กมธ.ฝ่ายค้านผุด “Hack งบ 70” จับตารัฐบาลจ้องถลุงเงินกู้ 4 แสน ล. “ไหม ศิริกัญญา” ห่วงแต่งตัวบริษัทเข้ามารับงาน ฟันผลประโยชน์ไปเต็มๆหลาย หมื่นล้าน เผยถ้าไม่ดักคอไว้ รัฐบาลคงไม่ชิงด่วนยกเลิกโบรชัวร์รถเก็บขยะอีวี สนามกีฬาโซลาร์เซลล์ “ณัฐพงษ์” โยนประชาชนตัดสิน 3 อดีตนายกฯตระกูลชินวัตรเดินสายมีนัยการเมืองหรือไม่ ชี้ถ้าประชาชนได้ประโยชน์ ก็ไม่มีข้อเสียหาย “สุทิน” เผย “นายใหญ่” นัดกินข้าวแกนนำ พท. วางคิวพบผู้นำหลายประเทศ แค่เยี่ยมเพื่อนเก่าไร้นัยการเมือง ขอเบาการเมืองให้คนรุ่นใหม่สานต่อ “เด็จพี่” ชู 3 อดีตผู้นำ “ทูตเศรษฐกิจ” “อนุทิน” เรียกปลัด มท.-ปธ.สอบวินัยเกาะติดทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น รบ.ลุยนอมินีมาเฟียภูเก็ต สอบ 361 บริษัทต้องสงสัยคณะกรรมาธิการของฝ่ายค้านผุดกิจกรรม “Hack งบ 70” จับตาการใช้เงินนอกงบประมาณป้องกันรัฐบาลจ้องถลุงเงินกู้ 4 แสนล้านบาท น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ห่วงหากมีบริษัทใดบริษัทหนึ่งแต่งตัวมารับงานนี้โดยเฉพาะ น่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ไปเต็มๆ หลายหมื่นล้านบาทปชน.ผุด “Hack งบ 70” จับตาถลุงเงินเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ก.ค. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรม “Hack งบ 70” มีแกนนำพรรค ปชน.เข้าร่วม อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรค ปชน. และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ปชน. เข้าร่วม น.ส.รักชนกกล่าวว่า เราอยากให้ประชาชนเข้ามาช่วยดู โดยเฉพาะงบผูกพันและเงินนอกงบประมาณ โดยเฉพาะเงินนอกงบประมาณ เช่น โครงการ TH-AI Passport ที่ใช้เงินจากกองทุนของกระทรวงดีอี ในอนาคตจะมีเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่รัฐบาลอ้างการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อนำงบประมาณส่วนนี้มาใช้ในรูปแบบเดิมๆ และที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ในส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่ น.ส.ศิริกัญญาตั้งข้อสังเกตไว้“เท้ง” ขอช่วยกันจับพิรุธเหตุผิดปกตินายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ส่วนราชการและเอกชนเห็นตรงกัน วันนี้เราต้องปฏิรูประบบงบประมาณและระบบราชการ นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่ารัฐบาลตั้งใจลงมือผ่าตัดงบประมาณปีนี้เป็นปีแรก ฉะนั้นเราต้องตรวจสอบว่าเขาตั้งใจจริงให้เป็นผลสำเร็จ ไม่ใช่แค่การพูด เช่น กรณีที่ น.ส.ศิริกัญญาโพสต์ไปเมื่อวานนี้เกี่ยวกับแผนงานการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ใช้งบจากการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท และในวันต่อมามีการประกาศยกเลิก ในเนื้อหาเป็นการของบเพื่อใช้ทำสนามกีฬาโซลาร์เซลล์ รถเก็บขยะอีวี หาก น.ส.