นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แฝดนะยะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เมื่อโชติรสได้รับรายงานจากครีเอทีฟว่าเรตติ้งรายการเราตกลงไปมากหลังจากที่นักรบมาช่วยแก้ข่าวให้ปรางค์ โชติรสสั่งว่าต้องกู้เรตติ้งให้กลับมาให้ได้ รายการเราเริ่มต้นดีมาตลอด ยังไงเราก็ต้องจบให้สวย เราต้องหาประเด็นใหม่มาเล่น เสนอว่าเรื่องพ่อของปรางค์ เรามีข้อมูลมาแล้วไม่ใช่หรือ

    เจ๊จูนสาระแนเข้ามาทันที   ได้ยินโชติรสสั่งว่าให้ไปตามสัมภาษณ์พ่อปรางค์ได้เลย เจ๊ก็ตาโตถามว่าพ่อปรางค์ตายไปแล้วไม่ใช่หรือ นี่แสดงว่าปรางค์โกหกอย่างนี้ต้องแฉ แล้วอาสาขอช่วยตามล่าหาความจริงให้ ถูกโชติรสตัดบทว่าให้มืออาชีพเขาทำดีกว่า

    "เพื่อคุณโรสจูนทำได้ทุกอย่างค่ะ" เจ๊พยายามยัดเยียดตัวเอง ทั้งยังให้เชื่อฝีมือตนว่าต้องได้เรื่องเด็ดๆมาแน่

    โชติรสฟังแล้วมองเจ๊จูนอย่างชั่งใจ

    ooooooo

    กระบี่ยังคิดว่าปรางค์คือแป้ง แต่เห็นวันนี้ท่าทางนุ่มนิ่มเลยแกล้งดัดจริตทำเป็นกะเทยหมายแต๊ะอั๋งแป้ง ทำเป็นกรีดกรายเข้าไปกอด ปรางค์ตกใจดันกระบี่ออกด่าว่าทำอะไรบ้าๆ

    "อยู่เฉยๆซิแป้ง แล้วแป้งจะได้รู้ว่าบี่รักแป้งแค่ไหน"

    "ฉันไม่ใช่แป้ง! ฉันปรางค์นะ กระบี่ ฉันปรางค์!!"

    กระบี่ชะงัก พอมองชัดๆก็ลุกพรวดขึ้นทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกถามว่าปรางค์จริงๆหรือ ปรางค์บอกว่าจริง หรือจะให้ตนต้องพิสูจน์

    แค่ฟังกระบี่ก็ขนหัวลุกแล้ว ด่าตัวเองว่าโง่จริงๆ ถ้าเป็นแป้งเจออย่างเมื่อกี้ตนโดนถีบกระเด็นไปแล้ว ถามอย่างไม่อยากเชื่อว่าเปลี่ยนตัวกับแป้งตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมต้องเปลี่ยนตัวอีก ตนกับแป้งกำลังจะลงเอยกันได้อยู่แล้วเชียว ถามว่าตกลงปรางค์มาที่นี่ทำไมอีก

    ปรางค์มองกระบี่อย่างชั่งใจ ในที่สุดตัดสินใจเอากระบี่เป็นตัวช่วยพูดกับพ่อ จึงเล่าความจริงให้ฟัง

    แล้วกระบี่ก็ช่วยได้จริงๆ เมื่อปรางค์กระโดดเชือกเหยาะ แหยะถูกประพันธ์บ่น กระบี่ก็ช่วยแก้ให้ว่าแป้งท้องเสีย  วันนี้ให้ พักชกสักวันเถอะ  ประพันธ์ยอม แต่บ่ายๆเย็นๆต้องไปวิ่งสักห้าหกกิโลแทน   เพราะจะป่วยจะไข้ยังไงก็ต้องฟิตร่างกายไว้ก่อน

    ปรางค์จึงเริ่มพูดปัญหาของตน ถามเกริ่นว่าถ้าตนไม่ได้ เป็นอย่างที่พ่อหวังจะคิดอย่างไร

    "ตอนนี้อนาคตของแกกำลังไปไกล แกทำให้พ่อภาคภูมิใจที่สุด แกทำได้ดีกว่าที่พ่อหวังไว้อีกไอ้แป้ง พ่อไม่ขออะไรแกมากกว่านี้แล้ว" ประพันธ์พร่ำเพ้อไปตามความคิดของตัวเอง

    ปรางค์บอกว่าที่ตนพูดไม่ได้หมายถึงแป้ง   ประพันธ์ ถามว่าไม่ได้หมายถึงตัวเองแล้วหมายถึงใคร

    กระบี่ทำหน้าที่ตัวช่วยทันที ถามประพันธ์ว่าเคยได้ยินข่าวนางงามกะเทยดังๆที่ออกทีวีทุกวันไหม หน้าเหมือนแป้งเด๊ะราวกับเป็นคนคนเดียวกัน

    พอประพันธ์บอกว่าจำได้ ปรางค์ถามว่าแล้วพ่อรู้หรือเปล่าว่าทำไมสองคนนี้หน้าตาเหมือนกัน ทั้งปรางค์และกระบี่มองลุ้นด้วยความหวัง พอประพันธ์เริ่มพูดก็จ้องกันตาไม่กะพริบ

    "ก็จะอะไรซะอีกล่ะ ไอ้กะเทยนั่นก็ไปผ่าตัดเสริมโน่นเสริมนี่จนเหมือนผู้หญิงน่ะซิ ไอ้กะเทยพวกนี้มันทุเรศจริงๆ เป็นผู้ชายดีๆแท้ๆ ผ่าอยากเป็นผู้หญิง เสียชาติเกิดจริงๆ ถ้าฉันเป็นพ่อไอ้พวกนี้นะฉันจะเตะซะให้หายเป็นกะเทยเลย!"

