ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

โรสสังหรณ์ใจว่ามะลิต้องทำอะไรหุนหันพลันแล่น จึงแอบติดเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอสไว้ที่ตัวมะลิ พอโรสเช็กกับเครื่องคอมพิวเตอร์จะรู้ทันทีว่ามะลิอยู่ที่ไหน รีบชวนแสงระวีออกไปตาม...

ด้านมะลิกับทองปลิววิ่งไปตั้งหลักที่ตึกร้างแห่งหนึ่ง ทองปลิวแนะว่าจะเล่นงานคนอย่างลิงลม เราจะใช้วิธีซึ่งหน้าไม่ได้ ต้องเล่นแบบมีเล่ห์เหลี่ยม แล้ววางแผนบางอย่างกับมะลิ ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ รอไม่นาน ลิงลมเดินกร่างเข้ามาในตัวตึก

"น้องๆหนูๆปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม อย่าริทำซ่า เดี๋ยวจะไม่ทันได้ใช้ชีวิตบันเทิงๆอย่างวัยรุ่น ออกมาได้แล้ว พี่ขี้เกียจเล่นซ่อนหา" ลิงลมกวาดตามองไปรอบๆ

ทองปลิวโผล่จากที่ซ่อนด้านหลังลิงลมพร้อมกับหน้าไม้ในมือ เล็งไปยังเป้าหมาย แล้วเหนี่ยวไก ลูกหน้าไม้พุ่งใส่ ลิงลมหันขวับจับมันไว้ได้ด้วยมือเปล่า ทองปลิวถึงกับอึ้ง รีบเอาลูกหน้าไม้ใส่ใหม่ แล้วยิงอีก ลิงลมแค่เอี้ยวตัวเล็กน้อย ลูกหน้าไม้พลาดเป้า ทองปลิวถอยหนีชนกำแพง พยายามเอาลูกหน้าไม้ใส่ แต่ลิงลมใช้ความว่องไว พุ่งถึงตัวทองปลิว จับหน้าไม้ไว้ไม่ให้ยิง

"เลิกเล่นของเล่นได้แล้ว...นังมะลิอยู่ไหน"

ทองปลิวเล่นทีเผลอ เอาหัวโขกลิงลมเต็มหน้าถึงกับผงะ แต่ดูท่าแล้วทองปลิวน่าจะเจ็บมากกว่า ลิงลมโกรธง้างหมัดจะเล่นงาน มะลิแอบย่องมาด้านหลัง เอาก้อนหินก้อนเขื่องทุบหัวลิงลมสุดแรง ลิงลมหันมามองตาขวาง มะลิตกใจที่หินก้อนใหญ่ขนาดนี้ยังทำอะไรไม่ได้ หันไปโวยทองปลิวว่าทำไมถึงไม่สลบ

"ทำไมไม่เอาก้อนหินใหญ่กว่านี้ล่ะ"

"จะบ้าเหรอ แค่นี้ฉันก็ยกไม่ไหวแล้วนะ" มะลิถอยกรูดมาตั้งหลัก

ลิงลมยืนโงนเงน แล้วล้มตึงหมดสติ ทองปลิวกอดอกทำยืด ขณะที่มะลิถอนใจโล่งอก จากนั้นทั้งคู่ช่วยกันจับลิงลมมัดติดกับเสาอย่างแน่นหนา พอลิงลมรู้สึกตัวก็โวยวายให้ปล่อยตนเดี๋ยวนี้ ทองปลิวกับมะลิย่ามใจคิดว่าจับลิงลมคงหนีไปไหนไม่ได้ ลิงลมหลับตา เรียกพลังจากรอยสัก ทองปลิวเตือนมะลิให้ระวังตัวแต่ไม่ทัน ลิงลมใช้พลังทีเดียว เชือกที่มัดขาดกระจุย ตรงเข้าตบหน้ามะลิกระเด็นตามแรง

"เลิกเล่นกันได้แล้วเด็กๆ เชิงมวยพญาไฟที่ครูของเอ็งสอนเอาไว้ มันเจ๋งแค่ไหนงัดเอามาลุยกับข้าเลย"

ทองปลิวเจ็บใจ ตั้งท่าเชิงมวยพญาไฟพร้อมต่อสู้...

ooooooo

โรสกับแสงระวีตามสัญญาณจีพีเอสมาถึงหน้าตึกร้างแห่งนั้น โรสเห็นบรรยากาศไม่น่าไว้ใจ หยิบป—นยื่นให้แสงระวีหนึ่งกระบอก เตือนว่าอย่าประมาทและให้คอยหลบหลังเธอไว้ แสงระวีพยักหน้ารับรู้ โรสเดินนำ แสงระวีขยับจะตาม แต่รู้สึกเหมือนมีใครบางคนโผล่มาข้างหลัง หันปากกระบอกป—นขวับ แต่ไม่เจอใคร ทันใดนั้น ศรก้าวเข้ามายืนด้านหลังโดยที่แสงระวีไม่รู้ตัว เกือบจะถึงตัวหญิงสาว แต่เธอหันมาเสียก่อน

"คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเป“นแก...ไอ้ศร"

"เก่งมากครับคุณนักข่าวคนสวย...แต่เดี๋ยว...ตอนนี้รู้สึกว่าคุณจะไม่ใช่แค่ นักข่าวธรรมดาๆแล้วนี่ ได้ยินมาว่าพยายามจะเป“นลมใต้ป•กเลียนแบบพ่ออยู่ใช่ไหม"

แสงระวีเจ็บใจแค้นใจมากจะเหนี่ยวไก แต่ศรปัดปืนในมือเธอกระเด็น...

ในเวลาเดียวกัน ทองปลิวสู้ลิงลมไม่ได้โดนเตะเข้าเต็มแข้ง เซไปทางมะลิ ลิงลมเย้ยหยันว่าเชิงมวยพญาไฟ

ที่ทองปลิวภูมิใจนักหนาไม่เห็นจะระคายส่วนไหนของเขาสักนิด มะลิจะช่วยทองปลิวเล่นงานลิงลมอีกแรง แต่ทองปลิวไม่ยอม สั่งมะลิให้รีบไปจากที่นี่ไปตามคนมาช่วย มะลิสงสัยจะให้ไปตามใครแถวนี้

"หมวดโรสกับพี่แสงระวีกำลังตามหาคุณ ผมว่าเขาน่าจะมาถึงแล้ว"

"นายรู้ได้อย่างไร"

"พวกเขาไม่ปล่อยให้น้องสาวของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวอย่างคุณเสี่ยงอันตราย คนเดียวหรอกครับ...รีบไปเถอะ...ผมจะยันมันเอาไว้...รีบไปสิครับ" ทองปลิวผลักมะลิให้หนี ลิงลมจะขวาง

ทองปลิวฮึดสู้ ตั้งท่าเชิงมวยพญาไฟอีกครั้ง คราวนี้ทองปลิวเล่นงานลิงลมได้บ้างจนหน้าคะมำ ลิงลมตั้งหลักได้ตั้งท่าเชิงมวยตัวเอง ทองปลิวกลืนน้ำลาย สีหน้าหวั่นๆแต่ก็ขอสู้ตาย...

ฝ่ายโรสเข้ามาในตึกร้างได้สักพัก เอะใจว่าทำไมถึงเงียบนัก เหลียวหลังไปมอง ไม่เจอแสงระวีตามมานึกเป็นห่วงจะย้อนกลับไปดู แต่มะลิวิ่งพรวดพราดเข้ามาตะโกนขอความช่วยเหลือลั่น มะลิพูดยังไม่ทันขาดคำ ทองปลิวโดนเหวี่ยงเซถลาตามมาด้วยฝีมือลิงลม โรสชี้หน้าลิงลมอย่างเอาเรื่อง

"ไม่มีอะไรทำหรืออย่างไร ถึงได้มาแกล้งเด็ก"

"ใครว่าแกล้งเด็ก กำลังสั่งสอนให้มันรู้ว่าทีหลังอย่ามายุ่งเรื่องผู้ใหญ่ต่างหาก แต่ถ้าผู้ใหญ่คนสวยคันไม้คันมืออยากบันเทิงด้วย ก็เข้ามาเลย"

โรสไม่พูดพล่ามยิงปืนใส่เป็นชุด ลิงลมใช้ความว่องไวหลบกระสุนไปมา แต่โรสยิงปืนแม่นมาก ลิงลมพลาดท่าถูกยิงเฉี่ยวแขน โรสอาศัยจังหวะนั้น พามะลิกับทองปลิวหนีโดยหันมายิงสกัดลิงลมเป็นระยะๆ...

แสงระวีวิ่งหนีศรไม่พ้น ถูกล็อกตัวไว้ได้ เธอพยายามดิ้นหนีสุดฤทธิ์แต่สู้แรงผู้ชายไม่ได้ ศรดึงเธอเข้ามาจะจูบ

แสงระวีกระทืบเท้าศรอย่างแรงแล้ววิ่งหนี อารามรีบร้อนสะดุดขาตัวเองล้ม นึกขึ้นได้ล้วงเข้าไปในรองเท้าบูตหยิบมีดสั้นของมรกตหันกลับมาซัดใส่ศร มีดปักมือเขาอย่างแม่นยำถึงกับร้องลั่น

"อย่าดูถูกว่าฉันสู้ไม่เป็น มีดนั่นเป็นของนังมรกต ฉันฝากคืนไปปักที่หลุมศพนังนั่นด้วย"

ศรเจ็บใจจะเข้าไปตบสั่งสอนแสงระวี โรสขับรถจอดปาดหน้า เปิดประตูเรียกแสงระวีขึ้นรถ ขับหนีไปอย่างรวดเร็ว ลิงลมตามมาสมทบศร เห็นแต่ท้ายรถแล่นไปไกลๆได้แต่เจ็บ

แค้นใจ

ooooooo

เสือสะดุ้งตื่นเรียกแสงระวีลั่น มองไปรอบๆ พบว่าตัวเองนอนอยู่หน้าพระพุทธรูปเก่าๆกลางป่า ถามสิงห์ว่าตัวเขาสลบไปนานแค่ไหน สิงห์บอกว่าตั้งแต่เมื่อวานยันสายของวันนี้ เสือยังเจ็บแผลไหม้ที่กลางอกสิงห์เตือนให้ขยับค่อยๆ พลังของป่าพญาไฟทำให้เสือเกือบไหม้ทั้งตัว ดีที่ครูเขี้ยวมียาสมุนไพรทาแผลให้

"แล้วครูเขี้ยวบอกผู้กองหรือเปล่าว่าทำไมที่นี่ถึงได้น่ากลัวมากขนาดนี้ แล้วพระพุทธรูปองค์นี้มาอยู่กลางป่าลึก ได้อย่างไร" เสือค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่ง หันมองสิงห์ที่พยักหน้ารับ

"ครูเขี้ยวบอกว่าในอดีตบริเวณนี้คือใจกลางของเขตป่าพญาไฟ ในช่วงอยุธยาที่เราเสียกรุงบ้านเมืองลุกเป็นไฟชาวบ้านถูกปล้นสะดม หมดที่พึ่งเพราะขุนนางในสำนักคิดแต่เอาตัวรอด แต่มีครูมวยคนหนึ่งที่กล้าลุกขึ้นมาต่อสู้ขับไล่ศัตรูออกจากแผ่นดิน"

ภาพในอดีตตอนนั้น อัคคีครูมวยที่สิงห์พูดถึงวิ่งเข้ามา

กลางป่ามีผ้าขาวม้าพันหน้าอำพรางใบหน้าที่แท้จริง ทหารของศัตรูที่มีฝีมือเกือบสิบคนตามไล่ล่ามาติดๆ อัคคีใช้เชิงมวยโบราณจัดการพวกศัตรูได้ราบคาบ แต่ยังเหลือพวกนั้นอีกคนหนึ่งลอบยิงธนูอาบยาพิษถูกที่ไหล่ ยาพิษทำให้อัคคีบาดเจ็บหนัก

โชคดีที่มีชาวบ้านมาพบและช่วยรักษาบาดแผลจนปลอดภัย แต่พวกทหารศัตรูตามล่าจนพบและเข่นฆ่าชาวบ้านที่ให้ความช่วยเหลือแล้วเผา หมู่บ้านวอดวาย สิ่งสุดท้ายที่เหลือเป็นที่ยึดเหนี่ยวก็คือพระองค์นี้

"เพื่อรักษาสิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้ายไม่ให้พวกมันทำลาย อัคคีจึงนำชาวบ้านมาย้ายพระพุทธรูปมาซ่อนไว้ที่กลางป่า

พญาไฟ แต่พวกศัตรูก็รู้ทัน พวกมันจึงตามมาเข่นฆ่าอีก" สิงห์หยุดดื่มน้ำ แล้วเล่าต่อ

ชาวบ้านถูกฆ่าตายหมด อัคคีถูกจับ หัวหน้าทหารศัตรูเงื้อดาบจะบั่นคอเขา แต่อยู่ๆฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาที่ทหารคนนั้น ทหารคนอื่นๆแตกตื่นตกใจวิ่งหนีตายจ้าละหวั่นทิ้งให้อัคคีนอนหมดสติอยู่หน้า องค์พระ เขาบาดเจ็บสาหัสสลบไปเป็นอาทิตย์ เมื่อฟื้นขึ้นมาอัคคีรู้ว่าทหารศัตรูจะต้องยกกำลังมาปราบปรามเขาเพื่อไม่ เป็นเยี่ยงอย่างให้คนไทยที่ถูกทำร้ายหนีกระจัดกระจายหันมารวมตัวกันลุกขึ้น ขับไล่ศัตรู

"ครั้งนี้อัคคีจะต้องเอาชนะพวกศัตรูให้ได้ จึงอธิษฐานต่อหน้าพระพุทธรูปขอให้เจ้าป่าเจ้าเขาแห่งป่าพญาไฟช่วยดลบันดาล ให้ฝึกเชิงมวยที่สามารถนำไปใช้จัดการกับพวกศัตรูให้ราบคาบ"


"นั่นแหละคือต้นกำเนิดของเชิงมวยพญาไฟและเข่าพญาไฟอันน่ากลัว" ครูเขี้ยวสรุปตบท้าย...

พอเสืออาการดีขึ้น ครูเขี้ยวไม่รอช้าพามาฝึกที่ลานกว้างกลางป่า อธิบายให้ฟังอีกครั้งว่าถ้าเปรียบหมัดเขวี้ยงควายเป็นพลังแห่งสายน้ำมูล เข่าพญาไฟก็เหมือนกับความร้ายกาจลึกลับน่าเกรงขามของดงพญาไฟ พลังที่อัคคีนำมาใช้คิดเพลงเข่า

พญาไฟก็คือพลังจากป่าแห่งนี้ ครูเขี้ยวว่าแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อม

"ใช้หมัดเขวี้ยงควายของเอ็งมาสู้กับข้า เอาแบบเต็ม

ที่เลยคิดว่าข้าคือไอ้แม็กนั่ม"

เสือพยักหน้ารับคำ ตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายแล้วปล่อยพลังออกไป ครูเขี้ยวใช้เข่าพญาไฟสวนกลับเข้าอกเสือลุกเป็นไฟล้มลง สิงห์รีบเข้าไปประคองเสือที่บาดเจ็บ เสือแปลกใจว่าทำไมครั้งนี้ถึงรุนแรงกว่าเก่า

"ก็เพราะว่าที่นี่เป็นจุดกำเนิดของเข่าพญาไฟ เขาถึงต้องการทดสอบเอ็ง ถ้าเอ็งสามารถฝึกได้ ความรุนแรงของเข่าพญาไฟจะมากกว่าที่ข้าใช้กับเอ็งหลายเท่า"

เสือมองข้ามไหล่ครูเขี้ยวไป ต้องตกใจที่เห็นอัคคีมีผ้าขาวม้าพันหน้ายืนมองมาที่ตนเองท่าทางน่าเกรงขาม สิงห์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าจะเห็นผู้ชายที่ตายไปแล้วเป็นร้อยๆปีปรากฏ ตัวตรงหน้า อัคคีวิ่งเข้าไปในป่าลึกโดยมีเสือตามติด สิงห์จะตามไปอีกคน แต่ครูเขี้ยวรั้งไว้

"ปล่อยบักเสือไปเถอะผู้กอง มันไม่เป็นอะไรหรอก อัคคีจะสั่งสอนมันเอง ส่วนผู้กองต้องมากับผม"

ooooooo

เสือไล่ตามอัคคีลึกเข้าไปในป่าทึบ อยู่ๆอัคคีก็หายตัวไป เสือตะโกนก้องว่า ตนตั้งใจมาที่นี่เพื่อฝึกเข่าพญาไฟ ถ้าไม่ได้เชิงมวยนี้ไป พี่น้องชาวนาจะต้องเสียแผ่นดินที่บรรพบุรุษสร้างเอาไว้ให้กับพวกต่างชาติ

"ช่วยสอนผมให้ผมได้กลับไปปกป้องพวกเขาด้วยเถอะ... อัคคี"

สิ้นคำอ้อนวอนของเสือ อัคคีโผล่มาด้านหลัง เสือรู้ตัวหันขวับไปตั้งท่าเชิงมวยพร้อมต่อสู้ อัคคีไม่รอช้าโจนเข้าปะทะกับเสือ ด้วยฝีมือที่เหนือกว่ากันมาก อัคคีอัดเสือจนน่วมหมดสติ...

ฝ่ายสิงห์ตามครูเขี้ยวมาหน้าองค์พระ ครูเขี้ยวตั้งท่าเชิงมวย บอกสิงห์ให้มาต่อสู้กัน สิงห์เห็นสีหน้าจริงจังของครูสนองตอบทันที แต่สู้ครูเขี้ยวไม่ได้โดนเข่าพญาไฟอัดกลางอกแทบกระอักเลือด ครูเขี้ยวต้องการให้สิงห์ใช้พลังจิตเข้าต่อสู้ แม้จะรู้ว่าหลังใช้พลังแล้วสิงห์จะต้องเจ็บปวดเจียนตาย

"แต่นั่น...คือการฝึกฝนที่อัคคีก็ใช้ฝึกเหมือนกัน"

สิงห์ไม่มีทางเลือก เพ่งสมาธิยื่นมือไปข้างหน้า ปล่อยพลังกระแทกครูเขี้ยวอัดกับต้นไม้อย่างจัง แต่สิงห์กลับเป็นฝ่ายทรุดฮวบ ปวดหัวรุนแรง ดิ้นทุรนทุราย ครูเขี้ยวหันไปมองอัคคีซึ่งปรากฏตัวขึ้นในสภาพมีผ้าพันปิดบังใบหน้าแท้จริง บอกอัคคีว่าสิงห์จะตายไม่ได้เด็ดขาด อัคคีพยักหน้ารับรู้ เข้าไปประคองสิงห์มาหน้าองค์พระ จับให้นั่งขัดสมาธิ ครูเขี้ยวบอกสิงห์ว่าต้องฝึกจิตให้เข้มแข็งรับมือกับความเจ็บปวดให้ได้

"จำที่หลวงพ่อเข้มย้ำกับผู้กองได้ใช่ไหมครับ...ผู้กอง ต้องเชื่อในพลังแห่งพุทธานุภาพ ทุกครั้งที่เกิดความเจ็บปวดทรมานผู้กองท่องอิติปิโสไว้ครับ ท่องให้ได้วันละ 108 จบ แล้วผู้กองจะได้พบกับพลังอำนาจแห่งพระมหาพุทธานุภาพและจิตตานุภาพของตัวเอง"

สิงห์เหลือบมองอัคคีซึ่งมองตอบด้วยแววตาน่าเกรงขาม แล้วหลับตาข่มความเจ็บปวด ท่องอิติปิโสตามที่ครูเขี้ยวบอก อัคคีหายวับไปในอากาศ ขณะที่ครูเขี้ยวเข้ามาแตะบ่าสิงห์

"ผู้กองต้องทำได้ครับ...ปาฏิหาริย์ย่อมเกิดได้กับคนดี"

สิงห์พยายามกัดฟันทนความทรมาน ท่องบทสวดมนต์ อย่างต่อเนื่อง...

ที่เซฟเฮาส์แห่งใหม่ของลมใต้ปีก มะลิกับทองปลิวนั่งหน้าจ๋อยรู้ตัวว่าทำผิด ขอโทษแสงระวีกับโรสที่ต้องเดือดร้อนเพราะพวกตน ทองปลิวขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว มะลิไม่ยอม ทั้งคู่เลยเถียงกัน แสงระวีรำคาญเอ็ดเสียงดังให้หยุดพูด สองหนุ่มสาวถึงกับคอตก มะลิตีหน้าเศร้าขอร้องแสงระวีอย่าส่งเธอกลับดอนควาย

"ถ้าพี่ให้เรากลับไปอยู่ที่นั่น ยังไงก็ไกลหูไกลตาพี่ ถ้ามะลิไปทำอะไรอีก พี่ก็จะช่วยไม่ได้"

เข้าทางมะลิทันที รีบพยักหน้าหงึกๆเห็นด้วย แสงระวียอมให้มะลิอยู่ที่นี่ คอยช่วยหาข่าวให้ลมใต้ปีกใช้เล่นงานพวกเขี้ยวพยัคฆ์ แต่มีข้อแม้ว่าอยู่ได้แค่เสือฝึกวิชาสำเร็จกลับมาเท่านั้น มะลิดีใจโดดตัวลอยส่งเสียงไชโยลั่น แสงระวีมองหน้าดุๆ มะลิรู้สึกตัว นั่งเรียบร้อย

จากนั้น แสงระวีออกมายืนหน้าเศร้าคนเดียว หวนคิดถึงตอนที่จำใจบอกเลิกเสือ ทั้งๆที่ยังรักเขาหมดหัวใจ เสียใจน้ำตาไหลอาบแก้ม โรสยืนรีๆรอๆไม่กล้าเข้ามาหา ขณะจะเดินกลับ แสงระวีหันมาเจอพอดี ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า โรสเห็นแสงระวียังเศร้าๆเลยไม่อยากรบกวน

"ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับพวกเขี้ยวพยัคฆ์...ฉันพร้อม"

แสงระวีปาดน้ำตา เดินตามโรสมาห้องทำงาน โรสตรงไปนั่งหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ รายงานข้อมูลที่เธอค้นได้จากประวัติของปฐมพงษ์ว่า มรกตเป็นลูกสาวของปฐมพงษ์ แสงระวีแปลกใจ แล้วทำไมมรกตถึงให้พวกเขี้ยวพยัคฆ์ตามล่าพ่อตัวเอง โรสรายงานเพิ่มเติมว่าน่าจะเกี่ยวกับการทดลองเรื่องการเพิ่มพลังไร้ขีดจำกัด ซึ่งปฐมพงษ์เป็นหัวหน้างานวิจัยให้กับกลุ่มก่อการร้ายที่มรกตกับแม็กนั่ม สังกัดอยู่ แสงระวีนิ่งคิด

"ฉันพอจะเดาออกแล้วว่า น่าจะเกิดความขัดแย้งกันระหว่าง ดร.กับมรกต ดร.เลยพยายามหนีออกมาและทำลายโครงการวิจัย ทำให้การวิจัยไม่สมบูรณ์ มิน่าล่ะ พวกมันถึงต้องการตัว ดร.กลับไป"

"ถ้าปล่อยให้พวกมันทำสำเร็จ จะไม่มีใครขัดขวางพวกมันได้"

แสงระวีมุ่งมั่นที่จะหยุดพวกเขี้ยวพยัคฆ์โดยใช้สื่อในมือตัวเองเปิดโปงเรื่องชั่วของมันให้สังคมได้รู้

ooooooo

ลิงลมเป็นเดือดเป็นแค้นมากเมื่อรู้ข่าวว่าแสงระวีคิดจะสานต่องานของลมใต้ปีก ถึงขนาดอาสาจะไปจัดการทำลายสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ให้สิ้นซาก อำนาจไม่เห็นด้วย

"อย่าคิดอะไรง่ายๆแค่นั้นไอ้ลิงลม นังแสงระวีมันได้ เลือดของไอ้ธงไทมาเยอะ แถมยังหัวแข็งกว่าด้วยซ้ำ ถ้าไปทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนั้น มันจะกลับมาทำลายเราได้"

"แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้มันเขียนโจมตีเรา" ศรติง

"ฉันรู้ แต่เราไม่ต้องไปจัดการเอง ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เขาอยู่ข้างเรา เขาจะจัดการให้เอง" อำนาจยิ้มร้าย...

ยังไม่ทันข้ามวัน ผู้หลักผู้ใหญ่ที่อำนาจว่า ก็สั่งปิดสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่เรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่สำนักพิมพ์โทร.มา รายงานแสงระวีว่า คำสั่งปิดมีผลภายใน 24 ชั่วโมง แสงระวีสั่งทุกคนให้ทำงานต่อไปไม่ต้องเป็นกังวล เธอจะจัดการเรื่องนี้เอง แล้ววางสายอย่างโกรธจัด บ่นกับโรสว่า สิ่งที่พ่อของเธอสร้างมากับมือจะต้องพังพินาศไปต่อหน้าเธอ เพราะคนใหญ่โตขี้ฉ้อที่ยอมก้มหัวให้อำนาจสั่งปิดสำนักพิมพ์ของเธอ

"ใจเย็นๆก่อนค่ะ ฉันไม่เชื่อหรอกค่ะว่าสังคมนี้จะไร้ซึ่งคนดี อำนาจเงินทองพวกมันคงไม่ทำให้คนดีที่มีอีกเยอะต้องยอมพวกมันหรอก"

"แต่คนดีที่มีอีกเยอะที่หมวดพูดถึง ฉันว่าเขาคงไม่ใช่คนที่กล้าออกมาพูดหรอกค่ะ"

มะลิเข้ามากับทองปลิวพร้อมกับหนังสือพิมพ์หลายฉบับในมือ ก่อนจะยื่นให้แสงระวีดู บอกว่าข่าวที่แสงระวีพยายามเขียนกระตุ้นให้สังคมรู้ถึงความชั่วร้ายของพวก เขี้ยวพยัคฆ์กำลังถูกบิดเบือนว่าเป็นเรื่องโกหก แถมพูดถึงการต่อสู้ของนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวว่าเป็นเรื่องปัญญาอ่อน เป็นการกระทำของคนสติไม่ดี

