วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“แทน โฆษิตพิพัฒน์” ภูมิใจชีวิตทหารเกณฑ์ จำคำพ่อขึ้นใจ!! ต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน

เกิดเป็นทายาทศิลปินแห่งชาติต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาลจากความคาดหวังของสังคม ก็เพราะอย่างนี้ “แทน โฆษิตพิพัฒน์” ลูกชายคนเดียวของ “อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” จึงพยายามหนีเงาพ่อเพื่อสร้างเส้นทางฝันของตัวเอง กระนั้น ยิ่งหนีกลับยิ่งพบสัจธรรมว่า สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถปฏิเสธเลือดศิลปินที่ฝังลึกอยู่ในดีเอ็นเอ

“ผมชอบวาดรูปตั้งแต่เด็ก เป็นอะไรที่ทำได้และมั่นใจ ตั้งแต่อยู่โรงเรียนจิตรลดาก็ได้รางวัลจากการวาดรูป พอย้ายไปอยู่เชียงรายได้รางวัลศิลปะ ตอนไปเรียนที่อังกฤษชั้นเอ-เลเวล ผมก็ได้รางวัลวาดรูป จนครูบอกว่าคุณควรเรียนต่อด้านศิลปะ แต่ตอนนั้นผมไม่เชื่อ และเลือกเรียนภาพยนตร์ ผมไม่อยากเรียนศิลปะแบบพ่อ ไม่เคยคิดเอาจริงเรื่องศิลปะ เพราะพ่อเก่งมากในเรื่องศิลปะ เป็นถึงศิลปินแห่งชาติ ผมไม่อยากอยู่ใต้เงาของพ่อ แล้วต้องโดนเปรียบเทียบกับพ่อตลอดเวลา”

เกิดเป็นลูกชายศิลปินแห่งชาติ มีความกดดันสูงขนาดไหน

พ่อไม่เคยสอนวาดรูป และไม่อยากให้ผมเป็นศิลปิน ตั้งแต่เด็กผมต้องแอบวาดรูปไม่ให้พ่อรู้ เพราะกลัวคำวิจารณ์ของศิลปินแห่งชาติ มันเป็นปมด้อยที่เกิดเป็นลูกศิลปินแห่งชาติ เป็นความกลัวพ่อ ผมคิดตลอดว่านี่คือข้อเสียของตัวเอง การเกิดมาเป็นลูกศิลปินใหญ่ๆเป็นความกดดันสูงมาก เพราะมีคนที่ทำดีกว่ายืนข้างเราตลอดเวลา

เลือดศิลปินในตัวเข้มข้นขนาดนี้ ทำไมไม่อยากเดินตามรอยพ่อ

ผมไม่เคยอยากเป็นศิลปิน เพราะเห็นพ่อทำงานศิลปะตั้งแต่เด็ก รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่เหนื่อยหนัก เราอยากจะฉีกไปสร้างหนทางของเราเอง แต่ปรากฏว่า เราหนีความเป็นศิลปินในสายเลือดไม่ได้ การเกิดเป็นลูกศิลปินแห่งชาติมีแรงกดดันสูงมาก ถ้าผมเป็นคนคิดมากก็คงเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่ายๆ เพราะโดนเปรียบเทียบกับพ่อตลอด

ถามจริงๆโตมาแบบลูกคุณหนูไหม

ผมโตมาแบบคุณหนูจริงๆ พ่อแม่ตามดูแลให้หมด ไม่เคยต้องผจญภัยอะไร มีปัญหาที่โรงเรียน พ่อแม่ก็แก้ไขให้หมด เพิ่งจะมาโตขึ้นตอนตัดสินใจไปเรียนที่อังกฤษ

อะไรเป็นจุดเปลี่ยนให้ตัดสินใจไปเรียนต่างประเทศ ทั้งๆที่ติดพ่อแม่มาก

พ่อไม่เคยบังคับให้ผมไปเรียนต่างประเทศ แต่จะให้เลือกว่าอยากไป หรือไม่อยากไป เหตุผลที่ผมตัดสินใจไปเรียนต่อที่อังกฤษ เพราะได้ฟังเรื่องความลำบากของพ่อ พ่อเล่าว่าตอนเด็กครอบครัวยากจน คุณย่าต้องเลี้ยงดูพ่อและพี่น้องอีก 4 คน ตามลำพัง ไม่มีเงินส่งเสียให้เรียนกรุงเทพฯ แต่พ่อดื้อหนีขึ้นรถไฟจากเชียงรายเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนเพาะช่างและศิลปากร โดยวาดรูปหาเงินส่งตัวเองเรียน ตรงนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้ผมทิ้งบ้านไปเรียนอังกฤษ

