ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ ป่าทางเหนือติดชายแดนไทย เฮลิคอปเตอร์ ของฝ่ายทหารไทยบินฝ่าห่ากระสุนของทหารฝ่ายชนกลุ่มน้อยภายใต้การนำของนายพล เล่าสือมาส่ง เสือ เคน จ่าผาด และหน่วยทหารลงพื้นที่เป้าหมายจนได้ ทหารศัตรูเริ่มตีกรอบเข้ามา ทหารไทยยิงโต้ตอบพวกนั้นล้มตายไปหลายคน เสียงจ่าผาดตะโกนสั่งว่า

"บักเสือ เอ็งกับบักเคนพากำลังอ้อมไปทางนั้น ตัดกำลังมันให้ได้"

เสือรีบพากำลังทหารสองนายกับเคนวิ่งหลบหลีก

ลัดเลาะเข้าป่ารก ตีโอบทหารศัตรูและจัดการสังหารได้หลายสิบคน จากนั้น เสือกับพวกก็กลับมาสมทบกับหน่วยของตน

พอ จ่าผาดรู้ว่ายังมีทหารศัตรูหนีรอดไปได้จึงสั่งลูกน้องแบ่งกำลังออกเป็นสี่ กลุ่ม ไล่ล่ารอบๆพื้นที่เพื่อผลักดันพวกศัตรูให้ถอยกลับไป...

ใน หมู่บ้านชาวเขาซึ่งไม่ไกลจากจุดที่เสือกับหน่วยทหารอยู่ พวกชาวเขากำลังทยอยขนข้าวของอพยพออกจากหมู่บ้าน เนื่องจากสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจ การสู้รบทวี

ความรุนแรงมากขึ้น แต่แสงระวีนักข่าวสาวขาลุยกลับสะพายเป้พร้อมกล้องถ่ายรูปเดินสวนกับพวกชาวเขาเข้ามาถามหาพ่ออุ๊ย หัวหน้าหมู่บ้าน

ครู่ต่อมา แสงระวีเดินไปตามทิศทางที่ชาวเขาบอก

และได้พบกับพ่ออุ๊ย เธอพยายามขอร้องเขาช่วยพาเธอเข้าไปทำข่าวกองกำลังติดอาวุธของชนกลุ่มน้อย พ่ออุ๊ยทัดทานว่า

ถ้านายพลเล่าสือรู้ว่ามีนักข่าวลอบเข้ามาทำข่าว เธออาจจะต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่

"ฉันไม่กลัวหรอกค่ะพ่ออุ๊ย...แค่ให้ฉันได้หลักฐาน

ว่าชนกลุ่มน้อยพวกนั้นลักลอบผลิตยาเสพติด ส่งเข้ามาขาย

ในเมืองไทย ถึงตัวจะตายแต่ข่าวไม่มีวันตาย....นะคะพ่ออุ๊ย... ถ้าเปิดโปงพวกมันได้ ลูกหลานของพวกเราจะได้ไม่ต้องตกเป็นทาสยาเสพติด"

พ่ออุ๊ยนิ่งคิด ในที่สุดทนเสียงรบเร้าของแสงระวีไม่ไหว ยอมตกปากรับคำว่าจะช่วย...

ด้านเสือกับเคนเดินลาดตระเวนเข้าไปในป่ารกครึ้มรุกคืบไปยังฐานบัญชาการของนายพลเล่าสือ เคนเดินไม่ดู

ตา ม้าตาเรือเหยียบกับระเบิดที่ทหารฝ่ายศัตรูวางไว้ ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว เสือพยายามหาทางกู้ระเบิด แต่ไม่มีสมาธิพอ เพราะเคนเอาแต่โวยวาย ร้องไห้เสียงดัง"

อย่าโวยวาย...แล้วก็อย่าขยับได้ไหม...เดี๋ยวมันก็ตูมขึ้นมาหรอก" เสือเอ็ดลั่น

"ถ้ามันตูมขึ้นมา เอ็งไม่เป็นอะไรหรอก เพราะเอ็งไม่เหมือนข้า ไม่เหมือนคนอื่นเขา ระเบิดแค่นี้ไม่ระคายผิว

ด้วยซ้ำ....แต่ข้านี่สิ ไส้ไปทางโน้น...หัวไปทางนี้...ตีนไปทางนั้น" เคนชี้ไม้ชี้มือประกอบคำพูด

เสือ รำคาญมาก เอากระติบข้าวเหนียวส่งให้เคนกินเพื่อปิดปาก เคนกินข้าวเหนียวมากไปติดคอหายใจไม่ออกร้องลั่น เสือรวบเอวเพื่อนกระทุ้งแรงๆหลายครั้งข้าวเหนียวถึงหลุด แรงกระทุ้งพลอยทำให้เท้าของเคนหลุดจากเหยียบกับระเบิด เสือตกใจคว้าตัวเคนขึ้นหลังแล้ววิ่งหนีจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ต้นไม้ใบหญ้าปลิวตามทางที่เสือวิ่งราวกับพายุพัด

ผ่านจนมาถึงหน้าผา สูง เป็นจังหวะเดียวกับเสียงระเบิดดังสนั่น ได้ยินไปถึงหูแสงระวีกับพวกชาวเขาที่กำลังบ่ายหน้าสู่ป่า คนนำทางชะงัก หน้าเครียด ไม่ยอมนำทางต่อ หันหลังกลับทันที ไม่สนใจเสียงอ้อนวอนขอร้องของแสงระวี เธอจึงตัดสินใจลุยเดี่ยว

ooooooo

ขณะ เดียวกัน ที่กรุงเทพฯ สิงห์   นายตำรวจหนุ่มเพิ่งเดินทางกลับจากดูงานในต่างประเทศรีบตรงไปบ้านแสงระวีหญิง สาวที่เขาหลงรัก เพื่อเอาของฝาก

เป็นสร้อยคอทองคำขาวมีจี้ฝังเพชรรูป นกพิราบมาให้ แต่เขากลับต้องตกใจ เมื่อรู้จากธงไทพ่อของแสงระวีว่าเธอแอบหนีไปทำข่าวพวกค้ายาเสพติดแถวชายแดน ไทย

"ที่นั่นอันตรายมาก เราจะปล่อยให้แสงระวีไปเสี่ยงไม่ได้...ผมจะไปห้ามเธอ"

"ตาม ไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วล่ะผู้กอง แสงระวีออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อคืน ตอนนี้คงอยู่กลางป่าแล้ว ผมติดต่อขอให้ ทหารที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ช่วยพาตัวเธอออกมาแล้ว" ธงไท สีหน้าเคร่งเครียด...

ทางฝ่ายเคนหนีรอดจากกับระเบิดมาได้ โวยวายเสือว่าทำไมไม่ใช้พลังข้าวเหนียวตั้งแต่แรก ปล่อยให้ตนเองเหยียบคากับระเบิดอยู่นานสองนาน เสือไม่อยากใช้พลังข้าวเหนียวโดยไม่จำเป็น เพราะไม่อยากให้ใครล่วงรู้ความลับนี้ เสือพูดจบ หายใจหอบเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด เคนอดถามไม่ได้ว่าเป็นอะไรไป

"วันนี้ใช้พลังมากเกินไป กลัวจะช่วยเอ็งไม่ได้ เรี่ยวแรงมันเลยจะหมด"

"เออ ใช่....พาหลบแรงระเบิดมาเสียไกลขนาดนี้ แรงเอ็งเลยฮวบ แต่ไม่ต้องห่วง ข้าวเหนียวอยู่ที่ข้า จกสักปั้นเดี๋ยวแรงก็กลับมา" เคนว่าแล้วจะหยิบกระติบข้าวเหนียว แต่ตบหาทั่วตัวก็ไม่เจอ

ปรากฏว่า กระติบข้าวเหนียวนั้นตกลงไปในลำธารไหลเอื่อยๆผ่านหน้าแสงระวีที่แบกเป้ สัมภาระเดินมาตามลำพังก่อนหยุดกวาดตามองไปรอบๆบริเวณอย่างจนปัญญาไม่รู้จะไป ทางไหนต่อ พลันเธอได้ยินเสียงฝีเท้าใครบางคน ดีใจคิดว่าเป็นพวกชาวเขากลับมาช่วย แต่กลายเป็นทหารลิ่วล้อของนายพล

เล่าสือ

พวก นั้นนำตัวแสงระวีมายังฐานบัญชาการเพื่อให้นายพล เล่าสือสอบสวน แสงระวีพยายามยกความเป็นนักข่าวขึ้นมาอ้างเผื่อนายพลเล่าสือจะเกรงใจ แต่เขาไม่สน จังหวะนั้น ทหารของเขาเข้ามารายงานว่า ทหารไทยบุกมาถึงเขตของพวกเรา นายพลเล่าสือสั่งพวกของตนไปจัดการเหล่าทหารไทยให้สิ้นซาก...

ระหว่าง ที่เคนกับเสือซึ่งอ่อนแรงเต็มทีกำลังเดินกลับไปยังจุดนัดพบ มีเสียงปืนดังเป็นชุดมาจากทิศทางที่ตั้งฐานบัญชาการของนายพลเล่าสือ เสือรีบสั่งเคนเรียกวิทยุไปถามจ่าผาดว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนเขาจะล่วงหน้าไปก่อน แล้วรวบรวมพลังวิ่งไปยังที่มาของเสียงปืนอย่างรวดเร็ว...อึดใจเดียว เสือมาถึงบริเวณจุดปะทะเห็นเพื่อนทหารไทยสามคนนอนตาย
อยู่ ส่วนทหารอีกคนหนึ่งนอนหายใจรวยริน

"บัก...เสือ...ช่วย...ช่วยจ่าผาดด้วย...จ่า....โดนพวกมันล้อม" ขาดคำทหารคนนั้นก็สิ้นใจ

สัก พัก เคนวิ่งตามมาสมทบอ้าปากจะบอกเสือเรื่องที่ได้รับรายงานทางวิทยุ แต่เสือชิงพูดก่อนว่ารู้แล้ว และมองไปทางฐานบัญชาการของนายพลเล่าสือด้วยสีหน้าเอาเรื่อง...

จ่า ผาดโดนทหารศัตรูคนหนึ่งยิงเข้าที่ท้องและกำลังจะโดนยิงซ้ำ แต่เสือเข้ามาจับทหารศัตรูคนนั้นเหวี่ยงกระแทกต้นไม้ ทหารฝ่ายศัตรูที่เหลือระดมยิงปืนใส่เสือเป็นชุด ควันจากกระบอกปืนคลุ้งไปทั่วบริเวณ พอควันจาง เสือยังยืนนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในมือทั้งสองข้างกำกระสุนปืนที่พวกนั้นยิงใส่

จากนั้น เสือดีดกระสุนในมือใส่ทหารศัตรูทีละนัดจนทรุดฮวบ พวกที่เหลือหน้าตาตื่นวิ่งหนีกระเจิงร้องลั่นว่าเสือเป็นผีป่า ทหารศัตรูอีกคนหนึ่งไม่ยอมวิ่งหนี ยกปืนจะยิงเสือลอบกัดทางด้านหลัง เคนโผล่เข้ามาพอดีเอาพานท้ายปืนกระแทกเขาสลบเหมือด เสือหันมายิ้มให้เคนอย่างขอบใจแล้วรีบตรงเข้าไปพยุงจ่าผาด พามานั่งพักใต้ต้นไม้ จ่าผาดอ้าปากจะถามเรื่องเมื่อกี้ แต่เสือขอร้องว่าอย่าเพิ่งถามอะไร

"แล้วนักข่าวที่ถูกนายพลเล่าสือจับไปล่ะ"

เสือ รับปากจ่าผาดว่าจะไปช่วยเธอเอง เคนทักท้วงว่าเสือยังไม่ได้กินข้าวเหนียว จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปต่อกรกับพวกศัตรู เสนอให้รอหน่วยกำลังเสริมมาก่อน เสือไม่อยากรอ สั่งเคนให้รีบพาจ่าผาดกลับมาค่ายทหารไทย แล้วรีบตรงไปยังฐานบัญชาการของนายพลเล่าสือ...

ด้านแสงระวีสู้สุด ฤทธิ์ไม่ยอมให้นายพลเล่าสือข่มเหง เตะผ่าหมากจนเขาถึงกับจุกตัวงอ เธอได้ทีวิ่งหนีออกจากเต็นท์ แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นทหารของนายพลเล่าสือพยุงคนเจ็บกลับมาที่ฐาน นายพลเล่าสือหายจุกวิ่งตามออกมาสั่งทหารจับตัวหญิงสาวไว้ แสงระวีฤทธิ์มากไม่ยอมแพ้ เลยถูกนายพลเล่าสือต่อยท้องน้อย ทรุดหมดสติ แล้วสั่งทหาร เอาตัวเธอไปไว้ในกระท่อมที่พักของเขา

ไม่นานนัก เสือตามมาช่วยแสงระวี โดยอัดยามที่เฝ้าหน้ากระท่อมสลบ เขาพยายามปลุกแสงระวีแต่เธอไม่รู้สึกตัว ทหารศัตรูตามเข้ามาจะจับ เสือรีบอุ้มแสงระวีกระโดดออกทางหน้าต่างอย่างว่องไว...

นายพลเล่าสือ ได้ฟังเรื่องเสือจากทหารซึ่งรอดชีวิตแล้ว เขาไม่เชื่อว่าจะมีใครใช้มือเปล่ารับกระสุนได้ จังหวะนั้นทหารคนหนึ่งเข้ามารายงานว่า มีทหารไทยบุกเข้ามาในค่าย นายพลเล่าสือกับพวกรีบวิ่งมาที่ลานกว้างกลางค่าย ตกใจเห็นพวกของตนนับสิบคนโดนเสือเล่นงานนอนร้องโอดโอย ทหารคนหนึ่งจำหน้าเสือได้

"มัน...มันนั่นแหละครับนายพล...มันไม่ใช่คน มันเป็นปิศาจ"

นาย พลเล่าสืออยากลองของ ชักปืนยิงใส่เสือเป็นชุด เสือใช้ปากงับกระสุนปืนก่อนคายทิ้งแล้วรีบอุ้มแสงระวีหายเข้าป่าไปอย่าง รวดเร็ว นายพลเล่าสือได้แต่ยืนตะลึง พวกทหารตื่นตระหนกพากันวิ่งหนี นายพลเล่าสือตั้งสติได้ คว้าคอทหารคนหนึ่งไว้ สั่งให้ออกตามล่าเสือทันที...

เสือ อุ้มแสงระวีไปจนถึงริมลำธาร เริ่มหมดแรงต้องวางหญิงสาวลง ค่อยๆคลานไปควักน้ำในลำธารขึ้นมาดื่มประทังความหิว นายพลเล่าสือกับทหารอีกคนหนึ่งตามมาทัน ยิงปืนใส่ เสือปัดกระสุนได้ แต่พลังที่เหลือน้อยทำให้มือถูกคมกระสุนเลือดไหล นายพลเล่าสือเจ็บใจที่ทำอะไรเสือไม่ได้

"ถ้าลูกปืนทำอะไรไม่ได้ งั้นลองนี่แล้วกัน" นายพลเล่าสือหันไปคว้าเครื่องยิงจรวดอาร์พีจีเล็งใส่

ระหว่าง นั้น กระติบข้าวเหนียวของเคนลอยมาติดที่เท้าของเสือ เขารีบคว้ามันขึ้นมาแล้วควักข้าวเหนียวกิน ทันทีที่ข้าวเหนียวตกถึงท้อง พลังก็กลับคืนมา แสงระวีปรือตาขึ้นมอง เห็นนายพลเล่าสือกำลังจะยิงจรวดใส่ทหารไทยคนหนึ่งซึ่งเธอเห็นหน้าไม่ชัด ถึงกับร้องห้ามลั่น แต่ไม่ทัน จรวดพุ่งใส่ ทหารไทยคนนั้น

เขาคว้า จรวดไว้ได้ด้วยมือเปล่าแล้วขว้างคืนมาที่นายพลเล่าสือ เสียงตูมลั่นป่า นายพลโฉดกับทหารร่างแหลกไม่มีชิ้นดี แสงระวียังไม่ทันจะเห็นหน้าวีรบุรุษนิรนามที่ช่วยชีวิตเธอไว้ เธอก็หมดสติไปอีกครั้ง...

ที่ค่ายทหารไทย จ่าผาดคาดคั้นเคนให้บอกเรื่องของเสือ และขู่เขาว่าถ้าไม่ยอมบอกจะสั่งขังคุกขี้ไก่ ด้วยความกลัว เคนเล่าเรื่องพลังพิเศษของเสือให้จ่าผาดฟังอย่างหมดเปลือก

ooooooo

เช้า วันใหม่ ภายในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล แสงระวีสะดุ้งตื่นขึ้น เห็นสิงห์กับพ่อของเธอนั่งเฝ้าอยู่ ข้างเตียงด้วยความเป็นห่วง เธอถามหาทหารที่ช่วยชีวิตเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง ธงไทกลับบอกว่าไม่มีใคร ที่ไหนสักคน ทหารที่เขาขอความช่วยเหลือไปพบเธอนอนสลบอยู่กลางป่าเพียงลำพัง เลยพามาส่งโรงพยาบาล

"เป็นไปไม่ได้ เขาโดนพวกนั้นยิงระเบิดใส่ แต่เขากลับหยุดมันได้ด้วยมือเปล่า"

"จะมีใครที่ไหนทำแบบนั้นได้ล่ะแสงระวี" สิงห์ท้วง

แสง ระวียืนยันว่าตัวเองเห็นกับตา ธงไทคิดว่าลูกอาจได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง เลยจะเรียกหมอมาตรวจอาการอีกครั้ง แสงระวีไม่อยากมีปัญหา รู้แก่ใจดีว่าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ รีบตัดบท

"ไม่ต้องหรอกค่ะ แสงระวีคงจะเพ้อไปตอนสลบ...ขอนอนพักต่อก็แล้วกัน" แสงระวีนอนหันหลังให้พ่อกับสิงห์ สีหน้ายังครุ่นคิด แน่ใจว่าภาพที่ตัวเองเห็นก่อนหมดสติไม่ใช่ เรื่องเพ้อฝันแน่นอน...

ผ่าน ไปไม่นาน เสือกับเคนปลดประจำการจากทหาร เสือตั้งใจจะกลับบ้านไปหาพ่อ แม่ กับน้องสาว ทำนาทำไร่ตามประสา ส่วนเคนบ่ายหน้าไปหางานทำในกรุงเทพฯ ทั้งคู่จากกันด้วยมิตรภาพอันดี

ooooooo

ที่หมู่บ้านดอนควาย ขณะมะลิน้องสาวของเสือกำลังเดินไปโรงเรียนโดยมีดอกสร้อยเพื่อนสนิทของเธอ ตามมาถามเซ้าซี้เรื่องเสือ มะลิเหลือบเห็นศร นักเลงหัวไม้ประจำหมู่บ้านลูกชายกำนันฉ่ำกับสมุน เห่าดง และหมีควายกำลังซ้อมชายชาวนาคนหนึ่งอยู่เพราะเขาดื้อดึงไม่ยอมขายที่นาให้ กำนันฉ่ำ มะลิรีบดึงดอกสร้อย หลบหลังต้นไม้ รอจนพวกนั้นลากตัวชายชาวนาขึ้น รถกระบะขับออกไป

"เธอไปบอกพ่อฉันนะดอกสร้อย...ฉันจะตามพวกมันไป"

มะลิตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวรีบตามพวกศรโดยไม่ฟังคำทัดทานของดอกสร้อย...

ใน เวลาต่อมา เสือกลับถึงหมู่บ้านดอนควาย หลังจากแวะทักทายปลิวกับพุ่ม พ่อและแม่ของเขาแล้วเสือก็ตรงไปกราบหลวงพ่อเข้มที่วัดดอนควาย หลวงพ่อพรมน้ำมนต์ให้ เขาเพื่อเป็นสิริมงคล โดยมีลุงมั่นมัคนายกประจำวัดนั่งอยู่ใกล้ๆ เสือคุยกับหลวงพ่อได้ไม่กี่คำ ดอกสร้อยวิ่งหน้าตื่นร้องเอะอะเข้ามาในโบสถ์ ลุงมั่นในฐานะพ่อของดอกสร้อยเอ็ดเสียงเขียวว่าเป็นผู้หญิงทำไมไม่รู้จัก สำรวมต่อหน้าพระเจ้า

"เรื่องนั้นไว้ทีหลังเถอะพ่อ นังมะลิมันกำลังหาเหาใส่หัว ถ้าไม่รีบไปห้ามมันล่ะก็ มันเสร็จแน่"

เสือ ได้ฟังแล้วตกใจ คาดคั้นดอกสร้อยให้บอกว่าน้องสาว ของเขาไปทำอะไรมา ดอกสร้อยอารามรีบร้อนเพิ่งสังเกตเห็นเสือ ดีใจกรี๊ดสนั่น เสือต้องดุเสียงเข้ม ดอกสร้อยถึงยอมเล่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น...

