ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
ตอนที่ 14

ปฏิบัติการตามล่าตัวอดิศรและช่วยเหลือตัวประกันถูกวางแผนอย่างรัดกุมและเร่งด่วน พวกสีหนาทกับตำรวจอดทนรอ จนในที่สุดหนึ่งในลูกน้องของอดิศรก็ปรากฏตัวในละแวกหมู่บ้านตามที่ชาวบ้านเคยให้เบาะแส สีหนาทกับรามเลยเข้าประชิดและเค้นคอถามถึงที่ซ่อนของอดิศรจนได้

อดิศรยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกย้อนแผน มัวโวยวายใส่พ่อที่โทร.มาสั่งให้จัดการฆ่าปิดปากนารากับรัศมี

ตอนที่ 13

แม้จะพยายามทำใจมาหลายวัน แต่ขนิษฐาก็ไม่อาจตัดใจจากรามได้ เลยตัดสินใจย้ายไปอยู่โรงแรมชั่วคราว จะได้ไม่เห็นและไม่ได้ยินเรื่องราวของหัวหน้าคนงานหนุ่มอีก

เมื่อสีหนาททราบเรื่องก็พยายามทัดทาน ไม่อยาก ให้ญาติสาวห่างตา เพราะเป็นห่วงความปลอดภัย

ตอนที่ 12

ข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์เรื่องอดิศรเป็นตัวการลอบตัดไม้เถื่อน กวนใจรัศมีอย่างหนัก จนต้องไปไล่เบี้ยเอากับศักดา และแม้เขาจะพยายามแก้ต่างและแก้ตัวแทนลูกชายแค่ไหน เธอก็ดูจะไม่ค่อยเชื่อ

“มันอยากจับคน เขียนอะไรก็ได้ ผมถามหน่อย ผมกำลังจะสร้างโครงการใหญ่ จะลดตัวไปทำเรื่องพวกนี้เพื่ออะไร ต่อให้เป็นก่อนหน้านี้ มันก็ไม่จำเป็น ผม...พ่อเลี้ยงศักดา มีรีสอร์ต มีโรงไม้ตั้งหลายแห่ง จะทำตัวเป็นโจรเพื่อ!”

ตอนที่ 11

ความจริงจากจุฑารัตน์ทำให้สีหนาทถึงกับมึนไปพักใหญ่ และเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวที่ผ่านมา ก็เห็นจริงตามนั้น เพราะหนูนาแสดงออกชัดเจนด้วยการเอาตัวไปคลุกคลีกับรามเสมอ และวันนี้ข้อสงสัยก็ได้คำตอบทั้งหมด ราชสีห์หนุ่มเลยตัดสินใจจะไม่ขวางเธอเหมือนเคย แถมเปิดโอกาสให้อยู่ด้วยกันอีกต่างหาก

ระหว่างที่หนูนาพัฒนาความสัมพันธ์กับพ่อ สีหนาทก็ทุ่มเทความสนใจกับการไล่ล่าตัวอดิศร ด้วยการร่วมมือกับกรกชใช้แผนล่อซื้อไม้เถื่อน โดยอาศัยเพ็กลอ เอเย่นต์ค้าไม้ที่เพิ่งถูกจับเมื่อไม่นานมานี้เป็นตัวล่อ

ตอนที่ 10

การเปิดตัวเป็นคู่รักรัศมี ทำให้โครงการทำบ่อนรุดหน้ามาก จนศักดาลำพองใจ และคิดว่าความฝันคงเป็นจริงในไม่ช้า อดิศรเฝ้ามองความสำเร็จของพ่อด้วยท่าทางไม่ยี่หระ ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรมาก นอกจากเก็บตัวเงียบ ไม่ออกไปรับงานลักลอบตัดไม้เถื่อนเหมือนเคย เพราะถูกพ่อกำชับไว้

แต่ความแค้นต่อสีหนาทกับราม ก็ทำให้อดิศรแทบคลั่ง หาทางเอาคืนตลอด และในที่สุดสวรรค์ก็บันดาลตัวช่วยมาให้ คือเรือง หนุ่มคนงานหน้าตาดีแต่ท่าทางเจ้าเล่ห์ อดีตคนงานไร่บัวขาว แต่ลาออกมาสมัครงานที่รีสอร์ตของศักดา อดิศรเลยรับไว้และจัดการส่งตัวไปเป็นสายในไร่บัวขาวเพื่อหาทางแก้แค้นที่สั่งสมมานาน

ตอนที่ 9

สีหนาททำตามที่รับปากกับรามจริงๆ ในเช้าวันต่อมา ขนิษฐาถึงกับพูดไม่ออก ทั้งผิดหวังและน้อยใจที่หัวหน้าคนงานหนุ่มไม่เคยมองเห็นความรักของเธอเลย สีหนาทเข้าใจความรู้สึกญาติสาวดี สงสารและเห็นใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตา

หลังเคลียร์ปัญหาค้างใจให้ราม สีหนาทก็เข้าไร่ตามปกติ โดยมีหนูนาตามจดบันทึกเหมือนเคย และวันนี้เธอก็ได้ตื่นเต้นกว่าทุกวัน เพราะได้เห็นการล้มไม้สักเป็นครั้งแรก

ตอนที่ 8

หนูนาเกาะกุมมือรามแน่น น้ำตาไหลพรากด้วยความสะเทือนใจอย่างหนัก ต้องเห็นเขาบาดเจ็บเพราะ บุกช่วยเธอกับเจ้านายหนุ่ม รามสะลึมสะลือตื่นไม่นานหลังจากนั้น หนูนาตื่นเต้นมาก และเกือบได้สารภาพความจริงแล้ว ถ้าขนิษฐาจะไม่ปรากฏตัวพร้อมสีหนาทเสียก่อน

คำสารภาพของหนูนาเลยต้องพักไว้ก่อน สีหนาทกับขนิษฐาขยับไปชิดขอบเตียง ก่อนที่ฝ่ายชายจะยกมือไหว้หัวหน้าคนงานหนุ่ม เป็นการขอบคุณที่ยอมเสี่ยงตายไปช่วยเขากับผู้ช่วยสาวถึงในป่า

ตอนที่ 7

สีหนาทพาหนูนาหนีเข้าป่าลึกเรื่อยๆจนกลิ้งไปด้วยกันถึงตีนเขา โชคดีที่ผู้ช่วยสาวตัวเล็กไม่ได้บาดเจ็บมาก แค่บอบช้ำนิดหน่อย ต่างจากเขาที่ข้อเท้ากระแทกกับหินอย่างแรง!

ข้อเท้าที่บวมและปวดมากขึ้น ทำให้สีหนาทเริ่มเป็นกังวล แต่กลับไม่ยอมบอกหนูนาว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่อยากให้เธอพลอยเป็นห่วง...จะใจเสียกันใหญ่ หนีไม่พ้นกันพอดี

ตอนที่ 6

พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของสีหนาท ทั้งตามเฝ้า ตามสอน ตามต่อปากต่อคำกับหนูนาแทบทุกวัน ทำให้คนงานทั้งไร่เริ่มผิดสังเกต และรับรู้โดยปริยายว่า
คนงานสาวร่างเล็กเป็นคนโปรด เพราะถึงจะก่อร่างสร้างเรื่องแค่ไหน นายใหญ่แห่งไร่บัวขาวก็ไม่เคยคิดไล่ออกจริงจัง มีแต่เรียกไปตักเตือนพอเป็นพิธีและเปลี่ยนงานใหม่ให้เท่านั้น

และงานถูเรือนนี้ เธอก็ทำได้ดีเกินคาด โดยมีนายใหญ่ตามเฝ้าทุกเช้า จนกระทั่งวันหนึ่ง ที่เธอพลาด เผลอตัวช่วยเขาจัดเก็บและเรียงเอกสารภาษาอังกฤษของเขา ซึ่งถูกลมพัดปลิวกระจัดกระจายทั่วระเบียงเรือน

สีหนาทมองเอกสารที่ถูกเรียงใหม่อย่างเรียบร้อยและถูกต้องด้วยสายตาทึ่งๆ ครุ่นคิดนิดเดียวก็ตัดสินใจทดสอบบางอย่าง ด้วยการพาหนูนาไปห้องทำงานส่วนตัว ถ้ำราชสีห์หรือสถานที่ต้องห้ามของคนงานเกือบทั้งไร่ ซึ่งทั้งรกและสกปรก เพราะเขาไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่มย่าม นอกจากขนิษฐากับเชษฐ์

หนูนากวาดตามองสภาพห้องทำงานเจ้านายหนุ่ม ทุกอย่างดูผิดที่ผิดทางและฝุ่นจับเขรอะจนไม่น่าจับ มีเพียงแผนที่ไร่ขนาดใหญ่บนฝาผนังข้างหนึ่งเท่านั้น ที่ดูสะอาดมากกว่าส่วนอื่น สีหนาทเห็นสายตาอึ้งๆก็แก้ตัวแกนๆ

“ฉันไม่ค่อยให้ใครเข้ามายุ่งในนี้ นานๆถึงจะให้เข้ามาทำความสะอาดกันที ห้องมันเลยรกไปหน่อย”

“นี่หน่อยเหรอ เอ่อ...แล้วแบบนี้คุณหาของเจอเหรอคะ”

เหน็บจบก็เก็บเศษกระดาษบนพื้นไปทิ้ง แล้วทำท่าจะยกกองเอกสารข้างๆ สีหนาทรีบร้องห้ามเสียงหลง

“อ๊ะ...ระวังนะ อย่าให้เอกสารฉันขยับ”

“ถ้าไม่ขยับ แล้วจะกวาด จะถูพื้นได้ยังไงคะ”

“ก็ทำไปเท่าที่ทำได้ก็แล้วกัน แต่อย่าให้มันสลับที่กัน เดี๋ยวฉันจำไม่ได้ว่าเอาอะไรไว้ตรงไหน”

“ตู้เหล็กก็มี ทำไมไม่เอาพวกนี้จัดเข้าไปล่ะคะ”

“ไม่มีเวลา เอ่อ...เดี๋ยวฉันต้องเข้าไร่แล้ว ทำไป ก็แล้วกันนะ แล้วฉันจะมาดูผลงาน”

รวบรัดสั่งความแล้วก็ผละไป ทิ้งหนูนาให้กวาดตามองรอบห้องเซ็งๆ...รกขนาดนี้ วันเดียวจะจัดเสร็จไหม!

