ผู้ว่าฯชัชชาติวิ่งจ๊อกกิ้งจากทองหล่อลุยตรวจถนนทรุดใกล้วงเวียนใหญ่ เหตุน้ำรั่วเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ สั่งรื้อสะพานลอยคนข้ามถนนเพื่อลดแรงกดทับ และสามารถนำเครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าไปเร่งทำงานในพื้นที่ พร้อมทั้งอัดซีเมนต์เสริมความแข็งแรงชั้นดิน ย้ำยังต้องเฝ้าระวัง 24 ชม. ด้าน รมว.คมนาคมเผยข้อมูลเครื่องมือตรวจวัดต่างๆชี้ไม่มีแนวโน้มการทรุดตัวเพิ่มและเริ่มทรงตัว คาดควบคุมและแก้ไขสถานการณ์ได้ภายใน 12 วันตามแผน แม้ฝนตกไม่น่าส่งผลกระทบ ต่อการดำเนินงานมากนัก การเปิดใช้ถนนประชาธิปกได้ต่อเมื่อพื้นที่มีความปลอดภัยเต็มร้อย ส่วน รฟม.แจงการช่วยเหลือผู้อพยพมีผู้ติดต่อขอความช่วยเหลือแล้ว 105 ราย ล่าสุดพบถนนจักรเพชรทรุดตัวอีกจุดเร่งปิดซ่อมด่วนจากเหตุน้ำรั่วไหลในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ใกล้วงเวียนใหญ่ทำให้เกิดดินทรุด อาคาร 3 หลัง ริมถนนประชาธิปกมีรอยร้าว ผู้ว่าฯ กทม.สั่งให้อพยพชาวบ้าน 3 อาคารในรัศมี 30 เมตร จากจุดเกิดเหตุออกจากพื้นที่ 1 สัปดาห์ และปิดถนนลดแรงสั่นสะเทือนหวั่นอาคารถล่ม พร้อมทั้งเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 11 ก.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ไลฟ์ผ่านเพจ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” โดยวิ่งออกกำลังกายจากย่านทองหล่อมายังบริเวณวงเวียนใหญ่ ระยะทางประมาณ 14 กม. เพื่อติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขเหตุถนนทรุดและน้ำรั่วซึมบริเวณถนนประชาธิปกอย่างใกล้ชิดนายชัชชาติเปิดเผยว่า เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการยกสะพานลอยคนข้ามออก เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการซ่อมแซม และติดตั้งอุปกรณ์อัดฉีดวัสดุเสริมความแข็งแรงของชั้นดิน (Grouting) การรื้อถอนดังกล่าวยังช่วยลดน้ำหนักที่กดทับบริเวณพื้นที่ทรุดตัว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการปฏิบัติงาน สถานการณ์ล่าสุดยังอยู่ในภาวะทรงตัว ฝนที่ตกลงมาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ เนื่องจากน้ำที่พบเป็นน้ำใต้ดินที่รั่วซึมจากด้านล่าง ไม่ใช่น้ำผิวดินจากด้านบน กทม.ยังคงกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังในรัศมี 30 เมตร พร้อมเตรียมแผนอพยพรองรับหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์อำนวยการในพื้นที่เพื่อดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อว่า ในส่วนของการจราจรยังคงปิดการจราจรถนนประชาธิปก ตั้งแต่วงเวียนใหญ่ถึงแยกบ้านแขก พร้อมแนะนำให้ประชาชนใช้เส้นทางถนนอิสรภาพ ถนนลาดหญ้า หรือถนนสมเด็จเจ้าพระยาแทน แม้จะมีการปิดพื้นที่ก่อสร้าง แต่ประชาชนในบริเวณโดยรอบยังสามารถสัญจรในพื้นที่ใกล้เคียงได้ตามปกติ กทม.จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งการเฝ้าระวังการทรุดตัวของพื้นที่ การตรวจสอบอาคารและการดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุดมีรายงานว่า ตอนกลางคืนที่ผ่านมา ผู้รับเหมาได้เร่งดำเนินการรื้อถอนสะพานลอยคนข้ามถนน บริเวณวงเวียนใหญ่จนเสร็จในช่วงเช้าว่าที่ร้อยตรี เดชาธร แสงอำนาจ ผอ.เขตธนบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นการประเมินการหยุดสกัดรอยรั่วภายในอุโมงค์ เรียกว่า การก้าวติ่งปูนซีเมนต์ทำสำเร็จไปแล้ว 1 จุด ตอนนี้ระดับน้ำภายในอุโมงค์คงที่อยู่เช่นเดิม ส่วนน้ำที่รั่วไปภายในอุโมงค์มีแนวโน้มว่าลดลง ตอนนี้ผู้รับเหมาได้มีการเพิ่มเครื่องจักรทำงานมากขึ้น เพื่อให้สกัดและหยุดยั้งการรั่วไหลเข้าภายในอุโมงค์ สารเคมีที่ใช้ไปจำนวนทั้งสิ้น 170 ลบ.คิว ภาพรวมในส่วนของอาคารยังไม่มีการทรุดตัวเพิ่มเติม ในส่วนผิวการจราจรที่ทรุดตัวนั้นค่อนข้างจะนิ่งขึ้น และอยู่ในแนวโน้มทิศทางที่ดี เป็นระดับที่ยังควบคุมได้อยู่ เดิมจะใช้การประเมินสถานการณ์น่าจะเสร็จ 3 วัน ตอนนี้กำลังประเมินแนวโน้มว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด ส่วนการปิดการจราจรต้องรอดูสถานการณ์จนกว่าจะคลี่คลาย การรื้อสะพานลอยคนข้ามถนนออกเพื่อให้เครื่องจักรขนาดใหญ่เข้าพื้นที่การทำงานได้มากขึ้น เป็นการลดทอนน้ำหนักและแรงกดจากด้านบน ส่วนเรื่องการอพยพผู้คนบริษัทผู้รับเหมาได้มีการประสานกับผู้ประสบภัยเรื่องที่พักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จุดที่เสี่ยงได้ประสานกับผู้พักอาศัยทำความเข้าใจ ให้ย้ายออก หรือไม่ก็สังเกตอาคารมีการแตกร้าวที่เพิ่มมากขึ้นหรือไม่ด้าน ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลในช่วงเช้าวันที่ 11 ก.