ศิริกัญญาไม่โพสต์ออกมา จะมีการทำหนังสือเวียนให้ยกเลิกหรือไม่ วันนี้อยากให้ทุกคนช่วยกันจับตาดูข้อพิรุธเหตุผิดปกติในงบรายจ่ายประจำปี แล้วส่งเสียงสะท้อนออกไป“ไหม” ขยี้กลุ่มทุนแต่งตัวรอรับงานน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ขอย้ำว่าถ้าไม่ได้ออกมาพูดหรือตั้งข้อสังเกตการใช้งบดังกล่าวก็จะผ่านและเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองและกู้มาใช้ในส่วนนี้ การชิงด่วนยกเลิกโดยที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ ทำให้ข้อสันนิษฐานที่ว่ามีการยัดไส้ ล็อกสเปกน่าจะเป็นความจริง ยังมีความกังวลว่าอาจมีเอกชนที่แต่งตัวมาเพื่อรับงานเหล่านี้ หวังในส่วนแบ่งเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ไม่มีการการันตีว่าภายใน 1 ปี เราจะเปลี่ยนผ่านไปเป็นประเทศที่ใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วนที่สูงขึ้น เราผิดพลาดไปแล้วในการกู้ 2 แสนล้านบาทนี้มา โดยไม่มีเป้าหมายว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร อย่าให้มันต้องหมดเปลืองไปกับการทุจริตคอร์รัปชันอีกเลย ยังมีโครงการโซลาร์รูฟท็อปกับหน่วยราชการทั่วประเทศ ถ้ามีบริษัทใดบริษัทหนึ่งแต่งตัวมารับงานนี้โดยเฉพาะ ก็น่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เต็มๆ หลายหมื่นล้านบาท ยังไม่ต้องพูดถึงโครงการอื่นอีกที่มีช่องทางทำกิน เพราะโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการซื้อของ ไม่ได้เป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่“ไอซ์” แขวนชื่อกระทรวงไม่ส่งข้อมูลต่อมา น.ส.รักชนกให้สัมภาษณ์ว่า ขอเปิดชื่อกระทรวงที่ไม่ส่งข้อมูลให้กับ กมธ. คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กระทรวงพลังงาน กระทรวงสาธารณสุข ส่วนกระทรวงที่ส่งข้อมูลน้อยมาก คือกระทรวงกลาโหม และกระทรวงต่างประเทศ สำหรับกระทรวงที่ส่งข้อมูลคำของบประมาณมาให้แล้วแต่ถอนกลับคือ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อไปดูรายละเอียดคำของบประมาณ เช่น เทศบาลนครหาดใหญ่ พบว่าเจ็ตสกีเครื่องยนต์ 4 สูบ 4 จังหวะ วงเงิน 8 ล้านบาท แล้วยังมีคำของบประมาณห้องเรียนอัจฉริยะ ทำให้ประชาชนเห็นว่าเรื่องนี้ใครพูดจริง เพราะจะเห็นว่าท้องถิ่นขอมาแต่รัฐบาลอาจอนุมัติงบกลางให้ จึงต้องตั้งคำถามว่าหลายเรื่องทำไมรัฐบาลถึงไม่ตั้งงบปกติมาแก้ไขปัญหาติงนายกฯขยับช้าเจรจาปัญหากุ้งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน. กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร 3 อดีตนายกรัฐมนตรีตระกูลชินวัตร เดินสายพบปะผู้นำประเทศในกลุ่มอาเซียน มีนัยทางการเมืองใดหรือไม่ว่า เรื่องนี้คนที่ควรตอบคำถามมากที่สุดคือตัวนายกฯ อย่างที่มีการโพสต์และสื่อสารออกมาถึงปัญหาการส่งออกกุ้งกับมาเลเซีย ส่วนตัวคิดว่าแอ็กชันนายกฯอาจช้าเกินไป ส่วนนัยทางการเมืองให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน ไม่ว่าจะเป็นอดีตนักการเมือง หรือนักการเมืองปัจจุบัน ไปเจรจาเพื่อประโยชน์ของคนในประเทศ ถือเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญคือคนเป็นนายกฯขณะที่ดำรงตำแหน่ง ควรใช้อำนาจที่มีแก้ปัญหาให้ทันท่วงที อีกสิ่งที่พวกเราเรียกร้องมาตลอดคือการรับผิดชอบต่อสภาฯ มาตอบกระทู้ในสภาฯบ้างปัดตอบ “ทักษิณ” แทรกแซงรัฐบาลผู้สื่อข่าวถามว่าการเคลื่อนไหวของครอบครัวชินวัตรสะเทือนถึงรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า จะสะเทือนไม่สะเทือน ขึ้นอยู่ว่าเคลื่อนไหวแล้วประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ ถ้าประชาชนได้ประโยชน์ ก็คงไม่มีข้อเสียหายอะไร และในหน้าที่ของฝ่ายค้านหากเราจะตั้งคำถามโดยตรง