แสงระวีไม่เข้าใจว่าทำไมพวกนั้นถึงต้องดูถูกเรา ทั้งๆที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวสู้เพื่อแผ่นดินเกิดของพวกเขาทั้งนั้น โรสว่าเป็นเพราะพวกที่พูดไม่เคยภูมิใจในความเป็นไทย ไม่เคยคิดว่ากว่าจะมาเป็นข้าวแต่ละเม็ดที่พวกเขากินมาจากหยาดเหงื่อของ เพื่อนร่วมชาติ วันๆสนใจแต่เรื่องฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย สิ้นชาติเมื่อใดแล้วจะรู้สึก แสงระวีจะไม่ท้อเด็ดขาด คนพวกนี้เป็นแค่คนส่วนน้อย เราต้องเดินหน้าต่อสู้เพื่อคนส่วนใหญ่

ooooooo

เสือต่อสู้กับอัคคีอยู่แถวลำธารกลางป่า สภาพของเสือดูแย่มาก ร่างกายบอบช้ำเพราะโดนเชิงมวยพญาไฟของอัคคีเล่นงานอย่างหนักตลอดเวลาหลายวัน ที่ฝึกซ้อมกันมา เสือโดนถีบซ้ำเข้ายอดอก แทบสิ้นเรี่ยวแรงจะสู้ แต่ยังกัดฟันลุกขึ้นยืนกำหมัดแน่น

"ผมจะไม่ยอมแพ้ ถ้าไม่ได้เข่าพญาไฟออกไปก็ขอตายอยู่ที่นี่"

เสือวิ่งฝ่าสายน้ำเข้าหาอัคคี แต่ถูกสวนกลับด้วยเข่าถึงกับหงายท้องตึง อัคคีก้มมองเสือแล้วเดินหายวับไป ไม่นานนัก ครูเขี้ยวพยุงเสือกลับที่พัก เอาข้าวเหนียวที่เตรียมไว้มาให้กิน แต่เสือนั่งมองนิ่งไม่ยอมแตะต้อง สีหน้าท้อแท้ ครูเขี้ยวตำหนิว่า แค่นี้คิดจะยอมแพ้แล้วหรือ เสือไม่ตอบ

"ข้าจะบอกให้นะบักเสือ เอ็งไม่ได้ต่อสู้คนเดียว ทุกคนเขาก็กำลังสู้เหมือนเอ็ง ผู้กองสิงห์ที่ต้องทนกับความเจ็บปวดแสนสาหัส เขาก็ยังอดทน"

เสืออดเป็นห่วงสิงห์ไม่ได้ ขอร้องให้ครูเขี้ยวพาไปหา สักพัก ทั้งคู่มาถึงน้ำตกแห่งหนึ่ง  เห็นสิงห์นั่งสมาธิอยู่ใต้สาย น้ำตก ใบหน้าซีด หนาวสั่นแต่สีหน้ามุ่งมั่น เสือถามครูว่าสิงห์ อยู่อย่างนี้มากี่วันแล้ว

"ก็ตั้งแต่ที่เอ็งเริ่มฝึกซ้อมกับอัคคีนั่นแหละ เป้าหมายของการฝึกครั้งนี้ของเอ็งคือเข่าพญาไฟ ส่วนผู้กองคือการฝึกจิตให้สามารถควบคุมความเจ็บปวดเพื่อใช้พลังจิตได้อย่าง ไม่ จำกัด...การต่อสู้ของอัคคีในอดีตก็เหมือนกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวในตอนนี้ เมื่อแผ่นดินกำลังเดือดร้อน จึงต้องการวีรบุรุษเข้ามากอบกู้"


"ผมเข้าใจแล้วครับครูว่าทำไมสวรรค์ถึงมอบพลังพิเศษนี้ให้ผม...ผู้กองครับ...ผมจะไม่ยอมแพ้ผู้กองเด็ดขาด...พวกเราต้องฝ่าฟันไปด้วยกัน" เสือขบกรามแน่นสีหน้าจริงจัง ครูเขี้ยวยิ้มพอใจ...

พอฟื้นพลังเรียบร้อย เสือกลับไปฝึกกับอัคคีต่อที่ลำธาร คราวนี้เขาตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างมาก ใช้เชิงมวยพญาไฟ ที่ครูเขี้ยวสอนมาต่อสู้ เสือโดนอัดไปหลายหมัด แต่ไม่ยอมแพ้ ลุกขึ้นมาโต้กลับ และซัดอัคคีได้หลายหมัด สุดท้ายถีบเข้าท้องเขาอย่างจัง จนหงายหลัง

อัคคีลุกขึ้นได้ วิ่งไปทางที่พัก เสือไล่ตามมาถึงหน้าองค์พระพุทธรูปแต่ไม่เจอ กลับพบกลุ่มชาวบ้านจากอดีตที่ตายระหว่างต่อสู้กับทหารศัตรู พวกชาวบ้านมีอาวุธเป็นมีด หอกและขวาน อัคคีก้าวออกมาจากหลังองค์พระ กอดอกมองไปยังกลุ่มชาวบ้านเหมือนจะสั่งการบางอย่าง เสือมองเขม็ง

"ผมเข้าใจแล้ว พวกคุณต้องการทดสอบผม ถ้าอย่างนั้นผมจะแสดงให้ดูว่าผมก็สู้ไม่ถอยได้เหมือนพี่ป้าน้าอ๋าทุกคนที่สู้จนตัวตายอยู่ที่นี่" เสือยกมือไหว้ทุกคนแล้วตั้งท่าเตรียมสู้ พวกชาวบ้านกรูเข้าใส่เสือ...

ในเวลาเดียวกัน สิงห์ค่อยๆเดินฝ่าน้ำตกเข้ามาหาครูเขี้ยว บอกว่าไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรอีกแล้ว ครูเขี้ยวขอทดสอบสิงห์ คว้ามีดไล่ฟันอุตลุด สิงห์ยกมือขึ้นใช้พลังจิต มือที่เงื้อมีดค้างอยู่กลางอากาศเหมือนมีใครจับไว้ สิงห์สะบัดมือ มีดในมือครูเขี้ยวกระเด็น นอกจากสิงห์จะไม่มีอาการปวดหัว พลังจิตของเขายังแข็งแกร่งมากขึ้นอีกด้วย ครูเขี้ยวพอใจ

"ถึงเวลาที่ผู้กองจะต้องร่วมต่อสู้กับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว แล้วครับ"

ครู่ต่อมา สิงห์ตามมาช่วยเสือ ถ้าทั้งคู่ผ่านพวกชาวบ้านไปไม่ได้ สองหนุ่มจะไม่ได้ไปจากที่นี่ เสือก็จะฝึกเข่าพญาไฟ ไม่สำเร็จ สิงห์พนมมือไหว้ขอโทษพวกชาวบ้าน แล้วใช้พลังจิตกระแทกอาวุธในมือพวกนั้นกระเด็นอย่างง่ายดาย เสืออดทึ่งกับพลังจิตที่เพิ่มมากขึ้นของสิงห์ไม่ได้ ทั้งสองคนเข้าต่อสู้กับพวกชาวบ้านอย่างดุเดือด อัคคีจับจ้องไปยังการต่อสู้ของเสือกับสิงห์ ก่อนจะเงยขึ้นมองท้องฟ้า

ooooooo

ดอกสร้อยวิ่งหน้าตื่นเข้ามาดึงมือลุงมั่นซึ่งกำลังไหว้พระอยู่ในโบสถ์วัดดอนควายให้ออกมาข้างนอกแล้วชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า ลุงมั่นแหงนหน้ามองแล้วตกใจ เห็นเงาของดวงจันทร์ค่อยๆบดบังดวงอาทิตย์

"เหมือนตอนที่พี่เสือได้พลังของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาเลยจ้ะพ่อ"

"แสดงว่าสวรรค์กำลังให้โอกาสบักเสือได้เป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด" ลุงมั่นยิ้มดีใจ...

เช่นเดียวกับมะลิ พอเห็นสุริยุปราคารีบพาโรสออกมาหน้าบ้าน ชี้ให้ดู บอกว่านี่เป็นสัญญาณที่ดีที่สวรรค์กำลังบอกพวกเราว่า เสือกับสิงห์กำลังจะกลับมาพร้อมกับพลังที่เพิ่มขึ้น ทองปลิวพลอยดีใจไปกับมะลิและโรส ทั้งสามคนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแสงระวีหายไป โรสมองมะลิสีหน้าเป็นกังวล...