    ปรางค์กับกระบี่ที่มองลุ้นอย่างตื่นเต้น หน้าค่อยๆเจื่อนลง...เจื่อนลง สุดท้ายมองหน้ากันตาปริบๆ พูดอะไรไม่ออก หมดท่าทั้งตัวจริงและตัวช่วย...

    ooooooo

    แป้งมาแทนปรางค์คราวนี้ไม่มีแก่ใจเท่าไรนักรอเวลาว่าเมื่อไหร่ปรางค์จะโทร.มาสักทีจะได้กลับไปชกมวย ขณะซ้อมการเดินบนเวทีตาก็คอยจ้องโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ ต๊อดที่ทำหน้าที่ถ่ายรูปเหลือบเห็นโทรศัพท์ก็ถามว่าเป็นของใคร

    ทั้งเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่รู้ แต่พอเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทุกคนก็กรูกันเข้าไปจะรับสาย แป้งพุ่งไปถึงก่อนคว้ามาดูปรากฏชื่อแม่บนจอ หันบอกทุกคนว่า "แม่น่ะ" แล้วกดรับ

    "จ้ะแม่...วันนี้อาจจะกลับเร็วจ้ะ แม่ แม่อยากไปไหนหรือเปล่า ได้...ได้จ้ะแม่" พูดเสร็จกดวางสาย ต๊อดเอากล้องมาจ่อทันทีถามว่าวันนี้น้องปรางค์จะไปไหนกับคุณแม่หรือ เธอมองขวับตอบเสียงดังฟังชัดว่า

    "บอกไม่ได้ เรื่องส่วนตัว ถ้ามีปัญหาอะไรเดี๋ยวฉันเคลียร์กับคุณรบเอง วันนี้พอแค่นี้เถอะฉันแค่ซ้อมเดินน่าเบื่อจะตาย บอกว่าพอไงล่ะ" แป้งจ้องต๊อดขึงตาใส่จนต๊อดต้องลดกล้องลงงงๆ บ่นอุบอิบ

    "วันก่อนมาแนวหวานแหวว วันนี้กลับมาสวยเผ็ดดุอีกแล้ว น้องปรางค์ต้องกินฮอร์โมนเกินขนาดแน่ๆ อารมณ์ถึงได้ขึ้นๆลงๆอย่างกับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน"

    ต๊อดหยุดบ่นทันทีเมื่อแป้งเดินอาดๆเข้าไปหา นักรบรีบเข้ามาขวาง บอกกับต๊อดว่าวันนี้เอาแค่นี้ก่อน ค่อยมาเก็บภาพต่อก็แล้วกัน แล้วบอกต๊อดให้ออกไปก่อน จากนั้นหันมาเตือนแป้งว่า

    "เธออย่าทำอะไรให้คนอื่นผิดสังเกตซิ เดี๋ยวคนก็รู้หรอกว่าเธอไม่ใช่ปรางค์"

    "ฉันอยากกลับไปเป็นตัวเองเร็วๆจังเลย พี่ปรางค์ก็ไม่โทร.มาสักที"

    นักรบเตือนเธอว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ปรางค์จะบอกความจริงกับพ่อของเธอ พวกเจ๊ตุ่มเห็นด้วย เจ๊เล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังว่า

    "สมัยที่ฉันโป๊ะแตกบอกความจริงกับพ่อน่ะ บ้านก็แทบแตกด้วยเลย แต่สุดท้ายแล้ว..."

    เจ๊พูดไม่ทันจบ   นุชกับเอื้อมก็แทรกขึ้นว่าพ่อก็ยอมยกโทษให้ใช่ไหม   และพ่อก็ภูมิใจที่เจ๊สร้างตัวจนเป็นโมฯ ชื่อดังของประเทศใช่ไหม เจ๊ค้อนขวับลอยหน้าปากยื่นปากยาวบอกว่า

    "เปล่า...จนถึงทุกวันนี้พ่อฉันยังไม่ยอมพูดกับฉันเลยล่ะ"

    "แต่พ่อหนูไม่เป็นอย่างนั้นแน่ หนูมั่นใจ พ่อต้องยอมรับพี่ปรางค์ได้" แป้งมั่นใจมาก โดยหารู้ไม่ว่าที่พัทยานั้นทั้งปรางค์ ทั้งกระบี่หงายเก๋งไม่เป็นท่ากันไปแล้ว

    ooooooo

    แป้งเดินออกจากห้องซ้อมอย่างว้าวุ่นใจมาก นักรบเดินตามมาเตือนว่า  เธอต้องทำใจเผื่อไว้บ้างมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ก็ได้ แต่แป้งก็ยังมั่นใจว่าพ่อต้องดีใจที่ได้พบลูกที่จากไปนับสิบๆปีมากกว่าจะมีปัญหาเรื่องที่ปรางค์เป็นกะเทย

    "แต่ลูกที่พ่อเธอคาดหวังว่าจะได้เจอนั้นเป็นลูกชายไม่ใช่ลูกสาว แล้วปกติคนเป็นพ่อก็มักจะคาดหวังกับลูกชายอยู่แล้ว เธอจะให้พ่อยอมรับปรางค์ในทันทีมันเป็นไปได้ยาก"

    "ฉันยังยอมรับพี่ปรางค์ได้เลยคุณเองก็ยังรักฉันได้เลย ทั้งๆที่คุณคิดว่าฉันเป็นกะเทย พ่อเป็นพ่อแท้ๆของพี่ปรางค์พ่อก็ต้องรับพี่ปรางค์ได้ซิ"

    ไม่ว่านักรบจะเตือนและให้แป้งเตรียมใจไว้อย่างไร แป้งก็ยังมั่นใจในความเชื่อของตัวเองจะรู้สึกผิดอยู่ก็ตรงที่ว่า ตนให้เวลาปรางค์วันเดียวน้อยไปหรือเปล่า นึกเสียใจว่า เป็นการกดดันให้ปรางค์รีบบอกความจริงกับพ่อ ถ้าพ่อเกลียดปรางค์ตนจะไม่ยกโทษให้ตัวเองเลย

    "เธอคิดมากไปใหญ่แล้ว ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง ฉันว่าตอนนี้ปรางค์คงยังไม่กล้าบอกอะไรพ่อเธอหรอก   ถ้าแม่เธอไปช่วยพูดอีกคนเรื่องอาจจะง่ายขึ้น" พูดแล้วนักรบเดินเข้าไปจับตัวแป้งพูดให้กำลังใจว่า "เชื่อฉัน ความเป็นสายเลือดเดียวกัน ไม่มีใครตัดขาดได้หรอก"

