ศาลคดีอาญาทุจริตฯไม่อนุญาตให้ประกันตัว ผู้ต้องหาขบวนการ “พ่อทิพย์กุมารจีน” ยกกระบิ เนื่องจากเป็นเรื่องร้ายแรงพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคง ร่วมทำเป็นขบวนการทั้งคนไทยและต่างชาติ หลังพนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ คุมตัวส่งฝากขังศาลเป็นพรวนลอตแรกจำนวน 27 ราย ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล พ่อคนไทย และพ่อ-แม่ชาวจีน ทั้งหมดคอตกเข้าตะราง “บิ๊กราญ” เผยตรวจสอบพบการแจ้งเกิดเท็จ บุตรของคนจีนให้ได้รับสัญชาติไทยแน่ชัดแล้ว 20 คน ได้แจ้งนายทะเบียนสั่งเพิกถอน ล่าสุดชุดคลี่คลายคดีขอศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหารวม 35 หมายจับ จับกุมได้ 31 ราย และมีผู้ต้องหา 1 รายหลบหนีออกนอกไปได้ ด้านรองโฆษกรัฐบาลแจง มท.สั่งการเร่งด่วนสำนักทะเบียนทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศอุดช่องโหว่รับรองบุตรชาวต่างชาติเท็จกรณี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง DOPA N.I.C.E. ปปท., ปปง. และชุดสืบสวนนครบาล เปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” กวาดล้างขบวนพ่อไทย (ทิพย์) รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้ต่างด้าวให้เป็นสัญชาติไทยเพื่อให้ได้สิทธิสวัสดิการในประเทศ จับกุมตัวการหลักเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต 1 ราย และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 ราย ชุดจับกุมขยายผลเส้นเงินนายเฉิน ยินไล สแกมเมอร์ชาวจีนที่ใช้ไทยเป็นฐานฟอกเงิน มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 7 หมื่นล้านบาท ถูกจับกุมไปเมื่อ เม.ย.67 พบว่าเส้นเงินโยงไปถึง น.ส.เป้าเจียว เฉิน ภรรยาชาวจีน มีลูกด้วยกัน 3 คน มีสัญชาติไทย พบว่าร่วมกันจัดหาชายไทยรับสมอ้างเป็นพ่อรับจ้างแจ้งเกิดเท็จ ขณะนี้จับกุมได้แล้ว 27 ราย ล่าสุดตรวจสอบเพิ่มเติมพบมีเจ้าหน้าที่ 5 รพ.เอกชนใน กทม.เกี่ยวข้อง คาดมีเด็กทารกต่างชาติถูกสวมสิทธิ์กว่า 500 ราย ตามที่เสนอข่าวไปนั้นความคืบหน้าที่ สน.บางยี่เรือ เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 11 ก.ค. พ.ต.อ.รัตน์เกล้า อาณานุการ ผกก.สน.บางยี่เรือ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ นำตัวผู้ต้องหาร่วมขบวนการแจ้งเกิดเท็จพ่อทิพย์รวม 27 คน แบ่งเป็นชาย 15 คน และหญิง 12 คน ออกจากห้องขังขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน กทม. ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหา ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นโดยมิชอบและสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนนางศิริพร นิตทิม เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตธนบุรี แจ้งข้อกล่าวหามาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐพนักงานสอบสวนได้ขอกำลังตำรวจ สน.ที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยดูแลผู้ต้องหาอย่างเข้มงวด นำตัวขึ้นรถ 4 คัน แยกชายและหญิง ส่วนผู้ต้องหาหญิงที่ตั้งครรภ์ให้นั่งรถตู้มีเจ้าหน้าที่ตามประกบ โดยแบ่งกลุ่มผู้ต้องหาเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรกเป็นผู้ต้องหาชายชาวไทย มีนายประจวบ ศิริเขตร เคยตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนอมินีของบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด กรณีอาคาร สตง.ถล่มเหตุแผ่นดินไหว กลุ่มที่ 2 เป็นผู้ต้องหาหญิงไทย มี น.ส.ศิริพร นิตทิม เจ้าหน้าที่ตำแหน่งนายทะเบียน สำนักงานเขตธนบุรี น.ส.สุนีย์ สถิตมโนธรรม เจ้าหน้าที่ (ผู้แจ้งเกิด) รพ.สมิติเวชธนบุรี กลุ่มที่ 3 เป็นผู้ต้องหาชายชาวจีน และกลุ่มสุดท้ายเป็นผู้ต้องหาหญิงชาวจีน เป็นพ่อและแม่เด็กที่แจ้งเท็จ ผู้ต้องหาทั้งหมดเลี่ยงไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนนายศรัณญ์ เสือส่อสิทธิ์ ทนายความนายประจวบ และนางเสี่ยว อิ๋ง หวู ชาวจีน กล่าวว่า ได้รับมอบหมายให้มายื่นประกันตัวลูกความทั้ง 2 คนที่รับเป็นทนายให้ เตรียมเงินสดไว้แต่ยอมรับว่า คดีนี้เป็นที่จับตาของประชาชนเป็นไปได้ศาลอาจไม่อนุญาตให้มีการประกันตัว นายประจวบให้การในชั้นสอบสวนว่า เข้าใจว่าเด็กที่แจ้งเกิดนั้นเป็นลูกของตนเอง แต่ตำรวจจะมีพยานหลักฐานมาหักล้างต้องไปชี้แจงในชั้นศาลอีกครั้ง ส่วนแม่เด็กชาวจีนเป็นแม่เด็กที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นผู้คลอดเด็กออกมาเอง คดีนอมินีที่นายประจวบถูกดำเนินคดีก่อนหน้านี้ เป็นคนละเรื่องกันและไม่เกี่ยวข้องกันต่อมา เวลา 13.00 น. ชุดสืบสวนนำตัวครอบครัวชาวจีน นายเฉิน รุนซิน ผู้เป็นพ่อ น.