นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แฝดนะยะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เมื่อเจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมพาประพันธ์กับกระบี่เข้าไปในบ้าน ปรียาผุดลุกขึ้นทันทีถามเสียงมะนาวไม่มีน้ำว่า "แกมาทำไมไอ้พัน" เห็นบรรยากาศเขม็งเกลียวขนาดนี้  เจ๊ตุ่ม  นุช  และเอื้อมก็ฉากหลบออกไป ส่วนปรางค์ถอยไปยืนหลบที่บันได นักรบกับแป้งถือถ้วยกาแฟออกมาเจอเข้า แป้งถามว่าพ่อมาได้ไง?

    ประพันธ์พูดไม่อ้อมค้อมว่าจะมารับแป้งกลับ ปรียาหมั่นไส้ถามว่าจะไม่ถามถึงไอ้ป้างสักคำหรือ ประพันธ์เลยต้องถามอย่างขอไปทีว่าเป็นไงบ้าง พอปรางค์บอกว่าตนไม่เป็นไรก็ตัดบททันทีว่าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว พลางหันไปชวนแป้งกลับเพราะต้องรีบไปซ้อมมวย

    ปรียากับประพันธ์โต้เถียงต่อว่ากันอีกพักใหญ่เกี่ยวกับการเลี้ยงลูก ประพันธ์หาว่าปรียาเลี้ยงลูกภาษาอะไรเลี้ยงลูกชายกลายมาเป็นกะเทย ถ้าขืนตนไม่พาแป้งกลับเธอก็ต้องเลี้ยงแป้งให้เป็นเด็กขี้แพ้ไปอีกคน ทั้งยังพูดแขวะปรางค์ว่า

    "ฉันเห็นมันออกทีวีแล้วมันไม่มีปัญญาปกป้องน้องสาวมัน ทั้งๆที่มันเป็นคนทำให้น้องมันต้องมาซวยไปด้วย"

    "แกหยุดเดี๋ยวนี้นะ ถ้าแกด่าไอ้ป้างอีกคำเดียวฉันเอาเลือดหัวแกออกแน่" ปรียาชี้หน้าปราม

    แป้งขอร้องให้พ่อกับแม่เลิกทะเลาะกันเสียที ตนจะกลับไปกับพ่อแล้วจะหาโอกาสมาเยี่ยมแม่ใหม่ นักรบจะตามไปส่ง กระบี่กีดกันเต็มที่ นักรบชี้แจงว่า

    "พวกคุณจะกลับยังไง กลับรถทัวร์เหรอ ตอนนี้แป้งเป็นข่าวใหญ่ดังไปทั้งประเทศ คุณจะให้แป้งไปให้คนมองเป็นตัวประหลาดรึไง"

    "ให้คุณนักรบไปส่งน่ะดีแล้วไอ้บี่" แป้งตัดสินเพราะตัวเองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับเขาเหมือนกัน

    ooooooo

    แต่พอนักรบไปส่งถึงบ้านแล้ว กระบี่รีบขอบใจแล้วให้เขากลับไปเสียอ้างว่าแป้งเหนื่อยมาทั้งวันแล้วต้องการพักผ่อน พอนักรบบอกว่าตนมีเรื่องอยากคุยกับแป้งเพราะเรื่องแป้งคงไม่จบง่ายๆ มันต้องมีผลกระทบทางสังคมตามมาอีกเยอะ เราน่าจะหาทางป้องกันไว้ก่อน

    ประพันธ์ขัดขึ้นทันทีว่าอย่างมากก็ทนฟังขี้ปากชาวบ้านไปสักสองสามวัน หาว่านักรบหาทางมาใกล้ชิดแป้งมากกว่า ปรามว่า

    "ที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นบ้างผมไม่สนใจหรอก แต่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมขอให้คุณอยู่ห่างๆไอ้แป้งไว้"

    "พ่อ..." แป้งทนไม่ได้ กลับถูกประพันธ์พูดสวนทันทีว่าเธอกับนักรบไม่เหมาะสมกันหรอก ผู้ชายที่เหมาะสมกับแป้งมันต้องมีหัวใจที่แน่วแน่ต่อความรัก ประพันธ์ทำท่าจะพูดยาว แป้งขัดขึ้นว่า

    "พอแล้วพ่อ หนูจะพูดกับคุณนักรบเอง ถอยไปได้แล้ว ทั้งสองคนแหละ" แป้งกันประพันธ์กับกระบี่ออกไป

    ooooooo

    แป้งพานักรบออกไปคุยกันที่ชายหาด นักรบบอกแป้งว่าพ่อเธอยังมองตนแต่เปลือกนอก ถ้าเขารู้จักตัวจริงของตนเมื่อไรก็จะต้องยอมรับตนได้แน่ๆ บอกแป้งว่าแบบนี้ตนต้องมาที่บ้านเธอบ่อยๆแล้ว

    แป้งบอกว่าอย่ามาที่นี่อีกเลย ไม่อยากให้ชีวิตของเขาต้องตกต่ำกว่านี้อีก ไม่อยากให้เอาอนาคตมาทิ้งไว้กับตน นักรบให้ความหวังว่าเราจะแก้ไขเรื่องนี้ด้วยกัน แป้งก็พูดอย่างสิ้นหวังว่าตนไม่มีโอกาสแก้ไขอะไรแล้ว แต่ถ้าเขาออกไปจากชีวิตตนเขายังมีโอกาสไปได้ดี ขอให้เขาไปเลือกผู้หญิงที่เหมาะสมกว่าตนดีกว่า เขาสูงเกินเอื้อมสำหรับตน

    "ฉันได้พิสูจน์ตัวเองมามากพอแล้ว ถ้าเธอยังไม่มั่นใจในความรักของฉันอีก ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ตามใจเธอก็แล้วกัน" นักรบพูดอย่างน้อยใจแล้วเดินจากไป แป้งยืนอึ้งอย่างปวดใจ...

    ooooooo

    ในที่สุด เจ๊ตุ่ม นุช เอื้อม และปรางค์ก็ตกลงกันว่าเราไปทำอาชีพเดิมของตัวเองกันดีกว่า ไปตั้งต้นกันใหม่อีกที ทั้งสี่ยื่นมือไปวางซ้อนกันร้องตะโกน "พวกเราสู้ๆ!!"

    แต่ปรากฏว่า หลังรายการคืนนั้นแล้ว ปรียาก็ถูกร้านตัดเสื้องดส่งงานให้เย็บอีก บอกว่าไม่สนับสนุนพวกต้มตุ๋นชาวบ้าน

    ส่วนเจ๊ตุ่มก็ไปด้อมๆมองๆหานางแบบคนใหม่ แต่พอเข้าไปสอบถามแนะนำตัวเองเท่านั้น เด็กสาวเหล่านั้นก็เบ้หน้าไม่ขอร่วมงานกับพวกแหกตาประชาชนอย่างเจ๊

    นุชก็ถูกไล่ออกจากงานเพราะเจ้าของหาว่าทำลายภาพพจน์คลินิก ทำให้สถาบันความงามเสื่อมเสีย หน้าจ๋อยมาหาเจ๊ตุ่มว่าจะทำอย่างไรดี เจ๊เองก็ช่วยไม่ได้เพราะตกที่นั่งลำบากเหมือนกัน

    ปรางค์กับเอื้อมกลับไปขายของแบกะดินตามเดิม แม้จะพยายามลดราคา ขายราคาพิเศษ แต่ก็ถูกพวกแฟนคลับและวัยรุ่นพากันเบือนหน้าไม่อยากคบ หาว่าเป็นพวกหลอกลวงประชาชน ตราหน้าขนาดว่าถึงไปขายเต้าฮวยก็จะตามไปแบน!

    แม้แต่พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่อยากให้ปรางค์ไปวางขายใกล้ๆกลัวจะซวยไปด้วย บางคนถึงกับมาบอกให้เก็บของไปขายที่อื่นไม่อย่างนั้นจะช่วยเก็บให้เอง

    ระหว่างนั้นมีแฟนคลับสองคนถ่ายวีดิโอไว้ พูดกันอย่างสะใจว่า

    "เดี๋ยวเอาไปอัพโหลดลงเว็บเรา ทุกคนต้องสะใจแน่ๆ"

    ปรางค์กับเอื้อมต้องรีบช่วยกันเก็บของหนีอย่างตกใจ หดหู่ใจกับการถูกต่อต้านรุนแรง

    ใช่ว่าแป้งจะไปได้ดี เพราะประพันธ์พาแป้งไปซ้อมก็ถูกเฮียพงษ์อ้างว่าโปรโมเตอร์ขอให้ส่งคนอื่นขึ้นชกแทนแป้ง บอกประพันธ์ที่โมโหฉุนเฉียวว่า ถ้าแป้งไม่ไปยุ่งกับกะเทยนั่นก็ไม่ถูกถอนตัวหรอก

    แม้แป้งจะเสียใจแต่เห็นพ่อเสียใจแล้วเธอเข้าไปขอโทษพ่อ ประพันธ์ไม่ซ้ำเติมลูก แต่บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ใช่ความผิดของแป้ง แล้วชกกระสอบทรายระบายอารมณ์สบถลั่น

    "ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้วะ...ทำไม...ทำไม!!"

