กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • แนว
  • :
  • ดราม่า - โรแมนติก
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • กิ่งฉัตร
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ศรียุดา วรรณภาค และ ปิยพร วายุภาพ
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท ละครไท จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
  • นักแสดงนำ
  • :
  • ณเดชน์ คูกิมิยะ,นิษฐา จิรยั่งยืน

ตามรักคืนใจ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ จุดชมวิวหน้าผาสูงจังหวัดเชียงราย...นาราหรือหนูนา หลานสาวคนเดียวของเจ้าสัววรรณ วรรณ-พาณิช ประธานธนาคารและมหาเศรษฐีคนดังกำลังพยายามทรงตัวอย่างยากลำบากเพื่อพิชิตภารกิจ สำคัญของทริปนี้

ความจริงทริปนี้นาราตามมาเที่ยวกับเพื่อนซี้จุฑารัตน์หรือจุ๊ นักข่าวสาวขาลุย ซึ่งมาหาข้อมูลทำสกู๊ปพิเศษ แต่เพราะอีกฝ่ายมัวยุ่งกับงาน เธอเลยตัดสินใจขึ้นมาที่จุดชมวิวสุดพิเศษนี้ตามลำพัง

และในที่สุดนาราก็ทำสำเร็จ ได้นั่งชมวิวบนหน้าผาสูงสมความตั้งใจ และความสวยงามตรงหน้า รุ้งกินน้ำสีสวย ก็ทำให้เธอหวนคิดถึงอดีต ภาพความทรงจำวัยเด็ก ตอนพ่อพาเธอไปดูรุ้งกินน้ำเป็นครั้งแรก

“จำไว้นะลูก...นารา ชีวิตพ่อผ่านอะไรยากเย็นมามาก แต่ถึงลำบากแค่ไหน พ่อก็ไม่ยอมแพ้ เพราะว่าพ่อมีหนู...หนูคือรางวัลของพ่อ เป็นความหวังของพ่อคือสิ่งสวยงามที่สุด ลูกคือสายรุ้งของพ่อ”

คำพูดของพ่อตราตรึงในหัวใจเธอเสมอ แม้วันนี้พ่อจะไม่ได้อยู่กับเธอแล้ว

“พ่อคะ...หนูนาพาพ่อมาดูรุ้งของเราค่ะ พ่อคงอยู่บนสายรุ้งและกำลังมองนาอยู่ใช่ไหมคะ”

จบคำก็ยกภาพถ่ายใบเก่าของพ่อมาแนบแก้มคิดถึงและโหยหาความรักจากพ่อเหลือเกิน แต่ก็รู้ดีว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะพ่อสุดที่รักของเธอตายจากไปนานแล้วตั้งแต่ตอนเธอเป็นเด็กๆ

หลังชื่นชมกับธรรมชาติงดงาม ดื่มด่ำกับความทรงจำเก่าๆจนเป็นที่พอใจ นาราก็ตัดสินใจกลับ แต่ไม่ทันขยับไปไหน ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงปืนดังลั่นหลายนัด!

สีหนาทหรือสิงห์ เจ้าของไร่สักสัตตบุษย์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าไร่บัวขาว หนุ่มหล่อมาดกวนแต่จริงใจ เห็นหญิงสาวร่างเล็กท่าทางเหมือนไม่รู้เรื่องจะเดินเข้าทางปืน ขัดขวางแผนดักจับพวกตัดไม้เถื่อนของเขา เลยรีบดึงตัวมากอดและปิดปากเธอแน่น พร้อมขู่เสียงทุ้มต่ำข้างหูให้เงียบและอย่าขยับ ถ้าไม่อยากตาย!

