ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
ตอนที่ 20

ลูกน้องเสี่ยสองคนแบกร่างสายใจที่หายใจรวยรินมาทิ้งไว้ที่พงหญ้าหลังโกดังร้างแล้วชักปืนจะยิงให้ตาย แม่เลี้ยงบอกว่าไม่ต้องเปลืองลูกปืน แก่หมดสภาพขนาดนี้เดี๋ยวก็หมดลม ว่าแล้วพากันเดินกลับไป ทิ้งร่างสายใจที่นอนหายใจรวยรินอยู่ราวกับทิ้งขยะ

ที่หน้าโกดังร้าง ดำกับขาวยังคงต่อสู้กับลูกน้องของเสี่ยพิทักษ์แต่พวกมันก็ทำอะไรดำกับขาวไม่ได้ ขณะนั้นเองมีลูกน้องเสี่ยพิทักษ์อีกชุดหนึ่งพร้อมอาวุธครบมือกรูกันออกมา แต่เป็นจังหวะเดียวกับที่มีระเบิดเพลิงปาเข้ามากลางวงจนพวกมันแตกกันกระเจิง

ฝีมือบึมนั่นเอง!

ดำกับขาวหันไปมอง เห็นจีรายุสกับบึมนำชาวบ้านชายฉกรรจ์หลายคนมาสมทบ พอเห็นกันต่างดีใจมีกำลังใจฮึกเหิมกันเต็มที่ จีรายุสถามดำว่าเจอแก้วกับบัวไหม ดำบอกว่ายังไม่เจอเพราะเจอพวกนี้ก่อน

"แล้วจะเก็บมันไว้ทำไมล่ะครับ พวกเราก็มีแล้ว" บึมถามขยับไปมาอย่างมันมือ

"ขอบใจผู้กองกับแกมากนะบึม" ขาวเอ่ย หันมองหน้าดำอย่างรู้กัน แล้วนำเข้าต่อสู้ตะลุมบอนกับพวกลูกน้องของเสี่ยพิทักษ์แถวลานหน้าโกดังร้างนั่นเอง

บึมถูกลูกน้องเสี่ยวิ่งไล่ยิงไปตามทางเล็กๆ แต่พอบึมเลี้ยวตรงทางโค้งก็เจอหมียืนดักอยู่ มันชักมีดออกมาจะจ้วงแทงแต่บึมหลบมุดลอดขาหนีไปอย่างหวุดหวิด วิ่งพลางจุดระเบิดเพลิงขว้างย้อนหลังเข้าใส่ พวกลูกน้องเสี่ยถูกระเบิดเพลิงลุกท่วมตัว ส่วนหมีหลบไปได้อย่างฉิวเฉียด

"อโหสิกรรมโว้ยเพื่อนฝูง ไปล่ะโว้ย" บึมตะโกนอย่างคะนองแล้ววิ่งหนีไป หมีมองตามอย่างเจ็บใจแล้ววิ่งไล่ตามไป

ส่วนที่หน้าโกดังร้าง ดำกับขาวหันหลังชนกันพยายามจะตีฝ่าวงล้อมลูกน้องเสี่ยที่มีมากกว่าและล้อมกรอบเข้ามา เจษมาทางข้างหลังกระโดดถีบขาวจนกระเด็นแล้วปรี่เข้าจะซ้ำ มันจับไหล่ขาวบีบตรงที่เป็นแผลจนเลือดทะลักออกมา ขาวร้องออกมาอย่างเจ็บปวด

"ขาว!" ดำหันมองเห็นสภาพของขาวแล้วพุ่งทะลวงฝ่าวงล้อมของลูกน้องเสี่ยพิทักษ์เข้าไปช่วยขาว ใช้ไม้พลองตีเจษจนมันล่าถอยไปอย่างมีแผน พอดำถามขาวว่าไหวไหม ขาวลุกขึ้นแล้วพากันวิ่งไล่ล่าพวกเจษไปทันที

ooooooo

ดำกับขาววิ่งตามเจษเข้าไปในโกดังที่มีทั้งตู้

คอนเทนเนอร์   กองวัสดุและเครื่องจักรอยู่มากมาย

ทั้งสองกวาดตามองไปรอบๆอย่างระวังตัว ขาวถามว่า

พวกมันหายไปไหนหมด

"หายไปไหนไม่รู้ แต่เงียบแบบนี้ไม่ดีนัก" ดำเตือนกวาดตามองไปรอบๆอย่างระวังภัย

ทันใดนั้น เสียงเสี่ยพิทักษ์ก็ดังมาจากอีกมุมหนึ่ง แล้วเสี่ย เคที่ และแม่เลี้ยงอุ่มคำก็เดินออกมากันอย่างใจเย็น ดำกับขาวกระชับไม้พลองกับไม้ศอกอย่างเตรียมพร้อม

"ใจเย็น..." เสี่ยแบมือชูขึ้นอย่างอารมณ์ดี "นี่ฉันไม่มีอาวุธมาต่อสู้อะไรกับแกเลยนะ ฉันแค่อยากมาเจรจาดีๆด้วยเท่านั้น"

"ฉันไม่มีวันเชื่อแกอีกแล้ว แกมันจอมลวงโลก" ขาวพูดเสียงแข็ง

"งั้นภาพนี้พอให้แกเชื่อถือได้รึเปล่า" เสี่ยหัวเราะเย้ยพร้อมกับเคที่และแม่เลี้ยงอย่างเป็นต่อ ดำกับขาวชะงักมองอย่างสงสัย ทันใดนั้นก็มีรถลิฟต์คันหนึ่งที่จอดอยู่เคลื่อนออกไป เผยให้เห็นแก้วกับบัวถูกมัดมือมัดเท้าติดอยู่กับเสา มีเจษยืนคุมเชิงอย่างคุกคาม

ดำกับขาวตกใจ เสี่ยถามว่าถูกใจไหมที่ตนพาทั้งสองคนมาเจอคนที่อยากพบ บอกให้ทักทายกันให้หายคิดถึงหน่อย เจษกระตุกผ้าที่ปิดปากแก้วกับบัวออก บัวร้องไห้อย่างเสียใจแต่แก้วโวยวายลั่นบอกดำกับขาวอย่างเข้มแข็งว่า

"ดำ ขาว ไม่ต้องห่วงฉัน จัดการพวกมันเลย โอ๊ย!" แก้วร้องเพราะถูกเจษตบหน้าอย่างแรง ดำกับขาวขยับจะเข้าไปช่วยก็ถูกเจษเอาปืนออกมาสองกระบอกจ่อไปที่สองสาวขู่ว่า

"ถ้าคิดว่าอาวุธโบราณคร่ำครึจะเร็วกว่าลูกปืนก็เอา"

ขณะดำกับขาวกำลังเจ็บใจที่ช่วยบัวกับแก้วไม่ได้นั่นเอง ลูกน้องเสี่ยก็เข้ามาทางข้างหลังใช้ไม้ฟาดทั้งสองจนทรุดแล้วจับมัดมือมัดเท้าทันที แม่เลี้ยงถามเสี่ยว่าทำไมไม่ยิงทิ้งเสียเลย

"ใจเย็นสิแม่เลี้ยง รอมาได้ตั้งนาน รออีกนิดจะเป็นไรไป ในเมื่อเด็ดหัวหลวงพ่อมันแล้วมันยังไม่ยอมหยุด คราวนี้ก่อนมันสองคนตาย ฉันจะย้ำความเจ็บปวดให้พวกมันอีก"  เสี่ยยิ้มเหี้ยม พอเคที่ถามอย่างกระเหี้ยนกระหือรืออยากรู้ว่าป๊าจะทำยังไง เสี่ยหันมองแก้วกับบัวขวับ "ทีแรกป๊าตั้งใจจะส่งนังสองคนนี่ทำกำไร แต่ตอนนี้ป๊าเปลี่ยนใจแล้ว"

แก้วกับบัวมองหน้ากันอย่างสงสัยว่าเสี่ยจะทำอะไร แต่ดำกับขาวมองหน้ากันอย่างตกใจ

ooooooo

บึมกับจีรายุสวิ่งไปหลบอยู่หลังกองเหล็ก บึมเกาะจีรายุสแจด้วยความกลัว ทั้งบึมและจีรายุสต่างหาทางแก้ปัญหาเมื่อระเบิดของบึมใกล้จะหมด กระสุนของจีรายุสก็ใกล้จะหมด เห็นชาวบ้านชายที่อยู่แถวนั้นถูกพวกหมียิงตาย บึมก็คว้าระเบิดเพลิงในกระเป๋าเป้ออกมาขว้างใส่พวกแบ็งค์กับหมีทันที

ปรากฏว่าระเบิดเพลิงไม่ทำงานเพราะบึมไม่ได้จุดไฟทั้งคู่เลยต้องชวนกันเผ่น บึมวิ่งนำไปจีรายุสตามพลางยิงสกัดพวกแบ็งค์ ชาวบ้านที่มาด้วยวิ่งตามมาอีกทอดหนึ่ง

จู่ๆบึมก็เบรกกึก ทำเอาพวกที่วิ่งตามมาพากันล้มระเน ระนาด จีรายุสถามเคืองๆว่าหยุดทำไม บึมตอบแหยๆว่า "ทางตัน!" เลยต้องพากันวิ่งกลับ ชาวบ้านถูกพวกแบ็งค์ยิงได้รับบาดเจ็บไปหลายคน

แต่ขณะกำลังตกอยู่ในวิกฤตินั่นเอง มีเสียงปืนดังขึ้นและพวกแบ็งค์ที่วิ่งตามมาพากันหันไปยิงต่อสู้ ทำเอาจีรายุสกับบึมและชาวบ้านพากันงงว่าใครยิง

ครู่หนึ่งจึงเห็นผู้ใหญ่ จ่าดำเกิง นายอำเภอปราบ และผู้กำกับสุจริต พร้อมตำรวจและชาวบ้านพากันกรูเข้ามาช่วย จีรายุสถามอย่างตื่นเต้นว่ามากันได้ไง แล้วชาวบ้านที่หลบอยู่ในป่าเป็นยังไงบ้าง

ผู้ใหญ่บอกว่าพวกตนย้ายชาวบ้านเข้าไปอยู่ในวัดหลวงพ่อหมดแล้ว   ส่วนผู้กำกับก็สั่งตำรวจทั้งโรงพักยกกำลังออกมาตอนนี้กำลังเสริมจากพื้นที่รอบๆก็เข้ามาช่วยเสริมแล้ว งานนี้มาด้วยใจ ไม่ต้องขออนุมัติใคร

จีรายุสยิ้มอย่างมีกำลังใจ มองนายอำเภอกับผู้กำกับด้วยความซึ้งใจ

ooooooo

เสี่ยพิทักษ์เปลี่ยนเป็นใช้วิธีฆ่าแก้วอย่างเหี้ยมโหดต่อหน้าดำ ขาว และบัว ด้วยการเอาแก้วมัดกับสายพานที่จะเลื่อนไปสู่ตัวเลื่อยเพื่อเลื่อยตัดร่างแก้วเป็นสองท่อน

ดำกับขาวถูกมัดมือแน่นหนาให้คอยดูการฆ่านี้ แต่มันยังไม่ทันลงมือแบ็งค์ก็วิ่งหน้าตาตื่นตระหนกเข้ามารายงานเสี่ยว่าผู้กำกับกับนายอำเภอทรยศต่อเสี่ยเอากำลังมาบุกเราแล้ว เสี่ยสั่งให้ออกไปฆ่าให้หมด

ทันใดนั้นเสียงปืนจากข้างนอกก็ดังเข้ามา เสี่ยสบถ "บัดซบ!" พร้อมๆกับเสียงผู้ใหญ่ตะโกนเข้ามาว่า

"ไอ้แก้ว ไม่ต้องห่วงพ่อ พ่อมาช่วยเอ็งแล้วลูก"

ดำกับขาวเห็นสภาพโกลาหลนั้นก็มองหน้าอย่างรู้กัน แล้วทั้งสองก็ใช้หัวกระแทกลูกน้องเสี่ยสองคนที่ยืนคุมอยู่จนมันหงายแล้วกระโดดเตะทั้งที่มือยังถูกมัด จนลูกน้องทั้งสองของเสี่ยสลบเหมือด

พอกำจัดลูกน้องเสี่ยแล้ว ดำกับขาวก็พากันวิ่งหนี เสี่ยชักปืนยิงใส่แต่ทั้งสองหลบเข้าหลังกองวัสดุเสียก่อน เสี่ยตะโกนเรียกเจษที่กำลังยิงต่อสู้กับพวกตำรวจ พอเจษหันมาไม่เห็นดำกับขาวแล้วก็รู้ทันทีว่าทั้งสองหนีไปแล้วก็รีบวิ่งไล่ล่า

ดำกับขาววิ่งไปหลบอยู่หลังกองวัสดุหันหลังให้กันช่วยกันแกะเชือกที่มัดมือ แต่แกะไม่ทันเสร็จเจษก็สาดกระสุนเข้าใส่จนต้องพากันหลบแล้วพุ่งเข้ากระแทกกองวัสดุหล่นกลิ้งไปขวางทางปืนของเจษ ทั้งยังดักเตะจนปืนหลุดจากมือมัน

ทั้งดำและขาวสู้กับเจษพลางก็ช่วยกันแก้เชือกที่มัดมือต่อ พอเจษคว้าท่อนเหล็กพุ่งเข้าฟาดใส่ ก็พอดีทั้งสองแก้มัดเสร็จจึงหันมาตะลุมบอนกับเจษอย่างดุเดือดเลือดพล่าน

ooooooo

ส่วนแก้วยังถูกมัดอยู่บนสายพาน เสี่ยกับลูกน้องอีกหลายคนช่วยกันยิงต่อต้านตำรวจและชาวบ้านที่เข้ามาช่วยแก้วกับบัว หลายคนถูกยิงบาดเจ็บล้มตาย แก้วตะโกนจากสายพานที่ถูกมัดอยู่ว่า

"พวกฉันมาแล้ว พวกแกเสร็จแน่!"

แม่เลี้ยงมองแก้วอย่างอาฆาตแล้วเดินไปกดสวิตช์เครื่องยนต์ ทันที สายพานเริ่มเลื่อนดึงร่างแก้วเข้าหาใบเลื่อย บัวตกใจตะโกนให้ดำกับขาวช่วยแก้วด้วย
เสียงบัวดังไปถึงข้างนอก ดำกับขาวชะงักช่วยกันอัดเจษจนเสียหลักแล้วรีบวิ่งเข้าไปข้างใน

สายพานเลื่อนพาร่างแก้วเข้าหาใบเลื่อยใกล้เข้าไปทุกที...ทุกที ผู้ใหญ่ร้องอย่างตกใจสุดขีด จะพุ่งเข้าไปช่วยเลยถูกยิงที่ขาทรุดลง จีรายุสพยายามจะออกจากที่กำบังไปช่วยแก้วก็ถูกยิงสกัดจนออกไปไม่ได้

ทันใดนั้นดำกับขาววิ่งพรวดเข้ามา ดำพยายามแกะเชือกที่มัดแก้ว พลางสั่งขาวให้ปิดเครื่อง แต่พอขาวผละออกจะไปปิดสวิตช์ก็ถูกแม่เลี้ยงอุ่มคำกับเคที่ยืนขวางอยู่

ขาวผลักแม่เลี้ยงกับเคที่แล้วพุ่งเข้าไปทางสวิตช์ ไม่ทันถึงก็ร้องอย่างเจ็บปวดเมื่อถูกแบ็งค์ยิงเข้าที่ขา ขาวยังพยายามจะไปปิดสวิตช์ถูกแบ็งค์ขวางเลยต่อสู้กันอยู่ตรงนั้น

โชคดีดำแก้มัดแก้วได้ก่อนที่จะไปถึงใบเลื่อยแค่เส้นยาแดงเดียว หมีเข้ามาเจอดึงมีดจะปาใส่ แก้วเห็นจึงชักปืนที่ซ่อนอยู่ในรองเท้ายิงสวนไป

แม่นราวกับจับวาง! กระสุนตัดขั้วหัวใจหมี มันร่วงไม่เป็นท่า พอดำตั้งหลักได้ก็ดึงแก้วเข้าไปกอดไว้อย่างปกป้อง แม่เลี้ยงกับเคที่เห็นท่าไม่ดีจึงพากันหลบออกจากโกดังไป

"ปลอดภัยแล้วนะแก้ว" ดำกอดแก้วไว้แน่น

"ฉันเชื่อว่านายต้องมาช่วย แล้วนายก็มาจริงๆ" แก้วพูดอย่างตื้นตันใจ

"บัว..." ขาวมองหาบัวแต่ไม่มีบัวอยู่ตรงนั้นแล้ว ทุกคน เดาได้ว่าพวกมันจะพาบัวไปไหนพากันวิ่งตาม ดำบอกว่าให้แยกกันออกตามหา เชื่อว่ายังไปไม่ไกล ดำบอกแก้วให้อยู่กับตน แล้วจูงมือกันวิ่งออกไป

ooooooo

เสี่ยพิทักษ์ แม่เลี้ยงอุ่มคำ และเคที่กับเจษ พากันหนีออกมา เสี่ยบอกแม่เลี้ยงให้สั่งรถที่ขนผู้หญิง เตรียมออกเดินทางได้แล้ว พลางเสี่ยก็เปลี่ยนซองกระสุนปืนใหม่

เคที่ถามว่าป๊าจะเปลี่ยนแผนใหม่หรือ เสี่ยบอกว่าเปลี่ยนนิดหน่อยแต่ผลลัพธ์คือชัยชนะเหมือนเดิม แบ็งค์พูดกลัวๆกล้าๆว่าพวกเราเหลือกำลังไม่เท่าไหร่แล้ว เสี่ยหันขวับเล็งปืนใส่ถามเหี้ยม

"กลัวเหรอ! ถ้ากลัวแกก็ตายหรือถ้าแกหนี...แกก็ตายเหมือนกัน!"

ขณะนั้นเองเจษลากบัวมาถึง พอเสี่ยเห็นก็ชมว่าเยี่ยมมากอุตส่าห์พานังบัวมาได้

"ผมว่าเรารีบออกไปจากที่นี่ดีกว่านะครับเสี่ย ระเบิดใกล้ทำงานแล้ว" เจษเร่ง

เคที่กับแม่เลี้ยงได้ยินว่าระเบิดใกล้ทำงานก็ตกใจ เสี่ยยิ้มเหี้ยมบอกทั้งสองว่า

"คิดเหรอว่าฉันจะปล่อยพวกมันกลับไปอย่างมีลมหายใจ!"

ขณะพวกเสี่ยกำลังจะเดินต่อไปอย่างย่ามใจนั่นเอง ขาวที่วิ่งมาซุ่มอยู่ก็พุ่งออกไปหมายจะชิงตัวบัว ใช้ไม้ที่ถือติดมือมาฟาดเจษจนเซ แต่เจษตั้งหลักได้อย่างเร็วชกสวนไปหลายหมัดแล้วบีบแผลที่ไหล่ของขาวจนเลือดทะลักออกมา

แม้จะเจ็บมากแต่ขาวก็กัดฟันกระชากเชือกที่มัดบัวออกดึงบัวเข้าไปกอดไว้

เจษคำรามว่าจะแย่งสาวเนื้อนิ่มๆไปง่ายๆอย่างนี้หรือ เสี่ยถามว่าอยากแลกกับอิสรภาพของบัวไหม เสนอว่าอิสรภาพหนึ่งชิ้นแลกกับลูกปืนหนึ่งนัด พูดไม่ทันขาดคำเสี่ยก็ยิงขาขาวทันที

พอขาวทรุดลง เสี่ยถามว่ายังอยากแลกอิสรภาพให้บัวอีกไหม

"ฉันไม่เชื่อ ยังไงแกก็ไม่มีวันปล่อยบัว" ขาวจ้องหน้าเสี่ยตาไม่กะพริบ

"ฉลาดมาก ฮ่าๆๆ แต่แกเชื่อได้อย่างเลยนะว่าวันนี้นังบัวได้เห็นแกตายตรงหน้ามันแน่!"

"บังเอิญพวกฉันชอบเห็นคนตายเหมือนกับที่ฉันยืนมองพ่อเธอหายใจรวยรินจนตาย!" เจษยิ้มแล้วเข้าไปพูดใกล้ๆบัวอย่างเลือดเย็น มันเล่าถึงตอนที่มันแทงก้อนพ่อของบัวจนขาดใจตายไปต่อหน้า

บัวแค้นจนน้ำตาไหลพรากเมื่อรู้ว่าเจษเป็นคนฆ่าพ่อกับแม่ของตน เสี่ยพูดอย่างผยองว่า

"ช่วยไม่ได้ เผาที่ไล่ก็ไม่ยอมไป ก็ต้องไล่ไปเกิดใหม่ อย่างนี้แหละ"

แม่เลี้ยงพูดต่อจากเสี่ยว่า เสี่ยได้ที่ดิน ตนได้เงิน งานนี้มีแต่ได้กับได้ ส่วนเคที่มองหน้าขาวพูดเย้ยว่า "ส่วนแกโง่เอง ดันเข้าไปเป็นแพะรับบาป ฮ่าๆๆ"
บัวทนไม่ได้ใช้มือที่ถูกมัดเหวี่ยงทุบเจษสะเปะสะปะ ถูกเจษจับเหวี่ยงไปทางเคที่ เลยถูกเคที่ตบหน้าอย่างแรง

ขาวทนไม่ได้กัดฟันลุกขึ้นจะไปช่วยบัว ถูกเสี่ยชักปืนจ่อใส่ แต่ไม่ทันเหนี่ยวไก แม่เลี้ยงก็ตะโกนขึ้นเมื่อได้ยินเสียงผิดปกติ

"ระวัง!"

ทุกคนตรงนั้นหันมอง ต่างตกใจเมื่อเห็นถังน้ำมันสองร้อยลิตรเปล่าที่วางซ้อนกันสูงมากล้มกลิ้งลงมา ทุกคนหลบล้มกันระเนระนาด

พริบตานั้นดำขี่มอเตอร์ไซค์วิบากพุ่งเข้ามาเฉี่ยวเจษ แล้วโฉบไปอุ้มบัวพร้อมกับโยนไม้ศอกให้ขาวแล้วบึ่งมอเตอร์ไซค์ ออกไปทันที

ดำพาบัวไปพบแก้วที่หลังกองถังน้ำมันที่แก้วเป็นคนทลายมันลงไปเอง พอเจอกันแก้วรีบเข้าช่วยแกะเชือกที่มัดบัวอยู่ บัวยังร้องไห้อย่างตระหนก กระนั้นก็ยังเป็นห่วงขาวถามว่าขาวอยู่ไหน

ooooooo

ดำขี่มอเตอร์ไซค์วิบากย้อนกลับออกไปอีกทีเป็นจังหวะที่เสี่ยกับเจษกำลังจ้องปืนจะยิงขาวที่โผนเข้าหา ถูกดำขี่มอเตอร์ไซค์วิบากปาดหน้าจนทั้งคู่ เสียหลัก ขาวอาศัยจังหวะนั้นใช้ไม้ศอกตีหน้าเจษจนหงาย แบ็งค์ยกปืนจะยิงก็ถูกดำกระโดดลงจากรถใช้ ไม้พลองตีจนปืนหลุดมือแล้วฟาดจนมันลงไปนอนจุก

เสี่ยตะกายขึ้นมาคว้าปืนจะยิงขาว ถูกดำใช้ไม้พลองตีจนปืนหลุดฟาดซ้ำจนเสี่ยลงไปกองร้องโอดโอย ดำรีบไปดู ขาวที่ร้องอย่างเจ็บปวดมือกุมแผลที่ถูกยิงถามว่าไหวไหม

"จนกว่าจะปราบพวกมันได้ ผมจะไม่ยอมเป็นอะไรทั้งนั้น" ขาวกัดฟันลุกขึ้นสู้ต่อไป

เคที่ตกใจกลัวเสนอให้เสี่ยหนีไปกันดีกว่าแม่เลี้ยงก็เห็นด้วย แต่เสี่ยไม่ไปบอกว่าจนกว่าจะเห็นพวกดำกับขาวตายด้วยตาตนเอง แล้วบอกแม่เลี้ยงให้พาเคที่ไปชายป่าอีกด้านหนึ่ง ที่นั่นมีเฮลิคอปเตอร์จอดรออยู่เดี๋ยวตนจะตามไป เคที่ลังเลเพราะเป็นห่วงเสี่ย แม่เลี้ยงหว่านล้อมพร้อมกับดึงมือเธอไปว่า

"ป๊าคุณไม่เป็นไรหรอก ฉันว่าเราหลบไปด้านโน้นก่อนดีกว่า อยู่ทางนี้เกะกะเขาเปล่าๆไปเถอะค่ะ" แม่เลี้ยงลากเคที่ไปจนได้

ooooooo

แต่แม่เลี้ยงกับเคที่ก็ไปเจอแก้วกับบัวที่ไปดักรอ อยู่ บัวถามว่าทำไมแม่เลี้ยงไปคบกับพวกนั้นมาฆ่าพ่อ แม่ตน  แม่เลี้ยงตอบอย่างเหยียดหยามว่าจุดจบของคนจนๆ  ก็อย่างนี้แหละ  บอกให้บัวหลีกทาง

บัวโกรธแค้นสุดขีดตบหน้าแม่เลี้ยงเต็มแรง พอแม่เลี้ยงจะตบคืนก็ถูกบัวจับแขนไว้ฟาดไปอีกหลายทีจนเลือดกบปากฟันร่วงไปหลายซี่

แม่เลี้ยงเลือดขึ้นหน้าด่าบัวและร้องขอความช่วยเหลือ เคที่ปรี่เข้าไปจะตบบัว ถูกแก้วยกแขนกันไว้แล้วซัดหมัดใส่จนหน้าหงายเลือดกำเดาออก แก้วกระชากแขนเคที่ไปล็อกตวาดให้คุกเข่าลง เห็นแม่เลี้ยงกำลังจะหนีแก้วตวาด "แม่เลี้ยงจะไปไหน!"

พอดีแบ็งค์เดินโซเซผ่านมาทางด้านหลัง เคที่เห็นพอดี

ส่งสายตาให้แบ็งค์ มันยกปืนเล็งใส่แก้วทันที บัวเห็นก่อนร้องบอกแก้วให้ระวังตัว แก้วหันขวับคว้าก้อนหินปาใส่แบ็งค์

โดนหัวมันแตกเลือดอาบ แก้วตามไปชกมันเตะมัน เมื่อมันพยายามจะไปคว้าปืนที่หล่นอยู่ แก้วก็พุ่งเข้าไปแย่ง

ทั้งสองปล้ำแย่งปืนกันนัวเสียจนปืนลั่นขึ้นสองนัด ทั้งบัวและแม่เลี้ยงกับเคที่ต่างตกใจไม่รู้ว่าใครถูกยิง แต่เพียงครู่เดียวก็เห็นแบ็งค์ตาลอยแล้วร่วงผล็อยลงกองกับพื้นเลือดนอง

"พี่แก้ว...พี่แก้วเป็นอะไรหรือเปล่า" บัวถลาเข้าหา แก้วบอกว่าไม่เป็นไร พลันก็เหลือบเห็นแม่เลี้ยงกับเคที่กำลังหนีหัวซุกหัวซุนไปทางชายป่า แก้วหยิบปืนของแบ็งค์ไล่ตามไปสั่งให้หยุด

"อย่าจ้ะพี่แก้ว" บัวปัดมือแก้วข้างที่ถือปืนเบี่ยงไปทางอื่นบอกแก้วว่า "พวกเขาหนีเวรกรรมไม่พ้นหรอกจ้ะ" แก้วจึงลดปืนลง

ooooooo

ที่ลานกว้างข้างโกดังร้าง เจษถูกดำกับขาวถีบจนกระเด็นแต่มันยังกัดฟันลุกขึ้นสู้ ดำบอกให้มอบตัวเสียตนไม่อยากฆ่า ถูกเจษย้อนถามอย่างท้าทายว่า "แต่ฉันอยากฆ่าแกสองคนที่สุด" เลยโดนดำอัดลงไปกองอีกรอบ

ขาวปรี่เข้าไปจะซ้ำ ถูกดำห้ามไว้ ขาวพูดอย่างแค้นใจว่า มันฆ่าพ่อกับแม่บัวมันต้องตาย

"ใช่! มันต้องตาย แต่มันจะตายด้วยน้ำมือกฎหมาย ไม่ใช่แก ถ้าไม่จำเป็นพี่ไม่อยากให้แกฆ่าใคร"

ขาวฟังแล้วจึงหยุดถอนใจอย่างยังไม่แล้วใจ แต่ทันใดนั้นเองเสี่ยพิทักษ์ก็ลุกขึ้นมาจากด้านหลังดำ เล็งปืนใส่เรียกอย่างแค้นจัด "ปลัดดำ!"

สิ้นเสียงเรียกเสี่ยก็เหนี่ยวไกทันที สายใจพุ่งตัวเข้าไปบังร่างดำไว้เอาตัวรับกระสุนแทน สายใจทรุดคว่ำไปที่พื้นท่ามกลางความตกใจของทุกคน บัวกับแก้ววิ่งเข้าไปประคองสายใจไว้ บัวอุทาน "น้าสายใจ" ในขณะที่เสี่ยยังกระหน่ำใส่ดำอีกหลายนัดจนกระสุนหมดจึงหันหลังวิ่งหนี

ดำหันกลับมาประคองสายใจ พอเห็นหน้าเต็มๆ ดำอุทาน "แม่!" แก้วถามว่าพูดอะไร ดำบอกเสียงสะท้านว่า "แม่...นี่แม่ของฉันแก้ว แม่ของฉัน..."

ดำน้ำตาไหลพราก สายใจค่อยๆลืมตาขึ้นมองดำ เอ่ยกระท่อนกระแท่น

"แม่ขอโทษ แม่ไม่ได้ตั้งใจทิ้งเอ็งไปจริงๆ แต่แม่มันเลว แม่ติดการพนันจนหมดเนื้อหมดตัว แม่ไม่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้เอ็งได้ดำ"

ดำจะพาแม่ไปโรงพยาบาล สายใจรู้ตัวดีบอกว่าแม่ไม่ไหวแล้ว พยายามบอกดำอีกก่อนที่จะพูดไม่ได้ว่า...

"แม่อยู่กับเอ็งตลอดเวลา แม่ดูการเติบโตของเอ็งด้วยความปลื้มใจที่สุด แม่คิดไม่ผิด ที่เอาเอ็งมาฝากไว้กับหลวงพ่อสิงโต...แม่ดีใจ ที่วันนี้ได้ทำหน้าที่ของแม่ชดเชยให้กับเอ็ง ที่ผ่านมาแม่อาจไม่เคยได้ให้ความอบอุ่นกับเอ็งเลย แต่ขอให้รู้ไว้ว่าแม่รักเอ็ง...รักเอ็งที่สุดในชีวิต"

"แม่..." ดำร้องเรียกน้ำตาอาบหน้า

"ขอแม่กอดเอ็งหน่อยได้ไหม" สายใจพูดอย่างอ่อนแรง ดำดึงร่างแม่เข้าไปกอดแน่น สายใจร้องไห้ในอกของลูกชายก่อนสิ้นลมไปอย่างสงบ...

ทุกคนร้องไห้เสียใจกับการจากไปของสายใจ แต่ฉับพลัน เสียงเสี่ยพิทักษ์ก็หัวเราะสะใจเข้ามาพูดหยันว่าไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าสายใจเป็นแม่ของปลัดดำ ตะโกนเหมือนคนเสียสติว่า

"ฉันฆ่าแม่มัน...ฉันฆ่าแม่มันโว้ย ฮ่าๆๆ"

ดำแค้นจนสุดทนวางร่างสายใจลงก้าวเข้าหาเสี่ยพิทักษ์ เสี่ยขู่ว่าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียวพรรคพวกที่อยู่ในโกดังนั่นเป็นจุณแน่ พูดแล้วกดรีโมตคอนโทรลทันที

เงียบกริบ! เสี่ยแปลกใจ ตกใจที่ระเบิดไม่ทำงาน ขณะกำลังงุนงงนั่นเอง จีรายุสก็เดินหัวเราะออกมาเฉลยว่า บังเอิญตนเรียนการกู้ระเบิดมาและไปเจอเข้าเลยจัดการเรียบร้อย หันไปยิ้มอวดบอกแก้วว่า "แก้วไม่ต้องห่วงนะ พ่อเธอถึงมือหมอแล้ว"

"ส่วนลูกน้องเอ็ง จับตายเรียบวุธฮ่าๆๆ" บึมหัวเราะเยาะเสี่ย

เสี่ยเห็นท่าไม่ดีหันหลังเปิดอ้าว เจษร้องบอกให้รอด้วยพลางวิ่งกะเผลกๆตามไป

"มันจะหนี!" แก้วร้องบอก ดำวิ่งตามไปทันที พร้อมๆกับเฮลิคอปเตอร์กำลังร่อนลงที่ชายป่า ขาวออกวิ่งไปด้วย บัวรีบห้ามไว้เพราะเขายังบาดเจ็บอยู่

เจษร้องตะโกนเสียงแหบเสียงแห้งให้เสี่ยรอด้วย เสี่ยหันมาพูดอย่างเลือดเย็นว่าเอาไปเป็นตัวถ่วงหรือ อย่าหวัง แล้วถามลูกน้องอีกคนว่าเคที่อยู่ไหน พอลูกน้องคนนั้นบอกว่าไม่เห็น เสี่ยตกใจ หันมองเห็นดำกำลังไล่กวดมา จึงสั่ง "ออกเลย"

เฮลิคอปเตอร์ค่อยๆลอยขึ้นไป ดำพุ่งเข้าไปคว้าได้เข็มขัดนิรภัยที่เสี่ยกำลังจะคาดยื้อยุดกันอย่างน่าหวาดเสียว

เจษเจ็บใจที่ถูกเสี่ยพิทักษ์ทิ้ง หันไปคว้ามอเตอร์ไซค์ วิบากของดำขับหนี ขาวยิงถังน้ำมันสะกัดจนระเบิด ร่างเจษ ลอยคว้างก่อนหล่นลงมาสิ้นใจคาที่

"หมดเวรที่เอ็งทำกับคนอื่นแล้วนะ" ขาวเข้าไปพูดกับร่างไร้วิญญาณของเจษ แล้วหันมองดำที่ยังยื้อยุดอยู่กับเสี่ยพิทักษ์อย่างเป็นห่วงขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังบินไปถึงกลางแม่น้ำแล้ว...

"พี่ดำ..." ขาวพึมพำด้วยความห่วงใย...

ooooooo

เสี่ยตะโกนให้พรรคพวกถีบดำลงไป ดำแย่งปืนพวกมันได้ยิงใส่เฮลิคอปเตอร์จนควันพุ่งโขมงออกจากเครื่อง

"ฉันไม่ได้ทำอะไรนะเสี่ยแต่บาปกรรมต่างหากที่ทำ... ลาก่อนเสี่ย" ดำยิ้มอย่างใจเย็นก่อนทิ้งตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์

ร่างดำลอยละลิ่วลงกลางแม่น้ำท่ามกลางสายตาของแก้ว บัว และขาว ทุกคนมองไปที่สายน้ำรอดำโผล่ขึ้นมาแต่นานมากจนคิดว่าดำคงไม่โผล่แล้ว แก้วร้องไห้โฮ ขาวเข่าอ่อน

แก้วลุกพรวดจะวิ่งไปที่แม่น้ำเพื่อช่วยดำ จีรายุสฉุดไว้ เธอโวยวายให้ปล่อยตนจะไปช่วยดำ

"ปล่อยลงไปเลยผู้กอง" เสียงดำดังขึ้น ทุกคนหันมองที่ตลิ่งเห็นดำเกาะกอหญ้าคลานขึ้นมาแต่ยังมีอารมณ์ขันแหย่ แก้วว่า "แต่ฉันไม่ช่วยนะ ฉันหมดแรงแล้ว"

แก้วโผเข้าไปประคองดำขึ้นมา ทุกคนเข้าไปช่วย ต่างยิ้มแย้มดีใจที่ดำปลอดภัยกลับมา

จีรายุสกับบึมยืนมองยิ้มอย่างมีความสุขกับภาพตรงหน้า...

ooooooo

เมื่อเหตุการณ์พลิกผันเช่นนี้ เคที่เดินกระเซอะ กระเซิงไปหาเฮลิคอปเตอร์ ตะโกนเรียกแม่เลี้ยงอย่างหวาดกลัวที่จู่ๆก็หายตัวไป ที่แท้แม่เลี้ยงอยู่แถวนั้นแอบมองเคที่พึมพำ

"เรื่องอะไรฉันจะต้องวอดวายไปกับพวกแก ถึงขั้นนี้แล้วตัวใครตัวมันน่ะดีที่สุด"

เคที่กลัวโดนจับโดนติดคุก หูแว่วเสียงรถแล่นมาก็แอบดู โชคดีเป็นของเคที่เพราะรถคันนั้นเป็นรถที่บรรทุกหญิงสาวไปขายฝั่งโน้น เคที่ตัดสินใจ เมื่อรถจอดให้เด็กรถลงไปยิงกระต่ายเธอแอบไปที่ประตูท้ายรถปีนขึ้นไปอย่างเร็ว

เมื่อเด็กรถกลับมาเห็นประตูเปิดอยู่ก็แปลกใจบ่นตัวเองว่าเมื่อกี้ก็ปิดดีแล้วนี่นา

เหมือนเคที่จะโชคดีแต่กลายเป็นโชคร้าย เมื่อพ่อเล้ามาเจอ เคที่พยายามอ้างว่าตนเป็นลูกของเสี่ยพิทักษ์ ถูกพ่อเล้าตอบอย่างกระหยิ่มว่าเสี่ยพิทักษ์ตายแล้วจะมาทำอะไรตนได้

ในที่สุด เคที่ถูกทั้งพ่อเล้า คนขับรถ และเด็กรถพากัน "ทดลองสินค้า" กันก่อนส่งขาย เธอจึงได้ลิ้มรสความเจ็บปวดทรมานอย่างเดียวกับเด็กสาวที่ถูกส่งขายโดยฝีมือพ่อของเธอ

ส่วนแม่เลี้ยงอุ่มคำคิดจะหนีไปจากน้ำงาม เจอรถแล่นมาจึงรีบโบกขอให้พาไปส่งที่ท่ารถโดยไม่ได้สังเกตคนขับที่ใส่แว่นใส่หมวกอำพรางใบหน้าอย่างดี

ที่แท้คือจ่าดำเกิงปลอมตัวมา เมื่อแม่เลี้ยงสั่งให้ไปส่งที่ท่ารถจ่ารับคำอย่างรวดเร็ว แต่ครู่หนึ่งก็บอกว่าถึงแล้ว แม่เลี้ยงตกใจโวยวายว่า ให้พาไปส่งท่ารถทำไมพามาส่งโรงพัก จ่าบอกว่าตนทำตามหน้าที่ แม่เลี้ยงยกกระเป๋าตุงๆมาให้ดูบอกว่าต้องการเงินเท่าไรตนยินดีมอบให้

"เพิ่มติดสินบนเจ้าพนักงานอีกกระทง"   เสียงจีรายุส

แทรกขึ้น เขาเดินออกมาโดยมีแก้วตามหลังมาด้วย พอแม่เลี้ยงเห็นแก้วก็ถามว่าจะทำอะไรตน

"ถ้าบ้านเมืองไม่มีกฎหมาย ฉันคงฆ่าแกไปแล้วแม่เลี้ยงอุ่มคำ ไปใช้ชีวิตในคุกให้สมกับที่แกทำกับชีวิตคนอื่นมามาก ตายไปค่อยไปชดใช้กรรมต่อในนรกก็แล้วกัน"

แม่เลี้ยงอุ่มคำน้ำตาตกเข่าอ่อนจนต้องถูกหิ้วปีกไปชดใช้กรรม!

ooooooo

เมื่อกำราบเสี้ยนหนามที่มาทำลายอำเภอน้ำงามจนราบคาบแล้ว ผู้กำกับสุจริตและนายอำเภอปราบถูกสั่งให้ออกจากพื้นที่ จีรายุสและแก้วพากันมาส่ง แก้วขอบคุณสำหรับทุกอย่าง นายอำเภอพูดอย่างละอายใจว่า

"ผมสองคนต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกคุณที่ทำให้รู้ว่าคุณค่าความเป็นข้าราชการที่ดีว่าเป็นยังไง" พูดแล้วนายอำเภอเอาจดหมายฉบับหนึ่งส่งให้แก้วบอกว่า "จดหมายลาออกของปลัดดำผมไม่ได้ส่งเข้ากรุงเทพฯ ปลัดดำยังคงเป็นปลัดของทุกคน"

ทุกคนยิ้มออกมาอย่างดีใจ มองนายอำเภอด้วยความเข้าใจ...ขอบคุณ

หลังจากนั้นจึงจัดงานเผาศพสายใจ ดำเศร้าเสียใจมากเมื่อรู้ว่าแม่คิดถึงตนอยู่ตลอดเวลาและสุดท้ายยังยอมตายแทนตนอีก

หลังเผาศพสายใจแล้วขาวกับบึมก็ต้องไปรับโทษฐานเป็นลูกน้องเสี่ยพิทักษ์ก่อกรรมทำเข็ญกับชาวบ้าน บัวร้องไห้

บอกขาวว่าตนจะรอขาวอยู่ที่นี่ บึมสัญญากับทุกคนว่าตนจะดูแลขาวอย่างดี

ooooooo

3 ปีผ่านไป ขาวกับบึมพ้นโทษแล้ว ทั้งสองออกจากเรือนจำอย่างว้าเหว่เพราะไม่เห็นใครมารับเลย ขาวชวนบึมอย่างหดหู่ใจไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า

"ไม่กลับไปกับบัวเหรอจ๊ะ" เสียงบัวทักขึ้น ขาวดีใจมากเข้าไปกอดบัวบอกว่านึกว่าบัวลืมตนแล้ว บัวบอกว่า "บัวจะลืมคนที่บัวรักได้ยังไง คือตอนนี้บัวได้ที่ดินของพ่อกับแม่คืนมาแล้ว พี่อยากจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่นกับบัวไหม" ขาวถามว่าเธอไม่รังเกียจคนขี้คุกหรือ บัวย้อนถามว่า "บัวจะเกลียดคนที่ไม่เคยทิ้งบัวได้ยังไงล่ะจ๊ะ"

บัวบอกขาวว่าตนไม่ได้มาคนเดียว แล้วมองไปที่ดำกับแก้วที่เดินยิ้มเข้ามา ทั้งสามโผเข้ากอดกันด้วยความรัก เมื่อแยกออกมาแก้วบอกขาวว่า

"พวกเราก็ไม่เคยลืมนายนะ หลวงพ่อสอนไม่ให้พวกเราทิ้งกันไม่ใช่เหรอ"

"กลับบ้านเรากันเถอะน้องรัก" ดำชวนด้วยรอยยิ้มปลื้มปีติอบอุ่นจนขาวน้ำตาคลอด้วยความซึ้งใจ บึมพลอย

เบะไปด้วย แล้วทั้งขาว ดำ แก้ว และบัวก็โผเข้ากอดกันพากันเดินกลับไป ขาวหันมาถามบึมที่ยังยืนซึ้งว่าจะไปด้วยกันไหม บึมรีบบอกว่า ไป...จะไปช่วยทำนา ทุกคนเลยหัวเราะขำความขี้เล่นของบึม

ooooooo

เมื่อทุกคนมาอยู่กันพร้อมหน้าแล้วจึงจัดพิธีปลงศพหลวงพ่อ ต่างมาในภาพลักษณ์ใหม่เหมือนมารายงานตัวต่อหลวงพ่อ

หลวงพี่ฉิมได้เป็นเจ้าอาวาส แม่ตุ๊กชมว่าดูท่านสำรวมขึ้นเยอะ จ่าดำเกิงก็เลิกเหล้าหันหน้าเข้าวัด จีรายุสได้เป็นสารวัตรประจำอำเภอน้ำงาม เขารักที่นี่จนบอกกับผู้ใหญ่ว่าสงสัยจะอยู่ที่นี่ไปจนเกษียณ

"เฮ้อ...กว่าจะสงบลงได้ต้องสูญเสียไม่รู้เท่าไหร่" แม่ตุ๊กพึมพำ

"ต่อไปก็มีแต่วันดีๆแล้วล่ะแม่ เชื่อพ่อสิ ถ้าคนในชุมชนเราเข้มแข็งความชั่วจากภายนอกก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอก" ผู้ใหญ่พูดอย่างมั่นใจ

หลวงพี่ฉิมกับพระเณรในวัดเอาดอกไม้จันทน์ไหว้ศพหลวงพ่อ หลวงพี่บอกกล่าวหลวงพ่อว่า "ผมจะดูแลวัดของหลวงพ่อให้ดีที่สุดครับ" ส่วนเณรจ้อยบอกว่า "ผมจะบวชเป็นพระ เป็นพระที่ดีครับหลวงพ่อ"

บัวกับแก้วต่างร้องไห้ด้วยความอาลัยรักหลวงพ่อ บอกว่าหลวงพ่อจะอยู่ในใจพวกตนตลอดไป

"ผมจะไม่ลืมพระคุณที่หลวงพ่อให้โอกาสผมสองคนได้มีชีวิตอยู่ ผมจะไม่ลืมข้าวก้นบาตรทุกเม็ดที่หลวงพ่อชุบเลี้ยงมานะครับ" ดำยืนสงบนิ่งอยู่หน้าเชิงตะกอน

"ชีวิตที่เหลือผมจะทำความดีเพื่อชดเชยกับเวลาที่ผมหลงผิดไป ผมสัญญาว่าจะไม่ยอมให้ความชั่วมาเกาะกินหัวใจผมอีกเด็ดขาด" ขาวพูดทั้งน้ำตา ดำเอื้อมมือมาโอบไหล่ขาวไว้อย่างเข้าใจ

ooooooo

หลายวันต่อมา ดำ แก้ว ขาว และบัวพากันไปที่แก่งเอื้อมดาว สถานที่ที่ทั้งสี่มานอนดูดาวและเล่นหยอกล้อกันตั้งแต่เด็ก หนุ่มสาวสองคู่คุยกันอย่างมีความสุขด้วยความรู้สึกที่ต่างจากวัยเยาว์

ดำบอกรักแก้วด้วยคำสั้นๆ แต่ได้พิสูจน์จากการกระทำมาเป็นระยะเวลายาวนาน ทั้งเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ กระทั่งต้องแลกด้วยชีวิต

ขาวบอกรักบัว บัวเชื่อใจ มั่นใจ เพราะตลอดเวลามาขาวไม่เคยทอดทิ้งตนเลย

"ขอบคุณนะบัว ที่เติมเต็มชีวิตพี่ให้สมบูรณ์เราจะสร้างครอบครัวอบอุ่นที่สุดร่วมกันนะ"

"พี่ขาวก็เติมเต็มชีวิตของบัวเหมือนกัน เป็นฮีโร่ของบัว...เป็นหัวใจของบัวนะจ๊ะ..."

น้ำงามเวลานี้ งดงาม สงบ มีความสุข ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันปกป้องแผ่นดินเกิดปกป้องชุมชนของชาวน้ำงามทุกคน...

ooooooo

'อวสาน'

ตอนที่ 19

ดำประคองหลวงพ่อสิงโตที่จีวรชุ่มเลือด หลวงพ่อมองร่างขาวที่นอนนิ่งอยู่ ครู่หนึ่งขาวค่อยๆขยับตัว บึมซึ่งซุ่มอยู่ถลาเข้ามาประคองร้องเรียกลูกพี่...ลูกพี่

ขาวสะบัดหลุดจากบึมค่อยๆคลานเข้ากอดขาหลวงพ่อ ดำบอกให้ช่วยกันพาหลวงพ่อกับขาวส่งโรงพยาบาล แต่หลวงพ่อ ยกมือห้ามพูดกระท่อนกระแท่นว่า

"ไม่ต้อง...ข้ารู้ตัวดี...เจ้าดำ...เจ้าขาว" พอทั้งสองขานรับ หลวงพ่อมองทั้งสองพูดอย่างสะเทือนใจว่า "ข้ารักเอ็งสองคนเหมือนลูกในไส้ของข้า ทุกครั้งที่เอ็งสองคนทะเลาะกัน คนที่เจ็บปวดที่สุดคือข้า..."

ขาวประคองตัวกราบลงที่แทบเท้าของหลวงพ่อสารภาพ "ผมผิดไปแล้ว...ผมขอโทษครับ"

"เอ็งสองคนต้องรักกัน แล้วร่วมมือกันกอบกู้อำเภอน้ำงามคืนมา อย่าให้ใครแย่งแผ่นดินนี้ไปเป็นของมันคนเดียว เอารอยยิ้มคืนมาให้ทุกคน"

"พวกเราจะจำไว้ครับหลวงพ่อ" ดำตอบรับทั้งน้ำตา ขณะนั้นเอง จีรายุส ผู้ใหญ่ จ่าดำเกิง และชาวบ้านก็พากันเข้ามาทรุดลงนั่งข้างๆหลวงพ่อ

"เจ้าดำ  เจ้าขาว...แก้วกับบัวถูกจับอยู่ที่โกดังร้างริมคุ้งน้ำ" พูดแล้วก็เหนื่อยหอบเพราะพิษบาดแผลและเสียเลือดมาก หลวงพ่อดึงมือของขาวกับดำเข้าหากัน พูดสั่งเสีย

"จำคำสอนของข้าไว้...แล้วนำความสุขกลับมาให้พวกชาวบ้านของเรา"

สิ้นเสียงคำสุดท้าย หลวงพ่อก็สิ้นลมอย่างสงบ มือที่จับมือดำกับขาวคลายและร่วงลงข้างตัว ดำผวาร้องเรียก "หลวงพ่อ... หลวงพ่อครับ..." ส่วนขาวร้องไห้ปฏิเสธว่าไม่จริง หลวงพ่อไม่ได้แกล้งตนใช่ไหม แล้วทั้งสองก็กอดร่างหลวงพ่อร้องไห้อย่างหนัก

จีรายุส ผู้ใหญ่ จ่า และชาวบ้านที่มานั่งรายล้อมพากันก้มกราบหลวงพ่อ พระและเณรพากันนั่งคุกเข่าร้องไห้ ก้มกราบหลวงพ่อด้วยความอาลัยรัก...

ดำกอดหลวงพ่อร้องไห้อย่างหนัก ขาวน้ำตาไหลพรากแล้วค่อยๆทรุดหมดสติไป...

ooooooo

ที่โกดังร้าง เสี่ยพิทักษ์ แม่เลี้ยงอุ่มคำ เจษ และเคที่ มานั่งดูภาพที่บันทึกความชุลมุนของดำและพวกที่ช่วยกันดับไฟที่ไหม้วัด  และที่ร้ายกว่านั้นยังมีภาพหลวงพ่อถูกยิงเลือดชุ่มจีวรบาดเจ็บสาหัสกำลังสั่งเสียดำกับขาวจนกระทั่งท่านสิ้นไป

พวกเสี่ยดูและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสะใจ ในขณะที่แก้วกับบัวดูไปด้วยความแค้น น้ำตาไหลอาบหน้าด้วยความเจ็บปวดกับความสูญเสีย แก้วประกาศว่าถ้าตนหลุดไปได้เมื่อไหร่จะจัดการพวกเสี่ยแน่

พวกเสี่ยพากันหัวเราะสะใจผลงานพวกมันและเยาะเย้ยแก้วที่กล่าวอาฆาต

สายใจที่ร่วมดูอยู่ด้วย ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก บัวกับแก้วร้องไห้เหมือนจะขาดใจกับความสูญเสียหลวงพ่อที่เคารพรัก

ooooooo

แม้ว่าหลวงพ่อจะจากไปแล้ว แต่ทุกคนที่วัดถ้ำผาน้ำไหลและบ้านน้ำงามแห่งนี้ ต่างรู้สึกว่าหลวงพ่อยังไม่ได้จากไปไหน  หลวงพ่อยังไม่ตาย  หลวงพ่อยังอยู่ในใจพวกตนตลอดไป

ดำเองก็คิดเช่นนั้น   แต่ในความเป็นจริงดำบอกกับทุกคนว่า น้ำงามจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว...

ขณะนั้นเอง ผู้ใหญ่นึกขึ้นได้บอกทุกคนว่า จีรายุส โทร.มาแจ้งว่าขาวผ่าตัดกระสุนออกเรียบร้อยแล้ว  ทุกคนโล่งใจที่ขาวปลอดภัย

เมื่อไปเยี่ยมขาวที่โรงพยาบาล ดำบอกจีรายุสว่า

"ช่วงเวลากลางคืน ผมขอเฝ้าน้องชายผมได้ไหมครับ" จีรายุสบอกว่าจัดตำรวจเฝ้าหน้าห้องยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้วไม่ต้องห่วง "ผมไม่ห่วงครับ แต่ผมอยากอยู่กับน้องชายผมจนกว่าเขาจะรู้สึกตัว..."

