ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ความจริงจากจุฑารัตน์ทำให้สีหนาทถึงกับมึนไปพักใหญ่ และเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวที่ผ่านมา ก็เห็นจริงตามนั้น เพราะหนูนาแสดงออกชัดเจนด้วยการเอาตัวไปคลุกคลีกับรามเสมอ และวันนี้ข้อสงสัยก็ได้คำตอบทั้งหมด ราชสีห์หนุ่มเลยตัดสินใจจะไม่ขวางเธอเหมือนเคย แถมเปิดโอกาสให้อยู่ด้วยกันอีกต่างหาก

ระหว่างที่หนูนาพัฒนาความสัมพันธ์กับพ่อ สีหนาทก็ทุ่มเทความสนใจกับการไล่ล่าตัวอดิศร ด้วยการร่วมมือกับกรกชใช้แผนล่อซื้อไม้เถื่อน โดยอาศัยเพ็กลอ เอเย่นต์ค้าไม้ที่เพิ่งถูกจับเมื่อไม่นานมานี้เป็นตัวล่อ

แต่อดิศรซึ่งระวังตัวแจก็ไม่ยอมรับข้อเสนอ สีหนาทเลยคิดแผนใหม่ ด้วยการสร้างภาพ พาหนูนา ราม เชษฐ์ และคนงานในไร่หลายคนไปร่วมงานบวชต้นไม้ ซึ่งนอกจากจะยั่วให้ลูกชายคนเดียวของศักดาหลงกล ยอมบุกป่าตัดไม้เถื่อนเพื่อให้จับกุมแล้ว ยังถือโอกาสพาผู้ช่วยสาวมาเปิดตัวและเปิดหูเปิดตาด้วย

หนูนาเกาะติดรามแจ อยากใช้เวลาที่เหลือน้อยนิดให้เป็นประโยชน์มากสุด สีหนาทไม่ตามขวางเหมือนเคย แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ที่เธอไม่สนใจ รามสังเกตเห็นและเข้าใจความรู้สึกดี เลยจงใจพาผู้ช่วยสาวตัวเล็กมาส่งคืนให้เจ้านายหนุ่ม แต่เธอก็ไม่ยอม จะผละตามเขา สีหนาทต้องตามไปรั้งตัวไว้

“ไม่ได้ยินเหรอ น้ารามเขาบอกให้เธอช่วยฉัน ไหนบอกว่ารักน้ารามเหมือนพ่อ ไม่เชื่อฟังเขาเหรอ”

“แล้วคุณล่ะ ไม่อยากบวชคนรู้จักเองกับมือแล้วเหรอ ทำไมต้องให้คนนอกอย่างฉันมาแทรกแซงด้วย”

“แล้วใครว่าเธอเป็นคนนอกล่ะ นี่อุตส่าห์พามาแนะนำกับ...สุดยอดคุณปู่ เขาอยู่มาตั้งเกือบร้อยปี”

พูดจบก็เหลือบไปทางต้นไม้ใหญ่อายุกว่าร้อยปี หนูนาถึงกับอึ้ง หน้าแตกยับ

“พามาบวชต้นไม้ก็ไม่เห็นต้องอำกันเลย คุณอำฉันต่อหน้าคุณเชษฐ์กับน้าราม ทำให้ฉันเป็นตัวตลกอยู่เรื่อย”

“อ๋อ...ที่แท้ก็ไม่ชอบหน้าแตกต่อหน้าน้ารามนี่เอง ไม่เอาน่า ไม่มีใครเห็นเธอเป็นตัวตลกซะหน่อย”

“แค่นี้คุณยังหัวเราะเลย”

สีหนาทส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มหวานบาดใจให้ “ไม่ใช่เพราะฉันเห็นเธอเป็นตัวตลก แต่เพราะหนูนา...เธอทำให้สิงห์ขี้หงุดหงิดยิ้มยากอย่างฉันยิ้มได้ และก็มีความสุข เวลามีเธออยู่ใกล้ๆต่างหากล่ะ”

สายตาบอกความในใจแบบไม่มีกั๊กของเขาทำให้หนูนาถึงกับโวยไม่ออก แต่ก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ จนเขาต้องปลอบเสียงอ่อน พร้อมยกชายผ้าเหลืองสำหรับพันรอบต้นไม้ใหญ่มาใส่มือเธอ

“ก็ฉันอยากทำบุญร่วมกับเธอ มีคนเขาบอกว่าทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขัน แล้วจะได้เกิดมาเจอกันอีก”

คราวนี้หนูนาถึงกับพูดไม่ออกจริงๆ สีหนาทเลยถือโอกาสจูงไปพันผ้าเหลืองรอบต้นไม้อีกหลายต้น จนเมื่อเธอเหลือบไปเห็นจุฑารัตน์ ซึ่งเขาบอกให้มาร่วมงานด้วย จะได้ช่วยเขียนข่าวล่ออดิศร เลยปล่อยให้สองสาวได้คุยกัน

จุฑารัตน์ดีใจที่ได้เจอเพื่อนสาวตัวเล็ก แต่ก็ต้องระวังคำพูดอย่างมาก ไม่ให้หลุดเรื่องที่เคยสัญญากับสีหนาทไว้ จะไม่บอกให้หนูนารู้ว่าเขารู้ความจริงทั้งหมดแล้วเพราะเขาอยากให้เจ้าตัวสารภาพทุกอย่างด้วยความเต็มใจมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องราม สีหนาทอยากให้ผู้ช่วยสาวตัดสินใจเอง ว่าจะพูดความจริงกับพ่อตอนไหน

ooooooo

พิธีบวชต้นไม้จบลงอย่างสวยงามและราบรื่น สีหนาทกับกรกชเฝ้ารออย่างอดทน จนกระทั่งบทความสัมภาษณ์จากปลายปากกาของจุฑารัตน์ ถึงเรื่องความรักในผืนป่าและถิ่นฐานออกสู่สายตามหาชนในเวลาต่อมา อดิศรก็เริ่มเคลื่อนไหว หลงกลยอมออกมาแผลงฤทธิ์เพราะอยากแก้แค้นสีหนาท!

ด้านศักดา...ไม่ได้สนใจลูกชายคนเดียวว่าจะคิดการใหญ่ หมกมุ่นกับการตามล่าหุ้นส่วนเปิดบ่อน โดยใช้ชื่อของรัศมีและนามสกุลของเธอเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือ จนในที่สุดหุ้นส่วนก็ครบ ส่วนรัศมี...เริ่มเซ็งที่เขาวุ่นกับงานจนแทบไม่มีเวลาให้ แต่เมื่อเขาป้อยอด้วยคำหวานเหมือนเคย ก็หลงลมและเชื่อสนิทใจอีกครั้ง

หนูนายังไม่รู้ถึงหายนะของแม่ วุ่นวายกับการใช้เวลากับพ่อ โดยไม่มีสีหนาทตามขวางเหมือนก่อนหน้านี้ รามเองก็คร้านจะห้าม ชินเสียแล้วที่มีเธอป้วนเปี้ยนไม่ห่าง ช่วยให้คลายความคิดถึงถึงลูกสาวคนเดียวได้มาก และวันนี้ก็เหมือนหลายวันที่ผ่านมา ที่เธอแวะมาช่วยเขาเลี้ยงลูกเจี๊ยบเหมือนเคย

“ท่าทางพวกมันจะติดน้ารามแล้วนะคะ”

รามยิ้มบางๆ โปรยอาหารให้ลูกเจี๊ยบ “ไม่ว่าลูกสัตว์หรือลูกคนก็เหมือนกัน ตอนเล็กๆจะเดินตามพ่อแม่ต้อยๆ”

“เหมือนหนูนาเลยนะคะ ตอนเด็กๆหนูก็เดินตามพ่อ”

“ตอนเด็กๆติดพ่อติดแม่ แต่ตอนโต...คนเราก็ต้องมีทางของตัวเอง”

หนูนาสะเทือนใจมาก เจ็บปวดหัวใจอย่างบอกไม่ถูก “มีทางของตัวเอง แต่ก็ไม่มีทางลืมพ่อแม่ได้หรอกนะคะ อย่างพ่อของหนูนา ถึงเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ถึงพ่อจะไม่รู้ว่าหนูนาอยู่ตรงนี้ แต่ยังไงพ่อก็อยู่ในใจของหนูนาเสมอ”

“ฉันเชื่อว่าพ่อของหนู ก็ต้องคิดถึงหนูเหมือนกัน”

พูดพลางลูบผมเธอน้อยๆ เหมือนจะปลอบให้คลายกังวล หนูนาอึดอัดใจมาก และเกือบสารภาพความจริงแล้ว แต่ก็ต้องยั้งไว้ เมื่อเชษฐ์มาตามตัวพ่อไปพบสีหนาทเสียก่อน...

ธุระของสีหนาทคือการรวบรวมคนงานในไร่ที่ไว้ใจได้จำนวนหนึ่งไปดักจับพวกอดิศรที่มาตัดไม้เถื่อน และรามก็เป็นหนึ่งในทีมร่วมกับเชษฐ์และเหล่าคนงานอื่นๆ แต่ไม่มีรายชื่อของเรือง แต่คนงานหนุ่มท่าทางเจ้าชู้ ก็หาทางสืบจนได้ และเร่งหาทางส่งข่าวอดิศร ไม่ให้หลงกลพวกสีหนาทกับตำรวจ

สีหนาทย้ำให้ทุกคนเก็บเรื่องภารกิจเป็นความลับ กลัวข่าวรั่วแล้วอดิศรจะไหวตัวทัน แล้วแผนที่วางมาอย่างดีจะไม่สัมฤทธิ์ผล หนูนาก็สังเกตเห็นความเคร่งเครียดของเขา พยายามเย้าแหย่ แต่ก็ถูกเขาย้อนจนพูดไม่ออก เพราะเห็นว่าเธอก็มีท่าทางกังวลตลอดเวลาไม่ต่างกัน หนูนาอึกๆอักๆ พยายามแก้ตัว เบี่ยงและเลี่ยงประเด็นเหมือนเคย จนเขาต้องโพล่งไปอย่างเหลืออด

“หนูนา...เห็นเธอเป็นแบบนี้แล้วฉันไม่สบายใจเลย มันอึดอัดแทน มีอะไรยังค้างคาใจก็พูดออกมาเถอะ”

“คุณ...เอาอีกแล้ว ฉันบอกแล้วว่าไม่มีอะไร”

“ไม่มีอะไรหรือว่าไม่กล้า เธอจะเก็บงำเอาไว้ อีกนานแค่ไหน ฟังฉันนะหนูนา...กับสิ่งที่สำคัญในชีวิต ถ้าเราไม่พูด ไม่ใช่แค่จะเสียใจภายหลัง แต่อาจจะต้องเสียใจไปจนตาย!”

หนูนาหน้าเสีย ตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่ก็ถูกเขาดักคอ “ทำไมถึงไม่เชื่อใจฉันบ้าง ที่ฉันพูด...ฉันทำทุกอย่างเนี่ย มันยังไม่พอให้เธอเชื่ออีกเหรอว่าฉันพร้อมจะยอมรับทุกอย่างที่เธอเป็น...ทุกอย่างจริงๆ”

น้ำเสียงหนักแน่นของเขาทำให้อบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ไม่ทันได้พูดอะไรออกไป รามก็มาตามเขาไปทำธุระเสียก่อน และท่าทางมีพิรุธเหมือนปิดบังบางอย่างของสองหนุ่ม รวมถึงอาวุธครบมือ ก็ทำให้หนูนา ถึงบางอ้อ ว่าทั้งสองจะไปดักจับไม้เถื่อนกับพวกตำรวจ

สีหนาทกับรามอยากจะเป็นบ้า เมื่อเห็นท่าทางร้อนรนด้วยความเป็นห่วงของหนูนา

“แค่เป็นสายให้ตำรวจก็พอแล้วนี่คะ ทำไมต้องเอาตัวไปเสี่ยงด้วย”

“ก็เรารู้จักพื้นที่ดีกว่า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ฉันกับน้ารามเอาตัวรอดได้น่ะ”

“แต่ยังไงมันก็เสี่ยงอยู่ดี เพิ่งจะไม่นานนี้เองที่เรา...เราเกือบจะโดนเขาฆ่า”

“หนูนา...นี่ถ้ารู้ว่าจะเอะอะขนาดนี้ ไม่ให้รู้เรื่องก็ดีหรอก”

“ก็แล้วให้รู้ทำไมล่ะ ไม่ให้รู้เลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง!”

สีหนาทชะงักไปอึดใจ ก่อนจะยิ้มยั่ว “เฮ้อ...ไม่ให้รู้ก็ไม่รู้สิว่ามีคนคอยห่วง แต่ป่าก็ต้องมีคนห่วงเหมือนกัน”

หนูนาได้ฟังอุดมการณ์ยิ่งใหญ่เรื่องรักผืนป่าของเจ้านายหนุ่ม ก็จนด้วยเหตุผลจะค้าน เลยจะขอไปด้วยแทน แต่ก็ถูกเขายับยั้งด้วยน้ำเสียงดุห้วน

“ยิ่งอันตรายไปกันใหญ่ เดี๋ยวก็คอยเป็นห่วงกันจนไม่เป็นอันทำอะไร อย่าตีโพยตีพายสิ ยังไม่ทันมีอะไรเลย เดี๋ยวเธอกลับไปที่ห้อง พักผ่อนซะ พรุ่งนี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย...แล้วฉันจะมาทวงคำตอบที่เราค้างกันไว้”

รามกลัวจะช้าไปกันใหญ่เลยช่วยตัดบท ขอให้เธอทำตามที่สีหนาทสั่ง หนูนาหน้าเสีย กลัวจับใจจะเกิดเรื่องไม่ดีเหมือนที่ผ่านมา แต่ก็ต้องทำตามแบบไม่มีข้อโต้แย้ง...แล้วคืนนี้เธอจะหลับตาลงได้ยังไง!

ooooooo

เรืองพยายามต่อสายถึงอดิศรเรื่องที่พวกสีหนาท กับตำรวจจะบุกจับไม้เถื่อน แต่ลูกชายคนเดียวของศักดาก็ไม่รับสาย มัววุ่นวายกับการสั่งงานและเตรียมอาวุธชุดใหญ่ เผื่อมีคนมาขัดขาเหมือนเคย ซึ่งพวกสีหนาทและตำรวจก็ได้ยินเรื่องนี้จากสายเหมือนกัน และเตรียมรับความเสี่ยงไว้แล้ว ด้วยความมุ่งมั่นจะต้องจับอดิศรให้ได้คาหนังคาเขา!

ฝ่ายหนูนา...ลุกลี้ลุกลนจนแป้นผิดสังเกต เมื่อถามจี้จุด เลยได้รู้ว่าเพื่อนตัวเล็กกำลังกลุ้มเรื่องสีหนาทกับราม

“แป้น...ฉันรักน้ารามแบบพ่อ”

“แต่รักนายแบบอื่น”

หนูนาหน้าแดงก่ำด้วยความอายสุดขีด “บ้า...ฉันยังไม่ทันคิดอะไรแบบนั้นสักหน่อย”

“ไม่คิดก็คิดเสียเถอะวะ ตกลงว่ารักหรือไม่รัก”

“ก็ได้ๆ นายสิงห์เขาก็...มีอะไรดีๆหลายอย่างเหมือนกัน”

“แล้วดีน่ะ รักหรือไม่รักล่ะ”

“แป้น...เรื่องแบบนี้มันพูดยากนะ ฉัน...”

“เฮ้อ...ฉันล่ะไม่เข้าใจแกจริงๆ ทำไมกะอีแค่รักหรือไม่รักเนี่ย ไม่รู้ตัวเชียวหรือไง”

หนูนาอึ้ง คำพูดของเพื่อนสาวร่วมห้องกระแทกใจอย่างแรง และถึงกับจุก เมื่ออีกฝ่ายเตือนสติในอึดใจต่อมา

“ชีวิตคนเรามันสั้นนะหนูนา จะตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้ ทั้งที่รักที่ชอบ ก็มัวแต่เฉย เอาแต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วถ้ามันเกิดอะไรขึ้น คนเสียใจที่สุดก็คือแกนั่นแหละ ฉันจะบอกให้นะ...คนเราจะคิดจะทำอะไรก็ทำ จะรักก็รัก จะไม่รักก็ตัดๆไปซะ ต่อให้ต้องเสียใจว่าคิดผิดทำผิด ก็ยังดีกว่ามานั่งคร่ำครวญเสียดายว่าตอนนั้นมีโอกาส แต่ไม่ยอมทำ!”

คำพูดง่ายๆแต่แทงใจดำของแป้น ทำให้หนูนาถึงกับพูดไม่ออก ความทรงจำก่อนหน้า ทั้งคำพูดของรามกับสีหนาท รวมทั้งของตากับแม่ ทำให้เธอตัดสินใจไปรอที่เรือนใหญ่ เพื่อสารภาพความจริงทั้งหมดก่อนจะสายเกินไป แป้นถึงกับกุมขมับ แต่ก็ใจอ่อนตามประกบ ไม่อยากให้เพื่อนสาวไปคนเดียว กลัวจะเกิดข้อครหาเหมือนที่ผ่านมา

ช่วงเวลาเดียวกันนั่นเอง...พวกสีหนาทและตำรวจแบ่งกำลังเป็นสองฝ่ายเพื่อล้อมจับพวกอดิศร โดยมีจุฑารัตน์ ตามมาด้วย เพื่อบันทึกภาพการจับกุม แต่ก็ถูกกักบริเวณให้อยู่ในเขตปลอดภัย จนเธอรู้สึกอึดอัดมาก

กรกชไม่สนใจสายตาต่อว่าและเว้าวอนในทีของนักข่าวสาว เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักสั่งเสียและกำชับลูกน้องใหญ่ให้ดูแลให้ดี ก่อนจะผละไปร่วมกับพวกสีหนาทเพื่อปฏิบัติหน้าที่ จุฑารัตน์ได้แต่มองตาม เครียดๆ แต่ไม่วายสอดส่ายสายตาไปทั่ว เผื่อมีจังหวะดีให้เธอพุ่งตัวไปถ่ายภาพในมุมดีกว่านี้ได้

กว่าเรืองจะติดต่ออดิศรได้ ทุกคนในทีมตัดไม้ก็ถูกล้อมจับไว้หมดทุกทาง อดิศรแค้นใจมาก แต่ก็ใจเด็ด สั่งให้คงพาลูกน้องตีฝ่าวงล้อมตำรวจออกไปให้ได้ แต่ทุกอย่างก็ไม่ง่าย เพราะกรกชมีพวกสีหนาทเป็นกองหนุน และกองหนุนก็ทำหน้าที่ตัวเองได้ดี โดยเฉพาะราม ที่ตามล่าอดิศรกับพวกจนตัวเองเกือบตาย!

ooooooo

หนูนาสะดุ้งตื่นกลางดึกบนเรือนสีหนาทนั่นเอง ฝันร้ายเหมือนว่าพ่อจะจากไป ทั้งที่เธอไม่มีโอกาสได้สารภาพความในใจสักครั้ง และระหว่างกำลังสับสนนั่นเอง สีหนาทก็พาพวกคนงานที่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อยกลับมา แต่กลับไร้วี่แววของราม ซึ่งเธอเห็นกับตาว่าออกไปกับเจ้านายหนุ่มเมื่อตอนหัวค่ำ

สีหนาทถึงกับอึ้งไปอึดใจ เมื่อคนตัวเล็กโถมตัวมากอด สีหน้ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นว่าเขาปลอดภัย แต่พลันก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด เมื่อเขาตัดสินใจบอกว่ารามถูกยิง และตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ประโยคบอกเล่าของเจ้านายหนุ่ม ทำให้หนูนาถึงกับเข่าอ่อน ละล่ำละลักถามเสียงสั่น

“คุณสิงห์...น้ารามเขาอยู่ไหน อยู่โรงพยาบาลไหน ฉันต้องไปหาเขา ฉันต้องไปเดี๋ยวนี้”

พูดจบก็จะผละไปจริงๆ สีหนาทต้องตามไปรั้งตัวไว้ แล้วแกล้งทดสอบอะไรบางอย่าง

“น้ารามอยู่โรงพยาบาลอำเภอนู่น ไกลตั้งหลายสิบกิโล เธอจะไปได้ยังไง นี่มันตีสามเข้าไปแล้ว”

“จะดึกแค่ไหนก็ช่าง ยังไงฉันก็ต้องไป ปล่อยฉันนะ ...ปล่อย!”

“ไม่...ยังไงฉันก็ไม่ให้เธอไป”

“คนใจร้าย คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน ถ้าฉันไม่ได้เจอน้าราม ถ้าหากฉันไปไม่ทัน ไม่ทันดูใจเขาล่ะ”

เสียงสะอึกสะอื้นและอาการตัวโยนอย่างสูญเสียการควบคุมของหนูนา ทำให้สีหนาทใจอ่อนยวบ แต่ก็ยังทำเสียงเข้ม แกล้งยั่ว เพราะอยากได้ยินความจริงจากปากเธอ

“ทำไม...ถ้าไปไม่ทันแล้วจะยังไง จะเดือดร้อนอะไรนักหนา ตัวไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่ลูกหลานเขาสักหน่อย”

“ใครว่าไม่ใช่...ฉันเป็นลูกสาวของน้าราม ฉันเป็นลูกเขา เป็นลูกคนเดียวของเขา รู้เอาไว้ด้วย!”

