ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์เรื่องอดิศรเป็นตัวการลอบตัดไม้เถื่อน กวนใจรัศมีอย่างหนัก จนต้องไปไล่เบี้ยเอากับศักดา และแม้เขาจะพยายามแก้ต่างและแก้ตัวแทนลูกชายแค่ไหน เธอก็ดูจะไม่ค่อยเชื่อ

“มันอยากจับคน เขียนอะไรก็ได้ ผมถามหน่อย ผมกำลังจะสร้างโครงการใหญ่ จะลดตัวไปทำเรื่องพวกนี้เพื่ออะไร ต่อให้เป็นก่อนหน้านี้ มันก็ไม่จำเป็น ผม...พ่อเลี้ยงศักดา มีรีสอร์ต มีโรงไม้ตั้งหลายแห่ง จะทำตัวเป็นโจรเพื่อ!”

รัศมีชะงักไปอึดใจ น้ำเสียงหนักแน่นของคนรัก ทำให้เริ่มลังเล แต่ไม่ทันโต้อะไร โทรศัพท์ในบ้านก็ดังเสียก่อน แต่ศักดาก็ไม่สนใจ สั่งให้ลูกน้องรับสายแทน ส่วนตัวเองจะกล่อมรัศมีต่อ

“ผมไม่รู้เรื่องจริงๆ ส่วนไอ้ศร...ต้องมีคนยุมัน มันคงไม่ได้คิดจะขโมยจริงจัง แต่มันคงทำไปเพราะความแค้น คุณก็รู้ว่าไอ้สีหนาทนั่น มันคอยขัดแข้งขัดขา ขัดผลประโยชน์พวกเราตลอด นี่มันคงแค้น อยากเอาคืนบ้าง”

“จะบอกว่าลูกชายคุณทำเรื่องเสี่ยงๆ แค่เพราะล้างแค้นอย่างเดียว”

“ก็มันโง่ไง โธ่เอ๊ย...ผมไม่น่ามีลูกอย่างมัน รัศ...แค่เรื่องมันก็ทำผมปวดหัวจะแย่แล้ว คุณเข้าใจผมหน่อยได้ไหม เชื่อผม ผมทำทุกอย่างเพื่อเรา ฝันของเรากำลังจะเป็นจริง อย่าให้คำครหาคนอื่น ทำให้เราไขว้เขวสิ”

โทรศัพท์ในบ้านยังดังไม่หยุด จนศักดาฉุนขาด แหวลั่นให้ลูกน้องถอดสายทิ้ง แต่ไม่ทันได้ขยับ ทุกคนก็ต้องหน้าเจื่อน เมื่อเห็นว่ากรกชบุกเข้ามาเชิญพ่อเลี้ยงใหญ่

ถึงถิ่น ไปให้ปากคำที่โรงพัก พร้อมหมายค้นบ้านอย่างเป็นทางการ จนพ่อเลี้ยงใหญ่ถึงกับค้านไม่ออก

ไม่ใช่แค่ตำรวจที่บุกมาคุมตัวศักดา กองทัพนักข่าวมากมายก็มารุมขอสัมภาษณ์ด้วย เพราะประเด็นลอบตัดไม้ของอดิศรเป็นข่าวใหญ่ที่ใครๆก็จับตามอง พ่อเลี้ยงใหญ่หัวเสียมาก แต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์ไว้ ไม่โวยวายให้เป็นข่าวมากกว่านี้ แต่คนประสาทเสียกว่า กลับเป็นรัศมี ซึ่งถูกพวกนักข่าวรุมทึ้งแทน

“ฉัน...ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด พ่อเลี้ยงกับลูกชายเขาไม่มีเหตุผลอะไรต้องทำเรื่องแบบนั้น”

จุฑารัตน์มาทำข่าวด้วย อดท้วงไม่ได้ ที่เห็นแม่ของเพื่อนรักเข้าข้างคนผิด “แต่มีหลักฐานจับกุมนายอดิศรชัดเจนนะคะ แล้วก็มีคนบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตหลายราย เหตุรุนแรงขนาดนี้ จะพูดว่าไม่ได้ตั้งใจได้เหรอคะ”

รัศมีถึงกับจุก แต่ยังแถกลบเกลื่อน “จะมาถามอะไรก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่อย่าลืม...ว่าตัวเองเป็นแค่นักข่าว ฉันเข้าใจว่าเธอต้องเขียนข่าว ต้องทำมาหากิน แต่มันไม่ใช่หน้าที่เธอจะมาตัดสินพ่อเลี้ยงกับลูกชายว่าเป็นคนผิด ถ้ายังพูดจาไม่ระวังปากแบบนี้อีก ถึงเป็นคนรู้จัก ฉันก็จะไม่เกรงใจ อย่าให้ต้องมาฟ้องหมิ่นประมาทกับคนกันเองเลย”

พูดจบก็สะบัดหน้าเข้าบ้าน ทิ้งจุฑารัตน์ให้มองตามด้วยความละเหี่ยใจ...เบื่อที่รัศมีไม่ยอมรับความจริงบ้างเลย

เวลาเดียวกันที่บ้านพักของราม...หนูนาหรือนาราลากพ่อไปคุยด้วยน้ำเสียงจริงจัง อยากให้เขาช่วยห้ามและปรามแม่ ไม่ให้เอาตัวไปพัวพันกับศักดาและอดิศร รามถอนใจเหนื่อยหน่าย รู้นิสัยอดีตภรรยาดีว่าคงยากเกินเยียวยา แต่ก็ไม่อยากพูดให้ลูกสาวใจเสีย เลยได้แต่ยื่น มือถือให้เธอโทร.ไปเตือนแม่เอง

ooooooo

รัศมีไม่ได้รับสายลูกสาว มัวกระฟัดกระเฟียดคนเดียว ทั้งเรื่องศักดากับอดิศร ที่เอาตัวไปยุ่งกับคดีใหญ่จนชื่อเสียงเธอพังย่อยยับ ทั้งเรื่องจุฑารัตน์ที่เอาแต่ยิงคำถามกวนประสาท สุดท้ายก็นารา ลูกสาวคนเดียวที่ไม่เคยเชื่อฟัง รั้นจะมาตามหาพ่อ จนเธอต้องมา พลอยลำบากไปด้วย

นาราเห็นแม่ไม่รับสายก็เริ่มเครียด ได้แต่ฝากข้อความไว้ให้แม่โทร.กลับ สีหนาทเห็นเธอทำท่าจ๋อยๆ ก็พยายามปลอบ พอเดาได้ว่ารัศมีคงวุ่นวายไปกับพวกศักดาด้วย เพราะอดิศรเป็นลูกชายคนเดียวของคนรัก และนักข่าวกับตำรวจก็เกาะติดเรื่องนี้ไม่ปล่อย คงเลี่ยงเอาตัวรอดไม่ได้ง่ายๆ

