ความเท่าเทียมด้านเศรษฐกิจ ความเท่าเทียมด้านสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียมบริบทของกรุงเทพฯ กรุงเทพฯไม่ใช่ประเทศไทย และประเทศไทยไม่ใช่แค่กรุงเทพฯและรัฐธรรมนูญกติกาปกครองประเทศไทย ต้องคลอดจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่ผ่านการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนนับเป็นหนังตัวอย่างสำคัญถ่ายทำจริงๆในสภา ซึ่งพรรคอนาคตใหม่สู่พรรคก้าวไกลได้แสดงบทบาทในรอบเกือบ 4 ปี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้ให้เห็นแล้วขยายภาพให้ชัดขึ้นในกฎหมายสำคัญมันเป็นลายเซ็นของก้าวไกล อย่างร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า จ่อเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2-3 วันที่ 2 พ.ย.65 ต้องสู้เพื่อให้มีความเท่าเทียมด้านเศรษฐกิจ สร้างผู้ประกอบการรายใหม่ ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ย้ำชัดเป็นความเท่ากันของคนและสิทธิมนุษยชนยังไม่นับ ปลดล็อกท้องถิ่น กระจายอำนาจ ที่เพื่อนของก้าวไกล คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ขับเคลื่อน ซึ่งเป็นความเท่ากันในเรื่องของภูมิภาคตบท้ายด้วยญัตติประชามติทำพร้อมการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อให้ตั้ง ส.ส.ร.และทำรัฐธรรมนูญ (รธน.) ฉบับประชาชน เพื่อปลดล็อก รธน.60 ที่เป็นระเบิดเวลาทั้งหมดจะผลักดันในสภาช่วงโค้งสุดท้าย ทุกเรื่องสำคัญหมด โดยเฉพาะญัตติทำประชามติตั้ง ส.ส.ร.มี ส.ส.ร.คลอด รธน.ใหม่ คือ ปลดล็อกประเทศพรรคก้าวไกลมีจุดแข็งการทำงานในสภา ต้องต่อยอดจุดแข็งที่มีอย่างไร นายพิธา บอกว่า ก้าวไกลเข้าสภาครั้งแรกประสบผลสำเร็จ ยกระดับการทำงานและคุณภาพของสภาได้ชัดเจน ทำงานเสมอต้นเสมอปลาย “อภิปรายไม่ไว้วางใจ หรืออภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณด้วยความกล้าหาญ รอบคอบ มีวุฒิภาวะ เน้นข้อมูลอภิปราย ไม่เน้นการโจมตีหรือโวหารเป็นจุดแข็งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในสภา แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในสังคม ในประเทศที่พัฒนาแล้ว สภากับสังคมต้องอยู่ใกล้เคียงกันสังคมไทยหลายเรื่องล้ำหน้าไปไกลพอสมควร ทั้งความเท่าเทียม ความคิด แต่สภายังตามไม่ทัน ถ้าต้องการยกระดับสภาไปสู่สังคมได้ ต้องยกมือโหวตในทุกเรื่องฉะนั้นทำงานในสภามีคุณภาพอาจไม่พอ ต้องเพิ่มจำนวน ส.ส.เข้าไปยกมือ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ตามที่สังคมหรือประชาชนต้องการ”ถึงจังหวะยกระดับเป็นพรรคยืนหนึ่งขั้วการเมืองในการเลือกตั้งครั้งต่อไป นายพิธา บอกว่า ยืนหนึ่งทางการเมือง ไม่ใช่ต้องทำทุกวิถีทาง ทั้งย้ายขั้วไปร่วมกับใครก็ได้ ยก ส.