ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
ตอนที่ 28

ทองปลิวกับมะลิเอารถมาจอดรอตรงจุดที่โรสนัดไว้ มะลิร้อนใจทำไมป่านนี้แล้วโรสยังไม่ออกมา ทองปลิวติงว่ายังไม่ถึงเวลาตามนัดอย่าเพิ่งใจร้อนมะลิเป็นห่วงโรสจะตามไปดู แต่ทองปลิวรั้งไว้

"เชื่อผมสักครั้งเถอะ รอจนครบเวลาก่อน ถ้าหมวดยังไม่ออกมา ผมไปช่วยเธอเอง"

ทันใดนั้น ลิงลมปรากฏตัวขึ้น "พวกเอ็งไม่ทันได้ไปช่วยใครหรอก ไอ้เด็กเมื่อวานซืน"

มะลิกับทองปลิวตกใจ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก...

ด้านโรสใช้บันไดหนีไฟเป็นช่องทางเข้าหาชัยเดช แต่ไปไม่ถึงไหนเจอศรดักรออยู่ โรสประหลาดใจมากว่ามาได้อย่างไร ศรคุยว่าอำนาจรู้ทันโรสว่าจะมาไม้ไหนเลยส่งเขามารอต้อนรับ  โรสเจ็บใจ  พุ่งเข้าต่อสู้  ศรจับมือเธอบิด  แล้วดัน ชิดกำแพง โรสขู่จะฆ่าศรถ้าหนีรอดไปได้

"แกฆ่าพ่อฉันไปคนหนึ่งแล้ว คิดหรือว่าฉันจะยอมให้แกฆ่าฉันง่ายๆ"

โรสปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่ากำนันฉ่ำ ศรไม่เชื่อ โรสอาศัยจังหวะ พลิกสถานการณ์เป็นฝ่ายได้เปรียบ ถีบศรร่วงไปตามขั้นบันไดก่อนจะฉวยโอกาสวิ่งหนี ศรเจ็บใจที่เสียท่าผู้หญิงรีบไล่ตาม...

มะลิเห็นทองปลิวสู้ลิงลมไม่ได้ เข้าไปช่วยอีกแรง แต่กลับกลายเป็นหนึ่งรุมสอง ลิงลมคว้าคอทั้งคู่บีบ โรสมาเห็นพอดียิงปืนใส่ ลิงลมรีบปล่อยมือแล้วใช้ความเร็วหลบเข้าที่กำบัง โรสสั่งทองปลิวให้พามะลิหนีไปก่อน เธอจะอยู่ รับมือพวกนี้เอง ทองปลิวยืนรีๆรอๆโรสสั่งเสียงเฉียบ

"ทำตามที่ฉันสั่ง อย่าให้มะลิเป็นอะไร นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะสูญเสียคนรักไปอีกไม่ได้เด็ดขาด"

มะลิดื้อจะอยู่ช่วยโรส ทองปลิวฉุดมือมะลิออกวิ่ง ส่วนโรสเตรียมพร้อมรับมือศรกับลิงลม ทองปลิวพามะลิหนีได้สักพัก มะลิสะบัดมือเขาออกจะย้อนกลับไปช่วยโรส ทองปลิวไม่ยอมให้ไปยืนขวางไว้ มะลิเตะหน้าแข้งทองปลิวกระโดดโหยง แล้ววิ่งกลับทางเก่า

ฝ่ายโรสยิงต่อสู้กับศรพลาดท่าโดนยิงถากแขนปืนหลุดมือ ศรกับลิงลมล้อมกรอบเธอไว้ โรสฮึดสู้แต่สู้แรงผู้ชายไม่ได้โดนลิงลมล็อกตัวจากด้านหลัง

"สู้ไม่ถอยแบบนี้ บันเทิงถูกใจผมจริงๆหมวดคนสวย"

พลันมีรถคันหนึ่งพุ่งเข้ามาจอดใกล้ๆ ชายในรถสองคนสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้า เปิดประตูรถลงมายิงถล่มใส่ศรกับลิงลม จนต้องหลบกระสุนกันจ้าละหวั่น ไอ้โม่งดันโรสเข้าไปในรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว มะลิกับทองปลิวเข้ามาเห็นพอดี มะลิแปลกใจว่าใครกันที่มาช่วยโรสหนี

"อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลยครับ เขามาช่วยก็แสดงว่าเขาเป็นพวกเดียวกับเรา รีบไปเถอะครับคุณมะลิ" ทองปลิวดึงข้อมือมะลิหนี ศรกับลิงลมโผล่จากที่ซ่อน แต่โรสกับรถคันนั้นหายไปแล้ว...

พอสิงห์รู้จากมะลิและทองปลิวว่าเกิดอะไรขึ้นกับโรส เกรงโรสจะตกอยู่ในอันตราย เพราะไม่รู้ว่าพวกไหนกันแน่ที่เอาตัวเธอไป เขาเลยชวนเสือไปตามหาโรส...

ไอ้โม่งที่ช่วยเหลือโรส ขับรถมาจอดในโกดังร้างชานเมือง แล้วช่วยกันพยุงหญิงสาวลงจากรถ โรสเห็นหนึ่งในพวกนั้นเผลอ แย่งปืนจากเอวมาเล็งใส่ ถามว่าเป็นใคร มาช่วยเธอทำไม สองไอ้โม่งไม่พูดพล่ามถอดหมวกไหมพรมออก เผยให้เห็นว่าเป็นจ่าเพิ่มกับหมู่แย้ม โรสนิ่วหน้า แปลกใจ หมู่แย้มรีบไขข้อข้องใจ

"พวกผมได้รับคำสั่งให้ติดตามหมวดและเข้าช่วยเหลือเพื่อพาหมวดมาพบกับท่านรองฯครับ"

"ไม่ต้องห่วงหมวดโรส ผมไม่ได้ให้จ่ากับหมู่ไปจับคุณมาเพื่อดำเนินคดี แต่มีคนที่เขาต้องการพบคุณเป็นการส่วนตัว"

โรสหันไปมองตามเสียง เห็นท่านรองฯเดินเข้ามา จากนั้น ทั้งหมดพากันมาถึงหน้าห้องที่มีบอดี้การ์ดยืนเฝ้าอยู่ ท่านรองฯ หันไปทางหมวดโรส

"คุณวิเชียรเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของท่านนายกฯ...เขารอที่จะพบหมวดและรับฟังทุกอย่าง"

ท่านรองฯนำโรสเข้าไปพบวิเชียรในห้อง โรสไม่คาดคิดมาก่อนว่าผู้ใหญ่ระดับวิเชียรจะสนใจเธอ

"ผมกับท่านจับตาดูพวกคุณมาตลอดครับ เพราะเป้าหมายของพวกคุณและของเราตรงกัน คือการขัดขวางแผนการร้ายขององค์กรเขี้ยวพยัคฆ์"

"ท่านรู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ"

"ครับ ท่านรู้เรื่องนี้มานานแล้ว และท่านก็ไม่สบายใจเพราะมีการคอรัปชันของพวกมันแทรกซึมอยู่ในคณะของท่าน ท่านจึงมีคำสั่งแต่งตั้งให้ผมเป็นหัวหน้าในการสืบหาความจริง"

โรสสงสัยว่าถ้าท่านรู้เรื่องที่เขี้ยวพยัคฆ์มีแผนคิดทำลายแผ่นดินแล้วทำไม ถึงไม่จัดการปราบให้สิ้นซาก วิเชียรอ้างว่าทางเขายังไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอจะเล่นงานคนคอรัปชัน เขาจึงจำเป็นต้องร่วมมือกับพวกนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว โรสติงว่าตอนนี้พวกของเธอกลายเป็นอาชญากรแผ่นดินไปแล้ว

"ผมทราบและท่านก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ท่านรู้ว่ามันเป็นแผนของเขี้ยวพยัคฆ์ที่ต้องการดิสเครดิตพวกคุณ ซึ่งท่านก็ไว้ใจพวกคุณและเห็นถึงความเสียสละของพวกคุณ จึงอยากจะขอร้องให้พวกคุณมาทำงานร่วมกัน"

โรสนิ่งคิดอึดใจ หันไปมองหน้าท่านรองฯที่พยักหน้าให้ "ได้ค่ะ...ฉันจะยอมเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างเพื่อร่วมกำจัดพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้ สิ้นซาก"

ooooooo

อำนาจฉุนจัดเมื่อรู้ว่ามีคนมาช่วยโรสหนีรอดเงื้อมมือศรกับลิงลมไปได้ และต้องแปลกใจอย่างแรงที่ได้ยินชัยเดชบอกว่าคนที่ช่วยโรสไว้คือคนของวิเชียร ที่ปรึกษาส่วนตัวของท่านนายกฯ

"สายภายในที่ประชุมรายงานผมว่าตอนนี้ท่านรู้ความเคลื่อนไหวของพวกเราแล้ว จึงมีคำสั่งให้วิเชียรออกมาสืบเรื่องนี้ เราจะช้าไม่ได้ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง"

"เรื่องนั้นท่านไม่ต้องห่วงครับ ตอนนี้เราสามารถผลิตยาสำเร็จแล้ว ยานั่นจะทำให้แม็กนั่มแข็งแกร่ง แม้กระทั่งนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็สู้ไม่ได้"

"อย่าดีแต่พูด รีบจัดการซะ ฉันจะรีบไปหาข้อมูลว่าวิเชียรมันตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ไหน เราต้องเก็บมันเสีย" ชัยเดชเดินหน้าเครียดกลับไป อำนาจสั่งมรกตว่าถึงเวลาที่แม็กนั่มจะแสดงฝืมือแล้ว

มรกตฉีดยาตัวใหม่ให้แม็กนั่ม อึดใจเดียว แม็กนั่มคำรามก้องอย่างน่ากลัว ศรกับลิงลมรับรู้ถึงพลังมหาศาลที่เพิ่มขึ้นของแม็กนั่ม อำนาจมั่นใจเต็มร้อยว่าแม็กนั่มจะจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้...

ไม่นานนัก เสือกับสิงห์มาถึงหน้าโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่ เกิดเหตุ ทั้งสองคนแยกกันค้นหาหลักฐานเผื่อเจออะไรที่จะนำไปสู่คนที่เอาตัวโรสไป เสือรู้สึกเหมือนมีใครบางคนอยู่ ข้างหลัง หันขวับไปมอง เห็นแม็กนั่มยืนจังก้าอยู่ ทั้งสองคนตรงเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด เสือใช้หมัดเขวี้ยงควายสู้

แม็กนั่มโต้กลับด้วยหมัดเขวี้ยงควายเช่นกัน พลังหมัดของแม็กนั่มรุนแรงกว่าซัดเสือกระเด็นไปไกล แม็กนั่มย่ามใจจะเข้าไปซ้ำ แต่เสือใช้พลังความเร็ววิ่งหนี แม็กนั่มได้แต่มองตาม...

ขณะสิงห์กำลังกวาดตามองหาเบาะแสในการตามตัวโรส เห็นอะไรบางอย่างวิ่งผ่านหน้าอย่างรวดเร็วเหลียวมองตาม หมัดของลิงลมซัดเปรี้ยงเต็มหน้า สิงห์หงายท้องตึง ลิงลมตามมาซ้ำ สิงห์รับหมัดไว้ได้ ทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับ สิงห์แกร่งกว่า เตะลิงลมปลิว ลิงลมคว้าเลื่อยยนต์ใกล้มือสตาร์ตเครื่องพุ่งเข้าหา

"ข้าจะเลื่อยแกให้เป็นชิ้นๆ"

สิงห์ใช้พลังจิตกระแทกเลื่อยกระเด็นจากมือลิงลมแล้วตามเข้าไปต่อยไม่ยั้ง ลิงลมกำลังจะพ่ายแพ้ ศรโผล่เข้ามายิงปืนใส่สิงห์ สกัดไม่ให้เข้าใกล้ลิงลม สิงห์ต้องวิ่งหลบคมกระสุนเข้าที่กำบัง พอเห็นเสียงปืนเงียบ ค่อยๆโผล่ออกมาดู ศรกับลิงลมหายตัวไปแล้ว...

แม็กนั่มไล่ล่าเสือไปถึงถนนใหญ่ เสียงแตรรถบีบไล่หลังดังสนั่น  แม็กนั่มหันขวับไปเห็นรถสิบล้อพุ่งเข้าหา  แทนที่จะหลบ เขากลับออกแรงต้านรถสิบล้อไว้ พลังมหาศาลของแม็กนั่มไม่ได้ทำแค่หยุด แต่ยังดันรถสิบล้อถอยหลังได้อีกด้วย คนขับรถกลัวตาเหลือก รีบเลี้ยวรถหนีไปทางอื่น แม็กนั่มหัวเราะสะใจ

"เห็นพลังของข้าหรือยัง"

เสือเห็นแล้วหวั่นใจ แต่ก็ยังฮึดสู้ เตรียมตั้งท่าเข่าพญาไฟ แม็กนั่มไม่เกรงกลัว พร้อมรับมือเต็มที่ เสือเข่าลอยใส่เต็มอกแม็กนั่มเกิดเปลวไฟลุกท่วมตัว สิงห์เข้ามาสมทบกับเสือ เห็นสภาพแม็กนั่มคาดว่าต้องตายชัวร์ ศรกับลิงลมเห็นแม็กนั่มเสียท่าเหลียวมองกันหน้าตื่น เสือหันไปทางทั้งคู่

"ต่อไปถึงคิวพวกแก ฉันจะจัดการพวกแกให้สิ้นซาก"

ศรกับลิงลมไม่รอช้าเผ่นแน่บ ลิงลมสงสัยว่าทำไมเราถึงไม่ต่อสู้กับเสือ ศรท้วงว่าขนาดแม็กนั่มที่ว่าแน่ยังเสร็จเข่าพญาไฟ แล้วเราสองคนจะไปเหลืออะไร ลิงลมชวนให้กลับไปรายงานเรื่องนี้กับอำนาจ แต่เสือกับสิงห์มาขวางไว้ สองวายร้ายหมดทางหนี ศรหยิบรีโมตกดระเบิดออกมาโชว์ ลิงลมหัวเราะชอบใจ

"พวกข้าวางระเบิดไว้ทั่วแล้ว ต่อให้แกวิ่งไวปานลมกรดก็หมดสิทธิ์หนีวงล้อมระเบิดไปได้"

"ไหนๆข้าก็ต้องตาย เราก็ตายไปด้วยกันจะได้ไปสู้กันต่อในนรก"

ศรจะกดระเบิดแต่สิงห์ใช้พลังจิตปัดรีโมตหล่นพื้น แล้วรีบแย่งมาถือไว้เอง สิงห์ยิ้มสะใจ ตอนนี้คือวาระสุดท้ายของศรกับลิงลมแล้ว เสือตะลึงเมื่อมองข้ามไหล่สิงห์เห็นแม็กนั่มยืนอยู่ ในสภาพเนื้อตัวมีรอยไฟไหม้ไปทั่ว ศรกับลิงลมยิ้มออกที่แม็กนั่มยังไม่ตาย รีบวิ่งไปยืนข้างๆ

แม็กนั่มคำรามก้อง เดินตรงเข้าต่อยเสือไม่ยั้ง เสือสู้แรง แม็กนั่มไม่ได้โดนอัดน่วม สิงห์เห็นท่าไม่ดียิงปืนใส่แม็กนั่มเป็นชุดแต่กระสุนทำอะไรไม่ได้ สิงห์ตัดสินใจขว้างระเบิดใส่ ควันฟุ้งไปทั่วบริเวณ พอควันจางเสือกับสิงห์หายไปแล้ว ศรตะโกนสั่ง

"ไอ้แม็กนั่มตามไปฆ่ามันซะ อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้"

แม็กนั่มจะตาม แต่กลับทรุดลงไปกองกับพื้น ลิงลมกับศรตกใจรีบวิ่งมาดู...

สิงห์ประคองเสือกลับบ้าน ทองปลิวรีบเข้ามาช่วยพยุง ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าเสือปะทะกับแม็กนั่มมา แต่ เข่าพญาไฟทำอะไรแม็กนั่มไม่ได้ พลังของเขามหาศาลเกินกว่าที่พวกเราคาดคิด

"เข่าพญาไฟทำอะไรมันไม่ได้ แล้วต่อไปเราจะเอาอะไรไปสู้กับมัน"

ทุกคนกังวลใจ เกรงจะต้านทานแม็กนั่มไม่ได้

ooooooo

อำนาจเห็นสภาพของแม็กนั่มแล้วโวยมรกตลั่นว่าแม็กนั่มเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร หรือว่าปฐมพงษ์ เล่นตุกติกกับเรา มรกตแก้ตัวแทนพ่อว่าเป็นไปไม่ได้ ปฐมพงษ์ผลิตยาสำเร็จแล้ว เพียงแต่เข่าพญาไฟของ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีพลังรุนแรง ทำให้ร่างกายของแม็กนั่มบอบช้ำอย่างหนัก

"แล้วจะทำอย่างไรให้แม็กนั่มกลับมามีพลังเหมือนเดิม"

"เพียงแค่ฉีดยาเข้าไปใหม่ พลังของแม็กนั่มมันก็จะกลับมาเหมือนเดิม ผู้พันไม่ต้องห่วงหรอก ยานี่มีอานุภาพเหนือกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอย่างแน่นอน"

"จริงครับผู้พัน ผมได้เห็นพลังของมันแล้ว นักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวแทบเอาตัวไม่รอด"

"ดี...เรากำลังเหนือกว่าพวกนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวทุกอย่าง...ศร แกเอาข้อมูลนี่ไป ท่านชัยเดชส่งที่อยู่ของวิเชียรมาให้แล้ว แกไปเก็บวิเชียรแล้วก็ฆ่าหมวดโรสให้ได้ ตัดไฟแต่ต้นลม อย่าให้ท่านรู้เรื่องของพวกเรา"

ศรรับซองเอกสารแล้วรีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที...

แสงระวีตกใจตื่นเพราะฝันร้ายเรียกหาเสือให้ลั่น เสือได้ยินเสียงรีบเข้ามาดู แสงระวีเล่าความฝันให้เสือฟังว่าเธอเห็นเสือโดนพวกแม็กนั่มเล่นงานอย่างหนัก เสือชะงักเพราะเขาเพิ่งเสียท่าให้แม็กนั่ม รีบกลบเกลื่อนว่ามันเป็นแค่ความฝัน นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้รับพรจากสวรรค์ ไม่มีใครทำอะไรเขาได้

"คงเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอจนทำให้ฉันฟุ้งซ่านและ กังวลใจมากขึ้น มันคงใกล้ถึงเวลาของฉันแล้ว"

"คุณอย่าพูดอย่างนั้นสิ เราสัญญากันแล้วไง เราจะอยู่ ด้วยกันตลอดไป"

"ฉันเองก็อยากจะหลอกตัวเองอย่างนั้นเหมือนกัน แต่

นายเสือนายยอมรับความจริงเถอะว่าเหลือเวลาไม่กี่วันฉันก็ต้องจากนายไป ฉันไม่เสียใจหรอกนะที่ฉันต้องจากไป แต่ฉันเสียใจที่ไม่ได้อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมสู้กับนาย" แสงระวีร้องไห้น้ำตาไหลพราก เสือเช็ดน้ำตาให้

"ใครบอกล่ะครับ ถึงคุณจะนอนอยู่ตรงนี้ แต่คุณรู้ไหมทุกครั้งที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวออกสู้ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวนำหัวใจของคุณติดไปด้วยทุกครั้ง หัวใจที่เข้มแข็งของคุณ หัวใจที่ใฝ่หาสันติสุข ติดตามผมไปทุกที่และมันเป็นพลังยิ่งใหญ่ที่ทำให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีพลังในการต่อสู้"

แสงระวีซึ้งใจมากจะจับหน้าเสือ แต่มือเปะปะหาไม่เจอ เสือแปลกใจที่หญิงคนรักท่าทางเหมือนมองไม่เห็น ถามว่าเห็นเขาหรือเปล่า แสงระวีไม่อยากให้เสือเป็นกังวลโกหกว่าเห็น เสือรู้ทันว่าเธออาการทรุดหนักส่งผลให้สายตาเสื่อมแต่ไม่พูดอะไร กุมมือเธอมาจูบ น้ำตาคลอด้วยความสงสาร...

มะลิเห็นอาการของแสงระวีทรุดลงทุกวัน ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะสานงานที่แสงระวีทำค้างไว้ภายใต้ชื่อลมใต้ปีก เธอปริ๊นต์ บทความต่อต้านพวกเขี้ยวพยัคฆ์แล้วส่งให้ทองปลิวอ่าน ชายหนุ่มนิ่วหน้าแปลกใจ

"บทความจากลมใต้ปีก...พี่แสงระวีจะเขียนได้อย่างไรในเมื่อพี่แสงระวีป่วยหนัก...อย่าบอกนะว่าเธอเขียนเอง" ทองปลิวมองหน้ามะลิอย่างรอคำตอบ

"นายอย่าสนใจเลยว่าลมใต้ปีกเป็นใคร ขอเพียงให้รู้ว่าลมใต้ปีกคือผู้ที่รักความยุติธรรม ผดุงความดีและปกป้องไม่ให้ แผ่นดินนี้ตกเป็นของต่างชาติ"

"จริงสิ...ฮีโร่คือคนธรรมดาที่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้กับความอยุติธรรม เราไม่จำเป็นต้องสนใจว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นใคร ทุกคนเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้ขอเพียงให้ลุกขึ้นมาปกป้องแผ่นดิน"

"เราจะต้องร่วมกันเผยแพร่อุดมการณ์นี้ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้ร่วมรักษาแผ่นดินด้วยกัน"

มะลิปริ๊นต์บทความอีกปึกใหญ่แล้วชวนทองปลิวไปช่วยกันแจกจ่าย...

โรสร้อนใจที่ต้องติดอยู่ที่กองบัญชาการลับของวิเชียร เลยเข้าไปถามเขาว่าเมื่อไหร่ถึงจะปล่อยเธอกลับ วิเชียรขอร้องให้โรสใจเย็นๆก่อน ทางเขากำลังรวบรวมหลักฐานชิ้นสำคัญเล่นงานพวกเขี้ยวพยัคฆ์ และเธอก็เป็นพยานปากเอกที่จะเอาผิดพวกนั้น โรสไม่อยากอยู่เฉยๆ อยากใช้ความสามารถที่มีเข้าร่วมกับสิงห์และนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกำจัดพวกเขี้ยวพยัคฆ์

"ผมเข้าใจเจตนารมณ์ของหมวดดี ตัวท่านเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ ถึงได้สั่งการลับให้ผมมาเป็นคนหาข้อมูลของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เมื่อเราได้หลักฐานครบเราสามารถจับกุมได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ"

ทันใดนั้น จ่าเพิ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานวิเชียรว่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์บุกมาถึงที่นี่แล้ว...

ที่ด้านหน้าโกดังร้าง ศรยิงต่อสู้กับตำรวจนอกเครื่องแบบ หมู่แย้มเข้ามาจากอีกทางช่วยตำรวจยิงโต้ศร พวกตำรวจสู้ศรไม่ได้ถูกยิงตายเรียบ หมู่แย้มเสียท่าถูกกระสุนปืนของศรยิงเฉี่ยวไหล่ ศรกับหมู่แย้มยิงโต้กันไปมาจนกระสุนหมดด้วยกัน ทั้งสองฝ่าย เลยต้องสู้กันด้วยมือเปล่า

หมู่แย้มสู้เชิงมวยของศรไม่ได้โดนอัดหน้าหงาย ศรจะตามไปซ้ำ จ่าเพิ่มเข้ามายิงสกัดช่วยหมู่แย้มไว้ได้ ส่วนศรหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย...ขณะบอดี้การ์ดกำลังพาวิเชียรกับโรสออกมาทางหลังโกดังร้าง ศรรู้ทันเลยมาดักรออยู่ ยิงบอดี้การ์ดตายหมด แล้วเอาปืนจ่อเอววิเชียรไว้

"ไอ้ศร แกอย่าทำอะไรคุณวิเชียรนะ"

"หมวดโรส ก่อนจะห่วงคนอื่นเอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ เพราะแกจะเป็นรายต่อไปหลังจากฉันกำจัดเสี้ยนหนามตามคำสั่งของผู้พันอำนาจ ฉันก็จะกำจัดแกในฐานะศัตรูเก่าที่ฆ่าพ่อฉัน"

"ฉันบอกแกไปแล้วว่าฉันไม่ได้ฆ่ากำนันฉ่ำ"

ศรไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆจะฆ่าโรสให้ได้ วิเชียรห้ามไว้ ยืนยันว่าโรสไม่ฆ่ากำนันฉ่ำ เขามีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งไว้ที่เซฟเฮาส์ เดินนำศรกลับมายังห้องลับในโกดังร้าง แล้วเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้ศรดู ปรากฏภาพมือปืนที่ลั่นไกสังหารกำนันฉ่ำอย่างชัดเจน ศรจำได้ทันทีว่าเป็นคนของอำนาจ

โรสเองก็ตกใจที่รู้ว่าอำนาจอยู่เบื้องหลังการสังหารครั้งนี้ ศรยังไม่อยากเชื่อว่าอำนาจจะทำอย่างนั้นในเมื่ออำนาจเป็นคนปกป้องพ่อของเขาและสั่งให้ย้ายพ่อของเขาจากการควบคุมของสิงห์มาอยู่ที่เซฟเฮาส์

"เพื่อหลอกกำนันฉ่ำให้ข้อมูลผิดๆกับตำรวจไงล่ะจะได้ สาวมาไม่ถึงตัวผู้พันอำนาจและท่านชัยเดช"

"แล้วทำไมผู้พันต้องฆ่าพ่อฉันด้วย"

"เพื่อกำจัดคนที่หมดประโยชน์แล้วไง และที่สำคัญเป็นการใส่ร้ายหมวดโรส ทำให้หมวดโรสกับพวกนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว กลายเป็นอาชญากร"

ศรโกรธมาก หมายหัวอำนาจไว้ ประกาศลั่นว่าจะต้องล้างแค้นแทนพ่อให้ได้

ooooooo

เสือนั่งลงข้างเตียงแสงระวีซึ่งกำลังนอนหลับ หวนนึกถึงเหตุการณ์ตอนต่อสู้กับแม็กนั่มครั้งล่าสุด เสือสูญเสียความมั่นใจในพลังของตัวเอง เนื่องจากเข่าพญาไฟที่เขาภูมิใจหนักหนาว่าสามารถต่อกรกับใครก็ได้แต่กลับทำอะไรแม็กนั่มไม่ได้ เสือจับมือแสงระวีมากุมไว้

"คุณแสงระวี...คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ คุณต้องเป็นกำลังใจให้ผม...ตอนนี้ผมไม่เหลือความมั่นใจอะไรอีกแล้ว...คุณแสงระวี...ผมจะทำอย่างไรดี" เสือกังวลใจอย่างมาก...

ค่ำแล้ว มะลิกับทองปลิวยังคงขะมักเขม้นช่วยกันแจกจ่ายเอกสารบทความของลมใต้ปีกให้กับประชาชนเดินถนน พร้อมกับเชิญชวนทุกคนให้ร่วมมือกันต่อต้านการขายชาติขายแผ่นดินของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ หลังจากแจกเอกสารหมด ทองปลิวชักหิว ชวนมะลิไปกินข้าว

"ฉันยังไม่หิว ฉันจะไปพิมพ์มาเพิ่ม พวกมันกำลังรุกหนัก เรารอช้าไม่ได้ ต้องใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่า ยิ่งพี่แสงระวีมาป่วยหนัก ฉันยิ่งต้องลุกขึ้นสู้เป็นสองเท่า ฉันจะทำให้ความฝันของพี่แสงระวีเป็นจริง อยากให้เธอได้เห็นโลกใบนี้ที่เต็มไปด้วยความยุติธรรม"

"ฉันสัญญานะ ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป" ทองปลิวเสนอตัว แต่มะลิเดินลิ่วไปรอที่รถมอเตอร์ไซค์แล้ว แถมตะโกนเร่งทองปลิวให้รีบมาเร็วๆ...

ระหว่างทางกลับบ้าน ทองปลิวกับมะลิเจอใครบางคนเดินเซมากลางถนน ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น ทองปลิวรีบ

จอดมอเตอร์ไซค์ มะลิจะลงไปดู แต่ทองปลิวห้ามไว้ อาจจะเป็นโจรมาดักปล้นเราก็ได้

"แต่ถ้าเขากำลังต้องการความช่วยเหลือล่ะ เราทิ้งเขาไว้ไม่ได้"

ทองปลิวคว้าไม้ท่อนเขื่องใกล้มือ เดินนำมะลิไปยังร่างของชายคนนั้น แล้วพลิกร่างที่นอนคว่ำหน้าอย่างระวังตัวเต็มที่ พอมะลิเห็นหน้าชายคนนั้นเต็มตาทั้งตกใจทั้งดีใจปนกัน เขาคือปฐมพงษ์นั่นเอง...

อาการของแสงระวีแย่ลงเรื่อยๆจนเธอเริ่มท้อแท้ แต่เหมือนสวรรค์มีตา ทองปลิวและมะลิกลับมาบ้านลมใต้ปีกพร้อมปฐมพงษ์ สิงห์สงสัยว่าปฐมพงษ์หนีจากพวกเขี้ยวพยัคฆ์มาได้อย่างไร ปฐมพงษ์เล่าว่ายาที่เขาหลอกให้มรกตฉีดให้ เป็นยาที่มีฤทธิ์ทำให้เหมือนกับคนตายไปชั่วขณะ พอพวกนั้นเอาเขามาทิ้ง

เขารอจนแน่ใจว่าพวกนั้นเชื่อสนิทว่าจัดการเขาเรียบร้อยแล้ว จึงหาทางหลบหนี และเขาเอายาที่รักษาแสงระวีติดตัวมาด้วย แต่มันยังไม่ใช่ยากำจัดพิษเป็นเพียงยาที่จะช่วยลดความทรมานลงได้ แต่ถ้าเสือมีห้องแล็บกับอุปกรณ์ เขาสามารถผลิตยาช่วยให้แสงระวีหายดีกลับมาเป็นเหมือนเดิม

"เรื่องนั้นฉันจะจัดการให้เองค่ะ ดร.ปฐมพงษ์"

สิงห์หันไปเห็นโรสกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีใจ   รีบจูงมือออกมาคุยกันลำพัง  โรสเล่าเหตุการณ์ที่เจอกับวิเชียรให้ฟัง สิงห์ไม่แน่ใจว่าจะไว้ใจวิเชียรได้หรือเปล่า   โรสยืนยันว่าไว้ใจได้  วิเชียรเป็นคนของท่านนายกฯโดยตรง  และทางท่านก็กำลังจะเริ่มแผนการโต้ตอบพวกเขี้ยวพยัคฆ์...

อำนาจไม่พอใจที่โรสกับวิเชียรหนีรอดเงื้อมมือศรไปได้ แต่ที่ทำให้เขาขัดใจมากกว่านั้นก็คือ ท่าทีที่เปลี่ยนไปของศร อำนาจพอมองออกว่า ศรน่าจะรู้เรื่องที่เขาสั่งฆ่ากำนันฉ่ำจากวิเชียรแล้ว แต่ที่ศรยังไม่กล้าลงมือแก้แค้นให้พ่อเพราะรู้ตัวดีว่าฝีมือเทียบชั้นกับ อำนาจไม่ได้ ลิงลมว่าถ้าเป็นอย่างนั้นก็ถึงเวลาที่จะกำจัดส่วนเกินออกไปได้แล้ว อำนาจยิ้มร้าย พยักหน้าเห็นด้วย...

พอได้อยู่ตามลำพังกับเสือ  ปฐมพงษ์ขอโทษเสือที่ตัวเขาไม่กล้าหาญพอที่จะขัดขืนไม่ยอมผลิตยากระตุ้นพลัง ให้ อำนาจ ไม่เช่นนั้น เสือคงจัดการแม็กนั่มได้แล้ว แถมตอนนี้แม็กนั่มมีพลังมากเกินขีดจำกัดเสือจะสู้เขาได้อย่างไร เสือมั่นใจว่าสู้ได้ เพราะเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเองแต่สู้เพื่อพี่น้องสู้เพื่อแผ่นดินของเขา พลังของทุกคนจะสนับสนุนให้เขาได้รับชัยชนะ...

ในที่สุด ศรตัดสินใจร่วมมือกับวิเชียร ลอบโทรศัพท์ บอกแหล่งกบดานของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้วิเชียรรู้ และวิเชียรก็โทร.มาแจ้งโรสอีกทอดหนึ่ง จังหวะที่โรสกับสิงห์กำลังจะออกไปสมทบกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของวิเชียร เสือเดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง

"ไปจัดการกับพวกมัน จะไม่รอผมเลยเหรอครับผู้กอง"

สิงห์อยากให้เสืออยู่ที่นี่คอยดูแลแสงระวีมากกว่า เสือยืนยันจะไปด้วย ตอนนี้แสงระวีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะมีปฐมพงษ์ดูแลอย่างดีแล้ว ทั้งสามคนรีบตรงยังรังของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ทันที...

กว่าศรจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็สายเสียแล้ว อำนาจกับลิงลมรุมซ้อมศรเสียอ่วม ศรได้จังหวะชักปืนขึ้นมายิงใส่อำนาจ แต่กระสุนทำอะไรพลังเหล็กไหลในตัวอำนาจไม่ได้ กลับถูกลิงลมใช้ความรวดเร็วแย่งปืนไปจากมือ เอาไปยื่นให้อำนาจใช้ปืนกระบอกนั้นเล็งใส่ศร

"แกหมดประโยชน์สำหรับฉันแล้ว ถึงเวลาที่แกต้องตามไปหาไอ้กำนันฉ่ำในนรกซะที"

อำนาจลั่นไกเปรี้ยง    กระสุนเจาะกลางอกศรล้มฟุบแน่นิ่ง  อำนาจกับลิงลมต่างหัวเราะสะใจ...

ครู่ต่อมา โรส สิงห์ และเสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว พร้อมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษของวิเชียรเข้าโอบล้อมบาร์ของอำนาจไว้ทุกด้าน  เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นหวั่นไหว  เสือแยกไปค้นหาอำนาจโดยมีจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มตามไปช่วย  ส่วนโรสกับสิงห์จะอยู่จัดการกับพวกลิ่วล้อที่นี่

การยิงต่อสู้กันดำเนินไปพักใหญ่ พวกลิ่วล้อสู้กำลังเจ้าหน้าที่ไม่ได้ถูกยิงตายเกลื่อน พวกที่เหลือก็ถูกจับกุม แต่ในรังเขี้ยวพยัคฆ์กลับไม่พบแม็กนั่ม มรกต ลิงลม หรืออำนาจ แถมติดต่อศรก็ไม่ได้ เสือนึกสงสัยว่าพวกหัวแถวหายไปไหนกันแน่...

ขณะเดียวกัน ที่บ้านลมใต้ปีก พอมะลิรู้ว่าปฐมพงษ์ผลิตยารักษาแสงระวีสำเร็จ และในไม่ช้าแสงระวีก็จะหายเป็นปกติ มะลิเตรียมตัวจะออกไปช่วยนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต่อสู้ ทองปลิวขวางไม่ยอมให้ไป ขอร้องมะลิปล่อยให้พวกเสือจัดการไปดีกว่า มะลิอ้างว่าไม่อยากอยู่เฉยๆ ในเมื่อวันนี้โชคเข้าข้างพวกเราแล้ว เธอจึงอยากมีส่วนร่วมในการจัดการกับคนเลวพวกนั้น

"ใครว่าโชคเข้าข้างพวกเธอ มันเข้าข้างพวกฉันต่างหาก"

มะลิหันไปมองตามเสียง ตกใจเมื่อเห็นมรกตกับแม็กนั่มยืนอยู่ มรกตสั่งแม็กนั่มให้จัดการมะลิกับทองปลิว แม็กนั่มไม่รอให้สั่งซ้ำ ตรงเข้าเล่นงานทันที ทั้งสองคนพยายามสู้สุดฤทธิ์ แต่ไร้ประโยชน์เหมือนสู้กับเสาเหล็กกล้า แม็กนั่มไม่ระคายแม้แต่หนังกำพร้า ทั้งคู่โดนฝรั่งร่างยักษ์บีบคอสลบเหมือด

จากนั้น มรกตตรงไปยังห้องของแสงระวี ปฐมพงษ์ เห็นมรกตก็ตกใจเพิ่งรู้ว่าตัวเองโดนหลอกให้คิดว่าทำตามแผนสำเร็จ แต่จริงๆแล้วกลับเป็นแผนลวงของมรกต เธอสั่งให้สมุนติดเครื่องส่งสัญญาณที่ตัวปฐมพงษ์ตอนที่เอาร่างเขาไปทิ้ง เพราะรู้ดีว่าเขาต้องมาช่วยรักษาแสงระวี ปฐมพงษ์เจ็บใจคว้าเข็มฉีดยาจะแทงมรกต แม็กนั่มคว้ามือเขาไว้ แล้วต่อยท้องจุกตัวงอหมดสติ

"ไว้ฉันจัดการพวกนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวหมดเมื่อไหร่ ฉันจะมาจัดการปัญหาของเราค่ะ พ่อ"

มรกตยิ้มเหี้ยมหันไปสั่งแม็กนั่มเอาตัวแสงระวีกลับไปด้วย

ooooooo

เสือ สิงห์ และโรสกลับถึงบ้านลมใต้ปีกพบว่าพวกเขาถูกซ้อนแผน ขณะที่พวกเขากำลังกวาดล้างรังเขี้ยวพยัคฆ์ มรกตกลับบุกมาที่นี่จับตัวแสงระวีไป

"มันคิดจะใช้แสงระวีเป็นเครื่องต่อรองให้ผมออกไปสู้กับมัน"

เป็นจริงอย่างเสือคาด อำนาจโทร.ติดต่อนัดเสือให้ไปพบที่ตึกร้างแห่งหนึ่ง ไม่ใช่มีแต่แสงระวีเท่านั้นที่ถูกจับไป อำนาจยังเอาตัวมะลิกับทองปลิวไปเป็นตัวประกันอีกด้วย

"แกรีบมาแล้วกัน ถ้าชักช้าฉันจะจัดการกับพวกของแกทีละคนๆ" อำนาจวางสายด้วยสีหน้าร้ายกาจ

เสือกำโทรศัพท์แน่นอย่างเจ็บแค้นใจ ประกาศลั่นว่าจะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายคนที่เขารักอีก โรสค้านว่าแม็กนั่มแข็งแกร่งมากขึ้นทนพลังเข่าพญาไฟของเสือได้แล้วเสือจะเอา อะไรไปสู้

"พวกเราต้องเชื่อมั่นในพลังที่เรามีไงโรส ตอนที่ผมกับนายเสืออยู่ที่ป่าพญาไฟ พวกเราได้เจอกับบรรพบุรุษที่เคยหลั่งเลือดปกป้องแผ่นดินนี้เอาไว้"

"ใช่ครับ...ตอนนั้นทุกคนก็มีแค่สองมือกับดาบที่สู้จนบิ่นจะใช้ฟันอะไรก็ไม่ เข้าแต่หัวใจบรรพบุรุษของพวกเราก็ยังสู้ พวกเขาสู้จนปกป้องแผ่นดินนี้ให้มาถึงมือพวกเรา"

"และพลังของพวกเขาจะมอบให้พวกเราปกป้องแผ่นดินนี้ อีกครั้ง" สิงห์สรุปตบท้าย...

หลังจากลิงลมนำตัวมะลิไปขังรวมกับทองปลิวและแสงระวีซึ่งมีมรกตคอยเฝ้าอยู่ ไม่ห่าง ลิงลมย้อนกลับไปหาอำนาจพร้อมกับกระเป๋าใส่ยากระตุ้นพลังตัวใหม่ อำนาจพยักพเยิดให้ลิงลมส่งกระเป๋ายาให้แม็กนั่มจัดการฉีดยาให้

ตัวเอง พักเดียวแม็กนั่มมีพลังเพิ่มขึ้นมหาศาล นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

"เมื่อไหร่ที่จัดการนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้ ฉันจะเอาศพมันไปแห่ให้พวกชาวบ้านดู จะได้ไม่มีใครหน้าไหนกล้าต่อต้านเขี้ยวพยัคฆ์อีก" อำนาจยิ้มเหี้ยม ลิงลมเห็นแล้วว่ายากระตุ้นพลังตัวใหม่ไม่มีผลข้างเคียงเลยขอฉีดบ้าง อ้างว่าจะได้ จัดการกับสิงห์ได้ อำนาจอนุญาต ลิงลมยิ้มดีใจ หยิบหลอดยาขึ้นมา...

ทันทีที่เสือ สิงห์ และโรสมาถึงจุดนัดพบ แม็กนั่มก้าวเข้ามายืนมองเสืออย่างท้าทาย เสือไม่รอช้าพุ่งใส่ สิงห์ต่อสู้กับลิงลมที่ฉีดยาเพิ่มพลังให้ตัวเองอย่างดุเดือด ขณะที่โรสแยก ไปช่วยแสงระวี...

ทองปลิวอาศัยจังหวะที่มรกตมัวแต่ปะทะคารมกับแสงระวี เอาเศษกระเบื้องมาตัดเชือกที่มัดมือตัวเองจนขาด แล้วแอบเข้าไปแก้เชือกให้มะลิ ทั้งคู่ค่อยๆย่องเข้าไปด้านหลังมรกตพร้อมไม้ท่อนเขื่อง แต่มรกตดันรู้ตัวก่อนปามีดสั้นโดนไหล่มะลิแล้วจะตามเข้าไปซ้ำ โรสยิงปืนโดนมีดสั้นในมือมรกตกระเด็น มรกตเห็นท่าไม่ดีชิ่งหนี พอโรสเห็นว่ามะลิไม่เป็นอะไรมาก รีบหันไปบอกทองปลิว

"ฉันต้องตามมรกตไป ฝากเธอช่วยคุณแสงระวีด้วยนะทองปลิว" โรสว่าแล้วผลุนผลันออกไป...

สิงห์สู้ความแข็งแกร่งของลิงลมไม่ได้ จึงต้องใช้พลังจิตจัดการ ลิงลมวิ่งวนรอบตัวสิงห์เร็วปานพายุหมุน สิงห์หลับตานั่งสมาธิทำให้เห็นภาพลิงลมวิ่งกลายเป็นภาพช้า เขาปล่อยพลังจิตเต็มพิกัด ความรุนแรงของพลังกระแทกลิงลมกระอักเลือด แต่ลิงลมไม่ยอมแพ้ยันตัวลุกขึ้นจะสู้ต่อ  สิงห์ใช้พลังจิตยกตัวเขาลอยสูงขึ้น สะบัดมือเหวี่ยงลิงลมกระแทกผนังหมดสติรีบจับเขาใส่กุญแจมือ...

ไม่นานนัก โรสตามมรกตจนทัน ตรงเข้าต่อสู้กันด้วยมือเปล่า โรสพลาดท่าถูกเล่นงาน มรกตขว้างมีดสั้นใส่หมายจัดการขั้นเด็ดขาด สิงห์ปรากฏตัวขึ้นใช้พลังจิตบังคับมีดให้พุ่งกลับมาปักท้องมรกตทรุดฮวบ โรสเข้าไปใส่กุญแจมือเธอไว้ สิงห์ฝากโรสจัดการทางนี้ แล้วรีบไปช่วยเสือ...

ระหว่างที่เสือกำลังต่อสู้กับแม็กนั่มอย่างไม่มีใครยอมใคร อำนาจกลับเล่นสกปรกชักปืนขึ้นมายิง  เสือเสียสมาธิเลยโดนแม็กนั่มเล่นงานปางตาย สิงห์จะเข้าไปช่วย แต่อำนาจหันไปยิงสกัด สิงห์ต้องพุ่งหลบ พอโผล่ออกมาอีกที แม็กนั่มอัดสิงห์ ที่ยังไม่ทันตั้งตัวสลบเหมือดแล้วจะตามเข้าไปหักคอ ทันใดนั้นเสียงรถหวอของตำรวจดังเข้ามา  อำนาจสั่งแม็กนั่มทิ้งสิงห์ไว้ ที่นี่เอาแค่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไปคนเดียว...

ขณะพวกชาวนาและผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกยึดที่ทำกิน ต่างยกขบวนถือป้ายต่อต้านการคอรัปชันและเรียกร้องให้คืนที่ทำกินกำลังเดินไป ตามท้องถนน หัวขบวนประท้วงกลับหยุดกึกเมื่อเห็นแม็กนั่มแบกนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาวาง ไว้บนถนนเบื้องหน้า กระชากหน้ากากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวออกมากระทืบแตกต่อหน้าทุกคน อำนาจยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นชุด ชาวนาต่างหนีกันวุ่นวาย อำนาจประกาศก้อง

"นี่เป็นแค่ตัวอย่าง ถ้าใครคิดว่าเก่งกว่านักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียว อยากต่อต้านก็ออกมา"

พวกชาวนาพากันกลัวหัวหดไม่มีใครกล้าโผล่ออกมาสักคนเดียว อำนาจหัวเราะสะใจ ก่อนเดินออกไป ชาวนาเห็นอำนาจกับแม็กนั่มไปไกลแล้ว ค่อยๆเข้ามาดูนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียว บางคนเริ่มเรียกชื่อเขาคนอื่นๆเรียกตาม คนละคำสองคำจนกลายเป็นเสียงเรียกดังกึกก้อง ก่อนจะค่อยๆยกนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวขึ้นบ่าแห่ไปตามถนน พร้อมกับเสียงเรียก "นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวๆๆ"

ทันใดนั้น ท้องฟ้าเบื้องบนเกิดอัศจรรย์ สุริยุปราคาค่อยๆเคลื่อนเข้าบดบังดวงอาทิตย์จนมืดมิด ชาวนาพากันวางนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวลงกับพื้น ครู่เดียวเสือค่อยๆได้สติลุกขึ้นยืนโดยไม่มีหน้ากากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว อำนาจหันมาเห็นถึงกับตะลึง พวกชาวนาต่างตะโกน "สู้ๆๆ" ดังลั่น

"ข้าบอกแล้วไงว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง แต่สู้เพื่อปกป้องแผ่นดิน"

เสือจ้องหน้าอำนาจกับแม็กนั่มอย่างเอาเรื่อง อยู่ๆทั้งสามคนก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาชาวบ้านพร้อมกับสุริยุปราคาที่เคลื่อน ออกจากดวงอาทิตย์ พลังอำนาจของอัคคี พาเสือ แม็กนั่ม กับอำนาจ รวมทั้งสิงห์มาโผล่ที่ถ้ำอัคคี ตรงหน้าองค์พระพุทธรูปปูนปั้น เสือถามสิงห์ว่าพวกเรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

"อัคคีเป็นคนพาเรามา เขาคงต้องการให้พลังกับเราเพื่อจัดการพวกมัน"

"ไร้สาระ จะอยู่ที่ไหน พวกแกก็ชนะพวกฉันไม่ได้หรอก" อำนาจคุยโว

"ที่นี่เป็นที่ที่วิญญาณของบรรพบุรุษเคยหลั่งเลือดปกป้องแผ่นดินเอาไว้ พวกเขาสิงสถิตอยู่เพื่อรอวันได้เห็นแผ่นดินนี้ปราศจากคนเลวอีกครั้ง เพราะฉะนั้น พลังของพวกเขาจะช่วยทำให้ข้าจัดการกับแกได้"

อำนาจสั่งแม็กนั่มลุย ฉากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระเบิดขึ้น เสือกับสิงห์รวมพลังกันต่อสู้กับแม็กนั่ม ผลัดกันรุกผลัดกันรับ เสือใช้ท่าไม้ตายเข่าพญาไฟ ซึ่งคราวนี้อานุภาพรุนแรงกว่าทุกครั้ง แม็กนั่มโดนเข้าเต็มอกตายคาที่ อำนาจเจ็บใจ เรียกพลังเหล็กไหลขึ้นมา ตะโกนลั่นว่าเสือไม่มีทางกำจัดเขาได้

"มันจบแล้วผู้พัน...แผ่นดินนี้ต้องเป็นของพี่น้องคนไทยเท่านั้น"

เสือพูดขาดคำ  ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาที่ร่างของอำนาจไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโกตายสยอง   เสือกับสิงห์เห็นอัคคียืนอยู่หน้าองค์พระ  รีบเข้าไปกราบ  อัคคีพยักหน้ารับ  ก่อนจะหายตัวไป...

แผ่นดินไทยกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง สิงห์กับโรสได้เลื่อนยศเป็นการตอบแทนความดีและความกล้าหาญ ในเมื่อองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ถูกทำลายไปหมดแล้ว สิงห์จึงตัดสินใจให้ปฐมพงษ์ผ่าตัดเอาเศษระเบิดออกจากสมอง โดยไม่เสียดายพลังจิตแม้แต่น้อย

ส่วนเสือก็เก็บชุดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเข้ากล่องไม้ อย่างดี ตั้งไว้หน้าองค์พระประธานภายในโบสถ์วัดดอนควาย และพาแสงระวีกลับมาสร้างครอบครัวยังบ้านเกิดของเสือ กลับมาเป็นชาวนาปลูกข้าวเลี้ยงคนไทยทั้งแผ่นดิน อาชีพชาวนายิ่งใหญ่และเป็นนักสู้ไม่แพ้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเช่นกัน

ooooooo

'อวสาน'

ตอนที่ 27

สมุนของอำนาจยกจานข้าวมาให้ปฐมพงษ์ในห้องขัง เห็นเขานอนไม่ไหวติงจึงเข้ามาพลิกตัวดู ปฐมพงษ์ได้ทีผลักสมุนล้มจะวิ่งหนีแต่สมุนอีกคนหนึ่งยืนกั้นไว้

"ลูกไม้ตื้นๆเอาไว้ใช้กับโจรกระจอกเถอะ"

"งั้นโจรระดับพวกแกต้องเจอนี่"

ปฐมพงษ์หยิบหลอดยาพิษที่ซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงปาลงพื้น กลุ่มควันพิษกระจายทั่วห้อง เขารีบออกจากห้องปิดประตูขังสมุนทั้งคู่ให้นอนดิ้นทุรนทุราย ปฐมพงษ์ปลอมตัวเป็นสมุนเขี้ยวพยัคฆ์ก่อนจะหลบหนีออกมาโดยไม่มีใครสังเกตเห็น กว่ามรกตจะรู้ว่าพ่อหนีไปแล้ว ก็เป็นตอนที่เธอเปิดประตูห้องขังเข้ามาเห็นสมุนนอนตายด้วยสารพิษ...

โรสถือถาดใส่ยามาให้แสงระวีกิน เห็นเธอยังนั่งทำงานอย่างคร่ำเคร่ง  เตือนให้นอนพักผ่อนได้แล้ว  แสงระวีไม่ยอม ยิ่งเหลือเวลาน้อยเท่าใดเธอยิ่งต้องเร่งทำภารกิจของลมใต้ปีกให้ได้มากที่สุด

"ถ้านายเสือรู้เรื่องนี้ คงไม่ยอมให้คุณได้ทำงานอีก"

"นายเสือจะไม่มีวันได้รู้เรื่องนี้ เพราะจะไม่มีใครพูด" แสงระวีลุกขึ้นมาจับมือโรสสีหน้าจริงจัง "หมวดสัญญากับฉันได้ไหมว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ"

โรสสงสารและเห็นใจแสงระวีมาก "ฉันสัญญา"

"นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต้องเดินหน้าต่อไป จะมากังวลใจเพราะฉันไม่ได้" แสงระวียืนยันความคิดที่จะปิดบังเสือ เพื่อให้เขาได้ทำงานอย่างเต็มที่...

ooooooo

ทองปลิวเห็นมะลิเอาแต่ขะมักเขม้นช่วยแสงระวีทำงาน พาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์มาพักผ่อนชมนกชมไม้ ที่สวนสาธารณะ มะลิกลับไม่พอใจที่ทองปลิวดีแต่สนุกไปวันๆ

"ไม่โรแมนติกเหรอ คุณคนสวย...คุณน่ะเครียดจนจะกลายเป็นคนแก่แล้ว"

"ว่าฉันเป็นคนแก่เหรอ" มะลิงอนไม่พอใจ

"เห็นไหมแค่เล่นมุก คุณก็จริงจัง รู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณน่ะ กำลังจะเหมือนพี่แสงระวีไปทุกที"

"ก็ดีสิ พี่แสงระวีสวยแล้วก็เก่ง ฉันก็อยากเป็นอย่างพี่แสงระวี มีอุดมการณ์ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ"

"แต่อย่าลืมสิว่าคุณเป็นวัยรุ่น ต้องทำตัวให้สมวัยหน่อย เราไปปั่นจักรยานเล่นกันไหม"

มะลิปฏิเสธลั่นว่าไม่ไป  ทองปลิวไม่ละความพยายามชวนไปดูหนัง  ฟังเพลง  ดูคอนเสิร์ต  มะลิยืนยันว่าไม่ไปไหนทั้งนั้นแล้วเดินหนี  ทองปลิววิ่งตาม  "คุณคนสวยอยากทำอะไรครับ"

"ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ"

"ไม่ได้ไร้สาระสักหน่อย แค่อยากให้คุณได้พักผ่อนบ้าง"

"ถ้านายคิดว่าการพาฉันไปดูหนังฟังเพลงแล้วฉันจะมีความสุขล่ะก็ แสดงว่านายไม่รู้จักฉันดีพอ"

"เพราะฉันรู้ไงว่าคุณน่ะเครียดเกินไปแล้ว ควรเติมความสุขให้กับชีวิตบ้าง"

"จะให้ฉันไปเสพสุขในขณะที่แผ่นดินไทยกำลังจะสูญสิ้นไป ฉันทำไม่ได้หรอก ฉันยอมทิ้งความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม ดีกว่าเป็นวัยรุ่นทันสมัยแต่ไม่มีแผ่นดินอยู่" มะลิจริงจังมากจนทองปลิวยอมแพ้

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน โรสต้องการช่วยแสงระวี คิดจะออกไปตามหาปฐมพงษ์ เชื่อว่าเขาต้องมียาแก้พิษรักษาแสงระวีให้หายป่วยได้ แสงระวีติงว่ารู้ที่ตั้งขององค์กรเขี้ยวพยัคฆ์แล้วหรือ โรสจนแต้มได้แต่ยืนนิ่ง จังหวะนั้น เสียงมือถือของแสงระวีดังขึ้น แสงระวีประหลาดใจเมื่อรู้ว่าปฐมพงษ์โทร.มา

"ผมหนีมาจากรังของพวกมัน ได้เบอร์คุณมาจากข้อมูลในองค์กร ผมต้องการจะช่วยเหลือคุณ ช่วยเหลือนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวให้จัดการพวกเขี้ยวพยัคฆ์"

"แล้วตอนนี้ ดร.อยู่ที่ไหนคะ"

"ผมยืมโทรศัพท์จากคนขับแท็กซี่ครับ ผมคิดว่าพวกของคุณน่าจะตามรอยจากมือถือเครื่องนี้ได้"

แสงระวีหันไปบอกโรส "ดร.ปฐมพงษ์หนีออกมาจากพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เขาต้องการนัดพบเรา คุณตามรอยจากสัญญาณมือถือได้ใช่ไหม"

"ได้ค่ะ"

แสงระวีรีบแจ้งปฐมพงษ์ว่าได้ แล้วส่งมือถือให้โรสต่อสายเข้ากับคอมพิวเตอร์   สักพักโรสก็รู้ว่าปฐมพงษ์อยู่ที่ไหน เตรียมจะไปหา แสงระวีขอตามไปด้วย โรสอ้าปากจะค้าน

"ขอให้ฉันได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือตัวเองบ้างเถอะค่ะ" แสงระวีอ้อนวอน โรสใจอ่อนยอมให้เธอไปด้วย...

ooooooo

ขณะปฐมพงษ์กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบกับพวกแสงระวี รถแท็กซี่กลับเบรกกะทันหัน มรกตยืนขวางทางอยู่ คนขับรถแท็กซี่ลงมาต่อว่า

"เป็นบ้าอะไรมายืนขวางถนน"

คนขับแท็กซี่พูดยังไม่ทันขาดคำ มรกตขว้างมีดสั้นปักคอตายสยอง แล้วเดินอย่างใจเย็นมาที่รถ แต่ไม่เจอปฐมพงษ์ จึงออกไล่ล่า ปฐมพงษ์หนีกระเซอะกระเซิงมาจนมุม

"หมดเวลาเล่นสนุกแล้วพ่อ...ถึงเวลาต้องกลับไปทำงานแล้ว"

มรกตจะเดินเข้าหาปฐมพงษ์ แต่มีกระสุนปืนยิงสกัดไว้ เธอต้องกระโดดหลบ โรสกับแสงระวีโผล่เข้ามาประจันหน้ากับมรกต

"แสงระวี นี่เธอยังสบายดีหรือ" มรกตถามอย่างยียวน

"แกฉีดยาอะไรให้ฉัน"

"อย่ารู้เลยว่ามันเป็นอะไร รู้แต่เพียงว่ามันจะฆ่าเธอให้ตายทีละน้อย"

"นังจิ้งจอก...แกมันเลวที่สุด" แสงระวีชี้หน้าด่ามรกต แล้วโงนเงนจะล้มต้องฝืนทรงตัวไว้

"ยิ่งใช้พลังงานมากเท่าไหร่ ความตายยิ่งวิ่งเข้าหาเธอเร็วขึ้นเท่านั้น เก็บแรงไว้หายใจดีกว่ามั้ง"

"คุณแสงระวีไม่ต้องห่วง ผมจะเป็นคนรักษาคุณเอง"

มรกตไม่พอใจ ขว้างมีดสั้นใส่พ่อตัวเองปักคาไหล่ โรสหันไปจะยิง แต่มรกตหายตัวไปแล้ว

"ฝากดูแล ดร.ด้วย ฉันจะไปจัดการนังจิ้งจอกเอง" โรสไล่ตามมรกต ขณะที่แสงระวีเข้าไปดูปฐมพงษ์

ooooooo

ทองปลิวกับมะลิขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเจอพวกสมุนเขี้ยวพยัคฆ์กำลังลากตัวคนงานก่อสร้างขึ้นรถตู้  ทองปลิวรีบจอดรถเข้าไปช่วย  สมุนคนหนึ่งตรงเข้าต่อสู้กับทองปลิว   ส่วนมะลิช่วยพาพวกคนงานวิ่งหนี

"พี่มาทางนี้...รีบหนีไป"

ทองปลิวอัดสมุนหงายท้อง ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของมะลิ ขยับจะเข้าไปช่วยแต่สมุนอีกคนขวางไว้ ทองปลิวใช้เพลงมวยพญาไฟจัดการสมุนคนนั้นล้มคว่ำ แต่พอหันไปมอง มะลิหายไปแล้ว...สมุนจับตัวมะลิมายังโกดังร้าง มะลิสู้สุดฤทธิ์กระทืบเท้าสมุนอย่างแรงก่อนจะวิ่งหนี สมุนอีกสองคนดักรออยู่

"แสบนักนะคนสวย"

สมุนเงื้อมือจะตบ ทองปลิวจับมือไว้ ก่อนจะถีบกระเด็น แล้วคว้ามือมะลิวิ่งหนี สมุนทั้งสามคนดักหน้าดักหลัง มะลิกับทองปลิวช่วยกันต่อสู้ มะลิสู้แรงผู้ชายไม่ได้เสียท่าถูกต่อยล้ม ทองปลิวพะวงเป็นห่วงหญิงคนรัก เลยถูกสมุนสหบาทาอย่างหนัก อาการสะบักสะบอม

"ตอนแรกจะเอาพวกแกไปเป็นหนูทดลอง แต่อย่าเลย... เอาให้เละตรงนี้ดีกว่า" สมุนจะเข้าไปซ้ำ

ครูเขี้ยวโผล่มาพอดี "เฮ้ย...นักเลงตัวจริงเขาไม่หมาหมู่"

เหล่าสมุนเข้าล้อมกรอบครูเขี้ยวแทน ครูเขี้ยวใช้ท่าเข่าพญาไฟอัดสมุนคนหนึ่งถูกไฟเผาตาย อีกสองคนที่เหลือมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พากันวิ่งหนี ทองปลิวกับมะลิดีใจที่ครูเขี้ยวมาช่วยไว้ทัน...

โรสไล่ยิงมรกตไม่ยั้ง มรกตวิ่งหลบหลีกไปตามมุมต่างๆของตึกร้าง โรสยิงกระหน่ำจนกระสุนเหลือเพียงนัดเดียว มรกตได้ทีโผล่ออกจากที่กำบัง

"คราวนี้ถึงตาฉันบ้าง"

มรกตขว้างมีดสั้นใส่ โรสกลายเป็นฝ่ายที่ต้องวิ่งหลบบ้าง มรกตเดินหน้าขว้างมีดใส่ไม่หยุด พอโรสได้จังหวะ โผล่ออกมาจะยิงโต้  แต่มรกตหายไป  เธอนึกขึ้นได้ว่ามรกตอาจจะย้อนกลับไปเล่นงานแสงระวีกับปฐมพงษ์ รีบกลับไปยังจุดนัดพบ...

ฝ่ายแสงระวีประคองปฐมพงษ์หนี แต่ตัวเองกลับทรุดเพราะพิษร้ายกำเริบ ปฐมพงษ์ขอให้แสงระวีอดทนไว้ เขาสัญญาว่าจะรักษาเธอให้หาย แสงระวีแปลกใจว่าทำไมปฐมพงษ์ถึงอยากช่วยเธอกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต่อสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ทั้งๆที่เขาเป็นพ่อแท้ๆของมรกต

"ก็เพราะผมอยากลบล้างความผิด ที่ทำให้มรกตต้องกลายเป็นคนแบบนี้ และที่สำคัญผมเป็นคนคิดค้นตัวยาขึ้นมาเพื่อมนุษยชาติ   แต่กลับกลายเป็นเครื่องมือทำร้ายผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งตัวยาที่มรกตฉีดทำร้ายคุณ มันก็เป็นตัวยาที่ผมกำลังวิจัยอยู่"

"มันไม่ใช่ความผิดของ ดร.หรอกค่ะ ฉันเชื่อว่า ดร.มีเจตนาดี เราจะร่วมมือกันทำลายพวกเขี้ยวพยัคฆ์"

"ใช่ พวกเราต้องร่วมมือกัน ตอนนี้พวกมันต้องการกำจัดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว มันบังคับให้ผมผลิตยาซึ่งยาตัวนี้สร้างพลังที่กล้าแกร่งยากที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะต้านทานได้"

"แต่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีพลังที่แข็งแกร่ง ไม่มีใครสามารถต่อกรได้"

"แม็กนั่มเป็นคู่ปรับที่น่ากลัวที่สุด เพราะร่างกายของ มันแข็งแกร่งเกินขีดจำกัดของมนุษย์และที่สำคัญหากผมนำเกล็ดเลือดของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไปผสมในตัวยาแล้ว แม็กนั่ม จะมีพลังเทียบเท่ากับยอดมนุษย์เลยทีเดียว"

แสงระวีตกใจ เร่งปฐมพงษ์ให้รีบหนี เธอต้องเอาเรื่องนี้ ไปเตือนนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ทั้งคู่ยังไม่ทันจะขยับไปไหน มรกตโผล่เข้ามาเสียก่อน

"ขอบใจนะพ่อที่บอกความลับในการจัดการกับนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว ถึงเวลาที่พ่อต้องกลับไปผลิตยาให้ผู้พันอำนาจ ได้แล้ว" มรกตยิ้มเหี้ยม ย่างสามขุมเข้าหาแสงระวีกับปฐมพงษ์...

ไม่นานนัก โรสเดินตามหาแสงระวีกับปฐมพงษ์จนมาพบแสงระวีนอนกองอยู่กับพื้นอาการไม่ค่อยดี

ooooooo

พอเสือกลับถึงบ้านลมใต้ปีก รีบตรงไปที่ห้องของ แสงระวีแต่เธอไม่อยู่  ออกมาถามสิงห์ว่าเห็นแสงระวี หรือเปล่า สิงห์ส่ายหน้าบอกว่าโรสก็ไม่อยู่เช่นกัน ไม่รู้ออกไปไหน

"เขาไปไหนของเขานะ ยิ่งไม่ค่อยสบายด้วย"

"หรือว่าหมวดโรสจะตามออกไปช่วยเรา แล้วแสงระวีออกไปด้วย" สิงห์ตั้งข้อสังเกต

"ผมไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้นเลย ช่วงหลังคุณแสงระวีสุขภาพไม่ค่อยดีนัก ผมไม่อยากให้คุณแสงระวีต้องออกไปเสี่ยงอันตรายอีก"

จังหวะนั้น เสือเห็นโรสประคองแสงระวีเข้ามา ตกใจ รีบเข้าไปอุ้มแสงระวีมานอนพักที่เตียง ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง แสงระวีโกหกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว แค่ หมดแรงเพราะพักผ่อนน้อย

"ผมไม่เชื่อ คุณไม่ได้เจ็บป่วยธรรมดาแน่" เสือมอง แสงระวีอย่างค้นหาความจริง

แสงระวีชะงัก "หมวดโรสบอกคุณเหรอ"

"หมวดโรสไม่ได้บอกอะไรผม...หมายความว่าหมวดโรส รู้เรื่องนี้...ถ้าคุณไม่บอกผม ผมจะไปซักหมวดโรสเอง" เสือจะออกไปหาโรส แต่แสงระวีดึงมือเขาไว้

"ฉันบอกคุณเองก็ได้ ระหว่างที่ฉันถูกผู้พันอำนาจจับตัวไป มรกตฉีดสารพิษเข้าร่างกายฉัน"

เสือตกใจ  ต่อว่าว่าทำไมถึงไม่บอกเรื่องนี้กับเขา  แสงระวี ไม่อยากทำให้เขาไม่สบายใจ เสือร้อนใจจะไปตามหมอมารักษา แสงระวีดึงเขาให้นั่งข้างๆแต่งเรื่องว่าโรสพาเธอไปหาหมอเรียบร้อย แล้ว  หมอบอกว่าสารพิษที่มรกตฉีดให้เธอเป็นแค่สารทำให้ กล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่มีผลร้ายแรงอะไร

"คุณหมอให้ยามากินแล้ว และที่สำคัญ คุณหมอบอกว่าภายในหนึ่งเดือน...ยาจะสลายตัวไป...ฉันจะหายเป็นปกติ"

เสือฟังแล้วโล่งอก "ผมเป็นห่วงคุณมากนะ ต่อไปนี้คุณห้ามดื้อกับผมอีก ผมจะคอยดูแลคุณ คุณต้องหายเร็วๆแล้วมาอยู่เคียงข้างผม"

แสงระวียิ้มให้เสือ นึกขึ้นได้ว่าลืมเรื่องสำคัญที่ปฐมพงษ์ บอก  "วันนี้ฉันเจอ  ดร.ปฐมพงษ์  ดร.บอกว่า...พวกเขี้ยวพยัคฆ์ กำลังจะผลิตยา...ขึ้นมา..." แสงระวีพูดได้แค่นั้น  อาการปวดกำเริบขึ้นมาอีก

เสือเป็นห่วงเธอมาก รีบออกไปเอายามาให้โดยไม่ฟังเสียงแสงระวีร้องเรียกให้กลับมาก่อน แสงระวีได้แต่มองตาม อยากบอกเรื่องสำคัญนี้ใจแทบขาด แต่ร่างกายเริ่มไม่ไหว เจ็บปวดทรมานอย่างหนัก...

ด้านโรสอึดอัดใจไม่อยากพูดถึงอาการป่วยของแสงระวี สิงห์รบเร้าให้บอกให้ได้ โรสขอร้องว่าอย่าทำให้เธอต้องผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับแสงระวีเลย

"แต่แสงระวีเป็นเหมือนน้องสาวผม พ่อเขาฝากผมให้ดูแล เกิดอะไรขึ้นกับน้องผม ผมต้องรับรู้และที่สำคัญ คุณคือคนรักของผม เราไม่ควรมีความลับต่อกัน"

โรสตัดสินใจบอกความจริงกับสิงห์ทั้งน้ำตาว่า แสงระวีถูกมรกตฉีดสารพิษให้ขณะที่ถูกพวกนั้นจับตัวไป สารพิษจะทำลายอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย ไม่มียาใดจะรักษาได้ สิงห์ ตกใจแทบช็อกเมื่อรู้ว่าแสงระวีจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่เดือนเดียว เท่านั้น

ooooooo

ที่ห้องทำงานของอำนาจ ปฐมพงษ์ยอมตายเสีย ดีกว่าจะผลิตยาเลวๆพวกนั้นให้อำนาจอีก แล้ววิ่งไปแย่งปืนจากเอวลิงลม จ่อหัวตัวเองลั่นไกหวังจะฆ่าตัวตาย  แต่ปืนไม่มีลูกกระสุน  อำนาจหัวเราะลั่น  ประกาศ ก้องว่าถ้าเขาไม่ได้ยา  ปฐมพงษ์จะตายไม่ได้เด็ดขาด

"ระหว่างที่เรารอให้ ดร.ตัดสินใจ ฉันว่าเราไปวางแผนเอาส่วนผสมสำคัญดีกว่า"

"ส่วนผสมอะไร" อำนาจหันไปทางมรกตซึ่งกำลังยิ้มเจ้าเล่ห์...

ผ่านไปสักพัก เสือกลับเข้ามาหาแสงระวีพร้อมยา แต่เธอนอนหลับไหลไม่ได้สติ เสือเห็นหน้าตาซีดเซียวของหญิงคนรัก ชักเอะใจ รีบออกไปหาโรสที่ห้องโถง คาดคั้นให้บอกความจริง เพราะเขาไม่เชื่อที่แสงระวีบอก โรสย้อนถามว่าแสงระวีพูดอะไรกับเสือบ้าง

"เธอบอกว่าโดนมรกตฉีดสารพิษเข้าไป มันจะทำลายกล้ามเนื้อทำให้อ่อนเพลีย  แต่ภายในหนึ่งเดือนตัวยาจะสลายไป กลับมาเหมือนเดิม" เสือเห็นโรสนิ่งอึ้งไป ถามอย่างมีอารมณ์ว่า "ว่าไงครับหมวดโรส มันเป็นจริงอย่างนั้นหรือเปล่า"

สิงห์เห็นโรสอึกๆอักๆเกรงเสือจะจับพิรุธได้รีบตอบคำถามแทนว่า "แสงระวีไม่ได้โกหกหรอก เพราะหมวดโรสเล่าความจริงให้ผมฟังหมดแล้ว มันก็ตรงกับที่นายรู้มา"

โรสกับสิงห์ช่วยกันปกปิดความจริง เสือหมดข้อสงสัยและสบายใจขึ้นมาก...

โรสบ่นกับสิงห์ว่ารู้สึกผิดมากที่ต้องโกหกเสือ สิงห์ ปลอบว่าอย่าโทษตัวเอง โรสก็รู้อยู่แก่ใจว่าแสงระวีใจเด็ดแค่ไหน ถ้าคิดจะทำอะไรแล้วยากที่ใครจะต้าน สิ่งที่แสงระวี ทำมันคือสิ่งที่มีคุณค่า เป็นแรงผลักดันให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้เดินหน้าต่อไป

"แต่พวกเรากำลังหลอกนายเสือ"

"แต่หากเราพูดความจริง  มันยิ่งทำลายขวัญและกำลังใจ ของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว และเมื่อนั้นแผนที่พวกเขี้ยวพยัคฆ์ วางไว้ก็จะสัมฤทธิผล"

"เมื่อถึงวันที่คุณแสงระวีต้องจากพวกเราไป แล้วนายเสือ จะชื่นชมในชัยชนะได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีคุณแสงระวี ไม่มีคนที่รักอยู่เคียงข้าง"

"การเป็นนักสู้ไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ไม่ได้สู้เพื่อครอบครัวแต่เราสู้เพื่อคนอื่น ชัยชนะของเรามีไว้เพื่อแผ่นดินเท่านั้น แม้แต่ตัวผม หากผมต้องเลือกระหว่างคุณกับแผ่นดิน ผมจะไม่เสียใจเลยถ้าผมบอกคุณว่า ผมขอเลือกแผ่นดินนี้"

โรสมองหน้าสิงห์บอกว่านี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอรักเขามากขึ้น เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นยิ่งใหญ่ยากที่จะหาใครมาเทียบได้ สิงห์ดึงโรสมากอดไว้ โรสหวังเหลือเกินว่า ภารกิจของเราจะจบในเร็ววันนี้เพื่อที่เสือจะได้ฉลองชัยชนะเคียงข้างแสงระวี เพราะเวลาของแสงระวีเหลือน้อยเข้าไปทุกที...

เสือนั่งกุมมือแสงระวีซึ่งยังนอนหลับอยู่ สัญญาว่าจะรีบจัดการกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้สิ้นซากโดยเร็ว พอเธอหายป่วยแล้ว เราสองคนจะได้กลับไปอยู่บ้านดอนควาย ใช้ชีวิตเป็นชาวนาและสร้างครอบครัวที่นั่น

"คุณลองนึกภาพดูสิ มีเราและลูกๆช่วยกันทำนา อยู่ในผืนแผ่นดินของเรา มันคงเป็นความสุขที่สุดในชีวิตของผม" เสือ ยกมือแสงระวีขึ้นมาจูบด้วยความรักหมดหัวใจ

ooooooo

อำนาจ ลิงลม กับศรตื่นเต้นเมื่อได้ยินมรกตบอกส่วนผสมสำคัญที่ขาดหายไป ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ยากระตุ้นพลังที่ปฐมพงษ์ผลิตไม่สมบูรณ์ อำนาจไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เกล็ดเลือดของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะเป็นส่วนสำคัญในการทำร้ายตัวเขาเอง สั่งมรกตให้รีบไปเอาเกล็ดเลือดของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาให้ได้

"มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับผู้พัน ผู้พันก็รู้ว่านักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวมีพลังวิเศษ ร่างของมันแข็งแกร่งดุจมีเกราะเพชร ทิ่มแทงไม่ได้แล้วเราจะเอาเลือดมันมาได้อย่างไร"

"ลิงลม...แกอย่าลืม ต่อให้ร่างมันแข็งแกร่งแค่ไหนก็ต้องพ่ายแพ้คมกระสุนอาคมของข้า"

ศรอาสาจะจัดการเอาเกล็ดเลือดมาให้เอง มรกตคิดว่าแสงระวีคงจะบอกเรื่องนี้ให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวรู้แล้ว ดังนั้น เขาคงไม่ออกมาให้พวกเราเล่นงานง่ายๆแน่ อำนาจกลับไม่คิดเช่นนั้น คนที่รู้บุญคุณคนอย่างเสือคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นที่จะล่อให้ออกมา...

ครูเขี้ยว ทองปลิว กับมะลิเห็นสภาพรกร้างไร้ผู้คนของค่ายมวยครูเขี้ยวแล้วเศร้า ทองปลิวเจ็บใจแทนครูเขี้ยวที่ลูกศิษย์ ทั้งหลายพากันหนีเอาตัวรอด ไม่คิดจะดูดำดูดีค่ายมวยแห่งนี้ ครูเขี้ยวไม่อยากให้ทองปลิวโทษพวกลูกศิษย์ของแก เพราะใครๆต่างก็กลัวตายด้วยกันทั้งนั้น

"พวกเขี้ยวพยัคฆ์มันเหิมเกริมขึ้นทุกวัน  เที่ยวออกจับคนไปเป็นหนูทดลอง แล้วต่อไปใครจะกล้าอยู่ในแผ่นดินนี้" มะลิพูดแล้วแค้น

ครูเขี้ยวอยากกำจัดเหล่ามารพวกนี้ออกจากแผ่นดินไทยให้หมด ทองปลิวกับมะลิอาสาจะช่วยเขาทำภารกิจนี้ให้สำเร็จให้ได้ จากนั้นทองปลิวกับมะลิไปช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านครูเขี้ยว ส่วนครูเขี้ยวอยู่ดูความเรียบร้อยที่ค่ายมวย...

ทองปลิวเห็นมะลิปีนบันไดขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟ ร้องเอะว่าจะเปลี่ยนหลอดไฟทำไมไม่บอก นั่นมันเป็นงานของผู้ชายให้เขาทำดีกว่า

"ฉันเป็นผู้หญิงทำไม่ได้หรืออย่างไร นี่ไง ฉันเปลี่ยน เสร็จแล้วด้วยแสดงว่าฉันเก่งกว่านาย"

มะลิมัวแต่ยิ้มเย้ยทองปลิวเลยไม่ทันระวัง ก้าวพลาดตกบันได ทองปลิวไวทายาดคว้าตัวมะลิไว้ได้ แต่ตัวเองกลับเสียหลักเลยล้มไปด้วยกัน มะลิทับอยู่บนตัวทองปลิว ทั้งสองสบตากันนิ่งงันเหมือนต้องมนตร์สะกด มะลิได้สติก่อน เขินอาย รีบลุกขึ้นเดินหนี ทองปลิวตะโกนแหย่ไล่หลัง

"เอ้าจะรีบไปไหน...เธอล้มทับฉัน ฉันยังไม่ได้เรียกประกันมาเคลมค่าเสียหายเลยนะ"

มะลิเดินย้อนมาด่า "ตาบ้า" แล้วหันหลังกลับ ทองปลิวถามว่าจะไปไหน พอรู้ว่ามะลิจะไปทำความสะอาดห้องนอน ครูเขี้ยว ทองปลิวอาสาจะช่วย มะลิไม่ต้องการคนช่วย ไล่ทองปลิวให้ไปช่วยครูเขี้ยวที่ค่ายมวย ทองปลิวจำใจทิ้งมะลิไว้คนเดียว ระหว่างทางไปค่ายมวย ทองปลิวนึกสนุกอยากแกล้งมะลิแก้เผ็ดที่ด่าตนเอง เลยเดินย้อนกลับทางเก่า...

ด้านครูเขี้ยวกำลังเก็บข้าวของที่รกรุงรังบนเวทีมวย เหล่าสมุนเขี้ยวพยัคฆ์ทำทีเดินเข้ามาถามว่าเปิดค่ายมวยแล้วใช่ไหม เขากับเพื่อนจะมาสมัครเป็นลูกศิษย์   ครูเขี้ยวจำได้ว่าเป็นพวกเขี้ยวพยัคฆ์

"พวกแกต้องการอะไร"

"ก็บอกแล้วไงว่าอยากเป็นลูกศิษย์ แต่ยังไงขอดูฝีมือครูก่อนแล้วกันว่าเก่งแค่ไหน"

"ได้...ถ้าเอ็งสู้ข้าได้ข้าจะยอมสอน แต่ถ้าเอ็งแพ้ ข้าจะส่งพวกเอ็งไปลงนรก" ครูเขี้ยวตั้งท่าเตรียมสู้...

