ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แฝดนะยะ

SHARE
ตอนที่ 18

เมื่อเจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมพาประพันธ์กับกระบี่เข้าไปในบ้าน ปรียาผุดลุกขึ้นทันทีถามเสียงมะนาวไม่มีน้ำว่า "แกมาทำไมไอ้พัน" เห็นบรรยากาศเขม็งเกลียวขนาดนี้  เจ๊ตุ่ม  นุช  และเอื้อมก็ฉากหลบออกไป ส่วนปรางค์ถอยไปยืนหลบที่บันได นักรบกับแป้งถือถ้วยกาแฟออกมาเจอเข้า แป้งถามว่าพ่อมาได้ไง?

ประพันธ์พูดไม่อ้อมค้อมว่าจะมารับแป้งกลับ ปรียาหมั่นไส้ถามว่าจะไม่ถามถึงไอ้ป้างสักคำหรือ ประพันธ์เลยต้องถามอย่างขอไปทีว่าเป็นไงบ้าง พอปรางค์บอกว่าตนไม่เป็นไรก็ตัดบททันทีว่าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว พลางหันไปชวนแป้งกลับเพราะต้องรีบไปซ้อมมวย

ปรียากับประพันธ์โต้เถียงต่อว่ากันอีกพักใหญ่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูก ประพันธ์หาว่าปรียาเลี้ยงลูกภาษาอะไรเลี้ยงลูกชายกลายมาเป็นกะเทย ถ้าขืนตนไม่พาแป้งกลับเธอก็ต้องเลี้ยงแป้งให้เป็นเด็กขี้แพ้ไปอีกคน ทั้งยังพูดแขวะปรางค์ว่า

"ฉันเห็นมันออกทีวีแล้วมันไม่มีปัญญาปกป้องน้องสาวมัน ทั้งๆที่มันเป็นคนทำให้น้องมันต้องมาซวยไปด้วย"

"แกหยุดเดี๋ยวนี้นะ ถ้าแกด่าไอ้ป้างอีกคำเดียวฉันเอาเลือดหัวแกออกแน่" ปรียาชี้หน้าปราม

แป้งขอร้องให้พ่อกับแม่เลิกทะเลาะกันเสียที ตนจะกลับไปกับพ่อแล้วจะหาโอกาสมาเยี่ยมแม่ใหม่ นักรบจะตามไปส่ง กระบี่กีดกันเต็มที่ นักรบชี้แจงว่า

"พวกคุณจะกลับยังไง กลับรถทัวร์เหรอ ตอนนี้แป้งเป็นข่าวใหญ่ดังไปทั้งประเทศ คุณจะให้แป้งไปให้คนมองเป็นตัวประหลาดรึไง"

"ให้คุณนักรบไปส่งน่ะดีแล้วไอ้บี่" แป้งตัดสินเพราะตัวเองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับเขาเหมือนกัน

ooooooo

แต่พอนักรบไปส่งถึงบ้านแล้ว กระบี่รีบขอบใจแล้วให้เขากลับไปเสียอ้างว่าแป้งเหนื่อยมาทั้งวันแล้วต้องการพักผ่อน พอนักรบบอกว่าตนมีเรื่องอยากคุยกับแป้งเพราะเรื่องแป้งคงไม่จบง่ายๆ มันต้องมีผลกระทบทางสังคมตามมาอีกเยอะ เราน่าจะหาทางป้องกันไว้ก่อน

ประพันธ์ขัดขึ้นทันทีว่าอย่างมากก็ทนฟังขี้ปากชาวบ้านไปสักสองสามวัน หาว่านักรบหาทางมาใกล้ชิดแป้งมากกว่า ปรามว่า

"ที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นบ้างผมไม่สนใจหรอก แต่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมขอให้คุณอยู่ห่างๆไอ้แป้งไว้"

"พ่อ..." แป้งทนไม่ได้ กลับถูกประพันธ์พูดสวนทันทีว่าเธอกับนักรบไม่เหมาะสมกันหรอก ผู้ชายที่เหมาะสมกับแป้งมันต้องมีหัวใจที่แน่วแน่ต่อความรัก ประพันธ์ทำท่าจะพูดยาว แป้งขัดขึ้นว่า

"พอแล้วพ่อ หนูจะพูดกับคุณนักรบเอง ถอยไปได้แล้ว ทั้งสองคนแหละ" แป้งกันประพันธ์กับกระบี่ออกไป

ooooooo

แป้งพานักรบออกไปคุยกันที่ชายหาด นักรบบอกแป้งว่าพ่อเธอยังมองตนแต่เปลือกนอก ถ้าเขารู้จักตัวจริงของตนเมื่อไรก็จะต้องยอมรับตนได้แน่ๆ บอกแป้งว่าแบบนี้ตนต้องมาที่บ้านเธอบ่อยๆแล้ว

แป้งบอกว่าอย่ามาที่นี่อีกเลย ไม่อยากให้ชีวิตของเขาต้องตกต่ำกว่านี้อีก ไม่อยากให้เอาอนาคตมาทิ้งไว้กับตน นักรบให้ความหวังว่าเราจะแก้ไขเรื่องนี้ด้วยกัน แป้งก็พูดอย่างสิ้นหวังว่าตนไม่มีโอกาสแก้ไขอะไรแล้ว แต่ถ้าเขาออกไปจากชีวิตตนเขายังมีโอกาสไปได้ดี ขอให้เขาไปเลือกผู้หญิงที่เหมาะสมกว่าตนดีกว่า เขาสูงเกินเอื้อมสำหรับตน

"ฉันได้พิสูจน์ตัวเองมามากพอแล้ว ถ้าเธอยังไม่มั่นใจในความรักของฉันอีก ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ตามใจเธอก็แล้วกัน" นักรบพูดอย่างน้อยใจแล้วเดินจากไป แป้งยืนอึ้งอย่างปวดใจ...

ooooooo

ในที่สุด เจ๊ตุ่ม นุช เอื้อม และปรางค์ก็ตกลงกันว่าเราไปทำอาชีพเดิมของตัวเองกันดีกว่า ไปตั้งต้นกันใหม่อีกที ทั้งสี่ยื่นมือไปวางซ้อนกันร้องตะโกน "พวกเราสู้ๆ!!"

แต่ปรากฏว่า หลังรายการคืนนั้นแล้ว ปรียาก็ถูกร้านตัดเสื้องดส่งงานให้เย็บอีก บอกว่าไม่สนับสนุนพวกต้มตุ๋นชาวบ้าน

ส่วนเจ๊ตุ่มก็ไปด้อมๆมองๆหานางแบบคนใหม่ แต่พอเข้าไปสอบถามแนะนำตัวเองเท่านั้น เด็กสาวเหล่านั้นก็เบ้หน้าไม่ขอร่วมงานกับพวกแหกตาประชาชนอย่างเจ๊

นุชก็ถูกไล่ออกจากงานเพราะเจ้าของหาว่าทำลายภาพพจน์คลินิก ทำให้สถาบันความงามเสื่อมเสีย หน้าจ๋อยมาหาเจ๊ตุ่มว่าจะทำอย่างไรดี เจ๊เองก็ช่วยไม่ได้เพราะตกที่นั่งลำบากเหมือนกัน

ปรางค์กับเอื้อมกลับไปขายของแบกะดินตามเดิม แม้จะพยายามลดราคา ขายราคาพิเศษ แต่ก็ถูกพวกแฟนคลับและวัยรุ่นพากันเบือนหน้าไม่อยากคบ หาว่าเป็นพวกหลอกลวงประชาชน ตราหน้าขนาดว่าถึงไปขายเต้าฮวยก็จะตามไปแบน!

แม้แต่พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่อยากให้ปรางค์ไปวางขายใกล้ๆกลัวจะซวยไปด้วย บางคนถึงกับมาบอกให้เก็บของไปขายที่อื่นไม่อย่างนั้นจะช่วยเก็บให้เอง

ระหว่างนั้นมีแฟนคลับสองคนถ่ายวีดิโอไว้ พูดกันอย่างสะใจว่า

"เดี๋ยวเอาไปอัพโหลดลงเว็บเรา ทุกคนต้องสะใจแน่ๆ"

ปรางค์กับเอื้อมต้องรีบช่วยกันเก็บของหนีอย่างตกใจ หดหู่ใจกับการถูกต่อต้านรุนแรง

ใช่ว่าแป้งจะไปได้ดี เพราะประพันธ์พาแป้งไปซ้อมก็ถูกเฮียพงษ์อ้างว่าโปรโมเตอร์ขอให้ส่งคนอื่นขึ้นชกแทนแป้ง บอกประพันธ์ที่โมโหฉุนเฉียวว่า ถ้าแป้งไม่ไปยุ่งกับกะเทยนั่นก็ไม่ถูกถอนตัวหรอก

แม้แป้งจะเสียใจแต่เห็นพ่อเสียใจแล้วเธอเข้าไปขอโทษพ่อ ประพันธ์ไม่ซ้ำเติมลูก แต่บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ใช่ความผิดของแป้ง แล้วชกกระสอบทรายระบายอารมณ์สบถลั่น

"ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้วะ...ทำไม...ทำไม!!"

ooooooo

สองพ่อลูกเดินหงอยๆออกจากค่ายมวย ประพันธ์ ยังห่วงแป้ง ปลุกเร้าว่าให้เข้มแข็งเข้าไว้ วันนี้อาจยังไม่ใช่วันของเราแต่วันหน้ายังมี ไม่ได้ชกไฟต์นี้เดี๋ยวก็มีไฟต์อื่นให้ชก พูดให้กำลังใจแป้งว่า

"โธ่...ศึกดาวรุ่งเหรอ กระจอกน่า ระดับอย่างเราต้องชกเวทีใหญ่กว่านี้"

แป้งบอกว่าไม่ต้องปลอบใจตนหรอก เพราะชินกับความผิดหวังแล้ว ในชีวิตไม่เคยได้อะไรมาง่ายๆ บอกพ่อว่าไม่ต้องห่วงตนจะสู้ต่อไปไม่ว่าต่อไปจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตนก็ไม่กลัวแล้ว พูดไปอย่างนั้นแต่น้ำตาไหลพรากๆจนประพันธ์ดึงเข้าไปกอดปลอบอย่างรักและสงสารจับใจว่า

"ไอ้ลูกหมาเอ๊ย อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเลย" แป้งเปรยๆว่าพ่อไม่ชอบเห็นหนูอ่อนแอ ประพันธ์พูดเป็นการเป็นงานว่า "คนเรามันก็ต้องมีเหนื่อยมีท้อบ้าง เราท้อได้แต่เราห้ามถอยเด็ดขาด แล้วแกก็ไม่ต้องขอโทษพ่ออีก แกทำถูกแล้วที่ไปช่วยพี่ชายของแก เราเป็นพี่น้องกันเราก็ต้องช่วยเหลือกัน"

"พ่อไม่เกลียดพี่ปรางค์แล้วใช่ไหม" แป้งดีใจหยุดร้องไห้ทันที พอประพันธ์บอกว่าไม่เกลียดแต่ยังโกรธอยู่ หน่อยๆขอเวลาทำใจอีกนิด แป้งหน้าเศร้าเมื่อพูดถึงปรางค์ว่า "หนูว่าพี่ปรางค์ต้องโดนหนักกว่าหนูแน่ๆ พ่อยอมรับพี่ปรางค์ เถอะนะ ตอนนี้เราไม่เหลือใครอีกแล้ว นอกจากครอบครัวของเรา เรากลับมาอยู่ด้วยกันได้ไหมพ่อ"

แป้งกอดพ่ออ้อนๆ ประพันธ์ไม่ตอบสีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

นักรบกลับไปอยู่บ้านถูกทั้งพ่อและแม่เกลี้ย กล่อมหว่านล้อมให้ตัดใจจากแป้งเสียและหันมารักโชติรสที่คู่ควรกัน ไม่ว่าชาติตระกูล ฐานะ และแม้แต่ ความรู้ ผิดกับแป้งที่เป็นแค่นักมวยวัด เรียนจบมัธยม พ่อเป็นผีการพนัน แม่เป็นช่างเย็บเสื้อโหล

หลังจากช่วยกันสาธยายคุยสมบัติเลิศเลอของโชติรสและความต่ำต้อยของแป้งแล้ว ศักดิ์สิทธิ์บอกนักรบว่า "รีบเปลี่ยนใจซะตอนนี้ก็ยังทัน"

"ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนใจผมได้หรอกครับ แล้วที่สำคัญนี่ชีวิตของผม ขอผมตัดสินใจเองครับ"

คำตอบของนักรบทำให้ศักดิ์สิทธิ์เดือดพล่านขึ้นมาอีก พอดีโชติรสแทรกเข้ามาขอคุยกับนักรบเอง แล้วตามนักรบเข้าไปในห้องทำงานของเขาที่บ้าน

นักรบต่อว่าโชติรสว่าไม่นึกว่าเธอจะเป็นคนที่พูดเข้าใจยากอย่างนี้ เธอบอกว่าตนเข้าใจทุกอย่างที่เขาพูดและต่อไปก็ไม่ต้องเจอหน้ากันแล้ว แต่น่าเสียดายที่นั่นเป็นการตัดสินใจของเขาคนเดียวตนไม่ได้คิดเหมือนเขา ย้ำว่า "เกมของเรายังไม่จบค่ะ"

โชติรสดำเนินแผนของตนต่อไป บอกนักรบว่าถ้าเขารักแป้งจริงก็ไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอของตน แล้วเธอก็สาธยายรายละเอียดว่า

"ข้อเสนอง่ายๆค่ะ ถ้าพี่รบไม่แต่งงานกับโรส โรสจะแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับแป้งและปรางค์ รวมทั้งผู้จัดการและคนที่อยู่เบื้องหลังการโกงการประกวดครั้งนี้ทุกคน"

นักรบถามว่าข้อหาอะไร เธอสาธยายว่าฉ้อโกงประชาชน ใครเจอคดีแบบนี้มีตัวอย่างมาแล้ว ไม่ติดคุกสามสี่ปีก็ปีเดียวแต่นั่นก็เป็นตราบาปติดตัวไปจนตาย ตนยังจะฟ้องเรียกร้อง ค่าเสียหายอีกแต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะเรียกสักกี่สิบล้านดี พูดแล้วมองหน้านักรบ พูดเสียงกลั้วหัวเราะเยาะว่า

"พวกคนจนๆนี่ที่เห็นเป็นข่าวติดหนี้แค่ไม่กี่แสนก็ผูกคอตายหมดบ้านกันเลยนะคะ"

"คุณ...คุณเลวร้ายกว่าที่ผมคิดไว้อีก"

"มันเป็นความผิดของพี่รบเองที่ถ้าพี่รบไม่บอกว่ารักมันต่อหน้าโรส โรสก็คงไม่ทำอย่างนี้ ไม่มีใครทำให้โรสเจ็บแล้วไม่ได้รับผลตอบแทนหรอกค่ะ แล้วโรสจะมาฟังคำตอบนะคะ พี่รบ..."

พูดเสร็จโชติรสลุกเดินเชิดออกไปอย่างเป็นต่อเต็มที่ นักรบโกรธ...ว้าวุ่นใจ ไม่มีทางออก...

ooooooo

กลับถึงบ้าน แป้งเก็บชุดนักมวย นวม รองเท้า และอุปกรณ์ออกกำลังกายใส่กล่องอย่างถอดใจแล้ว กระบี่ไม่อยากให้เลิก ประพันธ์ถามว่าแน่ใจแล้วหรือ แป้งบอกว่าแน่ใจแล้ว เพราะตอนนี้เราต้องคิดเรื่องปากท้องของเราก่อนว่าเราจะทำมาหากินอะไรต่อไป ประพันธ์ บอกว่าเรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อเอง แป้งจึงบอกกระบี่ว่า

"ฉันฝันอยากให้ครอบครัวของฉันกลับมาอยู่ด้วยกัน ฉันจะต้องช่วยพ่อสร้างครอบครัวของเราขึ้นมาใหม่อีกครั้ง อย่างแรกเลยเราต้องรีบหาเงินสร้างฐานะให้มั่นคงก่อน"

ประพันธ์ฉุกคิดขึ้นมาได้เสนอให้เปิดร้านข้าวต้มโต้รุ่งขึ้นมาใหม่ แต่คราวนี้จะทำให้เจ๋งกว่าเดิมทันสมัยกว่าเดิม เราจะมีบุฟเฟต์ข้าวต้มอย่างในโรงแรมด้วย รับรองลูกค้าตรึมแน่ แป้งตกลงทันที

ส่วนนักรบถูกโชติรสบีบจนไม่มีทางเลือกเขาตัดสินใจยอมแต่งงานกับเธอเพื่อปกป้องแป้งกับปรางค์ไม่ให้ถูกเธอทำร้ายมากกว่านี้ จากนั้นเขาไปพัทยาเพื่อลาแป้ง เจอแป้งไปตะโกนเซ็งๆที่ชายหาดระบายอารมณ์กดดันที่มีกับนักรบ

ทั้งคู่เจอกัน นักรบบอกว่าเขามาลาเธอเพื่อแต่งงานกับโชติรส แต่งเพราะไม่มีทางเลือก แต่งเพื่ออนาคตของเราสองคน อดพูดอย่างน้อยใจไม่ได้ว่าเขาตัดสินใจอย่างนี้แป้งคงไม่เจ็บปวดอะไรหรอกเพราะเธอไม่เคยรักเขา อวยพรให้แป้งโชคดีมีอนาคตมีความสุขกับคนที่เธอรัก พูดแล้วเดินจากไป

แป้งเจ็บปวดจนน้ำตาคลอ กระบี่มาเจอเข้าคิดว่านักรบคงมาพูดมาทำอะไรให้แป้งสะเทือนใจจึงตามไปจะเอาเรื่อง พอนักรบบอกว่าเขามาลาแป้งเท่านั้น ก็ถูกกระบี่ด่าว่า

"ทำไมคุณทำอย่างนี้ ทำให้ไอ้แป้งเสียใจทำไม ไหนคุยว่าคุณได้หัวใจมันไปแล้ว แล้วคุณมาทิ้งมันอย่างนี้ คุณมันบัดซบจริงๆ" แต่ด่าแล้วเห็นนักรบท่าทางหมดอาลัยในชีวิตเลยถามว่า "มันเกิดอะไรขึ้นแน่"

"ฝากดูแลแป้งด้วยนะ" นักรบเอ่ยก่อนเดินจากไป กระบี่เลยยิ่งแปลกใจวิ่งกลับมาหาแป้งอีกปลอบว่าไม่ต้องเสียใจผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นเลิกคบกันได้ก็ดีแล้ว พอแป้งบอกว่าตนไม่ได้เสียใจ กระบี่ถามว่าไม่เสียใจแล้วร้องไห้ทำไม

"ฉันไม่ได้ร้องไห้ ฉันไม่ได้เป็นอะไร ฉันมีความสุขกว่าทุกวันด้วยซ้ำ คุณรบเขาตัดสินใจถูกแล้วที่แต่งงานกับผู้หญิงที่คู่ควรกับเขา เราจะได้ไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป ทุกคนกำลังมีชีวิตที่ดี ฉันกำลังจะได้ครอบครัวกลับคืนมา เขาก็กำลังสร้างครอบครัวใหม่ วันนี้มีแต่ข่าวดี ฉันจะร้องไห้ทำไม" ปากพูดอย่างนั้นแต่น้ำตาก็ยังพานจะไหลให้ได้

ooooooo

พวกเจ๊ตุ่มต่างกลับไปทำงานเดิมของตัวเองแต่ทำไปก็ไม่ดีขึ้นทุกอย่างบีบคั้นจนอัตคัดไปหมดทั้งหมดไปหากินอยู่แถวพัทยา เดินคุยกันมาเซ็งๆเห็นร้านขายข้าวเปล่ามาตั้งแล้วจึงเร่เข้าไปซื้อ

เจอแป้งกับกระบี่ขายข้าวเปล่าพอดี พอขายหมดก็พากันไปคุยต่อที่บ้าน เจ๊บอกว่าพวกตนก็ลำบากแต่ปรียากับปรางค์ลำบากกว่าเพราะเดี๋ยวนี้มีแต่งานรับจ้างสอยและถักรังดุมเล็กๆน้อยๆวันละไม่กี่บาทเอง ปรางค์ไม่กล้าออกไปไหนกลัวคนจำได้เลยต้องอยู่บ้านช่วยแม่เย็บผ้าเล็กๆน้อยๆ

แป้งสงสารแม่กับปรางค์มาก เห็นประพันธ์นั่งนิ่งขึงก็ขอให้ช่วยคิดบ้าง ประพันธ์พูดอย่างดีใจว่า

"พ่อรู้แล้วว่าจะช่วยแม่แกยังไง"

แล้วประพันธ์ก็ช่วยปรียากับปรางค์ได้จริงๆ เมื่อไปหาที่บ้านเจอเจ้าของบ้านให้นักเลงมาทวงค่าเช่าทำท่าเอาเป็นเอาตาย ประพันธ์เข้าไปปรามจนพวกนั้นยอมถอยไปบอกว่าวันหลังค่อยมาใหม่ก็ได้

ปรียาเข้าไปหยิบวิทยุ หม้อหุงข้าวจะเอาไปขายมาจ่ายค่าเช่า ประพันธ์บอกว่าไม่ต้องขายอะไรทั้งนั้นย้ายไปอยู่ด้วยกัน ตนจะดูแลเธอกับลูกเอง เมื่อประพันธ์ยอมรับปรางค์ได้ ทำให้ปรียาเบาใจขึ้นแต่ยังไม่ยอมไป จนสุดท้ายประพันธ์ต้องอุ้มขึ้นรถไป จึงได้ยกครอบครัวไปอยู่พัทยาทำร้านข้าวต้มในฝันกันที่นั่น

นอกจากได้ปรียากับปรางค์มาช่วยแล้ว พวกเจ๊ตุ่มก็มาร่วมแรงแข็งขันด้วย โดยเฉพาะเอื้อมได้เป็นเจ้าของกิจการน้ำแข็งไสตั้งรถเข็นอยู่หน้าร้านข้าวต้มโต้รุ่งด้วย

ทุกคนร่วมแรงกันไม่ทันไรร้านก็สำเร็จสวยหรูน่าเข้ามาลองลิ้มชิมรสอาหารมาก

ขณะทุกคนชื่นมื่นกับการเปิดร้านนั่นเอง กระบี่ก็ได้รับโทรศัพท์จากนักรบเรียกไปพบข้างนอก นักรบบอกว่าให้กระบี่ช่วยหว่านล้อมแป้งกับปรางค์ไปออกรายการขอโทษประชาชนให้ด้วย เพราะก่อนที่จะตกลงแต่งงานกับโชติรสนั้นเขาขอให้แป้งกับปรางค์ได้มีโอกาสนี้เพื่อจะได้มีที่ยืนในสังคมต่อไป

แป้งกับปรางค์ยินดีเพราะต้องการอยู่แล้วกอปรกับกระบี่ไม่ยอมบอกว่านักรบเป็นคนจัดการให้ ทั้งสองจึงยอมไปตามข้อเสนอ

แป้งกับปรางค์เล่าความจริงทั้งหมดให้ผู้ชมรายการฟังและขอโทษที่เวลานั้นทำไปเพราะความจำเป็น ขอร้องว่าถ้าแฟนคลับจะโกรธจะเกลียดก็ขอให้มาลงที่ตนสองคนอย่าไปลงที่คนรอบข้างที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย

หลังจากต๊อดถ่ายทำเสร็จนักรบลงมือตัดต่อในคืนนั้นเลย ส่วนแป้งขึ้นไปบนดาดฟ้าเหมือนจะระลึกถึงอะไรบางอย่าง นักรบตามขึ้นไปพูดอย่างเสียใจว่าไม่คิดว่าเรื่องของเราต้องจบแบบนี้แล้วจะเข้ากอดแป้ง ถูกแป้งสั่งห้ามแตะต้องตัว นักรบเอ่ยขอโทษหน้าจ๋อย

"ฉันไม่ต้องการคำขอโทษจากคุณ เอาหัวใจของฉันคืนมาก็พอ!" แป้งมองเขาอย่างผิดหวังแล้วเดินหนีไป นักรบยืนมองอย่างเจ็บปวดใจอยู่เดียวดาย...

ooooooo

ปรากฏว่าหลังจากออกทีวีขอโทษประชาชนแล้ว ร้านข้าวต้มโต้รุ่งที่พัทยามีลูกค้ามาอุดหนุนกันคับคั่ง มีแฟนคลับชวนกันมาให้กำลังใจแป้งกับปรางค์กลุ่มใหญ่ พลอยให้ร้านน้ำแข็งไสของเอื้อมขายดีไปด้วย

นุชเชื่อว่ารายการนี้เป็นฝีมือของนักรบ แต่แป้งเชื่อว่าเป็นฝีมือของกระบี่ เพราะกระบี่ปดเธอว่าเป็นคนติดต่อจัดการเองเพราะไม่ต้องการเปิดเผยชื่อนักรบให้แป้งรู้ แต่พอแป้งชื่นชมขอบใจก็ทำเอาเจ้าตัวอดละอายใจไม่ได้เหมือนกัน

ปรางค์ยังเชื่อว่านักรบไม่เต็มใจแต่งงานกับโชติรส แต่เชื่อว่าที่เขาช่วยเหลือแป้งมาตลอดคงต้องมีอะไรในใจกับแป้งบอกน้องว่า ยังไงเขาก็มีความดี เชื่อว่าคนอย่างเขาไม่น่าตัดสินใจแต่งงานกับโชติรสเพราะฐานะหรือเพราะความเหมาะสม เชื่อว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ ให้แป้งลองเก็บไปคิดดู

ooooooo

เจ๊จูนกับข้าวฟ่างไปประกวดมิสเรนโบว์เวิลด์ที่ อเมริกา ปรากฏว่าไปตุกติกกลั่นแกล้งผู้เข้าประกวดแบบเดียวกับที่ทำกับปรางค์จนถูกจับได้โดนเฉดหัวกลับมา ทั้งสองกลับมาแก้ตัวกับโชติรสว่าถูกใส่ร้ายแต่ยังแอบที่จะเล่นตลบหลังโชติรสด้วยการหาคลิปลับแต่ไปได้ยินโชติรสพูดกับนักรบเรื่องการแต่งงานว่า

“อย่าคิดว่าโรสจะไม่รู้ว่าคุณพ่อคุณแม่พี่รบอยากให้เราแต่งงานกันก็เพราะอยากได้ทั้งตัวโรสได้ทั้งบริษัท แต่เสียใจด้วยนะคะ หลังแต่งงานแล้วโรสจะเอาหุ้นคืนจากคุณพ่อพี่รบ โรสจะได้ครอบครองทุกอย่างทั้งบริษัทแล้วก็พี่รบด้วย” พูดแล้วก็เซ็นสัญญาที่นักรบขอให้ทำว่าจะไม่เอาเรื่องกับปรางค์และแป้งต่อไป

ส่วนแป้งพอเห็นรูปโชว์งานแต่งงานของนักรบกับโชติรสในหนังสือพิมพ์ก็เจ็บปวดสะเทือนใจ มุ่งทำงานจนเป็นลม กระบี่เห็นใจแต่พอแป้งยืนยันอีกครั้งว่าคบกับกระบี่ได้แค่ เป็นเพื่อน กระบี่จึงยอมบอกความจริงที่นักรบเป็นคนให้แป้งกับปรางค์ไปออกทีวีขอโทษประชาชน สุดท้ายก็ปรึกษากับปรางค์และพวกเจ๊ตุ่ม รวมทั้งปรียากับประพันธ์จะช่วยแป้งกับนักรบให้สมหวัง วางแผนจะชิงตัวเจ้าบ่าวในงานกัน

เมื่อถึงวันงาน เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมปลอมตัวเป็นช่างแต่งหน้าเข้าไปแต่งหน้าเจ้าสาว แต่แกล้งละเลงจนหน้าเละถ่วงเวลา ส่วนกระบี่ร่วมมือกับต๊อดหว่านล้อมจะให้นักรบหนีไปแต่เขารักศักดิ์ศรียึดมั่นคำสัตย์สัญญาไม่ยอมไปไหน สุดท้ายเลยถูกกระบี่ชกจนสลบแล้วแบกไปยัดใส่รถ ขโมยตัวไปพัทยาสำเร็จ

โชติรสแค้นใจมากที่ถูกก่อกวนในวันแต่งงานยืนกรานจะต้องจัดงานแต่งตามกำหนดให้ได้ แต่กลับเจอเจ้าบ่าวกลายเป็นต๊อดไปเสียฉิบ! ต๊อดบอกตามตรงว่านักรบถูกลักพาตัวเลยมาเป็นเจ้าบ่าวชั่วคราวให้ โชติรสถามว่าใครเป็นคนมาลักพาตัวนักรบไป ต๊อดอึกอักเลยถูกเธออาละวาดเสียจนแขกที่มางานพากันแตกตื่นและนักข่าวก็ถ่ายรูปกันสนุกมือ

ooooooo

ไปถึงพัทยาแล้วนักรบยังไม่รู้สึกตัวจนประพันธ์ พึมพำขำๆว่ากระดูกอ่อนเหลือเกินพ่อคุณ พอนักรบรู้สึกตัวเห็นแป้งเดินเข้ามา แป้งขอโทษนักรบบอกว่าตนห้ามแล้วแต่ไม่มีใครฟังบอกเขาว่าให้กลับไปตอนนี้ก็ยังทัน แต่ประพันธ์ไม่ยอมให้กลับถามนักรบให้ ตอบแบบลูกผู้ชายว่ารักแป้งหรือเปล่า นักรบตอบอย่างมั่นใจว่า “ผมรักแป้งครับ” ปรียากับประพันธ์ถามว่ารักแป้งแล้วทำไมเขาจึงแต่งงานกับโชติรส

“ถ้าผมไม่แต่งงานกับโรสเขาจะแจ้งความเอาเรื่องทุกคนเข้าคุกครับ โทษฐานโกงการประกวดฉ้อโกงประชาชน ผมก็เลยจำเป็นต้องแต่งงานกับคุณโรส”

ฟังนักรบแล้วทุกคนสะเทือนใจในความเสียสละเพื่อครอบครัวแป้งของนักรบ เขายังทวงคำตอบรักจากแป้ง แต่แป้งยังไม่ขอตอบอะไรตอนนี้แล้วเลี่ยงไปเขินๆ นักรบตามไปตื๊ออีก

สุดท้ายแป้งยอมรับว่าที่ตนทวงหัวใจคืนมาเขายังไม่ เข้าใจหรือ แต่เวลานี้ตนขอเวลาทำอะไรให้เขาบ้างได้ไหม ถ้าพร้อมตนก็จะบอกรักเขาได้อย่างมั่นใจ นักรบกอดแป้งไว้บอกว่าเข้าใจเธอแล้ว...

ooooooo

ปรางค์ชื่นชมกระบี่ที่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อความสุขของแป้ง ดีใจที่น้องมีเพื่อนดีๆอย่างนี้ พวกเจ๊ตุ่มเลยรุมกันจะดามอกให้ แต่กระบี่พูดอย่างสยองว่าไม่ต้อง ขอบคุณ แล้ววิ่งหนีไปเลย ถูกพวกเจ๊ไล่ตามจิกกันอย่างสนุกสนาน

ooooooo

เพราะมุ่งแต่ผลประโยชน์กอบโกยและถือเงินเป็นพระเจ้า ทำให้เจ๊จูนกับโชติรสแตกหักกันเพราะโชติรสไม่สนับสนุนเจ๊จูนกับข้าวฟ่าง และถูกเจ๊แฉความลับของโชติรสเรื่องเอานักรบมาเป็นตัวต่อรองหนี้สินกับโสภาและศักดิ์สิทธิ์ ตัวโชติรสกับแม่คือราศีก็แตกหักกันเมื่อราศีเห็นความสำคัญที่จะรักษาบริษัทและผลประโยชน์ ไว้มากกว่าที่จะปกป้องลูก

ส่วนศักดิ์สิทธิ์กับโสภาเมื่อบังคับนักรบไม่ได้ ทำจนลูกหนีไปจึงรู้ว่าลูกคือชีวิตจิตใจจึงออกตามหา

นักรบไปอยู่กับแป้งที่พัทยา เขาทำตัวติดดินและพิสูจน์ ความรักที่มีต่อแป้งจนปรียากับประพันธ์ยอมรับ นักรบจึงคอยเป็นผู้ช่วยเทรนเนอร์คอยดูแลการฝึกซ้อมของแป้ง ทั้งยังฝึกฝนตนเองจนเป็นผู้ช่วยพ่อครัวของร้านข้าวต้มโต้รุ่งอีกด้วย แม้ชีวิต จะต้องดิ้นรนต่อสู้ เหน็ดเหนื่อย แต่ทุกคนมีความสุข

ปรางค์ยังไม่ทิ้งความฝันของตัวเอง จนประสบผลสำเร็จเมื่อร้านเสื้อหรูที่ไปสมัครงานและเอาแบบเสื้อไปเสนอขาย รับปรางค์ไว้ทำงานและซื้อแบบเสื้อไว้ถึงสองแบบ เป็นกำลังใจแก่ปรางค์อย่างมาก

เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อม ทุกคนประสบผลสำเร็จในอาชีพกันเป็นลำดับ ต่างมีความสุขกับการงานของตัวเอง ดำรงชีวิตกันตามอัตภาพและพอเพียง

เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว นักรบเสนอแป้งขอแต่งงาน แป้งเกี่ยงว่าครอบครัวเขายังไม่ยอมรับตน นักรบจึงพาแป้งไปกราบพ่อกับแม่ก็ยังถูกปฏิเสธ นักรบจึงพาแป้งออกจากบ้านไปเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ทั้งศักดิ์สิทธิ์และโสภายิ่งทุกข์ทรมานใจ จนโสภาต้องออกตามหานักรบ โดยพุ่งเป้าไปที่พัทยาเป็นแห่งแรก

ปรากฏว่าโสภาไปเห็นนักรบกับแป้งช่วยกันทำมาหากินและมีความสุขกับชีวิต จึงกลับไปบอกศักดิ์สิทธิ์ว่าตอนนี้ ตนไม่ต้องการอะไรแล้ว ต้องการให้ลูกกลับมาเท่านั้น จึงพากันไปหานักรบอีกครั้ง แต่เมื่อฟังปรียาพูดว่า “ถ้าคุณรักลูกจริงคุณต้องรักลูกโดยไม่ตั้งเงื่อนไขกับลูก” ทำให้โสภากับศักดิ์สิทธิ์ทำใจได้ ยอมรับในการตัดสินใจของลูก เพราะเชื่อว่านั่นคือความสุขของลูก ทั้งคู่จึงกลับไปด้วยความเข้าใจกันระหว่างพ่อแม่ลูก บอกนักรบว่าแล้วจะมาเยี่ยมบ่อยๆ บอก แป้งว่าถ้าคราวหน้าไปชกที่ไหนบอกด้วยจะตามไปเชียร์

เหลือแต่กระบี่ที่ยังเป็นหนุ่มโสดทั้งแท่งที่ถูกพวกเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมกึ่งเล่นกึ่งจริงแย่งกันเป็นเจ้าของ จนกระบี่ประกาศว่าถ้าพวกเจ๊ไม่เลิกยุ่ง ตนก็จะหนีไปบวชไม่สึกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

ปรางค์ได้รับการยอมรับจากประพันธ์ ทั้งยังจะได้ไปประจำห้องเสื้อหรูที่กรุงเทพฯสมดังที่ฝันไว้

หลังจากแป้งชกชนะมวยดาวรุ่งที่พัทยาแล้ว มีข่าวดีตามมาคือ เธอจะได้ไปชกที่ญี่ปุ่น นักรบวาดฝันให้แป้งอย่างบรรเจิดว่าหลังจากชกที่ญี่ปุ่นแล้วต่อไปก็จะได้ไต่ขึ้นสู่แชมป์โลก แป้งก็ให้กำลังใจนักรบว่าเขาก็จะได้เป็นช่างภาพระดับโลกเหมือนกัน นักรบพูดต่อว่าจากนั้นเราก็จะแต่งงานกัน แป้งแกล้งบอกว่าเรื่องงานต้องมาก่อน เรื่องอื่นมาทีหลัง

แม้วันนี้ทั้งคู่จะยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่ก็ร่วมกันสร้างรากฐานชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข...


ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 17

แป้งกับปรียาคอยชะเง้อดูว่าปรางค์จะกลับมาหรือยัง  เมื่อยังไม่มาแป้งตัดสินใจโทร.บอกเจ๊ตุ่มว่า ตอนนี้ปรางค์หายไปยังตามหาไม่เจอ  แต่เดี๋ยวพวกตน จะช่วยกันตามหาอีกที

ข่าวนี้ทำให้พวกเจ๊ตุ่มแทบช็อก

ส่วนนักรบหว่านล้อมจนประพันธ์มีท่าทีอ่อนลงแล้ว ออกมาบอกปรียากับแป้งว่าประพันธ์น่าจะเริ่มยอมเข้าใจอะไรบ้างแล้ว  แต่ปรียากลับเห็นว่าสายไปแล้ว  จนป่านนี้ป้างยังไม่ยอมกลับมาเลย  ถามว่าเราจะไปตามหากันไหม  จะหาได้ที่ไหน  ปรียามองหน้านักรบอย่างหนักใจ

ไม่มีใครคิดว่าปรางค์จะไปที่ค่ายมวย ปรางค์ไปที่นั่น เฮียพงษ์ทักอย่างสนิทสนมว่า "ไอ้แป้ง ทำไมวันนี้ฟิตนักวะ" แล้วฝากไปบอกพ่อว่าอย่าหักโหมนักเดี๋ยววันขึ้นชกจริงจะหมดแรงเสียก่อน

เฮียพงษ์บอกปรางค์ที่เขาคิดว่าเป็นแป้งว่า "พ่อแกภูมิใจในตัวแกมากเลยนะไอ้แป้ง มันบอกฉันบ่อยๆว่าที่มันกลับมาเป็นผู้เป็นคนได้ก็เพราะแกคนเดียว ตอนนี้มันก็เลยทุ่มชีวิตให้กับแก มันจะทำให้แกเป็นแชมป์ให้ได้"

ปรางค์ฟังแล้วทำให้มีกำลังใจ  พึมพำว่าแป้งไม่เคยทำให้พ่อผิดหวังเลย แต่พอคิดถึงตัวเองก็ท้อแท้ที่ไม่เคยทำให้พ่อภูมิใจเลยเหมือนกัน

นักรบ กระบี่และแป้งช่วยกันออกตามหาปรางค์กันให้ควั่กแต่ไม่มีใครหาเจอเลย จนกระทั่งแป้งบอกนักรบให้ตามหาแถวนี้ดูอีกที  กระบี่ให้ไปดูที่ชายหาดอีกรอบ  ส่วนตนจะไปในที่ที่ไม่มีใครคิดว่าปรางค์จะไป

ที่นั่นคือค่ายมวย  พอแป้งไปถึง  เฮียพงษ์ถามว่าทำไมกลับมาอีก ทำให้แป้งดีใจว่าปรางค์ต้องมาที่นี่ และเพิ่งกลับไปแน่ๆ เลียบเคียงถามจนรู้ว่าปรางค์เพิ่งกลับไปไม่นานนัก ปดว่าตนลืมของกลับมาเอาแล้วรีบไปเลย

ooooooo

จากคำพูดของนักรบ ทำให้ประพันธ์ได้คิดและ มีท่าทีอ่อนลงจนกระทั่งตัดสินใจออกไปหาปรียาปลอบใจให้กำลังใจว่าเดี๋ยวปรางค์ต้องกลับมาแน่ ปรียาสวนไปอย่างไม่หายโมโหว่า เขาด่าปรางค์เหมือนหมู เหมือนหมาอย่างนั้นยังจะกลับมาหรือ

ประพันธ์มั่นใจว่าปรางค์ต้องกลับมาเพราะปรางค์เป็นห่วงและทิ้งเธอไปไม่ได้แน่ๆ ปรียาย้อนถามว่าแล้วถ้าปรางค์เสียใจจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ล่ะ ถ้าปรางค์หนีไปฆ่าตัวตายจะทำยังไง

"มันไม่ทำอะไรสิ้นคิดอย่างนั้นหรอก" ประพันธ์เชื่ออย่างนั้น

"มันทำเพื่อแกไง ไอ้พัน ถ้ามันตายไปซะแกจะได้ไม่ต้องอับอายขายหน้าที่มีลูกอย่างมัน ไอ้ป้างมันคิดถึงแต่คนอื่น มันไม่คิดถึงตัวมันเองหรอก มันหนีไปตายแน่ๆ จะได้หมดปัญหากันไป"

ประพันธ์พูดเสียงกร้าวว่าถ้าปรางค์ไปฆ่าตัวตายก็ไม่ใช่ลูกตนแล้ว ปรียาเลยถามว่าแล้วถ้าปรางค์กลับมาเขาจะยอมรับเป็นลูกหรือ?

"ให้มันกลับมาก่อนเถอะแล้วค่อยพูดกัน แล้วไม่ต้องร้องไห้อีกล่ะ ถึงฉันไม่ได้เลี้ยงไอ้ป้างมา ฉันก็รู้ว่ามันต้องเป็นนักสู้เหมือนเธอ มันไม่ยอมตายง่ายๆหรอก" ประพันธ์แตะไหล่ ปรียาแล้วรีบหดมือกลับเกรงๆ

ooooooo

กระบี่ยังเขม่นนักรบที่ใกล้ชิดกับแป้ง คุยข่มว่าตนสนิทกับแป้งมาตั้งแต่เด็ก เข้าใจและรู้จักแป้งมากกว่าเขา เชื่อว่าแป้งไม่ต้องการให้เขามายุ่งกับเรื่องในครอบครัวในเมื่อแป้งพยายามหลบหน้าแล้วยังดื้อด้านตามมาอีกทำไม

"ฉันกับแป้งเข้าใจกันแล้ว" นักรบบอก กระบี่ถามทันทีว่าหมายความว่าไง "คุณไปถามแป้งเองแล้วกัน คุณอาจจะเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของแป้ง  เป็นเพื่อนที่แป้งไว้ใจ  แต่ฉันเป็นเพื่อนที่แป้งมอบหัวใจให้ พูดอย่างนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้วนะ"

นักรบบอกไปตรงๆ หมายจะให้กระบี่เลิกตอแยกับแป้ง กระบี่ฟังแล้วนิ่งอึ้งแต่ยังไม่ยอมเชื่อ

ระหว่างที่รอการตามหาปรางค์นี่เอง ปรียาบอกแป้งด้วยความรู้สึกผิดว่าตนมัวแต่ห่วงปรางค์เลยลืมเสียสนิทว่าแป้งมาอยู่ใกล้ตัวนานแล้ว ปรียามีความหวังว่าถ้าเจอปรางค์เราแม่ลูกจะได้อยู่กันครบหน้าเสียที

พอดีนักรบเข้ามา ปรียาถามว่าเจอป้างไหม นักรบบอกว่าไม่เจอ เสียงเจ๊ตุ่มถามเข้ามาว่าตกลงไม่เจอปรางค์หรือทุกคนหันมอง เห็นทั้งเจ๊ตุ่ม นุชและเอื้อมเดินหน้าเครียดกันเข้ามา

เมื่อพวกเจ๊มานั่งปรึกษากันต่อหน้าประพันธ์ ปรียา และกระบี่ ประพันธ์เสียงแข็งว่ายังไงตนก็ไม่ยอมให้แป้งกลับไปปลอมตัวเป็นปรางค์อีก กระบี่ก็ไม่ยอมกลัวแป้งไปใกล้ชิดกับนักรบ

เจ๊ตุ่มต้องชี้แจงอย่างหนักว่าแค่พาแป้งไปสแตนด์บายเท่านั้น  ถ้าเจอปรางค์เมื่อไรก็จะรีบส่งแป้งกลับมา  นุชช่วยพูดว่า เราต้องขอพาแป้งไปเพื่อเตรียมรับทุกสถานการณ์  เอื้อมอ่อยว่าไปแค่พรุ่งนี้วันเดียวเอง  กระบี่เถียงเสียงดังว่าวันเดียวก็ไม่ไว้ใจให้พาแป้งไป  สุดท้ายนักรบถามว่าทำไมไม่ให้แป้งตัดสินใจเอง

"หนูจะกลับไปจ้ะพ่อ  ไหนๆหนูก็ช่วยพี่ปรางค์มาถึงขนาดนี้แล้ว  หนูก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด"  แป้งบอกปรียาให้กลับไปกับตนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันก่อน ประพันธ์ทำท่าจะคัดค้านอีก แป้งตัดบทว่า

"พ่อ...พ่อฟังหนูนะ ถ้าพี่ปรางค์กลับมาพ่อต้องพูดกับพี่เขาดีๆ ถ้าพ่อยังดื้อไม่ยอมฟังหนูละก็ หนูจะไม่กลับมาอีก หนูจะไปอยู่กับแม่ แล้วพ่อจะไม่มีลูกเหลือเลยสักคน ไปเรากลับ!" แป้งจริงจังมากแล้วชวนปรียาและนักรบกลับกัน เจ๊ตุ่มก็เลยลากลับไปด้วยความโล่งใจ

ทุกคนกลับไปกันหมดแล้ว เหลือแต่ประพันธ์กับกระบี่นั่งมองตากันปริบๆ

ooooooo

กลับมาถึงบ้านแล้ว แป้งยอมรับกับนักรบว่า ที่ตนบอกแม่ให้ไปนอนเสียไม่ต้องห่วงรับรองคืนนี้ปรางค์ต้องกลับมาว่าที่จริงแล้วตนไม่รู้ว่าปรางค์จะกลับมาหรือเปล่า ไม่รู้ว่าปรางค์กลับมาแล้วพ่อจะเปิดใจรับได้ไหม ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าครอบครัวตนจะได้กลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันได้อย่างที่ตนฝันไว้หรือเปล่า ตนไม่มีความแน่ใจอะไรเลย...

"แป้ง เธอมีฉันอยู่ด้วย ทุกอย่างจะต้องจบลงด้วยดี ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรรออยู่ข้างหน้า เราจะฟันฝ่าไปด้วยกัน เธอแน่ใจได้เลยว่าฉันจะไม่มีวันทิ้งให้เธอต่อสู้คนเดียวเด็ดขาด"

นักรบกอดแป้งไว้อย่างให้กำลังใจ

แต่พอกลับถึงบ้าน นักรบก็ต้องหนักใจกับพ่อและแม่อีก เพราะทั้งโสภาและศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ยอมปล่อยนักรบไปง่ายๆ

ศักดิ์สิทธิ์ยื่นคำขาดกับนักรบว่าให้เลิกคบกับกะเทยนั่นเสีย มิฉะนั้นเขาจะถูกตัดจากกองมรดก นักรบถามว่าพ่อยังมีมรดกหรือ ไหนว่าเอาไปเล่นหุ้นจนหมดตัวแล้ว ศักดิ์สิทธิ์ตัดบทว่าเรื่องนั้นไม่ต้องพูดถึง ย้ำถามว่า "ตกลงว่าไง แกเลือกเอา ทรัพย์สมบัติมหาศาลของฉันหรือว่านังกะเทยนั่น"

"ผมเลือกความรักครับ ถ้าไม่มีเงินผมอยู่ได้ แต่ถ้าไม่มีความรักผมอยู่ไม่ได้แน่ๆ"

ศักดิ์สิทธิ์โกรธจนเส้นเลือดแทบแตก ยืนกรานว่าเขาจะเลือกผู้หญิงข้างถนนที่ไหนตนก็ยังพอทน แต่นี่ไปเอากะเทยตนทนไม่ได้จริงๆ

"ผมไม่ได้รักกะเทยครับ คนที่ผมรักเป็นผู้หญิง แล้วเขาก็เป็นคนดีที่ไม่มีอะไรต้องรังเกียจแม้แต่นิดเดียวผมถึงได้รักเขาไงครับ" นักรบเด็ดเดี่ยวมั่นคง

โสภาแทบกรี๊ดออกมาบอกว่าอยากตายเสียจริงๆ พอดีโชติรสเข้ามา โสภาดีใจบอกว่ามาได้จังหวะจริงๆ ขอให้ช่วยพูดกับนักรบให้หน่อยตนจะบ้าตายอยู่แล้ว ถามอย่างมีความหวังว่าที่มานี่แสดงว่ายกโทษให้นักรบแล้วใช่ไหม

โชติรสไม่ตอบ แต่ยืนคอแข็งมองนักรบด้วยสายตาว่างเปล่า จนเมื่อไปนั่งคุยกันในห้องทำงานของนักรบ เธอพูดอย่างไร้เยื่อใยว่าเรื่องของเราจบไปนานแล้ว แต่ที่มานี่เพราะเอาเช็คเงินเดือนมาให้เป็นเงินเดือนเดือนสุดท้าย บอกว่าเสร็จงานนี้แล้วเขาก็ไม่ต้องทำงานให้ตนอีก ทั้งยังแสดงความยินดีกับความรักของเขา

นักรบถามเรื่องค่าหุ้นของพ่อ เธอบอกว่าตกลงกันแล้วศักดิ์สิทธิ์จะผ่อนจ่ายให้ เมื่อหมดปัญหาค่าหุ้นเขาก็เป็นอิสระ แล้วพูดตบท้ายว่า นอกจากมาพูดเรื่องงานแล้ว ยังอยากจะมาขอโทษด้วยสำหรับสิ่งที่ตนทำลงไป ไหนๆเราก็จะจากกันแล้วก็อยากจากกันด้วยดี อย่างน้อยเวลาที่เขาคิดถึงตนจะได้คิดแต่เรื่องดีๆของเราสองคน แล้วอวยพรให้เขาโชคดี

"ผมก็ขอให้คุณโชคดีเช่นกัน"

"แล้วพบกันพรุ่งนี้นะคะ งานสุดท้ายของพี่รบแล้ว ทุ่มให้สุดฝีมือเลยนะคะ เพราะรายการพรุ่งนี้จะเป็นรายการที่ผู้คนจะจดจำไปอีกนานแสนนาน...อ้อ...โรส ขออวยพรให้พี่รบมีความสุขกับผู้หญิงที่พี่รบรักด้วยนะคะ เธอช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีจริงๆ แต่สำหรับพี่รบ โรสไม่แน่ใจว่าพี่รบจะเป็นผู้ชายที่โชคดีด้วยหรือเปล่า"

โชติรสไปแล้ว แม้เธอจะพูดแต่สิ่งดีๆแต่นักรบก็ยังไม่แน่ใจว่าเธอจะมาด้วยความจริงใจอย่างที่พูด

ooooooo

กระบี่ยังออกตามหาปรางค์ จนค่ำนี้เขาเห็นเงาตะคุ่มๆบุคลิกเหมือนปรางค์นั่งอยู่ที่สะพานปลา พอเขาร้องเรียกร่างเงานั้นก็ลุกหนี กระบี่มั่นใจว่าต้องเป็นปรางค์ วิ่งสุดฝีเท้าไปหาจนปรางค์ยอมแพ้นั่งลงอย่างหมดแรง ถามว่ามาตามตนทำไม พ่อเกลียดตนอยากให้ตนตาย ตนก็จะหายไปจากโลกนี้เลย

"แล้วแม่เธอล่ะ แล้วแป้งล่ะ เธอจะทิ้งสองคนนั้นไปด้วยเหรอ แล้วหน้าที่ที่เธอต้องรับผิดชอบล่ะ เธอจะทิ้งให้แป้งต้องรับภาระต่อไปใช่ไหม เธอจะให้แป้งช่วยเธอไปถึงไหน มันก็มีชีวิตของมันนะ จะให้มันมาคอยอุ้มเธออย่างนี้ตลอดชีวิตเหรอปรางค์"

"ฉันเห็นแก่ตัวจริงๆ" ปรางค์รู้สึกตัว

"ใช่ เธอมันเห็นแก่ตัว เธอต้องกลับไป แป้งจะได้กลับมา"

"แป้งไปไหนเหรอ" ปรางค์เอะใจ เมื่อรู้เรื่องแล้ว ปรางค์รู้สึกตัวเองผิดมาก

ครู่ต่อมาแป้งก็ได้รับโทรศัพท์จากกระบี่บอกว่าเจอปรางค์แล้ว แป้งดีใจมากขอคุยด้วย บอกปรางค์ว่ารู้ไหมพวกเราเป็นห่วงกันแค่ไหน เรื่องพ่อนั้น แป้งบอกปรางค์ว่า

"เรื่องพ่อ...ไม่ต้องห่วงนะ พ่อไม่กล้าไล่พี่ไปไหนแล้วล่ะ พี่ต้องดุๆใส่พ่อไปบ้าง พรุ่งนี้ฉันจะให้น้าตุ่มไปรับพี่แต่เช้ามืดเลยนะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวแม่จะพูดด้วย"

ปรียารับโทรศัพท์ไปคุย ทักปรางค์ด้วยเสียงตื่นเต้นดีใจ ปรางค์ขอโทษแม่ ปรียาบอกว่าพรุ่งนี้กลับบ้านเรานะ ถึงพ่อจะไม่รับเป็นลูกแต่ปรางค์ก็ยังมีแม่มีน้อง ให้กำลังใจว่า

"ไม่ว่าแกจะเป็นตัวอะไรในสายตาคนอื่น แต่ในสายตาแม่ แกเป็นลูกแม่ แม่รักแก ไอ้ป้าง..."

ปรางค์ตอบไปทั้งเสียงสะอื้นว่า "หนูก็รักแม่..." แป้งยื่นหน้าเข้าไปพูดบ้างว่า "ฉันก็รักพี่นะ พี่ปรางค์" แล้วหันไปกอดแม่อย่างมีความสุข บอกแม่ว่าปรางค์กลับมาแล้ว หมดปัญหาเสียทีนะแม่นะ...

ooooooo

กระบี่กับปรางค์ยังอยู่ที่สะพานปลา กระบี่ตำหนิปรางค์ว่าทีหลังอย่าแก้ปัญหาแบบนี้ รู้ไหมว่าแป้งกลุ้มใจแทบจะเป็นบ้า ตนก็พลอยกลุ้มไปกับแป้งด้วย อดไม่ได้ที่จะนึกเย้ยนักรบ บอกปรางค์ว่า

"วันนี้มีเรื่องก็ดีเหมือนกันนะ ไอ้แป้งจะได้เห็นความดี ของฉันบ้าง งานนี้นายนักรบจะได้รู้ว่าใครเจ๋งกว่าใคร คอยดูฉัน จะพาเธอไปส่งถึงกรุงเทพฯเลย  อยากเห็นว่ามันจะทำหน้ายังไง"

ปรางค์บอกว่าไม่ต้องเพราะเจ๊ตุ่มจะมารับตนเอง กระบี่ไม่ยอม  ยังไงก็ต้องไปด้วย  ขอร้องปรางค์อย่างเดียวว่าถ้าเจอแป้งเมื่อไรอย่าลืมช่วยเชียร์ตนด้วย นึกได้ถามปรางค์ว่า

"อ้อ แป้งบอกหรือเปล่าว่าจะเปลี่ยนตัวกับเธอที่ไหน แล้วเธอต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง พรุ่งนี้เธอต้องไปออกรายการทีวี เห็นเขาว่าจะถ่ายทอดสดด้วยนะ นี่ปรางค์..."

กระบี่พูดไม่ทันจบก็ชะงักตกใจเมื่อเห็นชายสองคนโผล่พรวดมาจากข้างหลังปรางค์ มันเอาไม้หน้าสามฟาดหัวกระบี่โครมเดียวกระบี่ก็สลบแน่นิ่งไป

"พวกแกเป็นใคร...ช่วยด้วยๆๆ" ปรางค์ตะโกนขอความ ช่วยเหลือ ถูกพวกมันเอากระสอบที่เตรียมมาคลุมตัวปรางค์ทันทีรวบปากกระสอบแล้วช่วยกันแบกไป ปรางค์ดิ้นขลุกขลักอยู่ในกระสอบ

ส่วนกระบี่ นอนไม่ได้สติอยู่ที่สะพานปลา...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เจ๊ตุ่มไปรับปรางค์ที่บ้านประพันธ์ พอรู้ว่าทั้งปรางค์และกระบี่ไม่ได้กลับมาเจ๊ตกใจถามว่า แล้วเราจะทำยังไงดี  จะไปตามหาปรางค์ได้ที่ไหน  นุช เสนอว่าเราตามหาไม่ทันแล้วรีบกลับไปช่วยทางแป้งดีกว่า

ประพันธ์รับอาสาจะช่วยตามหาให้ เจ๊ขอบคุณบอกว่า ถ้าเจอให้รีบโทร.แจ้งด่วนพลางส่งนามบัตรให้ นุชก็ฝากให้ ประพันธ์เป็นธุระให้ด้วย แล้วเร่งเจ๊ตุ่มให้รีบโทร.บอกให้แป้งรู้เรื่องก่อนจะได้เตรียมตัว

พอแป้งรู้ก็เป็นห่วงปรางค์ว่าหายไปไหน ปรียาเองก็ร้อนใจ  ส่วนเอื้อมที่อยู่กับแป้งเร่งแป้งให้รีบไปสแตนด์บายที่สตูดิโอก่อนเลย  ก่อนไปแป้งยังให้กำลังใจปรียาทั้งที่ตัวเองก็ใจไม่ดีว่า

"แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ยังไงพี่ปรางค์ก็ต้องกลับมาแน่ๆ หนูเชื่อว่าพี่ปรางค์ต้องกลับมาทันรายการ พี่เขารับปากหนูแล้ว แม่รอดูทีวีก็แล้วกัน" พูดแล้วรีบออกไปกับเอื้อม

เมื่อไปถึงที่ล็อบบี้บริษัทของโชติรส เจอนักรบ เขารีบเข้ามาบอกว่าไม่ต้องห่วงเรายังพอมีเวลาอีกสามสี่ชั่วโมง ตอนนี้ให้แป้งสวมบทบาทเป็นปรางค์ไปก่อนก็แล้วกัน

แป้งจำเป็นต้องปลอมตัวเป็นปรางค์อีกครั้ง เธอภาวนาว่าขอครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเถิดเพราะไม่อยากจะโกหกหลอกลวงใครอีกต่อไปแล้ว

ooooooo

เมื่อไปถึงสตูดิโอ แป้งได้รับสคริปต์ให้ไปท่องและดูคำถามก่อนเพราะอีกครึ่งชั่วโมงจะเริ่มรายการแล้ว แป้งจำต้องรับหน้าที่แทนปรางค์ นักรบรู้ว่าแป้งอึดอัด ยังปลอบให้กำลังใจว่า

"อดทนอีกนิดนะแป้ง จบรายการนี้แล้วเธอจะได้เป็นอิสระกลับไปเป็นตัวเองจริงๆเสียที แล้วอย่าลืมว่าเธอมีฉันคอยเอาใจช่วยอยู่เข้าใจไหม"

แต่พอไปถึงหน้าสตูดิโอ เจ๊จูนก็มาป่วนทำสงครามประสาทอีกจนได้ ทำเป็นชมว่าปรางค์วันนี้สวยสง่าเหมาะสมกับรายการอำลาตำแหน่งจริงๆ แป้งฟังแล้วเอะใจว่าลาตำแหน่งอะไร เจ๊จูนเฉไฉไปว่าอำลารายการติดตามชีวิตราชินีสีรุ้ง พูด เป็นนัยอีกว่า

"วันนี้มีไม้เด็ดอะไรก็งัดออกมาใช้ให้หมดนะคะ เพราะจบรายการนี้แล้วน้องปรางค์คงไม่มีโอกาสโผล่หน้าไปรายการไหนได้อีก"

เจ๊จูนพูดมากเสียจนเอื้อมเบรกว่าพูดจบแล้วก็ไปได้แล้ว เจ๊ยังมีแถมอีกนิดหนึ่งว่า

"อีกนิดนะคะ นี่ทราบกันแล้วหรือยังคะว่ารายการวันนี้คุณโรสจะเป็นพิธีกรเอง ฉะนั้นรายการส่งท้ายวันนี้จะต้องมีอะไรเด็ดๆแน่ๆ น้องปรางค์ได้ดังเป็นพลุแตกอีกครั้ง หรือไม่ก็อาจจะดับอนาถไปเลยก็ได้"

พูดแล้วเจ๊จูนกับข้าวฟ่างก็หัวเราะกันระริกเดินไป แป้งกับนักรบมองหน้ากันรู้สึกทะแม่งๆชอบกลกับคำพูดของเจ๊จูน

ooooooo

รายการเริ่มแล้ว เป็นรายการสด ที่จอโทรทัศน์มีโลโก้ชื่อรายการตามติดชีวิตราชินีสีรุ้ง มีพิธีกรคือโชติรสแต่งตัวเลิศนั่งอยู่ เธอยกมือไหว้เปิดรายการ

"สวัสดีค่ะท่านผู้ชม นี่คือรายการตามติดชีวิตราชินีสีรุ้ง เป็นรายการพิเศษถ่ายทอดสดสองชั่วโมงเต็ม เรามาพบกับแขกพิเศษ...ไม่ได้ซิคะ ดิฉันต้องเรียกว่า เธอผู้นี้เป็นเจ้าของรายการตามติดชีวิตราชินีสีรุ้งมากกว่า คุณปรางค์ธิดา วิลาสไพศาลค่ะ..."

แป้งยกมือไหว้อย่างอ่อนช้อยสุดฤทธิ์ โชติรสหันไปทักทาย ถามว่ารู้สึกอย่างไรบ้างที่วันนี้เป็นวันสุดท้ายของรายการแล้ว  แป้งตอบว่ารู้สึกใจหายแต่ก็โล่งใจที่ภาระหน้าที่ครั้งนี้ได้จบสิ้นเสียที

โชติรสถามว่าตลอดหนึ่งเดือนเต็มรู้สึกอึดอัดใจมากเลยหรือ แป้งบอกว่าก็มีบ้าง แต่ตอนหลังนี่ก็ปรับตัวได้แล้ว

จากนั้นโชติรสเริ่มเข้าสู่ประเด็นเข้มขึ้นทีละน้อย...ทีละน้อย ทีแรกก็ถามเรื่องปรางค์แอบหนีทีมงานไปใช้ชีวิตส่วนตัว ถามว่าไปทำอะไร กับใคร คำถามนี้ทำให้แป้งอึกอัก

นักรบกับเอื้อมที่เฝ้าอยู่รีบพลิกสคริปต์ดูบอกว่าไม่ได้ถามตามสคริปต์ จะทำอย่างไรดีเป็นรายการถ่ายทอดสดเสียด้วย

โชติรสเห็นแป้งอึกอัก เธอรุกด้วยรอยยิ้ม ถามว่า "ถ้าตอบ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ แต่คำถามต่อไปคุณปรางค์ต้องตอบให้ได้ นะคะ เพราะท่านผู้ชมทั้งประเทศต้องการทราบเรื่องนี้แน่ๆ"

แป้งมองหน้าโชติรสอย่างคาดเดาว่าจะมาไม้ไหนกันอีก

ooooooo

ประพันธ์ออกตามหากระบี่กับปรางค์อย่างที่บอกเจ๊ตุ่มไว้ จนกระทั่งไปถึงที่ตลาดพัทยา เห็นมีไทยมุงอยู่กลุ่มใหญ่ เอะใจว่าดูอะไรกันเลยแทรกๆเข้าไปดูบ้าง แล้วก็ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นเป็นกระบี่ที่เพิ่งฟื้นคืนสติงัวเงียขึ้นมา

"เฮ้ย! ไอ้บี่ แกมาอยู่ตรงนี้ได้ไงวะ"

กระบี่ยังไม่มีแรง ประพันธ์รีบเข้าไปประคองขึ้นมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วป้างอยู่ไหน

"ปรางค์ถูกจับตัวไป เราต้องรีบตามหาปรางค์ น้าพัน ไม่งั้นไอ้แป้งต้องแย่แน่ๆ"

ประพันธ์รีบประคองกระบี่ออกไป

ooooooo

ที่สตูดิโอยังดำเนินรายการอยู่ โชติรสถามคำถาม ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แป้งก็รู้สึกเกร็งและระวังตัวขึ้นเป็นลำดับ

"และเรื่องที่เราจะไม่ถามคงไม่ได้ เพราะตอนนี้ใครๆก็อยากรู้จักคุณปรางค์ให้มากขึ้น ขอถามเรื่องครอบครัวหน่อยนะคะ คุณอยู่กับแม่ใช่ไหมคะ" พอแป้งตอบว่าใช่ โชติรสถามจี้ไปทันทีว่า "แล้วคุณพ่อล่ะคะ ตอนที่คุณเข้าประกวดมิสเรนโบว์ควีน คุณกรอกในใบสมัครว่าคุณพ่อเสียชีวิตไปแล้ว แต่เท่าที่ทราบมา คุณพ่อคุณยังมีชีวิตอยู่ ทำไมถึงต้องโกหกด้วยคะ"

แป้งตอบด้วยน้ำเสียงปกติว่าตนไม่ได้โกหก แต่เพิ่งทราบไม่นานนี้เองว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่

โชติรสไม่ซักเรื่องนี้ แต่หันไปถามเรื่องพี่น้องฝาแฝดว่าจะอธิบายอย่างไร

แป้งอึ้งไปอย่างไม่รู้จะตอบอย่างไร ในขณะที่นักรบกับเอื้อมที่คอยติดตามอยู่มองหน้ากัน นักรบปรารภกับเอื้อมว่าโชติรสรู้เรื่องนี้ด้วย พอดีโชติรสจิกแป้งว่า

"แหม...คำถามง่ายๆแค่นี้ทำไมถึงตอบไม่ได้คะ" แป้งจึงยอมรับว่ามีพี่ชายฝาแฝด โชติรสถามอีกว่าแล้วอยู่ด้วยกันหรือเปล่า พอแป้งบอกว่าไม่ได้อยู่ด้วยกัน เธอรุกทันทีว่า "แล้วทำไมต้องปิดเป็นความลับด้วยล่ะคะ ทำไมไม่เคยบอกกันเลยว่าคุณมีพี่ชายฝาแฝด ทราบมาว่าคุณกับพี่ชายพลัดพรากจากกันยี่สิบกว่าปี คุณคงอยากจะเจอพี่ชายใช่ไหมคะ ทางรายการก็เลยเชิญพี่ชายคุณปรางค์มาร่วมรายการนี้ด้วยค่ะ เชิญเลยค่ะ"

แป้งตกใจแทบสิ้นสติ มองไปเห็นเจ้าหน้าที่สองคนเข็นกล่องใบโตเข้ามาแล้วช่วยกันดึงฝากล่องทั้งสี่ด้านออกทันที

ภาพที่ปรากฏคือ ปรางค์ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่กลางกล่อง โชติรสเดินเข้าไปอย่างกระหยิ่ม

"นี่คือคุณปิยะ ซึ่งตอนนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็นคุณปรางค์ธิดาค่ะ นี่คือคุณปรางค์ธิดาตัวจริง  ส่วนที่นั่งอยู่ตรงนั้นคือคุณปิยธิดา หรือว่าคุณแป้ง น้องสาวของคุณปรางค์"

แป้งหน้าซีดแล้วซีดอีกตกใจจนพูดไม่ออก

"คุณปรางค์เกิดอุบัติเหตุเข้าประกวดในรอบสุดท้ายไม่ได้ ก็เลยให้คุณแป้งที่เป็นน้องสาวเข้าประกวดแทน สองพี่น้องคู่นี้โกหกหลอกลวงประชาชนค่ะ ท่านผู้ชม"

กล้องเลื่อนจับใบหน้าแป้งทีปรางค์ที ทั้งสองต่างหน้าซีดพูดอะไรไม่ออก

ooooooo

พอภาพแพร่ออกไป ปรียาที่ดูทีวีอยู่ ตกใจลุกพรวดขึ้นยืน เผลออุทานเสียงดัง

"ไอ้ป้าง...แป้ง...ตายจริง นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้" แล้วทรุดนั่งหมดแรงตรงนั้น

ส่วนที่บ้านนักรบ โสภากับศักดิ์สิทธิ์เห็นภาพพร้อมๆกัน ศักดิ์สิทธิ์พูดอย่างไม่พอใจว่าทำแบบนี้มันโกงกันชัดๆ โสภาโล่งใจที่นักรบไม่ได้รักกะเทย แต่ไม่ว่าจะเป็นกะเทยหรือไม่ ตนก็รับคนระดับนี้ไม่ได้แล้วก็สะใจว่าเมื่อถูกเปิดโปงอย่างนี้ จะมีหน้าไปมองหน้าใครได้อีก ไม่ได้ผุดได้เกิดแน่ๆ ศักดิ์สิทธิ์คาดหวังว่า

"ถ้าไอ้รบมันฉลาด มันต้องรีบทิ้งนังอะไรนะ นังแป้งนี่ซะตอนนี้ ก่อนที่มันจะพาไอ้รบลงเหวไปด้วย" ส่วนโสภาคาดหวังว่ารายการวันนี้มีหวังดังระเบิดแน่ ศักดิ์สิทธิ์ยิ้มกริ่มเชื่อว่าเรตติ้งถล่มทลายแน่ๆ

"หุ้นบริษัทเราต้องขึ้นพรวดๆ  หนูโรสนี่เก่งจริงๆ  รายการนี้มีแต่ได้กับได้ ได้ทั้งทำลายนังสองพี่น้องแล้วก็ได้กำไรมหาศาล แล้วเผลอๆก็อาจจะได้ตารบกลับมาด้วย"

สองสามีภรรยาหัวเราะกันอย่างมีความสุขอยู่หน้าจอทีวี

ooooooo

โชติรสยังรุกไล่ปรางค์กับแป้งต่อ ถามว่ามีอะไรจะแก้ตัวไหม ปรางค์ชิงตอบว่า

"เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของปรางค์คนเดียวค่ะ ถ้าปรางค์ไม่ขอร้องให้แป้งมาประกวดแทน แป้งคงไม่ต้องมาถูกกล่าวหาว่าเป็นคนโกหกหลอกลวง"

"มันไม่ใช่ความผิดของพี่ปรางค์ ฉันเต็มใจที่จะช่วยพี่" แป้งปกป้องปรางค์

"แสดงว่าคุณตั้งใจจะโกงการประกวดใช่ไหมคะ เพื่อให้ได้เงินรางวัลหนึ่งล้านบาท คุณกล้าทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งปลอมตัวเป็นกะเทย คุณยังเหลือศักดิ์ศรีความเป็นคนอยู่หรือเปล่าคะคุณแป้ง" โชติรสกล่าวหารุนแรงมาก แต่แป้งก็ยอมรับอย่างกล้าหาญว่า

"ค่ะ ฉันยอมรับว่าฉันต้องการเงินรางวัล ตอนนั้นฉันมีความจำเป็นมาก..."

"แล้วคุณคิดว่ามันยุติธรรมกับผู้เข้าประกวดคนอื่นๆ หรือเปล่า คุณไม่มีคุณสมบัติในการประกวดครั้งนี้เลย คุณปล้นตำแหน่งจากคนอื่น แล้วผลประโยชน์มากมายที่คุณได้รับจากการที่เป็นมิสเรนโบว์ควีนอีก คุณเห็นแก่ได้เกินไปหรือเปล่า คุณแป้ง คุณปรางค์"

นักรบทนฟังไม่ได้ขยับจะเข้าไปขัดจังหวะพึมพำว่ามันจะมากเกินไปแล้ว ในขณะที่เอื้อมได้แต่งงทำอะไรไม่ถูก มีแต่ต๊อดเท่านั้นที่ยังตั้งสติได้รั้งนักรบไว้เตือนว่าอย่าทำ เพราะขืนเข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้มีแต่จะทำให้ยิ่งแย่ไปใหญ่เท่านั้น

นักรบสะบัดตัวจากต๊อดบอกว่าตนจะหาทางหยุดรายการนี้ให้ได้

ที่หน้าเวที โชติรสยังไล่บี้แป้งกับปรางค์ต่ออย่างสะใจ ถามว่า

"พวกคุณคิดบ้างหรือเปล่า การกระทำครั้งนี้มันส่งผลอะไรบ้าง นอกจากจะเป็นการทำลายชื่อเสียงของงานประกวดมิสเรนโบว์ควีนแล้ว คุณยังได้ทำลายความรักความศรัทธาของประชาชนอีกด้วย"

"ปรางค์ทราบค่ะ ปรางค์จะคืนตำแหน่งคืนมงกุฎคืนทุกอย่าง..."

"สายไปแล้วล่ะค่ะ เพราะตอนนี้ทุกคนเสียความรู้สึกไปแล้ว ประชาชนทั้งประเทศจะไม่มีวันยกโทษให้พวกคุณแน่" โชติรสตัดบท หน้านิ่ง เลือดเย็น

แป้งกับปรางค์มองหน้ากันอดหวั่นไหวไม่ได้เมื่อโชติรสอ้างถึงความรู้สึกของประชาชน

ooooooo

ขณะมีการออกอากาศการสัมภาษณ์นี้ ที่ล็อบบี้บริษัทของโชติรส พนักงานต่างพากันมาออดูโทรทัศน์ เจ๊ตุ่มกับนุชแทรกอยู่ในกลุ่มด้วย ได้ยินพวกพนักงานวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างไม่พอใจ เจ๊ก็สะกิดนุชค่อยๆ ล่าถอยออกมา

แต่แล้วเจ๊กับนุชก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นกองทัพนักข่าวกับแฟนคลับกลุ่มใหญ่ฮือกันเข้ามา เจ๊พูดแทบไม่เป็นภาษา "เผ่นก่อนเถอะยัยนุช" แล้วก็พากันเร้นกายหลบแว้บไปทันที

รายการสัมภาษณ์ยังดำเนินต่อไป โชติรสพิธีกรในฐานะตัวแทนบริษัทพูดผ่านกล้องสู่ผู้ชมว่า

"ดิฉัน ในฐานะตัวแทนของ ซีซี.คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตรายการตามติดชีวิตราชินีสีรุ้ง ขอยืนยันว่าทางรายการไม่ได้มีส่วนรู้เห็นการฉ้อโกงในครั้งนี้เลย ทางรายการถูกใช้เป็นเครื่องมือในการหาผลประโยชน์และมีความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง การจัดรายการในวันนี้ ก็เพื่อชดเชยความผิดพลาดที่เกิดขึ้น..."

ปรางค์กับแป้งนิ่งเงียบเหมือนจำเลยที่ถูกสั่งประหาร

ทันใดนั้น ไฟในสตูดิโอดับวูบลง นักรบพรวดเข้าไปหาโชติรสบอกเธอว่า

"รายการวันนี้จบลงแล้วคุณโรส"

"แหม...เสียดายจริงๆค่ะ จบรายการกลางคันอย่างนี้ไม่สวยเลยจริงๆ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ โรสได้สิ่งที่ต้องการแล้ว พี่รบมาหยุดรายการช้าไปหน่อยนะคะ" โชติรสไม่วายเย้ยหยัน

ทันใดนั้นเองเจ๊ตุ่ม เอื้อมและนุชก็กระหืดกระหอบเข้ามา เจ๊บอกแป้งกับปรางค์รีบไปจากที่นี่เร็วเข้าเพราะพวกนักข่าวแห่กันมาใหญ่แล้ว นักรบหันมาบอกว่าให้แยกกันไปดีกว่า

ต๊อดวิ่งเข้ามาหานักรบบอกว่าเดี๋ยวตนพาปรางค์ออกไปทางด้านหลังตึกเอง เจ๊จึงสั่งเอื้อมให้ไปกับต๊อด ส่วนตัวเจ๊ กับนุชพาแป้งออกไปอีกทาง แป้งยังหันมองนักรบที่ยืนจ้องโชติรสอย่างโกรธจัด เขาถามอย่างรับไม่ได้ว่า

"คุณทำเรื่องเลวร้ายอย่างนี้ได้ยังไงคุณโชติรส!"

ooooooo

โชติรสพานักรบไปนั่งคุยกันที่ห้องทำงานของเธอ นักรบพูดอย่างอารมณ์ค้างว่า

"คุณทำอย่างนี้ทำไม คุณทำลายชีวิตคนถึงสองคนเพื่อเรตติ้งงั้นเหรอ นี่มันชีวิตมนุษย์นะ ไม่ใช่สินค้า!"

"ถ้าโรสจะบอกว่าโรสทำเพื่อความถูกต้องล่ะคะ" เธอย้อนถามหน้านิ่ง

"แต่ต้องไม่ใช่ด้วยวิธีนี้   คุณตั้งใจฉีกหน้าแป้งกับปรางค์ชัดๆ ถ้าคุณมีความยุติธรรมสักหน่อยคุณก็น่าจะให้โอกาสพวกเขาได้อธิบาย"

"จะต้องอธิบายอะไรอีกล่ะคะ ก็สองพี่น้องนั่นทำผิดจริงๆ ถ้าโรสไม่ใช้วิธีนี้ คิดเหรอว่าพวกสิบแปดมงกุฎพวกนี้จะยอมรับความผิดง่ายๆ ที่จริงพี่รบควรจะขอบคุณโรสมากกว่าจะมาโวยวายใส่โรสอย่างนี้"

"ผมต้องขอบคุณอะไรคุณ ขอบคุณที่ทำร้ายผู้หญิงที่ผมรักงั้นเหรอ" นักรบย้อนถามแสดงความรักความห่วงใยและปกป้องแป้งเต็มที่ ทำให้โชติรสยิ่งโมโหเจ็บปวดที่ตัวเองไม่อยู่ในสายตาเขาเลย แต่ยังโต้ว่า

"พี่รบควรขอบคุณโรสที่ช่วยรักษาชื่อเสียงพี่รบไว้ให้น่ะซิคะ ถ้าหากโรสบอกออกไปทางรายการว่า พี่รบรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ด้วย รู้ไหมคะว่าอนาคตของพี่รบจะเป็นยังไง"

"คุณอยากทำอะไรก็ทำไปเลย ผมไม่สน! เมื่อวานผมเกือบเชื่อว่าคุณจะเปลี่ยนตัวเองได้ แต่ไอ้ความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้มันคงฝังลึกในตัวคุณ จนทำอะไรไม่ได้แล้ว ผมหวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีกลาขาดกันตรงนี้เลยแล้วกัน" พูดแล้วนักรบเดินออกไปอย่างไม่แยแส

"แต่พี่รบจะต้องกลับมาหาโรส โรสยังไม่หยุดแค่นี้หรอกนะพี่รบ!" โชติรสจิกตามองตามนักรบไปอย่างโกรธแค้นมาก

ooooooo

เหตุการณ์ชุลมุนฉุกละหุกมาก เจ๊ตุ่มพาแป้งไปที่ห้องแต่งตัวบอกให้รีบเปลี่ยนชุดเร็วเข้า แป้งยังเสียดายบอกเจ๊ว่า ปรางค์ยังไม่เคยได้สวมมงกุฎนี้เลย นุชเสียงเข้มว่า

"นาทีนี้แล้วไม่ต้องไปเสียดงเสียดายอะไรแล้วล่ะ เราต้องเอาชีวิตรอดไว้ก่อน"

เหมือนคอยจังหวะอยู่แล้ว เจ๊จูนกับข้าวฟ่างเดินกระหยิ่มเข้ามาทำเป็นอุทานว่าแป้งต้องมาอำลาตำแหน่งไป แต่อย่าอาลัยอาวรณ์เลย เพราะของที่ไม่ใช่ของเรายังไงก็ไม่มีวันเป็นของเรา พูดพลางเข้าไปทวง "เอามงกุฎคืนมาค่ะ" แล้วกระชากมงกุฎจากแป้งไปเลย

ไม่เพียงเท่านั้น เจ๊จูนยังมากระหน่ำซ้ำเติมนอกรายการอีกจนแป้งทนไม่ไหวเร่งเจ๊ตุ่มกับนุชรีบ ไปเถอะ  เจ๊จูนทวงสายสะพายคืนด้วย เจ๊ตุ่มเลยดึงสายสะพายจากแป้งเหวี่ยงคืนให้ พอเจ๊จูนได้สายสะพายก็ชวนข้าวฟ่างรีบไปเตรียมงานฉลองตำแหน่งกันเถอะ

ข้าวฟ่างสวมมงกุฎและคล้องสายสะพายเดินเชิดออกไปราวกับนางพญา เจ๊ตุ่มมองตามน้ำตาแทบเล็ด แป้งกับนุชรีบเข้าไปกอดปลอบใจเจ๊ด้วยความเห็นใจ

ooooooo

ที่ล็อบบี้บริษัทโชติรส กลุ่มนักข่าวยังดักรอแป้งอยู่ พอทั้งสามออกมาเห็นก็ชะงัก เจ๊เสนอให้ออกประตูหลัง แต่นักข่าวเห็นแล้ว กรูกันเข้ามารุมล้อมแป้ง ถามกันให้แซดเรื่องถูกริบตำแหน่ง เรื่องแผนการโกงประกวด เรื่องนักรบเป็นกิ๊กกับใครแป้งหรือปรางค์ บางคนก็ถามว่าแล้วที่ยืนอยู่นี่เป็นปรางค์หรือแป้ง?