ส่วน มะลิตามศรไปถึงโรงสีข้าวของกำนันฉ่ำ หวังจะช่วยชาวนาให้รอดจากการถูกบีบบังคับของกำนัน แต่เธอกลับช่วยเขาไม่ได้ แถมตัวเองยังโดนจับไว้เป็นตัวประกันเพื่อจะบังคับปลิวกับพุ่มขายที่นาของพวก เขาให้ ขณะสองพ่อลูกคู่โฉด ชั่วกำลังหัวเราะสะใจ มีเสียงดังขึ้นจากหน้าประตูโรงสีข้าว

"ถ้าใครแตะต้องน้องสาวข้า มันได้คลานเป็นหมาออกไปจากที่นี่แน่...ปล่อยน้องสาวข้าแล้วไสหัวไปให้พ้น... อย่าให้ข้าเห็นหน้าพวกเอ็งที่นี่อีก" เสือประกาศเสียงกร้าว

ศรจ้อง หน้าอริเก่าที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี หาว่าเสือกำแหงมากที่กล้าสั่งลูกกำนันอย่างตน เสือไม่สนใจ ต่อให้เป็นลูกนายกฯ ถ้ากล้ารังแกผู้หญิง เขาก็กล้ากระทืบให้จมดิน กำนันฉ่ำปล่อยลูกชายกับสองสมุนจัดการเสือตามสบาย ส่วนตัวเขาเดินลอยชายออกจากโรงสี

เห่าดงกับหมีควายตรงเข้าต่อสู้กับ เสืออุตลุด แต่เสือไวกว่าหลบหลีกหมัดของทั้งคู่ได้ แล้วอัดพวกนั้นกลับจนล้มคว่ำ ศรเจ็บใจมาก ยกมือขึ้นพนมท่องคาถาครู่หนึ่ง ก่อนตบที่รอยสักรูปหมีควายกลางอกไอ้หมีควาย แล้วหันไปตบรอยสักรูปงูเห่าที่กลางอกไอ้เห่าดง สองสมุนตัวสั่นเทาเพราะของขึ้น

ดวงตาของพวกเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ น่าเกรงขาม พร้อมกับพละกำลังที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ตรงเข้ารุมซ้อมเสือสะบักสะบอม โชคดีที่ลุงมั่นกับดอกสร้อยเข้ามาขัดจังหวะ ลุงมั่นยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ เห่าดงและหมีควายหยุดกึก ลุงมั่นสั่งให้ทุกคนถอยไป ศรไม่เกรงกลัว ขู่กลับว่าอย่ามายุ่ง เดี๋ยวจะพลอยโดนหางเลขไปด้วย

"เอ็งกับลูกน้องนั่นแหละที่จะโดน ปืนนี่ลงอาคมไว้ จะให้ลูกน้องเอ็งมาลองดูก็ได้"

ลุง มั่นเล็งปืนไปที่เห่าดงกับหมีควาย ศรเหลือบเห็นอักขระลงยันต์ไว้ที่ปืน รีบเข้าไปแตะตัวสมุนทั้งสองคน พักเดียวพวกนั้นกลับเป็นปกติ แล้วชวนกันกลับ ก่อนไปศรขู่ลุงมั่นอีกว่าจุ้นจ้านอย่างนี้ สักวันต้องเจอดี ดอกสร้อยรีบเข้าไปดูเสือซึ่งนอนสลบเหมือดอย่างห่วงใย

ooooooo

ที่สำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ แสงระวีโกรธหัวฟัด

หัว เหวี่ยงที่ธงไทในฐานะหัวหน้ากอง บก. หนังสือพิมพ์ที่เธอทำงานอยู่ ไม่ยอมให้ตีพิมพ์ข่าวยาเสพติดที่เธออุตส่าห์เสี่ยงชีวิตเข้าไปหาข่าว เขาอ้างว่าข่าวชิ้นนี้ไม่ผ่านการอนุมัติจากกอง บก. ทีหน้าทีหลังถ้าเธอจะทำข่าวอะไร ต้องเข้ามาขออนุมัติให้ถูกต้องเหมือนนักข่าวคนอื่นๆ

"ตอนนี้พ่อ ไม่ใช่ตำรวจอีกแล้ว เพราะฉะนั้นพ่ออย่ามาสอนในสิ่งที่พ่อทำไม่เคยสำเร็จ ไม่อย่างนั้นแม่ก็คงจะ..." แสงระวียังไม่ทันพูดจบ ธงไทเรียก "แสงระวี" เสียงดังเพื่อปราม แต่เธอไม่สนใจ เปิดประตูห้องแล้วปิดกระแทกเสียงดังปังออกไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ธงไทได้แต่ ส่ายหน้าหนักใจ

เสียงพ่อลูกโต้เถียงกันดังออกมาถึงสิงห์ซึ่งนั่งรอ แสงระวีอยู่หน้าห้องทำงานธงไท สิงห์รีบตามไปปลอบแสง–ระวีว่าที่ธงไททำไปทั้งหมดคงเป็นห่วงเธอ แสงระวีไม่ซาบซึ้งด้วย อารมณ์ค้างพาลโทษพ่อไปทุกเรื่องรวมทั้งเรื่องที่แม่ ของเธอต้องตายอย่างน่าเวทนา ระหว่างนั้นมีเสียงโทรศัพท์ มือถือของสิงห์ดังขึ้น

"โรงพักโทร.มา พี่ขอตัวรับโทรศัพท์ก่อนนะ" สิงห์เดินเลี่ยงไปรับสายอย่างมีพิรุธ

แสงระวีรู้ทันทีว่าต้องมีคดีใหญ่เกิดขึ้นแน่ๆ ขอตามทำคดีไปด้วย สิงห์โกหกว่าไม่มีอะไร แค่คดีคนเมาต่อยกันเท่านั้น แล้วรีบขอตัวกลับก่อน แสงระวีทิ้งระยะให้สิงห์ล่วงหน้าไปสักพัก จึงแอบตาม...

ฝ่ายเสือถูกพามายังโบสถ์ของวัดดอนควาย หลวงพ่อเข้มจับตามเนื้อตัวเสืออยู่ครู่หนึ่ง หยิบสมุนไพรจากย่ามมาเทกรอกปากเสือ ส่วนมะลิ ดอกสร้อยกับลุงมั่นมองเสือด้วยความเป็นห่วง อึดใจ เสือรู้สึกตัวสำลักยาพรวด เห็นมะลินั่งอยู่ตรงหน้า ดีใจถามว่าเป็นอย่างไรเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

"ฉันไม่เป็นอะไรแล้วจ้ะพี่...แต่ฉันนึกว่าพี่จะตายแล้วซะอีก" มะลิน้ำตาคลอเบ้า

เสือไม่ยอมตายง่ายๆ เพราะยังมีหน้าที่ต้องดูแลน้องสาวคนนี้อยู่ มะลิซึ้งใจมากโผกอดพี่ชายแน่น...ถึงแม้อาการของเสือจะดีขึ้น แต่หลวงพ่อเข้มขอกักตัวเขาไว้ในโบสถ์คืนหนึ่งก่อน วันนี้เป็นวันครบเบญจเพสของเสือพอดี ท่านอยากให้เสือสวดมนต์ นั่งสมาธิบำเพ็ญภาวนากับท่านจนถึงรุ่งเช้า

"หลวงพ่อ เวลามันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว เมื่อไหร่บาปกรรมที่ผมทำไว้ถึงจะชดใช้หมด"

"เอ็งคิดว่ามันเป็นเวรเป็นกรรมที่สวรรค์ลงโทษเอ็งหรือ"

"ถ้ามันไม่ใช่เวรกรรมที่ผมต้องชดใช้แล้วมันคืออะไรล่ะครับ   ผมถึงเป็นคนปกติเหมือนคนอื่นไม่ได้"   เสือนิ่งคิด พลันภาพในอดีตผุดเข้ามาในความคิดคำนึงของเสือ...

12 ปีก่อน...ปลิวกับพุ่มยกเสือให้เป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของหลวงพ่อเข้มด้วยความเชื่อที่ว่าหากอยู่วัดแล้วอาการเจ็บออดๆแอดๆของลูกชายจะหาย แต่อาการป่วยของเสือทุเลาเพราะกินยาหม้อของหลวงพ่อเข้ม

ในปีเดียวกัน   มีอยู่วันหนึ่งที่ดวงอาทิตย์   โลก   และดวงจันทร์จะโคจรมาอยู่ในระนาบเดียวกัน วันนั้นชาวบ้านในหมู่บ้านดอนควายรวมตัวกันกวนข้าวทิพย์เพื่อความเป็นสิริมงคล เสือในวัยสิบสามปีเดินตามกลิ่นหอมกรุ่นชวนหิวของข้าวทิพย์มาถึงโรงครัว กำลังจะขโมยข้าวทิพย์กิน แต่ลุงมั่นเข้ามาขวางไว้

"เดี๋ยวตีมือหักเลย...ของเขาเอาไว้ทำบุญ ถ้าเอ็งลักไปกินก่อน ตกนรกนะเว้ย"

"ฉันขอโทษจ้ะ เกิดมายังไม่เคยกินข้าวทิพย์เลย อยากรู้ว่ามันจะอร่อยรึเปล่า"

"ทำบุญเสร็จ เอ็งก็ได้กินเองนั่นแหละ"

"จริงนะ งั้นฉันขอชิมข้าวทิพย์กระทะนั้นนะลุง ท่าทางน่ากินกว่ากระทะอื่นตั้งเยอะ" เสือชี้ไปที่กลุ่มเด็กสาวพรหมจรรย์ซึ่งกำลังช่วยกันกวนข้าวทิพย์อย่างขะมักเขม้น โดยมีพราหมณ์สี่คนบริกรรมคาถาล้อมรอบกลุ่มเด็กสาวทั้งสี่ทิศ ลุงมั่นเขกหัวเสือดังโป๊ก ว่าประชดประชันว่าเสือตาถึง

แต่ข้าวทิพย์กระทะนั้นห้ามใครกินเด็ดขาดเพราะเป็นข้าวทิพย์พิเศษทำถวายเป็นพุทธบูชา แถมขู่ว่าถ้าเสือขืนไปแตะนรกจะกินหัว แล้วสั่งเสือให้ไปหาหลวงพ่อเข้ม เสือเดินออกจากโรงครัว แต่ไม่วายหันกลับมามองข้าวทิพย์พิเศษนั้นด้วยความสนใจ...

ใกล้ถึงเวลาสุริยุปราคาจะเต็มดวง หลวงพี่เข้มต้องเข้าฌานทำสมาธิในโบสถ์ จึงสั่งเสือให้เฝ้าหน้าประตูโบสถ์ห้ามใครเข้ามารบกวน เสือรับคำนั่งเฝ้าไปพลางลูบท้องตัวเองด้วยความหิว สักพักลุงมั่นยกข้าวทิพย์พิเศษซึ่งจัดใส่พานนำมาถวายพระประธานในโบสถ์ กลิ่นหอมของข้าวทิพย์ยิ่งทำให้เสือท้องร้องจ๊อกๆ มองตามลุงมั่นเข้าไปข้างในโบสถ์ตาไม่กะพริบ...

ทันทีที่ดวงอาทิตย์ถูกบดบังจนมืดมิดไปทั่วหมู่บ้าน ผู้เฒ่าผู้แก่ตีเกราะเคาะไม้ไล่ราหูตามความเชื่อโบราณ จังหวะเดียวกัน ข้าวทิพย์พิเศษที่อยู่หน้าพระประธานเปล่งประกายสว่างไปทั้งโบสถ์ เสือเห็นแสงสว่างลอดประตูโบสถ์ออกมา แปลกใจ แอบแง้มประตูดู เห็นพานใส่ข้าวทิพย์ส่องแสงสีทอง ตกใจ

เสือรีบเข้าไปปลุกหลวงพ่อซึ่งนั่งเข้าฌานอยู่เพียงลำพัง แต่ท่านกลับนั่งนิ่ง ด้วยความหิวและไร้เดียงสา เสือเดินเข้าไปหยิบข้าวทิพย์กินอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดเกลี้ยง ทันใดนั้นร่างของเสือก็ร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผา เขาร้องขอความช่วยเหลือลั่น แต่หลวงพ่อยังคงเข้าฌานนิ่ง เสือดิ้นเร่าๆทรมานอยู่กับพื้น ลุงมั่นได้ยินเสียงร้องโอดโอยรีบวิ่งเข้ามาดู เห็นเสือหมดสติไปแล้ว หลวงพ่อเข้มค่อยๆลืมตาขึ้นมอง

"หลวงพ่อ...ไอ้เสือแย่แล้ว มันขโมยกินข้าวทิพย์ หลวงพ่อช่วยมันด้วย" ลุงมั่นร้องเอะอะ...

เสือนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่ในกุฏิหลวงพ่อเข้มหลายวัน แต่พอรู้สึกตัว เขาหิวจนตาลาย ตรงเข้าโรงครัว หยิบข้าวเหนียวยัดใส่ปากกินหลายกิโลๆ ราวกับอดอยากมาเป็นปี ลุงมั่นเห็นแล้วถึงกับอึ้ง

ooooooo

หลายปีผ่านไป เสือวัยแตกเนื้อหนุ่มจูงควายบุญลือไปตามคันนากลางแดดเปรี้ยง อยู่ๆบุญลือหยุดเดินดื้อๆ เสือพยายามดันก้นให้เดินต่อ แต่บุญลือยืนนิ่ง ไม่ขยับ

"เฮ้ย...ช่วยงานกันหน่อยสิวะ เดี๋ยวก็จับส่งโรงเชือดซะนี่" เสือแกล้งแหย่

บุญลือไม่เล่นด้วยพ่นลมหายใจฟืดฟาดขู่ แล้ววิ่งไล่ขวิดเสืออย่างเอาเรื่อง เสือวิ่งหนีไม่คิดชีวิตมาสุดริมคลองไม่มีทางหนีต่อ บุญลือยังวิ่งตรงเข้ามา เสือหลับหูหลับตาเงื้อหมัดสวนออกไป โดนกกหูบุญลืออย่างจัง ร่างของมันลอยละลิ่วไปตามแรงหมัด ก่อนหล่นตุ้บลงมากองกับพื้น เสือตกตะลึงกับพละกำลังของตัวเอง

ครู่ต่อมา เสือจูงบุญลือซึ่งตอนนี้ว่านอนสอนง่ายกลับบ้าน ระหว่างทาง เจอมะลิกำลังชักเย่อกับแหอยู่ริมคลอง เธอร้องเรียกพี่ชายช่วยมางมแหให้ที ไม่รู้ว่ามันไปติดอะไรใต้น้ำ เสือดำน้ำลงไปดู มะลินั่งรออยู่ริมฝั่งนานสองนาน พี่ชายหายลงไปใต้น้ำเงียบผิดปกติ ชักใจคอไม่ดี ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือลั่น

จังหวะนั้น หลวงพ่อเข้มเดินผ่านมาพอดี มะลิรีบเข้าไปขอความช่วยเหลือ หลวงพ่อเดินไปดูที่ริมน้ำแต่ไม่เห็นวี่แววของเสือ  มะลิน้ำตาไหลพรากคิดว่าเสือจมน้ำตาย  พลันเสือทะลึ่งพรวดขึ้นจากน้ำ พร้อมกับปลาสวายตัวเขื่อง ชูอวดน้องสาวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

เสือเริ่มรู้แล้วว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับตัวเอง ทดลองวิ่งแข่งกับขบวนรถไฟ ปรากฏว่าเขาวิ่งเร็วเท่ารถไฟ แถมกระโดดตัวลอยข้ามรถไฟทั้งขบวนได้ง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก   เท่านั้นยังไม่พอ   เสือโดนฟ้าผ่าเปรี้ยงกลางหัว เสื้อผ้าที่สวมใส่ขาดวิ่น   แต่ตัวเขากลับไม่เป็นอะไรแม้แต่รอยขีดข่วน

เสือเริ่มเป็นกังวลเลยขอคำปรึกษาจากหลวงพ่อเข้ม ท่านพาเสือเข้าไปคุยกันเพียงลำพังในโบสถ์ พวกชาวบ้านที่ รู้เรื่องเหลือเชื่อของเสือต่างพากันมาล้อมโบสถ์พยายามเรียกร้องเสือช่วยใบ้หวยให้ เสือถามหลวงพ่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ทำไมถึงผิดปกติไม่เหมือนคนอื่น

"ผลจากการที่เอ็งลักเอาข้าวทิพย์ไปกินเมื่อตอนเด็ก"

"ลุงมั่นเคยบอกว่าผมต้องโดนเทวดาลงโทษ นี่ใช่ไหมครับ บาปกรรมที่ผมได้รับ...หลวงพ่อครับ ผมผิดไปแล้ว ผมไม่อยากกลายเป็นตัวประหลาด ผมไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน หลวงพ่อช่วยผมด้วยนะครับ"

"ชีวิตเอ็งได้ถูกลิขิตเอาไว้แล้ว เอ็งต้องเดินไปตามทางของเอ็ง เมื่อถึงเวลาที่สมควรเอ็งจะได้รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องการให้เอ็งแตกต่างจากคนอื่น...ไปจากที่นี่ซะ...ครบเบญจเพสเมื่อไหร่ เอ็งค่อยกลับมาหาข้า"

เสือมองตามหลวงพ่อที่ออกไปพบกับพวกชาวบ้านหน้าโบสถ์อย่างงงๆ

ooooooo

ณ เวลาปัจจุบัน เสือลืมตาขึ้นหลังจากนั่งสมาธิอยู่กับหลวงพ่อเข้มได้พักใหญ่ ถามว่าที่ท่านให้เขากลับมาตอนเบญจเพสเพราะเขาจะกลับมาเป็นคนปกติแล้วใช่ไหม

"เอ็งมีพละกำลังเรี่ยวแรงมหาศาล ว่องไวปานลมกรด มีผิวเหมือนเกราะเพชร ของมีคมใดๆก็ทำอันตรายเอ็งไม่ได้ เอ็งไม่ชอบเหรอ"

เสือไม่ชอบ ยิ่งเขาแตกต่างจากคนอื่นมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกลัวตัวเองมากขึ้นเท่านั้น กลัวควบคุมพลังไม่ได้จะพลอยทำให้คนอื่นเดือดร้อน และอาจนำภัยมาสู่ตนเองกับครอบครัว

"บักเสือ เมื่อเอ็งมีสติ พลังจะอยู่กับเอ็ง ข้าเชื่อว่าอีกไม่นาน เอ็งจะได้คำตอบว่าทำไม และเอ็งจะใช้มันทำประโยชน์ อะไรเพื่อคนรอบข้างเอ็ง" หลวงพ่อว่าแล้วหลับตาทำสมาธิต่อ เสือสีหน้าครุ่นคิดสงสัย...

ในเวลาเดียวกัน แสงระวีนั่งแท็กซี่ซึ่งเคนเป็นคนขับ ตามรถของสิงห์ไปติดๆ สิงห์จับได้ว่าแสงระวีตาม รีบลงจากรถมาเล่นงานเคนพร้อมกับขอดูใบขับขี่ ขู่ว่าถ้าไม่อยากถูกยึดใบขับขี่ให้พาผู้หญิงคนนี้กลับไปส่งที่เดิม ยิ่งแสงระวีเห็นว่าสิงห์กีดกันไม่ยอมให้ตนเองตาม ยิ่งมั่นใจว่าเขาต้องไปทำคดีใหญ่แน่ๆ ส่งเงินให้เคนหนึ่งพันบาท จ้างให้ขับตามรถของสิงห์ต่อ เคนเห็นเงินก็ตาโต ไม่เกรงกลัวอะไรอีก...