ขณะเดียวกัน ที่หน้าโกดังร้างแห่งหนึ่ง แสงระวีเห็นสุริยคราสก็ยิ้มดีใจ รู้ทันทีว่าเสือฝึกเข่าพญาไฟสำเร็จ เธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยอมแพ้และจะสู้ไปพร้อมกับเขา แล้วเดินลัดเลาะเข้ามาซ่อนตัวภายในโกดังพร้อมกับกล้องถ่ายรูป ไม่นานนัก ชัยเดช นักการเมืองที่กำลังมีชื่อเสียงเข้ามาพร้อมกับทีมรักษาความปลอดภัย อีกอึดใจ อำนาจกับแม็กนั่มก็ตามมาสมทบ อำนาจกับชัยเดชตรงเข้าจับมือทักทายกัน

"สวัสดีครับท่าน เป็นเกียรติกับผมเป็นอย่างมากที่มีโอกาสได้พบท่านตามลำพัง"

แสงระวีตกใจอ้าปากค้าง ที่เห็นอำนาจแอบมาพบกับชัยเดช...

หลังจากสิงห์ใช้พลังจิตจัดการชาวบ้านที่มาจากอดีตคนสุดท้ายสำเร็จ เสือกับสิงห์ยกมือไหว้ขอขมาที่ล่วงเกินพวกนั้น อัคคีก้าวเข้ามายืนหน้าองค์พระจ้องเสือเขม็ง สิงห์รู้งานรีบถอยห่าง เสือกำหมัดแน่น พุ่งใส่อัคคีด้วยเชิงมวยพญาไฟเล่นงานจนถอยกรูด อัคคีตั้งหลักได้จู่โจมเสือกลับด้วยเข่าพญาไฟใส่กลางอก เสือกระเด็น แต่ลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าเอาจริง

"ทีนี้ก็ตาผมบ้างล่ะ...เข่า...พญา...ไฟ"

ความรุนแรงของเพลงเข่า กระแทกอัคคีล้มกลิ้งล้มหงายไปกองหน้าองค์พระ เสือปัดไฟที่ลุกพรึ่บตรงหัวเข่าตัวเอง สิงห์เข้ามาแสดงความยินดีกับเสือที่ฝึกท่าไม้ตายเข่าพญาไฟสำเร็จ อัคคียันตัวลุกขึ้นยืน ครูเขี้ยวบอกสองหนุ่มว่าได้เวลาต้องกราบเท้าขอขมาครูอัคคีแล้ว

เสือกับสิงห์พยักหน้ารับ พากันเข้าไปคุกเข่าก้มกราบอัคคี เขารับไหว้ศิษย์ทั้งสอง แล้วค่อยๆคลี่ผ้าขาวม้าที่พันหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าแท้จริง ซึ่งเหมือนเสือราวกับเป็นคนคนเดียวกัน เสือกับสิงห์ตะลึง

"พวกเอ็งทำได้ดีมาก จงรักษาแผ่นดินนี้ไว้ อย่าให้ตกอยู่ในมือคนชั่วเด็ดขาด"

อัคคีพูดจบเดินหายไปทางหลังพระพุทธรูป เสือกับสิงห์ก้มกราบเขาอีกครั้ง ครูเขี้ยวจับบ่าทั้งคู่ ถึงเวลาที่เสือกับสิงห์พร้อมสำหรับการกลับไปทวงความยุติธรรมคืนแล้ว...

แสงระวีแอบถ่ายภาพการสนทนาระหว่างอำนาจกับชัยเดชอย่างขะมักเขม้น เผลอเหยียบเศษกระเบื้องเสียงดัง อำนาจกับชัยเดชหันขวับไปมองทางต้นเสียง อำนาจรีบสั่งแม็กนั่มไปดู ชัยเดชไม่พอใจตำหนิอำนาจที่ทำอะไรหละหลวม เกิดมีใครรู้เรื่องที่เขาเแอบมาพบกับอำนาจ เขาอาจเสียหายได้

"ไม่ต้องห่วงครับ ท่านช่วยผม ผมก็จะช่วยจัดการกับพวกที่พยายามขวางทางไม่ให้ท่านอยู่ในอำนาจต่อ ยังไงเราลงเรือลำเดียวกันแล้วก็ต้องพากันไปให้ถึงฝั่ง"

"ทำให้ได้อย่างที่พูด คุณจะได้อานิสงส์เต็มๆ" ชัยเดชรีบออกไปจากที่นั่นพร้อมบอดี้การ์ด...

ฝ่ายแสงระวีหนีได้ไม่ไกล เจอแม็กนั่มขวางทางไว้ สั่งให้ส่งกล้องถ่ายรูปมา แสงระวีกอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้หลักฐานชิ้นสำคัญหลุดมือ  แม็กนั่มย่างสามขุมเข้าหา หญิงสาวถอยร่นจนติดกำแพง หมดทางหนี ล้วงกระเป๋าหยิบ สเปรย์พริกไทยออกมาฉีดใส่หน้าแม็กนั่ม ดิ้นพราดแสบตา

แสงระวีได้ทีถีบซ้ำแล้ววิ่งหนีไปที่รถ อำนาจตามเข้ามาเห็นแม็กนั่มเช็ดตาป้อยๆถามว่าเกิดอะไรขึ้น ฝีมือใคร พอรู้ว่าเป็นแสงระวีอำนาจตกใจหน้าเครียด ถ้าเกิดแม่นั่นเอาเรื่องนี้

ไปเผยแพร่มีหวังได้พังกันหมด แม็กนั่มรีบตามล่าตัวแสงระวีทันที...ระหว่างวิ่งหนี แสงระวีหยิบการ์ดความจำออกจากกล้อง ตัดสินใจทำบางอย่าง ก่อนจะวิ่งขึ้นรถขับออกไปได้ไม่กี่เมตร แม็กนั่มโดดขวาง แสงระวีตัดสินใจพุ่งชน

แม็กนั่มใช้สองมือยันรถไว้ แสงระวีตกตะลึงกับพลังมหาศาลของเขา ตั้งสติได้เหยียบคันเร่งมิด แต่รถไม่ขยับ อำนาจมายืนข้างคนขับพร้อมปืน บังคับให้เธอลงจากรถ แสงระวีหมดทางหนี ยอมลงจากรถแต่ไม่วายแดกดันอำนาจว่ายังเป็นคนไทยหรือเปล่า กล้าดีอย่างไรถึงรวมหัวกันขายชาติขายแผ่นดินตัวเอง

"อย่าเข้าใจผิดผมไม่คิดจะขายประเทศนี้ แต่ผมจะทำให้ประเทศไทยยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็นมา เมื่อไหร่ที่เราเป็นมหาอำนาจ ทุกคนบนโลกต้องกินแต่ข้าวจากเรา ถึงเวลานั้นคุณจะต้องมากราบเท้าขอโทษผม"

แสงระวีแค้นใจตบหน้าอำนาจอย่างแรง "อย่าทำเป็นพูดดีเลย พวกแกไม่ได้ทำเพื่อคนไทย แต่ทำเพื่อตัวเองต่างหาก ฉันกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวจะปกป้องแผ่นดินนี้เอาไว้ให้ลูกหลานเราเท่านั้น"

"คุณก็เห็นแล้วว่าแม็กนั่มแข็งแกร่งมากขนาดไหน...

พวกคุณทำดีที่สุดก็ได้แค่พูด" อำนาจฟาดเปรี้ยงเดียว แสงระวีสลบเหมือด...

กว่าเสือกับสิงห์จะเดินทางกลับถึงบ้านดอนควาย ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว พอลุงมั่นรู้ข่าวว่าเสือกลับมาและฝึกเข่าพญาไฟสำเร็จ รีบมาต้อนรับด้วยความดีใจ ดอกสร้อยวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกเสือว่ามะลิโทร.มาบอกว่าถ้าเสือกลับมาให้แจ้งด้วยว่าแสงระวีหายตัวไป เสือสีหน้าเป็นกังวล

ooooooo

เสือกับสิงห์ถึงเซฟเฮาส์แห่งใหม่ของลมใต้ปีก เช้าวันรุ่งขึ้น เสือต่อว่าทั้งมะลิ ทองปลิว และโรส ที่ไม่รู้จักห้ามปรามแสงระวีมะลิเล่าเรื่องที่อำนาจใช้อิทธิพลสั่งปิดสำนักพิมพ์ฟ้าใหม่ให้เสือฟัง ทองปลิว เสริมว่า

"พี่แสงระวีก็เลยโกรธคิดจะไปหาหลักฐานการคอรัปชันของพวกมันมาเล่นงานมันกลับครับ"

"ลำพังพวกเรายังสู้แทบไม่ได้ แต่เธอก็ไม่เคยเชื่อผมเห็นไหมครับผู้กอง" เสือบ่นอุบ

"ใจเย็นๆก่อนนายเสือ ทุกคนก็รู้ดีว่าที่แสงระวีตัดใจบอกเลิกนายเพราะอะไร"

"ไม่ใช่ว่าคุณแสงระวีไม่รักคุณ แต่เพราะรักมากเธอจึงอยากเสียสละบ้าง" โรสแก้ตัวให้แสงระวี

"งั้นสุดท้ายของการต่อสู้ ผมก็ต้องแลกด้วยการไม่เหลือคนที่ผมรักเลยงั้นหรือครับ"

ทุกคนต่างนิ่งเงียบ เข้าใจดีว่าเสือรู้สึกอย่างไรที่ต้องเสียคนใกล้ชิดตลอดมา มะลิยื่นสมุดบันทึกของแสงระวีให้เสือ บอกว่าถ้าเขาได้อ่านบันทึกเล่มนี้ เขาอาจจะเข้าใจว่าทำไมแสงระวี ถึงอยากช่วยเขา เสือรับสมุดบันทึกไปนั่งอ่านเพียงลำพังจนจบ เขาเข้าใจแล้วว่าที่แสงระวีทำอย่างนี้ก็เพราะรักเขามาก อยากจะแข็งแกร่งให้สมกับเป็นผู้หญิงของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเพื่อเขาจะได้ภูมิใจ เสือถึงกับน้ำตาคลอ...

