ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

แม้จะพยายามทำใจมาหลายวัน แต่ขนิษฐาก็ไม่อาจตัดใจจากรามได้ เลยตัดสินใจย้ายไปอยู่โรงแรมชั่วคราว จะได้ไม่เห็นและไม่ได้ยินเรื่องราวของหัวหน้าคนงานหนุ่มอีก

เมื่อสีหนาททราบเรื่องก็พยายามทัดทาน ไม่อยาก ให้ญาติสาวห่างตา เพราะเป็นห่วงความปลอดภัย

“พี่สิงห์ให้น้องไปเถอะค่ะ...ไหนบอกว่ารู้ใจน้องไงคะ”

“ตอนนี้น้องอาจรู้สึกว่าโลกของน้องพังหมด แต่มันไม่แน่เสมอไปหรอกนะ อดทนอีกหน่อย เวลามันจะช่วยเอง”

“ค่ะ...น้องก็อยากจะคิดให้ได้อย่างนั้น แต่มันยาก...ยากจริงๆ พอรู้ว่าเขาอยู่ใกล้ ใจมันวนเวียน คอยแต่อยากจะเห็น อยากได้ยินเสียง ทั้งๆที่บอกจะตัดใจ แต่พออยู่ใกล้ก็ตัดไม่ได้”

สีหน้าเศร้าหมองของญาติสาว ทำให้สีหนาทสงสารจับใจ อยากรั้งตัวไว้ไม่ให้อยู่คนเดียว แต่ขนิษฐาก็รั้น

“น้องต้องไปค่ะ น้องอยากให้ใจตัวเองนิ่งกว่านี้ น้องเชื่อที่พี่สิงห์บอกนะคะ อย่างน้อยถ้าน้องยังเลิกรักน้ารามไม่ได้ น้องก็อยากให้ความรักของน้องเป็นการรักด้วยความดี ความบริสุทธิ์ใจ และรัก...โดยไม่ต้องทำร้ายใคร โดยเฉพาะ...ทำร้ายหัวใจของน้องเอง”

เวลาเดียวกันที่บ้านพักราม...นาราระบายด้วยความอึดอัดใจเรื่องแม่ไม่ยอมกลับบ้าน แถมเอาตัวไปเสี่ยงในดงผู้ร้ายอย่างพวกอดิศร รามพร่ำโทษตัวเอง ที่ทำให้ลูกสาวเดือดร้อนใจ นาราต้องปลอบให้คลายใจว่าไม่จริง เพราะต่อให้ไม่มีเรื่องพ่อ แม่ก็ผิดใจกับวรรณและเธออยู่ดี เพราะหลงลมเชื่อคนผิด!

ฝ่ายศักดา...ยังไม่รู้เรื่องนาราหรือหนูนา เป็นลูกสาวคนเดียวของรามที่เกิดกับรัศมี จนกระทั่งอดิศรเป็นคนบอกในบ่ายวันเดียวกัน พ่อเลี้ยงใหญ่ถึงกับอ้าปากค้าง แต่ไม่ทันคิดจัดการอะไร ลูกน้องก็มาตามไปพบชาญเสียก่อน

ชาญแวะมาบอกเลิกสัญญาและถอนหุ้นทั้งหมดจากโครงการโรงแรมและบ่อนที่สามเหลี่ยมทองคำ ศักดาพยายามยื้อและเสนอให้เจอกับรัศมี เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือของโครงการ แต่ชาญก็ไม่สนใจ เพราะไปเคลียร์ทุกอย่างกับวรรณมาแล้ว แถมแจ้งข่าวร้ายกับพ่อเลี้ยงใหญ่อีกต่างหากว่ารัศมีก็รู้เรื่องนี้

ศักดาได้พิสูจน์คำพูดของชาญในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา เมื่อเจอกับรัศมี ซึ่งแอบฟังทุกอย่างจากอีกห้อง และไม่รอช้าจะอาละวาดใส่เขา ที่หลอกใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงและนามสกุลของเธอมาตลอด

“ไอ้สารเลว ฉันช่วยแกทุกอย่าง แต่แกมาหลอกฉัน แกกล้าหลอกฉัน ฉันจะฟ้องแก ฟ้องให้หมดตัว!”

มีหรือที่ศักดาจะยอม ตอกกลับเสียงเข้ม “เอาสิ ฉันก็จะแฉกับทุกคนเรื่องผัวคนสวนของแก”

“แก...แกพูดเรื่องอะไร”

“ฉันก็รู้เบื้องหลังของแกเหมือนกัน ต่อหน้าทำเชิดว่าเป็นนางพญาสูงส่ง จริงๆเธอมันต่ำ เอาแม้กระทั่งคนสวน!”

รัศมีชาดิกไปทั้งตัว เจ็บจี๊ดไปทั้งใจ เมื่อถูกเขาตราหน้า “ใฝ่ต่ำ...ผู้หญิงอย่างเธอ ถ้าไม่ใช่ว่ามีพ่อเป็นนายแบงก์ใหญ่ อย่านึกว่าฉันจะแตะแม้แต่ปลายเล็บ ขี้เล็บฉันยังไม่อยากให้ร่วงใส่ซะด้วยซ้ำ”

ความจริงจากปากเขา ทำให้รัศมีแทบยืนไม่อยู่ แต่ศักดาก็ไม่สนใจ โพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“ทำไม...รับความจริงไม่ได้ คนอย่างเธอมันไม่ได้ดีวิเศษวิโสตรงไหน ถึงจะมาชี้หน้าด่าฉันแบบนี้ ก่อนหน้าจะมาเจอฉัน เธอมันก็โสเภณีดีๆนี่เอง...ไม่สิ...แย่กว่านั้นซะอีก โสเภณีเขายังมีค่าตัว”

คำดูถูกเหยียดหยามของคนที่เคยบอกว่ารักเธอสุดหัวใจ ทำให้รัศมีใจสลาย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธสุดขีด ถลาจะไปทำร้ายเขา แต่ศักดาก็ล็อกตัวไว้ ไม่ให้ทำอะไรเขาได้ แถมสั่งให้ลูกน้องคุมตัวไปขังอีกต่างหาก!

ooooooo

เพราะความเป็นห่วงแม่แท้ๆ นาราเลยต้องพาตัวเองออกจากไร่ไปหาถึงรีสอร์ตของศักดา รามเป็นห่วงเลยตามไปด้วย พร้อมขอคำสัญญาจากลูกสาว จะกลับทันทีหากเห็นว่าไม่ชอบมาพากล

แล้วงานก็เข้าสองพ่อลูกจนได้ เพราะกว่าจะฝ่าลูกน้องของศักดาไปถึงในรีสอร์ตได้ก็แทบแย่ แถมเมื่อเข้าไปได้ ก็ต้องตกใจเป็นสองเท่า เมื่อเห็นว่าพ่อเลี้ยงใหญ่กำลังจ่อยิงรัศมี!