เป็นจริงอย่างที่แสงระวีคาด เกิดเหตุจลาจลขึ้นในเรือนจำ ตำรวจสั่งระดมเจ้าหน้าที่เข้าล้อมเรือนจำและลำเลียงนักโทษบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บออกมา สิงห์มาถึงที่เกิดเหตุ สมทบกับจ่าเพิ่มและหมู่แย้มลูกน้องคู่ใจ จ่าเพิ่มรายงานสถานการณ์ ล่าสุดให้เจ้านายฟัง

สิงห์ตกใจเมื่อรู้ว่าหมวดโรส ตำรวจสาวสวยติดอยู่ในเรือนจำระหว่างนำตัวนักโทษคนหนึ่งมาส่ง เขาจึงเข้าไปในเรือนจำเพื่อตามหาเธอ...ด้านโรสเข้ามาอยู่ในเรือนจำท่ามกลางความวุ่นวาย เธอวิ่งตามนักโทษชายคนหนึ่ง ยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ และตะโกนสั่งให้หยุด นักโทษชะงัก โรสเห็นเขาถือกุญแจห้องขังไว้ในมือ

"กุญแจห้องขังนี่...แกกำลังจะไปปล่อยใคร"

นักโทษไม่ยอมตอบ ขณะโรสกำลังจะสวมกุญแจมือนักโทษคนนั้น มีนักโทษอีกคนหนึ่งลอบมาด้านหลังจะเล่นงานเธอ แต่โรสรู้ตัวเสียก่อน จัดการนักโทษลอบกัดสลบเหมือด นักโทษที่ถือกุญแจอาศัยจังหวะนั้นหลบหนีไปได้ โรสไม่ยอมแพ้ออกตามล่าต่อ เพราะคาใจว่าเขาคิดจะปล่อยใคร

นักโทษคนนั้นรีบไปยังห้องขังเดี่ยวที่มืดทึบ ไขกุญแจห้องขังเข้าไป เห็นนักโทษชายคนหนึ่งมีโซ่ตรวนพันธนาการไว้ที่ขาและมือราวกับเป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ที่กลางอกของเขามีรอยสักรูปหนุมาน

"ผมได้รับคำสั่งให้มาช่วยพี่ครับ...พี่ลิงลม...ตำรวจกำลังบุกเข้ามาแล้ว"

พอหลุดจากโซ่ตรวน ลิงลมกลับตอบแทนนักโทษที่มาช่วยด้วยการหักคอฆ่าทิ้งแล้วออกจากห้องขัง สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างสบายอารมณ์ โรสตามมาทัน สั่งลิงลมกลับเข้าห้องขังเดี๋ยวนี้ ลิงลมมองหางตาอย่างเหี้ยมๆก่อนยิ้มแสยะ โรสสั่งซ้ำอีกครั้ง  ลิงลมทำเฉย  เธอลั่นกระสุนใส่ทันที  แต่ต้องตกตะลึง เพราะลิงลมวิ่งหลบหลีกกระสุนได้อย่างว่องไว ก่อนวิ่งลับสายตาไป โรสได้แต่ยืนอึ้ง

ooooooo

ตอนที่ 2

เวลาไล่เลี่ยกัน เคนขับรถแท็กซี่มาส่งแสงระวีหน้าเรือนจำ หญิงสาวแอบย่องเข้าไปใกล้ๆได้ยินพวกตำรวจคุยกันจึงได้รู้ว่านักโทษกำลังจะเผาเรือนจำ เรื่องนี้ ต้องเป็นข่าวใหญ่หน้าหนึ่งแน่ๆ แสงระวีคิดได้อย่างนั้น รีบกลับมายังรถแท็กซี่ขอร้องเคนให้ช่วย ทีแรกเคนไม่ยอมช่วย แต่ทนเสียงรบเร้าของแสงระวีไม่ไหว

เคนเข้าไปหลอกล่อจ่าเพิ่มตามแผนของแสงระวี พอพวกตำรวจตามเคนไปอีกด้านหนึ่งของเรือนจำ  แสงระวีจึงลัดเลาะหลบหลีกเข้าไปในเรือนจำจนได้...

ด้านในเรือนจำ โรสตั้งสติได้รีบวิ่งตามลิงลม แต่ถูกลิงลมซึ่งดักรออยู่ ชกท้องน้อยอย่างแรงจนสลบคามือ แล้วจับเธอกดลงกับโต๊ะหมายจะลวนลาม สิงห์ถือปืนวิ่งเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

"ปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้...ถอยออกมา ไม่อย่างนั้นฉันยิงแกจริงๆ"

ลิงลมหัวเสีย รอยสักรูปหนุมานเรืองแสงออกมา เขาหันมาทางสิงห์แล้วโบกมือ ท่อนเหล็กที่วางอยู่ใกล้ๆพุ่งเข้าใส่สิงห์ทันที ตำรวจหนุ่มโดดหลบได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับยิงปืนสวนกลับ ลิงลมกระโจนหลบกระสุนออกทางหน้าต่าง  วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว  สิงห์รีบเข้ามาประคองโรสซึ่งหมดสติไปส่งโรงพยาบาล...

ฝ่ายแสงระวีแอบถ่ายภาพเหตุจลาจลภายในเรือนจำไว้ทุกแง่มุม เดินสำรวจไปจนถึงลานว่างข้างเรือนจำ เห็นนักโทษคนหนึ่งท่าท่างมีพิรุธ ด้วยสัญชาตญาณของนักข่าว เธอลอบตามนักโทษคนนั้นไปห่างๆจนมาถึงกำแพงเรือนจำที่สูงตระหง่าน หญิงสาวสงสัยว่าเขาจะหนีออกไปอย่างไร

ทันใดนั้น รอยสักหนุมานที่อกของนักโทษคนนั้นเรืองแสงขึ้น พร้อมกับดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ นักโทษคนนั้น ก็คือลิงลมนั่นเอง กระโดดทีเดียวข้ามกำแพงสูงเกือบสิบเมตรได้อย่างชิลด์ๆ  แสงระวีตกตะลึงหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพแต่ไม่ทัน รีบวิ่งลัดเลาะไปอีกทางเพื่อตามไปถ่ายภาพเขา...

นอกกำแพงเรือนจำ รถของผู้พันอำนาจ เจ้าพ่อใหญ่ จอดรอลิงลมอยู่  พอลิงลมเปิดประตูรถเข้ามานั่งอำนาจต่อว่าว่าทำไมชักช้า ลิงลมอ้างว่ามีตำรวจเข้ามาเกะกะเลยเสียเวลาไปหน่อย อำนาจไม่พอใจเกรงว่าแผนจะเสีย ลิงลมคุยโม้ว่าไม่มีทางเพราะเขาจัดการคนของอำนาจที่ส่งเข้าไปช่วยเขาเรียบร้อยแล้ว

"แต่ที่จริงผู้พันไม่ต้องส่งคนมาก็ได้ ยังไงผมคนเดียวก็ออกมาได้สบาย"

"มันถูกส่งเข้าไปเพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าแกตายในเรือนจำ เพราะงานที่ฉันจะให้แกทำต่อจากนี้เป็นงานสำคัญ ฉันไม่อยากเสียมือดีๆไปอีก"อำนาจสั่งคนขับรถให้ออกรถได้

ขณะคนขับรถของอำนาจจะขับรถออกไป เห็นแสงระวี วิ่งเข้ามาหา ทางกระจกส่องหลัง รีบรายงานเจ้านายว่ามีคนตามมา อำนาจหันไปมอง เห็นหญิงสาวกำลังยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูป เขารู้ทันทีว่าเธอเป็นนักข่าว ลิงลมอาสาจะจัดการเอง ลงจากรถตรงเข้าหาเป้าหมาย แสงระวีรู้ว่ามีภัยมา แต่ด้วยวิญญาณนักข่าวหัวเห็ด เธอกดรัวชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปไม่หยุด จนพอใจแล้วจึงหันหลังวิ่งหนี

ลิงลมกระโจนทีเดียวมายืนขวางทางแสงระวีไว้ มองกล้องในมือหญิงสาวอย่างเจ้าเล่ห์ แสงระวีเห็นท่าไม่ดีกอดกล้องไว้แน่น ลิงลมยกมือขึ้นโบก แสงระวีลอยกระแทกกำแพง ก่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลิงลมหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาทุบทิ้ง แล้วย่างสามขุมเข้าหาหญิงสาว รถของอำนาจถอยมาจอดข้างๆ

"พอได้แล้ว...ทิ้งมันไว้นี่แหละ"

ลิงลมกลับขึ้นรถตามคำสั่งของอำนาจ แสงระวีได้รับบาดเจ็บที่หัว สายตาพร่ามัวมองไปที่ภายในรถ  อำนาจหยิบแว่นดำขึ้นมาสวม มองจ้องมาที่หญิงสาวก่อนจะกดกระจกรถปิด แสงระวีหมดสติไปตรงนั้น...

ด้านโรสหรือหมวดรสรินนอนหมดสติอยู่ในห้องพักฟื้น สิงห์เข้ามาเยี่ยมอาการเหลือบเห็นเชือกผูกเสื้อคนไข้หลุด เผยให้เห็นเนินอกขาว ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ เขาหันหน้าไปทางอื่นแล้วช่วยผูกเชือกให้  โรสรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็น ร้องเอะอะหาว่าเขาจะลวนลาม จับข้อมือสิงห์บิดอย่างแรง ถึงกับร้องลั่น

"เดี๋ยวๆๆ ผมไม่ได้ลวนลามคุณ เชือกเสื้อคุณหลุด ผมจะช่วยผูกให้เฉยๆ...ผมเป็นตำรวจ...ผมช่วยชีวิตคุณไว้"

โรสไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆบิดแขนสิงห์แรงขึ้นอีก

สิงห์เจ็บมาก ทนไม่ไหวพลิกข้อมือกลับ ล็อกตัวหญิงสาวกดลงบนเตียงแล้วคร่อมตัวกันไม่ให้ดิ้น จังหวะนั้น จ่าเพิ่มเข้ามาเห็นพอดีรีบขอโทษขอโพยเจ้านายที่พรวดพราดเข้ามา สิงห์ปล่อยมือจากโรสรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน ก่อนถามจ่าเพิ่มเสียงเข้มว่ามีเรื่องอะไร

"เราพบคุณแสงระวีได้รับบาดเจ็บอยู่ข้างเรือนจำ ตอนนี้ ถูกพามารักษาตัวที่นี่ครับ"

สิงห์เป็นห่วงแสงระวีมาก ฝากจ่าเพิ่มช่วยสอบปากคำโรสเพิ่มเติมแล้วผลุนผลันตรงไปยังห้องพักฟื้นของแสงระวีทันที พอเขารู้ว่าเธอไม่เป็นอะไรก็สบายใจ แต่ไม่วายตำหนิหญิงสาวที่ดื้อรั้นแอบตามเขามาจนได้รับบาดเจ็บ แสงระวีโต้ว่าไม่ต้องเป็นห่วงเธอ เขาน่าจะไปตามจับนักโทษหลบหนีมากกว่ามาอยู่กับเธอที่นี่  และเธอยังเห็นอีกว่ามีรถมารับนักโทษคนนั้น เธอพยายามจะถ่ายรูปพวกนั้น แต่ถูกมันเล่นงานเสียก่อน

สิงห์สีหน้าครุ่นคิด สงสัย โรสซึ่งยืนฟังอยู่หน้าห้องนานแล้ว เข้ามาถามสิงห์ว่านักโทษที่ว่าใช่คนคนเดียวกับที่ทำร้ายเธอหรือเปล่า สิงห์ยังไม่ทันตอบอะไร โรสหันไปถามแสงระวีว่าจำหน้านักโทษคนนั้นได้ไหม  แสงระวีเห็นหน้าเขาไม่ค่อยชัด จำได้แค่รอยสักรูปหนุมานที่อกของเขา

"ใช่แน่แล้วค่ะผู้กอง ต้องเป็นนักโทษคนนั้นแน่"

โรสฟันธง

สิงห์กลับหาว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดเพราะทางตำรวจพบศพนักโทษคนนั้นถูกไฟคลอกตายอยู่ในเรือนจำ  และทางเราก็นับจำนวนนักโทษแล้ว ไม่เห็นมีใครหายไป แสงระวีกับโรสต่างพากันแปลกใจ สักพัก สิงห์กับโรสออกมาคุยกันต่อที่โถงทางเดิน โรสขอบคุณสิงห์ที่ช่วยชีวิตเธอไว้และขอโทษเรื่องที่เข้าใจผิด สิงห์ยิ้มรับคำขอโทษอย่างอบอุ่นจริงใจ โรสใจเต้นไม่เป็นส่ำกับรอยยิ้มนั้น ก่อนขอตัวกลับไปทำรายงาน

ooooooo

ขณะที่เสือขับรถอีแต๋นบรรทุกข้าวสารหลายสิบกระสอบไปขายในโรงสีข้าว มะลิซึ่งนั่งมาข้างๆอยากอวดว่าขับรถอีแต๋นได้ เลยยื้อแย่งพวงมาลัยรถจะมาขับเอง ทำให้รถเสียหลักไถลตกข้างทาง เสือจะจัดการกับรถด้วยตัวเอง  แต่นึกขึ้นได้ว่าถ้าทำอย่างนั้น  มะลิจะรู้ ความลับเลยออกอุบายให้เธอไปตามคนมาช่วย

เสือรอจนมะลิเดินไปพ้นสายตา ลากรถอีแต๋นขึ้นมาไว้บนถนนอย่างเดิมด้วยตัวเองคนเดียว แล้วขับตามจนทันมะลิ จอดรับเธอขึ้นรถ มะลิแปลกใจว่าเอารถขึ้นจากข้างทางได้อย่างไร

"มีคนผ่านมาพอดี พี่เลยขอให้เขาช่วย"

เสือเกรงมะลิจะถามมากความ รีบตัดบทเร่งให้ขึ้นรถ ไม่นานนักสองพี่น้องมาถึงโรงสีข้าว แต่ถูกผู้จัดการโรงสีกดราคารับซื้อต่ำกว่าเจ้าอื่นที่เอาข้าวมาขาย มะลิโกรธต่อว่าต่อขานเขาเป็นการใหญ่

"ก็ข้าวของพวกแกไม่เหมือนข้าวของคนอื่นเขานี่หว่า ข้าวของพวกแกไม่ได้มาจากกำนันฉ่ำ...ถ้าอยากขายได้ราคาดีๆล่ะก็...โน่น...เข้าไปจังหวัดแล้วกัน เผื่อจะมีคนรับซื้อ" ผู้จัดการผละไปอย่างไม่สนใจ

เสือไม่พอใจมาก แต่ต้องข่มอารมณ์เอาไว้ รู้แล้วว่าทำไมพวกชาวบ้านถึงต้องขายที่นาให้กำนันฉ่ำ...

ภายในสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ แสงระวีเอารูปถ่ายมาส่งให้พนักงานเรียงพิมพ์ เหลือบเห็นบทความของคอลัมนิสต์ที่ชื่อ ลมใต้ปีก ในหัวข้อ "สมคบคิดกันโกงชาติ ถึงเวลาต้องล้างบาง นักการเมือง" เธอสนใจขึ้นมาทันที ถามพนักงานว่าหนังสือพิมพ์ ฉบับนี้ ตีพิมพ์บทความของลมใต้ปีกด้วยหรือ

"ค่ะ...เพิ่งส่งมาเมื่อเช้านี้เอง...บก.ยังไม่ได้อ่านเลย"

แสงระวีขอยืมไปอ่าน แล้วหยิบต้นฉบับนั้นออกไปนั่งอ่านที่บริเวณมุมสงบ เธอชอบใจกับบทวิจารณ์ที่ดุดันและเต็มไปด้วยความจริงที่ตีแผ่อย่างเจ็บแสบ แสงระวีเห็นธงไทเดินผ่านถึงกับออกปากชมเจ้าของคอลัมน์ให้เขาฟัง  ธงไทสีหน้าแปลกใจ หยิบต้นฉบับนั้นขึ้นมาดู

"พ่อว่าคราวนี้เขาเขียนหนักเกินไป สงสัยต้องถอนบทความของเขาออกจากหนังสือ"

แสงระวีคัดค้านหัวชนฝาไม่ให้ถอน พวกเราต้องช่วยกันสนับสนุนลมใต้ปีกถึงจะถูก ธงไทเกรงว่าถ้าลงบทความนี้ อาจจะนำความเดือดร้อนมาให้เราได้ แสงระวียืนยันไม่ว่าอย่างไรต้องลงบทความนี้ให้ได้

"ถ้าพ่อจะตามใจลูก ยอมตีพิมพ์บทความของลม–ใต้ปีก แล้วลูกจะยอมทำตามที่พ่อต้องการได้ไหม"

แสงระวีตอบตกลงโดยไม่ทันคิด กว่าเธอจะรู้ตัวก็สายเกินไป เพราะธงไทยื่นเงื่อนไขให้เธอไปทำข่าวชิ้นอื่นที่ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายเป็น ข้อแลกเปลี่ยน เขาส่งเธอไปทำข่าวเกษตรกรรมที่หมู่บ้านดอนควาย...

ครู่ต่อมา แสงระวีกลับมาเก็บเสื้อผ้ากับสัมภาระจำเป็นใส่กระเป๋าเดินทาง บ่นกับสิงห์ซึ่งตามมาเป็นกำลังใจว่าพ่อของเธอขี้โกง   รู้ว่าห้ามเธอตรงๆไม่ได้เลยใช้วิธีนี้แทน   สิงห์ไม่ดูทิศทางลมดันมาสารภาพความในใจที่มีต่อเธอตอนที่เธอกำลังอารมณ์บูด แสงระวีไม่ได้คิดอะไรด้วยจึงไม่ได้สนใจ สิงห์ถึงกับหน้าสลด

"พี่สิงห์อย่าลืมเรื่องที่แสงระวีขอร้องให้ช่วยนะ แสงระวีอยากรู้จริงๆว่าลมใต้ปีกเป็นใคร"

"แล้วทำไมแสงระวีไม่ถามคุณอาล่ะ"

"ที่สำนักพิมพ์ไม่มีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงของลมใต้ปีกหรอกค่ะ เขาส่งบทความมาให้เราตีพิมพ์ แต่ไม่เคยให้เรารู้เลยว่าเขาเป็นใคร...นะคะ ช่วยแสงระวีด้วย แล้วกลับมาแสงระวีจะมีรางวัลให้"

"พี่จะลองดู แต่ไม่รับปากนะ" สิงห์ยิ้มให้ แสงระวีพยักหน้ารับรู้ ขึ้นรถสตาร์ตขับออกไป สิงห์มองตามรถของแสงระวี ยิ้มชอบใจ สบายใจที่เธอทำข่าวที่ไม่ต้องทำอะไรเสี่ยงๆอีก

ooooooo

เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่สิงห์คิด แสงระวีเดินทางมาทำข่าวเกษตรที่บ้านดอนควายกลับพบกับเรื่องไม่ชอบมาพากล ชาวนาเกือบทั้งหมู่บ้านเป็นแค่ชาวนารับจ้าง พวกเขาขายที่นาให้นายทุนไปหมดแล้ว แสงระวีถึงกับอึ้ง รีบออกไปหาข่าวที่โรงสีข้าวประจำหมู่บ้าน ด้อมๆมองๆอยู่แถวนั้น จนเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ

เจ้าของรถบรรทุกที่มาขนข้าวสารออกไปจากโรงสีไม่ใช่คนไทย แต่เป็นพวกฝรั่งตาน้ำข้าว แสงระวีหยิบกล้องขึ้นมาเตรียมถ่ายรูป แต่ยามโรงสีเข้ามาขวาง สั่งห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด แสงระวีอ้อนวอนขอร้อง
"ไม่ได้ก็บอกไม่ได้...ถ้าไม่ฟัง โดนดีแน่" ยามขู่สีหน้าเอาเรื่อง

แสงระวีรีบเดินเลี่ยงไป แต่พอยามเผลอ เธอแอบถ่ายภาพพวกฝรั่งเอาไว้ได้...

คืนวันเดี่ยวกัน ขณะแสงระวีนั่งพิมพ์ข่าวอยู่หน้าโน้ตบุ๊กภายในบังกะโลที่พัก    เธอมองภาพถ่ายพวกฝรั่งที่อยู่ในกล้องดิจิตอลด้วยสีหน้าครุ่นคิด ระหว่างนั้น สิงห์โทร.มาถามสารทุกข์สุกดิบ แสงระวีไม่ปริปากบอกเขาถึงเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายอาชีพนักข่าวของเธอให้ฟัง   เกรงว่าถ้ารู้ถึงหูพ่อ เธอจะอดทำข่าวชิ้นนี้...

แสงระวีตื่นแต่เช้ารีบแต่งตัวออกไปหาข้อมูลกับชาวบ้านในพื้นที่ ซักถามว่านายทุนที่มากว้านซื้อที่นาไปจากชาวบ้านเป็นใคร ป้าชาวบ้านหน้าเสีย รีบบอกปัดไม่อยากพูดถึง

"ป้าไม่ต้องกลัวหรอกค่ะ ฉันสัญญาว่าจะไม่เปิดเผยแหล่งข่าว"

ป้านิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดชื่อกำนันฉ่ำกับศรลูกชายของกำนันฉ่ำ แสงระวีซักอีกว่ายังมีที่นาของใครอีกบ้างที่ยังไม่ถูกกว้านซื้อ ได้ความว่าเหลือบ้านของเสือคนเดียวเท่านั้นที่กล้าต่อสู้กับอิทธิพลมืดของ กำนันฉ่ำ จากนั้นแสงระวีรีบบ่ายหน้า ไปหาเสือ ถามชาวบ้านไปตลอดทางว่าบ้านของเสืออยู่ไหน

"บ้านบักเสืออยู่โน่น...เดินลัดทุ่งออกไปก็เจอแล้ว"

แสงระวีเดินไปตามทิศทางที่ชาวบ้านชี้ พวกชาวบ้านพากันตั้งข้อสังเกตว่าผู้หญิงคนนี้อาจเป็นเมียของเสือที่มาตามหา ผัว ดอกสร้อยเดินมาได้ยินชาวบ้านคุยกันพอดี รีบเข้ามาถามด้วยความสนใจ...

ด้านแสงระวีเดินมาตามคันนาแต่ไม่เห็นบ้านใครสักหลัง กวาดตามองไปรอบบริเวณมีแต่ความว่างเปล่า แดดเริ่มร้อนขึ้นทุกที ทันใดนั้น เธอเห็นควายตัวหนึ่งกำลังวิ่งตรงมาหา ตกใจร้องลั่น

"ช่วยด้วย...ควายไล่ขวิด...ช่วยด้วย"

แสงระวีไม่รอช้า หันหลังกลับวิ่งหนี ควายบุญลือไล่ตามไม่ลดละ    แสงระวีเสียหลักตกจากคันนาลงไปในปลักโคลน บุญลือหยุดมองหญิงสาวที่ลุกขึ้นมาในสภาพตัวเปรอะโคลนมอมแมม เสือตามบุญลือมาเจอคนแปลกหน้าล้มลุกคลุกคลานอยู่ในปลักโคลน ร้องถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

"ฉันขึ้นไม่ได้...ช่วยฉันขึ้นไปหน่อย"

เสือหยิบไม้ท่อนยาวๆยื่นลงไปให้ บอกหญิงสาวจับไม้แน่น เดี๋ยวเขาจะดึงเธอขึ้นมาเอง มือของหญิงสาวเปื้อนโคลนเลยจับไม้ไม่แน่น   พลาดลื่นตกลงไปในปลักโคลนอีก   เสือยื่นไม้ให้อีก แต่ยังไม่ทันตั้งหลักหญิงสาวออกแรงดึงไม้ เสือถึงกับหัวทิ่มล้มทับเธอเต็มๆ เลอะโคลนไปด้วยกันทั้งคู่...