ส่วนพวกบรรดาแฟนคลับที่ดูรายการและยังอารมณ์ค้างอยู่ ก็กรูกันเข้ามาทั้งด่าทั้งสาปแช่งแป้งมองพวกแฟนคลับอย่างเจ็บปวดเสียใจ เอ่ยขอโทษพวกเขา แต่ไม่ทันพูดอะไรมากกว่านั้น นักรบก็พรวดเข้ามาดึงแป้งออกไป เจ๊ตุ่มกับนุชเห็นดังนั้นแหวกพวกแฟนคลับตามไปติดๆ มีนักข่าวตะโกนถามว่า

"นี่คุณนักรบร่วมขบวนการโกงในครั้งนี้ด้วยเหรอคะ"

แป้งชะงักมองนักรบอย่างรู้สึกเสียใจกับเขา แต่นักรบไม่สนใจดึงแป้งวิ่งไป เจ๊ตุ่มกับนุชวิ่งตามกันขาแทบขวิด

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงบ้านปรางค์แล้ว ปรางค์ขอโทษแป้งที่ทำให้ต้องมาเดือดร้อนไปด้วย แป้งบอกว่าไม่ใช่ ความผิดของปรางค์ ส่วนเจ๊ตุ่มกับนุชก็เข้าไปขอโทษปรียาที่ตนเป็นตัวการวางแผนการนี้จนทำให้ ทั้งปรางค์ และแป้งต้องเสียหาย

แต่เอื้อมกลับเห็นว่าคนที่ผิดคือเจ๊จูน ถ้าเจ๊จูนไม่มา ทำให้ปรางค์เสียโฉมก็ไม่เดือดร้อนกันอย่างนี้ ปรียาจึงสรุปว่า

เราอย่าไปโทษคนอื่นเลย ที่เราถูกเขาด่าว่าเห็นแก่ได้ก็ถูก จะว่าใครผิดหรือมันก็ผิดกันทุกคนเพราะไม่มีใครห้ามใครเลย

แป้งถามนักรบว่าจะทำอย่างไรต่อไป นักรบเห็นว่าเราต้องคืนตำแหน่งเขาแน่ๆ และอยากให้แป้งกับปรางค์ได้ขอโทษ ประชาชนอย่างเป็นทางการเพื่อให้ประชาชนให้อภัย เพราะการถูกกระแสสังคมลงโทษนั้น บางครั้งเลวร้ายกว่าถูกลงโทษทางกฎหมายเสียอีก

ข้อเสนอของนักรบทำให้ทุกคนมองหน้ากันอย่างหนักใจ เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมออกไปสุมหัวปรึกษากันที่หน้าบ้าน แต่คุยกันคิดกันจนหัวแทบแตกก็ไม่รู้ว่าทำแล้วจะเป็นอย่างไร ทั้งยังเชื่อว่าโชติรสยังต้องมีแผนเล่นงานพวกเราต่อไปอีกแน่ๆ

คุยกันยังไม่ทันได้ข้อยุติ ประพันธ์กับกระบี่ก็โผล่มา พอเห็นเจ๊ตุ่ม ประพันธ์ก็ปรี่เข้ามาถามทันที

"ไอ้แป้งอยู่ไหน!"

ooooooo

ตอนที่ 16

เมื่อโชติรสได้รับรายงานจากครีเอทีฟว่าเรตติ้งรายการเราตกลงไปมากหลังจากที่นักรบมาช่วยแก้ข่าวให้ปรางค์ โชติรสสั่งว่าต้องกู้เรตติ้งให้กลับมาให้ได้ รายการเราเริ่มต้นดีมาตลอด ยังไงเราก็ต้องจบให้สวย เราต้องหาประเด็นใหม่มาเล่น เสนอว่าเรื่องพ่อของปรางค์ เรามีข้อมูลมาแล้วไม่ใช่หรือ

เจ๊จูนสาระแนเข้ามาทันที   ได้ยินโชติรสสั่งว่าให้ไปตามสัมภาษณ์พ่อปรางค์ได้เลย เจ๊ก็ตาโตถามว่าพ่อปรางค์ตายไปแล้วไม่ใช่หรือ นี่แสดงว่าปรางค์โกหกอย่างนี้ต้องแฉ แล้วอาสาขอช่วยตามล่าหาความจริงให้ ถูกโชติรสตัดบทว่าให้มืออาชีพเขาทำดีกว่า

"เพื่อคุณโรสจูนทำได้ทุกอย่างค่ะ" เจ๊พยายามยัดเยียดตัวเอง ทั้งยังให้เชื่อฝีมือตนว่าต้องได้เรื่องเด็ดๆมาแน่

โชติรสฟังแล้วมองเจ๊จูนอย่างชั่งใจ

ooooooo

กระบี่ยังคิดว่าปรางค์คือแป้ง แต่เห็นวันนี้ท่าทางนุ่มนิ่มเลยแกล้งดัดจริตทำเป็นกะเทยหมายแต๊ะอั๋งแป้ง ทำเป็นกรีดกรายเข้าไปกอด ปรางค์ตกใจดันกระบี่ออกด่าว่าทำอะไรบ้าๆ

"อยู่เฉยๆซิแป้ง แล้วแป้งจะได้รู้ว่าบี่รักแป้งแค่ไหน"

"ฉันไม่ใช่แป้ง! ฉันปรางค์นะ กระบี่ ฉันปรางค์!!"

กระบี่ชะงัก พอมองชัดๆก็ลุกพรวดขึ้นทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกถามว่าปรางค์จริงๆหรือ ปรางค์บอกว่าจริง หรือจะให้ตนต้องพิสูจน์

แค่ฟังกระบี่ก็ขนหัวลุกแล้ว ด่าตัวเองว่าโง่จริงๆ ถ้าเป็นแป้งเจออย่างเมื่อกี้ตนโดนถีบกระเด็นไปแล้ว ถามอย่างไม่อยากเชื่อว่าเปลี่ยนตัวกับแป้งตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมต้องเปลี่ยนตัวอีก ตนกับแป้งกำลังจะลงเอยกันได้อยู่แล้วเชียว ถามว่าตกลงปรางค์มาที่นี่ทำไมอีก

ปรางค์มองกระบี่อย่างชั่งใจ ในที่สุดตัดสินใจเอากระบี่เป็นตัวช่วยพูดกับพ่อ จึงเล่าความจริงให้ฟัง

แล้วกระบี่ก็ช่วยได้จริงๆ เมื่อปรางค์กระโดดเชือกเหยาะ แหยะถูกประพันธ์บ่น กระบี่ก็ช่วยแก้ให้ว่าแป้งท้องเสีย  วันนี้ให้ พักชกสักวันเถอะ  ประพันธ์ยอม แต่บ่ายๆเย็นๆต้องไปวิ่งสักห้าหกกิโลแทน   เพราะจะป่วยจะไข้ยังไงก็ต้องฟิตร่างกายไว้ก่อน

ปรางค์จึงเริ่มพูดปัญหาของตน ถามเกริ่นว่าถ้าตนไม่ได้ เป็นอย่างที่พ่อหวังจะคิดอย่างไร

"ตอนนี้อนาคตของแกกำลังไปไกล แกทำให้พ่อภาคภูมิใจที่สุด แกทำได้ดีกว่าที่พ่อหวังไว้อีกไอ้แป้ง พ่อไม่ขออะไรแกมากกว่านี้แล้ว" ประพันธ์พร่ำเพ้อไปตามความคิดของตัวเอง

ปรางค์บอกว่าที่ตนพูดไม่ได้หมายถึงแป้ง   ประพันธ์ ถามว่าไม่ได้หมายถึงตัวเองแล้วหมายถึงใคร

กระบี่ทำหน้าที่ตัวช่วยทันที ถามประพันธ์ว่าเคยได้ยินข่าวนางงามกะเทยดังๆที่ออกทีวีทุกวันไหม หน้าเหมือนแป้งเด๊ะราวกับเป็นคนคนเดียวกัน

พอประพันธ์บอกว่าจำได้ ปรางค์ถามว่าแล้วพ่อรู้หรือเปล่าว่าทำไมสองคนนี้หน้าตาเหมือนกัน ทั้งปรางค์และกระบี่มองลุ้นด้วยความหวัง พอประพันธ์เริ่มพูดก็จ้องกันตาไม่กะพริบ

"ก็จะอะไรซะอีกล่ะ ไอ้กะเทยนั่นก็ไปผ่าตัดเสริมโน่นเสริมนี่จนเหมือนผู้หญิงน่ะซิ ไอ้กะเทยพวกนี้มันทุเรศจริงๆ เป็นผู้ชายดีๆแท้ๆ ผ่าอยากเป็นผู้หญิง เสียชาติเกิดจริงๆ ถ้าฉันเป็นพ่อไอ้พวกนี้นะฉันจะเตะซะให้หายเป็นกะเทยเลย!"

ปรางค์กับกระบี่ที่มองลุ้นอย่างตื่นเต้น หน้าค่อยๆเจื่อนลง...เจื่อนลง สุดท้ายมองหน้ากันตาปริบๆ พูดอะไรไม่ออก หมดท่าทั้งตัวจริงและตัวช่วย...

ooooooo

แป้งมาแทนปรางค์คราวนี้ไม่มีแก่ใจเท่าไรนักรอเวลาว่าเมื่อไหร่ปรางค์จะโทร.มาสักทีจะได้กลับไปชกมวย ขณะซ้อมการเดินบนเวทีตาก็คอยจ้องโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ ต๊อดที่ทำหน้าที่ถ่ายรูปเหลือบเห็นโทรศัพท์ก็ถามว่าเป็นของใคร

ทั้งเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่รู้ แต่พอเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทุกคนก็กรูกันเข้าไปจะรับสาย แป้งพุ่งไปถึงก่อนคว้ามาดูปรากฏชื่อแม่บนจอ หันบอกทุกคนว่า "แม่น่ะ" แล้วกดรับ

"จ้ะแม่...วันนี้อาจจะกลับเร็วจ้ะ แม่ แม่อยากไปไหนหรือเปล่า ได้...ได้จ้ะแม่" พูดเสร็จกดวางสาย ต๊อดเอากล้องมาจ่อทันทีถามว่าวันนี้น้องปรางค์จะไปไหนกับคุณแม่หรือ เธอมองขวับตอบเสียงดังฟังชัดว่า

"บอกไม่ได้ เรื่องส่วนตัว ถ้ามีปัญหาอะไรเดี๋ยวฉันเคลียร์กับคุณรบเอง วันนี้พอแค่นี้เถอะฉันแค่ซ้อมเดินน่าเบื่อจะตาย บอกว่าพอไงล่ะ" แป้งจ้องต๊อดขึงตาใส่จนต๊อดต้องลดกล้องลงงงๆ บ่นอุบอิบ

"วันก่อนมาแนวหวานแหวว วันนี้กลับมาสวยเผ็ดดุอีกแล้ว น้องปรางค์ต้องกินฮอร์โมนเกินขนาดแน่ๆ อารมณ์ถึงได้ขึ้นๆลงๆอย่างกับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน"

ต๊อดหยุดบ่นทันทีเมื่อแป้งเดินอาดๆเข้าไปหา นักรบรีบเข้ามาขวาง บอกกับต๊อดว่าวันนี้เอาแค่นี้ก่อน ค่อยมาเก็บภาพต่อก็แล้วกัน แล้วบอกต๊อดให้ออกไปก่อน จากนั้นหันมาเตือนแป้งว่า

"เธออย่าทำอะไรให้คนอื่นผิดสังเกตซิ เดี๋ยวคนก็รู้หรอกว่าเธอไม่ใช่ปรางค์"

"ฉันอยากกลับไปเป็นตัวเองเร็วๆจังเลย พี่ปรางค์ก็ไม่โทร.มาสักที"

นักรบเตือนเธอว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ปรางค์จะบอกความจริงกับพ่อของเธอ พวกเจ๊ตุ่มเห็นด้วย เจ๊เล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังว่า

"สมัยที่ฉันโป๊ะแตกบอกความจริงกับพ่อน่ะ บ้านก็แทบแตกด้วยเลย แต่สุดท้ายแล้ว..."

เจ๊พูดไม่ทันจบ   นุชกับเอื้อมก็แทรกขึ้นว่าพ่อก็ยอมยกโทษให้ใช่ไหม   และพ่อก็ภูมิใจที่เจ๊สร้างตัวจนเป็นโมฯ ชื่อดังของประเทศใช่ไหม เจ๊ค้อนขวับลอยหน้าปากยื่นปากยาวบอกว่า

"เปล่า...จนถึงทุกวันนี้พ่อฉันยังไม่ยอมพูดกับฉันเลยล่ะ"

"แต่พ่อหนูไม่เป็นอย่างนั้นแน่ หนูมั่นใจ พ่อต้องยอมรับพี่ปรางค์ได้" แป้งมั่นใจมาก โดยหารู้ไม่ว่าที่พัทยานั้นทั้งปรางค์ ทั้งกระบี่หงายเก๋งไม่เป็นท่ากันไปแล้ว

ooooooo

แป้งเดินออกจากห้องซ้อมอย่างว้าวุ่นใจมาก นักรบเดินตามมาเตือนว่า  เธอต้องทำใจเผื่อไว้บ้างมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ก็ได้ แต่แป้งก็ยังมั่นใจว่าพ่อต้องดีใจที่ได้พบลูกที่จากไปนับสิบๆปีมากกว่าจะมีปัญหาเรื่องที่ปรางค์เป็นกะเทย

"แต่ลูกที่พ่อเธอคาดหวังว่าจะได้เจอนั้นเป็นลูกชายไม่ใช่ลูกสาว แล้วปกติคนเป็นพ่อก็มักจะคาดหวังกับลูกชายอยู่แล้ว เธอจะให้พ่อยอมรับปรางค์ในทันทีมันเป็นไปได้ยาก"

"ฉันยังยอมรับพี่ปรางค์ได้เลยคุณเองก็ยังรักฉันได้เลย ทั้งๆที่คุณคิดว่าฉันเป็นกะเทย พ่อเป็นพ่อแท้ๆของพี่ปรางค์พ่อก็ต้องรับพี่ปรางค์ได้ซิ"

ไม่ว่านักรบจะเตือนและให้แป้งเตรียมใจไว้อย่างไร แป้งก็ยังมั่นใจในความเชื่อของตัวเองจะรู้สึกผิดอยู่ก็ตรงที่ว่า ตนให้เวลาปรางค์วันเดียวน้อยไปหรือเปล่า นึกเสียใจว่า เป็นการกดดันให้ปรางค์รีบบอกความจริงกับพ่อ ถ้าพ่อเกลียดปรางค์ตนจะไม่ยกโทษให้ตัวเองเลย

"เธอคิดมากไปใหญ่แล้ว ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง ฉันว่าตอนนี้ปรางค์คงยังไม่กล้าบอกอะไรพ่อเธอหรอก   ถ้าแม่เธอไปช่วยพูดอีกคนเรื่องอาจจะง่ายขึ้น" พูดแล้วนักรบเดินเข้าไปจับตัวแป้งพูดให้กำลังใจว่า "เชื่อฉัน ความเป็นสายเลือดเดียวกัน ไม่มีใครตัดขาดได้หรอก"

เป็นเรื่องทันทีเมื่อโชติรสโผล่มาเห็นภาพนั้นเข้าเต็มตา เธอปราดเข้าไปกระชากตัวแป้งออกมาด่ากราดทั้งยังจะตบอีกด้วย ถูกแป้งจับมือค้างไว้กลางอากาศง้างหมัดจะชก แต่ยั้งใจไว้ได้

นักรบตำหนิโชติรสว่าทำไมทำตัวน่าเกลียดอย่างนี้ แป้งเองก็เตือนว่า รอให้แต่งงานกันก่อนแล้วค่อยมาอาละวาดกับคนอื่นอย่างนี้ พูดเย้ยว่า "นี่คงกลัวผู้ชายหลุดมือจนสติแตกไปแล้ว"

"แก...แกกล้าพูดกับฉันอย่างนี้เหรอนังกะเทยชั้นต่ำ" โชติรสโผนเข้าจะเอาเรื่องอีก นักรบลากเธอออกไปปรามว่าอย่าทำตัวตกต่ำไปกว่านี้เลย

ต๊อดทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ขยันขันแข็งมาก ตามถ่ายทุกขั้นตอนแม้กระทั่งตอนที่โชติรสจะตบแป้งและนักรบลากโชติรสออกไป พอเธอหันไปเห็นกล้องก็ตวาดแว้ด

"นี่แกมาตั้งแต่เมื่อไหร่" ต๊อดบอกว่าก็นานพอที่จะได้ภาพเด็ดๆ เธอสั่งทันที "หยุดถ่าย! หยุดถ่ายเดี๋ยวนี้!"

นักรบลากโชติรสออกไป ต๊อดก็ยังถ่ายไม่หยุด ส่วนแป้งมองตามอย่างอนาถใจเต็มที

ooooooo

ทั้งสองออกไปทะเลาะกันอย่างรุนแรง ต่างบอกว่าหมดความอดทนกับอีกฝ่ายแล้ว นักรบเสนอว่าเรายกเลิกการแต่งงานกันเสีย  โชติรสขู่อีกว่ารู้ใช่ไหมว่า ถ้ายกเลิกการแต่งงานอะไรจะเกิดขึ้น

นักรบยอมหมดทุกอย่างแล้ว ยอมที่จะหาเงินมาใช้ค่าหุ้นให้พ่อ ยอมที่จะถูกฟ้องล้มละลาย บอกกับเธอว่าเธอจะทำอย่างไรก็ได้ แต่เขาจะสู้จนถึงที่สุด

เห็นนักรบเอาจริง โชติรสเสียงอ่อนลง เตือนเขาว่าทำแบบนี้เป็นการทำลายตัวเองและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลตนจะให้โอกาสอีกครั้ง แต่นักรบไม่ต้องการแล้ว ยืนกรานว่ายังไงก็แต่งงานกับเธอไม่ได้ บอกตรงๆว่า "เพราะผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้ว"

"พี่รบรักใคร อย่าบอกนะว่าพี่รบรักนังกะเทยปรางค์!"

"ผมรักผู้หญิงที่ชื่อปรางค์..."

"มันไม่ใช่ผู้หญิง มันเป็นกะเทย พี่รบรักมันไปได้ยังไง น่าขยะแขยงที่สุด ยกเลิกการแต่งงานก็ดี โรสก็ไม่ต้องการแต่งงานกับผู้ชายจิตวิปริตวิตถารอย่างพี่รบ ทุเรศ ทุเรศที่สุด!"

โชติรสด่าๆๆแล้วเดินปึงปังออกไป นักรบมองตามอย่างไม่หวั่นไหวกับอะไรทั้งสิ้น

ooooooo

เมื่อนักรบกลับไปถึงบ้าน เจอพ่อกับแม่พร้อมๆกับได้รับเอกสารฟ้องจากโชติรส ทั้งศักดิ์สิทธิ์และโสภาแทบเป็นลมกับเหตุการณ์ที่พลิกผัน ถามนักรบว่าเป็นเพราะเขาปฏิเสธการแต่งงานกับโชติรสใช่ไหม? เพราะเขาไปมีคนอื่นอย่างที่ในเอกสารระบุใช่ไหม? เพราะเขาไปติดกะเทยอย่างที่เป็นข่าวใช่ไหม?

"คุณโรสไม่ได้เข้าใจผิดหรอกครับ ผมมีคนอื่นจริงๆ คุณพ่อคุณแม่ก็รู้จักด้วย" นักรบยอมรับ

ทั้งศักดิ์สิทธิ์และโสภาเดากันว่าต้องเป็นกะเทยคนนั้นแน่ แต่โสภาก็ยังไม่เชื่อว่าลูกชายจะทำอย่างนั้น โสภาย้ำถามว่า นักรบเคยบอกว่าไม่ได้มีอะไรกับกะเทยนั่นใช่ไหม

"ตอนนั้นผมยังไม่แน่ใจตัวเองครับ แต่ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่าผมรัก...ปรางค์...แต่เราคงยังไม่แต่งงานกันตอนนี้หรอกนะครับ เราคงต้องจัดการปัญหาที่กำลังตามมาซะก่อน"

แม้จะถูกศักดิ์สิทธิ์ด่าว่าอย่างรุนแรง นักรบก็ยังยืนกรานความคิดของตนบอกแต่เพียงว่าเมื่อถึงเวลาตนจะอธิบายทุกอย่างให้พ่อกับแม่ฟัง ส่วนเรื่องค่าหุ้นบริษัทของโชติรสนั้น ตนจะให้ เพื่อนทนายดูสัญญาการซื้อขายอีกที น่าจะมีทางผ่อนจ่ายได้

"เรื่องค่าหุ้น ฉันจัดการเองได้ เรื่องแกกับนังกะเทย แกพูดเล่นใช่ไหม แกต้องการแก้เผ็ดเราที่บังคับให้แกแต่งงานกับหนูโรสใช่ไหม" ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่อยากเชื่อ

"ผมไม่ได้พูดเล่น ผมกับปรางค์รักกันจริงๆ ถ้าคุณพ่อจัดการเรื่องหุ้นได้ ผมก็สบายใจ แล้วยังไงผมจะพาปรางค์มา กราบคุณพ่อคุณแม่นะครับ"

"ตารบ! ลูกอยากจะให้แม่ตายหรือยังไง ยังไงแม่ก็ไม่ยอมรับนังกะเทยเป็นลูกสะใภ้ ถ้ามันมาเหยียบที่นี่เมื่อไหร่ แม่จะตายให้ดู!" โสภาตีโพยตีพาย

"ตอนนี้ผมคงยังพูดอะไรไม่ได้ นอกจากให้คุณพ่อคุณแม่ เชื่อในการตัดสินใจของผม เชื่อผมเถอะครับ ไม่มีผู้หญิงคนไหนเหมาะที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของผมเท่ากับปรางค์อีกแล้ว" พูดแล้วนักรบเดินออกไป

ศักดิ์สิทธิ์กับโสภาตะลึงอึ้งมองกันตาค้างพูดไม่ออก

ooooooo

เจ๊จูนกับข้าวฟ่างไปสืบเรื่องพ่อของปรางค์ที่พัทยาแล้ว ทั้งสองไปสืบจากพ่อครัวร้านอาหารที่รู้จักประพันธ์ดี พ่อครัวคนหนึ่งเคยรู้จักประพันธ์แต่เก่าก่อน เล่าอย่างมันปากว่า

"มันถูกไล่ออกไปนานแล้วล่ะคุณ มันชอบโดดงานไปเข้าบ่อน ไอ้นี่มันเป็นผีพนัน เข้าบ่อนจนหมดตัวแล้วติดหนี้ติดสินเขาไปทั่ว ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับก็เลยต้องเกาะลูกสาวกินไปวันๆ"

ได้ข่าวเด็ดมาแล้ว เจ๊จูนกับข้าวฟ่างถามที่อยู่ของประพันธ์ แล้วพากันไปหาด้วยความสะใจว่า งานนี้ได้ขุดปรางค์ถึงรากถึงโคนแน่ๆ ต้องแฉให้ถึงที่สุด!

เป็นเวลาที่ปรางค์ เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อม ช่วยกันจับปรียาแต่งตัวเต็มที่ พอปรียาถามว่าทำไมต้องแต่งแบบนี้ด้วยไหนป้างบอกว่าจะพาไปกินข้าวนอกบ้านเท่านั้น

"ปรางค์มันเปลี่ยนใจแล้วล่ะ ไหนๆพรุ่งนี้มันได้หยุดวันนึงแล้ว มันก็เลยจะพาพี่ปรีไปเที่ยวพัทยา ไปนอนค้างสักคืนจะได้เที่ยวให้เต็มอิ่ม"

เจ๊ตุ่มช่วยหว่านล้อม คุยไปคุยมาปรียาก็แปลกใจว่าจะให้ตนไปกับปรางค์เท่านั้นหรือ นุชบอกว่าไปเที่ยวกันสองคนแม่ลูกสนุกกว่าเยอะ แล้วเอื้อมก็ถือรองเท้ากับกระเป๋ามาส่งปรียา นุชกอดพี่สาวไว้ พูดเป็นนัยว่า

"หนูดีใจกับพี่ด้วยนะ วันนี้จะเป็นวันที่พี่มีความสุขมากเลยล่ะ"

ปรียายิ้มงงๆกับความกระดี๊กระด๊าผิดปกติของพวกเจ๊ตุ่ม

ooooooo

เจ๊จูนกับข้าวฟ่างเข้าไปยกมือไหว้ประพันธ์อย่างอ่อนช้อยอ่อนหวานแนะนำตัวเองว่ามาจากรายการสีสันคนดังเป็นรายการที่สัมภาษณ์คนดังทั่วประเทศ ข้าวฟ่างทำหน้าที่เป็นมือกล้องรีบพูดเอาหน้าบ้างว่าตอนนี้เราจะมาขอสัมภาษณ์คุณพ่อ

ประพันธ์ตื่นเต้นมากบ่นๆว่าน่าจะบอกกันก่อนตอนนี้ผมเผ้าหน้าตาหนวดเครากระทั่งเสื้อนอก ตนก็ไม่ได้เตรียมไว้เลย แต่ก็เชิญให้ขึ้นบ้านขอเวลาเตรียมตัวสักหน่อย

พอออกมาอีกครั้งก็ยังถามอย่างไม่มั่นใจว่าดูดีหรือยัง เจ๊จูนรีบบอกว่าหล่อแล้วเริ่มกันเลยดีไหม พลางตัวเองก็สัมภาษณ์ข้าวฟ่างก็ตามเก็บภาพไปเรื่อยๆ

หลังจากถามความรู้สึกว่าถ้าลูกไม่ยอมรับจะคิดอย่างไร ประพันธ์บอกว่าไม่เห็นลูกจะมีท่าทีแบบนั้นแต่ถึงมีก็ไม่เป็นไรเพราะตนก็แย่จริงๆ ไม่ได้ทำตัวเป็นพ่อที่ดี แต่ก็พูดอย่างภูมิใจว่า

"ตอนนี้ผมกลับตัวแล้วครับ เป็นเพราะลูกของผมทำให้ ผมกลับมาเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้"

เจ๊จูนแอบทำหน้าไม่ได้ดั่งใจแล้วถามใหม่ว่าช่วยพูดถึงลูกสาวหน่อยได้ไหม ประพันธ์ยินดีมากเล่าอย่างภูมิใจว่า

"ลูกสาวผมเป็นคนดีครับ ผมรักลูกคนนี้มากเท่าชีวิตของผมเอง ถ้าผมทำอะไรให้ลูกได้ผมยอมทำทุกอย่าง ขอให้ลูกมีความสุขก็พอ ความสุขของลูกสำคัญกว่าอะไรทั้งหมดครับ ลูกให้ผมมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ผมจะต้องให้ลูกบ้าง"

เจ๊จูนผสมโรงไปว่าคุณพ่อเป็นพ่อผู้เสียสละโดยแท้ แล้วส่งสัญญาณบอกข้าวฟ่างว่าเริ่มได้เรื่องแล้ว

ระหว่างนั้น ที่ซอยเข้าบ้าน กระบี่กับปรางค์ไปขายข้าวกลับมา สองคนช่วยกันถือกล่องโฟมเปล่ากันมาเต็มสองมือ ปรางค์ยังกังวลใจถามกระบี่ว่าจะบอกพ่อเรื่องตนยังไงดี กระบี่เสนอให้บอกตรงๆไปเลย แต่ปรางค์ยังหวั่นๆ เพราะพ่อเกลียดกะเทยแบบนี้ก็ต้องเกลียดตนด้วย

"แต่เธอเป็นลูก น้าพันเกลียดเธอไม่ลงหรอกน่า รีบๆบอกความจริงไป แป้งจะได้กลับมาสักที นี่แป้งกลับไปอย่างนี้ก็ต้องไปเจอนายนักรบอีกน่ะซี" กระบี่ระแวงเพราะเชื่อว่านักรบชอบแป้ง ถามอย่างเข้าข้างตัวเองว่า แต่แป้งไม่ได้ชอบนักรบใช่ไหม...ใช่ไหม?

"อีกไม่นานแกก็คงรู้เองแหละ แล้วเมื่อถึงเวลานั้นฉันหวังว่าแกจะทำใจได้นะไอ้บี่"

"อย่ามาพูดให้ฉันใจเสียหน่อยเลย ฉันรู้จักแป้งดี แป้งไม่มีวันชอบผู้ชายไฮโซสมองกลวงหรอกน่า ฉันรู้จักแป้งมาเป็นสิบปี แต่มันรู้จักแป้งแค่ไม่กี่เดือน" กระบี่พูดเหมือนพยายามหลอกตัวเอง

"ความรักไม่ได้ขึ้นกับเวลาหรอกนะกระบี่ ถึงจะรู้จักกันวันเดียวก็รักกันได้ ถ้าหากคนสองคนมีใจตรงกัน..."

ไม่ว่าปรางค์จะพูดอย่างไรกระบี่ก็ยังไม่ยอมฟัง เหมือนกลัวที่จะเผชิญกับความจริงที่รับไม่ได้...

ooooooo

ประพันธ์ให้ความร่วมมือกับเจ๊จูนอย่างกระตือรือร้น พาไปดูห้องนอนของลูกสาว พูดออกตัวว่ารกหน่อยเพราะแป้งขี้เกียจ ด่าทีก็เก็บที ถึงรกแต่ก็สะอาด เจ๊จูนจ่อไมโครโฟนตามเก็บข้อมูลละเอียดยิบ

นอกจากได้ข้อสรุปว่าปรางค์เป็นคนสกปรกซกมกไม่เชื่อพ่อแล้วยังรู้ว่า อยู่ที่นี่เธอชื่อแป้งถามว่าชื่อปรางค์ธิดาเป็นชื่อที่ใช้ในวงการใช่ไหม

"ปิยธิดาครับ ไม่ใช่ปรางค์ธิดา คุณสับสนอะไรหรือเปล่า" ประพันธ์ย้อนถาม เจ๊จูนทำเป็นหัวเราะบ่นว่าตัวเองสับสนจริงๆ

ขณะนั้นเองปรางค์กับกระบี่เดินกลับมาถึง เจ๊รีบเอาไมค์เข้าไปจ่อ ข้าวฟ่างก็รีบตามไปถ่ายรูป เจ๊ถามทันทีว่ามาเยี่ยมคุณพ่อหรือ ตกลงผู้ชายคนนี้คือคุณพ่อน้องปรางค์ใช่ไหม พอปรางค์ตอบว่าใช่เท่านั้นเข้าทางเจ๊ทันที ถามอย่างจับโกหกว่า

"แล้วที่น้องปรางค์บอกว่าคุณพ่อตายไปตั้งแต่น้องปรางค์ ยังเด็กก็แสดงว่าน้องปรางค์โกหกใช่ไหมคะ" พอเห็นปรางค์ อึกอักและประพันธ์ยืนงง เจ๊ก็รุกต่อ "เงียบไม่ตอบอย่างนี้แปลว่าเรื่องจริง" พูดแล้วเจ๊หันยิ้มให้กล้องพูดกับผู้ชมว่า

"ได้ยินกันชัดแล้วนะคะท่านผู้ชม น้องปรางค์โกหกค่ะน้องปรางค์โกหกประชาชนทั้งประเทศค่ะท่านผู้ชมขา"

ทั้งประพันธ์และกระบี่ต่างรู้ว่าไม่ชอบมาพากลแล้ว กระบี่ลากเจ๊จูนกับข้าวฟ่างออกไปจากบ้าน เจ๊จูนขืนตัวปากก็สั่งข้าวฟ่างให้เก็บภาพให้หมด  พอลากออกไปแล้วประพันธ์ฟันธงว่าพวกนี้ไม่ใช่พวกต้มตุ๋นแน่ ทำให้ปรางค์กับกระบี่มองอย่างตกใจ ประพันธ์จึงพูดต่อทำให้ทั้งสองโล่งใจว่ามันเป็นพวกคนบ้าแน่ๆ ถามอะไรบ้าๆบอๆพูดอะไรก็ฟังไม่รู้เรื่องพูดทีก็สะดีดสะดิ้งไปมามันคนบ้าชัดๆ

ส่วนเจ๊จูนกับข้าวฟ่างได้ข้อมูลไม่มากนักแต่ลึกพอที่จะแฉปรางค์ได้ จึงชวนกันกลับรีบเอาเทปไปให้โชติรส คาดหวังกันว่างานนี้ต้องได้รางวัลก้อนโตแน่ๆที่ช่วยกระชากเรตติ้งให้กับ รายการได้

ooooooo

สายแล้วแป้งเดินออกมากับนักรบพอถึงหน้าสตูดิโอ เธอบอกเขาว่าต้องรีบไปรับแม่ ขอบคุณที่เขาช่วยยกเลิกคิวช่วงเย็น พูดให้เขาสบายใจว่ายังไงเดี๋ยวปรางค์คงมารับงานต่อรับรองว่างานเขาไม่เสีย แน่ๆ โบกมือบอกลา "ฉันไปนะคะ"

นักรบไม่ยอมให้แป้งไปคนเดียว จะไม่ปล่อยให้เธอแก้ปัญหาคนเดียวและขี้เกียจไล่ตามอีกแล้ว บอกว่าต่อไปนี้เธออยู่ที่ไหนตนก็ต้องอยู่ด้วยจะไม่แยกกันแล้ว

"คุณนักรบ ฉันสัญญานะคะ ครอบครัวของฉันลงตัวเมื่อไหร่ ฉันจะกลับมาคุยเรื่องของเรา ขอฉันจัดการทีละเรื่องได้ไหมคะ" แป้งขอร้อง แต่นักรบไม่ยอม ยืนยันว่า

"เรื่องของเราไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว ฉันไม่ต้องแต่งงานกับคุณโรสแล้ว เราไปจัดการปัญหาครอบครัวเธอให้เรียบร้อยดีกว่า ฉันจะได้บอกข่าวดีของเรากับพ่อแม่เธอไงล่ะ"

"ฉันหวังว่าวันนี้คงจะมีแต่ข่าวดีๆนะคะ" แป้งคาดหวัง นักรบโอบไหล่ให้กำลังใจแป้งพากันเดินออกไป

ที่ล็อบบี้บริษัทโชติรสนั่นเอง เจ๊จูนกับข้าวฟ่างพากันเดินเข้ามาอย่างกระเหี้ยนกระหือรือเต็มที่ นักรบกับแป้งออกจากลิฟต์ไม่ทันเห็นทั้งสอง แต่เจ๊กับข้าวฟ่างเห็นแป้งเจ๊พึมพำงงๆว่าทำไมปรางค์กลับมาเร็วจัง ข้าวฟ่างเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่าสงสัยจะมาดักขโมยเทปจากเราแน่ๆเลย

นักรบกับแป้งเดินออกไป เขาย้ำกับเธอว่า

"แป้ง...เธอรู้ใช่ไหม ก่อนที่เธอจะให้แม่เธอช่วยพูดให้กับปรางค์เธอต้องบอกความจริงเรื่องเธอกับแม่ก่อน"

"ฉันรู้ แล้วฉันก็พร้อมแล้ว ฉันถึงจะพาแม่ไปหาพ่อไงล่ะคะ วันนี้จะเป็นวันที่ครอบครัวของเราจะไม่มีความลับกันอีกต่อไปแล้ว" แป้งวาดหวังอย่างมีความสุข

"อย่าลืมนะว่าเธอมีฉันอยู่ข้างๆ" นักรบให้กำลังใจ ยื่นมือให้จับเป็นสัญญาใจแก่กัน

เจ๊จูนกับข้าวฟ่างจ้องจิกตามแป้งอยู่ พอเห็นทั้งสองจับมือจูงกันออกไปก็มองตาค้าง

ooooooo

หลังจากเอาเทปไปเปิดให้โชติรสดูแล้ว โชติรสชมว่าเก่งมาก ต้องขอชมทั้งสองคนจริงๆ เจ๊จูนเสนอว่าให้เอาออกอากาศเย็นนี้เลยไหม โชติรสขอเป็นพรุ่งนี้ดีกว่า ตอนนี้จะปล่อยข่าวให้เป็นกระแสออกไปก่อนแล้วค่อยเอาออกอากาศ คราวนี้ปรางค์จะแก้ตัวยังไงก็ไม่ขึ้น ส่วนตำแหน่งที่ข้าวฟ่างกระเหี้ยนกระหือรืออยากได้นั้น โชติรสบอกว่าต้องขอเวลาเรียกประชุมก่อน แต่จะช่วยให้ข้าวฟ่างได้ตำแหน่งคืนมาให้ได้

ระหว่างนั้นโชติรสก็ยังคงดูเทปไปเรื่อยๆ เจ๊จูนสะดุดตามองชะงักเมื่อที่จอมอนิเตอร์ภาพที่แป้งซ้อมเดินเป็นเวลา 14.50 น. แต่ภาพที่ตัวเองไปถ่ายปรางค์อยู่กับประพันธ์ที่พัทยาเป็นเวลา 15.10 น. เอะใจว่ามันเป็นไปได้อย่างไร ถามโชติรสว่าหมายความว่าอย่างไร หรือปรางค์แยกร่างได้

"ก็หมายความว่า คนที่เราคิดว่าเป็นปรางค์ ไม่ใช่ปรางค์ น่ะซิ"  โชติรสยิ้มสะใจที่มีเรื่องแฉปรางค์ได้ถึงตายยิ่งกว่าเรื่องพ่อเสียอีก

ooooooo

แป้งพาปรียาไปจนถึงหน้าบ้านพ่อแล้วจึงบอกว่านี่คือบ้านพ่อ  ทำเอาปรียาแทบช็อกถามว่ารู้จักบ้านพ่อได้ยังไง ซักไปถามมาปรียาจึงรู้ว่า ลูกที่อยู่กับตนนั้นที่แท้คือแป้งไม่ใช่ปรางค์ พอรู้ตัวก็โมโหถามแป้งว่าแล้วป้างอยู่ไหน

ประพันธ์ได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้านเดินออกมาดูว่ารถใคร ตะโกนถามว่ามาหาใครหรือ พอมองไปทั้งประพันธ์ และปรียาสบตากันต่างตะลึงอึ้ง ซ้ำร้ายมองไปข้างๆปรียายังเห็นแป้งยืนอยู่ด้วย ประพันธ์ถามว่า "อ้าว...ไอ้แป้ง แกอยู่ในห้องน้ำไม่ใช่เหรอวะ ทำไมออกมายืนตรงนี้ได้"

ขณะนั้นเองปรางค์เดินออกจากบ้าน ประพันธ์หันมองถึงกับอ้าปากค้างมองแป้งที่หน้าบ้านอุทาน "ไอ้แป้ง" ส่วนปรียามองปรางค์อุทาน "ไอ้ป้าง"

คราวนี้ประพันธ์งงหันมองแป้งทีป้างที  มองไปมองมาอ้าปากค้างพูดไม่ออก จนปรียาต้องบอกว่าให้ฟังตนก่อน แต่ประพันธ์ไม่สนใจ พึมพำเหมือนละเมอ

"ไอ้ป้าง...นี่ไอ้ป้าง...ลูกชายฉันจริงๆเหรอ ปรียานี่มันลูกชายฉันจริงๆเหรอ บอกมาซิปรียาใช่ไอ้ป้างจริงๆเหรอ"

ทั้งแป้งและปรางค์เห็นอาการของพ่อแล้วต่างหน้าเสียใจหล่นวูบ นักรบเห็นดังนั้นเดินเข้ามาจับมือแป้งไว้อย่างให้กำลังใจ

ooooooo

จากการเอารูปและเหตุการณ์ต่างๆมาเปรียบเทียบกันแล้ว เจ๊จูนฟันธงว่าละครมีสองตัวคือแป้งหรือปิยธิดา ตระกูลไพศาล และป้างหรือปรางค์คือ นายปิยะบุตร ตระกูลไพศาล หรือปรางค์ธิดา วิลาศไพศาลนั่นเอง สืบสาวไปถึงการประกวดแต่เริ่มแรก เจ๊จูนฟันธงอีกว่า

"นังปรางค์ต้องส่งน้องสาวมันเข้าประกวดแทนแน่ๆเลยค่ะ" โดยอ้างเหตุผลว่า เพราะปรางค์ออกจากโรงพยาบาลกลางดึก แต่พอรุ่งเช้าก็ขึ้นเวทีได้อย่างสวยงามเหมือนเดิม ป้อนข้อมูลแล้วถามโชติรสอย่างยุแยงว่า "เราต้องทำยังไงต่อไปคะคุณโรส"

"เราก็ต้องช่วยกันเปิดโปงกระชากหน้ากากคนชั่วที่หลอกลวงประชาชนน่ะซิ คราวนี้สองพี่น้องจอมลวงโลกได้ดับอนาถแน่ๆ"   โชติรสยิ้มอย่างหมายมาดกับแผนการขั้นต่อไปของตน

ooooooo

จนแล้วจนรอด ประพันธ์ก็รับปรางค์ไม่ได้ ถึงกับประกาศว่าให้ตายเสียดีกว่ายอมรับว่ามีลูกเป็นกะเทย นักรบที่ประกบช่วยด้วยใจจดจ่อบอกแป้งให้พาปรางค์ ออกไปก่อนแล้วเขาก็ตามออกไปด้วย

ปรางค์บอกว่าพ่อคงไม่ยอมรับตนแน่ๆแล้ว นักรบปลอบใจว่าประพันธ์กำลังผิดหวัง กำลังโกรธ เอาไว้รอให้ใจเย็นก่อนค่อยพูดกันอีกที แป้งก็ให้กำลังใจว่าถึงวันนี้พ่อรับปรางค์ไม่ได้ แต่เชื่อว่าสักวันพ่อต้องยอมรับได้

"เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง ปรางค์ตอนนี้เธอจะต้องเข้มแข็งแล้วก็พิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าไม่ว่าเธอจะเป็น เพศไหน เธอก็เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ได้ แล้ววันนั้นคุณน้าก็จะยอมรับเธอได้เอง" นักรบปลอบ

ส่วนปรียา...เมื่อแป้ง ปรางค์ และนักรบออกไปแล้ว ก็ทะเลาะกับประพันธ์อย่างรุนแรง ด่าและตำหนิที่เขาใช้คำพูดรุนแรงกับลูก เล่าเรื่องป้างให้ฟังว่า

"ถึงไอ้ป้างจะเป็นกะเทย แต่มันก็เป็นคนดี มันไม่ได้ไปเป็นโจรปล้นจี้ใคร ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ตอนเด็กๆมันก็ตั้งใจเรียนหนังสือ โตขึ้นมามันก็ขยันทำมาหากิน แค่มันอยากเป็นผู้หญิงมันผิดตรงไหน!"

ประพันธ์ยังรับไม่ได้อยู่ดี ถามว่าแล้วอนาคตต่อไปจะเป็นยังไง ไปไหนก็เหมือนตัวประหลาดในสังคม มีแต่คนดูถูกเหยียดหยาม

ปรียาบอกว่าเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเพราะเวลานี้อนาคตของป้างไปไกลแล้วได้เป็นนางงามกะเทยดังไปทั่วประเทศ

กระบี่พยายามไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองค่อยพูดค่อยจากัน แต่ประพันธ์ไม่สนใจยังตำหนิตัวเองว่าตัดสินใจผิดบ่นปรียาที่เลี้ยงลูกชายจน กลายเป็นกะเทย ปรียาฉุนขาดตัดบทว่า

"ฉันก็ผิดจริงๆที่เลือกแกเป็นพ่อของลูก คนอย่างแกไม่สมควรเป็นพ่อใคร" ด่าประพันธ์แล้วออกไปเรียกปรางค์ ให้กลับได้แล้วต่อไปนี้เราต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันจะเป็นการดี ที่สุด

ปรางค์ขอเข้าไปลาพ่ออีกสักครั้งเพราะจากกันแบบนี้อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลย ก็ได้ ปรียาจำต้องยอมให้ปรางค์เข้าไปลาประพันธ์ โดยมีแป้งที่ยังกล่อมพ่ออยู่ร่วมด้วย

"มีอะไรจะพูดกับฉันก็พูดมา พูดเสร็จแล้วก็กลับไปเสีย" ประพันธ์พูดอย่างไม่มีเยื่อใย

"พ่อจ๊ะหนูไม่ขอให้พ่อยอมรับหนูเป็นลูก หนูมันน่ารังเกียจเกินกว่าที่จะเป็นลูกของพ่อได้ หนูขอโทษจ้ะพ่อ ที่หนูเกิดมาเป็นอย่างนี้ ถ้าพ่อจะโกรธก็โกรธหนูคนเดียว อย่าโกรธแม่ไปด้วยนะจ๊ะ อย่าให้หนูเป็นคนที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องมาโกรธเกลียดกันอีกเลย" ปรางค์อ้อนวอนน้ำตาคลอ

"แกจะพูดอะไรให้มันสวยหรูยังไงก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก ไอ้การที่แกเลือกเป็นแบบนี้มันทำลายทุกอย่างไปแล้ว แกทำให้ฉันกับแม่แกเกลียดขี้หน้ากันยิ่งกว่าเดิม แกทำลายชีวิตตัวเองไม่พอยังทำลายครอบครัวของฉันอีก แกมันตัวทำให้ทุกอย่างวิบัติฉิบหาย แกคนเดียวไอ้ป้าง เพราะแกคนเดียวจะไปตายที่ไหนก็ไป...ไป!"

ปรางค์ตะลึงอึ้งเหมือนถูกตบหน้าอย่างจัง ลุกขึ้นวิ่งเตลิดออกไป แป้งวิ่งตามไป ประพันธ์ยังนั่งขึงอยู่ ครู่หนึ่งจึงค่อยๆรู้สึกผิดที่พูดแรงไป

แป้งกับกระบี่จะวิ่งตามปรางค์ไป แต่นักรบบอกให้ปล่อยไปก่อนเดี๋ยวปรางค์สบายใจเมื่อไรก็คงกลับมาเอง

ooooooo

ฝ่ายพวกเจ๊ตุ่ม นุชและเอื้อมรอฟังข่าวแป้งกับปรางค์อยู่ที่ล็อบบี้บริษัทของโชติรส เห็นเงียบหายไป ก็คาดว่าทุกอย่างคงราบรื่นดี แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่ทุกคนปิดโทรศัพท์กันหมด

พวกเจ๊ตุ่มมารอประชุมตามคำสั่งของโชติรส ต่างคาดหวังว่ารายการใกล้จบแล้วต้องเตรียมโชว์ทิ้งทวนกันให้อลังการไปเลย แต่พอเข้าประชุม เจ๊ตุ่มตกใจเมื่อรู้ว่าช่วงสุดท้ายของรายการจะเป็นแค่รายการสัมภาษณ์ธรรมดาๆ เท่านั้น แต่โชติรสยืนยันว่าไม่ต้องห่วงรับรองตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนเปิดรายการเสียอีก

พวกเจ๊ตุ่มเอะใจสงสัยเมื่อโชติรสมอบหมายให้เจ๊จูนเป็นคนช่วยเตรียมการสำหรับ รายการพิเศษพรุ่งนี้ เจ๊ตุ่มถามว่าแล้วปรางค์ต้องเตรียมอะไรบ้างเสื้อผ้าหน้าผมจะให้เป็นสไตล์ไหน

"ปรางค์ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาเลยค่ะ ทางเราจะจัดการทุกอย่างไว้ให้เอง ขอให้เป็นปรางค์ตัวจริงมาก็พอค่ะ" พูดแล้วโชติรสยิ้มมีเลศนัยทำให้พวกเจ๊ตุ่มยิ่งใจคอไม่ดี

คำพูดของโชติรสที่ว่าขอให้เป็นปรางค์ตัวจริงมาก็พอ ทำให้พวกเจ๊ตุ่มคิดหนักแต่เพราะไม่มีข้อมูลและไม่เฉลียวใจอะไรจึงคิดในแง่ดี ว่า ถ้าพรุ่งนี้ปรางค์มาปรากฏตัวได้ก็จะแก้ปัญหาได้รายการก็จบและพวกเราก็จะได้ มงกุฎพร้อมเงินก้อนใหญ่อีกสักก้อน เมื่อปรางค์เดินทางไปประกวดมิสเรนโบว์ควีนเวิลด์ที่อเมริกาถึงวันนั้นปรางค์ ก็จะดังแบบฉุดกันไม่อยู่เลยทีเดียว

ฝ่ายพวกเจ๊จูนก็รับบัญชาจากโชติรสว่า เราต้องพิสูจน์ ให้ทุกคนเห็นว่าพวกปรางค์โกหกหลอกลวงประชาชนต้องหาหลักฐานมามัดตัวจนดิ้นไม่ หลุดให้ได้ ย้ำว่า

"ฉันมีแผนอยู่แล้ว คราวนี้คงต้องรบกวนคุณสองคนอีก...งานพรุ่งนี้จะไม่สำเร็จถ้าหากเราไม่เตรียม การให้พร้อม ฉันจะบอกให้ว่าคุณต้องทำอะไรบ้าง ฟังแล้วก็รีบไปจัดการทันที แล้วก็อย่าให้มีอะไรพลาดเด็ดขาด"

ทั้งเจ๊จูนและข้าวฟ่างต่างกระดี๊กระด๊าถามว่าพวกตนต้องทำอะไรบ้าง

ooooooo

นักรบยังพยายามทำหน้าที่ตัวช่วยสำคัญให้แป้งเขาเข้าไปคุยกับประพันธ์ที่วาง ปึ่งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งยังถามว่าเขาเป็นใคร มายุ่งอะไรกับครอบครัวของตน

นักรบบอกว่าตนเป็นเพื่อนแป้งกับปรางค์ขอพูดในฐานะที่ตนก็เหมือนปรางค์ ตนเป็นลูกชายที่ทำให้พ่อผิดหวังเพราะตนไม่สามารถเป็นอย่างที่พ่อต้องการได้ ประพันธ์แย้งว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่เป็นกะเทยพ่อของเขาคงไม่ผิดหวังเท่าไหร่ หรอก

"แต่ผมแย่กว่าปรางค์นะครับ เพราะผมเลือกทำตามที่พ่อแม่ต้องการได้แต่ผมไม่ทำ แต่ปรางค์เลือกไม่ได้เขาเกิดมาเป็นแบบนี้อยู่แล้ว"

"คุณรู้ไหมว่า ทำไมผมถึงให้ไอ้ป้างไปอยู่กับแม่เขา แล้วขอไอ้แป้งมาอยู่กับผม ผมเห็นไอ้ป้างเป็นผู้ชายหวังว่าเมื่อมันโตขึ้น มันจะปกป้องแม่มันได้ แต่กลับโตมาเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วอย่างนี้ มันจะดูแลแม่มันได้ไง"

"แต่ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานี่ ปรางค์ก็ดูแลน้าปรียา มาตลอดนะครับ ปรางค์เป็นคนเข้มแข็ง อดทนไม่ได้แพ้แป้งเลย แป้งทำเพื่อคุณน้าได้ทุกอย่าง ปรางค์ก็ทำเพื่อแม่ได้ทุกอย่างเหมือนกัน แค่นี้ปรางค์ยังเป็นลูกที่ไม่ดีพอสำหรับคุณน้าอีกเหรอครับ"

ฟังนักรบพูดแล้ว ประพันธ์นิ่งคิด สีหน้าท่าทีเริ่มอ่อนลง นักรบมองอย่างมีความหวังมากขึ้น...

ooooooo

ตอนที่ 15

เช้าวันรุ่งขึ้น นักรบพาปรางค์ไปส่งที่บ้าน ปรียาดันตัวปรางค์ที่โผเข้ากอดแม่ไว้ด้วยความคิดถึง   ตำหนิว่าทำอะไรไว้เดี๋ยวต้องคุยกันยาว  ต่อว่านักรบที่ออกรับแทนปรางค์ว่ามีปัญหาทำไมไม่พากลับมาบ้าน  ทำอย่างนี้มีแต่ทำให้เรื่องยิ่งแย่

เมื่อนักรบรีบขอตัวลากลับ ปรียาตามไปพูดกับเขาด้วยความหวังดีว่า ต่อไปอย่ามายุ่งเกี่ยวกับปรางค์อีกเพราะมีแต่จะทำให้เขาเสียหาย พวกตนนั้นไม่มีเวลามานั่งฟังคำนินทาของใคร  แต่เขาจะต้องมาเสียชื่อเพราะปรางค์จนอาจไม่มีที่ยืนในสังคม

"ผมไม่เคยคิดว่าเราอยู่กันคนละสังคมนะครับ"

"คุณมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้วล่ะค่ะ ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน คนรวยคนจนยังไงก็อยู่กันคนละชั้น ฉันไม่อยากให้คุณต้องเสียหาย แล้วฉันก็ไม่อยากให้ปรางค์ต้องเสียใจ คุณกับปรางค์...มันเป็นไปไม่ได้หรอก อย่าพบกับปรางค์อีกเลยนะคะฉันขอร้องล่ะ"

พอกลับเข้ามาในบ้าน ปรียาก็ห้ามปรางค์ไปยุ่งเกี่ยวกับนักรบอีก อย่าฝันไปว่าเขาจะชอบตัวเองจริง ที่เขาเคยช่วยก็แค่สงสารก็ได้ ปรางค์รับปากแม่ว่าจะอยู่ห่างๆ เขาจะได้ไม่ต้องมีเรื่องปวดหัวอีก

ทันใดนั้น  เจ๊ตุ่ม  นุช  และเอื้อมก็กรูกันเข้ามาดีใจกันจนน้ำตาไหลเมื่อเห็นปรางค์อยู่ที่บ้าน แต่ยังแปลกตาแปลกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไป  ไม่แน่ใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้าพวกตนนั้น เป็นแป้งหรือปรางค์กันแน่

สุดท้ายเมื่อรู้ว่าเป็นปรางค์ตัวจริงก็พากันกระโดดโลดเต้น กระโจนเข้ากอดปรางค์อีกรอบ

ooooooo

ส่วนนักรบ พอกลับถึงบ้านก็ต้องแก้ปัญหากับพ่อและแม่ที่ตั้งท่าเล่นงานเขาเต็มที่อยู่แล้ว  เขาถูกศักดิ์สิทธิ์ตำหนิอย่างรุนแรงว่าทำลายชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลป่นปี้หมดแล้วที่ไปคบกับกะเทย  โสภาช่วย แก้ว่าเรายังมีทางแก้ด้วยการให้นักรบรีบประกาศหมั้น กับโชติรสกลบข่าวนั้นเสีย

"ผมไม่หมั้นครับคุณแม่ ผมจะไม่หมั้นไม่แต่งงานกับคุณโรสเด็ดขาด ที่ผมยอมทำงานให้เขาผมก็แทบจะไม่เหลือศักดิ์ศรีอยู่แล้ว ถ้าจะให้ผมเอาตัวจ่ายแทนค่าหุ้น ผมก็ไม่เหลือความเป็นคนแล้วล่ะครับ"

โชติรสเดินเข้ามาพูดอย่างเฉียบขาดว่าถ้าเขาไม่หมั้นก็ไม่เป็นไร ทุกอย่างให้เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ คุณลุงกับคุณป้าเตรียมรอทางฝ่ายกฎหมายของตนมาติดต่อในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน

"คุณจะทำอะไรก็เชิญเลยคุณโรส ยังไงผมก็จะขอยกเลิกสัญญาเรื่องที่จะซื้อหุ้นของบริษัทคุณ ผมยอมล้มละลายหมดตัว แต่ไม่ยอมขายศักดิ์ศรีของตัวเอง!" นักรบเผชิญหน้าอย่างท้าทาย

"งั้นก็เตรียมตัวล้มละลายได้เลยค่ะพี่รบ"

สิ้นเสียงโชติรสเสียงกรีดร้องของโสภาก็แผดขึ้นว่าตนไม่ยอมล้มละลาย ไม่ยอมเด็ดขาด แล้วทรุดฮวบเป็นลมจนศักดิ์สิทธิ์เกือบประคองไว้ไม่ทัน นักรบตกใจเข้าไปช่วยประคองแม่อีกคน

ooooooo

โสภานอนหายใจแผ่วเหมือนจะสิ้นใจอยู่บนโซฟา นักรบถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถูกศักดิ์สิทธิ์ด่าและไล่ตะเพิดว่าลูกเนรคุณออกไปให้พ้น

โสภาขอร้องอย่าว่าลูกอย่างนั้น บอกว่าเป็นความผิดของเราเอง เราไม่น่าไปบังคับจิตใจลูก เราอยู่กันอีกไม่กี่ปีก็ตายแล้วปล่อยให้ลูกใช้ชีวิตตามใจตัวเองดีกว่า เสียใจอยู่อย่างเดียวคือ "เสียใจที่ลูกไม่ได้รักเราเหมือนที่เรารักลูก  ไม่รู้หรอกว่าเราเสียสละให้ลูกได้มากแค่ไหน"

นักรบยิ่งฟังก็ยิ่งเจ็บปวด เมื่อโชติรสขอตัวออกไป เขาตามไปเรียกไว้

"เดี๋ยวก่อนคุณโรส ผมขอร้องช่วยยกเลิกสัญญาการซื้อหุ้นของคุณพ่อได้ไหมครับ คุณเองก็ไม่ต้องการเงินค่าหุ้นของคุณพ่ออยู่แล้ว" นักรบทำใจยอมขอร้อง

"ก็ใช่ค่ะ โรสไม่ต้องการเงินของคุณลุง แต่โรสต้องการแต่งงานกับพี่รบ โรสคงจะยกเลิกสัญญาไม่ได้..."

"ถ้าคุณอยากจะเอาชนะผมนักละก็...ได้...คุณชนะแล้ว ผมจะแต่งงานกับคุณ คุณโรส พอใจแล้วใช่ไหมครับ"

พริบตานั้นโสภาลุกจากโซฟาอย่างรวดเร็วหันไปจับมือกับศักดิ์สิทธิ์ด้วยความดีใจ ส่วนโชติรสมองนักรบแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ

ooooooo

ที่ล็อบบี้บริษัทของโชติรส ปรางค์เดินเข้ามา มีเจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมประกบอย่างแข็งแรง พวกแฟนคลับเสื้อสีเขียวกรูกันเข้ามาถ่ายรูป ขอลายเซ็น มอบของที่ระลึกให้กันตามประสาแฟนคลับ หลายเสียงแย่งกันขอถ่ายรูปขอลายเซ็น บ้างชมว่าที่ออกทีวี...เมื่อวานน่ารักมาก นักรบก็เท่มาก

ครู่เดียวกลุ่มนักข่าวก็กรูกันเข้ามาจนพวกแฟนคลับถอยห่างเปิดทางอย่างรู้งาน นักข่าวจ่อไมค์ยิงคำถามกันแซด ถามว่าหายไปไหนกับนักรบทั้งคืน, เพิ่งกลับมาเมื่อเช้าจริงไหม, ตกลงเป็นแฟนกับนักรบจริงหรือเปล่า...

ปรางค์ผงะตกใจกับการรุมกันเข้ามาของนักข่าว เอื้อมพาปรางค์หลบออกมาห่างๆ เจ๊ตุ่มแทรกเข้าแทนที่รวบไมค์มาจีบปากจีบคอตอบคำถามเสียเองว่า

"มา...มาค่ะ ตุ่มขออนุญาตตอบแทนน้องปรางค์เองนะคะ คือวันนี้น้องปรางค์เจ็บคอไม่มีเสียงพูด"

เอื้อมกระทุ้งจนปรางค์สะดุ้งแล้วทำปากพะงาบๆแบบไม่มีเสียง นุชเลยแทรกขึ้นว่า

"เราขออนุญาตแก้ข่าวให้น้องปรางค์ตรงนี้เลยนะคะว่าน้องปรางค์กับคุณนักรบเป็นเพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น"

เจ๊จูนแทรกเข้ามาแซะว่าแค่เพื่อนร่วมงานแล้วทำไมนักรบต้องปกป้องปรางค์ขนาดนี้ด้วย ใครเห็นก็ฟันธงกันว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรกันแน่ๆ

เจ๊ตุ่มหันไปจิกตอบว่าทั้งสองคนไม่มีอะไรกันตนรับรองได้ แต่เจ๊จูนยังไม่ยอมหยุดจี้ว่า

"พูดความจริงมาดีกว่าน้องปรางค์ น้องปรางค์มีอะไรกับคุณนักรบใช่ไหม นี่น้องปรางค์ไม่รู้หรือคะว่าคุณนักรบเป็นคู่หมั้นของคุณโชติรส ต๊าย...นี่น้องปรางค์คิดจะแย่งสามีของผู้มีพระคุณเหรอคะเนี่ย"

เสียงพวกนักข่าวอื้ออึงกันขึ้น ไมโครโฟนหันมาจ่อใส่ปรางค์รบเร้าให้พูด พอปรางค์ทำเสียงแหบๆ บอกว่าตนกับนักรบเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ เจ๊ตุ่มก็รีบขอบคุณนักข่าวขอแค่นี้ก่อนแล้วช่วยกันประกบปรางค์ออกไป

เจ๊จูนพูดกับข้าวฟ่างว่าวันนี้ปรางค์ดูแปลกๆ ดูเป็นกะเท้ย...กะเทยยังไงไม่รู้

ooooooo

สนามมวยที่พัทยา แป้งขึ้นชกแล้ว ประพันธ์กับกระบี่เชียร์อยู่ข้างเวทีอย่างเมามัน กระบี่ดีใจจนเผลอเชียร์ว่า "ไอ้แป้งตัวจริงกลับมาแล้ว!" พอถูกประพันธ์เอ็ดว่าไอ้แป้งเป็นแต่ตัวจริงไม่เคยเป็นตัวสำรอง กระบี่ก็แก้ไปน้ำขุ่นๆว่า ตนหมายถึงฟอร์มมันกลับมาแล้ว

ปรากฏว่าแป้งชกอย่างมีชั้นเชิง น้ำเพชรก็สู้ไม่ถอย ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนมวยลั่นสนามแต่เพราะถูกถ่ายรูปมากทำให้แป้งวอกแวกคิดถึงนักรบขึ้นแว่บหนึ่ง เลยถูกน้ำเพชรคลุกวงในเสยหมัดเข้าคางแป้งเต็มเหนี่ยวจนแป้งเซไปหลายก้าวก่อนล้มลงไปนอนให้กรรมการนับ

ประพันธ์กับกระบี่ผวาเข้าไปหาแป้งช่วยกันตะโกนให้สู้ๆอย่ายอมแพ้

กรรมการนับจนถึง 9 แป้งจึงลุกขึ้นมาได้อย่างหวุดหวิด พอดีระฆังหมดยก แป้งเลยแค่ลุกขึ้นมายืนตั้งสติ ส่วนประพันธ์กับกระบี่และแฟนมวยพากันส่งเสียงเชียร์สุดฤทธิ์

ระหว่างแป้งเข้ามุมประพันธ์กับกระบี่ช่วยกันให้น้ำเช็ดหน้าให้ ประพันธ์จับหน้าแป้งจ้องอย่างเอาจริงเอาจัง พูดเหมือนประกาศิตเจ้าพ่อ

"แกต้องมีสมาธิมากกว่านี้นะโว้ยไอ้แป้ง เมื่อแกอยู่บนสังเวียนแล้ว แกไม่ต้องคิดเรื่องอื่นเลย แกต้องคิดถึงคู่ต่อสู้เท่านั้น ทำยังไงถึงจะคว่ำมันได้"

กระบี่ถามว่าเมื่อกี้คิดอะไรอยู่ แป้งบอกว่าไม่ได้คิดแค่เผลอไปนิดเดียวเอง

"ไอ้นิดเดียวนี่แหละที่จะทำให้แกแพ้ได้ แกโชว์ฟอร์มมวยดีมาตลอดแล้วก็ดีต่อไปให้ตลอดรอดฝั่งซิวะ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของแกแล้วนะ"

"หนูรู้จ้ะว่าหนูควรจะทำยังไง หนูจะสู้ให้ถึงที่สุดเลยพ่อ"

"มันต้องให้ได้อย่างนั้น ไอ้แป้งลูกพ่อ!" ประพันธ์ตบไหล่แป้งป้าบใหญ่อย่างพอใจมาก

ooooooo

หลังจากนักรบถูกบีบจนต้องรับปากยอมแต่งงานกับโชติรสแล้ว เธอบอกเขาขณะเดินออกมาด้วยกันว่า เดี๋ยวจะให้เลขาฯเอาไฟล์รายการใหม่ไปให้ อยากให้ เขาดูจะได้มีไอเดียอะไรใหม่ๆสำหรับรายการ

นักรบพยายามเลี่ยงบอกว่าไม่ต้องก็ได้เธออยากทำแบบไหนก็ทำไปเลย เพราะเราไม่เคยมีความคิดเห็นตรงกันอยู่แล้วพูดไปก็คงไม่มีประโยชน์

"โธ่...พี่รบก็ทำน้อยใจไปได้ เอาอย่างนี้แล้วกันนะคะ โรสจะยอมให้พี่รบเปลี่ยนแปลงรายการตามแนวของพี่รบ เดี๋ยวพี่รบจะทำงานไม่สนุก"

"ผมไม่สนุกตั้งแต่เข้ามาเหยียบที่นี่แล้วล่ะ และคงจะไม่สนุกและไม่มีความสุขต่อไปอย่างนี้ มีอะไรอีกหรือเปล่าครับ"

แม้นักรบจะพยายามเลี่ยงและเย็นชาแต่โชติรสก็ยังตื๊อเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย

"วันสุดท้ายของรายการปรางค์ โรสอยากให้มีช่วงสรุป เหตุการณ์ทั้งหมด ขอสักสองชั่วโมงนะคะ อ้อ ลืมบอกพี่รบไป จบรายการนี้เมื่อไหร่ เราจะหมั้นกันทันทีนะคะ" โชติรสพูด ต่อเนื่องเหมือนเป็นธุรกิจเดียวกันแล้วเดินเลยไป แต่นักรบทนไม่ได้เดินตามไปจงใจพูดให้เธอคิดว่า

"คุณโรส คุณคิดว่าคุณแต่งงานกับผมแล้วคุณจะมีความสุขหรือครับ ชีวิตแต่งงานที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก มันมีแต่ความทุกข์ทรมาน มันไม่มีความสุขไปได้หรอกครับ"

"มันก็ดีกว่าที่จะเห็นคนที่เรารักไปมีความสุขกับคนอื่นนี่คะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ไม่คู่ควรกับพี่รบเลย!"

"ถ้าคุณไม่อยากเห็นคนที่คุณรักมีความสุข มันก็ไม่ได้ เรียกว่าความรักแล้ว ผมก็ไม่แปลกใจเลย คนอย่างคุณไม่รู้จักความรักหรอก คุณรู้จักแต่เรื่องผลประโยชน์ รู้แต่ว่าถ้าอยากได้ อะไรแล้วต้องได้ ไม่ได้คิดว่าได้ทำร้ายหัวใจใครไปบ้าง คนเห็น แก่ตัวอย่างคุณถ้าไม่มีเงินซื้อคน คงต้องอยู่คนเดียวไปจนตายนั่นแหละครับ"

เป็นคำพูดเจ็บแสบที่ทำให้โชติรสโกรธจนกำมือแน่น แต่ไม่มีวันที่เธอจะยอมถอย!

ooooooo

ดังนั้น วันนี้โชติรสจึงฝากแฟ้มรายการใหม่ผ่านต๊อดมาให้เขา ต๊อดถามว่าเขาจะทิ้งงานถ่ายรูปแล้วใช่ไหม

"ฉันยังไม่รู้เลยว่าชีวิตจะเป็นยังไงต่อไป" นักรบตอบอย่างเหนื่อยหน่าย

ต๊อดถามว่ารายการต่อจากนี้ที่โชติรสให้ทำนั้นเป็นรายการติดตามชีวิตไฮโซ คือให้พวกไฮโซไปทำนาเลี้ยงควาย ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าต้องเป็นรายการปัญญาอ่อน ถามว่า "พี่จะทำเหรอ...พี่รบ"

"ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้" น้ำเสียงนักรบเริ่มหงุดหงิด

"พี่ไม่รู้ได้ยังไง นี่มันชีวิตของพี่ พี่เคยสอนผมว่าเกิดมาอย่าทำตัวเสียชาติเกิด ต้องตั้งเป้าหมายให้กับชีวิต แล้วก็ต้องไปให้ถึงเป้าหมาย ถ้าอยากทำอะไรก็ไม่ต้องกลัว ลงมือทำไปเลย ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ให้ใช้ชีวิตเหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต ผมจำที่พี่สอนได้ แต่ผมทำไม่ได้ หรอก แต่พี่เป็นคนสอน พี่ต้องทำได้สิ"

นักรบมองไปที่จอมอนิเตอร์ทุกจอในห้องมีแต่ภาพของแป้ง เขาลุกพรวดออกไปทันที ต๊อดถามว่าจะไปไหน เขาตอบโดยไม่หันมองว่า "ไปทำสิ่งที่ฉันอยากทำ แต่ไม่กล้าทำน่ะซิ"

ooooooo

นักรบไปหาปรางค์ที่บ้านบอกว่ามีเรื่องจะต้องพูดกับเธอเดี๋ยวนี้แล้วลากปรางค์ออกจากบ้านไปเลย พาปรางค์ไปที่มุมเงียบในซอย ปรางค์เดาได้ว่าเขาจะพูดอะไร บอกเขาว่าถ้าไม่อยากเสียใจภายหลังก็อย่าพูดอะไรออกมาเลย

"ถ้าฉันไม่พูดกับเธอน่ะซิ ฉันจะต้องเสียใจแน่ๆ อีกไม่นานฉันคงจะต้องแต่งงานกับคุณโรส" ปรางค์ถอนใจโล่งอก แล้วก็ตึงเครียดขึ้นอีกเมื่อนักรบพูดต่อ "ฉันแต่งงานกับคุณโรสเพราะความจำเป็น ฉันไม่ได้รักคุณโรส ฉันรู้แล้วว่าฉันรักใคร ฉันจะไม่หนีความจริงอีกต่อไปแล้ว"

ปรางค์ใจเต้นไม่เป็นส่ำเดาได้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อ พยายามไม่ให้เขาพูดออกมา บอกว่า "รอให้โอกาสเหมาะๆกว่านี้ รอให้ถูกที่ถูกเวลาแล้วก็...ถูกคนด้วย" ประโยคหลังปรางค์ พูดเสียงเบาหวิว

นักรบยังจะพูดให้ได้ เขาเล่าถึงความรู้สึกกับปรางค์ แต่ต้นที่คิดกับเธออย่างเพื่อนแต่ความรู้สึกไม่ได้หยุดแค่นั้น เวลานี้ตนรู้สึกกับเธอมากกว่านั้น ปรางค์แทบจะกลั้นใจเพราะไม่อยากให้เขาพูดออกมา แต่เขาก็พูดออกมาจนได้ พูดอย่างเต็มเสียง มั่นใจ และจริงจังว่า

"ฉันรักเธอปรางค์...ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร หรือเคยเป็นใครมาก่อน ฉันก็ไม่สนใจ ฉันรักเธอ ฉันรู้ว่าถึงจะมาบอกเธอตอนนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ฉันขอเห็นแก่ตัว ขอไม่เก็บความรู้สึกนี้ไว้คนเดียว ฉันต้องบอกเธอ...ฉันรักเธอ..."