ศักดาเห็นรามบู๊กับการ์ดข้างนอก และฝ่ามาถึงตัว ก็หันขวับไปเอาเรื่องกับรัศมี

“นี่แกกล้าเรียกผัวเก่ามาช่วยงั้นหรือ ฝันไปเถอะว่าจะรอด!”

พูดจบก็เล็งปืนไปทางรามแทน นาราเห็นท่าไม่ดี ขยับไปขวางพ่อไว้ รัศมีหน้าซีด รีบกระแทกตัวกับศักดาจนปืนกระเด็นไปอีกทาง เปิดโอกาสให้รามจัดการล็อกตัวศักดาไว้ได้

จังหวะเดียวกันนั่นเอง...กองทัพนักข่าวซึ่งพยายามจะเข้ามาสัมภาษณ์ศักดาตั้งแต่แรก ก็ตะลุยมาถึงจนได้ และเสียงฮือฮากับแสงแฟลช ก็ทำพ่อเลี้ยงใหญ่ประสาทเสีย แต่คงไม่มากเท่ากับราม ที่เหลือบไปเห็นร่องรอยการถูกทำร้ายและสีหน้าเจ็บช้ำของอดีตภรรยา

“มึงก็เก่งแต่ทำร้ายผู้หญิงเท่านั้นแหละ”

ไม่ใช่แค่รามที่เห็นรอยบนตัวรัศมี แม้แต่นักข่าว ก็เริ่มสังเกตเห็นและพากันมารุมถ่ายรูป นาราต้องเอาตัวบังแม่ไว้ พลางปลอบเสียงอ่อน “แม่...นาอยู่นี่แล้ว แม่ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้วนะแม่”

นาราพยุงแม่หลบนักข่าวออกจากรีสอร์ตหลังจากนั้น แล้วพาไปแจ้งความที่โรงพัก เมื่อเจอหน้าสีหนาทซึ่งเพิ่งทราบเรื่อง และรีบตามมาในเวลาไล่เลี่ยกัน เลยเล่ารายละเอียดทั้งหมด

“เราแจ้งความนายศักดาโทษฐานทำร้ายร่างกาย และพยายามกักขังหน่วงเหนี่ยว แต่ข้อหาหลังยังไม่มีหลักฐานหนักแน่นพอค่ะ เรื่องทำร้ายร่างกาย แม่บาดเจ็บแค่นิดหน่อย ทนายเขาเลยจ่ายค่าปรับ และพาตัวนายศักดากลับไปแล้ว ส่วนเรื่องที่แม่จะฟ้องที่โดนหลอกเป็นตัวล่อหาหุ้นส่วน ก็ต้องดำเนินคดีกันต่อ ทางนั้นคงสู้ยิบตาเหมือนกัน”

“ถ้าแม่ของเธอไม่หลบฝ่ายนั้นเพราะกลัวลูกเล่นสกปรกของพวกมันซะก่อน ก็คงมีทางชนะ”

“คนพวกนั้นจะทำอะไรแม่ได้บ้างเหรอคะ แค่นี้แม่ก็โดนมามากแล้ว”

“ฉันก็ไม่แน่ใจนะหนูนา อย่างพวกมัน ทำได้ทุกอย่างให้ตัวเองรอด...ตอนนี้แม่เธอก็ปลอดภัยแล้ว นี่อยู่ไหนล่ะ”

“อยู่ในห้องน่ะค่ะ กลัวนักข่าวเลยไม่ยอมออกมา คุณสิงห์คะ...สภาพจิตใจแม่บอบช้ำมาก ยังไม่พร้อมกลับกรุงเทพฯตอนนี้แน่ๆ ฉันเลยคิดว่าจะให้แม่พักอยู่ที่นี่แล้วกลับพร้อมฉัน คุณรู้จักที่ไหนปลอดภัยและเหมาะกับแม่ไหมคะ”

สีหนาทนิ่งคิดอึดใจ ก่อนจะเลือกโทร.หาขนิษฐาที่โรงแรมสิงห์คำ และเล่าถึงสถานการณ์จำเป็นของรัศมี

“พี่ลองนึกถึงเซฟเฮาส์หลายแห่ง แต่ไม่มีที่ไหนที่พี่รู้สึกไว้ใจเท่าโรงแรมเรา น้องจะว่าอะไรไหม ถ้าหากคุณรัศมีจะมาพักที่สิงห์คำสักสามสี่วัน แต่ถ้าน้องไม่สะดวก พี่จะหาที่อื่น...”

ขนิษฐาถึงกับอึ้ง เจ็บจี๊ดเมื่อคิดได้ว่าต้องเจอกับอดีตภรรยาของราม แต่เมื่อตั้งสติได้ ก็รีบดักคอญาติหนุ่ม

“ไม่ต้องหรอกค่ะพี่สิงห์ พี่สิงห์ไม่ต้องเกรงใจน้องหรอกค่ะ หนูนาเป็นคนรักของพี่สิงห์ แม่เขาก็เหมือนญาติคนหนึ่งของเรา ตอนนี้ทุกคนก็วุ่นๆกันอยู่ ให้น้องได้มีส่วนช่วยบ้างเถอะค่ะ น้องไม่เป็นไรจริงๆ”

“พี่ขอบใจจริงๆ ถ้าน้องพูดแบบนี้ พี่ก็วางใจ พี่ฝากด้วยนะ”

“ค่ะ...พี่สิงห์ไม่ต้องเป็นห่วง น้องจะดูแลคุณรัศมีอย่างดี”

สีหนาทวางสายไปแล้ว ขนิษฐาได้แต่บอกและปลอบตัวเองเบาๆ

“ดีแล้ว...อย่าหนี ถึงยังไงเธอก็ต้องเจอเข้าสักวัน!”

ooooooo

นารากับรามเป็นคนพารัศมีมาส่งที่โรงแรมในเวลาต่อมา ขนิษฐารออยู่แล้ว และรีบไปต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ขัดกับภายในใจ กำลังร่ำไห้ เมื่อเห็นภาพครอบครัวที่สมบูรณ์

“สวัสดีค่ะคุณรัศมี ฉันจัดห้องดีที่สุดไว้ให้คุณแล้ว ขอให้คุณพักให้สบาย เหมือนกับที่นี่เป็นบ้าน ถ้าขาดเหลืออะไรบอกพนักงานและดิฉันได้เลยนะคะ”

แต่น้ำเสียงอ่อนโยนและท่าทางนอบน้อมของขนิษฐา ก็ไม่ทำให้รัศมีซาบซึ้งหรือยินดี โวยลั่น

“ให้ฉันพักที่นี่น่ะหรือ ไม่มีที่อื่นแล้วหรือไง”

นาราถึงกับหน้าถอดสี เกรงใจขนิษฐามาก รามเลยต้องออกโรงช่วยลูกสาว

“นี่เป็นโรงแรมของคุณสิงห์ คุณอยู่ที่นี่จะได้รับความสะดวกและปลอดภัยมากที่สุด เชื่อผมสักครั้งเถอะรัศมี”

