ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แฝดนะยะ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

แฝดนะยะ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ในงานประกวดมะปรางหวานที่นครนายก นอกจากมีการประกวดมะปรางหวานแล้วที่ขาดไม่ได้คือประกวดธิดามะปรางหวาน

บริเวณงานมีซุ้มประกวดมะปรางหวานเรียงรายประชันขันแข่งกันเกือบร้อยซุ้ม มะปรางผิวแสดอมส้มละลานตาไปหมด

ที่มุมขายผลไม้ต่างๆรวมทั้งของดีของฝากจากนครนายก มีร้านอาหารรสเด็ดนานาชาติ ทั้งปิ้ง ย่าง เผา อบ กระทั่งรถเข็นขายโรตีที่มีแขกโยนโรตีแผ่นบางพลิ้วราวกับผ้าขึ้นกลางอากาศสวยงาม

นักรบ อำนาจไพศาล ช่างภาพหนุ่มวัย 23 ปี ลูกชายคนเดียวในครอบครัวมั่งคั่งมั่นคง มีพ่อเป็นนายทหารใหญ่ มีแม่ เป็นผู้ดีเก่า เขาจึงเป็นชายหนุ่มที่เพียบพร้อมเป็นที่หมายปองของสาวๆ แต่เขากลับหนีห่างเพราะรำคาญความจุกจิกงอแงของเธอเหล่านั้น จึงมีชีวิตเพลิดเพลินมีความสุขกับการถ่ายรูปที่รักเป็นชีวิตจิตใจ

นักรบยืนมองแขกโยนแผ่นโรตีอย่างทึ่งแล้วบรรจงถ่ายรูปไว้ ถ่ายแล้วก็ลดกล้องลงเช็กรูปที่ถ่ายไว้อย่างพอใจ

ทันใดนั้น นักรบชะงักกึกเมื่อเห็นนักล้วงคนหนึ่งกำลังล้วงกระเป๋าสตางค์จากเจ๊ที่ยืนรอซื้อโรตีและกำลังหันไปคุยกับเพื่อนอยู่

"เฮ้ย! ทำอะไรน่ะ!" นักรบร้องเสียงดัง นักล้วงคนนั้น ตกใจคว้ากระเป๋าสตางค์จากเจ๊คนนั้นได้ก็วิ่งอ้าว พอเจ๊รู้ตัวว่าถูกล้วงกระเป๋าก็ร้องโวยวายให้คนช่วย

นักรบวิ่งไล่กวดนักล้วงคนนั้นไปทันที คว้าคอเสื้อมันไว้ได้แต่ก็ถูกสะบัดหลุดซ้ำคว้าเก้าอี้แถวนั้นทุ่มใส่ด้วย ดีที่เขาหลบทัน พอตั้งหลักได้มันวิ่งต่อเขาก็วิ่งตามไม่ลดละ จนมันวิ่งหายไปหลังเวทีมวย...

ooooooo

ที่หลังเวทีมวย...

นักมวยกำลังวอร์มอัพเตรียมขึ้นชก นักล้วงคนนั้นวิ่งมาถึงที่รั้วหลังเวทีมวยหันไปเห็นนักรบวิ่งตามมา มันเห็นจวนตัวจึงขว้างกระเป๋าสตางค์ให้พ้นตัวแล้วปีนข้ามรั้วหนีไป

กระเป๋าสตางค์ใบนั้นลอยคว้างมาหล่นลงในกระเป๋าเป้ ของใครคนหนึ่งที่เปิดอ้าอยู่แม่นราวกับจับหยอดลงไป

เป็นกระเป๋าเป้ของปิยธิดา  กำแหงหาญ  หรือ  แป้ง หญิงสาวร่างเล็กแต่ดูแกร่งทะมัดทะแมงนั่นเอง นักรบพรวดเข้ามากระชากไหล่แป้งตะคอกถามทั้งที่เหนื่อยหอบ

"นึกว่าจะหนีพ้นเหรอ ไอ้หัวขโมย!"

แป้งยืนนิ่งเหวอ พอได้สติก็สะบัดตัวออกจากนักรบตะคอกกลับถามว่าใครขโมย ขโมยอะไร พูดให้มันดีๆหน่อย นักรบหาว่าแป้งมั่วแกล้งโง่ นี่คงทำกันเป็นขบวนการแน่ๆ และเธอต้องเป็นหัวหน้าแก๊ง  แป้งบ่นอย่างรำคาญว่าเมาก็กลับไปนอนเสีย  พูดอะไรไม่รู้เรื่อง  แล้วจะเดินหนีถูกนักรบคว้าแขนไว้อีก

"อย่ามาทำเนียน อย่างนี้ต้องถ่ายรูปเก็บไว้ก่อน" ว่าแล้วนักรบถ่ายรูปแป้งไว้ทั้งหน้าตรงเอียงซ้ายเอียงขวาเหมือนถ่ายรูปผู้ต้องหา แป้งฉุนขาดตวาดสั่ง

"จะบ้ารึไง ถ่ายรูปฉันไปทำไม ลบเดี๋ยวนี้เลยนะไอ้คนโรคจิต"

"ทีอย่างนี้ล่ะอาย ทีลักขโมยคนอื่นเขาไม่รู้จักอาย คนพิการขาด้วนแขนขาดเขายังรู้จักทำมาหากิน นี่อะไร แขนขาก็มีอยู่ครบ แต่ไม่มีปัญญาหางานสุจริตทำ ไม่มีศักดิ์ศรีเอาซะเลย" นักรบด่าเป็นชุด

แป้งด่าว่าอย่ามากล่าวหากันชุ่ยๆมีหลักฐานอะไร นักรบบอกว่ากระเป๋าสตางค์ในเป้เธอนี่ไงพลางเอื้อมมือจะหยิบ แป้งเบี่ยงตัวหลบตั้งท่าเอาเรื่องห้ามเข้ามา ย้ำว่าตนไม่ได้ขโมยแล้วกระเป๋าสตางค์จะมาอยู่ที่เป้ตนได้ยังไง

นักรบไม่ฟังเสียงเพราะเห็นกับตาว่ากระเป๋าสตางค์ใบนั้นปลิวหวือลงในเป้ของแป้ง เขาจะกระชากเป้ของแป้ง เลยถูกแป้งรัวหมัดชกหน้าไม่ยั้ง นักรบหงายเก๋งทันที แป้งก้าวเข้าไปก้มมองเย้ยๆ

ooooooo

ที่หลังเวทีประกวดธิดามะปรางหวาน สาวที่เข้าประกวดเดินขึ้นเวทีโชว์ตัวทีละคน...ทีละคน  พวกหนุ่มๆจ้องกันตาเป็นมัน

หวาน หนึ่งในสาวที่เข้าประกวดกำลังเติมหน้าสำรวจความงาม  ปรางค์  หรือป้างในอดีต  เดินเข้ามาเร่งว่าเขากำลังจะเรียกถึงหมายเลขของหวานแล้ว หวานก็ยังใจเย็นขอเติมปากอีกนิดเดียว

"นังหวาน เขาเรียกชื่อแกแล้วไปเร็วเข้า มัวแต่ประดิด ประดอยอยู่นั่นแหละ นังปรางค์แกลากมันไปที่เวทีเดี๋ยวนี้ แกก็อีกคนทำอะไรชักช้าไม่ทันกิน เดี๋ยวขึ้นเวทีไม่ทัน กรรมการสั่งปรับตกรอบฉันก็มาที่นี่เสียเที่ยวเปล่าสิยะ รีบไปเดี๋ยวนี้! อย่าให้โมตุ่มต้องวีน" ตุ่มกะเทยเฒ่ารุ่นแตกลายงามีอาชีพเป็นโมเดลลิ่งโวยวาย

"ค่ะพี่ตุ่ม ไปเดี๋ยวนี้ค่ะ ไปค่ะ" ปรางค์รีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้หวานแล้วพาออกไปอย่างเร็ว

ooooooo

ที่ร้านอาหาร นักรบกำลังเอาไอศกรีมประคบรอยชกแก้ขัดไปก่อน มีต๊อด หรือเติมพล ชนะภัยทั้งปวง อาชีพนักข่าวเพื่อนรักของเขานั่งเจ๊าะแจ๊ะอยู่ข้างๆ

"ท่าทางจะหมัดหนักน่าดูเลยนะพี่ พี่แน่ใจนะว่าไอ้คนที่ชกพี่น่ะเป็นผู้หญิงจริงๆ  ดูผิดไปรึเปล่า  ผู้หญิงอะไร  ชกผู้ชายหมัดเดียวจอดได้"

"มันเล่นทีเผลอโว้ย ไม่งั้นฉันก็ไม่พลาดท่ามันหรอก" นักรบแก้เกี้ยวฉุนๆ

"ไม่น่าเผลอเลยนะพี่ เสียชื่อกันก็คราวนี้แหละพี่นักรบ ชื่อพี่ก็ออกจะแม้นแมนแต่ดันมาถูกผู้หญิงชกจนสลบเหมือดซะนี่ ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นตัวใหญ่มากเลยเหรอพี่" ต๊อดเจ๊าะแจ๊ะไปตามประสา แต่มันเหมือนตอกย้ำความบ้อท่าของเขา ทำให้เขาโมโหเอ็ดว่าไม่ต้องมาย้ำ พูดขึงขังว่า

"ฉันจะต้องตามตัวมันจับส่งตำรวจ   ให้มันติดคุกซะให้เข็ด"

ต๊อดทักท้วงว่าจะหาเรื่องใส่ตัวอีกทำไม  ก็พูดเองว่ามันทำงานกันเป็นแก๊ง เดี๋ยวก็ถูกพวกมันตื้บตายหรอกรู้อยู่ว่าที่นี่ ถิ่นของมัน แล้วอีกอย่างคนเยอะขนาดนี้จะหาเจอได้ยังไง แต่พอพลิกมือดูนาฬิกาต๊อดตกใจ

"ตายโหง ถึงเวลารอบตัดสินแล้ว ถ้าเก็บรูปไม่ทันผมโดนพี่ชัยด่าแน่ๆเลย ไปเร็วพี่รบเดี๋ยวไม่ทัน พี่ช่วยผมถ่ายรูปด้วยนะ"

"ไปไหนวะ" นักรบถาม ต๊อดไม่ตอบแต่ลากเขาไปเลย

ooooooo

ผลการประกวดปรากฏว่าหวานได้เป็นธิดามะปรางหวานปีนี้ ยังความดีใจจนกระโดดโลดเต้นแก่ เจ๊ตุ่ม ปรางค์คาดว่างานนี้ตุ่มอาจจะได้เจอเด็กใหม่ หน้าตาดีๆไปเข้าสังกัดแทมมี่โมเดลลิ่งของเขาก็ได้

เจ๊ตุ่มเบ้ปากว่าไม่เห็นจะได้เรื่อง  ไม่เข้าตาเลยสักคน

พอดีต๊อดกับนักรบมาถึง ต๊อดให้นักรบไปเก็บภาพบรรยากาศส่วนตนจะถ่ายรูปสาวๆเอง นักรบบ่นๆแต่ก็ทำ จนกระทั่งถ่ายมาถึงแถวที่เจ๊ตุ่มกับปรางค์นั่งอยู่ซึ่งเป็นบริเวณหน้าเวทีประกวด

ปรางค์เห็นนักรบถ่ายรูปเจ๊ตุ่มก็ถอยให้ติดรูปเจ๊ตุ่มคนเดียว แต่นักรบถ่ายติดรูปปรางค์ไปสองสามรูปแล้วก็ชะงักร้องอย่างไม่หายแค้น

"ไอ้หัวขโมย!"

พอดีกลุ่มสาวที่เข้าประกวดเดินไปหลังเวที ปรางค์จึงตามไปดูแลหวาน ส่วนนักรบคิดว่าปรางค์หนีก้าวพรวดๆตามไปเอาเป็นเอาตาย

ปรางค์กำลังช่วยดูแลหวานอยู่ดันถันหวานให้อึ๋มเข้าที่ หวานเบี่ยงตัวหนีบอกว่าไม่ต้อง ปรางค์พูดเต็มปากเต็มคำว่าไม่ต้องอาย ยังไงเราก็ผู้หญิงด้วยกัน แต่หวานมองอึดอัดขอว่า

"ไม่ต้องดีกว่า เดี๋ยวหวานโกยนมเองได้"

การพยายามเลี่ยงของหวานทำให้ปรางค์หน้าสลดรู้ว่าหวานยังมองตนเป็นผู้ชายอยู่

พอดีนักรบตามมาเจอ หาว่าปรางค์แต่งหน้าทาปากเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อตบตาตน จะลากปรางค์ไปโรงพักให้ได้ฐานเป็นหัวขโมย ทำเอาทุกคนตรงนั้นตกใจ ปรางค์เองก็ตกใจถามว่า นักรบจำคนผิดรึเปล่า

นักรบหาว่าปรางค์เล่นละคร ด่าว่าเป็นพวกสิบแปด มงกุฎเข้ามาในนี้จะมาขโมยของอีกใช่ไหม หันไปถามทุกคนว่าใครมีของหายไหมจะได้ไปแจ้งความทีเดียวเลย ว่าแล้วพยายามลากปรางค์ออกไป

เจ๊ตุ่มเดินมาเจอพอดีโดดเข้าขวางถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเป็นใครจะลากปรางค์ไปไหน ถามปรางค์ว่านี่คือแฟนใหม่ หรือ ปรางค์บอกว่าไม่ใช่  ตนไม่รู้จัก จู่ๆก็มาหาว่าตนเป็นขโมย นักรบโต้ว่าตนไม่ได้กล่าวหาแต่เห็นกับตาจริงๆ แล้วจะลากปรางค์ออกไปให้ได้

เจ๊ตุ่มออกมายืนยันว่าปรางค์อยู่กับตนที่นี่ทั้งวันไม่ได้ กระดิกตัวไปไหนเลยแล้วจะไปขโมยอะไรของใครได้ ประกาศประกันขันแข็งว่า

"แล้วที่สำคัญคนของโมตุ่มไม่มีวันทำเรื่องชั่วเด็ดขาด นี่คงสร้างสถานการณ์กะจะมั่วเข้ามาดูสาวๆโป๊หลังเวทีล่ะสิ"

เจอไม้นี้เข้านักรบก็เลิ่กลั่ก ถูกพวกกะเทยถึกกลุ่มใหญ่ กรูกันเข้ามา เจ๊ตุ่มยุว่าจัดการเลย นักรบตกใจกอดกล้องวิ่งอ้าวไปแต่ก็ยังถูกกลุ่มกะเทยรุมจนไม่เห็นตัวนักรบ ได้ยินแต่เสียงร้อง

"เฮ้ย! ไม่ใช่ ผมไม่ใช่...อย่า...อย่าทำไม!!"

ooooooo

ที่เวทีมวย แป้งกำลังขึ้นชกกับนักมวยหญิงร่างบึ้กอย่างดุเดือด มีกระบี่ที่เป็นคู่หูร้องเชียร์และตะโกนบอกแป้ง "การ์ดอย่าตก ไอ้แป้ง ถอยก่อน ถอยออกมาก่อน..."


แต่เพราะรูปร่างที่เสียเปรียบ ทำให้แป้งถูกชกล้มลง แม้กระบี่จะตะโกนสุดเสียงให้ลุกขึ้นมาอย่ายอมแพ้ แต่ในที่สุดแป้งก็ล้มพับหมดสติคาสังเวียน

เวลาเดียวกันนั้น ที่เวทีประกวด สาวงามที่เข้าประกวดไม่พอใจการตัดสินของกรรมการรุมเข้าแย่งมงกุฎจากหวานไป สวมให้สาวเบอร์ 3 พวกแดนเซอร์ผสมโรงกับเขาด้วย เลยทำให้ต๊อดได้ภาพเด็ด พึมพำพอใจว่า "ได้ข่าวเด็ดแล้วโว้ย"

เจ๊ตุ่มกับปรางค์เพิ่งดีใจยิ้มไม่ทันหุบก็ตะลึงกับภาพการตบตีกันบนเวทีพากันวิ่งไปหลังเวทีทันที

ooooooo

ที่ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แป้งกับกระบี่ไปนั่งนับเงินกันที่นั่นไม่สนใจว่าทางร้านกำลังเก็บเก้าอี้จะ ปิดร้านอยู่แล้ว กระบี่ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นประคบหน้าให้แป้ง แป้งปัดอย่างรำคาญบอกว่าขอนับเงินก่อน  กระบี่ขู่ว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้หน้าบวมฉึ่งไม่กลัวเสียโฉมรึไง

"ฉันเป็นนักมวยไม่ได้เป็นนางงาม ถ้ามัวแต่มาห่วงสวยก็ไม่ต้องทำมาหากินกันพอดี เอ้านี่ส่วนแบ่งของแก" แป้งส่งเงินให้กระบี่ตามส่วน

กระบี่ ไม่เอาเพราะแค่มาช่วยเฉยๆ  ถามว่าได้ค่าตัวเท่าไร ชกแพ้ก็ได้มาแปดร้อย หักเปอร์เซ็นต์ให้ค่าย ค่าโน่นค่านี่เหลือกี่ร้อย แป้งบอกว่าสี่ร้อย แต่ยังไงก็ต้องให้ค่าพี่เลี้ยงกระบี่ แล้วยังมีส่วนแบ่งที่เราเอากระเป๋าผ้าไปฝากน้าเล้งขายวันนี้ด้วย

แป้ง เปิดกระเป๋าเป้หาถุงจะเอามาใส่เงิน แล้วก็แปลกใจเมื่อเจอกระเป๋าสตางค์ของเจ๊ที่ถูกนักล้วงโยนมาลงที่เป้พอดี แป้งจึงได้เข้าใจที่ถูกนักรบหาว่าเป็นหัวขโมย บ่นงึมงำ

"ซวยแล้วซิ ทำไงดีวะ" กระบี่ถามว่าอะไรหรือ แป้งไม่สนใจบ่นอยู่คนเดียว "สงสัยปีนี้จะเป็นปีชงของฉันแน่ๆถึงได้ดวงตกอย่างนี้ ฉันต้องติดคุกหรือเปล่าเนี่ย ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนี่หว่า จะติดคุกได้ไงใช่ไหมไอ้บี่"

"โว้ย พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยซิวะ" กระบี่โวย แต่แป้งไม่สนใจถือกระเป๋าสตางค์ใบนั้นกวาดตามองหาคนที่จะคืนให้ โชคดี๊ดี เห็นนักรบเดินผ่านลานหน้าร้านอาหารจะไปลานจอดรถ แป้งดีใจมากร้องบอก "ดวงฉันยังดีโว้ยไอ้บี่ ฉันรอดแล้ว ฉันรอดแล้ว แกรออยู่นี่นะ ขอบใจมากๆ"

แป้งตบไหล่กระบี่แล้ววิ่งออกไปหานักรบ กระบี่มองตามนึกในใจว่าอะไรของมันวะ...

ooooooo

แป้ง ตามไปเรียก "นี่คุณ..." นักรบหันมาเห็นแป้งถึงกับผวาเพราะหน้าเหมือนปรางค์รีบร้องห้ามนึกว่าพาพวก กะเทยมารุมยำตนอีก ไม่เพียงเท่านั้นยังพูดพล่ามเรื่องกรรมดีกรรมชั่วกล่อมเสียยาวเหยียดแป้งรอ จนนักรบหยุดหายใจรีบถามว่า

"พูดพอหรือยัง ฉันเอากระเป๋ามาคืน" แล้วแป้งก็ประกาศศักดิ์ศรีตัวเองว่าถึงอดตายก็ไม่ขโมยของของใคร นักรบถามว่าจะให้ตนเชื่อได้ยังไง แป้งย้อนถามว่าถ้าตนขโมยจริงๆแล้วจะเอามาคืนทำไม เห็นนักรบทำท่าไม่เชื่อ แป้งตัดบทว่า

"คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจคุณ แต่บอกให้รู้ไว้นะ คนอย่างฉันไม่เคยโกหกใคร"

สุดท้าย นักรบบอกว่าตนเชื่อ แป้งขอบคุณแล้วเดินไป นักรบมองตามด้วยความรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้แปลกๆ เดี๋ยวเป็นผู้หญิง เดี๋ยวเป็นทอม แล้วแป้งก็หยุดหันกลับมาบอกเขาว่า

"ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ออมมือ ชกแรงไปหน่อย ไม่เป็นไรใช่ไหม"

นักรบยิ้มเฝื่อนๆ นึกในใจว่าพยายามจะลืมแล้วเชียวยังมาพูดให้ได้อายอีก

ooooooo

ที่ หลังเวทีประกวดยังวุ่นวายกันไม่จบ บนเวทีกรรมการตัดสินให้คนหนึ่งแต่หลังเวทีพวกกะเทยจะให้อีกคนหนึ่งกระทั่ง เข้าไปแย่งมงกุฎกระชากสายสะพายกันวุ่นวาย

สุดท้ายคุณนายผู้ว่าฯ เข้ามาบอกว่าทางคณะกรรมการหารือกันแล้วมีทางออกว่าผลการประกวดครั้งนี้ถือ เป็นโมฆะไม่มีใครได้รับตำแหน่งธิดามะปรางหวาน เจ๊ตุ่มถามว่าแล้วเงินรางวัลที่หวานจะได้ล่ะ

"สปอนเซอร์ทุกเจ้าขอถอนตัวหมด แล้วเราจะไปหาเงินรางวัลที่ไหนล่ะคะ ทุกอย่างในวันนี้ถือเป็นโมฆะ"

เจ๊ ตุ่มแทบจะเป็นลม ที่ตนลงทุนไปแล้วจะถอนทุนได้ที่ไหน งานนี้เจ็บตัวเข้าเนื้ออีกตามเคย ขณะเดินเซ็งๆกันออกมา หวานเกิดอยากกินลูกชิ้นปิ้งขึ้นมาขอแวะไปซื้อ เจ๊ตุ่มบ่นว่าช่วงนี้ให้ไดเอตอยู่ไม่ใช่หรือ หลังหกโมงเย็นถ้าหิวก็ให้กินน้ำแทน

สุดท้ายก็ต้องยอมให้หวานไปซื้อลูกชิ้นปิ้งเพราะเธอบอกว่าตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย

ขณะ นั้นแป้งกับกระบี่เดินผ่านมาได้ยินเสียงปรางค์พูดก็หันมองแต่เห็นไม่ถนัด เพราะถูกพ่อค้าแม่ค้าและคนเดินไปมาบังไว้  เห็นแว้บๆรู้สึกสะดุดตาเลยพยายามมองให้ชัด จะเดินไปดูใกล้ๆ ก็พอดีเจ๊ตุ่มดึงให้ไปกินบนรถเพราะอยากกลับบ้านเต็มทีแล้ว แต่ปรางค์ยังอดหันมองแป้งไม่ได้

แป้งเองก็มีลางสังหรณ์บางอย่าง ปรางค์เดินผ่านไปแล้วหันมองตามอีก กระบี่มองตามพอเห็นปรางค์กระบี่ถึงกับตาค้างอ้าปากเหวอแป้งเลยถามว่า

"ไอ้ บี่...ผู้หญิงคนนั้น แกเห็นผู้หญิงคนนั้นไหม เขาหน้าเหมือนฉันเปี๊ยบเลย เหมือนจริงๆ เป็นไปได้ไงวะ ที่จะมีใครหน้าตาเหมือนกับเราขนาดนั้น"

แม้ จะรู้สึกอย่างนั้นแต่กระบี่ก็บอกว่าไม่น่าแปลกคนเราหน้าตาเหมือนกันมีออก เยอะไป แล้วสาธยายยกตัวอย่างคนโน้นเหมือนคนนี้ คนนี้เหมือนคนนั้น ทั้งที่แป้งฟังแล้วไม่เห็นเหมือนกันเลย สุดท้ายแป้งตัดบทให้ช่วยกันเก็บของกลับบ้านดีกว่า บ่นตัวเองว่าสงสัยโดนน็อกจนสมองเสื่อมแล้ว

แป้งกับกระบี่ช่วยกันเก็บกระเป๋าผ้าที่เอามาฝากน้าเล้งขายใส่ถุงปุ๋ยแบกกลับ

ooooooo

ที่ บ้านของนักรบ ศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นพ่อและโสภาผู้เป็นแม่ยังนั่งรออยู่ เมื่อเขากลับถึงตอนเกือบดึก ถูกศักดิ์สิทธิ์เรียก "ไอ้รบ..." เท่านั้น เขาก็รู้แล้วว่าจะโดน เรื่องอะไร รีบพูดก่อนว่า

"ผมรู้ครับ ผมขอโทษที่วันนี้ผมเบี้ยวนัด ผมก็บอกคุณพ่อคุณแม่ไปแล้วว่าวันนี้ผมไม่ว่างไปงานวันเกิดคุณป้าโชติรสไม่ได้"

"คุณ ป้าราศีจ้ะรบ โชติรสเป็นลูกสาวคุณป้าราศี ลูกจำ น้องโรสได้ไหมจ๊ะ น้องโรสเป็นลูกคุณลุงสุชาติ คุณลุงสุชาติ เรียนนายร้อยรุ่นเดียวกับคุณพ่อ คุณลุงสุชาติได้เลื่อนยศเป็นพลเอกไล่ๆกับคุณพ่อ ส่วนคุณป้าราศีก็เป็นเจ้าของเพอร์เฟค พร็อพเพอร์ตี้ ที่เพิ่งเปิดตัวคอนโดฯหรูที่สุขุมวิท..."

โสภาบรรยายยาวยืดจนนักรบ บอกแม่อย่างเบื่อหน่ายว่า ไม่ว่าจะเป็นน้องโรส น้องเกรซ น้องจอย ตนก็ไม่สนหรอก ถ้าจะมีแฟนตนจะหาด้วยตัวเอง ให้แม่เลิกคิดเรื่องนี้เสียทีเถอะ ขอร้อง

นักรบถูกศักดิ์สิทธิ์ตรา หน้าว่าขืนให้หาเองก็มีหวังไป คว้านางแบบปฏิทินโป๊มาเป็นแฟนแน่ ปรามาสว่า "คนอย่างแกเคยตัดสินใจอะไรถูกบ้าง งานดีๆไม่ทำแต่ดันทำงานเป็นช่างภาพ กระจอกๆ"

สองพ่อลูกถกเถียงกันรุนแรงเมื่อนักรบปฏิเสธงานที่พ่อหาให้ เพราะบริษัทที่พ่อแนะนำให้นั้นประมูลสร้างอะไรก็ยัดใต้โต๊ะทั้งนั้น ตนไม่ชอบงานสกปรกแบบนั้น พูดแล้วเดินผ่านไป ถูกศักดิ์สิทธิ์ตะโกนตามหลังว่าที่ตัวเองได้กินได้ใช้อยู่ ทุกวันนี้ไม่ใช่เงินที่ตนจ่ายให้หรือ ตัวเองเรียนจบมาหาเงินได้ เท่าไหร่ พอยาไส้หรือเปล่า

โสภาหย่าศึก สั่งศักดิ์สิทธิ์ให้หยุดเดี๋ยวนี้ ตนยังไม่ทัน พูดเรื่องหนูโรสกับลูกเลย บ่นสามีว่าถ้าอยากให้ลูกฟังก็ต้องพูดกับลูกดีๆ ไม่ใช่เอาแต่ออกคำสั่งหรือด่าว่าแรงๆอย่างที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้

ปรามสามีแล้วโสภารีบตามนักรบไป

ooooooo

โสภา เข้าไปในห้องทำงานของนักรบ เขากำลังดูรูปถ่ายฝีมือตัวเองที่ติดอยู่บนผนังห้องหลายสิบรูป ส้มยกอาหารมาให้แล้วยืนละล้าละลังอยู่ โสภาบอกให้ออกไปได้แล้ว ส้มก็ยังรออยู่จนนักรบบอกว่าจำได้ว่าส้มอยากให้ถ่ายรูปให้เพื่อเอาไปอวดที่ บ้าน ส้มรีบขอบคุณชมฝีมือถ่ายรูปของนักรบอีกยกหนึ่งแล้วจึงออกไป

โสภา ใช้ไม้อ่อนกับนักรบ ยอมรับในความฝันของนักรบที่จะถ่ายรูปให้ได้ดีที่สุด แต่มีข้อคิดนิดเดียวว่าถึงจะสร้างฝันอย่างไรก็ควรจะมีคนอยู่เคียงข้าง คนที่จะเป็นคู่ชีวิตคู่คิดแล้วเขาจะได้ไปไกลอย่างที่ฝัน

นักรบบ่นว่าคุณแม่วกมาเรื่องนี้จนได้ โสภาขอนิดเดียวขอให้เขาไปพบกับโรสสักครั้งถ้าไม่ปิ๊งก็ไม่ต้องเจอกันอีก นักรบขอคิดดูก่อน

"โอ เคจ้ะ เห็นไหม แม่ไม่เคยบีบบังคับอะไรลูกเลย แต่เรื่องเดียวที่แม่จะขอไว้ก็คือ ถ้าลูกจะมีแฟน ขอให้เป็นผู้หญิงที่คู่ควรกับลูกจริงๆ ชาติตระกูล ฐานะ การศึกษาต้องเท่าเทียมกับเรา แม่ขอเท่านี้จริงๆ รับปากแม่ได้ไหม"

"ครับคุณแม่" นักรบพยักหน้าให้จบๆไป เพราะ "เท่านี้" ของแม่มันทั้งหมดนั่นแหละ โสภาดีใจหอมแก้มลูกฟอดใหญ่

ooooooo

ใน ซอยเข้าบ้านแป้งที่ชลบุรี  ขณะแป้งแบกถุงใส่กระเป๋าผ้ากลับมากับกระบี่ เจอประพันธ์ผู้เป็นพ่อ ถูกนักเลงทวงหนี้รุมซ้อม ประพันธ์บอกแต่ว่าไม่มีก็ถูกมันซ้อมอีกจนต้องยกมือไหว้

แป้งวางถุงลง ปราดเข้าไปกันนักเลงไว้ กระบี่เข้าไปกันแป้งอีกต่อหนึ่ง แป้งรู้ว่ามันเป็นนักเลงทวงหนี้เลยเอาเงินที่มีอยู่ให้มันไป ทีแรกมันไม่รับเพราะน้อยเกินไป แต่พอแป้งบอกว่ามีแค่นี้จะเอาก็เอาไม่เอาก็ไม่มีมากกว่านี้แล้ว สุดท้ายมันก็เอาเพราะกระบี่บอกว่าเอาแค่นี้ก่อนแล้วจะหาทางใช้คืนที่ค้างไว้

พอก ลุ่มนักเลงเดินไป แป้งประคองพ่อลุกขึ้น ประพันธ์ สะบัดบอกว่าไม่ต้องเดินเองได้แล้วถามว่ากี่โมงแล้วเพราะจะไปพนันบอลต่อ แป้งกับกระบี่ได้แต่ยืนมองประพันธ์ไปอย่างพยายามทำใจ

เมื่อกลับเข้า บ้านแป้งตักข้าวใส่ปากใส่เอา...ใส่เอาอย่างหิวจัด กระบี่มองอย่างสงสาร แป้งบอกว่าไม่ต้องมาทำเป็นสงสารชีวิตตนไม่ลำบากยากเข็ญขนาดนั้นหรอก มีบ้านอยู่มีข้าวกินยังต้องการอะไรอีก

"ต้องการชีวิตที่ดีกว่านี้ไงวะ ตอนนี้แกใช้ชีวิตแค่ให้รอดไปวันๆ แกคิดถึงอนาคตบ้างไหม"

"ฉันก็กำลังสร้างอนาคตอยู่นี่ไง"

"แก จะสร้างอนาคตได้ยังไง ทุกวันนี้แกต้องทำงานหาเงินใช้หนี้น้าพันจนแทบไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว วันนี้แกแพ้น็อกหมดสภาพก็เพราะแกไม่มีเวลาซ้อม ไม่มีเวลาฟิตร่างกาย ไอ้ที่ฝันจะเป็นแชมป์โลก ก็ได้แต่ฝันล่ะวะ ถ้าแกมัวแต่มีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่น"

"คนอื่นที่แกพูดหมายถึงพ่อฉันนะโว้ย"

"แต่ แกต้องมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองบ้าง แกจะชกมวยวัดจนแกตายหรือยังไง ชีวิตแกต้องไปไกลกว่านี้ ไอ้แป้ง" กระบี่เตือนเพื่อนรัก ทำให้แป้งนิ่งคิดถึงสภาพของตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน

ooooooo

ที่บ้านป้าง หรือปรางค์ที่กรุงเทพฯ

ปรางค์ เพิ่งกลับถึงบ้านเอาเกือบดึกค่อยๆย่องเข้าบ้านเจอปรียาผู้เป็นแม่ยังนั่ง เย็บผ้าอยู่ที่จักร ถามว่าเที่ยงคืนแล้วแม่ยังเย็บผ้าอยู่อีกหรือ

ปรียา บอกว่าเจ๊หงส์เขามาเร่งจะมารับเสื้อพรุ่งนี้เช้า บ่นว่าถ้าปรางค์ไม่ไปช่วยตุ่มป่านนี้ก็ช่วยกันทำเสร็จไปแล้ว ถามว่าไปช่วยแล้วได้ค่าจ้างเท่าไรมันคุ้มไหมที่ต้องตะลอนๆ ไปทั่วแบบนี้

ปรางค์ บอกแม่ว่าทำงานกับตุ่มคุ้มยิ่งกว่าคุ้มอีกเพราะได้เจอพวกดารานักร้องดังๆทุก วัน ได้เห็นเขาถ่ายแบบบางครั้งก็ได้ไปกองถ่ายหนังถ่ายละคร แล้วยังมีงานอีเวนต์เก๋ๆอีกปรียาบ่นว่างานฉาบฉวยแบบนั้นไม่มั่นคงหรอกทำงาน โมเดลลิ่งเหมือนยืมจมูกคนอื่นหายใจ สู้เราทำงานที่พึ่งตัวเองดีกว่า

"แต่ ถ้าการที่ได้ทำงานกับพี่ตุ่มทำให้หนูมีโอกาสเจอกับดีไซเนอร์เก่งๆ พี่ตุ่มกำลังรอจังหวะดีๆฝากหนูเป็นลูกมือที่ร้านเสื้อคุณซินดี้ อีกไม่นานหนูก็คงจะได้ออกแบบเสื้อ"

"อย่าฝันไปหน่อยเลยไอ้ป้าง"

"ปรางค์จ้ะแม่ หนูเปลี่ยนชื่อตั้งนานแล้ว แม่ก็เรียกหนูไอ้ป้าง...ไอ้ป้างอยู่ได้" ปรางค์บ่นงอนๆ

ปรียา ตอกย้ำกับลูกว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรก็ยังคงเป็นไอ้ป้าง   ไอ้ปิยบุตร   อยู่ดีนั่นแหละ   อยากเป็นผู้หญิง  อยากเป็นดีไซเนอร์ มันเป็นไปไม่ได้หรอก อย่าหนีความจริงไปหน่อยเลย

ปรางค์ยืนนิ่งอย่างเจ็บปวด มองที่รูปถ่ายเก่าๆของตัวเองสมัยเป็นเด็กชายตัดผมเกรียน ปรางค์จับรูปคว่ำลงเหมือนจะปิดฉากความเป็นเด็กชายของตัวเอง

ooooooo

ที่ ห้างสรรพสินค้าที่เจ๊ตุ่มรับจัดงานเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ จนได้เวลาแล้วปรากฏว่าเด็กที่เจ๊ตุ่มจัดไว้ยังไม่มีใครมาสักคน แต่ครู่เดียวเด็กเหล่านั้นก็เดินหน้าขาวปากแดงมากันทั้งหญิงทั้งชาย เจ๊ตุ่มใจชื้นแต่แล้วก็หน้าเจื่อนเมื่อเห็นเจ๊จูน หรือจักรภพ จันทร์เจ้าเดินมาด้วย

แล้วเจ๊ตุ่มก็โกรธจนลมออกหู เมื่อเจ๊จูนมาบอกว่าเด็กเหล่านี้ย้ายมาอยู่กับตนหมดแล้วเพราะได้เงินดีกว่า ที่แสบกว่านั้นคือหวานที่เจ๊ตุ่มปั้นมากับมือก็ตามไปกับเขาด้วย เจ๊จูนพูดเย้ยว่า

"นี่จูนให้เกียรติพี่ตุ่มนะคะก็เลยมาบอกให้พี่ตุ่ม รับรู้ ด้วยตัวเอง ทีแรกว่าจะบีบีไปบอกก็ลืมไปว่าโมรุ่นดึกอย่างพี่ตุ่มใช้บีบีไม่เป็น"

เจ๊ ตุ่มทนไม่ไหวกระโจนเข้าใส่ จิกผมเจ๊จูนทั้งตบจิกหยิกข่วนทุบถองเข่าศอกจนเจ๊จูนร้องให้คนช่วย กลุ่มเด็กๆ ที่มาด้วยเข้าไปช่วยแยกเจ๊ตุ่มออกมา แต่ก็ถูกนักข่าวกรูกันมาถ่ายรูปไว้หมดแล้ว

เจ๊ตุ่มกลับถึงบ้านอย่าง หมดสภาพร้องไห้สะอึกสะอื้นบ่นแต่อยากตาย...อยากตาย จนนุชน้องสาวของปรียาอาชีพนักขายมือทองและเป็นเพื่อนซี้ของเจ๊ตุ่มต้องปลอบ ว่ายังมีตนอยู่อย่าเพิ่งคิดมาก เราค่อยๆหาทางแก้ปัญหากันไป ตอนนี้ดูทีวีให้คลายเครียดก่อน

แต่พอเปิดทีวีดูกลายเป็นเครียดยิ่ง กว่าเดิมเพราะเจอเจ๊จูนให้สัมภาษณ์พอดี เจ๊ลอยหน้าพูดเจื้อยแจ้วว่าตนไม่ได้ ฉกเด็กของเจ๊ตุ่ม ตนทำงานตรงไปตรงมาสาบานได้

"นังจูนฉันจะฆ่าแก!" เจ๊ตุ่มคำรามตัวสั่นเทิ้ม จนนุชต้องรีบไปปิดทีวี

ooooooo

นักรบถูกโสภาผู้เป็นแม่และราศี วางแผนทำเนียน พาโชติรสหรือโรสมาเชิญไปร่วมงานวันเปิดซีซีเอเวนู แล้วโสภาก็เอ่ยชื่นชมความเก่งของโชติรสต่อหน้านักรบ รับปากว่าจะไปร่วมงานพร้อมกับนักรบแน่ๆ

"ผมยังไม่ทราบว่าจะว่างหรือเปล่านะครับ ผมขอตัว นะครับทำงานค้างอยู่" นักรบขอตัวทำเอาโสภากับราศีสบตากันอย่างขัดใจ

แต่เพียงครู่เดียว โชติรสก็มาเคาะประตูเรียกนักรบขออนุญาตเข้าไปในห้อง นักรบกำลังดูรูปที่ถ่ายจากงานมะปรางหวานอยู่ เชิญเธอเข้ามา

โชติรส อ้างว่าเขาลืมหยิบบัตรเชิญมา แล้ววางบัตรไว้บนโต๊ะ นั่งลงพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูอีเมล ยิ้มให้นักรบขออนุญาตนั่งสักพักเพราะถ้าออกไปตอนนี้ก็ต้องถูกคุณแม่กับคุณ ป้าเคี่ยวเข็ญให้กลับมาอีกแน่ๆ พูดอ้อนๆว่า "ทนอยู่กับโรสสักแป๊บนึงนะคะ"

นักรบ อึกอัก ถูกโชติรสดักคอว่าไม่ต้องปฏิเสธหรอก เพราะตนก็ถูกบังคับให้มาเจอเขาไม่รู้กี่ครั้งแล้วมีโอกาสได้เจอกันสักทีจะ ได้จบๆ นักรบถามว่ามันจะจบง่ายหรือ

"นั่นน่ะสิคะ งั้นพี่รบช่วยโอเคกับโรสเลยได้ไหมล่ะ โรสจะได้ไม่ต้องถูกจับคู่กับคนโน้นคนนี้ให้เหนื่อยอีก" พูดแล้วเห็นนักรบยิ่งอึกอักเธอเลยหัวเราะ "โรสล้อเล่นน่ะค่ะ" แล้วดูรูปที่เขาถ่าย ชมว่าถ่ายรูปได้สวยมาก ชวนว่าถ้าจะแสดงผลงานที่ไหนต้องคิดถึงแกลเลอรี่ของตนก่อน มีข้อแม้นิดเดียวว่าต้องมีรูปถ่ายของตนกับเขาด้วย ถามทันทีว่า เราจะเริ่มถ่ายรูปกันเมื่อไหร่ดี

นักรบตั้งหลักไม่ทันบอกว่าตนยังไม่ได้ตกลงอะไรเลย โรสจึงนัดว่าจะโทร.มาอีกทีก็แล้วกัน แล้วเธอก็ออกไป ท่ามกลางความยุ่งยากใจของนักรบ

ooooooo

เย็น นี้ แป้งได้ขึ้นเวทีชกโชว์ที่พัทยา พวกฝรั่งพากันชอบอกชอบใจ แป้งเผลอต่อยคู่ชกจนทรุด แป้งรีบขอโทษเพราะลืมตัวไปหน่อย แต่พอคู่ชกลุกขึ้น  แป้งเผลอต่อยอีกเปรี้ยงเดียวคู่ชกก็เซล้ม พวกฝรั่งเฮชอบอกชอบใจ

มีฝรั่งกร่างคนหนึ่งขึ้นไปกวักมือเรียกแป้งให้ เข้าไปต่อยด้วย แป้งทำท่าไม่เล่นด้วย มันกระโดดเข้าชาร์จเล่นมวยปล้ำแทนปากก็ตะโกน "ฉันรักมวยไทย! ฉันรักสาวไทย!" แล้วกอดรัดฟัดเหวี่ยงแป้งอยู่กลางสังเวียน แป้งตั้งหลักได้เตะผ่าหมากจนมันทรุดลง ตามเตะเสยคางอีกที ตามด้วยจระเข้ฟาดหางจนมันสลบคาตีน

"ไอ้แป้ง มึงทำอะไรลงไป มึงจะฆ่าลูกค้ารึไงวะ" พนักงานร้องตะโกนกระโดดขึ้นเวที

แป้ง เพิ่งรู้สึกตัว   ยิ้มกร่อยๆ   มองซากฝรั่งที่ถูกหามออกไป   ผลคือแป้งถูกไล่ออกจากงาน   ซ้ำไม่ได้ค่าแรงด้วย กระบี่ปลอบว่าไม่เป็นไรดีเหมือนกัน เพราะอาชีพนี้ไม่เหมาะกับผู้หญิงต้องเจอพวกบ้ากามกับไอ้พวกขี้เมาทั้งนั้น ชวนไปรับเสื้อมือสองมาขายที่ตลาดนัดกันดีกว่า ถ้าจนแต้มจริงๆ รับจ้างดายหญ้าก็ยังได้ คุยโวว่า "แกมีฉันอยู่ แกไม่มีวันอดตายแน่ๆ"

แต่ขณะกำลังจะเข้าบ้านนั่นเอง เห็นประพันธ์อุ้มโทรทัศน์เครื่องเล็กออกมา แป้งถอนใจถามพ่อว่า

"เอาอีกแล้วเหรอพ่อ หนูเพิ่งไปไถ่มาเมื่อไม่กี่วันเอง นี่พ่อจะเอาไปจำนำอีกแล้วเหรอ"

ประพันธ์ อ้างว่าจะเอาเงินไปใช้หนี้ กระบี่ดักคอว่าใช้หนี้หรือเอาไปเล่น ประพันธ์ปากแข็งว่าใช้หนี้ ถ้าไม่ให้เอาโทรทัศน์ไปก็ให้เอาเงินมา

"วัน นี้ฉันไม่มีเงินให้พ่อหรอก พ่ออย่าเอาโทรทัศน์ไปจำนำเลยนะ เก็บไว้เผื่อเวลาที่เราจำเป็นจริงๆ" แป้งขอร้อง กระบี่เลยควักมาให้ 500 บาท ถามว่าแค่นี้พอไหม ประพันธ์คว้าหมับยิ้มบอก

"ขอบใจว่ะไอ้กระบี่ แกนี่สมกับเป็นเพื่อนรักของไอ้แป้งจริงๆ" พูดแล้วเดินอุ้มโทรทัศน์ไป

"อ้าว น้าพัน" กระบี่ตะโกนตามหลัง "ได้เงินแล้วยังเอาโทรทัศน์ไปจำนำอีกเหรอ รู้รึเปล่าไอ้แป้งมันหาเงินแทบตายกว่าจะซื้อมาได้ นี่จะต้องให้มันชกมวยตายคาเวทีเสียก่อนถึงจะคิดได้รึไง เห็นมันเป็นลูกหรือเห็นมันแค่เครื่องปั๊มเงินน้าพัน!"