นาราใจหายวาบ เมื่อเห็นท่อนแขนกำยำโอบรอบตัว ไหนจะมือกร้านที่ปิดปากเธออีก แต่เวลานี้คุณหนูร่างเล็กไม่มีทางเลือก ยอมขยับตามเขาแต่โดยดี เพราะดูท่าจะปลอดภัยกว่าวิ่งฝ่าดงกระสุนปืนเป็นแน่

เมื่อลากสาวร่างเล็กไปหลบในซอกไม้ใหญ่ได้แล้ว สีหนาทจึงยอมปล่อยมือ แต่อีกฝ่ายคงตกใจมาก เลยโวยใหญ่ที่เขาทำตัวเป็นอันธพาล จับตัวเธอลากไปโน่นมานี่ตามใจชอบ

สีหนาทส่ายหน้าเซ็งๆ “นี่...ยายเด็กทะเล่อทะล่า ฉันก็ไม่ได้อยากแตะตัวเธอนักหรอก แต่เธอมาอยู่ในเขตปะทะ เขาไม่ให้ขึ้นมาแล้ว แต่เธอก็ทะเล่อทะล่าขึ้นมาเอง ไม่โดนยิงตายก็บุญแล้ว”

นาราหน้าเสีย แต่ยังสวนเสียงเขียว “ก็ฉันไม่รู้ไม่ให้อยู่ ฉันลงไปก็ได้”

แต่ไม่ทันทำตามที่พูด หนุ่มตัวโตท่าทางกวนประสาทที่เธอยังไม่รู้ชื่อก็กระโจนถึงตัวอีกครั้ง พร้อมเสียงปืนดังลั่นอีกชุดใหญ่ และคราวนี้นาราก็ไม่กล้าโวยอีก เพราะไม่ใช่แค่เสียงปืน แต่เจ้าของเสียงปืนสองร่างก็ปรากฏตัวด้วย

สีหนาทถอนใจยาว ก่อนจะสั่งสาวร่างเล็กเสียงเข้ม “นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะ ถ้ายังอยากกลับบ้านไปหาพ่อแม่ อย่าทำแบบเมื่อกี้อีก ฉันจะล่อมันไปทางอื่น ส่วนเธอ...อย่าไปไหนอยู่ตรงนี้นิ่งๆ”

จบคำก็วิ่งล่อเหล่าคนร้ายไปอีกทาง ทิ้งให้นาราคิดหนัก ไม่รู้จะเชื่อคำพูดเขาดีหรือไม่ แต่เสียงปืนดังลั่นไม่หยุด ก็ทำให้เธอตัดสินใจไปตายดาบหน้า ทะเล่อทะล่าออกจากที่ซอกไม้ใหญ่ และวิ่งหนีลงจากจุดชมวิวแบบไม่คิดชีวิต

สีหนาทมองตามร่างเล็กแล้วอยากจะเป็นบ้าตาย แต่หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เขาก็ทำได้แค่พยายามยิงสกัดคนร้ายและตะโกนบอกหญิงสาวเพื่อนร่วมชะตากรรมแบบบังเอิญให้วิ่งไปเรื่อยๆ อย่าหยุด!

ooooooo

จุฑารัตน์ถอนหายใจโล่งอก เมื่อร่างเล็กของเพื่อนสาววิ่งลงมาจากจุดชมวิว แต่ก็อดนึกเคืองในความรั้นของอีกฝ่ายไม่ได้ที่ดึงดันไปเที่ยวคนเดียวจนเธอเกือบหัวใจวายตายเมื่อได้ยินว่ามีการจับไม้เถื่อนบนนั้น

ด้านสีหนาท...ไล่ยิงเหล่าคนร้ายจนกระสุนหมด เกือบจะจนมุมอยู่แล้ว ถ้ารามหัวหน้าคนงานหนุ่มใหญ่หน้าเข้มจะไม่โผล่มาช่วย หลังจากนั้นสองหนุ่มต่างวัยก็โทร.แจ้งกรกช สารวัตรหนุ่มประจำท้องที่และเพื่อนรักของสีหนาท ให้ช่วยไปดักจับขบวนรถขนไม้เถื่อนที่กำลังหนี

แต่โชคร้าย...ขบวนรถของกรกชถูกเรือใบนับสิบ ทำให้ไปต่อไม่ได้ สีหนาทกับรามเลยต้องขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปลุยตามลำพัง ซึ่งสองหนุ่มก็เกือบทำสำเร็จ สกัดพวกตัดไม้เถื่อนได้ แต่รถมอเตอร์ไซค์ก็ต้องมาเสียหลักล้มไถลลงข้างทางเสียก่อน เพราะถูกรถยนต์ปริศนาพุ่งมาชน!

