ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตามรักคืนใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

การเปิดตัวเป็นคู่รักรัศมี ทำให้โครงการทำบ่อนรุดหน้ามาก จนศักดาลำพองใจ และคิดว่าความฝันคงเป็นจริงในไม่ช้า อดิศรเฝ้ามองความสำเร็จของพ่อด้วยท่าทางไม่ยี่หระ ไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรมาก นอกจากเก็บตัวเงียบ ไม่ออกไปรับงานลักลอบตัดไม้เถื่อนเหมือนเคย เพราะถูกพ่อกำชับไว้

แต่ความแค้นต่อสีหนาทกับราม ก็ทำให้อดิศรแทบคลั่ง หาทางเอาคืนตลอด และในที่สุดสวรรค์ก็บันดาลตัวช่วยมาให้ คือเรือง หนุ่มคนงานหน้าตาดีแต่ท่าทางเจ้าเล่ห์ อดีตคนงานไร่บัวขาว แต่ลาออกมาสมัครงานที่รีสอร์ตของศักดา อดิศรเลยรับไว้และจัดการส่งตัวไปเป็นสายในไร่บัวขาวเพื่อหาทางแก้แค้นที่สั่งสมมานาน

สีหนาทไม่รู้ตัวว่าจะมีหนอนบ่อนไส้ในไร่ มัวเป็นปลื้มกับฝีมือทำอาหารของผู้ช่วยสาวตัวเล็ก ซึ่งนับวันก็ทำให้เขาประทับใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบคิดไม่ออกเลยว่าชีวิตเขาจะปราศจากเธอได้อย่างไร

และความจริงจากกรกชก็ทำให้เขาทวีความอยากรู้จักตัวตนของเธอให้มากขึ้น พอๆกับอยากเหนี่ยวรั้งเธอไว้ ให้เธออยู่ข้างเขาตลอดไป และวันนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีอีกครั้ง หลังจากพลาดไปเมื่อวันก่อน สีหนาทเลยส่งบุญตาไปตามผู้ช่วยสาวตัวเล็กมาพบถึงเรือนใหญ่

หนูนายอมมาตามคำสั่ง และเมื่อได้ยินว่าเจ้านาย หนุ่มมีของขวัญตอบแทนอาหารมื้อเย็นที่เธอลงมือทำเอง ก็ตั้งท่าจะปฏิเสธ แต่สีหนาทก็ไม่ยอม และสั่งให้เธอหลับตา

“หลับตา...ทำไมต้องหลับตาด้วยล่ะคะ”

“ไม่ไว้ใจฉันเหรอ เราเคยอยู่ในป่าด้วยกันสองคนมาแล้วนะ เธอไม่ได้บุบสลายหรือสึกหรอตรงไหนใช่หรือเปล่า”

“ตัวน่ะไม่บุบสลาย แต่ชื่อเสียงน่ะ...ไปหมดแล้ว”

เสียงบ่นอุบอิบของเธอ ทำให้สีหนาทถึงกับยิ้มกว้าง “งั้นเดี๋ยวฉันแก้ปัญหาให้เธอเอง เธอจะได้ไม่ต้องเสียชื่อเสียงที่ห่วงนักห่วงหนาอีก ฉันรับรองเลย เอ้า...หลับตาหน่อยเถอะนะหนูนาคนดี”

น้ำเสียงหวานปนออดอ้อนของเขา ทำให้เธอใจอ่อน ยอมหลับตาแต่โดยดี ก่อนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างเสียบบนมวยผมของเธอ เมื่อลืมตาในอึดใจต่อมาก็พบกับสายตาแพรวพราวของคนให้

“ปิ่นของแม่ฉันเอง เป็นของสำคัญที่แม่ฝากไว้ให้ลูกสาวคนเล็ก คนจะได้เลิกพูดกันเสียทีว่าสิงห์หยอกหนูเล่น”

หนูนาจับปิ่นแล้วมีสีหน้างุนงง สีหนาทเลยลากตัวเธอไปที่จุดดูดาวบนเรือน สถานที่แห่งความทรงจำระหว่างพ่อกับแม่ของเขา “ยังไม่เข้าใจอีกหรือหนูนา เธอเห็นวิวตรงนี้ไหม เนี่ย...ที่ที่พ่อกับแม่ของฉันเขาชอบมาดูดาวด้วยกัน พวกท่านจะยืนด้วยกันแบบนี้...ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าพ่อรู้สึกยังไงตอนยืนดูดาวกับแม่”

คำสารภาพและสายตาอ่อนหวานของเขา ทำให้หนูนาเขินจัดจนไปไม่ถูก ปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายรุก

“หนูนา...ฉันมีความสุขมากรู้ไหมที่เธออยู่ข้างๆ ตอนนี้ เธอจะอยู่ข้างๆฉันแบบที่แม่ฉันยืนข้างๆพ่อได้หรือเปล่า”

ลมหายใจอุ่นๆรดมาใกล้หู หนูนาถึงกับหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ ตอบไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงกันแน่ สีหนาทใจร้อน อยากให้เธอรับรักเพื่อสานสัมพันธ์ แต่ผู้ช่วยสาวกลับหน้าแดงก่ำ หลบสายตา แล้วตอบมาสั้นๆว่าไม่รู้

“ไม่รู้หรือยังไม่อยากตอบ...ก็ได้ ฉันรับปากแล้วว่าจะไม่แกล้งเธอ วันนี้ฉันจะปล่อยไปก่อน แต่ฉันจะรอคำตอบของเธอนะหนูนา และขอบอกไว้ก่อน คนอย่างนายสิงห์ไม่ใช่คนที่จะเปลี่ยนใจง่ายๆหรอกนะ”

ooooooo

หนูนาแทบนอนไม่หลับตลอดคืน เพราะคำสารภาพรักของเจ้านายหนุ่ม ไม่ต่างจากสีหนาท แทบอดใจรอให้ถึงเวลาเช้าของวันต่อมาไม่ไหว อยากรู้คำตอบของผู้ช่วยสาวเต็มที

เมื่อขนิษฐาทราบเรื่องในเช้าวันต่อมา ก็อดยินดีกับญาติหนุ่มไม่ได้ ได้เจอคนที่ใช่และได้บอกความรู้สึกในใจออกไป ไม่เหมือนเธอ ที่ต้องทนเก็บกดความรักไว้มานานหลายปีจนเกือบจะเป็นบ้า

แต่เหนือสิ่งอื่นใด นอกจากความรักที่สีหนาทมีต่อหนูนาแล้ว ขนิษฐาก็อยากให้เขาตรวจสอบว่า

หนูนาคือใครกันแน่ และเข้ามาทำงานถึงไร่บัวขาวด้วยวัตถุประสงค์อะไร สีหนาทเข้าใจความหวังดีของเธอดี และเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามสืบหาข้อมูลเรื่องผู้ช่วยสาวตลอด ทั้งจากกรกชและด้วยวิธีของตัวเอง

“พี่รู้ว่าน้องถามเพราะเป็นห่วงพี่ เรื่องนั้นพี่ยอมรับว่ายังไม่ได้คำตอบ แต่พี่มั่นใจนะว่าหนูนาไม่มีทางจะคิดร้ายกับพี่ กับไร่บัวขาวแน่ๆ นอกจากนั้นแล้ว...พี่ก็ไม่สนใจอะไรอย่างอื่นอีก”