"ช่างเถอะไอ้บี่" แป้งห้ามเพื่อนแล้วมองตามพ่อไปปลงๆ

ooooooo

ตอนที่ 2

ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรัก เช้าวันรุ่งขึ้นนุชก็ไปหาเจ๊ตุ่มที่บ้าน เห็นเงียบผิดปกติ เรียกก็ไม่มีเสียงตอบ เดินเข้าไปดูในห้องนอนเห็นเศษทิชชูเกลื่อนไปหมด บนเตียงเห็นหนังสือธรรมะชื่อ "ตายแล้วไปไหน" วางอยู่

นุชตกใจมาก กวาดตาหาพบขวดยาเปล่าวางเกลื่อนอยู่หลายขวด นุชพุ่งไปที่ห้องน้ำ แล้วก็แทบช็อกเมื่อเห็นเจ๊ตุ่มน้ำลายฟูมปากคาอยู่ที่โถส้วม ข้างตัวมีขวดน้ำยาล้างห้องน้ำเปล่ากลิ้งอยู่

นุชตกใจร้องกรี๊ด...กรี๊ด พอได้สติก็รีบพาเจ๊ไปโรงพยาบาล

ไม่ นานนัก ปรียากับปรางค์ก็ไปถึงโรงพยาบาล ไปหานุชที่หน้าห้องฉุกเฉิน ทั้งสองรุมกันถามอาการของเจ๊ตุ่มผลัดกันถามว่าหมอช่วยเจ๊ไว้ทันไหม เจ๊ตุ่มตายแล้วหรือ ถามจนนุชไม่มีช่องจะตอบ พอถามเสร็จก็พากันร้องไห้คร่ำครวญ

นุชร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่หายกลัว บอกปรียาผู้เป็นพี่สาวกับปรางค์ว่า

"นัง ตุ่มยังไม่ตายจ้ะ ฉันกลัวแทบตายว่ามันจะตาย เห็นมันชักแหง็กๆน้ำลายฟูมปากเหมือนหมาบ้า หัวใจฉันแทบหยุดเต้น ทำอะไรไม่ถูก ฉันกลัวจริงๆเลยพี่ปรี ไม่เคยกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย"

"ยัยบ้า" ปรียาตีแขนน้องสาว ค้อนแล้วบ่น "เล่นเอาตกใจไปหมด แล้วนี่ยัยตุ่มยังอยู่ในห้องฉุกเฉินเหรอ"

นุชพยักหน้าเช็ดน้ำตาป้อยๆ ปรางค์ฟังแล้วโล่งใจ

ooooooo

เมื่อ เจ๊ตุ่มพ้นขีดอันตรายและมาอยู่ห้องคนไข้แล้ว นุช ปรียา ปรางค์ก็เข้าไปเยี่ยม นุชถามว่าทำไมถึงได้ทำอะไรโง่ๆอย่างนี้ แค่ถูกแย่งเด็กในสังกัดไปก็คิดจะฆ่าตัวตายแล้ว สิ้นคิดจริงๆ

เจ๊คร่ำครวญเสียงยังแหบแห้งว่าตนไม่เหลืออะไรแล้ว ตอนนี้ไม่มีเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนกระเป๋าเบอร์กิ้น ซ้ำยังต้องอับอายที่ถูกโมเดลลิ่งรุ่นน้องมาแย่งตำแหน่งอันดับหนึ่งของตนไปอีก พูดแล้วร้องไห้กระซิก...กระซิก

ปรียาปลอบว่าเรื่องแค่นี้ไม่น่าคิดฆ่าตัวตาย การฆ่าตัวตายเป็นบาป ส่วนนุชก็บ่นว่าการฆ่าตัวตายมีตั้งหลายวิธี นี่ดั๊น...มากินน้ำยาล้างห้องน้ำฆ่าตัวตายเสียศักดิ์ศรีกะเทยไทยจริงๆทุเรศสิ้นดี

"พี่ตุ่มอย่าเพิ่งยอมแพ้นะคะ พี่ตุ่มเป็นคนเก่งอยู่แล้ว หนูเชื่อว่าอีกไม่นานพี่ตุ่มต้องกลับมาเป็นโมฯอันดับหนึ่งของเมืองไทยเหมือนเดิมแน่" ปรางค์ให้กำลังใจ

ขณะนั้นเองมีเสียงจ้อกแจ้กจอแจที่หน้าประตูห้อง

ทุกคนหันมองเห็นนักข่าวกลุ่มใหญ่มาออกันอยู่   เจ๊ตุ่มตกใจถามว่าใครปล่อยข่าวออกไปหรือ นุชอาสาจะไปไล่นักข่าวออกไปเอง

"ไม่ต้อง...ไม่ต้อง ขอฉันแค่นาทีเดียว" เจ๊ตุ่มห้ามแล้วคว้ากระเป๋าของนุชมาหยิบแป้งควักโปะหน้าอย่างเร็ว พูดอย่างมั่นใจ "ฉันจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ข่าวการฆ่าตัวตายของฉันจะต้องเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ โมฯตุ่มจะต้องกลับมาดังใหม่อีกครั้งและดังยิ่งกว่าเดิม!"

ooooooo

เจ๊ตุ่มกระฉับกระเฉงออกไปรับหน้านักข่าว แต่พอรุ่งขึ้นขณะนอนให้นุชป้อนข้าวต้มให้อยู่ตาก็ดูหนังสือพิมพ์ไป เจ๊ดีใจมากที่ทุกฉบับมีแต่ข่าวของตน เจ๊หยิบฉบับนี้วางฉบับโน้น พูดอย่างพอใจว่า

"ฉบับนี้ถ่ายรูปดีนะแก แสงกำลังดีเลยฉันดูสวยยิ่งกว่าตัวจริงอีก ฉบับนี้เขียนด่านังจูนด้วยแหละ บอกว่ามันเป็น ต้นเหตุทำให้ฉันฆ่าตัวตาย สะใจจริงๆ นังจูน นังฆาตกร!"

นุชถือช้อนจะป้อนข้าวต้มค้างอยู่ เรียกจะป้อน เจ๊ก็ไม่สนใจอินอยู่กับรูปและเรื่องในหนังสือพิมพ์ ชมตัวเองและแช่งจูนว่าจะตามจองล้างจองผลาญไม่ให้ได้ผุดได้เกิดอีกเลย จนนุชเหลืออดเหลือทนเสียงดังว่า

"นังตุ่ม แกจะกินหรือไม่กิน ถ้าไม่กินฉันจะได้ไม่ป้อนให้เมื่อยตุ้ม" ว่าแล้ววางช้อนใส่ชาม หยิบรีโมตมากดเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อย จนถึงช่องที่มีการแถลงข่าวประกวดมิสเรนโบว์ควีน เจ๊สนใจจี๋จับมือนุชไว้ไม่ให้เปลี่ยนช่อง จ้องจอทีวีตาไม่กะพริบ ฟังการแถลงข่าวของพิธีกร

"การประกวดมิสเรนโบว์ควีนปีนี้จะยิ่งใหญ่กว่าทุกๆปี ผู้ที่ได้รับตำแหน่งมิสเรนโบว์ควีน นอกจากจะได้รับมงกุฎเพชร มูลค่ากว่าห้าแสนบาทแล้วก็ยังจะได้รับเงินรางวัลหนึ่งล้านบาท...เราจะเริ่มรับสมัครสาวงามชาวสีรุ้งตั้งแต่วันที่หนึ่งเดือนพฤษภาคม..."

เจ๊ตุ่มจ้องทีวีจอแทบทะลุ นุชถามว่าสนใจงานประกวดกะเทยตั้งแต่เมื่อไหร่ เจ๊บอกว่าตอนนี้ไม่มีงานอะไรก็ต้องคว้าไว้ก่อน เงินรางวัลตั้งเป็นล้านจะไม่สนใจไง แล้วพึมพำถามตัวเองว่าจะไปหากะเทยที่ไหนไปประกวด?

ระหว่างที่คิดกับนุชหาแหล่งที่จะได้กะเทยไปประกวดนั่นเอง ปรางค์มาทำความสะอาดแถวนั้นเข้าไปเช็ดจอทีวี ถูกเจ๊ดุว่าตนกำลังดูข่าวอยู่อย่าบัง ให้เปิดช่องอื่นดูว่ามีข่าวประกวด มิสเรนโบว์หรือเปล่า

ปรางค์ถามว่ามิสเรนโบว์คืออะไร ถูกเจ๊ด่าว่าเป็นกะเทยประสาอะไรไม่รู้จักมิสเรนโบว์ควีน เสียทีที่เกิดมาเป็นกะเทยจริงๆ แล้วหันไปพยักพเยิดกับนุชอย่างเข้าขาถูกคอกัน

ทันใดนั้น ทั้งสองก็หันขวับมองปรางค์พร้อมกัน เจ๊ร้องอย่างดีใจจนเนื้อเต้นว่า

"ฉันรอดตายแล้ว ฉันหากะเทยได้แล้ว งานนี้ฉันต้องชนะแน่ๆ นังปรางค์ขอบใจนะ แกช่วยชีวิตฉันไว้" ว่าแล้วเจ๊ก็โผเข้ากอดปรางค์ไว้ราวกับปรางค์ได้ตำแหน่งมาแล้วก็ไม่ปาน

ปรางค์ทำตาปริบๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ๊...กับตน... เจ๊ถึงดีใจได้ขนาดนี้

ooooooo

พอปรางค์รู้ว่าเจ๊ตุ่มกับนุชจะจับตนเข้าประกวดมิสเรนโบว์ควีน ก็ปฏิเสธลนลานว่าตนไม่ประกวด

เจ๊ตุ่มหว่านล้อมว่าเจ๊ไม่รู้จะไปหาคนที่ไหนได้ทัน ปรางค์เองก็เหมาะอยู่แล้วเพราะโครงหน้าดี นุชช่วยเสริมว่าพาไปเข้าคอร์สทำหน้าที่คลินิกตนรับรองสวยปิ๊งจนจำตัวเองไม่ได้เลยแหละ

ไม่ว่าเจ๊กับนุชผู้เป็นน้าจะหว่านล้อมอย่างไร ปรางค์ยืนกระต่ายขาเดียวว่าตนไม่ประกวด เพราะแค่เจ๊ให้ไปเดินผ่านกล้องเป็นตัวประกอบแค่นั้นก็ขาสั่นแล้ว จะให้ไปเดินต่อหน้าคนเป็นพันเป็นหมื่นได้อย่างไร ให้เจ๊ไปหาคนใหม่เถอะ ว่าแล้วเดินหนีไปเลย เจ๊ตุ่มกับนุชมองหน้ากันเหวอจะทำยังไงดี?

ooooooo

วันนี้ พอแป้งกับกระบี่แบกถุงเสื้อผ้าเข้ามาในบ้านก็ได้กลิ่นกับข้าวหอมฟุ้ง มองไปเห็นประพันธ์มีผ้ากันเปื้อนกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำกับข้าวอย่างทะมัด ทะแมง พอเห็นสองคนกลับมาก็เรียกให้มากินข้าวด้วยกัน กระบี่ถามว่าพ่อเอาเงินมาจากไหนมีแต่กับข้าวแพงๆทั้งนั้นเลย

แป้งดักคอว่าจะได้จากไหนถ้าไม่ใช่บ่อน ถามพ่อว่าได้จากบ่อนไหนหรือเล่นบอล

"ฉันจะได้เงินจากไหนก็ช่างเถอะน่า คราวนี้ฉันได้มาตั้งเกือบหมื่น ถ้าโชคดีอย่างนี้อีกสักสองสามครั้ง รับรองทีนี้เราตั้งตัวได้แน่ไอ้แป้งเอ๊ย ฉันจะเปิดร้านอาหาร กุ๊กฝีมือดีอย่างฉันจะไม่ทำงานเป็นลูกมือในครัวไปตลอดชีวิตหรอกโว้ย"

แป้งบอกพ่อให้เอาเงินไปใช้หนี้ให้หมดก่อนดีกว่า ประพันธ์คุยโวว่าใช้หมดแล้วยังเหลืออีกตั้งหลายพันแล้วเอาเงินให้แป้งหนึ่งพันไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆใส่จะได้มีแฟนกับเขาเสียที

ขณะนั้นเองมีกลุ่มเพื่อนๆของประพันธ์นับสิบแห่กันมาในบ้าน ประพันธ์ต้อนรับอย่างกระตือรือร้นบอกว่าตั้งโต๊ะเสร็จพอดี เบียร์อยู่ในตู้เย็นให้ไปหยิบได้เลยไม่ต้องเกรงใจ วันนี้เต็มที่ คนอย่างไอ้พันรวยแล้วไม่เคยลืมเพื่อน

"เลี้ยงไม่อั้นอย่างนี้จะรวยไปได้กี่วันวะไอ้แป้ง" กระบี่แอบถาม แป้งเห็นพ่อมีความสุขก็ดีใจแต่ก็แอบถอนใจ

กระบี่บ่นกับแป้งที่หลังบ้านว่าเพื่อนน้าพันมีแต่เพื่อนกินทั้งนั้นตอนเจ้าหนี้ตามล่าทวงหนี้ไม่รู้หายหัวไปไหนหมดพอน้าพันมีเงินหน่อยก็แห่กันมาล้มทับทีเดียว

เห็นการใช้ชีวิตของประพันธ์แล้วกระบี่ก็ห่วงแป้งเสนอว่าน่าจะไปเข้าค่ายมวยใหญ่ๆดีกว่าเป็นมวยวัดอยู่อย่างนี้ไป อยู่ในค่ายใหญ่จะได้เริ่มต้นอาชีพชกมวยอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเสียที

"ถ้าฉันไปอยู่ค่ายเฮียส่งก็ต้องถูกเก็บตัวฝึกซ้อมเป็นเดือนๆ แล้วใครจะคอยดูแลพ่อล่ะ แกห่วงอนาคตของฉันแล้วตัวแกเองล่ะ แกคิดจะทำอะไรให้ชีวิตแกดีกว่านี้บ้าง" แป้งย้อนถาม

กระบี่บอกว่าถ้าแป้งได้เป็นแชมป์โลกมวยหญิงตนก็เป็นผู้จัดการคอยหักเปอร์เซ็นต์กินหัวคิวก็พอแล้ว แป้งถามว่าคิดได้แค่นี้เองหรือ กระบี่ไม่ทันพูดอะไรก็ได้รับโทรศัพท์จากไอ้วอก บอกว่าขาดคนพรุ่งนี้ให้ไปช่วยงานหน่อย วางสายจากไอ้วอก กระบี่หันมาคุยโวกับแป้งว่า

"เห็นไหม ฉันตกลงยอมเป็นผู้จัดการแกไม่ทันไรเลย หางานให้แกได้แล้ว" แป้งถามว่างานอะไร กระบี่ไม่ตอบเพราะ มัวแต่ดีอกดีใจที่จะได้งานได้เงินแล้ว

ooooooo

งานเปิดซีซีเอเวนูมาถึงแล้ว โสภาเคี่ยวเข็ญให้ นักรบไปงาน เขาพยายามบ่ายเบี่ยง แต่พอโสภาบอกว่าให้ไปเสียเถอะถ้าไม่อยากมีเรื่องกับคุณพ่อ สุดท้ายนักรบก็ต้องยอมไปในชุดที่ใส่อยู่ ถูกศักดิ์สิทธิ์พูดอย่าง ขวางหูขวางตาว่าจะไปชุดนี้หรือ วินมอเตอร์ไซค์ยังแต่งดีกว่านี้เลย ทำอะไรให้เห็นแก่หน้าตนบ้าง

"ผมไปช่วยถ่ายรูปแล้วก็กลับ ไม่อยู่นานให้คุณพ่อขายหน้าหรอกครับ รับรองได้" พูดแล้วคว้ากระเป๋ากล้องออกไปเลยไม่อยู่รอให้โดนด่าซ้ำอีก

ไปถึงบริเวณงานแล้ว นักรบรีบถ่ายรูป ถ่ายๆๆแล้วก็เตรียมกลับ โชติรสมารั้งไว้ถามว่าจะไปไหนหรือ พอรู้ว่าเขาจะกลับ เธอก็หันไปฟ้องโสภากับราศีว่านักรบจะหนีกลับแล้วจะทำอย่างไรดี

โสภาบอกว่ายังกลับไม่ได้เพราะยังไม่ได้เดินดูทั่วงาน เลย ราศีทำหน้างอนๆ บอกว่าถ้ากลับไปตอนนี้ป้าโกรธนะจะบอกให้ ศักดิ์สิทธิ์ก็พูดแข็งๆว่าไปด้วยกันนี่แหละก็ว่างๆอยู่ จะรีบไปไหน

"งั้นโรสพาทัวร์เลยนะคะ เชิญทางนี้ค่ะ" ว่าแล้วเข้าไปดึงนักรบเดินไปด้วยกัน โสภาหันไปส่งสัญญาณให้ต๊อดรีบตามไปถ่ายรูป ต๊อดถ่ายเสียจนนักรบถามว่าจะถ่ายอะไรนักหนา ไล่ให้ไปถ่ายการแสดงบนเวทีต๊อดก็ไม่ไปเพราะโสภาสั่งให้ตามถ่ายรูปของโชติรสกับนักรบเอาไว้ลงข่าวโปรโมตซีซีเอเวนู

โชติรสพาทัวร์ไปจนถึงแกลเลอรี่ของนักรบ ทั้งโสภาและราศีต่างแสดงความยินดีที่เขามีแกลเลอรี่ของตัวเอง นักรบพูดเซ็งๆว่าตนไม่เคยคิดจะเปิดแกลเลอรี่เลย

ส่วนโชติรสก็รีบแสดงความยินดีมากที่ได้เขามาร่วมธุรกิจด้วย พลางก็ยื่นมือไปให้นักรบจับ นักรบจำใจยื่นมือไปจับ พริบตานั้นเองต๊อดก็ปรี่เข้ามาถ่ายรูปอย่างรู้งาน

นักรบเบื่อมากทำท่าจะกลับอีก แต่โสภาก็ไม่ยอมให้กลับ เขาเลยพูดดักคอแม่อย่างรู้ทันว่า

"ผมทราบนะครับว่าคุณแม่กำลังพยายามทำอะไรอยู่ ให้ผมมาช่วยถ่ายรูป ทั้งๆที่มีไอ้ต๊อดอยู่แล้ว เปิดแกลเลอรี่ให้ผม ทั้งหมดก็เพื่อให้ผมได้ใกล้ชิดกับน้องโรส ผมบอกคุณแม่ได้เลยนะครับว่า ทุกอย่างที่คุณแม่ทำมันไม่ได้ผลหรอกครับ"

พอดีเสียงเพลงดังลั่นขึ้น นักรบชะงักหันไปมองทางเวที เห็นระเบิดควันพวยพุ่ง ที่สำคัญบนเวทีนั้นแป้งกับกระบี่ กำลังจับคู่แสดงลีลาการต่อสู้กันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน นักรบจำแป้งได้รีบยกกล้องถ่ายรูปไว้ แป้งเห็นนักรบแต่ทำอะไรไม่ได้ เอาแต่จ้องหน้าหงิกอยู่บนเวที

นักรบส่งยิ้มให้แป้ง เขาเพิ่งรู้สึกสนุกกับงานวันนี้เมื่อเห็นแป้งนี่เอง

ooooooo

ความหวังที่จะได้เงินจากงานนี้ของแป้งกับกระบี่มลายหายสูญไปทันที เมื่อโชติรสเดินแฟชั่นโชว์ ในชุดฟินาเล่แล้วนักรบเอาแต่จ้องถ่ายรูปแป้ง เธอมัวแต่มองนักรบทำให้เดินผิดจังหวะถูกสตันต์ที่ก้าวตามหยุดไม่ทันเหยียบชายกระโปรงจนถลาจะตกเวที แป้งเห็นดังนั้นพุ่งเข้าไปช่วย โชติรสตกใจคว้าแป้งไว้เลยเสียหลักตกเวทีไปด้วยกัน

งานนี้ราศีเสียหน้ามาก ประกาศไม่ยอมจ่ายค่าจัดงานให้โจที่เป็นออร์กาไนเซอร์ ซ้ำแป้งยังถูกหาว่าเป็นตัวการทำให้ โชติรสตกเวทีด้วย

กระบี่ด่าทอทั้งราศีและโจที่เบี้ยวไม่จ่ายเงินทั้งที่ทำงาน แล้ว  แป้งขอร้องว่าช่างเถอะเขาคงไม่มีเงินจ่ายเราจริงๆแล้วชวนกลับ

นักรบขัดใจนักที่แป้งยอมคนง่ายๆ ทั้งที่เคยรู้สึกว่า เธอเป็นคนสู้คน แต่เขาก็เห็นใจบอกว่า รอให้เจ้าของงานเย็นลงก่อนตนจะไปเจรจาให้ แต่ตอนนี้เอาเงินเขาไปก่อนจะได้ ไม่ต้องเสียเวลาย้อนมาอีกที

แป้งไม่ยอมรับเงินเมื่อตนทำงานไม่เสร็จก็ไม่ขอรับค่าแรง กระบี่เสียดายเพราะเห็นเงินห้าพันมันจะทำให้เราอยู่ได้อีกตั้งเป็นเดือน

"ฉันไม่ต้องการให้นายคนนั้นดูถูกฉันมากไปกว่านี้" แป้งเด็ดเดี่ยวมาก พอกระบี่ถามว่ารู้จักนายคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมตนไม่รู้ แป้งตอบหน้าตาเฉยว่า "ไม่ได้รู้จัก แค่เคยเห็นหน้ากันเท่านั้นแหละ" แล้วชวนกระบี่กลับบ้าน ถอนใจโล่งอกที่พ่อใช้หนี้หมดแล้วไม่งั้นตนคงแย่แน่ๆ

ooooooo

ปรางค์กับเอื้อมไปปูผ้าที่ถนนหน้าซีซีเอเวนูเพื่อขายเครื่องประดับต่างๆ ระหว่างนั้นเอื้อมเอาต่างหูมาลองใส่ ปากก็บ่นปรางค์ว่าคิดผิดที่ไม่ไปสมัครประกวดเรนโบว์ควีน เพราะนี่จะเป็นโอกาสเดียวที่ปรางค์จะได้แจ้งเกิดในวงการ ถ้าชนะประกวดยังจะได้เงินรางวัลอีกเป็นล้าน

แต่ปรางค์ยังฝังใจอยากจะเป็นดีไซเนอร์ให้ได้ บอกเอื้อมว่าเมื่อตนตัดสินใจไม่ประกวดแล้วก็จะไม่เปลี่ยน

