ช่วงนี้ประเทศไทยมี “เรื่องทิพย์” เกิดขึ้นหลายข่าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ไปจนถึงตลาดหุ้น เริ่มตั้งแต่ หุ้นทิพย์ พ่อทิพย์ ไปจนถึง นายกฯทิพย์ คำว่า “ทิพย์” มาจากภาษาสันสกฤตตามพจนานุกรม หมายถึง “สิ่งที่เป็นของเทวดา ของวิเศษที่เหนือธรรมชาติ” เช่น อาหารทิพย์ ตาทิพย์ หูทิพย์ เมืองทิพย์ ซึ่งเป็นเมืองสวรรค์ของเทวดา แต่ถ้าแปลตามภาษาโลกปัจจุบันก็คือ “มโน” หรือ “จินตนาการ” ไปเอง เป็นสิ่งของที่คิดเอาเองว่ามี แต่ไม่มีอยู่จริง อย่างเช่นกรณี “หุ้นทิพย์” ที่กำลังเป็นข่าวฮือฮาพอๆกับ “พ่อทิพย์” ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว และ “นายกฯทิพย์”ในยุคโควิด-19 ระบาดประเทศไทยเคยมี “วัคซีนทิพย์” มาแล้ว จ่ายเงินซื้อวัคซีนไปจริง แต่ไม่มีวัคซีนจริงเข้ามา เลยกลายเป็นวัคซีนทิพย์ที่ยังทิพย์มาจนถึงทุกวันนี้เรื่องของ “หุ้นทิพย์” ที่ ก.ล.ต.ตรวจพบความผิดปกติในรายงานสถานะการถือครองหุ้นแบบ 246—2 ของ คุณสุภาพร พิมพงษ์ ซึ่งได้ “รายงานย้อนหลัง” การได้มาของ 6 หลักทรัพย์ 7 รายการ คิดเป็นมูลค่าหุ้นราว 94,000 ล้านบาท ดังนี้ หุ้น TRUE จำนวน 3,500 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 7.09% มูลค่าราว 5 หมื่นกว่าล้านบาท หุ้น MAJOR กว่า 41 ล้านหุ้น หุ้น BBL 5.01% หุ้น AAV 5.3% หุ้น KBANK 5.1% หุ้น GJS 48% เป็นหุ้นที่ได้มาตั้งแต่ปี 2565—2568 แต่เพิ่งรายงาน ก.ล.ต.เพื่อบันทึกเข้าระบบเมื่อ 30 มิ.ย. และ 2 ก.ค. และ ก.ล.ต.ตรวจพบความผิดปกติ 3 ก.ค.ถือเป็นเรื่องร้อนของตลาดหุ้นไทย ถ้าเป็นจริงย่อมมีผลต่อราคาหุ้นในตลาดแน่นอนหลังจากที่ตรวจสอบแล้ว คุณพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ก็ได้นำผู้บริหาร ก.ล.ต.แถลงข้อมูลที่ตรวจสอบว่า “เป็นเท็จ” ทั้งหมดคือ 1.ไม่พบชื่อผู้รายงานเป็นผู้ถือหุ้นในสมุดทะเบียนภายหลังการได้มา และไม่มีรายงานจำหน่ายออก 2.ประเภทหลักทรัพย์ที่รายงานการได้มาไม่มีอยู่จริง ในช่วงระยะเวลาที่ระบุในรายงาน 3.การรายงานจำนวนหลักทรัพย์ที่ถือครองหรือได้มา ไม่ใช่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง สรุปความง่ายๆก็คือ หุ้น 6 ตัว มูลค่ากว่า 94,000 ล้านบาท ที่ คุณสุภาพร รายงาน ก.ล.ต.ตามแบบ 246—2 เป็น “หุ้นทิพย์” ทั้งหมด คือไม่มีอยู่ในชื่อของเธอจริงแต่ที่น่าสนใจก็คือ คุณสุภาพร พิมพงษ์ ผู้รายงานการถือครอง “หุ้นทิพย์” ครั้งนี้ มีตัวตนจริง ตำรวจและ ก.ล.ต.ได้เรียกตัวมาสอบปากคำไปเรียบร้อยแล้ว เป็นหญิงสาววัย 38 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดปราจีนบุรี แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครถึงแม้ ก.ล.ต.และตำรวจจะยังไม่แถลงผลการสอบสวน แต่ก็มีรายงานข่าวไปทั่วแล้ว คุณสุภาพรให้การว่า ทุกเดือนเธอถูกหักเงินออกจากบัญชีธนาคารไปเดือนละ 10,000 บาทต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว เธอจึงเข้าใจว่า เงินที่ถูกหักไปน่าจะถูกนำไปซื้อหุ้นสะสมไว้ ทำให้เข้าใจว่าเธอน่าจะมีการถือครองหุ้นอยู่ จึงเข้าไปค้นข้อมูลรายชื่อหุ้นในระบบ NVDR และรายชื่อผู้ถือหุ้นพบชื่อหุ้นในบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง จึงได้ยื่นรายงานฟอร์ม 246—2 เธอให้การว่า เธอดำเนินการเพียงคนเดียว ไม่มีเจตนาทุจริต แต่เกิดจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเงินที่ถูกหักออกจากบัญชี และต้องการได้รับเงินปันผลข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่า คุณสุภาพรมีความรู้เรื่องหุ้นมากทีเดียว ส่งรายงานแบบ 246—2 ได้ สามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นในระบบ NVDR ได้ ที่สำคัญคือ เธอได้ตั้งทนายไว้สู้คดีก่อนไปให้การ รายงานข่าวบอกว่า ทนายความของเธอระบุว่า กำลังเตรียมแนวทางต่อสู้คดี อาจมีหุ้นบางส่วนที่ถืออยู่จริงในต่างประเทศเหตุการณ์ครั้งนี้ ผมคิดว่าเป็น “บทเรียนสำคัญ” ที่ ก.ล.ต. ต้องเร่งปรับปรุง “ระบบตรวจสอบรายงาน” ของ ก.ล.ต. ให้มีความรวดเร็วแม่นยำขึ้น ก่อนที่จะเผยแพร่สู่สาธารณะ เพราะมีคนตั้งข้อสังเกตว่า รายงานที่ออกไปจาก ก.ล.ต.ไม่ว่าจริงหรือเท็จ ก็อาจมีผลต่อราคาหุ้นได้ ยิ่งในยุคนี้ นักลงทุนมี AI เป็นตัวช่วย การสร้างข้อมูลต่างๆทำได้ง่ายดังพลิกฝ่ามือ ก.ล.ต.ต้องตามเกมให้ทัน เขียนเรื่อง “หุ้นทิพย์” อย่างเดียว เนื้อที่หมดแล้ว เรื่องพ่อทิพย์ นายกฯทิพย์ วันหลังค่อยหาจังหวะเขียนใหม่ครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม