ส.ส.ปชป.จบไม่ลงสูตรคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ “อัครเดช” เผยเสียงแตก ทั้งหาร 100 และ 500 ล้วนขัดรัฐธรรมนูญ บอกแนวโน้มส่อฟรีโหวต “ชินวรณ์” เสียงแข็งยึดรับหลักการวาระที่ 1 กลับลำขัดรัฐธรรมนูญและมีผลประโยชน์ขัดกัน หวั่นกระทบเสถียรภาพรัฐบาล จี้วิปรัฐบาลทบทวนให้ชัด ไม่ใช่ไปลุ้นหน้างาน พปชร.ลอยตัว “บิ๊กป้อม” โยนแล้วแต่ กมธ. “สันติ” โบ้ย ส.ส.ตัดสินใจ “สุทิน” ติงจะถูกยื่นตีความร้องเรียนกันวุ่นวาย โต้ พท.แลนด์สไลด์อยู่ที่ศรัทธา ไม่ใช่เพราะ 100 หาร “ธีรัจชัย” ย้ำรัฐสภาต้องชี้ขาด ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ ก๊วนพรรคเล็กตีปีกขนม็อบกดดันหน้าสภาฯ “พลังท้องถิ่นไท” ขอแหกมติวิปรัฐบาล “นิโรธ” ฉะแย่มากไร้สาระลากเมียนมาล้ำน่านฟ้าไทยขึ้นเขียง “บิ๊กตู่” หงุดหงิดสื่อ ถามวาระ 8 ปีจ่อคอ อยู่ถึงเอเปกหรือไม่ ลั่นก็แล้วแต่ ใครจะทำก็ทำ “วิษณุ” ท้าเข้าเขตยื่นตีความได้แล้วจากกรณีนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส. ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กมธ. พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และพรรคการเมืองระบุจะขอมติที่ประชุม ส.ส.พรรคกลับมติหนุนสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหารด้วย 500 แทน 100 ทำให้เป็นที่ถกเถียงกันต้องรอการพิจารณาในที่ประชุม ร่วมรัฐสภาวันที่ 5-6 ก.ค. “นิโรธ” ไม่ติดใจหาร 100 หรือ 500เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่รัฐสภา นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่มีข้อถกเถียงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะหารด้วย 100 หรือหาร 500 ว่า ในชั้นกรรมาธิการเสียงข้างมากใช้ 100 หาร เสียงข้างน้อยต้องการหารด้วย 500 สงวนความเห็นไว้ 11 คน จะมาอภิปรายข้อดีข้อเสียในที่ประชุมร่วมรัฐสภา ให้สมาชิกตัดสินใจให้ถ่องแท้ มีเหตุผลอย่างไรให้ชัดเจนอีกครั้ง เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะมีปัญหาหรือไม่ เพราะความเห็นยังไม่เป็นไปทิศทางเดียวกัน นายนิโรธตอบว่า เรื่องนี้รัฐบาลไม่มีความคิดเห็นอะไร เป็นเรื่องสมาชิกรัฐสภาต้องพิจารณาอย่างถ้วนถี่ ดูแล้วรัฐบาลจะเอาหาร 500 หรือหาร 100 ก็ได้ไม่ได้ติดใจ เป็นเรื่องสมาชิกรัฐสภาจะลงมติอย่างไร“บิ๊กป้อม” บอก พปชร.แล้วแต่ กมธ.ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กมธ. พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และพรรคการเมือง เตรียมเสนอที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ให้เห็นด้วยกับสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหารด้วย 500 ว่า พรรค พปชร.แล้วแต่กรรมาธิการฯ เมื่อถามว่าสูตรหารด้วย 100 กับ 500 แบบไหนดีกว่ากัน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ พรรค พปชร.ยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้“สันติ” โยน ส.ส.พรรคตัดสินใจนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวถึงการโหวตกฎหมายลูก พรรค พปชร.จะสนับสนุนคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบหาร 100 หรือ 500 ว่า หัวหน้าพรรค พปชร. ระบุไว้ว่าอยู่ที่ ส.ส. เมื่อถามว่า พปชร.มองว่าควรโหวตแบบใดที่จะเป็นประโยชน์กับพรรค พปชร.มากกว่า นายสันติกล่าวว่า อยู่ที่ ส.ส.แบบไหนก็เป็นประโยชน์กับพรรคทั้งนั้น ส.ส.พร้อมแบบไหน พรรคก็พร้อมแบบนั้น ส่วนตนจะเป็นแบบไหนก็ได้ ไม่ได้มีปัญหาหรือหนักใจอะไร เมื่อถามย้ำการใช้สูตรคำนวณหารด้วย 100 กับ 500 ทำให้ได้เปรียบเสียเปรียบกันอยู่ นายสันติตอบว่า ไม่หรอก แล้วแต่จะคิด วิธีการเลือกตั้งอยู่ที่ประชาชน“วิษณุ” ฟันธงลงเอยที่ศาล รธน.