วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จลาจลที่ “ชาร์ลอตส์วิลล์” สะท้อนอเมริกาแตกแยก

ปะทะ-ผู้ประท้วงกลุ่มชาตินิยมขวาจัดปะทะกับกลุ่มต่อต้านที่ทางเข้าสวนสาธารณะลี พาร์ก ในเมืองชาร์ลอตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อ 12 ส.ค. จนทางการต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (รูปเล็ก) ถูกโจมตีที่ปกป้องและไม่ประณามฝ่ายขวาจัดเท่าที่ควร (เอพี)

ในสหรัฐอเมริกา เรื่อง “เชื้อชาติสีผิว” ยังอ่อนไหวและเปรียบเสมือน “ระเบิดเวลา” ซึ่งอาจปะทุขึ้นได้ทุกเมื่อถ้าถูกจุดชนวน เหตุจลาจลล่าสุดที่เมืองชาร์ลอตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย ก็คือตัวอย่างหนึ่ง

เมื่อวันเสาร์ 12 ส.ค. กลุ่มคลั่งชาติผิวขาวสุดโต่งหลากหลายกลุ่มไปชุมนุมกันครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ที่เมืองชาร์ลอตส์วิลล์ เพื่อประท้วงการรื้อย้ายรูปปั้นของนายพลโรเบิร์ต อี.ลี อดีตผู้บัญชาการกองทัพสมาพันธรัฐอเมริกาฝ่ายใต้ซึ่งสนับสนุนระบอบทาสในยุคสงครามกลางเมือง และเกิดปะทะกับกลุ่มต่อต้านการชุมนุม

ในช่วงชุลมุน นายเจมส์ ฟีลด์ส วัย 20 ปี พวกขวาจัด ซึ่งมีประวัติ บูชานาซีเยอรมัน และอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ขับรถยนต์พุ่งชนฝ่ายต่อต้าน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน ชื่อนางฮีทเธอร์ เฮเยอร์ วัย 32 ปี มีผู้บาดเจ็บอีก 19 คน และวันถัดมาเฮลิคอปเตอร์ของทหารที่จะเข้าไปควบคุมการจลาจลก็ประสบอุบัติเหตุตก มีทหารเสียชีวิต 2 นาย

ในวันเกิดเหตุ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น เป็น “ความผิดของหลายฝ่าย” แทนที่จะโทษพวกคลั่งชาติผิวขาว สุดโต่ง เมื่อถูกกดดันหนักเข้าก็ยอมแถลงใน 14 ส.ค. ประณามนายเจมส์ ฟีลด์ส ผู้ขับรถยนต์พุ่งชนฝ่ายต่อต้าน และประณามกลุ่มคลั่งชาติขวาจัด รวมทั้งกลุ่ม “คู คลักซ์ แคลน” (เคเคเค) และ “นีโอ-นาซี” แต่วันต่อมาก็กลับลำอีก ระบุว่าเป็นความผิดของ “ทั้ง 2 ฝ่าย” ทั้งฝ่ายขวาจัดและฝ่ายต่อต้านซึ่งเป็นฝ่ายซ้ายจัด ซึ่งมีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกัน

ทรัมป์ยังพูดแดกดันว่า ถ้ารูปปั้นของนายพลโรเบิร์ต อี.ลี ถูกรื้อย้ายได้ หรือต่อไปอนุสาวรีย์ของประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน ผู้นำ สหรัฐฯ คนแรก และประธานาธิบดีโธมัส เจฟ-เฟอร์สัน ผู้นำคนที่ 3 ซึ่งก็มีทาสเป็นของตนเอง จะถูกรื้อทำลายด้วย วันต่อมาเขายังพูดอีกว่าการรื้อย้ายรูปปั้นและอนุสาวรีย์อันสวยงามของสมาพันธรัฐฝ่ายใต้ซึ่งแพ้สงครามต่อสหรัฐอเมริกาฝ่ายเหนือ เป็นการฉีกทำลายประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศ

ท่าทีของทรัมป์ยิ่งทำให้ชาวอเมริกันแตกแยก แกนนำทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตหลายคนรุมโจมตีเขาอย่างหนักว่าไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ลึกซึ้ง จะเอาพวกผิวขาวคลั่งชาติสุดโต่ง ซึ่งเหยียดเชื้อชาติสีผิวและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ไปเปรียบเทียบกับฝ่ายต่อต้านการเหยียดผิวไม่ได้