นักรบดึงปรางค์เข้าไปกอด ปรางค์ยันตัวไว้สุดแรงพอผลักนักรบออกไปได้ก็วิ่งไปอย่างช็อกๆ นักรบมองตามไปด้วยความหวังเข้าข้างตัวเองว่าปรางค์น่าจะมีใจให้ตนบ้าง คิดแล้ววิ่งตามไป

ปรางค์วิ่งกระเจิงมาเข้าบ้าน นักรบตามมาเรียก ปรางค์ ไม่ตอบแต่เปิดหน้าต่างโผล่มาดู

"ปรางค์! เธอคิดกับฉันยังไงบอกมาซิ อย่าทำเงียบอย่างนี้"

"คุณกลับไปซะเถอะคุณนักรบ...ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณแล้ว!" พูดแล้วปรางค์ปิดหน้าต่าง ปล่อยให้นักรบยืนอยู่ หน้าบ้านอย่างผิดหวัง เจ็บปวด ที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดหวังแม้แต่น้อย...

ooooooo

สนามมวยที่พัทยา แป้งกำลังชกกับน้ำเพชรอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน แป้งสู้แบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ปิดฉากน้ำเพชรด้วยท่าจระเข้ฟาดหางจนน้ำเพชรล้มลงน็อกแน่นิ่งกับพื้น

กรรมการเข้ามานับ 1 ถึง 10 ท่ามกลางการลุ้นอย่างตื่นเต้นของแฟนมวย พอกรรมการจับมือแป้งชูขึ้นเท่านั้น เสียงปรบมือ เสียงเฮ ก็กึกก้องไปทั้งสนาม

ประพันธ์กับกระบี่กระโดดกอดกันกลมแล้วพุ่งไปปีนข้ามเชือกขึ้นไปบนสังเวียน ประพันธ์กระโดดกอดแป้ง กระบี่ตามไปกอดอีกคนถูกประพันธ์ผลักออก สองพ่อลูกกอดกันกลมหัวเราะทั้งที่น้ำตาอาบหน้า

จากชัยชนะครั้งนี้ทำให้ประพันธ์ฝันฟุ้งไปถึงการชกมวยโลกของแป้ง ชมลูกตัวเองไม่ขาดปากว่าวันนี้แกชกดีโคตรๆเลย

พอกลับถึงบ้านเพื่อนบ้านต่างพากันยกหม้อแกงหม้อขนม มาขอร่วมฉลองกับแป้งด้วย  กระบี่ตื่นเต้นดีใจเป็นสองเท่าทั้งเรื่องที่แป้งตัวจริงกลับมาและชัยชนะของแป้งในครั้งนี้ เกาะติดแจแป้งขยับไปทางไหนก็ไปด้วยจนแป้งบอกว่าไม่ต้องตามติดขนาดนี้ก็ได้ ใช้ให้ไปหยิบแก้วในตู้มาเพิ่มเอาไปรับแขก

กระบี่ตัดสินใจบอกแป้งว่าตอนที่แป้งไม่อยู่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะ แป้งตัดบทว่าตนฟังจากปรางค์มาแล้ว กระบี่ไม่ยอมบอกว่าต้องฟังจากปากตน แล้วเลียบเคียงว่าเรารู้จักกันมานานแล้ว เราควรคิดถึงอนาคตกันได้แล้ว

แป้งทำเฉไฉว่าอนาคตของตนคือชกมวยจนกว่าจะได้เป็นแชมป์โลก แล้วถามกระบี่บ้างว่า

"แล้วแกล่ะ แกจะทำยังไงต่อไปกับชีวิตแก แกจะมาผูกติดกับฉันไปตลอดไม่ได้นะโว้ยไอ้บี่"

กระบี่ย้อนถามว่าทำไมจะไม่ได้ในเมื่อตนต้องการใช้ชีวิตร่วมกับแป้ง ถูกแป้งสวนไปทันทีว่าถ้าในฐานะเพื่อนได้ แต่ถ้าคิดเป็นอย่างอื่นบอกได้อย่างเดียวว่า "เป็นไปไม่ได้"

"แกไม่ได้รักฉันเลยเหรอแป้ง" กระบี่เสียงอ่อยหน้าจ๋อย

เมื่อแป้งยังยืนกรานคำเดิม กระบี่เลยถ่วงเวลาไว้บอกว่าแป้งเพิ่งกลับมาอาจจะยังสับสนเอาไว้ให้ความคิดเข้าที่เข้าทางมีสติกลับมาเมื่อไหร่เราค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่ แป้งได้แต่มองตามอย่างอ่อนใจ

ooooooo

เอื้อมเห็นข่าวแป้งลงหนังสือพิมพ์ ก็ถือหนังสือพิมพ์วิ่งโร่ไปที่ห้องซ้อมเพื่อให้ปรางค์ดู ต๊อดกำลังถ่ายทำการซ้อมรำสี่ภาคของปรางค์อยู่เหลือบมอง เอื้อมเลยทำอุบอิบเฉไฉพูดไปเรื่องอื่น แต่พอต๊อดเดินออกไปเขาทำเป็นไม่สนใจแต่แอบดูหนังสือพิมพ์ในมือเอื้อมที่เอาซ่อนไว้ข้างหลัง เอื้อมรีบเอาหนังสือพิมพ์ ให้ปรางค์ดู

ปรางค์ดูแต่ไม่ตื่นเต้นเพราะเชื่อว่าแป้งต้องชนะอยู่แล้ว บอกว่าตอนนี้ตนกลุ้มเรื่องอื่นมากกว่าคือเรื่องนักรบบอกรักตน ทำเอาทั้งเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อม ร้อง "หา!" เหมือนถูกผีหลอก ปรางค์เล่าว่า

"เขาบอกรักหนูแต่เขาไม่ได้รักหนูหรอก เขาคิดว่าหนูเป็นแป้ง คุณนักรบเขารักแป้ง หนูควรจะทำยังไงดี"

พอเจ๊ตุ่มบอกว่าปัญหานี้ก็อยู่ที่แป้งรักนักรบหรือเปล่าด้วย เอื้อมกับนุชเชื่อว่านักรบมีใจให้แป้ง เพราะทั้งที่รู้ว่าแป้งเป็นกะเทยก็ยังบอกรักแสดงว่ารักจริง ปรางค์จึงเสนอว่าเราควรช่วยให้สองคนนี้เจอกันอีกที นักรบจะได้มีโอกาสบอกรักแป้ง

เจ๊ตุ่มตาเหลือกถามว่าอย่าบอกนะว่าจะมีการเปลี่ยนตัวกันอีก แค่คิดก็ไมเกรนขึ้นแล้ว

ทันใดนั้น เจ๊จูนแถเข้ามาถามว่ามีปัญหาอะไรหรือทำไมหน้าดำคร่ำเครียดกันทุกคน ถามว่าปรางค์ไปก่อเรื่องจนต้องตามล้างตามเช็ดกันอีกแล้วใช่ไหม นุชบอกให้เอื้อมพาปรางค์ออกไปก่อน แล้วเจ๊ตุ่มก็สะอึกออกมาต่อปากต่อคำกับเจ๊จูนแบบสมน้ำสมเนื้อกัน

ทั้งคู่ต่อล้อต่อเถียงข่มกันไปมาเรื่องคนของใครจะได้ไปประกวดมิสเรนโบว์ควีนที่อเมริกา เจ๊ตุ่มเถียงขาดใจว่า ยังไงตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนก็ไม่หลุดไปจากปรางค์แน่ นุชลอยหน้าเข้าไปเย้ยว่า

"ให้แกตายแล้วเกิดใหม่อีกสิบชาติ แกก็ไม่มีวันชนะเราได้"

รุมกันเข้าไปด่าเจ๊จูนแล้วก็เดินผละไป แต่เจ๊จูนกับข้าวฟ่าง ก็ไม่สะทกสะท้าน

ooooooo

เพราะทุกคนลุ้นอยากให้แป้งกับนักรบได้รักกันจริงๆ เห็นนักรบเดินผ่านมาทำหน้ามึนตึงเอื้อมบอกให้ปรางค์รีบไปคุยกับนักรบเสียเดี๋ยวเขาถอดใจจากแป้งล่ะก็เสียดายแย่

ปรางค์รีบไปเรียกเขาขอโทษที่เมื่อวานพูดกับเขาไม่ดีเพราะยังไม่ทันตั้งตัว แต่นักรบตั้งตัวได้แล้วเขาบอกว่าให้คิดเสียว่าเมื่อวานไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ส่วนที่ปรางค์ขอร้องให้เขารอเวลาที่เหมาะสม เขาตอบอย่างถอดใจแล้วว่า

"ฉันไม่มีเวลารอแล้วล่ะปรางค์ แล้วฉันก็ไม่ต้องการคำตอบจากเธอแล้ว"

หลังจากวันนั้น โชติรสก็พานักรบไปถ่ายรูปแต่งงาน เธอพยายามขอความเห็นจากเขาในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องการ์ดแต่งงาน ของชำร่วย เขาตอบสั้นๆตัดบทว่า ตามใจคุณ... แล้วแต่คุณ ครั้นพนักงานหญิงที่มาต้อนรับคอยดูแลชมว่า นักรบน่ารักจริงๆตามใจคู่หมั้นทุกอย่าง ช่างเป็นคู่บ่าวสาวที่เหมาะสมกันจริงๆ

"ถ้าดูกันแค่เปลือกนอกก็คงใช่แหละครับ แต่คนที่จะแต่งงานกันเขาไม่ได้ดูกันที่ฐานะหรือนามสกุลเท่านั้นนะครับ มันอยู่ที่ความรักและความเข้าใจกันต่างหาก ถ้าหากไม่มีสองอย่างนี้ ผมว่าไปกันไม่รอดหรอกครับ" พูดแล้วนักรบหันไปมองโชติรส เธอทำนั่งคอแข็งไม่รู้ไม่ชี้ เขาจงใจพูดกับเธอว่า

"ตอนนี้คุณก็ทำตัวเป็นเจ้าของชีวิตผมไปแล้ว ฉะนั้นอยากทำอะไรทำไปเลยครับตามสบาย ผมขอตัวไปทำงานต่อ" พูดเสร็จนักรบลุกไปเลย โชติรสมองตามอย่างไม่พอใจมาก

ooooooo

เมื่อนักรบกลับไปถึงห้องตัดต่อ ต๊อดที่แอบดูหนังสือพิมพ์ฉบับที่เอื้อมเอาแอบซ่อนข้างหลังก็ไปซื้อฉบับเดียวกันมาดูจึงพบรูปแป้งชกมวยชนะ เขาเอาไปให้นักรบดูตั้งข้อสังเกตว่าพวกปรางค์ตื่นเต้นเรื่องนี้มาก ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องอะไรกันหรือเปล่า

นักรบดูรูปแป้งแล้วบอกว่าเราต้องตามหานักมวยคนนี้ให้เจอถึงจะรู้เรื่องนี้ชัด ตนเชื่อว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าคนหน้าเหมือนแน่ ไม่อย่างนั้นปรางค์จะไม่สนใจมากอย่างนี้ ฝากงานต๊อดแล้วออกไปเลย

นักรบกลับไปที่ห้องทำงานเปิดดูรูปเก่าๆ ตั้งแต่เจอแป้งครั้งแรกที่เขาคิดว่าเป็นขโมย จนมาเจอปรางค์ประกวดธิดามะปรางหวาน แล้วมาประกวดมิสเรนโบว์ควีน แล้วกลับไปชกมวยอีก ยิ่งดูก็ยิ่งอยากค้นหา ในที่สุดตัดสินใจไปที่พัทยา

นักรบไปที่ตลาดโต้รุ่งที่ถูกไฟไหม้ ถามจนรู้ว่าบ้านของประพันธ์มีลูกสาวชื่อแป้งอยู่ที่ไหนก็ดั้นด้นไปหา

ที่บ้านแป้ง...ประพันธ์กลับมาบอกข่าวดีว่าแป้งจะได้ ไปชกเวทีใหญ่ที่กรุงเทพฯแล้ว เพราะเฮียพงษ์จะส่งเป็นตัวแทนของค่ายไปชกศึกดาวรุ่งมวยหญิงที่นั่น คิดฝันไปไกลว่าถ้าชกชนะคราวนี้มีหวังได้ไปแข่งโอลิมปิกแน่เลย

ประพันธ์วางแผนว่าแป้งจะต้องซ้อมหนักกว่าเดิมเป็นสิบเท่า จะชกเดือนหน้าเราต้องไปก่อนสักหนึ่งอาทิตย์จะได้ฝึกซ้อมกันไปพลางก่อน แป้งเลียบเคียงชวนพ่อว่าไปกรุงเทพฯเราไปหาแม่กันดีไหม

ประพันธ์อ้างว่าแม่เขาเกลียดตนจะตายขืนไปมีหวังถูกตะเพิดออกมา แป้งพยายามหว่านล้อมว่านั่นมันหลายปีแล้ว ประพันธ์ก็ยังลังเล บอกความจริงกับแป้งว่า

"พ่อเคยเจอแม่แกแล้ว ฝากเบอร์มือถือไปให้กับไอ้ป้าง ก็ไม่เห็นมันจะโทร.มาเลย แม่แกคงกีดกันไม่ให้ไอ้ป้างติดต่อกับเรา เขาคงตั้งใจตัดขาดจากเราจริงๆ แกอย่าไปคิดถึงแม่แกอีกเลยเสียเวลาเปล่าๆ" พูดแล้วเดินออกไปเลย

ooooooo

นักรบสอบถามดั้นด้นหาบ้านแป้งเจอจนได้ แต่ขณะเขาเดินเข้าไปในซอยบ้านแป้งนั้น แป้งกลับจากไปวิ่งมาเห็นก่อนเลยแอบเข้าบ้านไปบอกพ่อให้ไปรับหน้านักรบ ส่วนตัวเองหลบกบดานในบ้าน

ปรากฏว่านักรบถูกทั้งประพันธ์และกระบี่ออกมาชักสีหน้าปฏิเสธว่าบ้านนี้ไม่มีคนชื่อแป้งพยายามไล่ไปให้พ้น เมื่อนักรบตื๊ออีกกระบี่ขู่ว่าจะออกไปดีๆหรือจะให้ใช้กำลัง บอกประพันธ์ว่าช่วยกันจับโยนออกไปดีไหม

"งั้นผมกลับไปก่อนก็ได้ แต่ยังไงผมต้องกลับมาใหม่แน่" นักรบหันหลังกลับก่อนถูกจับโยนออกมา

พอแป้งออกมาถามว่าเขาไปแล้วหรือ ประพันธ์ถามว่าทำไมต้องหลบหน้าผู้ชายคนนี้ด้วย ไปทำอะไรไว้หรือเปล่าเขา ถึงได้ตามหามาถึงบ้าน แป้งเลี่ยงว่าเรื่องมันยาว ประพันธ์บอกให้เล่าสั้นๆก็ได้

กระบี่เลยออกหน้าเล่าแทนว่าหมอนี่ตามจีบแป้งแต่ แป้งไม่ชอบเลยหลบหน้า เท่านั้นแหละประพันธ์ฟังแล้วเชื่อ แป้งถอนใจโล่งอกที่กระบี่ช่วยแก้ต่างให้

แต่นักรบก็ไปสืบเรื่องแป้งจากป้าจุกที่ขายอาหารตามสั่ง จนรู้ว่าแป้งอยู่ที่บ้านนั้นจริงๆ และเป็นลูกคนเดียวของประพันธ์ ยืนยันว่านักมวยอย่างแป้งจะไปประกวดนางงามได้ยังไง มันคนละเรื่องกันเลย

"งั้นสรุปได้ว่าแป้งที่เป็นลูกของน้าพัน แป้งที่เป็นนักมวยไม่มีทางที่จะไปเป็นนางงามแน่ๆ สองคนนี้ก็ต้องเป็นคนละคนกันใช่ไหมครับ" นักรบถามย้ำอีกครั้ง ได้รับคำตอบสุดท้ายจากป้าจุกว่า

"ถูกต้องเลยค่ะคุณ"

ooooooo

ระหว่างนั้นโชติรสไปหานักรบที่ห้องตัดต่อไม่เจอถามต๊อดว่าไปไหน ต๊อดบอกว่าไปข้างนอก เธอระแวงว่า คงแอบหนีไปกับปรางค์ จึงตามไปที่ห้องซ้อมปรากฏว่าปรางค์ยังซ้อมอยู่ที่นั่น เธอก็ยังพานหาว่าคงแอบนัดไปพบกันที่อื่น ขู่ปรางค์ให้อยู่ห่างๆนักรบไว้เพราะตนหมั้นและจะแต่งงานกันเร็วๆนี้แล้ว ซ้ำขู่ปรางค์ว่าขืนทำรุ่มร่าม ตนโทรศัพท์กริ๊งเดียวอนาคตเธอก็ดับวูบ

"แล้วคุณจะได้คุณนักรบกลับไปเหรอคะ ฉันไม่ใช่เป็นปัญหาของคุณหรอกค่ะ ปัญหาอยู่ที่ตัวคุณเองที่ทำให้คุณนักรบรักคุณไม่ได้ต่างหาก คุณไม่มีวันได้หัวใจคุณนักรบแน่ๆ ถ้าคุณยังคงไล่ตามผู้ชายเหมือนผู้หญิงไร้สติอย่างนี้"

ถูกปรางค์ตอกหน้าเข้าอย่างนี้โชติรสทนไม่ได้ตบหน้าปรางค์ฉาดใหญ่ด่าว่าเธอไม่มีสิทธิ์พูดกับตนแบบนี้ เป็นได้ก็แค่กะเทยนางโชว์เท่านั้น

เจ๊จูนกับข้าวฟ่างเข้ามาเห็นแอบดูกันอย่างกระเหี้ยน กระหือรือ ส่วนเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมถือถุงขนมเข้ามา รีบเข้าไป ถามปรางค์ว่าเกิดอะไรขึ้น ปรางค์บอกว่าไม่มีอะไร ถามว่าเดี๋ยวตนต้องทำอะไรต่อ นุชบอกว่าต้องไปให้สัมภาษณ์รายการต่อ ทุกคนพากันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

เจ๊จูนแอบดูแอบฟังอยู่สงสัยมากว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนโดนตบขนาดนี้ปรางค์ชกคืนไปแล้วแต่นี่กลับยืนนิ่ง ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมมันถึงเปลี่ยนกลับไปกลับมา ข้าวฟ่างบอกว่าปรางค์คงจะสับสนตัวเองน่าเลือกเป็นสักอย่าง จะเป็นกะเทยห้าวหรือกะเทยนางงามก็ให้มันชัดไปเลย

"กะเทยห้าว...กะเทยนางงาม...มันต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง เรื่องนี้แน่ๆ อย่าให้ฉันจับได้ล่ะว่านังตุ่มทำอะไรตุกติก ฉันจะแฉให้น่าดูเลย!" เจ๊จูนจิกตาอย่างร้ายกาจ

ooooooo

หลังจากถูกโชติรสคุกคามข่มขู่แล้ว ปรางค์ใจไม่อยู่กับตัวคิดจะต้องทำอะไรสักอย่างเพราะเห็นว่าคนดีอย่างนักรบไม่ควรแต่งงานกับผู้หญิงร้ายกาจอย่างโชติรส บอกพวกเจ๊ตุ่มว่า

"หนูจะต้องทำให้คุณนักรบเขาสมหวังในความรัก"

แล้วขยับตัวเข้าไปกระซิบกับพวกเจ๊ตุ่ม แต่ไม่มีใครฟังรู้เรื่องเลย

ส่วนแป้งยังถูกนักรบตามล่าเพื่อหาความจริงไม่ยอมเลิก วันนี้ดักจนเจอแป้งวิ่งออกกำลังกายก็จู่โจมเข้าไปหา พอแป้งจะวิ่งหนีก็กระโดดล็อกไว้เลยล้มไปด้วยกัน ปรากฏว่ากระบี่ มาจากไหนไม่รู้พุ่งเข้ามากระชากนักรบออกแล้วต่อยเขาไม่ยั้งจนนักรบล้มลงหมดสภาพ แป้งฉวยโอกาสนั้นรีบลุกหลบไป

ขนาดนั้นนักรบก็ยังไม่ยอมเลิก รุ่งขึ้นเขาไปที่ค่ายมวยถามหาแป้งอีก พอนักมวยในนั้นบอกว่าวันนี้แป้งไม่มาก็ขอรอจนกว่าจะมา สุดท้ายเลยถูกนักมวยสองคนช่วยกันหิ้วออกมาปล่อยนอกค่าย แป้งซึ่งหลบอยู่ข้างในได้แต่แอบมองเขาอย่างอ่อนใจ

จนค่ำนักรบก็ไปจอดรถซุ่มดักแป้งที่ปากซอย แป้งเห็นก่อนจึงหลบพ้น แต่นักรบก็ถูกวัยรุ่นเกเรแถวนั้นมาปล้น เขาถูกทำร้ายจนแป้งทนไม่ได้วิ่งออกไปช่วย เล่นงานพวกเด็กกระดูกอ่อนนั่นจนวิ่งกันกระเจิง

ในที่สุดนักรบก็พบแป้งตัวจริงจนได้ เขาพยายามขอร้องให้แป้งคุยกันให้รู้เรื่อง แต่แป้งก็วิ่งหนีเข้าซอกซอยจนนักรบตามไม่เจอ หลุดไปอีกจนได้

ooooooo

เมื่อปรางค์ตัดสินใจจะทำให้นักรบกับแป้งสมหวังกัน เธอกลับบ้านไปเลียบเคียงกับแม่ว่าที่ตนทำงานมุ่งมั่นทุกวันนี้ก็ด้วยความฝันที่จะให้ครอบครัวเราได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน ปรียายืนกรานว่าไม่มีวันที่จะกลับไปพบประพันธ์อีก พอปรางค์ซักหนักเข้าก็ยอมรับว่า กลัวประพันธ์รับสภาพกะเทยของปรางค์ไม่ได้ ทำให้ ปรางค์ตัดสินใจที่จะไปแสดงตัวทำให้พ่อยอมรับตนได้ ด้วยตัวเอง

พวกเจ๊ตุ่มพยายามหว่านล้อมให้ปรางค์ประกวดมิสเรนโบว์เวิลด์เสร็จก่อนค่อยแก้ปัญหานี้ แต่พอฟังเหตุผลของปรางค์ ทุกคนก็ต้องยอม ทั้งหมดจึงออกเดินทางไปพัทยา

แป้งแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมปรางค์ต้องมาหาตนถึงพัทยา ปรางค์จึงเล่าความจริงให้ฟังว่านักรบรักแป้ง ที่นักรบ บอกรักตนก็เพราะเข้าใจว่าเป็นแป้ง บอกน้องว่าควรกลับไปหาเขาไปบอกเขาว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับตัวเขา แป้งติงว่านักรบกำลังจะแต่งงานกับโชติรสอยู่แล้วถึงรู้สึกยังไงก็คงเป็นไปไม่ได้ ทั้งยังขอร้องปรางค์ให้เก็บเรื่องของเราไว้เป็นความลับเพื่ออนาคตของเรา ตนจะไม่ทำลายอนาคตของปรางค์เพื่อผู้ชายคนเดียวเด็ดขาด

สุดท้ายคือแป้งเดินจากปรางค์ไป ทิ้งให้ปรางค์มองน้องอย่างผิดหวังอยู่คนเดียว

แต่ขณะที่ปรางค์เดินกลับนั่นเอง เจอนักรบที่มาดักอยู่ เข้าอย่างจัง นักรบคว้าตัวไว้พูดอย่างผู้ชนะว่าคราวนี้จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีไปได้อีกแล้ว ถามถี่ยิบว่า

"เธอเป็นใครกันแน่แป้ง เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เธอกับปรางค์เป็นคนเดียวกันหรือเปล่า บอกฉันมาซิแป้ง"

แต่พอมองหน้าปรางค์ชัดๆเขาก็ชะงัก ปรางค์จึงบอกความจริงว่าตนไม่ใช่แป้ง ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขารัก ส่วนผู้หญิงที่เขารักยืนอยู่ข้างหลังเขา นักรบหันหลังไปเจอแป้งยืนอยู่จริงๆ

เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยออกมาจากปากของปรางค์กับแป้ง นักรบลากแป้งไปคุยกันส่วนตัวซักไซ้จนรู้ว่าที่จริงแล้วแป้งเป็นผู้หญิงแท้ๆ ที่ไปประกวดมิสเรนโบว์ควีนเป็นการไปทำแทนปรางค์เท่านั้น แป้งถามเขาว่าเขาแน่ใจหรือที่บอกปรางค์ไปอย่างนั้นทั้งที่เขาเองก็ยังแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าคนไหนคือแป้ง คนไหนคือปรางค์

นักรบยืนยันว่าผู้หญิงที่ตนรักคือแป้ง คือคนที่อยู่ตรงหน้าตนและจะไม่ยอมปล่อยให้ไปไหนอีกแล้ว ขอร้องแป้งว่าอยากให้เรื่องของเราลงตัวเสียทีได้ไหม อ้อนว่า

"ฉันรักเธอ...อย่าหนีฉันไปไหนอีกนะแป้ง" พูดแล้วดึงแป้งเข้าไปกอดอย่างไม่ยอมปล่อย...

ooooooo

เพราะตัวเองก็มีใจให้นักรบอยู่แล้ว กอปรกับทั้งพวกเจ๊ตุ่มและปรางค์ช่วยกันลุ้นเต็มที่ ทำให้แป้งมีท่าทีอ่อนลง จนเมื่อพวกเจ๊ตุ่มทิ้งแป้งให้กลับไปกับนักรบเพราะปรางค์ขอเวลาทำให้ประพันธ์รับสภาพของตัวเองได้ก่อน ทั้งคู่จึงเปลี่ยนตัวกันอีกครั้ง

เมื่อกลับถึงบ้าน ปรียาไม่พอใจที่นักรบมาวุ่นวายกับลูกของตนอีก แต่ทั้งสองก็เก็บความลับได้อย่างดี และแป้งก็หว่านล้อมจนปรียาทำใจได้ว่าถ้านักรบรักตนจริงก็ต้องยอมรับความจริงของตนและแก้ปัญหาของเขาได้เองหรือไม่ก็ถอยไปเอง

"แล้วแกจะไม่เสียใจหรือ" ปรียาเป็นห่วง

"ไม่หรอกแม่ หนูได้รู้จักผู้ชายดีๆคนนึง ผู้ชายที่ทำให้ หนูรู้จักความรัก แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับหนูจ้ะแม่"

ปรียาฟังแล้วได้แต่กอดแป้งไว้ด้วยความเห็นใจและเข้าใจลูก...

ooooooo

ตอนที่ 14

หลังจากดูรายการจบแล้ว แป้งถูกทั้งเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมรุมซักไซ้กันถี่ยิบ ทุกคนเชื่อว่าแป้งต้องมีอะไรกับนักรบแน่ๆ ไม่ว่าแป้งจะชี้แจงยืนยันว่าตนไม่มีอะไรกัน แต่ก็ไม่อาจเอาชนะทั้งสามคนได้

เสียงโทรศัพท์มือถือของนุชดังขึ้นทุกคนจึงหยุด นุชดูหน้าจอแล้วบอกแป้งว่าปรียาโทร.มาสงสัยต้องถามเรื่องรายการวันนี้แน่ๆ แป้งดึงโทรศัพท์จากมือนุชไปกดรับเอง ฟังเสียงแม่แล้วแป้งก็เดาได้ว่าต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายแน่

"ยัยนุช ไอ้ป้างอยู่กับแกใช่ไหม เรียกมันมารับโทรศัพท์ เดี๋ยวนี้เลยนะ!"

"นี่หนูเองนะแม่ แม่อย่าเพิ่งโมโหซิ เออ...คือเขาตัดต่อภาพน่ะ จริงๆแล้วมันไม่มีอะไร"

"มันไม่มีอะไรได้ยังไง แล้วทำไมในรายการถึงบอกว่าแกกับผู้ชายคนนั้นเป็นแฟนกันล่ะ แล้วไอ้ผู้ชายที่แกอยู่ด้วยมันเป็นใคร หา! ทำไมแกทำตัวเหลวไหลอย่างนี้ ถึงแกจะเป็นกะเทย แกก็ต้องรู้จักรักนวลสงวนตัว"

แป้งยังพยายามบอกแม่ว่ารายการนี้ชอบใส่สีตีไข่ เอาไว้กลับบ้านแล้วจะเล่าให้แม่ฟัง แต่พอแป้งกดปิดโทรศัพท์เท่านั้น ทั้งเจ๊ตุ่มและนุชก็จะรุมกันเข้ามาถามเรื่องนี้อีก แป้งตัดบทว่า

"นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาซักเรื่องหนูกับคุณนักรบ น้าตุ่มน้านุชคิดว่าหลังจากคลิปบ้านี่ออกอากาศแล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป"

คำถามนี้ทำเอาทั้งเจ๊ตุ่มและนุชมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ooooooo

กระบี่รู้สึกตัวเองอกหักรักคุดไปสั่งกาแฟร้านป้าจุกบอกว่าเอากาแฟแก่ๆไม่ต้องใส่น้ำตาล เอาให้มันขมเหมือนชีวิตตนเวลานี้เลย

"ถ้าจะบ้าแล้วไอ้บี่" ป้าจุกพึมพำขำๆ แต่ก็ชงกาแฟมาให้ตามสั่ง กระบี่ยกดื่มแล้วก็ถือค้างกลางอากาศเมื่อเห็นรายการเรียลลิตี้ที่แป้งกำลังให้สัมภาษณ์อยู่ ไม่เชื่อตาตัวเองจนถึงกับถือถ้วยกาแฟไปยืนจ้องใกล้ๆจอทีวี พึมพำ "ทำไมหน้าเหมือนไอ้แป้งจังวะ"

แต่พอนึกถึงเรื่องที่มีคนมาทักปรางค์ที่ชายหาดว่าหน้าเหมือนนางงามกะเทย นึกถึงที่ปรางค์บอกว่าตนไม่ใช่แป้งที่กระบี่เคยรู้จัก พอคิดทบทวนแล้วกระบี่ก็เริ่มเอะใจ สงสัย

ส่วนปรางค์กำลังวิ่งออกกำลังอยู่ที่ชายหาด ก็ถูกพวกแฟนคลับของปรางค์ที่ดูทีวีในรายการเรียลลิตี้พากันมาต่อว่าต่อขานที่ปรางค์มีแฟนมีกิ๊ก ถึงกับเอารูปที่เก็บไว้ในกระเป๋ามาโยนคืนบอกเลิกเป็นแฟนคลับกันเลยทีเดียว

ปรางค์ที่ไม่ได้ดูรายการฟังแล้วงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น อึดใจเดียวกระบี่ก็พุ่งเข้ามาถามว่า

"นี่มันอะไรไอ้แป้ง...ไอ้แป้ง แกใช่ไอ้แป้งหรือเปล่า หรือว่าแกเออ...เธอ...เป็นผู้หญิงในรูปนี้"

"ฉันไม่ใช่แป้ง" ปรางค์ตัดสินใจบอก แล้วเล่าความจริงทั้งหมดให้กระบี่ฟัง ฟังเสร็จกระบี่ตาเป็นประกาย ถามปรางค์ อย่างมีความหวังว่า

"งั้นแสดงว่า ฉันบอกรักเธอ ไม่ได้บอกรักแป้ง แสดงว่าแป้งยังไม่รู้ว่าฉันรักมัน นี่ฉันยังมีโอกาสใช่ไหม ฉันยังไม่หมดหวังใช่ไหม...ใช่ไหมๆๆ" กระบี่ดีใจจับปรางค์เขย่าจนคอแทบหัก แต่พอนึกได้ก็ปล่อยมือถอยห่างออกมา

ปรางค์อึกอักไม่กล้าพูดอะไร เพราะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่า แป้งไม่ได้รักกระบี่ แต่ขอร้องกระบี่ว่า

"เรื่องแป้งกับเธอ...เอาไว้ก่อนเถอะนะ กระบี่เธออย่าเพิ่งบอกพ่อเรื่องฉันนะ พ่อยังไม่รู้ว่าลูกชายได้กลายเป็นลูกสาวไปแล้ว ฉันไม่รู้ว่าพ่อจะรับได้หรือเปล่า อย่าเพิ่งบอกอะไรพ่อนะ สัญญาได้ไหม" ปรางค์ขอร้อง กระบี่พยักหน้าหงึกรับปากทันทีเพราะใจคิดถึงแต่แป้ง

พอบอกความจริงและกระบี่เชื่อแล้ว ปรางค์รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

ดังนั้น เมื่อทั้งสองถูกประพันธ์พูดฝากฝังให้ดูแลรักใคร่กันมีอะไรให้ช่วยเหลือกัน บอกกับปรางค์ว่า

"พอการชกครั้งนี้จบสิ้นลงแล้ว พ่ออยากให้แกคิดทบทวนเรื่องไอ้บี่อีกครั้งนะไอ้แป้ง แกก็เห็นแล้วว่ามันเป็นคนดีแค่ไหน มันเป็นผู้ชายคนเดียวที่พ่อกล้าฝากชีวิตแกไว้ได้" พูดแล้วจับมือทั้งสองให้กุมกันไว้ ทำเอาทั้งกระบี่และปรางค์ตัวแข็งทื่อ สุดท้ายปรางค์ขอตัวไปซ้อมต่อ ส่วนกระบี่ขอไปหุงข้าวขายเดี๋ยวไม่ทันขายรอบเย็น แล้วแยกกระเจิงกันไปคนละทาง

ประพันธ์เห็นท่าทางของสองคนแล้วก็มองงงๆว่ามันอะไรกัน

ooooooo

โชติรสเรียกเจ๊จูนไปพบที่ห้องทำงาน ตำหนิอย่างรุนแรงว่าทำอย่างนี้ทำไม เจ๊ถามว่าจะโกรธทำไมในเมื่อตอนนี้เรตติ้งรายการเราถล่มทลาย สปอนเซอร์ก็วิ่งเข้ามาชนจนล้นอย่างที่เห็น

"แต่คุณไม่มีสิทธิ์จะมายุ่งกับรายการของฉัน" โชติรสเสียงอ่อนลง

เจ๊จูนทำเป็นขอโทษอ้างว่าตนเป็นคนคิดเร็วทำเร็วเลยไม่ทันได้ปรึกษาแต่ผลที่ได้รับมันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม แต่โชติรสก็ยังกังวลว่าจะมีคนจำได้ว่าผู้ชายในคลิปเป็นนักรบจะทำให้เขาเสียหาย เจ๊ก็อ้างว่าไม่มีใครเห็นต้นฉบับนอกจากโชติรสคนเดียว อวดอ้างผลงานว่า

"ที่จูนทำอย่างนี้ไม่ใช่เพื่อเพิ่มเรตติ้งให้กับรายการอย่างเดียว แต่ยังเป็นการช่วยกำจัดนังน้องปรางค์ให้พ้นไปจากชีวิตของคุณนักรบด้วยนะคะ"

"กำจัดยังไง"

"งานนี้คุณโรสต้องจัดแถลงข่าวอย่างด่วนที่สุด แล้วให้นังน้องปรางค์ขอโทษประชาชน ให้สารภาพผิดไปว่าทำเรื่องฉาวบนดาดฟ้าจริงๆ แล้วจากนั้นคุณโรสก็ทราบนี่คะว่าจะเกิดผลอะไรตามมา แต่รับรองได้ว่าเป็นประโยชน์กับเราทั้งสองฝ่าย"

ในที่สุด โชติรสก็เดินไปตามแผนของเจ๊จูน!

ooooooo

แป้งถูกเรียกมาที่ห้องประชุมโดยมีเจ๊ตุ่มและนุชขนาบมาด้วย โชติรสเอาสคริปต์ให้แป้งดูสั่งให้พูดตามนั้นอย่าให้ขาดตกแม้แต่คำเดียวพูดให้แป้งหายกังวลว่า จะไม่เปิดโอกาสให้นักข่าวได้ซักถาม รับรองว่าทั้งสื่อมวลชนทั้งคนดูทั้งแฟนคลับของเธอจะต้องพอใจ

เจ๊ตุ่มเห็นว่าไม่จำเป็นต้องจัดงานแถลงข่าว นุชเองก็เห็นว่ารายการจบไปแล้วควรปล่อยให้เรื่องเงียบไปเองดีกว่า แต่โชติรสก็ชี้แจงแกมบังคับว่า

"ทางกองประกวดไม่พอใจอย่างมากนะ ที่ปรางค์ทำตัวจนเกิดข่าวฉาวขึ้นมาอย่างนี้"

"คุณจะให้ฉันแถลงข่าวขอโทษประชาชน ฉันไม่มีปัญหาหรอกนะ แต่ทำไมต้องให้ฉันโกหกคนดูด้วยว่า ผู้ชายในคลิปเป็นแฟนฉัน" แป้งแย้งแล้วอ่านในสคริปต์ว่า "เป็นคนนอกวงการ รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ขอไม่เปิดเผยชื่อ"

โชติรสก็ยังอ้างเหตุผลว่าถ้าบอกว่าเป็นแฟนกันจะดูดีกว่า ถ้ายอมรับผิดและขอโทษทุกคนก็จะยกโทษให้ เจ๊ตุ่มถามว่าแล้วทางกองประกวดจะไม่ว่าหรือเพราะมันมีกฎห้ามไว้ โชติรสตัดบททันทีว่า

"ฉันบอกแล้วไงว่าฉันคุยกับทางกองประกวดแล้ว เธอต้องพูดตามสคริปต์ของฉันนะปรางค์ ไม่ใช่แค่ช่วยให้เธอไม่ต้องถูกยึดตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนคืน เธอยังช่วยรักษาชื่อเสียงให้พี่รบอีกด้วย"

เมื่อโชติรสอ้างเช่นนั้น ทำให้แป้งนิ่งอย่างจำต้องยอมทำตาม

ooooooo

นักรบมาถึงที่บริษัทของโชติรสแล้ว ต๊อดวิ่งไปบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้วโชติรสจัดงานแถลงข่าวให้ปรางค์ขอโทษประชาชนที่คลิปหลุด นักรบถามว่าทำไมต้องแถลงข่าวในเมื่อปรางค์ไม่ได้ทำอะไรผิด

ต๊อดเอาสคริปต์ให้นักรบดู อ่านสคริปต์แล้วนักรบพูดอย่างไม่พอใจว่าถ้าปรางค์พูดตามสคริปต์นั่นก็เท่ากับสารภาพว่าขึ้นไปมั่วกับแฟนบนดาดฟ้า อย่างนี้เป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ ถามต๊อดว่าเขาจัดแถลงข่าวที่ไหน พอรู้ว่าห้องประชุมชั้น 20 นักรบก็วิ่งอ้าวไปขึ้นลิฟต์ทันที

ที่ห้องแถลงข่าว เอื้อมเพิ่งมาถึงรับไม่ได้ที่ต้องให้แป้งมาแถลงข่าวเช่นนี้เพราะแป้งไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนเจ๊จูนกับข้าวฟ่างต่างรอเวลาที่มงกุฎมิสเรนโบว์ควีนจะหลุดจากหัวแป้งมาสวมที่หัวข้าวฟ่างกันอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง

การเปิดแถลงข่าวเริ่มแล้ว โชติรสเป็นผู้ดำเนินการเอง โดยก่อนอื่นให้ทุกท่านได้ชมคลิปวีดิโอต้นเหตุเรื่องนี้ทั้งหมดก่อน จากนั้นไฟในห้องประชุมดับมืด จอโทรทัศน์ด้านหลังโต๊ะแถลงข่าวเป็นภาพคลิปของนักรบกับแป้งเคลื่อนไหวอยู่บนดาดฟ้า

นักรบขึ้นมาถึงหน้าห้องแถลงข่าว เจอศักดิ์สิทธิ์และโสภาดักไม่ให้เข้าย้ำให้นักรบคิดถึงอนาคตของตัวเองให้มากหากข่าวฉาวออกไปอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร

"ผมไม่ยอมให้คุณโรสแก้ปัญหาด้วยวิธีโกหกหลอกลวงแล้วก็ยังทำลายอนาคตคนอื่นอีก ผมกับปรางค์แค่ติดอยู่บนดาดฟ้าด้วยกันเท่านั้น เราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย" นักรบยืนกรานเสียงแข็งพลางจะเข้าไปในห้องประชุมแต่ก็ถูกทั้งพ่อและแม่กันเต็มที่ จนต๊อดวิ่งมาบอกว่าเขากำลังจะแถลงข่าวแล้ว ชี้ให้นักรบไปเข้าอีกประตูหนึ่ง นักรบวิ่งอ้าวไปทันที

เป็นเวลาที่โชติรสเริ่มให้แป้งเล่าเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น แป้งเล่าตามความเป็นจริง โชติรสจี้ให้แป้งอธิบายคลิปจากกล้องวงจรปิดว่าเกิดได้ยังไง และผู้ชายคนนั้นเป็นใคร

"วันนั้นปรางค์ขึ้นไปบนดาดฟ้าเพราะอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ สักพัก ปรางค์ไม่คิดว่าจะมีใครตามปรางค์เจอ"

"แล้วใครล่ะคะที่ตามหาคุณปรางค์จนเจอแล้วก็อยู่กับคุณปรางค์ทั้งคืน บอกมาตรงๆเลยดีกว่าว่าคืนนั้นคุณอยู่กับใคร"

"ปรางค์อยู่กับ..."

"อยู่กับผมเองครับ" เสียงนักรบแทรกขึ้นมาพร้อมกับแหวกกลุ่มนักข่าวขึ้นไปนั่งแถลงข่าวด้วย "ผู้ชายที่ติดอยู่กับคุณปรางค์บนดาดฟ้าคือผมเอง"

ทั้งแป้งและโชติรสต่างอุทานอย่างคาดไม่ถึง เจ๊จูนกับข้าวฟ่างอ้าปากค้างฝันสลายในพริบตา เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมดีใจสุดชีวิตเชื่อว่านักรบมาช่วยแป้งอีกครั้ง จากนั้นทั้งห้องเงียบกริบเมื่อนักรบชี้แจงว่า

"วันนั้น ผมไปตามปรางค์เพื่อให้มาถ่ายทำสปอร์ตโปรโมตรายการครับ แล้วประตูเกิดล็อกเปิดไม่ได้ เราก็เลยต้องติดอยู่บนดาดฟ้าด้วยกัน ภาพที่เห็นในคลิปที่ออกไปในรายการ ถ้าพวกคุณดูดีๆก็จะเห็นว่ามันไม่มีอะไร นอกจากคนสองคนนั่งคุยกัน เล่นตลกบ้าบอฆ่าเวลาไป ผมกับคุณปรางค์ไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าจะผิดก็ผิดที่รายการเอาคลิปไปตัดต่อจนกลายเป็นละครน้ำเน่าไป ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริงแค่นี้นะครับ ขอบคุณครับ"

พูดเสร็จนักรบลุกขึ้นคว้าแขนแป้งลากออกไป โชติรสร้องถามอย่างตกใจว่าจะไปไหน นักรบไม่สนใจพาแป้งรีบออกจากห้องแถลงข่าวไปทันที พวกนักข่าวลุกฮือตามไปทั้งห้องแถลงข่าวโกลาหลไปหมด

นักรบพาแป้งวิ่งผ่านหน้าศักดิ์สิทธิ์กับโสภา ทำเอาทั้งสองมองตะลึงอ้าปากค้าง ส่วนต๊อดสวมวิญญาณตากล้องมืออาชีพถือกล้องวิ่งไล่ตามเก็บภาพนักรบกับปรางค์ไปจนทั้งสองวิ่งออกไปลับตา

เจ๊ตุ่มกับนุชถามกันว่านักรบจะพาแป้งไปไหน แบบนี้มิเป็นข่าวหนักกว่าเดิมหรือ

ส่วนเจ๊จูนสบถอย่างแค้นใจ "นังปรางค์นี่สร้างข่าวให้ ตัวเองเก่งจริงๆอย่างนี้มันได้เป็นข่าวฮอตไม่รู้จักจบจักสิ้นแน่ๆ"

ooooooo

นักรบพาแป้งวิ่งไปถึงลานจอดรถบอกแป้งว่าเราต้องรีบออกไปจากที่นี่ก่อนที่นักข่าวจะเจอตัว ถามแป้งว่าเราจะไปที่ไหนดี แป้งเสนอให้ไปพัทยา เขาเห็นด้วยว่าไปหาที่เงียบๆสงบสติกันสักพักแล้วค่อยคิดกันว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ว่าแล้วขับรถออกไปอย่างเร็วสวนกับพวกนักข่าวที่วิ่งกรูกันมาแต่ไม่ทันเสียแล้ว

เมื่อไปถึงพัทยา นักรบพาแป้งไปที่รีสอร์ตสงบแห่งหนึ่ง ขณะเขากำลังกรอกเอกสารอยู่นั้น แป้งก็หลบไปโทรศัพท์ถึงปรางค์ถามว่าตกลงจะต้องขึ้นชกเมื่อไหร่

พอรู้ว่าพรุ่งนี้ แป้งบอกว่าไม่เป็นไร ตอนนี้ตนอยู่พัทยาแล้วจะไปเปลี่ยนตัวขึ้นชกแทนและให้ปรางค์กลับไปเป็นคนเดิมเสีย

ปรางค์ทั้งดีใจและตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น แป้งมาอยู่พัทยาได้ยังไง คลิปหลุดได้ยังไง ได้ข่าวว่าแป้งแถลงข่าวอยู่ไม่ใช่หรือ ตนให้กระบี่ช่วยตามข่าวอยู่

แป้งตกใจถามว่ากระบี่รู้เรื่องตนกับปรางค์เปลี่ยนตัวกันแล้วหรือ กลัวกระบี่จะบอกพ่อ แต่ไม่เป็นไรตนจะไปหาปรางค์ให้เร็วที่สุด แล้วขอตัดสายก่อนเพราะนักรบกำลังเดินมา เขาถามว่าคุยโทรศัพท์กับใคร แป้งตัดบทว่าเขาไม่รู้จักหรอกเป็นเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานแล้วเลยนัดพบกัน

นักรบเตือนแป้งว่าตอนนี้เธอควรอยู่เงียบๆ   ถามว่าหรือพี่ที่เธอพูดถึงคือปัญหาที่เธอต้องเคลียร์ ซักถี่ยิบว่า "เขาเป็นใคร   เป็นเพื่อนหรือเป็นญาติ   เธอมีปัญหาอะไรกันแน่ หรือต้องตามไปใช้หนี้แทนใครอีก"

แป้งไม่ตอบคำถามแต่ขอไปเดินเล่นก่อน พูดแล้วเดินออกไปเลย นักรบเรียกก็ไม่หยุดเลยตามไปด้วย แป้งขอร้องว่าอย่าถามปัญหาที่ตนตอบไม่ได้เลย นักรบขอถามอีกว่า

"ที่เธอบอกฉันว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ฉันพบในครั้งแรกมันหมายความว่าไง" แป้งบอกว่าความจริงก็เป็นอย่างที่เขาเห็นนั่นแหละ นักรบพึมพำ "ฉันคิดว่า เธอเป็นผู้หญิง..."

"ก็ถูกแล้ว ฉันเป็นผู้หญิง ฉันมีอะไรที่ไม่เหมือนผู้หญิงบ้าง มีซักครั้งไหมคะที่คุณเห็นฉันเป็นผู้หญิงจริงๆ"

"ฉันเห็นเธอเป็นเพื่อนล่ะ เพื่อนที่ไม่สำคัญว่าจะเป็นเพศไหนก็ตาม เพื่อนที่ฉันต้องช่วยถ้าเห็นว่าเดือดร้อน เพื่อนที่ฉันจะไม่ยอมให้ใครมารังแกได้ แค่นี้พอหรือยังสำหรับเธอ"

แป้งถามว่าเราจะเป็นเพื่อนกันได้อีกนานแค่ไหน นักรบตอบหนักแน่นว่าจนกว่าเธอจะไม่อยากเป็นเพื่อนกับตนหรือไม่ก็เราไม่อยากเป็นแค่เพื่อนกัน แป้งเลยตัดบทว่าเราไม่มีทางเป็นได้มากกว่าเพื่อน เพราะยังไงเขาก็เห็นว่าตนเป็น... แป้งอยากพูดคำว่ากะเทย แต่ถูกนักรบดึงมือไปจับไว้เสียก่อนบอกเธอว่า

"ถ้าหากว่าฉันไม่ได้เห็นเธอเป็นอย่างอื่น...นอกจาก... เป็นคนที่ฉันเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้..."

นักรบพูดไม่ทันจบก็ถูกโทรศัพท์ดังแทรกขึ้น เขากดรับ เป็นสายจากโชติรสนั่นเอง

"ฮัลโหลครับ ผมยังอยู่กับปรางค์ เราคงยังไม่กลับไปตอนนี้ รอให้เรื่องทุกอย่างเงียบไปก่อน คุณอย่ามาขู่เรื่องสัญญาดีกว่านะคุณโรส คุณหาผลประโยชน์จากปรางค์มามากพอแล้ว"

"พี่รบจะไม่กลับก็ไม่เป็นไรค่ะ งั้นโรสคงต้องเลื่อนกำหนดวันจ่ายค่าหุ้นของคุณลุงให้เร็วขึ้น ไม่ทราบว่าคุณลุงจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่านะคะ แต่ถ้ามีอะไรพี่รบคงจะรู้จากข่าวหน้าหนึ่งมังคะ ข่าวล้มละลายของคนนามสกุลดังต้องเป็นข่าวใหญ่แน่นอน!" โชติรสใช้ไม้ตายตามเคย พูดเสร็จก็ตัดสายอย่างเป็นต่อ

นักรบนิ่งอึ้งรู้แก่ใจดีว่ากำลังถูกโชติรสบังคับให้แต่งงาน เขากดปิดโทรศัพท์หน้าเครียด

"คุณกลับไปเสียเถอะค่ะ อย่าให้ฉันต้องสร้างปัญหาให้คุณอีกเลยนะคะ" แป้งเดินจากไปทันที

นักรบมองตามแป้งไปด้วยความยุ่งยากใจอย่างหนัก

ooooooo

ศักดิ์สิทธิ์กับโสภาเดือดเนื้อร้อนใจอย่างหนัก โสภากลัวโชติรสจะยกเลิกการแต่งงาน  ส่วนศักดิ์สิทธิ์กลัวเธอเปลี่ยนแปลงเรื่องหุ้น   โชติรสบอกทั้งสองคน ทั้งขู่ทั้งล่อว่า

"พี่รบกล้าแสดงตัวปกป้องปรางค์ออกทีวีไปทั่วประเทศอย่างนี้ พี่รบคงไม่สนใจแล้วล่ะค่ะว่าใครจะคิดยังไง โรสอุตส่าห์ ขอร้องให้พี่รบรีบกลับมา แต่พี่รบก็ไม่ยอมฟัง อย่างนี้โรสคงต้องตัดสินใจใหม่แล้วล่ะค่ะ" แต่เมื่อฟังทั้งโสภาและศักดิ์สิทธิ์ขอร้องแล้ว เธอบอกว่า "โรสจะให้โอกาสพี่รบอีกสักครั้งก็แล้วกัน แต่โรสให้เวลาแค่วันเดียวนะคะ ถ้าพรุ่งนี้พี่รบไม่กลับมาเคลียร์ตัวเอง โรสก็คงจะต้องยกเลิกการแต่งงาน ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ โรสคงต้องขอให้คุณลุงรีบจ่ายค่าหุ้นให้ทางบริษัทนะคะ ไม่งั้นโรสคงจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย หวังว่าคุณลุงคุณป้าคงเข้าใจนะคะ"

ทั้งศักดิ์สิทธิ์และโสภาต่างหน้าเสียกลัวทุกอย่างจะหลุดมือ

ooooooo

เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมยังอยู่ที่ล็อบบี้บริษัทของโชติรส ต่างวิตกสงสัยกันว่านักรบพาแป้งไปไหน แต่ก็ปลอบใจกันเองว่าเดี๋ยวนักรบก็คงพากลับไปส่งบ้านเหมือนคราวที่แล้ว

ระหว่างนั้นเจ๊จูนกับข้าวฟ่างมาแอบฟังอยู่พูดประชดเหน็บแนมตามเคยว่าปรางค์ ทำชื่อเสียงของมิสเรนโบว์ควีนเสียหายหมด เมื่อรักษาไว้ไม่ได้ก็ให้ส่งคืนตำแหน่งให้ข้าวฟ่างที่เหมาะสมกว่าเสีย ส่วนข้าวฟ่างก็สอดรับกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่าตนจะกอบกู้ชื่อเสียงเกียรติยศ ของมิสเรนโบว์ควีนกลับมาเอง

เจ๊ตุ่มฟังแล้วฉุนขาดประกาศว่าตนจะปกป้องปรางค์ จนถึงที่สุด นุชก็ประกาศกร้าวว่า จะทำอะไรปรางค์ก็ต้องข้ามศพตนไปก่อน แล้วแกล้งพูดดังๆให้กระแทกเข้าหูเจ๊จูนว่า

"ป่านนี้น้องปรางค์คงรออยู่ที่บ้านแล้วล่ะ" แล้วพากันกลับไป

แต่พอกลับถึงบ้านปรางค์ปรากฏว่าปรียาคอยฟังข่าวอยู่อย่างร้อนใจ พอฟังพวกเจ๊ตุ่มบ่นกันอย่างวิตกกังวลเป็นห่วงปรางค์ก็ถามว่าตกลงเรื่องมัน เป็นยังไงกันแน่ ตอนที่ตนถามเรื่องผู้ชายในคลิป ปรางค์ก็ทำอึกอักแล้วจริงๆใช่นักรบหรือเปล่า

เจ๊ตุ่มยอมรับว่าใช่ แต่ทั้งสองคนไม่ได้ทำอะไรกัน นุชก็ช่วยเสริมว่าไม่ต้องสนใจเรื่องคลิปเพราะในการแถลงข่าวก็เคลียร์กันจบไปแล้ว

"มันจะเคลียร์จบได้ยังไง คุณนักรบพาไอ้ป้างออกไปกลางงานแถลงข่าวอย่างนั้น นักข่าวได้เขียนข่าวกันสนุกใหญ่เลยล่ะซิ นี่พวกแกดูแลไอ้ป้างยังไงปล่อยให้มีเรื่องไม่ได้หยุดหย่อน แล้วนี่งานการไม่เสียหายกันไปหมดเลยหรือ เดี๋ยวต้องไปทำรายการอะไรที่ต่างจังหวัดอีกไม่ใช่เหรอ"

ฟังปรียาแล้วเจ๊ตุ่มถามว่ารายการอะไร พอปรียาบอกว่ารายการอะไรตนไม่ได้ถาม แต่เห็นป้างจัดกระเป๋าไว้เรียบร้อยแล้ว  ทั้งยังพูดแปลกๆว่าจะไปไม่กี่วัน  ร่ำลาตนราวกับจะไปนาน ไปแล้วไม่กลับงั้นแหละ

เจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมสบตากันอย่างสงสัย ในขณะที่ปรียาไม่เอะใจได้แต่เป็นห่วงแป้ง พอออกจากบ้านปรางค์ ทั้งสามก็ช่วยกันคิดว่านักรบจะพาแป้งไปไหน เอะใจคำเล่าของปรียา นุชเลยคิดว่าแป้งอาจจะกลับไปชกมวยที่พัทยาแล้วก็ได้เชื่อว่าแป้งต้องอาศัย ช่วงชุลมุนนี้ไปเปลี่ยนตัวกับปรางค์แน่ๆ

เอื้อมเร่งให้รีบโทร.หาแป้งดีกว่า ทุกคนหยิบโทรศัพท์ ขึ้นมาโทร.กันเป็นระวิง เจ๊ตุ่มเอ็ดว่าโทร.กันทำไม ตนโทร.คนเดียวก็พอแล้ว แต่พอโทร.ปรากฏว่าแป้งปิดมือถือ เจ๊กดใหม่แล้วรอลุ้นกันสุดฤทธิ์

ooooooo

ในที่สุดแป้งยอมรับสายและบอกความตั้งใจมุ่งมั่นของตนแก่พวกเจ๊ทั้งหลายที่จะ กลับมาเป็นตัวเองและให้ปรางค์กลับไปเป็นปรางค์ตามเดิม บอกพวกเจ๊ว่าไม่มีเวลาไหนที่จะเหมาะกับการเปลี่ยนตัวกว่าเวลานี้แล้ว

สุดท้ายพวกเจ๊ก็รับได้ต่างขอบใจและหวังว่าจะได้พบกันอีกในโอกาสหน้า

เมื่อตกลงกับพวกเจ๊ตุ่มได้เรียบร้อยแล้ว แป้งโทร.หาปรางค์แล้วนัดเจอกันคืนนี้ ปรางค์ดีใจแต่ก็ใจหายที่จะต้องจากพ่อไปแล้ว คืนนี้เลยเข้ามากอดประพันธ์ ประพันธ์นึกว่าปรางค์เกิดกลัวขึ้นมาจะไม่ขึ้นชกอีก ปรางค์รับรองว่าพรุ่งนี้ขึ้นชกแน่ตอนนี้ก็แค่อยากกอดพ่อเท่านั้น

ประพันธ์จึงเป่ากระหม่อมอวยชัยให้พรให้ชนะให้ได้ ปรางค์สะท้อนใจเกริ่นกับพ่อว่า

"พ่อ...ถ้าหนูไม่ได้เป็นอย่างที่พ่อหวังหนูก็ขอโทษด้วยนะ แต่หนูอยากให้พ่อจำไว้ ว่าหนูดีใจที่เกิดมาเป็นลูกของพ่อ ถึงพ่อจะไม่ยอมรับในตัวหนู หนูก็เข้าใจ หนูรักพ่อนะ"

ประพันธ์ก็ยังไม่เฉลียวใจแม้แต่น้อย กอดและบอกว่ารักลูกเสมอไม่ว่าลูกจะชกแพ้หรือชนะก็คือลูกรักของพ่อ ปรางค์พูดไม่ออกอีก เลยกอดพ่อไว้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนอำลา

ooooooo

แต่พอถึงเวลานัดกับแป้ง ปรางค์จะหลบออกไป ประพันธ์มาเห็นเข้าถามว่าจะไปไหนพรุ่งนี้จะชกอยู่แล้ว ปรางค์ปดว่าจะไปวิ่งให้เหงื่อออกหน่อยคืนนี้จะได้หลับสบาย ประพันธ์เกิดอยากให้กระบี่ผูกสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นอีก บอกให้กระบี่ตามไปด้วย ทำเอาทั้งคู่ลำบากใจ แต่ก็จำต้องทำตามเพื่อไม่ให้ประพันธ์สงสัย

ส่วนแป้ง พอจะออกจากรีสอร์ตก็ถูกนักรบถามว่าจะไปไหน แป้งขอร้องเขาว่าปล่อยให้ตนไปใช้ชีวิตแบบตนเถอะไม่อยากทำให้ชีวิตของเขา วุ่นวายไปกว่านี้อีกแล้ว เราต่างคนต่างไปจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด นักรบไม่ยอมสั่งว่าเธอมากับตนก็ต้องกลับด้วยกัน ส่วนปัญหาของตนเธอไม่ต้องห่วงจะจัดการเอง

"คุณคิดจะจัดการยังไงล่ะคะ คุณหาเงินใช้หนี้คุณโรสได้แล้วงั้นเหรอ...เรื่องนี้ยังเป็นปัญหาของคุณอยู่ ใช่ไหมคะ แล้วคุณก็ยังหาทางแก้ปัญหานี้ไม่ได้ แล้วการที่คุณมายุ่งเกี่ยวกับฉันก็จะทำให้สถานการณ์แย่ลง คุณก็รู้ คุณโรสทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ"

"ฉันจะคุยกับคุณโรสเขาเอง"

"คุณโรสต้องการคุณเท่านั้นค่ะ คุณรบ คุณจะต้องกลับไปหาคุณโรสแล้วฉันจะกลับไปใช้ชีวิตของฉันตามเดิม ในชีวิตฉันไม่เคยมีใครที่ดีต่อฉันห่วงใยคอยช่วยเหลือเท่าคุณอีกแล้ว ฉันจะไม่มีวันลืมคุณค่ะ"

"ฉันไม่ให้เธอไป" นักรบเผลอตัวดึงแป้งเข้าไปกอดไว้แน่น   ทำเอาแป้งตะลึงอึ้งไปชั่วขณะพอได้สติก็รีบผละออกมาเตือนเขาว่าตนไม่ใช่ผู้ หญิง ขอเขาอย่าทำลายอนาคตตัวเองเพื่อกะเทยคนเดียวเลย

แป้งวิ่งผละจากนักรบไปแล้ว ชายหนุ่มได้แต่ยืนอึ้งคิดไม่ถึงเหมือนกันว่าตัวเองจะมีความรู้สึกกับแป้งได้ถึงขนาดนี้...

ooooooo

ระหว่างที่แป้งเดินออกไปหาปรางค์ตามที่นัดกันไว้นั้น นักรบตามไปห่างๆแป้งรู้ทันเห็นหญิงคนหนึ่งรูปร่างและการแต่งกายคล้ายตน แป้งหลบแว้บ นักรบเห็นนึกว่าหญิงคนนั้นเป็นแป้งตรงเข้าไปทัก ระหว่างนั้นเองแป้งก็เร้นกายหายไปจากสายตาของนักรบ ส่วนนักรบก็หน้าแตกยับเมื่อทักคนผิด

เมื่อเจอกันแล้ว แป้งทำเวลาเต็มที่ปรางค์ยังมีอะไรที่จะพูดอีกมากมายแต่แป้งตัดบทว่าเรามาไกล ถึงขนาดนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว เร่งให้รีบเข้าห้องน้ำแล้วเปลี่ยนตัวกันให้เร็วที่สุด

ครู่เดียวทั้งสองก็ออกมาในสภาพที่กลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง เป็นเวลาที่กระบี่เดินตามมาถึงหน้าห้องน้ำแล้วปรางค์หายไป เลยยืนมองหา นักรบก็ผละจากคนที่ตัวเองทักผิดตามหาแป้งวุ่นไปหมด

ในที่สุดกระบี่ก็เจอแป้ง และนักรบก็เจอปรางค์โดยที่ชายหนุ่มทั้งสองไม่รู้ว่าแป้งกับปรางค์เปลี่ยนตัวกันเรียบร้อยแล้ว

กระบี่ดีใจที่เจอแป้งเร่งให้รีบกลับบ้านกัน อย่างเธอถึงฟิตไปก็ชกไม่ชนะหรอก ทางที่ดียอมโดนน็อกตั้งแต่ยกแรกเลยแล้วกันจะได้ไม่เจ็บตัวมาก

แป้งขยับเข้าใกล้กระบี่ กระบี่ถอยหนีอย่างระวังตัว แป้งเลยคุยโวว่าพูดอย่างนี้ดูถูกกะเทยกันชัดๆ กะเทยชกมวยเก่งๆก็มีเยอะไป ท้ากระบี่ว่า "แกคอยดูฝีมือฉันก็แล้วกัน"

แป้งกอดคอกระบี่หมับตามความเคยชิน กระบี่รีบปัดออกอย่างสยดสยอง ส่วนนักรบเดินมาเจอปรางค์ก็ปรี่เข้าหาคว้าแขนพูดอย่างผู้ชนะว่าคิดว่าจะหนี ตนพ้นหรือ

"คุณ...คุณนักรบ" ปรางค์มองนักรบอย่างตกใจกะพริบตาปริ๊บๆ

จากคำพูดของนักรบทำให้ปรางค์รู้ได้ว่าเขามีใจให้แป้ง ปรางค์ระวังตัวมากขึ้นกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนกระบี่อีก ส่วนนักรบก็รู้สึกได้ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปแปลกไปของปรางค์ ที่เขาพาหนีมาด้วยกัน

ooooooo

แป้งได้กลับมาเจอพ่อดีใจมากกระโดดเข้ากอดพ่อบอกว่าคิดถึงพ่อจังเลย ประพันธ์ถามขำๆว่าเห็นว่ากอดฟรีรึไงถึงได้กอดแล้วกอดอีก แป้งยังให้ความมั่นใจกับพ่อว่าพรุ่งนี้ตนต้องชนะแน่ไม่ทำให้พ่อผิดหวังเด็ด ขาด เลยถูกประพันธ์แซวว่ารู้สึกจะฮึกเหิมขึ้นเยอะไปได้ยาดีที่ไหนมาจากกระบี่ใช่ ไหม

"พ่ออย่าพูดแบบนี้ หนูฟังแล้วจะอ้วก หนูกับไอ้บี่เป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้นแหละ ถ้าจะเป็นอะไรมากกว่านั้นแค่คิดก็ขนลุกขนพองแล้วล่ะ"

กระบี่ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เห็นด้วยทันที เสริมว่าตนก็ขนลุกขนพองเหมือนกัน ทำเอาประพันธ์แปลกใจถามว่าพูดอะไร แป้งแกล้งกอดคอกระบี่บอกพ่อว่าเราคิดเหมือนกันเราเป็นอย่างอื่นกันมันไม่ เวิร์กหรอก กระบี่กระอักกระอ่วนใจ คิดว่าถูกกะเทยกอดรีบขอตัวไปอุ่นก๋วยเตี๋ยว

ประพันธ์เห็นท่าทางแปลกๆของทั้งคู่แล้วถามว่าตกลงตนจะไม่ได้ลูกเขยแล้วใช่ ไหม แป้งบอกพ่อว่าตนจะหาให้พ่อเองอยากได้แบบไหนบอกมาเลยเดี๋ยวจัดให้

"สำหรับพ่อยังไงก็ได้ไม่ต้องร่ำรวยไม่ต้องหล่อลากดิน จะไฮโซโลโซได้ทั้งนั้นขออย่างเดียวขอให้เป็นคนดี แล้วก็ดูแลแกได้เท่านั้นพอ"

"หนูอาจจะเคยเจอผู้ชายคนนั้นแล้วก็ได้นะพ่อ แต่หนูไม่รู้ว่าหนูจะได้เจอกับเขาอีกเมื่อไหร่...หรือบางทีหนูก็อาจ จะไม่มีโอกาสได้เจอเขาอีกเลย..." แป้งกอดพ่อไว้อย่างอดคิดถึงนักรบไม่ได้

ooooooo
ปรางค์ต้องมารับรู้เรื่องที่ต้องอยู่กับนักรบใหม่ เธอแปลกใจถามว่าทำไมถึงเปิดห้องพักแค่ห้องเดียว นักรบอ้างว่ากลัวเธอจะหนีไปอีก

"ที่จริงคุณไม่น่าจะไปตามฉันเลยนะคะคุณนักรบ  คุณน่ะช่วยเหลือฉันมามากพอแล้ว  คุณน่าจะให้ฉันไปตามทางของฉัน"

"ฉันเป็นคนสร้างปัญหาให้เธอนะปรางค์ ฉันพาเธอหนีมาฉันก็ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง เธอต้องกลับไปกับฉัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันจะดูแลเธอเอง" ปรางค์กราบขอบคุณอย่างอ่อนช้อย นักรบมองอย่างรู้สึกแปลกๆ

ปรางค์ขอบคุณเขาแต่เชื่อว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่เราควรทำตอนนี้คือลืมเรื่องที่เคยเกิดขึ้นแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ ทำเหมือนเราเพิ่งรู้จักกันก็ได้ ปรางค์ออกอุบายเพื่อการปรับตัวของตัวเองจะได้แนบเนียน พอนักรบตัดพ้อว่าทำไมพูดง่ายๆอย่างนี้  ที่ผ่านมามันไม่มีความหมายอะไรกับเธอเลยหรือ

"ตอนนี้ สิ่งสำคัญที่สุดของฉันคือภารกิจของมิสเรนโบว์ควีนค่ะ จบรายการเรียลลิตี้นี่แล้ว ฉันก็จะต้องไปประกวดมิสเรนโบว์เวิลด์ ฉันคงต้องให้เวลากับเรื่องงานมาก่อน ส่วนคุณก็ต้องทำงานของคุณต่อไป อีกไม่นานเราก็จะลืมเรื่องที่เคยเกิดขึ้น กลายเป็นคนแปลกหน้ากันอยู่ดี"

"เธอคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอปรางค์..."

ปรางค์มองนักรบอย่างไม่เข้าใจว่าตนพูดอะไรผิดหรือ...

ooooooo

พอกระบี่อุ่นก๋วยเตี๋ยวมาวาง  แป้งก็กินเอ๊า...กินเอา จนกระบี่มองอย่างแปลกใจ   กินก๋วยเตี๋ยวยังไม่ทันหมดชาม แป้งก็เทข้าวสวยเพิ่มเข้าไปในชามก๋วยเตี๋ยวกินต่ออย่างหิวโหย เอร็ดอร่อย กระบี่ดูแล้วพึมพำกับ ตัวเอง

"ฉันน่าจะดูออกตั้งแต่ทีแรกแล้ว ถ้าเธอเป็นไอ้แป้ง เธอจะต้องกินข้าวทีละสองสามจาน กินข้าวมันไก่ก็ไม่เคยเอาหนังออก ไม่มีผู้หญิงคนไหนเหมือนไอ้แป้งของฉันอีกแล้ว มันเป็นคนหนักเอาเบาสู้ไม่เคยท้อถอยอะไรง่ายๆ  ผู้ชายอกสามศอกยังไม่แข็งแกร่งเท่ามันเลย ฉันคิดถึงมันจริงๆ ไม่มีใครมือหนักตีนหนักได้ใจเท่ามันอีกแล้ว"

แป้งตบไหล่กระบี่ป้าบจนกระบี่ทรุดฮวบ ถามว่า "แกคิดถึงไอ้แป้งมันมากเลยเหรอ"

พอกระบี่บอกว่าคิดถึง ต่อว่าที่ถามทีไรก็ไม่ยอมบอกสักทีว่าแป้งอยู่กรุงเทพฯตรงไหน ตนจะได้ไปตามกลับมา แป้งเลยบอกว่าถ้าจะไปก็ต้องแต่งกะเทยเพราะแป้งตอนนี้อยู่กับพวกกะเทย กระบี่เลยพยายามทำสะดิ้งให้เหมือนกะเทย ทำเอาแป้งขำแทบตายด่าไปหัวเราะไปว่า

"อุบาทว์จริงๆไอ้บี่เอ๊ย ทำไปได้ แกนี่โง่หรือบ้าวะเนี่ยถึงได้เชื่อฉันได้  แกนี่ไม่ได้เปลี่ยนเลยนะไอ้บี่  หลอกง่ายเหมือนเดิม"

กระบี่เอะใจมองแป้งอีกที คราวนี้ดีใจจนกระโดดเข้าหาตะโกนลั่น "ไอ้แป้ง! ไอ้แป้งตัวจริงใช่ไหม" แป้งย้อนถามว่าถ้าตนไม่ใช่ไอ้แป้งแล้วจะให้เป็นใคร กระบี่จ้องมองแป้งตาไม่กะพริบ "แกเปลี่ยนตัวกับปรางค์ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยไอ้แป้ง... ไอ้แป้งกลับมาแล้ว" กระบี่กระโดดกอดแป้งเต็มสองมือจนแป้งต้องดันตัวออกไปบอกกระบี่ว่า

"เออ...ฉันกลับมาแล้ว แล้วก็จะไม่ไปไหนอีกแล้ว!"

กระบี่ดีใจกระโดดจะกอดแป้งอีก ถูกแป้งตัวจริงถีบยอดอกด้วยท่าแม่ไม้มวยไทยกระเด็นไปไม่เป็นท่า

ooooooo

ห้องพักรีสอร์ตที่พัทยา นักรบมองปรางค์อย่างผิดหวัง พูดเหมือนตัดพ้อว่า

"ฉันจะไม่มีวันลืมเรื่องที่เคยเกิดขึ้นหรอกนะปรางค์ ถึงเราจะรู้จักกันไม่นาน  แต่ฉันคิดว่าไม่มีใครเข้าใจเธอเท่ากับฉัน แล้วก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่เข้าใจฉันเท่ากับเธอ  ไม่ว่าวันข้างหน้า จะเป็นยังไง  ฉันก็ยังอยากอยู่ข้างๆเธอ"

"ขอบคุณค่ะ แต่ฉันคิดว่าฉันอยากช่วยเหลือตัวเองไปก่อน  เรามาคุยเรื่องพรุ่งนี้ดีไหมคะ  เราจะบอกคุณโรสยังไงดีคะ ที่เราหนีมาเฉยๆอย่างนี้  ปกติเราต้องถ่ายรายการทุกวันไม่ใช่ เหรอคะ  เราทำให้รายการเสียหายมากหรือเปล่าคะเนี่ย"

"ไม่หรอก ฉันตัดต่อเทปล่วงหน้าไว้แล้ว พรุ่งนี้กลับไปถ่ายรายการต่อก็ทัน ส่วนเรื่องที่เราหนีกันมานี่..."

"ฉันคิดว่าเราไม่ควรให้คนอื่นรู้นะคะ ถ้าหากมีใครถาม ฉันจะบอกว่าพอออกจากงานแถลงข่าวเราก็ต่างคนต่างไปก็แล้วกัน น่าจะเป็นการดีที่สุดสำหรับเราสองคน เพราะไม่ใช่คุณเท่านั้นที่จะต้องรักษาชื่อเสียง ฉันเองก็ต้องระวังตัว ไม่งั้นถูกริบตำแหน่งคืนแน่ ตกลงตามนี้นะคะ"

นักรบท้วงติงว่าเธอไม่น่าจะเป็นคนที่แก้ปัญหาด้วยการโกหก ปรางค์แก้ว่าตนไม่ได้โกหกแต่พยายามหลีกเลี่ยงการตอบความจริง แล้วขอไปจัดที่นอนให้เขา พลางบอกว่า

"แล้วเดี๋ยวฉันขออาบน้ำก่อนจะได้รีบเข้านอน วันนี้ฉันซ้อม...เอ๊ย...ฉันเหนื่อยมาทั้งวันอยากรีบนอนเร็วๆ"

นักรบมองปรางค์นิ่งแต่ใจสงสัยมากขึ้นทุกทีพูดลอยๆว่า

"เธอไปทำอะไรมา เธอเหมือนไม่ใช่คนเดิมเลย คราวที่แล้วเราต้องนอนค้างโรงแรมด้วยกันเธอไม่ยอมให้ฉันนอนที่พื้น ทำเหมือนฉันไปดูถูกความแข็งแกร่งของเธอแล้วเธอก็ไม่ยอมอาบน้ำ  นอนมันทั้งตัวเหม็นๆอย่างนั้น  ระวังตัวตลอดเวลา"

"ก็คุณยังไม่รู้จักฉันดีนี่คะ คุณยังไม่รู้หรอกว่าฉันเป็นใครกันแน่ ฉันอาจจะไม่ใช่คนที่คุณเคยรู้จักแล้วก็ได้"

คำพูดที่เป็นปริศนาของปรางค์ทำให้นักรบยิ่งสงสัยหนัก

ooooooo

ตอนที่ 13

ที่ห้องตัดต่อ เย็นนี้ นักรบตัดต่อเทปที่ถ่ายแป้งกับปรียาที่บ้านเมื่อเช้านี้ โชติรสเข้ามาทักว่าลงมือตัดต่อเองเลยหรือ แล้วเสนอให้ตัดภาพที่แป้งกับปรียาแย่งกันเก็บถ้วยชามเอาไปล้าง แสดงถึงความเอื้ออาทรต่อกันของแม่ลูกทิ้งเสีย นักรบท้วงติงว่าเราไม่ค่อยได้เสนอภาพปรางค์กับแม่เลย

"โรสบอกแล้วไงคะว่ามันน่าเบื่อ ไม่มีใครอยากดูหรอกค่ะ ถ้าปรางค์ไม่มีอะไรน่าสนใจจริงๆก็ใส่ภาพของข้าวฟ่างเข้าไปแทนก็ได้ ข้าวฟ่างกับแฟนคลับไงคะ กลุ่มที่ตามข้าวฟ่างไปทุกที่ มีเรื่องบ้าๆบอๆเยอะแยะ"

เมื่อนักรบแย้งว่าตนอยากเสนอทุกแง่มุมของปรางค์ ก็ถูกโชติรสโต้ว่าเราไม่ได้ทำรายการสารคดี รายการเรียลลิตี้มันต้องมีดราม่า มีเรื่องราวที่เข้มข้นไม่แพ้ละครหลังข่าวคนถึงจะติดตามดู

"รายการเรียลลิตี้เป็นรายการที่เสนอทุกแง่มุมของมนุษย์ต่างหากล่ะครับ คุณอย่ากำหนดกะเกณฑ์ให้คนดูนักเลย ให้เกียรติคนดูตัดสินเองดีกว่า อย่ายัดเยียดฉากน้ำเน่าให้มากนัก เลิกชี้นำคนดูเสียที"

"พี่รบกำลังพยายามทำอะไรหรือคะ จะช่วยสร้างภาพให้ปรางค์ดูเป็นลูกกตัญญูหรือไงคะ อย่าลืมนะคะว่าพี่รบสัญญากับโรสไว้ว่ายังไง พี่รบจะต้องไม่สนใจปรางค์อีก"

"ผมสนใจเรื่องรายการต่างหาก คุณมีสื่ออยู่ในมือแล้ว ทำไมไม่ทำรายการที่มันให้อะไรกับคนดู นอกจากความสนุกสะใจอย่างเดียว" เสียงนักรบเริ่มแข็งกร้าวขึ้น

"รอไว้พี่รบมีรายการของตัวเองก่อน แล้วค่อยทำอะไรตามใจชอบดีไหมคะ ตอนนั้นอยากให้รายการมีสาระแค่ไหนก็ทำไปเลย แต่ตอนนี้ พี่รบทำงานให้โรสอยู่ ก็ต้องทำตามวิธีของโรสค่ะ" โชติรสสั่งการอย่างวางอำนาจแล้วเดินออกไป นักรบได้แต่มองตามอย่างไม่พอใจ

ooooooo

เช้าวันต่อมา อันเป็นวันที่จะต้องขายของเอาเงินเข้าการกุศลและวัดเรตติ้งด้วย ปรากฏว่าแฟนคลับของข้าวฟ่างมากันมากมายส่งเสียงเชียร์กันคึกคัก ส่วนแฟนคลับของแป้งที่ใส่เสื้อสีเขียวมากันไม่กี่คน ขณะที่บรรยากาศฝ่ายแป้งกำลังหงอยๆนั่นเอง มีป้าคนหนึ่งนุ่งผ้าถุงเดินเข้ามาหาแป้ง พูดเสียงดังประสาชาวบ้าน

"น้องปรางค์...ป้าเป็นแฟนคลับของน้องปรางค์ค่ะ..." แป้งยกมือไหว้ขอบคุณ ป้าคุยโขมงว่า "นี่ป้านั่งรถมาจากยโสธรเพื่อมาเจอหนูโดยเฉพาะเลย ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เจอหนูจริงๆ นี่ป้าเอาปลาส้มมาฝาก นี่ของดีของยโสธรเลยนะ ซื้อที่นี่โลละเกือบสองร้อยเลยนะ"

เจ๊จูนกับข้าวฟ่างแถเข้ามาเยาะเย้ยว่าปรางค์ตำส้มตำเลยได้กลุ่มแฟนคลับบ้าน นอกอย่างนี้ ส่วนพวกตนกวาดแฟนคลับไฮโซมาหมดแล้ว มาพูดก่อกวนเยาะเย้ยแล้วก็จะพากันไป แต่เจ๊ตุ่มไม่ยอมให้ไปเรียกไว้แล้วรุมกันด่า จนป้าคนนั้นตกใจถามว่าตนมาผิดเวลาหรือเปล่า

"ไม่หรอกค่ะ ปรางค์ขอบคุณนะคะที่มาให้กำลังใจปรางค์ ขอบคุณมากๆค่ะ ปลาส้มนี่ของชอบเลย ขอบคุณนะคะคุณป้า" แป้งเข้าไปจับมือป้าด้วยความปลื้มใจกับแฟนคลับตัวจริงที่จริงใจ

ooooooo

เมื่อได้เวลาขายของเพื่อเอาเงินเข้าการกุศลและเป็นการวัดเรตติ้งด้วย เจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมร้อนใจ ที่แฟนคลับของแป้งมีน้อยมาก สุดท้ายก็ได้ป้าที่เป็นแฟนคลับจากยโสธรช่วยไว้เพราะลูกชายป้ามีโรงงานอยู่ แถวปทุมธานี นอกจากเอาคนงานมาแล้วป้ายังแจกเงินให้คนงานซื้อของจากแป้งมากมาย

แต่เกิดเรื่องจนได้เมื่อแฟนคลับเขม่นกันเองและตะลุมบอนกัน แฟนคลับของข้าวฟ่างคนหนึ่งไม่พอใจที่แฟนคลับของแป้งเรียกข้าวฟ่างว่า ข้าวหลามเลยขว้างโทรศัพท์มือถือ ใส่ แป้งเห็นรีบเอาตัวเข้าไปบังไว้ตัวเองเลยถูกขว้างหัวแตก

แป้งตกใจยืนงง ทันใดนั้นนักรบแหวกคนเข้าไปพาแป้งออกมาส่งไปทำแผลที่คลินิก ระหว่างที่นักรบพาแป้งออกมานั้น โชติรสเห็นไวๆเลยโทร.เข้ามือถือเขาถามว่าจะพาปรางค์ไปไหน

"ปรางค์หัวแตก ผมต้องรีบพาไปหาหมอ"

"พี่รบไม่ต้องพาไปเองหรอกค่ะ เดี๋ยวโรสจะให้คนอื่นพาไป พี่รบอย่าลืมซิว่า พี่รบสัญญาอะไรไว้กับโรส พี่รบจะต้องไม่พาตัวเองพัวพันกับปรางค์อีก คิดถึงชื่อเสียงของตัวเองบ้าง" โชติรสแข็งกร้าว

"ผมไม่มีเวลาจะมาคุยเรื่องไร้สาระกับคุณ แล้วก็ไม่ต้องเอาเรื่องคลิปวีดิโอมาขู่ผมนะ ผมกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง คนที่ไม่มีมนุษยธรรมอย่างคุณ คงไม่เข้าใจหรอก" พูดแล้วตัดสายเลย ทำให้โชติรสโกรธมาก

ตลอดเวลาที่นักรบคุยโทรศัพท์ แป้งได้ยินการตอบโต้ ทุกถ้อยคำ เธอมองเขาอย่างสงสัย

ส่วนที่ล็อบบี้บริษัทของโชติรส พวกแฟนคลับที่ตีกันนัวเนียนั้น สุดท้ายก็หยุดเพราะทั้งเจ๊ตุ่มกับเจ๊จูนต่างมาช่วยกันห้าม พอเหตุการณ์สงบเจ๊ตุ่มจึงนึกถึงแป้งขึ้นมา ถามกันว่า แป้งหายไปไหน

ooooooo

หลังจากทำแผลที่หัวแล้วนักรบพาแป้งออกจากคลินิก เขาถามอย่างเป็นห่วงว่าเจ็บแผลมากไหม แป้งพูดสบายๆว่านิดหน่อยนี่แค่เย็บไม่กี่เข็มตนเคยโดนหนักกว่านี้ แค่นี้เรื่องเล็ก นักรบบ่นว่าเธอไม่ฉลาดเลยที่เอาตัวไปรับแทนอย่างนี้

"เวลาแบบนั้นไม่มีใครมาคิดว่ามันโง่หรือฉลาดหรอก ถ้าเป็นคุณ คุณก็ตัดสินใจทำแบบฉันเหมือนกัน อย่างที่คุณพาฉันมาหาหมอโดยไม่คิดว่าคุณโรสจะว่ายังไง"

"มันไม่เหมือนกัน"

"มันก็เหมือนกันนั่นแหละ เวลาเราเห็นคนเดือดร้อนเราก็ต้องช่วย ถึงจะช่วยเพราะมันเป็นเรื่องงานหรือเพราะเป็นหน้าที่ก็ตาม คุณรบ..."