    ooooooo

    สองพ่อลูกเดินหงอยๆออกจากค่ายมวย ประพันธ์ ยังห่วงแป้ง ปลุกเร้าว่าให้เข้มแข็งเข้าไว้ วันนี้อาจยังไม่ใช่วันของเราแต่วันหน้ายังมี ไม่ได้ชกไฟต์นี้เดี๋ยวก็มีไฟต์อื่นให้ชก พูดให้กำลังใจแป้งว่า

    "โธ่...ศึกดาวรุ่งเหรอ กระจอกน่า ระดับอย่างเราต้องชกเวทีใหญ่กว่านี้"

    แป้งบอกว่าไม่ต้องปลอบใจตนหรอก เพราะชินกับความผิดหวังแล้ว ในชีวิตไม่เคยได้อะไรมาง่ายๆ บอกพ่อว่าไม่ต้องห่วงตนจะสู้ต่อไปไม่ว่าต่อไปจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตนก็ไม่กลัวแล้ว พูดไปอย่างนั้นแต่น้ำตาไหลพรากๆจนประพันธ์ดึงเข้าไปกอดปลอบอย่างรักและสงสารจับใจว่า

    "ไอ้ลูกหมาเอ๊ย อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเลย" แป้งเปรยๆว่าพ่อไม่ชอบเห็นหนูอ่อนแอ ประพันธ์พูดเป็นการเป็นงานว่า "คนเรามันก็ต้องมีเหนื่อยมีท้อบ้าง เราท้อได้แต่เราห้ามถอยเด็ดขาด แล้วแกก็ไม่ต้องขอโทษพ่ออีก แกทำถูกแล้วที่ไปช่วยพี่ชายของแก เราเป็นพี่น้องกันเราก็ต้องช่วยเหลือกัน"

    "พ่อไม่เกลียดพี่ปรางค์แล้วใช่ไหม" แป้งดีใจหยุดร้องไห้ทันที พอประพันธ์บอกว่าไม่เกลียดแต่ยังโกรธอยู่ หน่อยๆขอเวลาทำใจอีกนิด แป้งหน้าเศร้าเมื่อพูดถึงปรางค์ว่า "หนูว่าพี่ปรางค์ต้องโดนหนักกว่าหนูแน่ๆ พ่อยอมรับพี่ปรางค์ เถอะนะ ตอนนี้เราไม่เหลือใครอีกแล้ว นอกจากครอบครัวของเรา เรากลับมาอยู่ด้วยกันได้ไหมพ่อ"

    แป้งกอดพ่ออ้อนๆ ประพันธ์ไม่ตอบสีหน้าครุ่นคิด

    ooooooo

    นักรบกลับไปอยู่บ้านถูกทั้งพ่อและแม่เกลี้ย กล่อมหว่านล้อมให้ตัดใจจากแป้งเสียและหันมารักโชติรสที่คู่ควรกัน ไม่ว่าชาติตระกูล ฐานะ และแม้แต่ ความรู้ ผิดกับแป้งที่เป็นแค่นักมวยวัด เรียนจบมัธยม พ่อเป็นผีการพนัน แม่เป็นช่างเย็บเสื้อโหล

    หลังจากช่วยกันสาธยายคุยสมบัติเลิศเลอของโชติรสและความต่ำต้อยของแป้งแล้ว ศักดิ์สิทธิ์บอกนักรบว่า "รีบเปลี่ยนใจซะตอนนี้ก็ยังทัน"

    "ไม่มีอะไรจะเปลี่ยนใจผมได้หรอกครับ แล้วที่สำคัญนี่ชีวิตของผม ขอผมตัดสินใจเองครับ"

    คำตอบของนักรบทำให้ศักดิ์สิทธิ์เดือดพล่านขึ้นมาอีก พอดีโชติรสแทรกเข้ามาขอคุยกับนักรบเอง แล้วตามนักรบเข้าไปในห้องทำงานของเขาที่บ้าน

    นักรบต่อว่าโชติรสว่าไม่นึกว่าเธอจะเป็นคนที่พูดเข้าใจยากอย่างนี้ เธอบอกว่าตนเข้าใจทุกอย่างที่เขาพูดและต่อไปก็ไม่ต้องเจอหน้ากันแล้ว แต่น่าเสียดายที่นั่นเป็นการตัดสินใจของเขาคนเดียวตนไม่ได้คิดเหมือนเขา ย้ำว่า "เกมของเรายังไม่จบค่ะ"

    โชติรสดำเนินแผนของตนต่อไป บอกนักรบว่าถ้าเขารักแป้งจริงก็ไม่มีทางปฏิเสธข้อเสนอของตน แล้วเธอก็สาธยายรายละเอียดว่า

    "ข้อเสนอง่ายๆค่ะ ถ้าพี่รบไม่แต่งงานกับโรส โรสจะแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับแป้งและปรางค์ รวมทั้งผู้จัดการและคนที่อยู่เบื้องหลังการโกงการประกวดครั้งนี้ทุกคน"