แสงระวีรู้สึกตัวเมื่อโดนตบแก้มเบาๆ พอเห็นเต็มตาว่าศรอยู่ตรงหน้า พยายามดิ้นหนีแต่ถูกมัดติดกับเก้าอี้ไปไหนไม่ได้ ศรฉวยโอกาสดมแก้มและผมของเธอด้วยสีหน้าหื่น แสงระวี โวยวายลั่นว่าอย่ามายุ่งกับเธอ ศรไม่สนใจจะลวนลามเธอให้ได้ โชคดีอำนาจเข้ามากระชากศรออกไปเสียก่อน


"ฉันสั่งให้แกมายุ่งกับนังนี่เหรอ...ไอ้ศร"

"อยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่องบันเทิงซะแล้ว"

ศรโกรธที่ลิงลมแขวะ จะเข้าไปเอาเรื่อง อำนาจผลักอกศรออกห่าง ขู่ว่าอยากจะเจอกับพลังเหล็กไหลของเขาอีกหรือ ศรไม่กล้าหือ รีบขอโทษ อำนาจหันไปพยักหน้าให้ลิงลมพาแสงระวีไปที่ห้องทำงานของเขา ศรเจ็บใจที่ชิ้นปลามันอย่างแสงระวีต้องหลุดมือไปอีกครั้ง...

อำนาจสั่งแสงระวีให้เอาการ์ดความจำกล้องถ่ายรูปของเธอมาให้ แสงระวีทำไก๋ไม่รู้เรื่อง ลิงลมรำคาญตบหน้าสั่งสอนเธอหนึ่งฉาด ปากแตกเลือดซิบ อำนาจเข้ามาบีบปากแสงระวีซ้ำ

"อย่ามาหาเรื่องผมนะครับคุณแสงระวี ถ้าคุณไม่บอกผมมาว่าคุณซ่อนการ์ดความจำไว้ที่ไหน ผมจะให้ไอ้ศรมันค้นตัวคุณทุกซอกทุกมุม แม้แต่ที่ที่มิดชิดที่สุดของคุณ ผมก็จะให้มันค้น...และถ้าคุณยังปากแข็งอีก ผมก็จะส่งต่อคุณไปให้ไอ้ลิงลม แล้วต่อด้วยแม็กนั่ม หลังจากนั้นก็จะเป็นพวกผู้ชายอีกเป็นร้อยเป็นพัน...หวังว่าคุณคงสู้ไหวนะ" อำนาจยิ้มเหี้ยม ขณะแสงระวีขบกรามแน่นเจ็บใจ...

เสือจนปัญญาไม่รู้จะไปตามหาแสงระวีที่ไหน คิดจะไปหาคำตอบจากกำนันฉ่ำ สิงห์เข้ามาขวาง แล้วพาไปยังห้องคอมพิวเตอร์ โรสได้ข้อมูลบางอย่างของแสงระวีแล้ว เป็นสัญญาณจากเครื่องจีพีเอส

"แต่ฉันกำลังสงสัยว่าสัญญาณที่ส่งมาไม่มีการเคลื่อนไหว เลยให้คำตอบไม่ได้ว่าเป็นสัญญาณที่ส่งมาจากตัวแสงระวีหรือเปล่า" โรสนิ่วหน้า จ้องจอคอมพิวเตอร์เขม็ง

"ใช่ไม่ใช่ยังไงผมก็ต้องรีบไปดู เพราะนี่คือเบาะแสเดียวที่จะบอกได้ว่าแสงระวีเป็นหรือตาย"

สิงห์เตือนเสือให้ระวังตัว อาจจะเป็นกับดักของพวกอำนาจ แล้วอาสาจะไปช่วยเสืออีกแรง...

แสงระวียังไม่ยอมปริปากบอกเรื่องการ์ดความจำ อำนาจเลยสั่งลิงลมให้พาเธอไปไว้ที่ห้องนอนซึ่งศรรออยู่ก่อนแล้ว แสงระวีขัดขืนสุดฤทธิ์ ลิงลมผลักเธอล้มลงบนเตียง บอกศรให้เร่งมือง้างปากยัยตัวแสบให้พูดให้ได้ แล้วทิ้งแสงระวีไว้ ลำพังกับศร ศรไม่พูดพล่ามจับแสงระวีกดลงบนเตียงไซ้ซอกคออย่างเมามัน

"ถึงแกจะทำร้ายฉันได้ แต่พวกแกก็จะลอยนวลอยู่ได้ไม่นานหรอก" แสงระวีผลักศรกระเด็น

"พูดอย่างนี้คิดว่าจะถ่วงเวลาได้หรอ"

"ก็ได้นานมากพอที่จะทำให้พวกแกช้ากว่านักสู้พันธุ์ ข้าวเหนียวก็แล้วกัน"

ศรชักเอะใจ ลากแสงระวีกลับไปหาอำนาจ รายงานเรื่องนี้ทันที อำนาจโกรธตบหน้าแสงระวีฐานทำตัวแสบดีนัก แสงระวีกลับยิ้มสะใจ

"ป่านนี้หมวดโรสคงจะรู้แล้วว่าฉันซ่อนการ์ดความจำไว้ที่ไหน ทันทีที่เธอได้มันไป ทั้งผู้พันทั้งท่านชัยเดชจะถูกเปิดโปง ประเทศนี้จะได้รู้ว่ามีนักการเมืองคอรัปชันจ้องขายชาติขายแผ่นดินตัวเองอยู่"

อำนาจฉุนขาดชกท้องแสงระวีอย่างแรงหมดสติ ลิงลมถามว่าจะเอาอย่างไรดี ถ้าพวกนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวได้หลักฐานชิ้นนี้ไป พวกเราจบเห่แน่

"นังแสงระวีต้องซ่อนหลักฐานไว้ที่ที่ฉันจับตัวมันมาแน่ๆ มันวางแผนยอมให้จับแล้วติดสัญญาณจีพีเอสไว้ที่หลักฐานรอให้พวกมันมาเอาไป" อำนาจตะโกนเรียกแม็กนั่มลั่น สั่งให้พาคนไปจัดการพวกนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว แย่งหลักฐานคืนมาให้ได้ จากนั้นค่อยฆ่าพวกนั้นให้สิ้นซาก เขาอยากได้หน้ากากของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวมาประดับข้างฝา เพื่อประจานความพ่ายแพ้ของมัน...

เครื่องตรวจจับสัญญาณจีพีเอส สิงห์และโรสมาถึงโกดังร้าง เครื่องจีพีเอสส่งสัญญาณมาจากบริเวณห่างจากจุดที่พวกเขาอยู่ประมาณ 500 เมตร สิงห์กับโรสจะรีบตามสัญญาณเข้าไป แต่เสือขวางไว้ ใช้หลังพิเศษเงี่ยหูฟังเสียงความเคลื่อนไหว ไม่ปรากฏเสียงของแสงระวีแม้แต่น้อย

"หรือว่าแสงระวีไม่ได้อยู่ที่นี่" สิงห์ตั้งข้อสังเกต

โรสยืนยันว่าสัญญาณถูกส่งมาจากในโกดังแห่งนี้ แสงระวีคงอยากให้เรามาที่นี่ สิงห์จะเข้าไปข้างในกับเสือ ส่วนโรสคอยระวังอยู่ข้างนอก สองหนุ่มตามสัญญาณเข้ามาใกล้เครื่องจีพีเอส ราว 200 เมตร แต่ยังไม่มีวี่แววของแสงระวี พลันลิงลมโฉบเอาเครื่องตรวจจับสัญญาณจีพีเอสไปจากมือสิงห์อย่างไม่ทันตั้งตัว

เสือตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายจะเล่นงาน ลิงลมบอกปัดว่าวันนี้ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้ แค่ต้องการของที่แสงระวีซ่อนไว้เท่านั้น แล้วใช้ความว่องไววิ่งหนี เสือจะตามแต่แม็กนั่มยืนขวาง

"ผู้กองรีบตามไอ้ลิงลมไปครับ...กับมันต้องผมเท่านั้น" เสือจ้องหน้าแม็กนั่มอย่างเอาเรื่อง...