จีรายุสพยักหน้าอนุญาตอย่างเข้าใจความรู้สึกของดำ

ส่วนบึมถูกจ่าดำเกิงพาเข้าห้องขัง บอกบึมว่าอยู่ในนี้ปลอดภัยที่สุดแล้ว รับรองว่าไม่มีใครมาทำอันตรายได้แน่นอน

ขณะนั้นเอง นายอำเภอปราบกับผู้กำกับสุจริตเดินเข้ามา ทั้งสองสีหน้าไม่ดีนัก ผู้กำกับถามจ่าดำเกิงว่าจับคนของเสี่ยพิทักษ์มาหรือ จ่าบอกว่าเขามามอบตัวเอง บึมรีบชี้แจงว่าตนแค่ไปอาศัยทำงานด้วยเท่านั้นอย่าเอาไปปนกับพวกของเสี่ย แล้วบ่นงึมงำ "ซวยจริงๆ"

ผู้กำกับเชิญนายอำเภอไปนั่งที่ห้องตนดีกว่า จ่าดำเกิงเดินเข้าไปหาผู้กำกับ พูดอย่างผ่าเผยว่าตนมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย ทำเอาผู้กำกับสงสัยว่าจ่าเป็นอะไรวันนี้ถึงกล้าหาญชาญชัยขนาดนี้

ooooooo

เมื่อเข้าไปในห้องทำงานของผู้กำกับ จ่าระบายความคับข้องใจ ย้ำกับผู้กำกับว่าเราจะปล่อยให้ชาวบ้านสู้อย่างโดดเดี่ยวอย่างนี้ไม่ได้  นายอำเภอแย้งว่ายิ่งสู้

ก็ยิ่งเจ็บยิ่งมีคนตายมากขึ้น  ตนกับผู้กำกับก็เจ็บปวดเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เราทำอะไรไม่ได้ พูดอย่างอัดอั้นว่า

"แล้วไอ้ความรู้สึกที่ทำอะไรไม่ได้เนี่ย มันจะทำให้ผมอกแตกตายอยู่แล้ว"

ผู้กำกับถามจ่าว่า จ่าเองก็เป็นไม่ใช่เหรอ จ่าจึงระบายความอัดอั้นและความรู้สึกออกมาอย่างไม่ปิดบังว่า

"ตลอดชีวิตข้าราชการ ผมเคยคิดว่าการต่อสู้กับอิทธิพลมันเสียแรงเปล่า แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่ามันคือความขี้ขลาดที่สุดที่นิ่งเฉยและทรยศกับประชาชน

ฟังจ่าวันนี้แล้วทั้งผู้กำกับและนายอำเภอมองอย่างสงสัย นายอำเภอถึงกับถามว่าจ่าเมารึเปล่า

"ไม่ครับ และต่อไปนี้ผมจะไม่แตะต้องไอ้น้ำบ้านั่น

อีกแล้ว อีกไม่นานผมก็จะเกษียณแล้ว ผมจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตข้าราชการชดเชยเวลาที่เสียไปกับความขี้ขลาดของผม ผมจะทำถึงแม้วันสุดท้ายของการใส่เครื่องแบบตำรวจจนไม่มีลมหายใจอีกต่อไป"

จ่าดำเกิงเปลี่ยนแปลงจากตำรวจแก่ๆที่พยายามรักษาชีวิตไว้จนเกษียณมาเป็นยอมเสียสละตัวเองต่อสู้เพื่อชาวน้ำงามจนวาระสุดท้ายของชีวิต...ทำให้ทั้งผู้กำกับและนายอำเภออดละอายใจไม่ได้

ooooooo

ในคืนสวดศพหลวงพ่อ ชาวบ้านต่างทยอยกันมาทุกครัวเรือน นายอำเภอและผู้กำกับก็มางานสวดด้วย แต่ไม่มีชาวบ้านทักทายเลย มีแต่ดำที่เข้าไปขอบคุณที่มางานหลวงพ่อ

หลังสวดเสร็จ ผู้ใหญ่บอกดำว่าต้องเข้มแข็ง ต้องเป็นตัวแทนของหลวงพ่อให้กับชาวบ้านได้มีกำลังใจต่อสู้กับพวกชั่วที่มันครอบงำอำเภอน้ำงามเราอยู่ ผู้ใหญ่ย้ำว่า

"ข้าเชื่อว่าหลวงพ่อต้องการแบบนั้น"

"ผมสัญญาครับหลวงพ่อ ว่าจะนำความสุขกลับคืนสู่ชาวบ้านทุกคนให้ได้" ดำหันไปพูดกับรูปหลวงพ่อ แล้วขออนุญาตหลวงพี่ฉิม ฝากหลวงพ่อด้วยตนจะไปดูขาวหน่อยเพราะยังไม่ฟื้นเลย

"คืนนี้ข้าจะนอนที่นี่เป็นเพื่อนหลวงพ่อเอง" จ่าดำเกิงอาสา ดำไหว้ขอบคุณแล้วจึงลงไปจากศาลา

เมื่อไปถึงห้องพักคนไข้ ดำเข้าไปนั่งมองขาวด้วยความเป็นห่วง บอกน้องทั้งที่ยังไม่รู้สึกตัวว่า

"ถ้าฉันเจ็บแทนแกได้ก็ดีซิ...แกต้องผ่านเวลานี้ไปให้ได้นะขาว"

ขาวยังไม่ได้สติ ไม่รู้สึกตัว แต่ขณะหลับอยู่นั้นก็ฝันว่าหลวงพ่อมาปลุกบอกว่านอนนานเกินไปแล้ว ตื่นได้แล้ว ทุกคนรออยู่ สุดท้ายหลวงพ่อชะโงกหน้าเข้ามาพูดอย่างอ่อนโยน "ตื่นนะลูก..."

หลังจากนั้นไม่นานขาวก็รู้สึกตัว มองตามตัวรู้ว่ามีสายน้ำเกลือและสายให้เลือดที่แขน ขาวนิ่งคิดแล้วถอนใจเมื่อลำดับเหตุการณ์ได้ มองไปข้างๆเห็นดำนอนขดตัวอยู่บนโซฟาเหมือนหนาว เพราะที่ดำนอนนั้นไม่มีหมอนไม่มีผ้าห่ม และไม่มีแม้แต่เสื้อกันหนาว

สภาพของดำตอนนี้ กอปรกับคิดถึงคำสั่งเสียของหลวงพ่อ คิดถึงอดีตที่โตมาด้วยกันกับดำ ทำให้ขาวมองดำด้วยสายตาที่อ่อนโยน จากนั้นพยายามลุกเพื่อเอาผ้าห่มไปคลุมให้

แต่พอไปถึงตัว ขาวกลับหยุดมองดำนิ่งอย่างรู้สึกตัวเองผิด ดำรู้สึกเหมือนมีคนมายืนมองอยู่ พอลืมตาขึ้น ขาวก็ยกมือพนมที่อก เอ่ยโดยที่สายตายังมองดำตลอดเวลา

"ผมขอโทษ...ยกโทษให้ผมด้วยครับ...พี่ดำ"

ดำตื้นตันใจจนน้ำตาร่วง คำว่า "พี่ดำ" กระทบใจดำมาก เพราะไม่ได้ยินคำนี้จากปากขาวมานานจนไม่นึกว่าจะได้ยินอีก ทั้งสองโผเข้ากอดกัน ร้องไห้ไปด้วยกัน ตื้นตันใจกับความรู้สึกรักกันที่กลับคืนมาอีก

"ผมขอโทษ..." ขาวพูดเสียงเครือ

"ไม่ต้องขอโทษ เพราะพี่ไม่เคยโกรธแกเลย" ดำพูดจากหัวใจ

ooooooo

เช้าแล้ว เมื่อจีรายุสเอาอาหารมาส่ง เห็นดำกับขาวกลับมารักกันเหมือนเดิมก็ปลื้มใจ หลังจากทักทายพูดคุยกันครู่หนึ่ง ขาวเสนอว่าตนอยากไปกราบหลวงพ่อ ดำจึงขออนุญาตจากจีรายุส ผู้กองอนุญาตด้วยความเชื่อใจทั้งสอง

เมื่อไปไหว้ศพหลวงพ่อที่ศาลาวัด ขาวเอ่ยอย่างสำนึกผิดกับหลวงพ่อว่า

"ผมทำบาปกับหลวงพ่อไว้มาก  อโหสิกรรมให้ลาโง่ ตัวนี้ด้วยนะครับ ผมสัญญาว่าต่อไปนี้ผมจะปฏิบัติตามคำสั่งสอนของหลวงพ่อทุกอย่าง แต่สิ่งแรกที่ผมจะต้องทำคือล้างบางไอ้พวกชั่วให้ออกไปจากแผ่นดินนี้ให้ได้"
ตัดสินใจดังนั้นแล้ว ขาวปรารภกับดำว่าพวกเสี่ยเข้มแข็ง ขึ้นทุกวัน ขืนรอแผลตนหายคงไม่ทันการณ์แน่ ดำจะทักท้วง แต่ถูกขาวขัดขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

"ผมปล่อยให้พี่ลุยคนเดียวไม่ได้หรอก พี่เป็นพี่ผมนะ พี่ดำ" ดำบอกว่าเราเป็นศิษย์หลวงพ่อ ถ้าชนะก็ชนะด้วยกัน ถ้าแพ้ก็ให้มันตายอย่างสมศักดิ์ศรี เสนอว่างั้นเราไปล้างบางพวกมันด้วยกันแล้วหันไปขออนุญาตจีรายุส
"ผมจะอนุญาตประกันตัวขาวให้เอง งานนี้ผมเอาดาวบนบ่าเป็นประกัน" จีรายุสช่วยเต็มที่

"ข้าจะบอกคนในหมู่บ้านออกมากอบกู้ศักดิ์ศรีของพวกเรา" ผู้ใหญ่โพล่งขึ้น

"ช่วยแก้วกับบัวออกมาให้ได้นะพ่อ" แม่ตุ๊กย้ำ

"ถ้าจำเป็น ครูอย่างฉันพร้อมวางชอล์กมาถือปืนจ้ะ" ครูทับทิมประกาศกล้า

"ก่อนเกษียณ ขอข้าทำผลงานชิ้นโบแดงหน่อยเถอะวะ" จ่าตั้งปณิธานแน่วแน่

ทุกคนมองหน้ากันอย่างมั่นใจ ดำกับขาวยื่นมือจับกันแน่นอย่างฮึกเหิมเต็มที่

ooooooo

หลังจากเผาวัดฆ่าหลวงพ่อแล้ว เสี่ยพิทักษ์

เหิมเกริมนัก วางแผนจะเผาเมืองยึดทั้งอำเภอไว้ใต้อิทธิพลของตน เคที่ยุเสี่ยเต็มที่บอกว่าจะได้เอามาสร้างศูนย์การค้า รีสอร์ต โรมแรมให้หรูหราไปเลย

"ท่านศรัณโทร.มาบอกแล้วว่าการล้างบางครั้งนี้จะไม่มีใครรู้แน่นอน" เสี่ยรับรอง

เจษรีบบอกว่าทุกอย่างพร้อมเสมอ รอแค่คำสั่งจากเสี่ย เท่านั้น ส่วนแม่เลี้ยงก็หัวเราะอย่างสะใจขณะพูดถึงงานในส่วนของตัวเองว่า

"นังแก้วกับนังบัว จะได้เห็นภาพที่มันไม่คิดฝันจะได้ เห็นในชีวิต ก่อนชีวิตของมันจะถูกเร่ขายเป็นโสเภณี"

สายใจแอบฟังอยู่ แม้จะตกใจมากแต่ก็พยายามจดจำ ข้อมูลทั้งหมดอย่างตั้งใจเต็มที่

เมื่อเอาอาหารไปให้บัวกับแก้วที่โกดังร้าง สายใจบอก ให้ทั้งสองคนพยายามกินเสียจะได้มีแรง แก้วเอะใจว่าจะมีเรื่องอะไรหรือเปล่า สายใจมองไปรอบตัวอย่างระวังก่อนหยิบของอย่างหนึ่งออกจากอกเสื้อ คลี่กระดาษห่อออกในนั้นเป็น ใบเลื่อยเล็กๆ หักครึ่ง

แก้วมองอย่างตื่นเต้น สายใจบอกว่าอยู่ว่างๆก็ตัดโซ่ ออกเสีย เร็วๆนี้ข้างนอกจะวุ่นวายแน่ ถึงเวลานั้นจะหาทางพา พวกเธอออกไป พอบัวถามว่าพวกเสี่ยจะทำอะไร สายใจไม่บอกขอให้ทำตามที่ตนบอกก็แล้วกัน
ก่อนจะออกไป สายใจเห็นหินแม่น้ำสีดำที่ห้อยคอแก้ว เอื้อมมือไปจับดูแล้วหน้าสลดเพราะคิดถึงดำ แก้วมองท่าทางแปลกๆของสายใจอย่างสงสัย

"มีอะไรเหรอจ๊ะ" แก้วถาม สายใจไม่ตอบ แต่ลุกแล้วเดินออกไปเลย

แก้วรีบเอาใบเลื่อยที่ได้มา มองสำรวจจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นแล้วก็ลงมือเลื่อยโซ่ทันที

ooooooo

เมื่อวางแผนกันเรียบร้อยแล้ว ดำกับขาวไปซุ่มฝึกศิลปะการต่อสู้ที่หลวงพ่อสอนไว้ อะไรที่ขาดหายไปก็ช่วยกันทำขึ้นมาใหม่ ทั้งสองมีกำลังใจว่าหลวงพ่ออยู่กับพวกตนตลอดเวลา ขาวพูดอย่างมั่นใจว่า

"ฉันจะได้ใช้วิชาที่หลวงพ่อสอนช่วยบ้านน้ำงามของเรา แล้วฉันก็จะได้ชดเชยความผิดที่ฉันเคยทำ" ดำให้กำลังใจว่าเชื่อว่าขาวทำได้ ขาวแย้งว่า "ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นเรา เราสองคนต้องทำได้พี่ดำ"

ทั้งสองยิ้มให้กันแล้วยกไม้พลองกับไม้ศอกขึ้นกระชับอย่างมั่นใจ

ooooooo

ก่อนเริ่มแผนการ ดำกับขาวไปไหว้ที่โลงศพหลวงพ่อเหมือนจะขอพรจากท่าน ต่างก้มกราบแล้วดำถามขาวว่าขออะไรจากหลวงพ่อ

"ขอให้หลวงพ่อคุ้มครองแก้ว บัว พี่ดำ แล้วก็ทุกๆคน ให้ปลอดภัยน่ะพี่" ดำถามว่าแล้วตัวเองล่ะ ขาวพูดอย่างรู้สึกผิดว่า "เดนมนุษย์อย่างฉัน ไม่สมควรให้หลวงพ่อคุ้มครองหรอก"

"อย่าโทษตัวเองอย่างนั้นสิขาว แล้วแกจะต้องไม่เป็นอะไรด้วย เพราะเมื่อกี้พี่ขอพรให้แกแล้ว" ขาวมองหน้าดำอย่างซึ้งใจ ดำพูดจากความรู้สึกลึกๆของหัวใจว่า "ถึงเราจะต่างสายเลือด แต่เรากินข้าวก้นบาตรเดียวกัน แล้วพี่ก็ถือว่าแกเป็นญาติคนเดียวที่พี่มีอยู่"

ขาวพูดอย่างเสียใจว่าหลวงพ่อควรจะเห็นภาพเราสองคนดีกันมาก่อนหน้านี้แล้วถ้าตนไม่...ดำขัดขึ้นว่าไม่ต้องคิด คิดไปก็หดหู่เปล่าๆ ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว พลางดำก็หยิบ เศษจีวรผืนหนึ่งออกมาฉีกแบ่งครึ่ง บอกว่านี่คือเศษจีวรหลวงพ่อ ตนเห็นตกอยู่ในซากกุฏิ

ทั้งสองผลัดกันเอาเศษจีวรนั้นผูกข้อมือให้กัน ดำบอกว่าหลวงพ่อไม่ชอบเรื่องเครื่องรางของขลังนัก แต่จีวรหลวงพ่อจะยึดเหนี่ยวใจเราให้ทำภารกิจนี้สำเร็จ แล้วทั้งสองก็มองไปที่รูปของหลวงพ่อก่อนยิ้มให้กันอย่างมุ่งมั่น

เมื่อไปสมทบกันที่ชายป่าหลังวัด ขาวปรารภว่ากำลังคนพวกเราน้อยกว่าอาวุธก็สู้มันไม่ได้ ดำเสริมว่าเพราะฉะนั้นเราถึงต้องวางแผนให้รัดกุมขึ้น ต้องสูญเสียให้น้อยที่สุด

จีรายุสบอกว่าไม่ต้องห่วงตนมีตัวช่วย เขาคือบึมนั่นเอง บึมแบกถุงทะเลเข้ามา ขาวดีใจมากที่ได้เจอบึมอีกครั้ง ถามจีรายุสว่าไหนผู้กองว่าบึมอยู่ที่...

"อยู่ในห้องขังเปลืองข้าวครับ เลยให้ออกมาช่วยทางนี้ ดีกว่า ไงบึม ได้เรื่องไหม" จีรายุสตอบขาวแล้วถามบึมที่วางถุงทะเลหนักอึ้งที่แบกลง

ปรากฏว่าเป็นอาวุธหลากหลายชนิดที่บึมไปรวบรวม จากเครือข่ายนักเลงหัวไม้ที่ผู้กองจีรายุสให้รายชื่อมา ทุกคนตื่นเต้นดีใจที่จะได้มีอาวุธต่อสู้กับพวกเสี่ยพิทักษ์ แม้จะไม่ทัดเทียมแต่ก็ดีกว่าไม่มี

ส่วนแม่ตุ๊กก็จะระดมพวกผู้หญิงช่วยส่งเสบียงส่งกำลังบำรุงให้เต็มที่

"สงครามย่อยๆเลยนะพี่ดำ" ขาวพูดอย่างปลื้มใจ มั่นใจในการต่อสู้ครั้งนี้

ooooooo

แก้วกับบัวต่างเร่งเลื่อยโซ่แข่งกับเวลา  แต่แล้วก็ต้องหยุดเพราะมีคนเดินมา   รีบปัดเศษผงและซ่อนใบเลื่อยทันที

แม่เลี้ยงอุ่มคำนั่นเอง แม่เลี้ยงมองแก้วกับบัวพูดอย่างกระหยิ่มว่าสองคนนี้ตนรับเหนาะๆเกือบหกหลัก  บัวทนไม่ได้ ถามแม่เลี้ยงว่า

"แม่เลี้ยงเห็นคนเพศเดียวกันเป็นสินค้าอย่างนี้ แม่เลี้ยงไม่รู้สึกผิดบ้างเลยเหรอจ๊ะ"

"จะรู้สึกอะไรล่ะบัว ขนาดร่วมมือกับโจรปู้ยี่ปู้ยำแผ่นดิน

ถิ่นเกิดยังไม่รู้สึกเลย" แก้วประชด

"แผ่นดินเหรอ ฮ่าๆ มีเงินน่ะซื้อที่ไหนก็ได้ เลิกเพ้อเจ้อถึงอุดมการณ์บ้าบอเหมือนไอ้ปลัดดำได้แล้ว คืนนี้สวดมนต์กันให้เยอะๆก็แล้วกัน เผื่อพรุ่งนี้ก่อนตาย คนที่พวกแกรักจะตายอย่างทรมานน้อยที่สุด" พูดแล้วระเบิดหัวเราะออกมาก่อนผละไป

แก้วกับบัวฟังแล้วไม่สบายใจกับคำพูดเป็นปริศนาของแม่เลี้ยงใจเหี้ยมคนนี้

ooooooo

เสี่ยพิทักษ์ เคที่ และเจษนั่งกันอย่างสบายอารมณ์

ที่ระเบียงบ้านพักริมน้ำ ต่างกระหยิ่มกับแผนอุบาทว์

ของตน เจษถามเสี่ยว่าทำไมเราไม่ขยี้พวกนั้นให้ราบในคืนนี้เลย

"ตอนแรกฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเงียบ ฉันอยากดูสถานการณ์สักพัก บางทีเราอาจจะไม่ต้องออกแรงก็ได้"

เจษติงว่าการเงียบไม่ได้หมายความว่าพวกมันไม่สู้ เคที่ตัดบทว่าคิดมากไปได้ ชัยชนะอยู่ในกำมือเราอยู่แล้ว

"อดใจอีกนิดเจษ พรุ่งนี้เราทุกคนก็จะได้เห็นภาพที่พวกเราอยากเห็นแล้ว เราจะล้างบางพวกมันตั้งแต่เช้าตรู่ ฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่ต้องเมตตากับการร้องขอของทุกชีวิต"

"ผมแทบจะอดใจรอเวลานั้นมาถึงไม่ไหวแล้วครับเสี่ย" เจษทำท่ากระเหี้ยนกระหือรือ

ooooooo

รุ่งเช้า รถของลูกน้องเสี่ยพิทักษ์ก็ขับพุ่งเข้าไปในบริเวณวัด จอดรถแล้วลูกน้องเสี่ยก็กรูกันลงรถ คนหนึ่งตะโกนให้ไปลากพระในวัดออกมา หมีตะโกนแทรกขึ้นว่าไม่ต้อง ให้ตามตนมาเลย

หมีนำลูกน้องวิ่งขึ้นไปบนศาลาวัดทันที สั่งลูกน้องว่า

"จัดการผีหลวงพ่อ เดี๋ยวพวกมันก็แห่ออกมาให้เอ็งเชือด" พูดแล้วก็ถีบโลงจนตกลงมา ฝาโลงเปิดออก พริบตานั้นฝูงผึ้งก็แตกรังบินหึ่งออกมารุมต่อยพวกที่อยู่แถวนั้น พวกมันปัดกันวุ่นวาย ร้องถามกันว่าศพหลวงพ่อกลายเป็นผึ้งได้ไง

ที่ชายป่า เณรจ้อยกับหลวงพี่ฉิมแอบดูพวกลูกน้องเสี่ยถูกผึ้งรุมต่อยก็ชอบใจ หลวงพี่ฉิมชมขาวกับดำว่าคิดไม่ผิดจริงๆที่ย้ายหลวงพ่อไปไว้ที่อื่นก่อน

บึมบอกว่าเมื่อกี้เจอผึ้ง เดี๋ยวเจอขีปนาวุธของบึมหน่อย ว่าแล้วก็หยิบบั้งไฟและพลุดอกไม้ไฟหลายอันออกมา หลวงพี่ฉิมเตือนว่าเขตวัดอย่าให้ถึงตายนะโยม บึมบอกว่าจะจัดให้เบาๆเท่านั้น แล้วก็จุดไฟแช็ก

พวกลูกน้องเสี่ยพิทักษ์หนีผึ้งไม่ทันรอดก็มาเจอดอกไม้ไฟ พลุ บั้งไฟเข้าอีก พวกมันร้องกันโหยหวนวิ่งหนีกันอุตลุด หมีตะโกนให้กลับไปตั้งหลักก่อน พวกมันช่วยกันหามพวกที่บาดเจ็บไปขึ้นรถทุลักทุเล

ooooooo

แบ็งค์คุมอีกกลุ่มหนึ่งอยู่แถวถนนริมทุ่งนา พวกนี้เตรียมปล้น ฆ่า ข่มขืนชาวบ้านกันเต็มที่ แต่มันก็เจอดีอย่างที่คาดไม่ถึง เมื่อขึ้นบ้านไหนก็เจอระเบิดบ้าง กะโหลกผีหลอกบ้าง

เมื่อขึ้นตามบ้านไม่เจอคนเลย พวกมันสั่งว่าเมื่อไม่ได้ คนก็เอาของ แล้วพากันปล้นสะดมทุกอย่างที่ขวางหน้าแต่มันก็เจอกับระเบิดทำเองที่แขวนไว้ในลักษณะต่างๆจนไฟลุกล้อมพวกมัน

ที่ทำงานของผู้กำกับสุจริตได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว  เมื่อผู้กำกับลุกดูเห็นควันไฟลอยมาจากหลายจุด เสียงระเบิดยังดังเป็นระยะ  แม้จะรู้สึกไม่สบายใจแต่ผู้กำกับยังลังเล

ส่วนนายอำเภอปราบ ทำงานอยู่ที่ห้องได้ยินและได้เห็นเช่นเดียวกับผู้กำกับ นายอำเภอลุกมองเหลือบเห็นธงชาติที่ปลิวไสวอยู่บนยอดเสาก็มองอย่างครุ่นคิด

เวลาเดียวกันนั้น เสี่ยพิทักษ์  เคที่  และเจษ  รวมทั้งแม่เลี้ยงอุ่มคำกำลังกินอาหารฉลองกันอย่างย่ามใจ

สายใจอยู่ลานหน้าโกดังร้างได้ยินเสียงปืนเสียงระเบิดก็ตกใจจนจานข้าวหลุดมือน้ำตาไหลออกมาด้วยความเป็นห่วงดำ

แก้วกับบัวอาศัยเสียงระเบิดที่ดังกึกก้องเป็นระยะรีบเลื่อยโซ่ เลื่อยไปก็นึกเป็นห่วงพวกที่บ้านไป

ooooooo

พอเหตุการณ์เริ่มผ่อนคลายลง ผู้ใหญ่บอกว่ากำลังที่จัดไว้พร้อมแล้วที่จะไปช่วยแก้วกับบัว  แต่ปรากฏว่าขาวกับดำหายไปแล้ว ทั้งจีรายุสและบึมต่างคาดเดาได้ว่าสองคนนี้หายไปไหน ต่างมองหน้ากันอย่างกังวล

พวกเสี่ยอยู่ที่บริเวณบ้านริมน้ำ แม่เลี้ยงสั่งเตรียมส่งสินค้าเนื้อสดกันคืนนี้เลย โดยกะจะเอาแก้วกับบัวส่งไปพร้อมกับพวกที่เพิ่งเดินทางมาจากกรุงเทพฯ

ขณะกำลังวางแผนกันอย่างกระหยิ่มนั่นเอง แบ็งค์ก็โทร. เข้ามือถือของเจษ พอฟังปลายสาย เจษตะลีตะลานมาบอกเสี่ยว่า "เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ"

ครู่เดียวแบ็งค์กับหมีก็นำลูกน้องที่บาดเจ็บหนีกลับมาอย่างทุลักทุเล พอเห็นเท่านั้น เสี่ยชักปืนออกมาคำรามเหี้ยม "สนามต่อสู้ ถ้าเจ็บ...ก็ให้ตายไปเลยดีกว่า"  สิ้นเสียงก็กระหน่ำยิงพวกที่บาดเจ็บกลับมาตายหมดทุกคน แล้วสั่งเจษ

"พาคนปูพรมตามล่าหัวพวกมันเดี๋ยวนี้ ที่นี่บ้านมัน พวกมันไปไหนไม่ไกลหรอก"

แต่พอลูกน้องเสี่ยพิทักษ์  6-7  คนพากันออกไป

ก็ถูกขาวกับดำที่มาดักรออยู่ที่ลำน้ำชายป่าลุยเข้าประเคนทั้งหมัดทั้งไม้จนลงไปกองกับพื้นหมด จากนั้นดำบอกขาวว่าเดินตัดหุบนี่ไปไม่ไกลก็ถึงที่มันขังตัวแก้วกับบัวไว้แล้ว ขาวเรียกดำให้ รอเดี๋ยวแล้วเดินไปหยิบปืนสั้นของลูกน้องเสี่ยติดมือไปด้วย

ooooooo

ลูกน้องเสี่ยพิทักษ์ออกปูพรมค้นหาพวกขาวกับดำและชาวบ้าน    บางส่วนขับรถไปตามถนนเปลี่ยวมันถูกดำกับขาวดักเล่นงาน เอาปืนที่ยึดได้จากพวกมันยิงพวกมันตายแล้วขับรถลุยเข้าไปที่โกดังร้าง

ส่วนผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบกำลังของชาวบ้าน ก็กำชับทุกคนให้รีบตามดำกับขาวให้ทัน ส่วนจ่าดำเกิงที่ขอไปด้วยนั้น จีรายุส บอกว่าให้อยู่ช่วยผู้ใหญ่ดูแลชาวบ้านที่นี่ดีกว่า

ยามที่เฝ้าอยู่หน้าโกดังทะเล่อทะล่าออกมาตรวจรถเลยถูกยิงตายไม่ได้ดิ้น

พวกเสี่ยกำลังเตรียมส่งสินค้าอยู่แถวลานหน้าโกดังร้าง ได้ยินเสียงปืนร้องถามกันว่าใครยิง ทันใดนั้นเคที่ก็กรีดร้องขึ้นมาเมื่อจู่ๆก็มีรถพุ่งเข้ามาโดยไม่มีคนขับ  เจษตะโกนให้ทุกคนหลบ สิ้นเสียงรถก็พุ่งเข้าใส่เฉียดพวกเจษไปเส้นยาแดงเดียว พริบตานั้นรถชนกำแพงเกิดระเบิดไฟลุกท่วม เผาร่างลูกน้องเสี่ยที่ถูกยิงตายกองที่ท้ายรถไปด้วย

แม่เลี้ยงอุ่มคำโงหัวจากที่หลบหมอบกับพื้นถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็พอดีลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในสภาพร่าง โชกเลือดแล้วล้มลงกับพื้นตายไปตรงหน้า

เสี่ยพิทักษ์กับพวกคิดเครียดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ

ooooooo

แก้วกับบัวได้ยินเสียงปืน เสียงระเบิด กะได้ ว่าอยู่แถวนี้เอง

ส่วนแม่ตุ๊กอยู่ในป่าหลังวัดที่ชาวบ้านพากันไปหลบซ่อนอยู่ ได้ยินเสียงปืนเสียงระเบิดก็เป็นห่วงกลัวพวกเราจะได้รับอันตราย

ทันใดนั้นผู้ใหญ่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาบอกให้ทุกคนหาที่หลบเร็ว   เพราะพวกลูกน้องเสี่ยค้นหาพวกเราเจอแล้ว แต่ไม่ทันที่ใครจะขยับไปไหน ลูกน้องเสี่ยประมาณ 20 คนก็กรูกันเข้ามา ทำให้ชาวบ้านผู้ชายที่มีอยู่ไม่กี่คนต้องคว้าไม้ที่เสี้ยมแหลมเตรียมไว้แล้วพุ่งเข้าใส่พวกมัน ถูกพวกมันยิงสวนมาแต่ไม่ถูกใคร

ขณะที่ชาวบ้านกำลังลำบากกันอยู่นั้น ผู้กำกับสุจริตก็นำกำลังมาช่วยได้ทันเวลา โดยมีนายอำเภอปราบตามมาช่วยด้วย

ในที่สุด ตำรวจหลายสิบนายก็เข้ารายล้อมยิงสู้กับพวกลูกน้องเสี่ยจนพวกมันต้องวางปืนยอมจำนน ชาวบ้านต่างไชโยโห่ร้องปรบมือให้ตำรวจด้วยความดีใจ จ่าดำเกิงเดินไปจับมือแสดงความยินดีและต้อนรับผู้กำกับอย่างชื่นชม ผู้ใหญ่ก็เดินเข้าไปตบแขนนายอำเภออย่างชื่นชมเช่นกัน

ooooooo
แก้วกับบัวเร่งมือเลื่อยโซ่ท่ามกลางเสียงปืนเสียงระเบิดที่ดังเป็นระยะ เป็นเวลาที่ดำกับขาวลุยมาถึงบริเวณโกดัง ถูกหมีกับแบ็งค์ไล่ตามมาแต่หาทั้งสองไม่เจอแล้ว เพราะทั้งดำและขาวปีนขึ้นไปบนกองวัสดุ พอพวกมันมาถึงทั้งคู่ก็กระโดดลงมาเล่นงานมัน ขาวยิงจนกระสุนหมด แบ็งค์ยกปืนจะยิงขาว ดำเห็นดังนั้น กระโดดจาก
กองวัสดุใช้ไม้พลองฟาดปืนแบ็งค์หลุดจากมือทันที

เมื่อเริ่มกุมสภาพได้แล้ว เคที่เข้าไปพูดกับแก้วและบัวอย่างแค้นใจว่า ไม่นึกว่าสองคนจะมีค่าจนทำให้ดำกับขาวต้องตามมาช่วย ทำให้แก้วกับบัวดีใจมากเมื่อรู้ว่าทั้งสองคนมาแล้ว

ระหว่างต่อปากต่อคำกันนั้น เคที่จะตบแก้วถูกแก้วจับมือตรึงไว้แล้วตบจนเคที่หน้าหงาย แม่เลี้ยงอุ่มคำกับลูกน้องเสี่ยตามเข้ามา ลูกน้องเสี่ยจะยิงแต่แก้วไวกว่าใช้ใบเลื่อยปาดมือมันจนปืนร่วง

พริบตานั้น ทั้งแก้วและบัวในสภาพตัดโซ่แล้วก็ช่วยกันต่อสู้กับแม่เลี้ยงอุ่มคำและลูกน้องเสี่ย สายใจมองภาพนั้นด้วยความยินดี ในจังหวะที่แม่เลี้ยงอุ่มคำจะเข้าไปหยิบปืนที่พื้นนั้น ถูกสายใจผลักจนเซทำให้แม่เลี้ยงรู้ว่าสายใจช่วยแก้วกับบัวชี้หน้าด่า "นังนกสองหัว"

"ถึงฉันจะเคยหลงผิด เคยติดยาติดการพนันจนต้องรับใช้แม่เลี้ยง แต่ฉันจะไม่ยอมให้แม่เลี้ยงมาทำลายบ้านเกิดของตัวเองหรอก" สายใจประกาศตัวเป็นศัตรูกับแม่เลี้ยง

เคที่กับแม่เลี้ยงเห็นท่าไม่ดีจึงพากันถอย บัวถามแก้วว่าเราจะทำยังไงต่อไป

"ถึงเวลาที่เราจะเป็นผู้ล่าบ้างแล้วบัว" แก้วพูดอย่างสะใจ

"อะไรนะ" สายใจอุทาน เมื่อแก้วกับบัวเดินออกมา สายใจจึงเดินตามมาด้วยความไม่สบายใจ พากันมาจนถึงหน้าห้องในโกดังร้าง แก้วบอกสายใจว่า

"น้าสายใจรู้จักทาง ช่วยพาบัวหนีไปก่อนเลยนะจ๊ะ"

บัวโวยวายไม่ยอมไปบอกว่าถ้าไปก็ต้องไปด้วยกัน แก้วบอกว่าตนจะไปช่วยดำกับขาว บัวถามอย่างน้อยใจว่า "แล้วพี่แก้วจะให้บัวทิ้งพวกเขาลงคอเหรอจ๊ะ เราสี่คนโตมาด้วยกัน หลวงพ่อสิงโตเคยสอนว่า ไม่ให้พวกเราทิ้งกันไม่ใช่เหรอจ๊ะ"

ฟังบัวแล้วแก้วตัดสินใจไปด้วยกัน เราจะไม่ทิ้งกัน สายใจเสนอว่าเราน่าจะไปตามคนอื่นมาช่วยมากกว่า แก้วเห็นด้วยแต่ให้สายใจไปคนเดียว บัวให้เหตุผลว่าถ้าพวกมันเห็นสายใจช่วยพวกตนมันต้องไม่พอใจแน่ๆ สุดท้ายสายใจตัดสินใจไปคนเดียว เตือนสองสาวให้ระวังตัวด้วย

ไม่ทันที่ใครจะทำอะไร เสียงเสี่ยพิทักษ์ก็แผดเข้ามาอย่างเหี้ยมเกรียมว่า

"แต่จะไม่มีใครออกไปไหนทั้งนั้น"

พริบตานั้นสายใจวิ่งข้ามไปหาแก้วกับบัว แสดงตัวแบ่งฝ่ายอย่างไม่หวั่นเกรง กระซิบบอกแก้วกับบัวว่าด้านโน้นมีทางออกอีกทาง แล้วพากันค่อยๆถอยไป ถูกเจษมาดักอยู่แล้ว แก้วกับบัวถูกลูกน้องเสี่ยที่มากับเจษล็อกตัวไว้ทันที

แก้วสะบัดหันขวับไปเจอเจษถูกมันตบอย่างแรงจนเซ แก้วตั้งหลักได้อย่างเร็วยิงใส่เจษแต่ไม่ถูกซ้ำยังถูกเจษเตะปืนจนหลุดมือ มันโยนปืนตัวเองให้ลูกน้อง แล้วตั้งท่าเตรียมเข้าสู้กับแก้วด้วยมือเปล่า จังหวะหนึ่งแก้วพลาดถูกเจษเตะตัดขาจนล้มคว่ำ แก้วพยายามจะลุกถูกเจษกดไว้ปรามหยามว่า

"อย่าดิ้นให้ช้ำดีกว่าที่รัก ฉันไม่อยากเสียของ"

"ส่วนแก บทลงโทษเดียวที่จะได้รับคือความตาย" แม่เลี้ยงจ้องสายใจดึงมีดพกจากเอวลูกน้องเสี่ยเสียบท้องสายใจอย่างเลือดเย็น

"น้าสายใจ!" บัวร้องสุดเสียงร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจที่สายใจต้องมารับเคราะห์เพราะช่วยพวกตนแท้ๆ...

ooooooo

ตอนที่ 18

บัวถูกแบ็งค์กับหมีดันเข้าไปในห้องลับ แล้วมันทั้งสองก็เดินออกไป บัวเห็นประตูยังเปิดอยู่ก็วิ่งพุ่งไป เจอแม่เลี้ยงอุ่มคำเดินเข้ามาพอดีเลยถูกแม่เลี้ยงตบผัวะ! ตะคอกถามว่าจะไปไหน

"อย่าหนักมือ เดี๋ยวของช้ำ" เสียงเสี่ยพิทักษ์แทรกขึ้น บัวตกใจหันมองไปตามเสียง จึงเห็นเสี่ย เคที่ และเจษ นั่งไขว่ห้างอยู่อีกมุมหนึ่งในห้อง แล้วเคที่ก็พูดขึ้นอย่างกระหยิ่มว่า

"ไม่ต้องกลัวไปหรอก วันนี้ยังไม่ถึงคิวเชือดแก แต่ที่พวกฉันพาแกมาที่นี่ฉันจะพาแกมาเจอเพื่อน"

พอเคที่พูดจบ เจษก็ชี้ไปที่อีกมุมหนึ่ง บัวแทบช็อกเมื่อเห็นว่าแก้วถูกมัดตรึงแขนขาไว้กับผนังมีผ้าผูกตาผูกปาก บัวโผเข้าไปหาพยายามจะช่วยปลดโซ่ตรวนแต่ทำอะไรไม่ได้เลย ร้องบอกพวกเสี่ยให้ปล่อยแก้ว พลางตัวเองก็แกะผ้าปิดปากปิดตาแก้วออกได้สำเร็จ ถามอย่างเป็นห่วงว่า

"พี่แก้วเป็นอะไรรึเปล่า"

"พี่ไม่เป็นไรหรอก แล้วบัวล่ะเป็นอะไรรึเปล่า"

แม้ทั้งแก้วและบัวจะตกอยู่ในภาวะเดียวกันแต่ก็อดห่วงใยกันไม่ได้ เคที่หมั่นไส้ตรงเข้าจิกผมบัวลากออกจากแก้วจนบัวร้องด้วยความเจ็บปวด

เสี่ยพิทักษ์มองภาพนั้นด้วยความสะใจ พูดกลั้วเสียงหัวเราะว่า

"ตลกไหมล่ะ มีสินค้าดีรอส่งขายอยู่คนหนึ่งแล้ว จู่ๆกลับมีอีกคนมาเป็นของแถม คนในเครื่องแบบด้วย"

"หลุดไปได้เมื่อไหร่ ฉันจะอัดพวกแกให้ยับ" แก้วอาฆาต แต่เหมือนทำให้เสี่ยยิ่งพอใจบอกว่าชอบคนสวยเผ็ดดุอย่างนี้ แล้วตรงเข้าไปตบหน้าแก้ว ใบหน้าที่ยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยมทันที ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากตบซ้ายขวาแล้ว เสี่ยยังชกท้องจนแก้วตัวงอ แล้วเชยคางขึ้นดูหน้ายิ้มอย่างสะใจ ทั้งที่แก้วหมดสติไปแล้ว...

จากนั้นเสี่ยเอาโทรศัพท์มือถือของแก้วมาถ่ายภาพแก้วขณะสลบอยู่ เสร็จแล้วส่งให้เจษสั่ง

"ฉันได้เบอร์ของนังแก้วตาแล้ว แกเอาโทรศัพท์นี่ไปจัดการส่งให้ถึงมือไอ้ปลัดดำ ฉันมีเรื่องสนุกๆให้แกทำ"

ooooooo

สายวันนี้ ขณะที่ดำจะออกไปตามหาบัวโดยจะแวะชวนแก้วไปด้วยนั้น เขาบอกหลวงพ่อว่าเมื่อคืนตนไม่น่าพลาดเลยดูขาวจะไม่พอใจมาก

ทันใดนั้นเอง แม่ตุ๊ก ผู้ใหญ่ และจีรายุสก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดบอกว่าแก้วหายไปตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่กลับ พวกตนตามหาจนทั่วแล้วยังไม่เจอเลยมาที่วัด

"นี่แปลว่าเมื่อวานแก้วไม่ได้กลับไปที่บ้านอย่างที่ผมบอก" ดำมองหน้าทุกคน ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นสี่ห้านัด ทุกคนหันมองไปทางเสียงปืน ดำบอกทุกคนให้รอตรงนี้ก่อนแล้ววิ่งออกไป จีรายุสบอกให้ดำรอด้วยแล้ววิ่งตามไป

ดำกับจีรายุสวิ่งไปจนถึงที่ที่คาดว่าเสียงปืนดังจากตรงนั้น ทั้งคู่เข้าไปอย่างระมัดระวัง แต่ก็ไม่เจออะไร จนกระทั่งจีรายุสมองไปที่โขดหินเห็นสิ่งหนึ่งวางอยู่บนนั้น ชี้ให้ดำดู มันคือโทรศัพท์มือถือนั่นเอง ดำจำได้ว่าเป็นโทรศัพท์ของแก้ว เขาวิ่งไปทันที จีรายุสร้องเตือนว่าระวังเป็นกับดัก

เมื่อไปถึงดำหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กวาดตามองหาและร้องเรียกแก้ว ปรากฏว่าที่โทรศัพท์ขึ้นข้อความว่าเบอร์ส่วนตัว ดำตัดสินใจกดรับสาย

"ปลัดคงได้มือถือแล้วใช่ไหม" เสียงคุ้นๆดังจากในโทรศัพท์ "คงรู้ชะตากรรมของเจ้าของโทรศัพท์แล้วใช่ไหมว่าจะเป็นยังไง ฮ่าๆๆๆ" สิ้นเสียงหัวเราะเสียงถูกตัดไปทันที

ดำบอกจีรายุสว่าเสียงคุ้นๆแต่โทร.กลับไม่ได้เพราะไม่โชว์เบอร์ จีรายุสถามว่ามันบอกว่ายังไงบ้าง ดำพูดด้วยสีหน้ากังวลว่า

"มันบอกว่าคงรู้ชะตากรรมของแก้วแล้วซินะ"

สองหนุ่มมองหน้ากันอย่างกังวลกับข้อความปริศนานั้น...

ระหว่างนั้น เสี่ยพิทักษ์อยู่ที่บ้านมองโทรศัพท์ในมือตัวเองแล้วหัวเราะร่าพูดอย่างสะใจว่า "อกแตกตายแน่ไอ้ปลัด" พอเห็นขาวเดินออกมาจากอีกด้านหนึ่ง เสี่ยก็หยุดหัวเราะกึก

ขาวขอเข้าไปดูห้องส่วนที่ยังปิดอยู่ แต่พอถูกเสี่ยชักสีหน้าถามอย่างไม่พอใจว่าตนเป็นลูกไล่ของขาวตั้งแต่เมื่อไร ขาวก็หน้าเจื่อนพยายามอธิบายว่าตนแค่เป็นห่วงบัว ถามว่าทำไมเสี่ยถึงหวงห้องนั้นนักหนาไม่ยอมให้ตนเข้าไป

ผลคือขาวถูกตบหน้าพร้อมตวาดว่า "ไอ้เนรคุณ แกไม่ เชื่อใจฉัน เสียแรงฉันหยิบแกจากข้างถนนมาปัดฝุ่นจนเป็นผู้ เป็นคนอย่างทุกวันนี้ พอปีกกล้าขาแข็งก็ลำพองใส่ฉัน แกคิดว่าฉันไม่ห่วงบัวหรือไง ทุกวันนี้ฉันส่งคนออกตามหาบัวแทบพลิก แผ่นดินเหมือนกัน ขอร้องล่ะขาว อย่าให้ฉันต้องรับศึกสองด้านเลย"

"ศึกสองด้าน อะไรครับเสี่ย" ขาวหน้าเครียดสงสัย เสี่ยมองหน้าขาวเหมือนจะบอกอะไรสักอย่าง

ooooooo

การได้โทรศัพท์ของแก้วคืนมาทำให้แม่ตุ๊กยิ่งเป็นห่วงแก้ว จนผู้ใหญ่กับครูทับทิมต้องคอยปลอบ

ส่วนจีรายุสคุยกับดำว่าน่าจะเป็นฝีมือของพวกเสี่ยพิทักษ์ ดำเสนอให้ลุยเลย หลวงพ่อเตือนสติว่าเย็นๆไว้ สติหายไปไหนหมด

"แต่เรารอไม่ได้นะครับหลวงพ่อ ตอนนี้แก้วจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ไหนจะบัวอีก ผมมั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือของพวกเสี่ยพิทักษ์แน่ๆ" ดำร้อนใจมาก

"เพราะอย่างนั้นเรายิ่งต้องใจเย็น ข้าเชื่อว่าสองคนนั่นยังไม่เป็นอะไร" หลวงพ่อมั่นใจ ดำถามว่าทำไมหลวงพ่อถึงมั่นใจอย่างนั้น "ก็เพราะมันส่งโทรศัพท์เจ้าแก้วมาเพื่อจะยั่วเอ็งน่ะสิ"

แล้วหลวงพ่อก็เตือนสติว่า ผลีผลามไปใครจะรู้ว่ามันทำกับดักอะไรไว้บ้าง แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแก้วกับบัวอยู่ ที่ไหน

ทุกคนจึงครุ่นคิดอย่างหนักกับเรื่องราวที่ผูกปมซ่อน เงื่อนอยู่

ooooooo

บึมตกใจเมื่อขาวบอกว่าข่าวจากลูกน้องเสี่ยรายงานว่าดำกับหลวงพ่อจะบุกมาที่นี่ ถามขาวว่าดำจะกล้าหรือเพราะตอนนี้ไม่มีอำนาจแล้ว

"ไอ้ดำน่ะต่อให้มันเหลือแต่มือเปล่าๆมันก็กล้า แต่หลวงพ่อสิงโตท่านไม่ใช่คนอย่างนั้น" บึมฟังแล้วถามขาวว่าเคยสงสัยในตัวเสี่ยพิทักษ์บ้างไหม ขาวมองหน้าบึมก่อนตอบ "ก็เคยสงสัยอยู่ แต่เสี่ยเขาก็มีบุญคุณกับฉัน"

"เอาเรื่องบุญคุณวางไว้ก่อนได้ไหมลูกพี่ มาคิดเรื่องเหตุผลล้วนๆก่อน"

"คิดไม่ออกว่ะ เป็นห่วงบัว" ขาวตัดบทเอาดื้อๆ บึมเลยเงียบไป

ส่วนแก้วเพิ่งรู้สึกตัวจากที่ถูกเสี่ยต่อยท้องจนสลบ พอรู้จากบัวว่าตอนนี้เราอยู่ด้านในของศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทย แก้วพูดอย่างแค้นใจว่า "คิดแล้วเชียว" แล้วพยายามจะหาทาง

ออกไป บัวบอกว่าอย่าพยายามเลย ถึงออกจากห้องนี้ไปได้ก็ต้องเจอกับลูกน้องของเสี่ยที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเต็มไปหมด เราไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอก

แก้วให้กำลังใจบัวว่าอย่าเพิ่งท้อ ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเรา เราต้องกลับบ้านเราให้ได้

ooooooo

เมื่อหลวงพ่อเตือนให้ต้องมีสติใช้ปัญญา ไม่เห็นด้วยที่ดำจะลุยเข้าไปที่ศูนย์หัตถกรรมของเสี่ยพิทักษ์ ดำจึงเอาโทรศัพท์มือถือของแก้วไปกดดูรูปที่แก้วถ่ายไว้ทั้งรูปตัวเองและรูปของดำ เห็นรูปหน้าทะเล้นของแก้วแล้วดำก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

ขณะนั้นเอง มีเอ็มเอ็มเอสเข้ามาที่มือถือของแก้ว ดำกดดู มันเป็นคลิปที่เสี่ยพิทักษ์ถ่ายแก้วตอนสลบหมดสติที่พื้น

สภาพของแก้วสะบักสะบอมมาก ดูแล้วดำอยู่ไม่ติด รีบเอาไปให้จีรายุสกับหลวงพ่อและผู้ใหญ่ดู

"สภาพของไอ้แก้วมันแย่มาก" ผู้ใหญ่ลำคอตีบตันอย่างสะเทือนใจ "นี่จะให้แม่ตุ๊กเห็นคลิปบ้านี่ไม่ได้เลยนะครับ หัวใจวายแน่"

จ่าดำเกิงนั่งอยู่ด้วย ยกมือตบบ่าผู้ใหญ่เบาๆบอกว่า "เดี๋ยวข้าจะช่วยเอ็งตามหาไอ้แก้วเอง" แต่จ่าพูดไม่ทันสิ้นเสียง เณรจ้อยก็วิ่งร้องโหวกเหวกมาว่า ไปแล้ว...ไปแล้ว

หลวงพ่อเอ็ดว่าให้สำรวมหน่อย ถามว่าเรื่องอะไร เณรจ้อยยังพูดไม่ออก หลวงพี่ฉิมจึงพูดแทนว่า "ดำครับหลวงพ่อ

คว้าไม้พลองออกจากวัดไปแล้ว"

ทุกคนชะงักอึ้ง มองหน้ากันอย่างตกใจ

ooooooo

ดำบุกเดี่ยวไปที่หน้าศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทย จัดการกับพวกยามที่เฝ้าหน้าศูนย์จนกลิ้งกันไปไม่เป็นท่าแล้ว ดำจะเข้าข้างใน ก็ได้ยินเสียงทักของเสี่ยพิทักษ์ พร้อมๆกับเสียงปืนยิงรัวมาหลายนัด

"บุกมาถึงนี่เลยนะปลัด ฮ่าๆๆ อ้อ...ไม่ใช่สิ ไม่ใช่ปลัดแล้วต้องเรียกไอ้ดำถึงจะถูก"

พริบตานั้นเจษพร้อมด้วยลูกน้องอีกเกือบสิบคนก็ดาหน้ากันออกมายืนเป็นแผง แต่ดำไม่หวั่นไหวถามว่าแก้วอยู่ไหน เจษทำหน้าตายย้อนว่าดำมาตามผิดที่แล้วกระมัง

"ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้แก้วกลับไปด้วย ที่นี่ราบแน่" ดำประกาศกร้าว ถูกเสี่ยหัวเราะเยาะว่ามดอย่างเขาจะมาขยี้ถ้ำเสือได้ก็ให้มันรู้ไป แล้วเจษก็สั่งลูกน้องให้ไล่ดำออกไป พวกนั้นดาหน้าเข้ามามีอาวุธครบมือบ้างเป็นไม้บ้างเป็นโซ่บ้างท่อนเหล็กและบ้างเป็นมีดดาบ

แต่พอลูกน้องเสี่ยกรูกันเข้ามาก็ถูกดำตีกวาดจนแตกกระเจิงไป เสี่ยสบถอย่างหัวเสียว่าตั้งหลายคนเอาคนเดียวไม่อยู่ เจษอาสาอย่างผยองว่า "มืออย่างมันต้องผม" แล้วคว้าไม้เบสบอลจากมือลูกน้องคนหนึ่งลุยเข้าหาดำ จังหวะนั้นเองขาวปรี่เข้ามาหยิบท่อนเหล็กแถวนั้นตีสกัดเจษและดำให้แยกจากกัน

"นี่มันเรื่องอะไรกันครับเสี่ย" ขาวถามเสี่ยพิทักษ์ ถูกเสี่ยตะคอกว่าให้ถามดำเองว่านึกบ้าอะไรถึงกล้าบุกเข้ามาทำร้ายคนของตนอย่างนี้

พอขาวหันขวับไปจ้องดำอย่างไม่พอใจ ดำบอกขาวว่าแก้วหายไป ขาวตกใจ เป็นจังหวะเดียวกับที่รถของจีรายุส ขับลุยเข้ามา เสี่ยได้ทีถามขาวว่า

"เชื่อรึยังล่ะขาว ว่าพวกเขาจะบุกเราจริงๆ"

พอรถของจีรายุสจอด หลวงพ่อ ผู้ใหญ่ หลวงพี่ฉิม จ่าดำเกิง และเณรจ้อยก็กรูกันลงจากรถ ขาวถามหลวงพ่อว่านี่มันเรื่องอะไรกัน  ไม่ทันที่หลวงพ่อจะพูดเสี่ยก็ก้าวพรวดเข้าไปเผชิญหน้าหลวงพ่อทันที

"หลวงพ่อครับ ช่วยพาลูกศิษย์บ้าคลั่งของหลวงพ่อกลับวัดไปเถอะครับ อย่ามาใช้กำลังบุกรุกที่นี่แบบนี้เลยครับ"

"อาตมายังไม่กลับ จนกว่าจะได้พบลูกศิษย์ของอาตมา" หลวงพ่อยืนกราน ดำขอค้นที่นี่ ขาวกับเจษขยับไปอยู่ด้านหลังของเสี่ย ดำถามขาวว่าไม่ห่วงแก้วกับบัวบ้างรึไง ขาวหันมองหน้าเสี่ยถามด้วยสายตา เจษจะชักปืนถูกเสี่ยแตะมือห้ามไว้ แล้วบอกทุกคนอย่างใจเย็นว่า

"ถ้าอยากค้นก็ได้ นี่เห็นแก่หลวงพ่อนะ ไม่งั้นไม่มีทาง หมายค้นอะไรก็ไม่มีมา แต่ก็ดีเหมือนกัน ผมก็อยากให้ทุกคนเห็นความจริงว่าผมเป็นคนยังไง เชิญ..." เสี่ยเปิดทางให้เข้า

เจษมองหน้าเสี่ยอย่างกังวลกลัวความแตก

แต่เมื่อปล่อยให้หลวงพ่อกับดำนำคนเข้าค้นจนทั่วแล้ว ปรากฏว่าไม่พบแก้วกับบัว เสี่ยยิ้มหยันย้ำว่า "ผมบอกแล้วว่าไม่มีใครอยู่ ผมว่าไปดูที่บ้านผมได้แล้วมั้ง"

เสี่ยเดินนำไปอย่างไร้กังวล ทุกคนเดินตามไป ดำยังอดหันมองห้องที่แก้วกับบัวถูกคุมขังอยู่ไม่ได้แต่ค้นแล้วมันก็มีแต่ห้องที่ว่างเปล่าจริงๆ

ooooooo

ที่แท้บัวกับแก้วถูกพาตัวไปที่โกดังร้างริมแม่น้ำแล้ว ทั้งสองถูกมัดแน่นหนา แม้แก้วจะพยายามดิ้นแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุด แก้วแค้นแม่เลี้ยงอุ่มคำ เตือนว่าช่วงนี้เดินระวังหน่อยเดี๋ยวจะถูกธรณีสูบ พอแม่เลี้ยงอุ่มคำหันมอง แก้วกล่าวโทษอย่างแค้นใจว่า

"ทำนาบนหลังคนแล้วยังค้าเพศเดียวกันอีก ไม่ช้าหรอกกรรมจะตามมาบั่นคอแกแน่"

"ปากเสีย!" แม่เลี้ยงตบหน้าแก้วฉาดใหญ่ แต่แก้วไม่กลัวหันจ้องหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ จนบัวใจไม่ดีเรียกแก้วเตือนสติ

"เบาๆ แม่เลี้ยงมันช้ำจะแย่อยู่แล้ว เดี๋ยวราคาตก" เสียงเสี่ยแทรกเข้ามา

เสี่ยพิทักษ์กับเคที่และเจษตามมาที่นี่ บอกว่าพวกดำกับหลวงพ่อกลับไปหมดแล้ว แม่เลี้ยงพูดอย่างลำพองใจว่า

"แค่ย้ายคนย้ายของออกมาก็ไม่เหลือหลักฐานอะไรให้ไอ้ปลัดมันเห็นแล้วล่ะ"

คำพูดของแม่เลี้ยงกับเสี่ยทำให้บัวอุทาน "พี่ดำมาที่นี่!"

