ข่าว
100 year

มาเรียมตายสลด ผ่าเจอพลาสติก อุดตันลำไส้ (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์18 ส.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

111 วันสุดยื้อ สตัฟฟ์ซากไว้ศึกษาเรียนรู้

พะยูนกำพร้า “มาเรียม” ช็อกตายอย่างน่าสลดใจ หลังสัญญาณชีพหาย ต้องนำขึ้นมาปั๊มหัวใจจนกะพริบตา เพียงครู่เดียวอาการทรุดอีก แต่คราวนี้ยื้อชีวิตไม่ไหว ทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตรซากถึงผงะพบเศษพลาสติก 8 ชิ้น อุดตันลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เกิดการสะสมของแก๊สในทางเดินอาหาร มีการติดเชื้อในกระแสโลหิต ก่อให้เกิดความเจ็บปวดจนช็อก รมว.ทส.สั่งสตัฟฟ์ซากพะยูนน้อยเพื่อการศึกษาเรียนรู้และอนุรักษ์ ประกาศเร่งดำเนินการลดปริมาณขยะทะเล และทำแผนอนุรักษ์พะยูน

สุดสลดพะยูนน้อย “มาเรียม” ช็อกตายสังเวยความชุ่ยของมนุษย์ พบเศษพลาสติกอุดตันขวางลำไส้กลายเป็นต้นตอลิดรอนชีวิตสัตว์ทะเลหายากอย่างน่าเสียดาย โดยเมื่อเวลา 00.49 น. วันที่ 17 ส.ค. เว็บเพจกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) แจ้งข่าวร้ายว่า “น้องมาเรียม พะยูนน้อย เพศเมียได้จากพวกเราไปแล้ว ทีมสัตวแพทย์พบว่าน้องมาเรียมหยุดหายใจ และไม่เจอชีพจร จึงรีบนำขึ้นจากน้ำรอบแรก กระตุ้นหายใจ พบมีการตอบสนอง ดวงตายังตอบสนอง จึงเอาลงบ่อ จากนั้นตรวจชีพจรซ้ำ แต่ไม่เจอชีพจรอีก จึงฉีดยาช่วยชีวิต และเอาขึ้น จากบ่อรอบที่ 2 จนกระทั่งเวลา 00.09 น. น้องได้จากไปอย่างสงบแล้วครับ”

ต่อมาเวลา 01.00 น. นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์หมู่เกาะลิบง จ.ตรัง และทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่นำซากน้องมาเรียมเดินทางจากอ่าวดุหยง หมู่ 4 บ้านเขาบาตู ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง สถานที่ฟื้นฟูดูแลรักษาอาการมาเรียมขึ้นฝั่งมายังท่าเทียบเรือหาดยาว นำซากไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง

ต่อมาทีมสัตวแพทย์ 10 คน จาก ทช. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กองทัพเรือ และ มทร.ศรีวิชัย ตรัง ร่วมรายงานผลการชันสูตรหาสาเหตุการตายของน้องมาเรียมว่า สาเหตุมาจากการช็อก นอกจากนี้ยังพบเศษพลาสติกเล็กๆหลายชิ้นขวางลำไส้ จนมีอาการอุดตันบางส่วนและอักเสบ ทำให้มีแก๊สสะสมอยู่เต็มทางเดินอาหาร มีการติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดเป็นหนอง ช่วงแรกของการรักษา สามารถลดการติดเชื้อในระบบหายใจลงได้บางส่วน แต่ในทางเดินอาหารที่มีขยะพลาสติกนั้น ไม่สามารถรักษาได้ จึงลุกลามไปจนช็อก และทำให้พะยูนมาเรียมตายในที่สุด

นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์หมู่เกาะลิบง เปิดเผยว่า เจอพะยูนน้อยมาเรียมเมื่อ 26 เม.ย. ที่ท่าเรือบ่อม่วง จ.กระบี่ พามาปล่อยที่แหลมจุโหย เกาะลิบง แหล่งหญ้าทะเลสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 เม.ย. มาเรียมมีอาการผิดปกติมาแต่เมื่อวานมีอาการป่วย อิดโรย ดำน้ำไม่ได้ ปฏิเสธนมและไม่กินหญ้าทะเล นำมาไว้ในบ่อผ้าใบเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิดกระทั่งห้าทุ่มวันเดียวกันมาเรียมเกิดอาการช็อก ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการช่วยเหลือปั๊มหัวใจอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ไม่สามารถยื้อไว้ได้

หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์หมู่เกาะลิบง กล่าวต่อว่าตลอดเวลา 111 วัน ที่มาเรียมอยู่กับเรา ทีมเจ้าหน้าที่ ทีมสัตวแพทย์ซึ่งใกล้ชิดที่สุดเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทีมทหารเรือมาช่วยพร้อมทีมแพทย์จากหลายสถาบัน ทุกคนมีความผูกพันต่อมาเรียมเหมือนญาติ เหมือนลูก ต่างมีความเสียใจเป็นอย่างมาก คิดว่าคนไทยที่ติดตามมาเรียมมีความรู้สึกเหมือนกับเรา และนับเป็นประวัติศาสตร์ที่มนุษย์เข้าไปช่วยดูแลลูกพะยูนกำพร้าแม่ในทะเลแบบธรรมชาติ และต้องขอขอบคุณทุกๆฝ่าย โดยเฉพาะผู้นำท้องถิ่นพี่น้องชาวเกาะลิบงที่ใกล้ชิดกับมาเรียม ทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชน และพี่น้องชาวไทยที่ติดตามทางโซเชียลที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และร่วมแสดงความเสียใจกับการสูญเสียที่เกิดขึ้น

ขณะที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดี ทช. กล่าวว่าทุกคนเศร้าเสียใจกับการสูญเสียครั้งนี้ แต่สิ่งที่ตอกย้ำให้ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน ถ้าจะอนุรักษ์ให้สัตว์ทะเลหายากยังคงอยู่กับเราต่อไป ทุกภาคส่วน ทุกคน ต้องช่วยกันเรื่องขยะทะเล มาเรียมเป็นทูตสันถวไมตรีช่วยให้มนุษย์มีโอกาสใกล้ชิดและเข้าใจความต้องการของสัตว์ทะเลหายากอย่างพะยูนมากยิ่งขึ้น เป็นเหมือนคนในครอบครัว และสมาชิกของชุมชน เป็นความผูกพันระหว่างพะยูนและคนไทยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หวังว่าเรื่องนี้จะจุดประกายครั้งสำคัญให้เกิดการจัดการอนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเลอันเป็นบ้านของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดในประเทศที่เหลืออยู่อย่างเข้มแข็งจริงจัง เพื่อให้ชุมชนและพะยูนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

บ่ายวันเดียวกัน ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.แถลงเรื่องการตายของพะยูนน้อยมาเรียมว่า รู้สึกเศร้าใจเมื่อรู้ว่ามีขยะพลาสติกอุดตันอยู่ที่ลำไส้ ซึ่งไม่มีใครคาดเดาเรื่องนี้มาก่อนกระทั่งผ่าพิสูจน์ซากออกมา และนำเรื่องนี้มาเป็นอุทาหรณ์ เมื่อจะทิ้งขยะแต่ละชิ้นไม่เฉพาะแต่ทิ้งลงน้ำลงทะเลแต่ในทุกที่ว่า ขยะชิ้นเล็กๆทำให้เกิดเหตุสะเทือนใจทั่วประเทศได้ เช่นกรณีของมาเรียมน้อย
ด้านนางนันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงอาการมาเรียมว่า เวลา 23.30 น. วันที่ 16 ส.ค. มาเรียมมีอาการลอยนิ่ง ไม่สามารถทรงตัวในน้ำ ทีมสัตวแพทย์ตรวจไม่พบชีพจรและการตอบสนอง รีบทำการกู้ชีพและกระตุ้นการหายใจ โดยกระทำเหนือน้ำ จนเริ่มตอบสนองโดยกะพริบตา และตอบสนองต่อการสัมผัสได้ นำมาเรียมลงประคองในน้ำ แต่สัญญาณชีพได้หายไปอีกครั้งเวลา 23.45 น. ต้องทำการกู้ชีพด้วยยากระตุ้นหัวใจ ยากระตุ้นการหายใจ การใช้สารน้ำ แต่ไม่สามารถกู้ชีพกลับมาได้ ตัดสินว่ามาเรียมตายเวลา 00.09 น.ของวันที่ 17 ส.ค.

สำหรับผลการชันสูตรซากหาสาเหตุการตาย สภาพภายนอกพบรอยขูดขีดทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณแพนหาง ตำแหน่งใกล้เคียงกันพบจ้ำเลือดขนาด 2-3 เซนติเมตร สอดคล้องกับผลเลือด สภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ภายในช่องปากพบแผลในปากจำนวนหนึ่ง ส่วนของอวัยวะภายในพบว่ากล้ามเนื้อมีสีซีดกว่าปกติมาก เนื่องจากมาเรียมใช้พลังงานต่อวันเท่าเดิมในทุกวัน แต่ไม่สามารถรับอาหารได้ มีการย่อยสลายส่วนของกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงาน รวมทั้งภาวะทุพโภชนาการ ทำให้เกิดภาวะเลือดจาง โปรตีนในเลือดต่ำ และการติดเชื้อในช่องอกและทางเดินหายใจ ปอดมีสีซีดและเกิดการโป่งพอง เกิดก้อนหนองแทรกตามเนื้อปอด ตับมีสีเหลืองเนื่องจากการไม่รับอาหารมาเป็นเวลานาน มีจุดเนื้อตายและหนองบนตับ หัวใจพบเลือดเล็กน้อย และบีบตัวแข็งจากการเกิดสภาวะช็อก

ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ กล่าวต่อว่า ส่วนของระบบทางเดินอาหารมีการสะสมของแก๊สจำนวนมากตามทางเดินอาหาร คาดว่ามาจากการที่กระเพาะอาหารมีการเคลื่อนตัวและบีบตัวลดลง ตลอดลำไส้เล็กอักเสบพบจุดเนื้อตายสีขาว และพบมีการหนาตัวและมีเนื้อตายเคลือบด้านในของผนังลำไส้ และพบขยะประเภทเศษถุงพลาสติกจำนวน 8 ชิ้นอัดแน่นกันอยู่ในลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทั้งนี้ เนื่องจากมาเรียมมีสภาวะขาดน้ำที่รุนแรง ทำให้ส่งผลต่อการบีบตัวของทางเดินอาหารลดลงหรือไม่เคลื่อนที่ ทำให้เกิดการสะสมของแก๊สในทางเดินอาหาร ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก ทำให้เกิดสภาวะช็อกเนื่องจากความเจ็บปวดและตายลงทันที ส่วนรอยช้ำของกล้ามเนื้อที่บริเวณช่องท้องและผนังช่องท้องด้านใน คาดว่าเกิดจากการกระแทกของพะยูนตัวผู้

นายวราวุธกล่าวต่ออีกว่า ในนามกระทรวงทรัพยากรฯ ขอกราบพระบาทสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในพระมหา กรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยพะยูนซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก และทรงรับไว้ในโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทยในพระดำริ และทรงพระราชทานกำลังใจให้กับทีมงานที่ดูแลพะยูนตลอดมา ทาง ทส.ได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำซากมาเรียมมาสตัฟฟ์เพื่อเป็นโยชน์ในการศึกษาเรียนรู้และการอนุรักษ์ต่อไป พร้อมกันนี้ ทส.จะเร่งรัดการดำเนินการตามแผนการลดปริมาณขยะทะเล และจะจัดทำแผนอนุรักษ์พะยูนของประเทศไทย รวมทั้งถอดบทเรียนเพื่อให้เป็น “มาเรียมโปรเจกต์” เพื่อประโยชน์ในการดูแลพะยูน เพื่อนำไปเป็นแนวทางสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการประชุมพะยูนโลกที่จะจัดในปีหน้าต่อไป

ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศหลายสำนัก รวมทั้งสำนักข่าวเอพีและเอเอฟพี ต่างรายงานการตายของลูกพะยูนน้อย “มาเรียม” อายุ 8 เดือน ซึ่งเป็นขวัญใจของชาวไทยไปทั่วโลก โดยระบุว่าผลชันสูตรซากมาเรียมพบว่าตายจากอาการช็อกและมีเศษถุงพลาสติกที่กินเข้าไปและไม่ย่อยสลายอุดตันในทางเดินอาหาร ข่าวการตายของมาเรียมยังถูกส่งต่อกันทางโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย และผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากพากันโพสต์ข้อความแสดงความเสียใจและไว้อาลัยล้นหลาม

เอพีรายงานด้วยว่า มาเรียม ลูกพะยูนเพศเมียเป็นสัตว์น้ำเลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ ถูกพบว่ายมาเกยชายฝั่งภาคใต้ของไทยเมื่อหลายเดือนก่อนภาพข่าวและวิดีโอที่นักชีววิทยาโอบกอดและให้นมกับหญ้าทะเลแก่มาเรียม รวมทั้งสัตวแพทย์และอาสาสมัครใช้เรือแคนูพายไปให้อาหารและตรวจเช็กสุขภาพมาเรียมในทะเลถึง 15 ครั้งต่อวันถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์แบบเรียลไทม์ ทำให้มาเรียมโด่งดังกลายเป็นขวัญใจของชาวไทย การตายของมาเรียมยังจุดกระแสให้ชาวไทยและชาวโลกตระหนักถึงพิษภัยของขยะพลาสติกที่สะสมในท้องทะเลอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาเรียมพะยูนเสียชีวิตขยะพลาสติกกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตรังข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้