    นักรบถามว่าข้อหาอะไร เธอสาธยายว่าฉ้อโกงประชาชน ใครเจอคดีแบบนี้มีตัวอย่างมาแล้ว ไม่ติดคุกสามสี่ปีก็ปีเดียวแต่นั่นก็เป็นตราบาปติดตัวไปจนตาย ตนยังจะฟ้องเรียกร้อง ค่าเสียหายอีกแต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะเรียกสักกี่สิบล้านดี พูดแล้วมองหน้านักรบ พูดเสียงกลั้วหัวเราะเยาะว่า

    "พวกคนจนๆนี่ที่เห็นเป็นข่าวติดหนี้แค่ไม่กี่แสนก็ผูกคอตายหมดบ้านกันเลยนะคะ"

    "คุณ...คุณเลวร้ายกว่าที่ผมคิดไว้อีก"

    "มันเป็นความผิดของพี่รบเองที่ถ้าพี่รบไม่บอกว่ารักมันต่อหน้าโรส โรสก็คงไม่ทำอย่างนี้ ไม่มีใครทำให้โรสเจ็บแล้วไม่ได้รับผลตอบแทนหรอกค่ะ แล้วโรสจะมาฟังคำตอบนะคะ พี่รบ..."

    พูดเสร็จโชติรสลุกเดินเชิดออกไปอย่างเป็นต่อเต็มที่ นักรบโกรธ...ว้าวุ่นใจ ไม่มีทางออก...

    ooooooo

    กลับถึงบ้าน แป้งเก็บชุดนักมวย นวม รองเท้า และอุปกรณ์ออกกำลังกายใส่กล่องอย่างถอดใจแล้ว กระบี่ไม่อยากให้เลิก ประพันธ์ถามว่าแน่ใจแล้วหรือ แป้งบอกว่าแน่ใจแล้ว เพราะตอนนี้เราต้องคิดเรื่องปากท้องของเราก่อนว่าเราจะทำมาหากินอะไรต่อไป ประพันธ์ บอกว่าเรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อเอง แป้งจึงบอกกระบี่ว่า

    "ฉันฝันอยากให้ครอบครัวของฉันกลับมาอยู่ด้วยกัน ฉันจะต้องช่วยพ่อสร้างครอบครัวของเราขึ้นมาใหม่อีกครั้ง อย่างแรกเลยเราต้องรีบหาเงินสร้างฐานะให้มั่นคงก่อน"

    ประพันธ์ฉุกคิดขึ้นมาได้เสนอให้เปิดร้านข้าวต้มโต้รุ่งขึ้นมาใหม่ แต่คราวนี้จะทำให้เจ๋งกว่าเดิมทันสมัยกว่าเดิม เราจะมีบุฟเฟต์ข้าวต้มอย่างในโรงแรมด้วย รับรองลูกค้าตรึมแน่ แป้งตกลงทันที

    ส่วนนักรบถูกโชติรสบีบจนไม่มีทางเลือกเขาตัดสินใจยอมแต่งงานกับเธอเพื่อปกป้องแป้งกับปรางค์ไม่ให้ถูกเธอทำร้ายมากกว่านี้ จากนั้นเขาไปพัทยาเพื่อลาแป้ง เจอแป้งไปตะโกนเซ็งๆที่ชายหาดระบายอารมณ์กดดันที่มีกับนักรบ

    ทั้งคู่เจอกัน นักรบบอกว่าเขามาลาเธอเพื่อแต่งงานกับโชติรส แต่งเพราะไม่มีทางเลือก แต่งเพื่ออนาคตของเราสองคน อดพูดอย่างน้อยใจไม่ได้ว่าเขาตัดสินใจอย่างนี้แป้งคงไม่เจ็บปวดอะไรหรอกเพราะเธอไม่เคยรักเขา อวยพรให้แป้งโชคดีมีอนาคตมีความสุขกับคนที่เธอรัก พูดแล้วเดินจากไป

    แป้งเจ็บปวดจนน้ำตาคลอ กระบี่มาเจอเข้าคิดว่านักรบคงมาพูดมาทำอะไรให้แป้งสะเทือนใจจึงตามไปจะเอาเรื่อง พอนักรบบอกว่าเขามาลาแป้งเท่านั้น ก็ถูกกระบี่ด่าว่า

    "ทำไมคุณทำอย่างนี้ ทำให้ไอ้แป้งเสียใจทำไม ไหนคุยว่าคุณได้หัวใจมันไปแล้ว แล้วคุณมาทิ้งมันอย่างนี้ คุณมันบัดซบจริงๆ" แต่ด่าแล้วเห็นนักรบท่าทางหมดอาลัยในชีวิตเลยถามว่า "มันเกิดอะไรขึ้นแน่"