    เป็นเรื่องทันทีเมื่อโชติรสโผล่มาเห็นภาพนั้นเข้าเต็มตา เธอปราดเข้าไปกระชากตัวแป้งออกมาด่ากราดทั้งยังจะตบอีกด้วย ถูกแป้งจับมือค้างไว้กลางอากาศง้างหมัดจะชก แต่ยั้งใจไว้ได้

    นักรบตำหนิโชติรสว่าทำไมทำตัวน่าเกลียดอย่างนี้ แป้งเองก็เตือนว่า รอให้แต่งงานกันก่อนแล้วค่อยมาอาละวาดกับคนอื่นอย่างนี้ พูดเย้ยว่า "นี่คงกลัวผู้ชายหลุดมือจนสติแตกไปแล้ว"

    "แก...แกกล้าพูดกับฉันอย่างนี้เหรอนังกะเทยชั้นต่ำ" โชติรสโผนเข้าจะเอาเรื่องอีก นักรบลากเธอออกไปปรามว่าอย่าทำตัวตกต่ำไปกว่านี้เลย

    ต๊อดทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ขยันขันแข็งมาก ตามถ่ายทุกขั้นตอนแม้กระทั่งตอนที่โชติรสจะตบแป้งและนักรบลากโชติรสออกไป พอเธอหันไปเห็นกล้องก็ตวาดแว้ด

    "นี่แกมาตั้งแต่เมื่อไหร่" ต๊อดบอกว่าก็นานพอที่จะได้ภาพเด็ดๆ เธอสั่งทันที "หยุดถ่าย! หยุดถ่ายเดี๋ยวนี้!"

    นักรบลากโชติรสออกไป ต๊อดก็ยังถ่ายไม่หยุด ส่วนแป้งมองตามอย่างอนาถใจเต็มที

    ooooooo

    ทั้งสองออกไปทะเลาะกันอย่างรุนแรง ต่างบอกว่าหมดความอดทนกับอีกฝ่ายแล้ว นักรบเสนอว่าเรายกเลิกการแต่งงานกันเสีย  โชติรสขู่อีกว่ารู้ใช่ไหมว่า ถ้ายกเลิกการแต่งงานอะไรจะเกิดขึ้น

    นักรบยอมหมดทุกอย่างแล้ว ยอมที่จะหาเงินมาใช้ค่าหุ้นให้พ่อ ยอมที่จะถูกฟ้องล้มละลาย บอกกับเธอว่าเธอจะทำอย่างไรก็ได้ แต่เขาจะสู้จนถึงที่สุด

    เห็นนักรบเอาจริง โชติรสเสียงอ่อนลง เตือนเขาว่าทำแบบนี้เป็นการทำลายตัวเองและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลตนจะให้โอกาสอีกครั้ง แต่นักรบไม่ต้องการแล้ว ยืนกรานว่ายังไงก็แต่งงานกับเธอไม่ได้ บอกตรงๆว่า "เพราะผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้ว"

    "พี่รบรักใคร อย่าบอกนะว่าพี่รบรักนังกะเทยปรางค์!"

    "ผมรักผู้หญิงที่ชื่อปรางค์..."

    "มันไม่ใช่ผู้หญิง มันเป็นกะเทย พี่รบรักมันไปได้ยังไง น่าขยะแขยงที่สุด ยกเลิกการแต่งงานก็ดี โรสก็ไม่ต้องการแต่งงานกับผู้ชายจิตวิปริตวิตถารอย่างพี่รบ ทุเรศ ทุเรศที่สุด!"

    โชติรสด่าๆๆแล้วเดินปึงปังออกไป นักรบมองตามอย่างไม่หวั่นไหวกับอะไรทั้งสิ้น

    ooooooo

    เมื่อนักรบกลับไปถึงบ้าน เจอพ่อกับแม่พร้อมๆกับได้รับเอกสารฟ้องจากโชติรส ทั้งศักดิ์สิทธิ์และโสภาแทบเป็นลมกับเหตุการณ์ที่พลิกผัน ถามนักรบว่าเป็นเพราะเขาปฏิเสธการแต่งงานกับโชติรสใช่ไหม? เพราะเขาไปมีคนอื่นอย่างที่ในเอกสารระบุใช่ไหม? เพราะเขาไปติดกะเทยอย่างที่เป็นข่าวใช่ไหม?

    "คุณโรสไม่ได้เข้าใจผิดหรอกครับ ผมมีคนอื่นจริงๆ คุณพ่อคุณแม่ก็รู้จักด้วย" นักรบยอมรับ

    ทั้งศักดิ์สิทธิ์และโสภาเดากันว่าต้องเป็นกะเทยคนนั้นแน่ แต่โสภาก็ยังไม่เชื่อว่าลูกชายจะทำอย่างนั้น โสภาย้ำถามว่า นักรบเคยบอกว่าไม่ได้มีอะไรกับกะเทยนั่นใช่ไหม

    "ตอนนั้นผมยังไม่แน่ใจตัวเองครับ แต่ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่าผมรัก...ปรางค์...แต่เราคงยังไม่แต่งงานกันตอนนี้หรอกนะครับ เราคงต้องจัดการปัญหาที่กำลังตามมาซะก่อน"

    แม้จะถูกศักดิ์สิทธิ์ด่าว่าอย่างรุนแรง นักรบก็ยังยืนกรานความคิดของตนบอกแต่เพียงว่าเมื่อถึงเวลาตนจะอธิบายทุกอย่างให้พ่อกับแม่ฟัง ส่วนเรื่องค่าหุ้นบริษัทของโชติรสนั้น ตนจะให้ เพื่อนทนายดูสัญญาการซื้อขายอีกที น่าจะมีทางผ่อนจ่ายได้

    "เรื่องค่าหุ้น ฉันจัดการเองได้ เรื่องแกกับนังกะเทย แกพูดเล่นใช่ไหม แกต้องการแก้เผ็ดเราที่บังคับให้แกแต่งงานกับหนูโรสใช่ไหม" ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่อยากเชื่อ

    "ผมไม่ได้พูดเล่น ผมกับปรางค์รักกันจริงๆ ถ้าคุณพ่อจัดการเรื่องหุ้นได้ ผมก็สบายใจ แล้วยังไงผมจะพาปรางค์มา กราบคุณพ่อคุณแม่นะครับ"

