ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สมุนของอำนาจยกจานข้าวมาให้ปฐมพงษ์ในห้องขัง เห็นเขานอนไม่ไหวติงจึงเข้ามาพลิกตัวดู ปฐมพงษ์ได้ทีผลักสมุนล้มจะวิ่งหนีแต่สมุนอีกคนหนึ่งยืนกั้นไว้

"ลูกไม้ตื้นๆเอาไว้ใช้กับโจรกระจอกเถอะ"

"งั้นโจรระดับพวกแกต้องเจอนี่"

ปฐมพงษ์หยิบหลอดยาพิษที่ซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงปาลงพื้น กลุ่มควันพิษกระจายทั่วห้อง เขารีบออกจากห้องปิดประตูขังสมุนทั้งคู่ให้นอนดิ้นทุรนทุราย ปฐมพงษ์ปลอมตัวเป็นสมุนเขี้ยวพยัคฆ์ก่อนจะหลบหนีออกมาโดยไม่มีใครสังเกตเห็น กว่ามรกตจะรู้ว่าพ่อหนีไปแล้ว ก็เป็นตอนที่เธอเปิดประตูห้องขังเข้ามาเห็นสมุนนอนตายด้วยสารพิษ...

โรสถือถาดใส่ยามาให้แสงระวีกิน เห็นเธอยังนั่งทำงานอย่างคร่ำเคร่ง  เตือนให้นอนพักผ่อนได้แล้ว  แสงระวีไม่ยอม ยิ่งเหลือเวลาน้อยเท่าใดเธอยิ่งต้องเร่งทำภารกิจของลมใต้ปีกให้ได้มากที่สุด

"ถ้านายเสือรู้เรื่องนี้ คงไม่ยอมให้คุณได้ทำงานอีก"

"นายเสือจะไม่มีวันได้รู้เรื่องนี้ เพราะจะไม่มีใครพูด" แสงระวีลุกขึ้นมาจับมือโรสสีหน้าจริงจัง "หมวดสัญญากับฉันได้ไหมว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ"

โรสสงสารและเห็นใจแสงระวีมาก "ฉันสัญญา"

"นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต้องเดินหน้าต่อไป จะมากังวลใจเพราะฉันไม่ได้" แสงระวียืนยันความคิดที่จะปิดบังเสือ เพื่อให้เขาได้ทำงานอย่างเต็มที่...

ooooooo

ทองปลิวเห็นมะลิเอาแต่ขะมักเขม้นช่วยแสงระวีทำงาน พาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์มาพักผ่อนชมนกชมไม้ ที่สวนสาธารณะ มะลิกลับไม่พอใจที่ทองปลิวดีแต่สนุกไปวันๆ

"ไม่โรแมนติกเหรอ คุณคนสวย...คุณน่ะเครียดจนจะกลายเป็นคนแก่แล้ว"

"ว่าฉันเป็นคนแก่เหรอ" มะลิงอนไม่พอใจ

"เห็นไหมแค่เล่นมุก คุณก็จริงจัง รู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณน่ะ กำลังจะเหมือนพี่แสงระวีไปทุกที"

"ก็ดีสิ พี่แสงระวีสวยแล้วก็เก่ง ฉันก็อยากเป็นอย่างพี่แสงระวี มีอุดมการณ์ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ"

"แต่อย่าลืมสิว่าคุณเป็นวัยรุ่น ต้องทำตัวให้สมวัยหน่อย เราไปปั่นจักรยานเล่นกันไหม"

มะลิปฏิเสธลั่นว่าไม่ไป  ทองปลิวไม่ละความพยายามชวนไปดูหนัง  ฟังเพลง  ดูคอนเสิร์ต  มะลิยืนยันว่าไม่ไปไหนทั้งนั้นแล้วเดินหนี  ทองปลิววิ่งตาม  "คุณคนสวยอยากทำอะไรครับ"

"ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ"

"ไม่ได้ไร้สาระสักหน่อย แค่อยากให้คุณได้พักผ่อนบ้าง"

"ถ้านายคิดว่าการพาฉันไปดูหนังฟังเพลงแล้วฉันจะมีความสุขล่ะก็ แสดงว่านายไม่รู้จักฉันดีพอ"

"เพราะฉันรู้ไงว่าคุณน่ะเครียดเกินไปแล้ว ควรเติมความสุขให้กับชีวิตบ้าง"

"จะให้ฉันไปเสพสุขในขณะที่แผ่นดินไทยกำลังจะสูญสิ้นไป ฉันทำไม่ได้หรอก ฉันยอมทิ้งความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม ดีกว่าเป็นวัยรุ่นทันสมัยแต่ไม่มีแผ่นดินอยู่" มะลิจริงจังมากจนทองปลิวยอมแพ้

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน โรสต้องการช่วยแสงระวี คิดจะออกไปตามหาปฐมพงษ์ เชื่อว่าเขาต้องมียาแก้พิษรักษาแสงระวีให้หายป่วยได้ แสงระวีติงว่ารู้ที่ตั้งขององค์กรเขี้ยวพยัคฆ์แล้วหรือ โรสจนแต้มได้แต่ยืนนิ่ง จังหวะนั้น เสียงมือถือของแสงระวีดังขึ้น แสงระวีประหลาดใจเมื่อรู้ว่าปฐมพงษ์โทร.มา

"ผมหนีมาจากรังของพวกมัน ได้เบอร์คุณมาจากข้อมูลในองค์กร ผมต้องการจะช่วยเหลือคุณ ช่วยเหลือนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวให้จัดการพวกเขี้ยวพยัคฆ์"

"แล้วตอนนี้ ดร.อยู่ที่ไหนคะ"

"ผมยืมโทรศัพท์จากคนขับแท็กซี่ครับ ผมคิดว่าพวกของคุณน่าจะตามรอยจากมือถือเครื่องนี้ได้"

แสงระวีหันไปบอกโรส "ดร.ปฐมพงษ์หนีออกมาจากพวกเขี้ยวพยัคฆ์ เขาต้องการนัดพบเรา คุณตามรอยจากสัญญาณมือถือได้ใช่ไหม"

"ได้ค่ะ"

แสงระวีรีบแจ้งปฐมพงษ์ว่าได้ แล้วส่งมือถือให้โรสต่อสายเข้ากับคอมพิวเตอร์   สักพักโรสก็รู้ว่าปฐมพงษ์อยู่ที่ไหน เตรียมจะไปหา แสงระวีขอตามไปด้วย โรสอ้าปากจะค้าน

"ขอให้ฉันได้ทำหน้าที่ช่วยเหลือตัวเองบ้างเถอะค่ะ" แสงระวีอ้อนวอน โรสใจอ่อนยอมให้เธอไปด้วย...

ooooooo

ขณะปฐมพงษ์กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบกับพวกแสงระวี รถแท็กซี่กลับเบรกกะทันหัน มรกตยืนขวางทางอยู่ คนขับรถแท็กซี่ลงมาต่อว่า

"เป็นบ้าอะไรมายืนขวางถนน"

คนขับแท็กซี่พูดยังไม่ทันขาดคำ มรกตขว้างมีดสั้นปักคอตายสยอง แล้วเดินอย่างใจเย็นมาที่รถ แต่ไม่เจอปฐมพงษ์ จึงออกไล่ล่า ปฐมพงษ์หนีกระเซอะกระเซิงมาจนมุม

"หมดเวลาเล่นสนุกแล้วพ่อ...ถึงเวลาต้องกลับไปทำงานแล้ว"

มรกตจะเดินเข้าหาปฐมพงษ์ แต่มีกระสุนปืนยิงสกัดไว้ เธอต้องกระโดดหลบ โรสกับแสงระวีโผล่เข้ามาประจันหน้ากับมรกต

"แสงระวี นี่เธอยังสบายดีหรือ" มรกตถามอย่างยียวน

"แกฉีดยาอะไรให้ฉัน"

"อย่ารู้เลยว่ามันเป็นอะไร รู้แต่เพียงว่ามันจะฆ่าเธอให้ตายทีละน้อย"

"นังจิ้งจอก...แกมันเลวที่สุด" แสงระวีชี้หน้าด่ามรกต แล้วโงนเงนจะล้มต้องฝืนทรงตัวไว้

"ยิ่งใช้พลังงานมากเท่าไหร่ ความตายยิ่งวิ่งเข้าหาเธอเร็วขึ้นเท่านั้น เก็บแรงไว้หายใจดีกว่ามั้ง"

"คุณแสงระวีไม่ต้องห่วง ผมจะเป็นคนรักษาคุณเอง"

มรกตไม่พอใจ ขว้างมีดสั้นใส่พ่อตัวเองปักคาไหล่ โรสหันไปจะยิง แต่มรกตหายตัวไปแล้ว

"ฝากดูแล ดร.ด้วย ฉันจะไปจัดการนังจิ้งจอกเอง" โรสไล่ตามมรกต ขณะที่แสงระวีเข้าไปดูปฐมพงษ์

ooooooo

ทองปลิวกับมะลิขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านมาเจอพวกสมุนเขี้ยวพยัคฆ์กำลังลากตัวคนงานก่อสร้างขึ้นรถตู้  ทองปลิวรีบจอดรถเข้าไปช่วย  สมุนคนหนึ่งตรงเข้าต่อสู้กับทองปลิว   ส่วนมะลิช่วยพาพวกคนงานวิ่งหนี

"พี่มาทางนี้...รีบหนีไป"

ทองปลิวอัดสมุนหงายท้อง ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของมะลิ ขยับจะเข้าไปช่วยแต่สมุนอีกคนขวางไว้ ทองปลิวใช้เพลงมวยพญาไฟจัดการสมุนคนนั้นล้มคว่ำ แต่พอหันไปมอง มะลิหายไปแล้ว...สมุนจับตัวมะลิมายังโกดังร้าง มะลิสู้สุดฤทธิ์กระทืบเท้าสมุนอย่างแรงก่อนจะวิ่งหนี สมุนอีกสองคนดักรออยู่

"แสบนักนะคนสวย"

สมุนเงื้อมือจะตบ ทองปลิวจับมือไว้ ก่อนจะถีบกระเด็น แล้วคว้ามือมะลิวิ่งหนี สมุนทั้งสามคนดักหน้าดักหลัง มะลิกับทองปลิวช่วยกันต่อสู้ มะลิสู้แรงผู้ชายไม่ได้เสียท่าถูกต่อยล้ม ทองปลิวพะวงเป็นห่วงหญิงคนรัก เลยถูกสมุนสหบาทาอย่างหนัก อาการสะบักสะบอม

"ตอนแรกจะเอาพวกแกไปเป็นหนูทดลอง แต่อย่าเลย... เอาให้เละตรงนี้ดีกว่า" สมุนจะเข้าไปซ้ำ

ครูเขี้ยวโผล่มาพอดี "เฮ้ย...นักเลงตัวจริงเขาไม่หมาหมู่"

เหล่าสมุนเข้าล้อมกรอบครูเขี้ยวแทน ครูเขี้ยวใช้ท่าเข่าพญาไฟอัดสมุนคนหนึ่งถูกไฟเผาตาย อีกสองคนที่เหลือมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พากันวิ่งหนี ทองปลิวกับมะลิดีใจที่ครูเขี้ยวมาช่วยไว้ทัน...

โรสไล่ยิงมรกตไม่ยั้ง มรกตวิ่งหลบหลีกไปตามมุมต่างๆของตึกร้าง โรสยิงกระหน่ำจนกระสุนเหลือเพียงนัดเดียว มรกตได้ทีโผล่ออกจากที่กำบัง

"คราวนี้ถึงตาฉันบ้าง"

มรกตขว้างมีดสั้นใส่ โรสกลายเป็นฝ่ายที่ต้องวิ่งหลบบ้าง มรกตเดินหน้าขว้างมีดใส่ไม่หยุด พอโรสได้จังหวะ โผล่ออกมาจะยิงโต้  แต่มรกตหายไป  เธอนึกขึ้นได้ว่ามรกตอาจจะย้อนกลับไปเล่นงานแสงระวีกับปฐมพงษ์ รีบกลับไปยังจุดนัดพบ...

ฝ่ายแสงระวีประคองปฐมพงษ์หนี แต่ตัวเองกลับทรุดเพราะพิษร้ายกำเริบ ปฐมพงษ์ขอให้แสงระวีอดทนไว้ เขาสัญญาว่าจะรักษาเธอให้หาย แสงระวีแปลกใจว่าทำไมปฐมพงษ์ถึงอยากช่วยเธอกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต่อสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ทั้งๆที่เขาเป็นพ่อแท้ๆของมรกต

"ก็เพราะผมอยากลบล้างความผิด ที่ทำให้มรกตต้องกลายเป็นคนแบบนี้ และที่สำคัญผมเป็นคนคิดค้นตัวยาขึ้นมาเพื่อมนุษยชาติ   แต่กลับกลายเป็นเครื่องมือทำร้ายผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งตัวยาที่มรกตฉีดทำร้ายคุณ มันก็เป็นตัวยาที่ผมกำลังวิจัยอยู่"

"มันไม่ใช่ความผิดของ ดร.หรอกค่ะ ฉันเชื่อว่า ดร.มีเจตนาดี เราจะร่วมมือกันทำลายพวกเขี้ยวพยัคฆ์"

"ใช่ พวกเราต้องร่วมมือกัน ตอนนี้พวกมันต้องการกำจัดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว มันบังคับให้ผมผลิตยาซึ่งยาตัวนี้สร้างพลังที่กล้าแกร่งยากที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะต้านทานได้"

"แต่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมีพลังที่แข็งแกร่ง ไม่มีใครสามารถต่อกรได้"

"แม็กนั่มเป็นคู่ปรับที่น่ากลัวที่สุด เพราะร่างกายของ มันแข็งแกร่งเกินขีดจำกัดของมนุษย์และที่สำคัญหากผมนำเกล็ดเลือดของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไปผสมในตัวยาแล้ว แม็กนั่ม จะมีพลังเทียบเท่ากับยอดมนุษย์เลยทีเดียว"

แสงระวีตกใจ เร่งปฐมพงษ์ให้รีบหนี เธอต้องเอาเรื่องนี้ ไปเตือนนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ทั้งคู่ยังไม่ทันจะขยับไปไหน มรกตโผล่เข้ามาเสียก่อน

"ขอบใจนะพ่อที่บอกความลับในการจัดการกับนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว ถึงเวลาที่พ่อต้องกลับไปผลิตยาให้ผู้พันอำนาจ ได้แล้ว" มรกตยิ้มเหี้ยม ย่างสามขุมเข้าหาแสงระวีกับปฐมพงษ์...

ไม่นานนัก โรสเดินตามหาแสงระวีกับปฐมพงษ์จนมาพบแสงระวีนอนกองอยู่กับพื้นอาการไม่ค่อยดี

ooooooo

พอเสือกลับถึงบ้านลมใต้ปีก รีบตรงไปที่ห้องของ แสงระวีแต่เธอไม่อยู่  ออกมาถามสิงห์ว่าเห็นแสงระวี หรือเปล่า สิงห์ส่ายหน้าบอกว่าโรสก็ไม่อยู่เช่นกัน ไม่รู้ออกไปไหน

"เขาไปไหนของเขานะ ยิ่งไม่ค่อยสบายด้วย"

"หรือว่าหมวดโรสจะตามออกไปช่วยเรา แล้วแสงระวีออกไปด้วย" สิงห์ตั้งข้อสังเกต

"ผมไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้นเลย ช่วงหลังคุณแสงระวีสุขภาพไม่ค่อยดีนัก ผมไม่อยากให้คุณแสงระวีต้องออกไปเสี่ยงอันตรายอีก"

จังหวะนั้น เสือเห็นโรสประคองแสงระวีเข้ามา ตกใจ รีบเข้าไปอุ้มแสงระวีมานอนพักที่เตียง ถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง แสงระวีโกหกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว แค่ หมดแรงเพราะพักผ่อนน้อย

"ผมไม่เชื่อ คุณไม่ได้เจ็บป่วยธรรมดาแน่" เสือมอง แสงระวีอย่างค้นหาความจริง

แสงระวีชะงัก "หมวดโรสบอกคุณเหรอ"

"หมวดโรสไม่ได้บอกอะไรผม...หมายความว่าหมวดโรส รู้เรื่องนี้...ถ้าคุณไม่บอกผม ผมจะไปซักหมวดโรสเอง" เสือจะออกไปหาโรส แต่แสงระวีดึงมือเขาไว้

"ฉันบอกคุณเองก็ได้ ระหว่างที่ฉันถูกผู้พันอำนาจจับตัวไป มรกตฉีดสารพิษเข้าร่างกายฉัน"

เสือตกใจ  ต่อว่าว่าทำไมถึงไม่บอกเรื่องนี้กับเขา  แสงระวี ไม่อยากทำให้เขาไม่สบายใจ เสือร้อนใจจะไปตามหมอมารักษา แสงระวีดึงเขาให้นั่งข้างๆแต่งเรื่องว่าโรสพาเธอไปหาหมอเรียบร้อย แล้ว  หมอบอกว่าสารพิษที่มรกตฉีดให้เธอเป็นแค่สารทำให้ กล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่มีผลร้ายแรงอะไร

"คุณหมอให้ยามากินแล้ว และที่สำคัญ คุณหมอบอกว่าภายในหนึ่งเดือน...ยาจะสลายตัวไป...ฉันจะหายเป็นปกติ"

เสือฟังแล้วโล่งอก "ผมเป็นห่วงคุณมากนะ ต่อไปนี้คุณห้ามดื้อกับผมอีก ผมจะคอยดูแลคุณ คุณต้องหายเร็วๆแล้วมาอยู่เคียงข้างผม"

แสงระวียิ้มให้เสือ นึกขึ้นได้ว่าลืมเรื่องสำคัญที่ปฐมพงษ์ บอก  "วันนี้ฉันเจอ  ดร.ปฐมพงษ์  ดร.บอกว่า...พวกเขี้ยวพยัคฆ์ กำลังจะผลิตยา...ขึ้นมา..." แสงระวีพูดได้แค่นั้น  อาการปวดกำเริบขึ้นมาอีก

เสือเป็นห่วงเธอมาก รีบออกไปเอายามาให้โดยไม่ฟังเสียงแสงระวีร้องเรียกให้กลับมาก่อน แสงระวีได้แต่มองตาม อยากบอกเรื่องสำคัญนี้ใจแทบขาด แต่ร่างกายเริ่มไม่ไหว เจ็บปวดทรมานอย่างหนัก...

ด้านโรสอึดอัดใจไม่อยากพูดถึงอาการป่วยของแสงระวี สิงห์รบเร้าให้บอกให้ได้ โรสขอร้องว่าอย่าทำให้เธอต้องผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับแสงระวีเลย

"แต่แสงระวีเป็นเหมือนน้องสาวผม พ่อเขาฝากผมให้ดูแล เกิดอะไรขึ้นกับน้องผม ผมต้องรับรู้และที่สำคัญ คุณคือคนรักของผม เราไม่ควรมีความลับต่อกัน"

โรสตัดสินใจบอกความจริงกับสิงห์ทั้งน้ำตาว่า แสงระวีถูกมรกตฉีดสารพิษให้ขณะที่ถูกพวกนั้นจับตัวไป สารพิษจะทำลายอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย ไม่มียาใดจะรักษาได้ สิงห์ ตกใจแทบช็อกเมื่อรู้ว่าแสงระวีจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่เดือนเดียว เท่านั้น

ooooooo

ที่ห้องทำงานของอำนาจ ปฐมพงษ์ยอมตายเสีย ดีกว่าจะผลิตยาเลวๆพวกนั้นให้อำนาจอีก แล้ววิ่งไปแย่งปืนจากเอวลิงลม จ่อหัวตัวเองลั่นไกหวังจะฆ่าตัวตาย  แต่ปืนไม่มีลูกกระสุน  อำนาจหัวเราะลั่น  ประกาศ ก้องว่าถ้าเขาไม่ได้ยา  ปฐมพงษ์จะตายไม่ได้เด็ดขาด

"ระหว่างที่เรารอให้ ดร.ตัดสินใจ ฉันว่าเราไปวางแผนเอาส่วนผสมสำคัญดีกว่า"

"ส่วนผสมอะไร" อำนาจหันไปทางมรกตซึ่งกำลังยิ้มเจ้าเล่ห์...

ผ่านไปสักพัก เสือกลับเข้ามาหาแสงระวีพร้อมยา แต่เธอนอนหลับไหลไม่ได้สติ เสือเห็นหน้าตาซีดเซียวของหญิงคนรัก ชักเอะใจ รีบออกไปหาโรสที่ห้องโถง คาดคั้นให้บอกความจริง เพราะเขาไม่เชื่อที่แสงระวีบอก โรสย้อนถามว่าแสงระวีพูดอะไรกับเสือบ้าง

"เธอบอกว่าโดนมรกตฉีดสารพิษเข้าไป มันจะทำลายกล้ามเนื้อทำให้อ่อนเพลีย  แต่ภายในหนึ่งเดือนตัวยาจะสลายไป กลับมาเหมือนเดิม" เสือเห็นโรสนิ่งอึ้งไป ถามอย่างมีอารมณ์ว่า "ว่าไงครับหมวดโรส มันเป็นจริงอย่างนั้นหรือเปล่า"

สิงห์เห็นโรสอึกๆอักๆเกรงเสือจะจับพิรุธได้รีบตอบคำถามแทนว่า "แสงระวีไม่ได้โกหกหรอก เพราะหมวดโรสเล่าความจริงให้ผมฟังหมดแล้ว มันก็ตรงกับที่นายรู้มา"

โรสกับสิงห์ช่วยกันปกปิดความจริง เสือหมดข้อสงสัยและสบายใจขึ้นมาก...

โรสบ่นกับสิงห์ว่ารู้สึกผิดมากที่ต้องโกหกเสือ สิงห์ ปลอบว่าอย่าโทษตัวเอง โรสก็รู้อยู่แก่ใจว่าแสงระวีใจเด็ดแค่ไหน ถ้าคิดจะทำอะไรแล้วยากที่ใครจะต้าน สิ่งที่แสงระวี ทำมันคือสิ่งที่มีคุณค่า เป็นแรงผลักดันให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้เดินหน้าต่อไป

"แต่พวกเรากำลังหลอกนายเสือ"

"แต่หากเราพูดความจริง  มันยิ่งทำลายขวัญและกำลังใจ ของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว และเมื่อนั้นแผนที่พวกเขี้ยวพยัคฆ์ วางไว้ก็จะสัมฤทธิผล"

"เมื่อถึงวันที่คุณแสงระวีต้องจากพวกเราไป แล้วนายเสือ จะชื่นชมในชัยชนะได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีคุณแสงระวี ไม่มีคนที่รักอยู่เคียงข้าง"

"การเป็นนักสู้ไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ไม่ได้สู้เพื่อครอบครัวแต่เราสู้เพื่อคนอื่น ชัยชนะของเรามีไว้เพื่อแผ่นดินเท่านั้น แม้แต่ตัวผม หากผมต้องเลือกระหว่างคุณกับแผ่นดิน ผมจะไม่เสียใจเลยถ้าผมบอกคุณว่า ผมขอเลือกแผ่นดินนี้"

โรสมองหน้าสิงห์บอกว่านี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอรักเขามากขึ้น เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นยิ่งใหญ่ยากที่จะหาใครมาเทียบได้ สิงห์ดึงโรสมากอดไว้ โรสหวังเหลือเกินว่า ภารกิจของเราจะจบในเร็ววันนี้เพื่อที่เสือจะได้ฉลองชัยชนะเคียงข้างแสงระวี เพราะเวลาของแสงระวีเหลือน้อยเข้าไปทุกที...

เสือนั่งกุมมือแสงระวีซึ่งยังนอนหลับอยู่ สัญญาว่าจะรีบจัดการกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้สิ้นซากโดยเร็ว พอเธอหายป่วยแล้ว เราสองคนจะได้กลับไปอยู่บ้านดอนควาย ใช้ชีวิตเป็นชาวนาและสร้างครอบครัวที่นั่น

"คุณลองนึกภาพดูสิ มีเราและลูกๆช่วยกันทำนา อยู่ในผืนแผ่นดินของเรา มันคงเป็นความสุขที่สุดในชีวิตของผม" เสือ ยกมือแสงระวีขึ้นมาจูบด้วยความรักหมดหัวใจ

ooooooo

อำนาจ ลิงลม กับศรตื่นเต้นเมื่อได้ยินมรกตบอกส่วนผสมสำคัญที่ขาดหายไป ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ยากระตุ้นพลังที่ปฐมพงษ์ผลิตไม่สมบูรณ์ อำนาจไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เกล็ดเลือดของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะเป็นส่วนสำคัญในการทำร้ายตัวเขาเอง สั่งมรกตให้รีบไปเอาเกล็ดเลือดของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาให้ได้

"มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับผู้พัน ผู้พันก็รู้ว่านักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวมีพลังวิเศษ ร่างของมันแข็งแกร่งดุจมีเกราะเพชร ทิ่มแทงไม่ได้แล้วเราจะเอาเลือดมันมาได้อย่างไร"

"ลิงลม...แกอย่าลืม ต่อให้ร่างมันแข็งแกร่งแค่ไหนก็ต้องพ่ายแพ้คมกระสุนอาคมของข้า"

ศรอาสาจะจัดการเอาเกล็ดเลือดมาให้เอง มรกตคิดว่าแสงระวีคงจะบอกเรื่องนี้ให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวรู้แล้ว ดังนั้น เขาคงไม่ออกมาให้พวกเราเล่นงานง่ายๆแน่ อำนาจกลับไม่คิดเช่นนั้น คนที่รู้บุญคุณคนอย่างเสือคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นที่จะล่อให้ออกมา...

ครูเขี้ยว ทองปลิว กับมะลิเห็นสภาพรกร้างไร้ผู้คนของค่ายมวยครูเขี้ยวแล้วเศร้า ทองปลิวเจ็บใจแทนครูเขี้ยวที่ลูกศิษย์ ทั้งหลายพากันหนีเอาตัวรอด ไม่คิดจะดูดำดูดีค่ายมวยแห่งนี้ ครูเขี้ยวไม่อยากให้ทองปลิวโทษพวกลูกศิษย์ของแก เพราะใครๆต่างก็กลัวตายด้วยกันทั้งนั้น

"พวกเขี้ยวพยัคฆ์มันเหิมเกริมขึ้นทุกวัน  เที่ยวออกจับคนไปเป็นหนูทดลอง แล้วต่อไปใครจะกล้าอยู่ในแผ่นดินนี้" มะลิพูดแล้วแค้น

ครูเขี้ยวอยากกำจัดเหล่ามารพวกนี้ออกจากแผ่นดินไทยให้หมด ทองปลิวกับมะลิอาสาจะช่วยเขาทำภารกิจนี้ให้สำเร็จให้ได้ จากนั้นทองปลิวกับมะลิไปช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านครูเขี้ยว ส่วนครูเขี้ยวอยู่ดูความเรียบร้อยที่ค่ายมวย...

ทองปลิวเห็นมะลิปีนบันไดขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟ ร้องเอะว่าจะเปลี่ยนหลอดไฟทำไมไม่บอก นั่นมันเป็นงานของผู้ชายให้เขาทำดีกว่า

"ฉันเป็นผู้หญิงทำไม่ได้หรืออย่างไร นี่ไง ฉันเปลี่ยน เสร็จแล้วด้วยแสดงว่าฉันเก่งกว่านาย"

มะลิมัวแต่ยิ้มเย้ยทองปลิวเลยไม่ทันระวัง ก้าวพลาดตกบันได ทองปลิวไวทายาดคว้าตัวมะลิไว้ได้ แต่ตัวเองกลับเสียหลักเลยล้มไปด้วยกัน มะลิทับอยู่บนตัวทองปลิว ทั้งสองสบตากันนิ่งงันเหมือนต้องมนตร์สะกด มะลิได้สติก่อน เขินอาย รีบลุกขึ้นเดินหนี ทองปลิวตะโกนแหย่ไล่หลัง

"เอ้าจะรีบไปไหน...เธอล้มทับฉัน ฉันยังไม่ได้เรียกประกันมาเคลมค่าเสียหายเลยนะ"

มะลิเดินย้อนมาด่า "ตาบ้า" แล้วหันหลังกลับ ทองปลิวถามว่าจะไปไหน พอรู้ว่ามะลิจะไปทำความสะอาดห้องนอน ครูเขี้ยว ทองปลิวอาสาจะช่วย มะลิไม่ต้องการคนช่วย ไล่ทองปลิวให้ไปช่วยครูเขี้ยวที่ค่ายมวย ทองปลิวจำใจทิ้งมะลิไว้คนเดียว ระหว่างทางไปค่ายมวย ทองปลิวนึกสนุกอยากแกล้งมะลิแก้เผ็ดที่ด่าตนเอง เลยเดินย้อนกลับทางเก่า...

ด้านครูเขี้ยวกำลังเก็บข้าวของที่รกรุงรังบนเวทีมวย เหล่าสมุนเขี้ยวพยัคฆ์ทำทีเดินเข้ามาถามว่าเปิดค่ายมวยแล้วใช่ไหม เขากับเพื่อนจะมาสมัครเป็นลูกศิษย์   ครูเขี้ยวจำได้ว่าเป็นพวกเขี้ยวพยัคฆ์

"พวกแกต้องการอะไร"

"ก็บอกแล้วไงว่าอยากเป็นลูกศิษย์ แต่ยังไงขอดูฝีมือครูก่อนแล้วกันว่าเก่งแค่ไหน"

"ได้...ถ้าเอ็งสู้ข้าได้ข้าจะยอมสอน แต่ถ้าเอ็งแพ้ ข้าจะส่งพวกเอ็งไปลงนรก" ครูเขี้ยวตั้งท่าเตรียมสู้...

ขณะมะลิกำลังจัดหมอนให้เข้าที่ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาด้านหลัง เธอคิดว่าเป็นทองปลิว คว้าหมอนเหวี่ยงใส่ แต่พอหันไปมอง กลับเจอศรยืนอยู่

"ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงฉันเหรอจ๊ะมะลิถึงกับจัดเตียงนอนไว้ให้...ก็ดี...ฉันก็อยากนอนกับเธอมานานแล้วเหมือนกัน" ศรทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ย

มะลิขู่ว่าถ้าศรเข้ามาใกล้ เธอเอาเขาตายแน่ แล้วหยิบมีดพกขึ้นมา ศรไม่เกรงกลัวเดินเข้าหา มะลิจ้วงแทงแต่พลาด ศรจับมือเธอบิดจนต้องปล่อยมีด แล้วผลักเธอลงไปบนเตียง ขยับจะโถมเข้าใส่ แต่ทองปลิวกลับมาทันเวลาพอดี กระชากศรขึ้นมาต่อยเปรี้ยง ศรไม่ทันระวังตัวถึงกับหน้าหงาย

ทองปลิวคว้ามือมะลิวิ่งหนี ยังไม่ทันจะไปถึงไหน สมุนเขี้ยวพยัคฆ์ที่ดักรออยู่หน้าบ้านใช้ไม้ฟาดทองปลิวสลบเหมือด มะลิโดนสมุนอีกคนต่อยท้องน้อย จุกตัวงอก่อนจะหมดสติไปอีกคน

ooooooo

สมุนเขี้ยวพยัคฆ์ทั้งสามคนสู้เชิงมวยครูเขี้ยวไม่ได้ โดนทั้งหมัดอัดทั้งเข่ากระเด็นไปคนละทิศละทางสมุนเจ็บใจต่างพร้อมใจกันชักปืนขึ้นมาเล็งไปยังครูเขี้ยว

"แกบอกว่าจะส่งพวกฉันไปนรก แต่ฉันขอส่งแกไปก่อนแล้วกัน"

สมุนยิงปืนใส่เป็นชุด ครูเขี้ยวพุ่งหลบกระสุนได้อย่างว่องไว พอตั้งหลักได้ ครูเขี้ยวเตรียมใช้ท่าไม้ตายเข่าพญาไฟ สมุนทั้งสามคนเหลียวมองกันเลิ่กลั่ก ก่อนจะพากันใส่วิญญาณน้องหมาเผ่นแน่บ ครูเขี้ยวนึกเป็นห่วงมะลิกับทองปลิวขึ้นมาจะวิ่งกลับบ้าน แต่ศรดักรออยู่หน้าค่ายมวย ครูเขี้ยวรู้ว่าต้องเกิดเรื่องกับมะลิและทองปลิว ถามศรว่าทำอะไรเด็กสองคนนั้น

"ก็แค่ให้มันได้นอนพักเท่านั้นเอง เป็นเด็กเป็นเล็กไม่อยากให้มายุ่งเรื่องผู้ใหญ่"

"งั้นผู้ใหญ่อย่างข้าก็จะสอนให้เด็กอย่างแกได้รู้สำนึก"

ทั้งสองตรงเข้าต่อสู้กัน ศรพยายามฮึดสู้ แต่ต้านได้ไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกอัดเข้าเต็มหน้า เชิงมวยแพ้แต่คนไม่ยอมแพ้ ศรชักปืนยิง  ครูเขี้ยวโดดหลบเข้าที่กำบัง แต่พลาดท่าถูกศร ยิงขาเดี้ยง

"ตัดไฟมันต้องตัดแต่ต้นลม...ขาแกเจ็บอย่างนี้ แกใช้ท่าเข่าพญาไฟไม่ได้อีกแล้ว...แต่แกไม่ต้องห่วง ฉันไม่ฆ่าแกตอนนี้หรอก เพราะแกยังมีประโยชน์อีกมหาศาล"

ครูเขี้ยวไม่เข้าใจว่าศรมีแผนอะไร รู้สึกหวั่นๆใจชอบกล...

ในเวลาต่อมา ทองปลิวกับมะลิกลับถึงบ้านลมใต้ปีก รายงานเรื่องที่ครูเขี้ยวถูกศรจับตัวไปให้เสือ สิงห์ และโรสทราบ ทุกคนพากันตกใจ โรสถามมะลิว่าไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรใช่ไหม

"มะลิกับทองปลิวไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่สลบไป...แต่มันทิ้งกระดาษนี่ไว้ให้พี่เสือ"

เสือรับกระดาษแผนนั้นมาอ่าน "มันต้องการเจอผม...ผมต้องไปช่วยครูเขี้ยว"

สิงห์บอกเสือให้ใจเย็นๆก่อน เขาคิดว่านี่ต้องเป็นแผนล่อเสือให้ออกไป เสือไม่สนใจ ถึงจะเป็นแผนจริงอย่างสิงห์ว่า เขาก็ต้องไปช่วยครูเขี้ยวอยู่ดีจะปล่อยให้ผู้มีพระคุณของเขาเป็นอันตรายไม่ได้ สิงห์ออกตัวว่าไม่ได้คิดจะห้าม เพียงแต่อยากให้เสือตั้งสติให้ดีก่อน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกนั้น โรสเห็นด้วยกับสิงห์

"ใช่ค่ะ พวกเราต้องร่วมมือกัน"

"ไม่...มันต้องการเจอผมเพียงคนเดียว ไม่เช่นนั้นมันจะฆ่าครูเขี้ยวทันที" เสือขบกรามแน่น....

ooooooo

ณ ตึกร้างซึ่งเป็นที่นัดพบ ครูเขี้ยวถูกมัดติดกับเสากลางห้องร้าง โดยมีอำนาจกับศรยืนคุมเชิงรอการมาถึงของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ศรถามอำนาจว่าแน่ใจหรือว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะหลงกลมาตามนัดอำนาจเชื่อว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ปล่อยให้คนที่ตัวเองรักต้องถูกทำร้ายแน่ ยิ่งเป็นครูที่เคารพ ยิ่งไม่มีวันยอม

"แต่มันอาจคิดแผนตลบหลังเรา ให้ตำรวจมาจับเราก็ได้"

"ไม่มีทาง...ตอนนี้พวกมันตกเป็นผู้ต้องหา ถูกตามล่า มันไม่กล้าให้ตำรวจมาช่วยแน่นอน"

"แต่ป่านนี้แล้วมันยังไม่ปรากฏตัวเลย"

ทันใดนั้น ทั้งคู่มองไปที่มุมหนึ่งของตึกร้าง เห็นนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวยืนจ้องอยู่...

แสงระวีได้สติลืมตาขึ้นมาเห็นโรสกับสิงห์นั่งเฝ้าอยู่ พอเธอรู้ว่าเสือกำลังไปช่วยครูเขี้ยวจากเงื้อมือของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ แสงระวีตกใจ ร้องเอะอะ

"ไม่ได้นะคะ...เราจะปล่อยให้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไปตกหลุมพรางของพวกมันไม่ได้เด็ดขาด"

แสงระวีลุกพรวดพราดออกจากห้องนอน โรสกับสิงห์

มองหน้ากันแปลกใจ รีบตามมาขวางไม่ให้ไป สิงห์ถามแสงระวีว่าทำไมถึงพูดว่าเสือกำลังไปติดกับดักของพวกเขี้ยวพยัคฆ์

"พวกมันวางแผนเอาไว้น่ะสิพี่สิงห์ ตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่ามันมีวิธีจะจัดการกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ดร.ปฐมพงษ์ บอกความลับสำคัญให้น้องรู้ก่อนที่จะถูกลักพาตัวกลับไป"

"ความลับอะไร"

"ถ้าพวกมันได้เลือดของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไป พวกมันก็สามารถทำให้แม็กนั่มกลับมาแข็งแกร่งมากกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ได้อีกหลายเท่า...น้องต้องไปเตือนเขา เขาจะหลงกลพวกมันไม่ได้เด็ดขาด"

สิงห์กับโรสตกใจ แสงระวีร้อนใจจะรีบไปเตือนเสือ เดินโซเซได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุดฮวบ กระอักเลือดก่อนจะหมดสติ โรสบอกสิงห์ให้รีบตามไปขัดขวางแผนชั่วของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ส่วนเธอจะอยู่ดูแลแสงระวีเอง

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน เสือในชุดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวสั่งอำนาจให้ปล่อยตัวครูเขี้ยวเดี๋ยวนี้   ไม่เช่นนั้นจะโดนเข่าพญาไฟของเขาเล่นงาน แม็กนั่มที่ว่าแกร่งก็ยังสู้ อานุภาพของเข่าพญาไฟไม่ได้

"เป็นฉันได้ไม้ตายอันรุนแรงนั่นมา ฉันก็ต้องมั่นใจแบบแกนี่แหละ แต่แกจะทำอะไรได้ในเมื่อครูของแกอยู่ในมือฉัน" อำนาจหัวเราะร่วนอย่างไม่เกรงกลัว

"ไม่...ไม่ต้องสนใจข้า นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจัดการพวกมันให้หมด"

ศรรำคาญ เอาด้ามปืนกระแทกท้องครูเขี้ยวจุกตัวงอ เสือโกรธ ชี้หน้าศรขู่ว่าถ้าแตะต้องครูเขี้ยวอีก เขาจะหักขาศรทั้งสองข้างทิ้ง ศรแขวะว่าถ้ากตัญญูนักก็ตามมาช่วยครูเขี้ยวเอาเอง แล้วลากครูเขี้ยวออกไป เสือจะตามแต่เจอสมุนเขี้ยวพยัคฆ์ปิดทางไว้ เลยลุยสมุนแตกกระเจิง เหลืออำนาจยืนหน้าตาเอาเรื่องอยู่เพียงลำพัง อำนาจเรียกพลังเหล็กไหลขึ้นมาเตรียมสู้กับเสือ...

ด้านศรลากครูเขี้ยวมาได้สักพัก ผลักเขาลงไปที่กองเศษอิฐ ครูเขี้ยวคุยข่มว่าถึงจะฆ่าตนเอง แต่อย่าหวังว่าจะหนีรอดจากเข่าพญาไฟของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไปได้ ศรชักฉุนที่ครูเขี้ยวยกเอาเข่าพญาไฟมาข่มขู่และเห็นสภาพครูเขี้ยวเจ็บหนักคง ไม่มีปัญญาจะไปช่วยอะไรเสือได้ จึงเผยแผนชั่วให้ฟังว่า

พวกเขาใช้ครูเขี้ยวเป็นเหยื่อล่อเสือให้มาติดกับจะได้ เอาเลือดของเสือไปผสมกับยาที่จะฉีดให้แม็กนั่ม  ทีนี้แม็กนั่มก็จะแกร่งกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวหลายเท่า ครูเขี้ยวเจ็บใจมาก ฮึดสู้แต่ศรเอาด้ามปืนกระแทกเขาหน้าหงาย หมดสติก่อนจะย้อนกลับทางเก่า...

อำนาจกับเสือต่อสู้กันอย่างดุเดือด เสือใช้เชิงมวยโคราชเข้าต่อกรด้วย แต่ทำอะไรอำนาจไม่ได้ จึงงัดหมัดเขวี้ยงควายขึ้นมาใช้ อำนาจโดนพลังอัดถึงกับผงะ เสือตั้งท่าเตรียมซ้ำด้วยเข่าพญาไฟ แต่ศรยิงปืนใส่ เสือพุ่งหลบคมกระสุนได้อย่างหวุดหวิด

"เอ็งยังไวเหมือนเดิมแต่จะไวพอยื้อชีวิตครูเอ็งได้หรือเปล่า...ข้าอยากรู้ นัก" ศรพูดจบก็วิ่งหนี เช่นเดียวกับอำนาจ เสือไล่ตาม แต่เหลือบเห็นครูเขี้ยวนอนคว่ำหน้าอยู่มุมหนึ่ง รีบปราดเข้าไปประคอง พอพลิกตัวขึ้นมา กลับมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เสือถึงกับผงะ...

ส่วนอีกด้านหนึ่งของตึกร้าง สิงห์ปรี่เข้าไปหาครูเขี้ยว เขย่าให้รู้สึกตัว ครูเขี้ยวสะลึมสะลืมปรือตามองรีบบอกสิงห์ให้ตามไปช่วยนักสู้พันธุ์ข้าว เหนียว ขาดคำครูเขี้ยวหมดสติ ไปอีกครั้ง สิงห์ถึงกับหน้าเครียด...

ฝ่ายเสือถูกยิงเข้าเต็มท้องเลือดไหลชุ่ม ลิงลมซึ่งแต่งตัวเหมือนครูเขี้ยว ลุกขึ้นยืนพร้อมปืนซึ่งบรรจุกระสุนลงอาคม หัวเราะร่าชอบใจที่หลอกเสือสำเร็จ ตรงเข้าล็อกเสือจากด้านหลัง อำนาจเดินนำศรเข้ามา

"พลังข้าวเหนียวของแกมันแข็งแกร่งก็จริง แต่ถ้าสู้ไปมากๆมันก็จะเริ่มหมด   ฉันถึงล่อให้แกสู้กับฉันให้ใช้พลังเยอะๆไง...แถวนี้ไม่มีข้าวเหนียวให้แกกิน ซะด้วย แต่ฉันไม่ได้จะจัดการแกหรอกนะ เพราะไอ้ที่ฉันต้องการมันสำคัญกว่านั้น" อำนาจเอาเข็มฉีดยาจิ้มไปที่แขนพับเสือ ดูดเลือดไปจนเต็มหลอด

"แก...แกจะเอาเลือดฉันไปทำไม"

"เอาไปพัฒนายาให้ไอ้แม็กนั่มมันไง มันจะได้กลับมากระทืบแกให้จมดิน"

สิงห์พรวดพราดเข้ามาขัดจังหวะ "อย่าหวังว่าพวกแกจะได้ไปง่ายๆ" แล้วปล่อยพลังจิตใส่อำนาจ แต่ลิงลมเข้ามารับพลังแทน กระเด็นกระแทกกำแพง ศรระดมยิงใส่สิงห์ไม่ยั้งเพื่อรบกวนสมาธิ แล้วฉวยโอกาสพาอำนาจกับลิงลมหนี สิงห์อยากจะตามแต่เป็นห่วงเสือที่โดนยิงเลือดโชก รีบเข้ามาดู

"ผู้กอง...ผม...ผมไม่เป็นอะไร ผมรักษาตัวเองได้ แต่...อย่าให้พวกมันได้เลือดผมไป"

สิงห์พยักหน้ารับคำ ก่อนจะวิ่งตามแต่สายไปแล้ว พวกอำนาจอันตรธานไปเรียบร้อย...จากนั้น สิงห์พาเสือกลับไปยังบ้านลมใต้ปีก มะลิ โรส และทองปลิวเห็นเข้าก็ตกใจ โรสรีบเข้ามาช่วยสิงห์พยุงเสือเข้าไปทำแผล หลังจากสิงห์ผ่าเอาหัวกระสุนออกแล้วปล่อยให้เสือหลับพักผ่อนเพื่อฟื้นพลัง ข้าวเหนียว โรสถามสิงห์ว่าไปทันยับยั้งแผนการของอำนาจหรือเปล่า สิงห์ส่ายหน้า เสียใจที่ทำไม่สำเร็จ โรสตกใจ

"หมายความว่าพวกมันจะทำให้ไอ้แม็กนั่มกลับมา แข็งแกร่งมากกว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเหรอคะ"

สิงห์ยังเชื่อว่าต่อให้พลังของแม็กนั่มเพิ่มขึ้นสักกี่เท่า แต่พลังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวสู้ได้แน่

ooooooo

เสือยืนประจันหน้ากับแม็กนั่ม อำนาจ และมรกต   อำนาจสั่งมรกตฉีดยากระตุ้นพลังตัวใหม่ให้แม็กนั่ม   สักพักแม็กนั่มตัวเกร็ง  ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

"ขอให้สนุกกับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของแกนะนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว" อำนาจหัวเราะสะใจ เดินนำมรกตออกไป แม็กนั่มกระทืบเท้าลงพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวพื้นแตกเป็นหลุมกว้าง เสือไม่หวั่นเกรงตั้งท่าเตรียมต่อสู้ แม็กนั่มพุ่งเข้าหา เสือปล่อยพลังหมัดเขวี้ยงควายโต้ ฝรั่งร่างยักษ์ไม่สะดุ้งสะเทือน

เสือใช้ท่าไม้ตายเข่าพญาไฟซัดแม็กนั่มไฟลุกพรึบที่หน้าอก แต่เขากลับยืนเฉยแถมอัดเสือกลับจนน่วมไปทั้งตัว แล้วกระชากหน้ากากนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวออกจากหน้าเสือ กระทืบแหลกคาเท้า

"นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะเป็นแค่ตำนานของคนขี้ขลาด" แม็กนั่มจับเสือล็อกคอ ออกแรงบิดจนคอหักดังกร๊อบ เสือตาค้าง ค่อยๆร่วงลงพื้นตายอย่างน่าเวทนาเคียงคู่หน้ากากนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียว...

เสือสะดุ้งสุดตัวตกใจตื่น มองไปรอบๆพบว่าตัวเองฝันร้าย มะลิกับทองปลิวเข้ามาเยี่ยมพอดี เห็นเสือฟื้นก็ดีใจ ทองปลิวได้ทีแหย่มะลิว่าเห็นหรือยังว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นอมตะไม่มี วันตาย เสือชะงัก เมื่อกี้เขาเพิ่งฝันเห็นตัวเอง ถูกแม็กนั่มฆ่าตาย มะลิเห็นสีหน้าแปลกๆของพี่ชายถามว่าเป็นอะไรไป เสือโกหกว่าไม่มีอะไร มะลิอาสาจะไปเอาข้าวเหนียวมาให้เสือกินเพื่อเรียกพลัง เสือนึกขึ้นได้ถามหาแสงระวีเป็นอย่างไรบ้าง

"พี่แสงระวีอาการยังน่าเป็นห่วงอยู่ หมวดโรสช่วยดูแลอยู่ครับ" ทองปลิวหลุดปาก

มะลิหันขวับด่าสวนทันควันว่าไอ้ปากโป้ง เคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าพูดอะไรให้ระวังปาก ทองปลิวหน้าเสียรีบขอโทษ แต่ไม่ทันแล้ว เสือจับพิรุธได้ผลุนผลันออกไปหาแสงระวีโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของมะลิ

พอสิงห์รู้ว่าความลับเรื่องอาการป่วยของแสงระวีแตก พยายามพูดกลบเกลื่อนแต่เสือไม่เชื่อ กระชากคอเสื้อสิงห์เข้ามาอย่างมีอารมณ์

"ผู้กองไม่ต้องมาโกหกผม แสงระวีเป็นคนรักของผม ผมต้องรู้ความจริง"

"บอกความจริงไปเถอะค่ะผู้กอง ตอนนี้แสงระวีต้องการกำลังใจจากนายเสือมากกว่าใคร" โรสทนเก็บความลับต่อไปไม่ไหวเล่าให้เสือฟังจนหมด เสือตกใจเมื่อรู้ว่าแสงระวีจะมีชีวิตอีกไม่นาน ยิ่งได้เห็นสภาพของหญิงคนรักที่ซูบผอมหน้าตาซีดเซียวนอนหลับไม่ได้สติ เขาถึงกับน้ำตาคลอ กุมมือเธอไว้

"แสงระวีรักนายมากนะนายเสือ เธอรู้ว่าพวกมันวางแผนให้นายไปติดกับ เธอพยายามจะช่วยนาย แม้ร่างกายจะทรมานมาก" สิงห์พลอยน้ำตาซึมไปด้วย

เสือจะไม่ยอมปล่อยให้แสงระวีตาย เขาจะพาเธอไปรักษา โรสค้านว่าไม่มีหมอที่ไหนรักษาแสงระวีได้ เพราะยาพิษที่มรกตฉีดให้เป็นยาพิษที่พวกเขี้ยวพยัคฆ์กำลังวิจัยอยู่ และคนเดียวที่จะรักษาแสงระวีได้ก็คือปฐมพงษ์เท่านั้น เสืออึ้ง มองแสงระวีด้วยความเศร้าเสียใจ

ooooooo

แม็กนั่มพาตัวปฐมพงษ์มาพบอำนาจกับมรกตที่ห้องทำงาน อำนาจต้องการให้ปฐมพงษ์ผลิตยาตัวใหม่ให้ เพราะตอนนี้เขามีเลือดของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแล้ว ปฐมพงษ์ปฏิเสธว่าจะไม่ยอมช่วยอำนาจทำร้ายคนดีเด็ดขาด แม็กนั่มโมโหจับแขนปฐมพงษ์บิดจนร้องลั่น

"ฉันจะปล่อยให้เธอจัดการ...หวังว่าเธอคงจะทำให้เขายอมผลิตยาขึ้นมาได้สำเร็จ"

"ฉันทำได้แน่ค่ะผู้พัน" มรกตหันไปยิ้มเหี้ยมกับพ่อตัวเอง ก่อนพยักพเยิดแม็กนั่มให้พาเขามาที่ห้องทดลอง มรกตให้ปฐมพงษ์ตัดสินใหม่อีกทีว่าจะยอมร่วมมือดีๆหรือจะอยากเจ็บตัว ปฐมพงษ์ยืนยันคำเดิมว่าไม่ยอมช่วย มรกตพยักหน้ากับแม็กนั่มให้ล็อกตัวปฐมพงษ์ไว้ ส่วนเธอหยิบเข็มฉีดยาซึ่งมียาพิษชนิดเดียวกับที่ฉีดให้แสงระวี  ขู่ว่าจะฉีดให้ปฐมพงษ์ ถ้าไม่ยอมทำตามคำสั่ง

"เอาสิ ถ้าแกคิดจะใช้มันกับฉันล่ะก็ จัดการเลย...ฉันจะได้ตายสมใจอยาก"

"ฉันคิดจะใช้มันบังคับพ่อ แต่ไม่ได้จะทำให้ถึงตายหรอก เพราะยากำจัดพิษมันอยู่ที่นี่" มรกตเปิดกระเป๋าเห็นหลอดยา กำจัดพิษอยู่ในกล่อง "ถ้าพ่อยังดื้อ ไม่ยอมทำตามที่เราต้องการ ฉันก็จะฉีดพิษให้ แล้วรอ...รออย่างใจเย็นให้พ่อทรมานจนทนไม่ไหว ถึงตอนนั้นฉันจะให้ยากำจัดพิษ แล้วถ้าพ่อยังใจแข็งอีก ฉันก็จะทำซ้ำอีก" มรกตยิ้มเลือดเย็น

"แก...แกมันเลวที่สุด"

"เชื่อฉันเถอะพ่อ...ว่าฉันเลวได้มากกว่าที่พ่อคิดอีกเยอะ" มรกตฉีดยาพิษให้ปฐมพงษ์...

มะลิเห็นพี่ชายตัวเองนั่งหน้าเศร้ากุมมือแสงระวีที่ยังนอนหลับไม่ได้สติพลอย น้ำตาซึมไปด้วย พานโกรธทองปลิว ที่พูดจาไม่ระวังปากทำให้เสือรู้ความจริงว่าแสงระวีจะอยู่กับพวกเราอีกไม่ นาน ทองปลิวขอโทษแล้วขอโทษอีก มะลิขี้เกียจฟังเลยบอกให้หยุด

"ถ้าพี่เสือไม่มีพี่แสงระวี นายรู้ไหมว่าพี่ชายฉันจะเสียใจมากแค่ไหน"

"ผมรู้ครับ แค่ผมคิดว่าถ้าวันหนึ่งผมต้องต่อสู้เพียงลำพังแล้วไม่มีคุณมะลิอยู่ด้วย ผมก็คงรู้สึกแย่จนทำอะไรไม่ได้ แต่นั่นก็คงไม่เท่ากับที่พี่เสือต้องเผชิญอยู่ตอนนี้"

"ฉันสงสารพี่แสงระวี...ถ้ามีทางไหนที่จะทำให้พวกพี่เขาได้อยู่ด้วยกัน ฉันก็พร้อมจะทำ" มะลิกลั้นน้ำตาไม่ไหวปล่อยโฮ ทองปลิวสงสารมากดึงเธอเข้ามากอดปลอบใจ มะลิใช้ไหล่ทองปลิวเป็นที่ซับน้ำตา...

แสงระวีเริ่มรู้สึกตัว ร้องเรียกเสือ เสือรีบดึงเธอมากอดไว้ แนบอก แสงระวีเป็นห่วงถามเสือว่าพวกอำนาจไม่ได้ทำร้ายเขาใช่ไหม ถ้าเสือไม่ได้แสงระวีช่วยบอกสิงห์ให้ไปช่วย เขาคงแย่ แสงระวีซักอีกว่าพวกนั้นได้เลือดของเสือไปหรือเปล่า เสือนิ่งเงียบไม่ตอบ แสงระวีรู้ทันทีว่าเขาพลาดท่าเสียเลือดให้พวกอำนาจ อ้าปากจะถามอีก แต่เสือเอามือแตะปากเธอไว้ไม่ให้พูดอะไรอีก

"ตั้งแต่คุณรู้สึกตัว คุณก็เอาแต่ห่วงเรื่องของผมทั้งๆที่ ตอนนี้ผมต่างหากที่ต้องหาทางรักษาชีวิตคุณไว้"

แสงระวีตกใจที่เสือรู้เรื่องอาการป่วยของเธอ เสือสัญญา ว่าจะไม่ยอมให้เธอตายเด็ดขาด แสงระวีรู้ตัวดีว่าไม่มีใครช่วยเธอได้ เพราะอำนาจไม่มีทางปล่อยปฐมพงษ์หนีรอดออกมาอีก ถ้าพวกนั้นบังคับให้ปฐมพงษ์ผลิตยาสำเร็จ พวกมันต้องฆ่าเขาทิ้งแน่ๆ

"นายต้องตัดใจยอมรับว่าไม่ช้าก็เร็ว ฉันจะเป็นคนต่อไปที่ต้องจากนายไป"

เสือประกาศลั่นว่าจะไม่ยอมเสียแสงระวีไปเด็ดขาด แสงระวีซบไหล่เสือร้องไห้โฮ...

ลิงลมกับศรได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดทรมานของปฐมพงษ์แล้วทำหน้าสยอง ศรไม่อยากเชื่อว่าหน้าตาสะสวยอย่างมรกตจะเหี้ยมโหดทรมานพ่อตัวเองได้หน้าตา เฉย แต่ยังหวั่นๆว่าถ้าปฐมพงษ์เกิดไม่ยอมทำตามที่เราต้องการ เลือดของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวต้องเสียเปล่า อำนาจตบบ่าสมุนทั้งสองเบาๆ

"มรกตไม่ปล่อยให้เสียของหรอก   มันรู้ดีว่าต้องทำได้  ฉันเลยปล่อยให้มันจัดการให้เต็มที่"

"งั้นถ้าไอ้แม็กนั่มกลับมาแข็งแกร่งกว่าเก่า เราก็จะได้ เห็นนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวโดนกระทืบแบนเป็นแมลงสาบติดใต้รองเท้าน่ะสิครับ ผู้พัน" ลิงลมแสนจะบันเทิงเมื่อคิดถึงเรื่องนี้

"พวกเอ็งได้เห็นกันแน่ แต่ก่อนจะจัดการกับนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียว ฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องให้พวกแกจัดการ" อำนาจยิ้มสีหน้าร้ายกาจ...

ทางด้านปฐมพงษ์ทนทรมานได้ไม่นาน สุดท้ายต้องยอมแพ้ รับปากมรกตว่าจะทำตามที่อำนาจสั่งทุกอย่างโดยไม่มีข้อแม้หรือตุกติก มรกตเห็นว่าปฐมพงษ์ยอมแล้วจริงๆ จึงฉีดยาแก้พิษให้

ooooooo

โรสซึ้งใจกับความเป็นนักสู้ของแสงระวี แม้รู้ว่าตัวเองจะต้องตาย เธอยังเสียสละและสู้ไม่ถอย จึงคิดหาทางช่วย  เธอค้นข้อมูลของชัยเดชจากคอมพิวเตอร์ เผื่อจะมีช่องทางไหนทำได้ แต่ปกปิดไม่ยอมบอกให้ สิงห์รู้ ลอบออกจากบ้านพร้อมปืนคู่ใจ แต่การกระทำทั้งหมดของโรสไม่รอดพ้นสายตามะลิ...

ด้านมรกตเข้าไปรายงานความสำเร็จให้อำนาจทราบ อำนาจชมเปาะว่ามรกตรับปากแล้วทำได้อย่างพูด ทั้งๆที่ปฐมพงษ์เป็นพ่อแท้ๆของเธอ มรกตขอร้องอำนาจอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก

"โอเค ฉันชื่นชมเธอจากใจจริง นี่ฉันก็เลยให้คนของฉันไปจัดการปัดกวาดเรื่องที่มันเกะกะรกหูรกตาให้ เพื่อเวลาที่แม็กนั่มเจอกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแล้วจะได้ไม่มีใครมาเกะกะ ขวางทาง"

มรกตสงสัยว่าอำนาจให้เหล่าสมุนไปทำอะไร อำนาจให้พวกนั้นไปจัดการเด็ดปีกพรรคพวกของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวทีละตัว...

ในเวลาต่อมา โรสมาแอบซุ่มดูความเคลื่อนไหวของ ชัยเดชอยู่หน้าบ้านพักของเขา พอชัยเดชขึ้นรถประจำตำแหน่ง ออกจากบ้านพักพร้อมบอดี้การ์ด โรสกำลังจะขับรถตาม แต่ มะลิกับทองปลิวยืนขวางหน้ารถ โรสตีหน้ายักษ์ถามว่ามาทำไม แถวนี้ มะลิย้อนถามว่าแล้วโรสมาเฝ้าชัยเดชทำไม โรสอึกอัก

"นี่ไม่ใช่เรื่องของพวกเธอ"

ทองปลิวกับมะลิไม่อยากงอมืองอเท้าอยู่เฉยๆ อยากช่วยอะไรเสือบ้าง โรสทนเสียงรบเร้าไม่ไหวยอมบอกแผนว่าที่เธอมาที่นี่เพราะจะลักพาตัวชัยเดชไป แลกกับปฐมพงษ์เพื่อมาช่วยรักษาแสงระวี มะลิสงสัยว่าทำไมโรสถึงไม่บอกเรื่องนี้กับสิงห์ หรือเป็นเพราะว่าเธออาจจะไม่ได้กลับไปหาเขาอีกใช่ไหม

โรสนิ่งไปอึดใจ "เธอต้องฟังฉันนะมะลิ ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่าเข้ามายุ่งเด็ดขาด สัญญากับฉัน"

มะลิชะงัก ก่อนจะพยักหน้าส่งๆเพื่อให้โรสสบายใจ...

ในที่สุด ปฐมพงษ์ก็ผลิตยาตัวใหม่สำเร็จ อำนาจ มรกตกับแม็กนั่มและปฐมพงษ์มาที่ลานต่อสู้กลางบาร์ มรกตลองฉีด ให้กับแม็กนั่ม พักเดียว แม็กนั่มร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ทรุดฮวบคอตก อำนาจโกรธจัดหันมากระชากคอเสื้อปฐมพงษ์ หาว่าเขาเล่นตุกติก ทันใดนั้นแม็กนั่มลุกพรวดขึ้นยืนท่าทางแข็งแกร่งเต็มพิกัด ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำน่ากลัว เขากระทืบเท้า ลงไปที่พื้น ทำให้พื้นแตกร้าวเป็นทางยาว

พวกนักสู้ที่รอปะทะฝีมือด้วย ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก บางคนหวาดกลัววิ่งหนี แม็กนั่มปรี่เข้าไปเล่นงานพวกนั้น ไม่มี ใครสู้เขาได้สักคน ทุกคนถูกแม็กนั่มฆ่าตายเรียบ ปฐมพงษ์ มองอย่างตื่นตะลึง

ขณะที่อำนาจยิ้มพอใจ ปฐมพงษ์รู้ชะตากรรมตัวเอง ดีว่า เมื่อทุกอย่างสำเร็จตามที่อำนาจต้องการตัวเขาก็หมดประโยชน์ เขาเตรียมใจเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่ถ้าจะต้องตายเขาขอตายด้วยฝีมือลูกสาวตัวเอง

"เอาอย่างนี้แล้วกัน ดร. ผมจะให้ ดร.คุยกับลูกสาวตามลำพัง ให้เป็นเรื่องภายในครอบครัวก็แล้วกัน" อำนาจเดินเข้ามากระซิบกับมรกต "รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอย่างไร"

มรกตพยักหน้ารับรู้ มองปฐมพงษ์ด้วยสายตาเย็นชา...

ยิ่งเสือรู้ว่าเวลาที่จะอยู่กับแสงระวีน้อยลงทุกที เขายิ่งอยากอยู่ดูแลใกล้ชิดคอยป้อนข้าวป้อนยาให้ แสงระวีขอร้องไม่ให้ เขามาเสียเวลากับเธอ อยากให้เอาเวลาไปฝึกซ้อมเพื่อรับมือกับแม็กนั่มดีกว่า  จะมามัวรอให้ศัตรูแข็งแกร่งกว่าตนเองไม่ได้ เห็นเสือนั่งนิ่ง แสงระวีออกแรงผลักไส เสือเดินคอตกออกมา

สิงห์เห็นหน้าเสือเศร้าๆ ใจไม่ดีคิดว่าแสงระวีอาการทรุดรีบเข้ามาถาม เสือปฏิเสธว่าเปล่า แต่แสงระวีไม่ยอมให้เขา อยู่ดูแล เธออยากให้เขาฝึกซ้อมให้แข็งแกร่งเพื่อรับมือกับแม็กนั่ม

สิงห์ตบบ่าเสือ

"ฉันเข้าใจ...แสงระวีเป็นคนแบบนี้ มักจะคิดถึงคนอื่น มากกว่าตัวเองเสมอ"

"แต่ผมอยากใช้เวลาที่มีน้อยลงทุกที ทำหน้าที่ดูแลเธอ"

"แต่ฉันว่ายิ่งนายทำเหมือนว่าเธอนอนรอความตาย นั่นก็ยิ่งทำให้แสงระวีเจ็บปวดมากขึ้น ทางที่ดีนายควรหันมา ฝึกฝีมือเพื่อรับมือการกลับมาของแม็กนั่มอย่างที่เธอต้องการดีกว่า นั่นคงเป็นทางเดียวที่จะทำให้แสงระวีสบายใจ" สิงห์ตบบ่าเสืออีกครั้งเหมือนให้กำลังใจ...

ขณะเดียวกัน โรส มะลิ กับทองปลิวตามรถของชัยเดชมาถึงโรงแรมหรูท่ามกลางการอารักขาอย่างแน่นหนาของ เหล่าบอดี้การ์ด มะลิอดถามไม่ได้ว่ามีบอดี้การ์ดประกบตามอย่างนี้ แล้วเราจะเข้าถึงตัวชัยเดชได้อย่างไร โรสจะเข้าไปข้างในเอง มะลิกับทองปลิวรออยู่ข้างนอก อีก 30 นาทีให้ทั้งคู่เอารถไปจอดรอเธอที่ลานจอด เธอจะพาชัยเดชออกมา

"ก็ได้ค่ะหมวด...ระวังตัวด้วยนะคะ" มะลิรับคำแล้วชวนทองปลิวกลับไปที่จอดรถ...

มรกตพาปฐมพงษ์มาที่ห้องทดลอง ต่อรองว่าถ้าเขาสัญญาว่าถ้าเธอปล่อยให้เขามีชีวิตรอด เขาจะไม่หักหลังพวกเธอไปร่วมมือกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ปฐมพงษ์ยอมตายดีกว่า เพราะทนกับความอัปยศไม่ได้  มรกตเตือนปฐมพงษ์คิดให้รอบคอบก่อน  เพราะถ้าตัดสินใจพลาดแล้วจะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก

"รีบๆลงมือซะ ฉันอยากให้แกเป็นคนลงมือฆ่าฉันเอง มันจะได้เป็นบาปติดตัวแกไปจนชั่วชีวิตว่าแกฆ่าพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองได้ลงคอ"

"ฉันฆ่าคนมาเยอะแล้วกับอีแค่คนคนหนึ่งที่เอาแต่บ้างานไม่เคยมาดูดำดูดีตอน ที่ฉันกับแม่ต้องทนลำบาก ฉันไม่สะทกสะท้านหรอก" มรกตไม่ยี่หระ หยิบหลอดฉีดยาออกมาฉีดที่ตัวปฐมพงษ์ อึดใจเดียวปฐมพงษ์ตาค้าง ก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้น มรกตเข้าไปฟังเสียงหัวใจที่หยุดเต้นใกล้ๆ

"จบสิ้นกันเสียทีนะคะ...พ่อ" มรกตพูดจบ ออกไปเรียกสมุนให้มาหิ้วศพปฐมพงษ์ออกไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 11:10 น.