ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

สิงห์โดนแม็กนั่มเล่นงานไม่หยุด ถอยร่นไม่เป็นขบวน พอตั้งหลักได้รวบรวมพลังจิตกระแทกใส่แม็กนั่มสุดแรง ครั้งนี้ทำให้แม็กนั่มกระเด็นกระแทกตู้โบกี้รถไฟ สิงห์เข่าอ่อนแทบหมดแรงคิดว่าจัดการแม็กนั่มได้ แต่ เปล่าเลย ฝรั่งร่างยักษ์ทนยิ่งกว่ากระบือ ลุกขึ้นมาได้ แถมเย้ยหยันว่ามีดีแค่นี้เองหรือ

ทันใดนั้น เสือใช้พลังรวดเร็ววิ่งมาหาสิงห์ เห็นสภาพสะบักสะบอมของผู้กองหนุ่มแล้วถามว่าถ้าจะเล่นงานแม็กนั่มอีกครั้ง สิงห์พอไหวไหม สิงห์พยักหน้าแทนคำตอบ

"งั้นเราต้องช่วยกันครับ"

เสือกับสิงห์ลุกขึ้นพร้อมกันเตรียมสู้ แม็กนั่มไม่หวั่นเกรงเดินเข้าหา เสือบอกให้เตรียมพร้อม สิงห์ยกมือยื่นออกไปสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ส่วนเสือตั้งเชิงมวยท่าหมัดเขวี้ยงควาย แล้วปล่อยพลังออกไป  เป็นจังหวะเดียวกับสิงห์ปล่อยพลังจิต คลื่นอากาศพลังมหาศาลรวมพลังกันกระแทกใส่แม็กนั่มอย่างรุนแรงกระเด็นไปไกล เสื้อผ้าขาดวิ่น สิงห์สิ้นเรี่ยวแรงทรุดฮวบ ปวดหัวอย่างหนัก เสือปราดเข้าประคองสิงห์

"รีบไปจากที่นี่เถอะครับผู้กอง"

"แล้ว...แล้วไอ้แม็กนั่มล่ะ"

"แค่นั้นยังจัดการมันไม่ได้หรอกครับ ได้แค่ถ่วงเวลาให้เราหนี" เสือพยุงสิงห์หนี แม็กนั่มค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะกระอักเลือด สีหน้าเจ็บใจแค้นใจมาก...

ขณะเดียวกัน โรสได้สติลืมตาขึ้นอย่างมึนๆ ค่อยๆยันตัวลุกขึ้น มองไปยังศพตำรวจสองนายที่ถูกพวกเขี้ยวพยัคฆ์ยิงตายแล้วมองปืนในมือตัวเอง เดาออกทันทีว่าถูกจัดฉากให้เหมือนเธอเป็นคนฆ่าตำรวจ จังหวะนั้น เสียงรถหวอตำรวจดังเข้ามา โรสจะวิ่งหนี แต่รถตำรวจวิ่งมาดักหน้า ตำรวจกรูกันลงมาพร้อมเล็งปืนมายังเธอ สั่งให้ทิ้งปืน และยอมมอบตัวเดี๋ยวนี้ โรสพยายามอธิบายว่าเธอถูกใส่ร้าย

"ผมสั่งให้คุณวางปืน ไม่อย่างนั้นเราจำเป็นต้องตอบโต้คุณ"

โรสถอยหนี "ฉันไม่ได้ฆ่าพวกเดียวกัน พวกมันจัดฉากให้ฉันเป็นฆาตกร"


ป่วยการอธิบาย พวกตำรวจไม่ฟังยืนยันให้เธอวางปืน โรสลดปืนลงทำท่าเหมือนจะยอมแพ้ แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจ ยิงใส่

ตำรวจเพื่อเปิดทางหนี ตำรวจเห็นท่าไม่ดีรีบวิทยุขอกำลังเสริม...

เสือพยุงสิงห์ให้นั่งพักริมทาง เห็นท่าทางสิงห์ไม่ค่อยดี จะพาไปส่งโรงพยาบาล สิงห์ห้ามไว้ อ้างว่ายังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมาก เรื่องแค่นี้เขาทนได้ หมู่แย้มตามมาสมทบ รายงานสิงห์ว่าเขาส่งจ่าเพิ่มไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว อาการไม่น่าเป็นห่วง แต่ที่น่าเป็นกังวลก็คือเกิดเรื่องใหญ่กับโรส

"พวกเขี้ยวพยัคฆ์วางแผนจัดฉากให้หมวดโรสขัดขืนการจับกุมแล้วฆ่าตำรวจตาย ตอนนี้หมวดโรสกำลังหนีการจับกุมครับ...เราจะทำอย่างไรกันดีครับผู้กอง"

สิงห์กับเสือหันมองหน้ากัน สีหน้าหนักใจเป็นอย่างมาก

ooooooo

โรสหนีการไล่ล่าของตำรวจมาจนมุมที่โรงไม้ แห่งหนึ่ง ตำรวจปิดล้อมทางหนีไว้หมด โรสรีบหาที่ซ่อนตัว   พลันมีมือมาปิดปากเธอไว้จากด้านหลังโรสตกใจหันขวับไปมอง เห็นสิงห์จุ๊ปากไม่ให้ส่งเสียง

"ผมเองหมวด...รีบไปจากที่นี่ก่อนเถอะ"

"เราจะไปพ้นจากที่นี่ได้อย่างไรคะ พวกนั้นล้อมไว้ หมดแล้ว"

"ได้สิ...ผมไม่ได้มาช่วยหมวดคนเดียว" สิงห์มองโรสแล้วยิ้มให้

ที่ด้านหน้าโรงไม้ เสือขวางทางตำรวจซึ่งยกกำลังจะเข้ามาข้างใน ตำรวจสั่งเสือเปิดทางให้ ขู่ว่าถ้าเขาให้ความช่วยเหลือโรส ก็เท่ากับเป็นพวกอาชญากรเหมือนกัน เสือพยายามอธิบายว่าโรสไม่ใช่อาชญากร เธอถูกกลั่นแกล้งใส่ความ ตำรวจไม่ฟัง ระดมยิงใส่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ยั้ง แต่กระสุนทำอะไรเขาไม่ได้

"พวกคุณบังคับให้ผมต้องทำแบบนี้เอง...หมัด... เขวี้ยง...ควาย"

เสือปล่อยพลังหมัดกระแทกพวกตำรวจกระเด็นแล้วรีบตามมาสมทบกับพวกสิงห์ ส่วนสิงห์กับโรสหลบไปด้านหลัง โรงโม้ กระหน่ำยิงใส่กลุ่มตำรวจเพื่อเปิดทางหนี แต่กำลังตำรวจมีมากเกินจะต้านไหวเข้าล้อมจากทุกทาง สั่งให้ทั้งคู่ยอมมอบตัว สิงห์ตัดสินใจโยนปืนทิ้ง

"ผมรักอาชีพนี้ แต่ผมจะไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือให้ใคร"

สิงห์ยกมือขึ้น ปล่อยพลังจิตปัดปืนในมือตำรวจทุกคนกระเด็นแล้วยกมืออีกข้างอัดพลังกระแทกพวกนั้นปลิวไปคนละทิศละทาง หลังใช้พลังจิตสิงห์ถึงกับทรุด ปวดหัวแทบระเบิด โรสรีบประคองสิงห์หนี...