ขนิษฐาถึงกับอึ้งไป คำพูดของญาติหนุ่มโดนใจเธออย่างแรง “ค่ะ...น้องเข้าใจ เวลาที่เรารักใครสักคน รักเขาด้วยหัวใจจริงๆ อะไรอย่างอื่นก็ไม่มีความหมาย ไม่ว่าจะหน้าตา ฐานะ หรือแม้แต่อดีตของคนคนนั้น ว่าเขาเคยเป็นใคร หรือว่าทำอะไรมา มันไม่สำคัญเลยสักอย่าง ถ้าลงว่าใจมันรักไปแล้ว”

คำพูดของญาติสาวถึงจะแสดงถึงความเข้าอกเข้าใจดี แต่ก็ทำให้สีหนาทสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ และสงสัยว่าเธออาจมีเรื่องไม่สบายใจ แต่ไม่ทันซัก ขนิษฐาก็ผละไปทำงานที่โรงแรมเสียแล้ว โดยมีสายตาของรามซึ่งแวะมาส่งงานสีหนาทมองตามด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้

หนูนามาทำงานบนเรือนใหญ่ตามปกติ หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ที่ต้องเจอเจ้านายหนุ่ม หลังจากถูกเขาสารภาพรักแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเขาก็ยืนรออยู่แล้วในห้องทำงาน พร้อมสายตาวิบวับ

“เมื่อคืน...นอนหลับดีหรือเปล่าหนูนา”

คำถามพาดพิงถึงเรื่องเมื่อคืนทำให้หนูนาหน้าแดงจัด เสไปหยิบแฟ้ม แกล้งทำยุ่ง แล้วตอบเสียงเรียบ

“เมื่อคืนฉันหลับสบายดีค่ะ”

สีหนาทแกล้งตีหน้าเศร้า โน้มตัวมาใกล้ “งั้นหรือ... แต่ว่าฉัน...นอนไม่หลับเลย แล้วพอฉันนอนไม่พอ ก็จะอารมณ์ไม่ดี หงุดหงิดง่าย แล้วก็เอาแต่ใจด้วย เธอคงไม่อยากทำงานกับเจ้านายขี้หงุดหงิดใช่หรือเปล่า”

“ก็แหงสิคะ ใครจะชอบทำงานกับคนขี้หงุดหงิดบ้าง”

“ถ้างั้น...ก็รีบๆให้คำตอบฉันเร็วๆสิหนูนา ฉันจะได้หลับฝันดีสักที”

พูดจบก็ทำตาพราว กักตัวผู้ช่วยสาวไม่ให้ขยับไปไหน หนูนาหน้าแดงก่ำด้วยความเขิน ทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่โทรศัพท์ในห้องทำงานเขาดังขึ้น เธอเลยรอดตัวไปได้อีกครั้ง

สายวันเดียวกันที่แปลงสักไร่บัวขาว เรืองมาเริ่มงานวันแรก หลังลาออกไปหลายเดือน ก้อนกับเชษฐ์ไม่ติดใจสงสัย เพราะเป็นคนงานเก่าที่รู้งานดี มีแต่พวง อดีตคู่ควง ยังโกรธไม่หายที่เขาทิ้งเธอไปโดยไม่ลาเมื่อคราวก่อน

แต่เรืองก็ไม่ได้แคร์หรือสนใจอดีตคู่ควงมากนัก กำลังถูกตาต้องใจของใหม่คือสาวร่างเล็กที่แวะมาคุยงานกับก้อนพร้อมกับสีหนาท แต่ก่อนที่เขาจะรุกจีบ เหล่าคนงานก็มาปรามไว้ก่อน

“คนนั้นน่ะ นายจองแล้ว” เรืองหันไปมองตาม เห็นว่าสีหนาทตามประกบสาวร่างเล็กซึ่งเขาเพิ่งรู้ว่าชื่อหนูนา ไม่ห่างจริงๆ “เห็นไหมล่ะ นายเอาไว้ข้างตัวไม่ห่างเลย ผู้หญิงทั้งไร่น่ะอกหักดังเปาะๆ โดยเฉพาะนังพวงแฟนเก่าแกน่ะ มันถึงเกลียด คอยหาเรื่องหนูนาอย่างกับอะไร”

เรืองมองตามสาวร่างเล็กไม่วางตา ไม่ได้กลัวเกรงสิ่งที่เหล่าคนงานเตือนเลยแม้แต่น้อย ตัณหาและความใคร่มีมากกว่าจนไม่คำนึงว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง...ชื่อหนูนาหรือ สมตัวดีนี่ แล้วเราคงได้เจอกันอีกเร็วๆนี้!

ooooooo

ขนิษฐาไปทำงานที่โรงแรมเหมือนเคย รามตามไปช่วยดูสวนด้วย แต่ไม่ได้บอกให้เธอรู้ เลขาสาวของขนิษฐารีบไปรายงาน เพราะคิดว่าเจ้านายสาวคงลงไปดูรามทำงานเหมือนเคย แต่ก็ต้องแปลกใจ เพราะนอกจากจะไม่ไปแล้ว ยังทำท่านิ่งเฉย เหมือนไม่ยี่หระเลยว่ารามจะมาทำอะไรที่โรงแรม

แต่ที่เลขาสาวไม่รู้ คือหลังจากนั้นไม่นาน ขนิษฐาก็แอบมาดูรามทำงานเงียบๆ พร้อมกับต้องพยายามหักห้ามใจอย่างหนัก ไม่ให้ออกไปพูดคุยกับเขาเหมือนเคย กลัวตัดใจไม่ได้และจะช้ำไปกว่านี้

ด้านสีหนาท...ตัดสินใจจะพาผู้ช่วยสาวไปออกงานใหญ่ประจำจังหวัดที่ขนิษฐาเป็นคณะทำงานด้วย หนูนาไม่อยากไป กลัวเจอคนรู้จัก พยายามบ่ายเบี่ยง อ้างว่าไม่อยากให้เสียหน้าเพราะเธอ แต่เขาก็ไม่ยอม

“เอาอย่างนี้นะ ในฐานะที่ฉันชวนเธอไป ถ้าเธอไม่รู้จะตอบคำถามคนอื่นยังไง ฉันจะตอบให้เอง ฉันจะบอกคนที่เข้ามาคุยกับเธอว่าผู้ช่วยผมพูดไม่เก่ง แต่เขาทำงานเก่ง...รู้ใจจนผมไม่อยากจ้างใครอีกแล้ว นอกจากคนนี้”

“อุ๊ย...คุณ...นี่มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ”

“ใครว่าฉันล้อเล่น ฟังฉันนะ ถ้าเธอพูดไม่ถูก ก็ไม่ต้องพูด และถ้าทำอะไรไม่ถูก ก็แค่...”

สีหนาทจับมือเธอมาคล้องแขนเขาไว้ แถมตบมืออุ่นๆบนหลังมือเธออีกต่างหาก

“สำหรับเธอ...ทำแค่นี้ก็เพอร์เฟกต์แล้ว เห็นไหมว่าฉันแก้ปัญหาให้เธอได้ทุกอย่าง นอกจาก...เธอจะมีปัญหาอะไรอย่างอื่นที่ยังไม่บอกฉัน มีหรือเปล่า...ถ้าไม่มี งั้นพรุ่งนี้เราจะไปงานกัน!”

หนูนาไม่มีทางเลี่ยง ต้องไปงานกับสีหนาท และเพื่อกันพลาด เลยพยายามโทร.หาจุฑารัตน์ หวังให้เพื่อนรักช่วยสืบว่ารัศมีจะไปร่วมงานด้วยหรือไม่ แต่นักข่าวสาวก็รับสายไม่ได้ เพราะกำลังถูกกรกชรุกอย่างหนัก จับผิดทุกฝีก้าว จนเธอเกือบจะหลุดเรื่องของนาราหรืิอหนูนาไปตั้งหลายรอบ

แต่ฝีมือรอบจัดขนาดนี้ หนูนาหรือนาราในคราบคนงานสาวเลยรอดตัวไปได้ แต่ก็ไม่วายเป็นกังวลเรื่องแม่ รวมไปถึงเรื่องพ่อ โดยเฉพาะคำถามที่เขาทิ้งไว้เมื่อวันก่อน แต่เมื่อไปพบและพยายามถามโยงเข้าเรื่องที่ตั้งใจจะสารภาพอีกครั้ง รามซึ่งเพิ่งถูกรัศมีตราหน้ามา กลับเปลี่ยนใจ ไม่อยากรู้และไม่อยากรับฟังเรื่องใดๆ

หนูนาเสียใจมาก แต่ก็ต้องทำใจ ไม่ให้คาดหวังหรือคิดมากเรื่องพ่ออีก เพราะทุกวันที่มีโอกาสใกล้ชิด ก็ดีกว่าที่คิดแล้ว และภารกิจสำคัญในเช้าวันต่อมา ก็ทำให้เธอลืมเรื่องพ่อไปชั่วขณะ

ขนิษฐากับไข่มองผู้ช่วยสาวตัวเล็กในชุดไทยเหนืองดงามด้วยความภาคภูมิใจ แต่คนปลื้มสุด คงหนีไม่พ้นสีหนาท มองตามไม่วางตา โดยเฉพาะปิ่นบนมวยผมของเธอที่ทำให้เขายิ้มแทบไม่หุบ

“ปิ่นนี่เหมาะกับเธอจริงๆ รู้ไหมว่าวันนี้เธอสวยมากนะหนูนา”

หนูนาเขินมาก ตั้งท่าจะเดินไปสมทบกับขนิษฐา แต่ก็ถูกเจ้านายหนุ่มรั้งตัวไว้ แล้วเอาแขนไปคล้องกับเขา

“ชายผ้าถุงมันยาว เดี๋ยวเธอเดินๆแล้วเกิดหกล้มไป จับแขนฉันไว้ให้ดีๆ”

สัมผัสอ่อนโยนจากเขา ทำให้หนูนาเขินจัด จนแทบไม่กล้าสบตา แต่ก็ภูมิใจมากที่ได้ควงราชสีห์หนุ่มวันนี้

กว่าจะถึงงานเลี้ยงใหญ่ หนูนาก็เลิกเขิน ชินเสียแล้วที่ถูกเจ้านายหนุ่มตามติดทุกที่ แต่กระวนกระวายมากกว่า จะเจอแม่หรือคนรู้จักในงาน ซึ่งท่าทางสอดส่ายสายตาของเธอ ทำให้สีหนาทกับขนิษฐาผิดสังเกต หนูนาเลยตอบเลี่ยงๆว่ากลัวศักดากับอดิศรจะมาหาเรื่อง

สองพี่น้องต้องปลอบให้สบายใจ เพราะงานนี้ต่างคนต่างอยู่

แต่การออกงานสังคมครั้งแรกในสถานะหนูนา ผู้ช่วยสาวของสีหนาทก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมปั้นหน้าลำบากอีกต่างหาก โดยเฉพาะเมื่อขนิษฐาปลีกตัวไปดูแลการแสดงแล้วทิ้งเธอไว้กับเจ้านายหนุ่ม ซึ่งแนะนำเธอต่อหน้าแขกเหรื่อว่าเป็นผู้ช่วยคนสำคัญและคนพิเศษที่กำลังคบหาดูใจ!

แขกเหรื่อต่างส่งยิ้มให้กันด้วยความยินดีและเอ็นดู หนูนาเขินมาก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหน้าซีด เมื่อ มีแขกท่านหนึ่งทักขึ้น เพราะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเธออย่างประหลาด สีหนาทจะตอบแทนแต่ก็ช้ากว่าเธอ

“เอ่อ...คงไม่หรอกค่ะ ครอบครัวหนูนาทำงานตามบ้าน แม่เป็นแม่บ้าน ไม่เคยรู้จักคุณหญิงหรอกค่ะ”

คราวนี้ถึงกับอึ้งกันทั้งวง หนูนาหน้าเสียมากที่ทำให้สีหนาทลำบากใจ แต่ที่คาดไม่ถึงมาก่อนคือนอกจากเจ้านายหนุ่มจะไม่โกรธแล้ว ยังรับสมอ้างตามน้ำไปกับเธออีกต่างหาก

“ครับ...แม่ของหนูนาเป็นแม่บ้าน แต่หนูนาเขาอยากทำไร่ทำสวนเหมือนพ่อมากกว่า” สีหน้าแขกเหรื่อถึงกับตะลึงไปตามกัน แต่สีหนาทก็ไม่สนใจ “เขาเลยมาสมัครงานที่ไร่ เห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้ เคยทำมาแล้วเกือบทุกงาน ตั้งแต่ทำแปลงเพาะไปถึงงานหนักในโรงครัว จนมาฝึกงานเป็นผู้ช่วย และผม...ก็ได้เจอคนที่ใช่”

พูดจบก็จับมือเธอกุมไว้ ถ่ายทอดความมั่นใจ แถมด้วยรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำให้ใครหลายคนตรงนั้นละลายตาย หนูนาเต็มตื้นมาก รู้สึกได้ถึงการยอมรับจากเขา ทำให้เธอปลื้มและประทับใจอย่างบอกไม่ถูก จนไม่แคร์เลยว่าสายตารอบข้างจะมองมาที่เธอเช่นไร...เพราะมันไม่สำคัญเลย

ooooooo

หนูนาอึดอัดกับบรรยากาศงาน เลยอยากจะขอปลีกตัวไปหาขนิษฐาที่ด้านหลังเวที สีหนาทเห็นใจ ยอมปล่อยตัวไป แต่ผู้ช่วยสาวก็ไปไม่ถึงหลังเวทีสักที เพราะดันไปเจอรัศมีเสียก่อน โชคดีที่ศักดามาลากตัวแม่เธอกลับเข้างาน หนูนาเลยรอดตัวอย่างหวุดหวิด แต่ก็ไม่กล้ากลับเข้าไปในงานอีก กลัวถูกจับได้!

เวลาเดียวกัน...ระหว่างที่หนูนาพยายามหลบรัศมี ขนิษฐาก็วุ่นกับการซักซ้อมการแสดงจนเกือบถูกหลอดไฟใหญ่หล่นทับ โชคดีที่อดิศรซึ่งมาตามหาเธอช่วยไว้ทัน แต่เธอก็ตกใจจนเป็นลม ต้องถูกพาไปพักในห้องพักนักแสดง

ขนิษฐานอนสลบไสลไม่ได้สติ ไม่รู้ตัวเลยว่าละเมอเพ้อเรียกชื่อรามไปกี่ครั้ง จนคนเฝ้าอย่างอดิศรเลือดขึ้นหน้า อยากฆ่าหัวหน้าคนงานให้รู้แล้วรู้รอด แต่ไม่ทันได้ขยับทำอะไร ประตูห้องพักก็เปิดผางด้วยฝีมือสีหนาทซึ่งกำลังโมโหอย่างหนักที่เห็นญาติสาวอยู่ในนี้ตามลำพังกับอดิศร

อดิศรหัวเสียไม่แพ้กันที่ถูกขัดจังหวะ แต่ก็ยังมีมารยาท เก็บอาการและพยายามอธิบายว่าตนแค่ช่วยขนิษฐา ไม่ได้จะลวนลามคนเป็นลมอย่างที่สีหนาทคิด ทีมงานก็ช่วยยืนยันจนราชสีห์หนุ่มยอมเชื่อแบบไม่เต็มใจนัก

“ช่วยก็ส่วนช่วย แต่เมื่อกี้นี้มันอะไร เมื่อไหร่คนอย่างแกจะรู้จักให้เกียรติผู้หญิงบ้าง”

“มันจะมากไปแล้ว คนอย่างนายอดิศรไม่จำเป็นต้องฉวยโอกาสกับผู้หญิงตอนไม่รู้สึกตัวหรอก”

“ถอยออกไปซะ ถ้าแกยังรู้จักให้เกียรติยายน้องจริงๆ แล้วแกกับฉันค่อยมาเคลียร์กัน”

ขนิษฐาได้ยินเสียงเอะอะก็เริ่มรู้สึกตัว อดิศรเลยหันไปประท้วงกับเธอที่สีหนาทลำเลิกบุญคุณ แต่กลับต้องหน้าหงาย เมื่อเธอไม่เพียงแต่ไม่เข้าข้างเขา แต่ยังพูดจาไปทางเดียวกันกับญาติหนุ่ม

“คุณอดิศร...ที่คุณช่วยฉัน ฉันขอบคุณมาก แต่คราวหน้า...อย่าลำบากอีกเลยนะคะ”

สีหนาทสะใจมาก มองคู่ปรับหนุ่มด้วยแววตาเย้ยหยัน

“ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม นายบอกไม่คิดจะฉวยโอกาส ตอนนี้เขารู้สึกตัวและพูดกับนาย ก็รู้จักจำให้ขึ้นใจซะด้วย”

พูดจบก็ถลามายืนบังหน้าญาติสาว อดิศรโกรธมาก เจ็บใจจนต้องโพล่งออกไป

“คุณน้อง...คุณกล้าหยามน้ำใจผมขนาดนี้ แล้วคุณจะต้องเสียใจ!”

แต่เจ็บใจเรื่องถูกขนิษฐาตอกใส่หน้าว่าไม่เคยมีใจ ยังไม่เท่าถูกรัศมี ว่าที่แม่เลี้ยงกรอกใส่หูหลังจากนั้นว่าขนิษฐาคงไม่มีวันมองเขา เพราะดูท่าจะสมัครใจรักใคร่รามมากกว่า อดิศรถึงกับคลั่งเพราะถูกกระแทกถูกจุด ถึงขั้นที่ว่าต้องส่งคนไปเก็บหัวหน้าคนงานแห่งไร่บัวขาวให้ได้ในเร็ววัน!

ฝ่ายหนูนา...หลบอยู่ในสวน ไม่อยากกลับเข้างานให้เป็นเป้าสายตา แต่ก็เหมือนฟ้าแกล้ง เจอกับแม่เข้าโดยบังเอิญ รัศมีตะลึงไปอึดใจ กว่าจะตั้งสติได้ รีบกระโจนไปคว้าแขนลูกสาวคนเดียวซึ่งกำลังถอยหนี

“นึกแล้วว่าต้องใช่แก แกมาทำอะไรที่นี่” หนูนาตอบไม่ถูก เลยถูกเข้าใจผิดใหญ่ “ฉันจับโกหกแกได้แล้ว แกหลอกตาของแก หลอกใครต่อใครก็ได้ แต่หลอกฉันไม่ได้ แกไม่ได้กลับไปหาพ่อแกจริง แกทำอะไรของแกอยู่กันแน่”

“นา...ไม่ได้หลอกใคร นาไปหาพ่อจริงๆ แม่เข้าใจผิดแล้ว”

“ยังปากแข็งอีกเหรอ อ๋อ...หรือว่าแกมีผู้ชายใช่ไหม”

เพราะเพิ่งรู้จากรามว่ายังไม่เจอหน้าลูกสาว แถมเมื่อไปตามตัวถึงไร่บัวขาว ก็ไม่มีใครรู้จักนารา รัศมีเลยปักใจว่าลูกสาวคนเดียวต้องทำงามหน้า ก่อวีรกรรมไม่ต่างจากเธอในอดีตแน่

“แกเห็นตัวอย่างจากฉันแล้วยังไม่รู้จักจำอีกเหรอ อยากจะให้ตาแกโกรธ แล้วเฉดหัวเราแม่ลูกจากกองมรดกหรือไง หมดเวลาของแกแล้ว แกต้องกลับบ้าน กลับวรรณพาณิชกับฉัน”

หนูนาตาเหลือก รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ผลักแม่ออกแล้วผลุนผลันจากไป รัศมีตั้งท่าจะตาม แต่ก็ถูกสีหนาทปรี่มาขวางไว้ หนูนาเลยรอดตัวไปได้ โดยไม่รู้เลยว่าสีหนาท ซึ่งมาเดินตามหาผู้ช่วยสาวได้ยินเกือบทุกอย่าง โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่หนูนาจะต้องกลับวรรณพาณิชกับรัศมี!

ooooooo

เป็นอันว่าค่ำคืนงานใหญ่ประจำจังหวัด จบลงด้วยความเหนื่อยหน่าย โดยเฉพาะสองสาวจากไร่บัวขาว หนึ่งคือหนูนาซึ่งเพิ่งผจญฤทธิ์เดชของแม่ โดยมีสีหนาทรู้เห็นแต่ไม่ยอมบอกให้รู้ ส่วนอีกคนคือขนิษฐา เกือบถูกไฟใหญ่หล่นทับ แถมต้องเจอญาติหนุ่มมีปากเสียงกับอดิศร จนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน

แต่ที่ทุกคนบนเรือนสีหนาทไม่รู้ และคิดไม่ถึง คือเรืองเริ่มแผนแทรกซึมในไร่ด้วยการหวนไปสานสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพวง อดีตคู่ขา หวังใช้เป็นเครื่องมือยามต้องทำภารกิจลับ และคืนนี้ก็มีงานเข้าจนได้ เมื่อเขาได้รับโทรศัพท์กลางดึกจากอดิศรให้หาทางจัดการเล่นงานรามโดยเร็วที่สุด แลกกับค่าจ้างเพิ่มอีกสองเท่า!

ส่วนรัศมี...โมโหลูกสาวคนเดียวมาก จนต้องโทร.ไปฟ้องพ่อว่าเจอนาราในงานใหญ่ประจำจังหวัดโดยบังเอิญ หวังให้เขาเรียกตัวกลับ จะได้ไม่ก่อเรื่องงามหน้า แต่วรรณกลับตอกกลับแบบไม่ไว้หน้าว่าเธอพูดเพ้อเจ้อ

“ทำไมคุณพ่อพูดแบบนี้ หนูกำลังทำหน้าที่แม่ เหมือนที่คุณพ่อก็เคยพยายามห้ามหนูก่อนนี้ไงคะ”

“แต่แกกับยายนาไม่เหมือนกัน แกนึกว่าฉันโง่เหรอที่จะเชื่อตามที่แกใส่ร้ายลูกให้ฉันฟังเนี่ย”

“คุณพ่อ...หนูจะโกหกคุณพ่อทำไม”

“แต่ฉันมั่นใจว่ายายนาไม่มีทางจะทำกับฉันอย่างที่แกเคยทำ ที่แกหลอกฉันว่าแกไปเที่ยวทุ่งหญ้าป่าเขาอะไรของแก แต่จริงๆแล้วไปกกกับพ่อของยายนา”

“นี่หนูกำลังพูดเรื่องยายนาแท้ๆ ทำไมต้องรื้อฟื้นเรื่องของหนูด้วย คุณพ่อก็เป็นแบบนี้ ทำไมไม่ฟังหนูบ้าง”

“ก็เพราะว่าแกไม่เคยทำให้ฉันไว้ใจแกได้ยังไงล่ะ รัศมี...แกเป็นแม่ประสาอะไร จิตใจแกทำด้วยอะไรถึงได้ใส่ร้ายลูกแกแบบนี้ เรื่องของยายนา ฉันมั่นใจว่าตัดสินใจดีแล้ว ฉันเชื่อยายนา”

รัศมีเจ็บจนจุก วางสายฉับด้วยความน้อยใจสุดขีด โดยไม่รู้เลยว่าวรรณได้แต่มองโทรศัพท์ในมือนิ่งๆ อดสูใจอย่างบอกไม่ถูก แอบระแวงหลานสาวคนเดียว...นารา...แกคงไม่หลอกตาคนนี้หรอกใช่ไหม

บทสนทนาระหว่างหนูนากับรัศมีเมื่อคืนก่อน ทำให้สีหนาทตัดสินใจสืบหาข้อมูลอย่างจริงจัง จนได้คำตอบชัดแจ้งในวันต่อมา ว่าแท้จริงแล้วหนูนา ผู้ช่วยสาวตัวเล็ก คือนารา วรรณพาณิช หลานสาวสุดหวงของนายธนาคารใหญ่ วรรณ วรรณพาณิช และลูกสาวคนเดียวของรัศมี ไฮโซสาวคู่ควงคนล่าสุดของศักดา

กรกชได้รู้เรื่องด้วยในเวลาต่อมา และอดสงสัยแบบเดียวกับสีหนาทไม่ได้ ว่าหลานสาวคนเดียวของนายธนาคารใหญ่ ทายาทหมื่นล้าน ซึ่งเพิ่งเรียนจบหมาดๆ มาทำอะไรที่ไร่บัวขาว

ตัวตนแท้จริงของหนูนา ทำให้สีหนาทถึงกับคิดหนัก ทั้งแปลกใจและประทับใจ ที่ทายาทหมื่นล้านอย่างเธอจะยอมตกระกำลำบาก ทำงานหนักในไร่ ยอมให้เขาต่อว่าและสั่งสอนต่างๆนานาอย่างทุกวันนี้

และในที่สุดความอยากรู้ก็ทำให้เขาตัดสินใจจะล้วงความลับจากเธอ ด้วยการลากตัวไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน หนูนาเห็นเขายกมือถูคาง ก็อดถามไม่ได้ เพราะสังเกตเห็นบ่อยๆว่าเขามักทำแบบนั้นเสมอ เวลามีเรื่องต้องคิด

“ช่างสังเกตเหมือนกันนะเรา เก่งจริง...หนูนา...ส่งมือมาหน่อยสิ ฉันมีบางอย่างอยากจะบอกเธอ แต่สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นมันไม่เท่ากับมือคลำ”

หนูนาปฏิเสธ ไม่อยากให้เขาทำรุ่มร่าม แต่สีหนาทก็ไม่ยอม คว้ามือเธอมากดบนแผลเป็นที่คางจนได้

“เอ๊ะ...แผลเป็นนี่คะ อุบัติเหตุเหรอคะ”

“ตั้งใจ...ฝ่ายนั้นตั้งใจหาเรื่อง ทะเลาะกันในบาร์ช่วงที่ฉันไปเรียนต่อที่อเมริกา พวกมันจะมาไถเงิน ตอนนั้นฉันยังหนุ่ม เลือดร้อนก็เลยได้เลือด โชคดีที่มีรุ่นพี่คนไทยมาช่วย ไม่งั้นฉันคงไม่ได้มายืนตรงนี้แล้ว”

หนูนารู้สึกใจหาย พยายามจะดึงมือออก แต่เขาก็ยื้อไว้ ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

“หนูนา...นอกจากรุ่นพี่คนนั้นแล้ว ไม่มีใครเคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ฉันบอกความลับของฉันแล้ว ทีนี้ถึงตาเธอบ้าง ที่จะต้องเล่าความลับของเธอ” หนูนาทำท่าอึกๆอักๆจนเขาต้องจับคางให้หันมาสบตา “ความลับทุกเรื่องที่เธอมี...เริ่มจากเหตุผลจริงๆที่เธอมาทำงานที่นี่ก่อนก็ได้”

“ฉันบอกแล้วไงคะว่ามาหางานทำ”

“หนูนา...จนป่านนี้แล้วเธอยังไม่ไว้ใจฉันอีกเหรอ”

หนูนานิ่งคิด แล้วเอามืออีกข้างกางเล็บใส่หลังมือเขาจนต้องร้องโอ๊ย ปล่อยแทบไม่ทัน แล้วถือโอกาสเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ สีหนาทได้แต่นั่งมองผู้ช่วยสาวเซ็งๆ...เจ็บใจที่ล้วงความลับไม่สำเร็จ

ooooooo

เรืองเริ่มลงมือเล่นงานรามในเช้าวันเดียวกัน โดยจัดการตัดสายเบรกรถที่อีกฝ่ายจะใช้ไปส่งตัวอย่างไม้กับลูกค้า แต่แผนการร้ายก็ไม่สำเร็จ หัวหน้าคนงานหนุ่มเอาตัวรอดไปได้ ด้วยการหักหลบให้รถติดหล่มน้ำข้างทาง เรืองซึ่งแอบขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปดู ได้แต่มองตามด้วยความแค้นใจ...เจ็บใจนักที่พลาดและชวดเงินก้อนโต!

กว่าทุกคนจะทราบเรื่องรถรามถูกตัดสายเบรกจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หัวหน้าคนงานหนุ่มก็ปลอดภัยดี และกลับมารายงานทุกอย่างด้วยตัวเองถึงเรือนสีหนาท หนูนาตกใจมาก สีหน้ากังวลด้วยความเป็นห่วง แต่คงไม่เท่าขนิษฐา ร้อนรนกว่าใคร แต่ก็ทำได้แค่เฝ้ามองห่างๆ เพราะเห็นว่าเขามีผู้ช่วยสาวตัวเล็กดูแลแล้ว

ฝ่ายสีหนาท...ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องรามถูกลอบฆ่า และลงมือสืบสวนด้วยตัวเอง จนแน่ใจว่าไม่ใช่อุบัติเหตุหรือความบังเอิญ แต่มีใครบางคนในไร่จงใจตัดสายเบรก!