ศักดากับอดิสรนั่นเอง สองพ่อลูกเจ้าของกิจการค้าไม้และธุรกิจมืดหลายอย่าง คู่ปรับคนสำคัญของสีหนาท ที่เปิดประตูมาดูผลงานตัวเอง แต่เพื่อไม่ให้โฉ่งฉ่างเลยแกล้งทำเป็นตกใจ

“นายสิงห์นี่เอง คิดว่าใคร เป็นอะไรมากหรือเปล่า” ศักดาเป็นคนเปิดฉาก

“พวกเราไม่ได้ตั้งใจ รถคันเล็กๆแล่นเร็วๆก็เลยมองไม่เห็น” อดิสรเสริม

สีหนาทมองหน้ารามอย่างรู้กัน มั่นใจว่าการลักลอบตัดไม้เถื่อนครั้งนี้ต้องเป็นฝีมือสองพ่อลูก และเมื่อฝ่ายนั้นแสร้งยื่นมือมาช่วย เมื่อเห็นว่าเขามีแผลเลือดไหลที่แขน ก็ตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า

“ช่วยตัวเองให้รอดซะก่อนเถอะพ่อเลี้ยง อย่านึกว่าตำรวจจะตามจับรถคันนั้นไม่ทัน”

“นั่นคนร้ายหรือ อยากจะตามไปช่วยจับให้จัง แต่แหม...มันโรยเรือใบไว้ตลอดทาง รอบคอบดีจริงๆ”

คำพูดของอดิสรทำให้สีหนาทโกรธจัด ตั้งท่าจะซัดอีกฝ่ายให้หายแค้น รามต้องห้ามไว้ ไม่ให้ผลีผลาม เช่นเดียวกับศักดา สุขุมและเจ้าแผนการกว่าลูกชายมาก และคิดว่าไม่ควรพูดอะไรให้เข้าตัวไปกว่านี้

“กล่าวหากันอย่างนี้ไม่ดีเลยนะ เราคนแวดวงเดียวกันแท้ๆ ขายไม้เหมือนๆกัน”

“ไม่เหมือนมั้งครับ ผมทำงานสุจริต แต่พ่อเลี้ยงน่ะไม่ใช่!”

ศักดากับอดิสรหน้าตึง หวิดจะมีเรื่องอยู่แล้วถ้ากรกชจะไม่ปรากฏตัว และเชิญสองพ่อลูกไปให้ปากคำที่โรงพัก อดิสรร้อนตัว ตั้งท่าจะโวยเหมือนเคย ศักดาต้องปรามด้วยสายตาและหันไปตอบตกลง

“ได้เลยครับสารวัตร ทางเรายินดีให้ความร่วมมือ ถ้าไม่มีหลักฐาน มันก็จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเราเอง”

สีหนาทสบตารามเครียดๆ ไม่ต่างกับกรกช รู้ดีว่าสองพ่อลูกเป็นตัวการแน่ แต่ก็ไม่มีหลักฐาน

หลังแยกจากพวกสีหนาท ใบหน้ายิ้มแย้มของศักดากับอดิสรก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ด้วยสำเนียกได้ว่าแผนลักลอบตัดไม้ของพวกตนเริ่มติดขัด ถูกพวกสีหนาทกับตำรวจดักจับ

“ไอ้สิงห์...สอดมือสอดเท้ามาเสือกดีนัก มันต้องเจอดีสักวัน!”