    "ฝากดูแลแป้งด้วยนะ" นักรบเอ่ยก่อนเดินจากไป กระบี่เลยยิ่งแปลกใจวิ่งกลับมาหาแป้งอีกปลอบว่าไม่ต้องเสียใจผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นเลิกคบกันได้ก็ดีแล้ว พอแป้งบอกว่าตนไม่ได้เสียใจ กระบี่ถามว่าไม่เสียใจแล้วร้องไห้ทำไม

    "ฉันไม่ได้ร้องไห้ ฉันไม่ได้เป็นอะไร ฉันมีความสุขกว่าทุกวันด้วยซ้ำ คุณรบเขาตัดสินใจถูกแล้วที่แต่งงานกับผู้หญิงที่คู่ควรกับเขา เราจะได้ไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป ทุกคนกำลังมีชีวิตที่ดี ฉันกำลังจะได้ครอบครัวกลับคืนมา เขาก็กำลังสร้างครอบครัวใหม่ วันนี้มีแต่ข่าวดี ฉันจะร้องไห้ทำไม" ปากพูดอย่างนั้นแต่น้ำตาก็ยังพานจะไหลให้ได้

    ooooooo

    พวกเจ๊ตุ่มต่างกลับไปทำงานเดิมของตัวเองแต่ทำไปก็ไม่ดีขึ้นทุกอย่างบีบคั้นจนอัตคัดไปหมดทั้งหมดไปหากินอยู่แถวพัทยา เดินคุยกันมาเซ็งๆเห็นร้านขายข้าวเปล่ามาตั้งแล้วจึงเร่เข้าไปซื้อ

    เจอแป้งกับกระบี่ขายข้าวเปล่าพอดี พอขายหมดก็พากันไปคุยต่อที่บ้าน เจ๊บอกว่าพวกตนก็ลำบากแต่ปรียากับปรางค์ลำบากกว่าเพราะเดี๋ยวนี้มีแต่งานรับจ้างสอยและถักรังดุมเล็กๆน้อยๆวันละไม่กี่บาทเอง ปรางค์ไม่กล้าออกไปไหนกลัวคนจำได้เลยต้องอยู่บ้านช่วยแม่เย็บผ้าเล็กๆน้อยๆ

    แป้งสงสารแม่กับปรางค์มาก เห็นประพันธ์นั่งนิ่งขึงก็ขอให้ช่วยคิดบ้าง ประพันธ์พูดอย่างดีใจว่า

    "พ่อรู้แล้วว่าจะช่วยแม่แกยังไง"

    แล้วประพันธ์ก็ช่วยปรียากับปรางค์ได้จริงๆ เมื่อไปหาที่บ้านเจอเจ้าของบ้านให้นักเลงมาทวงค่าเช่าทำท่าเอาเป็นเอาตาย ประพันธ์เข้าไปปรามจนพวกนั้นยอมถอยไปบอกว่าวันหลังค่อยมาใหม่ก็ได้

    ปรียาเข้าไปหยิบวิทยุ หม้อหุงข้าวจะเอาไปขายมาจ่ายค่าเช่า ประพันธ์บอกว่าไม่ต้องขายอะไรทั้งนั้นย้ายไปอยู่ด้วยกัน ตนจะดูแลเธอกับลูกเอง เมื่อประพันธ์ยอมรับปรางค์ได้ ทำให้ปรียาเบาใจขึ้นแต่ยังไม่ยอมไป จนสุดท้ายประพันธ์ต้องอุ้มขึ้นรถไป จึงได้ยกครอบครัวไปอยู่พัทยาทำร้านข้าวต้มในฝันกันที่นั่น

    นอกจากได้ปรียากับปรางค์มาช่วยแล้ว พวกเจ๊ตุ่มก็มาร่วมแรงแข็งขันด้วย โดยเฉพาะเอื้อมได้เป็นเจ้าของกิจการน้ำแข็งไสตั้งรถเข็นอยู่หน้าร้านข้าวต้มโต้รุ่งด้วย

    ทุกคนร่วมแรงกันไม่ทันไรร้านก็สำเร็จสวยหรูน่าเข้ามาลองลิ้มชิมรสอาหารมาก

    ขณะทุกคนชื่นมื่นกับการเปิดร้านนั่นเอง กระบี่ก็ได้รับโทรศัพท์จากนักรบเรียกไปพบข้างนอก นักรบบอกว่าให้กระบี่ช่วยหว่านล้อมแป้งกับปรางค์ไปออกรายการขอโทษประชาชนให้ด้วย เพราะก่อนที่จะตกลงแต่งงานกับโชติรสนั้นเขาขอให้แป้งกับปรางค์ได้มีโอกาสนี้เพื่อจะได้มีที่ยืนในสังคมต่อไป