ขณะมะลิกำลังจัดหมอนให้เข้าที่ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาด้านหลัง เธอคิดว่าเป็นทองปลิว คว้าหมอนเหวี่ยงใส่ แต่พอหันไปมอง กลับเจอศรยืนอยู่

"ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงฉันเหรอจ๊ะมะลิถึงกับจัดเตียงนอนไว้ให้...ก็ดี...ฉันก็อยากนอนกับเธอมานานแล้วเหมือนกัน" ศรทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ย

มะลิขู่ว่าถ้าศรเข้ามาใกล้ เธอเอาเขาตายแน่ แล้วหยิบมีดพกขึ้นมา ศรไม่เกรงกลัวเดินเข้าหา มะลิจ้วงแทงแต่พลาด ศรจับมือเธอบิดจนต้องปล่อยมีด แล้วผลักเธอลงไปบนเตียง ขยับจะโถมเข้าใส่ แต่ทองปลิวกลับมาทันเวลาพอดี กระชากศรขึ้นมาต่อยเปรี้ยง ศรไม่ทันระวังตัวถึงกับหน้าหงาย

ทองปลิวคว้ามือมะลิวิ่งหนี ยังไม่ทันจะไปถึงไหน สมุนเขี้ยวพยัคฆ์ที่ดักรออยู่หน้าบ้านใช้ไม้ฟาดทองปลิวสลบเหมือด มะลิโดนสมุนอีกคนต่อยท้องน้อย จุกตัวงอก่อนจะหมดสติไปอีกคน

ooooooo

สมุนเขี้ยวพยัคฆ์ทั้งสามคนสู้เชิงมวยครูเขี้ยวไม่ได้ โดนทั้งหมัดอัดทั้งเข่ากระเด็นไปคนละทิศละทางสมุนเจ็บใจต่างพร้อมใจกันชักปืนขึ้นมาเล็งไปยังครูเขี้ยว

"แกบอกว่าจะส่งพวกฉันไปนรก แต่ฉันขอส่งแกไปก่อนแล้วกัน"

สมุนยิงปืนใส่เป็นชุด ครูเขี้ยวพุ่งหลบกระสุนได้อย่างว่องไว พอตั้งหลักได้ ครูเขี้ยวเตรียมใช้ท่าไม้ตายเข่าพญาไฟ สมุนทั้งสามคนเหลียวมองกันเลิ่กลั่ก ก่อนจะพากันใส่วิญญาณน้องหมาเผ่นแน่บ ครูเขี้ยวนึกเป็นห่วงมะลิกับทองปลิวขึ้นมาจะวิ่งกลับบ้าน แต่ศรดักรออยู่หน้าค่ายมวย ครูเขี้ยวรู้ว่าต้องเกิดเรื่องกับมะลิและทองปลิว ถามศรว่าทำอะไรเด็กสองคนนั้น

"ก็แค่ให้มันได้นอนพักเท่านั้นเอง เป็นเด็กเป็นเล็กไม่อยากให้มายุ่งเรื่องผู้ใหญ่"

"งั้นผู้ใหญ่อย่างข้าก็จะสอนให้เด็กอย่างแกได้รู้สำนึก"

ทั้งสองตรงเข้าต่อสู้กัน ศรพยายามฮึดสู้ แต่ต้านได้ไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกอัดเข้าเต็มหน้า เชิงมวยแพ้แต่คนไม่ยอมแพ้ ศรชักปืนยิง  ครูเขี้ยวโดดหลบเข้าที่กำบัง แต่พลาดท่าถูกศร ยิงขาเดี้ยง

"ตัดไฟมันต้องตัดแต่ต้นลม...ขาแกเจ็บอย่างนี้ แกใช้ท่าเข่าพญาไฟไม่ได้อีกแล้ว...แต่แกไม่ต้องห่วง ฉันไม่ฆ่าแกตอนนี้หรอก เพราะแกยังมีประโยชน์อีกมหาศาล"

ครูเขี้ยวไม่เข้าใจว่าศรมีแผนอะไร รู้สึกหวั่นๆใจชอบกล...

ในเวลาต่อมา ทองปลิวกับมะลิกลับถึงบ้านลมใต้ปีก รายงานเรื่องที่ครูเขี้ยวถูกศรจับตัวไปให้เสือ สิงห์ และโรสทราบ ทุกคนพากันตกใจ โรสถามมะลิว่าไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรใช่ไหม

"มะลิกับทองปลิวไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่สลบไป...แต่มันทิ้งกระดาษนี่ไว้ให้พี่เสือ"

เสือรับกระดาษแผนนั้นมาอ่าน "มันต้องการเจอผม...ผมต้องไปช่วยครูเขี้ยว"

สิงห์บอกเสือให้ใจเย็นๆก่อน เขาคิดว่านี่ต้องเป็นแผนล่อเสือให้ออกไป เสือไม่สนใจ ถึงจะเป็นแผนจริงอย่างสิงห์ว่า เขาก็ต้องไปช่วยครูเขี้ยวอยู่ดีจะปล่อยให้ผู้มีพระคุณของเขาเป็นอันตรายไม่ได้ สิงห์ออกตัวว่าไม่ได้คิดจะห้าม เพียงแต่อยากให้เสือตั้งสติให้ดีก่อน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกนั้น โรสเห็นด้วยกับสิงห์

"ใช่ค่ะ พวกเราต้องร่วมมือกัน"

"ไม่...มันต้องการเจอผมเพียงคนเดียว ไม่เช่นนั้นมันจะฆ่าครูเขี้ยวทันที" เสือขบกรามแน่น....

ooooooo

ณ ตึกร้างซึ่งเป็นที่นัดพบ ครูเขี้ยวถูกมัดติดกับเสากลางห้องร้าง โดยมีอำนาจกับศรยืนคุมเชิงรอการมาถึงของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ศรถามอำนาจว่าแน่ใจหรือว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะหลงกลมาตามนัดอำนาจเชื่อว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ปล่อยให้คนที่ตัวเองรักต้องถูกทำร้ายแน่ ยิ่งเป็นครูที่เคารพ ยิ่งไม่มีวันยอม

"แต่มันอาจคิดแผนตลบหลังเรา ให้ตำรวจมาจับเราก็ได้"

"ไม่มีทาง...ตอนนี้พวกมันตกเป็นผู้ต้องหา ถูกตามล่า มันไม่กล้าให้ตำรวจมาช่วยแน่นอน"

"แต่ป่านนี้แล้วมันยังไม่ปรากฏตัวเลย"

ทันใดนั้น ทั้งคู่มองไปที่มุมหนึ่งของตึกร้าง เห็นนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวยืนจ้องอยู่...

แสงระวีได้สติลืมตาขึ้นมาเห็นโรสกับสิงห์นั่งเฝ้าอยู่ พอเธอรู้ว่าเสือกำลังไปช่วยครูเขี้ยวจากเงื้อมือของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ แสงระวีตกใจ ร้องเอะอะ

"ไม่ได้นะคะ...เราจะปล่อยให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไปตกหลุมพรางของพวกมันไม่ได้เด็ดขาด"

แสงระวีลุกพรวดพราดออกจากห้องนอน โรสกับสิงห์

มองหน้ากันแปลกใจ รีบตามมาขวางไม่ให้ไป สิงห์ถามแสงระวีว่าทำไมถึงพูดว่าเสือกำลังไปติดกับดักของพวกเขี้ยวพยัคฆ์

"พวกมันวางแผนเอาไว้น่ะสิพี่สิงห์ ตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่ามันมีวิธีจะจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ดร.ปฐมพงษ์ บอกความลับสำคัญให้น้องรู้ก่อนที่จะถูกลักพาตัวกลับไป"

"ความลับอะไร"

"ถ้าพวกมันได้เลือดของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไป พวกมันก็สามารถทำให้แม็กนั่มกลับมาแข็งแกร่งมากกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ได้อีกหลายเท่า...น้องต้องไปเตือนเขา เขาจะหลงกลพวกมันไม่ได้เด็ดขาด"

สิงห์กับโรสตกใจ แสงระวีร้อนใจจะรีบไปเตือนเสือ เดินโซเซได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุดฮวบ กระอักเลือดก่อนจะหมดสติ โรสบอกสิงห์ให้รีบตามไปขัดขวางแผนชั่วของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ส่วนเธอจะอยู่ดูแลแสงระวีเอง

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน เสือในชุดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวสั่งอำนาจให้ปล่อยตัวครูเขี้ยวเดี๋ยวนี้   ไม่เช่นนั้นจะโดนเข่าพญาไฟของเขาเล่นงาน แม็กนั่มที่ว่าแกร่งก็ยังสู้ อานุภาพของเข่าพญาไฟไม่ได้

"เป็นฉันได้ไม้ตายอันรุนแรงนั่นมา ฉันก็ต้องมั่นใจแบบแกนี่แหละ แต่แกจะทำอะไรได้ในเมื่อครูของแกอยู่ในมือฉัน" อำนาจหัวเราะร่วนอย่างไม่เกรงกลัว

"ไม่...ไม่ต้องสนใจข้า นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจัดการพวกมันให้หมด"

ศรรำคาญ เอาด้ามปืนกระแทกท้องครูเขี้ยวจุกตัวงอ เสือโกรธ ชี้หน้าศรขู่ว่าถ้าแตะต้องครูเขี้ยวอีก เขาจะหักขาศรทั้งสองข้างทิ้ง ศรแขวะว่าถ้ากตัญญูนักก็ตามมาช่วยครูเขี้ยวเอาเอง แล้วลากครูเขี้ยวออกไป เสือจะตามแต่เจอสมุนเขี้ยวพยัคฆ์ปิดทางไว้ เลยลุยสมุนแตกกระเจิง เหลืออำนาจยืนหน้าตาเอาเรื่องอยู่เพียงลำพัง อำนาจเรียกพลังเหล็กไหลขึ้นมาเตรียมสู้กับเสือ...

ด้านศรลากครูเขี้ยวมาได้สักพัก ผลักเขาลงไปที่กองเศษอิฐ ครูเขี้ยวคุยข่มว่าถึงจะฆ่าตนเอง แต่อย่าหวังว่าจะหนีรอดจากเข่าพญาไฟของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไปได้ ศรชักฉุนที่ครูเขี้ยวยกเอาเข่าพญาไฟมาข่มขู่และเห็นสภาพครูเขี้ยวเจ็บหนักคง ไม่มีปัญญาจะไปช่วยอะไรเสือได้ จึงเผยแผนชั่วให้ฟังว่า

พวกเขาใช้ครูเขี้ยวเป็นเหยื่อล่อเสือให้มาติดกับจะได้ เอาเลือดของเสือไปผสมกับยาที่จะฉีดให้แม็กนั่ม  ทีนี้แม็กนั่มก็จะแกร่งกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวหลายเท่า ครูเขี้ยวเจ็บใจมาก ฮึดสู้แต่ศรเอาด้ามปืนกระแทกเขาหน้าหงาย หมดสติก่อนจะย้อนกลับทางเก่า...

อำนาจกับเสือต่อสู้กันอย่างดุเดือด เสือใช้เชิงมวยโคราชเข้าต่อกรด้วย แต่ทำอะไรอำนาจไม่ได้ จึงงัดหมัดเขวี้ยงควายขึ้นมาใช้ อำนาจโดนพลังอัดถึงกับผงะ เสือตั้งท่าเตรียมซ้ำด้วยเข่าพญาไฟ แต่ศรยิงปืนใส่ เสือพุ่งหลบคมกระสุนได้อย่างหวุดหวิด

"เอ็งยังไวเหมือนเดิมแต่จะไวพอยื้อชีวิตครูเอ็งได้หรือเปล่า...ข้าอยากรู้ นัก" ศรพูดจบก็วิ่งหนี เช่นเดียวกับอำนาจ เสือไล่ตาม แต่เหลือบเห็นครูเขี้ยวนอนคว่ำหน้าอยู่มุมหนึ่ง รีบปราดเข้าไปประคอง พอพลิกตัวขึ้นมา กลับมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เสือถึงกับผงะ...

ส่วนอีกด้านหนึ่งของตึกร้าง สิงห์ปรี่เข้าไปหาครูเขี้ยว เขย่าให้รู้สึกตัว ครูเขี้ยวสะลึมสะลืมปรือตามองรีบบอกสิงห์ให้ตามไปช่วยนักสู้พันธุ์ข้าว เหนียว ขาดคำครูเขี้ยวหมดสติ ไปอีกครั้ง สิงห์ถึงกับหน้าเครียด...

ฝ่ายเสือถูกยิงเข้าเต็มท้องเลือดไหลชุ่ม ลิงลมซึ่งแต่งตัวเหมือนครูเขี้ยว ลุกขึ้นยืนพร้อมปืนซึ่งบรรจุกระสุนลงอาคม หัวเราะร่าชอบใจที่หลอกเสือสำเร็จ ตรงเข้าล็อกเสือจากด้านหลัง อำนาจเดินนำศรเข้ามา

"พลังข้าวเหนียวของแกมันแข็งแกร่งก็จริง แต่ถ้าสู้ไปมากๆมันก็จะเริ่มหมด   ฉันถึงล่อให้แกสู้กับฉันให้ใช้พลังเยอะๆไง...แถวนี้ไม่มีข้าวเหนียวให้แกกิน ซะด้วย แต่ฉันไม่ได้จะจัดการแกหรอกนะ เพราะไอ้ที่ฉันต้องการมันสำคัญกว่านั้น" อำนาจเอาเข็มฉีดยาจิ้มไปที่แขนพับเสือ ดูดเลือดไปจนเต็มหลอด

"แก...แกจะเอาเลือดฉันไปทำไม"

"เอาไปพัฒนายาให้ไอ้แม็กนั่มมันไง มันจะได้กลับมากระทืบแกให้จมดิน"

สิงห์พรวดพราดเข้ามาขัดจังหวะ "อย่าหวังว่าพวกแกจะได้ไปง่ายๆ" แล้วปล่อยพลังจิตใส่อำนาจ แต่ลิงลมเข้ามารับพลังแทน กระเด็นกระแทกกำแพง ศรระดมยิงใส่สิงห์ไม่ยั้งเพื่อรบกวนสมาธิ แล้วฉวยโอกาสพาอำนาจกับลิงลมหนี สิงห์อยากจะตามแต่เป็นห่วงเสือที่โดนยิงเลือดโชก รีบเข้ามาดู

"ผู้กอง...ผม...ผมไม่เป็นอะไร ผมรักษาตัวเองได้ แต่...อย่าให้พวกมันได้เลือดผมไป"

สิงห์พยักหน้ารับคำ ก่อนจะวิ่งตามแต่สายไปแล้ว พวกอำนาจอันตรธานไปเรียบร้อย...จากนั้น สิงห์พาเสือกลับไปยังบ้านลมใต้ปีก มะลิ โรส และทองปลิวเห็นเข้าก็ตกใจ โรสรีบเข้ามาช่วยสิงห์พยุงเสือเข้าไปทำแผล หลังจากสิงห์ผ่าเอาหัวกระสุนออกแล้วปล่อยให้เสือหลับพักผ่อนเพื่อฟื้นพลัง ข้าวเหนียว โรสถามสิงห์ว่าไปทันยับยั้งแผนการของอำนาจหรือเปล่า สิงห์ส่ายหน้า เสียใจที่ทำไม่สำเร็จ โรสตกใจ

"หมายความว่าพวกมันจะทำให้ไอ้แม็กนั่มกลับมา แข็งแกร่งมากกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเหรอคะ"

สิงห์ยังเชื่อว่าต่อให้พลังของแม็กนั่มเพิ่มขึ้นสักกี่เท่า แต่พลังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวสู้ได้แน่

ooooooo

เสือยืนประจันหน้ากับแม็กนั่ม อำนาจ และมรกต   อำนาจสั่งมรกตฉีดยากระตุ้นพลังตัวใหม่ให้แม็กนั่ม   สักพักแม็กนั่มตัวเกร็ง  ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

"ขอให้สนุกกับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของแกนะนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว" อำนาจหัวเราะสะใจ เดินนำมรกตออกไป แม็กนั่มกระทืบเท้าลงพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวพื้นแตกเป็นหลุมกว้าง เสือไม่หวั่นเกรงตั้งท่าเตรียมต่อสู้ แม็กนั่มพุ่งเข้าหา เสือปล่อยพลังหมัดเขวี้ยงควายโต้ ฝรั่งร่างยักษ์ไม่สะดุ้งสะเทือน

เสือใช้ท่าไม้ตายเข่าพญาไฟซัดแม็กนั่มไฟลุกพรึบที่หน้าอก แต่เขากลับยืนเฉยแถมอัดเสือกลับจนน่วมไปทั้งตัว แล้วกระชากหน้ากากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวออกจากหน้าเสือ กระทืบแหลกคาเท้า

"นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะเป็นแค่ตำนานของคนขี้ขลาด" แม็กนั่มจับเสือล็อกคอ ออกแรงบิดจนคอหักดังกร๊อบ เสือตาค้าง ค่อยๆร่วงลงพื้นตายอย่างน่าเวทนาเคียงคู่หน้ากากนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียว...

เสือสะดุ้งสุดตัวตกใจตื่น มองไปรอบๆพบว่าตัวเองฝันร้าย มะลิกับทองปลิวเข้ามาเยี่ยมพอดี เห็นเสือฟื้นก็ดีใจ ทองปลิวได้ทีแหย่มะลิว่าเห็นหรือยังว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นอมตะไม่มี วันตาย เสือชะงัก เมื่อกี้เขาเพิ่งฝันเห็นตัวเอง ถูกแม็กนั่มฆ่าตาย มะลิเห็นสีหน้าแปลกๆของพี่ชายถามว่าเป็นอะไรไป เสือโกหกว่าไม่มีอะไร มะลิอาสาจะไปเอาข้าวเหนียวมาให้เสือกินเพื่อเรียกพลัง เสือนึกขึ้นได้ถามหาแสงระวีเป็นอย่างไรบ้าง

"พี่แสงระวีอาการยังน่าเป็นห่วงอยู่ หมวดโรสช่วยดูแลอยู่ครับ" ทองปลิวหลุดปาก

มะลิหันขวับด่าสวนทันควันว่าไอ้ปากโป้ง เคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าพูดอะไรให้ระวังปาก ทองปลิวหน้าเสียรีบขอโทษ แต่ไม่ทันแล้ว เสือจับพิรุธได้ผลุนผลันออกไปหาแสงระวีโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของมะลิ

พอสิงห์รู้ว่าความลับเรื่องอาการป่วยของแสงระวีแตก พยายามพูดกลบเกลื่อนแต่เสือไม่เชื่อ กระชากคอเสื้อสิงห์เข้ามาอย่างมีอารมณ์

"ผู้กองไม่ต้องมาโกหกผม แสงระวีเป็นคนรักของผม ผมต้องรู้ความจริง"

"บอกความจริงไปเถอะค่ะผู้กอง ตอนนี้แสงระวีต้องการกำลังใจจากนายเสือมากกว่าใคร" โรสทนเก็บความลับต่อไปไม่ไหวเล่าให้เสือฟังจนหมด เสือตกใจเมื่อรู้ว่าแสงระวีจะมีชีวิตอีกไม่นาน ยิ่งได้เห็นสภาพของหญิงคนรักที่ซูบผอมหน้าตาซีดเซียวนอนหลับไม่ได้สติ เขาถึงกับน้ำตาคลอ กุมมือเธอไว้

"แสงระวีรักนายมากนะนายเสือ เธอรู้ว่าพวกมันวางแผนให้นายไปติดกับ เธอพยายามจะช่วยนาย แม้ร่างกายจะทรมานมาก" สิงห์พลอยน้ำตาซึมไปด้วย

เสือจะไม่ยอมปล่อยให้แสงระวีตาย เขาจะพาเธอไปรักษา โรสค้านว่าไม่มีหมอที่ไหนรักษาแสงระวีได้ เพราะยาพิษที่มรกตฉีดให้เป็นยาพิษที่พวกเขี้ยวพยัคฆ์กำลังวิจัยอยู่ และคนเดียวที่จะรักษาแสงระวีได้ก็คือปฐมพงษ์เท่านั้น เสืออึ้ง มองแสงระวีด้วยความเศร้าเสียใจ

ooooooo

แม็กนั่มพาตัวปฐมพงษ์มาพบอำนาจกับมรกตที่ห้องทำงาน อำนาจต้องการให้ปฐมพงษ์ผลิตยาตัวใหม่ให้ เพราะตอนนี้เขามีเลือดของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแล้ว ปฐมพงษ์ปฏิเสธว่าจะไม่ยอมช่วยอำนาจทำร้ายคนดีเด็ดขาด แม็กนั่มโมโหจับแขนปฐมพงษ์บิดจนร้องลั่น

"ฉันจะปล่อยให้เธอจัดการ...หวังว่าเธอคงจะทำให้เขายอมผลิตยาขึ้นมาได้สำเร็จ"

"ฉันทำได้แน่ค่ะผู้พัน" มรกตหันไปยิ้มเหี้ยมกับพ่อตัวเอง ก่อนพยักพเยิดแม็กนั่มให้พาเขามาที่ห้องทดลอง มรกตให้ปฐมพงษ์ตัดสินใหม่อีกทีว่าจะยอมร่วมมือดีๆหรือจะอยากเจ็บตัว ปฐมพงษ์ยืนยันคำเดิมว่าไม่ยอมช่วย มรกตพยักหน้ากับแม็กนั่มให้ล็อกตัวปฐมพงษ์ไว้ ส่วนเธอหยิบเข็มฉีดยาซึ่งมียาพิษชนิดเดียวกับที่ฉีดให้แสงระวี  ขู่ว่าจะฉีดให้ปฐมพงษ์ ถ้าไม่ยอมทำตามคำสั่ง

"เอาสิ ถ้าแกคิดจะใช้มันกับฉันล่ะก็ จัดการเลย...ฉันจะได้ตายสมใจอยาก"

"ฉันคิดจะใช้มันบังคับพ่อ แต่ไม่ได้จะทำให้ถึงตายหรอก เพราะยากำจัดพิษมันอยู่ที่นี่" มรกตเปิดกระเป๋าเห็นหลอดยา กำจัดพิษอยู่ในกล่อง "ถ้าพ่อยังดื้อ ไม่ยอมทำตามที่เราต้องการ ฉันก็จะฉีดพิษให้ แล้วรอ...รออย่างใจเย็นให้พ่อทรมานจนทนไม่ไหว ถึงตอนนั้นฉันจะให้ยากำจัดพิษ แล้วถ้าพ่อยังใจแข็งอีก ฉันก็จะทำซ้ำอีก" มรกตยิ้มเลือดเย็น

"แก...แกมันเลวที่สุด"

"เชื่อฉันเถอะพ่อ...ว่าฉันเลวได้มากกว่าที่พ่อคิดอีกเยอะ" มรกตฉีดยาพิษให้ปฐมพงษ์...

มะลิเห็นพี่ชายตัวเองนั่งหน้าเศร้ากุมมือแสงระวีที่ยังนอนหลับไม่ได้สติพลอย น้ำตาซึมไปด้วย พานโกรธทองปลิว ที่พูดจาไม่ระวังปากทำให้เสือรู้ความจริงว่าแสงระวีจะอยู่กับพวกเราอีกไม่ นาน ทองปลิวขอโทษแล้วขอโทษอีก มะลิขี้เกียจฟังเลยบอกให้หยุด

"ถ้าพี่เสือไม่มีพี่แสงระวี นายรู้ไหมว่าพี่ชายฉันจะเสียใจมากแค่ไหน"

"ผมรู้ครับ แค่ผมคิดว่าถ้าวันหนึ่งผมต้องต่อสู้เพียงลำพังแล้วไม่มีคุณมะลิอยู่ด้วย ผมก็คงรู้สึกแย่จนทำอะไรไม่ได้ แต่นั่นก็คงไม่เท่ากับที่พี่เสือต้องเผชิญอยู่ตอนนี้"

"ฉันสงสารพี่แสงระวี...ถ้ามีทางไหนที่จะทำให้พวกพี่เขาได้อยู่ด้วยกัน ฉันก็พร้อมจะทำ" มะลิกลั้นน้ำตาไม่ไหวปล่อยโฮ ทองปลิวสงสารมากดึงเธอเข้ามากอดปลอบใจ มะลิใช้ไหล่ทองปลิวเป็นที่ซับน้ำตา...

แสงระวีเริ่มรู้สึกตัว ร้องเรียกเสือ เสือรีบดึงเธอมากอดไว้ แนบอก แสงระวีเป็นห่วงถามเสือว่าพวกอำนาจไม่ได้ทำร้ายเขาใช่ไหม ถ้าเสือไม่ได้แสงระวีช่วยบอกสิงห์ให้ไปช่วย เขาคงแย่ แสงระวีซักอีกว่าพวกนั้นได้เลือดของเสือไปหรือเปล่า เสือนิ่งเงียบไม่ตอบ แสงระวีรู้ทันทีว่าเขาพลาดท่าเสียเลือดให้พวกอำนาจ อ้าปากจะถามอีก แต่เสือเอามือแตะปากเธอไว้ไม่ให้พูดอะไรอีก

"ตั้งแต่คุณรู้สึกตัว คุณก็เอาแต่ห่วงเรื่องของผมทั้งๆที่ ตอนนี้ผมต่างหากที่ต้องหาทางรักษาชีวิตคุณไว้"

แสงระวีตกใจที่เสือรู้เรื่องอาการป่วยของเธอ เสือสัญญา ว่าจะไม่ยอมให้เธอตายเด็ดขาด แสงระวีรู้ตัวดีว่าไม่มีใครช่วยเธอได้ เพราะอำนาจไม่มีทางปล่อยปฐมพงษ์หนีรอดออกมาอีก ถ้าพวกนั้นบังคับให้ปฐมพงษ์ผลิตยาสำเร็จ พวกมันต้องฆ่าเขาทิ้งแน่ๆ

"นายต้องตัดใจยอมรับว่าไม่ช้าก็เร็ว ฉันจะเป็นคนต่อไปที่ต้องจากนายไป"

เสือประกาศลั่นว่าจะไม่ยอมเสียแสงระวีไปเด็ดขาด แสงระวีซบไหล่เสือร้องไห้โฮ...

ลิงลมกับศรได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดทรมานของปฐมพงษ์แล้วทำหน้าสยอง ศรไม่อยากเชื่อว่าหน้าตาสะสวยอย่างมรกตจะเหี้ยมโหดทรมานพ่อตัวเองได้หน้าตา เฉย แต่ยังหวั่นๆว่าถ้าปฐมพงษ์เกิดไม่ยอมทำตามที่เราต้องการ เลือดของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวต้องเสียเปล่า อำนาจตบบ่าสมุนทั้งสองเบาๆ

"มรกตไม่ปล่อยให้เสียของหรอก   มันรู้ดีว่าต้องทำได้  ฉันเลยปล่อยให้มันจัดการให้เต็มที่"

"งั้นถ้าไอ้แม็กนั่มกลับมาแข็งแกร่งกว่าเก่า เราก็จะได้ เห็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวโดนกระทืบแบนเป็นแมลงสาบติดใต้รองเท้าน่ะสิครับ ผู้พัน" ลิงลมแสนจะบันเทิงเมื่อคิดถึงเรื่องนี้

"พวกเอ็งได้เห็นกันแน่ แต่ก่อนจะจัดการกับนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว ฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องให้พวกแกจัดการ" อำนาจยิ้มสีหน้าร้ายกาจ...

ทางด้านปฐมพงษ์ทนทรมานได้ไม่นาน สุดท้ายต้องยอมแพ้ รับปากมรกตว่าจะทำตามที่อำนาจสั่งทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้หรือตุกติก มรกตเห็นว่าปฐมพงษ์ยอมแล้วจริงๆ จึงฉีดยาแก้พิษให้

ooooooo

โรสซึ้งใจกับความเป็นนักสู้ของแสงระวี แม้รู้ว่าตัวเองจะต้องตาย เธอยังเสียสละและสู้ไม่ถอย จึงคิดหาทางช่วย  เธอค้นข้อมูลของชัยเดชจากคอมพิวเตอร์ เผื่อจะมีช่องทางไหนทำได้ แต่ปกปิดไม่ยอมบอกให้ สิงห์รู้ ลอบออกจากบ้านพร้อมปืนคู่ใจ แต่การกระทำทั้งหมดของโรสไม่รอดพ้นสายตามะลิ...

ด้านมรกตเข้าไปรายงานความสำเร็จให้อำนาจทราบ อำนาจชมเปาะว่ามรกตรับปากแล้วทำได้อย่างพูด ทั้งๆที่ปฐมพงษ์เป็นพ่อแท้ๆของเธอ มรกตขอร้องอำนาจอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก

"โอเค ฉันชื่นชมเธอจากใจจริง นี่ฉันก็เลยให้คนของฉันไปจัดการปัดกวาดเรื่องที่มันเกะกะรกหูรกตาให้ เพื่อเวลาที่แม็กนั่มเจอกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแล้วจะได้ไม่มีใครมาเกะกะ ขวางทาง"

มรกตสงสัยว่าอำนาจให้เหล่าสมุนไปทำอะไร อำนาจให้พวกนั้นไปจัดการเด็ดปีกพรรคพวกของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวทีละตัว...

ในเวลาต่อมา โรสมาแอบซุ่มดูความเคลื่อนไหวของ ชัยเดชอยู่หน้าบ้านพักของเขา พอชัยเดชขึ้นรถประจำตำแหน่ง ออกจากบ้านพักพร้อมบอดี้การ์ด โรสกำลังจะขับรถตาม แต่ มะลิกับทองปลิวยืนขวางหน้ารถ โรสตีหน้ายักษ์ถามว่ามาทำไม แถวนี้ มะลิย้อนถามว่าแล้วโรสมาเฝ้าชัยเดชทำไม โรสอึกอัก

"นี่ไม่ใช่เรื่องของพวกเธอ"

ทองปลิวกับมะลิไม่อยากงอมืองอเท้าอยู่เฉยๆ อยากช่วยอะไรเสือบ้าง โรสทนเสียงรบเร้าไม่ไหวยอมบอกแผนว่าที่เธอมาที่นี่เพราะจะลักพาตัวชัยเดชไป แลกกับปฐมพงษ์เพื่อมาช่วยรักษาแสงระวี มะลิสงสัยว่าทำไมโรสถึงไม่บอกเรื่องนี้กับสิงห์ หรือเป็นเพราะว่าเธออาจจะไม่ได้กลับไปหาเขาอีกใช่ไหม

โรสนิ่งไปอึดใจ "เธอต้องฟังฉันนะมะลิ ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่าเข้ามายุ่งเด็ดขาด สัญญากับฉัน"

มะลิชะงัก ก่อนจะพยักหน้าส่งๆเพื่อให้โรสสบายใจ...

ในที่สุด ปฐมพงษ์ก็ผลิตยาตัวใหม่สำเร็จ อำนาจ มรกตกับแม็กนั่มและปฐมพงษ์มาที่ลานต่อสู้กลางบาร์ มรกตลองฉีด ให้กับแม็กนั่ม พักเดียว แม็กนั่มร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ทรุดฮวบคอตก อำนาจโกรธจัดหันมากระชากคอเสื้อปฐมพงษ์ หาว่าเขาเล่นตุกติก ทันใดนั้นแม็กนั่มลุกพรวดขึ้นยืนท่าทางแข็งแกร่งเต็มพิกัด ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำน่ากลัว เขากระทืบเท้า ลงไปที่พื้น ทำให้พื้นแตกร้าวเป็นทางยาว

พวกนักสู้ที่รอปะทะฝีมือด้วย ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บางคนหวาดกลัววิ่งหนี แม็กนั่มปรี่เข้าไปเล่นงานพวกนั้น ไม่มี ใครสู้เขาได้สักคน ทุกคนถูกแม็กนั่มฆ่าตายเรียบ ปฐมพงษ์ มองอย่างตื่นตะลึง

ขณะที่อำนาจยิ้มพอใจ ปฐมพงษ์รู้ชะตากรรมตัวเอง ดีว่า เมื่อทุกอย่างสำเร็จตามที่อำนาจต้องการตัวเขาก็หมดประโยชน์ เขาเตรียมใจเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่ถ้าจะต้องตายเขาขอตายด้วยฝีมือลูกสาวตัวเอง

"เอาอย่างนี้แล้วกัน ดร. ผมจะให้ ดร.คุยกับลูกสาวตามลำพัง ให้เป็นเรื่องภายในครอบครัวก็แล้วกัน" อำนาจเดินเข้ามากระซิบกับมรกต "รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอย่างไร"

มรกตพยักหน้ารับรู้ มองปฐมพงษ์ด้วยสายตาเย็นชา...

ยิ่งเสือรู้ว่าเวลาที่จะอยู่กับแสงระวีน้อยลงทุกที เขายิ่งอยากอยู่ดูแลใกล้ชิดคอยป้อนข้าวป้อนยาให้ แสงระวีขอร้องไม่ให้ เขามาเสียเวลากับเธอ อยากให้เอาเวลาไปฝึกซ้อมเพื่อรับมือกับแม็กนั่มดีกว่า  จะมามัวรอให้ศัตรูแข็งแกร่งกว่าตนเองไม่ได้ เห็นเสือนั่งนิ่ง แสงระวีออกแรงผลักไส เสือเดินคอตกออกมา

สิงห์เห็นหน้าเสือเศร้าๆ ใจไม่ดีคิดว่าแสงระวีอาการทรุดรีบเข้ามาถาม เสือปฏิเสธว่าเปล่า แต่แสงระวีไม่ยอมให้เขา อยู่ดูแล เธออยากให้เขาฝึกซ้อมให้แข็งแกร่งเพื่อรับมือกับแม็กนั่ม

สิงห์ตบบ่าเสือ

"ฉันเข้าใจ...แสงระวีเป็นคนแบบนี้ มักจะคิดถึงคนอื่น มากกว่าตัวเองเสมอ"

"แต่ผมอยากใช้เวลาที่มีน้อยลงทุกที ทำหน้าที่ดูแลเธอ"

"แต่ฉันว่ายิ่งนายทำเหมือนว่าเธอนอนรอความตาย นั่นก็ยิ่งทำให้แสงระวีเจ็บปวดมากขึ้น ทางที่ดีนายควรหันมา ฝึกฝีมือเพื่อรับมือการกลับมาของแม็กนั่มอย่างที่เธอต้องการดีกว่า นั่นคงเป็นทางเดียวที่จะทำให้แสงระวีสบายใจ" สิงห์ตบบ่าเสืออีกครั้งเหมือนให้กำลังใจ...

ขณะเดียวกัน โรส มะลิ กับทองปลิวตามรถของชัยเดชมาถึงโรงแรมหรูท่ามกลางการอารักขาอย่างแน่นหนาของ เหล่าบอดี้การ์ด มะลิอดถามไม่ได้ว่ามีบอดี้การ์ดประกบตามอย่างนี้ แล้วเราจะเข้าถึงตัวชัยเดชได้อย่างไร โรสจะเข้าไปข้างในเอง มะลิกับทองปลิวรออยู่ข้างนอก อีก 30 นาทีให้ทั้งคู่เอารถไปจอดรอเธอที่ลานจอด เธอจะพาชัยเดชออกมา

"ก็ได้ค่ะหมวด...ระวังตัวด้วยนะคะ" มะลิรับคำแล้วชวนทองปลิวกลับไปที่จอดรถ...

มรกตพาปฐมพงษ์มาที่ห้องทดลอง ต่อรองว่าถ้าเขาสัญญาว่าถ้าเธอปล่อยให้เขามีชีวิตรอด เขาจะไม่หักหลังพวกเธอไปร่วมมือกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ปฐมพงษ์ยอมตายดีกว่า เพราะทนกับความอัปยศไม่ได้  มรกตเตือนปฐมพงษ์คิดให้รอบคอบก่อน  เพราะถ้าตัดสินใจพลาดแล้วจะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก

"รีบๆลงมือซะ ฉันอยากให้แกเป็นคนลงมือฆ่าฉันเอง มันจะได้เป็นบาปติดตัวแกไปจนชั่วชีวิตว่าแกฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองได้ลงคอ"

"ฉันฆ่าคนมาเยอะแล้วกับอีแค่คนคนหนึ่งที่เอาแต่บ้างานไม่เคยมาดูดำดูดีตอน ที่ฉันกับแม่ต้องทนลำบาก ฉันไม่สะทกสะท้านหรอก" มรกตไม่ยี่หระ หยิบหลอดฉีดยาออกมาฉีดที่ตัวปฐมพงษ์ อึดใจเดียวปฐมพงษ์ตาค้าง ก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้น มรกตเข้าไปฟังเสียงหัวใจที่หยุดเต้นใกล้ๆ

"จบสิ้นกันเสียทีนะคะ...พ่อ" มรกตพูดจบ ออกไปเรียกสมุนให้มาหิ้วศพปฐมพงษ์ออกไป

ooooooo

ตอนที่ 26

หลังโรสออกจากห้องพักหรูของชัยเดชได้ไม่นาน ชัยเดชตามออกมากระชากคอเสื้อบอดี้การ์ดที่นอนสลบอยู่หน้าห้อง ปลุกให้รู้สึกตัว แล้วสั่งให้ตามไปจัดการโรสอย่าให้หนีรอดไปได้ บอดี้การ์ดกลัวลนลานหยิบวิทยุสื่อสารเรียกพรรคพวกไปพลางวิ่งตามโรสไปด้วย...

ขณะจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มกำลังถ่วงเวลาบอดี้การ์ดอีกสองคนของชัยเดช มีวิทยุสื่อสารแจ้งมาว่ามีคนลอบเข้าไปทำร้ายชัยเดชถึงในห้องพัก จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มได้ยิน รู้ทันทีว่าแผนแตกจะวิ่งหนี บอดี้การ์ดชักปืนจะยิง ดีที่สิงห์เข้ามาช่วยจ่ากับหมู่ไว้ได้ทัน ใช้พลังจิตปัดปืนพวกนั้นกระเด็น สองบอดี้การ์ดถึงกับใบ้กิน

"เป็นไง เจอพลังของผู้กองเข้าไปหน่อยทำเอ๋อ...จะบอกให้เว้ยว่าของพวกข้าเจ๋งกว่าอีก"

หมู่แย้มว่าแล้ว ตรงเข้าช่วยจ่าเพิ่มอัดพวกบอดี้การ์ดคนละหมัดสองหมัดจนหลับกลางอากาศ สิงห์ยังไม่เห็นโรสออกมาจากโรงแรม เป็นห่วงรีบย้อนกลับไปช่วย...

ฝ่ายโรสวิ่งหนีบอดี้การ์ดที่ยิงกระหน่ำไล่หลัง จนต้องหลบข้างเสา แล้วยิงโต้ตอบโดนพวกนั้นคนหนึ่งล้มคว่ำ เธอจะหนีต่อ แต่บอดี้การ์ดอีกคนหนึ่งมาดักหน้าพร้อมกับจ่อปืนใส่ โรสยอมจำนนโยนปืนในมือทิ้ง บอดี้การ์ดกำลังจะใส่กุญแจมือ หมวดสาวพลิกข้อมือหันมาต่อสู้กันด้วยมือเปล่า แต่สู้แรงผู้ชายไม่ได้ถูกบีบคอหายใจไม่ออก ใกล้หมดสติ สิงห์ตามมาทัน ใช้พลังจิตบังคับให้บอดี้การ์ดบีบคอตัวเองแทน โรสเจ็บใจลุกขึ้นมาจระเข้ฟาดหางใส่บอดี้การ์ดรูดตามเท้าลงไปนอนแน่นิ่ง พอโรสซัดบอดี้การ์ดคว่ำตัวเองก็หมดสติตาม...

ชัยเดชฉุนจัด กระชากคอเสื้ออำนาจเข้ามาตะคอกใส่หน้าว่ากำลังหาเรื่องให้เขาเดือดร้อน ถ้าพวกโรสเอาภาพเหล่านั้นไปเผยแพร่เมื่อใดเขาจะเล่นงานอำนาจเป็นคนแรก แล้วผลักอำนาจไปทางศรกับลิงลม

"คนของท่านออกจะเยอะแยะฝีมือก็ดีๆทั้งนั้นกับไอ้แค่ตำรวจหญิงคนเดียวน่าจะจัดการได้สบาย"

ชัยเดชไม่พอใจที่ศรกล้ามาพูดจาสามหาวกับตน คว้าปืนจากเอวบอดี้การ์ดจ่อหัวศร แต่ศรกลับมองอย่างไม่สะทกสะท้าน อำนาจเห็นท่าไม่ดี รีบสั่งให้ศรขอโทษชัยเดชเดี๋ยวนี้ ศรเจ็บแค้นใจที่ถูกชัยเดชขู่  แต่ก็ยอมยกมือไหว้ขอโทษ  ชัยเดชยังไม่หนำใจ ใช้ด้ามปืนตบหน้าศร เลือดกบปาก

"ทีหลังผู้พันเตือนลูกน้องตัวเองบ้าง อย่าให้ฉันต้องลงมือสั่งสอนเอง"

"ครับท่าน...เอาเป็นว่าเรื่องที่ท่านกำลังห่วง ผมพอมีวิธีจัดการ" อำนาจรีบตัดบท เชิญชัยเดชเข้าไปคุยกันลำพังในห้องรับรอง ทิ้งลิงลมกับศรไว้ลำพัง ลิงลมได้ทีเตือนศรว่าอย่าทำให้อำนาจเสียหน้าอีก เพราะถ้าอำนาจมองไม่เห็นประโยชน์ในตัวศรแล้ว ชีวิตที่เหลือของศรรับรองว่าไม่บันเทิงแน่...

อำนาจรับรองกับชัยเดชว่าถ้าเราคืนตัวแสงระวีกลับไปตามที่พวกของเธอต้องการ พวกนั้นก็จะคืนหลักฐานมาให้เรา โดยไม่มีการก๊อบปี้หลักฐานไว้เปิดโปงเราภายหลัง

"แกจะแน่ใจได้ยังไง ในเมื่อนังแสงระวีมันพยายามเปิดโปงว่าฉันคอรัปชันร่วมมือกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ จนฉันต้องสั่งปิดสำนักพิมพ์มัน"

"ที่แสงระวีพยายามทำก็เป็นแค่การพยายามทำตัวเป็นลูกกตัญญูสานต่อเจตนารมณ์ของพ่อ แต่มันก็ได้แค่นั้นถ้าท่านเปิดทางทำตามแผนของผม ทุกอย่างก็จะย้อนกลับไปเล่นงานพวกมันแทน"

ชัยเดชมองหน้าอำนาจ สงสัยว่ามีแผนอะไร อำนาจได้แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

สิงห์พาโรสกลับมายังบ้านของลมใต้ปีก เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้ สักพักโรสรู้สึกตัว เห็นสิงห์มาคอยดูแลใกล้ชิดอีกครั้งก็ดีใจโผกอดเขาไว้แน่น สิงห์เย้าว่าระหว่างที่เขาไม่อยู่ เธอคงคิดถึงเขามากใช่ไหม

"ค่ะผู้กอง...ฉันเสียใจที่ฉันต้องบอกให้ผู้กองออกไปจากชีวิตฉัน"

"ผมรู้...พวกเราทุกคนต่างต้องการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ผมถึงไม่โกรธคุณเลย ตรงกันข้ามผมพยายามฝึกหนัก ฝึกให้สำเร็จเพื่อกลับมาหาคุณ"

โรสยิ้มดีใจที่สิงห์ต่อสู้กับความเจ็บปวดได้แล้ว ต่อไปนี้เขาจะไม่เป็นอะไรอีกและเราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป ทั้งคู่กอดกันอย่างมีความสุข เสือกำลังถือถาดแก้วน้ำจะเอามาให้สิงห์กับโรสชะงักยืนมอง มะลิตามมาด้านหลังแปลกใจว่าเสือหยุดเดินทำไม แต่พอเห็นโรสกับสิงห์กอดกันกลมก็ถึงบางอ้อ

"หมวดโรสคงดีใจมากนะจ๊ะพี่เสือ ที่ได้ผู้กองกลับมา"

เสือไม่อยากรบกวนคู่รักเลยชวนมะลิกลับ มะลิเพิ่งรู้ตัวว่าพูดแทงใจดำพี่ชายรีบเดินตามมาขอโทษ

"มะลิพูดไปไม่ทันคิด พี่เสือเห็นพี่สิงห์กับหมวดโรสแล้วคงคิดถึงพี่แสงระวี"

เสือไม่ตอบได้แต่ถอนใจ หนักใจ มะลิปลอบว่าแสงระวีต้องปลอดภัย เพราะแผนแลกตัวแสงระวีกับรูปถ่ายเอาผิดชัยเดชต้องได้ผลแน่ๆ แต่มะลิกลับต้องตกใจแทบช็อกเมื่อรู้ว่าเสือจะไม่เอาหลักฐานพวกนั้นไปแลกแสงระวี เนื่องจากเป็นหลักฐานอย่างเดียวที่ทางเราจะเปิดโปงชัยเดชได้

"พี่เสือ...พี่เสือบ้าไปแล้วเหรอ"

"พี่ไม่ได้คิดจะไม่ช่วยคุณแสงระวี แต่พี่รู้จักคุณแสงระวีดีเขารักพี่มากเขาถึงขอเลิกกับพี่ หลักฐานนั่นเป็นความตั้งใจของเขา เขาคงไม่ต้องการให้เราทำมันพัง" เสือพูดอย่างคนที่เข้าใจแสงระวีที่สุด...

เป็นจริงอย่างเสือคาด พอแสงระวีรู้จากอำนาจว่าสิงห์กับโรสบุกไปยื่นข้อเสนอให้ชัยเดชแลกตัวแสงระวีกับหลักฐานทั้งหมดถึงกับร้องเอะอะลั่น

"ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้ หลักฐานพวกนั้นสำคัญกว่าชีวิตฉัน พวกเขาจะต้องไม่แลกมันกับฉันเด็ดขาด"

"เสียใจด้วยนะครับ ดูเหมือนว่าพรรคพวกคุณจะไม่ได้คิดแบบเดียวกับคุณ" อำนาจหัวเราะสะใจ...

โรสไม่เห็นด้วยที่เสือจะปล่อยให้แสงระวีตายโดยไม่ยอมช่วยเหลือ สิงห์กลับยอมรับในการตัดสินใจของเสือแถมบอกให้ทุกคนเคารพการตัดสินใจครั้งนี้ของเสืออีกด้วย มะลิค้านไม่เห็นด้วย เธอไม่ต้องการเห็นใครต้องมาสละชีวิตอีก ส่วนโรสอยากให้เสือคิดให้รอบคอบอีกครั้ง เสือกำหมัดแน่นเจ็บปวดหัวใจ...

คืนวันเดียวกัน อำนาจให้ศรคุมตัวปฐมพงษ์มารักษามรกตให้ฟื้น ปฐมพงษ์ยืนมองเฉย ศรต้องเอาปืนกระทุ้งสั่งให้ทำอย่างที่อำนาจต้องการ ปฐมพงษ์ไม่อยากให้มรกตฟื้นขึ้นมาก่อกรรมทำชั่วกับใครอีก

"งั้น...ก็ให้ฉันจัดการฆ่ามันเลยดีกว่า" อำนาจแกล้งขู่ก่อนจะพยักพเยิดให้ศรเอาปืนจ่อมรกต ปฐมพงษ์ถึงกับหน้าเสียอำนาจยิ้มพอใจ "ผมรู้ว่า ดร.รักลูกสาวมาก ไอ้ความเป็นพ่อเนี่ย ต่อให้ลูกเลวแค่ไหนก็คงไม่อำมหิตถึงขนาดเห็นลูกตายต่อหน้าต่อตาได้หรอก...ใช่ไหม ดร." อำนาจผลักปฐมพงษ์เข้าไปหามรกตซึ่งนอนสลบไสลไม่ได้สติ ปฐมพงษ์จำเป็นต้องหันไปหยิบยาที่วางอยู่ใกล้ๆมาฉีดให้ลูกสาว

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ลิงลมยืนมองแม็กนั่มที่ยังนอนหลับอยู่บนเตียง  บ่นกับศรว่าทำไมป่านนี้แล้วแม็กนั่มถึงยังไม่ฟื้น  ศรตั้งข้อสังเกตว่าบางทีปฐมพงษ์อาจเล่นตุกติกกับพวกเราก็ได้ ลิงลมไม่คิดว่าปฐมพงษ์จะกล้า ศรคิดแผนชั่วขึ้นมาได้ บอกลิงลมให้เฝ้าแม็กนั่มไว้ ส่วนเขาจะไปดูมรกตเอง ลิงลมสงสัยว่าทำไมเราไม่สลับที่กัน

"ข้าหล่อกว่าเอ็ง คนสวยก็ต้องคู่กับคนหล่อ"

"ไอ้ปากดี...เดี๋ยวได้ปากแตก" ลิงลมเคือง

"ล้อเล่นน่า ข้าก็อยากจะบันเทิงกับเอ็งบ้างไม่ได้เหรอ" ศรหัวเราะร่วนเดินออกไป

พักเดียว แม็กนั่มที่นอนสงบเมื่อกี้ กลับกระสับกระส่ายเพราะฝันร้ายเห็นฉากการต่อสู้ที่ตัวเองต้องพ่ายแพ้ต่อนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวและเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ลิงลมเห็นแม็กนั่มดิ้นไปมา ตกใจเข้าไปดูใกล้ๆ แม็กนั่มลืมตาโพลงมองลิงลมด้วยแววตาน่ากลัว ร้องตะโกนเรียกนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวลั่น ลิงลมหน้าตื่น

"เฮ้ยๆๆๆ...เดี๋ยวก่อน ข้าไอ้ลิงลมไม่ใช่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเว้ย"

แม็กนั่มจิตหลุดไปเรียบร้อย เห็นลิงลมเป็นนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียว คว้าคอบีบสุดแรง ลิงลมดิ้นพราดๆ ทั้งชกทั้งแกะมือจนเป็นอิสระ ใช้ความเร็ววิ่งหนี แม็กนั่มสติแตกวิ่งไล่มาถึงลานกลางบาร์ ลิงลมพยายามพูดให้แม็กนั่มได้สติแต่ไร้ผล  เขากระชากตัวลิงลมเหวี่ยงกระเด็น สมุนของอำนาจ 5 คนได้ยินเสียงโครมครามวิ่งมาดู ลิงลมสั่งให้ช่วยกันจับแม็กนั่มไว้ พวกสมุนล้อมกรอบฝรั่งร่างยักษ์ทันที...

ขณะเดียวกัน ศรเห็นมรกตยังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง เข้าไปใกล้ๆ สำรวจทั่วเรือนร่างด้วยสายตาหื่นพอเห็นปลอดคน ศรยื่นหน้าจะหอมแก้มหญิงสาว ทันใดนั้น มรกตฟื้นได้สติคว้าคอเขาไว้ ถามว่าจะทำอะไร

"ปละ...เปล่า" ศรละล่ำละลัก

"คนอย่างแก...อย่าแม้แต่จะคิดกับฉันเด็ดขาด" มรกตผลักศรหงายหลังตึง...

แม็กนั่มจัดการลิ่วล้อ 5 คนหมอบราบคาบเหลือลิงลมยืนหัวโด่อยู่คนเดียว ซึ่งยังคงร้องบอกฝรั่งร่างยักษ์ว่าตนเองไม่ใช่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว แม็กนั่มไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ย่างสามขุมเข้าหา เงื้อกำปั้นเตรียมจะอัด มรกตโผล่เข้ามาพร้อมศร ตะโกนสั่งแม็กนั่มให้หยุด แม็กนั่มไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น อัดลิงลมไม่ยั้ง ศรเห็นท่าไม่ดีคว้าปืนขึ้นมาเล็งใส่แม็กนั่ม มรกตปัดปืนศรออก

"ไม่ต้อง...ฉันจัดการเอง" มรกตเข้าไปหาแม็กนั่มฉีดยาสลบสีขาวที่คอ อึดใจเดียว เขาก็ล้มตึง...

เสือยังคงคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี ระหว่างหน้าที่กับคนรัก ถึงจะพูดกับใครๆไปว่าไม่ต้องการเอาหลักฐานชิ้นสำคัญนั้นไปแลกกับแสงระวี แต่ในใจของเขากลับคิดตรงกันข้าม...

มะลิตั้งข้อสังเกตเอาเองว่าที่เสือไม่ยอมไปช่วยแสงระวีอาจเป็นเพราะเขาไม่ รักแสงระวีอีกแล้ว ทองปลิวไม่คิดเช่นนั้น ใครๆก็รู้ว่าเสือรักแสงระวีมาก แต่การโค่นล้มพวกเขี้ยวพยัคฆ์และจับตัวพวกที่ให้ความช่วยเหลือพวกนั้น  เป็นภารกิจที่นักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวต้องจัดการ มะลิสวนทันทีว่า

"โดยการต้องแลกชีวิตพี่แสงระวีไปอย่างนั้นหรือ"

"คุณมะลิอย่าถามอะไรที่มันคิดยากมากแบบนั้นกับผมได้ไหมครับ"

"มันไม่ใช่เรื่องต้องคิดยากเลยนะทองปลิว ถ้าฉันเป็นพี่แสงระวีแล้วนายเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ฉันรู้ว่านายต้องช่วยฉันก่อนอย่างอื่น"

"ทำไมคุณมะลิถึงคิดอย่างนั้นล่ะครับ"

"ก็นายรักฉันไม่ใช่เหรอ" มะลิเผลอหลุดปาก รีบก้มหน้าก้มตาเดินหนี ทองปลิวดีใจมากที่มะลิรู้ความในใจที่เขามีต่อเธอ ตามเธอเข้าบ้าน ถามว่าเมื่อกี้ไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม มะลิทำไก๋ไม่ตอบ ทองปลิวจะอ้าปากพูดอีก มะลิเอามือปิดปากเขาไว้ สั่งให้เงียบๆเดี๋ยวโรสกับสิงห์ได้ยิน เธอวางแผนจะขโมยหลักฐานไปแลกกับแสงระวีด้วยตัวเอง โดยจะให้ทองปลิวเป็นองครักษ์คอยปกป้องเธอ

ทองปลิวจะค้าน แต่ไม่เป็นผล แถมยังต้องเป็นคนเข้าไปค้นหาแผ่นดิสก์ที่เก็บข้อมูลของชัยเดชซึ่งอยู่ในห้อง ทำงานลมใต้ปีก ส่วนมะลิหลบอยู่นอกห้องคอยชี้นิ้วสั่งการ ทองปลิวค้นจนเจอสิ่งที่ต้องการ ขณะกำลังจะออกจากห้อง โรสมาเจอพอดี ร้องทักทองปลิวว่ามาทำอะไรในนี้ ทองปลิวรีบซ่อนแผ่นดิสก์ไว้ข้างหลัง โกหกว่ามาตามหามะลิ แล้วเดินเลี่ยงไป โรสมองตามสงสัย

ooooooo

ไม่ว่าอำนาจจะขู่บังคับอย่างไร ปฐมพงษ์ปฏิเสธไม่ยอมทำให้แม็กนั่มมีพลังไร้ขีดจำกัดเหนือกว่าพลังของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวเด็ดขาด มรกตอาสาจะเกลี้ยกล่อม ปฐมพงษ์เอง

"ก็ได้...ตามสบาย บางทีคนในครอบครัวเดียวกันคุยกันเองอาจจะง่ายกว่าก็ได้"

อำนาจกับศรทิ้งสองพ่อลูกให้อยู่กันตามลำพัง มรกต พยายามยกแม่น้ำทั้งห้ามาอ้างให้พ่อคล้อยตาม ปฐมพงษ์ไม่สนใจ ในเมื่อพ่อไม่ช่วย มรกตจะใช้วิธีของเธอเองแก้แค้นแทนแม็กนั่ม ปฐมพงษ์มองแววตาร้ายกาจของมรกตแล้วรู้สึกหวาดกลัว จากนั้น มรกตมายังห้องขังแสงระวีไล่สมุนที่เฝ้าออกไป แสงระวีเจ็บ แค้นใจที่เห็นมรกตยังไม่ตาย แช่งให้รีบตายๆไปเสีย คนหักหลัง เพื่อนอย่างมรกตไม่สมควรมีชีวิตอยู่

"ฉันไม่เคยบอกสักคำว่าให้คุณยอมรับฉันเป็นเพื่อน พวกคุณมันโง่เองต่างหาก"

"ฉันยอมรับว่าฉันไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมนังจิ้งจอกอย่างเธอ แต่รู้ไว้ด้วยนะว่าพวกเธอกำลังจะถูกกำจัด นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่มีทางมาช่วยฉัน เขาต้องเอาหลักฐานที่มีไปเปิดโปง"

"ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดแล้ว  เมื่อสักครู่พรรคพวก ของคุณเพิ่งติดต่อมาว่าจะนำหลักฐานมาแลกตัวคุณ"  มรกตยิ้มสะใจ  แสงระวีไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง  นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่มีทางทำอย่างนั้น

มรกตรู้จุดอ่อนของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวดีว่าอยู่ที่ความรักที่มีต่อแสงระ วี ยิ่งเธอทรมานแสงระวีมากเท่าใด ความแข็งแกร่งของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็จะยิ่งลดน้อยลง มรกตเดินยิ้มเหี้ยมเข้ามาหาแสงระวี หยิบหลอดฉีดยาพิษขึ้นมาฉีดแขน แสงระวีพยายามดิ้นหนี แต่ถูกมัดติดกับเก้าอี้

"ไม่...เอามันออกไป...ไม่" แสงระวีร้องลั่น ก่อนจะหมดสติ...

เสือตัดสินใจได้ในที่สุดว่าจะต้องไปช่วยแสงระวี บอกสิงห์ว่าถึงจะต้องเสียหลักฐานสำคัญไป แต่ถ้าวันนี้นักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวยังไม่สามารถปกป้องคนที่ตัวเองรักได้ แล้วจะปกป้องคนอื่นอีกเป็นร้อยเป็นพันได้อย่างไร  จังหวะนั้นโรสหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่าหลักฐานที่เตรียมไว้แลกกับแสงระวีหายไป น่าจะเป็นมะลิกับทองปลิวขโมยไปแลกตัวแสงระวีแน่ๆ เสือถึงกับอึ้ง...

ooooooo

กำนันฉ่ำถูกกักตัวให้อยู่แต่ในเซฟเฮาส์ของโครงการคุ้มครองพยานราวกับเป็น นักโทษ เริ่มสติแตกอาละวาดใส่เจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลจะออกไปข้างนอกให้ได้ เจ้าหน้าที่ไม่ยอมยืนขวางประตูไว้ กำนันฉ่ำหงุดหงิดมาก โทร.มาฟ้องอำนาจว่าทนอยู่ที่นี่ไม่ไหวอีกแล้ว บ่นอุบว่า

"ผมช่วยจัดการทำให้ผู้กองสิงห์กับหมวดโรสเด้งออกจากหน้าที่ ผู้พันก็ควรให้ผมไปจากที่นี่ซะที"

"เรื่องนั้น ฉันเตรียมจัดการให้อยู่แล้ว...รอไม่นานหรอก" อำนาจวางสายสีหน้าเจ้าเล่ห์ "หมดหน้าที่ของแกแล้ว...มันก็ถึงเวลาที่แกต้องพักยาวซะที ไอ้กำนันฉ่ำ" อำนาจหัวเราะสะใจ...

พอปฐมพงษ์รู้ว่ามรกตฉีดยาพิษให้แสงระวี เข้าไปด่ามรกตว่าทำไมถึงได้สารเลวขนาดนี้   ไม่รู้ว่าไปเอาเลือดชั่วๆแบบนี้มาจากไหน มรกตไม่พอใจดึงมีดสั้นออกมาขู่พ่อตัวเอง

"สิ่งที่ฉันทำตอนนี้พ่ออาจจะมองว่าชั่วร้าย แต่เมื่อไหร่ ที่ฉันกับเขี้ยวพยัคฆ์ขึ้นมาครอบครองโลกนี้ได้ล่ะก็ พ่อจะต้องขอบคุณฉันที่ฉันเอาความรู้และงานวิจัยของพ่อมาสร้างประโยชน์"

ลิงลมเข้ามาขัดจังหวะสองพ่อลูก นำตัวแสงระวีออกไปตามคำสั่งของอำนาจ ก่อนมรกตจะไปหันมากำชับปฐมพงษ์ ให้รีบๆทำงานวิจัยให้เสร็จ เพราะยิ่งช้าก็จะยิ่งมีคนตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มือของปฐมพงษ์ก็จะพลอยเปื้อนเลือดไปด้วย ปฐมพงษ์ มองตามมรกตอย่างเจ็บใจ...

มะลิกับทองปลิวรออยู่ที่จุดนัดหมาย ณ โกดังร้างแห่งหนึ่งชานเมือง ผ่านไปไม่นาน อำนาจ ลิงลม พร้อมสมุนติดตามอีกจำนวนหนึ่งก็มาถึง มะลิถามว่าแสงระวีอยู่ไหน ถ้าพวกเธอไม่ได้ตัวแสงระวีกลับไป ก็อย่าหวังว่าจะได้หลักฐานคืน  อำนาจขอดูก่อนว่าเอาหลักฐานมาจริงหรือเปล่า  มะลิชูแผ่นดิสก์ให้ดู

"แล้วฉันจะไว้ใจพวกแกได้อย่างไรว่าพวกแกไม่แอบก๊อบปี้เอาไว้เล่นงานพวกฉันทีหลัง"

"พี่แสงระวีอยู่ในมือพวกแก ฉันก็ต้องระวังชีวิตพี่สาวฉันเหมือนกัน"

"ดี...ฉลาดมากสมเป็นน้องสาวของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว... พาตัวแสงระวีมา"

ครู่เดียว สมุนของอำนาจหิ้วปีกแสงระวีที่หมดสติเข้ามา มะลิจะเข้าไปหาแต่อำนาจขวางไว้ ขอหลักฐานชิ้นนั้นก่อน มะลิโยนแผ่นดิสก์ให้ อำนาจสั่งสมุนตรวจหลักฐานว่าใช่ของจริงหรือไม่ สมุนเช็กดูจากโน้ตบุ๊กแล้วหันมาพยักหน้ากับอำนาจ ในเมื่อหลักฐานเป็นของจริง มะลิขอตัวแสงระวีคืน

"เราไม่จำเป็นต้องส่งตัวให้มันก็ได้นะครับผู้พัน เก็บไว้ เล่นงานพวกมันทีหลังดีกว่า" ลิงลมแนะ

"ไม่ได้...ท่านชัยเดชกำชับเอาไว้แล้วว่า ถ้าพวกมันทำตามที่ตกลงกันไว้ก็ต้องตามนั้น" อำนาจพยักพเยิดให้สมุนพยุงแสงระวีไปส่งให้ทองปลิวกับมะลิ ทองปลิวเห็นสภาพแสงระวีถนัดตา ถามอำนาจว่าทำอะไรกับเธอ อำนาจโกหกว่าไม่ได้ทำอะไร เดี๋ยวเธอก็ฟื้น แล้วพากันออกไป มะลิเขย่าตัวเรียกแสงระวีอยู่พักหนึ่ง ถึงรู้สึกตัว สะลึมสะลือมองทั้งคู่ เสือ สิงห์กับโรสตามมาสมทบ ถามว่าพวกอำนาจอยู่ที่ไหน

"พวกเราแลกตัวคุณแสงระวีกับข้อมูลไปแล้วครับ"

"พี่เสือจ๊ะ มะลิขอโทษที่ทำแบบนี้ แต่มะลิปล่อยให้พี่แสงระวีเป็นอะไรไปไม่ได้"

เสือบอกว่าไม่ต้องขอโทษ เขาต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษมะลิ โรสอาสาจะพาแสงระวีกับมะลิกลับไปก่อน พวกอำนาจเพิ่งจะออกไป ถ้าเสือกับสิงห์รีบตาม อาจจะทันแย่งหลักฐานคืนมาได้ เสือพยักหน้ารับคำ แสงระวีเรียกเสืออย่างอ่อนแรง พยายามเอื้อมมือไปหา เสือจับมือเธอมากุมไว้

"ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะจัดการกับพวกมัน จะไม่ทำให้คุณต้องเหนื่อยเปล่า"

สิงห์สะกิดเสือให้ไปได้แล้ว แสงระวีมองตามเสือด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

กำนันฉ่ำดีใจที่เห็นศรมารับถึงหน้าเซฟเฮาส์ของโครงการคุ้มครองพยาน ศรก็ดีใจเช่นกันที่พ่อไม่เป็นอะไร ตอนที่เขาได้ข่าวว่ากุหลาบแดงบุกมาถึงที่นี่ เขาคิดว่าพ่อโดนสอยไปแล้ว กำนันฉ่ำคุยว่าตัวเองหนังเหนียว กุหลาบแดงทำอะไรไม่ได้แน่ แล้วถามว่าศรอยู่กับอำนาจเป็นอย่างไรบ้าง

"เราเคยพลาดท่าเสียทีให้มันมาแล้ว ก็ต้องยอมมันไปนั่นแหละพ่อ จะเอาอะไรไปสู้มันได้"

"ถ้าคราวนั้นเราไม่พลาด ป่านนี้เราสองคนพ่อลูกก็คงจะขึ้นมาเป็นใหญ่แทนมันไปแล้ว"

ศรโทษว่าเป็นเพราะนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคนเดียว กำนันฉ่ำปลอบว่าวันพระไม่ได้มีหนเดียว เราสองคนทำทุกอย่างให้อำนาจไว้ใจไปก่อน เผลอเมื่อใด เราค่อยหาทางแทงมันข้างหลังอีกก็ได้ กำนันฉ่ำไม่มีวันทำตามแผนได้ เพราะเขายังไม่ทันจะก้าวขึ้นรถ ถูกกระสุนยิงจากระยะไกลหลายนัดตายคาที่

ศรตกใจ ปราดไปที่ร่างไร้วิญญาณของพ่อ แล้วเงยหน้ามองหาคนที่ลอบสังหาร สักพัก ศรพร้อมกับปืนลูกซองในมือ วิ่งไปยังที่มาของวิถีกระสุนบนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้าม เจอปลอกกระสุนเกลื่อนพื้น ใกล้ๆมีดอกกุหลาบแดงวางทิ้งไว้ ศรหยิบขึ้นมามองอย่างเจ็บแค้น คิดว่าเป็นฝีมือของกุหลาบแดง...

แม็กนั่มได้สติขึ้นมา ยังเห็นภาพหลอนที่ตัวเองโดนเข่าพญาไฟของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเล่นงาน โกรธแค้นมากลุกจากเตียง กระชากสายน้ำเกลือทิ้ง มรกตเข้ามาห้าม แม็กนั่มไม่ฟัง ผลักเธอพ้นทาง ตรงไปหยิบยากระตุ้นพลังหลายสิบหลอด ออกไปยังลานต่อสู้กลางบาร์ ซึ่งมีนักสู้จากหลายสัญชาติรออยู่ แม็กนั่มฉีดยากระตุ้นนับสิบหลอดเข้าคอตัวเอง มรกตเห็นหลอดฉีดยากระตุ้นพลังเกลื่อนพื้น ตกใจ

"แม็กนั่ม ถ้าแกทำแบบนั้นเท่ากับฆ่าตัวตายนะ"

แม็กนั่มไม่สนใจ เข้าต่อสู้กับพวกนักสู้นานาชาติอย่างบ้าคลั่งทีละคนจนหมด แล้วจะตามไปเล่นงานนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ทันใดนั้น แม็กนั่มตัวแข็งทื่อ เลือดไหลออกจากจมูกและตา ทรุดฮวบหมดสติ...

ไม่นานนัก เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับสิงห์ตามรถของอำนาจทัน ตรงเข้าขวางถนนไว้ อำนาจรู้อยู่แล้วว่าเสือต้องตามมาทวงเอาหลักฐานคืน จึงแบ่งหน้าที่กับลิงลม โดยอำนาจกับสมุนคนหนึ่งจะจัดการกับเสือ ส่วนลิงลมกับสมุนอีกคนรับมือกับสิงห์

สมุนแลกหมัดกับเสือเปิดทางให้อำนาจเรียกพลังเหล็กไหล ยังไม่ทันนกกระจอกจะกินน้ำสมุนก็โดนน็อก เสือตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายแล้วปล่อยพลังออกไป แรงหมัดกระแทกอำนาจผงะหงายหลัง

"เป็นอย่างไรผู้พัน...ฉันว่าถึงเวลาแล้วที่ผู้พันจะต้องยอมรับความจริงว่าผู้พันพ่ายแพ้"

อำนาจลุกขึ้นจ้องหน้าเสืออย่างแค้นเคือง ด้านสิงห์หลังจากจัดการสมุนอีกคน จึงใช้พลังจิตหยุดความว่องไวของลิงลม ก่อนจะจับโยนมาทางอำนาจ แล้วตามมาสมทบกับเสือ สิงห์ขอหลักฐานชิ้นนั้นคืน  บอกอำนาจให้ยอมแพ้ได้แล้ว  จากนี้ ไปเขากับสมุนเขี้ยวพยัคฆ์จะต้องโดนกฎหมายเล่นงาน

"พวกแกไม่มีทางสู้ฉันได้หรอก...เอาแค่หนีให้รอดก่อนเถอะ"

"ฉันทนความโอหังของแกมานานแล้วผู้พันอำนาจ วันนี้แหละ...เข่าพญาไฟของฉันจะกำจัดแก" เสือว่าแล้วตั้งท่า จะใช้ไม้ตายเข่าพญาไฟ แต่เสียงรถหวอตำรวจดังเข้ามาทำให้เสือชะงัก อำนาจหัวเราะเยาะลั่นที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต้องตกหลุมพรางของเขาอีก ครั้ง เสือกับสิงห์งงว่าพูดอะไร

"ระหว่างที่พวกแกมาขัดขวางผู้พัน พวกข้าเพิ่งจะส่ง มือปืนให้ไปเก็บกำนันฉ่ำ แล้วโยนความผิดว่าเป็นฝีมือพวกแก" ลิงลมตอบคำถามแทนเจ้านาย

สิงห์กับเสือหันมองหน้ากัน พอหันไปอีกที ลิงลมใช้พลังรวดเร็วพาอำนาจหนีไปได้ เสือกับสิงห์หนีการไล่ล่าของตำรวจจนมาเจอทางตันถูกตำรวจจ่อปืนล้อมไว้ทุก ด้าน

"ยอมมอบตัวซะโดยดี นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว...ผู้กองสิงห์"

เสือกับสิงห์หันหลังชนกัน สิงห์ใช้พลังจิตหยุดไม่ให้ปืนของตำรวจทำงาน แล้วปัดปืนในมือตำรวจกระเด็น จากนั้นเสือ ใช้หมัดเขวี้ยงควายอัดตำรวจที่ล้อมกรอบพากันล้มระเนระนาด แล้วทั้งคู่ก็หลบหนี

ooooooo

โรสเจ็บใจเมื่อรู้จากสิงห์ว่าอำนาจวางแผนฆ่ากำนันฉ่ำแล้วโยนความผิดมาให้พวก เรา   ส่วนการแลกตัวแสงระวีกับข้อมูลเล่นงานชัยเดชเป็นแค่แผนลวงให้พวกเราไม่ทัน ระวังตัว

"มันเล่นใช้อิทธิพลบีบบังคับเราทุกทางแบบนี้ ต่อให้ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีเข่าพญาไฟ ผู้กองสิงห์มีพลังจิตพิเศษ แต่เราจะทำยังไงถึงจะกลายเป็นคนบริสุทธิ์ได้" ทองปลิวบ่นอย่างหนักใจ

"ทางเดียวก็คือ เราต้องจัดการกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้ได้"

โรสเห็นด้วยกับสิงห์ แต่เราไม่รู้ว่าพวกนั้นกบดานอยู่ที่ไหน คงต้องรอให้มันลงมือทำชั่วเสียก่อน เราถึงจะตามไปจัดการ สิงห์มั่นใจว่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์ต้องวางแผนชั่วอีกแน่ๆ...

ภายในห้องนอนของแสงระวี เสือค่อยๆประคองแสงระวีให้ลุกขึ้นจากเตียง แล้วเล่าแผนชั่วร้ายที่อำนาจฆ่าพวกเดียวกันเอง เพียงเพราะต้องการดึงตำรวจมาร่วมวงเล่นงานพวกเรา แสง ระวีนึกเสียดาย เสือไม่น่าเอาหลักฐานสำคัญไปแลกตัวเธอ ถ้าข้อมูลพวกนั้นถูกเปิดเผย อำนาจคงถูกกำจัดไปก่อนจะแว้งกลับมาเล่นงานเรา เสือยอมเสียแสงระวีไปไม่ได้ แสงระวีอ้าปากจะพูด เสือเอานิ้วแตะริมฝีปากเธอไว้

"คุณไม่ต้องพูดอะไรหรอกครับ...ถึงคุณจะพยายามไล่ให้ผมออกไปจากชีวิตคุณ แต่ผมมันเป็นพวกดื้อเหมือนวัวเหมือนควาย ลองถ้าได้รักแล้ว ไล่อย่างไรก็ไม่ไป" เสือจับมือแสงระวีมากุมไว้ "ไม่ต้องห่วงนะครับ วันนี้ถึงเราจะต้องกลายมาจนตรอกอีกครั้ง แต่เมื่อมีคุณอยู่ ผมก็พร้อมจะลุกขึ้นสู้"

เสือบรรจงจูบหน้าผากแสงระวีอย่างทะนุถนอม แสงระวีมองเสือนิ่ง พลันภาพตอนที่มรกตฉีดยาบางอย่างให้เธอเมื่อคราวที่เธอถูกจับตัวไปล่าสุดผุด ขึ้นมาในสมองของแสงระวี ทำให้สีหน้าแววตาของเธอเครียดจนเสือสังเกตเห็น ถามว่าตอนที่ถูกพวกอำนาจจับตัวไป พวกนั้นทำอะไรเธอหรือเปล่า

"เปล่า...ไม่มีอะไรหรอก พวกมันไม่ได้ทำอะไรฉันเลย แต่ฉันรู้สึกเหนื่อย"

เสือบอกให้แสงระวีพักเยอะๆ ไม่ต้องเป็นกังวลอะไร แสงระวีพยักหน้ารับคำ มองตามเสือออกจากห้องอย่างไม่สบายใจ ก้มมองแขนตัวเองตรงที่มรกตฉีดยาให้ สงสัยว่าเป็นยาอะไรกันแน่...

อำนาจพอใจมากเมื่อรู้ว่ามรกตฉีดยาพิษชนิดร้ายแรง ออกฤทธิ์ทำลายอวัยวะภายในให้ตายอย่างช้าๆแต่ทรมานให้กับแสงระวีก่อนที่จะส่ง เธอคืนเสือ ในเมื่อนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว แข็งแกร่งมากขึ้น มรกตเลยต้องหาทางสร้างจุดอ่อนให้เขาเพื่อถ่วงเวลาจนกว่าแม็กนั่มจะกลับมา แข็งแรงอีกครั้ง

อำนาจเหลือบเห็นศรเดินซึมๆเข้ามา จึงบอกมรกตให้ ไปพักผ่อนก่อน เขามีเรื่องต้องคุยกับศร อำนาจรอจนมรกตไปพ้นสายตาจึงเข้ามาตบบ่าศร แสดงความเสียใจกับการตายของกำนันฉ่ำ ศรถามอำนาจว่ารู้ล่วงหน้าหรือเปล่าว่าพวกเสือมาดักเล่นงานพ่อของเขา เพราะทันทีที่พ่อออกมาก็ถูกฆ่า

อำนาจตีบทแตกกระจุย ปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นแผนของพวกเสือ ขณะนั้นเขากับลิงลมกำลังพาแสงระวีไปแลกกับข้อมูลของชัยเดช อำนาจโทษว่าเป็นเพราะพวกเสือเสียข้อมูลสำคัญ เลยหันไปลงมือกับกำนันฉ่ำเพื่อแก้แค้น แต่ไม่ต้องห่วง เขาจะ แก้แค้นแทนกำนันฉ่ำให้ได้ ศรหลงเชื่อ ไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก

ooooooo

ลิงลมรอจนรุ่งสาง เห็นปลอดคนลอบเข้าไปหา แม็กนั่มซึ่งนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง  เขาชักมีดออกมา หมายจะฆ่า แต่แม็กนั่มกลับลืมตาโพลงคว้ามีดไว้ แล้วอัดลิงลมกระเด็น ลิงลมไม่รามือเข้าปะทะกับแม็กนั่ม อุตลุด แม็กนั่มพลังเหลือน้อยเลยสู้ลิงลมไม่ได้ หยิบกระเป๋ายาจะฉีดยากระตุ้นให้ตัวเองแต่ไม่พบยา

"แกอยู่ได้ก็เพราะยา ถ้าไม่มียา...แกก็ต้องตาย" ลิงลมไม่รอช้าแทงแม็กนั่มทันที ศรคว้ามือลิงลมไว้

"หยุด...สู้กับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวยังไม่เหนื่อยพอใช่ไหม ถึงต้องมาสู้กันเอง"

"เอ็งมาห้ามข้าทำไม ข้ากำลังจะส่งมันไปบันเทิงในนรกอยู่แล้วเชียว ไหนๆมันก็สู้ใครๆไม่ได้อีกแล้ว จะเก็บมันไว้ให้รกหูรกตาทำไม"

"ตอนนี้มันอาจจะสู้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ได้ แต่อีกไม่นานมรกตก็ต้องหาทางทำให้มันกลับมาแข็งแกร่งอีก ถึงตอนนั้น ค่อยใช้มันเป็นเครื่องมือทำลายศัตรูของเราก่อนแล้วค่อยจัดการกับมันทีหลัง"

ลิงลมไม่คิดว่าแม็กนั่มจะกลับมาแข็งแกร่งได้อีก...