"ปั่นหัวพวกมันเล่นก่อนจะเด็ดหัวพวกมัน สนุกดีเหมือนกันนะฮ่าๆๆ" เสี่ยหัวเราะอย่างสะใจ

ตกเย็นนายอำเภอปราบและผู้กำกับสุจริตก็ได้รับโทรศัพท์จากเสี่ยสั่งว่า ให้ทั้งสองดูแลกำลังให้อยู่แต่ในที่ตั้ง นายอำเภอคิดว่าคงเหมือนเดิมที่เคยสั่ง แต่ผู้กำกับเฉลียวใจว่า

"ผมว่าครั้งนี้แปลกๆนะ ดูยังกับจะยึดเมืองนี้งั้นแหละ"

"ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงชาวบ้านจะเป็นยังไง" นายอำเภอปราบถามอย่างวิตก แล้วทั้งสองก็มองหน้ากันอย่างอัดอั้นที่ต้องตกอยู่ใต้อำนาจของเสี่ยพิทักษ์

คืนเดียวกันนี้ สายใจแอบไปหาหลวงพ่อ บอกหลวงพ่อว่าแก้วกับบัวยังไม่ตาย และทั้งสองคนกำลังจะถูกส่งข้ามชายแดนไปฝั่งโน้น

สายใจบอกหลวงพ่อว่าอยากพาสองคนนั้นหนี ตนคงทำได้ดีที่สุดเท่านี้เอง

"เอ็งทำดีที่สุดแล้วสายใจ...ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ได้ผลแห่งกรรมนั้นแหละ"

"ฉันยังไม่เห็นทางที่พวกเสี่ยพิทักษ์จะแพ้เลย มีแต่ ทางหลวงพ่อนี่แหละที่ยิ่งสู้ก็ยิ่งเสีย ฉันเป็นห่วงลูก" สายใจน้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วงดำ หลวงพ่อปลอบใจแล้วบอกให้กลับไปดูแลแก้วกับบัวให้ดี ถ้าเห็นท่าไม่ดีก็ให้รีบมาบอก และสายใจเองก็ต้องระวังตัวให้ดีด้วย

สายใจรับคำแล้วกราบลา หลวงพ่อมองตามไปด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

คืนนี้ ที่ศูนย์หัตถกรรมคึกคักเป็นพิเศษ ลูกน้องเสี่ยทุกคนต่างกระเหี้ยนกระหือรือรอเวลาที่เสี่ยจะสั่งการ แบ็งค์เองก็เอาปืนมาควงอย่างคะนองบอกสองคนนั้นว่าตนจะลองปืนกระบอกนี้ ของดีๆเสียด้วย

ขาวกับบึมเดินมา ขาวชะงักกึกจำได้ว่าปืนที่แบ็งค์ ถืออยู่นั้นเป็นกระบอกที่ตนซื้อให้แก้ว จากนี้ทำให้ขาวคาดเดาได้ว่าแบ็งค์เอาปืนกระบอกนี้มาจากไหน?

ส่วนจีรายุส แม้จะได้รับคำสั่งจากผู้กำกับสุจริตให้อยู่    แต่ในที่ตั้ง แต่เขาก็พาจ่าดำเกิงออกลาดตระเวน พอจ่าทักท้วง จีรายุสพูดอย่างไม่แยแสว่า

"คำสั่งไม่ชอบ ไม่เห็นต้องปฏิบัติตามเลย ยิ่งมีคำสั่งแปลกๆมาอย่างนี้ยิ่งต้องออกตรวจ ผมว่าคืนนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่"

แต่พอขับรถไปได้ไม่ไกลนัก จีรายุสก็เห็นอะไรบางอย่าง สั่งจ่าให้หยุดรถลงไปดู เป็นศพของชายหลายคนนอนตายอยู่ข้างถนนเลือดนอง จ่าจำได้ว่านั่นคือชุดป้องกันหมู่บ้านของผู้ใหญ่ทิม

จีรายุสเดินตรวจสภาพพบว่าทุกคนตายหมดแล้ว พลันเขาก็ตกใจเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ ร้อง

"แย่แล้วจ่า!"

ooooooo

คืนนี้ เสี่ยพิทักษ์วางแผนกำจัดฝ่ายตรงข้ามอย่างทั่วด้าน เป้าหมายสำคัญอีกที่หนึ่งคือวัดและหลวงพ่อคือเป้าหมายที่ต้องกำจัดให้ได้

พวกมันลอบวางเพลิงกุฏิหลวงพ่อในกลางดึก หลวงพ่อสำลักควันไฟ พยายามออกจากกุฏิ ก็ถูกทั้งควันและเปลวไฟ พุ่งเข้าใส่จนสำลักล้มลง พยายามตั้งสติมองเห็นหน้าต่างด้านหลังกุฏิท่านวิ่งไปกระโดดลงมา จังหวะนั้นเองถูกไม้ผนังที่ถูกไฟไหม้หล่นใส่จนหลวงพ่อลุกไม่ขึ้นนอนหมดสติอยู่ตรงนั้น

หลวงพี่ฉิมและเณรจ้อยตกใจตื่นก็เห็นไฟไหม้ไปทั่วแล้ว นึกถึงหลวงพ่อพากันวิ่งไปดับไฟที่กุฏิหลวงพ่อ ดำจะวิ่งเข้าไปช่วยหลวงพ่อ แต่พอวิ่งไปถึงประตูก็ถูกเปลวไฟพุ่งเข้าใส่จนต้องกระโดดหลบกลิ้งออกมา

จีรายุสกับจ่าดำเกิงกลับมาถึง ทุกคนช่วยกันใช้ถังตักน้ำดับไฟกันชุลมุน

ที่ชายป่าใกล้วัดนั่นเอง เสี่ยพิทักษ์กับเจษ รวมทั้งแบ็งค์และหมีกับลูกน้องอีกหลายคนซุ่มดูผลงานกันอยู่ เจษ พูดอย่างผยองว่า

"ให้พวกมันวิ่งวุ่นไปก่อน เดี๋ยวพอเช้าเราก็เข้าไปกวาดซาก จากนั้นทุกอย่างก็จะเป็นของเรา"

"จะดูสิว่า ไอ้หลวงพ่อสิงโตเจอไฟคลอกทั้งเป็นอย่างนี้ยังจะหนังเหนียวอยู่รึเปล่าฮ่าๆๆ" เสี่ยพิทักษ์หัวเราะชอบใจ

แสงไฟไหม้สว่างวาบแดงฉานไปทั้งท้องฟ้า เห็นไปถึงโกดังร้างที่บัวกับแก้วถูกขัง มีเคที่กับแม่เลี้ยงอุ่มคำคุมอยู่

ในขณะที่แก้วกับบัวตกใจกับแสงเพลิงที่แดงวาบๆบนท้องฟ้านั้น เคที่กลับหัวเราะชอบใจ หันไปถามบัวกับแก้วว่า

"ไง...สวยใช่ไหม โชว์แสงสีเสียงที่ป๊าฉันตั้งใจจัดให้พวกแกดูให้เต็มตา"

พอแก้วถามว่าหมายความว่ายังไง แม่เลี้ยงยิ้มเหี้ยมบอกว่า

"ก็ไม่มีอะไรมาก แค่กำลังเผาวัดรกๆแล้วก็แปรรูปให้เป็นรีสอร์ต"

แก้วด่า "ไอ้พวกชั่ว" ถลันจะวิ่งเข้าไปหาแม่เลี้ยง ถูกโซ่ที่ล่ามอยู่กระชากจนล้ม บัวถามแม่เลี้ยงอย่างรับไม่ได้ว่า

"แม่เลี้ยง ทำไมแม่เลี้ยงทำอย่างนี้ล่ะจ๊ะ หลวงพ่อสิงโตมีพระคุณกับพวกเรามากนะ"

แม่เลี้ยงอ้างว่าตนก็ทำบุญที่วัดไม่น้อยถือว่าหายกัน

แก้วด่าแม่เลี้ยงอย่างแค้นใจ ถูกแม่เลี้ยงตบหน้า ส่วนเคที่ก็พูดอย่างเลือดเย็นว่า

"ใจเย็น...ไม่ต้องรีบร้อนไปเห็นซากวัดหรอก เพราะฉันให้คนเก็บภาพพวกนั้นมาฝากแกแล้ว หนังบู๊ล้างผลาญ เจ็บจริงตายจริงฮ่าๆ"

แม่เลี้ยงอุ่มคำพูดอย่างเลือดเย็นว่าเสร็จงานนี้แล้วจะทำบุญกรวดน้ำชุดใหญ่ไปให้ไม่อั้น จากนั้นสั่งสายใจให้เฝ้าสองคนนี้ไว้ให้ดี แล้วพากันออกไป

ภายในห้องจึงเหลือเพียงสายใจ แก้ว และบัว แก้วกับบัวมองไปที่แสงไฟบนท้องฟ้าน้ำตานองหน้า...

ส่วนนายอำเภอและผู้กำกับอยู่ด้วยกันที่บ้านพัก ผู้กำกับ ได้รับรายงานจากลูกน้องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็สั่งลูกน้องให้อยู่แต่ในที่ตั้งไม่ต้องไปยุ่ง

พอนายอำเภอรู้ว่าไฟไหม้วัดหลวงพ่อสิงโต ขณะนี้หลวงพ่อยังอยู่ในกุฏิ นายอำเภอก็ตกใจยกมือกุมหัวด้วยความ รู้สึกผิด แม้ว่าผู้กำกับสุจริตจะทำวางเฉยแต่ภายในจิตใจก็อดที่จะไม่สบายใจไม่ได้เหมือนกัน...

ooooooo

รุ่งเช้า ขาวกับบึมแปลกใจที่ในบ้านเสี่ยไม่มีใครอยู่เลยทั้งคืน

ที่บริเวณวัดถ้ำผาน้ำไหล ชาวบ้านพากันมาดูสภาพด้วยความแค้นใจ จีรายุสกับดำมาดูซากปรักหักพังอย่างหมดอาลัยตายอยาก แต่ยังไม่มีใครเข้าไปดูสภาพภายในกุฏิ ของหลวงพ่อ ทั้งที่ทุกคนเป็นห่วง

เณรจ้อยทรุดนั่งร้องไห้ ดำปลอบใจว่าอย่าเพิ่งร้องตราบใดที่เรายังไม่พบหลักฐานก็ยังมีความหวัง

"ฮ่าๆๆ ก็จะพบได้ยังไงในเมื่อหลวงพ่อของแกกลายเป็นขี้เถ้าอยู่ในกุฏิแล้วฮ่าๆๆ" เสียงเสี่ยสะใจ

จีรายุสจ้องหน้าเสี่ยร้องอย่างแค้นใจว่า "นึกแล้วว่าต้องเป็นฝีมือพวกแก" ดำกำหมัดด้วยความแค้น ทันใดนั้นชาวบ้านคนหนึ่งทนไม่ได้ลุกขึ้นคว้าท่อนไม้วิ่งเข้าไปจะฟาดเสี่ย แต่เขาก็ถูกเจษยกปืนยิงเข้าแสกหน้าตายคาที่

ตอนที่ 17

แม้ว่าความรู้สึกต่อดำของบัวกับขาวจะต่างกัน แต่ก็ไม่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองมีปัญหา เพราะขาวยังมีความมุ่งมั่นที่จะรับผิดชอบต่อบัวตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับเภา และบัวก็เป็นห่วงขาวเกินกว่าจะทิ้งเขาไว้ที่นี่คนเดียว

ความห่วงใยต่อกันมีความรักเป็นตัวเชื่อมหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์   ขาวบอกบัวว่าถ้าเขาเห็นพฤติกรรมของเสี่ยพิทักษ์เป็นอย่างที่ว่าจริงก็จะไม่ปล่อยไว้แน่ ให้กำลังใจบัวว่า

"รออีกนิดนะบัว ถ้าทุกอย่างอยู่ตัวแล้ว พี่จะลาออกจากที่นี่ แล้วเราจะไปสร้างครอบครัวอยู่ด้วยกัน" บัวถามอย่างตื่นเต้นว่าจริงหรือ ขาวตอบจริงจังว่า "บัวเหมือนดอกไม้ที่พี่จะทะนุถนอมไปตลอดชีวิตนะ"

บรรยากาศหวานๆ ถูกบึมแทรกเข้ามาแซวจนเฝื่อนไปทันที หลังจากแซวจนเกือบจะโดนหมัดของขาวแล้ว บึมจึงบอกว่าเสี่ยให้มาตามขาว เห็นว่าจะให้ตามไปทำธุระในจังหวัด

ooooooo

คืนนี้ เมื่อเข้าห้องพักแล้ว บัวนั่งอมยิ้มดูรูปวาดอย่างมีความสุข มีความหวังกับอนาคตที่ขาวบอกไว้ พึมพำเหมือนเห็นขาวอยู่ตรงหน้าว่า "บัวจะรอวันนั้นนะจ๊ะพี่ขาว"

แล้วบัวก็ชะงักเมื่อมีแสงไฟหน้ารถสาดเข้ามาในห้อง ลุกไปดูที่หน้าต่าง  เห็นรถตู้คันหนึ่งมาจอดที่ด้านข้างของศูนย์หัตถกรรม แม่เลี้ยงลงมาร้องบอกคนในรถ

"เอ้า...เร็วๆ ลูก ลงมา...ลงมา ไม่ต้องกลัว เงินทองทั้งนั้น"

บัวคว้ากล้องถ่ายรูปที่ดำให้ไว้ยกขึ้นจะถ่ายแต่ไม่ทันเพราะแม่เลี้ยงอุ่มคำพาเด็กสาวเหล่านั้นเดินเข้าอาคารไปแล้ว บัวถอนใจอย่างเสียดาย   แต่แล้วก็ตัดสินใจบางอย่าง

บัวรีบไปเคาะประตูห้องที่ขาวอยู่กับบึมเพื่อจะบอกเรื่องนี้ แต่ขาวยังไม่กลับ บัวจึงตัดสินใจย่องไปทางเข้าห้องลับ เจอพนักงานรักษาความปลอดภัยทำหน้าที่อย่างเข้มงวด โชคดี

ที่มีโทรศัพท์เข้ามือถือยามคนนั้นและสัญญาณตรงนั้นไม่ดี มันจึงเดินไปอีกด้านหนึ่ง

เป็นโอกาสดี บัวรีบไปที่ลิฟต์ พอลิฟต์เปิดอีกทีบัวก็ลงมาอยู่ในบ่อนใต้ดินแล้ว เธอเดินออกจากลิฟต์เก้ๆกังๆ มองไปเห็นบรรยากาศมืดสลัว มีไฟแสงสีประดับสวยงาม มีเสียงเพลงคลอไพเราะ และที่สำคัญมีสาวสวยแต่งตัวเปรี้ยวจนเกือบโป๊เดินหยอกล้อกันอย่างมีความสุขผ่านหน้าบัวไป

บัวตกใจสุดขีดเมื่อมีนักเที่ยวเข้ามาลูบไล้แก้มบัวมองด้วยสายตาหื่น แต่มันก็เดินผ่านไป บัวตั้งสติเดินตามนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นไปจนถึงตัวบ่อน บัวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัว ตั้งสติยกกล้องขึ้นตั้งโปรแกรมถ่ายภาพกลางคืนและปิดแฟลช ยืนตั้งสติเรียกความมั่นใจอีกทีแล้วรีบถ่ายรูป กดรัวไป 6-7 ที

เมื่อได้รูปแล้วบัวจะกลับขึ้นไปด้วยความดีใจว่านี่จะเป็นหลักฐานสำคัญมัดพวกเสี่ยพิทักษ์ให้ดิ้นไม่หลุดกันทั้งโขยง แต่แล้วก็เอะใจ ตกใจ เมื่อกดเรียกลิฟต์คอยอยู่นานลิฟต์ก็ไม่มา บัวพยายามกดอีก

ทันใดนั้น ลิฟต์เปิดออก บัวแทบช็อกเมื่อเห็นแม่เลี้ยงอุ่มคำ แบ็งค์ และหมียืนดักอยู่ในลิฟต์

"เดี๋ยวนี้กล้ามากนะนังบัว!" แม่เลี้ยงเสียงเข้ม แบ็งค์ พยักหน้าส่งสัญญาณให้หมี ทันใดนั้นหมีขยับเข้าหาบัวอย่างคุกคาม จนบัวถอยหนีด้วยความกลัวสุดขีด

เวลาเดียวกัน แก้วนอนหลับฝันร้ายว่าบัวกำลังตกอยู่ในอันตราย ลุกพรวดขึ้นมาเหงื่อเต็มหน้าร้องสุดเสียง "ไม่!" แม่ตุ๊กกับผู้ใหญ่ตกใจรีบเข้ามาถามว่าเป็นอะไร ฝันร้ายหรือ

"หนูฝันว่าบัวถูกฆ่าน่ะจ้ะ" แก้วบอกอย่างไม่หายตื่นตระหนก แม่ตุ๊กปลอบใจว่ามันเป็นแค่ความฝัน แก้วย้ำว่า "แต่ในฝันมันน่ากลัวมาก หนู...หนูกลัว กลัวว่าบัวจะไม่ได้ออกมาจากที่นั่นอีก"

ความวิตกหวาดกลัวของแก้วทำให้ทั้งแม่ตุ๊กและผู้ใหญ่พลอยไม่สบายใจไปด้วย แต่ก็ทำได้แค่กอดปลอบใจลูกเท่านั้น

ooooooo

บัวถูกพาตัวไปที่ห้องลับในบ่อนใต้ดิน ถูกแม่เลี้ยงตบจนลงไปนั่งกับพื้น เลือดกบปาก

"ทำตีหน้าซื่อ หน็อย ที่แท้ก็แสบไม่ใช่เล่น" แม่เลี้ยงด่า แล้วตรงเข้าจิกผมบัวขึ้นมาอีก บัวร้องอย่างเจ็บปวดขอร้องอ้อนวอนให้แม่เลี้ยงปล่อยอย่าทำอะไรเลยตนกลัวแล้ว แม่เลี้ยงยกมือจะตบซ้ำอีก

"เดี๋ยว!" เสียงเสี่ยพิทักษ์ร้องห้ามแล้วเดินเข้ามาพร้อมเคที่ และเจษ มองบัวอย่างพอใจ บอกแม่เลี้ยงว่า "อย่าให้ของช้ำสิแม่เลี้ยง นังเด็กคนนี้ยังมีประโยชน์อีกเยอะ"

เจษกับเคที่ผลัดกันพูดเยาะเย้ยบัวว่าช่างไร้เดียงสาเสียจริงๆ ไม่เฉลียวใจเลยหรือว่าทำไมถึงเข้ามาที่นี่ได้ง่ายผิดปกติ หลุมพรางตื้นๆแต่ลูกไก่โง่ๆก็ยังพลัดตกมาได้ แล้วพากันหัวเราะเยาะ

บัวเหมือนลูกไก่ในกำมือของพวกเสือหิวทั้งหลาย เสี่ยมองสำรวจแล้วบ่นว่าชุดที่บัวใส่มันเชยสิ้นดี แม่เลี้ยงพูดอย่างสอพลอว่าตนเตรียมไว้แล้วไม่ต้องห่วง แล้วร้องเรียกสายใจ ครู่เดียวสายใจก็เดินเข้ามา พอเห็นบัวสายใจตกใจมากแต่ต่างก็จำต้องทำกลบเกลื่อนปกปิดไว้

"จับนังนี่ไปแปลงโฉม รู้ใช่ไหมว่าต้องทำไง" แม่เลี้ยงสั่งสายใจ

"เออะ...รู้...รู้จ้ะแม่เลี้ยง" สายใจพยายามเก็บความรู้สึกอย่างที่สุด เห็นบัวตัวสั่นมองอย่างขอความช่วยเหลือ สายใจก็ยิ่งรู้สึกกดดันมาก

ooooooo

ผลผลิตจากโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดิน ผักปลอดสารพิษขายดีอย่างไม่น่าเชื่อ คนบ้านน้ำงามรู้จักและใช้ผลผลิตนี้กันกว้างขวางขึ้นทุกที ดำปรารภกับแก้วและครูทับทิมขณะส่งสินค้าขึ้นรถไปกรุงเทพฯว่า

"งานต่อไปก็คือฉีกหน้ากากเสี่ยพิทักษ์และแฉความชั่วให้ทุกคนรู้"

จีรายุสติงว่ามันคงไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะตอนนี้ผู้กำกับเรียกประชุมทุกวันเพื่อย้ำให้ข้าราชการทุกคนอยู่ในวินัยเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา แก้วพูดอย่างสมเพชว่าคงกลัวลูกน้องเลียนแบบดำ

"ก็เพราะอ่อนแออย่างนี้ ถึงถูกเสี่ยพิทักษ์มันครอบจนไม่เหลือศักดิ์ศรี" ดำพูดอย่างอ่อนใจ

"พูดถึงเสี่ยพิทักษ์แล้วเป็นห่วงบัวนะ ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้" แก้วไม่สบายใจเป็นห่วงบัว ซึ่งก็ไม่ต่างกับความรู้สึกของดำ จีรายุส และครูทับทิมที่ห่วงบัวไม่น้อยกว่ากันเลย

ooooooo

ที่ห้องพักในบ่อนเช้านี้ บัวนั่งร้องไห้อย่างหนักเมื่อถูกจับเปลี่ยนให้ใส่ชุดเกาะอกกระโปรงสั้น ถามสายใจว่าทำไมต้องให้ตนใส่ชุดอย่างนี้ด้วย สายใจบอกเดี๋ยวก็รู้ พอบัวลุกพรวดไปที่หน้าต่างพยายามเปิดหน้าต่างแต่เปิดไม่ออก สายใจเตือนว่า

"เขาไม่โง่ปล่อยให้เธอหนีไปง่ายๆหรอกน่า"

บัวถามว่าตนจะต้องตายอยู่ที่นี่ใช่ไหม สายใจบอกว่า คงไม่ถึงตาย ครั้นบัวถามว่าตนจะถูกขายหรือ คำตอบของสายใจทำให้บัวแทบจะกลั้นใจตายตรงนั้นเลย เมื่อสายใจพูดเหมือนเตือนอีกว่า

"มันน่ากลัวกว่าที่เธอคิดเยอะ บอกแล้วไม่เชื่อว่าอย่าสอดรู้สอดเห็น...เฮ้อ...เอาเป็นว่าตอนนี้เธอทำตามที่พวกมันบอกก่อนก็แล้วกัน   ที่นี่คนที่ดื้อมีสองอย่างเท่านั้นที่พวกมันจะให้ คือเจ็บตัว...ไม่ก็ตาย!"

เช้าวันเดียวกัน ขาวแปลกใจที่ยังไม่เห็นบัวมาทำงานทั้งที่ปกติบัวจะมาแต่ไก่โห่ บอกบึมให้ช่วยดูของที่จัดจำหน่ายที่โถงศูนย์หัตถกรรม เดี๋ยวจะกลับมา

ขาวไปหาบัวที่ห้องพัก ใจไม่ดีไม่รู้ว่าบัวหายไปไหนเพราะปกติบัวจะไปไหนเธอจะบอกก่อน ขณะกำลังมองหาบัวอยู่นั่นเอง เคที่ก็ส่งเสียงเข้ามาอย่างเย้ยหยันว่าต้องมาอัญเชิญกันถึงเตียงเลยหรือ แล้วเดินกรีดกรายเข้าไปยั่วยวนขาวพูดเย้ายวนว่าตนไม่ถือที่จะต้องรับช่วงต่อจากใคร ถูกขาวสวนไปอย่างไม่ชอบใจว่า "ไร้สาระ" พลางแกะมือเคที่ที่ทำรุ่มร่ามเลื้อยไปตามตัวออก

"เดี๋ยวนายก็รู้ว่าเรื่องนี้มันมีสาระจนแทบคลั่งตาย ฮ่าๆๆ"

ooooooo

บัววิตกกังวลหวาดกลัวจนไม่แตะต้องอาหารที่สายใจยกเข้ามาให้ สายใจพูดอย่างเห็นใจว่า

"ชีวิตฉันจนตรอกมาไม่รู้กี่ครั้งยังรอดมาได้เลย ไม่ต้องพูดมากกินซะแล้วฉันจะหาทางช่วยเธอ"

บัวดีใจเมื่อสายใจบอกอย่างนั้น แต่ทันใดนั้นเองเสี่ยพิทักษ์กับเจษก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย ในมือเจษถือกล้องถ่ายรูปของบัวมาด้วย มันเย้ยว่า

"ฝีมือสายลับสมัครเล่นโอเคนี่ ได้ไปตั้งหลายรูป แต่เสียดายรูปที่เธอถ่ายจะไม่ได้ใช้ แต่ฉันจะใช้กล้องนี่ถ่ายรูปเธอส่งให้ลูกค้า"

"ก่อนที่จะส่งไปประมูล...ฉันขอสำรวจสินค้าหน่อยนะ" เสี่ยพิทักษ์มองบัวอย่างหื่นห่าม

เจษไล่สายใจให้ออกจากห้อง บัวตกใจกลัวขยับจะลุกตามไป ถูกเสี่ยขวางถามว่าจะไปไหน บัวยกมือไหว้อ้อนวอนว่าตนกลัวอย่าทำอะไรเลย ปล่อยตนไปเถิด

แต่น้ำตาและคำอ้อนวอนไม่กระทบจิตใจที่หยาบกระด้างของเสี่ยกับเจษเลย เสี่ยย่างสามขุมเข้าหาบัว กระชากบัวเข้าไปจูบ บัวสะบัดหนีเลยถูกเสี่ยตบกระเด็นไปติดฝาห้อง

"เสี่ยครับเหลือให้ผมบ้างนะครับ" เจษพูดกลั้วหัวเราะเสี่ยบอกอย่างรู้ใจว่าตนไม่เคยลืมอยู่แล้ว พลางก็หัวเราะร่าเข้าหาบัว เมื่อบัวพยายามป้องกันตัวถูกเสี่ยถามขู่ว่า

"ฉันมีทางให้เธอสองทาง ยอมฉันแล้วมีลมหายใจต่อไปหรือลอยอืดอยู่ในแม่น้ำเหมือนรายก่อนๆ แต่ฉันว่าเธอเก็บลมหายใจไว้รอรับเงินที่เป็นกำไรจากร่างกายเธอดีกว่านะ"

ไม่ทันที่เสี่ยจะทำอะไร ก็มีโทรศัพท์เข้าเครื่องของเจษ เสี่ยหยุดมองอย่างไม่พอใจ พอเจษรับสายพูดกับปลายสายอย่างสุภาพนอบน้อมว่า

"สวัสดีครับท่าน...คือ...เสี่ยอยู่ครับ...แต่เสี่ยกำลังติดธุระอยู่น่ะครับ...ได้ครับท่าน...อีกสักครู่จะติดต่อกลับไปครับ..."

พอวางสายเจษรายงานเสี่ยว่า "ท่านศรัณกำลังมาที่นี่ครับ อีกไม่เกินสิบนาทีก็น่าจะถึง"

"โธ่โว้ย! ทำไมไม่บอกล่วงหน้าวะ ขัดจังหวะจริงๆ" เสี่ยสบถเหวี่ยงบัวกระเด็นไปกองที่มุมห้องแล้วเดินหัวเสียออกไป เจษรีบตาม ทิ้งบัวไว้ในห้องราวกับทิ้งขยะ

ooooooo

ขาวว้าวุ่นใจมากเมื่อหาที่ไหนก็ไม่เจอบัวจึงไปหาหลวงพ่อ พอดีเณรจ้อย ดำ แก้ว จีรายุส และครูทับทิมที่ไปขายผลผลิตกลับมา พอรู้เรื่องบัวหายตัวไปทุกคนก็ร้อนใจ ดำพุ่งเป้าหมายไปที่เสี่ยพิทักษ์ทันที

ขาวโกรธมากปรามดำว่าอย่าพูดบ้าๆอย่างนี้อีก ดำเหลืออดเลยเอ็ดสวนไปว่า

"แกนั่นแหละ ยอมรับความจริงได้แล้ว เสี่ยพิทักษ์ไม่ได้เป็นนักบุญอย่างที่แกคิดนะโว้ย"

ขาวทนฟังไม่ได้ปรี่เข้าไปจะชกดำ แก้วรีบห้ามขอให้ เกรงใจหลวงพ่อบ้าง ขาวเลยลากลับ

"เฮ้อ...ใจเร็ว จนสมองไม่หยุดยั้งคิดซะที" หลวงพ่อพึมพำอย่างระอาใจ

ขาวไปชกต้นไม้ระบายอารมณ์ในบริเวณวัดนั่นเอง ดำตามไปพูดอีก บอกขาวว่ายังไงวันนี้เราต้องพูดกันให้รู้เรื่องเสียที ว่าแล้วดำเป็นฝ่ายชกขาวก่อน ชกแล้วถามว่า

"ไง สว่างขึ้นบ้างรึยัง เลิกหลงคำหวานของเสี่ยพิทักษ์ ได้แล้ว มันกำลังหลอกใช้งานแกอยู่นะ" ขาวโต้ว่าตนจะไม่เชื่อใครทั้งนั้นจนกว่าจะเห็นด้วยตาตัวเอง "แต่กว่าแกจะเห็นด้วยตา มันอาจสายไปแล้วก็ได้นะขาว แกอยากให้บัวตายรึไงวะ"

ทั้งสองคนพูดกันไม่กี่คำก็ใช้กำลังตัดสินปัญหา ดำตัดสินใจแล้วว่าวันนี้ต้องพูดกันให้รู้เรื่อง จึงไม่ยั้งมือที่จะตอบโต้ขาว แต่เพราะทั้งคู่ไม่มีใครฝีมือเหนือกว่าใคร การชกต่อยจึงยืดเยื้อ จนกระทั่งหลวงพ่อใช้ไม้ตะพดฟาดใส่ทั้งคู่จนต้องหยุด

"โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วยังกัดกันเหมือนหมา เอ็งสองคนนั่งคุยกันดีๆไม่รู้เรื่องใช่ไหม ก่อนข้าตายข้าจะได้เห็นเอ็งสองคนกลับมารักกันเหมือนเดิมไหม"

ทั้งดำและขาวต่างพยายามจะชี้แจง แต่หลวงพ่อไม่เปิดโอกาส เตือนสติขาวว่า

"ข้าไม่ได้เข้าข้างไอ้ดำมันนะ แต่ข้าอยากให้เอ็งชั่งใจสักนิด วางตัวกูของกูลงซะหน่อย แล้วไตร่ตรองให้ดีว่าที่คน

รอบข้างเตือนเอ็งมีมูลรึเปล่า"

ขาวชี้แจงว่าตนไม่เคยเห็นเสี่ยคิดร้ายกับใครมีแต่สร้างความเจริญสร้างงานสร้างเงินให้ชาวบ้าน หลวงพ่อชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่ขาวสัมผัสอยู่นั้นเป็นเพียงภาพลวงตา เป็นสิ่งที่เขาทำขึ้นเพื่ออำพรางความชั่วของตัวเอง ขาวทำท่าไม่อยากเถียงกับหลวงพ่ออีก ดำจึงเตือนสติว่า

"แกไม่เชื่อฉัน ฉันไม่ว่า แต่แกน่าจะเชื่อหลวงพ่อบ้างนะ"

คำเตือนของดำทำให้ขาวคิดหนัก หลวงพ่อย้ำเตือนว่า

"เวลามันงวดเข้ามาทุกทีแล้วนะขาว ถ้าเราขยับอะไรช้าเกินไป เอ็งอาจจะต้องเสียบางอย่างไปตลอดกาล"

ooooooo

"ท่าน"  ที่มาหาเสี่ยนั้นคือศรัณ  นักการเมืองจากกรุงเทพฯ มาช่วยลูกพรรคหาเสียงและมาหาความสำราญที่ศูนย์หัตถกรรมของเสี่ยพิทักษ์ เพราะสะดวกกายสบายใจห่างไกลจากหูตาสื่อมวลชน

เพราะเสี่ยพิทักษ์ต้องต้อนรับดูแลศรัณ   ทำให้บัวปลอดภัยรอดตัวไปได้ในคืนนี้และพรุ่งนี้ สายใจบอกว่าคืนนี้เสี่ยต้องต้อนรับศรัณ และพรุ่งนี้ต้องส่งสินค้าลอตใหญ่ บัวพึมพำว่า "ผู้หญิงกับยาเสพติด"

สายใจตกใจถามว่าทำไมเธอรู้ บัวบอกว่าตนแอบฟังเสี่ยคุยกัน

"สอดรู้จนได้เรื่อง" สายใจบ่น "เอาล่ะ เดี๋ยวตอนเย็นฉันจะเอาข้าวมาให้กินแล้วก็กินซะนะจะได้มีแรง อ้อ...แล้วไม่ต้องกลัวไอ้พวกข้างนอกมันจะทำอะไรเธอหรอกนะ ไม่มีใครกล้าทำอะไรเธอแน่เพราะเธอเป็นสินค้าของเสี่ย"

บัวขอบคุณสายใจด้วยความซาบซึ้งใจ สายใจบอกบัวอีกครั้งด้วยความสงสารว่าจะหาทางช่วยเธอ บัวโล่งใจที่อย่างน้อยคืนนี้พรุ่งนี้ตนก็ปลอดภัย นั่งครุ่นคิด พลันก็นึกถึงขาวขึ้นมา

ooooooo

เคที่ แม่เลี้ยงอุ่มคำ และเจษไม่พอใจศรัณมาก เมื่อรู้จากเสี่ยว่าเขาขอเอี่ยวส่วนแบ่งของที่จะส่งลอตนี้ด้วย เท่านั้นไม่พอ ยังขอเอี่ยวรายได้จากที่เสี่ยตัดไม้ฝั่งประเทศโน้นอีก แม่เลี้ยงพึมพำอย่างรับไม่ได้ว่า

"ต๊าย...มูมมามไม่รู้จักพอ แล้วนี่เสี่ยยังจะให้มันอีกเหรอคะ"

"เรายังต้องพึ่งบารมีมันอยู่   เอาน่าคิดว่าโยนกระดูกให้หมาแทะ เตรียมเรื่องขนของลอตใหญ่เย็นนี้ให้ดีก็แล้วกันอย่าให้พลาด" เสี่ยตัดบท เจษรายงานว่าไม่ต้องห่วงตนเตรียมไว้หมดแล้ว

ขณะนั้นเองขาวเดินหน้าไม่สบายใจเข้ามา เคที่ถามประชดว่าเจอที่รักแล้วรึยัง ขาวไม่สนใจบอกเสี่ยว่าตนมีเรื่องจะปรึกษา เสี่ยจึงให้ทุกคนออกไปรวมทั้งเคที่ด้วย

สิ่งที่ขาวขอปรึกษาเสี่ยคือ ขอเข้าไปในโซนส่วนตัวของเสี่ย เสี่ยถามอย่างไม่พอใจว่าขาวคิดว่าบัวจะอยู่ในนั้นหรือ แต่ก็อะลุ้มอล่วยว่าถ้าทำให้ขาวสบายใจก็โอเค แต่มีข้อแม้ว่า

"ต้องหลังจากที่เราส่งผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านไปต่างประเทศเย็นนี้ เป็นออเดอร์ด่วน ลูกค้าต้องการผลิตภัณฑ์ของเรามากๆ ช่วยหน่อยนะขาว ผลประโยชน์ตกอยู่กับชาวบ้านทั้งนั้น"

ขาวอึกอักเพราะใจยังห่วงบัวอยู่ เสี่ยพูดอย่างรู้ทันว่า

"งานทุกอย่างเสร็จแล้วนายจะได้พิสูจน์ทุกอย่างที่นายต้องการ แต่ฉันเชื่อว่าบัวไม่เป็นอะไรแล้วฉันจะให้คนของเราช่วยหาอีกทาง" พูดแล้วยกมือตบบ่าขาวอย่างให้ความมั่นใจ

ooooooo

พฤติการณ์ที่ทำการอย่างเหิมเกริมของเสี่ยพิทักษ์ ทำให้นายอำเภอปราบเริ่มไม่สบายใจ ปรารภกับผู้กำกับสุจริตว่าตนเริ่มกลัว ผู้กำกับถามว่าจะกลัวอะไร แบ็กอัพเขาใหญ่ระดับประเทศ นายอำเภอกับตนทำอะไรไม่ได้ หรอก ที่ทำทุกวันนี้ก็โอเคแล้วยังไงเราก็รอด

"รอดอยู่บนความหายนะของประเทศรึเปล่าก็ไม่รู้" นายอำเภอยังกังวล พลางหยิบจดหมายลาออกของดำออกมา ผู้กำกับถามว่าอะไร นายอำเภอบอกหงอยๆว่า "จดหมายลาออกของปลัดดำ...เขาเป็นคนดี"

"ผมรู้ แต่อย่าคิดมากดีกว่า ผมบอกแล้วไงว่าเราสองคนทำอะไรไม่ได้"

"แต่ผมอายเด็กมัน...ตอนที่จบมาใหม่ๆผมก็ไฟแรง เหมือนกับปลัดดำ แต่ไอ้คำที่ว่าเราทำอะไรไม่ได้ มันเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว มันทำให้ไฟอุดมการณ์ผมมอดดับไป..." นายอำเภอพูดอย่างเศร้าใจ

ผู้กำกับสุจริตฟังแล้วชะงัก เริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเหมือนกัน

ooooooo

ความลับรั่วไหล เมื่อจ่าดำเกิงได้โบนัสจากเสี่ยพิทักษ์แล้วซื้อเหล้าพร้อมกับแกล้มอย่างดีมานั่งดื่มกินอย่างสบายอกสบายใจ จีรายุส แก้ว และดำมาเจอก็ชวนดื่ม ดำไม่ดื่ม จ่าชมว่า

"แหม...เหมือนไอ้พวกคนขับรถบรรทุกที่บ้านเสี่ยพิทักษ์เลย ทำเป็นคนดีไม่ยอมกิน บอกว่าเย็นนี้ต้องขับรถไปส่งของลอตใหญ่ไปเมืองนอก ตามใจนะปลัดไม่กินก็ไม่เป็นไร กินคนเดียวก็ได้" ว่าแล้วจ่าก็นั่งดวดต่อ

หารู้ไม่ว่า ดำ แก้ว และจีรายุสได้ความลับสุดยอดไปแล้ว ทั้งสามกลับมาวางแผนจัดการฉีกหน้ากากเสี่ยให้ได้

ทั้งสามนัดพบกัน แต่ขณะแก้วขับรถไปนั้นยางรถระเบิดทำให้ต้องเสียเวลาซ่อมเปลี่ยนยาง แต่แก้วก็บอกดำขณะคุยกัน ทางโทรศัพท์ว่า

"ไม่เป็นไรดำ ยางเส้นเดียวฉันเปลี่ยนได้ นายกับพี่จีจี้เฝ้าด้านโน้นไว้เถอะนะ งานนี้เราพลาดไม่ได้"

ooooooo

จีรายุสกับดำซุ่มอยู่ใต้พุ่มไม้ใกล้ศูนย์หัตถกรรม คอยอยู่เป็นชั่วโมงก็ไม่มีการเคลื่อนไหว จนนึกสงสัย ก็เห็นรถขับออกมา ทั้งจีรายุสและดำต่างมองอึ้งเมื่อเห็นว่าขาวเป็นคนขับรถออกมา

เพราะแก้วมัวแต่เปลี่ยนยาง ดำกับจีรายุสจึงขับรถตามรถเป้าหมายไป กว่าแก้วจะเปลี่ยนยางเสร็จ ดำก็ตามไปไกลแล้ว ดำบอกให้แก้วกลับไปเสียทางนี้ตนกับจีรายุสจัดการเอง

แก้วผิดหวังมากที่พลาดงานสำคัญ พลันก็ตาโตเมื่อมีรถขับออกมาจากในศูนย์อีก แก้วตัดสินใจตามไปแม้จะคนเดียวก็จะตามไปจัดการให้เห็นดำเห็นแดงกันไปเลย

แก้วขับตามรถคันนั้นไปลงจากถนนเข้าทางลูกรังกระทั่งเข้าทางรกร้างก็ไม่ย่อท้อ มุ่งมั่นจะจัดการกับขบวนการผิดกฎหมายของเสี่ยให้ได้

ส่วนที่ศูนย์หัตถกรรม สายใจดูแลบัวตามหน้าที่ เมื่อเอาอาหารไปให้บัว บัวถามว่าทำไมน้าถึงทำแบบนี้ สายใจบอกว่าตนไม่ได้สนุกกับการทำผิดอย่างนี้เลย

"แล้วทำไมน้าไม่เลิกล่ะ"

"มันเลิกไม่ได้ ถ้าเลิกก็ตาย หรือไม่งั้นก็ต้องหนีไปให้ไกลที่สุดที่พวกมันไม่สามารถตามเจอได้" บัวมองสายใจอย่างเห็นใจ สายใจบอกบัวว่า "ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ห่วงตัวเองเถอะ กินเยอะๆจะได้มีแรง"

บัวจึงยอมกินอาหาร สายใจมองบัวอย่างสงสารจับใจอยากจะช่วยเหลือเกินแต่ยังไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร

ooooooo

จีรายุสกับดำตามรถของขาวไปจนกระทั่งใกล้ค่ำก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะถึงเป้าหมายจึงตัดสินใจจัดการกลางทางเลย ว่าแล้วจีรายุสก็เร่งเครื่องขับรถแซงไปปาดหน้าแล้วจอดขวางทันที

เมื่อขาวลงมาเห็นดำก็แค้นขึ้นมาอีกปรี่เข้าไปจะชก ดำยืนเผชิญหน้าจ้องตากับขาวอย่างไม่มีใครหลบตาใคร ส่วนพวกสมุนที่คุมรถมาต่างยกปืนจะยิง บึมร้องห้ามกลัวถูกขาว

ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ในที่สุดขาวยอมให้ตรวจค้น ลูกน้องเสี่ยต้องช่วยกันขนลังลงมากองเต็มถนน เปิดดูทีละลังปรากฏว่ามีแต่ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น

ดำผิดคาดจำต้องขอโทษขาว ถูกขาวชกลงไปกอง จีรายุส จะเข้าช่วยดำห้ามไว้บอกว่าเราเป็นฝ่ายผิด แล้วขยับจะเข้าไปช่วยขนของกลับขึ้นรถ

"ไม่ต้อง เอาเวลาทำเรื่องโง่ๆแบบนี้ไปช่วยตามหาบัวไม่ดีกว่าเหรอ" ขาวพูดเย้ยแล้วหันไปช่วยกันขนลังขึ้นรถ

ดำเซ็งจนบอกไม่ถูก จีรายุสเข้ามาตบไหล่อย่างให้กำลังใจ

ที่แท้เป็นแผนลวงของเสี่ยพิทักษ์ใช้ขาวล่อให้ดำตามไปทางหนึ่ง แต่อีกทางหนึ่งก็ลักลอบขนหญิงสาวและยาเสพติด เสี่ย เคที่ และแม่เลี้ยงอุ่มคำพากันหัวเราะสะใจที่หลอกล่อดำให้ตามผิดทางได้สำเร็จ พากันดื่มฉลองอย่างอารมณ์ดี

ooooooo

แก้วตามรถที่เจษคุมหญิงสาวและยาเสพติดไปอย่างไม่หวั่นเกรงอะไรทั้งสิ้น ตามไปจนเห็นรถจอดที่ริมน้ำและลำเลียงหญิงสาวกับสินค้าลงเรือ แก้วตัดสินใจตะโกน

"หยุด! นี่ตำรวจ ยอมให้จับเสียดีๆ! อย่าคิดสู้พวกเราล้อมไว้หมดแล้ว ยังไงพวกแกก็หนีไม่รอด"

แต่แก้วก็ถูกเจษตลบหลัง เจษขึ้นนกหัวเราะเยาะจากข้างหลัง แก้วถามว่าหัวเราะอะไร

"หัวเราะตำรวจไก่อ่อนสอนขันน่ะสิ ผมตามเข้ามาเห็นหมวดมาคนเดียวไม่ใช่เหรอ เฮ้ย...อีพวกสาวๆยืนทำบื้ออะไรวะ รีบไปลงเรือเร็วเข้า"

แก้วรู้ตัวว่าพลาดท่ามันแล้ว แต่ใจยังสู้พยายามหาทางแก้สถานการณ์ บอกกับตัวเองว่ายังไงวันนี้ก็จะจัดการพวกนี้ให้ได้

แม้ว่าแก้วจะผ่านการฝึกปรือมาอย่างดีแต่สุดท้ายก็สู้เจษที่พวกมากกว่าและชำนาญภูมิประเทศกว่าไม่ได้ แก้วถูกแบ็งค์ใช้ไม้ตีท้ายทอยขณะเผชิญหน้ากับเจษจนแก้วหมดสติไปทันที

"หมวดนี่ฤทธิ์เยอะจริงๆนึกว่าแน่" แบ็งค์ที่เป็นคน ใช้ไม้ฟาดท้ายทอยแก้วหัวเราะเยาะ

ooooooo

ตอนที่ 16

หลังจากฟังแผนการของดำแล้ว วันรุ่งขึ้นเมื่อมาพบกันที่ศาลาวัด ผู้ใหญ่พูดอย่างเอาจริงเอาจังว่า ตนจะจัดกำลังชาวบ้านออกเดินยาม ดำฝากผู้กองจีรายุสกับแก้วช่วยตามคดีที่เราโดนพวกมันเล่นงานที่กรุงเทพฯด้วย ส่วนจ่าดำเกิงที่นั่งสะง่อนสะแง่นอยู่ก็อาสาถามว่า จะให้ตนช่วยอะไรบ้าง

ผู้ใหญ่เหล่ใส่ปรามาสว่ายืนให้อยู่ก่อนเถอะ จ่าท้าเสียงเมาๆว่าดูถูกกันแบบนี้ไปพบกันหลังวัดผลัดกันเตะคนละทีไหมล่ะ ทั้งผู้ใหญ่และจ่าต่างหยอกเย้ากันประสาเพื่อนที่โตมาด้วยกัน จนแม่ตุ๊กบอกว่าพอได้แล้ว เล่นกันเป็นเด็กๆไปได้

"เอ้า! ยังไม่หยุดเดี๋ยวข้าก็ร่วมวงให้อีกคนเลยนี่ พ่อจะฟาดให้เดี้ยง" หลวงพ่อแทรกขึ้น  ผู้ใหญ่กับจ่าเลยหน้าเจื่อนพากันลงนั่งอย่างเรียบร้อย หลวงพ่อดุแล้วหว่านล้อมว่า "เอาน่าไอ้ ผู้ใหญ่ อย่างน้อยไอ้จ่ามันเมา มันก็ยังมีแก่ใจมานั่งประชุม ดำ...มีอะไรให้ลุงจ่าเขาทำบ้างไหมเผื่อจะได้ไม่มีเวลาว่างไปก๊งเหล้าอีก"

ดำเลยมอบหมายให้จ่าช่วยสอดส่องดูโรงเรียนครูทับทิมให้ จ่ารับปากแข็งขันว่าได้เจอจะจะแล้วจะวิ่งไปบอก ถูกผู้ใหญ่ ขัดคอว่า นึกว่าจะสู้

"โธ่...สังขารอย่างนี้ให้ข้าเกษียณแบบมีลมหายใจได้ไหมวะไอ้ผู้ใหญ่"

"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะแค่แวะมาเยี่ยมหนูกับเด็กๆ หนูก็ขอบคุณแล้วล่ะ" ครูทับทิมให้กำลังใจ

"ส่วนผมจะรวบรวมหลักฐานรายงานส่วนกลางแล้วก็สื่อมวลชนด้วย" ดำบอก

จีรายุสเปรยๆว่างานนี้นายอำเภอกับผู้กำกับต้องไม่ชอบใจแน่ แก้วพูดอย่างอ่อนใจว่าทำยังไงได้ในเมื่อทั้งสองคนใส่เกียร์ว่างกันหมดพวกเราก็ต้องขับเคลื่อนกันเอง

"ตอนนี้เท่ากับเราชักธงรบกับคนพาลเต็มรูปแบบแล้ว ยังไงก็ระวังตัวกันด้วย แต่อะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ขอให้ทุกคนระลึกเสมอว่า แผ่นดินไทยเป็นของคนไทยทุกคน อย่ายอมให้ตกไปอยู่ในมือคนหนึ่งคนใดเพียงผู้เดียวเด็ดขาด" หลวงพ่อพูดกับทุกคนเป็นการย้ำเตือนสติให้ยึดมั่นและฮึกเหิมที่จะสู้กับอธรรม

หลังจากมอบหมายหน้าที่กันเรียบร้อยแล้ว ขณะเดินกลับกุฏิ หลวงพ่อบอกดำว่าไม่ต้องห่วงท่านเชื่อว่าพวกนั้นคงไม่ย้อนกลับมาที่นี่ในวันสองวันนี้แน่ ห่วงแต่ดำนั่นแหละเพราะเป็นเป้าหมายเบอร์หนึ่งของพวกมัน ดำให้คำมั่นกับหลวงพ่อว่าตนสู้ตายไม่ยอมให้พวกมันย่ำยีแผ่นดินไทยอีกแล้ว

"เอ็งไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังจริงๆดำ ไป...กลับไปทำงานได้แล้ว" หลวงพ่อเอ่ยอย่างชื่นชม

แต่พอหลวงพ่อหันจะเดินกลับกุฏิก็เจอขาวกับบัวยืนคอยอยู่ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ

ooooooo

เมื่อพากันขึ้นไปนั่งคุยกันที่ชานกุฏิ หลวงพ่อบอกขาวว่าจะให้ท่านพูดกี่ร้อยครั้งท่านก็ยังยืนยันเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเหมือนเดิม ขอให้ขาวถอนตัวออกมาเสีย นี่ไม่ใช่ เวลาที่เขาจะดื้อแพ่งอะไรอีกแล้ว

ขาวก็ยังยืนยันว่าเสี่ยไม่ได้เป็นคนอย่างที่หลวงพ่อคิด ทั้งหมดนั้นอาจเป็นความเข้าใจผิดก็ได้

ขณะขาวพยายามแก้ต่างให้เสี่ยอยู่นั่นเอง ดำย้อนกลับ มาเพราะลืมของ เจอขาวพอดีทักทั้งขาวและบัว พอเห็นหน้าดำเท่านั้น ขาวของขึ้นทันที ตะคอกถามว่า "แกใช่ไหมที่เป่าหูหลวงพ่อ"

ขาวกำหมัดแน่นจนบัวต้องจับมือไว้เตือนสติ หลวงพ่อปรามว่าถ้ามีเรื่องกันอีกได้ลองรสไม้ตะพดท่านแน่ สงสัยต้องเรียกสติกันหน่อยล่ะ

ถูกหลวงพ่อปรามเช่นนั้นขาวขอตัวกลับ บัวบอกว่ายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ขาวตัดบทว่าถ้าบัวไม่กลับตนก็จะไม่รอ ว่าแล้วเดินชนไหล่ดำจนเซออกไปไม่ฟังเสียงเรียกของบัวกับดำ หลวงพ่อเห็นแล้วบ่น

"ชีวิตนี้ ไฟในหัวใจมันจะมีวันมอดไหมนะ"

ooooooo

เมื่อพากันไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ บัวเอารูปที่แอบถ่ายจากในศูนย์มาให้หลวงพ่อกับดำดู บัวชี้ที่รูปสายใจซึ่งไม่ชัดนักบอกดำว่า

"น้าผู้หญิงคนนี้แหละจ้ะที่มีพิรุธที่สุด นั่งเรือข้ามไปประเทศโน้นแต่กลับมาคนเดียว บัวแอบเห็นอย่างนี้สองสามครั้งแล้วจ้ะ"

ดำมองผ่านๆ แล้วสะดุดตาจ้องอีกทีบอกบัวว่าผู้หญิงคนนี้เหมือนตนเคยเห็นที่ไหน แล้วนึกออกว่าเคยเห็นมาทำบุญที่วัดบ่อยๆ หรือเปล่า ดำถามพลางส่งกล้องให้หลวงพ่อดูรูป

หลวงพ่อสะดุ้งไปนิดหนึ่งแล้วปรับสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว บอกดำว่าจำผิดคนแล้ว   ท่านไม่เคยเห็นหน้าเลย   แต่พอดำจะชี้แจงก็ถูกหลวงพ่อเอ็ดว่าบอกว่าไม่คุ้นก็ไม่คุ้นสิ   แล้วเปลี่ยนเรื่องถามบัวว่า ตกลงบัวจะออกจากที่นั่นไหม เรื่องทำมาหากินค่อยคิดกันใหม่  หลวงพ่อเห็นว่าบัวเป็นผู้หญิงอยู่ที่นั่นเสี่ยงเกินไป

เมื่อบัวลากลับเดินออกมา เจอขาวยังรออยู่ ขาวบอกบัวว่าเคยบอกว่าจะไม่ทิ้งบัวก็ไม่ทิ้ง พลางขอโทษเมื่อกี้ บ่นตัวเองว่าเห็นหน้าดำแล้วโมโหขึ้นมาทุกที

บัวมองหน้าขาวอย่างขอบคุณ บอกขาวว่าหลวงพ่อห่วงเขามาก ขาวบอกว่าตนรู้ ส่วนตัวบัวนั้นถ้าไม่สบายใจอยากออกจากที่นั่นก็ได้เดี๋ยวจะบอกเสี่ยให้

แม้บัวจะฟังหลวงพ่อแต่เมื่อขาวไม่ทิ้งตนบัวก็ไม่อาจทิ้งขาวได้ แม้จะช่วยอะไรไม่ได้มากแต่ก็จะพยายามไม่เป็นภาระ ให้ขาว สัญญาว่าไม่ว่าที่นั่นจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่ทอดทิ้งกัน

"งั้นเรากลับกันเถอะนะ" ขาวชวนขึ้นรถขับกลับไปอย่างอบอุ่นใจด้วยกันทั้งสองคน

ooooooo

หลังจากจัดตั้งกำลังทำงานกันตามหน้าที่ของแต่ ละคนแล้ว ทุกส่วนได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้องอย่างดี

พวกเวรยามของหมู่บ้านก็มีข้าวห่อมาสนับสนุนเวลาทำงาน จ่าดำเกิงก็ได้รับทั้งข้าว น้ำและขนมจากเด็กนักเรียนและครูทับทิมทุกครั้งที่มาดูแล ส่วนหลวงพ่อและพระเณรที่วัด

ก็มีชาวบ้านมาคอยคุ้มครอง

ดำที่ทำจดหมายร้องเรียนก็ทำจนเสร็จอย่างที่ตั้งใจไว้

มีแก้วมาช่วยปริ๊นต์และจัดการส่งไปตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน เรื่องก็กลับมาที่น้ำงาม ขาว เสี่ย เคที่ และแม่เลี้ยง ต่างแค้นใจเมื่อได้ข่าวการทำจดหมายร้องเรียนของดำ เสี่ยสั่งเจษให้ต่อสายท่านนิพันธ์ให้ทันที

"ไอ้ปลัดดำ คราวนี้ก็จะรู้ว่าจดหมายร้องเรียนของแกจะย้อนกลับมาเป็นมีดเชือดคอแกเอง ฮ่าๆๆ" เสี่ยหัวเราะอย่างสะใจขณะรอสายจากท่านนิพันธ์

สายใจแอบฟังอยู่ตกใจมากเมื่อรู้ว่าดำกำลังเป็นเป้าหมายของเสี่ย เมื่อสบโอกาสจึงแอบไปหาหลวงพ่อ อ้อนวอนหลวงพ่อให้บอกดำให้หยุดเสียไม่อย่างนั้นเสี่ยเอาตายแน่

"เอ็งคิดเหรอว่าข้าพูดแล้วทุกอย่างจะหยุด ดำมันกำลังทำหน้าที่ของข้าราชการที่ดีเหมือนๆกับพระวัดนี้ เหมือนกับ ชาวบ้านที่มาร่วมเคลื่อนไหว ทุกคนกำลังทำหน้าที่ของคนไทยนะสายใจ เอ็งห่วงลูกข้าเข้าใจ แต่เขาโตแล้ว เขามีวิถีชีวิตที่เราไม่สามารถไปบังคับเขาได้แล้วนะ"

สายใจน้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วงดำ หลวงพ่อถามว่าที่มาวันนี้มีเรื่องแค่นี้หรือ หรือว่ายังเดือดร้อนเรื่องเงินอยู่จะได้ให้คนไปเอามาให้ สายใจบอกว่าไม่เป็นไรเพราะตนมีใช้แล้ว

"เพราะเอ็งไปทำงานกับเสี่ยพิทักษ์ใช่ไหม" หลวงพ่อถามมองหน้าสายใจนิ่ง สายใจตกใจพึมพำว่าหลวงพ่อรู้ได้ยังไง "รู้ได้ยังไงเรื่องนั้นไม่สำคัญ แต่ข้าอยากเตือนให้เอ็งออกมาจากที่นั่นเสีย อดตายอย่างหมายังดีกว่าอิ่มอย่างพญาแร้งนะสายใจ"

สายใจน้ำตาไหลด้วยความรู้สึกผิด กราบลาหลวงพ่อแล้วเดินออกไป หลวงพ่อเห็นดำเดินมาท่านพึมพำ "ดำ" สายใจเหลียวมองไปพอเห็นดำก็รีบเอาผ้าคลุมไหล่คลุมหน้าอำพรางไว้

ขณะรีบเดินหนีนั้น สะดุดอะไรบางอย่างจนข้อเท้าแพลงลุกเดินไม่ได้ ดำรีบเข้ามาพยุงถามว่าเจ็บมากไหม สายใจก้มหน้าก้มตาตอบอุบอิบว่า "มะ...ไม่จ้ะ ฉันไม่เป็นอะไร" พลางพยายามปลดมือดำที่ช่วยพยุงไว้

สัญชาตญาณบางอย่างทำให้ทั้งสองชะงัก สายใจรีบตั้งสติขอให้ดำปล่อยแล้วดึงเอาผ้าคลุมไหล่ปิดบังใบหน้ารีบเดินออกไป ดำเป็นห่วงจะตามไปถูกหลวงพ่อขัดขึ้นว่า

"จะตามไปทำไม เอ็งรู้จักเขาเหรอ"

ดำเลยชะงัก มองตามสายใจไปด้วยความสงสัยและรู้สึกแปลกๆบอกไม่ถูก

ooooooo

เมื่อกลับมาคุยกันหลวงพ่อย้ำว่าเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าเขาไม่ใช่คนแถวนี้ แค่เป็นคนที่ชอบแวะมาทำบุญที่นี่เท่านั้น ดำก็ยังสงสัยว่าทำไมถึงทำตัวลับๆ ล่อๆ ทั้งยังทำเหมือนไม่อยากคุยกับตนด้วย เลยถูกหลวงพ่อเอ็ดว่าถามเซ้าซี้เสียจริง

หลวงพ่อตัดบทถามว่าแล้วเรื่องจดหมายร้องเรียนที่ทำไปทางกรุงเทพฯตอบมาบ้างรึยัง ดำบอกหลวงพ่อว่ายังไม่ทันไร เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากแก้ว ฟังปลายสายแล้วดำเครียดขึ้นทันที จนหลวงพ่อถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ต่อมา ดำก็ถูกเรียกตัวไปนั่งที่ห้องประชุมอำเภอน้ำงามต่อหน้านายอำเภอปราบและผู้กำกับสุจริต ดำถูกผู้บังคับบัญชาเรียกไปตำหนิเรื่องทำจดหมายร้องเรียนว่าทำให้เดือดร้อนกันไปหมด

เมื่อเรื่องกลายเป็นแบบนี้ ดำกับแก้วจึงเผชิญหน้ากับผู้บังคับบัญชา ทั้งสองชี้แจงเหตุผลที่จำเป็นต้องทำจดหมายร้องเรียนว่า เสี่ยพิทักษ์เหิมเกริมหนักขึ้นทุกวันถ้าเราไม่สู้วันนี้ต่อไปลูกหลานก็ไม่เหลืออะไรแล้ว

แต่ไม่ว่าแก้วกับดำจะชี้แจงอย่างไร ผลก็คือดำถูกตั้งกรรมการสอบวินัย นายอำเภอบอกตามตรงว่าตนไม่อยากทำอย่างนี้แต่เป็นคำสั่งจากผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ

แก้วฉุนขาดตบโต๊ะปังถามดำว่าจะเอายังไงดี

"ไม่เอาไงหรอก  ก็ดีเหมือนกัน  ประจานให้มันรู้กันไปว่า ระบบราชการจะเอาผิดกับข้าราชการที่ไม่ได้กระทำผิด" พูดแล้วดำมองหน้านายอำเภอและผู้กำกับแบบวัดใจกันไปเลย

ooooooo

วันต่อมาดำก็ตกเป็นจำเลยถูกตั้งกรรมการสอบวินัย ดำนั่งอยู่ต่อหน้าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มาตรวจสอบ เขาถูกซักถามอย่างตึงเครียด

เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง แก้วกับจีรายุส ผู้ใหญ่ แม่ตุ๊ก ครูทับทิม และจ่าดำเกิง ที่มานั่งคอยฟังผลอยู่ข้างนอกต่างพากันกระวนกระวายใจว่าทำไมดำยังไม่ออกมาสักที

แม่ตุ๊กภาวนาขออย่าให้ดำถูกลงโทษอะไรเลย ส่วน จีรายุสก็พูดอย่างไม่สบายใจว่า

"ตั้งแต่รับราชการมา ผมไม่เคยรู้สึกท้อใจเหมือนวันนี้เลยนะครับ"

ส่วนหลวงพ่อก็เข้าโบสถ์กราบพระประธาน ภาวนาด้วยความเป็นห่วงดำว่า

"ผมสอนดำมันเสมอว่าตราบใดที่เราเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรทั้งนั้น หวังว่าดำมันคงไม่ หวั่นไหว"

ขณะนั้นเองบัวกับขาวเข้ามา ท่านบอกให้นั่งคุยกันก่อน บัวปรารภว่ารู้สึกที่วัดวันนี้ดูเงียบๆยังไงไม่รู้ หลวงพ่อตอบเป็นนัยว่าอาจเป็นเพราะคนที่นี่กำลังเศร้า ขาวถามว่าเศร้าเรื่องอะไร หลวงพ่อบอกว่า

"ดำมันโดนตั้งคณะกรรมการสอบวินัย"

ขาวกับบัวชะงักไปนิดหนึ่ง บัวถามว่าข้าราชการมือสะอาดอย่างดำนี่หรือถูกสอบวินัย

"ดำมันทำจดหมายร้องเรียนเรื่องเสี่ยพิทักษ์ แต่คนที่โดนสอบความผิดกลับกลายเป็นเจ้าดำ ยิ่งใหญ่ใครแตะไม่ได้แบบนี้ คงไม่มีใครกล้าทำอะไรเขาแล้วละ" หลวงพ่อพูดอย่างละเหี่ยใจแต่เป็นการสะกิดให้คิดซึ่งก็ได้ผล ขาวกับบัวนิ่งคิด แม้ภายนอกขาวจะนิ่งๆ แต่ลึกๆแล้วก็อดเป็นห่วงดำไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

ทุกคนคอยดำอยู่ข้างนอกอย่างร้อนใจ กระวน กระวายใจ จนเมื่อดำเดินออกมา ทุกคนกรูกันเข้าไปถามดำว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดำนิ่งไม่ตอบ จนกระทั่งแก้วขอร้องให้พูดอะไรออกมาบ้างอย่าเงียบอย่างนี้ดำจึงโพล่งออกมาอย่างเจ็บปวดโกรธแค้นว่า

"ฉันโดนพักราชการ"

พริบตานั้น ดำวิ่งพรวดออกไป แก้วตกใจถามว่าจะไปไหนแล้ววิ่งตามไปจนถึงสนามหน้าศาลากลางจังหวัด ดำหยุดแล้วหันกลับไปตะโกนบอกพวกที่ยืนอยู่หน้าศาลากลางเสียงดังกึกก้อง

"ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องรับใช้ประชาชน! ประชาชนคือเจ้านายของข้าราชการ ข้าราชการไม่ใช่ขี้ข้านายทุน!"

ดำยังคงตะโกนครั้งแล้วครั้งเล่าว่า "ข้าราชการต้องรับใช้ ประชาชน!" จนบรรดาผู้ใหญ่ที่มาประชุมเรื่องดำออกมา ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก นายอำเภอถามดำอย่างไม่พอใจว่า

"ปลัด...คุณเป็นบ้าอะไร หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"

"หน้าที่ของข้าราชการคือต้องรับใช้ประชาชน...หน้าที่ของข้าราชการคือต้องรับใช้ประชาชน!" ดำไม่ฟังเสียงยังคงตะโกนอยู่อย่างนั้น จนคณะกรรมการที่มาสอบสวนดำหน้าไม่ดี ทยอยกันแยกย้ายไปขึ้นรถพร้อมๆกับสายฝนเริ่มโปรยปรายลงมา  ใครๆพากันวิ่งหลบฝน  แต่ดำและกลุ่มผู้ใหญ่ที่มาให้กำลังใจดำยังคงยืนอยู่ตรงนั้น เปียกฝนไปด้วยกันกับดำ...

"ดำ...พอได้แล้ว" แก้วขอร้อง

"ไม่ ฉันจะตะโกนให้ข้าราชการทุกคนรู้ว่าหน้าที่ของพวกเขาคืออะไร" ว่าแล้วดำตะโกนก้อง "หน้าที่ของข้าราชการคือต้องรับใช้..." ดำตะโกนไม่ทันจบประโยคก็ถูกแก้วเอามือปิดปากไว้ด้วยความสงสารจับใจ บอกดำว่าพอแล้ว ทุกคนรู้แล้ว ทุกคนรู้ในสิ่งที่ดำต้องการแล้ว

"แก้ว...ทำไม...ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วยแก้ว ทำไม!" ดำทรุดตัวลงร้องไห้ด้วยความชอกช้ำใจ แก้วพูดไม่ออก ได้แต่ กอดดำไว้ด้วยความเศร้า

ขณะนั้นเอง รถของเสี่ยพิทักษ์และพวกก็ปราดเข้ามาจอด เสี่ยเดินลงมาอย่างลำพองใจ ดำกับแก้วและพวกที่ยังอยู่พากันมองเป็นตาเดียว พริบตานั้นพวกเสี่ยพิทักษ์ชักปืนออกมา จีรายุสที่กำลังจะชักปืนจำต้องเก็บปืนอย่างเจ็บใจ

เสี่ยพิทักษ์เยาะเย้ยดำว่าเสียแรงเปล่าไม่ใช่หรือ เห็นแล้วใช่ไหมว่าอำนาจของตนนั้นล้นฟ้าแค่ไหน ทั้งยังหยามว่า

"ฉันเคยคิดว่าฉันจะฆ่าแกทิ้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะเลี้ยงแกไว้ดูเล่นจะดูสิว่าหมาที่ไร้เขี้ยวมันจะงับยังไง ฮ่าๆๆ"

ไม่เพียงเท่านั้น เสี่ยพิทักษ์ยังวางอำนาจเรียกจ่าดำเกิง จ่ากลัวๆกล้าๆเลยถูกเจษตะคอกว่าเสี่ยเรียกไม่ได้ยินหรือ จ่าจึงค่อยๆเดินเข้าไปหา ถูกเสี่ยตบหน้าจนทรุดลงไปนั่งกับพื้น

ผู้ใหญ่ตวาดว่าจะมากไปแล้วขยับจะเข้าไปหาเสี่ย ถูกแม่ตุ๊กรั้งไว้ เสี่ยชี้หน้าจ่าแต่พูดกับดำว่า

"เมื่อไหร่ที่ข้าราชการค่อนประเทศยังอ่อนแอเหมือนไอ้จ่าดำเกิงนี่ เมื่อนั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องสนใจข้าราชการที่ทำตัวเหมือนจระเข้ขวางคลองอย่างแก ฮ่าๆๆ" แล้วเสี่ยก็โยนเงินหนึ่งพันบาทลงตรงหน้าจ่าบอกว่าเอาไว้ซื้อเหล้ากิน

เสี่ยเดินไปแล้ว แม่เลี้ยงอุ่มคำหันมองเงินแล้วไปคว้าไว้พูดหน้าด้านๆว่าเดือนนี้จ่ายังไม่ได้จ่ายดอกตน

ผู้ใหญ่กับแม่ตุ๊กเข้าประคองจ่าดำเกิงลุกขึ้นมาด้วยความสงสาร จีรายุสกับครูทับทิมเข้าไปประคองดำกับแก้วขึ้นมา ดำกัดฟันกรอด มองตามเสี่ยพิทักษ์ไปด้วยความแค้นสุดขีด!

ooooooo

ดำตากฝนไข้ขึ้นสูงนอนซมมาสองสามวันแล้ว วันนี้ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่นดำเห็นแม่มาชะโงกดูใกล้ๆ แต่สายตาที่ยังพร่ามัวทำให้ดำไม่แน่ใจตัวเอง ร้องเรียกแม่ แล้วลุกพรวดขึ้นอย่างตื่นเต้น

แก้วถือปิ่นโตเข้ามาพอดีถามดำว่าเป็นอะไร เขาถามว่าเห็นแม่ตนหรือเปล่า แก้วบอกว่าตั้งแต่เข้ามายังไม่เห็นใครเลย พอดำเล่าให้ฟัง แก้วบอกว่าคงเพ้อเพราะพิษไข้มากกว่าเพราะนอนซมมาสองสามวันแล้ว

ดำยืนยันว่าตนมีสติดีไม่ได้เพ้อ ก็พอดีหลวงพ่อเข้ามา ดำบอกว่าเห็นแม่มา หลวงพ่อชะงักนิดหนึ่งมองออกไปทางหน้าต่างเห็นศีรษะของสายใจโผล่ขึ้นมานิดๆ หลวงพ่อเดาเรื่องออกทันที พูดกลบเกลื่อนว่า

"แม่เอ็งก็อยู่กับตัวเอ็งนี่แหละดำ ตลอดเวลาเขาไม่ได้ จากเอ็งไปไหน" แล้วหลวงพ่อก็อธิบายว่าในตัวดำมีเลือดของแม่อยู่ครึ่งหนึ่ง มันอยู่ที่วิธีคิดมากกว่าจะให้เขาอยู่ไกลแสนไกลหรืออยู่ใกล้แค่เอื้อม

ดำบอกว่าอยากเจอแม่อีกสักครั้งก่อนจะตาย หลวงพ่อพูดยิ้มๆให้เป็นเรื่องขำๆไปว่า

"คนบ้าๆกะโหลกหนาๆอย่างเอ็งไม่ตายง่ายหรอกวะเจ้าดำ ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดอะไรมากพักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรงซะก่อนดีกว่า เรื่องแม่เอ็งถ้าบุญกรรมที่เอ็งกับแม่ทำร่วมกันไว้ยังมีอยู่ ข้ารับรองว่าเอ็งต้องได้พบเขาแน่ๆ"

พูดกับดำแล้ว หลวงพ่อจงใจพูดดังๆให้สายใจได้ยินว่า

"ไม่มีใครหนีความจริงและกรรมที่ตัวเองก่อไว้ได้ ตลอดรอดฝั่งหรอกวะ"

สายใจได้ยินที่หลวงพ่อพูดก็ร้องไห้ออกมาด้วยความ รู้สึกผิด...

ooooooo

ที่บ้านริมน้ำของเสี่ยพิทักษ์ วันนี้ ทั้งเสี่ย เคที่และเจษต่างนั่งพักผ่อนกันอย่างสบายอกสบายใจที่ระเบียง เคที่ชมป๊าตัวเองว่าคิดไม่ผิดจริงๆที่มาปักหลักที่นี่ ยังไม่ทันข้ามปีก็คืนทุนแล้ว

"หากินกับกำหนัดกับกิเลสคนเนี้ยยังไงก็กำไรลูก ฮ่าๆๆ"

พอดีแม่เลี้ยงเข้ามาหน้าตาอารมณ์ดีเพราะเพิ่งไปทำบุญล้างบาปมา เสี่ยหัวเราะขำๆที่ได้ยินแม่เลี้ยงบอกว่าไปทำบุญล้างบาป จากนั้นบอกเสี่ยว่าตนหาเด็กได้ตามจำนวนที่เสี่ยต้องการแล้วถามว่าทำไมเที่ยวนี้ถึงขนเยอะจัง

"แม่เลี้ยงก็รู้ว่าพวกฝรั่งมันบ้าผู้หญิงเอเชียขนาดไหน แถมลอตนี้ส่งยาลอตใหญ่ไปกับคนด้วย งานนี้ผมเพิ่มโบนัสพิเศษให้แม่เลี้ยงไปทำบุญด้วยซะเลย"

แม่เลี้ยงยิ้มหน้าบานบอกว่าแบบนี้ค่อยลืมบาปหน่อยพลางยกเครื่องคิดเลขขึ้นมากดอย่างพอใจ

บัวแอบฟังอยู่ ตกใจกับเรื่องที่ได้ยิน แต่พอจะหันกลับออกไปก็ชนถูกแจกันตกแตก บัวตกใจหนีสุดชีวิต ส่วนพวกเสี่ยก็หันขวับมองมาทางต้นเสียงทันทีแต่ไม่เจอใครแล้ว

บัววิ่งมาชนขาวเข้า อารามตกใจเธอร้องขออย่าทำอะไรตนเลย พอเห็นว่าเป็นขาวก็บอกอย่างตระหนกว่าให้รีบถอนตัวเสีย หลวงพ่อกับดำพูดถูก พวกเขาไม่ได้โกหกไม่ได้ใส่ร้ายใคร

ขาวถามว่าบัวไปเห็นอะไรมา บัวตกใจจนพูดไม่ออก ขณะกำลังพยายามจะเล่านั่นเอง เสียงเสี่ยก็ถามขึ้นอย่างมีอำนาจว่า "มีอะไรกันเหรอ!"

เสี่ยพิทักษ์ เคที่ และเจษกับแม่เลี้ยงอุ่มคำเดินเข้ามาอย่างใจเย็น แม่เลี้ยงถามว่าบัวเป็นอะไรหน้าซีดเหงื่อแตกขนาดนี้ บัวปดว่าไม่สบายนิดหน่อยแล้วขอให้ขาวพาไปหาหมอเพื่อเลี่ยงไปจากตรงนี้

พอบัวจะไป เคที่ยังเรียกไว้สั่งว่าให้รีบกลับมากวาดเศษแจกันที่แตกด้วย พอบัวกับขาวไปแล้วเจษมองตามพูดอย่างระแวงว่า "นังนี่ ชักไว้ใจไม่ได้แล้วนะครับ"

เมื่อบัวกับขาวหลบมาคุยกันที่ริมน้ำ บัวเล่าสิ่งที่ได้ยินให้ขาวฟัง แต่ขาวก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี บัวไม่รอช้าขอให้ขาวพาไปหาดำเดี๋ยวนี้เลย ขาวไม่พอใจแต่ก็พาบัวไปตามคำขอ เตือนบัวว่า ถ้าบัวไปเล่าให้ดำฟังแบบนี้ก็เข้าทางดำพอดี

บัวร้อนใจผละจากขาวไปงอนๆ ขาวตามไปแล้วขับรถพาบัวไปหาดำ   พอไปถึงขาวไม่ลงจากรถปล่อยให้บัวเข้าไปพบดำคนเดียว   แต่ใช่ว่าขาวจะไม่คิด เขานั่งสับสนไม่สบายใจอยู่ในรถคนเดียว

เมื่อดำกับแก้วฟังบัวเล่าแล้ว ดำแค้นใจมากหาทางจัดการเรื่องที่เสี่ยจะส่งผู้หญิงและยาเสพติดไปฝั่งโน้น แก้วต้องทั้งปลอบทั้งขู่ให้ดำใจเย็นๆ โอกาสไม่ได้มีครั้งเดียว เพราะตอนนี้ดำยังไม่สบายและถูกพักราชการอยู่ บัวเองก็ช่วยพูดว่าตอนนี้ถ้าเราใจร้อนมีแต่จะเสียเปรียบและดำก็จะถูกลงโทษหนักขึ้น

แม้จะฝืนใจขัดใจ แต่ดำก็ฟังแก้วกับบัว นั่งลงอย่างไม่สบายใจมาก

ooooooo

เณรจ้อยกับหลวงพี่ฉิมมาเจอขาวเปิดกระจกรถนั่งเหม่ออยู่ในรถเลยแวะเข้าไปทัก หลวงพี่ฉิมถามว่าจะไม่แวะเข้าไปข้างในหน่อยหรือ ขาวบอกว่าบัวมาธุระแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับแล้ว

"แวะคุยกับข้าสักประเดี๋ยวจะเสียเวลานักหนาเลยเหรอวะ" เสียงหลวงพ่อทักขึ้น ขาวรีบลงมาไหว้หลวงพ่อ หลวงพ่อถามว่ามีธุระอะไรถึงต้องรีบร้อนกลับขนาดนั้น ขาวอ้างว่างานที่ศูนย์กำลังยุ่ง

"ดำมันไม่สบาย นอนซมอยู่ที่ห้อง" หลวงพ่อพูดวัดใจขาว เณรจ้อยกับหลวงพี่ฉิมก็ช่วยกันพูดเสริมว่า งานนี้ปลัดดำมีหวังโศกซึมไปอีกนานที่เจอระบบราชการเล่นงานแบบนี้

"มันฝันจะเป็นนายอำเภอมาตั้งแต่เล็กๆ คราวนี้ฝันของมันกลายเป็นฝันร้ายเสียแล้ว" หลวงพ่อถอนใจยาว ขาวทนฟังไม่ได้ลุกพรวดจะเดินออกไป บอกว่าจะไปตามบัว บ่นว่ามัวทำอะไรอยู่ช้าจัง

พอขาวเดินไป หลวงพ่อมองตามพึมพำอย่างหนักใจ

"เมื่อไหร่เอ็งจะเลิกหลอกตัวเองซะทีวะไอ้ขาว"

ooooooo

ที่หน้าบ้านพักของดำกับขาว แก้วกับบัวประคองดำออกมาข้างนอก ดำถามบัวว่าแน่ใจหรือว่าจะอยู่ที่นั่นต่อไป บัวบอกว่าเมื่อขาวยังไม่ออกตนจะทิ้งขาวมาได้ยังไง บอกดำกับแก้วว่าไม่ต้องห่วงตนเอาตัวรอดได้

พอดีขาวมาถึง เขาเรียกบัวอย่างไม่พอใจ บัวบอกว่ากำลังจะกลับพอดีแล้วบอกขาวว่าดำไม่สบายหมายลองใจขาว กลับถูกขาวพูดอย่างสะใจว่า "วันหลังก็อย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนไป...บัว"

ขาวคว้ามือบัวจะพาไป ดำจับไหล่ขาวไว้เตือนสติว่าถ้าเขายังดื้ออยู่ที่นั่นต่อไปชีวิตจะไม่เหลืออะไรเลย ถูกขาวตวาดว่า "เมื่อไหร่แกจะเลิกยุ่งกับชีวิตของฉันซะทีวะ!"

พูดไม่ทันขาดคำขาวก็เหวี่ยงหมัดใส่ดำทันทีจนดำหงายลงไปกองกับพื้น แก้วกับบัวต้องช่วยกันรั้งไว้ทั้งสองคน แก้วตวาดขาวว่าเป็นอะไรไม่เห็นหรือว่าดำกำลังไม่สบาย ดำบอกว่าตนไม่เป็นไรแล้วพยายามประคองตัวขึ้นมา ขาวมองอย่างรู้สึกผิดแต่ยังทิฐิกลบเกลื่อนไว้

"กลับไปได้แล้วขาว แล้วถ้านายขาวยังขืนดื้อไม่ฟังเสียงเตือนจากคนอื่นนายจะเสียใจ" แก้วพูดอย่างไม่พอใจในขณะที่ดำมองขาวอย่างเป็นห่วง

ooooooo

พอกลับถึงบ้านพักริมน้ำ ขาวกลับไปเล่าให้เสี่ยพิทักษ์ฟัง เสี่ยไม่พอใจมากถามว่ากลายเป็นว่าตนเป็น ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดเลยหรือ เรื่องดำถูกสั่งพักราชการตนก็ไม่มีอำนาจถึงขนาดสั่งย้ายใครได้ แต่ก็บอกขาว ว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ตนขี้เกียจอธิบาย

"ยังมีเรื่องที่คนเขาว่าเสี่ยกำลังจะขนผู้หญิงไปค้าประเวณีพร้อมยาเสพติดลอตใหญ่ด้วยนะครับ"

เสี่ยชะงักกึกถามขาวอย่างตึงเครียดว่าไปฟังเรื่องพวกนี้มาจากไหน ขาวบอกว่าคนเขาพูดกัน

"นับวันนายจะมีข้อสงสัยในตัวฉันมากขึ้นทุกวันนะขาว" เสี่ยโยงเข้ามาถึงตัวขาว จนขาวต้องชี้แจงว่าแค่ตนได้ยินคนเขาพูดกันเท่านั้น   เสี่ยพูดอย่างผิดหวังว่า   "ถ้านายไม่สบายใจนายจะลาออกก็ได้นะ...ฉันไม่ได้โกรธนายนะ ฉันยังต้องการให้ นายทำงานกับฉันอยู่ เพียงแต่ถ้านายหมดศรัทธาฉันแล้ว นายจะไปฉันก็จะไม่ขัดขวาง คนเราทำงานให้ใครก็ต้องศรัทธากับคนคนนั้นด้วยไม่ใช่เหรอ"

เสี่ยพูดวัดใจขาว ทิ้งให้ขาวคิด ครู่หนึ่งขาวถอนใจออกมาอย่างเข้าใจ เสี่ยยิ้มออกมา ยกมือตบบ่าขาวอย่างพอใจ

ส่วนแก้วนับวันก็ท้อใจที่มาเป็นตำรวจแล้วทำอะไรไม่ได้เลย แบบนี้จะเป็นตำรวจไปทำไม แม่ตุ๊กกับผู้ใหญ่ให้กำลังใจ ว่าอย่าเพิ่งท้อ เสี่ยพิทักษ์จะอยู่ค้ำฟ้าได้ก็ให้มันรู้ไป แม่ตุ๊กถามว่าดำเป็นยังไงบ้าง

"อาการป่วยกายไม่น่าห่วงหรอกจ้ะ แต่อาการป่วยทางใจนี่สิ" แก้วถอนใจด้วยความเป็นห่วง

รุ่งขึ้นแก้วหิ้วปิ่นโตไปส่งดำที่ห้อง ปรากฏว่าดำไม่อยู่ แก้วสงสัยแต่ไม่รู้ว่าดำหายไปไหน

ที่แท้ดำบุกเข้าไปในห้องส่วนตัวในร้านอาหารที่เสี่ยพิทักษ์กำลังจัดเลี้ยงตอบแทนผู้กำกับและนายอำเภอที่อำนวยความสะดวกแก่ธุรกิจของตน

ดำในชุดปลัดเต็มยศบุกเข้าไปปลดเครื่องหมายบนบ่าคืนนายอำเภอบอกว่าจดหมายลาออกของตนวางไว้ที่โต๊ะทำงานของนายอำเภอแล้ว ดำประกาศอย่างทระนงว่า

"ถ้าการที่ผมสวมเครื่องแบบที่ทรงเกียรติของข้าราชการ มันไม่สามารถบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศได้ ผมก็ไม่ควรสวมมันอีกต่อไป ใครไม่อาย แต่ผมอาย"

ทั้งผู้กำกับและนายอำเภอตีหน้าไม่ถูก ส่วนเสี่ยพิทักษ์ยิ้มสะใจนึกว่าดำถอดใจแล้ว

ขาวอยู่ในห้องนั้นด้วย เขารู้สึกเห็นใจดำขึ้นมาแวบหนึ่ง

ooooooo

แก้วเป็นห่วงดำมาก ไปอยู่กับหลวงพ่อที่ศาลาวัด พยายามโทร.หาดำแต่ดำก็ไม่รับสาย ขณะทุกคน กำลังร้อนใจเป็นห่วงอยู่นั่นเอง ดำก็เดินมาที่ศาลา ทุกคน ถามว่าไปไหนมา แก้วถามว่าทำไมแต่งชุดข้าราชการด้วย ดำยังคงนิ่งแล้วโผเข้าไปซบตักหลวงพ่อสะอื้นในอก หลวงพ่อวางมือบนหลังดำอย่างเข้าใจความรู้สึก ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไปทำอะไรมา

"ผมลาออกแล้วครับหลวงพ่อ ต่อไปจะไม่มีกรงอะไรมาขังผมได้อีกแล้ว"

"นี่เอ็งทิ้งสิ่งที่เอ็งฝันมาตลอดชีวิตเลยเหรอ" หลวงพ่อ ถาม

"ถ้าฝันมันไม่เป็นอย่างที่ผมคิด เราก็ไม่ควรกอดมันไว้ไม่ใช่เหรอครับ ถ้าชีวิตข้าราชการมันมีกรอบมีระเบียบมาขังให้ทำงานช่วยประชาชนไม่ได้อย่างที่ใจคิด ก็ขอกลับมาเป็นไอ้ดำคนเดิม เป็นชาวบ้านที่ช่วยชาวบ้านด้วยกันเองดีกว่า"

หลวงพ่อนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนยิ้มออกมาบอกดำว่าเอาไงเอากัน ให้กำลังใจดำว่า

"ไม่ว่าเอ็งจะเป็นปลัดดำ เป็นนายอำเภอดำ หรือเป็นไอ้ดำ ข้าก็สนับสนุนเอ็งเหมือนเดิมว่ะ"

ทั้งหลวงพี่ฉิมและเณรจ้อยเอาด้วยกับหลวงพ่อ ดำปาด น้ำตายิ้มออกมาอย่างมีความหวัง หันไปมองแก้ว ต่างยิ้มให้กันอย่างเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน

ooooooo

เมื่อไปนั่งคุยกันตามลำพังสองคนที่ริมน้ำ แก้วถามดำว่าเราจะทำยังไงต่อไปดี ดำพูดอย่างมั่นใจว่า

"ถึงขั้นนี้แล้วเป็นไงเป็นกัน เรามีกองกำลังชาวบ้านที่พร้อมจะสู้เพื่อแผ่นดินเกิดของเราอยู่แล้ว"

"แต่มันผิดกฎหมายนะดำ"

"แล้วตอนนี้กฎหมายใช้อะไรได้บ้างล่ะแก้ว เราจะปล่อยให้พวกเสี่ยพิทักษ์ทำชั่วอย่างนี้ต่อไปไม่ได้" ดำเคร่งเครียดมาก แก้วฟังแล้วบอกดำว่าเป็นห่วงขาวกับบัว ดำมั่นใจว่า "บัวน่ะยังไงขาวก็ไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรได้หรอก เป็นห่วงแต่ขาวไม่รู้มันถลำไปถึงไหนแล้ว"

"อยู่ที่เขาแล้วล่ะ ไปพูดไปบังคับเขามากก็มีเรื่องกันเปล่าๆ" แก้วพูดปลงๆ

ดำถอนใจมองแก้วด้วยความรัก เรียกแก้วแล้วก็โผเข้ากอดแน่นจนแก้วตกใจ แต่แล้วก็กอดตอบดำด้วยความรักเช่นกัน

"อยู่ข้างๆฉันนะแก้ว"

"ที่ผ่านมาฉันก็ไม่เคยห่างนายไม่ใช่เหรอ ต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันก็จะอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างนายนี่แหละดำ" แก้วตอบเบาๆแต่เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง จริงใจ จริงจัง

ทั้งสองกอดกันด้วยความรัก ดำมีกำลังใจขึ้นมามากมาย พร้อมที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อประชาชนกับประเทศชาติต่อไปอย่างไม่หวั่นเกรงอุปสรรคใดๆทั้งสิ้น!

ooooooo

ตอนที่ 15

คืนนี้ เจษอาศัยช่วงที่ไม่มีคนอยู่และขาวก็ยังไม่กลับ ลักลอบเขาไปหมายข่มขืนบัวซึ่งนอนหลับอยู่ที่ห้อง บัวตกใจสู้สุดชีวิต ถูกเจษชกท้องจนจุกแม้จะจุกจนตัวงอแต่บัวก็กัดฟันสู้ ใช้กระจกแจกันที่แตกกรีดมือเจษจนมันร้องจ๊าก

บัวหนีออกจากห้องได้ มันตามไปจนถึงหลังบ้านพักริมน้ำ มันกระชากบัวจนล้มแล้วขึ้นคร่อมหมายเผด็จศึก

แต่ขณะมันกำลังหน้ามืดนั่นเอง ก็ถูกเตะเสยคางจนหน้าหงายลงไปนอนกับพื้น บัวหันมองร้องอย่างดีใจสุดชีวิต

"พี่ขาว..."

ขาวเข้าเล่นงานเจษด้วยความโกรธสุดขีด ทั้งสองต่อสู้ คลุกดินกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะนั้นเองบึมมาเจอเข้าไม่กล้าเข้าไปห้าม นึกได้วิ่งอ้าวกลับไปบอกเสี่ยพิทักษ์

เจษ ขาว และบัว ถูกเรียกไปที่ห้องทำงานของเสี่ยพิทักษ์ในคืนนี้เลย เสี่ยดุด่าตำหนิเจษอย่างหนักว่าชอบหาเรื่องให้ตนต้องหนักใจอยู่เรื่อย เจษตีหน้าจ๋อยขอโทษเสี่ย

"ฉันไม่น่าไว้ใจให้แกถือกุญแจห้องเลย แกออกไปให้พ้นหน้าฉันได้แล้วไป!" เสี่ยไล่ตะเพิด พอเจษออกไป เสี่ยก็หันมาพูดกับบัวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "ฉันไม่รู้จะขอโทษเธอยังไง"

ขาวเสนอขอเอาบัวออกไปจากที่นี่ เสี่ยทำเสียงอ่อนโยนบอกว่าไม่ใช่ความผิดของบัว คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ควรเป็นตนเอง ขาวไม่สบายใจบอกเสี่ยว่าเสี่ยไม่ใช่คนผิด

"ฉันผิดที่เอามันมาทำงาน ผิดที่มันทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ฉันก็ยังหยุดมันไม่ได้ ฉันคิดว่าการให้โอกาสคน จะสร้างให้คนเป็นคนดี แต่นี่..." เสี่ยทำหน้าผิดหวังจนน้ำตาเอ่อ

"เสี่ยครับ..." ขาวเอ่ยอย่างไม่สบายใจ เสี่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขอร้องว่า

"อยู่ที่นี่ต่อไปเถอะนะ ช่วยกันทำงาน ช่วยกันพัฒนาท้องถิ่นนี้ให้เจริญ เรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว บัว...เห็นว่าเคที่มันซื้อที่เธอไปใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะหาทางเอาคืนมาให้นะ"

ขาวกับบัวมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ เสี่ยทำทีขยับตัวจะนั่งไหว้ถามว่าหรือบัวจะต้องให้ตนไหว้ขอโทษ ขาวกับบัวรีบรั้งเสี่ยไว้ ขาวบอกเสี่ยว่าตนสองคนจะไม่ไปแล้ว เสี่ยจึงทำเป็นยิ้มออกด้วยความตื้นตันใจถามว่า "จริงเหรอ อย่าพูดเล่นนะ"

"ถ้าบัวอยู่แล้วทำประโยชน์ให้กับชุมชน บัวก็จะลองดูอีกครั้งจ้ะ" บัวตัดสินใจ

"ฉันสัญญาว่าจะไม่มีเรื่องอย่างวันนี้เกิดขึ้นอีก ขอบใจเธอสองคนมากนะ ขอบใจจริงๆ"

เสี่ยทำหน้าตื้นตันดีใจจนขาวกับบัวสะเทือนใจ ขาวขอพาบัวกลับไปพัก เสี่ยพยักหน้าอย่างใจดี แต่พอขาวพาบัวออกไปพ้นประตูห้องเท่านั้น เจษก็พูดขึ้นก่อนตัวจะเดินออกมาว่า

"ตีบทแตกอีกแล้วนะครับเสี่ย"

เสี่ยเตือนเจษว่าวันหลังจะกินอะไรก็อย่ามูมมามนักตนยังต้องใช้งานสองคนนี้อยู่ เตือนเจษแต่เสี่ยเองกลับบอกว่าตนเองก็ดูจะอดใจยากเหมือนกันเพราะบัวน่าฟัดจะตาย แล้วหัวเราะชอบใจกัน

ooooooo

ขาวพาบัวไปที่แก่งเอื้อมดาว ขอโทษบัวที่ตนรับปากกับทุกคนว่าจะปกป้องบัวแต่ก็เกิดเรื่องจนได้ บัวถามว่าทุกครั้งที่ตนโดนรังแกขาวก็ช่วยตนไว้ทุกครั้งไม่ใช่หรือ บัวถือว่าขาวเป็นฮีโร่ของตน

ทั้งคู่คุยกันด้วยความรู้สึกดีและอบอุ่น จนบัวแอบหาวขาวถามว่าง่วงแล้วใช่ไหมกลับไปนอนไหม บัวขออยู่ที่แก่งนี้อีกสักครู่ ขาวถามยิ้มๆว่าจำตอนเด็กๆได้ไหม

"จำได้สิจ๊ะ บัวชอบดื้อขอนอนหนุนตักพี่ขาวดูดาว"

"แต่วันนี้ไม่ต้องดื้อ" ขาวยิ้มอบอุ่น บัวยิ้มอายๆแล้วค่อยๆนอนหนุนตักขาว หนุ่มสาวมองตากันอย่างหวานซึ้งก่อนจะหันมองดูดาวบนท้องฟ้า ขาวถามว่า

"จำนิทานที่พี่เคยเล่าให้บัวฟังตอนเด็กๆได้ไหม"

เงียบ ไม่มีเสียงตอบจากบัว ขาวก้มมองจึงเห็นว่าบัวหลับไปแล้ว หลับอย่างมีความสุขด้วยความรู้สึกปลอดภัย

"ฝันดีนะจ๊ะบัว ฮีโร่คนนี้จะปกป้องบัวเอง" ขาวบอกทั้งที่บัวหลับอยู่ แต่พอขาวเงยหน้ามองดูดาวบนฟ้า บัวก็ค่อยๆ ลืมตาดูขาวด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก...

ooooooo

พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ดำต้องเอาสินค้าปลอดสารพิษของโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินไปเปิดบูธที่กรุงเทพฯแล้ว คืนนี้ทั้งจีรายุส ครูทับทิม และแก้วจึงมาช่วยกันบรรจุของ ห่อของ เพื่อเอาขึ้นรถพรุ่งนี้

ดึกแล้ว แก้วบอกให้จีรายุสไปส่งครูทับทิมกลับที่พัก ส่วนตัวแก้วเองอยู่ช่วยดำแพ็กของต่อ ครูทับทิมถามว่าแก้วยังไม่กลับหรือ เลยถูกจีรายุสแซวว่า  "ก็อยากอยู่ใกล้ๆหวานใจกัน สองต่อสองไงครับครู"

แก้วเขินแต่ยังยืนหยัดไม่กลับ หยอกแหย่กันพอได้ครึกครื้น จีรายุสจึงไปส่งครูทับทิม แก้วรอจนดำที่ไปขนของมาเพิ่มเติมกลับมา ดำถามว่าทำไมแก้วยังไม่กลับ ทำให้แก้วนึกขวาง น้อยใจ งอน พานหาว่าดำไล่ นั่งหน้าง้ำ พอดำขนของขึ้นมาบนศาลา แก้วบอกว่า

"ยังมีของต้องแพ็กอีกตั้งเยอะก็เลยอยู่ช่วย ที่ไหนได้ ไล่เฉยเลย ไม่อยากให้อยู่กลับก็ได้"

"แหม...ล้อเล่นน่า อ่ะๆ อยากช่วยก็ได้ งั้นรับไปเลยนะจ๊ะที่รักจ๋า" ว่าแล้วแกล้งเอากล่องกระดาษเหวี่ยงใส่มือแก้วจนแก้วตัวเอนเพราะหนักมาก พอดำทำเป็นไม่สนใจเดินกลับไปดื้อๆ แก้วก็โวยวาย

"โอ๊ย...ๆๆ เดี๋ยว อะไรเนี่ย ดำช่วยฉันด้วยสิ ฉันหนัก" ร้องแล้วถือกล่องเดินตามดำไปอย่างทุลักทุเล

ระหว่างช่วยกันแพ็กของ แก้วบอกดำว่าตนลางานไว้แล้วเพื่อลงไปช่วยดำ เพราะลำพังดำกับครูทับทิมสองคนคงเหนื่อยแย่

ช่วยกันแพ็กจนดึก ดำบอกให้แก้วกลับได้แล้วเดี๋ยวตนจะไปส่ง แก้วไปเอาถุงนอนมาโชว์บอกว่าง่วงมากก็ถุงนอนนี่ไง แต่สงสัยท่าจะกลับยากเพราะงานยังอยู่เพียบเลย

"นั่นแน่...ทำเนียน อยากอยู่ใกล้ๆเขาล่ะซี้..." ดำแซวมองอำๆจนแก้วเขิน

ooooooo

จนวันรุ่งขึ้น ทั้งหลวงพ่อ ครูทับทิม และดำ ช่วยกันเช็กของที่จะเอาไป ต่างดีใจที่สินค้าจากโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินจะได้ไปอวดโฉมที่กรุงเทพฯ ต่างคาดหวังว่าสินค้าจะเป็นที่ต้อนรับของตลาด

พอขนของเสร็จจะเดินทาง จีรายุสก็หิ้วกระเป๋าวิ่งตะโกนมาแต่ไกลให้รอด้วย พอวิ่งมาถึงบอกว่าจะไปช่วยขายของที่กรุงเทพฯ บัวที่เดินตามมา บอกทุกคนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุขว่า

"ส่วนบัวมาส่งจ้ะ  ผู้กองเจอบัวที่หน้าศูนย์หัตถกรรมเลยรับมาด้วย"

ไม่มีใครรู้ว่า ห่างออกไปในที่ลับตา แบ็งค์แอบดูแอบสังเกตอยู่ด้วยสีหน้าแววตาที่มีเลศนัย

แบ็งค์กลับไปรายงานเสี่ยพิทักษ์ที่บ้านพักริมน้ำ เสี่ยพูดอย่างไม่พอใจว่า

"มันคิดเปิดตัวโครงการมันให้โลกภายนอกรับรู้จะได้ สร้างเครดิตแล้วมาตลบหลังเราอีกที"

เคที่เสนอให้เสี่ยออกไปสั่งย้ายปลัดดำเสีย เสี่ยนิ่งฟังแล้วเรียกเจษมาคุย ครู่เดียวเจษตอบรับคำสั่งอย่างสะใจว่า

"ได้ครับเสี่ย ผมจะได้ชำระแค้นกับมันด้วยเลย รับรองเที่ยวนี้ไอ้ปลัดดำไม่รอดแน่"

เสี่ยยกมือเชิงห้ามสั่งหน้าเหี้ยมเลือดเย็นว่า

"ก่อนตายจริง งานนี้ให้มันตายทั้งเป็นสักดอกซิวะ"

ก่อนเดินทางแก้วถามบัวว่าไปอยู่ในนั้นเป็นอย่างไรบ้าง มีพิรุธอะไรบ้างหรือเปล่า

ฟังบัวเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ระหว่างนั่งรถไปกรุงเทพฯด้วยกัน แก้วเล่าต่อให้ดำกับจีรายุสฟัง ดำมีความเห็นว่าโซนที่ห้ามคนนอกเข้ามันต้องมีอะไรแน่ๆ

จีรายุสบ่นว่าอึดอัดเพราะจะขอหมายค้นจะทำอะไรผู้ใหญ่ก็ไม่เล่นด้วยกับเราแน่ แก้วเลยเสนอให้ยกกำลังไปลุยเลย ถูกดำเตือนสติว่า อย่าลืมว่าเราอยู่ในเครื่องแบบทำอย่างนั้นก็เข้าทางพวกมันพอดี

"ไม่น่าเชื่อเลย ว่านักบุญอย่างเสี่ยพิทักษ์จะกลายเป็นอย่างนี้ไปได้" ครูทับทิมพึมพำ

"ไม่ใช่กลายเป็นหรอกครับครู   ผมว่าเขาเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้วต่างหาก" ดำพูดอย่างมั่นใจ

ooooooo

ธุรกิจการส่งหญิงสาวข้ามชายแดนไปขายบริการยังคงดำเนินไปอย่างเหิมเกริม เพราะเสี่ยใช้เงินหว่านซื้อทุกอย่างหนทางธุรกิจผิดกฎหมายถึงไม่มีใครแตะต้อง

แม่เลี้ยงอุ่มคำทำงานอย่างเอาการเอางาน เงินยิ่งคล่องเท่าไรงานก็ยิ่งราบรื่นรวดเร็วและถูกใจเสี่ยเท่านั้น วันนี้ขณะส่งสินค้าข้ามฟาก เคที่ถามแม่เลี้ยงว่าผู้หญิงที่แม่เลี้ยงเอามาช่วยงานนั้นไว้ใจได้แน่หรือ แม่เลี้ยงพูดอย่างมั่นใจว่า

"อ๋อ นังสายใจน่ะเหรอคะ ไว้ใจได้ค่ะคุณเคที่ ได้มันนี่แหละฉันเบาแรงไปได้เยอะเลย"

ขณะที่ทั้งสามกำลังยืนดูเรือที่ขน "สินค้า" ข้ามฟากไปนั้น ขาวมาเจอถามว่าดูอะไรกันอยู่หรือ เสี่ยหัวเราะสบายใจบอกว่าชวนกันมาดูวิวแม่น้ำ ชี้ให้ขาวดูบอกว่าฝั่งประเทศโน้นเขายังสมบูรณ์อยู่เลย

"บ้านเราโค่นป่ากันเยอะน่ะครับเสี่ย" ขาวเอ่ย เคที่ขัดขึ้นทันทีว่า ไม่เห็นยากโค่นเท่าไหร่ก็ปลูกเสริมเข้าไปก็สิ้นเรื่อง ขาวหันขวับแย้งว่า "มันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอกนะ โค่นป่าน่ะใช้เวลาแป๊บเดียว แต่กว่าต้นไม้จะโต จะแตกใบแต่ละใบมันใช้เวลานานมากนะ เฮ้อ...แต่พูดไปคนอย่างคุณก็ไม่เข้าใจหรอก"

"ว้าย...นี่นายว่าฉันเหรอ" เคที่เสียงสูงแล้วหันไปอ้อนเสี่ย "ป๊าคะ หักเงินเดือนเลยค่ะป๊า ทำงี้ได้ไง อย่างนี้ต้องสั่งสอนให้เข็ดนะคะ"

"โธ่...ขาวเขาล้อเล่นน่ะลูก" เสี่ยหัวเราะสบายๆถามขาวว่า "มีเรื่องอะไรเหรอขาว"

ooooooo

บัวกลับมาทำงานที่ศูนย์หัตถกรรมของเสี่ย คราวนี้ยิ่งพยายามที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับโซนต้องห้ามมากขึ้น เมื่อเห็นสายใจเดินกลับมาท่าทางเหนื่อยๆ บัวสะกดรอยตามไป พยายามถามว่าสายใจข้ามไปฝั่งโน้นทำไม? เห็นข้ามไปตั้งหลายคน? คนที่ข้ามไปด้วยกันตนไม่เคยเห็นหน้าคงไม่ใช่คนแถวนี้รวมทั้งตัวสายใจก็ไม่ใช่คนแถวนี้ใช่ไหม?

บัวถามมากมาย ทุกคำถามถูกตัดบท ปรามไม่ให้ถาม กระทั่งไล่ให้กลับไปทำงานของตัวเอง และหวังว่าเราไม่ต้องเจอกันอีก แต่บัวยังตามตื๊อ กระทั่งได้ยินเสียงคนคุยกันแว่วมา สายใจดึงบัวหลบเข้าซอก

ครู่เดียวเสี่ยพิทักษ์ก็เดินคุยมากับแขกที่เป็นฝรั่งอย่างอารมณ์ดี สายใจกดบัวไว้ให้นิ่งให้เงียบจนพวกเสี่ยเดินผ่านไป สายใจปล่อยมือจากบัวอย่างโล่งอก บอกว่าตนต้องรีบไปทำงานแล้ว บัวจะตามไปอีก คราวนี้สายใจหันมาพูดด้วยความหวังดีว่า

"เชื่อที่ฉันพูด ฉันขอร้องล่ะ" พูดแล้วเดินเลี่ยงไปอย่างเร็ว

บัวเอากล้องที่ดำให้มากดดูรูปที่ถ่ายไว้ เป็นรูปสาวสวยที่ถูกส่งข้ามไปฟากโน้น บัวถ่ายไว้ทั้งหมด 5 รูป ทุกรูปติดสายใจด้วยแต่เป็นรูปมัวๆไม่ชัด
จู่ๆขาวก็มาเจอบัวถามว่ามาทำอะไรแถวนี้ บัวอึกอักตกใจตอบไม่ถูก...