ตอนไปเรียนอังกฤษ ชีวิตเปลี่ยนไปเลยไหม

พอห่างไกลจากพ่อแม่ทำให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ได้รู้รสชาติความลำบากครั้งแรกในชีวิต พ่อไปส่งผมถึงหอพักโรงเรียน แล้วรีบขับรถออกไป เพราะกลัวลูกจะร้องไห้ ซึ่งผมก็ร้องไห้จริงๆ แต่ร้องไห้แป๊บเดียว จากนั้นค่อยๆปรับตัวได้ ตอนแรกลำบากหน่อยตรงพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ต้องใช้เวลาอยู่ 3 เดือน ถึงจะพูดคล่อง ผมพูดรัสเซียได้เร็วกว่าภาษาอังกฤษ เพราะรูมเมทเป็นคนรัสเซีย ผมโชคดีกว่าเพื่อนๆหลายคน ไม่เคยต้องไปล้างจานเสิร์ฟอาหาร สามารถใช้ชีวิตสุขสบายโดยไม่ต้องคิดเรื่องเงิน ผมคิดตลอดว่าพ่อเคยผ่านความลำบากมาเยอะ แล้วเรามีสิทธิอะไรจะสบายกว่าพ่อ

เคยรู้จักความลำบากจริงๆบ้างหรือเปล่า

ลำบากของจริงก็ตอนเข้าไปอยู่ค่ายทหาร ผมกลับจากอังกฤษเมื่อปี 2015 และผ่อนผันเกณฑ์ทหารมาหลายปี เอาจริงๆนะตอนแรกผมจะโกงเหมือนเด็กที่พ่อแม่รวยทุกคน!! กระทั่งพ่อโทร.บอกว่า เฮ้ยแทน ถ้ามึงอยากให้กูโกงให้มึง กูทำให้ได้ง่ายๆเลย มึงไม่ต้องเล่นละครกับกู มึงเอาตรงๆว่าอยากให้กูโกงหรือไม่อยาก ผมคิดได้ว่าถ้าผมให้พ่อโกงทหาร เท่ากับผมทำผิดกฎหมายครั้งแรกในชีวิต ผมเลยโทร.หาพ่อว่าจะสมัครเข้าเกณฑ์ทหาร พ่อเพิ่งเฉลยว่าเขารู้สึกผิดที่ขอให้ย่าโกงทหาร และเป็นตราบาปในใจถึงวันนี้ เพราะรู้สึกผิดกับชาติ แทนตัดสินใจแบบนี้จะได้ไม่ต้องมีแผลในใจ

ชีวิตในค่ายทหารของคุณหนูแทน โหดกว่าที่คิดเยอะไหม

ถ้าสมัครใจเกณฑ์ทหารแค่ 6 เดือน แต่จับใบดำใบแดงต้องเกณฑ์ทหาร 1 ปี ผมถูกส่งไปฝึกที่ค่ายเม็งรายมหาราช จ.เชียงราย ต้องอยู่ในค่าย 3 เดือนเต็ม และประจำการอีก 3 เดือน ผมเตรียมตัวเองทุกอย่าง ทั้งฟิตร่างกาย หัดร้องเพลง พ่อสอนวิธีใช้จอบขุดดินถางหญ้า ตอนเข้าไปในค่ายใหม่ๆผมไม่พูดกับใครเลย ไม่แคร์ใครทั้งนั้น คิดแต่ว่าอีก 12 อาทิตย์ก็ออกจากค่ายแล้ว ช่วงแรกน้ำหนักลดไปหลายกิโล เพราะมีปัญหาเรื่องกินนอน ผมปั้นข้าวเหนียวไม่เป็น กินอาหารเผ็ดไม่ได้ แถมยังนอนไม่หลับ เพราะโดนปลุกให้ตื่นมาทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา ผมทำอะไรไม่ทันเพื่อนๆจนถูกลงโทษ กินก็ไม่ทันอาบน้ำไม่ทัน ช่วงแรกจึงรู้สึกเซ็งมาก ในนั้นทุกคนเท่าเทียมกันหมด ทุกคนมีแค่เสื้อฝึก 5 ตัว กางเกง 2 ตัว กางเกงใน 5 ตัว แปรงสีฟันอันหนึ่ง กับสบู่ก้อนหนึ่ง ห้ามเอามือถือเข้าไป ทุกคนกลัวที่สุดคือ แปรงสีฟันกับสบู่หาย เพราะหายแล้วจบเลย เข้าไปอยู่ในนั้นผมเครียดมาก ปกติต้องระบายให้แม่ฟัง แต่ใช้มือถือไม่ได้ ผมเลยต้องหาเพื่อนระบาย เพื่อนคนแรกชื่อ “เขม” เป็นบัดดี้ที่ต้องไปไหนด้วยกัน อาทิตย์แรกที่เข้าค่าย ผมไม่แคร์บัดดี้เลย ไปอาบน้ำคนเดียวไม่รอเพื่อน เอาตัวรอดคนเดียว จนบัดดี้เกลียดผม แต่เชื่อไหม “ไอ้เขม” ซึ่งเป็นลูกชาวนา กลายเป็นเพื่อนที่ผมรักมาก มันแอบเก็บเตียงให้ผม เพราะรู้ว่าผมโดนทำโทษบ่อยเก็บเตียงไม่ทัน หลังๆมันแอบแบ่งข้าวเหนียวให้ผม เพราะรู้ว่าเรากินเผ็ดไม่ได้ ตอนแรกๆแทนไม่สนมันเลย จนวันหนึ่งเห็นมันแอบขัดรองเท้าให้ เพราะเห็นแทนโดนทำโทษหลายครั้ง ผมโคตรซึ้ง!! เป็นครั้งแรกที่มนุษย์ที่ไม่ใช่พ่อแม่ทำอะไรให้แบบนี้ เขมเป็นคนที่ไม่ใช่แคร์ว่าแทนมีเงิน แต่เขมคบเราเป็นเพื่อนจริงๆ วันหนึ่งผมได้กล้วยบวชชีมา เลยนึกถึงเขม ผมเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงจนถึงเย็น เพื่อเอาไปกินด้วยกัน ถ้าผมไม่เปลี่ยนนิสัยคงกินคนเดียวไปนานแล้ว ปกติพ่อแม่ผมจะมาเยี่ยมทุกอาทิตย์ แต่ไม่มีญาติมาเยี่ยมเขมเลย บ้านเขมอยู่ติดชายแดนขุนตาล ไม่มีสตางค์ค่ารถ ผมขอพ่อเอาเงินไปให้ครอบครัวเขม จะได้มาเยี่ยมลูก