ระหว่างที่เสือพาแสงระวีซึ่งขาเจ็บนั่งซ้อนบนหลังบุญลือ มาตามทางลูกรัง   บุญลือเดินๆหยุดๆทำให้หน้าอกของแสงระวีกระแทกหลังชายหนุ่มเป็นระยะๆ แสงระวีโมโหมากคิดว่าเสือแกล้ง   ยิ่งได้รู้ว่าเขาจะพาเธอไปบ้านของเขา   เธอเลยลงจากหลังควายจะเดินเอง   แต่พอทิ้งน้ำหนักลงเท้า   เธอเจ็บแปล๊บแทบยืนไม่ได้

เสือมองอย่างรู้ทัน "พอบอกว่าจะพาไปบ้าน คุณก็เลยกลัวผมจะพาคุณไปทำอะไรใช่ไหม"

"เปล่าเสียหน่อย ฉันมีธุระกับเพื่อนฉัน...ฉันนัดเขาไว้เดี๋ยวเขาจะรอ"

เสือแปลกใจ ถามว่ารู้จักคนในหมู่บ้านนี้ด้วยหรือ เป็นใครกัน เผื่อเขารู้จักจะได้พาไปส่ง พอแสงระวีบอกว่ามาหาเพื่อนชื่อเสือ ลูกแม่พุ่ม เสือถึงกับชะงัก แสงระวีสงสัยว่าทำไมเขานิ่งไปมีอะไรหรือเปล่า

"เปล่าไม่มีอะไรหรอกครับ บ้านบักเสืออยู่ข้างหน้านี่เอง ผมพาไปส่งได้"

แสงระวีไม่ไว้ใจเขา  เลยเดินกะเผลกๆไปเอง  เสือมองตามหญิงสาว  สงสัยว่าเธอจะมาไม้ไหน...พักใหญ่กว่าแสงระวีจะมาถึงบ้านเสือ ตะโกนเรียกเสืออยู่หน้าบ้าน ไม่เห็นมีใครขานรับ เธอตัดสินใจเดินเข้าบ้านกวาดตามองหา ไปทั่ว  เห็นผู้ชายคนเมื่อกี้ยืนอาบน้ำนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวอยู่ข้างตุ่มน้ำ

แสงระวีโวยวายลั่นว่าเขามาทำอะไรที่นี่ เสือตอบกวนๆว่าอาบน้ำอยู่ไม่เห็นหรือ แถมชวนเธอมาอาบน้ำล้างโคลนด้วยกัน แสงระวีโกรธ โทษว่าที่เธอต้องสกปรกมอมแมมแบบนี้เป็นเพราะควายของเขา

"ควายมันเห็นคนแปลกหน้าดูท่าทางไม่น่าไว้ใจมันก็ไล่ขวิดเอา สัญชาตญาณสัตว์ไปว่าไม่ได้หรอก"

"ฉันเนี่ยนะไม่น่าไว้ใจ นายต่างหากล่ะที่ไม่น่าไว้วางใจ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ เห็นฉันไม่ใช่คนแถวนี้เลยโกหกว่านี่เป็นบ้านเพื่อนฉัน คิดจะหลอกฉันมาปล้ำใช่ไหม"

เสือหัวเราะขำกลิ้ง "อย่างคุณเนี่ย ผมว่าดูเขาผสมเทียมควายสนุกกว่าตั้งเยอะ"

แสงระวีด่าสวนทันทีว่าไอ้บ้า แล้วปรี่จะเข้าไปชกหน้าเสือ ไม่ดูตาม้าตาเรือเหยียบก้อนสบู่ที่พื้นเสียหลักจะล้ม เสือรีบเข้าไปประคอง พลอยเสียหลักลื่นล้มไปด้วยกัน ในสภาพเสือนอนทับบนตัวหญิงสาว จังหวะนั้นดอกสร้อยเข้ามาเห็น กรี๊ดสนั่น หาว่าเสือนอกใจ เสือปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไร

"เห็นอยู่ตำตาแบบนี้ยังบอกว่าไม่ทำอะไรอีก ทำไมพี่เสือไม่บอกฉันว่าพี่เสือมีเมียแล้ว"

แสงระวีเพิ่งรู้ตัวว่าโดนเสือหลอก โกรธจัด ตรงเข้าถีบยอดอกเขากระเด็นลงไปกองกับพื้น ผ้าขาวม้ากับคนอยู่กันคนละทิศละทาง แสงระวีกรีดร้องลั่นที่เห็นเสือโป๊รีบเอามือปิดหน้าปิดตา ขณะที่ดอกสร้อยจ้องมองเขาไม่วางตา เสืออับอายมาก คว้าผ้าขาวม้ามาปิด แล้วรีบวิ่งเข้าบ้าน

ooooooo

หลังจากแสงระวีอาบน้ำล้างคราบโคลนออกหมด ใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่มะลิเอามาให้ มะลิขอโทษแสงระวีแทนพี่ชายตัวเอง อ้างว่าที่เสือต้องโกหกเพราะอยากรู้ เหตุผลว่าทำไมเธอถึงแต่งเรื่องว่าเป็นเพื่อนกับเขาดอกสร้อยพูดแทรกขึ้นทันที ว่าแสงระวีมีเจตนาอะไรแอบแฝงหรือเปล่าถึงต้องถ่อมาหาเสือถึงที่นี่

"ฉันมีธุระกับนายเสือ ไม่ได้มีธุระกับคุณ"

"แต่ฉันเป็นแฟนพี่เสือ ถ้าเธออยากคุยอะไรกับเขา บอกผ่านฉันก็ได้" ดอกสร้อยโต้ไม่ยอมแพ้

มะลิต้องปรามเพื่อนให้ใจเย็นๆแสงระวีคงมีธุระสำคัญกับพี่เสือจริงๆ แสงระวีพยักหน้า ก่อนแสดงตัวว่าเธอเป็นนักข่าวมะลิกับดอกสร้อยหันมองหน้ากันงงๆ...

ทันทีที่เสือเห็นหน้าแสงระวีชัดๆโดยไม่มีคราบโคลนมาปิดบัง เขาจำได้ว่าเธอคือนักข่าวซึ่งเขาช่วยออกมาจากค่ายของนายพลเล่าสือ เผลอหลุดปากทัก

"อ๋อ...คุณนั่นเอง...นักข่าวหัวเห็ดคนนั้น"

แสงระวีแปลกใจที่เสือทำท่าเหมือนรู้จักเธอ เสือรีบกลบเกลื่อนว่ารู้จักเธอจากคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์แล้วเปลี่ยนเรื่อง พูด ถามว่ามาตามหาเขาทำไม แสงระวีต้องการสัมภาษณ์เขาเกี่ยวกับกรณีต่างชาติจ้องยึดที่นาคนไทยโดยมี กำนันฉ่ำกับลูกชายเข้ามาเกี่ยวข้อง และเธอยังได้ยินมาอีกว่า เขากำลังต่อสู้เรื่องนี้อยู่

เสือมองหญิงสาวอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก เดินเลี่ยงจะเข้าบ้าน แสงระวีตามติด มะลิกับดอกสร้อยยืนฟังอยู่ไม่ห่าง แสงระวีพยายามตื๊อเสือให้ยอมให้ข้อมูลกับเธอ แต่เสือบอกปัดว่าไม่อยากยุ่งกับพวกนักข่าว ไม่อยากทำให้ครอบครัวของตัวเองต้องเดือดร้อน

"ฉันสัญญา...ฉันจะปกปิดแหล่งข่าว จะไม่ให้ใครรู้ว่าฉันได้ข้อมูลมาจากนาย"

"ทั้งดอนควายมีครอบครัวผมครอบครัวเดียวที่กำลังมีปัญหากับพวกนั้น ถ้าข่าวของคุณถูกตีพิมพ์ไอ้พวกนั้นมันไม่โง่หรอกคุณนักข่าว...คุณกลับไปได้ แล้ว แล้วก็อย่าไปยุ่งกับพวกกำนันฉ่ำ เพราะที่นี่กล้องถ่ายรูปกับปากกาของคุณมันช่วยปกป้องคุณไม่ได้" เสือเตือนด้วยความหวังดี

มะลิเข้ามาช่วยขอร้องเสืออีกแรง แต่ไร้ผลเสือไม่ยอมช่วย เดินหนีไปหน้าตาเฉย แสงระวีจะตามดอกสร้อยเข้ามาขวาง บอกแสงระวีให้กลับไปได้แล้ว อย่ามาเซ้าซี้อะไรเสืออีก แสงระวีไม่รู้จะทำอย่างไรจำใจเดินออกไป มะลิรีบตามมาขอโทษ ที่ช่วยอะไรแสงระวีไม่ได้

"ไม่เป็นไร ถ้าเขาอยากดื้อให้เขาดื้อไป พี่จะหาทางของพี่เอง"

"มะลิพอจะช่วยอะไรพี่สาวได้บ้าง"

แสงระวีนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ถ้ามะลิช่วยพี่ บางทีพี่อาจจะได้ข้อมูลจากทางพวกกำนันฉ่ำ"

มะลิชะงัก เท่าที่ฟังแผนการของแสงระวีแล้ว น่าจะมีอันตรายไม่น้อย

ooooooo

ระหว่างที่มะลิเอาสำรับกับข้าวมื้อกลางวันมาให้เสือกินที่เพิงท้ายนา เธอยังพยายามเกลี้ยกล่อมเสือให้เปลี่ยนใจยอมช่วยแสงระวี เสือขอร้องให้เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้วไม่ว่าอย่างไรเขาจะไม่ยอมตกเป็น เครื่องมือของแสงรวีเด็ดขาด ทันใดนั้นมีเสียงพูดดังขึ้น

"ไอ้เสือ...ขอข้าวเหนียวสักปั้นสิวะ กำลังหิวเลย"

เสือหันไปมองตามเสียง เห็นคนแบกเป้ยืนยิ้มหน้าบาน เสือร้องทักด้วยความแปลกใจว่าลมอะไรหอบเคนมาถึงที่นี่ หรือว่าที่กรุงเทพฯไม่มีงานให้ทำ เคนคุยฟุ้งว่าได้งานขับแท็กซี่ แต่ดันซวยไปมีเรื่องกับตำรวจ เถ้าแก่เจ้าของอู่เลยให้พักงานชั่วคราว เสือสงสัยว่ามีเรื่องอะไรกับตำรวจ

"เรื่องมันยาวไว้เล่าให้ฟังทีหลัง แต่ที่ข้ามาหาเอ็งเพราะได้ข่าวไม่ดีเกี่ยวกับจ่าผาดจะมาบอก...จ่าผาดเป็น มะเร็ง ตอนนี้ลาออกจากทหารแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน พรรคพวกที่ค่ายบอกว่าจ่าเขาฝากจดหมายไว้ให้เอ็ง" เคนหยิบจดหมายของจ่าผาดมายื่นให้ เสือมองจดหมายในมือเคนอย่างใจหาย...

จ่าผาดตกใจแทบช็อกเมื่อได้ยินหมอบอกว่าเขาเป็นโรคร้ายแรงจะอยู่ได้ไม่เกิน สามเดือน จ่าผาดต่อรองกับหมอว่าพอจะมีเส้นทางให้เขาอยู่ได้นานกว่านี้ไหมเพราะเขายัง มีเรื่องสำคัญต้องทำ หมอได้แต่ส่ายหน้า จ่าผาดถอนใจ หนักใจ เดินหน้าเครียดออกมาจากห้องตรวจ รู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองอยู่

จ่าผาดกวาดตามองไปรอบๆห้องโถงของโรงพยาบาล เห็นไอ้ลิงลมยืนจ้องอยู่ ทำท่าเอามือปาดคอยิ้มแสยะให้ จ่าผาดถึงกับชะงัก แต่พอมองไปอีกทีลิงลมหายตัวไปแล้ว จ่าผาดเดินตามหาก็ไม่เจอ เขารู้ทันทีว่าภัยกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้... ในเวลาต่อมาจ่าผาดกลับถึงบ้านรู้ตัวว่าไม่ได้อยู่คนเดียว

"เอ็งต้องการอะไรจากข้า...ไอ้ลิงลม"

ลิงลมเดินออกมาจากห้องข้างๆยิ้มกวนโอ๊ย แดกดันว่าขนาดใกล้ตาย หูตาของจ่าผาดยังว่องไวเหมือนเดิม จ่าผาดต่อปากต่อคำว่าไม่เพียงหูตาเท่านั้นที่ไวมือตีนของเขาก็ไวเช่นกัน ว่าแล้วจ่าผาดหันไปคว้าเก้าอี้ไม้ใกล้ตัวเหวี่ยงใส่ลิงลม ลิงลมยืนนิ่ง ยกเท้าเตะสะกัด เก้าอี้พังกระจุยก่อนถึงตัว

"สงสัยไอ้มะเร็งที่มันอยู่ในตัวจ่า คงทำให้ฝีมือจ่าถดถอย ถ้างั้นวันนี้เชิงมวยโคราชโบราณที่จ่าภูมิใจนักหนา มันคงต้องสิ้นชื่อแน่" ลิงลมพูดเสร็จ กระโจนใส่

จ่าผาดเบี่ยงตัวหลบ แล้วอัดศอกใส่ลิ้นปี่ลิงลม ก่อนจะพุ่งตัวหนีออกทางหน้าต่าง ลิงลมไม่รอช้าไล่ตามไปติดๆจ่าผาดเจ็บแน่นหน้าอกจนต้องหยุดพัก ลิงลมโดดมาขวางหน้า จ่าผาดฮึดสู้ ตั้งการ์ดด้วยเชิงมวยโคราช ทั้งสองเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด ลิงลมประมาทคิดว่าอาการป่วยจะทำให้จ่าผาดกำลังถดถอย

แต่ที่ไหนได้ ประสบการณ์เชิงมวยของจ่าผาดกลับทำให้เขาได้เปรียบ ใช้หมัดเขวี้ยงควายอัดเข้ากลางอกลิงลมกระเด็นไปหลายสิบเมตร กระแทกต้นไม้ลงมานอนแน่นิ่ง จ่าผาดออกแรงไปมากถึงกับเหนื่อยหอบ ค่อยๆเดินมาดูสภาพไม่ไหวติงของลิงลม ก่อนผละจากไป ไม่นานนัก ลิงลมรู้สึกตัว กระอักออกมาเป็นเลือด

"หมัดเขวี้ยงควาย...กูจะตามจองล้างจองผลาญมึง" ลิงลมเข่นเขี้ยวด้วยความแค้น...

ด้านเคนรอจนเสืออ่านจดหมายของจ่าผาดจบ จึงถามว่าจ่าผาดว่าอย่างไรบ้าง เสือเล่าว่าจ่าผาดต้องการเขาไปเป็นลูกศิษย์เพื่อถ่ายทอดเชิงมวยโคราช   เนื่องจากแกไม่มีใคร

สืบทอดเกรงเชิงมวยที่ว่าจะสาบสูญ แต่เสือไม่ต้องการเรียนเชิงมวย เขาอยากเป็นชาวนาธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น

"แต่มันก็น่าสนใจนะเว้ย ฝึกไว้เป็นรายได้เสริม ชกมวยหาเงินก็ได้ แล้วอย่างมึงเนี่ย ดีไม่ดีมีสิทธิ์เป็นถึงแชมป์แบบจ่าเขาเลย"

"บอกแล้วไง พลังข้าวเหนียวของข้า ไม่ได้มีไว้ทำให้คนอื่นเจ็บ"

"เออๆๆๆ...ตามใจ จะปล่อยให้จ่าแกตายไปพร้อมกับวิชาความรู้ของแกก็เรื่องของเอ็ง...เป็นข้า หน่อยไม่ได้ สมรักษ์ คำสิงห์ โดนซัดหมอบแน่" เคนบ่นอุบ ขณะที่เสือสีหน้าครุ่นคิด นึกเป็นห่วงจ่าผาด

ooooooo

แสงระวีนอนหลับอยู่ในห้องพัก ฝันเห็นภาพในอดีตเมื่อครั้งที่เธออายุเพียง 12 ขวบ ปริมแม่ของเธอกำลังทำแผลให้เธออย่างห่วงใย แสงระวีกลัวแสบแผล ถอยหนีไม่ยอมให้แม่ใส่ยา ปริมเคยสอนไว้แล้วใช่ไหมว่าถึงลูกจะเป็นแค่เด็กผู้หญิง แต่ต้องหัดเข้มแข็งอดทน เพราะคนที่ทำตัวอ่อนแอมักจะถูกกลั่นแกล้ง

"หนูจำได้ค่ะแม่ แต่หนูกลัว"

"แต่ถ้าหนูเอาชนะความกลัวได้ครั้งหนึ่ง...ครั้งต่อไปหนูก็จะไม่กลัวอีกนะ"

แสงระวีทำตามที่แม่สอน ยอมให้ใส่ยาโดยดีทั้งๆที่แสบแผลจนน้ำตาร่วง ปริมมองลูกสาวอย่างภูมิใจ จังหวะนั้น มีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ปริมดีใจ คิดว่าธงไทกลับจากทำงาน กระวีกระวาดไปเปิดประตูรั้ว แต่ต้องช็อกแทบสิ้นสติ เมื่อสมุนของอำนาจสองคนเข้ามาล็อกตัวเธอไว้ อำนาจเดินออกจากเงามืดเข้ามาหา

"ไง...ฉันเตือนแกแล้วใช่ไหม ต่อให้หนีไปสุดหล้า ฟ้าเขียว ฉันก็ตามแกเจอ หลักฐานของฉันอยู่ไหน"

"ฉันทำลายหลักฐานของแกทิ้งไปหมดแล้ว อย่ามายุ่งกับฉัน"

อำนาจไม่เชื่อ จิกหัวปริมขึ้นมา "ฉันรู้ทันแกหรอก แกหอบเอาหลักฐานที่จะส่งฉันเข้าคุกหนีมา เพราะคิดว่าจะใช้มันช่วยผัวตัวเองให้ได้ดีในวงการตำรวจใช่ไหม"

ปริมปฏิเสธลั่นว่าสามีของเธอไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย ระหว่างนั้น เสียงแสงระวีเรียกแม่ดังออกมาจากในบ้าน อำนาจกับสมุนชะงัก คิดว่าหญิงสาวอยู่เพียงลำพัง ปริมได้ทีคว้ามืออำนาจขึ้นมากัดเต็มแรง สะบัดหลุด แล้วรีบวิ่งเข้าบ้าน อำนาจสั่งสมุนเข้าไปค้นให้ทั่วบ้าน

ปริมพาแสงระวีไปซ่อนในโรงเพาะต้นไม้ กำชับว่าต้องซ่อนตัวอยู่ในนี้ห้ามไปไหนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกขโมยจับตัวไป แสงระวีกลัวตัวสั่น ปริมปลอบว่าไม่ต้องกลัว แม่จะปกป้องลูกเอง แล้วพาแสงระวีไปซ่อนใต้โต๊ะเอาผ้าพลาสติกคลุมไว้อีกที ก่อนวิ่งออกไปหน้าโรงเพาะชำ แกล้งตะโกนไล่ลูกให้รีบๆหนี

อำนาจกับสมุนวิ่งตามมาจับตัวปริมไว้ได้ อำนาจซ้อมปริมอย่างทารุณฐานโกหกเขา พร้อมกับชูหลักฐานที่เกี่ยวกับตัวเขาซึ่งเธอซ่อนไว้ ปริมยืนยันว่าหลักฐานพวกนี้ไม่มีใครล่วงรู้ ถ้าเขาอยากได้ก็เอาไป ขอแค่อย่าทำร้ายลูกของเธอปล่อยแกไป เธอสัญญาว่าจะไม่ปริปากบอกใคร

"ฮึ...มันก็น่าสงสารอยู่หรอกนะ แต่มันสายไปแล้ว แกรู้เรื่องของฉันเยอะเกินไป"

อำนาจชักปืนจ่อยิงปริมอย่างเลือดเย็น สั่งสมุนค้นหาลูกของเธอให้เจอแล้วฆ่าปิดปากเสีย   สมุนทั้งคู่แยกย้ายกัน

ค้นหา อำนาจเอะใจว่าปริมต้องซ่อนอะไรไว้ในโรงเพาะต้นไม้ เลยเข้าไปดู เด็กน้อยนั่งตัวแข็งทื่อตอนที่อำนาจล้วงมือเข้ามาใต้โต๊ะ แสงระวีสังเกตเห็นคนร้ายสวมแหวนหัวโตมีรูปสัญลักษณ์ "เขี้ยวพยัคฆ์"