ส.จากพรรคอื่นมาร่วมกับก้าวไกล ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีทางลัดอย่างเป็นรูปธรรมต้องทำให้ยืนหนึ่งในใจของประชาชนวัดได้จากการทำงานให้มากที่สุด เข้าหาประชาชนให้มากที่สุด บ่อยที่สุด พร้อมอธิบายในสิ่งที่เราต้องทำ ทำไมต้องการ ส.ส.เขตเพิ่ม ส.ส.คนนี้มาเล่นการเมืองทำไม ทำไมต้องมากับพรรคก้าวไกลทั้งหมดทั้งมวลต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นคุณค่าของ ส.ส. สามารถเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ของเขาได้จริง มีคุณค่ามากกว่ากระสุนดินดำ 2-3 พันบาท ไม่ใช่การเมือง 4 วินาทีจบที่คูหาเลือกตั้งแค่นั้น“นโยบายทั้งหมดถูกจัดเป็นเมนู ให้ผู้สมัคร ส.ส.ช็อปปิ้งได้ นโยบายแต่ละเขตไม่เหมือนกัน บางคนสู้เรื่องเหมืองแร่ บางคนสู้เรื่องขยะ บางคนสู้เรื่องเศรษฐกิจพิเศษผู้สมัครไม่ต้องรอหัวหน้าพรรคแถลง ให้ดูในเว็บเพจ คลาวน์ของก้าวไกล แล้วเลือกเอาไปทำ มีอะไรก็ถามสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งไอติม (นายพริษฐ์ วัชรสินธุ) ผู้จัดการฝ่ายนโยบายของพรรค ลงเทรนนิ่งว่าที่ผู้สมัครภาคใต้ทั้งหมด ยาง-ปาล์ม-ท่องเที่ยว เอาอย่างไร ให้เขาไปกระจายออกนโยบายแต่ละเขตเลือกตั้งเอาให้ชัด เมื่อบวกกับแต้มต่อทั่วประเทศเขตละ 2 หมื่นกว่าคะแนน ผู้สมัครแต่ละคนรู้ว่าจะได้กี่คะแนนถึงชนะเลือกตั้ง เพราะรู้สมการการเมืองในพื้นที่ดีอยู่แล้วทั้งหมดกลายเป็นกองทัพมด ประสานกับแกนนำที่แถลงนโยบายไปเรื่อยๆ กระจายเป็นข่าวทุกแพลตฟอร์ม เป็นชุดเนื้อหา ชุดคำตอบแก้ปัญหาของประเทศทำให้ประชาชนนอนไม่หลับหากไม่ไปเลือกตั้ง ทำให้กระดิ่งในใจประชาชนดังขึ้น ไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาด ฉันต้องออกไปเลือกตั้ง ถ้าออกมาใช้สิทธิแค่ 50% กระสุนชนะกระแสแน่ แต่ถ้ามาใช้สิทธิถึง 75% กระแสชนะกระสุนแน่นอน”เปลี่ยนประเทศไทย ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน สู่นโยบายการเมืองไทยก้าวหน้า เป็นเสาหลักทั้ง 9 นโยบาย เพื่อสู่สมรภูมิการเลือกตั้งครั้งต่อไป...ถ้ามีการเลือกตั้งนะ นายพิธา บอกว่า กกต.ไม่ได้จัดงบประมาณเลือกตั้งไว้ด้วยอาจารย์วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุถึงการใช้งบกลาง ซึ่งงบกลางเป็นดุลพินิจของนายกฯ มันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อปี 2566 โลกไปถึงไหนแล้ว การเมืองไทยยัง......กังวลถึงการยุบพรรค–รัฐประหาร–มีเลือกตั้ง? เราต้องไม่เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ผมไม่เชื่อว่ามีรัฐบาลแห่งชาติ หรือซุปเปอร์แมนคนหนึ่งแก้ปัญหาทั้งหมดได้ ต้องเอาระบบเป็นตัวตั้งผลักดันให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดฟอร์เมนชันในประเทศไทยเราถึงตั้งใจเปิดนโยบายการเมืองก้าวหน้าเดือน ต.