ศักดากลัวความใจร้อนของลูกชายคนเดียวจะทำให้เสียแผน เลยรีบดักคอ

“หลังจากนี้ให้แกเก็บตัวนิ่งๆ...เราจะเสียงานใหญ่ไม่ได้”

อดิสรเบิกตาโต รู้ดีว่าพ่อหมายถึงงานไหน ศักดายิ้มเย็น ก่อนจะสั่งทิ้งท้ายเสียงเข้ม

“ใช่...มันได้เวลาแล้ว ช่วงนี้ห้ามทำตัวมีพิรุธหรือให้ใครสงสัยเราระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ฉันจะลงไปกรุงเทพฯเย็นนี้”

ooooooo

นารากลับถึงคฤหาสน์วรรณพาณิชในเย็นวันเดียวกัน โดยมีจุฑารัตน์ไปส่งถึงด้านหน้า พร้อมกำชับไม่ให้เธอบอกตาถึงเหตุการณ์เฉียดตายก่อนหน้านี้ คุณหนูร่างเล็กรับปากอย่างดี เพราะกลัวไม่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อนอีก

เพชรสีกับชไมพร สองสะใภ้จอมซุบซิบของวรรณ ได้ยินว่านาราไปเที่ยวกับเพื่อนก็อดค่อนแคะไม่ได้

“ดีนะ...พี่น้องคนอื่นช่วยกันทำงานงกๆ นี่มีแต่ผลาญเงินไปวันๆ”

“อ๊ะ...ก็นั่นเขาลูกใครล่ะ แม่กับลูกมันจะหนีกันสักเท่าไหร่”

ตอนที่ 2

นาราคุณหนูร่างเล็ก หลานสาวคนโปรดของวรรณ วรรณพานิช กลายสภาพเป็นนางสาวหนูนา ทองการค้า อย่างสมบูรณ์หลังจากที่เชษฐ์กับรามพาไปลงทะเบียนคนงาน แต่ที่เป็นปัญหา คือเธอไม่มีบัตรประชาชนยืนยันตัวตน และที่อยู่ซึ่งติดต่อไม่ได้

แต่อุปสรรคแค่นั้นก็ขวางความตั้งใจของหนูนาไม่ได้ และตัดสินใจแอบใช้นามสกุลและที่อยู่ของจุฑารัตน์เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รามกับเชษฐ์ไม่ค่อยเชื่อนัก แต่หน้าใสๆ กับท่าทางไม่มีพิษสงของเธอก็ทำให้ไม่อยากคิดมาก

รามพาหนูนาไปแนะนำกับเหล่าหัวหน้าคนงาน ซึ่งต่างก็มองด้วยความแปลกใจและสบประมาท ว่าคนงานสาวคนใหม่คงทนหรือทำงานหนักในไร่ไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ และเก็บคำปรามาสเป็นแรงฮึด จะต้องเอาชนะงานนี้ให้ได้

ภาพรามพาคนงานสาวคนใหม่ไปเดินรอบไร่ กลายเป็นที่โจษจันกันทั่วในหมู่คนงาน โดยมีกระจิบกับเพ๊อะ สองสาวคนงานขาใหญ่ ซึ่งแอบชอบและแอบส่งสายตาให้รามบ่อยครั้ง เป็นโต้โผ และไม่รอช้า บุกถึงบ้านหัวหน้าคนงานหนุ่ม เพื่อหาเรื่องคนงานสาวคนใหม่ทันที

หนูนาถูกรามนำไปทิ้งไว้ที่บ้านพักของเขา เพื่ออาบน้ำและพักผ่อน รอเวลาเลิกงาน จะได้พาไปรู้จักเพื่อนร่วมห้องพักในเรือนคนงาน แต่ความสงบสุขน้อยนิดก็ถูกทำลาย เมื่อกระจิบกับเพ๊อะยกพวกไปหาเรื่อง

เหตุการณ์วิวาทในบ้านพักหัวหน้าคนงานกลายเป็นหัวข้อเม้าท์แตกของคนงานทั้งไร่ กว่ารามจะไปถึงและห้ามทัพสามสาวไม่ให้ตบกัน ทั้งหมดก็หน้าช้ำกันไปคนละข้าง

“หนูนาไปทำอะไรให้ ถึงกับต้องทะเลาะตบตีกันแบบนี้”

“น้าถามตัวเองดีกว่า จู่ๆพาผู้หญิงเข้าห้องกลางวันแสกๆ” เพ๊อะย้อนเสียงขุ่น

“เขาเป็นคนงานใหม่ ฉันแค่ให้มาอาศัยรอที่บ้าน ไม่มีเรื่องสกปรกอย่างที่พูด ขอโทษเขาเดี๋ยวนี้!”