เธอจำภาพนั้นได้ติดตา ก่อนที่อำนาจจะควานมือไปถึงตัวแสงระวี ธงไทกลับมาจากทำงานพอดี ส่งเสียงเรียกลูกเมีย อำนาจเห็นท่าไม่ดี สั่งสมุนถอย แสงระวีปล่อยโฮอย่างอัดอั้น สะดุ้งเฮือกสุดตัว กวาดตามองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป หยิบรูปถ่ายของเธอกับแม่ขึ้นมาดู น้ำตาคลอเบ้า

"แม่จ๋า สักวันแสงระวีจะกระชากหน้ากากไอ้ฆาตกรนั่นมาลงโทษให้ได้" แสงระวีกอดรูปนั้นไว้แน่น

ooooooo

ตอนที่ 3

แสงระวีแอบมาหามะลิที่บ้านแต่เช้า เห็นเสือเดินลงมาจากบันไดบ้าน เธอถอยกรูด อารามรีบร้อนหัวโขกกับขื่อบ้านถึงกับร้องลั่น เสือได้ยินเสียงร้องหันไปมองเห็นหลังแสงระวีไวๆรีบเดินตาม แสงระวีเดินกุมหัว ร้องโอดโอยมาหน้าคอกควาย เสือตามมาจับแขนเธอไว้ ขู่ว่าเอาตัวไปส่งตำรวจฐานบุกรุกบ้านของเขา

"ปล่อยฉันนะ นายทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้"

"ไปนอนเล่นในตะรางสักคืน จะได้เข็ดเลิกจุ้นจ้านกับชีวิตคนอื่น"

แสงระวีโกรธจัด คว้ามือเสือมากัดจมเขี้ยว แต่เขายืนนิ่งไม่รู้สึกรู้สม แสงระวีกัดแรงขึ้นอีก เสือยังเฉย หญิงสาวเป็นฝ่ายเจ็บปากเสียเอง เห็นไม่เข้าทีเริ่มถอยหนี เสือเดินเข้าหาหน้าตาเอาเรื่อง แสงระวีจวนตัวคว้าไม้แถวนั้น หลับหูหลับตาฟาดใส่ แต่ต้องอึ้งเพราะไม้หักสะบั้นโดยไม่ระคายผิวเขาแม้แต่น้อย

หญิงสาวโยนไม้ทิ้ง วิ่งไปซ่อนตัวในกองฟาง เสือรู้ทันลากตัวเธอออกมา แล้วกอดรัดจากด้านหลังพร้อมกับยกเธอจนตัวลอย แสงระวีดิ้นรนสั่งให้ปล่อย เมือกอดแน่นไม่ยอมปล่อย หญิงสาวต้องขอยอมแพ้สัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่สนใจเรื่องของเขาอีก

"จำไว้นะว่าคุณพูดอะไรไว้ ปกติผมไม่ชอบเป็นเสือดุถ้าไม่ถูกยั่วโมโหก่อน"

เสือปล่อยมือ แสงระวีหล่นก้นกระแทกพื้นร้องเสียงหลง พยักหน้าอย่างว่าง่าย เสือมองเธออีกครั้งก่อนจากไป แสงระวีมองตามเจ็บใจ ด่าไล่หลังว่าไอ้บ้า คนอย่างเธอไม่เคยกลัวอะไรอย่ามาขู่ให้ยาก...

สายวันเดียวกันเสือกับเคนพากันไปถวายเพลที่วัดดอนควาย ระหว่างฟังพระให้ศีลให้พร ดอกสร้อยซึ่งนั่งอยู่กับมะลิส่ง ตาหวานไปทางเสือตลอดเวลา เคนซึ่งนั่งข้างเสือเข้าใจผิดคิดว่าดอกสร้อยปิ๊งตนเองสะกิดเสือให้ดู เสือหันไปมอง ดอกสร้อยคิดว่าเขามองเธอ ดีใจส่งยิ้มหวานให้

"เห็นไหมๆๆ นั่นไง ยิ้มหวานให้ข้าจนจะนั่งไม่ติดแล้ว" เคนมั่วนิ่ม หน้าไม่อาย

เสือปรามเพื่อนให้สำรวม เกรงใจพระเจ้าบ้าง หลังจากพระสวดจบ เสือเข้าไปคุยกับหลวงพ่อเข้ม ส่วนเคนปรี่เข้ามาแนะนำตัวเองกับดอกสร้อย แถมทำท่าหล่อสุดฤทธิ์ ดอกสร้อย เบ้ปากเดินหนีเคนตามติดคอยพูดมุกตลกฝืดๆให้ฟัง ดอกสร้อยทนไม่ไหวด่ากราดไม่ไว้หน้า เคนสะดุ้งเฮือก

"อุ้ย...ทำไมน้องดอกสร้อยใจร้ายกับพี่จัง เมื่อกี้บนศาลา น้องดอกสร้อยยังส่งสายตาปิ๊งๆให้พี่"

"บ้า...ฉันไม่ได้ส่งตาหวานให้แก ฉันส่งให้พี่เสือต่างหาก" ดอกสร้อยเดินจากไปอย่างไม่ไยดี

เคนเซ็งจัด หันไปเตะก้อนหินระบายอารมณ์ ก้อนหินเจ้ากรรมกระเด็นไปทางศรกับเห่าดง และหมีควายที่เดินสวนมา หมีควายคว้าก้อนหินไว้ได้ทัน ก่อนจะโดนหน้าศร ศรมองหน้าเคนอย่างเอาเรื่อง...

ด้านเสือ ลุงมั่นกับหลวงพ่อเข้มเดินมาหยุดคุยกันบริเวณที่รกครึ้มหลังวัด หลวงพ่อบอกเสือว่าที่ตรงนี้ท่านตั้งใจจะสร้างโรงเรียนให้พวกเด็กๆในหมู่บ้าน เสืออาสาจะช่วยอย่างสุดความสามารถ ระหว่างนั้นกำนันฉ่ำเดินวางก้ามมาขอร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างโรงเรียนด้วย อวดว่าจะสร้างให้ใหญ่โตกว่าในตัวอำเภอ

"อาตมาขอบใจกำนันมาก แต่อาตมาอยากสร้างโรงเรียน เล็กๆ เริ่มจากสอนเด็กๆในหมู่บ้านให้มีความรู้ไว้ใช้พัฒนาที่ดินทำกินของตัวเอง จะได้อยู่อย่างยั่งยืน"

"ไม่เสียรู้พวกนายทุน" เสือพูดเสริม ก่อนจะพากันเดินออกไป กำนันมองตามเสือสีหน้าเกลียดชัง...

ทางฝ่ายเคนโดนเห่าดงกับหมีควายรุมอัดจนล้มลุก คลุกคลาน อยู่ๆเคนตะโกนเสียงดังว่าช้างกูอยู่ไหน พวกศรชะงัก มองหน้ากันงงๆ เคนอาศัยจังหวะนั้นโกยแน่บ เห่าดงกับหมีควายไล่ตาม ส่วนศรแยกไปหากำนันฉ่ำ เคนหนีไม่พ้นโดนเห่าดงจับตัวไว้ได้ ก่อนที่เคนจะโดนสหบาทาอีกครั้ง จ่าผาดเข้ามาขวาง

หมีควายกับเห่าดงไม่พอใจ หันไปเล่นงานจ่าผาดแทน จ่าผาดมีฝีมือดีกว่า อัดคนชั่วทั้งสองจนล้มกลิ้งล้มหงาย แต่แล้วจ่าผาดกลับทรุดฮวบเพราะอาการป่วย ไอออกมาเป็นเลือด เห่าดงกับหมีควายได้ทีย่างสามขุมเข้าหาทั้งคู่ จังหวะนั้น เสือตามเข้ามาช่วยพอดี ข่มขู่จนเห่าดงกับหมีความยอมล่าถอย แล้วรีบเข้ามาประคองจ่าผาดซึ่งท่าทางอ่อนเพลีย พาไปส่งโรงพยาบาล

ooooooo

ในเวลาต่อมา  เสือกับเคนพาจ่าผาดมาถึงโรงพยาบาล  จ่าผาดค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น  เสือกับเคนถอนใจโล่งอก เคนเป็นห่วงจ่าผาดมากคิดว่าจะไม่รอดเสียอีก

"ข้ายังตายไม่ได้ เพราะข้ายังมีธุระกับบักเสือ"

เสือติงว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ให้หมอรักษามะเร็งของจ่าผาดก่อนดีกว่า  จ่าผาดไม่ยอม  อ้างว่าเวลาแกเหลือแค่ สามเดือนเท่านั้น    ขอร้องเสือให้รับปากว่าจะช่วยสืบทอดเชิงมวยโคราชจากแก   อย่าให้ต้องสาบสูญไปพร้อมกับชีวิตของแก เสือนิ่งคิดมองจ่าผาดอยู่อึดใจก่อนตัดสินใจรับปากจะช่วย

"ขอบใจเอ็งมากบักเสือ...ขอบใจเอ็งมาก งั้นเอ็งก็รีบพาข้าออกจากโรงพยาบาล ข้าต้องสอนเชิงมวยให้เอ็งสำเร็จ ก่อนที่มันจะหาข้าเจอ" จ่าผาดสีหน้ามุ่งมั่น ส่วนเสือกับเคนมองหน้ากันงงๆ...

ศรโกรธจัดเมื่อรู้เรื่องเสือจากหมีควายกับเห่าดง บ่นกับกำนันฉ่ำผู้เป็นพ่อว่า เสือชักจะเกะกะขวางทางพวกเรามากขึ้นทุกวัน แนะให้ยิงทิ้ง เพราะถ้าเสือตาย พ่อแม่ของเสือจะได้ขายที่นาให้พวกเรา  กำนันฉ่ำไม่เห็นด้วย  ถ้าเสือเป็นอะไรไปตอนนี้ เกรงตำรวจจะเข้ามายุ่ง กลับจะเพิ่มปัญหาให้พวกเรา

"แต่เก็บมันไว้ยิ่งเกะกะลูกตาฉันนะพ่อ"

"ใจเย็นๆ อะไรที่มันเป็นอุปสรรคของเรา ก็เท่ากับเป็นอุปสรรคของเขาด้วย"

ศรสงสัยว่าพ่อพูดถึงใคร กำนันฉ่ำไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเจ้าเล่ห์...บ่ายวันเดียวกัน กำนันฉ่ำมีนัดกับอำนาจและฮัสซันชาวต่างชาติผู้หลงใหลในรสชาติของข้าวไทย และเป็นผู้มีอิทธิพล ระดับโลก อีกทั้งยังเป็นคนอยู่เบื้องหลังการกว้านซื้อที่นาของชาวนาในประเทศไทย...

ภายในห้องอาหารของโรงแรมหรู อำนาจเอาข้าวเหนียวหุงร้อนๆมาให้ฮัสซันชิม ฮัสซันกินแล้วถึงกับหัวเราะอย่างมีความสุข ชมไม่หยุดว่าข้าวพันธุ์อะไร ทำไมถึงได้อร่อยราวกับเป็นข้าวของพระเจ้า

"ข้าวเหนียวพันธุ์ดอนควายครับท่าน" กำนันฉ่ำที่เพิ่งมาถึงพร้อมกับลูกชายตอบคำถามแทนอำนาจ

ฮัสซันหันไปถามอำนาจว่านี่ใคร อำนาจแนะนำว่ากำนันฉ่ำกับศร เป็นคนของพวกเราที่ใช้ออกหน้ากว้านซื้อที่นาให้ กำนันฉ่ำค่อมหัวทำความเคารพฮัสซัน ศรรีบทำตาม

"ผู้พันอำนาจบอกผมว่าผลงานของคุณเป็นที่น่าพอใจ ผมหวังว่าอีกไม่นานที่นาปลูกข้าวในเมืองไทยจะเป็นของผมทั้งหมด"

"แน่นอนครับท่าน    ถ้าข้อตกลงของท่านกับผมยังเหมือนเดิม"

"ฮึๆๆ...โลกกำลังร้อนขึ้นทุกวัน ทุกประเทศต่างมีปัญหาเรื่องผลผลิต แต่ประเทศไทยกลับยังอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งอาหารของโลกได้ในอนาคต ผมจะผลักดันให้ผู้พันอำนาจเป็นผู้นำของประเทศนี้ และข้าวเหนียวดอนควายก็จะเป็นแหล่งอาหารของประชากรโลก"

อำนาจกับกำนันฉ่ำพากันกระหยิ่มยิ้มย่อง ขณะฮัสซันปั้นข้าวเหนียวใส่ปากเคี้ยวอย่างมีความสุข...

สักพัก กำนันฉ่ำกับศรขอตัวกลับ ศรตัดพ้อพ่อที่ไม่เคยบอกเรื่องฮัสซัน กำนันฉ่ำอ้างว่าถ้ามีคนรู้เยอะเกิดใครหลุดปากอาจจะเสียแผนได้ ศรยังตื่นเต้นไม่หายที่ฮัสซันจะให้พวกเราคุมถิ่นอีสานทั้งหมดถ้าแผนสำเร็จ อำนาจตามออกมาสมทบกับสองพ่อลูกโดยมีลิงลมตามติด ต่อว่าว่าเมื่อไหร่จะจัดการกว้านซื้อที่ดินได้หมด กำนันฉ่ำกำลังพยายามจะจัดการพวกที่ขวางทางเราอยู่
แต่มันเป็นคนมีฝีมือ เลยจัดการลำบาก

"ฉันไม่สนว่าจะง่ายหรือยาก ถ้าคนของแกทำไม่ได้ ฉันจะให้คนของฉันไปจัดการ" อำนาจหันไปทางลิงลม "...ฉันไว้ใจแกจัดการให้เรียบร้อยด้วย" อำนาจมองลิงลมที่พยักหน้ารับคำด้วยความพอใจ

ทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล เสือกับเคนพาจ่าผาดมาให้หลวงพ่อเข้มช่วยตรวจดูอาการป่วย  หลวงพ่อเข้มจับตามเนื้อตัวจ่าผาด แล้วลุกไปต้มยาสมุนไพรมาให้กิน  เคนเข้าใจว่าท่านต้มยารักษามะเร็งให้หลวงพ่อปฏิเสธว่าไม่ใช่ ยานี้แค่ช่วยให้ร่างกายของจ่าผาดมีเรี่ยวแรงพอจะฝึกเสือให้เรียนมวยโคราช สำเร็จ

"ผมขอบคุณหลวงพ่อมากครับ บักเสือเป็นความหวังเดียวของผม ผมต้องทำให้สำเร็จ"

"บักเสือไม่ได้เป็นความหวังเดียวของโยมจ่าหรอก ในเวลาข้างหน้าบักเสือจะเป็นความหวังเดียวของทุกคนบนผืนดินนี้" หลวงพ่อเข้มมองสบตาจ่าผาดราวกับรู้ว่าในอนาคต เสือจะช่วยเหลือโลกได้อย่างไร...

หลังจากกินยาของหลวงพ่อเข้มแล้ว จ่าผาดฝึกวิชาให้เสือทันที แกสอนหมัดเขวี้ยงควายให้เสือเป็นบทเรียนแรก มีข้อแม้ว่าอาจารย์กับลูกศิษย์จะต้องต่อสู้กันจริงๆถึงจะฝึกได้ เสือเกรงจะพลั้งมือทำร้ายจ่าผาด แต่จ่าผาดยืนยันคำเดิม เสือประมาทเกินไปวิ่งเข้าใส่จ่าผาดโดยไม่ระวัง

จ่าผาดเหวี่ยงหมัดเขวี้ยงควายเข้ากลางอกเสือเต็มๆ ถึงกับกระเด็นไปตกท้องนา แถมกระอักเลือดเพราะช้ำใน เคนรีบเข้าไปพยุงเสือมาส่งบ้านแล้วรีบกลับไปหาจ่าผาด หลวงพ่อเข้มเหมือนจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เตรียมยาหม้อให้มะลิต้มรอ จังหวะที่มะลิกำลังตักยาหม้อจะเอาไปให้เสือซึ่งนอนรออยู่หน้าบ้าน
แสงระวีลอบเข้ามาหามะลิในครัวเพื่อทวงถามเรื่องที่เคยขอร้องมะลิเมื่อวัน ก่อน มะลิยังไม่ทันตอบอะไร เสือตะโกนทวงยาหม้อดังมาจากหน้าบ้าน มะลิเกรงพี่ชายจะจับได้ว่าแสงระวีมาหา

"เอาอย่างนี้แล้วกันค่ะ คืนนี้มะลิจะไปหาคุณ...จะช่วยคุณเอง"

ooooooo

ภายในห้องทำงานของสิงห์ สิงห์กำลังนั่งเหม่อมองกล่องสร้อยคอจี้รูปนกพิราบที่เขาซื้อมาฝากแสงระวี ตอนที่จ่าเพิ่งเข้ามารายงานว่า  สายของเราแจ้งมาว่าพบตัวผู้ต้องหาที่เรากำลังตามตัวเจอแล้ว  สิงห์สั่งจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มเตรียมตัวไปยังสถานอาบอบนวดที่สายแจ้งมา

จากนั้นไม่นาน สิงห์ จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มในชุดพลเรือนปะปนเข้ามากับพวกนักท่องราตรีในสถานอาบอบ นวด สิงห์มองไปยังทางเข้าพบเป้าหมายเป็นผู้ต้องหาชายวัยประมาณ 30 ปลายๆ กำลังเดินเข้ามา สิงห์สั่งลูกน้องทั้งสองคนตามประกบอย่าให้คลาดสายตา

ผู้ต้องหาเลือกสาวสวยที่อยู่ในตู้ แล้วพากันหายเข้าไปด้านหลังซึ่งจัดเป็นห้องนวดส่วนตัว จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรีบสะกดรอยตาม สิงห์เดินสำรวจไปรอบๆสถานที่ เพื่อดูทางหนีทีไล่เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน พลันสายตาเขาเหลือบเห็นสาวสวยในชุดเซ็กซี่คนหนึ่งนั่งคลอเคลียอยู่กับเสี่ย อ้วนฉุแถวโซนที่นั่งวีไอพี เธอช่างคุ้นตามาก เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ๆ จำได้ว่าเป็นหมวดรสรินหรือโรสนั่นเอง...

ด้านโรสโปรยเสน่ห์ใส่เสี่ย จนเขาตกหลุมพรางยอมให้เธอเปิดห้องนวดรอ โรสส่งตาหวานก่อนลุกเดินไปด้านหลัง เสี่ยยิ้มมองตามชอบใจ แต่ลูกน้องของเขาที่มาด้วยกลับเข้ามาเตือนให้ระวังผู้หญิงคนนี้

"คิดมากน่า สวยอึ๋มขนาดนั้น"

"ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะครับเสี่ย ตอนนี้ตำรวจมันยิ่งจ้องเล่นงานเสี่ยอยู่" ลูกน้องว่าแล้วเอาปืนยื่นให้เสี่ยรับปืน มาเหน็บไว้หลังเอว ก่อนเดินออกไป สิงห์ซุ่มดูอยู่เห็นท่าไม่ดี นึกเป็นห่วงหมวดสาวขึ้นมาทันที...