วันเดียวกันที่หน้าเรือนสีหนาท...ขนิษฐากำลังขอร้องให้รามช่วยขับรถเข้าเมือง ไปดูผ้าเพื่อสั่งตัดชุดสำหรับการแสดงใหม่ของโรงแรม หัวหน้าคนงานหนุ่มอยากปฏิเสธเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย แต่เมื่อถูกเธอหว่านล้อมมากเข้าก็ใจอ่อน ยอมพาเข้าเมืองจนได้

บรรยากาศระหว่างทางเข้าเมืองเต็มไปด้วยความอบอุ่น ขนิษฐาปลื้มใจมากที่มีโอกาสใกล้ชิดและพูดคุยกับรามแบบเป็นกันเองและผ่อนคลายมากกว่าทุกครั้ง เขามาส่งเธอที่ร้านผ้า แล้วแวะไปซื้ออุปกรณ์การเกษตร และกลับมารับเธออีกครั้ง ทันเวลาที่เธอกำลังมีปัญหา ถูกอดิศรตามรังควาน!

อดิศรปรายตาไปทางหัวหน้าคนงานหนุ่มแห่งไร่บัวขาวเหยียดๆ ท่าทางโอหังและไม่ยอมถอยห่างจากขนิษฐา รามพยายามเตือนดีๆ แต่อีกฝ่ายก็ไม่สน จนเขาต้องชักปืนมาขู่

“ผมมีหน้าที่ปกป้องคุณน้อง ไม่ยอมให้คุณทำ ตามใจแน่” อดิศรจะไม่ยอม รามเลยขู่สำทับเสียงเข้ม “ขอเตือนว่าอย่าคิดแลกกับคนอย่างผม ผมไม่เหมือนคุณ เพราะนอกจากชีวิตแล้ว ผมไม่มีอะไรจะต้องเสีย!”

อดิศรถึงกับผงะ กลัวตายเหมือนกัน แต่ยังทำใจกล้า ย่างสามขุมเข้าหาขนิษฐาอีกครั้ง เจ้าของร้านเกรงจะมีเรื่องให้ร้านเสียหาย เลยพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์ รามยอมเก็บปืนพกเข้าที่ อดิศรก็สั่งลูกน้องให้ไปรอข้างนอก ก่อนจะประกาศกร้าวใส่หน้าขนิษฐา

“บอกลูกพี่ลูกน้องคุณนะว่าอย่าเผลอ วันไหนที่คุณพ้นจากการบงการของมัน ผมยังพร้อมให้อภัยคุณ”

ooooooo

ผลงานทำความสะอาดและจัดเรียงเอกสารของหนูนา ทำให้ทุกคนบนเรือนตะลึงมาก เพราะไม่เคยมีใครได้รับอนุญาตให้เข้าถ้ำราชสีห์มาก่อน โดยเฉพาะสีหนาท...เจ้าของห้อง ถึงกับอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะถามเสียงเข้ม

“ใครสอนให้ทำของพวกนี้ ไหนบอกว่าเป็นคนทำงานบ้าน จัดเอกสารเป็นด้วยหรือ”

หนูนาสะดุ้ง อึกๆอักๆ “เอ่อ...เจ้าของบ้านที่ฉันเคยทำงานด้วยที่กรุงเทพฯสอนค่ะ”

สีหนาทไม่เชื่อ แกล้งยั่วเพื่อดูปฏิกิริยา “นายเก่าเธอนี่คงจะรวยมากสินะ เด็กรับใช้ธรรมดาๆถึงทำงานบ้านไม่เป็นสักอย่าง แต่กลับจัดเอกสารภาษาอังกฤษได้ คนรวยเนี่ย...บางทีก็ทำอะไรแปลกๆ”

หนูนาเสียวสันหลังวาบ พยายามแก้ตัวข้างๆคูๆ เขาก็ไม่เชื่อ แถมไล่ต้อนหนักกว่าเดิม

“บอกว่าจบแค่มอสาม แต่กลับจัดได้แม้แต่เอกสารภาษาอังกฤษยากๆพวกนี้ มันไม่เก่งเกินตัวไปหน่อยหรือ ในไร่นี้มีแค่ฉัน ยายน้องและนายเชษฐ์ที่ทำงานแบบนี้ได้”

สีหนาทมองมาอย่างคาดคั้น บีบให้เธอสารภาพความจริงที่ซ่อนไว้ หนูนาถอยจนติดข้างฝา สะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงเจ้านายหนุ่มตะคอกถามเสียงเข้ม

“หรือว่าความจริงเธอไม่ได้จบแค่มอสาม และก็ไม่เคยเป็นคนงานแม่บ้านมาก่อน เธอเป็นใครกันแน่หนูนา!”

หนูนาเกือบจนมุมแล้ว โชคดีเชษฐ์แวะมาให้เจ้านายหนุ่มเซ็นเอกสาร เธอเลยรอดตัว แต่กระนั้น...สายตาอยากรู้อยากเห็นของเชษฐ์ โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดและเป็นระเบียบของถ้ำราชสีห์ ก็ทำให้เธอหายใจไม่ทั่วท้อง

“แหม...ห้องโล่งขึ้นเยอะเลย คุณสิงห์นี่ตาถึงรู้ได้ยังไงว่าหนูนาจัดห้องทำงานได้”

“ฉันก็ไม่รู้หรอก...คาดไม่ถึงเหมือนกัน”

หนูนากลัวถูกซักเลยรีบขอตัว ทิ้งสองหนุ่มให้มองตามนิ่งๆ...ยายตัวเล็กนี่ต้องมีอะไรปกปิดไว้แน่!

ด้านขนิษฐา...เห็นท่าทางขึงขังไม่กลัวตายของรามก็ใจไม่ดี เลยขอร้องให้เขาแวะวัดระหว่างทางกลับไร่

“น้ารามรู้ไหมคะว่าน้องอธิษฐานอะไร น้องขอให้พระคุ้มครองน้าราม เพราะน้องคงทนไม่ได้ถ้าน้ารามต้องมาเป็นอะไรเพราะน้อง” รามถึงกับอึ้ง แต่ไม่ทันพูดอะไร ขนิษฐาก็ตัดพ้อต่อว่าตัวเองเสียก่อน “เวรกรรมอะไรก็ไม่รู้ ถึงถูกนายนั่นตามรังควานไม่เลิก ตัวเองลำบากไม่พอ ยังทำให้น้ารามต้องมาเสี่ยงไปด้วย”

“อย่าโทษตัวเองเลยครับ ความจริงเรื่องที่เกิดขึ้นก็เพราะผมพลาดด้วย ไม่ได้ระวังให้มากพอ ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ” ขนิษฐาส่ายหน้าไม่เห็นด้วย แต่รามก็ไม่หยุด “คุณน้องเป็นคนดี ถึงได้คิดมากแทนผม แต่ก็อย่างที่ผมพูดกับนายอดิศร คนอย่างผม...นอกจากชีวิตแล้ว ไม่มีอะไรจะต้อง...”

รามพูดไม่ทันจบ ขนิษฐาก็ขัดขึ้น “น้ารามหยุดพูดแบบนี้เถอะค่ะ สำหรับน้อง...ชีวิตน้ารามมีค่า ไม่ต่างจากชีวิตของน้องหรือว่าพี่สิงห์ ไม่ควรจะต้องมีใครมาสละชีวิตให้ใครทั้งนั้น...เข้าใจไหมคะ”

ขนิษฐาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แต่ก็ทำได้ยากเต็มที รวมทั้งน้ำตาที่ทำท่าจะไหลเพราะความอัดอั้นตันใจ รามเห็นท่าเจ้านายสาวก็ทำตัวไม่ถูก ได้แต่พูดออกไปด้วยความเจียมตัว

“ขอบคุณนะครับที่คุณเป็นห่วงคนอย่างผม ผมโชคดีที่มีเจ้านายดีๆแบบคุณ”

ขนิษฐาสุดจะกลั้นน้ำตา ไม่อาจปกปิดความอึดอัดใจได้อีกต่อไป โพล่งออกไปเสียงเครือ

“น้ารามต้องไม่เป็นอะไร ต้องปลอดภัยนะคะ น้องขอพรให้น้ารามและเราทั้งคู่ปลอดภัย”

รามชะงักเล็กน้อยกับคำว่าเรา แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร นอกจากรับปากหนักแน่น

“ครับ...คุณน้องต้องปลอดภัย เราต้องปลอดภัย”

คำสัญญาของเขา ทำให้ขนิษฐาหมดแรงต้านทานความอ่อนไหวในใจ โผซบไหล่อย่างหาที่พึ่ง รามตกใจมาก แต่ไม่อยากปฏิเสธให้เธอใจเสียไปกว่านี้ ยอมยืนนิ่งๆให้เธอพิง จนคนหาที่พึ่งปลื้มใจมาก ที่เขาไม่หลบเลี่ยงเหมือนเคย

ooooooo

ศักดาควงรัศมีไปทั่วเชียงราย เหมือนจะอ่อยเหยื่อให้เหล่านายทุนซึ่งเคยเมินข้อเสนอโครงการบ่อนที่สามเหลี่ยมทองคำได้รู้ว่าเขามีแหล่งเงินทุนสนับสนุนแน่นหนาแค่ไหน ซึ่งก็ได้ผล เหล่านายทุนพากันเข้าหาและพยายามขอเจรจาข้อเสนอเดิม จนพ่อเลี้ยงใหญ่ลำพองใจมาก และคิดว่าอีกไม่นานโครงการใหญ่ต้องสำเร็จแน่

แต่อดิศร ซึ่งกำลังเซ็งเรื่องขนิษฐา กลับมองสิ่งที่พ่อทำเป็นเรื่องน่ารังเกียจ ไม่เห็นความจำเป็นที่พ่อต้องลงทุนขนาดนั้น ให้แม่ม่ายไฮโซ ลูกสาวคนเล็กของวรรณเจ้าสัว ใหญ่ตระกูลวรรณพาณิช หลงจนหัวปักหัวปํา ศักดาเหยียดยิ้มเย็น ก่อนจะสอนบทเรียนสำคัญให้ลูกชายคนเดียว