หนูนาร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้น สีหนาทต้องดึงมากอดปลอบ ลูบหลังเบาๆให้เธอคลายความทุกข์ใจ แต่เธอกลับยิ่งสะอื้น ก่อนจะสงบลงช้าๆ และยกมือพนมกราบที่อกเขา ขอร้องให้พาไปหาพ่อ

สีหนาทโยกแขนกล่อมเธอเบาๆ กระซิบข้างหู “ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอดี แต่ฟังฉันหน่อยนะหนูนา...”

เรื่องราวตั้งแต่เริ่มแผนดักจับพวกอดิศรถูกถ่ายทอดโดยราชสีห์หนุ่มหลังจากนั้น หนูนาถึงกับอ้าปากค้าง และเปลี่ยนสีหน้าเป็นแดงก่ำเพราะความโกรธ เมื่อเขาบอกทิ้งท้าย ว่ารามถูกยิงบาดเจ็บแต่ไม่เป็นอะไรมาก ตอนนี้อยู่เฝ้าคนงานอีกหลายคนที่บาดเจ็บอาการหนักกว่า หนูนาโล่งใจมาก แต่ก็ไม่วายย้ำถาม

“น้าราม...พ่อไม่เป็นอะไรมากจริงๆหรอคะ จริงนะคะ”

“จริงสิ...เห็นฉันเป็นคนขี้จุ๊ตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะนารา”

หนูนาชาวาบไปทั้งร่าง เมื่อเขาเรียกชื่อจริงของเธอ แต่เมื่อตั้งสติได้ก็เหวี่ยงใหญ่ เพราะเข้าใจว่าเขารู้ทุกอย่างแล้ว แต่กลับไม่เคยปริปาก แถมลักไก่ให้เธอสารภาพอีกต่างหาก

สีหนาทยักไหล่ ยอมรับง่ายๆ “ใช่...ฉันรู้ แต่อยากได้ยินคำสารภาพจากปากเธอมากกว่า”

“นายสิงห์...คุณหลอกฉัน คุณทำให้ฉันกลัวแทบตาย”

“ฉันไม่ได้หลอก แต่เธอยังฟังไม่จบก็โวยวายขึ้นมาเอง ฉันแค่สะกิดนิดเดียวเธอก็หลุดออกมาหมด”

หนูนาเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนแกร่ง ถามเสียงเขียว “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นใคร”

สีหนาทเกือบหลุดขำ โชคดีที่ยั้งทัน “ไม่เห็นจะยาก ฉันสะดุดใจตั้งแต่แรกแล้วว่ารูปร่างท่าทางเธอไม่เหมือนคนใช้แรงงาน และที่สำคัญ...เธอพลาดตลอด มีอย่างที่ไหน...พูดโกหกไม่เก่ง ก็ยังจะพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก”

นอกจากโกหกไม่เก่งแล้ว หลักฐานทุกอย่างตั้งแต่นามสกุลทองการค้า ที่เธอแกล้งแปลงจากนามสกุลวรรณ–พาณิช รวมไปถึงที่อยู่บนใบสมัคร ซึ่งเธอใช้ของจุฑารัตน์ ก็มัดตัวเธอแน่นหนา จนเถียงไม่ออก และไม่เห็นประโยชน์จะปฏิเสธ แต่ที่อยากรู้มากกว่าคือรามรู้เรื่องทั้งหมดนี้หรือยัง

“ไม่...เรื่องนี้เธอต้องเป็นคนบอกน้ารามเอง ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่าย”

หนูนาถอนใจ โล่งอก ก่อนจะกังวลขึ้นมาอีก เพราะรู้ว่าเจ้านายหนุ่มเกลียดคนโกหกที่สุด!

“เกลียดจริง...แต่ฝีมืออย่างเธอไม่เคยหลอกฉันได้สำเร็จ ฉันแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอไม่บอกน้ารามซะตั้งแต่แรก”

“ฉันพยายามจะบอกหลายครั้งแล้ว แต่...ยิ่งพูดก็เหมือนพ่อจะยิ่งปิดใจกับฉันมากขึ้น ฉันก็เลยคิดว่าไม่พูดจะดีกว่า ขอแค่ฉันยังได้อยู่ข้างๆพ่อก็พอ เวลาสิบห้าปีที่เราจากกัน ฉันไม่แน่ใจว่าพ่อยังรัก ยังต้องการฉันอีกหรือเปล่า ฉันคงทนไม่ได้ ถ้าพ่อ...จะหันหลังให้ฉันอีก”

“หนูนา...รู้ตัวไหมว่าเธอกับน้ารามน่ะ...เหมือนกันมาก แม้แต่ไอ้ความคิดที่กลัวอีกฝ่ายจะปฏิเสธก็ยังเหมือนกัน”

หนูนาถึงกับอึ้งไป ก่อนจะประกาศ จะบอกพ่อทุกอย่างถ้าได้เจอกันหลังจากนี้ สีหนาทยิ้มชอบใจ สัญญาจะพาเธอไปหารามแต่เช้า แต่วันนี้คงต้องพักก่อน เพราะทุกคนเหนื่อยกันมามากแล้ว

ooooooo

แป้นเห็นสีหนาทคุยกับหนูนา เลยแยกไปช่วยไข่กับบุญตาต้มข้าวมื้อดึกแจกคนงาน และเมื่อกลับมาอีกครั้ง เพื่อนสาวตัวเล็กก็หัวหูลีบ คราบน้ำตาเกรอะกรังเต็มหน้า แต่เจ้าตัวก็ไม่สนใจสายตาอยากรู้ของเธอเลย แต่กลับหันไปถามบางอย่างจากเจ้านายหนุ่มให้แน่ใจเป็นครั้งสุดท้าย

“คุณสิงห์คะ...พรุ่งนี้...อะไรๆจะเปลี่ยนไปไหมคะ”

สีหนาทดึงตัวเธอมาใกล้ ตอบเสียงอ่อนโยน “พรุ่งนี้... ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเธอ...นารา เพราะสำหรับฉัน...ลองถ้ารักแล้ว รักสุดหัวใจ ไม่สนหรอกว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นแค่คนงานธรรมดาหรือว่าเป็นหลานสาวมหาเศรษฐี”

หนูนาหน้าแดง พูดอุบอิบ “ฉันชอบเป็นหนูนาคนงานไร่ต๊อกต๋อยมากกว่า”

“แล้วไม่อยากเป็นนายหญิงของไร่บ้างเหรองานดีกว่าเยอะนะ”

สัมผัสเบาๆที่ปลายนิ้ว พร้อมสายตาหวานๆสื่อความในใจของเขา ทำให้เธอเขินจัด สีหนาทเข้าใจดีไม่อยากแกล้งให้อายบิดไปมากกว่านี้ เลยยอมผ่อนให้เวลา

“ก็ได้...เธอยังไม่ต้องตอบฉันตอนนี้ก็ได้หนูนา แต่บอกฉันสักนิดได้ไหมว่าเธอจะรับข้อเสนอนี้ไว้พิจารณา”

พูดจบก็เชยคางเธอ สบตากลมโตนั้นด้วยแววตาสื่อความหมายลึกซึ้ง หนูนาแทบจะต้านอารมณ์หวั่นไหวของตัวเองไม่ได้ สุดท้ายก็ยอมพยักหน้านิดเดียว ก่อนจะรีบผละไป ทิ้งสีหนาทให้มองตามยิ้มๆ มั่นใจมากว่าหัวใจของหนู จะมารวมกับหัวใจของสิงห์ในไม่ช้า...