โรสเปลี่ยนใส่เสื้อคลุมอาบน้ำ แต่ข้างในนุ่งกางเกงขาสั้นกับเสื้อสายเดี่ยว และเพื่อความปลอดภัยเธอซ่อนปืนพกไว้ใต้หมอนบนเตียงนอน จังหวะนั้นมีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น โรสคิดว่าเป็นเสี่ย ตะโกนบอกให้เข้ามาได้ แต่พอเธอหันไปมอง คนที่เข้ามาในห้องไม่ใช่เสี่ยแต่เป็นสิงห์ เธอสงสัยว่าเขามาทำอะไรที่นี่ สิงห์มาตามจับผู้ต้องหา แล้วย้อนถามโรสว่ามาทำอะไร

พอสิงห์รู้ว่าเสี่ยอ้วนฉุเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่โรสจะต้องพาตัวกลับไป สอบสวน เขาถามหาทีมสนับสนุนของเธอ ปรากฏว่าไม่มี เธอทำงานคนเดียว อ้างว่าถ้ามากันมากพวกนั้นจะจับพิรุธได้

"คุณจะบ้าเหรอหมวด  ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างคุณเนี่ยนะ...คุณไม่มีทางลากตัวเสี่ยนั่นฝ่าลูกน้องมันออกไปได้ หรอก" สิงห์ร้องเอะอะ

"อย่าดูถูกฉันนะผู้กอง แล้วก็อย่าเห็นว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆด้วย"

โรสโกรธเดินเข้ามาประจันหน้ากับสิงห์ ทำให้เขาต้องจ้องมองเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โรสเขินจัด รีบดึงเสื้อมาคลุมตัว ระหว่างนั้น เสียงเสี่ยเรียกโรสดังมาจากหน้าห้อง ทั้งคู่ชะงัก โรสตั้งสติได้บอกสิงห์รีบออกไปก่อน สิงห์หันรีหันขวางไม่รู้ไปทางไหน โรสเดินไปที่ประตูห้องเพื่อประวิงเวลาให้สิงห์หาที่ซ่อน

"เดี๋ยวนะคะเสี่ย น้ำยังไม่เต็มอ่างเลย"

"ไม่เป็นไรจ้ะ...เสี่ยอาบน้ำมาแล้ว เสี่ยเข้าไปเลยนะ"

สิงห์พุ่งลงอ่างอาบน้ำ ใช้ฟองสบู่บังตัวเองจนมิด เป็นจังหวะเดียวกับเสี่ยเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นโรสนั่งอยู่บนเตียงส่งยิ้ม หวานเย้ายวนมาให้ เสี่ยมองไปรอบๆห้องอย่างจับผิด ถามว่าเมื่อกี้เหมือนได้ยินโรสกำลังคุยกับใครอยู่ โรสแก้ตัวว่าคุยโทรศัพท์กับเพื่อน เสี่ยไม่ซักอะไรอีก หันไปเห็นฟองสบู่ฟูฟ่องเต็มอ่าง เกิดเปลี่ยนใจชักชวนโรสอาบน้ำด้วยกัน โรสหน้าตื่นร้องห้ามเสียงหลงตามไปดึงเสี่ยมาที่เตียง

"โรสว่าเสียเวลาค่ะ ให้โรสนวดเสี่ยดีกว่าค่ะ มานะคะ... นะคะ"

สิงห์ค่อยๆแหวกฟองสบู่ในอ่างน้ำแอบมอง เห็นโรสใช้มารยาหญิงยั่วยวนดึงความสนใจเสี่ย ถ่วงเวลาให้สิงห์หลบออกไป สิงห์ยังไม่ทันจะหนี เสี่ยเกิดอารมณ์เสียก่อนดึงตัวโรสมากอด จับกดลงกับเตียงหมายจะปล้ำ โรสขัดขืนดิ้นหนี พยายามจะคว้าปืนใต้หมอน เสี่ยรู้ทันปัดปืนทิ้งแล้วชักปืนจากเอวจ่อโรส

"นึกแล้วเชียวว่าแกต้องเป็นตำรวจปลอมตัวมา"

จังหวะที่เสี่ยจะเหนี่ยวไกปืน สิงห์ปราดเข้ามาทุบต้นคอเขาอย่างแรงจนสลบเหมือด โรสถึงกับเป่าปากโล่งอกแทนที่จะขอบคุณสิงห์ที่ช่วยชีวิตเธอไว้ กลับต่อว่าต่อขานว่าเขาเข้ามาขัดขวางการทำงานของเธอ และคุยโม้ว่าตัวเองกำลังจะจัดการเสี่ยได้อยู่แล้ว สิงห์ส่ายหน้าไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย

"แล้วคุณจะเอายังไง คุณจะแบกไอ้อ้วนเนี่ยออกไปโดยไม่ให้ลูกน้องมันรู้ได้ยังไง" สิงห์เห็นโรสนิ่งไป "ให้ผมช่วยแล้วกัน ลูกน้องผมอยู่ที่นี่จะให้มาช่วยพาออกไป ส่วนคุณก็ล่อลูกน้องมันไปทางอื่น"

โรสอิดออด แต่ในที่สุดยอมทำตามแผนของสิงห์ เธอเปลี่ยนเป็นชุดทะมัดทะแมง หลอกล่อลูกน้องเสี่ยให้วิ่งตามออกไปทางประตูหน้า เปิดทางให้สิงห์พาเสี่ยซึ่งหมดสติออกประตูด้านหลัง จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรออยู่ที่รถพร้อมกับผู้ต้องหาตามหมายจับ เห็นสิงห์พยุงใครบางคนเข้ามา จ่าเพิ่มอ้าปากจะถามแต่ไม่ทัน

"อย่าเพิ่งถามอะไร...จ่าเอาตัวผู้ต้องหาไปไว้ที่กองบัญชาการฯก่อน ผมต้องตามไปช่วยหมวดโรส" สิงห์ผลุนผลันออกไปทันที จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มรับตัวเสี่ยไว้ มองตามผู้กองหนุ่มอย่างงงๆ...

ด้านโรสวิ่งหนีลูกน้องเสี่ยเข้ามาในตรอกเปลี่ยว ลูกน้องเสี่ยคนหนึ่งยิงปืนใส่ กระสุนเฉี่ยวแขนโรสจนเสียหลักล้มลงลูกน้องอีกคนปรี่เข้ามาล็อกตัวเธอไว้ ตะคอกถามว่าเสี่ยอยู่ไหน โรสไม่ตอบ ลูกน้องเสี่ยบีบแผลที่แขนจนเลือดไหลโชก โรสร้องลั่น กัดฟันดิ้นหนีจากถูกล็อกตัว อัดลูกน้องเสี่ยฟุบไปคนหนึ่ง

ขณะที่โรสกำลังโดนลูกน้องเสี่ยอีกคนเล่นใกล้หมดสติ สิงห์ตามมาช่วยเธอไว้ได้ จัดการใส่กุญแจมือสองคนร้าย แล้วอุ้มร่างที่หมดสภาพของโรสรีบไปส่งโรงพยาบาล

ooooooo

ในเวลาเดียวกันที่หมู่บ้านดอนควาย มะลิกำลังจะออกไปพบแสงระวีตามนัด เสือร้องทักว่าจะไปไหน มะลิโกหกว่าไปหาดอกสร้อย เสือเห็นว่ามืดค่ำอาสาจะไปส่ง เธอปฏิเสธว่าไม่ต้อง คว้าจักรยานถีบออกไปอย่างรวดเร็ว เสือมองตาม สงสัยกับท่าทีลุกลี้ลุกลนของน้องสาว

ครู่ต่อมา มะลิมาถึงบังกะโลที่พักของแสงระวี นักข่าวสาว ขอร้องมะลิช่วยพาไปที่ไร่ของกำนันฉ่ำ เธอจะเข้าไปสืบหาข้อมูล มะลิไม่เห็นด้วยเพราะเสี่ยงเกินไป แสงระวีเกลี้ยกล่อมจนมะลิยอมพาเธอซ้อนท้ายจักรยานมาส่งริมรั้วไร่กำนันฉ่ำ แล้วบอกมะลิกลับไปเสียก่อนเดี๋ยวเสือจะเป็นห่วง  มะลิไม่สบายใจ ที่แสงระวีจะลอบเข้าไปที่นั่นเพียงลำพัง อาสาจะไปเป็นเพื่อน แสงระวีร้องห้าม

"งั้น...มะลิรออยู่แถวนี้ ให้แน่ใจว่าคุณแสงระวีจะไม่เป็นอันตราย"

แสงระวียิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนจะปีนรั้วเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว มะลิอดเป็นห่วงไม่ได้...

ใต้ถุนบ้านกำนันฉ่ำ บนเวทีมวยซึ่งใช้เป็นสถานที่ประลองกำลัง  เห่าดงทนฟังลิงลมคุยโม้โอ้อวดต่อไปไม่ไหว  ขอกำนันฉ่ำประลองฝีมือกับลิงลมให้รู้กันไปเลยว่าใครแน่กว่ากัน โดยมีเดิมพันว่าฝ่ายไหนแพ้จะต้องยอมเป็นลูกน้องของอีกฝ่ายหนึ่ง ทันทีที่กำนันฉ่ำอนุญาต เห่าดงกับลิงลมปราดเข้าหากัน

นกกระจอกยังไม่ทันจะกินน้ำ เห่าดงโดนศอกกลับของลิงลมถึงกับล้มทั้งยืน ลิงลมหันไปมองหมีควายอย่างท้าทาย หมีควายเคืองจัด ขยับจะขึ้นเวที ศรเข้าไปจับบ่ารั้งไว้

"เดี๋ยว...ของแบบนี้มันต้องทดสอบว่าเจ๋งจริงหรือว่าฟลุก"

ศรพนมมือท่องคาถา ตบไปที่รอยสักบนอกของหมีควาย ถึงศรจะร่ายมนตร์เพิ่มพละกำลังให้หมีควายแต่ก็สู้ลิงลมไม่ได้ ถูกลิงลมปราบด้วยเชิงมวยหนุมานถวายแหวนน็อกคาเวที กำนันฉ่ำยิ้มพอใจ ลิงลมชนะพนันจึงขอหมีควายกับเห่าดงให้เป็นลูกน้องของตน กำนันฉ่ำพยักหน้า

"อยากได้อะไรก็บอกพวกมัน แต่ส่วนลูกชายข้าจะเป็นคนสั่งงาน เอ็งต้องทำงานให้เขา"

ลิงลมมองศรอย่างปรามาส เห็นท่าทางไม่มีอะไร ศรไม่พอใจเดินมาจ้องหน้าลิงลม อยู่ๆลิงลมรู้สึกเหมือนตัวเองถูกตรึงไว้กับที่ขยับเขยื้อนไม่ได้ ศรร่ายมนตร์ใส่ลิงลมซ้ำ คราวนี้ลิงลมปวดแสบปวดร้อนกลางอกเหมือนโดนไฟเผา ดิ้นพราดๆกับพื้น กำนันฉ่ำรีบเข้าไปปรามลูกชายว่าพอได้แล้ว ทันทีที่ศรหยุดท่องคาถาอาการเจ็บปวดของลิงลมก็หายเป็นปลิดทิ้ง ศรยิ้มหยันมองลิงลมก่อนเดินออกไปพร้อมพ่อ...

ฝ่ายแสงระวีเดินลัดเลาะเข้ามาใกล้ตัวบ้าน เห็นกำนันฉ่ำกับศรเดินคุยกันอยู่ รีบตามไปแอบฟัง กำนันฉ่ำบ่นกับลูกชายอย่างไม่สบายใจว่ามีนักข่าวมาป้วนเปี้ยนในหมู่บ้านสืบหาข้อมูลเพื่อเปิดโปงแผนการของพวกเรา พยายามเกลี้ยกล่อมเสือให้ช่วย ศรจะสั่งลิงลมไปจัดการฆ่าเสือยกครัวจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว

"เฮ้ย...อย่าให้มันกระโตกกระตากไป มีนักข่าวอยู่ด้วยแบบนี้ เดือดร้อนขึ้นมาข้าไม่ไหวจะเคลียร์...เอาอย่างนี้ ถ้าจะจัดการกับคนอย่างไอ้เสือให้มันยอม ต้องลากให้มันมาเล่นกันซึ่งๆหน้า"

แสงระวีขยับเข้าไปใกล้อีกนิด หวังจะได้ยินกำนันฉ่ำพูดชัดๆ แต่ดันไปเหยียบกิ่งไม้เสียงดัง ศรรีบเดินไปดู แต่ไม่เจออะไร หญิงสาวหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด รีบบ่ายหน้ากลับไปยังที่ที่มะลิรออยู่ ศรเข้าขวางหน้า ถามเธอว่าเป็นใครและเข้ามาทำอะไรในไร่ของเขา

แสงระวีตกใจกลัว อึกๆอักๆพูดไม่ออก ศรเห็นกล้องถ่ายรูปที่คล้องคอหญิงสาวพอจะเดาออกว่าเธอต้องเป็นนักข่าวที่พ่อพูดถึง เดินเข้าหาอย่างมุ่งร้าย แสงระวีตื่นตระหนก ถอยกรูดจนไปติดพุ่มไม้

"ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกครับ คุณนักข่าวคนสวย แต่การที่คุณแอบเข้ามาในที่ของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต ผมจำเป็นต้องคุมตัวคุณเอาไว้สอบสวนเป็นการส่วนตัว"

แสงระวีจวนตัว หยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมากดแฟลชใส่หน้าศรถึงกับตาพร่าไปชั่วครู่ หญิงสาวได้โอกาสวิ่งหายไปในความมืด ไม่นานนัก เธอปีนกำแพงรั้วไร่กำนันฉ่ำออกมา ละล่ำ

ละลักบอกมะลิให้รีบหนี พวกกำนันฉ่ำรู้ตัวแล้ว ส่วนเธอจะล่อพวกมันไปทางอื่น

มะลิรีๆรอๆไม่ยอมหนีคนเดียว แสงระวีต้องไล่ซ้ำ

มะลิถึงรีบถีบจักรยานหนี แสงระวีหันไปเห็นศรขับรถกระบะออกมาจากบ้านตรงเข้าหา แสงระวีรีบวิ่งหนีไปอีกทาง...

เสือจับได้ว่ามะลิไม่ได้ไปหาดอกสร้อย เพราะเคนเพิ่งกลับจากกินข้าวเย็นกับลุงมั่นและจ่าผาด บอกว่าไม่เจอมะลิที่นั่น ขณะเสือกำลังสงสัยว่าน้องสาวหายไปไหน มะลิวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกเรื่องแสงระวี...

แสงระวีวิ่งหนีมาตามทางในไร่อ้อยของชาวบ้าน แสงไฟจากไฟฉายของศรไล่ตามใกล้เข้ามาทุกที หญิงสาวหันรีหันขวางไม่รู้จะหนีไปทางไหน ทันใดนั้น เสือเข้ามารวบเธอจากด้านหลัง พร้อมกับปิดปากเธอไว้สั่งไม่ให้ส่งเสียง แล้วพากันหลบเข้าไปในดงอ้อย พ้นสายตาของศร

"หาเรื่องอีกแล้วนะคุณ"

แสงระวีต่อว่าว่ายุ่งอะไรด้วยไม่ได้ขอร้องให้ช่วยสักหน่อย แถมดื้อไม่ยอมรับว่าตัวเองเกือบหนีไม่รอด เสือโมโห เดินหนี เสียงศรตะโกนข่มขู่ใกล้เข้ามา หญิงสาวหน้าตื่นรีบวิ่งตามเสือ ขอร้องให้รอเธอด้วย เสือหยุดเดินหันมาเหน็บว่าตกลงยอมให้เขาช่วยแล้วใช่ไหม แสงระวีจนแต้ม จำใจยอมรับความช่วยเหลือ

"คุณต้องทำตามวิธีผม...ถ้าอยากรอด หันหน้าไปทางนั้น" เสือชี้มือไปด้านหลังหญิงสาว

แสงระวีไม่ค่อยแน่ใจนักแต่ก็ยอมทำตาม เสือใช้สันมือทุบต้นคอหญิงสาวสลบเสมือด แล้วอุ้มเธอวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วราวกับพายุพัด ศรตามหามาถึงตรงนั้น แต่ไม่เจอใคร...ครู่ต่อมา เสืออุ้มแสงระวีมาวางที่แคร่หน้าบ้าน เคนกับมะลิรีบวิ่งดู มะลิตกใจถามว่าแสงระวีเป็นอะไรไป

"แค่เป็นลมไม่มีอะไรหรอก  มะลิไปเตรียมห้องไว้  คืนนี้ ให้เขาพักที่บ้านเราไปก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน"

มะลิรับคำ จะเดินขึ้นบ้าน เสือเรียกไว้ บอกว่าเรื่องนี้เขาต้องลงโทษเธอด้วย มะลิพยักหน้ารับรู้รีบขึ้นไปเตรียมห้องตามคำสั่งของพี่ชาย

ooooooo

สิงห์มาเยี่ยมโรสที่โรงพยาบาลตอนสายของวันรุ่งขึ้น  เจอผู้ช่วยพยาบาลกำลังเก็บเตียงอยู่  เขาถามว่าโรสไปไหน  ได้ความว่าเธอขออนุญาตหมอกลับ ไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว สิงห์รีบตามหมวดสาวจอมอึดมาถึงโกดังริมน้ำ เห็นเธอกับลูกน้องตำรวจอีกสองนายพาตัวพ่อค้ายาเสพติดคนหนึ่งออกมาจากโกดัง

"พาตัวกลับไปขังไว้ที่หน่วยก่อน ฉันจะเข้าไปสอบปากคำเอง"

ลูกน้องเห็นอาการผู้หมวดสาวไม่ค่อยดี แนะให้กลับไปพักผ่อนก่อน แต่เธอไม่ยอม อ้างว่าตอนนี้หัวหน้าใหญ่โดนเรารวบตัว แก๊งของเขากำลังระส่ำ เป็นโอกาสดีที่เราจะได้

ล้างบางพวกที่เหลือ ลูกน้องรับคำรีบพาตัวผู้ต้องหาขึ้นรถตำรวจขับออกไป โรสเจ็บแผลที่แขนซึ่งสวมแจ๊กเกตทับอยู่ เริ่มหน้าซีดเดินเซ

สิงห์ปราดเข้ามาประคองเธอไว้ ว่าประชดว่า "นึกว่าตัวเองเป็นโรโบค็อปเหรอหมวด ถ้าคุณเป็นแบบนี้ตอนจับผู้ร้าย คุณมีแต่ตายกับตายนะ"

ผู้หมวดสาวโกหกว่าไม่ได้เป็นอะไร  ดันตัวห่างจากสิงห์จะเดินหนี  แต่ไปได้ไม่กี่ก้าวทำท่าจะล้ม  สิงห์เข้าไปพยุงไว้ทัน เปิดเสื้อแจ๊กเกตดูแผลที่แขนของโรส เห็นเลือดไหลซึมออกมา นิ่วหน้าอย่างเป็นกังวล

"บ้านผมอยู่ใกล้ๆนี่เอง ผมจะพาคุณกลับไปทำแผล แล้วคุณก็ต้องกินยาแก้ปวด พักสักชั่วโมง ไม่อย่างนั้นผมจะพาคุณกลับไปโรงพยาบาล"

โรสเถียงไม่ออกยอมให้สิงห์พาไปโดยดี ไม่นานนัก สิงห์ ประคองโรสเข้ามาในบ้าน ช่วยทำแผลให้ หญิงสาวรู้สึกหวั่นไหวไปกับความเอื้ออาทรและมีน้ำใจของเขา จังหวะนั้น โทรศัพท์

มือถือของสิงห์ดังขึ้น สิงห์ขอตัว เดินเลี่ยงไปที่โต๊ะทำงาน เปิดจอโน้ตบุ๊กขึ้นมาไล่ดูข้อมูลที่จ่าเพิ่มส่งมาให้  บ่นอุบที่ไม่มีอะไรคืบหน้า

โรสเดินตามเข้ามาเสนอตัวว่ามีอะไรจะให้เธอช่วยบ้างไหม  เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาเคยช่วยเธอไว้  คุยว่าถ้าเกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูลแล้วเธอถนัดมาก  สิงห์นิ่งคิดครู่หนึ่ง บอกว่าเขาอยากรู้ว่าคอลัมนิสต์ลมใต้ปีกเป็นใคร  โรสรับปากว่าจะลองสืบให้...

ในเวลาเดียวกัน แสงระวีรู้สึกตัวตื่นขึ้น พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนของมะลิ เห็นดอกสร้อยยืนกอดอกมองเธอด้วยความหมั่นไส้ แสงระวีถามว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แทนที่ดอกสร้อยจะตอบคำถามกลับต่อว่าเธอที่หาเรื่องเดือดร้อนมาให้เสือ และออกปากไล่ให้รีบๆไปจากที่นี่ แถมเข้ามาฉุดแขนแสงระวีลุกขึ้น  มะลิเข้ามาเห็นพอดีห้ามดอกสร้อยไม่ให้ไล่แสงระวีไปไหนทั้งนั้น

"มะลิ...ฉันจะบอกให้นะ ฉันไม่ได้อยู่ๆก็เข้ามาไล่ยัยนี่เอง แต่พี่เสือเป็นคนบอกให้ฉันมาไล่"

ดอกสร้อยหน้าหงิก ปรายตามองแสงระวีอย่างขุ่นเคือง สะบัดหน้าเดินกระทืบเท้าออกไป มะลิถอนใจ เหนื่อยใจกับเพื่อนตัวดี แสงระวีขอโทษมะลิที่ทำให้พลอยเดือดร้อนไปด้วย

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณแสงระวีปลอดภัยมะลิก็สบายใจ แต่พี่เสือให้ดอกสร้อยมาไล่คุณ คงเพราะเป็นห่วงที่พวกนั้นรู้ว่าคุณกำลังทำอะไร พี่เสือเลยไม่อยากให้คุณอยู่ต่อ" มะลิแก้ตัวแทนพี่ชาย

"ฉันเข้าใจ   แล้วพี่ชายของเธออยู่ที่ไหน   ฉันอยากคุยกับเขา"...