ส.เสี่ยวฉุน หม่า ผู้เป็นแม่ และ ด.ช.ภาคิน หม่า ลูกชาย พร้อมด้วยนายชัชวาล ศรีสมุทรนาค ผู้ที่ลงนามรับรองบุตร พร้อมแฟนสาว มาสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ สน.บางยี่เรือ เแฟนของนายชัชวาลกล่าวว่า น้องสะใภ้ของตนมีญาติเป็นครอบครัวชาวจีนได้มาขอร้องให้นายชัชวาลช่วยลงนามรับรองบุตรให้เหตุผลว่า ต้องการให้เด็กสามารถเข้าเรียนหนังสือได้ ด้วยความสงสารนายชัชวาลยอมช่วยเหลือ ยืนยันว่า ไม่มีการเซ็นจดทะเบียนสมรส มีแค่รับรองบุตร และไม่ได้รับค่าตอบแทนหรือค่าจ้างแต่อย่างใด หลังการสอบปากคำเสร็จสิ้นนำตัวนายเฉิน รุนซิน น.ส.เสี่ยวฉุน หม่า และนายชัชวาล เข้าห้องควบคุมขัง เพื่อรอส่งฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ในวันที่ 13 ก.ค. นอกจากนี้พนักงานสอบสวนนำตัวนายบุตร บุญบรรลุ อายุ 60 ปี หนึ่งในพ่อทิพย์ เข้าห้องคุมขังหลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้นเช่นเดียวกันด้าน พล.ต.อ.สำราญกล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร่วมบูรณาการสืบสวนบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ร่วมกับกรมการปกครอง และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎร ป้องกันการแทรกซึมของอาชญากรรมข้ามชาติ และปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้เป็นภารกิจด้านความมั่นคงที่ต้องเดินหน้าตรวจสอบ ขยายผลและดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง โดยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) จะประสานกับคณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ทำการสืบสวนขยายผลพบว่าการแจ้งเกิดบุตรของคนจีนให้ได้รับสัญชาติไทยแจ้งการเกิดเท็จที่แน่ชัดแล้ว 20 คน ได้แจ้งให้นายทะเบียนดำเนินการเพิกถอนแล้ว การแจ้งเกิดเท็จของเด็กที่เป็นบุตรชาวจีนเหล่านี้ เชื่อว่ามีกลุ่มบุคคลและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องมีรายงานว่าคดีพ่อทิพย์กุมารจีน ขณะนี้ชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การขอศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องแล้ว 35 หมายจับ ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับมาดำเนินคดีได้แล้วรวม 31 ราย แบ่งเป็นพ่อชาวไทย 14 ราย แม่ชาวจีน 11 ราย และพ่อชาวจีน 5 ราย มีผู้ต้องหาตามหมายจับ 1 ราย ได้เดินทางหลบหนีออกนอกราชอาณาจักรไทยไปแล้วต่อมาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลได้อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 27 คน ตามคำร้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 137, 157, 162 (1) (4), 267, 268 พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ผู้ต้องหา 26 คน ยื่นขอคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขัง ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตเนื่องจากพฤติการณ์ตามคำร้องขอฝากขังเป็นเรื่องร้ายแรง มีลักษณะกระทำเป็นขบวนการ เกี่ยวข้องกับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เป็นภัยต่อความมั่นคง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไปด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริต และการแสวงหาประโยชน์จากระบบทะเบียนราษฎรของไทย กระทรวงมหาดไทยได้เร่งยกระดับมาตรการป้องกันการรับรองบุตรโดยมิชอบ จากการขยายผลปฏิบัติการปราบปรามขบวนการอำพรางการสมรส และรับรองบุตรเท็จ พบพฤติการณ์จ้างคนไทยเป็น “พ่อทิพย์” เพื่อรับรองบุตรของคนต่างด้าวให้ได้รับสัญชาติไทย ภายหลังการสืบสวนกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการเร่งด่วนไปยังสำนักทะเบียนทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ปรับปรุงมาตรการรับรองบุตร กำหนดให้กรณีที่บิดาหรือมารดาเป็นชาวต่างชาติ ต้องมาแสดงตนต่อหน้าเจ้าพนักงานทะเบียนด้วยตนเอง เพื่อยืนยันความเป็นบิดามารดาและป้องกันการแอบอ้างหรือการใช้เอกสารเท็จอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่