ขณะที่พวกสีหนาทบาดเจ็บเล็กน้อยและแยกย้ายกันไปพักอย่างสงบ...อดิศรต้องเผ่นหนีไปไกล และซ่อนตัวในกระท่อมกบดานกลางป่าลึก พร้อมกำลังลูกน้องจำนวนหนึ่ง คงรีบรายงานจากสายข่าวว่าพวกสีหนาทใช้เพ็กลอ อดีตเอเย่นต์รายใหญ่ที่เคยค้าขายร่วมกันเป็นตัวล่อ เพราะฝ่ายนั้นเพิ่งถูกจับและตำรวจปิดข่าวไว้

“นี่แปลว่า...เรื่องบวชต้นไม้ ตำรวจอาจจะทำขึ้นเพื่อให้เสี่ยยอมขนไม้”

“หุบปาก...น้ำหน้าอย่างไอ้กชหรือจะรู้ แผนนั่นมันต้องเป็นฝีมือไอ้สิงห์ ไอ้นรก...มันอยากเป็นศัตรูกับกูทุกชาติ”

อดิศรอาละวาดฟาดหัวฟาดหางจนไม่มีใครเข้าน้าติด คงพยายามจะห้ามและปรามให้ใจเย็น แต่อดิศรก็ฟิวส์ขาดเสียแล้ว ประกาศกร้าวจะล้างแค้นพวกสีหนาท ให้ได้!

กว่าศักดาจะรู้เรื่องวีรกรรมบ้าระห่ำของลูกชายคนเดียวก็เช้าวันต่อมา ประสาทเสียและโมโหมากที่อีกฝ่ายทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง และก่อปัญหาใหญ่เข้าจนได้ แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่าความปลอดภัย พ่อเลี้ยงหนุ่มเลยสั่งการให้ลูกน้องพาตัวอดิศรไปกบดานนอกชายแดนให้ได้ เพราะไม่อยากเสียแผนใหญ่

แต่ลูกน้องก็พากันหัวหด เพราะรู้ฤทธิ์อดิศรดี ศักดาไม่สนใจ สั่งขาดเสียงเข้ม

“ไปย้ำกับมันว่าต้องหนี บอกมันว่าเรื่องทางนี้กูจะจัดการเอง ถ้ามันไม่ทำตาม มึง...จะโดนก่อนคนแรก!”

นอกจากปัญหาของลูกชายคนเดียวที่ทำให้ปวดหัวแต่เช้า ข่าวดักจับไม้เถื่อนบนหนังสือพิมพ์ ก็ทำให้เขาแทบเต้น แต่ที่ทำให้หัวเสียสุด คือรัศมี โวยวายไม่หยุด กลัวจะเสียหายถึงชื่อเสียงและโครงการที่เธอเอาชื่อตัวเองไปร่วมด้วย ซึ่งเขาก็ได้แต่กุมขมับ พยายามสะกดอารมณ์อย่างมาก ไม่ให้ระเบิดความคลั่งออกไป!

เช้าวันเดียวกัน...หนูนาแวะไปกินมื้อเช้ากับสีหนาท พูดคุยกันถึงเรื่องดักจับไม้เถื่อนเมื่อคืนก่อน โดยเฉพาะความกังวลของเขาที่มีต่อเธอกับขนิษฐา ก่อนจะพากันไปบ้านพักของราม เพื่อให้หนูนาได้สารภาพความจริง

“คุณสิงห์คะ ถ้าพ่อไม่อยากเจอฉันล่ะคะ สิบห้าปีที่เขาไม่เคยมาหาฉันเลย ถ้าพ่ออยากเจอฉันจริง พ่อก็คง...”

“หนูนา...น้ารามมีเหตุผลที่ไม่ไปหาเธอ แต่มันคืออะไร เธอต้องไปถามเอง ถ้าเธอรู้ ฉันเชื่อว่าเธอจะเข้าใจเขา”

“แล้วคุณ...ไม่เข้าไปด้วยกันเหรอคะ”

“ไม่...อย่ากลัวไปเลยนะหนูนา จำเอาไว้...ทั้งคนที่อยู่ในบ้านนั้น และคนที่รอเธออยู่ตรงนี้...รักเธอ”

ooooooo

กำลังใจจากสีหนาท ทำให้หนูนาฮึดสู้ ตรงไปพูดกับรามที่บ้าน หัวหน้าคนงานหนุ่มกำลังให้อาหารลูกเจี๊ยบอย่างสงบ เธอส่งยิ้มบางๆให้ พร้อมตัดสินใจเล่าถึงอดีตว่าพ่อของเธอเคยซื้อลูกเจี๊ยบให้เป็นของขวัญวันเกิด

“จำได้ว่ามันร้องเจี๊ยบๆ คอยเดินตามหนูนาทั้งวัน แปลกนะคะตอนนั้นหนูนาแค่หกขวบ แต่กลับจำแม่น”

“คนเรา...มักจำช่วงที่มีความสุขได้ดี”

“ค่ะ...ตอนเด็กๆที่หนูนาได้อยู่กับพ่อ เป็นช่วงที่หนูมีความสุขมากที่สุด”

รามรับรู้ถึงความรู้สึกอ่อนไหวและขมขื่นของอีกฝ่ายดี แต่ไม่ทันปลอบ ก็ต้องตัวชาไปทั้งร่าง เมื่อเธอบอกว่าลูกเจี๊ยบตัวนั้นชื่อเจ้าก้านไม้ขีดไฟ และเธอเป็นคนตั้งชื่อนั้นเอง เพราะเห็นว่าขามันเล็กเหมือนก้านไม้ขีด

“น่าเสียดาย...มันอยู่กับหนูนาไม่นาน เพราะว่าแม่ไม่ชอบ บ่นว่ามันร้องหนวกหู แม่ก็เลยจับมันโยนน้ำ หนูนาช่วยไม่ทัน นาร้องไห้ทั้งคืน แล้วพ่อก็มาปลอบบอกว่าจะหาเจ้าไม้ขีดไฟตัวใหม่มาให้” หนูนาน้ำตาไหลพราก พรั่งพรูความในใจอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะทิ้งท้าย “นาก็รอ...รอ แต่ก็ไม่มีเจ้าไม้ขีดไฟ และพ่อ...ก็ไม่กลับมา”

หนูนาพยายามกลั้นสะอื้น ส่วนรามถึงกับจุกและแทบล้มทั้งยืน เมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“ทำไมคะพ่อ ทำไมพ่อไม่ทำตามสัญญา พ่อทิ้งนาทำไม”

รามแทบเข่าอ่อน ความจริงจากปากอีกฝ่าย ทำให้ขยับถอยโดยไม่รู้ตัว หนูนาผวาคว้าเสื้อเขาไว้

“อย่านะคะ พ่ออย่าหันหลังให้นาอีก นาอุตส่าห์มาตามหาพ่อ ยอมลำบากทุกอย่าง พ่อยังจะทิ้งนาไปอีกเหรอ นาทำผิดอะไรคะ พ่อถึงไปจากนา พ่อไม่รักนาแล้วเหรอ”