ค. อาคารโดยรอบยังไม่พบการทรุดตัวเพิ่มเติม ขณะที่ข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดยืนยันว่าพื้นที่ยังอยู่ในภาวะทรงตัว แม้อาจมีรอยร้าวบนผิวถนนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรที่ใช้ในการซ่อมแซม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการอัดฉีดซีเมนต์ และสารเคมีลงในชั้นดินที่ระดับความลึกประมาณ 31-37 เมตร เพื่อเสริมความแข็งแรงของดินและปิดช่องว่างใต้แนวอุโมงค์ พร้อมติดตั้งเครื่องวัดการเอียง (Inclino meter) เชื่อมต่อระบบติดตามผลแบบเรียลไทม์ เพื่อเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวของอาคารและพื้นที่โดยรอบตลอด 24 ชม.ช่วงบ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อาคารทรุดตัวในพื้นที่ถนนประชาธิปกอย่างใกล้ชิด กองช่างโยธาส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสภาพอาคารทุกวัน พร้อมตรวจวัดค่าการทรุดตัวเป็นรายชั่วโมง เพื่อประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง หากพบรอยแยก ความเสียหาย หรือสัญญาณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีคำสั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ทันที เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ด้านการจราจรยังคงปิดการใช้ถนนประชาธิปกในจุดเกิดเหตุอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์คลี่คลายนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบว่า จากการประเมินสถานการณ์ล่าสุดถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากไม่พบการขยายตัวของพื้นที่ทรุดตัวออกนอกแนวรัศมีที่ประเมินไว้ 28.2 เมตร อีกทั้งจากการสอบถามประชาชนในพื้นที่ก็ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติ เช่น เสียงแตกร้าวหรือความเสียหายเพิ่มเติมของอาคาร แม้สถานการณ์โดยรวมจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งผู้ที่บ้านพักได้รับความเสียหายและผู้ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะที่ข้อมูลจากเครื่องมือตรวจวัดต่างๆเริ่มทรงตัวและไม่มีแนวโน้มทรุดตัวเพิ่ม คาดว่าจะสามารถควบคุมและแก้ไขสถานการณ์ได้ภายในกรอบเวลาประมาณ 12 วันตามแผน แม้ฝนตกไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานมากนัก แต่แรงสั่นสะเทือนจากการสัญจรของยานพาหนะบนถนนอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการทรุดตัวได้ในระดับเล็กน้อย การเปิดใช้ถนนประชาธิปกได้ก็ต่อเมื่อมีการประเมินแล้วว่าพื้นที่มีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์มีรายงานว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แถลงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ว่า ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอุโมงค์ลดลงจากวันก่อนหน้านี้ ทำให้สามารถลดการทำงานของเครื่องสูบน้ำได้ และติดตามการเคลื่อนตัวของอาคารในรัศมี 30 เมตรตลอด 24 ชม. ผลตรวจล่าสุดพบว่าความเสี่ยงการเคลื่อนตัวของอาคารและการทรุดตัวของผิวจราจรมีแนวโน้มลดลง ส่วนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ หลัง กทม.สั่งห้ามใช้อาคารใกล้เคียง ล่าสุดมีผู้พักอาศัยติดต่อขอความช่วยเหลือแล้ว 105 ราย ขณะที่อีก 32 รายยังไม่เข้ามาแสดงตัวอยู่ระหว่างประสานให้ความช่วยเหลือมีรายงานว่า เกิดถนนทรุดตัวบริเวณใกล้เคียงบริเวณแนวก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เพจ สน.พระราชวัง โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประชาสัมพันธ์เหตุถนนยุบตัวบริเวณถนนจักรเพชร ก่อนถึงสะพานข้ามเมก้าพลาซ่า (สะพานเหล็ก) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการซ่อมแซม ปิดการจราจร 2 ช่องทาง เหลือช่องทางสัญจรได้ 1 ช่อง การจราจรยังเคลื่อนตัวได้ ขอให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนโปรดใช้ความระมัดระวังและปฏิบัติตามสัญญาณจราจรของเจ้าหน้าที่จราจรอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่