นักรบเดาได้ว่าแป้งจะขอบคุณ เขารีบตัดบทว่าไม่ต้องขอบคุณเพราะตนฟังจนเบื่อแล้ว แป้งบอกว่าถ้าเบื่อก็ไม่ต้องมายุ่งกับตนอีก พูดดักคอว่า

"แต่คุณเลิกยุ่งไม่ได้ใช่ไหมล่ะ เพราะยังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ คุณบอกความจริงมาดีกว่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมคุณต้องคอยหลบเลี่ยงไม่เจอหน้าฉัน คลิปวีดิโอที่คุณพูดถึงมันเกี่ยวกับฉันใช่ไหม"

นักรบนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้แป้งฟังว่า

"คุณโรสเขามีคลิปวีดิโอของเราสองคน จำกล้องวงจรปิด บนดาดฟ้าได้หรือเปล่าล่ะ มันมีภาพมากกว่าที่เราคิดไว้ แล้วบางภาพมันก็ชวนให้คิดว่าเราสองคน...เออะ...ดูใกล้ชิดกันเกินไป"

แป้งถามว่าโชติรสขู่ว่าจะเอาคลิปนั้นออกอากาศหรือ นักรบบอกว่าเธอให้ตนอยู่ห่างๆแป้งไว้ไม่อย่างนั้นจะเอาคลิปวีดิโอใส่ใน รายการ ตัวเขาเองไม่เป็นไรเพราะโชติรสคงยังเห็นแก่หน้าพ่อแม่ตนอยู่ แต่แป้งเองจะมีแต่เสียกับเสีย

"ก็ปล่อยให้หลุดไป ฉันไม่สนหรอก ฉันเป็นคนธรรมดา ไม่ได้เป็นไฮโซอย่างคุณที่จะต้องรักษาชื่อเสียง แล้วตอนนี้ฉันก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วถ้าถูกรุมประณามหยามเหยียดจนต้องปิด รายการยิ่งดี ฉันจะได้เป็นอิสระเสียที"

"ฉันปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้หรอก"

"ฉันก็ปล่อยให้คุณยอมถูกคุณโรสข่มขู่ไม่ได้หรอก ฉันจะไม่ยอมให้คุณต้องลดศักดิ์ศรีเพื่อมาปกป้องฉันหรอก คุณช่วยฉันมามากแล้ว ถึงเวลาที่ฉันจะได้ช่วยคุณบ้างล่ะ"

แม้จะเป็นเพียงคำพูด แต่ก็เป็นคำพูดดีๆที่ทำให้นักรบมองแป้งและยิ้มให้อย่างอ่อนโยน เขารู้สึกโล่งใจ ดีใจ ที่แป้ง ได้รู้ความจริงแล้ว

ooooooo

เมื่อพวกเจ๊ตุ่มหาแป้งไม่เจอก็กลับไปที่บ้านเล่าและปลอบใจปรียาที่เป็นห่วงแป้งมาก นุชคาดว่าแป้งคงถูกแฟนคลับพาไป

ทันใดนั้นเองนักรบก็พาแป้งกลับมาถึงบ้าน เจ๊ตุ่มพูดอย่างดีใจ โล่งใจว่า "แฟนคลับคนนี้นี่เอง" ปรียาโผเข้าไปกอดแป้งไว้พลิกหน้าลูกดูว่าโดนตรงไหนเจ็บตรงไหน ทุกคนห้อมล้อมแป้ง จนนักรบยืนเก้ออยู่ตรงนั้น ดีอกดีใจกันพอแล้วจึงหันมาสนใจเขา

นักรบขอโทษที่ไม่ได้โทร.มาบอกทางบ้านเลยทำให้

ทุกคนเป็นห่วง เอื้อมพูดแซวๆว่า

"พออยู่กันสองต่อสอง อะไรๆก็ลืมไปหมดหรือคะ"

ปรียาพยายามตัดบทว่าแป้งกลับมาปลอดภัยก็ดีแล้วไม่ต้องถามอะไรกันอีก แล้วหันไปขอบคุณนักรบที่ช่วยปรางค์ไว้

"ไม่เป็นไรหรอกครับคุณน้า ถ้าพรุ่งนี้ปรางค์เจ็บแผลทำงานไม่ไหวก็ให้พักอยู่บ้านเลยนะครับ ยกเลิกคิวได้เลย ผมรับผิดชอบเอง ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ" นักรบยกมือไหว้ ลาปรียาแล้วเดินออกไป

พอนักรบไปแล้วเท่านั้น ทุกคนก็หันขวับมองหน้าแป้งอย่างค้นหา แต่ละคนก็ซักถามพูดแซวๆจนแป้งถามว่าพูดเรื่องอะไรกัน พอเจ๊ตุ่มบอกว่าพูดเรื่องเธอกับนักรบว่าไปถึงไหนกันแล้ว ปรียาก็ขัดขึ้นว่า

"จะบ้าไปกันใหญ่แล้ว ไอ้ป้างมันเป็นกะเทย คุณนักรบไม่คิดอะไรกับมันหรอก ที่เขาคอยช่วยเหลือไอ้ป้างก็เพราะเขาเป็นคนดี มันก็เท่านั้น แกอย่าคิดฟุ้งซ่านไปกับพวกนี้ล่ะไอ้ป้าง"

แป้งฝืนยิ้มรับคำแม่ไม่เต็มเสียง

แต่พอแป้งเดินเข้าห้องนอน เอื้อมก็ตามมาถามตรงๆ ว่าชอบนักรบแล้วใช่ไหม แป้งตกใจที่ถูกถามแทงใจดำปฏิเสธว่าตนไม่ได้ชอบ แค่รู้สึกดีกับเขาเท่านั้นเอง เอื้อมฟันธงว่านั่นแหละกำลังตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว

"ฉันกับเขาเป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้น" แป้งยืนยัน เอื้อมถามว่าแล้วแป้งรู้สึกกับนักรบเหมือนที่รู้สึกกับกระบี่ไหม แป้งอึกอัก เอื้อมสรุปเองว่าไม่เหมือนใช่ไหม นั่นแหละเพราะเธอคิดกับเขาไม่ใช่แค่เพื่อน

"บ้าน่า จะมีอะไรมากกว่านั้นได้ยังไง ฉันเป็นกะเทยนะ ถึงฉันจะชอบเขาเขาก็ไม่มีวันชอบฉันได้หรอก เท่าที่เขายอมคบฉันเป็นเพื่อนก็ขอบคุณเขามากแล้ว"

เอื้อมยังฝากความหวังว่าเสร็จงานมิสเรนโบว์ควีนเมื่อไรให้บอกความจริงกับนักรบเลย เชื่อว่าเขาต้องชอบแป้งแน่ๆ แต่แป้งยังไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ เพราะเราแตกต่างกันมากเหมือนอยู่กันคนละโลกคงไม่มีทางเป็นไปได้

ฟังแล้วเอื้อมก็ได้แต่มองแป้งด้วยความเห็นใจ

ooooooo

การเสียสละตัวเองปกป้องแฟนคลับอย่างกล้าหาญของแป้ง ทำให้คะแนนนิยมในตัวแป้งสูงขึ้นมาก จนบรรดานักข่าวพากันถามถึงอนาคตของแป้งถึงเรื่องงานในวงการบันเทิงต่อไป

ส่วนข้าวฟ่างแม้จะมีแฟนคลับกลุ่มสีม่วงเชียร์กันอยู่อย่างเหนียวแน่น แต่เมื่อเห็นคะแนนนิยมในตัวแป้งนำลิ่วไปเช่นนั้นก็ได้แต่จ้องจิกอย่างอิจฉาตาร้อน

วันนี้แป้งต้องไปถ่ายทำรายการที่ชายหาดพัทยา ระหว่างรอทีมงานเซตฉาก แป้งนั่งอ่านหนังสือรอเบื่อๆเลยโทร.ไปหาปรางค์   ถามว่ากระบี่ยอมเลิกคิดบ้าๆกับตนแล้วหรือยัง

"ตอนนี้มันหายหน้าไปเลย แต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ พ่อก็ไม่เคี่ยวเข็ญให้พี่เป็นแฟนกระบี่แล้ว แต่บังคับให้พี่ซ้อมมวยแทน"

แป้งตกใจเพราะปรางค์ไม่เคยชกมวยแล้วจะขึ้นชกได้อย่างไร ปรางค์ทำเสียงเข้มแข็งบอกน้องเพื่อให้หายกังวลว่า  ตนเป็นผู้ชายยังไงก็พอเป็นอยู่บ้าง  ถ้าฟิตซ้อมร่างกายและฝึกหนักๆ สักสองสามอาทิตย์ก็น่าจะพอขึ้นชกไหว แล้วทำเป็นพูดขำๆว่า

"คราวนี้พี่จะไม่ยอมแพ้ผู้หญิงให้ขายหน้าหรอก" เมื่อแป้งถามว่าไหวจริงเหรอ ปรางค์รับรองว่า "จริงซิ พี่ต้องทำได้ คราวนี้พี่จะต้องกอบกู้ชื่อของเธอให้กลับคืนมา พี่จะต้องชนะ พี่จะช่วยปูทางให้เธอไปสู่เวทีที่ใหญ่ขึ้น แล้วก็ไปถึงเวทีโลกให้ได้ เธอทำเพื่อพี่มามากแล้วให้พี่ทำให้เธอบ้าง วันนี้พี่อยากได้ยินเสียงเธอ เพื่อจะทำให้พี่มีกำลังใจสู้ต่อไป"

"พี่ปรางค์ ถ้าพี่ไม่ไหวก็บอกพ่อไปตรงๆ"

ความห่วงใยของแป้งทำให้ปรางค์เกือบกลั้นน้ำตาไว้ ไม่อยู่ แต่แข็งใจตอบน้องไปว่า

"ไม่...พี่จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พี่จะสู้ เธอเป็นผู้หญิงเธอยังทำได้เลย แล้วทำไมพี่จะทำไม่ได้ล่ะ พี่จะไม่ให้พ่อต้องผิดหวังในตัวพี่มากไปกว่านี้ รอฟังข้าวดีนะแป้ง"

พูดเสร็จปรางค์กดโทรศัพท์ตัดสายทันทีก่อนที่จะร้องไห้ออกมา แต่แป้งก็ฟังน้ำเสียงปรางค์ออกรับรู้ถึงความรู้สึกของปรางค์ว่ากำลังทุกข์ใจเรื่องที่ต้องขึ้นชกมวย คิดแล้วเครียดด้วยความสงสารพี่ตัวเอง

ooooooo

เพราะเป็นห่วงปรางค์ ดังนั้น เมื่อกลับมาที่บ้าน เจ๊ตุ่มให้แป้งเลือกชุดที่จะไปประกวดที่อเมริกา แป้งขอให้ปรางค์เป็นคนมาเลือกเองดีกว่าเพราะตนอยากกลับพัทยาแล้ว ทำเอาพวกเจ๊หน้าเสียไปตามกัน

เจ๊ตุ่มหว่านล้อมแป้งว่าเธอยังกลับตอนนี้ไม่ได้เพราะความเป็นกะเทยห้าวทำให้ชื่อของปรางค์ธิดาดังขึ้นมา ถ้าปรางค์มาสวมบทบาทต่อตอนนี้จะทำได้อย่างเธอหรือ นุชก็คาดว่าปรางค์ทนความกดดันเป็นมิสเรนโบว์ควีนไม่ไหวแน่ๆ เอื้อมต่อรองให้อดทนอีกแค่สองอาทิตย์ก็หมดสัญญากับรายการแล้ว ถึงตอนนั้นค่อยเปลี่ยนตัวกับปรางค์ก็ได้

ไม่ว่าใครจะกล่อมอย่างไร แป้งยืนกรานอย่างเดียวว่าตนต้องกลับเพื่อไปฟิตซ้อมร่างกายเตรียมขึ้นชกมวย ย้ำอย่างมุ่งมั่นกับพวกเจ๊ตุ่มว่า

"นี่เป็นความฝันของหนูนะคะ น้าตุ่ม น้านุช หนูจะต้องกลับไปสานฝันของหนู พี่ปรางค์ก็ควรจะกลับมาทำฝันของตัวเองให้เป็นจริง และที่สำคัญหนูเป็นห่วงพี่ปรางค์ค่ะ ถ้าพี่ปรางค์ต้องขึ้นชกอีกครั้ง คราวนี้พี่ปรางค์อาจจะเอาชีวิตไม่รอดก็ได้นะคะ"

เหตุผลที่ถึงชีวิตของแป้งทำเอาทุกคนอึ้ง ส่วนแป้งก็ยังคงมีสีหน้าแน่วแน่ไม่เปลี่ยนใจ

ooooooo

ส่วนนักรบก็ถูกทั้งพ่อและแม่บีบคั้นอย่างหนัก แต่คนอย่างเขายอมให้บีบคั้นเรื่องการงานเท่านั้นแต่ จะบังคับในเรื่องส่วนตัว   เขาบอกกับพ่อและแม่ว่า ยอมไม่ได้

ศักดิ์สิทธิ์และโสภากลัวนักรบจะติดพันกะเทย เรียกมาสั่งว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เขาเสียชื่อเสียงมากไปกว่านี้พ่อกับแม่ตัดสินใจจะให้เขาหมั้นกับโชติรสเสีย

"อะไรนะครับ?! ผมไม่หมั้นกับคุณโรสเด็ดขาด คุณพ่อ คุณแม่อย่ามาอ้างเรื่องผมกับปรางค์เลยครับ ผมรู้ว่าคุณพ่อ คุณแม่กำลังคิดทำอะไร ถ้าหากไม่มีเงินจ่ายค่าหุ้นจริงๆก็ถอนตัวออกมาอย่ามาใช้วิธีนี้ดีกว่าครับ"

"แต่ก็มีวิธีนี้วิธีเดียวแหละที่แกจะช่วยกู้หน้าให้กับครอบครัวได้ ถ้าแกไม่อยากให้ฉันล้มละลายขายหน้าก็แต่งงานกับ

หนูโรสซะ"

"ผมไม่มีวันแต่งงานกับคนที่ผมไม่รักหรอกครับ" นักรบทิ้งทวนแล้วเดินออกไปเลย

นึกว่าจะพ้นแล้ว ที่ไหนได้ออกมาเจอโชติรสกำลังเดินเข้ามาพอดีถามว่าจะไปไหนเพราะคุณลุงคุณป้าโทร.นัดมาทานข้าวเย็นด้วยกันนึกว่าเขาจะอยู่ทานด้วย นักรบเลยตัดสินใจพูดกับเธอตรงๆว่า

"คุณโรส...ผมไม่รู้ว่าคุณพ่อคุณแม่พูดอะไรกับคุณไปนะครับ แต่ผมขอบอกไว้ก่อนว่าผมยอมได้เฉพาะเรื่องที่ต้องทำงานให้คุณเท่านั้น ถ้าเป็นเรื่องนอกเหนือจากนี้ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาบังคับผมได้อีก"

โชติรสถามว่าเขาพูดเรื่องอะไร นักรบบอกว่า เรื่องที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้เราแต่งงานกัน เธอพูดให้เขาผ่อนคลายว่า คุณลุงคุณป้าก็แค่ชี้แนะทางเดินที่ถูกต้องให้เราเท่านั้น นักรบมองหน้าเธอนิ่งถามว่า

"นี่แสดงว่าคุณเห็นด้วยกับคุณพ่อคุณแม่ผมงั้นหรือครับ"

"โรสเห็นด้วยกับคุณลุงคุณป้า ก็เพราะโรสเห็นว่าพี่รบเหมาะสมและคู่ควรกับโรสที่สุดค่ะ"

"เราไม่ได้รักกัน อย่าว่าแต่รักเลย แม้แต่เป็นเพื่อนกันเราก็ยังไปไม่ถึงจุดนั้นด้วยซ้ำ แล้วเราจะแต่งงานกันได้ยังไง นี่คุณเห็นผมไม่สนใจคุณเหมือนผู้ชายคนอื่นๆก็เลยต้องการเอาชนะผมงั้นหรือ"

"ก็อาจจะใช่ก็ได้ค่ะพี่รบ  แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือโรส

คิดว่า โรสวางใจที่จะให้พี่รบเป็นคู่ชีวิตของโรส ผู้ชายดีๆที่จะดูแลโรสแล้วก็ช่วยโรสบริหารงานได้ คงจะไม่มีใครดีไปกว่าพี่รบแล้วล่ะค่ะ แล้วเราค่อยคุยกันนะคะว่าเราควรจะแต่งงานกันเมื่อไหร่ดี"

พูดอย่างมั่นใจ หยิ่งยโส แล้วเธอก็เดินคอแข็งเข้าบ้านไป นักรบมองตามอย่างไม่พอใจ

ooooooo

เช้าวันต่อมา เจ๊จูนกับข้าวฟ่างก็พากันไปหาโชติรสที่ห้องทำงาน พากันฟ้อง เป่าหู และอ้อนว่าเวลานี้ปรางค์ดังกลบข้าวฟ่างหมดแล้ว เวลาไปถ่ายแบบก็ถ่ายคู่กันสองคน แต่เวลาตีพิมพ์ก็เลือกเอาแต่ปรางค์ขึ้นปกคนเดียว รายการต่างๆที่จองไว้ก็ยกเลิกหมด เจ๊ถามว่าคุณโรสปล่อยให้เป็นอย่างนี้ได้ยังไง

ท่าทีโชติรสเปลี่ยนไป เธอย้อนถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร เพราะเวลานี้ปรางค์กำลังฮอตในสังคมก็ต้องขายดีเป็นธรรมดา

เจ๊จูนเสนอว่าถ้าอย่างนั้นก็ต้องทำให้ข้าวฟ่างกลับมาฮอตเหมือนเดิมมีแอร์ไทม์ออกรายการเยอะๆ เยอะกว่าปรางค์ได้ก็ยิ่งดี
"ตอนนี้คงไม่ได้หรอกค่ะ ตอนนี้เรตติ้งรายการกำลังดีเพราะว่าคนตามดูปรางค์กันอยู่ ถ้าเปลี่ยนโฟกัสไปที่ข้าวฟ่างอาจจะทำให้เรตติ้งตกก็ได้ ฉันคงจะไม่เสี่ยงหรอกนะ"

ไม่ว่าเจ๊จูนจะเสนอและอ้อนอย่างไร โชติรสก็ยืนกรานที่จะต้องรักษาเรตติ้งของรายการตัวเอง พูดปลอบใจเจ๊ว่า คนที่อยู่ในวงการนี้มีขึ้นก็ต้องมีลง ให้ทำใจเสียเถอะ

ระหว่างนั่งคุยกันนั้น เจ๊จูนมองซอกแซก เห็นซองเอกสารวางอยู่บนโต๊ะเขียนที่ซองว่า "ลับเฉพาะ" และมีโลโก้รายการติดตามชีวิตราชินีสีรุ้งด้วย แผนอุบาทว์เกิดขึ้นทันที ทำเป็นคิดตกชวนข้าวฟ่างกลับ ขณะลุกขึ้นไหว้ลาก็ดันข้าวฟ่างบังตนไว้แล้วแอบหยิบซองติดมือกลับไปหวังจะล้วงลึกข้อมูลไปใช้ประโยชน์ หมายดันข้าวฟ่างให้เด่นดังขึ้นมาอีกให้ได้

ooooooo

วันนี้ แป้งไปสตูดิโอเตรียมถ่ายทำรายการอย่างไม่มีสมาธิจนต๊อดดูออก พอนักรบมาเขารีบไปบอกว่า "เด็กพี่วันนี้ไม่มีสมาธิเลย สงสัยจะต้องมีปัญหาอะไรแน่ๆ" พูดแล้วเห็นนักรบเองก็หน้าเครียดเหมือนกันเลยอดแซวไม่ได้  "อ๊ะ  พี่รบก็หน้าเครียดๆนะ  สงสัยกำลังจะมีปัญหาเหมือนกัน แล้วจะมีปัญหาอะไรไปได้ นอกจากปัญหาหัวใจ"

"ไอ้ต๊อด!"

เสียงแบบนี้ต๊อดรู้แล้วว่าควรทำอย่างไร เลยรีบทำทีขอตัวไปดูข้างในก่อนว่าพร้อมถ่ายหรือยัง นักรบจึงเดินไปหาแป้งถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า แป้งบอกว่าตอนนี้ตนมีคิวแน่นทุกวัน พอจะมีวันหยุดวันไหนได้ไหม

นักรบมองอย่างสังเกตถามว่าเธอจะไปไหน พอแป้งบอกว่าไปทำธุระส่วนตัวเลยถูกตอบอย่างฉุนๆว่า "ถ้าเธอไม่บอกว่าเธอมีธุระอะไร ฉันคงจะยกเลิกคิวให้ไม่ได้หรอกนะ"

คนหนึ่งอยากจะรู้แต่อีกคนไม่ยอมบอก สุดท้ายแป้งยื่นหมูยื่นแมวว่า ถ้าตนบอกปัญหาของตนแล้วเขาจะบอกปัญหาของเขาไหม

"ถึงเธอรู้ไปเธอก็แก้ปัญหาให้ฉันไม่ได้หรอก" นักรบตัดบท

"คุณเองถ้ารู้ปัญหาของฉัน คุณก็ช่วยอะไรฉันไม่ได้

เหมือนกัน" แป้งสวนไปอย่างถือดีแล้วเดินออกไปเซ็งๆ นักรบเดินตามไปอีกแบบจะต้องคุยกันให้รู้เรื่องให้ได้

นักรบตามไปถามว่าที่ผ่านมาตนไม่ได้ช่วยอะไรเธอเลยหรือ แป้งยอมรับว่าเขาช่วยและช่วยอย่างดี ถ้าไม่ได้เขาตนก็คงมาไม่ถึงจุดนี้ ปัญหาของตนตอนนี้มีแต่ตนคนเดียวเท่านั้นที่จะแก้ได้ แต่เวลานี้ยังบอกไม่ได้ เอาไว้ถึงเวลาที่เหมาะสมเมื่อไรจะบอกเขาเป็นคนแรก หวังว่าคงเข้าใจ

"เธอมีอะไรปิดบังฉันอยู่ไหมปรางค์"

"คุณมองฉันดีๆซิคะ แล้วคุณจะรู้ว่า ฉันไม่ได้เป็นคนที่คุณคิดว่าฉันเป็น"

"แล้วเธอเป็นใคร" นักรบเดินเข้ามาจับตัวแป้งไว้มองอย่างสำรวจ

"ฉัน...ฉันเป็นผู้หญิงที่คุณพบในครั้งแรกไงคะ" แป้งบอกยืนให้เขามองหน้าให้เต็มตา

ทันใดนั้นเองโชติรสเรียกนักรบเสียงเข้ม จนทั้งสองถอยห่างจากกัน จากนั้นโชติรสก็ต่อว่าตำหนินักรบว่า ตนบอกแล้วว่าให้อยู่ห่างๆกะเทยคนนี้ มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม

"ผมไม่จำเป็นต้องแก้ตัวเพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ขอโทษนะผมมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับปรางค์" นักรบเดินไปดึงแป้งจะพาไปคุยที่อื่น แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเสียงโชติรสพูดตามมาว่า

"พี่รบรู้ใช่ไหมคะ ถ้าพี่รบไม่ทำตามที่โรสสั่งจะเกิดอะไรขึ้น" แป้งเลยท้าว่าถ้าจะเอาเรื่องคลิปวีดิโอตนกับนักรบมาขู่ละก็ตนไม่กลัว แต่อย่ามาขู่กรรโชกกันแบบนี้ โชติรสหันขวับจ้องจิกแป้ง บอกว่า "ฉันไม่ได้ขู่กรรโชก ฉันแค่ขอร้องพี่รบให้

คิดดีๆ ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป" แล้วหันไปพูดกับนักรบ "พี่รบไม่ควรยุ่งกับปรางค์อีก นี่ไม่ใช่คำสั่งจากเจ้านายแต่เป็นคำขอร้องจากคู่หมั้นของพี่รบนะคะ"

แป้งชะงักกึก นักรบโต้ว่าตนยังไม่ได้ตกลงอะไรด้วยแต่โชติรสอ้างว่า เขาไม่ได้ตกลงแต่คุณพ่อคุณแม่เขาตกลงกับ

คุณแม่ตนเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรเราก็ต้องแต่งงานกัน

"งั้นคุณก็อยู่เคลียร์กับคู่หมั้นของคุณเถอะค่ะ ฉันจะต้องไปถ่ายรายการแล้ว"

แป้งเดินสะบัดไปแล้ว นักรบยืนอึ้ง ในขณะที่โชติรสมองทั้งคู่ยิ้มอย่างสะใจ...อย่างผู้ชนะ!

ooooooo

หลังบอกเจ๊ตุ่มว่าจะกลับพัทยาเพื่อไปเตรียมฟิตร่างกายเพื่อขึ้นชกมวยแล้ว แป้งก็เตรียมเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ชุดที่เป็นของผู้หญิงก็กะจะไม่เอาไปเผื่อให้ปรางค์ไว้ใช้ ปรียามาเจอเข้าถามว่าเก็บเสื้อผ้าจะไปไหน ทำเอาแป้งตั้งหลักไม่ทันตอบอึกๆอักๆว่าจะต้องไปถ่ายรายการที่ต่างจังหวัด

ปรียาถามว่าไปไหน ไปกี่วัน ทำไมนุชไม่เห็นบอกแป้งปดเอาตัวรอดไปตามเรื่องว่า

"เออ...รายการเขาเพิ่งติดต่อมาน่ะ เป็นรายการพาไปชิมอาหารตามร้านดังๆน่ะแม่" บอกแล้วเข้าไปกอดอ้อนแม่ว่า "หนูคงคิดถึงแม่น่าดูเลย"

ปรียาสะดุดใจว่าพูดเหมือนจะไปหลายวัน แป้งบอกว่าไม่กี่วัน ถามอีกว่าแล้วแม่อยู่คนเดียวเหงาหรือเปล่า ทำให้

ปรียายิ่งเอะใจมองหน้าอย่างค้นหาบอกว่าวันนี้มาแปลกทำเป็นอ้อนเหมือนลูกแหง่

แป้งถามปรียาตรงๆว่าแม่เคยคิดถึงพ่อบ้างไหม ปรียาหน้าตึงทันทีถามว่าจะคิดถึงทำไมเราต่างคนต่างไปแล้ว

"แม่ยังโกรธพ่อไม่หายเหรอ แล้วถ้าพ่อกลับตัวกลับใจไม่เล่นการพนันแล้ว แม่จะยกโทษให้พ่อ ยอมให้พ่อกลับมาอยู่ด้วยหรือเปล่า"

"เราอยู่กันสองคนอย่างนี้ก็ดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีพ่อแก ฉันก็เลี้ยงแกมาได้ หรือว่าแกอยู่กับฉันไม่มีความสุข"

"หนูมีความสุขจ้ะแม่ แต่ถ้าเราได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบครัวเดียวกัน มันก็น่าจะดีกว่าไม่ใช่เหรอจ๊ะแม่"

"แกเลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ครอบครัวของเราจะมีแต่ฉันกับแกเท่านั้น"

แป้งเห็นถึงความเด็ดเดี่ยวของแม่แล้วตัวเองก็ใจห่อเหี่ยวผิดหวัง

ooooooo

บ้านแป้งที่พัทยา ประพันธ์เข้าบ้านมาบอกข่าวดี แก่ปรางค์ที่กำลังเก็บกวาดบ้านอยู่ว่า

"ไอ้แป้ง...ไอ้แป้งโว้ย แกได้ขึ้นชกแล้วโว้ย เราโชคดีจริงๆเลย ยิ่งกว่าถูกหวยเสียอีกนะเนี่ย คู่ชกของน้ำเพชร ก้องเกียรติยิม เกิดมอเตอร์ไซค์คว่ำขาหักขึ้นชกไม่ได้ พี่พงษ์เลยให้แกขึ้นเสียบชกแทน ดีใจไหมวะไอ้แป้ง"

ปรางค์ฟังแล้วสยอง ถามพ่อว่าฝีมือระดับแชมป์อย่างนั้นตนจะสู้ไหวหรือ ประพันธ์รับรองว่าไหว  มีเทรนเนอร์มือหนึ่งอย่างตนอยู่ทั้งคนทำไมจะไม่ไหว เร่งปรางค์ให้ไปเปลี่ยนชุดจะได้ซ้อมมวยกันเพราะมีเวลาเหลืออีกไม่เท่าไหร่แล้ว ปรางค์ ยิ่งซีดถามว่าต้องขึ้นชกเมื่อไรหรือ

"ศุกร์นี้แหละ"

ปรางค์แทบช็อกถามว่ามะรืนนี้แล้วตนจะฟิตร่างกายทันได้ยังไง ตนจะเอาอะไรไปสู้เขา

"ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจโว้ย ถ้าใจแกสู้ซะอย่าง ไม่ว่าคู่ชกของแกจะเก่งแค่ไหน แกก็ชนะได้ เชื่อพ่อไอ้แป้ง"

ปรางค์ซีดสนิทนึกสยองจนขนหัวลุก

ooooooo

ประพันธ์คุมปรางค์ซ้อมทันทีใส่นวมให้พลางปลุกเร้า เล่าถึงแผนการเผด็จศึกเชื่อว่าคราวนี้ทุกคนจะต้องตะลึงในฝีมือการชกของปรางค์แน่ๆ ตะโกนอย่างฮึกห้าวเหิมหาญ "ไอ้แป้งรีเทิร์น...ไอ้แป้งเนเวอร์ดายโว้ย!"

"แต่คราวนี้หนูอาจจะตายคาเวทีก็ได้นะจ๊ะพ่อ" ปรางค์ ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว อดถามพ่อไม่ได้ว่า "พ่ออยากให้หนูเป็นนักมวย แล้วพ่ออยากให้พี่ป้างเขาเป็นอะไรจ๊ะ"

ประพันธ์พูดถึงป้างว่าเป็นอะไรก็ได้ขอให้หาเงินเลี้ยงแม่ได้ก็พอ แล้วพูดถึงป้างอย่างคาดหวังว่า "ไอ้ป้างมันคงต้องมีใจเป็นนักสู้เหมือนแกล่ะมั้ง โตขึ้นมันต้องเป็นนักกีฬาแน่ๆ พี่น้องไม่น่าจะต่างกันนักหรอก"

ปรางค์แกล้งถามว่าแล้วถ้าป้างไม่มีอะไรเหมือนตนอย่างที่พ่อคิดล่ะ ประพันธ์ตอบอย่างมั่นใจว่าไม่มีทาง ยังไงป้างก็ต้องมีเลือดพ่ออยู่บ้าง แล้วก็คุยฟุ้งว่าป้างต้องเหมือนตนตอนหนุ่มๆ หล่อล่ำบึ้กมีสาวติดตรึม ขออย่างเดียวอย่ามีเมียตั้งแต่เรียนไม่จบเหมือนพ่อก็แล้วกัน พูดแล้วหัวเราะขำๆทิ้งท้ายว่า

"ไอ้ป้าง พ่ออยากเจอมันจริงๆ ไม่รู้มันจะเป็นยังไงบ้าง"

แต่ปรางค์ฟังแล้วขำไม่ออก นึกกลัวว่าถ้าพ่อรู้ความจริงแล้วจะผิดหวัง

ปรางค์ไม่เพียงแต่ทุกข์ใจเรื่องชกมวยเท่านั้น ยังถูก กระบี่ตามวอแวอีก กระบี่ถามว่าแน่ใจหรือว่าจะชนะน้ำเพชร ก้องเกียรติยิม เพราะฝีมือคนละชั้น บ่นว่า "คราวนี้แกตายคาเวทีแน่ๆ"

ปรางค์บอกว่าตนไม่มีทางเลือก กระบี่ย้อนให้คิดอีกว่าถ้าเลือกที่จะคบกับตนก็ไม่ต้องขึ้นชก พูดอย่างมีความหวังว่า "ไอ้แป้ง แกเปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทันนะ"

ปรางค์เหนื่อยใจเหลือเกิน บอกตรงๆว่าตนเป็นแฟนกระบี่ไม่ได้ พูดชัดๆว่า "ไอ้แป้งที่ยืนต่อหน้าแกคนนี้ไม่ใช่ ไอ้แป้งที่แกรักหรอกกระบี่"

ต่อให้พูดจนเหนียงยานกระบี่ก็ไม่เชื่อ ทั้งยังจับปรางค์ เขย่าบอกว่าตนไม่มีแป้งที่ไหนอีกแล้ว นอกจากแป้งที่ยืนอยู่ ตรงหน้าตนคนนี้คนเดียวเท่านั้น เลยถูกปรางค์ชกเปรี้ยงเข้าให้ พูดใส่หน้าเรียกสติว่า

"ถ้าแกรักแป้งจริงๆ แกก็น่าจะรู้ว่าคนที่แกรักเปลี่ยนไป ไม่ได้เป็นคนเดิม แต่นี่แกไม่รู้ แสดงว่าแกไม่ได้รู้จักคนที่แกรักจริงๆ เลิกคิดอะไรกับแป้งได้แล้วกระบี่!" พูดเสร็จก็วิ่งออกไปอย่างไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว กระบี่ได้แต่มองตามปรางค์ไปอย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

เจ๊จูนเอาซองที่ขโมยมาจากโต๊ะโชติรสเอาแผ่นซีดีในซองมาใส่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กดูกันที่ร้านอาหาร ระหว่างรอภาพก็คาดเดากันไปต่างๆนานา จนกระทั่งปรากฏภาพบนจอจึงรู้ว่าเป็นภาพจากกล้องวงจรป”ด เห็นชัดๆเต็มสองตาว่าคือนักรบกับแป้งที่ติดอยู่บนดาดฟ้า มีแบ่งทอฟฟ•่กันกิน มีนอนเคียงข้างกันและกุ๊กกิ๊กกันสองคน

เจ๊จูนอ่านใจโชติรสออกทันทีว่าที่เก็บคลิปนี้ไว้เพราะนักรบนี่เอง ข้าวฟ่างเสนอว่าเอาไปคืนดีไหม เพราะถ้าโชติรสรู้เข้าต้องโกรธแน่ๆ เจ๊จูนยิ้มร้าย พูดอย่างมีแผนว่า

"คุณโรสไม่โกรธหรอก เพราะเราจะช่วยเพิ่มเรตติ้งให้กับรายการ งานนี้นังปรางค์จะได้ดังและดับในคราวเดียวกันเลย!"

จากนั้นเจ๊จูนไปบอกเจ้าหน้าที่ตัดต่อว่าโชติรสให้เอาคลิปนี่ลงในรายการช่วงไฮไลต์ตอนเย็นด้วย เจ้าหน้าที่บอกว่านักรบไม่ได้สั่ง เจ๊จูนอ้างว่านักรบไม่ได้สั่งแต่โชติรสเจ้าของบริษัทเป“นคนสั่งถามว่า

"คุณโรสเธอทำงานข้ามหน้าข้ามตาคุณรบออกจะบ่อยไปยังไม่ชินอีกเหรอคะ"

ครั้นเจ้าหน้าที่ถามหาใบสั่งงาน เจ๊จูนก็อ้างว่าโชติรสเพิ่งตัดสินใจเมื่อกี้นี้เองก็เลยมีแต่สคริปต์  ย้ำว่าต้องใส่สคริปต์นี่ตามที่โชติรสเขียนมา และต้องออกอากาศให้ทันเย็นนี้ไม่อย่างนั้นเป“นเรื่องแน่

ทั้งหลอกทั้งขู่จนเจ้าหน้าที่เชื่อแล้วเจ๊จูนก็รีบพาข้าวฟ่างออกไปก่อนที่แผนจะแตก

ตกเย็น ศักดิ์สิทธิ์ โสภา และนักรบนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน ศักดิ์สิทธิ์กดดูรายการเรียลลิตี้เพื่อติดตามผลงาน รายการเริ่มพอดี ผู้บรรยายกำลังบรรยายอย่างออกรส...

"คุณผู้ชมคะ เรามีข่าวล่าข่าวร้อนมาฝากค่ะ เหตุการณ์ ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่แน่ชัด เกิดขึ้นอย่างไรไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆก็คือความลับไม่มีในโลกค่ะ ใช่แล้วค่ะ นี่คือน้องปรางค์ของเรากับชายหนุ่มปริศนา เห็นภาพแล้วก็ไม่ต้องสืบนะคะว่า ชายหนุ่มปริศนานี่เป“นอะไรกับน้องปรางค์ มีแฟนก็ไม่บอกนะคะน้องปรางค์ขา แล้วที่ต้องแอบไปจู๋จี๋กันหลบๆซ่อนๆนี่เพราะผู้ชายมีเจ้าของแล้วหรือเปล่า ซ้อสงสัยจริงๆ"

แม้ภาพชายในคลิปจะทำเบลอๆดูไม่ชัด แต่คนดูก็เดาได้จากรูปร่างและบุคลิกว่าเป“นนักรบ ส่วนแป้งนั้นเห็นหน้าเต็มๆ

ศักดิ์สิทธิ์หันไปเอาเรื่องนักรบทันทีว่าไปทำอะไรกับปรางค์บนดาดฟ้า ส่วนโสภาก็ตีโพยตีพายว่าแบบนี้แม่จะเอาหน้าไปไว้ไหนลูกมีข่าวฉาวกับกะเทย ถามว่าแล้วจะจัดการยังไง

"เดี๋ยวผมจัดการเอง" นักรบบอกหน้าตาเคร่งเครียดแล้วลุกออกไปทันที

ooooooo

ที่ล็อบบี้บริษัทของโชติรส เจ้าตัวไปยืนอยู่ข้างหลังของพวกพนักงานที่กำลังดูรายการและพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างเมามัน เธอเดินเลี่ยงออกมา อึดใจเดียวก็ได้รับโทรศัพท์จากนักรบเขาโทร.จากห้องทำงานในบ้าน ถามอย่างไม่พอใจมากว่า

"คุณทำอย่างนี้ได้ยังไงคุณโรส คุณรู้หรือเปล่า คุณกำลังทำลายชีวิตคนดีๆคนนึงอยู่" โชติรสปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำไม่รู้ เหมือนกันว่าคลิปนั่นไปอยู่ในรายการได้ยังไง นักรบไม่เชื่อ

"เชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจค่ะ โรสกำลังจะแต่งงานกับพี่รบอยู่แล้ว เรื่องอะไรโรสจะทำลายชื่อเสียงของพี่รบล่ะคะ แล้วเรื่องนี้โรสจะตรวจสอบเองว่าเป“นฝ•มือใคร ตอนนี้พี่รบอยู่เงียบๆไปก่อนนะคะ อย่าทำอะไรเด็ดขาดถ้าไม่อยากให้ใครรู้ว่าผู้ชายในคลิปเป“นพี่รบ" พูดแล้วกดตัดสาย หน้าเครียดคิดแก้เกม

ส่วนนักรบหลังจากตัดสายกับโชติรสแล้ว เขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่าเธอไม่ได้ทำ

ooooooo

ตอนที่ 12

ที่ห้องตัดต่อบริษัทของโชติรส เธอกำลังดูเทปที่ต๊อดส่งมา สั่งก้องที่เป็นครีเอทีฟให้ตัดช่วงที่มีปรียาออก ก้องทักท้วงว่านี่เป็นช่วงที่ทำให้รายการน่าสนใจมากขึ้น เพราะเป็นภาพน่ารักระหว่างปรางค์กับแม่ที่กอดกันด้วยความรักและยินดี

"คนไม่ชอบดูเรื่องดีๆกันหรอก รายการของเราเปิดตัวมาแรงจะมาเล่นประเด็นครอบครัวน่ารักอบอุ่นมันไม่เวิร์ก หรอก แต่ประเด็นปรางค์เกาเหลากับข้าวฟ่างคงจะเล่นได้อีกไม่กี่วัน เราต้องรีบหาประเด็นใหม่ นี่สืบเรื่องพ่อของปรางค์ถึงไหนแล้ว"

ก้องบอกว่าอีกสองสามวันน่าจะได้เรื่องแต่นักรบคงไม่เห็นด้วยให้เล่นจุดนี้ โชติรสพูดหน้านิ่งๆว่าไม่จำเป็นต้องให้เขารู้ เราจะได้ทำงานง่ายหน่อย

"เอาเทปมาส่งครับพี่" ต๊อดเดินเข้ามาเอาเทปวางไว้บน โต๊ะ เอะใจเลยเช็กเทปอีกครั้ง ต๊อดจึงนึกได้รีบไปบอกพนักงานตัดต่อ "พี่ครับ ช่วยลบเทปม้วนนี้ให้หน่อยนะครับ พี่รบสั่งมา อย่าลืมนะครับเดี๋ยวผมต้องรีบไปทำงานต่อ ขอบคุณมากครับ"

มันคือเทปที่นักรบคุยกับแป้งและจับมือแป้งที่สวนสาธารณะที่ต๊อดแอบถ่ายเล่นๆแล้วลืมลบนั่นเอง

โชติรสได้ยินต๊อดบอกพนักงานตัดต่อก็หันมองเทปม้วนนั้นอย่างสนใจ พอต๊อดไปแล้วเธอหยิบเทปม้วนนั้นใส่เครื่องกดดู พอเห็นภาพบนจอที่นับรบยื่นมือให้แป้งจับและทั้งสองจับมือยิ้มให้กันอย่าง บริสุทธิ์ใจ เธอกดปิดเครื่องทันที จากนั้นโทร.ตามตัวนักรบให้มาพบด่วนตนมีเรื่องจะคุยด้วยวันนี้และเดี๋ยวนี้

โชติรสพูดไม่ทันจบดีเครื่องปลายสายก็ดับ เธอฉุนกึกหาว่าตัดสายตนทิ้ง ส่วนนักรบพอเสียงเงียบเขาเอาโทรศัพท์มาดูพูดอย่างสะใจ "แบตหมดได้จังหวะดีจริงๆ!"

ooooooo

วันนี้จะต้องเข้าสตูดิโอถ่ายทำเทปโปรโมตรายการ แป้งในชุดสบายๆมาที่บริษัทของโชติรสเพื่อมาเปลี่ยนชุดและแต่งตัว พอนุชเห็นก็โวยวายว่าทำไมแต่งตัวมาแบบนี้ แป้งบอกว่าขอสบายๆสักวันเถอะแล้วก็เดินสบายใจจริงๆเพราะไปไหนมาไหนไม่มีใคร สนใจเลย

เมื่อมานั่งรอที่ล็อบบี้ เอื้อมเอาสคริปต์โปรโมตที่แป้งต้องถ่ายวันนี้มาให้ท่อง แป้งดูแล้วบอกว่ามันไม่ใช่ตัวตนของตัวเองเลย ถามเอื้อมอย่างไม่พอใจว่า

"นี่มันรายการเรียลลิตี้จริงๆหรือเปล่าเนี่ย"

"เดี๋ยวให้เขาปรับให้ใหม่คงได้มั้ง" เอื้อมตอบไปอย่างนั้นเอง พอดีโทรทัศน์จอยักษ์ที่อยู่ในล็อบบี้ดังขึ้นมีเสียงเอะอะโวยวาย แป้งเดินไปดู เป็นภาพที่แป้งไล่ต่อยเตะข้าวฟ่างจนล้มลุกคลุกคลาน ส่วนข้าวฟ่างก็ยกมือไหว้ขอโทษแป้งน้ำตานองหน้าดูน่าสงสารมาก

แป้งมองตะลึง พริบตานั้นก็มีภาพปรียาหน้าซีดเผือดออกมาขอโทษแทนลูก ยกมือไหว้คนดูพูดอย่างน่าสงสารว่า

"ที่จริงเรื่องที่เกิดขึ้น ฉันเป็นต้นเหตุเอง ถ้าจะโทษก็ให้โทษฉันคนเดียวเถอะค่ะ ถ้าฉันไม่ไปหาลูกที่งานประกวดก็คงไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น ฉันผิดเองค่ะ อย่าต่อว่าปรางค์เขาอีกเลยนะคะ ฉันขอโทษข้าวฟ่างด้วยนะคะ แล้วก็ขอโทษเจ้าของรายการ ทำให้รายการเขาต้องเสียชื่อ ขอโทษคนดูรายการนี้ด้วย ขอโทษทุกคนเลยค่ะ ขอโทษนะคะ" ปรียาพูดอย่างลนลานวกวน แสดงถึงความว้าวุ่นใจอย่างมาก

แป้งยืนอึ้ง พลันก็ได้ยินเสียงผู้หญิงสองคนที่ดูรายการเดียวกันนี้พากันตำหนิ ด่าปรียาว่าเลี้ยงลูกไม่เป็น เลี้ยงลูกเป็นกะเทย เลี้ยงลูกเป็นนักเลง ด่าส่งท้ายว่า

"แต่ยังหน้าด้านออกทีวีได้ทุกวันเลยนะ หน้าด้านทั้งแม่ ทั้งลูก"

แป้งทนไม่ได้อยากจะชกหน้าผู้หญิงทั้งสองสักเปรี้ยงแต่ก็พยายามอดกลั้นกลัวมี เรื่องอีก สุดท้ายทนไม่ไหววิ่งหนีไป เอื้อมตกใจร้องเรียกก็ไม่หยุด วิ่งตามไปก็ไม่ทันเสียแล้ว

เกิดความโกลาหลขึ้นทันที พวกเจ๊ตุ่มทุกคนพากันออกตามหาแป้งกันพล่านแต่ไม่มีใครเจอเลย นักรบก็ช่วยตามหาด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งไปเจอแป้งนั่งกอดเข่าซบหน้ากับเข่าร้องไห้อยู่บนดาดฟ้า เขาวิ่งเข้าไปหาทั้งดีใจทั้งฉุน

"เธออยู่นี่เอง รู้ไหมว่าทุกคนกำลังตามหาเธอกันให้ วุ่นวายไปหมด"

แป้งเงยหน้าขึ้นรีบเช็ดน้ำตาลุกเผชิญหน้ากับนักรบ บอกว่าไม่ต้องมาตาม ตนจะไม่กลับไปทำงานกับพวกเขาอีกแล้ว นักรบพูดอย่างเข้าใจว่า "ฉันรู้ว่าเธอเจอกับอะไรมา"

"แต่พวกคุณไม่รู้หรอกว่าฉันรู้สึกยังไง ฉันเจ็บปวดแค่ไหนที่เห็นรายการของคุณทำอะไรกับชีวิตฉัน"

นักรบชี้แจงว่าตนก็ไม่อยากให้รายการออกไปอย่างนั้นแต่มันเหนือการควบคุมของตนจริงๆ ขอร้องแป้งว่ายังไงเธอก็ต้องกลับไปทำงานต่อ

"ฉันไม่กลับ! ฉันไม่ยอมกลับไปให้พวกคุณหลอกใช้อีก แล้วไม่ต้องมาขู่ฉันเรื่องสัญญาที่เซ็นไป ถึงพวกคุณจะฟ้องฉันจนหมดตัว ฉันก็จะไม่กลับไปทำรายการทีวีทุเรศๆของพวกคุณอีก"

นักรบพยายามใจเย็นถามว่าเธอเห็นเขาเป็นศัตรูไปด้วยหรือ แป้งประกาศว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับรายการเป็นศัตรูกับตนหมด นักรบเลยท้าว่าตอนนี้ศัตรูของเธอยืนอยู่ตรงหน้าแล้วอยากทำอะไรก็ทำเลย พอเห็นแป้งเฉยก็ปรามาสยั่วโทสะว่า

"ไม่กล้ารึไง นึกว่าเก่ง ที่แท้ก็ไม่แน่จริง วิ่งหนีมาอย่างนี้นึกว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้งั้นหรือ เธอมันขี้ขลาด"

สิ้นเสียงนักรบ หมัดลุ่นๆของแป้งก็ซัดเปรี้ยงเข้าที่หน้าเขาเต็มๆ ต่อยแล้วจึงรู้ตัวว่าไม่ควรทำ นักรบเลือดกบปาก แต่ก็ยังหว่านล้อมว่าหายบ้าแล้วก็กลับไปทำงานต่อเสีย แป้งยังไม่ยอมกลับอยู่ดี

"เธอคิดว่าการถอนตัวกลางรายการจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นรึไง แม่เธอจะดีใจไหมที่ลูกของตัวเองไม่สู้ปัญหาน่ะ ฉันว่าแม่เธอยังมีความเป็นนักสู้มากกว่าเธอเสียอีก แม่เธอเคยพูดอะไรกับเธอเรื่องนี้หรือเปล่า"

เมื่อแป้งบอกว่าไม่เคย นักรบถามว่าเพราะอะไรรู้ไหม แล้วตอบเองว่า เพราะแม่เธอสู้ การสู้คนไม่ได้หมายความว่าจะต้องลุกขึ้นมาเตะต่อยใคร แต่การที่อดทนอดกลั้นยืนหยัดรับสถานการณ์ได้ทุกอย่างต่างหากถึงจะเรียกว่า เป็นนักสู้ที่แท้จริง

"ฉันไม่เก่งเหมือนแม่นี่ ฉันไม่รู้ว่าฉันจะควบคุมตัวเองได้แค่ไหนถ้าฉันเกิดทนไม่ไหวต่อยปากใครอีก จะทำยังไง" แป้งเสียงอ่อนลง

"ระวังตัวแล้วก็อดทน เธอต้องทำได้แน่ แล้วก็เลิกคิดเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เธอไปแก้ไขอะไรไม่ได้ คิดไปก็เท่านั้น เธอทนไปอีกแค่เดือนเดียว พอรายการนี้จบ เดี๋ยวก็มีรายการบ้าๆไร้สาระอย่างนี้อีก ทุกคนก็จะลืมเรื่องเธอไปเอง"

แป้งทวนคำว่า "ระวังตัวและอดทน" นักรบย้ำเตือนว่า จำไว้อีกอย่างว่าตนไม่ใช่ศัตรูของเธอแต่เป็นเพื่อนของเธอ

แป้งรู้สึกผ่อนคลาย รับฟังได้มากขึ้น เธอยิ้มให้นักรบด้วยสีหน้าที่พร้อมจะสู้ต่อไปแล้ว

ooooooo

เมื่อแป้งฮึดสู้ขึ้นมาก็ลุกไปยืนริมดาดฟ้ามองไปข้างหน้าตะโกนสุดเสียง

"ฉันจะสู้ต่อไป ฉันจะไม่ยอมแพ้ ฉันจะสู้ๆ!"

เมื่อคุยกันจนสบายใจและฮึดสู้ขึ้นมาใหม่ แต่พอจะพากันลงไปปรากฏว่าประตูดาดฟ้าล็อกจากข้างในและต้องเปิดจากข้างใน เท่านั้น ทั้งสองร้อนใจแต่ก็ต้องตั้งสติทำใจเย็นหาทางแก้ปัญหา แป้งให้นักรบโทร.ตามคนมาช่วย มือถือของนักรบก็แบตหมด
ส่วนของแป้งก็อยู่ที่เอื้อม เลยพากันอึ้ง

แต่ระหว่างที่ติดอยู่บนดาดฟ้านี่เอง แป้งได้รับรู้ถึงปัญหาของนักรบ เธอชมว่าเขาเป็นคนมีความอดทนสูงจึงสามารถ

ทำงานที่ตัวเองไม่ชอบได้ นักรบบอกว่า "คนเราไม่สามารถทำทุกอย่างตามที่ต้องการได้"

แป้งสงสัยว่าทำไมเขาต้องฝืนใจทำในสิ่งที่ไม่ชอบ จึงรู้ว่าพ่อของเขาเป็นหนี้โชติรสเขาจึงต้องทำงานใช้หนี้ นักรบให้กำลังใจแป้งว่า เธออดทนแค่เดือนเดียวแต่เขายังไม่รู้เลยว่าต้องอดทนถึงเมื่อไหร่

รับรู้ปัญหาของนักรบทำให้แป้งเห็นใจเขา ตกดึกต่างก็หิว แป้งมีทอฟฟี่อยู่เม็ดหนึ่งจึงแบ่งกันกินคนละครึ่ง นักรบทำไก๋ไม่เชื่อลองค้นตัวแป้งดู เลยถูกเธอตีศอกใส่แต่นักรบระวังอยู่แล้วเลยทำอะไรเขาไม่ได้ กลับถูกเขากอดหมับไว้อย่างไม่ตั้งใจ

แป้งยืนตัวแข็งทื่อ พอต่างรู้สึกตัวก็ถอยห่างออกมา นักรบเอ่ยขอโทษเขินๆ แป้งก็ตอบว่า "ไม่เป็นไร" เขินๆเช่นกัน

ooooooo

เมื่อหาแป้งไม่เจอ กอปรกับเจ๊จูนและข้าวฟ่างยุแหย่ ในที่สุดโชติรสสั่งแก้สคริปต์ให้ถ่ายทำข้าวฟ่างคนเดียว เจ๊จูนยังยุแหย่ว่าปรางค์ทำแบบนี้ต้องฟ้องกองประกวดให้ยึดมงกุฎคืน

"ฉันต้องรายงานกองประกวดแน่ๆ คุณไม่ต้องห่วง" โชติรสพูดอย่างมุ่งมาด

แต่ตลอดเวลาโชติรสก็ยังครุ่นคิดสงสัยว่านักรบหายไป ไหน บ่นว่าหนีกลับไปดื้อๆอย่างนี้ได้ยังไง

หลังจากข้าวฟ่างอัดรายการคนเดียวเสร็จแล้ว กลายเป็นรายการติดตามชีวิตที่น่าสนใจของเธอคนเดียว เธอฉอเลาะอยู่หน้ากล้องก่อนปิดรายการว่า

"ติดตามชีวิตที่น่าสนใจของข้าวฟ่างได้ทุกวันนะคะ แล้วเจอกันค่ะ รักนะคะ บ๊ายบาย..."

เมื่อเสร็จงานออกมาเจอเจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมที่ยังตามหาแป้งไม่เจอ เจ๊จูนก็คุยเขื่องข่มขวัญทันทีว่า ตอนนี้รายการเปลี่ยนจาก "ติดตามชีวิตราชินีสีรุ้ง" มาเป็นรายการ "ติดตามชีวิตข้าวฟ่าง" เรียบร้อยแล้ว ทั้งยังอ้างว่าโชติรสเป็นคนสั่งให้ทำสปอตโปรโม
ชั่นข้าวฟ่างคนเดียว ตบท้ายให้พวกเจ๊ตุ่มขวัญกระเจิงว่า

"แล้วอย่างนี้จะให้หมายความว่าอะไร ถ้าไม่ใช่ข้าวฟ่างได้เสียบแทนน้องปรางค์แล้ว ไม่ใช่แค่นี้นะคะ นอกจากข้าวฟ่างจะได้เป็นนางเอกแทนแล้ว ข้าวฟ่างก็จะช่วงชิงมงกุฎคืนมา

ด้วย เตรียมตัวตกงานได้เลยนะคะพี่ตุ่ม" พูดแล้วจูงข้าวฟ่างเดินบิดไป

เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมตะลึงอึ้งมองกันตาปริบๆ ต่างกลุ้มใจไม่รู้แป้งหายไปไหน

ooooooo

คืนนี้ เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมต้องช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องแป้งหายตัวไป  โดยโทร.ไปยกเลิกงานที่นัดกันไว้ทั้งหมด อ้างว่าปรางค์ไม่สบายทางรายการให้พักผ่อนไปก่อน

เพื่อหาทางแก้ปัญหาให้ได้ นุชเสนอให้เอาปรางค์กลับมาแทนแป้ง แต่พอโทร.ไปปรางค์เกิดอยากอยู่ใกล้ชิดพ่ออีก

ระยะหนึ่ง บอกว่าถ้าพรุ่งนี้ยังไม่เจอแป้งค่อยโทร.มาใหม่

ส่วนโชติรสก็เอาเทปเจ้าปัญหาม้วนนั้นไปให้โสภากับศักดิ์สิทธิ์ดู โสภาโวยวายว่านักรบไปชอบกะเทยตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ศักดิ์สิทธิ์เชื่อว่าลูกไม่เป็นอย่างนั้นเพราะเขาเป็นคนช่างเลือก รับรองลูกตื๊อของกะเทยไม่มีทางได้ผล

ให้ดูเทปและเห็นความตกใจ แปลกใจของศักดิ์สิทธิ์กับโสภาแล้ว โชติรสขย่มซ้ำว่า

"ตอนนี้อาจจะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ต่อไปก็ไม่แน่

นะคะ คุณลุงคุณป้าควรจะรีบเตือนสติพี่รบไว้ก่อน ไม่งั้นพี่รบได้หลงผิดกู่ไม่กลับแน่ๆ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นเราคงร่วมงาน

กันต่อไปไม่ได้ นั่นก็หมายความว่าคุณลุงก็ต้องถอนหุ้นออกไปด้วย เพื่อรักษาภาพพจน์ของบริษัทไว้ เข้าใจโรสด้วยนะคะ"

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น โสภาก็ได้รับโทรศัพท์จากโชติรสเชิญไปร่วมประชุม วางสายจากโชติรสแล้วโสภาบอกศักดิ์สิทธิ์ให้สบายใจว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนักรบ เพราะโชติรสหาวิธีที่จะกำจัดกะเทยนั่นออกไปจากเขาได้แล้ว

ooooooo

นักรบกับแป้งติดอยู่บนดาดฟ้าจนกระทั่งเช้า จึงเห็นกล้องวงจรปิดติดอยู่  ทั้งสองไปยืนตรงกล้องวงจรปิดเพื่อแสดงตัวให้เห็น ทั้งยังโบกมือหย็อยๆกันไม่หยุดเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือ

เช้าวันเดียวกัน ขณะที่โชติรสเรียกประชุมเพื่อประกาศปลดปรางค์ออกจากมิสเรนโบว์ควีนนั้น ขณะเธอกำลังจะประกาศแก่ที่ประชุม ต๊อดก็ผลักประตูผลัวะเข้ามาบอกอย่างดีใจว่า

"คุณโรสครับ เจอน้องปรางค์แล้วครับ น้องปรางค์ติดอยู่บนดาดฟ้าตึกครับ รปภ.เขาเห็นทางกล้องวงจรปิดเมื่อตะกี้นี้เอง เดี๋ยวผมเปิดให้ดูนะครับ ที่นี่ใช้กล้องวงจรปิดระบบออนไลน์

ดูทางเน็ตได้เลยครับ"

พวกเจ๊ตุ่มดีใจเหมือนฟ้ามาโปรด เหมือนได้เกิดใหม่ แต่โสภาที่ฟังอยู่เอะใจว่าลูกชายตนไปทำอะไรอยู่กับกะเทยบนดาดฟ้า!?

เจ๊จูนยังฝันหวานว่าวันนี้ข้าวฟ่างจะได้สวมมงกุฎแทนปรางค์แน่ๆแล้ว แต่แล้วก็หน้าเสียเมื่อเจ๊ตุ่มกับเอื้อมและนุชออกมาเจอกันที่ลิฟต์บอกเจ๊จู นว่าเจอปรางค์แล้ว แต่เจ๊จูนก็ยังทำปากแข็งปลอบข้าวฟ่างว่า

"ไม่ต้องกลัวนะข้าวฟ่าง ถึงจะเจอตัวมัน ยังไงวันนี้มันก็ต้องถูกเด้งแน่ๆ"

ที่ดาดฟ้า โชติรสขึ้นไปดูด้วยตัวเอง ศักดิ์สิทธิ์ โสภา และราศีตามไปติดๆ ส่วนพวกเจ๊ตุ่มก็ตามกันไปเป็นพรวน

พอเปิดประตูดาดฟ้าออก ทุกคนเห็นนักรบกับแป้งยืนกันอย่างใกล้ชิดรอพวกที่มาช่วยตรงประตู ศักดิ์สิทธิ์กับโสภาซักถามนักรบทันที ส่วนเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมก็โผเข้ากอดแป้งด้วยความดีใจ โชติรสตัดบทกับทุกคนว่ามีอะไรไปคุยกันข้างล่าง ทุกคนจึง
เดินตามเธอลงไป

ooooooo

ก่อนอื่นเจ๊ตุ่มพาแป้งไปกินข้าวที่ร้านอาหาร แป้งกินอย่างหิวโหย ใครจะถามอะไรก็ไม่พูด กินเอ๊า... กินเอาจนอิ่ม หยุดถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วจึงเปิดโอกาส ให้ซักถาม เจ๊ตุ่มถามว่าขึ้นไปบนดาดฟ้าทำไม แป้ง จึงเล่าให้ฟังว่าตนเครียดอยากอยู่คนเดียว

หลังจากนุชและเอื้อมบอกเล่าถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับทุกคนแล้ว เอื้อมบอกให้แป้งต้องรีบไปขอโทษโชติรส เสียเพราะเขาเป็นเจ้าของรายการ

เจ๊ตุ่มบอกว่าถึงไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะโชติรสถอดแป้งออกจากมิสเรนโบว์ควีนและให้ข้าวฟ่างเป็นแทนแล้ว

ฟังแล้วแป้งจุกยิ่งกว่าตอนกระเดือกข้าวติดคอเสียอีก

ooooooo

เมื่อถึงเวลานัดประชุม โชติรสกันไม่ให้นักรบเข้าร่วมบอกว่าตนแก้ปัญหาเองได้ นักรบไม่ยอมอ้างว่าตนเป็นโปรดิวเซอร์ ควรรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรายการ โชติรสจึงบอกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น

จนทุกคนที่เกี่ยวข้องเข้าที่ประชุมครบแล้ว โชติรสพูดกับแป้งว่า

"ฉันเสียใจจริงๆนะปรางค์ ฉันก็ไม่อยากให้เรื่องกลายเป็นแบบนี้แต่หวังว่าเธอคงเข้าใจเราจำเป็นจริงๆที่ต้องตัดสินใจปล่อยเธอไป"

แป้งถามอย่างตกใจว่าหมายความว่าจะถอดตนจากตำแหน่งหรือ

"ใช่ เราต้องขอถอดเธอจากตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีน แล้วก็ยกเลิกสัญญาการทำรายการเรียลลิตี้ที่ทำกันไว้"

"ผมว่าพวกคุณยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะถอดปรางค์ออกจากตำแหน่งนะครับ ถ้าจะกล่าวหาว่าปรางค์ทำตัวไม่เหมาะสม ทำเสียชื่อมิสเรนโบว์ควีน แล้วทำไมถึงรีรันเทปที่ปรางค์ชกข้าวฟ่างไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยครั้ง" นักรบถามโพล่งขึ้น โชติรสโต้ว่ารายการ

เรียลลิตี้โชว์ต้องเสนอความจริงที่เกิดขึ้น นักรบค้านเสียงดังกว่าเก่าว่า "แล้วความจริงที่คุณไม่ได้เสนอล่ะครับ ปรางค์เขาเป็นคนมีความสามารถ เป็นคนรักครอบครัวมาก เป็นนักสู้ตั้งแต่เด็ก ไม่เห็นคุณจะเสนอเลย คนที่ทำลายชื่อเสียงมิสเรนโบว์ควีนคือทางรายการไม่ใช่ปรางค์ครับ"

"แล้วที่เบี้ยวงานเมื่อวานล่ะจะว่ายังไง" ราศีถามแทนลูกสาว

"มันเป็นอุบัติเหตุนี่ครับ ปรางค์ไม่ได้ตั้งใจเบี้ยวงานสักหน่อย นี่ผมพูดในฐานะโปรดิวเซอร์นะครับ คุณโชติรสและกรรมการหุ้นส่วนทุกท่าน รายการเราเรตติ้งดีก็เพราะปรางค์ ถ้าหากไล่ปรางค์ออกแน่ใจนะครับว่าคนดูจะไม่เลิกดูรายการ แล้วถ้าสปอนเซอร์ถอนแค่ตัวเดียว เจ้าอื่นๆต้องถอนตามแน่"

แป้งมองนักรบอย่างขอบคุณ ในขณะที่นักรบนิ่ง สงบ หนักแน่นอย่างทำตามหน้าที่จริงๆ

โชติรสนิ่งคิดอย่างชั่งใจ...

ooooooo

พอออกจากห้องประชุม  แป้งรีบเดินไปขอบคุณนักรบที่ช่วยตนไม่ให้หลุดจากตำแหน่ง  เขากลับมองเธออย่างห่างเหินแล้วเดินไปเลยโดยไม่พูดอะไรแม้แต่ คำเดียว ซ้ำโชติรสยังมาพูดเยาะเย้ยว่าที่นักรบทำเพราะ รับผิดชอบต่อรายการไม่ได้ทำเพื่อเธอ ปรามว่าต่อไปก็อย่าสร้างปัญหาอีก

แป้งไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของโชติรสแต่คิดไม่ตกว่าทำไมท่าทีของนักรบจึงเปลี่ยนไป

หลังจากนั้น นักรบไปหาโชติรสที่ห้องทำงานของเธอ ตามคำสั่ง เธอบอกว่าไม่ต้องห่วงปรางค์หรอกเพราะตนยังไม่ได้ เปลี่ยนใจ ยังไม่ได้ยกเลิกสัญญาหากเขาจะอยู่ห่างปรางค์ตามที่รับปากกับตนไว้

นักรบแย้งว่าตนยังไม่ได้รับปากอะไรกับเธอ โชติรสก็เอาเทปจากวงจรปิดตอนที่นักรบกับแป้งแย่งทอฟฟี่กินกันคนละครึ่ง ขู่ว่าถ้าไม่อย่างนั้นตนจะเอาภาพพวกนี้ไปใส่ในรายการแต่ไม่ให้เห็นว่าผู้ชาย เป็นใคร เขาไม่เสียแต่คงไม่ต้องบอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับอนาคตของปรางค์

ในที่สุดนักรบยอมอยู่ห่างๆปรางค์ตามเงื่อนไข แต่ย้ำว่าที่ยอมทำตามไม่ใช่เพราะเชื่อในความหวังดีของเธอ แต่เพราะตนต้องการปกป้องชื่อเสียงของปรางค์ต่างหาก ทำให้โชติรสไม่พอใจ

หลังจากนั้น  พวกเจ๊ตุ่มก็พาแป้งไปเลี้ยงอาหารสัตว์ที่บ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ โดยมีต๊อดตามไปถ่ายภาพเด่นๆเก็บไว้ ภายหลังจึงรู้จากต๊อดว่าเป็นการวางแผนของนักรบเพื่อแฟนๆจะได้เห็นมุมดีๆของ แป้ง จะได้ทำให้ภาพพจน์ดีขึ้น

"แล้ว...แล้ววันนี้คุณรบไม่มาด้วยเหรอ" แป้งถามเพราะเฝ้ามองหาก็ไม่เห็น

"เห็นบอกว่าจะแวะมานะครับ พี่รบเขาสนิทกับคุณป้าที่นี่ครับ มาช่วยเลี้ยงหมาเลี้ยงแมวบ่อยๆ บางทีก็มาถ่ายรูป นั่นรถพี่รบนี่ มาตั้งแต่เมื่อไหร่" ต๊อดชี้ให้ดู แต่พอแป้งหันมองและจะวิ่งไปหา นักรบก็ขับรถออกไปแล้ว ทำให้เธอยิ่งไม่เข้าใจเขามากขึ้น เริ่มรู้สึกโกรธที่ทำห่างเหินเมินเฉยอย่างไร้เหตุผล

ooooooo

กระบี่โดยการสนับสนุนให้ท้ายของประพันธ์ พยายามจะบอกรักปรางค์ด้วยวิธีต่างๆ สุดท้ายบอกรักตรงๆ  ยังพูดกันไม่ทันรู้เรื่องประพันธ์ที่มาแอบดูก็ทำเสียแผน แต่กระบี่ก็ยังไม่เลิกความพยายาม จนวันนี้จะเอาคำตอบจากปรางค์ให้ได้ สุดท้ายปรางค์ ต้องพูดเป็นนัยว่า

"ฉันไม่ใช่คนที่จะตอบคำถามของแกได้ กระบี่ ไม่ใช่ฉัน รอให้คนที่แกรักจริงๆกลับมาก่อนนะ อีกไม่นานหรอก" พูดแล้วปรางค์รีบเดินหนีด้วยความว้าวุ่นลำบากใจ

กระบี่ทนอัดอั้นไม่ไหวไปยืนที่ประตูบ้านแป้งตะโกนปาวๆ "ไอ้แป้ง ฉันรักแก..." โดยมีประพันธ์คอยบอกบทและลุ้นอยู่ใกล้ๆ ปรางค์เห็นแล้วยิ่งกลุ้มใจ เลยแอบโทร.ไปถามแป้งว่าคิดอย่างไรกับกระบี่ แป้งบอกว่าตนคิดแค่เพื่อน ยุปรางค์ว่า ต้องพูด

ปฏิเสธเด็ดขาดชัดเจนไปเลย พูดหนักๆแรงๆเพื่อกระบี่จะได้เสียใจและตัดใจจากไป ไม่อย่างนั้นยิ่งทิ้งนานไปกระบี่จะยิ่งเจ็บมากกว่านี้

ปรางค์จึงตัดสินใจบอกกระบี่ว่าตนรักกระบี่แต่รักอย่างเพื่อน กระบี่ก็ยังพยายามตื๊อ ปรางค์เลยพูดแรงๆตามที่แป้งแนะนำว่า

ตอนที่ 11

วันนี้ เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมต่างแปลกใจ เมื่อช่วยกันประกบพาแป้งเข้ามาในห้างเพื่อไปเป็นพรีเซนต์เตอร์กาแฟลดความอ้วนยี่ห้อหนึ่ง แต่ปรากฏว่าเมื่อเดินผ่านบรรดาผู้คนในห้าง ไม่มีใครแสดงความสนใจแป้งเหมือนทุกครั้ง

แต่พอเจ๊จูนพาข้าวฟ่างเข้ามา ก็มีเสียงกรี๊ดกร๊าดต้อนรับกันเกรียวกราว ทั้งยังมีเสียงพูดแทรกเข้ามาว่าเมื่อคืนสงสารข้าวฟ่างมาก ให้กำลังใจว่า "น้องข้าวฟ่างต้องสู้ๆนะคะ อย่าไปกลัวมัน"

บรรดาแฟนคลับพากันเฮโลตามข้าวฟ่าง ขณะนั้นมีหญิงคนหนึ่งเข้ามาทักเจ๊จูนว่า

"พี่จูนพาน้องข้าวฟ่างมาแล้วเหรอคะ เชิญน้องข้าวฟ่างหลังเวทีเลยค่ะ งานจะเริ่มแล้ว"

เจ๊ตุ่มเอะใจถามว่าแล้วปรางค์ล่ะ หญิงคนนั้นตอบอย่างเสียไม่ได้ว่าให้ปรางค์รอแป๊บนึงอ้างว่า "มีการเปลี่ยนแปลงสคริปต์นิดหน่อย น้องปรางค์ไม่ต้องร้องเพลงโชว์แล้ว ทางลูกค้าอยากให้น้องข้าวฟ่างร้องเพลงแทน แล้วก็เป็นคนถือสินค้าเดินโชว์บนเวทีแทนน้องปรางค์ไปเลย น้องข้าวฟ่างตามพี่มาค่ะ"

ปรากฏว่าข้าวฟ่างได้รับความสนใจและจัดงานให้ ราวกับเป็นมิสเรนโบว์ควีนเสียเอง ทั้งปรางค์ยังถูกเจ๊จูนคอยกระแนะกระแหนเยาะเย้ยตลอดเวลา จนเจ๊ตุ่มอาฆาตว่ามันก็ได้แค่งานนี้งานเดียวแหละ

"อีกไม่นานคนก็จะรู้เองแหละว่าใครเป็นนางเอก ใครเป็นนางร้ายตัวจริง แกอย่าส่งข้าวฟ่างมาหาเรื่องอะไรปรางค์อีกก็แล้วกัน" นุชพูดใส่หน้า ส่วนเอื้อมชี้หน้าปรามว่าไม่งั้นถูกพวกเราตื้บแน่

เจ๊จูนทำวี้ดว้ายว่าเป็นนักเลงกันทั้งแก๊งเลย ด่าว่าไม่มีความเป็นผู้ดี ด่าปรางค์ว่า

"น้องปรางค์ ถ้าไม่เข้าใจก็คืนมงกุฎให้กับข้าวฟ่างเถอะค่ะ อย่าหน้าด้านกอดตำแหน่งไว้ให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงการกะเทยไทยเลยนะคะ" ลอยหน้าพูดเยาะเย้ยแล้วเจ๊จูนก็เดินเนื้อกระเพื่อมไป

"เธอไม่ต้องไปฟังมันนะแป้ง ยังไงตอนนี้เธอก็ยังเป็นมิสเรนโบว์ควีนอยู่ ไม่มีใครแย่งตำแหน่งเธอไปง่ายๆหรอก" เจ๊ตุ่มให้กำลังใจแป้ง แต่ถูกนุชแทรกขัดคอขึ้นว่า

"แต่มันก็ไม่แน่หรอกนะ นังตุ่ม นังจูนมันยังไม่ยอมแพ้เรา มันต้องหาทางชิงตำแหน่งไปแน่ๆ เธอไม่น่าไปมีเรื่อง

กับนังข้าวฟ่างเลยแป้ง เห็นไหมว่ามันมีแต่เสียกับเสีย"

"หนูขอโทษ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของหนูเอง หนูจะไม่ทำผิดพลาดอย่างนี้อีก" แป้งยอมรับผิดหน้าเจื่อน รู้สึกแย่มากๆกับการถูกรุมประจาน

ooooooo

ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาต้องโชว์บนเวที แป้งกลายเป็นถูกจัดให้ยืนอยู่หลังข้าวฟ่าง บรรดานักข่าวก็กลุ้มรุมถ่ายแต่รูปข้าวฟ่างจนแป้งกลายเป็นตัวประกอบไป ทำให้แป้งยิ่งรู้สึกผิดที่ตัวเองก่อปัญหาขึ้น ผลจึงกลายมาเป็นแบบนี้

เจ๊ตุ่มเดือดร้อนมาก นุชบอกว่าเราต้องกอบกู้ชื่อเสียงของแป้งกลับคืนมา เราต้องทำให้แป้งเป็นนางเอกให้ได้ หันไปทางเอื้อมปรากฏว่ากำลังกดดูคลิปอยู่กับโทรศัพท์มือถือ นุชถามฉุนๆว่าดูอะไรอยู่

"อ๋อ ดูคลิปที่แป้งต่อยข้าวฟ่างมันน่ะ ท่ามันสวยจริงๆนะน้านุช สมกับที่เป็นนักมวยอาชีพเลย" เลยถูกเจ๊ตุ่มกับนุชเอ็ด เอื้อมอ้างว่า "ก็เพื่อนมันส่งมาให้ ตอนนี้คงส่งต่อกันดูทั้งประเทศแล้วล่ะ ฮิตพอๆกับคลิปหลุดของพวกดาราเลย"

การสนทนาเครียดๆนั้นจำต้องหยุดลงเมื่อมีเสียง

วี้ดบูมจากแฟนคลับของข้าวฟ่างดังอยู่หน้าเวที โดยมีเจ๊จูนกำลังตะโกนปลุกอารมณ์แฟนคลับอยู่สุดฤทธิ์

เห็นกระแสแรงขนาดนี้แล้ว เจ๊ตุ่มบอกนุชว่าเราปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว แต่นุชเห็นว่าตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้ต้องถอยไปตั้งหลักก่อน บอกว่าให้รีบพาแป้งกลับเลย อย่าให้นักข่าวสัมภาษณ์เป็นอันขาด

แต่พอเจ๊ตุ่มกับนุชหันมองไปบนเวทีอีกครั้งปรากฏว่าแป้งกับข้าวฟ่างถูกพาลงเวทีไปแล้ว พวกนักข่าวกรูกันตามไปสัมภาษณ์  เจ๊ตุ่มกับนุชหูตาเหลือกวิ่งตามไป  เอื้อมมะงุมมะงาหรา วิ่งห้อยไปอีกคน

ooooooo

บรรดานักข่าวพากันรุมซักถามแป้งว่าต่อยข้าวฟ่างจริงไหม หรือเพื่อเป็นแค่การแสดงละครเพื่อเรียกเรตติ้งเท่านั้น ข้าวฟ่างตอบฉอดๆว่าจริงตนถูกต่อยจริงๆ พอนักข่าวถามอีกว่าแล้วมันเกิดอะไรขึ้นถึงต้องต่อยกัน ข้าวฟ่างทำหน้าซื่อตาใสบอกว่าตนไม่ทราบจริงๆ คงต้องถามปรางค์ว่าโกรธอะไรตน

ไมค์ทุกตัวจ่อไปที่ปากแป้งทันที แป้งยืนอึดอัดใจครู่หนึ่งจึงตอบว่าตนได้พูดทุกอย่างในรายการแล้ว ถ้าทุกคนยังไม่เชื่อก็คงช่วยอะไรไม่ได้ แต่ตนเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าความจริงก็ต้องเป็นความจริงวันยังค่ำ ใครพูดโกหกเดี๋ยวก็รู้เอง

"นี่ปรางค์หาว่าข้าวฟ่างพูดโกหกเหรอคะ ข้าวฟ่างไม่รู้จริงๆนะว่าข้าวฟ่างทำอะไรให้ปรางค์โกรธ ถ้าข้าวฟ่างทำผิดอะไรไปก็ยกโทษให้ข้าวฟ่างด้วยนะคะ" ข้าวฟ่างบีบน้ำตาน่าสงสาร

"น้องปรางค์จะพูดอะไรกับข้าวฟ่างไหมคะ" นักข่าวอีกคนถาม

"ไม่มีค่ะ ปรางค์ขอโทษท่านผู้ชมทุกท่านนะคะ" แป้งยกมือไหว้ "ปรางค์ทราบค่ะว่าปรางค์ทำผิด ปรางค์อยากขอโอกาสให้ปรางค์..."

ปรางค์พูดไม่ทันจบ เจ๊จูนก็เอียงหน้าเข้าไปบอกบทข้าวฟ่าง พริบตาเดียวข้าวฟ่างก็พูดแทรกขึ้นว่า "ปรางค์ไม่ยอมพูดกับข้าวฟ่าง นี่ปรางค์ไม่ยอมยกโทษให้ข้าวฟ่างจริงๆเหรอคะ แม้แต่เป็นเพื่อนร่วมงานก็ไม่ได้ใช่ไหม ข้าวฟ่างมันชั่วมันเลวจนปรางค์ไม่อยากคบเลยเหรอ ข้าวฟ่างเสียใจจริงๆ"

พูดแล้วข้าวฟ่างร้องไห้โฮวิ่งท่านางเอกออกไป เจ๊จูนทำเป็นโวยวายตามข้าวฟ่างไปไม่ลืมหันมาเรียกพวกนักข่าวให้ตามไปด้วย พวกนักข่าวก็แสนจะว่าง่ายวิ่งตามเจ๊จูนไปเป็นพรวน

สุดท้ายแป้งถูกทิ้งให้ยืนเหวออยู่คนเดียวตรงนั้น ระหว่างนั้นเห็นนักรบเดินมือเปล่าผ่านไปแป้งยิ่งรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเองที่เห็นผลทันตา

เจ๊ตุ่มกับนุช และเอื้อมเพิ่งวิ่งมาถึง เห็นสภาพของแป้งก็รู้แล้วว่ามาสายไปแล้ว...

ooooooo

เจ๊ตุ่มพาพวกกลับไปปรึกษากันที่บ้านว่าจะทำอย่างไรจึงจะรักษาตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนของแป้งไว้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี แป้งเห็นเรื่องวุ่นวายและความตึงเครียดของพวกเจ๊แล้วพูดอย่างถอดใจว่า

"ถ้าพวกเขาอยากได้ตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนนี่นัก หนูยกให้เลยแล้วกัน หนูจะได้กลับบ้านเสียที"

เจ๊ตุ่มโวยขึ้นทันทีว่าเขาไม่ได้ยึดแค่ตำแหน่งเขาจะเอาเงินรางวัลคืนด้วย นุชก็เอาเรื่องที่แป้งตั้งใจหาเงินมาช่วยพ่อแม่และพี่ว่าขืนถอดใจทุกอย่างที่ทำมาก็สูญเปล่าหมด ส่วนเอื้อมวาดฝันให้แป้งไปถึงมิสเรนโบว์เวิลด์ ลุ้นเจ๊ตุ่มอย่าเพิ่งถอดใจตอนนี้

"ฉันรู้แล้วว่าเธอจะต้องทำยังไง ต่อไปนี้เธอต้องพูดเหมือนปรางค์ คิดเหมือนปรางค์ เป็นปรางค์ทุกรูขุมขน เหมือนถูก ปรางค์สิงร่างยังไงยังงั้น แล้วมันก็จะไม่มีปัญหาอะไรอีก เชื่อฉัน"

แป้งฟังพวกเจ๊กับน้าแล้วทำหน้าเหนื่อยใจเต็มที

ooooooo

ส่วนปรางค์ที่มาแทนแป้ง แม้ใจจะฮึดสู้แต่เมื่อต้องสมบุกสมบันและชกต่อยเจ็บตัว ร่างกายที่รีดจนอ้อนแอ้นก็ทนไม่ได้ แค่กระบี่พาไปดูมวยชกกันดุเดือดหน่อยเท่านั้น ปรางค์ก็เครียดจนอ้วกแตกอ้วกแตน สุดท้ายบอกกระบี่ว่าตนไม่ไหวแล้ว กระบี่มองปรางค์อย่างพินิจพิเคราะห์พึมพำ "แกไม่เหมือนไอ้แป้งเลยว่ะ"

ส่วนประพันธ์พอรู้ว่าปรางค์จะไม่ยอมขึ้นชกมวยอีกแล้ว ก็โวยวายว่า

"ไม่ได้โว้ย พ่อไม่ยอมให้แกยอมแพ้ง่ายๆ พ่อกำลังเจรจากับทางค่ายมวยของแกอยู่ เราต้องมีนัดล้างตา ไม่งั้นเสียชื่อปรางค์ธิดา ศิษย์พงศ์ศักดิ์ ลูกพ่อประพันธ์หมด"

ปรางค์อ้อนวอนว่าตนทำไม่ได้ ขอเวลาสักเดือนได้ไหมแล้วค่อยกลับไปชกใหม่ ถ้าชกเวลานี้ตนต้องตายคาเวทีแน่ๆ ประพันธ์ยืนยันว่าเป็นนักมวยทิ้งเวทีนานไม่ได้ ปลอบใจว่าจะจัดให้ต่อยกับคู่ชกที่มีฝีมือสูสีกันไปก่อนแล้วค่อยกลับไปชกล้างตากับน้ำเพชร ก้องเกียรติยิม

"หนูบอกแล้ว หนูทำไม่ได้ ไม่ได้ๆๆ ทำไมพ่อไม่เข้าใจหนู" ปรางค์น้อยใจร้องไห้วิ่งหนีไป กระบี่บอกประพันธ์ว่าเดี๋ยวตนตามไปเอง ว่าแล้ววิ่งตามปรางค์ไป ประพันธ์มึนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของลูก

กระบี่ตามไปปลอบปรางค์ว่าอย่าร้องไห้ถ้าไม่ชกตนก็จะพูดกับน้าพันให้เอง ปรางค์พูดอย่างเสียใจว่าตนทำให้พ่อต้องผิดหวังเพราะพ่อหวังจะให้ตนเป็นแชมป์มวยหญิงโลก กระบี่แย้งว่า

"แกต่างหากที่อยากเป็นแชมป์ น้าพันต้องการสนับสนุนให้ความฝันของแกเป็นจริงเท่านั้น ถ้าแกเปลี่ยนใจก็อธิบายให้น้าพันเขาฟัง แกจะอธิบายให้พ่อแกเข้าใจได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับแก"

ปรางค์ไม่อาจอธิบายได้รู้แต่ว่าตอนนี้ขออยู่ห่างๆมวยสักพักก่อน ขอร้องกระบี่ให้ช่วยพูดให้พ่อเข้าใจด้วย จะอ้างอะไรก็ได้ให้ตนหยุดชกมวยไว้ก่อนก็พอ

"ได้ซิ" กระบี่จับมือปรางค์ไว้ "แกจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น  ฉันทำทุกอย่างเพื่อแกได้ไอ้แป้ง  แกรู้ไหมว่าฉัน..."