คงเพราะความดีก่อนหน้า ทำให้รัศมีทำตามที่อดีตสามีขอ แต่ก็ไม่ยอมให้ขนิษฐาเดินไปส่ง นารากับรามเลยอาสาไปแทน โดยมีขนิษฐามองตามจนลับตา สะเทือนใจมากแต่ก็ต้องทำใจ...เพราะอดีตเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แล้ว

จบเรื่องรัศมีเข้าพักที่โรงแรม รามก็พาลูกสาว

กลับไร่บัวขาว เหล่าคนงานที่เพิ่งรู้เรื่อง พากันมาแสดง ความยินดีที่พ่อลูกได้เจอหน้ากันอีกครั้ง แต่ฮือฮาสุดคงหนีไม่พ้นประเด็นอดีตภรรยาของราม ซึ่งเป็นถึงสาวไฮโซคนดัง ทายาทนายธนาคารใหญ่ แป้นเห็นสีหน้าลำบากใจของราม เลยพยายามบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่อง ชวนทุกคนเลี้ยงส่งนาราเหล่าคนงานทยอยกันมาช่วยลงขันจัดงานเลี้ยงส่งนารา ไม่เว้นแม้แต่กระจิบซึ่งเป็นคู่ปรับมาตลอด

“ฉันรู้ว่าเงินแค่นี้ ไม่พอชดใช้อะไรแย่ๆที่ฉันเคยทำกับเธอหรอก แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย...เดินทางกลับดีๆนะ”

กระจิบผละไปแล้ว เพ๊อะรีบหย่อนเงินทั้งหมดในกระเป๋าเพื่อสมทบทุน แล้วรีบตามเพื่อนรักไป นารา เลยตัดสินใจตามไปดักหน้าสองสาว แล้วบอกยิ้มๆ ให้มาร่วมงานด้วย

หลังเคลียร์ใจกับพวกกระจิบ นาราก็แยกกลับบ้านพักกับพ่อ ก่อนจะแวบไปเอาปิ่นโตมาส่งให้แฟนหนุ่มถึงฝาย เพราะเห็นว่าผิดเวลา และเขาก็ไม่ยอมกลับมากินข้าวเย็นสักที

สีหนาทเห็นหน้าแฟนสาวก็ชื่นใจมาก รีบผละไปหา และจับจูงไม่ยอมปล่อย จนเธอเริ่มเขินสายตาคนงาน พยายามจะดึงมือออก แต่มีหรือราชสีห์หนุ่มจะยอม ไม่ปล่อยมือ แถมดึงตัวมาโอบกอดอีกต่างหาก นาราส่งสายตาเขียวให้ แต่เขาก็แก้ตัวหน้าตาย “ก็ไม่จูงแล้วไง”

“เดี๋ยวคนเห็น”

“ก็ได้แค่มองนั่นแหละ ถ้าใครกล้าพูดอะไร จะให้อยู่ตรวจฝายทั้งวันทั้งคืน”

“อย่านะคะ แค่นี้ก็ไม่ค่อยจะได้พักกันอยู่แล้ว ช่วงน้ำมาทุกคนวุ่นกันไปหมด...คุณก็ด้วย”

น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยของเธอ ทำให้สีหนาทชอบใจมาก รีบลากตัวเธอให้ห่างจากสายตาคนงาน แล้วจ้องหน้าไม่หยุด จนนาราซึ่งตั้งท่าจะบ่นเรื่องเขาไม่ดูแลตัวเอง ต้องย้อนถามนิ่งๆ

“นี่คุณฟังฉันอยู่หรือเปล่า”

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ทีแรกกะจะไปส่งเธอขึ้นเครื่องไปอเมริกาน่ะ”

“คุณ...ไม่ว่างไปส่งฉันแล้วเหรอคะ”

“ไปส่งถึงยูเลยดีกว่า จะได้ไปย้ำกับพวกฝรั่งที่ชอบจีบสาวเอเชียว่าหนูนาคนนี้ มีคนจองตัวแล้ว”

“ตาฉันคงยอมให้คุณบินไปด้วยหรอก”

“ก็ได้...งั้นฉันจะยอมปล่อยเธอไป ถ้าหากว่าเธอเจอคนที่ดีกว่าฉัน...แต่มันจะไม่มีวันนั้นหรอก เพราะไม่มีใครจะดีและรักเธอ และเหมาะสมกับเธอมากเท่ากับฉันอีกแล้ว”

“หลงตัวเอง!”

“ไม่ได้หลงซะหน่อย แค่พูดเรื่องจริง”

พูดจบก็จะโน้มตัวมาจูบ แต่นาราก็เบี่ยงหน้าหนี จนเขาต้องดึงตัวมากอดแน่น แล้วระดมหอมแก้มไปหลายที นาราทั้งเขินทั้งจั๊กจี้ แต่ก็ปลื้มใจเหลือเกินที่ได้ใช้เวลากับแฟนหนุ่ม

ooooooo

แม้จะสงบท่าที ยอมพักที่โรงแรมของสีหนาท แต่รัศมีก็ประท้วง เรียกร้องความสนใจด้วยการอดอาหาร และปฏิเสธทุกความช่วยเหลือ ขนิษฐาเป็นห่วง เลยจัดการยกถาดซุปร้อนๆไปให้ด้วยตัวเอง

รัศมีเห็นหน้าผู้จัดการโรงแรมสาว ก็แหวลั่นว่าไม่หิว แต่ขนิษฐาก็พยายามเจรจาอย่างใจเย็น

“ถ้าไม่หิวจริงๆก็ทานซุปซะหน่อยนะคะ จะได้ไม่อ่อนเพลีย”

“รามกับยายนาคงจะสั่งไว้ เธอถึงมาบริการฉันเอง เอาเป็นว่าถ้าฉันเป็นอะไรไป จะไม่โทษเธอหรอก...เชิญ!”

“ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์จะไม่โทษฉัน แต่ฉันก็คงต้องโทษตัวเองอยู่ดี ถ้าหากปล่อยให้แขกคนสำคัญไม่สบาย”

“ช่างใจดีซะจริง ถ้ามีน้ำใจจริงๆล่ะก็ ฉันไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้น คนเดี๋ยวนี้แกล้งว่าเห็นใจเรา แต่จริงๆ แล้วเขาสมเพช ถ้าเธอมองหน้าฉันตอนตกต่ำจนพอใจแล้วก็เชิญ”

ขนิษฐาหัวเสียมาก และจะผละไปตามคำไล่แล้วแท้ๆ แต่พลันก็คิดได้ หันมาเผชิญหน้าอีกครั้ง

“ฉันยังมองไม่พอ...คุณคิดว่าคนอื่นดูถูกคุณ แต่คุณไม่รู้หรอกว่าคุณนั่นแหละที่ดูถูกคนอื่น โดยเฉพาะคนที่ดีกับคุณมากๆอย่างน้าราม”

“แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะ รักกันซะจริง”

“ใช่...ฉันรักน้าราม แต่รู้ไว้ซะด้วยว่าเขาไม่เคยมองฉันเป็นอย่างอื่น นอกจากเจ้านาย และฉันคิดว่า...เพราะเขายังไม่ลืมคุณ หลังจากเรื่องของคุณ เขาไม่เคยเปิดใจรับผู้หญิงคนไหนอีก”

รัศมีส่ายหน้าไม่เชื่อ แต่ขนิษฐาก็ไม่ยี่หระ และถือโอกาสโพล่งออกไปอย่างอัดอั้น

“จะไม่เชื่อก็ได้ หน้าตาฉันดูมีความสุขกว่าคุณงั้นหรือ ถ้าคุณอยากรู้จริงๆ คือนอกจากฉันจะไม่ดูถูกคุณ ฉันยังอิจฉาคุณ...ไม่อยากเชื่อใช่ไหมล่ะ แต่พอฉันได้ฟังที่คุณพูดเมื่อกี้ ฉันก็พบว่าทั้งคุณและฉัน ต่างก็โง่และบ้าไม่ต่างกัน!”

รัศมีอ้าปากค้าง ทำท่าจะค้านเต็มที่ แต่ขนิษฐาก็ขัดขึ้นก่อน “เราเสียใจกันคนละอย่าง ฉันเสียใจเพราะไขว่คว้าหัวใจของน้ารามมาไม่ได้ ส่วนคุณ...ต้องเสียใจเพราะไม่เคยเห็นค่าของเพชรที่คุณมีอยู่ในมือ ทีนี้คุณก็รู้แล้วว่าฉันไม่มีสิทธิ์ไปดูถูกคุณ ถ้าอยากจะปล่อยให้ตัวเองหมดเรี่ยวแรง ให้ย่ำแย่สมใจฉัน ก็เชิญเลย!”

ขาดคำก็หุนหันจากไป ทิ้งรัศมีให้มองตามอึ้งๆ แล้วตัดสินใจโทร.สั่งอาหาร เมื่อขนิษฐาทราบเรื่องหลังจากนั้นก็แทบไม่อยากเชื่อหู แต่กระนั้นก็อดถอนใจโล่งอกไม่ได้ ที่รัศมียอมดูแลตัวเองบ้าง...

ภาพฉาวของรัศมีถูกตีพิมพ์บนหน้าหนังสือพิมพ์ กลายเป็นข่าวใหญ่ในเช้าวันถัดมา นาราร้อนใจมาก และรีบโทร.ไปดักคอตา อธิบายสถานการณ์ทุกอย่างให้รับรู้ รวมทั้งกำหนดวันกลับ ก่อนจะพยายามกล่อมให้ใจเย็น

“คุณตาคะ...นารู้ว่าคุณตาโกรธ แต่คุณตาอย่าเพิ่งว่าอะไรแม่ตอนนี้ได้ไหมคะ แม่บอบช้ำมามากแล้ว”

“หึ...ต่อให้ฉันบอก ฉันพูดไปจนปากฉีกถึงคิ้ว แม่แกมันเคยเชื่อฟังฉันบ้างหรือเปล่า”

“คุณตา...ครั้งนี้แม่เสียใจมากจริงๆ”

“ยายนา...ถ้ามันรู้จักคิด มันก็ต้องรู้ว่ามันคนเดียวเมื่อไหร่ที่ต้องเสียใจ ฉันก็ช้ำใจกับมันจนไม่เหลืออะไรแล้ว”

น้ำเสียงผิดหวังของตา ทำให้นาราสะเทือนใจมาก เข้าใจทุกอย่างดีจนไม่อาจเถียง วรรณเลยถือโอกาสย้ำปิดท้ายกับหลานสาวคนโปรด “แกจะพามันกลับก็พามา แต่ฉันไม่รับรองว่าฉันจะเป็นพ่อพระผู้ประเสริฐคอยโปรดสัตว์ที่ไม่เรียนรู้อย่างมัน...ตาเสียใจ ที่ไม่สามารถใจดีกับมันได้อย่างที่แกขอ”

นาราแวะไปหาแม่หลังจากนั้น เมื่อรัศมีทราบถึงปฏิกิริยาของพ่อ ก็อดตัดพ้อด้วยความน้อยใจไม่ได้

“ตาแกโกรธฉันมากใช่ไหม ถ้าฉันก้าวเข้าบ้านนั้นเมื่อไหร่ ก็คงสับฉันไม่เหลือ ฉันน่าจะตายๆไปซะ กลับไปกรุงเทพฯ ไหนจะตาแก ไหนจะพวกแร้งกา รอรุมจิกรุมทึ้ง”

“แม่...ถึงคุณตาจะโกรธ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณตาไม่รักแม่นะคะ”

“รักงั้นเหรอ ตาแกเกลียดฉัน ทุกวันนี้ที่ยังได้อยู่ในตระกูลก็เพราะฉันมีสายเลือดของวรรณพาณิชเท่านั้น”

“ใครบอกคะ แม่ไม่เคยเห็นเลยเหรอว่า...”

รัศมีไม่อยากฟัง แหวลูกสาวเสียงเขียว “หยุดพูดซะที แกก็เอาแต่เข้าข้างตาแก ใช่สิ...แกน่ะมันหลานตา แกต่างหากที่เป็นลูกของคุณพ่อ ไม่ใช่ฉัน เขาน่ะ...ตัดพ่อตัดลูกกับฉันไปแล้ว!”

ooooooo

นาราแบกอารมณ์เศร้าเพราะแม่กับตาทะเลาะกันจนถึงเวลาเย็น แป้นซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องงานเลี้ยงส่ง ต้องลากตัวไปช่วยเตรียมงาน และชี้ชวนให้ชมบรรยากาศคึกคัก

“ลืมความทุกข์ให้มันหมดไปโว้ยหนูนา มาสนุกกันดีกว่า พรุ่งนี้แกก็จะไปแล้ว”

เหล่าคนงานพากันส่งเสียงต้อนรับ พร้อมกับนพ เป็นตัวแทนมอบของขวัญแทนใจทุกคน เมื่อนาราเปิดดู ก็ถึงกับน้ำตาคลอ เพราะของขวัญไม่ใช่ของล้ำค่ามีราคาอย่างที่เธอเคยได้มาตลอดชีวิต แต่เป็นเมล็ดต้นสัก

สำหรับให้เธอเอาไปปลูกแก้เหงาและทำให้หายคิดถึงทุกคนที่ไร่ก้อนอดไม่ได้ แซวขำๆ “ปลูกเป็นใช่ไหม ให้สอนปลูกอีกรอบหรือเปล่า”

ทุกคนหัวเราะชอบใจใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่นารา อดีตตัวป่วนประจำไร่