รามใจอ่อนยวบ ประคองใบหน้าเปื้อนน้ำตาของลูกสาว ก่อนจะดึงตัวมากอดแน่น ปากก็พร่ำเรียกยายหนูไม่ขาดปาก ราวกับกลัวว่านี่จะเป็นความฝัน หนูนาร้องไห้โฮ รัดร่างพ่อแน่นด้วยความรักและโหยหา ที่ห่างหายกันไปนานกว่าสิบห้าปี...ในที่สุดพ่อกับเธอก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งจนได้

ระหว่างที่หนูนาซึมซับความรักและความอบอุ่นจากพ่อ...ขนิษฐาซึ่งเพิ่งรู้จากพนักงานโรงแรมว่าพวกสีหนาทกับตำรวจไปดักจับไม้เถื่อนเมื่อคืนก่อน กำลังประสาทเสียอย่างหนัก ทั้งโกรธและน้อยใจปนกันมั่วไปหมดที่ต้องรู้ทุกอย่างเป็นคนสุดท้าย เธอพยายามต่อสายถึงญาติหนุ่ม แต่ก็สายไม่ว่าง เลยตัดสินใจกลับไร่บัวขาวในเช้าวันนั้นเอง

หนูนากับรามยังไม่รู้ว่าขนิษฐาจะกลับมา มัวเคลียร์ใจ ถึงเรื่องในอดีต

“ทำไมคะพ่อ ทำไมถึงไม่ติดต่อมา แม่บอกว่าพ่อไม่รัก ไม่ต้องการแม่กับนาแล้ว แต่นาไม่เชื่อ เลยมาถามเอง”

รามถอนใจยาว ละอายแก่ใจยิ่งนัก “รัศมี...เขาต้องการให้เป็นแบบนี้”

“แล้วพ่อก็ยอมงั้นหรือคะ ยอมร่วมมือกับแม่หลอกนาว่าพ่อตาย พ่อรู้ไหมว่านาเสียใจมากแค่ไหน ถ้าตอนนั้นนารู้ว่ายังมีพ่อ นาจะไม่เหงา ไม่เศร้าแบบนั้นเลย อย่างน้อยนาก็มีพ่อ และไปหาพ่อได้ แต่พ่อปล่อยให้เด็กหกขวบร้องไห้หาพ่อจนหลับไปทุกๆคืน ทำไมคะพ่อ หรือว่าพ่อไม่สนใจนาแล้ว”

รามเห็นความอัดอั้นของลูกสาว ก็รู้ว่าถึงเวลาต้องเล่าความจริงทุกอย่างแล้ว

“มันไม่ใช่ความผิดของลูก เป็นเพราะพ่อเอง...พ่อผิดเอง”

“พ่อทำอะไรคะ ทำไมถึงไม่มีใครยอมบอกนา แม่ก็ไม่พูด คุณตาก็บอกแค่ว่าถ้าหนูรู้แล้วอาจจะต้องเสียใจ”

รามก้มหน้า เสียใจที่ปล่อยเวลาไว้เนิ่นนาน “ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะเลวร้ายสักแค่ไหน ตอนนี้พ่อไม่สนใจแล้ว ต่อให้ใครทั้งโลกประณามพ่อ แค่คนคนเดียวที่พ่อกลัวว่าเขาจะรับไม่ได้คือ...”

แววตาของพ่อ ทำให้หนูนาอึ้งไปอึดใจ รู้ในวินาทีนั้นว่าเรื่องราวคงเลวร้ายไม่น้อย พ่อถึงได้ลำบากใจขนาดนี้ รามไม่อยากทนทรมานเหมือนที่ผ่านมา เลยตัดสินใจเด็ดขาดจะเล่าทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่วันแรกที่เขากับรัศมีเจอกันเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน และตกลงใจคบหากันฉันคนรัก ในเวลาต่อมา

“ตอนนั้น...เราต่างเข้าใจว่ามันเป็นความรัก และยิ่งรักเราถูกขัดขวาง เราก็ยิ่งไม่ยอมให้ใครมาพราก”

รัศมีมั่นใจว่าวรรณไม่มีทางตัดพ่อตัดลูกกับเธอได้ และเธอก็คิดง่ายๆว่าหากมีหลาน เจ้าสัวใหญ่จะยอมใจอ่อน แต่เธอก็คิดผิด วรรณไม่ได้สนใจไยดีลูกสาวคนเดียวเลยว่าจะไปตกระกำลำบากที่ไหน

ชีวิตหลังจากนั้นของรัศมี เลยเหมือนนางฟ้าตกสวรรค์ แม้ในช่วงปีแรกๆ สวนของราม กิจการของครอบครัวจะให้ผลตอบแทนดี แต่เพียงไม่กี่ปีหลังจากนั้น ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ก็ทำให้ขาดทุนอย่างหนัก

แม่ของรามป่วยตายจากไป พร้อมๆกับพ่อของเขาที่หนีไปบวช เพราะทนความรุ่มร้อนที่เกิดจากลูกสะใภ้ไม่ไหว ทิ้งรามให้เผชิญหน้าต่อสู้ปัญหาตามลำพังโดยมีนาราเป็นกำลังใจเดียว ที่ทำให้เขายืนหยัดสู้ต่อไปได้

แต่ถึงครอบครัวจะประสบปัญหามากมายแค่ไหน รัศมีก็ไม่เคยลดละเลิกความต้องการมากมาย ตามประสาลูกคุณหนูที่เคยแต่ใช้เงินเป็นเบี้ยไม่ขาดมือตลอดชีวิต รามพยายามดิ้นรนเพื่อตอบสนองความต้องการของเธอ แต่ก็เหมือนจะไม่เคยพอ และในที่สุด...รัศมีก็ไปแสวงหาความสุขจากที่อื่น!

ooooooo

รามต้องพยายามข่มใจอย่างมาก จะรื้อฟื้นความทรงจำเลวร้าย บาดแผลที่กัดกร่อนใจเขามาตลอดหลายปี แม้ว่าทุกวันนี้ มันจะเป็นแค่ฝันร้าย แต่เขาก็เจ็บปวดเสมอเมื่อนึกถึงมัน...

หลายปีที่รัศมีต้องทนอุดอู้อยู่แต่บ้าน เพราะทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ดีแต่แต่งตัวสวยและเดินร่อนไปทั่ว ทำให้เธออึดอัด รามเองก็รู้ดี แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะต้องหาเงิน ทางเดียวที่เขาพอจะทำให้เมียคนสวยสบายใจ คือหอบหิ้วลูกสาวคนเดียวไปทำสวนด้วย ซึ่งเด็กหญิงนาราก็เลี้ยงง่าย ไม่เคยทำให้เขาเหนื่อยหรือหนักใจเลย

แต่ก็เพราะเหตุนี้ เลยเปิดโอกาสให้รัศมีมีชู้ และเขาคนนั้นก็คือคม ชายหนุ่มหน้าตาดี ท่าทางเจ้าเล่ห์ เพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คนของราม และเมื่อความจริงเปิดเผยในวันหนึ่ง ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่รามต้องเครียดหนัก เพราะเมียคนสวยยื่นคำขาดให้หาเงินก้อนมาให้ แลกกับการที่เธอจะไม่เอานารากลับกรุงเทพฯ

รามยอมทำทุกอย่าง แม้กระทั่งโกงเงินสหกรณ์หมู่บ้าน และคมก็ฉวยความผิดนี้ ข่มขู่ไม่ให้เอาเรื่องเป็นชู้กับรัศมี แต่รามไม่ยอม โกรธมากที่ถูกเพื่อนแทงข้างหลัง แถมด้วยถ้อยคำเยาะเย้ยถากถาง และสีหน้าไม่รู้สึกผิดของรัศมี ช่วยกระพือความกราดเกรี้ยวในตัว จนเขาพลั้งมือฆ่าคม...ชายชู้ของเมียคนสวยในที่สุด!

