากนางสุรีย์รัตน์ ชิวารักษ์ แม่นายพริษฐ์ หรีือเพนกวิน ชิวารักษ์ และกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยนางสุรีย์รัตน์ ต้องการให้ลูกชาย และนายสิริชัย นาถึง ที่ถูกคุมขังและรักษาอาการติดเชื้อโควิด-19 อยู่ในเรือนจำอำเภอธัญบุรี ย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพราะทางโรงพยาบาลได้ตอบรับและยินดีรับช่วงไปรักษาต่อ เนื่องจากเกรงว่าหากทั้งสองคนยังไม่ได้รับการย้ายตัวไปรักษาอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่ปรากฏว่าจนบัดนี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ยธ.รับเรื่องส่งต่อราชทัณฑ์ขณะที่นายวัลลภเปิดเผยว่า กรณีนายพริษฐ์ และนายสิริชัย ติดโควิด-19 อยู่ระหว่างรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์นั้น เราเชื่อมั่นในกระบวนการรักษาและมาตรฐานของแพทย์จากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรมไม่เคยนิ่งนอนใจส่งทีมแพทย์ติดตามอาการป่วยอย่างใกล้ชิด ให้การรักษาตามแนวทางของกรมควบคุมโรค นอกจากนี้แพทย์ยังส่งรายงานการรักษาทั้งข้อมูลและภาพถ่ายให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และกรมราชทัณฑ์ได้ออกข่าวรายงานอาการให้สื่อมวลชนและสาธารณชนทราบทุกวันอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันพบว่าอาการทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนประเด็นการส่งตัวไปรักษานอกเรือนจำอยู่ระหว่างการประเมินและพิจารณาอาการ แพทย์ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์จะให้การรักษาที่เกิดผลดี เป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังทุกคนอย่างเต็มที่เท่าเทียมตามหลักสากล และไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ จะส่งหนังสือดังกล่าวให้กรมราชทัณฑ์พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ต่อไป