ลิงลมค้นหาจนเจอจุดที่แสงระวีฝังการ์ดความจำไว้กับเครื่องส่งสัญญาณจีพีเอส แล้วขุดการ์ดความจำขึ้นมาได้ ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น กระสุนเฉี่ยวมือลิงลม การ์ดความจำหล่นพื้น ลิงลมกวาดตามองหา เห็นโรสซุ่มยิงมาจากที่สูง กระสุนชุดใหญ่พุ่งเข้ามาอีก ลิงลมหลบหลีกคมกระสุนได้อย่างรวดเร็วก่อนจะหยิบการ์ดความจำวิ่งหนี โรสรีบเก็บปืนจะตาม แต่ศรถือปืนลูกซองเล็งมายังเธอ...

ลิงลมวิ่งออกมาหน้าโกดัง ยิ้มสะใจที่ชิงการ์ดความจำมาได้ สิงห์ก้าวเข้ามาประจันหน้า ใช้พลังจิตซัดลิงลมปลิวไปไกลหลายเมตร รีบหยิบการ์ดความจำขึ้นมาถือไว้ ลิงลมแปลกใจว่าทำไมสิงห์ใช้พลังจิตแล้วไม่มีอาการปวดหัวรบกวนเหมือนเคย

"เพราะฉันฝึกมาอย่างดีแล้วไง ตอนนี้ฉันสามารถใช้ พลังจิตส่งพวกแกเข้าไปอยู่ในคุกได้สบาย"

"โม้เก่งจริงนะผู้กอง ถ้าทำได้จริงอย่างพูดล่ะก็ ข้าชอบ... มาบันเทิงกันเลยดีกว่า"

ลิงลมเรียกพลังจากรอยสัก  เพิ่มความแข็งแกร่งแต่ก็ต้านพลังจิตของสิงห์ไม่ได้ โดนเล่นงานหมดสติก่อนที่สิงห์จะทันใส่กุญแจมือลิงลม มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด สิงห์เป็นห่วงโรสรีบตามไปช่วย


เสือในชุดนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวใช้เชิงมวยโคราชต่อสู้ แต่แม็กนั่มต้านได้ทุกหมัด แล้วตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายปล่อยพลังหมัดออกไป เสือยกสองแขนกัน แรงอัดอากาศกระแทกเสือถอยหลังไปหนึ่งก้าว แต่ก็ทำได้แค่นั้น แม็กนั่มประหลาดใจที่พลังหมัดของตนใช้ไม่ได้ผล คว้าเข็มฉีดยากระตุ้นพลังให้ตัวเองหนึ่งหลอด

พักเดียว แม็กนั่มตะโกนร้องอย่างบ้าคลั่ง ตั้งท่าหมัดเขวี้ยงควายอีกครั้ง คราวนี้อัดพลังแรงกว่าเดิมหลายเท่า เสือยกแขนกันเป็นรูปกากบาท อานุภาพความรุนแรงอัดเสือทะลุผนังไม้ออกไป แม็กนั่มหัวเราะสะใจคิดว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวสิ้นท่าแล้ว เสือกลับลุกขึ้นยืนอย่างไม่สะทกสะท้าน

"แกมั่นใจตัวเองเกินไปไอ้แม็กนั่ม คนที่เป็นนักสู้ที่แท้จริงคือคนที่ต้องลุกขึ้นมาได้ทุกครั้ง แม้ต้องพ่ายแพ้มากี่ครั้งก็ตาม" เสือตั้งท่าเชิงมวยพญาไฟ แม็กนั่มงง ถามว่าเชิงมวยอะไร

"แกได้รู้จักแน่ และแกก็จะจำไปจนชั่วชีวิต...เข่า...พญา...ไฟ"

พลังเข่าอัดกลางอกแม็กนั่มไฟลุกพึ่บจุกหน้าคว่ำ เสือเข้าไปกระชากคอเขาขึ้นมาตะคอกถามว่าเอาแสงระวีไปไว้ที่ไหน แม็กนั่มไม่ตอบ กลับใช้หัวโขกเสืออย่างแรงถึงกับผงะ แล้วจะถีบซ้ำ เสือจับขาเขาได้บิดล้มคว่ำหน้าคะมำกับพื้น แม็กนั่มคว้าทรายสาดใส่หน้า เสือยกมือกัน พอลดมือลงแม็กนั่มหายตัวไปแล้ว...

ทางฝ่ายโรสยิงปืนใส่ศรไปพลางวิ่งหนีไปพลางจนกระสุนหมด ศรย่ามใจเดินเข้าหาโรสซึ่งหมดทางหนี

"หยุดนะไอ้ศร ยอมให้ฉันจับแกดีกว่า ไม่อย่างนั้นแกเจ็บตัวแน่" สิงห์ตะโกนก้อง

ศรหยุดกึก หันไปมองสิงห์ แปลกใจว่าทำไมรอดเงื้อมือลิงลมมาได้ สิงห์คุยว่าไม่ใช่แค่รอด แต่จัดการลิงลมหมอบราบคาบไปแล้ว และศรก็จะเป็นรายต่อไป ศรเห็นท่าไม่ดีล็อกตัวโรสไว้เอาปืนขู่ไม่ให้สิงห์เข้าใกล้ โรสบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเธอ จัดการศรแล้วตามไปช่วยแสงระวีให้ได้ สิงห์ขยับ แต่ศรจ่อปืนที่หัวโรส

"อ๊ะๆๆ อย่านะผู้กอง ผมฆ่าหมวดคนสวยนี่จริงๆ"

พริบตาเดียว สิงห์ยื่นมือออกไปใช้พลังจิตปัดปืนศรกระเด็น ศรไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หยิบลูกระเบิดออกมาดึงสลัก โยนใส่ สิงห์กับโรสวิ่งหนีกระเจิง ระเบิดตูมสนั่นควันคลุ้ง สิงห์กับโรสรอดจากระเบิดได้อย่างเฉียดฉิว ส่วนศรหายตัวไปเรียบร้อย เสือได้ยินเสียงระเบิดรีบวิ่งมาดู ถามโรสกับสิงห์ว่าเป็นอะไรไหม  พอรู้ว่าทั้งคู่ปลอดภัยก็สบายใจ  แต่เสียดายไม่หายที่ศร แม็กนั่ม กับลิงลมพากันหนีไปได้

"ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ถึงพวกมันจะหนีไปได้ แต่ฉันคิดว่าข้อมูลที่คุณแสงระวีทิ้งไว้ให้คงต้องสำคัญมาก ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อให้พวกเราตามเจอหรอกค่ะ"

ooooooo

ในเวลาต่อมา ศรช่วยพยุงลิงลมที่เจ็บหนักกลับมายังบาร์ของอำนาจ ส่วนแม็กนั่มก็มาในสภาพสะบัก สะบอมไม่แพ้กัน อำนาจสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ศรรายงานว่าโดนนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวกับสิงห์เล่นงานมา ส่วนข้อมูลของแสงระวีที่อำนาจให้ไปตามหา พวกเสือก็ได้ไป อำนาจฉุนขาด

"แกว่าไงนะ พวกแกทำงานนี้พลาดได้ยังไง รู้ไหมว่าถ้าพวกมันเอาไปเปิดเผยพวกเราได้พังกันหมด"

"ผมพยายามแล้วครับผู้พัน แต่พวกมันคงไปได้วิชาดีมา พวกเราถึงสู้มันไม่ได้" ลิงลมโอดครวญ

อำนาจเจ็บใจมาก ขนาดส่งแม็กนั่มไปด้วยยังจัดการพวกเสือไม่ได้อีก ศรบอกว่าแม็กนั่มโดนเสือใช้เข่าพญาไฟจัดการ แม็กนั่มโชว์รอยไหม้เกรียมที่อกให้อำนาจดู ก่อนจะกระอักเลือด

เพราะช้ำใน ล้มหมดสติ อำนาจตกใจสั่งให้สมุนไปตามตัวปฐมพงษ์มารักษาแม็กนั่มทันที...

