กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ปฏิบัติการตามล่าตัวอดิศรและช่วยเหลือตัวประกันถูกวางแผนอย่างรัดกุมและเร่งด่วน พวกสีหนาทกับตำรวจอดทนรอ จนในที่สุดหนึ่งในลูกน้องของอดิศรก็ปรากฏตัวในละแวกหมู่บ้านตามที่ชาวบ้านเคยให้เบาะแส สีหนาทกับรามเลยเข้าประชิดและเค้นคอถามถึงที่ซ่อนของอดิศรจนได้

อดิศรยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกย้อนแผน มัวโวยวายใส่พ่อที่โทร.มาสั่งให้จัดการฆ่าปิดปากนารากับรัศมี

“พ่อพูดอะไร พวกมันคือตัวเงินตัวทองนะ หลังจากฆ่าไอ้สิงห์ได้ ผมจะรีดเอาเงินจากตามันก่อนหนี”

“แกจะไม่ได้หนีน่ะสิ ไอ้ดักดานเอ๊ย...ไอ้วรรณน่ะ เป็นเพื่อนกับอธิบดีตำรวจ และนายพลอีกเพียบ ต่อให้แกหนีไปไกลแค่ไหน ด้วยเงินมัน อำนาจมัน มันก็ตามลากคอแกไปทุกๆที่”

คำขู่ไม่ได้ทำให้อดิศรสะทกสะท้าน จนศักดาแทบคลั่ง โพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“แค่นี้แกยังทำความฉิบหายไม่พออีกหรือไงไอ้ศร ไอ้โง่เอ๊ย...ใจหนึ่งฉันก็อยากปล่อยให้แกตายๆไปซะ

แต่ยังไงแกก็เป็นลูกฉัน เป็นสายเลือดคนเดียวของฉัน แกจะตายไม่ได้ กูโกรธมึงมาก โกรธแทบบ้า แต่กูก็ไม่อยากให้มึงตาย!”

ระหว่างที่อดิศรคิดหนัก จะทำตามคำสั่งพ่อหรือไม่ รัศมีก็ตีโพยตีพายไม่หยุด โดยเฉพาะกับลูกสาวคนเดียว ที่ดั้นด้นมาตามหาพ่อชาวไร่ถึงนี่ พลอยทำให้เธอเดือดร้อนไปด้วย นาราไม่โกรธ แถมปลอบแม่อีกต่างหาก

“แม่...นาจะไม่ให้แม่เป็นอะไร จะไม่ให้พวกนั้นทำอะไรแม่เด็ดขาด”

“โอ๊ย...ดูสภาพตัวแกเองซะก่อน ถึงค่อยมาพูด แกมันก็เหมือนพ่อแก...เป็นตัวซวยเหมือนๆกัน”

นาราปวดใจมาก แต่ไม่ทันคิดหาทางออก อดิศรก็โผล่มาสั่งให้ลูกน้องลากตัวสองแม่ลูกไปฆ่าทิ้ง รัศมีเบิกตาโพลง หน้าซีดเผือดด้วยความกลัวตาย แต่ยังอาละวาดไม่หยุด ต่างจากนารา หุบปากนิ่งสนิท จนอดิศรอดแหย่ไม่ได้

“ไม่ร้องขอชีวิตบ้างเหรอ อุตส่าห์เกิดมารวยมหาศาล เสียดายต้องมาตายไว”

“ก็คอยดู...ว่าระหว่างนายกับฉัน ใครมันจะตายไวกว่ากัน!”

เรืองเห็นว่านาราจะถูกนำตัวไปฆ่า ก็นึกเสียดาย อยากเชยชมให้สมรัก เลยอาสาตามไปช่วยด้วย อดิศรอนุญาต แต่แอบตลบหลัง สั่งให้ลูกน้องที่ไปด้วยจัดการเก็บเรืองอีกทีเพราะหมดประโยชน์แล้ว

ขนิษฐาได้ยินทุกอย่าง สยองและแสยงกับความโหดเหี้ยมเลือดเย็นของอดิศรเหลือเกิน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากตั้งรับชะตากรรมของตน ที่จะถูกเขาข่มเหงทำเมียในไม่ช้า...

ooooooo

เรืองถูกยิงทิ้งกลางป่าเป็นคนแรก ด้วยฝีมือลูกน้องอดิศรที่ได้รับมอบหมาย นาราเลยฉวยโอกาสพาแม่หนีเตลิดไปอีกทาง แต่ก็ทุลักทุเลเต็มที เพราะไม่ชำนาญทาง แถมมีเสียงปืนดังกระตุ้นไล่หลังตลอด!

ขณะที่นารากับรัศมีหนีตายกลางป่า...สีหนาทกับกรกชก็บุกกระท่อมของอดิศร ขนิษฐาซึ่งเกือบได้เป็นเมียโจรเลยรอดตัวไปได้ อดิศรเห็นท่าไม่ดี รีบคว้ารีโมตกดระเบิดตามแผน แต่ก็ต้องตาเหลือก เมื่อรีโมตไม่ทำงาน เพราะพวกสีหนาทรู้ทัน จัดการซ้อนแผน บังคับลูกน้องของอดิศรซึ่งจับได้ระหว่างทางถอดรหัสและ
ทำการปลดล็อก

แต่กระนั้น...อดิศรก็ไม่ยอมแพ้ ถลาเข้าหาจะเอาคืน แต่ก็ถูกสีหนาทอัดจนน่วม

“ถ้าแกอยากแก้แค้นฉัน ฉันอยู่นี่ ทีหลังอย่าไปลงที่ผู้หญิง!”

อดิศรเจ็บใจที่ทุกอย่างผิดแผน ฉวยโอกาสทุกคนเผลอ ควักปืนมายิงสีหนาท โชคดีที่กรกชขวางไว้ทัน ราชสีห์หนุ่มเลยรอดตัว แต่ก็ต้องพุ่งตัวไปข้างนอกแทบไม่ทัน เมื่อเห็นว่าอดิศรหนีเข้าป่าไปแล้ว

ด้านนารา...พยายามพาแม่หนี แต่สุดท้ายก็ถูกคนร้ายไล่ทัน เธอเลยตัดสินใจผลักแม่ไปอีกทาง ให้หนีเอาตัวรอด รัศมีได้ยินเสียงปืนก็หนีไม่คิดชีวิต แต่เสียงร้องของลูกสาวก็ทำให้คิดได้และย้อนกลับไปอีกครั้ง

“ห้ามฆ่ายายนา ห้ามฆ่าลูกฉัน!”

ขาดคำก็ขว้างก้อนหินใกล้มือใส่คนร้าย นาราถึงกับน้ำตาไหลพราก กลัวจับจิตว่าแม่จะถูกฆ่า แต่เพียงไม่นานก็ได้ตื่นเต้นดีใจสุดขีด เมื่อรามปรากฏตัวพร้อมกับยิงไล่คนร้ายจนแตกกระเจิง!