และผู้ต้องสงสัยคนแรกก็คือเรือง หนึ่งในคนงานที่ช่วยจัดเตรียมตัวอย่างไม้ และหายตัวไปโดยไม่มีใครรู้เห็นช่วงที่รามออกไปส่งตัวอย่าง เรืองเริ่มเครียด แต่ยังทำใจดีสู้เสือ โกหกหน้าตายว่าป่วยกะทันหัน เลยกลับมานอนพักที่ห้อง สีหนาทเห็นท่าทางหลุกหลิกของคนงานหนุ่มก็สงสัย และตัดสินใจเอามือไปอังรถเครื่องของอีกฝ่าย

เครื่องยนต์ที่ยังอุ่นๆ ทำให้ข้ออ้างของเรืองฟังไม่ขึ้น และเกือบถูกต้อนให้จนมุมแล้ว ถ้าพวงจะไม่ปรากฏตัวและรับสมอ้างเป็นคนใช้รถของแฟนหนุ่มเอง เพื่อไปซื้อยาแก้ปวดให้เขา

พวกสีหนาทไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ไม่มีหลักฐานเอาผิดได้ เลยยอมผละไปแบบไม่เต็มใจนัก พวงได้แต่มองตามเครียดๆ หายใจไม่ทั่วท้อง และตัดสินใจถามเรืองตรงๆ ว่าเหตุใดถึงขอให้เธอโกหก!

เรืองกลัวความแตก เลยชักสีหน้ากลบเกลื่อน แกล้งตะบึงตะบอน ตัดพ้องอนๆที่เธอไม่เชื่อใจ

“พวงคิดว่าพี่จะเป็นผู้ร้ายลอบฆ่าน้ารามได้อย่างนั้นเหรอ นี่พวงมองพี่เป็นอย่างนั้นเหรอ”

“ฉันเปล่านะพี่เรือง ก็แค่สงสัยว่าทำไมพูดตรงๆ ไม่ได้แค่นั้นเอง ถึงใครจะสงสัยพี่ แต่ฉันคนหนึ่งล่ะที่เชื่อพี่”

“พี่ถึงได้รักพวงไงล่ะ ก็พวงแสนดีออกอย่างนี้”

เป็นอันว่าเรืองรอดตัวไปได้ โดยมีพวงเป็นเครื่องมือ ช่วยทำให้แผนการของเขาราบรื่น แต่กระนั้น...สีหนาทกับรามก็ไม่นิ่งนอนใจ มั่นใจว่าต้องมีหนอนบ่อนไส้หรือผู้ไม่หวังดีในไร่แน่ ถึงเกิดเรื่องร้ายแรงแบบนี้ และพวกเขาก็ต้องจับตามองทุกคนให้ดี โดยเฉพาะตอนนี้ ช่วงใกล้หน้าฝน ที่ทุกอย่างควบคุมได้ยากเต็มที

ooooooo

ขนิษฐาสะเทือนใจมากเรื่องรามถูกลอบทำร้าย แต่ก็ทนอยู่ไร่ต่อไม่ไหว ไม่อยากเห็นภาพบาดใจระหว่างเขากับหนูนา เลยต้องออกไปทำงานที่โรงแรมจนดึกดื่น รามเป็นห่วงมาก และตัดสินใจไปรอรับกลับอย่างอดทน

แต่บรรยากาศขากลับก็ทำให้รามอึดอัด เพราะขนิษฐามีท่าทีนิ่งเฉยและเย็นชา ไม่เหมือนทุกครั้งที่เธอมักชวนเขาคุยถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและเป็นกันเอง รามรู้สึกรวดร้าวในอกอย่างบอกไม่ถูก สัมผัสได้ถึงคลื่นอารมณ์บางอย่างที่เริ่มก่อตัวแน่นหนา และในที่สุดมันก็ระเบิดออกมา เมื่อเขาพาเธอมาส่งถึงเรือนใหญ่ของสีหนาท

“น้ารามคะ...ต่อไปไม่ต้องไปรับน้องที่โรงแรมแล้วนะคะ น้องจะให้คนที่โรงแรมมาส่งเอง”

“แต่คุณสิงห์สั่งไว้ว่าให้ผมเป็นคนไปรับคุณน้อง”

“น้องขอยกเลิกคำสั่งนั้นค่ะ น้องจะพูดกับพี่สิงห์เอง น้ารามไม่ต้องห่วง”

รามนิ่วหน้าไม่เห็นด้วย ยิ่งเธอห้าม เขาก็ยิ่งห่วง “คุณน้องครับ ถ้าคุณยังโกรธผมเรื่องเมื่อวันก่อน ผมขอโทษ...ผมผิดเอง แต่เราอย่าทำให้เรื่องนี้มาทำให้คุณต้องไม่ปลอดภัย”

“น้ารามไม่ผิด ไม่ใช่ความผิดน้ารามหรอกค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น...แล้วทำไมคุณน้องถึงจะไม่ให้ผมไปรับ”

ขนิษฐานิ่งไปอึดใจ ก่อนจะโพล่งออกมาอย่างเหลืออด “ทำไมงั้นหรือคะ ก็เพราะน้องหมดกำลังใจ หมดแรงสู้ หมดหวังที่จะให้น้ารามหันมามอง มองเห็นว่าน้องอยู่ตรงนี้ กำลังมองน้ารามอยู่...มองด้วยความรักเต็มหัวใจ!”

ถึงคราวรามสะอึกบ้าง พยายามจะบอกให้เธอหยุด แต่ขนิษฐาก็ระงับอารมณ์ไม่อยู่เสียแล้ว

“น้ารามอายแทนน้องเหรอคะ อย่าเลยค่ะ...แค่นี้น้องก็อายน้ารามมากพอแล้ว อายที่ทำตัวเหมือนผู้หญิงหน้าด้าน ป่าวประกาศบอกรักผู้ชายก่อน ทั้งๆที่เขาไม่เคยสนใจ”

“ผม...ผมไม่เคยคิดต่อว่าคุณน้องแบบนั้น คุณน้อง... อย่าโทษตัวเอง”

“อย่าปลอบน้องเลยค่ะ น้องรู้ตัวดีว่ามันน่าอายแค่ไหน ผู้ชายเขาไม่รัก ไม่เห็นค่า ก็ยังจะมาบอกรักเขา ยังจะมีหน้าอยากจะให้เขารู้...ว่าน้องรักน้ารามมาหลายปีแล้ว หัวใจของน้องเป็นของน้ารามคนเดียว”

“คุณน้อง...คุณไม่ใช่คนไม่มีค่า ผมต่างหากที่ไม่มีค่า ไม่คู่ควรกับคุณ”

“ไม่ค่ะ...ถ้าน้ารามไม่มีค่า น้องคงไม่รัก น้ารามคอยเป็นห่วง คอยปกป้องน้องมาตลอด น้ารามอยู่ข้างน้องในเวลาเสี่ยงที่สุด โดยไม่เคยหวังอะไรตอบแทนเลย น้องรักน้ารามที่หัวใจ...หัวใจที่มีค่าของน้าราม”

รามตะลึง ไม่เคยมีใครพูดกับเขาแบบนี้ และขนิษฐาก็ตอกย้ำด้วยประโยคต่อมา

“ถ้าค่าของคนเรามันวัดกันตรงความดี สิ่งที่น้ารามทำให้น้องก็ทำให้น้ารามก็มีค่ามากที่สุด สำหรับน้อง...