อำนาจต้องการให้ปฐมพงษ์ปรับปรุงยากระตุ้นพลังให้ สำเร็จโดยเร็ว ขืนชักช้าแม็กนั่มอาจจะตายเสียก่อน เพราะมี แม็กนั่มคนเดียวเท่านั้นที่พอจะรับมือกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้ ศรกับลิงลมอาสาจะไปบีบปฐมพงษ์ให้ อำนาจรู้ดีว่าคนอย่าง ปฐมพงษ์ใช้ไม้แข็งด้วยไม่ได้ จึงต้องการให้มรกตใช้ความเป็นพ่อลูกกันกล่อมปฐมพงษ์ให้ยอมทำตาม และอำนาจมั่นใจว่ามรกตจะทำสำเร็จ แล้วหันไปสั่งศร

"ระหว่างที่รอยา แกไปจับคนมา ฉันต้องการให้มันเป็นหนูทดลองตัวยา"

ครู่ต่อมา ศรกับสมุนอีกสามคนมาถึงไซต์งานก่อสร้าง บุกจี้บังคับคนงานก่อสร้าง ต้อนเฉพาะพวกที่ร่างกายกำยำแข็งแรงขึ้นรถ ทันใดนั้น นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเข้ามาขัดขวาง เหล่าสมุนเขี้ยวพยัคฆ์ดาหน้าเข้าหา แต่สู้พลังข้าวเหนียวไม่ไหวถูกอัดหมอบ ศรอาศัยจังหวะนั้นหลบออกมา

เสือตามหาศรทั่วบริเวณก่อสร้าง ศรดักรออยู่แล้วยิง ปืนใส่ไม่ยั้ง เสือใช้พลังวิ่งหลบได้อย่างว่องไวแล้วกระโดดขึ้น ไปแอบบนนั่งร้าน รอจนศรเข้ามาได้ระยะจึงพุ่งลงมาเตะปืน ของศรกระเด็น ศรฮึดสู้แต่ต้านพลังนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ไหว โดนอัดเซถลา เสือเดินเข้าหาอย่างเอาเรื่อง

"แกมาจับคนไปทำอะไร"

ศรไม่ตอบ คว้าท่อนเหล็กใกล้มือฟาด เสือรับไว้ได้ จับเหล็กท่อนนั้นงอแล้วเตะศรปลิว จะเข้าไปซ้ำแต่สมุนเขี้ยวพยัคฆ์ ยิงสกัดมาจากอีกด้าน เสือพุ่งหลบคมกระสุนเข้าที่กำบัง พอโผล่ มามองอีกที ศรกับพวกก็หายตัวไปแล้ว เสือครุ่นคิดสงสัยว่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์ต้องการตัวคนงานไปทำอะไร...

โรส มะลิ และแสงระวีกำลังเช็กกระแสจากผู้ที่ได้รับข้อมูลบทความของแสงระวีทาง อินเตอร์เน็ต พบว่ามีคนเห็น ด้วยกับบทความของแสงระวีมากพอใช้ แถมทุกคนที่เห็นด้วยสัญญาว่าจะช่วยกันตรวจสอบความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นกับ พวกคอรัปชัน แสงระวีพอใจที่อย่างน้อยพวกเราก็ไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง

สิงห์กับทองปลิวเข้ามาตามพวกสาวๆให้หยุดพักเรื่องงานไว้ก่อน  ไปกินข้าวกลางวันกันได้แล้ว  แสงระวีบอกให้ทุกคน ไปกินกันก่อน  เธอขอเขียนบทความอีกสักพักจะตามไป  มองตามจนทุกคนไปพ้นห้องทำงาน  แสงระวีสีหน้าเปลี่ยนเป็น วิตกกังวล ไม่รู้ว่ายาที่มรกตฉีดให้จะมีผลอะไรกับตัวเธอ...

ค่ำมืดดึกดื่นแล้ว เสือเห็นแสงระวีเอาแต่หมกมุ่นกับงาน เลยเข้ามาขอร้องให้พักผ่อนบ้าง เพิ่งฟื้นจากถูกพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ทรมาน เดี๋ยวร่างกายจะทนไม่ไหว พานไม่สบายไปอีก

"นายก็รู้ว่าเราช้าไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว พวกเขี้ยวพยัคฆ์ ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการขายชาติขายแผ่นดินตลอดเวลา ทุกครั้ง ที่ฉันนอนหลับ ภาพผืนแผ่นดินที่ถูกต่างชาติกลืนกินมันหลอกหลอน ฉันทุกคืน"

"ผมเข้าใจ...แต่การหยุดก็ไม่ได้หมายถึงการถอยหลังเสมอไป แต่เป็นการเติมพลังเพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ" เสือว่าแล้วคว้ามือแสงระวีลุกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ พาออกไปที่สนามหญ้าหน้าบ้าน

เขาชี้ให้ดูดาวบนท้องฟ้า แสงระวีเงยหน้ามองแต่ไม่รู้สึกอะไรเพราะมัวแต่ห่วงเรื่องเขียนบทความ เสือขอร้องแสงระวีหลับตาหันหลังให้ เขานวดไหล่ให้เธอเบาๆ บอกให้ปล่อยตัวตามสบาย สูดลมหายใจเข้าออก

แสงระวีทำตามอย่างว่าง่าย เสือโอบเอวเธอไว้จากด้านหลัง  บอกให้ลืมตาขึ้นช้าๆ  แล้วแหงนมองบนฟ้าอีกครั้ง แสงระวีเห็นดวงดาวระยิบระยับ ถึงกับออกปากชมว่าสวยมาก

"ผมอยากให้คุณได้พักกายพักใจบ้าง อยากให้คุณได้มีความสุขกับสิ่งรอบข้าง...ตอนที่ผมอยู่ในป่าพญาไฟ มันทำให้ผมคิดอะไรได้หลายอย่าง ต่อให้ฝึกฝนหนักและบอบช้ำแค่ไหน แต่การที่ผมได้เห็นความงามของป่าหรือแม้แต่ดอกหญ้ามันก็ทำให้ผมมีความสุข"

"ฉันเข้าใจนายแล้วล่ะ...ขอบใจนายมากนะ นายเสือ" แสงระวียิ้มมีความสุข หวนคิดถึงอดีต ตอนที่เสือพาเธอไปดูหิ่งห้อยแล้วขอแต่งงานด้วย เสือเห็นสีหน้าของหญิงคนรักแล้วเหมือนจะเดาใจออก

"ผมรอคอยให้ทุกอย่างจบลง เราจะได้ใช้ชีวิตเหมือนสามัญชนคนธรรมดา แล้วเราจะอยู่ด้วยกันจนวันตาย...คุณสัญญาได้ไหมว่าคุณจะอยู่กับผมตลอดไป" เสือมองแสงระวี รอคอยคำตอบ

แสงระวียิ้มให้ กำลังจะตอบ แต่กลับรู้สึกคลื่นไส้ รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ อาเจียนใส่อ่างล้างมือ รู้สึกโล่งสบายขึ้น แต่พอก้มลงมองที่อ่างต้องตกใจเห็นเลือดสดๆรีบเปิดน้ำล้าง ทำสีหน้าปกติก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำออกมา เห็นเสือยืนรอด้วยความเป็นห่วง ถามเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง

"เอ่อ...ฉันคงทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานไปหน่อย เลยรู้สึกมึนหัวก็เลยอาเจียน"

เสือบอกแสงระวีให้นอนพักได้แล้ว หญิงสาวพยักหน้ารับคำ ฝืนยิ้มให้เสือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ooooooo

มรกตมองหลอดยาที่ปฐมพงษ์เพิ่งปรับปรุงสูตรเสร็จอย่างมีความหวัง ถึงแม้เขาจะไม่รับปากว่าจะได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะตัวยายังไม่ได้ทดลองกับมนุษย์

"แต่ฝีมือระดับ ดร.อย่างพ่อ คงไม่พลาดหรอก นอกซะจากว่าพ่อคิดจะเล่นตุกติกกับเรา"

มรกตถือเข็มฉีดยาเข้ามาใกล้เป็นเชิงขู่ ปฐมพงษ์ออกตัวว่าทำอย่างสุดฝีมือแล้ว มรกตยิ้มพอใจ นำหลอดยาทั้งหมดเรียงใส่กระเป๋า ลิงลมถามมรกตว่าจะให้ทำอย่างไรกับปฐมพงษ์ มรกตอยากให้ขังเขาไว้ก่อน ลิงลมผลักปฐมพงษ์ล้ม เดินตามมรกตซึ่งออกไปพร้อมกระเป๋าใส่ยา แล้วปิดประตูห้องล็อกกุญแจ...

อำนาจกะจะใช้ยาที่เพิ่งได้มาสดๆร้อนๆนี้กับคนงานที่ให้ศรไปจับตัวมา แต่ศรกลับมามือเปล่าเพราะถูกนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวขัดขวาง อำนาจร้อนใจอยากรู้ผลเร็วๆเลยจะใช้ทดลองกับแม็กนั่มโดยตรง สั่งมรกตให้ฉีดยาให้แม็กนั่ม ทุกคนรอลุ้นผลอย่างใจจดจ่อ แต่แม็กนั่มกลับนอนนิ่งไม่แสดงอาการใดๆ

ลิงลมกล่าวหาปฐมพงษ์ว่าผลิตยามาหลอกพวกเราอีกแล้ว เข้าไปดูแม็กนั่มใกล้ๆ ทันใดนั้นแม็กนั่มลุกพรวด คว้าคอลิงลมเหวี่ยงกระเด็น มรกตดีใจที่แม็กนั่มมีพลังอีกครั้ง เย้ยลิงลมว่ายาตัวใหม่ใช้ได้ผล

"อย่าเพิ่งสรุป หากยังไม่ได้ทำการทดลอง ฉันจะให้แม็กนั่มมันได้พิสูจน์ว่ายานี้ดีจริงหรือไม่"

อำนาจสั่งให้ลิงลมพาแม็กนั่มไปทิ้งไว้กลางที่ชุมชนผู้คนพลุกพล่าน แม็กนั่มอาละวาดจับคนที่เดินผ่านไปมาโยนลงกลางถนน รถราเบรกกันตัวโก่ง เกิดโกลาหลไปทั่ว...

อาการของแสงระวีเริ่มทรุด ไอออกมาเป็นเลือด แต่พอเห็นเสือมาหารีบกลบเกลื่อนทำเหมือนไม่ได้เป็นอะไร สิงห์รีบร้อนเข้ามาแจ้งเสือว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว โรสดักฟังวิทยุตำรวจได้ข่าวว่าแม็กนั่มออกอาละวาดเข่นฆ่าผู้คนเป็นว่าเล่น เสือกับสิงห์ไม่รอช้า รีบออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนทันที

จากนั้นไม่นาน โรสตามเข้ามาถามหาสิงห์ พอรู้จากแสงระวีว่าเขาไปจัดการแม็กนั่มกับเสือโดยที่ไม่รอตนเอง ถึงกับบ่นอุบ ขยับจะตาม แต่แสงระวีทรุดฮวบลงกับพื้นเสียก่อน โรสตกใจรีบเข้าไปประคอง เห็นมีเลือดออกจากจมูกแสงระวี ตัดสินใจพาไปส่งโรงพยาบาล

ooooooo

โรสยืนรออย่างกระวนกระวายใจอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน หมอเข้ามาบอกโรสว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะช่วยแสงระวีเต็มที่

"เดี๋ยวค่ะหมอ...เรื่องที่ฉันกับแสงระวีมาที่นี่..."

"ผมเข้าใจ...ผมกับพ่อแสงระวีเป็นเพื่อนรักกัน อุดมการณ์ ที่พวกคุณกำลังทำอยู่ ผมสนับสนุนเต็มที่รับรองว่าตำรวจจะไม่รู้ว่าพวกคุณอยู่ที่นี่" หมอพูดจบรีบเข้าห้องฉุกเฉิน...

ด้านแม็กนั่มไล่ฆ่าชาวบ้านอย่างสนุกมือ เสือในชุดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับสิงห์เข้ามาขวาง ต่อสู้กับแม็กนั่ม อย่างดุเดือด แม็กนั่มสู้ไม่ได้ถูกอัดหงายหลัง สิงห์จะตามเข้าไปซ้ำ แต่ลิงลมโดดมาขวาง

"สองรุมหนึ่งมันไม่สนุกหรอก เดี่ยวกันดีกว่า"

ลิงลมใช้ความว่องไวพุ่งต่อยสิงห์ปากแตก แล้ววิ่งหนีไปอีกทาง สิงห์ไล่ตาม ลิงลมดักรออยู่โจนใส่คราวนี้สิงห์ใช้ พลังจิตจัดการอัดลิงลมคืนขยับจะตามเข้าไปซ้ำ แต่ศรยิงปืนสกัดไว้ สิงห์ต้องโดดหลบเข้าที่กำบัง ศรร้องท้าทายว่าถ้าแน่จริงก็อย่ามัวแต่หลบ สิงห์ออกจากที่ซ่อนอย่างองอาจ ลิงลมแสยะยิ้ม

"ออกมาเป็นเป้าอย่างนี้ก็บันเทิงล่ะ...ฆ่ามันซะ"

ศรลั่นกระสุนใส่ทันที สิงห์ใช้พลังจิตควบคุมกระสุนให้เปลี่ยนทิศทางพุ่งหาลิงลมแทน ลิงลมกระโดดหลบ ศรยิง

อีกครั้ง สิงห์ก็ใช้พลังจิตผลักกระสุนเข้าหาลิงลมเหมือนเดิม ลิงลมวิ่งหาที่กำบังวุ่น

"ไอ้ศร...หยุดยิงได้แล้ว"

ศรเจ็บใจ ลั่นกระสุนใส่สิงห์ไม่ยั้ง สิงห์ผลักกระสุนกลับ ใส่เจ้าของ ก่อนจะฉวยโอกาสคว้าปืนจากมือศรแล้วยิงใส่ ศรกลายเป็นฝ่ายวิ่งหลบกระสุนบ้าง...

ทางฝ่ายเสือต่อสู้กับแม็กนั่มอย่างดุเดือด ต่างฝ่ายต่างใช้หมัดเขวี้ยงควายเข้าห้ำหั่นกัน แต่หมัดของแม็กนั่มพลังมากกว่าอัดเสือกระเด็น เสือตั้งหลักได้จะเปลี่ยนมาใช้เข่าพญาไฟแทน ขณะเสือกำลังตั้งท่าเข่าพญาไฟ แม็กนั่มรู้ซึ้งถึงพิษสงดีคว้าชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นมาเป็นโล่กำบัง

"มาสิ...ใช้เข่าพญาไฟแกเผามันให้ตายไปเลย"

เสือชะงัก แม็กนั่มได้ทีเหวี่ยงชาวบ้านใส่ เสือรับตัวไว้ได้ หันกลับไปมอง แม็กนั่มหายตัวไปแล้ว....

ooooooo

ขณะเดียวกัน แสงระวีเอกซเรย์ร่างกายเสร็จ ยิ้มหน้าบานเข้ามาในห้องพักฟื้น โกหกโรสว่า หมอตรวจเธออย่างละเอียดแล้วพบว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก นอกจากพักผ่อนน้อยไป สั่งให้นอนพักมากๆ

"จริงเหรอคะ...ฉันอดเป็นห่วงไม่ได้"

"ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ฉันมันมีเลือดนักสู้อยู่เต็มตัว ฉันไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ" แสงระวีหยิบเสื้อผ้าตัวเองเดินเข้าห้องน้ำ ระหว่างที่โรสยืนรอ พยาบาลเข้ามาเชิญไปพบหมอเจ้าของไข้ที่ห้องตรวจ...

โรสตกใจมากเมื่อได้ยินหมอบอกว่าที่แสงระวีเป็นแบบนี้เพราะได้รับสารพิษบางอย่าง แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นสารอะไร หมอเพิ่งส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจที่ห้องแล็บ

"แล้วมีผลอย่างไรกับคุณแสงระวีบ้างคะ"

"เท่าที่ตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้ว พบว่าสารตัวนี้ได้เข้าไปทำลายระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆของร่างกายอย่างช้าๆ"

โรสตกใจ ขอร้องหมอให้ช่วยรักษาแสงระวีด้วย หมอส่ายหน้า บอกอย่างตรงไปตรงมาว่า ตอนนี้ยังไม่มียารักษา และที่สำคัญ เขาไม่เคยเจอเคสแบบนี้มาก่อน แต่ก็จะพยายามรักษาสุดความสามารถ แสงระวีตามเข้ามาในห้องตรวจพอดี ถามหมอว่าเธอจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน หมอสีหน้าหนักใจ...

ooooooo

ลิงลมสู้สิงห์ไม่ได้ หยิบมีดขึ้นมาพุ่งเข้าหา สิงห์ใช้พลังจิตทำให้เห็นการเคลื่อนไหวที่ว่องไวของลิงลมกลายเป็นภาพช้าในสายตาตัวเอง  แย่งมีดจากมือ ลิงลมแล้วแทงสวน ลิงลมเบี่ยงตัวหลบ เฉี่ยวโดนแขน

"ความประมาทเป็นหนทางแห่งหายนะ...ถึงเวลาที่แกต้องกลับเข้าคุกอีกครั้งหนึ่งแล้ว"

สิงห์จะเข้าไปจับกุมลิงลมแต่ศรโผล่มายิงใส่ สิงห์ ต้องพุ่งหลบ พอออกมาอีกทีทั้งคู่อันตรธานไปแล้ว...

ฝ่ายเสือไล่ตามแม็กนั่มจนทัน หมายจะจัดการขั้นเด็ดขาด แม็กนั่มฮึดสู้ คว้าท่อนไม้ฟาดใส่ เสือปัดป้อง แล้วโต้กลับเป็นระยะ แม็กนั่มรวบรวมพลังเท่าที่มีตีเสือไม่ยั้ง แต่อยู่ๆตัวเองกลับทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมาน เสือแปลกใจที่แม็กนั่มหมดแรงกะทันหัน

"พลังชั่วร้ายของแกหมดแล้วใช่ไหม คราวนี้ล่ะ ฉันจะส่งแกลงนรก แผ่นดินไทยจะได้สูงขึ้น"

เสือตั้งท่าเข่าพญาไฟ พุ่งใส่ แต่ร่างของแม็กนั่มกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย...

อำนาจตกใจที่เห็นลิงลมลากแม็กนั่มกลับมาในสภาพสิ้นฤทธิ์ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ลิงลมโทษว่าที่แม็กนั่มต้องเป็นอย่างนี้ก็เพราะปฐมพงษ์เล่นตุกติกกับพวกเราโดยผลิตยาปลอมขึ้นมา มรกตเถียงแทนว่าเป็นไปไม่ได้ พ่อของเธอทำตามสูตรทุกอย่าง แต่อาจจะเป็นไปได้ว่ายาตัวนี้ยังไม่สมบูรณ์

"มรกต...เธอรู้ดีใช่ไหมว่าเธอต้องทำอย่างไร"

มรกตรับปากอำนาจว่าจะจัดการทำให้พ่อของเธอผลิตยาที่สมบูรณ์ที่สุดให้ได้โดยเร็ว...

พอโรสรู้จากปากหมอว่าแสงระวีจะตายภายในหนึ่งเดือนถึงกับน้ำตาไหลพราก แสงระวีกลับเป็นฝ่ายปลอบโรสว่าไม่ต้องร้องไห้ เธอยังอยู่ได้อีกตั้งหนึ่งเดือน โรสถึงกับออกปากชมในความเข้มแข็งของแสงระวี

"คงเป็นเพราะฉันมีสายเลือดของพ่อ มีคนรักเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ทำให้ฉันได้เรียนรู้ความอดทนและความสุข ของประชาชนของผืนแผ่นดินนี้...เป็นกำลังใจให้ฉันต้องมีชีวิต อยู่ต่อไป" แสงระวีสีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

ตอนที่ 25

โรสสังหรณ์ใจว่ามะลิต้องทำอะไรหุนหันพลันแล่น จึงแอบติดเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอสไว้ที่ตัวมะลิ พอโรสเช็กกับเครื่องคอมพิวเตอร์จะรู้ทันทีว่ามะลิอยู่ที่ไหน รีบชวนแสงระวีออกไปตาม...

ด้านมะลิกับทองปลิววิ่งไปตั้งหลักที่ตึกร้างแห่งหนึ่ง ทองปลิวแนะว่าจะเล่นงานคนอย่างลิงลม เราจะใช้วิธีซึ่งหน้าไม่ได้ ต้องเล่นแบบมีเล่ห์เหลี่ยม แล้ววางแผนบางอย่างกับมะลิ ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ รอไม่นาน ลิงลมเดินกร่างเข้ามาในตัวตึก

"น้องๆหนูๆปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม อย่าริทำซ่า เดี๋ยวจะไม่ทันได้ใช้ชีวิตบันเทิงๆอย่างวัยรุ่น ออกมาได้แล้ว พี่ขี้เกียจเล่นซ่อนหา" ลิงลมกวาดตามองไปรอบๆ

ทองปลิวโผล่จากที่ซ่อนด้านหลังลิงลมพร้อมกับหน้าไม้ในมือ เล็งไปยังเป้าหมาย แล้วเหนี่ยวไก ลูกหน้าไม้พุ่งใส่ ลิงลมหันขวับจับมันไว้ได้ด้วยมือเปล่า ทองปลิวถึงกับอึ้ง รีบเอาลูกหน้าไม้ใส่ใหม่ แล้วยิงอีก ลิงลมแค่เอี้ยวตัวเล็กน้อย ลูกหน้าไม้พลาดเป้า ทองปลิวถอยหนีชนกำแพง พยายามเอาลูกหน้าไม้ใส่ แต่ลิงลมใช้ความว่องไว พุ่งถึงตัวทองปลิว จับหน้าไม้ไว้ไม่ให้ยิง

"เลิกเล่นของเล่นได้แล้ว...นังมะลิอยู่ไหน"

ทองปลิวเล่นทีเผลอ เอาหัวโขกลิงลมเต็มหน้าถึงกับผงะ แต่ดูท่าแล้วทองปลิวน่าจะเจ็บมากกว่า ลิงลมโกรธง้างหมัดจะเล่นงาน มะลิแอบย่องมาด้านหลัง เอาก้อนหินก้อนเขื่องทุบหัวลิงลมสุดแรง ลิงลมหันมามองตาขวาง มะลิตกใจที่หินก้อนใหญ่ขนาดนี้ยังทำอะไรไม่ได้ หันไปโวยทองปลิวว่าทำไมถึงไม่สลบ

"ทำไมไม่เอาก้อนหินใหญ่กว่านี้ล่ะ"

"จะบ้าเหรอ แค่นี้ฉันก็ยกไม่ไหวแล้วนะ" มะลิถอยกรูดมาตั้งหลัก

ลิงลมยืนโงนเงน แล้วล้มตึงหมดสติ ทองปลิวกอดอกทำยืด ขณะที่มะลิถอนใจโล่งอก จากนั้นทั้งคู่ช่วยกันจับลิงลมมัดติดกับเสาอย่างแน่นหนา พอลิงลมรู้สึกตัวก็โวยวายให้ปล่อยตนเดี๋ยวนี้ ทองปลิวกับมะลิย่ามใจคิดว่าจับลิงลมคงหนีไปไหนไม่ได้ ลิงลมหลับตา เรียกพลังจากรอยสัก ทองปลิวเตือนมะลิให้ระวังตัวแต่ไม่ทัน ลิงลมใช้พลังทีเดียว เชือกที่มัดขาดกระจุย ตรงเข้าตบหน้ามะลิกระเด็นตามแรง

"เลิกเล่นกันได้แล้วเด็กๆ เชิงมวยพญาไฟที่ครูของเอ็งสอนเอาไว้ มันเจ๋งแค่ไหนงัดเอามาลุยกับข้าเลย"

ทองปลิวเจ็บใจ ตั้งท่าเชิงมวยพญาไฟพร้อมต่อสู้...

ooooooo

โรสกับแสงระวีตามสัญญาณจีพีเอสมาถึงหน้าตึกร้างแห่งนั้น โรสเห็นบรรยากาศไม่น่าไว้ใจ หยิบป—นยื่นให้แสงระวีหนึ่งกระบอก เตือนว่าอย่าประมาทและให้คอยหลบหลังเธอไว้ แสงระวีพยักหน้ารับรู้ โรสเดินนำ แสงระวีขยับจะตาม แต่รู้สึกเหมือนมีใครบางคนโผล่มาข้างหลัง หันปากกระบอกป—นขวับ แต่ไม่เจอใคร ทันใดนั้น ศรก้าวเข้ามายืนด้านหลังโดยที่แสงระวีไม่รู้ตัว เกือบจะถึงตัวหญิงสาว แต่เธอหันมาเสียก่อน

"คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเป“นแก...ไอ้ศร"

"เก่งมากครับคุณนักข่าวคนสวย...แต่เดี๋ยว...ตอนนี้รู้สึกว่าคุณจะไม่ใช่แค่ นักข่าวธรรมดาๆแล้วนี่ ได้ยินมาว่าพยายามจะเป“นลมใต้ป•กเลียนแบบพ่ออยู่ใช่ไหม"

แสงระวีเจ็บใจแค้นใจมากจะเหนี่ยวไก แต่ศรปัดปืนในมือเธอกระเด็น...

ในเวลาเดียวกัน ทองปลิวสู้ลิงลมไม่ได้โดนเตะเข้าเต็มแข้ง เซไปทางมะลิ ลิงลมเย้ยหยันว่าเชิงมวยพญาไฟ

ที่ทองปลิวภูมิใจนักหนาไม่เห็นจะระคายส่วนไหนของเขาสักนิด มะลิจะช่วยทองปลิวเล่นงานลิงลมอีกแรง แต่ทองปลิวไม่ยอม สั่งมะลิให้รีบไปจากที่นี่ไปตามคนมาช่วย มะลิสงสัยจะให้ไปตามใครแถวนี้

"หมวดโรสกับพี่แสงระวีกำลังตามหาคุณ ผมว่าเขาน่าจะมาถึงแล้ว"

"นายรู้ได้อย่างไร"

"พวกเขาไม่ปล่อยให้น้องสาวของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอย่างคุณเสี่ยงอันตราย คนเดียวหรอกครับ...รีบไปเถอะ...ผมจะยันมันเอาไว้...รีบไปสิครับ" ทองปลิวผลักมะลิให้หนี ลิงลมจะขวาง

ทองปลิวฮึดสู้ ตั้งท่าเชิงมวยพญาไฟอีกครั้ง คราวนี้ทองปลิวเล่นงานลิงลมได้บ้างจนหน้าคะมำ ลิงลมตั้งหลักได้ตั้งท่าเชิงมวยตัวเอง ทองปลิวกลืนน้ำลาย สีหน้าหวั่นๆแต่ก็ขอสู้ตาย...

ฝ่ายโรสเข้ามาในตึกร้างได้สักพัก เอะใจว่าทำไมถึงเงียบนัก เหลียวหลังไปมอง ไม่เจอแสงระวีตามมานึกเป็นห่วงจะย้อนกลับไปดู แต่มะลิวิ่งพรวดพราดเข้ามาตะโกนขอความช่วยเหลือลั่น มะลิพูดยังไม่ทันขาดคำ ทองปลิวโดนเหวี่ยงเซถลาตามมาด้วยฝีมือลิงลม โรสชี้หน้าลิงลมอย่างเอาเรื่อง

"ไม่มีอะไรทำหรืออย่างไร ถึงได้มาแกล้งเด็ก"

"ใครว่าแกล้งเด็ก กำลังสั่งสอนให้มันรู้ว่าทีหลังอย่ามายุ่งเรื่องผู้ใหญ่ต่างหาก แต่ถ้าผู้ใหญ่คนสวยคันไม้คันมืออยากบันเทิงด้วย ก็เข้ามาเลย"

โรสไม่พูดพล่ามยิงปืนใส่เป็นชุด ลิงลมใช้ความว่องไวหลบกระสุนไปมา แต่โรสยิงปืนแม่นมาก ลิงลมพลาดท่าถูกยิงเฉี่ยวแขน โรสอาศัยจังหวะนั้น พามะลิกับทองปลิวหนีโดยหันมายิงสกัดลิงลมเป็นระยะๆ...

แสงระวีวิ่งหนีศรไม่พ้น ถูกล็อกตัวไว้ได้ เธอพยายามดิ้นหนีสุดฤทธิ์แต่สู้แรงผู้ชายไม่ได้ ศรดึงเธอเข้ามาจะจูบ

แสงระวีกระทืบเท้าศรอย่างแรงแล้ววิ่งหนี อารามรีบร้อนสะดุดขาตัวเองล้ม นึกขึ้นได้ล้วงเข้าไปในรองเท้าบูตหยิบมีดสั้นของมรกตหันกลับมาซัดใส่ศร มีดปักมือเขาอย่างแม่นยำถึงกับร้องลั่น

"อย่าดูถูกว่าฉันสู้ไม่เป็น มีดนั่นเป็นของนังมรกต ฉันฝากคืนไปปักที่หลุมศพนังนั่นด้วย"

ศรเจ็บใจจะเข้าไปตบสั่งสอนแสงระวี โรสขับรถจอดปาดหน้า เปิดประตูเรียกแสงระวีขึ้นรถ ขับหนีไปอย่างรวดเร็ว ลิงลมตามมาสมทบศร เห็นแต่ท้ายรถแล่นไปไกลๆได้แต่เจ็บ

แค้นใจ

ooooooo

เสือสะดุ้งตื่นเรียกแสงระวีลั่น มองไปรอบๆ พบว่าตัวเองนอนอยู่หน้าพระพุทธรูปเก่าๆกลางป่า ถามสิงห์ว่าตัวเขาสลบไปนานแค่ไหน สิงห์บอกว่าตั้งแต่เมื่อวานยันสายของวันนี้ เสือยังเจ็บแผลไหม้ที่กลางอกสิงห์เตือนให้ขยับค่อยๆ พลังของป่าพญาไฟทำให้เสือเกือบไหม้ทั้งตัว ดีที่ครูเขี้ยวมียาสมุนไพรทาแผลให้

"แล้วครูเขี้ยวบอกผู้กองหรือเปล่าว่าทำไมที่นี่ถึงได้น่ากลัวมากขนาดนี้ แล้วพระพุทธรูปองค์นี้มาอยู่กลางป่าลึก ได้อย่างไร" เสือค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่ง หันมองสิงห์ที่พยักหน้ารับ

"ครูเขี้ยวบอกว่าในอดีตบริเวณนี้คือใจกลางของเขตป่าพญาไฟ ในช่วงอยุธยาที่เราเสียกรุงบ้านเมืองลุกเป็นไฟชาวบ้านถูกปล้นสะดม หมดที่พึ่งเพราะขุนนางในสำนักคิดแต่เอาตัวรอด แต่มีครูมวยคนหนึ่งที่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้ขับไล่ศัตรูออกจากแผ่นดิน"

ภาพในอดีตตอนนั้น อัคคีครูมวยที่สิงห์พูดถึงวิ่งเข้ามา

กลางป่ามีผ้าขาวม้าพันหน้าอำพรางใบหน้าที่แท้จริง ทหารของศัตรูที่มีฝีมือเกือบสิบคนตามไล่ล่ามาติดๆ อัคคีใช้เชิงมวยโบราณจัดการพวกศัตรูได้ราบคาบ แต่ยังเหลือพวกนั้นอีกคนหนึ่งลอบยิงธนูอาบยาพิษถูกที่ไหล่ ยาพิษทำให้อัคคีบาดเจ็บหนัก

โชคดีที่มีชาวบ้านมาพบและช่วยรักษาบาดแผลจนปลอดภัย แต่พวกทหารศัตรูตามล่าจนพบและเข่นฆ่าชาวบ้านที่ให้ความช่วยเหลือแล้วเผา หมู่บ้านวอดวาย สิ่งสุดท้ายที่เหลือเป็นที่ยึดเหนี่ยวก็คือพระองค์นี้

"เพื่อรักษาสิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้ายไม่ให้พวกมันทำลาย อัคคีจึงนำชาวบ้านมาย้ายพระพุทธรูปมาซ่อนไว้ที่กลางป่า

พญาไฟ แต่พวกศัตรูก็รู้ทัน พวกมันจึงตามมาเข่นฆ่าอีก" สิงห์หยุดดื่มน้ำ แล้วเล่าต่อ

ชาวบ้านถูกฆ่าตายหมด อัคคีถูกจับ หัวหน้าทหารศัตรูเงื้อดาบจะบั่นคอเขา แต่อยู่ๆฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาที่ทหารคนนั้น ทหารคนอื่นๆแตกตื่นตกใจวิ่งหนีตายจ้าละหวั่นทิ้งให้อัคคีนอนหมดสติอยู่หน้า องค์พระ เขาบาดเจ็บสาหัสสลบไปเป็นอาทิตย์ เมื่อฟื้นขึ้นมาอัคคีรู้ว่าทหารศัตรูจะต้องยกกำลังมาปราบปรามเขาเพื่อไม่ เป็นเยี่ยงอย่างให้คนไทยที่ถูกทำร้ายหนีกระจัดกระจายหันมารวมตัวกันลุกขึ้น ขับไล่ศัตรู

"ครั้งนี้อัคคีจะต้องเอาชนะพวกศัตรูให้ได้ จึงอธิษฐานต่อหน้าพระพุทธรูปขอให้เจ้าป่าเจ้าเขาแห่งป่าพญาไฟช่วยดลบันดาล ให้ฝึกเชิงมวยที่สามารถนำไปใช้จัดการกับพวกศัตรูให้ราบคาบ"


"นั่นแหละคือต้นกำเนิดของเชิงมวยพญาไฟและเข่าพญาไฟอันน่ากลัว" ครูเขี้ยวสรุปตบท้าย...

พอเสืออาการดีขึ้น ครูเขี้ยวไม่รอช้าพามาฝึกที่ลานกว้างกลางป่า อธิบายให้ฟังอีกครั้งว่าถ้าเปรียบหมัดเขวี้ยงควายเป็นพลังแห่งสายน้ำมูล เข่าพญาไฟก็เหมือนกับความร้ายกาจลึกลับน่าเกรงขามของดงพญาไฟ พลังที่อัคคีนำมาใช้คิดเพลงเข่า

พญาไฟก็คือพลังจากป่าแห่งนี้ ครูเขี้ยวว่าแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อม

"ใช้หมัดเขวี้ยงควายของเอ็งมาสู้กับข้า เอาแบบเต็ม

ที่เลยคิดว่าข้าคือไอ้แม็กนั่ม"

เสือพยักหน้ารับคำ ตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายแล้วปล่อยพลังออกไป ครูเขี้ยวใช้เข่าพญาไฟสวนกลับเข้าอกเสือลุกเป็นไฟล้มลง สิงห์รีบเข้าไปประคองเสือที่บาดเจ็บ เสือแปลกใจว่าทำไมครั้งนี้ถึงรุนแรงกว่าเก่า

"ก็เพราะว่าที่นี่เป็นจุดกำเนิดของเข่าพญาไฟ เขาถึงต้องการทดสอบเอ็ง ถ้าเอ็งสามารถฝึกได้ ความรุนแรงของเข่าพญาไฟจะมากกว่าที่ข้าใช้กับเอ็งหลายเท่า"

เสือมองข้ามไหล่ครูเขี้ยวไป ต้องตกใจที่เห็นอัคคีมีผ้าขาวม้าพันหน้ายืนมองมาที่ตนเองท่าทางน่าเกรงขาม สิงห์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าจะเห็นผู้ชายที่ตายไปแล้วเป็นร้อยๆปีปรากฏ ตัวตรงหน้า อัคคีวิ่งเข้าไปในป่าลึกโดยมีเสือตามติด สิงห์จะตามไปอีกคน แต่ครูเขี้ยวรั้งไว้

"ปล่อยบักเสือไปเถอะผู้กอง มันไม่เป็นอะไรหรอก อัคคีจะสั่งสอนมันเอง ส่วนผู้กองต้องมากับผม"

ooooooo

เสือไล่ตามอัคคีลึกเข้าไปในป่าทึบ อยู่ๆอัคคีก็หายตัวไป เสือตะโกนก้องว่า ตนตั้งใจมาที่นี่เพื่อฝึกเข่าพญาไฟ ถ้าไม่ได้เชิงมวยนี้ไป พี่น้องชาวนาจะต้องเสียแผ่นดินที่บรรพบุรุษสร้างเอาไว้ให้กับพวกต่างชาติ

"ช่วยสอนผมให้ผมได้กลับไปปกป้องพวกเขาด้วยเถอะ... อัคคี"

สิ้นคำอ้อนวอนของเสือ อัคคีโผล่มาด้านหลัง เสือรู้ตัวหันขวับไปตั้งท่าเชิงมวยพร้อมต่อสู้ อัคคีไม่รอช้าโจนเข้าปะทะกับเสือ ด้วยฝีมือที่เหนือกว่ากันมาก อัคคีอัดเสือจนน่วมหมดสติ...

ฝ่ายสิงห์ตามครูเขี้ยวมาหน้าองค์พระ ครูเขี้ยวตั้งท่าเชิงมวย บอกสิงห์ให้มาต่อสู้กัน สิงห์เห็นสีหน้าจริงจังของครูสนองตอบทันที แต่สู้ครูเขี้ยวไม่ได้โดนเข่าพญาไฟอัดกลางอกแทบกระอักเลือด ครูเขี้ยวต้องการให้สิงห์ใช้พลังจิตเข้าต่อสู้ แม้จะรู้ว่าหลังใช้พลังแล้วสิงห์จะต้องเจ็บปวดเจียนตาย

"แต่นั่น...คือการฝึกฝนที่อัคคีก็ใช้ฝึกเหมือนกัน"

สิงห์ไม่มีทางเลือก เพ่งสมาธิยื่นมือไปข้างหน้า ปล่อยพลังกระแทกครูเขี้ยวอัดกับต้นไม้อย่างจัง แต่สิงห์กลับเป็นฝ่ายทรุดฮวบ ปวดหัวรุนแรง ดิ้นทุรนทุราย ครูเขี้ยวหันไปมองอัคคีซึ่งปรากฏตัวขึ้นในสภาพมีผ้าพันปิดบังใบหน้าแท้จริง บอกอัคคีว่าสิงห์จะตายไม่ได้เด็ดขาด อัคคีพยักหน้ารับรู้ เข้าไปประคองสิงห์มาหน้าองค์พระ จับให้นั่งขัดสมาธิ ครูเขี้ยวบอกสิงห์ว่าต้องฝึกจิตให้เข้มแข็งรับมือกับความเจ็บปวดให้ได้

"จำที่หลวงพ่อเข้มย้ำกับผู้กองได้ใช่ไหมครับ...ผู้กอง ต้องเชื่อในพลังแห่งพุทธานุภาพ ทุกครั้งที่เกิดความเจ็บปวดทรมานผู้กองท่องอิติปิโสไว้ครับ ท่องให้ได้วันละ 108 จบ แล้วผู้กองจะได้พบกับพลังอำนาจแห่งพระมหาพุทธานุภาพและจิตตานุภาพของตัวเอง"

สิงห์เหลือบมองอัคคีซึ่งมองตอบด้วยแววตาน่าเกรงขาม แล้วหลับตาข่มความเจ็บปวด ท่องอิติปิโสตามที่ครูเขี้ยวบอก อัคคีหายวับไปในอากาศ ขณะที่ครูเขี้ยวเข้ามาแตะบ่าสิงห์

"ผู้กองต้องทำได้ครับ...ปาฏิหาริย์ย่อมเกิดได้กับคนดี"

สิงห์พยายามกัดฟันทนความทรมาน ท่องบทสวดมนต์ อย่างต่อเนื่อง...

ที่เซฟเฮาส์แห่งใหม่ของลมใต้ปีก มะลิกับทองปลิวนั่งหน้าจ๋อยรู้ตัวว่าทำผิด ขอโทษแสงระวีกับโรสที่ต้องเดือดร้อนเพราะพวกตน ทองปลิวขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว มะลิไม่ยอม ทั้งคู่เลยเถียงกัน แสงระวีรำคาญเอ็ดเสียงดังให้หยุดพูด สองหนุ่มสาวถึงกับคอตก มะลิตีหน้าเศร้าขอร้องแสงระวีอย่าส่งเธอกลับดอนควาย

"ถ้าพี่ให้เรากลับไปอยู่ที่นั่น ยังไงก็ไกลหูไกลตาพี่ ถ้ามะลิไปทำอะไรอีก พี่ก็จะช่วยไม่ได้"

เข้าทางมะลิทันที รีบพยักหน้าหงึกๆเห็นด้วย แสงระวียอมให้มะลิอยู่ที่นี่ คอยช่วยหาข่าวให้ลมใต้ปีกใช้เล่นงานพวกเขี้ยวพยัคฆ์ แต่มีข้อแม้ว่าอยู่ได้แค่เสือฝึกวิชาสำเร็จกลับมาเท่านั้น มะลิดีใจโดดตัวลอยส่งเสียงไชโยลั่น แสงระวีมองหน้าดุๆ มะลิรู้สึกตัว นั่งเรียบร้อย

จากนั้น แสงระวีออกมายืนหน้าเศร้าคนเดียว หวนคิดถึงตอนที่จำใจบอกเลิกเสือ ทั้งๆที่ยังรักเขาหมดหัวใจ เสียใจน้ำตาไหลอาบแก้ม โรสยืนรีๆรอๆไม่กล้าเข้ามาหา ขณะจะเดินกลับ แสงระวีหันมาเจอพอดี ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า โรสเห็นแสงระวียังเศร้าๆเลยไม่อยากรบกวน

"ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์...ฉันพร้อม"

แสงระวีปาดน้ำตา เดินตามโรสมาห้องทำงาน โรสตรงไปนั่งหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ รายงานข้อมูลที่เธอค้นได้จากประวัติของปฐมพงษ์ว่า มรกตเป็นลูกสาวของปฐมพงษ์ แสงระวีแปลกใจ แล้วทำไมมรกตถึงให้พวกเขี้ยวพยัคฆ์ตามล่าพ่อตัวเอง โรสรายงานเพิ่มเติมว่าน่าจะเกี่ยวกับการทดลองเรื่องการเพิ่มพลังไร้ขีดจำกัด ซึ่งปฐมพงษ์เป็นหัวหน้างานวิจัยให้กับกลุ่มก่อการร้ายที่มรกตกับแม็กนั่ม สังกัดอยู่ แสงระวีนิ่งคิด

"ฉันพอจะเดาออกแล้วว่า น่าจะเกิดความขัดแย้งกันระหว่าง ดร.กับมรกต ดร.เลยพยายามหนีออกมาและทำลายโครงการวิจัย ทำให้การวิจัยไม่สมบูรณ์ มิน่าล่ะ พวกมันถึงต้องการตัว ดร.กลับไป"

"ถ้าปล่อยให้พวกมันทำสำเร็จ จะไม่มีใครขัดขวางพวกมันได้"

แสงระวีมุ่งมั่นที่จะหยุดพวกเขี้ยวพยัคฆ์โดยใช้สื่อในมือตัวเองเปิดโปงเรื่องชั่วของมันให้สังคมได้รู้

ooooooo

ลิงลมเป็นเดือดเป็นแค้นมากเมื่อรู้ข่าวว่าแสงระวีคิดจะสานต่องานของลมใต้ปีก ถึงขนาดอาสาจะไปจัดการทำลายสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ให้สิ้นซาก อำนาจไม่เห็นด้วย

"อย่าคิดอะไรง่ายๆแค่นั้นไอ้ลิงลม นังแสงระวีมันได้ เลือดของไอ้ธงไทมาเยอะ แถมยังหัวแข็งกว่าด้วยซ้ำ ถ้าไปทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนั้น มันจะกลับมาทำลายเราได้"

"แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้มันเขียนโจมตีเรา" ศรติง

"ฉันรู้ แต่เราไม่ต้องไปจัดการเอง ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เขาอยู่ข้างเรา เขาจะจัดการให้เอง" อำนาจยิ้มร้าย...

ยังไม่ทันข้ามวัน ผู้หลักผู้ใหญ่ที่อำนาจว่า ก็สั่งปิดสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่เรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่สำนักพิมพ์โทร.มา รายงานแสงระวีว่า คำสั่งปิดมีผลภายใน 24 ชั่วโมง แสงระวีสั่งทุกคนให้ทำงานต่อไปไม่ต้องเป็นกังวล เธอจะจัดการเรื่องนี้เอง แล้ววางสายอย่างโกรธจัด บ่นกับโรสว่า สิ่งที่พ่อของเธอสร้างมากับมือจะต้องพังพินาศไปต่อหน้าเธอ เพราะคนใหญ่โตขี้ฉ้อที่ยอมก้มหัวให้อำนาจสั่งปิดสำนักพิมพ์ของเธอ

"ใจเย็นๆก่อนค่ะ ฉันไม่เชื่อหรอกค่ะว่าสังคมนี้จะไร้ซึ่งคนดี อำนาจเงินทองพวกมันคงไม่ทำให้คนดีที่มีอีกเยอะต้องยอมพวกมันหรอก"

"แต่คนดีที่มีอีกเยอะที่หมวดพูดถึง ฉันว่าเขาคงไม่ใช่คนที่กล้าออกมาพูดหรอกค่ะ"

มะลิเข้ามากับทองปลิวพร้อมกับหนังสือพิมพ์หลายฉบับในมือ ก่อนจะยื่นให้แสงระวีดู บอกว่าข่าวที่แสงระวีพยายามเขียนกระตุ้นให้สังคมรู้ถึงความชั่วร้ายของพวก เขี้ยวพยัคฆ์กำลังถูกบิดเบือนว่าเป็นเรื่องโกหก แถมพูดถึงการต่อสู้ของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวว่าเป็นเรื่องปัญญาอ่อน เป็นการกระทำของคนสติไม่ดี

แสงระวีไม่เข้าใจว่าทำไมพวกนั้นถึงต้องดูถูกเรา ทั้งๆที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวสู้เพื่อแผ่นดินเกิดของพวกเขาทั้งนั้น โรสว่าเป็นเพราะพวกที่พูดไม่เคยภูมิใจในความเป็นไทย ไม่เคยคิดว่ากว่าจะมาเป็นข้าวแต่ละเม็ดที่พวกเขากินมาจากหยาดเหงื่อของ เพื่อนร่วมชาติ วันๆสนใจแต่เรื่องฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย สิ้นชาติเมื่อใดแล้วจะรู้สึก แสงระวีจะไม่ท้อเด็ดขาด คนพวกนี้เป็นแค่คนส่วนน้อย เราต้องเดินหน้าต่อสู้เพื่อคนส่วนใหญ่

ooooooo

เสือต่อสู้กับอัคคีอยู่แถวลำธารกลางป่า สภาพของเสือดูแย่มาก ร่างกายบอบช้ำเพราะโดนเชิงมวยพญาไฟของอัคคีเล่นงานอย่างหนักตลอดเวลาหลายวัน ที่ฝึกซ้อมกันมา เสือโดนถีบซ้ำเข้ายอดอก แทบสิ้นเรี่ยวแรงจะสู้ แต่ยังกัดฟันลุกขึ้นยืนกำหมัดแน่น

"ผมจะไม่ยอมแพ้ ถ้าไม่ได้เข่าพญาไฟออกไปก็ขอตายอยู่ที่นี่"

เสือวิ่งฝ่าสายน้ำเข้าหาอัคคี แต่ถูกสวนกลับด้วยเข่าถึงกับหงายท้องตึง อัคคีก้มมองเสือแล้วเดินหายวับไป ไม่นานนัก ครูเขี้ยวพยุงเสือกลับที่พัก เอาข้าวเหนียวที่เตรียมไว้มาให้กิน แต่เสือนั่งมองนิ่งไม่ยอมแตะต้อง สีหน้าท้อแท้ ครูเขี้ยวตำหนิว่า แค่นี้คิดจะยอมแพ้แล้วหรือ เสือไม่ตอบ

"ข้าจะบอกให้นะบักเสือ เอ็งไม่ได้ต่อสู้คนเดียว ทุกคนเขาก็กำลังสู้เหมือนเอ็ง ผู้กองสิงห์ที่ต้องทนกับความเจ็บปวดแสนสาหัส เขาก็ยังอดทน"

เสืออดเป็นห่วงสิงห์ไม่ได้ ขอร้องให้ครูเขี้ยวพาไปหา สักพัก ทั้งคู่มาถึงน้ำตกแห่งหนึ่ง  เห็นสิงห์นั่งสมาธิอยู่ใต้สาย น้ำตก ใบหน้าซีด หนาวสั่นแต่สีหน้ามุ่งมั่น เสือถามครูว่าสิงห์ อยู่อย่างนี้มากี่วันแล้ว

"ก็ตั้งแต่ที่เอ็งเริ่มฝึกซ้อมกับอัคคีนั่นแหละ เป้าหมายของการฝึกครั้งนี้ของเอ็งคือเข่าพญาไฟ ส่วนผู้กองคือการฝึกจิตให้สามารถควบคุมความเจ็บปวดเพื่อใช้พลังจิตได้อย่าง ไม่ จำกัด...การต่อสู้ของอัคคีในอดีตก็เหมือนกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวในตอนนี้ เมื่อแผ่นดินกำลังเดือดร้อน จึงต้องการวีรบุรุษเข้ามากอบกู้"

ตอนที่ 24

สิงห์โดนแม็กนั่มเล่นงานไม่หยุด ถอยร่นไม่เป็นขบวน พอตั้งหลักได้รวบรวมพลังจิตกระแทกใส่แม็กนั่มสุดแรง ครั้งนี้ทำให้แม็กนั่มกระเด็นกระแทกตู้โบกี้รถไฟ สิงห์เข่าอ่อนแทบหมดแรงคิดว่าจัดการแม็กนั่มได้ แต่ เปล่าเลย ฝรั่งร่างยักษ์ทนยิ่งกว่ากระบือ ลุกขึ้นมาได้ แถมเย้ยหยันว่ามีดีแค่นี้เองหรือ

ทันใดนั้น เสือใช้พลังรวดเร็ววิ่งมาหาสิงห์ เห็นสภาพสะบักสะบอมของผู้กองหนุ่มแล้วถามว่าถ้าจะเล่นงานแม็กนั่มอีกครั้ง สิงห์พอไหวไหม สิงห์พยักหน้าแทนคำตอบ

"งั้นเราต้องช่วยกันครับ"

เสือกับสิงห์ลุกขึ้นพร้อมกันเตรียมสู้ แม็กนั่มไม่หวั่นเกรงเดินเข้าหา เสือบอกให้เตรียมพร้อม สิงห์ยกมือยื่นออกไปสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ส่วนเสือตั้งเชิงมวยท่าหมัดเขวี้ยงควาย แล้วปล่อยพลังออกไป  เป็นจังหวะเดียวกับสิงห์ปล่อยพลังจิต คลื่นอากาศพลังมหาศาลรวมพลังกันกระแทกใส่แม็กนั่มอย่างรุนแรงกระเด็นไปไกล เสื้อผ้าขาดวิ่น สิงห์สิ้นเรี่ยวแรงทรุดฮวบ ปวดหัวอย่างหนัก เสือปราดเข้าประคองสิงห์

"รีบไปจากที่นี่เถอะครับผู้กอง"

"แล้ว...แล้วไอ้แม็กนั่มล่ะ"

"แค่นั้นยังจัดการมันไม่ได้หรอกครับ ได้แค่ถ่วงเวลาให้เราหนี" เสือพยุงสิงห์หนี แม็กนั่มค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะกระอักเลือด สีหน้าเจ็บใจแค้นใจมาก...

ขณะเดียวกัน โรสได้สติลืมตาขึ้นอย่างมึนๆ ค่อยๆยันตัวลุกขึ้น มองไปยังศพตำรวจสองนายที่ถูกพวกเขี้ยวพยัคฆ์ยิงตายแล้วมองปืนในมือตัวเอง เดาออกทันทีว่าถูกจัดฉากให้เหมือนเธอเป็นคนฆ่าตำรวจ จังหวะนั้น เสียงรถหวอตำรวจดังเข้ามา โรสจะวิ่งหนี แต่รถตำรวจวิ่งมาดักหน้า ตำรวจกรูกันลงมาพร้อมเล็งปืนมายังเธอ สั่งให้ทิ้งปืน และยอมมอบตัวเดี๋ยวนี้ โรสพยายามอธิบายว่าเธอถูกใส่ร้าย

"ผมสั่งให้คุณวางปืน ไม่อย่างนั้นเราจำเป็นต้องตอบโต้คุณ"

โรสถอยหนี "ฉันไม่ได้ฆ่าพวกเดียวกัน พวกมันจัดฉากให้ฉันเป็นฆาตกร"


ป่วยการอธิบาย พวกตำรวจไม่ฟังยืนยันให้เธอวางปืน โรสลดปืนลงทำท่าเหมือนจะยอมแพ้ แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจ ยิงใส่

ตำรวจเพื่อเปิดทางหนี ตำรวจเห็นท่าไม่ดีรีบวิทยุขอกำลังเสริม...

เสือพยุงสิงห์ให้นั่งพักริมทาง เห็นท่าทางสิงห์ไม่ค่อยดี จะพาไปส่งโรงพยาบาล สิงห์ห้ามไว้ อ้างว่ายังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมาก เรื่องแค่นี้เขาทนได้ หมู่แย้มตามมาสมทบ รายงานสิงห์ว่าเขาส่งจ่าเพิ่มไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว อาการไม่น่าเป็นห่วง แต่ที่น่าเป็นกังวลก็คือเกิดเรื่องใหญ่กับโรส

"พวกเขี้ยวพยัคฆ์วางแผนจัดฉากให้หมวดโรสขัดขืนการจับกุมแล้วฆ่าตำรวจตาย ตอนนี้หมวดโรสกำลังหนีการจับกุมครับ...เราจะทำอย่างไรกันดีครับผู้กอง"

สิงห์กับเสือหันมองหน้ากัน สีหน้าหนักใจเป็นอย่างมาก

ooooooo

โรสหนีการไล่ล่าของตำรวจมาจนมุมที่โรงไม้ แห่งหนึ่ง ตำรวจปิดล้อมทางหนีไว้หมด โรสรีบหาที่ซ่อนตัว   พลันมีมือมาปิดปากเธอไว้จากด้านหลังโรสตกใจหันขวับไปมอง เห็นสิงห์จุ๊ปากไม่ให้ส่งเสียง

"ผมเองหมวด...รีบไปจากที่นี่ก่อนเถอะ"

"เราจะไปพ้นจากที่นี่ได้อย่างไรคะ พวกนั้นล้อมไว้ หมดแล้ว"

"ได้สิ...ผมไม่ได้มาช่วยหมวดคนเดียว" สิงห์มองโรสแล้วยิ้มให้

ที่ด้านหน้าโรงไม้ เสือขวางทางตำรวจซึ่งยกกำลังจะเข้ามาข้างใน ตำรวจสั่งเสือเปิดทางให้ ขู่ว่าถ้าเขาให้ความช่วยเหลือโรส ก็เท่ากับเป็นพวกอาชญากรเหมือนกัน เสือพยายามอธิบายว่าโรสไม่ใช่อาชญากร เธอถูกกลั่นแกล้งใส่ความ ตำรวจไม่ฟัง ระดมยิงใส่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ยั้ง แต่กระสุนทำอะไรเขาไม่ได้

"พวกคุณบังคับให้ผมต้องทำแบบนี้เอง...หมัด... เขวี้ยง...ควาย"

เสือปล่อยพลังหมัดกระแทกพวกตำรวจกระเด็นแล้วรีบตามมาสมทบกับพวกสิงห์ ส่วนสิงห์กับโรสหลบไปด้านหลัง โรงโม้ กระหน่ำยิงใส่กลุ่มตำรวจเพื่อเปิดทางหนี แต่กำลังตำรวจมีมากเกินจะต้านไหวเข้าล้อมจากทุกทาง สั่งให้ทั้งคู่ยอมมอบตัว สิงห์ตัดสินใจโยนปืนทิ้ง

"ผมรักอาชีพนี้ แต่ผมจะไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือให้ใคร"

สิงห์ยกมือขึ้น ปล่อยพลังจิตปัดปืนในมือตำรวจทุกคนกระเด็นแล้วยกมืออีกข้างอัดพลังกระแทกพวกนั้นปลิวไปคนละทิศละทาง หลังใช้พลังจิตสิงห์ถึงกับทรุด ปวดหัวแทบระเบิด โรสรีบประคองสิงห์หนี...

อำนาจเจ็บใจมากเมื่อรู้ข่าวว่าสิงห์กับโรสหนีรอดเงื้อมือตำรวจไปได้ด้วยความช่วยเหลือของเสือ ศรว่าถึงพวกนั้นจะหนีไปได้ แต่ก็ต้องกลายเป็นที่หมายหัวของตำรวจกันทั้งสามคน

"ฉันจะคอยดูว่าพวกมันจะหนีไปได้สักกี่น้ำ" อำนาจยังแค้นใจไม่หาย...

ครู่ต่อมา เสือกับโรสพาสิงห์มาซ่อนตัวยังบ้านของลมใต้ปีก อาการปวดหัวของสิงห์ไม่มีทีท่าจะทุเลาลงเลย โรสเป็นห่วงมากขอร้องให้ไปหาหมอ สิงห์ไม่ยอม ตอนนี้พวกเรากำลังถูกตามล่า ถ้าไปหาหมอจะพลอยทำให้ทุกคนลำบากกันหมด

"นาย...เสือ เรื่องที่หลวงพ่อพูดกับนาย ถ้าสามารถช่วยฉันได้ก็รีบพาฉันไปเถอะ"

เสือรับคำ เข้าไปจับมือกับสิงห์ ทั้งคู่มองตากันอย่างมุ่งมั่น...

ลิงลมหายไปสืบเรื่องคนที่มาช่วยเสือคราวก่อนทั้งวัน กว่าจะกลับมาถึงบาร์ของอำนาจก็มืดค่ำแล้ว ศรรอฟังอย่างใจจดจ่อว่าเชิงมวยแปลกๆที่ชายคนที่ช่วยเสือใช้ เป็นเชิงมวยอะไรกันแน่

"เชิงมวยพญาไฟ...มันเป็นเชิงมวยที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อใช้คู่กับเชิงมวยโคราชของบักเสือ ว่ากันว่าอานุภาพความแข็งแกร่งของมันรุนแรงหนักหน่วงจนหาคนที่จะฝึกมันได้น้อยเต็มที"

ศรหาว่าเรื่องพวกนี้ สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องโคมลอยหาความจริงไม่ได้ ลิงลมยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง สมัยที่เขาฝึกเชิง มวย เคยได้ยินครูของเขาพูดถึงเชิงมวยพญาไฟว่ามีอาวุธลับที่แกร่งและหนักหน่วงยิ่งกว่าหมัดเขวี้ยงควายหลายเท่า อาวุธลับที่ว่าก็คือ "เข่าพญาไฟ"

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ณ บ้านดอนควาย ทองปลิวกำลังฝึกเชิงมวยอย่างขะมักเขม้น พยายามจะฝึกไม้ตายเพลงเข่าพญาไฟให้ได้ แต่ก็เหลวทุกครั้ง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของมะลิทำให้ทองปลิวชะงัก หันมามอง เห็นมะลิยืนอยู่ กับดอกสร้อย มะลิแขวะว่ายังไม่เลิกฝึกเข่าพญาไฟอีก ขนาดพี่ชายของเธอเป็นถึงนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวยังฝึกไม่สำเร็จ แล้วคนธรรมดาอย่างทองปลิวจะทำได้อย่างไร

"อย่าไปว่าทองปลิวเขาแบบนั้นสิมะลิ เขาอุตส่าห์ตั้งใจฝึกนะ" ดอกสร้อยตำหนิเพื่อน

มะลิแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าไม่ได้ว่า แต่พูดความจริง คนหัวดื้ออย่างทองปลิวจะได้ยอมรับว่าอย่าทำอะไรเกินตัว ทองปลิวน้อยใจที่มะลิดูแคลน   ว่าประชดตัวเองว่าเป็นแค่เด็กกำพร้าคนหนึ่ง

ชีวิตนี้คงทำอะไรดีๆเหมือนคนอื่นไม่ได้หรอก   ทองปลิวพูดจบผละจากไป มะลิชะงัก หน้าเสีย

ครู่ต่อมา ทองปลิวหลบมานั่งหน้าเศร้าอยู่คนเดียว ครูเขี้ยวกับลุงมั่นเข้ามาเห็นหน้าตาหม่นหมองของชายหนุ่ม ถามว่าเป็นอะไรไป ทองปลิวเอาแต่นิ่งเงียบ ครูเขี้ยวตั้งท่าจะด่า เพราะคิดว่าลูกศิษย์ไปหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวอีก ทองปลิวยอมให้ครูเขี้ยวด่าว่าทุกอย่างถ้าครูยอมฝึกเข่าพญาไฟให้ ครูเขี้ยวนิ่งเงียบ

ทองปลิวตื๊อจะขอฝึกให้ได้ ถ้าได้เป็นนักสู้ที่แข็งแกร่ง จะได้ดูแลมะลิ และจะได้ช่วยนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต่อสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ มะลิแอบได้ยินความตั้งใจดีของทองปลิว นึกเสียใจที่ด่าว่าเขาแรงๆเมื่อกี้

"ข้าเข้าใจ...สิ่งที่เอ็งคิดเป็นเรื่องดี    แต่เข่าพญาไฟไม่ใช่เชิงมวยที่เหมาะกับเอ็ง    คนที่ฝึกได้ตอนนี้มีแค่นักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวคนเดียวเท่านั้น"

ลุงมั่นเห็นทองปลิวหน้าจ๋อย ปลอบว่าไม่ต้องเสียใจ ถึงทองปลิวจะไม่แข็งแกร่งอย่างนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว แต่ก็เป็นฮีโร่ได้ เพราะฮีโร่ก็คือคนธรรมดาที่กล้าลุกขึ้นต่อสู้เพื่อความถูกต้อง คำพูดของลุงมั่นทำให้ทองปลิวรู้สึกฮึกเหิม มะลิยิ้มดีใจที่ทองปลิวไม่ถอดใจง่ายๆ ถอยหลังจะกลับออกไป บังเอิญเหยียบกิ่งไม้เสียงดัง
เธอตกใจวิ่งหนี ทองปลิวหันไปเห็นหลังมะลิไวๆเดินตาม

มะลิหนีไปอยู่บนบ้านดอกสร้อย ทองปลิวตามมาตะโกนเรียกหน้าบ้าน มะลิไม่กล้าออกไปเจอหน้า ดอกสร้อยติงว่าถ้ามะลิไม่ออกไป มีหวังทองปลิวตะโกนเรียกทั้งคืนแน่ มะลิชักรำคาญลงมาต่อว่าให้หยุดตะโกนได้แล้ว หนวกหูคนอื่นไม่เป็นอันหลับอันนอน ทองปลิวกะจะมาง้อ ด้วยความที่พูดไม่เป็น

มะลิเลยคิดว่าเขาตำหนิ โกรธจะหนีขึ้นเรือน แต่สะดุดบันไดเสียหลัก ทองปลิวคว้าตัวไว้ทัน สองคนสบตากันนิ่งงัน มะลิรู้สึกตัว รีบผลักทองปลิวออกห่าง ตวาดว่าไม่ต้องมาจับ เธอไม่เป็นอะไร

"ผมขอโทษ...ผมต่างหากที่ผิด ที่ผมมาหาคุณเพราะผมอยากบอกคุณว่าถึงผมจะเก่งอย่างนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ได้ แต่ผมก็จะค้นหาความเก่งของตัวเอง ผมจะปกป้องคุณมะลิและช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก...คุณมะลิเป็นกำลังใจให้ผมนะ" น้ำเสียงออดอ้อนของทองปลิวทำเอามะลิอ่อนยวบ

เธอรับปากอย่างขัดเขินว่าจะเป็นกำลังใจให้เขา ทั้งสองคนยิ้มมีความสุขได้ไม่นาน เหลือบเห็นเสือกับโรสช่วยกันพยุงสิงห์ซึ่งท่าทางไม่ค่อยดีมาถึงชานบ้าน มะลิชวนทองปลิวเข้าไปช่วยรับสิงห์ต่อจากทั้งคู่ รีบพาไปที่โบสถ์วัดดอนควาย ตามลุงมั่นให้มาดูอาการสิงห์ ลุงมั่นตรวจอาการแล้วไปจัดยาสมุนไพรมาให้

"เอายานี่ให้กินไปก่อนแล้วกัน อาจจะช่วยให้พอหายปวดได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ผลชะงัด"

โรสประคองสิงห์ขึ้นมาดื่มยา สิงห์กัดฟันดื่มยาจนหมด อาการปวดหัวกำเริบขึ้นอีก โรสต้องดึงเขามากอดไว้แนบอก ทุกคนอดสงสารสิงห์ไม่ได้...

แสงระวีเดินเลี่ยงออกมาคุยกับเสือนอกโบสถ์ ตำหนิเขาว่าอาการของสิงห์ทรุดหนักขนาดนี้ ทำไมถึงไม่พาไปโรงพยาบาล เสือทำไม่ได้ เพราะถ้าสิงห์ไปโรงพยาบาล อาจถูกจับ พวกเขี้ยวพยัคฆ์วางแผนจัดฉากให้โรสฆ่าตำรวจตาย ตอนนี้เขา สิงห์ กับโรสกลายเป็นเป้าให้พวกตำรวจตามล่าไปแล้ว

"แต่พี่สิงห์กับหมวดโรสและนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ใช่พวกผู้ร้าย ตำรวจต้องเข้าข้างคนดีสิ"

"ตอนนี้เราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว สมาชิกของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ที่ผู้พันอำนาจติดต่อด้วย ต้องเป็นพวกที่มีอิทธิพลมากจนสามารถสั่งการให้ตำรวจเล่นงานผู้กองกับหมวดได้"

"หมายความว่ามีการคอรัปชันจนถึงระดับที่พวกเราไปแตะต้องไม่ได้อย่างนั้นเหรอ"

เสือพยักหน้า ออกอาการอ่อนแรง เกือบยืนไม่อยู่ แสงระวีรีบประคองไว้ เสือไม่มีเวลากินข้าวเหนียวเพิ่มพลัง มัวแต่

ช่วยสิงห์กับโรส แถมยังต้องต่อสู้กับแม็กนั่มอีก ตอนนี้จึงหมดแรง แล้วฟุบหมดสติในอ้อมกอดแสงระวี เธอมองเขาด้วยความสงสาร

"แม้แต่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวที่ต้องสู้จนหมดแรงก็ยังทำอะไรพวกคนเลวไม่ได้ แล้วอนาคตแผ่นดินไทยจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร" แสงระวีน้ำตาคลอเบ้ากอดเสือ

ooooooo

สิงห์ลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในโบสถ์วัดดอนควาย ถามโรสว่าเขามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอกับเสือพาเขามาเมื่อคืนนี้ ลุงมั่นปรุงยาสมุนไพรให้สิงห์กิน ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว เขาถึงหลับได้

"ผมขอบคุณคุณมากนะโรส นี่คุณคงไม่ได้นอนทั้งคืนเลยใช่ไหม"

โรสเกรงเขาจะปวดหัวขึ้นมาอีก ก็เลยต้องอยู่เฝ้า สิงห์ มองหญิงคนรักอย่างซาบซึ้งใจ จับมือเธอมากุมไว้กับอก โทษตัวเองที่อ่อนแอเกินไปเลยช่วยเธอไม่ได้ ทำให้พวกเราต้องกลายเป็นผู้ถูกล่า

"ผู้กองทำดีที่สุดแล้วค่ะ อย่างไรฉันก็เชื่อว่าความดีไม่มีวันแพ้ความเลว วันนี้เราอาจต้องถอย แต่เป็นการถอยเพื่อลุกขึ้นสู้อีกครั้ง" โรสซบหน้าลงกับอกสิงห์ ขณะที่เขาลูบผมเธออย่างอ่อนโยน...

แสงระวียืนกอดอกมองไปเบื้องหน้าสีหน้าครุ่นคิดถึงการเข้าสานงานต่อจากพ่อของเธอในฐานะลมใต้ปีก เธอรู้ดีว่าเสือคงไม่ยอมให้เธอทำอะไรที่เสี่ยงอย่างนั้น ขณะแสงระวีกำลังปล่อยความคิดล่องลอยไป เสือตามมายืนข้างๆ หญิงสาวรู้สึกตัวหันมาถามว่าดีขึ้นแล้วหรือ

"ครับ...ได้ข้าวเหนียวไปเต็มที่ หลับเป็นตายทั้งคืนเลย แรงกลับมาแบบนี้ให้ผมอุ้มคุณแสงระวีวิ่งรอบโบสถ์สักห้าร้อยรอบ แรงผมก็ไม่ตก"

แสงระวีหาว่าโม้ เสือเลยจะแสดงให้ดูว่าทำได้อย่างพูด เดินเข้าหา หญิงสาวถอยหลังร้องลั่นว่าไม่เอาอายคนอื่นเขา แล้ววิ่งหนี เสือยิ้ม วิ่งตามมาทันตรงแถวทุ่งนา ทั้งสองคนหยุดมองความงามของรวงข้าวสีเหลืองทองที่ต้องแสงแดดยามเช้า แสงระวีอดชมไม่ได้ว่าเวลาข้าวออกรวง ช่างเป็นภาพที่งดงามจริงๆ

"ผมถึงต้องทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดินนี้เอาไว้ให้ เป็นมรดกของลูกหลาน"

"แต่หมัดเขวี้ยงควายของนายใช้จัดการกับพวกมันไม่ได้ อาการของพี่สิงห์ก็ยังน่าเป็นห่วง แล้วยังหมวดโรสที่ ต้องโดนตามล่าอีก มันกำลังไล่ต้อนให้เราจนมุมนะนายเสือ"

"ยิ่งจนมุมผมก็ยิ่งสู้ ผมฝึกเข่าพญาไฟสำเร็จ ผมจะกลับไปจัดการกับพวกมัน"

แสงระวีสีหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัด เสือกลับคิดว่าเธอไม่เชื่อคำพูดของเขา แสงระวีเชื่อในตัวนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเสมอ เสือกระเซ้าว่าถ้าเชื่อแบบนั้นจริงๆก็เลิกทำหน้าเป็นกังวลได้แล้ว แล้วเชยคางแสงระวีเงยขึ้นอย่างทะนุถนอม ถามว่าจำคำสัญญาของเราได้ไหมว่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์ถูกกำจัดหมดเมื่อใด เราสองคนจะสร้างครอบครัวด้วยกัน แสงระวียิ้มจำได้ เสือดึงเธอเข้ามากอด นึกขึ้นได้ชวนเธอไปเยี่ยมสิงห์ด้วยกัน แสงระวีขออยู่ต่ออีกสักพัก เสือหอมแก้มเธอก่อนไป แสงระวีมองตาม สีหน้าหนักใจ

"การต่อสู้เพียงลำพังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ไม่มีทางกวาดล้างพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้สิ้นซากได้หรอกนายเสือ" แสงระวีตัดสินใจได้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร...

แม็กนั่มไม่พอใจมาก การผ่าตัดช่วยชีวิตมรกตผ่านมาหลายวันแล้วทำไมเธอถึงยังไม่ฟื้น ลากตัวปฐมพงษ์เข้ามาหาอำนาจที่ห้องทำงาน แจ้งเหตุผิดปกติที่เกิดขึ้น   อำนาจมองปฐมพงษ์อย่างจับผิด

"ดร.อย่าคิดจะมาตุกติกกับผม นี่มันตั้งกี่วันเข้าไปแล้ว มรกตควรจะต้องฟื้นขึ้นมาแล้วไม่ใช่หรือ"

"ตอนที่มรกตมาถึงมือผม อาการของเธอหนักมาก ผมยื้อชีวิตได้เท่านี้ก็ถือว่ามหัศจรรย์ที่สุดแล้ว"

"ดร.กำลังจะบอกผมว่ามรกตกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรางั้นหรือ"

ปฐมพงษ์ไม่ตอบ แม็กนั่มไม่สบอารมณ์ตรงเข้ากระชากคอเสื้อปฐมพงษ์ สั่งให้ปลุกมรกตให้ฟื้นเดี๋ยวนี้ ปฐมพงษ์ทำไม่ได้ เขาไม่ใช่พระเจ้าจะได้ช่วยชีวิตคนที่สมควรตายให้ขึ้นมาจากนรกได้

"พอได้แล้วแม็กนั่ม คุยกับ ดร.อย่าใช้ไม้แข็ง ต้องนุ่มนวล กับเขาหน่อย" อำนาจยิ้มร้าย พยักพเยิดแม็กนั่มให้พาตัวปฐมพงษ์มาที่ลานกลางบาร์  ถ้าปฐมพงษ์ไม่อยากพูดเรื่องมรกต อำนาจขอคุยเรื่องงานวิจัยที่ค้างคากันอยู่ ปฐมพงษ์ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ ที่เขาหลงเชื่อลูกสาวยอมสร้างคนอย่างแม็กนั่ม ขึ้นมาแค่นี้ก็เป็นตราบาปกับเขามากพอแล้ว

"แต่นี่มันเป็นงานที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของ  ดร.ผมว่าน่าจะสานต่อให้จบ ไม่อย่างนั้นงานของ ดร.อาจจะกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ต่อมนุษยชาติ"

ปฐมพงษ์มองอำนาจงงๆ ศรพาชายคนหนึ่งมีผ้าผูกตา มามัดติดกับเก้าอี้ แม็กนั่มเอาสารกระตุ้นพลังฉีดใส่คอเหยื่อ เขาสะดุ้งเฮือก ดิ้นทุรนทุราย น้ำลายฟูมปาก เลือดไหลจากตาเปรอะผ้าผูกตา ปฐมพงษ์โวยวายที่อำนาจกันไม่ให้เขาเข้าไป ช่วยเหยื่อ เท่ากับว่าอำนาจกำลังปล่อยให้คนบริสุทธิ์ต้องตาย

"ไม่ใช่พวกเราหรอกครับที่ทำให้เขาตาย แต่เป็นเพราะงานวิจัยของ ดร.ต่างหากที่จะทำให้ผู้บริสุทธิ์หลายแสนคนต้องตายแบบนี้" อำนาจลอบยิ้มพอใจที่เห็นปฐมพงษ์หน้าตาตื่นตกใจ

ooooooo

ภายในโบสถ์วัดดอนควาย สิงห์ก้มกราบพระ ประธานเพื่อเป็นสิริมงคล พอเงยหน้าขึ้นต้องตกใจ เห็นหลวงพ่อเข้มยืนอยู่ข้างพระประธาน สิงห์กราบขอบพระคุณท่านที่ส่งเสือไปช่วยชีวิตเขาไว้  หลวงพ่อบอกปัดว่าไม่ได้มีหน้าที่คอยช่วยชีวิตใคร มีหน้าที่แค่ชักนำให้ชีวิตที่ถูกลิขิตไว้ เดินไปตามเส้นทางของมัน

"ชีวิตที่ถูกลิขิตไว้...ผมคิดว่ามีแต่นายเสือคนเดียว"

"ไม่หรอกโยมสิงห์ สวรรค์ได้ลิขิตเอาไว้แล้วว่าทั้งโยมและบักเสือจะต้องเป็นนักสู้ด้วยกันต่างหาก"

สิงห์คิดคล้อยตาม เพราะตั้งแต่วันแรกที่เจอเสือ เราก็ช่วยกันต่อสู้โจรปล้นร้านมินิมาร์ท และเหตุการณ์ต่างๆก็ลิขิตให้เขากับเสือมาร่วมมือกันต่อสู้กับพวกเขี้ยว พยัคฆ์ หลวงพ่อเข้มบอกสิงห์ให้เข้มแข็งอดทน มีเพียงนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับสิงห์เท่านั้นที่จะป้องกันหายนะอันใหญ่ หลวงที่กำลังรออยู่ได้

"แต่ผมจะทำได้อย่างไรครับหลวงพ่อ ในเมื่อความตายอยู่ใกล้ผมแค่เอื้อม"

หลวงพ่อเข้มไม่ตอบหันหน้ามองพระประธาน "จงศรัทธาในพลังแห่งพุทธานุภาพไว้ผู้กองสิงห์"

ขาดคำ หลวงพ่อเข้มหายวับไป สิงห์ตะโกนเรียกท่านลั่น ก่อนจะสะดุ้งตกใจตื่น ถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป แปลกใจว่าฝันครั้งนี้ทำไมเหมือนจริงมาก เสือแวะมาเยี่ยมพอดี ถามสิงห์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่ายาสมุนไพรของลุงมั่นช่วยห้อาการปวดพอบรรเทาลงบ้าง แต่ยังหาทางรักษาให้หายขาดไม่ได้

"ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกบักเสือ...ข้าพอมีทางที่จะช่วยผู้กองสิงห์"

สิงห์หันไปมองชายแปลกหน้าที่เพิ่งเข้ามาในโบสถ์อย่างสงสัย...

ooooooo

โรสตกใจเมื่อแสงระวีบอกว่าเธอจะขอยุติความสัมพันธ์กับเสือ ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ของตัวเอง เสือจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ส่วนเธอจะขอต่อสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ตามวิถีทางที่พ่อของเธอในฐานะลมใต้ปีก เคยทำ ถึงแม้การแยกกันครั้งนี้ จะสร้างความเจ็บปวดใจให้เธอมากก็ตาม

แสงระวีพูดไปน้ำตาอาบแก้ม โรสเข้าใจความรู้สึกของแสงระวี เพราะเธอเองก็รักสิงห์มากเช่นกัน จังหวะนั้น จ่าเพิ่มโทร.เข้ามือถือของโรส โรสฟังจ่าเพิ่มรายงานแล้วถึงกับตกใจ...

เสือแนะนำสิงห์ให้รู้จักกับครูเขี้ยวผู้ฝึกท่าไม้ตายเข่าพญาไฟให้เขา ครูเขี้ยวเล่าว่าหลวงพ่อเข้มมาบอกเขาว่าถ้าเสือตั้งใจฝึกเข่าพญาไฟสำเร็จ นอกจากกำจัดพวกเขี้ยวพยัคฆ์ได้ ยังจะช่วยสิงห์ได้อีกด้วย สิงห์อัศจรรย์ใจมากเพราะเมื่อกี้เขาเพิ่งได้ คุยกับหลวงพ่อเข้ม ท่านสั่งให้เขาศรัทธาในพลังแห่งพุทธานุภาพ

"ถ้าอย่างนั้นก็มั่นใจได้เลยครับผู้กองว่าทั้งนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวและผู้กองสิงห์จะสามารถกลับไปจัดการกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ได้" สีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นของครูเขี้ยวพลอยทำให้สองหนุ่มมีความ มั่นใจเพิ่มขึ้น ทองปลิววิ่งหน้าตื่นเข้ามาในโบสถ์ ละล่ำละลักว่าตำรวจกำลังแห่กันมาที่นี่

"ฉันจัดการเรื่องหลบหนีไว้ให้แล้ว พวกเอ็งรีบไปจัดการเก็บข้าวเก็บของซะ แล้วไปเจอกันหลังวัด"

ครูเขี้ยวออกไปพร้อมกับทองปลิว ส่วนสิงห์กับเสือแยกย้ายกันไปเก็บสัมภาระจำเป็น...

ooooooo

พอมะลิรู้ว่าเสือต้องหนีการไล่ล่าของตำรวจ จะขอไปด้วย เสือไม่ยอม ถ้ามะลิไปกับเขาก็จะกลายเป็นคนที่กฎหมายต้องการตัวไปด้วย มะลิโผกอดเสือแน่น ขอโทษที่เคยพูดจาไม่ดี ขอให้เขายกโทษให้

"พี่ไม่เคยโกรธน้องพี่เลย พี่รักน้องมากนะดูแลรักษา ตัวเองด้วย เมื่อพี่พร้อมพี่จะกลับมา" เสือกอดน้องตอบ มะลิน้ำตาซึม เสือกวาดตามองหาไม่เห็นแสงระวี ถามมะลิว่าแสงระวีอยู่ไหน มะลิส่ายหน้า เสือเอะใจ รีบใช้พลังรวดเร็ววิ่งมาขวางหน้ารถของแสงระวีไว้ ถามว่าจะไปไหน แสงระวีเอาแต่มองหน้าเสือนิ่ง

"ลงจากรถเดี๋ยวนี้...ผมบอกให้คุณลงมา"

แสงระวีไม่ขยับ เสือเดินมาด้านข้างคนขับ หญิงสาวมองหน้าเสือเหมือนเป็นการบอกลา แล้วเข้าเกียร์เหยียบคันเร่ง แต่รถกลับไม่เคลื่อนที่ ล้อหมุนฟรีเพราะเสือดึงท้ายรถเอาไว้...

ด้านโรสเก็บข้าวของพร้อมอาวุธประจำตัวใส่เป้ เดินออกจากบ้านพักเจอสิงห์พอดี โรสทำท่าจะเดินแยกไปอีกทาง สิงห์แปลกใจว่าทำไมเธอถึงไม่ไปกับเขา โรสอ้างว่าสิงห์กับเสือมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำเพื่อจะได้กลับมาต่อสู้กับพวก เขี้ยวพยัคฆ์ ระหว่างที่ทั้งคู่ไม่อยู่ เธอจึงมีหน้าที่ต้องคอยต่อสู้ขัดขวางพวกนั้นแทน

"ไม่...ผมไม่ยอมให้คุณไปเสี่ยง...คุณต้องไปกับผมเท่านั้น" สิงห์จะเข้าไปดึงมือโรสให้ไปด้วยกัน

แต่เธอชักปืนจ่อหน้าเขา ขอร้องอย่าขัดขวาง เขารู้แก่ใจดีว่าถ้าลองเธอตัดสินใจแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนใจ สิงห์ใช้พลังจิตปัดปืนในมือโรสกระเด็น แต่สิ่งที่ตามมาคืออาการปวดหัวรุนแรง สิงห์ถึงกับทรุดฮวบ โรสสงสารเขามากแต่ฝืนใจ หยิบปืนขึ้นมา แล้วเดินจากไป สิงห์ตะโกนไล่หลังว่าเธอจะตายไม่ได้

"ฉันสัญญาค่ะ ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อรอผู้กองกลับมา... โชคดีนะคะผู้กอง" โรสมองสิงห์ด้วยน้ำตาคลอเบ้า หันหลังเดินจากไป...

แสงระวีเห็นไม่เข้าทีเลยลงจากรถมาเผชิญหน้ากับเสือ บอกให้เขารีบหนีไปเสียก่อนที่ตำรวจจะมาถึง เสือจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะรู้ว่าเธอหนีเขาทำไม แสงระวีไม่ต้องการอยู่ใกล้เขาอีกต่อไปเพราะไม่อยากเป็นตัวถ่วงใคร ต่อจากนี้ เธอจะกลับไปทำงานที่พ่อของเธอทำค้างไว้ เสือคัดค้านไม่อยากให้เธอต้องเสี่ยงอันตราย แสงระวีต้องการต่อสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ด้วยวิธีของเธอเองใครก็อย่ามาห้าม

"แต่ผมรักคุณ และผมจะไม่ยอมเสียคนที่ผมรักไปอีก"

แสงระวีตัดใจ บอกเสือให้เลิกรักเธอเพื่อเราจะได้จากกันได้เสียที เสือถึงกลับอึ้ง แสงระวีหันกลับจะขึ้นรถ เสือคว้ามือเธอไว้ ถามคาดคั้นว่าสิ่งที่เธอพูดเมื่อกี้ไม่ได้มาจากความรู้สึกของเธอจริงๆใช่ไหม

"ฉันพูดออกมาจากความต้องการของฉันจริงๆ" แสงระวีแกะมือเสือออกไป ขึ้นนั่งประจำที่คนขับ ไม่อาจจะกลั้นน้ำตาได้อีก ปล่อยให้ไหลอาบแก้ม เสือได้แต่ยืนมองหญิงคนรักขับรถจากไปด้วยความช้ำใจ...

โรสในคราบกุหลาบแดงดักรอรถตำรวจอยู่ พอรถเข้ามาได้ระยะเธอลั่นกระสุนใส่ไม่ยั้ง ตำรวจหักรถหลบ ก่อนจะเปิดฉากยิงตอบโต้ โรสหลอกล่อตำรวจให้ตามไปอีกทางเพื่อถ่วงเวลาให้พวกเสือหนี...

ครู่ต่อมา เสือมายังจุดนัดพบ มะลิไม่เห็นแสงระวีมาด้วยก็ถามหา ได้ความว่าแสงระวีบอกเลิกเสือและแยกทางกันแล้ว มะลิประหลาดใจมาก จะไปตามถามให้รู้เรื่อง เสือคว้าแขนน้องไว้ ไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งคนไม่อยากอยู่ ครูเขี้ยวเร่งเสือกับสิงห์ให้รีบหนี เพราะไม่รู้ว่าโรสจะถ่วงเวลาพวกตำรวจได้นานแค่ไหน

เสือปล่อยมือจากมะลิแล้วหันมาทางทองปลิว ฝากทองปลิวดูแลมะลิให้ด้วย ถ้าเขากลับมาแล้วพบว่ามะลิเป็นอะไรไปทองปลิวอ่วมแน่

"เอาหัวเป็นประกันเลยครับพี่ชาย ไอ้ทองปลิวจะปกป้องคุณมะลิอย่างถวายหัว"

เสือมองมะลิเป็นครั้งสุดท้าย แล้วประคองสิงห์ไปพร้อมกับครูเขี้ยว มะลิมองตามด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

โรสหนีการไล่ล่ามาถึงโรงสีข้าวร้าง ตำรวจเข้าปิดล้อมโรงสีไว้ทุกด้าน โรสยิงกระหน่ำใส่ตำรวจที่ดาหน้าเข้ามา กระสุนแต่ละนัดของเธอถูกจุดไม่สำคัญขาบ้างแขนบ้างเพื่อตัดกำลังเจ้าหน้าที่ ก่อนจะหนี...

ตำรวจนำกำลังอีกส่วนหนึ่งแยกมาตรวจค้นที่โบสถ์ วัดดอนควาย ลุงมั่นกับดอกสร้อยหาทางถ่วงเวลาตำรวจให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตำรวจค้นจนทั่วก็ไม่พบอะไรพิรุธ หมู่เข้ามารายงานหัวหน้าชุดจับกุมว่า

"ผู้ต้องหาอีกรายที่กำลังต่อสู้ขัดขวางการจับกุม ทำร้ายตำรวจอีกชุดหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้ขอให้ทางเราไปสมทบกำลังครับ"

หัวหน้าชุดจับกุมรีบนำกำลังออกไป ดอกสร้อยใจคอไม่ดี เกรงว่าโรสจะหนีไม่รอด ลุงมั่นเชื่อว่าคนดีๆอย่างโรส พระต้องคุ้มครองให้รอดปลอดภัยแน่...

ฝ่ายโรสเสียท่า ถูกตำรวจคนหนึ่งย่องมาด้านหลัง ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ให้ทิ้งปืนแล้วยอมจำนนแต่โดยดี โรสหนีไม่ออกจำใจทิ้งปืน แต่แล้วตำรวจคนนั้นกลับถูกแสงระวีใช้พลั่วทุบท้ายทอยสลบ

"เราต้องรีบไปจากที่นี่แล้วค่ะหมวด พวกตำรวจนำกำลังมาสมทบกันที่นี่"

"แล้วพวกผู้กองกับนายเสือล่ะคะ"

"พวกเขาน่าจะหนีไปได้แล้ว เราไปกันเถอะค่ะ" แสงระวีพาโรสไปยังที่จอดรถ...

อำนาจเจ็บใจที่ตำรวจตามไปจับตัวพวกเสือช้าไปนิดเดียว พวกนั้นเลยหนีรอดไปได้ ลิงลมนึกเสียดายถ้าอำนาจส่งแม็กนั่มไปดักเล่นงานพวกเสือ ป่านนี้จัดการเรียบร้อยไปแล้ว อำนาจไม่อยากไปแทรกแซงงานของตำรวจมากนัก เกรงผู้ใหญ่ที่ให้การสนับสนุนองค์กรของเราอาจจะเดือดร้อนไปด้วย

"แต่การปล่อยพวกมันไปแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับปล่อย เสือเข้าป่านะครับผู้พัน"

อำนาจไม่คิดอย่างนั้น ตอนนี้พวกเสือเหมือนแพแตกกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง จะหาทางกลับมารวมตัวกันยังยาก แต่ถ้ามีใครคิดจะหือ เขาจะตามไปจัดการให้มันจำจนวันตาย...

ในเวลาต่อมา แสงระวีพาโรสมายังเซฟเฮาส์แห่งใหม่ ซึ่งเธอจะใช้เป็นรังของลมใต้ปีก  สถานที่แห่งนี้แสงระวีเตรียมไว้ ตั้งแต่รู้ว่ามรกตเป็นไส้ศึก เธอกะจะกบดานสักพักถึงจะเริ่มลงมือสานต่องานของลมใต้ปีก หาทางกระชากหน้ากากพวกที่ สนับสนุนพวกเขี้ยวพยัคฆ์  โรสเป็นกังวล  เกรงว่าแสงระวีจะเป็นอันตราย

"ฉันทราบค่ะว่าฉันกำลังเอาชีวิตไปเสี่ยงเหมือนกับพ่อ แต่ถ้าฉันไม่ทำอะไร พวกมันจะขยายอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าฉันไม่ใช้อำนาจสื่อในมือตัดวงจรของมัน ถึงนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกลับมาก็คงสายเกิน"

"ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องการคนอย่างกุหลาบแดงไว้คอยระวังหลังให้คุณ"

แสงระวีขอบใจโรสมาก สองสาวจับมือกันพร้อมจะต่อกรกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์

ooooooo

มะลิเก็บข้าวของออกจากบ้านแต่เช้าทนอยู่เฉยๆไม่ไหวจะไปหาแสงระวี ดอกสร้อยเป็นห่วง เตือนว่าถ้ามะลิคิดจะเล่นงานพวกเขี้ยวพยัคฆ์กลับ เกิดพลาดท่าเสียทีขึ้นมาจะทำอย่างไร มะลิคุยว่าดูแลตัวเองได้

"ขนาดพี่เสือกับผู้กองยังเอาตัวแทบไม่รอด แล้วเธอจะทำได้ยังไง"

"ต้องได้สิดอกสร้อย ฉันเป็นน้องสาวพี่เสือใจฉันสู้ ไม่ถอยอยู่แล้ว และที่สำคัญพี่แสงระวีเองก็ต้องเสียสละความรัก เพื่อปกป้องพวกเรา จะให้ฉันอยู่เฉยๆฉันทำไม่ได้...ฉันฝากทางนี้ด้วยนะดอกสร้อย คอยติดต่อกับพี่เสือไว้ แต่อย่าบอกเขาว่าฉันทำอะไร"

ดอกสร้อยสีหน้าเป็นกังวล รอจนมะลิเดินลับตา รีบวิ่งมาตามทองปลิวให้ช่วยไปห้ามมะลิที ทองปลิวไม่คิดจะห้าม รู้ดีว่ามะลิยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ขึ้นคร่อมสกูตเตอร์คู่ใจที่เพิ่งปรับแต่งเสร็จ สตาร์ตเครื่อง

"ไม่ต้องเป็นห่วงคุณมะลิครับคุณดอกสร้อย ไอ้ทองปลิวจะดูแลเจ้าหญิงของมันชนิดสู้ถวายหัวเลย"

ทองปลิวขี่สกูตเตอร์มาจอดขวางหน้ามะลิไว้ ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร มะลิชิงพูดก่อนว่าถ้าคิดจะมาห้ามเธอเสียเวลาเปล่า ทองปลิวยื่นหมวกกันน็อกให้ บอกว่าไม่ได้มาห้าม แต่จะไปกับเธอต่างหาก

"อย่ามาล้อเล่นนะ ที่ฉันตัดสินใจทำมันเสี่ยงชีวิตมาก นายไม่ใช่พวกที่ต้องสูญเสียเพราะพวกเขี้ยวพยัคฆ์ นายจะเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่ออะไร"

"ใช่ครับ...ผมอาจจะไม่ใช่คนที่ต้องสูญเสียเพราะพวกเขี้ยวพยัคฆ์โดยตรง แต่แผ่นดินของพ่อแม่พี่น้องชาวนาก็คือหัวใจของคนไทย ถ้าผมยืนหน้าตาเฉยปล่อยให้มันต้องตกไปอยู่ในมือพวกคนเลว ชาตินี้ผมก็คงเป็นได้แค่ไอ้เนรคุณที่ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณเหงื่อทุกหยด ข้าวทุกเม็ดที่ชาวนาปลูก"

มะลิมองทองปลิวอย่างทึ่ง ขึ้นซ้อนท้ายสกูตเตอร์ของทองปลิวมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ...

ooooooo

หลังจากค้างคืนกันในป่าลึก ครูเขี้ยวเห็นว่าได้เวลาเดินทางต่อ บอกเสือให้ปลุกสิงห์ได้แล้ว สิงห์ค่อยๆลืมตามองไปรอบๆ ถามว่าเราถึงที่หมายแล้วหรือ ครูเขี้ยวส่ายหน้า พวกเรายังต้องเดินทางอีกไกล

"แต่ผมอยากให้ผู้กองแข็งแรงขึ้นกว่านี้ เพราะทางข้างหน้าเราอาจต้องเจอกับอะไรที่ไม่คาดคิด"

สิงห์กับเสือมองหน้ากันสงสัย เสืออดถามไม่ได้ว่าข้างหน้ามีอะไรรอเราอยู่ ครูเขี้ยวไม่ตอบ รอบๆตัวพวกเขาเหมือนมีบางอย่างกำลังคืบคลานใกล้เข้ามา ลมกระโชกแรงต้นไม้ไหวอย่างน่ากลัว ครูเขี้ยวสั่งให้รีบเก็บข้าวของแล้วไปจากที่นี่ ท่าทางเราจะไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีแน่ เสือสงสัยว่าต้อนรับจากใคร

"ป่าพญาไฟ"

ทั้งสามคนเร่งฝีเท้าออกจากที่นั่น จากเดินเปลี่ยนเป็นวิ่ง เหมือนหนีการตามล่าจากบางอย่างที่มองไม่เห็น  เสือหยุดกึก รับรู้ได้ถึงการคุกคาม ขอให้ครูเขี้ยวพาสิงห์ล่วงหน้าไปก่อน

"เอ็งสู้เจ้าป่าเจ้าเขาพญาไฟไม่ได้หรอกบักเสือ รีบไปกับข้าเถอะ"

เสือยืนยันคำเดิมให้ทั้งคู่รีบไป ครูเขี้ยวพาสิงห์ไปทันที เสือยืนจังก้าอยู่กลางป่าคนเดียวท่ามกลางลมพัดแรง ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ แล้วปล่อยพลังหมัดเขวี้ยงควายออกไป แรงอัดอากาศเป็นแค่เป่าลมกลางพายุ

"ข้าชื่อบักเสือ ข้ามาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อลบหลู่ ข้าต้องการฝึกเข่าพญาไฟเพื่อกลับไปปกป้องพี่น้องคนไทย...ข้าต้องมีชีวิตรอด กลับไป...ข้าจะตายอยู่ที่นี่ไม่ได้" เสือพูดขาดคำ ทุกอย่างนิ่งสงบ แต่แล้วต้องตกใจเมื่อมีบางอย่างพุ่งเข้าใส่ เสือร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

ooooooo

ครูเขี้ยวพาสิงห์มาถึงลานโล่งแห่งหนึ่งกลางป่า ตรงหน้ามีพระพุทธรูปปูนปั้นเก่าแก่ประดิษฐานอยู่บนโขดหิน มีต้นไม้ขึ้นปกคลุม เสริมให้องค์พระพุทธรูปดูขลังน่าเลื่อมใส ครูเขี้ยวบอกว่าที่นี่คือต้นกำเนิดเชิงมวยพญาไฟ ไม่นานนัก เสือตามมาถึงในสภาพบาดเจ็บหนัก ตามเนื้อตัวมีรอยไหม้ควันกรุ่นแทบยืนไม่ติด

"ครู...ผม...ผมโดนเขาเล่นงาน ผมสู้เขาไม่ได้เลย"

สิงห์ไม่เข้าใจว่าเจ้าป่าจะทำร้ายเสือทำไมในเมื่อพวกเรามาดี ตั้งใจทำดีเพื่อช่วยพี่น้องชาวนา

"ที่เขาทำร้ายบักเสือก็เพราะต้องการแสดงอานุภาพของเข่าพญาไฟให้บักเสือ ตระหนักว่าคนอย่างมันถ้าไม่พร้อมก็ไม่มีทางได้เข่าพญาไฟออกไปจากที่นี่" ครูเขี้ยวพูดยังไม่ทันขาดคำ เสือหมดสติไป...

มะลิมาหาแสงระวีที่เซฟเฮาส์แห่งใหม่ แสงระวีไม่ต้องการให้มะลิมาเสี่ยงอันตรายกับตนเองที่นี่ เลยไล่ให้กลับบ้านดอนควาย มะลิอยากอยู่ช่วยกำจัดพวกเขี้ยวพยัคฆ์อีกแรง แต่แสงระวียืนกระต่ายขาเดียวไม่อนุญาต จูงมือมะลิมาที่รถ

จะพากลับไปบ้านดอนควายด้วยตัวเอง เพราะถ้ามะลิเป็นอะไรไปอีกคน เสือจะต้องเสียใจมาก แค่นี้เขาก็ถูกเธอทำร้ายจิตใจมากพอแล้ว มะลิไม่พอใจมากแกะมือแสงระวีออก

"ถ้าพี่แสงระวีไม่ยอมให้มะลิอยู่ช่วย มะลิก็จะแสดงให้พี่เห็นว่ามะลิไม่ได้อ่อนแอ" มะลิวิ่งหนี...

ลิงลมตามสืบจนเจอค่ายมวยที่สอนเชิงมวยพญาไฟ สั่งให้พวกนักมวยในค่ายไปตามครูที่สอนเชิงมวยพญาไฟมาพบตน พวกนักมวยต่างไม่มีใครปริปากพูดอะไร ลิงลมรำคาญ ไม่กี่อึดใจ เขาเล่นงานนักมวยในค่ายจนบาดเจ็บไปตามๆกัน แล้วดึงนักมวยคนหนึ่งขึ้นมา เย้ยว่าเชิงมวยพญาไฟเป็นแค่มวยวัดกิ๊กก๊อก

"พวกข้ามันก็แค่หางแถวของเชิงมวยพญาไฟ อย่างเอ็งถ้าเจอของจริงก็ไม่รอดหรอก"

"ถ้าไอ้เชิงมวยพญาไฟมันเจ๋งสมคำร่ำลือ เอ็งก็ตามครูของเอ็งให้มาหาข้า ข้าจะรอ"

นักมวยคุยข่มว่าอย่างลิงลมไม่ต้องถึงมือครูของตน แค่เจอศิษย์เอกของครู เขาก็รับมือไม่ไหวแล้ว ลิงลมหาว่าขี้โม้ อัดกำปั้นใส่หนึ่งหมัด นักมวยจุกหน้าคะมำ...

ทองปลิวได้รับโทรศัพท์จากนักมวยร่วมค่ายว่า ลิงลมมาทำกร่างที่ค่ายมวยเลยรีบกลับมาจะเอาเรื่อง มะลิขอตามมาด้วยจะได้จัดการลิงลมแก้แค้นให้เคน ทองปลิวขอให้ปล่อยลิงลมเป“นหน้าที่เขาเองดีกว่า ระหว่างนั้น ลิงลมออกมาเจอทั้งคู่พอดี มะลิเจ็บใจมากขยับจะเข้าไปหา แต่ทองปลิวจับมือไว้

"อย่าใจร้อนครับคุณมะลิ ล่อมันไปที่ที่เราได้เปรียบดีกว่า" ทองปลิวหันไปทางลิงลม "แกเล่นงานพรรคพวกฉัน แกได้เจอกับเชิงมวยพญาไฟของฉันแน่ไอ้ลิงลม"

"แกเองเหรอไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่พวกนั้นพูดถึง...ที่ไหนยังไงก็ได้ วันนี้ข้าเตรียมมาบันเทิงกระทืบเด็กเต็มที่" ลิงลมหัวเราะชอบใจเสียงลั่น มองตามทองปลิวที่คว้าข้อมือมะลิออกไป

ตอนที่ 23

ศพเคนถูกนำกลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดดอนควาย ดอกสร้อยนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้าที่ตั้งโลงศพเคน เสือหน้าเศร้าเข้ามาขอโทษดอกสร้อยที่ไม่สามารถปกป้องเคนและยังจำเป็นต้องสังหารเขาด้วยมือตนเอง

"คนอย่างบักเคนถ้ามันไม่ภาคภูมิใจที่มันได้เคยร่วมเป็นร่วมตายกับเอ็งมา มันคงไม่ขอร้องให้เอ็งทำหรอก" ลุงมั่นปลอบใจเสือ

"คำพูดของพ่อที่เคยบอกพวกเราเสมอ ฮีโร่คือคนธรรมดาที่กล้าทำสิ่งที่ถูกต้อง นายเคนได้ทำตามคำพูดนั้นแล้ว นายควรจะเชื่อมั่นในสิ่งที่นายเคนทำสิ" แสงระวีช่วยพูดปลอบใจ เสืออีกแรง แต่เขาก็ยังทำใจกับเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ดี...

ขณะมะลิพาดอกสร้อยมานั่งสงบสติอารมณ์นอกศาลาสวดศพเคน มีเสียงใครบางคนเรียกเธอเบาๆจากด้านหลัง มะลิหันไปมอง เห็นทองปลิวยืนลับๆล่อๆอยู่หลังต้นไม้ ขัดใจขึ้นมาทันทีคิดว่าเขาแอบตามเธอมาจากกรุงเทพฯ ดอกสร้อยถามมะลิว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร ทองปลิวชิงตอบคำถามแทนว่าเขาเป็นองครักษ์ประจำตัวมะลิ ดอกสร้อยแปลกใจว่าเดี๋ยวนี้มะลิมีองครักษ์กับเขาด้วยหรือ

"อย่าไปฟังเขาพล่ามเลยดอกสร้อย ไอ้หมอนี้สติไม่ดี ติงต๊อง เพี้ยนไม่เต็มบาท"

ทองปลิวขอคุยธุระกับมะลิตามลำพัง แต่มะลิไม่ยอม เขาเลยตัดสินใจคว้าข้อมือเธอฉุดไปต่อหน้าต่อตาดอกสร้อย มะลิร้องลั่นให้ปล่อย ส่วนดอกสร้อยมองตามเพื่อนหน้าตาเลิ่กลั่ก...

ภายในโบสถ์ของวัดดอนควาย ครูเขี้ยวก้มกราบพระ ประธานเสร็จ เงยหน้าขึ้นมองต้องชะงักเมื่อเห็นพระรูปหนึ่ง ยืนอยู่ข้างพระประธาน ครูเขี้ยวถามท่านว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเมื่อกี้เขาถึงไม่เห็น พระรูปนั้นยืนนิ่งไม่ตอบ ครูเขี้ยว เอะใจถามว่าท่านคือหลวงพ่อเข้มใช่หรือเปล่า ท่านพยักหน้า ครูเขี้ยวก้มกราบ

"ผมขอโทษครับหลวงพ่อ ผมได้ยินไอ้ผาดมันเล่าเรื่องหลวงพ่อให้ฟังมาบ้าง"

"อาตมาต้องขอบใจโยมที่ตั้งใจถ่ายทอดเชิงมวยเข่าพญาไฟให้บักเสือ...แต่อาตมามีเรื่องอยากให้ช่วยอีกเรื่อง... อาตมาอยากให้โยมช่วยเหลือคนอีกคนหนึ่ง ฝึกเขาให้แข็งแกร่งขึ้น เขาจะได้ร่วมเป็นร่วมตายกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว"

ครูเขี้ยวยังไม่ทันจะรู้ว่าหลวงพ่อเข้มหมายถึงใคร เสือกับแสงระวีเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน พอครูเขี้ยวหันกลับไปมองอีกที หลวงพ่อเข้มหายไปแล้ว...

เสือเล่าให้แสงระวีฟังว่า ครูเขี้ยวเป็นเพื่อนของจ่าผาด เสือขอให้ครูมาที่บ้านดอนควายเพื่อสอนเชิงมวยพญาไฟให้เอาไว้ต่อสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ถ้าเขาฝึกเข่าพญาไฟสำเร็จ น่าจะสู้ กับพลังของแม็กนั่มได้

"ความมั่นใจเป็นคุณสมบัติของนักสู้ แต่ข้าไม่อยากให้ เอ็งมั่นใจจนกว่าเอ็งจะผ่านการฝึกเข่าพญาไฟ"

"ครับครู...ว่าแต่ลูกศิษย์ครูที่มาด้วยล่ะครับ"

ระหว่างนั้น ดอกสร้อยวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกเสือว่ามีผู้ชายท่าทางแปลกๆฉุดมะลิไป...

อีกมุมหนึ่งของวัด มะลิเหลืออดที่ทองปลิวฉุดกระชากเธอมาโดยไม่ฟังเสียงห้ามปราม จับมือเขาบิดอย่างแรง ขู่ว่า ถ้าไม่เลิกตามตื๊อเธอจะหักแขนเขา แล้วไล่ให้ออกไปจากบ้านดอนควายอย่ามาให้เห็นหน้าอีก  ทองปลิวหลอกล่อชวนคุย  พอมะลิเผลอ  เขาพลิกตัวกลับมาเป็นฝ่ายจับแขนมะลิบิด  พร้อมกับ กดไหล่ไว้

"โอ๊ย...ฉันเจ็บนะไอ้บ้า" มะลิร้องลั่น

"ผมเป็นอาจารย์สอนคุณนะครับ เพราะฉะนั้นศิษย์ อย่าได้คิดล้างครู"

มะลิขู่อีกว่าถ้าไม่ปล่อย เธอจะไปฟ้องพี่ชายให้มา จัดการ ทองปลิวกระเซ้าว่าสู้ไม่ได้เลยคิดจะไปฟ้องพี่ชาย ไหนว่างอน ไม่พูดกัน ทันใดนั้น เสือโผล่มายืนข้างหลังทองปลิวโดยไม่ทันรู้ตัว

"ปล่อยน้องสาวฉันเดี๋ยวนี้"

ทองปลิวสะดุ้งเฮือก ค่อยๆหันหลังไปมองถึงกับหน้าถอดสี เห็นเสือยืนมองมาหน้าตาเอาเรื่อง ก่อนจะก้าวเข้ามากระชากคอเสื้อทองปลิวเหวี่ยงกระเด็น...

ทองปลิวโดนเสือเล่นงานบอบช้ำไม่พอ ยังโดนครูเขี้ยวตามมาด่าซ้ำที่ริอ่านอยากเป็นครู ไปสอนมะลิให้เรียนวิชาต่อสู้ป้องกันตัว ขืนน้องสาวเสือเป็นอะไรไปทองปลิวจะรับผิดชอบไหวหรือ

"ตอนนี้ฉันคงยังไม่ไหว แต่ถ้ามีงานทำดีๆ รับรองฉันรับผิดชอบทั้งชีวิตแน่"

ทองปลิวไม่วายพูดเล่น เสือฟังแล้วแทบจะโดดขย้ำคอเขาให้รู้แล้วรู้รอด ขณะครูเขี้ยวง้างเท้าจะเตะทองปลิวสักป้าบ ลุงมั่นร้องห้ามไว้ วัยรุ่นก็ปากไวอย่างนี้เอง อย่าไปถือสา แล้ว รีบตัดบทสั่งดอกสร้อยให้พาทองปลิวเอาสัมภาระไปเก็บที่บ้านพัก มะลิขยับจะชิ่งหนี เสือรู้ทันบอกเสียงดุว่าห้ามไปไหนทั้งสิ้น เราสองคนมีเรื่องต้องคุยกันยาว มะลิหน้าจ๋อย

เสือเอ็ดมะลิไปหลายกระบุงเรื่องที่แอบไปฝึกวิชาป้องกันตัว แสงระวีอดสงสารมะลิไม่ได้ ขอร้องเสือให้หยุดว่าได้แล้ว น้องก็แค่จะช่วยแบ่งเบาไม่อยากเป็นภาระของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

"แต่ผมไม่อยากให้คนที่ผมรัก ต้องเป็นเหมือนอย่างบักเคน" เสือสวนกลับเสียงกร้าว

"นี่นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าการตายของนายเคนไม่ใช่ความผิดของนาย"

"ผมช่วยเพื่อนรักไม่ได้ สุดท้ายต้องฆ่าเขาตายด้วยมือของผมเอง มันไม่ง่ายที่ผมจะลืมหรอกครับคุณแสงระวี" เสือมองแสงระวีกับมะลิอย่างเสียใจ เดินจากไปด้วยน้ำตาคลอเบ้า

ooooooo

โรสในคราบกุหลาบแดงลอบเข้าไปในเซฟเฮาส์ของโครงการคุ้มครองพยาน จัดการตำรวจที่คอยดูแลความปลอดภัยให้กำนันฉ่ำสลบเหมือดหมด แล้วบุกเข้าประชิดตัวกำนันฉ่ำที่กำลังกินมื้อกลางวันอย่างมีความสุข กำนันฉ่ำคิดต่อสู้ แต่ฝีมือเทียบโรสไม่ติด โดนจับล็อกแขนบิด กดไหล่กับโต๊ะอาหาร

"ต้องการอะไรจากผม...หมวดโรส คิดว่าปลอมตัวใส่หน้ากากเป็นกุหลาบแดงแล้วผมจะไม่บอกคนอื่นเหรอไงว่าเป็นใคร"

"ที่ฉันต้องปลอมตัวเข้ามาแบบนี้ไม่ใช่เพราะว่าฉันกลัวถูกจับได้ว่าฉันเป็นใคร แต่ฉันให้เกียรติอาชีพตำรวจ ฉันถึงไม่เป็นหมวดโรสเข้ามาเล่นงานกำนัน แต่ให้เป็นหน้าที่ของกุหลาบแดงแทน"

"จะเป็นหมวดโรสหรือกุหลาบแดง แต่คิดเหรอว่าจะทำอะไรผมได้ ในนี้มีตำรวจที่คอยรักษาความปลอดภัยให้ พยานคนสำคัญอย่างผมอยู่เต็มไปหมด"

"ฉันจัดการตำรวจพวกนั้นหมดแล้ว...ตอนนี้ฉันมีเวลามากพอที่จะคุยกับกำนัน"

โรสจับกำนันฉ่ำใส่กุญแจมือ ลากตัวมาที่ห้องรับแขกมัดกับเก้าอี้ ซ้อมเขาจนเลือดกบปาก กำนันฉ่ำไม่ยี่หระต่อให้ ซ้อมจนตายเขาก็ไม่มีวันบอกอะไร โรสรู้ว่าจะจัดการกับคนอย่างเขาได้อย่างไร หันไปหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าออกมา จี้ไปที่ตัวกำนันฉ่ำถึงกับดิ้นพราดๆร้องโอดโอยลั่น

"ทีนี้ก็บอกฉันมาว่า ดร.ปฐมพงษ์สำคัญกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์อย่างไร" โรสเปิดเครื่องช็อตไฟฟ้าขู่

กำนันฉ่ำปากแข็งไม่ยอมพูด โรสจี้เครื่องช็อตไฟฟ้าอีกครั้ง กำนันฉ่ำร้องลั่น...ที่ด้านหน้าเซฟเฮาส์มรกตก้าวเข้ามาในชุดมือสังหาร ได้ยินเสียงกำนันฉ่ำร้องครวญคราง มองเข้าไปด้านในยิ้มเหี้ยม...

ขณะเดียวกัน สิงห์ จ่าเพิ่ม กับหมู่แย้มเอารูปถ่ายปฐมพงษ์ให้วินมอเตอร์ไซค์ดู วินมอเตอร์ไซค์จำได้แม่นว่าเจอชายคนนี้นอนสลบอยู่ตรงพงหญ้าด้านโน้น พร้อมกับชี้มือประกอบ สิงห์ถามว่าเจอนานหรือยัง

"ก็หลายวันแล้วครับ พวกผมจำได้แม่นเลยเพราะไอ้หมอเนี่ยมันไม่ปกติ ตอนแรกเห็นท่าทางก็เหมือนคนปกติทั่วไป แต่พอจะเข้าไปถามว่าบ้านอยู่ไหนชื่ออะไร มันก็บอกว่ามันเป็นซุปเปอร์แมน เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ พวกผมก็เลยเรียกรถพยาบาลมารับตัวมันไป"

ตำรวจทั้งสามนายมองหน้ากันอย่างแปลกใจไม่ทันสังเกตเห็นศรแอบฟังอยู่ไม่ห่าง...

ด้านโรสยังทรมานกำนันฉ่ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บอกเรื่องเกี่ยวกับปฐมพงษ์ แต่ไม่ว่าจะข่มขู่หรือทารุณอย่างไรกำนันฉ่ำไม่ปริปาก แถมเย้ยโรสว่าอย่ามัวมาเสียเวลากับตนเองเลย น่าจะเอาเวลาไปช่วยรักษาชีวิตสิงห์ดีกว่า โรสถึงกับหยุดกึก ถามว่าหมายความว่าอย่างไร

"...อย่าได้ประมาทเขี้ยวพยัคฆ์เด็ดขาด"

โรสเจ็บใจมาก จี้เครื่องช็อตไฟฟ้าใส่กำนันฉ่ำเป็นเวลานานจนหมดสติ แล้วจะออกไปช่วยสิงห์ พลันมีมีดสั้นพุ่งปักไหล่โรสอย่างจัง มือสังหารสาวปรากฏกายขึ้น

"เธอคิดว่าเธอจะรอดไปได้ง่ายๆขนาดนั้นเลยเหรอ... กุหลาบแดง"

โรสชักปืนยิงใส่มรกตไม่ยั้งเพื่อเปิดทางหนี มรกตพุ่งหลบกระสุนได้อย่างฉิวเฉียด พอเสียงปืนเงียบจึงวิ่งไล่ตาม โรสหนีเข้าไปในโรงงานแช่แข็งอาหาร ดึงมีดที่ปักคาไหล่ออก และพยายามห้ามเลือด...

พอได้ข้อมูลจากวินมอเตอร์ไซค์ หมู่แย้มรีบโทร.ติดต่อกับโรงพยาบาลจิตเวช จ่าเพิ่มบ่นเสียดายที่ปฐมพงษ์เป็นถึงนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก แต่ต้องกลายเป็นคนบ้า ฉลาดมากเกินไปจนเพี้ยน สิงห์กลับไม่คิดเช่นนั้น ปฐมพงษ์น่าจะแกล้งบ้าเพื่อหนีเอาตัวรอดจากพวกเขี้ยวพยัคฆ์มากกว่า

หมู่แย้มวางสายแล้วเข้ามารายงานสิงห์ว่าติดต่อกับทางโรงพยาบาลจิตเวชแล้ว ได้ความว่าทางนั้นมีการรับคนไข้ เข้ามาใหม่จริง แต่ยังระบุชื่อไม่ได้ว่าเป็นปฐมพงษ์ที่เราตามหาหรือเปล่า เพราะอยู่ๆข้อมูลคนไข้ของโรงพยาบาลเกิดล่มโดยไม่มีสาเหตุ ไฟล์ข้อมูลที่มีหายเกลี้ยงกู้ไม่ได้

"ผมว่าโรงพยาบาลไม่ได้รับคนเสียสติเข้าไปรักษาหรอกจ่า แต่รับอัจฉริยะเข้าไปอยู่ด้วยมากกว่า"

จ่าเพิ่มแนะนำให้รีบไปเอาตัวปฐมพงษ์ออกจากโรงพยา บาลจิตเวชก่อนที่พวกเขี้ยวพยัคฆ์จะรู้เรื่อง สิงห์เปิดประตูรถกำลังจะเข้าไปนั่ง โรสโทร.เข้ามือถือของสิงห์พอดี สิงห์ยืนคา อยู่ตรงประตูรถ

"หมวด...คุณอยู่ไหน ทำไมไม่มาสมทบกับผม"

"ผู้กองคะ...ตอนนี้ผู้กองกำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเขี้ยวพยัคฆ์กำลังติดตามผู้กองไปหา ดร.ปฐมพงษ์อยู่ค่ะ" โรสพูดได้แค่นั้น มีดสั้นของมรกตพุ่งเฉี่ยวมือทำให้มือถือหล่นโรสหันขวับ ยิงสวนไปหลายนัด

สิงห์ได้ยินเสียงปืน เอะใจต้องมีบางอย่างผิดปกติ ร้องบอกจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มให้รีบออกจากรถ ทั้งสามคนพุ่งหนีไปคนละทิศละทาง พลันเกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว รถสิงห์แหลกเป็นจุณ

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่วัดดอนควาย เสือมองโลงศพ เคนที่ตั้งอยู่บนศาลาสวดศพ หวนคิดถึงตอนลั่นไกปืนสังหารเพื่อนรักด้วยมือตัวเอง ถึงกับกำหมัดแน่นอย่างเจ็บแค้นใจ

"ข้าสัญญาว่าข้าจะแข็งแกร่งขึ้น ข้าจะปกป้องทุกคนที่ข้ารู้จัก เอ็งจะเป็นคนสุดท้ายที่นอนให้แผ่นดินกลบหน้าเพราะฝีมือของพวกมัน"

"ถ้าอย่างนั้นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็ต้องรีบไปช่วยพวกผู้กองสิงห์"

เสือหันขวับมองตามเสียง เห็นหลวงพ่อเข้มยืนอยู่ "หลวงพ่อ เกิดอะไรขึ้นกับพวกผู้กองครับ"

"พวกเขาทำหน้าที่เพื่อช่วยเอ็ง แต่นี่ยังไม่ใช่เวลาที่พวกเขาจะต่อสู้กับพวกมัน รีบไปก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป" ขาดคำ หลวงพ่อเข้มหายวับไป เสือรู้ทันทีว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดี กับสิงห์

ไม่นานนัก ครูเขี้ยวลากทองปลิวมาหาเสือเพื่อขอโทษเรื่องมะลิ เจอเสือในชุดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเตรียมจะออกไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือสิงห์กับพวก ครูเขี้ยวสงสัยว่าเสือจะไปช่วยพวกนั้นได้อย่างไร ที่นี่ห่างจากกรุงเทพฯตั้งไกล เสือจะใช้พลังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวที่สามารถไปได้เร็วกว่าคนปกติ

"งั้นระวังตัวด้วย เข่าพญาไฟของเอ็งยังฝึกไม่สมบูรณ์ อย่าเสี่ยงสู้กับมันเด็ดขาด"

เสือรับคำแล้วใช้พลังพุ่งทะยานออกไปรวดเร็วปานพายุพัด ทองปลิวมองเสือแล้วทึ่ง สนใจอยากเป็นซุปเปอร์ฮีโร่กับเขาบ้าง...

สิงห์ จ่าเพิ่ม และหมู่แย้มหนีรอดจากระเบิดมาได้อย่างหวุดหวิด ยังไม่ทันหายตกใจ ลิงลมกับศรปรากฏตัวขึ้น สิงห์ ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ แล้วสั่งลูกน้องทั้งสองคนให้รีบนำตัวปฐมพงษ์ ไปไว้ในที่ที่ปลอดภัย ส่วนทางนี้เขาจะจัดการเอง ศรห้ามทุกคนไปไหนเด็ดขาด ยกปืนขึ้นเล็งใส่สิงห์กับพวก สิงห์ยกมือขึ้นเพ่งพลังจิตไปที่ปืนในมือศร ปืนกระเด็นเหมือนถูกปัด ศรถึงกับอ้าปากค้าง

"น่าสนใจจริงๆผู้กอง นอกจากไอ้ลิงลมมันอยากเอาคืนจากผู้กองแล้ว ผมก็อยากจะขอชื่นชมพลังของผู้กองให้เป็นขวัญตาหน่อย อยากรู้ว่าจะรอดจากมือผมได้ไหม" ศรยิ้มแสยะ พยักพเยิดให้ลิงลม

ทั้งคู่พากันวิ่งหนี สิงห์หลงกลวิ่งไล่ตาม พอพ้นหัวโค้ง ลิงลมโผล่มาจากด้านหลังหมายจะเล่นงานแต่สิงห์ไหวตัวทัน ใช้พลังจิตสวนกลับ ลิงลมเจ็บใจ ปลุกพลังจากรอยสักรูปหนุมานออกมาต่อสู้กับสิงห์...

ทางด้านโรสยิงสกัดมือสังหารที่ไล่ตามมาติดๆจนกระสุนหมด มรกตในคราบมือสังหารตรงเข้าต่อสู้กับโรสด้วยมือเปล่า โรสเสียเปรียบเพราะได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ โดนมรกตซ้ำแผลเก่าจนเลือดไหลอาบ แต่ไม่ยอมแพ้ ตั้งท่าเตรียมต่อสู้

"ยังคิดจะสู้อีกเหรอคะ อย่าบังคับให้ฉันฆ่าหมวดเลย ฉันเสียดายคนเก่ง ถ้ามาร่วมงานกับเรา ฉันรับรองได้เลยว่าหมวดจะทำเงินได้มากกว่าอาชีพตำรวจร้อยเท่าพันเท่า"

"ถ้าคนอย่างฉันเห็นแก่เงิน ฉันคงไม่มาเป็นตำรวจหรอก"

"ศรัทธาในอุดมการณ์งั้นเหรอคะ...เขาว่าผู้หญิงชอบเรื่องเพ้อฝัน นี่ล่ะมั้งที่เป็นจุดอ่อนของหมวดสาวคนเก่งอย่างหมวดรสรินที่ทำให้สู้ฉันไม่ได้" มรกตตรงเข้าประเคนทั้งหมัดทั้งเข่าใส่ โรสโดนเข้าหลายดอกถึงกับเซถลาล้มใส่กองสินค้า มรกตย่ามใจชักมีดสั้นเดินเข้าหา

โรสรอจนได้ระยะ คว้าถังน้ำใกล้ๆสาดหน้ามือสังหารแล้วตรงเข้ายื้อแย่งมีดกันไปมา โรสอาศัยจังหวะที่ดีกว่าผลักมีดเสียบเข้าท้องมรกตอย่างแรง จนทรุดฮวบ ตามเข้าไปกระแทกมีดสั้นซ้ำเกือบมิดด้าม มรกตร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลง หน้ากากที่อำพรางใบหน้ามือสังหารหลุดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง โรสอึ้ง คาดไม่ถึงว่าจะเป็นมรกตคนใกล้ตัวที่พวกเธอไว้วางใจ

"แก...งั้นที่นายเคนต้องตายก็เพราะฝีมือแก"

"ก็ในเมื่อมันโง่อยากสอดรู้สอดเห็น มันก็สมควรตาย" มรกตกระอักเลือดออกมา แล้วแน่นิ่งไป โรสรู้สึกถึงพลังน่ากลัวบางอย่างจากด้านหลัง หันขวับไปมอง ตกใจที่เห็นแม็กนั่มจ้องมองเธอเขม็ง...

ลิงลมเล่นงานสิงห์อุตลุด ไม่เปิดโอกาสให้ใช้พลังจิต แต่พอสิงห์ตั้งหลักได้ อัดพลังใส่ลิงลมไม่ยั้งกระเด็นกระแทกกำแพงจุกตัวงอ ศรเห็นลิงลมเสียท่า โผล่เข้ามายิงปืนใส่ สิงห์ ต้องโดดหลบเข้าที่กำบัง

"โชว์สนุกพอได้แล้วผู้กอง ผมยอมรับว่าลูกเล่นใหม่ ของผู้กองมันเร้าใจเอาเรื่อง แต่มันก็ได้แค่นั้นแหละ พลังของผู้กองยังไงมันก็ต้องมีขีดจำกัดเหมือนกับไอ้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว"

"เอ็งหมายความว่าไงไอ้ศร"

"โทษทีว่ะที่ข้าไม่ได้บอกเอ็งก่อน ข้อมูลที่ข้าได้มาจากการบังคับหมอที่โรงพยาบาลให้มันพูด มันบอกว่ายิ่งผู้กองสิงห์ใช้พลังมากเท่าไหร่ ก็เหมือนกับไปกระตุ้นให้ตัวเอง บาดเจ็บมากเท่านั้น"

ทีแรกลิงลมโกรธที่ถูกศรหลอกใช้ให้สู้กับสิงห์ แต่พอคิดอีกทีก็ดีเหมือนกัน เจ็บตัวนิดๆหน่อยๆแต่ได้ดูอะไรสนุกๆทีหลัง ลิงลมพูดยังไม่ทันขาดคำ อาการปวดหัวของสิงห์กำเริบหนัก แทบยืนไม่อยู่ ได้แต่หลบอยู่หลังเสา ลิงลมกับศรแยกย้ายกันตีขนาบ ผู้กองหนุ่มสิ้นท่าถูกล้อม

"อยากบอกลาใครไหมครับเดี๋ยวผมจัดให้ หรือถ้าไม่อยากทรมาน ผมจะได้ช่วยระเบิดสมองผู้กองตอนนี้เลย สมองจะได้โล่งๆไม่มีอะไรติดอยู่ในหัวอีก" ศรเล็งปืนเตรียมลั่นไก

เสือมาจากไหนไม่รู้ กระชากปืนไปจากมือศร แล้วจับคอเสื้อเขาเหวี่ยง ปลิวกระแทกกำแพง ลิงลมใช้พลังความว่องไวต่อกรกับเสือ แต่ตั้งรับได้ไม่กี่กระบวนท่าถูกเสือจับเหวี่ยงไปกองรวมกับศร เสือจะตามเข้าไปจัดการขั้นเด็ดขาด แต่เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของสิงห์ทำให้เสือรีบเข้าไปดู พอหันมาอีกทีศรกับลิงลมอันตรธานไปแล้ว

ooooooo

หมัดของโรสทำอะไรแม็กนั่มไม่ได้ แม็กนั่มคว้าตัวเธอได้จับเหวี่ยงปลิวเหมือนเป็นตุ๊กตา โรสเห็นว่าสู้ไม่ได้ รีบหนี แม็กนั่มไล่ตามติด โรสมาถึงทางตันไม่รู้จะหนีไปไหนตัดสินใจเข้าไปแอบในห้องแช่แข็ง แม็กนั่มรู้ทันปิดประตูห้องล็อกกุญแจ แล้วเปิดอุณหภูมิให้เย็นจัดขังโรสให้หนาวตายในนั้น

โรสตกใจทุบประตูร้องขอความช่วยเหลือลั่น แม็กนั่มมองอย่างสะใจ เดินกลับมาหามรกต จับชีพจรดูก่อนจะอุ้มเธอไป...

ฝ่ายจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มมาถึงโรงพยาบาลจิตเวช เอารูปถ่ายปฐมพงษ์ให้เจ้าหน้าที่ที่นั่นดู เจ้าหน้าที่จำได้ ชี้ไปที่ คนไข้คนหนึ่งซึ่งกำลังเล่นสนุกตามประสาคนบ้าอยู่กับคนไข้อีกคนหนึ่งในสวนหย่อม ปฐมพงษ์หันมาเห็นพอดี คิดว่าจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มเป็นตำรวจในสังกัดพวกเขี้ยวพยัคฆ์รีบชิ่งหนี

จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มตามไม่ทันเพราะถูกกลุ่มคนไข้ โรคจิตเข้ามารุมล้อม ปฐมพงษ์หนีเล็ดลอดออกจากโรงพยาบาลได้ แต่รถตู้ของอำนาจปาดหน้าขวางไว้ อำนาจกับสมุนกรูกัน เข้าหา ปฐมพงษ์หน้าตื่น

"แก...เป็นใคร"

"ผมผู้พันอำนาจ หัวหน้าองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์"

ปฐมพงษ์ตกใจ หันหลังกลับจะวิ่งหนี อำนาจขวางไว้ "อย่าคิดหนีเลยดีกว่าครับ ดร. หนีไปก็มีแต่ลำบากสู้ไปอยู่กับผม มาร่วมงานกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ดร. จะได้อยู่สบายกว่าเยอะ"

"ฉันไม่ยอมใช้ความรู้ของฉันเป็นเครื่องมือให้พวกแกใช้ทำลายโลกใบนี้หรอก"

อำนาจว่าถ้าพูดกันดีๆไม่รู้เรื่อง คงต้องใช้กำลังพูดแทน แล้วพยักหน้าให้สมุนทุบต้นคอปฐมพงษ์ลากขึ้นรถตู้ จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มออกมาเห็นปฐมพงษ์ถูกพวกของอำนาจพาตัวไป ได้แต่เจ็บใจ...

ผ่านไปพักใหญ่ สิงห์ฟื้นขึ้นมาในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล  เป็นห่วงว่าโรสจะได้รับอันตราย  จัดแจงลงจากเตียง จะไปช่วย เสือขอให้ปล่อยเรื่องตามหาโรสเป็นหน้าที่เขาเอง สิงห์ยังไม่ทันพูดอะไร เสือใช้พลังข้าวเหนียวรวดเร็วดังพายุพัด ตามหาโรสมาถึงโรงงานอาหารแช่แข็ง เสือเจอโรสในสภาพใกล้ตายอยู่ในห้องแช่แข็ง ใช้พลังกระแทกล็อกประตูห้อง รีบพาโรสไปส่งโรงพยาบาล...

อำนาจพาปฐมพงษ์มายังบาร์ของตน ซึ่งได้กลายเป็น กองบัญชาการแห่งใหม่ของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ปฐมพงษ์ยอมตาย ถ้าอำนาจจะบังคับให้เขาเปิดเผยงานทดลอง อำนาจขอให้พักเรื่องนั้นไว้ก่อน ที่พาเขามาที่นี่เพราะอยากให้ช่วยเหลือใครบางคน ปฐมพงษ์บอกอย่างไม่ไยดีว่าไม่ช่วย

"ดร.ยังไม่เห็นเลยว่าคนที่ผมขอให้ ดร.ช่วยชีวิตเป็นใคร ลองดูก่อนว่าผมอยากให้ช่วยใคร"

ปฐมพงษ์มองอำนาจอย่างสงสัย  ครู่หนึ่งแม็กนั่มอุ้มร่าง ของมรกตเข้ามา ปฐมพงษ์ตกใจ ยืนอึ้งที่เห็นมรกตในสภาพสัญญาณชีพแทบไม่มี

"มือสังหารของผมได้รับบาดเจ็บมา รู้สึกว่ากำลังจะ ใกล้ตายแล้ว แต่ผมเชื่อว่าฝีมือของสุดยอดนายแพทย์อย่าง ดร. จะช่วยรักษาชีวิตเธอไว้ได้" อำนาจเห็นปฐมพงษ์ยืนนิ่งงัน จึงเข้ามาตบบ่า "แน่ใจเหรอครับว่า ดร.จะปล่อยให้ลูกสาวตัวเองตายต่อหน้าต่อตา"

ปฐมพงษ์ตัดสินใจช่วยมรกต อำนาจสั่งสมุนให้นำตัวมรกตไปยังห้องผ่าตัดทันที...ผ่านไปหลายชั่วโมง การผ่าตัดช่วยชีวิตมรกตได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ชีพจรของเธอกลับมาเต้นปกติอีกครั้ง

"เก่งมากครับ ดร. ยังไงสายสัมพันธ์ของพ่อลูกก็ตัดไม่ขาด ผมชื่นชมที่ ดร.ทำหน้าที่พ่อที่ดี"

ปฐมพงษ์ขอตัวอยู่กับลูกตามลำพัง อำนาจไม่ได้เอะใจ ทิ้งมรกตไว้กับปฐมพงษ์ พออำนาจลับสายตา ปฐมพงษ์หยิบหลอดฉีดยาขึ้นมา

"ฉันเคยเตือนแกแล้วว่าอย่าเดินบนเส้นทางนี้ แต่แกก็ไม่เคยฟังฉัน แกสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมามากพอแล้ว มีคนบริสุทธิ์ที่ต้องตายเพราะน้ำมือแกเยอะเกินไป...ฉันจะให้แกฟื้นขึ้นมาอีกไม่ได้ แกจะต้องนอนหลับอยู่อย่างนี้จนกว่าฉันจะเป็นคนปลุกแกขึ้นมาเอง...นังลูกไม่รักดี"

ปฐมพงษ์ฉีดยาผ่านทางสายน้ำเกลือให้มรกตด้วยแววตาเจ็บปวด

ooooooo

แสงระวีกับมะลิตกใจมากเมื่อรู้จากทองปลิวว่าเสือรีบร้อนกลับกรุงเทพฯเพื่อไปช่วยสิงห์ รายละเอียดปลีกย่อยทองปลิวไม่รู้ แสงระวีอดเป็นห่วงโรสกับมรกตไม่ได้ ขอตัวไปโทร.สอบถามเพิ่มเติมจากจ่าเพิ่มซึ่งมาเยี่ยมอาการบาดเจ็บของโรสพอดี พอแสงระวีรู้ว่าสิงห์ปลอดภัยก็โล่งอก รีบถามอาการโรส

"นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวช่วยมาได้เหมือนกัน รู้สึกว่า

หมวดจะสู้กับมือสังหารของพวกเขี้ยวพยัคฆ์จนได้รับบาดเจ็บ อาการหนักเอาเรื่อง  แต่เห็นหมอว่าโชคดีที่พามาโรงพยาบาลทัน"

โรสรู้สึกตัวเรียกชื่อแสงระวีเบาๆ พอแสงระวีรู้ว่าโรสฟื้นแล้วขอพูดสายด้วย จ่าเพิ่มเอามือถือยื่นให้โรส แสงระวีถามโรสว่าเป็นอย่างไรบ้าง

"ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว แต่...มรกต...เธอเป็นมือสังหารของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ที่ปลอมตัวมา ฉันสู้กับเธอและฉันก็ฆ่าเธอไปแล้ว"

แสงระวีถึงกับอึ้ง ไม่อยากเชื่อว่ามรกตเป็นมือสังหารเขี้ยวพยัคฆ์ที่ปลอมตัวเข้ามา...

ฝ่ายสิงห์ซึ่งนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเช่นกัน ขอบใจเสือที่มาช่วยตนเองกับโรสได้ทันเวลา อดแปลกใจไม่ได้ว่าเสือรู้ได้อย่างไรว่าเขาถูกพวกเขี้ยวพยัคฆ์เล่นงาน

"หลวงพ่อบอกผมว่าพวกผู้กองกำลังตกอยู่ในอันตรายครับ"

"หลวงพ่อเข้มน่ะเหรอ...ท่านมรณภาพไปแล้วนี่"

"ครับ...การที่หลวงพ่อสั่งให้ผมมาช่วยผู้กอง ผมคิดว่าหลวงพ่อคงอยากให้ผู้กองกลับไปที่ดอนควายกับผม เพื่อช่วยให้ผู้กองกลายเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งเหมือนอย่างนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว" เสือพูดสีหน้าจริงจัง...

ทองปลิวบอกมะลิว่าอยากฝึกมวยพญาไฟให้แก่กล้าขึ้น เพื่อจะได้ช่วยนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต่อสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์อีกแรง มะลิหาว่าเขาเพี้ยนแถมยังขี้โม้อีกต่างหาก ทองปลิวคิดจะอวดสาวจึงตั้งท่าเชิงมวยพญาไฟ เตะดงกล้วยท้ายวัดเป็นการอุ่นเครื่อง มะลิกอดอกมองนิ่ง

"เอาล่ะ ทีนี้ก็ดูให้ดีๆนะครับคุณมะลิ ของดีที่ไม่มีให้ดูมากนัก...เข่า...พญา...ไฟ"

ทองปลิวพุ่งเข้าหาต้นกล้วย แต่ไปไม่ถึงเหยียบเศษใบตองที่ตัวเองเตะหล่นเกลื่อนพื้นลื่นหัวคะมำชนต้นกล้วย เสียฟอร์มหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ มะลิโกรธที่เขาทำให้เสียเวลา เดินหน้าหงิกออกมา เห็นแสงระวียืนตาแดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้อย่างหนัก ตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น

"เป็นความผิดของพี่ ที่นายเคนต้องตายเป็นเพราะพี่เอง... หมวดโรสบอกพี่ว่ามรกตคือมือสังหารของพวกเขี้ยวพยัคฆ์" แสงระวีทำท่าจะร้องไห้อีก ขณะที่มะลิไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

ครู่ต่อมา แสงระวีชวนมะลิมาไหว้ศพเคนเป็นเพื่อน เธอจุดธูปพนมมืออธิษฐาน ขอให้เคนอโหสิกรรมให้ ถ้าเธอฟังคำเตือนของเขาสักนิด เขาอาจจะไม่ต้องมาตายอย่างนี้ มะลิปลอบว่าอย่าโทษตัวเอง เธอเองก็หลงเชื่อนังจิ้งจอกมรกตนั่นเหมือนกัน แสงระวีเกรงว่าป่านนี้เสือคงจะรู้เรื่องนี้แล้ว และคงจะโกรธมาก

"ไม่หรอกค่ะพี่แสงระวี พี่เสือเขามีเหตุผลพอ"

"แต่เขาเสียใจที่เพื่อนรักเขาต้องมาตายด้วยมือเขาเองมากนะมะลิ...ความผิดครั้งนี้มันเกิดขึ้นเพราะพี่...พี่ควรจะรับผิดชอบ"

มะลิอยากรู้ว่าแสงระวีคิดจะทำอะไร แต่แสงระวีไม่ตอบ ได้แต่ดึงมะลิเข้ามากอดทั้งน้ำตา

ooooooo

แม็กนั่นกำลังซ้อมมวยอยู่กับลิงลมกลางลานในบาร์ของอำนาจแต่เช้า ลิงลมสู้แรงมหาศาลของแม็กนั่มไม่ได้ เลยปลุกของขลังจากรอยสักขึ้นมา ใช้พลังว่องไวเข้าจู่โจม แต่ไร้ผลแม็กนั่มโต้กลับได้ทุกกระบวนท่า แถมยังเย้ยหยันลิงลมให้ขยันฝึกวิชาบ่อยๆจะได้เก่งอย่างเขา ลิงลมเจ็บใจคว้าเบียร์มาซด

"ไอ้แม็กนั่ม ฝากไว้ก่อนเถอะวะ เก่งให้ได้ตลอดนะเว้ย" ลิงลมโวยวายตอนที่แม็กนั่มไม่อยู่แล้ว

"เบาๆหน่อยไอ้ลิงลม ทุกทีหัวเราะชอบใจมีแต่เรื่องบันเทิงไม่ใช่หรือ"

"อย่ามาทะลึ่งกับข้านะเว้ย อารมณ์เสียขึ้นมาเดี๋ยวข้าจะบันเทิงเอ็งแทน"

ศรปรามลิงลมว่าอย่ามาหาเรื่องพวกเดียวกันเอง ใครใช้ให้ไปเป็นคู่ซ้อมแม็กนั่มทั้งๆที่รู้แก่ใจดีว่าสู้ไม่ได้ ลิงลมไม่พอใจกระชากคอเสื้อศรจ้องหน้า

"อย่ามาปากเสียนะเว้ย...ข้าไม่ชอบอยู่เฉยๆ ยิ่งไอ้ผู้กองมันแกร่งขึ้น ข้าก็ต้องหาทางเหนือกว่ามัน"

ศรยุส่งให้ฉีดยากระตุ้นพลังของแม็กนั่ม ลิงลมจะไม่ยอมใช้ยากระตุ้นพลังจนกว่าจะแน่ใจว่ายาไม่มีผลข้างเคียงถึงตายอย่างเคน เขากระดกเบียร์จนหมด กระแทกขวดเบียร์กับบาร์อย่างหงุดหงิด บอกว่าขี้เกียจอยู่เฉยๆ จะออกไปสืบหาคนที่มาช่วยเสือไว้คราวก่อนอยากรู้ว่ามันเป็นใคร...

กำนันฉ่ำโทร.มาต่อว่าอำนาจเรื่องที่เคยรับปากว่าถ้าเขายอมอยู่ในโครงการคุ้มครองพยานแล้วจะปลอดภัย แต่กลับโดนโรสเล่นงานจนสะบักสะบอมเกือบจะเปิดปากพูดความลับของอำนาจอยู่แล้ว

"ถ้ากำนันไม่พูดอะไร แล้วคอยให้ข้อมูลผิดๆไปเรื่อยๆปล่อยให้พวกตำรวจจับแพะตัวเล็กๆไป ฉันรับรองว่ากำนันจะไม่เจอเรื่องแบบนี้อีก"

กำนันฉ่ำทำตามคำสั่งอำนาจอยู่แล้ว แต่อำนาจเองก็ต้องช่วยกันพวกสิงห์ไม่ให้มายุ่งกับเขาอีก อำนาจรับปากจะจัดการเรื่องนี้ให้...

สายวันเดียวกัน ที่กองปราบฯ สิงห์เตือนโรสด้วยความเป็นห่วงว่าสิ่งที่เธอทำไปนั้นเสี่ยงต่ออาชีพตำรวจของเธอมาก โรสยอมเสี่ยงเพราะถ้าไม่เล่นนอกเกมกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์บ้าง เราก็จะกลายเป็นฝ่ายเดินตามเกมของพวกมันตลอด จังหวะนั้น จ่าเพิ่มเข้ามารายงานทั้งคู่ว่า

"เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ กองบัญชาการฯมีคำสั่งให้ส่งตัวหมวดโรสไปสอบสวน"

"สอบสวนเรื่องอะไร"

"คงจะเป็นเรื่องที่ฉันบุกไปหากำนันฉ่ำ"

สิงห์เดาว่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์ต้องมีเอี่ยวกับเรื่องนี้แน่ เขาจะไม่ยอมให้พวกนี้พาโรสไปเด็ดขาด สิงห์ว่าแล้วเดินนำโรสมายังห้องสอบสวน เจอตำรวจนอกเครื่องแบบที่ถูกส่งมารับตัวโรสรออยู่ สิงห์ออกหน้ารับรองว่าโรสไม่ได้ทำตามข้อกล่าวหาที่ว่าเธอบุกไปเล่นงานกำนันฉ่ำ ตอนนั้นเธอสืบคดีอยู่กับเขา

ตำรวจนอกเครื่องแบบขู่ว่าถ้าทางเขาตรวจสอบแล้วพบว่าคำกล่าวอ้างของสิงห์ไม่เป็นความจริง สิงห์จะต้องติดร่างแหไปด้วย โรสไม่อยากดึงสิงห์มาเกี่ยวข้อง ยอมรับผิดว่าทำไปเองโดยพลการ สิงห์ไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย ตำรวจจับโรสใส่กุญแจมือ จะเอาตัวไปสอบสวนต่อที่กองบัญชาการฯ

"ไม่ต้องห่วงฉันค่ะ ผู้กองต้องทำหน้าที่ของตัวเองไปอย่ายอมแพ้พวกมันเด็ดขาด"

สิงห์มองตามโรสไปอย่างใจหาย รู้ดีว่าถ้าปล่อยเธอไป เธอคงไม่ได้กลับมาที่นี่อีก จ่าเพิ่มแนะว่าเราต้องเสี่ยงชิงตัวโรสกลับมา สิงห์นิ่งคิดอึดใจ ตัดสินใจทำตามคำแนะนำของจ่าเพิ่ม รีบตามรถของตำรวจนอกเครื่องแบบไม่ให้คลาดสายตา

ตำรวจนอกเครื่องแบบมองกระจกส่องหลังเห็นรถของสิงห์ตาม รีบเร่งเครื่องหนี สิงห์สั่งจ่าเพิ่มเร่งความเร็วตามให้ทัน แต่พอเลี้ยวซ้ายสี่แยก จ่าเพิ่มต้องเหยียบเบรกตัวโก่ง แม็กนั่มกับศรยืนขวางถนน

"เป็นแผนการของพวกเขี้ยวพยัคฆ์จริงๆ ผมจะปล่อยให้หมวดโรสตกอยู่ในมือพวกมันไม่ได้"

สิงห์ชักปืนขึ้นมากระชับ รีบลงจากรถ จ่าเพิ่มตามติด สองฝ่ายเปิดฉากดวลปืนกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จ่าเพิ่มพลาดท่าถูกกระสุนที่ไหล่ สิงห์รีบประคองจ่าเพิ่มหลบเข้าหาที่กำบัง...

ในเวลาเดียวกัน เสือมารอรับสิงห์ไปฝึกวิชาที่บ้านดอนควายตามนัด หมู่แย้มกลับโผล่มาแทน แจ้งเสือว่าเกิดเรื่องกับโรส พวกเขี้ยวพยัคฆ์ใช้เส้นสายมาพาตัวเธอไป สิงห์เลยมาตามนัดกับเสือไม่ได้ เสือเป็นห่วงเพราะสิงห์ยังไม่หายดี ไม่พร้อมจะรับมือกับพวกนั้น

ooooooo

กว่าโรสจะรู้ตัวว่าตำรวจนอกเครื่องแบบที่พาตัวเธอมาเป็นพวกเขี้ยวพยัคฆ์เมื่อถูกพามายังตึกร้างแห่งหนึ่ง ด้านในมีศพตำรวจสองนายถูกยิงตาย โดยมีอำนาจยืนยิ้มอย่างผู้ชนะอยู่ไม่ห่าง

"แกวางแผนจะให้ฉันเป็นคนฆ่าตำรวจพวกนั้น แล้วโยนความผิดว่าฉันพยายามหนีการสอบสวน"

"ฉลาดมากครับหมวด ก็ในเมื่อหมวดชอบหาเรื่องใส่ตัวไม่หยุด ในฐานะคนคุ้นเคยกัน ผมก็เลยต้องช่วยเอาเรื่องมาใส่ให้เยอะๆไงครับ"

โรสจะสู้แต่ติดกุญแจมือทำอะไรไม่ได้ อำนาจสั่งสมุนในคราบตำรวจไขกุญแจมือเธอออก พอหลุดจากเครื่องพันธนาการ โรสจัดการสมุนทั้งสองคนล้มคว่ำ แล้วหันมาตั้งท่าพร้อมจะสู้ กับอำนาจ

"ถ้าหมวดอยากสนุก...ผมก็จะสนองให้" อำนาจหัวเราะชอบใจ

โรสพุ่งใส่อำนาจ ทั้งเตะทั้งต่อยไม่ยั้ง อำนาจตั้งรับได้หมด โรสเสียท่าถูกอำนาจจับเหวี่ยงกระเด็นไปข้างตัวสมุนที่นอนหมดสติ เห็นปืนพวกนั้นตกอยู่ เธอคว้าขึ้นมาเล็งไปที่อำนาจ อำนาจปลุกพลังเหล็กไหลขึ้นมา เส้นเลือดทั่วตัวปูดโปนเป็นสีดำ โรสตะลึง แต่ก็ลั่นกระสุนใส่จนหมดแมกกาซีน ลูกปืนทำอะไรเขาไม่ได้

อำนาจก้าวเข้ามายืนประจันหน้าหญิงสาว โรสชกเปรี้ยงเข้าหน้า แต่เธอกลับเป็นฝ่ายเจ็บมือเสียเอง เพราะเนื้อตัวอำนาจแข็งราวกับเหล็ก อำนาจชกท้องน้อยโรสอย่างแรง สลบเหมือด

"ผมขอให้หมวดสนุกกับการเป็นคนร้ายบ้างแล้วกัน" อำนาจประคองโรสไว้ หัวเราะสะใจ...

สิงห์เห็นว่าถ้ามัวแต่หลบอยู่อย่างนี้ ไม่มีทางตามไปช่วยโรสได้แน่ จึงวางแผนให้จ่าเพิ่มยิงล่อศรไปอีกทาง ส่วนเขาจะจัดการกับแม็กนั่มเอง จ่าเพิ่มค้านว่าสิงห์คนเดียวจะสู้ฝรั่งยักษ์ได้หรือ สิงห์ขอให้เชื่อมือ พอศรเดินเข้ามาได้ระยะ จ่าเพิ่มโผล่ออกไปยิงใส่ ศรกระโดดหลบ ไม่ทันเห็นว่าสิงห์แอบหนีไปอีกทาง

สิงห์หนีมาได้พักเดียว เจอแม็กนั่มยืนขวางทางอยู่ ทั้งคู่ต่อสู้กันด้วยมือเปล่า สิงห์สู้แม็กนั่มไม่ไหว จำเป็นต้องใช้พลังจิตสู้ สะบัดมือใส่ แม็กนั่มหน้าหันเหมือนถูกชก แต่ก็ทำได้แค่นั้น สิงห์ใช้พลังจิตอีกครั้งคราวนี้แรงกว่าเดิม ก็ยังทำอะไรแม็กนั่มไม่ได้อยู่ดี แม็กนั่มยิ้มหยัน ตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควาย

"...นี่แกใช้หมัดเขวี้ยงควายได้ด้วยหรือ"

แม็กนั่มไม่พูดพล่าม ปล่อยหมัดใส่ แรงอัดอากาศกระแทกสิงห์กระเด็น สิงห์พยายามยันตัวลุกขึ้น โชคร้ายอาการปวดหัวกำเริบขึ้นมา สิงห์จำต้องกัดฟันทน...

จ่าเพิ่มล่อศรจนตัวเองกลับจนมุมหนีต่อไม่ได้ ศรตามเข้ามาเล็งปืนใส่ ยังไม่ทันจะเหนี่ยวไก เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวโผล่มาขวางทางปืน ศรยิงใส่เสือเปรี้ยงๆๆ เสือปัดกระสุนได้หมดแล้วรีบวิ่งไปดูอาการจ่าเพิ่ม เห็นว่าไม่บาดเจ็บอะไรมากนัก เสือหันมาทางศรตั้งท่าเอาเรื่อง ศรกลับเก็บปืน

"ไม่ใช่ว่าข้ากลัวเอ็งหรอกนะเว้ยบักเสือ...แต่เอ็งอย่ามาเสียเวลากับข้าเลย รีบๆไปช่วยผู้กองกับหมวดคนเก่งของเอ็งดีกว่า" ศรยิ้มแสยะ เดินหนีหน้าตาเฉย เสือมองตามเจ็บใจ

ooooooo

ตอนที่ 22

สิงห์ตื่นมาตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล โรสซึ่งนั่งหลับอยู่ข้างเตียงพลอยรู้สึกตัวไปด้วย สิงห์พยายามนึกทบทวนว่าเมื่อวานนี้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง จำได้ว่าอยู่ในห้องน้ำ เงยหน้ามองกระจกเหนืออ่างล้างมือ กระจกก็ลั่นเปรี๊ยะแตกทั้งบาน

"ผู้กองยังปวดหัวอยู่เหรอคะ" เสียงของโรสปลุกสิงห์ ตื่นจากภวังค์

"เปล่า...ตอนนี้ผมไม่เป็นอะไรแล้ว" สิงห์จะลุกลงจาก เตียง โรสรีบห้าม อ้างว่าหมอสั่งเด็ดขาดไม่ให้เขาไปไหน สิงห์รู้ว่า มีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับเขา แต่ไม่สามารถจะอธิบายให้ โรสฟัง ได้แต่อึกๆอักๆ โรสขอร้องให้เขานอนพักก่อน ไว้หายดี แล้วค่อยบอกเธอทีหลัง สิงห์เอนตัวลงนอนด้วยสีหน้าเป็นกังวล

สักพัก โรสออกจากห้องพักฟื้นปล่อยให้สิงห์นอนพัก จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มปราดเข้ามาถามอาการของสิงห์ได้ความว่าไม่เป็นอะไรแล้ว โรสแค่อยากให้เขานอนพักมากๆ ส่วนเรื่องงาน พวกเราสามคนมาช่วยกันสางงานที่ค้างให้เขาดีกว่า เขาจะได้ไม่ต้องมาพะวง

"พูดถึงเรื่องงาน ผู้กองให้ผมไปหาข้อมูลของ ดร.ปฐมพงษ์มา ผมว่าจะเอาไปให้ผู้กองดูอยู่พอดี"

"ดร.ปฐมพงษ์...ใครหรือจ่า"

"เป็นนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ฝีมือเยี่ยมที่เคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบ ลมาครับ น่าแปลกที่ ดร.ปฐมพงษ์ เพิ่งเดินทางมาเมืองไทยเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ตอนนี้กลับหายตัวไปอย่างลึกลับ"

โรสฟังอย่างสนใจ จังหวะนั้น หมอมาเชิญทั้งสามคนไปปรึกษาเรื่องของสิงห์ที่ห้องตรวจ...

ทางด้านเคนยังนั่งคออ่อนคอพับถูกมัดติดกับเก้าอี้ ลิงลมกับศรเข้ามาดูสภาพเคนแล้วลงความเห็นว่าไม่น่าจะรอด ขณะกำลังชวนกันไปหาอำนาจ เคนกลับรู้สึกตัว เงยหน้ามองทั้งคู่ด้วยดวงตาแข็งกร้าวไร้สติกระชากเชือกที่มัดจนขาดสะบั้น พุ่งคว้าคอลิงลมเหวี่ยงใส่กำแพง แล้วย่างสามขุมหาศร จับเหวี่ยงไปกองรวมกับลิงลม อำนาจได้ยินเสียงโครมครามเข้ามาดู เห็นสภาพเคนแล้วยิ้มสะใจ รีบเอารูปสิงห์ยื่นให้ดู

"ก่อนที่แกจะไปจัดการกับบักเสือเพื่อนแก...ข้ามีของสนุกให้แกได้ลองใช้พลัง อันไร้ขีดจำกัดนั่นก่อน...ไปจัดการผู้กองสิงห์ซะ" อำนาจมองเคนด้วยสีหน้าเหี้ยม...

โรส จ่าเพิ่ม กับหมู่แย้มถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินหมอบอกว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองที่เขาติดต่อขอความช่วยเหลือเรื่องผ่าตัดสิงห์ เป็นคนคนเดียวกับ ดร.ปฐมพงษ์ ที่สิงห์สั่งให้ จ่าเพิ่มไปสืบหาข้อมูล ทั้งสามคนเดินออกจากห้องหมอด้วยสีหน้าครุ่นคิดสงสัย

"ฉันว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดาเกี่ยวกับการหายตัว ไปของ ดร.ปฐมพงษ์ นอกจากจะต้องตามหาตัวให้เจอแล้ว ฉันอยากรู้ว่างานวิจัยของ ดร.คนนี้เกี่ยวข้องกับอะไร"

"ได้ครับหมวด ผมกับจ่าจะไปตามสืบหาร่องรอยของ ดร.ปฐมพงษ์ให้เจอครับ"

จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรีบไปปฏิบัติตามคำสั่งของโรสทันที โรสเพิ่งสังเกตเห็นเคนท่าทางเหมือนคนไร้สติเดินเข้ามาจากอีกทางหนึ่งไกลๆ เธอร้องเรียก แต่เคนเดินตัวแข็งทื่อ ไม่สนใจ โรสรีบวิ่งตาม

ooooooo

ทางด้านสิงห์ยังคาใจไม่หายกับสิ่งมหัศจรรย์

ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เขาลองเพ่งกระแสจิต พร้อมกับยื่นมือชี้ไปยังแจกันบนโต๊ะปลายเตียง แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สิงห์ลองอีกครั้ง คราวนี้เขาหลับตาแล้วผลักมือออกไปตรงๆ แจกันแตกกระจายราวกับถูกยิงด้วยพลังที่มองไม่เห็น สิงห์ประหลาดใจมาก...

โรสตามเคนมาทันตรงหน้าห้องพักสิงห์ ถามว่าจะมาเยี่ยมสิงห์หรือ เคนไม่ตอบหันมามองตาขวางพูดอยู่คำเดียวว่า "ฆ่าผู้กองสิงห์ๆ" โรสยังไม่ทันจะถามอะไรอีก เคนปราดเข้ามาคว้าคอบีบอย่างแรง โรสหายใจไม่ออกร้องลั่น สิงห์ได้ยินเสียงโรสร้องรีบออกมาดู เห็นโรสกำลังถูกเคนทำร้าย ตะโกนสั่งเคนให้หยุดเดี๋ยวนี้

เคนชะงัก พอหันมาเห็นสิงห์ก็เหวี่ยงโรสกระเด็น สิงห์เข้าไปประคองโรสลุกขึ้น ถามว่าสู้กับเคนทำไม โรสหน้าตื่นบอกว่านั่นไม่ใช่นายเคนที่พวกเรารู้จัก เขามาที่นี่เพื่อฆ่าสิงห์ สิงห์ตกใจ หันขวับไปมองเคน

"ฆ่า...ฆ่าผู้กองสิงห์" เคนพึมพำ

โรสเห็นท่าไม่ดีชวนสิงห์หนี สิงห์พยุงโรสพาหนีไปบนดาดฟ้าโรงพยาบาล เคนตรงเข้าขวางหน้าทั้งคู่ ปากยังคงพึมพำ ว่า "ฆ่าผู้กองสิงห์ๆ" อยู่ตลอด สิงห์พยายามพูดเพื่อเรียกสติ แต่เคนไม่ฟัง ปรี่เข้าหา สิงห์จำใจต้องต่อสู้กับเคนซึ่งไม่มีเชิงมวยอะไร มีแต่พลังมหาศาลผิดมนุษย์

สิงห์อัดกำปั้นใส่เคนไม่ยั้ง แต่เขาไม่สะทกสะท้านคว้าตัวสิงห์ได้เหวี่ยงกระเด็น โรสเห็นไม่ได้การรีบเข้าไปขวาง เคนผลักเธอหัวกระแทกพื้นสลบเหมือด สิงห์วิ่งเข้ามาประจันหน้าเคน

"นายเป็นบ้าอะไรของนาย นี่ฉันผู้กองสิงห์ เราเป็นพวกเดียวกันนะ ตั้งสติหน่อยสินายเคน"

เคนชะงักเหมือนจะจำได้ แต่แล้วกลับกุมขมับร้องโหยหวน ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น สิงห์ปรี่เข้าไปประคอง ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

"พวก...มัน...เขี้ยวพยัคฆ์...โอ๊ย...ผู้กอง...บอกบักเสือ... ไม่ต้องช่วยผม...ผมไม่อยากทำร้ายมัน บอกให้มันฆ่าผมให้ตาย อย่าให้ผมทรมาน...ให้บักเสือฆ่าผม...ขอร้องล่ะครับผู้กอง"

เคนพูดได้แค่นั้นก็กลับไปไร้สติเหมือนเก่า ชกต่อย สิงห์ไม่ยั้ง สิงห์พยายามพูดเตือนสติอีกครั้งแต่ไร้ผล เคนกระหน่ำชกจนสิงห์ถอยร่นไม่เป็นขบวนติดประตูทางลง สิงห์หนีไม่ออก ตัดสินใจอัดพลังจิตใส่เคนเต็มๆกระเด็นตกดาดฟ้า สิงห์จะตามไปดู แต่เกิดปวดหัวอย่างรุนแรงเสียก่อน...

ในเวลาต่อมา ศรกับลิงลมพยุงเคนซึ่งหมดสติกลับมายังรังของอำนาจ พออำนาจรู้ว่าเคนกำจัดสิงห์ไม่สำเร็จ สั่งศรกับลิงลมเอาตัวเคนไปให้แม็กนั่มฉีดสารกระตุ้นพลังเพิ่มอีก

"ฉันอยากเห็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวตายด้วยมือของพวกเดียวกันเอง"

ooooooo

เสือดีใจเมื่อรู้จากแสงระวีว่าเจอเคนที่โรงพยาบาล ซึ่งสิงห์รักษาตัวอยู่ แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าเคนไปทำอะไรที่นั่น แสงระวีไม่ค่อยจะเข้าใจที่สิงห์โทร.มาเล่าให้ฟังนัก รู้แต่ว่าสิงห์ต้องต่อสู้กับเคน เพราะเคนเอาแต่พูดว่าถูกส่งมาฆ่าสิงห์ เสือไม่เชื่อว่าเคนจะทำเรื่องแบบนั้น

"ฉันก็ไม่อยากเชื่อ แต่เคนทำร้ายหมวดโรสบาดเจ็บ พี่สิงห์อยากจะคุยเรื่องนี้กับนายตามลำพังด้วย"

เสือสีหน้าแปลกใจ มัวแต่กังวลเรื่องเคนจึงไม่ทันเห็นว่ามรกตแอบฟังทั้งคู่คุยกัน...

หลังจากสิงห์ได้รับยาแก้ปวด อาการปวดหัวรุนแรงก็ทุเลา โรสฟื้นได้สติ วิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามสิงห์ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะก่อนเธอจะหมดสติ จำได้ว่าเราสองคนสู้เคนไม่ได้และเกือบจะถูกเคนฆ่าตายด้วยซ้ำ แล้วทำไมอยู่ๆสิงห์ถึงจัดการเคนได้ สิงห์บอกให้ใจเย็นๆไม่มีอะไร เคนหนีไปได้ โรสสงสัยว่าเคนเป็นอะไรไป

"พวกเขี้ยวพยัคฆ์บังคับเขาให้มาฆ่าพวกเรา"

"แล้วพวกมันทำอย่างนั้นกับนายเคนได้ยังไง นายเคนเป็นเพื่อนเรา เขาต้องไม่คิดจะทำร้ายเราแน่"

"เรื่องนั้นเราต้องคิดหาคำตอบและช่วยนายเคนให้ได้"

ระหว่างนั้น พยาบาลเข้ามาแจ้งสิงห์ว่าหมอพร้อมจะให้พบแล้ว โรสสงสัยว่าสิงห์ขอพบหมอทำไม สิงห์ยังไม่อยากบอกอะไรกับโรสจึงแต่งเรื่องว่าไปให้หมอตรวจร่างกายทั่วๆไป โรสมองตามสิงห์อย่างสงสัย ครู่ต่อมา สิงห์มาถึงห้องตรวจ หมอไม่รอช้า ถามสิงห์ว่ามีอาการผิดปกติอะไรจะถามเขาหรือ

"ถ้าผมบอกหมอไป หมอต้องปิดเรื่องนี้เป็นความลับอย่าเพิ่งให้ใครทราบ"

หมอรับปากเพราะนั่นเป็นจรรยาบรรณของหมอกับคนไข้อยู่แล้ว สิงห์หันไปทางโต๊ะวางเครื่องมือแพทย์ เพ่งมองอยู่อึดใจ เครื่องมือแพทย์กระเด็นตกจากโต๊ะราวกับถูกปัด หมอถึงกับผงะ ถามว่าทำได้อย่างไร สิงห์สงสัยว่าอาจจะเป็นเพราะสะเก็ดระเบิดที่ฝังอยู่ในหัวเขา หมอพยักหน้าช้าๆเหมือนเห็นด้วยกับสิงห์ สะเก็ดระเบิดคงไปกระตุ้นให้เกิดพลังจิต สามารถเคลื่อนย้ายวัตถุต่างๆได้

"แล้วอาการปวดหัวอย่างมากที่เกิดกับผมหลังใช้ พลังจิตล่ะครับ"

"ผู้กองอย่าลืมนะครับว่าสิ่งแปลกปลอมยังอยู่ในสมองของผู้กอง ยังไงมันก็ยังเป็นอันตรายอยู่"

"งั้นผมจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่"

"เรื่องนี้หมอให้คำตอบไม่ได้จริงๆครับ คนที่น่าจะไขข้อสงสัยและช่วยผู้กองได้มากที่สุดน่าจะเป็น ดร.ปฐมพงษ์ เพราะผมเคยได้ยินมาว่าท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาทางด้านพลังสมอง โดยตรง"

สิงห์ได้ยินชื่อปฐมพงษ์ ถึงกับอึ้ง...

พอเสือรู้จากโรสว่าเกิดอะไรขึ้นกับเคน เป็นห่วงเพื่อนรักมาก หุนหันจะออกไปตามหา ไม่ยอมรอพบสิงห์ แสงระวีพยายามขอร้องให้เขารอคุยธุระสำคัญกับสิงห์ก่อนแต่ไม่เป็นผล...

ปฐมพงษ์ทำตัวเป็นคนบ้าในโรงพยาบาลจิตเวชได้เนียนมาก ทั้งหมอทั้งพยาบาลไม่มีใครสงสัยอะไร แต่พอพยาบาลถามว่าปฐมพงษ์เป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน เขาจะแกล้งพูดจาไม่รู้เรื่องขึ้นมาทันที เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเข้ามาถามพยาบาลว่าคนป่วยยังไม่ยอมบอกอีกหรือว่าเป็นใคร พยาบาลส่ายหน้า

"ไม่เป็นไร...รู้สึกว่าทางตำรวจจะเอาภาพถ่ายไปค้นประวัติเจอแล้ว กำลังจะส่งมาที่นี่"

ปฐมพงษ์ถึงกับหูผึ่ง รีบมาที่ห้องทะเบียนประวัติ ทำเป็นคนบ้ายืนเตร่หน้าห้อง รอเจ้าหน้าที่แผนกทะเบียนออกจากห้อง ปฐมพงษ์รีบตรงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ เปิดดูไฟล์ข้อมูลคนไข้ เจอข้อมูลตัวเองที่ถูกส่งมา เขาจัดการใส่ไวรัสลงในไฟล์แล้วรีบหลบออกจากห้อง ไวรัสทำลายไฟล์ข้อมูลนั้นเสียหายทั้งหมด...

สิงห์กลับมาห้องพักฟื้น เจอโรสนั่งรออยู่คนเดียว แปลกใจว่าทำไมเสือกับแสงระวีถึงยังไม่มา โรสบอกว่าทั้งคู่ มาแล้ว แต่พอรู้ว่าเคนถูกพวกเขี้ยวพยัคฆ์เล่นงาน ทั้งสองคนก็รีบผลุนผลันออกไป สิงห์ต่อว่าโรสที่ปล่อยให้เสือกลับไปทั้งๆที่ยังไม่ได้คุยธุระสำคัญกับเขา ก่อน

"มีเรื่องสำคัญอะไรคะผู้กอง"

"นายเคนขอร้องให้นายเสือเป็นคนฆ่าเขากับมือ" สิงห์สีหน้าหนักใจ

ooooooo

มะลิยังคงไปฝึกวิชาป้องกันตัวอย่างเอาจริงเอาจังกับทองปลิวเช่นเคย ซ้อมเตะต่อยใส่ทองปลิวไม่ยั้งจนแทบตั้งรับไม่ทัน ทองปลิวต้องขอร้องเธอเพลามือหน่อย เดี๋ยวจะหมดแรงเสียก่อน

"ฉันไม่เหนื่อย นายตอบโต้ฉันมาได้เลยไม่ต้องยั้งมือ"

ทองปลิวไม่กล้า เกรงจะพลั้งมือทำให้มะลิเจ็บตัว มะลิเคืองที่ทองปลิวไม่ยอมตอบโต้เลยไล่ถลุงข้างเดียว ทองปลิวบ่นอุบว่าแค่ซ้อมกันเฉยๆทำไมต้องชกจริงๆด้วย ถ้าอย่างนั้นเขาจะสู้กับเธอแบบจริงๆบ้างแล้วห้ามโวยวายทีหลัง มะลิสัญญาว่าจะไม่โวยใส่ บอกทองปลิวเข้ามาได้เลย ทองปลิวแกล้งง้างหมัดจะชก

แต่กลับคว้าไหล่ ขัดขามะลิแทน หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวเสียหลักหงายหลัง ทองปลิวรับเธอไว้ในอ้อมแขน ตาสบตากันตะลึงงัน พอตั้งหลักได้มะลิรีบผลักเขาออก แก้เขินเดินเลี่ยงไปดื่มน้ำ ทองปลิวตาม

"ของอย่างนี้เขาใช้เวลาฝึกกันเป็นปีๆอยู่ดีๆจะมาเร่งรัดให้สู้เป็นในไม่กี่ วันแบบนี้ ฉันว่าต้องมีอะไรแน่" ทองปลิวเห็นมะลินิ่งจึงพูดต่อ "ในเมื่อเธอไว้ใจให้ฉันช่วยสอนเธอแล้ว มีอะไรก็บอกฉันสิ ฉันจะได้ช่วยให้เต็มที่"

"เพื่อนรักของพี่ชายฉันโดนพวกที่มันทำลายชีวิตพวกเราจับตัวไป จนป่านนี้ยังไม้รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง ถึงฉันจะยังไม่เก่งพอจะไปช่วยเขาได้ แต่ฉันก็อยากเก่งพอที่จะช่วยจัดการพวกมันได้บ้าง"

จังหวะนั้น มีเสียงครูเขี้ยวตะโกนเรียกทองปลิวดังมาแต่ไกล ทองปลิวสะดุ้งโหยง รีบคว้าข้อมือมะลิพาหลบออกหลังบ้าน มะลิแปลกใจว่าทำไมต้องหลบ ทองปลิวขอร้องว่าอย่าเพิ่งถามอะไร...

เสือกลับถึงบ้านตะโกนเรียกมรกตลั่น แสงระวีสงสัยว่าเรียกหามรกตทำไม เสือไม่ตอบพอเห็นมรกตโผล่หน้าเข้ามา ปรี่เข้าไปถามว่าเคนอยู่ที่ไหน มรกตตีหน้าตายย้อนถามว่าทำไมเขามาถามแบบนี้

"ก็เพราะบักเคนมันโดนพวกเขี้ยวพยัคฆ์จับตัวไป และคุณอยู่กับมันเป็นคนสุดท้าย"

"นายเสือ...นี่นายคิดว่ามรกตเป็นพวกเดียวกับเขี้ยวพยัคฆ์เหรอ"

เสือไม่รู้ว่าที่จริงแล้วมรกตเป็นใครมาจากไหน แต่ที่แน่ๆก็คือ คนที่มรกตอ้างว่าเอาตัวเคนไป คือคนของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เสือคาดคั้นมรกตให้บอกว่าเอาเคนไปไว้ที่ไหน มรกตบอกทั้งน้ำตาว่าไม่รู้ไม่เห็น หันไปขอความเห็นใจจากแสงระวี แสงระวีหลงกลต่อว่าเสือว่าเล่นงานผิดคน แล้วดึงเสือให้ห่างจากมรกต

"ถ้านายสงสัยเรื่องของมรกตกับเคน...ฉันจะถามเธอเอง"

เสือมองมรกตอย่างไม่ไว้วางใจ เดินหัวเสียออกไป แสงระวีถามมรกตว่าทำไมคนที่ใส่ร้ายมรกตถึงจับตัวเคนไปให้พวกเขี้ยวพยัคฆ์ ถ้ามรกตอธิบายเรื่องนี้ให้เสือเชื่อไม่ได้ เขาจะไม่มีวันหยุดสงสัยเธอแน่...

ทองปลิวขี่สกูตเตอร์พามะลิหนีครูเขี้ยวมาแถวริมน้ำ บอกเหตุผลที่ต้องพาหนีเพราะขืนครูเขี้ยวเจอเขาอยู่กับมะลิ เขาต้องโดนเล่นงานแน่ๆ ครูเขี้ยวหวงวิชามวยของแกมาก ถ้าไม่อนุญาตให้ใครเรียนก็อย่าหวังจะได้แม้แต่ดู มะลิบ่นอุบว่าจะหวงอะไรนักหนา แค่วิชามวยธรรมดาๆ

"อ๊ะๆๆ เชิงมวยพญาไฟมันไม่ใช่แค่วิชามวยแค่เนี้ยนะคุณมะลิ...ถ้าคุณรู้ว่าศิษย์เอกตอนนี้ของแกเป็นใคร แล้วคุณจะตะลึง"

มะลิถามว่าเป็นใคร ทองปลิวอุบไว้ไม่ยอมบอก มะลิงอนขอตัวกลับบ้าน ทองปลิวอาสาจะไปส่ง แต่มะลิไม่ยอมถ้าเสือเห็นเขาเข้ามีหวังเธอโดนบ่นหูชา  แล้วเดินหน้าหงิกกลับไปคนเดียว ทองปลิวมองตามเซ็งๆ มะลิเดินพ้นโค้งมาได้พักเดียว เจอวัยรุ่นเกเรสองคนปรี่เข้ามาขวาง ทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ยใส่

มะลิผลักพวกนั้นออกห่าง ตั้งท่าเชิงมวยขู่ว่าถ้าไม่ อยากเจ็บตัว อย่ามายุ่งกับเธอ วัยรุ่นทั้งสองคนหัวเราะชอบใจ ไม่กลัวคำขู่เข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง มะลิง้างหมัดซัดหน้าเปรี้ยง หนึ่งในวัยรุ่นหน้าหงาย ฟันหักกระเด็น วัยรุ่นอีกคนหนึ่งเห็นว่าไม่ได้การ ชักมีดพกออกมาจะเล่นงาน

หญิงสาวตกใจร้องลั่น ทองปลิวได้ยินเสียงมะลิร้องขอความช่วยเหลือรีบตามมาดู เห็นมะลิกำลังถูกพวกวัยรุ่นเกเรฉุดกระชากลากถู ทองปลิวถลกแขนเสื้อจะเข้าไปช่วย แต่กลับหยุดกึก นึกอะไรขึ้นมาได้ มะลิดิ้นรนสู้สุดฤทธิ์ แต่สู้แรงผู้ชายไม่ไหว ถูกลากไปแถวพงหญ้า เธอร้องช่วยด้วยลั่น

"แถวนี้ไม่มีฮีโร่ที่ไหนมาช่วยน้องได้หรอก น้องทำฟันพี่หัก พี่ก็ต้องให้น้องใช้ให้พี่"

วัยรุ่นที่ถูกมะลิต่อยฟันหัก โถมเข้าใส่ ทองปลิวโผล่มาด้านหลังถีบเขาเซถลาหัวกระแทกเสาไฟสลบเหมือด วัยรุ่นอีกคนหันไปมองต้องตกใจ เห็นชายมีผ้าพันหน้าตาสวมแว่นดำ ใส่แจ็กเกตอย่างเท่แถมยืนแอ็กท่าเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ วัยรุ่นสงสัยว่าตัวอะไร

"คนเว้ย...ข้ามีชื่อเสียงเรียงนามนะเว้ย...ไวอย่างพายุหนักหน่วงดุจขุนเขา...นามข้าคือ..."

มะลิสวนทันที "นายทองปลิว...รีบๆช่วยฉันเร็ว"

ทองปลิวหน้าแตกที่มะลิรู้ทัน มัวแต่แอ็กท่ามากไม่ทันระวังตัว ถูกวัยรุ่นอัดกำปั้นใส่หน้าเต็มๆถึงกับหงายท้องตึง วัยรุ่นเดินเข้าหามะลิอย่างเอาเรื่อง มะลิปล่อยหมัดใส่ วัยรุ่นไวกว่าปัดมือเธอออกแล้วชกสวนกลับเข้าท้องน้อย มะลิหมดสติ ทองปลิวเห็นเข้าก็โกรธ กระโดดเตะท่าจระเข้ฟาดหางใส่วัยรุ่นสลบคาเท้า...

พอแสงระวีรู้ว่าเสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะออกไปตามหาเคน   รีบบอกว่ามรกตอาจจะช่วยเขาเรื่องนี้ได้

เสือหันไปถามมรกตว่ารู้ได้อย่างไรว่าจะเจอเคนที่ไหน มรกตรู้เรื่องพวกเขี้ยวพยัคฆ์จากแสงระวีแล้ว และเธอก็เคยเห็นคนที่ใส่ร้ายเธอสักรูปเขี้ยวพยัคฆ์ที่แขน แสดงว่าเขาต้องเป็นสมาชิกพวกนั้น

"มันส่งฉันไปที่ซ่องที่ฉันได้เจอคุณแสงระวี พวกมันรู้ว่าฉันต้องขอให้คุณช่วยตามล่ามัน ฉันเลยคิดได้ว่าต้องเป็นแผนการของพวกมันที่ใช้ฉันเป็นเหยื่อล่อพวกคุณไปติด กับ"

"มรกตพอจะรู้ว่าจะตามหาคนที่จับตัวนายเคนได้ที่ไหน เธอจะเป็นคนพานายไป"

"แค่บอกผมมา...ผมจะไปเอง"

เสือยังไม่ค่อยไว้ใจมรกตนัก แต่เธอตื๊อขอไปด้วย อ้างว่าอยากไถ่โทษที่เป็นต้นเหตุทำให้เคนถูกลักพาตัวและจะได้ ชี้ตัวคนร้ายที่เอาตัวเคนไปได้ถูก สุดท้ายแล้วเสือจำใจให้มรกตไปด้วย

ooooooo

ศรรีบเข้ามารายงานอำนาจว่า มรกตโทร.มาบอก ว่าล่อนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวออกมาตามแผนการได้แล้ว อำนาจยิ้มพอใจ กำลังอยากดูละครเศร้าตอนที่พระเอกต้องตายด้วยน้ำมือเพื่อนรักอยู่พอดี

"ไอ้ศร...บอกแม็กนั่มให้จัดการกับบักเคน อัดยาให้มันมีพลังแกร่งเกินกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว"

ศรรับคำ ตรงไปยังห้องกักขังเคนโดยมีลิงลมตามติด แม็กนั่มจัดการฉีดสารกระตุ้นใส่เคนจนหมดหลอด สักพัก เคนตัวสั่นอย่างน่ากลัว

"บักเสือ...เอ็งเป็นเพื่อนรักข้า...ข้าไม่มีวันทำร้ายเอ็ง... ไม่..." เคนร้องสุดเสียงก่อนจะคอพับแน่นิ่ง

ลิงลมเข้าไปดูเคนใกล้ๆว่ายังหายใจอยู่หรือเปล่า ทันใดนั้น เคนคว้าคอลิงลมบีบด้วยแรงมหาศาลลิงลมพยายามแกะมือออก แต่สู้แรงไม่ได้ แม็กนั่มต้องเข้ามาช่วยดึงแขนเคนออก ลิงลมเกือบขาดใจตาย

ศรเอารูปถ่ายของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวให้เคนดู "แกต้องฆ่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว มันไม่ใช่เพื่อนแกอีกต่อไปแล้ว... จำใส่กะโหลกเอาไว้บักเคน" ศรยิ้มสีหน้าร้ายกาจ

สิงห์รีบตามมาบ้านลมใต้ปีก แต่ต้องผิดหวังเมื่อรู้จากแสงระวีว่าเสือออกไปตามหาเคนกับมรกตแล้ว แสงระวีเห็นสีหน้าหนักใจของสิงห์อดถามไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า โรสชิงตอบก่อน

"ถ้านายเสือเจอกับนายเคนโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อน นายเสืออาจจะตายเพราะนายเคนได้ค่ะ"

"เรื่องแบบนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรคะ"

"พวกเขี้ยวพยัคฆ์มันสามารถทำให้เป็นไปได้ พี่ลองสู้กับนายเคนดูแล้ว ถึงนายเสือจะมีพลังมากกว่าแต่ถ้าต้องสู้กับเพื่อนที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกัน มา นายเสือไม่มีทางป้องกันตัวจากนายเคนได้แน่นอน"

แสงระวีใจเสีย ต้องเตือนให้เสือรู้เรื่องนี้โดยด่วน สิงห์อาสาจะเตือนเสือเอง   โรสเข้ามาขวางไม่ยอมให้สิงห์ไป เพราะเขายังไม่หายดี เธอจัดการเรื่องนี้ให้เอง

"ผมไม่เป็นอะไรแล้วโรส...ผมไม่มีเวลามาอธิบายให้คุณฟัง เอาเป็นว่าผมโกหกคุณเรื่องที่ผมช่วยคุณจากนายเคน เขาไม่ได้หนีไปเอง แต่ผมสู้กับเขา"

"ผู้กองจะสู้ได้อย่างไร ทั้งๆที่นายเคนมีพลังมากขนาดนั้น...ก็ผู้กองยังเจ็บอยู่เลย"

โรสยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมให้สิงห์ไป แถมชักปืนขึ้นมาขู่ ถ้าจำเป็นต้องใช้กำลังห้ามเขา เธอก็พร้อมจะทำ แสงระวีขอร้องโรสให้ใจเย็น แต่โรสไม่ฟัง สิงห์ยกมือขึ้นเพ่งพลังจิตไปที่ปืนในมือโรส ปืนกระเด็นหลุดจากมือ โรสงงว่าทำได้อย่างไรสิงห์เพ่งพลังอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม พลังกระแทกโรสอัดกับกำแพงบ้านหมดสติ แสงระวีฉงนว่าเกิดอะไรขึ้นกับสิงห์

"พี่ไม่มีเวลาอธิบาย นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกำลังตกอยู่ในอันตราย ฝากดูแลหมวดโรสให้พี่ด้วย" สิงห์ผลุนผลันออกไป ทิ้งแสงระวีอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น

ooooooo

ค่ำแล้ว มะลิยังนอนไม่ได้สติหนุนตักทองปลิวอยู่บนม้านั่งริมน้ำ ทองปลิวมองมะลิแล้วยิ้มอย่างมี ความสุข เผลอเอามือบีบแก้มเธอเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว มะลิตีมือทองปลิวอย่างแรง ผลักเขาเกือบตกม้านั่ง

"นี่แกล้งหมดสติเหรอคุณมะลิ"

"เปล่า...ฉันรู้สึกตัวตั้งแต่ตอนที่นายคิดจะลวนลามฉันแล้ว"

ทองปลิวปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่ได้ลวนลาม มะลิเคืองจะลุกหนี แต่เจ็บข้อเท้า ทองปลิวรีบประคองให้ลงนั่ง ตำหนิว่าอวดดี ฝึกมวยยังไม่ทันจะเก่งริอยากจะโชว์ สุดท้ายเลยต้องเจ็บตัว มะลิคุยโม้ว่าตนเองสู้พวกเกเรนั่นได้ ทองปลิวย้อนว่าถ้าสู้ได้แล้วตะโกนร้องขอความช่วยเหลือทำไม

"...ไม่ต้องมาดูถูก เพราะนายนั่นแหละมัวแต่เล่นบ้าอะไรอยู่ได้"

"ก็ฮีโร่ออกมาช่วยนางเอกที่กำลังได้รับอันตรายไง"

"อย่างนายเนี่ยนะฮีโร่...ไอ้บ้ามากกว่า"

"เอ้า...ว่าผมเป็นไอ้บ้าออกมาช่วยคน งั้นคุณก็ว่านักสู้พันธุ์เหนียวด้วยนะสิ"

มะลิเกือบหลุดปากด่าทองปลิวที่มาว่าพี่ชายของเธอ นึกขึ้นได้รีบเปลี่ยนคำพูด "เอ่อ...ไปว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวทำไม เขาไม่เหมือนนาย เขาเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อช่วยคนที่เดือดร้อน"

ทองปลิวอมยิ้ม รู้อยู่แล้วว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นพี่ชายของมะลิ แต่แกล้งถามว่ารู้จักนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวดีหรือ ถึงได้รู้เรื่องเขาละเอียดนัก มะลิโกหกว่ารู้จากหน้าหนังสือพิมพ์ เหมือนคนอื่นๆ

"ถ้าคุณชื่นชมนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว คุณก็ต้องเลิกว่าผมบ้า เพราะผมเองก็อยากใช้ความสามารถของผมช่วยคนที่เดือดร้อนบ้างเหมือนกัน แต่งานของฮีโร่อย่างแรกที่ต้องทำเลยตอนนี้ก็คือ...เชิญครับ...ให้ผมพาคนเจ็บไปส่งบ้าน" ทองปลิวผายมือไปที่รถสกูตเตอร์ของตัวเอง

มะลิเห็นท่าทางจริงจังอยากช่วยคนอื่นของทองปลิวแล้วอดชื่นชมไม่ได้...

ขณะเดียวกัน มรกตพาเสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมายังโรงงานแห่งหนึ่ง หลอกว่าคนที่ใส่ร้ายเธอเป็นหัวหน้ามาเฟียค้ายาเสพติด มักจะนำยามาพักไว้ที่นี่ เสือหลงเชื่อเดินเข้าไปติดกับโดนสมุนสองคนใช้ปืนจี้บังคับไปหาลูกพี่ เสือถามลูกพี่อย่างเอาเรื่องว่าเอาตัวเพื่อนของเขาไปให้พวกเขี้ยวพยัคฆ์ที่ไหน

"เพื่อน...อ๋อ...ที่แท้ฮีโร่หน้ากากก็มาตามหาเพื่อน... เสียใจด้วยนะ ไอ้แท็กซี่นั่นราคามันดี ต่อให้แกง้างปากข้า ข้าก็ไม่มีวันทุบหม้อข้าวตัวเองหรอกเว้ย"

"งั้นแกจะต้องเสียใจที่คิดจะสู้กับข้า" เสือหันขวับ ชั่วพริบตาแย่งปืนจากสมุนทั้งสองคนมาได้ จัดการทุบต้นคอฟุบหมดสติ สมุนที่เหลือถึงกับอึ้ง ลูกพี่เห็นท่าไม่ดี คว้าตัวมรกตเอาปืนจี้เป็นตัวประกัน

"แกจัดการพวกข้าได้ แต่นังนี่มันสู้พวกข้าไม่ได้เว้ย"

ลูกพี่สั่งสมุนที่เหลือจัดการนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ส่วนตนเองฉุดกระชากลากตัวมรกตออกไป เสือจะขยับตามแต่พวกสมุนพร้อมใจกันยกปืนเล็งมายังเขา การต่อสู้อย่างดุเดือดเปิดฉากขึ้น

ooooooo

มะลิมองสภาพสกูตเตอร์ของทองปลิวอย่างดูแคลน นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวซุปเปอร์ถึก แต่รถของทองปลิวทั้งเก่าทั้งโทรมเทียบไม่ติด ทองปลิวขอร้องว่าอย่าดูถูกรถคันเก่งของเขา

"จงอางไฟของผม ลุยได้เหมือนกัน"

มะลิฟังชื่อแล้วเบ้ปาก บ่นพึมพำว่าชื่ออะไรน่าเกลียดชะมัด ยิ่งฟังเสียงสตาร์ตเครื่องมะลิยิ่งอ่อนใจ...

ลูกพี่มาเฟียพามรกตมาอีกมุมหนึ่งของโรงงาน มรกตเห็นปลอดภัย สั่งให้ปล่อยเธอได้แล้ว มาเฟียกลับเป็นฝ่ายพินอบพิเทา รีบขอโทษที่ทำรุนแรงสมบทบาทไปหน่อย ตอนที่มรกตติดต่อมา เขายังคิดว่าเธอถูกเปิดเผยตัวเสียแล้ว มรกตยิ้มยืด คนอย่างเธอวางแผนอะไรต้องนำหน้าคนอื่นหนึ่งก้าวเสมอ

"แล้วจากนี้คุณมรกตจะให้ผมทำอย่างไรต่อ"

"เพื่อให้มันเชื่ออย่างสนิทใจว่าฉันไม่ใช่ไส้ศึก จะต้องไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก"

สิ้นเสียง มรกตชักมีดสั้นซัดใส่มาเฟียกลางอก สิ้นใจตาย เธอยิ้มเหี้ยม หยิบมีดอีกเล่มขึ้นมาปักที่ไหล่ตัวเอง แล้วกรีดร้องขอความช่วยเหลือลั่น เสือกำลังเล่นงานสมุนคนสุดท้ายสลบกลางอากาศ ได้ยินเสียงร้องรีบวิ่งตามเสียง ครู่ต่อมา เสือพบมรกตนอนบาดเจ็บมีมีดปักคาที่ไหล่เลือดไหลอาบ

"นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว มี...มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา มันฆ่าไอ้ชั่วนั่นแล้วก็พยายามจะฆ่าฉัน"

เสือมองไปยังร่างไร้วิญญาณของมาเฟีย เห็นมีดสั้นปักอก จำได้ว่าเป็นอาวุธของมือสังหารพวกเขี้ยวพยัคฆ์ มรกตแกล้งร้องโอดครวญราวกับเจ็บสาหัส เสืออุ้มเธอพาออกมาหน้าโรงงานเจอสิงห์ขับรถเข้ามาจอดพอดี เสือแปลกใจว่าสิงห์มาที่นี่ได้อย่างไร

"ฉันไปหาแสงระวีมา...เกิดอะไรขึ้น"

"มือสังหารของเขี้ยวพยัคฆ์มันมาขัดขวางไม่ให้ผมตามไปช่วยบักเคน คุณมรกตเกือบโดนมันฆ่า"

"ฉันตามจ่ากับหมู่ให้มาสมทบแล้ว"

"ดีครับ งั้นผมฝากคุณมรกตให้ผู้กองช่วยส่งเธอต่อไปโรงพยาบาลที มือสังหารของพวกเขี้ยวพยัคฆ์เพิ่งหนีไปได้ไม่นาน ผมน่าจะตามมันทัน"

สิงห์อ้าปากจะบอกเรื่องเคนแต่ถูกมรกตขัดจังหวะ จนแล้วจนรอดสิงห์ก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเสือ...

ooooooo

ทองปลิวประคองมะลิมาส่งหน้าบ้าน มะลิรีบไล่ทองปลิวกลับ เกรงว่าถ้ามีใครมาเห็นเดี๋ยวจะเป็นเรื่อง  โชคไม่ดี แสงระวีโผล่ออกมาพอดี เห็นทองปลิวกำลังประคองมะลิท่าทางสนิทสนม ถามว่าเป็นแฟนกันหรือ มะลิสะดุ้งโหยง ปฏิเสธว่าเปล่า เป็นแค่เพื่อนที่ช่วยเธอเอาไว้ แล้วออกปากไล่ทองปลิวกลับ

"ไปก็ได้ แล้วก็อย่าเดินมากล่ะ เดี๋ยวขาจะเจ็บอีก... สวัสดีครับพี่สาว"

แสงระวีรับไหว้ทองปลิว มองตามเขาขึ้นสกูตเตอร์ขับออกไป หันมองมะลิอย่างสงสัย มะลิหลบไม่กล้าสบตาด้วย จากนั้น แสงระวีทายาเอาผ้าพันขาให้มะลิ ถามว่าเสือรู้หรือเปล่าว่ามะลิออกไปฝึกการต่อสู้ มะลิส่ายหน้า ขืนเสือรู้เข้ามีหวังถูกส่งกลับบ้านดอนควายแน่ ขอร้องแสงระวีช่วยปิดเรื่องนี้

"มะลิไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีเลยนะจ๊ะ มะลิฝึกการป้องกันตัวเอาไว้เพื่อจะได้ป้องกันตัวเองเผื่อเจอพวกเขี้ยวพยัคฆ์อีก มะลิจะได้ช่วยตัวเองได้ไม่ต้องเป็นภาระให้พี่เสือ... นะจ๊ะ...มะลิขอร้อง"

แสงระวีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ก็ได้...พี่จะยังไม่บอกพี่ชายมะลิตอนนี้ เพราะเขากำลังเป็นห่วงนายเคน"

มะลิดีใจ โผกอดแสงระวี ส่วนโรสรู้สึกตัวแล้วเดินเข้ามาถามแสงระวีว่าสิงห์อยู่ที่ไหน...

ฝ่ายสิงห์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้มรกต บอกว่าเดี๋ยวรถพยาบาลคงมาถึง ระหว่างนั้น มีเสียงมือถือของสิงห์ดังขึ้น สิงห์ ขอตัวเดินเลี่ยงมารับสาย

"แสงระวีมีอะไรเหรอ...หมวดโรสรู้สึกตัวแล้วเหรอ พี่ตามมาเจอนายเสือแล้ว แต่เขาโดนมือสังหารของเขี้ยวพยัคฆ์ลอบเล่นงาน นายเสือไม่เป็นอะไร แต่มรกตได้รับบาดเจ็บ พี่เรียกให้หมู่กับจ่าตามรถพยาบาลมาแล้ว" สิงห์มัวแต่พูดโทรศัพท์ จึงไม่เห็นมรกตชักมีดสั้นกำลังเล็งมายังหัวเขา แล้วขว้างใส่

ก่อนที่มีดจะโดนสิงห์ เสียงรถพยาบาลแล่นเข้ามาพอดี สิงห์หันไปมอง ทำให้มีดเฉียดหัวไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปด สิงห์ตกใจ เห็นมีดสั้นปักที่ผนังห้อง จำได้ว่าเป็นของมือสังหารของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ สิงห์ชักปืนขึ้นมากระชับไว้ในมือ ปรี่เข้าไปประคองมรกต รีบพามายังรถพยาบาลก่อนส่งต่อให้จ่าเพิ่ม

"ผมต้องตามไปช่วยนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก่อนที่เขาจะตกหลุมพรางของพวกเขี้ยวพยัคฆ์"

จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรีๆรอๆเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของสิงห์ สิงห์สั่งเสียงเฉียบให้พาคนเจ็บไปจากที่นี่ทันที จ่ากับหมู่ พร้อมใจกันประคองมรกตขึ้นรถพยาบาล มรกตเจ็บใจตัวเองที่จัดการสิงห์ไม่ได้...

ooooooo

เสือตามล่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์มาถึงตึกร้าง ตะโกนเรียกพวกมันให้ออกจากที่ซ่อน   และปล่อยตัวเคน ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เสือเบี่ยงตัวพร้อมกับปัดกระสุนพ้นทาง เสียงตบมือดังขึ้น เสือหันขวับไปมอง เห็นแม็กนั่มยืนยิ้มหยันให้ เสือชักปืนเตรียมเปิดศึก

"สู้กับแม็กนั่มด้วยพลังไม่ได้ เลยคิดจะใช้เครื่องทุ่นแรงงั้นเหรอวะบักเสือ"

ศรพร้อมกับปืนลูกซองลงอาคมตามเข้ามาสมทบกับแม็กนั่ม เสือสั่งให้ปล่อยเคนไปอย่าเอามาเป็นตัวล่อ แล้วเราจะได้ ต่อสู้กันให้รู้ดำรู้แดง ศรไม่พูดพล่ามลั่นกระสุนใส่เสือทันที เสือกระโจนหลบ ยิงโต้ตอบกระสุนพุ่งเข้าหาศร แต่แม็กนั่มขวางไว้ กระสุนเจาะเข้าเต็มๆอก

แม็กนั่มสะดุ้งเล็กน้อย เกร็งกล้ามเนื้อขึ้นเป็นมัดๆ  หัวกระสุนที่เสือยิงเมื่อกี้ถูกดันออกมา  เสือตะลึงงัน

"เอ็งไม่มีวันจัดการกับเขี้ยวพยัคฆ์ได้หรอกบักเสือ...ต่อให้เอ็งพยายามสักแค่ไหน เอ็งมีแต่จะต้องอยู่กับความกลัวที่พวกข้าไล่ล่าเอ็งทุกวัน"  ศรว่าแล้วเดินเลี่ยงไป  เสือจะตาม  แต่ แม็กนั่มกั้นไว้...

ด้านแสงระวีเล่าเรื่องที่คุยกับสิงห์ให้โรสและมะลิฟัง โรสแปลกใจที่มือสังหารของพวกเขี้ยวพยัคฆ์รู้ได้อย่างไรว่าเสือจะไปที่นั่น แสงระวีว่าคนใส่ร้ายมรกตเป็นสมาชิกของพวก เขี้ยวพยัคฆ์ คงวางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว มะลิเป็นห่วงเสือมาก ยิ่งรู้เรื่องเคนยิ่งไม่สบายใจ แสงระวีถามโรสว่าเรื่องที่เกิดกับสิงห์รู้มาก่อนหรือเปล่า โรสส่ายหน้าไม่เคยล่วงรู้มาก่อนเลยว่าสิงห์สามารถทำอะไรแบบนั้นได้

"แต่ดูท่าทางพี่สิงห์มั่นใจมาก บางทีพี่สิงห์อาจจะช่วยนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้"

โรสดูไม่รู้สึกยินดีที่สิงห์มีพลังพิเศษ กลับมีสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

ไม่นานนัก สิงห์ตามเสือมาถึงตึกร้าง ลิงลมมาดักรออยู่ก่อนแล้ว พูดจายั่วประสาทสิงห์จนโกรธจัด ชักปืนยิงใส่เป็นชุด ลิงลมใช้พลังหลบหลีกกระสุนได้หมด

"ปืนของผู้กองทำอะไรผมไม่ได้หรอก ผู้กองจำไม่ได้ เหรอคร้าบ..." ลิงลมหัวเราะยียวน

"แกใช่ไหมไอ้ลิงลมที่เป็นคนไปวางระเบิดรถฉัน"

ลิงลมหายไปจากตรงหน้าสิงห์ แล้วไปโผล่อีกด้าน "ใช่... ไอ้ผมก็อุตส่าห์จัดระเบิดให้ผู้กองไปเต็มที่ แต่ผู้กองดันหนังเหนียวรอดมาได้ อย่าบอกนะครับว่าบักเสือมันแบ่งข้าวทิพย์ให้ผู้กองกินด้วย  ผู้กองถึงแข็งแกร่ง  ทำอะไรไม่ได้"  ลิงลมวิ่งหายไปอีก สิงห์เหลียวมองตามไม่ทัน  พอเห็นอีกทีลิงลมพุ่งเข้าหาพร้อมอัดกำปั้นใส่

สิงห์เซถลา ปากแตกเลือดซึม ลิงลมแวบหายแล้วโผล่เข้ามาข้างๆ  เตะเสยปลายคางสิงห์หงายหลัง  สิงห์ชกไม่ทันได้แต่ จั่วลม  ลิงลมวิ่งเข้าหาอีกครั้ง  แต่คราวนี้สิงห์ยกมือเพ่งพลังจิตใส่ ลิงลมถูกพลังที่มองไม่เห็นกระแทกตัวลอยก่อนจะหล่นพื้นจุกแทบกระอัก

"เฮ้ย...นี่ผู้กองทำอะไรเนี่ย...ทำแบบนี้ได้ยังไง"

"สวรรค์คงรู้ว่าลำพังนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคนเดียวคงไม่พอจะจัดการกับพวกแก เลยไม่ต้องการให้ฉันเป็นคนธรรมดาอีกแล้วไง"

ลิงลมยันตัวลุกขึ้นด้วยความเจ็บใจ ปรี่เข้าหา สิงห์เพ่งพลังจิตผลักลิงลมกระแทกผนังนอนแน่นิ่ง  คิดว่าจะสิ้นฤทธิ์ ลิงลมกลับปลุกของขลังขึ้น นัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ โผล่มาตรงโน้นทีตรงนี้ทีด้วยความว่องไว  สิงห์ตั้งตัวไม่ติดโดนอัดไม่หยุด เลยยืนตั้งสมาธินิ่ง จึงเห็นการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของลิงลม

สิงห์รับหมัดไว้ได้ ก่อนจะปล่อยพลังกระแทกเต็มพิกัด ลิงลมน็อกคาที่ หลังจากใช้พลังจิต ทำให้อาการปวดหัวของสิงห์ ก็กำเริบ แต่พยายามฝืนรีบตามไปช่วยเสือ...

ooooooo

ด้านเสือถูกแม็กนั่มเล่นงานสะบักสะบอม เชิงมวยโคราชไม่ระคายแม้แต่หนังกำพร้าของแม็กนั่ม เสือแทบสิ้นเรี่ยวแรงจะต่อสู้ แม็กนั่มหยามน้ำหน้าด้วยการโยนกระติบข้าวเหนียวให้เสือกิน เสือมองอย่างเจ็บใจ

"ถ้าข้าเป็นเอ็งนะบักเสือ ข้าจะทำตามที่ไอ้แม็กนั่มมันบอก เอ็งควรจะกินข้าวเหนียวเรียกพลังของเอ็งให้กลับมา เพราะคู่ต่อสู้คนต่อไปของเอ็ง จะทำให้เอ็งขนลุกขนพองจนแทบอยากเป็นบ้าไปเลย"

ศรหัวเราะชอบใจ ก่อนจะชี้ข้ามไหล่เสือไปด้านหลัง เสือหันมองตามมือต้องตกใจที่เห็นเคนท่าทางเหมือนคนคุมสติตัวเองไม่ได้  เดินตรงเข้ามา  พึมพำว่า  "ฆ่านักสู้พันธุ์ข้าว เหนียวๆ" เสือพยายามเรียกสติเคนให้คืนมา แต่ไร้ผล เคนชกเสืออย่างหนักหน่วง ปลิวไปไกล

"รีบๆกินข้าวเหนียวซะบักเสือ เรียกแรงเอ็งกลับมาก่อนที่เอ็งจะโดนเพื่อนรักฆ่าตาย" ศรกับแม็กนั่มทิ้งเสือไว้ลำพังกับเคน เสือตะโกนสั่งศรกลับมาทำให้เคนเป็นเหมือนเดิม แล้ววิ่งตาม แต่ทั้งคู่หายไปแล้ว

เคนตามเสืออย่างไม่ลดละ ประเคนทั้งหมัดทั้งเข่าใส่ เสือไม่ยอมตอบโต้ได้แต่ตั้งรับเลยโดนพลังหมัดของเคนเล่นงานบาดเจ็บหนัก เสือถอดหน้ากากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวออกให้ เคนเห็นหน้าชัดๆ

"ข้า...ข้านี่ไงบักเสือ เพื่อนรักของเอ็ง...จำข้าให้ได้สิเพื่อน"

ไร้ประโยชน์ เคนไม่มีสติพอจะจำอะไรได้ เสือยื่นมือไปหา เคนเหมือนกับจะอ่อนลง แต่แล้วกลับคว้าคอเสือมาบีบอย่างแรง เสือหายใจไม่ออก สิงห์ตามเข้ามาพอดี รวบรวมพลังจิตเพ่งไปที่เคนแล้วยื่นมือออกไป เคนถูกกระแทกกระเด็น เสือทรุดฮวบ สิงห์ปวดหัวมาก แต่กัดฟันเดินเข้าไปหาเสือ

"นั่นไม่ใช่เคนแล้ว  พวกมันเปลี่ยนให้เขากลายเป็นคนอื่นไปแล้ว นายเคนไม่เหลือสติที่จะกลับมาเป็นคนเดิมอีกแล้ว นายมีทางเดียวที่จะช่วยเขาได้...นายต้องสู้ นักสู้พันธุ์ข้าว เหนียวจะตายไม่ได้"

เคนปราดเข้ามากระชากสิงห์เหวี่ยงไปอีกทาง แล้วเล่นงานเสือไม่ยั้ง เสือไม่ยอมสู้ด้วย สิงห์ตะโกนบอกให้จัดการเคน เสือน้ำตาคลอเบ้า จำใจตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควาย ปล่อยพลังออกไปอย่างสุดแรง เคนถูกแรงอัดอากาศกระแทกลอยไปไกลหลายเมตร ก่อนร่วงลงมานอนแน่นิ่ง เสือเดินอย่างอ่อนแรงเข้าไปหาเพื่อนรัก เคนกระอักเลือดเป็นลิ่มๆ สติกลับคืนมาจำเพื่อนได้ ร้องเรียกเสือแผ่วเบา เสือกุมมือเขาไว้

"ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เอ็งเจ็บ...ข้าจะพาเอ็ง ไปหาหมอ...อดทนไว้นะเสี่ยว"

"ไม่...ไม่ต้อง...ถ้าเอ็งอยากช่วยข้า...เอ็ง...ต้อง..." เคนกระอักเลือดอีกครั้ง สิงห์เข้ามาหาเสือแล้วยื่นปืนให้ เสือตกใจ มองหน้าสิงห์ไม่เข้าใจ

"ยาที่พวกมันฉีดให้นายเคน มันทรมานนายเคนเป็นอย่างมาก ทางเดียวที่นายจะช่วยเพื่อนได้ก็คือต้องช่วยให้เขาจากไปอย่างไม่ต้องทรมาน"

"ไม่...ผมทำไม่ได้"

"เอ็ง...ต้อง...ช่วยข้า...เสี่ยว"

"ข้าฆ่าเอ็งไม่ได้...เราสาบานเป็นเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายกันมา ข้าไม่มีวันที่จะฆ่าเอ็ง"

"เอ็งทำได้บักเสือ...ข้าช่วยเอ็งมามากพอแล้ว จากนี้ไป นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะต้องแข็งแกร่งกว่าเดิม" เคนเจ็บปวดทรมาน ร้องครวญคราง "ช่วยข้าเถอะ...ข้าดีใจที่ข้าได้ผูกเสี่ยวกับเอ็ง...สัญญากับข้านะเสี่ยว...ปกป้องแผ่นดินของพี่น้องชาวนาแทนข้าด้วย...อย่าให้ตกไปอยู่ในมือของคนเลวเด็ดขาด"

"ข้า...สัญญา" เสือรับปืนจากสิงห์ด้วยน้ำตานองหน้า เล็งไปยังเพื่อนรักที่นอนยิ้มมีความสุข เสียงปืนดังก้องไปทั่วบริเวณ เสือเข่าอ่อน ปืนในมือตกพื้น ขบกรามแน่น "ไอ้พวกเขี้ยวพยัคฆ์ ข้าสาบาน ข้าจะกำจัดพวกเอ็งให้สิ้นซาก" เสือปวดใจมากน้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม สิงห์เข้ามาจับบ่าเสืออย่างเข้าใจ

ooooooo

อำนาจเจ็บใจที่เมื่อคืนเสือรอดพ้นเงื้อมือเคนไปได้ ศรเสียดาย เกือบจัดการเสือได้แล้ว ถ้าสิงห์ไม่เข้ามาแส่เสียก่อน อำนาจไม่เข้าใจว่าคนอย่างสิงห์เอาตัวเองยังไม่รอด จะมาช่วยอะไรเสือได้

"ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ...ขนาดไอ้ลิงลมยังโดนเล่นงานซะเกือบตาย แสดงว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับผู้กองสิงห์"

อำนาจรอให้ลิงลมฟื้นคืนสติมาก่อน เราถึงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

ทันทีที่โรสถึงกองปราบฯ ตรงไปยังห้องทำงานของสิงห์ ขอคุยเรื่องพลังจิตที่เขาได้รับมา เธอเป็นห่วงว่าพลังที่เขาได้จะมาพร้อมกับอันตรายร้ายแรง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เธอคงทนเสียเขาไปไม่ได้

"ผมรู้ว่าคุณห่วงผม แต่ถ้าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็ยินดีจะยอมรับมัน ขอแค่ให้ผมได้สู้เพื่อความยุติธรรม"

"อะไรจะเกิดขึ้นกับผู้กองคะ"

"หมอบอกว่าพลังจิตพิเศษที่ผมมี เกิดจากสะเก็ดระเบิดที่ฝังอยู่ในหัวผม แต่มันก็ยังเป็นของแปลกปลอมที่เป็นอันตรายต่อผม" สิงห์ก้มหน้าไม่ยอมสบตาด้วย โรสพอเดาออกอันตรายที่ว่าต้องถึงแก่ชีวิตแน่...

ooooooo

ที่โรงพยาบาล จ่าเพิ่มแจ้งมรกตซึ่งนอนพักฟื้นรักษาอาการบาดเจ็บว่า หมอตรวจร่างกายเธออย่างละเอียดแล้ว พบว่าไม่มีอะไรหนักหนาสาหัส มือสังหารไม่ได้ทำร้ายโดนจุดสำคัญ มรกตตีหน้าเศร้า รำพึงว่าตนเองน่าจะบาดเจ็บมากกว่านี้ เพื่อเป็นการชดใช้กรรมที่เป็นส่วนหนึ่งทำให้เคนต้องมาตาย

"อย่าพูดอย่างนี้เลยครับ เท่าที่คุณช่วยนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวไป คุณก็ทำดีที่สุดแล้ว"

หมู่แย้มเข้ามารายงานจ่าเพิ่มว่า สายของเราได้เบาะแสของปฐมพงษ์แล้ว มรกตถึงกับหูผึ่งแต่เก็บอาการไว้ จ่าเพิ่ม ดีใจรีบชวนหมู่แย้มไปตรวจสอบ ก่อนไปเขาบอกมรกตว่าจะส่งเจ้าหน้าที่มาอยู่เป็นเพื่อน

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะจ่า จ่าไปทำงานเถอะ...ฉันอยู่ได้" มรกตมองตามจ่ากับหมู่ สีหน้าเจ้าเล่ห์...

ครู่ต่อมา มรกตมาร่วมประชุมกับอำนาจ ลิงลม ศรและแม็กนั่มที่บาร์ของอำนาจ เธอรู้สาเหตุแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น สิงห์ถึงได้มีพลังจิตแข็งกล้าขนาดนั้น เป็นผลมาจากสะเก็ดระเบิดที่ฝังอยู่ในหัวเขา เคยมีกรณีนี้เกิดขึ้นมาแล้ว มีผลการวิจัยค้นคว้าถึงพลังของสมองที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกายมนุษย์

"ฉันไม่สนหรอกว่าไอ้ผู้กองสิงห์มันจะเก่งขึ้นเพราะสาเหตุอะไร แต่การที่มันเข้ามาขัดขวางงานของฉันก็เท่ากับขวางทางเธอด้วย"

"ค่ะผู้พัน...เรื่องนี้ฉันได้คุยกันในกลุ่มก่อการร้ายของฉันแล้ว นอกจากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแล้ว ผู้กองสิงห์ก็เป็นอีกคนที่องค์กรของเราให้ความสนใจที่จะนำตัวมาศึกษาเพื่อสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งอย่างแม็กนั่ม"

"แต่พวกเธอยังแก้ปัญหาที่ยาพวกนั้นใช้ได้กับแม็กนั่มคนเดียวไม่ใช่เหรอ"

มรกตพยักหน้ารับคำ ปฐมพงษ์เป็นคนเดียวที่จะแก้ ปัญหานี้ได้ เธอจึงต้องได้ตัวเขาก่อนสิงห์...

เป็นจริงอย่างที่โรสกังวล สะเก็ดระเบิดที่ฝังอยู่ในหัวสิงห์เป็นเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำร้ายสิงห์ทุกเมื่อ สิงห์กลับมองโลกในแง่ดีว่ามันไม่ได้โชคร้ายไปเสียหมด สะเก็ดระเบิดชิ้นนั้นแถมพลังพิเศษให้เขาได้ใช้ประโยชน์เพื่อ ส่วนรวมก่อนจะตายด้วย โรสต่อว่าสิงห์ว่าพูดเหมือนไม่มีอะไรได้อย่างไร

"ก็แล้วคุณจะหนักใจกับมันไปทำไม ในเมื่อผมยังยืนอยู่ได้ แถมยังช่วยเหลือนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต่อสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ได้อีก"

โรสน้ำตาคลอ เธอไม่อยากเสียเขาไป สิงห์จับมือโรสขึ้นมากุมไว้ ปลอบว่าไม่ต้องเป็นกังวล เขาจะยังไม่ยอมตาย จนกว่าจะจัดการพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้สิ้นซากเสียก่อน จังหวะนั้น จ่าเพิ่มโทร.มารายงานว่าได้เบาะแสของ ดร.ปฐมพงษ์แล้ว

ooooooo

ตอนที่ 21

ผ่านไปไม่นาน  เคนวิ่งกระหืดกระหอบกลับเข้าบ้าน  ร้องเรียกเสือลั่น  นึกเป็นห่วงว่าทำไมเพื่อนถึงยังไม่กลับ แสงระวีกับมะลิได้ยินเสียงเอะอะวิ่งเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น มีเรื่องอะไรหรือเปล่า

"บักเสือมันออกไปปฏิบัติภารกิจของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวครับ แต่เจอพวกเขี้ยวพยัคฆ์เข้า มันให้ผมหนีมาก่อน นึกว่ามันจะจัดการพวกนั้นเสร็จ กลับมาก่อนผมซะอีก"

"เปล่าเลยจ้ะพี่เคน เรายังไม่เจอพี่เสือ...ไม่ได้รับการติดต่อกลับมาด้วย...พี่แสงระวีคะ...หรือ ว่าจะเกิดเรื่องกับพี่เสือ" มะลิใจคอไม่ดี แสงระวีกุมมือมะลิไว้อย่างปลอบใจ มรกตตามเข้ามาสมทบ

"นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นคนเก่งที่สุดที่พี่เคยรู้จักมา พี่เชื่อว่าเขาต้องไม่เป็นอะไรแน่จ้ะมะลิ"

"นี่เธอรู้ได้อย่างไรว่าบักเสือเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว" เคนมองมรกตอย่างไม่พอใจ...

ดึกคืนเดียวกัน ทองปลิวกลับเข้าบ้านพักหลังเลิกงานจากร้านสะดวกซื้อ   ตรงไปที่โต๊ะกินข้าวหยิบน่องไก่ทอดใส่ปากกินอย่างหิวโซ  นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเดินอ่อนแรงออกมาจากห้องนอนทองปลิว

"ฉัน...ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"

ทองปลิวหันขวับไปมอง ตกใจทำอะไรไม่ถูก ครูเขี้ยวตามเข้ามาพร้อมกระติบข้าวเหนียว  "รู้สึกตัวแล้วเหรอนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ฉันไปหุงข้าวเหนียวมาให้กำลังร้อนๆเลย... กินซะ แรงข้าวเหนียวจะได้กลับมา"

"อะไรกันเนี่ยครู...ครูรู้จักนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวด้วยเหรอ" ทองปลิวมองครูเขี้ยวอย่างงงๆ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกินข้าวเหนียวที่ครูเขี้ยวเอามาให้จนเกลี้ยงกระติบ พักเดียวเรี่ยวแรงของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็กลับมาเหมือนเดิม ทองปลิวมองนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแล้วอดทึ่งไม่ได้ บ่นกับครูเขี้ยวว่า ตัวเองก็กินข้าวเหนียวมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ไม่เห็นมีพลังแบบนี้บ้าง

"เพราะเอ็งไม่ใช่คนที่สวรรค์เลือกให้มาปกป้องความยุติธรรมน่ะสิไอ้ทองปลิว"

เสือแปลกใจว่าครูเขี้ยวรู้เรื่องพลังข้าวเหนียวของเขาได้อย่างไร ครูเขี้ยวอวดว่าไม่ใช่แค่รู้เรื่องพลัง เขายังรู้อีกว่าใครที่อยู่ภายใต้หน้ากากนี้ เสือตกใจคิดว่าพวกนี้เป็นพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ลุกขึ้นตั้งท่าเชิงมวยพร้อมสู้

"ใจเย็นๆบักเสือ...ข้าไม่ใช่ศัตรูของเอ็ง"

"แต่แกรู้จักว่าข้าเป็นใคร รู้ว่าข้าใช้หมัดเขวี้ยงควายได้อย่างไร"

ครูเขี้ยวรู้เรื่องนี้ดี  เพราะเขารู้จักจ่าผาดครูมวยของเสือดี จ่าผาดเป็นเพื่อนรักของเขา

ooooooo

ครู่ต่อมา เสือโทร.บอกมะลิว่าเขาปลอดภัยดี ไม่ต้องเป็นห่วง แต่ไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหน แค่บอกว่าเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับ มรกตอยากรู้อยากเห็นมาก พยายามถามไถ่ที่อยู่เสือจากมะลิจนเคนผิดสังเกต

"บักเสือมันไม่ใช่คนโกหก ถ้ามันบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้วก็แสดงว่ามันปลอดภัย แล้วที่มันไม่อยากให้รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ก็แสดงว่ามันไม่อยากให้ใครรู้จริงๆ" เคนพูดพลางปรายตามองมรกตอย่างข้องใจ

"ที่ฉันถามก็เพราะฉันเป็นห่วงเขาเหมือนกับที่ทุกคนเป็นห่วง"

"คุณเพิ่งจะรู้จักพวกเราไม่นาน แต่มาเป็นห่วงเป็นใยเราแล้วเหรอ...มีน้ำใจดีจัง" เคนแดกดัน

มรกตหน้าคว่ำ แสงระวีเห็นใจมรกต เผลอเข้ามาจับแขนเพื่อปลอบ มรกตสะดุ้งโหยง แสงระวีรู้สึกตัวรีบขอโทษลืมไปว่ามรกตบาดเจ็บ แล้วช่วยพยุงเข้าไปพักผ่อน เคนมองตามมรกตอย่างสนใจ รอจนสองสาวไปแล้ว จึงหันไปถามมะลิว่าเกิดอะไรขึ้นกับมรกต มะลิเล่าทุกอย่างให้ฟัง เคนไม่เชื่อคำพูดของมรกตนัก

"ทำไมถึงได้จ้องจะจับผิดพี่มรกตเขาอยู่เรื่อย"

"ก็มันน่าสงสัยจริงๆนี่ เป็นใครก็ไม่รู้ อยู่ๆก็เข้ามาอยากรู้อยากเห็นเรื่องนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว"

แสงระวีมาทันได้ยินพอดี "เอาล่ะนายเคน ฉันเป็นคนอนุญาตให้คุณมรกตมาอยู่กับเรา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไม่เข้าใจกันที่นี่ ถ้านายคิดว่าเขามีอะไรน่าสงสัย นายลองบอกฉันมาสิ"

"สัญชาตญาณของผมบอกว่าเขายังไม่น่าไว้ใจ"

"ฉันเข้าใจว่านายเป็นห่วงนายเสือและพวกเราทุกคน แต่ฉันจะไปบอกให้คนที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยฉันว่าเราช่วยเหลือ เขาไม่ได้เพราะสัญชาตญาณว่าเขาเป็นคนไม่ดี...ฉันคงทำไม่ได้"

เคนเถียงไม่ออก ได้แต่นิ่งเงียบ อีกมุมหนึ่ง มรกตแอบซุ่มดูอยู่ ไม่พอใจที่เคนตอแยตนไม่เลิก...

ทางฝ่ายเสือนั่งดูภาพถ่ายที่ครูเขี้ยวถ่ายกับจ่าผาดตอนเป็นทหาร ทองปลิวชะโงกหน้าดูรูปด้วยความสนใจ ครูเขี้ยวเล่าว่าจ่าผาดกับเขาเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยเป็นทหารใหม่ๆ เขากับจ่าผาดชื่นชอบศิลปะการต่อสู้เชิงมวยโบราณจึงเสาะหาและพยายามฝึกวิชาจน สำเร็จเชิงมวยโคราช สุดยอดมวยของอีสาน

"ขั้นสุดยอดของเชิงมวยโคราชไม่ได้มีหมัดเขวี้ยงควาย อย่างเดียวเท่านั้น" ครูเขี้ยวเล่าเสริม

"ยังมีเชิงมวยแบบอื่นอยู่อีกเหรอ"

"ถ้าเปรียบหมัดเขวี้ยงควายเป็นพลังแห่งสายน้ำมูล เข่าพญาไฟก็เหมือนกับความร้ายกาจลึกลับน่าเกรงขามของดงพญาไฟ"

เสือมองครูเขี้ยว สีหน้าเต็มไปด้วยคำถาม เพราะจ่าผาดไม่เคยพูดถึงเข่าพญาไฟให้ฟัง

ooooooo

อำนาจแปลกใจที่ได้ยินศรรายงานว่ามีคนมาช่วยเสือหนีรอดไปได้ ท่าทางเป็นยอดฝีมือเชิงมวยอีกด้วย และอาจจะเป็นพวกเดียวกับจ่าผาด ลิงลมไม่เคยรู้มาก่อนว่าจ่าผาดมีพรรคพวกที่ไหนอีก

"เชิงมวยที่ไอ้แก่นั่นใช้ ไม่เหมือนเชิงมวยของไอ้จ่าผาด ข้ารู้สึกว่ารุนแรงกว่ามาก"

ลิงลมฉงนว่ายังมีเชิงมวยที่เจ๋งกว่าหมัดเขวี้ยงควาย อำนาจสั่งให้เลิกสนใจคนที่มาช่วยเสือ ทิ้งเรื่องนี้ให้มรกตจัดการ เรื่องสำคัญของพวกเราตอนนี้ก็คือต้องตามหาตัวปฐมพงษ์มาให้ได้...

ปฐมพงษ์หนีกระเซอะกระเซิงมานอนหลับแถวพงหญ้าข้างทาง ชาวบ้านแถวนั้นต่างพากันมามุงดูด้วยความสนใจ บ้างก็บอกให้ส่งเขาไปให้ตำรวจ ปฐมพงษ์ไม่ต้องการให้ตำรวจมาเกี่ยวข้อง แกล้งลุกขึ้นโวยวายเหมือนคนบ้า พูดจาไม่รู้เรื่อง ชาวบ้านเลยไม่อยากสนใจ ต่างเดินหนี...

โรสมาเยี่ยมไข้สิงห์ที่โรงพยาบาล กลับพบว่าเขาหายตัวไป โรสรู้ทันทีว่าสิงห์ต้องแอบกลับไปทำงานที่ค้างไว้ต่อ รีบตามไปที่กองปราบฯ เห็นสิงห์นั่งทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมสั่งลูกน้องให้ปฏิบัติกับเขาเหมือนปกติ โรสปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของสิงห์

"หมวดโรส...คุณขัดคำสั่งผม ทั้งๆที่ผมเป็นผู้บังคับ บัญชาคุณได้อย่างไร"

"ขอโทษค่ะ ตามหน้าที่แล้วฉันไม่ควรทำอย่างนั้น แต่ ที่ฉันพูดไปฉันพูดในฐานะของคนรัก...ถ้าผู้กองอยากจะลงโทษฉันตามวินัย ฉันก็พร้อมยอมรับผิด...แต่ในฐานะที่ผู้กองคือคนที่ฉันรักที่สุด ฉันจะไม่ยอมให้ผู้กองเอาชีวิตมาเสี่ยงอีก" โรสสีหน้าจริงจังแต่นัยน์ตากลับแดงก่ำจะร้องไห้  สิงห์เบือนหน้าหนี เกรงจะใจอ่อน

"คุณต้องแยกแยะคำว่าหน้าที่กับเรื่องส่วนตัวให้ออกจากกันให้ได้หมวดโรส...ผม อยากให้คุณทราบเอาไว้ว่าภารกิจที่สำคัญกับประเทศชาติ ถ้าเราไม่ทุ่มเทความตั้งใจทั้งหมดเพื่อแก้ไขมันให้ได้ แล้วมัวแต่รอให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาช่วยล่ะก็ ผมก็ไม่ควรจะมาเป็นตำรวจอีกต่อไป"

"แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับผู้กอง...ฉันจะอยู่ได้อย่างไร"

"ก่อนที่คุณจะรู้จักผม คุณก็อยู่ของคุณมาได้ไม่ใช่หรือหมวดโรส...ผมบอกคุณแล้วว่าคุณต้องแยกแยะ หน้าที่กับเรื่องส่วนตัวให้ได้...ถ้าคุณทำไม่ได้ผมจะย้ายคุณไปหน่วยอื่น"

โรสน้ำตาอาบแก้มช้ำใจ ทนข่มอารมณ์รับปากว่าต่อไปเธอจะไม่คิดถึงเรื่องส่วนตัวระหว่างทำงานอีก สิงห์มองหญิงคนรักอย่างเจ็บปวดใจไม่น้อยไปกว่าเธอ แต่ฝืนทำใจแข็ง สั่งให้เธอออกไปได้แล้ว...

หมู่แย้มกับจ่าเพิ่มเห็นโรสเดินออกจากห้องสิงห์ด้วยน้ำตานองหน้า สงสารจับใจที่ต้องมาเจอสภาพเช่นนี้ พานโทษกำนันฉ่ำว่าเป็นต้นเหตุให้คนสองคนที่รักกันมากต้องมามีเรื่องขัดใจกัน จึงชวนกันไปหาเรื่องกำนันฉ่ำที่ห้องคุมขัง กำนันฉ่ำ ไม่ได้เกรงกลัวจ่ากับหมู่ แถมยังพูดจากวนประสาท หมู่แย้มทนไม่ได้ปราดเข้าไปล็อกตัวกำนันฉ่ำไว้เพื่อให้จ่าเพิ่มเล่นงาน กำนันฉ่ำหน้าเสีย

"อย่านะจ่า...ถ้าผมเป็นอะไรขึ้นมา พวกคุณโดนเด้งแน่"

จ่าเพิ่มเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน เงื้อหมัดจะจัดการ สิงห์ กับทนายของกำนันฉ่ำเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มเจ็บใจที่ไม่ได้สหบาทากำนันฉ่ำให้หายแค้น สิงห์สั่งให้ จ่าเพิ่มไขกุญแจมือปล่อยตัวกำนันฉ่ำไปจากที่นี่ หมู่แย้มขอเหตุผลว่าทำไมต้องทำแบบนี้

"หน้าที่ของเราจบแล้ว เราไม่มีสิทธิ์ที่จะคุมตัวเขาต่อ มีคำสั่งให้กำนันฉ่ำเข้าโครงการคุ้มครองพยาน"

กำนันฉ่ำยิ้มเจ้าเล่ห์ "คุณทนายครับ หมดธุระของผมหรือยัง"

"ถ้ากำนันอยากจะเอาเรื่องที่จ่ากับหมู่พยายามทำร้ายกำนันเมื่อครู่ล่ะก็ ผมจะทำเรื่องให้"

"อย่าเลยครับคุณทนาย...ตำรวจในห้องนี้เก่งๆทั้งนั้น ผมไม่อยากให้ประเทศชาติต้องเสียกำลังพลดีๆให้เขาต้องไปยืนโบกรถดมอากาศเสีย" กำนันฉ่ำหัวเราะหยันแล้วหันไปชวนทนายกลับ

สิงห์รั้งกำนันฉ่ำไว้ ขอคุยตามลำพังสักครู่ กำนันฉ่ำ นิ่งคิดอึดใจก่อนอนุญาต จากนั้นสิงห์พากำนันฉ่ำมาคุยที่ห้องทำงานของเขา กำนันฉ่ำได้ทีแดกดันสิงห์ว่าแข็งแกร่งมาก เจอลอบวางระเบิดจังๆอย่างนั้นยังอุตส่าห์รอดมาได้ แถมตบมือให้อีกต่างหาก สิงห์อยากฝากรอยเท้าไว้กับกำนันฉ่ำสักหนึ่งรอยแต่ข่มใจไว้

"ตราของตำรวจที่ผมให้คำปฏิญาณไว้ว่าจะปกป้องรักษาความยุติธรรมของราษฎร มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ครับกำนัน" สิงห์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผมเชื่อว่าการที่กำนันได้เข้าโครงการคุ้มครองพยานเป็นเพราะเส้นสายพวก เขี้ยวพยัคฆ์ พยายามปกป้องกำนันเอาไว้ แต่อย่าคิดว่าเกมนี้กำนันจะชนะผม"

"ทำไมครับ...ผู้กองคิดจะทำอะไรผมอีกเหรอ"

"ผมไม่ทำอะไรหรอกครับ แต่เมื่อไหร่ที่ผมค้นหาความจริงของ ดร.ปฐมพงษ์พบว่าเกี่ยวข้องกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ยังไง ผมว่า...พวกกำนันต้องเจอการไล่ล่าจากผมและนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวแน่"

กำนันฉ่ำหยุดกึก มองสิงห์อย่างแปลกใจว่าจะมาไม้ไหน

ooooooo

เสือต่อว่าเคนทันทีที่รู้ว่าเอาเรื่องเมื่อคืนที่เจอพวกเขี้ยวพยัคฆ์ไปเล่า ให้สิงห์ฟัง เกรงว่าจะเป็นการยั่วยุให้สิงห์อยากออกไปเสี่ยงชีวิตตามล่าพวกนั้นทั้งๆที่ ยังไม่หายป่วย เคนอ้างว่าสิงห์คะยั้นคะยอให้ เขาเล่าเอง

"เอ็งไม่น่าจะทำอย่างนั้นเลย ลำพังนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคนเดียวก็จัดการได้"

"เฮ้ย...ถ้าเอ็งยังอยากเป็นเพื่อนกับผู้กองอีกล่ะก็ อย่าไปพูดแบบนั้นให้ผู้กองได้ยิน มันจะทำให้เขาเหมือนโดนดูถูก"

เสือพยักหน้ารับรู้ มรกตเข้ามาตามเสือไปกินข้าว แสงระวีเตรียมอาหารกลางวันไว้ให้แล้ว เคนเห็นมรกตมอง อย่างอยากรู้อยากเห็น ทำทีกระซิบเสือไปหาที่ปลอดคนคุยกัน มรกตมองตามสองหนุ่มเดินเลี่ยงออกไปอย่างไม่ค่อยพอใจ รู้ดีว่าเคนระแวงเธอและพยายามกันท่า

ครู่ต่อมา เคนกับเสือมาคุยกันต่อที่สวนหลังบ้าน บอกเสือว่าเขาไม่ค่อยไว้ใจมรกต เสือหาว่าเคนคิดมาก มรกตยอมเสี่ยงชีวิตช่วยแสงระวีกับมะลิ เขาเป็นพยานเรื่องนี้ได้ เคนยืนยันว่าเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล แต่ถ้าเสือไม่เชื่อคำเตือนของเขาก็ตามใจ

"เอ็งเป็นเพื่อนรักของข้า มีเหรอข้าจะไม่ยอมฟังเอ็ง"

เคนยิ้มพอใจ แล้วแนะเสือว่าเรื่องเข่าพญาไฟที่ครูเขี้ยวบอกว่าถ้าใช้เป็นเชิงมวยคู่กับ หมัดเขวี้ยงควายแล้วจะสามารถเล่นงานพวกเขี้ยวพยัคฆ์ได้ เขาอยากให้เสือเก็บเรื่องนี้ ไว้เป็นความลับอย่าให้ใครล่วงรู้เด็ดขาด เสือคิดจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับอยู่แล้ว แต่เรื่องจะใช้เข่าพญาไฟจัดการกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เขายังไม่แน่ใจว่าจะได้ผล เพราะยังไม่เคยเห็นอานุภาพของเชิงมวยนี้มาก่อน

"มั่นใจไว้เสี่ยว...หลองพ่อบอกเอ็งเสมอๆไม่ใช่เหรอว่าเอ็งต้องมุมานะสู้ไม่ถอย ถึงจะหยุดหายนะได้"

"ขอบใจว่ะเสี่ยว...ขาดเอ็งไปสักคน ข้าจะเป็นนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวได้หรือเปล่าก็ไม่รู้" เสือจับมือเคนซึ้งใจกับ มิตรภาพที่เคนมีให้เขาเสมอมา...

หลังกินอาหารกลางวันเสร็จ แสงระวีทวงถามเรื่องที่เสือเคยรับปากว่าจะช่วยมรกตพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เสือไม่ลืม กำลังคิดหาทางช่วยอยู่ มะลิต่อว่าทันทีว่าเมื่อไหร่ถึงจะลงมือ เห็นเสือมัวแต่ยุ่งเรื่องเขี้ยวพยัคฆ์ มรกตเลยต้องออกไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองจนบาดเจ็บกลับมา

"เอาอย่างนี้ ระหว่างที่บักเสือมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ ผมจะช่วยคุณมรกตเอง"

"อย่างพี่เคนน่ะเหรอ"

"อย่าดูถูกยอดมนุษย์กะปอมเหล็กนะจ๊ะมะลิ พี่ออกลุยกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมานักต่อนักแล้ว ถ้าไม่มีพี่ นักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวไม่ดังขนาดนี้หรอก  แล้วที่สำคัญ  พี่รู้สึกผิดกับคุณมรกต ขอให้พี่ได้ช่วยเธอบ้าง"

"คุณมรกตไว้ใจบักเคนได้ครับ" เสือรับประกันเพื่อนซี้ หนักแน่น มรกตยิ้มขอบคุณเคน แต่แววตาคู่นั้นกลับแฝงไว้ด้วยความร้ายกาจ...

มะลิเห็นเสือขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์เตรียมจะออกไปข้างนอก รีบเข้าไปซักไซ้ไล่เลียงถามว่าจะไปถึงไหน กลับเมื่อไหร่ เสือพูดดักคอว่าที่มะลิถามเพราะอยากรู้ว่าเขาจะไปนานมากพอที่เธอจะหนีออกไป ข้างนอกแล้วกลับมาก่อนเขาทันหรือเปล่า มะลิงอนแก้มป่องที่พี่ชายรู้ทัน

"เรายังเด็กนะมะลิ อย่าหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว พี่เป็นห่วงเรานะ" เสือหยิกแก้มน้องหยอกล้อ

มะลิไม่พอใจปัดมือออก ต่อว่าเสือที่ชอบว่าตนเองเป็นเด็กอยู่เรื่อย คนอื่นเขารุ่นเดียวกับเธอ เขายังเก่งไม่แพ้เสือเลย เสืองงว่าหมายถึงใคร มะลิงอน ตอบเสียงห้วนว่าไม่ได้หมายถึงใครทั้งนั้นแล้วเดินเข้าบ้าน  เสือส่ายหน้าแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ ออกไป มะลิเข้ามาในห้องโถงเห็นแสงระวีพูดโทรศัพท์กับลูกน้องจากสำนักพิมพ์เสร็จ หันไปเก็บข้าวของเครื่องใช้ ใส่กระเป๋าสะพาย เตรียมออกไปทำงาน มะลิมาเลียบๆเคียงๆ

"เป็นนักข่าวนี่น่าตื่นเต้นจังนะคะ มีเรื่องสนุกๆให้ทำอยู่เรื่อย มะลิอยากทำงานช่วยเหลือคนแบบนี้มั่ง"

แสงระวีบอกให้มะลิเรียนจบก่อนแล้วเธอจะฝึกงานนักข่าวให้ และที่สำคัญจะขาดไม่ได้คือต้องขออนุญาตเสือก่อน มะลิไม่พอใจ เธอจะทำอะไรทำไมต้องคอยถามเสือด้วย

"ก็เขามีน้องสาวอยู่คนเดียวนี่ แล้วพี่ก็ไม่อยากทะเลาะกับเขาด้วย พี่ไปนะ"

มะลิชักเหลืออดที่ใครๆชอบเห็นเธอเป็นเด็กตลอด คิดหาทางพิสูจน์ให้ใครๆเห็นว่าสามารถดูแลตัวเองได้ แอบไปดักรอทองปลิวหน้าบ้านเช่าของครูเขี้ยว ขอร้องทองปลิวช่วยสอนวิชาเอาตัวรอดให้ ทองปลิวอดขำไม่ได้ หาว่ามะลิถูกพี่ชายดุมากเลยติงต๊อง มะลิงอนจะเดินหนี ทองปลิวรีบเข้าไปขวาง

"โธ่เอ๊ย...ขี้ใจน้อยไปได้ มิน่าเขาถึงว่าคนสวยชอบทำอะไรเอาแต่ใจ ก็แค่อยากรู้ว่าทำไมถึงอยากให้ฉันสอนเรื่องการต่อสู้ให้ ถ้าตอบถูกใจ ฉันจะหุบปากเงียบไม่พูดอะไรเลย"

มะลิอยากฝึกวิชาการต่อสู้เอาไว้ป้องกันตัวเองเท่านั้น ทองปลิวเตือนว่าวิชาการต่อสู้ที่เขาจะสอนให้มีอันตรายในตัวเอง ถ้าใช้ในทางที่ถูกก็จะช่วยคนอื่นได้ด้วย แต่ถ้าใช้ในทางที่ผิดก็จะกลับเป็นภัยกับตัวเอง มะลิไม่เคยคิดจะฝึกวิชาไว้ทำร้ายใคร ยกเว้นพวกปากไวมือไว

"งั้นได้เลยครับคนสวย...จะสอนให้หมดไส้หมดพุงเลย"

"เดี๋ยว...เลิกเรียกฉันแบบนั้นได้แล้ว ฉันชื่อมะลิ"

ทองปลิวปากเสียแซวไม่เลิก มะลิทนไม่ไหวจับมือเขาขึ้นมาบิดอย่างแรง ทองปลิวร้องลั่น "พื้นฐานฉันพอมี นายคิดว่าอย่างฉันคงไม่ต้องฝึกนานใช่ไหม" มะลิคุยอวดแล้วผลักทองปลิวออก

"พื้นฐานแน่นแบบนี้ก็ดีจะได้ไม่ต้องติวเข้มเยอะ"

จากนั้นทองปลิวพามะลิมาที่ลานซ้อมหน้าบ้าน ช่วยสอนการต่อสู้ในแบบต่างๆให้ สุดท้ายลองให้หญิงสาวชกกระสอบทราย มะลิชกไปแล้วเจ็บมือร้องลั่น ทองปลิวเป็นห่วงจับมือเธอมาดู มะลิมองหน้าทองปลิวอย่างประทับใจ ทั้งสองคนสบตากันนิ่งงัน มะลิรู้สึกตัวชักมือกลับ

ทองปลิวรีบไปหยิบปลาสเตอร์มาปิดแผลให้ ขณะมะลิบ่นอุบว่าทำไมถึงได้แสบมากมายนัก ทองปลิวกระเซ้าว่ามา

ฝึกการต่อสู้ไม่ได้ฝึกรำไทยจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว มะลิเอ็ดใส่ที่ทองปลิวชอบพูดจายอกย้อน

"ท่าทางจะฝึกหนักหรือไม่ก็เหนื่อยจนหิวเลยดุกว่าเดิม ผมรู้จักร้านอร่อยๆในตลาดถูกและดี เลี้ยงผมสักมื้อเป็นค่าตอบแทนแล้วกัน"

ทีแรกมะลิปฏิเสธเสียงแข็งแต่ทนทองปลิวรบเร้าไม่ไหวตกปากรับคำจะเลี้ยงข้าว เขาหนึ่งมื้อ ระหว่างรอทองปลิวเข้าไปหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ มะลิเหลือบมองเวลาแล้วตกใจ เกรงว่าพี่ชายจะกลับถึงบ้านก่อน แล้วเธอจะต้องโดนดุอีกแน่ หันไปคว้ากระดาษมาเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้ทองปลิว

"ติดไว้มื้อหนึ่งก่อนนะนายทองปลิว ต้องรีบกลับ...เดี๋ยวโดนพี่ชายเล่นงาน...ขอบใจมาก"

ooooooo

ขณะเดียวกัน ครูเขี้ยวพาเสือมาที่ค่ายซ้อมมวยซึ่งเขาเป็นคนก่อตั้ง เห็นนักมวยมีฝีมือหลายคนกำลังฝึกซ้อมกันอย่างขะมักเขม้น ครูเขี้ยวเล่าว่านักมวยพวกนี้ล้วนเป็นเด็กข้างถนน เร่ร่อนไม่มีที่ซุกหัวนอน ฉกชิงวิ่งราว เหลวไหลกันมาก่อน หลวงพ่อที่ครูเขี้ยวนับถือให้เงินทุนมาช่วยขัดเกลาจิตใจเด็กพวกนี้

"ข้าก็เลยพามาฝึกมวยสอนคุณธรรม จะได้ไม่ต้องไปเกเรทำร้ายใครอีก"

นักมวยเหล่านั้นหยุดซ้อม เดินมายืนเรียงแถวด้านหลังครูเขี้ยว ท่าทางแต่ละคนดูเก่งเอาเรื่อง ครูเขี้ยวเล่าอีกว่านักมวยเหล่านี้ได้เรียนเชิงมวยพญาไฟ แต่ไม่เคยมีใครผ่านการฝึกท่าเข่าพญาไฟได้เลยสักคน

"ทำไมครับครูเขี้ยว"

"เอ็งอยากรู้ ก็ลองทดสอบเชิงมวยพญาไฟดูสักตั้งสิวะบักเสือ" ครูเขี้ยวว่าแล้วถอยให้พวกลูกศิษย์กรูกันเข้าล้อมเสือ "ไม่ต้องออมมือให้มัน มันไม่ธรรมดาเหมือนพวกเอ็ง"

เสือตั้งท่าเตรียมสู้ นักมวยสองคนในกลุ่มโถมเข้าใส่เสือด้วยเชิงมวยพญาไฟ เตะใส่ไม่ยั้ง เสือตั้งรับไม่ทันโดนเข้าไปหลายดอก แต่พอตั้งหลักได้ นักมวยทั้งสองคนก็สู้เสือไม่ได้ ถูกอัดหมอบราบคาบ นักมวยที่เหลือกรูเข้าใส่ เสือโต้ตอบด้วยหมัดเขวี้ยงควายเล่นงานพวกนั้นล้มคว่ำไปตามๆกัน

ครูเขี้ยวเดินเข้ามาประจันหน้าเสือ ตั้งท่าเชิงมวยพญาไฟ พร้อมสู้ เสือปะทะกับครูเขี้ยวได้สองกระบวนท่าก็เล่นงานครูเขี้ยวจนผงะถอยหลัง ครูเขี้ยวตั้งท่าเชิงมวยพญาไฟอีกครั้ง แล้วกระโดดเข่าลอยแทงเข้าอกเสือเต็มๆ ความรุนแรงของพลังราวกับมีลูกไฟ ขนาดใหญ่กระแทกใส่ เสือกระเด็นไม่เป็นท่า ปวดแสบปวดร้อนมาก ต้องรีบถอดเสื้อออก พอก้มมองแผ่นอกตัวเองแล้วต้องตกใจ พบว่าเป็นรอยไหม้

"เป็นอย่างไรบักเสือ...นี่แหละเข่าพญาไฟ" ครูเขี้ยวยิ้มอย่างภูมิใจ...

ในเวลาต่อมา แสงระวีกลับจากทำงาน เจอเสือในสภาพฟกช้ำ แปลกใจว่าไปทำอะไรมา ยิ่งเห็นรอยไหม้ที่หน้าอก คิดว่าไปโดนไฟลวก

"ไม่ใช่หรอกครับ นี่เป็นรอยที่เกิดจาก...ผมไปช่วยคนที่เขาติดอยู่ในบ้านที่กำลังไฟไหม้ เลยพลาดไม่ทันมอง" เสือเกือบหลุดปากพูดเรื่องเข่าพญาไฟของครูเขี้ยว แสงระวีไม่ติดใจสงสัยอะไร ได้แต่เตือนให้รู้จักระวังตัว ทีหน้าทีหลังจะได้ไม่ต้องบาดเจ็บกลับมาแบบนี้ แล้วรีบไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้

เสือมองแสงระวีทำแผลให้ไม่วางตา รู้สึกผิดที่เคยต่อว่าเธอแรงๆเมื่อตอนที่มะลิหายตัวไป อดถามไม่ได้ว่ายังโกรธที่เขาต่อว่าเธออยู่หรือเปล่า แสงระวีส่ายหน้า

"งานของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีมากมาย แทนที่ฉันจะช่วยแบ่งเบากลับทำให้นายต้องยุ่งยากตลอด"

"ผมไม่ได้บอกว่าคุณทำให้ผมต้องยุ่งยาก ผมแค่เป็นห่วงคุณไม่อยากให้คุณบาดเจ็บ"

แสงระวีรู้แล้ว เพราะเสือย้ำกับเธอแทบจะวันละสามเวลา ก่อนอาหาร เสืออ้างว่าถ้าไม่ย้ำแบบนี้ เผลอเมื่อไหร่เธอเป็นหายตลอด แสงระวีงอนตีแขนเสือหนึ่งที เขาแกล้งร้องโอ๊ยลั่น แสงระวีตกใจคิดว่าเขาเจ็บจริง แต่พอรู้ว่าถูกหลอก เงื้อมือจะฟาดอีก เสือจับมือไว้แล้วรวบตัวเธอมากอด ขโมยหอมแก้ม แสงระวีเขินจัด

"อย่าทำแบบนี้นะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า"

"ถ้าใครเข้ามาผมก็ต้องได้ยินเสียงก่อน อย่าลืมสิครับว่าผมมีพลังพิเศษ"

"เหรอจ๊ะ...พี่เสือ" มะลิเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ จับไหล่ เสือจากด้านหลัง

เสือสะดุ้งโหยง รีบปล่อยแสงระวีจากอ้อมกอดเขินหน้าแดงด้วยกันทั้งคู่ ตะกุกตะกักถามน้องสาวว่ามาตั้งแต่ เมื่อไหร่ มะลิอมยิ้มบอกว่ามาแค่เห็นเสือเดี๋ยวกอดเดี๋ยวหอมแสงระวีเท่านั้นเอง แสงระวีอายม้วนเข้าไปตีเสืออุตลุด เสือบอกว่าไม่ต้องไปฟังเด็กแก่แดดพูด เดี๋ยวจะจัดการมะลิให้ มะลิเตือนว่าถ้าเข้ามาเธอจะสู้ แล้วตั้งท่าเตรียมพร้อม เสือชี้หน้ายิ้มๆ เดี๋ยวนี้กล้าหือขนาดจะสู้พี่ชายตัวเองเลยหรือ

"ทำไมจะไม่ได้...ขนาดมะลิเข้ามาตั้งนานแล้ว พี่เสือยังไม่ได้ยินมะลิเลย แสดงว่าเวลานักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวตกอยู่ในความรัก พลังข้าวเหนียวใช้ไม่ได้ผลเหมือนกัน" มะลิลอยหน้าลอยตาล้อ

เสือทำทีฮึดฮัดเข้าไปหาแก้เขิน มะลิจับแขนพี่ชายบิดอย่างเร็วเหมือนอย่างที่ทองปลิวฝึกให้ เสือถึงกับชะงัก มองน้องอย่างแปลกใจ มะลิยิ้มแก้มแทบปริ ก่อนปล่อยมือเสือ แล้วขอตัวเข้าบ้าน ไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอใคร เสือถาม แสงระวีว่าสอนวิชาป้องกันตัวแบบนั้นให้มะลิหรือ แสงระวีปฏิเสธว่าเปล่า

เสืออดสงสัยไม่ได้วิ่งมาขวางหน้า มะลิถามว่าจะตามมาว่าอะไรอีก สองพี่น้องต่อปากต่อคำกัน มะลิหาว่าเสือชอบมาจู้จี้บังคับเธอตลอดไปไหนก็ไม่ได้ เธอโตแล้วดูแลตัวเองได้ เมื่อกี้เขาก็เห็นแล้วว่าเธอปกป้องตัวเองได้หรือเขาอยากจะลองอีก เธอจะทำให้ดูอีกรอบก็ได้ เสือเหลือบเห็นปลาสเตอร์ ที่มือมะลิ คว้ามาดู ถามว่าไปทำอะไรมา มะลิรีบดึงมือกลับ โกหกว่าช่วยเคนซ่อมรถโดนเครื่องมือเลยเป็นแผล

"งั้นถ้าบักเคนกลับมา พี่จะถามว่าจริงหรือเปล่า" เสือว่าแล้วผละจากไป

"ยัยมะลิ...ทำไมโกหกโง่ๆแบบนี้เนี่ย...ซวยแล้ว" มะลิบ่นอุบ แทบอยากจะเขกหัวตัวเอง...

เคนถูกมรกตหลอกให้สะกดรอยตามชายคนหนึ่งซึ่งเธออ้างว่าเป็นคนใส่ความเธอไปถึง ตึกร้าง กว่าจะรู้ตัวว่ามรกตเป็นมือสังหารของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เคนถูกชายคนนั้นซ้อมจนสะบักสะบอม หมดสติ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่บ้านของลมใต้ปีก เสือเหมือนมีลางสังหรณ์ว่าเกิดเรื่องไม่ดีกับเคน ถามแสงระวีว่าเคนไปกับมรกตตั้งนานแล้วทำไมยังไม่กลับ ได้โทร.ติดต่อกับมรกตบ้างหรือเปล่า

"โทร.แล้ว แต่มรกตไม่รับสาย" แสงระวีสีหน้าเป็นกังวลไม่แพ้เสือ

"งั้นเดี๋ยวผมจะให้พรรคพวกแท็กซี่ของบักเคนช่วยวิทยุตาม"  เสือว่าแล้วรีบเข้าไปโทรศัพท์ไปที่อู่รถแท็กซี่ที่เคนทำงานอยู่ สักพัก กลับมาบอกแสงระวีว่า พวกแท็กซี่ไม่มีใครติดต่อเคนได้เลย อยู่ๆก็หายตัวไป เสือชักใจคอไม่ดี ปกติเคนไม่เคยหายไปเฉยๆแบบนี้ รีบชวนแสงระวีออกตามหา

ooooooo

โรสยังคงเศร้าใจกับคำพูดของสิงห์ที่บอกให้ เธอแยกแยะคำว่าหน้าที่ออกจากเรื่องส่วนตัว แต่เธอต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเข้าประชุมกับสิงห์ จ่าเพิ่ม และหมู่แย้มด้วยสีหน้าเป็นปกติ หมู่แย้มรายงานข่าวล่าสุดของกำนันฉ่ำว่าตอนนี้ย้ายไปอยู่เซฟเฮาส์ของโครงการ คุ้มครองพยานเรียบร้อยแล้ว

"พักอย่างหรู อยู่สบายมีคนคอยดูแล...แบบนี้มันเกินไปจริงๆ"

"จ่า...มันเป็นกฎระเบียบ ทางผู้ใหญ่ต้องทำแบบนั้นเพื่อแลกกับข้อมูลที่กำนันฉ่ำให้"

โรสแย้งว่าเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้อมูลที่กำนันฉ่ำให้กับทางการจะสามารถ สาวไปถึงระดับบิ๊กในสภาได้ เพราะเท่าที่เธอให้หมู่แย้มไปสืบมา รายชื่อที่กำนันฉ่ำอ้างล้วนแต่เป็นแค่เบี้ยในกระดานเท่านั้น

"แสดงว่า...เราจนหนทางที่จะจัดการพวกตัวใหญ่ๆแล้วน่ะสิครับผู้กอง" จ่าเพิ่มถอนใจ

โรสเสนอให้พวกเราบุกไปชิงตัวกำนันฉ่ำแล้วบังคับให้พาไปรังของอำนาจ เสือไม่เห็นด้วย ตอนนี้เราสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ก็หนักหนาสาหัสพอแล้ว ไม่ควรจะหาเรื่องกับพวกตำรวจด้วยกันอีก ความเครียดทำให้อาการปวดหัวของสิงห์กำเริบ แต่พยายามกัดฟันทนไม่อยากให้ลูกน้องรู้ ขอตัวออกจากห้องประชุม

โรสมองตามอย่างสงสัย ครู่ต่อมา สิงห์ยืนกุมขมับอยู่ในห้องน้ำ ปวดหัวแทบจะระเบิด ต้องเปิดน้ำจากก๊อกอ่างล้างหน้าสาดใส่หน้า ก่อนเงยหน้ามองตัวเองในกระจกเงา ต้องประหลาดใจ เมื่ออยู่ๆกระจกเงาเกิดแตกร้าวทั้งบาน สิงห์ผงะถอยหนี อาการปวดหัวทำให้เขาไม่ใส่ใจ คว้ายาแก้ปวดที่หมอให้ขึ้นมา แต่มือสั่น ขวดยาเลยหล่นลงในอ่างล้างหน้าเม็ดยาไหลลงท่อหมด...

ด้านเสือกับแสงระวีมาถึงบริเวณที่รถแท็กซี่ของเคนจอดทิ้งไว้ เสือปรี่เข้าไปดูในรถแต่ไม่เจอใคร ตะโกนเรียกหาเคนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงมรกตร้องไห้แว่วมาจากด้านในตึกร้าง รีบชวนแสงระวีเดินตามเสียงร้องมาถึงกองเศษอิฐ เจอมรกตซ่อนตัวอยู่อย่างหวาดกลัว แสงระวีเข้าไปกอดด้วยความดีใจ มรกตปล่อยโฮลั่น เสือใจเสียถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเคนอยู่ที่ไหน มรกตส่ายหน้า

"ฉันไม่รู้...นายเคนพยายามช่วยฉัน...ฉันห้ามเขาแล้ว บอกให้ตามนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาช่วย แต่เขาบอกว่าจัดการเองได้...พวกนั้นมันทำร้ายนายเคน แล้วลากตัวเขาไป" มรกตเล่าทั้งน้ำตา...

เคนถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ในสภาพไม่ได้สติอยู่ภายในบาร์ของอำนาจ ลิงลมเข้ามาตบหน้าให้รู้สึกตัว เคนปรือตามอง เห็นลิงลม ศรกับอำนาจอยู่กันพร้อมหน้า ถึงกับมองตาโต

"เฮ้ย... นี่ข้าตายไปแล้วใช่ไหม ข้าอยู่ในนรกเลยได้เจอพวกเอ็งครบหน้า...ไชโย...ในที่สุดบักเสือมันก็จัดการ กับพวกเอ็งได้...ฮะๆๆๆ สะใจจริงๆเลยเว้ย"

ศรเจ็บใจมาก ตรงเข้าไปอัดเคนหนึ่งหมัดฐานปากเสีย อำนาจปรามว่าอย่ารุนแรงกับแขกของตน เคนเตือนว่าถ้าคิดจะจับตัวเขาเพื่อแลกกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็ขอให้คิด ใหม่ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่เอาตัวเองมาแลกกับคนขับแท็กซี่กระจอกๆอย่างเขา แน่นอน และที่สำคัญ มือสังหารที่อำนาจส่งไปอยู่กับพวกเสือก็ต้องถูกเปิดโปง เสือจะต้องตามมาจัดการพวกคนเลวๆอย่างอำนาจจนสิ้นซาก

"ใครว่าฉันจะเอาแกล่อนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวให้ออกมาแบบง่ายๆล่ะ ฉันจะใช้แกเป็นเครื่องมือฆ่าเพื่อนรักของแกต่างหาก...บักเคน" อำนาจหัวเราะร่วนราวกับเป็นเรื่องขำขัน เคนชักใจคอไม่ดี...

ในเวลาเดียวกัน ที่กองปราบฯ โรสเห็นสิงห์หายเข้าห้องน้ำไปนานสองนานยังไม่ออกมา  เลยมาเคาะประตูเรียก แต่ไม่มี เสียงตอบ นึกเอะใจเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปดู เห็นสิงห์นอนหมดสติ มีขวดยาแก้ปวดตกอยู่ที่พื้น รีบตะโกนเรียกจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มมาช่วยกันพยุงสิงห์ส่งโรงพยาบาล โรสเก็บขวดยาแล้วมองไปที่กระจกเงาที่แตกร้าวอย่างสงสัย...

ค่ำวันเดียวกัน ลิงลมเห็นทนายความของกำนันฉ่ำออกมาจากห้องทำงานของอำนาจ รีบเข้าไปถามอำนาจว่ามีข่าวจากกำนันฉ่ำหรือ

"กำนันฉ่ำส่งข้อมูลมาว่าผู้กองสิงห์รู้เรื่อง ดร.ปฐมพงษ์ แล้ว"

ลิงลมตกใจว่าทำไมสิงห์ถึงล่วงรู้เรื่องนี้ อำนาจตำหนิว่า เป็นเพราะลิงลมทำงานพลาด ปล่อยให้ปฐมพงษ์หนีรอดไปได้ ลิงลมหน้าเจื่อน

"เอ่อ...ผมขอโทษครับ ไม่คิดว่าไอ้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมันจะตามมายุ่งด้วย"

"ทั้งไอ้ผู้กองสิงห์ ทั้งนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมันจุ้นเรื่องของพวกเราไปได้ซะทุกเรื่อง นี่ยังดีนะที่ผู้กองสิงห์ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับ ดร.ปฐมพงษ์มาก" ศรบ่นอย่างหัวเสีย ลิงลมรับปากว่าจะเร่งให้คนของเราจับตัวปฐมพงษ์กลับมาให้เร็วที่สุด

ooooooo

เสือออกตามหาเคนตั้งแต่ช่วงบ่ายกว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดค่ำ แสงระวีรออยู่กับมะลิด้วยความกระวนกระวายใจ ถามว่าเจอเคนไหม เสือส่ายหน้า ก่อนจะหันไปทางมรกต

"ผมไปตามหาทุกที่ตามที่คุณบอกผมมาหมด แต่ไม่เจอไอ้คนที่คุณบอกว่ามันเอาตัวบักเคนไปเลย คุณลองนึกดูอีกทีว่ามีที่ไหนอีกบ้างที่ผมจะไปตามหาได้อีก"

"ฉัน...ฉันนึกไม่ออกแล้วจริงๆค่ะ...ทั้งหมดนั่นก็เป็นที่ที่ฉันรู้"

"ให้ผู้กองสิงห์ช่วยตามดีไหมคะ ตำรวจเขามีหูตามากกว่าเรา" มะลิแนะ

แสงระวีค้านทันที "ตอนนี้พี่สิงห์อาการไม่ค่อยดี คดีของพวกเขี้ยวพยัคฆ์เองก็ยังสะสางไม่ได้จ้ะมะลิ"

มรกตโทษตัวเองที่ทำให้เคนถูกจับตัวไป ดังนั้น เธอจะออกตามหาเขาเอง เสือเข้าไปจับแขนมรกตห้ามไว้ ขอให้ ปล่อยเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของเขา

"แต่ฉันเป็นคนผิด" มรกตตีหน้าเศร้าสุดฤทธิ์

"ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก บักเคนมันเป็นนักสู้ เหมือนผม ผมเชื่อว่าไอ้คนที่เอาตัวมันไป ต่อให้ทำร้ายมันหนักหนา แค่ไหน บักเคนมันก็ยังอดทนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆแน่" เสือมั่นใจในตัวเพื่อนซี้...

ฝ่ายเคนพยายามดิ้นรนจะหนี แต่ดูเหมือนยิ่งดิ้นเชือกยิ่งรัดแน่น ศรกลับเข้ามาพร้อมกับแม็กนั่ม

"ข้าเดาว่าบักเสือมันคงเล่าให้เอ็งฟังแล้วว่าทำไมหมัด เขวี้ยงควายของมันถึงสู้แม็กนั่มไม่ได้...พลังข้าวเหนียวของมันยังไงก็มีขีด จำกัด แต่พลังของแม็กนั่มมันไร้ขีดจำกัด เอ็งเคยคิดอยากจะลองมีพลังแบบนั้นบ้างไหม" ศรเดินเข้ามาจ้องหน้าเคนใกล้ๆ เคนบอกปัดว่าไม่เคยคิดอยากได้

"งั้นฉันว่าแกควรจะมี จะได้ไม่น้อยหน้าเพื่อนแกไง"

เคนหันไปมองตามเสียง เห็นอำนาจเดินนำหน้าลิงลมเข้ามา เคนปฏิเสธลั่นว่าไม่ต้องการ

"เอาน่าไอ้เคน คนที่มีพลังมหาศาลมันดีนะเว้ย ดีไม่ดีเอ็งอาจจะเก่งกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็ได้ เอ็งจะได้ดังกว่าบักเสือ ไม่ต้องคอยเป็นพระรองให้มันไง" ลิงลมยิ้มกวน

อำนาจหันไปพยักพเยิดแม็กนั่มให้เอาเข็มฉีดสารกระตุ้นออกมา ศรกับลิงลมช่วยกันจับตัวเคนให้อยู่นิ่งๆ แม็กนั่มฉีดสารกระตุ้นเข้าคอเคนจนหมดหลอด ทันทีที่ดึงเข็มฉีดยาออกเคนตัวสั่นอย่างรุนแรง

"ไม่...ข้ากับบักเสือเป็นเพื่อนรักกัน ข้าไม่มีทางทำร้ายเพื่อนข้า" เคนตะโกนเรียกเสือลั่นก่อนหมดสติ

ศรถามอำนาจว่าแล้วเคนจะไม่ตายเหมือนกับเห่าดงและหมีควายหรือ อำนาจไม่ตอบ มองเคนด้วยสีหน้าเหี้ยม แล้วชวนลิงลมกับแม็กนั่มไปที่ห้องทำงานทิ้งเคนไว้ลำพังกับศรไม่นานนัก เคนรู้สึกตัว แต่อยู่ในอาการสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยา ศรเข้ามาจับหัวเคนยกขึ้น

"ข้าจะบอกให้ว่าไอ้เห่าดงกับหมีควายมันแข็งแกร่งขึ้นมาเพราะยาตัวเดียวกับ ที่เอ็งได้ไป แต่สุดท้ายมันก็ไม่รอด... แต่เอ็งมันอึดกว่าที่ข้าคิดไว้เยอะ ถ้าเอ็งรอดคืนนี้ไปได้ เอ็ง จะแข็งแกร่งยิ่งกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอีก" ศรผลักหัวเคน แล้วเดินออกไป

เคนเรียกชื่อเสือออกมาเบาๆ เริ่มหายใจติดขัด เจ็บปวดทรมานมาก ภาพเก่าๆเมื่อครั้งที่เขาออกรบกับเสือผ่านเข้ามาในสมองที่เหลือสติเพียงน้อย นิดของเคน ภาพตอนที่เขาเหยียบกับระเบิด แล้วเสือเสี่ยงชีวิตใช้พลังข้าวเหนียวเข้ามาช่วยอุ้มเขาวิ่งหนีจนรอดพ้นระยะ ทำการของระเบิด...ความทรมานจากสารกระตุ้นทำให้เคนถึงกับร้องลั่น...

ขณะเดียวกัน เสือนอนไม่หลับ อดเป็นห่วงความปลอดภัยของเพื่อนรักไม่ได้

ooooooo

ตอนที่ 20

มะลิเอาประวัติของมรกตที่ได้จากโรสให้แสงระวีดู แสงระวีเชื่อเหมือนมะลิว่ามรกตไม่น่าจะเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย   สองสาวจึงตกลงใจจะสืบหา ความจริงและช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้มรกต เผื่อเสืออาจจะยอมรับพวกเธอขึ้นมาบ้างว่า   การต่อสู้ของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าที่ของเสือคนเดียว

"แต่เราจะทำอย่างไรคะ ในเมื่อ...พี่เสือยังให้พี่เคนเฝ้าเราอยู่แบบนี้"

มะลิมองออกไปเห็นเคนนั่งอ่านหนังสือ หัวเราะคิกคักเฝ้าอยู่ข้างนอก แสงระวีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกระซิบบอกแผนกับมะลิ จากนั้นมะลิเดินออกมาหาเคน โกหกว่าดอกสร้อยโทรศัพท์ มาหา แล้วชี้ให้เคนไปรับโทรศัพท์ที่อยู่ห้องถัดไป เคนหลงเชื่อเดินยิ้มหน้าบานเข้าไป กว่าจะรู้ว่าถูกหลอก แสงระวีก็จัดการล็อกประตูห้องอย่างแน่นหนาขังเคนไว้ในนั้นเรียบร้อย...

ศรกลับมารายงานอำนาจว่าข่าวที่อำนาจต้องการให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวรู้ เขาจัดการให้เรียบร้อยแล้ว อำนาจชมว่าศรทำงานดีอย่างนี้ แสดงว่ากลับเนื้อกลับตัวยอมเป็นลูกน้องที่ว่านอนสอนง่ายของเขาแล้ว

"ครับผู้พัน...ตอนนี้ผมต้องการเห็นแค่ไอ้บักเสือถูกกำจัดอย่างอื่นผมไม่สน อีกแล้ว" ศรก้มหัวให้อำนาจอย่างยอมสยบ ก่อนจะหันไปมองมรกตกับแม็กนั่ม มรกตเดินเข้ามาจับบ่าศร

"นายทำงานได้ดีมาก สมกับที่ฉันไว้ใจ ไม่ต้องห่วงเรื่องพ่อของนาย ทุกอย่างกำลังไปได้ดี"

มรกตยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนผละจากไป ศรมองตามรู้สึกได้ว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ธรรมดาเลย...

ด้านเคนยืนหอบเหนื่อยหลังจากปีนหนีออกจากห้องที่ถูกแสงระวีขังไว้ บ่นอุบว่าถ้าเสือรู้เรื่องนี้เขาต้องซวยแน่ๆ เสือขับซุปเปอร์ถึกกลับมาถึงพอดี เดินอ่อนแรงเข้ามา เคนยังไม่ทันจะอ้าปากสารภาพ เสือเซจะล้ม เคนรีบเข้าไปประคองถึงได้เห็นว่าเพื่อนได้รับบาดเจ็บ เสือร้องขอข้าวเหนียวกินเพิ่มพลัง

"ข้าเตรียมไว้ให้แล้ว เอ็งกินข้าวเหนียวเรียกพลังก่อน เดี๋ยวข้าจะจัดการทำแผลให้ รีบไปเร็ว เสี่ยว"

ooooooo

แสงระวีกับมะลิกว่าจะเดินหาบ่อนซึ่งเป็นที่อยู่ของมรกตตามข้อมูลที่ได้จาก โรสเจอก็ถึงเวลามืดค่ำแล้ว มะลิมองไปรอบๆสีหน้าเป็นกังวล ทั้งสองสาวพยายามกวาดตามองหามรกตท่ามกลางพวกนักพนันที่กำลังเล่นการพนันกัน หน้าดำคร่ำเคร่ง นักเลงคุมบ่อนเข้ามาขวางหน้าทั้งคู่

"มาทำอะไรกันที่นี่จ๊ะน้องสาว ท่าทางไม่ใช่ขาประจำนี่"

แสงระวีมาหาเพื่อนชื่อมรกต นักเลงทำทีนิ่งคิด บอกว่ารู้จัก แล้วหลอกพาทั้งคู่เข้าไปด้านใน เด็กหนุ่มชื่อทองปลิวมองตามมะลิอย่างสนใจ แต่นักเลงคุมบ่อนอีกคนหนึ่งเข้ามาตบบ่าเขาเบนความสนใจ ก่อนจะดึงคอเสื้อทองปลิวลากออกไปข้างนอก...

แสงระวีกับมะลิถูกพาไปพบกับหัวหน้านักเลงซึ่งคุมเชิงอยู่ด้านใน ลูกพี่สั่งสมุนให้ค้นกระเป๋าถือของแสงระวีดูว่าทั้งคู่เป็นใครมาจากไหน เป็นสายให้ตำรวจหรือเปล่า สมุนค้นเจอบัตรนักข่าว รีบรายงานลูกพี่ทันที แสงระวียอมรับว่าเป็นนักข่าวจริง แต่ไม่ได้มาทำข่าว เธอมาตามหาเพื่อน ลูกพี่ไม่เชื่อ ตรงเข้าตบหน้าแสงระวีฉาดใหญ่จนหน้าหัน

"ลากมันสองคนออกไปจัดการข้างนอก...อย่าให้ลูกค้าแตกตื่น"

สมุนล็อกตัวหญิงสาวทั้งสองคนออกไป แสงระวีมองนักพนันที่กำลังเล่นพนันอย่างเอาเป็นเอาตายแล้วนึกขึ้นได้ หันบอกมะลิให้เตรียมตัว แล้วตะโกนขึ้นสุดเสียงว่า "ตำรวจมา" เท่านั้นเอง วงพนันแตกฮือ นักพนันวิ่งหนีกันอย่างไม่คิดชีวิต แสงระวีอาศัยจังหวะชุลมุนผลักพวกสมุนล้มระเนระนาด มะลิยืนตะลึง

"รีบหนีไปมะลิ...ไม่ต้องห่วงพี่"

มะลิตั้งสติได้รีบวิ่งหนี แสงระวีล่อพวกสมุนให้ตามไปอีกทาง...ขณะเดียวกัน ในตรอกเปลี่ยวไม่ไกลจากบ่อน ทองปลิวถูกนักเลงหนึ่งในสองคนผลักกระแทกผนังอย่างแรง ก่อนเตะท้องเด็กหนุ่มเบาะๆโทษฐานตามมาทวงเงินไม่เลือกเวล่ำเวลา ทองปลิวคลำท้องป้อยๆชักฉุนขึ้นมาบ้าง

"ฉันขอดีๆแล้ว...ถ้าพี่ไม่ให้ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน"

"ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเอ็งไม่สมควรโตแล้ว สมควรตายตั้งแต่ยังเด็กแบบนี้แหละ"

นักเลงพยักพเยิดให้เพื่อนอีกคนชักมีดสปริงเข้าจัดการจ้วงแทงไปที่ท้องเด็ก หนุ่ม ทองปลิวกลับยิ้มกวน ถามว่าแน่ใจหรือว่าแทงถูก นักเลงคนนั้นชะงักมองมือตัวเองแล้วต้องตกใจ เพราะมีดพกหายไป แต่กลับไปอยู่ในมือทองปลิวแทน ทองปลิวเล่นงานเจ้าของมีดพกด้วยท่าจระเข้ฟาดหางหงายท้องตึง สลบไสล กวักมือเรียกนักเลงอีกคนที่เหลือให้เข้ามาอย่างท้าทาย...

แสงระวีถูกลูกพี่นักเลงวิ่งไล่จับ เธอสู้สุดฤทธิ์คว้าของใกล้มือขว้างใส่ไม่ยั้ง ไม่ว่าแสงระวีจะเอาแจกันหรือเก้าอี้ฟาด ลูกพี่ไม่ระคายแม้แต่หนังกำพร้า หญิงสาวถอยกรูดหน้าเสีย ไม่เหลืออะไรแถวนั้นให้ปาใส่ นอกจากถาดแบบที่ตลกคาเฟ่ใช้ แสงระวีจวนตัวเอาถาดมาถือไว้เป็นอาวุธขู่ไม่ให้เข้ามา ลูกพี่ขำกลิ้ง

"ฮ่าๆๆ...ไม่ใช่ตลกคาเฟ่นะเว้ย...จะได้เอาถาดมาตีหัว"

ลูกพี่ปราดเข้ามา แสงระวีหลับหูหลับตาฟาดเปรี้ยง ก่อนจะค่อยๆหรี่ตามอง เห็นลูกพี่ยืนหน้าเขียวหน้าแดง คาดไม่ถึงว่าถาดเบาๆแบบนี้จะเอาอยู่ พอเธอก้มมองถึงได้รู้ว่าเขาไม่ได้เจ็บหัว แต่เจ็บเพราะโดนมรกตเตะผ่าหมาก ลูกพี่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น มรกตคว้าข้อมือแสงระวีวิ่งหนี...

นักเลงปราดเข้าไปจะเอาเรื่อง ทองปลิวพยายามพูดดีด้วย ขอเงินที่พวกนั้นยึดไปคืนแล้วสัญญาว่าจะไม่มารบกวนอีก นักเลงไม่พอใจที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนหยาม ชักปืนเล็งไปที่ทองปลิว แต่ยังไม่ทันจะเหนี่ยวไก ทองปลิวเข้าไปฉกปืนออกจากมือนักเลงมาได้หน้าตาเฉย นักเลงถึงกับอึ้ง

"ชื่อฉันก็บอกอยู่แล้ว ขนาดทองยังปลิวได้ มือฉันมันเบาที่สุดแล้ว"

ทองปลิวว่าแล้วฟาดแข้งเปรี้ยงเข้าก้านคอ นักเลงร่วงตามเท้า ทองปลิวเข้าไปค้นหากระเป๋าเงิน มะลิวิ่งหน้าตื่นร้องตะโกนให้คนช่วยเข้ามาเห็นพอดี เบรกตัวโก่ง ตกใจ คิดว่าหนีเสือปะจระเข้ เพราะเห็นเด็กหนุ่มกำลังขโมยเงินคนที่นอนสลบอยู่ ทองปลิวจะอธิบายแต่ไม่ทัน มะลิหันหลังเผ่นแน่บ


โชคร้ายนักเลงจากบ่อนตามมาทัน ชกเข้าที่ท้องน้อยจนมะลิหมดสติ ทองปลิววิ่งตามมาขอร้องนักเลงให้ปล่อยหญิงสาวไป นักเลงชี้หน้าทองปลิวอย่างเอาเรื่อง

"อย่าอยากเป็นฮีโร่ไปหน่อยเลยไอ้น้อง เดี๋ยวจะตายก่อนทันโต"

นักเลงชักปืนจะยิง ทองปลิวไวกว่าปาก้อนอิฐในมือเข้าหน้าเขาเต็มๆ สลบเหมือด แล้วปรี่เข้าไปเขย่ามะลิให้รู้สึกตัว แต่หญิงสาวนอนนิ่ง ทองปลิวไม่รู้จะทำอย่างไร ตัดสินใจอุ้มเธอกลับบ้าน

ooooooo

หลังจากพลังข้าวเหนียวกลับคืนมา เสือเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เคนฟัง เคนนึกไม่ถึงว่าศรจะรอดตายแถมกลับมาเล่นงานเสือได้อีก เสือยังได้รู้มาอีกว่าคนที่ต้านหมัดเขวี้ยงควายของเขาได้ชื่อแม็กนั่ม คิดว่าน่าจะเป็นพวกเขี้ยวพยัคฆ์เช่นกัน   คำเตือนของหลวงพ่อเข้มที่พูดถึงหายนะครั้งใหญ่ คงหมายถึงพวกนี้แน่ๆ

"งั้น...คราวนี้เอ็งลำบากแน่ จะเอาชนะไอ้ยักษ์แม็กนั่มนั่นยังยาก...แล้วไหนจะต้องหยุดแผนการร้ายของพวกมันอีก"

"มันต้องมีทางออกสิวะบักเคน ไม่อย่างนั้นหลวงพ่อคงไม่เตือนให้ข้ามุมานะฝึกฝนหรอก...เออ...แล้วคุณแสงระ วีกับมะลิล่ะ...เอ็งจับตาดูไว้รึเปล่า"

เคนหน้าเจื่อน รีบหลบสายตา บ่นขมุบขมิบกับตัวเอง "ถ้ารู้ว่าหนีหายไปมีหวังฆ่าเราตายแน่"

"บักเคน...อยู่ไกลเป็นร้อยเมตรข้ายังได้ยินเสียงเข็มตกเลย...แล้วเอ็งบ่นต่อ หน้าข้า...คิดว่าข้าจะไม่ได้ยินหรือวะ... คุณแสงระวีกับมะลิหายไปไหน" เสือตะคอกเสียงดัง เคนได้แต่ หน้าจ๋อย...

แสงระวีกับมรกตตามหามะลิจนทั่วบริเวณก็ไม่เจอ ในบ่อนก็ไม่เหลือใครแล้วเพราะถูกตำรวจจับตัวไปหมด แสงระวีจนใจไม่รู้จะไปตามหามะลิที่ไหน ชวนมรกตกลับบ้านลมใต้ปีก ด้วยกัน...

เสือไม่พอใจมากที่เห็นแสงระวีกลับมาโดยไม่มีมะลิมาด้วย แสงระวีน้ำตาซึมรู้ตัวว่าทำผิด ขอโทษเสือสัญญาว่า ถ้าตามหามะลิไม่เจอเธอจะไม่มาให้เขาเห็นหน้าอีก แล้วขยับจะออกจากบ้าน มรกตเข้ามาขัด

"อย่าเพิ่งไปค่ะคุณแสงระวี...คุณเสือ ถ้าคุณอยากจะโทษเธอ คุณโทษฉันดีกว่า ฉันเป็นต้นเหตุให้มะลิกับคุณแสงระวีต้องออกไปทำเรื่องเสี่ยงอันตราย"

เคนกระซิบถามเสือว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร มรกตแนะนำตัวเองให้เคนรู้จัก เสือถามมรกตว่าไปทำอะไรที่บ่อน แสงระวีกับมะลิถึงได้ตามไปที่นั่น ทีแรกมรกตทำเป็นอึกอักไม่อยากพูดถึง แต่สุดท้ายก็บอกว่าไปที่บ่อนเพราะต้องการไปตามหาคนที่ยัดเยียดข้อหาฆาตกรให้ เธอ แสงระวีตกใจที่มรกตพูดเรื่องนี้ขึ้นมา

"ฉันไม่อยากให้คุณกับมะลิมาข้องแวะกับฉัน แต่คุณก็คงไปสืบเรื่องของฉันมาจนรู้"

"ค่ะ...ฉันกับมะลิอยากช่วยคุณ เราเลยไปตามหาคุณ"

"คุณมีบุญคุณกับน้องสาวผม ปัญหาของคุณผมจะหาทางช่วยให้ทีหลัง แต่ตอนนี้ผมต้องไปตามหาน้องสาวผมก่อน" เสือเดินยังไม่ทันพ้นประตูบ้าน แสงระวีขอไปด้วย เสือหันขวับมามองสีหน้าไม่พอใจ "พอเถอะ...อย่าทำให้ผมลำบากใจมากไปกว่านี้เลย" เสือผละจากไปอย่างเย็นชา ทำเอาแสงระวีอึ้งพูดไม่ออก

"บักเสือมันกำลังห่วงน้องสาว มันไม่ได้คิดจะว่าคุณหรอกครับ" เคนพยายามปลอบ

แต่แสงระวีไม่รู้สึกดีขึ้น ขณะที่มรกตเห็นแสงระวีกับเสือมีปัญหากัน ลอบยิ้มพอใจ

ooooooo

ที่บ้านเช่าของทองปลิวภายในชุมชนแออัด มะลินอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง ทองปลิวนั่งเฝ้าอยู่ด้วยความเป็นห่วง ครูเขี้ยวกลับเข้ามาเห็นทองปลิวกับเด็กสาวหน้าตาสะสวยนอนอยู่บนเตียงก็ตกใจ เล่นงานทองปลิวว่าไปพาลูกสาวใครมา ทองปลิวยังไม่ทันจะตอบอะไร ครูเขี้ยวเห็นเด็กสาวนอนนิ่ง ด่าลั่น

"หนอย...ไอ้เวร...นี่ถึงกับมอมยาเขาด้วยเหรอ ข้านึกว่าข้าจะดัดสันดานเอ็งให้เป็นคนดีได้แล้วซะอีก"

"ฟังฉันก่อนครู...ฉันเปล่านะ"

"เห็นอยู่ทนโท่เอ็งยังมาบอกว่าเปล่าอีกเหรอ สงสัยข้ายังเอาเลือดชั่วออกจากกบาลเอ็งไม่หมด คืนนี้ข้าจะเจาะกะโหลกเอามาเททิ้งให้เกลี้ยง"

ทองปลิวไม่รอช้า วิ่งหนีออกมายังลานหน้าบ้านซึ่งเป็นที่สำหรับซ้อมมวย ครูเขี้ยวไล่ตามมาติดๆตะโกนว่าอย่าหนี ทองปลิวไม่ฟัง วิ่งหนีไปแอบหลังกระสอบทราย ครูเขี้ยวตามเข้าไปเตะกระหน่ำใส่กระสอบทราย ลูกเตะของแกรุนแรงมากจนทองปลิวที่หลบหลังกระสอบทรายกระเด็นล้มกลิ้งล้มหงาย

"นี่ขนาดมีกระสอบทรายนะเนี่ย ถ้าโดนเข้าไปเต็มๆ ฉันหักกลางแน่เลยครู"

"ก็ถ้าเอ็งตั้งใจซ้อมมากกว่านี้เอ็งรับมือเชิงมวยพญาไฟของข้าได้แน่ แต่นี่เอ็งมัวแต่เอาเวลาไปทำเรื่องชั่วๆ เอ็งถึงฝึกได้ไม่ถึงไหนไง"

ทองปลิวอธิบายให้ครูเขี้ยวฟังว่าไม่ได้รู้จักอะไรกับเธอคนนี้มาก่อน เจอเธอกำลังถูกพวกในบ่อนไล่ตาม เลยเข้าไปช่วยเอาไว้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้านอยู่ที่ไหนจึงไม่รู้จะทำอย่างไร ครูเขี้ยวจะเชื่ออยู่แล้ว ถ้ามะลิไม่โผล่เข้ามาเห็นหน้าทองปลิวพร้อมกับร้องโวยวายว่า "ไอ้หัวขโมย" ก่อนเป็นลมหมดสติไปอีกครั้งเสียก่อน ทองปลิวจะเข้าไปช่วยหญิงสาว ครูเขี้ยวดึงคอเสื้อไว้ สั่งให้อธิบายทุกอย่างมาเดี๋ยวนี้...

ภายในบ้านของโรส สิงห์คีย์ข้อมูลทุกอย่างของกำนันฉ่ำเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรส เผื่อว่าเขาถูกสั่งพักงาน เธอจะได้สานต่องานนี้แทนได้เลย โรสอาสาจะหาทางจัดการให้กำนันฉ่ำร่วมมือกับเราโดยไม่มีเงื่อนไขเอง สิงห์จับมือโรสไว้อย่างเป็นห่วง

"อย่าเลยโรส เราไม่รู้ว่าพวกที่กำนันฉ่ำกำลังปกป้องมีอยู่มากแค่ไหน และแทรกซึมอยู่ที่ไหนบ้าง พวกมันอาจจะมีอิทธิพลมากกว่าที่เราคิด ถ้าคุณไม่ระวัง คุณอาจจะโดนเก็บเมื่อไหร่ก็ได้"

"แต่ฉันเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉันไม่เคยกลัวที่จะตายอีก"

สิงห์เชยคางเธอให้หันมาอย่างทะนุถนอม "โรส ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก เพราะผมคงทำใจไม่ได้ถ้าต้องเสียคุณไป" สิงห์ค่อยๆบรรจงจูบฝีปากโรสเบาๆ แล้วขอตัวกลับก่อน โรสนิ่งไปอึดใจ

"เอ่อ...ผู้กองคะ...ผู้กองจะค้างที่นี่ก็ได้นะคะ"

สิงห์ยิ้มให้ "คุณพักผ่อนเถอะ...เสร็จคดีนี้แล้ว เราน่าจะลาพักร้อนแล้วไปเที่ยวกันสักอาทิตย์"

"ค่ะ...ฉันจะรอ" โรสยิ้มตอบ มองตามสิงห์ที่เดินจากไป พอกลับมาที่โต๊ะทำงาน   โรสถึงได้รู้ว่าสิงห์ลืมมือถือไว้   รีบวิ่ง ตามหน้าบ้าน เห็นสิงห์กำลังไขกุญแจประตูรถ เสียงเรียกของโรสทำให้สิงห์ชะงัก เดินกลับมาหา ทันใดนั้น มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว   รถของสิงห์ระเบิดเป็นจุณ   โรสโดนแรงกระแทกล้มลง

ooooooo

รุ่งขึ้น แสงระวีแทบช็อกเมื่อได้รับโทรศัพท์แจ้งจากโรสว่าสิงห์ถูกลอบวางระเบิดได้รับ บาดเจ็บ กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แสงระวีบอกมรกตแล้วรีบไปเยี่ยมสิงห์ พอเคนรู้ข่าวเรื่องสิงห์ก็ร้อนใจ เพราะเสือก็ไม่อยู่ออกไปตามหามะลิ แถมติดต่อไม่ได้ มรกตอาสาจะช่วยเหลือ

"ไม่ต้องหรอกครับ ผมจะลองหาทางติดต่อบักเสือก่อน"

มรกตมองเคนที่เดินกระวนกระวายใจออกไปด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์...ไม่นาน แสงระวีมาถึงโรงพยาบาลเห็นสิงห์นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง โดยมีโรสนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง อาการภายนอกของสิงห์ไม่มีอะไรหนักหนา แต่หมอเป็นห่วงเรื่องที่เขาได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง ต้องรอผลสแกนก่อนถึงจะวินิจฉัยอาการได้

จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มเข้ามารายงานโรสว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ซากรถของสิงห์เพิ่งส่งไปให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจ แต่เท่าที่รู้มาระเบิดที่พวกมันใช้มีอานุภาพร้ายแรงมาก ถ้าโรสไม่เรียกสิงห์เอาไว้ เขาคงเละเป็นโจ๊กแน่ จ่าเพิ่มตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีที่ผู้กอง กำลังเร่งสะสางอยู่

"จ่าหมายถึงคดีไล่ล่าพวกร่วมขบวนการเขี้ยวพยัคฆ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในสังคมเหรอคะ"

จ่าเพิ่มหันมาพยักหน้ากับแสงระวี โรสเจ็บใจมาก คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับกำนันฉ่ำ ฮึดฮัดลุกออกจากห้องพักไปเอาเรื่อง แสงระวีรีบตามมาห้าม เตือนว่าอย่าเพิ่งใจร้อน พวกนั้นกำลังจับตาดูเราอยู่ เธอคิดว่าเป้าหมายคนต่อไปของพวกนั้นน่าจะเป็นโรส และถ้าโรสเป็นอะไรไปอีกคน พวกเราจะไม่เหลือใครที่คอยขวางพวกนั้น โรสใจเย็นลงเป็นจังหวะเดียวกับหมอเข้ามารายงานเรื่องผลสแกนสมองของสิงห์...

ในเวลาเดียวกัน เสือเอาภาพถ่ายของมะลิเดินถามชาวบ้านไปทั่วบริเวณใกล้ๆบ่อนจนได้ความว่ามะลิ อยู่ที่บ้านเช่าของคนชื่อเขี้ยว เสือรีบตามไปที่นั่นทันที...

ฝ่ายมะลิรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็นชายคนหนึ่งท่าทางน่าเกรงขามนั่งมองอยู่ใกล้ๆ ตกใจลุกพรวดขึ้นร้องโวยวายลั่น

ครูเขี้ยวอธิบายว่าตัวเขาไม่ใช่คนร้าย และที่เธออยู่ที่บ้านของเขาก็เพราะเธอสลบไม่รู้สึกตัวเขาเลยไม่รู้จะถามหา บ้านของเธอได้อย่างไร ส่วนที่เธอเห็นทองปลิวปล้นทำร้ายคนอื่นก็เป็นเรื่องเข้าใจผิด

ทองปลิวยื่นหน้ามีรอยช้ำเป็นจ้ำๆเข้ามาทักทาย "สวัสดีครับคนสวย"

ครูเขี้ยวรำคาญเลยเขกหัวเขาหนึ่งที ปรามว่ายังเล่นไม่เลิกอีก ทองปลิวทำหน้าทะเล้นยิ้มให้หญิงสาวแต่มะลิไม่เล่นด้วยเชิดหน้าใส่ สักพัก ครูเขี้ยวพามะลิมากินข้าวที่โต๊ะตรงลานหน้าบ้าน กินเสร็จแล้วเขาจะพาเธอไปส่งบ้าน ทองปลิวกุลีกุจอตักข้าวให้มะลิ ครูเขี้ยวตั้งแกงจืดไว้ในครัว ขอตัวเข้าไปตักมาให้ ทองปลิวยิ้มให้มะลิอีกแต่หญิงสาวดูท่าไม่ค่อยอยากจะเป็นมิตรด้วย

"ท่าทางเธอยังกลัวฉันอยู่เลย ครูฉันก็เล่าให้ฟังแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันไม่ใช่ขโมย ฉันแค่ไปทวงเงินที่พวกนั้น มันโกงฉันไปแค่นั้นเอง"

"แต่ฉันเห็นนายเล่นงานพวกนั้น"

"ก็ฉันฝึกมวยจากครูมาก็ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์สิ ไม่อย่างนั้นช่วยเธอได้ยังไง จริงไหม"

มะลิยังดูไม่ไว้วางใจเขาอยู่ดี ทองปลิวเลยลุกขึ้นเต้นฟุตเวิร์ก ชกลมโชว์ มะลิไม่สนใจ ลุกขึ้นไปดูภาพถ่ายที่ติดตามเสา เห็นภาพของครูเขี้ยวชกได้เข็มขัดแชมป์มามากมาย ทองปลิวเห็นหญิงสาวไม่ใส่ใจยิ่งโชว์ท่ายาก แต่เต้นไปเต้นมา

กลับสะดุดขาตัวเองหน้าคะมำไปทางมะลิ ก่อนล้มทับ ทั้งคู่สบตากันนิ่ง เสือโผล่เข้ามาจากไหนไม่รู้ เห็นทองปลิวคร่อมอยู่บนตัวน้องสาว ชักสีหน้าไม่พอใจ เข้าไปจะเอาเรื่อง...

เคนเดินไปเดินมาหงุดหงิดงุ่นง่านไม่รู้จะไปตามหาเสือที่ไหน อีกทั้งเรื่องมะลิก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าแถมสิงห์ก็มาเจ็บตัวอีก เคนกลับเข้ามาในห้องรับแขกไม่เห็นมรกต เอะใจ เดินตามหาพบว่าเธอกำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่างอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของลมใต้ปีก เคนร้องถามว่าทำอะไร มรกตชะงัก

"เอ่อ...คือ ฉันอยู่ว่างๆไม่รู้จะช่วยทำอะไรก็เลยเข้ามาช่วยทำความสะอาดให้"

"แต่ห้องนี้ใช้ได้เฉพาะคุณแสงระวีเท่านั้นนะ"

มรกตแก้ตัวว่าไม่รู้ แค่อยากจะช่วยเท่านั้น แล้วรีบออกจากห้อง เคนมองตามอย่างระแวงสงสัย มรกตเดินหลบพ้นสายตาเคนมาได้ อำนาจโทร.เข้ามือถือของเธอพอดี ถามว่าติดตั้งโปรแกรมเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของลมใต้ปีกให้ส่งข้อมูลไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของเขาเรียบร้อยหรือยัง มรกตรายงานว่าเรียบร้อยดี

"ทำงานได้ดีมาก แต่แน่ใจนะว่าพวกมันจะไม่ผิดสังเกตว่าได้เปิดประตูต้อนรับศัตรูให้เข้าไปอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน"

"ฉันถูกฝึกให้ทำงานเป็นสายลับสองหน้ามา ยังไงมันก็ไล่ตามฉันไม่ทันแน่ แต่ถ้าเกิดผิดพลาดอะไรขึ้น ฉันก็มีวิธีจัดการกับคนที่มันสงสัยฉันได้ค่ะ" มรกตวางสาย สีหน้าร้ายกาจ...

เสือกระชากทองปลิวออกจากตัวมะลิแล้วตามเข้าไปซ้ำ ทองปลิวพอมีฝีมือต้านหมัดของเสือแล้วโต้กลับได้ เสือผงะถอยหลัง มะลิรีบเข้ามาห้าม เสือไม่ฟัง ตั้งเชิงมวยโคราชจะเล่นงาน ครูเขี้ยวออกจากครัวเห็นเชิงมวยของเสือ หยุดมองแปลกใจ เสือเล่นงานทองปลิวล้มลง ตามเข้าไปจับกดกับพื้น ครูเขี้ยวเห็นศิษย์เอกเสียท่ารีบเข้ามาห้าม ทองปลิวฉวยโอกาสศอกกลับใส่เสือ ก่อนจะวิ่งมาหลบหลังครู

"ครู...ฝืมือไอ้หมอนั่นน่ากลัวเป็นบ้า เชิงมวยของมันก็แปลกรับมือเชิงมวยของครูได้หมดทุกท่า ฉันทำอะไรมันไม่ได้เลย" ทองปลิวฟ้องเป็นชุด ครูเขี้ยวบอกว่าทองปลิวสู้ชายคนนี้ไม่ได้หรอก   เพราะเชิงมวยที่เขาใช้คือเชิงมวยโคราช เสือแปลกใจอดถามไม่ได้ว่าทำไมถึงรู้จักเชิงมวยของตน

"ไม่ใช่แค่รู้จัก แต่ยังใช้เป็นด้วย" ครูเขี้ยวว่าแล้ว ตั้งท่าเชิงมวยโคราชให้ดู แถมเป็นท่าเตรียมใช้หมัดเขวี้ยงควาย เสือถึงกับตะลึง สงสัยว่าคนพวกนี้เป็นใครกันแน่ ถามมะลิว่ารู้จักคนพวกนี้ได้อย่างไร

"พวกนี้เขาไม่ใช่คนเลวหรอกพี่เสือ เขาช่วยมะลิเอาไว้"

"ข้าชื่อเขี้ยว ส่วนไอ้หนุ่มนี่ชื่อทองปลิว เป็นศิษย์ข้าเอง"

เสือขอโทษที่เข้าใจผิด แล้วยื่นมือขอจับมือกับทองปลิว เด็กหนุ่มยิ้มให้จับมือตอบแล้วหันไปส่งยิ้มหวานให้มะลิ เสือหวงน้องสาวแกล้งบีบมือแรงๆ ทองปลิวถึงกับร้องโอ๊ย รีบชักมือกลับ เสือไม่ชอบใจนัก ขอตัวพามะลิกลับบ้าน ครูเขี้ยวรั้งไว้ ถามว่าใครเป็นคนสอนเชิงมวยโคราชให้เสือ

"ครูฉันตายไปแล้ว" เสือพูดแค่นั้น แล้วพามะลิจากมา ครูเขี้ยวมองตามเสืออย่างสนใจ

ooooooo

พอสิงห์ได้สติ จัดแจงจะลุกจากเตียงกลับไปทำงานที่ยังค้างไว้ โรสกับแสงระวีปราดเข้ามาห้าม แต่ยังไม่ทันถึงตัว สิงห์มีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง ร้องโอดโอยเอามือกุมหัว โรสเข้าไปกอดเขาไว้น้ำตาซึม

"ผู้กองต้องฟังฉัน...ตอนนี้ผู้กองไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว"

สิงห์ดิ้นทุรนทุรายปวดหัวแทบระเบิด แสงระวีรีบตามหมอมาดูอาการ หมอเข้ามาฉีดยาระงับปวดให้ สักพักสิงห์ถึงคลายปวดลง แต่ยังดูอ่อนเพลียมาก ถามแสงระวีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา

"หมอตรวจพบสะเก็ดระเบิดฝังอยู่ในสมองของพี่สิงห์ค่ะ"

"ที่ผ่าไม่ได้ เพราะสะเก็ดระเบิดฝังอยู่ในจุดที่อันตรายเกินกว่าจะผ่าตัดได้ค่ะ โอกาสที่เสี่ยงผ่าแล้วผู้กองจะรอดมีแค่ไม่ถึง 20%" โรสพูดเสริม

"แล้วถ้าปล่อยไว้ ผู้กองจะไม่ตายเหรอครับ" หมู่แย้มพูดเรื่อยเปื่อยไม่ทันคิด แต่พอคิดได้รีบขอโทษ

โรสกุมมือสิงห์ไว้ปลอบว่า ถ้ายังไม่ผ่าตัดสิงห์ก็ยังเป็นปกติเพียงแต่ต้องทนทรมานกับอาการปวดหัวเป็นระยะๆ เธอสัญญาว่าจะพยายามหาหมอเก่งๆมารักษาเขาให้ได้

"ไม่ต้องห่วงผมหรอกโรส ผมทนเจ็บได้ คุณไม่ควรมาเสียเวลาอยู่กับผม หน้าที่ของคุณคือการตามล่าตัวพวกร่วมขบวนการเขี้ยวพยัคฆ์มาลงโทษ" สิงห์พูดยังไม่ทันขาดคำ อาการเจ็บปวดรุมเร้าขึ้นมาอีก เกร็งไปทั้งตัว โรสพลอยเจ็บปวดไปกับเขาด้วย...

จากนั้นไม่นาน โรสกับจ่าเพิ่มกลับไปที่กองปราบฯ ลากตัวกำนันฉ่ำออกจากห้องคุมขังพามาที่ห้องสอบสวน กำนันฉ่ำขู่ลั่นว่าถ้าคิดจะทำอะไรตนเรื่องใหญ่แน่ วงการตำรวจได้ฉาวโฉ่จนกู่ไม่กลับ จ่าเพิ่มโกรธเงื้อหมัดจะชกหน้า โรสห้ามไว้ เดินเข้ามายืนตรงหน้ากำนันฉ่ำอย่างเอาเรื่อง

"ฉันเพิ่งรู้จุดประสงค์ที่แกยอมให้พวกเราจับตัวมาแล้ว... แกยอมเป็นหนอนบ่อนไส้บอกความเคลื่อนไหวของเราให้พวกแกรู้"

กำนันฉ่ำหาว่าโรสใส่ความ ที่เขายอมให้จับเพราะสำนึกผิดแล้วต่างหาก แต่หน้าตาของกำนันฉ่ำไม่ได้เป็นอย่างที่ปากพูดกลับยิ้มยั่ว จ่าเพิ่มเหลืออดเข้ามากระชากคอกำนันฉ่ำ ตวาดใส่ว่าอย่านึกว่าพวกตนจะไม่รู้ว่าเขาเป็นคนคอยบอกความเคลื่อนไหวให้พรรคพวกรู้ ทำให้สิงห์ถูกลอบวางระเบิด

"หา!...อะไรนะครับ ผู้กองสิงห์โดนวางระเบิดเหรอครับเนี่ย แล้วเป็นยังไงบ้าง...ตายหรือเปล่า"

กำนันฉ่ำยิ้มสะใจ จ่าเพิ่มจะเข้าไปชกหน้า แต่หมู่แย้มเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เตือนให้พากำนันฉ่ำกลับห้องขัง ทนายของกำนันฉ่ำรู้แล้วว่าพวกเราพาลูกความเขามาสอบปากคำโดยไม่ได้รับอนุญาต โรสเจ็บใจมากที่ทำอะไรไม่ได้ สั่งจ่าเพิ่มให้นำตัวกำนันฉ่ำกลับไปไว้ที่เดิม...ครู่ต่อมา ทนายรีบตามมายังห้องคุมขังถามกำนันฉ่ำว่าจะเอาเรื่องพวกโรสไหม กำนันฉ่ำยิ้ม บอกให้ใจเย็นๆ ตนไม่ได้เป็นอะไรมาก

"พวกมันกำลังคลั่งก็ปล่อยให้มันคลั่งกันไป ยังไงผมก็ยังต้องใช้พวกมันให้เป็นประโยชน์ ปกป้องพวกใหญ่ๆโตๆที่สนับสนุนขบวนการเขี้ยวพยัคฆ์"

"ผมจะไปพบกับผู้พันอำนาจ กำนันมีข่าวอะไรที่จะฝากไปบอกไหม"

"ช่วยแจ้งผู้พันด้วยว่าผู้กองสิงห์ยังดวงแข็ง แต่ก็สาหัสเอาเรื่องอยู่ คิดว่าน่าจะขัดขวางงานของผู้พันไม่ได้ไปพักใหญ่" กำนันฉ่ำยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

แสงระวีกลับถึงบ้านอย่างใจคอไม่ดี มรกตเข้ามาจับมือเธอไว้ ปลอบว่าหมอสมัยนี้เก่ง คงจะมีทางช่วยสิงห์ ให้หายได้ แสงระวีขอบใจมรกตที่เป็นเพื่อนช่วยปลอบใจยามที่เธอต้องการ

"ฉันควรจะดีใจมากกว่าที่เธอยอมรับคนอย่างฉันเป็นเพื่อน แล้วยังให้ที่พักอาศัยกับฉันอีก"

"เพราะเธอเป็นคนดีไง" แสงระวียิ้มให้มรกตอย่างจริงใจ เคนมองมรกตอย่างสงสัย มรกตเห็นแววตาที่เคนมองมา ทำกลบ เกลื่อนฝืนยิ้มให้ แต่เคนกลับมองนิ่งเฉย...

พอได้โอกาสอยู่ลำพังกับแสงระวี เคนทักท้วงว่าพวกเราเพิ่งรู้จักมรกตไม่นาน แสงระวีไม่น่าชวนให้มาพักที่นี่ มันเสี่ยงเกินไปที่คนนอกจะรู้เรื่องฐานปฏิบัติการที่เป็นความลับของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว

"เขายอมเสี่ยงชีวิตช่วยฉันไว้นะนายเคน แล้วเขาก็เป็นเหยื่อที่ถูกใส่ร้ายให้กลายเป็นคนผิดเหมือนอย่างนายเสือ ฉันว่าเขาก็เหมือนพวกเรา...อย่าคิดมาก...ถ้าเกิดอะไรขึ้น ฉันรับผิดชอบเอง"

เคนรู้สึกสังหรณ์ใจชอบกลเรื่องผู้หญิงคนนี้ ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นมรกตแอบฟังอยู่...

ทันทีที่กลับถึงบ้าน เสือเล่นงานมะลิที่ดื้อดึงไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งของเขาที่ห้ามไม่ให้ออกไปหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว มะลิอยากช่วยแบ่งเบาภาระเพราะรู้ดีว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีแต่คนรอให้ไปช่วยเหลือ

"งั้นเหรอ...แล้วทำไมสุดท้ายคนที่ต้องรอความช่วยเหลือกลายเป็นมะลิเองล่ะ

มะลินิ่งเงียบเถียงไม่ออก แสงระวีได้ยินเสียงเอะอะตามมาดู เห็นมะลิกลับมาปลอดภัยดีใจเข้าไปกอด ขอโทษมะลิที่ระแวดระวังไม่พอเลยทำให้เราสองคนคลาดกัน

"ถ้าพี่ไม่เสี่ยงทำแบบนั้น เราคงไม่รอด แล้วได้เจอคุณมรกตหรือเปล่าคะ"

แสงระวีพยักหน้าบอกว่ามรกตมาอยู่กับพวกเราที่นี่แล้ว มะลิดีใจแต่เสือไม่พอใจ ดึงมะลิออกมาแล้ว

"พอได้แล้ว...คุณหาเรื่องเดือดร้อนให้น้องสาวผม ผมยังต้องคุยกับคุณอีกยาวนะคุณแสงระวี"

มะลิเหลืออดตำหนิเสือที่พูดจาหยาบคาย บิดเบือนความหวังดีของคนอื่นเป็นการหาเรื่องเดือดร้อน

"ไม่เป็นไรหรอกมะลิ พี่ชายเธอพูดถูกแล้ว ฉันควรต้องขอโทษเขา...ฉันขอโทษนะนายเสือ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ให้มะลิไปเจอเรื่องอันตรายอะไรอีกแล้ว"

"คุณรับปากผมแล้วนะ ถ้ายังมีเหตุการณ์แบบนี้อีก ผมจะพามะลิกลับดอนควาย"

มะลิน้อยใจผลักเสือพ้นทางแล้ววิ่งเข้าบ้าน   แสงระวี

มองเสืออย่างน้อยใจเช่นกัน ก่อนวิ่งตามมะลิ

ooooooo

สิงห์มองขวดยาแก้ปวดชนิดแรงที่หมอเพิ่งเอามาให้อย่างมีความหวัง ถามหมอว่าระหว่างนี้เขาก็กลับไปทำงานได้แล้วใช่ไหม หมอยังไม่อนุญาตให้ ออกจากโรงพยาบาลจนกว่าทางโรงพยาบาลจะติดต่อศัลยแพทย์ที่สามารถผ่าเอาเศษโลหะออกจากหัวเขาได้เสียก่อน สิงห์เถียงว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรมาก

"อย่าเสี่ยงเลยครับ คุณก็รู้ว่าเวลาที่อาการปวดกำเริบ มันทรมานคุณมากแค่ไหน พักผ่อนเยอะๆดีกว่า"

หมอทิ้งสิงห์ให้อยู่เพียงลำพังในห้องพักฟื้น สิงห์มองยาขวดนั้นบ่นพึมพำว่านี่เขาต้องกลายเป็นคนไร้ความสามารถไปแล้วหรือ

"ไม่หรอกครับ สักวันหนึ่ง ผมเชื่อว่าผู้กองจะต้องกลับมาเป็นผู้กองสิงห์คนเดิม"

สิงห์หันไปเห็นเสือในชุดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเข้ามาทางระเบียงห้อง จากนั้น สองหนุ่มชวนกันขึ้นมาคุยบนดาดฟ้าโรงพยาบาล สิงห์อิจฉาที่เสือมีพลังพิเศษเหนือกว่าคนธรรมดา ไม่ต้องห่วงเรื่องบาดเจ็บ เสือไม่อยากให้สิงห์อิจฉาอะไรเขา เพราะกว่าที่จะได้พลังพิเศษนี้มาเสือต้องแลกกับความสูญเสียมากมาย

"ชีวิตฉันก็ไม่ได้สมบูรณ์พร้อมทุกอย่างหรอก...เหตุผลที่ฉันเลือกเส้นทางการเป็นตำรวจก็ไม่ต่างจากที่นายมาเป็นนักสู้ข้างถนนหรอก" สิงห์หวนนึกถึงอดีตอันปวดร้าวเมื่อครั้งที่เขายังเป็นแค่เด็กอายุ 10 ขวบ

วันนั้น พ่อของสิงห์ถูกมือปืนในคราบคนขับแท็กซี่ฆ่าตายต่อหน้า เขาหนีรอดมาได้ เพราะแม่เข้ามาขวางทางปืนไว้ สิงห์ตื่นจากภวังค์ด้วยน้ำตาคลอเบ้า

"คนที่ฆ่าพ่อแม่ของฉันเป็นพวกแก๊งมาเฟียที่พ่อพยายามปิดคดีพวกมัน มันเคยส่งคนมาเจรจาให้พ่อล้มคดี แต่พ่อปฏิเสธ มันเลยส่งมือปืนมาฆ่า"

"ที่ผู้กองเลือกเส้นทางตำรวจเพราะผู้กองต้องการสานต่อ งานของพ่อผู้กอง"

สิงห์พยักหน้า เล่าอีกว่าตอนนั้นเขากลายเป็นเด็กกำพร้าไม่มีญาติที่ไหนกล้ารับเลี้ยงเพราะกลัวพวกมาเฟีย โชคดีที่ธงไทซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพ่อ ช่วยเลี้ยงดูเขาอย่างดีและส่งเสียให้เขาได้เป็นตำรวจ

"แล้วพวกมาเฟียที่ทำให้ผู้กองต้องเป็นกำพร้าล่ะ"

"นั่นคืองานแรกที่ฉันทำหลังได้รับบรรจุเข้ารับราชการตำรวจ" สิงห์พาเสือย้อนไปถึงอดีตอีกครั้ง

วันที่ตำรวจมือใหม่อย่างสิงห์ไล่ล่ามือปืนที่ฆ่าพ่อแม่ ของเขาเข้ามาในตรอก สิงห์ล่อให้มือปืนยิงจนกระสุนหมด แล้วจึงออกมาจัดการ ทีแรกสิงห์คิดจะฆ่ามันทิ้ง แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจยิงขาทั้งสองข้างของมือปืนพิการเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต แล้วจึงจับมันใส่กุญแจมือ   จากนั้น   สิงห์รายงานเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

เขาโดนลงโทษอยู่พักหนึ่งก่อนจะได้โอกาสกลับมาทำงานอีกครั้ง ตั้งแต่นั้นมาเขาสาบานกับตัวเองว่าจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎกติกา   เสือว่าสิงห์ทำถูกต้องแล้วที่ยอมรับความผิดที่ตัวเองก่อ

"แต่ดูเหมือนนั่นจะไม่พอ...เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันตอนนี้ คงเป็นกรรมที่ฉันต้องรับเอาไว้"

"ไม่หรอกครับ...พวกเราจะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาผู้กอง"

"ขอบใจ...แต่ฉันอดคิดไม่ได้จริงๆว่าถ้าตอนนั้นฉันมีพลังเหมือนอย่างนาย บางทีฉันอาจจะช่วยพ่อแม่ได้ พวกคนเลวจะได้ไม่ออกมาเดินเพ่นพ่านตามถนนให้เกลื่อนแบบนี้"

เสือตบบ่าสิงห์ "ผู้กองคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผม...เราจะต่อสู้ด้วยกันครับ"

พลันเคนเข้ามาแจ้งเสือว่า เกิดเรื่องอีกแล้ว เสือขอตัวแล้วเดินออกไปพร้อมเคน สิงห์มองตามทั้งคู่อยู่ๆก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาอย่างหนัก หยิบยาที่หมอเพิ่งให้ยัดใส่ปากนึกเจ็บใจตัวเองที่ต้องมาเป็นแบบนี้...

ขณะที่ ดร.ปฐมพงษ์กำลังนั่งแท็กซี่ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ คนขับรถแท็กซี่กระแทกเบรกอย่างแรง เนื่องจากมีไอ้โม่งสองคนมายืนขวางถนน สองไอ้โม่งปราดเข้ามาชักปืนขู่ดึงตัวปฐมพงษ์ออกจากรถ ผลักให้คุกเข่ากับพื้น ปฐมพงษ์ถามว่าต้องการอะไร ถ้าอยากได้เงินให้ค้นในกระเป๋ากางเกง

"ฉันไม่อยากได้เงิน...แก ดร.ปฐมพงษ์ แกต้องไปกับพวกเรา"

ปฐมพงษ์อ้างว่าเข้าใจผิดแล้ว เขาไม่ใช่ ดร.ปฐมพงษ์ ศรหันไปพยักหน้าให้ลิงลมจัดการฆ่าคนขับแท็กซี่ แล้วเอารูปถ่าย ที่ปฐมพงษ์ถ่ายกับมรกตและแม็กนั่มออกมาให้ดู ปฐมพงษ์จนต่อหลักฐานเถียงไม่ออก ศรใช้ด้ามปืนตบหน้าปฐมพงษ์สลบเหมือด ก่อนลากไปขึ้นรถตัวเอง...

หลังจากนั้นไม่นาน นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับเคนมาถึงที่เกิดเหตุ เคนเล่าว่าตุ๊ที่เป็นคนขับรถแท็กซี่คันนี้แจ้งเข้าศูนย์ฯว่ารับผู้โดยสารจากสนามบิน แต่อยู่ๆตุ๊ก็ขาดการติดต่อ พรรคพวกเห็นผิดสังเกตเลยตามมาดูพบกลายเป็นศพไปแล้ว เสือตรวจสภาพที่เกิดเหตุแล้ว สรุปว่าน่าจะเป็นการลักพาตัว ผู้โดยสารมากกว่าจะเป็นการปล้น   ถามเคนว่ามีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับผู้โดยสารคนนี้บ้าง

"เวลารับผู้โดยสาร ไอ้ตุ๊มันจะบอกจุดหมายที่จะไปส่งผู้โดยสารไว้ที่ศูนย์ทุกครั้ง"

เสือพยักหน้ารับรู้ ถ้าอย่างนั้นเราต้องไปสืบจากที่นั่นก่อน เคนรีบติดต่อกลับไปที่ศูนย์แท็กซี่ทันที...

ฝ่ายศรกับลิงลมมาที่คอนโดฯที่พักของปฐมพงษ์  ตรงเข้ารื้อค้นข้าวของในห้องและกระเป๋าเดินทางของปฐมพงษ์กระจุย กระจาย แต่ไม่เจอของที่ต้องการ ศรบอกลิงลมให้เอาน้ำสาดหน้าปลุกปฐมพงษ์ซึ่งถูกจับมัดติดกับเก้าอี้ขึ้นมา ลิงลมถามหาข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองดัดแปลงพันธุกรรมสร้างมนุษย์พันธุ์ ใหม่ที่ปฐมพงษ์ใช้ทดลองกับแม็กนั่ม ปฐมพงษ์ปฏิเสธว่าไม่มี ข้อมูลแบบนั้น ศรเจ็บใจที่เขาปากแข็ง ชกท้องเขาเต็มๆ

"ไม่ต้องกลัวว่าพวกเราจะเบื่อรอ เพราะเรามีเวลาทั้งคืนที่จะบันเทิงกับด็อกเตอร์" ลิงลมหัวเราะสะใจ

ส่วนที่ชั้นล่างคอนโดฯ เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว กับเคนตกใจที่เห็น รปภ.นอนตายอยู่ เคนเข้าไปจับตัว ศพยังอุ่นๆ แสดงว่าเพิ่งถูกฆ่าไม่นาน เสือสังหรณ์ใจว่านี่ต้องไม่ใช่การลักพาตัว ธรรมดาแน่  เคนคาดว่าพวกคนร้ายยังอยู่ที่นี่  แต่ในคอนโดฯ แห่งนี้มีห้องเป็นร้อยๆห้อง พวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าห้องไหน

"ไม่ยากหรอก ตรวจดูจากกล้องวงจรปิดของที่นี่ก็ได้"

เคนกับเสือรีบเข้าไปในห้อง  รปภ.  เสือชะงักรู้สึกเหมือน มีคนเดินตามมาด้านหลัง  หันขวับไปมองแต่ไม่เจอใคร  เสือนิ่วหน้าก่อนจะเดินตามเคน  มรกตโผล่ออกมาจากมุมมืด  ค่อยๆสะกดรอยตามเสือไปอีกที...

ขณะที่ศรกับลิงลมกำลังซ้อมปฐมพงษ์เพื่อเค้นเอาข้อมูลสำคัญ มรกตโทรศัพท์เข้ามือถือของศร แจ้งว่านักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ให้ศรรีบพาปฐมพงษ์ออกจากห้องพักทันที ศรบอกลิงลมพาปฐมพงษ์หลบออกไปก่อน ส่วนเขาจะไปจัดการเสือเอง

ooooooo

หลังจากตรวจกล้องวงจรปิด เสือพบภาพไอ้โม่งสองคนพาตัวชายคนหนึ่งขึ้นไปยังชั้นที่ 12 ห้อง 1204 จึงชวนเคนกดลิฟต์ไปยังชั้นดังกล่าว  ลิฟต์ยังไม่ทันมาถึง เสือได้ยินเสียงมีดแหวกอากาศพุ่งตรงมาหา รีบดึง เคนหลบ ใช้มือคว้ามีดสั้นไว้ได้ จำได้ทันทีว่ามีดเล่มนี้ เหมือนมีดของมือสังหารของพวกเขี้ยวพยัคฆ์

"ว่าแล้วเชียวว่ากลิ่นมันตุๆ  เอ็งรีบขึ้นไปจัดการพวกข้างบน เดี๋ยวข้าจะล่อไอ้มือสังหารนี่ออกไปเอง"

"อย่าดีกว่าบักเคน มันเสี่ยงเกินไป"

"ไม่ต้องห่วง ยอดมนุษย์กะปอมเหล็กรู้จักหนีเอาตัวรอดเมื่อยามจำเป็นเว้ย...เอ็งรีบไปเถอะ"

เคนเอามีดของมือสังหารมาถือไว้ ผลักเสือเข้าลิฟต์ซึ่งเปิดออกพอดีแล้วรีบวิ่งไปอีกทาง สักพักลิฟต์พาเสือมาถึงชั้นที่ 12 เจอศรกับลิงลมกำลังพาปฐมพงษ์หนี ลิงลมเอาตัวปฐมพงษ์ แยกไปอีกด้าน ส่วนศรปรี่เข้าหาเสือ ชักปืนลูกซองลงอาคมออกมายิงใส่ เสือพุ่งหลบ หันมาอีกทีศรหายไปแล้ว

เสือตามล่าศรอย่างไม่ลดละ ศรบรรจุกระสุนรอ พอเสือโผล่เข้ามาเขาระดมยิงใส่ไม่ยั้ง เสือโดดหลบได้อย่างหวุดหวิด ศรต้องบรรจุลูกกระสุนใหม่เปิดช่องให้เสือลอบเข้ามาด้านหลัง กระชากคอเสื้อศรเข้ามา

"พวกเอ็งคิดจะทำเรื่องชั่วๆอะไรอีก...บอกข้ามา... ไม่อย่างนั้นข้าจะส่งเอ็งให้ไปอยู่ในคุกกับพ่อเอ็ง"

"ระวังตัวหน่อยบักเสือ...พวกข้าไม่ได้มีแค่ที่เห็นเว้ย" ศรหัวเราะลั่น เบนความสนใจเสือ

แม็กนั่มโผล่มาด้านหลังกระชากเสือตัวปลิว เหวี่ยงกระเด็นเหมือนโยนตุ๊กตาเด็กเล่น แม็กนั่มทักทายเสือด้วยท่าทางยียวนกวนประสาทแล้วตั้งเชิงมวยรอสู้...

มรกตในชุดดำสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า ลอบตามเคนออกมาหน้าคอนโดฯ เคนดักรออยู่แล้วชักมีดสั้นเล่มนั้นคืนเจ้าของ มรกตไวเป็นปรอทเบี่ยงตัวรับมีดไว้ด้วยมือเปล่า เคนเห็นท่าไม่ดีชิ่งหนี...

อีกมุมหนึ่งของคอนโดฯ  ลิงลมพาปฐมพงษ์มาทางบันไดหนีไฟ  ปฐมพงษ์แกล้งหกล้มรอจังหวะลิงลมเข้ามาช่วยพยุง  ใช้หัวโขกเข้าเต็มหน้า  ลิงลมไม่ทันระวังตัวถึงกับผงะ ปฐมพงษ์ถีบลิงลมซ้ำกลิ้งหลุนๆเป็นลูกขนุนลงไปตามขั้นบันไดก่อนจะวิ่งหนี  กว่าลิงลมจะตั้งหลักได้ปฐมพงษ์หายตัวไปแล้ว...

มรกตไล่ล่าเคนมาติดๆ แต่พอพ้นมุมตึกกลับไม่เจอใคร ทันใดนั้น แสงไฟใหญ่จากรถแท็กซี่ส่องเข้าเต็มสองตา มรกตต้องยกมือขึ้นบัง เคนได้ทีเหยียบคันเร่งรถพุ่งใส่อย่างรวดเร็ว มรกตถอยกรูดก่อนหันหลังวิ่งหนี เคนไล่บี้จนทัน เฉี่ยวหญิงสาวกระเด็นล้มกลิ้ง รีบจอดรถลงมาดูผลงาน

"แค่นี้ก็เรียบร้อย...ขอดูหน่อยเถอะวะว่าหน้าตาเป็นยังไง"

เคนยังไม่ทันจะถึงตัวมือสังหารสาว ลิงลมโผล่ออกมายิงใส่เคนเป็นชุด เคนวิ่งหน้าตั้งกลับไปขึ้นรถรีบขับหนี ลิงลมปราดเข้ามาช่วยพยุงมรกตให้ลุกขึ้น เธอกลับปัดมือเขาออกไม่ต้องการความช่วยเหลือ  ก้มดูข้อศอกตัวเองถึงได้เห็นว่าเป็นแผลถลอก ลิงลมเห็นมรกตได้รับบาดเจ็บจะช่วยดู

"ไม่ต้องยุ่ง...ด็อกเตอร์ปฐมพงษ์ล่ะ"

ลิงลมอ้อมแอ้มตอบว่าไม่อยู่ หนีไปแล้ว มรกตโกรธ ถลึงตามองลิงลมแทบจะกินเลือดกินเนื้อ...

ขณะเดียวกัน เสือยังคงต่อสู้กับแม็กนั่มอย่างดุเดือด คราวนี้เสือรับมือแม็กนั่มได้ไม่ยาก แถมโต้กลับจนฝรั่งล่ำบึ้กถึงกับเซถลา ศรงงว่าทำไมเสือถึงสู้แม็กนั่มได้

"จะบอกให้นะไอ้ศร ขึ้นชื่อว่าเป็นนักสู้แล้ว ต้องเดินหน้าอย่างเดียวห้ามถอยหลังลงคลอง"

เสือตั้งสมาธิมุ่งมั่นกับการต่อสู้ ตั้งท่าเตรียมปล่อยหมัดเขวี้ยงควาย รวมพลังทั้งหมดในตัวให้มาอยู่ที่หมัด เหวี่ยงออกไป สุดแรง อานุภาพของหมัดครั้งนี้รุนแรงมาก แม็กนั่มรับแรงกระแทกเข้าไปเต็มที่กระเด็นกระแทกข้างฝาจนผนังแตกร้าว ก่อนจะทรุดฮวบแน่นิ่ง เสือแทบสิ้นเรี่ยวแรง เข่าอ่อน ศรตะลึง

"บักเสือ...เอ็งนี่มันทนทายาดจริงๆ แต่ท่าทางเอ็งจะใช้พลังหมัดเขวี้ยงควายเมื่อกี้ไปจนหมด แถวนี้ไม่มีข้าวเหนียว ให้เอ็งเติมพลังซะด้วย มีแต่หมัดข้านี่แหละที่จะแจกให้เอ็งแทน" ศรปราดเข้าชกเสือไม่ยั้ง

ทันใดนั้น มีเสียงแม็กนั่มตะโกนสั่งให้หยุด ศรชะงัก หันไปเห็นแม็กนั่มค่อยๆยันตัวลุกขึ้น ในมือของเขามีหลอดฉีดยา ที่เต็มไปด้วยสารกระตุ้นพลัง  ฉีดยาเข้าคอตัวเองจนหมดหลอด ตัวเริ่มเกร็ง   ก่อนพลังมหาศาลจะเพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด  ปรี่เข้าประเคนหมัดใส่เสือไม่ยั้ง จังหวะนั้น  ครูเขี้ยวโผล่มายืนด้านหลังศร  ตั้งท่าด้วยเชิงมวยพญาไฟ  ศรหันมองงงๆ

"เชิงมวยอะไรของแกวะไอ้แก่ จะเข้าโลงอยู่แล้ว อย่ามา สอดไม่เข้าเรื่อง"

ศรเดินเข้าหาชายแก่หมายจะเล่นงาน แต่ครูเขี้ยวใช้ เชิงมวยพญาไฟสยบศร แม็กนั่มหันมาเห็นก็สนใจ ปล่อยเสือที่สิ้นเรี่ยวแรง แล้วพุ่งใส่ชายแก่แทน ครูเขี้ยวสบโอกาสหยิบระเบิดควันโยนใส่แม็กนั่ม ควันฟุ้งกระจายไปทั่ว พอควันจางจึงได้เห็นว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับชายแก่หายตัวไปแล้ว...

มรกตกลับถึงบ้านของลมใต้ปีกในสภาพได้รับบาดเจ็บที่แขน แต่เพื่อเป็นการอำพรางเธอแต่งเรื่องว่า  บังเอิญได้ข่าวคนที่ใส่ร้ายเธอกำลังเสพสุขอยู่ เธอทนไม่ได้จึงออกไปตามหา เพราะอยากยุติเรื่องเลวร้ายที่ทำลายชีวิตของเธอ  และเธอจะได้ ไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนอีก แสงระวีกับมะลิฟังอย่างสนใจ

"ฉันนึกว่าฉันจะจัดการมันได้ด้วยตัวเอง แต่ฉันมันโง่ ผู้หญิงตัวคนเดียวจะไปจัดการกับคนที่มันชั่วมันเลวขนาดนั้นได้อย่างไร" มรกตตีบทแตกกระจุย เล่าไปร้องไห้ไปเป็นเผาเต่า

มะลิอดสงสารไม่ได้ แนะว่าทีหน้าทีหลังถ้ามรกตอยากจัดการกับคนชั่วให้บอก เธอจะให้เสือจัดการให้ เรื่อง ช่วยเหลือคนอื่นเป็นหน้าที่ที่เขาทำบ่อยๆอยู่แล้ว มรกตถามมะลิว่าหมายความว่าอย่างไร

"ก็พี่เสือเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวน่ะสิจ๊ะ"  มะลิว่าแล้ว ชะงัก เผลอพูดความลับของพี่ชาย

มรกตทำเป็นแปลกใจทั้งๆที่รู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว แสงระวีปลอบมะลิว่าไม่ต้องเป็นกังวล   มรกตอยู่กับพวกเราที่นี่ ไม่วันใดก็วันหนึ่งเธอต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี

"ฉันรู้ว่าพวกเธอไว้ใจฉัน แต่การบอกความลับที่สำคัญอย่างนี้ให้ฉันรู้ ฉันกลัวว่าคนอื่นจะไม่พอใจแล้วเข้าใจฉันผิดได้"

"เธอหมายถึงใครเหรอ มรกต"

"นายเคน...ฉันรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยชอบหน้าฉันเท่าไหร่"

ooooooo

ตอนที่ 19

ทันทีที่เสือรู้สึกตัว ถามว่าแสงระวีปลอดภัยหรือเปล่า พอรู้จากมะลิว่ายังไม่มีใครช่วยเธอกลับมา เสือเป็นห่วงมากฝืนสังขารจะออกไปตาม โรสทักท้วงว่า

ตอนนี้พลังของเสือแทบไม่เหลือแล้ว

"ผมไม่เป็นอะไร แค่ได้กินข้าวเหนียว พลังผมก็กลับคืนมาแล้ว"

มะลิไม่อยากให้เสือเสียแรงเปล่าเพราะเรายังไม่รู้เลยว่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์เอาตัวแสงระวีไปไว้ที่ไหน   เสือร้อนใจขอร้องสิงห์ช่วยสืบหารังของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้ สิงห์รับปากว่าจะพยายามสุดความสามารถ โรสอาสาช่วยสิงห์อีกแรง ส่วนมะลิรีบเข้าครัวไปหุงหาข้าวเหนียวมาให้พี่ชายกินเพื่อฟื้นฟูพลัง...

ขณะเดียวกัน แสงระวีสะดุ้งตื่นเมื่อมีคนมาลูบตามเนื้อตัว เห็นผู้ชายหน้าตาท่าทางไม่น่าไว้ใจอยู่ตรงหน้า เธอถอยกรูด ถามว่าที่นี่ที่ไหน

"สวรรค์น้อยๆของไอ้พวกบ้ากาม หรือเรียกง่ายๆว่า ซ่องไงจ๊ะ"

"ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง"

"พี่ก็ซื้อตัวน้องสาวมาจากผู้พันอำนาจน่ะสิจ๊ะ...หน้าตาผิวพรรณแบบนี้รับรอง เป็นดาราดาวรุ่งของที่นี่แน่ๆ" แมงดาไม่พูดเปล่า เอามือจับแก้มแสงระวีไปด้วย หญิงสาวไม่พอใจปัดมือออก แล้วตบหน้าเขาอย่างแรงจนหน้าหัน แมงดาโกรธตบหน้าเธอตอบ

"อย่ามาทำพยศใส่นะเว้ย อยู่ที่นี่ถ้าแกไม่ยอมทำตามที่สั่ง ก็มีทางเลือกแค่สองอย่างตายกับขายตัว เลือกเอา" แมงดาชี้หน้าข่มขู่ ก่อนจะทิ้งแสงระวีให้อยู่ในห้องคนเดียวอย่างหวาดผวา

ooooooo

รุ่งเช้าพลังของเสือก็กลับคืนมาเหมือนเดิม มะลิหยิบหน้ากากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเข้ามาให้   เสือมองหน้ากากด้วยสีหน้าเป็นกังวล

"บักเคนเป็นอย่างไรบ้าง"

"ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลอาการไม่ได้หนักมาก พี่เสือจ๊ะ ฉันได้ยินพี่พูดกับผู้กองว่านอกจากพวกกำนันฉ่ำกับผู้พันอำนาจแล้ว ยังมีพวกที่มีฝีมือดีเข้ามาช่วยพวกมันอีกด้วยเหรอ"

เสือพยักหน้ารับคำ บ่นอย่างหนักใจว่าหมัดเขวี้ยงควายที่เขาพยายามฝึกมาอย่างหนักใช้กับพวกนั้น ไม่ได้เลย มะลิตกใจเพราะถ้าจริงอย่างเสือว่า แล้วเราจะช่วยแสงระวีได้อย่างไร เสือเชื่อมั่นว่าต้องช่วยได้ พลังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคือพลังของความดี ย่อมเอาชนะได้ทุกอย่าง ระหว่างนั้น สิงห์กับโรสเข้ามาบอกข่าวดีว่าได้เบาะแสรังของพวกเขี้ยวพยัคฆ์แล้ว...

ในเวลาต่อมา ที่เซฟเฮาส์ของอำนาจ แม็กนั่มตบหน้ากำนันฉ่ำซึ่งถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ให้รู้สึกตัว กำนันฉ่ำมองมรกตกับแม็กนั่มอย่างงงๆ ถามว่าทั้งคู่เป็นใคร มรกตแนะนำตัวเองกับแม็กนั่มให้กำนันฉ่ำรู้จัก กำนันฉ่ำสงสัยว่าทั้งสองคนมาช่วยชีวิตเขาเพื่อจุดประสงค์อะไร

"ตอนนี้อย่าเพิ่งถามอะไรเลยดีกว่า เอาเป็นว่าบุญคุณต้องทดแทน กำนันเป็นหนี้ชีวิตฉันแล้ว จากนี้ไปกำนันต้องทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง"

"แล้วลูกชายฉันล่ะ"

"กำนันสบายใจได้ นายศรกับลูกน้องทั้งหมดยังไม่ตาย... ว่าไงคะกำนันจะรับปากหรือเปล่า"

กำนันฉ่ำยอมรับสภาพ รู้ดีว่าถ้าขัดขืนมีหวังโดนมรกตกับแม็กนั่มฆ่าตายแน่...ส่วนที่ด้านหน้าเซฟ เฮาส์ของอำนาจ เสือ โรส สิงห์และพวกแยกย้ายกำลังกันเข้าจู่โจม เสือแยกไปด้านหลัง โรสกับสิงห์จะบุกเข้าทางประตูหน้า ส่วนจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรอคุมเชิงอยู่ข้างนอก...

มรกตและแม็กนั่มพากำนันฉ่ำมาพบหมีควายกับเห่าดงซึ่งถูกมัดไว้อีกห้อง กำนันฉ่ำวิตกกังวลเมื่อรู้ว่ามรกตส่งศรไปอยู่ในความควบคุมของอำนาจ ป่านนี้อำนาจอาจจะฆ่าศรตายไปแล้ว

"ใจเย็นค่ะ ฉันมีข้อตกลงไว้กับผู้พันอำนาจ นายศรยังมีประโยชน์สำหรับเราอยู่...ส่วนสองคนนี้ ฉันกับเพื่อนร่วมงาน

ของฉันต้องการทดสอบอะไรบางอย่างกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว... และก็ได้เวลาที่กำนันจะทำตามที่บอกฉันเอาไว้เมื่อกี้นี้โดยไม่มีข้อแม้แล้ว" มรกตพากำนันฉ่ำแยกออกไปอีกทางหนึ่ง

ส่วนแม็กนั่มเอาเข็มฉีดยาซึ่งข้างในมีสารสีเขียวสำหรับกระตุ้นพลังกล้าม เนื้อมาฉีดให้กับหมีควายและเห่าดง ที่หมดสติคออ่อนคอพับอยู่บนเก้าอี้ ชั่วครู่ ทั้งสองคนสั่นพั่บๆ ตัวเกร็งร้องอย่างทรมาน สิ้นเสียงร้องเห่าดงกับหมีควายรับรู้ ได้ถึงพลังกล้ามเนื้อที่เพิ่มขีดความสามารถมากขึ้นหลายสิบเท่า...

จากนั้นไม่นาน มรกตในชุดดำสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้ามาดักรอเสืออยู่อีกมุมหนึ่งของเซฟเฮา ส์ เสือตะคอกถามว่าเอาแสงระวีไปไว้ที่ไหน มรกตยืนนิ่งไม่ตอบ เสือตั้งท่าเชิงมวยโคราชอย่างเอาเรื่อง

"ฉันไม่ชอบทำร้ายผู้หญิงอย่าบังคับให้ฉันทำ"

มรกตขว้างมีดใส่เสือแทนคำตอบ เสือใช้มือเปล่ารับมีดได้อย่างง่ายดายแล้วขว้างกลับไปหาเจ้าของก่อนที่มีดจะ ถึงตัวมรกต แม็กนั่มโผล่เข้าคว้ามีดไว้ได้ มรกตชิ่งหลบออกไปทิ้งแม็กนั่มให้จัดการเสือ...

สิงห์กับโรสจัดการสมุนสองคนซึ่งเฝ้าทางเข้าเรียบร้อยกำลังจะเดินขึ้นไปบน ชั้นสอง เจอเห่าดงกับหมีควายโดดเข้ามาขวาง สิงห์สังเกตเห็นท่าทางแปลกๆของทั้งคู่ เตือนโรสให้ระวังตัว เป็นจริงอย่างสิงห์ว่า   เห่าดงกับหมีควายมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว ไม่ว่าสิงห์กับโรสจะเตะต่อยศอกเข่าใส่ ทั้งคู่ไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย สิงห์กับโรสถูกเห่าดงกับหมีควายรุกไล่จนมุม

"ผมจะรั้งพวกมันเอาไว้เอง คุณรีบหนีไปซะ"

"ไม่ค่ะผู้กอง ฉันจะสู้เคียงข้างคุณ"

ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้น ทุกคนต่างหยุดกึก หันไปเห็นกำนันฉ่ำยืนถือปืนเล็งไปทางเห่าดงกับหมีควาย เตรียมพร้อมจะยิงใส่ เห่าดงกับหมีควายเหลียวมองหน้ากันก่อนพากันล่าถอยออกไป...

ฝ่ายเสือต่อสู้กับแม็กนั่มอย่างดุเดือด   เสือเป็นฝ่ายเสียเปรียบสู้ความแข็งแกร่งของแม็กนั่มไม่ได้ ตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายแล้วปล่อยพลังออกไป แรงอัดอากาศกระแทกใส่แม็กนั่มเต็มแรง แต่เขากลับยืนเฉย เสือลองเป็นครั้งที่สอง โดยเพิ่มพลังให้มากขึ้นกว่าเดิม กลับทำได้แค่ดันแม็กนั่มถอยไปครึ่งก้าว

"เป็นไปไม่ได้"

เสือเอาจริงตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายอีกครั้ง คราวนี้แม็กนั่มเลียนแบบท่าไม้ตายของเสือทุกอย่าง ทั้งคู่ปล่อยพลังหมัดออกมาพร้อมกัน พลังหมัดของแม็กนั่มรุนแรงกว่าเสือมาก เสือโดนพลังหมัดเขวี้ยงควายที่ตัวเองมั่นใจกระแทกใส่กระเด็นแทบสิ้น เรี่ยวแรง แม็กนั่มยิ้มสะใจก่อนผละจากไป...

ด้านสิงห์กับโรสมองกำนันฉ่ำอย่างแปลกใจสงสัยว่ามาช่วยเหลือพวกตนทำไม กำนันฉ่ำโยนปืนทิ้งปลดกระดุมเสื้อออก สิงห์กับโรสพากันตกตะลึง เสือเพิ่งวิ่งเข้ามาด้านหลังกำนันฉ่ำ คำรามลั่น

"ไอ้กำนันฉ่ำ...ถอยมาห่างๆพวกฉันเดี๋ยวนี้"

พอกำนันฉ่ำหันมาให้เห็นเต็มตัว เสือถึงกับผงะเพราะที่ตัวกำนันฉ่ำมีระเบิดเวลาผูกติดเอาไว้ ตั้งเวลาถอยหลังไว้ 20 นาที กำนันฉ่ำหน้าเครียดร้องขอให้พวกเสือช่วย โรสไม่ไว้ใจเกรงว่าจะเป็นแผนของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ สิงห์ตั้งข้อแม้ว่าถ้ากำนันฉ่ำอยากให้ช่วยจะต้องบอกมาก่อนว่าเอาแสงระวีไป ไว้ที่ไหน

"ฉันไม่รู้จริงๆ ตอนนี้ไอ้ผู้พันอำนาจมันพยายามกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง มันเลยพยายามจัดการกับทุกคนที่รู้เรื่องของมัน"

"ถ้าแกบอกไม่ได้ว่าแสงระวีอยู่ที่ไหน ฉันก็ไม่จำเป็นต้องช่วยแก"

"ข้าขอร้องเถอะบักเสือ ข้าจะยอมรับผิดทุกอย่าง เอ็งจะได้ไม่ต้องกลายเป็นผู้ต้องหาหลบอยู่ใต้หน้ากากอีกต่อไป ให้ข้าได้ช่วยเอ็งเถอะ...ขอร้องล่ะ"

ทุกคนมองเสือที่นิ่งเงียบไป ในที่สุดเสือตัดสินใจจะช่วยกำนันฉ่ำโดยอ้างว่าไม่ต้องการปล่อยให้คนเลวอย่าง กำนันฉ่ำตายง่ายๆโดยไม่ชดใช้กรรมที่ก่อไว้ แล้วเข้าไปดูระเบิดที่ผูกติดตัวกำนันฉ่ำ

"ข้า...ขอโทษนะบักเสือ ข้านับถือน้ำใจเอ็งว่าเอ็งคือนักสู้ตัวจริง"

สิงห์เข้าไปช่วยดูอีกแรง "นายเอาระเบิดออกไปเลยไม่ได้หรอกนายเสือ ถ้าถอดไม่ถูกวิธี วงจรมันจะสั่งให้ระเบิดตรงนี้เลย...ให้ฉันจัดการเองดีกว่า" สิงห์หน้าเครียดเมื่อเห็นเวลาเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ

ooooooo

แสงระวีพยายามหาทางหนีออกจากห้องคุมขัง แต่ห้องถูกล็อกจากด้านนอกอย่างแน่นหนา หัวเสียเดินมากระแทกตัวลงนั่งบนเตียง จังหวะนั้นประตูห้องเปิดออก ป๋านักเที่ยวคนหนึ่งเข้ามาในห้องมองแสงระวีด้วยสีหน้าหื่น

"สวยจริงๆสมกับที่จ่ายไปหนัก ขาวอวบแบบนี้ ป๋าชอบจริงๆ"

แสงระวีด่าไม่เลี้ยงจนป๋านักเที่ยวไม่พอใจจะเข้ามาเอาเรื่อง แสงระวีคว้าแจกันทุ่มใส่ จับแขนเขาบิดกดตัวลงกับเตียง ทุบต้นคอจนสลบแล้วค้นเอามือถือในกระเป๋ากางเกงออกมา เธอพยายาม โทร.ออกแต่ในห้องไม่มีสัญญาณ เลยต้องลอบออกมาหาสัญญาณนอกห้องจนเจอ พอมะลิรับสายแสงระวีละล่ำละลัก

"มะลิ...นายเสืออยู่ไหน บอกให้เขามาช่วยพี่ที"

มะลิแปลกใจว่าเสือกับสิงห์ไปตามหาแสงระวีที่รังของพวกเขี้ยวพยัคฆ์แล้วทำไม ถึงไม่เจอกัน แสงระวีไม่ได้ถูกขังไว้ที่นั่น และเธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองถูกกักขังที่ไหน รู้แต่ว่าถูกอำนาจเอาตัวมาขายให้พวกแมงดา

"พี่แสงระวีต้องหาทางรู้ให้ได้ว่าพี่อยู่ที่ไหน ไม่อย่างนั้นพี่เสือคงตามหาพี่ไม่เจอ"

แสงระวีเดินหาจนเจอหน้าต่างที่เปิดออกไปเห็นภายนอกอาคาร พอรู้ว่าเป็นที่ไหนรีบบอกมะลิ พวกแมงดารู้ว่าแสงระวีหนีออกจากห้องตามมาเจอพอดี

"พวกมันรู้แล้วว่าพี่พยายามจะหนี บอกนายเสือตามหาพี่ให้พบให้ได้นะมะลิ ช่วยพี่ด้วยนะมะลิ"

แสงระวีว่าแล้วทิ้งมือถือวิ่งหนี แต่ไม่พ้น แมงดาเห็นฤทธิ์มาก ชกท้องเธอจนสลบเหมือดแล้วหิ้วปีกไปรวมไว้กับพวกสาวๆที่ได้มาใหม่ มะลิเป็นห่วงที่แสงระวีเงียบเสียงไป พยายามโทร.ติดต่อสิงห์ แต่สิงห์มัวแต่วุ่นอยู่กับระเบิดเลยไม่รับสาย มะลิโทร.หลายครั้งจนอ่อนใจ ตัดสินใจออกไปช่วยแสงระวีด้วยตัวเอง...

แสงระวีถูกพาเข้ามาในห้องขังสาวๆซึ่งถูกบังคับให้มาขายตัว แมงดาขู่ว่าถ้าใครคิดขัดขืนจะเป็นเหมือนนังคนนี้ สาวๆต่างร้องไห้ระงมด้วยความหวาดกลัว หญิงสาวคนหนึ่งรอจนพวกแมงดาปิดประตูห้องขังแล้วจึงขยับเข้ามาใกล้ๆแสงระวี เผยให้เห็นว่าหญิงคนนั้นคือมรกตปลอมตัวมา เธอพยายามปลุกแสงระวีให้รู้สึกตัว แต่แสงระวียังคงนอนนิ่ง มรกตหันไปขอยาดมจากสาวๆคนอื่นเอามาอังจมูกแสงระวีไว้...

สิงห์จดๆจ้องๆระเบิดบนตัวกำนันฉ่ำอยู่อึดใจ ก่อนหันมาบอกโรสช่วยพาหมู่แย้มกับจ่าเพิ่มออกไปจากที่นี่ โรสไม่เห็นด้วยกับสิงห์ที่เสียเวลาไปช่วยคนเลวๆอย่างกำนันฉ่ำ

"ปล่อยให้ผมจัดการเองดีกว่าครับผู้กอง"

"นายพูดถูกแล้วนายเสือ เรามีหน้าที่รักษาความยุติธรรม เพราะฉะนั้นเราต้องให้คนเลวได้ถูกตัดสิน คนอื่นจะได้ไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่าง แล้วนายจะได้กลายเป็นผู้บริสุทธิ์"

สิงห์ดึงสายไฟเส้นหนึ่งออก แล้วค่อยๆถอดเสื้อที่มีระเบิดติดอยู่ออกจากตัวกำนันฉ่ำได้สำเร็จ แต่ระเบิดยังไม่หยุดทำงาน เสืออาสาจะใช้พลังข้าวเหนียวจัดการระเบิดเอง คว้าระเบิดจากมือสิงห์ แล้วใช้พลังข้าวเหนียววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว พอถึงหน้าเซฟเฮาส์ เสือเหวี่ยงระเบิดออกไปสุดแรง

ในพริบตานั้น เกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เสือถึงกับถอนใจโล่งออก ไม่นานนักสิงห์กับโรสคุมตัวกำนันฉ่ำออกมาหน้าบ้าน กำนันฉ่ำขอบใจเสือที่ช่วยชีวิตตนไว้ จึงตอบแทนด้วยการบอกเสือว่าเขาได้ยินพวกอำนาจคุยกันว่าเอาแสงระวีไปขายซ่อง แต่เขาไม่รู้ว่าซ่องไหน เสือจนใจไม่รู้จะไปตามหาแสงระวีที่ไหน...

ครู่ต่อมา เสือ สิงห์ กับโรสกลับมาถึงบ้านของลมใต้ปีก เห็นโน้ตที่มะลิทิ้งไว้ "ฉันได้ที่อยู่ของพี่แสงระวีมา แต่ติดต่อพี่ไม่ได้ ขอโทษจ้ะพี่เสือ ฉันจำเป็นต้องไปช่วยคุณแสงระวีก่อนที่จะสายเกินไป"

เสือหน้าเครียดขึ้นมาทันที สิงห์จะแจ้งตำรวจท้องที่ให้ไปช่วยแสงระวี เสือเกรงจะไม่ทันการ จะใช้พลังข้าวเหนียวไปช่วยเธอเอง เสือว่าแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็วปานพายุพัด สิงห์กับโรสเลยตามไม่ทัน

"ผู้กอง ข้อมูลที่มะลิได้มาตรงกับที่กำนันฉ่ำบอกทุกอย่าง แสดงว่ากำนันฉ่ำไม่ได้โกหกเรา"

สิงห์ยังไม่ปักใจเชื่อว่าคนอย่างกำนันฉ่ำจะเปลี่ยนใจมาช่วยพวกเรา

ooooooo

มรกตเอายาดมอังจมูกแสงระวีพักใหญ่กว่าจะได้สติ มรกตเตือนว่าไม่กี่อึดใจพวกแมงดาคงจะกลับมาอีก  เราต้องรีบทำอะไรสักอย่าง  สาวๆต่างพากันหวาดกลัว  แสงระวีปลอบทุกคนให้คลายกังวลว่านักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวรู้เรื่องที่นี่แล้ว  เขาต้องมาช่วยพวกเราออกไปได้แน่ๆ ทำให้หญิงสาวทุกคนมีความหวัง...

ขณะเดียวกัน มะลิมาถึงหน้าซ่องที่แสงระวีถูกเอาตัวมาขาย ยืนรีๆรอๆสักพัก หยิบปืนออกมากระชับไว้ในมือ ตัดสินใจลุยเดี่ยวเข้าไปช่วยแสงระวี บังเอิญเจอแมงดาหัวหน้าซ่อง มะลิเอาปืนจ่อบังคับเขาให้พาไปยังห้องที่กักขังพี่สาวของเธอ แมงดาสงสัยว่าเด็กสาวคนนี้รู้ได้อย่างไรว่าพี่สาวของเธออยู่ที่นี่

"ไม่ต้องพูดมากพาฉันไปหาพี่สาวฉัน อีกไม่นานตำรวจก็จะมาถึงที่นี่ พวกแกต้องโดนจับเข้าคุกแน่ๆ"

แมงดาเจ้าเล่ห์พามะลิไปห้องว่างเปล่าห้องหนึ่ง มะลิโกรธที่โดนหลอก เหนี่ยวไกยิงแมงดา แต่ปืนยิงไม่ออก ยิงซ้ำ อีกครั้งก็ยิงไม่ออก แมงดาสบโอกาสแย่งปืนไปจากมือมะลิแล้วตบหน้าเธออย่างแรง

"ปืนเนี่ย...มันต้องปลดเซฟก่อนนะนังหนูมันถึงจะยิงออก" แมงดาหยิบวิทยุขึ้นมาแจ้งเหล่าสมุนว่าตำรวจกำลังมาที่นี่  รีบแจ้งพวกลูกค้าของเราให้หลบไปก่อน  แล้วสั่งสมุนทุกคน ให้เตรียมรับมือตำรวจ...

ครู่ต่อมา มะลิถูกพามาขังร่วมกับแสงระวี มะลิดีใจที่เห็นแสงระวีจะวิ่งเข้าไปหา  แมงดากระชากตัวไว้  มะลิขู่ว่าอีกไม่นานตำรวจจะมาถึงที่นี่แล้ว  ถ้าไม่ยอมมอบตัวแต่โดยดี จะมีโทษหนัก

"ถ้าข้ากลัวตำรวจ ข้าคงไม่มาทำอาชีพนี้หรอกเว้ย ก่อนตำรวจจะมาฉันจะพาพวกแกไปที่อื่น ส่วนนังเด็กคนนี้ ฉันจะเชือดไก่ให้ลิงดู ทีหลังจะได้ไม่แส่หาเรื่อง" แมงดาชักปืนจะยิงมะลิ

มรกตร้องห้าม เสนอตัวยอมทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการ ขอแค่อย่าทำร้ายเด็กสาวคนนี้ แสงระวีอึ้งคาดไม่ถึงว่ามรกตจะมีน้ำใจมากขนาดนี้ แมงดาตกลงใจจะเก็บมะลิเอาไว้คอยรับแขกดีกว่าจะยิงทิ้งให้เสียของ  ตะโกนสั่งสมุนเอาตัวสาวๆไปขึ้นรถตู้ ซึ่งจอดด้านหลังซ่อง  พวกสาวๆต่างทยอยขึ้นรถตู้  โดยมีแสงระวี มะลิ  กับมรกตรั้งท้าย  มรกตหันมากระซิบกับสองสาวว่า  พอเธอให้สัญญาณ  ทั้งสองคนต้องรีบวิ่งหนีทันที

"ฉันจะหาเรื่องถ่วงเวลาพวกมันให้ พวกเธอจะได้มีโอกาสรอด"

"อย่าทำอย่างนี้เลย มันเสี่ยงอันตรายเกินไป" แสงระวี ขอร้อง

"ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ถึงฉันจะรอดออกไปจากที่นี่ได้ ชีวิตฉันก็ไม่เหลืออะไรแล้ว แต่พวกเธอสองคนยังมีคนที่เป็นห่วงรออยู่" มรกตพูดจบ แกล้งร้องโอดโอย เอามือกุมท้อง แมงดาไม่เชื่อเข้ามาจิกหัวลากเธอขึ้นรถ มรกตได้ทีกัดมือแมงดาอย่างแรง ยื้อแย่งปืนจากเขา แล้วตะโกนบอกแสงระวีกับมะลิให้รีบหนี

สองสาวไม่รอช้าโกยอ้าว อึดใจเดียว มีเสียงปืนดังขึ้น สองสาวหันไปเห็นมรกตถูกยิงทรุดลงไปกองกับพื้น แสงระวี จะกลับไปช่วย แต่ถูกแมงดายิงปืนใส่ มะลิรีบคว้ามือแสงระวีวิ่งหนีโดยมีแมงดาไล่ตาม...

ในเวลาเดียวกัน ที่หน้าซ่อง เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว จัดการเหล่าสมุนของแมงดาที่มาดักหน้าล้อมหลังจนราบคาบ พลันมีเสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากแสงระวี เสือใช้พลังพิเศษรีบวิ่งตามเสียงไปทันที...

ฝ่ายแสงระวีกับมะลิวิ่งหนีขึ้นไปบนดาดฟ้า แมงดาไล่ตามทันลั่นกระสุนใส่  แสงระวีเอาตัวบังมะลิไว้  ก่อนลูกกระสุนจะถึงตัวแสงระวี เสือเข้ามาขวาง กระสุนโดนเข้าเต็มอก แต่ไม่ระคายแม้แต่หนังกำพร้าของเขา แมงดาหน้าเสียจะวิ่งหนี เสือปล่อยพลังหมัดเขวี้ยงควายเข้าใส่เต็มๆ แมงดากระเด็น กระแทกพื้นสลบเหมือด แสงระวีโผกอดเสือด้วยความดีใจ เสือโล่งใจที่สองสาวไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

"แต่ผู้หญิงคนที่ช่วยพวกเรา...เราต้องช่วยเธอนะ อย่าให้เธอตาย"

แสงระวีรีบพาเสือมาหามรกตซึ่งนอนเลือดอาบหายใจรวยริน เสือขอบคุณหญิงสาวแปลกหน้าที่ช่วยชีวิตแสงระวีกับมะลิ ก่อนอุ้มเธอพาส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

ooooooo

สิงห์กับโรสถูกเรียกตัวให้มาพบท่านผู้การฯที่กองปราบฯแต่เช้า

"รายงานที่พวกคุณเขียนอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ ทางผู้ใหญ่ได้พิจารณาแล้ว ถือว่านี่คือผลงานชิ้นสำคัญที่ผมต้องชื่นชมพวกคุณ" ท่านผู้การฯพูดพลางหยิบตราตำรวจและปืนคืนให้

ทั้งสองคนกล่าวขอบคุณพร้อมกับทำความเคารพ สิงห์รายงานเพิ่มเติมว่าเรื่องที่เราสองคนทำยังไม่จบแค่นี้ องค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ได้รับเงินสนับสนุนจากฮัสซันก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าหลังจากฮัสซันตายแล้ว พวกนั้นจะล่มสลายไปด้วย ผู้พันอำนาจยังมีชีวิตอยู่ และพวกเราเชื่อว่าเขาต้องไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ๆ

"แต่พวกคุณได้ตัวกำนันฉ่ำมาแล้ว น่าจะสืบตามหาผู้พันอำนาจได้ไม่ยาก"

"เรื่องนั้นเรายังไม่แน่ใจว่ากำนันฉ่ำจะรู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหนค่ะ เพราะสมาชิกในองค์กรนี้ยังมีอีกจำนวนมาก และแทรกซึมมีอิทธิพลอยู่ในทุกวงการ พวกเราเกรงว่ากำนันฉ่ำอาจจะถูกฆ่าตัดตอน"

ผู้การฯมอบอำนาจให้สิงห์กับโรสดูแลคดีนี้เป็นพิเศษ ไม่ว่าพวกนั้นจะแทรกซึมอยู่ที่ไหนทั้งคู่ต้องเอาตัวมาลงโทษให้ได้ สิงห์กับโรสลุกขึ้นทำความเคารพแล้วรีบปฏิบัติตามคำสั่งทันที ครู่ต่อมา สิงห์กับโรสมาถึงหน้าห้องสอบสวน จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรีบเข้ามาแสดงความยินดีที่ทั้งสองคนได้กลับเข้ารับ ราชการตำรวจอีกครั้ง หมู่แย้มเย้าว่าถ้าจะให้ดีกว่านี้ทั้งสองคนน่าจะได้เลื่อนยศ

"ถ้าทำงานแล้วคิดแต่หวังตำแหน่งล่ะก็ ผมกับหมวดโรสคงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงขนาดนี้ได้หรอกหมู่"

"ครับผมผู้กอง แต่ว่าทำงานเหนื่อยมาตั้งเยอะ เสี่ยงตายมาก็แยะ พวกผมก็อยากจะเห็นผู้กองกับหมวดมีความสุขจู้ฮูกกรูกับเขาบ้าง" หมู่แย้มหันมาหัวเราะคิกคักกับจ่าเพิ่ม

แต่สิงห์กลับทำขรึม ปรามว่างานยังไม่ทันจบอย่าเพิ่งสนุก แล้วเปิดประตูห้องสอบสวนเข้าไป โรสมองตามสิงห์น้อยใจตงิดๆ จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มพยายามพูดกระเซ้าโรสให้รู้สึกดีขึ้น แต่กลับโดนเธอเล่นงาน

"พอได้แล้วค่ะ หมู่...จ่า...ฉันกับผู้กองไม่ใช่เพื่อนเล่น พวกคุณ" โรสเดินตามสิงห์เข้าห้องสอบสวน

จากนั้น สิงห์กับโรสลงมือสอบปากคำกำนันฉ่ำ โรสสั่งกำนันฉ่ำให้มอบรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ทั้งหมด กำนันฉ่ำอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อเดียว สิงห์ไม่เชื่อเข้าไปกระชากคอเสื้อ ขู่ตะคอกว่าถ้าขืนมัวแต่เตะถ่วง เขาจะส่งกำนันฉ่ำกลับไปให้พวกอำนาจจัดการ

"แต่ต่อให้ผมพูดอะไรไปตอนนี้ พวกคุณก็ปกป้องชีวิตผมไม่ได้หรอก พวกที่ร่วมองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ ไม่ใช่คนที่พวกคุณจะไปแตะได้หรอก" กำนันฉ่ำแกะมือสิงห์ออก นั่งหน้าเครียดไม่ เปิดปากพูดอะไรอีก โรสกับสิงห์มองสบตากันหนักใจ กำนันฉ่ำปรายตามองทั้งคู่แล้วแอบยิ้มร้าย ฉุกคิดถึงสิ่งที่เขาคุยกับมรกตก่อนหน้าพวกสิงห์จะบุกเข้าไปทลายเซฟเฮาส์ของ อำนาจ

ตอนนั้นมรกตสั่งเขาให้ยอมจำนนให้สิงห์จับตัว กำนันฉ่ำ ค้านว่าขืนทำอย่างนั้น เขาก็ต้องติดคุกหัวโตแน่นอน มรกตกลับบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ทันทีที่เขาถูกจับตัวเขาก็จะมีค่าสำหรับพวกสิงห์

"เธอต้องการจะให้ฉันทำอะไรกันแน่"

"เป้าหมายของกำนันฉ่ำอยู่ที่การจัดการฆ่าผู้กองสิงห์และหมวดโรส"

"แล้วไอ้ยักษ์แม็กนั่มนั่นล่ะ มันถูกส่งมาเพื่อจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวใช่ไหม"

มรกตพยักหน้าแทนคำตอบ กลุ่มของเธอมีเป้าหมายอยู่ที่พลังพิเศษของเสือ กำนันฉ่ำอยากรู้ว่าแม็กนั่มมีดีอะไรถึงต้านทานพลังของนักสู้พันธุ์ข้าว เหนียวได้ มรกตอธิบายว่า

"แม็กนั่นถูกพัฒนาขีดความสามารถให้เกินมนุษย์จากการทดลองลับทางวิทยาศาสตร์เพื่อใช้เป็นอาวุธในสนามรบ...

ภายใต้สมองของมนุษย์ทุกคนมีขุมพลังที่ซุกซ่อนอยู่แต่ถูกกักเก็บเอาไว้ ก็เหมือนกับเวลาที่ตกใจมากๆ แล้วสามารถแบกของหนักออกมาได้โดยไม่รู้ตัว" มรกตหยุดครู่หนึ่ง ก่อนอธิบายต่อ

"พลังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคือพลังที่สวรรค์ส่งมาให้เขาแข็งแกร่งภายใต้ เงื่อนไขจำกัด แต่พลังของแม็กนั่มคือพลังที่เกินขีดความสามารถของมนุษย์ที่แม้แต่พระเจ้า ยังหวาดกลัวจนต้องซ่อนมันเอาไว้...เป้าหมายของพวกเราคือการกำจัดนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว เพราะคนที่แข็งแกร่งที่สุดมีได้ เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น"

ooooooo

สายวันเดียวกัน มรกตรู้สึกตัวตื่น พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพักฟื้นในโรงพยาบาล มีแสงระวีกับมะลินั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงด้วยความเป็นห่วง มรกตขยับจะลุกขึ้น แต่แสงระวีห้ามไว้ หมอเพิ่งผ่าตัดเธอเสร็จไม่นานเดี๋ยวจะเจ็บแผลเปล่าๆ พอมรกตรู้ว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวพาเธอมาส่งหมอ เลยอยากจะขอบคุณเขา

"เขาไม่อยู่ มีภารกิจที่ต้องไปทำ แต่เขาฝากขอบคุณเธอมาด้วยนะที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยพวกเรา"

มรกตทำทีถามว่าแสงระวีกับมะลิรู้จักกับนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวด้วยหรือ สองสาวพยักหน้ารับคำพร้อมกัน มรกตยิ้มเศร้าเล่นบทน้อยใจในโชคชะตาที่ตัวเองไม่มีพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง ที่ไหน  เลยไม่มีใครมาช่วยเธอให้พ้นจากซ่องนั้น ไม่เหมือนสองสาวที่มีนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคอยเป็นห่วงเป็นใย

"เธอไม่ต้องห่วงนะ ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ทอดทิ้งเด็ดขาด" แสงระวีจับมือมรกตปลอบใจ

"เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วเธอจะมาไว้ใจฉันได้ยังไง"

แสงระวีกับมะลิแนะนำตัวเองให้มรกตรู้จัก ส่วนมรกตก็แนะนำตัวเธอเช่นกัน แสงระวีสรุปว่าแค่นี้ก็เพียงพอทำให้เรารู้จักกันแล้ว เพราะฉะนั้นให้ถือเสียว่าเราเป็นเพื่อนกัน

"และเพื่อนย่อมช่วยเหลือเพื่อนเวลาที่เพื่อนต้องการความช่วยเหลือใช่ไหม"

มรกตยิ้มให้แสงระวีและมะลิ แต่ภายใต้รอยยิ้มนั้นกลับซ่อนความร้ายกาจเอาไว้...

เสือนั่งทำสมาธิอยู่บริเวณสวนร่มรื่นของบ้านลมใต้ปีก พยายามรวบรวมจิตให้นิ่ง แต่สมาธิกลับแตกซ่านเมื่อฉุกคิดถึงฉากการต่อสู้ครั้งล่าสุดระหว่างตัวเอ งกับแม็กนั่ม ที่แม็กนั่มเลียนแบบท่าไม้ตาย หมัดเขวี้ยงควายของเขาและเล่นงานเขาพ่ายแพ้ เสือสลัดความคิดนั้นทิ้ง ลุกขึ้นยืนตั้งท่าเชิงมวยโคราชสีหน้ามุ่งมั่น คำพูดของหลวงพ่อเข้มผุดเข้ามาในความคิดคำนึงของเสือ

"จำคำของหลวงพ่อให้ดีนะบักเสือ เอ็งจะต้องแข็งแกร่งกว่าเดิม จงอย่าท้อถอยและละความพยายามเด็ดขาด เพราะหายนะครั้งใหญ่หลวงกำลังรอให้เอ็งไปจัดการแก้ไข"

ทีแรกเสือยังไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องมุมานะฝึกฝนวิชา แต่ถึงตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เสือรวบรวมพลังปล่อยหมัดเขวี้ยงควายออกไป จังหวะนั้น เคนเดินไม่รู้อีโหน่อีเหน่เข้ามา ยังดีที่กระโจนหลบได้ทัน แรงอัดเฉียดเคนหวุดหวิด กระแทกกระถางต้นไม้ใกล้ๆแตกกระจาย...

พอเคนได้ฟังเหตุผลว่าทำไมเสือต้องฝึกวิชาอย่างมุ่งมั่น เอาเป็นเอาตาย ถึงกับร้องเฮ้ย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ฝรั่งตาน้ำข้าวคนนั้นจะรับมือหมัดเขวี้ยงควายของเสือได้อย่างไม่สะทกสะท้าน และเคนยังตั้งข้อสังเกตว่าในเมื่อฝรั่งคนนั้นรับมือเสือได้สบายๆ แล้วทำไมถึงไม่ฆ่าเสือทิ้ง

"ข้าไม่รู้ว่าทำไม รู้แต่ว่าถ้าพวกมันคิดจะสร้างหายนะให้ เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้ พวกมันจะต้องเสียใจที่ปล่อยให้ข้ามีชีวิตอยู่" เสือสีหน้าหนักแน่นเอาจริงเอาจัง...

ศรถูกมัดติดกับเก้าอี้หลับคออ่อนคอพับอยู่บนลานกลางบาร์ของอำนาจ อำนาจเข้าไปใกล้ๆพนมมือท่องคาถา แล้ววางมือไว้บนหน้าผากศร สักพักเหล็กไหลในตัวศรค่อยๆไหลผ่านมือเข้าไปอยู่ในตัวอำนาจจนหมด เส้นเลือดทั่วตัวอำนาจปูดโปนเป็นสีดำดูน่าเกรงขาม ลิงลมมองสะใจ

"ในที่สุดผู้พันก็กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง แล้วไอ้ศรล่ะครับ จะให้ผมจัดการมันอย่างไร"

"พ่อมันทำตัวมีประโยชน์กับแผนการของเรา จะฆ่ามันทิ้งก็น่าเสียดาย ลองทดสอบมันดูแล้วกันว่ามันเหมาะที่จะทำงานกับเราต่อได้ไหม" อำนาจแสยะยิ้มมองศรซึ่งยังนอนหมดสติ

ooooooo

แสงระวีชวนมะลิมาเยี่ยมมรกตอีกครั้ง แต่พบว่า เธอกลับไปแล้ว ฝากจดหมายถึงแสงระวีไว้กับพยาบาล แสงระวีอ่านข้อความในจดหมายของมรกตให้มะลิฟังไปพร้อมๆกัน

"ฉันต้องขอบคุณคุณแสงระวีมากที่ช่วยเหลือฉันอย่างดี และดีใจที่พวกคุณเรียกฉันว่าเพื่อน แต่ฉันคงรบกวนคุณมากไม่ได้เพราะฉันไม่ใช่คนดี ชีวิตฉันยังมีอีกหลายแง่มุมที่พวกคุณ ไม่ควรจะต้องมาเสี่ยงเพื่อฉัน"

แสงระวีอ่านจดหมายจบ หันมามองหน้ามะลิ รู้สึกสงสารมรกตจับใจ...

แม็กนั่มพามรกตเข้ามาในห้องลับห้องหนึ่งภายในบาร์ ของอำนาจ เห็นเห่าดงกับหมีควายถูกล่ามโซ่เอาไว้อย่างหนาแน่น ทั้งสองคนอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งควบคุมสติตัวเองไม่ได้ มรกตถามแม็กนั่มว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกนี้ แม็กนั่มยังไม่ทันจะตอบอะไร อำนาจชิงตอบคำถามแทนแม็กนั่ม

"ผมว่าน่าจะเป็นเพราะผลข้างเคียงจากการใช้ยากระตุ้น ของพวกคุณ...การทดลองเรื่องยากระตุ้นพลังอันไร้ขีดจำกัดจากจิตใต้สำนึกของ พวกคุณน่าทึ่งมาก แต่นี่ก็แสดงให้เห็นว่า มันยังมีข้อบกพร่องอยู่"

"แต่พวกเราทดลองกับแม็กนั่มแล้ว ไม่มีความผิดพลาด อะไรเกิดขึ้น"

อำนาจสบช่อง แนะนำมรกตให้รายงานเรื่องนี้กลับไปให้ องค์กรของพวกเธอรู้ว่า ยากระตุ้นใช้ไม่ได้ผลที่นี่ มรกตมองหมีควายกับเห่าดงสีหน้าครุ่นคิด ก่อนสั่งแม็กนั่มกำจัดพวกนี้ทิ้ง อำนาจร้องขอไว้เนื่องจากเห็นว่ายังใช้ประโยชน์จากทั้งคู่ได้ มรกตขัดขึ้นว่าจะทำอะไรได้ในเมื่อไม่เกิน 24 ชั่วโมง คนคู่นี้ ต้องตายอยู่ดี

"พวกคุณมีแผนการจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวยังไงผมไม่เคยไปขวางทาง คราวนี้ผมก็แค่อยากจะใช้วิธีบริหาร ทรัพยากรที่มีอยู่ให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้นเอง" อำนาจ ยิ้มอย่างมีเลศนัย...

จากนั้น อำนาจกลับมายังลานกว้างกลางบาร์ สั่งลิงลมให้เอาน้ำสาดหน้าศร ปลุกให้ได้สติ ศรลืมตามองอำนาจกับลิงลม ฮึดฮัดจะเอาเรื่องอำนาจที่ฆ่าพ่อของเขา หลับตาท่องคาถาเรียกพลังเหล็กไหล แต่กลับต้องตกใจที่พลังเหล่านั้นหายไป อำนาจเรียกคืนพลังเหล็กไหลจากศรหมดแล้ว และที่สำคัญกำนันฉ่ำพ่อของศรก็ยังมีชีวิตอยู่ ศรงงว่าทำไมพ่อของเขาถึงยังไม่ตายทั้งๆที่เขากำจัดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ไม่ได้

"ผู้พันยังใจดีกับพ่อเอ็ง ยอมให้มีชีวิตรอดแล้วมาทำงาน ให้ต่อ แต่สำหรับเอ็ง มันต้องพิสูจน์ก่อนว่าควรจะเลี้ยงไว้อีกไหม" ลิงลมพูดจบ เข้าไปแก้มัดศร

ทันใดนั้น เห่าดงกับหมีควายก้าวเข้ามาพร้อมกับคำราม เสียงลงคอไร้สติจะควบคุมตัวเอง ศรแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น กับลูกน้องตัวเอง เห่าดงกับหมีควายปรี่เข้าเล่นงานศรอย่างไม่ทันจะตั้งตัว...

ทันทีที่แสงระวีได้ฟังเคนเล่าเรื่องความวิตกกังวลของเสือ เธอเข้ามาปลอบเสือไม่ให้คิดมาก พลังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ไม่น่าจะมีใครมาล้มได้ง่ายๆ ถึงพวกเขี้ยวพยัคฆ์จะมีคนมีฝีมือ มาร่วมมือด้วยก็ตาม แต่สิงห์กับโรสกำลังขยายผลการสืบสวนเพื่อกวาดล้างพวกที่ให้การร่วมมือ สนับสนุนองค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ แล้ว ยิ่งเสือได้รู้ว่าแสงระวีจะสานต่องานของลมใต้ปีกเพื่อช่วยเขาอีกแรง กลับยิ่งทำให้เขาลำบากใจมากขึ้น...

ด้านศรถูกลูกน้องตัวเองเล่นงานอย่างหนัก ศรพยายามใช้คาถาปลุกรอยสักของทั้งคู่แต่ไร้ผล เพราะพวกนั้นไม่รู้ว่าตัวเอง เป็นใคร อำนาจปรามาสศรว่าถ้าสู้ลูกน้องตัวเองไม่ได้ก็ไม่สมควรจะอยู่ให้อับอายขาย หน้าไปถึงพ่อของศรเอง ศรอยากรู้ว่าอำนาจทำอะไรเห่าดงกับหมีควายถึงไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นใคร

"นี่แหละ...พลังที่สามารถเอาชนะนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้...แต่ถ้าเอ็งต้อง มาตายเพราะฝีมือลูกน้องตัวเอง เอ็งก็ไม่มีทางได้รู้หรอกไอ้ศร"

ด้วยความอยากรู้ ศรรวบรวมกำลังทั้งหมดฆ่าเห่าดง ตายคาที่ แต่หมีควายมีพลังมากกว่าเห่าดงหลายเท่า ศรจึงโดนล็อกด้านหลังบีบด้วยแรงมหาศาลถึงกับร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมาน

"ช่วย...ด้วย...ข้ายังไม่อยากตาย...ข้ายอมทุกอย่าง ข้าจะไม่หักหลังผู้พันอีก...ข้า...ข้าสาบาน"

อำนาจหันไปพยักพเยิดให้ลิงลมเอาปืนยิงยาสลบมายิ่งใส่ต้นคอหมีควาย ทรุดฮวบหมดสติ อำนาจเข้ามากระชากคอเสื้อศร ขู่ว่าถ้าคิดทรยศหักหลังเขาอีก คราวนี้เขาจะฆ่าศรพร้อมกับกำนันฉ่ำอย่างไม่รีรอแล้วผลักศรจนล้ม ลิงลมถามอำนาจว่าจะให้ทำอย่างไรกับหมีควาย

"อีกไม่กี่ชั่วโมงมันก็ต้องตายเพราะผลข้างเคียงของยากระตุ้น ปล่อยมันไป...ใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด" อำนาจสีหน้าเหี้ยมเกรียม ขณะที่ลิงลมพยักหน้าเข้าใจ...

มะลิขอร้องให้โรสกับสิงห์ช่วยค้นหาข้อมูลของมรกตให้ หลังจากได้รูปพรรณสัณฐานของมรกตแล้ว โรสค้นหาจากฐานข้อมูลของตำรวจจากคอมพิวเตอร์ พบว่ามรกตคนนี้ตายไปแล้ว มะลิตกใจ จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อมรกตช่วยเธอกับแสงระวีไว้ สิงห์แปลกใจรีบเข้ามาช่วยตรวจข้อมูล

"ผู้หญิงคนนี้ตายไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ระบุสาเหตุว่าประสบอุบัติเหตุระหว่างหนีการจับกุม"

"เขาเป็นอาชญากรเหรอคะ"

โรสตรวจข้อมูลอีกรอบ ปรากฏว่ามรกตหนีการประกันตัวเพราะต้องคดีสงสัยว่าฆ่าคนตาย มะลิไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ที่คนดีๆที่ช่วยชีวิตเธอจะมีคดีฆ่าคนตายติดตัว โรสอาสาจะสืบเรื่องนี้ให้ละเอียดอีกครั้ง จังหวะนั้น เคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาบอกสิงห์ให้ช่วยไประงับเหตุทะเลาะกันระหว่างแสงระวีกับเสือ...

เสือกับแสงระวีกำลังเถียงกันหน้าดำคร่ำเคร่งเสียงลั่นไปทั้งสวน เสือพยายามห้ามแสงระวีไม่ให้สานต่องานพ่อของเธอในฐานะลมใต้ปีกแต่แสงระวีไม่ยอม สิงห์ขอร้องให้ทั้งคู่ใจเย็นๆ ถามว่ามีเรื่องอะไร ทำไมต้องทะเลาะกันด้วย มะลิกับโรสตามเข้ามาสมทบ รอฟังคำตอบด้วยใจจดจ่อ แสงระวีโกรธไม่ยอมพูดอะไร เสือฟ้องว่าแสงระวีต้องการสานต่องานของธงไท มะลิรีบบอกทันทีว่าเห็นด้วยกับแสงระวี

"มะลิ...แต่พี่ไม่เห็นด้วย"

แสงระวีไม่อยากต่อปากต่อคำอะไรอีก หันไปยืนยันกับสิงห์ว่า เรื่องนี้ใครก็ห้ามเธอไม่ได้ เพราะนี่คือสิ่งสุดท้ายที่เธอจะทำให้การตายของพ่อไม่ไร้ความหมาย แสงระวีว่าแล้วเดินหัวเสียออกไป เสือจะตามแต่โรสรั้งไว้ ขอร้องว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร ตอนนี้ต่างคนต่างร้อนด้วยกันทั้งคู่จะพาลทะเลาะกันไปใหญ่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่เธอกับสิงห์จัดการเอง สิงห์กับโรสรีบตามแสงระวี ทิ้งสองพี่น้องให้คุยกันเอง

"พี่เสือก็...คุณแสงระวีเขาตั้งใจจะช่วยพี่นะ"

เสือทำหน้าดุใส่น้องสาว ต่อว่าว่าทำไมไม่รู้จักเข้าข้างพี่ชายตัวเองบ้าง รู้หรือไม่ว่าที่เขาห้ามแสงระวีเพราะไม่ต้องการให้เธอต้องมาเสี่ยงอันตราย มะลิอ้างว่าเมื่อก่อนเธอก็เคยห่วงเสือที่ต้องกลับมาเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอีกเพราะเกรงพี่ชายจะได้รับอันตราย แต่ตอนนี้เธอไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว

"ตอนที่มะลิกับพี่แสงระวีตกอยู่ในอันตรายแล้วรอให้พี่เสือมาช่วย เราสองคนกลัวมากเลยจ้ะพี่ ถ้าพี่มาช้าอีกนิดเดียว เราคงถูกจับไปไม่ได้เจอหน้าพี่อีก"

"พี่ไม่มีทางปล่อยน้องสาวกับคนรักของพี่ให้ไปตกระกำลำบากหรอก...มะลิก็รู้"

"จ้ะ มะลิรู้...พี่แสงระวีก็รู้ สิ่งที่พี่แสงระวีฝันเอาไว้ก็เหมือนกับที่พี่เสือฝันเหมือนกัน คือการได้เห็นบ้านเมืองสงบสุขไม่มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้น นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะได้ไม่ต้องออกมาปรากฏตัว เขาจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบ...พี่เสือจ๊ะ ทั้งมะลิและพี่แสงระวี เรารอดมาได้เพราะผู้หญิงที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเอาไว้ เราจึงตั้งใจไว้ว่า เราจะไม่ยอมปล่อยให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต้องเหนื่อยคนเดียวอีกต่อไป"

เสือเข้าใจแล้วว่าน้องสาวกับคนรักของเขาคิดอย่างไร แต่เขาก็ยังยืนยันขอเหนื่อยคนเดียวดีกว่าจะต้องมาเสียใจทีหลังที่ช่วยคนที่เขารักไม่ได้ เคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกเสือว่าได้ข่าวจากพวกแท็กซี่ว่ามีคนเจอหมีควายกำลังอาละวาดอยู่...

ทางฝ่ายแสงระวีอธิบายให้โรสกับสิงห์ฟังว่าทำไมเธอถึงอยากมีส่วนร่วมในการช่วยเสือ เพราะเธอไม่อยากเป็นภาระให้เขาต้องคอยมาเป็นห่วง ลำพังนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีคนรอความช่วยเหลือล้นมืออยู่แล้ว

"น้องไม่อยากอยู่เฉย ถ้าน้องใช้วิธีการเดียวกับที่พ่อเคยทำ คือการเปิดโปงขบวนการเขี้ยวพยัคฆ์แล้วจัดการพวกมันให้

สิ้นซากด้วยกฎหมาย น้องก็จะช่วยนายเสือได้" แสงระวีสีหน้ามุ่งมั่น สิงห์อดหวั่นใจไม่ได้

ooooooo

ในเวลาต่อมา ที่ลานจอดรถหน้าบ้านลมใต้ปีก เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวขึ้นคร่อมซุปเปอร์ถึกมอเตอร์ไซค์คู่ใจเตรียมออกปฏิบัติการ สิงห์ตามออกมาพร้อมกับโรส บอกกับเสือว่าจ่าเพิ่มเพิ่งโทร.มารายงานว่ากำนันฉ่ำยอมเปิดปากพูดแล้ว อยากให้เขากับโรสรีบมาสอบปากคำด่วน

"ผู้กองไม่ต้องห่วงหรอกครับ...รีบไปจัดการธุระของผู้กองเถอะ ไอ้หมีควายคนเดียวผมรับมือได้"

โรสเตือนเสือว่านี่อาจเป็นแผนล่อนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวให้ออกไป ถึงแม้จะเป็นแผนของพวกเขี้ยวพยัคฆ์เสือก็ไม่กลัว ก่อนจะไปเสือเห็นแสงระวีออกมายืนมอง ทั้งคู่มองสบตากันอย่างอึดอัดใจ จากนั้น แสงระวีเดินสะบัดเข้าบ้าน มะลิตามมาขอโทษ แทนพี่ชายที่ทำให้หงุดหงิด แสงระวีเข้าใจนิสัยของเสือดีว่าเหมือนกับเธอที่ดื้อรั้นไม่ฟังใคร มะลิแซวว่ามิน่าทำไมทั้งคู่ถึงรักกัน แสงระวียิ้มเขินตีแขนมะลิเบาๆ

"เรื่องที่เราคุยกัน พี่แสงระวีไม่ต้องห่วงไปหรอก ถ้าเราจัดการทุกอย่างได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เดี๋ยวพี่เสือเขาก็ยอมเราเอง" มะลิมองแสงระวีราวกับรู้กัน

เคนเข้ามาเลียบๆเคียงๆถามว่ากำลังทำอะไรกัน มะลิหันไปเอ็ดว่าอย่ายุ่ง แล้วรีบดึงแสงระวีออกมาคุยกันห่างๆไม่ให้เคนได้ยิน บอกแสงระวีว่าเธอได้ยินเสือสั่งเคนให้คอยจับตาดูเราสองคนไว้ แต่เธอได้ประวัติมรกตมาแล้ว ถ้าเราสลัดเคนไม่หลุด เราคงไปตามหามรกตไม่ได้แน่ แสงระวีสีหน้าครุ่นคิดหาทางหนี...

ไม่นานนัก เสือมาถึงโรงน้ำแข็ง เห็นหมีควายกำลังอาละวาดไล่ฆ่าคนงานเป็นว่าเล่น เสือเข้าไปขวาง ทั้งสองคนตรงเข้าต่อสู้กันดุเดือด เสือรับรู้ได้ถึงพลังมหาศาลที่หมีควายมี แต่เขากลับดูเหมือนคนไร้สติควบคุมตัวเองไม่ได้ เสือใช้เชิงมวยโคราชเล่นงานหมีควายกระเด็นใส่กองน้ำแข็ง นอนแน่นิ่งไปพักเดียว ก็ลุกพรวดขึ้นมาอาการบ้าคลั่งมากกว่าเดิม แถมมีเลือดไหลออกจากจมูกและตาตลอดเวลา เสือตกใจ

"ไอ้หมีควาย...แกเป็นอะไร"

หมีควายไม่ตอบย่างสามขุมเข้าหา เสือตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายหมัดเขวี้ยงควายจัดการ หมีควายถูกพลังหมัดอัดจนกระอักเลือด แต่ยังลุกขึ้นเดินเข้าหาเสืออย่างไม่กลัวตาย เสือปล่อยหมัดเขวี้ยงควายใส่หมีควายอีกครั้ง หมีควายในสภาพใกล้ตาย สติวูบสุดท้ายกลับคืนมา ร้องขอความช่วยเหลือลั่น

"เอ็งเป็นอะไร...ใครทำอะไรเอ็งแบบนี้" เสือถามด้วยความสงสาร

"พวก...พวกไอ้...แม็กนั่ม...ช่วยให้ข้าหายจากทรมานด้วย...บักเสือ" หมีควายทรุดฮวบ

อาการแพ้สารกระตุ้นอย่างรุนแรงทำให้หมีความร้องตะโกนขึ้นอย่างเสียสติอีกครั้ง พุ่งเข้าหาเสือ เสือตัดสินใจปล่อยท่าไม้ตายจัดการหมีควายขั้นเด็ดขาด ในที่สุด หมีควายก็ตาย ศรโผล่มาด้านหลังเสือ ยิงปืนลูกซองใส่ เสือเบี่ยงตัวหลบ ได้เฉียดฉิว ศรได้ทีรีบวิ่งหนี เสือแปลกใจที่เห็นศรอีกครั้ง...

ขณะเดียวกัน ที่ห้องสอบสวนภายในกองปราบฯ สิงห์รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกลเมื่อรู้ว่ากำนันฉ่ำยอมเปิดปากหลังจากทนายมาขอเข้าพบ ลางสังหรณ์ของสิงห์เป็นจริง ทนายความขอให้สิงห์ดำเนินการกันกำนันฉ่ำไว้เป็นพยานในคดีและต่อรองให้ได้รับความคุ้มครองอีกต่างหาก สิงห์เจ็บใจเข้าไปกระชากคอเสื้อกำนันฉ่ำ

"คนผิดยังไงก็ต้องได้รับโทษ จะมาหัวหมออยู่เหนือกฎหมายไม่ได้"

ทนายรีบเข้ามาขวาง "หยุดนะครับผู้กอง...สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่คือการคุกคามเสรีภาพของลูกความผม ซึ่งตอนนี้เขายังเป็นแค่...ผู้ต้องสงสัย ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา"

"ผู้กองจะมาหาว่าผมหัวหมอไม่ได้ ถ้าคนผิดต้องได้รับโทษตามกฎหมายงั้นทำไมผู้กองถึงปล่อยให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวลอยนวลอยู่ได้ล่ะ ในเมื่อก็ทำผิดกฎหมายเหมือนกัน" กำนันฉ่ำยิ้มกวนสุดๆ

สิงห์เหลืออด ปราดเข้าไปชกหน้ากำนันฉ่ำซ้ำๆหลายหมัด ทนายตะโกนห้ามลั่น แถมขู่ว่าถ้าไม่หยุดซ้อมลูกความของเขา เขาจะเล่นงานสิงห์จนต้องออกจากราชการอีกครั้ง เสียงเอะอะโวยวายดังไปถึงหน้าห้องสอบสวน จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มตกใจ รีบเข้ามาดู โรสเห็นท่าไม่ดีวานจ่าเพิ่มช่วยพาผู้กองสิงห์ออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอกก่อน กำนันฉ่ำซึ่งปากแตกยับเยินมองตามสิงห์ ยิ้มสะใจ...

ทางด้านเสือตามศรเข้าไปด้านในโรงน้ำแข็ง ศรดักรออยู่แล้ว เปิดฉากยิงกระหน่ำใส่ไม่ยั้ง เสือพุ่งหลบแต่ไม่พ้นกระสุนโดนไหล่อย่างจัง เลือดไหลอาบ ตะโกนถามว่าพวกที่ช่วยศรเป็นใครมาจากไหนกัน

"อีกไม่นาน เอ็งได้รู้จักพวกมันแน่ พลังของเอ็งมันมีขีดจำกัดโดนกระสุนลงอาคมเอ็งยังเจ็บเลย พวกมันถึงได้ส่งข้ากับไอ้หมีควายมาเพื่อให้เอ็งรู้ตัวว่าต่อให้เอ็งพยายามสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางสู้กับพวกมันได้"

"คนอย่างนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวสู้ไม่เคยถอย แม้จะต้องตาย"

"เอ็งได้ตายสมใจอยากแน่ แต่ก่อนตายเอ็งต้องเจ็บปวดกับคนรอบๆตัวที่ต้องตายไปต่อหน้าต่อตา เพราะความอยากเป็นฮีโร่ของเอ็ง" ศรลั่นไกใส่เสืออีกเป็นชุด เสือม้วนตัวหลบแล้วลุกขึ้นง้างหมัดจะเล่นงานศร แต่เขาหายตัวไปแล้ว เสือกวาดตามองหาอย่างเจ็บใจ...

สิงห์ยังหงุดหงิดอารมณ์ค้าง โรสปลอบให้ใจเย็นๆอย่าเพิ่งวู่วาม เดี๋ยวจะกลายเป็นเข้าทางพวกนั้น สิงห์จะไม่ยอมให้กำนันฉ่ำได้สิทธิ์คุ้มครองพยานเด็ดขาดเพราะเท่ากับกำนันฉ่ำไม่ต้องรับผิดอะไรเลย เมื่อก่อนสิงห์เคยยึดมั่นในกฎเกณฑ์ แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมสังคมถึงต้องการนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

"แต่ผู้กองจะออกไปสู้ข้างถนนอย่างนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ได้ พวกเราจำเป็นต้องมีคนอย่างผู้กองไว้ปกป้องพวกเรา...ไว้ใจฉันเถอะค่ะ ผู้กอง ฉันจะหาทางให้เอง" โรสมองสิงห์อย่างมีแผนอะไรบางอย่าง

ooooooo

ตอนที่ 18

ฮัสซันสะใจหัวเราะเสียงลั่นเมื่อได้ฟังฉากสุดท้ายของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เขาชมสองพ่อลูกว่าทำงานได้ดีมาก อยากได้อะไรเป็นรางวัลเขายินดีจัดให้ กำนันฉ่ำอยากได้ข้อตกลงที่อำนาจทำไว้กับฮัสซัน

"ฮึ...แกอยากให้ฉันช่วยผลักดันแกขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศนี้"

"ครับ...การันตีด้วยผลงานที่คุณฮัสซันเพิ่งจะพอใจเป็นอย่างมากไปเมื่อครู่ สิ่งที่ผู้พันอำนาจทำไม่ได้แต่ผมสองพ่อลูกสามารถจัดการให้ได้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ"

"ฉันไม่สนหรอกว่าจะเป็นแมวดำหรือแมวขาว ขอแค่ แมวที่ฉันเลี้ยงไว้ มันจับหนูให้ฉันได้ ฉันก็พร้อมจะเลี้ยงมันอย่างดี" ฮัสซันหัวเราะชอบใจ สองพ่อลูกยิ้มดีใจที่ทุกอย่างตกลงกันได้ด้วยดี...

งานเผาศพส้มจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่วัดดอนควาย ส้มไม่มีญาติที่ไหนนอกจากเสือกับพวก ทุกคนต่างทยอยวางดอกไม้จันทน์ใส่เตาเผาศพ แล้วถอยมายืนสงบนิ่งเพื่อส่งวิญญาณส้มไปสู่สุคติ แสงระวีน้ำตาไหลพราก ไม่ใช่แค่ส้มเท่านั้นที่ต้องตายจากไป ยังมีธงไทพ่อของแสงระวีอีกคนที่ต้องจบชีวิตจากน้ำมือของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ แสงระวีทำใจไม่ได้ เดินเลี่ยงออกมา มะลิจะตาม แต่เสือห้ามไว้

"คุณแสงระวีคงอดคิดถึงการตายของพ่อไม่ได้...พี่จะไปดูเธอเอง"

เสือเดินตามมาเห็นแสงระวีนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น เข้ามา จับบ่าเธอไว้อย่างปลอบโยน แสงระวีไม่อยากเห็นใครต้องจบชีวิตเหมือนอย่างส้มกับพ่อของเธออีก เสือสัญญาว่าจะไม่ยอมให้มีใครตายอีก ส่วนคนที่ตายไปแล้ว การจากไปของพวกเขาก็จะไม่เสียเปล่า เสือค่อยๆจับแสงระวีหันมา เช็ดน้ำตาให้อย่างทะนุถนอม

"และผมก็ยังอยากเห็นแสงระวีผู้หญิงที่เข้มแข็งกล้าหาญคนเดิมกลับมาอีกครั้ง"

แสงระวีไม่รู้ว่าตัวเองจะกลับไปเป็นคนเดิมได้อย่างไร พวกนั้นฆ่าพ่อฆ่าแม่ของเธอ ทำให้เธอต้องเหลือตัวคนเดียว แล้วเธอจะไปหาความเข้มแข็งมาจากไหนได้อีก เสือปลอบว่าเธอยังมีเขาอยู่ทั้งคน

"แต่นายไม่ได้เป็นแค่นายเสือคนธรรมดา นายคือนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ถ้าฉันต้องเสียนายไปอีกคนล่ะ...หัวใจฉันคงทนรับความเจ็บปวดแบบนั้นอีกไม่ได้"

เสือดึงแสงระวีมากอดไว้แน่น "ผมจะไม่ให้คุณต้องเจ็บปวดแบบนั้นแน่นอน"

"นายจะทำได้ยังไง ในเมื่อภารกิจของนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวยังไม่จบ"

"ไม่ใช่ในฐานะนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวครับ แต่ในฐานะของบักเสือ...คนธรรมดาที่อยากจะขอให้คุณแสงระวีแต่งงานกับผม...คนอย่างบักเสือมันเป็นชาวนาจนๆ วันนี้มันไม่มีแก้วแหวนเงินทองมากมายมาให้คุณ แต่มันมีชีวิตที่พร้อมจะมอบให้ และจะทำให้ทุกวันของคุณมีแต่ความสุขยิ่งกว่าทรัพย์สมบัติใดๆ"

แสงระวีมองเสือนิ่งงัน ดีใจมากจนพูดไม่ออกโผกอดเสือแทนคำตอบ สิงห์กับโรสเข้ามาเห็นภาพนั้นพอดี ชวนกันเดินเลี่ยงไปทางอื่น โรสคิดว่าสิงห์ยังทำใจเรื่องแสงระวีไม่ได้ เลยต้องเดินหนี แต่เธอเข้าใจผิด สิงห์ไม่สบายใจเพราะตอนนี้ศัตรูของพวกเราแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ถึงเสือจะได้พลังของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวกลับมาแล้วก็ตาม แต่พวกเรายังแน่ใจไม่ได้ว่าพลังของเสือจะหยุดพวกนั้นได้

"ก็ใช่ค่ะ...ฉันเกือบคิดว่าการตายของผู้พันอำนาจจะช่วยทำให้เราจัดการกับพวกมันได้ง่ายขึ้น แต่การปรากฏตัวใหม่ของกำนันฉ่ำกับไอ้ศร กลับน่ากลัวและโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเก่า"

"นี่แหละ ผมถึงได้เป็นห่วงว่า...ความสุขของแสงระวี จะไม่คงอยู่ถาวร"

"ฉันเข้าใจความเป็นห่วงของผู้กองค่ะ...แต่ถ้าวันนี้เราทำดีที่สุด อนาคตมันก็ต้องดีแน่นอน เราสองคนจะต้องช่วย สนับสนุนนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวและควรจะยินดีกับความสุขของพวกเขา" โรสยิ้มอย่างมั่นใจ...

มะลิตื่นเต้นดีใจที่รู้ว่าแสงระวีตกลงแต่งงานกับพี่ชายของเธอ มะลิตั้งใจไว้ว่าเมื่อใดที่กำจัดพวกเขี้ยวพยัคฆ์สำเร็จ จะขอให้เสือเลิกเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว เคนสงสัยว่าทำไมต้องขอแบบนั้น

"ก็งานของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีแต่เรื่องอันตรายแล้วก็เสี่ยงชีวิต มะลิไม่อยากให้พี่สะใภ้ของมะลิต้องมานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า"  คำพูดของมะลิทำให้แสงระวีรู้สึกเป็นกังวล แต่รีบพูดกลบเกลื่อนว่า

"เรื่องนั้นมะลิไม่ต้องห่วงพี่หรอก พี่ตัดสินใจเลือกเขาก็เพราะพี่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาเป็น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะอยู่ข้างหลัง คอยเป็นกำลังใจให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว" แสงระวีจับเกาะเสือและยิ้มให้เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลกับเธอ เสือมองแววตาของแสงระวีแล้วกลับรู้สึกหนักใจ

"ถ้างั้นเพื่อให้คุณแสงระวีสบายใจว่าต่อจากนี้ไป นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะเป็นสุดยอดนักสู้ที่ใครก็ล้มไม่ได้ง่ายๆ เอ็งก็ต้องฝึกฝีมือให้เจ๋งกว่าเดิม จะได้รับมือกับไอ้ศรมัน"

สิงห์กับโรสเห็นด้วยกับเคน ยินดีจะร่วมฝึกฝีมือกับเสือเพิ่มความแข็งแกร่ง...

แม็กนั่มไปปรากฏตัวที่เวทีมวยเถื่อนในบาร์ของอำนาจ คู่ต่อสู้ของเขาคือนักสู้เทควันโด เสียงเชียร์จากเหล่านักพนันดังสนั่น นักสู้เทควันโดทั้งเตะทั้งต่อยเป็นชุด กลับทำได้แค่เรียกเลือดซิบๆจากปากแม็กนั่ม แต่พอแม็กนั่มจับทางถูก นักสู้เทควันโดก็หมดท่า ถูกอัดสะบักสะบอมก่อนพ่ายไปในที่สุด

อำนาจยืนดูอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างสนใจ หันไปถาม พนักงานในบาร์ว่าฝรั่งคนนี้เป็นใครมาจากไหน ได้ความว่า ชื่อแม็ก ชอบให้ใครๆเรียกว่าแม็กนั่ม เพิ่งมาเที่ยวเมืองไทย ได้ยินเรื่องบาร์ของเราเลยอยากสนุกด้วย จังหวะนั้น ลิงลมเข้ามาหาอำนาจ แล้วทั้งคู่พากันเดินออกไปโดยมีสายตาของแม็กนั่มมองตามเขม็ง

ครู่ต่อมา อำนาจเดินนำลิงลมขึ้นไปยังห้องบัญชาการ ลิงลมรายงานว่าเรื่องที่อำนาจสั่งให้หาทางเล่นงานศร เขาจัดการให้เรียบร้อยแล้ว อำนาจเตือนให้ระวังตัว อย่าให้ศรจับได้เด็ดขาดว่าเราวางแผนจะทำอะไร ลิงลมรับประกันว่าเรื่องนี้ไว้ใจเขาได้ แต่เรื่องคนที่ถูกส่งมาตรวจสอบพวกเรา อำนาจได้เรื่องอย่างไรบ้าง

"แกอย่าเพิ่งสนใจเรื่องนั้น จัดการกับไอ้ศรให้ได้ก่อน"

ลิงลมรับคำ รีบตรงไปยังเซฟเฮาส์ของอำนาจซึ่งตอนนี้ศรกับพวกเข้ายึดครองไว้แล้ว เห็นเห่าดงกับหมีควายกำลังดื่มเหล้าเคล้านารีอย่างสนุกสนาน เห่าดงชวนลิงลมมาร่วมวงด้วย ลิงลมขอผ่านอ้างว่ามีธุระต้องคุยกับศร เห่าดงเตือนว่าอย่าเพิ่งเข้าไปเสนอหน้าตอนนี้ ลิงลมไม่สนคำเตือนมุ่งหน้าไปห้องของศร

อำนาจวางแผนให้ลิงลมจ้างวานสาวขายบริการไปหลอกล่อศรให้ตายใจ แล้วรอทีเผลอจะใช้กางเกงในของเธอครอบหัวศร เพื่อทำให้คาถาอาคมที่ลงไว้เสื่อม แล้วลิงลมจะตามเข้าไปจัดการส่วนที่เหลือเอง แต่แผนการผิดพลาดศรจับได้เสียก่อน ข่มขู่เธอให้บอกว่าใครจ้างมา

สาวบริการกลัวตายวิ่งหนีลนลานออกจากห้องศรมาเจอลิงลม ทันทีที่ลิงลมรู้ว่าแผนกำจัดศรล้มเหลว เลยฆ่าเธอตัดตอน ศรตามออกมาเจอสาวบริการนอนตายแทบเท้าลิงลม ถามอย่างหัวเสียว่าฆ่าเธอทำไม

"ผมเห็นมันพยายามทำร้ายนาย"

"แต่มีคนส่งมันมา ฉันต้องการรู้ว่าเป็นใคร"

ลิงลมทำเนียน อาสาจะไปสืบเรื่องนี้ให้ ศรไม่ติดใจสงสัยอะไร สั่งลิงลมหาตัวคนจ้างวานมาให้ได้ ลิงลมรับคำ มองตามศรกลับเข้าห้อง พลางถอนใจโล่งอก

ooooooo

อำนาจทั้งหงุดหงิดทั้งเสียดายที่แผนจัดการศรล้มคว่ำไม่เป็นท่า ยังดีที่ศรไม่สงสัยอะไร ลิงลมเป็นห่วงว่าต่อไปเราจะเล่นงานศรได้ยากขึ้น เพราะตั้งแต่ศรฆ่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ฮัสซันก็มอบสิทธิขาดทุกอย่าง ให้สองพ่อลูกจัดการ อำนาจจะไม่ยอมให้ศรกับกำนันฉ่ำแย่งทุกอย่างไปจากเขา

"ถ้าเราจัดการกับมันไม่ได้ เราก็ต้องยืมมือคนที่อยากเล่นงานมันใจจะขาดให้มาทำแทน" อำนาจยิ้มเจ้าเล่ห์ ส่วนลิงลมไม่เข้าใจว่าอำนาจหมายถึงใคร...

มะลิจับแสงระวีนุ่งผ้าซิ่นเกล้ามวย สวยแบบสาวชาวบ้าน แล้วชวนไปหาเสือซึ่งกำลังฝึกฝีมืออยู่แถวป่าไผ่ แสงระวีเขินอายทำท่าจะไม่ยอมเดินต่อ หันหลังจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นแบบเดิมๆของตัวเอง มะลิเข้ามาขวางไว้ ชมว่าใส่อย่างนี้สวยสมกับจะเป็นเจ้าสาวของเสือ และเป็นสะใภ้บ้านดอนควายที่สุด...

ด้านเสือกำลังฝึกฝีมืออย่างขะมักเขม้น สิงห์กับโรสใช้ทั้งกำปั้นทั้งปืนฝึกทั้งความแข็งแกร่งและความว่องไวให้เสือไปพร้อมๆกัน ทั้งคู่ใช้ปืนไล่ยิงใส่เสือไม่ยั้ง เสือหลบกระสุนได้หมด สิงห์ไม่ลดละไล่ยิงเสือไม่หยุด เสือหลบหลีกแล้วจู่โจมกลับ เข้าประชิดสิงห์ใช้ฝ่ามือปิดปากกระบอกปืนลูกซอง  ของเขาไว้

"ผู้กองแพ้ผมแล้ว ถ้าผู้กองยังคิดจะยิงต่อ ปืนนี่ได้ระเบิดเละคามือผู้กองแน่"

"งั้นมาลองกันดูว่านายจะเร็วได้สักเท่าไหร่" สิงห์ยิ้ม ขยับนิ้วจะลั่นไก เสือแย่งปืนจากมือสิงห์แล้วใช้ความรวดเร็วถอดปืนลูกซองออกเป็นชิ้นๆในพริบตา ถามสิงห์ว่าแค่นี้เร็วพอหรือยัง สิงห์ยิ้มให้แทนคำตอบ แต่โรสตะโกนสวนขึ้นว่า แค่เร็วกับอึดยังไม่พอจะรับมือกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เสือกับสิงห์หันไปมอง เห็นโรสเอาระเบิดมือออกมา กำมันไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้าง
หนึ่งถือสลักระเบิดเอาไว้

"การจะรับมือกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต้องฝึกการตัดสินใจในสถานการณ์คับขันด้วย" โรสสีหน้ามุ่งมั่นจนสิงห์ชักหวั่นใจ โรสยังบอกอีกว่าถ้าเธอปล่อยมือจากระเบิดลูกนี้ พวกเราจะตายกันหมด ถามเสือว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เสือพยายามใช้ความคิด

ขณะโรสปล่อยระเบิดออกจากมือ เสือชกหมัดเขวี้ยงควายออกไปเต็มแรง พลังหมัดกระแทกอากาศเป็นคลื่นพลังงานมหาศาลพุ่งใส่โรสอย่างจังจนกระเด็นไป ไกล ส่วนลูกระเบิดตกพื้นตรงนั้นแล้วระเบิดสนั่นหวั่นไหว เสือกับสิงห์พุ่งหลบ รัศมีระเบิดได้อย่างหวุดหวิด เมื่อควันจางลง สิงห์รีบวิ่งไปดูโรส เห็นเธอนอนคว่ำอยู่ที่โคนต้นไม้ได้รับบาดเจ็บจากแรงอัดอากาศของพลังหมัดเข วี้ยงควาย เสือยืนตะลึง มองมือตัวเองอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำอะไรลงไป มะลิกับแสงระวีเห็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพากันแปลกใจ ระคนดีใจ

"ถ้าพี่เสือใช้พลังนี้จัดการกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ รับรองพวกมันต้องเสร็จพี่แน่ๆ"

มะลิชมเสือว่าเก่งไม่หยุดปาก สิงห์พยุงโรสซึ่งบาดเจ็บไม่น้อยตามเข้ามา เสือขอโทษโรสที่ทำรุนแรงไปหน่อย โรสบอกว่าไม่เป็นอะไร แค่นี้สบายมาก พูดได้แค่นั้นโรสก็หมดสติไป...

ooooooo

ภายในห้องบัญชาการของอำนาจ แม็กนั่มลอบเข้าไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์ เอาธัมบ์ไดรฟ์เสียบ ก่อนจะทำการโอนถ่ายข้อมูลของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว สมุนของอำนาจคนหนึ่งเปิดประตูห้องเข้ามาเจอ ชักปืนตรงเข้ามาจะเอาเรื่อง โดนแม็กนั่มจับบิดข้อมือ แย่งปืนมาได้ แล้วกระหน่ำยิงใส่สมุนคนนั้นตายคาที่

พอถ่ายข้อมูลเรียบร้อย แม็กนั่มเดินข้ามศพออกไปอย่างไม่แยแส รีบกลับไปยังโรงแรมที่พักของตัวเอง เปิดดูข้อมูลที่ขโมยมา เห็นภาพวีดิโอการต่อสู้ของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว โดยเฉพาะหมัดเขวี้ยงควายที่จัดการคนของเขี้ยวพยัคฆ์ แม็กนั่มมองอย่างดูแคลนว่าไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน ต่อให้มีแบบนี้อีกสิบคนก็สู้ตนคนเดียวไม่ได้...จากนั้นแม็กนั่มก็หยิบกล่อง เหล็กออกมาเปิดเอาเข็มฉีดยาที่มีของเหลวสีเขียวอยู่ในนั้นมาฉีดให้ตัวเอง...

ผ่านไปไม่นาน อำนาจกลับมาเห็นศพของสมุนนอนตายอยู่ในห้องบัญชาการ เจ็บใจมาก เขาตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็น ฝีมือของคนที่กลุ่มก่อการร้ายส่งมาตรวจสอบการทำงานของเรา  ลิงลมติงว่าถ้าพวกนั้นไม่ไว้ใจเราขนาดนี้   พวกเราก็ไม่ควรจะไปร่วมมือกับพวกนั้น

"อย่าเพิ่งวู่วามไปไอ้ลิงลม แผนการครั้งนี้เดิมพันมันสูง ถ้าฉันพิสูจน์ฝีมือจัดการกับพวกกระจอกไม่ได้แล้ว ใครที่ไหนอยากจะมาลงเรือลำเดียวกับเรา...ตอนนี้เราต้องเร่งมือจัดการกับทุก คนที่เป็นเสี้ยนหนามของเราให้เร็วที่สุด ไม่เว้นแม้แต่ผู้กองสิงห์ นังกุหลาบแดง...ใครขวางเรามันต้องตาย" อำนาจสีหน้าเหี้ยมเกรียม...

ooooooo

ทางฝ่ายเสือ มะลิกับเคนรอฟังข่าวของโรสอยู่หน้าบ้านพักด้วยความเป็นห่วง แสงระวีออกมาแจ้งว่าโรสบาดเจ็บพอสมควร แต่ได้ยาสมุนไพรของลุงมั่น ไม่นานคงจะดีขึ้น เคนแซวว่าโรสได้สิงห์ดูแลแบบนี้ ต้องดีวันดีคืนแน่ มะลิหมั่นไส้ ต่อว่าเคนว่าหายหัวไปไหนมาไม่เห็นมาช่วยอะไรเสือบ้าง ดีแต่แซวคนโน้นทีคนนี้ที

เคนอ้างว่าที่หายไปเพราะมัวแต่ไปปรับแต่งปืนคู่กายของนักสู้พันธุ์ข้าว เหนียวให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น แล้วพาเสือ แสงระวี กับมะลิไปดูปืนกระบอกนั้น เสือถึงกับออกปากชมว่าสภาพสวยเหมือนได้ของใหม่

"ไม่ต้องชมข้าขนาดนั้น ของเดิมที่หลวงพ่อให้เอ็งใช้ มันเก่า ศูนย์ก็ไม่ค่อยเที่ยงแล้วด้วย ข้าก็เลยจัดการช่วยปรับแต่งให้นิดๆหน่อยๆ หลับตายิงยังโดนเป้าเลย ไม่เชื่อเอ็งลองดู"

เสือทดลองยิงปืนดูว่าจะจริงอย่างเคนโม้หรือเปล่า ปรากฏว่ายิงได้แม่นยำจริงๆ แต่อยู่ๆเสือรู้สึกเหมือนมีคนกำลังจ้องมองมาที่เขา มะลิไม่สบายใจเกรงว่าจะเป็นพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ส่งคนมาสอดแนม

"คงไม่ใช่หรอกมะลิ พวกนั้นชะล่าใจคิดว่ากำจัดนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวไปได้แล้ว"

ถึงแสงระวีจะยืนยันอย่างนั้น แต่เสือก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล

ooooooo

จากนั้นไม่นานลิงลมกลับมารายงานอำนาจ ซึ่งรออยู่ที่โรงงานร้างใกล้ตลาดดอนควาย ว่าเจอแสงระวีกับพวกสิงห์ อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แล้วยังโชคดี ได้เจอกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอีกด้วย

"เป็นไปได้ยังไง...ก็ไหนไอ้ศรมันบอกคุณฮัสซันว่ามันกำจัดบักเสือไปแล้ว"

"ผมว่า...ถ้ามันไม่ได้โกหกหวังเอาผลงาน มันก็คงประมาททำพลาดครั้งใหญ่ แถมคราวนี้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม  แล้วก็ฝึกฝีมือเตรียมพร้อมที่จะลุยกับไอ้ศรด้วย"

"น่าสนใจจริงๆ...ถ้านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแข็งแกร่งขึ้นมันก็เหมาะแล้วที่จะจับคู่ให้มันฟัดกับไอ้ศร ให้พวกมันกัดกันให้ตายไปทั้งคู่"

"ทำตัวเป็นโปรโมเตอร์สบายๆ ไม่ต้องลงมือเองแบบนี้... บันเทิงจริงๆ"

"แต่มันจะสบายอย่างเดียวก็ใช่ที่...อย่างน้อยมาถึงที่นี่แล้ว เราก็ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือกลับไปกระตุ้นให้เสือมันบ้าคลั่ง กระหายอยากออกล่าเหยื่อบ้าง" อำนาจสีหน้าเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ...

ooooooo

ยามตะวันใกล้ตกดิน บรรยากาศทุ่งนาดูสวยสบายตายิ่งนัก แต่แสงระวีกลับนั่งเหม่ออยู่คนเดียว สีหน้าเป็นกังวล เมื่อฉุกคิดถึงคำพูดของมะลิ

"ก็งานของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีแต่เรื่องอันตรายแล้วก็เสี่ยงชีวิต มะลิไม่อยากให้พี่สะใภ้ของมะลิต้องมานั่งนํ้าตาเช็ดหัวเข่า" คำพูดของมะลิทำให้แสงระวีรู้สึกเป็นกังวล แต่รีบพูดกลบเกลื่อนว่า

"เรื่องนั้นมะลิไม่ต้องห่วงพี่หรอก พี่ตัดสินใจเลือกเขาก็เพราะพี่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาเป็น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะ อยู่ข้างหลัง คอยเป็นกำลังใจให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว"

แสงระวีคิดแล้วอดเป็นห่วงอนาคตตัวเธอกับเสือไม่ได้ นั่งใจลอยเลยไม่ได้ยินเสียงเสือเดินเข้ามา เสือร้องทัก แสงระวีถึงกับสะดุ้งโหยง ถามกลบเกลื่อนว่าฝึกซ้อมเสร็จแล้วหรือ

"ครับ...คุณแสงระวีมานั่งตากลมทำไม เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก"

"คือ...ฉัน...ฉันไม่เคยเห็นทุ่งนาเวลาโพล้เพล้แบบนี้มาก่อน นาข้าวสีเขียวตัดกับสีทองของท้องฟ้าสวยดีก็เลยนั่งเพลิน"

แสงระวีปั้นเรื่องไปเรื่อย เพราะไม่อยากทำให้เสือไม่สบายใจ

เสือมองทุ่งนาตรงหน้าอย่างหวงแหน  แสงระวีเห็นแววตาของเขาแล้วยิ่งหนักใจ แต่ต้องแสร้งทำสีหน้าเป็นปกติ เสือมีอะไรบางอย่างอยากให้แสงระวีดู จูงมือเธอเดินไปทางป่าละเมาะ ครู่ต่อมาทั้งคู่มาถึงบริเวณลำธาร มีคบไฟจุดเอาเรียงรายไว้เป็นทาง แสงระวีมองหิ่งห้อยระยิบระยับบินผ่านไปมาอย่างตื่นเต้น

"สวยจังเลย ไม่นึกเลยว่าจะมีที่สวยงามขนาดนี้อยู่ อย่างกับได้อยู่บนสวรรค์ยังไงอย่างนั้นเลย"

"ถ้าคุณแสงระวีชอบจริงๆ งั้นเราจะสร้างครอบครัวกันที่นี่ มีบ้านหลังเล็กๆตรงนั้น ผมจะทำระเบียงริมนํ้าให้คุณแสงระวีได้มีมุมเขียนหนังสือ ส่วนที่ต้นไม้ตรงนั้น ผมจะทำชิงช้าไว้ให้ลูกๆของเราเล่นกระโดดนํ้ากัน...คุณแสงระวีว่าดีไหม ครับ...ครอบครัวของเราต้องมีความสุขกันแน่ๆ"

"แล้วนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวล่ะ" แสงระวีหน้าสลด

"มะลิพูดถูกครับว่า ถ้าภารกิจครั้งนี้สำเร็จ ผมควรจะต้องเริ่มต้นชีวิตกับคนที่ผมรัก   สร้างครอบครัวที่อยู่อย่างสงบสุข...ไม่ควรทำให้คุณต้องห่วงผมอีก"

แสงระวีดีใจนํ้าตาคลอ โผกอดเสือไว้แน่น เสือกอดตอบด้วยความรัก ค่อยๆเชยคางเธอขึ้นมา แล้วบรรจงจูบอย่างแผ่วเบา แสงระวีหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข...

เคนเห็นคู่ของเสือกับแสงระวี และคู่ของสิงห์กับโรสช่วยกันปลูกต้นรักจนผลิดอกสวยงาม เลยอยากจะชวนดอกสร้อยลองปลูกต้นรักกับเขาบ้าง เคนสารภาพว่าชอบดอกสร้อยมาก ตั้งแต่จากบ้านดอนควายไป เฝ้าคิดถึงแต่เธอทุกวัน ตั้งใจว่าเสร็จภารกิจช่วยชาติเมื่อใดจะแห่ขันหมากมาสู่ขอดอกสร้อย เคนพูดพลางคุกเข่าขอความรัก พร้อมกับยื่นช่อดอกไม้ให้หญิงสาว

"อย่ารังเกียจพี่เลยนะดอกสร้อยจ๋า"

ดอกสร้อยเริ่มมีใจสงสาร เกือบจะใจอ่อนรับรัก ถ้าไม่ เหลือบเห็นว่าเกิดไฟไหม้ในทิศทางที่ตั้งวัดดอนควายเสียก่อน เคนรีบวิ่งหน้าตื่นมาหาสิงห์กับโรส  ซึ่งกำลังส่งตาหวานให้กันอยู่บนระเบียงบ้านพัก

"ผู้กอง...แย่แล้วครับ...ไฟไหม้โบสถ์รีบไปช่วยกันดับไฟเร็วเข้าเถอะครับ"

สิงห์กับโรสตกใจ รีบพากันวิ่งมาสมทบกับเคนและดอกสร้อย แล้ววิ่งไปที่วัดดอนควาย ไม่นานนักทั้งหมดมาถึงหน้าโบสถ์ เห็นไฟกำลังลุกไหม้ตัวโบสถ์ มะลิกับลุงมั่นกำลังช่วยกันสาดนํ้าดับไฟ โรสหาถังจะไปตักนํ้า เหลือบเห็นแกลลอนนํ้ามันตกอยู่ไม่ไกลจากโบสถ์ หยิบขึ้นมาดม ได้กลิ่นนํ้ามันคลุ้ง ตะโกนเรียกสิงห์มาดู สรุปให้เขาฟังว่าไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากการลอบวางเพลิง

"ไฟเพิ่งจะลุก ฉันว่ามันคงจะเพิ่งลงมือ น่าจะยังไปไม่ไกล   แกะรอยตามไปคงจะทัน"   โรสว่าแล้ววิ่งนำออกไป โดยมีสิงห์ตามติด...

ทางด้านเสือนั่งโอบกอดแสงระวีอยู่ริมลำธาร หยิบดอกไม้มาเสียบมวยผมให้แสงระวีอย่างมีความสุข ทันใดนั้น เสือลุกพรวดขึ้น มองไปยังทิศทางที่วัดดอนควายตั้งอยู่ บอกว่าที่วัดกำลังเกิดเรื่อง ชวนเธอกลับ"นายใช้พลังรีบไปก่อนเถอะ ไม่ต้องห่วงฉัน"

เสือรับคำ รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวพายุพัด แสงระวียังไม่ทันจะก้าวตาม มีเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินเข้ามาด้านหลัง เธอหันขวับไปมองต้องตกใจที่เห็นอำนาจยืนอยู่...

อึดใจเดียว เสือก็ไปปรากฏตัวที่หน้าโบสถ์ เห็นไฟลุกท่วมโบสถ์ ลุงมั่น มะลิกับพวกดูจะหมดหวังกับการดับไฟ เสือตัดสินใจใช้พลังหมัดเขวี้ยงควาย อัดใส่กองไฟที่กำลังลุกโชน พลังของหมัดอัดอากาศอย่างแรงทีเดียว ไฟที่กำลังโหมอยู่ดับพรึบ ทุกคนต่างดีใจกอดกันกลม เสือถามว่าไฟไหม้โบสถ์ ได้อย่างไร

"เมื่อกี้นี้มะลิได้ยินผู้กองกับหมวดโรสคุยกัน รู้สึกว่าสองคนนั้นจะไล่ตามคนที่วางเพลิงไปจ้ะพี่"

เสือวิ่งตามสิงห์กับโรสเจอว่าคนที่ลอบวางเพลิงครั้งนี้คือลิงลม   กว่าจะรู้ว่าเป็นแผนล่อเสือออกจากถํ้าก็สายเกินไปแล้ว อำนาจลักพาตัวแสงระวีไป โดยจงใจให้ลิงลมแต่งเรื่องว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นแผนร้ายของศร เพื่อเสี้ยมให้เสือกับศรห้ำหั่นจนตายไปข้างหนึ่ง

ooooooo

เสือเตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพฯแต่เช้า มะลิทักท้วงเสือว่ารู้ที่ที่ศรเอาตัวแสงระวีไปกักขังแล้วหรือ  เสือส่ายหน้าต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินตามล่าพวกนั้นเขาก็จะทำ สิงห์คิดว่าเสือคงไม่ตามหาพวกนั้นให้ลำบาก การที่พวกมันบุกมาจับตัวแสงระวีไปแทนที่จะฆ่าทิ้ง แสดงว่าพวกนั้นต้องรู้เรื่องนักสู้พลังข้าวเหนียวแล้ว

"และมันต้องการให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง" โรสเสริม

"ถ้ามันอยากเจอนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวนักล่ะก็...ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกมันได้เห็น"

เสือกำหมัดแน่นแค้นใจมาก มะลิจะขอตามไปด้วย แต่เสือห้ามไว้ เกรงว่าจะดูแลน้องไม่ได้ สิงห์เห็นด้วยกับเสือ มะลิควรจะรออยู่ที่นี่ดีกว่า และรับปากว่าจะพาแสงระวีกลับมาอย่างปลอดภัย เสือจับมือน้องมากุมไว้ สัญญาว่าจะนำความสงบสุขกลับคืนมาสู่บ้านดอนควายของเราอีกครั้ง...

ด้านเคนกับลุงมั่นเข้าไปคัดของดีของขลังในกล่องเก็บของของหลวงพ่อเข้ม เคนอยากได้ประเภทที่พกแล้วยิงฟันหรือแทงไม่เข้าจะได้เอาไว้ใช้ป้องกันตัว ตอนที่เข้าไปช่วยนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวลุยกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เพราะถ้าได้ชัยชนะกลับมาเมื่อใด เขาสัญญากับดอกสร้อยว่าจะมาขอเธอแต่งงาน ลุงมั่นบอกว่าหลวงพ่อไม่มีของแบบนั้น

"ถ้าพ่อตาไม่อยากให้ลูกสาวเป็นม่ายขันหมาก พ่อตาก็ต้องงัดของขลังทุกอย่างที่มีมาให้"

ลุงมั่นมีแต่มะเหงกให้ ว่าแล้วเขกหัวเคนอย่างแรงจน

ร้องลั่น ลุงมั่นอ้างว่าที่ต้องทำอย่างนี้เพราะอยากให้เคนจำไว้ว่าถ้าคิดจะสู้ก็ต้องมีเจ็บ  ถ้าทนเจ็บไม่ได้ก็อย่าไปสู้ให้อายหมา เคนฟังแล้วฮึกเหิมขึ้นมาทันที...

ก่อนเสือจะไปจากบ้านดอนควาย เขากำดินที่พื้นปฐพีขึ้นมาไว้ในมือ "ขอพลังแผ่นดินของบรรพบุรุษช่วยดลบันดาลให้ข้ามีพลัง นำความสุขกลับคืนมาด้วย" เสือค่อยโปรยดินลอยไปตามลม สีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

แสงระวีถูกล่ามโซ่ติดข้อเท้า ขังไว้ในตู้คอนเทน-เนอร์บริเวณท่าเรือ อำนาจกับลิงลมเอาอาหารกับเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ แสงระวีเห็นอำนาจปรี่เข้าหาจะเอาเรื่องแต่ติดโซ่ที่ล่ามไว้ อำนาจตั้งใจจะทิ้งแสงระวีให้ถูกความร้อนจากดวงอาทิตย์อบจนตายคาตู้ แต่ทำทีมีเมตตา สั่งลิงลมเอาปืนทิ้งไว้ให้หญิงสาว

"คิดว่านี่คงเป็นทางออกที่จะทำให้เธอไม่ต้องทรมานอีก เห็นมั้ยว่าฉันใจดีกับเธอแค่ไหน"

แสงระวีเจ็บใจคว้าปืนเล็งไปที่อำนาจ แล้วเหนี่ยวไก มีเสียงดังแชะ ปืนไม่มีลูก อำนาจโชว์ลูกปืนให้ดู แสงระวีโกรธจัดปัดถาดอาหารกระเด็น เข่นเขี้ยวว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะต้องตามมาช่วยเธอ

"นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมันไม่รู้หรอกว่าเธออยู่กับฉัน มันคิดว่าไอ้ศรเป็นคนจับเธอไป มันกับไอ้ศรจะเปิดศึกครั้งใหญ่ใส่กันและสุดท้าย...พวกมันก็จะกัดกันเองจนตาย" อำนาจหัวเราะชอบใจ ก่อนจะปิดประตูตู้คอนเทนเนอร์ขังแสงระวีไว้เพียงลำพัง โดยไม่ลืมโยนกระสุนนัดหนึ่งให้...

ooooooo

ที่เซฟเฮาส์ของศร กำนันฉ่ำในชุดสูททันสมัย

เปิดประตูห้องนอนศรเข้ามาอย่างหัวเสียปลุกลูกชายซึ่งกำลังนอนกอดก่ายหญิงสาวสองคนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข กำนันฉ่ำตะโกนไล่หญิงสาวทั้งคู่ไปให้พ้น ศรงัวเงียมองหน้าพ่อ ถามว่าเอะอะเรื่องอะไร"ไอ้ศร...เอ็งไม่รู้เหรอไงว่าวันนี้วันอะไร"

"วันอะไรเหรอพ่อ" ศรนึกขึ้นได้ "...อ๋อ...ฉันลืมสนิทเลย วันนี้พ่อมีแถลงข่าวเปิดตัวลงสมัครเลือกตั้ง...โทษทีเมื่อคืน ฉันสนุกกับน้องๆเขาเพลินไปหน่อย"

"ไอ้เวรเอ๊ย...เอ็งอย่าเพิ่งได้ใจไป แผนการของเรายังไม่ถึงที่สุด ข้าต้องชนะการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นเอ็งต้องลุกขึ้นมาทำงาน ไม่ใช่เอาเวลามามั่วผู้หญิงแบบนี้...เอ็งต้อง ทำตัวให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ใหม่ของข้า อย่าให้ใครดูถูกว่าเรามันเป็นได้แค่นักเลงบ้านนอก"

ศรขอโทษพ่อที่ทำให้ขุ่นเคือง เขาจะรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วตามไปสมทบที่งานแถลงข่าว...

ooooooo

เสือในคราบนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ใช้วิธีตามล่าพวกโจรที่มีรอยสักรูปเขี้ยวพยัคฆ์ที่ต้นแขน เค้นให้บอกรังใหญ่ขององค์กรเขี้ยวพยัคฆ์ คิดว่าศรคงพาแสงระวีไปกักขังไว้ที่นั่น แต่พวกโจรพวกนี้เป็นแค่โจรหางแถว ไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง...

ขณะเสือเดินออกมาจากบริเวณทิ้งโจรกระจอกไว้ มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาจอดขวาง คนขับเป็นหญิงสาวในชุดรัดรูป สวมหมวกกันน็อกสีดำสนิทมองไม่เห็นหน้าตา

"แกเป็นใคร...พวกเขี้ยวพยัคฆ์ใช่ไหม"

หญิงสาวไม่ตอบ กลับขว้างมีดสั้นใส่ เสือเบี่ยงตัวหลบแล้วใช้มือปัดมีดทิ้ง พอเขาหันไปมองอีกครั้งหนึ่ง หญิงสาวคนนั้นหายตัวไปแล้ว เสือกวาดตามองหาไปทั่วด้วยความสงสัย...

พอสิงห์รู้ว่าเสือออกตามล่าพวกโจรกระจอกอีก ตำหนิว่าไม่มีประโยชน์ โจรพวกนั้นก็แค่พวกเขี้ยวพยัคฆ์หางแถว เสือเป็นห่วงแสงระวีมากเกินกว่าจะอยู่เฉยๆรอให้ศรติดต่อมาเอง โรสเตือนเสือว่าอย่าใจร้อน ลืมไปแล้วหรือว่าถ้าเสือปล่อยให้ความโกรธอยู่เหนือพลังของตัวเอง สิ่งที่ตามมาคืออะไร

เสืออึ้งรู้แก่ใจดีว่าสิ่งที่โรสพูดเป็นความจริง จังหวะนั้น จ่าเพิ่มโทร.มารายงานสิงห์ว่า กำนันฉ่ำเตรียมจะแถลงข่าวประกาศตัวลงเลือกตั้ง สิงห์ดีใจ ในที่สุดพวกเราก็มีทางจะช่วยแสงระวี...

ooooooo

ระหว่างกำนันฉ่ำเดินทางไปยังสถานที่แถลงข่าว มีรถคันหนึ่งมาจอดขวางทาง ทำให้คนขับรถกำนันฉ่ำกระแทกเบรกตัวโก่ง กำนันฉ่ำสั่งลิงลมให้ลงไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ลิงลมยิ้มแสยะก่อนชักปืนยิงคนขับรถกับสมุนติดตามกำนันฉ่ำตายเรียบ กำนันฉ่ำตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นประตูรถด้านกำนันฉ่ำเปิดออก

อำนาจดึงศพพวกสมุนออกจากรถแล้วเอาปืนจี้เขาไว้ กำนันฉ่ำตะลึงที่เห็นอำนาจยังไม่ตาย อำนาจสั่งลิงลมเอารถออกทันที ครู่ต่อมาอำนาจคุมตัวกำนันฉ่ำในสภาพถูกใส่ กุญแจมือมาถึงบริเวณป่าช้า มีหลุมศพถูกขุดเอาไว้หนึ่งหลุม ในนั้นมีโลงศพเปิดฝารออยู่ กำนันฉ่ำชะงัก

"ถึงแกจะฆ่าฉัน แกก็ยึดเอาทุกอย่างกลับไปไม่ได้หรอก คนอย่างแกไม่มีทางสู้ไอ้ศรได้"

"ใช่...ตอนนี้ฉันไม่มีพลังอะไรที่จะไปสู้กับไอ้พวกคางคกขึ้นวออย่างมัน แต่ถ้ามันได้ซัดกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวล่ะก็...พวกมันได้ตายกันทั้งคู่ แน่"

"หมายความว่าไง...นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมันตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ"

"นี่แหละคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ของลูกชายกำนัน มันเป็นเรื่องของประสบการณ์ที่เด็กเมื่อวานซืนอย่างมันยังต้องเรียนรู้อีก เยอะ ถึงจะก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่ได้"

อำนาจเอาด้ามปืนทุบหลังกำนันฉ่ำอย่างแรงจนล้มลงไปในโลงศพ กำนันฉ่ำร้องลั่นว่าอย่าฝังตนทั้งเป็น ละล่ำละลักยื่นข้อเสนอให้อำนาจกลับมาเป็นหุ้นส่วนเหมือนเดิม ขอให้ อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้แล้วกันไป

"แล้วก็แล้วกันไปงั้นเหรอ...เสียใจด้วยกำนัน คนอย่างผู้พันอำนาจ ไม่มีคำว่าอโหสิกรรม" อำนาจพยักหน้าให้ลิงลมจัดการปิดฝาโลงเอาดินกลบหลุมศพ ขณะที่กำนันฉ่ำร้องขอความช่วยเหลือเสียงหลง

ooooooo

ศรหันมาบ่นกับหมีควายด้วยความแปลกใจ สงสัยว่าได้เวลาขึ้นแถลงข่าวแล้วทำไมพ่อของเขายังมาไม่ถึง ทั้งๆที่พ่อออกจากเซฟเฮาส์มาก่อนเขาตั้งนาน

"ไอ้กำนันมันไม่ว่างกะทันหัน เลยให้ฉันมาแทน"

ศรกับหมีควายหันไปมองตามเสียงต้องตกใจที่เห็นอำนาจตัวเป็นๆยืนอยู่กับลิงลม อำนาจไม่พูดพล่าม โชว์คลิปวีดิโอจากมือของเขาให้ศรดู เป็นคลิปตอนกำนันฉ่ำกำลังถูกฝังทั้งเป็นร้องขอความช่วยเหลือ ศรโกรธจัดโยนมือถือทิ้ง เส้นเลือดทั่วตัวเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท จะเข้าไปเอาเรื่องอำนาจ

"ไอ้ผู้พัน...ปล่อยพ่อข้าเดี๋ยวนี้...ไม่งั้นแกตายแน่"

"ตอนนี้แกหมดสิทธิ์ต่อรองอะไรฉันทั้งนั้น ถ้าแกไม่ทำตามฉันสั่ง พ่อแกได้ตายทั้งเป็นแน่"

ศรขบกรามแน่น อยากรู้ว่าอำนาจต้องการอะไร อำนาจต้องการให้ศรไปจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ศรงงว่า เขาฆ่าเสือด้วยมือของเขาเอง และเสือก็สิ้นชื่อไปแล้ว จังหวะนั้นเห่าดงกระหืดกระหอบเข้ามารายงานว่า คนของเราเจอนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวมากับพวกของสิงห์ ศรถึงกับอึ้ง ถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่า เรื่องที่เห่าดงพูดเป็นเรื่องจริง เห่าดงยืนยัน ศรหันขวับมาที่อำนาจสีหน้าสงสัย

"นั่นคือความผิดพลาดของแกที่ทำเอาไว้ และฉันจะให้โอกาสแกแก้มืออีกครั้ง หวังว่าครั้งนี้แกจะเด็ดหัวมันเพื่อช่วยชีวิตพ่อแกให้ได้" อำนาจหัวเราะสะใจ แล้วผละไป ศรมองตามเจ็บแค้นใจ ลิงลมเอานิ้วจิ้มอกหมีควาย สั่งให้ตามเขาไปจัดการสิงห์กับพวก หมีควายกับเห่าดงลังเลหันมองหน้าศรราวกับจะขอความเห็น ศรจนแต้มไม่มีทางเลือก พยักหน้าให้สองสมุนทำตามลิง
ลมสั่ง...

ครู่ต่อมาศรมายังห้องแถลงข่าว นักข่าวรอทำข่าวกันเต็มห้อง สิงห์กับโรสยืนปะปนอยู่ในนั้นด้วย ศรขึ้นแถลงข่าวขอโทษสื่อมวลชนทุกท่าน อ้างว่าเกิดอุบัติเหตุกับพ่อของเขาระหว่างเดินทางมาที่นี่ งานแถลงข่าววันนี้จึงขออนุญาตเลื่อนไปก่อน นักข่าวพยายามจะถามเพิ่มเติม แต่ศรไม่ตอบอะไรอีก รีบเดินออกมา

สิงห์กับโรสแปลกใจว่าต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างแน่ๆ ขยับจะตามศร แต่เห่าดงกับหมีควายโผล่มาด้านหลังเอาปืนจ่อทั้งคู่ไว้ ลิงลมตามเข้ามาสมทบ ทำหน้ากวนประสาทสุดๆ

"ไอ้ศรไม่ใช่คู่ปรับของผู้กองหรอกครับ ผมต่างหากที่ยังมีบัญชีติดค้างกับผู้กองรอให้เคลียร์อยู่"

สิงห์กับโรสจ้องหน้าลิงลมเขม็ง ก่อนจะถูกคุมตัวออกจากห้องแถลงข่าว...

ooooooo

ในเวลาต่อมา อำนาจกลับถึงห้องบัญชาการ นั่งกระหยิ่มยิ้มย่องที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้

แต่แล้วกลับต้องหุบยิ้ม เมื่อมีชายชาวต่างชาติร่างกายกำยำเปิดประตูห้องผลัวะเข้ามา พร้อมกับหญิงสาวสวยในชุดรัดรูปสวมหมวกกันน็อก ทั้งคู่แสดงตัวว่ามาจากกลุ่มก่อการร้ายนิวยอร์ก

หญิงสาวแนะนำตัวเองว่า "ฉันชื่อมรกต...ส่วนนี่ แม็ก แต่เขาชอบให้เรียกเขาว่าแม็กนั่ม"

อำนาจมองแม็กนั่มแล้วนึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นฝีมือมาก่อน รู้ทันทีว่าทั้งคู่แฝงตัวมาสืบข้อมูลจากเขาได้พักหนึ่งแล้ว มรกตยอมรับว่าเราทั้งคู่มาสืบเรื่องอำนาจจริง เพราะทางเราจำเป็นต้องตรวจสอบการทำงานทุกอย่างของอำนาจ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวที่อำนาจมี

อำนาจคุยว่าเขาสามารถจะจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้ แต่มรกตกลับไม่คิดอย่างนั้น เท่าที่เธอประเมินจากข้อมูลทั้งหมดแล้วพบว่าโอกาสที่อำนาจจะจัดการนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวยังเป็นไปไม่ได้

"พวกแกรู้ได้ยังไง ตอนนี้มันกำลังเข้าตาจน ฉันใกล้จะไล่ต้อนมันจนมุมอยู่แล้ว"

"แสดงว่าผู้พันไม่เชื่อระบบการทำงานของเรา เอาอย่างนี้ไหมคะเรามาพิสูจน์กันว่าความมั่นใจของผู้พันจะทำให้เรากลายเป็นหุ้นส่วนกันได้ต่อไปในอนาคตได้รึเปล่า" มรกตกับอำนาจจ้องตาอย่างชิงไหวชิงพริบ

ooooooo

ศรเดินมาขึ้นรถคันหรูเตรียมจะขับออกไป เสือในชุดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาขวางแล้วรถทั้งสองคันขับไล่ล่ากันไปทั่วลานจอดรถเรื่อยมาถึงถนนใหญ่จนกระทั่งถึงสะพานแห่งหนึ่ง ศรต้องจำจอดรถ เพราะติดขบวนแห่พระประธานบนท้ายรถกระบะ มีชาวบ้านเดินรำวงตามรถกระบะอย่างสนุกสนาน

ศรลงจากรถพร้อมกับชักปืนยิงขึ้นฟ้าติดกันสามนัดซ้อน ชาวบ้านพากันแตกตื่นวิ่งหนีจ้าละหวั่น ศรคว้าหญิงสาว

คนหนึ่งมาเป็นตัวประกัน ขู่เสือว่าถ้าเข้ามาเขาจะยิงผู้หญิงคนนี้ทิ้ง เสือขอร้องให้ปล่อยคนที่ไม่เกี่ยวข้องไป ศรไม่สนใจ ผลักหญิงสาวไปทางเสือ แล้วยิงปืนใส่ไม่ยั้ง เสือรับกระสุนพวกนั้นได้หมด บอกหญิงสาวให้รีบหนี ในที่สุด ถนนทั้งเส้นโล่ง มีแค่ศร เสือ และองค์พระประธานบนท้ายรถกระบะ

เสือเตือนศรให้ระวังจะยิงพลาดไปโดนพระประธาน ศรกลับจงใจยั่วเล็งปืนไปยังพระประธาน เสือโกรธง้างหมัดเขวี้ยงควาย อัดพลังออกไป แรงอัดอากาศปะทะศรอย่างจังกระเด็นไปหลายเมตรนอนแน่นิ่ง เสือมองที่องค์พระแล้วยกมือไหว้ ทันใดนั้น มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด กระสุนถากใบหน้าพระประธานเป็นรอย เสือโมโหจัด หันขวับไปมอง เห็นศรยืนจังก้าพลังเหล็กไหลวิ่งพล่านไปทั่วตัวดูน่าเกรงขาม

"ไอ้ศร...ไอ้มารศาสนา"

เสือชักปืนยิงใส่ศรอุตลุด แต่ไม่ระคายผิว ศรเดินตรงเข้าหาเสือแล้วดึงปืนในมือเขาทิ้ง กระชากคอเสื้อเสือ แล้วเหวี่ยงกระเด็นไปไกล...

ส่วนสิงห์กับโรสถูกหมีควาย เห่าดง กับลิงลมคุมตัวมาถึงตึกร้าง ทั้งคู่รอจังหวะทีเผลอส่งสัญญาณให้กัน แล้วพร้อมใจกันใช้ความไวจับมือเห่าดงกับหมีควายซึ่งถือปืนจี้บิดอย่างแรงแล้วจับพวกนั้นทุ่มพร้อมกัน สิงห์กับโรสพลิกสถานการณ์มาเป็นได้เปรียบ ลิงลมเย้ยว่าสิงห์มีกันแค่สองคนจะสู้พวกตนได้อย่างไร

พลันเสียงเคนดังขึ้น "ใครว่า...พวกเอ็งลืมไปรึเปล่าว่านอกจากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแล้ว ยังมียอดมนุษย์กะปอมเหล็กอีกคน" เคนในชุดยอดมนุษย์กะปอมเหล็กวางมาดเท่

เห่าดงเหม็นขี้หน้าเคนเต็มทน อาสาจัดการเอง เดินดุ่ยๆเข้าหา เคนไม่รอช้าวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต โรสตรงเข้าต่อสู้กับหมีควาย ส่วนสิงห์แยกออกไปปะทะกับลิงลมบนดาดฟ้าของตึกร้าง สิงห์สู้ไสยศาสตร์มนต์ดำของลิงลมไม่ได้ คว้าปืนยิงกระหน่ำใส่ แต่ลิงลมใช้พลังความเร็วหลบหนีกระสุนได้หมด

ทางด้านโรสสู้พละกำลังที่แข็งแกร่งของหมีควายไม่ไหวถูกบีบคอใกล้หมดสติ เธอรวบรวมกำลังดึงสายไฟที่ห้อยระโยงระยางมาพันคอหมีควายแน่น จนขาดอากาศหมดสติ โรสยังไม่ทันตั้งตัวโดนสาวชุดดำสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้าหา โรสคว้าปืนยิงใส่เป็นชุด สาวชุดดำขับมอเตอร์ไซค์หลบหลีกกระสุนได้หมด แล้วเฉี่ยวโรสกระเด็น สลบคาที่...

เคนกลัวจัดหนีไปซ่อนตัว เห็นเห่าดงไล่ตามมา แต่แล้วกลับฉุกคิดถึงคำพูดของลุงมั่นที่ว่า ถ้าคิดจะสู้ก็ต้องมีเจ็บตัว ถ้าทนเจ็บไม่ได้ก็อย่าไปสู้ให้อายหมา เคนฮึดสู้หยิบระเบิดลูกเกลี้ยงออกมาดึงสลัก จะขว้างใส่เห่าดง พลันมีมีดจากสาวชุดดำพุ่งมาเฉี่ยวมือเคน ระเบิดหล่นกลิ้งไปกับพื้น ทั้งเห่าดงทั้งเคนพุ่งหนีกระเจิง เสียงระเบิดดังสนั่น ก่อนจะหมดสติเคนเห็นหญิงสาวชุดดำสวมหมวกกันน็อกยืนมองตนเอง...

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ศรรับหมัดของเสือได้ทุกกระบวนท่า โต้กลับเข้าเป้าทุกหมัด เสือเลือดกบปาก ศรอัดกำปั้นใส่เสือซ้ำอีกหมัดจนล้มคว่ำลงกับพื้น แล้วตามเข้าไปเหยียบหลังเสือกดไว้

"จะบอกอะไรให้นะบักเสือ...ทั้งเอ็งทั้งข้าต่างก็ถูกไอ้ผู้พันอำนาจบังคับให้มาสู้กัน เอ็งมาเพราะอยากช่วยแสงระวี ส่วนข้าก็ต้องฆ่าเอ็งเพื่อช่วยพ่อข้า ข้าก็เห็นใจเอ็งอยู่หรอก แต่...ชีวิตพ่อข้าสำคัญกว่าชีวิตเอ็งกับนังแสงระวี...เว้ย" ศรกระทืบหลังเสืออย่างแรงถึงกับกระอักเลือด...

สิงห์จับทิศทางที่ว่องไวของลิงลมไม่ได้ถูกไล่อัดบอบช้ำ ลิงลมคว้าเหล็กแหลมหมายจะแทงหัวใจสิงห์ แต่สิงห์หลับตาทำสมาธิอย่างมุ่งมั่น จนจับทางได้ว่าลิงลมจะโผล่มาด้านหลัง จึงม้วนตัวไปคว้าปืนขึ้นมายิงสวนเปรี้ยง โดนท้องลิงลมเต็มๆ ทรุดฮวบ สิงห์ปราดเข้ามาเอาปืนจ่อหัว สั่งให้บอกสถานที่กักขังแสงระวี

"แกไม่มีทางช่วยนังนั่นได้หรอกพวกแกจะต้องตายกันหมด ผู้พันอำนาจจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม"

ลิงลมหัวเราะสะใจ สิงห์เจ็บใจจะยิงซ้ำ แต่มีมีดพุ่งเข้ามาปักมือเขาจนปืนหลุดมือ  สิงห์หันไปเห็นสาวชุดดำสวมหมวกกันน็อกวิ่งออกไปหลังไวๆ ลิงลมอาศัยจังหวะนั้น ใช้ความเร็วหนีเอาตัวรอดไปได้ สิงห์รีบวิ่งไปหาโรสซึ่งนอนหมดสติ สักพักเธอก็รู้สึกตัว บอกเขาว่ามีคนมาช่วยหมีควายหนี

"ผมก็เหมือนกัน พวกมันเป็นใคร...คุณทันได้เห็นหน้ามันไหม"

"ไม่ค่ะ ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นใคร แต่ฝีมือมันไม่ธรรมดาเลย" ทั้งโรสและสิงห์นึกเป็นห่วงเคนขึ้นมาทันที...

ศรลากเสือซึ่งใกล้หมดสภาพมายังรถกระบะ จิกหัวให้เงยหน้ามองพระประธาน พูดเย้ยหยันว่า เสือใกล้ตายแล้ว ไม่เห็นมีใครช่วยแม้แต่พระประธานยังนิ่งเฉย

"พลังของเอ็งสู้พลังของข้าไม่ได้หรอกเว้ย ไอ้คำว่าธรรมะย่อมชนะอธรรม มันเป็นแค่คำพูดของพวกที่ดีแต่หดหัวแล้วใช้คนอื่นทำ ตอนนี้มันถึงเวลาที่ควรจะได้รู้ว่า...ธรรมะมันก็แพ้เป็นเหมือนกันเว้ย"

ศรขึ้นเข่าเสยปลายคางเสือจนหน้าหงาย เสือฮึดเฮือกสุดท้าย มองไปยังองค์พระประธาน ก่อนจะพนมมืออธิษฐานขอพรให้ท่านช่วย แล้วตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายเงื้อด้วยพลังเท่าที่มี ศรยิ้มเย้ย คุยทับว่าพลังแบบนั้นทำอะไรเขาไม่ได้ เสือไม่สนใจปล่อยพลังหมัดออกไป

แรงอัดอากาศกำลังมหาศาลพุ่งใส่ศรอย่างจัง กระเด็นไปกระแทกกับรถกระบะที่องค์พระประธานตั้งอยู่ ศรมององค์พระอย่างตื่นตะลึงก่อนสิ้นสติไป ทันใดนั้น มีใครบางคนโผล่มาด้านหลัง เสือหันขวับไปมอง เห็นฝรั่งชายต่างชาติร่างกายบึกบึนยืนอยู่ เสือถามว่าเป็นพวกเขี้ยวพยัคฆ์หรือเปล่า

แม็กนั่มไม่ตอบ กลับยิ้มกวนๆเข้าไปพยุงศรจะพาออกไป เสือเข้ามาขวางไว้ ฝรั่งคนนั้นวางศรลงกับพื้นแล้วกวักมือเรียกเสือให้เข้ามาหา เสือแทบจะไม่เหลือกำลังต่อสู้ แต่พยายามตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายแล้วปล่อยพลังใส่ฝรั่ง แรงอัดกระแทกเขาอย่างแรง แต่ฝรั่งไม่สะดุ้งสะเทือน กลับอัดกำปั้นใส่ท้องเสือจนจุกแทบอ้วก เสือทรุดลงกองกับพื้นหมดเรี่ยวแรง ได้แต่นอนมองดูฝรั่งอุ้มศรออกไป...

ooooooo

ที่โรงพยาบาล อำนาจลอบเข้าไปสังหารฮัสซันถึงในห้องพักฟื้นเพื่อเข้ายึดครองบริษัทและหุ้นทุกอย่างที่ฮัสซันมี แล้วถ่ายโอนมาเป็นของตัวเองตามแผน เขาเดินออกจากโรงพยาบาลไปอย่างลอยนวล จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มแอบซุ่มอยู่หน้าโรงพยาบาล เห็นอำนาจกลับออกมา รีบโทร.รายงานสิงห์

"ตามดูห่างๆอย่าให้มันรู้ตัวแล้วคอยส่งข่าวบอกผม" สิงห์สั่งหน้าเครียด

"ทำไมไม่ให้ผมเข้าไปจับกุมมันเลยล่ะครับ"

"แสงระวียังไม่ปลอดภัย แถมตอนนี้เรายังพบว่ามีคนอื่น ยื่นมือมาช่วยเหลือพวกมันอีก"

จ่าเพิ่มไม่ถามมากความ วางสายแล้วหันไปพยักหน้ากับหมู่แย้มให้รีบขับรถตามอำนาจ...ครู่ต่อมา อำนาจขับรถมา เกือบถึงท่าเรือ แต่สังเกตเห็นว่ามีรถขับตามเดาออกว่าเป็นใคร เบนรถจอดข้างทางชักปืนยิงใส่รถของจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มเป็นชุด หมู่แย้มเหยียบเบรกแทบไม่ทัน ทั้งคู่ก้มหัวหลบกระสุนกันตาเหลือก

อำนาจยิงจนสะใจแล้วขับรถต่อ จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรีบคลานออกมานอกรถ ระหว่างนั้น สิงห์กับโรสขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาสมทบ สิงห์ถามทั้งคู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่า อำนาจรู้ตัวว่าถูกสะกดรอยตาม เลยลงจากรถมากราดยิงใส่พวกตนจนรถพัง สิงห์ได้แต่เจ็บใจที่คลาดกับอำนาจ เลยไม่รู้ที่กักขังแสงระวี...

แม็กนั่มกับมรกตยังตามไปช่วยชีวิตกำนันฉ่ำออกจากหลุมฝังศพ พากลับไปที่เซฟเฮาส์...

ในเวลาต่อมา อำนาจมาถึงที่คุมขังแสงระวี ต้องแปลกใจที่หญิงสาวหายตัวไป เจอแต่ลิงลมได้รับบาดเจ็บนั่งรออยู่ อำนาจถามลิงลมว่าเกิดอะไรขึ้น แสงระวีหายไปไหน ลิงลมยังไม่ทันได้ตอบอะไร แม็กนั่มกับมรกตโผล่เข้ามา ลิงลมบอกอำนาจว่าสองคนนี้ช่วยเขาไว้ ไม่อย่างนั้นเขาคงเสร็จผู้กองสิงห์ไปแล้ว

"แสดงว่าพวกแกจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไปแล้ว"

มรกตอ้างว่าทางกลุ่มของเราไม่ต้องการกำจัดนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว แต่เราสนใจเขามากเป็นพิเศษต่างหาก  อำนาจติงว่าการปล่อยนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไว้จะทำให้ทุกอย่างพังได้ มรกตยืนยันว่าไม่มีทาง ถ้าอำนาจทำตามแผนการของเธอ

ooooooo

ตอนที่ 17

ก่อนจะไปช่วยเสือ ส้มแวะเข้ามาในห้องรับรองของฮัสซัน กวาดตามองหาบางอย่าง เห็นห่อข้าวทิพย์วางอยู่บนโต๊ะ ส้มดีใจรีบเข้าไปหยิบ แต่ต้องสะดุ้งที่มีมือของใครบางคนจับขาเธอไว้ เหลือบมองลงมาตกใจสุดขีด เห็นฮัสซันที่ไม่เหลือมาดของมหาเศรษฐี ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยแผลพุพองมีตุ่มหนองน่ากลัว

"ช่วย...ช่วยด้วย"

ส้ม แกะมือเขาออก แต่ฮัสซันจับไว้แน่น ส้มคว้าที่ทับกระดาษบนโต๊ะฟาดหัวฮัสซันเต็มแรงถึงกับหน้าคว่ำ เธอเอาห่อข้าวทิพย์ใส่เป้สัมภาระที่วางอยู่ใกล้ๆรีบออกไป ครู่ต่อมา ส้มไขกุญแจที่ล็อกมือเสือออก แล้วพยุงเขาหนีออกจากที่คุมขัง คลาดกับเห่าดงและหมีควายไปอย่างเฉียดฉิว...

กำนันฉ่ำเข้ามาในห้อง รับรอง เห็นฮัสซันนอนหายใจรวยริน ใบหน้าเริ่มเน่ามีแต่ตุ่มหนองไหลเยิ้มร้องโอดโอย กำนันฉ่ำสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ความว่าข้าวทิพย์หายไป จังหวะนั้น ศรกับหมีควายเข้ามารายงานว่า เสือหนีไปได้ ศรเห็นสภาพฮัสซัน ตกใจว่ามีเรื่องอะไร

"เอ็งอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ รีบพาคุณฮัสซันไปหาหมอ เขาจะตายไม่ได้เด็ดขาด"

"แล้วไอ้บักเสือล่ะพ่อ"

"มันขโมยข้าวทิพย์ไปด้วย....หมีควาย เอ็งพาคนของเราออกไป หามันให้เจอ อย่าให้หนีรอดไปได้"

หมีควายรีบไปปฏิบัติตามคำสั่ง ขณะที่สองพ่อลูกช่วยกันพยุงฮัสซันไปส่งโรงพยาบาล...

ส้ม พาเสือหนีกระเซอะกระเซิงมาถึงตลาดขนส่งสินค้าทางการเกษตร เสือเริ่มตัวสั่นครั่นเนื้อครั่นตัวสะบัดร้อนสะบัดหนาว ส้มสงสัยจับแขนเขาพลิกดูข้อพับ เห็นรอยเข็มฉีดยา รู้ทันทีว่าเสือกำลังลงแดงอยากยา ส้มปลอบเสือให้อดทนไว้ ระหว่างนั้น ส้มหันไปเห็นหมีควายกับพวกตามมา รีบพาเสือหลบขึ้นท้ายรถกระบะขนผักซึ่งมีเข่งผักสุมกันแน่น แล้วเอาเข่งผักมาบังจนมิด หนีรอดจากพวกหมีควายมาได้อีกครั้ง...

บ้าน ของลมใต้ปีกกลายเป็นเซฟเฮาส์ของพวกแสงระวีไปโดยปริยาย ทั้งเคนทั้งมะลิมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ แสงระวีเป็นห่วงเสือมาก พอเห็นโรสกลับจากไปหาเบาะแสเรื่องของเสือ เธอรีบเข้าไปถามว่าได้เรื่องอะไรไหม

"ยังเลยค่ะ คิดว่านายเสือน่าจะถูกจับขังไว้ที่รังของพวกมัน ฉันกับผู้กองกำลังพยายามสืบหาอยู่"

"บางที ถ้าฉันติดต่อนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้ เขาอาจจะช่วยอะไรเราได้บ้าง...หมวดติดต่อนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวให้ฉันได้ ไหม ฉันอยากจะขอร้องเขาให้เขาช่วยนายเสือ"

มะลิโพล่งขึ้นว่า "คุณแสงระวี...คุณยังไม่รู้อีกเหรอคะว่า..." มะลิยังพูดไม่ทันจบประโยคว่าเสือกับนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวเป็นคนคนเดียวกัน โรสจับบ่าเธอไว้เป็นเชิงไม่ให้บอก มะลิเลยนิ่งเงียบ

"รู้อะไรเหรอมะลิ"

"คือฉันบอกมะลิไปแล้วว่า ตอนนี้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกำลังหาทางช่วยนายเสืออยู่ค่ะ" โรสตอบคำถามแทนมะลิ แสง ระวีสงสัยว่าทำไมนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่บอกเรื่องนี้กับเธอ โรสเชื่อว่าถ้าเขาได้ข่าวอะไรของเสือ เขาจะต้องรีบแจ้งเราแน่นอน แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องพูด

"เมื่อกี๊นี้ ทางโรงพยาบาลโทร.มาบอกว่าอาการของหัวหน้าดีขึ้น คุณน่าจะโทร.ไปคุยกับหมอนะคะ"

ทันที ที่แสงระวีเดินออกไปโทรศัพท์หาหมอ มะลิรีบถามโรสว่า ทำไมถึงไม่ยอมให้บอกแสงระวีว่าเสือกับนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นคนคนเดียวกัน โรสอ้างว่าแสงระวีรักเสือมาก ถ้าเธอจะต้องรู้ความจริงก็ควรจะได้รู้จากปากของคนที่เธอรัก เคนเห็นด้วย เพราะถ้าแสงระวีรู้เรื่องนี้จากปากคนอื่นมีหวังโกรธเสือแน่...

ดึก วันเดียวกัน รถกระบะคันที่ส้มกับเสือซ่อนตัวอยู่ แวะจอดซื้อของที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ส้มค่อยๆพาเสือลงจากท้ายรถได้อย่างปลอดภัย แล้วจะพาเขาไปให้หมอรักษาอาการติดยา เสือปฏิเสธทันที

"ไม่...พวกมันต้องตามฆ่าพี่กับส้มอีกแน่...พี่อยากให้ส้มพาไปกราบหลวงพ่อเข้มวัดดอนควาย"

ooooooo

ส้ม พาเสือมาถึงหน้าโบสถ์วัดดอนควายใกล้เที่ยง ของวันถัดมา ลุงมั่นกับดอกสร้อยเห็นท่าทางของเสือแล้วอดถามไม่ได้ว่าไปโดนอะไรมา ส้มตอบคำถามแทนเสือว่า เขาโดนพวกเขี้ยวพยัคฆ์ฉีดยาเสพติดให้

"ฉัน ชื่อส้ม เป็นเพื่อนพี่เคนคอยดูแลพี่เสืออยู่ที่กรุงเทพฯ ฉันช่วยพี่เสือมาจากพวกมัน ฉันอยากจะพาพี่เสือไปหาหมอ แต่พี่เสือขอร้องให้ฉันพามาหาหลวงพ่อเข้ม"

"โธ่...พี่เสือ หลวงพ่อมรณภาพไปแล้วนะจ๊ะ ฉันกับพ่อเพิ่งจะเผาหลวงพ่อไปเอง"

"พี่...พี่รู้...หลวงพ่อบอกพี่แล้ว"

ดอก สร้อยกับลุงมั่นต่างตกใจ เสืออยากมากราบขอโทษหลวงพ่อ โทษตัวเองที่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง ลุงมั่นเข้าใจแล้วว่าหลวงพ่อเข้มคงอยากให้เสือกลับมาที่บ้านดอนควายแห่งนี้ ถึงไปปรากฏตัวให้เห็นแล้วพาเสือไปกราบอัฐิท่าน เสือก้มกราบอัฐิหลวงพ่อด้วยน้ำตาคลอเบ้า  ลุงมั่นเข้ามาตบบ่าปลอบใจ

"หลวง พ่อรู้เรื่องที่เอ็งสูญเสียพลังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็เลยปลุกเสกข้าว ทิพย์จากข้าวเหนียวดอนควายของหมู่บ้านเราเพื่อช่วยให้เอ็งกลับมามีพลังอีก ครั้ง ทั้งๆที่ท่านกำลังอาพาธ แต่ยังไม่ทันจะเอาไปให้เอ็ง พวกมันก็บุกมาชิงเอาข้าวทิพย์ไป"

"หลวงพ่อบอกฉันเหมือนกันว่าอย่าให้ ฉันยอมแพ้ หลวงพ่อสั่งให้ฉันสู้" ขาดคำเสือตัวสั่น หนาวไปถึงกระดูก นอนดิ้นทุรนทุรายด้วยอาการลงแดงอย่างหนัก...

ที่บ้านลมใต้ปีก ขณะแสงระวีกำลังคุยกับสิงห์เรื่องที่เขาต้องการตัวเสือเพื่อกันไว้เป็นพยาน เล่นงานอำนาจ เคนวิ่งหน้าตื่นชูโทรศัพท์มือถือเข้ามาบอกว่าได้ข่าวของเสือแล้ว แสงระวีรีบคว้ามือถือมาพูด แต่ดูเหมือนดอกสร้อยยังไม่ค่อยไว้วางใจแสงระวีนัก จะขอคุยกับเคนเท่านั้น

"เธอ ไม่ต้องห่วงนะดอกสร้อย ตอนนี้ฉันกำลังหาทางช่วยนายเสืออยู่ เธอไว้ใจฉันได้...เคนคงบอกเธอแล้วว่าฉันดูแลมะลิอยู่ ฉันต้องการช่วยเหลือนายเสือจริงๆ บอกฉันมาเถอะว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมนายเสือถึงไปอยู่ดอนควาย"

ดอกสร้อยตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้แสงระวีฟัง รวมทั้งเรื่องที่เสือถูกบังคับให้ใช้ยาเสพติด แต่ยังไม่ทันเล่าจบ ส้มคว้ามือถือไปจากมือดอกสร้อย แล้วผลักเธอล้มก้นจ้ำเบ้า ยึดมือถือไปพูดกับแสงระวีเอง แสงระวีพยายามเกลี้ยกล่อมส้มให้พาเสือกลับกรุงเทพฯ   เพื่อมาเป็นพยานเล่นงานพวกเขี้ยวพยัคฆ์ แต่ไม่เป็นผล

"ฉันไม่ยอมให้พวกเธอพาพี่เสือกลับไป" ส้มเกรี้ยวกราด วางสายแล้วขว้างมือถือทิ้ง จากนั้นเธอกลับกุฏิหลวงพ่อเข้มเห็นเสือนอนหลับพักผ่อน โดยมีลุงมั่นนั่งปรุงยาสมุนไพรตำราหลวงพ่อเข้มอยู่ใกล้ๆ

ส้มถามลุงมั่นว่าเสือจะกลับเป็นปกติได้หรือเปล่า ลุงมั่นรับรองว่าเสือต้องหายแน่ๆ ยาของหลวงพ่อเข้มเคยรักษาพวกติดยาได้ผลมาแล้ว ส้มฟังแล้วสบายใจขึ้น ขออยู่กับเสือตามลำพังสักครู่ พอลุงมั่นไปพ้นสายตา ส้มลูบหน้าลูบตาเสืออย่างห่วงใย

"พี่เสือจ๊ะ พี่เสือรีบหายไวๆนะ แล้วฉันจะพาพี่เสือไปอยู่กับฉัน ฉันจะไม่ให้พี่เสือกลับไปเป็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอีก เราจะได้อยู่กันสองคน ช่วยกันทำนาทำไร่ พออยู่พอกินแล้วเราจะได้ไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อคนที่เราไม่รู้จัก" ส้มเอามือเสือมาแนบแก้มตัวเองด้วยความรักเต็มหัวใจ...

ขณะแสงระวีกับสิงห์กำลังเตรียมตัวเดินทางไปพบเสือ จ่าเพิ่มวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานสิงห์ว่าเขาแอบได้ยินมาว่ามีคำสั่งให้อายัดตัวธงไทในข้อหาต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้าย แสงระวีหน้าเครียด บอกสิงห์ว่าขืนพ่อของเธอถูกจับตอนนี้ คงแย่เพราะอาการของท่านยังน่าเป็นห่วง

"เราต้องไปพาคุณอาออกมา...ผมจะไปจัดการเอง"

โรสจะไปช่วยสิงห์อีกแรง ส่วนเคนอาสาไปเป็นเพื่อนแสงระวีพาเสือกลับกรุงเทพฯ

ooooooo

ขณะเดียวกัน ที่โกดังร้าง อำนาจรู้สึกตัวลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้  โดยมีสมุนผีดิบสองตัวของศรยืนแยกเขี้ยวขู่อยู่ใกล้ๆ อำนาจพยายามเรียกพลังเหล็กไหลออกมาใช้ แปลกใจที่ใช้ไม่ได้

เชือกที่มัดผู้พันอยู่ มันเป็นของอัปมงคลที่ฉันเอามาสะกดพลังของผู้พันไว้ไง"

อำนาจหันไปมองตามเสียง เห็นศรเดินนำหน้ากำนันฉ่ำเข้ามา อำนาจโกรธจัดพยายามจะเข้าไปเล่นงานสองพ่อลูก แต่พวกสมุนผีดิบขวางไว้ อำนาจฮึดฮัดไม่พอใจอยากรู้ว่าทั้งคู่ต้องการอะไรกันแน่

"ผมพ่อลูกซาบซึ้งในน้ำใจของผู้พันมากที่ชักชวนให้ พวกผมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการอันยิ่งใหญ่ของผู้พัน แต่ในเมื่อผมมีโอกาสเลือก ทำไมผมต้องให้ลูกผมเป็นแค่ลูกน้อง ทั้งที่ผมสามารถผลักดันให้ลูกผมเป็นหัวหน้าได้"

"ฉันคิดแล้วเชียวว่าคนอย่างพวกแกมันเลี้ยงไม่เชื่อง คุณฮัสซันไม่มีทางสนับสนุนพวกแก"

"ผู้พันคงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณฮัสซัน หลังจากที่กินข้าวทิพย์เข้าไป"

ศรหันไปหัวเราะกับกำนันฉ่ำราวกับเป็นเรื่องขำขัน ก่อนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าตอนนี้ฮัสซันกลายเป็นคนหน้าตาอัปลักษณ์หลังจากกินข้าวทิพย์เข้าไป ฮัสซันโทษว่าเป็นเพราะนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวที่ทำให้เขาเสียโฉม ในเมื่ออำนาจไม่สามารถจัดการนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวตามที่ฮัสซันต้องการ เราสองพ่อลูกจึงเสนอตัวจะแก้แค้นแทน และรับปากว่าจะเอาเลือดของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวมาล้างเท้าฮัสซันให้ได้

"ลำพังฝีมือไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างแกจะไปทำอะไรได้" อำนาจยิ้มหยัน

"มันก็จริงอย่างผู้พันว่า ลำพังแค่อาคมของผมมันยังไม่แกร่งกล้าพอ แต่ถ้ามันได้รวมกับอำนาจเหล็กไหลจากผู้พันล่ะก็ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็แค่ลูกแมวตัวหนึ่งสำหรับผมเท่านั้น"

"เหล็กไหลมันอยู่ในตัวฉัน แกไม่มีทางเอาไปได้หรอก"

"ยังไม่ลองแล้วจะรู้เหรอครับผู้พัน" ศรว่าแล้วเอามีดลงอาคมออกมา พนมมือหลับตาท่องคาถา

อำนาจพยายามดิ้นรนจะหนี สมุนผีดิบเข้ามาจับตัวเขาไว้แล้วฉีกเสื้อออก ศรบริกรรมคาถาเสร็จ เอามีดกรีดแผ่นอกของอำนาจเป็นรูปกากบาท อำนาจร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แทนที่เลือดสีแดงจะไหลรินกลับกลายเป็นเลือดสีดำเข้ม ศรหัวเราะดังกึกก้องด้วยความสะใจ...

ส้มตัดสินใจเอาเป้สัมภาระใส่ข้าวทิพย์ไปซ่อน ขณะกำลังจะกลับไปหาเสือ ดอกสร้อยเข้ามาดักหน้าดักหลังชวนไปเที่ยวตลาดในเมืองด้วยกัน ส้มแปลกใจ ทำไมดอกสร้อยถึงมาญาติดีด้วย แล้วนึกขึ้นได้

"อ๋อ...หรือว่า มีคนจะมาพาพี่เสือไป...นังบ้า...พี่เสือเป็นของฉันคนเดียว"

ส้มเดาออกทันทีว่าคนคนนั้นต้องเป็นแสงระวี ผลักดอกสร้อยพ้นทางแล้วจ้ำพรวดๆไปหาเสือ...

ฝ่ายเสือรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าแสงระวี รีบถามว่ามะลิเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่ามะลิปลอดภัยดีอยู่ภายใต้การดูแลของสิงห์กับโรส เสือฉงนว่าทำไมน้องสาวของเขาถึงอยู่กับสิงห์

"ตอนนี้พี่สิงห์รู้ความจริงของพวกเขี้ยวพยัคฆ์หมดแล้ว แต่พวกมันใช้อิทธิพลบีบบังคับให้พี่สิงห์ต้องออกจากราชการ ซ้ำยังยัดข้อหาผู้ก่อการร้ายให้พ่อฉันอีก ตอนนี้พวกเราเลยต้องหลบซ่อนตัว"

"พวกมันไล่ให้เราจนมุม"

"ไม่หรอกนายเสือ ตราบใดที่เรายังสู้อยู่ เราจะไม่มีวันแพ้"

เสือจะกลับไปสู้กับพวกนั้นให้ตายกันไปข้าง ขยับจะลุกขึ้น แต่ปวดกระดูกมาก เซจะล้ม แสงระวีรีบเข้าไปประคอง ทั้งคู่หน้าเกือบชนกัน มองสบตากันชั่วครู่ ก่อนจะผละจากกัน แสงระวีขอให้เสือพักรักษาตัวอีกสักระยะหนึ่งก่อนตามที่ลุงมั่นแนะนำ ให้ร่างกายเสือกลับเป็นปกติแล้วเราค่อยว่ากันใหม่...

ทันทีที่เห็นเคนเตร่อยู่หน้ากุฏิหลวงพ่อเข้ม ส้มต่อว่าว่ารู้อยู่แล้วว่าเธอไม่ยอมให้พาเสือกลับ แล้วพาแสงระวีมาที่นี่ทำไม เคนขอร้องส้มว่าอย่าเห็นแก่ตัว ทำแบบนี้เท่ากับส้มขวางทางไม่ให้พวกเราต่อสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ส้มไม่อยากให้เสือต่อสู้เพื่อคนอื่นอีกแล้ว สู้ไปก็มีแต่แพ้ แถมโดนทำร้ายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด

"พี่เข้าใจแล้วพี่ก็สงสารบักเสือ   แต่ที่สวรรค์เลือก

บักเสือ   มอบพลังพิเศษให้เพราะต้องการให้มันเสียสละเพื่อคนอื่น"

"งั้นสวรรค์ก็เห็นแก่ตัวกว่าส้มเยอะ ทำเองได้แต่ไม่ทำ ทำไมต้องมาเลือกคนธรรมดาอย่างพี่เสือ"

เคนบอกส้มให้ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้ พูดจาอัปมงคล กรรมจะสนองไม่รู้ตัว ส้มไม่สนใจ ด่าได้ทั้งนั้น ถ้าใครคิดจะพาเสือไปจากเธอ แล้วสะบัดหน้า กระแทกเท้าปังๆเดินขึ้นกุฏิ...

เสือกำลังจะสารภาพกับแสงระวีว่าเขากับนักสู้พันธุ์

ข้าวเหนียวเป็นคนคนเดียวกัน แต่ส้มโผล่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ดันตัวแสงระวีออกห่างจากเสือ แล้วเข้าไปเกาะแขนเขาอย่างหวงแหน

"พี่เสือฟื้นแล้วเหรอจ๊ะ...ส้มดีใจจังเลย ส้มอุตส่าห์เสี่ยง ชีวิตช่วยพี่เสือออกมา แล้วถ้าพี่เสือต้องเป็นอะไรไป...ส้มต้องเสียใจแน่ๆ" ส้มพูดราวกับจะทวงหนี้บุญคุณเสือ แสงระวีรู้สึกได้ถึงกับอึ้ง

"พี่ขอบใจส้มมากนะ ครั้งนี้พี่เป็นหนี้ชีวิตส้มจริงๆ"

"พี่เสืออย่าพูดอย่างนี้สิจ๊ะ ใครๆก็รู้ว่าชีวิตส้ม ยอมแลกได้เพื่อพี่เสือ"

แสงระวีไม่อยากเห็นภาพบาดตา ขอตัวเอายาไปเก็บ ส้มปรายตามองแอบยิ้มชอบใจ เสือบอกส้มถึงเหตุผลที่แสงระวีมาที่นี่ก็เพื่อจะพาเขากลับไปเป็นพยานเล่นงานพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ส้มแนะเสือว่าอย่าเพิ่งคิดอะไร ขอให้เขาหายดีจริงๆก่อนแล้วเราค่อยว่ากัน เธอแสร้งยิ้มแต่ในใจกลับไม่พอใจ คิดหาทางขัดขวาง

ooooooo

อำนาจถูกศรดึงพลังเหล็กไหลไปจนหมด   แต่ที่กำนันฉ่ำยังไม่ฆ่าเขาทิ้งเพราะต้องการใช้ประโยชน์จากเส้นสายที่เขามี ชวนให้เขาเข้าร่วมกับพวกตนเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของฮัสซัน

"ฉันไม่ฟังคำสั่งพวกแก   ฉันฟังคำสั่งของคุณฮัสซัน คนเดียว"

"แต่คนที่คุณฮัสซันเลือกให้เป็นผู้นำ ต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น   ผู้พันอยากเห็นหรือเปล่าว่าไอ้ศรมันแข็งแกร่งมากขึ้นขนาดไหน"

อำนาจหันไปเห็นเห่าดงกับหมีควายพาตัวลิงลมในสภาพสิ้นท่าเข้ามา   เขาถูกหมีควายไขกุญแจมือล็อกติดกับมือ

อีกข้างของหมีควาย กันไม่ให้ลิงลมใช้ความว่องไวหลบหนี แต่พอหมีควายไขกุญแจมือลิงลมออก เขาก็หันไปง้างหมัดจะเล่นงานหมีควาย ศรโผล่มาจากไหนไม่รู้ เข้ามาคว้าข้อมือลิงลมไว้

ขู่ว่าถ้าเขานับถึงสามแล้วลิงลมยังไม่ก้มหัวยอมรับเขาเป็นหัวหน้าเขี้ยวพยัคฆ์แทนอำนาจ เขาจะฆ่าลิงลมทิ้ง ศรผลักลิงลมแล้วมองด้วยสายตากวนๆ ลิงลมเจ็บใจ ใช้พลังแย่งปืนจากเอวเห่าดงอย่างรวดเร็วเล็งไปที่ศร ทันทีที่ศรนับหนึ่ง ลิงลมลั่นไก กระสุนไม่ระคายแม้แต่ผิวหนังของศร ดวงตาศรเปลี่ยนเป็นสีดำ

พลังเหล็กไหลวิ่งไปตามเส้นเลือดทั่วตัว ลิงลมกระหน่ำยิงใส่ศรไม่ยั้ง กระสุนทำอะไรศรไม่ได้เช่นเคย พอสิ้นเสียงนับสาม ศรอัดกำปั้นใส่ลิงลมกระเด็นลงไปจุกตัวงอ ศรตามเข้าไปกระชากตัวขึ้นมา

"ว่าไง...ไอ้ลิงลม บอกมาว่าใครคือหัวหน้าเขี้ยวพยัคฆ์"

ลิงลมทรุดลงคุกเข่ายอมก้มหัวให้ศร กำนันฉ่ำเย้ยอำนาจว่าเห็นหรือยัง คนที่แข็งแกร่งเท่านั้นคือคนที่จะได้เป็นหัวหน้า อำนาจได้แต่เก็บความแค้นไว้ในใจ ยอมอ่อนข้อทำตามที่พวกกำนันฉ่ำต้องการ...

ด้านสิงห์กับโรสพาธงไทที่ฟื้นได้สติแต่ยังไม่หายดีขึ้นรถพยาบาลหลบหนีได้ทันที ก่อนที่กำลังตำรวจจากส่วนกลางจะไปถึงโรงพยาบาล โดยมีจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มเป็นตัวล่อตำรวจพวกนั้นให้เสียเวลา สิงห์มองกระจกส่องหลังเห็นว่าไม่มีใครตาม ตะโกนบอกโรสกับธงไทว่าปลอดภัยแล้ว โรสรีบมาดูอาการของธงไท

"ไปถึงที่แล้ว ฉันจะให้หมอช่วยดูอาการให้หัวหน้า... ไม่ต้องห่วงนะคะ"

"ผมไม่คิดเลยว่าเราต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบโดนไล่ล่าแบบนี้   โดยเฉพาะผู้กองถึงกับต้องกลายเป็นผู้ก่อการร้ายไปกับผมด้วย"

"ทั้งฉัน ทั้งผู้กองสิงห์...เราไม่เคยเสียดายยศเสียดายตำแหน่งหรอกค่ะ เกียรติยศของพวกเราคือ หน้าที่รักษาความถูกต้องเอาไว้ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต"

ธงไทพยักหน้ารับรู้ อยู่ๆรถก็เบรกกระทันหัน โรสตะโกนถามสิงห์ว่าเกิดอะไรขึ้น สิงห์ไม่ตอบ ตาจ้องเขม็งไปยังถนนเบื้อง หน้า มีรถพวกลิงลมจอดขวางทาง แล้วพวกนั้นระดมยิงใส่รถพยาบาลไม่ยั้ง สิงห์เข้าเกียร์ถอยหลัง เหยียบคันเร่งมิด หักเลี้ยวอย่างแรงเพื่อกลับรถหนี แต่พวกนั้นอีกกลุ่มหนึ่งขับรถมาปิดทางไว้

อำนาจก้าวลงจากรถ พร้อมกับเหล่าสมุนที่ยิงกระสุนกระหน่ำใส่รถพยาบาลอย่างต่อเนื่อง สิงห์ลงจากรถยิงตอบโต้ แล้ววิ่งมาเปิดประตูท้ายรถให้โรสกับธงไทลงมา สั่งโรสให้พา

ธงไทหนี ส่วนเขาจะคอยยิงคุ้มกันให้ โรสไม่ยอมทิ้งเขาไว้คนเดียว ขออยู่สู้ด้วย ธงไทเห็นท่าไม่ดี

"พวกคุณรีบหนีไปเถอะ...ทิ้งผมไว้ที่นี่แหละ...สภาพผมตอนนี้คงหนีไปกับพวกคุณได้ไม่ไกล มีแต่จะทำให้เป็นภาระ เปล่าๆ"

"คุณอาต้องไปกับผม แสงระวีกำลังรอเจอคุณอา"

"ผู้กอง...คุณก็รู้ดีว่าถ้าพาผมไปด้วย พวกเราโดนมันฆ่าตายพร้อมกันแน่...ถึงแ