อำนาจเจ็บใจมากเมื่อรู้ข่าวว่าสิงห์กับโรสหนีรอดเงื้อมือตำรวจไปได้ด้วยความช่วยเหลือของเสือ ศรว่าถึงพวกนั้นจะหนีไปได้ แต่ก็ต้องกลายเป็นที่หมายหัวของตำรวจกันทั้งสามคน

"ฉันจะคอยดูว่าพวกมันจะหนีไปได้สักกี่น้ำ" อำนาจยังแค้นใจไม่หาย...

ครู่ต่อมา เสือกับโรสพาสิงห์มาซ่อนตัวยังบ้านของลมใต้ปีก อาการปวดหัวของสิงห์ไม่มีทีท่าจะทุเลาลงเลย โรสเป็นห่วงมากขอร้องให้ไปหาหมอ สิงห์ไม่ยอม ตอนนี้พวกเรากำลังถูกตามล่า ถ้าไปหาหมอจะพลอยทำให้ทุกคนลำบากกันหมด

"นาย...เสือ เรื่องที่หลวงพ่อพูดกับนาย ถ้าสามารถช่วยฉันได้ก็รีบพาฉันไปเถอะ"

เสือรับคำ เข้าไปจับมือกับสิงห์ ทั้งคู่มองตากันอย่างมุ่งมั่น...

ลิงลมหายไปสืบเรื่องคนที่มาช่วยเสือคราวก่อนทั้งวัน กว่าจะกลับมาถึงบาร์ของอำนาจก็มืดค่ำแล้ว ศรรอฟังอย่างใจจดจ่อว่าเชิงมวยแปลกๆที่ชายคนที่ช่วยเสือใช้ เป็นเชิงมวยอะไรกันแน่

"เชิงมวยพญาไฟ...มันเป็นเชิงมวยที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อใช้คู่กับเชิงมวยโคราชของบักเสือ ว่ากันว่าอานุภาพความแข็งแกร่งของมันรุนแรงหนักหน่วงจนหาคนที่จะฝึกมันได้น้อยเต็มที"

ศรหาว่าเรื่องพวกนี้ สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องโคมลอยหาความจริงไม่ได้ ลิงลมยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง สมัยที่เขาฝึกเชิง มวย เคยได้ยินครูของเขาพูดถึงเชิงมวยพญาไฟว่ามีอาวุธลับที่แกร่งและหนักหน่วงยิ่งกว่าหมัดเขวี้ยงควายหลายเท่า อาวุธลับที่ว่าก็คือ "เข่าพญาไฟ"

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ณ บ้านดอนควาย ทองปลิวกำลังฝึกเชิงมวยอย่างขะมักเขม้น พยายามจะฝึกไม้ตายเพลงเข่าพญาไฟให้ได้ แต่ก็เหลวทุกครั้ง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของมะลิทำให้ทองปลิวชะงัก หันมามอง เห็นมะลิยืนอยู่ กับดอกสร้อย มะลิแขวะว่ายังไม่เลิกฝึกเข่าพญาไฟอีก ขนาดพี่ชายของเธอเป็นถึงนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวยังฝึกไม่สำเร็จ แล้วคนธรรมดาอย่างทองปลิวจะทำได้อย่างไร

"อย่าไปว่าทองปลิวเขาแบบนั้นสิมะลิ เขาอุตส่าห์ตั้งใจฝึกนะ" ดอกสร้อยตำหนิเพื่อน

มะลิแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าไม่ได้ว่า แต่พูดความจริง คนหัวดื้ออย่างทองปลิวจะได้ยอมรับว่าอย่าทำอะไรเกินตัว ทองปลิวน้อยใจที่มะลิดูแคลน   ว่าประชดตัวเองว่าเป็นแค่เด็กกำพร้าคนหนึ่ง

ชีวิตนี้คงทำอะไรดีๆเหมือนคนอื่นไม่ได้หรอก   ทองปลิวพูดจบผละจากไป มะลิชะงัก หน้าเสีย

ครู่ต่อมา ทองปลิวหลบมานั่งหน้าเศร้าอยู่คนเดียว ครูเขี้ยวกับลุงมั่นเข้ามาเห็นหน้าตาหม่นหมองของชายหนุ่ม ถามว่าเป็นอะไรไป ทองปลิวเอาแต่นิ่งเงียบ ครูเขี้ยวตั้งท่าจะด่า เพราะคิดว่าลูกศิษย์ไปหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวอีก ทองปลิวยอมให้ครูเขี้ยวด่าว่าทุกอย่างถ้าครูยอมฝึกเข่าพญาไฟให้ ครูเขี้ยวนิ่งเงียบ

ทองปลิวตื๊อจะขอฝึกให้ได้ ถ้าได้เป็นนักสู้ที่แข็งแกร่ง จะได้ดูแลมะลิ และจะได้ช่วยนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวต่อสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ มะลิแอบได้ยินความตั้งใจดีของทองปลิว นึกเสียใจที่ด่าว่าเขาแรงๆเมื่อกี้

"ข้าเข้าใจ...สิ่งที่เอ็งคิดเป็นเรื่องดี    แต่เข่าพญาไฟไม่ใช่เชิงมวยที่เหมาะกับเอ็ง    คนที่ฝึกได้ตอนนี้มีแค่นักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวคนเดียวเท่านั้น"

ลุงมั่นเห็นทองปลิวหน้าจ๋อย ปลอบว่าไม่ต้องเสียใจ ถึงทองปลิวจะไม่แข็งแกร่งอย่างนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว แต่ก็เป็นฮีโร่ได้ เพราะฮีโร่ก็คือคนธรรมดาที่กล้าลุกขึ้นต่อสู้เพื่อความถูกต้อง คำพูดของลุงมั่นทำให้ทองปลิวรู้สึกฮึกเหิม มะลิยิ้มดีใจที่ทองปลิวไม่ถอดใจง่ายๆ ถอยหลังจะกลับออกไป บังเอิญเหยียบกิ่งไม้เสียงดัง
เธอตกใจวิ่งหนี ทองปลิวหันไปเห็นหลังมะลิไวๆเดินตาม