ปรางค์ตกใจรีบดึงมือออกชวนกลับกันดีกว่าป่านนี้พ่อคงกลับไปรอเราที่บ้านแล้ว ขอบใจกระบี่ที่เข้าใจตนแล้วผละไปเลย กระบี่ได้แต่มองตามด้วยความเสียดายโอกาสที่ไม่ทันได้บอกรักปรางค์...

ooooooo

ที่บ้านนักรบ

ราศี โชติรส โสภา และศักดิ์สิทธิ์ กำลังดื่มแชมเปญฉลองรายการใหม่ที่เรตติ้งพุ่งกระฉูด โชติรสคุยอย่างภูมิอกภูมิใจว่า

"โรสกำลังกลุ้มใจอยู่นี่แหละค่ะ ตอนนี้ทาร์เก็ตกรุ๊ป ของเรากว้างมากเลยค่ะ  ตั้งแต่คนระดับล่างถึงคนระดับสูงอย่างเราดูรายการโรสทั้งนั้น โรสเลยขายโฆษณาไม่ถูกเลยค่ะ" พูดแล้วหัวเราะร่วนอย่างลำพองใจ

ทั้งราศีและโสภาต่างพากันยกยอปอปั้นโชติรส บอกว่าไม่ต้องไปเสนอโฆษณาที่ไหนแล้วเพราะต่างพากันวิ่งเข้าชนจนจัดคิวนัดไม่ทัน โสภาปรารภว่าคนดูไม่สนใจกะเทยที่ชนะแต่ชอบกะเทยที่เป็นรองมากกว่า ส่วนศักดิ์สิทธิ์เห็นว่าคนดูสนใจทั้งคู่

"ข้าวฟ่างสวยกว่ากะเทยปรางค์ตั้งเยอะนะ ดูเป็นกะเทยผู้ดีหน่อย ชีวิตก็น่าสนใจกว่าด้วย ป้าว่าเอาข้าวฟ่างเข้ามาแทนที่กะเทยปรางค์จะดีกว่านะหนูโรส" โสภาเสนอ

"ก็อาจจะเป็นไปได้นะคะ" โชติรสพูดอย่างมีแผนการอยู่แล้ว "แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ เรายังไม่ได้ใช้ปรางค์ให้คุ้มกับเงินที่ลงทุนไปเลยค่ะ ปรางค์เขายังมีประเด็นที่ให้เล่นได้อีกเยอะค่ะ ทั้งเรื่องพ่อที่เขาไม่อยากเอ่ยถึง แม่ที่มีประวัติคลุมเครือ แล้วยังนิสัยส่วนตัวแปลกๆอีก เราต้องรีดออกมาใส่ในรายการให้หมด  ตอนนี้ถือว่าเขาเป็นตัวทำเงินให้เราอยู่  ไว้หมดประโยชน์ เมื่อไหร่แล้วค่อยเขี่ยทิ้งไปค่ะคุณป้า"

นักรบที่นั่งฟังอยู่ด้วยตลอดเวลา เขามองโชติรสอย่าง อนาถใจ แอบคิดหาทางช่วยแป้งไม่ให้ถูกทำร้าย ทำลายมากไปกว่านี้

ooooooo

ปรียากลับไปเย็บผ้าที่บ้านตามเดิม เพิ่งเห็นกระดาษที่จดเบอร์โทรศัพท์ของแป้งกับประพันธ์ที่เก็บไว้ในกล่องเก็บกรรไกร หยิบขึ้นมาดูอย่างชั่งใจ

เป็นเวลาที่พวกเจ๊ตุ่มกำลังวางแผนจะทำให้แป้งกลับมาเด่นดังใหม่ เปิดดูทีวีช่องไหนก็มีแต่ข่าวข้าวฟ่างถูกปรางค์ชก เจ๊บอกให้ปิดเสีย บ่นอย่างหัวเสียว่า

"เปิดช่องไหนก็มีแต่ข่าวนังข้าวฟ่าง แล้วทุกข่าวก็เข้าข้างแต่มันทั้งนั้น แค่กระทืบมันไม่กี่ครั้งเนี่ยทำยังกะแป้งฆ่าคนตาย"

"เออน่า เดี๋ยวแป้งก็มีโอกาสแก้ตัวเองน่า พาแป้งไปเลี้ยงอาหารกลางวันที่บ้านเด็กกำพร้าแล้วก็บริจาคช่วยหมาพิการ นางงามต้องรักเด็กและเมตตาสัตว์ หรือไม่แกก็ลองฆ่าตัวตายอีกครั้งแล้วให้แป้งมาช่วยได้ทัน ทีนี้ล่ะแกเอ๊ย แป้งได้กลายเป็นวีรสตรีแน่ๆเลย" นุชวางแผน

เจ๊ตุ่มค้อนตาแทบกลับเสนอให้นุชเองนั่นแหละมาฆ่าตัวตายแทนตนจะมีเหตุผลกว่าเพราะเป็นชะนีขึ้นคานเหี่ยวเฉามานานแล้ว

ระหว่างนั้นมีโทรศัพท์เข้ามือถือของแป้งแต่ไม่ ปรากฏชื่อปลายสายโชว์แต่เบอร์ เอื้อมดูแล้วบอกว่าเป็นเบอร์บ้านปรางค์ เจ๊ตุ่มเชื่อว่าปรียาโทร.มาตามปรางค์กลับบ้านเลยตึงเครียดกัน กำชับแป้งต้องจำให้ขึ้นใจว่าตอนนี้ตัวเองเป็นปรางค์อยู่ อย่าเผลอพลั้งปากให้ปรียาจับได้เป็นอันขาด

เกิดสับสนกันเองขึ้น เมื่อนุชแย้งว่าปรียาโทร.เข้ามือถือแป้งก็ต้องคุยกับแป้ง นุชย้ำแล้วย้ำอีกว่า "แป้ง...ตอนนี้เธอเป็นแป้งนะ ไม่ใช่ปรางค์ อย่าหลุดอะไรออกไปให้พี่ปรีจับได้เชียวเข้าใจไหม"

กว่าแป้งจะเข้าใจลงตัวได้ว่าต้องแสดงตัวเป็นแป้งก็ทำเอาสับสนไปพักใหญ่ แต่เมื่อตั้งหลักได้แล้ว แป้งกดรับสาย ปรียาถามว่านี่เบอร์ของแป้งใช่ไหม แป้งแกล้งถามว่านั่นใครพูด

"นี่แม่นะ" ปรียาพูดน้ำเสียงตื่นเต้นแกมอึดอัด แป้งก็แกล้งทำเป็นนิ่งอึ้งไปให้เนียน ปรียาบอกมาอีกว่า "พ่อเขาคงเล่าเรื่องแม่ให้ฟังแล้วใช่ไหม แม่...แม่ขอโทษนะที่บังคับให้พ่อเขาโกหกแกว่าแม่ตายไปแล้ว" แป้งถามว่าแม่เกลียดตนกับพ่อมากใช่ไหม "แม่ไม่ได้เกลียดแก แม่แค่ไม่อยากเห็นหน้าพ่อแกอีก ไม่มีวันไหนที่แม่ไม่คิดถึงแก แม่จำได้เสมอว่า  แม่มี ลูกสาวอีกคนที่ชื่อแป้ง เราจะเจอกันได้ไหม...แป้ง"

แป้งเอามือปิดโทรศัพท์เบนหน้าไปกระซิบบอกพวกเจ๊กับน้าว่า "แม่อยากเจอหนู" ทั้งเจ๊ทั้งน้ากระซิบบอกว่าไม่ได้ยังเจอไม่ได้ แป้งจึงพูดต่อกับปรียาด้วยน้ำเสียงแสนเสียดายว่า

"เออ...ตอนนี้หนูยุ่งๆอยู่นะจ้ะ กำลังจะเตรียมตัวขึ้นชกนัดสำคัญ ไว้รอให้หนูชกเสร็จก่อนนะจ้ะ แล้วเราค่อยเจอกัน" ปรียาถามว่าเมื่อไหร่ "แล้วหนูจะโทร.ไปหาแม่เองดีไหม หนูอยากเจอแม่นะจ้ะ แต่หนูไปตอนนี้ไม่ได้จริงๆ ชีวิตหนูตอนนี้วุ่นวายมาก ไว้หนูจัดการกับชีวิตตัวเองได้เมื่อไหร่ หนูจะไปหาแม่ทันที หนูสัญญา"

"ก็ได้ แล้วโทร.มานะลูก" ปรียาวางโทรศัพท์ลงอย่างโล่งใจ ดีใจ ที่ได้โทร.หาแป้งเป็นครั้งแรก ส่วนแป้งก็ยิ้มดีใจ

ที่แม่ยังไม่ลืมตัวเอง

ooooooo

ต่อมาเมื่อแป้งไปหาปรียาที่บ้านแป้งกอดแม่ ไว้อย่างโหยหา ปรียาถามหยอกว่ากอดประจบแบบนี้คงไม่ได้ไปชกใครมาอีกใช่ไหม

"หนูเข็ดแล้วล่ะแม่ ไม่กล้าก่อเรื่องอะไรอีก หนูจะกลั้นใจทำตัวดีๆจนกว่าจะไปประกวดที่เมืองนอก คราวนี้หนูจะเอาเงินรางวัลมาให้แม่อีก ลืมถามน้าตุ่มว่าถ้าชนะคราวนี้จะได้เงินกี่ล้าน"

"อย่าโลภมากนักเลยได้มาแล้วตั้งล้านนึงจะเอาอะไรอีกไอ้ป้าง"

ปรียาถามว่าอยากเจอพ่อไหม ตนเพิ่งได้เบอร์พ่อมา เอาเบอร์ของประพันธ์ให้แล้วย้ำกับแป้งว่าพ่อเป็นผู้ชายคงยอมรับสภาพของป้าง ตอนนี้ไม่ได้ คิดดูให้ดีๆแต่ถ้าไม่แน่ใจก็ลองโทร.ไปคุยกับน้องก่อน แป้งถามว่าแม่คุยกับแป้งแล้วหรือ ปรียาพยักหน้า แป้งอยากบอกแม่เหลือเกินว่า ที่แม่กอดอยู่นี่ที่จริงคือแป้งลูกสาวของแม่เอง แต่ก็พูดไม่ได้ เพราะเวลานี้

สวมบทบาทเป็นไอ้ป้าง หรือปรางค์ธิดาอยู่

ooooooo

ส่วนปรางค์อยู่ที่บ้านแป้งกับประพันธ์ วันนี้เธอโพกหัวหมักผมและเอาแตงกวามาแปะที่หน้า ประพันธ์ เห็นเข้าถามว่าทำอะไรแล้วทำไมต้องมาแอบทำตอนกลางคืน ปรางค์บอกว่าตนกำลังเสริมสวย ประพันธ์เลยคิดว่า ลูกสาวตัวเองเป็นสาวช้า เพิ่งจะมารักสวยรักงามเอาตอนนี้ คิดเลยเถิดไปว่าปรางค์อาจจะกำลังมีความรักกับกระบี่ก็ได้เลยสนใจเรื่องสวย เรื่องงามเลิกสนใจเรื่องชกมวย

พอได้ยินพ่อพูดถึงความรักกับกระบี่ ปรางค์ก็กลุ้มขึ้นมาอีกเป็นปัญหาหนักอกยิ่งกว่าเรื่องถูกบังคับให้ชกมวยเสียอีก

ผิดกับแป้งพอมาถูกจับให้ประกวดมิสเรนโบว์ควีนก็ห่างเหินการออกกำลังกายไปนาน วันนี้เลยตื่นแต่เช้าออกวิ่ง เจอนักรบมาดักอยู่พอดี เธอถามว่าจะมาถ่ายตนแต่เช้าเลยหรือ

"ก็เผื่อจะได้อะไรดีๆไปออกรายการไง อย่าเข้าใจผิดนะที่ว่าอะไรดีๆ ฉันหมายถึงเรื่องดีๆของเธอ"

แป้งเลยแกล้งล่อให้นักรบวิ่งตามตนไปเพื่อจะได้ภาพดีๆ นักรบวิ่งตามไปพักเดียวก็เหนื่อยหอบ แป้งขู่ว่าถ้าวิ่งไม่ทันก็อดถ่าย นักรบเลยต้องคว้ากล้องกัดฟันวิ่งตามไป

จนถึงสวนสาธารณะแป้งหยุดหันไปมองเห็นเขาเหนื่อยหอบฮักก็หัวเราะขำ แป้งจะวิ่งต่อเขาบอกว่าอย่าเพิ่งไปโดยเอาคำสัญญาที่ว่าจะเชื่อฟังตนมาขู่ แป้งเลยต้องหยุดนักรบเริ่มเก็บภาพ ถ่ายนิดเดียวก็เลิกบอกว่าทำแค่ให้รู้ว่าเธอเชื่อฟังเขาหรือเปล่าเท่านั้น

ทั้งสองคุยข่มกันไปมาคนหนึ่งว่าตนเป็นนักมวยอีกคนก็คุยว่าตนเป็นนักฟุตบอล คุยกันไปมาแป้งก็พูดถึงโชติรสอีกว่าเป็นแฟนเขาทำให้ตนไม่ไว้ใจเขานัก แต่ตอนนี้เชื่อแล้วว่าเขาเป็นคนดีจริงๆ ทำให้นักรบต้องเคลียร์อีกครั้งว่าโชติรสไม่ใช่เป็นแฟนตน ตนทำแค่เห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำเท่านั้น

"รวมทั้งรายการทีวีที่เห็นคนเป็นสินค้านี่ด้วยเหรอ"

"นี่เป็นสิ่งที่ฉันต้องทำ ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความเซ็งทุกวัน เพราะฉันต้องทำงานที่ไม่อยากทำ แต่ที่ฉันไม่ลาออกก็เพราะฉันมีเหตุผลของฉัน เหตุผลข้อหนึ่งก็คือ ถ้าฉันยังคุมรายการนี้ต่อไปมันอาจจะไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้"

"ขอบคุณนะคะคุณนักรบ"

"เราเป็นเพื่อนกันได้นะปรางค์" พอแป้งตอบค่ะ เขาเท้าความว่า "เธอเคยพูดว่าถ้าเราเป็นเพื่อนกันก็คงดี เราสองคนเป็นเพื่อนกันได้นะปรางค์"

"เราแตกต่างกันมากเกินไป อยู่คนละฐานะ อยู่คนละสังคม ไม่ต้องถึงกับคบเป็นเพื่อนหรอก แค่คุณเดินกับฉัน คุณก็เสียชื่อเสียงแล้ว"

"ฉันไม่สนใจหรอกว่าใครจะมองยังไง ไม่ว่าใครจะเกิดมาเป็นอะไร จะรวยจะจน ก็มีความเป็นคนเท่าๆกัน ว่าไง เราเป็นเพื่อนกันดีไหม" นักรบยื่นมือออกไปรอให้แป้งยื่นมาจับ

แป้งตัดสินใจอยู่ครู่หนึ่งจึงยื่นมือออกมาจับมือนักรบ แรงที่มือแป้งกระชับมือนักรบนั้นหนักแน่นแข็งแรงราวกับผู้ชายจับมือกับผู้ชาย

ต๊อดเก็บภาพนักรบกับแป้ง สงสัยตงิดๆว่านักรบคิดยังไงกับแป้ง จนนักรบเดินมาส่งแป้งเข้าบ้าน แป้งหันกลับมองเขาอีกที รู้สึกมีกำลังใจที่จะเผชิญกับเรื่องมากมายที่จะเจอในวันนี้ต่อไป

ส่วนนักรบ มองตามแป้งไปด้วยความรู้สึกสนิทใจว่า ชีวิตนี้มีแป้งเป็นเพื่อนเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว...

ooooooo

นักรบเดินกลับมาที่รถเอากล้องใส่ท้ายรถ พลันก็ชะงักเมื่อต๊อดโผล่หน้ามายิ้มเผล่   เขาถามว่ามาตั้งแต่ เมื่อไร ต๊อดบอกว่ามานานแล้วย้อนถามว่าเขามาทำอะไรที่นี่แต่เช้า นักรบตอบห้วนๆแบบตัดบทว่า "มาทำงานน่ะซิวะ"

"แต่เราแบ่งตารางงานกันแล้วนี่นา ถ้าไม่มีอะไรสำคัญพี่ก็จะปล่อยให้ผมลุยคนเดียว หรือพี่รบจะคิดถึงน้องปรางค์จนนอนไม่หลับ นี่อย่าบอกนะว่ามานอนรอที่หน้าบ้านตั้งแต่เมื่อคืน" ต๊อดยิ้มทะเล้น

นักรบทั้งฉุนทั้งเคืองด่าว่าจะบ้าไปใหญ่แล้ว เลยถูกต๊อดแซวว่าเมื่อกี้เห็นเขาจับมือกับปรางค์ด้วย ถามว่าจะดูหลักฐานไหม ตนถ่ายไว้หมดเลย แหย่ว่าหรือว่าแอบกิ๊กกับปรางค์เข้าให้แล้ว

"เฮ้ย ลบทิ้งไปให้หมดเลยนะไอ้ต๊อด" นักรบคว้าคอเสื้อ ต๊อดแบบเอาจริง "อย่าให้ภาพเมื่อกี้หลุดรอดไปได้นะไอ้ต๊อด ไม่งั้นแกตายแน่ อย่าให้ไอ้รายการบ้าๆนี่ทำลายชีวิตปรางค์มากไปกว่านี้"

เห็นท่าทางเอาจริงของนักรบเข้า ต๊อดก็ฝ่อขอให้ใจเย็นๆ ตนแค่แซวเล่น ขืนปล่อยไปตัวนักรบเองก็เสียด้วยตนจะทำไปทำไม พอนักรบปล่อยมือจากคอเสื้อ ต๊อดก็กึ่งแซวกึ่งเตือนว่า

"แต่วันหลังพี่ก็ระวังตัวหน่อยนะ อย่ามาเดินจู๋จี๋กันกลางถนนอย่างนี้ แต่ว่าไม่ได้เนอะ คนกำลังอินเลิฟคงจะหัก

ห้ามใจไม่ค่อยได้"

"ไอ้ต๊อด!" นักรบจะคว้าคอเสื้ออีก แต่ไม่ทันเพราะต๊อดฉากหลบไปเสียก่อน

จากนั้น ทั้งสองก็ไปที่บ้านปรางค์เพื่อถ่ายเก็บภาพชีวิตประจำวัน แป้งขอกินข้าวก่อน นักรบเลยชวนต๊อดออกไปรอข้างนอก ปรียาออกมาชวนกินข้าวด้วยกัน พอนักรบปฏิเสธ ต๊อดก็ปากโป้งตามเคยว่า

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกพี่รบ ตอนนี้เราก็เหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว นั่งๆพี่ ขอบคุณนะครับคุณแม่ ผมกำลังหิวพอดีเลย" ว่าพลางต๊อดดึงนักรบเข้าไปนั่งกินข้าวด้วย ต๊อดถามปรียาว่า "วันนี้คุณแม่จะไปกับน้องปรางค์ด้วยหรือเปล่าครับ"

ปรียาบอกว่าเจ๊ตุ่มกับนุชคอยดูแลอยู่แล้วตนไปก็เกะกะเปล่าๆ ต๊อดอดไม่ได้บอกปรียาว่าไม่เป็นไรเพราะตอนนี้ปรางค์มีนักรบคอยดูแลอยู่ ทำเอาทุกคนมองขวับว่าต๊อดพูดอะไร เจ้าตัวเลยแก้ว่า

"มีพี่รบอยู่คอยช่วยเหลือในฐานะโปรดิวเซอร์ของรายการไงครับ ผมรับรองได้เลยว่า ถ้ามีพี่รบอยู่ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรกับน้องปรางค์ พี่รบจะช่วยได้แน่ อย่างที่เคยช่วยน้องปรางค์ ตอนประกวดที่พัทยาไงครับ"

แป้งเลยบอกปรียาว่านักรบเป็นคนช่วยพูดให้ตนไม่ถูกตัดสิทธิ์จากกองประกวด ปรียาขอบคุณนักรบ เขาบอกว่าไม่เป็นไรไม่ใช่เรื่องใหญ่ ปรียาก็ยังย้ำว่า

แต่ฉันถือว่าเป็นเรื่องใหญ่นะคะ คุณก็ไม่ได้รู้จักอะไรกับปรางค์ แต่ยังมีน้ำใจช่วยเหลือมันอย่างนี้ฉันค่อยสบายใจหน่อยที่ลูกได้ทำงานร่วมกับ คนดีๆอย่างคุณ"

แป้งมองหน้านักรบขำๆ เมื่อเห็นเขาทำหน้าเขินดูแล้วตลกดี

ooooooo

ที่หน้าตึกรายการวิทยุที่เชิญมิสเรนโบว์ควีนและรองไปสัมภาษณ์ เจ๊จูนกับข้าวฟ่างมาถึงก่อนหมายได้เปรียบแต่มาเร็วไปหน่อยเลยยังไม่เจอใคร เจ๊บ่นว่า

"เรามาเร็วไปหน่อยนะข้าวฟ่าง  ดูซิพวกแฟนคลับ

ยังไม่มากันเลย อย่างนี้ทำให้ภาพเปิดตัวของเราไม่สวย" หันไป

เห็นช่างกล้องก็รีบบอกว่าอย่าเพิ่งถ่ายตอนนี้ พอดีข้าวฟ่างหันไปเห็นวัยรุ่นสองคนใส่เสื้อสีเขียวมีป้ายอยู่ในมือ  รีบบอกเจ๊จูนว่าแฟนคลับของตนมาแล้ว เจ๊แถไปหาทันที

"น้องแฟนคลับใช่ไหมคะ แหมอุตส่าห์มารอพี่ข้าวฟ่างแต่เช้าเลยนะคะ ขอบคุณมากนะคะ จะถ่ายรูปกับพี่ข้าวฟ่างหรืออยากขอลายเซ็นคะ"

แล้วเจ๊ก็ต้องหน้าแตกเมื่อวัยรุ่นทั้งสองส่ายหน้าบอกว่าตนมารอพี่ปรางค์ต่าง หาก เท่านั้นเองเจ๊จูนก็เปลี่ยนสีหน้าราวกับเปลี่ยนหน้ากาก ทำเชิดใส่วัยรุ่นทั้งสอง ซ้ำยังพูดดูถูกว่า ท่าทางบ้านๆอย่างนี้นึกแล้วว่าต้องเป็นแฟนคลับของปรางค์กะเทย

ขาโหด ช่างไม่มีรสนิยมเอาเสียเลย ว่าแล้วจูงข้าวฟ่างเดินเชิดไป

ooooooo

ตอนที่ 10

แป้งในชุดพนักงานขนกระเป๋าของโรงแรมก้มหน้า ก้มตาเดินงุดๆเข้ามาจะรีบกลับห้องชนเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างจังเพราะฝ่ายนั้นเดินมาขวาง แป้งทำเสียงห้าวๆ "ขอโทษครับ"

ที่แท้นักรบนั่นเอง เขาถามเยาะๆว่าเปลี่ยนใจกลับมาเป็นผู้ชายแล้วหรือ ถ้าอย่างนั้นต้องยึดมงกุฎคืนแน่ๆ แป้งเงยหน้าเห็นเป็นนักรบก็ด่าว่าจะบ้าหรือตนก็เป็นของตนแบบนี้ ถูกนักรบหาว่าหนีไปหาใครมาอีกแล้วใช่ไหมทำไมต้องกลัวคนเห็นด้วย

"ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคุณ" แป้งทำห้าวใส่ ถูกนักรบสะอึกเข้ามาพูดอย่างเป็นต่อว่า

"แต่คราวนี้เธอต้องตอบฉัน อย่าลืมสิเธอเซ็นสัญญากับทางรายการเราแล้ว เรามีสิทธิ์รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเธอ เรียกว่าในหนึ่งเดือนนี่เราเป็นเจ้าของชีวิตของเธอก็ว่าได้"

"ไม่มีใครเป็นเจ้าของชีวิตฉันได้ ฉันยอมแค่ให้คุณตามถ่ายชีวิตนางงามกะเทยของฉัน แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวอื่น คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งเกี่ยวไม่งั้นมีเรื่องแน่!" พูดเสร็จแป้งเดินหนีไป นักรบตามไปติดๆ

จนถึงหน้าห้องสวีตที่พักของแป้ง เธอหันมามองหน้านักรบอย่างเอาเรื่อง ถามอย่างรู้ทันว่า

"ช่วยเหรอ ช่วยยังไง คุณพยายามรีดเอาข้อมูลจากฉันไปใส่ในรายการของคุณมากกว่า ไม่งั้นคงไม่ซักฟอกฉันขนาดนี้ นี่คุณคงหวังว่าฉันแอบไปหากิ๊กหรือแอบไปทำอะไรเลวๆใช่ไหม ล่ะ ยิ่งฉันมีเรื่องฉาวเท่าไหร่รายการจะได้ดังเท่านั้น"

นักรบย้อนถามว่าแล้วเธอไปทำอะไรอย่างนั้นหรือเปล่า แป้งบอกตรงๆว่าตนไปหาพ่อมา เขาซักอีกว่าแล้วทำไมต้องแอบไปด้วย

"ฉันไม่อยากให้แม่รู้ แม่ไม่อยากให้ฉันเจอพ่อ พ่อกับแม่เลิกกันไม่ดีเท่าไหร่ นี่คุณอย่าเอาเรื่องพ่อแม่ฉันมาเล่นในรายการนะ"

นักรบฟังแล้วเห็นใจบอกว่าถ้าอย่างนั้นในช่วงสัมภาษณ์ ในรายการเธอก็อย่าพูดถึงพ่อเพราะตอนนี้ทุกคนเข้าใจว่าเธอมีแม่คนเดียว แล้วถ้ามีเรื่องอะไรที่เธอไม่ต้องการให้ใครรู้

ก็บอกก่อนตนจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ นักรบให้ความร่วมมือจนได้ใจแป้งไปนิดหนึ่ง เขาขออย่างเดียวว่า

"ถ้าฉันถามอะไรก็ช่วยตอบความจริงด้วย การโกหกจะยิ่งทำให้เรื่องทุกอย่างมันแย่ลง"

แป้งฉุนขึ้นมาอีกเถียงว่าตนไม่ได้โกหก นักรบดักคอว่าไม่ได้โกหกแต่ตอบไม่หมดใช่ไหม ย้ำว่า

"เธอเก็บเรื่องส่วนตัวของเธอไว้ให้ดีก็แล้วกัน เธอคงรู้นะ รายการเรียลลิตี้แบบนี้สุดท้ายมันก็ไม่ได้ต่างกับละครหลังข่าวหรอก มันไม่ได้จริงซะทุกอย่าง เธอจะได้เป็นนางเอกหรือนางร้ายก็แล้วแต่ทางรายการจะปั้นให้เธอไปทางไหน"

แป้งหน้าตึงทันที ความรู้สึกดีๆที่เริ่มมีเหือดหายไปสิ้น พูดเสียงแข็งหน้าตึงว่า

"สรุปก็คือ คุณสามารถบงการชีวิตฉันได้งั้นสิ ก็ลองดูสิ ถ้ารายการของคุณบิดเบือนความจริงแม้แต่นิดเดียว ฉันจะป่วนให้รายการคุณเจ๊งไปเลย!"

แป้งเปิดประตูเข้าห้อง พอนักรบจะตามร้องบอกว่าตนเตือนด้วยความหวังดี ก็ถูกแป้งสวนมาว่า "คุณขู่ฉันต่างหาก บอกให้รู้นะ ฉันไม่กลัวพวกคุณหรอก!" พูดแล้วกระแทกประตูปิดใส่หน้านักรบจนเขาผงะ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ปรียาเปิดประตูห้องจะออกไปข้างนอก เจอต๊อดเอากล้องมาจ่อรออยู่แล้ว ต๊อดแนะนำตัวเอง ว่าตั้งแต่วันนี้ตนจะตามเก็บภาพน้องปรางค์ ถามว่าตอนนี้น้องปรางค์อยู่ไหน พลางยกกล้องเตรียมพร้อมถ่าย

จู่ๆเจ๊จูนกับข้าวฟ่างก็โผล่พรวดมาหน้ากล้องทำท่าราวกับพิธีกรของรายการ บอกต๊อดว่าสงสัยปรางค์จะอยู่ในห้อง ให้ตามเข้าไปดูวันแรกของมิสเรนโบว์ควีนข้างในกันเลยดีกว่า

ปรียาพยายามห้ามไว้เพราะปรางค์อาจจะยังไม่ได้ แต่งตัว ถูกข้าวฟ่างกับเจ๊จูนดันทุรังอ้างว่าป่านนี้คงแต่งเสร็จแล้ว เป็นมิสเรนโบว์ควีนต้องสวยพร้อมเสมอที่จะออกกล้อง สุดท้ายด้วยความซื่อเมื่อเจ๊จูนบอกว่าคุณแม่จะออกข้างนอกก็เชิญตามสบายเถอะ ทางนี้ตนจะดูแลน้องปรางค์เองไม่ต้องห่วง

"งั้นก็ฝากด้วยนะ" ปรียาเอ่ยปากฝากฝังเพราะอึดอัดกับกล้องที่คอยจ่อมาทางตนอยู่เรื่อย

เจ๊จูนยิ้มสะใจที่จะได้แกล้งปรางค์ให้หน้าแตก พาต๊อดบุกเข้าไปถึงห้องนอน เจอปรางค์ยังนอนคลุมโปงอยู่ เจ๊เข้าไปดึงผ้าห่มออก ทั้งเจ๊และข้าวฟ่างช่วยกันเรียกปรางค์ให้ตื่น พลางเจ๊ก็บอกให้ต๊อดถ่ายไว้เลย ให้เข้าไปถ่ายใกล้ๆจะได้ดูเป็นธรรมชาติ พอต๊อดจ่อกล้องเข้าไปเจ๊ก็พึมพำอย่างสะใจ

"ถ่ายตอนเพิ่งตื่นนอนอย่างนี้รับรองดูไม่จืดแน่ๆภาพมิสเรนโบว์ควีนหมดกันก็คราวนี้แหละ"

แป้งกำลังนอนละเมอว่าชกมวยอยู่ มือกำหมัดชกปากก็ร้อง "เราต้องสู้ สู้มัน อย่ากลัว!" จังหวะที่ต๊อดจ่อกล้องเข้าไปทางปลายเตียง แป้งยกเท้าถีบพอดี ต๊อดโดนถีบกระเด็นออกมาชนเจ๊จูนกับข้าวฟ่างที่เดินตามลุ้นจนเซล้มระเนนระนาดไปตามกัน เจ๊กับข้าวฟ่างร้องวี้ดว้าย จนแป้งลุกขึ้นนั่งถามงงๆ

"เสียงอะไรวะ หนวกหู คนจะนอน!" ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอนต่อ

ooooooo

ที่ตลาดโต้รุ่ง ปรียาเดินไปหาซื้อของที่ตลาด เห็นป้ายโฆษณาการชกมวยของแป้งที่หน้าตลาด  ปรียา สะดุดกึกมองตะลึงรู้ทันทีว่านั่นคือลูกสาวตน

คนงานสองคนกำลังช่วยกันเอาคัตเอาต์ลง ปรียาทนใจตัวเองไม่ได้เข้าไปถามว่ารู้จักนักมวยคนนี้ไหม เขาอยู่คายมวยไหนหรือ แล้วก็ต้องผิดหวังเพราะคนงานมีหน้าที่มาเก็บป้ายเท่านั้นบอกว่าถ้าอยากรู้ต้องไปถามที่สนามมวยเอง

ปรียาได้แต่มองรูปแป้งที่ถูกปลดออกด้วยความรู้สึกโหยหาคิดถึงลูกสาว จนเมื่อคนงานยกป้ายไปแล้วจึงมองไปถนนฟากตรงข้าม เธอชะงักเมื่อเห็นประพันธ์จ้องมองมา แต่ ไม่เอะใจจึงเดินเลยไป

ประพันธ์เองเห็นปรียาแต่ไม่คิดว่าเป็นเธอ เลยเดินไป อีกทาง

ปรากฏว่าปรียาขึ้นสะพานลอยจะข้ามไปฝั่งโน้นและประพันธ์ก็ขึ้นสะพานลอยจะข้ามมาฝั่งนี้ ทั้งสองเลยไปเจอกันกลางสะพานพอดี ต่างมองและทักกันเหมือนถูกผีหลอกเพราะไม่เคยคิดว่าจะได้เจอกัน

ปรียาถือว่าเป็นกรรมที่ได้เจอกัน ประพันธ์ก็ไม่เบาสวนไปว่าช่วงนี้ดวงตนตกจริงๆถึงได้เจอเธอ แต่อดถามไม่ได้ว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ มาเที่ยวหรือ แล้วพาไอ้ป้างมาด้วยหรือเปล่า

ปรียาตัดบทว่าไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตตนกับลูกเลย ประพันธ์อ้างว่าตนเป็นพ่อป้างเหมือนกัน

"พ่อเฮงซวยอย่างแกไม่มีซะยังดีกว่า"

"ฉันไม่ใช่ไอ้พันคนเดิมแล้ว ฉันเลิกเข้าบ่อนแล้ว ไม่แตะต้องการพนันทุกชนิด ตอนนี้ฉันตั้งใจเลี้ยงลูกให้มีความสุขที่สุด ถ้าเธอได้เจอไอ้แป้งเธอจะรู้ว่าฉันจะเลี้ยงลูกได้ดีแค่ไหน" ประพันธ์คุยโว

ปรียาปรามาสว่าเลี้ยงลูกสาวให้เป็นนักมวยนี่หรือว่าเลี้ยงลูกดีแล้ว ถามว่ามีปัญญาแค่นี้หรือ ตนไม่น่าให้เอาลูก ไปเลี้ยงเลย ประพันธ์ถามว่าเป็นนักมวยไม่ดีตรงไหนเพราะตนกำลังปั้นแป้งไปสู่นักมวยระดับโลกได้ทั้งชื่อเสียงทั้งเงิน ถามเย้ยๆว่าแล้วไอ้ป้างทำงานอะไรดีกว่าแป้งนักรึไง

"เออ...ไอ้ป้างมัน...มันเปิดร้านขายของกับเพื่อน ขายหลายอย่างแกไม่ต้องถาม แต่ไอ้ป้างมันมีความสุขอยู่กับฉัน ฉันคิดถูกแล้วที่เลิกกับแก ไม่งั้นเราสองคนแม่ลูกคงไม่มีชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้หรอก"

พูดข่มแล้วเดินหนีไปเลย ไม่เปิดโอกาสให้ประพันธ์ ซักถามอะไรอีก

ooooooo

แต่เมื่อได้เจอกันแล้ว ประพันธ์ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆตามไปขอเบอร์โทรศัพท์ของป้างเพื่อให้พี่น้องได้ติดต่อกัน ปรียาไม่ยอมให้แต่กลับขอเบอร์โทรศัพท์ของ ประพันธ์เอาไปให้ลูกตัดสินใจเอง

"ก็ได้ นี่เบอร์ฉันแล้วนี่เบอร์ไอ้แป้งมัน" ประพันธ์เขียนเบอร์บนถุงกระดาษของปรียา ถามว่าแล้วเธอไม่อยากเจอแป้งสักครั้งหรือ ปรียาบอกว่าตนยังไม่พร้อม ประพันธ์ย้ำกับปรียาว่า "อย่างน้อยก็น่าให้ไอ้ป้างกับไอ้แป้งได้เจอกันสักครั้ง เธอตัดฉันออกไปจากชีวิตได้ แต่เธอไม่มีสิทธิ์ตัดความเป็นพี่น้องของพวกมัน แค่เราพรากพี่น้องให้แยกจากกันมายี่สิบกว่าปีก็บาปมากแล้วนะปรียา ลองคิดดูให้ดีแล้วกัน"

ประพันธ์เป็นฝ่ายเดินจากไป ปรียามองตามอย่างคิดหนัก

ooooooo

เพราะโชติรสไม่ชอบหน้าแป้งอยู่แล้วแต่เมื่อกรรมการตัดสินให้เป็นมิสเรนโบว์ควีนก็ไม่อาจขัดขวางได้ ดังนั้น เมื่อเจ๊จูนเอากระเช้าดอกไม้ใบโตราคาแพงไปเซ่นที่คอนโดฯ โชติรสดูออกว่าต้องมาวิ่งเต้นอะไรแน่

จริงอย่างที่โชติรสคาดเพราะเจ๊จูนมาขอบคุณที่ให้ ข้าวฟ่างได้ร่วมงานกับซีซีแชนแนลของเธอแล้วชมว่าข้าวฟ่างสวยกว่าปรางค์เป็นไหนๆ และไม่เรื่องมากด้วย ใส่ไฟปรางค์ว่า

"แม่นั่นน่ะเรื่องมากเหลือเกินค่ะ ตื่นเช้าก็ไม่ได้ ใส่กระโปรงสั้นก็ไม่ได้ ไม่ชอบแต่งหน้า โอ๊ย สาธยายไม่หมด"

เมื่อโชติรสบอกว่าตนก็เจอฤทธิ์ปรางค์มาแล้ว เจ๊บ่นเสียดายว่าถ้าข้าวฟ่างได้เป็นมิสเรนโบว์ควีน โชติรสและทีมงานก็ไม่ต้องปวดหัวอย่างนี้ รับรองการถ่ายทำรายการทีวีต้องเป็นไปอย่างราบรื่นแน่ๆ

"ไม่ต้องเสียดายหรอกค่ะ ข้าวฟ่างยังมีสิทธิ์ได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนนะคะ" โชติรสอ่อย

เจ๊จูนตาโตถามว่าหมายความว่าอย่างไร โชติรสชี้โพรงให้กระรอก ยุให้รำตำให้รั่วว่ายังไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับปรางค์ เพราะคนฤทธิ์มากอย่างนี้อาจถูกตัดสิทธิ์เข้าสักวัน ทั้งยังอ่อยว่า

"ตอนนี้ฉันถือว่าทั้งยัยปรางค์และข้าวฟ่างมีสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดมิสเรนโบว์เวิลด์เท่าๆกัน ตอนนี้ คงเป็นหน้าที่ของคุณจูนแล้วละค่ะ คอยจับตามองคู่แข่งของคุณให้ดีก็แล้วกัน"

"ถ้ามันทำอะไรพลาดเมื่อไหร่โอกาสก็จะเป็นของข้าวฟ่างทันทีใช่ไหมคะคุณโรส อย่างนี้ข้าวฟ่างจะต้องได้รับมงกุฎมิสเรนโบว์ควีนกลับมาแน่ๆ...ขอบคุณนะคะคุณโรสที่ช่วยชี้ทางสว่างให้จูน ขอบคุณมากค่ะ" เจ๊จูนยกมือไหว้อย่างอ่อนช้อยสอพลอเต็มที่ ในขณะที่โชติรสยิ้มอย่างพอใจที่ยุให้รำตำให้รั่วได้สำเร็จ

ooooooo

วันนี้มีการถ่ายแฟชั่นของปรางค์โดยมีข้าวฟ่างคอยแทรกอยู่ตลอดเวลา ช่างภาพพากันชื่นชมและสัมภาษณ์ปรางค์จนข้าวฟ่างเหมือนส่วนเกิน ยิ่งทำให้ข้าวฟ่างไม่พอใจ เรียกความสนใจอย่างไรก็ไม่สำเร็จ

ต๊อดติดตามการถ่ายแฟชั่นของปรางค์ ครู่หนึ่งนักรบเข้ามาถามอย่างไม่หายเคืองว่าตนไล่ออกไปแล้วไม่ใช่หรือ ยังมาทำอะไรอีก

"ผมรู้ว่าพี่พูดเล่น พูดเล่นใช่ไหม" ต๊อดชักไม่แน่ใจ แต่เห็นนักรบทำเฉยก็เลยโมเมว่า "ถ้าพี่ไม่มีผมพี่จะต้องเสียใจ และที่สำคัญพี่จะต้องพลาดเรื่องเด็ดๆแน่นอน" พูดจนนักรบสนใจถามว่ารู้อะไรมา ต๊อดทำเขื่องคุยว่า "ข่าวน้องปรางค์ที่แพร่สะพัดในเน็ตตอนนี้ เป็นฝีมือคุณโรสเองแหละพี่ เขาสั่งให้สร้างกระแสคนจะได้รู้จักน้องปรางค์เยอะๆ ข่าวจริงข่าวไม่จริงไม่สน ขอให้น้องปรางค์เป็นข่าวก็พอ รายการเราดังแน่ๆเลยพี่" ต๊อดกระดี๊กระด๊ามาก

"ดังอย่างนี้มันน่าภูมิใจนักเหรอวะไอ้ต๊อด" นักรบถามแล้วหันมองแป้งอย่างอดห่วงไม่ได้

ooooooo

เมื่อโชติรสชี้ช่องให้แล้ว เจ๊จูนทำตีสนิทกับเจ๊ตุ่มเข้าไปอาสาช่วยโน้นช่วยนี่ เห็นเจ๊ตุ่มกับนุชกำลังหอบชุดสำหรับถ่ายแฟชั่นเดินมาก็รีบเข้าไปอาสาช่วยถือให้ เลยถูกเจ๊ตุ่มกับนุชแกล้งให้หอบเต็มสองมือเท่านั้นไม่พอยังให้คาบถุงกล้วยปิ้งไปให้แป้งด้วย

พอเจ๊จูนไปแล้ว เอื้อมก็ถือนิตยสารเข้ามาถามว่าเห็นข่าวของแป้งแล้วหรือยัง นุชใจร้อนแย่งนิตยสารจากมือเอื้อมไปดู

ปรียากลับมาถึงห้องสวีตก็รีบฉีกถุงตรงที่ประพันธ์จดเบอร์โทรศัพท์ให้ใส่กระเป๋าไว้ ไม่ทันไรข้าวฟ่างก็ถือนิตยสารฉบับเดียวกับที่เอื้อมเอาไปให้เจ๊ตุ่มกับนุชดูเข้ามา หาเรื่องเนียนๆทำเป็นจำปรียาไม่ได้ใช้ให้หยิบรองเท้าให้ตนหน่อยแล้วทำเป็นเพิ่งเห็นจำได้ทักว่า

"อ้าว คุณแม่เองเหรอคะ มองข้างหลังข้าวฟ่างนึกว่าเป็นคนใช้ ช่วยหยิบรองเท้าคู่สีแดงให้หน่อยสิคะ" ข้าวฟ่างใช้จนได้ แป้งมาเจอพอดีบอกแม่ไม่ต้อง แล้วหันไปต่อว่าข้าวฟ่างว่าเรื่องอะไรมาใช้แม่ตน

เข้าแผนข้าวฟ่างทันที หันไปถามเย้ยแป้งว่าใช้แค่นี้เป็นอะไรไปในเมื่อเคยทำงานต่ำกว่านี้ด้วยซ้ำไป พอแป้งถามว่าพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร ข้าวฟ่างอ้างว่าตนพูดตามข่าวที่ในนิตยสารนี้ลง

แป้งกระชากนิตยสารจากข้าวฟ่างไปดู ระหว่างนั้นข้าวฟ่างก็ลอยหน้าลอยตาพูดตามที่ข่าวลงว่าปรียาเคยเป็นสาวนั่งดริ๊งก์ในพัทยา เป็นสมัยนี้ก็ต้องเรียกสาวเชียร์เบียร์คุณแม่คงต้องรับแต่แขกฝรั่งใช่ไหมปรางค์ถึงได้ออกมาหน้าตาเป็นลูกครึ่งแบบนี้

"หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ" แป้งฉุนขาดตวาดลั่น ข้าวฟ่างยังพูดกวนประสาท ร่ำๆจะมีเรื่องกันอยู่แล้ว นักรบกับต๊อดเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าวฟ่างรีบเก็บภาพจากนิตยสารทันที แต่ยังพูดยั่วแป้งต่ออีกว่า

"เอ๊ะ สมัยนั้นคงไม่ได้เรียกว่าสาวนั่งดริ๊งก์แน่ๆ มันดูทันสมัยไป เอ๋อข้าวฟ่างนึกออกแล้วค่ะต้องเรียกว่าเมียเช่าถึงจะถูก"

แป้งกำหมัดซัดเปรี้ยงเข้าเต็มหน้าข้าวฟ่าง เจ๊ตุ่มกับนุชมาถึงพอดีต่างพากันเข้าห้าม แต่แป้งของขึ้นเสียแล้วจะเข้าไปต่อยซ้ำ นักรบดึงแป้งไว้ ส่วนเจ๊จูนก็รีบเข้าไปขวางแผดเสียงกรี๊ดๆ

แป้งเลือดขึ้นหน้าสะบัดหลุดจากนักรบก็พุ่งเข้าชกเจ๊จูนหงายโดดข้ามเจ๊ไปเตะเปรี้ยงใส่ข้าวฟ่างแบบไม่เลี้ยง ทุกคนพยายามเข้ามาห้าม เลยเกิดโกลาหลกันขึ้น ต๊อดถ่ายภาพไม่ยั้งโดนลูกหลงไปหลายทีเหมือนกัน

ooooooo

เมื่อโชติรสได้ดูคลิปวีดิโอที่แป้งต่อยกับข้าวฟ่างก็ยิ้มพอใจจะเอาไปออกอากาศ   นักรบท้วงติงก็ไม่ฟังอ้างว่าถ้าเอาเทปนี้ออกอากาศเต็มๆ  จะมีคนดูรายการของเราเยอะขนาดไหน  นักรบถามว่าแล้วจะมีประโยชน์ อะไร  โชติรสตอบอย่างสะใจว่า  "ก็ได้ความสนุกสะใจไงคะ"

"แค่นี้สังคมมันก็เสื่อมเต็มทนแล้ว เด็กผู้หญิงตบกันเพราะแย่งผู้ชาย นักเรียนไล่ตีไล่ยิงกันแค่เพราะเขม่นหน้ากันบนรถเมล์ แล้วคุณยังจะคิดเอาภาพความรุนแรงพวกนี้ออกอากาศอีกเหรอ"

โชติรสอ้างว่าเป็นรายการเรียลลิตี้เราต้องซื่อสัตย์ต่อคนดูเราไม่ได้ไปจัดฉากไม่เห็นว่าจะผิดตรงไหน นักรบทนไม่ได้เลยย้อนถามว่า

"แล้วที่คุณสั่งให้คนไปปล่อยข่าวทำให้ปรางค์เสียหายเรียกว่าซื่อสัตย์ต่อคนดูงั้นเหรอ บางทีคำว่าจริยธรรม มันเป็นคำที่ยากเกินไป คุณคงสะกดไม่ถูก งั้นเอาคำง่ายๆนะ ความถูกต้อง คุณจะทำอะไรให้คิดถึงความถูกต้องไว้ด้วย ค่าของความเป็นคนมันวัดกันอยู่ที่ตรงนี้" นักรบพูดแรงมากแล้วเดินออกไปไม่สนใจโชติรสที่โกรธจนขบกรามแน่น

ส่วนเจ๊จูนกับข้าวฟ่างแม้จะเจ็บตัวและเหนื่อยหน่อยแต่ก็สะใจ คาดหวังกันว่าถ้าเทปนี้ออกอากาศเมื่อไหร่คนดูทั่วประเทศจะต้องสงสารข้าวฟ่าง แล้วคอยดูสิว่าใครจะเกิด นางเอกหรือนางร้ายใครจะดังกว่าใคร

แต่เจ๊จูนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าปรางค์ไม่น่าเป็นหมัดมวยแต่ที่เห็นเมื่อครู่นี้ชกต่อยอย่างกับมืออาชีพเลยทีเดียว ดูแล้วน่าแปลกจริงๆ

ooooooo

แป้งยังแค้นใจจะเอาเรื่องคนเขียนข่าวให้แม่ เสียหาย แต่ปรียาเตือนว่าขืนไปต่อความยาวสาวความยืดก็จะเป็นข่าวขึ้นมาอีก สู้ให้มันเงียบๆไปเองดีกว่า แล้วตั้งข้อสงสัยลูกตัวเองว่าแต่ก่อนไม่เห็นเลือดร้อนแบบนี้ แล้วนี่ไปเอานิสัยนักเลงแบบนี้มาจากไหน ดูแล้วไม่ เหมือนเดิมเลย

นี่เองทำให้แป้งต้องสงบเสงี่ยม พอปรียาเตือนว่าอย่ากร่างให้มากนัก ก็รับคำง่ายดาย

แต่ฝ่ายที่ไม่ยอมเงียบคือข้าวฟ่าง เมื่อนักรบกับต๊อดมาสัมภาษณ์ทั้งข้าวฟ่างและเจ๊จูนก็บีบน้ำตาเล่าเป็นตุเป็นตะปั้นน้ำเป็นตัวว่าตนกำลังคุยกับปรียาดีๆ ปรางค์มาจากไหนก็ไม่รู้มาถึงก็เตะต่อยไม่ยั้งแล้วป้ายสีปรียาอีกว่าไม่รู้ว่าเคยเป็นเมียเช่ามาก่อนถ้ารู้ก็จะไม่ถาม แล้วทำเป็นกราบขอโทษผ่านสื่อ

หลังจากนั้น นักรบกับต๊อดก็ไปสัมภาษณ์แป้ง แป้งไม่มีอะไรจะพูด นักรบถามว่าจะไม่พูดแก้ข่าวให้คุณแม่หรือแป้งนึกได้เลยวางท่าแบบอยู่หน้ากล้อง พอต๊อดหันไปยกนิ้วให้นักรบ แป้งก็เริ่มพูด

"เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้   ปรางค์ผิดเองค่ะที่ใช้กำลังกับ

ข้าวฟ่าง ปรางค์ขอโทษคนดูที่ต้องมาเห็นภาพทุเรศๆของปรางค์ แต่ปรางค์ไม่ขอโทษข้าวฟ่างเด็ดขาด ข้าวฟ่างพูดจาดูถูกแม่ของปรางค์ก็สมควรที่ถูกต่อยแล้ว แม่ของปรางค์ไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นข่าว แม่ทำงานหนักมาตลอดชีวิตเพื่อเลี้ยงปรางค์ แม่เป็นแม่ที่น่ายกย่อง ใครอย่าได้ดูถูกแม่เป็นอันขาดไม่งั้นมีเรื่องแน่"

"คัต!" นักรบสั่ง เขาตำหนิแป้งว่าพูดจาหาเรื่องแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นประเด็นขึ้นมาอีก แป้งเถียงว่าตนพูดไปตามที่คิด นักรบเตือนว่าพูดอย่างนี้มีแต่เสียกับเสีย ถ้าจะให้ดีอย่าก่อเรื่องอะไรอีก ไม่อย่างนั้นเธอจะกลายเป็นเหยื่อของรายการนี้

"ถ้าจะไม่ให้ฉันเสีย คุณก็อย่าเอาเทปที่ฉันต่อยข้าวฟ่างออกอากาศซิ ทำไม่ได้ใช่ไหมล่ะ คุณก็ดีแต่พูดเท่านั้นแหละ ฉันจะไม่ฟังคุณอีกต่อไปแล้ว" พูดแล้วเดินไปอย่างไม่ฟังอะไรอีกแล้ว

ooooooo

เมื่อเสร็จงาน เจ๊ตุ่มวางแผนจะกลับกรุงเทพฯกันวันนี้เลย แป้งถามว่าแล้วปรางค์ล่ะ จะทิ้งปรางค์ไว้ที่นี่หรือ  เจ๊ปลอบใจว่ากรุงเทพฯกับพัทยาใกล้กันแค่นี่มีอะไรก็โทร.ถามข่าวกันได้

แต่พอรู้ว่าจะเดินทางอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าแป้งก็ขอตามไปทีหลังเพราะมีอีกหลายอย่างต้องทำ แต่พอเจ๊ติงว่าเดี๋ยวปรียาก็สงสัยขึ้นมาอีก เอื้อมเลยอาสาจะไปจัดการธุระให้เพราะรู้จักบ้านเเป้งอยู่แล้ว

เอื้อมเป็นคนเอาเงินจากแป้งไปให้ปรางค์ฝากให้พ่อประพันธ์เอาไปใช้หนี้พวกที่ตลาด และถ้าได้เงินรางวัลมาทั้งหมดก็จะช่วยใช้หนี้พ่อให้หมดแล้วเปิดโรงงานเย็บเสื้อให้ปรางค์ด้วย

เอื้อมย้ำกับปรางค์ให้ปลอมตัวเป็นแป้งต่อไปอย่าให้ใครจับได้ แต่ปรางค์เองกลับไม่มั่นใจเพราะกระบี่เริ่มสงสัยแล้วกลัวว่าสักวันจะต้องถูกกระบี่จับได้

แต่พอเอื้อมกลับไป กระบี่ที่แอบดูอยู่ก็เข้ามาดึงซองเงินจากปรางค์ถามว่าเงินอะไร ปรางค์ปดว่าเป็นค่าแรงที่ตนไปทำงานเมื่อวันก่อน กระบี่เห็นได้เงินมากต่อว่าปรางค์ที่ไปทำงานไม่ชวนเพราะตนกำลังร้อนเงินต้องหาไปใช้หนี้พวกค้ายาทำให้ปรางค์รู้ว่ากระบี่ข้องเกี่ยวกับพวกนั้น แม้จะตกใจแต่ก็ไม่กล้าถามต่อ

ส่วนแป้งแอบเอาเงินอีกจำนวนหนึ่งไปใช้หนี้พวกมาเฟีย

ที่กระบี่ติดหนี้อยู่ โดยไม่รู้ว่านักรบสะกดรอยตามไปถ่ายวีดิโอไว้ พอจ่ายเงินพวกมันเสร็จนักรบตามไปอีก แป้งรู้สึกตัวพอหันมองเห็นเป็นนักรบซ้ำยังเห็นเขาถ่ายวีดิโอไว้ด้วย แป้งขอร้องอย่าเอาเทปนี้ไปออกอากาศ โกหกว่าตนเป็นหนี้พวกนี้เพราะร้านถูกไฟไหม้เลยต้องกู้เงินไปใช้หนี้ วันนี้มีเงินเลยเอามาคืน ที่ต้องหลบๆซ่อนๆเพราะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้

นักรบทำท่าไม่เชื่อ เมื่อแป้งขอให้เขาลบเทปนี้ทิ้งเสีย เขามีข้อแม้ว่าจะลบเทปนี้ทิ้งถ้าเธอรับปากว่าต่อไปจะเชื่อฟังทำตามที่ตนบอกทุกอย่าง และต้องเชื่อใจตนไม่อย่างนั้นก็ทำงานด้วยกันไม่ได้

แป้งยอมแต่มีข้อแม้ว่าต้องมีเหตุผลเพียงพอหรือมีความจำเป็นจริงๆ รับปากว่าจะเชื่อใจเขาจะฝากชีวิตไว้กับเขาตลอดหนึ่งเดือนนี้ ถามว่าพอใจหรือยัง

นักรบพอใจยอมลบเทปทิ้งบอกให้แป้งกลับเข้าโรงแรมไปก่อน พอแป้งเดินเข้าไปก็ได้ยินเสียงโชติรสทักนักรบว่าไปไหนมา อ้อนขอติดรถเขากลับกรุงเทพฯด้วย นักรบถามว่าแล้วรถเธอไปไหน

"โรสให้คนขับรถขับกลับไปแล้วค่ะ โรสอยากกลับพร้อมพี่รบมากกว่า โรสรู้ว่าพี่รบยังโกรธโรสอยู่ ถ้าพี่รบไปส่งโรสที่บ้าน พี่รบจะได้มีเวลาพูดให้โรสเปลี่ยนใจไม่เอาเทปวันนี้ออกอากาศไงคะ หรือพี่รบจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป มันไม่ถูกต้องนะคะพี่รบ"

มีข้อแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจเช่นนี้ นักรบตอบตกลงแล้วเดินไปด้วยกัน แป้งค่อยๆหันมองรู้สึกทั้งคู่เหมาะสมกันมากแต่ในใจลึกๆของตัวเองกลับรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก...

ooooooo

เมื่อคณะเจ๊ตุ่มพาแป้งกลับมาถึงบ้านปรียา บรรดาเพื่อนบ้านและแฟนคลับต่างพากันมาต้อนรับเรียกและชมปรางค์อย่างนั้น ปรางค์อย่างนี้อย่างสนิทสนมทำเอาแป้งทำตัวแทบไม่ถูก ดีที่นุชช่วยเข้ามากันพวกแฟนคลับออกไปขอเวลาให้ปรางค์ได้พักผ่อน แป้งเลยรอดตัว

ทั้งเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมต่างดีใจที่เทปรายการยังไม่ทันออกก็มีแฟนคลับมากมายขนาดนี้แล้วถ้าเทปออกอากาศรับรองงานเข้ามาเพียบแน่ๆ

แล้วแป้งก็ต้องหัวเสียเมื่อมาเจอต๊อดตามถ่ายรูปไม่หยุดอีกจนได้หันไปถามว่าถ่ายพอหรือยัง

"พอก็ได้ครับ วันนี้น่าจะมีเรื่องเด็ดๆมากพอแล้ว ยิ่งมีฉากโชว์แม่ไม้มวยไทยเมื่อเช้าคงจะตัดต่อใช้ได้หลายเทปเลย พรุ่งนี้เจอกันนะครับ" ต๊อดยิ้มเผล่ผละไป ทิ้งให้เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมมองกันอย่างหนักใจ ส่วนแป้งเฉยๆยังไม่รู้ว่ารายการจะออกมาอย่างไร

พอเข้าบ้าน แป้งก็ทำตัวมีพิรุธอีกเมื่อเดินตามปรียาเข้าห้องถูกแม่ถามว่าทำไมไม่ไปเข้าห้องตัวเอง แป้งเลยทำไก๋ว่าเดินมาส่งแม่แล้วเดินไปเข้าห้องของปรางค์ มองห้องอย่างสำรวจเพื่อจะทำตัวได้ถูก

ooooooo

ส่วนนักรบขับรถกลับมาจนถึงบ้านแล้วปรากฏว่าเธอยังไม่ยอมพูดเรื่องเทปม้วนนั้น พอถามเธอขอเวลาตัดสินใจอีกที แต่พอเข้าบ้านโสภาออกมารับชมว่ารายการที่ทำสนุกมากยิ่งช่วงตอนท้ายๆที่กะเทยตัวร้ายตบตีกับกะเทยอีกคนนั้นสนุกเข้มข้นน่าติดตามจริงๆ

นักรบจึงเพิ่งรู้ว่าที่แท้โชติรสเอาเทปไปออกรายการแล้วเขาโกรธมากถามว่าทำอย่างนี้ได้ยังไงตนยังไม่ได้ดูก่อนเลย ทำงานอย่างนี้ไม่ให้เกียรติกันเลยแบบนี้อย่าร่วมงานกันดีกว่า

"โรสเคยบอกคุณแล้วนะคะว่าโรสมีอำนาจในการตัดสินใจทุกอย่าง แล้วที่โรสตัดสินใจไปก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องด้วย เรตติ้งของวันนี้พุ่งสูงอย่างที่ไม่เคยมีรายการไหน ทำได้ คราวนี้โฆษณาล้นแน่ๆ ที่กะว่าทำรายการแค่เดือนนึงอาจจะต้องยืดไปเป็นสามเดือนก็ได้" โชติรสชี้แจ้งยิ้มแย้มดีใจ

"คุณหวังเรตติ้งหวังเงินโดยไม่คิดว่าคุณกำลังทำลายชีวิตคนอื่นอยู่เหรอครับคุณโรส"

"พี่รบจะเดือดร้อนแทนกะเทยนั่นทำไมคะ พวกกะเทยก็ชอบทำตัวเด่นดังอยู่แล้ว มันอาจจะชอบเสียอีกที่ได้ทั้งเงินแล้วก็ได้มีชื่อเสียงแค่ชั่วข้ามคืน"

"คุณไม่รู้จักปรางค์ เขาไม่ใช่เป็นคนอย่างนั้น เขามีศักดิ์ศรีมากกว่าคุณด้วยซ้ำ อย่างน้อยเขาก็หาเงินด้วยความสามารถของตัวเองไม่เหมือนคุณที่ทำธุรกิจบนความหายนะของคนอื่น คิดแต่จะกอบโกยผลประโยชน์อย่างเดียว ผมคงทำงานกับคนอย่างคุณไม่ได้ ผมขอลาออก!"

"พี่รบ!" โชติรสเรียกเมื่อนักรบหันหลังเดินหุนหันจากไป แต่เขาก็ไม่แม้แต่จะหันมอง

ooooooo

โสภากับศักดิ์สิทธิ์พ่อแม่ของนักรบตกใจ ต่างพากันมาขอโทษโชติรส บอกว่าจะให้นักรบมาขอโทษเธอ ส่วนโชติรสพูดอย่างเป็นต่อว่าสงสัยตนกับนักรบคงจะร่วมงานกันต่อไปไม่ได้จริงๆแล้ว

โสภายืนยันว่ายังไงนักรบก็ต้องทำงานต่อไป ส่วนศักดิ์สิทธิ์บอกว่าจะไม่ยอมให้นักรบลาออกแน่ๆ โชติรสยังคงเล่นตัวว่าถ้านักรบทำงานกับตนแล้วไม่มีความสุขตนก็ไม่สบายใจ แต่ไม่ว่าอย่างไรคุณลุงกับคุณป้าก็ยังเป็นหุ้นส่วนอยู่ ส่วนเรื่องค่าหุ้นนั้น เธอพูดทิ้งท้ายเหมือนทิ้งทุ่นว่า

"เรื่องค่าหุ้นของคุณลุงจะต้องโอนให้ทางเราเมื่อไหร่ก็คงต้องขึ้นอยู่กับคุณลุงคุณป้าแล้วล่ะค่ะว่าจะพูดให้พี่รบเข้าใจโรสได้หรือเปล่า"

เป็นเรื่องเร่งด่วนคอขาดบาดตายที่ต้องรีบทำ ดังนั้นศักดิ์สิทธิ์เข้าไปคุยกับนักรบในห้องทำงานของเขาที่บ้านสั่งให้เขากลับไปทำงานกับโชติรส นักรบบอกพ่อว่าอย่ามาอ้างเรื่องค่าหุ้นเลยเสนอให้พ่อถอนตัวออกจากบริษัทของโชติรสเสียก็หมดปัญหา

"ฉันถอนตัวตอนนี้ไม่ได้โว้ย ฉันเซ็นสัญญากับทางโน้นไปแล้ว หนูโรสยอมผ่อนผันให้ฉันไม่ต้องจ่ายค่าหุ้นในตอนนี้ก็เพราะแก เห็นไหมว่าเขาชอบแกมากแค่ไหนแล้วอย่างนี้ อีกหน่อยถ้าแกแต่งงานกับหนูโรสเขาเรื่องค่าหุ้นก็คงไม่ต้องพูดถึงแล้ว"

นักรบเสนอให้จ่ายค่าหุ้นไปเถิดให้คิดถึงศักดิ์ศรีของครอบครัวเราบ้าง ศักดิ์สิทธิ์สวนไปเสียงดังว่า "ฉันไม่มีเงินจ่าย! เงินที่มีอยู่ก็เอาไปเล่นหุ้นหมดแล้ว ถ้าจะเหลือก็เหลือแต่บ้านหลังนี้แหละ แกจะให้ฉันขายบ้านไปจ่ายค่าหุ้นให้หนูโรสไหมล่ะ คนจะได้รู้กันหมดว่าบ้านเรากำลังล้มละลายหมดแล้ว ไอ้รบ! มีแกคนเดียวที่จะกอบกู้ฐานะของเราได้ แกทำเพื่อพ่อกับแม่สักครั้งได้ไหม พ่อขอร้องล่ะ กลับไปทำงานกับหนูโรสซะ"

พูดแล้วศักดิ์สิทธิ์เดินหน้าเครียดออกไป เจอโสภามายืนรอฟังผลอยู่ถามว่าลูกยอมไหม

"คุณรู้ไหมว่าจุดอ่อนของไอ้รบมันคืออะไร ก็ไอ้ความที่มันเป็นคนดีเกินไปนี่แหละที่เป็นจุดอ่อนของมันล่ะ" ศักดิ์สิทธิ์พูดอย่างมั่นใจว่านักรบต้องกลับไปทำงานกับโชติรสตามเดิมแน่ๆ

แต่หารู้ไม่ว่า พอพ่อเดินออกไปแล้ว นักรบหันมองกองแฟ้มข้อมูลรายการทีวีที่ทิ้งไปอย่างคิดหนัก

ooooooo

ที่บ้านแป้งที่พัทยา ประพันธ์กับปรางค์นั่งคิดบัญชี ดูตัวเลขแล้วเขาถามปรางค์ว่าเงินเหลือแค่นี้เราจะรอดไปถึงสิ้นเดือนไหม ปรางค์เสนอว่าตนคงต้องเลิกต่อยมวยแล้วไปหางานอื่นทำ แต่ประพันธ์ปักใจที่จะปั้นลูกให้เป็นแชมป์มวยหญิงโลกให้ได้

กระบี่นิ่งคิดอยู่นาน ร้องบอกอย่างดีใจว่าคิดออกแล้วว่าเราควรจะทำอะไรที่ทำด้วยกันได้สามคนเพื่อสร้างอนาคตอย่างที่น้าพันเคยบอก คือเปิดค่ายมวย แต่พอคิดถึงเงินทุนแล้วเป็นไปไม่ได้ กระบี่เสนอใหม่ให้เปิดบาร์เบียร์แล้วให้แป้งชกมวยโชว์ฝรั่ง

"พ่อทำอาหารอร่อย ทำไมเราไม่ทำอาหารขายล่ะ" ปรางค์รีบขัดก่อนที่พ่อกับกระบี่จะตกลงกันได้ แต่คิดไปคิดมาไม่มีเงินทุนอยู่ดี

สุดท้ายปรางค์เสนอว่าเราขายข้าวเปล่าก็แล้วกัน ถึงจะได้กำไรน้อยแต่มันก็ไม่ต้องลงทุนมาก

เมื่อทุกคนเห็นพ้องกันแล้ว วันต่อมาปรางค์กับกระบี่ก็ไปขายข้าวเปล่ากันมีทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว มีลูกค้ามาซื้อข้าวทักว่าปรางค์เป็นมิสเรนโบว์ควีนหรือเปล่า หน้าเหมือนกันมาก

กระบี่กันท่าเต็มที่ทั้งยังห้ามปรางค์ไปประกวดด้วยพูดกลั้วหัวเราะว่า

"ฉันหวงแกนะโว้ยไอ้แป้ง"

"ข้าวเหนียวหมดแล้วฉันไปเอามาเพิ่มนะ" ปรางค์หาทางเลี่ยงไปเพราะรู้สึกอึดอัดใจมาก

ooooooo

ส่วนแป้งที่สวมบทเป็นปรางค์ยังต้องทำหน้าที่ตามสัญญาต่อไปอย่างอึดอัดฝืนใจเช่นกัน  จะพูดอะไรอย่างที่คิดก็ไม่ได้ ต้องคอยระวังคำพูดระวังกิริยาและภาพพจน์จนไม่เป็นตัวของตัวเอง

วันนี้นักรบเป็นคนเก็บภาพแป้งขณะเดินออกจากบ้านและถามถึงเพื่อนบ้านตลอดจนถึงเพื่อนในวัยเด็ก  แป้งต้องใช้ความคล่องของตัวเองแก้ปัญหาน่าเชื่อบ้างไม่น่าเชื่อบ้างเอาตัวรอดไปได้หวุดหวิด

ถ่ายและสัมภาษณ์พอแล้ว นักรบบอกว่า

"ตอนนี้เธอพักได้แล้วนะ เดี๋ยวเราจะเก็บภาพอีกทีตอนเธอขึ้นรถแล้วก็ตอนที่ไปถึงงาน นี่รู้หรือเปล่าว่าวันนี้เธอต้องไปงานเปิดตัวกาแฟยี่ห้อใหม่" แป้งตอบสั้นๆว่ารู้ แต่พอนักรบถามว่าแล้วต้องทำอะไรบ้าง แป้งตอบไปตามประสาว่าก็คงขึ้นไปเดินโชว์ตัวแล้วก็กลับ

"เธอควรจะเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีว่าวันนี้เธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง   ไม่ใช่ทุกคนจะชื่นชมเธอเหมือนพวกเพื่อนบ้านเธอหรอกนะ มีคนชอบก็ต้องมีคนเกลียด ยิ่งเทปแรกที่ออกไปเมื่อวาน..."

"ก็จะมีคนเกลียดฉันมากขึ้น ก็ไม่ใช่พวกคุณหรอกเหรอที่ทำให้ฉันกลายเป็นนางร้าย พวกคุณสนใจแค่ให้มีคนดูรายการคุณเยอะๆชีวิตฉันจะเป็นยังไงก็ช่างแล้วไหนคุณเคยบอกว่าคุณจะช่วยฉันไงล่ะ"

"ฉันก็พยายามช่วยเธอแล้ว แต่คนที่มีอำนาจในการตัดสินใจทุกอย่างคือเจ้าของรายการไม่ใช่ฉัน"

"เจ้าของรายการก็แฟนคุณไม่ใช่เหรอ คุณจะพูดกับแฟนคุณไม่ได้เชียวหรอว่าอย่าเอาตอนที่ฉันต่อยข้าวฟ่างออก อากาศ ที่จริงคุณเองก็รู้เห็นเป็นใจด้วยล่ะซิ ถ้ารายการดังคุณก็ดังไปด้วย คราวนี้คงจะมีใครมาจ้างคุณไปทำงานเป็นแถว"

"ฉันไม่เคยคิดหาผลประโยชน์จากเธอ เธอมัวแต่โทษคนอื่น เคยมองตัวเองไหมที่มันเกิดเรื่องขึ้นเพราะเธอทำตัวของเธอเอง ฉันเตือนให้เธอระวังตั้งแต่แรกแล้ว แต่เธอก็ไม่ฟัง เธอเองหรือเปล่าที่อยากจะดังน่ะ แต่ดังแบบนี้ ดังเร็วแล้วก็ดับเร็ว!"

พูดให้กระทบใจแป้งแล้วนักรบเดินออกไป ไม่สนใจว่าแป้งจะคิดอย่างไร

ตอนที่ 9

เหลือคนสุดท้ายที่จะสัมภาษณ์คือหมายเลข 9 ปรางค์ธิดา เลยไม่ต้องจับสลาก พิธีกรเชิญคุณสมชายกรรมการหมายเลข 1 เป็นผู้สัมภาษณ์

"คุณให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ที่คุณเข้ามาประกวดในครั้งนี้ก็เพื่อเงินรางวัลหนึ่งล้านบาท แสดงว่าคุณต้องการเงินรางวัลอย่างเดียว ตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับคุณเลย" คุณสมชายถาม

"ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ"

"แล้วถ้าการประกวดในครั้งนี้ไม่มีเงินรางวัลมากขนาดนี้คุณจะเข้าประกวดไหมครับ"

"ไม่ว่าการประกวดครั้งนี้จะมีเงินรางวัลมากน้อยแค่ไหน ดิฉันก็จะเข้าประกวดค่ะ เพราะดิฉันมีหน้าที่ที่จะต้องทำให้ความฝันของผู้หญิงที่ชื่อ ปรางค์ธิดา เป็นจริงให้ได้...การได้รับตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีน จะเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับดิฉัน แต่ดิฉันเข้าประกวดก็เพื่อให้ได้ทั้งตำแหน่งทั้งเงินรางวัล ไม่ใช่อย่างใด อย่างหนึ่ง"

มีเสียงฮือฮาอย่างชื่นชอบจากผู้ชม แป้งหยุดนิดหนึ่ง แล้วพูดต่อ

"ดิฉันฝึกซ้อมมาอย่างหนัก ฝ่าฟันอุปสรรคอะไรมามากมาย ดิฉันคิดว่า ดิฉันคู่ควรกับตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนและเงินรางวัลหนึ่งล้านบาทค่ะ"

"แล้วถ้าผมให้เงินหนึ่งล้านบาทคุณไปเลย โดยไม่ต้องเข้าประกวดล่ะ"

"ดิฉันไม่รับค่ะ ไม่ว่าคุณจะให้เงินดิฉันด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การที่จะได้เงินมา ต้องมาจากการทำงานที่สุจริตเท่านั้น ไม่ว่าดิฉันจะจนตรอกแค่ไหน เงินก็ซื้อดิฉันไม่ได้ ไม่ว่าจะยังไงศักดิ์ศรีต้องมาก่อนเงินค่ะ"

กรรมการอีกคนหนึ่งปรบมือให้กับความฉะฉานจริงใจของแป้ง คนในห้องต่างก็พากันปรบมือให้กำลังใจแป้ง นักรบเองที่เดินมาทันได้ฟังการให้สัมภาษณ์ของแป้งก็ปรบมือให้อย่างจริงใจ แป้งมองลงมาสบตาและยิ้มให้เขา

ที่หลังเวทีประกวด...

เจ๊จูนฝันเฟื่องมั่นใจเกินร้อยว่าข้าวฟ่างต้องได้ตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนแน่ๆ เรียกมาเติมแป้ง ยีผมให้ฟูเตรียมไว้สวมมงกุฎ แล้วลากข้าวฟ่างออกไปรอการประกาศผล

ooooooo

ปรางค์ใจจดจ่อรอฟังข่าวดีจากแป้ง ย่องลงมาข้างล่างเหลียวมองไม่เห็นใครก็ไปเปิดทีวีดูถ่ายทอดการประกวด เป็นการประกาศรองอันดับสามแล้ว

ประพันธ์กับกระบี่เดินเข้ามา ประพันธ์ถามปรางค์ว่าดูอะไรอยู่ ปรางค์ปดว่าดูข่าวอยู่เป็นข่าวภาคดึก ประพันธ์บอกว่าเดี๋ยวบอลมาเรียกด้วย แล้วหยิบหนังสือพิมพ์เดินออกไป แต่กระบี่ยังไม่ไป พูดให้ปรางค์สบายใจว่า

"ท่าทางน้าพันจะทำใจได้แล้ว แกสบายใจขึ้นหรือยังไอ้แป้ง"

"เออ...สบายใจขึ้นเยอะเลย ดึกมากแล้วทำไมไม่กลับบ้านล่ะ" ปรางค์อยากดูถ่ายทอดการประกวดเต็มที พอกระบี่บอกว่าจะอยู่ดูบอลกับน้าพัน ถามว่าปกติไม่เคยไล่ตนกลับทำไมวันนี้ดูร้อนรนชอบกล ปรางค์แก้เกี้ยวว่า "ไม่ได้เป็นอะไร แกไปคุยเป็นเพื่อนพ่อหน่อยเถอะ พ่อยังดูซึมๆอยู่เลยนะกระบี่นะ...คิดว่าช่วยฉันก็แล้วกัน"

พอกระบี่ออกไป ปรางค์ก็รีบเปิดดูการประกวดต่ออย่างตื่นเต้นมาก

ooooooo

ที่เวทีประกวด พิธีกรประกาศอย่างตื่นเต้นขณะที่รองอีกสามคนได้สายสะพายและดอกไม้ยืนอยู่ด้านหลัง

"ผมรู้สึกตื่นเต้นจริงๆเลยครับ แล้วนาทีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ชื่อที่ผมประกาศต่อไปนี้คือผู้ที่จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดมิส เรนโบว์เวิลด์ที่สหรัฐอเมริกา...ผู้ที่ได้ครองมงกุฎมิสเรนโบว์ควีน 2010 ได้แก่..."

พิธีกรทิ้งจังหวะให้ดนตรีกระหึ่มอย่างระทึก พวกเจ๊ตุ่มลุ้นกันสุดตัว เจ๊จูนกับข้าวฟ่างยืนเชิดอย่างมั่นใจในชัยชนะเต็มที่

"ได้แก่...หมายเลข...9 ครับ ปรางค์ธิดา วิลาศไพศาล ขอแสดงความยินดีกับน้องปรางค์ด้วยครับ ขอเชิญคุณประไพพักตร จิตต์โสภัค มิสเรนโบว์ควีน 2009 ขึ้นมามอบมงกุฎและสายสะพายให้กับน้องปรางค์ด้วยครับ"

แป้งยืนงงไปครู่หนึ่งก่อนจะก้าวออกไปหน้าเวทีด้วยสีหน้าตื่นเต้น นักรบปรบมือดีใจอย่างลืมตัวจนต๊อดหันมอง เอื้อมกระโดดกอดปรียา เจ๊ตุ่มกับนุชกระโดดโลดเต้นกรี๊ดกร๊าดดีใจสุดขีด โชติรสมองแป้งอย่างไม่ชอบใจที่เธอได้เป็นมิสเรนโบว์ควีน

พิธีกรประกาศต่อไปว่า "นั่นก็หมายความว่าน้องข้าวฟ่าง หยาดนภา พรรณรายโสภา ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง"

ข้าวฟ่างยังยืนอึ้งคิดไม่ถึงว่าจะแพ้แป้ง เจ๊จูนอึ้งไปนานกว่าจะร้องกรี๊ดออกมาอย่างรับไม่ได้กระทืบเท้าปึงปังแล้วเดินออกไปทันที

แป้งได้รับการสวมมงกุฎและสายสะพาย จากนั้นกลุ่มนักข่าวก็กลุ้มรุมกันเข้ามาถ่ายรูป นักรบกับต๊อดแทรกเข้าไปช่วยกันเก็บภาพ ในขณะที่แป้งยังยืนงงทำอะไรไม่ถูกรู้สึกสับสนไปหมด

ooooooo

ปรางค์ดูการถ่ายทอดดีใจจนร้องไห้ออกมา ยิ่งเห็นแป้งหันมายิ้มให้กล้องเหมือนยิ้มให้ตนก็ยิ่งร้องไห้ พลันก็ต้องรีบปาดน้ำตาปิดทีวี เมื่อได้ยินเสียงประพันธ์ถามเข้ามาว่าบอลมาหรือยัง พอเข้ามาเห็นปรางค์ปิดทีวีก็ถามว่าปิดทำไม ตนจะดูบอล

ปรางค์บอกว่าบอลยังไม่มา แต่ประพันธ์บอกว่าห้าทุ่มแล้ว บอลมาแล้ว พลางเอารีโมตไปกดเปิด ปรางค์ผวาจะไปปิดที่ตัวเครื่อง ที่จอยังมีช่วงท้ายของรายการประกวดอยู่แต่ไม่เห็นผู้ชนะประกวดแล้ว ปรางค์ถอนใจยาว กระบี่มองหน้าถามว่า ร้องไห้หรือ

"เปล่าๆ ไม่ได้ร้องสักหน่อย" ปรางค์รีบเช็ดน้ำตาให้แห้งสนิท กระบี่จับผิดว่าตาบวมขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่ได้ร้องอีก ประพันธ์นึกว่าปรางค์เสียใจที่ชกแพ้ ปลอบใจลูกว่า

"แกร้องไห้ทำไมวะไอ้แป้ง แพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดา แกจะเสียใจไปทำไมวะ หรือว่าพ่อทำให้แกร้องไห้ พ่อขอโทษนะโว้ย พ่อแค่คิดไม่ถึงว่าแกจะแพ้ง่ายๆอย่างนั้นก็เลยหงุดหงิดไปหน่อย"

"เอ่อ...หนู...หนูแพ้ หนูก็เลยเสียใจนิดหน่อย หนูจะไม่ร้องไห้อีกแล้วล่ะจ้ะ ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะ หนูไปนอนดีกว่า วันนี้เหนื่อยมากเลย" ปรางค์พูดผสมโรงแล้วรีบขอตัวไปนอนด้วยหัวใจที่อิ่มเอิบกับชัยชนะของแป้ง

ooooooo

ที่เวทีประกวด แป้งกลายเป็นดาวดวงเด่นในพริบตา เธอดีใจมากกอดปรียา เมื่อแม่ไปแสดงความยินดีด้วย บอกแม่ว่า "หนูชนะแล้วแม่" ปรียาบอกว่าแม่ดีใจด้วย ส่วนเจ๊ตุ่มร้องแต่ว่า เราชนะแล้ว...เราชนะแล้ว ครู่หนึ่งหันไปถามนุชว่าตนไม่ได้ฝันไปใช่ไหม นุชตบหน้าเจ๊เบาๆบอกว่าไม่ได้ฝันไปหรอก

นักรบกับต๊อดเข้ามาเก็บภาพบรรยากาศหลังการประกวดเสร็จ แป้งหันมายิ้มให้กล้องของนักรบพูดใส่กล้องว่า

"ฉันได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนแล้ว ภารกิจของฉันจบสิ้นเสียที"

"นี่แค่การเริ่มต้นต่างหาก..." นักรบบอก แป้งฟังแล้วมองนักรบอย่างไม่เข้าใจ

ooooooo

เจ๊จูนกำลังสติแตกร้องไห้สะอึกสะอื้นจนเนื้อกระเพื่อมไปทั้งตัว กอดข้าวฟ่างไว้แน่น ประกาศประท้วงการตัดสินครั้งนี้ กล่าวหามากมาย ทั้งการตัดสินไม่ยุติธรรม ทั้งกล่าวหาว่าปรางค์ทำผิดกฎของกองประกวดแล้วแต่ยังเข้ามาประกวดต่อจนได้ มงกุฎเท่ากับทางกองประกวดทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กันหมด

"แล้วพี่จูนจะทำยังไงต่อไปครับ" นักข่าวถาม

เจ๊บอกว่าจะยืนประท้วงอยู่อย่างนี้จนกว่าข้าวฟ่างจะได้รับความยุติธรรม แล้วให้ข้าวฟ่างพูดบ้าง ข้าวฟ่างทำตาปริบๆ บีบน้ำตาพูดไปสะอื้นไปว่า

"ข้าวฟ่างไม่มีอะไรจะพูดค่ะ นอกจาก...ข้าวฟ่างเสียใจมาก...หัวใจของข้าวฟ่างแหลกสลายไม่มีชิ้นดี ข้าวฟ่างอยากตายค่ะ..."

พูดแล้วทั้งเจ๊จูนกับข้าวฟ่างกอดกันร้องไห้โพสท่าให้นักข่าวถ่ายรูปกัน

ooooooo

เจ๊จูนพาข้าวฟ่างไปยืนประท้วงอยู่หน้าห้องประชุมของโรงแรมที่กุ๊กไก่กับโชติรสและกรรมการคนอื่นๆกำลังประชุมกันอยู่

กุ๊กไก่ในฐานะที่ประสานงานกับเจ๊จูนมาตลอด ออกมาเจรจายอมรับว่าทุกอย่างเป็นความผิดของตนเอง เรื่องการประกาศตัดสิทธิ์ปรางค์ธิดานั้นตนทำโดยพลการ ที่จริงแล้วต้องให้ทางกองประกวดเป็นผู้ตัดสินเท่านั้น

แต่ไม่ว่ากุ๊กไก่จะชี้แจงและยอมรับผิดอย่างไร เจ๊จูนก็ไม่ยอมเข้าใจเรียกร้องแต่ว่าจะต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรม

ในที่สุดโชติรสต้องออกมาคุยด้วยตัวเอง บอกเจ๊จูนว่า

เราคงเปลี่ยนแปลงคำตัดสินของกรรมการไม่ได้ แต่มีข้อเสนอพิเศษให้คือ จะให้ข้าวฟ่างเข้าร่วมรายการเรียลลิตี้ด้วย ทั้งที่รายการ "ตามติดชีวิตราชินีสีรุ้ง" นี้จะทำเฉพาะผู้ชนะการประกวดเท่านั้น แต่ชีวิตของข้าวฟ่างก็น่าสนใจดี

พอเจ๊จูนรู้ว่าจะได้เข้าร่วมรายการเรียลลิตี้และจะได้ ออกทีวีทุกวัน ต่างก็ยิ้มออก เจ๊ถามว่า แล้วค่าตอบแทนเท่าไร เท่าน้องปรางค์หรือเปล่า

"คงเท่าไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าคุณไม่สนใจก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่ขอเตือนหน่อยนะคะ ในฐานะ ที่ฉันเป็นที่ปรึกษาของการประกวดในครั้งนี้ การประท้วงของคุณเป็นการผิดสัญญาที่คุณได้เซ็นกับทางเราไว้ นอกจากเราจะยึดตำแหน่งและเงินรางวัลคืนมาได้แล้วก็ยังจะถูกปรับอีก" โชติรสเปลี่ยนเป็นรุก

เจ๊จูนรีบตกลง บอกว่าตนอยากร่วมทำงานกับโชติรส อยู่แล้ว เรื่องเงินทองไม่สำคัญมันอยู่ที่ใจต่างหาก

"งั้นคุณจูนช่วยไปแก้ข่าวให้กับทางเราด้วย แล้วหวังว่าคงจะไม่มีปัญหาวุ่นวายอะไรอีกนะคะ"

พูดเสร็จโชติรสจิกตามองเจ๊จูนจนฝ่ายนั้นก้มหน้าหลบตา แล้วเธอก็เดินระเหิดระหงกลับเข้าไปในห้องประชุมอย่างผู้ชนะ

ooooooo

หลังได้รับตำแหน่งแล้ว เจ้าหน้าที่พาแป้งไปเข้าห้องพักที่จัดไว้สำหรับมิสเรนโบว์ควีน แป้งตื่นตาตื่นใจกับห้องพักหรูมาก นึกในใจว่าได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนแล้วมันดีอย่างนี้เอง

ขณะกำลังตื่นเต้นนั่นเอง นักรบก็มาเคาะประตู พอเปิดไปเจอนักรบเท่านั้น แป้งหมดอารมณ์สุนทรีย์ทันที ถามอย่างเบื่อหน่ายว่า

"คุณอีกแล้วเหรอ จะมาถ่ายอะไรอีก การประกวดมันจบไปแล้วนะ คุณไม่มีสิทธิ์จะมายุ่งวุ่นวายกับฉันอีกต่อไป คุณทำรายการอะไรของคุณ ถึงได้มาถ่ายถึงห้องนอน ไม่รู้จักเคารพความเป็นส่วนตัวของคนอื่นบ้างเลย"

แป้งใส่เป็นชุด จนนักรบลดกล้องลงถามว่าเธอไม่รู้อะไรเลยหรือ เพราะแม้ว่าการประกวดจบแล้วแต่รายการทีวีของเธอเพิ่งเริ่มต้น แล้วนักรบก็ชี้แจงว่า รายการที่ว่านี้คือ...