    "ตารบ! ลูกอยากจะให้แม่ตายหรือยังไง ยังไงแม่ก็ไม่ยอมรับนังกะเทยเป็นลูกสะใภ้ ถ้ามันมาเหยียบที่นี่เมื่อไหร่ แม่จะตายให้ดู!" โสภาตีโพยตีพาย

    "ตอนนี้ผมคงยังพูดอะไรไม่ได้ นอกจากให้คุณพ่อคุณแม่ เชื่อในการตัดสินใจของผม เชื่อผมเถอะครับ ไม่มีผู้หญิงคนไหนเหมาะที่จะมาเป็นคู่ชีวิตของผมเท่ากับปรางค์อีกแล้ว" พูดแล้วนักรบเดินออกไป

    ศักดิ์สิทธิ์กับโสภาตะลึงอึ้งมองกันตาค้างพูดไม่ออก

    ooooooo

    เจ๊จูนกับข้าวฟ่างไปสืบเรื่องพ่อของปรางค์ที่พัทยาแล้ว ทั้งสองไปสืบจากพ่อครัวร้านอาหารที่รู้จักประพันธ์ดี พ่อครัวคนหนึ่งเคยรู้จักประพันธ์แต่เก่าก่อน เล่าอย่างมันปากว่า

    "มันถูกไล่ออกไปนานแล้วล่ะคุณ มันชอบโดดงานไปเข้าบ่อน ไอ้นี่มันเป็นผีพนัน เข้าบ่อนจนหมดตัวแล้วติดหนี้ติดสินเขาไปทั่ว ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับก็เลยต้องเกาะลูกสาวกินไปวันๆ"

    ได้ข่าวเด็ดมาแล้ว เจ๊จูนกับข้าวฟ่างถามที่อยู่ของประพันธ์ แล้วพากันไปหาด้วยความสะใจว่า งานนี้ได้ขุดปรางค์ถึงรากถึงโคนแน่ๆ ต้องแฉให้ถึงที่สุด!

    เป็นเวลาที่ปรางค์ เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อม ช่วยกันจับปรียาแต่งตัวเต็มที่ พอปรียาถามว่าทำไมต้องแต่งแบบนี้ด้วยไหนป้างบอกว่าจะพาไปกินข้าวนอกบ้านเท่านั้น

    "ปรางค์มันเปลี่ยนใจแล้วล่ะ ไหนๆพรุ่งนี้มันได้หยุดวันนึงแล้ว มันก็เลยจะพาพี่ปรีไปเที่ยวพัทยา ไปนอนค้างสักคืนจะได้เที่ยวให้เต็มอิ่ม"

    เจ๊ตุ่มช่วยหว่านล้อม คุยไปคุยมาปรียาก็แปลกใจว่าจะให้ตนไปกับปรางค์เท่านั้นหรือ นุชบอกว่าไปเที่ยวกันสองคนแม่ลูกสนุกกว่าเยอะ แล้วเอื้อมก็ถือรองเท้ากับกระเป๋ามาส่งปรียา นุชกอดพี่สาวไว้ พูดเป็นนัยว่า

    "หนูดีใจกับพี่ด้วยนะ วันนี้จะเป็นวันที่พี่มีความสุขมากเลยล่ะ"

    ปรียายิ้มงงๆกับความกระดี๊กระด๊าผิดปกติของพวกเจ๊ตุ่ม

    ooooooo

    เจ๊จูนกับข้าวฟ่างเข้าไปยกมือไหว้ประพันธ์อย่างอ่อนช้อยอ่อนหวานแนะนำตัวเองว่ามาจากรายการสีสันคนดังเป็นรายการที่สัมภาษณ์คนดังทั่วประเทศ ข้าวฟ่างทำหน้าที่เป็นมือกล้องรีบพูดเอาหน้าบ้างว่าตอนนี้เราจะมาขอสัมภาษณ์คุณพ่อ

    ประพันธ์ตื่นเต้นมากบ่นๆว่าน่าจะบอกกันก่อนตอนนี้ผมเผ้าหน้าตาหนวดเครากระทั่งเสื้อนอก ตนก็ไม่ได้เตรียมไว้เลย แต่ก็เชิญให้ขึ้นบ้านขอเวลาเตรียมตัวสักหน่อย

    พอออกมาอีกครั้งก็ยังถามอย่างไม่มั่นใจว่าดูดีหรือยัง เจ๊จูนรีบบอกว่าหล่อแล้วเริ่มกันเลยดีไหม พลางตัวเองก็สัมภาษณ์ข้าวฟ่างก็ตามเก็บภาพไปเรื่อยๆ

    หลังจากถามความรู้สึกว่าถ้าลูกไม่ยอมรับจะคิดอย่างไร ประพันธ์บอกว่าไม่เห็นลูกจะมีท่าทีแบบนั้นแต่ถึงมีก็ไม่เป็นไรเพราะตนก็แย่จริงๆ ไม่ได้ทำตัวเป็นพ่อที่ดี แต่ก็พูดอย่างภูมิใจว่า

    "ตอนนี้ผมกลับตัวแล้วครับ เป็นเพราะลูกของผมทำให้ ผมกลับมาเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้"

    เจ๊จูนแอบทำหน้าไม่ได้ดั่งใจแล้วถามใหม่ว่าช่วยพูดถึงลูกสาวหน่อยได้ไหม ประพันธ์ยินดีมากเล่าอย่างภูมิใจว่า

    "ลูกสาวผมเป็นคนดีครับ ผมรักลูกคนนี้มากเท่าชีวิตของผมเอง ถ้าผมทำอะไรให้ลูกได้ผมยอมทำทุกอย่าง ขอให้ลูกมีความสุขก็พอ ความสุขของลูกสำคัญกว่าอะไรทั้งหมดครับ ลูกให้ผมมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ผมจะต้องให้ลูกบ้าง"

    เจ๊จูนผสมโรงไปว่าคุณพ่อเป็นพ่อผู้เสียสละโดยแท้ แล้วส่งสัญญาณบอกข้าวฟ่างว่าเริ่มได้เรื่องแล้ว

    ระหว่างนั้น ที่ซอยเข้าบ้าน กระบี่กับปรางค์ไปขายข้าวกลับมา สองคนช่วยกันถือกล่องโฟมเปล่ากันมาเต็มสองมือ ปรางค์ยังกังวลใจถามกระบี่ว่าจะบอกพ่อเรื่องตนยังไงดี กระบี่เสนอให้บอกตรงๆไปเลย แต่ปรางค์ยังหวั่นๆ เพราะพ่อเกลียดกะเทยแบบนี้ก็ต้องเกลียดตนด้วย

    "แต่เธอเป็นลูก น้าพันเกลียดเธอไม่ลงหรอกน่า รีบๆบอกความจริงไป แป้งจะได้กลับมาสักที นี่แป้งกลับไปอย่างนี้ก็ต้องไปเจอนายนักรบอีกน่ะซี" กระบี่ระแวงเพราะเชื่อว่านักรบชอบแป้ง ถามอย่างเข้าข้างตัวเองว่า แต่แป้งไม่ได้ชอบนักรบใช่ไหม...ใช่ไหม?