ค. เพราะเป็นเดือนแห่งประวัติศาสตร์การเมืองไทย ควรใช้โอกาสสร้างอารมณ์ร่วมในสังคมที่สำคัญการเมืองเป็นพื้นฐานของทุกอย่าง ทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การเมืองนิ่งถึงแก้ปัญหาได้ เพราะต้องสู้กับระบบราชการที่เป็นช้างอุ้ยอ้าย สู้กับเสือนอนกินในระบบผูกขาดฉะนั้นต้องรีบหาทางเปลี่ยนผ่านระบบรัฐสภา ผ่านการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เลือกตั้งด้วยความหวัง ต้องเลือกตั้งอะไรที่เป็นเพนพ้อยท์ของเรา ไม่ต้องเลือกตั้งกันด้วยความกลัวว่าจะชนะไม่ขาดเลือกพรรคที่เป็นทางออก เป็นอนาคตของประเทศคงเป็นเรื่องยากถ้าเลือกแบบเก่า เลือกผู้เล่นแบบเก่า และหวังผลลัพธ์แบบใหม่ ตอนนี้หาคนที่ทำงานด้วยข้อมูล มีวิธีคิดนอกกรอบ ใช้เทคโนโลยีบริหารประเทศและพาไปในอนาคตนโยบายการเมืองไทยก้าวหน้า พ่วงแก้ไข ป.อาญามาตรา 112 ท่ามกลางกระแสข่าวยุบพรรคก้าวไกล นายพิธา บอกว่า ไม่กังวล แต่ไม่ประมาทเพราะไม่มีคดีไหนมีน้ำหนักพอยุบพรรคได้แน่นอน ขณะเดียวกันการแก้ ม.112 ไม่ใช่เรื่องใหม่ของสังคม สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีนายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ก็คุยกันว่าโทษหนักไป ไม่ควรเกิน 7 ปี ควรดำเนินคดีได้ถ้าสำนักพระราชวังอนุญาตเท่านั้น ไม่ใช่ใครก็ฟ้องได้ในส่วนของพรรคก้าวไกลก็คุยกันตั้งแต่ปี 64 โดยทำตามความซื่อสัตย์ต่ออุดมการณ์ ต่อจิตสำนึกการเป็น ส.ส. อยากให้เรื่องเหล่านี้คลี่คลาย เพราะขณะนี้ประเทศไทยมี 265 คนโดนคดี ซึ่งมี 26 คน อายุต่ำกว่า 18 ปีเป็นเยาวชน ความบาดหมางที่สร้างขึ้นมาไม่เป็นผลดีต่อสถาบันอย่านำสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการเมืองคนที่พยายามนำมาโจมตีผม ควรมานั่งคุยกันเพื่อหาวิธีให้สถาบันสามารถดำรงอยู่คู่กับประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 มากกว่าเอามาโจมตีและมาเป็นเรื่องยุบพรรค ฉะนั้นคงเดินหน้าแก้ไขต่อในสภาการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองเป็นการประมูลอำนาจในเขตเลือกตั้ง เพื่อปกครองประเทศ เฉลี่ยเขตละ 60-80 ล้านบาท พรรคก้าวไกลจะผ่านด่านหินไปได้อย่างไร นายพิธา บอกว่า......มันต่อสู้กันระหว่างกระแสกับกระสุน!!เลือกตั้งครั้งนี้เดิมพันสูง! มีประชาชนหลายคนบอกว่า เฮ้ย...คะแนนฉันมีค่า อย่าให้ใครมาโกงนะ ฉะนั้นฉันอาสาเป็นตาสับปะรดให้ เพื่อให้การเลือกตั้งชอบธรรมมากที่สุดถึงเวลาต้องยุติการเมืองเก่า ที่สู้ระหว่างการเมืองเก่ากับการเมืองใหม่นับเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมืองที่ยังบอกไม่ได้ว่าผลเป็นอย่างไร.ทีมการเมือง