มะลิหนีไปอยู่บนบ้านดอกสร้อย ทองปลิวตามมาตะโกนเรียกหน้าบ้าน มะลิไม่กล้าออกไปเจอหน้า ดอกสร้อยติงว่าถ้ามะลิไม่ออกไป มีหวังทองปลิวตะโกนเรียกทั้งคืนแน่ มะลิชักรำคาญลงมาต่อว่าให้หยุดตะโกนได้แล้ว หนวกหูคนอื่นไม่เป็นอันหลับอันนอน ทองปลิวกะจะมาง้อ ด้วยความที่พูดไม่เป็น

มะลิเลยคิดว่าเขาตำหนิ โกรธจะหนีขึ้นเรือน แต่สะดุดบันไดเสียหลัก ทองปลิวคว้าตัวไว้ทัน สองคนสบตากันนิ่งงัน มะลิรู้สึกตัว รีบผลักทองปลิวออกห่าง ตวาดว่าไม่ต้องมาจับ เธอไม่เป็นอะไร

"ผมขอโทษ...ผมต่างหากที่ผิด ที่ผมมาหาคุณเพราะผมอยากบอกคุณว่าถึงผมจะเก่งอย่างนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ได้ แต่ผมก็จะค้นหาความเก่งของตัวเอง ผมจะปกป้องคุณมะลิและช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยาก...คุณมะลิเป็นกำลังใจให้ผมนะ" น้ำเสียงออดอ้อนของทองปลิวทำเอามะลิอ่อนยวบ

เธอรับปากอย่างขัดเขินว่าจะเป็นกำลังใจให้เขา ทั้งสองคนยิ้มมีความสุขได้ไม่นาน เหลือบเห็นเสือกับโรสช่วยกันพยุงสิงห์ซึ่งท่าทางไม่ค่อยดีมาถึงชานบ้าน มะลิชวนทองปลิวเข้าไปช่วยรับสิงห์ต่อจากทั้งคู่ รีบพาไปที่โบสถ์วัดดอนควาย ตามลุงมั่นให้มาดูอาการสิงห์ ลุงมั่นตรวจอาการแล้วไปจัดยาสมุนไพรมาให้

"เอายานี่ให้กินไปก่อนแล้วกัน อาจจะช่วยให้พอหายปวดได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ผลชะงัด"

โรสประคองสิงห์ขึ้นมาดื่มยา สิงห์กัดฟันดื่มยาจนหมด อาการปวดหัวกำเริบขึ้นอีก โรสต้องดึงเขามากอดไว้แนบอก ทุกคนอดสงสารสิงห์ไม่ได้...

แสงระวีเดินเลี่ยงออกมาคุยกับเสือนอกโบสถ์ ตำหนิเขาว่าอาการของสิงห์ทรุดหนักขนาดนี้ ทำไมถึงไม่พาไปโรงพยาบาล เสือทำไม่ได้ เพราะถ้าสิงห์ไปโรงพยาบาล อาจถูกจับ พวกเขี้ยวพยัคฆ์วางแผนจัดฉากให้โรสฆ่าตำรวจตาย ตอนนี้เขา สิงห์ กับโรสกลายเป็นเป้าให้พวกตำรวจตามล่าไปแล้ว

"แต่พี่สิงห์กับหมวดโรสและนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวไม่ใช่พวกผู้ร้าย ตำรวจต้องเข้าข้างคนดีสิ"

"ตอนนี้เราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว สมาชิกของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ที่ผู้พันอำนาจติดต่อด้วย ต้องเป็นพวกที่มีอิทธิพลมากจนสามารถสั่งการให้ตำรวจเล่นงานผู้กองกับหมวดได้"

"หมายความว่ามีการคอรัปชันจนถึงระดับที่พวกเราไปแตะต้องไม่ได้อย่างนั้นเหรอ"

เสือพยักหน้า ออกอาการอ่อนแรง เกือบยืนไม่อยู่ แสงระวีรีบประคองไว้ เสือไม่มีเวลากินข้าวเหนียวเพิ่มพลัง มัวแต่

ช่วยสิงห์กับโรส แถมยังต้องต่อสู้กับแม็กนั่มอีก ตอนนี้จึงหมดแรง แล้วฟุบหมดสติในอ้อมกอดแสงระวี เธอมองเขาด้วยความสงสาร

"แม้แต่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวที่ต้องสู้จนหมดแรงก็ยังทำอะไรพวกคนเลวไม่ได้ แล้วอนาคตแผ่นดินไทยจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร" แสงระวีน้ำตาคลอเบ้ากอดเสือ

ooooooo

สิงห์ลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในโบสถ์วัดดอนควาย ถามโรสว่าเขามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอกับเสือพาเขามาเมื่อคืนนี้ ลุงมั่นปรุงยาสมุนไพรให้สิงห์กิน ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว เขาถึงหลับได้

"ผมขอบคุณคุณมากนะโรส นี่คุณคงไม่ได้นอนทั้งคืนเลยใช่ไหม"

โรสเกรงเขาจะปวดหัวขึ้นมาอีก ก็เลยต้องอยู่เฝ้า สิงห์ มองหญิงคนรักอย่างซาบซึ้งใจ จับมือเธอมากุมไว้กับอก โทษตัวเองที่อ่อนแอเกินไปเลยช่วยเธอไม่ได้ ทำให้พวกเราต้องกลายเป็นผู้ถูกล่า

"ผู้กองทำดีที่สุดแล้วค่ะ อย่างไรฉันก็เชื่อว่าความดีไม่มีวันแพ้ความเลว วันนี้เราอาจต้องถอย แต่เป็นการถอยเพื่อลุกขึ้นสู้อีกครั้ง" โรสซบหน้าลงกับอกสิงห์ ขณะที่เขาลูบผมเธออย่างอ่อนโยน...