คนร้ายถูกยิงแต่ฮึดสู้ รามเลยจัดการซัดจนหมอบ นาราเห็นว่าปลอดภัยแล้วก็โผไปกอดพ่อ

“ยายหนู...พ่อขอโทษ ขอโทษที่เกือบจะปกป้องลูกเอาไว้ไม่ได้”

“ไม่ใช่เพราะพ่อหรอกค่ะ เพราะคนเลวๆพวกนั้นต่างหาก หนูนาคิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าพ่ออีกแล้ว”

รามลูบหลังปลอบลูกสาวเสียงอ่อน “ไม่เป็นไรนะลูก ไม่เป็นไรแล้ว...”

แต่สามคนพ่อแม่ลูกก็โล่งใจได้ไม่นาน เมื่ออดิศรซึ่งหนีตายจากกระท่อม โผล่มาจับนาราเป็นตัวประกัน

“ถ้ามึงยิง กูจะปาดคอนังนี่ทันที เอาปืนมาให้กู!”

รามคิดหนัก กลัวลูกสาวเป็นอันตราย แต่ก็ไม่คิดว่าอดิศรจะปล่อยพวกตนง่ายๆ แต่พลันก็เหลือบเห็นพวกสีหนาทหลบซ่อนตัวในพุ่มไม้ไม่ไกลกันนั้น และส่งสัญญาณให้ยอมตามที่อดิศรขอ เลยจัดให้แต่โดยดี

“ใจเย็นๆ อย่าทำร้ายลูกฉัน ฉันจะส่งให้เดี๋ยวนี้”

อดิศรดีใจมากที่เห็นปืน เลยไม่ทันระวัง ถูกสีหนาทถีบกลางหลัง นารารีบถลาไปซบอกแฟนหนุ่ม ยินดีอย่างบอกไม่ถูกที่ได้กลับสู่อ้อมกอดอบอุ่นและแข็งแกร่งของเขาอีกครั้ง

กรกชถือกุญแจมือจะจับกุม แต่อดิศรก็ขัดขืน แอบดึงมีดพกจะปาดคอราม เลยถูกวิสามัญอย่างน่าอนาถ!

ooooooo

เหตุการณ์ร้ายแรงจบลงด้วยดี สีหนาทพาทุกคน กลับไร่ในเย็นวันเดียวกันนั้น ทันเวลารับศึกหนัก เมื่อบุญตามารายงานว่ามีแขกคนสำคัญมารอพบนานแล้ว

วรรณนั่นเองที่มารอข่าวหลานกับลูกสาวด้วยใจเป็นกังวล เมื่อเห็นว่าทั้งสองปลอดภัย ก็ถอนใจโล่งอก แต่ก็ไม่วายหัวเสีย เพราะเหตุการณ์นี้เกือบพรากหัวใจของเขาไป สีหนาทเห็นท่าเจ้าสัวใหญ่ ก็แสดงความรับผิดชอบ

“ถ้าท่านจะโกรธ ก็โกรธผมแทนเถอะครับ หนูนา เขาไม่ผิด”

“ผมจะไม่พูดเรื่องโกรธหรือไม่โกรธ แต่จะพูดเรื่องความรับผิดชอบ...ความรับผิดชอบของคุณน้อยเกินไป หลานของผม...หลานสาวคนเดียวของผมเกือบจะตกเป็นเหยื่อล้างแค้นศัตรูของคุณ!”

นาราเห็นท่าไม่ดี พยายามจะช่วยพูด แต่สีหนาท ก็โพล่งออกมาเสียก่อน “ครับ...ผมยอมรับว่านี่เป็นความรับผิดชอบของผม แต่ก็อย่างที่ผมรับปากท่าน ว่าจะช่วยหนูนากับคุณรัศมีกลับมาอย่างปลอดภัย แล้วผมก็ทำได้ตามที่รับปาก ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ผมขอรับปากว่าจะไม่เกิดเหตุที่หนูนาจะต้องมาเดือดร้อนเพราะผมอีก จะไม่มีวันนั้นอีกครับท่าน”

“เรื่องอนาคต มันไม่จำเป็นอีกแล้ว เดี๋ยวยายนา ก็จะบินไปเรียนต่อเมืองนอก ไม่มีศัตรูของใครมาทำร้ายได้อีก”

“คุณตา...คุณสิงห์พยายามปกป้องนาแล้ว แต่...นาประมาทเอง”

“แกเดือดร้อนขนาดนี้ ยังจะเข้าข้างมันอีกงั้นเหรอ”

ขนิษฐาทนไม่ไหว ต้องช่วยพูด “ขอฉันพูดอะไรหน่อยเถอะค่ะ ฉันรู้ว่าท่านห่วงหลาน แต่ท่านก็น่าจะเห็น ว่าทุกคนที่นี่ก็รักและห่วงหนูนาเหมือนกัน พี่สิงห์น่ะ...เสี่ยงไปช่วยทั้งๆที่รู้ว่านายอดิศรวางหมากให้ไปตายนะคะ”

วรรณถึงกับอึ้งไป นาราเลยถือโอกาสพูดให้พ่อกับแฟนหนุ่มบ้าง

“คุณตา...อย่าโกรธคุณสิงห์กับพ่อเลยนะคะ นาก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว อีกอย่าง...ที่คุณสิงห์กับพ่อขัดแย้งกับพวกนั้นเพราะว่าเขาต้องการจะปกป้องป่า พวกเขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ไม่ใช่ว่านาจะไม่กลัวนะคะ แต่...นาไม่เสียใจเลย นาภูมิใจในสิ่งที่พ่อและคุณสิงห์ทำ”

สีหนาทส่งสายตาขอบคุณสำหรับความเข้าใจ นารายิ้มบางๆให้ แล้วหันไปสบตาเจ้าสัวใหญ่

“คุณตารักและเป็นห่วงนา นาทราบค่ะ และดีใจมากๆ แต่นาอยากขอให้คนที่นารักเข้าใจกัน นาดีกับพ่อได้ก็เพราะคุณตาให้โอกาส คุณตา...ช่วยนาอีกครั้งนะคะ นะคะคุณตา”

เพราะความรักที่มีต่อหลานสาวคนเดียว วรรณเลยยอมสงบและอ่อนท่าทีลง แถมเมื่อสีหนาทกับรามเดินไปส่งถึงห้องพัก ยังเอ่ยปากขอโทษอีกต่างหาก ที่เมื่อครู่ใส่อารมณ์มากเกินไป

“ไม่เป็นไรหรอกครับท่าน ทำให้ผมดีใจด้วยซ้ำไป ว่าท่านรักยายหนูมากจริงๆ”

วรรณอึ้งไปอึดใจ เมื่อได้ยินคำพูดอดีตลูกเขยที่แสนชัง รามเลยถือโอกาสบอกสิ่งที่อยู่ในใจมานาน

“ท่านรู้จักรัศมีดีกว่าผมมาก ตอนนั้น...ผมเองที่ไม่รู้อะไรเลย ผมเสียใจที่ทำให้ท่านเป็นทุกข์เพราะความโง่เขลาของผม ผมติดค้างท่านมาก พอยายหนูบอกว่าท่านอนุญาตให้แกมาหาผม ผมก็คิดว่าต้องขอโทษท่านให้ได้”

รามยกมือไหว้ วรรณถึงกับพูดไม่ออก ทุกคำบาดลึกในจิตใจ จนแทบไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยิน

“ถึงท่านจะไม่ยอมรับคำขอโทษ ผมก็ไม่โทษท่านหรอกครับ เพราะผมเป็นคนทำให้อนาคตของรัศมีต้องสะดุด ผมได้แต่บอกตัวเองว่าจะไม่ทำพลาดอีก ถึงแม้ว่ายายหนูแกจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของผม แต่ผมจะระลึกเอาไว้ ว่าคนที่มีพระคุณต่อลูกมากที่สุดคือท่าน ที่กรุณารักและเอ็นดูแก ไม่ผิดกับลูกหลานคนอื่นๆ”

วรรณใจอ่อนยวบเมื่อได้ยินถ้อยคำของอดีตลูกเขย พยายามไม่สบตาให้รู้ว่ากำลังจะแพ้ความดี

“ที่ผมพูดกับท่าน ไม่ได้หวังประจบเอาอะไร เพราะท่านให้ยายหนูมากพออยู่แล้ว แต่เพียงอยากให้ท่านทราบ ว่านอกเหนือจากได้เจอยายหนูแล้ว ผมไม่ต้องการอะไรอื่นอีก เพราะฉะนั้น...ท่านยังเป็นผู้ปกครองของยายหนู”

รามหายใจไม่ทั่วท้อง กลัวอีกฝ่ายจะไม่ให้อภัย แต่ก็ผิดคาด เมื่อวรรณตัดสินใจโพล่งออกไป

“ขอบใจ...ไม่นึกว่าคนที่ฉันเคยโกรธ เคยโทษเขามาเป็นสิบๆปี กลับเข้าใจหัวอกฉัน รู้ว่าฉันคิดยังไง”

“คงจะเป็นเพราะว่าเรา...ต่างก็เป็นพ่อคนเหมือนกันน่ะครับท่าน”

รามส่งยิ้มจริงใจให้ สีหน้าบึ้งตึงตลอดเวลาก่อนหน้าของเจ้าสัวใหญ่เลยค่อยๆเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปาก สีหนาทมองมาด้วยความยินดี แล้วก็ถึงกับปลื้มมาก เมื่อวรรณขอบคุณที่ช่วยหลานสาว แถมยอมรับไมตรีและการบริการจากเขาอีกด้วย...หนทางสู่ความเป็นหลานเขยคงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

ooooooo

แน่นอนว่าการจับตายอดิศรกลายเป็นประเด็นใหญ่ ที่บรรดาผู้ใหญ่ในวงการต่างให้ความสนใจ โดยเฉพาะอธิบดีซึ่งสนิทสนมกับวรรณเป็นการส่วนตัว ถึงกับเร่งมือให้ออกหมายดำเนินคดีกับศักดาโดยเร็วที่สุด!

และผลกรรมก็ตามทันเหลือเชื่อ ศักดาถูกตั้งข้อหา หลายคดี และถูกจับกุมคาบ้านพักในเย็นวันเดียวกัน บรรดาคนทำงานและผู้เสียหายเลยเบาใจได้ โดยเฉพาะสีหนาท ไม่อยากให้แฟนสาวตัวเล็กต้องเสี่ยงตายแบบนั้นอีก นาราเห็นท่าทางจ๋อยๆก็อดไม่ได้ต้องไปปลอบ แต่ก็เหมือนว่าสีหนาทจะยังใจไม่ดี

“รู้ไหม...ตั้งแต่เจอเรื่องเสี่ยงๆนับครั้งไม่ถ้วน ไม่เคยมีครั้งไหนฉันใจหายใจคว่ำเท่านี้ โชคดีที่ได้เห็นหน้ากันอีก”

“ฉันเพิ่งรู้ค่ะ...ว่าอะไรน่ากลัวที่สุด ตอนที่พวกนั้นมันเอาปืนจี้ ฉันกลัวแทบตาย แต่ความตายไม่น่ากลัวเท่ากับ...กลัวจะไม่ได้เจอคนที่เรารักอีก มันทรมานจริงๆ”

สีหนาทฟังแล้วใจหาย ต้องดึงตัวเธอมากอดแน่น เสียใจเหลือเกินที่ทำให้เธอเกือบตาย

“หนูนา...ฉัน...ฉันจะทำอะไรให้เธอได้บ้าง”

อาการสั่นน้อยๆของแฟนหนุ่ม ทำให้นารานิ่งไปอึดใจ ก่อนจะดึงตัวออก ยกมือลูบขมับเขา แล้วกล่อมเบาๆ

“ขวัญเอ๊ย ขวัญมา ขวัญมาอยู่กับเนื้อกับตัว...ตอนเด็กๆ เวลาฉันตกใจ พ่อจะปลอบฉันแบบนี้”

สีหนาทมองมาอึ้งๆ ไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินคำปลอบทำนองนี้ นาราแค่ยิ้มบางๆ แล้วบอกอย่างอ่อนโยน

“คุณอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตไปช่วยฉันกลับมาแล้ว ไม่มีอะไรต้องทำอีกแล้วค่ะ ฉันอยู่ตรงนี้แล้วนะคะ ไม่เป็นอะไรแล้ว...คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

สองหนุ่มสาวโผกอดกันอีกครั้ง ซึมซับความรักและความผูกพัน ที่นับวันจะแนบแน่นมากขึ้นทุกที...

นอกจากอดิศรที่ได้บทลงโทษถึงชีวิตแล้ว เรืองก็เป็นอีกคนที่ต้องเอาชีวิตไปสังเวยกับการแก้แค้นบ้าๆ แป้นเจ็บใจมากที่ถูกจับมัดโดยไม่มีทางสู้ แต่ก็ขออโหสิกรรมให้ เพราะไม่อยากจองเวรถึงชาติหน้า

แต่คนช้ำสุด คงหนีไม่พ้นพวง อดีตคนรักและคู่ควงของเรืองตลอดระยะเวลาที่อยู่ไร่บัวขาว เธอร่ำไห้ไม่หยุด ทั้งเคืองทั้งเสียใจ จนก้อนอยากจะเป็นบ้า ไม่เข้าใจลูกสาวเลยว่าทำไมถึงปักใจกับเรืองนัก พวงกลั้นสะอื้น ประกาศลั่นว่าจะขอร้องไห้อีกวันเดียว เพราะยังไงเรืองก็เคยเป็นคนรัก และพรุ่งนี้เธอจะไม่ร้องไห้ให้เขาอีกต่อไป!

การมาของวรรณ วรรณพาณิช ทำให้ทุกคนในไร่บัวขาววุ่นวายไม่น้อย โดยเฉพาะบนเรือนใหญ่ ทั้งเตรียม ห้องพักและอาหารจนแทบไม่มีเวลาหายใจ ขนิษฐาอาสาเป็นแม่งานช่วยดูแลความเรียบร้อย จนรามซึ่งแอบมองตามด้วยความเป็นห่วง อดรู้สึกผิดไม่ได้ ที่ตอบรับความรู้สึกดีๆของเธอไม่ได้

“น้องไม่เป็นไร...เจ็บกายมันไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ ...ที่ผ่านมาน้องขอโทษนะคะ ที่เอาแต่ความรู้สึกตัวเอง พอน้ารามรับความรู้สึกน้องไว้ไม่ได้ น้องก็ทำเย็นชาใส่ ถ้าตอนนั้นต้องเป็นอะไรไป โดยที่เรายังไม่ได้ล่ำลากันดีๆ น้องคง...”

“คุณน้องไม่ต้องขอโทษผมหรอกครับ คุณน้องไม่...”

“น้องไม่ผิด...น้ารามก็พูดแบบนี้ทุกที น้องถึงได้เอาแต่ใจแบบนี้ไงคะ”

รามมองมาเครียดๆ แต่ขนิษฐากลับส่งยิ้มบางๆให้ แล้วปลอบให้เขาสบายใจ

“น้ารามพูดถูกแล้วค่ะ ว่าเรา...ควรจะลืมเรื่องในคืนนั้น น้อง...น้องจะลืมค่ะ ถ้ามันจะดีต่อทุกๆฝ่าย”

พูดจบก็พยายามเบือนหน้าหนี กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล แต่ก็เหมือนจะทำไม่สำเร็จ เพราะรามเห็นทุกอย่าง รู้สึกผิดในใจอย่างมาก ที่ไม่อาจตอบสนองความรักและความหวังดีจากเธอคนนี้ได้เลย

ooooooo

อาหารมื้อค่ำผ่านพ้นไปอย่างเรียบร้อย โดยปราศจากรัศมี ซึ่งยังน้อยใจพ่อที่ไม่มองหน้า หรือแม้แต่ถามไถ่เธอเลยสักนิด ว่าต้องไปตกระกำลำบากแค่ไหนกลางป่า แต่กลับถามถึงและเป็นเดือดเป็นร้อนเรื่องนาราเท่านั้น

นาราหนักใจมาก ทั้งเป็นห่วงและเป็นกังวล จนต้องตามไปคุยถึงในห้อง

“ฉันต่างหากที่โดนคนไม่พอใจ แกไม่เห็นหรือยายนา ว่าตาแกทำท่าทางเหมือนไม่เห็นหัวฉันสักนิด”

“แต่คุณตาเป็นห่วงแม่นะคะ นายืนยันได้”

รัศมีเบ้หน้า ไม่เชื่อแม้แต่นิดเดียว “แกมันเข้าข้างตาแก เขาทำเหมือนฉันเป็นอะไรสักตัวที่น่าขยะแขยง เหมือนฉันไม่มีตัวตน ไม่มีค่าในสายตาของเขา คนพวกนั้นก็เห็นกันหมด ที่เขาไม่ไว้หน้าฉัน”

นาราหน้าเสีย ตั้งท่าจะอธิบายบางอย่าง แต่วรรณซึ่งผ่านมาได้ยิน ก็โพล่งขึ้นเสียก่อน “ว่าแต่ฉัน...แล้วแกเองเคยไว้หน้าคนอื่นบ้างหรือเปล่า ที่ทำให้ฉันและทั้งวงศ์ตระกูลต้องอับอาย ไม่เห็นแกเคยสนใจไยดีอะไรเลย”

สีหน้าและท่าทางแข็งกร้าวของพ่อ ทำให้รัศมีเจ็บใจมาก สวนกลับอย่างเหลืออด

“แล้วหนูตั้งใจให้เป็นแบบนี้เหรอคะ ไอ้ศักดามันเป็นคนเลว มันทำร้ายหนู แทนที่คุณพ่อจะเห็นใจ กลับซ้ำเติม”

“ก็แกมันไม่เคยเรียนรู้อะไรเลย มองเห็นแต่ความผิดพลาดของคนอื่น กี่ครั้งกี่หนที่ต้องเจ็บช้ำซ้ำซากแบบนี้”

รัศมีเจ็บจี๊ด ตอกกลับเสียงเข้ม “ว่าแต่หนูโทษคนอื่น แล้วคุณพ่อล่ะ คุณพ่อก็โทษแต่หนูเหมือนกัน...

สิบห้าปี ตั้งแต่วันที่หนูก้าวขาออกจากบ้าน ปากคุณพ่อก็บอกว่ายกโทษให้ แต่จริงๆแล้วไม่เคย คุณพ่อยังชอบขุดเรื่องเก่าๆมาประจานหนูตลอด คุณพ่อโทษแต่หนู เคยโทษตัวเองบ้างหรือเปล่าว่าทำไมหนูถึงเป็นแบบนี้”

นาราเห็นท่าไม่ดี พยายามจะปรามแม่ แต่รัศมีก็อารมณ์ขึ้นจนกู่ไม่กลับแล้ว

“หนูเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณพ่อนั่นแหละ เพราะคุณพ่อกีดกันหนูตั้งแต่แรก จนหนูต้องหนี ชีวิตหนูถึงเป็นแบบนี้”

“ใช่...มันเป็นเพราะฉันเอง แต่ไม่ใช่เพราะฉันขัดใจแก แต่เพราะฉันตามใจแกมากเกินไปต่างหาก ใช้เงินเลี้ยงแกโดยไม่ได้สั่งสอนอบรมแกให้ดี ทั้งชีวิตของแกก็เลยรู้จักแต่จะสนองกิเลสของตัวเอง ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย”

“ทำไม...หนูหาความสุขมันผิดตรงไหน คนไม่รู้จักหาความสุขก็คือคนโง่ เกิดมาเสียชาติเกิด!”

“แล้วทุกวันนี้แกมีหรือเปล่าล่ะ...ความสุขน่ะ ดูสภาพตัวเองซะก่อน มีความสุขมากไหม”

“คุณพ่อ...ถ้าหนูเจอคนดีๆมันก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก”

“แกจะเรียกหาคนดี ทั้งที่แกเป็นคนแบบนี้น่ะเหรอ ตราบเท่าที่แกยังแยกไม่ออก ระหว่างคำหวานกลวงๆกับเนื้อแท้ที่หวังดี แกจะไม่ได้เจอคนดีนั่นหรอก ก็เหมือนกับที่แกได้แต่มองว่าฉันว่าแก เพื่อระบายความแค้น แกคิดเหรอว่าพ่ออย่างฉัน...เห็นชีวิตลูกทั้งคนพังลงต่อหน้า แล้วฉันมีความสุข แกมองพ่อของแกได้

แค่นี้เองน่ะเหรอรัศมี”

สีหน้าแสดงความร้าวรานในใจของพ่อ ทำให้รัศมีถึงกับพูดไม่ออก แถมอึ้งกว่าเดิมเมื่อได้ยินประโยคถัดมา

“เวลาคนเป็นพ่อเป็นแม่ด่าลูกของตัวเอง มันเจ็บ...มันผิดหวังซะยิ่งกว่าทุกๆคำที่ฉันว่าแก ก็เหมือนฉันว่าตัวฉันเอง มันเป็นเพราะฉันเองที่เลี้ยงแกมาไม่ดี ฉันผิดเอง ได้ยินแบบนี้แล้วแกพอใจหรือยัง”