แน่นอนว่ารามต้องไปชดใช้กรรมในคุกถึงแปดปีเต็ม โดยที่รัศมีไม่เคยช่วยเหลือ หรือพานารามาเยี่ยม สิ่งที่เธอทำคือประกาศตัดขาดจากเขา และมุ่งหน้ากลับไปหาวรรณ เพื่อทวงสถานะคุณหนูคนสวยแห่งวรรณ-พาณิชคืน

หนูนาดึงตัวเองออกจากภาพในอดีตของพ่อ สีหน้าคร่ำเคร่ง เต็มไปด้วยร่องรอยของความเก็บกดและขมขื่นของเขา ทำให้เธออดไม่ได้ ต้องเอื้อมไปบีบมือของเขาแน่น

“ยายหนู...ไม่รังเกียจที่พ่อเป็นคนโกง เป็นคนคุก เป็นฆาตกรหรือลูก”

หนูนาน้ำตาไหล สะเทือนใจสุดขีด แต่ยังส่ายหน้า พร้อมกับส่งยิ้มให้กำลังใจ

“ไม่รังเกียจ แต่หนูสงสารพ่อใช่ไหม”

รามถอนใจหนักหน่วง เรื่องราวในอดีตหวนมากรีดลึกลงหัวใจเขาอีกครั้ง น้ำตาพานไหลอย่างช่วยไม่ได้ พลอยทำให้หนูนาเศร้าตาม สงสารพ่อเหลือเกินที่ต้องผ่านความทุกข์ยากขนาดนี้

“อย่าสงสารพ่อเลย...พ่อทำตัวเอง ตอนแรกพ่อก็โกรธรัศมี โกรธนายคม แต่จริงๆแล้ว...พ่อเองที่ผิด พ่อเผยอไปรักดอกฟ้า ทั้งที่ไม่มีทางดูแลเขาได้ ตอนนั้นความต้องการมันบังตาจนมองไม่เห็นความจริง ส่วนเรื่องนายคม พ่อก็ยอมให้อำนาจฝ่ายต่ำควบคุม จนเป็นเหยื่อของความโกรธ”

ร่างแกร่งของหัวหน้าคนงานแห่งไร่บัวขาวสั่นสะเทิ้มเพราะกำลังร่ำไห้ ก่อนจะโพล่งสิ่งที่คาใจมานาน

“พ่อ...ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วพ่อก็หนีลูกไป ไม่ทำหน้าที่พ่อ พ่อหนีลูกไปถึงสิบห้าปี!”

สิบห้าปีของราม นอกจากต้องทนทุกข์ในห้องขังมืดๆถึงแปดปีตามกฎหมาย อีกเจ็ดปีต่อมาก็เหมือนนรกไม่ต่างกัน เพราะบทลงโทษทางสังคม ซึ่งตราหน้า และตอกย้ำให้เขาเป็นคนผิดตลอดกาล ก็ทำให้เขาหางานได้ยากเต็มทน

“สิ่งที่พ่อได้เจอมา ทำให้พ่อเริ่มจะเห็นด้วยกับรัศมี โลกของคนอย่างพ่อกับโลกของหนูมัน

แตกต่างกันเกินไป คนที่มีอดีตดำมืดอย่างพ่อ ถ้าให้ใครๆรู้ว่าหนูมีพ่ออย่างนี้ สู้หนูไม่มีพ่อซะยังจะดีกว่า”

หนูนาส่ายหน้า ไม่เห็นด้วยแม้แต่น้อย “คิดผิด คิดผิดๆกันทั้งนั้นเลย”

“ตอนนั้นพ่อคิดแบบนั้นจริงๆ พ่อเดินทางไกล ไปถึงเชียงราย เพราะอยากหนีจากทุกๆอย่าง รู้ว่า ที่ไร่บัวขาวมีรับสมัครคนงานก็ไป ใจก็คิดว่าเขาอาจจะไม่รับ ถ้ารู้ว่าพ่อเคยติดคุก แต่ตอนนั้นคุณสิงห์เป็นคนสัมภาษณ์คนงานเอง...”

ooooooo

น้ำตาของรามเหือดแห้งไปแล้ว ยิ้มบางๆปนขมขื่น เมื่อคิดถึงอดีตเมื่อเจ็ดปีก่อน สีหนาทเป็นคนสัมภาษณ์เขาด้วยตัวเอง สีหน้านิ่งเฉยและเรียบสนิท เมื่อเขาบอกง่ายๆว่าเคยติดคุกข้อหาฆ่าคนตาย!

สีหนาทไม่ได้พูดอะไรเลยหลังจากนั้น และพิสูจน์ความจริงใจ รวมไปถึงการให้โอกาส ด้วยการ ปล่อยให้รามทำงานในฐานะคนงาน ก่อนจะเลื่อนขั้นให้เป็นหัวหน้าคนงานในอีกสามเดือนต่อมา และทำมาตลอดจนถึงวันนี้

“อยู่ที่นี่ วิญญาณพ่อแกร่งขึ้น แต่หัวใจพ่อ... เหมือนถูกเฉือนทิ้งไป นารา...พ่อหุนหันพลันแล่นแล้วสูญเสียทุกอย่าง พ่อรู้แล้วว่าพ่อทำผิดที่ทิ้งลูก แต่พ่อ... พ่อมันไม่คู่ควรเป็นพ่อของลูก...พ่อ...”

“นาจะไม่มีวันยกโทษให้ ถ้าหากว่าพ่อ... ไม่ยกโทษให้ตัวเอง พ่อไม่ได้เป็นคนเลว คนเลวๆจะยอมใช้กรรมแปดปีโดยไม่ปริปากบ่นเหรอคะ คนเลวจะเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อคนอื่นได้งั้นหรือคะ แปดปีที่อยู่ในคุกกับอีกเจ็ดปีที่พ่อขังใจตัวเองไว้เพราะรู้สึกผิดมาตลอด มันมากเกินพอแล้ว พ่อลงโทษ...พ่อรามของนานานเกินไปแล้ว”

รามถึงกับอึ้งไปอึดใจ ซึ้งใจมาก จนต้องดึงตัวลูกสาวไปกอดอีกครั้ง พร้อมพึมพำขอบคุณไม่หยุดปาก

“นาจะยกโทษให้พ่อ ถ้าหากว่าพ่อยกโทษให้ตัวเอง แล้วกลับมาเป็นพ่อรามคนเดิม และไม่จากนาไปไหนอีก”

“รู้ไหมว่าหนูเป็นเพียงสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงใจพ่อ ให้อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ถึงแม้พ่อจะทำผิดพลาดมาหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่พ่อไม่เคยเสียใจเลย คือพ่อได้มีหนูเป็นลูกของพ่อ พ่อภูมิใจในตัวหนูมากนะนารา...พ่อรักลูกนะ”

“นาก็รักพ่อ นารักและไม่เคยลืมพ่อแม้แต่วันเดียว ไม่เคยลืม”