มะลิใจไม่ดีที่ไม่เห็นแสงระวีกลับมากับพวกเสือ เกรงว่าพวกเขี้ยวพยัคฆ์ไม่พอใจที่ถูกเล่นงานอาจจะฆ่าแสงระวีไปแล้วก็ได้ ทองปลิวไม่คิดอย่างนั้น ยิ่งพวกนั้นต้องการข้อมูลของแสงระวีที่เรามีมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องไว้ชีวิตแสงระวีเอาไว้เพื่อแลกกับข้อมูลนี้

"ทองปลิวพูดถูกแล้ว ลองพวกมันพยายามสู้กับพี่เพื่อข้อมูลนั่น ก็แสดงว่ามันต้องไม่ยอมเสี่ยงชีวิตแสงระวีแน่" เสือพูดอย่างมั่นใจ จังหวะนั้นสิงห์มาแจ้งทุกคนว่า โรสเปิดไฟล์ข้อมูลของแสงระวีได้แล้ว

ครู่ต่อมา ทุกคนพากันมายืนออหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งกำลังเปิดภาพที่แสงระวีถ่ายรูปอำนาจลอบพบกับชัยเดชนักการเมืองระดับบิ๊ก ผู้สนับสนุนลับๆของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ ทองปลิวถึงกับออกปากว่าอำนาจมีผู้สนับสนุนใหญ่ขนาดนี้ถึงได้กล้าเล่นงานสิงห์กับโรส และยังปิดสำนักพิมพ์ของแสงระวีอีกด้วย

"แสดงว่านี่เป็นหลักฐานสำคัญ ถ้าเราเอาไปเผยแพร่ก็เท่ากับเราสามารถจัดการท่อน้ำเลี้ยงของพวกเขี้ยวพยัคฆ์ได้น่ะสิคะ" มะลิตั้งข้อสังเกต

สิงห์ไม่คิดว่าอำนาจจะยอมให้พวกเราเล่นงานง่ายๆแน่ เพราะแสงระวียังอยู่ในมือพวกมัน เสือเจ็บใจแค้นใจมาก ถ้าใครขืนแตะต้องแสงระวี เขาจะใช้เข่าพญาไฟจัดการให้ราบเป็นหน้ากลอง...

ปฐมพงษ์ยังไม่ยอมลงมือรักษาแม็กนั่มปล่อยให้นอนร้องครวญครางบนเตียงตรวจตั้งแต่เย็นยันค่ำ อำนาจไม่พอใจเข้ามาต่อว่าว่าทำไมถึงไม่รีบรักษาแม็กนั่มมัวแต่ยืนเฉยอยู่ได้ ปฐมพงษ์ต้องการให้แม็กนั่มชดใช้กรรมที่เคยเข่นฆ่าคน

บริสุทธิ์ อำนาจฉุนจัด ชักปืนขู่ว่าถ้าไม่ช่วยแม็กนั่มเขาจะฆ่าปฐมพงษ์ทิ้ง

"คุณไม่กล้าฆ่าผมหรอกผู้พัน เพราะผมมีประโยชน์ มหาศาลกับคุณ"

อำนาจเจ็บใจขู่จะฆ่ามรกตแทน ปฐมพงษ์ไม่ยี่หระ "พวกแกจะต้องถูกกำจัด ฉันได้ยินหมดแล้วว่านักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวศัตรูของพวกแกมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าไอ้แม็กนั่ม"

"ถ้ารู้แบบนั้นก็ดี จะได้ไม่ต้องอธิบายมาก หน้าที่ที่ ดร.ต้องทำคือ ต้องช่วยแม็กนั่มแล้วปลุกมรกตให้ตื่นขึ้นมาและพัฒนายากระตุ้นพลังให้สำเร็จ"

ปฐมพงษ์ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ทำ อำนาจเลยใช้ไม้ตาย พยักพเยิดให้ศรพาแสงระวีเข้ามาแล้วจับมัดมือมัดปากติดกับเก้าอี้ เอายากระตุ้นพลังออกมา อำนาจขู่ว่าถ้าปฐมพงษ์ไม่ทำตามที่เขาต้องการ เขาจะฉีดยากระตุ้นพลังให้นักข่าวสาวคนนี้ ปฐมพงษ์โวยวายลั่นว่าตัวยายังไม่เสร็จสมบูรณ์ห้ามใช้เด็ดขาด

"ผมรู้...ยาพวกนี้ถ้าไม่ใช่ไอ้แม็กนั่มแล้วมันก็คือยาพิษดีๆนี่เอง ซึ่งมันก็น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ ดร.สามารถผลิตยาพิษชั้นดีออกมาโดยที่หายารักษาไม่ได้"

ศรจับแขนแสงระวีขึ้นมาเตรียมจะฉีดยาให้ ปฐมพงษ์ ไม่มีทางเลือก จำยอมทำตามที่อำนาจต้องการขอแค่อย่าฉีดยานั่นให้ใครอีก อำนาจหัวเราะชอบใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น    โรสแอบซุ่มดูอยู่หน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง  เห็นชัยเดชมาถึงพร้อมกับบอดี้การ์ดล้อมหน้าล้อมหลังสี่คน เธอขยับจะตามชัยเดชเข้าไปในโรงแรม แต่สิงห์มาทางด้านหลังจับบ่าเธอไว้

"เสี่ยงเกินไปหรือเปล่าหมวด บอดี้การ์ดพวกนั้นฝีมือไม่ธรรมดานะ คุณคนเดียวรับมือไม่ไหวหรอก"

"แต่ฉันควรต้องทำอะไรบ้าง ไม่อย่างนั้นชีวิตของคุณแสงระวีจะไม่ปลอดภัย"

สิงห์รู้แล้วถึงไม่ได้มาห้าม แต่เขามาเพื่อช่วยเธอต่างหาก สักพักจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มตามมาสมทบอาสาจะช่วยโรสอีกแรง สิงห์วางแผนให้จ่าเพิ่มกับหมู่แย้มปลอมตัวเป็นชาวบ้านที่เดือดร้อน แกล้งมาขอความช่วยเหลือจากชัยเดช แต่ชัยเดชกลับสั่งให้บอดี้การ์ดนำตัวทั้งคู่ไปให้พ้นจากโรงแรม บอดี้การ์ดต้องแบ่งคนออกมาสองคนเพื่อนำตัวจ่าเพิ่มกับหมู่แย้มออกไป แผนขั้นที่หนึ่งสำเร็จ

แผนขั้นที่สอง สิงห์กับโรสรอจนชัยเดชเข้าห้องพัก จึงจัดการกับบอดี้การ์ดสองคนที่เหลือ จากนั้นโรสเข้าไปหาชัยเดชในห้องพักหรูคนเดียว เห็นเขากำลังนั่งหันหลังจิบไวน์อย่างสบายอารมณ์

"มาแล้วเหรอหนู วันนี้มีถ่ายแบบเหรอถึงให้ฉันรอนาน"

ชัยเดชหันมาเห็นโรสก็ตกใจ ร้องให้คนช่วย

"คนของท่านไม่ว่างมาช่วยหรอกค่ะ"

"แกเป็นพวกไหน ใครจ้างให้แกเข้ามาทำร้ายฉัน"

"ท่าทางท่านจะมีศัตรูเยอะนะคะ ไม่เห็นเหมือนกับข่าวที่ออกมาเลยว่าท่านเป็นคนใจบุญ"

ชัยเดชพุ่งไปที่เตียงนอน จะหยิบปืนที่ซ่อนไว้ใต้หมอน โรสไวกว่าชักปืนได้ก่อน สั่งให้ทิ้งปืน เธอสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายเขา แค่ต้องการมาคุยด้วยเท่านั้น ชัยเดชเจ็บใจโยนปืนให้โรส ก่อนจะนึกได้

"ฉันจำเธอได้แล้ว เธอเป็นตำรวจที่ตามคดีเขี้ยวพยัคฆ์"

"ใช่ค่ะ แล้วฉันกับผู้กองสิงห์ ตำรวจดีๆอีกคนก็ต้องโดนเส้นสายของท่านใส่ร้ายป้ายสีให้เป็นคนผิด"

โรสไม่ได้มาที่นี่เพื่อแก้แค้นอย่างที่ชัยเดชคิด แต่มายื่นข้อเสนอบ้างอย่างให้แล้วโยนภาพถ่ายที่แสงระวีแอบถ่ายเขากับอำนาจให้ดู "นี่เป็นหลักฐานสำคัญที่จะเปิดโปงท่านว่าเป็นผู้ให้การสนับสนุนองค์กรก่อการร้ายเขี้ยวพยัคฆ์ และตอนนี้นักข่าวที่ถ่ายภาพนี้กำลังอยู่ในมือพวกมัน ฉันจะให้เวลาท่านภายใน 24 ชม. ท่านต้องพาตัวนักข่าวคนนี้มาให้ฉันไม่อย่างนั้น...ฉันจะเปิดโปงท่านให้หมด" โรสว่าแล้วถอยออกมา

ชัยเดชหยิบภาพถ่ายขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเจ็บใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 10:31 น.