“แกนี่มันอ่อนจริงๆ แกต้องมองการณ์ไกล ไม่ใช่มองแค่ของพื้นๆอย่างน้องไอ้สิงห์ รู้ไหมว่าตระกูลวรรณพาณิชร่ำรวยมากแค่ไหน เงินพวกมันจะทำให้เราสบายไปทั้งชาติ หัดใช้สมองบ้าง”

ตอนที่ 5


เพราะพยายามหาทางออกจากห้องเก็บอุปกรณ์ราวกับคนบ้า หนูนาเลยเกือบหน้าคะมำ โชคดีที่สีหนาทซึ่งยืนมองอยู่แล้วอย่างใจเย็น ช่วยรับร่างบางๆ นั้นไว้ เธอเลยรอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิด

แต่คนช่วยกลับข้อมือซ้น หนูนาเลยอาสานวดตอบแทน เปิดโอกาสให้เขาได้พิจารณาใบหน้าใสๆกับท่าทางซื่อๆของเธออีกครั้ง ปลายสัมผัสจากนิ้วเล็กๆ ชวนให้ใจหวิวอย่างบอกไม่ถูก และอยากยืดเวลาออกไปให้นานที่สุด แต่อีกฝ่ายเหมือนจะไม่รู้เรื่องด้วย แถมสะบัดหน้าหนีงอนๆอีกต่างหาก เมื่อเขาแกล้งเย้า

ตอนที่ 4


หนูนาไม่ทันก้าวพ้นอาณาจักรไร่บัวขาว ก็หมุนตัวเปลี่ยนใจ คืนซองเงินค่าจ้างและขอโอกาสกับสีหนาทอีกครั้ง ยังไม่อยากล้มเลิกความตั้งใจเรื่องพ่อ เพราะไม่อยากเสียใจไปตลอดชีวิต

เหล่าคนงานถึงกับทึ่งในความกล้าของคนงานสาวร่างเล็กจอมป่วน แต่ที่อึ้งกว่าคือสีหนาทดันตอบตกลง

“แต่มีข้อแม้นะ เธอจะต้องไม่ก่อความวุ่นวายอีก ที่สำคัญ...ห้ามบาดเจ็บหรือเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด ภายในหนึ่งอาทิตย์ ถ้าทำตามนี้ได้ ฉันถึงจะนับว่าเธอเป็นคนงานที่นี่ ทำได้หรือเปล่า”

หนูนาหน้าบาน หัวใจพองโต “ได้...ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ คุณสิงห์”

สีหนาทถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อเห็นรอยยิ้มของเธอ แต่ยังเสปั้นหน้าเคร่ง ยื่นซองเงินคืนให้

“ส่วนเงินนี่ ไม่ต้องคืนฉัน มันเป็นเงินจากน้ำพัก น้ำแรงของเธอ แค่ทำตามที่ตกลงกันให้ได้ก็พอ”

“ฉันจะทำให้ได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันรับรอง”

เป็นอันว่าหนูนาได้เป็นคนงานในไร่บัวขาวต่อ ท่ามกลางความสงสัยของเหล่าคนงาน ว่าเหตุใดนายใหญ่ของไร่ถึงใจอ่อน ส่วนจุฑารัตน์...ยังไม่รู้เรื่องเพื่อนรักเปลี่ยนใจ มุ่งหน้าไปสถานีตำรวจแต่เช้า เพื่อขอสัมภาษณ์กรกชเรื่องลักลอบตัดไม้ตามคำแนะนำของสีหนาท แต่สารวัตรหนุ่มก็ยึกยัก ให้ข้อมูลอะไรไม่ได้ จนเธอเริ่มหงุดหงิด

สารวัตรหนุ่มก็เหมือนจะรู้ตัว แต่ยังแกล้งพูดวกวน เหมือนจะลองใจ จนในที่สุดจุฑารัตน์ก็ทนไม่ไหว โพล่งออกไปเรื่องศักดาเป็นตัวการใหญ่ พร้อมประกาศอุดมการณ์ ตัวเองจะทำให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาลักลอบตัดไม้

“แต่ในเมื่อมีแต่ราชการลับแบบนี้ ฉันคงไม่ต้องกวนคุณแล้ว ขอบคุณที่ให้มานั่งเล่น!”

พูดจบก็จะผละไป กรกชซึ่งกำลังทึ่งในความเป็นคนจริงของเธอ รีบรั้งตัวไว้ และจดอะไรบางอย่างให้

“เดี๋ยวครับ...นี่เบอร์ส่วนตัวผม คุณโทร.มาได้ถ้ามีอะไรเป็นประโยชน์ส่วนรวม ผมรับรองว่าคุณจะได้ทราบ”

จุฑารัตน์ดีใจมาก แต่ยังฟอร์มจัดไม่ยอมรับ จนเมื่อเขาจะชักมือกลับ ถึงรีบคว้าไว้ พึมพำขอบคุณแล้วผละไป กรกชได้แต่มองตามยิ้มๆ นึกชอบใจท่าทีแข็งๆ ไม่ยอมใครของอีกฝ่าย จนอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก

จบเรื่องหาข่าว จุฑารัตน์ก็ต้องมาเวียนหัวเรื่องเพื่อนรัก ที่เปลี่ยนใจไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ

หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวร่างเล็กถอนใจยาว ก่อนจะบอกความตั้งใจ “เมื่อวานฉันใจร้อนไปหน่อย ถ้าฉันทิ้งเรื่องพ่อตอนนี้ เมื่อไหร่ล่ะที่ฉันจะมีโอกาสอีก ถ้าไม่ได้คืนดีกับพ่อ ฉันคงไม่มีกะจิตกะใจทำอย่างอื่นแน่”

“เฮ้อ...แกพูดมาขนาดนี้ ต่อให้ฉันไปลำบากลากตัวแกออกจากไร่ แกก็คงกลับเข้าไปอีกอยู่ดี ฉันจะห้ามอะไรแกได้ ว่าแต่ตาแกเถอะ เขาจะยอมรอด้วยหรือเปล่า”

คำถามของเพื่อนรักนักข่าว ทำให้นาราคิดหนัก แต่สุดท้ายก็หาทางออกได้ แต่ต้องพึ่งแรงมาโนชหรือมี่ เพื่อนชายใจสาวของทั้งคู่ ช่วยโทร.แจ้งข่าวกับวรรณ เพราะเชื่อคารมว่าจะกล่อมให้เจ้าสัวใหญ่ใจเย็นลงได้

ooooooo

ข่าวของนาราทำให้วรรณเบาใจพอสมควร แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ ที่หลานสาวคนเดียวไม่โทร.มาด้วยตัวเอง แต่ส่งเพื่อนมาบอกแทน ส่วนรัศมี...ไม่ได้ยี่หระเลยว่าลูกสาวคนเดียวจะไปหัวหกก้นขวิดที่ไหน มัวคลอเคลียศักดาไม่ห่างด้วยความหลงใหล จนถึงขั้นยอมตกลงช่วยเขาเรื่องโครงการที่เชียงราย

“คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่ามันสำคัญ ถ้ามันสำคัญสำหรับคุณ ก็สำคัญสำหรับฉันด้วย”

“แล้วคุณไม่กลัวเหรอ ว่าคนอื่นจะว่า...”

“ถ้างานนี้สำเร็จ ใครจะมาว่าฉันมองคุณผิดไปไม่ได้!”

ขณะที่รัศมีเดินหน้าหาทางช่วยศักดา หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวก็พยายามอย่างหนักจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับสีหนาท ด้วยการไม่ก่อเรื่อง แต่ก็ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง เพราะสาวร่างเล็กดันเซ่อซ่าวิ่งเหยียบต้นกล้าสักราบเป็นหน้ากลอง เพียงเพราะเห็นกิ้งกือตัวใหญ่หลายตัว!

เชษฐ์ซึ่งเพิ่งรู้ข่าวเรื่องหนูนาไม่ลาออกจากไร่ แทบ กลั้นยิ้มไม่อยู่ เมื่อเห็นสภาพจ๋อยๆของคนงานสาวจอมป่วน

“คุณสิงห์...ฉันขอโทษ ฉันตกใจมากไป คราวหน้า ฉันจะระวังกว่านี้ เพราะงั้นครั้งนี้...อย่าไล่ฉันออกเลยนะ”

ตอนที่ 3


แผนการของศักดาได้ผลเกินคาด เพราะไม่ใช่แค่ทำให้รัศมีประทับใจในความมีน้ำใจและเป็นสุภาพบุรุษ แต่ยังทำให้เธอเริ่มสานสัมพันธ์ ถึงขั้นนัดออกเดตอีกด้วย ซึ่งพ่อเลี้ยงใหญ่จอมเจ้าเล่ห์ก็ตอบรับด้วยความยินดี พร้อมหมายมาดในใจจะต้องทำให้โครงการใหญ่ในฝันเป็นความจริงให้ได้
ด้านหนูนา...ไข้ขึ้นสูงจากอาการอักเสบของแผลที่มือ ถึงกับเพ้อหนัก จนแป้นต้องแล่นไปตามสีหนาทกับรามมาดูกลางดึกแต่อาการของคนงานสาวร่างเล็ก

ก็ไม่น่าเป็นห่วงมาก แค่เช็ดตัวลดอุณหภูมิก็นอนหลับสบายจนถึงเช้า และเมื่อเจ้าตัวรู้จากแป้นว่าสีหนาทช่วยมาดูแลกลางดึกเลยตามไปขอบคุณ และถือโอกาสคืนหมวกที่เขาให้ยืมเมื่อวันก่อน

ตอนที่ 2

นาราคุณหนูร่างเล็ก หลานสาวคนโปรดของวรรณ วรรณพานิช กลายสภาพเป็นนางสาวหนูนา ทองการค้า อย่างสมบูรณ์หลังจากที่เชษฐ์กับรามพาไปลงทะเบียนคนงาน แต่ที่เป็นปัญหา คือเธอไม่มีบัตรประชาชนยืนยันตัวตน และที่อยู่ซึ่งติดต่อไม่ได้