แสงระวียืนกอดอกมองไปเบื้องหน้าสีหน้าครุ่นคิดถึงการเข้าสานงานต่อจากพ่อของเธอในฐานะลมใต้ปีก เธอรู้ดีว่าเสือคงไม่ยอมให้เธอทำอะไรที่เสี่ยงอย่างนั้น ขณะแสงระวีกำลังปล่อยความคิดล่องลอยไป เสือตามมายืนข้างๆ หญิงสาวรู้สึกตัวหันมาถามว่าดีขึ้นแล้วหรือ

"ครับ...ได้ข้าวเหนียวไปเต็มที่ หลับเป็นตายทั้งคืนเลย แรงกลับมาแบบนี้ให้ผมอุ้มคุณแสงระวีวิ่งรอบโบสถ์สักห้าร้อยรอบ แรงผมก็ไม่ตก"

แสงระวีหาว่าโม้ เสือเลยจะแสดงให้ดูว่าทำได้อย่างพูด เดินเข้าหา หญิงสาวถอยหลังร้องลั่นว่าไม่เอาอายคนอื่นเขา แล้ววิ่งหนี เสือยิ้ม วิ่งตามมาทันตรงแถวทุ่งนา ทั้งสองคนหยุดมองความงามของรวงข้าวสีเหลืองทองที่ต้องแสงแดดยามเช้า แสงระวีอดชมไม่ได้ว่าเวลาข้าวออกรวง ช่างเป็นภาพที่งดงามจริงๆ

"ผมถึงต้องทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดินนี้เอาไว้ให้ เป็นมรดกของลูกหลาน"

"แต่หมัดเขวี้ยงควายของนายใช้จัดการกับพวกมันไม่ได้ อาการของพี่สิงห์ก็ยังน่าเป็นห่วง แล้วยังหมวดโรสที่ ต้องโดนตามล่าอีก มันกำลังไล่ต้อนให้เราจนมุมนะนายเสือ"

"ยิ่งจนมุมผมก็ยิ่งสู้ ผมฝึกเข่าพญาไฟสำเร็จ ผมจะกลับไปจัดการกับพวกมัน"

แสงระวีสีหน้าหนักใจอย่างเห็นได้ชัด เสือกลับคิดว่าเธอไม่เชื่อคำพูดของเขา แสงระวีเชื่อในตัวนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเสมอ เสือกระเซ้าว่าถ้าเชื่อแบบนั้นจริงๆก็เลิกทำหน้าเป็นกังวลได้แล้ว แล้วเชยคางแสงระวีเงยขึ้นอย่างทะนุถนอม ถามว่าจำคำสัญญาของเราได้ไหมว่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์ถูกกำจัดหมดเมื่อใด เราสองคนจะสร้างครอบครัวด้วยกัน แสงระวียิ้มจำได้ เสือดึงเธอเข้ามากอด นึกขึ้นได้ชวนเธอไปเยี่ยมสิงห์ด้วยกัน แสงระวีขออยู่ต่ออีกสักพัก เสือหอมแก้มเธอก่อนไป แสงระวีมองตาม สีหน้าหนักใจ

"การต่อสู้เพียงลำพังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ไม่มีทางกวาดล้างพวกเขี้ยวพยัคฆ์ให้สิ้นซากได้หรอกนายเสือ" แสงระวีตัดสินใจได้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร...

แม็กนั่มไม่พอใจมาก การผ่าตัดช่วยชีวิตมรกตผ่านมาหลายวันแล้วทำไมเธอถึงยังไม่ฟื้น ลากตัวปฐมพงษ์เข้ามาหาอำนาจที่ห้องทำงาน แจ้งเหตุผิดปกติที่เกิดขึ้น   อำนาจมองปฐมพงษ์อย่างจับผิด

"ดร.อย่าคิดจะมาตุกติกกับผม นี่มันตั้งกี่วันเข้าไปแล้ว มรกตควรจะต้องฟื้นขึ้นมาแล้วไม่ใช่หรือ"

"ตอนที่มรกตมาถึงมือผม อาการของเธอหนักมาก ผมยื้อชีวิตได้เท่านี้ก็ถือว่ามหัศจรรย์ที่สุดแล้ว"

"ดร.กำลังจะบอกผมว่ามรกตกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรางั้นหรือ"

ปฐมพงษ์ไม่ตอบ แม็กนั่มไม่สบอารมณ์ตรงเข้ากระชากคอเสื้อปฐมพงษ์ สั่งให้ปลุกมรกตให้ฟื้นเดี๋ยวนี้ ปฐมพงษ์ทำไม่ได้ เขาไม่ใช่พระเจ้าจะได้ช่วยชีวิตคนที่สมควรตายให้ขึ้นมาจากนรกได้

"พอได้แล้วแม็กนั่ม คุยกับ ดร.อย่าใช้ไม้แข็ง ต้องนุ่มนวล กับเขาหน่อย" อำนาจยิ้มร้าย พยักพเยิดแม็กนั่มให้พาตัวปฐมพงษ์มาที่ลานกลางบาร์  ถ้าปฐมพงษ์ไม่อยากพูดเรื่องมรกต อำนาจขอคุยเรื่องงานวิจัยที่ค้างคากันอยู่ ปฐมพงษ์ปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือ ที่เขาหลงเชื่อลูกสาวยอมสร้างคนอย่างแม็กนั่ม ขึ้นมาแค่นี้ก็เป็นตราบาปกับเขามากพอแล้ว

"แต่นี่มันเป็นงานที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของ  ดร.ผมว่าน่าจะสานต่อให้จบ ไม่อย่างนั้นงานของ ดร.อาจจะกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ต่อมนุษยชาติ"

ปฐมพงษ์มองอำนาจงงๆ ศรพาชายคนหนึ่งมีผ้าผูกตา มามัดติดกับเก้าอี้ แม็กนั่มเอาสารกระตุ้นพลังฉีดใส่คอเหยื่อ เขาสะดุ้งเฮือก ดิ้นทุรนทุราย น้ำลายฟูมปาก เลือดไหลจากตาเปรอะผ้าผูกตา ปฐมพงษ์โวยวายที่อำนาจกันไม่ให้เขาเข้าไป ช่วยเหยื่อ เท่ากับว่าอำนาจกำลังปล่อยให้คนบริสุทธิ์ต้องตาย

"ไม่ใช่พวกเราหรอกครับที่ทำให้เขาตาย แต่เป็นเพราะงานวิจัยของ ดร.ต่างหากที่จะทำให้ผู้บริสุทธิ์หลายแสนคนต้องตายแบบนี้" อำนาจลอบยิ้มพอใจที่เห็นปฐมพงษ์หน้าตาตื่นตกใจ

ooooooo

ภายในโบสถ์วัดดอนควาย สิงห์ก้มกราบพระ ประธานเพื่อเป็นสิริมงคล พอเงยหน้าขึ้นต้องตกใจ เห็นหลวงพ่อเข้มยืนอยู่ข้างพระประธาน สิงห์กราบขอบพระคุณท่านที่ส่งเสือไปช่วยชีวิตเขาไว้  หลวงพ่อบอกปัดว่าไม่ได้มีหน้าที่คอยช่วยชีวิตใคร มีหน้าที่แค่ชักนำให้ชีวิตที่ถูกลิขิตไว้ เดินไปตามเส้นทางของมัน