หลังสมัครใจเกณฑ์ทหาร ความคิดอ่านของแทนเปลี่ยนไปจากเดิมยังไง

ก่อนหน้านั้นแทนไม่เคยคิดว่าการมีพ่อแม่จะสำคัญขนาดไหน ในช่วงที่เราเหนื่อยมาก เหงามากๆ ไม่สบายก็ยังต้องฝึก ผมอยากคุยกับแม่มาก ผมขอยืมโทรศัพท์รุ่นพี่โทร.หาแม่เพราะอยากได้ยินเสียงแม่เป็นครั้งแรกในชีวิต แค่อยากได้ยินเสียงจริงๆ ไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ เป็นครั้งแรกตั้งแต่โตมาที่แทนบอกรักแม่ และบอกแม่ว่าคิดถึงมาก หลังจบเกณฑ์ทหารรู้สึกว่ามีพลังเยอะ ทำอะไรก็ไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะเราผ่านความเหนื่อยมาเยอะแล้ว จากที่เป็นคุณหนูเรื่องมาก แทนกินง่ายอยู่ง่ายขึ้น จะบอกตัวเองว่าให้ใช้ชีวิตเหมือนทุกอย่างมีอย่างเดียวและเป็นอันสุดท้ายของเรา

ถึงตอนนี้ภูมิใจกับความเป็นชายชาติทหารแค่ไหน

ผมรู้สึกภูมิใจมากที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสใส่ชุดทหาร รู้สึกภูมิใจที่เป็นชายไทยที่ได้ทำหน้าที่เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินเกิด ผมกลับบ้านวันแรกมองวัดร่องขุ่นไม่เหมือนเดิมเลย รู้สึกว่าวัดของพ่อสวยงามและมีคุณค่ามาก สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ วัดร่องขุ่นเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของพ่อที่ผมจะต้องดูแลต่อไปอย่างดีที่สุด

คุณพ่อว่าไงบ้างที่ลูกชายสานฝันแทน

เราเป็นพ่อลูกที่แข็งๆไม่โชว์ความรักระหว่างกัน แต่ตอนที่พ่อไปรับออกจากค่าย ผมขึ้นรถปุ๊บ พ่อบอกว่ามึงก็แน่เหมือนกันนะ!! ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก และบอกพ่อเป็นครั้งแรกว่าแทนโคตรจะรักพ่อเลย แล้วก็ร้องไห้!! พ่อคือไอดอลของผม ถึงตอนนี้รู้สึกโชคดีมากที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อ ได้มีแบบอย่างที่ดีอยู่ข้างๆเราตลอด อยากบอกพ่อว่าขอบคุณมากที่อยู่กับแทนเสมอ และเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมไทย

เส้นทางที่ลิขิตเองของแทนจะเป็นยังไงต่อไป

ผมอยากเป็นศิลปินเต็มตัว บอกพ่อแล้วพ่อดีใจที่ลูกตั้งใจจริง ผมฝันว่าอยากเอาผลงานศิลปะของคนไทยไปโชว์ต่างประเทศ พ่อจะบอกเสมอว่าคุณไม่ต้องเป็นทหารถึงจะรับใช้ชาติได้ ทุกอาชีพสามารถรับใช้ชาติได้หมด ขึ้นกับว่าจะทำเพื่อตัวเอง หรือเพื่อประเทศชาติ ผมอยากเดินตามทางพ่อ ทำศิลปะเพื่อสังคมเพื่อชาติ.


ทีมข่าวหน้าสตรี