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐสภาจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และพรรคการเมือง วันที่ 5-6 ก.ค.ว่า รัฐบาลไม่มีความเห็น เมื่อถามว่า หากรัฐสภาให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อหารด้วย 500 ต้องคำนึงถึงคำว่า ส.ส.พึงมีหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ส.ส.พึงมียังต้องยึดถึง เพราะอยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่การตีความจะแปลความแบบเก่าไม่ได้ ความจริงเขาไม่ได้ดูว่าเป็นธรรมกับพรรคเล็กหรือพรรคใหม่ แต่จะดูว่าหลักการที่ถูกเป็นอย่างไร หารแบบไหนถึงเป็นธรรมกว่ากัน เมื่อถามว่ามาตราที่แก้กับมาตราที่เหลือย้อนแย้งกันสุ่มเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า สุ่มเสี่ยง สุดท้ายจะมีคนสงสัย พรรคเล็กพรรคใหม่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดี เมื่อถามว่า ที่เคยระบุว่าใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบแล้วหาร 500 เป็นเรื่องประหลาดหมายความว่าอย่างไร นายวิษณุตอบว่า บอกไม่ถูก เอาเป็นว่าประหลาดแล้วกัน แต่ไม่ได้แปลว่ามันผิด เอาเถอะวันสองวันก็รู้เรื่อง จะมีคำตอบโดยรัฐสภา เมื่อถามอีกว่า รูปแบบบัตร 2 ใบแล้วหาร 500 มีใครทำกันหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า วิธีนับคะแนนแบบนี้ไม่ค่อยมีใช้ในโลกอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเอาอะไรหารก็ตาม แต่วิธีของใครของมันไม่เกี่ยวกัน“ชินวรณ์” ยืนกรานหลักการหาร 100นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองกล่าวว่า เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบขั้นรับหลักการเข้าสู่ กมธ. กมธ.ไม่ได้แก้ไขอะไรเลย แต่มีกลุ่มไม่เห็นด้วย มี กมธ.สงวนความเห็น 11 คน โดยหลักการแล้วเมื่อร่างผ่านความเห็นชอบของ กมธ.แล้ว วิปรัฐบาลต้องยืนยันหลักการดังกล่าว เพราะเป็นร่างของเราเอง เมื่อเสร็จวาระ 2-3 ต้องเสนอกลับไปยัง กกต.ให้ความเห็นชอบอีกครั้ง เมื่อเป็นร่าง กกต. แล้วจะให้ความเห็นชอบแตกต่างกันไป เป็นหารด้วย 500 กกต.ไม่สามารถทำได้ จะถูกกล่าวหาได้ กลับลำขัด รธน.-ผลประโยชน์ขัดกันนายชินวรณ์กล่าวว่า ที่สำคัญกระบวนการประกาศใช้เป็นกฎหมาย หากเสนอผิดไปจากหลักการที่เสนอเข้ามาจะนำไปสู่การร้องศาลรัฐธรรมนูญ อาจถูกกล่าวหามีผลประโยชน์ขัดกันหรือไม่ การเสนอให้หารด้วย 500 ขัดรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตามมาตรา 93 และมาตรา 94 กมธ.พิจารณาอย่างรอบคอบว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่ากับแก้ไขเจตนา รมณ์ประเด็นการเลือกตั้งไปแล้ว จากระบบสัดส่วนผสม บัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบ และให้คิดคำนวณอย่างชัดเจนคือ ส.ส.เขต 400 เขต ใครได้คะแนนสูงสุดเป็น ส.ส. ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อให้คำนวณจากจำนวนบัญชีรายชื่อคือ 100 รัฐบาลควรทำตามหลักการนี้ห่วงเสถียรภาพวิป รบ.