แต่อุปสรรคแค่นั้นก็ขวางความตั้งใจของหนูนาไม่ได้ และตัดสินใจแอบใช้นามสกุลและที่อยู่ของจุฑารัตน์เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รามกับเชษฐ์ไม่ค่อยเชื่อนัก แต่หน้าใสๆ กับท่าทางไม่มีพิษสงของเธอก็ทำให้ไม่อยากคิดมาก

รามพาหนูนาไปแนะนำกับเหล่าหัวหน้าคนงาน ซึ่งต่างก็มองด้วยความแปลกใจและสบประมาท ว่าคนงานสาวคนใหม่คงทนหรือทำงานหนักในไร่ไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ และเก็บคำปรามาสเป็นแรงฮึด จะต้องเอาชนะงานนี้ให้ได้

ภาพรามพาคนงานสาวคนใหม่ไปเดินรอบไร่ กลายเป็นที่โจษจันกันทั่วในหมู่คนงาน โดยมีกระจิบกับเพ๊อะ สองสาวคนงานขาใหญ่ ซึ่งแอบชอบและแอบส่งสายตาให้รามบ่อยครั้ง เป็นโต้โผ และไม่รอช้า บุกถึงบ้านหัวหน้าคนงานหนุ่ม เพื่อหาเรื่องคนงานสาวคนใหม่ทันที

หนูนาถูกรามนำไปทิ้งไว้ที่บ้านพักของเขา เพื่ออาบน้ำและพักผ่อน รอเวลาเลิกงาน จะได้พาไปรู้จักเพื่อนร่วมห้องพักในเรือนคนงาน แต่ความสงบสุขน้อยนิดก็ถูกทำลาย เมื่อกระจิบกับเพ๊อะยกพวกไปหาเรื่อง

เหตุการณ์วิวาทในบ้านพักหัวหน้าคนงานกลายเป็นหัวข้อเม้าท์แตกของคนงานทั้งไร่ กว่ารามจะไปถึงและห้ามทัพสามสาวไม่ให้ตบกัน ทั้งหมดก็หน้าช้ำกันไปคนละข้าง

“หนูนาไปทำอะไรให้ ถึงกับต้องทะเลาะตบตีกันแบบนี้”

“น้าถามตัวเองดีกว่า จู่ๆพาผู้หญิงเข้าห้องกลางวันแสกๆ” เพ๊อะย้อนเสียงขุ่น

“เขาเป็นคนงานใหม่ ฉันแค่ให้มาอาศัยรอที่บ้าน ไม่มีเรื่องสกปรกอย่างที่พูด ขอโทษเขาเดี๋ยวนี้!”

พูดพลางส่งสายตาเป็นคำสั่ง แต่กระจิบกับเพ๊อะ ไม่ยอม โวยวาย ตีโพยตีพายด้วยความน้อยใจ ที่เขาไม่เคยเห็นความดีพวกเธอ และพาเข้าบ้านบ้าง โดยเฉพาะกระจิบ ถึงขั้นโพล่งถามตรงๆ

“ไม่ใช่ว่าฉันจะมาลำเลิกน้านะ ทำไม...ฉันไม่ถูกใจน้าตรงไหน แล้วนังนี่มันดีกว่าฉันตรงไหน น้าบอกมาสิ”

“พอที...ไม่มีใครดีกว่าใคร ฉันไม่สนใจใครทั้งนั้น คนอย่างฉัน ไม่อยากมีลูกเมีย ฉันเกลียดการมีครอบครัว!”

หนูนาถึงกับอึ้ง จนเมื่อเห็นว่ากระจิบกับเพ๊อะผลุนผลันไปแล้ว ถึงตั้งสติได้ รามมองมาด้วยแววตารู้สึกผิดเล็กน้อย ที่คนงานสาวคนใหม่ต้องเจ็บตัวเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง หนูนาเป็นปลื้มมาก เอ่ยถามอย่างอดไม่ได้

“น้ารามคะ ที่พูดเมื่อกี้ ที่บอกว่าเกลียดการมีครอบครัว แค่พูดให้พวกนั้นเขาตัดใจใช่ไหมคะ”

ถึงคราวรามอึ้งบ้าง แต่ยังไม่ยอมรับ “หนูถามทำไมหรือ”

“ก็น้าราม...ดูใจดี แล้วก็ดูเป็นคนดี น่าจะ...มีครอบครัวที่อบอุ่นได้”

รามนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตัดบทดื้อๆ “ฉันไม่ได้

ดีอย่างที่หนูคิดหรอก เราอย่าพูดเรื่องของฉันกันอีกเลย”

พูดจบก็ขอตัวไปดูงานในไร่ ทิ้งหนูนาให้มองตามด้วยความไม่เข้าใจ...เกิดอะไรขึ้นกับพ่อกันแน่

ooooooo

ตอนที่ 1

ณ จุดชมวิวหน้าผาสูงจังหวัดเชียงราย...นาราหรือหนูนา หลานสาวคนเดียวของเจ้าสัววรรณ วรรณ-พาณิช ประธานธนาคารและมหาเศรษฐีคนดังกำลังพยายามทรงตัวอย่างยากลำบากเพื่อพิชิตภารกิจ สำคัญของทริปนี้

ความจริงทริปนี้นาราตามมาเที่ยวกับเพื่อนซี้จุฑารัตน์หรือจุ๊ นักข่าวสาวขาลุย ซึ่งมาหาข้อมูลทำสกู๊ปพิเศษ แต่เพราะอีกฝ่ายมัวยุ่งกับงาน เธอเลยตัดสินใจขึ้นมาที่จุดชมวิวสุดพิเศษนี้ตามลำพัง

และในที่สุดนาราก็ทำสำเร็จ ได้นั่งชมวิวบนหน้าผาสูงสมความตั้งใจ และความสวยงามตรงหน้า รุ้งกินน้ำสีสวย ก็ทำให้เธอหวนคิดถึงอดีต ภาพความทรงจำวัยเด็ก ตอนพ่อพาเธอไปดูรุ้งกินน้ำเป็นครั้งแรก

“จำไว้นะลูก...นารา ชีวิตพ่อผ่านอะไรยากเย็นมามาก แต่ถึงลำบากแค่ไหน พ่อก็ไม่ยอมแพ้ เพราะว่าพ่อมีหนู...หนูคือรางวัลของพ่อ เป็นความหวังของพ่อคือสิ่งสวยงามที่สุด ลูกคือสายรุ้งของพ่อ”

คำพูดของพ่อตราตรึงในหัวใจเธอเสมอ แม้วันนี้พ่อจะไม่ได้อยู่กับเธอแล้ว

“พ่อคะ...หนูนาพาพ่อมาดูรุ้งของเราค่ะ พ่อคงอยู่บนสายรุ้งและกำลังมองนาอยู่ใช่ไหมคะ”

จบคำก็ยกภาพถ่ายใบเก่าของพ่อมาแนบแก้มคิดถึงและโหยหาความรักจากพ่อเหลือเกิน แต่ก็รู้ดีว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะพ่อสุดที่รักของเธอตายจากไปนานแล้วตั้งแต่ตอนเธอเป็นเด็กๆ

หลังชื่นชมกับธรรมชาติงดงาม ดื่มด่ำกับความทรงจำเก่าๆจนเป็นที่พอใจ นาราก็ตัดสินใจกลับ แต่ไม่ทันขยับไปไหน ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงปืนดังลั่นหลายนัด!

สีหนาทหรือสิงห์ เจ้าของไร่สักสัตตบุษย์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าไร่บัวขาว หนุ่มหล่อมาดกวนแต่จริงใจ เห็นหญิงสาวร่างเล็กท่าทางเหมือนไม่รู้เรื่องจะเดินเข้าทางปืน ขัดขวางแผนดักจับพวกตัดไม้เถื่อนของเขา เลยรีบดึงตัวมากอดและปิดปากเธอแน่น พร้อมขู่เสียงทุ้มต่ำข้างหูให้เงียบและอย่าขยับ ถ้าไม่อยากตาย!

นาราใจหายวาบ เมื่อเห็นท่อนแขนกำยำโอบรอบตัว ไหนจะมือกร้านที่ปิดปากเธออีก แต่เวลานี้คุณหนูร่างเล็กไม่มีทางเลือก ยอมขยับตามเขาแต่โดยดี เพราะดูท่าจะปลอดภัยกว่าวิ่งฝ่าดงกระสุนปืนเป็นแน่

เมื่อลากสาวร่างเล็กไปหลบในซอกไม้ใหญ่ได้แล้ว สีหนาทจึงยอมปล่อยมือ แต่อีกฝ่ายคงตกใจมาก เลยโวยใหญ่ที่เขาทำตัวเป็นอันธพาล จับตัวเธอลากไปโน่นมานี่ตามใจชอบ

สีหนาทส่ายหน้าเซ็งๆ “นี่...ยายเด็กทะเล่อทะล่า ฉันก็ไม่ได้อยากแตะตัวเธอนักหรอก แต่เธอมาอยู่ในเขตปะทะ เขาไม่ให้ขึ้นมาแล้ว แต่เธอก็ทะเล่อทะล่าขึ้นมาเอง ไม่โดนยิงตายก็บุญแล้ว”

นาราหน้าเสีย แต่ยังสวนเสียงเขียว “ก็ฉันไม่รู้ไม่ให้อยู่ ฉันลงไปก็ได้”

แต่ไม่ทันทำตามที่พูด หนุ่มตัวโตท่าทางกวนประสาทที่เธอยังไม่รู้ชื่อก็กระโจนถึงตัวอีกครั้ง พร้อมเสียงปืนดังลั่นอีกชุดใหญ่ และคราวนี้นาราก็ไม่กล้าโวยอีก เพราะไม่ใช่แค่เสียงปืน แต่เจ้าของเสียงปืนสองร่างก็ปรากฏตัวด้วย

สีหนาทถอนใจยาว ก่อนจะสั่งสาวร่างเล็กเสียงเข้ม “นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ ถ้ายังอยากกลับบ้านไปหาพ่อแม่ อย่าทำแบบเมื่อกี้อีก ฉันจะล่อมันไปทางอื่น ส่วนเธอ...อย่าไปไหนอยู่ตรงนี้นิ่งๆ”