ก็คงจะตั้งคำถามไปยังนายกฯ เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวนายทักษิณเดินทางไปพูดคุยเรื่องกุ้งกับนายกฯมาเลเซียก่อนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย จะเดินทางไป ถือเป็นการแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า เชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ส่วนตัวคงไปตอบแทนนายทักษิณไม่ได้ว่านอกจากเรื่องกุ้งแล้ว ได้คุยเรื่องอะไรอีกบ้าง หน้าที่ของฝ่ายค้านเราเรียกร้องคนที่อยู่ในตำแหน่งคือนายกฯ ที่ควรมีแอ็กชันเร็วกว่านี้“นายใหญ่” มีคิวพบผู้นำหลายชาติขณะที่นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าพบนายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และมีกระแสข่าวจะไปอีกหลายประเทศมีนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ว่า ก่อนที่นายทักษิณจะเดินทางไปต่างประเทศ 2-3 วัน นักการเมืองพรรคเพื่อไทยหลายคนมีโอกาสได้นั่งทานข้าวกับท่านและ น.ส.แพทองธาร ในฐานะที่นายทักษิณเป็นผู้ใหญ่ที่เคยร่วมงานกันมา คุยสารทุกข์สุกดิบ นายทักษิณเล่าให้ทุกคนฟังว่ามีคิวเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนเก่าที่เคยทำงานด้วยกันในหลายประเทศ ท่านบอกว่าไม่ได้ไปด้วยเหตุผลทางการเมืองหรือมีนัยทางการเมือง นอกจากไปเยี่ยมเพื่อนเก่าเท่านั้น หากมีอะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศและการทำงานของรัฐบาล ท่านก็จะทำเบาการเมืองให้คนรุ่นใหม่สานต่อนายสุทินกล่าวว่า นายทักษิณมีคอนเนกชันดีๆกับผู้นำประเทศต่างๆ มีประสบการณ์สูงในการบริหารประเทศ ไม่ควรปล่อยให้ความสามารถและมูลค่าเหล่านี้หายทิ้งไปเฉยๆ แต่ควรเอากลับมาเป็นประโยชน์ให้กับประเทศ โดยเฉพาะในยามที่เศรษฐกิจประเทศเศรษฐกิจโลกมีปัญหาขณะนี้ ประสบการณ์ของนายทักษิณถือว่ามีคุณค่ามาก และควรนำมาใช้ในห้วงเวลาที่เหมาะสมและจำเป็น ที่ไปกันทั้ง 3 ท่านมองว่าไม่มีนัยการเมือง แต่เป็นการพบกันของคนในครอบครัว ต่างก็เคยทำงานกับผู้นำประเทศเหล่านี้ นายทักษิณย้ำในวงทานข้าวถึงบทบาทการเมืองหลังจากนี้ท่านคงเบาลงไปเยอะ จะปล่อยให้เป็นเรื่องของพรรคและคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในทีมกรรมการบริหารพรรคเป็นคนจัดการ แต่ความห่วงใยต่อทุกคนและพรรคท่านยังมีอยู่ ไม่ขาดหายไปไหน เพราะมีความผูกพันกับพรรคชู 3 อดีตผู้นำชินวัตรทูตเศรษฐกิจนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่อดีตนายกฯตระกูลชินวัตร ทั้ง 3 ท่าน ไปพบปะผู้นำระดับสูงของประเทศในภูมิภาคอาเซียนเป็นโอกาสสำคัญของไทย ท่ามกลางการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลกที่ทวีความเข้มข้น แม้อาจไม่ถูกใจกลุ่มขาประจำที่มองด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ควรปล่อยให้มาบดบังโอกาสในการสร้างรายได้ สร้างงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และมีการชี้แจงแล้วว่าไปในนามส่วนตัว ไม่ใช่ภารกิจของรัฐบาลหรือพรรคการเมือง ไม่ใช่การวัดพลังทางการเมือง หรือมีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง นายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ น.ส.