“ขอบใจทุกคนมากนะจ๊ะ ฉันจะปลูกให้โตดีไม่แพ้ที่นี่เลย”

กระจิบกับเพ๊อะมาร่วมงานด้วยท่าทางเกร็งๆ หลังจากนั้น นาราต้องลากมาร่วมวง สองสาวถึงยิ้มออก และคลายสีหน้าเป็นกังวลลง ส่วนคนสุดท้ายที่มาร่วมงานก็คือสีหนาท ซึ่งมาพร้อมอาหารและเครื่องดื่มอีกชุดใหญ่

“ไม่ได้สิ...ทุกคนยังมาเลี้ยงส่งหนูนาเลย ฉันจะไม่มาได้ไง”

พูดพลางส่งตาหวานให้แฟนสาว เรียกเสียงโห่ฮาได้อีกรอบ นาราเขินมาก แต่ก็ปลื้มใจที่แฟนหนุ่มเอาใจใส่และแสดงออกอย่างเปิดเผยว่ารักและจริงใจกับเธอแค่ไหน

ระหว่างที่เหล่าคนงานและพวกสีหนาทสนุกสนานรื่นเริงกับงานเลี้ยงส่งนารา เรืองก็แอบเล็ดลอดออกไปส่งสัญญาณให้ลูกน้องของอดิศรเข้ามาซ่อนตัวในไร่ เตรียมพร้อมภารกิจสำคัญในคืนนี้!

พวงพยายามตามหาเรือง แต่ก็ไม่เห็นใคร เลยคิดเอาเองว่าเขาคงแอบไปร่วมงานเลี้ยงส่งนารา ทั้งที่เธอย้ำนักย้ำหนาไม่ให้ไปร่วมงาน เพราะเธอไม่ชอบ แต่ที่พวงไม่รู้คือเรืองไม่ได้ไปร่วมงาน และเหล่าคนงานก็ไม่มีใครสังเกตเห็นเขา มัวเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงและการเต้นรำ จนดึกดื่นค่อนคืนถึงได้แยกย้ายกันไปนอน

และช่วงเวลาเดียวกันนั่นเอง เรืองก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมลูกน้องของอดิศร จับตัวพวงไว้เป็นตัวประกัน

และบังคับให้หลอกล่อคนงานอื่นๆตามแผน พวงถึงกับหน้าถอดสี กลัวจับจิต แต่ก็ไม่กล้าหือ รักตัวกลัวตาย และไม่อยากถูกยิงทิ้งกลางไร่เหมือนศพไร้ญาติ

สีหนาทยังไม่รู้ตัวว่าจะมีเหตุร้าย มัวครึ้มอกครึ้มใจกับการใช้เวลาคืนสุดท้ายกับแฟนสาว ก่อนต้องแยกย้ายไปทำหน้าที่ตัวเองในวันรุ่งขึ้น รามเห็นสายตาอาลัยอาวรณ์ของเจ้านายหนุ่มก็เห็นใจ ยอมปลีกตัวขึ้นบ้านก่อน เปิดโอกาสให้สีหนาทได้ร่ำลานาราเป็นครั้งสุดท้าย

ราชสีห์หนุ่มเห็นหัวหน้าคนงานและว่าที่พ่อตาเข้าบ้านไปแล้ว ก็ไม่รอช้า คว้ามือแฟนสาวมากุม

“คุณ...ไม่กลัวพ่อเห็นเหรอ”

“ก็เพราะเกรงใจนี่แหละ ถึงแค่จับมือ”

นาราหน้าแดง เขินที่เขาหยอดคำหวาน สีหนาทมองมาด้วยความชอบใจ ก่อนจะดึงตัวมาสบตาใกล้ๆ

“เฮ้อ...เดี๋ยวนี้ แค่ไม่เห็นหน้าไม่กี่ชั่วโมงก็คิดถึง นี่จะไม่ได้เจอตั้งเป็นปี ฉันชักอยากให้เธอกลับมาเป็นแค่หนูนาสาวชาวไร่ จะได้ไม่ต้องจากฉันไปไหน”

“ตอนนี้ไม่ได้เป็น ก็อาจจะ...ได้กลับมาเป็นไงคะ”

“ไม่ให้เป็น...จะให้เป็นนายหญิง”

สีหนาทสวนกลับกวนๆ ก่อนจะทนไม่ไหวดึงตัวเธอมากอดแน่น นาราเขินมาก และอดโวยไม่ได้

“คุณ...ไหนบอกเกรงใจพ่อ”

“ถ้าไม่กอดตอนนี้ พรุ่งนี้ตอนไปส่ง น้ารามอยู่ด้วยยิ่งหมดสิทธิ์ ถ้าน้ารามออกมาตอนนี้จริงๆ ฉันยอมให้ฆ่า”

นาราส่ายหน้าอ่อนใจกับความห่ามของแฟนหนุ่ม แต่ก็ยอมสงบในอ้อมกอดแกร่ง ใช้เวลาที่เหลือน้อยนิดให้ดีที่สุด ก่อนจะไม่เจอกันอีกนาน สีหนาทมีความสุขมาก รักทุกนาทีที่อยู่กับเธอ จนต้องย้ำข้างๆหู

“หนูนา...เรียนจบแล้วรีบกลับมานะ ห้ามเถลไถล ห้ามลืมเด็ดขาดว่านายสิงห์คอย”

ooooooo

ค่ำคืนสุดท้ายในไร่บัวขาวผ่านพ้นไปอย่างยากลำบาก แม้จะอิ่มใจที่ได้เจอพ่อ และรู้ว่ามีสีหนาทเป็นคนรัก แต่นาราก็ข่มตาหลับไม่ลง ต้องตื่นมาคุยกับพ่อกลางดึก

“นอนไม่หลับหรือลูก”

“ค่ะ...พอจะไปแล้ว มันอดคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่ได้” รามยิ้มบางๆ นึกภาพตามถึงวีรกรรมสุดป่วนของลูกสาวคนเดียว

“หนูนาคิดถึงวันแรกที่มาที่นี่ แล้วได้เจอพ่อ เจอคุณสิงห์ เจอแป้น”

“แล้วก็ไม่ยอมบอกพ่อว่าหนูเป็นใคร จนต้องไปทำงานเป็นคนงานซะจนมือไม้ถลอกปอกเปิก”

“ปากหนักเหมือนใครก็ไม่รู้นะคะ”

“นั่นสิ...เล่นเอาป่วนไปทั้งไร่บัวขาวเลยนะ”

นาราแอบค้อนเบาๆ เมื่อถูกพ่อแซว แต่ก็มีความสุขมาก

“ถ้าหนูนาบอกพ่อเร็วกว่านี้ เราก็จะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากกว่านี้ คิดๆแล้วก็น่าเสียดายเวลาจัง”

“แต่พ่อไม่เสียดายอะไรแล้ว แค่หนูมาและไม่รังเกียจพ่อ พ่อก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วลูก”

สองพ่อลูกกอดกันแน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นให้กันและกัน ก่อนจะต้องสะดุ้ง ผละจากกันแทบไม่ทัน เมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังมาจากทิศทางฝายที่มีคันกั้นน้ำของสีหนาท!