จบคำก็วิ่งล่อเหล่าคนร้ายไปอีกทาง ทิ้งให้นาราคิดหนัก ไม่รู้จะเชื่อคำพูดเขาดีหรือไม่ แต่เสียงปืนดังลั่นไม่หยุด ก็ทำให้เธอตัดสินใจไปตายดาบหน้า ทะเล่อทะล่าออกจากที่ซอกไม้ใหญ่ และวิ่งหนีลงจากจุดชมวิวแบบไม่คิดชีวิต

สีหนาทมองตามร่างเล็กแล้วอยากจะเป็นบ้าตาย แต่หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เขาก็ทำได้แค่พยายามยิงสกัดคนร้ายและตะโกนบอกหญิงสาวเพื่อนร่วมชะตากรรมแบบบังเอิญให้วิ่งไปเรื่อยๆ อย่าหยุด!

ooooooo

จุฑารัตน์ถอนหายใจโล่งอก เมื่อร่างเล็กของเพื่อนสาววิ่งลงมาจากจุดชมวิว แต่ก็อดนึกเคืองในความรั้นของอีกฝ่ายไม่ได้ที่ดึงดันไปเที่ยวคนเดียวจนเธอเกือบหัวใจวายตายเมื่อได้ยินว่ามีการจับไม้เถื่อนบนนั้น

ด้านสีหนาท...ไล่ยิงเหล่าคนร้ายจนกระสุนหมด เกือบจะจนมุมอยู่แล้ว ถ้ารามหัวหน้าคนงานหนุ่มใหญ่หน้าเข้มจะไม่โผล่มาช่วย หลังจากนั้นสองหนุ่มต่างวัยก็โทร.แจ้งกรกช สารวัตรหนุ่มประจำท้องที่และเพื่อนรักของสีหนาท ให้ช่วยไปดักจับขบวนรถขนไม้เถื่อนที่กำลังหนี

แต่โชคร้าย...ขบวนรถของกรกชถูกเรือใบนับสิบ ทำให้ไปต่อไม่ได้ สีหนาทกับรามเลยต้องขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปลุยตามลำพัง ซึ่งสองหนุ่มก็เกือบทำสำเร็จ สกัดพวกตัดไม้เถื่อนได้ แต่รถมอเตอร์ไซค์ก็ต้องมาเสียหลักล้มไถลลงข้างทางเสียก่อน เพราะถูกรถยนต์ปริศนาพุ่งมาชน!

ศักดากับอดิสรนั่นเอง สองพ่อลูกเจ้าของกิจการค้าไม้และธุรกิจมืดหลายอย่าง คู่ปรับคนสำคัญของสีหนาท ที่เปิดประตูมาดูผลงานตัวเอง แต่เพื่อไม่ให้โฉ่งฉ่างเลยแกล้งทำเป็นตกใจ

“นายสิงห์นี่เอง คิดว่าใคร เป็นอะไรมากหรือเปล่า” ศักดาเป็นคนเปิดฉาก

“พวกเราไม่ได้ตั้งใจ รถคันเล็กๆแล่นเร็วๆก็เลยมองไม่เห็น” อดิสรเสริม

สีหนาทมองหน้ารามอย่างรู้กัน มั่นใจว่าการลักลอบตัดไม้เถื่อนครั้งนี้ต้องเป็นฝีมือสองพ่อลูก และเมื่อฝ่ายนั้นแสร้งยื่นมือมาช่วย เมื่อเห็นว่าเขามีแผลเลือดไหลที่แขน ก็ตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า

“ช่วยตัวเองให้รอดซะก่อนเถอะพ่อเลี้ยง อย่านึกว่าตำรวจจะตามจับรถคันนั้นไม่ทัน”

“นั่นคนร้ายหรือ อยากจะตามไปช่วยจับให้จัง แต่แหม...มันโรยเรือใบไว้ตลอดทาง รอบคอบดีจริงๆ”

คำพูดของอดิสรทำให้สีหนาทโกรธจัด ตั้งท่าจะซัดอีกฝ่ายให้หายแค้น รามต้องห้ามไว้ ไม่ให้ผลีผลาม เช่นเดียวกับศักดา สุขุมและเจ้าแผนการกว่าลูกชายมาก และคิดว่าไม่ควรพูดอะไรให้เข้าตัวไปกว่านี้

“กล่าวหากันอย่างนี้ไม่ดีเลยนะ เราคนแวดวงเดียวกันแท้ๆ ขายไม้เหมือนๆกัน”

“ไม่เหมือนมั้งครับ ผมทำงานสุจริต แต่พ่อเลี้ยงน่ะไม่ใช่!”

ศักดากับอดิสรหน้าตึง หวิดจะมีเรื่องอยู่แล้วถ้ากรกชจะไม่ปรากฏตัว และเชิญสองพ่อลูกไปให้ปากคำที่โรงพัก อดิสรร้อนตัว ตั้งท่าจะโวยเหมือนเคย ศักดาต้องปรามด้วยสายตาและหันไปตอบตกลง

“ได้เลยครับสารวัตร ทางเรายินดีให้ความร่วมมือ ถ้าไม่มีหลักฐาน มันก็จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเราเอง”

สีหนาทสบตารามเครียดๆ ไม่ต่างกับกรกช รู้ดีว่าสองพ่อลูกเป็นตัวการแน่ แต่ก็ไม่มีหลักฐาน

หลังแยกจากพวกสีหนาท ใบหน้ายิ้มแย้มของศักดากับอดิสรก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ด้วยสำเนียกได้ว่าแผนลักลอบตัดไม้ของพวกตนเริ่มติดขัด ถูกพวกสีหนาทกับตำรวจดักจับ

“ไอ้สิงห์...สอดมือสอดเท้ามาเสือกดีนัก มันต้องเจอดีสักวัน!”

ศักดากลัวความใจร้อนของลูกชายคนเดียวจะทำให้เสียแผน เลยรีบดักคอ

“หลังจากนี้ให้แกเก็บตัวนิ่งๆ...เราจะเสียงานใหญ่ไม่ได้”

อดิสรเบิกตาโต รู้ดีว่าพ่อหมายถึงงานไหน ศักดายิ้มเย็น ก่อนจะสั่งทิ้งท้ายเสียงเข้ม

“ใช่...มันได้เวลาแล้ว ช่วงนี้ห้ามทำตัวมีพิรุธหรือให้ใครสงสัยเราระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ฉันจะลงไปกรุงเทพฯเย็นนี้”

ooooooo

นารากลับถึงคฤหาสน์วรรณพาณิชในเย็นวันเดียวกัน โดยมีจุฑารัตน์ไปส่งถึงด้านหน้า พร้อมกำชับไม่ให้เธอบอกตาถึงเหตุการณ์เฉียดตายก่อนหน้านี้ คุณหนูร่างเล็กรับปากอย่างดี เพราะกลัวไม่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนอีก

เพชรสีกับชไมพร สองสะใภ้จอมซุบซิบของวรรณ ได้ยินว่านาราไปเที่ยวกับเพื่อนก็อดค่อนแคะไม่ได้

“ดีนะ...พี่น้องคนอื่นช่วยกันทำงานงกๆ นี่มีแต่ผลาญเงินไปวันๆ”

“อ๊ะ...ก็นั่นเขาลูกใครล่ะ แม่กับลูกมันจะหนีกันสักเท่าไหร่”

ตามรักคืนใจ เรื่องย่อละคร

ความรัก...คือสิ่งที่เธอต้องการมาตลอดชีวิต...เมื่อความรักหล่นหายมานานสิบห้าปี มันก็ถึงเวลาแล้วที่เธอต้องทำทุกทางเพื่อ...ตามรักคืนใจ

นารา วรรณพานิช หรือ หนูนา(นิษฐา จิรยั่งยืน) หลานสาวของนายวรรณ วรรณพาณิช (มนตรี เจนอักษร) ประธานธนาคารอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งเป็นที่รู้จักทั้งในวงการธุรกิจการเงินและสังคมว่าเป็นมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง แต่ภายในตระกูลวรรณพานิช นาราเปรียบเสมือนลูกเป็ดขี้เหร่ตระกูล ไม่ใช่หงส์อย่างคนอื่น โดยมีลุงเอก (เพ็ญเพชร เพ็ญกุล) พี่ชายของแม่ และป้าสะใภ้ทั้งสองเพชรสี (นฤมล พงษ์สุภาพ) กับ ชไมพร (สุรางคนา สุนทรพนาเวศ) ที่เอาแต่ตั้งแง่รังเกียจนารา ถึงแม้เลือดในตัวครึ่งหนึ่งจะเป็นของวรรณพานิช แต่เลือดอีกครึ่งหนึ่งกลับเป็นของชาวสวนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า!

เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน รัศมี (ธัญญาเรศ รามณรงค์) แม่ของนาราซึ่งเป็นลูกสาวคนสุดท้องของนายวรรณ ได้พบรักกับราม (ธนากร โปษยานนท์) หนุ่มชาวสวน รัศมีออกจากบ้านไปอยู่กับราม ในวันที่รัศมีขนกระเป๋าออกจากบ้านเพื่อไปอยู่กับราม วรรณประกาศว่าถ้ารัศมีก้าวออกจากบ้านก็ห้ามกลับมาเหยียบที่บ้านอีก ชีวิตคู่ช่างแรกของรามและรัศมีเต็มไปด้วยความสุข รามทำทุกอย่างเพื่อให้รัศมีมีความสุข ทั้งสองมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน นั่นก็คือนารา แต่ชีวิตร่ำรวยอย่างรัศมี อยู่กับความจนได้ไม่นาน ก็เรียกร้องหาแสงสี ทะเลาะกับรามทุกคน เด็กหญิงนาราใช้ชีวิตแบบเด็กในสวนในไร่ทั่วไป มองเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเป็นประจำ หน้าที่การดูแลนาราก็เป็นของราม รัศมีไม่เคยหยิบจับอะไรเลย เด็กหญิงนารามีความสุขตามประสาเด็ก แต่แล้วความสุขของนาราก็หายไปเมื่ออายุห้าขวบ วันหนึ่งรัศมีบอกกับนาราว่าพ่อของเธอได้ตายไปแล้ว ทำให้นาราเสียใจอย่างหนัก รัศมีทิ้งบ้านสวนและพานารากลับมาที่บ้านวรรณพานิช

เวลาผ่านไปไม่ว่าจะกี่ปีเลือดอีกครึ่งหนึ่งในตัวของนาราที่มาจากพ่อที่เป็นชาวไร่ชาวสวน ทำให้นาราถูกกระแหนะกระแหนจากป้าสะใภ้ทั้งสองนั่นคือ เพชรสี และชไมพร ถึงชาติกำเนิดของเธอเป็นประจำ และพฤติกรรมของรัศมีที่ตอนนี้เป็นสาวสังคมที่นิยมการแต่งตัวและใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ คิดว่าตัวเองเป็นหงส์ผู้สง่างามเพราะความสวยของเธอยังเฉิดฉายและทำให้คนสนใจได้เสมอ รัศมีคบผู้ชายมากหน้าหลายตาและสร้างความวุ่นวายให้กับวรรณเป็นประจำ

อดิสร (ทองภูมิ สิริพิพัฒน์) ลูกชายของ พ่อเลี้ยงศักดา (ตระการ พันธุมเลิศรุจี) ผู้มีอิทธิพลทางภาคเหนือซึ่งทั้งสองพ่อลูกเข้ามาตีสนิทกับพี่ชายของรัศมีเพราะอยากกู้เงินทุนจากวรรณเพื่อไปทำธุรกิจรีสอร์ทและโรงแรมที่ภาคเหนือ แต่วรรณรู้ทันว่าอดิสรและพ่อเลี้ยงศักดาทำธุรกิจผิดกฎหมายจึงปฏิเสธไป พ่อเลี้ยงศักดาเข้าทางรัศมี ทั้งคู่มีสัมพันธ์กัน วรรณไม่ชอบใจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

เมื่อนาราอายุครบยี่สิบเอ็ดปี เรียนจบจากปริญญาตรีจากสถาบันชื่อดัง กำลังเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ประเทศอเมริกา สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจุฑารัตน์เพื่อนสนิทที่เป็นนักข่าวให้ดูรูปในการสกู๊ปข่าวที่ ไร่สัตตบุษย์ นาราเห็นคนงานในภาพมีรูปร่างหน้าตาเหมือนพ่อที่ตายไป และเมื่อกลับบ้านก็ได้เห็นจดหมายฉบับหนึ่งที่จ่าหน้าซองส่งมาถึงรัศมีเป็นประจำแต่รัศมีก็ไม่เคยสนใจจะเปิดอ่าน นาราเปิดอ่านก็พบว่าเป็นจดหมายจากพ่อ นาราจึงไปถามแม่ จนในที่สุดความจริงก็เปิดเผยว่าพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่

นาราต้องการที่จะไปพิสูจน์ว่า ผู้ชายที่เห็นในรูปคือพ่อหรือไม่ เธออยากรู้ว่าทำไมตลอดเวลาที่ผ่านมาสิบห้าปี พ่อถึงออกจากชีวิตเธอ ทำไมพ่อถึงทิ้งเธอไป และยังมีหลายคำถามที่เธอต้องการคำตอบ เธอขออนุญาตกับวรรณว่าจะใช้เวลาช่วงที่เหลือก่อนที่จะเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกาไปตามหาพ่อ

การเดินทางไปไร่สัตตบุษย์ครั้งนี้ รัศมีไม่เห็นด้วย เพราะมันเป็นการขุดอดีตที่เหมือนขยะขึ้นมาส่งกลิ่นเหม็น อดีตที่จะประจานให้เธอกลายเป็นหงส์ปีกหักและอาจไม่มีที่ยืนในสังคมได้สวยงามเหมือนเดิม รัศมีขู่ว่าถ้านาราออกจากบ้านไปตามหาพ่อก็ไม่ต้องกลับมาอีก แต่นาราไม่สนใจ เดินออกจากบ้านเพียงกระเป๋าเสื้อผ้าและเงินไม่กี่บาท รัศมีตัดช่องทางการให้เงินของนาราทุกอย่าง ยึดรถ ตัดบัตรเครดิต ยกเลิกบัตรเอทีเอ็ม ทำให้นาราต้องเดินทางอย่างลำบาก แต่อุปสรรคเท่านี้ไม่ได้ทำให้นาราล้มเลิกความตั้งใจ เธอเดินทางไปยังไร่สัตตบุษย์ด้วยการขอข้อมูลจากจุฑารัตน์ (เวธกา ศิริวัฒนา) เพื่อนสาวคนสนิท และมาโนช (ปิยวัฒน์ สุทธิช่วย) แต่ก็ไม่บอกเพื่อนว่าเดินทางไปทำไม

เมื่อถึงไร่สัตตบุษย์หรือที่ชาวบ้านรู้จักในชื่อว่า ‘ไร่บัวขาว’ นาราสลัดคราบคุณหนูหลานสาวมหาเศรษฐีกลายเป็นสาวชาวบ้านธรรมดา วันแรกที่เหยียบไร่บัวขาวด้วยความหิวจากการเดินทางที่ลำบากทำให้เธอหมดแรง เธอได้รับความช่วยเหลือจากสีหนาท (ณเดชน์ คูกิมิยะ) หรือที่ชาวไร่เรียกว่า นายสิงห์ เจ้าของไร่บัวขาว แต่อะไรไม่ทำให้เธอตื่นเต้นเท่ากับการที่นาราลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นคนที่มากับสีหนาท...ใบหน้าที่เธอไม่เคยลืม ใบหน้าของราม พ่อของเธอนั่นเอง!

เมื่อได้พบหน้าราม จากความตั้งใจที่อยากจะถามสิ่งที่คาใจ พอเห็นรามเปลี่ยนไปมาก ความกลัวทำให้เธอไม่กล้าแสดงตัวว่าเป็นลูกสาวของพ่อ กลัวว่าพ่อจะไม่ยอมรับ พอนายสิงห์ถามว่าเธอชื่ออะไร และเข้ามาในไร่ทำไม นาราจึงบอกว่าตัวเองชื่อหนูนาและอยากจะมาสมัครเป็นคนงานในไร่บัวขาว

สีหนาทสำรวจรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณของนาราที่บอบบางเกินกว่าจะเป็นสาวชาวไร่ แต่ด้วยสายตาเว้าวอน เขากลับรับนาราเข้าทำงาน เมื่อสีหนาทเจ้าของไร่อนุญาตให้นาราได้ทำงานที่ไร่บัวขาวเธอจึงใช้ชื่อในการทำงานว่า หนูนา ทองการค้า แต่หนูนาไม่สามารถเปิดเผยบัตรประชาชนได้จึงบอกว่าลืมบัตรประชาชนไว้ที่กรุงเทพ ปิดบังสิ่งที่ชี้ว่าตัวเองเป็นใคร และนำที่อยู่ของจุฑารัตน์มาเป็นที่อยู่อ้างอิง ทำให้รามและสิงหนาทที่จับตาดูความเคลื่อนไหวของหนูนาอดสงสัยไม่ได้ว่านาราเป็นใครและเข้ามาในไร่เพราะอะไร เพราะในไร่บัวขาวมักจะมีหนอนบ่อนไส้เข้ามาในไร่เพื่อขโมยไม้สัก

รามให้หนูนาไปพักกับคนงานที่ชื่อแป้น (รตวรรณ ออมไธสง) ซึ่งแป้นเองก็ดูแลหนูนาและคอยสอนงานไร่ให้ หนูนาสอบถามข้อมูลเกี่ยวราม จึงได้รู้มาว่าตอนนี้รามอยู่คนเดียว ไม่มีครอบครัว หนูนาคิดช่วงนี้จะต้องหาทางใกล้ชิดกับพ่อให้เร็วที่สุดและเปิดเผยว่าตัวเองเป็นใคร

การทำงานเป็นชาวไร่วันแรกของหนูนาเต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะหนูนาไม่เคยทำงานหนัก ไม่เคยต้องทำงานกลางแดด สีหนาทเองก็จับตาดูหนูนาด้วยความสงสัยแต่พอเห็นหนูนากำลังจะเป็นลมเพราะแดดที่แรง ก็สละหมวกประจำตัวให้ แสดงความเอื้ออาทรจนคนงานคนอื่นต่างวิพากษ์วิจารณ์กัน โดยเฉพาะ พวง (วิรกานต์ เสณีตันติกุล) คนงานหญิงที่พยายามยั่วยวนนายสิงห์มานานแต่นายสิงห์ไม่ชายตาแล กระจิบ (ปาจรีย์ ณ นคร) และ เพ๊อะ (ธัญญา รัตนนมาลากุล) ก็แสดงอาการไม่ชอบหน้าหนูนา ยิ่งรามแสดงความห่วงใยหนูนาอีกคน พวงเลยแสดงความอิจฉาริษยากับหนูนาชัดเจนด้วยการพูดจากระทบกระเทียบตลอดเวลา แต่แป้นก็คอยปกป้องหนูนาเอาไว้

หนูนาที่ไม่เคยจับจอบและไม่เคยทำงานหนัก เมื่อต้องลงมือทำ ทำให้มือเป็นแผล เลยถูกสั่งให้ไปทำงานอื่นแต่ก็ทำงานผิดพลาดจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้คนงานต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาจนโมโหหนูนา แต่แป้นก็คอยปลอบใจว่าคนงานทุกคนโมโหเพราะหิว พอหายหิวก็ดีขึ้น

สีหนาทคิดว่าหนูนาไม่เหมาะสมกับงานที่ไร่บัวขาว พยายามจะให้หนูนาไปทำงานที่โรงแรมที่มีขนิษฐาลูกพี่ลูกน้องของสีหนาทดูแลอยู่แต่หนูนาปฏิเสธเสียงแข็ง ขนิษฐา (เดียร์น่า ฟลีโป) มีความเห็นเหมือนกันสีหนาทว่าหนูนาเหมาะกับงานโรงแรมที่เธอเป็นคนดูแลอยู่มากกว่า แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือท่าทางของสีหนาทที่ดูสนใจหนูนาเป็นพิเศษและรามเองก็ดูเอ็นดูหนูนามาก ท่าทางของรามทำให้ขนิษฐาที่หลงรักน้ารามข้างเดียวรู้สึกน้อยใจราม ที่เขาสนใจหนูนาแต่ไม่เคยสนใจเธอเลย