ต้องชัดเจนนายชินวรณ์กล่าวว่า ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังมีเสียงแตก ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เพราะนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เป็น กมธ. 1 ใน 11 คนที่สงวนความเห็นเรื่องนี้ จึงมีสิทธิแสดงความเห็นไม่มีปัญหาอะไร พรรคเป็นสถาบันทางการเมือง จะนำเรื่องนี้ไปหารือในที่ประชุมพรรคอีกครั้งว่าจะมีมติอย่างไร เมื่อถามว่าจะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและพรรคหรือไม่ นายชินวรณ์ตอบว่า เป็นเรื่องธรรมดาต้องกระทบกันทางการเมือง ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ไม่ว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายสำคัญ ได้เตือนตลอดว่าอาจส่งผลกระทบทางการเมืองได้ รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ จะไปพิจารณาหน้างานหรือโดยไม่ได้ตรวจทานร่วมกันไม่ได้ เป็นช่วงสุดท้ายของสมัยประชุมแล้ว อยากเรียกร้องว่าต้องมีกระบวนการทำงานรัดกุม วิปรัฐบาลต้องทบทวน ตรวจทานให้ชัดเจนทุกเรื่องไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ วิปรัฐบาลจะมาพูดว่าค่อยไปดูกันหน้างานอย่างนี้ไม่ได้ วิปรัฐบาลต้องสร้างความเป็นเอกภาพให้เกิดขึ้นช่วงสุดท้ายของสภาฯ“สุทิน” ติงเปลี่ยนสูตรวุ่นวายแน่ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า จุดยืนพรรค พท.พิจารณารัฐธรรมนูญแล้วเห็นว่าไม่มีช่องทางใดจะให้ใช้หารด้วย 500 ได้ มีแค่ช่องเล็กๆที่เอื้อและส่งผลให้เราใช้การหาร 100 มากกว่า หากไปใช้การหาร 500 เกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต นำไปใช้แล้วอาจมีการตีความและร้องเรียนจนวุ่นวาย ควรแก้ปัญหาตั้งแต่วันนี้ดีกว่า หารด้วย 100 ปลอดภัยกว่า การประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 5-6 ก.ค.น่าจะพูดกันหนัก ส่วนท่าทีพรรคร่วมรัฐบาลที่เคยสนับสนุนหาร 100 ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป ไม่เป็นอะไร เรื่องใหญ่ควรถกกันให้จบสิ้นกระบวนความ กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ 2 วันน่าจะจบ หากไม่จบต้องขอขยายเวลาประชุมต่อไป ควรทำให้จบ หากใครติดใจไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อให้จบปัดหาร 100 ไม่ช่วย พท.แลนด์สไลด์เมื่อถามว่าฝั่งรัฐบาลเริ่มเห็นด้วยกับการหาร 500 เกรงว่าพรรค พท.จะแลนด์สไลด์หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า เราต้องมาวางระบบที่ดีให้การเลือกตั้งเป็นธรรม อย่าไปคิดว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบ คนจะชนะปัจจัยหลักคือศรัทธาของประชาชน ระบบเลือกตั้งมีส่วนช่วยได้นิดเดียว ถ้าศรัทธาประชาชนอยู่ที่ใคร เอาไม่อยู่หรอก อย่ากังวลเอาเวลาไปทำดีกับประชาชน แพ้ชนะชี้ขาดตรงนั้น ไม่ได้คิดว่าระบบหาร 100 จะทำให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ แต่ผลงานในอดีตและความทุกข์ยากของประชาชน ที่กำลังหาทางออกคิดถึงเรา ทำให้เราแลนด์สไลด์“สมคิด” ติพรรคเล็กดิ้นจนปั่นป่วนนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกคณะ กมธ. แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเลือกตั้ง 2 ฉบับ กล่าวว่า วันนี้มีหลายข่าวทำให้ประชาชนสับสน สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่าจะหารด้วย 100 หรือ 500 ขณะนี้ทุกร่างที่มีการเสนอเข้าไปในชั้นรับหลักการ มีหลักการเดียวกันคือหารด้วย 100 แต่ กมธ.เสียงข้างน้อยพยายามบอกว่าหารด้วย 100 ไม่ถูกต้อง พิจารณาเสร็จสิ้นแล้วจะเป็นตายร้ายดีก็หารด้วย 100 พรรคเล็กบอกเสียประโยชน์ คิดแบบนี้บ้านเมืองวุ่นวายไปหมด พรรคเล็กต้องทำตัวให้ใหญ่ขึ้น ไม่อย่างนั้นย้ายไปอยู่พรรคใหญ่ หากอยากเป็นผู้แทนฯอย่าดิ้นเอาสูตรหาร 500 นี่เป็นที่มาของการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้รัฐบาลที่เข้มแข็ง แก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ยืนยันว่าฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรค พท.และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) จะผนึกกำลังกันยืนยันว่าหารด้วย 100 หากมีเสียงไม่เห็นด้วย ไม่วิตกกังวล เป็นเรื่องของรัฐสภา หากวินิจฉัยกันแบบไม่มีเหตุผลก็ไม่ต้องมีรัฐสภาให้ผู้มีอำนาจเขียนกันเอง “นพดล” ย้ำทางเดียวต้องไปแก้ รธน.นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ความเห็นควรจะหารด้วย 500 ไม่ถึงกับไร้เหตุผล ต้องรอที่ประชุมรัฐสภาจะโหวตอย่างไร ถ้าจะกลับไปใช้การคำนวณแบบหาร 500 เช่นที่เคยใช้ในระบบจัดสรรปันส่วนผสมทำได้ แต่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ใช้บัตร 2 ใบและคำนวณ ส.ส. มาเป็นระบบสัดส่วนที่เคยใช้เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 40 และ ปี 50 อ่านรัฐธรรมนูญที่แก้ไขใหม่ยังไม่เห็นว่าจะกลับไปคำนวณ ส.ส.พึงมีหารด้วย 500 เช่นที่เคยกระทำในระบบจัดสรรปันส่วนผสมได้อย่างไร ในเมื่อระบบจัดสรรปันส่วนผสมถูกแทนที่โดยระบบสัดส่วนไปแล้ว โดยหลักกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะมีเนื้อหาขัดรัฐธรรมนูญไม่ได้ เนื้อหามาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญเขียนวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คนไว้ชัดเจน ไม่เปิดช่องให้ไปกำหนดวิธีคำนวณตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้ แม้ว่าวรรค 2 ของมาตรา 91 จะเปิดช่องให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญระบุเรื่องอื่นๆได้ แต่เป็นเรื่องที่มาตรา 91 กำหนดเรื่องไว้ ไม่รวมเรื่องการคำนวณที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ“ธีรัจชัย” เน้นควรให้รัฐสภาชี้ขาดนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคก้าวไกลนัดประชุมพรรควันที่ 5 ก.ค.พิจารณาสูตรคำนวณ ส.ส. ปัจจุบันมี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.สนับสนุนสูตรคำนวณให้ใช้ 500 คนหาค่าเฉลี่ยแทน 100 คน ดังนั้นพรรคต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่ก่อนจะมีการประชุมเพื่อขอมติพรรค เรายืนยันสูตรที่ใช้ 100 คนหาค่าเฉลี่ย ส.ส.ตามที่ ส.ส.ของพรรคเสนอคำแปรญัตติ ที่ผ่านมาจุดยืนของตนสนับสนุนและต่อสู้ให้ใช้สูตรคำนวณด้วย 500 คนหาค่าเฉลี่ย แต่มติพรรคออกมาเช่นไร ตนยอมรับปฏิบัติตาม เมื่อถามถึงมีการอ้างถึงเจตนา รมณ์รัฐธรรมนูญ เรื่อง ส.ส.พึงมี นายธีรัจชัยกล่าวว่า การตีความเชื่อว่าอาจมีคนส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ในตอนท้าย แต่ส่วนตัวควรให้การพิจารณาและตัดสินเป็นเรื่องของรัฐสภา เพราะประเด็น ส.ส.พึงมี ยังมีบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในมาตรา 93 และมาตรา 94 รัฐสภาควรเป็นผู้พิจารณาให้ชัดเจน เพื่อเป็นหลักของการเลือกตั้งในประเทศนี้กลุ่มหาร 500 ขนม็อบกดดันหน้าสภาเมื่อเวลา 10.40 น. ที่รัฐสภา นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ น.ส.พิมไหมทอง ศักดิพัฒโภคิน หัวหน้าพรรคชาติรุ่งเรืองและกลุ่มตัวแทนพรรคการเมืองกว่า 30 พรรค ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านเจ้าหน้าที่เลขาธิการสภาฯ แสดงความประสงค์ขอเข้าร่วมรับฟังและสังเกตการณ์ประชุม ร่วมรัฐสภาในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยพรรคการเมืองวันที่ 5-6 ก.ค. เนื่องจากการแก้ไขระบบเลือกตั้งในร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ จะส่งผลต่อพรรคเล็กทุกพรรค ขอให้ยึดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญตามหลักการปกครองในระบอบประชา ธิปไตย และขออนุญาตใช้สถานที่หน้าอาคารรัฐสภาจัดการชุมนุมสาธารณะ ขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงวันที่ 5-6 ก.