หลังจากนั้นปรางค์เอาแฟ้มงานของตัวเองเดินตัวลีบเข้าไปในร้านเสื้อซินดี้ร้านในดวงใจที่ตัวเองอยากมาทำงาน เขาไปสมัครแม้ไม่ได้เป็นงานออกแบบขอเป็นแค่คนทำงานอะไรก็ได้ในร้านนี้

แต่พอเจอซินดี้ตัวจริงเข้า ปรางค์ถูกดูถูกว่าขนาดเด็กจบแฟชั่นดีไซน์จากอังกฤษอเมริกาตนยังไม่รับเข้าทำงานเลย แล้วเด็กเสิร์ฟอย่างเธอจะมาทำงานหรือ พูดให้เจ็บปวดอีกว่า

"อย่างเธอน่ะไปเกิดใหม่ดีกว่าไหม แล้วจะเกิดเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็เลือกเอาสักอย่างนะ อย่าเกิดมาเป็นกะเทยครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างนี้อีก"

วันนี้ปรางค์กอดแฟ้มแบบเสื้อของตัวเองกลับมาทั้งน้ำตา เจอเอื้อมรออยู่หน้าร้าน เอื้อมสงสารเพื่อนมากให้กำลังใจ แนะว่า

"แกต้องหาทางลัดรู้ไหม ถ้าแกมัวแต่มาเริ่มต้นจากศูนย์ละก็ อีกสิบชาติแกก็ไม่มีวันได้เป็นดีไซเนอร์หรอก" ปรางค์ถามว่าทางลัดยังไง เอื้อมบรรยายว่า "ยุคนี้มันต้องดังไว้ก่อน ทำตัวให้คนรู้จักทั้งประเทศยิ่งดี ไปไหนคนก็อ้าแขนรับ ฉันเห็นพวกดารานักร้องนางแบบ พอดังแล้วก็ออกแบบเสื้อออกแบบกระเป๋าขายรวยอื้อ อย่างแกจะเริ่มต้นที่ไหนดี หาแฟนเป็นดาราหรือว่าไปเฉาะแล้วให้คนเขาไปถ่ายทำเป็นรายการเรียลลิตี้โชว์ นางงามคลอดลูกยังทำได้เลยนี่นา"

ปรางค์นิ่งคิดตามคำแนะนำของเอื้อม แล้วเธอก็ตัดสินใจบางอย่างอย่างเด็ดเดี่ยว

เจ๊ตุ่มกับนุชช่วยกันตระเวนหากะเทยไปประกวด เจอกะเทยจริงก็ขี้ริ้วขี้เหร่ ครั้นเห็นคล้ายกะเทยเข้าไปทาบทามกลายเป็นผู้หญิงจริงๆ เลยถูกด่าเปิง

กลับมาอย่างห่อเหี่ยว เจ๊ตุ่มคิดหนักเพราะไม่มีเงินผ่อนค่าบ้านค่าน้ำค่าไฟ คร่ำครวญว่าชีวิตถึงทางตันแล้วจริงๆหรือ นุชเลยแกล้งเสนอว่าตนจะเข้าประกวดแทนปรางค์เอาไหม จะยอมเจ็บตัวแปลงเป็นผู้ชายเข้าประกวดก่อนแล้วค่อยแปลงกลับมาเป็นผู้หญิง ใหม่ตามเดิม

ขณะที่เจ๊ตุ่มกำลังมืดแปดด้านนั่นเอง ปรางค์ก็ไปเสนอตัวยอมเข้าประกวดมิสเรนโบว์ควีนให้ ทำเอาเจ๊ตะลึงอึ้ง เหมือนรอดตายไปในวินาทีนั้นเลย

เจ๊ตุ่มขอบอกขอบใจปรางค์ที่ช่วยชีวิตตนไว้ นุชถามว่าทำไมปรางค์ถึงได้เปลี่ยนใจ ปรางค์ตอบซื่อๆว่า

"หนูอยากสร้างอนาคตให้ตัวเองค่ะ หนูไม่ได้เปลี่ยนเป้าหมายแต่เปลี่ยนแค่วิธีการเท่านั้น หนูไม่ต้องไปเกิดใหม่ แต่จะใช้ความเป็นกะเทยของหนูนี่แหละปูทางเดินไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า"

"ต๊าย...ตาย...เลิศมาก! จำประโยคเด็ดๆพวกนี้ไว้นะ เอาไว้ไปตอบคำถามกรรมการในรอบสุดท้ายโน่นเลย ตอนนี้เราจะเริ่มต้นยังไงดี"

ปรางค์ย้ำว่าตนยอมทุกอย่าง ขออย่างเดียวอย่าให้แม่ รู้เรื่องไปประกวดนี่เด็ดขาด

ดังนั้นเมื่อพากันไปที่บ้านปรางค์แล้ว เจ๊ตุ่มวางโครงการว่า เช้าปรางค์ต้องเข้าคอร์สทำหน้า บ่ายเข้าฟิตเนส เย็นเข้าคอร์สเสริมบุคลิกภาพกับตน นุชย้ำว่าต่อไปนี้ต้องควบคุมอาหารจะกินอะไรก็ต้องนับแคลอรี เจ๊ตุ่มนึกได้ย้ำว่าต้องรีบไปหาช่างมาถ่ายรูปเพื่อใช้สมัครเข้าประกวด

ปรียาเดินผ่านมาได้ยินถามว่าใครจะไปสมัครประกวดอะไร ทำเอาทั้งสามหน้าเจื่อน แต่เจ๊ตุ่มก็ขายผ้าเอาหน้ารอดได้ว่า ตนคุยเรื่องตอนเด็กเคยประกวดนางนพมาศที่โรงเรียนน่ะ

ปรียาไม่ติดใจแต่สั่งปรางค์ว่า พรุ่งนี้ไม่ต้องไปขายของ ให้อยู่บ้านช่วยเย็บเสื้อตนทำคนเดียวไม่ไหว ทั้งสามตกใจพูดพร้อมกันว่า  "ไม่ได้ค่ะ..."  แล้วก็เป็นหน้าที่ของเจ๊ตุ่มที่ต้อง แหลไปตามเรื่องว่า

"คือว่าตุ่มได้งานมาใหม่ค่ะ เป็นงานด่วนเพิ่งได้มาวันนี้ ตุ่มหาใครไม่ทันจริงๆต้องให้ปรางค์ไปช่วย แล้วต้องช่วยอีกหลายงานด้วยนะคะ แล้วก็อาจจะต้องไปต่างจังหวัดด้วย ตุ่มขออนุญาตพี่ปรีตรงนี้เลยนะคะ" พูดแล้วเจ๊รวบรัดรีบกราบงามๆที่ไหล่ปรียา ท่ามกลางความโล่งอกของปรางค์กับนุช

ooooooo

แป้งกับกระบี่กลับมาถึงบ้านเห็นข้าวของถูกโยนออกมานอกบ้าน เป็นฝีมือป้าเล็กเจ้าของบ้านนั่นเอง ป้าเล็กบอกว่าค้างค่าเช่ามาหลายเดือนต้องย้ายออกภายในวันนี้

แป้งตกใจเพราะฝากเงินประพันธ์ไปจ่ายค่าเช่าทุกเดือน เดาว่าพ่อคงงุบงิบไปเล่นพนันหมด กระบี่ต่อรองว่าให้ป้าช่วยผ่อนผันหน่อยเพราะแป้งไม่เคยคิดจะเบี้ยวค่าเช่า ป้าเล็กไม่เชื่อว่าแป้งจะมีเงินมาจ่ายเพราะประพันธ์ก็เข้าบ่อนทุกวัน

กระบี่ต่อรองขอเวลาหนึ่งเดือนรับรองแป้งแก้ปัญหาได้แน่ ป้าเล็กให้แค่สามวันเพราะเห็นว่าเป็นแป้ง ถ้าเป็นคนอื่นตนไล่ตะเพิดออกไปนานแล้ว

พอทั้งสองเข้าบ้านปรับทุกข์กันครู่หนึ่งก็มีโทรศัพท์เข้ามาที่เครื่องของ แป้ง เป็นสายจากประพันธ์บอกว่าตนอยู่โรงพัก แป้งรีบไปที่โรงพักเจอพ่อถูกใส่กุญแจมือถูกคุมตัวมาเซ็นชื่อในเอกสาร

ประพันธ์ยังเอะอะโวยวายท้าตีท้าต่อยกับไอ้นะที่เล่นเสียแล้วไปพาตำรวจมาทลายบ่อน แป้งเข้าไปขอประกันตัวพ่อ ถามว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

"พ่อคุณถูกจับในข้อหาเล่นการพนัน ทำร้ายร่างกายผู้อื่น แล้วยังขัดขืนการจับกุมดูหมิ่นเจ้าพนักงานอีก คุณต้องเอาหลักทรัพย์มาประกันตัว" กระบี่ถามว่าข้อหาเยอะขนาดนี้ ต้องเท่าไหร่ "เงินประกันสองหมื่นบาทจะเป็นเงินสดหรือโฉนดที่ดินก็ได้ คุณติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะโน้นได้เลย"

แป้งมึนสนิท ได้ยินเสียงประพันธ์ตะโกนว่าต้องหาเงินมาประกันพ่อให้ได้พ่อไม่อยากติดคุก

"สองหมื่น...จะไปหาเงินสองหมื่นจากที่ไหนได้" แป้งมืดแปดด้าน กระบี่ได้แต่มองอย่างเห็นใจ

ooooooo

เจ๊ตุ่มกับนุชช่วยกันจับปรางค์แต่งชุดต่างๆ จับซ้อมเดินท่านางแบบ ปรางค์ทำได้ทุกอย่างตามที่เจ๊ตุ่มสอนจนทั้งเจ๊และนุชพอใจ

เช้าวันเดินทาง ปรียามาเตือนปรางค์ด้วยความเป็นห่วง กลัวเจ๊ตุ่มจะพาไปนอกลู่นอกทาง ปรางค์ปดแม่ว่าแค่พาไปถ่ายแบบโฆษณา แต่เป็นของเมืองนอกเลยต้องถ่ายนานหน่อย รับรองกับแม่ว่าจะไม่ยอมให้เจ๊ตุ่มทำเรื่องไม่ดีแน่ พูดเอาใจแม่ว่าถ้าได้เงินมาจะเปิดร้านให้แม่หาลูกจ้างมาเยอะๆ แม่จะได้ไม่ต้องเหนื่อย

"ไอ้ลูกคนนี้มันฝันเฟื่องจริงๆ แค่แกอยู่ช่วยแม่บ้าง ทำตัวเป็นลูกที่ดีเชื่อฟังแม่ แม่ก็พอใจแล้วไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว"

ฟังแม่แล้วปรางค์ได้แต่ฝืนยิ้ม

ooooooo

เดินทางไปถึงพัทยาอันเป็นสถานที่จัดประกวด มีพวกกะเทยกับพี่เลี้ยงนั่งกรอกใบสมัครกันอยู่มากมาย ปรางค์ในชุดสวยเดินเข้ามาพร้อมเจ๊ตุ่มและนุช ทุกคนมองปรางค์เป็นตาเดียว ทำให้เจ๊ยิ่งเชื่อมั่นว่าปรางค์จะต้องชนะแน่ๆ

แต่พริบตาเดียวเจ๊ตุ่มก็หน้าหงิก เมื่อเห็นเจ๊จูนพาเด็กของตนเข้ามา แนะนำว่าชื่อข้าวฟ่าง ซึ่งสวยมาก สวยจนปรางค์หวั่นใจ

เจ๊ตุ่มกับเจ๊จูนประคารมเชือดเฉือนกันตามเคย แต่เจ๊จูนท่าดีกว่าเพราะนอกจากมีกะเทยสวยแล้วยังมีบอดี้การ์ดร่างบึ้กตามมา คุ้มครองถึงสี่คน ถึงจะแค้นใจจะปากกล้าเพียงใด แต่เจอนักเลงคุมมาเยอะขนาดนี้ เจ๊ตุ่ม นุช และปรางค์ก็อดจิตตกไม่ได้

พอกลับเข้าห้องแต่งตัวในโรงแรม ทั้งเจ๊ตุ่ม และนุช รวมทั้งปรางค์ก็ต้องกดความวิตกไว้พูดปลุกใจกันเอง เจ๊ตุ่มประกาศว่า "เราต้องชนะมันอยู่แล้ว!!"

แต่เจ๊จูนที่แต่งตัวให้ข้าวฟ่างอีกห้องหนึ่งก็ประโคมเครื่องเข้าไปเต็มที่ พูดอย่างสู้ตายว่า "งานนี้เราแพ้นังตุ่มไม่ได้เด็ดขาด!"

ooooooo

เมื่อได้เวลาคัดตัว บรรดากะเทยที่มาประกวดถูกเรียกตัวไปทีละคน...ทีละคน ทุกคนออกไปไหว้อย่างอ่อนช้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เริ่มแรกเป็นกะเทยสวย ต่อมา เป็นกะเทยถึก เรื่อยมาจนถึงกะเทยเฒ่า

ทุกคนที่ถูกเรียกไปคัดดูแล้วหดหู่ใจ จนมาถึงข้าวฟ่าง เธอออกไปไหว้อ่อนช้อยดัดเสียงหวาน "สวัสดีค่ะ หนูชื่อหยาดนภา พรรณรายโสภา จูนโมเดลลิ่งส่งเข้าประกวดค่ะ"

ต่อมาจึงเป็นปรางค์ เธอนั่งตัวสั่นอยู่ต้องแข็งขืนตัวเองรวบรวมความกล้าเดินออกไป ก้มลงไหว้สวยงาม "สวัสดีค่ะ หนูชื่อปรางค์ธิดา วิลาสไพศาล แทม...แทมมี่โมเดลลิ่งส่งเข้าประกวดค่ะ"

เจ๊ตุ่มกับนุชลุ้นแทบขาดใจกลัวปรางค์จะเป็นลมเสียก่อน

จนถึงการคัดเลือกเข้ารอบ 50 คน ทั้งปรางค์และข้าวฟ่างต่างได้เข้ารอบแรก

ทั้งเจ๊ตุ่มและนุชประคองปรางค์ออกจากห้องคัดตัว ต่างดีใจที่ผ่านเข้ารอบแรก นุชแซวเจ๊ตุ่มว่า นึกว่าจะช็อกตายตอนเขาประกาศชื่อปรางค์เสียอีก เจ๊ก็ไม่เบาย้อนไปว่าฉันก็กลัวแกจะฉี่ราดเหมือนกัน

ระหว่างนั้นเจ๊จูนยังเข้ามาปรามาสว่ารับรองเด็กของเจ๊ไม่ผ่านการคัดเลือกรอบ ต่อไปเด็ดขาด เย้ยเจ๊ตุ่มว่าดูจากคนส่งก็รู้ รูปร่างหน้าตาน่าจะไปแบกกระสอบข้าวสารมากกว่า เจ๊ตุ่มสวนไปทันทีโดยไม่ต้องคิดหาคำด่าว่า "หน้าเหียกๆอย่างแกก็ควรกลับไปขายตัวเป็นผีขนุนอย่างเก่า!"

คราวนี้ไม่ด่ากันเฉยๆแต่ยังเข้าตบตีกันด้วย ปรางค์ ตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร พอดีนักข่าวมาเลยตะโกนบอกว่านักข่าวมาแล้ว นักตบทั้งหมดจึงหยุดชะงัก พอนักข่าวถามต่างก็ปั้นหน้ายิ้มแย้มบอกว่า เป็นการทักทายกันประสาคนไม่เคยเจอกันมานานเท่านั้นเอง

ooooooo

เพราะต้องหาเงินมาประกันพ่อถึงสองหมื่นบาท แป้งไปตระเวนของานทำตามบาร์เบียร์ที่พัทยาจนทั่วก็ไม่ได้งาน สุดท้ายกัดฟันบากหน้าเข้าไปของานกับเฮียพงษ์ที่ถูกไล่ออกเพราะไปชกฝรั่งลามก เสียต้องหามส่งโรงพยาบาล แป้งอ้อนวอนของานเฮียอยู่นาน สุดท้ายเฮียตัดรำคาญบอกว่า เหลือแต่งานล้างจานเท่านั้น

แป้งดีใจมากถามว่าเริ่มงานวันนี้เลยใช่ไหม พอเฮียอนุญาตแป้งอึกอักอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยปากขอเบิกล่วงหน้าสักสองหมื่น ได้ไหมเพราะตนจำเป็นต้องใช้จริงๆ

"ไอ้แป้ง แกจะบ้ารึไง นี่แกกะจะเอาเงินไปตั้งตัวรึไง ถ้าอยากได้เงินเยอะขนาดนี้แกต้องไปเป็นสาวเชียร์เบียร์โน่น ได้แขกฝรั่งกระเป๋าหนักสักสามสี่คนก็ได้เป็นหมื่นแล้ว"

"คนอย่างหนูไม่มีวันขายตัวกิน"

"อย่างแกถ้าไม่ขายตัวแล้วจะหาเงินเป็นหมื่นจากไหน แกไปคิดดูก่อนแล้วกัน ถ้าอยากได้เงินจริงๆก็กลับมาหาฉันได้"

แป้งเดินออกจากเฮียพงษ์ไปอย่างห่อเหี่ยว คิดห่วงอยู่แต่ว่าจะหาเงินที่ไหนสองหมื่นบาทมาประกันพ่อ จะยอมให้พ่อติดคุกไม่ได้ สุดท้ายกระบี่เห็นใจปลอบใจว่าไม่ต้องห่วง ตนจะหาเงินมาประกันน้าพันธ์เอง

ooooooo

หลังจากบังคับเคี่ยวเข็ญให้นักรบไปงานเปิดซีซีเอเวนูของโชติรสจนเกิดเรื่อง งานล่มไปแล้ว ทั้งโสภาและราศียังไม่ละความพยายาม วันนี้เรียกนักรบมาให้ช่วยขับรถพาโชติรสไปพัทยาเพราะเธอยังข้อเท้าเคล็ดอยู่ ต่อรองเล่นแง่กันอยู่นาน สุดท้ายนักรบยอมขับรถให้แต่ต้องเป็นรถของเขาเอง เพราะตนไม่ชอบขับรถของคนอื่น แค่นั้นโชติรสก็พอใจแล้ว เธอยิ้มให้เขาอย่างท้าทาย

เวลาเดียวกัน แป้งกำลังซื้อข้าวผัดกุ้งพิเศษใส่ไข่สองฟองเพื่อเอาไปฝากพ่อที่อยู่โรงพัก ป้าจุกทำเสร็จบอกว่าสามสิบบาท แป้งขอติดไว้ก่อน ป้าจุกบ่นว่าติดอีกแล้ว ยุแป้งว่ามีแต่หาเงินไปใช้หนี้ให้พ่อจนไม่มีเงินติดตัว พ่อแบบนี้ให้ตัดหางปล่อยวัดไปเลย

"ตัดไม่ได้หรอก ยังไงเขาก็เป็นพ่อหนู" บอกป้าขอติดค่าข้าวไว้ก่อนแล้วรีบไปเลย

พอเอาข้าวไปให้ประพันธ์ที่โรงพัก เขาชมแป้งว่าถ้าชีวิตตนไม่มีแป้งจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ แต่พอรู้ว่าแป้งยังหาเงินมาประกันตัวไม่ได้ ประพันธ์ก็โวยวายใส่ว่าเงินแค่นี้ก็หาไม่ได้ แป้งขอเวลาอีกสักอาทิตย์ตนจะหามาให้ได้

"ถึงตอนนั้นฉันก็ตายพอดี" ประพันธ์หงุดหงิดมาก แล้วยื่นคำขาดว่าแป้งต้องหาเงินมาประกันตนให้ได้ในวันพรุ่งนี้ ไม่อย่างนั้นไม่ต้องมาให้เห็นหน้ากันอีก!

ooooooo

แล้วการคัดตัวรอบต่อไปก็เริ่มขึ้น โดยจะให้ผู้เข้าประกวดแต่งชุดประจำชาติต่างๆ รอบนี้จะคัดเหลือเพียง 20 คนเท่านั้น ผู้เข้าประกวดทุกคนตื่นเต้นกันมาก

ข้าวฟ่างได้ชุดประจำชาติเวเนซุเอลา เจ๊จูนเลยพูดข่มเจ๊ตุ่มว่าแค่ได้ชุดประจำชาติของประเทศเวเนซุเอลาก็ชนะไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะที่นั่นมีแต่นางงามระดับโลกทั้งนั้น ทั้งเยาะเย้ยเจ๊ตุ่มที่ปรางค์ได้ชุดประจำชาติอินเดีย

เจ๊ตุ่มของขึ้น ฉุนขาด บอกนุชว่าต้องให้เอื้อมมาช่วยด่วนที่สุด ว่าแล้วก็กดโทรศัพท์ถึงเอื้อมพูดเร็วจี๋ "นังเอื้อม แกไปพาหุรัดด่วนเลยนะ!"