ขาวพาบัวเดินกลับออกมา บอกบัวว่าพวกนั้นเป็นนักท่องเที่ยวเป็นเพื่อนเสี่ยเขาคงมาสังสรรค์กันข้างใน โซนนั้นเป็นโซนส่วนตัวของเสี่ยพวกเราเข้าไปไม่ได้ บัวบอกว่าเคยเห็นแม่เลี้ยงอุ่มคำเข้าไป

บึมที่มากับขาวบ่นว่าใครเขาจะเข้าจะออกยังไงก็ช่างเขาไม่ใช่เรื่องของเรา ขาวถามบัวว่ามีอะไรหรือเปล่า พอบัวบอกว่าตนก็แค่สงสัยเท่านั้นว่าข้างในนั้นมีอะไร

"นี่บัวสงสัยเสี่ยอีกคนแล้วเหรอ" ขาวถามยิ้มๆ แต่บัวไม่สบายใจเพราะรู้ว่าขาวรับไม่ได้ บัวพยายามจะแก้ตัว ถูกบึมขัดขึ้นว่าเลิกสงสัยเสีย เรื่องส่วนตัวของเจ้านายสงสัยไปก็เหมือนหาเหาใส่หัว ทำงานทำเงินของเราไปดีกว่า

ขาวพยักหน้าเห็นด้วยกับบึม  บัวไม่พูดอะไรอีก แต่ สีหน้ายังเต็มไปด้วยความสงสัย

ooooooo

จีรายุสพาพวกดำไปพักที่ห้องคอนโดฯของตัวเองที่กรุงเทพฯ  ฝากคนขับรถให้นอนกับยามข้างล่าง ส่วนตัวเองขอไปหาแม่ที่ไม่ได้พบกันมาหลายเดือนแล้ว
คืนเดียวกัน  เสี่ยเดินคุยมากับขาวที่บ้านพักริมน้ำ ก่อนออกเดินทางว่า

"เจษไปธุระกับฉันสองสามวันเดี๋ยวก็กลับ แต่ไม่ต้องห่วง วันนี้วันหยุด นายกับบัวก็พักผ่อนเถอะ นายก็ไม่ต้องตามไปหรอก ฉันแค่ไปธุระในตัวจังหวัดแค่นี้เอง"

"ครับ" ขาวรับคำอย่างว่าง่ายเพราะเชื่อใจไว้ใจและศรัทธาเสี่ยจนหมดหัวใจแล้ว

ooooooo

รุ่งขึ้น แก้วตื่นสายกว่าเพื่อน พอมาถึงดำกับครูทับทิมก็ชวนไปกันได้แล้ว แต่ยังติดต่อจีรายุสไม่ได้ ดำบอกว่าไปก่อนเดี๋ยวค่อยติดต่ออีกทีก็แล้วกัน
แต่พอลงมาถึงลานจอดรถในคอนโดฯ ครูทับทิมมองไปที่รถเห็นคนสองคนกำลังทำอะไรง่วนอยู่กับลังในกระบะท้ายรถ ซ้ำคนที่อยู่บนนั้นก็ไม่ใช่คนขับรถของเราด้วย ครูชี้ให้ดำดู

"เฮ้ย! ทำอะไร!" ดำพรวดเข้าไปตะโกนถาม พริบตานั้นคนที่อยู่บนรถชักปืนยิงสวนมาแทนคำตอบ ดีที่ดำระวังตัวอยู่แล้วหลบทันหันบอกครูทับทิมให้หลบอยู่แถวนี้ก่อนอย่าไปไหนพลางกดครูหลบอยู่หลังรถคันหนึ่ง ส่วนแก้วชักปืนยิงสวนไป คนร้ายทั้งสองถูกปืนร่วงลงทันที

แต่มันไม่ได้มีแค่นั้น หมีที่หลบอยู่มุมหนึ่งค่อยๆโผล่มาพร้อมมีดสั้นอาวุธประจำกาย มันเล็งปามีดไปที่แก้วดำเห็นพุ่งเข้าคว้าแก้วหลบได้ทันหวุดหวิด อีกมุมหนึ่งเจษ โผล่มาเล็งปืนใส่ แก้วจับดำหมุนหลบกระสุนได้เฉียดฉิว

ดำพลิกตัวไปหยิบปืนของสมุนสองคนที่ถูกยิงบาดเจ็บยิงสวนไป ดำเห็นเจษกับหมีแวบๆจำได้บอกแก้วว่าให้อยู่กับครูทับทิม พวกนี้เป็นพวกเสี่ยพิทักษ์ พูดแล้วก็วิ่งไล่ล่าเจษ กับหมีไปทันที

แก้วจับลูกน้องเสี่ยสองคนที่ถูกยิงบาดเจ็บใส่กุญแจมือล่ามไว้กับราวเหล็กของลานจอดรถแล้ววิ่งตามเสียงปืนที่ยิงสู้กัน พอดีจีรายุสมาถึงแก้วจึงฝากครูทับทิมไว้กับเขาแล้วตัวเองก็วิ่งไปตามทิศทางที่ได้ยินเสียงปืน ไม่ฟังเสียงทัดทานของจีรายุสและครูทับทิมที่ร้องเตือนอย่างเป็นห่วง

ooooooo

แก้วถูกหมีที่ดักซุ่มอยู่กระชากไปตบอย่างแรงชกท้องซ้ำเข้าไปอีกจนแก้วลงไปกองกับพื้น แก้วยกปืนจ่อถูกมันเตะปืนกระเด็นปืนลั่นอย่างไร้ทิศทาง
เสียงปืนดังไปถึงลานจอดรถที่ชั้น 2 ที่ดำกำลังพันตูกับเจษอยู่ ดำชะงักเพราะเสียงปืนทำให้ถูกเจษจับได้ตวัดเชือกมัดอย่างเร็วลากไปกดคอยื่นออกไปด้านนอกถามว่า

"เลือกเอาปลัด ว่าจะตายแบบไหน ลูกตะกั่ว หรือหล่นปุ๊เป็นลูกแตงโมที่พื้นข้างล่างนั่นฮ่าๆๆ"

ส่วนแก้วถูกหมีล็อกตัวที่ลานจอดรถชั้น 3 มันพูดอย่างย่ามใจว่าเสียงปืนข้างบนเงียบไปแล้ว สงสัยปลัดคงเละ ชวนแก้วตามไปดู แก้วฉวยโอกาสตอนมันพล่ามรวมแรงสะบัดตัวหลุด หมีถูกเหวี่ยงกระแทกไปชนกำแพง แก้วตามไปแทงศอกแล้วหันไปหยิบปืนที่ตกอยู่ที่พื้น แต่ถูกมันพุ่งเข้าคว้าแขนแก้วเหวี่ยงไปกระแทกกำแพงอย่างแรง

หมีชักมีดสั้นออกมาจะแทง ถูกแก้วยื้อยึดแขนไว้แล้วตีเข่าผ่าหมากมันสุดแรงจนมันชะงักทิ้งมีดเอามือกุมเป้าร้องลั่น

จีรายุสกับครูทับทิมตามขึ้นมาเห็น แก้วพูดอย่างสะใจว่ามันตามมาให้จับถึงกรุงเทพฯ พลางจะเอากุญแจมือจะใส่ พริบตานั้นหมีหยิบมีดสั้นอีกเล่มหนึ่งสะบัดใส่แก้วถูกที่แขนจนได้เลือด ขณะทุกคนกำลังตกใจนั่นเอง มันลุกวิ่งหนีไปทางบันไดหนีไฟอย่างเร็ว

"โธ่เอ๊ย...หนีไปจนได้" แก้วบ่นอย่างเสียดาย พลันก็นึกถึงดำขึ้นมารีบลงไปที่ลานจอดรถชั้น 2 ที่ดำกำลังถูกเจษสั่งให้เลือกวิธีตายอยู่

ooooooo

ดำใช้ความรู้สมัยเป็นลูกเสือแกะเชือกที่มัดออกระหว่างที่เจษกำลังพล่ามอย่างย่ามใจ พอสลัดเชือกได้ก็ตวัดไปรัดคอเจษมัดมือทำและถามแบบเดียวกับที่มันทำกับตัวเองเมื่อครู่นี้ แต่สุดท้ายตัดสินเองว่า

"แต่อย่างแกตายมันเร็วไป งั้นฉันเลือกอย่างหลังให้แกก็แล้วกันไปแห้งตายในคุก แล้วฉันจะส่งนายแกตามไปอยู่เป็นเพื่อน...ไป" ดำจะลากตัวเจษไป แต่มันทิ้งตัวลงพื้นเลยยื้อยุดกัน ทำให้ปืนในมือเจษลั่นอย่างไร้ทิศทาง

เป็นจังหวะที่แก้ว จีรายุส และครูทับทิมวิ่งขึ้นมาถึงพอดี และก็เป็นจังหวะที่หมีขับรถพุ่งเข้ามาจอดรับ  เจษกระโดดขึ้นรถหนีไปต่อหน้าต่อตา แต่ดำไม่ยอมกระโดดเกาะท้ายรถไปด้วย

หมีเห็นดำเกาะอยู่ท้ายรถก็ขับส่ายสะบัดไปมาแต่ดำก็มือเหนียวไม่ยอมหล่น จนมันชักปืนหันมายิง ดำจึงทิ้งตัวลงปล่อยให้มันขับรถหนีไปด้วยความเสียดาย
แก้ว จีรายุส และครูทับทิมวิ่งตามมาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดำบ่นอย่างเสียดายว่าไม่น่าให้มันหลุดไปได้เลย

"ไม่เป็นไรจ้ะ อย่างน้อยเราก็จับคนร้ายได้สองคน" ครูทับทิมพูดให้ดำสบายใจ

ทันใดนั้นทุกคนได้ยินเสียงปืนดังมาจากชั้นล่างต่างชะงักมองหน้ากันใจไม่ดี พากันวิ่งลงไปพบว่าสมุนเสี่ยสองคนที่ถูกล่ามกับราวเหล็กที่ลานจอดรถถูกยิงตายทั้งคู่

"ใจร้ายชะมัด ฆ่าพวกเดียวกันเองได้ลงคอ" แก้วด่าอย่างหัวเสีย

"ไม่ใช่ศพแรกที่มันทำนี่แก้ว อีกอย่างมันคงไม่ปล่อยให้ไอ้สองคนนี้ไว้เป็นพยานซัดทอดพวกมันหรอก" ดำบอก

ส่วนจีรายุสคุยกับตำรวจชั้นสัญญาบัตรคนหนึ่งที่ท้ายรถอีกคันที่จอดอยู่ใกล้ๆ เปิดกล่องที่ท้ายรถดูเป็นขวดสมุนไพร ที่คล้ายกับของโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินของดำ แต่ภายในขวดเป็นยาเสพติดทั้งหมด

"นี่มันกะเปลี่ยนของแล้วยัดความผิดให้เราเหรอเนี่ย" แก้วพึมพำอย่างแค้นใจ

"เสี่ยพิทักษ์ ฉันปล่อยให้ทำความเลวบนแผ่นดินนี้ ไม่ได้อีกแล้ว" ดำประกาศสงคราม

ooooooo

ระหว่างที่ทางกรุงเทพฯมีเหตุร้ายเกิดกับดำและแก้วนั้น ที่น้ำงาม ขาวกับบัวและบึมก็พากันไปเก็บดอกไม้ป่าเพื่อเอาไปจัดใส่แจกันที่วัด บึมเดินตามบ่นเป็นหมีกินผึ้งว่าเก็บไปทำไมตั้งเยอะแยะ ที่วัดพระก็มีให้ท่านจัดเองก็ได้ ขาวรำคาญเลยบอกว่าไม่ชอบก็ไม่ต้องมา ตนกับบัวไปกันสองคนสบายใจกว่ากันเยอะเลย

"อ้าว...ไหงไล่ง่ายๆงั้นล่ะลูกพี่ รอด้วยดิ โธ่...ไปเป็นก้างขวางคอสนุกจะตาย ลูกพี่รอด้วย" บึมร้องโวยวายแล้วรีบตามไป

ส่วนที่ลานวัด หลวงพ่อกับพระเณรช่วยกันกวาดใบไม้ ที่ร่วงเกลื่อนมารวมๆกัน ระหว่างนั้นหลวงพี่ฉิมพูดถึงพวกดำว่าป่านนี้เป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

"ขายดีรึเปล่าไม่รู้ รู้แต่คนไทยจะรู้จักที่นี่ดีขึ้น รู้จักโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดิน พวกเขาจะรู้ว่าสิ่งที่เราจะคืนชีวิตให้ ไม่ใช่แค่ที่น้ำงามนี่เท่านั้น เพราะโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดิน ต้องการคืนชีวิตให้แผ่นดินทั้งประเทศน่ะสิ รอช้าได้ที่ไหน ไม่งั้นจะไม่เหลืออะไรให้เด็กรุ่นใหม่อย่างเณรจ้อยเลย...ไป...ช่วยกันโกยใบไม้ใส่บ่อหมักปุ๋ยอินทรีย์กัน" หลวงพ่อชวน

ทั้งพระเณรต่างขมีขมันช่วยกันโกยใบไม้ แต่แล้วก็ชะงักเมื่อมีเสียงรถแว่วเข้ามาในวัด...

ooooooo

เป็นรถของพวกเสี่ยพิทักษ์นั่นเอง ทั้งตัวเสี่ย เคที่ และลูกน้องหลายคน ที่สำคัญมีแม่เลี้ยงอุ่มคำคนที่มาทำบุญที่วัดเป็นประจำด้วย

หลวงพ่อออกมาถามว่ามีธุระอะไรกับท่าน เสี่ยชมว่าวัดที่นี่สวยถามว่าถ้าตนจะซื้อหลวงพ่อจะขายเท่าไหร่ หลวงพ่อ พยายามกลั้นอารมณ์ถามว่า โยมไม่กลัวบาปบ้างหรือ

ทั้งเสี่ยพิทักษ์และเคที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าบาปก็แค่ลมปากแตะต้องไม่ได้ แต่เงินในบัญชีตัวเลขในบัญชีเป็นของจริงที่เห็นแล้วสนุกกว่ากันเยอะ
แม่เลี้ยงอุ่มคำทำเป็นตำหนิเคที่ว่าพูดแรงไปหลวงพ่อ ท่านเป็นพระ แล้วแม่เลี้ยงก็กล่อมหลวงพ่อว่า พระที่วัดก็มีนิดเดียวอยู่วัดใหญ่ๆอย่างนี้เป็นภาระเปล่าๆ เอามาแปลงทรัพย์สินให้เป็นทุนแล้วไปหาที่สร้างวัดใหม่เล็กๆดีกว่า แถมหลวงพ่อยังมีเงินเหลือเก็บด้วย

หลวงพ่อเห็นถึงธาตุแท้ของแม่เลี้ยง ตำหนิอย่างผิดหวังแล้วไล่ทั้งหมดให้ออกจากวัดไปเลย พลันหลวงพ่อก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงเณรจ้อยกับหลวงพี่ฉิมโวยวายอยู่ข้างล่าง

ปรากฏว่าเณรจ้อยกับหลวงพี่ฉิมถูกสมุนของเสี่ยพิทักษ์ เล่นงานจนล้มกลิ้งไปกับพื้น หลวงพ่อตวาดให้หยุดเดี๋ยวนี้

เสี่ยพิทักษ์ยังไม่ละความพยายามเข้าไปยืนข้างๆ หลวงพ่อจะให้ท่านขายวัดนี้ให้ได้ ถูกหลวงพ่อไล่ให้พาพวกกลับไปก่อนที่ท่านจะทนไม่ไหว

"สิบล้านสำหรับวัดนี้" เสี่ยพิทักษ์เสนอราคาโครม ดีด เช็คในมือปลิวไปร่วงตรงหน้าหลวงพ่อ หลวงพ่อพยายามควบคุม อารมณ์ใช้ขันติอย่างที่สุด

หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยทนไม่ไหวประกาศว่า วันนี้ขออาบัติเพื่อปกป้องศาสนาหน่อย แล้วพุ่งเข้าต่อกรกับสมุนของเสี่ย

"พวกเอ็งหยุดได้แล้ว ข้าไม่อยากทำร้ายใคร" หลวงพ่อ ตะโกนสั่ง

เสี่ยเดินตามหลวงพ่อมายกปืนขึ้น หลวงพ่อรู้โดยสัญชาตญาณหันไปเห็นกับตาท่านยกตะพดขว้างไปทันที ตะพดลอยละลิ่วฟาดเข้าหน้าเสี่ยจนคิ้วแตก
ขณะเรื่องกำลังจะลุกลามใหญ่โตนั่นเอง ขาวก็มาถึงพร้อมกับบัว เห็นตะพดหลวงพ่อ เห็นรอยแตกที่คิ้วของเสี่ย แต่พอขาวจะถามหลวงพ่อ แม่เลี้ยงอุ่มคำก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า

"เสี่ยเขาแค่จะปรับปรุงวัดให้ใหม่เท่านั้น ไม่ชอบก็น่าจะบอกกันดีๆนะคะ" ส่วนเสี่ยพิทักษ์ก็ผสมโรงเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่า ตนก็แค่แวะมาถามเผื่อหลวงพ่อตกลงจะรับเป็นเจ้าภาพให้

หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยต่างบอกขาวว่าพวกนี้โกหก อย่าไปเชื่อ ส่วนหลวงพ่อฟังแล้วไล่พวกนั้นให้ออกจากวัดไปให้หมด

ขาวถามหลวงพ่อว่าเรื่องมันเป็นยังไง หลวงพ่อไม่ตอบแต่พูดให้ขาวคิดว่า

"เอ็งรู้จักข้าดีกว่าใคร ถ้าเอ็งยังไม่เชื่อสิ่งที่ข้าพูด ข้าก็ไม่มีอะไรต้องอธิบาย" พอขาวมองท่านอึ้ง หลวงพ่อย้ำอีก "ถอนตัวออกมาซะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป" พูดแล้วหลวงพ่อเดินไปเลย

ขณะขาวจะตามหลวงพ่อไปนั้น เสี่ยก็ร้องโอดโอยขึ้นขาวจึงหันไปประคองเสี่ย  ขณะละล้าละลังหันไปมองหลวงพ่อนั้นเสี่ยก็ทำเหมือนจะตายบอกให้ขาวรีบพาไปหาหมอเร็วๆ ขาวจึงต้องประคองเสี่ยกลับไป ท่ามกลางความสะใจของแม่เลี้ยงอุ่มคำ ส่วนบัวมองตามหลวงพ่อไปด้วยความไม่สบายใจ

หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยมองสภาพของขาวอย่างอ่อนใจที่ช่างมืดบอดเสียจนเห็นปีศาจเป็นนักบุญ

ooooooo

เมื่อพาเสี่ยกลับถึงที่พัก เสี่ยพิทักษ์ทำเป็นบ่นว่าไม่นึกว่าหลวงพ่อจะอารมณ์ร้อนขนาดนี้ ขาวท้วงติงว่าปกติท่านไม่เคยเป็นแบบนี้ เสี่ยรำพึงรำพันว่าตนผิดเองที่ไปคะยั้นคะยออยากสร้างโน่นสร้างนี่ให้วัดท่านเจริญขึ้น ท่านคงรำคาญ

เคที่เห็นเสี่ยเล่นละครจนมุกจะฝืดแล้วจึงไล่ขาวให้กลับไปเสียป๊าตนจะได้พักผ่อน พอขาวออกไปเคที่ก็หัวเราะร่าพูดอย่างผยองพองขนว่าขาวนี่โง่จริงๆ แค่นี้ก็เชื่อจนหน้าเครียด

"มันไม่ได้โง่หรอก แต่มันดีเกินไปต่างหาก คอยดูจะป่วนให้มันอยู่ไม่ได้เลยสักคน" เสี่ยมีเป้าหมายใหญ่ยิ้มอย่างกระหยิ่มใจ

ทันใดนั้นมีเสียงเข้ามือถือเป็นสายจากเจษ เสี่ยรีบรับถามเสียงแจ่มใสว่า

"ว่าไงเจษเรียบร้อยไหม" เสี่ยชะงักหน้าเสียเมื่อฟังปลายสาย แล้วกลายเป็นเสียงเครียดถาม "อะไรนะ...เรื่องนั้นฉันเคลียร์เอง พวกแกรีบกลับมาได้แล้ว ที่นี่มีงานใหญ่ต้องทำอีกเยอะ"

พอวางสายจากเจษ เคที่ถาม "เกิดอะไรขึ้นคะป๊า"

"ไอ้ดำมันรอดอีกแล้ว กลับมาคราวนี้มันรุกเราหนักแน่ แต่ก็ดีทุกอย่างจะได้จบเร็วขึ้น!"

ooooooo

ขาวสับสนอย่างหนัก เมื่อคุยกับบัวขณะนั่งอยู่

ริมน้ำ ขาวบอกว่าตนไม่เชื่อว่าหลวงพ่อจะทำอย่างที่เสี่ยพิทักษ์พูด บัวถามว่าแล้วที่หลวงพ่อให้เราสองคนถอนตัวจากศูนย์หัตถกรรมล่ะ

"นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้พี่ไม่สบายใจ ทั้งหลวงพ่อ ทั้งเสี่ยพิทักษ์ ต่างก็มีบุญคุณกับพี่ทั้งนั้น แล้วพี่ก็เชื่อว่าทั้งสองคนเป็นคนดี

"แล้วถ้าหลวงพ่อพูดถูกล่ะจ๊ะพี่ขาว"   บัวถามแล้วตัดสินใจพูดตรงๆว่า "พี่ขาวก็รู้ว่าหลวงพ่อไม่เคยพูดอะไรมั่วๆ"

คำพูดของบัวทำให้ขาวยิ่งคิดหนักจนสับสนไปหมด

ooooooo

หลวงพ่อเข้าไปนั่งอยู่หน้าองค์พระประธานในโบสถ์ หยิบไม้ขีดมาจุดไฟเผาเช็คเงินสดที่เสี่ยพิทักษ์ เอามาซื้อวัด   วางลงในกระโถนให้มันไหม้อยู่ในนั้น ท่านพูดราวกับเห็นข้างหลังว่า

"บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่อยากให้ใครมากวน"

หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยนั่นเอง พระกับเณรมานั่งข้างหลังหลวงพ่อโดยเณรจ้อยถือตะพดของท่านมาด้วย

"คือ...ตั้งแต่เกิดเรื่องดูหลวงพ่อเงียบไป แถมเข้ามาเก็บตัวในโบสถ์นี่ตั้งนานแล้ว พวกผมเป็นห่วงเลยตามเข้ามาดูครับ" หลวงพี่ฉิมเอ่ย

"อีกอย่างหลวงพ่อลืมไม้ตะพดไว้ด้วยน่ะครับ" เณรจ้อยเสียงอ่อยๆ พลางส่งไม้ตะพดให้ หลวงพ่อหันมารับไม้ตะพด มองหน้าพระเณรเอ่ยอย่างเยือกเย็นว่า

"ข้าเข้ามาดับโทสะในใจ ตั้งแต่ข้าตัดสินใจบวช ข้าบอกกับตัวเองว่าจะไม่ใช้ศิลปะป้องกันตัวทำร้ายใครอีก แต่วันนี้..."

"วันนี้ผมก็ผิด ไม่นึกเหมือนกันครับว่าเลิกชกมวยมาห่มผ้าเหลืองแล้วจะมีคนยั่วโทสะจน...เฮ้อ...แต่พวกมันก็เหลือเกิน จะซื้อวัดทั้งวัด" หลวงพี่ฉิมตำหนิตัวเองบ้าง

"ลองคนมันตีราคาพระศาสนาเป็นเช็คเงินสดได้ ความเป็นคนมันก็ไม่เหลือแล้วล่ะ" หลวงพ่อหยิบกระโถนเผาเช็คที่เหลือแต่เถ้ามาให้พระกับเณรดู หลวงพี่ฉิมถามว่าแล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปดี ท่าทางมันไม่หยุดแค่นี้แน่ "ทำยังไงเรายังไม่ได้คิด รู้แต่ถ้าใครมากระทำย่ำยีพระศาสนา...เรายอมตาย"

น้ำเสียงหลวงพ่อนิ่งๆ เรียบๆ แต่หนักแน่นจริงจัง

ทันใดนั้นเสียงประตูโบสถ์เปิดออก ทั้งหลวงพ่อและพระเณรหันมองด้วยความตกใจ

กลายเป็นดำกับแก้วเดินเข้ามากราบหลวงพ่อ


"อ้าว...ทำไมรีบกลับมานักล่ะ" หลวงพ่อถาม ดำกับแก้วมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ แค่นั้นหลวงพ่อก็เข้าใจแล้ว ถาม "เกิดอะไรขึ้นดำ"

ooooooo

เมื่อพากันออกมานั่งที่ศาลาวัด ดำเล่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น แล้วสรุปตอนท้ายว่า

"ของทั้งหมดผมฝากผู้จัดงานขาย แล้วตัดสินใจกลับมาเลยครับ" ดำรายงาน

"ไอ้เสี่ยพิทักษ์มันแสบจริงๆ ส่งคนไปป่วนเราที่โน่นแล้วยังกล้ามาทำชั่วในวัดอีก หางโผล่ซะขนาดนี้เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะดำ" แก้วเสนอ

หลวงพี่ฉิมเอ่ยขึ้นว่าจะทำอะไรเขาได้ ที่เขากล้าทำขนาดนี้ก็แสดงว่าอิทธิพลเขาไม่ใช่ย่อย  เณรจ้อยก็พูดประชดประชันว่าอิทธิพลขนาดนี้ ทำอะไรไม่มีใครกล้าทำอะไรก็ยกประเทศไปให้เลยแล้วกัน

พอถูกหลวงพ่อมองขวับเณรก็สะดุ้งหยุดพูด หลวงพี่ฉิมเสนอว่าจะลาสึกสักระยะ หลวงพ่อบอกให้ใจเย็นๆ ค่อยๆคิดหาวิธีอื่นก่อน

"บ้านเมืองถูกรังแกขนาดนี้จะให้ผมห่มผ้าเหลืองนิ่งอยู่ได้ยังไง ผมเป็นนักมวยเก่า อาจพอช่วยอะไรชาวบ้านได้บ้างนะครับ" หลวงพี่ฉิมทนไม่ได้แล้ว

"แต่หนูเห็นด้วยกับหลวงพ่อนะจ๊ะ ถ้าเดือดร้อนขนาดหลวงพี่ต้องสึกออกมาก็อย่าเลี้ยงข้าราชการอย่างพวกหนูให้เปลืองภาษีประชาชนเลยจ้ะ...ดำ" แก้วหันไปเรียกดำอย่างอยากให้ออกความเห็น

ดำนิ่งคิดอย่างหนัก ครู่หนึ่งพูดอย่างตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่า

"งั้นเอางี้..."

ทุกคนมองหน้าดำอย่างใจจดจ่อว่าดำจะทำอย่างไร

ooooooo

ตอนที่ 14

ผู้ใหญ่ทิม แม่ตุ๊ก บัว และจีรายุส คอยการกลับมาของดำและแก้วอย่างใจจดจ่อ ผู้ใหญ่บ่นว่าทำไมมันหายไปนานนัก จีรายุสหยอกว่าฉากรักหวานๆก็ต้องนานหน่อยแล้วทำท่าเคลิ้ม ทำปากจุ๊บๆ จนผู้ใหญ่ โวยวายว่า ถ้าจับได้ละก็น่าดู ส่วนแม่ตุ๊กติงขำๆว่า ดำกับแก้วรู้จักคิดน่า พ่อคิดมากไปได้

มีแสงไฟหน้ารถสาดเข้ามา บัวดีใจบอกว่ามากันแล้ว แต่พอรถจอดคนลงมากลายเป็นขาว

"พี่แวะเอาของขวัญวันเกิดมาให้แก้วน่ะบัว" ขาวบอกเมื่อบัวลุกไปรับ แล้วถามว่าแก้วล่ะ

บัวทำหน้าไม่ถูกไม่รู้จะบอกขาวยังไงดี ก็มีแสงไฟหน้ารถสาดเข้ามาอีกคัน พอรถจอดก็มีเสียงหัวเราะของแก้วกับดำแว่วมาก่อนตัวจะลงจากรถ พอทั้งคู่เดินขึ้นมาบนบ้าน ดำทักอย่างดีใจ

"อ้าว...ขาว"

"นึกว่านายจะลืมวันเกิดฉันซะแล้ว มาเร็ว เดี๋ยวเป่าเค้กกัน" แก้วชวนกระตือรือร้น

ขาวหน้านิ่งมองที่คอแก้วเห็นหินแม่น้ำสีดำคล้องอยู่ เหมือนกับที่คอของดำ มองที่หัวก็เห็นมงกุฎดอกไม้สวมอยู่ ขาวหน้าเจื่อนลงทันทีอย่างรู้ความหมายของสองสิ่งนี้ เอากล่องของขวัญใส่มือแก้วบอกว่า

"ฉันมีงานด่วนต้องไปทำน่ะ สุขสันต์วันเกิดนะแก้ว" พูดแล้วหันหลังเดินไปเลย ไม่ฟังเสียงเรียกของทั้งดำและแก้ว

ไม่มีใครตามไปรั้งไว้ มีแต่บัวที่มองตามขาวไปด้วยความสงสาร ส่วนดำกับแก้วมองหน้ากันด้วยความไม่สบายใจ

ส่วนขาว เมื่อเดินไปถึงรถ ก่อนออกรถเขานั่งหน้าสลด บอกกับตัวเองว่า

"ถึงเวลาที่ฉันต้องยอมรับความจริงแล้วใช่ไหมแก้ว"

ooooooo

รุ่งขึ้น เป็นวันที่บัวจะต้องไปทำงานที่ศูนย์หัตถ-กรรมของเสี่ยพิทักษ์แล้ว เก็บของใส่กระเป๋าแล้วขาวรับกระเป๋าเอาไปไว้ที่รถ ระหว่างนั้น บัวร่ำลาผู้ใหญ่ แม่ตุ๊กและแก้ว ขอบคุณผู้ใหญ่กับแม่ตุ๊กที่ให้ความเมตตากับตนเสมอมา

แม่ตุ๊กกับผู้ใหญ่บอกว่าว่างๆก็มาเยี่ยมกันบ้าง บ้านนี้ ต้อนรับบัวเสมอ บัวไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่กับแม่ตุ๊กด้วยความซึ้งใจ

"โห...พ่อแม่ ทำยังกับบัวไปเรียนเมืองนอกงั้นแหละ ศูนย์หัตถกรรมใกล้แค่เนี้ยเอง" แก้วแซวขำๆบัวบอกว่าเย็นๆ เลิกงานแล้วมาหาทุกวันก็ยังได้ แก้วเตือนว่า "แต่มีอะไรต้องรีบบอกพี่นะบัว"

เมื่อมาถึงรถ ขาวบอกแก้วว่า "แก้วไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะดูแลบัวให้เอง"

แก้วยิ้มให้ขาวพลางชูมือที่มีนาฬิกาข้อมือที่ขาวให้เป็นของขวัญวันเกิดให้ดู ถือโอกาสขอบใจบอกว่าของขวัญถูกใจมากเลย ขาวยิ้มให้แก้วอย่างไม่คิดอะไรมากเพราะทำใจได้แล้ว

ขาวพาบัวไปรายงานตัวกับเสี่ยที่บ้านริมน้ำ อวดเสี่ยว่าบัวทำได้หลายอย่าง ทำอาหารก็อร่อย ทำงานบ้าน งานทอผ้า จักสานทำเป็นหมด เสี่ยพอใจอ่อยว่าทำงานดีตนมีโบนัสให้ด้วย

หลังจากนั้นขาวขอตัวเพื่อพาบัวไปห้องพักที่ศูนย์หัตถกรรม เสี่ยแอบมองสำรวจบัวแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาคมกริบ บอกขาวว่า

"ให้พักด้วยกันที่บ้านนี่แหละ ห้องชั้นล่างว่างตั้งสามสี่ห้อง อีกอย่าง นายจะได้ดูแลบัวได้สะดวก ท่าทางยังกลัวอยู่เลยนี่" พูดแล้วเสี่ยทำเป็นมองบัวอย่างเอ็นดู

ขาวขอบคุณแล้วพาบัวเดินออกไป เสี่ยมองตามด้วยสายตากรุ้มกริ่ม

ooooooo

ระหว่างพาไปห้องพักนั้น ขาวบอกบัวอย่างภูมิใจว่า เห็นไหมว่าเสี่ยใจดีจะตาย ไม่เห็นร้ายกาจอย่างที่ดำป้ายสีเลย

"พี่ดำเขาเป็นห่วงพี่ขาวน่ะจ้ะ แต่ช่างเถอะ ยังไงวันนี้บัวก็ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว ขอบคุณพี่ขาวมากนะจ๊ะ" บัวพูดอย่างมีความสุข มีความหวังกับชีวิตใหม่ในศูนย์นี้

ขณะเดินถึงทางแยกนั้นเอง จู่ๆ บึมก็โผล่พรวดออกมาจ๊ะเอ๋ เลยโดนหมัดขาวซัดเข้าที่หน้าเล่นเอาบึมทะเล้นไม่ออก กุมหน้าป้อยๆ บ่นว่าทักปุ๊บสวนปั๊บดั้งยุบหรือเปล่าก็ไม่รู้

"แล้วใครใช้ให้โผล่พรวดมาแบบนี้วะ" ขาวพูดขำๆแล้วพาบัวไปที่ห้องพัก ถามบัวว่าห้องนี้อยู่ได้ไหม บัวบอกว่าดีกว่าที่ตนเคยอยู่ตั้งเยอะแยะ

"มีอะไรขาดเหลือเรียกพี่บึมได้ตลอดเวลานะจ๊ะ" บึม ทะเล้นสอดแทรกเข้าไปอีก พอขาวถามว่าอยากโดนอีกซักหมัดไหม บึมก็ถอยกรูด แล้วจึงนึกได้บอกขาวว่าที่จริงตนมาตามขาวไปเซ็นรับของ

ขาวเลยง้างหมัดหยอกแต่บึมไวกว่าหลบไปข้างหลังบัวทันที บัวขำๆกับการหยอกแบบรุนแรงของหนุ่มๆ จากนั้นขาวบอกบัวให้รอแป๊บหนึ่งเดี๋ยวจะกลับมาแล้วเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อบึมลากไปด้วยกัน

บัวมองตามขาวไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นกลายเป็นความรักที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว...

ooooooo

หลังจากดำมีเรื่องกับพวกลูกน้องของเสี่ยพิทักษ์แล้ว เขายังคงมีโครงการที่จะนำผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านไปเปิดตัวในงานแสดงสินค้าที่กรุงเทพฯไปเสนอนายอำเภอ

นายอำเภอยังไม่สบายใจที่ดำมีเรื่องกับพวกเสี่ยพิทักษ์ ถามเขาว่าจะทำยังไงต่อไป ดำพูดโดยไม่ลังเลว่าไม่เห็นจำเป็นต้องหลบๆซ่อนๆ นายอำเภอติงว่าคราวนี้มันเอาเขาตายแน่

"ถ้าคนทำถูกกฎหมายต้องหลบๆซ่อนๆ แล้วไอ้พวกที่มันทำผิดกฎหมายสามารถถืออาวุธกร่างได้ขนาดนี้ก็ยกประเทศให้มันไปเลยไม่ดีเหรอครับ" ดำพูดอย่างเหลืออด ทำเอานายอำเภอถอนใจอย่างหนักใจ พลางยกโทรศัพท์ขึ้นจะกด ดำรู้ทันรั้งไว้

"ผมจะบอกเสี่ยพิทักษ์ให้เว้นชีวิตคุณไว้ แต่คุณต้องอ่อนข้อ..."

"เราไม่จำเป็นต้องขอชีวิตพวกมันนะครับ" ดำขัดขึ้นก่อนนายอำเภอจะพูดจบ แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่าอ่านเรื่องที่ตนเสนอไปแล้วใช่ไหม

นายอำเภอดูแฟ้มในมือบอกดำว่า โครงการที่จะเอาผลิตภัณฑ์ของชาวบ้านไปแสดงที่กรุงเทพฯนั้นดีอยู่ แต่รู้ไหมว่าไปทับเส้นเสี่ยเขา เพราะเขาก็ทำศูนย์หัตถกรรมอยู่

พอดำจะแย้ง นายอำเภอตัดบทว่าถ้าเขาทำแบบส่วนตัวไม่ยุ่งกับอำเภอตนก็ไม่ขัดข้อง นายอำเภอวางแฟ้มของดำลงบนโต๊ะ เอื้อมมือจับบ่าดำพูดด้วยความจริงใจว่า

"คุณเป็นข้าราชการที่ดีนะปลัด แต่ถ้าคุณหักไม่ยอมงออย่างนี้..."

"กับคนชั่วๆผมยอมหักครับนายอำเภอ" ดำสวนไปกลางคัน ยิ้มอย่างใจเย็น นายอำเภอได้แต่ถอนใจด้วยความไม่สบายใจอย่างยิ่ง

ooooooo

คุยกับนายอำเภอเสร็จแล้ว ดำลงมาเห็นลูกน้องเสี่ยพิทักษ์ยืนออกันอยู่ 4 คน ดำมองนิดหนึ่งอย่างไม่ สะทกสะท้านแล้วไปเอาจักรยานขี่ออกไปตามปกติ พวกลูกน้องเสี่ยมีหมีเป็นหัวโจก พากันขึ้นรถตามไปทันที

ดำคอยสังเกตอยู่ ขี่รถไปจนถึงถนนเปลี่ยวเห็นรถของหมียังขับตามมา เขาจอดจักรยานลงมา พวกหมีก็จอดรถลงมาพร้อมอาวุธเช่นกัน

"รำคาญว่ะ ไม่ต้องเสียเวลาตามหรอก เช็กบิลกันตรงนี้ เลยก็ได้" ดำประกาศท้า พร้อมกับหยิบหินก้อนเหมาะมือข้างทางสองก้อนขว้างใส่หมีกับลูกน้องอีกคนเต็มแรง ถูกท้องจังๆจนมันตัวงอทรุดลง

ลูกน้องอีกคนตกใจยิงปืนใส่ดำทันที แต่ดำระวังตัวอยู่แล้วหลบหายเข้าไปข้างทางอย่างเร็ว พอหมีกับลูกน้องหายจุกลุกขึ้นมามองหาดำไม่เจอตะโกนถามกันว่า "เฮ้ย...มันหายไปไหนแล้ววะ"

"อยู่นี่!" ดำตะโกนบอกพร้อมกับพุ่งเข้าถีบลูกน้องที่เพิ่งลุกขึ้นมากระเด็นไป อีกคนที่มีปืนยิงใส่ก็ถูกดำเข้าชาร์จแย่งปืนได้ หมียิงใส่ดำแต่ดำพลิกตัวลูกน้องคนที่ถูกล็อกอยู่มารับกระสุนแทนตายทันที

ขณะที่ดำต่อสู้กับพวกหมีและลูกน้องแบบสี่รุมหนึ่งนั่นเอง แก้วขับรถปราดเข้ามาจอดชักปืนยิงหมีทันที จ่าดำเกิงเงอะๆงะๆตามลงมา

"วางปืน ไม่งั้นฉันยิง! ฉันบอกให้วางปืนลงแล้วนอนคว่ำหน้าลงด้วย" แก้วสั่งเฉียบขาด

หมีกับลูกน้องที่เหลือวางปืนลงช้าๆ และนอนคว่ำหน้า ตามคำสั่ง โดยมีดำถือปืนคุมเชิงอยู่ แก้วบอกจ่าดำเกิงให้ขนพวกนี้ไปโรงพัก จ่าทำหน้าสยองบอกว่าพวกนี้เป็นลูกน้องของเสี่ยพิทักษ์

"คนของใครก็ไม่มีสิทธิ์ไล่ยิงคนกลางถนนนะลุง" ดำสวนไป ทำให้จ่าจำต้องเอากุญแจมือออกมากลัวๆกล้าๆจนแก้วต้องเรียกปรามอีกทีจึงค่อยๆเอาไปใส่กุญแจมือพวกหมีอย่างนิ่มนวล

ooooooo

หลังจากนั้นดำกับแก้วไปเดินคุยกันที่ชายป่าใกล้วัดถ้ำผาน้ำไหล ดำพูดอย่างรู้แกวว่าเชื่อเถอะเดี๋ยวก็ปล่อยออกมา แก้วบอกว่าตนรู้แต่อย่างน้อยตนก็ได้ประกาศว่าคนที่นี่ไม่ได้ยอมเป็นเบี้ยล่างของเสี่ยพิทักษ์ทั้งเมือง ดำจึงเตือนแก้วให้ระวังตัวด้วย ถูกแก้วหยอกว่าเป็นห่วงเหรอ

"ก็...ห่วงรึเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าใครมาทำแก้วก็ข้ามศพฉันไปก่อนก็แล้วกัน" ดำทำหน้าเป็น เลยถูกแก้วด่าแก้เขิน "บ้า..."

ขณะทั้งคู่เดินคุยกันสบายๆนั่นเอง เกิดระเบิดขึ้นใกล้ๆ จนทั้งสองคนกระเด็นล้มลงทันที แก้วพลิกตัวจะลุกสู้ก็ถูกแบ็งค์ปรี่เข้ากระชากขึ้นมาตบจนกระเด็น ดำจะเข้าไปช่วยแก้วก็ถูกเจษที่อยู่ข้างหลังฟาดด้วยท่อนไม้จนทรุดลงไปกองกับพื้น มันเดินเข้ามาเย้ย

"นึกว่าแน่...โดนทุบดิ้นพราดๆเป็นปลา"

"แต่เสียใจฉันไม่ใช่ปลา" ดำเตะตัดขาเจษจนล้มแล้วลุกขึ้นคร่อมเจษทันที ชกมันจนหน้าหงาย เจษหยิบปืนจะยิงถูกดำตบปืนออก ปืนลั่นเฉียดแก้วไปนิดเดียว ดำร้องท้า "แกกับฉันเจอกันเนื้อๆดีกว่า!" แล้วกระชากเจษขึ้นมาชกเต็มเหนี่ยวจนเจษหน้าหงาย แต่มันก็ยอดอึดตั้งการ์ดทันที

แก้วเห็นดำกับเจษสู้กันตัวต่อตัวก็พยายามช่วยหันไปคว้าปืนแต่ถูกแบ็งค์เหยียบมือไว้จนต้องปล่อยปืน แก้วร้องเรียกดำอย่างเป็นห่วง ดำหันมองแก้วทำให้เจษได้โอกาสเอากิ่งไม้ในมือเข้าล็อกคอดำหมายจะให้ขาดใจตาย


ขณะดำกำลังจะแย่นั่นเอง เขารวบรวมแรงเอาหัวโขกเสยหน้าเจษอย่างแรงแล้วดันเจษไปกระแทกต้นไม้ใหญ่จนมันร้องโอ๊ย จากนั้นดำฉวยกิ่งไม้จากเจษหวดใส่หัวเจษสุดแรงจนมันลงไปนอนหมอบกับพื้น จากนั้นดำพุ่งเข้าหาแบ็งค์ต่อยมันสุดแรงจนมันปล่อยมือจากแก้ว

ดำรีบเข้ามาดูแก้วถามว่าเจ็บมากไหม พริบตานั้นแก้วตะลึงตาค้างเมื่อเห็นเจษลุกขึ้นมาหยิบปืนที่หล่นอยู่ยกขึ้นจะยิงดำ แก้วร้องสุดเสียง "ดำระวัง!"

แต่ไม่ทันที่เจษจะเหนี่ยวไก มันก็ร้องเสียงหลงเมื่อถูกไม้ตะพดของหลวงพ่อฟาดมือจนปืนร่วง

"เจ็บใช่ไหม เอ็งยิงเขา เขาก็เจ็บเหมือนกัน" หลวงพ่อ ยังอุตส่าห์อบรม

"ไอ้แก่!" เจษสบถแล้วพุ่งเข้าหาหลวงพ่อคิดว่าเป็นพระแก่ๆธรรมดา เลยถูกหลวงพ่อที่ชำนาญศิลปะป้องกันตัวใช้ไม้ตะพดหวดวิ้วๆๆๆ จนดูไม่ทัน เจษอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นในพริบตา

"ดับโมหะในตัวซะ พระจะได้ไม่ต้องทำบาปอีก" หลวงพ่อบอกเจษแล้วพูดกับแก้ว "เอ้า ที่เหลือก็เป็นหน้าที่เอ็งแล้วนะไอ้แก้ว"

"จ้ะหลวงพ่อ" แก้วรับคำแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นจะโทร.ออก ถูกดำยกมือห้ามไว้บอกว่าปล่อยมันไป แก้วกับหลวงพ่อมองหน้ากันอย่างแปลกใจ

จานนั้นหลวงพ่อพาแก้วกับดำไปเอายาสมุนไพรกินแก้ช้ำใน แก้วพูดปลงๆว่า ชุดที่จับไปก็ถูกปล่อยออกมาแล้ว ดำจึงบอกว่า  นั่นแหละตนถึงให้ปล่อยไอ้สองคนเมื่อกี้ไป แต่ก็ดีพวกมันจะได้เอาแผลไปอวดนายมัน แก้วยิ้มพูดอย่างสะใจว่า "คราวนี้เสี่ยพิทักษ์ต้องเดือดปุดๆแน่"

"เหตุการณ์วันนี้ เท่ากับเอ็งเปิดศึกกับเขาแล้วนะดำ" หลวงพ่อเตือน ดำไม่หวั่นไหวเพราะเชื่อว่าคดีฆ่าต่อเนื่องต้อง เกี่ยวกับเสี่ยพิทักษ์แน่ๆ

"ฉันชักเป็นห่วงขาวกับบัวขึ้นมาแล้วสิดำ" แก้วเปรยๆ ทั้งหลวงพ่อและดำต่างก็เป็นห่วงขึ้นมาเหมือนกัน

ooooooo

บัวไปทำงานที่ศูนย์หัตถกรรมฯของเสี่ยพิทักษ์ ด้วยความหวังว่าจะช่วยตัวเองไม่ให้เป็นภาระของใครและเริ่มต้นชีวิตใหม่   บัวบอกกล่าวแก่รูปของพ่อและแม่

ด้วยความหวังเต็มเปี่ยม

ทันใดนั้นมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น บัวคิดว่าเป็นขาว แต่พอลุกไปเปิดประตูกลายเป็นเคที่ยืนยิ้มเยาะอยู่เหมือนเห็นลูกไก่ในกำมือ บัวถอยออกมาด้วยความหวาดกลัว

เคที่ตามมาจิกผมบัวเหวี่ยงลงที่กลางห้องด่าว่าป๊าตนจ้างมาทำงานไม่ได้ให้มานั่งฝันหวาน ไม่เพียงเท่านั้น เคที่ยังสั่งให้บัวไปถูพื้นระหว่างนั้นก็แกล้งย่ำไปย่ำมา บางทีก็แกล้งเตะกระป๋องน้ำหกให้บัวตามเช็ด ทั้งยังสั่งว่าทุกเย็นหลังเลิกงานจากศูนย์ให้มาทำงานที่บ้านนี้ต่อ

แกล้งบัวจนสาแก่ใจแล้วเคที่เดินย่ำพื้นออกไป   บัวน้ำตารื้นด้วยความขมขื่นใจ แต่จำต้องทำความสะอาดที่ถูก

เคที่แกล้งทำเลอะเทอะไว้ต่อไป ร้ายกว่านั้นคือเมื่อบัวเช็ดถูพื้นมาถึงบริเวณบันได ก็ถูกเคที่เข้ามาผลักจนตกบันได โชคดีที่ขาวมาเจอและรับบัวไว้ทัน ขาวโกรธมากถามเคที่ว่าทำบ้าอะไร

"ฉันก็ต้อนรับน้องใหม่น่ะสิ ไง...แตะไม่ได้เลยเหรอไง" เคที่ท้าทาย พอขาวบอกว่ามันเกินไปแล้ว ถ้าตนมารับบัวไว้ไม่ทันจะเป็นยังไง เคที่ยักไหล่บอกว่า "ก็เจ็บตัวนิดๆหน่อยๆเป็นไรไป ตกแค่นี้ไม่ตายหรอกน่า" พูดแล้วทำท่าจะเดินเชิดไป ขาวพรวดออกไปขวาง

"เดี๋ยว!" ขาวเรียกไว้ บัวขอร้องขาวเพราะไม่อยากมีเรื่อง เคที่สั่งให้ขาวหลีกไป ขาวไม่หลีกแต่พูดใส่หน้าเคที่ว่า "ถึงฐานะของคุณจะต่างกับพวกเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะทำอะไรกับพวกเราก็ได้ จำไว้ บนโลกนี้ความเป็นคนต้องเสมอกัน"

"แต่สำหรับฉันไม่ใช่" เคที่ลอยหน้าเถียงเบียดเข้าไปอย่างยั่วยวน "เพราะฉันถือว่าการจ่ายเงินให้พวกนายก็เหมือนจ่ายเงินซื้อของ จำไว้นะขาว ฉันเป็นเจ้าของเธอ จะเล่นหรือจะโยนทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้" พูดแล้วก็จู่โจมหอมแก้มขาวทีหนึ่งก่อนปรายตาเยาะเย้ยบัวแล้วเดินกลับไปอย่างอารมณ์ดี

เมื่อพาบัวกลับเข้าห้อง ขาวบอกว่าจะเล่าให้เสี่ยพิทักษ์ฟัง เพราะขืนปล่อยไว้อย่างนี้เคที่จะยิ่งได้ใจ

"อย่าเลยจ้ะพี่ขาว อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่ดีกว่า อย่าให้บัวเป็นตัวปัญหาให้เสี่ยต้องลำบากใจเลย"

"เสี่ยพิทักษ์เป็นคนดี เขาจะยื่นโอกาสที่ดีในชีวิตให้เรา อดทนนะบัว เราจะผ่านเวลาร้ายๆไปด้วยกันนะ" ขาวกุมมือบัวไว้ ทั้งปลอบใจและให้กำลังใจ ทำให้บัวรู้สึกอบอุ่นและมีกำลังใจที่จะสู้ไปด้วยกัน

ooooooo

ที่ห้องลับในบ่อนใต้ดินของเสี่ยพิทักษ์ แม่เลี้ยงอุ่มคำเอาสินค้าส่งออกลอตใหญ่เป็นหญิงสาวสวย 10 คน คุยอวดเสี่ยว่าลอตนี้ทั้งสดทั้งมีคุณภาพ เสี่ยเย้าว่าอย่าราคาคุยดีกว่าเอาของมาดูก่อน

แม่เลี้ยงหันไปสั่งสายใจ ซึ่งเป็นแม่ของขาวที่ตกอับจนจำต้องมาทำงานกับแม่เลี้ยงอุ่มคำ ให้สายใจไปพาเด็กๆ เข้ามา เสี่ยมองตาวาวบอกแม่เลี้ยงว่าถ้าดีจริงจะตบโบนัสให้แม่เลี้ยงอย่างงาม

จากนั้นเสี่ยสั่งให้เอาสามคนที่เสี่ยเลือกเองไปทดสอบสินค้าก่อน แต่ไม่ทันที่เสี่ยจะได้ทดสอบสินค้า ลูกน้องก็เข้ามารายงานเสี่ย จนเสี่ยต้องลุกไปที่ห้องทำงานอย่างหัวเสีย

ที่ห้องทำงาน เสี่ยเห็นเจษ แบ็งค์ กับหมีในสภาพสะบักสะบอมรออยู่ เสี่ยด่าอย่างฉุนเฉียว

"บัดซบที่สุด! ลุยมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ มาเสียท่าปลัดบ้านนอกกับพระแก่ๆ"

เจษขอโทษเพราะตนประมาทไปนิดหนึ่ง เสี่ยเตือนว่า "พวกมันสวนมาแบบนี้แสดงว่ามันสู้"

"ผมว่าหลวงพ่อสิงโตนี่เอาไว้ไม่ได้แล้วนะครับ" เจษยุ เสี่ยถามว่าแล้วใครบอกว่าจะเอาไว้เทศน์ให้หนวกหูล่ะ แบ็งค์ ถามอีกว่า เสี่ยเคยอยากได้ที่ดินวัดไม่ใช่หรือ เป็นการกระตุ้นความโลภของเสี่ยอีกครั้ง เสี่ยนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย

ooooooo

วันนี้ขณะดำกำลังพิมพ์จดหมายเมล์จองสถานที่ออกร้านในกรุงเทพฯอยู่นั้น แก้วเข้ามาแหย่ว่า แชตกับใครอยู่หรือปลัดคนเก่ง พอรู้ว่าดำทำอะไรอยู่ แก้วถามว่าเอาจริงหรือ

"ไปด้วยชื่อของอำเภอไม่ได้เราก็ไปเอง เราต้องเปิดตัวโครงการให้คนในสังคมส่วนใหญ่รู้จักเสียที ยิ่งคนรู้จักเรามากขึ้น พวกของเสี่ยพิทักษ์ก็ทำอะไรเรายากขึ้นเหมือนกัน" ดำให้เหตุผล

ครู่หนึ่งบัวก็เข้ามาทักทั้งสอง บอกว่าขาวมาหาหลวงพ่อตนเลยแวบมาที่นี่ แก้วต่อว่าที่บัวหายไปหลายวันจนทุกคนเป็นห่วง

"งานยุ่งจ้ะพี่แก้ว ในนั้นมีนักท่องเที่ยวเข้ามาทุกวันเลยนะ ทั้งคนไทยทั้งชาวต่างชาติเลยล่ะ"

แก้วกับดำสบตากันแวบหนึ่ง ดำถามบัวว่าแล้วมีอะไรผิดสังเกตบ้างไหม บัวคิดๆแล้วบอกว่าไม่มี ถามว่าแล้วดำได้ข่าวอะไรหรือ

ดำกับแก้วสบตากัน ในที่สุดดำก็ตัดสินใจเล่าความจริงว่าพวกที่ขนศพหญิงสาวไปทิ้งนั้นตนเห็นหน้าพวกมันชัดๆว่าเป็นลูกน้องของเสี่ยพิทักษ์ เล่าแล้วบอกบัวว่าตอนนี้จำเป็นต้อง

เล่าเพื่อให้บัวรับรู้จะได้ระวังตัว แก้วเสนอให้บัวลาออกมาเสีย

"แต่ถ้าบัวจะอยู่ต่อล่ะจ๊ะ" บัวถามหลังจากนิ่งคิด แล้วบอกว่า "ถ้าเหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้ บัวก็เชื่อเหมือนกันว่า

การตายของพ่อแม่บัวต้องเกี่ยวกับคนพวกนี้แน่ๆ บัวอยากรู้

ความจริงจ้ะ และถึงนาทีนี้บัวไม่ควรขี้ขลาดแล้วไม่ใช่เหรอจ๊ะ ก็แค่บัวทำงานตามปกติ แต่คอยสังเกตจับพิรุธคนของเสี่ยพิทักษ์ก็เท่านั้นเอง"

แก้วยังไม่อยากให้บัวอยู่ต่อ แต่ดำเห็นด้วยเตือนบัวให้ระวังตัวให้มากก็แล้วกัน บอกแก้วว่า

"พวกมันคงไม่สงสัยคนเรียบร้อยอย่างบัวหรอก แล้วฉันยังเชื่อว่ามีขาวอยู่ยังไงบัวก็ต้องไม่เป็นอะไร" ดำปลอบใจแก้วไปอย่างนั้นแต่ตัวเองก็แอบเป็นห่วงบัวอยู่ลึกๆเหมือนกัน

ooooooo

ขาวเข้าไปกราบหลวงพ่อที่ศาลาวัด เมื่อหลวงพ่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ให้ฟัง ขาวถามว่าพวกเจษมันกล้าทำขนาดนี้เลยหรือ พลางขยับจะลุกขึ้น หลวงพ่อยกตะพดแตะบ่าขาวเตือนว่า

"เอ็งก็เป็นซะอย่างนี้ ไฟในใจหรี่ลงบ้างเถอะวะ ที่ข้าเล่ามาทั้งหมดเพื่อเตือนเอ็ง"

"ผมไม่เคยไว้ใจไอ้เจษอยู่แล้วครับหลวงพ่อ"

"ข้ารวมถึงเสี่ยพิทักษ์เจ้านายของเอ็งด้วยขาว" หลวงพ่อระบุชัดลงไปอีก คราวนี้ทำเอาขาวชะงักมองหน้าหลวงพ่ออย่างไม่เชื่อว่าหลวงพ่อจะสงสัยเสี่ยพิทักษ์

"ผมว่าหลวงพ่อเชื่อไอ้ดำมันมากไปรึเปล่าครับ พวกไอ้เจษมันเกเร แต่ไม่ใช่เสี่ยแน่นอนครับ" ขาวพูดอย่างไม่พอใจ

"ข้าไม่ได้เชื่อไอ้ดำ แต่ข้าเชื่อสิ่งที่ข้าเห็น เอ็งคิดดู ลูกน้องจะกล้าเหิมเกริมขนาดนี้หรือถ้านายไม่ถือหางอยู่ ถอนตัวซะก่อนที่รากจะหยั่งลึกจนถอนไม่ขึ้น" หลวงพ่อพยายามเตือนสติ

"ผมว่าวันนี้เราคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะครับ" ขาวถอนใจเซ็งๆแล้วกราบลาหลวงพ่อทันที หลวงพ่อยังพยายามตามไปพูดอีกว่า

"เอ็งยังไม่ต้องเชื่อที่ข้าพูดก็ได้ แต่ให้เอ็งเก็บไปคิด คิดให้ทุกอย่างมันตกตะกอน แล้วเอ็งจะเห็นความจริง" ขาวชะงักฟังแล้วจะเดินต่อ หลวงพ่อยังพูดอีก "ระวังตัวด้วย ข้าเป็นห่วงเอ็งมากนะขาว"

ขาวเดินลงจากศาลาไปโดยไม่หันมองหลวงพ่ออีกเลย ลงจากศาลาก็ตรงไปที่ห้องพักของตัวเองที่อยู่ติดกับของดำ บัวเห็นขาวมองหาตนอยู่จึงเรียกไว้ ดำเดินมากับแก้วถามขาวว่ามาเยี่ยมห้องนอนตัวเองหรือ แก้วชวนว่าว่างๆน่ากลับมานอนบ้างนะ

"พี่ทำความสะอาดรอแกกลับมานอนตั้งหลายปีแล้วนะ" ดำพยายามพูดดีด้วย

"ใครใช้ให้แกทำหา!" ขาวตวาดแล้วปรี่เข้าชกดำแต่แก้วพุ่งเข้าขวางไว้ทัน ถามขาวว่าทำอะไร บัวเองก็ขอร้องขาวให้

ใจเย็นๆ ขาวจ้องหน้าดำ พูดอย่างโกรธแค้นว่า "เลิกใส่ร้ายเสี่ยพิทักษ์ซะทีไม่งั้นฉันเอาแกตายแน่" แล้วหันไปชวนบัวกลับพูดแล้วเดินลิ่วไปเลย จนบัวต้องลาดำกับแก้ววิ่งตามแทบไม่ทัน

ดำอึดอัดกดดันมาก หุนหันเดินออกไปทันที แก้วถามว่าเป็นอะไรไปอีกคนแล้ว พลางวิ่งตามไป

ooooooo

ดำเดินไปลุยลงน้ำชกน้ำแตกกระจายปากก็พร่ำถามว่า "ทำไม ทำไมแกไม่เคยเข้าใจฉันเลย ทำไม!"