สีหนาทปรากฏตัวพร้อมเหล่าคนงานที่บ้านพักรามหลังจากนั้น โมโหมาก รู้ดีว่าเกิดเหตุระเบิดเพราะฝีมือใคร

“ไอ้อดิศร มันเล่นงานเราเข้าจนได้ เชษฐ์ให้คนไปปิดทางเข้าออกทั้งหมด น้าก้อนไปเกณฑ์คนงานมา ต้องช่วยกันอุดจุดที่แตกให้ไวที่สุด น้าราม...เข้าไปดูคันกับผม”

นาราจะตามไปด้วย แต่รามห้ามไว้ เช่นเดียวกับสีหนาท ย้ำเสียงเข้ม

“อย่าไปเลย ไปรอที่เรือนพักคนงานดีกว่า เพราะที่เรือนใหญ่มีคนอยู่น้อย ให้บุญตากับคนงานผู้ชายอีกคนเดินไปส่งนะหนูนา อย่าไปคนเดียว พอถึงที่พักคนงานแล้วก็พยายามรวมกลุ่มกับคนอื่นเอาไว้”

นาราไม่มีทางเลือก ต้องทำตามคำสั่งพ่อและแฟนหนุ่ม โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาน่าเกลียดน่ากลัวของเรืองมองตามจนลับตา...คืนนี้เธอไม่รอดแน่คุณนาราคนสวย!

บุญตากับนพรับหน้าที่ไปส่งแฟนสาวของสีหนาทถึงเรือนพักคนงาน แต่ระหว่างทางเรืองก็มาขวาง และสร้างเรื่องโกหกว่าไข่ให้มาตามบุญตากลับเรือนใหญ่ และสีหนาทต้องการคนไปทำคันกั้นน้ำเพิ่ม สององครักษ์จำเป็นเลยต้องผละไป โดยทิ้งให้นาราเดินไปหาแป้นที่เรือนพักคนงานตามลำพัง

ห้องพักของแป้นมืดและเงียบมากกว่าที่เคย นาราแปลกใจมาก แต่เข้าใจว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน เลยตัดสินใจเคาะประตูเรียก แป้นซึ่งถูกมัดรวมกับพวงพยายามส่งสัญญาณไม่ให้นาราเข้ามา แต่ก็สายไปแล้ว เพราะทันทีที่ประตูเปิด นาราก็ถูกรวบตัว พร้อมมัดปากกับมือเท้า และถูกยกพาดบ่าคนร้ายสองคนออกจากไร่!

ooooooo

กว่าสีหนาทกับรามจะรู้ตัวว่าถูกหลอกให้ออกห่างจากเรือนใหญ่และเรือนพักคนงาน นาราก็หายตัวไปไกลแล้ว สองหนุ่มพยายามคาดคั้นความจริงและเบาะแสจากปากพวง แต่คนงานสาวขาใหญ่ประจำไร่ ก็ช่วยไม่ได้มาก นอกจากตีโพยตีพายราวกับคนบ้าว่าไม่รู้อะไรทั้งสิ้น เธอก็ถูกหลอกและเกือบถูกฆ่าตายเหมือนกัน!

อดิศรสะใจมาก เมื่อได้รับโทรศัพท์จากลูกน้องซึ่งส่งไปทำภารกิจสำคัญ ว่าจัดการลักพาตัวนาราออกจากไร่บัวขาวสำเร็จแล้ว แต่เท่านั้นก็ยังไม่สาแก่ใจลูกชายคนเดียวของศักดา เพราะจุดมุ่งหมายหลักของภารกิจนี้ คือกระชากดวงใจของสีหนาท และนอกจากนาราแล้วก็ยังมีอีกคนที่เขาต้องการตัว...

ขนิษฐานั่นเองที่อดิศรต้องการตัว และในคืนเดียวกันนั่นเอง เขาก็ส่งลูกน้องอีกกลุ่มตามประกบ และจัดการทำให้สัญญาณเตือนไฟไหม้ของโรงแรมทำงานกะทันหัน ล่อให้เหล่าพนักงานวุ่นวาย และเปิดโอกาสให้พวกเขาพาตัวขนิษฐาออกมาจากโรงแรม

แต่แผนก็เกิดผิดคาด เพราะขนิษฐาไม่ได้อยู่ตามลำพัง แต่ผละจากเหล่าพนักงานไปช่วยดูแลรัศมี ลูกน้องของอดิศรไม่มีทางเลือก เลยต้องวางยาทั้งสองสาวและพาตัวออกจากโรงแรมไปในไม่กี่อึดใจต่อมา

สีหนาทกับรามยังไม่รู้เรื่องขนิษฐากับรัศมีถูกลักพาตัว มัวประสาทเสียกับความหละหลวมของเหล่าคนงานที่เขากำชับหนักหนาให้ห้ามคนเข้าออกจากไร่ในเวลานี้ แต่เรืองกับพวกคนร้ายก็หาทางออกไปจนได้ ด้วยการโกหกเหล่าคนงานว่าแม่กำลังจะตาย ต้องรีบไปดูใจ

รามโกรธมาก แต่ก็ไม่รู้จะโทษใคร สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ คงไม่มีใครทันระวัง ไม่ต่างจากสีหนาท ซึ่งแม้จะเข้าใจทุกอย่าง แต่ก็ไม่วายโมโหคนงาน ที่ปล่อยให้พวกเรืองพาตัวนาราออกไปได้

เหล่าคนงานพากันก้มหน้าสำนึกผิด สีหนาทส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะประกาศคำสั่งเสียงเข้ม

“น้าราม...เดี๋ยวช่วยโทร.บอกเชษฐ์กับน้าก้อน ให้ระดมทั้งรถกระบะ มอเตอร์ไซค์ทั้งหมดในไร่เรา ออกตามหารถของพวกมัน แล้วก็รถทุกคันที่ต้องสงสัย มันจะต้องเปลี่ยนรถแน่ๆ เพื่อมันจะได้หนีสะดวก”

รามรับคำหนักแน่น ก่อนจะชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ ถึงขนิษฐาและรัศมี

“คุณสิงห์ครับ...ทางนี้วุ่นวายกัน ไม่รู้ว่าทางโรงแรมจะยังปลอดภัยดีหรือเปล่านะครับ”

ถึงคราวสีหนาทจะผงะบ้าง และไม่รอช้าจะโทร.เช็กที่โรงแรม แล้วก็แทบจะล้มทั้งยืน เมื่อพนักงานโรงแรมแจ้งมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่าขนิษฐากับรัศมีหายตัวไป!