"ชีวิตที่ถูกลิขิตไว้...ผมคิดว่ามีแต่นายเสือคนเดียว"

"ไม่หรอกโยมสิงห์ สวรรค์ได้ลิขิตเอาไว้แล้วว่าทั้งโยมและบักเสือจะต้องเป็นนักสู้ด้วยกันต่างหาก"

สิงห์คิดคล้อยตาม เพราะตั้งแต่วันแรกที่เจอเสือ เราก็ช่วยกันต่อสู้โจรปล้นร้านมินิมาร์ท และเหตุการณ์ต่างๆก็ลิขิตให้เขากับเสือมาร่วมมือกันต่อสู้กับพวกเขี้ยว พยัคฆ์ หลวงพ่อเข้มบอกสิงห์ให้เข้มแข็งอดทน มีเพียงนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับสิงห์เท่านั้นที่จะป้องกันหายนะอันใหญ่ หลวงที่กำลังรออยู่ได้

"แต่ผมจะทำได้อย่างไรครับหลวงพ่อ ในเมื่อความตายอยู่ใกล้ผมแค่เอื้อม"

หลวงพ่อเข้มไม่ตอบหันหน้ามองพระประธาน "จงศรัทธาในพลังแห่งพุทธานุภาพไว้ผู้กองสิงห์"

ขาดคำ หลวงพ่อเข้มหายวับไป สิงห์ตะโกนเรียกท่านลั่น ก่อนจะสะดุ้งตกใจตื่น ถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป แปลกใจว่าฝันครั้งนี้ทำไมเหมือนจริงมาก เสือแวะมาเยี่ยมพอดี ถามสิงห์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่ายาสมุนไพรของลุงมั่นช่วยห้อาการปวดพอบรรเทาลงบ้าง แต่ยังหาทางรักษาให้หายขาดไม่ได้

"ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอกบักเสือ...ข้าพอมีทางที่จะช่วยผู้กองสิงห์"

สิงห์หันไปมองชายแปลกหน้าที่เพิ่งเข้ามาในโบสถ์อย่างสงสัย...

ooooooo

โรสตกใจเมื่อแสงระวีบอกว่าเธอจะขอยุติความสัมพันธ์กับเสือ ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ของตัวเอง เสือจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ส่วนเธอจะขอต่อสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ตามวิถีทางที่พ่อของเธอในฐานะลมใต้ปีก เคยทำ ถึงแม้การแยกกันครั้งนี้ จะสร้างความเจ็บปวดใจให้เธอมากก็ตาม

แสงระวีพูดไปน้ำตาอาบแก้ม โรสเข้าใจความรู้สึกของแสงระวี เพราะเธอเองก็รักสิงห์มากเช่นกัน จังหวะนั้น จ่าเพิ่มโทร.เข้ามือถือของโรส โรสฟังจ่าเพิ่มรายงานแล้วถึงกับตกใจ...

เสือแนะนำสิงห์ให้รู้จักกับครูเขี้ยวผู้ฝึกท่าไม้ตายเข่าพญาไฟให้เขา ครูเขี้ยวเล่าว่าหลวงพ่อเข้มมาบอกเขาว่าถ้าเสือตั้งใจฝึกเข่าพญาไฟสำเร็จ นอกจากกำจัดพวกเขี้ยวพยัคฆ์ได้ ยังจะช่วยสิงห์ได้อีกด้วย สิงห์อัศจรรย์ใจมากเพราะเมื่อกี้เขาเพิ่งได้ คุยกับหลวงพ่อเข้ม ท่านสั่งให้เขาศรัทธาในพลังแห่งพุทธานุภาพ

"ถ้าอย่างนั้นก็มั่นใจได้เลยครับผู้กองว่าทั้งนักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวและผู้กองสิงห์จะสามารถกลับไปจัดการกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ได้" สีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นของครูเขี้ยวพลอยทำให้สองหนุ่มมีความ มั่นใจเพิ่มขึ้น ทองปลิววิ่งหน้าตื่นเข้ามาในโบสถ์ ละล่ำละลักว่าตำรวจกำลังแห่กันมาที่นี่

"ฉันจัดการเรื่องหลบหนีไว้ให้แล้ว พวกเอ็งรีบไปจัดการเก็บข้าวเก็บของซะ แล้วไปเจอกันหลังวัด"

ครูเขี้ยวออกไปพร้อมกับทองปลิว ส่วนสิงห์กับเสือแยกย้ายกันไปเก็บสัมภาระจำเป็น...

ooooooo

พอมะลิรู้ว่าเสือต้องหนีการไล่ล่าของตำรวจ จะขอไปด้วย เสือไม่ยอม ถ้ามะลิไปกับเขาก็จะกลายเป็นคนที่กฎหมายต้องการตัวไปด้วย มะลิโผกอดเสือแน่น ขอโทษที่เคยพูดจาไม่ดี ขอให้เขายกโทษให้

"พี่ไม่เคยโกรธน้องพี่เลย พี่รักน้องมากนะดูแลรักษา ตัวเองด้วย เมื่อพี่พร้อมพี่จะกลับมา" เสือกอดน้องตอบ มะลิน้ำตาซึม เสือกวาดตามองหาไม่เห็นแสงระวี ถามมะลิว่าแสงระวีอยู่ไหน มะลิส่ายหน้า เสือเอะใจ รีบใช้พลังรวดเร็ววิ่งมาขวางหน้ารถของแสงระวีไว้ ถามว่าจะไปไหน แสงระวีเอาแต่มองหน้าเสือนิ่ง

"ลงจากรถเดี๋ยวนี้...ผมบอกให้คุณลงมา"

แสงระวีไม่ขยับ เสือเดินมาด้านข้างคนขับ หญิงสาวมองหน้าเสือเหมือนเป็นการบอกลา แล้วเข้าเกียร์เหยียบคันเร่ง แต่รถกลับไม่เคลื่อนที่ ล้อหมุนฟรีเพราะเสือดึงท้ายรถเอาไว้...

ด้านโรสเก็บข้าวของพร้อมอาวุธประจำตัวใส่เป้ เดินออกจากบ้านพักเจอสิงห์พอดี โรสทำท่าจะเดินแยกไปอีกทาง สิงห์แปลกใจว่าทำไมเธอถึงไม่ไปกับเขา โรสอ้างว่าสิงห์กับเสือมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำเพื่อจะได้กลับมาต่อสู้กับพวก เขี้ยวพยัคฆ์ ระหว่างที่ทั้งคู่ไม่อยู่ เธอจึงมีหน้าที่ต้องคอยต่อสู้ขัดขวางพวกนั้นแทน

"ไม่...ผมไม่ยอมให้คุณไปเสี่ยง...คุณต้องไปกับผมเท่านั้น" สิงห์จะเข้าไปดึงมือโรสให้ไปด้วยกัน

แต่เธอชักปืนจ่อหน้าเขา ขอร้องอย่าขัดขวาง เขารู้แก่ใจดีว่าถ้าลองเธอตัดสินใจแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนใจ สิงห์ใช้พลังจิตปัดปืนในมือโรสกระเด็น แต่สิ่งที่ตามมาคืออาการปวดหัวรุนแรง สิงห์ถึงกับทรุดฮวบ โรสสงสารเขามากแต่ฝืนใจ หยิบปืนขึ้นมา แล้วเดินจากไป สิงห์ตะโกนไล่หลังว่าเธอจะตายไม่ได้

"ฉันสัญญาค่ะ ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อรอผู้กองกลับมา... โชคดีนะคะผู้กอง" โรสมองสิงห์ด้วยน้ำตาคลอเบ้า หันหลังเดินจากไป...

แสงระวีเห็นไม่เข้าทีเลยลงจากรถมาเผชิญหน้ากับเสือ บอกให้เขารีบหนีไปเสียก่อนที่ตำรวจจะมาถึง เสือจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะรู้ว่าเธอหนีเขาทำไม แสงระวีไม่ต้องการอยู่ใกล้เขาอีกต่อไปเพราะไม่อยากเป็นตัวถ่วงใคร ต่อจากนี้ เธอจะกลับไปทำงานที่พ่อของเธอทำค้างไว้ เสือคัดค้านไม่อยากให้เธอต้องเสี่ยงอันตราย แสงระวีต้องการต่อสู้กับพวกเขี้ยวพยัคฆ์ด้วยวิธีของเธอเองใครก็อย่ามาห้าม

"แต่ผมรักคุณ และผมจะไม่ยอมเสียคนที่ผมรักไปอีก"

แสงระวีตัดใจ บอกเสือให้เลิกรักเธอเพื่อเราจะได้จากกันได้เสียที เสือถึงกลับอึ้ง แสงระวีหันกลับจะขึ้นรถ เสือคว้ามือเธอไว้ ถามคาดคั้นว่าสิ่งที่เธอพูดเมื่อกี้ไม่ได้มาจากความรู้สึกของเธอจริงๆใช่ไหม

"ฉันพูดออกมาจากความต้องการของฉันจริงๆ" แสงระวีแกะมือเสือออกไป ขึ้นนั่งประจำที่คนขับ ไม่อาจจะกลั้นน้ำตาได้อีก ปล่อยให้ไหลอาบแก้ม เสือได้แต่ยืนมองหญิงคนรักขับรถจากไปด้วยความช้ำใจ...

โรสในคราบกุหลาบแดงดักรอรถตำรวจอยู่ พอรถเข้ามาได้ระยะเธอลั่นกระสุนใส่ไม่ยั้ง ตำรวจหักรถหลบ ก่อนจะเปิดฉากยิงตอบโต้ โรสหลอกล่อตำรวจให้ตามไปอีกทางเพื่อถ่วงเวลาให้พวกเสือหนี...

ครู่ต่อมา เสือมายังจุดนัดพบ มะลิไม่เห็นแสงระวีมาด้วยก็ถามหา ได้ความว่าแสงระวีบอกเลิกเสือและแยกทางกันแล้ว มะลิประหลาดใจมาก จะไปตามถามให้รู้เรื่อง เสือคว้าแขนน้องไว้ ไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งคนไม่อยากอยู่ ครูเขี้ยวเร่งเสือกับสิงห์ให้รีบหนี เพราะไม่รู้ว่าโรสจะถ่วงเวลาพวกตำรวจได้นานแค่ไหน

เสือปล่อยมือจากมะลิแล้วหันมาทางทองปลิว ฝากทองปลิวดูแลมะลิให้ด้วย ถ้าเขากลับมาแล้วพบว่ามะลิเป็นอะไรไปทองปลิวอ่วมแน่

"เอาหัวเป็นประกันเลยครับพี่ชาย ไอ้ทองปลิวจะปกป้องคุณมะลิอย่างถวายหัว"

เสือมองมะลิเป็นครั้งสุดท้าย แล้วประคองสิงห์ไปพร้อมกับครูเขี้ยว มะลิมองตามด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

โรสหนีการไล่ล่ามาถึงโรงสีข้าวร้าง ตำรวจเข้าปิดล้อมโรงสีไว้ทุกด้าน โรสยิงกระหน่ำใส่ตำรวจที่ดาหน้าเข้ามา กระสุนแต่ละนัดของเธอถูกจุดไม่สำคัญขาบ้างแขนบ้างเพื่อตัดกำลังเจ้าหน้าที่ ก่อนจะหนี...

ตำรวจนำกำลังอีกส่วนหนึ่งแยกมาตรวจค้นที่โบสถ์ วัดดอนควาย ลุงมั่นกับดอกสร้อยหาทางถ่วงเวลาตำรวจให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตำรวจค้นจนทั่วก็ไม่พบอะไรพิรุธ หมู่เข้ามารายงานหัวหน้าชุดจับกุมว่า

"ผู้ต้องหาอีกรายที่กำลังต่อสู้ขัดขวางการจับกุม ทำร้ายตำรวจอีกชุดหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้ขอให้ทางเราไปสมทบกำลังครับ"

หัวหน้าชุดจับกุมรีบนำกำลังออกไป ดอกสร้อยใจคอไม่ดี เกรงว่าโรสจะหนีไม่รอด ลุงมั่นเชื่อว่าคนดีๆอย่างโรส พระต้องคุ้มครองให้รอดปลอดภัยแน่...

ฝ่ายโรสเสียท่า ถูกตำรวจคนหนึ่งย่องมาด้านหลัง ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ให้ทิ้งปืนแล้วยอมจำนนแต่โดยดี โรสหนีไม่ออกจำใจทิ้งปืน แต่แล้วตำรวจคนนั้นกลับถูกแสงระวีใช้พลั่วทุบท้ายทอยสลบ

"เราต้องรีบไปจากที่นี่แล้วค่ะหมวด พวกตำรวจนำกำลังมาสมทบกันที่นี่"

"แล้วพวกผู้กองกับนายเสือล่ะคะ"

"พวกเขาน่าจะหนีไปได้แล้ว เราไปกันเถอะค่ะ" แสงระวีพาโรสไปยังที่จอดรถ...

อำนาจเจ็บใจที่ตำรวจตามไปจับตัวพวกเสือช้าไปนิดเดียว พวกนั้นเลยหนีรอดไปได้ ลิงลมนึกเสียดายถ้าอำนาจส่งแม็กนั่มไปดักเล่นงานพวกเสือ ป่านนี้จัดการเรียบร้อยไปแล้ว อำนาจไม่อยากไปแทรกแซงงานของตำรวจมากนัก เกรงผู้ใหญ่ที่ให้การสนับสนุนองค์กรของเราอาจจะเดือดร้อนไปด้วย

"แต่การปล่อยพวกมันไปแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับปล่อย เสือเข้าป่านะครับผู้พัน"

อำนาจไม่คิดอย่างนั้น ตอนนี้พวกเสือเหมือนแพแตกกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง จะหาทางกลับมารวมตัวกันยังยาก แต่ถ้ามีใครคิดจะหือ เขาจะตามไปจัดการให้มันจำจนวันตาย...

ในเวลาต่อมา แสงระวีพาโรสมายังเซฟเฮาส์แห่งใหม่ ซึ่งเธอจะใช้เป็นรังของลมใต้ปีก  สถานที่แห่งนี้แสงระวีเตรียมไว้ ตั้งแต่รู้ว่ามรกตเป็นไส้ศึก เธอกะจะกบดานสักพักถึงจะเริ่มลงมือสานต่องานของลมใต้ปีก หาทางกระชากหน้ากากพวกที่ สนับสนุนพวกเขี้ยวพยัคฆ์  โรสเป็นกังวล  เกรงว่าแสงระวีจะเป็นอันตราย

"ฉันทราบค่ะว่าฉันกำลังเอาชีวิตไปเสี่ยงเหมือนกับพ่อ แต่ถ้าฉันไม่ทำอะไร พวกมันจะขยายอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าฉันไม่ใช้อำนาจสื่อในมือตัดวงจรของมัน ถึงนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกลับมาก็คงสายเกิน"

"ถ้าอย่างนั้นคุณก็ต้องการคนอย่างกุหลาบแดงไว้คอยระวังหลังให้คุณ"

แสงระวีขอบใจโรสมาก สองสาวจับมือกันพร้อมจะต่อกรกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์

ooooooo

มะลิเก็บข้าวของออกจากบ้านแต่เช้าทนอยู่เฉยๆไม่ไหวจะไปหาแสงระวี ดอกสร้อยเป็นห่วง เตือนว่าถ้ามะลิคิดจะเล่นงานพวกเขี้ยวพยัคฆ์กลับ เกิดพลาดท่าเสียทีขึ้นมาจะทำอย่างไร มะลิคุยว่าดูแลตัวเองได้

"ขนาดพี่เสือกับผู้กองยังเอาตัวแทบไม่รอด แล้วเธอจะทำได้ยังไง"

"ต้องได้สิดอกสร้อย ฉันเป็นน้องสาวพี่เสือใจฉันสู้ ไม่ถอยอยู่แล้ว และที่สำคัญพี่แสงระวีเองก็ต้องเสียสละความรัก เพื่อปกป้องพวกเรา จะให้ฉันอยู่เฉยๆฉันทำไม่ได้...ฉันฝากทางนี้ด้วยนะดอกสร้อย คอยติดต่อกับพี่เสือไว้ แต่อย่าบอกเขาว่าฉันทำอะไร"

ดอกสร้อยสีหน้าเป็นกังวล รอจนมะลิเดินลับตา รีบวิ่งมาตามทองปลิวให้ช่วยไปห้ามมะลิที ทองปลิวไม่คิดจะห้าม รู้ดีว่ามะลิยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ขึ้นคร่อมสกูตเตอร์คู่ใจที่เพิ่งปรับแต่งเสร็จ สตาร์ตเครื่อง

"ไม่ต้องเป็นห่วงคุณมะลิครับคุณดอกสร้อย ไอ้ทองปลิวจะดูแลเจ้าหญิงของมันชนิดสู้ถวายหัวเลย"

ทองปลิวขี่สกูตเตอร์มาจอดขวางหน้ามะลิไว้ ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร มะลิชิงพูดก่อนว่าถ้าคิดจะมาห้ามเธอเสียเวลาเปล่า ทองปลิวยื่นหมวกกันน็อกให้ บอกว่าไม่ได้มาห้าม แต่จะไปกับเธอต่างหาก

"อย่ามาล้อเล่นนะ ที่ฉันตัดสินใจทำมันเสี่ยงชีวิตมาก นายไม่ใช่พวกที่ต้องสูญเสียเพราะพวกเขี้ยวพยัคฆ์ นายจะเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่ออะไร"

"ใช่ครับ...ผมอาจจะไม่ใช่คนที่ต้องสูญเสียเพราะพวกเขี้ยวพยัคฆ์โดยตรง แต่แผ่นดินของพ่อแม่พี่น้องชาวนาก็คือหัวใจของคนไทย ถ้าผมยืนหน้าตาเฉยปล่อยให้มันต้องตกไปอยู่ในมือพวกคนเลว ชาตินี้ผมก็คงเป็นได้แค่ไอ้เนรคุณที่ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณเหงื่อทุกหยด ข้าวทุกเม็ดที่ชาวนาปลูก"

มะลิมองทองปลิวอย่างทึ่ง ขึ้นซ้อนท้ายสกูตเตอร์ของทองปลิวมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ...

ooooooo

หลังจากค้างคืนกันในป่าลึก ครูเขี้ยวเห็นว่าได้เวลาเดินทางต่อ บอกเสือให้ปลุกสิงห์ได้แล้ว สิงห์ค่อยๆลืมตามองไปรอบๆ ถามว่าเราถึงที่หมายแล้วหรือ ครูเขี้ยวส่ายหน้า พวกเรายังต้องเดินทางอีกไกล

"แต่ผมอยากให้ผู้กองแข็งแรงขึ้นกว่านี้ เพราะทางข้างหน้าเราอาจต้องเจอกับอะไรที่ไม่คาดคิด"

สิงห์กับเสือมองหน้ากันสงสัย เสืออดถามไม่ได้ว่าข้างหน้ามีอะไรรอเราอยู่ ครูเขี้ยวไม่ตอบ รอบๆตัวพวกเขาเหมือนมีบางอย่างกำลังคืบคลานใกล้เข้ามา ลมกระโชกแรงต้นไม้ไหวอย่างน่ากลัว ครูเขี้ยวสั่งให้รีบเก็บข้าวของแล้วไปจากที่นี่ ท่าทางเราจะไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีแน่ เสือสงสัยว่าต้อนรับจากใคร