แก้วต้องปลอบใจอยู่นานกว่าดำจะใจเย็น ถามแก้วว่าตนทำทุกอย่างเพื่อให้ขาวรู้ว่าหวังดีด้วย แต่ทำไมขาวไม่เข้าใจสักที แก้วปลอบว่าสักวันขาวจะรู้

"วันไหนล่ะแก้ว ฉันมองเห็นแต่วันหนึ่งฉันกับมันจะต้องฆ่ากันตาย"

"อดทนซิดำ หินก้อนนี้จะสวยยังต้องใช้เวลาไม่ใช่เหรอ" แก้วจับหินแม่น้ำที่คล้องคอดำให้ดู ทำให้ดำได้สติ ตำหนิตัวเองว่าแย่ชะมัด สติหลุดจนลืมเรื่องนี้สนิท แก้วปลอบว่า "ไม่ผิดหรอกน่า คนเราลืมกันได้ไม่ใช่เหรอ เอาเป็นว่าอีกหน่อยฉันจะคอยเตือนนายเองดีไหม"

ทั้งสองสบตาอย่างเข้าใจกัน แล้วจู่ๆดำก็ดึงแก้วเข้าไปกอด ทีแรกแก้วก็ตกใจแต่ครู่หนึ่งก็กอดตอบก่อนพูดอย่างเขินๆว่า

"แต่นายห้ามลืมฉันนะดำ"

ooooooo

ส่วนขาวกับบัว ขาวไปตะโกนระบายอารมณ์ที่เนินเขา บัวเข้าไปปลอบให้ใจเย็นๆ

"พี่เบื่อบัว เมื่อไหร่ไอ้ดำมันจะเลิกจองล้างจองผลาญพี่ซะที มันไม่อยากเห็นพี่ได้ดี นี่มันยังเป่าหูหลวงพ่อ มันพยายามโยงเสี่ยไปยุ่งเกี่ยวกับคดีบ้าๆนั่นอีก มันมากไปแล้ว!"

บัวบอกว่าทุกคนเป็นห่วงเขา กลับถูกขาวหาว่าบัวไปเข้าข้างพวกดำไล่ให้ไปอยู่กับพวกดำเสียตนมันเป็นคนเลว ทั้งๆที่พยายามทำสิ่งดีแค่ไหนคนรอบข้างก็เอาแต่จะกระชากลงมาคลุกดินวันยังค่ำ

ขาวตะคอกใส่บัวจนเธอตกใจร้องไห้ ขาวจึงได้สติขอโทษเธอ บัวบอกว่าตนต่างหากที่ต้องขอโทษขาวตนไม่น่ามาเป็นภาระเขาเลย

"ภาระที่ไหน พี่ขอโทษนะที่เมื่อกี้ตะคอกใส่บัว พี่สัญญาว่าพี่จะไม่ทำอย่างนั้นอีกนะบัว ยกโทษให้พี่นะ" ขาวเชยคางบัวขึ้น หยิบผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้แล้วจ้องหน้าบัวนิ่ง นาน จนบัวสงสัย ถามว่า

"พี่ขาวจ้องหน้าบัวทำไมจ๊ะ"

ขาวจึงไปหยิบรูปวาดของบัวที่เขาซุ่มวาดไว้มาให้ดู เป็นรูปบัวที่มีรอยยิ้มสดชื่น บัวขอดูติงเขาว่า เมื่อกี้ตนหน้าเศร้าจะตายทำไมจึงวาดรูปตนยิ้มออกมาได้ ขาวบอกว่าเวลาบัวยิ้มแล้วสวยกว่าตอนทำหน้าเศร้าเป็นไหนๆ บอกบัวว่า "พี่อยากเห็นรอยยิ้มอยู่บนหน้าบัวจริงๆ"

"บัวจะพยายามจ้ะ"

"พี่เชื่อว่าบัวทำได้แล้วพี่จะช่วยสร้างรอยยิ้มให้บัวเองนะ"

ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ อบอุ่น และมีความสุข

ooooooo

แล้วเย็นวันต่อมาดำก็ขี่จักรยานมาตะโกนโหวกเหวกเรียกแก้วที่หน้าบ้าน บอกว่ามีข่าวดีทางกรุงเทพฯตอบตกลงเรื่องเช่าพื้นที่มาแล้วและก่อนมานี่ตนก็ไปโอนเงินค่าเช่าไปให้แล้วด้วย

แก้ว ผู้ใหญ่ และแม่ตุ๊กต่างดีใจกับดำด้วย แก้วถามว่าเอาเงินเดือนของตัวเองโอนไปอีกแล้วใช่ไหม ดำตอบหน้าระรื่นว่าไม่เป็นไร ถ้าเงินไม่พอใช้ก็ยังมีข้าววัดหรือมาฝากท้องไว้ที่บ้านนี้ก็ยังได้

"เฮ้ย...เดี๋ยวข้าช่วยเป็นสปอนเซอร์ให้เอง" ผู้ใหญ่บอกดำ ดำยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณผู้ใหญ่จนทุกคนพากันยิ้มมีความสุขกันทุกคนกับความก้าวหน้าในงานที่ดำมุ่งมั่นสร้างเพื่อชาวบ้านที่นี่

ครู่หนึ่งดำถามแก้วว่า บัวมีข่าวอะไรมาบ้างหรือยัง ผู้ใหญ่เอะใจถามว่าสองคนใช้ให้บัวไปทำอะไร?

ที่แท้ดำให้บัวช่วยหาข่าวที่ศูนย์หัตถกรรมของเสี่ยพิทักษ์ ทั้งยังให้กล้องถ่ายรูปกะทัดรัดให้เก็บภาพมาไว้เป็นหลักฐานด้วย

แล้ววันนี้ก็สบโอกาส เมื่อแม่เลี้ยงอุ่มคำเข้ามาทำทีถามว่ามาทำงานที่นี่ดีไหม บัวไม่อยากพูดด้วยนัก และพอดีเคที่มาสมทบ กำชับบัวว่าเลิกงานแล้วอย่าลืมไปทำความสะอาดบ้านด้วย จากนั้นทั้งสองก็ชวนกันออกไปอย่างมีพิรุธ

บึมมาช่วยบัวจัดของ บัวถามว่าแล้วขาวไปไหน บึมบอกว่าไปธุระให้เสี่ยแต่ไม่ต้องห่วงตนมาช่วยเก็บของให้แล้ว บัวเลยฉวยโอกาสให้บึมเก็บของตนขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว

ที่แท้บัวแอบตามแม่เลี้ยงอุ่มคำกับเคที่ไปห่างๆ เห็นทั้งสองเลี้ยวไปทางหนึ่งก็เอากล้องถ่ายรูปออกมาพยายามปลุกใจตัวเองให้กล้าที่จะถ่ายรูปให้ได้

เมื่อใจกล้าขึ้นแล้วบัวยกกล้องสำรวจความพร้อมแล้วเลี้ยวตามแม่เลี้ยงกับเคที่ไป ยกกล้องจะถ่ายรูป พลันก็หนาวเยือกขึ้นมา เมื่อมีมือหนึ่งมาจับกล้องไว้จากข้างหลัง แล้วลากบัวออกไปอย่างเร็ว

สายใจนั่นเอง บัวตกใจอ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย สายใจถามว่ากลัวแล้วทำทำไม บัวทำปากแข็งปฏิเสธ สายใจดุว่า

"ฉันเห็นนะว่าเธอทำอะไรอยู่ รู้ไหมถ้าเสี่ยรู้ว่าเธอสอดรู้สอดเห็น จะเกิดอะไรขึ้น จำไว้ถ้าไม่อยากเดือดร้อนอย่าเข้าไปยุ่งในส่วนที่เขาไม่ให้เข้าอีก เข้าใจไหม"

"แล้ว...ในนั้นมีอะไรเหรอจ๊ะ" บัวยังอยากได้ข่าว แต่พอถูกสายใจจ้องอย่างดุดันก็หน้าเจื่อน สายใจเข้ามาพูดใกล้ๆบัวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

"ฉันไม่สามารถช่วยเธอได้ทุกครั้งนะ ไป! ออกไปสู่ที่ที่เธอควรอยู่...ไป!"

"เออ...แล้วน้าชื่ออะไรเหรอจ๊ะ"

"เธอกับฉันไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน" สายใจตัดบทแล้วเดินกลับเข้าไปด้านในทันที

แม้จะกลัว แต่บัวก็ยังมองตามสายใจไปด้วยความสงสัย...

เมื่อกลับมาถึงห้องพัก บัวเข้ามานั่งคิดสงสัยเกี่ยวกับเขตห้ามเข้าของศูนย์หัตถกรรมไทยต่อ

สายตาเหลือบเห็นรูปที่ขาววาดให้ใส่กระจกวางไว้ที่หัวเตียง บัวมองรูป เห็นตัวเองยิ้มแล้วนึกถึงคำพูดของขาวที่ว่า "พี่อยากเห็นรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าบัวจริงๆ" คิดแล้วพึมพำ

"พี่ขาว..."

บัวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข กอดรูปไว้แนบอกอย่างอบอุ่นใจ

ooooooo

ตอนที่ 13

เมื่อเคที่กับแม่เลี้ยงอุ่มคำกลับมาเล่าเรื่องไปเจอบัวที่บ้าน และเคที่บอกบัวว่าตนเป็นคนซื้อที่นี้ไว้ ให้เสี่ยฟัง เสี่ยชมเปาะว่าดีมากเรื่องจะได้ไม่มาพัวพันถึงตนคนเดียว แล้วเสี่ยถามแม่เลี้ยงว่าออเดอร์ที่สั่งไว้ เมื่อคืนเรียบร้อยไหม

"ช้างเผือกบ้านนา ธิดาสิบเวที วัยไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ถูกใจเสี่ยไหมคะ" แม่เลี้ยงถามยิ้มหน้าบาน เสี่ยฟังแล้วก็ยิ้มพอใจ

คืนนี้ว่าง ขาวเลยจะออกไปข้างนอก บึมขอตามไปด้วยคนก็ไม่ให้ไป แต่ออกไปไม่ทันพ้นบริเวณศูนย์ขาวก็เห็นรถตู้ติดฟิล์มดำขับสวนเข้าไป ขาวไม่สนใจคิดว่าคงเป็นเพื่อนๆเสี่ยเหมือนคราวก่อน

ในรถตู้คันนั้น มีสาวสวยวัยขบเผาะนั่งมา 6 คน พอมาถึง เจษ แบ็งค์ และหมีที่รออยู่ก็เปิดประตูรถ แม่เลี้ยงเรียกสาวๆพวกนั้นรีบลงมา ขาวถามว่าคนไหนของเสี่ย

"นี่จ้ะ..." แม่เลี้ยงบอกพลางชะโงกเข้าไปเรียก "เอ้า...ลงมาสิดอกไม้"

เด็กสาวเหล่านั้นลงจากรถท่าทางกลัวๆ แม่เลี้ยงมองเด็กสาวแล้วยิ้มภูมิใจที่ทำหน้าที่สำเร็จ

ดอกไม้ถูกส่งเข้าไปให้เสี่ยพิทักษ์ในห้องรับรองลูกค้า แม่เลี้ยงคุยอวดว่านี่คือห้าดาวของลอตนี้ สั่งดอกไม้ให้ไหว้เสี่ย ดอกไม้ยกมือไหว้กลัวๆ

"หมดจดไร้เดียงสาไปทั้งตัว เยี่ยมมากแม่เลี้ยง อย่างนี้ลูกค้าต้องชอบแน่ๆ เจษ..."

เสี่ยสั่งเจษให้พาแม่เลี้ยงไปรับเช็ค ส่วนตนจะทดลองสินค้าก่อน พอเจษกับแม่เลี้ยงออกไป เสี่ยก็แสดงความหื่นเข้าหาดอกไม้ เด็กสาวกลัวถอยกรูดเสี่ยก็ตามไปอย่างกระหาย

พอดีสายใจแม่บ้านเข้ามาบอกว่าน้ำเต็มแล้ว เสี่ยรับรู้ แล้วบอกให้สายใจออกไป

ooooooo

บัวมาอยู่บ้านแก้ว เห็นความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกที่อบอุ่นของผู้ใหญ่แล้วก็คิดถึงพ่อแม่ของตัวเอง

ขาวมาถึงบ้านแก้ว ทักทายกันแล้วเขาถามถึงบัว แก้วบอกว่าตนก็กำลังจะไปตามหาอยู่เหมือนกัน ขาวบอกว่าสงสัยจะไปอยู่แก่งเอื้อมดาว บอกแก้วว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวตนจะไปหาเอง ว่าแล้วขับรถไปเลย

แก้วเรียกไว้แล้วเล่าเรื่องที่เกิดกับบัวให้ฟังว่าตอนนี้ทั้งบ้านทั้งที่ดินของบัวถูกแม่เลี้ยงอุ่มคำยึดไปหมดแล้ว เมื่อขาวรู้เรื่องยิ่งเป็นห่วง บึ่งรถไปที่แก่งเอื้อมดาวทันที

ไปเจอบัวนั่งร้องไห้อยู่ ขาวเข้าไปปลอบว่าให้ทำใจเสีย ของเสียไปแล้ว เอาคืนมาไม่ได้แล้วเราต้องทำใจแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ ถ้าขืนบัวยังจมอยู่กับความเศร้าอย่างนี้ ก็จะไม่ต่างอะไรกับโขดหินที่รอเวลาจมน้ำ

เมื่อบัวบอกว่าตนยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ขาวเสนอจะพาไปทำงานกับตน บัวทำหน้าสยองบอกว่ากลัวเคที่

"มีพี่ไม่ต้องกลัวใครทั้งนั้น แม่เคที่น่ะเดี๋ยวพี่คิดบัญชีให้เอง พี่จะไปขอให้เสี่ยรับบัวเข้าทำงานในศูนย์หัตถกรรมแล้วพักที่นั่นเลย ที่นั่นให้ชีวิตใหม่เราได้ ดูพี่เป็นตัวอย่างสิ เสี่ยพิทักษ์ เป็นคนดีนะบัว"

ขาวหว่านล้อมเต็มที่ บัวฟังแล้วคิดหนัก แต่ยังไม่ตัดสินใจ

ooooooo

เสี่ยพิทักษ์แสดงความหื่นกับเด็กสาวอย่างหยาบคาย เด็กสาวกลัวจนร้องไห้ขอร้องว่าตนไม่อยากได้เงินแล้ว ปล่อยตนไป ตนอยากกลับบ้านแล้วจะหาเงินมาใช้คืนให้

"กูไม่เอา กูจะเอามึงนี่แหละ" เสี่ยหยาบคายดุดัน เมื่อ เด็กสาวดิ้นหลุดวิ่งหนีไปมุมห้อง เสี่ยตามไปตะครุบจิกหัวลากมาอย่างเหี้ยมโหด ตะโกนถามว่าใครอยู่ข้างนอก

พอเจษเข้ามาเสี่ยเหวี่ยงสาวน้อยให้เจษบอกว่าตนเบื่อแล้วจะทำอะไรก็เชิญ

เด็กสาวถูกเจษตบกระเด็นไปบนที่นอนแล้วแสดงความเหี้ยมหื่นอย่างเมามัน มันคนเดียวไม่พอเรียกแบ็งค์กับหมีมารุมอีกตะโกนบอก "เต็มเหนี่ยว!" แล้วมันก็ไปนั่งจิบเครื่องดื่มใกล้ๆ เสี่ยดูพฤติกรรมหื่นของแบ็งค์กับหมีจนเด็กสาวบอบช้ำสาหัส

สุดท้ายเสี่ยกระชากเข็มขัดที่เอวเจษรัดคอเด็กสาวจนแน่นิ่ง ก่อนสั่งให้สมุนเอาไปจัดการอย่างที่เคยทำ!

ooooooo

คืนนี้ที่ศาลาวัดถ้ำผาน้ำไหล หลวงพ่อและหลวงพี่ทั้งสามรวมทั้งเณรจ้อย กำลังช่วยกันเตรียมเอกสารแผ่นผับเกี่ยวกับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ หลวงพี่ฉิมถามดำอย่างเป็นห่วงว่าดำเอาเงินเดือนมาทำเอกสารพวกนี้หมดแล้วจะเอาที่ไหนใช้จ่าย

"โธ่...หลวงพี่ ผมน่ะบ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อนะครับ เงินเดือนผมก็ภาษีประชาชน ผมคืนกำไรให้ประชาชนจะเป็นไรไป จริงไหมครับ"

หลวงพี่ฉิมเห็นด้วย หลวงพ่อเปรยๆว่าถ้ามีคนคิดแบบนี้ เยอะๆน่าจะดี ดำพูดอย่างไม่กังวลว่า มีหรือไม่มีตนไม่สนใจตนเริ่มจากตัวเองทำให้เป็นตัวอย่าง หวังว่าสักวันคงจะมีคนทำแบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

"อย่างนี้รึเปล่าที่เขาว่าสร้างอาวุธทางปัญญาให้ชาวบ้าน" เณรจ้อยขี้สงสัยถามหลวงพ่อ


"ถูกแล้วเณร อาวุธทางปัญญาเนี่ย มีพลังยิ่งกว่าอาวุธสงครามเป็นไหนๆ แล้วก็...ผู้มีอาวุธในมือน่ะ ไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไปหรอกเณร"

"ถ้าชาวบ้านมีอาวุธทางปัญญา ก็จะได้ไม่หลงทำอะไรผิดๆ หรือโดนคนที่มีอำนาจทางสังคมมากกว่ามาเอาเปรียบอีก" ดำมีความหวังว่าสักวันหนึ่งสังคมที่นี่จะเป็นอย่างนั้น

เมื่อทำแผ่นพับเสร็จ ก็พอดีมีเสียงฟ้าร้องฟ้าคำรามขึ้น หลวงพี่ฉิมมองฟ้าแล้วบ่นว่าจู่ๆก็ผ่ามาไม่มีปี่มีขลุ่ย ดำไหว้ ขอบคุณหลวงพ่อที่มาช่วยกันจนงานเสร็จ หลวงพี่กับเณรต่างบอกว่างานแบบนี้เต็มใจเต็มที่

เสียงฟ้าคำรามถี่ขึ้น จนดำมองอย่างวิตก รู้สึกสังหรณ์ใจพิกล เมื่อหลวงพ่อพระเณรแยกย้ายกันกลับกุฏิแล้ว ดำเดินมา ทางชายน้ำใกล้วัดก็ตกใจ แปลกใจ เมื่อเห็นรถตู้คันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาจอด แอบดูเห็นเจษลงจากรถส่งสัญญาณให้ลูกน้องบนรถ

ครู่หนึ่งลูกน้องเจษก็ช่วยกันยกร่างหญิงสาวที่หมดสติลงมาแล้วโยนลงน้ำทันที

"เฮ้ย...ทำอะไร!" ดำตะโกนถาม พวกเจษตกใจพากันวิ่งหลบ เจษชักปืนยิงสวนเสียงตะโกนของดำไปเกือบถูก เจษ ตะโกนเย้ยมาว่า

"จะไปช่วยผีจมน้ำเหรอปลัด เสียแรงเปล่าน่า เก็บแรง ไว้เอาตัวเองให้รอดดีกว่า"   พูดแล้วเจษยิงปืนไปทางดำอีกหลายนัด

หลวงพ่อและพระเณรได้ยินเสียงปืนพากันออกจากกุฏิมาดู ถามกันว่าเสียงปืนจากไหน หลวงพี่ฉิมบอกว่าเสียงดังขนาดนี้คงอยู่ใกล้ๆวัดเรานี่แหละ ทำให้หลวงพ่อคิดถึงดำขึ้นมาทันทีถามเสียงดัง

"แล้วดำล่ะ..."

ที่ชายป่าใกล้วัดนั้น เจษ แบ็งค์ และหมีวิ่งไล่ตามดำมา แล้วพวกมันก็งงเป็นไก่ตาแตกเมื่อดำหายไปราวกับหายตัวได้ ขณะมันร้องถามกันอยู่นั้นเอง เสียงดำก็ดังมาจากบนต้นไม้

"ไม่ต้องหา ฉันอยู่นี่!"

สิ้นเสียง ดำก็หักกิ่งไม้โรยตัวลงมาฟาดฟันจนหน้าหงายไปทั้งสามคน ดำจ้องพูดใส่หน้าเจษ

"เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด"

"แต่กว่าจะรู้ แกก็หมดโอกาสเห่าให้ใครรู้แล้วล่ะ ไอ้ปลัดหน้าโง่ เฮ้ย!" เจษหันไปตะโกน สิ้นเสียงหมีก็ซัดมีดสั้นใส่ดำทันที ดำพลิกตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว แล้วล้มตัวลงเตะตัดขาแบ็งค์กับหมีจนมันล้มไม่เป็นท่า

เจษชักปืนจะยิง ถูกดำพลิกตัวเข้าล็อกแบ็งค์แล้วบิดมือที่ถือปืนอยู่เล็งใส่เจษทันที ตะโกน "เอาเลย อยากยิงกันเองก็เอา!"

เจษตะโกนเสียงดัง "เฮ้ย!" อีกทีปรากฏว่าลูกน้องของเสี่ยพิทักษ์อีก 5 คนก็กรูกันออกมาจากความมืดรอบด้าน ล้อมกรอบดำไว้ แต่ละคนมีอาวุธครบมือ

แม้จะถูกล้อมเหมือนเล่นหมาหมู่ แต่ดำก็มีสติดียังคงล็อกตัวแบ็งค์ไว้หาโอกาสพลิกสถานการณ์

เวลาเดียวกัน ที่บริเวณวัดถ้ำผาน้ำไหล หลวงพ่อกับพระเณรในวัดก็ช่วยกันออกตามหาดำกันทั่วบริเวณวัด หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยไปด้วยกันอีกทางหนึ่ง ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงหลวงพี่ฉิม โวยวายให้เณรจ้อยรอด้วยเพราะข้างหลังมันมืด

ปรากฏว่าหลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยไปหาที่ท้ายวัดเจอแต่หลุมผีเลยแผ่นแน่บกลับมา

ที่บริเวณชายป่า เจษอยู่ในฐานะเป็นต่อ บอกดำให้มอบตัวเสีย แบ็งค์ตะโกนให้จับตายทั้งที่มันเองยังถูกดำล็อกตัวอยู่ ดำมองไปรอบๆได้จังหวะเหมาะก็กระชากปืนจากแบ็งค์ถีบมันกระเด็นไปชนเจษพร้อมกับยิงปืนเปิดทางหนีไป

ooooooo

เสียงปืนดังไปถึงทางเดินในวัด หลวงพ่อบอกหลวงพี่ฉิมว่า ยิงกันใกล้วัดขนาดนี้ไม่ดีแน่

เวลาเดียวกัน ที่บ้านพักริมน้ำของเสี่ย บึมวิ่งมาบอกขาวว่าใครยิงกันก็ไม่รู้ชวนออกไปดูกันไหม ขาวดักคอว่าจะหาเรื่องออกไปเที่ยวใช่ไหมอย่าหวังเลย ตนอยากนอนแล้ว

ทันใดนั้นเสียงปืนแว่วเข้ามาอีก ขาวได้ยินกับตัวเองก็ชะงัก บึมได้ทีชวนรีบออกไปดูกันขาวจึงลุกขึ้น แต่ไม่ทันขยับไปไหน เสียงเสี่ยก็ถามขึ้นอย่างมีอำนาจว่า

"จะไปไหนกัน"

พอทั้งสองชะงัก เสี่ยพูดอย่างใจเย็นว่าใครเขาจะยิงกันที่ไหนปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่าเพราะคดีคราวก่อนเพิ่งเกิด ถ้าเกิดซวยขึ้นมาอีกตนช่วยไม่ได้แล้ว จากนั้นกำชับขาวว่า

"ถนอมตัวไว้ขาว เสี่ยงในเรื่องที่เราควรเสี่ยงไม่งั้นความเดือดร้อนจะพุ่งเข้ามาหานายไม่สิ้นสุด" เสี่ยสั่งก่อนออกไปว่า "ไปพักผ่อนกันได้แล้ว พรุ่งนี้มีนักท่องเที่ยวกรุ๊ปใหญ่จะมาที่ศูนย์หัตถกรรมเรา"

ooooooo

เจษ แบ็งค์ หมี และลูกน้องเสี่ยอีก 5 คนวิ่งไล่ล่าดำไปจนถึงชายป่าริมน้ำ ดำยิงต่อสู้จนกระสุนหมด ตัดสินใจพุ่งลงน้ำ ถูกพวกเจษยิงลงน้ำอย่างบ้าดีเดือด กระสุนเฉียดร่างดำไปรอบตัว

พวกมันยิงกันจนหนำใจแล้ว หมีบอกว่าป่านนี้ดำลงไปนอนอยู่ก้นแม่น้ำแล้วกระมัง เจษตวาดว่า

"มันยังไม่ตาย กระสุนสาดลงไปขนาดนั้นถ้าโดนมันต้องมีเลือดบ้างสิวะ"

ทันใดนั้นพวกมันก็สะดุ้ง เมื่อเสียงหลวงพ่อถามขึ้นว่า ดึกดื่นมาทำอะไรกัน หลวงพี่ฉิมก็เสริมว่ายิงกันสนั่นจนพระจำวัดไม่ได้เลย เจษหันมาโกหกพระคำโตว่า

"ซ้อมมือกันนิดหน่อยน่ะหลวงพ่อ" แล้วหันไปเรียกพรรคพวกกลับ แต่พอเดินห่างไปนิดเดียวมันก็หันมาเรียกแบ็งค์กับหมีสั่งการบางอย่าง ส่วนตัวมันเองกลับไปรายงานเสี่ยที่ห้องทำงานในบ้านพักริมน้ำ

เสี่ยพิทักษ์ด่าอย่างหัวเสียว่าทำงานแค่นี้ก็พลาดแถมยังปล่อยให้ดำรอดไปได้อีก เจษบอกว่าตนให้แบ็งค์กับหมีรอดักเล่นงานดำอยู่แล้ว

"เฝ้ามันให้ดี มีอะไรรีบรายงานฉันด่วน อย่าให้ไอ้ปลัดบ้านั่นแผลงฤทธิ์อีกเข้าใจไหม" เสี่ยสั่งสีหน้าเหี้ยมเกรียม

ดำว่ายน้ำไปขึ้นที่ท่าน้ำวัดถ้ำผาน้ำไหล ต้องนั่งเหนื่อยหอบอยู่นาน คิดถึงเรื่องราวที่เพิ่งผ่านไปด้วยความไม่สบายใจ บอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่นว่า "ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว" พลางขยับจะลุก

ทันใดนั้นมีเสียงคนเดินคุยกันมา ดำค่อยๆทรุดตัวลงซุ่มฟัง

มันคือแบ็งค์ หมี กับลูกน้องเสี่ยอีก 3 คนที่ซุ่มอยู่ บริเวณนั้น แบ็งค์ถามหมีว่าเป็นอย่างไรบ้าง หมีบอกว่าพวกเราตามมาเสริมแล้ว

"เยี่ยม...คืนนี้ถ้าไอ้ปลัดดำมันกลับมาที่นี่ ก็จะได้ส่งขึ้นเมรุซะเลย" แบ็งค์ผยองมาก

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ทางวัดยังไม่ได้ข่าวของดำเลย หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยพากันลงไปซักผ้าผืนใหญ่ที่บันไดท่าน้ำ ระหว่างเณรคลี่ผ้าสะบัดในน้ำนั้นเอง รู้สึกเหมือนมีอะไรมาตอดที่ขา นึกว่าปลา แต่ครู่หนึ่งก็รู้สึกผิดสังเกตเพราะมันดันเข้ามาที่ขาลักษณะหนักและใหญ่มาก

หลวงพี่ฉิมเข้าไปช่วยเณรจ้อยล้วงมือลงไปดึงขึ้นมา แล้วทั้งพระทั้งเณรก็แทบช็อกเมื่อมันคือศพของหญิงสาวสภาพน่ากลัวมาก

หลวงพี่ฉิมกลัวผีอยู่แล้ว  ปล่อยมือวิ่งขึ้นจากท่าน้ำ

เณรจ้อยวิ่งตามต่างร้องโวยวายว่าผีหลอก วิ่งเตลิดกลับกุฏิอย่างขวัญเสีย

ooooooo

ต่อมาเมื่อทางตำรวจกับชาวบ้านมาเอาศพหญิงสาวขึ้นจากน้ำห่อด้วยผ้าขาว จีรายุสหันไปสั่งตำรวจที่มาด้วยกันว่าเดี๋ยวเจอกันที่โรงพยาบาลแล้วจะออกไป ผู้ใหญ่เข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

"ไม่พบหลักฐานอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นใครมาจากไหนเลยครับ แต่ดูจากภายนอกมีรอยช้ำหลายแห่ง ที่คอยังมีรอยถูกรัดด้วยครับ" จีรายุสเล่า แก้วฟังแล้วบอกว่าเหมือนเดิมไม่มีใครรู้จักคนตายมาก่อน บัวบอกว่าแสดงว่าคนร้ายยังวนเวียนอยู่แถวนี้ ส่วนครูทับทิมที่มาที่ท่าน้ำด้วยพูดอย่างเป็นห่วงเด็กๆว่า

"น่ากลัวจังเลย สงสัยต้องบอกเด็กๆที่โรงเรียนให้ระวังคนแปลกหน้าแล้ว"

"คนตายเป็นใบไม้ร่วง แต่จับคนร้ายไม่ได้ สงสัยชาวบ้านต้องเป็นตำรวจเสียเองแล้ว" หลวงพ่อเอ่ยขึ้น พอดีผู้ใหญ่เห็นผู้กำกับสุจริตเดินมา บอกทุกคนว่าคนที่รู้ดีที่สุดมาแล้ว พลางชี้ไปที่ผู้กำกับ

ทุกคนเดินตามหลวงพ่อไปหาผู้กำกับ หลังจากคุยกับหลวงพ่อแล้วผู้กำกับให้ความมั่นใจว่า

"ไม่ต้องห่วงครับหลวงพ่อ ผมจะเร่งสะสางคดีนี้ให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องคนของเสี่ยพิทักษ์มายิงปืนแถววัด ขอเวลาผมสอบถามทางโน้นนิดนะครับ"

"ถ้าผู้กำกับรับปาก อาตมาก็เบาใจ แต่ยังไงขอให้จริงจัง คดีมันเนิ่นนานมาตั้งแต่ก่อนผู้กำกับย้ายมาอยู่ที่นี่อีกนะ" หลวงพ่อย้ำ ผู้ใหญ่เสริมว่าที่ผ่านมาเหมือนใส่เกียร์ว่างยังไงไม่รู้

"อ้าว...ไอ้ผู้ใหญ่เล่นข้าอีกแล้ว อย่างนี้ข้าก็ซวยสิวะ" จ่าดำเกิงกินปูนร้อนท้อง

จ่ากับผู้ใหญ่ทำท่าจะเถียงกันอีกตามเคย หลวงพ่อตัดบทพูดกับผู้กำกับว่ายังไงเสียท่านกับชาวบ้านก็ฝากความหวังไว้กับผู้กำกับด้วย บัวฝากคดีพ่อกับแม่ของตนด้วย ส่วนครูทับทิมห่วงเด็กให้ผู้กำกับทำเพื่อเด็กๆที่นี่ด้วย

"โอเคครับผมจะพยายาม"

ทันใดนั้น ทุกคนตกใจเมื่อได้ยินเสียงหลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยโวยวายแว่วมาจับความได้ว่าเจอผี ทุกคนจึงตรงไปที่กุฏิหลวงพี่ฉิม หลวงพี่เผือกกับหลวงพี่น้อยยืนเคาะประตูกุฏิเรียกก็ได้ยินเสียงจากข้างในร้องเสียงสั่นมาว่า "อย่าๆ อาตมากลัวแล้ว"

หลวงพ่อถามว่ามีเรื่องอะไรกัน หลวงพี่เผือกบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน เห็นเอะอะโวยวายกันว่าเจอผีแต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิดประตู จีรายุสเลยเสนอให้พังประตูเข้าไปเลย

พอหลวงพ่ออนุญาต จีรายุสก็ตั้งท่าจะพังประตู ทันใดนั้นเอง ประตูเปิดผลัวะออก หลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยถลาออกมาหลับหูหลับตาตะโกนให้ช่วยด้วย...ช่วยด้วย ผีหลอก

พอออกมาเห็นหลวงพ่อและผู้คนมากมายทั้งหลวงพี่ฉิมและเณรจ้อยก็ตั้งสติได้ เล่าเรื่องให้ฟัง หลวงพ่อตำหนิว่าขาดสติแบบนี้ญาติโยมเห็นพระเห็นเณรหน้าซีดปากสั่นเพราะเห็นศพอย่างนี้แล้วจะไปสอนใครเขาได้ เตือนสติหลวงพี่ฉิมกับเณรจ้อยว่า

"มีสติกันหน่อย ยิ่งบ้านเมืองเป็นอย่างนี้ยิ่งต้องมีสติเป็นพระต้องเป็นหลักให้ชาวบ้านเขายึดเหนี่ยวนะท่าน"

หลวงพี่ฉิมยกมือไหว้ขอโทษหลวงพ่อ ขณะนั้นเองผู้ใหญ่ทิมก็ถามขึ้นอย่างไม่สบายใจว่า

"เออ...เรื่องเจ้าดำที่จู่ๆหายไปหลวงพ่อจะเอายังไงดีครับ"

ooooooo

แม้ผู้กำกับสุจริตจะรับปากกับหลวงพ่อที่จะคลี่-คลายคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ยังจับคนร้ายไม่ได้สักคน แต่พอกลับมาถึงห้องทำงาน ผู้กำกับบ่นกับจ่าดำเกิงในฐานะตำรวจด้วยกันอย่างหัวเสียว่า

"ฆาตกรต่อเนื่อง ทำไมต้องต่อมาถึงฉันด้วยวะ"

จ่าถามว่าผู้กำกับจะเอาจริงใช่ไหม ถูกผู้กำกับย้อนถามว่าจ่าก็รับราชการมาจนจะเกษียณอยู่แล้วน่าจะเข้าใจความรู้สึกของตนดี จ่าทำหน้าเบื่อๆบอกว่าตนก็รู้สึกเหนื่อยใจอยู่เหมือนกัน

ขณะนั้นเองตำรวจหญิงคนหนึ่งเข้ามารายงานว่านายอำเภอมารออยู่ในห้องทำงาน ผู้กำกับจึงเดินไปพบ บอกว่ารอสักครู่แล้วเราออกไปหาอะไรกินกันดีกว่า

"ได้ข่าวว่างานเข้าหรือครับ" นายอำเภอปราบถามเป็นนัย

"เฮ้อ...ก็คดีหญิงสาวถูกฆ่าตายนั่นแหละ ไหนจะเรื่องคนของเสี่ยไปยิงปืนแถววัดอีก หลวงพ่อสิงโตออกปากเองเลยหนักใจหน่อย"

ทั้งสองยังไม่ทันออกไป ก็มีเสียงเคาะประตู ผู้กำกับอนุญาตให้เข้ามา จ่าดำเกิงก็เปิดประตูอย่างลังเล ไม่ทันที่จ่าจะพูดอะไร ดำที่เดินตามจ่ามาก็เบียดแทรกตัวเข้าไป นายอำเภอตกใจถามดำว่าปลัดไปทำอะไรมา

ทั้งผู้กำกับและนายอำเภอต่างตกใจแปลกใจกับสภาพของดำที่ยังอยู่ในชุดที่ตกน้ำมอมแมม ผู้กำกับพยักหน้าให้จ่าออกไปก่อน แล้วจึงเริ่มคุยกับดำ

"เมื่อคืนผมเห็นคนของเสี่ยพิทักษ์เอาศพมาทิ้งแม่น้ำ" ดำเข้าเรื่องทันที

ผู้กำกับทำเป็นตกใจทั้งที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร นายอำเภอก็ปรามดำว่าอย่าพูดอะไรมั่วๆ ของอย่างนี้ต้องมีหลักฐาน

"สภาพผมนี่ไงครับหลักฐาน ผมเห็นพวกมัน พวกมันเลยไล่ปิดปากผม อ้อ...ยังมีศพผู้หญิงที่พวกมันทิ้ง เท่านี้พอให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้นรึยังครับ"

เมื่อดำอ้างหลักฐานชัดๆอย่างนี้ ทั้งผู้กำกับและนายอำเภอก็อึ้ง แต่มีโทรศัพท์มือถือเข้ามาที่ผู้กำกับ พอรับสายผู้กำกับก็หันหลังให้ดำ พูดด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจปลายสายมาก เป็นสายจากเสี่ยพิทักษ์โทร.จากบ้านพักริมน้ำนั่นเอง เสี่ยพูดโทรศัพท์อย่างใจเย็นว่า

"ผมว่าผู้กำกับรู้ดีว่าควรทำตัวยังไง ขอบคุณมาก ผู้กำกับไม่ทำให้ผมผิดหวังจริงๆ"

พอเสี่ยวางสายก็ยิ้มอย่างพอใจ พอดีขาวเดินเข้ามาถามว่าเสี่ยให้บึมไปตามมีอะไรจะใช้หรือ

"ไม่มีอะไรหรอก แค่จะชวนไปทำบุญน่ะ" เสี่ยพูดด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาใจบุญ

ooooooo

ที่ห้องทำงานของผู้กำกับสุจริต ทั้งตัวผู้กำกับ นายอำเภอปราบ และดำ ยังเผชิญหน้ากันอยู่ พอผู้กำกับวางสาย ดำถามทันทีว่าเสี่ยพิทักษ์โทร.มาใช่ไหม ผู้กำกับทิ้งตัวลงนั่งเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างไม่อยากตอบคำถามของดำ พอดำจะพูดอีก ก็ถูกนายอำเภอพูดแทรกขึ้นว่าให้เลิกตั้งคำถามเลิกพยายามได้แล้ว

"นายอำเภอครับ พวกเราจะยอมจำนนกับอำนาจเถื่อนไม่ได้นะครับ" ดำโพล่งขึ้นอย่างรับไม่ได้

"แต่นี่คือการอยู่ให้เป็นนะปลัด ปลัดจะไปงัดข้อกับเขาทำไมในเมื่อผลที่ได้มาคือการถูกดอง ถูกย้าย หรือไม่ก็ตาย"

"แต่ถ้าเราร่วมมือกันสู้ เสี่ยพิทักษ์ก็ทำอะไรเราไม่ได้นะครับ"

"มันไม่ใช่แค่เสี่ยพิทักษ์นะปลัด ปลัดรู้ไหมว่าเสี่ยพิทักษ์สนิทสนมกับ...เฮ้อ...อย่าให้ผมพูดดีกว่า เอาเป็นว่าคุณกำลังงัดข้อระดับชาติก็แล้วกัน" ผู้กำกับพูดอย่างน้ำท่วมปาก แต่ดำยังไม่ยอมแพ้เสนอว่า

"งั้นคนทั้งประเทศก็ต้องร่วมมือกัน ประเทศนี้เป็นของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของคนแค่ไม่กี่คนนะครับ" พูดแล้วเห็นผู้กำกับกับนายอำเภอมองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจ ดำถามว่า "ตกลงเราต้องมองดูคนตายไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้ เราต้องมองดูพวกเขากัดกินประเทศกันอยู่อย่างนี้โดยไม่ทำอะไรเลยใช่ไหมครับ"

ทั้งนายอำเภอและผู้กำกับต่างนิ่งเงียบมีแต่สีหน้าที่เหนื่อยอ่อนแทนคำตอบ ดำเห็นท่าพึ่งอะไรไม่ได้เลยผลุนผลันออกไป

ooooooo

เสี่ยพิทักษ์ให้ขาวพาไปนมัสการหลวงพ่อสิงโตที่วัด โดยมีทั้งเคที่ เจษ แบ็งค์และหมีตามไปด้วย หลังจากกราบหลวงพ่อแล้ว เสี่ยพูดอย่างอ่อนน้อมว่า

"ผมต้องขอโทษหลวงพ่อด้วยนะครับ ที่ลูกน้องผมมา สร้างความรำคาญให้ เด็กหนุ่มน่ะครับเลยห้าวไปนิด"

"ผมเพิ่งรู้เรื่องครับ หลวงพ่ออย่าโกรธเลยนะครับ" ขาวช่วยพูด

หลวงพ่อบอกว่าท่านเคยโกรธใครที่ไหนขาวเองก็รู้ แล้วถามว่าขาวรู้หรือเปล่าว่าดำหายตัวไป หายไปตั้งแต่เมื่อคืน หลวงพ่อพูดด้วยความเป็นห่วงไม่สบายใจ แต่เสี่ยพิทักษ์ชำเลืองมองหน้าพวกพ้องกันอย่างมีเลศนัย

ทันใดนั้น ดำเดินขึ้นบันไดมาเอ่ยเรียก "หลวงพ่อครับ!"

ทุกคนหันมอง พอเห็นดำเท่านั้นต่างหน้าเสียพากันขยับอย่างคุมเชิง

หลวงพ่อดีใจมากถามดำว่าหายไปไหนมาทั้งคืน ระหว่างนั้นเสี่ยพิทักษ์ทำเป็นยิ้มแย้มแต่ในใจร้อนเริ่มกระวนกระวายไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริงที่ดำอาจพูดออกมา จึงกราบลาหลวงพออ้างว่าท่านจะได้คุยกับดำได้สะดวก ขาวกราบลาด้วยบอกหลวงพ่อว่าจะแวะมาใหม่

"เออ...ขาวเดี๋ยว" ดำจะเรียกขาวไว้คุยกันก่อน แต่ขาวลุกตามเสี่ยไปทำเหมือนไม่ได้ยิน

"เอ้า...ตกลงบอกข้าได้รึยังว่าหายไปไหนมา" หลวงพ่อ ถามดำ

ooooooo

ระหว่างทางออกจากวัดนั่นเอง เสี่ยสั่งขาวว่าเดี๋ยวจะไปส่งเขากับเคที่ก่อนแล้วตนจะเลยไปธุระในเมือง ฝากขาวดูแลศูนย์หัตถกรรมให้ด้วย ขาวจึงเอ่ยปากฝากคนเข้าทำงานที่ศูนย์ด้วยคนหนึ่ง

พอเสี่ยส่งขาวกับเคที่แล้ว เคที่จึงประชดประชันขาวว่าฝากบัวมาทำงานจะได้อี๋อ๋อกันในนี้เลยใช่ไหม ขาวฉุนขึ้นมาบอกเคที่ว่าไม่ใช่เรื่องของเธอ

"ทำไมจะไม่ใช่ ในเมื่อที่นี่เป็นของป๊าฉัน แล้วฉันก็เป็นลูกของป๊า" เคที่เสียงดัง ขาวอ้างว่าป๊าเธออนุญาตแล้ว เธอเสียงดังกว่าเก่าว่า "แต่ฉันไม่อนุญาต"

"เรื่องนั้นผมไม่สน แต่ถ้าคุณแตะต้องบัวอีกเมื่อไหร่ ผมเล่นงานคุณแน่" ขาวตัดบท พอดีบึมเดินเข้ามาสมทบ พูดแหย่ทั้งขาวและเคที่อย่างคะนองปากไปตามประสา จนเคที่ด่าว่าทะลึ่งตบหน้าฉาดหนึ่ง ขาวเลยเดินเลี่ยงไป เคที่ พยายามเรียกไว้แต่ขาวไม่สนใจ บึมเลยรีบตามไป

"เดินหนีคิดว่าจะแก้ปัญหาได้งั้นเหรอ ดี นังบัวเข้ามา อยู่ที่นี่ จะได้ใกล้มือใกล้เท้าฉันหน่อย" เคที่พูดตามหลังขาวไป มองตามขาวไปด้วยแววตาร้ายกาจ

ooooooo

ดำเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้หลวงพ่อฟังอย่างละเอียด หลวงพ่อฟังแล้วไม่สบายใจ เตือนว่า

"ถ้าเสี่ยพิทักษ์รู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้จริงๆ เอ็งก็ต้องระวังตัวให้มากนะดำ"

"หนักใจตรงนายอำเภอปราบกับผู้กำกับสุจริตเพิกเฉยเรื่องนี้มากกว่าครับ ลองกลไกรัฐไม่ทำงานแล้วชาวบ้านลำบากแน่"

"แล้วเสี่ยพิทักษ์ทำศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทยทำไม" หลวงพ่อถาม แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเมื่อเห็นสภาพมอมแมมของดำ "ข้าว่าเรื่องนี้ค่อยคิดกันอีกที แต่ตอนนี้เอ็งไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะวะไอ้ปลัด จะได้สดชื่นมีแรงทำอะไรต่อ"

"ครับหลวงพ่อ" ดำกราบหลวงพ่อลุกเดินกลับไปที่บ้านพัก

แต่พอดำไปถึงจะเปิดประตูห้องก็ถูกท่อนไม้ฟาดจนหลังแอ่นร่วงลงไปกองกับพื้น ดำหันมองเห็นเจษ แบ็งค์ และหมีมาซุ่มรออยู่แล้วและเข้าทำร้ายทันทีโดยที่ดำไม่ทันระวังตัว

ขณะที่เจษใช้เท้าเหยียบยอดอกดำหัวเราะเยาะอยู่นั้น เสียงเสี่ยก็หัวเราะดังกว่าแทรกเข้ามา พูดอย่างผยองว่า "สิ้นฤทธิ์จนได้นะปลัด"

"ที่แท้ก็แกจริงๆ" ดำจ้องหน้าเสี่ยอย่างแค้นใจ

เสี่ยพูดเย้ยว่าอย่าพูดดังไป เพราะในสายตาชาวบ้านตนคือนักบุญ แต่สำหรับข้าราชการหัวดื้ออย่างดำตนคือซาตานที่จะส่งเขาลงนรก เสี่ยหัวเราะร่าพูดหยันว่า

"แต่ฉันไม่ฆ่าแกตอนนี้หรอก เพราะมันง่ายไป ฉันจะเล่นเกมแมวจับหนูกับแก ฟังไว้นะปลัดต่อจากนี้ไป แกเผลอฉันล่า ชีวิตแกจะอยู่หรือไปเมื่อไหร่ฉันจะเป็นคนลิขิตให้เอง"

ทันใดนั้น เสียงแก้วก็ร้องเรียกดำมาแต่ไกล เสี่ยพิทักษ์ สั่งลูกน้องกลับเพราะวันนี้สนุกพอแล้ว พอเสี่ยกับพวกออกไป แก้วกับบัวก็มาถึง พอเข้ามาเห็นดำพยายามพยุงตัวลุกขึ้น แก้วตกใจเข้าประคอง บัวถามว่าเป็นอะไร

ดำไม่บอกความจริง ตอบเบี่ยงเบนไปว่าคงเป็นพวกโจรที่จะมาลักของในวัด ทั้งแก้วและบัวไม่ติดใจ แก้วนึกได้บอกว่าเมื่อกี้ขาวโทร.มาบอกว่าฝากบัวเข้าทำงานที่ศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทยได้แล้ว

ดำชะงักกึก นึกเป็นห่วงบัวขึ้นมา

ooooooo

เมื่ออยู่กับแก้ว ดำจึงเล่าความจริงให้ฟัง แก้วถามดำว่าเมื่อมันอันตรายขนาดนั้นทำไมเขาไม่ห้ามบัว ดำถามว่าห้ามแล้วบัวจะฟังหรือเพราะบัวไม่อยากรบกวนบ้านเธอและอีกอย่างบัวก็โตแล้วด้วย

เมื่อเห็นแก้วยังกังวล ดำบอกว่า ตนเชื่อว่าขาวไม่ยอมให้ใครทำอะไรบัวได้หรอก แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ดำเชื่อว่า การเข้าไปของบัวอาจทำให้เรารู้อะไรดีๆก็ได้ ว่าแล้วก็พูดให้แก้วหายเครียดว่า "เชื่อสมองผู้ชายหน้าตาดีอย่างฉันเถอะแก้ว" เลยทำให้แก้วหัวเราะออกมาได้

ดำแกล้งแหย่แก้วทำเป็นจะจับปล้ำเลยถูกแก้วด่าจึงหยุด บอกว่าล้อเล่นอย่าโกรธเลยนะที่รัก

แก้วไม่โกรธ แต่พอถามดำว่าปลายเดือนนี้ว่างหรือเปล่า ดำก็ทำเป็นจำไม่ได้ว่าเป็นวันเกิดของแก้ว พูดอย่างหนักใจว่างานยุ่งมากเพราะยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะแยะเลย แก้วน้อยใจตัดบทว่าช่างมันเถอะ จากหัวเราะแจ่มใสเมื่อครู่เลยกลายเป็นหงุดหงิดขึ้นมาอีก

ooooooo

แยกจากดำแล้วกลับถึงบ้านแก้วก็ยังหงุดหงิดเอาปืนมาเช็ดก็ทำกระแทกกระทั้น จนผู้ใหญ่กับแม่ตุ๊กบ่นว่าสองสามวันนี้เป็นอะไรของมันดูหงุดหงิดพิกล

ครู่หนึ่งบัวออกมา แก้วทำเป็นต่อว่าบัวที่ไม่ยอมอยู่ ด้วยกันแต่จะไปทำงานที่ศูนย์หัตถกรรมบ้าบอนั่น บัวบอกว่า ยังไงเสียตนก็จะอยู่ฉลองวันเกิดของแก้วก่อนแล้วค่อยไป ทำให้ แก้วยิ้มออก แต่ยิ่งน้อยใจดำที่จำวันเกิดตนไม่ได้

รุ่งขึ้น แก้วไปใส่บาตร หลวงพ่อถามว่าวันนี้วันเกิด ใช่ไหม แก้วดีใจขอบคุณหลวงพ่อที่จำวันเกิดตนได้

"อ้าว...จำได้สิวะ แถวนี้มีใครจำวันเกิดเอ็งไม่ได้บ้าง" หลวงพ่อยิ้มอย่างเมตตา

แก้วมองขวับไปทางดำทันทีพร้อมกับหยิบขนมมาวาง ที่บาตร  แต่พอดำจะมาหยิบไปใส่ถุงแก้วกลับคว้าไว้ไม่ยอมให้ ยื้อกันอยู่ตรงนั้นจนแม่ตุ๊กเรียกปรามแก้วจึงยอมปล่อย เป็นอยู่ อย่างนี้หลายครั้ง สุดท้ายหลวงพ่อต้องออกมาหย่าศึก ร้องให้หยุด ถามว่า

"จะเล่นกันอีกนานไหม ข้าเวียนหัว จะเป็นลมอยู่แล้ว เดี๋ยวพ่อยันลงนรกทั้งคู่เลยนี่"

แก้วเลยยอมปล่อยมือจากดอกไม้ที่ถวายหลวงพ่อ เอ่ยขอโทษ แต่ไม่วายค้อนดำอีกรอบ

ooooooo

คืนนี้มีเลี้ยงฉลองวันเกิดให้แก้ว นอกจากอาหาร พิเศษหลายอย่างแล้ว ยังมีเค้กวันเกิดสวยงามด้วย จีรายุสมาร่วมงานวันเกิดแก้วอย่างสนิทสนม เมื่อพร้อม แล้วก็เตรียมลงมือฉลองกัน

"อ้าว...แล้วไม่รอดำมันหน่อยเหรอลูก"  ผู้ใหญ่ถาม แก้วทำหน้างอนบอกว่า   รอทำไมวันเกิดตนยังจำไม่ได้เลยไม่ต้องรอเราฉลองกันแค่นี้แหละ  แต่ไม่เห็นบัวเลยร้องเรียก

จีรายุสบอกว่าบัวไปเก็บดอกไม้ที่ริมน้ำจะเอามาปักแจกันยังไม่กลับมาเลย

แก้วเป็นห่วงบัวรีบออกไปตามเพราะค่ำมืดแล้ว พอแก้ววิ่งไปทุกคนตรงนั้นก็มองหน้ากันยิ้มๆ จีรายุสร้องบอกบัวให้ออกมาได้แล้ว บัวเดินออกมาจากในห้องหน้าเจื่อนๆ เพราะไม่อยากโกหกแก้วเลย

ที่แท้ทุกคนรวมหัวกันหลอกแก้วให้ไปที่ริมน้ำ เพราะดำคอยอยู่ที่นั่น พอแก้วไปถึงดำก็โผล่มาเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุข "สุขสันต์วันเกิดจ้ะแก้ว" พลางเอามงกุฎดอกไม้ที่ร้อยขึ้นอย่างสวยงามสวมหัวให้แก้ว ไม่เพียงเท่านั้น ยังเอาหินดำที่เหมือนของตัวเองร้อยเชือกคล้องคอให้แก้วด้วย บอกแก้วว่า

"ฉันไม่มีวันลืมวันเกิดของเธอหรอกแก้ว"

แก้วมองหินที่ดำทำให้บอกว่าเหมือนของดำเลย ดำบอกอย่างภูมิใจว่า

"ฉันทำเองกับมือเลยนะแก้ว ถึงมันจะไม่มีราคา แต่มันมีค่าตรงไหนรู้ไหม ตรงที่ฉันตั้งใจทำให้เธอไงแก้ว..." แล้วดำก็พูดอย่างอ่อนโยนว่า "แก้ว...หลวงพ่อเคยบอกว่าหินแม่น้ำที่ฉันสวมอยู่บอกถึงความเข้มแข็งความอดทนรอเวลาให้สายน้ำขัดเกลาจนสวยงาม ส่วนเส้นที่ฉันให้เธอฉันอยากให้เธอรู้สึกถึงวันเวลาที่ขัดเกลาความรู้สึกของเราสองคนจนถึงวันนี้นะแก้ว"

สวมสร้อยให้แล้ว ดำกุมมือแก้วขึ้น ทั้งสองสบตายิ้มให้กันด้วยความเข้าใจความรู้สึกที่มีต่อกันมายาวนาน...

ooooooo

ตอนที่ 12

หลังจากเจษกลับไปรายงานเสี่ยพิทักษ์ที่บ้านพักริมน้ำแล้ว เสี่ยพอใจมาก ถามเจษว่าแน่ใจนะว่าขาวไม่เห็นพวกเขา เจษแน่ใจ ทั้งยังพูดอย่างสะใจว่าอยู่ดีไม่ว่าดีแส่หาเรื่องเข้าตัวแท้ๆ

เคที่นั่งอยู่กับเสี่ยและแม่เลี้ยงอุ่มคำพูดขึ้นอย่างพอใจว่า

"งานนี้มีแต่ได้กับได้ แม่เลี้ยงได้เงิน ส่วนป๊าได้ที่ดิน ป๊าคิดไม่ผิดจริงๆนะคะที่มาลงทุนที่นี่"

เสี่ยพิทักษ์บอกลูกสาวว่าฝึกไว้อีกหน่อยลูกก็เก่ง แม่เลี้ยงอุ่มคำเปรยๆว่าป่านนี้ดำคงไล่ล่าขาวสนุกไปแล้ว พูดอย่างสมน้ำหน้าว่า "ไอ้สองคนนี้ตีกันเมื่อไหร่ เดือดเป็นไฟทุกที" พูดแล้วนึกได้ถามเสี่ยว่าไม่ออกไปช่วยลูกน้องหน่อยหรือ

"ออกตอนนี้โฉ่งฉ่างเกินไป ถ้ามันโดนจับก็ให้มันนอนในคุกซะคืน พรุ่งนี้ผมค่อยออกโรงไปอย่างพระเอก เท่กว่าเป็นไหนๆ" เสี่ยพูดอย่างเลือดเย็น เจ้าเล่ห์

ooooooo

แม้ว่ารูปการณ์จะดูเหมือนขาวเป็นคนฆ่าก้อนกับเภา แต่ทั้งพวกผู้ใหญ่และพวกดำไม่มีใครเชื่อว่าขาวเป็นคนทำ เพียงแต่แม่ตุ๊กบอกว่ายังไม่ควรพูดอะไรตอนนี้ทุกคนจึงยังไม่แสดงความเห็น

จีรายุสเห็นบัวเสียใจมาก เขากุมมือบัวให้กำลังใจ ทุกคนก็มองบัวด้วยความสงสารเห็นใจ

จนกระทั่งกลางคืน เมื่อแม่เลี้ยงอุ่มคำลาเสี่ยพิทักษ์กลับไปแล้ว เคที่พูดกับเสี่ยอย่างสะใจว่า

"ป๊ามองคนไม่ผิดจริงๆนะคะ แม่เลี้ยงอุ่มคำมีประโยชน์ เยอะจริงๆ"

"หึ...คนที่ค้าคนด้วยกันได้อย่างแม่เลี้ยงอุ่มคำ มันไม่ธรรมดาหรอกลูก"

ขณะที่เสี่ยกับเคที่และเจษกำลังจะกลับเข้าบ้านนั่นเอง มีเสียงกุกกักในเงามืด เจษชักปืนออกมาเล็งไปทางนั้นตะคอกถาม "ใคร!"