พูดพลางส่งสายตาเป็นคำสั่ง แต่กระจิบกับเพ๊อะ ไม่ยอม โวยวาย ตีโพยตีพายด้วยความน้อยใจ ที่เขาไม่เคยเห็นความดีพวกเธอ และพาเข้าบ้านบ้าง โดยเฉพาะกระจิบ ถึงขั้นโพล่งถามตรงๆ

“ไม่ใช่ว่าฉันจะมาลำเลิกน้านะ ทำไม...ฉันไม่ถูกใจน้าตรงไหน แล้วนังนี่มันดีกว่าฉันตรงไหน น้าบอกมาสิ”

“พอที...ไม่มีใครดีกว่าใคร ฉันไม่สนใจใครทั้งนั้น คนอย่างฉัน ไม่อยากมีลูกเมีย ฉันเกลียดการมีครอบครัว!”

หนูนาถึงกับอึ้ง จนเมื่อเห็นว่ากระจิบกับเพ๊อะผลุนผลันไปแล้ว ถึงตั้งสติได้ รามมองมาด้วยแววตารู้สึกผิดเล็กน้อย ที่คนงานสาวคนใหม่ต้องเจ็บตัวเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง หนูนาเป็นปลื้มมาก เอ่ยถามอย่างอดไม่ได้

“น้ารามคะ ที่พูดเมื่อกี้ ที่บอกว่าเกลียดการมีครอบครัว แค่พูดให้พวกนั้นเขาตัดใจใช่ไหมคะ”

ถึงคราวรามอึ้งบ้าง แต่ยังไม่ยอมรับ “หนูถามทำไมหรือ”

“ก็น้าราม...ดูใจดี แล้วก็ดูเป็นคนดี น่าจะ...มีครอบครัวที่อบอุ่นได้”

รามนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตัดบทดื้อๆ “ฉันไม่ได้

ดีอย่างที่หนูคิดหรอก เราอย่าพูดเรื่องของฉันกันอีกเลย”

พูดจบก็ขอตัวไปดูงานในไร่ ทิ้งหนูนาให้มองตามด้วยความไม่เข้าใจ...เกิดอะไรขึ้นกับพ่อกันแน่

ooooooo

ตอนที่ 3


แผนการของศักดาได้ผลเกินคาด เพราะไม่ใช่แค่ทำให้รัศมีประทับใจในความมีน้ำใจและเป็นสุภาพบุรุษ แต่ยังทำให้เธอเริ่มสานสัมพันธ์ ถึงขั้นนัดออกเดตอีกด้วย ซึ่งพ่อเลี้ยงใหญ่จอมเจ้าเล่ห์ก็ตอบรับด้วยความยินดี พร้อมหมายมาดในใจจะต้องทำให้โครงการใหญ่ในฝันเป็นความจริงให้ได้
ด้านหนูนา...ไข้ขึ้นสูงจากอาการอักเสบของแผลที่มือ ถึงกับเพ้อหนัก จนแป้นต้องแล่นไปตามสีหนาทกับรามมาดูกลางดึกแต่อาการของคนงานสาวร่างเล็ก

ก็ไม่น่าเป็นห่วงมาก แค่เช็ดตัวลดอุณหภูมิก็นอนหลับสบายจนถึงเช้า และเมื่อเจ้าตัวรู้จากแป้นว่าสีหนาทช่วยมาดูแลกลางดึกเลยตามไปขอบคุณ และถือโอกาสคืนหมวกที่เขาให้ยืมเมื่อวันก่อน