อย่างไรก็ตาม โพลของ “เอ็นพีอาร์/พีบีเอส/ นิวส์อาวร์/มาริสต์” สุ่มถามชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ 1,125 คน ว่า ควรรักษารูปปั้นของฝ่ายสมาพันธรัฐไว้ในฐานะสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ หรือให้รื้อย้ายเพราะทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งโกรธเคือง ปรากฏว่า ผู้ถูกถามส่วนใหญ่ถึง 62% เห็นว่าควรรักษาไว้ และ 27% เห็นตรงข้ามนั่นแสดงว่าทรัมป์ยังมีแนวร่วมเยอะมากในเรื่องนี้ หลังเขาถูกกล่าวหามาตลอดว่าในช่วงหา เสียงเลือกตั้ง มีพวกชาตินิยมฝ่ายขวาเป็นฐานเสียงให้ ต่างจากนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีคนก่อน ซึ่งเป็นคนผิวสีที่พวกคลั่งชาติขวาจัดไม่ชอบ

การชุมนุมประท้วงที่เมืองชาร์ลอตส์วิลล์ มีกลุ่มคลั่งชาติขวาจัดที่เรียกกันว่ากลุ่ม “คนผิวขาวเป็นใหญ่” (White Supremacists) เป็นแกนนำจัดขึ้น ภายใต้สโลแกน “ผนึกรวมฝ่ายขวา” (Unite the Right) ซึ่งเป้าหมายมีมากกว่า
การต่อต้านการรื้อย้ายรูปปั้นนายพลโรเบิร์ต อี.ลี นั่นคือเพื่อประท้วงสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าเป็นแนวโน้ม “ต่อต้านฝ่ายขวา” (Anti-White) ที่แรงขึ้นเรื่อยๆ ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมทั้งความพยายามรื้อย้าย รูปปั้นและอนุสาวรีย์ต่างๆ ของฝ่ายสมาพันธรัฐฝ่ายใต้

นอกจากกลุ่มคู คลักซ์ แคลน ผู้ที่เข้าร่วมการ ชุมนุมรวมทั้ง นายริชาร์ด สเปนเซอร์ แกนนำขบวนการชาตินิยมฝ่ายขวา ผู้ชูคำว่า “ฝ่ายขวาทางเลือก” (Alt-Right) ให้เป็นที่รู้จัก โดยขบวนการนี้ประกอบด้วยกลุ่ม “ชาตินิยมผิวขาว” (White Nationalist) กลุ่ม “คนผิวขาวเป็นใหญ่” (White Supremacists) กลุ่ม “ต่อต้านยิว” (Ant-Semitic) ไปจนถึงกลุ่มต่อต้านคนผิวดำ ผู้อพยพ และคนรักร่วมเพศ ฯลฯ โดยสเปนเซอร์ต่อสู้เพื่อสร้าง “รัฐเชื้อชาติ” (Ethno-State) ของคนผิวขาวโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม “กองหน้าอเมริกา” (Vanguard America) ซึ่งโด่งดังจากการไปแจกใบปลิวตามมหาวิทยาลัยเพื่อเชิดชูพวกชาตินิยมผิวขาว เว็บไซต์ของกลุ่มนี้มีคำขวัญ “เลือดและพื้นดิน” (Blood and Soil) ซึ่งเป็นคำขวัญของนาซี และระบุว่า “ถ้าแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ชาวอเมริกันผิวขาวจะเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศที่ตนสร้างขึ้น ถึงเวลาแสดงจุดยืนแล้ว”

กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมอื่นๆ ที่มีแนวคิดและเคลื่อนไหวคล้ายกัน รวมทั้งกลุ่ม “เอกลักษณ์เอฟโรปา” (Identity Evropa) มีนายเนธาน ดามิโก เป็นผู้นำผู้ก่อตั้ง มีฐานที่รัฐแคลิฟอร์เนีย กลุ่ม “พรรคคนงานจารีตประเพณี” (Traditionalist Worker Party) มีนายแมทธิว ฮีมบาช เป็นผู้นำ มีฐานที่รัฐอินเดียนา กลุ่ม “สันนิบาตชาวใต้” (League of the South) มีนายไมเคิล ฮิลล์ ศาสตราจารย์เกษียณอายุ เป็นผู้นำ มีฐานที่รัฐอลาบามา มีนโยบายรวมรัฐทางใต้ แยกเอกราชจากสหรัฐอเมริกา กลุ่ม “ขบวนการชาวสังคมนิยมแห่ง ชาติ” (National Socialist Movement) มีนายเจฟฟ์ สโคฟ เป็นผู้นำสมาชิกกลุ่มนี้เคยสวมปลอกแขนเครื่องหมาย “สวัสติกะ” ของนาซี

กลุ่มขวาตกขอบเหล่านี้บางกลุ่มเคยชุมนุมเฉลิมฉลองที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว และประกาศว่าจะเคลื่อนไหวต่อไปไม่หยุดยั้ง...ความวุ่นวายดังเช่นเหตุจลาจลที่เมืองชาร์ลอตส์วิลล์ จึงอาจปะทุขึ้นได้อีกทุกเมื่อ!

บวร โทศรีแก้ว