วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จุดจบ “ไอ้สัตว์ป่า” เจ้าพ่อเหนือเจ้าพ่อ

รับกรรม–ซัลวาตอเร “โตโต” รีนา หัวหน้าแก๊งมาเฟียโคซา นอสตรา แห่งซิซิลี ฉายา “ไอ้สัตว์ป่า” ถูกนำตัวไปขึ้นศาลที่เมืองโบโลญญา เมื่อ 16 ม.ค.2539 ก่อนถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตถึง 26 รอบ (เอพี)

เป็นข่าวใหญ่ในวงการอาชญากรโลก เมื่อ ซัลวาตอเร “โตโต” รีนา หัวหน้าแก๊งมาเฟีย “โคซา นอสตรา” หรือแก๊ง “ปลาหมึกยักษ์” (Octopus) ผู้อื้อฉาวแห่งเกาะซิซิลีในอิตาลี ฉายา “เจ้าพ่อเหนือเจ้าพ่อ” (Boss of Bosses) และ “ไอ้สัตว์ป่า” (The Beast) เสียชีวิตเมื่อ 17 พ.ย. 1 วันหลังวันคล้ายวันเกิด 87 ปี

รีนาซึ่งกำลังรับโทษจำคุกตลอดชีวิตถึง 26 รอบ สิ้นลมหลังถูกส่งตัวจากเรือนจำไปรักษาอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่โรงพยาบาลในเมืองปาร์มาทางภาคเหนืออิตาลี และแพทย์วางยาให้เข้าสู่ภาวะ “โคม่า” หลังการผ่าตัด 2 รอบ ซึ่งแม้ทางการจะอนุญาตให้สมาชิกครอบครัวไปดูใจแต่ก็ไม่ทัน จึงตายอย่างโดดเดี่ยว

ฉายาต่างๆนานาที่รีนาได้มา บ่งบอกถึงตัวตนสุดชั่วชาติโหดร้ายเลวทราม เพราะเชื่อว่าเขาบงการฆ่าผู้คนเป็นผักปลากว่า 150 ราย ทั้งศัตรูในแก๊งมาเฟียด้วยกัน ไปจนถึงตำรวจ อัยการ และผู้พิพากษา

คดีที่โด่งดังที่สุดคือ การลอบสังหารผู้พิพากษานักต่อสู้มาเฟียชื่อดัง 2 คนในปี 2535 คือ จิโอวานนี ฟัลโคเน และ เปาโล บอร์เซลลิโน ผู้ไล่ล่าจับกุมพวกมาเฟียมาดำเนินคดีได้กว่า 300 คน ในปี 2530 การลอบสังหาร “ท่านเปา” 2 คน ในเวลาห่างกันแค่ 2 เดือน จุดกระแสโกรธแค้นในหมู่ชาวอิตาลีรุนแรงจนออกมาเดินขบวนต่อต้านมาเฟียครั้งใหญ่ บีบให้เจ้าหน้าที่รัฐเปิดสงครามกับแก๊งมาเฟีย กวาดจับ “เจ้าพ่อ” มาเฟียหลายร้อยคน มีการออกกฎหมายพิเศษต่อต้านมาเฟีย รวมทั้งให้แยก “ขังเดี่ยว” มาเฟียตัวบิ๊กๆที่จับได้

คดีสุดโหดอีกคดีคือ รีนาสั่งสมุนไปลักพาตัวเด็กชายวัยแค่ 13 ขวบ หวังปิดปากไม่ให้บิดาของเด็กเปิดเผยความลับของแก๊งโคซา นอสตรา และเด็กถูกฆ่ารัดคอก่อนใช้น้ำกรดละลายศพอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์

รีนาเป็นลูกชายของชาวนาผู้ยากจน เกิดที่เมือง “คอร์เลโอเน” เขตหุบเขาทางตอนกลางเกาะซิซิลี เมืองเล็กๆนี้ถูก “มาริโอ พูโซ” นักเขียนชื่อดัง นำมาเป็นฉากหลังในนวนิยายชื่อก้องโลก “เธอะ ก็อดฟาเธอร์” ก่อนที่รีนาจะไต่เต้าขึ้นมาเป็นผู้นำแก๊งมาเฟียหลายปี จากนั้นก็ถูกนำมาสร้างภาพยนตร์ไตรภาค มี “ฟรานซิส ฟอร์ด ค็อปโปลา” เป็นผู้กำกับ กลายเป็นหนังมาเฟียในตำนานและโกยเงินถล่มทลายทั่วโลก

บิดาและน้องชายของรีนาเสียชีวิตขณะแกะเอาดินปืนจากลูกระเบิดของสหรัฐอเมริกาที่ยังไม่ระเบิดในปี 2486 เมื่ออายุ 19 ปี รีนาก็ฆ่าคนเป็นครั้งแรกก่อนเข้าไปเป็นลูกน้องของ “ลูเซียโน เลกจิโอ” หัวหน้าแก๊งมาเฟียเมืองคอร์เลโอเน และไต่เต้าขึ้นมาเรื่อยๆ จนได้เป็นหัวหน้าใหญ่แก๊ง “โคซา นอสตรา” ที่มีเครือข่ายทั่วเกาะซิซิลีในที่สุด