ตอนที่ 4


หนูนาไม่ทันก้าวพ้นอาณาจักรไร่บัวขาว ก็หมุนตัวเปลี่ยนใจ คืนซองเงินค่าจ้างและขอโอกาสกับสีหนาทอีกครั้ง ยังไม่อยากล้มเลิกความตั้งใจเรื่องพ่อ เพราะไม่อยากเสียใจไปตลอดชีวิต

เหล่าคนงานถึงกับทึ่งในความกล้าของคนงานสาวร่างเล็กจอมป่วน แต่ที่อึ้งกว่าคือสีหนาทดันตอบตกลง

“แต่มีข้อแม้นะ เธอจะต้องไม่ก่อความวุ่นวายอีก ที่สำคัญ...ห้ามบาดเจ็บหรือเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด ภายในหนึ่งอาทิตย์ ถ้าทำตามนี้ได้ ฉันถึงจะนับว่าเธอเป็นคนงานที่นี่ ทำได้หรือเปล่า”

หนูนาหน้าบาน หัวใจพองโต “ได้...ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ คุณสิงห์”

สีหนาทถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อเห็นรอยยิ้มของเธอ แต่ยังเสปั้นหน้าเคร่ง ยื่นซองเงินคืนให้

“ส่วนเงินนี่ ไม่ต้องคืนฉัน มันเป็นเงินจากน้ำพัก น้ำแรงของเธอ แค่ทำตามที่ตกลงกันให้ได้ก็พอ”

“ฉันจะทำให้ได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันรับรอง”

เป็นอันว่าหนูนาได้เป็นคนงานในไร่บัวขาวต่อ ท่ามกลางความสงสัยของเหล่าคนงาน ว่าเหตุใดนายใหญ่ของไร่ถึงใจอ่อน ส่วนจุฑารัตน์...ยังไม่รู้เรื่องเพื่อนรักเปลี่ยนใจ มุ่งหน้าไปสถานีตำรวจแต่เช้า เพื่อขอสัมภาษณ์กรกชเรื่องลักลอบตัดไม้ตามคำแนะนำของสีหนาท แต่สารวัตรหนุ่มก็ยึกยัก ให้ข้อมูลอะไรไม่ได้ จนเธอเริ่มหงุดหงิด

สารวัตรหนุ่มก็เหมือนจะรู้ตัว แต่ยังแกล้งพูดวกวน เหมือนจะลองใจ จนในที่สุดจุฑารัตน์ก็ทนไม่ไหว โพล่งออกไปเรื่องศักดาเป็นตัวการใหญ่ พร้อมประกาศอุดมการณ์ ตัวเองจะทำให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาลักลอบตัดไม้

“แต่ในเมื่อมีแต่ราชการลับแบบนี้ ฉันคงไม่ต้องกวนคุณแล้ว ขอบคุณที่ให้มานั่งเล่น!”

พูดจบก็จะผละไป กรกชซึ่งกำลังทึ่งในความเป็นคนจริงของเธอ รีบรั้งตัวไว้ และจดอะไรบางอย่างให้

“เดี๋ยวครับ...นี่เบอร์ส่วนตัวผม คุณโทร.มาได้ถ้ามีอะไรเป็นประโยชน์ส่วนรวม ผมรับรองว่าคุณจะได้ทราบ”

จุฑารัตน์ดีใจมาก แต่ยังฟอร์มจัดไม่ยอมรับ จนเมื่อเขาจะชักมือกลับ ถึงรีบคว้าไว้ พึมพำขอบคุณแล้วผละไป กรกชได้แต่มองตามยิ้มๆ นึกชอบใจท่าทีแข็งๆ ไม่ยอมใครของอีกฝ่าย จนอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก

จบเรื่องหาข่าว จุฑารัตน์ก็ต้องมาเวียนหัวเรื่องเพื่อนรัก ที่เปลี่ยนใจไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ

หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวร่างเล็กถอนใจยาว ก่อนจะบอกความตั้งใจ “เมื่อวานฉันใจร้อนไปหน่อย ถ้าฉันทิ้งเรื่องพ่อตอนนี้ เมื่อไหร่ล่ะที่ฉันจะมีโอกาสอีก ถ้าไม่ได้คืนดีกับพ่อ ฉันคงไม่มีกะจิตกะใจทำอย่างอื่นแน่”

“เฮ้อ...แกพูดมาขนาดนี้ ต่อให้ฉันไปลำบากลากตัวแกออกจากไร่ แกก็คงกลับเข้าไปอีกอยู่ดี ฉันจะห้ามอะไรแกได้ ว่าแต่ตาแกเถอะ เขาจะยอมรอด้วยหรือเปล่า”

คำถามของเพื่อนรักนักข่าว ทำให้นาราคิดหนัก แต่สุดท้ายก็หาทางออกได้ แต่ต้องพึ่งแรงมาโนชหรือมี่ เพื่อนชายใจสาวของทั้งคู่ ช่วยโทร.แจ้งข่าวกับวรรณ เพราะเชื่อคารมว่าจะกล่อมให้เจ้าสัวใหญ่ใจเย็นลงได้

ooooooo

ข่าวของนาราทำให้วรรณเบาใจพอสมควร แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ ที่หลานสาวคนเดียวไม่โทร.มาด้วยตัวเอง แต่ส่งเพื่อนมาบอกแทน ส่วนรัศมี...ไม่ได้ยี่หระเลยว่าลูกสาวคนเดียวจะไปหัวหกก้นขวิดที่ไหน มัวคลอเคลียศักดาไม่ห่างด้วยความหลงใหล จนถึงขั้นยอมตกลงช่วยเขาเรื่องโครงการที่เชียงราย

“คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่ามันสำคัญ ถ้ามันสำคัญสำหรับคุณ ก็สำคัญสำหรับฉันด้วย”

“แล้วคุณไม่กลัวเหรอ ว่าคนอื่นจะว่า...”

“ถ้างานนี้สำเร็จ ใครจะมาว่าฉันมองคุณผิดไปไม่ได้!”

ขณะที่รัศมีเดินหน้าหาทางช่วยศักดา หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวก็พยายามอย่างหนักจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับสีหนาท ด้วยการไม่ก่อเรื่อง แต่ก็ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง เพราะสาวร่างเล็กดันเซ่อซ่าวิ่งเหยียบต้นกล้าสักราบเป็นหน้ากลอง เพียงเพราะเห็นกิ้งกือตัวใหญ่หลายตัว!

เชษฐ์ซึ่งเพิ่งรู้ข่าวเรื่องหนูนาไม่ลาออกจากไร่ แทบ กลั้นยิ้มไม่อยู่ เมื่อเห็นสภาพจ๋อยๆของคนงานสาวจอมป่วน

“คุณสิงห์...ฉันขอโทษ ฉันตกใจมากไป คราวหน้า ฉันจะระวังกว่านี้ เพราะงั้นครั้งนี้...อย่าไล่ฉันออกเลยนะ”

เรื่องย่อละคร ตามรักคืนใจ

ความรัก...คือสิ่งที่เธอต้องการมาตลอดชีวิต...เมื่อความรักหล่นหายมานานสิบห้าปี มันก็ถึงเวลาแล้วที่เธอต้องทำทุกทางเพื่อ...ตามรักคืนใจ

นารา วรรณพานิช หรือ หนูนา(นิษฐา จิรยั่งยืน) หลานสาวของนายวรรณ วรรณพาณิช (มนตรี เจนอักษร) ประธานธนาคารอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งเป็นที่รู้จักทั้งในวงการธุรกิจการเงินและสังคมว่าเป็นมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่ง แต่ภายในตระกูลวรรณพานิช นาราเปรียบเสมือนลูกเป็ดขี้เหร่ตระกูล ไม่ใช่หงส์อย่างคนอื่น โดยมีลุงเอก (เพ็ญเพชร เพ็ญกุล) พี่ชายของแม่ และป้าสะใภ้ทั้งสองเพชรสี (นฤมล พงษ์สุภาพ) กับ ชไมพร (สุรางคนา สุนทรพนาเวศ) ที่เอาแต่ตั้งแง่รังเกียจนารา ถึงแม้เลือดในตัวครึ่งหนึ่งจะเป็นของวรรณพานิช แต่เลือดอีกครึ่งหนึ่งกลับเป็นของชาวสวนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า!

เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน รัศมี (ธัญญาเรศ รามณรงค์) แม่ของนาราซึ่งเป็นลูกสาวคนสุดท้องของนายวรรณ ได้พบรักกับราม (ธนากร โปษยานนท์) หนุ่มชาวสวน รัศมีออกจากบ้านไปอยู่กับราม ในวันที่รัศมีขนกระเป๋าออกจากบ้านเพื่อไปอยู่กับราม วรรณประกาศว่าถ้ารัศมีก้าวออกจากบ้านก็ห้ามกลับมาเหยียบที่บ้านอีก ชีวิตคู่ช่างแรกของรามและรัศมีเต็มไปด้วยความสุข รามทำทุกอย่างเพื่อให้รัศมีมีความสุข ทั้งสองมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน นั่นก็คือนารา แต่ชีวิตร่ำรวยอย่างรัศมี อยู่กับความจนได้ไม่นาน ก็เรียกร้องหาแสงสี ทะเลาะกับรามทุกคน เด็กหญิงนาราใช้ชีวิตแบบเด็กในสวนในไร่ทั่วไป มองเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเป็นประจำ หน้าที่การดูแลนาราก็เป็นของราม รัศมีไม่เคยหยิบจับอะไรเลย เด็กหญิงนารามีความสุขตามประสาเด็ก แต่แล้วความสุขของนาราก็หายไปเมื่ออายุห้าขวบ วันหนึ่งรัศมีบอกกับนาราว่าพ่อของเธอได้ตายไปแล้ว ทำให้นาราเสียใจอย่างหนัก รัศมีทิ้งบ้านสวนและพานารากลับมาที่บ้านวรรณพานิช

เวลาผ่านไปไม่ว่าจะกี่ปีเลือดอีกครึ่งหนึ่งในตัวของนาราที่มาจากพ่อที่เป็นชาวไร่ชาวสวน ทำให้นาราถูกกระแหนะกระแหนจากป้าสะใภ้ทั้งสองนั่นคือ เพชรสี และชไมพร ถึงชาติกำเนิดของเธอเป็นประจำ และพฤติกรรมของรัศมีที่ตอนนี้เป็นสาวสังคมที่นิยมการแต่งตัวและใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ คิดว่าตัวเองเป็นหงส์ผู้สง่างามเพราะความสวยของเธอยังเฉิดฉายและทำให้คนสนใจได้เสมอ รัศมีคบผู้ชายมากหน้าหลายตาและสร้างความวุ่นวายให้กับวรรณเป็นประจำ

อดิสร (ทองภูมิ สิริพิพัฒน์) ลูกชายของ พ่อเลี้ยงศักดา (ตระการ พันธุมเลิศรุจี) ผู้มีอิทธิพลทางภาคเหนือซึ่งทั้งสองพ่อลูกเข้ามาตีสนิทกับพี่ชายของรัศมีเพราะอยากกู้เงินทุนจากวรรณเพื่อไปทำธุรกิจรีสอร์ทและโรงแรมที่ภาคเหนือ แต่วรรณรู้ทันว่าอดิสรและพ่อเลี้ยงศักดาทำธุรกิจผิดกฎหมายจึงปฏิเสธไป พ่อเลี้ยงศักดาเข้าทางรัศมี ทั้งคู่มีสัมพันธ์กัน วรรณไม่ชอบใจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มังกร” หลอนหนัก ฝันถึงสาวสไบชุดแดงเรียกหา!
9 ธ.ค. 2562

17:03 น.