รามกับสีหนาทหน้าซีดเผือด ก่อนจะพยายามตั้งสติระดมรถและคนงานตามหารถของคนร้าย แต่ไม่ว่าจะขับวนกี่รอบก็คว้าได้แต่น้ำเหลว ไม่มีร่องรอยหรือเบาะแสพอจะตามหานาราได้ สีหนาทร้อนรนด้วยความเป็นห่วงและแทบคลั่งเมื่อเห็นว่าเวลาผ่านพ้นไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่เขากลับไม่ได้ความคืบหน้าอะไรเลย

“ผมจะฆ่ามัน...ไอ้อดิศร สัตว์นรกยังเลวน้อยกว่ามัน แต่ที่ผมไม่เข้าใจ มันพาตัวคุณรัศมีไปด้วยทำไม”

รามพยายามข่มอารมณ์พลุ่งพล่าน ทั้งที่ในใจเจ็บปวดไม่ต่างกันเลย

“ผมว่าคุณน้องเธอคง...ไปคอยดูแลรัศมี รายนั้นก็เลยพลอยติดร่างแหไปด้วย”

“ไอ้อดิศร ถ้ามันทำอะไรผู้หญิงแม้แต่นิดเดียว มันจะต้องไม่เหลือแม้แต่เศษซาก!”

อาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงของสีหนาท ทำให้เหล่าคนงานพากันหัวหด รามต้องปลอบและเตือนสติ

“ใจเย็นลงหน่อยเถอะครับ เรายังต้องทำอะไรๆ อีกหลายอย่าง ส่งคนออกไปค้นหาตั้งเยอะแล้ว อาจจะเจอก็ได้”

แต่สีหนาทก็ทำใจให้เย็นลำบากเสียแล้ว และตัดสินใจคว้ามือถือมาโทร.หากรกช

“สารวัตร...ขอโทษนะครับที่ต้องโทร.มารบกวนตอนนี้ ผมอยากขอกำลังตำรวจช่วยค้นหาคน!”

ooooooo

ระหว่างที่พวกสีหนาทเดือดพล่านเพราะตามหาเบาะแสของคนร้ายไม่พบ นาราดิ้นรนด้วยความอึดอัด เพราะถูกจับมัดและใส่ไว้ในกระสอบ แรงกระแทกจากพื้นรถ ทำให้เธอรู้ว่าคงออกห่างจากไร่จนยากจะหาทางกลับ แต่กระนั้น...คุณหนูร่างเล็กก็ไม่ยอมแพ้ พยายามเรียกร้องความสนใจจนเหล่าคนร้ายเริ่มรำคาญ

ผลก็คือเธอถูกฟาดอย่างแรง จนต้องนิ่วหน้าน้ำตาเล็ด เรืองกลัวสาวตัวเล็กที่หมายตามานานจะช้ำ เลยช่วยพูดให้เพื่อนร่วมแก๊งเบามือ แต่นาราก็ไม่เชื่อและไม่สน พยายามดิ้นรนต่อไป จนกระทั่งถูกนำตัวไปวางต่อหน้าอดิศร ในกระท่อมกลางป่าลึกของเช้ามืดวันต่อมา

อดิศรเห็นหน้าตามอมแมมของนารา ก็อดไม่ได้จะแสยะยิ้มร้าย แถมพูดจาดูถูก

“ที่แท้ก็หน้าตาแบบนี้เอง ก็ไม่ได้สวยเท่าไหร่ แต่อย่างว่านะ...รวยซะอย่าง”

“นายอดิศร...นายทำแบบนี้ทำไม”

“อย่าโทษกันเลยนะคุณหนูนารา ต้องโทษที่แฟนคุณมันรนหาที่ ไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะเสียดายแฟนรวยๆอย่างคุณแค่ไหน นี่ถ้าได้ค่าไถ่สักสามสี่ร้อยล้านจากคุณตาคุณก่อนหลบไปก็คงดี”

รอยยิ้มกวนประสาทของอดิศร ทำให้นาราปรี๊ดแตก “ความแค้น ความโลภ ความตาย มันอยู่ใกล้กันแค่นิดเดียว นายไม่มีทางหนีพ้น คุณสิงห์กับคุณตาฉันจะต้องตามล่านาย ไม่ปล่อยนายเอาไว้แน่”

“นี่ขู่ฉันเหรอ รู้ไหมว่าจากนี้ไปแค่ไม่กี่ก้าว ก็เข้าพม่าแล้ว รอให้ฉันได้จัดการแฟนแกซะก่อนเถอะ”

“นายไม่มีทางถึงไหนหรอก ใกล้สุดก็คุก ไกลสุดก็นรก!”

“ปากเก่ง...นี่ไอ้สิงห์มันคงเสี้ยมสอนไว้ล่ะสิ เกลียดฉันเข้าไปเถอะ แต่ฉันนี่แหละ...คือคนคุมชะตาชีวิตเธอ”

“ถ้านายจับฉันไว้ แล้วนายสิงห์ตามมา คุณเองจะเดือดร้อน”

“อย่างกับจะกลัว ไม่ใช่แค่รออยู่นะ แต่ที่ทำทั้งหมดเนี่ย ก็เพื่อให้มันมาที่นี่...ให้มันมาตายที่นี่ไงล่ะ”

นาราถึงกับผวา กลัวจับใจแทนแฟนหนุ่มจะต้องมาเสี่ยงอันตรายถึงขั้นเอาชีวิตมาทิ้งเพราะเธอ ไม่ต่างจากวรรณ ซึ่งเพิ่งรู้เรื่องจากสีหนาทในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันว่าหลานสาวคนโปรดกับลูกสาวคนเดียวถูกลักพาตัวไป

“คุณ...ชื่อสีหนาทใช่ไหม นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน”

“ผมอธิบายทั้งหมดตอนนี้ไม่ได้ แต่ผมขอรับปากท่านว่าจะช่วยหนูนา...นารากับคุณรัศมีออกมาให้ได้ครับ”

วรรณชักสีหน้าใส่โทรศัพท์ในมือ ในใจร้อนรน ไม่สนและไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นเวลานี้

“พวกนั้นเอาตัวหลานฉันไปตั้งแต่เมื่อคืน ถ้ามันเกิดอะไร...อย่างเธอจะมีปัญญารับผิดชอบชีวิตหลานฉันเหรอ”

“ถ้าผมรับผิดชอบไม่ได้ ก็จะไม่ขอใช้ชื่อว่าสีหนาท และไม่ขอปกครองใครอีกแม้แต่คนเดียว!”

วรรณชะงัก ไม่อยากเชื่อหูกับคำตอบไม่สะทกสะท้าน ของอีกฝ่าย สีหนาทสำทับหนักแน่น

“ผมรักไร่บัวขาวเท่าชีวิต แต่หนูนา...หลานสาวท่านมีค่ามากกว่าชีวิตผม ถ้าหากผมช่วยเขากลับมาอย่างปลอดภัยไม่ได้ จะทำตามที่พูดกับท่านทุกคำ”

“พูดน่ะมันง่าย แต่ถ้าทำไม่ได้ล่ะก็...ทั้งไอ้ผู้ร้ายและเธอ จะต้องชดใช้ยิ่งกว่าที่พูด!”