    "อีกไม่นานแกก็คงรู้เองแหละ แล้วเมื่อถึงเวลานั้นฉันหวังว่าแกจะทำใจได้นะไอ้บี่"

    "อย่ามาพูดให้ฉันใจเสียหน่อยเลย ฉันรู้จักแป้งดี แป้งไม่มีวันชอบผู้ชายไฮโซสมองกลวงหรอกน่า ฉันรู้จักแป้งมาเป็นสิบปี แต่มันรู้จักแป้งแค่ไม่กี่เดือน" กระบี่พูดเหมือนพยายามหลอกตัวเอง

    "ความรักไม่ได้ขึ้นกับเวลาหรอกนะกระบี่ ถึงจะรู้จักกันวันเดียวก็รักกันได้ ถ้าหากคนสองคนมีใจตรงกัน..."

    ไม่ว่าปรางค์จะพูดอย่างไรกระบี่ก็ยังไม่ยอมฟัง เหมือนกลัวที่จะเผชิญกับความจริงที่รับไม่ได้...

    ooooooo

    ประพันธ์ให้ความร่วมมือกับเจ๊จูนอย่างกระตือรือร้น พาไปดูห้องนอนของลูกสาว พูดออกตัวว่ารกหน่อยเพราะแป้งขี้เกียจ ด่าทีก็เก็บที ถึงรกแต่ก็สะอาด เจ๊จูนจ่อไมโครโฟนตามเก็บข้อมูลละเอียดยิบ

    นอกจากได้ข้อสรุปว่าปรางค์เป็นคนสกปรกซกมกไม่เชื่อพ่อแล้วยังรู้ว่า อยู่ที่นี่เธอชื่อแป้งถามว่าชื่อปรางค์ธิดาเป็นชื่อที่ใช้ในวงการใช่ไหม

    "ปิยธิดาครับ ไม่ใช่ปรางค์ธิดา คุณสับสนอะไรหรือเปล่า" ประพันธ์ย้อนถาม เจ๊จูนทำเป็นหัวเราะบ่นว่าตัวเองสับสนจริงๆ

    ขณะนั้นเองปรางค์กับกระบี่เดินกลับมาถึง เจ๊รีบเอาไมค์เข้าไปจ่อ ข้าวฟ่างก็รีบตามไปถ่ายรูป เจ๊ถามทันทีว่ามาเยี่ยมคุณพ่อหรือ ตกลงผู้ชายคนนี้คือคุณพ่อน้องปรางค์ใช่ไหม พอปรางค์ตอบว่าใช่เท่านั้นเข้าทางเจ๊ทันที ถามอย่างจับโกหกว่า

    "แล้วที่น้องปรางค์บอกว่าคุณพ่อตายไปตั้งแต่น้องปรางค์ ยังเด็กก็แสดงว่าน้องปรางค์โกหกใช่ไหมคะ" พอเห็นปรางค์ อึกอักและประพันธ์ยืนงง เจ๊ก็รุกต่อ "เงียบไม่ตอบอย่างนี้แปลว่าเรื่องจริง" พูดแล้วเจ๊หันยิ้มให้กล้องพูดกับผู้ชมว่า

    "ได้ยินกันชัดแล้วนะคะท่านผู้ชม น้องปรางค์โกหกค่ะน้องปรางค์โกหกประชาชนทั้งประเทศค่ะท่านผู้ชมขา"

    ทั้งประพันธ์และกระบี่ต่างรู้ว่าไม่ชอบมาพากลแล้ว กระบี่ลากเจ๊จูนกับข้าวฟ่างออกไปจากบ้าน เจ๊จูนขืนตัวปากก็สั่งข้าวฟ่างให้เก็บภาพให้หมด  พอลากออกไปแล้วประพันธ์ฟันธงว่าพวกนี้ไม่ใช่พวกต้มตุ๋นแน่ ทำให้ปรางค์กับกระบี่มองอย่างตกใจ ประพันธ์จึงพูดต่อทำให้ทั้งสองโล่งใจว่ามันเป็นพวกคนบ้าแน่ๆ ถามอะไรบ้าๆบอๆพูดอะไรก็ฟังไม่รู้เรื่องพูดทีก็สะดีดสะดิ้งไปมามันคนบ้าชัดๆ

    ส่วนเจ๊จูนกับข้าวฟ่างได้ข้อมูลไม่มากนักแต่ลึกพอที่จะแฉปรางค์ได้ จึงชวนกันกลับรีบเอาเทปไปให้โชติรส คาดหวังกันว่างานนี้ต้องได้รางวัลก้อนโตแน่ๆที่ช่วยกระชากเรตติ้งให้กับ รายการได้

    ooooooo

    สายแล้วแป้งเดินออกมากับนักรบพอถึงหน้าสตูดิโอ เธอบอกเขาว่าต้องรีบไปรับแม่ ขอบคุณที่เขาช่วยยกเลิกคิวช่วงเย็น พูดให้เขาสบายใจว่ายังไงเดี๋ยวปรางค์คงมารับงานต่อรับรองว่างานเขาไม่เสีย แน่ๆ โบกมือบอกลา "ฉันไปนะคะ"

    นักรบไม่ยอมให้แป้งไปคนเดียว จะไม่ปล่อยให้เธอแก้ปัญหาคนเดียวและขี้เกียจไล่ตามอีกแล้ว บอกว่าต่อไปนี้เธออยู่ที่ไหนตนก็ต้องอยู่ด้วยจะไม่แยกกันแล้ว