รัศมีสะเทือนใจมากจนพูดอะไรไม่ออก วรรณเสียใจไม่ต่างกัน แต่ไม่วายทิ้งท้ายเสียงเข้ม

“ฉันยอมรับความผิดของฉัน แล้วแกเอง...เคยยอมรับอะไรกับเขาบ้างไหม เคยไหมรัศมี!”

ooooooo

นาราพยายามจะไปพูดกับตาให้หายโกรธแม่ แต่วรรณก็ดื้อเหลือเชื่อ ยื่นคำขาด จะไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น หากรัศมียังปักใจเรื่องเดิมๆ และมีทัศนคติลบๆกับเขาแบบนี้

สุดท้ายนาราเลยต้องถอดใจ ปล่อยให้แม่กับตาคิดอะไรตามลำพัง และแน่นอนว่ารัศมีก็ร้องไห้ฟูมฟายคนเดียวในห้อง โดยไม่มีคนคอยปลอบใจ เพราะเกรงและขยาดอารมณ์ร้ายกาจของเธอ

ต่างจากวรรณ มีคนเอาอกเอาใจไม่ห่าง โดยเฉพาะสองหนุ่มแห่งไร่บัวขาว รามกับสีหนาทที่เหมือนจะคุยกับเจ้าสัวใหญ่ถูกคอมากขึ้น หลังจากเคลียร์ข้อค้างใจกันเมื่อตอนเย็น

รามเห็นว่าเจ้าสัวใหญ่มีสีหน้าผ่อนคลาย เลยรินน้ำชาร้อนๆหลังอาหารให้

“ชาร้อนครับท่าน เห็นยายหนูบอกว่าท่านชอบดื่มชาหลังอาหาร”

“ยายนามันช่างจำ ของอะไรที่ตามันชอบ มันจำได้หมด”

“ยายหนูบอกว่าคุณตาดีกับแกมาก คอยอบรมสั่งสอนให้ทุกอย่าง ที่ได้ดีมาทุกวันนี้ก็เพราะท่าน”

“ฉันได้บทเรียนจากรัศมีมามาก ตอนได้หลานคนนี้มา ฉันถึงตั้งใจเลี้ยงมันใหม่ ไม่ให้เหมือนตอนเลี้ยงลูก”

“ยายหนูเป็นเด็กดี”

“ใช่...มันเป็นหลานที่ฉันภูมิใจ และมันจะต้องมีอนาคตที่ก้าวหน้า มั่นคงที่สุด”

รามยินดีแทนลูกสาวมาก แต่ก็อดหนักใจแทนเจ้านายหนุ่มไม่ได้ กลัวจะเจอหนทางลำบาก หากอยากจะสมหวังกับลูกสาว แต่สีหนาทก็ไม่หวั่นเกรงเลย แถมเอ่ยขอเจ้าสัวใหญ่อย่างตรงไปตรงมาอีกต่างหาก

“ถ้าท่านไม่รังเกียจ ผมอยากขอดูแลคุณนารา ผมแน่ใจว่าสามารถให้อนาคตที่ดีและทำให้เธอมีความสุขได้”

วรรณเลิกคิ้ว มองชายหนุ่มเจ้าของไร่สักตรงหน้า แล้วย้อนเสียงหยัน

“แค่มีไร่สักกับโรงแรมแค่นี้ คิดเหรอว่ามันจะมั่นคงเพียงพอกับหลานฉัน”

“ถ้าเป็นความมั่นคงภายนอก อย่างพวกทรัพย์สินเงินทอง ผมคงไม่มีทางเทียบท่านได้ แต่ถ้าพูดถึงความมั่นคงทางใจ ความรัก และความเอาใจใส่ที่ผมมีต่อนารา ...ผมมั่นใจว่าไม่มีใครให้เธอได้มากเท่าผม”

ท่าทางยโสของราชสีห์หนุ่ม ทำให้วรรณอึ้งมาก แต่ก็แอบชอบใจอย่างบอกไม่ถูก

“เธอแค่ไปช่วยหลานฉันมาแค่นี้ ก็ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าที่เธอพูดมันจริง”

“ถ้าไม่จริง...ผมจะไม่พูด!”

“ปากเก่ง...ไม่นึกว่าจะมีคนกล้าพูดแบบนี้กับฉันดี... ในเมื่อมั่นใจขนาดนี้ ฉันก็จะไม่กีดกัน”

รามซึ่งหายใจไม่ทั่วท้อง ถึงกับถอนใจโล่งอก สีหนาทดีใจมาก เอ่ยขอบคุณจากใจจริง

“อย่าเพิ่งขอบคุณฉัน เวลาอีกตั้งสองปี ฉันจะรอดูว่าเธอจะแน่จริงอย่างที่พูดสักแค่ไหน”

“ผมเป็นคนรู้ใจตัวเองดี ไม่ว่าจะสองปีหรือว่านานกว่านั้น ก็ไม่เปลี่ยน...ท่านรอพิสูจน์ได้เลย!”

ooooooo

จบเรื่องเคลียร์ใจกับวรรณ สีหนาทก็ขอตัวกลับห้อง แต่ระหว่างทางดันเจอแฟนสาว ทำท่าทางเหม่อลอย คิดอะไรเรื่อยเปื่อยตรงระเบียง เลยแวะไปคุยด้วย

นาราระบายความหนักใจเรื่องแม่อย่างอัดอั้น โดยเฉพาะเรื่องแม่ทะเลาะกับตาเพราะความเข้าใจผิด

“เดี๋ยวฉันก็จะต้องไปเรียนต่อแล้ว ถ้ายังเป็นอยู่อย่างนี้ ฉันคงไม่สบายใจ...”

สีหนาทลูบผม พลางปลอบยิ้มๆ “แม่เธอเขาไม่เป็นอะไรหรอก ตาเธอเขารักแม่เธอมาก ถึงจะโกรธแค่ไหน ก็ตัดไม่ขาด แล้วถ้าเธอเป็นห่วงคุณตา ก็ไม่ต้องห่วง ว่าที่หลานเขยจะหมั่นไปเยี่ยมให้...ดีไหม”

“คุณนี่...เอาดีเข้าตัวหมด”

“อ้าว...ก็ต้องทำคะแนนหน่อยสิ ทำให้ฉันคิดอะไรได้อย่างหนึ่ง คนเราเนี่ย...ถึงอยู่ใกล้ แต่ถ้าไม่เข้าใจกัน มันก็เหมือนไกล แต่ถ้าอยู่ใกล้ แต่เข้าใจ มันก็เหมือนใกล้”

นาราหมั่นไส้เลยแกล้งแหย่ “งั้นก็น่าจะไปสักสิบปี”

สีหนาทได้ยินก็บีบจมูกแฟนสาว นารารีบเบี่ยงตัวหลบ หัวเราะขำใหญ่ อารมณ์ดีมากขึ้นเป็นกอง ที่ได้ใช้เวลากับเขา สีหนาทก็มีความสุขมาก และไม่รอช้าจะดึงตัวเธอมากอดแน่น

“แต่ถ้าได้ใกล้...ทั้งตัวทั้งใจ แบบนี้แหละถึงจะดีสุด!”