แต่เรื่องที่ทำให้สีหนาทกับนาราเครียดมากกว่า คืออาการเป็นลมของขนิษฐา ซึ่งบึ่งรถมาจากโรงแรมในเช้าวันเดียวกัน ทันทีที่ทราบเรื่องญาติหนุ่มกับรามไปดักจับไม้เถื่อน ร้อนถึงหมอประจำไร่ต้องรุดมาดูอาการสีหนาททิ้งให้ผู้ช่วยสาวดูแลอาการของญาติสาว นาราเลยได้ค้นพบความลับบางอย่างของขนิษฐาว่าแอบหลงรักพ่อของเธอ แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายลำบากใจ

ขนิษฐาตื่นมาเห็นผู้ช่วยสาวตัวเล็กของญาติหนุ่ม เลยขอให้เล่าเรื่องราวทั้งหมด แล้วก็ถึงกับถอนใจโล่งอก เมื่อได้ยินว่าทุกคนปลอดภัยดี ไม่ถูกยิงหรือบาดเจ็บสาหัสอย่างที่นึกกลัวมาตลอดทางแต่กระนั้น...ขนิษฐาก็อดเคืองไม่ได้ ที่ทุกคนปิดบัง ไม่ยอมให้เธอรู้เรื่อง หนูนาพยายามแก้ตัวแทนว่าสีหนาทคงไม่อยากให้เป็นกังวล ขนิษฐาก็เข้าใจ แต่ยังอดตัดพ้อด้วยความน้อยใจไม่ได้

“ปิดบังแบบนี้สิ ฉันยิ่งไม่สบายใจ เดี๋ยวก็ต้องคอยกังวลว่าวันไหนจะได้อ่านข่าวว่าคนที่ฉันรัก เกิดบาดเจ็บหรือเป็นอะไรไป หนูนา...ฉันคงทนไม่ได้ ฉันน่ะเบื่อที่จะรู้เรื่องเป็นคนสุดท้ายเต็มที”

นาราได้ยินเช่นนั้น ก็ถึงกับถอนใจยาว ก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงเรื่องตัวเอง

“คุณน้องคะ...ยังมีอีกเรื่องที่คุณน้องยังไม่ทราบคือที่หนูนามาทำงานในไร่นี้ จริงๆแล้ว...หนูนามาตามหาพ่อ”

“นึกอยู่เหมือนกัน เพราะท่าทางเธอไม่เหมือนคนมาสมัครงานในไร่เลย เอ๊ะ...แต่ฉันไม่เคยรู้ว่าใครในไร่นี้มีลูกสาว” พูดไม่ทันจบก็ชะงัก เหมือนเพิ่งคิดได้ว่ายังมีอีกคน “ไม่...เป็นไปไม่ได้ น้ารามงั้นหรือ”

อาการนิ่ง ไม่ปฏิเสธของอีกฝ่าย ทำให้ขนิษฐาพูดไม่ออก สับสน ทั้งยินดีและอิจฉา ผสมปนเปจนแยกไม่ออก

“ฉันรู้คนสุดท้ายอีกตามเคย” ขนิษฐาประชดประชันด้วยความน้อยใจ ก่อนจะข่มอารมณ์พลุ่งพล่าน ฝืนยิ้มและแสดงความยินดีกับหนูนาจากใจจริง “ฉันฝากบอกน้ารามด้วยว่าฉันยินดีด้วยที่น้ารามได้เจอครอบครัวที่น้าราม...

รักและรอเขามาตลอด ฉันดีใจด้วยจริงๆ”

นาราถึงกับอึ้งไปอึดใจ อยากจะเอ่ยคำพูดปลอบประโลมบางอย่าง แต่ดันเหลือบไปเห็นสายตาปรามของสีหนาทจากหน้าห้อง บอกให้รู้ว่าเขาจะจัดการเคลียร์กับญาติสาวด้วยตัวเอง

หลังปล่อยให้สีหนาทจัดการกับขนิษฐา นาราก็ผละไปโทร.หาตา เพื่อส่งข่าวว่าเธอปลอดภัยและไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องลักลอบตัดไม้ วรรณถึงกับถอนใจยาว โล่งอกมากที่ได้คำยืนยันจากหลานสาวคนโปรด แต่กระนั้น... ก็อดห่วงไม่ได้ ตามประสาคนที่เลี้ยงดูและอบรมกันมานาน

ooooooo

สีหนาทปล่อยให้ญาติสาวอยู่ตามลำพังจนถึงเวลากินข้าวกลางวัน จึงถือโอกาสเข้าไปคุยด้วย ขนิษฐาเห็นหน้าญาติหนุ่มก็เบือนหน้าหนี ซ่อนอารมณ์เสียใจที่รู้เรื่องลูกสาวของราม ราชสีห์หนุ่มพอเข้าใจสถานการณ์ของเธอดี แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ และเลือกจะถามถึงเรื่องอื่นก่อน

“น้องโกรธพี่เหรอที่ออกไปจับไม้โดยไม่บอกก่อน พี่เองก็ไม่คิดว่ามันจะกะทันหันแบบนี้ แต่ไม่ไปก็ไม่ได้”

ขนิษฐาส่ายหน้า ตัดบท “น้องไม่ได้โกรธอะไรพี่สิงห์อีกแล้วล่ะค่ะ”

“ถ้างั้น...เสียใจเรื่องอะไร...เรื่องน้าราม”

สีหน้าซีดขาวของญาติสาว ดวงตาบอบช้ำเหมือนคนที่ผ่านการร้องไห้อย่างหนัก เป็นคำตอบรับที่สีหนาทรับรู้ได้ ขนิษฐาโถมตัวหาญาติหนุ่ม สะอื้นไห้อย่างสุดกลั้น พร้อมกับพึมพำถามว่าเขารู้ได้อย่างไร

“น้องเป็นน้องสาวคนเดียวของพี่ ทำไมพี่ถึงจะไม่รู้ว่าน้องเกลียดใคร...รักใคร”

แววตาอบอุ่นและน้ำเสียงอาทรของญาติหนุ่ม ทำให้ขนิษฐาข่มความอัดอั้นตันใจต่อไปไม่ไหว

“พี่สิงห์...น้องพยายามตัดใจแล้ว...แต่มันเจ็บเหลือเกิน น้องควรจะยินดีกับน้าราม แต่น้องกลับรู้สึกอิจฉา...ที่เขามีความสุข มีความสุขกันได้โดยไม่ต้องมีน้อง น้องเป็นผู้หญิงใจร้ายใช่ไหม น้องก็ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้”

“ใจเย็นๆนะยายน้อง บางทีทุกอย่างมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดไว้ก็ได้”

“ไม่ต้องปลอบน้องหรอกค่ะ คนอย่างน้าราม...ถ้าเขาไม่มั่นคงกับภรรยา เขาคงไม่อยู่คนเดียวมาจนถึงตอนนี้ หัวใจเขาคงจะไม่เปิดให้ใครอีกแล้ว น้องจะพยายามตัดใจให้ได้ แต่มันทำไม่ได้...ทำไม่ได้จริงๆ”

สีหนาทสงสารเธอจับใจ กระชับอ้อมแขนแน่น พลางปลอบเสียงอ่อน “ถ้ายังทำไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืน มันไม่ผิดหรอกนะน้อง ที่เราจะรักคนดีๆสักคน ถ้ารักนั้นไม่ได้ทำลายคนที่เรารัก และคนอื่นๆรอบตัวเขา และพี่เชื่อ...ว่าถ้าเรารักด้วยหัวใจทั้งหมด รักด้วยความดี ความบริสุทธิ์ใจ และความมั่นคงไม่มีวันเปลี่ยน ความรักนั้นจะไม่สูญเปล่าแน่”

กว่าจะกล่อมให้ขนิษฐากินข้าวและทานยาตามหมอสั่งได้ สีหนาทก็แทบหมดแรง แต่เมื่อเจอหน้าผู้ช่วยสาวตัวเล็กในเวลาต่อมา ก็อดถามด้วยความอยากรู้ไม่ได้

“ยายน้อง...เขาเคยบอกอะไรเธอหรือเปล่า”

“ถ้าคุณหมายถึงเรื่องพ่อ คุณน้องไม่ได้บอกค่ะ แต่ฉันพอเดาได้เมื่อกี้นี้ ตอนที่ไปดูอาการคุณน้อง”

“แล้ว...รู้สึกหวงบ้างหรือเปล่า”

“แปลกใจมากกว่าค่ะ เพราะไม่เคยคิดมาก่อน แต่พอรู้แล้ว ฉันคิดว่าฉันเข้าใจคุณน้องค่ะ เข้าใจและเห็นใจ”

คำตอบของหนูนาทำให้สีหนาทยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู “น่าดีใจแทนยายน้อง ที่ลูกสาวน้ารามเป็นคนใจกว้าง และฉันจะยิ่งดีใจ ถ้าเธอเข้าใจและเห็นใจพี่ชายยายน้องบ้าง”

“คนอย่างนายสิงห์ มีอะไรจะให้หนูอย่างฉันต้องมาเห็นใจคุณด้วยเหรอคะ”

“ก็เรื่องที่สัญญากันไว้เมื่อคืนว่าจะรับไปพิจารณาไงล่ะ แหม...ขี้ลืมอย่างนี้มันน่า...” พูดพลางขยับไปใกล้ จนเกือบถึงใบหน้านวลแล้ว ถ้านาราจะไม่ร้องห้ามไว้ แต่สีหนาทก็ไม่สน โวยวายตัดพ้อเหมือนเด็กๆ

“ไม่อย่าล่ะ ถ้ายังชอบทำลืม ก็จะขังไว้ที่นี่แหละ อย่าหวังเลยว่าจะได้ไปเรียนต่อ กลับกรุงเทพฯก็ไม่ให้กลับ”

“นี่คุณขู่ฉันเหรอ”

“ขู่สิ...พอดีกับพ่อแล้ว เรารึก็กลายเป็นสิงห์หัวเน่า ไม่มีใครสน อะไรๆก็พ่อคนเดียว ไม่นึกถึงใจคนอื่นเขาบ้าง”

“คนชอบเรียกร้องความสนใจอย่างคุณ ไม่มีใครลืมได้ง่ายๆหรอกค่ะ...ขอบคุณนะคะ ที่คุณคอยช่วยฉันตลอด คอยให้กำลังใจฉันทุกอย่าง ถ้าไม่มีคุณ ฉันก็อาจจะไม่ได้ทำความเข้าใจกับพ่อก็ได้...ขอบคุณค่ะคุณสิงห์”

สีหนาทยิ้มตาพราว คว้ามือเธอไปแตะริมฝีปากเบาๆ นาราหน้าแดงก่ำ เขินแทบตาย แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย แถมจูบตรงกลางฝ่ามืออีกต่างหาก ราชสีห์หนุ่มเห็นอาการขืนตัวของเธอก็ชอบใจมาก ยอมปล่อย แต่ไม่วายแกล้งยั่ว

“เอาเถอะ...วันนี้ยอมให้ก่อน ไว้หายเห่อพ่อเมื่อไหร่ เธอไม่มีทางเลี่ยงคำถามฉันได้แน่ หนูนาตัวน้อย!”

ooooooo

จบจากเคลียร์ใจกับพ่อและเจ้านายหนุ่ม นาราก็จัดแจงไปสารภาพความจริงกับเพื่อนสาวร่วมห้อง เพื่อนแท้เพียงคนเดียวในไร่นี้ แป้นถึงกับสำลักข้าว และถึงกับอ้าปากค้าง เมื่ออีกฝ่ายส่งรูปวัยเด็กให้ดู

“คือฉันแยกจากพ่อตั้งแต่เล็กๆ ที่ฉันมาทำงานที่นี่ ก็เพราะว่าฉันมาตามหาพ่อ”

“ไม่อยากจะเชื่อ แล้วนี่แก...ทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่แรก หรือแกกลัวว่าหน้าอย่างฉันจะเก็บฟามลับแกไม่อยู่”

“ไม่ใช่นะแป้น ฉันแค่...อยากจะจัดการเรื่องพ่อให้ได้ก่อน แล้วค่อย...”

“ยังไงก็เถอะ แต่มาโกหกกันแบบนี้ มันไม่เชื่อใจกันนี่หว่า”

“แป้น...ฉันขอโทษ อย่าโกรธฉันเลยนะแป้น ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ แป้นเป็นเพื่อนดีที่สุดของฉันนะ ถัดจากพ่อกับนายสิงห์ แป้นเป็นคนแรกเลยนะที่ฉันบอก”

คำว่าคนสำคัญทำให้อาการงอนของแป้นคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเพื่อนสาวตัวเล็กทำหน้าจ๋อย บอกว่ามีเวลาอยู่ไร่นี้อีกไม่ถึงเจ็ดวัน ยิ่งหน้าเสีย ไม่อยากให้อีกฝ่ายไปเลย นาราต้องปลอบยิ้มๆ

“ถึงฉันจะเป็นใคร จะไปอยู่ที่ไหน เราก็จะยังเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิม ตลอดไปนะ”

“แล้วนี่นายเขายอมให้แกไปเหรอ เห็นหวงแล้วก็ติดแกแจอย่างกับอะไร”

“ขืนไม่ยอมสิ...ได้เป็นเรื่อง เรื่องนายไม่เป็นไรหรอก แต่เดี๋ยวฉันจะต้องย้ายไปอยู่บ้านพ่อนี่สิ ถ้าจู่ๆ ขนของไปเลยต้องโดนนินทาอ่วมแน่จะทำยังไงดี...”

แป้นหัวใสและคิดว่าวิธีดีที่สุด ป้องกันการซุบซิบนินทาแบบไม่มีมูลคือการป่าวประกาศตรงๆ ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด เหล่าคนงานต่างตื่นเต้นกันใหญ่ที่จู่ๆรามก็มีลูกสาวตัวโตอย่างหนูนา มีเพียงพวกพวงที่ตั้งแง่กับเรื่องดังกล่าว และไม่รอช้าจะตามไปค่อนแคะแดกดันหนูนากลางโรงอาหาร

“ไม่อยากจะเชื่อ คนเดี๋ยวนี้มันหายางอายเคลือบหน้าได้ยาก นึกอยากจะย้ายข้าวของไปอยู่กับผู้ชายก็อ้างว่าเป็นลูก หน้าตาไม่เห็นจะเหมือนกันสักนิด”

เรืองซึ่งตามมาด้วยพยายามดึงตัวพวงไว้ไม่ให้ก่อเรื่อง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล พวงสะบัดตัวหนี แล้วโพล่งออกไปอย่างมันปาก จนทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง

“หนอย...ลูกร่วมโลก อีกเดี๋ยวก็จะเขยิบไปเป็นลูกร่วมห้อง”

นาราถึงกับปรี๊ดแตก “ถอนคำพูดของเธอเดี๋ยวนี้นะพวง”

“ไม่ถอน...มีอย่างเหรอ อยู่มาเป็นเดือนๆไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นลูกใคร จู่ๆก็มาบอกว่าเป็นลูกสาวน้าราม ถุย...หลอกควายมันยังไม่เชื่อเล้ย ใครที่เชื่อมันนะ ก็ลองคลำกบาลดูว่ามันมีอะไรแข็งๆ แหลมๆงอกขึ้นมาหรือเปล่า”

คนงานส่งเสียงฮือฮา คลำหัวกันใหญ่ นาราถึงกับปรี๊ดแตก ตอกกลับเสียงห้วน

“งั้นก็คลำหัวเธอก่อนเถอะ ไปว่าคนอื่นเขาโง่ ตัวเองต่างหากไม่รู้อะไร เพราะมัวแต่อคติ”

“ฉันไม่ยอมถูกหลอกต่างหาก บอกไว้เลยนะ ใครมันเชื่อแกก็โง่ ผู้หญิงอย่างแกทำได้สารพัดวิธีเพื่อให้ได้ผู้ชาย ฉันขอท้า ถ้าใครเชื่อว่านังหนูนาเป็นลูกน้าราม แล้วออกลูกไม่เป็นลิง นังพวงคนนี้ยอมให้ตบ!”

ขาดคำใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องสำอางของพวงก็ชาไปเป็นแถบ เพราะถูกแป้นตบเต็มแรง

“อีแป้น...มึงตบกูทำไม”

“ก็ฉันเชื่อว่าหนูนาเป็นลูกน้ารามจริงๆ มันให้ฉันดูรูปถ่ายตอนเด็กๆกับน้ารามตอนหนุ่มด้วย ฉันเห็นมากับตา”

“กูบอกว่าถ้าออกลูกไม่เป็นลิง กูถึงจะให้ตบ มึงยังไม่มีลูก นังสาระแน!”

“ฉันแน่ใจว่ะ ว่าลูกฉันไม่เป็นลิงแน่ ก็ขอตบมัดจำเอาไว้ก่อนเลย”

ooooooo

กว่าเรืองจะแยกพวงจากแป้นได้ก็เล่นเอาหมดแรง แต่กระนั้น...ความจริงเรื่องหนูนาเป็นลูกสาวคนเดียวของราม และคนที่สีหนาทหลงรักก็ทำให้นิ่งนอนใจไม่ไหว ต้องแล่นไปแจ้งข่าวนี้กับอดิศร!

ส่วนศักดา...ยังไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับรัศมี และอดีตเมื่อสิบกว่าปีก่อนของเธอ มัวประสาทเสียกับข่าวและท่าทางเอาเรื่องของรัศมี จนเขาต้องทั้งขู่และปลอบจนเหนื่อย

รัศมีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง สีหน้าพ่อเลี้ยงหนุ่มและท่าทางแปลกๆหลายอย่างทำให้ชวนสงสัย แต่ไม่ทันสะระตะหรือปะติดปะต่อเรื่องราว สายตาก็พลันเหลือบเห็นข้อความของลูกสาวในมือถือเสียก่อน

“แม่คะ...นาเป็นห่วง ถ้าแม่เห็นข้อความนี้แล้ว โทร.กลับนาที่เบอร์นี้นะคะ”

รามเห็นเบอร์ของอดีตภรรยาก็หน้าเจื่อน ก่อนจะส่งต่อให้ลูกสาวเป็นคนรับสาย นารารีบคว้ามากดรับ แล้วก็แทบหูชาเมื่ออีกฝ่ายแผดเสียงใส่เหมือนเคย แถมโต้เรื่องศักดากับอดิศรอย่างเผ็ดร้อนอีกต่างหาก

“พ่อเลี้ยงเขาไม่ได้โดนจับ แกไม่ต้องมาทำเป็นรู้ดี”

“เรื่องขนาดนี้แล้วแม่ยังจะไว้ใจเขาอีกเหรอ แม่กลับไปหาคุณตาเถอะค่ะ อย่ายุ่งกับคนพวกนั้นอีกเลย”

“แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉันนังหนูนา นังลูกไม่รักดี เรื่องของตัวเองเอาให้รอดซะก่อน ที่แกโกหกทุกคนไว้น่ะ”

“นาไม่ได้ทำอะไรผิด นี่นากับพ่อก็คุยกันเข้าใจแล้ว นาโทร.มาเพราะเป็นห่วงแม่ พ่อก็เป็นห่วงแม่นะคะ พ่อรู้จักคนพวกนั้นดีว่าสองพ่อลูกนั่นแอบทำธุรกิจผิดกฎหมายมาตลอด”

ชื่อของอดีตสามีทำให้รัศมีของขึ้น อคติแต่เดิมทวีความรุนแรงอีกหลายเท่าตัว “อ๋อ...ที่แท้ก็เป็นไอ้รามนี่เอง ที่ให้แกโทร.มาเยาะเย้ยฉัน มันคงโกรธฉันมากล่ะสิ ที่ฉันไม่ยอมบอกเรื่องของแก”

“พ่อไม่ได้โกรธแม่ แต่พ่อเป็นห่วงแม่จริงๆ แม่เชื่อพ่อสักครั้งได้ไหม”

“ก็เพราะฉันเคยเชื่อพ่อแก ชีวิตฉันถึงได้เป็นอย่างทุกวันนี้ไง ไม่งั้นฉันคงไม่ต้องถูกใครเขาตราหน้าว่าเป็นหม้าย เป็นผู้หญิงเหลวแหลก ก็เพราะว่าใครล่ะ พ่อแกมันเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว มันทำชีวิตฉันพัง แกเองก็ระวังเอาไว้ให้ดี ว่าน้ำมืออดีตฆาตกร คนคุกอย่างมัน จะทำให้แกต้องเดือดร้อน”

นาราสุดจะทนที่พ่อถูกดูถูกและหยามเกียรติซ้ำแล้วซ้ำเล่า สวนกลับอย่างเหลืออด

“พอเถอะค่ะแม่ พ่อติดคุกก็เพราะแม่นั่นแหละ!”

รัศมีถึงกับอึ้งไปอึดใจ ก่อนเอ็ดลูกสาวลั่น และพาลไปถึงรามที่บังอาจเล่าเรื่องอัปยศของเธอในอดีต

“แม่...อย่าว่าพ่อ พ่อไม่ได้โทษแม่เลยสักนิด พ่อเข้าใจแม่ดีทุกอย่าง พ่อโทษตัวเองสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น”

แต่รัศมีก็สติแตกเสียแล้ว “ใช่...ฉันมีชู้ แล้วทำไม ก็มันไม่ดีก่อน แต่ฉันก็ไม่ได้ฆ่าคนอย่างที่พ่อแกทำ พ่อแกมันไอ้ฆาตกร แล้วแกก็ไปเห็นดีเห็นงามกับมัน แกโทษฉันทั้งๆที่มันเป็นคนทำเลว แกมันไม่ใช่ลูกฉัน!”

พูดจบก็วางสายฉับ ทิ้งนาราให้ยืนน้ำตาคลอด้วยความสะเทือนใจ รามเห็นอาการลูกสาวก็พอเดาสถานการณ์ได้ จับไหล่พร้อมปลอบเสียงอ่อน ให้รอไปอีกสักพัก ไม่นานรัศมีคงอารมณ์เย็นแล้วค่อยพูดกันอีกที

ooooooo

ขนิษฐายังทำใจไม่ได้เรื่องรามจนไม่มีกะจิตกะใจจะดูแลตัวเองเหมือนเคย ไข่กับบุญตาพยายามคะยั้นคะยอให้กินข้าว แต่เจ้านายสาวก็ดื้อเหลือเกิน สีหนาทเลยต้องจัดการบังคับด้วยตัวเอง

“วันนี้พี่ขอมากินข้าวกับน้องสักวันหนึ่งนะ”

สายตารู้ทันของญาติหนุ่มทำให้ขนิษฐาชะงัก พอเดาได้ว่าเขาจะมาไม้ไหน แล้วก็จริงดังคาด

“น้องยังจำได้หรือเปล่า ตอนเด็กๆน้องก็กินข้าวยากแบบนี้แหละ แล้วเราก็เล่นเกมกัน”

“แต่น้องไม่ใช่เด็กๆแล้วนะคะ”

“น้องจะโตแค่ไหนในสายตาใครๆก็ยังเป็นเด็กในสายตาพี่...ยังเป็นน้องสาวของพี่เสมอ”

รอยยิ้มอ่อนโยนและคำพูดปลอบประโลมของเขา ทำให้ขนิษฐาน้ำตาคลอ สีหนาทเลยถือโอกาสต่อรอง

“น้องกินคำหนึ่ง พี่ก็จะได้กินคำหนึ่ง ถ้าน้องไม่กิน พี่ก็ต้องอดด้วย!”

ขนิษฐาถึงกับถอนใจยาว รู้ดีว่าจุดจบของเกมนี้จะเป็นเช่นไร สุดท้ายเลยทนนิ่งต่อไปไม่ไหว ต้องคว้าจานข้าวมากินจนหมด เพราะเป็นห่วง ไม่อยากให้สีหนาทต้องอดข้าวตามไปด้วย

“ขอบคุณนะคะพี่สิงห์ที่เป็นห่วงน้อง”

สีหนาทชอบใจมากที่เธอยอมกินข้าว และมีท่าทีอ่อนลง ไม่เคร่งเครียดและเจ้าอารมณ์เหมือนหลายวันที่ผ่านมา

“ที่น้องยอมทานก็เพราะว่าห่วงพี่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ”

ไข่กับบุญตาลอบมองท่าทางรักและเอาใจใส่กันของสองพี่น้องแล้วโล่งใจมาก แต่ก็อดห่วงสีหนาทไม่ได้ที่จนป่านนี้ก็ยังไม่ตกลงจริงจังกับหนูนาถึงเรื่องความสัมพันธ์เสียที

“อีกเจ็ดวันเธอก็จะไม่อยู่แล้วจะเจ้า ทำไมคุณถึงได้ช้าอย่างนี้”

“ช้าตรงไหน ฉันน่ะบอกเขาไปตั้งนานแล้ว ต้องโทษลูกศิษย์เอกของแม่ไข่นั่นแหละ ปากแข็งเป็นที่หนึ่ง ไอ้เราน่ะ...ถามก็แล้ว หลอกถามก็แล้ว อ้อนถามก็แล้ว อะไรก็แล้ว ไม่ยอมตอบท่าเดียว!”

ไข่ไม่สนใจ ค้อนเจ้านายหนุ่มเหมือนจะตัดพ้อถึงความไม่ได้เรื่องของเขา จนในที่สุด...ราชสีห์หนุ่มก็ทนไม่ไหว ต้องคิดแผนการสารภาพใหม่ และต้องเร็วที่สุดด้วย ก่อนอะไรๆจะสายเกินไป...

เพราะข่าวฉาวของอดิศรกระทบชื่อเสียงของรัศมี เลยทำให้ทุกคนในบ้านวรรณพาณิชประสาทเสียไปด้วย โดยเฉพาะบรรดาลูกชายและลูกสะใภ้ เครียดไปต่างๆ นานา จนต้องแล่นไปฟ้องวรรณถึงบ้าน

เจ้าสัวใหญ่รับฟังด้วยสีหน้านิ่งสงบ ทั้งที่ในใจเดือดพล่าน โมโหลูกสาวคนเดียวที่ไม่เคยคิดถึงหน้าตาและเกียรติยศของตระกูลสักครั้ง ก่อเรื่องงามหน้าไม่หยุดหย่อน แต่กระนั้น...อาการตีโพยตีพายเหมือนสมาชิกตระกูลคนอื่น ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น วรรณเลยประกาศกร้าวไม่ให้ทุกคนยุ่งเรื่องนี้ แต่จะเปิดฉากคุยกับรัศมีด้วยตัวเอง!

ooooooo

หลังคิดหาวิธีจนหัวแทบแตก ในที่สุด...สีหนาทก็ตัดสินใจเลือกวิธีตรงไปตรงมา ด้วยการลากตัวผู้ช่วยสาวตัวเล็กออกจากไร่แต่เช้า โดยอ้างว่ามีงานด่วนให้ช่วยเหมือนเคย

นาราหลงเชื่อสนิท ยอมตามไปแต่โดยดี แม้จะเสียดายเวลาที่จะใช้กับพ่อ แต่หน้าที่ต้องมาก่อน จนสีหนาทกลับเป็นฝ่ายรู้สึกผิดเองที่จงใจใช้แผนเอางานมาบังหน้า เพื่อแยกตัวเธอออกจากราม

แต่แผนของเขาก็ถูกผู้ช่วยสาวรู้ทันในเวลาไม่นาน เพราะสถานที่ที่เขาพามา ไม่ใช่ที่อ้าง แต่เป็นทุ่งดอกไม้สีสวยที่ทำให้เธอแทบลืมหายใจ และแน่นอน...แทบจะลืมอารมณ์ขุ่นเคืองก่อนหน้าไปหมด!