“เราพ่อลูก จะไม่จากกันอีกแล้วนะลูก ถ้าพ่อยังมีลมหายใจ จะไม่มีวันจากหนูไปไหนอีก”

สองพ่อลูกกอดกันกลมอีกครั้ง ก่อนจะพากันไปหาสีหนาท ซึ่งยืนคอยอย่างอดทนตรงหน้าบ้านพักของราม และสีหน้าท่าทางของหัวหน้าคนงานหนุ่ม และรอยยิ้มปนคราบน้ำตาของคนตัวเล็ก ก็ทำให้การรอคอยคุ้มค่า

“ขอบคุณครับคุณสิงห์ แต่น่าจะกระซิบบอกผมบ้าง ปล่อยให้รู้กะทันหันแบบนี้ ผมแทบน็อก”

“แต่น้ารามคงเต็มใจโดนน็อก ทีนี้ก็ไม่จำเป็นต้องลงไปกรุงเทพฯแล้วนะครับ ยายหนูของน้าอยู่ที่นี่แล้ว”

“ครับ...แล้วนี่ แม่เขาอนุญาตให้หนูมาหาพ่อด้วยเหรอลูก พ่อคิดว่าเขาไม่อยากให้พ่อเจอหนูเสียอีก”

“คนที่อนุญาตคือคุณตาค่ะ แม่...ไม่ยอมให้หนูมา”

รามถึงกับอึ้งเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน ก่อนจะหวนคิดถึงตอนเจอรัศมีเมื่อหลายวันก่อน

“พ่อได้เจอกับแม่เขาแล้ว แต่เขาไม่ยอมบอกพ่อสักคำว่าหนูอยู่ที่นี่ พ่อก็เลยไม่เฉลียวใจว่าลูกอยู่ใกล้แค่นี้”

“ทำไมแม่ใจร้ายขนาดนี้ ขนาดแม่เจอพ่อแล้ว ก็ยังไม่ยอมบอกอย่างงั้นเหรอ”

สีหนาทเห็นท่าไม่ดี ไม่อยากให้เสียบรรยากาศเลยพยายามเปลี่ยนเรื่อง แล้วก็ได้ตาเหลือกอีกครั้ง เมื่อเธอสารภาพเสียงอ่อยในอีกอึดใจต่อมาว่าเซอร์ไพรส์ไม่จบแค่เรื่องพ่อ แต่มีเรื่องที่เธอต้องไปเรียนต่อในอีกเจ็ดวันด้วย!

ooooooo

รามช็อกไม่น้อย เมื่อได้ยินว่าลูกสาวซึ่งเพิ่งได้เจอ ต้องจากไปไกลอีกครั้ง แต่เพราะความเป็นพ่อ ได้เห็นลูกมีอนาคตสดใส ความรู้สึกเสียดายเลยเปลี่ยนเป็นความยินดี ต่างจากคนไม่ใช่พ่อ แต่อยากเป็นพ่อทูนหัวใจแทบขาดอย่างสีหนาท โวยวายไม่หยุด ซักโน่นซักนี่ จนหนูนา ตอบไม่ทัน

“แค่เจ็ดวัน แล้วทำไมมีเวลาแค่นี้ถึงเพิ่งมาบอก เธอนี่มัน...แล้วนี่จะไปนานแค่ไหน”

หนูนาไม่มองหน้าเจ้านายหนุ่ม แต่หันไปบอกพ่อ “หนูนาไปแค่สองปีเองค่ะ จบแล้วหนูนาจะรีบกลับ”

รามยิ้มน้อยๆให้ลูกสาว แต่สีหนาทกลับไม่สบ– อารมณ์ด้วย ก้าวไปดึงตัวเธอให้หันมาสบตาคม

“แค่สองปี...ไปตั้งนาน พูดเหมือนแค่ไปเดินเที่ยวเล่นสองสามวัน นี่...นึกเหรอว่าน้ารามเขาจะโอเค ไม่คิดบ้างเหรอว่าเพิ่งจะได้รู้ว่าเป็นพ่อลูกกัน แล้วเธอจะทิ้งพ่อไปตั้งสองปี...ใครจะยอม”

“คุณสิงห์...ไม่เป็นไรหรอกครับ ถึงเวลาน้อยไป หน่อย แต่พ่อดีใจนะที่หนูจะได้ไปมีอนาคตที่ดี”

สีหนาทหน้าเจื่อน ไม่มีใครยอมเข้าข้าง แต่ก็ไม่ยอมแพ้ โวยใหญ่

“น้ารามไม่เป็น แต่ฉันเป็น เธอนี่มัน...ไม่เคยบอกอะไรฉันสักอย่าง ผมเข้าใจความรู้สึกน้ารามแล้ว ที่ว่า เหมือนโดนน็อกน่ะมันเป็นยังไง นี่ฉันควรจะโกรธเธอหรือโกรธตัวเองดีที่ฉันต้องมาแคร์ผู้หญิงปากแข็งอย่างเธอ สงสัยที่ฉันบอกอะไรไปก่อนหน้านั้น ก็ไม่ได้แคร์ ไม่ได้เคยเก็บไปคิดเลยใช่ไหม!”

หนูนาหรือนาราไม่ตอบโต้ แต่หน้าแดงก่ำด้วยความอายพ่อสุดขีด รามเห็นอาการเจ้านายหนุ่มแล้วก็พยายามกลั้นยิ้ม เข้าใจความรู้สึกดี แต่ก็ต้องรักษามาดพ่อ

“จริงๆผมว่าสองปี ก็ไม่นานเท่าไหร่นะครับ แล้วเดี๋ยวนี้การสื่อสารก็ดีขึ้นเยอะ ติดต่อกันไม่ยากแล้ว”

“จริงค่ะ หนูนาจะโทร.หาพ่อบ่อยๆ”

สีหนาทส่งสายตาดุให้ทันควัน “คอยดูนะ...ถ้าเธอโทร.คุยแต่กับน้าราม จะนั่งเครื่องบินไปคุมตัวถึงที่อเมริกาให้รู้แล้วรู้รอด แค่สิบกว่าชั่วโมงแค่นี้ เอ่อ...ถือว่าเราก็บินไปดูงานเกษตรทางนั้นด้วยก็แล้วกันนะครับน้าราม”

คราวนี้รามถึงกับยิ้มกว้าง เห็นใจราชสีห์หนุ่มที่กำลังมีความรัก แต่ก็ยังแกล้งแหย่

“จะไปดูการปลูกสักเมืองหนาวเหรอครับคุณสิงห์ ผมว่ามันฟังไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ หาข้ออ้างอื่นจะดีกว่านะครับ”

พูดจบก็ยกมือโอบลูกสาว หนูนาได้แต่ซ่อนยิ้ม ชอบใจที่เจ้านายหนุ่มโดนแกล้งเสียบ้าง แต่สีหนาทก็ฟอร์มจัด ทำเหมือนไม่สะทกสะท้าน และขอตัวเข้าไร่ดื้อๆ แต่ไม่วายสั่งทิ้งท้าย ให้เธอตามไปช่วยด้วยหลังจากนั้น

หนูนาหรือนาราได้แต่มองตามขำๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง เมื่อหันไปหาพ่ออีกครั้ง เพราะยังมีเรื่องสำคัญอีกอย่างต้องขอร้องและขอแรงให้เขาช่วย...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.