“มิเกล เมริโน” กองกลางทีมชาติสเปนตัวสำรอง ลงมา เป็นซุปเปอร์ซับซัดประตูชัยพา “กระทิงดุ” เฉือนเอาชนะ เบลเยียม ช่วงท้ายเกมไป 2-1 ตบเท้าเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปตัดเชือกกับ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ที่ยืนคอยท่าอยู่แล้วในวันที่ 14 ก.ค. ด้านหลุยส์ เด ลา ฟวนเต กุนซือ ทัพ “ลา โรฆา” สุดปลื้มฟอร์มลูกทีมโวลั่นทำทุกทางเพื่อโค่นฝรั่งเศสเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้ ด้านรูดี การ์เซีย นายใหญ่ทัพเบลเยียม โอดครวญทีมขาดโชคทำให้ร่วงรอบ 8 ทีม ขณะที่ทัพนักเตะฝรั่งเศสได้รับข่าวดีเมื่อ “คีเลียน เอ็มบัปเป” กองหน้ากัปตันทีมตัวฉกาจ มีอาการบาดเจ็บไม่หนักหนาสาหัสพร้อมลงกะซวกประตูทีมชาติสเปนคู่แข่งรอบเซมิไฟนอลได้อย่างแน่นอน ขณะที่สมาคมฟุตบอลโคลอมเบีย (เอฟซีเอฟ) แถลงประณามแฟนบอลส่งข้อความขู่ฆ่า “ฮามินตอน กัมปาซ” กองหน้าทีมชาติโคลอมเบียและครอบครัว หลังจากพลาดโอกาสทองยิงประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โคลอมเบียพ่ายจุดโทษสวิตเซอร์แลนด์ 3-4 จอดป้ายเพียงแค่รอบ 16 ทีมเท่านั้นการแข่งขันชิงแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 8 ทีม เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 11 ก.ค. “กระทิงดุ” สเปน แชมป์ยูโร 2024 ดวลแข้งกับ “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม เพื่อนร่วมทวีปยุโรป เกมนี้ใครชนะจะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปเจอกับ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ที่ไปยืนคอยก่อนหน้านี้แล้วเปิดฉากมาเป็นทางสเปนที่นำทัพโดย ลามีน ยามาล แนวรุกตัวเก่งเดินหน้าเปิดเกมรุกกดดันเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม แต่ก็ยังยิงไม่ผ่านมือธิโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูจอมเก๋ากัปตันทีมเบลเยียม นาทีที่ 30 ฟาเบียน รูอิซ ยิงให้สเปนเบิกร่องขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากนั้น เบลเยียม พยายามเปิดเกมรุกจนมาถึงนาทีที่ 41 ชาร์ล เดอ เกเตอลาเรอ โหม่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายให้ “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” ไล่ตามตีเสมอ 1-1 จากนั้นช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมผลัดกันเปิดเกมรุกแลกกันแต่ก็ทำได้แค่หวาดเสียว เกมทำท่าต้องต่อเวลาพิเศษ แต่นาทีที่ 88 มิเกล เมริโน ตัวสำรองลงมายิงลูกรับบอลกระฉอกของ เชนเนอ ลัมเมนส์ นายด่านสำรองเข้าไปตุงตาข่าย จบเกมสเปนเฉือนเบลเยียม 2-1 จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้ สเปน ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปเจอกับฝรั่งเศส ในวันที่ 14 ก.ค.ด้านหลุยส์ เด ลา ฟวนเต เทรนเนอร์ทีมชาติสเปน สุดภูมิใจกับฟอร์มลูกทีมทุบเบลเยียม ตบเท้าเข้ารอบตัดเชือกได้สำเร็จเปิดเผยว่า มันคือคาแรกเตอร์ของทีมที่ไม่ยอมแพ้ ทัศนคติที่ทุกคนมีช่วยให้ทีมนี้สู้ได้ทุกสถานการณ์ ผมภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้นำทีมที่ทุ่มเทและมีแรงผลักดัน พร้อมที่จะพัฒนาตลอดเวลาเมื่อเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ในเกมระดับฟุตบอลโลกแบบนี้เรารู้ดีว่ามันยากแค่ไหน เราจะทำงานหนักต่อไปเพื่อที่จะพยายามเอาชนะฝรั่งเศสให้ได้ส่วนรูดี การ์เซีย เฮดโค้ชทีมชาติเบลเยียม