สีหนาทยิ้มโล่งอก ดีใจที่เธอชอบสถานที่ที่เขาเลือก แต่ก็ต้องหน้าเหลือสองนิ้ว เมื่อถูกเธอแหวในอีกอึดใจต่อมา

“นี่คุณ...หลอกฉันอีกแล้วเหรอ”

พูดพลางยกมือทุบเขาไม่ยั้ง สีหนาทเลยตัดสินใจรวบมือเธอมาวางบนตำแหน่งเดียวกับหัวใจ

“ไม่ได้หลอก ก็คนเจ็บอยู่ตรงนี้แล้ว คนที่ฉันรักจะไปเมืองนอกแค่อีกไม่กี่วัน ยังไม่ยอมตอบเรื่องของเราสักคำ แบบนี้...ไม่เจ็บเหรอ หนูนา...รักษาอาการของฉันให้ทีสิ เธอปล่อยให้ฉันอึดอัดวุ่นวายใจตั้งนานแล้วนะ”

นาราทั้งเขิน ทั้งสับสน อึกๆอักๆตอบโดยไม่ยอมสบตา “ฉัน...อนาคตมันเป็นสิ่งไม่แน่นอน เวลาสองปีที่ฉันไม่อยู่ คุณก็อาจจะได้เจอใครที่คุณไม่ต้องเสียเวลารอก็ได้”

คำพูดเหมือนเขากับเธออาจไม่มีอนาคตร่วมกัน ทำให้สีหนาทหงุดหงิดไม่น้อย “พูดอย่างนี้มันดูถูกกันนี่ ฟังนะหนูนา...สามสิบปีฉันยังรอได้ กับอีกแค่สองปี ทำไมฉันถึงจะรอเธอไม่ได้ กลัวแต่เธอมากกว่าที่ไม่ให้ฉันรอ เพราะอยากจะเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนอื่น พวกลูกหลานนายแบงก์ที่ฐานะเท่าๆกันให้มาเป็นตัวเลือกใหม่ใช่หรือเปล่า”

นาราหน้าตึง อารมณ์ปรี๊ดขึ้นมาบ้าง “พูดแบบนี้คุณก็ดูถูกฉันนี่ ขนาดพ่อฉันจากฉันไปตั้งสิบกว่าปีฉันก็ยังตะเกียกตะกายตามหาเขา ถ้าฉันรักของฉันจริงล่ะก็ สองปีแค่เรื่องจิ๊บๆ”

“แล้วถ้าอย่างนั้น...รักหรือเปล่าล่ะ”

คำถามดื้อๆของเขาทำให้นาราถึงกับอึ้ง พยายามดันตัวออกเพื่อหนีสายตาหวานหยดของเขา แต่สีหนาทก็ไม่ยอมปล่อย แถมขู่จะกอดไว้แบบนี้ ถ้าเธอไม่ให้คำตอบที่ต้องการ

“ว่ายังไง...รักหรือไม่รัก รักฉันหรือว่าไม่รัก...”

ในที่สุดนาราก็ทนเสียงร่ำร้องและความต้องการของหัวใจไม่ไหว พยักหน้าตอบตกลงรับรักเขาจนได้

สีหนาทหัวใจพองโต ยินดีมาก จนต้องระดมจูบแก้ม หน้าผาก และทุกส่วนทั่วหน้าแฟนสาวหมาดๆอย่างอดใจไม่อยู่

“โอ๊ย...คุณ ไหนบอกว่าบอกแล้วจะปล่อยไง”

“ไม่มีทาง...จะสองปี สิบปีหรือตลอดไป ฉันก็ไม่มีทางปล่อยเธอไปจากฉันหรอกหนูนา”

นาราปลื้มมาก แต่ยังแกล้งทำไม่เชื่อ “คนโกหก”

“ฉันพูดจริง...เธอรอพิสูจน์ได้เลย”

พูดจบก็โน้มตัวหาเธออีกรอบ แล้วประทับจูบแนบแน่นและอ่อนหวานบนริมฝีปากบางของเธอ นาราหัวใจเต้นรัว อุ่นวาบไปทั้งอกอย่างที่ไม่เคยมาก่อน แล้วก็แทบหมดแรงเมื่อเขาผละออก

และประกายตาวิบวับของเขาทำให้นาราอยากจะเป็นบ้าตายให้ได้ แต่ก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ที่ในที่สุด...เธอก็ตามหาหัวใจของพ่อจนเจอ แถมระหว่างทางกลับบ้าน...เธอก็ได้หัวใจราชสีห์หนุ่มกลับไปด้วย

ooooooo

หลังประกาศกร้าวต่อหน้าสมาชิกตระกูล จะจัดการเรื่องรัศมีด้วยตัวเอง วรรณก็พยายามหาข้อมูล แล้วแหล่งดีที่สุดก็หนีไม่พ้นชาญ...ลูกค้ารายใหญ่ของธนาคาร ซึ่งเกือบติดหลุมพรางของศักดา

เรื่องราวกลโกงของศักดาถูกถ่ายทอดให้วรรณฟังอย่างละเอียดลออ โดยเฉพาะเรื่องหุ้นลมที่พ่อเลี้ยงใหญ่ใช้เป็นเหยื่อล่อให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นตายใจ โชคดีที่ชาญไหวตัวทัน และเลือกจะมาถามความจริงจากเจ้าสัวใหญ่ด้วยตัวเอง

ความจริงทั้งหมดทำให้เจ้าสัวใหญ่โกรธมาก และไม่รอช้าจะโทร.ไปเล่นงานลูกสาวคนเดียว

“แกมันโง่ ไม่รู้เหรอว่ามันน่ะหลอกใช้นามสกุลวรรณพาณิชหาหุ้นส่วน”

รัศมีถึงกับชะงักไปอึดใจ อยากจะโต้ แต่ก็ช้ากว่าวรรณที่กำลังเดือดจัด

“ทำไมนะ ฉันถึงไม่เฉลียวใจ ว่าพอฉันไม่ให้มันกู้แล้ว มันถึงยังควงกับแก แถมยังกระเตงเอาแกไปเชียงรายด้วย ฉันน่าจะคิดได้เร็วกว่านี้”

“พ่อเลี้ยงเขาไม่ได้หลอกหนู เขายังให้หุ้นลมกับหนู หุ้นตั้งสิบห้าเปอร์เซ็นต์”

“หึ...ถ้าเป็นหุ้นลมของเจ้าอื่น ฉันก็พอจะเชื่อน้ำยา แต่ไอ้คนคดเนี่ยมันเอาทุกอย่าง ตั้งแต่ขนไม้ ขนของผิดกฎหมาย สุดท้ายถ้ามันสร้างไอ้โรงแรมติดบ่อนนั่นได้จริง แกจะไม่ได้อะไรสักบาทอยู่ดี”

รัศมีโกรธมาก แม้สิ่งที่พ่อพูดจะมีมูลไม่น้อย

แต่เพราะความรั้น ทำให้เถียงอย่างไม่ยอมแพ้

“คุณพ่ออคติ ตอนหนูมีผัวจนก็รังเกียจ ตอนนี้หนูเจอคนดีๆก็มองไม่เห็นความดีของเขา”

“ถ้าฉันอคติ แกมันก็หน้ามืด ขนาดข่าวเขาลงแล้วก็ยังจะโดนมันหลอก ยังจะแก้ตัวแทนมัน รู้ไหมว่าตอนนี้ทั้งสังคมเขามองแกว่ายังไง แกมันหลงผู้ชายจนโงหัวไม่ขึ้น!”

“หนูไม่สนพวกนั้นหรอก พวกแร้งกาชอบจิกกัดเหยียบย่ำซ้ำเติมคนอื่น”

“แต่ไม่ใช่ฉัน แกก็รู้นี่ว่าคนอย่างฉันไม่เคยพูดอะไรลอยๆ ถ้าแกยังไม่เชื่อ งั้นก็ไปถามหุ้นส่วนพวกนั้นดู คุณชาญหนึ่งในหุ้นส่วนเขาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว ผัวใหม่แกหลอกหุ้นส่วนให้เข้าใจว่าธนาคารร่วมลงทุนในโปรเจกต์นี้ โดยใช้แกซึ่งมีนามสกุลวรรณพาณิชเป็นตัวล่อ”

รัศมีหน้าซีดเผือด เถียงไม่ออก เปิดโอกาสให้วรรณซ้ำหนักกว่าเดิม

“แล้วมันก็มาหลอกแก ทำเป็นให้หุ้นลม ให้แกเข้าใจผิดว่ามันไม่ต้องการอะไรจากแก ที่แท้มันก็เอาเครดิตเราเต็มๆ ตอนนี้เราเลยเป็นแบ็กให้คนผิดกฎหมาย นามสกุลวรรณพาณิชต้องเสื่อมเสียไปด้วย เพราะความโง่ไม่ทันคนของแก แกทำให้ฉันอับอายขายขี้หน้าครั้งแล้วครั้งเล่า คนอย่างแกนี่มันไม่น่าเกิดเป็นลูกฉันเลย ฉันไม่น่ามีลูกอย่างแกเลย!”

คำพูดสุดท้ายของพ่อ ทำให้รัศมีถึงกับน้ำตาร่วง หมดทางจะตอบโต้ แต่ก็ยังดื้อแพ่ง

“คุณพ่อฟังคนอื่นเขาพูดมาแล้วก็มาขู่หนู คุณพ่อเกลียดหนู อยากให้หนูคลั่งตายใช่ไหม คุณพ่ออคติ!”

แหวจบก็วางสายฉับ ไม่สนใจเลยว่าพ่อจะโมโหแค่ไหนที่เธอทำตัวน่าสมเพชขนาดนี้ แต่กระนั้น...ข้อมูลของพ่อก็ทำให้เธอลังเล...หรือว่าพ่อเลี้ยงใหญ่จะโกหกเธอจริงๆ

ooooooo

ระหว่างที่รัศมีประสาทเสียจากข้อมูลของพ่อ ศักดาก็หัวเสียไม่แพ้กัน เพราะเพิ่งค้นพบบทสัมภาษณ์ของสีหนาทบนหน้าหนังสือพิมพ์ ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้อดิศรผลีผลามทำเรื่องลักลอบตัดไม้จนเป็นข่าวใหญ่

เหล่าลูกน้องต่างพากันหัวหด เมื่อได้เห็นอาการเกรี้ยวกราดของพ่อเลี้ยงใหญ่

“เพราะบทสัมภาษณ์นี่ใช่ไหมที่ทำให้ไอ้ศรมันโง่ เดินลงหลุมพรางที่ไอ้พวกนั้นมันขุดล่อ แล้วทำไม...ทำไมถึงไม่มีหมาตัวไหนบอกฉันสักตัว ทำไมฉันไม่ได้เห็นหนังสือพิมพ์นี้ มัวแต่กลัวไอ้ศร คราวนี้ความซวยเลยมาเยือนกันหมด!”

ด่าจบก็อาละวาด ลงไม้ลงมือกับเหล่าลูกน้องใหญ่ ก่อนจะกระชากหนังสือพิมพ์ขึ้นมาดูอีกครั้ง แล้วพลันก็เหลือบไปเห็นรูปภาพของสีหนาทกับราม ทำพิธีบวชต้นไม้ร่วมกับชาวบ้านและหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่ง

“เอ๊ะ...ผู้หญิงคนนี้หน้าคุ้นๆ”

หนึ่งในลูกน้องชะโงกไปดูแล้วบอก “มันเป็นผู้ช่วยคนใหม่ของไอ้สิงห์ครับพ่อเลี้ยง ตอนที่ไอ้สิงห์มันถูกไล่ล่าในป่า ก็นังผู้หญิงคนนี้แหละครับที่ติดเข้าไปในป่าด้วย”

“ผู้ช่วยคนใหม่งั้นหรือ แต่...ฉันว่าฉันเคยเห็นหน้าตาแบบนี้ เคยเห็นแน่ๆ”

ศักดานิ่วหน้า ครุ่นคิดอย่างหนัก ก่อนจะเบิกตาโพลง เมื่อจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้ก็คือนารา วรรณพาณิช หลานสาวคนโปรดของเจ้าสัววรรณ วรรณพาณิช และลูกสาวคนเดียวของรัศมี คนรักของเขา!

เวลาเดียวกันที่ทุ่งดอกไม้...สีหนาทเกาะติดแฟนสาวหมาดๆไม่ห่าง ทั้งกอด ทั้งหอม จนเธอแทบช้ำไปทั้งตัว เลยพยายามขืนตัวไว้ แล้วชวนเขากลับ ไม่อยากสึกหรอไปมากกว่านี้ แต่ราชสีห์หนุ่มก็โวยวายไม่ยอม

“ไม่เอา ไม่กลับ ไม่อยากกลับ ไหนบอกชอบที่นี่ อยากอยู่ไปนานๆไง”

“แล้วนี่มันยังไม่นานอีกเหรอคะ แล้วงานที่ไร่ล่ะคะ”

นาราพยายามดันตัวออก แต่สีหนาทกลับโอบรัดแน่นกว่าเดิม “งานน่ะทำอยู่ทุกวัน แต่โอกาสจะได้อยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ยิ่งตอนนี้ยิ่งหวงกว่าเดิม ไม่อยากให้ไปเลย ให้ตาย!”

“สองปีแป๊บเดียวเองค่ะ”

“โอเค ฉันยอม...แต่วันนี้เธอต้องอยู่กับฉันสองคนทั้งวันนะ”

นาราอึกอัก แต่ไม่ทันหาคำตอบ ฝนก็เทครืนลงมาก่อน หนุ่มสาวคู่รักเลยพากันวิ่งหลบฝน สีหนาทกลัวแฟนสาวจะเปียกฝนแล้วไม่สบาย เลยถอดเสื้อคลุมศีรษะให้ แต่เธอไม่อยากเอาเปรียบ เป็นห่วงเขาเหมือนกัน เลยอ้อมมือแบ่งเสื้อคลุมให้ด้วย ราชสีห์หนุ่มปลื้มมากถึงจะวิ่งหนีฝนอย่างทุลักทุเล แต่ก็อุ่นซ่านในใจเหลือเกิน

ในที่สุดสองหนุ่มสาวก็วิ่งมาถึงรถ สีหนาทได้ยินเสียงฟ้าร้อง และเห็นสายฟ้าแลบ เลยรีบพาแฟนสาวไปนั่งบนรถ หยิบมือถือมาปิด พร้อมกับสั่งสอนเสียงอ่อน

“ปลอดภัยไว้ก่อน ฟ้าจะได้ไม่ผ่า เราอยู่ด้วยกันในรถแบบนี้ ปลอดภัยกว่าตรงที่โล่งหรือตามต้นไม้”

นาราพยักหน้าหงึกๆ พลางเขยิบมือไปจับประตูรถ สีหนาทต้องจับมาวางบนตักแทน

“ระวัง...อย่าให้ตัวโดนตัวถังรถ ฟ้าผ่าลงมาจะเป็นอันตราย วางมือบนตักหรือไม่ก็กอดอกไว้”

น้ำเสียงจริงจังของเขาทำให้นาราเชื่อสนิท ว่าคงไม่มีเจตนาแอบแฝง แต่แล้วเธอก็พบว่าคิดผิด เมื่อหันไปสบตาเป็นประกายพราวระยับของแฟนหนุ่มยามที่เอ่ยประโยคต่อมา

“อ้อ...อนุญาตเพิ่มอีกอย่าง...ให้กอดคนข้างๆ ได้”

นาราเขินจัดจนต้องฟาดแขนเขาอย่างแรง “คุณนี่ ...มันน่าเชื่อไหมเนี่ย”

สีหนาทหัวเราะชอบใจใหญ่ แต่ไม่ทันที่เธอจะตอบโต้ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงเสียก่อน นาราตกใจมากไม่ทันตั้งตัว ถลาไปเบียดแฟนหนุ่มโดยไม่รู้ตัว ราชสีห์หนุ่มเห็นอาการแฟนสาวก็อดไม่ได้จะเย้า

“เห็นไหมว่าคำพูดฉันขลังแค่ไหน ไม่เชื่อแล้วเป็นไง”

นาราหน้ามุ่ย ไม่อยากเชื่อคารมหลอกล่อของเขาอีกแล้ว แต่สีหน้าก็ยังไม่คลายความหวาดหวั่น สีหนาทเลยถือโอกาสดึงศีรษะเธอมาวางบนบ่าแกร่ง พร้อมปลอบเสียงอ่อน

“กลัวเหรอหนูนา ไม่ต้องกลัว...อยู่ตรงนี้ปลอดภัยดีแล้ว”

ความอบอุ่นจากคนข้างๆทำให้นาราคลายความกลัวได้บ้าง แม้เสียงฟ้าร้องจะดังให้ได้ยินเป็นระยะๆ แต่บรรยากาศก็ไม่น่าหวั่นเหมือนก่อนหน้า เพราะมีแฟนหนุ่มอยู่ข้างๆ แต่กระนั้น...ความกระดากอายก็ทำให้เธอพยายามขืนตัวออก แต่สีหนาทก็ไม่ยอมปล่อยมือ แถมกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอีกต่างหาก

“เธอหายกลัวแล้ว แต่ฉันยังไม่หาย...ยังอยากจะปลอบเธออยู่เลย”

น้ำเสียงออดอ้อนของเขา ทำให้เธอทนใจแข็งต่อไปไม่ไหว ยอมเอนหัวซบบ่าเขาแต่โดยดี ซึมซับความรักและความอ่อนหวานจากแฟนหนุ่มให้มากที่สุด ก่อนจะต้องห่างกันอีกนาน...

ooooooo

กว่าฝนจะหยุดก็อีกพักใหญ่ สีหนาทจึงได้พาแฟนสาวหมาดๆกลับไร่ แต่เมื่อมาถึงงานก็เข้า เพราะฝนตกหนัก ทำให้ระดับน้ำในคลองสูงเป็นเมตร เขาเลยต้องรีบไปคุมการทำเขื่อนกั้น นาราจะตามไปด้วยแต่เขาไม่ยอม กลัวจะซุ่มซ่ามตกน้ำตกท่าให้ใจหาย เลยไล่ให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านแทน

ขณะเดียวกันที่เรือนใหญ่ของสีหนาท...รามเพิ่งกลับจากสวนลิ้นจี่ และอยากจะมาปรึกษาสีหนาทถึงวิธีการตั้งรับ หากฝนตกหนักกว่านี้ แต่คนที่เขาพบกลับไม่ใช่เจ้านายหนุ่ม แต่เป็นญาติสาวอีกฝ่ายแทน ซึ่งวันนี้เธอก็ดูอ่อนแอและบอบบางเหลือเกิน จนเขารู้สึกผิดมาก ที่ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของเธอได้

ถึงจะโดนขู่แกมปลอบแค่ไหน นาราก็ไม่ยอมไปนั่งแกร่วคนเดียวที่เรือนพัก แต่เลือกจะตามไปช่วยหยิบโน่นจับนี่บริเวณริมคลองที่เหล่าคนงานทำเขื่อนกั้นน้ำแทน สีหนาทเห็นแฟนสาวเดินไปทั่ว ก็เป็นห่วง สั่งเสียงเข้มให้เธอกลับไปรอที่เรือนใหญ่ แล้วสั่งให้ทำรายงานล่วงหน้าของเดือนหน้าทั้งเดือน!

นาราไม่มีทางเลือก ต้องกลับไปเรือนใหญ่ตามคำสั่งแฟนหนุ่ม แต่ไปไม่ถึงไหน ก็ต้องกระโจนไปช่วยกระจิบไม่ให้ตกไปในน้ำที่กำลังเชี่ยวกราก จนตัวเองเกือบร่วงลงไปเสียเอง ถ้าสีหนาทจะไม่ได้ยินเสียงคนงานเอะอะโวยวายแล้วตามไปช่วยแฟนสาวไว้ได้ทันเวลา

สีหนาทใจหายวาบ ดึงตัวแฟนสาวมากอดแน่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นลากตัวไปดุอีกทาง เพราะโกรธที่เธอขัดคำสั่ง จนเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง นาราหน้าเสีย ตั้งท่าจะอธิบายความจริง แต่กระจิบก็ตามมาบอกแทนเสียก่อน ว่านาราไม่ได้ซุ่มซ่ามตกลงไปเอง แต่เสียหลักเพราะช่วยเธอต่างหาก

วีรกรรมล่าสุดของนาราทำให้กระจิบกับเพ๊อะเริ่มมองมาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป อย่างน้อยๆก็ไม่เต็มไปด้วยอคติและความชิงชังอย่างหาที่ไปไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน พวงรู้เรื่องก็โกรธมาก เข้าใจผิดคิดว่าสองเพื่อนสาวร่วมแก๊ง ซึ่งเคยเป็นลิ่วล้อ แปรพักตร์ไปเข้าข้างหนูนา คนงานสาวตัวเล็ก คู่ปรับตลอดกาลของเธอ

กระจิบกับเพ๊อะพยายามอธิบายให้รู้ถึงเหตุผล แต่พวงก็ไม่ฟัง อาละวาดฟาดหัวฟาดหาง จนแม้แต่เรืองก็เอาไม่อยู่ ต้องลากตัวไปสงบสติอารมณ์ในห้อง โดยมีกระจิบกับเพ๊อะมองตามด้วยความเหนื่อยหน่าย...ถ้าจะไม่เชื่อใจกันขนาดนี้ ก็คงต้องตัดญาติตัดเพื่อนกันไปเลย!

ooooooo








นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"รหัสริษยา" ตอนจบ "ศิวา" จำใจยอมทำตามคำสั่งของ "พาไล" ด้วยความเจ็บปวด

"รหัสริษยา" ตอนจบ "ศิวา" จำใจยอมทำตามคำสั่งของ "พาไล" ด้วยความเจ็บปวด
25 ม.ค. 2564

03:18 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2564 เวลา 18:07 น.