น้ารามมีค่ามากที่สุด แต่น้ารามไม่เคยมองน้องเกินกว่าฐานะเจ้านายเลย ยิ่งน้ารามดีกับน้องมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้น้องเจ็บ...เจ็บที่ได้แค่มองอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่มีวันคว้าเอามาได้”

คำสารภาพอย่างหมดเปลือกของเธอทำให้รามคิดหนัก ลำบากใจมาก ไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร สุดท้ายก็ได้แต่บอกให้เธอไปพักและลืมเรื่องคืนนี้ให้หมด

แต่ขนิษฐาก็ปฏิเสธ แถมโผกอดเขาแน่น “น้องไม่มีวันลืม เพราะมันเป็นคืนเดียวที่น้องจะกล้าทำตามที่หัวใจของน้อง พรุ่งนี้...น้องคงมองน้ารามไม่ได้อีก น้อง... น้องจะเก็บความทรงจำคืนนี้ไว้ จะจำเอาไว้กับใจของน้อง”

เสียงร้องสะอึกสะอื้นของเธอทำให้รามไม่กล้าผลักหรือเบี่ยงตัวหนี ขนิษฐาเห็นสีหน้าเขาก็ฮึด ประกาศกร้าว

“นับจากนี้...น้องจะไม่กวนใจน้าราม จะพยายามไม่มาให้น้ารามเห็น น้องจะตัดใจ จะเชือดหัวใจตัวเองด้วยมือของน้อง” พูดจบก็เขย่งตัวแตะริมฝีปากบางบนริมฝีปากเย็นเยียบของเขา พร้อมเอ่ยคำลา “ลาก่อนค่ะ...น้าราม”

ooooooo

สีหนาทเป็นคนส่งรามไปรับขนิษฐา และเขาก็ได้ยินเสียงรถตอนดึก แต่จนแล้วจนรอดญาติสาวก็ไม่ขึ้นเรือน เลยสงสัยและตามไปดูด้วยความเป็นห่วง แล้วเขาก็ได้ตะลึง เมื่อดันเผลอได้ยินเธอสารภาพรักกับราม

แต่ที่แย่กว่าคือเขาดันได้รับรู้ถึงความเก็บกดและความผิดหวังของญาติสาวด้วย จนรู้สึกสงสารและเห็นใจอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อเห็นว่าเธอกลับขึ้นเรือนแล้ว เลยตัดสินใจออกไปพูดกับราม

รามคิดว่าจะถูกต่อว่า เลยรีบออกตัวจะลาออกและเก็บของจากไร่ในวันรุ่งขึ้น แต่สีหนาทก็ห้ามไว้

“น้ารามจำได้หรือเปล่าครับว่ามาทำงานกับผมกี่ปีแล้ว”

หัวหน้าคนงานหนุ่มคิดนิดเดียว ก่อนตอบเสียงเรียบ “ก็ร่วมๆเจ็ดปี”

“ตลอดเจ็ดปี ผมเห็นทุกๆสองสามเดือน น้ารามจะส่งจดหมายหนึ่งฉบับ แต่ไม่เคยมีจดหมายตอบมา ผมรู้ว่าน้ารามเคยมีครอบครัว มีลูก มีเมีย และทุกวันนี้น้ารามก็ยังห่วงใยพวกเขา จดหมายนั่นก็คงส่งหาพวกเขา”

รามหน้าชา ตัวแข็ง เพราะคำพูดของเจ้านายหนุ่มแทงใจอย่างแรง สีหนาทเข้าใจดี แต่ก็คิดว่าต้องพูดให้หมด

“แต่เจ็ดปีที่นี่ อีกแปดปีที่น้าอยู่ในคุก...สิบห้าปี ไม่เคยมีใครติดต่อมาหาน้าเลย ผมถามจริงๆ...นี่หรือครับครอบครัว นี่หรือความรัก แล้วน้ายังจะฝังตัวเองกับอดีตอีกทำไม น้าจะไม่ดิ้นรนทำอะไรเพื่อเวลาที่เหลือของตัวเองบ้างเลยเหรอ น้าจะอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆน่ะหรือ”

“ผม...ผมทำอะไรไม่ได้ สำหรับพวกเขา...ผมมันไม่มีตัวตนอีกแล้ว”

“จะไม่มีได้ยังไง ก็น้ารามส่งจดหมายไปให้เขาตลอดเวลา”

“ผมมันคนขี้คุก แม่ของยายหนูเขารังเกียจผม ส่วนยายหนู...แกคงคิดว่าผมตายไปตั้งนานแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้น...มันก็ถึงเวลาแล้วที่ลูกของน้าจะได้รู้สักทีว่าพ่อของตัวเองยังไม่ตาย”

รามสะดุ้ง ร้อนรนขึ้นมาทันที “ไม่...ไม่นะครับคุณสิงห์ ยายหนูแกจะรู้ไม่ได้ ลูกอยู่ดี อยู่สูง เป็นลูกหลานคนดีมีตระกูล มีอำนาจวาสนา ผมจะไม่มีวันดึงแกลงมาต่ำเพราะมือผม ถ้าคนอื่นรู้ว่ายายหนู...แกมีพ่ออย่างผม แกจะต้องอับอายขายขี้หน้าคนเขาสักแค่ไหน ให้แกเข้าใจว่าผมตายไปน่ะดีแล้ว”

สีหนาทส่ายหน้าไม่เห็นด้วย เข้าใจว่าอีกฝ่ายเจ็บปวด แต่ก็คิดว่าไม่ใช่ความคิดที่ถูกต้อง

“น้ารามครับ...การที่คนเราจะตกต่ำลง ไม่ได้อยู่ที่ว่าพ่อแม่ของเราเป็นใคร และไม่ว่าใครก็เคยผิดพลาดทั้งนั้น”

“คุณสิงห์ยังไม่มีลูก ไม่เข้าใจหรอกครับว่าคนเป็นพ่ออยากจะปกป้องลูกมากแค่ไหน”

“ครับน้าราม...ผมยังไม่มีลูก แต่ผมแน่ใจว่าถ้ามี ผมคงไม่ปกป้องลูกด้วยการหันหลังให้แกนานถึงสิบห้าปี!”

รามชะงักและถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้ยินประโยคต่อมาของสีหนาท “ลูกของผม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะอยู่ข้างๆแก คอยให้ความรักและเลี้ยงดูแก คอยปลอบเวลาแกร้องไห้ ให้กำลังใจเวลาแกอ่อนแอ ผมจะสอนให้แกรู้จักความรัก รู้จักให้อภัย รู้จักสิ่งผิดชอบชั่วดีต่างๆ และอธิบายให้แกฟัง ถ้าผมเคยทำผิดพลาดอะไรไป”

หัวใจด้านชาหุ้มไว้ด้วยเกราะแน่นหนาของราม เริ่มถูกสั่นคลอนด้วยคำพูดของเจ้านายหนุ่ม

“และที่สำคัญ...ผมจะให้แกรู้จักความหมายของคำว่าพ่อ ให้แกรู้ว่าความรัก ความอบอุ่นจากพ่อมันเป็นยังไง”

และประโยคล่าสุดนี้ ก็ทำให้เขาเจ็บจนจุก อับอายจนต้องเบือนหน้าหนีไม่ให้เห็นน้ำตา

“คุณสิงห์...สิบห้าปีที่ผมพยายามจะปกป้องลูก มันกลายเป็นว่าผมทอดทิ้งแกอย่างนั้นเหรอ”