"รายการเรียลลิตี้ที่ติดตามชีวิตของเธอไง ต่อไปนี้เธอจะต้องมีตากล้องตามเธอไปทุกที่ทุกวันเพื่อเก็บบันทึกชีวิตของเธอ ต่อไปนี้จะไม่มีคำว่าส่วนตัวสำหรับเธอ ชีวิตทุกแง่ ทุกมุมของเธอจะต้องถูกเปิดเผย"

แป้งรับไม่ได้ แต่นักรบยืนยันว่าฐานะของเธอตอนนี้ต้องให้ความร่วมมือกับทางรายการของตน ถามว่าตอนเซ็นสัญญาเข้าประกวดรับรู้เรื่องนี้แล้วไม่ใช่หรือ   พอแป้งทำหน้างง เขาตัดบทว่า

"ไม่รู้ล่ะ ยังไงเธอก็ต้องยอมให้ฉันเก็บภาพของเธอ ฉันขอเก็บภาพเธอในคืนแรกของการเป็นมิสเรนโบว์ควีนหน่อยนะ ขอเวลาสักสิบนาทีก็พอ เธอจะทำอะไรก็ทำไปเลย คิดว่าไม่มีฉันไม่มีกล้องอยู่นะ"

นักรบพูดง่ายๆ แต่แป้งเข้าใจและรับยาก เธอยืนกรานไม่ร่วมมือกับรายการบ้าๆนี่เด็ดขาด ในที่สุด นักรบต้องพาเธอไปพบโชติรสมือปราบพวกเฮี้ยวประจำกองประกวด โดยมีเจ๊ตุ่มกับนุชร่วมด้วย

ooooooo

แป้งถูกคุมให้อ่านสัญญาให้ละเอียด พออ่านจบเงยหน้าขึ้น เจ๊ตุ่มกับนุชที่มองลุ้นอยู่หลบตาแว้บ แป้งหันไปโวยวายกับโชติรสและนักรบว่าตนไม่ใช่หมีแพนด้าจะได้มาอยู่หน้ากล้องให้คนเขาดูตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง นักรบเลยต้องชี้แจงว่า

"สัญญาเขียนไว้กว้างๆเท่านั้นแหละ ที่จริงทางรายการเราอาจจะเก็บภาพชีวิตประจำวันของเธอบ้างแต่ก็คงไม่ทุกวัน แต่ที่ต้องตามเก็บภาพเธอแน่ๆ ก็ช่วงที่เธอออกปฏิบัติหน้าที่ของมิสเรนโบว์ควีนไปออกทีวีให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หรือออกงานต่างๆ"

"สรุปคือเรามีสิทธิ์ที่จะไปเคาะประตูห้องนอนของเธอเมื่อไหร่ก็ได้ เรามีสิทธิ์ตามดูชีวิตเธอได้ตลอดเวลาที่เราต้องการ ข้องใจอะไรอีกไหม" โชติรสแทรกขึ้น

"งั้นคุณเจรจากับปรางค์เขาเองแล้วกันนะ" นักรบฉุนลุกเดินไปเลย

"ฉันขอยกเลิกสัญญา..." แป้งแข็งกร้าว เจ๊ตุ่มพยายามขอร้องว่าเลิกไม่ได้เพราะเธอเซ็นไปแล้ว ส่วนโชติรสใช้ไม้เดิมคือ จะยกเลิกสัญญาก็ได้แต่ต้องจ่ายค่าเสียหายมา 5 ล้านบาทก็เป็นอันจบ

ในที่สุดแป้งก็ต้องยอมตามนั้นเพราะคิดจนหัวแตกก็ไม่มีปัญญาหาเงิน 5 ล้านบาทมาได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องได้ค่าตอบแทนสูงกว่านั้นเพราะเล่นเปิดเผยทุกอย่างในชีวิตของตนให้คนทั้งประเทศรับรู้

"เธอคิดว่าชีวิตของเธอมีค่าเท่าไหร่เหรอ" โชติรสถามหยันๆ

"ชีวิตฉันก็มีค่าเท่าคุณนั่นแหละคุณโรส ฉันขอเพิ่มค่าตากหน้าออกทีวีอีกสามแสน"

โชติรสไม่ยอมให้เพราะเธอเซ็นสัญญาไปแล้ว แป้งเถียงว่าในสัญญาเขียนไว้ว่าถ้าตนเกิดอาการเครียดก็มีสิทธิ์ขอพบจิตแพทย์ได้ ถามว่าถ้าตนไปหาจิตแพทย์ทุกวันรายการของเธอคงน่าเบื่อตาย เล่นแง่ย้ำอีกว่า "แล้วสัญญาคุณก็ไม่ได้บังคับให้ฉันต้องให้สัมภาษณ์นี่ ถ้าฉันเกิดปิดปากเงียบตลอดรายการคุณคิดว่ารายการจะออกมาเป็นยังไง"

สุดท้ายโชติรสก็โชติรสเถอะ เจอหัวหมออย่างแป้งเข้าก็ต้องยอม แต่ขู่ว่าถ้าจ่ายให้ตามที่เรียกร้องแล้วอย่ามาเรียกอะไรเพิ่มอีก ไม่อย่างนั้นจะให้ทนายเล่นงาน พูดอย่างดูถูกว่า "โชคดีแค่ไหนที่ได้ออกทีวีน่ะ ยังมาทำเล่นตัวอีก"

พอโชติรสออกไป แป้งก็หันขวับมองเจ๊ตุ่มกับนุช แค่เรียกชื่อทั้งสองก็สะดุ้งเฮือกแล้ว พอถูกแป้งจ้องหน้าก็พากันก้มงุด

ooooooo

ระหว่างเดินกลับห้องพัก เจ๊ตุ่มขอโทษแป้งที่ลืมบอกเรื่องนี้เพราะมัวแต่ยุ่งๆกับเรื่องประกวด ส่วนนุชก็พูดออกตัวว่า นึกว่ารายการนี้แค่ทำไปออกทีวีแป๊บเดียว ไม่รู้จริงๆว่าเขาจะถ่ายทำกันเป็นเดือน

เมื่อทั้งเจ๊กับนุชพากันขอโทษ แป้งปัดว่าไม่ต้องขอโทษตนให้ไปขอโทษปรางค์แทนเพราะปรางค์จะต้องเป็นคนมารับงานนี้ ทำเอาเจ๊กับนุชหน้าเสียอ้อนวอนให้แป้งยอมเป็นปรางค์ต่อไปให้จบเถอะ แป้งก็ยังยืนกรานว่าหน้าที่ของตนหมดแล้ว
เพราะตกลงกันแค่เข้าประกวดแทนปรางค์ แต่อย่างอื่นตนไม่ได้ตกลงด้วย ไม่ขอเกี่ยวข้องอีก พอกันที พูดแล้วแป้งแยกไปที่ห้องนอนตัวเอง

เจอนักรบถือกล้องคอยอยู่ที่หน้าห้องจนได้ แป้งแทบจะสติแตกถามว่ามาทำไมอีก นักรบชี้แจงยาวเหยียดถึงหน้าที่ของตัวเองที่ต้องตามเก็บภาพของเธอ พอแป้งถามว่าแล้วทำไมถึงเพิ่งจะมาบอกกันตอนนี้! นักรบก็สวนกลับไปอย่างเผ็ดร้อนว่า

"ก็ฉันไม่รู้นี่ว่าเธอจะเซ่อซ่ายอมเข้าประกวดโดยที่ไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้าง คราวนี้ถือว่าเป็นบทเรียนก็แล้วกัน วันหลังจะทำอะไรก็รู้จักรอบคอบ ต้องรู้จักระวังถึงเธอจะเป็น..." เขาหยุดกึก แป้งจ้องหน้าถลึงตาถามว่าเป็นอะไร เขายังเงียบ เธอเลยพูดให้ชัดไปเลยว่า

"เป็นกะเทยใช่ไหม พูดออกมาเลยซิ เพราะว่าฉันเป็นกะเทยใช่ไหม พวกคุณก็เลยอยากจะตามดูชีวิตฉัน เห็นฉันเป็นตัวประหลาดหรือยังไง ทำเหมือนฉันไม่ใช่คนงั้นแหละ ฉันคิดว่าคุณเป็นคนดีซะอีก ที่แท้คุณก็แย่พอๆกับแฟนคุณนั่นแหละ"

"ฉันก็ไม่อยากทำรายการนี้นักหรอก แล้วคุณโรสก็ไม่ได้เป็นแฟนฉัน"

"คุณเหรอไม่อยากทำรายการ ฉันเห็นคุณตั้งอกตั้งใจทำงานจะตาย แล้วคุณอยากจะให้ฉันทำยังไงก็บอกมาได้เลยนะ จะให้ฉันทำตัวเป็นกะเทยเว่อร์ๆขำๆ หรือจะให้เป็นกะเทยรันทดน่าสงสาร"

"เธอทำได้ทั้งนั้น เพราะคนอย่างเธอทำทุกอย่างได้ เพื่อให้ได้เงิน"

"ใช่ ฉันทำได้ทุกอย่าง ถ้าได้เงิน แต่งานเดียวที่ฉันจะไม่มีวันทำได้คืองานที่คุณทำอยู่นี่ งานที่ดูถูกเหยียดหยามคนอื่น ฉันอยากรู้นักว่าคุณทนอยู่กับตัวเองได้ยังไง"

พูดจบแป้งปิดประตูใส่หน้านักรบปัง!

ooooooo

ขณะเดินหัวเสียกลับไปที่ล็อบบี้นั่น เจอต๊อดเข้าพอดี ถูกต๊อดกวนประสาทอีกจนได้ ถามว่าตามไปเก็บภาพน้องปรางค์มาใช่ไหม ไปเก็บกันถึงไหนถึงได้

กลับมาป่านนี้ พอถูกนักรบไล่ว่าจะไปไหนก็ไป ต๊อดแหย่ว่าอารมณ์เสียแบบนี้คงเจอน้องปรางค์ดังแล้วหยิ่งใช่ไหม แล้วทำหน้าทะเล้นแซวว่า

"ผมบอกพี่รบแล้ว ให้รีบจับจองตัวน้องปรางค์ไว้ เห็นไหมล่ะ แล้วก็ทำหลุดมือไปจนได้" พอนักรบสั่งให้หยุดพูดเรื่องนี้เสียที ต๊อดก็ยังพล่ามติดลมว่า "พี่รบไม่ต้องห่วงเลยนะครับ ตอนนี้เรามีสิทธิ์ตามติดน้องปรางค์ไปทุกที่อยู่แล้ว ถ้าน้องปรางค์ได้เห็นหน้าพี่รบทุกวัน ยังไงก็ต้องใจอ่อนกลับมาเป็นของพี่รบเหมือนเดิม พี่รบตื๊อๆหน่อยก็แล้วกัน"

"ไอ้ต๊อด!!"

ถูกเรียกเสียงเข้มขนาดนั้น ต๊อดก็ยังคึกถามว่าจะให้ตนช่วยตื๊อหรือ ได้เลยตนคารมเป็นต่ออยู่แล้ว นักรบตัดบทเฉียบขาดว่า "พรุ่งนี้หางานใหม่ได้เลยนะ" แล้วเดินไปเลย ต๊อดตาเหลือกวิ่งตามไปง้อ

"พี่รบ...พี่รบพูดเล่นใช่ไหม ผมล้อเล่นทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย พี่รบ...พี่รบ..."

ooooooo

ปรียาดูแลแป้งอย่างใกล้ชิด เข้าไปในห้องสวีทช่วยจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ให้ ถามว่าตกลงต้องอยู่ที่นี่อีกกี่วัน แป้งเองก็ไม่รู้ แต่พรุ่งนี้ทางกองประกวดถึงจะสรุปตารางการกำหนดทั้งหมดว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆคือต้องถ่ายรายการเรียลลิตี้บ้าๆนั่นทุกวัน

แป้งขอโทษแม่ที่ทำให้ต้องมาเดือดร้อนไปด้วยเพราะทางรายการต้องสัมภาษณ์แม่ออกทีวีด้วย ปรียาไม่ห่วงเรื่องให้สัมภาษณ์ กังวลอยู่อย่างเดียวกลัวแพร่ภาพออกไปแล้วประพันธ์จะเห็นเข้า แป้งถามหยอกว่ากลัวพ่อจะมาตามหรือ

"พ่อแกหรือจะมาตามเรา ป่านนี้มันคงถูกเจ้าหนี้ฆ่าตายไปแล้วล่ะมั้งไอ้ป้าง แกอย่าวาดฝันว่าพ่อแกจะเหมือนพ่อคนอื่นๆ พ่อแกน่ะเป็นผีพนัน มันขายทุกอย่างในบ้านเพื่อเอาเงินไปเข้าบ่อน ที่แม่เลิกกับมันก็เพราะกลัวว่าสักวัน
มันจะต้องขายลูก..."

แป้งพยายามแก้ต่างว่าพ่อไม่มีวันทำอย่างนั้น ปรียาก็ยังเชื่อว่าประพันธ์ทำได้ทุกอย่าง ถึงขั้นสาปส่งว่าเป็นตายอย่างไรชาตินี้ทั้งชาติจะไม่ขอเจอหน้ากันอีก พอแป้งถามว่าแล้วแป้งล่ะแม่ไม่อยากเจอเหมือนกันหรือ ทำให้ปรียานึกถึงแป้งขึ้นมา แป้งเลยเล่าให้ฟังว่าน้านุชเคยบอกเรื่องน้องฝาแฝดของตน แม่ไม่คิดถึงเลยหรือ

"ฉันจะคิดถึงมันไปทำไม หยุด ไม่ต้องพูดอะไรอีก ฉันไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้" ปรียาตัดบทอย่างไม่อาจทำใจได้

แล้วเดินหนีไป แป้งได้แต่มองตามแม่ไปอย่างผิดหวัง

ooooooo

ปรางค์ยังนอนระบมไปทั้งตัวอยู่ที่ห้องของแป้ง ประพันธ์สงสารลูก ประคบน้ำเย็นให้แล้วพรุ่งนี้ค่อยประคบน้ำอุ่นอีกที บ่นตัวเองว่ามีลูกสาวก็ดันมาเลี้ยงให้เป็นลูกชาย เพราะอยากให้เข้มแข็งเหมือนผู้ชายจะได้ป้องกันตัวเองได้เวลาไม่มีพ่ออยู่ดูแลแล้ว

ปรางค์แกล้งแหย่ว่านึกว่าพ่ออยากได้ลูกชายมากกว่าถึงได้เลี้ยงให้เป็นอย่างนี้ พูดกระทบใจเหมือนรู้เรื่องดีว่า

"พ่อคงรู้สึกว่าคิดผิดที่เลือกหนูแทนที่จะเลือกพี่ชายของหนูใช่ไหม"

"ไอ้แป้ง แกพูดอะไร" ประพันธ์ตกใจถามเคืองๆ

"พ่อคิดว่าหนูไปสืบเรื่องแม่เรื่องเดียวเหรอ หนูสืบทุกอย่างเกี่ยวกับครอบครัวของเรา หนูมีพี่ชายชื่อป้างใช่ไหมพ่อ หนูคอยอยู่ว่าเมื่อไหร่พ่อจะบอกหนูเรื่องนี้ แต่พ่อก็ไม่เคยพูดถึงพี่เขาเลย"

"ที่ฉันไม่พูดถึงเพราะตอนนี้ฉันมีแกเป็นลูกคนเดียว ไอ้ป้างมันไม่ใช่ลูกของฉันอีกต่อไป แล้วห้ามพูดเรื่องนี้อีกต่อไป เข้าใจไหม" ปรางค์ถามว่าทำไม ประพันธ์ตอบตัดบทว่า "ไม่รู้โว้ย ฉันเป็นพ่อแก ฉันจะทำอะไรก็ได้ จะทำไมวะ"
ประพันธ์ออกไปแล้ว ปรางค์ได้แต่มองตามพ่ออย่างผิดหวัง ไม่ต่างกับแป้งที่ผิดหวังกับแม่

ooooooo

นักรบเริ่มทนไม่ได้กับการทำงานที่เอาแต่ความคิดเห็นของตัวเองของโชติรส เมื่อได้นั่งคุยกันเขาเสนอว่าเธอต้องฟังตนบ้าง แต่โชติรสยืนยันความคิดเห็นของตัวเองว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอะไรเพราะรูปแบบรายการของเราไม่มีปัญหาอะไร นักรบจึงชี้ให้เห็นว่า

"รูปแบบที่คุณวางไว้ มันขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวเกินไปนะครับ จะให้ตามไปสืบโคตรเหง้าปรางค์เขาไปทำไม ก็คอนเซปต์วางไว้จะให้คนดูได้เห็นชีวิตของเขาหลังการประกวดว่าเป็นยังไงต่อไปเท่านั้น"

โชติรสยืนยันความเห็นของตัวเอง อ้างว่านี่คือสาระที่จะทำให้รายการดีขึ้น คนที่เป็นพ่อแม่จะได้ดูไว้เป็นแบบอย่างว่าเลี้ยงลูกยังไงไม่ให้เป็นกะเทย ยิ่งฟังโชติรสพูด นักรบก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอไม่ลึกซึ้งอะไรเลย ตำหนิว่าเธอไม่รู้จักชีวิตกะเทยจริงๆด้วยซ้ำ แต่อยากทำรายการเกี่ยวกับกะเทย ย้ำว่า

"ไม่มีใครรู้หรอกว่าทำไมเขาถึงเกิดมาเป็นแบบนี้ แทนที่คุณจะเห็นใจพวกเขา คุณกลับเลือกที่จะเหยียบย่ำซ้ำเติม ผมไม่น่าเสียเวลาพูดกับคุณเลยจริงๆ"

นักรบลุกเดินไป โชติรสรีบตามไปชี้แจงอีก ระหว่างนั้นมีเด็กเข็นกระเป๋าของโรงแรมเข็นกระเป๋าผ่ากลางทำให้นักรบเดินหนีไปจนโชติรสตามไม่ทัน

ที่แท้เด็กเข็นกระเป๋าคือแป้งปลอมตัวมานั่นเอง พริบตาเดียวแป้งก็หนีออกจากโรงแรมกลับไปหาปรางค์ที่บ้าน เข้าบ้านเจอประพันธ์เข้าจังๆ ประพันธ์ถามว่าไปไหนมา แป้งบอกว่าไปเดินเล่น ประพันธ์ถามว่ากลุ้มใจอะไรถึงได้ไปเดินเล่นดึกๆดื่นๆแล้วไล่ให้ไปนอนเสีย แป้งรีบขึ้นไปที่ห้องตัวเองทันที

ooooooo

พอพี่น้องเจอกันก็รีบปิดประตูคุยกันด้วยความดีใจ แป้งเห็นสภาพของปรางค์แล้วสงสารถามว่าโดนถล่มถึงขนาดนี้เลยหรือ

แป้งต้องการมาบอกปรางค์ให้กลับไปเปลี่ยนตัวตามเดิมเสีย ปรางค์บอกว่าสภาพของตนตอนนี้คงไปไม่ได้เพราะหน้าตายังยับเยินอยู่ แป้งออกอุบายว่าให้โกหกว่าออกไปเดินเล่นนอกโรงแรมแล้วถูกจิ๊กโก๋รุมตื้บเอา แค่นี้ก็เรียบร้อย เร่งปรางค์ให้เอาชุดที่ตนใส่มาเปลี่ยนเสียเราจะได้เปลี่ยนตัวกันตอนนี้เลย

"ถ้าพี่กลับไปในสภาพนี้คนจะยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก เธอก็รู้ว่าพี่จูนจ้องจับผิดเราอยู่ ถ้าเราถูกจับได้ตอนนี้ทุกอย่างที่เธอทำมามันจะสูญเปล่านะแป้ง"

แป้งยืนกรานว่าตนไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ตนเกลียดชีวิตแบบปรางค์ ขอร้องว่า

"พี่เอาชีวิตของฉันคืนมานะพี่ปรางค์ เอาชีวิตของฉันคืนมา ได้ยินไหม"

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอย่างตึงเครียดนั่นเอง กระบี่มาเคาะประตูแล้วเข้ามาเลย โชคดีที่แป้งหลบทัน ปรางค์ถามว่ามีอะไรหรือ กระบี่บอกว่าเอาก๋วยเตี๋ยวมาให้เพราะเห็นเมื่อตอนเย็นกินอะไรไม่ได้เลย ปรางค์รีบขอบใจแล้วเร่งให้ไปดูบอลเสีย
พอกระบี่ลงไปเจอประพันธ์ก็ปรารภอย่างสงสัยว่าไม่รู้แป้งคุยกับใครอยู่ในห้อง ประพันธ์บอกว่าคงไม่มีอะไรหรอก แป้งคงพูดกับตัวเองสงสัยคงเครียดเพราะชกแพ้มา บอกให้ปล่อยไปเถอะให้แป้งระบายออกมาเสียบ้างก็ดี

กระบี่แสดงความเป็นห่วงแป้งมากมายจนประพันธ์ถามว่าทำไมห่วงใยแป้งเสียจริง กระบี่อึกอักตกใจตอบอ้อมแอ้มว่าก็เราเป็นเพื่อนกัน ถูกประพันธ์คาดคั้นว่า คิดกับแป้งแค่เพื่อนจริงหรือ ถ้าเป็นลูกผู้ชายจริงให้บอกมาตรงๆว่า

คิดอย่างไรกับลูกสาวตน วันนี้เรามาเปิดอกคุยกันเลยเพราะตนข้องใจมานานแล้ว

ถูกรุกเข้าตรงๆอย่างนี้กระบี่ยิ่งอึกอักประหม่าจนประพันธ์ขู่ว่าถ้าไม่ชอบตนก็จะได้ดูหนุ่มๆคนอื่นให้แป้ง ยกตัวอย่างว่าไอ้เข้มนักมวยที่มาใหม่ก็เข้าท่าดี ท่าทางอนาคตจะไปไกล

กระบี่ตกใจแทบตายรีบบอกว่า "ไม่ได้นะ น้าพัน น้าจะหาแฟนให้ไอ้แป้งไม่ได้นะ ฉัน...ฉันชอบไอ้แป้ง ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันชอบมันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ฉันชอบมันจริงๆ ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อมันคนเดียว"

ประพันธ์ยิ้มพอใจที่กระบี่ยอมรับตรงๆ สอนให้รีบหางานที่มั่นคงทำไม่ใช่หากินไปวันๆอย่างนี้สอนว่า "ที่สำคัญต้องไม่กินเหล้า ไม่เล่นการพนัน แกทำได้ไหมไอ้บี่"

กระบี่รับปากแข็งขันว่าทำได้ ถามว่าตอนนี้น้าพันยอมให้ตนเป็นแฟนแป้งแล้วใช่ไหม

"ยังโว้ย ฉันแค่อนุมัติให้แกจีบไอ้แป้งได้เท่านั้น ต่อไปก็อยู่ที่ฝีมือแล้วว่าไอ้แป้งจะยอมเป็นแฟนกับแกรึเปล่า"

"ขอบคุณมากน้าพัน...ขอบคุณมาก" กระบี่โถมเข้ากอดประพันธ์ไว้ด้วยความดีใจ

ooooooo

ในที่สุดแป้งก็ยอมเป็นปรางค์ต่อไป เมื่อฟังปรางค์พูดอย่างสะเทือนใจว่า

"คิดซะว่านี่เป็นโอกาสดีที่เธอจะได้อยู่กับแม่นานขึ้นอีกหน่อย ส่วนพี่ก็จะได้มีเวลาทำความรู้จักกับพ่อมากขึ้น โอกาสอย่างนี้มันหาไม่ได้ง่ายๆนะแป้ง"

เมื่อตกลงกันได้แล้วแป้งย่องลงมาเอาชุดเด็กยกกระเป๋าที่วางอยู่หลังโซฟาที่ประพันธ์นั่งดูบอลอยู่ แต่พอคลานออกไปประพันธ์เห็นเข้าถามว่าจะไปไหนดึกดื่น แป้งโกหกว่าเมื่อกี้ลืมปิดประตูรั้วกำลังจะไปปิด ประพันธ์บอกว่ายังไม่ต้องล็อกประตูเพราะกระบี่ยังไม่ได้กลับ

พอดีกระบี่เอาน้ำออกมาจากห้องครัวมายืนตรงบันไดตะโกนถามปรางค์ว่าหลับหรือยัง ลงมาดูบอลด้วยกันไหม ประพันธ์บอกว่า "ไอ้แป้งมันไม่ได้อยู่ข้างบนมันอยู่หน้าบ้าน"

ปรางค์ลากสังขารลงมา ถามกระบี่ว่าเรียกทำไมตนกำลังจะหลับอยู่แล้ว

"เฮ้ย! ไอ้แป้ง" ประพันธ์ทำหน้าเหมือนถูกผีหลอก ถามว่าขึ้นไปข้างบนตั้งแต่เมื่อไรทำไมไวนักเมื่อกี้ยังเพิ่งเดินไปหน้าบ้านเอง

"พ่อไม่ทันมองเองแหละ ฉันง่วงแล้ว ฉันไปนอนล่ะ ไม่ต้องเรียกแล้วนะ" ปรางค์รีบตัดบทก่อนที่จะถูกซักถามจนความลับแตก รีบขึ้นไปข้างบน

ประพันธ์ยังไม่หายงงว่าทำไมแป้งผลุบโผล่ได้อย่างรวดเร็วราวกับผีหลอกอย่างนี้...

ooooooo

ตอนที่ 8

ในการซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนแสดงจริงคืนนี้ข้าวฟ่างขึ้นโชว์ก่อน ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราวกับฉากอลังการ ต่อมาเป็นแป้ง ปรากฏว่าแป้งโชว์ในแนวใหม่ เป็นการโชว์ศิลปะการต่อสู้มวยไทยผสมคาราเต้ แป้งเต้นได้อย่างแข็งแกร่งทะมัดทะแมงน่าทึ่ง เมื่อแป้งโชว์เสร็จ ปรากฏว่าได้รับเสียงปรบมือกึกก้องยาวนานยิ่งกว่าของข้าวฟ่าง

เจ๊จูนทนไม่ได้หาทางแก้เกม โทร.หาโจให้จัดสตันต์มาที่พัทยาสักสิบคน ขอแค่ตีลังกาได้เป็นพอ แต่เพราะกะทันหันโจขอเป็นพรุ่งนี้

"พรุ่งนี้ฉันจะเอาสตันต์ไปทำอะไรยะ ปัญญาอ่อนจริงๆ" เจ๊จูนด่าอย่างหัวเสีย ซ้ำยังถูกเจ๊ตุ่มกับนุชพูดเยาะเย้ยอย่างมั่นใจว่าคืนนี้ปรางค์ธิดาต้องชนะ ประกวดแน่นอน วางแผน การว่าจะเอามงกุฎเพชรไว้ที่บ้านนุชส่วนรถไว้ที่บ้านเจ๊ตุ่ม ทั้งยังชวนกันไปนวดนิ้วเตรียมนับเงินล้านอีกด้วย

เมื่อเห็นทีจะเสียท่าเจ๊ตุ่ม เจ๊จูนวางแผนร้าย หลอกแป้งว่าแม่เป็นลมให้รีบไปดู แป้งหลงเชื่อพอตามไปก็ถูกนักเลงที่เจ๊จูนจ้างมาจับล็อกฉีดสเปรย์พริกไทย แล้วลากไปขังไว้ในห้องเก็บของ

จนกระทั่งเย็นทุกฝ่ายเตรียมพร้อม ผู้เข้าประกวดทุกคนพากันมาแต่งหน้าแต่งผม ขาดแต่แป้งที่ยังไม่มา เจ๊ตุ่มกับนุชร้อนใจไม่รู้ว่าแป้งหายไปไหน นุชสงสัยว่าจะท้องเสียอยู่ในห้องน้ำ

"ท้องเสียอะไรจะหายไปนานขนาดนี้ แกลองโทร.หาพี่ปรีกับนังเอื้อมซิว่าเห็นแป้งหรือเปล่า รีบโทร.เร็วเข้าเดี๋ยวพี่กุ๊กไก่จะต้องมาบรีฟอีกรอบ ถ้าแป้งไม่อยู่เป็นเรื่องแน่" เจ๊ตุ่มใจร้อนเป็นไฟ

เจ๊จูนทำทีมาถามว่าปรางค์หายไปไหน เจ๊ตุ่มกับนุชโกหกว่าปรางค์แต่งตัวอยู่ เจ๊จูนดักคอว่าท่าทางเจ๊ตุ่มกับนุชกังวลอะไรอยู่ หรือว่าปรางค์หนีไปแล้วไม่ยอมขึ้นประกวดเพราะตื่นเวที

เจ๊จูนมาพูดยั่วจนถูกนุชกับเจ๊ตุ่มไล่ไปเสียให้พ้นอย่ามายุ่งกับเด็กของตน พอเจ๊จูนไปแล้ว เจ๊ตุ่มก็หันมาถามนุชอย่างกังวลใจว่า "แกว่าแป้งไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม นังนุช"

"อย่าไปฟังนังจูนมัน ไม่มีอะไรหรอกน่า" นุชตอบไปอย่างนั้นทั้งที่ตัวเองก็กังวลไม่น้อย

ที่ห้องเก็บของ แป้งตาพร่าแสบเพราะพิษสเปรย์พริกไทย เดินคลำไปที่ประตู ทั้งทุบทั้งถีบตะโกนสุดเสียง

"ช่วยด้วย...ช่วยด้วย มีคนติดอยู่ในนี้ ช่วยด้วย"

แต่ข้างนอกเงียบกริบ แป้งยังทุบประตูไม่หยุดร้องเรียกสุดเสียง กลัวจะไปประกวดไม่ทัน

ooooooo

ปรางค์เตรียมขึ้นชกแล้ว ให้สัญญากับพ่อว่าจะชกให้ชนะ จะเอาเงินรางวัลมาให้พ่อให้ได้ ยังความปลื้มปีติแก่ประพันธ์มาก บอกว่าถึงจะบวชให้พ่อไม่ได้ แต่ก็ได้ทำหน้าที่ลูกสาวที่ดี พ่อดีใจที่มีลูกสาวอย่างนี้ อวยพรให้ชกให้ชนะพ่อเอาใจช่วย

แต่พอปรางค์เห็นน้ำเพชร ก้องเกียรติยิม ที่เป็นคู่ชกเดินมาพร้อมเทรนเนอร์และผู้ติดตาม ปรางค์ก็หน้าเผือดถามพ่อว่า "นี่เหรอคู่ชกหนู"

"เออ นี่แหละคู่ชกของแก น้ำเพชร ก้องเกียรติยิม แชมป์ของจังหวัด แกก็รู้อยู่แล้วนี่หว่าว่าแกจะต้องชกกับใคร" กระบี่ตอบแทนประพันธ์

ปรางค์ทำตาปริบๆดูคู่ชกที่มีกล้ามเป็นมัดซ้อมเตะต่อยกับเทรนเนอร์ หมัดหนักขนาดเทรนเนอร์ยังเซ เห็นแล้วปรางค์ทำหน้าสยอง กลืนน้ำลายเอื๊อก...

ooooooo

งานนี้ทั้งโสภา ศักดิ์สิทธิ์ และราศีพากันมาให้กำลังใจโชติรส แต่โสภากับราศีมาอย่างไม่ยินดีนัก ซ้ำยังพากันบ่นการประกวดที่เห็นว่าเป็นเรื่องน่าสมเพชแปลกประหลาดด้วย

"อย่าไปซีเรียสเลยค่ะ   คิดว่าวันนี้เรามาดูอะไรขำๆ

ก็แล้วกัน งานประกวดคืนนี้จะต้องมีโชว์อะไรเว่อร์ๆให้เราได้หัวเราะกันแน่ๆค่ะ" โสภาบอกราศี

"ก็คนพวกนี้มีจุดขายก็ตรงความเว่อร์นี่แหละค่ะ คุณแม่ ไม่รู้อะไร พวกสปอนเซอร์วิ่งชนกันยังกับอะไรดี เม็ดเงินเทอยู่ตรงนี้ไม่ใช่น้อยๆนะคะ เราเข้าไปดูกันดีกว่าว่าจะเว่อร์ หลุดโลกได้แค่ไหน เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ" โชติรสพาผู้ใหญ่ทั้งสามเดินเข้าไปในงาน

ยิ่งใกล้เวลา เจ๊ตุ่มกับนุชก็ยิ่งกระวนกระวายใจ ตามเอื้อมมาถามว่าแป้งหายไปไหนเอื้อมก็ไม่รู้

ส่วนเจ๊จูนคอยจับผิดอยู่ พอเห็นใกล้เวลาแล้วปรางค์ยังไม่มาก็เข้าไปยุกุ๊กไก่ให้ตัดปรางค์ออกไปเลยไม่ อย่างนั้นจะทำให้ทั้งงานพินาศหมดเพราะนี่เป็นการถ่ายทอดสดจะให้ผิดพลาดไม่ ได้

ในที่สุด กุ๊กไก่ก็ตัดปรางค์ออกจากการประกวด เรียกผู้เข้าประกวดทุกคนเข้าไปยืนที่ข้างเวที

เจ๊ตุ่มกับนุชแทบจะบ้าไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรจริงๆ เอื้อมถามว่าทั้งสองเจอปรางค์ครั้งสุดท้ายเมื่อไร? ที่ไหน?

นักรบยืนฟังอยู่ข้างหลัง นึกถึงครั้งสุดท้ายที่เห็นแป้ง เขารีบเดินไปหาตามทางที่จำได้

นักรบตามไปจนได้ยินเสียงแป้งร้องขอความช่วยเหลือ เขาพังประตูเข้าไปช่วยแป้งออกมาพากันรีบกลับมาที่หลังเวที

การประกวดเริ่มขึ้นแล้ว กุ๊กไก่แจ้งพิธีกรว่า ถ้าเรียกถึงเบอร์ 8 ให้ข้ามไปเบอร์ 10 เลย ตัดเบอร์ 9 ออกไป

ประธานผู้จัดประกวดขึ้นกล่าวเปิดงานแล้ว พิธีกรเริ่มเรียกผู้เข้าประกวดโชว์ตัวทีละคนตามเบอร์...

เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมร้อนใจอกแทบระเบิด มองหน้ากันอย่างสิ้นหวังเพราะจนป่านนี้ยังไม่มีใครเห็นแป้งเลย ปรียาเองก็บ่นอย่างเสียดายแทนลูกว่า

"นี่หมายความว่าไอ้ป้างจะไม่ได้เข้าประกวดแล้วเหรอ?..."

ooooooo

เจ๊จูนกระหยิ่มยิ้มย่องที่การประกวดดำเนินไปเรื่อยๆ ผู้เข้าประกวดเดินโชว์จนใกล้จะถึงเบอร์ 9 อันเป็นเบอร์ของปรางค์แล้ว เจ๊จูนมั่นใจว่าปรางค์มาไม่ทันแน่ๆ ส่วนข้าวฟ่างก็ยิ่งมั่นใจว่าเมื่อไม่มีปรางค์มาเป็นคู่แข่งตนต้องชนะ ได้ครองมงกุฎแน่นอน

พิธีกรเรียกมาจนถึงเบอร์ 5 ต๊อดจึงเห็นนักรบมายืนดูอยู่ใกล้ๆ ต๊อดถามว่าหายไปไหนมา นักรบบอกว่าข้างหลังเวทีมีปัญหานิดหน่อย

"นี่พี่รบรู้หรือเปล่าว่าน้องปรางค์ของพี่ออกจากการประกวดไปแล้ว" ต๊อดถาม

นักรบตกใจถามว่าทำไม ต๊อดบอกว่าไม่รู้รายละเอียดเหมือนกัน  รู้แต่ว่าเขาตัดหมายเลข 9 ออกไปแล้ว  ต๊อดบ่นเสียดายเพราะปรางค์เป็นตัวเก็งเสียด้วย

พิธีกรยังคงเรียกเรียงหมายเลขจนมาถึงหมายเลข 8 แล้วข้ามไปหมายเลข 10 ตามที่กุ๊กไก่มาสั่งไว้ ทันใดนั้นผู้กำกับเวทีมายื่นกระดาษแผ่นเล็กๆให้พิธีกรเปลี่ยนใหม่ ประกาศว่า

"ขอโทษครับ เออ...ผู้เข้าประกวดคนต่อไป หมายเลข 9 ครับ ปรางค์ธิดา วิลาศไพศาล"

แป้งออกมาเดินโชว์แล้วเข้าไปยืนข้างข้าวฟ่าง ทำเอาข้าวฟ่างมองอึ้งอย่างคาดไม่ถึง ส่วนเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมกับปรียาต่างมองตาค้างด้วยความดีใจจนชาไปทั้งตัว

ต๊อดเหล่ไปทางนักรบ คันปากอดแซวไม่ได้ว่า

"โห พี่รบ ทำไมต้องดีใจขนาดนั้นล่ะ นี่แอบลุ้นอยู่ใช่ไหม พอน้องปรางค์กลับเข้าประกวดทันก็เลยดีใจใหญ่"

นักรบหันมายิ้มกับต๊อดแต่มือฟาดหัวต๊อดไปสองทีเป็นการสั่งสอนที่ปากอยู่ไม่สุข

ooooooo

คนที่ผิดหวังที่สุดคือเจ๊จูน พอเห็นแป้งออกมาเดินโชว์ก็ทนดูไม่ได้จะออกไป ถูกเจ๊ตุ่มกับนุชมาดักไว้ เจ๊ตุ่มเยาะเย้ยว่า เสียใจด้วยที่แผนชั่วไม่สำเร็จ แต่จะไปไหนไม่ได้

เจ๊จูนทำไม่รู้ไม่ชี้ปฏิเสธว่าตนไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ถูกเจ๊ตุ่มเดินเข้าหาจนต้องถอยไปติดผนัง

ส่วนบนเวที แป้งยืนติดกับข้าวฟ่างที่ยืนหน้าบอกบุญไม่รับ แป้งพยายามสบตานักรบเพื่อขอบคุณเขา

เมื่อเดินกลับเข้ามาหลังเวที ข้าวฟ่างเข้าไปพูดด่าแป้งหาว่าเป็นตัวถ่วงก่อความวุ่นวายจนทางผู้กำกับเวที ต้องมาเปลี่ยนแปลงกันวุ่นวาย  แต่แล้วก็โผล่มาโชว์ตัวบนเวทีหน้าด้านๆ  ทั้งที่ถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว

"ก็ฉันมาทันเวลาพอดี กองประกวดก็เลยอนุญาตให้ฉันเข้าประกวดต่อได้ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ไปคุยกับผู้ใหญ่ เองก็แล้วกัน" แป้งตอบอย่างไม่อยากมีเรื่อง แต่ข้าวฟ่างก็ยังกระแนะกระแหนไม่เลิก แป้งเลยโพล่งไปว่า

"ถ้าฉันทำให้ทุกคนเดือดร้อนก็ต้องขอโทษด้วย แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นวันนี้ฉันไม่ใช่ต้นเหตุ รอให้จบการประกวดก่อน แล้วฉันจะจัดการกับตัวต้นเหตุที่เป็นตัวปัญหาจริงๆ คราวนี้ฉันไม่ไว้มันแล้ว จะถอนรากถอนโคนไม่ให้เหลือซากเลยทีเดียว"

แป้งพูดพลางเดินเข้าหาข้าวฟ่างอย่างคุกคาม จนข้าวฟ่างถอยกรูดหน้าถอดสี

ooooooo

ที่สนามมวยพัทยา มวยคู่เอกระหว่างน้ำเพชร ก้องเกียรติยิม กับปิยธิดา ศิษย์พงศ์ศักดิ์ เริ่มขึ้นแล้ว น้ำเพชรขึ้นเวทีไปอย่างคึกคักคล่องแคล่วท่าทางฮึกเหิมมาก

แต่ปิยธิดาเดินตัวสั่นเข้ามา มีประพันธ์กับกระบี่ประกบตัวมา แม้ประพันธ์กับกระบี่จะปลุกเร้าอย่างไรก็ไม่อาจทำให้ปรางค์ฮึกเหิมขึ้นมาได้ ยิ่งเห็นรูปร่างท่าทางฮึกเหิมของน้ำเพชร ปรางค์ก็ถึงกับเข่าอ่อนหมดแรง

พอระฆังยกที่ 1 ดังขึ้น น้ำเพชรเดินเข้าหา ปรางค์ยืนขาสั่นก้าวขาไม่ออก

ปรางค์ถูกชกหงายหลังก้นกระแทกพื้นคลานไปเกาะเชือกตัวสั่นเทิ้ม ประพันธ์กับกระบี่รีบมาตะโกนให้ลุกขึ้น ลุกตั้งหลักใหม่ ปรางค์พยายามลุกขึ้นแต่หน้าซีดขาสั่นกว่าเดิม

พอระฆังหมดยก 1 ดังขึ้น ปรางค์ถอนใจเหมือนรอดตายรีบเข้ามุมตัวเอง ประพันธ์กับกระบี่รีบเข้ามาที่มุม ต่างช่วยกันแนะช่วยกันบอก ประพันธ์ย้ำให้ปรางค์ต้องเจาะยางน้ำเพชรทันทีเมื่อมีจังหวะ

"อาวุธของแกก็อยู่ที่ลูกเตะนี่แหละ ถล่มมันให้ต่อเนื่อง รับรองแกต้องน็อกมันได้แน่" กระบี่ลุ้นแต่ปรางค์บอกเสียงอ่อยว่าตนทำไม่ได้แน่ กระบี่ตะโกนเสียงดัง "แกต้องทำได้ ไอ้แป้ง!"

ปรางค์ทำหน้าอยากตายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

และแล้ว เพียงยกต่อมา ปรางค์ก็ถูกน้ำเพชรต่อยเสยคางหมัดเดียวน็อกล้มหมดสภาพทันที กรรมการเข้ามานับโชคดีที่นับได้ถึง 9 ระฆังหมดยกก็ดังขึ้น เป็นระฆังช่วยชีวิตปรางค์แท้ๆ

ooooooo

ที่เวทีประกวดมิสเรนโบว์ควีน ยังวุ่นวายกันไม่เลิก โดยเฉพาะเจ๊ตุ่มกับนุชมองเจ๊จูนอย่างรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมกลโกงกัน เจ๊ตุ่มมั่นใจว่าการหายตัวไปของแป้งเป็นฝีมือเจ๊จูน แต่ฝ่ายนั้นไม่ยอมรับทั้งยังท้าให้หาหลักฐานมาด้วย

"นังจูน อย่าให้ฉันหาหลักฐานได้ก็แล้วกัน" เจ๊ตุ่มกัดฟันแค้นจัด

"ฉันเอาแกเข้าคุกแน่!" นุชอาฆาตมองตามหลังเจ๊จูนที่เดินหนีไป

ส่วนแขกผู้มีเกียรติ ทั้งโสภา ราศี และศักดิ์สิทธิ์ดูการประกวดไปก็บ่น ตำหนิ กระทั่งดูถูกกันไป ดูผู้ประกวดบนเวทีแล้วก็หวนมาดูลูกตัวเอง ศักดิ์สิทธิ์มั่นใจว่านักรบไม่เบี่ยงเบนเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วแน่

"สมัยนี้น่ากลัวนะคะ ถึงลูกจะไม่ได้กลายเป็นกะเทย แต่ก็ต้องกลัวอยู่ดีว่าจะได้ลูกสะใภ้เป็นกะเทยหรือเปล่า" ราศีพูดแล้วส่ายหน้าระอาใจ

"คุณลุงคุณป้าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้นะคะ พี่รบมีโรสคอยดูแลอยู่ รับรองไม่มีวันไขว้เขวเปลี่ยนรสนิยมแน่ๆ" โชติรสพูดอย่างมั่นใจในความสามารถของตัวเอง

ooooooo

รอบนี้เป็นการโชว์ในชุดประจำชาติต่างๆ ของผู้เข้าประกวด ข้าวฟ่างในชุดเวเนซุเอลาได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง ส่วนแป้งในชุดส่าหรีพอเตรียมจะออกก็จับโน่นจับนี่ ดูรุ่มร่ามไปหมด

นักรบถือกล้องมาเก็บภาพผู้เข้าประกวดอยู่ข้างเวที เขาเดินเข้าไปชิดเวที แป้งเดินกรายมายิ้มให้ นักรบแสดงความยินดีที่เธอเข้ามาประกวดทันเวลา

"ต้องขอบคุณคุณมากนะคะ คุณช่วยฉันไว้อีกแล้ว" แป้งพูดอย่างขอบคุณจริงๆ พอดีพิธีกรเรียกหมายเลข 9 นักรบอวยพรให้โชคดี แป้งรีบเดินออกไป นักรบมัวแต่มองเพลินจนลืมถ่ายรูป

แล้วในที่สุดพิธีกรก็ประกาศถึงช่วงเวลาสำคัญทำให้ บรรยากาศตื่นเต้นขึ้นมาทันที

"ชื่อที่ผมจะประกาศต่อไปนี้คือผู้ที่เข้ารอบสิบคนสุดท้าย สาวงามชาวสีรุ้งที่ได้เข้ารอบต่อไปก็คือหมายเลข 4 หยาดนภา พรรณรายโสภา" พิธีกรประกาศ เธอคือข้าวฟ่างนั่นเอง พอได้ยินชื่อตัวเองข้าวฟ่างก็ทำตาโตเท่าไข่ห่านยกมือปิดปากอย่างนางงามที่ เคยเห็น แล้วรีบเดินไปที่กลางเวที

เจ๊ตุ่มยืนลุ้นอย่างตื่นเต้น ตอนนี้ไม่หวังสูงขอแต่เข้ารอบถึงจะเป็นคนสุดท้ายก็ยังดี

เมื่อพิธีกรประกาศคนต่อไป คือหมายเลข 9 ปรางค์ธิดา วิลาศไพศาล แป้งดีใจก้าวพรวดไปราวกับนักมวย พอนึกได้ก็ชะงักเปลี่ยนเป็นเดินบิดอย่างนางงามไปยืนกลางเวที

เจ๊ตุ่มกับนุชกระโดดกอดกันด้วยความดีใจ โชติรสอยู่ด้านหน้าเวทีเธอจ้องแป้งอย่างจำได้ว่าเป็นกะเทยคนนั้น เธอมองอย่างชิงชัง

ooooooo

ที่เวทีมวย...

ปรางค์กลับมานั่งหมดสภาพอยู่ที่มุมของตัวเอง ครู่หนึ่งรู้สึกดีขึ้นลืมตาดูแต่ลุกไม่ไหว ประพันธ์สาดน้ำใส่หน้าทำให้ ปรางค์สะดุ้ง ลืมตาเต็มที่ กระบี่ถามว่าทำไมฟอร์มตกขนาดนี้ ประพันธ์ก็พูดว่าชกเหมือนกะเทยเหยาะแหยะ ยุให้กล้าลุยหน่อยเดี๋ยวกรรมการจับแพ้แน่ๆถามว่า ตกลงจะสู้ไม่สู้

"สู้จ้ะพ่อ หนูจะสู้" ปรางค์พูดทั้งที่อ่อนล้าเต็มที

กระบี่บอกว่าถ้าแป้งสู้ไม่ไหวจริงๆ ตนจะโยนผ้าขาว ประพันธ์ห้ามโยนเด็ดขาดยังไงแป้งก็จะแพ้ไม่ได้ ต้องเอาชนะอย่างเดียว

แต่ในยกนี้เอง ปรางค์ก็ถูกน้ำเพชรชกจนล้มลงนอนหมดสภาพกลางเวที ปล่อยให้กรรมการนับถึง 10 แล้วประกาศให้แดงเป็นฝ่ายชนะ

ประพันธ์ขึ้นมาตบหน้าปรางค์ซ้ายขวาเรียกให้ตื่น ปรางค์ลืมตาขึ้นเห็นหน้าพ่อพอรู้ว่าแพ้ก็เอ่ยขอโทษ เห็นหน้าพ่อผิดหวังปรางค์ก็แทบจะร้องไห้

ooooooo

เพราะเห็นแป้งโชว์แล้วได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง เจ๊จูนเลียนแบบจะให้ข้าวฟ่างเต้นแบบนั้นบ้าง แต่พอออกไปโชว์ก็ถูกผู้ชมบ่นว่าสู้ปรางค์ธิดาไม่ได้ ทั้งความสวยงามและความแข็งแรง เจ๊จูนได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จึงคิดวางแผนจะแกล้งให้โชว์ของปรางค์ธิดาล่มกลางคัน

เมื่อแป้งเตรียมออกโชว์ ได้รับการปลุกเร้าจากเจ๊ตุ่มและนุชเต็มที่ ปลุกใจให้เอาชนะข้าวฟ่างให้ได้ ให้นึกถึงเรื่องที่ปรางค์ถูกเจ๊จูนวางยาและแกล้งแป้งสารพัด ฮึดสู้ให้ชนะให้ได้

"หนูจะพยายามแสดงอย่างสุดความสามารถค่ะ ไม่ว่าจะยังไง วันนี้หนูก็จะต้องชนะ ถ้าคิดจะสู้แล้วก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด"

ขณะเตรียมออกโชว์อยู่ข้างเวที แป้งเต้นฟุตเวิร์กชกลมเพื่อวอร์มร่างกาย นักรบกับต๊อดดูอยู่ตลอดเวลา ทั้งสองมองหน้ากันอย่างทึ่งที่แป้งเต้นได้เหมือนนักมวยจริงๆ

แป้งหันมาเห็นนักรบกับต๊อดมองอยู่ เธอบอกว่า "ฉัน...ฉันตื่นเต้นน่ะ"

"ไม่ต้องตื่นเต้น เธอทำได้อยู่แล้ว ยิ่งเธอเปลี่ยนโชว์ มาทำในสิ่งที่เธอถนัด รับรองเธอทำได้ดีแน่ๆ" นักรบให้กำลังใจ

ถึงคิวแป้งแล้ว พอเปิดฉาก แป้งวิ่งไปหยุดกลางแดนเซอร์เตะกลุ่มแดนเซอร์กระจายตัวออกไปแล้วก็เต้นโชว์ ศิลปะการป้องกันตัวผสมผสานประกอบเพลงได้อย่างลงตัว

การเต้นที่คึกคักแข็งแรงมีชีวิตชีวาของแป้ง ทำให้ผู้ชมเกิดอารมณ์ร่วมลุกขึ้นมาเต้นตามไปด้วย บ้างก็ชูป้ายไฟร้อง "สู้ๆ" เชียร์กันสุดฤทธิ์

เจ๊จูนเห็นแป้งทำคะแนนนิยมได้ดีมาก จึงย่องไปที่หลังเวทีจ้องไปที่คัตเอาต์ พริบตานั้นก็ดึงคัตเอาต์ลงไฟดับพรึบเสียงเพลงเงียบสนิท แป้งยืนตะลึงกลางเวที

"เปิดไฟสำรองเดี๋ยวนี้ ใครอยู่ใกล้สวิตช์น่ะ เปิดไฟสำรองเดี๋ยวนี้เลย" กุ๊กไก่สั่งการ

"ไฟสำรองใช้ได้แค่ไฟฟอลโลว์ตัวเดียว" เสียงช่างคนหนึ่งร้องบอก

"ตัวเดียวก็ตัวเดียว" กุ๊กไก่สั่ง

ทันใดนั้น ไฟฟอลโลว์เปิดขึ้นสาดส่องมาที่แป้งที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่กลางเวที คนดูเริ่มขยับอย่างอึดอัด ทันใดนั้น ปรียาตะโกนขึ้นสุดเสียง

"สู้ๆ ลูก สู้ๆ อย่ายอมแพ้"

"แม่..." แป้งอุทานจำเสียงแม่ได้แต่มองไปตามเสียงไม่เห็นอะไรเพราะมืดไปหมด

เสียงปรียาและไฟเชียร์ที่ชูโบกไปมา ทำให้แป้งฮึดขึ้นมา เดินออกไปร้องเพลงปากเปล่าไม่มีทั้งดนตรีและเครื่องขยายเสียง แป้งร้องอย่างตั้งใจ จริงจังท่ามกลางแสงไฟที่จับตัวแป้งทำให้ดูสวยงามมีเสน่ห์ลึกลับ คนดูที่ขยับจะออกก็พากันหยุดฟังเพลงที่แป้งร้องอย่างพอใจ

นักรบเองมองทึ่งในความสามารถของแป้ง พอแป้งร้องเพลงจบเสียงปรบมือกึกก้องถล่มทลายยาวนาน

พริบตานั้น ไฟสว่างพรึ่บขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ไปยกคัตเอาต์ขึ้น แป้งยืนนิ่งอยู่กลางเวที คนดูพากันลุกขึ้นยืนปรบมืออย่างพอใจมาก

นักรบยังยืนอึ้งตะลึงดูแป้งที่ยืนนิ่งอยู่กลางเวทีจนต๊อดมาแซวว่าไม่ปรบมือ ให้น้องปรางค์หรือ โชว์เขาออกยอดเยี่ยมขนาดนี้ นักรบจึงรู้ตัวปรบมือตามคนดูที่ยังปรบมือกันไม่หยุด

นักรบเดินไปทางหลังเวทีโดยไม่รู้ตัว ถามตัวเองว่าทำไมแป้งเหมือนผู้หญิงอย่างนี้ ส่วนแป้งพอมาถึงหลังเวทีก็ยืนพิงผนังห้องถอนใจอย่างเหนื่อยหมดแรง แต่ก็ยังบอกกับตัวเองอย่างดีใจสุดๆว่าเราทำได้แล้ว

นักรบตัดสินใจเดินเข้าไปหาแป้ง ชมว่าเธอทำได้แล้วทำได้ดีมากด้วย มีเวลาซ้อมแค่วันเดียวยังทำได้ยิ่งกว่ามืออาชีพเสียอีก พอแป้งเอ่ยขอบคุณ นักรบยังชมไม่หยุดว่า

"เธอเป็นผู้หญิงมหัศจรรย์จริงๆ ฉันไม่คิดเลยนะว่าเธอจะมีความสามารถรอบด้านขนาดนี้ มีอะไรที่เธอทำไม่ได้บ้างเนี่ย"

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันทำไปได้ยังไง ฉันรู้แต่ว่า วินาทีที่ฉันได้ยินเสียงแม่ตะโกนขึ้นมา แม่บอกให้สู้ แล้วฉันจะยอมแพ้ง่ายๆได้ยังไง ต่อให้มันจะยากลำบากแค่ไหนฉันก็ต้องทำให้ได้"

"เธอโชคดีมากเลยนะที่มีคนคอยสนับสนุนให้กำลังใจอย่างนี้"

"แล้วฉันก็โชคดีด้วยที่ได้รู้จักคุณ" คำพูดของแป้งทำเอานักรบเขินบอกเธอว่าพูดผิดพูดใหม่ได้นะ แป้งเลยย้ำจริงจังว่า "ฉันพูดจริงๆนะ พูดจากใจเลย ฉันรู้สึกโชคดีจริงๆ ถ้าฉันไม่ได้รู้จักคุณ ฉันคงไม่มีโอกาสมายืนอยู่ตรงนี้หรอก ฉันหวังว่าต่อไป ฉันคงมีโอกาสได้ช่วยเหลือคุณบ้างนะ"

นักรบยิ้มขำๆกับความตื่นเต้นและจริงใจจริงจังของแป้ง เลยถูกดุว่า

"ไม่ต้องขำ โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกนะ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ คุณอาจจะมีเรื่องเดือดร้อนเข้าสักวันก็ได้ ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าจะตอบแทนคุณยังไงดี แต่ขอให้รู้ไว้เถอะว่า ฉันรู้สึกขอบคุณคุณจริงๆ ขอบคุณนะคะคุณนักรบ ถ้าเราเป็นเพื่อนกันได้ก็คงจะดี..."

พูดแล้วแป้งเดินไปเลย นักรบมองตามด้วยความรู้สึกใหม่ๆที่ได้มองเห็นมุมที่อ่อนโยนเป็นผู้หญิงของ แป้ง พอรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเคลิ้มๆ นักรบรีบสะบัดหัวไล่ความรู้สึกแปลกๆออกไป ก่อนที่จะรู้สึกอะไรมากไปกว่านี้...

ooooooo

ปรางค์ที่ต้องรับหน้าที่ขึ้นชกมวยแทนแป้ง ทีแรกเต็มไปด้วยความฮึกเหิมที่จะทำทุกอย่างเพื่อพ่อ เพื่อแม่ และเพื่อความฝันของตัวเอง แต่ความเป็นจริงของตัวเองทำให้ไปไม่ถึงฝัน ปรางค์เสียใจที่ทำให้พ่อผิดหวัง เฝ้าขอโทษประพันธ์ด้วยความเสียใจ แต่ประพันธ์ก็ให้กำลังใจว่าช่างเถอะเพราะพยายามที่สุดแล้ว

กระบี่ให้กำลังใจว่าไว้ชกคราวหน้าซ้อมให้มากกว่านี้รับรองชนะแน่ ประพันธ์ถามปลงๆว่าจะมีคราวหน้าอีกหรือ แล้วบอกให้สองคนกลับบ้านไปก่อน ตนจะแวะไปหาพวกที่ตลาดไปขอยืดเวลาจ่ายหนี้ไปก่อน พูดแล้วประพันธ์เดินคอตกล่วงหน้าออกไป

ปรางค์ถามกระบี่ว่าพ่อโกรธตนหรือเปล่า กระบี่บอกว่าคงไม่ได้โกรธแต่คงผิดหวังมากกว่า ทำให้ปรางค์ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองผิดมากขึ้น

ระหว่างเดินกลับบ้านพักด้วยกัน ผ่านชายหาด ปรางค์เดิน กะปลกกะเปลี้ยจนกระบี่ถามว่าเดินไหวไหม จะให้ขี่หลัง ปรางค์ไม่ยอมแต่กระบี่เดินเข้าหาแล้วย่อตัวลงบอกบ่นๆว่า

"แกขาอ่อนหมดแรงอย่างนี้แล้วเมื่อไหร่จะถึงบ้าน ขึ้นหลังมาเร็วเข้าไอ้แป้ง"

"ทำไมแกดีกับฉันอย่างนี้" ปรางค์พูดอย่างซึ้งใจ

"ก็...ก็เราเป็นเพื่อนกันน่ะซิวะ ถามอะไรโง่ๆ ไวๆขึ้นมา"

ปรางค์ตัดสินใจขึ้นขี่หลังกระบี่ เริ่มสงสัยตงิดๆว่ากระบี่อาจจะหลงรักแป้งอยู่ก็ได้...

ooooooo

แล้วการประกวดก็มาถึง 5 คนสุดท้าย พิธีกรประกาศคนแรกคือหมายเลข 7 คนต่อมาคือหมายเลข 4 ข้าวฟ่างนั่นเอง และคนสุดท้ายคือหมายเลข 9 ปรางค์ธิดา วิลาศไพศาล

แป้งดีใจมาก แต่เจ๊ตุ่มกับนุชดีใจยิ่งกว่า คาดหวังไปถึงตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนกันเลยทีเดียว แต่ยังต้องฝ่าฟันอีกด่านหนึ่งคือรอบตอบคำถามซึ่งเป็นด่านสุดท้าย

แป้งมาหลังเวทีได้รับการแสดงความยินดีจากพี่ๆแต่แป้งก็ยังนึกถึงปรางค์ ถามเอื้อมว่าปรางค์ชกชนะไหม พอเจ๊ตุ่มกับนุชรู้ว่าปรางค์ต้องขึ้นชกมวยแทนแป้งก็ทำหน้าสยองว่ามีหวัง ปรางค์หน้าเละแน่ๆ

กระบี่ให้ปรางค์ขี่หลังมาถึงบ้านพอดี แป้งแย่งโทรศัพท์จากเอื้อมโทร.หาปรางค์บอกข่าวดีว่าตนเข้ารอบห้าคนสุดท้าย แล้ว ถามปรางค์ว่าชกมวยเป็นอย่างไรบ้างชกชนะหรือเปล่า พอรู้ว่าแพ้ก็ให้กำลังใจว่าเพราะปรางค์ไม่เคยชกถ้าชกชนะก็แปลกแล้ว แต่สำหรับตัวเอง แป้งบอกปรางค์ว่า

"ฉันจะต้องชนะให้ได้พี่ปรางค์ ฉันจะไม่ทำให้พี่ต้องผิดหวังแน่ๆ ความฝันของพี่จะต้องเป็นจริง"

พอดีเอื้อมเร่งให้แป้งไปเปลี่ยนชุด แป้งเลยบอกปรางค์ว่าแค่นี้ก่อนไว้คอยฟังข่าวดีก็แล้วกัน

พอแป้งวางสาย กระบี่เข้ามาถามอย่างระแวงว่าคุยกับใคร ปรางค์บอกว่าเพื่อน

"เพื่อนที่ชื่อเอื้อมใช่ไหม ตะกี้ฉันได้ยินแกเรียกชื่อเขา เขาชวนแกไปทำงานอีกหรือเปล่า แกระวังตัวไว้หน่อยเถอะ เพิ่งรู้จักกันอย่าเพิ่งไว้ใจอะไรมาก ท่าทางผู้หญิงคนนี้ดูลับๆล่อๆ ยังไงไม่รู้"

"แกไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้เขามีคนทำงานให้แล้วล่ะ สภาพฉันตอนนี้ไม่มีใครเขาอยากเอาไปทำอะไรแล้วล่ะ" พูดแล้วปรางค์แตะหน้าตัวเองที่ถูกชกจนบอบช้ำอย่างถอดใจ

ooooooo

เพื่อจะเอาชนะแป้งให้ได้ เจ๊จูนติวเข้มข้าวฟ่างสมมติคำถามต่างๆขึ้นมากมายเป็นปัญหาระดับชาติทั้งสิ้น จนข้าวฟ่างบอกว่าตนตอบไม่ได้หรอก ถูกเจ๊ขู่ว่าถ้าอยากชนะปรางค์ก็ต้องทำให้ได้

ส่วนแป้งต้องมาให้สัมภาษณ์นักรบอีก นักรบถามว่า มาถึงช่วงสุดท้ายแล้วมีความคาดหวังแค่ไหน

"ก็ต้องได้ตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนซิคะ ไม่งั้นจะมาประกวดทำไม" แป้งตอบทันที

"ตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนคงมีความสำคัญมาก" นักรบถามต่อยิ้มขำๆกับความตรงเผงของแป้ง

"สำคัญซิคะ ถ้าได้เป็นมิสเรนโบว์ควีน นั่นก็หมายความว่า ฉันจะได้รับรางวัลมหาศาล เงินตั้งล้านนึง แล้วก็ได้รถยี่ห้อหรูๆ  แล้วยังมีรางวัลจากสปอนเซอร์อีกนับไม่ถ้วน"

ทันใดนั้นเอง โชติรสเข้ามาตามนักรบบอกว่าคุณป้าให้มาตามไปพบ นักรบอ้างว่ากำลังทำงานก็ถูกเธอพูดขรึมๆว่าให้ต๊อดทำแทนก็ได้ ขู่ว่า "พี่คงไม่อยากให้โรสตอบคำถามแทนพี่รบใช่ไหมคะ" พูดแล้วปรายตามองแป้งถามประชดว่า "หรือว่าพี่รบเห็นว่างานสัมภาษณ์พวกกะเทยสำคัญกว่าคุณพ่อ คุณแม่ของพี่รบ ไปกับโรสดีกว่านะคะ"

นักรบจำต้องฝืนใจไปกับเธอ ทิ้งแป้งให้มองตามไปงงๆ

เมื่อไปถึง โชติรสพานักรบเข้ามานั่งกับราศี โสภา และศักดิ์สิทธิ์  เขาถูกแม่ตำหนิว่าถึงงานที่มาทำจะสำคัญแค่ไหนก็ไม่เท่ากับโชติรส  กระหนาบเขาว่าให้คอยดูแล เทกแคร์เธอด้วย แล้วสั่งให้มานั่งข้างๆโชติรส เขายอมไปนั่ง แต่พอนั่งลงก็เปิดแฟ้มงานจดงานต่อ

ทุกคนพากันมองเขาอย่างขัดตาขัดใจ

ooooooo

ด่านสุดท้ายคือการสัมภาษณ์มาถึงแล้ว หลังจากสัมภาษณ์คนอื่นๆแล้ว ข้าวฟ่างถูกเรียกไปหยิบคำถามจากโถแก้วส่งให้พิธีกร ได้คำถามว่า

"ถ้าหากน้องข้าวฟ่างได้เป็นผู้ชนะในการประกวดครั้งนี้ น้องข้าวฟ่างจะพูดอะไรกับเพื่อนที่ร่วมเข้าประกวดที่ต้องมาพ่ายแพ้น้องข้าว ฟ่างคะ"

"คำถามง่ายจัง" ข้าวฟ่างหลุดปากออกไป พอรู้สึกตัวก็รีบรวบรวมสติสมาธิ ตอบเสียงใสทำหน้าแอ๊บแบ๊วว่า

"ข้าวฟ่างคงไม่พูดอะไรมากหรอกค่ะ ข้าวฟ่างทราบดีว่าเพื่อนๆมีความรู้สึกยังไง ข้าวฟ่างเองไปประกวดที่ไหนก็แพ้ทุกที ไม่รู้ทำไม ทั้งๆที่ข้าวฟ่างทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้ ข้าวฟ่าง อยากจะบอกเพื่อนๆว่า ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ ครั้งนี้ถึงจะแพ้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะแพ้ตลอดไป เหมือนกับข้าวฟ่างไงคะ ถึงจะเคยแพ้มามากมายหลายครั้งแต่ในที่สุดข้าวฟ่างก็ชนะจนได้ ข้าวฟ่างไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ข้าวฟ่างชนะแล้ว ข้าวฟ่างได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนแล้ว"

ข้าวฟ่างพูดและแสดงความดีใจเหมือนกับได้ตำแหน่งแล้วจริงๆ จนพิธีกรงง รีบบอกเธอว่า

"ขอบคุณน้องข้าวฟ่างมากครับ เชิญกลับไปประจำตำแหน่งเลยครับ ต่อไปขอเชิญผู้เข้าประกวดคนสุดท้าย หมายเลข 9 ปรางค์ธิดา วิลาศไพศาล น้องปรางค์ครับ"

สิ้นเสียงประกาศของพิธีกร นักรบเงยหน้าจากแฟ้มงานมองไปบนเวที จนโชติรสหมั่นไส้ถามว่ากะเทยคนนี้มีอะไรพิเศษกว่ากะเทยที่เข้าประกวดคนอื่นๆ หรือ แล้วพูดอำๆว่า ตนรู้ว่าเขาแอบเชียร์หมายเลข 9 อยู่

โสภากับศักดิ์สิทธิ์หันขวับมองหน้าลูกชาย โสภาถามว่าเชียร์ใครอยู่หรือ เขาบอกว่าไม่ได้เชียร์ใคร ศักดิ์สิทธิ์เตือนสติว่าอย่าลืมว่าพวกนี้เคยเป็นผู้ชายเหมือนเราๆ แค่คิดก็ขนลุกขนพองไปหมดแล้ว

นักรบบอกว่าตนสนใจพวกนี้ในแง่การทำงานเท่านั้น แล้วเขาก็ลุกขอตัวไปทำงาน...

โชติรสมองตามนักรบไป เธอเริ่มไม่สบายใจกับท่าทีของเขาที่สนใจแป้งเกินเหตุ...

ooooooo

ตอนที่ 7

ประพันธ์เห็นสภาพของปรางค์แล้วก็สงสารลูก เมื่อปรางค์กับกระบี่เดินไปหาเพื่อจะซ้อมต่อ ประพันธ์ก็ลุกขึ้นขอโทษลูกเสียงเครือ ปรางค์บอกว่าตนต่างหากที่ต้องขอโทษพ่อเพราะน่าจะอดทนมากกว่านี้

"พ่อผิดเองที่โหดกับแกมากเกินไป  ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องทำ ไปๆกลับบ้านกัน"

ปรางค์ไม่ยอมกลับขอซ้อมต่อ บอกพ่อว่าวันนี้ขอซ้อมเบาๆก่อนเพราะเพิ่งออกจากโรงพยาบาลยังไม่ค่อยมีแรง ประพันธ์เป็นห่วงแต่ก็ดีใจบอกว่าถ้าไม่ไหวก็บอกแล้วกัน ปรางค์หันไปทางกระบี่บอกว่า

"กระบี่ สอนฉันทุกอย่างตั้งแต่ต้นเลยได้ไหม" กระบี่ทำหน้างงถามว่าจะให้สอนอะไร "ก็สอนชกมวยนี่ไง แกต้องสอนฉันเหมือนกับว่าฉันไม่เคยชกมวยเลยนะ วิธีนี้จะต้องช่วยทำให้ฉันชกมวยดีขึ้นแน่ๆ เราเริ่มกันวันนี้เลย ฉันจะต้องชนะครั้งนี้ให้ได้ ฉันจะทำความฝันของฉันให้เป็นจริง"

กระบี่ฟังแล้วยิ่งงง รู้สึกว่าเพื่อนตัวเองแปลกๆขึ้นทุกที

ooooooo

ที่เวทีประกวด ครูฝึกสั่งผู้เข้าประกวดทุกคนเริ่มวอร์มกันได้เลย ข้าวฟ่างกับกะเทยคนอื่นๆพากันยกแขนยกขาบิดตัวซ้อมกันแบบหนีบๆกระตุ้งกระติ้ง แต่แป้งกลับกระโดดเต้นฟุตเวิร์กชกลมแย็บหมัดฮุกบน ฮุกล่างอย่างทะมัดทะแมง  จนกะเทยคนอื่นๆพากันแตกกระเจิง  ต่างมองแป้งอย่างหวาดๆ

เจ๊ตุ่มกับนุชยืนมองลุ้นใจไม่ดี เจ๊พึมพำว่า "วันนี้มันจะรอดไหมนี่" ส่วนนุชบ่นว่าขนาดติวเข้มแล้วยังเป็นแบบนี้ ต่างพยายามโบกไม้โบกมือให้แป้งรู้ตัว พอแป้งเห็นก็ลดความแข็งแรงคึกคักลงเล็กน้อย  แต่ท่าวอร์มก็ยังเป็นเต้นฟุตเวิร์กอยู่ดี

ข้าวฟ่างมองเขม่นแล้วแกล้งเดินเข้าใกล้ทำเป็นชนไม่ตั้งใจ เลยโดนแป้งชนอย่างตั้งใจแค่เบาๆข้าวฟ่างก็กระเด็นไปหลายวา โดนเข้าทีเดียวข้าวฟ่างก็มองแหยงๆแบบอยู่ห่างๆไว้ดีกว่า

ooooooo

ซ้อมเสร็จ  กุ๊กไก่ที่ถูกเจ๊จูนมาฟ้องเรื่องแป้งออกไปหลังเวลากำหนดทั้งยังไปคนเดียว ด้วยก็เรียกประชุมเตรียมเอาเรื่องแป้ง   ซึ่งแป้งก็ยอมรับอย่างกล้าหาญว่าตนไปจริงแต่ไปเพราะไม่รู้กฎระเบียบจริงๆ

ด้วยการรุกแบบจะเอาให้กระเด็นกันไปให้ได้ของเจ๊จูน ในที่สุดกุ๊กไก่ก็ต้องประกาศให้ปรางค์ออกจากกองประกวดเพื่อรักษากฎระเบียบ ไว้ให้เคร่งครัด

เจ๊ตุ่มกับนุชแทบช็อก แป้งรีบเข้าไปขอโทษถามว่าจะให้ทำอย่างไรถึงจะชดเชยความผิดครั้งนี้ได้ อ้อนวอนว่า

"หนูจำเป็นต้องเข้าประกวดครั้งนี้นะคะ หนูเป็นความหวังของครอบครัว พี่คะเห็นใจหนูด้วย"

กุ๊กไก่ยึดมั่นในหลักการ กฎต้องเป็นกฎทำผิดกฎก็ต้องออกจากกองประกวดไม่มีข้อยกเว้น ว่าแล้วก็ลุกเดินออกไปพร้อมเจ้าหน้าที่กองประกวด เจ๊ตุ่มกับนุชพยายามที่จะช่วยชี้แจงรีบตามออกไป แต่ถูกแป้งวิ่งแซงไปก่อนอย่างร้อนใจ แป้งไปอ้อนวอนขอโอกาสตนอีกสักครั้ง เจ๊ตุ่มกับนุชตามไปสมทบยอมรับผิดเสียเองว่าไม่ได้บอกกฎเหล่านี้กับปรางค์ขอ ให้ยกโทษให้ด้วย อย่าตัดโอกาสดับอนาคตเด็กเลย

ขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวังนั่นเอง เสียงนักรบก็แทรกเข้ามาถามว่าถ้าตนเป็นพยานให้ว่าปรางค์ไม่ได้ทำผิดกฎจะได้ ไหม แล้วเดินเข้ามาแสดงตัวยืนยันรับรองพร้อมกับมีเทป จากกล้องวงจรปิดมาให้ดูด้วยว่า

"เพราะว่าคุณปรางค์ไม่ได้ออกไปคนเดียว แต่มีผมตามไปด้วย" พอเจ๊จูนแย้งว่าไม่เห็นเขาอยู่ในกล้องวงจรปิด นักรบชี้แจงว่า "ก็ผมรอคุณปรางค์ที่หน้าโรงแรมนี่ครับ ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูเทปกล้องวงจรปิดตอนเที่ยงคืนครึ่งจะเห็นว่าผมกลับมาพร้อม กับคุณปรางค์"

เจ๊จูนจับเท็จถามว่าเขาไปทำอะไรกับปรางค์ตอนดึกๆนักรบอึ้งไปชั่วขณะ เจ๊ตุ่มรีบชิงตัดบทว่า

"สรุปว่าน้องปรางค์ไม่ได้ทำผิดกฎนะคะ พี่กุ๊กไก่ขา คุณนักรบก็เป็นพยานให้แถมยังมีเทปวงจรปิดเป็นหลักฐานอีก เป็นอันปิดคดี"

เจ๊จูนหน้าจ๋อย นุชรีบสรุปว่าเป็นอันว่าปรางค์กลับเข้าประกวดได้ตามเดิม  ขอบคุณทุกคนที่ให้ความยุติธรรมกับ พวกตนแล้วรีบชวนปรางค์ไปซ้อมเต้นต่อ ขณะเดินผ่านนักรบ แป้งยังหันมองเขาอย่างขอบคุณ

ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของโชติรสที่ติดตามเรื่องราวอย่างใกล้ชิดและสนใจ เธอมองแป้งกับนักรบอย่างเคลือบแคลงใจ

ooooooo

เมื่อนักรบช่วยให้แป้งได้เข้าประกวดได้ตามเดิมแล้ว แป้งพยายามที่จะสบตาเขาขณะซ้อมเต้นแต่นักรบไม่ยอมสบตา สั่งต๊อดให้เก็บภาพทุกภาพไว้อย่างละเอียด ตามเก็บตั้งแต่บนเวทีไปจนถึงหลังเวทีไม่ต้องใช้ไมค์ ย้ำกับต๊อดว่าอย่าลืมบอกกุ๊กไก่ก่อนเข้าไป ทำอะไรให้เกียรติหน่อยยังไงก็ต้องคิดว่าพวกเขาเป็นผู้หญิง

ต๊อดทำหน้าล้อๆว่าเขาช่างเข้าใจกะเทยดีจริงๆ ถูกนักรบทำหน้าขึงขังปรามว่าอยากพูดอะไรก็พูดมา

"เปล่า ผมไม่ได้อยากจะพูดอะไร แค่คิดว่าพี่รบทุ่มเทกับงานจริงๆ ตอนนี้ถึงกับลงทุนศึกษาความเป็นกะเทยอย่างใกล้ชิดเลยนะครับ แล้วเมื่อคืนศึกษากันถึงไหนครับ"

นักรบเสียงเข้มใส่ว่าตนไม่ได้มีอะไรกับปรางค์อย่างที่ต๊อดคิด ต๊อดก็ยังอุตส่าห์แหย่อีกว่า

"ผมก็อยากจะเชื่อนะครับ แต่ทำไมพี่ต้องบังเอิญเจอกับน้องกะเทยคนนี้จัง ถ้าไม่บังเอิญเจอก็หาเรื่องเจอกันจนได้ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมคิดเหรอครับ มีอะไรก็กล้าๆพูดออกมาเถอะครับ"

"ไอ้ต๊อด! แกหยุดปากมากได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะหาช่างกล้องคนใหม่" นักรบหงุดหงิดรำคาญมาก

แป้งยังมองนักรบจากบนเวทีอย่างอยากจะสบตาด้วย จนกระทั่งเมื่อนักรบเดินมาที่ลิฟต์ แป้งรีบจ้ำตามมาเรียกเขาไว้แล้วขอบคุณเขาที่ช่วยให้ตนไม่ต้องโดนไล่ออกจาก การประกวด

นักรบประชดว่าตนไม่แน่ใจว่าทำถูกหรือเปล่า  เพราะเธอประกาศชัดๆแล้วว่าไม่ต้องการให้ตนไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยเดี๋ยวจะหา ว่าพูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง

ถูกพูดประชดเช่นนั้น แป้งขอโทษที่เมื่อคืนตนพูดอะไรแรงไปหน่อย ปากนักรบบอกว่าไม่เป็นไรแต่ก็ยังพูดกระแนะกระแหนว่าเธออาจเป็นโรคแบบที่มี หลายบุคลิกในคนเดียวกัน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวคิดว่าตัวเองเป็นคนนั้นคนนี้ มีหลายชื่อด้วย แป้งชักสีหน้าถามว่า หาว่าตนเป็นโรคจิตหรือ!?

"ไม่ใช่ก็คล้ายๆล่ะมั้ง   คนเป็นโรคนี้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหรอก ก็เหมือนคนบ้าทุกคนที่คิดว่าตัวเองไม่บ้านั่นแหละ" นักรบหัวเราะขำๆ

พอดีโชติรสเห็นเขาหัวเราะกับแป้งอย่างที่ไม่เคยหัวเราะกับตนเลยก็ยิ่งเกลียด แป้ง เข้าไปพูดประชดว่านึกว่าสัมภาษณ์จบกันไปแล้วเสียอีก แป้งชี้แจงว่าไม่ได้สัมภาษณ์แต่ตนมาขอบคุณนักรบ

"ที่จริงเธอน่าจะขอโทษพี่รบมากกว่าที่ทำให้พี่รบต้อง เสียชื่อไปกับเธอด้วย ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเธอออดอ้อนอะไรพี่รบ เขาถึงได้สงสารจนยอมลดตัวช่วยพูดให้จนเธอได้กลับเข้าประกวดอีก"

"ผมเสนอตัวเป็นพยานให้คุณปรางค์เอง..."