แพทองธาร ถึงจะไม่มีตำแหน่ง แต่ยังห่วงใยประเทศชาติ พี่น้องประชาชน หากมีแนวคิดนำไปสู่การประสานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ เป็นเรื่องน่ายินดี ประเทศไทยควรใช้ทุกโอกาสที่เป็นประโยชน์ หากสามารถช่วยเปิดตลาด ดึงการลงทุน สร้างความเชื่อมั่น ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจได้ มีแต่ได้กับได้ ควรมองว่าอดีตนายกฯเป็นเสมือนทูตเศรษฐกิจภาคประชาชนที่ช่วยกันสร้างโอกาส“อนุทิน” เกาะติดทุจริตสอบท้องถิ่นวันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เข้าทำงานในช่วงวันหยุด เรียกประชุมติดตามความคืบหน้าการสอบสวนและลงโทษผู้กระทำความผิดคดีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น เพื่อดำเนินการล้างทุจริตสอบท้องถิ่น หาแนวทางดำเนินคดี ยกเลิกและเพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น มีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงข้าราชการในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จำนวน 5 ราย และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จากนั้นนายอนุทินโพสต์ภาพการประชุมพร้อมข้อความว่า “ประชุมติดตามความคืบหน้าของเรื่องการสอบท้องถิ่น และเตรียมแผนรับมืออุทกภัยกับทีมงานมหาดไทย”รบ.ลุยนอมินีภูเก็ตสอบ 361 บริษัทน.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามข้อสั่งการของนายกฯ ที่สั่งการเดินหน้าแก้ไขตรวจสอบบริษัทต้องสงสัย ในลักษณะเป็นนอมินีในพื้นที่ จ.ภูเก็ต อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ล่าสุดนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรม และสถานประกอบการที่ได้รับการร้องเรียน จากการเข้าตรวจสอบโรงแรม 2 แห่ง เบื้องต้นพบว่าไม่มีใบอนุญาต สั่งการให้ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย และเข้าตรวจสอบอาคารในพื้นที่ ต.ป่าตอง หลังได้รับเบาะแสผู้ใช้สถานที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ แตกต่างจากสถานที่ประกอบศาสนกิจทั่วไป และตรวจพบบริษัทต้องสงสัยลักษณะนอมินีแล้วกว่า 361 บริษัท จะทำการขยายผลตรวจสอบต่อไปมท.2 ตรวจสถานประกอบการถลางช่วงบ่าย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นำนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.ภูเก็ต น.ส.วิไลลักษณ์ เรืองผล นายอำเภอถลาง และคณะตรวจพื้นที่ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบสถานประกอบการจำหน่ายกัญชาและธุรกิจที่อาจเข้าข่ายการประกอบธุรกิจโดยใช้นอมินี ตามนโยบายจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพลของรัฐบาล เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว พบว่าสถานประกอบการยังเปิดให้บริการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาหลายรูปแบบ ทั้งดอกกัญชา กัญชามวนพร้อมสูบ รวมถึงอาหารและขนมที่มีส่วนผสมของกัญชา ทั้งที่ใบอนุญาตอยู่ระหว่างถูกพักใช้ นอกจากนี้ยังไม่พบการจัดเก็บข้อมูลผู้รับบริการ หรือเอกสารรับรองจากแพทย์ เงื่อนไขสำคัญของการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ จึงเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนดของกฎหมาย และอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเพื่อพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตและดำเนินคดีตามกฎหมาย