นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แฝดนะยะ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    เช้าวันรุ่งขึ้น นักรบพาปรางค์ไปส่งที่บ้าน ปรียาดันตัวปรางค์ที่โผเข้ากอดแม่ไว้ด้วยความคิดถึง   ตำหนิว่าทำอะไรไว้เดี๋ยวต้องคุยกันยาว  ต่อว่านักรบที่ออกรับแทนปรางค์ว่ามีปัญหาทำไมไม่พากลับมาบ้าน  ทำอย่างนี้มีแต่ทำให้เรื่องยิ่งแย่

    เมื่อนักรบรีบขอตัวลากลับ ปรียาตามไปพูดกับเขาด้วยความหวังดีว่า ต่อไปอย่ามายุ่งเกี่ยวกับปรางค์อีกเพราะมีแต่จะทำให้เขาเสียหาย พวกตนนั้นไม่มีเวลามานั่งฟังคำนินทาของใคร  แต่เขาจะต้องมาเสียชื่อเพราะปรางค์จนอาจไม่มีที่ยืนในสังคม

    "ผมไม่เคยคิดว่าเราอยู่กันคนละสังคมนะครับ"

    "คุณมองโลกในแง่ดีเกินไปแล้วล่ะค่ะ ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน คนรวยคนจนยังไงก็อยู่กันคนละชั้น ฉันไม่อยากให้คุณต้องเสียหาย แล้วฉันก็ไม่อยากให้ปรางค์ต้องเสียใจ คุณกับปรางค์...มันเป็นไปไม่ได้หรอก อย่าพบกับปรางค์อีกเลยนะคะฉันขอร้องล่ะ"

    พอกลับเข้ามาในบ้าน ปรียาก็ห้ามปรางค์ไปยุ่งเกี่ยวกับนักรบอีก อย่าฝันไปว่าเขาจะชอบตัวเองจริง ที่เขาเคยช่วยก็แค่สงสารก็ได้ ปรางค์รับปากแม่ว่าจะอยู่ห่างๆ เขาจะได้ไม่ต้องมีเรื่องปวดหัวอีก

    ทันใดนั้น  เจ๊ตุ่ม  นุช  และเอื้อมก็กรูกันเข้ามาดีใจกันจนน้ำตาไหลเมื่อเห็นปรางค์อยู่ที่บ้าน แต่ยังแปลกตาแปลกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไป  ไม่แน่ใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้าพวกตนนั้น เป็นแป้งหรือปรางค์กันแน่

    สุดท้ายเมื่อรู้ว่าเป็นปรางค์ตัวจริงก็พากันกระโดดโลดเต้น กระโจนเข้ากอดปรางค์อีกรอบ

    ooooooo

    ส่วนนักรบ พอกลับถึงบ้านก็ต้องแก้ปัญหากับพ่อและแม่ที่ตั้งท่าเล่นงานเขาเต็มที่อยู่แล้ว  เขาถูกศักดิ์สิทธิ์ตำหนิอย่างรุนแรงว่าทำลายชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลป่นปี้หมดแล้วที่ไปคบกับกะเทย  โสภาช่วย แก้ว่าเรายังมีทางแก้ด้วยการให้นักรบรีบประกาศหมั้น กับโชติรสกลบข่าวนั้นเสีย

    "ผมไม่หมั้นครับคุณแม่ ผมจะไม่หมั้นไม่แต่งงานกับคุณโรสเด็ดขาด ที่ผมยอมทำงานให้เขาผมก็แทบจะไม่เหลือศักดิ์ศรีอยู่แล้ว ถ้าจะให้ผมเอาตัวจ่ายแทนค่าหุ้น ผมก็ไม่เหลือความเป็นคนแล้วล่ะครับ"

    โชติรสเดินเข้ามาพูดอย่างเฉียบขาดว่าถ้าเขาไม่หมั้นก็ไม่เป็นไร ทุกอย่างให้เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ คุณลุงกับคุณป้าเตรียมรอทางฝ่ายกฎหมายของตนมาติดต่อในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน

    "คุณจะทำอะไรก็เชิญเลยคุณโรส ยังไงผมก็จะขอยกเลิกสัญญาเรื่องที่จะซื้อหุ้นของบริษัทคุณ ผมยอมล้มละลายหมดตัว แต่ไม่ยอมขายศักดิ์ศรีของตัวเอง!" นักรบเผชิญหน้าอย่างท้าทาย

    "งั้นก็เตรียมตัวล้มละลายได้เลยค่ะพี่รบ"

    สิ้นเสียงโชติรสเสียงกรีดร้องของโสภาก็แผดขึ้นว่าตนไม่ยอมล้มละลาย ไม่ยอมเด็ดขาด แล้วทรุดฮวบเป็นลมจนศักดิ์สิทธิ์เกือบประคองไว้ไม่ทัน นักรบตกใจเข้าไปช่วยประคองแม่อีกคน

    ooooooo

    โสภานอนหายใจแผ่วเหมือนจะสิ้นใจอยู่บนโซฟา นักรบถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถูกศักดิ์สิทธิ์ด่าและไล่ตะเพิดว่าลูกเนรคุณออกไปให้พ้น

    โสภาขอร้องอย่าว่าลูกอย่างนั้น บอกว่าเป็นความผิดของเราเอง เราไม่น่าไปบังคับจิตใจลูก เราอยู่กันอีกไม่กี่ปีก็ตายแล้วปล่อยให้ลูกใช้ชีวิตตามใจตัวเองดีกว่า เสียใจอยู่อย่างเดียวคือ "เสียใจที่ลูกไม่ได้รักเราเหมือนที่เรารักลูก  ไม่รู้หรอกว่าเราเสียสละให้ลูกได้มากแค่ไหน"

    นักรบยิ่งฟังก็ยิ่งเจ็บปวด เมื่อโชติรสขอตัวออกไป เขาตามไปเรียกไว้

    "เดี๋ยวก่อนคุณโรส ผมขอร้องช่วยยกเลิกสัญญาการซื้อหุ้นของคุณพ่อได้ไหมครับ คุณเองก็ไม่ต้องการเงินค่าหุ้นของคุณพ่ออยู่แล้ว" นักรบทำใจยอมขอร้อง

    "ก็ใช่ค่ะ โรสไม่ต้องการเงินของคุณลุง แต่โรสต้องการแต่งงานกับพี่รบ โรสคงจะยกเลิกสัญญาไม่ได้..."

    "ถ้าคุณอยากจะเอาชนะผมนักละก็...ได้...คุณชนะแล้ว ผมจะแต่งงานกับคุณ คุณโรส พอใจแล้วใช่ไหมครับ"

    พริบตานั้นโสภาลุกจากโซฟาอย่างรวดเร็วหันไปจับมือกับศักดิ์สิทธิ์ด้วยความดีใจ ส่วนโชติรสมองนักรบแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ

    ooooooo

    ที่ล็อบบี้บริษัทของโชติรส ปรางค์เดินเข้ามา มีเจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมประกบอย่างแข็งแรง พวกแฟนคลับเสื้อสีเขียวกรูกันเข้ามาถ่ายรูป ขอลายเซ็น มอบของที่ระลึกให้กันตามประสาแฟนคลับ หลายเสียงแย่งกันขอถ่ายรูปขอลายเซ็น บ้างชมว่าที่ออกทีวี...เมื่อวานน่ารักมาก นักรบก็เท่มาก

    ครู่เดียวกลุ่มนักข่าวก็กรูกันเข้ามาจนพวกแฟนคลับถอยห่างเปิดทางอย่างรู้งาน นักข่าวจ่อไมค์ยิงคำถามกันแซด ถามว่าหายไปไหนกับนักรบทั้งคืน, เพิ่งกลับมาเมื่อเช้าจริงไหม, ตกลงเป็นแฟนกับนักรบจริงหรือเปล่า...

    ปรางค์ผงะตกใจกับการรุมกันเข้ามาของนักข่าว เอื้อมพาปรางค์หลบออกมาห่างๆ เจ๊ตุ่มแทรกเข้าแทนที่รวบไมค์มาจีบปากจีบคอตอบคำถามเสียเองว่า

    "มา...มาค่ะ ตุ่มขออนุญาตตอบแทนน้องปรางค์เองนะคะ คือวันนี้น้องปรางค์เจ็บคอไม่มีเสียงพูด"

    เอื้อมกระทุ้งจนปรางค์สะดุ้งแล้วทำปากพะงาบๆแบบไม่มีเสียง นุชเลยแทรกขึ้นว่า

    "เราขออนุญาตแก้ข่าวให้น้องปรางค์ตรงนี้เลยนะคะว่าน้องปรางค์กับคุณนักรบเป็นเพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น"

    เจ๊จูนแทรกเข้ามาแซะว่าแค่เพื่อนร่วมงานแล้วทำไมนักรบต้องปกป้องปรางค์ขนาดนี้ด้วย ใครเห็นก็ฟันธงกันว่าสองคนนี้ต้องมีอะไรกันแน่ๆ

    เจ๊ตุ่มหันไปจิกตอบว่าทั้งสองคนไม่มีอะไรกันตนรับรองได้ แต่เจ๊จูนยังไม่ยอมหยุดจี้ว่า

    "พูดความจริงมาดีกว่าน้องปรางค์ น้องปรางค์มีอะไรกับคุณนักรบใช่ไหม นี่น้องปรางค์ไม่รู้หรือคะว่าคุณนักรบเป็นคู่หมั้นของคุณโชติรส ต๊าย...นี่น้องปรางค์คิดจะแย่งสามีของผู้มีพระคุณเหรอคะเนี่ย"

    เสียงพวกนักข่าวอื้ออึงกันขึ้น ไมโครโฟนหันมาจ่อใส่ปรางค์รบเร้าให้พูด พอปรางค์ทำเสียงแหบๆ บอกว่าตนกับนักรบเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ เจ๊ตุ่มก็รีบขอบคุณนักข่าวขอแค่นี้ก่อนแล้วช่วยกันประกบปรางค์ออกไป

    เจ๊จูนพูดกับข้าวฟ่างว่าวันนี้ปรางค์ดูแปลกๆ ดูเป็นกะเท้ย...กะเทยยังไงไม่รู้

    ooooooo

    สนามมวยที่พัทยา แป้งขึ้นชกแล้ว ประพันธ์กับกระบี่เชียร์อยู่ข้างเวทีอย่างเมามัน กระบี่ดีใจจนเผลอเชียร์ว่า "ไอ้แป้งตัวจริงกลับมาแล้ว!" พอถูกประพันธ์เอ็ดว่าไอ้แป้งเป็นแต่ตัวจริงไม่เคยเป็นตัวสำรอง กระบี่ก็แก้ไปน้ำขุ่นๆว่า ตนหมายถึงฟอร์มมันกลับมาแล้ว

    ปรากฏว่าแป้งชกอย่างมีชั้นเชิง น้ำเพชรก็สู้ไม่ถอย ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนมวยลั่นสนามแต่เพราะถูกถ่ายรูปมากทำให้แป้งวอกแวกคิดถึงนักรบขึ้นแว่บหนึ่ง เลยถูกน้ำเพชรคลุกวงในเสยหมัดเข้าคางแป้งเต็มเหนี่ยวจนแป้งเซไปหลายก้าวก่อนล้มลงไปนอนให้กรรมการนับ

    ประพันธ์กับกระบี่ผวาเข้าไปหาแป้งช่วยกันตะโกนให้สู้ๆอย่ายอมแพ้

    กรรมการนับจนถึง 9 แป้งจึงลุกขึ้นมาได้อย่างหวุดหวิด พอดีระฆังหมดยก แป้งเลยแค่ลุกขึ้นมายืนตั้งสติ ส่วนประพันธ์กับกระบี่และแฟนมวยพากันส่งเสียงเชียร์สุดฤทธิ์

    ระหว่างแป้งเข้ามุมประพันธ์กับกระบี่ช่วยกันให้น้ำเช็ดหน้าให้ ประพันธ์จับหน้าแป้งจ้องอย่างเอาจริงเอาจัง พูดเหมือนประกาศิตเจ้าพ่อ

    "แกต้องมีสมาธิมากกว่านี้นะโว้ยไอ้แป้ง เมื่อแกอยู่บนสังเวียนแล้ว แกไม่ต้องคิดเรื่องอื่นเลย แกต้องคิดถึงคู่ต่อสู้เท่านั้น ทำยังไงถึงจะคว่ำมันได้"

    กระบี่ถามว่าเมื่อกี้คิดอะไรอยู่ แป้งบอกว่าไม่ได้คิดแค่เผลอไปนิดเดียวเอง

    "ไอ้นิดเดียวนี่แหละที่จะทำให้แกแพ้ได้ แกโชว์ฟอร์มมวยดีมาตลอดแล้วก็ดีต่อไปให้ตลอดรอดฝั่งซิวะ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของแกแล้วนะ"

    "หนูรู้จ้ะว่าหนูควรจะทำยังไง หนูจะสู้ให้ถึงที่สุดเลยพ่อ"

    "มันต้องให้ได้อย่างนั้น ไอ้แป้งลูกพ่อ!" ประพันธ์ตบไหล่แป้งป้าบใหญ่อย่างพอใจมาก

    ooooooo

    หลังจากนักรบถูกบีบจนต้องรับปากยอมแต่งงานกับโชติรสแล้ว เธอบอกเขาขณะเดินออกมาด้วยกันว่า เดี๋ยวจะให้เลขาฯเอาไฟล์รายการใหม่ไปให้ อยากให้ เขาดูจะได้มีไอเดียอะไรใหม่ๆสำหรับรายการ

    นักรบพยายามเลี่ยงบอกว่าไม่ต้องก็ได้เธออยากทำแบบไหนก็ทำไปเลย เพราะเราไม่เคยมีความคิดเห็นตรงกันอยู่แล้วพูดไปก็คงไม่มีประโยชน์

    "โธ่...พี่รบก็ทำน้อยใจไปได้ เอาอย่างนี้แล้วกันนะคะ โรสจะยอมให้พี่รบเปลี่ยนแปลงรายการตามแนวของพี่รบ เดี๋ยวพี่รบจะทำงานไม่สนุก"

    "ผมไม่สนุกตั้งแต่เข้ามาเหยียบที่นี่แล้วล่ะ และคงจะไม่สนุกและไม่มีความสุขต่อไปอย่างนี้ มีอะไรอีกหรือเปล่าครับ"

    แม้นักรบจะพยายามเลี่ยงและเย็นชาแต่โชติรสก็ยังตื๊อเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย

    "วันสุดท้ายของรายการปรางค์ โรสอยากให้มีช่วงสรุป เหตุการณ์ทั้งหมด ขอสักสองชั่วโมงนะคะ อ้อ ลืมบอกพี่รบไป จบรายการนี้เมื่อไหร่ เราจะหมั้นกันทันทีนะคะ" โชติรสพูด ต่อเนื่องเหมือนเป็นธุรกิจเดียวกันแล้วเดินเลยไป แต่นักรบทนไม่ได้เดินตามไปจงใจพูดให้เธอคิดว่า

    "คุณโรส คุณคิดว่าคุณแต่งงานกับผมแล้วคุณจะมีความสุขหรือครับ ชีวิตแต่งงานที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก มันมีแต่ความทุกข์ทรมาน มันไม่มีความสุขไปได้หรอกครับ"

    "มันก็ดีกว่าที่จะเห็นคนที่เรารักไปมีความสุขกับคนอื่นนี่คะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ไม่คู่ควรกับพี่รบเลย!"

    "ถ้าคุณไม่อยากเห็นคนที่คุณรักมีความสุข มันก็ไม่ได้ เรียกว่าความรักแล้ว ผมก็ไม่แปลกใจเลย คนอย่างคุณไม่รู้จักความรักหรอก คุณรู้จักแต่เรื่องผลประโยชน์ รู้แต่ว่าถ้าอยากได้ อะไรแล้วต้องได้ ไม่ได้คิดว่าได้ทำร้ายหัวใจใครไปบ้าง คนเห็น แก่ตัวอย่างคุณถ้าไม่มีเงินซื้อคน คงต้องอยู่คนเดียวไปจนตายนั่นแหละครับ"

    เป็นคำพูดเจ็บแสบที่ทำให้โชติรสโกรธจนกำมือแน่น แต่ไม่มีวันที่เธอจะยอมถอย!

    ooooooo

    ดังนั้น วันนี้โชติรสจึงฝากแฟ้มรายการใหม่ผ่านต๊อดมาให้เขา ต๊อดถามว่าเขาจะทิ้งงานถ่ายรูปแล้วใช่ไหม

    "ฉันยังไม่รู้เลยว่าชีวิตจะเป็นยังไงต่อไป" นักรบตอบอย่างเหนื่อยหน่าย

    ต๊อดถามว่ารายการต่อจากนี้ที่โชติรสให้ทำนั้นเป็นรายการติดตามชีวิตไฮโซ คือให้พวกไฮโซไปทำนาเลี้ยงควาย ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่าต้องเป็นรายการปัญญาอ่อน ถามว่า "พี่จะทำเหรอ...พี่รบ"

    "ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่รู้" น้ำเสียงนักรบเริ่มหงุดหงิด

    "พี่ไม่รู้ได้ยังไง นี่มันชีวิตของพี่ พี่เคยสอนผมว่าเกิดมาอย่าทำตัวเสียชาติเกิด ต้องตั้งเป้าหมายให้กับชีวิต แล้วก็ต้องไปให้ถึงเป้าหมาย ถ้าอยากทำอะไรก็ไม่ต้องกลัว ลงมือทำไปเลย ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ให้ใช้ชีวิตเหมือนวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต ผมจำที่พี่สอนได้ แต่ผมทำไม่ได้ หรอก แต่พี่เป็นคนสอน พี่ต้องทำได้สิ"

    นักรบมองไปที่จอมอนิเตอร์ทุกจอในห้องมีแต่ภาพของแป้ง เขาลุกพรวดออกไปทันที ต๊อดถามว่าจะไปไหน เขาตอบโดยไม่หันมองว่า "ไปทำสิ่งที่ฉันอยากทำ แต่ไม่กล้าทำน่ะซิ"

    ooooooo

    นักรบไปหาปรางค์ที่บ้านบอกว่ามีเรื่องจะต้องพูดกับเธอเดี๋ยวนี้แล้วลากปรางค์ออกจากบ้านไปเลย พาปรางค์ไปที่มุมเงียบในซอย ปรางค์เดาได้ว่าเขาจะพูดอะไร บอกเขาว่าถ้าไม่อยากเสียใจภายหลังก็อย่าพูดอะไรออกมาเลย

    "ถ้าฉันไม่พูดกับเธอน่ะซิ ฉันจะต้องเสียใจแน่ๆ อีกไม่นานฉันคงจะต้องแต่งงานกับคุณโรส" ปรางค์ถอนใจโล่งอก แล้วก็ตึงเครียดขึ้นอีกเมื่อนักรบพูดต่อ "ฉันแต่งงานกับคุณโรสเพราะความจำเป็น ฉันไม่ได้รักคุณโรส ฉันรู้แล้วว่าฉันรักใคร ฉันจะไม่หนีความจริงอีกต่อไปแล้ว"

    ปรางค์ใจเต้นไม่เป็นส่ำเดาได้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อ พยายามไม่ให้เขาพูดออกมา บอกว่า "รอให้โอกาสเหมาะๆกว่านี้ รอให้ถูกที่ถูกเวลาแล้วก็...ถูกคนด้วย" ประโยคหลังปรางค์ พูดเสียงเบาหวิว

    นักรบยังจะพูดให้ได้ เขาเล่าถึงความรู้สึกกับปรางค์ แต่ต้นที่คิดกับเธออย่างเพื่อนแต่ความรู้สึกไม่ได้หยุดแค่นั้น เวลานี้ตนรู้สึกกับเธอมากกว่านั้น ปรางค์แทบจะกลั้นใจเพราะไม่อยากให้เขาพูดออกมา แต่เขาก็พูดออกมาจนได้ พูดอย่างเต็มเสียง มั่นใจ และจริงจังว่า

    "ฉันรักเธอปรางค์...ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร หรือเคยเป็นใครมาก่อน ฉันก็ไม่สนใจ ฉันรักเธอ ฉันรู้ว่าถึงจะมาบอกเธอตอนนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ฉันขอเห็นแก่ตัว ขอไม่เก็บความรู้สึกนี้ไว้คนเดียว ฉันต้องบอกเธอ...ฉันรักเธอ..."

    นักรบดึงปรางค์เข้าไปกอด ปรางค์ยันตัวไว้สุดแรงพอผลักนักรบออกไปได้ก็วิ่งไปอย่างช็อกๆ นักรบมองตามไปด้วยความหวังเข้าข้างตัวเองว่าปรางค์น่าจะมีใจให้ตนบ้าง คิดแล้ววิ่งตามไป

    ปรางค์วิ่งกระเจิงมาเข้าบ้าน นักรบตามมาเรียก ปรางค์ ไม่ตอบแต่เปิดหน้าต่างโผล่มาดู

    "ปรางค์! เธอคิดกับฉันยังไงบอกมาซิ อย่าทำเงียบอย่างนี้"

    "คุณกลับไปซะเถอะคุณนักรบ...ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณแล้ว!" พูดแล้วปรางค์ปิดหน้าต่าง ปล่อยให้นักรบยืนอยู่ หน้าบ้านอย่างผิดหวัง เจ็บปวด ที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดหวังแม้แต่น้อย...

    ooooooo

    สนามมวยที่พัทยา แป้งกำลังชกกับน้ำเพชรอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน แป้งสู้แบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ปิดฉากน้ำเพชรด้วยท่าจระเข้ฟาดหางจนน้ำเพชรล้มลงน็อกแน่นิ่งกับพื้น

    กรรมการเข้ามานับ 1 ถึง 10 ท่ามกลางการลุ้นอย่างตื่นเต้นของแฟนมวย พอกรรมการจับมือแป้งชูขึ้นเท่านั้น เสียงปรบมือ เสียงเฮ ก็กึกก้องไปทั้งสนาม

    ประพันธ์กับกระบี่กระโดดกอดกันกลมแล้วพุ่งไปปีนข้ามเชือกขึ้นไปบนสังเวียน ประพันธ์กระโดดกอดแป้ง กระบี่ตามไปกอดอีกคนถูกประพันธ์ผลักออก สองพ่อลูกกอดกันกลมหัวเราะทั้งที่น้ำตาอาบหน้า

    จากชัยชนะครั้งนี้ทำให้ประพันธ์ฝันฟุ้งไปถึงการชกมวยโลกของแป้ง ชมลูกตัวเองไม่ขาดปากว่าวันนี้แกชกดีโคตรๆเลย

    พอกลับถึงบ้านเพื่อนบ้านต่างพากันยกหม้อแกงหม้อขนม มาขอร่วมฉลองกับแป้งด้วย  กระบี่ตื่นเต้นดีใจเป็นสองเท่าทั้งเรื่องที่แป้งตัวจริงกลับมาและชัยชนะของแป้งในครั้งนี้ เกาะติดแจแป้งขยับไปทางไหนก็ไปด้วยจนแป้งบอกว่าไม่ต้องตามติดขนาดนี้ก็ได้ ใช้ให้ไปหยิบแก้วในตู้มาเพิ่มเอาไปรับแขก

    กระบี่ตัดสินใจบอกแป้งว่าตอนที่แป้งไม่อยู่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะ แป้งตัดบทว่าตนฟังจากปรางค์มาแล้ว กระบี่ไม่ยอมบอกว่าต้องฟังจากปากตน แล้วเลียบเคียงว่าเรารู้จักกันมานานแล้ว เราควรคิดถึงอนาคตกันได้แล้ว

    แป้งทำเฉไฉว่าอนาคตของตนคือชกมวยจนกว่าจะได้เป็นแชมป์โลก แล้วถามกระบี่บ้างว่า

    "แล้วแกล่ะ แกจะทำยังไงต่อไปกับชีวิตแก แกจะมาผูกติดกับฉันไปตลอดไม่ได้นะโว้ยไอ้บี่"

    กระบี่ย้อนถามว่าทำไมจะไม่ได้ในเมื่อตนต้องการใช้ชีวิตร่วมกับแป้ง ถูกแป้งสวนไปทันทีว่าถ้าในฐานะเพื่อนได้ แต่ถ้าคิดเป็นอย่างอื่นบอกได้อย่างเดียวว่า "เป็นไปไม่ได้"

    "แกไม่ได้รักฉันเลยเหรอแป้ง" กระบี่เสียงอ่อยหน้าจ๋อย

    เมื่อแป้งยังยืนกรานคำเดิม กระบี่เลยถ่วงเวลาไว้บอกว่าแป้งเพิ่งกลับมาอาจจะยังสับสนเอาไว้ให้ความคิดเข้าที่เข้าทางมีสติกลับมาเมื่อไหร่เราค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่ แป้งได้แต่มองตามอย่างอ่อนใจ

    ooooooo

    เอื้อมเห็นข่าวแป้งลงหนังสือพิมพ์ ก็ถือหนังสือพิมพ์วิ่งโร่ไปที่ห้องซ้อมเพื่อให้ปรางค์ดู ต๊อดกำลังถ่ายทำการซ้อมรำสี่ภาคของปรางค์อยู่เหลือบมอง เอื้อมเลยทำอุบอิบเฉไฉพูดไปเรื่องอื่น แต่พอต๊อดเดินออกไปเขาทำเป็นไม่สนใจแต่แอบดูหนังสือพิมพ์ในมือเอื้อมที่เอาซ่อนไว้ข้างหลัง เอื้อมรีบเอาหนังสือพิมพ์ ให้ปรางค์ดู

    ปรางค์ดูแต่ไม่ตื่นเต้นเพราะเชื่อว่าแป้งต้องชนะอยู่แล้ว บอกว่าตอนนี้ตนกลุ้มเรื่องอื่นมากกว่าคือเรื่องนักรบบอกรักตน ทำเอาทั้งเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อม ร้อง "หา!" เหมือนถูกผีหลอก ปรางค์เล่าว่า

    "เขาบอกรักหนูแต่เขาไม่ได้รักหนูหรอก เขาคิดว่าหนูเป็นแป้ง คุณนักรบเขารักแป้ง หนูควรจะทำยังไงดี"

    พอเจ๊ตุ่มบอกว่าปัญหานี้ก็อยู่ที่แป้งรักนักรบหรือเปล่าด้วย เอื้อมกับนุชเชื่อว่านักรบมีใจให้แป้ง เพราะทั้งที่รู้ว่าแป้งเป็นกะเทยก็ยังบอกรักแสดงว่ารักจริง ปรางค์จึงเสนอว่าเราควรช่วยให้สองคนนี้เจอกันอีกที นักรบจะได้มีโอกาสบอกรักแป้ง

    เจ๊ตุ่มตาเหลือกถามว่าอย่าบอกนะว่าจะมีการเปลี่ยนตัวกันอีก แค่คิดก็ไมเกรนขึ้นแล้ว

    ทันใดนั้น เจ๊จูนแถเข้ามาถามว่ามีปัญหาอะไรหรือทำไมหน้าดำคร่ำเครียดกันทุกคน ถามว่าปรางค์ไปก่อเรื่องจนต้องตามล้างตามเช็ดกันอีกแล้วใช่ไหม นุชบอกให้เอื้อมพาปรางค์ออกไปก่อน แล้วเจ๊ตุ่มก็สะอึกออกมาต่อปากต่อคำกับเจ๊จูนแบบสมน้ำสมเนื้อกัน

    ทั้งคู่ต่อล้อต่อเถียงข่มกันไปมาเรื่องคนของใครจะได้ไปประกวดมิสเรนโบว์ควีนที่อเมริกา เจ๊ตุ่มเถียงขาดใจว่า ยังไงตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีนก็ไม่หลุดไปจากปรางค์แน่ นุชลอยหน้าเข้าไปเย้ยว่า

    "ให้แกตายแล้วเกิดใหม่อีกสิบชาติ แกก็ไม่มีวันชนะเราได้"

    รุมกันเข้าไปด่าเจ๊จูนแล้วก็เดินผละไป แต่เจ๊จูนกับข้าวฟ่าง ก็ไม่สะทกสะท้าน

    ooooooo

    เพราะทุกคนลุ้นอยากให้แป้งกับนักรบได้รักกันจริงๆ เห็นนักรบเดินผ่านมาทำหน้ามึนตึงเอื้อมบอกให้ปรางค์รีบไปคุยกับนักรบเสียเดี๋ยวเขาถอดใจจากแป้งล่ะก็เสียดายแย่

    ปรางค์รีบไปเรียกเขาขอโทษที่เมื่อวานพูดกับเขาไม่ดีเพราะยังไม่ทันตั้งตัว แต่นักรบตั้งตัวได้แล้วเขาบอกว่าให้คิดเสียว่าเมื่อวานไม่ได้เกิดอะไรขึ้น ส่วนที่ปรางค์ขอร้องให้เขารอเวลาที่เหมาะสม เขาตอบอย่างถอดใจแล้วว่า

    "ฉันไม่มีเวลารอแล้วล่ะปรางค์ แล้วฉันก็ไม่ต้องการคำตอบจากเธอแล้ว"

    หลังจากวันนั้น โชติรสก็พานักรบไปถ่ายรูปแต่งงาน เธอพยายามขอความเห็นจากเขาในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องการ์ดแต่งงาน ของชำร่วย เขาตอบสั้นๆตัดบทว่า ตามใจคุณ... แล้วแต่คุณ ครั้นพนักงานหญิงที่มาต้อนรับคอยดูแลชมว่า นักรบน่ารักจริงๆตามใจคู่หมั้นทุกอย่าง ช่างเป็นคู่บ่าวสาวที่เหมาะสมกันจริงๆ

    "ถ้าดูกันแค่เปลือกนอกก็คงใช่แหละครับ แต่คนที่จะแต่งงานกันเขาไม่ได้ดูกันที่ฐานะหรือนามสกุลเท่านั้นนะครับ มันอยู่ที่ความรักและความเข้าใจกันต่างหาก ถ้าหากไม่มีสองอย่างนี้ ผมว่าไปกันไม่รอดหรอกครับ" พูดแล้วนักรบหันไปมองโชติรส เธอทำนั่งคอแข็งไม่รู้ไม่ชี้ เขาจงใจพูดกับเธอว่า

    "ตอนนี้คุณก็ทำตัวเป็นเจ้าของชีวิตผมไปแล้ว ฉะนั้นอยากทำอะไรทำไปเลยครับตามสบาย ผมขอตัวไปทำงานต่อ" พูดเสร็จนักรบลุกไปเลย โชติรสมองตามอย่างไม่พอใจมาก

    ooooooo

    เมื่อนักรบกลับไปถึงห้องตัดต่อ ต๊อดที่แอบดูหนังสือพิมพ์ฉบับที่เอื้อมเอาแอบซ่อนข้างหลังก็ไปซื้อฉบับเดียวกันมาดูจึงพบรูปแป้งชกมวยชนะ เขาเอาไปให้นักรบดูตั้งข้อสังเกตว่าพวกปรางค์ตื่นเต้นเรื่องนี้มาก ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องอะไรกันหรือเปล่า

    นักรบดูรูปแป้งแล้วบอกว่าเราต้องตามหานักมวยคนนี้ให้เจอถึงจะรู้เรื่องนี้ชัด ตนเชื่อว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าคนหน้าเหมือนแน่ ไม่อย่างนั้นปรางค์จะไม่สนใจมากอย่างนี้ ฝากงานต๊อดแล้วออกไปเลย

    นักรบกลับไปที่ห้องทำงานเปิดดูรูปเก่าๆ ตั้งแต่เจอแป้งครั้งแรกที่เขาคิดว่าเป็นขโมย จนมาเจอปรางค์ประกวดธิดามะปรางหวาน แล้วมาประกวดมิสเรนโบว์ควีน แล้วกลับไปชกมวยอีก ยิ่งดูก็ยิ่งอยากค้นหา ในที่สุดตัดสินใจไปที่พัทยา

    นักรบไปที่ตลาดโต้รุ่งที่ถูกไฟไหม้ ถามจนรู้ว่าบ้านของประพันธ์มีลูกสาวชื่อแป้งอยู่ที่ไหนก็ดั้นด้นไปหา

    ที่บ้านแป้ง...ประพันธ์กลับมาบอกข่าวดีว่าแป้งจะได้ ไปชกเวทีใหญ่ที่กรุงเทพฯแล้ว เพราะเฮียพงษ์จะส่งเป็นตัวแทนของค่ายไปชกศึกดาวรุ่งมวยหญิงที่นั่น คิดฝันไปไกลว่าถ้าชกชนะคราวนี้มีหวังได้ไปแข่งโอลิมปิกแน่เลย

    ประพันธ์วางแผนว่าแป้งจะต้องซ้อมหนักกว่าเดิมเป็นสิบเท่า จะชกเดือนหน้าเราต้องไปก่อนสักหนึ่งอาทิตย์จะได้ฝึกซ้อมกันไปพลางก่อน แป้งเลียบเคียงชวนพ่อว่าไปกรุงเทพฯเราไปหาแม่กันดีไหม

    ประพันธ์อ้างว่าแม่เขาเกลียดตนจะตายขืนไปมีหวังถูกตะเพิดออกมา แป้งพยายามหว่านล้อมว่านั่นมันหลายปีแล้ว ประพันธ์ก็ยังลังเล บอกความจริงกับแป้งว่า

    "พ่อเคยเจอแม่แกแล้ว ฝากเบอร์มือถือไปให้กับไอ้ป้าง ก็ไม่เห็นมันจะโทร.มาเลย แม่แกคงกีดกันไม่ให้ไอ้ป้างติดต่อกับเรา เขาคงตั้งใจตัดขาดจากเราจริงๆ แกอย่าไปคิดถึงแม่แกอีกเลยเสียเวลาเปล่าๆ" พูดแล้วเดินออกไปเลย

    ooooooo

    นักรบสอบถามดั้นด้นหาบ้านแป้งเจอจนได้ แต่ขณะเขาเดินเข้าไปในซอยบ้านแป้งนั้น แป้งกลับจากไปวิ่งมาเห็นก่อนเลยแอบเข้าบ้านไปบอกพ่อให้ไปรับหน้านักรบ ส่วนตัวเองหลบกบดานในบ้าน

    ปรากฏว่านักรบถูกทั้งประพันธ์และกระบี่ออกมาชักสีหน้าปฏิเสธว่าบ้านนี้ไม่มีคนชื่อแป้งพยายามไล่ไปให้พ้น เมื่อนักรบตื๊ออีกกระบี่ขู่ว่าจะออกไปดีๆหรือจะให้ใช้กำลัง บอกประพันธ์ว่าช่วยกันจับโยนออกไปดีไหม

    "งั้นผมกลับไปก่อนก็ได้ แต่ยังไงผมต้องกลับมาใหม่แน่" นักรบหันหลังกลับก่อนถูกจับโยนออกมา

    พอแป้งออกมาถามว่าเขาไปแล้วหรือ ประพันธ์ถามว่าทำไมต้องหลบหน้าผู้ชายคนนี้ด้วย ไปทำอะไรไว้หรือเปล่าเขา ถึงได้ตามหามาถึงบ้าน แป้งเลี่ยงว่าเรื่องมันยาว ประพันธ์บอกให้เล่าสั้นๆก็ได้

    กระบี่เลยออกหน้าเล่าแทนว่าหมอนี่ตามจีบแป้งแต่ แป้งไม่ชอบเลยหลบหน้า เท่านั้นแหละประพันธ์ฟังแล้วเชื่อ แป้งถอนใจโล่งอกที่กระบี่ช่วยแก้ต่างให้

    แต่นักรบก็ไปสืบเรื่องแป้งจากป้าจุกที่ขายอาหารตามสั่ง จนรู้ว่าแป้งอยู่ที่บ้านนั้นจริงๆ และเป็นลูกคนเดียวของประพันธ์ ยืนยันว่านักมวยอย่างแป้งจะไปประกวดนางงามได้ยังไง มันคนละเรื่องกันเลย

    "งั้นสรุปได้ว่าแป้งที่เป็นลูกของน้าพัน แป้งที่เป็นนักมวยไม่มีทางที่จะไปเป็นนางงามแน่ๆ สองคนนี้ก็ต้องเป็นคนละคนกันใช่ไหมครับ" นักรบถามย้ำอีกครั้ง ได้รับคำตอบสุดท้ายจากป้าจุกว่า

    "ถูกต้องเลยค่ะคุณ"

    ooooooo

    ระหว่างนั้นโชติรสไปหานักรบที่ห้องตัดต่อไม่เจอถามต๊อดว่าไปไหน ต๊อดบอกว่าไปข้างนอก เธอระแวงว่า คงแอบหนีไปกับปรางค์ จึงตามไปที่ห้องซ้อมปรากฏว่าปรางค์ยังซ้อมอยู่ที่นั่น เธอก็ยังพานหาว่าคงแอบนัดไปพบกันที่อื่น ขู่ปรางค์ให้อยู่ห่างๆนักรบไว้เพราะตนหมั้นและจะแต่งงานกันเร็วๆนี้แล้ว ซ้ำขู่ปรางค์ว่าขืนทำรุ่มร่าม ตนโทรศัพท์กริ๊งเดียวอนาคตเธอก็ดับวูบ

    "แล้วคุณจะได้คุณนักรบกลับไปเหรอคะ ฉันไม่ใช่เป็นปัญหาของคุณหรอกค่ะ ปัญหาอยู่ที่ตัวคุณเองที่ทำให้คุณนักรบรักคุณไม่ได้ต่างหาก คุณไม่มีวันได้หัวใจคุณนักรบแน่ๆ ถ้าคุณยังคงไล่ตามผู้ชายเหมือนผู้หญิงไร้สติอย่างนี้"

    ถูกปรางค์ตอกหน้าเข้าอย่างนี้โชติรสทนไม่ได้ตบหน้าปรางค์ฉาดใหญ่ด่าว่าเธอไม่มีสิทธิ์พูดกับตนแบบนี้ เป็นได้ก็แค่กะเทยนางโชว์เท่านั้น

    เจ๊จูนกับข้าวฟ่างเข้ามาเห็นแอบดูกันอย่างกระเหี้ยน กระหือรือ ส่วนเจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมถือถุงขนมเข้ามา รีบเข้าไป ถามปรางค์ว่าเกิดอะไรขึ้น ปรางค์บอกว่าไม่มีอะไร ถามว่าเดี๋ยวตนต้องทำอะไรต่อ นุชบอกว่าต้องไปให้สัมภาษณ์รายการต่อ ทุกคนพากันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

    เจ๊จูนแอบดูแอบฟังอยู่สงสัยมากว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนโดนตบขนาดนี้ปรางค์ชกคืนไปแล้วแต่นี่กลับยืนนิ่ง ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมมันถึงเปลี่ยนกลับไปกลับมา ข้าวฟ่างบอกว่าปรางค์คงจะสับสนตัวเองน่าเลือกเป็นสักอย่าง จะเป็นกะเทยห้าวหรือกะเทยนางงามก็ให้มันชัดไปเลย

    "กะเทยห้าว...กะเทยนางงาม...มันต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง เรื่องนี้แน่ๆ อย่าให้ฉันจับได้ล่ะว่านังตุ่มทำอะไรตุกติก ฉันจะแฉให้น่าดูเลย!" เจ๊จูนจิกตาอย่างร้ายกาจ

    ooooooo

    หลังจากถูกโชติรสคุกคามข่มขู่แล้ว ปรางค์ใจไม่อยู่กับตัวคิดจะต้องทำอะไรสักอย่างเพราะเห็นว่าคนดีอย่างนักรบไม่ควรแต่งงานกับผู้หญิงร้ายกาจอย่างโชติรส บอกพวกเจ๊ตุ่มว่า

    "หนูจะต้องทำให้คุณนักรบเขาสมหวังในความรัก"

    แล้วขยับตัวเข้าไปกระซิบกับพวกเจ๊ตุ่ม แต่ไม่มีใครฟังรู้เรื่องเลย

    ส่วนแป้งยังถูกนักรบตามล่าเพื่อหาความจริงไม่ยอมเลิก วันนี้ดักจนเจอแป้งวิ่งออกกำลังกายก็จู่โจมเข้าไปหา พอแป้งจะวิ่งหนีก็กระโดดล็อกไว้เลยล้มไปด้วยกัน ปรากฏว่ากระบี่ มาจากไหนไม่รู้พุ่งเข้ามากระชากนักรบออกแล้วต่อยเขาไม่ยั้งจนนักรบล้มลงหมดสภาพ แป้งฉวยโอกาสนั้นรีบลุกหลบไป

    ขนาดนั้นนักรบก็ยังไม่ยอมเลิก รุ่งขึ้นเขาไปที่ค่ายมวยถามหาแป้งอีก พอนักมวยในนั้นบอกว่าวันนี้แป้งไม่มาก็ขอรอจนกว่าจะมา สุดท้ายเลยถูกนักมวยสองคนช่วยกันหิ้วออกมาปล่อยนอกค่าย แป้งซึ่งหลบอยู่ข้างในได้แต่แอบมองเขาอย่างอ่อนใจ

    จนค่ำนักรบก็ไปจอดรถซุ่มดักแป้งที่ปากซอย แป้งเห็นก่อนจึงหลบพ้น แต่นักรบก็ถูกวัยรุ่นเกเรแถวนั้นมาปล้น เขาถูกทำร้ายจนแป้งทนไม่ได้วิ่งออกไปช่วย เล่นงานพวกเด็กกระดูกอ่อนนั่นจนวิ่งกันกระเจิง