วันหยุดหนูนาไม่ยอมเข้าเมืองเหมือนคนงานคนอื่น เธอไปหารามที่บ้านพัก เพราะอยากอยู่ใกล้พ่อ เธอพยายามหาโอกาสที่จะคุยกับรามเรื่องของเธอกับเขา แต่ขนิษฐาเข้ามาขัดจังหวะ พาตัวไปดูงานที่โรงแรม เมื่อไปถึงโรงแรม หนูนาก็ต้องรีบซ่อนตัวเมื่ออดิสรมาหาขนิษฐา กลัวว่าอดิสรเจอเธอและทำให้ความลับที่ซ่อนเอาไว้แตกออกมา ตอนนั้นสีหนาทและรามมาโรงแรม พอทราบว่าอดิสรมาหาขนิษฐา สีหนาทก็โมโหและตามเข้าไปไล่อดิสรออกมาและขู่ไม่ให้อดิสรมายุ่งกับขนิษฐาอีก อดิสรโมโหและฝากเอาไว้ก่อน ทำให้หนูนารู้ว่าอดิศรและพ่อเลี้ยงศักดาทำธุรกิจผิดกฎหมายและค้าไม้เถื่อน

การทำงานในไร่ของหนูนาเริ่มต้นอีกครั้ง ทว่าในคราวนี้หนูนาได้ไปทำงานในโรงครัว วันแรกๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร ทำงานได้ดี จนวันหนึ่งหนูนาได้ทำหน้าที่หุงข้าวเพราะไม่เคยหุงข้าวทำให้โรงครัวไหม้ เกิดความเสียหายอย่างหนัก จนสีหนาทต้องเรียกตัวหนูนามาพบอีกครั้ง ตอนแรกหนูนาคิดว่าเขาจะไล่เธอออก แต่สีหนาทกลับบอกว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไปเธอจะต้องมาทำงานที่เรือนใหญ่ มาอยู่ใกล้ตาเขาเพื่อจะได้ไม่ไปทำความเดือดร้อนที่ไหนอีก

การที่หนูนาไม่ถูกไล่ออก แถมยังได้ไปทำงานที่เรือนใหญ่ ทำให้คนงานวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปากโดยมีพวงเป็นแกนนำ แต่ก็มีแป้นคอยขัดขวางพวงไม่ให้พูดสนุกปากเกินไป ระหว่างนั้นสิงหนาทก็ให้คนไปตามสืบเรื่องของหนูนา ทองการค้า ว่าเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงได้อยากใกล้ชิดรามมากจนทำให้เขาเข้าใจผิดว่าหนูนาต้องการปั่นหัวราม แต่เธอก็ยืนยันหนักแน่นว่ารักน้ารามเหมือนพ่อคนหนึ่งเท่านั้น เพียงแค่ได้ยินว่าหนูนาคิดกับน้ารามแบบพ่อ สิงหนาทก็อารมณ์ดีและสบายใจมาก

หนูนาได้เลื่อนตำแหน่งจากแม่บ้านกลายเป็นผู้ช่วยของสิงหนาท ซึ่งความคล่องแคล่วในการทำงาน ทั้งด้านการจัดการเรื่องเอกสาร ความสามารถทางด้านภาษาทำให้สิงหนาทสงสัยว่าหนูนาเป็นใครกันแน่ จนในที่สุดความจริงก็ปรากฏเมื่อคนของเขารายงานว่า หนูนา ทองการค้า ไม่มีตัวตน ทองการค้าเป็นนามสกุลของจุฑารัตน์ และที่อยู่ที่ให้ไปเป็นของจุฑารัตน์เช่นกัน เมื่อสืบต่อไปเรื่อยๆ ก็พบว่าหนูนาที่ใกล้ชิดกับจุฑารัตน์มีเพียงหนูนา หรือคุณนารา วรรณพานิชเท่านั้น และเมื่อสิงหนาทตามสืบเมื่อหนูนาใช้โทรศัพท์ของร้านค้าโทรกลับไปหาวรรณเพื่อแจ้งให้คุณตาทราบว่าขอเวลาในการทำความเข้าใจกับพ่อสิบวัน

ในขณะนั้นอดิศรกำลังวางแผนการร้ายกับไร่บัวขาว เขาส่ง เรือง (เตชินท์ ปิ่นชาตรี) เข้าไปเป็นหนอนบ่อนไส้ในคราบของคนงานและเรืองก็เป็นแฟนของพวง คอยจับตาความเคลื่อนไหวของสิงหนาทเพื่อรายงานให้อดิศรให้ทราบว่าไร่บัวขาวจะทำการตัดไม้และขนไม้เมื่อไหร่จะได้ทำการปล้นไม้มาเป็นของตัวเองซึ่งเรื่องการปล้นไม้และสถานการณ์เกี่ยวกับไม้สัก สิงหนาทได้ถ่ายทอดให้หนูนาฟัง เพื่อให้ระวังในการทำงานมากขึ้น

เมื่อหนูนาได้กลายเป็นเป็นผู้ช่วยของสิงหนาท เธอก็ต้องตามนายสิงห์เป็นเงาตามตัว หลังจากที่สิงหนาททราบว่าหนูนาเป็นใครและมาที่ไร่บัวขาวเพื่อตามหาราม เขาก็เก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับและดูว่าหนูนาจะทำอย่างไรต่อไป ระหว่างนั้นทั้งหนูนาและสิงหนาทก็ประสบอุบัติเหตุจนรถไม่สามารถขับต่อจนต้องทิ้งรถไว้ ทั้งสองลงจากรถ หลบไปอยู่ข้างทาง รถของอดิสรขับผ่านมาเห็นรถสีหนาทจอดอยู่ จึงยิงปืนใส่ด้วยความสะใจ เหตุการณ์นั้นทำให้หนูนาตกใจมาก เพราะถ้าเธอกับเขาอยู่บนรถอาจถูกยิงไปแล้ว สีหนาทปกป้องหนูนา ทำให้อุ่นใจและรู้สึกปลอดภัยเมื่อมีสิงหนาทอยู่ใกล้

ขนิษฐาเป็นห่วงสิงหนาทที่หายไปกับหนูนาทั้งคืนเลยขอให้รามตามหาสิงหนาท รามรับปากว่าจะตามหาสิงหนาท คอยปลอบไม่ให้ขนิษฐาตกใจ ในช่วงเวลาที่ขนิษฐาต้องการที่พึ่ง รามมักจะทำให้ขนิษฐาอุ่นใจเสมอ แต่ด้วยอายุที่ห่างกันและความเจียมเนื้อเจียมตัวของรามทำให้ขนิษฐาไม่สามารถแสดงออกความรักของตัวเองออกมาได้ จึงได้แต่เฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่แบบนี้

รามตามหาสิงหนาทและหนูนาเจอตอนเช้า เหตุการณ์ที่รถของสิงหนาทถูกยิงทำให้สารวัตรกช (โกสินทร์ ราชกรม) เข้ามาตรวจสอบ ภาพความห่วงใยของรามที่มีต่อหนูนากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ขนิษฐาไม่พอใจ แต่ก็เก็บความรู้สึกเอาไว้ และสิ่งที่ขนิษฐาทำได้ก็คือการหลบหน้าราม แต่รามกลับทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนเดิมนั่นก็คือการไปรับไปส่งขนิษฐาจากโรงแรมกลับมาที่ไร่ แม้ขนิษฐาจะพยายามหลบหน้าแต่รามกลับเข้ามาวนเวียนกับขนิษฐามากขึ้นจนหญิงสาวทนไม่ได้ระเบิดอารมณ์ใส่ราม บอกความรู้สึกที่มีต่อรามออกไปว่าเธอรักราม รักมานาน แต่ว่ารามไม่เคยสนใจเธอเลย รามที่รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยไม่มีค่า อดีตที่ผ่านมาทำให้เขาคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับใครเลย แต่ขนิษฐากลับมองว่ารามต่างหากที่อยู่ห่างจากเธอ อยู่ไกลเกินเอื้อม และตัวเธอเองที่ไม่มีค่าอะไรเลย สิงหนาทก็เห็นและรับรู้ทุกอย่าง เขาพยายามบอกกับรามว่าจริงๆ แล้ว รามเป็นคนมีค่าสำหรับเขาและน้องสาว สิงหนาทไม่เคยรังเกียจรามและเขาก็รู้อดีตของรามมาตลอด พยายามบอกให้รามปลดปล่อยตัวเองจากอดีตเพื่ออยู่กับปัจจุบัน

สิงหนาทที่รู้ความลับของหนูนาว่าเป็นลูกสาวของราม ก็คอยดูแลหนูนาว่าจะทำอย่างไรต่อไป และเขาก็แสดงออกชัดเจนว่ารู้สึกอย่างไรกับหญิงสาว ซึ่งตัวเองหนูนาเองก็รู้สึกดีเมื่ออยู่ใกล้กับสิงหนาท ส่วนขนิษฐา พยายามอยู่ห่างจากรามด้วยการไปค้างคืนที่โรงแรมบ้าง กลับดึกบ้าง เมื่อใจอ่อนแอ ร่างกายของขนิษฐาก็อ่อนแอตามไปด้วย

สารวัตรกชแจ้งว่าสายของเขารายงานมาว่าอดิสรจะทำการขนไม้เถื่อน ตำรวจได้วางแผนจับกุม สิงหนาทและรามที่ชำนาญพื้นที่จึงขอไปช่วยราชการในการนำทางไปให้ และหนูนาก็รู้เรื่องนี้โดยบังเอิญ เธอพยายามห้ามสิงหนาทและรามไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอันตราย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ฟัง หนูนาจึงได้แต่รอคอยอย่างร้อนรน การจับกุมอดิสรและพวก เป็นไปอย่างยากลำบาก มีการต่อสู้ด้วยปืน ฝ่ายตำรวจและอดิศรตอบโต้กันไปมา จนรามถูกยิงได้รับบาดเจ็บและอดิสรหนีไปได้ คืนนั้นหนูนาที่รอคอยการกลับมาของสิงหนาทและรามด้วยใจที่ไม่เป็นสุข

และเมื่อสิงหนาทกลับมาคนเดียวก็ยิ่งทำให้นหนูนาร้อนใจ พอถามเขา เขาก็บอกหนูนาว่ารามเจ็บหนัก หนูนาไม่สามารถควบคุมสติตัวเองจนบอกว่าตัวเองเป็นลูกสาวของน้าราม สิงหนาทที่ได้ยินความจริงก็ดีใจ แต่เรื่องนี้เขาไม่ได้บอกราม อยากให้หนูนาเข้าไปคุยกับรามด้วยตัวเอง สิงหนาทให้กำลังใจหนูนาที่จะเข้าไปเปิดเผยตัวเองกับรามว่าเป็นใคร หนูนาอุ่นใจที่มีเขาเป็นกำลังใจ หนูนาจึงบอกว่าเธออยากเป็นหนูนา ทองการค้า มากกว่า นารา วรรณพานิช สิงหนาทบอกว่าไม่ว่าเธอเป็นใครเขาก็รัก...