ด้านเสือไปฝึกเพลงมวยกับจ่าผาดที่ลานวัดดอนควาย โดยมีเคนกับหลวงพ่อเข้มเฝ้าดูห่างๆ เสือสู้จ่าผาดไม่ได้โดนอัดล้มลุกคลุกคลาน เคนแนะให้ใช้พลังข้าวเหนียวไม้ตายของเสือต่อสู้กับจ่าผาด เสือไม่ยอม อ้างว่าต้องการเรียนรู้วิชาจากจ่าผาดด้วยฝีมือของตัวเอง แล้วตรงเข้าประจันหน้ากับจ่าผาดอีกครั้ง

"ถ้าเอ็งไม่ใช้หมัดเขวี้ยงควายที่ข้าสอนเอ็งไป เอ็งไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอกบักเสือ"

เสือเกรงจะทำร้ายจ่าผาดเลยไม่ยอมใช้ โดนจ่าผาดเล่นงานสะบักสะบอม สุดท้ายเขาตัดสินใจใช้หมัดเขวี้ยงควายที่จ่าผาดสอน ต่อยเข้าเต็มอก จ่าผาดถึงกับกระเด็นกลิ้งไปหลายตลบ เสือตกใจรีบวิ่งไปดู จ่าผาดไม่เป็นอะไรมาก ตบบ่าเสือ ยิ้มดีใจ ในที่สุดความตั้งใจถ่ายทอดเชิงมวยโคราชให้เสือก็สำเร็จ

"สัญญานะบักเสือ ว่าเอ็งจะอนุรักษ์เชิงมวยของข้าเอาไว้ให้ลูกให้หลาน"

เสือก้มกราบเท้าของจ่าผาด สัญญาว่าจะรักษาสิ่งนี้ไว้และจะใช้มันเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

ooooooo

ตอนที่ 4

แสงระวีรู้ว่าเสือมาฝึกวิชากับจ่าผาดที่วัดดอนควาย ก็ตามมาอาละวาด เสือเซ็งจัดดึงตัวเธอออกมานอกวัด เตือนว่าถ้าเธอไม่หยุดทำความรำคาญใจให้เขา เขาจะทุบเธอสลบอีกครั้ง แต่คราวนี้จะไม่พามานอนที่บ้าน แต่จะพาไปนอนกับควายในคอก

"นาย...ไอ้บ้า ฉันไม่ยอมให้นายมาทำให้ฉันเจ็บฟรีๆหรอก" แสงระวีเงื้อมือจะตบ

เสือชี้หน้าขู่ว่าอย่าทำให้เขาโกรธมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ช่วยเธออีก ถ้าเธอไปมีเรื่องกับพวกกำนันฉ่ำ จะปล่อยให้พวกนั้นลากไปทำเมียให้เข็ด เสือว่าแล้วเดินหนี แสงระวียัวะจัด หยิบก้อนหินใกล้มือขว้างใส่ เสือหันขวับรับก้อนหินไว้ได้อย่างง่ายดาย ย่างสามขุมเข้าหา

แสงระวีถอยกรูด เสือคว้าตัวเธออุ้มพาดบ่า พาไปบังกะโลที่พักของเธอ โยนเธอลงบนเตียงนอน แสงระวีตกใจคิดว่าเขาจะทำมิดีมิร้าย โวยวายด่าลั่น เสือสั่งให้หยุดพูดขู่ว่าถ้าไม่เก็บข้าวของให้เสร็จภายในห้านาที เขาจะมาลากเธอขึ้นรถ แล้วเดินมารอหน้าบ้านพัก มองเลยไปยังถนน เห็นรถกระบะคันหนึ่ง วิ่งฝุ่นตลบมาแต่ไกลบ่ายหน้ามาที่นี่ เสือไม่รอช้า ปราดเข้าไปเร่งแสงระวีซึ่งยังเก็บของไม่เสร็จให้รีบหนี

"พวกกำนันฉ่ำกำลังมาที่นี่ มันคงต้องการตัวคุณ...คุณหนีออกไปตอนนี้ยังทัน ขับรถคุณออกไปทางข้างหลังจะเจอถนนเลี่ยงเมือง คุณใช้ทางนั้นหนีพวกมันได้"

"แล้วนายล่ะ"

"ไม่มีคุณ ผมรับมือพวกมันได้"

แสงระวีจะอยู่ช่วย เสือค้านว่าถ้าเธออยู่จะเกะกะเปล่าๆ ขอร้องให้รีบไปแล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก แสงระวีคว้ากระเป๋าใส่กล้อง รีบขึ้นรถขับออกไปทันที พอรถของแสงระวีแล่นพ้นสายตา รถกระบะของพวกลิงลมก็ขับมาจอดหน้าบ้านพัก เห่าดงกับหมีควายลงจากรถตรงเข้าไปในบ้านพัก ลิงลมลงมายืนรอข้างรถ

อึดใจเดียว ทั้งคู่โดนเสือถีบกระเด็นออกมา เสือตามมาอย่างไม่เกรงกลัว ลิงลมกับเสือเข้าต่อสู้กัน เสือเสียท่าโดนลิงลมชกหน้าหงายตกจากชานบ้านพัก เห่าดงกับหมีควายได้ทีปรี่เข้าไปจะกระทืบซ้ำ เสือตั้งหลักได้อัดสองคนนั่นล้มกลิ้ง ลิงลมกระโดดทีเดียวเข้ามาประชิดตัวเสือ ประเคนหมัดใส่ไม่ยั้งเสือทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นราวกับพ่ายแพ้

"ไอ้แบบนี้มันไม่ใช่เสือดุแล้ว เอ็งมันเป็นได้แค่...ลูกแมวเหมียว"

ลิงลมย่ามใจเดินเข้าหาปล่อยหมัดเด็ดเข้าใส่ เสือจับกำปั้นของลิงลมไว้ได้บิดเต็มแรง พร้อมกับผลักออกไป ลิงลมงง ไม่อยากเชื่อว่าโดนอัดขนาดนี้ทำไมเสือไม่สะทกสะท้าน

เห่าดงกับหมีควายเห็นท่าไม่ดี ชวนลูกพี่กลับก่อน วันหลังค่อยหาทางเล่นงานมัน ลิงลมไม่หนี หลับตาท่องคาถาปลุกรอยสัก

พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง  ดวงตาเขาแดงก่ำน่าเกรงขาม ลิงลมพุ่งทะยานเข้าใส่ เสือสวนด้วยหมัดเขวี้ยงควายเปรี้ยงเดียว  ลิงลมกระเด็นตกคูข้างที่พัก  เห่าดงกับหมีควายรีบเข้ามาประคองขึ้นรถกระบะขับออกไปอย่างรวดเร็ว   เสือมองตามพวกนั้นก่อนจะทรุดฮวบ เพราะใช้พลังไปเกือบหมด

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงเสือ แสงระวีตัดสินใจวกรถกลับบ้านพัก เห็นเสือนอนหมดแรงอยู่กับพื้นรีบเข้ามาพยุง เสือต่อว่าว่ากลับมาทำไม แสงระวีเกรงว่าเขาจะสู้พวกนั้นไม่ได้เลยจะมาช่วย

"ผม...ผมไล่มันไป...หมดแล้ว" เสือพูดได้แค่นั้น ก็หมดสติ

ระหว่างทางพาเสือไปโรงพยาบาล แสงระวีเจอเคนพอดี เคนสั่งให้พาเสือกลับบ้าน เขารู้ดีว่าแค่เสือได้กินข้าวเหนียวสักปั้นสองปั้น พักเดียวเสือก็จะเป็นปกติ แสงระวีเป็นห่วงเสือมาก ไม่ยอมไปไหน เดินไปเดินมารออยู่หน้าบ้านเสือ จังหวะนั้น มะลิกับดอกสร้อยกลับจากไปเก็บผักในสวน ดอกสร้อยเห็นแสงระวียังอยู่เคืองจัดปรี่เข้าไปต่อว่าทำท่าจะมีเรื่องกัน    ดีที่มะลิห้ามไว้ทัน

มะลิสงสัยว่าทำไมแสงระวีถึงยังไม่ไปจากที่นี่ แสงระวีเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง ดอกสร้อยขู่แสงระวีว่า ถ้าพี่เสือของเธอเป็นอะไรไปเธอจะมาจัดการกับแสงระวี สองสาวรีบเข้าไปดูอาการเสือต้องแปลกใจที่เห็นเสือนั่งกินข้าวเหนียวหน้าตา เฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มะลิถามเสือว่าเป็นอย่างไรบ้าง

"พี่ไม่เป็นอะไร แค่หิวเอง" เสือเผลอหลุดปาก พอรู้ตัวรีบกลบเกลื่อน "เอ่อ...เจ็บน่ะ เจ็บนิดๆ หน่อยๆ"

"จริงนะพี่เสือ...ถ้าเจ็บตรงไหนพี่เสือต้องบอกนะ ดอกสร้อยจะไปเล่นงานนังนักข่าวนั้น จะให้มันรับผิดชอบที่มันทำให้พี่เสือต้องเดือดร้อน"

เสือถึงกับอึ้งเมื่อรู้จากมะลิว่าแสงระวีไม่ยอมไปไหนเพราะเป็นห่วงเขา...

ศรโวยลั่นที่เหล่าสมุนปล่อยให้เสือช่วยนักข่าวสาวคนนั้นหนีไปได้ ยิ่งเห็นสภาพบอบช้ำของลิงลม ศรตำหนิเขาว่าประมาทคู่ต่อสู้เกินไป ลิงลมอารมณ์บูดลุกพรวดขึ้นทันที

"อย่างไอ้เสือฝีมือมันไม่เท่าไหร่หรอก แต่ไอ้คนที่สอนเชิงมวยให้มันต่างหากที่ข้าประมาทมันเกินไป"

"เอ็งหมายความว่าไง" ศรนิ่วหน้า

"ศัตรูของข้า...หมัดเขวี้ยงควาย...มันต้องอยู่ที่นี่แน่" ลิงลมเข่นเขี้ยว เจ็บใจ...

ในเวลาเดียวกัน ภายในกุฏิหลวงพ่อเข้ม จ่าผาดทนฝืนความเจ็บปวดได้ไม่นาน ก็กระอักเลือดและหมดสติในที่สุด ลุงมั่นเปิดประตูกุฏิเข้ามาเห็นจ่าผาดนอนสลบไสล ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก...

เสือออกมาพบแสงระวีซึ่งรออยู่หน้าบ้านด้วยความกระวนกระวายใจ พอเห็นเสือไม่เป็นอะไรเธอโล่งใจ แต่ยังอยากให้เขาไปหาหมอตรวจอาการอีกที เสือยืนยันว่าไม่เป็นอะไรขอร้องแสงระวีไปจากที่นี่เสีย แสงระวีขออยู่เป็นพยานให้กับตำรวจเพื่อเอาผิดพวกที่รุมทำร้ายเสือ

"เลิกพยายามซะทีเถอะครับ คุณก็รู้ว่าเรื่องแค่นั้น ยังไงก็เอาผิดกับคนอย่างพวกมันไม่ได้"

เคน ดอกสร้อย กับมะลิตามมาสมทบ ดอกสร้อยเห็นแสงระวียังอยู่ ขู่ว่าถ้าไม่ยอมไปจะเอาน้ำร้อนมาสาด แสงระวีตวาดใส่ว่าหุบปากได้แล้ว ดอกสร้อยคอยว่าเหน็บแนมจนแสงระวีทนไม่ไหวจะเข้าไปเอาเรื่อง เสือต้องสั่งให้หยุดทะเลาะกัน เตือนแสงระวีอีกครั้งให้ไปจากที่นี่ แสงระวีอ้าปากจะพูด แต่เสือชิงพูดตัดบท

"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เก็บความหวังดีของคุณไปใช้กับคนอื่นที่เขาต้องการดีกว่า"

แสงระวีมองหน้าเสืออย่างผิดหวังก่อนเดินจากไป มะลิจะตาม เสือขู่ว่าถ้าเธอยังจะให้ความช่วยเหลือนักข่าวจอมจุ้นคนนี้อีกเขาจะลงโทษเธอ มะลิหน้าเจื่อน จังหวะนั้น ลุงมั่นเข้ามาบอกข่าวร้ายว่าจ่าผาดบาดเจ็บหนัก ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่อนามัย...

พอลิงลมรู้ข่าวจากเห่าดงว่าจ่าผาดถูกหามส่งอนามัย จะตามไปแก้แค้น กำนันฉ่ำปรามลิงลมว่าอย่าวู่วาม ลิงลมไม่อยากเสียเวลาต้องการจัดการจ่าผาดด้วยตัวเองก่อนที่มะเร็งจะคร่าชีวิตมันไปก่อน

"งั้นเอ็งต้องทำตามแผนของข้า ไหนๆจะลงมือแล้วมันก็ต้องเล่นทั้งศิษย์ทั้งครู" กำนันฉ่ำยิ้มมีเลศนัย...

เคนกับเสือรีบมาเยี่ยมจ่าผาดแต่ไม่เห็นจ่านอนอยู่ในห้องพักฟื้น ศรเดินยิ้มเจ้าเล่ห์ตามเข้ามาบอกเสือว่าจ่าผาดอยู่กับตน ถ้าอยากได้ตัวจ่าคืนเสือต้องยอมขึ้นชกมวยกับสมุนของเขา ถ้าเสือชนะจะได้จ่าผาดคืน แต่ถ้าแพ้เสือต้องยกที่นาทั้งหมดให้เขา เสือไม่มีทางเลือกจึงยอมตกปากรับคำ

ooooooo

แสงระวียังไปไม่ถึงไหนรถกระบะคู่ใจเครื่องยนต์ดับ เธอเบนรถจอดข้างทาง   สิงห์โทรศัพท์มาถามว่าใกล้ถึงกรุงเทพฯหรือยัง   แสงระวีบ่นอุบว่ารถเสียกำลังจะเดินไปตามช่างมาดู   สิงห์พูดดักคอว่ารู้จักนิสัยของเธอดี ถ้าที่นั่นไม่มีอะไรน่าสนใจป่านนี้เธอกลับบ้านตั้งนานแล้ว ช่วยบอกเขาทีว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่

"แสงระวีเจอข่าวที่น่าสนใจค่ะ ถ้าแสงระวีเปิดโปงความจริงได้นี่จะเป็นข่าวใหญ่เลย"

"มันอันตรายด้วยใช่ไหม...บอกพี่มาตามตรงเถอะ พี่ไม่อยากให้แสงระวีเสี่ยงคนเดียว ถ้าพี่ช่วยได้ แสงระวีก็รู้ว่าพี่ช่วยเต็มที่"

"ค่ะ...แสงระวีทราบ...ไว้แสงระวีกลับถึงกรุงเทพฯ จะเล่าทุกอย่างให้ฟัง" แสงระวีวางสาย คว้ากระเป๋ากล้องกับเป้สัมภาระเดินไปตามช่างมาดูรถ สิงห์นึกเป็นห่วงหญิงสาวที่เขาหลงรัก...

ผ่านไปไม่นาน แสงระวีมาถึงอู่ซ่อมรถ มะลิแอบตามมาบอกเรื่องเสือให้แสงระวีรับรู้ แสงระวีอยากจะช่วย แต่ถ้าเสือเอาแต่คอยขับไล่ไสส่งเธอแบบนี้ เธอคงทำอะไรไม่ได้

"แต่นี่ต้องเป็นกับดักของพวกมันแน่ๆค่ะคุณแสงระวี มันมีจ่าเป็นตัวประกัน ยังไงมันก็ต้องบีบให้พี่เสือล้มมวย ที่นาผืนสุดท้ายของดอนควายก็ต้องตกไปอยู่ในมือพวกมัน มะลิไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้วค่ะ คุณแสงระวีต้องช่วยพวกเรานะคะ"

แสงระวีมองหน้ามะลิ สีหน้าครุ่นคิด ไม่ทันสังเกตเห็นเห่าดงแอบจับตามองพวกเธออยู่...

จ่าผาดถูกพวกกำนันฉ่ำจับตัวมามัดติดกับเก้าอี้ขังไว้ในบ้านของเขา ลิงลมสะใจที่จะได้แก้แค้นจ่าผาด พร้อมกับทำลายผู้สืบทอดเชิงมวยโคราชที่จ่าผาดหวงแหน ศรเข้ามารายงานพ่อว่า เห่าดงเพิ่งโทร.มาบอกว่านักข่าวสาวคนนั้นยังป้วนเปี้ยนอยู่ในหมู่บ้านของเรา และกำลังหาทางช่วยเสือ

"งั้นก็รีบไปจัดการให้เรียบร้อย มาถึงขนาดนี้แล้ว อย่าให้ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวมาเป็นอุปสรรคพ่อ"

ศรรับคำเดินออกไปพร้อมกับหมีควาย จ่าผาดขบกรามแน่น มองพวกนั้นอย่างเจ็บแค้นใจ

ooooooo

ที่สำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ สิงห์มาแจ้งเรื่องที่แสงระวี กำลังสืบหาข้อมูลบางอย่างในหมู่บ้านดอนควายให้ธงไท ทราบและยังบอกอีกว่าเขาเป็นห่วงว่าแสงระวีจะทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายอีก ธงไทรับปากว่าจะลองถามแหล่งข่าวในพื้นที่ว่าลูกสาวของตนกำลังทำอะไร แล้วจะรีบตามตัวเธอกลับมาให้เร็วที่สุด

ระหว่างนั้นเลขาฯ หน้าห้องเข้ามารายงานธงไทว่า แผนกข้อมูลมีปัญหา เจ้าหน้าที่ไอทีตรวจพบว่าเรากำลังถูกแฮ็กข้อมูลลับ ธงไทสีหน้าเป็นกังวล รีบตรงไปที่นั่นทันที พอไปถึงแผนกข้อมูล ธงไทสั่งเจ้าหน้าที่ไอทีหาทางกันแฮกเกอร์ออกจากระบบและสืบหาต้นตอให้เจอ เขาต้องการรู้ว่ามันเป็นใคร

สิงห์แปลกใจที่ธงไทดูเคร่งเครียดผิดปกติ "ข้อมูลในระบบของคุณอาสำคัญมากเลยหรือครับ"

"รายชื่อแหล่งข่าวที่เราต้องปกป้องเขาไม่ให้มีอันตราย ข้อมูลข่าวสำคัญๆที่โยงไปถึงคนใหญ่คนโตถ้าหลุดออกไปได้ อันตรายแน่"

สิงห์จะแจ้งตำรวจให้เข้ามาช่วยอีกแรง ธงไทบอกปัดว่าไม่ต้อง คนของเขารับมือได้ จังหวะนั้นเสียงมือถือของสิงห์ ดังขึ้น หน้าจอโชว์เบอร์โรส สิงห์ขอตัวออกไปรับสาย พอเขารู้ว่าโรสคือแฮกเกอร์ที่เจาะข้อมูลลับของสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ เพื่อสืบว่าใครคือลมใต้ปีกตามที่สิงห์ไหว้วาน สิงห์ถึงกับหน้าเสีย ขอร้องเธอให้หยุดแฮ็กข้อมูลเดี๋ยวนี้และให้หาวิธีอื่นแทน

"ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันพยายามแล้ว นี่เป็นทางเดียวที่ฉันจะได้ข้อมูลของลมใต้ปีก ถ้าคุณไม่ช่วย ฉันถูกตามพบแน่...ฉันกำลังจะใกล้ถึงข้อมูลแล้วนะผู้กอง"

สิงห์หนีไม่ออก รีบทำตามโรสบอก ตรงไปยังระบบจ่ายไฟหลักของสำนักพิมพ์ แล้วปิดสวิตช์แผงควบคุมไฟทั้งหมด ทันทีที่ไฟดับ เครื่องคอมพิวเตอร์รีบูตข้อมูลขึ้นใหม่ โรสอาศัยจังหวะนั้นหลบออกจากระบบพร้อมกับข้อมูลลับโดยที่เจ้าหน้าที่ไอทีของธงไทตามรอยเธอไม่ได้

สิงห์ทำได้ตามแผน แต่กลับรู้สึกไม่สบายใจ รีบออกจากสำนักพิมพ์ตรงไปหาโรสที่บ้านของเธอ ต่อว่าเธอเสียยกใหญ่ที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษากันก่อน โรสขอโทษที่ทำแบบนี้ แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น และยิ่งเธอขุดลึกเรื่องนี้ เธอยิ่งเห็นความผิดปกติเกี่ยวกับลมใต้ปีก โรสคิดว่าคนคนนี้ต้องไม่ใช่ แค่คอลัมนิสต์ธรรมดาๆแต่ต้องเป็นคนสำคัญมาก ไม่อย่างนั้นข้อมูลของเขาคงไม่ได้รับความคุ้มครองถึงระดับนี้แน่ๆ

สิงห์ไม่สนใจ ต้องการให้เธอลบข้อมูลที่แฮ็กมาทั้งหมด โรสค้านไม่เห็นด้วย แต่จำใจยอมลบข้อมูลในไฟล์ตามสั่ง สิงห์ขอให้เธอหยุดช่วยเหลือเขา โรสหาว่าที่เขาไม่อยากสืบเรื่องนี้ต่อ เพราะเกรงว่าถ้าธงไทรู้จะไม่พอใจ และเขาอาจถูกกีดกันจากแสงระวี สิงห์เคืองจัดที่โรสแอบสืบเรื่องส่วนตัวของเขา

"ฉันเป็นตำรวจ ฉันจำเป็นต้องทำตามสัญชาตญาณของฉัน" โรสแก้ตัวเสียงอ่อย

"ผมคิดผิดไปจริงๆที่ไว้ใจคุณ" สิงห์เดินออกไปด้วยอารมณ์ขุ่นมัว โรสมองตามสิงห์ เสียใจที่ทำให้เขาผิดหวัง เดินไปหยิบธัมบ์ไดรฟ์ที่เธอแอบก๊อบปี้ข้อมูลของลมใต้ปีกขึ้นมาดู...