พูดจบก็วางสายฉับ แล้วหันไปสั่งอรุณีให้จองเที่ยวบินไปเชียงรายโดยเร็วที่สุด

ooooooo

คำประกาศกร้าวของวรรณ ทำให้พวกสีหนาท หนักใจไม่น้อย โดยเฉพาะราม เครียดหนักและกระวนกระวายมากที่สุด เพราะหากลูกสาวคนเดียวต้องเป็นอะไรไป เขาคงไม่มีกำลังใจจะมีชีวิตต่อ

สีหนาทต้องบีบไหล่ปลอบใจ เช่นเดียวกับกรกช ซึ่งเพิ่งตามมาสมทบ

“ผมคิดว่าคนระดับอย่างคุณวรรณ เมื่อทราบเรื่องนี้แล้ว ก็คงจะไม่อยู่เฉยเหมือนกัน ผมทราบมาว่าท่านสนิทกับท่านอธิบดีมาก อาจจะเร่งให้เราปิดบัญชีกับพวกนั้นได้ง่ายขึ้น”

ทั้งรามและสีหนาทก็อยากให้เป็นเช่นนั้น แต่ที่สำคัญและเร่งด่วนสุดตอนนี้ คือหาให้พบว่าพวกอดิศรเอาตัวผู้หญิงทั้งสามคนไปไว้ที่ไหน และในที่สุดสวรรค์ก็บันดาลโชคมาให้ เมื่อลูกน้องของกรกชโทร.มารายงานว่ารู้เบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับคนร้ายที่ก่อเหตุลักพาตัวสาวๆไปแล้ว

กลุ่มของสีหนาทและตำรวจ รีบรุดไปสอบถามชาวบ้านซึ่งอ้างว่าพบรถและกลุ่มคนต้องสงสัย แล้วก็ต้องอึ้งไปอึดใจ เมื่อเห็นว่าเส้นทางที่คนร้ายมุ่งไปคือป่าลึกติดกับชายแดน!

สีหนาทคิดหนักก่อนจะเบิกตาโพลง เมื่อคิดขึ้นได้ว่าอดิศรคงไม่ก่อเรื่องในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย แต่น่าจะเป็นละแวกเขตล่าสัตว์ที่ชอบไปบ่อยๆมากกว่า

“ถ้าผมเป็นมัน จะเลือกที่นี่ เพราะข้ามภูเขาไปอีกแค่นิดเดียวก็ออกไปประเทศเพื่อนบ้านได้แล้ว”

กรกชเชื่อว่าเป็นไปได้ เลยสั่งการให้ลูกน้องเตรียมไปสำรวจ จุฑารัตน์ซึ่งตามมาเพราะความเป็นห่วงเพื่อนรัก จะขอไปด้วย สารวัตรหนุ่มก็ไม่ยินยอม ห้ามเสียงดุไม่ให้ดื้อและขัดคำสั่ง เพราะเขาไม่อยากให้เสี่ยงเหมือนที่ผ่านมา

ขณะที่กลุ่มของสีหนาทเร่งเตรียมการบุกถิ่นอดิศร...ขนิษฐากับรัศมีถูกนำตัวส่งถึงกระท่อมกลางป่า เช่นเดียวกับนารา อดิศรเห็นท่าทางตื่นกลัวของขนิษฐาก็สะใจมาก กะลิ้มกะเหลี่ยเต็มที่ ต่างจากท่าทางที่ปฏิบัติต่อรัศมี อดีตว่าที่แม่เลี้ยง ซึ่งเขาเหม็นหน้ามาตลอด ทั้งก้าวร้าวและหยาบคายจนขนิษฐาทนไม่ไหว

“ปล่อยคุณรัศมีไปเถอะ ฉันรู้ว่านายอยากแก้แค้นพี่สิงห์ แต่อย่าให้คนไม่เกี่ยวข้องต้องมาเดือดร้อนเลย ฉันขอร้อง...แล้วฉันจะยอมทำตามที่นายต้องการทุกอย่าง”

รัศมีอ้าปากค้าง ไม่คิดเลยว่าขนิษฐาจะออกตัวปกป้องขนาดนี้ แต่อดิศรก็ดับความหวังนั้นหมด

“อันนั้นมันแน่อยู่แล้ว เธอไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไร!”

จบคำก็สั่งลูกน้องให้เอาตัวรัศมีไปขังรวมกับนารา ส่วนตัวเองหันมาเคลียร์กับขนิษฐา

“ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะใจกว้างแม้แต่กับเมียเก่าของไอ้ราม มันเสี้ยมสอนให้ดีกับเมียเก่ามันด้วยเหรอ”

“น้าราม...มาเกี่ยวอะไรด้วย”

“ยังจะตีหน้าซื่อ นึกว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าเธอกับมันเป็นอะไรกัน ตาต่ำ...แถวนี้มีแต่ผู้หญิงตาต่ำ!”

ขนิษฐาหน้าซีด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแดงก่ำเพราะความโกรธ ตอกกลับเสียงกร้าว

“ใช่...ฉันรักน้าราม และมั่นใจว่าไม่ได้ตาต่ำ น้ารามเขาดีกว่าคนอย่างนายเป็นล้านเท่า”

“ทำไม...ลีลามันเด็ดมากหรือไง งั้นเธอก็จะได้พิสูจน์กับฉันซะก่อน”

อดิศรย่างสามขุมเข้าหาจะลวนลามเหมือนเคย ขนิษฐาพยายามเบี่ยงตัวออกด้วยความขยะแขยง

“ถ้านายบังคับฉัน ก็จะได้ไปแต่ตัว ฉันจะยิ่งเกลียด เกลียดนาย!”

“มาถึงขั้นนี้แล้ว นึกเหรอว่าฉันจะแคร์ เธอต้องเป็นเมียฉัน”

ขนิษฐาถูกมัดทั้งมือและเท้า ขยับช่วยตัวเองไม่ได้ อดิศรเลยผลักเธอลงกับพื้น หวังย่ำยีให้สมแค้น แต่ไม่ทันได้สมปรารถนา ก็ต้องผละออกห่างเสียก่อน เมื่อลูกน้องเข้ามาขัดจังหวะ ตามไปคุยโทรศัพท์กับศักดา...

ooooooo









นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"รหัสริษยา" ตอนจบ "ศิวา" จำใจยอมทำตามคำสั่งของ "พาไล" ด้วยความเจ็บปวด

"รหัสริษยา" ตอนจบ "ศิวา" จำใจยอมทำตามคำสั่งของ "พาไล" ด้วยความเจ็บปวด
25 ม.ค. 2564

03:18 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 18:28 น.