"ป่าพญาไฟ"

ทั้งสามคนเร่งฝีเท้าออกจากที่นั่น จากเดินเปลี่ยนเป็นวิ่ง เหมือนหนีการตามล่าจากบางอย่างที่มองไม่เห็น  เสือหยุดกึก รับรู้ได้ถึงการคุกคาม ขอให้ครูเขี้ยวพาสิงห์ล่วงหน้าไปก่อน

"เอ็งสู้เจ้าป่าเจ้าเขาพญาไฟไม่ได้หรอกบักเสือ รีบไปกับข้าเถอะ"

เสือยืนยันคำเดิมให้ทั้งคู่รีบไป ครูเขี้ยวพาสิงห์ไปทันที เสือยืนจังก้าอยู่กลางป่าคนเดียวท่ามกลางลมพัดแรง ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ แล้วปล่อยพลังหมัดเขวี้ยงควายออกไป แรงอัดอากาศเป็นแค่เป่าลมกลางพายุ

"ข้าชื่อบักเสือ ข้ามาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อลบหลู่ ข้าต้องการฝึกเข่าพญาไฟเพื่อกลับไปปกป้องพี่น้องคนไทย...ข้าต้องมีชีวิตรอด กลับไป...ข้าจะตายอยู่ที่นี่ไม่ได้" เสือพูดขาดคำ ทุกอย่างนิ่งสงบ แต่แล้วต้องตกใจเมื่อมีบางอย่างพุ่งเข้าใส่ เสือร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

ooooooo

ครูเขี้ยวพาสิงห์มาถึงลานโล่งแห่งหนึ่งกลางป่า ตรงหน้ามีพระพุทธรูปปูนปั้นเก่าแก่ประดิษฐานอยู่บนโขดหิน มีต้นไม้ขึ้นปกคลุม เสริมให้องค์พระพุทธรูปดูขลังน่าเลื่อมใส ครูเขี้ยวบอกว่าที่นี่คือต้นกำเนิดเชิงมวยพญาไฟ ไม่นานนัก เสือตามมาถึงในสภาพบาดเจ็บหนัก ตามเนื้อตัวมีรอยไหม้ควันกรุ่นแทบยืนไม่ติด

"ครู...ผม...ผมโดนเขาเล่นงาน ผมสู้เขาไม่ได้เลย"

สิงห์ไม่เข้าใจว่าเจ้าป่าจะทำร้ายเสือทำไมในเมื่อพวกเรามาดี ตั้งใจทำดีเพื่อช่วยพี่น้องชาวนา

"ที่เขาทำร้ายบักเสือก็เพราะต้องการแสดงอานุภาพของเข่าพญาไฟให้บักเสือ ตระหนักว่าคนอย่างมันถ้าไม่พร้อมก็ไม่มีทางได้เข่าพญาไฟออกไปจากที่นี่" ครูเขี้ยวพูดยังไม่ทันขาดคำ เสือหมดสติไป...

มะลิมาหาแสงระวีที่เซฟเฮาส์แห่งใหม่ แสงระวีไม่ต้องการให้มะลิมาเสี่ยงอันตรายกับตนเองที่นี่ เลยไล่ให้กลับบ้านดอนควาย มะลิอยากอยู่ช่วยกำจัดพวกเขี้ยวพยัคฆ์อีกแรง แต่แสงระวียืนกระต่ายขาเดียวไม่อนุญาต จูงมือมะลิมาที่รถ

จะพากลับไปบ้านดอนควายด้วยตัวเอง เพราะถ้ามะลิเป็นอะไรไปอีกคน เสือจะต้องเสียใจมาก แค่นี้เขาก็ถูกเธอทำร้ายจิตใจมากพอแล้ว มะลิไม่พอใจมากแกะมือแสงระวีออก

"ถ้าพี่แสงระวีไม่ยอมให้มะลิอยู่ช่วย มะลิก็จะแสดงให้พี่เห็นว่ามะลิไม่ได้อ่อนแอ" มะลิวิ่งหนี...

ลิงลมตามสืบจนเจอค่ายมวยที่สอนเชิงมวยพญาไฟ สั่งให้พวกนักมวยในค่ายไปตามครูที่สอนเชิงมวยพญาไฟมาพบตน พวกนักมวยต่างไม่มีใครปริปากพูดอะไร ลิงลมรำคาญ ไม่กี่อึดใจ เขาเล่นงานนักมวยในค่ายจนบาดเจ็บไปตามๆกัน แล้วดึงนักมวยคนหนึ่งขึ้นมา เย้ยว่าเชิงมวยพญาไฟเป็นแค่มวยวัดกิ๊กก๊อก

"พวกข้ามันก็แค่หางแถวของเชิงมวยพญาไฟ อย่างเอ็งถ้าเจอของจริงก็ไม่รอดหรอก"

"ถ้าไอ้เชิงมวยพญาไฟมันเจ๋งสมคำร่ำลือ เอ็งก็ตามครูของเอ็งให้มาหาข้า ข้าจะรอ"

นักมวยคุยข่มว่าอย่างลิงลมไม่ต้องถึงมือครูของตน แค่เจอศิษย์เอกของครู เขาก็รับมือไม่ไหวแล้ว ลิงลมหาว่าขี้โม้ อัดกำปั้นใส่หนึ่งหมัด นักมวยจุกหน้าคะมำ...

ทองปลิวได้รับโทรศัพท์จากนักมวยร่วมค่ายว่า ลิงลมมาทำกร่างที่ค่ายมวยเลยรีบกลับมาจะเอาเรื่อง มะลิขอตามมาด้วยจะได้จัดการลิงลมแก้แค้นให้เคน ทองปลิวขอให้ปล่อยลิงลมเป“นหน้าที่เขาเองดีกว่า ระหว่างนั้น ลิงลมออกมาเจอทั้งคู่พอดี มะลิเจ็บใจมากขยับจะเข้าไปหา แต่ทองปลิวจับมือไว้

"อย่าใจร้อนครับคุณมะลิ ล่อมันไปที่ที่เราได้เปรียบดีกว่า" ทองปลิวหันไปทางลิงลม "แกเล่นงานพรรคพวกฉัน แกได้เจอกับเชิงมวยพญาไฟของฉันแน่ไอ้ลิงลม"

"แกเองเหรอไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่พวกนั้นพูดถึง...ที่ไหนยังไงก็ได้ วันนี้ข้าเตรียมมาบันเทิงกระทืบเด็กเต็มที่" ลิงลมหัวเราะชอบใจเสียงลั่น มองตามทองปลิวที่คว้าข้อมือมะลิออกไป

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 10:15 น.