ค. ประชาชนจำนวนมากเห็นด้วยกับการคำนวณบัญชีรายชื่อแบบหารด้วย 500 จึงต้องการมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเช่นกันพลังท้องถิ่นไทขอแหกมติวิป รบ.ขณะเดียวกันนายสาธุ อนุโมทามิ ประธานกลุ่มสามัคคีสร้างชาติ และคณะ ยื่นหนังสือถึงนาย ชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทเสนอใช้ สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยการใช้ 500 หาร ระบุสูตร 100 หารคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามข้อสรุป เสียงข้างมากของ กมธ. ไม่สอดคล้องขัดต่อเจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญ โดยนายชัชวาลล์กล่าวว่า พรรคพลังท้องถิ่นไทเห็นด้วยกับการใช้ 500 หาร หาจำนวน ส.ส.พึงมี และมองเห็นถึงอนาคตข้างหน้าอาจมีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น หากในสภาฯมีแต่พรรคขนาดใหญ่ ยืนยันจะลงมติสนับสนุนการหาร 500 ด้านนายโกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวว่า ได้ยื่นแปรญัตติหลายประเด็น หารือในวิปรัฐบาลว่า พรรคขอใช้เอกสิทธิ์ลงมติ ไม่จำเป็นต้องยึดมติวิปรัฐบาล เนื่องจากเห็นว่าเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ต้องการให้เสียงข้างมากในสภาฯมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ต้องการให้กลุ่มการเมืองมีความหลากหลายบริหารประเทศเป็นการถ่วงดุลที่สำคัญ พรรคยืนยันลงมติสนับสนุนใช้ 500 หารหาจำนวน ส.ส.พึงมีปชป.เสียงแตกส่อให้ฟรีโหวตเมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการ ประชุม ส.ส.พรรค โดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.พรรค ปชป. เป็นประธาน แต่มี ส.ส. เข้าร่วมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง จึงกลายเป็นเพียงวงหารือภายใน และนัดประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 5 ก.ค. ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี รอง โฆษกพรรค ปชป. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีการแสดง ความคิดเห็นถึงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ทั้งสูตรหาร 500 และหาร 100 โดยถกเถียงกัน ยังไม่ตกผลึก ประกอบกับ ส.ส.มาร่วมประชุมกันจำนวนน้อย ที่ประชุมจึงมีมติให้เลื่อนไปประชุมในวันที่ 5 ก.ค. เวลา 13.00 น. แต่แนวโน้มของพรรค อาจมีมติให้ฟรีโหวต เนื่องจากความเห็นออกมาทั้ง 2 สูตร ขัดรัฐธรรมนูญอยู่ดี ไม่ว่าหาร 100 ขัดมาตรา 93 และ 94 เพราะยังมี ส.ส.พึงมีอยู่ หาร 500 ขัดมาตรา 91 และ 86 ที่ประชุมเห็นว่าถ้าเช่นนั้นต้องดูเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเป็นหลักฉะไร้สาระซักฟอกเมียนมาล้ำน่านฟ้าส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล วันเดียวกัน นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลเตรียมความพร้อมหมดแล้ว ครม.