ในที่สุดวันเลวร้ายก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เช่นเดียวกับค่ำคืนสุดท้ายของนารา ก่อนจะบินกลับพร้อมแม่และตาในวันรุ่งขึ้น แต่ความวุ่นวายกลับไม่จบลงแค่นั้น เพราะเรื่องหุ้นลมของศักดา กลายมาเป็นปัญหาใหญ่ของรัศมีและผลของมันก็ตามมาถึงไร่บัวขาวในเช้า

วันนั้นเอง เมื่อมีชายสองคนอ้างว่าเป็นคนจากบริษัทก่อสร้าง มาทวงค่าเสียหายที่โครงการของศักดาถูกล่มกลางคัน รัศมีถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นตัวเลขหลักร้อยล้าน ก่อนจะปฏิเสธเสียงห้วนไม่ยอมจ่าย และพยายามปัดความรับผิดชอบ เลยถูกชายสองคนนั้นขู่จะเอาเรื่องไปประจาน!

นาราพยายามปกป้องแม่เท่าที่ทำได้ แต่ก็เหมือนจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ร้อนถึงวรรณ ซึ่งเพิ่งทราบเรื่องทุกอย่างจากรามและสีหนาท ต้องออกโรงจัดการสองหนุ่มนักฉวยโอกาสจากบริษัทก่อสร้างด้วยตัวเอง

เช็คเงินสดสองล้าน ทำให้สองหนุ่มยอมสงบท่าที แต่ไม่วายอิดออด เพราะยังไม่ได้ตามที่ต้องการ แต่คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากอย่างวรรณ มีหรือจะหลงกล ตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า

“อยากรู้ไหมว่าหมิ่นประมาทกับฉ้อโกงอะไรโทษหนักกว่า บริษัทที่อ้างว่าสั่งของไว้เนี่ย เจ้าของเป็นเพื่อนฉันทั้งนั้น ฉันโทร.ครั้งเดียว รู้ทันทีว่าสั่งของไปแล้วจริงหรือเปล่า โครงการยังไม่ทันแถลงข่าว อย่างมากก็แค่จ้างสถาปนิกร่างแบบกัน ต่อให้ผิดสัญญา โครงการล่ม ก็จ่ายค่าชดเชยแค่หลักล้านเท่านั้นแหละ”

ชายหนุ่มทั้งสองหน้าซีด แต่ยังพยายามขอเพิ่ม แต่วรรณก็ตัดบทเสียงเข้ม “เลิกเล่นละครได้แล้ว สองล้านนี่ฉันไม่จำเป็นต้องจ่ายด้วยซ้ำ แต่ฉันยอมเพราะถือเป็นค่าบทเรียน...ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคนของฉัน”

สองนักฉวยโอกาสไม่มีทางเลือก ต้องคว้าเช็คแล้วผละไป ทิ้งวรรณให้มองตามนิ่งๆก่อนจะหันมาทางลูกสาวคนเดียว พร้อมประกาศ “นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ฉันจะยอมทำอะไรแบบนี้!”

ooooooo

ท่าทางเย็นชาของพ่อ ทำให้รัศมีน้อยใจมาก และตีความคำพูดของเขา ว่าเป็นการตัดพ่อตัดลูกเหมือนเคย นาราทนไม่ไหว ไม่อยากให้แม่เข้าใจผิดตามากไปกว่านี้ เลยปรี่ไปเอาเรื่อง

“แม่ก็เห็นว่าคุณตาทำเพื่อแม่ ทำไมทีตอนคุณตาว่า แม่จำ แต่ตอนคุณตาทำอะไรให้ แม่กลับเฉยแบบนี้”

“ยายนา...แกจะเข้าข้างตาแกก็ช่าง แต่ไม่ต้องมาขึ้นเสียงใส่ฉัน”

“แม่ก็เอาแต่พูดว่านาเข้าข้างคุณตา คุณตารักแต่นา แล้วแม่เคยคิดหรือเปล่า ที่คุณตารักนามันเพราะอะไร”

รัศมีชะงัก กลัวคำตอบของลูกสาว แล้วก็จริงดังคาด นาราทำให้เธอถึงกับพูดไม่ออก

“นาเป็นลูกของพ่อ คนที่คุณตาไม่ยอมรับแต่ทำไมคุณตาถึงได้รักนา แม่เคยคิดบ้างไหม...ก็เพราะคุณตารักแม่มาก รักมากซะจนเขายอมรับในตัวของนาได้ ไม่ว่าพ่อของนาจะเป็นใคร!”

วรรณซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ได้ยินทุกอย่าง สะเทือนใจมากที่ได้ยินคำพูดตรงใจของหลานสาว

“แค่นี้มันยังไม่ชัดอีกเหรอคะ แม่น่ะเฝ้าแต่มองหาความรักจากคนอื่น ทั้งๆที่คนที่รักแม่จริงๆเขายืนอยู่ตรงนี้ นี่คือผู้ชายที่เขารักแม่มากที่สุด...ในโลก ไม่เห็นอีกเหรอคะแม่”

รัศมีน้ำตาไหลพราก ตัดสินใจเดินไปเผชิญหน้ากับพ่อ

“คุณพ่อ...จริงหรือคะที่คุณพ่อไม่...ไม่เกลียดหนู”

วรรณเบือนหน้าหนี ซ่อนน้ำตาที่พานจะไหล แทนคำตอบที่ทำให้รัศมีแทบล้มทั้งยืน

“หนูคิดว่าคุณพ่อเกลียดหนู เพราะหนูทำให้คุณพ่อต้องอาย ต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่เคยทำให้คุณพ่อภูมิใจ หนูขอโทษ...คุณพ่อยกโทษให้หนูด้วยที่ไม่รู้เลยว่าที่ผ่านมาคุณพ่อ...ยังรักหนู”

พูดจบก็ก้มกราบพ่อด้วยความสำนึกผิด วรรณเห็นน้ำตาลูกก็หัวใจแทบสลาย ก้มลงลูบหัวเบาๆ

“พอ...พอแล้ว ไม่ว่าแกจะเป็นยังไง แกก็ยังเป็นลูกฉัน ถึงฉันไม่พูด แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่รักแก เรื่องนี้ฉันก็ผิด...ผิดที่เคยเห็นว่าการหาเงินหาทองมาให้ มันสำคัญกว่าการให้ความรัก ความเอาใจใส่ แล้วพอแกพลาด ฉันก็ร้ายกับแก เพราะไม่อยากจะเห็นแกทำผิดพลาดแล้วตกนรกทั้งเป็นอีก แต่ฉัน...ก็ทำแกเสียใจ พ่อ...พ่อขอโทษนะลูก”

สองพ่อลูกกอดกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีหลังจากนั้น ท่ามกลางสายตาโล่งใจของนาราและแววตาปลื้มปีติและยินดีของทุกคนในไร่บัวขาว...ในที่สุดครอบครัวก็กลับมาอบอุ่นอีกครั้ง

จุฑารัตน์มาส่งเพื่อนสาวตัวเล็กกลับบ้าน โดยมีกรกชตามไม่ห่าง นาราอยากให้เพื่อนกลับด้วยกัน แต่จุฑารัตน์ก็ปฏิเสธเพราะยังมีงานสกู๊ปค้าง แต่สีหนาทกลับไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น เพราะเห็นท่าทางสารวัตรหนุ่ม ดูแววตาระยิบระยับชอบกล...เหมือนคนกำลังมีความรัก!

ooooooo

หลังล่ำลาทุกคนเป็นครั้งสุดท้าย นาราก็เตรียมตัวออกจากไร่บัวขาว เช่นเดียวกับวรรณและรัศมี โดยเฉพาะรายหลัง มีข้าวของมากมายเพราะมาอยู่เชียงรายนานนับเดือน จนรามต้องช่วยขนอีกแรง

รัศมีเห็นหน้าอดีตสามีก็ทำหน้าไม่ถูก ก่อนจะตั้งสติ รวบรวมความกล้า ขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตเธอเมื่อวันก่อน รามไม่อยากจะเชื่อหู แต่ก็ตอบรับด้วยท่าทางนิ่งสงบเหมือนทุกครั้ง พร้อมกับส่งยิ้มบางๆให้

“ถือว่าวันนี้เราสองคนโชคดี ที่ต่างก็ได้ครอบครัวของเรากลับคืนมา ยายหนูแกคงจะดีใจมากที่คนรอบๆตัวแกเข้าใจกันได้แบบนี้ พวกเราก็ควรปล่อยวางเรื่องบาดหมางกันซะที...จะได้ไหม”

รัศมีสบตาเขานิ่ง ยิ้มให้เขาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แล้วตัดสินใจตอบตกลง นาราซึ่งแอบมองห่างๆ ดีใจมากที่พ่อแม่เคลียร์เรื่องคาใจกันได้ จะมีเหลือก็เรื่องความรักครั้งใหม่ของพ่อเท่านั้น

ไม่ใช่แค่นาราที่สังเกตเห็นอาการเศร้าซึมของขนิษฐา แม้แต่รัศมีก็มองออก และไม่ขัดขวางหากรามคิดจะมีความรักใหม่อีกครั้ง และนาราก็เป็นฝ่ายเปิดใจคุยกับพ่อว่ายังรักแม่อยู่หรือไม่

“ถ้าให้ตอบตรงๆ พ่อยอมรับ...ว่าตอนนี้ความรักระหว่างพ่อกับแม่คงหาได้ยากเต็มที เราสองคนเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบกันได้อีก แต่สิ่งหนึ่งที่ยังผูกพันพ่ออยู่คือความรับผิดชอบและความซื่อสัตย์”

แม้จะเตรียมใจกับคำตอบทำนองนี้มานาน แต่นาราก็อดใจหายไม่ได้อยู่ดี

“แล้วถ้าวันหนึ่ง...พ่อเจอคนที่พ่อคิดจะรักเขา และเขาก็รักพ่อมากล่ะคะ”

“ไม่มีใครอีกแล้วลูก ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ ผู้หญิงที่พ่อจะรักมีหนูแค่คนเดียว เท่านี้ก็พอสำหรับพ่อแล้ว”

“แล้วคุณน้องล่ะคะ พ่อเอาคุณน้องไปไว้ที่ไหน”

รามถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดมาก่อนว่าลูกสาวจะรู้เรื่องนี้ด้วย นาราเลยยืนยันว่าเห็นทุกอย่างมาระยะหนึ่งแล้ว และเธอก็เต็มใจรับขนิษฐามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แค่เขายอมเปิดใจเท่านั้น

“รับปากนานะคะ ถ้าเรื่องวุ่นๆนี่ผ่านไปแล้วนาอยากให้พ่อคิดเรื่องคุณน้องบ้าง...นาอยากให้พ่อมีความสุขค่ะ”

ความห่วงใยของลูกสาวทำให้รามอดยิ้มด้วยความชื่นใจระคนเอ็นดูไม่ได้

“สิบห้าปีมานี้ พ่อเคยคิดบ่อยๆว่าถ้าพ่อได้เจอหน้าลูก ลูกจะพูดอะไรบ้าง อาจจะโกรธ หรืออาจจะเข้าใจพ่อ แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่พ่อจะฝันว่านาราของพ่อจะพยายามเป็นแม่สื่อแม่ชัก!”

“แหม...ก็หนูนาห่วงพ่อนี่คะ อยากให้พ่อมีคนดีๆดูแล”

“ลูก...แค่หนูรักและคิดถึงพ่อแบบนี้ พ่อก็มีความสุข มากแล้ว”

ooooooo

บรรดาคนงานมาส่งนาราหรือหนูนาจอมป่วนประจำไร่ครบถ้วนทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พวง อดีตคู่ปรับที่ตอนนี้สำนึกได้ และเปลี่ยนท่าทีมาญาติดีกับเธอ สีหนาทตามประกบแฟนสาวไม่ห่าง จนทุกคนแยกย้ายไปทำงาน จึงเหลือแค่เขาที่ไปส่งเธอตรงทางเดินหน้าเรือน

“แปลกนะ...ทุกทีที่เดินทางนี้ ฉันไม่เคยรู้สึกเลยว่าระยะทางมันสั้นขนาดนี้...รู้สึกไหม”

นาราเข้าใจความหมายนั้นดี และไม่ปฏิเสธแม้แต่น้อย เมื่อเขาดึงมือเธอมากุม

“เราเดิน...ช้าลงอีกหน่อยได้ไหม ฉันอยากยืดเวลาที่เราได้เดินด้วยกันแบบนี้ไปอีกหน่อย”

ท่าทางอาลัยอาวรณ์ของแฟนหนุ่ม ทำให้นาราอดใจหายไม่ได้ ยกมือแตะเคราเขาอย่างอ่อนโยน แล้วพยักหน้าให้ สีหนาทเลยถือโอกาสรวบตัวเธอมากอดอำลาเป็นครั้งสุดท้าย

“อีกสองปี...เธอต้องกลับมาเดินข้างๆฉันนะ แล้วฉันจะไม่ให้เธอเดินคนเดียวอีก...เราจะเดินด้วยกัน”

“ค่ะ...ฉันจะเดินกับคุณ เหมือนที่คุณแม่คุณเคยเดินกับคุณพ่อ”

“ใช่...เหมือนพ่อแม่ฉัน ที่ท่านไม่ปล่อยมือกัน... จนกระทั่งวันสุดท้าย...รีบกลับมาเร็วๆนะหนูนา”

สีหนาทพาแฟนสาวไปส่งถึงรถในเวลาต่อมา แล้วอาสาไปตามวรรณซึ่งยืนคอยจากอีกมุมให้ เจ้าสัวใหญ่เห็นหน้าเจ้าของไร่และว่าที่หลานเขยก็ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกอย่าง ก่อนจะปิดท้ายด้วยเรื่องของนารา

“ถ้าเธอจริงใจกับหลานฉันจริง ฉันอยากขอให้ภายในสองปีนี้ เธอกับยายนาไม่มีพันธะผูกมัดใดๆต่อกัน...ฉันอยากให้หลานฉันได้มีโอกาสอย่างเต็มที่ ยายนาจะต้องได้สิ่งดีที่สุด”