คืนวันเดียวกัน แสงระวีกลับมาพักที่บังกะโลหลังเดิม บ่นอุบเมื่อรู้จากมะลิว่าเสือยังยืนกรานจะขึ้นชกกับสมุนของกำนันฉ่ำ มะลิเป็นห่วงเสือมาก ขอร้องแสงระวีหาทางช่วยพี่ชายเธอด้วย แสงระวีรับปากจะช่วยแล้วบอกมะลิกลับบ้านไปก่อน ปล่อยเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของเธอ มะลิกลับไปด้วยความสบายใจขึ้น

สักพัก แสงระวีหยิบมือถือออกมาหน้าที่พัก  โทร.หาสิงห์เพื่อขอความช่วยเหลือ ขณะเธอรอสาย เห่าดงกับหมีควายเข้ามายืนประกบ เห่าดงคว้ามือถือของเธอโยนลงพื้นกระทืบซ้ำ...ด้านสิงห์เพิ่งอาบน้ำเสร็จวิ่งมารับสาย แต่ไม่ทันสายหลุดไปก่อน แสงระวีพยายามจะหนี เห่าดงทุบที่ต้นคอเธออย่างแรงจนหมดสติ...

เสือโวยวายใส่มะลิต่อหน้าเคนกับดอกสร้อยที่เธอไม่เชื่อฟังเขา ยังแอบไปพบแสงระวีอีก มะลิขอร้องเสือให้โอกาสแสงระวีได้ช่วยเหลือเขาสักครั้ง เผื่อจะมีทางออกดีๆโดยที่เขาไม่ต้องขึ้นชกกับพวกนั้น เคนยืนฟังอยู่นานแล้วเดินเข้ามาตบบ่าเพื่อน

"ข้าเคยเจอคุณแสงระวีมาครั้งหนึ่งที่กรุงเทพฯ บอกตรงๆยังไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนใจเด็ดแบบนั้นมาก่อนเลย...ข้าว่าเขาไว้ใจได้ว่ะบักเสือ"

เสือนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง   บอกว่าพรุ่งนี้เขาจะรอความช่วยเหลือจากแสงระวี แต่ถ้าเธอช่วยอะไรเขาไม่ได้เขาจะสู้ด้วยวิธีของเขาเอง มะลิยิ้มดีใจโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าตอนนี้แสงระวีไม่มีทางจะช่วยใครได้ เธอถูกสมุนกำนันฉ่ำจับตัวไปกักขังไว้ที่โรงนาภายในไร่ของกำนันฉ่ำ

ooooooo

มะลิเดินไปเดินมาหน้าบ้านรอความช่วยเหลือจากแสงระวี ตั้งแต่ตะวันเพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นแสงระวีมาสักที ดอกสร้อยแดกดันว่าแสงระวีคงหนีเอาตัวรอดกลับกรุงเทพฯไปแล้ว

"ไม่...คุณแสงระวีไม่ใช่คนแบบนั้น เธอรับปากแล้วว่าเธอจะหาทางช่วยพวกเรา"

ดอกสร้อยย้อนถามว่า แล้วตอนนี้แสงระวีอยู่ที่ไหนนี่ก็ใกล้เวลานัดเต็มทีแล้ว เสือกับเคนตามมาสมทบ เสือรอแสงระวีไม่ได้อีกแล้ว จ่าผาดต้องการความช่วยเหลือจากเขา มะลิขอร้องให้รออีกหน่อย เสือไม่สนใจมุ่งหน้าไปยังสนามมวยตามนัด มะลิตัดใจไม่รอแสงระวี เดินตามเสือ เคน กับดอกสร้อย...

ในเวลาเดียวกัน จ่าผาดกับแสงระวีถูกมัดมือขังไว้ในโรงนาของกำนันฉ่ำ จ่าผาดดูอาการไม่ค่อยดี แสงระวีปลอบให้อดทนอีกหน่อย เสือต้องช่วยชีวิตเขาได้แน่ๆ จ่าผาดไม่ต้องการให้เสือเอาชีวิตตัวเองกับที่ดินผืนสุดท้ายมาเสี่ยงกับไม้ใกล้ฝั่งอย่างเขา จ่าผาดขอให้แสงระวีรับปากว่าจะช่วยเสือต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แสงระวีรับคำหนักแน่น จ่าผาดแนะเธอให้หนีเอาตัวรอดและหาทางเปิดโปงพวกนี้ให้ได้

"ถ้าพวกมันร่วมมือกับต่างชาติปล้นที่ดินคนไทย ยังไงก็ต้องมีหลักฐานอยู่ในบ้านมัน"

จ่าผาดยังไม่ทันจะพูดอะไรอีก เห่าดงกับหมีควายเข้ามาในโรงนา จ่าผาดแกล้งชักกระตุกตาเหลือก หมีควายตกใจ เกรงจ่าผาดจะตายรีบแก้มัด จ่าผาดรวบรวมกำลังเท่าที่มีเล่นงานเห่าดงกับหมีควาย ตะโกนสั่งแสงระวีรีบหนี แสงระวีตั้งสติได้โกยแนบ จ่าผาดกัดฟันสู้กับพวกนั้นจนแสงระวีหนีไปได้จึงยอมแพ้

หมีควายเห็นท่าไม่ดีรีบโทร.แจ้งศรซึ่งรออยู่ที่สนามมวย ศรสั่งให้ตามจับตัวแสงระวีมาให้ได้ ส่วนจ่าผาดให้เห่าดงพามาที่นี่เดี๋ยวนี้ หมีควายรีบทำตามคำสั่งทันที...

ด้านแสงระวีหาห้องทำงานกำนันฉ่ำจนเจอ เข้าห้องปิดประตูใส่กลอน เข็นเก้าอี้มาขวางเอาไว้ รีบค้นหาหลักฐานตามที่ต่างๆอย่างรีบร้อน หมีควายตามมาถึงหน้าห้องทำงานได้ยินเสียงรื้อข้าวของจากด้านใน

"หนีไม่รอดหรอกนังตัวแสบ" หมีควายตะโกนขู่เสียงลั่น

แสงระวีสะดุ้งโหยง แต่ยังไม่ยอมหยุดค้นหา เจอแฟ้มบางอย่างในลิ้นชักตู้ เธอรีบเปิดแฟ้มดู ยิ้มพอใจ เอาแฟ้มเหน็บไว้ด้านหลัง กวาดตามองหาทางหนี คิดอะไรขึ้นมาได้ เธอหยิบเหยือกใส่น้ำเทราดพื้น คว้าโป๊ะไฟบนโต๊ะทำงานซึ่งเสียบปลั๊กแล้วมาถือไว้   จังหวะนั้นหมีควายกระแทกประตูห้องจนเปิด แสงระวีรอจังหวะที่หมีควายเดินมาถึงพื้นเปียกๆจึงโยนโป๊ะไฟลงไป หมีควายสั่นสะท้านไปทั้งตัวเพราะโดนไฟดูด...

ครู่ต่อมา เห่าดงพาจ่าผาดในสภาพบอบช้ำมาถึงสนามมวย กำนันฉ่ำกับศรนั่งติดขอบเวที จ่าผาดนั่งข้างศรโดยมีเห่าดงนั่งประกบอีกด้าน บรรยากาศในสนามมวยเต็มไปด้วยความคึกคัก ชาวบ้านและเซียนมวยเข้ามาดูกันเต็มสนาม เคนกับลุงมั่นคอยเป็นพี่เลี้ยงให้เสือ ส่วนมะลิกับดอกสร้อยยืนเชียร์อยู่ใกล้ๆ

เคนแนะเสือให้ใช้พลังข้าวเหนียวชกกับลิงลม เสือต้องการชนะด้วยเชิงมวยที่จ่าผาดสอนมากกว่าจะใช้พลังพิเศษและที่สำคัญ เขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาไม่เหมือนคนอื่น เคนอ้าปากจะค้าน เสือชิงพูดขึ้นก่อน

"ในเมื่อใจข้าสู้ หนทางชนะก็อยู่ไม่ไกลหรอก"

เสือมั่นใจ ลอดเชือกขึ้นไปยืนบนเวที กรรมการเรียกทั้งสองฝ่ายมาที่กลางเวทีเพื่อฟังกติกาก่อนการชก และตรวจนวมว่าถูกตามกฎข้อบังคับหรือเปล่า กรรมการให้ทั้งคู่เอานวมมาชนกัน ลิงลมกระซิบบอกเสือ

"ข้าจะให้เวลาเอ็งโชว์ของดีแค่ 3 ยก ท้ายยกสามเมื่อไหร่ เอ็งต้องยอมแพ้   ไม่อย่างนั้นก็เตรียมรับศพไอ้จ่าผาดกลับไปได้เลย"

เสียงระฆังดังขึ้น เสือมัวแต่หันไปมองจ่าผาด ลิงลมได้ทีรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง เสือเป็นฝ่ายเสียเปรียบโดนอัดสะบักสะบอม มะลิทนเห็นพี่ชายเจ็บตัวไม่ไหว แอบเอาน้ำมันมวยหยดใส่ถังน้ำซึ่งพี่เลี้ยงของลิงลมเตรียมไว้ล้างหน้าเขาเวลา หมดยก เสียงระฆังตีหมดยกแรกดังขึ้น มะลิรีบหลบออกมา...

ขณะเดียวกัน แสงระวีพร้อมด้วยหลักฐานเอาผิดกำนันฉ่ำกับพวกมาหามะลิกับเสือที่บ้าน แต่ไม่มีใครอยู่ เธอชักใจคอไม่ดี เป็นห่วงเสือ รีบวิ่งไปยังสนามมวย

ooooooo

เสือเดินเป๋เข้ามุม เคนกับลุงมั่นรีบขึ้นเวทีไปช่วยกันประคองมานั่งเก้าอี้ เคนสงสัยว่าทำไมเสือไม่ ตอบโต้กลับไปบ้าง ปล่อยให้ลิงลมไล่ถลุงอยู่ฝ่ายเดียว

"มันไวอย่างกับลิง หาจังหวะสวนกลับไม่ได้"

"งั้นเอ็งก็ต้องใช้พลังข้าวเหนียวสู้มัน"

เสือไม่ยอม ถ้าจะต้องสู้ ก็ต้องสู้อย่างยุติธรรม ลุงมั่นเตือนว่าถ้าเสือแพ้รู้ใช่ไหมว่าจะต้องเสียอะไร เสือพยักหน้า ตอบอย่างมั่นใจว่าเขาเอาชนะลิงลมได้ เสียงระฆังเริ่มยกที่สองดังขึ้น นักมวยทั้งสองฝ่ายตรงเข้าต่อสู้กัน ลิงลมแสบตามาก น้ำตาไหลพรากจนไม่เห็นหมัดที่เสือชกใส่ ยกนี้เสือได้เปรียบเป็นฝ่ายไล่ถลุงลิงลมบ้าง เสียงดอกสร้อยกับมะลิเชียร์ลั่น กำนันฉ่ำแปลกใจถึงกับออกปากว่า ยกนี้ลิงลมชกผิดฟอร์ม

"หรือว่าไอ้เสือมันจะเล่นของใส่ครับกำนัน" เห่าดงตั้งข้อสังเกต

ศรไม่พอใจกระชากคอเสื้อจ่าผาดเข้ามา "ทำอย่างนี้คิดว่าลูกศิษย์เอ็งจะชนะข้าได้เหรอ"

จ่าผาดไม่เชื่อว่าคนอย่างเสือจะใช้วิธีสกปรกเพื่อเอาชนะใคร เสือไล่อัดลิงลมจนทรุดลงไปกองกับพื้นเวที กรรมการแยกเสือออกมาแล้วเข้าไปนับ  เสือสงสัยว่าทำไมยกนี้ลิงลมไม่ปราดเปรียวเหมือนยกแรก นึกเอะใจหันไปถามมะลิว่าเป็นฝีมือเธอใช่ไหม มะลิอึกอัก เสือจับพิรุธได้ถามคาดคั้นให้บอกความจริง

"ก็พวกมันอยากขี้โกงใช้จ่าเป็นตัวประกันบีบพี่เสือก่อนนี่"

เสือถึงกับอึ้งเดินไปคุยกับกรรมการกลางเวที สารภาพความจริงที่เกิดขึ้น กรรมการจะปรับเสือให้แพ้ แต่ลิงลมอยากสู้กับเขาต่ออีกยก เพื่อจะได้เล่นงานให้ตายคามือ เสือหน้าเครียดกลับเข้ามุมนั่งพักระหว่างยก

เสือกับลิงลมมาที่กลางเวทีอีกครั้ง ลิงลมขู่ว่า ถ้ายกนี้เสือเล่นตุกติกอีก จ่าผาดต้องตายแน่ๆ เสือยิ้มหยัน ถ้าคิดจะให้เขาล้มมวยเพื่อช่วยชีวิตจ่าผาด ลิงลมคิดผิดถนัด เพราะเขากับจ่าผาดเชื่อเหมือนกันว่า ชีวิตนี้พลีได้เพื่อความยุติธรรม ลิงลมมองเสืออย่างเจ็บใจ เสียงระฆังดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มชก

ทั้งคู่แลกหมัดกันกลางเวทีอย่างไม่มีใครยอมใคร ลิงลมเล่นสกปรกอาศัยตอนกรรมการเผลอ ใช้หัวโขกหน้าเสือจนเสียจังหวะ ลิงลมเป็นฝ่ายรุกไล่ต้อนเสือจนมุม อัดกำปั้นใส่เป็นชุด เสือคิ้วแตกเลือดไหลอาบ ขณะเสือกำลังเพลี่ยงพล้ำ แสงระวีวิ่งเข้ามาข้างเวที บอกสาเหตุที่เมื่อเช้าผิดนัดกับมะลิ แล้วหันไปทางเสือ

"เสือ  นายต้องชนะให้ได้นะ  ฉันได้หลักฐานเล่นงานกำนันฉ่ำมาแล้ว นายต้องต่อสู้ไปพร้อมกับฉันสิ...ได้ยินไหมเสือ"
เสืออยู่บนเวทีได้ยินเสียงตะโกนของแสงระวี เกิดฮึดสู้ขึ้นมา ยกการ์ดกันหมัดของลิงลมก่อนชกสวนกลับ โดนลิงลมเต็มหน้าถึงกับผงะถอยตามแรงกำปั้น เสือหันมาสบตาแสงระวี ต่างคนต่างพยักหน้าให้กัน ลิงลมพุ่งเข้าหาหมายจัดการขั้นเด็ดขาด เสือตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายรออยู่แล้ว ได้จังหวะอัดเปรี้ยงเต็มอก

ลิงลมกระเด็นตกเวทีนอนแน่นิ่ง ทั้งสนามเงียบกริบ กรรมการวิ่งลงไปนับครบสิบ ลิงลมก็ไม่รู้สึกตัว กรรมการขึ้นมาชูมือให้เสือเป็นฝ่ายชนะ ฝ่ายสนับสนุนเสือพากันส่งเสียงเฮลั่นดีใจ จากนั้นเสือ เคนกับแสงระวีมาเจอกับพวกกำนันฉ่ำหลังเวทีมวย เสือถามกำนันฉ่ำว่าจ่าผาดอยู่ไหน

"คนอย่างข้า คำไหนคำนั้น"

เห่าดงพาตัวจ่าผาดออกมา แต่สภาพของแกทรุดหนักเดินแทบไม่ไหว เสือกับเคนรีบเข้าไปประคอง จ่าผาดพูดด้วยเสียงแผ่วเบา ชมลูกศิษย์ว่าทำได้ดีมาก เขาภูมิใจในตัวลูกศิษย์ คนนี้ที่สุด

"เอ็งสัญญากับข้าแล้วนะบักเสือ ว่าเอ็งจะใช้วิชาความรู้ ของข้าปกป้องคนดี กำจัดคนเลว"

"ชาตินี้ฉันไม่มีวันลืมสัญญาของจ่ากับฉันแน่นอน"

"ข้าดีใจที่ชีวิตนี้ของข้าได้เจอนักสู้อย่างเอ็ง" ขาดคำจ่าผาดสิ้นใจ เสือหน้าสลด ส่วนแสงระวีปาดน้ำตาด้วยความเศร้า กำนันฉ่ำไม่วายพูดจาเยาะเย้ยคนตาย เสือเจ็บใจจะเข้าไปเอาเรื่อง แสงระวีขวางไว้

"กำนันอยากพูดอะไรตอนนี้ก็พูดไปเถอะ ยังไงทุกคน ในดอนควายก็รู้กันทั่วแล้วว่า วันนี้เสือเอาชนะกำนันได้อย่างใสสะอาดและยุติธรรม และในวันต่อๆไป ชื่อเสียงของคนตัวเล็กๆที่เอาชนะอิทธิพลได้ก็จะแพร่ออกไปเหมือนไฟลามทุ่ง ทีนี้แหละราชสีห์ก็จะถูกกำจัดด้วยคมเขี้ยวของมดตัวเล็กๆ"

"ถ้ายกพวกกันมาได้ก็มากันให้หมดเลย ข้านี่แหละจะบี้มดให้ติดดิน"

"งั้นก็คงอีกไม่นานเกินรอ เตรียมตัวไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย" แสงระวีจ้องหน้าศรอย่างถือไพ่เหนือกว่า กำนันฉ่ำไม่อยากมีเรื่องจับไหล่ลูกชายดึงออกไป...

กำนันฉ่ำกับศรกลับถึงบ้านอย่างหงุดหงิด กำนันฉ่ำถามเห่าดงว่า  อาการลิงลมเป็นอย่างไรบ้าง  ได้ความว่าหมอ ต้องเก็บตัวไว้รักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลอีกหลายวัน ศรขอพ่อจัดการกับเสือให้สิ้นซาก ขืนปล่อยไว้จะทำให้พวกเราเสียชื่อเหมือนวันนี้

"ขืนข้าปล่อยให้เอ็งไปเล่นงานมันตอนนี้ คนเขาก็รู้กันทั่วสิวะว่าข้าเป็นไอ้ขี้แพ้ชวนตี"

จังหวะนั้น หมีควายเดินตุปัดตุเป๋ออกมา "แต่ถ้าเราไม่รีบตีมันตอนนี้ เราโดนหนักแน่ครับกำนัน...นังนักข่าวนั่นมันได้หลักฐานที่จะเปิดโปงแผนการ ของกำนันไปแล้วครับ"

กำนันฉ่ำโกรธจัดแทบจะบีบคอหมีควายตายคามือที่ปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างนั้นเอาชนะได้...

หลังพิธีสวดศพจ่าผาด แสงระวีเข้ามาขอคุยกับเสือเป็นการส่วนตัว เธอแสดงความเสียใจกับเขาที่จ่าผาดต้องตาย ถ้าเธอมาช่วยเขาได้เร็วกว่านี้ เราอาจจะรักษาชีวิตจ่าผาดไว้ได้ เสือไม่อยากให้แสงระวีตำหนิตัวเอง จ่าผาดกับเขาต่างรู้ดีว่าอย่างไรเสียวันนี้ต้องมาถึง

"จ่ายอมเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อให้นายได้สู้ ฉันยอมรับแล้วว่าฉันมองนายผิดไป นึกว่านายจะเป็นพวกหัวแข็ง ดื้อด้านไม่ยอมฟังใคร เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ แต่ไม่คิดว่านายก็ใช้ได้เหมือนกัน"

เสือจะถือว่านี่เป็นคำชมจากเธอ "งั้นผมขอบอกคุณด้วยว่า ตอนแรกผมคิดว่าคุณเป็นพวกจ้องหาประโยชน์จากความเดือดร้อนของคนอื่น แต่ที่จริงแล้วเปล่าเลย คุณเป็นคนดี มากครับคุณแสงระวี"

แสงระวียิ้มดีใจ แต่หน้าที่เธอยังไม่หมดแค่นี้ เธอต้อง เอาหลักฐานที่ได้ไปตีพิมพ์เปิดโปงกำนันฉ่ำกับพวกฐานรับจ้างถือหุ้นแทนนายทุน ต่างชาติ เพื่อเปิดทางให้เข้ามาฮุบที่ดินของคนไทย สองหนุ่มสาวรู้สึกดีๆให้กัน ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข แต่สุขได้ไม่นาน มารชื่อดอกสร้อยก็มาคว้าตัวเสือไป...

คืนนี้เสือขอร้องแสงระวีมาพักที่บ้านของเขา เพื่อเขาจะได้ดูแลความปลอดภัยให้ เสือนั่งเฝ้ายามอยู่หน้าบ้าน เห็นพระจันทร์เต็มดวงสวย หยิบพิณขึ้นมาบรรเลงเพลงรักหวาน แสงระวีได้ยินเสียงพิณออกมายืนฟังนอกชานบ้าน ปล่อยอารมณ์ล่องลอยไปกับเสียงพิณไพเราะ สัมผัสได้ถึงด้านอ่อนโยนของชายหนุ่ม

แสงระวีนึกอยากจะเข้าไปคุยด้วย แต่ดอกสร้อยโผล่มาเสียก่อน แถมเข้าไปกอดเอวออเซาะฉอเลาะเสือสุดฤทธิ์ คิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาบรรเลงพิณเพราะคิดถึงเธอ เสือเกรงดอกสร้อยจะคิดฟุ้งซ่านรีบอธิบายให้เข้าใจว่า เขาคิดกับเธอแค่น้องสาวเท่านั้น ดอกสร้อยเสียใจมาก วิ่งร้องไห้กลับไป

เสือถอนหายใจยาวเหนื่อยใจ ทันใดนั้นมีเสียงโครม-ครามดังมาจากด้านหลัง เสือหันไปมอง เห็นแสงระวีตกบันไดที่พาดไว้กับชานเรือนลงมานั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น หญิงสาวทั้งอายทั้งเจ็บ น้ำตาแทบร่วง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 08:06 น.