หนูนารวบรวมความกล้าตัดสินใจเปิดเผยว่าตัวเองเป็นลูกราม ด้วยการเล่าให้ฟังเรื่องในอดีตระหว่างที่เธอกับพ่อใช้ชีวิตสมัยที่อยู่บ้านสวนด้วยกัน รามนิ่งไป ไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าหนูนาที่อยู่ตรงหน้าคือยัยหนูของเขา รามดีใจที่ได้เจอลูก และยอมเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตให้ฟังว่า สองพ่อลูกระบายความรู้สึกในใจกัน สิงหนาทแสดงความยินดีเมื่อลูกกับพ่อพูดคุยกันเข้าใจ แต่สิงหนาทก็น้อยใจเมื่อรู้ว่าหนูนาจะต้องเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกาหลังจากที่วีซ่าเรียบร้อย แต่หนูนาก็พยายามงอนง้อจนเขาหายงอน และก็รับรู้ว่าหนูนาเองก็รู้สึกดีต่อเขาเหมือนกัน

ในขณะที่หนูนาและรามมีความสุข คนที่กำลังเป็นทุกข์คือขนิษฐาที่รู้ข่าวการจับกุมอดิศรผ่านหนังสือพิมพ์ และเพิ่งรู้ว่ารามได้รับบาดเจ็บ ขนิษฐาตกใจ กลับมาที่ไร่ด้วยท่าทางร้อนรน แต่พอเห็นหนูนา รามใกล้ชิดกัน แล้วยิ้มอย่างมีความสุขก็น้อยใจ และภาพสะเทือนใจตรงหน้าทำให้ขนิษฐาหมดสติเพราะร่างกายที่อ่อนแออยู่ก่อนหน้านี้

หนูนา หรือ นารา ราม สีหนาทตกใจที่ขนิษฐาหมดสติไปต่อหน้าต่อตา นาราคอยดูแลขนิษฐา และเมื่อขนิษฐาฟื้นสิ่งที่ถามคำแรกคือความปลอดภัยของราม พอนาราบอกรามปลอดภัยดี ขนิษฐารับทราบด้วยความน้อยใจที่ไม่มีใครบอกข่าวนี้กับเธอและขอร้องให้นาราเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากนาราเล่าจบ ขนิษฐาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญ แต่นาราก็พยายามปลอบใจว่าทุกคนปิดบังเรื่องการจับกุมอดิสรเพราะไม่อยากให้เป็นห่วง และนาราก็เล่าเรื่องของตัวเองกับรามให้ขนิษฐาฟังเพราะอยากให้ขนิษฐารับรู้ แต่กลับเป็นการย้ำให้คนฟังรู้สึกว่ารามยิ่งห่างไกลจากเธอมากขึ้น

ข่าวที่รามบาดเจ็บและการจับกุมอดิสรเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ทางวรรณและรัศมีเห็นภาพรามจากหนังสือพิมพ์ รัศมีก็โวยวายอยากให้ลูกกลับมา แต่วรรณเชื่อใจหลานอีกไม่นานหลานจะต้องกลับมากรุงเทพตามคำพูดที่หลานเคยบอกเอาไว้ ทำให้รัศมีไม่พอใจ

เมื่อถึงกำหนดที่นาราจะต้องเดินทางกลับกรุงเทพ วันนั้นเกิดเหตุระเบิดที่ท้ายไร่ ทำให้สิงหนาทและรามต้องรีบไปดู แต่จริงๆ แล้วเป็นแผนล่อสิงห์ออกจากถ้ำ เพราะช่วงนั้นนาราถูกเรืองลักพาตัวตามคำสั่งของอดิสรที่อยากแก้แค้นสิงหนาทที่ทำให้เขาต้องถูกตำรวจไล่ล่าแบบนี้ และเมื่อเห็นหน้าคนที่เรืองบอกว่าเป็นคนรักของสิงหนาทว่าเป็นนารา หลานสาวประธานธนาคารก็ยิ่งชอบใจ และคิดจะทำร้ายนารา แต่ก่อนอื่นต้องใช้นาราล่อให้สิงหนาทกับรามมาติดกับเสียก่อน เพราะเขาต้องการเล่นงานคนทั้งสอง เมื่อหลานสาวไม่กลับมาตามกำหนด วรรณก็เป็นห่วง ขนิษฐาโทรศัพท์ไปแจ้งให้วรรณทราบเรื่องนาราถูกจับ ทำให้วรรณและรัศมีเดินทางขึ้นมาที่ไร่บัวขาวทันที

สิงหนาท รามและสารวัตรกช บุกเข้าไปช่วย แต่กว่าจะช่วยได้ก็ต้องเจอทั้งปืน ระเบิด ส่วนนาราเองก็ไม่อยู่นิ่งเฉย พยายามหนีเอาตัวรอด และการหนีทำให้เธอมีชีวิตรอดออกมาจนเจอกับสิงหนาทและราม ส่วนอดิศรก็ตายในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นทางตำรวจก็ตามไปจับกุมพ่อเลี้ยงศักดาที่เป็นอีกคนที่ทำผิดกฎหมาย

เมื่อคนร้ายถูกจับ สถานการณ์ในไร่บัวขาวก็กลับสู่ปกติ แต่การเผชิญหน้ากันระหว่างวรรณ รัศมีและราม ยังทำให้ทุกอย่างยังไม่สงบดีนัก รัศมีตั้งท่ารังเกียจรามชัดเจน จนในที่สุดรัศมีก็ประกาศว่าตัวเองไม่เกี่ยวข้องอะไรกับรามคำประกาศของรัศมีเหมือนเป็นปลดบ่วงในใจของรามออก รามเป็นอิสระ ไม่มีพันธะใดๆ อีกต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับรัศมีกลายเป็นเพียงอดีต เขาสามารถเดินหน้าได้ต่อพร้อมกับนาราลูกสาวของเขา รามเองก็เข้าไปคุยกับวรรณ เรื่องนาราว่าไม่คิดจะแย่งชิงนารามาจากวรรณ และทั้งสองก็ปรับความเข้าใจกัน

สิงหนาทเห็นโอกาสที่วรรณและรามอยู่ตรงหน้าเลยเอ่ยปากขอดูแลนาราด้วยท่าทางยโส วรรณเองก็บอกว่าเรื่องแบบนี้เขาไม่คิดจะบังคับนารา เพราะได้รับบทเรียนจากการเลี้ยงรัศมีมากพอแล้ว จึงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของอนาคตเพราะนาราจะต้องไปเรียนต่ออีกสองปี แต่สิงหนาทก็ยังยืนยันหนักแน่นว่าเขาจะดูแลนาราให้ดีที่สุด

วรรณหัวเราะด้วยใจที่ผ่อนคลายเมื่อคนที่เขาเคยรังเกียจอย่างราม ชาวไร่ชาวสวนที่ดูต่ำต้อย วันนี้กลับทำให้เขายอมรับได้ แถมทำท่าจะได้ลูกเขยเป็นชาวไร่เพิ่มอีกคน บาดแผลในอดีตของรามได้จางหาย ตอนนี้รามก็พร้อมจะเดินหน้าต่อ ส่งสิงหนาทเองก็พร้อมจะสร้างอนาคตไปพร้อมกับนารา

นาราที่พอรู้ความในใจของขนิษฐาที่มีต่อราม เธอเข้าไปคุยกับขนิษฐาว่าถ้าขนิษฐารักพ่อของเธอจริงเธอจะยินดีมาก และพร้อมกับฝากฝังรามไว้ ซึ่งขนิษฐาเองก็ยินดี อยู่ที่รามจะยอมรับเธอไหม

เมื่อรามเป็นอิสระ เขาก็พร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาเดินเข้ามาบอกขนิษฐาว่าตอนนี้ถ้าเขาจะเริ่มต้นกับใครสักคน คนคนนั้นต้องเป็นขนิษฐาผู้หญิงที่ไม่รังเกียจคนมีอดีตอย่างเขาและเขาเองก็เห็นว่ารักของเธอมีความสำคัญเสมอ เพียงแต่มีปัจจัยหลายๆ ทำให้เขาต้องเจียมตัว แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรผูกมัดเขาแล้ว ขนิษฐาดีใจมากที่รามยอมรับความรักของเธอ

เมื่อถึงวันที่นาราต้องเดินทางกลับกรุงเทพ สิงหนาทสัญญากับนาราว่าวันที่เธอเดินทางไปอเมริกาเขาจะไปส่งด้วยตัวเอง และเขาจะรอเธอ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน นาราก็สัญญากับสิงหนาทเช่นกันว่าเมื่อเรียนจบจะกลับมารับตำแหน่งนายหญิงของไร่บัวขาว ตำแหน่งนี้สิงหนาทบอกว่าเก็บไว้ให้เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น นารายิ้มอย่างมีความสุข เมื่อเห็นรามมีขนิษฐาอยู่เคียงข้าง และเธอก็ได้รักของพ่อกลับคืน โดยมีรักของวรรณคอยประคับประคองให้เธอกลายเป็นนาราในวันนี้ รัก...ที่เธอพยายามตามหามาตลอด ตอนนี้ได้กลับมาอยู่ในหัวใจของเธอ และเธอสัญญาว่าจะรักษามันอย่างดี

ยามมา...เธอมาเพื่อตามหนึ่งความรักครั้งเก่าคืนสู่หัวใจตัวเอง ทว่ายามกลับ เธอได้รับความรักจากหัวใจถึงสองดวงกลับไป

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 17:20 น.