"พี่รบช่วยเพราะสมเพชเวทนาใช่ไหมคะ กว่าจะฝ่าฟันถึงจุดนี้ได้คงต้องผ่านอะไรต่อมิอะไรมาเยอะ คนพวกนี้เลยยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้ตำแหน่งมา แล้วบางทีไม่ได้ทุ่มเพื่อตำแหน่งอย่างเดียวนะคะ บางครั้งก็ยอมลงทุนทุกอย่างเพื่อที่จะจับผู้ชายด้วย ยิ่งผู้ชายฐานะดีๆ ก็ยิ่งตามตื๊อตามจับสลัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุด"

โชติรสว่าเอาอย่างสาดเสียเทเสีย พอแป้งโต้ว่าเธอไม่เคยคิดจะจับผู้ชายของเธอ ไม่เคยคิดจะยุ่งเกี่ยวด้วย โชติรสจึงไล่ส่งว่าถ้าไม่คิดก็ไปเสียจะมายืนอยู่ทำไม พูดใส่หน้าย้ำว่า

"ต่อไปคงไม่เห็นเธอมาตอแยพี่รบของฉันอีก ไม่งั้น เธอได้กระเด็นออกไปจากการประกวดแน่ๆ" พูดว่าเอาอย่างสะใจ แล้วจ้องจิก จนกระทั่งแป้งเดินไปอย่างโมโห นักรบรีบตามไป

ooooooo

นักรบตามแป้งไปจนถึงหลังเวที บอกเธอว่าอย่าไปสนใจฟังโชติรสเพราะเธออยากแสดงอำนาจเท่านั้น แป้งฉุนขาดบอกเขาว่า "แฟนคุณเขาหึงคุณต่างหากล่ะ"

นักรบสะดุ้งรีบปฏิเสธว่าโชติรสไม่ใช่แฟนตน แป้งฟัง ไม่ขึ้นบอกว่าต่อไปนี้ให้เขาห่างๆตนไว้จะได้ไม่มีเรื่อง นักรบสวนไปอย่างไว้ฟอร์มว่าถ้าไม่ใช่เรื่องงานตนก็ไม่อยากอยู่ใกล้ เธอนักหรอก

"แล้วตามฉันมาทำไมล่ะ จะบอกให้นะ การประกวดครั้งนี้สำคัญมาก ฉันจะไม่ให้ผู้ชายห่วยๆอย่างคุณมาทำลายอนาคตของฉันหรอก...นับตั้งแต่นาทีนี้ เป็นต้นไปห้ามมายุ่งเกี่ยวกับฉันอีก อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าเลยยิ่งดี"

นักรบท้าว่าถ้าไม่อยากเห็นหน้าตนก็ให้ลาออกจากการประกวดไป แป้งย้อนเอาว่าตนถอนตัวไม่ได้ ให้เขาลาออกจากงานไปเลย

"ฉันก็ลาออกไม่ได้ งั้นเราก็ทนเห็นหน้ากันไปอย่างนี้ แหละ ฉันขอร้องแล้วกัน อย่าชนะการประกวด อย่าได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนเด็ดขาด ไม่งั้นชีวิตฉันคงวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้นแน่ๆ"

นักรบเดินหุนหันไปแล้ว แต่แป้งยังงงๆว่าทำไมนักรบแช่งไม่ให้ตนเป็นมิสเรนโบว์ควีน  เพราะเธอไม่รู้ว่าถ้าใครชนะ ก็ต้องถ่ายทำรายการเรียลลิตี้ เป็นข้อสงสัยที่คาใจแป้ง ทำไม... ทำไมเขาแช่งไม่ให้ตนได้เป็นมิสเรนโบว์ควีน  ทั้งๆที่นั่นคือ สุดยอดปรารถนาของตน

ooooooo

แป้งกลับไปทิ้งตัวนอนบนเตียงที่ห้องอย่างเหนื่อยใจ ปรียาถามว่าทำไมกลับมาคนเดียว แป้งบ่นว่าเหนื่อยเลยกลับมานอนพัก บอกแม่ว่าวันนี้ซ้อมเต้นตั้งสามสี่ชั่วโมงเหนื่อยกว่าซ้อมมวยอีก

ปรียาสะดุดหูกึกถามว่าซ้อมมวยอะไร แป้งรู้ตัวเลยแก้ ไปอย่างไร้พิรุธว่าตนแค่เปรียบเทียบเท่านั้น แล้วเล่าการซ้อมเสียยืดยาวให้ปรียาฟังเพลินๆจะได้ไม่ติดใจเรื่องซ้อมมวยอีก

ปรียาถามเรื่องที่เอื้อมบอกว่าแป้งเกือบถูกตัดสิทธิ์ว่ามันเรื่องอะไรกัน แป้งบอกว่าแค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย ปรียาถามต่ออีกว่าผู้ชายที่ทำรายการทีวีมาช่วยพูด  รู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เตือนอย่างห่วงใยว่า

"ไอ้ป้าง แกต้องรู้จักระวังตัวนะ ผู้ชายสมัยนี้มันไว้ใจไม่ได้ มันไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นผู้หญิงแท้หรือผู้หญิงเทียม ถ้าได้โอกาสเมื่อไหร่มันก็ฉวยโอกาสเมื่อนั้น"

แป้งรับรองว่าไม่ต้องห่วงตนไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรหรอก ขืนมาทำหื่นจะชกหน้าให้คว่ำเลย พูดแล้วขอบคุณแม่ที่ห่วง ปรียาไม่ถามต่อแต่รู้สึกสงสัยว่าลูกตัวเองแปลกไปจากเดิมมาก

ส่วนนักรบก็ถูกโชติรสคุมเข้มจนเขาบอกเธอว่าอย่ามาล้ำเส้นเรื่องส่วนตัวของตน อย่าใช้อำนาจความเป็นเจ้านายมายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของตน อย่ามาเที่ยวแสดงความเป็นเจ้าของตน เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากเป็นเจ้านายกับลูกน้อง

โชติรสเจอไม้แข็งเข้าก็อ้อนว่าตนเป็นห่วงกลัวว่ากะเทยกำลังพยายามจับเขา พร่ำพูดเสียจนนักรบต้องขัดขึ้นกลางคันให้หยุดพูดจาดูถูกคนอื่น ชี้ให้เธอเห็นปมตัวเองว่า

"คุณเองก็ใช้ทั้งเงินทั้งอำนาจบีบบังคับให้ผมต้องมาทำงานกับคุณ ตามติดผมทุกฝีก้าว ผมยังไม่เคยกล่าวหาคุณเลยว่าคุณกำลังพยายามจับผมอยู่"

พูดเสร็จนักรบเดินหนีไปอย่างรำคาญใจ โชติรสไม่กล้าตามไปอีกได้แต่ยืนโมโหอยู่ตรงนั้น

ooooooo

พรุ่งนี้จะเป็นวันสำคัญของการประกวดแล้ว เป็นวันตัดสินว่าใครจะได้ครองมงกุฎมิสเรนโบว์ควีน กุ๊กไก่จึงเรียกประชุมย้ำเรื่องการโชว์แสดงความสามารถของผู้เข้าประกวด ให้เวลาคนละห้านาทีใครใช้เวลาเกินจะถูกหักคะแนน

แป้งทำหน้าเหลอหลาไม่รู้เรื่อง เจ๊ตุ่มยิ่งตกใจกว่าที่ลืมเรื่องนี้เสียสนิทเพราะมัวแต่แก้ปัญหาวุ่นๆ นุชถามว่าจะทำยังไงดี จะทันไหม เจ๊จูนจับตาอยู่ ดูออกว่าพวกนั้นกำลังมีปัญหาแน่ๆ

เมื่อออกจากห้องประชุมแล้วเจ๊ตุ่มบอกนุชให้รีบเอาซีดีเพลงแล้วตามไปที่ห้อง ซ้อมด่วน นุชปลอบใจเจ๊ตุ่มว่าไม่ต้องกลัว แต่ที่แท้ตัวเองลนลานจนทำอะไรไม่ถูกกระทั่งเสนอว่าหรือเราจะเปลี่ยนโชว์ที่ เคยให้ปรางค์ซ้อมไว้

เจ๊จูนแถเข้ามาถามเย้ยว่าปรึกษาอะไรกันหน้าดำคร่ำเครียดคงเตรียมโชว์อลังการ ไว้ใช่ไหม ถามว่าปรางค์จะโชว์อะไรเอ่ยแย้มกันได้ไหม ถูกเจ๊ตุ่มตัดบทว่าพรุ่งนี้จะได้เห็นเอง

ถูกตัดบทกระแทกใส่หน้าแต่เจ๊จูนไม่สนใจยังคงยืนยั่วสบประมาทต่างๆนานาก่อนเดินไป

เจ๊ตุุ่มกับนุชมองตามไปอย่างแค้นใจ แต่ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ที่ถูกเจ๊จูนจับจุดอ่อนได้จริงๆ

ooooooo

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เอื้อมก็เอาแป้งไปซ้อมโชว์ที่ห้องซ้อมของโรงแรม เป็นการฟ้อนลาวเสี่ยงเทียน แป้งรำทื่อมือที่ถือเทียนนั้นแข็งเหมือนท่อนไม้เก้ๆกังๆ จนเจ๊ตุ่มกับนุชที่ดูอยู่หนักใจมาก

ในที่สุดนุชเสนอว่ารำสี่ภาคที่จะโชว์นั้นลดเหลือแค่ สองภาคจะดีไหม แป้งสวนไปอย่างหงุดหงิดว่าจะกี่ภาคตนก็รำไม่ได้ เสนอว่าตนเต้นระบำฮาวายได้แล้วเต้นให้ดู เป็นท่าเต้นแบบเด็กอนุบาล

เจ๊ตุ่มกับนุชทนดูไม่ได้สั่งให้หยุด เจ๊ย้ำว่ายังไงแป้งก็ต้องรำให้ได้ ทั้งยังอ้างสัญญาที่แป้งรับปากกับปรางค์ว่าจะทำหน้าที่แทนก็ต้องทำให้สุด กำลัง จะยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหนก็ต้องทำให้ได้

"ปรางค์มันยังทำได้เลย ผู้หญิงแท้ๆอย่างเธอ ทำไมจะทำไม่ได้" นุชปลุกเร้า เอื้อมก็ยุให้สู้ๆ สุดท้ายแป้งฮึดขึ้นมา บอกกับทุกคนว่า

"ได้! คนอย่างไอ้แป้งสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว หนูทำได้แน่!" ว่าแล้วเดินออกไปตั้งหลักผ้านุ่งหลุดลุ่ยลากพื้นจนเอื้อมต้องตามไปนุ่งให้ ใหม่ และพอเพลงขึ้นแป้งก็รำแข็งทื่อเหมือนเดิม ทุกคนเลยได้แต่มองกันอย่างละเหี่ยใจ

ooooooo

ส่วนปรางค์อยู่ที่ห้องนอนของแป้งที่บ้าน วันนี้ตกใจแทบตายเมื่อส่องกระจกเห็นหนวดขึ้นเขียวครึ้มรีบถอนทิ้ง ขณะกำลังถอนหนวด กระบี่เปิดประตูเข้ามาถามว่าทำอะไร ปรางค์ตะครุบปากปิดหนวดแทบไม่ทันต่อว่ากระบี่ว่าทีหลังจะเข้ามาให้เคาะประตู ก่อนเกิดตนโป๊อยู่จะทำยังไง

กระบี่ขอโทษแต่สงสัยมากว่าแต่ไหนแต่ไรแป้งไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ เลยบอกว่าน้าพันให้มาตามไปกินข้าว ปรางค์บอกให้ลงไปก่อนเดี๋ยวจะตามลงไป กระบี่ยังโอ้เอ้อยู่ ปรางค์เลยรุนหลังออกไปแล้วรีบกลับมาถอนหนวด นึกปลอบใจตัวเองว่ากระบี่คงไม่สงสัยอะไร

กระบี่ลงไปปรารภกับน้าพันว่าพักนี้แป้งดูแปลกๆไป ดูระวังตัวยังไงไม่รู้ พูดจาก็เปลี่ยนๆไป ปกติเวลาซ้อมอึดเหมือน ผู้ชายแต่ตอนนี้ไม่กี่ชั่วโมงก็บ่นไม่ไหวซ้ำยังร้องไห้อีกทั้งที่

ไม่เคยเห็นแป้งร้องไห้มาก่อนเลย ประพันธ์พูดไปตามประสาว่าบางช่วงอาจจะเซ็งๆบ้าง คงไม่มีอะไรหรอก

ครู่เดียวทั้งประพันธ์และกระบี่ก็มองตาค้าง เมื่อปรางค์ เดินลงมาในชุดกระโปรงหวานแหววบอกว่าค้นตู้เจอ เห็นสวยดีเลยเอามาใส่ ยังใส่ได้พอดีเลย

ประพันธ์ถามว่าจำไม่ได้หรือว่าตนซื้อมาให้ตอนนั้นบังคับให้ใส่เท่าไรก็ไม่ ยอมใส่นึกยังไงวันนี้เอามาใส่ ปรางค์ อึกอักหาคำแก้ตัวไม่ได้เลยโมเมว่าแค่เสียดายเท่านั้น ไม่ใส่มันก็เสียของเปล่าๆ

ขณะนั้นเองมีเสียงกริ่งประตูดังขึ้น ปรางค์รีบอาสาไปเปิดประตูเอง เจอเอื้อมถือถุงยืนรออยู่ ปรางค์ดีใจมากบอกว่ามาช่วยตนทันเวลาพอดี

"พ่อแกสงสัยอะไรงั้นเหรอ แกต้องระวังตัวหน่อยซิวะ แกต้องทำให้เหมือนแป้งให้ได้" เอื้อมกำชับ ปรางค์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้บอกว่าตนเจอแป้งสักกี่ครั้งเชียว รอดมาได้ถึงวันนี้ก็เก่งมากแล้ว

ทันใดนั้นกระบี่เดินออกมาพอเห็นเอื้อมก็ทักว่า "คุณนั่นเอง" ถามอย่างไม่พอใจว่ามีธุระอะไรหรือจะมาตามแป้งไปทำงานอีก บอกเอื้อมว่าปกติตนกับแป้งทำงานด้วยกันถ้าจ้างแป้งก็ต้องจ้างตนด้วย

ปรางค์กลัวความแตกขัดขึ้นว่า เอื้อมแค่มาปรึกษาอะไรนิดหน่อยเท่านั้นแล้วลากเอื้อมออกไปคุยข้างนอก เอื้อมเอาของในถุงให้ปรางค์ ในนั้นมีมือถือและของใช้ส่วนตัวเช่นฮอร์โมน ยาหน้าขาว ยาลดหนวด ขน บอกว่าถ้าต้องการอะไรอีกให้บอก

ปรางค์ดีใจคาดหวังว่าหน้าตนเกือบหายแล้วถ้ารองพื้นหนาหน่อยก็เข้าประกวดได้ ตามเดิม เอื้อมบอกว่าไม่ง่ายแล้ว เพราะทางกองประกวดเข้มงวดมาก เรื่องเปลี่ยนตัวเป็นไปไม่ได้เลย

ปรางค์กลัวว่าเจ๊จูนจะจับได้ เอื้อมบอกว่าไม่ต้องห่วงขนาดปรียายังจับไม่ได้เลย ปรางค์จึงรู้ว่าแม่มา ทีแรกปรียาจะมาลากตัวปรางค์กลับแต่ถูกแป้งกล่อมจนตอนนี้อยู่ลุ้นให้ชนะ ประกวดแล้ว

ก่อนกลับปรางค์บอกเอื้อมว่าให้คอยส่งข่าวมาด้วย เอื้อมสัญญาว่าจะโทร.รายงานนาทีต่อนาทีเลย เพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันตัดสินชะตาชีวิตของปรางค์แล้ว ยิ่งฟังปรางค์ก็ยิ่งตื่นเต้น

ooooooo

เมื่อใกล้เวลางาน เจ๊ตุ่มกับนุชยืนมองเห็นคณะอื่นๆ เข็นอุปกรณ์การแสดงโชว์มากันมากมาย แต่ของตัวเองมีปรียาขนเสื้อผ้ามาแค่ 4 ชุด แต่ก็ยังพูดให้กำลังใจตัวเองว่า ของเราเป็นชุดแบบไทยๆ อย่างน้อยกรรมการต้องเห็นความตั้งใจของเราที่ส่งเสริมคุณค่าวัฒนธรรมไทย น่าจะได้คะแนนความคิดดี

ปรียาได้ยินเจ๊จูนมาพูดเยาะเย้ยพวกเจ๊ตุ่มกับนุชว่านี่เป็นงานประกวดมิส เรนโบว์ควีนไม่ใช่ประกวดไก่กาเอามาแค่ 4 ชุดจะไหวหรือ ถ้าจะถอนตัวตอนนี้ก็ยังทันดีกว่าไปอับอายขายหน้าคนทั้งประเทศ

"มันเป็นใคร พูดอย่างนี้กับคนอื่นได้ยังไง" ปรียาไม่พอใจ

ส่วนแป้งตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมแล้วก็ต้องหงุดหงิดเมื่อนักรบมาเก็บภาพตอน ซ้อม เขาอ้างว่าตอนนี้ช่างกล้องไม่พอตนเลยต้องมาช่วยเก็บภาพ บอกแป้งให้ซ้อมต่อ ให้ทำตัวเป็นธรรมชาติเหมือนไม่มีกล้องถ่ายอยู่ แป้งไม่ยอมซ้อมต่อ ดักคอว่าเขาคิดจะเก็บภาพตอนตนทำอะไรทุเรศๆไปใส่ในรายการใช่ไหม ตนไม่เสียรู้เป็นตัวตลกให้เขาหรอก

"ถ้าไม่ให้ถ่ายฉันก็ไม่ถ่าย เธอเอาเวลาที่ทะเลาะกับฉันนี่ไปซ้อมรำดีกว่านะ ถึงแม้โชว์ของเธอจะเกินเยียวยาแล้ว แต่ชีวิตคนเรามันก็ต้องมีความหวังใช่ไหม พยายามต่อไปนะ"

แป้งถามว่าตนรำแย่ขนาดนั้นเลยหรือ นักรบย้อนถามว่าไม่รู้ตัวเลยหรือ ตนไม่อยากพูดให้เสียกำลังใจแต่เชื่อว่าโชว์ชุดนี้ไม่รอดแน่ พูดเหมือนอบรมว่า

"นี่คือโทษของคนที่มั่นใจตัวเองมากเกินไป คนเราไม่ได้เก่งไปเสียทุกอย่างหรอกนะ หัดประมาณตัวเองบ้าง อะไรที่เกินความสามารถก็อย่าฝืนไปทำเพราะคนที่จะเจ็บตัวก็คือตัวเธอเอง"

พอดีมีเสียงโทรศัพท์เข้า เป็นสายจากโสภาคุณแม่เขาเอง พอรู้ว่าพ่อกับแม่มาถึงพัทยาแล้ว เขาบอกว่าเดี๋ยวจะไปหาแล้วเขาก็เดินออกไปเลย แป้งยืนฮึดฮัดรู้สึกเสียหน้าอย่างแรง

ooooooo

โสภากับศักดิ์สิทธิ์ดั้นด้นมาถึงพัทยาเพราะโชติรสฟ้องไปว่านักรบกำลังติดใจ กะเทย ทั้งสองมาเพื่อปรามและย้ำให้เขาต้องสนใจเอาใจโชติรสให้มาก นักรบรับไม่ได้บอกพ่อกับแม่ว่า

"ผมมาทำรายการเกี่ยวกับกะเทย จะไม่ให้ผมติดต่อพูดคุยกับพวกเขาได้ยังไง ถ้าคุณพ่อคุณแม่กลัวผมจะหลงไปชอบกะเทยละก็ ยกเลิกการร่วมหุ้นกับบริษัทคุณโรสสิครับ รับรองหมดปัญหาแน่ๆ ผมขอตัวไปทำงานต่อล่ะครับ"

นักรบลุกไปเลย ทำเอาทั้งพ่อและแม่นั่งอึ้งพูดไม่ออก

ไปถึงเวทีประกวด นักรบคุยงานกับต๊อดอย่างเคร่งครัดให้เก็บภาพให้หมดทุกคน ต๊อดก็ยังอดแซวเขาเรื่องแป้งไม่ได้อยู่ดี พอเห็นนักรบฉุนก็พูดเอาใจว่า น้องกะเทยคนนั้นตนยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารัก นานๆจะเห็นกะเทยเหมือนทอมห้าวๆ แปลกดี

ต๊อดเหลือบเห็นโสภากับศักดิ์สิทธิ์เดินมาถามแซวๆ ว่าขนาดเรียกคุณพ่อคุณแม่มาดูตัวกันเลยหรือ

ปรากฏว่าศักดิ์สิทธิ์เห็นกะเทยที่เข้าประกวดแล้วชมว่าสวยกว่าผู้หญิงจริงๆ เสียอีก เลยโต้คารมกันระหว่างโสภากับศักดิ์สิทธิ์ โสภาดูถูกว่าพวกนี้ถ้าอยู่ในอินเดียต้องถือว่าเป็นพวกจัณฑาลน่ารังเกียจ สะอิดสะเอียน

"แต่ฉันว่าคนที่น่าสะอิดสะเอียนยิ่งกว่ากะเทยก็คือคุณนะคะ คุณนาย" แป้งแทรกเข้ามาหน้าตาขึงขัง โสภาหันขวับตะคอกถามว่ากล้าพูดกับตนอย่างนี้ได้ไงรู้ไหมว่าตนเป็นใคร "ฉันไม่สนหรอกว่าคุณจะเป็นใคร แต่รู้ว่าคุณน่ะสูงอายุแล้ว น่าจะรู้จักคิดก่อนพูดนะคะ คนเรามันเลือกเกิดไม่ได้ พวกคุณ ควรจะรู้จักเคารพในสิทธิ์ของคนอื่น เพราะยังไงเขาก็เป็นคนเหมือนพวกคุณ" แป้งอบรมยาว

โสภามองแป้งแต่หัวจดเท้าพูดเย้ยว่า "อ๋อ พวกเดียวกันนี่เอง"

แป้งกับโสภายังโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน โสภาท้าว่าตนพูดอย่างนี้แล้วจะทำไม แป้งบอกว่าไม่ทำไมหรอกแค่ระดมกะเทยร่วมร้อยคนมาช่วยแจมด้วยตอนนั้นขอให้ คุณนายพูดเหมือนอย่างที่พูดเมื่อกี้ ดูซิว่าจะเอาชีวิตรอดกลับไปได้ไหม

"ไปกันเถอะค่ะคุณ" โสภารีบคว้าแขนศักดิ์สิทธิ์เดินออกไป แป้งยิ้มสะใจ หันไปเห็นนักรบซุ่มดูอยู่ก็แยกเขี้ยวใส่ก่อนเดินเชิดไป

ooooooo

การซ้อมครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว กุ๊กไก่นัดว่า "พรุ่งนี้พบกันตอนแปดโมงเช้า เราจะเริ่มรันทรูตอนเที่ยง งานของเราเปิดประตูทุ่มนึง และเริ่มงานตอนสองทุ่มตรง วันนี้ขอบคุณทุกคนมากนะคะ"

เจ๊ตุ่มรีบมาเรียกแป้งไปซ้อมรำต่อ กุ๊กไก่บอกว่าอย่าเพิ่งไปเพราะทางรายการทีวีเขาขอสัมภาษณ์ปรางค์เพิ่ม ให้ปรางค์ไปที่ห้องสัมภาษณ์เลย

เจ๊บ่นอย่างหงุดหงิดว่าแค่นี้ก็ซ้อมไม่ทันอยู่แล้วยังต้องสัมภาษณ์อีก นุชบอกให้รีบไปเลยจะได้กลับมาซ้อมรำเร็วๆ แป้งเดินไปเซ็งๆ เพราะเบื่อการสัมภาษณ์เต็มทีแล้ว

เข้าไปในห้องสัมภาษณ์เจอต๊อดรออยู่ พอเจอหน้าก็บ่นว่าไม่น่ามาเสียเวลากับตนเลยเพราะไม่ว่าจะสัมภาษณ์กี่ครั้ง ก็ได้เท่าเดิม ตนพูดไม่เก่งไม่รู้จะพูดอะไรแล้วจริงๆ

"แต่เราจำเป็นต้องสัมภาษณ์คุณใหม่จริงๆนะครับ คุณเป็นตัวเก็งอันดับต้นๆของการประกวด เราก็ต้องสัมภาษณ์คุณ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้" ต๊อดพยายามชี้แจง แป้งเร่งว่างั้นเริ่มเลยจะได้จบๆไป ต๊อดบอกว่า "คุณคงไม่คุ้นเคยกับการสัมภาษณ์ เอาอย่างนี้นะครับ ผมจะให้คุณอยู่คนเดียว เดี๋ยวคุณพูดกับกล้องไปเลยเหมือนกับกล้องเป็นเพื่อนคุณ อยากพูดอะไรพูดไปได้เลย"

แป้งบ่นว่าจะให้พูดอะไร ต๊อดแนะว่าเล่าความรู้สึกของวันนี้ว่ารู้สักยังไง เริ่มเลยดีไหม ต๊อดกดปุ่มเดินเครื่องแล้วออกไป แป้งยังนั่งเหวอๆคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไร

ครู่หนึ่งฮึดขึ้นมาปลุกใจตัวเองว่า เราต้องทำได้ แล้วตั้งหลักพูดกับกล้องตาแป๋วๆ

"ความรู้สึกของปรางค์ในวันนี้เหรอคะ เหนื่อยมากค่ะ วันนี้ซ้อมหนักมากกว่าทุกวัน ปรางค์เคยคิดว่าถ้าเราตั้งใจทำอะไรจริงๆ มันจะต้องประสบความสำเร็จ แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว การประกวดครั้งนี้มันยากมากกว่าที่คิดไว้ แต่ปรางค์ก็จะสู้ไม่ถอยค่ะ เพราะการประกวดครั้งนี้เป็นการแข่งขันครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิต"

ปลุกใจตัวเองจนอารมณ์ขึ้นเผลอกำหมัดชกฝ่ามือตัวเองท่านักมวยเท่ๆแล้วพูดต่อ

"ปรางค์จะต้องชนะให้ได้ ปรางค์ต้องการเงินรางวัล ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อทุกคนในครอบครัว แล้วบางทีถ้าปรางค์ชนะ ครอบครัวของปรางค์อาจจะกลับมาอยู่กันพร้อมหน้า มีพ่อมีแม่มีปรางค์มี...มีทุกคน...ทุกคนที่ปรางค์รัก"

พูดแล้วแป้งน้ำตาคลอด้วยความสะเทือนใจ นักรบดูที่จอมอนิเตอร์อยู่รู้สึกเห็นใจเธอมากขึ้น

ooooooo

พูดเสร็จแป้งเดินออกจากห้องสัมภาษณ์จะรีบไปห้องซ้อม นักรบตามมาเรียก

"ปรางค์...ปรางค์" แป้งลืมตัวว่าตอนนี้ชื่อปรางค์เดินดุ่ยๆไป นักรบร้องถาม "นี่เธอจะไม่ยอมเจอหน้าฉันจริงๆเหรอ" แป้งจึงนึกได้หันกลับมาถามว่ามีอะไรหรือ นักรบพูดเสียงอ่อนโยนว่าโชว์พรุ่งนี้มีอะไรให้ช่วยไหม

แป้งยังระแวงถามว่าจะมาทับถมอะไรตนอีก นักรบพูดเป็นการเป็นงานว่า คิดว่ารำไทยไม่เหมาะกับเธอควรคิดโชว์ใหม่ๆ ถามว่ามีความสามารถพิเศษอะไรบ้างหรือเปล่า

"รับผักบุ้งลอยฟ้าไง คุณคิดว่าเอาไปโชว์บนเวทีประกวดได้หรือเปล่าล่ะ จะให้ฉันมาเปลี่ยนโชว์ตอนนี้มันจะเปลี่ยนทันที่ไหน คุณอยากจะให้ฉันตกรอบรึไง"

นักรบใจเย็น หว่านล้อมแล้วแนะว่าเธอควรจะทำอะไรที่เป็นตัวเองมากกว่า ก็ยังถูกแป้งตีรวนจนเขาบ่นว่า

"ฉันอุตส่าห์หวังดี ก็ตามใจเชิญขึ้นรำโชว์ให้ขายขี้หน้าคนไป คนอย่างเธอกล้าทำทุกอย่างเพื่อเงินอยู่แล้วนี่ เขาเรียกว่าอะไรดีนะ ด้านได้อายอดใช่ไหม แต่หัดอายไว้บ้างก็ยังดี ถ้ายังอยากเป็นผู้หญิงจริงๆละก็"

แป้งโกรธจนลืมตัวชกหน้านักรบทันทีแต่เขาหลบทัน แป้งยกเท้าฟาดหลังอีกจนเขาหลังแอ่นแป้งจะตามซ้ำ แต่ถูกเขาจับตัวไว้ เธอสะบัดหลุดผลักเขาล้มเลยหงายไปด้วยกัน แป้งเกือบจูบปากนักรบ

พอสลัดหลุดลุกกันขึ้นมาได้ นักรบจับมือแป้งไว้ไม่ให้อาละวาดบอกเธอว่าฝีมือขนาดนี้น่าไปเป็นสตันต์ดี กว่า เพราะท่าเตะต่อยของเธอสวยกว่าท่ารำแก้บนเยอะแยะ

เหมือนจุดประกายวาบขึ้นในสมอง แป้งอุทาน "โชว์สตันต์ เหรอ...ขอบคุณนะ" ว่าแล้ววิ่งไปเลย

หลังจากปรึกษากันอย่างหนักแล้ว...

มีการเปลี่ยนโชว์กะทันหัน ต้องหาทั้งเพลงทั้งชุดเต้นแอโรบิกทั้งแดนเซอร์วิ่งหากันจนวุ่น กระนั้นเจ๊ตุ่มก็ยังสงสัยว่าจะเวิร์กแน่หรือ ยังไงก็ขอให้เลิศต้องเจิดก็แล้วกัน

"เวิร์กแน่ๆค่ะน้าตุ่ม โชว์นี้แสดงความเป็นหนูจะไม่เจิดไม่เลิศได้ยังไง" แป้งมั่นใจมาก

ooooooo

เช้านี้นักรบหลบไปกินอาหารเช้าที่ตลาด ต๊อดถามว่าหลบหน้าใคร นักรบบอกว่าตอนนี้ไม่อยากเจอใครทั้งนั้น ถูกต๊อดแซวเรื่องแป้งอีกจนได้ เขาตัดบทว่าจะเป็นใครตนก็ไม่เอาทั้งนั้น

ทันใดนั้น ขณะรถติดไฟแดงนักรบชะงักกึกเมื่อเห็น คัตเอาต์โฆษณาการแข่งขันชกมวยของแป้งตั้งตระหง่านอยู่ นักรบถามต๊อดว่านักมวยหญิงนั่นใช่ปรางค์หรือเปล่า ต๊อดเหลือบมองแป๊บเดียวบอกว่าไม่ใช่หรอก

"หน้าเหมือนกันมากเลยนะ ปิยธิดา ศิษย์พงศ์ศักดิ์...ปิยธิดา ต้องใช่ปรางค์แน่ๆ"

"ไม่ใช่หรอก แค่หน้าคล้ายกันเท่านั้นแหละ น้องปรางค์ เป็นกะเทยจะไปชกมวยกับผู้หญิงได้ยังไง มันผิดกฎ แล้วเขาชกกันวันนี้ไม่ใช่เหรอ วันนี้น้องปรางค์ต้องขึ้นเวทีประกวดจะไปชกมวยได้ยังไง แค่นี้ก็คิดไม่ได้ รถเริ่มไหลแล้ว" ต๊อดบ่นแล้วเคลื่อนรถตามคันหน้าไป

นักรบยังหันไปถ่ายรูปจากคัตเอาต์เก็บไว้ หันมองคัตเอาต์อย่างคาใจ

ooooooo

ก่อนขึ้นชก ปรางค์ฝึกซ้อมอย่างหนักทั้งที่ยังชกได้ไม่ดีนัก แต่ทั้งประพันธ์และกระบี่ก็เชียร์ให้ฮึกเหิม พอซ้อมเสร็จประพันธ์เข้าไปนวดไหล่นวดคอให้ ชมเปาะว่า

"วันนี้เก่งมากไอ้แป้ง ถ้าพรุ่งนี้แกชกให้ได้อย่างวันนี้รับรองแกต้องคว่ำคู่ต่อสู้ได้แน่ๆ ถ้าแกชนะละก็ พ่อจะเป็นเทรนเนอร์ให้แกถาวรเลยแล้วจะเทรนให้แกเป็นแชมป์มวยหญิงโลกให้ได้ ไอ้แป้งเอ๊ย...พ่อภูมิใจในตัวแกจริงๆ"

ปรางค์ถามหยั่งเชิงว่าถ้าแม่ยังอยู่พ่อคิดว่าแม่จะภูมิใจด้วยไหม ประพันธ์หน้าตึงทันทีถามว่าจะไปพูดถึงคนตายแล้วทำไมเขาไปสบายแล้วไม่ได้มา รับรู้อะไรกับเราด้วยหรอก ปรางค์แย้งว่าถ้าแม่ไม่ได้ไปสบายล่ะถ้าแม่อยู่อย่างลำบากเหมือนเรา พ่อคิดจะไปหาแม่บ้างไหม

"ไอ้แป้ง!" ประพันธ์ปราม

"หนูไปสืบมาจนรู้แล้วว่าแม่ยังไม่ตาย ทำไมพ่อถึงบอกหนูว่าแม่ตายไปแล้วล่ะ พ่อเกลียดแม่มากเลยเหรอจ๊ะ"

"พ่อไม่ได้เกลียดแม่แก แต่แม่แกสิเกลียดพ่อซะยิ่งกว่าอะไร ไอ้ที่พ่อบอกแกว่าแม่ตายไปแล้ว แม่แกนั่นแหละเป็นคนบังคับพ่อให้บอกอย่างนี้ เขาให้พ่อสัญญาว่าจะไม่ตามหาเขา ชาตินี้ทั้งชาติไม่ต้องเจอกันอีก แล้วจะให้พ่อทำยังไงวะ เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ พ่อตั้งใจไว้แล้วว่าพ่อจะไม่เจอแม่แกอีกตลอดชีวิตเหมือนกัน!"

ปรางค์พูดไม่ออก ได้แต่มองหน้าพ่ออย่างเห็นใจ

ooooooo

ตอนที่ 6

แป้งเห็นท่าทีเมินเฉยเหินห่างเย็นชาของนักรบก็แปลกใจไม่สบายใจ ตามไปถามว่ามีปัญหาอะไรกับตนหรือถ้ามีก็บอกกันตรงๆ นักรบตอบสั้นๆว่า "ไม่มีอะไรนี่"

"คุณคงไม่เชื่อเพื่อนคุณหรอกใช่ไหม ที่ฉันมาหาคุณเมื่อวันก่อนเพราะฉันจำเป็นต้องหางานทำจริงๆ ฉันไม่เคยคิดจะตามตื๊อคุณหรือคิดอะไรกับคุณ คุณไม่ต้องกลัวไปหรอก ฉันรู้ดีว่าฉันเป็นใครแล้วคุณเป็นใคร"

แป้งต้องการพูดให้เขารู้ว่าเราฐานะแตกต่างกัน แต่นักรบกลับคิดไปว่าเธอเป็นกะเทยและเขาเป็นชายแท้ บอกเธอว่าตนไม่ได้คิดรังเกียจหรือดูถูกอะไรเธอหรอก เพียงแต่ตอนนี้ยังตั้งตัวไม่ติด เรื่องแบบนี้เธอก็รู้ว่าต้องใช้เวลาปรับตัวหน่อย

แป้งนึกน้อยใจบอกว่าถ้าลำบากนักก็ไม่ต้องเป็นเพื่อนกัน เจอเขาคราวหน้าก็จะไม่ทักไม่คุยด้วย เขาจะได้ไม่ต้องคอยหลบหน้า สบายใจกันทั้งสองฝ่าย พูดแล้วแป้งหันหลังเดินไป นักรบรีบดึงแขนไว้

"เดี๋ยวซิ เธอต้องเข้าใจนะ ตอนแรกๆฉันคิดว่าเธอเป็นผู้หญิง แล้วอยู่ๆมารู้ว่าเธอเป็น...เป็นสาวประเภทสองอย่างนี้แล้วจะให้ฉันรับได้ ทันทีเลยเหรอ"

แป้งเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าที่แท้เขาคิดว่าตนเป็นปรางค์ แต่พอจะเอ่ยปากถาม โชติรสที่ตามมาคุมนักรบก็แทรกเข้ามา เธอหางตาใส่แป้งถามว่านี่ใคร

นักรบแนะนำชื่อเต็มๆว่า "คุณปรางค์ธิดา" โชติรสถามอีกว่าแล้วเป็นใครเพราะเธอนึกหึงคิดว่านักรบคบกับผู้หญิง แต่พอนักรบบอกว่าปรางค์ร่วมประกวดมิสเรนโบว์ควีน เธอก็ยิ้มพูดดูถูกว่า

"เป็นกะเทยที่เข้าประกวด ขอโทษนะคุณ ถึงคุณจะมาประจบประแจงโปรดิวเซอร์ของฉันแค่ไหน ก็ไม่ได้ทำให้คุณ ได้คะแนนเพิ่มหรอกนะ ไปแต่งหน้าแต่งตัวให้ดูมีคลาสกว่านี้ น่าจะช่วยได้มากกว่า" แล้วหันไปดึงแขนนักรบ "พี่รบคะทีมงานมากันแล้ว เชิญประชุมค่ะ"

พอนักรบเดินไปกับโชติรสแล้ว แป้งบอกกับตัวเองว่า "ฉันเป็นกะเทยเต็มตัวไปแล้ว"

ooooooo

แล้วจู่ๆเอื้อมก็รู้ความลับสุดยอดของเจ๊จูนกับ ข้าวฟ่างที่เดินคุยกันมาแล้วเธอแอบฟัง

เอื้อมตกใจเมื่อรู้ว่าเจ๊จูนเป็นคนเอาน้ำกรดใส่เข้าไปในเครื่องสำอางของ ปรางค์ ทำจนปรางค์หน้าเยินไปหมด เจ๊บอกว่าแม้จะเป็นน้ำกรดอ่อนๆ แต่ปรางค์ก็ต้องหน้าเยินไปเป็นเดือนแน่ๆ เพราะคืนนั้นตนเห็นพวกเจ๊ตุ่มรีบขับรถออกไปทั้งแก๊งกลางดึก

พอพูดถึงตรงนี้ เจ๊จูนก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าปรางค์อาจจะอยู่ที่โรงพยาบาล ลากข้าวฟ่างรีบไปดูให้เห็นกับตา

เอื้อมตกใจมากเพราะถ้าเจ๊จูนไปที่โรงพยาบาลต้องเจอปรางค์แน่ๆ พยายามโทร.หาเจ๊ตุ่ม เจ๊ก็มัวจ๊ะจ๋าอยู่กับนักข่าวสายไม่ว่าง

โชคดีจริงๆที่กระบี่ขี่มอเตอร์ไซค์มาที่โรงแรมพอดี เอื้อมเคยเจอกับกระบี่เมื่อวานนี้แล้วเลยขอให้กระบี่พาไปที่โรงพยาบาล พอขึ้นรถได้ก็บอกกระบี่ให้ซิ่งเลย

เจ๊ตุ่มคุยกับนักข่าวเสร็จก็มีสายจากปรียาเข้ามา ปรียาถามว่าเอาปรางค์ไปประกวดอะไร เจ๊หัวใจแทบหยุดเต้น โยนกลองให้นุชเป็นคนตอบ นุชไม่รับเพราะเจ๊เป็นคนส่งปรางค์เข้าประกวดเอง

"พวกแกจะเกี่ยงกันอีกนานไหม  ไหนอธิบายมาซิว่าไอ้ป้างไปประกวดกะเทยได้ยังไง ใครเป็นคนอนุญาต"

เจ๊ตุ่มรีบขอโทษอ้างว่าเป็นเรื่องกะทันหันตนเลยไม่มีโอกาสบอกก่อน นุชก็ขอร้องพี่สาวว่าอย่าห้ามปรางค์เลยเพราะ ตอนนี้ปรางค์ผ่านมาถึงรอบตัดสินแล้ว ถ้าชนะได้มงกุฎแล้วยังได้เงินอีกเป็นล้าน

"มันจะชนะได้เงินกี่แสนกี่ล้าน ฉันไม่สน ฉันจะไม่ยอมให้มันประกวดเด็ดขาด รู้ไปถึงไหนก็อายเขาไปถึงนั่น มันจะเป็นกะเทยก็เป็นไป แล้วทำไมต้องไปประกวดประจานตัวเองด้วย ตอนนี้ลูกฉันอยู่ไหน"

เจ๊ตุ่มหลุดปากถามไปว่าลูกคนไหน นุชรีบเอามือปิดปากเจ๊ตอบปรียาว่ากำลังซ้อมเดินอยู่บนเวที ปรียาโมโหมากบอกให้ปรางค์เลิกประกวดแล้วกลับบ้านเดี๋ยวนี้ไม่งั้นก็ไม่ต้อง กลับมาอีกเลย

ปรียาวางหูไปแล้ว เจ๊ตุ่มกับนุชมองหน้ากันคอตก โลกนี้ใจร้ายจังสร้างปัญหาให้ไม่หยุดหย่อน

ooooooo

เจ๊จูนกับข้าวฟ่างรีบไปโรงพยาบาลโทร.เช็กจนรู้ว่าปรางค์อยู่ห้อง 303

ส่วนเอื้อมเร่งกระบี่ให้ไปเร็วๆ พอถึงโรงพยาบาลก็แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะมารับคนไข้ห้อง 303 กลับบ้าน เจ้าหน้าที่เห็นว่าหมออนุญาตแล้วบอกให้ไปจ่ายค่าโรงพยาบาลและรับยาก่อน

เจอตรงนี้เข้าเอื้อมก็มึน ตัดสินใจไปรับปรางค์ออกจากโรงพยาบาลไปเลย กระบี่เห็นหน้าปรางค์เป็นผื่นก็ถามอย่างสงสัยว่าหน้าไปโดนอะไรมาเมื่อวานยัง ดีๆอยู่เลย

ปรางค์ยังงงๆ  ถามเอื้อมว่าจะรับไปไหน  กลับบ้านที่กรุงเทพฯหรือ บอกเอื้อมว่ายังกลับไม่ได้กลัวแม่รู้ เอื้อมเห็นกระบี่ฟังอยู่เลยพูดกลบเกลื่อนเสียงดังว่า

"แกกลัวพ่อเห็นหน้าแกแล้วตกใจเหรอ แกก็บอกพ่อไปซิว่าแกไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกไม่กี่วันก็หาย" แล้วถามกระบี่ว่ารถยางแบนหรือสงสัยทับตะปู หลอกให้กระบี่ไปดูรถแล้วรีบบอกปรางค์อย่างเร็วว่า

"นังจูนกำลังตามล่าหาตัวแกอยู่ ตอนนี้แกต้องไปซ่อนตัวที่บ้านพ่อแกสักระยะ แล้วฉันจะติดต่อแกทีหลัง เข้าใจไหม"

ปรางค์ถามว่าแล้วตนจะไปยังไง ก็พอดีกระบี่เดินมาบอกว่ายางรถไม่ได้เป็นอะไรถามว่าตกลงจะกลับบ้านเลยใช่ไหม งั้นขึ้นรถเลย ปรางค์ค่อยๆขึ้นซ้อนนั่งไขว้ เอื้อมพยายามบอกให้นั่งคร่อมปรางค์จึงเปลี่ยนท่า กระบี่มองอย่างสงสัยแล้วออกรถไปอย่างรวดเร็ว ปรางค์กอดเอวกระบี่ไว้แน่นหลับตาปี๋อย่างหวาดเสียว

ooooooo

ปรากฏว่าเจ๊จูนกับข้าวฟ่างเข้าไปในห้องพบแต่ความว่างเปล่า ลงมาถามเจ้าหน้าที่ว่าคนไข้หายไปไหน พยายามอ้างว่าตนเป็นเพื่อนสนิทเป็นห่วง แต่เจ้าหน้าที่รักษากฎของโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัดไม่ยอมบอก

เจ๊จูนฉุนขาด ตะกายคร่อมเคาน์เตอร์ไปชะโงกดูและกดคอมพิวเตอร์เช็กข้อมูล เจ้าหน้าที่ตกใจถามว่าจะทำอะไร

เจ๊ไม่ทันตั้งหลัก ก็ถูก รปภ.สองคนวิ่งเข้ามาลากออกไปทิ้งนอกโรงพยาบาล เจ๊ยังโวยวายว่าตนต้องรู้ความจริงให้ได้

ส่วนปรางค์ กระบี่พาไปที่บ้านส่งให้ประพันธ์เรียบร้อยแล้ว กระบี่มองปรางค์อย่างสงสัยบอกให้เล่าความจริงมาเลยว่าไปทำงานอะไรที่โรงแรม แล้วผู้หญิงที่ชื่อเอื้อมเป็นใคร รู้จักสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่เล่ามาให้หมด ปรางค์ยังไม่ทันตอบกระบี่ก็ถามอีกว่า แล้วมีบ้านที่กรุงเทพฯด้วยหรือ

"ไอ้แป้ง!" เสียงประพันธ์ร้องทักอย่างดีใจ พอเข้ามาดูใกล้ๆถามว่าหน้าไปโดนอะไรมา พอปรางค์บอกว่าแพ้เครื่องสำอาง ประพันธ์ร้อง "เฮ้ย! แกหัดแต่งหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่วะ"

ปรางค์ปดว่าตนทำงานพิเศษ...แล้วนึกไม่ออกหันไปขอความช่วยเหลือจากกระบี่ เจ้านั่นก็เป็นปี่เป็นขลุ่ยทันทีว่า

"ไอ้แป้งมันไปเล่นเป็นตัวประกอบหนังโฆษณามาน่ะน้าพัน มันก็เลยต้องแต่งหน้า"

ประพันธ์รำพึงรำพันอย่างเสียใจว่าเป็นเพราะพ่อแท้ๆลูกถึงต้องไปชกมวยแล้วยัง ต้องทำงานอื่นอีกเหนื่อยแย่ ชวนรีบเข้าบ้านเดี๋ยวจะหาอะไรให้กิน หรือจะนอนพักผ่อนก่อน มองสำรวจแล้วบ่น

"ดูซิ หายไปวันเดียว ผอมไปเป็นกอง จับไปมีแต่กระดูก กล้ามแกหายไปไหนหมดวะ"

ปรางค์ฟังแล้วแอบถามตัวเอง "ฉัน...ฉันชกมวยด้วยเหรอ..."

ประพันธ์โอบไหล่พาปรางค์เข้าบ้าน กระบี่ยังมองตามไปอย่างสงสัย

ooooooo

เอื้อมกลับมาเล่าเรื่องที่ได้ยินเจ๊จูนคุยกับข้าวฟ่างให้เจ๊ตุ่มกับนุชฟัง เจ๊ฉุนขาดบอกว่าจะไปแจ้งตำรวจจับเข้าคุกเพราะทำให้ปรางค์เสียโฉม พูดอย่างแค้นจัดว่า

"ฉันไม่เอามันไว้แน่ ไปแป้ง เธอเป็นแชมป์มวยหญิงใช่ไหมไป ไปรุมกระทืบมันกันแล้วค่อยส่งมันเข้าคุก" เจ๊ตุ่มฉุดแขนแป้งให้ไปด้วยกัน แต่ถูกนุชฉุดไว้เตือนสติว่า

"แกไปแจ้งตำรวจไม่ได้นะ ถ้าเรื่องถึงตำรวจ ทุกคนก็ต้องรู้ว่านังปรางค์ถูกน้ำกรดเสียโฉมก็ต้องถอนตัวจากการประกวดน่ะซิ ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดต้องระวังอย่าให้นังจูนสงสัยได้ว่าแป้งเป็น ปรางค์ตัวปลอม"

เอื้อมบอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะถ้าเจ๊จูนตามปรางค์ไม่เจอก็หาหลักฐานไม่ได้ แป้งถามว่าแล้วเอาปรางค์ไปซ่อนที่ไหน เอื้อมบอกว่า "ก็ไปซ่อนที่บ้านเธอไง"

แป้งตกใจกลัวพ่อจับได้ เจ๊ตุ่มก็ตำหนิว่าทำไมไม่พาไปซ่อนที่อื่นเดี๋ยวความแตกก็เกิดเรื่องยุ่งยาก ขึ้นอีก เอื้อมบอกว่าตอนนั้นตนคิดไม่ออกเพราะถ้าไม่พาปรางค์ไปที่นั่นก็ต้องถูกจับ ได้ นุชเลยชมว่าคิดถูกทำดีแล้ว

"ตอนนี้พ่อกับพี่ปรางค์เป็นไงบ้างก็ไม่รู้" แป้งกังวล นุชเชื่อว่าประพันธ์คงจับไม่ได้หรอก ใครจะไปคิดว่าลูกชายจะกลายมาเป็นลูกสาวไปได้ แป้งไม่สบายใจบอกว่าตนจะกลับบ้าน และให้พวกเจ๊ตุ่มไปรับปรางค์กลับกรุงเทพฯ เรื่องจะได้จบเสียที

เจ๊ตุ่มไม่ยอมให้ไปอ้างว่าแป้งยังทำงานให้ไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมง แป้งรับปากว่าจะหาเงินมาคืนให้แล้วไปเปิดประตูจะออกไป

แป้งชะงัก  เห็นหญิงแปลกหน้าคนหนึ่งมายืนอยู่ตรงประตูและกำลังยกมือจะเคาะประตูพอดี ส่วนเจ๊ตุ่มกับนุช และเอื้อมที่มองตามแป้งมา ต่างพากันหน้าเหวอ อ้าปากจะพูดก็พูดไม่ออก

"มาหาใครหรือคะคุณน้า" แป้งถาม

ปรียานั่นเอง เธอมองแป้งอึ้งไปอึดใจ เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมถลาเข้ามาประกบแป้งไว้ นุชพยายามจะชี้แจง ถูกปรียาขัดขึ้นว่า

"ไม่ต้องมาทำตลกเลยไอ้ป้าง ท่าทางจะมีความสุขมากเลยนะ ไม่ได้รู้สึกสำนึกสักนิดว่าทำอะไรลงไป แกกล้าโกหกฉัน หนีมาประกวดกะเทยที่นี่ได้ยังไง แกยังเห็นฉันเป็นแม่อยู่รึเปล่า"

"แม่..." แป้งอุทาน ไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตนี้จะได้เจอแม่...

ooooooo

เมื่อเข้าไปในห้องพัก ปรียาจ้องหน้าเจ๊ตุ่มกับนุชถามอย่างดุดันว่าตกลงไม่มีใครตอบใช่ไหมว่าใครเป็นต้นคิดส่งป้างเข้าประกวดกะเทย  เจ๊ตุ่มกับนุชโยนกลองให้กัน

"พวกแกคิดอะไรของแก ไอ้ป้างมันเป็นตัวตลกให้คนหัวเราะเยาะไม่พอรึไงถึงได้ยุยงส่งเสริมให้มันมาประกวดกะเทยอะไรนี่อีก ยังไงฉันก็ไม่ให้มันประกวด"

เจ๊ตุ่มกับนุชพยายามอ้อนวอนว่าปรางค์ก้าวมาไกลแล้วและถ้าได้เป็นนางงามกะเทยจริงๆปรียาก็ไม่ต้องมานั่งเย็บผ้าหลังขดหลังแข็ง ปรางค์เองก็จะได้มีเงินไปเปิดร้านเสื้อตามความฝัน นุชย้ำว่า

"นังปรางค์มันเข้าประกวดไม่ใช่เพราะอยากเด่น

อยากดัง แต่นี่มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้ชีวิตทุกคนดีขึ้น มันทำเพื่อพี่นะ พี่ปรี..."

"แต่ฉันไม่ต้องการ ฉันไม่ต้องการให้ลูกของฉันไปเดินโชว์ตัวอวดความเป็นกะเทยต่อหน้าคนทั่วประเทศ มันมีแต่ทำให้คนยิ่งดูถูกเหยียดหยาม" ปรียาหันจ้องหน้าแป้งชี้ให้เห็นว่า "แกก็เห็นแล้วนี่ ชีวิตของคนพวกนี้มันต้องลำบาก ขนาดไหน มันไม่ได้สวยหรูอย่างที่แกคิด ไอ้ป้าง แกจะต้องถอนตัวจากการประกวด"

"คือ...คือเรื่องนี้คงต้องแล้วแต่น้าตุ่มกับน้านุช" แป้งอึกอัก

"แกไม่ฟังฉันแล้วใช่ไหม ฉันผิดเองที่ไม่มีปัญญาส่งเสียให้แกเรียนสูงๆ แกไม่มีอนาคตก็เพราะฉัน ถ้าแกคิดว่าการประกวดกะเทยจะทำให้ชีวิตแกดีขึ้น แกจะไม่เชื่อฟังฉันก็ตามใจ  แต่ต่อไปไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ ฉันไม่มีลูกอย่างแก!"

"แม่..." แป้งคราง มองตามปรียาที่หันหลังเดินออกไปแล้วลุกขึ้นรีบตามไปทันที

ooooooo

แป้งเดินตามไปง้อแม่ถามว่าเรื่องแค่นี้ถึงกับจะตัดแม่ตัดลูกกันเลยหรือ ปรียาหันมาแว้ดใส่ว่ารู้ไหมว่าตอนนี้คนรู้กันหมดแล้วว่าตนมีลูกเป็นกะเทย ทั้งเพื่อนทั้งญาติโยมโทร.ถามกันไม่ได้หยุด ย้ำว่า "นี่ถ้าพ่อแกรู้เข้าอีกคน ฉันจะทำยังไง มันต้องหัวเราะเยาะฉัน มันต้องหาว่าฉันเลี้ยงลูกไม่เป็น และที่สำคัญมันจะต้องรังเกียจแก ไม่รับแกเป็นลูก"

สุดท้ายปรียาบอกว่าถ้าอยากได้เงินตนจะดิ้นรนหาให้ ขออย่างเดียวอย่าประกวดต่อเลย อย่าให้พ่อรู้เด็ดขาด

"หนูต้องประกวดจ้ะแม่ แม่ไม่ต้องห่วงเรื่องพ่อหรอก พ่อเขาเป็นผู้ชายเขาไม่มาสนใจการประกวดกะเทยหรอก แล้วที่หนูตัดสินใจประกวดก็เพราะหนูรู้แล้วว่าเป้าหมายชีวิตของหนูคืออะไร"

"ฉันไม่ยอมให้แกประกวด!" ปรียายื่นคำขาด

"แม่...หนูขอร้องล่ะ หนูไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง หนูทำเพื่อครอบครัวของเรา นะแม่นะ" แป้งคุกเข่าลงกราบแทบเท้าปรียาน้ำตาไหล "หนูขอร้องล่ะจ้ะแม่ แม่ให้หนูประกวดต่อเถอะนะจ๊ะ"

ปรียาเห็นลูกก้มกราบเท้าเป็นครั้งแรกก็นิ่งอึ้ง คิดหนัก

ส่วนเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมพากันสุมหัววิตกหนักว่าจะแก้ ปัญหาอย่างไรดี ถ้าถอนตัวตอนนี้ต้องโดนปรับเป็นแสนเลยทีเดียว

ขณะที่ทุกคนกำลังมืดแปดด้านหน้าดำคร่ำเครียดกันนั้น แป้งกับปรียาก็เดินเข้ามาในห้อง ทุกคนดีใจเมื่อเห็นสีหน้าปรียาไม่เครียดเหมือนเดิม

"ฉันตัดสินใจใหม่แล้ว ฉันจะยอมให้ไอ้ป้างประกวดต่อไป แต่ทุกคนต้องรับปากฉันนะว่าจะดูแลไอ้ป้างดีๆ อย่าให้มันทำอะไรนอกลู่นอกทางเป็นอันขาด"

"หนูสัญญาแล้วไงแม่ หนูจะทำตัวดีๆไม่ทำอะไรให้แม่ ต้องอับอายขายหน้าอย่างแน่นอน"

เมื่อตกลงดังนี้แล้ว แป้งเสนอเจ๊ตุ่มให้มาตกลงเรื่องรายละเอียดกันใหม่คือเรื่องเงินรางวัลจะแบ่งกันอย่างไร เจ๊ตุ่มยกเอาข้อตกลงเดิมมาบอกว่าสี่สิบหกสิบ คือพวกตนหกสิบและแป้งได้สี่สิบ

แป้งไม่ยอมต้องแบ่งเป็นตนเจ็ดสิบอีกสามสิบให้เจ๊ตุ่มกับนุชไปแบ่งกันเอง นุชทำท่าจะไม่ยอม แป้งเลยแจงรายละเอียดว่า

"ก็หนูจะต้องแบ่งให้พ่อกับแม่ด้วย แล้วอีกส่วนก็ต้องให้พี่ปรางค์เปิดร้านเสื้อ พวกน้าเป็นคนบอกแม่ไม่ใช่เหรอว่า การประกวดครั้งนี้จะทำให้ชีวิตทุกคนดีขึ้น ถ้ารับเงื่อนไขนี้ไม่ได้ น้าๆก็ไปหาคนอื่นประกวดแทนก็แล้วกัน" พูดแล้วแป้งเดินผละไปอย่างถือไพ่เหนือกว่า

เจ๊ตุ่มบ่นว่าหลานนุชคนนี้เขี้ยวลากดินจริงๆ นุชถามว่าแล้วจะเอายังไง

"กระโจนขึ้นหลังเสือแล้วจะลงมาได้ยังไงล่ะ" เจ๊ตุ่มตกกระไดพลอยโจนหน้างอหงิกแล้วรีบตามแป้งไป ตะโกนบอกว่าตกลงจ้ะ...ตกลง

ooooooo

ส่วนปรางค์อยู่ที่บ้านแป้ง ประพันธ์เซ้าซี้ให้กินข้าวเยอะๆเคยกินทีละสองจานสามจานทำไมวันนี้ตักแค่ จานเดียว พลางเลื่อนขาหมูมันย่องไปตรงหน้า บอกให้กินเยอะๆจะได้มีแรงซ้อม ทั้งยังจะไปช่วยซ้อมให้เองด้วย รับรองว่าถ้าตนเป็นเทรนเนอร์ให้แป้งต้องชนะแน่ๆ

ปรางค์ฟังเรื่องการชกมวยแล้วก็สยอง แต่เมื่อทั้งพ่อและกระบี่ลุ้นกันเต็มที่ก็ผสมโรงไปฝืนๆ

แต่กระบี่ยังติดใจสงสัย รู้สึกว่าแป้งหายไปและกลับมาคราวนี้ท่าทางแปลกๆ คาดคั้นว่าตกลงงานที่ไปทำเป็นงานอะไร ปรางค์หาทางเอาตัวรอด ทำเป็นพูดตัดพ้อต่อว่ากระบี่ว่า

"ถ้าแกเป็นเพื่อนฉันจริงๆแกก็ไม่จำเป็นต้องถามอะไรฉัน แกต้องเข้าใจฉันสิ ชีวิตฉันเหมือนใครที่ไหน บางครั้งฉันก็ไม่อยากเป็นตัวเอง แต่ยังไงฉันก็ต้องกลับไปเป็นแป้งตามเดิมแน่ๆไม่ต้องห่วงหรอก" พูดแล้วปรางค์ลุกไปก่อนที่กระบี่จะถามเซ้าซี้อะไรมากกว่านี้

"มันพูดอะไรของมัน...?" กระบี่ยิ่งฟังก็ยิ่งงง

ooooooo

ที่ห้องสัมภาษณ์ในโรงแรมที่พัทยา นักรบกับต๊อดเริ่มสัมภาษณ์พวกที่เข้าประกวดแล้ว คนแรกคือข้าวฟ่าง

พอต๊อดเริ่มคำถามแรกเท่านั้น ข้าวฟ่างก็เริ่มเล่นละครทันที เล่าถึงประวัติตัวเองด้วยเสียงสะอื้นว่าพ่อไม่ยอมให้ตนเป็นผู้หญิงจนไล่ตนออกจากบ้าน จากนั้นตนก็ไปหาแม่ที่ฝรั่งเศส พอถูกต๊อดขัดคอว่าที่เขียนในประวัติคุณแม่อยู่อิตาลีไม่ใช่หรือ ข้าวฟ่างก็ลื่นไหลไปได้ไร้พิรุธว่าทีแรกแม่อยู่เมเปิ้ลต่อมาย้ายมาอยู่ฝรั่งเศส

เธอเล่ายืดยาวมากว่าไปอยู่ฝรั่งเศสแล้วไปเป็นนักโบราณคดีที่อียิปต์  อีกกระทั่งลองเข้าไปนอนในโลงศพของฟาโรห์

"ขอบคุณมากครับวันนี้พอแค่นี้ก่อน" นักรบเบรกเพราะขืนให้เล่าต่อคงไปถึงโลกพระจันทร์แน่ๆ

คนต่อไปคือปรางค์...

แป้งเดินห้าวๆเข้าไปนั่งแหมะตรงหน้าต๊อดกับนักรบ เอื้อมต้องเข้าไปจัดท่าให้นั่งหนีบๆ แป้งมองผ่านกล้องไปทางนักรบ นักรบสบตาแป้งแล้วทำเป็นอ่านสคริปต์ไม่รู้ไม่ชี้

เจ๊จูนกับข้าวฟ่างเดินออกไปแล้วนึกได้หันกลับไปชวนเข้าไปจับผิดปรางค์ เพราะถ้าเป็นตัวปลอมจะต้องมีอะไรหลุดออกมาแน่ๆ

นักรบเป็นคนสัมภาษณ์แป้งเอง ให้เธอแนะนำประวัติตัวเอง หลังจากบอกพื้นเพตัวเองผิดๆถูกๆแต่ก็กลบเกลื่อนปัญหาได้ ครั้นถูกถามถึงเหตุผลการเข้าประกวด แป้งตอบเสียงดังฟังชัดว่า

"ก็อยากได้เงินรางวัลน่ะซิคะ เงินตั้งล้านนึงใครๆก็อยากได้ใช่ไหมล่ะ"

"แล้วตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนล่ะ ไม่มีความสำคัญอะไรกับคุณเลยเหรอ ตำแหน่งนี้เป็นบันไดก้าวแรกที่จะทำให้คุณได้เข้าวงการบันเทิง" นักรบถามอย่างพอใจที่แป้งตอบตรงไปตรงมาดี

"ไม่ล่ะค่ะ ถึงฉันจะชนะได้ตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีน ฉันก็จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างที่ฉันเคยเป็น..."

"กลับไปช่วยคุณพ่อขายข้าวต้มหรือครับ" นักรบดักคอ

แป้งนิ่งไม่ตอบเพราะตอบไม่ได้เดี๋ยวความลับแตก เอื้อมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบแทรกเข้าไปต่อว่านักรบว่าถามอะไรตอบยากจังขอให้ถามอะไรง่ายๆหน่อยดีไหมอย่างเช่น เวลาว่างๆน้องปรางค์ชอบทำอะไร

แป้งตอบไปเลยว่า "ปรางค์ไม่ค่อยมีเวลาว่างหรอกค่ะแต่ถ้าว่างก็ชอบไปซ้อมชกมวยค่ะ"

เอื้อมตบหน้าผากตัวเองที่พยายามจะช่วยกู้สถานการณ์ แต่ช่วยอะไรไม่ได้เลย ส่วนนักรบนั่งมองแป้ง ยิ่งดูยิ่งไม่เหมือนคนที่จะมาประกวดนางงามเลยสักนิดเดียว

ส่วนเจ๊จูนกับข้าวฟ่างที่ยืนดูอยู่ห่างๆ บอกกันว่าต้องไม่ใช่ปรางค์แน่ๆ ถึงหน้าจะเหมือนแต่รู้สึกว่าไม่ใช่

พอดีโชติรสเข้ามา เจ๊จูนรีบเข้าไปแหลแล้วยุว่าเด็กนั่น ไม่รู้เส้นใหญ่มาจากไหนเห็นนักรบสัมภาษณ์อยู่เป็นชั่วโมงแล้ว ข้าวฟ่างแย้งว่าเพิ่งสัมภาษณ์ไปไม่กี่นาทีเอง ก็ถูกเจ๊เหยียบเท้าบี้ให้หุบปาก แล้วเป่าหูยุยงว่าสงสัยเด็กนั่นจะสนิทสนมกับโปรดิวเซอร์เป็นการส่วนตัวถึงได้รับสิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่น

เป็นเรื่องทันที โชติรสเข้าไปขัดจังหวะบอกว่าสัมภาษณ์ แค่นี้พอแล้ว ไล่แป้งว่าวันนี้จบแค่นี้ออกไปได้ นักรบโมโหที่โชติรสมาก้าวก่ายงานของตน บอกเธอว่าถ้าคราวหน้าทำอย่างนี้อีกก็ไปหาโปรดิวเซอร์ใหม่ได้แล้ว

"ตอนนี้พี่รบไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องอะไรนะคะ นอกจากทำงานตามที่โรสขอร้องให้ทำ อย่าลืมนะคะ คุณพ่อพี่รบยังไม่ได้จ่ายค่าหุ้นกับทางบริษัท ฉะนั้น ตำแหน่งของพี่รบก็ยังเป็นลูกจ้างของซีซีแชนแนลอยู่" เห็นนักรบอึ้งไปอย่างโกรธจัดที่ต้องตกอยู่ในภาวะจำยอม โชติรสตอกย้ำอย่างเป็นต่อว่า "แล้วก็ยังเป็นลูกจ้างที่ลาออกไม่ได้เสียด้วยซิคะ"

เข้ามาทำวงแตกแล้วก็เดินออกไป นักรบได้แต่นั่งหน้าเครียด ถึงจะโกรธอย่างไรก็ทำอะไรเธอไม่ได้

ooooooo

เมื่อตกลงกันได้แล้ว ปรียาต้องค้างที่พัทยาหนึ่งคืน เจ๊ตุ่มกับนุชพาปรียาไปหาซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยน  ทั้งสองพยายามชวนปรียาให้อยู่ที่นี่จนกว่าการประกวดจะเสร็จเพื่อเป็นกำลังใจให้ปรางค์ ปรียาสะดุดใจติงว่าพูดเหมือนตนจะไม่ได้พบปรางค์อีกแล้วอย่างนั้นแหละ

"เปล่าจ้ะเปล่า หนูหมายความว่า พี่กับปรางค์ไม่ได้เจอกันนาน ปรางค์มันก็คิดถึงอยากอยู่กับแม่นานๆ ก็มันมีแม่อยู่ คนเดียวนี่นา นี่ถ้ามันมีพ่ออยู่ด้วย..." นุชพูดแหย่หยั่งเชิง

"อย่าพูดถึงพ่อมัน" ปรียาสวนไปทันที ทั้งยังประกาศว่า ชาตินี้ทั้งชาติจะไม่ให้ป้างเจอพ่อเด็ดขาด ใครพาไปหาเอาตายแน่

เห็นท่าทีจริงจังของปรียาแล้ว เจ๊ตุ่มกับนุชเอียงหน้า กระซิบกันว่าถ้าบอกเรื่องแป้งอยู่กับเรา หรือบอกเรื่องปรางค์ไปอยู่กับพ่อ มีหวังเราตายคู่แน่ๆ ฉะนั้น ห้ามบอกเด็ดขาด!

ooooooo

คืนนี้แป้งนอนกับปรียา เธอนอนมองหน้าแม่ อย่างนึกไม่ถึงว่าจะมีแม่มานอนอยู่ด้วย  แล้วแป้งก็ลุกย่องไปข้างนอก เจ๊จูนกับข้าวฟ่างไปเที่ยวเพิ่งกลับมาเห็นเข้า สะใจนักที่จะได้หลักฐานนี้ไปฟ้องกองประกวดว่าปรางค์ทำผิดกฎออกข้างนอกหลังเวลาสี่ทุ่ม ซ้ำไปคนเดียวด้วย แต่เสียดายไม่ทันได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน นึกได้ว่ายังมีกล้องวงจรปิดเอาผิดกับปรางค์ได้ก็ดีใจ

แป้งย่องออกไป โดยไม่รู้ว่านอกจากเจ๊จูนกับข้างฟ่างเห็นแล้ว ยังมีนักรบเห็นด้วย เขานั่งอยู่ในรถพอเห็นแป้งออกมาก็สะกดรอยตาม

แป้งไปที่แถวบาร์เบียร์ พวกเด็กขายพวงมาลัยพากันรุมถามว่าหายไปไหนมา...ทำไมสวยขึ้นเป็นกอง...เสาร์นี้ขึ้นชกขอให้ชนะ

แป้งขอบใจทุกคนแล้วถามว่าเห็นผู้ชายคนนั้นไหม คนใจดีที่ตื๊อดีๆเขาก็เหมาพวงมาลัยหมด พลางชี้ไปที่นักรบที่ตามมา หมายล่อให้เขาถูกเด็กรุมแล้วตัวเองจะได้หลบไป

ได้ผล เพราะพวกเด็กๆรุมกันไปตื๊อให้ซื้อพวงมาลัยจนแป้งสลัดหลุดจากการติดตามได้จริงๆ

ooooooo

แป้งย่องกลับไปที่บ้าน ตรงไปเข้าห้องนอนของตัวเองที่ปรางค์นอนอยู่ พอเจอกันปรางค์บอกว่าพ่อยังไม่สงสัยอะไร แต่กระบี่ท่าทางเหมือนยังคาใจตนอยู่ เพราะคอยถามโน่นถามนี่ตลอดเวลา

แป้งเชื่อว่ายังไงกระบี่ก็จับไม่ได้ เพราะหน้าเราเหมือนกันมาก ปรางค์ถามว่าต้องเปลี่ยนตัวกันแบบนี้อีกนานไหม แป้งบอกว่าจนกว่าประกวดเสร็จตนจะกลับมาเปลี่ยนตัวทันที

ปรางค์ทำหน้างงๆ แป้งจึงชี้แจงว่า

"ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าประกวดแทนพี่ แล้วฉันก็จะชนะเอาเงินรางวัลมาให้ได้ พ่อกับแม่เราจะได้ไม่ลำบากอีกต่อไป แล้วที่สำคัญฉันจะช่วยให้ความฝันของพี่เป็นจริงพี่ปรางค์"

"ขอบใจมากนะแป้ง พี่รู้ว่าเธอต้องลำบากเพื่อพี่มากแค่ไหน ขอบใจมาก" ปรางค์โผเข้ากอดแป้ง ถูกแป้งดันตัวออกอย่างแมนๆพูดจริงจังว่า

"พี่ก็ต้องลำบากเหมือนกันแหละ เพราะพี่ต้องปลอมตัวเป็นฉันไปก่อนจนกว่าฉันจะเสร็จสิ้นภารกิจนี้"

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งสองตกใจ ปรางค์มุดเข้าใต้ ผ้าห่ม แป้งเอาผ้าคลุมตัวนอนนิ่งๆ ประพันธ์เข้ามาถามว่าคุยกับใคร แป้งบอกว่าเปล่าคงเป็นเสียงวิทยุข้างบ้านกระมัง

"แล้วนี่หน้าแกหายแล้วเหรอวะ" ประพันธ์มองหน้าแป้งที่เกลี้ยงเกลาอย่างสงสัย แป้งตกใจโกหกพ่อว่าได้ยินเสียงอะไรดังข้างล่างขโมยหรือเปล่า ประพันธ์หันขวับมองไปข้างล่าง

พริบตานั้นปรางค์โผล่ขึ้นมาและแป้งก็ผลุบเข้าใต้ผ้าห่ม ประพันธ์หันมาอีกทีหน้าแป้งเป็นผื่นแดงอีกแล้ว บ่นตัวเองว่าสงสัยจะเมาขี้ตา แล้วไปนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปซ้อมมวยกับแป้ง

พอพ่อออกไป ปรางค์บอกแป้งว่าตนชกมวยไม่เป็นทำยังไงดี แป้งบอกว่าไม่ยากหัดแป๊บเดียวก็เป็นแต่ปรางค์ก็ยังหนักใจ

ooooooo

ในที่สุดนักรบก็เจอแป้งขณะเดินกลับออกมา แป้งฉุนขาดถามว่าตามตนมาทำไม นักรบถามว่าเธอแอบมาหาใคร เธอมีความลับอะไรที่ปิดบังกองประกวดอยู่ แป้งเถียงว่าตนไม่มีความลับอะไร

"แต่เธอต้องมีอะไรปิดบังอยู่แน่ๆ เธอเป็นใครแน่" นักรบถามอย่างคาดคั้น พอแป้งบอกชื่อตามที่กรอกในใบสมัคร นักรบก็แย้งว่าคราวก่อนเธอบอกว่าชื่อแป้ง แป้งเถียงหน้าตายว่าตนมีสองชื่อแปลกตรงไหน ครั้นนักรบจับผิดเรื่องที่เธอ

ทำงานอยู่กับพ่อแต่ประวัติบอกว่าเธออยู่กับแม่ แป้งทำท่ารำคาญเถียงว่า

"ก็พ่อแม่เลิกกัน บางครั้งก็อยู่กับพ่อบ้าง อยู่กับแม่บ้าง"

"ในประวัติบอกว่าพ่อเธอตายไปแล้ว"

"โอ๊ย...นี่คุณ...คุณเป็นตำรวจรึไง ซักอย่างกับว่าฉันเป็นผู้ต้องหา ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามของคุณ" แป้งพานโวยวายแล้วเดินหนีไปเลย นักรบไม่ยอมเดินตามไปติดๆ

จนกระทั่งมาถึงหน้าโรงแรม แป้งจะเข้าโรงแรมนักรบไม่ยอมให้เข้าต้องตอบคำถามของตนก่อน แป้งเลยท้าว่าอยากรู้อะไรถามมา

"เธอในตอนนี้เป็นคนเดียวกับที่ฉันเคยเจอที่ร้านข้าวต้มหรือเปล่า" แป้งตอบเต็มปากเต็มคำว่าใช่ นักรบถามอีกว่า แสดงว่าเรื่องพ่อตายเป็นเรื่องโกหก

แป้งถูกจับได้ว่าโกหกคำโตก็เลยพาล ใช้ลูกไม้เดิมโวยวายว่า

"คุณจะเอาอะไรนักหนากับการประกวดนางงามล่ะ ใครๆก็ต้องแต่งเติมเสริมแต่งให้ประวัติดูน่าสนใจทั้งนั้น น้าตุ่มคงอยากให้ฉันดูน่าสงสารมั้งเลยเขียนไปว่าฉันไม่มีพ่อ เห็นไหมว่าได้ผล คุณยังสนใจเลย"

ครั้นนักรบจับผิดเรื่องเธอเปลี่ยนอาชีพบ่อยๆ แป้งเถียงว่าคนจนอย่างตนงานอะไรที่ได้เงินก็รับทำทั้งนั้น

"แต่บุคลิกเธอก็เปลี่ยนไปด้วย ท่าทางการพูดเปลี่ยนไปหมด ฉันอยากรู้ว่าเธอแกล้งทำอย่างนี้ทำไม คิดจะเรียกร้องความสนใจจากฉันรึไง"

"คุณต่างหากที่สนใจฉัน สะกดรอยตามฉันไปนี่ แสดงว่าสนใจฉันมากเลยล่ะซิ อย่าลืมซิว่าฉันเป็นกะเทย คุณรังเกียจกะเทยอย่างฉันไม่ใช่เหรอ ถ้าฟังภาษาคนรู้เรื่องก็อย่ามายุ่งกับฉันอีก ฉันรำคาญ!"

แป้งว่าเอ๊า...ว่าเอา แล้วเดินหนีเลย นักรบตามไปงงๆ

ooooooo

คนที่ลำบาก กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆคือปรางค์ เพราะรูปร่างอ้อนแอ้นท่าทางกรีดกรายอย่างเธอต้องมาสวมบทนักมวย ถูกเคี่ยวเข็ญให้วิ่ง ให้ซิตอัพ วิดพื้นอย่างละร้อยครั้ง แค่นั้นเธอก็แทบตายแล้ว สุดท้ายถอดใจ บอกกระบี่กับประพันธ์ว่าตนไม่ไหวแล้ว เหนื่อย ไม่อยากฝึกต่อไปอีกแล้ว

ประพันธ์เคี่ยวเข็ญว่าต้องทำได้เพราะเคยทำมาแล้ว ปรางค์ทนไม่ไหวร้องไห้โฮวิ่งหนีไปทำเอาทั้งประพันธ์และกระบี่พากันงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับแป้ง กระบี่ตามไปถามว่าเป็นอะไรไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ซ้อมที่ค่ายหนักกว่านี้ยังทำได้เลย

แป้งถอดใจจะไปขอถอนตัวไม่ขึ้นชก กระบี่ถามว่าแล้วจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ให้พ่อ และถ้าครั้งนี้ชกชนะครั้ง

ต่อไปอาจได้ชกเวทีใหญ่กว่านี้และต่อไปอาจเป็นแชมป์โลก นี่เป็นโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายนัก

กระบี่พูดแต่ละเรื่อง ปรางค์ฟังแล้วงง ไม่ว่าเรื่องใช้หนี้ ให้พ่อ เรื่องความฝันจะเป็นแชมป์โลก ขณะกำลังมึนๆงงๆนั่นเอง กระบี่ย้ำว่า

"ถ้าวันนั้นมาถึง คนที่จะมีความสุขที่สุดก็คือพ่อแกนะไอ้แป้ง"

ฟังประโยคสุดท้ายของกระบี่แล้ว ปรางค์ฮึดขึ้นมาอีกครั้ง

ooooooo

ตอนที่ 5

พาปรางค์ไปถึงโรงพยาบาล ทั้งเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อม ก็พากันร้องเรียกหมอให้มาดูปรางค์ทั้งที่หมอยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยก็พากัน คาดหวังว่าฉีดยากินยาเดี๋ยวก็หายใช่ไหม หมอบอกว่าต้องขอดูคนไข้ก่อน บอกให้เจ้าหน้าที่พาคนไข้เข้าข้างใน พวกเจ๊จะตามไปหมอต้องหันมาบอกว่าญาติรอข้างนอกก่อน

แม้ว่าเจ๊ตุ่มจะกังวลกลัวปรางค์จะหายไม่ทัน แต่ปากก็ยังให้กำลังใจทุกคนว่าได้หมอเก่งไม่ต้องห่วง หน้าของปรางค์ จะต้องกลับมาสวยเหมือนเดิมแน่ๆ พอเอื้อมถามว่าแน่ใจหรือ เจ๊กลับเงียบ

ทั้งสามยังรออยู่หน้าห้องฉุกเฉินอย่างกระวนกระวายใจ จนหมอออกมาก็กรูกันเข้าไปรุมถาม หมอบอกว่าคนไข้แพ้สารเคมีรุนแรงมากถ้ามาช้าอีกนิดเดียวมีหวังตาบอดได้  ขอให้นอนพักที่โรงพยาบาลดูอีกสักพักก่อน นุชถามว่ากี่วัน

"ก็คงอีกสักระยะล่ะครับ แต่สบายใจได้นะครับ ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยดีแล้ว เชิญเข้าไปเยี่ยมได้ครับ"

พอเข้าไปเห็นปรางค์ถูกพันหน้าไว้ราวกับมัมมี่ ทุกคนพากันใจเสีย ปรางค์เองก็กลัวจะหายไม่ทันไปซ้อมเต้นกับเขา

"โอ๊ยไม่เป็นไรหรอก ขอเขาลาสักวันสองวันก็ได้ แกเต้น เก่งอยู่แล้วยังไงก็ตามคนอื่นเขาทัน ตอนนี้แกไม่ต้องคิดมากนะ นอนพักผ่อนให้เยอะๆจะได้หายเร็วๆ เรื่องอื่นเดี๋ยวฉันกับนังนุชจัดการเอง" เจ๊ตุ่มให้กำลังใจ ส่วนนุชก็บอกปรางค์อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ พักวันสองวันก็คงหายเข้าประกวดต่อได้ ทั้งยังต้องได้ครองมงกุฎมิสเรนโบว์ควีนอีกแน่ๆ

ปลอบใจปรางค์แล้ว เจ๊ตุ่มกับนุชก็แอบสบตากันอย่างกังวลว่าปรางค์จะหายทันไหม...

ooooooo

เพราะประพันธ์โชว์ผัดผักบุ้งไฟแดงจนไฟไหม้ เต็นท์ไหม้ร้านทั้งของตัวเองและข้างเคียงเสียหายไปมาก พวกพ่อค้าแม่ค้าร้านข้างเคียงพากันมาเรียกร้องค่าเสียหาย

"มันเป็นอุบัติเหตุฉันไม่ได้ตั้งใจ เอาน่าแล้วพรุ่งนี้ค่อยคุยกันตอนนี้ฉันขอเก็บกวาดร้านก่อน" ประพันธ์ตัดบท แต่พวกพ่อค้าแม่ค้าไม่ยอม แป้งเลยขอว่าวันนี้ทุกคนไปสำรวจข้าวของที่เสียหายก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมา ตกลงกัน รับรองพวกตนไม่หนีแน่

เพราะประพันธ์ไม่มีให้จริงๆแต่พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่ยอมเรียกร้องให้จ่ายมา ก่อน สุดท้ายไม่รู้จะทำอย่างไร แป้งเลยตะโกน "ตำรวจมา!" แต่พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่กลัว เสียงนกหวีดกับตำรวจไม่ศักดิ์สิทธิ์เสียแล้ว

เมื่อพากันไปตกลงที่สถานีตำรวจ ประพันธ์ถูกรุกหนักโมโหเลยตะโกนไปว่า "กูไม่จ่ายโว้ย กูไม่ผิด" เกือบถูกพวกโจทก์รุม แป้งกับกระบี่ต้องรีบลากประพันธ์ออกไป แล้วแป้งก็เข้าไปยืนยันอีกครั้งว่า

"พ่อกำลังตกใจสติแตกอยู่เลยพูดอะไรออกมาไม่รู้ตัว ยังไงเราก็จะจ่ายค่าเสียหายให้ทุกคนนะจ๊ะจ่ายให้จริงๆ"

"งั้นพวกคุณไปให้ปากคำกับทางตำรวจก่อน แล้วเดี๋ยวมาตกลงกับผู้เสียหายทั้งหมดเป็นอันตกลงตามนี้ เชิญครับ" ตำรวจพาพวกแป้งแยกออกไป

ooooooo

แป้งรู้ว่าพ่อตั้งใจดีอยากทำมาหากินจริงจังแต่เมื่อมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เข้าก็หมดกำลังใจ แป้งปลอบใจพ่อว่าไม่ต้องคิดมาก ตนจะหาเงินมาจ่ายพ่อค้าแม่ค้าพวกนั้นเอง เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็ได้ขึ้นชกเวทีใหญ่ แล้วถ้าชนะได้เงินรางวัลเป็นหมื่นเลยแหละ

ประพันธ์เข้าบ้านไปแล้ว กระบี่ถามแป้งว่าจะโกหกน้าพันไปทำไม เพราะถึงชกชนะก็ได้เงินไม่กี่พันเองยังไงก็ไม่พอใช้หนี้พวกที่ตลาดแน่

"ฉันไม่อยากให้พ่อกลุ้มใจ พ่ออุตส่าห์ตั้งใจทำมาหากิน ฉันไม่อยากให้พ่อต้องหมดกำลังใจเอาตอนนี้ แต่ยังไงฉันก็ต้องผ่านพ้นเรื่องนี้ไปให้ได้ ไอ้บี่ ไม่ว่าจะต้องทำอะไร ฉันก็จะหาเงินมาใช้หนี้ให้พ่อให้ได้"

พอกระบี่ถามว่าแล้วจะทำอะไร แป้งตอบอย่างเลื่อนลอยว่ายังคิดไม่ออก...

ooooooo

ระหว่างที่เจ๊ตุ่มกับพวกกลับมาถึงโรงแรม เจ๊กำชับนุชว่าต้องปิดเรื่องปรางค์เข้าโรงพยาบาลไว้ให้ดีไม่อย่างนั้นทางกอง ประกวดอาจตัดปรางค์ออกก็ได้

ขณะนั้นเอง เจ๊จูนโผล่จากไหนไม่มีใครสังเกต ถามเยาะเย้ยมาว่าใครจะถอนตัวหรือ

เจ๊ตุ่มหันขวับจ้องจิกแล้วเปิดฉากถามเย้ยว่าดึกแล้วยังมาเร่ร่อนหาส่วนบุญ อะไรแถวนี้ เจ๊จูนย้อนถามว่า พวกเจ๊ตุ่มไปไหนมาดึกๆดื่นๆ แล้วปรางค์หายไปไหนไม่มาด้วยกัน

"น้องปรางค์ก็นอนหลับอยู่ที่ห้องน่ะซิยะ ฉันกับตุ่มออกไปหาอะไรกินกัน ถ้าหายข้องใจแล้วก็เชิญไปสาระแนที่อื่นไป" นุชย้อน

ก่อนเจ๊จูนไปยังพูดอะไรเป็นเลศนัยเป็นปริศนา จนเจ๊ตุ่มกับนุชระแวงว่าเจ๊จูนแอบรู้อะไรมาหรือเปล่า

ooooooo

ส่วนนักรบถูกทั้งพ่อและแม่คุมแจไม่ยอมให้ไปไหน รั้งไว้จนโชติรสมารับไปทำงาน นักรบตกใจบอกว่าตนยังไม่ได้ตกลงเลยเพราะตนก็มีงานที่ต้องทำ

ปรากฏว่าโชติรสเจ้ากี้เจ้าการจัดการให้เขาเรียบร้อยแล้ว โทร.ไปแคนเซิลงานถ่ายโฆษณาของเกรย์แอดและส่งช่างภาพคนใหม่ไปให้ด้วย แล้วตัดบทชวนนักรบรีบไปทำงานของเรากันเลยดีกว่า

นักรบอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจำต้องไปกับเธอ ไปประชุมบริษัท บอกเขาว่าได้จัดทีมงานไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว

หลังการประชุมโชติรสเห็นนักรบทำท่ารีบร้อนจะออกไป เธอเรียกไว้บอกว่ากลางวันเราต้องทานข้าวด้วยกัน ตอนบ่ายเขาต้องไปกับตนไปคุยกับสปอนเซอร์เพราะทางสปอนเซอร์ อยากรู้ว่าเราจะเอาสินค้าอะไรใส่ในรายการได้บ้าง แต่พอนักรบบอกว่าเราประชุมกันไปแล้วก็คงต้องเป็นสินค้าของสปอนเซอร์หลัก เท่านั้น เธอก็อ้างว่าพวกสปอนเซอร์ดีใจที่ได้เขามาเป็นโปรดิวเซอร์อยากรู้จัก

แต่นักรบยืนกรานว่าเขาไปด้วยก็คงไม่ทำให้สปอนเซอร์ จ่ายเงินให้บริษัทเพิ่มขึ้น โชติรสก็หาทางรั้งไว้อีกจนได้ว่าคืนนี้เขาต้องไปงานเปิดตัวคอนโดฯใหม่ของคุณ แม่กับตน เขาจะได้ช่วยตนพีอาร์รายการใหม่ของเราด้วย

"ผมขอไม่ไปนะครับ งานประชาสัมพันธ์ไม่ใช่งานในหน้าที่ของผม ถ้าเป็นงานเกี่ยวกับผลิตรายการผมคงจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของคุณ แต่นี่มันไม่ใช่ ผมคงต้องขอปฏิเสธ" นักรบเสียงแข็งแล้วเดินออกไป โชติรสมองตามอย่างขัดใจที่ไม่ว่าจะอ้างงานไหนใช้ไม้ไหนก็ไม่อาจรั้งเขาไว้ ได้

แม้กระทั่งพ่อและแม่ที่จะให้เขาไปงานเปิดตัวคอนโดฯของราศี และโชติรสเขาก็ไม่ไป สุดท้ายบอกกับพ่อและแม่ อย่างตรงไปตรงมาและเด็ดเดี่ยวว่า

"ผมขอเรียนให้ทราบเลยนะครับ ผมยอมทำงานให้คุณโรสครั้งนี้ครั้งเดียว จบงานนี้แล้วผมจะไม่ยอมให้คุณพ่อคุณแม่ บังคับให้ผมทำอะไรอีก ไม่ว่าเรื่องงานหรือว่าเรื่องส่วนตัว ชีวิตผม ผมจะเลือกเองว่าจะไปทางไหนหรือว่าจะแต่งงานกับใคร!"

เป็นครั้งแรกที่เขาแข็งข้อกับพ่อและแม่จนทั้งสองมองหน้ากันอย่างผิดหวังโมโหที่ลูกคนนี้ช่างไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย

ooooooo

เพราะปรางค์ยังมาซ้อมเต้นไม่ได้ เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมจึงต้องทำหน้าที่หนัก เข้าไปขอกับกุ๊กไก่ โปรดิวเซอร์การประกวดขอลาซ้อมให้ปรางค์อ้างว่าท้องเสีย กุ๊กไก่เห็นว่าจำเป็นจึงไม่ว่าอะไร แต่เจ๊จูนสาระแนเข้ามาเขี่ยว่าถ้ากุ๊กไก่อนุญาตแบบนี้ต่อไปใครๆก็ขอลาได้ ตำหนิว่า

"ถ้าซ้อมไม่ไหวก็ถอนตัวไปอย่ามาทำตัวเป็นภาระให้คนอื่น" พอกุ๊กไก่อนุญาตให้ลาได้หนึ่งวัน เจ๊จูนก็ลอยหน้าพูดอีกว่า "ไม่ต้องห่วงนะคะพี่ตุ่ม พี่นุช กะอีแค่ท้องเสียกินยาวันเดียวก็หายค่ะ แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นจูนก็ไม่รับประกันว่าจะหายทันหรือเปล่า โถๆอุตส่าห์กัดฟันเข้ามาถึงรอบตัดสิน แต่ไปไม่ถึงฝันเสียแล้ว เสียดายจังเลย...เสียดายจริงจริ๊ง..."

เจ๊จูนหัวเราะเยาะแล้วกรีดกรายไป ทำให้เจ๊ตุ่มกับนุชยิ่งหนักใจ และเมื่อไปนั่งคุยกันแล้ว ทั้งสองก็สงสัยว่าเจ๊จูนต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ หรือว่าที่ปรางค์เป็นแบบนี้เพราะฝีมือเจ๊จูน นุชฟันธงว่า

"ต้องเป็นนังจูนแอบเอาอะไรมาใส่ครีมของเราแน่ๆ แล้วเมื่อคืนมันก็แอบมาดูผลงานของมัน เห็นหน้ามันตะกี้ไหม มันกระดี๊กระด๊าสะใจเหลือเกิน"

เจ๊ตุ่มแค้นจัดจะลุกไปฆ่าเจ๊จูน นุชรีบดึงไว้เตือนสติว่าเราไม่มีหลักฐานอะไร ตอนนี้เราต้องปล่อยไปก่อน เรามาคิดหาวิธีแก้ไขดีกว่าว่าเราจะทำยังไงให้หน้าของปรางค์หายได้ทันพรุ่งนี้ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจบแน่!

ทั้งสองไปดูปรางค์ที่โรงพยาบาล ถามหมอว่าหน้าปรางค์เป็นอย่างไรบ้าง หมอบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังต้องใช้เวลาในการรักษาอีกระยะหนึ่ง พอถามว่าระยะหนึ่งนานแค่ไหน หมอบอกว่า "ประมาณสามสี่อาทิตย์"

เท่านั้นเอง ทั้งเจ๊ตุ่ม นุชและเอื้อมแทบช็อกตาตั้งกันตรงนั้นเลย ส่วนปรางค์ร้องไห้คร่ำครวญว่า ถ้าตนกลับไปประกวดไม่ได้ชีวิตก็จบสิ้นแล้ว ถ้าไม่ได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนก็จะไม่มีวันได้เป็นดีไซเนอร์จะทำยังไงดี

บรรยากาศสิ้นหวัง ทุกคนเศร้าเสียใจ เจ๊ตุ่มแค้นกว่าเพื่อนเพราะนอกจากแพ้เจ๊จูนแล้วยังชวดเงินล้านอีก

ooooooo

นักรบกลับไปที่พัทยาบอกต๊อดว่าจะมาทำรายการเรียลลิตี้ประกวดนางงามกะเทย ต๊อดขำกลิ้งที่ชีวิตของนักรบดูจะไม่แคล้วจากกะเทยได้สักที แต่พอนักรบบอกว่าจะให้ต๊อดมาเป็นผู้ช่วย ต๊อดก็ยินดีปรีดาเพราะงานนี้เงินดี ถามนักรบว่า

"นี่ถ้ากิ๊กพี่ได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนขึ้นมา พี่จะทำยังไงล่ะทีนี้ไม่ต้องตามติดอยู่ด้วยกันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเหรอ"

นักรบปฏิเสธว่าแป้งไม่ใช่กิ๊ก และถ้าได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนจริงๆก็ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญมาก เพราะคนที่จะคว้ารางวัลได้ต้องทั้งสวยทั้งเก่ง

"เขาว่ากันว่า โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญนะพี่รบ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะมันมีเหตุผลของมัน มันอาจจะมีเหตุผลที่พี่จะต้องเกี่ยวพันน้องกะเทยคนนี้อีกก็ได้ ใครจะไปรู้"

"ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น แค่คนแปลกหน้าสองคนบังเอิญพบกัน แล้วมันก็ผ่านไปจะไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น ไม่มี!" นักรบเสียงแข็ง แต่ใจเริ่มหวั่นขึ้นมาเหมือนกัน กลัวแป้งจะได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนขึ้นมาจริงๆ

ที่บ้านปรียาวันนี้ป้าชูเอาผ้าที่จะเย็บมาส่ง พูดอย่างดีใจด้วยกับปรียาว่า อีกหน่อยก็สบายแล้ว เพราะปรางค์ไปประกวดมิสเรนโบว์ควีนถ้าชนะได้เงินรางวัลเป็นล้าน ปรียาก็ไม่ต้องมานั่งเย็บผ้าหลังขดหลังแข็งอีก

ปรียาเพิ่งรู้เรื่องนี้จากป้าชู เสียใจมากที่ลูกโกหกตนว่าแค่ไปเป็นตัวประกอบนางแบบถ่ายรูปเท่านั้น

ooooooo

ในที่สุดเจ๊จูนกับข้าวฟ่างก็หาเรื่องบีบให้กุ๊กไก่ สั่งให้ปรางค์ลงมาดูการซ้อมเพื่อจะได้จำไปเต้น เจอไม้นี้เข้าเจ๊ตุ่มก็ยอมแพ้บอกนุชกับเอื้อมว่าเรารีบไปถอนตัวตอนนี้ดีกว่าถูกเจ๊จูนแฉว่าเราโกหก ถึงตอนนั้น ตนจะยิ่งเสียชื่อไม่มีหน้าส่งใครเข้าประกวดที่ไหนอีกแล้ว

ทุกคนช่วยกันระดมความคิด นุชคิดหนักเพราะยังไงก็ไม่ยอมถอยง่ายๆ ในที่สุดนึกได้จำได้ว่าปรางค์มีน้องสาวฝาแฝด ซึ่งเคยเจอกันที่หน้าลิฟต์ เสนอแผนให้เอาน้องของปรางค์มาประกวดแทนแต่มีเวลาแค่คืนเดียวจะไปตามหาตัวที่ไหน ตัดสินใจแยกย้ายกันตามหาไปทั่วพัทยาแล้วนัดมาเจอกันที่โรงแรม

นักรบกับต๊อดมาที่เวทีประกวดแล้ว เขาขอดูประวัติบรรดากะเทยที่เข้าประกวด เจอประวัติของปรางค์เข้าเขานึกไม่ถึงว่าปรางค์เป็นกะเทย เวลานั้นเจ๊จูนเข้ามาตีซี้เสนอให้ไปสัมภาษณ์ข้าวฟ่างเพราะเป็นตัวเก็งงานนี้

นักรบขอเวลาดูประวัติพวกประกวดก่อน เพราะว่ายังเจอไม่หมดถามว่าแล้วปรางค์ในรูปนี้ไปไหนไม่เห็นมาที่เวที เจ๊จูน ใส่ไฟทันทีว่าปรางค์มีปัญหามากมายจนกรรมการจะตัดสิทธิ์ ไม่ให้เข้าประกวดอยู่แล้ว

นักรบฟังแล้วไม่รู้จะโล่งใจหรือเสียดายดีที่ต่อไปนี้คงไม่มีโอกาสได้เจอกับแป้งอีกแล้ว

ooooooo

เจ๊ตุ่ม เอื้อม และนุชต่างถือรูปของปรางค์ไปเที่ยวเดินถามใครต่อใครว่าเคยเห็นคนในรูปนี้ไหม บางคนบอกว่าชื่อแป้งขายเสื้อผ้ามือสองอยู่แถวชายหาด บางคน ก็บอกว่าชื่อแป้งเดินขายดอกไม้อยู่แถวชายหาดแต่ ไม่เห็นมาหลายวันแล้ว  ได้ข่าวว่าเปิดร้านข้าวต้มที่ตลาดโต้รุ่ง

เจ๊ตุ่มดีใจมากรีบไปที่ตลาดโต้รุ่ง ไปถึงเจอนุชและเอื้อมมาที่เดียวกัน ภาพที่เห็นคือบริเวณนั้นเหลือแต่ตอไฟไหม้ พนักงานคนหนึ่งเข้ามาขอทางเพื่อเข้าไปข้างใน เจ๊ตุ่มเอารูปปรางค์ให้ดูเขาบอกว่า

"อ้าว...นี่ไอ้แป้งนี่ มาตามหามันทำไมล่ะ คุณนี่คงเป็นเจ้าหนี้มันล่ะซิ ตอนนี้ไม่มีใครตามหามันเจอหรอกครับ ได้ข่าวว่ามันกับพ่อหนีไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้"

ทั้งสามแทบเข่าอ่อนอยู่ตรงนั้น กอดกันอย่างสิ้นหวังเดินออกไปอย่างหมดกำลังใจ

นุชเสนอว่าจะลองโทร.ถามปรียาดูบางทีพี่สาวอาจมีเบอร์โทร.ของพ่อแป้งก็ได้ เอื้อมทักท้วงอย่างหมดหวังว่ากว่าจะตามตัวเจอคงไม่ทันเพราะปรางค์จะต้องไปรายงานตัวภายใน คืนนี้แล้ว

ทั้งสามหมดกำลังใจสิ้นหวังไปอีกรอบ กอดกันร้องไห้ อยู่ตรงนั้น

พลันสายตาของเอื้อมก็เหลือบเห็นอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เอื้อมถึงกับอ้าปากค้างตะลึงงัน

นั่นคือป้ายโฆษณาการแข่งขันชกมวยระหว่างแป้งกับคู่ชก เจ๊ตุ่มกับนุชมองตามสายตาของเอื้อมต่างร้องพร้อมกัน "เราหาแป้งเจอแล้ว!" จากที่กอดกันร้องไห้กลายเป็นกอดกันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเหมือนรอดตายแล้ว

แต่พอเข้าไปติดต่อเฮียพงษ์ขอพบแป้ง เมื่อแป้งเดินออกมาพบ ทั้งสามยิ่งตะลึงงันอ้าปากค้าง เพราะเหมือนปรางค์อย่างกับแกะ จนคล้ายกับปรางค์เดินมาหาตรงหน้าเลยทีเดียว!

แต่พอบอกจุดประสงค์จะชวนไปประกวดนางงาม แป้งทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกบอกว่าชวนคนผิดแล้วมั้งแล้วหัวเราะขำสุดๆ บอกว่าตนเป็นแต่เตะๆต่อยๆ เรื่องการประกวดตนไม่ประสาแล้วปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดเลย

ในที่สุด นุชก็ต้องอาศัยความสัมพันธ์ทางสายเลือดมาหว่านล้อมแป้ง แนะนำตัวเองว่าเป็นน้องสาวของปรียาแม่ของแป้ง เล่าว่าแป้งมีพี่คนหนึ่งเป็นฝาแฝดเหมือนกันเป๊ะ

แป้งฟังแล้วคิดทบทวนจำได้ว่าตัวเองก็เคยเห็นคนเหมือนตนมาก่อนเริ่มเชื่อตามที่นุชเล่า

ooooooo

แล้วทั้งสามก็รีบพาแป้งไปหาปรางค์ที่โรงพยาบาล พอนุชบอกว่าพาคนที่ปรางค์อยากเจอมาเยี่ยม ปรางค์ ดีใจมาก พอเจอกันต่างก็โผเข้าหากันโดยสัญชาตญาณความเป็นพี่น้อง แป้งกอดปรางค์ไว้แน่น บอกว่าตนไม่อยากเชื่อเลยว่ามีพี่สาวฝาแฝด

"พี่ชายจ้ะ" นุชบอก เจ๊ตุ่มช่วยอธิบายเพิ่มเติมว่าเมื่อก่อน   เป็นพี่ชายแต่ตอนนี้เป็นพี่กึ่งชายกึ่งหญิงทำเอาแป้งงงจนเอื้อมต้องชี้แจงเพิ่มว่าปรางค์เป็นผู้ฉิง แป้งจึงเข้าใจ

จากนั้นเจ๊ตุ่มบอกว่าปรางค์มาประกวดมิสเรนโบว์ควีน นุชย้ำว่าเป็นการประกวดระดับประเทศเชียวนะ ปรางค์ฟันฝ่ามาจนถึงรอบตัดสินแล้วแต่มาหน้าเยินเสียก่อนเลยต้องขอให้แป้งช่วยเข้าประกวดแทน แล้วนุชก็ขอร้องหลานว่า "นะแป้งนะ ช่วยทำเพื่อพี่เขาสักครั้งเถอะนะ"

"หนูเป็นผู้หญิงนะ แล้วจะให้หนูไปประกวดกะเทยได้ยังไง จะบ้าหรือเปล่า หนูทำไม่ได้หรอก หนูทำไม่ได้แน่ๆ!!"

แป้งยืนยันแข็งขันจนเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมหน้าเผือดไปตามกัน แต่ยังไม่ยอมแพ้เดินตามไปขอร้องแป้งให้เห็นแก่ปรางค์เถอะ เจ๊ตุ่มรีบบอกว่า

"เราไม่ได้ให้เธอช่วยฟรีๆหรอกนะ ฉันมีค่าตอบแทนให้ เอาอย่างนี้นะฉันจ่ายเงินล่วงหน้าให้เลยห้าพัน"

กระนั้นแป้งก็ยังยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่ประกวด ฝากบอกปรางค์ด้วยว่าเรื่องนี้ช่วยไม่ได้จริงๆ พูดแล้วเดินไปเลย ทำเอาทั้งเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมยืนอึ้งก้าวขาไม่ออก

ooooooo

เวลาเดียวกัน เจ๊จูนซึ่งรู้แผนร้ายของตัวเองดีอยู่แล้ว รุกหนักให้กุ๊กไก่ไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่า ปรางค์ป่วยจริงหรือเปล่า เอากฎของกองประกวดมาอ้างแล้วท้าให้เชิญทางกองประกวดมาช่วยตัดสินเพื่อความยุติธรรมของผู้เข้าประกวดทุกคน จุดประสงค์ของเจ๊ต้องการให้ทุกคนรู้ว่าปรางค์หน้าเยินไปหมดแล้วนั่นเอง

ที่หน้าโรงพยาบาลทุกคนยังทำงานแข่งเวลากันสุดฤทธิ์เมื่อขอให้แป้งเข้าประกวดไม่ได้ก็ตามไปขอร้องแค่ให้ช่วยไปรายงานตัวแทนปรางค์ เจ๊ตุ่มเพิ่มเป็นค่าเสียเวลาเป็นหนึ่งหมื่นบาท ชี้แจงกับแป้งว่า

"เราไม่ได้คิดจะโกงหรอกนะ แต่คู่แข่งของเราบีบบังคับให้เราต้องทำอย่างนี้ มันแกล้งวางยาจนทำให้นังปรางค์เสียโฉม ถ้าเรายอมถอยตอนนี้ก็เท่ากับปล่อยให้คนชั่วได้ชนะน่ะซิ เรายอมไม่ได้ เราต้องทำทุกวิถีทางที่จะได้เข้าประกวดต่อ"

ขณะที่แป้งยังมีท่าทีเด็ดเดี่ยวนั่นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์จากกระบี่ แป้งพึมพำอย่างตกใจว่า

"ว่าไง! ไอ้บี่ อะไรนะ ตอนนี้ฉันจะไปหาเงินที่ไหนได้วะ!"

ooooooo

เจ๊จูนพากุ๊กไก่และเจ้าหน้าที่กองประกวดขึ้นไปที่ห้องพักของปรางค์จนได้ เจ๊ตุ่มกับนุชรับหน้าพยายามจะไม่ให้ขึ้นไปอ้างว่าเดี๋ยวปรางค์ก็ลงมาแล้ว แต่เจ๊จูนดันทุรังจะขึ้นไปพิสูจน์ให้ได้

เจ๊ตุ่มเริ่มจะถอดใจ นุชเองที่เคยแกร่งก็ชักถอยบอกว่าสารภาพความจริงไปเลยดีไหม เขาคงจะให้อภัยและเห็นใจเรา ทั้งสองยังไม่ได้ข้อสรุปเจ๊จูนก็พากุ๊กไก่กับเจ้าหน้าที่กองประกวดมาถึงหน้า ห้องแล้ว เจ๊ตุ่มตัดสินใจบอก

"เดี๋ยวค่ะเดี๋ยว คือตุ่มมีเรื่องสำคัญจะบอกค่ะ..." เจ๊ตุ่มประหม่าจนพูดตะกุกตะกัก เจ๊จูนแย่งคีย์การ์ดจะเสียบ เจ๊ตุ่มรีบพูด "คือว่า น้องปรางค์เขา..."

เจ๊จูนไม่ฟังเสียงเปิดประตูพรวดเข้าไปกวาดตามองไปที่เตียง รอบห้อง ไม่มีปรางค์อยู่ในห้อง เจ๊ตุ่มกับนุชแทบอยากจะกลั้นใจตายตรงนั้นเลย เจ๊จูนรุกทันทีว่าปรางค์ไม่ได้ อยู่ในห้อง เจ๊ตุ่มก็ยังพยายามจะอธิบายแต่เจ๊จูนไม่ฟังเสียง เสนอเจ้าหน้าที่ให้ถอดปรางค์ออกไปเลยตนเชื่อว่าปรางค์ไม่มีทางที่จะมาแสดง ตัวได้แน่นอน

ทันใดนั้น ประตูห้องน้ำเปิดออก ปรางค์ในชุดนอนค่อยๆ เดินออกมาใบหน้าซีดเซียว ทำเอาเจ๊ตุ่มกับนุชมองตาค้าง เอื้อมชี้แจงว่า

"น้องปรางค์ยังท้องเสียอยู่เลยค่ะ นี่ก็เข้าออกห้องน้ำไม่รู้กี่หนก็เลยลงไปรายงานตัวไม่ทัน ต้องขอโทษด้วยนะคะ"

เจ๊จูนโวยวายว่าไม่จริ๊ง...ไม่จริง เจ๊ตุ่มได้ทีขี่แพะไล่ถามว่าขนาดนี้แล้วยังไม่เชื่อหรือ เห็นกับตาแล้วว่าปรางค์ไม่สบายจริงๆ ไม่ได้หนีไปไหน

กุ๊กไก่ถามเจ๊จูนว่าเป็นอันหมดข้อสงสัยแล้วใช่ไหม เจ๊จูนพูดไม่ออกแต่ยังจ้องหน้าแป้งอย่างจับผิดถามว่านี่คือน้องปรางค์แน่ หรือ ไม่สบายทำไมไม่เห็นโทรมเลย

"เชิญออกไปได้เลย แล้วทีหลังอย่าก่อเรื่องวุ่นวายให้ คนอื่นปวดหัวอีก" เจ๊ตุ่มไล่ตะเพิด

พอเจ๊จูนพากุ๊กไก่กับเจ้าหน้าที่กองประกวดออกไปแล้ว เจ๊ตุ่มกับนุชโผเข้ากอดแป้งพร่ำขอบใจแป้งที่ช่วยชีวิตพวกตนไว้

จากนั้นเจ๊ตุ่มกับนุชก็พาแป้งลงไปดูการซ้อมเต้นที่เวที ระหว่างนั้นทั้งเจ๊ตุ่มและนุชยังพยายามหว่านล้อมให้แป้งช่วยพวกตนต่อไปอีก สักหน่อย แต่เจ๊จูนยังไม่หายข้องใจจับตาดูแป้งเชื่อว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลใน เรื่องนี้แน่ๆ

เจ๊ตุ่มหว่านล้อมแป้งอย่างไรก็ไม่ใจอ่อน  เลยเพิ่มเงินให้เป็นหนึ่งหมื่นบาทแต่มีข้อแม้ว่าแป้งจะต้องเป็นปรางค์ต่อไป จนครบหนึ่งวันยี่สิบสี่ชั่วโมง ตอนนี้สามทุ่มแป้งจะกลับได้ในเวลาสามทุ่มวันพรุ่งนี้

"งั้นก็ได้ตกลงตามนี้นะ แล้วพวกคุณก็ไม่ต้องมาตื๊อให้หนูประกวดแทนอีกนะ เพราะยังไงหนูก็ไม่ร่วมมือด้วยแน่ๆ"

"นี่เธอเปลี่ยนใจมาช่วยเราก็เพราะต้องการเงินอย่างเดียวเหรอ เธอไม่เห็นใจพี่ชายของเธอเลยรึไง เธอเป็นคนเดียวที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตมันได้นะ" นุชหว่านล้อมต่อ

แม้จะกระทบใจแต่แป้งก็ทำใจแข็งไม่รับปากอะไรทั้งนั้น

ooooooo

กระบี่ขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงเร็วทันใจ แป้งเอาเงินให้ กระบี่บอกแป้งว่ารีบกลับไปเคลียร์เพราะเจ้าหนี้ออกันอยู่เต็มหน้าบ้านเลย แป้งบอกว่าตนยังต้องเร่งหาเงินให้พ่อใช้หนี้อยู่ กระบี่ถามว่าแล้วหาเงินจากไหนได้เร็วทันใจขนาดนี้ตั้งหมื่นหนึ่งเลยเหรอ ถามว่าได้ งานอะไรมา

แป้งไม่ทันตอบเอื้อมก็มาเตือนให้รีบเข้าไปข้างใน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะสงสัย แป้งเลยไล่กระบี่ให้รีบกลับไปมีอะไรพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน

แต่พอแป้งเดินเข้าไปที่ล็อบบี้โรงแรมเห็นนักรบกับต๊อดเพิ่งออกจากลิฟต์แป้ง รี่ไปหาทันที ไปทักทายเขาถามว่ามาทำงานหรือมาเที่ยว นักรบตอบอย่างเย็นชาว่ามาทำงาน

"งานอะไรเหรอ อ๋อ งานถ่ายรูปใช่ไหม คุณต้องการถ่ายรูปอะไรล่ะ ฉันช่วยเป็นไกด์ได้นะ ฉันเป็นเจ้าถิ่นแถวนี้รู้ทุกซอกทุกมุมของพัทยา"

ต๊อดช่วยชี้แจงว่านักรบมาทำรายการทีวีของซีซีชาแนล เป็นรายการเรียลลิตี้เกี่ยวกับมิสเรนโบว์ควีน แป้งมองขวางๆ ถามว่าแล้วทำไมตนต้องรู้ด้วย

"อ้าว...ก็เธอเข้าประกวดกับเขาด้วยไม่ใช่เหรอ" ต๊อดถามขำๆ เอื้อมรีบแก้ว่าปรางค์เขาถ่อมตัวไม่เคยคิดว่าจะได้เข้ารอบสุดท้าย ตอนนี้ยังนึกว่าฝันอยู่เลย

ต๊อดถามว่าได้ข่าวว่าเธอเป็นตัวเก็งไม่ใช่หรือ เผลอๆอาจชนะได้เป็นมิสเรนโบว์ควีนก็ได้ เรามีหวังได้ร่วมงานกันยาวแน่ๆ ปลุกใจให้สู้ๆนักรบเขาเชียร์อยู่

นักรบเอ็ดต๊อดว่าตนมาทำงานไม่ได้มาสนใจว่าใครจะแพ้จะชนะแต่ยังไงก็ขอให้โชค ดีก็แล้วกัน ว่าแล้วนักรบก็แยกไป แป้งมองงงๆกับท่าทีห่างเหินของนักรบ

ส่วนนักรบพอแยกไปก็คุยกันกับต๊อด บ่นว่าตนไม่เข้าใจจริงๆว่าแป้งเป็นคนอย่างไรกันแน่ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมายิ่งรู้จักก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าตัวตนเธอเป็นคนอย่างไรเป็น ใครกันแน่

ในความคิดของนักรบ เขายังจำทั้งบุคลิกของแป้งและปรางค์ที่แตกต่างกันได้ ยิ่งนึกเปรียบเทียบก็ยิ่งงง

ที่ห้องพักในโรงแรม...

เพราะแป้งยังต้องอยู่ให้ครบสัญญาค่าจ้างหนึ่งหมื่นบาทจนถึงสามทุ่มพรุ่งนี้ ดังนั้น เจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมจึงสอนแป้ง ทั้งท่าเดิน การนั่ง การยิ้ม การไหว้ และการแนะนำตัว

ทุกอย่างแป้งทำเก้งก้างซุ่มซ่ามพูดจาโผงผาง จนพวกเจ๊ทั้งหลายแทบจะถอดใจ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมพาแป้งไปที่ห้องอาหารในโรงแรมเป็นบุฟเฟ่ต์ เจ๊จูนกับข้าวฟ่างมาถึงก่อนแล้ว ทั้งสองจับตาดูพวกเจ๊ตุ่มตาไม่กะพริบ

แป้งตื่นเต้นกับอาหารน่ากินเหล่านั้น จ้วงตักใส่จานไม่ยั้งแต่ละอย่างตักมากๆจนพูนจาน เอื้อมถามว่าทำไมตักเยอะแยะอย่างนี้จะกินหมดหรือ

แป้งรับรองว่ากินหมด นานๆจะได้กินของดีอย่างนี้ทีต้องฟาดให้เรียบ แล้วไปนั่งสวาปามจนเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมมองกันตาปริบๆ

เจ๊จูนกับข้าวฟ่างจับตาดูอยู่แล้ว แถเข้ามาถามปรางค์ เสียงดังว่าตายอดตายอยากมาจากไหน จับกังแบกข้าวสารยังกินได้ไม่เท่าเธอเลย

เจ๊ตุ่มแก้ต่างให้ว่าเพราะปรางค์ท้องเสียเมื่อวานไม่ได้ กินอะไรเลย วันนี้เลยหิว

ตีฝีปากกันระหว่างเจ๊ตุ่มกับเจ๊จูน แล้วเจ๊จูนก็ทำเป็นพูดจับเท็จว่าคนนี้ไม่เห็นเหมือนน้องปรางค์เลย พลางเดินเข้าไปพิสูจน์กลิ่น

"เฮ้ย!" แป้งร้องลั่น จนเจ๊จูนผงะ "คนกำลังกินอยู่ไม่เห็นรึไง"

พวกในห้องอาหารต่างตกใจกับความห้าวของแป้ง นุชรีบเข้าไปถามว่าอิ่มแล้วใช่ไหม แป้งบอกว่ายัง ขอข้าวต้มล้างปากอีกสักสองสามชามก่อน

เจ๊ตุ่ม นุช กับเอื้อมยิ้มแหยให้กัน ในขณะที่เจ๊จูนยิ่งสงสัยมากขึ้น

ooooooo

ระหว่างเดินออกจากห้องอาหาร เจ๊ตุ่มปรารภอย่างหนักใจว่า ถ้าแป้งกลับไปชกมวยต่อเราจะหาใครมาแทน นุชบอกว่าเราลองพยายามเกลี้ยกล่อมอีกสักรอบยังไงก็เป็นน้องของปรางค์ สายเลือดเดียวกันยังไงก็คงตัดกันไม่ขาด

พอดีนักรบเดินเข้ามาเจอเจ๊ตุ่มกับนุช สองหญิงชักสีหน้าใส่หาว่าเขาตามตื๊อปรางค์ไม่เลิก นุชเข้าไปกระหนาบว่าให้ห่างๆปรางค์ไปเลยไม่อย่างนั้นจะเรียก รปภ.มาลากออกไป

แม้นักรบจะพยายามชี้แจงว่าตนมาทำงาน ก็สู้ปากพวกเธอไม่ได้ จนกระทั่งเจ๊จูนมาเห็นเข้า รู้ว่านักรบมาทำเรียลลิตี้นางงามเรนโบว์ควีนก็รีบพาข้าวฟ่างเข้าไปยัดเยียด ให้เขาสัมภาษณ์

พอเจ๊ตุ่มกับนุชรู้ว่านักรบเป็นใครเท่านั้น ท่าทีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที เข้าไปเสนอหน้าประจ๋อประแจ๋ ให้สัมภาษณ์ผู้เข้าประกวดของตนด้วย พูดยกยอปอปั้นจนนักรบกระดาก บอกว่า

"เออ...แล้วยังไงผมคงต้องขอนัดน้องปรางค์สัมภาษณ์ ด้วยนะครับ เออทำไมใครๆเรียกน้องว่าปรางค์ล่ะครับ เขาเคยบอกผมว่าเขาชื่อแป้งนะครับ ตกลงชื่ออะไรกันแน่"

"ปรางค์ค่ะ ชื่อปรางค์!!" เจ๊ตุ่มกับนุชบอกพร้อมกัน นุชชี้แจงว่าแป้งนั้นเป็นชื่อเก่าอย่าได้เรียกเชียวเธอโกรธตาย

เจ๊จูนรู้สึกว่าถูกแย่งซีนยื่นหน้าเข้าไปถามว่าจะสัมภาษณ์ ข้าวฟ่างเมื่อไร ด่าเจ๊ตุ่มว่าเป็นพวกใช้วิธีสกปรกมีอะไรหมกเม็ดอยู่แน่ๆ ถ้าตนสืบหาหลักฐานได้เมื่อไรจะแฉให้หมด

"ขอโทษนะครับ ผมต้องไปแล้ว เชิญทะเลาะกันตามสบาย" นักรบขอตัวแล้วเดินอ้าวไปเลย

ooooooo

ตอนที่ 4

กลับมาถึงห้องพักที่โรงแรมแล้ว ปรางค์ยังคิดเรื่องเห็นผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนตนที่หน้าลิฟต์จนนอนไม่หลับลุกขึ้นนั่ง เอื้อมลุกนั่งบ้างถามว่าตื่นเต้นที่เข้ารอบจนนอนไม่หลับเลยหรือ หรือว่าเป็นห่วงแม่

ปรางค์บอกว่าไม่ใช่ เรื่องแม่ก็เป็นห่วงอยู่ แต่น้านุชไปดูแล้วก็เบาใจ สุดท้ายทนให้เอื้อมเดาไม่ไหวเลยบอกว่ากำลังคิดถึงคนคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนตนราวกับแกะ

แต่ทั้งสองคุยกันยังไม่ทันรู้เรื่อง เจ๊ตุ่มก็เข้ามาบ่นว่าทำไมยังไม่นอนอีกดึกแล้ว ปรางค์นอนดึกเดี๋ยวหน้าโทรม เอื้อมอ้าปากจะบอกว่าคุยเรื่องอะไรกัน เจ๊ตุ่มตัดบทว่า

"จะคุยเรื่องอะไรก็หยุดได้แล้ว พรุ่งนี้จะมีงานแถลงข่าวมิสเรนโบว์ควีน ปรางค์แกต้องเตรียมตัวให้ดีนะ พรุ่งนี้ต้องสวยเด่นเด้งให้พวกนักข่าวตาค้างเป็นแถวๆเลย เอ้านอนได้แล้ว"

เจ๊ตุ่มพูดๆๆสั่งให้นอนแล้วปิดไฟหัวเตียง ปรางค์กับเอื้อมเลยต้องกลับไปนอน แต่ปรางค์ก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี ในสมองคิดแต่เรื่องผู้หญิงที่หน้าเหมือนตนคนนั้นว่าเป็นใคร เป็นไปได้ยังไง

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น แป้งตื่นขึ้นมาพบตัวเองนอนอยู่บนเตียงในโรงแรมหรูนอนดิ้นจนทั้งหมอนทั้งผ้าห่มไปกันคนละทิศละทาง แป้งมองที่พื้นเห็นนักรบยังหลับอยู่ เลยค่อยๆย่องออกไป

แป้งออกไปจ๊ะเอ๋ต๊อดที่กำลังจะมาหานักรบพอดี ต๊อดมองแป้งเหมือนจะเคยเห็นหน้าถามว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า แป้งรีบปฏิเสธว่าไม่เคย แล้วบอกว่านักรบอยู่ในห้อง พูดแล้วจ้ำอ้าวไปเลย

ต๊อดมองตามแป้งไปอย่างสงสัย อึดใจเดียวก็ยิ้มหน้าทะเล้นแบบรู้กันอย่างผู้ชาย พอเข้าไปในห้องเห็นนักรบนอนที่พื้นหลับสนิทอยู่ ต๊อดยิ่งเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด พึมพำขำๆว่าสนุกกันหมดแรงจนลงมากองอยู่กับพื้นเลย ใช่ย่อยนะ...ใช่ย่อย

นักรบงัวเงียตื่นขึ้นมาถามว่าพูดอะไร ต๊อดอำว่าที่เขาทิ้งโชติรสก็เพราะแอบมามีทีเด็ดนี่เอง ถามหน้าทะเล้นว่า "ไปหิ้วมาจากไหน"

"แกพูดบ้าอะไรของแก พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยซิวะ" นักรบยังงัวเงียถามงงๆ

ต๊อดบอกว่าตนเจอเด็กของเขาที่หน้าห้องเมื่อกี้นี้เอง

หน้าตาสวยดีแต่มอมแมมไปหน่อยถามว่าสเปกเขาเป็นอย่างนี้หรือ

นักรบโวยวายว่าไม่ใช่อย่างที่ต๊อดเข้าใจแต่เขาก็ไม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ต๊อดเลยยังปักใจเชื่ออย่างที่ตัวเองคิด ถามว่าขอเบอร์เด็กไว้หรือเปล่าเผื่อวันหลังตนอยากใช้บริการบ้าง

"เฮ้ย เขาไม่ได้เป็นอย่างที่แกคิด แกหยุดพูดเรื่องทุเรศแบบนี้ได้แล้ว แล้วไม่ต้องพูดกับฉันเรื่องนี้อีก ไม่งั้นฉันเตะแกแน่ไอ้ต๊อด" พูดแล้วเข้าห้องน้ำปิดประตูโครม

ooooooo

สายแล้ว กระบี่เพิ่งจะเดินโต๋เต๋กลับมาที่บ้านแป้ง เจอประพันธ์ออกจากห้องมาพอดี ชี้หน้าด่ากระบี่ว่าเอาลูกสาวตนไปไว้ที่ไหน กระบี่ตกใจถอยให้พ้นรัศมีมือเท้าประพันธ์ปลอดภัยไว้ก่อน แต่ไม่พ้น ถูกประพันธ์ตามมากระชากคอเสื้อจนหน้าหงายถามว่า เอาแป้งไปค้างที่ไหนมาทั้งคืนแล้วตอนนี้แป้งอยู่ไหน

กระบี่บอกว่าตนไม่รู้ ประพันธ์ไม่เชื่อเพราะตอนตนกลับสองคนยังอยู่ด้วยกัน โมโหเงื้อหมัดจะชก กระบี่หลับตาปี๋รอรับหมัด ก็พอดีแป้งกลับมาถึงคว้าหมัดพ่อไว้ทันถามว่าพ่อจะทำอะไรไอ้บี่

ประพันธ์ยังไม่หายข้องใจหาว่ากระบี่พาแป้งไปค้างด้วยกัน จนแป้งต้องโกหกว่า เมื่อคืนตนไปนอนกับไอ้จอยเพื่อนเก่าเพิ่งเจอกัน เลยไปนอนคุยกัน คุยเพลินจนลืมโทร.มาบอกพ่อ แป้งถามขำๆว่า

"หนูหายไปแค่คืนเดียวพ่อฟุ้งซ่านได้ขนาดนี้เลยเหรอ หนูกับไอ้บี่นี่นะจะเป็นไปได้ยังไง"

แป้งแกล้งขำจนกระบี่มองหน้า ประพันธ์ทั้งบ่นทั้งอบรมแป้ง สุดท้ายครวญว่าถ้าแป้งเป็นอะไรไปตนจะอยู่ได้ยังไง ทำให้แป้งโผเข้ากอดพ่อทั้งซึ้งใจและปะเหลาะให้หายเคือง

"หนูขอโทษ หนูจะไม่ทำให้พ่อเป็นห่วงอย่างนี้อีก พ่อยังไม่ได้กินข้าวเช้าใช่ไหม ไปพ่อเดี๋ยวหนูจะทำให้กิน ไปไอ้บี่ ไปกินข้าวกัน"

หลังกินข้าวกันเสร็จแล้ว แป้งกับกระบี่ช่วยกันไปล้างจานชามกระบี่ถามว่าเมื่อคืนไปหลบที่ไหน แป้งตอบแบบขอไปทีว่าก็แถวตลาดนั่นแหละอย่าสนใจเลย ตัวเองเอาตัวให้รอดก่อนเถอะ เพราะดูท่าพวกมันไม่ปล่อยเราเอาไว้แน่ ไม่รู้จะต้องหลบพวกมันไปอีกนานแค่ไหน

กระบี่บอกว่าถ้าเรามีเงินคืนให้มันก็คงจะเลิกราวี แต่ตอนนี้ตนไม่มีเงินเลยจนปัญญาจริงๆ แป้งถามว่าต้องคืนมันเท่าไร กระบี่เองก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ายาที่แป้งโยนลงทะเลไปนั้นถ้าขายก็ได้เป็นหมื่น

แป้งจะช่วยกระบี่เพราะตนเป็นคนทำให้กระบี่เดือดร้อน กระบี่ไม่ยอมเพราะทุกอย่างเป็นความผิดของตนจะขอแก้ปัญหาด้วยตัวเอง บอกแป้งว่า

"ฉันจะไม่ยอมให้แกต้องมาเสี่ยงชีวิตกับฉันอีก ต่อไปฉันจะอยู่ห่างๆแกไว้"

"เฮ้ย! ไม่ได้ ยังไงฉันก็ทิ้งแกไม่ได้ เราเป็นเพื่อนกัน เราต้องช่วยเหลือกัน ไม่ต้องกลัวเราจะต้องหาเงินไปใช้พวกมันได้แน่ๆ เชื่อฉัน เราต้องทำได้!" แป้งให้กำลังใจกระบี่และปลุกใจตัวเองทั้งที่ยังมองไม่เห็นทางหาเงินได้เหมือนกัน

แต่น้ำใจของแป้ง ทำให้กระบี่ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งและผูกพันกับเพื่อนคนนี้มาก

ooooooo

เพราะปรียาอาการดีขึ้นแล้วหมออนุญาตให้กลับมาพักที่บ้าน ปรียาบอกนุชให้กลับไปทำงานเสียไม่ต้องห่วงเพราะตนไม่เป็นอะไรมากแล้วอยู่คนเดียวได้

นุชขอโทษพี่สาวเพราะงานที่พัทยาสำคัญจริงๆ ไม่อย่างนั้นก็จะอยู่ดูแลพี่ ขอร้องพี่สาวอย่าหักโหมงานหนักเกินไปเดี๋ยวจะเป็นลมไปอีก บ่นว่านี่ไม่รู้ว่าปรางค์จะเป็นห่วงแม่จนไม่มีกะจิตกะใจทำงานรึเปล่าก็ไม่รู้

นุชพูดไม่ทันขาดคำปรางค์ก็โทร.เข้ามา ถามทันทีที่ปลายสายรับ ถามเป็นพืดยาวเหยียดจนนุชไม่มีช่องจะตอบ พอปรางค์หยุดถามนุชจึงบอกว่าปรียาดีแล้วตนพากลับมาอยู่บ้านแล้ว พลางส่งต่อให้ปรียาคุยกับปรางค์เอง

แม่ลูกคุยกันต่างเป็นห่วงกันและกัน ปรียาบอกปรางค์ไม่ต้องห่วงรีบทำงานเสร็จแล้วกลับมา เตือนว่าให้ทำงานดีๆอย่าทำตัวเหลวไหล ใครชวนให้ไปทำอะไรนอกลู่นอกทางก็อย่าไป ต้องรู้ว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องทำอะไร

ปรางค์รับคำเสียงอ่อยอย่างรู้สึกผิดที่โกหกแม่ ย้ำ ให้แม่ดูแลตัวเองให้ดีทำงานเสร็จจะรีบกลับแล้วจุ๊บๆแม่ก่อนวางสาย

นุชดูแลปรียาอย่างดี เข้าไปเอาเสื้อผ้าจะให้พี่สาวเปลี่ยน ไปเจอรูปเก่าๆเมื่อยี่สิบปีก่อนเข้า เอามาถามพี่สาวว่า ยังเก็บรูปนี้ไว้อีกหรือ นึกว่าเผาทิ้งไปหมดแล้ว

รูปนั้นเป็นรูปครอบครัว มีประพันธ์กับปรียาอุ้มลูกคนละคนคือแป้งกับป้างในวัยสองขวบนั่นเอง นุชถามว่ายังคิดถึงพ่อปรางค์อยู่ใช่ไหม

"คนพรรค์นั้นฉันจะคิดถึงทำไม ที่ฉันทิ้งรูปนี้ไม่ลงเพราะยังไงฉันก็ตัดขาดจากลูกสาวของฉันไม่ได้ ป่านนี้ไม่รู้ยัยแป้งจะเป็นยังไงบ้าง อยู่กับคนไม่รู้จักรับผิดชอบชั่วดีอย่างนั้น คงต้องลำบากแน่ๆ ฉันไม่น่ายอมให้ยัยแป้งไปอยู่กับไอ้พันเลย" ปรียาหน้าเศร้าด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงแป้งคู่แฝดของป้าง แป้งเป็นเด็กหญิงส่วนป้างนั้นเป็นเด็กชาย ทั้งสองเป็นแฝดคนละฝา

หลังจากแยกทางแบ่งลูกกันคนละคนแล้ว ปรียาบอกป้างว่าให้คิดว่าพ่อตายไปแล้วดีกว่าให้รู้ว่ามีพ่อเป็นผีพนันทำให้ครอบครัวล่มจมฉิบหาย   นุชท้วงติงพี่สาวว่าไม่ให้ป้าง รู้จักพ่อก็พอเข้าใจได้ แต่จะไม่ให้รู้จักน้องสาวแท้ๆเลยหรือ เพราะยังไงเสียทั้งสองคนก็เป็นพี่น้องกัน

ปรียานิ่งไป เพราะเรื่องผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้วและตอนนี้ก็ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นแล้ว

ooooooo

ที่ห้องแถลงข่าวการประกวดมิสเรนโบว์ควีนที่พัทยา มีกลุ่มนักข่าวไปนั่งรอทำข่าวและถ่ายรูปกันมากมาย ต๊อดลากนักรบไปด้วย นักรบไปนั่งเซ็งๆเพราะ ไม่สนใจเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่รู้ว่างานนี้เป็น การประกวดนางงามกะเทย

พิธีกรเรียกชื่อผู้เข้าประกวดที่เข้ารอบสุดท้ายออกมาจับหมายเลขประจำตัวกัน ปรางค์ออกมาจับหมายเลข แต่เพราะต๊อดกับนักรบมัวคุยกันอยู่เลยไม่ทันได้เห็น

ต๊อดปล่อยให้นักรบเรียนรู้เองว่าการประกวดครั้งนี้เป็นการประกวดพิเศษ อย่างไร เขาทิ้งนักรบไว้ที่ห้องแถลงข่าวแล้วลุกตามไปถ่ายรูปพวกที่เข้าประกวด

ปรากฏว่า บรรดาผู้เข้าประกวดทั้งหมด ปรางค์เด่นกว่าเพื่อน ได้รับความสนใจจากนักข่าวที่พากันมารุมสัมภาษณ์ รุมกันถามจนปรางค์งงไปหมดต้องขอร้องพี่ๆให้ถามกันทีละคนทีละข้อ

นุชกระหืดกระหอบมาถึงแล้ววิ่งเข้าไปหาเจ๊ตุ่มถามว่าแถลงข่าวเสร็จแล้วหรือ ตนซิ่งมาแทบตายน่าเสียดายมาไม่ทันจนได้

"จบแล้วย่ะ นี่ทางกองประกวดให้พวกนักข่าวสัมภาษณ์ นอกรอบกัน แกดูซิ ใครๆก็สนใจแต่น้องปรางค์ของเรา เขาลือกันให้แซดเลยนะว่า ยังไงน้องปรางค์ของเราต้องติดสามคนสุดท้ายแน่ๆ" เจ๊ตุ่มคุยฟุ้งอย่างปลื้มอกปลื้มใจ

"จากนังปรางค์เลื่อนขั้นเป็นน้องปรางค์แล้ว ตอนนี้นังปรางค์มันขึ้นหิ้งไปแล้วล่ะน้านุช"  เอื้อมเล่าให้นุชฟัง  เจ๊ตุ่ม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ปลื้มปีติที่ปรางค์ถูกนักข่าวห้อมล้อมสัมภาษณ์ จนน้ำตาไหล

เจ๊จูนเห็นปรางค์เด่นอยู่ในหมู่นักข่าว ส่วนข้าวฟ่างยืนเหงาอยู่คนเดียว ทนไม่ได้ลากข้าวฟ่างเข้าไปชนต๊อดที่กำลังถ่ายรูปเอาจริงเอาจัง ต๊อดจ้องอย่างจำได้ว่าปรางค์เป็นคนที่สวนกันตอนออกจากห้องนักรบถูกเจ๊จูนลาก ข้าวฟ่างมาชนจนกระเด็น  ดันข้าวฟ่างไปยืนประกบปรางค์  แต่กลับตำหนิปรางค์ว่าเบียดข้าวฟ่าง  บอกปรางค์ให้ถอยไปแล้วดันข้าวฟ่างมายืนอยู่หน้ากล้องแทน

เจ๊ตุ่มทนไม่ได้พุ่งเข้าไปจัดการทันที ดันปรางค์ให้ออกมายืนตรงหน้านักข่าว กลายเป็นสองเจ๊ขึ้นไปบรรเลงกันเบียดจนทั้งปรางค์และข้าวฟ่างหายไปจากกล้อง สองเจ๊มายืนโพสท่าแข่งกันแทน

ooooooo

นักรบรอต๊อดอยู่ที่ห้องแถลงข่าวจนเบื่อเลยลุกเดินออกมา    ถูกกะเทยที่เข้าประกวดคนหนึ่งชนเอาเกือบล้ม เขาไม่ได้สนใจนักแต่พอได้ยินเสียงขอโทษที่ห้าวแต่บีบจนเล็กก็เอะใจหันไปมอง พอดีกะเทยคนนั้นหันไปทักปรางค์ที่กำลังจะเดินออกจากห้องถามว่า เขาเรียกให้ไปที่ห้องแต่งตัวแล้วใช่ไหม

"ใครให้สัมภาษณ์เสร็จก็ให้รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวจะต้องซ้อมเต้นอีกน่ะ" ปรางค์บอก

กะเทยคนนั้นรีบไปกับปรางค์ นักรบเห็นปรางค์ถึงกับยืนอึ้งขยับจะตามไปก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะทั้งสองเดิน หายเข้าไปด้านหลังห้องแล้ว เขาเลยยืนมึนคิดอย่างคาใจว่าปรางค์มาในแนวใหม่อีกแล้ว

พวกที่เข้าประกวดแต่งตัวเสร็จก็เดินออกไป เหลือแต่ปรางค์นั่งเช็ดเครื่องสำอางอยู่คนเดียว นักรบเดินดุ่มๆเข้าไปถามปรางค์ว่า

"ทำไมเธอต้องมีเรื่องให้ฉันต้องได้แปลกใจทุกครั้งที่ได้เจอกันนะ"

ปรางค์สะดุ้งพอเห็นนักรบก็ตกใจถามว่าเข้ามาได้ยังไงที่นี่เขาห้ามคนนอกเข้า นักรบไม่สนใจบอกว่า ตนอยากให้แน่ใจว่าเป็นเธอจริงๆ ถามว่าแล้วเธอจะไหวหรือกลางคืนขายข้าวต้มกลางวันมาประกวดนางงาม งานไม่ตีกันยุ่งเหรอ แล้วมาประกวดอย่างนี้ระวังพวกที่ตามล่าเธอจะมาเจอตัวเข้า

"คุณพูดอะไรคะ ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย"

"แล้วเมื่อเช้าทำไมต้องแอบหนีไปเงียบๆ ถ้าเห็นฉันหลับอยู่ไม่กล้าปลุก ทิ้งโน้ตไว้สักนิดก็ยังดี อะไร...หนีไปเฉยเลย ไม่คิดจะเจอกันอีกรึไง"

เจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมเดินเข้ามาพอดี นุชได้ยินประโยคสุดท้ายโวยวายกับปรางค์ว่าเมื่อคืนหนีไปค้างกับผู้ชายมาหรือ เอื้อมรับรองว่าไม่จริงเพราะปรางค์นอนกับตนทั้งคืน เจ๊ตุ่มหันไปเอาเรื่องกับนักรบหาว่าเขามาพูดเพื่อให้ ปรางค์เสียหายใช่ไหม คิดใช้วิธีนี้มารวบหัวรวบหางเด็กของตนรึไง

ทั้งนุชและเจ๊ตุ่มรุมกันด่าว่านักรบว่าหวังเกาะกระแสปรางค์ดัง ด่าจนนักรบงงถามว่าพวกเธอพูดเรื่องอะไร ตนก็แค่เข้ามาทักทายตามประสาคนรู้จักกันเท่านั้น

พอดีต๊อดวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาจะบอกนักรบว่าผู้หญิงที่อยู่กับเขาเมื่อคืน เป็นกะเทย แต่พูดไม่ทันจบเห็นปรางค์ยืนอยู่ตรงหน้าเลยสะดุด มองเลยไปอีกเจอสายตาพิฆาตของเจ๊ตุ่มกับนุชทั้งยังมีกะเทยถึกที่เป็นพี่ เลี้ยงเดินเก้งก้างเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

"พี่มาทำอะไรแถวนี้ครับ วันนี้จะรอดออกไปไหมเนี่ย" ต๊อดแอบกระซิบถามนักรบ พลางกวาดตามองไปรอบๆ เห็นชุดเครื่องแต่งตัวสีจัดจ้าน วิกผมสีต่างๆ รูปถ่ายกะเทยติดที่หน้ากระจก นักรบเริ่มรู้แล้วว่าตัวเองตกอยู่ในกลุ่มกะเทย พอรู้ตัวก็ขนหัวลุก ยิ่งเมื่อรู้ว่าที่ว่ามีการประกวดนั้นคือการประกวดกะเทยก็แทบจะหมดแรงอยู่ ตรงนั้น

นักรบค่อยๆถอยออกไปมึนจนเหมือนถูกทุบหัว ปรางค์ มองตามไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

ooooooo

นักรบจิตใจเตลิดเปิดเปิงเดินอ้าวออกไป ต๊อดรีบตามไปติดๆ พูดให้กระเทือนใจอีกว่าไม่อยากเชื่อเลยว่าอยู่ด้วยกันทั้งคืนยังจับไม่ได้ ว่าเป็นกะเทย เตือนตัวเองว่าต่อไปต้องระวังแล้วไม่งั้นได้พลาดท่ามีเมียเป็นไม้ป่าเดียว กันแน่ๆ

นักรบหงุดหงิดตวาดให้หยุดพูดเสียที ต๊อดก็ยังพล่ามไม่หยุดว่า

"พี่ไม่ได้มีอะไรกับผู้ฉิงคนนั้นแต่พี่ก็แอบสนใจเขาอยู่ใช่ไหมล่ะ ไม่งั้นพี่คงไม่ยอมให้เขาไปค้างที่ห้องหรอก"

"ฉันไม่ได้สนใจอะไรเขาโว้ย เขามีเรื่องเดือดร้อนฉันก็ช่วย มันก็เท่านั้น ถ้ารู้อย่างนี้ฉันคงไม่เอาตัวเองเข้าไปพัวพันด้วยหรอก ฉันนี่โง่จริงๆ หวังว่าต่อไปคงไม่ต้องได้เจอกันอีก แค่นี้ก็ทำให้ชีวิตฉันปั่นป่วนมากพอแล้ว" นักรบพูดอย่างเสียความรู้สึกมาก

ระหว่างนั้นเอง ที่บ้านเขาในกรุงเทพฯ ทั้งศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นพ่อและโสภาผู้เป็นแม่ กำลังวิตกกับข่าวที่โชติมาหันไปควงลูกชายนายธนาคารไปงานวันเกิดท่านรัฐมนตรี โสภาวิตกว่าโชติมากำลังเนื้อหอมกลัวลูกชายตัวเองจะชวด บอกศักดิ์สิทธิ์ว่า

"ถ้าตารบไม่รีบทำอะไร หนูโรสต้องหลุดมือไปแน่ๆ แล้วเราจะหาลูกสะใภ้ที่เหมาะสมกับลูกเราได้ที่ไหนอีก"

ศักดิ์สิทธิ์เร่งให้โสภารีบโทร.ตามนักรบกลับมา เธอบอกว่าโทร.ไปแล้วลูกปิดเครื่อง บ่นอุบอิบ

"ตารบนี่นะ ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเลยจริงๆ หนูโรสก็มีทีท่าว่าชอบๆ ตารบอยู่แล้ว ถ้าสานต่ออีกสักหน่อยรับรองได้ตกล่อง ปล่องชิ้นกันแน่ๆ"

"เราคงต้องทำอะไรแล้วล่ะคุณ ไม่งั้นธุรกิจที่เราจะร่วมลงทุนกับทางคุณราศีนี่ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ"

"นั่นสิคะ งั้นฉันไปโทร.ตามลูกอีกครั้งดีกว่า นี่ถ้าวันนี้ลูกไม่กลับบ้านคุณให้ลูกน้องไปตามล่าตัวลูกกลับมาเลยนะคะ" โสภากระวีกระวาดไปโทรศัพท์ ส่วนศักดิ์สิทธิ์อ่านข่าวโชติมาในหนังสือพิมพ์อย่างหนักใจ

ooooooo

เพื่อช่วยหาเงินให้กระบี่เอาไปใช้หนี้พวกค้ายา แป้งบากหน้าไปหาเฮียพงษ์เจ้าของค่ายมวยอีกครั้งขอร้องให้ตนได้ขึ้นชก  จะเป็นมวยไทย  มวยสากล  หรือ รุ่นไหนก็ไม่เกี่ยง ตนทำได้ทั้งนั้น ขอแต่ให้ได้ขึ้นชกเร็วๆนี้ได้ยิ่งดี

เฮียพงษ์บอกว่าวันสองวันนี้ไม่มี จะมีก็อาทิตย์หน้าเสี่ยสองจัดแข่งขันชกมวยหญิงที่เวทีบ้านบึงจะส่งแป้งไปชก รุ่นฟลายเวทก็แล้วกันแต่ต้องมาซ้อมทุกวันจะหายหัวไปอีกไม่ได้

แป้งรอถึงอาทิตย์หน้าไม่ไหว ขณะกำลังเซ็งๆเอามือล้วงกระเป๋าเจอนามบัตรของนักรบเข้านึกได้ว่าเขาชวนไป ทำงานด้วย แป้งรีบไปที่โรงแรมนั้นทันที แล้วก็แทบหมดแรงเมื่อพนักงานบอกว่านักรบเพิ่งเช็กเอาต์ออกไปเมื่อกี้นี้เอง

แป้งวิ่งตามไปเจอนักรบที่ลานจอดรถขณะที่ต๊อดกำลังตามตื๊อให้เขาอยู่ดูงาน ประกวดนี้ให้เสร็จก่อนค่อยกลับ แป้งดีใจมากรีบตะโกนเรียก "คุณ...เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป" พลางวิ่งอ้าวเข้าไปยืนหอบพูดอย่างดีใจ "นึกว่าจะไม่ทันเสียแล้ว"

นักรบมองแป้งอย่างกระอักกระอ่วนใจเพราะเชื่อว่าแป้งเป็นกะเทยที่เดี๋ยวผลุบ ที่นี่โผล่ที่โน่น ถามเสียงเข้มหน้าตึงว่าตามมาทำไม แป้งขอบคุณที่เขาช่วยตนไว้เมื่อคืน นักรบบอกว่าเมื่อคืนเธอขอบคุณไปแล้ว แป้งยิ้มแหยๆเผยเจตนาว่า

"เออ...คุณเคยชวนฉันไปทำงานด้วยจำได้ไหมที่คุณบอกว่าชีวิตฉันน่าสนใจดี เหมาะสำหรับงานของคุณ งานอะไรน่ะ ได้เงินเยอะไหม"

นักรบตอบอย่างลำบากใจว่าตนยังไม่คิดจะเริ่มงานใหม่ แต่งานที่เธอทำอยู่ก็ดี  ถ้าชนะก็ได้เงินรางวัลก้อนใหญ่ไม่ใช่หรือ แป้งเข้าใจว่าเป็นงานชกมวยบอกเขาว่ากว่าจะได้เงินก็อาทิตย์หน้ามันไม่ทัน การณ์แต่ก็พูดเปิดทางไว้ว่า เขาไม่ต้องการตอนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าต้องการเมื่อไรให้โทร.หาตนได้เลย

แป้งเอื้อมมือไปดึงปากกาจากกระเป๋าต๊อดแล้วคว้ามือนักรบไปจดเบอร์โทรศัพท์ ของตัวเองใส่ฝ่ามือให้ ย้ำว่านี่เป็นเบอร์โทรศัพท์ของตนติดต่อได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย

"ฉันต้องรีบไป ฉัน...ฉันไปนะ" นักรบรู้สึกแปลกๆที่ถูกแป้งจู่โจมจับมือถือแขนหน้าตาเฉย แล้วเขาก็ขึ้นรถขับออกไปเลย ต๊อดยืนมองแป้งนึกในใจว่าแป้งจะตามตื๊อนักรบอีก พูดดักทางว่า

"ยังไงเธอก็ไม่ได้งานจากพี่รบหรอกถึงชีวิตของเธอจะน่าสนใจ แต่มันน่าสนใจเกินไปสำหรับผู้ชายแท้ๆอย่างพี่เขา เธอตัดใจเสียเถอะนะ พี่รบเขารับผู้หญิงอย่างเธอไม่ได้หรอก"

พูดแล้วต๊อดเดินไป แป้งยืนมึนอยู่ครู่หนึ่งพอนึกได้ร้องถามว่าพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ต๊อดทำหูทวนลม แป้งเลยวิ่งตามไปจนถึงล็อบบี้โรงแรม ถามอีกว่าที่พูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง!

"ก็หมายความอย่างที่พูดแหละ พี่รบเขาเป็นคนดี แต่เขาก็ไม่ใจกว้างพอจะรับผู้หญิงอย่างเธอได้หรอก เขาอาจจะพอคบเธอเป็นเพื่อนได้แต่ถ้าเธอหวังมากกว่านั้น ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน"

พูดกันไปมาจนแป้งคิดว่าเป็นเพราะตนยากจนทำให้ นักรบรับไม่ได้ พูดอย่างเจ็บใจว่า

"ถึงฉันจะจน จะกระจอกงอกง่อยยังไง ก็ดีกว่าคนที่ชอบพูดดูถูกคนอย่างคุณ คนดีๆอย่างคุณนักรบไม่น่ามีเพื่อนอย่างคุณเลย" พูดแล้วสะบัดไปเลย ต๊อดมองตามพึมพำขำๆ

"ถูกกะเทยเหวี่ยงใส่ซะแล้วเรา"

แป้งเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงมาไม่ทันดูทาง ชนเข้าอย่างจังกับปรางค์ ต่างเงยหน้าขอโทษกันแล้วทั้งสองก็ตะลึงค้างทำหน้าเหมือนถูกผีหลอก ต่างพูดไม่ออก ยืนตัวแข็งทื่อ

จนกระทั่งแป้งยื่นมือไปจะจับหน้าปรางค์ดูว่าเป็นเนื้อหนังจริงๆหรือเปล่า ปรางค์ตกใจถอยกรูดแล้ววิ่งอ้าวไปอย่างตระหนก แป้งมองตามสับสนไปหมด เลยยืนนิ่งเหมือนหุ่นอยู่ตรงนั้น

ฝ่ายนักรบพอสลัดพ้นจากแป้งมาได้ก็ขึ้นรถตะบึงไปทั้งที่ความคิดยังคาใจเรื่อง แป้งอยู่ เขาสะบัดหัวอย่างอยากจะให้ทุกอย่างหลุดจากความคิดก็ยังไม่สำเร็จ เอามือทุบพวงมาลัยอย่างขัดใจ พอมองฝ่ามือเห็นลายมือแป้งเขียนเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองไว้ก็หยิบผ้าเย็นมา ถูๆๆๆให้เบอร์หายไปเผื่อภาพแป้งจะได้หลุดไปจากความคิดด้วย...

ooooooo

ส่วนแป้ง เรื่องปรางค์ยังคาใจอยู่ กลับถึงบ้านคาดคั้นกับประพันธ์ว่าพ่อไปแอบมีลูกที่ไหนหรือเปล่า มีพี่สาวหน้าเหมือนตนหรือเปล่า ประพันธ์ส่ายหน้าดิกยืนยันนั่งยันว่าไม่มี! ซ้ำยังย้ำว่าถ้าตนมีลูกสาวอีกคนจะไม่รู้ได้ยังไง บ่นแป้งว่าคิดอะไรทำไมมาถามพ่อแบบนี้

"หนูไปเจอผู้หญิงคนนึงหน้าตาเหมือนหนูเปี๊ยบเลย เหมือนจริงๆนะพ่อ หนูเคยเจอเขาแล้วหนนึง แต่ตอนนั้นนึกว่าตาฝาด แต่วันนี้หนูเจอหน้าเขาอย่างจังเลย หน้าตาเขาอย่างกับเป็นฝาแฝดกับหนูงั้นแหละ นี่หนูสวยจนมีคนไปทำศัลยกรรมให้เหมือนเลยเหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลยนะพ่อ" แป้งทำเป็นพูดติดตลกแต่ก็ยังคาใจอยู่ ส่วนประพันธ์นิ่งคิดแปลกใจอยู่เงียบๆว่า แป้งมีพี่ชายฝาแฝดไม่ใช่พี่สาว แล้วจะเหมือนกันเปี๊ยบได้ไง?

เวลาเดียวกัน ปรางค์ก็คิดไม่ตก ถามนุชที่เป็นน้าสาวว่าตกลงตนมีพี่สาวหรือน้องสาวฝาแฝดใช่ไหม นุชโยนกลองให้ไปถามปรียาดีกว่า ปรางค์เชื่อว่าแม่ไม่ยอมบอกแน่เพราะถ้าปิดตนได้ถึงวันนี้ก็คงปากแข็งโกหกต่อ ไป คิดแล้วยื่นคำขาดกับนุชว่า

"ถ้าน้านุชไม่บอกหนู หนูจะไปสืบหาความจริงเอง หนูจะไม่ประกวดต่อแล้ว หนูต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนหนูคือใคร" พูดแล้วลุกไปเลย นุชตกใจรีบคว้าไว้ยอมบอกความจริงว่า

"ฉันบอกความจริงก็ได้ ที่จริงฉันก็ลืมเรื่องนี้ไปนานแล้ว ตอนที่พี่ปรีมีแกกับน้องสาวน่ะฉันก็แค่แปดเก้าขวบเองไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร" ปรางค์ถามว่าตนมีน้องสาวหรือ นุชเล่าเท่าที่รู้ว่า "แกมีน้องสาวฝาแฝด พ่อแกไม่ได้ตายอย่างที่แม่แกบอกหรอก แม่แกกับพ่อแกเขาเลิกกัน พ่อแกก็เอาน้องสาวแกไปเลี้ยง ส่วนแม่แกก็เอาแกมาเลี้ยงแล้วก็ตกลงกันว่าต่างคนต่างไปตามทางของตัวเอง ไม่ต้องมาเจอะเจอกันอีก"

ปรางค์ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือ นุชบอกว่าตนไม่มีสิทธิ์พูดให้ปรางค์ไปถามปรียาเอาเอง ปรางค์เลยถามว่าแล้วน้องสาวตนชื่ออะไร นุชบอกเป็นคำสุดท้ายว่า "ชื่อแป้ง ป้างกับ แป้งไงล่ะนังปรางค์"

"ป้างกับแป้ง" ปรางค์คิดหนักเรื่องมีน้องสาวฝาแฝด

ooooooo

นักรบกลับถึงบ้านถูกทั้งพ่อและแม่ต่อว่าตำหนิอย่างรุนแรงที่ทิ้งให้โชติรส กลับจากพัทยามาคนเดียว ตอกย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวเขาเสียคนเดียวแต่เสียมาถึงพ่อกับแม่ด้วย

นักรบอ้างว่าตนมีงานด่วนจริงๆ โสภาสวนไปทันทีว่างานด่วนอะไรก็ไม่น่าจะสำคัญเท่าหนูโรส นักรบย้อนถามว่าแล้วงานขับรถให้หนูโรสของคุณแม่มันสำคัญอะไรนักหนาหรือ

จึงรู้ว่าโชติรสร่วมทุนเปิดเคเบิลทีวีกับทางสิงคโปร์และชวนพ่อเขาลงทุนด้วย โดยตอนแรกทางเรายังไม่ต้องลงเงิน โสภาพูดกับนักรบอย่างมั่นใจว่า

"แล้วแม่ก็คิดว่าเราก็คงไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะอีกไม่นานหนูโรสก็จะมาใช้นามสกุลเดียวกับเรา บริษัทของหนูโรสก็เท่ากับเป็นบริษัทของเราด้วยจริงไหมลูก"

นักรบรับไม่ได้ที่พ่อกับแม่จะใช้ตนเป็นเครื่องมือในการฮุบบริษัทของคนอื่น โสภาแย้งว่าโชติรสเต็มใจจะยกบริษัทให้เขาอยู่แล้ว จากนั้นถามว่า

"เห็นความสำคัญของหนูโรสแล้วใช่ไหม ต่อไปนี้ลูกต้องเอาใจหนูโรสให้มากๆนะ"

นี่เองทำให้นักรบต้องไปหาโชติรส อยากรู้รายละเอียดเรื่องธุรกิจเคเบิลทีวีที่คุณพ่อเขาจะร่วมลงทุนด้วย ฟังจากเธอแล้วจึงรู้ว่า เธอต้องการให้เขามาทำงานด้วยเชื่อว่าเขาทำได้ เล่ารายละเอียดว่า

"แต่ตอนนี้เรากำลังเตรียมทำรายการเรียลลิตี้โชว์อยู่ งานนี้สำคัญมากโรสเลยอยากให้พี่รบช่วยเป็นโปรดิวเซอร์ให้ แค่เป็นโปรเจกต์สั้นๆ ไม่กี่เดือนเอง ยังไงพี่รบก็ปฏิเสธโรสไม่ได้ หรอกค่ะ เพราะพี่รบต้องทำงานให้โรสจนกว่าคุณลุงจะโอนเงินค่าหุ้นมาให้โรสครบตาม สัญญา"

ฟังแล้วนักรบอยากจะบ้าตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ถามอย่างหมดแรงว่า

"แล้วตกลงรายการเรียลลิตี้โชว์นี้ของคุณนี่มันเป็นรายการเกี่ยวกับอะไร แข่งร้องเพลง แข่งทำอาหาร หรือว่าแข่ง ลดความอ้วน"

"ผิดหมดเลยค่ะ รายการนี้จะเป็นการติดตามชีวิตคนที่น่าสนใจค่ะ รายการในตอนแรกจะชื่อว่า "ติดตามชีวิตราชินีสีรุ้ง" เราจะตามสัมภาษณ์ตามบันทึกชีวิตของมิสเรนโบว์ควีนคนล่าสุดค่ะ พี่รบคงเคยได้ยินใช่ไหมคะ มิสเรนโบว์ควีน นางงามกะเทยที่ดังที่สุดของประเทศไทยน่ะค่ะ รับรองต้องมีอะไรขำๆ ตลกๆ คนดูต้องชอบแน่ๆค่ะ" โชติรสเล่าอย่างรู้สึกสนุกตั้งแต่คิดแล้ว แต่นักรบอยากตายเป็นรอบที่สอง ที่ชีวิตตนหนีกะเทยไม่พ้นสักที!

ooooooo

ที่พัทยา บรรดาผู้เข้าประกวดกำลังฝึกซ้อมเต้นเปิดตัวการประกวดรอบตัดสินบนเวที ทีแรกข้าวฟ่างโดดเด่นอยู่ตรงกลาง แต่เต้นผิดๆ ถูกๆ ตัวแข็งทื่อ จนครูฝึกเปลี่ยนให้ปรางค์ที่เต้นได้สวยพลิ้วกว่ามายืนตรงกลางแทน

เจ๊จูนรับไม่ได้เข้าไปต่อว่าครูฝึก ขอเวลาให้ข้าวฟ่างอีกสักหน่อยเดี๋ยวก็เต้นได้

"ไม่มีเวลาแล้วล่ะค่ะ ช่วยลงไปจากเวทีด้วยค่ะ เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นนะ" ครูฝึกเชิญเจ๊จูนลงจากเวทีแล้วสั่งให้ฝึกเต้นกันต่อ

พอเจ๊จูนลงมาก็ถูกเจ๊ตุ่มกับนุชที่จับตาดูอยู่เข้าไปแขวะทันที ต่างคุยข่มกันว่าคนของตัวเองต้องได้เป็นมิสเรนโบว์ควีน

แต่พอเลิกซ้อมข้าวฟ่างลงมาก็กอดเจ๊จูนร้องไห้ถามว่าจะทำอย่างไรดีตอนนี้ใครๆ ก็บอกว่าปรางค์มาวินทั้งนั้น เจ๊บ่นว่าข้าวฟ่างไม่ได้เรื่องตนเลือกคนมาประกวดผิดจริงๆแต่ความริษยาจะ เอาชนะทำให้เจ๊บอกข้าวฟ่างว่าไม่ต้องห่วงตนไม่มีวันยอมแพ้เจ๊ตุ่ม ถ้าตนไม่ชนะก็จะไม่ให้ใครชนะ จะทำทุกวิถีทางกำจัดปรางค์ให้พ้นทางข้าวฟ่างให้ได้

ข้าวฟ่างถามว่าจะทำอย่างไรหรือ เจ๊พูดหน้าเหี้ยมเจ้าเล่ห์บอกว่า งานนี้ไม่ต้องใช้เงินใช้แต่สมองก็พอ ให้ข้าวฟ่างคอยดูความหายนะของอีกฝ่ายก็แล้วกัน

เจ๊จูนเล่นแผนสกปรกชั่วร้ายจริงๆ โดยปลอมตัวเป็นแม่บ้านทำความสะอาดเข้าไปในห้องพักในโรงแรมของเจ๊ตุ่มที่อยู่ กับปรางค์ เอาสารพิษไปเทใส่เครื่องสำอางทุกขวดทุกกระปุกของปรางค์แล้วออกไปคอยดูผลงาน ตัวเอง

เมื่อปรางค์กลับมาแล้วนุชเข้าไปช่วยนวดหน้าทาครีมให้ เจ๊ตุ่มเข้ามากำกับอย่างใกล้ชิดว่า ทาอีมูลชั่นครีมเสร็จก็ต่อด้วยเซรั่มแล้วจบด้วยไนต์ครีมตัวใหม่ นุชทำตามขั้นตอน แต่ครู่เดียวปรางค์ก็รู้สึกแสบร้อนไปทั้งหน้า นุชเองก็ปวดแสบ ปวดร้อนที่มือ

"ครีมแพงๆมันก็ออกฤทธิ์เร็วอย่างนี้แหละ เป็นไงเห็นผลทันตาเลยใช่ไหม ครีมนี่ฉันสั่งตรงมาจากสวิตเซอร์แลนด์ กระปุกละเกือบหมื่นเชียวนะ" เจ๊ตุ่มยืนกำกับคุยโว

อีกครู่เดียวปรางค์ก็ทนไม่ไหวเพราะหน้าเป็นผื่นแดงน่ากลัว นุชเองก็มือปวดแสบปวดร้อนยิ่งขึ้น เจ๊ตุ่มเอะใจว่าครีมหมดอายุรึเปล่า แต่ก็ไม่น่าใช่เพราะเพิ่งซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง

อาการของปรางค์รุนแรงขึ้นจนกระทั่งผิวหน้าลอกออกมาเป็นแผ่นๆ สุดท้ายเจ๊ตุ่มตัดสินใจพาปรางค์ไปโรงพยาบาลอย่างรีบด่วน

ooooooo

ร้านข้าวต้มของประพันธ์ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ลูกค้ามาสั่งอาหารจนทำแทบไม่ทัน พอดีมีสั่งผักบุ้งลอยฟ้ารวมๆกันถึง 6 จาน ประพันธ์ตัดสินใจผัดในกระทะเดียวกันเลย หลังจากสาดน้ำมันใส่กระทะใส่ เครื่องปรุงแล้วก็กอบผักบุ้งโยนลงไป สาดน้ำมันใส่อีกที ให้ไฟลุกท่วม

ปรากฏว่าไฟลุกฟู่ กอปรกับประพันธ์โยนผักบุ้งโชว์ ไฟเลยลามไปติดผ้าใบเต็นท์ข้างๆ พริบตานั้นไฟลุกท่วมอย่างเร็ว ประพันธ์ตกใจโยนกระทะลงเตาไฟเลยยิ่งลุกท่วมลามทั้งเตาทั้งตู้ทั้งเต็นท์

ลูกค้าพากันหนีตาย ประพันธ์พยายามดับไฟแต่ยิ่งสาดน้ำใส่ไฟก็ยิ่งลุก กระบี่วิ่งเอาผ้าไปช่วยดับไฟแต่ไฟลุกลามเร็วและแรงจนในที่สุดไฟก็ลุกท่วม ทั้งร้าน

แป้งตกตะลึงยืนช็อกทำอะไรไม่ถูก!

ooooooo

ตอนที่ 3

เมื่อที่ไหนก็ไม่รับเข้าทำงาน แป้งตัดสินใจเดิน ขายดอกกุหลาบตามชายหาด ขายดอกละห้าบาท

ห้าดอกยี่สิบ ร้องขายจนเสียงแห้งก็ไม่มีใครซื้อ ไปขายให้หนุ่มสาวที่พลอดรักกันอยู่ก็ถูกไล่เพราะไปขัดจังหวะรักของเขา

หิ้วกุหลาบเต็มตะกร้าเดินละเหี่ยมาตามชายหาด มองไกลๆเห็นกระบี่ทำลับๆล่อๆอยู่ พอเห็นแป้งกระบี่ก็หลบแว้บแป้งยิ่งสงสัย เดินหาจนเจอเห็นกระบี่เดินกอดกระเป๋ามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง แป้งถามว่ามาทำอะไรแถวนี้ กระบี่ยิ่งตกใจโกหกตะกุกตะกักว่า "ฉัน...ฉันนัดเพื่อนไว้"
แป้งคาดคั้นถามว่าเพื่อนคนไหน กระบี่เฉไฉว่าแป้งไม่รู้จัก

"ฉันรู้จักเพื่อนแกทุกคน ฉันรู้จักแกยิ่งกว่าตัวแกเสียอีก วันนี้ฉันโทร.หาแกทั้งวัน ทำไมไม่รับสายมันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ แล้วนั่นกระเป๋าอะไร"

"แกอย่ายุ่งน่า" กระบี่เบี่ยงตัวบังกระเป๋าไว้ ทำให้แป้งยิ่งสงสัยตรงไปกระชากกระเป๋ามาเปิดดูเห็นถุงยาบ้าอยู่ข้างใน แป้งโกรธจัดหยิบถุงยาบ้าออกมาทิ่มใส่หน้ากระบี่ตะคอกถาม

"นี่อะไร นี่แกบ้าหรือโง่ถึงได้ทำเรื่องชั่วๆอย่างนี้ ทำไมแกทำอย่างนี้ไอ้บี่ ทำไม"

กร