ยอมรับว่าโชคไม่ดีทำให้จอดป้ายเพียงแค่รอบ 8 ทีม หลังตัวหลักได้รับบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออก “เราภูมิใจกับผลงานของพวกเราในฟุตบอลโลก และเรียนรู้จากความพ่ายแพ้ ผมคิดว่าเราไม่มีอะไรให้ตำหนิในการตกรอบนี้ แถมเรายังเสียแข้งคนสำคัญอย่าง ธิโบต์ (กูร์กตัวส์) ที่เจ็บในครึ่งหลังเราจึงตัดสินใจเปลี่ยนตัวออก และเควิน เดอ บรอยน์ กัปตันทีมก็ถูกเปลี่ยนตัวออกเช่นกัน มันไม่ได้เป็นสิ่งที่คิดเอาไว้ตั้งแต่แรก ทุกคนทำหน้าที่ได้ดีมากๆ แต่โชคไม่เข้าข้างเรามากนัก แต่เทพีแห่งโชคไปอยู่กับพวกเขามีจังหวะแฮนด์บอลที่น่ากังขาแต่ผมก็ไม่อยากพูดอะไรมาก เราไม่อยากวิจารณ์ผู้ตัดสินรวมถึงวีเออาร์ เราได้แต่ยอมรับว่าทุกอย่างไม่เป็นใจสำหรับเรา” การ์เซียกล่าวด้วยความอัดอั้นขณะที่ความเคลื่อนไหวการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ คู่ระหว่าง “ตราไก่” ฝรั่งเศส พบกับ “กระทิงดุ” สเปน ฟาดแข้งกันที่ ดัลลัส สเตเดียม รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 14 ก.ค. เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับประเทศไทยวันที่ 15 ก.ค. เวลา 02.00 น.ล่าสุดสาวก “ตราไก่” ได้พบกับข่าวดีเมื่อ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสได้ออกมายืนยันว่าคีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้ากัปตันทีม ไม่มีอาการเจ็บหนักให้เป็นห่วงแต่อย่างใด จะลงเล่นในเกมนัดตัดเชือกเจอกับสเปนได้อย่างแน่นอน หลังจากกองหน้าเรอัล มาดริด โดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามในเกมที่ “เลอ เบลอส์” ชนะ โมร็อกโก 2-0 ในรอบ 8 ทีมที่ผ่านมา แต่ยังต้องรอเช็กอาการของออเรเลียง ชูอาเมนี กองกลางตัวเก่ง อีกครั้ง หลังอาการบาดเจ็บของเจ้าตัวดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถกลับมาซ้อมได้ หลังจากเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บจากเกมรอบ 32 ทีม ทำให้พลาดลงสนามใน 2 เกมล่าสุดในรอบ 16 และ 8 ทีมด้านสมาคมฟุตบอลโคลอมเบีย (เอฟซีเอฟ) ได้ออกมาเรียกร้องให้อัยการสูงสุดของประเทศได้สอบสวนอย่างเร่งด่วน หลังจากฮามินตอน กัมปาซ กองหน้าทีมชาติโคลอมเบีย และสมาชิกในครอบครัว ถูกข่มขู่เอาชีวิต สาเหตุมาจากในช่วงต่อเวลาพิเศษ กัมปาซ หลุดเดี่ยวเข้าไปและมีโอกาสยิงให้ โคลอมเบีย ขึ้นนำสวิตเซอร์แลนด์ แต่เจ้าตัวยิงพลาดบอลเหินข้ามคานออกไป ผลสุดท้าย โคลอมเบีย พ่ายจุดโทษ 3-4 จอดป้ายเพียงแค่รอบ 16 ทีมเท่านั้น หลังจบการแข่งขันทำให้ กัมปาซ และครอบครัวตกเป็นเป้าของการข่มขู่เอาชีวิตผ่านช่องทางต่างๆ จนสมาคมฟุตบอลโคลอมเบีย ต้องออกแถลงการณ์ประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง“สมาคมฟุตบอลโคลอมเบียขอประณามอย่างถึงที่สุดต่อการข่มขู่ชีวิตและความปลอดภัยของฮามินตอน กัมปาซ และครอบครัว ไม่มีนักกีฬาคนใดหรือบุคคลในครอบครัวของเขา ควรถูกข่มขู่เพียงเพราะเป็นตัวแทนของประเทศไปแข่งขันกีฬา ฟุตบอลควรเป็นพื้นที่ของความสามัคคี ความเคารพ และความหวังไม่ใช่เวทีเกลียดชัง การข่มขู่ หรือความรุนแรง” แถลงการณ์ระบุ จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หลายฝ่ายย้อนไปถึงโศกนาฏกรรมของ อันเดรส เอสโคบาร์ อดีตปราการหลังทีมชาติโคลอมเบีย ที่ถูกลอบสังหารเมื่อปี 1994 หลังจากยิงเข้าประตูตัวเองในศึกฟุตบอลโลก 1994 จนทำให้ทีมตกรอบอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่