    ในที่สุดนักรบก็พบแป้งตัวจริงจนได้ เขาพยายามขอร้องให้แป้งคุยกันให้รู้เรื่อง แต่แป้งก็วิ่งหนีเข้าซอกซอยจนนักรบตามไม่เจอ หลุดไปอีกจนได้

    ooooooo

    เมื่อปรางค์ตัดสินใจจะทำให้นักรบกับแป้งสมหวังกัน เธอกลับบ้านไปเลียบเคียงกับแม่ว่าที่ตนทำงานมุ่งมั่นทุกวันนี้ก็ด้วยความฝันที่จะให้ครอบครัวเราได้มาอยู่พร้อมหน้ากัน ปรียายืนกรานว่าไม่มีวันที่จะกลับไปพบประพันธ์อีก พอปรางค์ซักหนักเข้าก็ยอมรับว่า กลัวประพันธ์รับสภาพกะเทยของปรางค์ไม่ได้ ทำให้ ปรางค์ตัดสินใจที่จะไปแสดงตัวทำให้พ่อยอมรับตนได้ ด้วยตัวเอง

    พวกเจ๊ตุ่มพยายามหว่านล้อมให้ปรางค์ประกวดมิสเรนโบว์เวิลด์เสร็จก่อนค่อยแก้ปัญหานี้ แต่พอฟังเหตุผลของปรางค์ ทุกคนก็ต้องยอม ทั้งหมดจึงออกเดินทางไปพัทยา

    แป้งแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมปรางค์ต้องมาหาตนถึงพัทยา ปรางค์จึงเล่าความจริงให้ฟังว่านักรบรักแป้ง ที่นักรบ บอกรักตนก็เพราะเข้าใจว่าเป็นแป้ง บอกน้องว่าควรกลับไปหาเขาไปบอกเขาว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกับตัวเขา แป้งติงว่านักรบกำลังจะแต่งงานกับโชติรสอยู่แล้วถึงรู้สึกยังไงก็คงเป็นไปไม่ได้ ทั้งยังขอร้องปรางค์ให้เก็บเรื่องของเราไว้เป็นความลับเพื่ออนาคตของเรา ตนจะไม่ทำลายอนาคตของปรางค์เพื่อผู้ชายคนเดียวเด็ดขาด

    สุดท้ายคือแป้งเดินจากปรางค์ไป ทิ้งให้ปรางค์มองน้องอย่างผิดหวังอยู่คนเดียว

    แต่ขณะที่ปรางค์เดินกลับนั่นเอง เจอนักรบที่มาดักอยู่ เข้าอย่างจัง นักรบคว้าตัวไว้พูดอย่างผู้ชนะว่าคราวนี้จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีไปได้อีกแล้ว ถามถี่ยิบว่า

    "เธอเป็นใครกันแน่แป้ง เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เธอกับปรางค์เป็นคนเดียวกันหรือเปล่า บอกฉันมาซิแป้ง"

    แต่พอมองหน้าปรางค์ชัดๆเขาก็ชะงัก ปรางค์จึงบอกความจริงว่าตนไม่ใช่แป้ง ไม่ใช่ผู้หญิงที่เขารัก ส่วนผู้หญิงที่เขารักยืนอยู่ข้างหลังเขา นักรบหันหลังไปเจอแป้งยืนอยู่จริงๆ

    เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยออกมาจากปากของปรางค์กับแป้ง นักรบลากแป้งไปคุยกันส่วนตัวซักไซ้จนรู้ว่าที่จริงแล้วแป้งเป็นผู้หญิงแท้ๆ ที่ไปประกวดมิสเรนโบว์ควีนเป็นการไปทำแทนปรางค์เท่านั้น แป้งถามเขาว่าเขาแน่ใจหรือที่บอกปรางค์ไปอย่างนั้นทั้งที่เขาเองก็ยังแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าคนไหนคือแป้ง คนไหนคือปรางค์

    นักรบยืนยันว่าผู้หญิงที่ตนรักคือแป้ง คือคนที่อยู่ตรงหน้าตนและจะไม่ยอมปล่อยให้ไปไหนอีกแล้ว ขอร้องแป้งว่าอยากให้เรื่องของเราลงตัวเสียทีได้ไหม อ้อนว่า

    "ฉันรักเธอ...อย่าหนีฉันไปไหนอีกนะแป้ง" พูดแล้วดึงแป้งเข้าไปกอดอย่างไม่ยอมปล่อย...

    ooooooo

    เพราะตัวเองก็มีใจให้นักรบอยู่แล้ว กอปรกับทั้งพวกเจ๊ตุ่มและปรางค์ช่วยกันลุ้นเต็มที่ ทำให้แป้งมีท่าทีอ่อนลง จนเมื่อพวกเจ๊ตุ่มทิ้งแป้งให้กลับไปกับนักรบเพราะปรางค์ขอเวลาทำให้ประพันธ์รับสภาพของตัวเองได้ก่อน ทั้งคู่จึงเปลี่ยนตัวกันอีกครั้ง

    เมื่อกลับถึงบ้าน ปรียาไม่พอใจที่นักรบมาวุ่นวายกับลูกของตนอีก แต่ทั้งสองก็เก็บความลับได้อย่างดี และแป้งก็หว่านล้อมจนปรียาทำใจได้ว่าถ้านักรบรักตนจริงก็ต้องยอมรับความจริงของตนและแก้ปัญหาของเขาได้เองหรือไม่ก็ถอยไปเอง

    "แล้วแกจะไม่เสียใจหรือ" ปรียาเป็นห่วง

    "ไม่หรอกแม่ หนูได้รู้จักผู้ชายดีๆคนนึง ผู้ชายที่ทำให้ หนูรู้จักความรัก แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับหนูจ้ะแม่"

    ปรียาฟังแล้วได้แต่กอดแป้งไว้ด้วยความเห็นใจและเข้าใจลูก...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์