ราชสีห์หนุ่มตอบตกลง แววตาไม่เปลี่ยนใจ จนวรรณต้องพยักหน้าด้วยความชอบใจ

“ยายนาเป็นเด็กฉลาด ฉันมั่นใจว่ามันจะรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับมัน”

“ครับ...และผมก็มั่นใจไม่แพ้ท่าน ว่าหนูนาต้องรู้แน่ว่าใครดีที่สุดสำหรับเธอ”

ในที่สุดเวลาแห่งการจากลาก็มาถึง วรรณกับรัศมีขึ้นรถไปก่อน ทิ้งให้นารายืนลาญาติสนิทมิตรสหายจากไร่บัวขาวเป็นครั้งสุดท้าย โดยเฉพาะพ่อกับแฟนหนุ่ม ...ผู้ชายสองคนที่เป็นดั่งดวงใจของเธอ

ooooooo

นาราเดินทางไปเรียนต่อได้หลายเดือนแล้ว หญิงสาววุ่นวายกับการปรับตัวและการเรียน แต่ก็ไม่ลืมจะส่งเสียงและภาพมาทักทายแฟนหนุ่มทุกวัน จนเหมือนกลายเป็นกิจวัตรไปแล้ว ว่าต้องคุยกันทุกวัน

ส่วนรามก็ได้เริ่มต้นปลูกต้นรักกับขนิษฐาสักที หลังจากรีรอและลังเลอยู่นาน ซึ่งก็สมใจทุกฝ่าย ที่ความรักอันยาวนานจบลงด้วยดี และทำท่าจะงอกงามยิ่งกว่ากุหลาบในสวนของโรงแรมสิงห์คำเสียอีก

เช่นเดียวกับคู่ของกรกชกับจุฑารัตน์...แม้จะเริ่มต้นจากเป็นคู่กัด ขัดแข้งขัดขากันตลอดการสืบข่าว แต่สุดท้ายคู่กัดก็เปลี่ยนเป็นคู่รักจนได้ โดยมีสารวัตรเป็นฝ่ายรุก ตามรักตามจีบจนนักข่าวสาวต้องยอมใจอ่อน

สีหนาทเล่าเรื่องราวของทุกคนให้แฟนสาวฟัง พร้อมกับชี้ชวนให้ดูดาวจากบนระเบียง เหมือนเมื่อหลายเดือนก่อน ต่างก็คิดถึงและห่วงหากันและกันสุดหัวใจ และรอคอยด้วยใจจดจ่อ จะได้กลับมายืนด้วยกันอีกครั้ง...

วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าแต่เปี่ยมด้วยความสุขสำหรับสีหนาท นาราจากไปเรียนต่อนานนับปี จนถึงวันนี้ อีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ เธอก็จะเรียนจบและกลับมาอยู่ข้างๆเขาตามสัญญา

นาราก็รู้สึกไม่ต่างกัน จนต้องแอบเตี๊ยมกับทุกคนที่ไร่บัวขาว ยกเว้นแฟนหนุ่ม ว่าจะกลับมาเซอร์ไพรส์ ซึ่งแผนของเธอก็แนบเนียนและได้ผลเกินคาด เพราะราชสีห์หนุ่มหงุดหงิดงุ่นง่านเป็นอย่างมาก เพราะติดต่อแฟนสาวไม่ได้ แถมเธอก็ไม่ยอมรับสายเขาเป็นเวลาหลายวันติดกันอีกต่างหาก

และแล้วการรอคอยก็สิ้นสุด สีหนาทตกใจแทบแย่ เมื่อได้เห็นหน้าแฟนสาว ปรากฏตัวตรงหน้าในเช้าวันหนึ่งที่เขาเกือบจะหมดความอดทน ที่จู่ๆแฟนสาวก็หายหน้าหายตาไม่ยอมส่งข่าว

นาราหัวเราะชอบใจใหญ่ ไม่หวั่นและไม่กลัวแม้แต่น้อยว่าแฟนหนุ่มจะโกรธ

“คนอุตส่าห์รีบเคลียร์ธุระ รีบกลับมาให้ มาหาว่าเราใจร้าย...ไหนบอกว่าอีกสิบปีก็รอได้”

“กะว่าถ้าอีกวันสองวันยังไม่รับสาย จะบินไปรับตัวมาเองแล้ว”

พูดจบก็ดึงตัวมากอดแน่น แสดงให้เห็นถึงความคิดถึงที่มีท่วมท้นหัวใจ

“คิดถึงจะตาย”

“ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ”

หลังกอดกันจนหายคิดถึง สีหนาทก็พาแฟนสาวกลับเรือนไปหารามกับขนิษฐา นาราเลยถือโอกาสเล่าเรื่องแม่กับตา ว่าญาติดีกันแล้วทุกวันนี้ แม้จะเถียงกันบ้างตามประสาพ่อลูก แต่ทั้งสองก็เข้าใจและรักกันมากขึ้น

สีหนาทพาแฟนสาวไปเดินเล่นในเย็นวันเดียวกัน โอบกอดไม่ปล่อย ให้สมกับที่ต้องรอด้วยความคิดถึงมานาน

“ทำไมคะ...ทำไมคุณถึงมั่นใจจะรอฉันล่ะ จริงๆตอนนั้นเราก็ยังรู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่”

“มันเป็นสัญชาตญาณของฉันน่ะ ว่าคนนี้แหละ แล้วก็คงเพราะ...เธอเหมือนฉันมั้งหนูนา”

“ฉันน่ะนะเหมือนคุณ เหมือนตรงไหน”

“เธอน่ะนะ เห็นโก๊ะๆแต่ก็ใจเด็ด...กล้ามาตามหาพ่อคนเดียวถึงเชียงราย ทั้งๆที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเจอกับอะไร เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่สิ่งที่เธอทำกลับไม่เล็ก เธอทำให้ฉันรู้ว่า...ข้างในของหนูตัวเล็กๆ มีหัวใจของราชสีห์ แล้วคนแบบนี้ เวลารักใคร รักหมดใจ นี่แหละที่ทำให้เราสองคนเหมือนกัน...จากนี้ไปให้ฉันดูแลหัวใจดวงนี้ของเธอนะ”

“ไม่ได้หรอกค่ะ เรา...ต้องดูแลกันต่างหาก”

สีหนาทยิ้มกว้าง ดึงตัวเธอมาสบตาใกล้ๆ “เราจะดูแลกันนะ ก็ไม่ต้องมากมายอะไร แค่ทั้งเวลาทุกข์และสุข แล้วก็จะไม่หวังอะไรมาก แค่หวังว่าอีกฝ่ายจะได้รับความรักความเอาใจใส่จากเรามากพอ จะไม่ขออะไรจากกันมาก นอกจากขอให้เรารักและเข้าใจกันแบบนี้ และฉันจะไม่ขอให้รักของเรายาวนานอะไร...แค่ได้ดูแลกันทั้งชีวิต”

นาราเขินมาก แต่ก็ปลื้มใจที่สุด ดีใจที่เลือกมาตามหาพ่อ จนได้หัวใจกลับคืน...แถมด้วยหัวใจราชสีห์อีกดวง

ooooooo

–อวสาน–

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.