พร้อมมาก เราไม่มีองครักษ์พิทักษ์ นายกฯและรัฐมนตรี แต่เป็นทีมปราบมารฟอร์มทีม เรียบร้อยมั่นใจ คำว่าองครักษ์พิทักษ์หมายความว่า คนที่เราต้องไปพิทักษ์ทำผิดหรือหลบลี้หนีภัย แต่กรณีนี้ไม่ใช่ ส่วนที่ฝ่ายค้านยังคงยืนยันกรอบเวลา อภิปราย 5 วัน การอภิปรายที่ผ่านมาไม่ว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 66 และการอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เนื้อหาสาระจริงๆไม่มีประเด็นอะไร ประเด็น หลักๆ หรือการทุจริตยังไม่มีอะไร พอมีเครื่องบินรบ เมียนมาบินโฉบเข้ามาในฝั่งไทยก็ตะครุบให้เป็นประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดูไร้สาระมาก ทำเรื่องราว ให้ประเทศวุ่นวาย ประชาชนสับสนหวาดกลัว เรื่องระหว่างประเทศ ทางการทูตต้องประท้วงไปตามหลักการ พูดคุยกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องที่รัฐบาลทำผิดเสียหายมากมาย จะให้รบกับประเทศเพื่อนบ้านหรืออย่างไร ไร้สาระและแย่มากๆ ทำลายความมั่นคงประเทศอย่างหนึ่ง น่าจะผิดกฎหมายอาญาหรือไม่ “สันติ” เมินฝ่ายค้านขู่เด็ดหัว รมต.นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะ เลขาธิการพรรค พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ต้องเตรียมตัวอะไร เป็นเรื่อง ของเจ้าหน้าที่ เราเป็นรัฐมนตรีแค่กำกับ และกำชับไว้ ตั้งแต่ต้นว่าการดำเนินงานทุกอย่าง ต้องทำตาม กฎหมาย ระเบียบ ขั้นตอน ที่สำคัญต้องไม่ให้รัฐเสียประโยชน์ และต้องได้ประโยชน์สูงสุด เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านประกาศ มีกลยุทธ์ไว้เด็ดหัวรัฐมนตรีในการอภิปรายครั้งนี้ ไม่กังวลใช่หรือไม่ นายสันติกล่าวว่า เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดโวกระแส พปชร.ยังดีทุกพื้นที่นายสันติกล่าวอีกว่า ส่วนการลงพื้นที่โรดโชว์พรรค พปชร.ที่ จ.ชลบุรี วันที่ 10 ก.ค. หากจังหวัดไหนและภาคใดพร้อม จะเริ่มทำทันที หัวหน้าพรรคระบุว่าถ้าไม่ติดภารกิจจะไปร่วมเกือบทุกงาน เมื่อถามว่าปรากฏการณ์ชัชชาติฟีเวอร์ ทำให้หัวหน้าพรรคต้องลงพื้นที่เรียกคะแนนเสียงด้วยตัวเองหรือไม่ นายสันติตอบว่า สื่อตีข่าวไปอย่างนั้นเอง กระแสพรรค พปชร.ยังดีอยู่ ดีมากในทุกพื้นที่ ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า ถ้าเขาให้ไปตนก็ไปนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.พรรค พปชร. กล่าวว่า โรดโชว์ “พลังประชารัฐ พลังเพื่อชาติไทย” วันที่ 10 ก.ค. ที่ศาลากลาง จ.ชลบุรี เริ่มเวลา 17.00 น. หัวหน้าพรรค พปชร.จะพูดคุยและขึ้นเวทีปราศรัยกับพี่น้องชาวชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงผู้นำท้องถิ่น จากนั้นรัฐมนตรีและ ส.ส.พื้นที่ขึ้นเวทีพูดถึงผลงาน 3 ปีที่ผ่านมาที่พรรค พปชร.เป็นแกนหลักจัดตั้งรัฐบาล ทั้งการบริหารจัดการน้ำ การส่งออกและอุตสาหกรรม การแก้ไขปัญหาแรงงาน และอนาคตจะทำอะไร ไม่ใช่อย่างที่ข่าวออกว่า เราไม่ได้ทำอะไร เวทีต่อไปจัดที่ จ.เพชรบุรีพท.ท่องคาถาซักฟอกขอ 5 วันนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านกล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าวันเวลาอภิปรายที่เหมาะสมคือ 5 บวก 1 อย่างมากล้นไปวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่ชนวาระอื่น ถ้าเรามาทำงานเพิ่มขึ้น รัฐบาลกลับจะได้รับคำชม มาปิดกั้นให้อภิปรายฯ 4 วัน ไม่มีเหตุผล ยืนยันไม่อภิปรายฯแบบลมโชย หากจบได้เร็วเราก็จบ ไม่แน่อาจใช้เวลา 3-4 วันก็ได้ รัฐบาลไม่น่ามีเหตุผลอะไรมาบีบเป็น 3 วันหรือ 4 วัน ประชุมวิป 3 ฝ่าย วันที่ 6 ก.ค. จะเสนอก่อนว่าจะอภิปรายฯ 5 วัน ถ้ายอมไม่ได้ก็ใช้ข้อบังคับแทน ตราบใดที่อภิปรายไม่ครบ 11 คนก็ปิดการประชุมไม่ได้ ลองดูสักที ชวนรัฐบาลใช้ข้อบังคับสักที ไม่ต้องตกลง ไม่มีปัญหาอะไร มีแนวเคยปฏิบัติมาอยู่แล้ว ทุกคนรู้อยู่แล้วในประเพณีปฏิบัติ คงไม่มีใครออกนอกลู่นอกรอยก.ก.ตะเพิด “บิ๊กตู่-เฮ้ง” หนีกระทู้ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ได้ยื่นกระทู้ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กรณีความคืบหน้าการแก้ปัญหาการจ้างเหมาบริการของพนักงานในหน่วยงานของรัฐประมาณ 7 แสนคน ที่ถูกจ้างงานแบบรายวัน บางครั้งต่ำกว่าวุฒิการศึกษา ไม่มีสวัสดิการ สภาพต่ำกว่าการจ้างงานของคนทั่วไปตามกฎหมายแรงงานมาก ปรากฏว่า นายกฯมอบหมายให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ตอบกระทู้แทน แต่ รมว.แรงงานแจ้งว่าติดภารกิจ อ้างงานที่ไปในช่วงเช้า ปฏิเสธการตอบกระทู้ช่วงบ่าย ตนไม่ซีเรียสที่เลื่อนตอบเป็นวันที่ 4 ส.ค. แต่ถ้ามาตอบแบบไม่มีอะไรเลย ควรรับผิดชอบ ถ้าตอบไม่ได้ก็ลาออกไปทั้งคู่ จะดูว่าผิดมาตรฐานจริยธรรมด้วยหรือไม่ เพราะไม่ได้ติดภารกิจจริงนายกฯฉุนลั่นเอเปกใครจะทำก็ทำเมื่อเวลา 10.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปก ว่า ประชุมไปหลายส่วนแล้ว เดินเป็นขั้นๆ มี 180 กว่าการประชุมกว่าจะถึงการประชุมใหญ่ เดินหน้าไปแล้วหลายกระทรวง นำร่องโดยกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ใช่อยู่ๆจะมาประชุม ต้องมีสารัตถะที่จะมาพูดกัน เพื่อให้เกิดการลงนามและแถลงการณ์ร่วม เมื่อถามว่าจะอยู่จนถึงเป็นเจ้าภาพจัดเอเปกใช่หรือไม่ เพราะมีการมองว่าอาจมีประเด็นวาระดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ เดินออกจากโพเดียมพร้อมกล่าวเพียงสั้นๆว่า “ก็แล้วแต่ ใครจะทำก็ทำเถอะ” ถ้าไม่อยู่หาคนอื่นมาทำให้ดีกว่าต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมวิจิตรวาทการ ชั้น 3 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2565 แบบเต็มคณะทั้งกระทรวงด้านความมั่นคงและกระทรวงด้านเศรษฐกิจ อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เข้าร่วมนานกว่า 3 ชั่วโมง ภายหลังการประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ยังมีกำลังใจที่จะสู้ต่อหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “ผมไม่เคยท้อแท้อยู่แล้ว ถ้าอยู่ต่อก็ทำให้ ถ้าไม่อยู่ก็หาคนอื่นมาทำกันเอง ทำให้ดีกว่าก็แล้วกัน ประชาชนจับตาดูอยู่แล้ว”“วิษณุ” ท้ายื่นตีความวาระ 8 ปีได้แล้วนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า กรณีวาระดำรงตำแหน่งของนายกฯ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่จะครบวันที่ 23 ส.ค. เคยพูดแล้วใครสงสัยควรเข้าชื่อกันยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่รัฐบาลไม่ยื่นเอง อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยไว้อย่างไร เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเกรงว่าหากยื่นเรื่องไปไม่ครบองค์ประกอบจะถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตก นายวิษณุตอบว่า ยื่นอีกได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อถามว่าควรยื่นก่อนวันที่ 23 ส.ค. หรือหลังวันที่ 24 ส.ค. นายวิษณุตอบว่า เมื่อไหร่ก็ได้ บัดนี้เข้าเขตยื่นได้แล้ว เห็นพูดกันจัง เพราะตอนยื่นจริงอาจยังไม่ใกล้วันที่ 22-23 ส.ค.กว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคงจะเลยไปแล้ว ศาลคงไม่มาบอกว่าตอนยื่นไม่เข้าเขต เมื่อถามว่าครบ 8 ปีของนายกฯหากนับตั้งแต่ปี 57 จริงจะครบในวันที่ 23 ส.ค.ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า จำไม่ได้ ไม่ทราบก้าวหน้ายื่นแก้ ม.14 ปลดล็อกท้องถิ่นเมื่อเวลา 10.30 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แถลงข่าวปิดแคมเปญ “ขอคนละชื่อ ปลดล็อกท้องถิ่น” ณรงค์เข้าชื่อประชาชนเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่นว่า แคมเปญเริ่มรับรายชื่อวันที่ 1 เม.ย.ปิดวันที่ 30 มิ.