    แป้งกับปรางค์ยินดีเพราะต้องการอยู่แล้วกอปรกับกระบี่ไม่ยอมบอกว่านักรบเป็นคนจัดการให้ ทั้งสองจึงยอมไปตามข้อเสนอ

    แป้งกับปรางค์เล่าความจริงทั้งหมดให้ผู้ชมรายการฟังและขอโทษที่เวลานั้นทำไปเพราะความจำเป็น ขอร้องว่าถ้าแฟนคลับจะโกรธจะเกลียดก็ขอให้มาลงที่ตนสองคนอย่าไปลงที่คนรอบข้างที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย

    หลังจากต๊อดถ่ายทำเสร็จนักรบลงมือตัดต่อในคืนนั้นเลย ส่วนแป้งขึ้นไปบนดาดฟ้าเหมือนจะระลึกถึงอะไรบางอย่าง นักรบตามขึ้นไปพูดอย่างเสียใจว่าไม่คิดว่าเรื่องของเราต้องจบแบบนี้แล้วจะเข้ากอดแป้ง ถูกแป้งสั่งห้ามแตะต้องตัว นักรบเอ่ยขอโทษหน้าจ๋อย

    "ฉันไม่ต้องการคำขอโทษจากคุณ เอาหัวใจของฉันคืนมาก็พอ!" แป้งมองเขาอย่างผิดหวังแล้วเดินหนีไป นักรบยืนมองอย่างเจ็บปวดใจอยู่เดียวดาย...

    ooooooo

    ปรากฏว่าหลังจากออกทีวีขอโทษประชาชนแล้ว ร้านข้าวต้มโต้รุ่งที่พัทยามีลูกค้ามาอุดหนุนกันคับคั่ง มีแฟนคลับชวนกันมาให้กำลังใจแป้งกับปรางค์กลุ่มใหญ่ พลอยให้ร้านน้ำแข็งไสของเอื้อมขายดีไปด้วย

    นุชเชื่อว่ารายการนี้เป็นฝีมือของนักรบ แต่แป้งเชื่อว่าเป็นฝีมือของกระบี่ เพราะกระบี่ปดเธอว่าเป็นคนติดต่อจัดการเองเพราะไม่ต้องการเปิดเผยชื่อนักรบให้แป้งรู้ แต่พอแป้งชื่นชมขอบใจก็ทำเอาเจ้าตัวอดละอายใจไม่ได้เหมือนกัน

    ปรางค์ยังเชื่อว่านักรบไม่เต็มใจแต่งงานกับโชติรส แต่เชื่อว่าที่เขาช่วยเหลือแป้งมาตลอดคงต้องมีอะไรในใจกับแป้งบอกน้องว่า ยังไงเขาก็มีความดี เชื่อว่าคนอย่างเขาไม่น่าตัดสินใจแต่งงานกับโชติรสเพราะฐานะหรือเพราะความเหมาะสม เชื่อว่าต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ ให้แป้งลองเก็บไปคิดดู

    ooooooo

    เจ๊จูนกับข้าวฟ่างไปประกวดมิสเรนโบว์เวิลด์ที่ อเมริกา ปรากฏว่าไปตุกติกกลั่นแกล้งผู้เข้าประกวดแบบเดียวกับที่ทำกับปรางค์จนถูกจับได้โดนเฉดหัวกลับมา ทั้งสองกลับมาแก้ตัวกับโชติรสว่าถูกใส่ร้ายแต่ยังแอบที่จะเล่นตลบหลังโชติรสด้วยการหาคลิปลับแต่ไปได้ยินโชติรสพูดกับนักรบเรื่องการแต่งงานว่า

    “อย่าคิดว่าโรสจะไม่รู้ว่าคุณพ่อคุณแม่พี่รบอยากให้เราแต่งงานกันก็เพราะอยากได้ทั้งตัวโรสได้ทั้งบริษัท แต่เสียใจด้วยนะคะ หลังแต่งงานแล้วโรสจะเอาหุ้นคืนจากคุณพ่อพี่รบ โรสจะได้ครอบครองทุกอย่างทั้งบริษัทแล้วก็พี่รบด้วย” พูดแล้วก็เซ็นสัญญาที่นักรบขอให้ทำว่าจะไม่เอาเรื่องกับปรางค์และแป้งต่อไป