ทั้งนุชและปรางค์ต่างมึนอึ้งเพราะนั่นแสดงว่าเจ๊ตุ่มไม่มีเงินลงทุนเลยจริงๆ

ooooooo

นักรบขับรถพาโชติรสมาถึงพัทยาแล้ว เธอพาเขาเข้าไปในผับหรูแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนๆมากันมากมายแล้ว นักรบท้วงติงว่าตนรับปากแค่ขับรถให้แต่ไม่ได้รับปากว่าจะมางานด้วย โชติรสอ้อนอย่างหวังดีว่าจะรออย่างไรตั้งสองสามชั่วโมง เข้าไปปาร์ตี้กันดีกว่า ว่าแล้วก็หันไปทักทายเพื่อนๆที่กรูกันมาต้อนรับ

เพื่อนๆกระเซ้าว่าไม่แนะนำแฟนให้รู้จักบ้างหรือ โชติรสบอกว่านักรบไม่ใช่แฟน แต่เป็นเพื่อนสนิทเท่านั้น เพื่อนๆแซวว่าพามาเปิดตัวใช่ไหม นักรบทนไม่ได้บอกว่า

"ผมไม่ใช่ทั้งแฟนทั้งเพื่อนสนิทครับ วันนี้ผมเป็นคนขับรถให้คุณโรสเท่านั้น"

เพื่อนๆหัวเราะกันกิ๊วก๊าวแหย่ว่าหล่อแล้วยังมีอารมณ์ ขันอีก เพื่อนอีกคนชวน

"ถ่ายรูปกันหน่อย" แล้วเพื่อนๆก็เบียดกันเข้ามาจนนักรบกับโชติรสยืนชิดกัน โชติรสยิ้มหวาน ในขณะที่นักรบทำหน้าอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด

ตอนที่ 3

เมื่อที่ไหนก็ไม่รับเข้าทำงาน แป้งตัดสินใจเดิน ขายดอกกุหลาบตามชายหาด ขายดอกละห้าบาท

ห้าดอกยี่สิบ ร้องขายจนเสียงแห้งก็ไม่มีใครซื้อ ไปขายให้หนุ่มสาวที่พลอดรักกันอยู่ก็ถูกไล่เพราะไปขัดจังหวะรักของเขา

หิ้วกุหลาบเต็มตะกร้าเดินละเหี่ยมาตามชายหาด มองไกลๆเห็นกระบี่ทำลับๆล่อๆอยู่ พอเห็นแป้งกระบี่ก็หลบแว้บแป้งยิ่งสงสัย เดินหาจนเจอเห็นกระบี่เดินกอดกระเป๋ามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง แป้งถามว่ามาทำอะไรแถวนี้ กระบี่ยิ่งตกใจโกหกตะกุกตะกักว่า "ฉัน...ฉันนัดเพื่อนไว้"
แป้งคาดคั้นถามว่าเพื่อนคนไหน กระบี่เฉไฉว่าแป้งไม่รู้จัก

"ฉันรู้จักเพื่อนแกทุกคน ฉันรู้จักแกยิ่งกว่าตัวแกเสียอีก วันนี้ฉันโทร.หาแกทั้งวัน ทำไมไม่รับสายมันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ แล้วนั่นกระเป๋าอะไร"

"แกอย่ายุ่งน่า" กระบี่เบี่ยงตัวบังกระเป๋าไว้ ทำให้แป้งยิ่งสงสัยตรงไปกระชากกระเป๋ามาเปิดดูเห็นถุงยาบ้าอยู่ข้างใน แป้งโกรธจัดหยิบถุงยาบ้าออกมาทิ่มใส่หน้ากระบี่ตะคอกถาม

"นี่อะไร นี่แกบ้าหรือโง่ถึงได้ทำเรื่องชั่วๆอย่างนี้ ทำไมแกทำอย่างนี้ไอ้บี่ ทำไม"

กระบี่ยอมรับว่าตนทำเพื่อช่วยหาเงินมาประกันตัวน้าพัน ถ้าหาได้ครบสองหมื่นก็จะเลิกทันที แป้งโกรธจัดบอกว่าถ้าจะช่วยตนด้วยวิธีนี้ก็ไม่ต้องช่วย ตนไม่ต้องการเงินสกปรกนี้

"เราหมดหนทางแล้วนะไอ้แป้ง คนจนๆอย่างเราจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้ล่ะ ถ้าฉันไม่ขายยาแกจะต้องไปขายตัวเข้าสักวัน"

"ไอ้คนสิ้นคิด" แป้งกระโดดชกหน้ากระบี่ ประกาศว่าคนอย่างตนไม่มีวันยอมขายตัว ยอมตายดีกว่ายอมขายศักดิ์ศรี ชี้หน้ากระบี่ด่าว่า "คนไม่มีศักดิ์ศรีอย่างแกไม่มีวันเข้าใจ ไอ้ยาพวกนี้เป็นยานรกมันจะทำลายชีวิตแก แกจะไม่เหลือความเป็นคนถ้าแกไปยุ่งกับมัน" ว่าแล้วแป้งขว้างกระเป๋าของกระบี่ลงทะเล

"ไอ้แป้ง" กระบี่ตะโกนสุดเสียง วิ่งลุยลงทะเล แล้วหันกลับมาหาแป้งหัวฟัดหัวเหวี่ยงถามว่าทำบ้าอะไร ยาพวกนี้ เงินทั้งนั้น พูดอย่างเจ็บปวดว่า "ฉันพยายามช่วยแกอยู่ พ่อแกก็ติดคุก ที่ซุกหัวนอนก็จะไม่มีอยู่แล้ว อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าแกอดข้าวมากี่มื้อแล้ว แกจะตายเพราะศักดิ์ศรีบ้าๆของแกนี่แหละ"

กระบี่โมโหจนผลักแป้งล้มลงกุหลาบในตะกร้าตกกระจาย ทำแล้วรู้สึกตัวว่ารุนแรงไป อุทาน "แป้ง" แต่แป้งโกรธมากคว้าตะกร้าลุกขึ้นพูดใส่หน้าก่อนเดินไปว่า

"อย่ามาเรียกชื่อฉัน ฉันไม่มีเพื่อนอย่างแก!"

ooooooo

ในผับที่นักรบมาส่งโชติรส เขานั่งจิบไวน์อยู่มุมหนึ่งมองไปรอบๆอย่างเบื่อๆ ส่วนโชติรสกำลังเม้าท์ อยู่กับเพื่อนอย่างมันปาก คอยหันมองและส่งสัญญาณขอเวลากับเขาเป็นระยะ

โชติรสหันไปคุยกับเพื่อนอีกครู่เดียว หันมาอีกทีนักรบหายไปแล้ว เขาลุกไปเดินที่ชายหาดโทรศัพท์บอกต๊อดให้ขับรถมารับโชติรสที่พัทยาแทนตนที

พูดโทรศัพท์ยังไม่ทันเสร็จ นักรบก็ถูกนักเลงแถวชายหาดโผล่เข้าชาร์จจากข้างหลัง มันมากัน 3 คน คนหนึ่งล็อกตัวนักรบไว้ อีกคนกระชากมือถือไป และอีกคนคว้ากระเป๋า กระชากสร้อยคอ นาฬิกาข้อมือเขาพัลวัน พอนักรบสู้มันก็รุมกันเล่นงาน

"เฮ้ย! หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไอ้พวกหมาหมู่" แป้งตะโกนแล้ววิ่งเข้าไปกระชากนักเลงคนหนึ่งออกมา พอนักรบตั้งหลักได้ ทั้งสองก็ช่วยกันเล่นงานนักเลงกระดูกอ่อนพวกนั้นจนหนีกันกระเจิง

แต่พอหันมาเห็นหน้ากันจังๆต่างก็ตกใจ แปลกใจนักรบขอบใจแป้งที่ช่วยตน ถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่าเพราะโดนไปหลายหมัดเหมือนกัน เขาเผลอดึงตัวแป้งเข้าไปดูใกล้ๆ

"ไม่ต้องมายุ่ง ฉันไม่เป็นไร คุณนั่นแหละไปทำแผลซะไป" นักรบชมว่าเธอบู๊เก่งเหมือนกัน ถามว่าไปเรียนมาจากไหน แป้งหางตาใส่อย่างหมั่นไส้ "คนทำมาหากินอย่างฉัน ก็ต้องมีวิชาไว้ป้องกันตัว คนอย่างคุณไม่รู้จักหรอกว่าชีวิตที่ต้องสู้เพื่อความอยู่รอดน่ะเป็นยังไง ฉันไม่น่าจะมาเสียเวลากับคุณเลยวันนี้ขายหมดไหมเนี่ย" แป้งมองกุหลาบในตะกร้าบ่นๆ แล้วเดินไป

แป้งเดินเร่ขายดอกกุหลาบต่อไป ไม่มีใครซื้อเลย บางคนยังด่าว่าเอากุหลาบเหี่ยวๆมาขาย นักรบเดินตามมา เลยขอเหมาหมดถามว่าเท่าไร แป้งก้มลงนับกุหลาบอย่างเร็ว

"ทั้งหมดสามร้อยบาท ดึกแล้วฉันลดให้คุณสองร้อยห้าสิบแล้วกัน" นักรบแซวว่าคราวนี้ยอมรับเงินตนแล้วหรือ แป้งมองขวับตาขวาง "ฉันไม่ได้รับเงินคุณเปล่าๆ ตกลงจะซื้อหรือไม่ซื้อ ฉันไม่ง้อหรอกนะ ฉันไปขายหน้าบาร์เบียร์ เดี๋ยวก็หมด"

นักรบรีบบอกว่าซื้อ ขอเหมาทั้งตะกร้าด้วย ว่าแล้วยัดเงินหนึ่งพันบาทให้แป้ง ดึงกุหลาบไปทั้งตะกร้า แป้งรีบบอกว่ารอเงินทอนก่อนเพราะทั้งกุหลาบ ทั้งตะกร้ารวมกันยังไม่ถึงห้าร้อยบาทเลย

"เก็บเงินทอนไว้ก่อนแล้วกัน แล้ววันหลังฉันจะมาทวงคืน" นักรบพูดให้แป้งรู้สึกว่าตัวเองมีศักดิ์ศรีแล้วหิ้วตะกร้ากุหลาบไป ได้ยินเสียงแป้งร้องตามหลังก่อนเงียบไปว่า

"เดี๋ยวซิคุณ แล้วฉันจะเอาเงินทอนคืนคุณได้ที่ไหน เมื่อไหร่ล่ะ"

ooooooo

นักรบกลับไปที่ผับอีกที เพื่อนๆของโชติรสบอกว่าเธอน็อกไปแล้ว โชติรสรีบบอกว่าอย่าไปฟังตนไม่ได้เมาแค่มึนๆนิดหน่อยเท่านั้น แล้วชวนกลับกันเถอะเบื่อเพื่อนพวกนี้เต็มทีแล้ว

นักรบท้วงว่าเธอยังไม่ได้บอกเลยว่าบ้านอยู่ไหน โชติรสไม่กลับบ้านอ้างว่าพรุ่งนี้มีนัดคุยกับลูกค้าที่นี่ ตนมีคอนโดฯอยู่ที่พัทยาเหนือให้ไปส่งที่นั่น นักรบบ่นอย่างหงุดหงิดว่าน่าจะบอกตนก่อน

"ถ้าบอกก่อนพี่รบก็หนีกลับกรุงเทพฯน่ะซิคะ นี่พี่รบหนีไปเที่ยวไหนมาคะ บอกโรสมาซะดีๆ ไม่งั้นโรสฟ้อง

คุณป้านะคะ" พูดแล้วจ้องหน้าอย่างจับพิรุธ เลยเห็นรอยถูกชกที่หน้าถามว่าไปโดนอะไรมา

พอนักรบพาไปส่งที่คอนโดฯ โชติรสก็อ้อนว่าอย่าเพิ่งไปไหนตนปวดหัวมาก นักรบบอกว่าคงดื่มมากเกินไปกินยาแก้ปวดเดี๋ยวก็หาย เธอทำเป็นห่วงเขาว่าดึกแล้วขับรถกลับอันตราย นอนที่คอนโดฯนี้ก็ได้มีอยู่หลายห้องหรือจะนอนห้องเดียวกับตนก็ได้

นักรบบอกว่าตนก็คิดจะค้างอยู่เหมือนกัน แต่จะไปนอนโรงแรมดีกว่า ตนไม่ชอบอะไรเสี่ยงๆเหมือนเธอ ถ้าเสี่ยงไปแล้วไม่คุ้มกับที่ต้องเสียก็ไม่เสี่ยงดีกว่า ว่าแล้วเดินกลับออกไป

"ยากๆอย่างนี้ท้าทายดี!" โชติรสมองตามอย่างจะเอาชนะให้ได้

ooooooo

ความเป็นเพื่อนที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมานาน ทำให้แป้งกับกระบี่โกรธกันไม่นาน กระบี่ยอมรับผิดและขอโทษแป้ง สัญญาสาบานว่าจะไม่ทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้อีกคร่ำครวญว่า

"แกอย่าตัดขาดฉันเลยนะ ชีวิตฉันไม่มีใครนอกจากแก แกเป็นครอบครัวของฉัน ถ้าชีวิตฉันไม่มีแก..."

"พอแล้ว แกก็เป็นครอบครัวของฉันเหมือนกัน" แป้งตัดบท กระบี่ดีใจที่เพื่อนยกโทษให้ แป้งบอกว่าครั้งนี้ยกโทษให้ ทีหลังห้ามทำอย่างนี้อีกแล้วก็ห้ามถอดใจง่ายๆ เราต้องไม่หมดหนทางเรายังสู้ได้ต้องสู้ต่อไป ทำให้กระบี่ทั้งดีใจซึ้งใจที่แป้งเข้มแข็งมาก

แป้งขอบใจที่กระบี่ทำเพื่อพ่อ ถามอย่างเป็นห่วงว่าแล้วยาที่ตนโยนลงทะเลไป กระบี่จะถูกเอเย่นต์ค้ายาเอาเรื่องไหม กระบี่บอกว่าไม่เป็นไร ไม่กี่เม็ดเอง ตนจะบอกว่าเจอตำรวจก็เลยโยนทิ้ง

เมื่อต่างเข้าใจและให้อภัยกันแล้ว สองเพื่อนซี้ก็พากันกลับ กระบี่ยืนมองจนแป้งเข้าบ้านแล้วจึงเดินออกไป

ooooooo

ที่ห้องพักโรงแรมสำหรับพวกที่มาประกวดมิสเรนโบว์ควีน เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมกำลังช่วยกันจับปรางค์แต่งตัวสุดฤทธิ์ ทั้งต้องซ้อมพันส่าหรี ต้องหาซื้อเฮนน่ามาเพ้นต์มือเพ้นต์แขนปรางค์ แล้วยังต้องหัดเต้นระบำแขกด้วย

เจ๊ตุ่มดีใจมากที่เอื้อมใช้ความสามารถพิเศษรู้จักกับคนที่ทำประสานงานกองถ่ายหนังอินเดียที่กำลังมาถ่ายทำในไทยแอบยืมชุดอินเดียมา เจ๊ตุ่มชมว่าเลิศหรูได้สมใจจริงๆ

อุปกรณ์ทุกอย่างที่จะใช้แต่งตัวปรางค์หมดหรือไม่มีไปเสียเกือบทุกอย่าง เจ๊ตุ่มกับนุชเลยต้องไปเดินหาซื้อที่แหล่งช็อปปิ้งที่พัทยา เจ๊บ่นอุบว่าของแพงจับอะไรไม่ลงเลยจริงๆ

ระหว่างเดินหาซื้อของ คู่ซี้ก็ขัดใจกันเล็กน้อยเมื่อนุชบอกว่าถ้าปรางค์ได้รางวัล ตนต้องได้ส่วนแบ่งเพราะปรางค์เป็นหลานตน ถ้าตนไม่ช่วยพูดปรางค์ก็ไม่ยอมมาประกวด อีกทั้งการทำหน้าทำตัวให้ปรางค์ตนก็ต้องจ่ายไปเป็นหมื่นเหมือนกัน ต่อรองกันไปมาลงตัวกันที่เจ๊ตุ่มจะแบ่งให้นุช 30 เปอร์เซ็นต์

ขณะเดินหาซื้อของอยู่นั่นเอง แป้งทำพวงกุญแจตกก้มเก็บเลยถูกเจ๊ตุ่มเบรกไม่ทันชนโครม เจ๊เห็นแป้งก็โวยวายว่า "นังปรางค์มาทำอะไรแถวนี้" นุชก็บ่นว่าออกมาตากแดดตากลมแบบนี้ผิวเสียหมด

เจ๊ตุ่มเห็นรอยฟกช้ำที่หน้าแป้ง เอะอะถามว่าไปทำอะไรมาถึงได้ฟกช้ำดำเขียวไปหมดทั้งหน้าแบบนี้ แป้งฟังทั้งสองพูดยิ่งฟังก็ยิ่งงง บอกว่าคงจำคนผิดแล้วล่ะ แล้วเดินหนี เจ๊ตุ่มกับนุชมองหน้ากันเหวอ สุดท้ายเจ๊ตัดบทว่าสงสัยเราเมาแดดไปหน่อยเลยจำคนผิด

ooooooo

แป้งไปเยี่ยมประพันธ์ที่โรงพักเธอตกใจที่พ่อหายไป ถามตำรวจจึงรู้ว่าปล่อยตัวไปแล้วเพราะประพันธ์คร่ำครวญทั้งวันทั้งคืนจนผู้ต้องหาอื่นไม่ได้หลับไม่ได้นอน และที่สำคัญคือถูกขังมาหลายวันแล้วคงจะหลาบจำบ้างเลยให้เซ็นแล้วปล่อยตัวไป แต่ถ้าทำผิดอีกก็ต้องถูกส่งฟ้องศาลติดคุกแน่ กำชับแป้งให้ดูแลพ่อให้ดี

พอแป้งกลับถึงบ้านเจอประพันธ์กำลังดูหนังสือพิมพ์ หน้ากีฬาอย่างสนใจ

"คืนนี้มีมวยคู่เด็ดด้วยโว้ย สามต่อหนึ่งเชียวเหรอวะเนี่ย"

แป้งดีใจมากโผเข้ากอดพ่อ ถามว่าไม่โกรธใช่ไหมที่ตนหาเงินไปประกันพ่อไม่ได้ ประพันธ์บอกว่าไม่โกรธตอนนั้นแค่หงุดหงิดนิดหน่อย ที่จริงพ่อผิดเองทำตัวเองสมควรแล้วที่ถูกจับขังคุก

ประพันธ์ให้สัญญาว่าจะไม่เข้าบ่อนอีก เข็ดแล้ว

"พ่อเป็นคนสอนให้หนูเป็นคนซื่อสัตย์เป็นคนรักษาสัญญา พูดอะไรแล้วต้องทำให้ได้ พ่อก็ต้องเป็นอย่างนั้นด้วยนะ"

"เออ...รู้แล้วน่า" ประพันธ์ตอบทำเสียงรำคาญ แป้งจึงไปเก็บเสื้อผ้าของพ่อไปซัก คุยอย่างมีความสุขที่จะทำอาหารให้พ่อกินเป็นมื้อแรก ขอร้องพ่ออย่าทำให้ตนเป็นห่วงอีก พูดแล้วเห็นพ่อเงียบหันไปดูอีก พ่อหลับกรนคร่อกไปแล้ว

ooooooo

แล้วก็เกิดความสับสนขึ้นอีก เมื่อนักรบเดินถ่ายรูปวิถีชีวิตของชาวบ้านแถวชายหาดหน้าโรงแรมแล้วเห็นปรางค์ในชุดสวยใส่หมวกปีกเดินกรีดกรายอยู่ แม้จะมีแว่นดำอันโตปิดบังใบหน้าอยู่ แต่นักรบก็เชื่อสายตาตัวเองว่านั่นต้องเป็นแป้งแน่นอน เขารีบเดินเข้าไปทัก

พอปรางค์หันมองเธอถึงกับอึ้ง จำได้แม่นว่าตาคนนี้แหละที่เข้าไปหาว่าตนเป็นหัวขโมยถึงหลังเวทีประกวดนางงามมะปรางหวาน นักรบถามประชดว่า

"วันนี้มาทำงานอะไรล่ะ มาเดินเป็นตัวประกอบเหมือนงานที่กรุงเทพฯงั้นเหรอ เธอนี่เก่งรอบด้านจริงๆนะ โชว์ศิลปะการป้องกันตัวก็ได้ แล้วยังโชว์แบบอื่นได้ด้วยเหรอ เออ...จริงซิ ฉันยังไม่ได้ขอโทษเธอเลยที่กล่าวหาว่าเธอเป็นขโมย ขอโทษจริงๆนะ"

ปรางค์ตอบอย่างเสียไม่ได้ว่าไม่เป็นไร นักรบถามอีกว่าเธอชื่ออะไร พอปรางค์บอกชื่อ เขาก็แนะนำตัวเองบ้างว่า

"ฉันชื่อนักรบ ถึงเธอจะคิดว่าเราจะแตกต่างกันมาก แต่ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้น ฉันเชื่อว่าคนทุกคนเกิดมามีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ฐานะ การศึกษาไม่ได้ทำให้ใครต่ำใครสูงแต่ความดีความชั่วต่างหาก ฉันกำลังพยายามบอกเธอว่า เราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้" นักรบพูดตรงๆหลังจากเห็นปรางค์ทำหน้าอึ้งๆงงๆ พอนักรบเดินเข้าไปใกล้ ปรางค์ก็ถอยกรูดตกใจแล้วขอตัวบอกว่าต้องไปซ้อมเดินแล้ว นักรบมองตามเป็นฝ่ายงงเสียเอง บ่นพึมพำ

"ทำไมวันนี้ดูแปลกๆ..."

ooooooo

ปรางค์กลับไปเล่าให้เอื้อมฟังบ่นว่านักรบต้องเป็นพวกโรคจิตแน่ๆถึงได้ตามมาถึงนี่ เอื้อมมองใน แง่ดีว่า เขาอาจจะหลงรักปรางค์เข้าแล้วก็ได้ ถามอย่างเอะใจว่า "เขารู้รึเปล่าว่าแกเป็นสาวเทียม"

ปรางค์คาดว่าคงไม่รู้ แต่รู้ตนก็ไม่สนใจเพราะยังไม่อยากมีแฟน เอื้อมถามว่าหล่อไหม ถ้าหล่อส่งต่อมาให้ตนก็ได้ ถูกปรางค์เอ็ดว่าตอนนี้ตนไม่สนใจอะไรหรอกเพราะมีภารกิจที่ต้องทำ เอื้อมเลยหันมาช่วยกันต่อท่าเต้นระบำแขกกัน

และแล้ววันซ้อมใหญ่ก็มาถึง พวกเข้าประกวดพากันไปอออยู่หลังเวทีคุยกันเจี๊ยวจ๊าวราวกับนกกระจอกแตกรังจนกระทั่งเจ้าหน้าที่หลังเวทีเดินเข้ามาเร่งว่า

"ทุกคนเชิญไปที่เวทีด้วยค่ะ คราวนี้เราจะซ้อมรันทรูเหมือนจริง แต่ยังไม่ต้องเปลี่ยนชุดนะคะ เชิญค่ะ แล้วขอให้พี่เลี้ยงสปอนเซอร์ทุกคนไปประชุมที่ห้องประชุมใหญ่ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ เชิญค่ะ"

เจ้าหน้าที่ต้อนพวกเข้าประกวดไปที่หน้าเวที เจ๊ตุ่มกับนุชแยกย้ายไปอีกทางพร้อมพี่เลี้ยงและสปอนเซอร์ ที่หลังเวทีจึงไม่มีใครอยู่

เจ๊จูน...ก้าวออกมาจากหลังราวที่แขวนเสื้อผ้า มือถือกรรไกรค่อยๆชูขึ้นตาเป็นประกายชั่วร้าย!

ooooooo

ที่เวทีประกวด พวกเข้าประกวดกำลังซ้อมเดินกันอยู่ เจ๊ตุ่มกับนุชไปยืนเกาะขอบเวทีดูปรางค์ เจ๊บ่นว่าท่าทางปรางค์ไม่ค่อยมั่นใจ นุชบอกว่ายังพอมีเวลาที่จะติวเข้มกับปรางค์อีกรอบ ขณะนั้นเองเจ๊จูนก็เข้ามาลอยหน้าชมว่าเด็กของเจ๊ตุ่มดูๆไปก็เริ่ดไม่แพ้ข้าวฟ่างเลย ทำให้ทั้งเจ๊ตุ่มและนุชรู้สึกแปลกๆกับท่าทีของเจ๊จูน บอกกันว่าต้องจับตาดูให้ดีอย่าได้ไว้ใจเด็ดขาด!

ที่ล็อบบี้โรงแรม นักรบเดินไปหาต๊อดที่ยืนรออยู่พูดอย่างดีใจว่ามาช่วยชีวิตตนได้ทันเวลาพอดี แต่พูดไปพูดมา กลายเป็นว่าต๊อดมางานประกวดนางงามที่นี่ไม่เกี่ยวกับโชติรสเรื่องนั้นตนช่วยไม่ได้

นักรบหาทางแก้ปัญหาด้วยการเรียกรถลีมูซีนของโรงแรมให้มารับโชติรสพาไปส่งกรุงเทพฯแทน อ้างว่าตนมีงานด่วนต้องอยู่อีกหลายวัน

ระหว่างนั้นเองพวกประกวดพากันเดินเจี๊ยวจ๊าวผ่านไปเป็นฝูง นักรบต้องหลบหลีกทางให้ เจ๊ตุ่มกับนุชมองหาปรางค์ เพื่อจะพาไปซ้อมเดินอีกสักรอบ มองหาอยู่นานจึงเห็นหลบอยู่หลังกระถางต้นไม้ใหญ่

เจ๊ตุ่มกับนุชเข้าไปตาม ปรางค์ทำเสียงเบาๆไม่ให้เอะอะ นุชถามว่าหลบหน้าใครอยู่หรือ พอปรางค์ชี้ให้ดูนักรบ เจ๊ตุ่มจำได้ทำท่านักเลงบอกว่าเดี๋ยวเจ๊ไปจัดการเอง

เจ๊ตรงไปด่านักรบว่าเป็นพวกโรคจิต เด็กของตนไม่เล่นด้วยแล้วยังตามมาตื๊ออีก นักรบจำเจ๊ตุ่มได้รีบขอโทษเพราะคราวที่แล้วตนเข้าใจผิดไปเอง เจ๊กลับหาว่าเขาเล่นเล่ห์ ขู่ว่าให้ห่างๆปรางค์ไว้ เพราะตอนนี้ปรางค์กำลังมีงานสำคัญถ้าขืนวอแวไม่เลิกจะจับเจี๋ยนให้ดู

เจ๊ตุ่มมาด่าๆๆขู่ๆๆแล้วสะบัดหน้าไป นักรบเลยยืนงงอยู่ตรงนั้น

ooooooo

กระบี่ถูกพวกเอเย่นต์ค้ายาเล่นงานจริงๆ มันตามมาทวงค่ายาพอกระบี่บอกว่าตอนนี้ยังไม่มีก็ถูกมันรุมอัดจนล้ม กระบี่เลยตะโกน "ตำรวจมา!" มันตกใจเลยหนีไป

พอกลับบ้านแป้งคาดคั้นจนกระบี่ยอมบอกความจริง แป้งบอกว่าไม่เป็นไรตนสะสมเงินที่จะเอาไปประกันพ่อได้เกือบหมื่นตอนนี้ยังอยู่ที่บ้าน เดี๋ยวจะไปเอามาให้

แต่พอแป้งไปหาเงิน ปรากฏว่าเงินหายไปหมดแล้ว แป้งเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือพ่อแน่ๆ โทร.ไปถาม ประพันธ์ยอมรับ หัวเราะร่าบอกว่าเอาเงินนี้มาเซ้งร้านป้าจุกที่จะไปอยู่กับลูกชายที่สัตหีบ คุยอย่างอารมณ์ดีว่า นอกจากเซ้งร้านได้แล้วยังจ่ายค่าข้าวที่ค้างป้าจุกไปหมดแล้วด้วย

แม้แป้งจะรู้สึกดีที่พ่อคิดทำมาหากินเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ปัญหาหนักหน่วงตอนนี้คือจะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ พวกเอเย่นต์ยา ไม่อย่างนั้นชีวิตของกระบี่ไม่ปลอดภัยแน่

ที่เวทีประกวดมิสเรนโบว์ควีนยังดำเนินต่อไปอย่างคึกคัก เจ๊จูนก็ยังคอยราวีกระแนะกระแหนเจ๊ตุ่มไม่เลิก สุดท้ายเจ๊ตุ่มบอกนุชว่าไม่ต้องสนใจ มันคงปั่นหัวเราให้วุ่นเท่านั้น ให้กำลังใจปรางค์ว่า

"วันนี้แกต้องผ่านเข้ารอบแน่ๆ ขอให้แกมั่นใจในตัวเองก็พอ"

"หนูจะทำให้ดีที่สุดค่ะพี่ตุ่ม น้านุช" ปรางค์รับปากทั้งที่ใจไม่ดี

การประกวดในชุดนานาชาติเริ่มขึ้นแล้ว พิธีกรขึ้นประกาศบนเวที เริ่มจากมิสเจแปน ต่อมาเป็นมิสอเมริกา ตามด้วยมิสเวเนซุเอลาที่โชว์โดยข้าวฟ่าง

"มันต้องออกมาหลังนังปรางค์ไม่ใช่เหรอ" เจ๊ตุ่มเอะใจ ก็พอดีพิธีกรประกาศมิสอินเดีย เจ๊เลยโล่งใจ

คนดูวิพากษ์วิจารณ์กันว่าปรางค์เป็นตัวเก็ง เจ๊ตุ่มกับนุชได้ยินหันยิ้มให้กันหน้าบาน

ขณะนั้นเอง ข้าวฟ่างที่เดินไปหลังเวทีแล้วย้อนกลับมาอีกครั้ง เป็นเวลาที่ปรางค์ยืนไหว้แบบอินเดียอยู่กลางเวที พริบตานั้นข้าวฟ่างมาเหยียบชายส่าหรีที่ยาวลากพื้น พอปรางค์ขยับตัวส่าหรีก็ขาดแควกปรางค์ตกใจดึงชายผ้าไว้ ข้าวฟ่างทำทีเข้าไปช่วยแต่ที่แท้กลับดึงผ้าให้ขาดออกจนเกือบไม่เหลือติดตัว!

"ได้ช็อตเด็ดอีกแล้ว" ต๊อดดีใจเก็บภาพไม่ยั้ง

ปรางค์ยืนหน้าซีดอยู่กลางเวที เจ๊ตุ่มกับนุชวิ่งไปที่หน้าเวที เอื้อมวิ่งไปที่แผงคอนโทรลเครื่องเสียง เจ๊ตุ่มตะโกน "นังปรางค์..." เพื่อเรียกสติปรางค์

ทันใดนั้นเสียงเพลงระบำแขกดังขึ้น นุชตะโกนแข่งกับเสียงเพลง "นังปรางค์ เต้นเลย!"

เจ๊ตุ่มเต้นให้ดู เอื้อมวิ่งมาสมทบแล้วทั้งสามคนก็ช่วยกันเต้นสุดฤทธิ์ เอื้อมตะโกนบอกว่า "เต้นอย่างที่ฉันสอนไง" ปรางค์ ได้สติรีบถอดรองเท้าโยนทิ้งแล้วเต้นระบำแขกพลางก็ค่อยๆหยิบเศษผ้าส่าหรีขึ้น พันตัวใหม่ กลายเป็นชุดเก๋ไก๋ไปทันที

คนปรบมือกันเกรียวกราวบ้างเป่าปากเปี๊ยวป๊าวให้ กำลังใจปรางค์

ในที่สุด ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อม ต่างโล่งใจที่ปรางค์แก้สถานการณ์ได้สวย ส่วนเจ๊จูนหัวเสียอย่างหนักคาดไม่ถึงว่าปรางค์จะแก้ปัญหาเนียนขนาดนี้

ooooooo

หลังเวทีประกวด เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมดาหน้าเข้าไปหาเจ๊จูนอย่างเอาเรื่อง เจ๊จูนรีบขอตัวอ้างว่าต้องพาข้าวฟ่างไปให้สัมภาษณ์ เจ๊จูนถูกดักไว้ เจ๊ตุ่มกับพวกรุมกันด่าว่าสาวไส้เจ๊จูนที่เล่นแผนสกปรก เอาหลักฐานบนเวทีมายันว่าทุกคนเห็นว่าข้าวฟ่างตั้งใจเหยียบชายผ้าส่าหรีของ ปรางค์

เจ๊จูนอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ ถูกนุชแฉว่าเจ๊จูนตัดผ้าส่าหรีของปรางค์แล้วเอาด้ายเนาไว้หลวมๆพอถูกข้าว ฟ่างเหยียบเลยขาดแควกๆๆจนหมด ข้าวฟ่างฟังแล้วพูดแทรกขึ้นมาว่า

"อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง มิน่าพี่จูนถึงสั่งให้ข้าวฟ่างเดินไปเหยียบส่าหรีของนังปรางค์"

เจ๊จูนโมโหจนลมออกหูที่ข้าวฟ่างมาพูดความจริง เลยรับอย่างท้าทายว่าถ้าตนทำแล้วจะทำไม ในเมื่อรอบคัดเลือกผ่านไปแล้วยังไงปรางค์ก็ตกรอบไปแล้วแก้ไขอะไรไม่ได้อีก พูดแล้วจูงข้าวฟ่างออกไปไม่วายดึงเศษส่าหรีจากนุชส่งให้เจ๊ตุ่มพูดเย้ยว่า

"เอาไว้ซับน้ำตาตอนนั่งรถกลับกรุงเทพฯนะคะพี่ตุ่ม"

ooooooo

ร้านข้าวต้มโต้รุ่งของประพันธ์ที่ได้ฤกษ์เปิดร้านคืนนี้ บรรยากาศคึกคักมาก ประพันธ์เป็นพ่อครัวใหญ่ แป้งไปยืนตะโกนเรียกแขกอยู่หน้าร้าน มีผักบุ้งลอยฟ้าเป็นอาหารจานแนะนำ

ขณะที่แป้งยืนเรียกแขกอยู่หน้าร้านนั่นเอง นักรบเดินผ่านมาแวะเข้าไปนั่งหันหลังให้แป้ง พอแป้งเข้าไปรับออเดอร์เขาถามว่าร้านนี้มีอะไรแนะนำบ้าง แป้งคุยฟุ้งว่าร้านนี้อร่อยทุกอย่าง แต่พอเห็นหน้ากันจังๆแป้งก็ชะงัก นักรบถามยิ้มๆแซวๆว่า

"เธอนี่สารพัดอาชีพจริงๆนะ  ตกลงจะเอาดีทางไหนกันแน่ ตอนเช้าเป็นตัวประกอบงานอีเวนต์  ตกดึกก็ขายข้าวต้ม มีอาชีพไหนที่เธอไม่เคยทำบ้างเนี่ย"

แป้งถามว่าแล้วเขามีงานทำหรือเปล่าถึงได้มีเวลาตะลอนๆอยู่อย่างนี้ นักรบถามว่าเธอสนใจจะทำงานกับตนไหมล่ะชีวิตของเธอน่าสนใจดีเหมาะเป็นธีม สำหรับงานใหม่ของตน แป้งไม่เล่นด้วยเร่งจะสั่งอะไรก็ว่ามา บอกว่ามื้อนี้ตนเลี้ยงเองจ่ายแทนเงินทอนค่าดอกกุหลาบ เราจะได้หายกันเสียที

นักรบวางแผนแกล้งแป้ง ทีแรกก็สั่งอาหารแค่สามอย่าง แล้วทยอยสั่งตามมาเรื่อยๆจนครบทุกอย่างในเมนู ประพันธ์ โวยวายว่าเปิดร้านวันแรกก็เจอแบบนี้แล้วหรือ มันเป็นขาใหญ่ มาจากไหนโวยวายว่า "นี่มันสั่งทุกอย่างในเมนูเลยนี่หว่า"

แป้งคิดแก้เผ็ดเอาคืน บอกว่าที่ร้านนี้มีกฎอยู่ข้อหนึ่งใครกินฟรีต้องเข้าร่วมสนุกกับทางร้านด้วย นักรบรับคำท้า ปรากฏว่าแป้งให้เขารับผักบุ้งลอยฟ้า พอประพันธ์โยนผักบุ้งมานักรบถือจานถลาไปรับ แป้งตะโกนว่า "ระวังเหยียบหมา!" ทำให้นักรบสะดุดผักบุ้งเลยโปะเข้าเต็มหน้า!

ooooooo

ที่เวทีประกวด เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมลุ้นกันแทบไม่ได้หายใจ หวังให้ปรางค์ได้รับรางวัล เมื่อถึงรอบตัดสิน พิธีกรเรียกออกมาทีละคน ผ่านไปสองคนแล้วเจ๊ตุ่มลุ้นแทบขาดใจ จนกระทั่งพิธีกรประกาศคนที่สาม คือปรางค์ธิดา วิลาสไพศาล เจ๊ตุ่ม นุช และเอื้อมกระโดดกันตัวลอย

เจ๊จูนดีใจที่ข้าวฟ่างถูกเรียกเป็นคนแรก แต่พอรู้ว่าปรางค์ก็ได้ เจ๊ก็หน้าบูดทันที พอเจอกันที่หลังเวที เจ๊ตุ่มพูดกับปรางค์อย่างมั่นใจว่า

"ฉันเชื่อว่ายังไงแกก็ต้องชนะการประกวดในครั้งนี้แน่" แล้วเร่งเสียงดังขึ้นจงใจให้เข้าหูเจ๊จูนว่า "เพราะฉันเชื่อว่ายังไงธรรมะก็ต้องชนะอธรรม คนทำดีต้องได้ดี คนทำชั่วมันต้องได้ชั่ว ได้ชั่วๆๆๆ!"

เจ๊จูนลากข้าวฟ่างมาเผชิญหน้าเจ๊ตุ่ม พูดใส่หน้าว่า

"แต่คนทำชั่วได้ดีมีถมไปนะคะพี่ตุ่มขา ยังไงน้องข้าวฟ่างก็ต้องเป็นผู้ที่ครองมงกุฎมิสเรนโบว์ควีนแน่ๆ"

สุดท้ายทั้งเจ๊ตุ่มและเจ๊จูนที่เข่นเขี้ยวกันมาแต่ต้นก็ท้ากันว่าคอยดูแล้วกัน

ขณะที่เจ๊ตุ่มกำลังมีความหวังเต็มเปี่ยมนั่นเอง เมื่อพากันไปกินข้าวที่ร้านอาหารโต้รุ่ง ปรางค์ก็ได้รับโทรศัพท์จากป้าศรีข้างบ้านว่าแม่เป็นลมหมดสติคาจักรเย็บผ้าจน ต้องพาไปส่งโรงพยาบาล ปรางค์บอกเจ๊ตุ่มว่าตนต้องไปดูแม่ ทำเอาทุกคนตกใจหัวใจแทบหยุดเต้นยังไงก็ไม่ยอมให้ปรางค์กลับ สุดท้ายนุชที่เป็นน้าก็อาสาจะไปดูพี่สาวแทน ถ้าปรียาอาการดีขึ้นก็จะรีบกลับมา

"แต่ถ้ามีอะไร น้านุชต้องรีบโทร.มาบอกหนูนะ" ปรางค์ยังไม่สบายใจอยู่ดี

ooooooo

ดึกมากแล้วประพันธ์เตรียมปิดร้านยกหม้อ กระทะและอุปกรณ์ต่างๆใส่รถเข็น แป้งบอกให้พ่อกลับไปพักผ่อนเสียที่เหลือตนจัดการเอง โดยมีกระบี่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคอยช่วย

กระบี่เช็ดโต๊ะไปจนถึงโต๊ะที่นักรบนั่ง พูดกระแทกใส่ว่ากินฟรีแล้วยังนั่งแช่ทั้งคืนอีก รู้ไหมว่าทำให้ร้านขาดรายได้ ไปเท่าไหร่ นักรบถามว่าเท่าไหร่ตนจะใช้คืนให้ ทั้งสองทำท่าจะปะทะคารมกัน แป้งเข้ามาไกล่เกลี่ยว่า

"คุณกลับไปได้แล้ว แล้วหวังว่าคงไม่ต้องเจอกันอีกนะ" นักรบลุกเดินออกไป แป้งมองถุงอาหารที่นักรบสั่งถามว่าแล้วไม่เอาไปหรือ กระบี่บอกอย่างเจ็บใจว่า "เขายกเลิกออเดอร์ไปน่ะ สั่งแค่ข้าวผัดจานนึงกับแกงจืด สมน้ำหน้าเลยถูกผักบุ้งโปะหน้าฟรีๆ"

เก็บร้านเสร็จขณะกำลังจะกลับนั่นเอง มาเฟียค้ายาก็เข้ามาหากระบี่ กระบี่ร้องบอกให้แป้งรีบหนีไป ส่วนตัวเองพุ่งเข้าสู้กับมัน

แป้งไม่ยอมหนีเข้าไปช่วยกระบี่ ปรากฏว่าพวกมันแห่กันมาอีก 3 คน กระบี่เลยตะโกนบอกแป้งให้แยกกันหนีแล้วก็วิ่งแยกกันไป

แป้งวิ่งมาที่ลานจอดรถถูกพวกมันไล่ตามจับได้ พวกมันทั้งหมดเลยมารุมแป้งคนเดียว นักรบกำลังเดินไปที่รถหันมาเห็น เขาวิ่งกลับมากระชากนักเลงออกแล้วชกมันจนหมอบกระแต แป้งจัดการอีกสองคนที่เหลือ นักรบหันมาช่วยอีกคน พวกมัน เลยพากันถอยร่นไป นักรบรีบดึงแป้งวิ่งหนีออกไปอีกทาง

ปรากฏว่านักเลงวิ่งไล่ตามมาอีก นักรบต้องดึงตัวแป้งหลบเข้าไปในหลืบจนมันหาไม่เจอพากันกลับไป นักรบเชื่อว่าแป้งต้องมีปัญหากับพวกนั้นแน่ถึงได้โดนตามเล่นงาน แป้งไม่ยอมรับไล่ให้เขากลับไปเสีย เขาไม่ยอมกลับเพราะดึกแล้ว พอดีกระบี่โทร.มาบอกแป้งว่าเราคงต้องแยกกันหนีกบดานก่อนเพราะพวกมันคงตามล่า เราแน่ๆ และมันก็เห็นหน้าแป้งแล้ว ทางที่ดีคืนนี้ไม่ต้องกลับบ้าน ให้หาที่หลบสักคืนหนึ่งก่อน

นักรบจะไปส่งแป้ง เธอไม่ยอมให้ไปส่งบอกให้ส่งที่ถนนหน้าตลาดนี่ก็พอมีห้องเช่ารายวันอยู่ สุดท้ายนักรบไม่ยอม เขาพาแป้งไปพักโรงแรมที่เขาอยู่

มันเป็นโรงแรมเดียวกับที่เจ๊ตุ่มกับปรางค์พักอยู่ บังเอิญเข้าลิฟต์ตัวเดียวกันอีก ปรางค์เห็นแป้งก็ตะลึงที่หน้าเหมือนตนราวกับแกะ แป้งมัวแต่ตื่นเต้นกับโรงแรมใหญ่เลยไม่ได้มองปรางค์

ooooooo

พอเข้าห้องพัก แป้งบอกนักรบว่าส่งตนแล้วก็กลับไปเสีย หรือไม่ก็หาห้องอื่นนอน ตนไม่ยอมนอนห้องเดียวกับเขาเด็ดขาด นักรบบอกว่าห้องเต็มหมด เพราะคนมางานประกวดมิสอะไรสักอย่างนี่แหละ

เมื่อไม่มีทางเลือก แป้งจะนอนที่พื้นให้เขานอนเตียง นักรบไม่ยอมเพราะแป้งเป็นผู้หญิงจะให้นอนพื้นได้ยังไง แล้วไล่แป้งให้ไปอาบน้ำก่อนจะได้นอนพัก

แป้งไม่อาบขอนอนมันทั้งเหม็นๆอย่างนี้แหละ นักรบตามใจบอกให้นอนเสียแล้วเขาก็ไปเข้าห้องน้ำ

แต่พอนักรบออกจากห้องน้ำ เห็นแป้งนั่งกอดหมอนพิงฝาหลับอยู่ เขาบ่นขำๆว่าดื้อจริงๆ แล้วเข้าไปอุ้มจะพาไปนอนบนเตียง แป้งสะดุ้งตื่นโวยวายลั่น

"นี่คุณจะทำอะไรฉัน ปล่อยฉันนะ ปล่อย!" ด่าเขาว่าผู้ชายเฮงซวยไม่น่าไว้ใจเลยคิดแต่จะรังแกผู้หญิง นักรบปล่อยให้แป้งด่าจนพอแล้วจึงชี้แจงว่า

"ฉันแค่อุ้มเธอมานอนบนเตียงเท่านั้น ไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอเลย ดูสภาพตัวเองเสียก่อน ไม่มีใครทำอะไรเธอลงหรอก ต่อให้หน้ามืดแค่ไหนก็ตาม"

"ก็ทำไมไม่ปลุกฉันดีๆล่ะ"

"ถ้าไม่อุ้มเธอจะยอมนอนบนเตียงไหมล่ะ  เธออย่าทำเก่งไปหน่อยเลย ตอนนี้มีเวลาก็รีบพักเอาแรงไว้ไม่งั้นคราวหน้าเธอหนีไอ้พวกนักเลงนั่นไม่พ้นแน่ๆ" ว่าแล้วเขาเอานามบัตรให้บอกว่า "ถ้าเธอต้องการความช่วยเหลือโทร.หาฉันได้ทุกเมื่อ"

"นักรบ ยุทธการโยธิน ช่างภาพอิสระ" แป้งอ่านนามบัตรพูดเย้ยๆว่า "ชื่อคุณกับอาชีพนี่ไม่เข้ากันเลยนะ"

นักรบเลยถามว่าเธอชื่ออะไรแน่ วันก่อนบอกว่าชื่อปรางค์ วันนี้เห็นพ่อเธอเรียกว่าแป้ง ตกลงชื่ออะไร แป้งบอกว่าตนชื่อแป้ง ส่วนปรางค์อะไรนั่นตนไม่รู้จัก ว่าแล้วก็ชักผ้าห่มคลุมโปงทันที

นักรบบอกรอเดี๋ยวยังพูดกันไม่รู้เรื่องเลย แล้วชื่อปรางค์มาจากไหน แป้งไม่ยอมคุยด้วยเขาก็เลยยอมบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยคุยกันต่อก็ได้ แล้วเดินไปนอนที่พื้น