ย. รวม 90 วัน มีรายชื่อที่ส่งมารวม 83,815 รายชื่อ ตรวจสอบแล้วเหลือ 80,772 รายชื่อ วันที่ 11 ก.ค.จะไปยื่นต่อประธานรัฐสภา หลักการสำคัญ อาทิ ปลดล็อกความซ้ำซ้อนระหว่าง อปท.กับส่วนภูมิภาครวมถึงส่วนกลาง ปลดล็อกการเพิ่มอำนาจให้ประชาชน เสนอทำประชามติในวาระสำคัญของท้องถิ่น การถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น เป็นต้น ถ้าทำสำเร็จประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หวังอย่างยิ่งว่าจะทันสมัยการประชุมต่อไปเดือน พ.ย. ขอเรียกร้อง ส.ส.และ ส.ว.โหวตรับร่างฉบับนี้พท.เปิดตัว 30 ว่าที่ ส.ส.ยึดภาคเหนือเมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.)แกนนำพรรค พท. อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่และประธานโซนภาคเหนือตอนบน นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ฐานะประธาน ส.ส.พรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือตอนบนรวม 30 คน โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า พรรคเตรียมพร้อมคัดสรรว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 6 โซน เราพร้อมอยู่แล้ว เหตุการณ์บ้านเมืองไม่แน่นอน จะพลิกโฉมเมื่อไรไม่ทราบ จึงอยากแถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตอนบน เบื้องต้น 30 คนจาก 36 คน แต่ละท่านดูแลพื้นที่มาโดยตลอดด้าน นพ.ชลน่านกล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัครที่เหลือกำลังพิจารณา มั่นใจว่าเป้าหมายแลนด์สไลด์ทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพราะเป็นพื้นที่เข้มแข็งของพรรคมาตลอด บ้านใหญ่อย่างตระกูลจงสุทธามณีทำงานร่วมกันมานาน ไม่มีบ้านใหญ่บ้านเล็กในภาคเหนือ ที่สลับเราตัดสินใจอย่างยิ่งใหญ่ โดยสลับเอานายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม มาเขต 1 ให้ น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ย้ายไปเขต 3 เป็นเขต อ.สันกำแพง เราต้องการ ส.ส.เชียงใหม่ยกทั้งจังหวัดฟุ้งแลนด์สไลด์แต่ หน.พรรคไม่ทิ้งเขตผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยพื้นที่ภาคเหนือตอนบนในเบื้องต้นที่น่าสนใจ แม้พรรคเพื่อไทยจะมั่นใจจะชนะแบบแลนด์สไลด์ แต่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังคงลงสมัคร ส.ส.น่านเขต 2 พื้นที่เดิม ขณะที่ จ.เชียงใหม่มีการสลับนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เขต 3 มาเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 แทน น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เขต 1 ที่ไปเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 แทน ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เขต 6 มาเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 5 แทนนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เขต 5 ที่คาดว่าจะขยับไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ขณะที่ จ.แพร่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ว่าที่ผู้สมัครเขต 1 และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 กลับมาลงสมัครพรรคเพื่อไทยหลังจากเลือกตั้งครั้งก่อนย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติ จ.เชียงราย ร.ต.อ.ธนรัช จงสุทธานามณี บุตรชายนางรัตนา จงสุทธานามณี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พปชร.ครั้งที่ผ่านมา เป็นว่าที่ผู้สมัครเขต 1 น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 แทนนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย เขต 3