    ส่วนแป้งพอเห็นรูปโชว์งานแต่งงานของนักรบกับโชติรสในหนังสือพิมพ์ก็เจ็บปวดสะเทือนใจ มุ่งทำงานจนเป็นลม กระบี่เห็นใจแต่พอแป้งยืนยันอีกครั้งว่าคบกับกระบี่ได้แค่ เป็นเพื่อน กระบี่จึงยอมบอกความจริงที่นักรบเป็นคนให้แป้งกับปรางค์ไปออกทีวีขอโทษประชาชน สุดท้ายก็ปรึกษากับปรางค์และพวกเจ๊ตุ่ม รวมทั้งปรียากับประพันธ์จะช่วยแป้งกับนักรบให้สมหวัง วางแผนจะชิงตัวเจ้าบ่าวในงานกัน

    เมื่อถึงวันงาน เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมปลอมตัวเป็นช่างแต่งหน้าเข้าไปแต่งหน้าเจ้าสาว แต่แกล้งละเลงจนหน้าเละถ่วงเวลา ส่วนกระบี่ร่วมมือกับต๊อดหว่านล้อมจะให้นักรบหนีไปแต่เขารักศักดิ์ศรียึดมั่นคำสัตย์สัญญาไม่ยอมไปไหน สุดท้ายเลยถูกกระบี่ชกจนสลบแล้วแบกไปยัดใส่รถ ขโมยตัวไปพัทยาสำเร็จ

    โชติรสแค้นใจมากที่ถูกก่อกวนในวันแต่งงานยืนกรานจะต้องจัดงานแต่งตามกำหนดให้ได้ แต่กลับเจอเจ้าบ่าวกลายเป็นต๊อดไปเสียฉิบ! ต๊อดบอกตามตรงว่านักรบถูกลักพาตัวเลยมาเป็นเจ้าบ่าวชั่วคราวให้ โชติรสถามว่าใครเป็นคนมาลักพาตัวนักรบไป ต๊อดอึกอักเลยถูกเธออาละวาดเสียจนแขกที่มางานพากันแตกตื่นและนักข่าวก็ถ่ายรูปกันสนุกมือ

    ooooooo

    ไปถึงพัทยาแล้วนักรบยังไม่รู้สึกตัวจนประพันธ์ พึมพำขำๆว่ากระดูกอ่อนเหลือเกินพ่อคุณ พอนักรบรู้สึกตัวเห็นแป้งเดินเข้ามา แป้งขอโทษนักรบบอกว่าตนห้ามแล้วแต่ไม่มีใครฟังบอกเขาว่าให้กลับไปตอนนี้ก็ยังทัน แต่ประพันธ์ไม่ยอมให้กลับถามนักรบให้ ตอบแบบลูกผู้ชายว่ารักแป้งหรือเปล่า นักรบตอบอย่างมั่นใจว่า “ผมรักแป้งครับ” ปรียากับประพันธ์ถามว่ารักแป้งแล้วทำไมเขาจึงแต่งงานกับโชติรส

    “ถ้าผมไม่แต่งงานกับโรสเขาจะแจ้งความเอาเรื่องทุกคนเข้าคุกครับ โทษฐานโกงการประกวดฉ้อโกงประชาชน ผมก็เลยจำเป็นต้องแต่งงานกับคุณโรส”

    ฟังนักรบแล้วทุกคนสะเทือนใจในความเสียสละเพื่อครอบครัวแป้งของนักรบ เขายังทวงคำตอบรักจากแป้ง แต่แป้งยังไม่ขอตอบอะไรตอนนี้แล้วเลี่ยงไปเขินๆ นักรบตามไปตื๊ออีก

    สุดท้ายแป้งยอมรับว่าที่ตนทวงหัวใจคืนมาเขายังไม่ เข้าใจหรือ แต่เวลานี้ตนขอเวลาทำอะไรให้เขาบ้างได้ไหม ถ้าพร้อมตนก็จะบอกรักเขาได้อย่างมั่นใจ นักรบกอดแป้งไว้บอกว่าเข้าใจเธอแล้ว...

    ooooooo

    ปรางค์ชื่นชมกระบี่ที่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อความสุขของแป้ง ดีใจที่น้องมีเพื่อนดีๆอย่างนี้ พวกเจ๊ตุ่มเลยรุมกันจะดามอกให้ แต่กระบี่พูดอย่างสยองว่าไม่ต้อง ขอบคุณ แล้ววิ่งหนีไปเลย ถูกพวกเจ๊ไล่ตามจิกกันอย่างสนุกสนาน

    ooooooo

    เพราะมุ่งแต่ผลประโยชน์กอบโกยและถือเงินเป็นพระเจ้า ทำให้เจ๊จูนกับโชติรสแตกหักกันเพราะโชติรสไม่สนับสนุนเจ๊จูนกับข้าวฟ่าง และถูกเจ๊แฉความลับของโชติรสเรื่องเอานักรบมาเป็นตัวต่อรองหนี้สินกับโสภาและศักดิ์สิทธิ์ ตัวโชติรสกับแม่คือราศีก็แตกหักกันเมื่อราศีเห็นความสำคัญที่จะรักษาบริษัทและผลประโยชน์ ไว้มากกว่าที่จะปกป้องลูก