    "คุณนักรบ ฉันสัญญานะคะ ครอบครัวของฉันลงตัวเมื่อไหร่ ฉันจะกลับมาคุยเรื่องของเรา ขอฉันจัดการทีละเรื่องได้ไหมคะ" แป้งขอร้อง แต่นักรบไม่ยอม ยืนยันว่า

    "เรื่องของเราไม่มีปัญหาอะไรแล้ว ฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว ฉันไม่ต้องแต่งงานกับคุณโรสแล้ว เราไปจัดการปัญหาครอบครัวเธอให้เรียบร้อยดีกว่า ฉันจะได้บอกข่าวดีของเรากับพ่อแม่เธอไงล่ะ"

    "ฉันหวังว่าวันนี้คงจะมีแต่ข่าวดีๆนะคะ" แป้งคาดหวัง นักรบโอบไหล่ให้กำลังใจแป้งพากันเดินออกไป

    ที่ล็อบบี้บริษัทโชติรสนั่นเอง เจ๊จูนกับข้าวฟ่างพากันเดินเข้ามาอย่างกระเหี้ยนกระหือรือเต็มที่ นักรบกับแป้งออกจากลิฟต์ไม่ทันเห็นทั้งสอง แต่เจ๊กับข้าวฟ่างเห็นแป้งเจ๊พึมพำงงๆว่าทำไมปรางค์กลับมาเร็วจัง ข้าวฟ่างเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่าสงสัยจะมาดักขโมยเทปจากเราแน่ๆเลย

    นักรบกับแป้งเดินออกไป เขาย้ำกับเธอว่า

    "แป้ง...เธอรู้ใช่ไหม ก่อนที่เธอจะให้แม่เธอช่วยพูดให้กับปรางค์เธอต้องบอกความจริงเรื่องเธอกับแม่ก่อน"

    "ฉันรู้ แล้วฉันก็พร้อมแล้ว ฉันถึงจะพาแม่ไปหาพ่อไงล่ะคะ วันนี้จะเป็นวันที่ครอบครัวของเราจะไม่มีความลับกันอีกต่อไปแล้ว" แป้งวาดหวังอย่างมีความสุข

    "อย่าลืมนะว่าเธอมีฉันอยู่ข้างๆ" นักรบให้กำลังใจ ยื่นมือให้จับเป็นสัญญาใจแก่กัน

    เจ๊จูนกับข้าวฟ่างจ้องจิกตามแป้งอยู่ พอเห็นทั้งสองจับมือจูงกันออกไปก็มองตาค้าง

    ooooooo

    หลังจากเอาเทปไปเปิดให้โชติรสดูแล้ว โชติรสชมว่าเก่งมาก ต้องขอชมทั้งสองคนจริงๆ เจ๊จูนเสนอว่าให้เอาออกอากาศเย็นนี้เลยไหม โชติรสขอเป็นพรุ่งนี้ดีกว่า ตอนนี้จะปล่อยข่าวให้เป็นกระแสออกไปก่อนแล้วค่อยเอาออกอากาศ คราวนี้ปรางค์จะแก้ตัวยังไงก็ไม่ขึ้น ส่วนตำแหน่งที่ข้าวฟ่างกระเหี้ยนกระหือรืออยากได้นั้น โชติรสบอกว่าต้องขอเวลาเรียกประชุมก่อน แต่จะช่วยให้ข้าวฟ่างได้ตำแหน่งคืนมาให้ได้

    ระหว่างนั้นโชติรสก็ยังคงดูเทปไปเรื่อยๆ เจ๊จูนสะดุดตามองชะงักเมื่อที่จอมอนิเตอร์ภาพที่แป้งซ้อมเดินเป็นเวลา 14.50 น. แต่ภาพที่ตัวเองไปถ่ายปรางค์อยู่กับประพันธ์ที่พัทยาเป็นเวลา 15.10 น. เอะใจว่ามันเป็นไปได้อย่างไร ถามโชติรสว่าหมายความว่าอย่างไร หรือปรางค์แยกร่างได้

    "ก็หมายความว่า คนที่เราคิดว่าเป็นปรางค์ ไม่ใช่ปรางค์ น่ะซิ"  โชติรสยิ้มสะใจที่มีเรื่องแฉปรางค์ได้ถึงตายยิ่งกว่าเรื่องพ่อเสียอีก

    ooooooo

    แป้งพาปรียาไปจนถึงหน้าบ้านพ่อแล้วจึงบอกว่านี่คือบ้านพ่อ  ทำเอาปรียาแทบช็อกถามว่ารู้จักบ้านพ่อได้ยังไง ซักไปถามมาปรียาจึงรู้ว่า ลูกที่อยู่กับตนนั้นที่แท้คือแป้งไม่ใช่ปรางค์ พอรู้ตัวก็โมโหถามแป้งว่าแล้วป้างอยู่ไหน

    ประพันธ์ได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้านเดินออกมาดูว่ารถใคร ตะโกนถามว่ามาหาใครหรือ พอมองไปทั้งประพันธ์ และปรียาสบตากันต่างตะลึงอึ้ง ซ้ำร้ายมองไปข้างๆปรียายังเห็นแป้งยืนอยู่ด้วย ประพันธ์ถามว่า "อ้าว...ไอ้แป้ง แกอยู่ในห้องน้ำไม่ใช่เหรอวะ ทำไมออกมายืนตรงนี้ได้"

    ขณะนั้นเองปรางค์เดินออกจากบ้าน ประพันธ์หันมองถึงกับอ้าปากค้างมองแป้งที่หน้าบ้านอุทาน "ไอ้แป้ง" ส่วนปรียามองปรางค์อุทาน "ไอ้ป้าง"

    คราวนี้ประพันธ์งงหันมองแป้งทีป้างที  มองไปมองมาอ้าปากค้างพูดไม่ออก จนปรียาต้องบอกว่าให้ฟังตนก่อน แต่ประพันธ์ไม่สนใจ พึมพำเหมือนละเมอ

    "ไอ้ป้าง...นี่ไอ้ป้าง...ลูกชายฉันจริงๆเหรอ ปรียานี่มันลูกชายฉันจริงๆเหรอ บอกมาซิปรียาใช่ไอ้ป้างจริงๆเหรอ"

    ทั้งแป้งและปรางค์เห็นอาการของพ่อแล้วต่างหน้าเสียใจหล่นวูบ นักรบเห็นดังนั้นเดินเข้ามาจับมือแป้งไว้อย่างให้กำลังใจ

    ooooooo

    จากการเอารูปและเหตุการณ์ต่างๆมาเปรียบเทียบกันแล้ว เจ๊จูนฟันธงว่าละครมีสองตัวคือแป้งหรือปิยธิดา ตระกูลไพศาล และป้างหรือปรางค์คือ นายปิยะบุตร ตระกูลไพศาล หรือปรางค์ธิดา วิลาศไพศาลนั่นเอง สืบสาวไปถึงการประกวดแต่เริ่มแรก เจ๊จูนฟันธงอีกว่า

    "นังปรางค์ต้องส่งน้องสาวมันเข้าประกวดแทนแน่ๆเลยค่ะ" โดยอ้างเหตุผลว่า เพราะปรางค์ออกจากโรงพยาบาลกลางดึก แต่พอรุ่งเช้าก็ขึ้นเวทีได้อย่างสวยงามเหมือนเดิม ป้อนข้อมูลแล้วถามโชติรสอย่างยุแยงว่า "เราต้องทำยังไงต่อไปคะคุณโรส"

    "เราก็ต้องช่วยกันเปิดโปงกระชากหน้ากากคนชั่วที่หลอกลวงประชาชนน่ะซิ คราวนี้สองพี่น้องจอมลวงโลกได้ดับอนาถแน่ๆ"   โชติรสยิ้มอย่างหมายมาดกับแผนการขั้นต่อไปของตน

    ooooooo

    จนแล้วจนรอด ประพันธ์ก็รับปรางค์ไม่ได้ ถึงกับประกาศว่าให้ตายเสียดีกว่ายอมรับว่ามีลูกเป็นกะเทย นักรบที่ประกบช่วยด้วยใจจดจ่อบอกแป้งให้พาปรางค์ ออกไปก่อนแล้วเขาก็ตามออกไปด้วย

    ปรางค์บอกว่าพ่อคงไม่ยอมรับตนแน่ๆแล้ว นักรบปลอบใจว่าประพันธ์กำลังผิดหวัง กำลังโกรธ เอาไว้รอให้ใจเย็นก่อนค่อยพูดกันอีกที แป้งก็ให้กำลังใจว่าถึงวันนี้พ่อรับปรางค์ไม่ได้ แต่เชื่อว่าสักวันพ่อต้องยอมรับได้

    "เวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง ปรางค์ตอนนี้เธอจะต้องเข้มแข็งแล้วก็พิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่าไม่ว่าเธอจะเป็น เพศไหน เธอก็เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ได้ แล้ววันนั้นคุณน้าก็จะยอมรับเธอได้เอง" นักรบปลอบ

    ส่วนปรียา...เมื่อแป้ง ปรางค์ และนักรบออกไปแล้ว ก็ทะเลาะกับประพันธ์อย่างรุนแรง ด่าและตำหนิที่เขาใช้คำพูดรุนแรงกับลูก เล่าเรื่องป้างให้ฟังว่า

    "ถึงไอ้ป้างจะเป็นกะเทย แต่มันก็เป็นคนดี มันไม่ได้ไปเป็นโจรปล้นจี้ใคร ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ตอนเด็กๆมันก็ตั้งใจเรียนหนังสือ โตขึ้นมามันก็ขยันทำมาหากิน แค่มันอยากเป็นผู้หญิงมันผิดตรงไหน!"

    ประพันธ์ยังรับไม่ได้อยู่ดี ถามว่าแล้วอนาคตต่อไปจะเป็นยังไง ไปไหนก็เหมือนตัวประหลาดในสังคม มีแต่คนดูถูกเหยียดหยาม

    ปรียาบอกว่าเรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเพราะเวลานี้อนาคตของป้างไปไกลแล้วได้เป็นนางงามกะเทยดังไปทั่วประเทศ

    กระบี่พยายามไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองค่อยพูดค่อยจากัน แต่ประพันธ์ไม่สนใจยังตำหนิตัวเองว่าตัดสินใจผิดบ่นปรียาที่เลี้ยงลูกชายจน กลายเป็นกะเทย ปรียาฉุนขาดตัดบทว่า

    "ฉันก็ผิดจริงๆที่เลือกแกเป็นพ่อของลูก คนอย่างแกไม่สมควรเป็นพ่อใคร" ด่าประพันธ์แล้วออกไปเรียกปรางค์ ให้กลับได้แล้วต่อไปนี้เราต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันจะเป็นการดี ที่สุด

    ปรางค์ขอเข้าไปลาพ่ออีกสักครั้งเพราะจากกันแบบนี้อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลย ก็ได้ ปรียาจำต้องยอมให้ปรางค์เข้าไปลาประพันธ์ โดยมีแป้งที่ยังกล่อมพ่ออยู่ร่วมด้วย

    "มีอะไรจะพูดกับฉันก็พูดมา พูดเสร็จแล้วก็กลับไปเสีย" ประพันธ์พูดอย่างไม่มีเยื่อใย

    "พ่อจ๊ะหนูไม่ขอให้พ่อยอมรับหนูเป็นลูก หนูมันน่ารังเกียจเกินกว่าที่จะเป็นลูกของพ่อได้ หนูขอโทษจ้ะพ่อ ที่หนูเกิดมาเป็นอย่างนี้ ถ้าพ่อจะโกรธก็โกรธหนูคนเดียว อย่าโกรธแม่ไปด้วยนะจ๊ะ อย่าให้หนูเป็นคนที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องมาโกรธเกลียดกันอีกเลย" ปรางค์อ้อนวอนน้ำตาคลอ

    "แกจะพูดอะไรให้มันสวยหรูยังไงก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก ไอ้การที่แกเลือกเป็นแบบนี้มันทำลายทุกอย่างไปแล้ว แกทำให้ฉันกับแม่แกเกลียดขี้หน้ากันยิ่งกว่าเดิม แกทำลายชีวิตตัวเองไม่พอยังทำลายครอบครัวของฉันอีก แกมันตัวทำให้ทุกอย่างวิบัติฉิบหาย แกคนเดียวไอ้ป้าง เพราะแกคนเดียวจะไปตายที่ไหนก็ไป...ไป!"

    ปรางค์ตะลึงอึ้งเหมือนถูกตบหน้าอย่างจัง ลุกขึ้นวิ่งเตลิดออกไป แป้งวิ่งตามไป ประพันธ์ยังนั่งขึงอยู่ ครู่หนึ่งจึงค่อยๆรู้สึกผิดที่พูดแรงไป

    แป้งกับกระบี่จะวิ่งตามปรางค์ไป แต่นักรบบอกให้ปล่อยไปก่อนเดี๋ยวปรางค์สบายใจเมื่อไรก็คงกลับมาเอง

    ooooooo

    ฝ่ายพวกเจ๊ตุ่ม นุชและเอื้อมรอฟังข่าวแป้งกับปรางค์อยู่ที่ล็อบบี้บริษัทของโชติรส เห็นเงียบหายไป ก็คาดว่าทุกอย่างคงราบรื่นดี แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่ทุกคนปิดโทรศัพท์กันหมด

    พวกเจ๊ตุ่มมารอประชุมตามคำสั่งของโชติรส ต่างคาดหวังว่ารายการใกล้จบแล้วต้องเตรียมโชว์ทิ้งทวนกันให้อลังการไปเลย แต่พอเข้าประชุม เจ๊ตุ่มตกใจเมื่อรู้ว่าช่วงสุดท้ายของรายการจะเป็นแค่รายการสัมภาษณ์ธรรมดาๆ เท่านั้น แต่โชติรสยืนยันว่าไม่ต้องห่วงรับรองตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนเปิดรายการเสียอีก

    พวกเจ๊ตุ่มเอะใจสงสัยเมื่อโชติรสมอบหมายให้เจ๊จูนเป็นคนช่วยเตรียมการสำหรับ รายการพิเศษพรุ่งนี้ เจ๊ตุ่มถามว่าแล้วปรางค์ต้องเตรียมอะไรบ้างเสื้อผ้าหน้าผมจะให้เป็นสไตล์ไหน

    "ปรางค์ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาเลยค่ะ ทางเราจะจัดการทุกอย่างไว้ให้เอง ขอให้เป็นปรางค์ตัวจริงมาก็พอค่ะ" พูดแล้วโชติรสยิ้มมีเลศนัยทำให้พวกเจ๊ตุ่มยิ่งใจคอไม่ดี

    คำพูดของโชติรสที่ว่าขอให้เป็นปรางค์ตัวจริงมาก็พอ ทำให้พวกเจ๊ตุ่มคิดหนักแต่เพราะไม่มีข้อมูลและไม่เฉลียวใจอะไรจึงคิดในแง่ดี ว่า ถ้าพรุ่งนี้ปรางค์มาปรากฏตัวได้ก็จะแก้ปัญหาได้รายการก็จบและพวกเราก็จะได้ มงกุฎพร้อมเงินก้อนใหญ่อีกสักก้อน เมื่อปรางค์เดินทางไปประกวดมิสเรนโบว์ควีนเวิลด์ที่อเมริกาถึงวันนั้นปรางค์ ก็จะดังแบบฉุดกันไม่อยู่เลยทีเดียว

    ฝ่ายพวกเจ๊จูนก็รับบัญชาจากโชติรสว่า เราต้องพิสูจน์ ให้ทุกคนเห็นว่าพวกปรางค์โกหกหลอกลวงประชาชนต้องหาหลักฐานมามัดตัวจนดิ้นไม่ หลุดให้ได้ ย้ำว่า

    "ฉันมีแผนอยู่แล้ว คราวนี้คงต้องรบกวนคุณสองคนอีก...งานพรุ่งนี้จะไม่สำเร็จถ้าหากเราไม่เตรียม การให้พร้อม ฉันจะบอกให้ว่าคุณต้องทำอะไรบ้าง ฟังแล้วก็รีบไปจัดการทันที แล้วก็อย่าให้มีอะไรพลาดเด็ดขาด"

    ทั้งเจ๊จูนและข้าวฟ่างต่างกระดี๊กระด๊าถามว่าพวกตนต้องทำอะไรบ้าง

    ooooooo

    นักรบยังพยายามทำหน้าที่ตัวช่วยสำคัญให้แป้งเขาเข้าไปคุยกับประพันธ์ที่วาง ปึ่งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งยังถามว่าเขาเป็นใคร มายุ่งอะไรกับครอบครัวของตน

    นักรบบอกว่าตนเป็นเพื่อนแป้งกับปรางค์ขอพูดในฐานะที่ตนก็เหมือนปรางค์ ตนเป็นลูกชายที่ทำให้พ่อผิดหวังเพราะตนไม่สามารถเป็นอย่างที่พ่อต้องการได้ ประพันธ์แย้งว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่เป็นกะเทยพ่อของเขาคงไม่ผิดหวังเท่าไหร่ หรอก

    "แต่ผมแย่กว่าปรางค์นะครับ เพราะผมเลือกทำตามที่พ่อแม่ต้องการได้แต่ผมไม่ทำ แต่ปรางค์เลือกไม่ได้เขาเกิดมาเป็นแบบนี้อยู่แล้ว"

    "คุณรู้ไหมว่า ทำไมผมถึงให้ไอ้ป้างไปอยู่กับแม่เขา แล้วขอไอ้แป้งมาอยู่กับผม ผมเห็นไอ้ป้างเป็นผู้ชายหวังว่าเมื่อมันโตขึ้น มันจะปกป้องแม่มันได้ แต่กลับโตมาเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วอย่างนี้ มันจะดูแลแม่มันได้ไง"

    "แต่ตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานี่ ปรางค์ก็ดูแลน้าปรียา มาตลอดนะครับ ปรางค์เป็นคนเข้มแข็ง อดทนไม่ได้แพ้แป้งเลย แป้งทำเพื่อคุณน้าได้ทุกอย่าง ปรางค์ก็ทำเพื่อแม่ได้ทุกอย่างเหมือนกัน แค่นี้ปรางค์ยังเป็นลูกที่ไม่ดีพอสำหรับคุณน้าอีกเหรอครับ"

    ฟังนักรบพูดแล้ว ประพันธ์นิ่งคิด สีหน้าท่าทีเริ่มอ่อนลง นักรบมองอย่างมีความหวังมากขึ้น...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 20:28 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์