แต่พื้นแข็งเขาไม่มีทั้งผ้าห่มและหมอน ครู่หนึ่งทั้งผ้าคลุมเตียงและหมอนก็ถูกโยนโครมใส่หัวเขาพอดี แล้วแป้งก็ชะโงกจากเตียงมาบอกเขาว่า

"ขอบคุณนะที่ช่วยฉันในวันนี้"

นักรบแอบยิ้มที่แป้งญาติดีด้วยแล้ว

ooooooo

ตอนที่ 4

กลับมาถึงห้องพักที่โรงแรมแล้ว ปรางค์ยังคิดเรื่องเห็นผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนตนที่หน้าลิฟต์จนนอนไม่หลับลุกขึ้นนั่ง เอื้อมลุกนั่งบ้างถามว่าตื่นเต้นที่เข้ารอบจนนอนไม่หลับเลยหรือ หรือว่าเป็นห่วงแม่

ปรางค์บอกว่าไม่ใช่ เรื่องแม่ก็เป็นห่วงอยู่ แต่น้านุชไปดูแล้วก็เบาใจ สุดท้ายทนให้เอื้อมเดาไม่ไหวเลยบอกว่ากำลังคิดถึงคนคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนตนราวกับแกะ

แต่ทั้งสองคุยกันยังไม่ทันรู้เรื่อง เจ๊ตุ่มก็เข้ามาบ่นว่าทำไมยังไม่นอนอีกดึกแล้ว ปรางค์นอนดึกเดี๋ยวหน้าโทรม เอื้อมอ้าปากจะบอกว่าคุยเรื่องอะไรกัน เจ๊ตุ่มตัดบทว่า

"จะคุยเรื่องอะไรก็หยุดได้แล้ว พรุ่งนี้จะมีงานแถลงข่าวมิสเรนโบว์ควีน ปรางค์แกต้องเตรียมตัวให้ดีนะ พรุ่งนี้ต้องสวยเด่นเด้งให้พวกนักข่าวตาค้างเป็นแถวๆเลย เอ้านอนได้แล้ว"

เจ๊ตุ่มพูดๆๆสั่งให้นอนแล้วปิดไฟหัวเตียง ปรางค์กับเอื้อมเลยต้องกลับไปนอน แต่ปรางค์ก็ยังนอนไม่หลับอยู่ดี ในสมองคิดแต่เรื่องผู้หญิงที่หน้าเหมือนตนคนนั้นว่าเป็นใคร เป็นไปได้ยังไง

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น แป้งตื่นขึ้นมาพบตัวเองนอนอยู่บนเตียงในโรงแรมหรูนอนดิ้นจนทั้งหมอนทั้งผ้าห่มไปกันคนละทิศละทาง แป้งมองที่พื้นเห็นนักรบยังหลับอยู่ เลยค่อยๆย่องออกไป

แป้งออกไปจ๊ะเอ๋ต๊อดที่กำลังจะมาหานักรบพอดี ต๊อดมองแป้งเหมือนจะเคยเห็นหน้าถามว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า แป้งรีบปฏิเสธว่าไม่เคย แล้วบอกว่านักรบอยู่ในห้อง พูดแล้วจ้ำอ้าวไปเลย

ต๊อดมองตามแป้งไปอย่างสงสัย อึดใจเดียวก็ยิ้มหน้าทะเล้นแบบรู้กันอย่างผู้ชาย พอเข้าไปในห้องเห็นนักรบนอนที่พื้นหลับสนิทอยู่ ต๊อดยิ่งเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด พึมพำขำๆว่าสนุกกันหมดแรงจนลงมากองอยู่กับพื้นเลย ใช่ย่อยนะ...ใช่ย่อย

นักรบงัวเงียตื่นขึ้นมาถามว่าพูดอะไร ต๊อดอำว่าที่เขาทิ้งโชติรสก็เพราะแอบมามีทีเด็ดนี่เอง ถามหน้าทะเล้นว่า "ไปหิ้วมาจากไหน"

"แกพูดบ้าอะไรของแก พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยซิวะ" นักรบยังงัวเงียถามงงๆ

ต๊อดบอกว่าตนเจอเด็กของเขาที่หน้าห้องเมื่อกี้นี้เอง

หน้าตาสวยดีแต่มอมแมมไปหน่อยถามว่าสเปกเขาเป็นอย่างนี้หรือ

นักรบโวยวายว่าไม่ใช่อย่างที่ต๊อดเข้าใจแต่เขาก็ไม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ต๊อดเลยยังปักใจเชื่ออย่างที่ตัวเองคิด ถามว่าขอเบอร์เด็กไว้หรือเปล่าเผื่อวันหลังตนอยากใช้บริการบ้าง

"เฮ้ย เขาไม่ได้เป็นอย่างที่แกคิด แกหยุดพูดเรื่องทุเรศแบบนี้ได้แล้ว แล้วไม่ต้องพูดกับฉันเรื่องนี้อีก ไม่งั้นฉันเตะแกแน่ไอ้ต๊อด" พูดแล้วเข้าห้องน้ำปิดประตูโครม

ooooooo

สายแล้ว กระบี่เพิ่งจะเดินโต๋เต๋กลับมาที่บ้านแป้ง เจอประพันธ์ออกจากห้องมาพอดี ชี้หน้าด่ากระบี่ว่าเอาลูกสาวตนไปไว้ที่ไหน กระบี่ตกใจถอยให้พ้นรัศมีมือเท้าประพันธ์ปลอดภัยไว้ก่อน แต่ไม่พ้น ถูกประพันธ์ตามมากระชากคอเสื้อจนหน้าหงายถามว่า เอาแป้งไปค้างที่ไหนมาทั้งคืนแล้วตอนนี้แป้งอยู่ไหน

กระบี่บอกว่าตนไม่รู้ ประพันธ์ไม่เชื่อเพราะตอนตนกลับสองคนยังอยู่ด้วยกัน โมโหเงื้อหมัดจะชก กระบี่หลับตาปี๋รอรับหมัด ก็พอดีแป้งกลับมาถึงคว้าหมัดพ่อไว้ทันถามว่าพ่อจะทำอะไรไอ้บี่

ประพันธ์ยังไม่หายข้องใจหาว่ากระบี่พาแป้งไปค้างด้วยกัน จนแป้งต้องโกหกว่า เมื่อคืนตนไปนอนกับไอ้จอยเพื่อนเก่าเพิ่งเจอกัน เลยไปนอนคุยกัน คุยเพลินจนลืมโทร.มาบอกพ่อ แป้งถามขำๆว่า

"หนูหายไปแค่คืนเดียวพ่อฟุ้งซ่านได้ขนาดนี้เลยเหรอ หนูกับไอ้บี่นี่นะจะเป็นไปได้ยังไง"

แป้งแกล้งขำจนกระบี่มองหน้า ประพันธ์ทั้งบ่นทั้งอบรมแป้ง สุดท้ายครวญว่าถ้าแป้งเป็นอะไรไปตนจะอยู่ได้ยังไง ทำให้แป้งโผเข้ากอดพ่อทั้งซึ้งใจและปะเหลาะให้หายเคือง

"หนูขอโทษ หนูจะไม่ทำให้พ่อเป็นห่วงอย่างนี้อีก พ่อยังไม่ได้กินข้าวเช้าใช่ไหม ไปพ่อเดี๋ยวหนูจะทำให้กิน ไปไอ้บี่ ไปกินข้าวกัน"

หลังกินข้าวกันเสร็จแล้ว แป้งกับกระบี่ช่วยกันไปล้างจานชามกระบี่ถามว่าเมื่อคืนไปหลบที่ไหน แป้งตอบแบบขอไปทีว่าก็แถวตลาดนั่นแหละอย่าสนใจเลย ตัวเองเอาตัวให้รอดก่อนเถอะ เพราะดูท่าพวกมันไม่ปล่อยเราเอาไว้แน่ ไม่รู้จะต้องหลบพวกมันไปอีกนานแค่ไหน

กระบี่บอกว่าถ้าเรามีเงินคืนให้มันก็คงจะเลิกราวี แต่ตอนนี้ตนไม่มีเงินเลยจนปัญญาจริงๆ แป้งถามว่าต้องคืนมันเท่าไร กระบี่เองก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ายาที่แป้งโยนลงทะเลไปนั้นถ้าขายก็ได้เป็นหมื่น

แป้งจะช่วยกระบี่เพราะตนเป็นคนทำให้กระบี่เดือดร้อน กระบี่ไม่ยอมเพราะทุกอย่างเป็นความผิดของตนจะขอแก้ปัญหาด้วยตัวเอง บอกแป้งว่า

"ฉันจะไม่ยอมให้แกต้องมาเสี่ยงชีวิตกับฉันอีก ต่อไปฉันจะอยู่ห่างๆแกไว้"

"เฮ้ย! ไม่ได้ ยังไงฉันก็ทิ้งแกไม่ได้ เราเป็นเพื่อนกัน เราต้องช่วยเหลือกัน ไม่ต้องกลัวเราจะต้องหาเงินไปใช้พวกมันได้แน่ๆ เชื่อฉัน เราต้องทำได้!" แป้งให้กำลังใจกระบี่และปลุกใจตัวเองทั้งที่ยังมองไม่เห็นทางหาเงินได้เหมือนกัน

แต่น้ำใจของแป้ง ทำให้กระบี่ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งและผูกพันกับเพื่อนคนนี้มาก

ooooooo

เพราะปรียาอาการดีขึ้นแล้วหมออนุญาตให้กลับมาพักที่บ้าน ปรียาบอกนุชให้กลับไปทำงานเสียไม่ต้องห่วงเพราะตนไม่เป็นอะไรมากแล้วอยู่คนเดียวได้

นุชขอโทษพี่สาวเพราะงานที่พัทยาสำคัญจริงๆ ไม่อย่างนั้นก็จะอยู่ดูแลพี่ ขอร้องพี่สาวอย่าหักโหมงานหนักเกินไปเดี๋ยวจะเป็นลมไปอีก บ่นว่านี่ไม่รู้ว่าปรางค์จะเป็นห่วงแม่จนไม่มีกะจิตกะใจทำงานรึเปล่าก็ไม่รู้

นุชพูดไม่ทันขาดคำปรางค์ก็โทร.เข้ามา ถามทันทีที่ปลายสายรับ ถามเป็นพืดยาวเหยียดจนนุชไม่มีช่องจะตอบ พอปรางค์หยุดถามนุชจึงบอกว่าปรียาดีแล้วตนพากลับมาอยู่บ้านแล้ว พลางส่งต่อให้ปรียาคุยกับปรางค์เอง

แม่ลูกคุยกันต่างเป็นห่วงกันและกัน ปรียาบอกปรางค์ไม่ต้องห่วงรีบทำงานเสร็จแล้วกลับมา เตือนว่าให้ทำงานดีๆอย่าทำตัวเหลวไหล ใครชวนให้ไปทำอะไรนอกลู่นอกทางก็อย่าไป ต้องรู้ว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องทำอะไร

ปรางค์รับคำเสียงอ่อยอย่างรู้สึกผิดที่โกหกแม่ ย้ำ ให้แม่ดูแลตัวเองให้ดีทำงานเสร็จจะรีบกลับแล้วจุ๊บๆแม่ก่อนวางสาย

นุชดูแลปรียาอย่างดี เข้าไปเอาเสื้อผ้าจะให้พี่สาวเปลี่ยน ไปเจอรูปเก่าๆเมื่อยี่สิบปีก่อนเข้า เอามาถามพี่สาวว่า ยังเก็บรูปนี้ไว้อีกหรือ นึกว่าเผาทิ้งไปหมดแล้ว

รูปนั้นเป็นรูปครอบครัว มีประพันธ์กับปรียาอุ้มลูกคนละคนคือแป้งกับป้างในวัยสองขวบนั่นเอง นุชถามว่ายังคิดถึงพ่อปรางค์อยู่ใช่ไหม

"คนพรรค์นั้นฉันจะคิดถึงทำไม ที่ฉันทิ้งรูปนี้ไม่ลงเพราะยังไงฉันก็ตัดขาดจากลูกสาวของฉันไม่ได้ ป่านนี้ไม่รู้ยัยแป้งจะเป็นยังไงบ้าง อยู่กับคนไม่รู้จักรับผิดชอบชั่วดีอย่างนั้น คงต้องลำบากแน่ๆ ฉันไม่น่ายอมให้ยัยแป้งไปอยู่กับไอ้พันเลย" ปรียาหน้าเศร้าด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงแป้งคู่แฝดของป้าง แป้งเป็นเด็กหญิงส่วนป้างนั้นเป็นเด็กชาย ทั้งสองเป็นแฝดคนละฝา

หลังจากแยกทางแบ่งลูกกันคนละคนแล้ว ปรียาบอกป้างว่าให้คิดว่าพ่อตายไปแล้วดีกว่าให้รู้ว่ามีพ่อเป็นผีพนันทำให้ครอบครัวล่มจมฉิบหาย   นุชท้วงติงพี่สาวว่าไม่ให้ป้าง รู้จักพ่อก็พอเข้าใจได้ แต่จะไม่ให้รู้จักน้องสาวแท้ๆเลยหรือ เพราะยังไงเสียทั้งสองคนก็เป็นพี่น้องกัน

ปรียานิ่งไป เพราะเรื่องผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้วและตอนนี้ก็ไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้นแล้ว

ooooooo

ที่ห้องแถลงข่าวการประกวดมิสเรนโบว์ควีนที่พัทยา มีกลุ่มนักข่าวไปนั่งรอทำข่าวและถ่ายรูปกันมากมาย ต๊อดลากนักรบไปด้วย นักรบไปนั่งเซ็งๆเพราะ ไม่สนใจเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ดังนั้น จึงไม่รู้ว่างานนี้เป็น การประกวดนางงามกะเทย

พิธีกรเรียกชื่อผู้เข้าประกวดที่เข้ารอบสุดท้ายออกมาจับหมายเลขประจำตัวกัน ปรางค์ออกมาจับหมายเลข แต่เพราะต๊อดกับนักรบมัวคุยกันอยู่เลยไม่ทันได้เห็น

ต๊อดปล่อยให้นักรบเรียนรู้เองว่าการประกวดครั้งนี้เป็นการประกวดพิเศษ อย่างไร เขาทิ้งนักรบไว้ที่ห้องแถลงข่าวแล้วลุกตามไปถ่ายรูปพวกที่เข้าประกวด

ปรากฏว่า บรรดาผู้เข้าประกวดทั้งหมด ปรางค์เด่นกว่าเพื่อน ได้รับความสนใจจากนักข่าวที่พากันมารุมสัมภาษณ์ รุมกันถามจนปรางค์งงไปหมดต้องขอร้องพี่ๆให้ถามกันทีละคนทีละข้อ

นุชกระหืดกระหอบมาถึงแล้ววิ่งเข้าไปหาเจ๊ตุ่มถามว่าแถลงข่าวเสร็จแล้วหรือ ตนซิ่งมาแทบตายน่าเสียดายมาไม่ทันจนได้

"จบแล้วย่ะ นี่ทางกองประกวดให้พวกนักข่าวสัมภาษณ์ นอกรอบกัน แกดูซิ ใครๆก็สนใจแต่น้องปรางค์ของเรา เขาลือกันให้แซดเลยนะว่า ยังไงน้องปรางค์ของเราต้องติดสามคนสุดท้ายแน่ๆ" เจ๊ตุ่มคุยฟุ้งอย่างปลื้มอกปลื้มใจ

"จากนังปรางค์เลื่อนขั้นเป็นน้องปรางค์แล้ว ตอนนี้นังปรางค์มันขึ้นหิ้งไปแล้วล่ะน้านุช"  เอื้อมเล่าให้นุชฟัง  เจ๊ตุ่ม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ปลื้มปีติที่ปรางค์ถูกนักข่าวห้อมล้อมสัมภาษณ์ จนน้ำตาไหล

เจ๊จูนเห็นปรางค์เด่นอยู่ในหมู่นักข่าว ส่วนข้าวฟ่างยืนเหงาอยู่คนเดียว ทนไม่ได้ลากข้าวฟ่างเข้าไปชนต๊อดที่กำลังถ่ายรูปเอาจริงเอาจัง ต๊อดจ้องอย่างจำได้ว่าปรางค์เป็นคนที่สวนกันตอนออกจากห้องนักรบถูกเจ๊จูนลาก ข้าวฟ่างมาชนจนกระเด็น  ดันข้าวฟ่างไปยืนประกบปรางค์  แต่กลับตำหนิปรางค์ว่าเบียดข้าวฟ่าง  บอกปรางค์ให้ถอยไปแล้วดันข้าวฟ่างมายืนอยู่หน้ากล้องแทน

เจ๊ตุ่มทนไม่ได้พุ่งเข้าไปจัดการทันที ดันปรางค์ให้ออกมายืนตรงหน้านักข่าว กลายเป็นสองเจ๊ขึ้นไปบรรเลงกันเบียดจนทั้งปรางค์และข้าวฟ่างหายไปจากกล้อง สองเจ๊มายืนโพสท่าแข่งกันแทน

ooooooo

นักรบรอต๊อดอยู่ที่ห้องแถลงข่าวจนเบื่อเลยลุกเดินออกมา    ถูกกะเทยที่เข้าประกวดคนหนึ่งชนเอาเกือบล้ม เขาไม่ได้สนใจนักแต่พอได้ยินเสียงขอโทษที่ห้าวแต่บีบจนเล็กก็เอะใจหันไปมอง พอดีกะเทยคนนั้นหันไปทักปรางค์ที่กำลังจะเดินออกจากห้องถามว่า เขาเรียกให้ไปที่ห้องแต่งตัวแล้วใช่ไหม

"ใครให้สัมภาษณ์เสร็จก็ให้รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวจะต้องซ้อมเต้นอีกน่ะ" ปรางค์บอก

กะเทยคนนั้นรีบไปกับปรางค์ นักรบเห็นปรางค์ถึงกับยืนอึ้งขยับจะตามไปก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะทั้งสองเดิน หายเข้าไปด้านหลังห้องแล้ว เขาเลยยืนมึนคิดอย่างคาใจว่าปรางค์มาในแนวใหม่อีกแล้ว

พวกที่เข้าประกวดแต่งตัวเสร็จก็เดินออกไป เหลือแต่ปรางค์นั่งเช็ดเครื่องสำอางอยู่คนเดียว นักรบเดินดุ่มๆเข้าไปถามปรางค์ว่า

"ทำไมเธอต้องมีเรื่องให้ฉันต้องได้แปลกใจทุกครั้งที่ได้เจอกันนะ"

ปรางค์สะดุ้งพอเห็นนักรบก็ตกใจถามว่าเข้ามาได้ยังไงที่นี่เขาห้ามคนนอกเข้า นักรบไม่สนใจบอกว่า ตนอยากให้แน่ใจว่าเป็นเธอจริงๆ ถามว่าแล้วเธอจะไหวหรือกลางคืนขายข้าวต้มกลางวันมาประกวดนางงาม งานไม่ตีกันยุ่งเหรอ แล้วมาประกวดอย่างนี้ระวังพวกที่ตามล่าเธอจะมาเจอตัวเข้า

"คุณพูดอะไรคะ ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย"

"แล้วเมื่อเช้าทำไมต้องแอบหนีไปเงียบๆ ถ้าเห็นฉันหลับอยู่ไม่กล้าปลุก ทิ้งโน้ตไว้สักนิดก็ยังดี อะไร...หนีไปเฉยเลย ไม่คิดจะเจอกันอีกรึไง"

เจ๊ตุ่มกับนุชและเอื้อมเดินเข้ามาพอดี นุชได้ยินประโยคสุดท้ายโวยวายกับปรางค์ว่าเมื่อคืนหนีไปค้างกับผู้ชายมาหรือ เอื้อมรับรองว่าไม่จริงเพราะปรางค์นอนกับตนทั้งคืน เจ๊ตุ่มหันไปเอาเรื่องกับนักรบหาว่าเขามาพูดเพื่อให้ ปรางค์เสียหายใช่ไหม คิดใช้วิธีนี้มารวบหัวรวบหางเด็กของตนรึไง

ทั้งนุชและเจ๊ตุ่มรุมกันด่าว่านักรบว่าหวังเกาะกระแสปรางค์ดัง ด่าจนนักรบงงถามว่าพวกเธอพูดเรื่องอะไร ตนก็แค่เข้ามาทักทายตามประสาคนรู้จักกันเท่านั้น

พอดีต๊อดวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาจะบอกนักรบว่าผู้หญิงที่อยู่กับเขาเมื่อคืน เป็นกะเทย แต่พูดไม่ทันจบเห็นปรางค์ยืนอยู่ตรงหน้าเลยสะดุด มองเลยไปอีกเจอสายตาพิฆาตของเจ๊ตุ่มกับนุชทั้งยังมีกะเทยถึกที่เป็นพี่ เลี้ยงเดินเก้งก้างเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

"พี่มาทำอะไรแถวนี้ครับ วันนี้จะรอดออกไปไหมเนี่ย" ต๊อดแอบกระซิบถามนักรบ พลางกวาดตามองไปรอบๆ เห็นชุดเครื่องแต่งตัวสีจัดจ้าน วิกผมสีต่างๆ รูปถ่ายกะเทยติดที่หน้ากระจก นักรบเริ่มรู้แล้วว่าตัวเองตกอยู่ในกลุ่มกะเทย พอรู้ตัวก็ขนหัวลุก ยิ่งเมื่อรู้ว่าที่ว่ามีการประกวดนั้นคือการประกวดกะเทยก็แทบจะหมดแรงอยู่ ตรงนั้น

นักรบค่อยๆถอยออกไปมึนจนเหมือนถูกทุบหัว ปรางค์ มองตามไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

ooooooo

นักรบจิตใจเตลิดเปิดเปิงเดินอ้าวออกไป ต๊อดรีบตามไปติดๆ พูดให้กระเทือนใจอีกว่าไม่อยากเชื่อเลยว่าอยู่ด้วยกันทั้งคืนยังจับไม่ได้ ว่าเป็นกะเทย เตือนตัวเองว่าต่อไปต้องระวังแล้วไม่งั้นได้พลาดท่ามีเมียเป็นไม้ป่าเดียว กันแน่ๆ

นักรบหงุดหงิดตวาดให้หยุดพูดเสียที ต๊อดก็ยังพล่ามไม่หยุดว่า

"พี่ไม่ได้มีอะไรกับผู้ฉิงคนนั้นแต่พี่ก็แอบสนใจเขาอยู่ใช่ไหมล่ะ ไม่งั้นพี่คงไม่ยอมให้เขาไปค้างที่ห้องหรอก"

"ฉันไม่ได้สนใจอะไรเขาโว้ย เขามีเรื่องเดือดร้อนฉันก็ช่วย มันก็เท่านั้น ถ้ารู้อย่างนี้ฉันคงไม่เอาตัวเองเข้าไปพัวพันด้วยหรอก ฉันนี่โง่จริงๆ หวังว่าต่อไปคงไม่ต้องได้เจอกันอีก แค่นี้ก็ทำให้ชีวิตฉันปั่นป่วนมากพอแล้ว" นักรบพูดอย่างเสียความรู้สึกมาก

ระหว่างนั้นเอง ที่บ้านเขาในกรุงเทพฯ ทั้งศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นพ่อและโสภาผู้เป็นแม่ กำลังวิตกกับข่าวที่โชติมาหันไปควงลูกชายนายธนาคารไปงานวันเกิดท่านรัฐมนตรี โสภาวิตกว่าโชติมากำลังเนื้อหอมกลัวลูกชายตัวเองจะชวด บอกศักดิ์สิทธิ์ว่า

"ถ้าตารบไม่รีบทำอะไร หนูโรสต้องหลุดมือไปแน่ๆ แล้วเราจะหาลูกสะใภ้ที่เหมาะสมกับลูกเราได้ที่ไหนอีก"

ศักดิ์สิทธิ์เร่งให้โสภารีบโทร.ตามนักรบกลับมา เธอบอกว่าโทร.ไปแล้วลูกปิดเครื่อง บ่นอุบอิบ

"ตารบนี่นะ ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเลยจริงๆ หนูโรสก็มีทีท่าว่าชอบๆ ตารบอยู่แล้ว ถ้าสานต่ออีกสักหน่อยรับรองได้ตกล่อง ปล่องชิ้นกันแน่ๆ"

"เราคงต้องทำอะไรแล้วล่ะคุณ ไม่งั้นธุรกิจที่เราจะร่วมลงทุนกับทางคุณราศีนี่ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ"

"นั่นสิคะ งั้นฉันไปโทร.ตามลูกอีกครั้งดีกว่า นี่ถ้าวันนี้ลูกไม่กลับบ้านคุณให้ลูกน้องไปตามล่าตัวลูกกลับมาเลยนะคะ" โสภากระวีกระวาดไปโทรศัพท์ ส่วนศักดิ์สิทธิ์อ่านข่าวโชติมาในหนังสือพิมพ์อย่างหนักใจ

ooooooo

เพื่อช่วยหาเงินให้กระบี่เอาไปใช้หนี้พวกค้ายา แป้งบากหน้าไปหาเฮียพงษ์เจ้าของค่ายมวยอีกครั้งขอร้องให้ตนได้ขึ้นชก  จะเป็นมวยไทย  มวยสากล  หรือ รุ่นไหนก็ไม่เกี่ยง ตนทำได้ทั้งนั้น ขอแต่ให้ได้ขึ้นชกเร็วๆนี้ได้ยิ่งดี

เฮียพงษ์บอกว่าวันสองวันนี้ไม่มี จะมีก็อาทิตย์หน้าเสี่ยสองจัดแข่งขันชกมวยหญิงที่เวทีบ้านบึงจะส่งแป้งไปชก รุ่นฟลายเวทก็แล้วกันแต่ต้องมาซ้อมทุกวันจะหายหัวไปอีกไม่ได้

แป้งรอถึงอาทิตย์หน้าไม่ไหว ขณะกำลังเซ็งๆเอามือล้วงกระเป๋าเจอนามบัตรของนักรบเข้านึกได้ว่าเขาชวนไป ทำงานด้วย แป้งรีบไปที่โรงแรมนั้นทันที แล้วก็แทบหมดแรงเมื่อพนักงานบอกว่านักรบเพิ่งเช็กเอาต์ออกไปเมื่อกี้นี้เอง

แป้งวิ่งตามไปเจอนักรบที่ลานจอดรถขณะที่ต๊อดกำลังตามตื๊อให้เขาอยู่ดูงาน ประกวดนี้ให้เสร็จก่อนค่อยกลับ แป้งดีใจมากรีบตะโกนเรียก "คุณ...เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป" พลางวิ่งอ้าวเข้าไปยืนหอบพูดอย่างดีใจ "นึกว่าจะไม่ทันเสียแล้ว"

นักรบมองแป้งอย่างกระอักกระอ่วนใจเพราะเชื่อว่าแป้งเป็นกะเทยที่เดี๋ยวผลุบ ที่นี่โผล่ที่โน่น ถามเสียงเข้มหน้าตึงว่าตามมาทำไม แป้งขอบคุณที่เขาช่วยตนไว้เมื่อคืน นักรบบอกว่าเมื่อคืนเธอขอบคุณไปแล้ว แป้งยิ้มแหยๆเผยเจตนาว่า

"เออ...คุณเคยชวนฉันไปทำงานด้วยจำได้ไหมที่คุณบอกว่าชีวิตฉันน่าสนใจดี เหมาะสำหรับงานของคุณ งานอะไรน่ะ ได้เงินเยอะไหม"

นักรบตอบอย่างลำบากใจว่าตนยังไม่คิดจะเริ่มงานใหม่ แต่งานที่เธอทำอยู่ก็ดี  ถ้าชนะก็ได้เงินรางวัลก้อนใหญ่ไม่ใช่หรือ แป้งเข้าใจว่าเป็นงานชกมวยบอกเขาว่ากว่าจะได้เงินก็อาทิตย์หน้ามันไม่ทัน การณ์แต่ก็พูดเปิดทางไว้ว่า เขาไม่ต้องการตอนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าต้องการเมื่อไรให้โทร.หาตนได้เลย

แป้งเอื้อมมือไปดึงปากกาจากกระเป๋าต๊อดแล้วคว้ามือนักรบไปจดเบอร์โทรศัพท์ ของตัวเองใส่ฝ่ามือให้ ย้ำว่านี่เป็นเบอร์โทรศัพท์ของตนติดต่อได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย

"ฉันต้องรีบไป ฉัน...ฉันไปนะ" นักรบรู้สึกแปลกๆที่ถูกแป้งจู่โจมจับมือถือแขนหน้าตาเฉย แล้วเขาก็ขึ้นรถขับออกไปเลย ต๊อดยืนมองแป้งนึกในใจว่าแป้งจะตามตื๊อนักรบอีก พูดดักทางว่า

"ยังไงเธอก็ไม่ได้งานจากพี่รบหรอกถึงชีวิตของเธอจะน่าสนใจ แต่มันน่าสนใจเกินไปสำหรับผู้ชายแท้ๆอย่างพี่เขา เธอตัดใจเสียเถอะนะ พี่รบเขารับผู้หญิงอย่างเธอไม่ได้หรอก"

พูดแล้วต๊อดเดินไป แป้งยืนมึนอยู่ครู่หนึ่งพอนึกได้ร้องถามว่าพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ต๊อดทำหูทวนลม แป้งเลยวิ่งตามไปจนถึงล็อบบี้โรงแรม ถามอีกว่าที่พูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง!

"ก็หมายความอย่างที่พูดแหละ พี่รบเขาเป็นคนดี แต่เขาก็ไม่ใจกว้างพอจะรับผู้หญิงอย่างเธอได้หรอก เขาอาจจะพอคบเธอเป็นเพื่อนได้แต่ถ้าเธอหวังมากกว่านั้น ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน"

พูดกันไปมาจนแป้งคิดว่าเป็นเพราะตนยากจนทำให้ นักรบรับไม่ได้ พูดอย่างเจ็บใจว่า

"ถึงฉันจะจน จะกระจอกงอกง่อยยังไง ก็ดีกว่าคนที่ชอบพูดดูถูกคนอย่างคุณ คนดีๆอย่างคุณนักรบไม่น่ามีเพื่อนอย่างคุณเลย" พูดแล้วสะบัดไปเลย ต๊อดมองตามพึมพำขำๆ

"ถูกกะเทยเหวี่ยงใส่ซะแล้วเรา"

แป้งเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงมาไม่ทันดูทาง ชนเข้าอย่างจังกับปรางค์ ต่างเงยหน้าขอโทษกันแล้วทั้งสองก็ตะลึงค้างทำหน้าเหมือนถูกผีหลอก ต่างพูดไม่ออก ยืนตัวแข็งทื่อ

จนกระทั่งแป้งยื่นมือไปจะจับหน้าปรางค์ดูว่าเป็นเนื้อหนังจริงๆหรือเปล่า ปรางค์ตกใจถอยกรูดแล้ววิ่งอ้าวไปอย่างตระหนก แป้งมองตามสับสนไปหมด เลยยืนนิ่งเหมือนหุ่นอยู่ตรงนั้น

ฝ่ายนักรบพอสลัดพ้นจากแป้งมาได้ก็ขึ้นรถตะบึงไปทั้งที่ความคิดยังคาใจเรื่อง แป้งอยู่ เขาสะบัดหัวอย่างอยากจะให้ทุกอย่างหลุดจากความคิดก็ยังไม่สำเร็จ เอามือทุบพวงมาลัยอย่างขัดใจ พอมองฝ่ามือเห็นลายมือแป้งเขียนเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองไว้ก็หยิบผ้าเย็นมา ถูๆๆๆให้เบอร์หายไปเผื่อภาพแป้งจะได้หลุดไปจากความคิดด้วย...

ooooooo

ส่วนแป้ง เรื่องปรางค์ยังคาใจอยู่ กลับถึงบ้านคาดคั้นกับประพันธ์ว่าพ่อไปแอบมีลูกที่ไหนหรือเปล่า มีพี่สาวหน้าเหมือนตนหรือเปล่า ประพันธ์ส่ายหน้าดิกยืนยันนั่งยันว่าไม่มี! ซ้ำยังย้ำว่าถ้าตนมีลูกสาวอีกคนจะไม่รู้ได้ยังไง บ่นแป้งว่าคิดอะไรทำไมมาถามพ่อแบบนี้

"หนูไปเจอผู้หญิงคนนึงหน้าตาเหมือนหนูเปี๊ยบเลย เหมือนจริงๆนะพ่อ หนูเคยเจอเขาแล้วหนนึง แต่ตอนนั้นนึกว่าตาฝาด แต่วันนี้หนูเจอหน้าเขาอย่างจังเลย หน้าตาเขาอย่างกับเป็นฝาแฝดกับหนูงั้นแหละ นี่หนูสวยจนมีคนไปทำศัลยกรรมให้เหมือนเลยเหรอเนี่ย ไม่น่าเชื่อเลยนะพ่อ" แป้งทำเป็นพูดติดตลกแต่ก็ยังคาใจอยู่ ส่วนประพันธ์นิ่งคิดแปลกใจอยู่เงียบๆว่า แป้งมีพี่ชายฝาแฝดไม่ใช่พี่สาว แล้วจะเหมือนกันเปี๊ยบได้ไง?

เวลาเดียวกัน ปรางค์ก็คิดไม่ตก ถามนุชที่เป็นน้าสาวว่าตกลงตนมีพี่สาวหรือน้องสาวฝาแฝดใช่ไหม นุชโยนกลองให้ไปถามปรียาดีกว่า ปรางค์เชื่อว่าแม่ไม่ยอมบอกแน่เพราะถ้าปิดตนได้ถึงวันนี้ก็คงปากแข็งโกหกต่อ ไป คิดแล้วยื่นคำขาดกับนุชว่า

"ถ้าน้านุชไม่บอกหนู หนูจะไปสืบหาความจริงเอง หนูจะไม่ประกวดต่อแล้ว หนูต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนหนูคือใคร" พูดแล้วลุกไปเลย นุชตกใจรีบคว้าไว้ยอมบอกความจริงว่า

"ฉันบอกความจริงก็ได้ ที่จริงฉันก็ลืมเรื่องนี้ไปนานแล้ว ตอนที่พี่ปรีมีแกกับน้องสาวน่ะฉันก็แค่แปดเก้าขวบเองไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร" ปรางค์ถามว่าตนมีน้องสาวหรือ นุชเล่าเท่าที่รู้ว่า "แกมีน้องสาวฝาแฝด พ่อแกไม่ได้ตายอย่างที่แม่แกบอกหรอก แม่แกกับพ่อแกเขาเลิกกัน พ่อแกก็เอาน้องสาวแกไปเลี้ยง ส่วนแม่แกก็เอาแกมาเลี้ยงแล้วก็ตกลงกันว่าต่างคนต่างไปตามทางของตัวเอง ไม่ต้องมาเจอะเจอกันอีก"

ปรางค์ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือ นุชบอกว่าตนไม่มีสิทธิ์พูดให้ปรางค์ไปถามปรียาเอาเอง ปรางค์เลยถามว่าแล้วน้องสาวตนชื่ออะไร นุชบอกเป็นคำสุดท้ายว่า "ชื่อแป้ง ป้างกับ แป้งไงล่ะนังปรางค์"

"ป้างกับแป้ง" ปรางค์คิดหนักเรื่องมีน้องสาวฝาแฝด

ooooooo

นักรบกลับถึงบ้านถูกทั้งพ่อและแม่ต่อว่าตำหนิอย่างรุนแรงที่ทิ้งให้โชติรส กลับจากพัทยามาคนเดียว ตอกย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวเขาเสียคนเดียวแต่เสียมาถึงพ่อกับแม่ด้วย

นักรบอ้างว่าตนมีงานด่วนจริงๆ โสภาสวนไปทันทีว่างานด่วนอะไรก็ไม่น่าจะสำคัญเท่าหนูโรส นักรบย้อนถามว่าแล้วงานขับรถให้หนูโรสของคุณแม่มันสำคัญอะไรนักหนาหรือ

จึงรู้ว่าโชติรสร่วมทุนเปิดเคเบิลทีวีกับทางสิงคโปร์และชวนพ่อเขาลงทุนด้วย โดยตอนแรกทางเรายังไม่ต้องลงเงิน โสภาพูดกับนักรบอย่างมั่นใจว่า

"แล้วแม่ก็คิดว่าเราก็คงไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว เพราะอีกไม่นานหนูโรสก็จะมาใช้นามสกุลเดียวกับเรา บริษัทของหนูโรสก็เท่ากับเป็นบริษัทของเราด้วยจริงไหมลูก"

นักรบรับไม่ได้ที่พ่อกับแม่จะใช้ตนเป็นเครื่องมือในการฮุบบริษัทของคนอื่น โสภาแย้งว่าโชติรสเต็มใจจะยกบริษัทให้เขาอยู่แล้ว จากนั้นถามว่า

"เห็นความสำคัญของหนูโรสแล้วใช่ไหม ต่อไปนี้ลูกต้องเอาใจหนูโรสให้มากๆนะ"

นี่เองทำให้นักรบต้องไปหาโชติรส อยากรู้รายละเอียดเรื่องธุรกิจเคเบิลทีวีที่คุณพ่อเขาจะร่วมลงทุนด้วย ฟังจากเธอแล้วจึงรู้ว่า เธอต้องการให้เขามาทำงานด้วยเชื่อว่าเขาทำได้ เล่ารายละเอียดว่า

"แต่ตอนนี้เรากำลังเตรียมทำรายการเรียลลิตี้โชว์อยู่ งานนี้สำคัญมากโรสเลยอยากให้พี่รบช่วยเป็นโปรดิวเซอร์ให้ แค่เป็นโปรเจกต์สั้นๆ ไม่กี่เดือนเอง ยังไงพี่รบก็ปฏิเสธโรสไม่ได้ หรอกค่ะ เพราะพี่รบต้องทำงานให้โรสจนกว่าคุณลุงจะโอนเงินค่าหุ้นมาให้โรสครบตาม สัญญา"

ฟังแล้วนักรบอยากจะบ้าตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ถามอย่างหมดแรงว่า

"แล้วตกลงรายการเรียลลิตี้โชว์นี้ของคุณนี่มันเป็นรายการเกี่ยวกับอะไร แข่งร้องเพลง แข่งทำอาหาร หรือว่าแข่ง ลดความอ้วน"

"ผิดหมดเลยค่ะ รายการนี้จะเป็นการติดตามชีวิตคนที่น่าสนใจค่ะ รายการในตอนแรกจะชื่อว่า "ติดตามชีวิตราชินีสีรุ้ง" เราจะตามสัมภาษณ์ตามบันทึกชีวิตของมิสเรนโบว์ควีนคนล่าสุดค่ะ พี่รบคงเคยได้ยินใช่ไหมคะ มิสเรนโบว์ควีน นางงามกะเทยที่ดังที่สุดของประเทศไทยน่ะค่ะ รับรองต้องมีอะไรขำๆ ตลกๆ คนดูต้องชอบแน่ๆค่ะ" โชติรสเล่าอย่างรู้สึกสนุกตั้งแต่คิดแล้ว แต่นักรบอยากตายเป็นรอบที่สอง ที่ชีวิตตนหนีกะเทยไม่พ้นสักที!

ooooooo

ที่พัทยา บรรดาผู้เข้าประกวดกำลังฝึกซ้อมเต้นเปิดตัวการประกวดรอบตัดสินบนเวที ทีแรกข้าวฟ่างโดดเด่นอยู่ตรงกลาง แต่เต้นผิดๆ ถูกๆ ตัวแข็งทื่อ จนครูฝึกเปลี่ยนให้ปรางค์ที่เต้นได้สวยพลิ้วกว่ามายืนตรงกลางแทน

เจ๊จูนรับไม่ได้เข้าไปต่อว่าครูฝึก ขอเวลาให้ข้าวฟ่างอีกสักหน่อยเดี๋ยวก็เต้นได้

"ไม่มีเวลาแล้วล่ะค่ะ ช่วยลงไปจากเวทีด้วยค่ะ เริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นนะ" ครูฝึกเชิญเจ๊จูนลงจากเวทีแล้วสั่งให้ฝึกเต้นกันต่อ

พอเจ๊จูนลงมาก็ถูกเจ๊ตุ่มกับนุชที่จับตาดูอยู่เข้าไปแขวะทันที ต่างคุยข่มกันว่าคนของตัวเองต้องได้เป็นมิสเรนโบว์ควีน

แต่พอเลิกซ้อมข้าวฟ่างลงมาก็กอดเจ๊จูนร้องไห้ถามว่าจะทำอย่างไรดีตอนนี้ใครๆ ก็บอกว่าปรางค์มาวินทั้งนั้น เจ๊บ่นว่าข้าวฟ่างไม่ได้เรื่องตนเลือกคนมาประกวดผิดจริงๆแต่ความริษยาจะ เอาชนะทำให้เจ๊บอกข้าวฟ่างว่าไม่ต้องห่วงตนไม่มีวันยอมแพ้เจ๊ตุ่ม ถ้าตนไม่ชนะก็จะไม่ให้ใครชนะ จะทำทุกวิถีทางกำจัดปรางค์ให้พ้นทางข้าวฟ่างให้ได้

ข้าวฟ่างถามว่าจะทำอย่างไรหรือ เจ๊พูดหน้าเหี้ยมเจ้าเล่ห์บอกว่า งานนี้ไม่ต้องใช้เงินใช้แต่สมองก็พอ ให้ข้าวฟ่างคอยดูความหายนะของอีกฝ่ายก็แล้วกัน

เจ๊จูนเล่นแผนสกปรกชั่วร้ายจริงๆ โดยปลอมตัวเป็นแม่บ้านทำความสะอาดเข้าไปในห้องพักในโรงแรมของเจ๊ตุ่มที่อยู่ กับปรางค์ เอาสารพิษไปเทใส่เครื่องสำอางทุกขวดทุกกระปุกของปรางค์แล้วออกไปคอยดูผลงาน ตัวเอง

เมื่อปรางค์กลับมาแล้วนุชเข้าไปช่วยนวดหน้าทาครีมให้ เจ๊ตุ่มเข้ามากำกับอย่างใกล้ชิดว่า ทาอีมูลชั่นครีมเสร็จก็ต่อด้วยเซรั่มแล้วจบด้วยไนต์ครีมตัวใหม่ นุชทำตามขั้นตอน แต่ครู่เดียวปรางค์ก็รู้สึกแสบร้อนไปทั้งหน้า นุชเองก็ปวดแสบ ปวดร้อนที่มือ

"ครีมแพงๆมันก็ออกฤทธิ์เร็วอย่างนี้แหละ เป็นไงเห็นผลทันตาเลยใช่ไหม ครีมนี่ฉันสั่งตรงมาจากสวิตเซอร์แลนด์ กระปุกละเกือบหมื่นเชียวนะ" เจ๊ตุ่มยืนกำกับคุยโว

อีกครู่เดียวปรางค์ก็ทนไม่ไหวเพราะหน้าเป็นผื่นแดงน่ากลัว นุชเองก็มือปวดแสบปวดร้อนยิ่งขึ้น เจ๊ตุ่มเอะใจว่าครีมหมดอายุรึเปล่า แต่ก็ไม่น่าใช่เพราะเพิ่งซื้อมาเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง

อาการของปรางค์รุนแรงขึ้นจนกระทั่งผิวหน้าลอกออกมาเป็นแผ่นๆ สุดท้ายเจ๊ตุ่มตัดสินใจพาปรางค์ไปโรงพยาบาลอย่างรีบด่วน

ooooooo

ร้านข้าวต้มของประพันธ์ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ลูกค้ามาสั่งอาหารจนทำแทบไม่ทัน พอดีมีสั่งผักบุ้งลอยฟ้ารวมๆกันถึง 6 จาน ประพันธ์ตัดสินใจผัดในกระทะเดียวกันเลย หลังจากสาดน้ำมันใส่กระทะใส่ เครื่องปรุงแล้วก็กอบผักบุ้งโยนลงไป สาดน้ำมันใส่อีกที ให้ไฟลุกท่วม

ปรากฏว่าไฟลุกฟู่ กอปรกับประพันธ์โยนผักบุ้งโชว์ ไฟเลยลามไปติดผ้าใบเต็นท์ข้างๆ พริบตานั้นไฟลุกท่วมอย่างเร็ว ประพันธ์ตกใจโยนกระทะลงเตาไฟเลยยิ่งลุกท่วมลามทั้งเตาทั้งตู้ทั้งเต็นท์

ลูกค้าพากันหนีตาย ประพันธ์พยายามดับไฟแต่ยิ่งสาดน้ำใส่ไฟก็ยิ่งลุก กระบี่วิ่งเอาผ้าไปช่วยดับไฟแต่ไฟลุกลามเร็วและแรงจนในที่สุดไฟก็ลุกท่วม ทั้งร้าน

แป้งตกตะลึงยืนช็อกทำอะไรไม่ถูก!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 09:10 น.