    ส่วนศักดิ์สิทธิ์กับโสภาเมื่อบังคับนักรบไม่ได้ ทำจนลูกหนีไปจึงรู้ว่าลูกคือชีวิตจิตใจจึงออกตามหา

    นักรบไปอยู่กับแป้งที่พัทยา เขาทำตัวติดดินและพิสูจน์ ความรักที่มีต่อแป้งจนปรียากับประพันธ์ยอมรับ นักรบจึงคอยเป็นผู้ช่วยเทรนเนอร์คอยดูแลการฝึกซ้อมของแป้ง ทั้งยังฝึกฝนตนเองจนเป็นผู้ช่วยพ่อครัวของร้านข้าวต้มโต้รุ่งอีกด้วย แม้ชีวิต จะต้องดิ้นรนต่อสู้ เหน็ดเหนื่อย แต่ทุกคนมีความสุข

    ปรางค์ยังไม่ทิ้งความฝันของตัวเอง จนประสบผลสำเร็จเมื่อร้านเสื้อหรูที่ไปสมัครงานและเอาแบบเสื้อไปเสนอขาย รับปรางค์ไว้ทำงานและซื้อแบบเสื้อไว้ถึงสองแบบ เป็นกำลังใจแก่ปรางค์อย่างมาก

    เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อม ทุกคนประสบผลสำเร็จในอาชีพกันเป็นลำดับ ต่างมีความสุขกับการงานของตัวเอง ดำรงชีวิตกันตามอัตภาพและพอเพียง

    เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว นักรบเสนอแป้งขอแต่งงาน แป้งเกี่ยงว่าครอบครัวเขายังไม่ยอมรับตน นักรบจึงพาแป้งไปกราบพ่อกับแม่ก็ยังถูกปฏิเสธ นักรบจึงพาแป้งออกจากบ้านไปเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ทั้งศักดิ์สิทธิ์และโสภายิ่งทุกข์ทรมานใจ จนโสภาต้องออกตามหานักรบ โดยพุ่งเป้าไปที่พัทยาเป็นแห่งแรก

    ปรากฏว่าโสภาไปเห็นนักรบกับแป้งช่วยกันทำมาหากินและมีความสุขกับชีวิต จึงกลับไปบอกศักดิ์สิทธิ์ว่าตอนนี้ ตนไม่ต้องการอะไรแล้ว ต้องการให้ลูกกลับมาเท่านั้น จึงพากันไปหานักรบอีกครั้ง แต่เมื่อฟังปรียาพูดว่า “ถ้าคุณรักลูกจริงคุณต้องรักลูกโดยไม่ตั้งเงื่อนไขกับลูก” ทำให้โสภากับศักดิ์สิทธิ์ทำใจได้ ยอมรับในการตัดสินใจของลูก เพราะเชื่อว่านั่นคือความสุขของลูก ทั้งคู่จึงกลับไปด้วยความเข้าใจกันระหว่างพ่อแม่ลูก บอกนักรบว่าแล้วจะมาเยี่ยมบ่อยๆ บอก แป้งว่าถ้าคราวหน้าไปชกที่ไหนบอกด้วยจะตามไปเชียร์

    เหลือแต่กระบี่ที่ยังเป็นหนุ่มโสดทั้งแท่งที่ถูกพวกเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมกึ่งเล่นกึ่งจริงแย่งกันเป็นเจ้าของ จนกระบี่ประกาศว่าถ้าพวกเจ๊ไม่เลิกยุ่ง ตนก็จะหนีไปบวชไม่สึกให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

    ปรางค์ได้รับการยอมรับจากประพันธ์ ทั้งยังจะได้ไปประจำห้องเสื้อหรูที่กรุงเทพฯสมดังที่ฝันไว้

    หลังจากแป้งชกชนะมวยดาวรุ่งที่พัทยาแล้ว มีข่าวดีตามมาคือ เธอจะได้ไปชกที่ญี่ปุ่น นักรบวาดฝันให้แป้งอย่างบรรเจิดว่าหลังจากชกที่ญี่ปุ่นแล้วต่อไปก็จะได้ไต่ขึ้นสู่แชมป์โลก แป้งก็ให้กำลังใจนักรบว่าเขาก็จะได้เป็นช่างภาพระดับโลกเหมือนกัน นักรบพูดต่อว่าจากนั้นเราก็จะแต่งงานกัน แป้งแกล้งบอกว่าเรื่องงานต้องมาก่อน เรื่องอื่นมาทีหลัง

    แม้วันนี้ทั้งคู่จะยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่ก็ร่วมกันสร้างรากฐานชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข...


    ooooooo

    –อวสาน–

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:27 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์