“น้าราม...ผมเชื่อว่าลูกสาวน้าเขาจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดที่มันไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้ แต่สำหรับผู้หญิงที่เขารังเกียจน้าคนนั้น ผมไม่มีอะไรจะแนะนำ นอกจากจะบอกว่าผมเห็นด้วยกับยายน้อง ว่าน้ารามเป็นคนมีค่า เพราะฉะนั้นอย่ามัวเสียเวลาให้คนที่ไม่รู้ค่าน้ารามเลย”

“ขอบคุณครับคุณสิงห์ที่คุณเตือนสติผม ที่ผ่านมาผมเอาแต่ฝังใจกับคำพูดที่ว่า...พ่ออย่างผมคืออุปสรรคในชีวิตลูก จนผมลืมคิดไปว่าผมสามารถสอนสิ่งนี้ให้แก่ลูกผมได้ ให้เข้าใจความผิดพลาดของคนเรา...ของพ่อของแก ให้แกเข้าใจและไม่ต้องหลบหนีจากมันเหมือนผม”

สีหนาทพยักหน้าเห็นด้วย ยิ่งรามขออนุญาตไปกรุงเทพฯ หลังจัดการเรื่องวุ่นๆในไร่ ก็ตอบตกลงด้วยความเต็มใจ หัวหน้าคนงานหนุ่มซาบซึ้งใจมาก แต่ก็อดเครียดเรื่องขนิษฐาไม่ได้

ราชสีห์หนุ่มถอนใจยาว เข้าใจความหนักใจดี “ความรักนี่มันแปลกนะครับน้าราม ใครจะรักใครมันไม่มีกฎเกณฑ์เลย และถึงผมจะเป็นเจ้าของไร่ ก็ไม่มีอำนาจไปห้ามใครให้รักหรือไม่รักกันได้ ถ้าน้ารามเห็นยายน้องเป็นแค่เจ้านาย ก็ทำถูกแล้วที่จะไม่ให้ความหวัง แต่ถ้าหลังจากที่น้าจัดการอะไรเรียบร้อย แล้วคิดจะเปลี่ยนใจ ผมก็ไม่ขัดข้อง”

รามมองมาอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะได้รับเกียรติขนาดนี้ สีหนาทเลยต้องย้ำให้มั่นใจ

“อย่างที่ผมเคยบอก น้าไม่ใช่แค่ผู้จัดการไร่ น้าเป็นเหมือนญาติที่ผมเคารพรัก เหมือนกับคนในครอบครัวเราคนหนึ่ง แล้วคำว่าครอบครัวมันไม่มีใครสูงหรือต่ำกว่าใคร เรามีแต่จะรักและหวังดีต่อกันเท่านั้น”

ooooooo

เพราะทำใจไม่ได้เรื่องราม ขนิษฐาเลยตัดสินใจไปค้างโรงแรม จะได้ไม่เจอหน้ากันให้กระอักกระอ่วนใจ ซึ่งสีหนาทก็เห็นดีด้วย และหันไปสนใจกับการสืบเรื่องหนูนาอีกครั้ง และวันนี้ก็ถึงฤกษ์ดีที่เขาจะล้วงความลับจากจุฑารัตน์ โดยมีกรกชเป็นผู้ช่วย แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น เขาก็ต้องหาข้ออ้างให้หนูนาตรวจงานในไร่แทนเสียก่อน

หนูนาจะไม่ยอมเพราะเห็นว่าไม่ควร แต่เขาก็ให้เหตุผลหน้าตาย

“ทำไมล่ะ...คนที่จะมาเป็นคุณนายของไร่ ยังไงก็ต้องมาช่วยกันดูอยู่แล้ว”

“ใครบอกคุณ ฉันยังไม่ได้รับปากซะหน่อย”

“แต่ก็ยังไม่ได้ปฏิเสธเหมือนกัน”

หนูนาชะงัก ตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่สีหนาทก็ยกมือปิดปากเธอไว้

“คนจะไปธุระยังไม่มีเวลาฟัง เอาเป็นว่า...ฉันฝากบ้านนี้ กับไร่นี้ไว้กับเธอเลยแล้วกันนะหนูนา”

สีหนาทไม่รอให้เธอตอบรับหรือปฏิเสธ ผละไปจัดการเรื่องจุฑารัตน์กับกรกชในเวลาต่อมา โดยที่นักข่าวสาวไม่รู้เรื่อง เพราะสารวัตรหนุ่มเป็นคนออกหน้า ล้วงความลับจากผู้ร้ายปากแข็ง

จุฑารัตน์พยายามบ่ายเบี่ยงประเด็นเต็มที่ จนเมื่อกรกชเอาเอกสารสมัครงานของหนูนาที่เคยกรอกไว้ตอนสมัครงานในไร่บัวขาวมากองตรงหน้า นักข่าวสาวก็ถึงกับพูดไม่ออก โดยเฉพาะตรงที่อยู่ ซึ่งเป็นที่อยู่บ้านเธอที่กรุงเทพฯ

“เขามีแต่เอาคนงานต่างด้าวมาปลอมเป็นคนไทย แต่คุณเอาคุณหนูไฮโซมาปลอมเป็นชาวไร่ คุณสิงห์เขาเอาเรื่องเพื่อนคุณได้เลยนะที่ปกปิด ปลอมแปลงที่อยู่ในเอกสารสมัครงานแบบนี้”

“คุณ...นี่คุณสิงห์ให้คุณมาคุยกับฉันเหรอ นี่เขารู้ตัวจริงของหนูนาแล้วเหรอว่าเป็น...”

“คุณนารา วรรณพาณิช ใช่...คุณสิงห์ทราบแล้ว คุณกับเพื่อนนึกว่าตบตาคนอื่นไปได้ตลอดเหรอ”

จุฑารัตน์หน้าเครียดขึ้นมาทันที แก้ตัวแทนเพื่อนตัวเล็กว่าไม่เป็นพิษภัยกับใคร และสีหนาทคงไม่ต้องกังวล แต่กรกชก็ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย เพราะรัศมี แม่แท้ๆ ของหนูนาไม่ใช่คนธรรมดา

“อย่าลืมว่าไร่บัวขาวไม่ถูกกับพ่อเลี้ยงศักดา แล้วคุณแม่คุณนาราก็ป่าวประกาศไปทั่วว่าเป็นหุ้นส่วนและ คู่หมั้น”

“แม่ก็ส่วนแม่ ลูกก็ส่วนลูกสิ หนูนาไม่มีทางเป็นอันตรายกับไร่นั้นแน่ ฉันรับรอง หนูนาแค่มาหาพ่อเท่านั้นเอง!”

สีหนาทซึ่งแอบฟังอยู่ตลอดถึงกับผงะ ตัดสินใจปรากฏตัวหลังจากนั้น จุฑารัตน์หน้าซีดเผือด แต่ยังมีสติจะหว่านล้อมและเกลี้ยกล่อมให้เขายกโทษให้เพื่อนสาว แต่สีหนาทติดใจเรื่องตามหาพ่อของหนูนามากกว่า และวินาทีนี้เขาก็คิดว่ารู้แล้ว...ว่าพ่อของเธอคือใคร

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฝ้าย" อับอายหัวโล้นขี้เรื้อน "เบนซ์" แค้นกระชากวิกกลางงาน ใน "เล่ห์รัญจวน"

"ฝ้าย" อับอายหัวโล้นขี้เรื้อน "เบนซ์" แค้นกระชากวิกกลางงาน ใน "เล่ห์รัญจวน"
20 พ.ย. 2562
07:30 น.