รีนาขึ้นมาเป็นใหญ่ได้โดยใช้กลยุทธ์ “เสี้ยม” ให้หัวหน้าแก๊งมาเฟียอื่นๆที่เป็นคู่อริกันเข่นฆ่ากันเองในช่วงทศวรรษ 1970 ขณะที่ตัวเอง “นั่งบนภู ดูเสือกัดกัน” รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์

ต่อมารีนาถูกจับในข้อหาพัวพันแก๊งมาเฟีย และหลังพ้นโทษจำคุก 5 ปี ทางการก็สั่งให้เขาออกไปจากเกาะซิซิลี ทำให้ต้องหลบหนีเป็นมนุษย์ล่องหนตั้งแต่ปี 2512 แต่ยังคงกบดานอยู่ที่เกาะซิซิลี โดยระหว่างการหลบหนีถึง 23 ปี ภาพถ่ายของเขาที่เจ้าหน้าที่มีอยู่มีอายุเก่าแก่กว่า 30 ปี จึงแทบไม่รู้ว่าหน้าตาปัจจุบันเป็นยังไง

มาเฟียแปรพักตร์บางคนเผยว่า ขณะหลบหนี รีนายังเคลื่อนไหวได้อิสรเสรี ลอบบงการแก๊งโคซา นอสตรา จากที่ซ่อนในเมืองปาเลอร์โม เมืองเอกของเกาะซิซิลี และในปี 2530 เขาถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเป็นครั้งแรกขณะหลบหนี แต่ก็ยังบงการเครือข่ายค้ายาเสพติด สั่งฆ่าศัตรูคู่อริและเจ้าหน้าที่รัฐอีกมากมาย

ต่อมารีนาถูกศาลทยอยตัดสินจำคุกตลอดชีวิตอีก 25 รอบ หลังสมาชิกแก๊งโคซา นอสตราคนหนึ่งแปรพักตร์มาเป็นพยานปรักปรำเขาในศาล ซึ่งรีนาก็ตอบโต้สุดโหดเหี้ยม ส่งลูกน้องไปฆ่าญาติพี่น้องของผู้ทรยศคนนั้นถึง 11 ศพรวด แต่สุดท้ายก็หนีไม่รอด เมื่อตำรวจซึ่งได้ข้อมูลเบาะแสจากผู้แปรพักตร์และแก๊งมาเฟียคู่อริ สามารถระบุที่ซ่อนตัวและดักสกัดรถยนต์ของรีนาที่สี่แยกในเมืองปาเลอร์โมและจับกุมเขาได้

หลังถูกจับรีนายิ่งคั่งแค้น มีคำสั่งลับให้ลูกน้องลอบวางระเบิดหลายระลอกในกรุงโรม เมืองมิลานและฟลอเรนซ์ มีผู้เสียชีวิตถึง 10 ศพ ขณะอยู่ในคุกก็ไม่มีท่าทีสำนึกผิดใดๆ เมื่อต้นปีนี้ เจ้าหน้าที่ดักฟังการสนทนาของรีนาได้ว่า เขาไม่เสียใจอะไรเลยในสิ่งที่ทำลงไป และจะไม่ยอมแพ้แม้ถูกตัดสินจำคุกถึง 3,000 ปี!

ผู้เชี่ยวชาญแก๊งมาเฟียชี้ว่า แม้การตายของรีนาและเบอร์นาร์โด โปรเวนซาโน เจ้าพ่อมาเฟียอีกคน จะทำให้แก๊งโคซา นอสตรา ที่แทรกซึมอยู่ทั่วทุกองคาพยพในอิตาลีอ่อนแอลง แต่ยังไม่แตกดับ และอาจ “กลายพันธุ์” แทรกซึมเข้าไปมีอิทธิพลทางการเมืองมากขึ้น อีกทั้งแมททีโอ เมสซินา เดนาโร หัวหน้าแก๊งคนสุดท้ายยังลอยนวล

นอกจากนี้ ยังมีแก๊งมาเฟียใหญ่อีก 2 แก๊งผงาดขึ้นมาแทนที่ คือแก๊ง “คามอร์รา” ในเมืองเนเปิลส์ และแก๊ง “เอ็นดรังเกตา” ในเมืองคาลาเบรีย และหลังยุค “สงครามมาเฟียครั้งที่ 2” ช่วงต้นทศวรรษ 1980 ยังมีสมาชิกแก๊งโคซา นอสตรา ที่ไม่ลงรอยกัน แยกตัวไปตั้งแก๊งใหม่ ที่เรียกว่า “สติดดา” ด้วย

รีนากุมความลับของบรรดาแก๊งมาเฟียไว้เยอะมาก แต่แทบไม่ยอมเปิดปากบอกเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อเขาตายไปก็เท่ากับนำความลับเหล่านั้น “ลงโลง” ไปด้วย!

บวร โทศรีแก้ว