"ฉันเอง" เป็นเสียงของขาวตอบก่อนที่จะเดินออกมาในสภาพสะบักสะบอมอ่อนแรงมาก

เมื่อเสี่ยพาขาวไปนั่งคุยกันตามลำพัง เสี่ยหว่านล้อมให้ขาวไปมอบตัวเสีย ขาวบอกว่าตนไม่ได้ทำ ไม่ได้ฆ่าลุงก้อนกับป้าเภา เสี่ยก็บอกว่านั่นยิ่งต้องไปแสดงตัวว่าเราบริสุทธิ์

"แต่ผมไม่มีพยานเลยครับ คนที่มาเห็นไม่มีใครเชื่อผมเลยนะครับ"

"แต่ฉันเชื่อ ฉันเชื่อว่าแกไม่ได้เป็นคนฆ่าก้อนกับเภา ไม่ผิดก็คือไม่ผิด ฉันเชื่อใจแก แกก็ต้องเชื่อใจฉันบ้างว่าฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้แกเอง"

เสี่ยพูดอย่างมั่นใจจริงจัง จนขาวเชื่อมั่นในคำพูดของเสี่ย

ooooooo

เช้าตรู่ ขณะหลวงพ่อกำลังจะนำพระออกบิณฑบาต นั้น เจอดำมานั่งพับเพียบอยู่ที่เชิงบันไดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง หลวงพ่อถามว่ามีเรื่องอะไร พอนึกได้ก็ถามว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น?

สายแล้ว ที่หน้าสถานีตำรวจอำเภอน้ำงาม ชาวบ้านพากันมาชุมนุมประณามขาวว่าเป็นคนอกตัญญู  เสี่ยพิทักษ์ที่พาขาวมาสถานีตำรวจทำทีห้ามปรามชาวบ้านขอให้เป็นเรื่องของตำรวจไปจัดการตามกฎหมาย

แก้วกับบัวก็ช่วยกันชาวบ้านออกไปและป้องกันขาวไว้ ชาวบ้านหาว่าบัวบ้าไปแล้วที่ไปช่วยคนที่ฆ่าพ่อแม่ตัวเอง

"ไม่...บัวไม่ได้บ้า พี่ขาวไม่ใช่ฆาตกร บัวไหว้ล่ะพี่ขาวเจ็บมากแล้วอย่าทำอะไรพี่ขาวเลยนะจ๊ะ" บัวยกมือไหว้ชาวบ้านน้ำตาอาบแก้ม ชาวบ้านพากันชะงักด้วยความสงสารบัว

เมื่อขาวถูกนำตัวเข้าห้องขัง ขาวถามแก้วอย่างเจ็บปวดว่าสะใจไหมในที่สุดตนก็ต้องเข้ามาอยู่ในห้องขัง แก้วบอกว่าตนไม่ได้อยากจะจับขาว แต่ต้องทำตามหน้าที่ และตนก็ไม่เชื่อด้วยว่าขาวทำ

"ไม่ต้องพูดแล้วแก้ว ฉันจำได้ว่า แก้วจะเอาปืนที่ฉันให้ยิงฉันเอง" ขาวเสียงสะท้านด้วยความสะเทือนใจ แล้วเดินหนีแก้วเข้าไปจนสุดห้องขังนั่งอย่างเดียวดาย

แก้วพูดไม่ออก มองตามขาวไปน้ำตาคลอด้วยความรู้สึกอัดอั้น กดดัน

ส่วนจีรายุสเห็นบัวนั่งร้องไห้อยู่ก็เอาน้ำมาให้ดื่มจะได้ สดชื่นขึ้น  บัวส่ายหน้ากินอะไรไม่ลง  จีรายุสนั่งลงข้างๆ  ให้ กำลังใจว่า

"ท่องไว้ แล้วมันจะผ่านไป บัวต้องผ่านความรู้สึกนี้ไปให้ได้นะ"

"บัวไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปได้ยังไง บัวอยากตายไปกับความรู้สึกนี้"

จีรายุสปลอบใจว่าอย่าคิดอย่างนั้น ก็พอดีแก้ว ผู้ใหญ่ แม่ตุ๊กเดินมาจากด้านใน แก้วเดินไปหาบัวโผเข้ากอดกันด้วยความเศร้า แม่ตุ๊กบอกบัวให้ไปพักที่บ้านด้วยกัน ผู้ใหญ่ก็บอกให้กลับไปพักก่อน

"บัวขออยู่เป็นเพื่อนพี่ขาวก่อนนะจ๊ะ  บัวไม่อยากให้ พี่ขาวอยู่คนเดียว"

ทุกคนต่างเงียบด้วยความเข้าใจความรู้สึกของบัว

ooooooo

รุ่งเช้า บัวเอาอาหารมาส่งผ่านลูกกรงให้ขาว เขาถามว่าทำไมบัวไม่กลับไปพักผ่อน มองหน้าบัวเห็นรอยช้ำขาวถามว่า รอยนี่เป็นรอยที่บัวช่วยตนจากชาวบ้านใช่ไหม บัวยิ้มเศร้าๆ บอกว่านิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย ขาวถอนใจพูดอย่างรู้สึกผิดว่า

"พี่ทำให้บัวต้องเจ็บตัว ทำให้พ่อกับแม่บัวต้อง..."

"พี่ขาวไม่ได้เป็นคนทำ พี่ขาวไม่ผิดนะจ๊ะ" บัวรีบแย้ง ขาวถามว่าเธอเชื่อว่าตนไม่ได้ทำหรือ "พี่ขาวบอกเหตุผลมาสิจ๊ะว่าพี่ขาวฆ่าพ่อกับแม่บัวทำไม ทั้งที่พี่ขาวช่วยเหลือครอบครัว บัวมาตลอด"

บัวร้องไห้ออกมาอีก ขาวมองด้วยความสงสาร สัญญาว่าถ้าออกไปเมื่อไรจะลากคอคนที่ทำกับพ่อแม่บัวมาชดใช้กรรมให้เร็วที่สุด

"แล้วกรรมจะหมดยังไง ถ้ายังจองเวรกันไม่เลิก" เสียงหลวงพ่อแทรกเข้ามา แล้วบอกบัว "บัว...ขอหลวงพ่ออยู่กับเจ้าขาวสักครู่นะ"

เมื่อบัวออกไป  เจอดำนั่งซึมอยู่  ดำถามทันทีว่าขาวเป็น อย่างไรบ้าง บัวบอกว่าคงรู้สึกแย่ไม่ต่างจากตนตอนนี้เท่าไหร่ ดีที่เสี่ยพิทักษ์พามามอบตัว ไม่อย่างนั้นจะเตลิดไปไหนก็ไม่รู้

"ขาวมันคงเกลียดพี่มากขึ้นไม่รู้กี่เท่า" ดำปรารภ บัวเชื่อว่าสักวันหนึ่งขาวต้องเข้าใจ "ถ้าพี่หนักแน่นเท่ากับหิน

ก้อนนี้ได้จริงๆก็คงดี" ดำจับหินแม่น้ำที่ห้อยคออยู่แล้วถอนใจ "แต่นี่...บัวรู้ไหมว่าถ้าพี่แลกได้ พี่ขอเข้าไปอยู่ในคุกแทนมัน ซะยังดีกว่าที่จะทนอยู่กับความรู้สึกแบบนี้"

บัวน้ำตาคลอด้วยเข้าใจความรู้สึกของดำ

ooooooo

หลวงพ่อเข้าไปคุยกับขาว บอกให้กินข้าวเสียจะได้มีแรงคิด ขาวมองหลวงพ่อด้วยความซาบซึ้งบอกว่าหลวงพ่อไม่ควรมาที่นี่ หลวงพ่อทำเสียงขึงขังพูดทีเล่นทีจริงถามขาวว่า

"ทำไมวะ ข้าก็มาเยี่ยมลูกศิษย์ข้าไม่เห็นแปลก" แล้วบอกขาวให้กินข้าวเสีย ถามแหย่ว่าหรือต้องให้ป้อนให้เหมือนตอนเป็นเด็ก พลางหลวงพ่อก็แกะห่อข้าว ขาวรีบเอาไปทำเอง ถามหลวงพ่อว่า

"ผมทำหลวงพ่อผิดหวังอีกแล้วใช่ไหมครับ"

"เปล่า...เพราะถ้าเขาพิสูจน์ได้ว่าเอ็งไม่ใช่คนผิด เอ็งจะเป็นลูกผู้ชายที่สุดในโลก  ที่กล้ายืดอกเดินเข้าไปนั่งรอคำตัดสินอยู่ในนี้ แต่ถ้าเอ็งผิดจริง ลูกกรงนี่มันก็จะสอนเอ็งว่า

ถึงในนั้นจะมีอาหารการกินไม่บกพร่อง แต่สิ่งหนึ่งที่เอ็งจะไม่ได้ รับเลย ในสิ่งที่มนุษย์พึงมี...คืออิสรภาพ"

ขาวก้มกราบหลวงพ่อด้วยความซาบซึ้งใจในคำสอน หลวงพ่อเอื้อมมือไปลูบหัวขาวอย่างมีเมตตา

พอหลวงพ่อออกมาดำถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง หลวงพ่อบอกว่าก็ให้สติไปแล้วจะเก็บไปคิดหรือเปล่าอยู่ที่ตัวขาวเอง แล้วเตือนดำว่า

"เอ็งก็เหมือนกันไอ้ปลัด งานที่อำเภอกับงานที่โครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินยังรอเอ็งอยู่ อย่าให้เรื่องวุ่นๆทำชีวิตเอ็งเสีย"

"ครับหลวงพ่อ" ดำรับคำ หลวงพ่อจึงหันไปพูดกับบัวว่า

"ทำใจนะลูก คนเราเกิดมาเพื่อนับถอยหลังรอวันจากกันทั้งนั้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา เอ็งทำหน้าที่ของลูกอย่างไม่มีข้อบกพร่องแล้ว เรื่องงานศพก้อนกับเภา หลวงพ่อจะจัดการให้เอง"

บัวก้มกราบหลวงพ่อน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งใจ

ขณะนั้นเอง จ่าดำเกิงเดินเข้ามารีบเข้าไปไหว้ หลวงพ่อพูดปลงๆว่ากลิ่นหึ่งเชียว

"น่า...หยอดน้ำมันหล่อลื่นครับหลวงพ่อ เออ...คดีไอ้ขาวอาจไม่วุ่นวายอย่างที่คิดแล้วนะครับ"

ooooooo

ที่จ่าดำเกิงบอกว่าไม่วุ่นวายอย่างที่คิดคือ เสี่ยพิทักษ์มาพบผู้กำกับสุจริตที่ห้องเรื่องคดีของขาวว่าพวกเราคนกันเองทั้งนั้น  ที่สำคัญหลักฐานอะไรก็ไม่ชัดเจนด้วย

ขณะเสี่ยคุยอยู่กับผู้กำกับนั่นเอง จ่าดำเกิงก็พาขาวเข้ามา เสี่ยชวนขาวว่า

"ไป...กลับบ้านกันเถอะขาว"

เสี่ยพิทักษ์ลุกจากโซฟามาหาขาว ในขณะที่ขาวเองยังงงๆ จนมาถึงบ้าน เสี่ยบอกขาวโดยมีเคที่นั่งฟังอยู่ด้วยว่า

"เรื่องคดีฆ่าคนตายนายไม่ต้องห่วงเพราะนายไม่ได้ฆ่า ส่วนเรื่องปืนกับเรื่องขัดขืนเจ้าพนักงานเรื่องเล็ก ฉันเคลียร์ ให้เรียบร้อยแล้ว"

ขาวกังวลว่าชาวบ้านยังมองตนเป็นฆาตกรอยู่ดี เสี่ยหว่านล้อมว่าเราจะให้ทุกคนเข้าใจเราหมดไม่ได้  อย่างน้อยคนที่เข้าโครงการกับเราก็รักเขา ชี้ให้ขาวเห็นว่า

"ต่อสู้อยู่ในกรงขัง มีแต่แพ้กับแพ้ ออกมาสู้บนเวทีใหญ่ อย่างนี้ค่อยสูสีหน่อยนะขาว"

"รึนายไม่แค้นกับไอ้คนที่ลากคอนายเข้าตะราง" เคที่ถาม เสี่ยพูดต่อว่า

"ฉันเพิ่งรู้ว่าปลัดดำเป็นพี่ชายของนาย พี่ไม่น่าทำน้องเลยนะจริงไหม"

"ผมไม่ใช่พี่น้องกับมัน หลวงพ่อแค่เลี้ยงผมกับมันเหมือนพี่น้องเท่านั้น" ขาวแค้นพลุ่งขึ้นมา

"เพราะงั้นไงป๊าฉันถึงเอาตัวนายออกมา เพราะขืนปล่อยให้นายสู้อยู่ในนั้นมีหวังปลัดดำหาทางขังลืมนายแน่ๆ" เคที่ยุแหย่

"แล้วฉันก็ห่วงว่าถ้าโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ ปลัดดำจะผูกขาดอำเภอน้ำงามทั้งหมดไว้กับตัวเอง" เสี่ยแบไต๋ เคที่ยุอีกว่าแล้วถ้าถึงเวลานั้นเชื่อหรือว่าดำจะเว้นแผ่นดินให้ขาวได้ยืน พูดแล้วเห็นขาวกำหมัดแน่น ครู่หนึ่งขาวโพล่งออกมาว่า

"มันจะไม่มีโอกาสได้ทำอย่างนั้นเด็ดขาด!"

ooooooo

บัวยอมไปอยู่กับแก้วที่บ้านผู้ใหญ่ แก้วให้กำลังใจว่าบัวร้องไห้มามากแล้ว เริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตที่มีแต่ รอยยิ้ม เชื่อว่าบัวทำได้

ในวันเผาศพก้อนกับเภา หลังจากทุกคนวางดอกไม้จันทน์ แล้ว จู่ๆขาวก็ปรากฏตัวขึ้น ขาวให้กำลังใจบัวแล้วหันมองเชิงตะกอนให้สัญญากับก้อนและเภาว่า

"ฉันสัญญาว่าจะดูแลบัวด้วยชีวิต และจะลากคอไอ้ฆาตกรมาเซ่นวิญญาณลุงกับป้าให้ได้"

ขาววางดอกไม้จันทน์ที่เชิงตะกอนด้วยแววตามุ่งมั่นอย่างที่สุด

พอขาวจะกลับ ดำเรียกไว้แล้วเอ่ยขอโทษ ขาวตอบอย่างขึ้งเคียดว่า

"สำหรับแกกับฉัน ไม่มีคำว่าขอโทษ มีแต่จะล้างให้หายไปจากชีวิต"

ทั้งสองพูดกันไม่กี่คำก็จะวางมวยกันอีกแล้ว จนแก้วเข้ามาหย่าศึก บัวก็ขอร้องว่าอย่าทะเลาะกันเลย แก้วถามทั้งคู่ว่านี่มันเรื่องอะไรกันอีก

"แก้วดูแลมันให้ดี อย่าให้มันมายุ่งกับฉันมากนัก ไม่งั้นฉันเอามันตายแน่" ขาวบอกแก้ว

ดำบอกว่าตนก็แค่พยายามจะอธิบายเท่านั้น ขาวสวนไปทันทีว่าไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้นเพราะชาวบ้านคิดว่าตนเป็นฆาตกรไปแล้ว แก้วเลยเสนอว่าถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องแบบนี้เราต่างคนต่างอยู่กันไปสักพักดีกว่า บัวขอร้องว่า

"บัวเสียพ่อกับแม่ไปแล้ว อย่าให้วันนี้บัวต้องเสียใจกับเรื่องพี่สองคนทะเลาะกันอีกเลยนะจ๊ะ"

พอขาวหันหลังเดินไป บัวเรียกไว้ ขอให้พรุ่งนี้ขาวเป็นเพื่อนตนไปลอยอังคารพ่อกับแม่หน่อย ขาวพยักหน้ารับคำแล้วขับรถออกไป

ooooooo

แก้วรู้สึกดีที่บัวชวนขาวไปลอยอังคารพ่อกับแม่ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ขาวรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ด้อยกว่าใครจะได้ไม่น้อยใจอีก ส่วนดำคิดหนักถามแก้วว่าตกลงที่เราไล่จับขาวมาให้มอบตัวนี่เราผิดใช่ไหม

"เราทำดีที่สุดแล้วนะดำ เรื่องขาวเข้าใจผิดมันอยู่ที่อคติในใจของขาวมากกว่า"

คิดแล้วดำก็ถอนใจบ่นว่าน้ำงามจะเป็นยังไงต่อไปไม่รู้ใจคอตนไม่ดีเลย แก้วเลยยกมือถือถ่ายรูปดำไว้ ดำขมวดคิ้วบ่นว่าทำอะไรคนยิ่งเครียดๆอยู่ แก้วเลยแกล้งเอามือลูบหัวดำทำเป็นโอ๋แบบเด็กๆ

ดำขำออกมาแล้วยีหัวแก้วคืนบ้าง ทั้งคู่เลยได้หยอกเย้าหัวเราะกันพอได้หายเครียดไปบ้าง แต่ที่นอกเหนือจากนั้นคือ ความรู้สึกลึกๆที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของทั้งสองคนที่งอกงามขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

วันต่อมา บัวกับขาวไปลอยอังคารที่แก่งเอื้อมดาว บัวร้องไห้บอกขาวว่าต่อไปตนไม่มีใครอีกแล้ว ขาวปลอบว่า "เหลือพี่ไงบัว เห็นไหมบัวไม่ได้โดดเดี่ยว ซะหน่อย ต่อไปพี่จะดูแลบัวเอง"

บัวนิ่งไปนิดหนึ่ง จึงขอให้ขาวเล่าเรื่องในคืนนั้นให้ฟัง ขาวถามว่าถ้าตนเล่าแล้วบัวจะเชื่อหรือ บัวตอบอย่างมั่นใจว่าเชื่อ ขาวจึงเริ่มเล่านับแต่ออกจากห้องพักไปเก็บดอกบัวจะไปถวายหลวงพ่อ...


เมื่อเล่าจบ ขาวบอกบัวว่า ก่อนที่ป้าเภาจะสิ้นใจได้ฝากบัวให้ตนดูแลด้วย บอกบัวว่าต้องเข้มแข็งแม่จะได้หมดห่วง

บัวรับปากว่าจะพยายามเข้มแข็ง ขาวให้กำลังใจว่าเชื่อว่าบัวทำได้แล้วจะได้กลับไปอยู่บ้าน

พอพูดถึงบ้าน บัวนึกขึ้นได้ถึงเงินที่ขาวให้ไว้เพื่อเอาไปไถ่ที่ดินคืนจากแม่เลี้ยงอุ่มคำ ทั้งสองรีบกลับไปที่บ้านของบัวช่วยกันหา ค้นหาเท่าไรก็ไม่เจอ

ขาวฉุกคิดขึ้นมาว่าหรือพวกโจรเอาไป บัวใจหายวาบเพราะนั่นหมายถึงที่ดินผืนนี้ก็ต้องหลุดไปเป็นของแม่เลี้ยงอุ่มคำ บัวยิ่งเศร้าเสียใจเป็นทวีคูณที่ต้องสูญสิ้นทุกอย่างแม้แต่ที่ดินที่พ่อกับแม่สะสมไว้ให้

แต่ยังมีความหวังที่เลือนลางว่าถ้าไปขอร้อง แม่เลี้ยงอาจจะผ่อนผันให้เวลาไปหาเงินมาใหม่ จึงพากันไปขอร้องให้แม่เลี้ยงยืดเวลาชำระหนี้ให้ จะคิดดอกเพิ่มก็ได้แต่ขอร้องอย่าเพิ่งยึดที่ไปเลย

"แม่เลี้ยง ถ้าไม่เห็นแก่ฉันก็เห็นแกเสี่ย" ขาวพยายามหาทางหว่านล้อม

"อย่าเอาเสี่ยมาอ้างนะ   ใช่...ฉันช่วยเสี่ยทำศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทย แต่เรื่องหนี้ของนังบัวมันค้างมานานแล้ว เรื่องพ่อแม่แกฉันเห็นใจนะบัว แต่แกต้องเข้าใจด้วยว่าธุรกิจกับความเห็นใจมันคนละเรื่องกัน   ที่สำคัญแกก็รู้ว่าฉันไม่ใช่มูลนิธิ!"

ooooooo

ระหว่างเดินทางกลับอย่างผิดหวังนั้น ขาวยังมีความหวังเพราะยังมีเวลาอยู่บ้าง บัวท้อใจว่าเวลาที่เหลือ น้อยนิดกับเงินจำนวนมากขนาดนั้นจะหาที่ไหนได้ทัน ขาวจะไปขอร้องเสี่ย บัวไม่ต้องการรบกวนใคร ไม่อยากทำให้ชีวิตคนอื่นต้องมาเดือดร้อนไปกับตนด้วย


พอดีกลับมาถึงบ้านผู้ใหญ่ แก้วทักจากบนบ้านว่ากลับมาแล้วเหรอ พอโผล่มาเห็นขาวแก้วชวนอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนเพราะวันนี้มีของโปรดของขาวด้วย พอขาวทำท่าลังเล แก้วชิงพูดขึ้นว่า

"ถ้านายยังโกรธฉันเรื่องวันนั้นอยู่ งั้นถือว่าฉันเลี้ยงนายเป็นการขอโทษก็แล้วกันนะขาว"

คำพูดของแก้วทำให้ขาวนิ่งนิดหนึ่งแล้วพยักหน้า แก้วดีใจบัวเองก็โล่งใจ แต่ขณะขาวกำลังจะขยับขึ้นบ้านนั่นเอง เสียงดำก็แหวกอากาศมาอย่างร่าเริง

"ผัดผักปลอดสารพิษเสร็จแล้วคร้าบทุกคน เดี๋ยวต้มยำปลาช่อนจากบ่อจะลอยตามมา" พอโผล่ออกมาเห็นขาวก็ทัก "อ้าว...ขาว มา...มากินข้าวด้วยกัน"

ไม่มีใครคาดคิด ขาวหันหลังกลับทันที บอกแก้วว่าจะกลับแล้ว พอแก้วทำท่างง ขาวบอกว่า

"สำหรับเธอฉันพอเข้าใจ แต่สำหรับ..." ขาวมองไปทางดำก่อนพูดต่อ "ไม่มีวัน"

บัวพยายามขอร้องขาวให้อยู่กินข้าวด้วยกัน กระทั่งบอกขาวว่าเรื่องอื่นวางไว้ก่อนเถอะ พวกเราไม่ได้กินข้าวด้วยกันมานานแล้ว แก้วก็ช่วยพูด แต่ขาวก็ยังสงวนท่าทีอยู่

สุดท้ายขาวยอมอยู่กินข้าวด้วย พอตั้งสำรับเสร็จ ทุกคนมาล้อมวงกินข้าว    ผู้ใหญ่กินอย่างเอร็ดอร่อยคุยเสียงดังว่า แย่งกันกินเยอะๆอย่างนี้ค่อยสนุกหน่อย

"ไม่น่าเชื่อนะ  ไม่นานมานี้พวกเอ็งยังเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกอยู่เลย ตอนนี้เป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว" แม่ตุ๊กมองทั้งสี่ที่นั่งล้อมวงอย่างเอ็นดู

ผู้ใหญ่ถามขาวว่างานที่ทำเป็นอย่างไรบ้าง ขาวบอกว่าดีเพราะเสี่ยจะเอาครูมาสอนให้ชาวบ้านพัฒนางานฝีมือให้ทันสมัยแล้วยังจะหาตลาดให้ด้วย บัวดีใจที่ต่อไปชาวบ้านจะได้เงยหน้าอ้าปากได้แล้ว

"ความจริงโครงการของเสี่ยพิทักษ์น่าจะร่วมมือกับโครงการของฉันได้นะ" ดำเสนอขึ้น แก้วเห็นด้วยเพราะเป็นโครงการเพื่อช่วยชาวบ้านเหมือนกัน

"แต่น้ำกับน้ำมัน มันเข้ากันไม่ได้หรอกแก้ว" ขาวขัดขึ้น บอกทุกคนที่มองมาด้วยความสงสัยว่า  "งานที่ฉันทำ  อยู่บนโลกความเป็นจริง  ไม่ใช่อยู่บนอุดมการณ์เพ้อเจ้อ  หลอกชาวบ้านทำไร่ไถนาสร้างบารมีให้ตัวเอง"

ดำร้อนตัวท้วงติงว่า เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าเพราะโครงการนี้ตนไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง บอกขาวว่า "ถ้าข้องใจในตัวพี่ งั้นพี่ถามหน่อยเถอะว่า   แกไม่ข้องใจในตัวเสี่ยพิทักษ์บ้างเหรอไง แกรู้ไหมว่า..."

"พูดอีกคำฉันชกหน้าแกแน่!" ขาวขัดขึ้น บัวขอร้องให้ขาวใจเย็นๆ ขาวพูดอย่างรับไม่ได้ว่า "คนที่พยายามช่วยฉันทุกอย่างกับคนที่แย่งทุกอย่างไปจากชีวิตพยายามจับฉันเข้าคุก แค่นี้ฉันก็รู้โดยไม่ต้องคิดแล้ว อาผู้ใหญ่อาตุ๊กผมขอโทษ" ขาวยกมือไหว้ ทั้งสองแล้วลุกลงจากบ้านไปทันทีท่ามกลางความตกใจของทุกคน

ooooooo

บัวตามไปร้องเรียกขาวให้รอด้วย แล้วพยายามชี้แจงให้ขาวเข้าใจคำพูดของดำ   แต่ขาวกลับเอ็ดว่า บัวก็เห็นอยู่ว่าดำพยายามป้ายสีเจ้านายตนเพราะกลัวโครงการที่ตนทำจะโดดเด่นเหนือโครงการของตัวเอง พูดแล้วเดินไปเลย บอกบัวว่า จะมาหาใหม่ก็แล้วกัน

พอบัวกลับมา ได้ยินดำบ่นว่าขาวไม่เคยฟังตนพูดจบ สักครั้ง แก้วขอให้ดำใจเย็นๆ แม่ตุ๊กบอกบัวที่นั่งซึมอยู่ว่า ปล่อยขาวไปสักพักแล้วค่อยว่ากันใหม่ ส่วนเรื่องของบัวเดี๋ยวเราช่วยกันคิดหาทางออกกัน

บัวเกรงใจทุกคนไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นหนี้เพราะตนอีก ดำบอกว่าเราคนกันเองทั้งนั้นไม่ต้องคิดมาก ส่วนผู้ใหญ่ บอกว่า ทำแบบนี้ก็ยังดีกว่าเป็นหนี้แม่เลี้ยงอุ่มคำ

"ทางออกของบัว อาจจะต้องอยู่ที่การยอมรับความจริงก็ได้นะจ๊ะ" บัวบอกแก่ทุกคนอย่างท้อแท้กับชีวิต..

เจษทั้งเขม่นและข่มขาวตลอดเวลา แต่ขาวก็ไม่เคยยอมก้มหัวให้ เกือบปะทะกันหลายครั้งแต่เสี่ยมาหย่าศึกเสียก่อน

วันนี้ก็เกือบมีเรื่องกัน เพียงแค่เสี่ยให้เจษมาตามขาวไปพบ กว่าจะบอกกันได้เกือบวางมวยกันแล้ว

เมื่อขาวไปพบเสี่ยที่ระเบียงบ้านพักริมน้ำ เสี่ยบอกขาวว่านักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาที่ศูนย์หัตถกรรมของเราแล้ว ช่วงนี้ให้ขาวคอยดูแลให้ใกล้ชิดด้วย คุยอย่างจับจุดของขาวได้ว่า  ถ้านักท่องเที่ยวเข้ามา  เราเปิดตลาดต่างประเทศได้  ประโยชน์ ก็จะตกอยู่กับชาวบ้านที่นี่ ทำให้ขาวมีความหวังบอกเสี่ยว่า

"ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิครับ โครงการของไอ้ดำจะได้ล้มเสียที"

"ชาวบ้านที่เข้าใจผิดในตัวนาย จะได้หมดข้อสงสัยด้วย" เสี่ยอ่อย

"เสี่ยไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะทุ่มเทให้งานนี้สุดชีวิต" ขาวพูดอย่างมั่นใจ ลึกๆแล้วคิดว่าถึงคราวที่จะเอาชนะดำได้แล้ว

และขาวก็ทุ่มเททำงานสุดตัว เมื่อมีนักท่องเที่ยวมาเขาต้อนรับอย่างดีเยี่ยมและพยายามขายสินค้าสุดความสามารถ เมื่อเจษรายงาน เสี่ยพูดอย่างพอใจว่า

"นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ  โฟกัสของทุกคนอยู่ที่นั่น จะได้ไม่มีใครสนใจสิ่งที่เราไม่อยากให้สนใจ"

พูดแล้วเสี่ยกับเจษก็มองไปอีกด้านหนึ่ง เห็นนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติซึ่งเป็นชายล้วนเกือบ 20 คนเดินมาพร้อมไกด์นำเที่ยว ไปยังทางเดินด้านหลัง ทั้งสองยิ้มและมองหน้ากันอย่างพอใจ

ส่วนดำก็ทุ่มเทอบรมชาวบ้านที่สนใจทำเกษตรอินทรีย์ที่มาอบรมกันประมาณ 20 คน ดำอธิบายว่า "ที่ผ่านมา การทำเกษตรบ้านเรา ทำผิดกันมานาน ใบไม้ร่วงมาเก็บเกี่ยวเสร็จเราก็เผา ดินมันก็เปลือยหมด และที่เลวร้ายที่สุดคือปุ๋ยเคมีที่ไปสะสมในดินจนดินตาย หมดสภาพ"

ชาวบ้านฟังกันอย่างสนใจ จากนั้นดำนำชาวบ้านเอาฟางเข้าห่มคลุมดินที่แปลงสาธิต พลางก็อธิบาย "นอกจากหญ้าแฝกแล้ว ฟางยังช่วยห่มดิน ช่วยรักษาความชุ่มชื้น จากนั้นเราจะโรยด้วยปุ๋ยคอก และปุ๋ยชีวภาพนะครับ ดินก็จะได้รับสารอาหาร จากดินที่เสื่อมแข็งเป็นหิน ก็จะกลับมาเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์..."

ชาวบ้านที่มาอบรม ช่วยกันทำตามที่ดำแนะนำ ต่างมีกำลังใจและมีความหวังกับอนาคตการทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง

ooooooo

เมื่อชาวบ้านกลับไปกันหมดแล้ว ดำเอาขวดน้ำเปล่ามาใส่น้ำจนเต็มแล้วเอาขวดปักทิ่มลงบนดินใต้ ต้นไม้จนแน่น พอดีแก้วมาหาเห็นเข้าถามว่าทำอะไร ดำบอกว่าให้น้ำต้นไม้แบบประหยัดน้ำ แล้วอธิบายให้แก้วฟังว่า

"ใส่น้ำให้เต็มขวดแล้วปักลงไปในดินอย่างนี้ น้ำจะค่อยๆซึมลงไปในดิน กว่าจะหมดเป็นวันๆเลยนะแก้ว ไว้จะเอาไปสอนให้คนที่มาอบรมไปใช้ในช่วงขาดแคลนน้ำน่ะ"

แก้วดูอย่างสนใจ ดำถามว่ามีอะไรหรือเปล่า แล้วผู้กองไปไหนถึงได้มาคนเดียว แก้วค้อนควักถามเชิงต่อว่าว่าต้องมีธุระถึงจะมาได้หรือ แล้วตนก็ไม่ได้เป็นแฟนกับผู้กองจะได้ตัวติดกันตลอด เลยถูกดำหยอกว่างั้นก็คิดถึงตนใช่ไหม พอถูกด่าไอ้บ้า ดำเลยหัวเราะแก้เกี้ยว

แก้วถามถึงขาวว่ามาที่นี่บ้างหรือเปล่า พอรู้ว่าตั้งแต่งานศพลุงก้อนกับป้าเภายังไม่เคยมาเลย แก้วเดาว่า "สงสัยจะยุ่ง เห็นว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งไทย ทั้งเทศเริ่มเข้าไปเที่ยวศูนย์หัตถกรรมของเสี่ยพิทักษ์แล้วนี่"

ดำเลยตั้งปัญหาถามว่าตกลงศูนย์นี้ทำอย่างที่เราสงสัยหรือเปล่า แก้วก็ไม่รู้ ดำเลยเสนอว่าถ้ามีสายสืบเข้าไปอยู่ในนั้นได้ก็ดี

"เรื่องนั้นค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน นี่ดำ...ปลายเดือนนี้นายทำอะไรรึเปล่า" แก้วถามอย่างมีจุดประสงค์เพราะปลายเดือนนี้เป็นวันเกิดของตัวเอง ดำทำเป็นแกล้งลืมบอกว่า

"ฉันมีประชุมที่อำเภอ ต้องเอาคนไปซ่อมหลังคาโรงเรียนครูทับทิม แถมยังมีคนมาขออบรมที่โครงการอีกรุ่น ยุ่งชะมัดเลยแก้ว" ดำพูดให้เห็นว่าตนยุ่งมากแล้วเดินออกไปเลย แก้วได้แต่มองตามเซ็งๆ

ooooooo

เย็นวันรุ่งขึ้น บึมที่มาทำงานกับเสี่ยเหมือนกันชวนขาวไปหาอะไรกินกัน ขาวตกลงและมื้อนี้ตนเลี้ยงเอง แต่ไม่ทันที่ทั้งสองจะออกไปก็เห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งมีทั้งคนต่างชาติและคนไทยแต่ทั้งหมดล้วน เป็นผู้ชายเดินเข้ามาที่ศูนย์ ทุกคนแต่งตัวดีมีสง่าราศี ขาวตกใจถามบึมว่าไหนว่าไปกันหมดแล้วไง บึมเองก็สงสัย ด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่ บึมพรวดออกไปทักนักท่องเที่ยวคนหนึ่งที่กำลังจะเปิดประตูไปในห้อง

ทันใดนั้น เจษออกมาขวางถามว่าจะทำอะไร ขาวถามว่าไม่เห็นหรือว่ามีนักท่องเที่ยวหลงเข้าไปด้านใน เจษยียวนว่าเห็น ตอกหน้าบึมที่ถามว่าแล้วทำไมไม่ห้ามว่า

"ห้ามไม่ห้ามไม่ใช่เรื่องอะไรของพวกเอ็ง"

ขาวฉุนขาดเงื้อหมัดชกเจษจนหน้าหงาย ขณะกำลังจะตามซ้ำเจษก็ชักปืนออกมาขู่ว่า ขยับอีกก้าวเดียวตนยิงแน่

ทันใดนั้นเสี่ยพิทักษ์เดินมากับลูกน้องอีกคนเจอเข้า เจษรีบเก็บปืน ขาวรายงานเสี่ยว่า

"ผมเห็นนักท่องเที่ยวหลงเข้าไปในนั้นครับเสี่ย"

"อ๋อ...เพื่อนฉันทั้งนั้นฉันชวนมาดูงานที่นี่เลยว่าจะสังสรรค์กันหน่อย" เสี่ยตอบหน้าตาเฉยพูดอารมณ์ดีกับขาวว่า "ขอบใจมากนะขาว ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ แต่ไม่มีอะไรคนกันเองทั้งนั้น นายกลับไปพักผ่อนได้แล้วไป เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนี่"

พอขาวเลี่ยงไป เจษเดินเข้าหาเสี่ยพิทักษ์ เสี่ยสั่งเสียงเข้มก่อนเดินเข้าไปด้านในว่า

"หาการ์ดมาประจำตรงนี้ด้วย"

บึมยังไม่หายสงสัยว่าแค่ห้องส่วนตัวของนายทำไมเจษถึงต้องทำเหมือนหมาบ้า ขาวบอกว่าเป็นหน้าที่ของเขา บึมถามว่าแล้วขาวไม่สงสัย ไม่อยากเข้าไปในนั้นบ้างหรือ

"ทำหน้าที่ที่มีอยู่ให้ดีก็พอแล้ว ถ้าเขาอยากให้เข้าเมื่อไหร่เขาก็เรียกเองนั่นแหละ"

ขาวตอบอย่างซื่อสัตย์หัวอ่อนเชื่อใจเสี่ยเต็มที่ แล้วหันไปวาดรูป บึมชะโงกไปดูถามว่ารูปใคร เพราะหน้าของผู้หญิงในรูปไม่ใช่แก้วที่บึมเคยเห็น หยอกขาวว่ากิ๊กใหม่เหรอ เลยถูกขาวเอาสมุดตีหัวป้าบหนึ่ง ด่าแถมท้าย "ทะลึ่ง" แล้วนั่งร่างรูปต่อ มือลากปลายดินสอไปตามความทรงจำรูปหน้าบัวในสมอง

ooooooo

บัวไปอยู่ที่บ้านแก้ว อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว เห็นรูปวาดของแก้วในห้องก็ชมว่าขาววาดได้ดีและขาวคงชอบแก้วมากจริงๆ ถึงได้วาดรูปออกมาได้ขนาดนี้

"แต่สำหรับขาว พี่ไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกจากเพื่อนเป็นอย่างอื่นได้ เพื่อน...ยั่งยืนที่สุดแล้วล่ะบัว" แก้วบอกบัวอย่างไม่ปิดบัง ถามบัวว่าจะไว้ทุกข์พ่อกับแม่ถึงเมื่อไหร่

"อีกสองสามวันจ้ะ บัวต้องกลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านก่อน อีกอย่างบัวจะลองไปขอร้องแม่เลี้ยงอุ่มคำอีกครั้งเผื่อแกจะยอมใจอ่อนลงบ้าง"

วันต่อมาบัวกลับไปที่บ้าน ก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็น บริเวณบ้านที่เคยอยู่ถูกล้อมด้วยรั้วสังกะสี เดินเข้าไปดูใกล้ๆเห็นข้าวของของตัวเองถูกยัดใส่ลังและห่อด้วยหนังสือพิมพ์มาวางกองที่นอกบ้าน

ครู่หนึ่งแม่เลี้ยงอุ่มคำก็นั่งรถเข้ามา บัวรีบเข้าไปถามว่าทำไมทำอย่างนี้เพราะยังมีเวลาเหลืออีกตั้งหลายวันถึงจะครบกำหนด

คำตอบที่ได้รับจากแม่เลี้ยงและเคที่คือแม่เลี้ยงได้ขายที่ผืนนี้ให้เคที่ไปแล้ว บัวร้องไห้โฮอ้อนวอนขอให้ผ่อนผันให้ตนอีกนิดตนจะหาเงินมาใช้หนี้

เคที่พูดในฐานะเจ้าของที่คนใหม่ว่าไม่ต้องมาบีบน้ำตา น่ารำคาญ พอบัวอ้อนวอนอีกก็ถูกตบลงไปกองกับพื้น พร้อมกับเสียงเคที่สั่งอย่างเหี้ยมเกรียมให้รีบขนของออกไปเสีย

บัวเดินไปหยิบรูปพ่อกับแม่ในกรอบขึ้นมากอด มองไปรอบๆที่บ้านและที่ไร่นาของตัวเอง น้ำตาอาบแก้ม

เมื่อกลับไปที่บ้านผู้ใหญ่ แก้วฮึดฮัดจะไปเอาเรื่องแต่บัวไม่อยากให้เรื่องบานปลายกว่านี้แล้วแม่ตุ๊กปลอบบัวว่า ให้ถือเสียว่าบัวเป็นลูกแม่อีกคนก็แล้วกัน ของนอกกายไม่ตายหาเอาใหม่ได้

บัวตัดสินใจว่าช่วงนี้ตนจะไปช่วยงานที่โครงการก่อนก็ได้ ไม่ว่างานทอผ้า จักสาน ตนทำได้หมดทั้งฝีมือการทำอาหารก็พอมีอยู่บ้างคงไม่ถึงกับอดตายหรอก
ดำพยักหน้าให้บัวอย่างเห็นใจแล้วจะปั่นจักรยานกลับ ถูกแก้วแซวว่าจะเป็่นปลัดสองล้อไปอีกนานไหม ดำตอบอย่างภูมิใจว่าสองล้อนี่แหละคล่องตัวดี ไว้มีงานด่วนเมื่อไรค่อยใช้รถหลวง

"เออ...เดี๋ยวดำ...ตกลงปลายเดือนนี้นายว่างเปล่า" แก้วถามอย่างมีเป้าหมายอีกครั้ง ดำถามว่าวันไหนของปลายเดือนล่ะ แก้วมีธุระอะไรหรือ "เออ...ไม่มีอะไร ไว้ค่อยคุยกันใหม่แล้วกัน"

แก้วมองดำปั่นจักรยานออกไปหน้ามุ่ย อยากจะบอกว่าใกล้วันเกิดตนแล้วแต่ก็ไม่รู้จะบอกยังไงดี

ooooooo

ตอนที่ 11

ขาวเก็บมีดสั้นในที่เกิดเหตุได้ เอาไปถามแบ็งค์กับหมีว่ามีดนี่ตนพบในที่เกิดเหตุ พวกเขาเป็นคนไปเผาไร่ของบัวใช่ไหม

แบ็งค์ขยับจะหยิบปืนแต่ขาวไวกว่าเอาปืนจ่อแบ็งค์พูดเยาะว่า แค่แบ็งค์หยิบกระสุนตนก็ลั่นแล้ว เสียงเจษแทรกเข้ามาว่า "แต่ฉันว่ากระสุนฉันถึงหัวแกก่อนว่ะ" ขาวชะงักหันไปเจอกระบอกปืนเจษจ่อที่หัวตนแล้ว

"ไม่มีกระสุนใครต้องลั่นออกไปทั้งนั้นแหละ หยุดกัดกันได้แล้ว" เสี่ยพิทักษ์เข้ามาสั่ง จากนั้นพาขาวไปนั่งคุยกันที่ระเบียงริมน้ำ

เสี่ยพิทักษ์หว่านล้อมขาวว่า มีดแบบนั้นใครๆก็มีใช้ แล้วทำเป็นเสียใจถามขาวว่ากำลังคิดว่าตนใช้พวกนั้นไปทำอะไรชั่วๆใช่ไหม โอดครวญว่า คนที่เคยถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นมาเฟียมันจะเป็นตราบาปไปตลอดชีวิตกระทั่งคนใกล้ชิดก็ยัง...เสี่ยพูดแค่นั้นก็ทรุดนั่งอย่างเสียใจ ผิดหวัง

ขาวตกใจรีบชี้แจงว่าตนไม่ได้หมายความอย่างที่เสี่ยคิด เพียงแต่คิดว่าอาจมีพวกที่แตกแถว

"ฉันให้ชีวิตที่ดีกับพวกมันขนาดนี้ พวกมันไม่กล้าทำหรอก ถามหน่อยพวกมันจะทำเพื่ออะไร? ฉันเอาชีวิตทั้งชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพื่อทำความดี แต่ฉันเสียใจถ้าการมาของฉันนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ทุกคน"

พูดแล้วเสี่ยก็น้ำตาคลอ จนขาวต้องรีบขอโทษบอกเสี่ยว่าต่อไปตนจะควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้แล้วขอตัวไป พอขาวหันหลังเท่านั้นเสี่ยก็เช็ดน้ำตายิ้มเหี้ยมเจ้าเล่ห์ แล้วเจษก็ ออกจากที่ซ่อนชมว่าฝีมือการแสดงของเสี่ยยอดเยี่ยมจริงๆ

"เด็กอ่อนอย่างไอ้ขาว มันว่านอนสอนง่ายจะตาย ต่อไปทำอะไรให้ระวังหน่อยก็แล้วกัน ฉันขี้เกียจบีบน้ำตาอีก"

เจษรับคำ ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างได้ใจที่แผนการสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง

ส่วนขาว พอออกจากเสี่ยก็ไปหาบัวปลอบใจ ให้กำลังใจ และมอบเงินให้ปึกใหญ่บอกว่าให้เอาไปใช้หนี้แม่เลี้ยงอุ่มคำ

บัวจะไม่ยอมรับเพราะขาวให้มาหลายครั้งแล้ว

"บัว...อย่าดื้อสิจ๊ะ เงินเก็บของพี่ พี่ยังไม่ได้ใช้อะไร บัวเอาไปใช้ก่อนเถอะ บัวกำลังจำเป็นต้องใช้เงินนะ" ขาวพูดให้บัวสบายใจว่า ตนอยู่บ้านฟรี กินข้าวฟรี เสี่ยพิทักษ์เลี้ยงดูตนดีไม่ต้องห่วง มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืนก็แล้วกัน

"ทำไมพี่ขาวถึงดีกับบัวอย่างนี้ล่ะจ๊ะ" บัวเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจ

"ก็บอกแล้วไง เราจะไม่ทิ้งกัน" ขาวโอบไหล่บัวอย่างอ่อนโยน

ooooooo

ขณะขาวคุยกับบัวที่แก่งเอื้อมดาวนั่นเอง เคที่ตามมาเจอต่อว่าขาวว่านึกว่าหายไปไหน ที่แท้มาอี๋อ๋อกับสาวอยู่ที่นี่เอง ขาวอ้างว่าตนบอกเสี่ยแล้วพลางจะชวนบัวกลับ เคที่ไม่ยอมจะให้ขาวไปส่งตนก่อนโกหกว่ารถตนเสีย บัวจึงเป็นฝ่ายบอกขาวให้ไปส่งเคที่ ตนกลับเองได้เพราะนี่เป็นบ้านของตัวไม่ต้องห่วง

สุดท้ายขาวตัดสินใจให้นั่งรถไปด้วยกัน โดยไปส่งบัวก่อนแล้วจึงไปส่งเคที่ ระหว่างทางเคที่อ่อยขาวเต็มที่ถลกกระโปรงโชว์ขาอ่อนยกพาดคอนโซล จนขาวบอกให้เอาลงเสียเกะกะลูกตา

เคที่มองบัวทางกระจกมองหลังถามว่าชื่อบัวใช่ไหม แล้วทำเป็นชมว่าสวย แนะนำให้ไปนวดหน้าบำรุงผิวทำผม พูดแล้วทำเป็นนึกได้ว่าฐานะอย่างบัวแค่จะกินยังจะไม่มีคงคิดเรื่องพวกนี้ไม่ได้

ขาวทนฟังเคที่ดูถูกบัวไม่ไหวเบรกรถเอี๊ยดทันที เคที่หัวคะมำชนคอนโซลหน้าอย่างแรง ขาวปรามว่า "ถ้าคุณพูดดูถูกบัวอีกครั้งเดียว ผมจะไล่คุณลงจากรถทันที"

"ฉันจะฟ้องป๊า" เคที่ขู่ แต่ขาวไม่สนใจกลับจ้องหน้าเธอเขม็งจนเธอไม่กล้าพูดอะไรอีกเลย

พอไปถึงบ้านบัว ขาวลงไปไหว้ก้อนกับเภาถามว่าวันนี้ทำอะไรกินกัน บัวเพิ่งลงจากรถ เธอหันไปไหว้ขอบคุณเคที่ ถูกเคที่หยิกแขนดึงไว้พูดเบาๆแต่เหี้ยมว่า
"ขาวเป็นสมบัติของฉัน เพราะฉะนั้นแกห้ามยุ่งเข้าใจไหม" บัวตกใจรีบบอกว่าตนกับขาวไม่ได้คิดอะไรกัน "ฉันก็ไม่ได้เครซี่อะไรนายนั่นนักหรอก แต่ฉันหวงของเล่นของฉันก็เท่านั้น"

ขณะนั้นเอง ก้อนร้องถามบัวว่าทำอะไรอยู่ไม่เห็นเข้าบ้านสักที บัวจึงขอร้องเคที่ให้ปล่อย พอเคที่ปล่อยมือที่หยิกแขนอยู่บัวก็รีบออกไปหาพ่อกับขาว

ooooooo

บัวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดินยิ้มแย้มเข้าไปชวนขาวกินข้าวด้วยกันเพราะแม่แกงขี้เหล็กของชอบของเขา ขาวถามว่าชวนใครมากินบ้าง บัวร่ายรายชื่อยาวจนสุดท้ายบอกว่าดำก็มาด้วยเท่านั้นขาวก็เปลี่ยนสีหน้าทันที อ้างว่าต้องไปส่งเคที่อยู่กินด้วยไม่ได้

เคที่เดินตามมาถึงที่แคร่หน้าบ้าน บัวแนะนำพ่อกับแม่ว่าเคที่เป็นลูกสาวของเสี่ยเจ้านายของขาว ทั้งก้อนและเภาต่างพากันไหว้อย่างนอบน้อม เคที่เพียงแต่มองหน้าทั้งสองคน แล้วเดินไปดูปลากับผักท้องนาที่เก็บมาวางอยู่บนแคร่ ทำหน้ารังเกียจถามว่ากินอะไรกันเนี่ย

จนมาถึงจานที่ใส่แมงดาวางอยู่ เคที่มองเหมือนเห็นสัตว์ประหลาดถามว่านี่ตัวอะไร ขาวคุยอวดว่านี่แหละเคล็ดลับความอร่อย หอมสุดๆเลยล่ะ เคที่มองหน้าขาวแล้วหยิบแมงดาขึ้นสูดดม

พอสูดดมเข้าไปอึกเดียว เคที่ทำหน้าจะอ้วกให้ได้ ร้องว่าเหม็นที่สุดในโลกเลย แล้วทำดีดดิ้นขยะแขยง แม้ขาวกับบัวจะรู้สึกขัดตาแต่เห็นท่าทางของเคที่แล้วก็อดขำกันไม่ได้

ขาวขับรถพาเคที่กลับ ระหว่างทางเขาแซวๆว่าเป็นไป ได้ไงไม่รู้จักแมงดา เคที่ทำหน้ารังเกียจบอกว่าของดีๆมีเยอะแยะไม่กินไปกินแมลงอะไรก็ไม่รู้ ตนไม่จำเป็นต้องรู้จักอาหารชั้นต่ำพวกนี้

"ของกินชั้นต่ำแบบนั้น เลือกกินเลือกอยู่อย่างคุณ ถ้าวันหนึ่งอับจนขึ้นมาจะอยู่ยังไง" ขาวถาม เคที่ตอบอย่างยโสว่า อย่างตนไม่มีวันเป็นอย่างนั้นแน่เพราะสมบัติที่ป๊าให้ไว้กินไปอีกชาติหนึ่งก็ไม่หมด พูดแล้วถามขาวว่า เดี๋ยวจะกลับไปกินข้าวที่บ้านบัวอีกใช่ไหม

" ไม่..." ขาวตอบหน้าเครียดขึ้นมาทันที เพราะรู้ว่าถ้าไปต้องเจอดำแน่นอน

ooooooo

หลังจากล้อมวงกินข้าวกับแกงขี้เหล็กกันแล้ว บัวเอาเงินที่ขาวให้เอาไปไถ่ที่นาจากแม่เลี้ยงอุ่มคำให้ทุกคนดู ผู้ใหญ่ชื่นชมน้ำใจของขาวว่าไม่เสียทีที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ บัวบอกว่าตนเกรงใจถ้าทำงานหาเงินได้จะเอาไปคืนให้ขาวเร็วที่สุด

"เรื่องคดีไฟไหม้บัวไม่ต้องห่วงนะ    งานนี้ไม่มีมวยล้มแน่" จีรายุสเอ่ยขึ้น ถูกดำแซวว่าถึงแม้ลุงจ่าจะล้มมวยดื้อๆก็เถอะ เลยทำให้จ่าดำเกิงกินปูนร้อนท้องขึ้นมา พูดเสียงเมาๆว่า

"โธ่...ก็หลักฐานมีอยู่เท่านั้นจริงๆ อีกอย่าง ผู้กำกับแกก็ไม่ได้ให้เน้น"

แม่ตุ๊กถามว่าคดีมีเน้นไม่เน้นด้วยหรือ ผู้ใหญ่หยอกแกมหยิกว่า "เน้นตามฐานะเจ้าทุกข์รึเปล่าวะไอ้จ่า"

"เฮ้อ...โดนยำกลางวงทุกทีเลยกู โน่น...ลูกเอ็งก็ตำรวจเหมือนกันล่ะวะ" จ่าโอดโอย

"แต่หนูนี่แหละจะปฏิวัติโรงพักเราซะใหม่ หมดยุคแล้วที่ข้าราชการต้องไหลไปตามนายทุกเรื่อง ขืนนายพาไหลเข้ารกเข้าพงไม่แย่ไปทั้งประเทศเหรอ" แก้วประกาศอย่างมุ่งมั่น

เภาบอกว่าเอาเถอะที่ดินเราก็จะได้คืนแล้ว ไร่นาเราจะฟื้นกันใหม่ ก้อนบอกทุกคนว่าถ้าพวกมันกลับมาอีกตนสู้ตายแน่ บัวเลยตัดบทว่าจะไม่มีใครตายทั้งนั้น ก้อนเลยเงียบไป

ดำนั่งอยู่ในวง หูฟังการสนทนากันแต่ตามองไปไกล จนแก้วถามว่าคิดอะไรอยู่ เมื่อพากันมาที่แก่งเอื้อมดาว ดำปรารภว่าฐานะของขาวมั่นคงจนตนเป็นห่วง แก้วท้วงติงว่าเรายังไม่พบสิ่งผิดปกติของเสี่ยพิทักษ์มากไปกว่าอดีตที่เป็นมาเฟีย

"แก้วลืมอาหารมื้อกลางวันที่บ้านเสี่ยพิทักษ์ไปแล้วเหรอ" ดำถาม แล้วชี้ให้เห็นว่า "ถึงยังไงฉันก็ยังสงสัยว่าแค่ทำ ศูนย์หัตถกรรมช่วยเหลือชาวบ้าน ทำไมต้องเรียกข้าราชการระดับปกครองอย่างนายของเธอ นายของพี่เข้าไปพบด้วย"

แก้วเสริมว่าโดยเฉพาะแม่เลี้ยงอุ่มคำ ดำเชื่อว่าคนที่เลวเข้ากระดูกดำอย่างแม่เลี้ยง ไม่มีวันกลับตัวได้ง่ายขนาดนี้แน่

ดำคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งแล้วลุกพรวดขึ้น แก้วถามว่าจะไปไหน

"ในเมื่อสงสัยก็ไปหาคำตอบสิแก้ว"

ooooooo

แก้วกับดำพากันไปที่ข้างกำแพงศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทย แก้วมีกล้องถ่ายรูปติดตัวไปด้วย พอทุกอย่างพร้อม แก้วก็กระโดดจะปีนกำแพง ถูกดำกระชากตัวลงมาอย่างแรงจนเสียหลักล้มทับกันที่พื้น ปากต่อปากชนกันโดยไม่ตั้งใจ แต่ทั้งคู่ต่างก็เขิน พอลุกขึ้นได้ แก้วถามว่ามาดึงตนทำไม ดำชี้ให้ดูกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตลอดแนวกำแพง

เมื่อถูกดักไว้แน่นหนาขนาดนี้ ทั้งคู่ก็เปลี่ยนแผนแอบไปที่ถนนหน้าศูนย์ซึ่งมีรถบรรทุกมาจอดรอเข้าข้างในอยู่ แก้วกับดำแอบขึ้นไปที่ท้ายรถมุดเข้าใต้ผ้าใบนั่งเบียดกันจนแทบหายใจไม่ออก

ครู่หนึ่งรถก็เคลื่อนเข้าข้างใน ทั้งสองมองลังรอบตัวแล้วตกลงกันว่าเราต้องงัดลังออกดูว่าข้างในเป็นอะไร แต่ไม่ทันลงมือทำอะไร เสียงลูกน้องเสี่ยคนหนึ่งก็สั่งพรรคพวกให้เอาลังลงแล้วขนเข้าข้างในให้หมด

เมื่อจวนตัวแบบนี้ แก้วตัดสินใจเดินเข้าไปหาการ์ดคนหนึ่ง เรียกเสียงหวาน

"พี่ขา..." การ์ดตกใจถามว่ามาได้ยังไง แก้วโกหกว่าตนทำงานที่นี่ มันขอดูบัตร แก้วทำเป็นล้วงมือลงในกระเป๋าดึงความสนใจของมัน แต่พอชักมือออกมาอีกมือหนึ่งก็ซัดหมัดเข้าที่ปลายคางจนมันลงไปนอนสลบกับพื้นทันที แก้วบอกกับร่างหมดสติก่อนเดินไปว่า "ไปดูในฝันแล้วกันนะพี่"

ดำกับแก้วซึ่งผ่านการฝึกปรือทั้งจากหลวงพ่อและโรงเรียนตำรวจมาอย่างดีแล้ว ต่างช่วยกันกำจัดการ์ดที่เหลือแล้ววิ่งเข้าไปในโถงด้านหลังศูนย์ฯ

ที่นั่นไม่มีกล้องวงจรปิด เลยตัดสินใจงัดลังกันตรงนั้น แม้จะมีแค่ไขควงตัวเดียวก็ยังมีความพยายามที่จะเปิดลังให้ได้  ขณะทั้งสองช่วยกันใช้ไขควงเปิดลังอย่างทุลักทุเลนั่นเอง เสียงหนึ่งก็ถามขึ้น

"ให้ช่วยไหม!"

ดำกับแก้วชะงักหันไปมอง เห็นเจษ แบ็งค์ และหมียืนจังก้าอยู่ เจษสั่งลูกน้องให้จับทันที แต่จะจับทั้งสองไม่ใช่เรื่องหมูๆ

ขณะกำลังตะลุมบอนกันนั่นเอง จู่ๆขาวก็เข้ามาช่วยแก้วที่กำลังถูกแบ็งค์กับหมีรุมเล่นงาน เจษตะโกนถามขาวว่าทำอะไร! ก็พอดีเสียงเสี่ยพิทักษ์เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็นมีอำนาจว่า

"เอาล่ะ พอกันได้แล้ว" เสี่ยเดินออกมาจากด้านในพร้อมกับบึมเข้ามาพูดกับดำและแก้วด้วยสีหน้าผิดหวังว่า "ทำไมปลัดกับหมวดไม่ขอค้นดีๆล่ะครับ"

แล้วเสี่ยก็พาทั้งสองไปที่มุมโถงด้านหลังศูนย์ฯ เปิดลังให้ดูกันจะจะ ปรากฏว่าลังหนึ่งเป็นหนังสือกองโต อีกลังหนึ่งเป็นเครื่องปั้นที่ทำขึ้นอย่างสวยงาม เสี่ยบอกว่าหนังสือพวกนี้

ตนตั้งใจจะเอามาแจกเด็กๆ ขาวชี้ไปที่อีกลังหนึ่งบอกว่า

"ส่วนเครื่องไม้กับเครื่องเคลือบนั่น เราสั่งมาเป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านที่มาทำงานที่นี่ เราจะยกระดับงานฝีมือชาวบ้านเพื่อการส่งออก" พูดแล้วขาวจ้องหน้าดำอย่างไม่พอใจ

เจษถามว่าโทร.หาผู้กำกับสุจริตกับนายอำเภอเลยดีไหม เสี่ยบอกว่าเรื่องนั้นตนจัดการเอง แล้วพูดกับดำและแก้วว่า

"ผมเข้าใจเจตนาของคุณสองคนดี แต่ผมขอยืนยันว่าผมเข้ามาที่อำเภอน้ำงามด้วยเจตนาบริสุทธิ์" แล้วเสี่ยก็ทำหน้าเศร้าพูดน่าเห็นใจว่า "ผมอายุมากขึ้นทุกวัน ขอโอกาสให้ผมทำอะไรดีๆกับแผ่นดินก่อนที่ผมจะจากโลกนี้ไปเถอะนะครับ ผมขอร้อง..."

ooooooo

เมื่อดำกับแก้วกลับมาขึ้นรถที่จอดอยู่ชายป่า ทั้งคู่หงุดหงิดมาก นอกจากเสียฟอร์มแล้วยังต้องโดนผู้กำกับและนายอำเภอตำหนิรุนแรงแน่ๆ แต่ไม่ว่าจะต้องเผชิญอะไรอีก แก้วก็ยังไม่หายสงสัยเสี่ยอยู่ดี ดำบอกว่าเอาไว้เล่นยกหน้าก็แล้วกัน พลางสตาร์ตรถออกไป

ทันใดนั้น ดำต้องเบรกรถอย่างแรงเมื่อเห็นขาวโผล่พรวดออกมายืนขวางถนน ขาวเอาปืนที่เขาซื้อให้แก้วมาคืน บอกแก้วว่าเธอลืมมันไว้ เตือนว่า

"ทำอะไรระวังหน่อยนะแก้ว  ฉันไม่อยากให้ประวัติการรับราชการของแก้วต้องแปดเปื้อน"

"ฉันว่านายนั่นแหละต้องระวัง   บอกตรงๆนะขาวถึงตอนนี้ฉันก็ยังสงสัยเสี่ยนั่นอยู่"

"พี่ดีใจนะ ที่แกเอาเงินไปช่วยบัวไถ่ที่ดิน แต่แกไม่สงสัยบ้างเหรอว่าทำไมเสี่ยนั่นถึงให้เงินเดือนแกมากขนาดนี้" ดำชมแล้วสะกิดให้คิด

แทนที่ขาวจะคิด เขากลับมองว่าดำอิจฉาเสี่ยที่มีโครงการโดดเด่นล้ำหน้าโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินของตัวเอง ทั้งคู่โต้เถียงกันอีกตามเคย แก้วต้องหย่าศึกแล้วชวนดำกลับ ก่อนไปยังบอกขาวว่า

"ถ้าวันไหนเห็นท่าไม่ดีก็ถอนตัวซะนะ อย่าให้ฉันต้องใช้ปืนกระบอกนี้ไล่ล่าคนที่ให้ฉันมาเลย"

ขาวฟังแล้วมองตามรถของแก้วไปด้วยความหงุดหงิด

ooooooo

หลังจากจัดการกับดำและแก้วแล้ว เสี่ยชมเจษ ว่ารอบคอบดี เจษย่ามใจคุยว่า

"เพราะรู้ไงครับว่าสองคนนั่นมันจ้องเราอยู่ ผมเลยสั่งของเผื่อไว้ต้อนรับมัน แล้วก็ได้ต้อนรับจริงๆ"

"ส่วนของที่ส่งมาใหม่ บอกคนของเรารีบติดตั้งให้เร็วที่สุด อีกสองสามวันจะมีกรุ๊ปทัวร์จากต่างประเทศเข้ามา" เสี่ยกำชับ เจษรับคำแล้วเสนอให้จัดการย้ายดำกับแก้วไปอยู่ที่อื่น

เสียก่อนที่จะทำให้เราเสียหาย เสี่ยตัดบทว่า "ขืนทำอย่างนั้นตอนนี้ภาพนักบุญของฉันก็หมองกันพอดี เลี้ยงมันไว้ดูเล่นก่อน แกก็รู้ไม่ใช่เหรอเจษ ว่าฉัน...ชอบเล่นกับชีวิตคนแค่ไหน" เสี่ยพูดอย่างเลือดเย็น แล้วทั้งสองก็หัวเราะอย่างรู้ใจกัน

แล้วแก้วกับดำก็ถูกผู้กำกับและนายอำเภอตำหนิตามคาด ทั้งสองไม่พอใจที่ดำกับแก้วไปทำงานเกินหน้าที่ ปรามทั้งคู่ว่าถ้าไม่เชื่อตนระวังเก้าอี้จะร้อนกันหมด

ooooooo

วันต่อมา ขณะมานั่งกินข้าวด้วยกันที่หน้าบ้านบัว แก้วยังไม่หายเจ็บใจบ่นว่างานนี้ถ้าเป็นมวยก็แพ้น็อกไม่เห็นท่า แม่ตุ๊กตำหนิว่าดำกับแก้วก็ผิด วันหลังทำอะไรให้ระวังหน่อย

"อีกหน่อยถ้าสงสัยอะไรก็เดินเข้าไปได้นี่หว่า อีกไม่กี่วันเขาก็เปิดเป็นที่ท่องเที่ยวแล้ว" จ่าดำเกิงเสนอบอกข่าวไปในตัว

พอดีดำกับจิรายุสไปปลูกหญ้าแฝกที่ท้ายไร่ของบัวกลับมา ทั้งเภาและก้อนขอบคุณทุกคนมาก เพราะถ้าลำพังตนสองคนกับบัวไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไรจึงจะฟื้นฟูสภาพของไร่นาขึ้นมาได้

ดำนึกได้บอกทุกคนว่าอีกสองวันจะเป็นวันแม่แล้วอย่าลืมไปที่วัดกัน เพราะหลวงพ่อจะจัดงานวันแม่ควบไปกับวันพระเพื่อชาวบ้านจะได้เรียนรู้และชมโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินด้วย

ขณะนั้นเองบัวเพิ่งขี่มอเตอร์ไซค์กลับมา แก้วถามว่า ไปไหนมาตั้งนาน

"อ๋อ...บัวแวะไปบ้านแม่เลี้ยงอุ่มคำมาจ้ะ" บัวบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดีใจ

ooooooo

ที่ห้องนั่งเล่นบ้านริมน้ำของเสี่ยพิทักษ์ เสี่ยกำลังคุยโทรศัพท์อารมณ์ดีกับปลายสาย พูดกลั้วหัวเราะว่า "ว่างๆเชิญท่านมาพักผ่อนที่นี่ได้...เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงผมจัดช้างเผือกรอให้บริการท่านอยู่แล้วครับ" พูดเสร็จวางสายยิ้มกริ่มอารมณ์ดี

แม่เลี้ยงอุ่มคำเดินหน้าง้ำเข้ามา เสี่ยถามว่าผู้หญิงที่ตนให้หามาทำงานสำเร็จไหม แม่เลี้ยงคุยโวว่ามือชั้นนี้แล้วไม่มีพลาด เสี่ยเลยถามว่าแล้วทำไมถึงหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้น

"ก็นังบัวสิคะแวะมาบอกที่บ้านว่าสิ้นเดือนนี้จะมาไถ่ที่ดินคืน ฉันล่ะไม่อยากเชื่อจริงๆไหนว่าเสี่ยส่งลูกน้องไปเผาผลผลิตมันจนวอดวายหมดแล้วไงคะ"
ทั้งเสี่ยและเคที่ยืนยันว่าเผาวอดวายแล้วจริงๆเพราะตนเห็นกับตา แต่สงสัยว่าทำไมบัวจึงยังมีเงินมาใช้หนี้

แม่เลี้ยงพูดยั่วยุว่าถ้าบัวเอาที่กลับไปได้ก็น่าเสียดายมาก เสี่ยหัวเราะร่วนบอกว่าเรื่องเล็กตนอยากได้อะไรก็ต้องได้ บอกแม่เลี้ยงให้เตรียมขายที่ผืนนั้นต่อให้ตนเลย รับรองไม่มีปัญญามาไถ่คืนแน่

"แล้วป๊าจะทำยังไงเหรอคะ" เคที่ถาม

"เผาไร่ขู่มันยังไม่ยอมแพ้ งั้นคงต้องให้มันเผาคน!"

ooooooo

ในงานวันแม่ที่หลวงพ่อพูดติดตลกเชิญชวนญาติโยมมาฟัง "ทอล์กโชว์" ของท่านนั้น มีชาวบ้านมากันหนาตาที่ขาดไม่ได้คือครอบครัวผู้ใหญ่ ส่วนบัวมาคนเดียวเพราะเภาไม่ค่อยสบายบัวจึงให้แม่นอนพักที่บ้านกับพ่อ

แต่ก่อนออกมาที่วัดบัวก็ได้กราบแม่ด้วยความระลึกถึงบุญคุณที่อุ้มท้องและเลี้ยงตนมาจวบจนวันนี้

"คำพูดล้านคำก็ไม่เท่ากับการกระทำที่เอ็งมีให้พ่อกับแม่หรอกบัว เพราะเอ็งทำในสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้วที่ลูกพึงกระทำต่อพ่อแม่" เภากอดบัวไว้ด้วยความรักหมดหัวใจ


วันนี้แก้วและจีรายุสก็มาด้วย ทั้งสองรีบเดินไปที่ศาลาวัดเพราะหลวงพ่อขึ้นศาลาแล้ว บัวมาถึงพอดีจึงขึ้นศาลาไปด้วยกัน

บัวไม่เห็นดำ ถามแก้วว่าดำไปไหน แก้วเองก็ไม่รู้เพราะตั้งแต่เย็นก็ไม่เห็นแล้ว

ไม่มีใครรู้ว่าดำไปนั่งกอดเข่าอยู่ที่แก่งเอื้อมดาว เขาอดคิดถึงแม่ไม่ได้แต่แล้วก็ตัดใจบอกตัวเองว่า "ทำใจเรื่องไม่มีแม่ ให้ได้ซะทีซีวะ เอ็งมีหลวงพ่อเป็นทั้งพ่อทั้งแม่อยู่แล้วนี่หว่า"

คิดได้แล้วดำก็ลุกจะเดินกลับไปที่วัด แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นขาวเดินมาทางนี้ ดำเรียกขาวไว้ด้วยความดีใจ แต่พอขาวหันมากลับบอกดำด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรว่า

"วันนี้ฉันไม่อยากมีเรื่อง"


"ฉันก็ไม่อยากมีเรื่องกับแกสักครั้ง" ดำตอบแล้วหว่านล้อมว่า "วันนี้...วันแม่ แกก็รู้สึกเหมือนฉันใช่ไหม"

"ไม่! ชีวิตฉันมีแต่ปัจจุบันกับอนาคต อดีตสำคัญตรงไหนฉันไม่เห็นต้องใส่ใจกับคนที่ทิ้งเราได้ลงคอ" ขาวพูดอย่างมีอารมณ์

"ถึงแกกับฉันจะไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆ แต่ฉันก็พอมองหัวใจแกออกว่าแกก็เศร้าเหมือนกับฉัน" พูดแล้วดำเดินมายืนตรงหน้าขาว "วันนี้วันแม่ แต่แกเอาดอกมะลิไปไหว้หลวงพ่อ ก็ได้นะขาว หลวงพ่อเป็นทั้งพ่อและแม่ของเราสองคนนะ"

พูดแล้วดำก็คิดถึงอดีต...อดีตเมื่อ 20 กว่าปีก่อน...

เวลานั้นดำยังเด็ก หลวงพ่อได้ยินเสียงเด็กทารกร้องไห้ เมื่อไปดูจึงพบทารกแรกเกิดร้องไห้จ้าอยู่ในผ้าอ้อมเก่าๆที่วาง ไว้ในพุ่มไม้ ตามเนื้อตัวมีมดแมลงไต่กัดแดงเป็นตุ่มๆ

หลวงพ่อเอาทารกนั้นมาเลี้ยง ตั้งชื่อให้ว่าขาว เพื่อจะได้ คู่กับดำ หมายให้เป็นตัวแทนของความสมดุล หลวงพี่ฉิมมองหลวงพ่ออย่างสงสัยในคำพูด หลวงพ่อลุกเดินพลางอธิบาย

"ขาวกับดำ สว่างกับมืด ความเคลื่อนไหวกับการหยุดนิ่ง ความเศร้าหมองกับการมีชีวิตชีวา คล้ายๆตำราหยินหยางของจีนนั่นแหละ"

"โอ้โห...แล้วเจ้าเด็กสองคนนี่มันจะเข้าใจเหรอครับหลวงพ่อ" หลวงพี่ฉิมยังงงๆอยู่

"เรียนรู้สิท่าน คนเราเกิดมาต้องเรียนรู้ เด็กสองคนนี่ จะได้รู้ว่าชื่อของเขาไม่ใช่แค่ดำกับขาวดาดๆเท่านั้น จำไว้นะเจ้าดำ...เจ้าขาว"

หลวงพ่อหัวเราะ มองดำกับขาวด้วยความรัก เมตตา และเปี่ยมด้วยความหวัง

คิดถึงอดีตแล้ว ทำให้ดำยิ่งรู้สึกว่าตัวเองจะต้องไม่ทำให้ หลวงพ่อผิดหวัง ชวนขาวว่า

"พี่กำลังจะกลับไปที่วัด วางความเกลียดพี่ไว้ตรงนี้ สักวัน แล้วเอาดอกมะลิไปไหว้หลวงพ่อด้วยกันนะขาว"

ดำชวน แต่ขาวกลับนิ่งคิด...ไม่ตอบอะไร

ooooooo

ที่วัด หลวงพ่อยังนั่งธรรมาสน์ เทศนาแก่ญาติ โยมอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ยิ่งวันนี้เป็นวันแม่ หลวงพ่อได้สอนให้ทุกคนได้ระลึกถึงพระคุณของแม่ที่ให้กำเนิดเรามาเป็นตัวตนทุกวันนี้

พอดีดำมาถึง หลวงพ่อจงใจพูดสื่อถึงดำว่า

"สำหรับคนที่มีแม่แต่ไม่ได้อยู่กับแม่หรือแม้ไม่มีโอกาส ได้เลี้ยงดู อย่าเพิ่งน้อยใจไปว่าแม่ทอดทิ้ง เพราะที่จริง ระยะเวลาเก้าเดือนที่เราได้อาศัยไออุ่นในครรภ์มารดา ก็เป็นพระคุณ ที่สุดจะทดแทนได้หมดแล้ว"

ดำยิ้มออกมาด้วยความซาบซึ้งในคำสอนของหลวงพ่อ

ส่วนขาวกลับไปนอนพักที่ห้องในบ้านพักริมน้ำของเสี่ยพิทักษ์ บึมนอนดูหนังอยู่บนเตียงถามว่าไปไหน ทำไมกลับมาเร็วจัง ขาวไม่ตอบ ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเอามือก่ายหน้าผาก บึมมองแล้วบ่น "อะไรวะ พูดด้วยก็ไม่พูด..."


ขาวนอนหลับไป เขาฝันถึงตัวเองตอนเป็นเด็กว่าเคยถามหลวงพ่อว่าหน้าตาแม่ของตนเป็นอย่างไร เพราะครูให้วาดรูปแม่ แต่ตนไม่เคยเห็น นึกไม่ออก

หลวงพ่อบอกขาวว่าแม่เขาเป็นผู้หญิงที่งดงามที่สุด ครั้นขาวถามว่าหลวงพ่อเคยเห็นแม่ตนหรือ กลับได้รับคำตอบว่า

"ไม่เคยหรอก แต่ข้าว่าผู้หญิงทุกคนที่อุ้มท้องลูกมาได้เก้าเดือนนี่ มหัศจรรย์มากๆ มากจนคิดว่าให้ข้าไปอุ้มท้องข้าจะทำไหวรึเปล่า"

เวลานั้นขาวพูดประสาเด็กว่าตนวาดรูปหลวงพ่อแทนแม่ได้ไหม เพราะตนนึกหน้าแม่ไม่ออกจริงๆ หลวงพ่อเลี้ยงตนมานึกหน้าหลวงพ่อง่ายกว่าตั้งเยอะ หลวงพ่อดึงขาวเข้าไปกอดด้วยความรักเอ็นดู

ขาวตื่นจากฝัน ลุกพรวดขึ้น บึมยังดูทีวีอยู่ถามว่าจะไปไหน ขาวบอกว่าไปหาหลวงพ่อแล้วเดินออกไปเลย

ooooooo

ที่ศาลาวัดถ้ำผาน้ำไหล หลวงพ่อยังเทศนาไม่จบ ท่านเทศน์จนบัวน้ำตาคลอด้วยความซาบซึ้งในพระคุณของแม่

ที่นั่น แม่เลี้ยงอุ่มคำมาฟังเทศน์ด้วย แต่เป้าหมายสำคัญคือ ต้องการมาย้ำกับบัวว่าอย่าลืมที่เรานัดกัน จนแก้วต่อว่าที่ทำอะไรไม่เกรงใจหลวงพ่อบ้างเลย เล่นทวงกันบนศาลาวัดแบบนี้

"ไม่ลืมจ้ะแม่เลี้ยง บัวเตรียมเงินไว้แล้วล่ะจ้ะ" บัวตอบอย่างเจียมตัว

เภากับก้อนอยู่ที่บ้าน เภากังวลบ่นกับก้อนว่าเราน่าจะเอาเงินไปฝากธนาคารไว้ ก้อนบอกว่าอีกไม่กี่วันก็ต้องถอนไปไถ่ที่คืนแล้วเอาไว้ที่บ้านนี่แหละ   อีกอย่างคือที่บ้านเราไม่เคยมีเรื่องปล้นชิงกัน

ก้อนบอกให้เภานอนพักเสียเดี๋ยวตนจะรอลูกเอง เภาเข้านอนด้วยความหวังว่าอีกไม่กี่วันครอบครัวเราก็จะได้มีความสุขจริงๆกับเขาเสียที

ก้อนเองก็มีความหวังเช่นเดียวกัน เขาเดินไปหยิบของที่มุมบ้าน แต่แล้วก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงกุกกักที่นอกบ้าน ก้อนมองขวับถามเสียงดัง

"ใครน่ะ!"

ที่แท้เป็นแผนชั่วของเสี่ยพิทักษ์ที่ต้องการฆ่าก้อนกับเภา แม้กระทั่งบัวเพื่อยึดที่ดินไปเป็นของตน โดยให้เจษนำแบ็งค์กับหมีสมุนคู่ใจบุกขึ้นไปบนบ้าน   ค้นได้เงินที่บัวจะเอาไปใช้หนี้ไถ่ที่นาก็ยึดไป เมื่อเภาต่อสู้ก็ถูกมันแทงจนมิดด้ามมีด ล้มเลือดทะลัก

ก้อนเข้าไปช่วยเภา สุดท้ายก็ถูกพวกมันยิงตายคาที่

ooooooo

ขาวลุกไปเก็บบัวที่บึงจะเอาไปไหว้หลวงพ่อ ได้ยินเสียงปืนมาจากทางบ้านของบัว ขาวทิ้งดอกบัววิ่งไปขึ้นรถขับไปที่นั่นทันที

ดำ แก้ว บัว และจีรายุสได้ยินเสียงปืนจากทิศบ้านบัวต่างลุกขึ้นพากันไปทางทิศนั้น

ขาวไปถึงเจอพวกเจษ แบ็งค์ และหมี แต่พวกมันอำพรางใบหน้า  เขาจึงไม่รู้ว่าเป็นใคร  พอขาวมา  พวกมันก็พากันหนีไป ขาวเข้าไปอุ้มร่างเภาที่โชกเลือดจะพาไปหาหมอ เภาอาการหนักมากพยายามพูด ขาวก้มฟังได้ยินกระท่อนกระแท่นก่อนสิ้นใจว่า "ฝาก...บัว...ด้วย..."

ดำ แก้ว บัว และจีรายุสมาถึงพอดี ผลักประตูเข้าไปเห็นแต่ศพของเภาและก้อนนอนอยู่ ส่วนขาวหลบอยู่ในมุมมืดค่อยๆขยับจะหลบออกไป แต่พวกดำได้ยินหันไปเห็นพอดี ดำพยายามเรียกขาวที่ยกปืนเล็งมาที่ตน จีรายุสยกปืนเล็งขาว ทุกคนเห็นตัวขาวชุ่มโชกไปด้วยเลือด ต่างเข้าใจว่าขาวเป็นคนฆ่าเภากับก้อน

ดำบอกให้ขาววางปืนเสีย ขาวไม่ยอมวางปืนแต่กลับวิ่งออกจากบ้านไป แต่ไปไหนไม่ได้เพราะรถของขาวถูกรถของแก้วจอดขวางอยู่ แต่เพราะดำกับจีรายุสวิ่งตามมา ขาวจึงยิงปืนขึ้นฟ้าสองนัดแล้ววิ่งหายไปในความมืด

ดำกับจีรายุสวิ่งตามไปจนถึงชายป่าเห็นขาววิ่งอยู่ไวๆ ดำร้องเรียกบอกให้ฟังตนก่อน ขาวไม่สนใจ อาศัยจังหวะที่ดำกระชากไหล่ ขาวก็เล็งปืนใส่อกของดำทันที

ดำจ้องตาขาวอย่างไม่สะทกสะท้าน ในขณะที่จีรายุส ถือปืนเล็งใส่ขาวอย่างระวังอยู่ใกล้ๆ จิตใต้สำนึกบางอย่าง ทำให้ขาวเบี่ยงปืนยิงไปทางอื่นแล้ววิ่งหนีไป จีรายุสตกใจนึกว่าดำถูกยิงวิ่งเข้าไปหา

"ผู้กองครับ ทางนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ผม ผู้กองช่วยไปดูทางบ้านบัวด้วยนะครับ" ดำบอก

จีรายุสเอาปืนของตนให้ดำไว้ใช้ ดำไม่รับ จีรายุสเตือนว่าขาวมีปืน

"ถ้ามันจะยิง เมื่อกี้ผมเป็นผีไปแล้วครับ" ดำบอก จีรายุส พยักหน้าแล้วรีบวิ่งย้อนกลับไปทางบ้านของบัว ดำตั้งสติก่อนลุกวิ่งไล่ตามขาวไปอีก

ooooooo

ดำวิ่งไปทันขาวที่ชายป่าอีกด้านหนึ่ง ขาวหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่โดยไม่รู้ว่าดำมาถึงตัวแล้ว พอรู้ตัวก็เล็งปืนใส่ ขาวสั่งห้ามขยับ ดำไม่สนใจ ถามขาวว่าใครฆ่าลุงก้อนกับป้าเภา ขาวบอกว่าตนไม่รู้

"แกไว้ใจฉันหน่อยสิขาว เราเป็นพี่น้องกันนะ" ดำหว่านล้อม

"ฉันไม่เคยนับญาติกับแก แกเองก็รอวันที่ฉันจะย่อยยับอับปางอยู่แล้วไม่ใช่หรือ แกจะได้หมดคู่แข่ง"

"พี่ไม่เคยคิดแข่งอะไรกับแกเลยนะขาว..." ดำขยับเข้าหา พริบตานั้นขาวลั่นกระสุนเฉียดดำไปถูกต้นไม้ข้างหลัง ดำพุ่งเข้ารวบมือที่ถือปืนของขาวพูดอย่างฉุนจัด "เลิกบ้าได้แล้วขาว"

ขาวตีศอกใส่ดำจนหงายถามว่าอยากตายมากนักใช่ไหม ดำพูดเตือนสติว่าตนไม่อยากให้หลวงพ่อผิดหวังมากกว่า

"ไม่ต้องเอาหลวงพ่อมาอ้าง ถ้าจะวัดกันก็เข้ามาเลย!" ขาวท้าปรี่เข้าหาดำอย่างหน้ามืด

ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใครด้วยฝีมือที่ทัดเทียมกัน จังหวะหนึ่งขาวตั้งหลักได้กำลังเงื้อหมัดใส่ดำก็ต้องชะงักเมื่อเห็นแก้วถือปืนกระบอกที่ขาวซื้อให้เข้ามาจ่อที่ขาว น้ำตาคลอ

"อย่าให้ฉันต้องใช้ปืนกระบอกนี้ยิงคนที่ให้ฉันมาเลย

นะขาว" แล้วพูดเสียงเครือ

ขาวทำทียอมอ่อนข้อ แต่พอแก้วเข้าไปหากลับถูกขาวล็อกตัวไว้พูดข้างหูแก้วว่า

"ฉันรู้ว่าเธอไม่ทำอย่างนั้นหรอกแก้ว" สิ้นเสียงขาวก็ผลักแก้วใส่ดำอย่างแรงจนล้มไปทั้งคู่

พอดำกับแก้วลุกขึ้นมา ขาวก็หายไปแล้ว ต่างมองกันด้วยสีหน้าไม่สบายใจอย่างมาก...

ooooooo

ตอนที่ 10

แก้วก็เช่นกัน ถูกผู้กำกับสุจริตตำหนิอย่างรุนแรงว่าตัวเองมีหน้าที่รักษากฎหมายไม่ใช่ไปทำไร่ ไถนาจนเกิดเรื่องแบบนี้ พอแก้วชี้แจงว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ก็ถูกผู้กำกับบ่นว่าดื้อชะมัด

ทั้งสองโต้เถียงกันอยู่นาน จนในที่สุดแก้วถามว่า

"ตกลงนายจ้างของข้าราชการคือใครคะ ผู้บังคับบัญชาที่กรุงเทพฯ หรือประชาชนทั้งประเทศ"

"ใช่...ที่หมวดคิดน่ะถูกทุกอย่าง แต่หมวดรู้ไหมว่าทำไมผมถึงถูกเด้งมาอยู่อำเภอไกลปืนเที่ยงอย่างนี้ แล้วรู้ไหมว่าทำไมนายอำเภอปราบถึงถูกดองอยู่ที่นี่"

ooooooo

เมื่อแก้วออกมาเจอบัวกับจีรายุสที่คอยฟังข่าว อยู่ข้างนอก บัวถามว่าเป็นยังไงบ้าง แก้วบอกว่าโดนบ่นจนหูชาไปแล้วถอนใจดังๆบ่นว่า

"เฮ้อ...ตกลงฉันจะต้องเป็นข้าราชการตามน้ำใช่ไหมเนี่ย ชีวิตถึงจะมีความสุข"

จ่าดำเกิงบอกแก้วเหมือนสอนลูกหลานว่าให้ทำตัวอย่างตนจึงจะไม่มีปัญหา แต่บัวเอาใจช่วยแก้วให้กำลังใจแก้วว่าอย่าเพิ่งหมดไฟ   จ่าดำเกิงยังพยายามแสดงความหวังดีกับแก้วอีก ถูกแก้วสวนไปว่า

"แก้วทรยศต่อภาษีอากรของประชาชนไม่ได้หรอกจ้ะลุงจ่า...เฮ้อ ป่านนี้พี่ดำจะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้" แก้วบ่นนึกห่วงดำขึ้นมาว่าคงโดนแบบเดียวกับตนแล้วแน่ๆ

แต่ดำไม่ได้ท้อแท้หมดกำลังใจ ยิ่งได้รับกำลังใจจากหลวงพ่อดำก็ยิ่งมุ่งมั่น หลวงพ่อเตือนว่าคิดมากไปมันไม่ช่วยให้แก้ปัญหาได้หรอก สอนดำว่า

"หายใจลึกๆ ตั้งสติให้มั่น เมื่อเอ็งมีสติ เอ็งจะเห็นทางออกของปัญหานี้เอง"

ooooooo

เช้าวันต่อมา เมื่อบัว ก้อน และเภา เอาผักปลอดสารพิษไปขายที่ตลาด ถูกชาวบ้านพากันเมิน จนก้อนบ่นว่าไม่มีใครซื้อผักเราเลย ถ้าเป็นอย่างนี้คงแย่เพราะยังมีผักคาแปลงอยู่อีกตั้งเยอะ

แล้วจู่ๆแม่เลี้ยงอุ่มคำก็มาเยาะเย้ยพวกบัวว่า ในที่สุดก็แพ้ภัยตัวเอง ผักปลอดสารพิษทำเอาหามเด็กเข้าโรงพยาบาลเป็นคันรถเลย

เสียงแม่เลี้ยงอุ่มคำทำให้ชาวบ้านที่มาตลาดหันมา สนับสนุนแม่เลี้ยงรุมกันต่อว่ามากมาย บัวกับแม่พยายามชี้แจง ก็ถูกแม่เลี้ยงอุ่มคำประกาศกลางตลาดว่า

"อย่าไปเชื่อมัน ไอ้ผักพวกนี้มันผักลวงโลก"

"ถ้าอย่างนั้นข้าก็ลวงโลกด้วยสิวะ" เสียงหลวงพ่อดังขึ้น ทุกคนหันมอง หลวงพ่อเดินผ่านผู้คนเข้ามา ดำเดินตามมาติดๆ "ข้าไม่เคยสอนให้ลูกศิษย์ข้าลวงโลก แล้วถ้าโครงการคืนชีวิตให้แผ่นดินมันลวงโลกก็เท่ากับว่าข้าลวงโลกด้วย   เพราะว่าข้าสนับสนุนโครงการนี้"

แม่เลี้ยงแก้ตัวว่าตนไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แล้วจะชี้แจง แต่ถูกดำขัดขึ้นว่า

"ฉันว่าแม่เลี้ยงรู้ดีว่าเรื่องทั้งหมดเกิดเพราะอะไร"

แม่เลี้ยงหันขวับจะเอาเรื่องดำ แต่พอเห็นหลวงพ่อกับดำจ้องเขม็งก็ท่าทีอ่อนลง พอดีแก้วแหวกคนเข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

ดำยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ตัดสินใจหยิบผักที่วางขายขึ้นมาเคี้ยวกินกร้วมๆ พิสูจน์ให้ชาวบ้านเห็นกันจะจะว่ากินแล้วไม่เป็นอะไร หลวงพ่อช่วยเต็มที่หยิบผักขึ้นมาเคี้ยวบ้าง จากนั้นทั้งแก้ว และบัวก็ทำตาม

ชาวบ้านเกิดความมั่นใจขึ้นมาเลยเอาบ้าง หลวงพ่อกับดำช่วยหยิบผักส่งให้ชาวบ้านอีก พวกเขาเคี้ยวกินแล้วบอกว่าอร่อยดี ดำหันไปถามแม่เลี้ยงว่าเอาสักคำไหม แม่เลี้ยงค้อนตาแทบกลับหันไปสั่งลูกน้องให้กลับเดี๋ยวนี้

"เฮ้อ...ข้าจะโกรธหรือสมเพชเอ็งดีนะแม่เลี้ยงอุ่มคำ" หลวงพ่อมองตามแม่เลี้ยงพึมพำ

คราวนี้แม่เลี้ยงเสียหน้าหนักกว่าเก่า เพราะถูกหลวงพ่อฉีกหน้ากลางตลาด ลูกน้องยุให้สั่งสอนหลวงพ่อสักทีดีไหม แม่เลี้ยงไม่กล้า ไม่ใช่เพียงเพราะกลัวบาปแต่กลัวใจหลวงพ่อไม่รู้ว่าใครจะจัดการใครก่อนกันแน่ เลยได้แต่คิดแค้น

ooooooo

เคที่อ้อนเสี่ยจะขอตามไปที่น้ำงามด้วย จนเสี่ยใจอ่อนยอมให้ไป เธอดีใจมากพึมพำกับตัวเองขณะมองขาวว่า "นายหนีฉันไม่พ้นหรอก"

ขาวถูกตามตัวมาพบเสี่ยพิทักษ์ เสี่ยมอบกุญแจรถให้ดอกหนึ่งบอกว่าเป็นรถสำหรับขาวไว้ใช้งาน ขาวเห็นว่าเกินความจำเป็น เสี่ยพูดหว่านล้อมว่า

"เอาไว้เถอะน่า นายทำงานให้ฉัน ยังไงนายก็ต้องมีรถไว้ใช้"

"ขอบคุณครับเสี่ย" ขาวรับกุญแจรถไปอย่างว่าง่าย แต่ที่ดีใจลึกๆ คือจะได้กลับไปที่น้ำงามแล้ว

ooooooo

โครงการของดำไม่เพียงไม่หยุดชะงัก  หากแต่ยังพัฒนายิ่งขึ้น เมื่อมีชาวบ้านมาลงชื่อสมัครอบรมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่กับเขามากกว่าเดิม เณรจ้อยพูดกับหลวงพี่ฉิมว่างานนี้แม่เลี้ยงอุ่มคำจ๋อยสนิท แต่ดำไม่เชื่อว่าแม่เลี้ยงจะยอมหยุดแค่นั้น เพาะเคยได้ประโยชน์ มากมายพอเสียไปก็คงไม่พอใจแน่
"เฮ้ย...ความโลภไม่สิ้นสุด แล้วความสุขจะเกิดได้ยังไง" หลวงพี่ฉิมเปรยๆ

"โอ้โห...ใช้ได้เลยนะเนี่ยหลวงพี่" เณรหยอกจนหลวงพี่ยิ้มภูมิใจมาก

ขณะนั้นเอง แก้วกับบัวเดินมา พอเห็นป้ายไม้ที่เขียนไว้ว่า "โรงเรือนอนุบาลต้นไม้" แก้วบอกว่าชื่อน่ารักจัง ดำยิ้มเห็นฟันขาวคุยโอ่ว่าก็น่ารักเหมือนคนตั้งไง   เลยถูกแก้วทำเสียงแหวะใส่

บัวถือขวดติดมือมาด้วย หลวงพี่ฉิมถามว่านั่นขวดอะไร บัวบอกว่ามันคือน้ำส้มควันไม้   ดำสอนไว้ตอนนี้ตนทำเองได้แล้ว

"โห...เก่งมากบัว เนี่ยใช้บำรุงดินป้องกันแมลงศัตรูพืช ช่วยให้ผลไม้ติดดอก คราวนี้กิ่งไม้ที่ไม่ใช้ในไร่ก็เอามาทำให้เกิด ประโยชน์แล้วเห็นไหม" ดำยิ้มแย้มดีใจที่บัวเอาจริงเอาจัง

"จริงด้วย ครูทับทิมเขาเข้าใจพวกเราแล้วนะจ๊ะ เขาฝากมาบอกว่าขออนุเคราะห์โครงการอาหารกลางวันเหมือนเดิม" บัวนึกได้รีบบอก ดำตอบรับด้วยความยินดี

แก้วเดินดูผลงานของดำถามว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขาบอกว่าเตรียมกล้าไม้ให้ชาวบ้านที่จะมาอบรมเอาไปปลูกตามป่าตามเขา โดยทุกคนที่มาอบรมต้องปลูกป่าแทนการเสียเงินอบรม พูดอย่างคาดหวังว่า

"ประโยชน์ก็จะเกิดกับทุกคน มีป่า มีน้ำ ทุกคนก็มีชีวิต โรงเรือนอนุบาลของต้นไม้เล็กๆที่จะเติบใหญ่ในธรรมชาติต่อไป"

ดูแลแปลงอนุบาลต้นไม้แล้ว ดำกับแก้วเดินไปทางท่าน้ำเพื่อจะล้างมือ ระหว่างทางดำยังบอกแก้วว่าเขาคิดจะทำค่ายเยาวชนเพื่ออบรมเด็กๆให้เป็นอนาคตที่ดีของชาติต่อไป ซึ่งแก้วก็สนับสนุนเต็มที่ บอกว่าจะช่วยเหมือนอย่างที่ช่วยเขาปลูกต้นไม้วันนี้ แล้วชวนกันลงไปล้างมือที่ท่าน้ำ

เพราะคบหากันมาแต่เด็กๆหยอกล้อพูดคุยลุยมาด้วยกัน ทั้งแก้วและดำจึงคุยกันเหมือนเพื่อนสนิท แต่เพราะในใจต่างมีอะไรแอบแฝงอยู่ เมื่อดำคว้ามือแก้วไปช่วยล้างโคลนออกให้ เลยทำให้แก้วเขิน พอแก้วเขินชักมือกลับ ดำก็ชักเขินเหมือนกัน แต่พอรู้สึกตัวต่างก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แก้วดึงมือตัวเองกลับจะล้างเอง ลุกขึ้นแต่บันไดท่าน้ำ ลื่นทำให้เสียหลัก คว้าเอวดำหมับเลยตกน้ำไปด้วยกัน คราวนี้เลยยิ่งเขิน แก้วขึ้นจากน้ำก็เดินกลับบ้านไปเลย

ดำมองตามแก้วไปด้วยความรู้สึกที่สับสนกับ ความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน

ooooooo

ขณะดำเดินกลับที่พักนั่นเอง เห็นสายใจ ผู้หญิงที่เขาเห็นมาคุยกับหลวงพ่อบ่อยๆเดินลงมาจากศาลาวัด พอเดินลงมาถึงที่โล่งแจ้งก็เอาผ้าคลุมไหล่คลี่ออกคลุมหัวอำพรางใบหน้าและเดินเลี่ยงๆไป ดำมองอย่างคุ้นตาสงสัย กำลังจะเดินตามไปดูก็พอดีหลวงพ่อเรียกเสียก่อน

ดำถามหลวงพ่อถึงผู้หญิงคนนั้น หลวงพ่อบอกว่าเขาก็แค่มาคุยธุระด้วยเท่านั้น


"ธุระ...ความลับเหรอครับหลวงพ่อ เห็นท่าทางลับๆล่อๆทุกที แล้วมาทีไรก็ต้องคุยกับหลวงพ่อนุ้งนิ้งๆกันอยู่สองคน"

ดำพูดไม่ทันจบก็ถูกตะพดหลวงพ่อเคาะหัวดังโป๊กฐานปากไม่ดีหาว่าหลวงพ่อคุยกับสีกานุ้งๆนิ้งๆ ดำคลำหัวป้อยๆตั้งข้อสังเกตว่า ดูๆไปผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนบ้านเราใช่ไหม เลยถูกหลวงพ่อตัดบทถามว่าตกลงจะเป็นปลัดหรือจะเป็นพนักงานสอบสวนกันแน่

"แหม...ก็แค่อยากรู้ให้หายสงสัยเท่านั้นแหละครับหลวงพ่อ"

"แต่ข้าขี้เกียจตอบ วันนี้งดให้ข่าว งดให้สัมภาษณ์ ข้าจะไปนั่งสมาธิในถ้ำ ห้ามกวนใจ"


แต่พอเข้าไปในถ้ำจริงๆ หลวงพ่อก็ต้องตั้งสติอยู่นานกว่าจะนั่งสมาธิได้อย่างที่ตั้งใจ

ooooooo

ดำยังคิดไม่ตก กลับไปนอนคิดจนฝันไปว่า ตอนนั้นตนยังเด็กๆเห็นสายใจเข้าไปนั่งคุยกับหลวงพ่อที่ศาลาท่าน้ำ ท่าทางหลวงพ่อค่อนข้างจริงจัง

ต่อมายังเห็นสายใจมาอีกหลายหน ทำให้ดำยิ่งสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร

ขณะที่ในฝันกำลังจะไปหาคำตอบนั่นเอง ดำก็สะดุ้งตื่น พอตื่นมาก็ยังอดสงสัยไม่ได้คิดต่อไปว่า "ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันแน่" แต่พอจะนอนต่อก็เอะใจ เมื่อแว่วเสียงบางอย่างอยู่ข้างนอก...

ดำถือไฟฉายส่องออกไปดู ที่แท้คือขาวมาซ้อมไม้ศอกอยู่อย่างจริงจัง พอเห็นแสงไฟฉายสาดมาขาวคว้าคบไฟที่อยู่ใกล้มือโยนใส่แต่ไม่ถูกไฟฉาย ขาวเลยวิ่งหนีไปในความมืด

ดำยังไม่รู้ว่าเป็นใครวิ่งตามไปหมายจะจับตัวให้ได้ วิ่งไล่กวดกันไปจนถึงชายป่าบริเวณวัด ขาวหยุดถอดเสื้อยืดที่ใส่มาพันหัวอำพรางใบหน้าไว้ ดำวิ่งมาพร้อมไม้พลองในมือ พุ่งไม้พลองใส่ขาวทันทีจนขาวเสียหลักล้มลง ดำพุ่งเข้าไปจับแขนขาวล็อกพลิกหน้าขึ้นมาดู ถูกขาวใช้ศอกกระทุ้งจนเบ้าไฟฉาย
แตกแสงดับวูบลงทันที

ทั้งสองต่อสู้กันในความมืด ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างไม่มีใครยอมใคร  จังหวะหนึ่งทั้งคู่ประสานสายตากัน  ดำชะงักจำแววตาคู่นั้นได้ แต่ถูกขาวใช้ไม้ศอกตีใส่จนดำหงายลงไปกองกับพื้น แล้วขาวก็วิ่งหนีไปอย่างไร้ร่องรอย

ooooooo

ที่ตลาดนัดเช้าวันรุ่งขึ้น บัวเอาสินค้าปลอดสารพิษไปวางขายหลายอย่าง จู่ๆแม่เลี้ยงอุ่มคำก็เข้ามาทักว่าขายดีสินะ

บัวบอกว่าขายดี ตนจำเป็นต้องปรับตัวใหม่มาทำเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อลดต้นทุนจะได้มีเงินมาใช้หนี้แม่เลี้ยง เภาเองก็ช่วยพูดว่าตนแพ้ยาฆ่าแมลงด้วย ขอให้แม่เลี้ยงเห็นใจด้วยเถิด

"ยังไงก็รีบๆเข้านะนังบัว ใกล้เวลาใช้หนี้แล้ว แกเบี้ยว ฉันยึดที่แกหมดแน่" พอบัวรับปากแม่เลี้ยงบอกว่าเดี๋ยวจะทำกับข้าวไปทำบุญสักหน่อย บัวเลยหยิบผักปลอดสารพิษฝากไปทำบุญด้วย หยิบผักถามว่าแค่นี้พอไหม

"ไม่..." แม่เลี้ยงยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วส่งสัญญาณให้ลูกน้องกรูกันเข้ามาแย่งสินค้าของบัวไปหมด มิไยว่าเภากับก้อนจะอ้อนวอนอย่างไรก็ไม่ฟัง สั่งลูกน้อง "ฉันจะเอาหมดนี่ ขนไปขึ้นรถให้หมด"

เมื่อก้อนเข้าแย่งคืนก็ถูกลูกน้องแม่เลี้ยงชกจนหน้าหงายลงไปกองกับพื้น แม่เลี้ยงเองก็เงื้อมือจะตบบัว พริบตานั้นเองขาวปรี่เข้ามาชกลูกน้องแม่เลี้ยงจนกระเด็น เขาจัดการลูกน้องแม่เลี้ยงลงไปหมอบกระแตหมด ทำเอาทุกคนมองตะลึง

พอแม่เลี้ยงเห็นว่าเป็นขาวแต่งตัวดูดีก็ทักว่าหายไปไหนแล้วทำไมถึง...แม่เลี้ยงมองอึ้งๆกับการแต่งตัวที่เปลี่ยนไปของขาว

"พาคนของแม่เลี้ยงกลับไป ไม่อย่างนั้นฉันไม่เกรงใจแน่" ขาวบอก

แม่เลี้ยงขู่จะฟ้องหลวงพ่อ ขาวปรามว่าอย่าเอาหลวงพ่อเข้ามาเกี่ยว แม่เลี้ยงเลยจำต้องพาลูกน้องกลับไป

จากนั้นขาวขับรถพาบัว ก้อน และเภามาส่งที่บ้าน ทั้งยังจ่ายค่าสินค้าที่ถูกแม่เลี้ยงแย่งไปให้ด้วย บัวเกรงใจเพราะขาวเคยส่งเงินมาช่วยหลายครั้งแล้ว แต่ขาวบอกว่าเล็กน้อยไม่เป็นไร

ก้อน เภา และบัว ต่างชื่นชมที่ขาวมีน้ำใจและเจริญขึ้น ขาวบอกว่าบังเอิญตนได้เจ้านายดี บัวถามว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่ เลยใช่ไหม

"พี่ยังไม่รู้นะบัว แต่ที่แน่ๆ พี่จะกลับมาช่วยคนที่นี่" ขาวพูดอย่างภาคภูมิใจ แล้วขอตัวกลับไปทำธุระก่อน

ooooooo

ขาวไปกราบหลวงพ่อ หลวงพ่อลูบหัวขาวด้วยความปลื้มปีติที่เห็นขาวกลับมา ทั้งหลวงพ่อและพระเณรในวัดต่างได้รับจีวรและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ขาวนำมาถวาย หลวงพ่อถามว่าเลิกซิ่งแล้วใช่ไหม

"ครับหลวงพ่อ ตอนนี้ผมทำงานเป็นเรื่องเป็นราวแล้วครับ" หลวงพ่อถามว่างานอะไร ที่ไหน "มูลนิธิพิทักษ์ไทย ที่สร้างศูนย์หัตถกรรมอยู่ที่นี่น่ะครับ"

หลวงพี่ฉิมอุทานอย่างตื่นเต้นว่าไม่เบาเลยนะเนี่ย ก็พอดีดำในชุดข้าราชการเดินขึ้นมาที่ศาลา ดำดีใจมากที่เห็นขาวรีบเข้าไปหา แต่พอขาวหันมาเห็นดำ รอยยิ้มบนใบหน้าก็เจื่อนจางลงทันที

เมื่อหลวงพ่อพาขาวไปดูห้องที่ดำจัดตกแต่งและทำความสะอาดทุกอาทิตย์รอคอยวันที่ขาวจะกลับมาอยู่ ขาวมองไปรอบห้อง เห็นทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม ขาวหันไปยกมือไหว้ ขอบคุณหลวงพ่อ

"ขอบคุณเจ้าดำเขาเถอะ เพราะเขาปัดกวาดเช็ดถูให้เอ็งทุกอาทิตย์"

"มีปลวกขึ้นตรงนั้น แต่พี่ซ่อมให้แล้ว แต่กว่าจะสำเร็จต้องรื้อของออกมาทั้งห้องเลยนะ ไงเนี้ยบไหม" ดำเล่ายิ้มแย้มดีใจที่ได้ทำให้ขาวมาตลอดเวลาที่เขาไม่อยู่

ขาวฟังดำแล้วนึกถึงวันที่เขากลับมาเห็นดำขนข้าวของในห้องออกมากองนอกห้องหมด เกิดเข้าใจผิดจนหนีไปด้วยความไม่พอใจ

แต่สุดท้ายขาวก็ไม่กลับมาอยู่ที่ห้อง หลวงพ่อถามว่าแล้วจะไปอยู่ไหน ขาวแค่ยิ้มๆ

ooooooo

ขาวกลับมาถึงบ้านพักริมน้ำของเสี่ยพิทักษ์ พอดีเสี่ยถามเจษว่าขาวหายไปไหน เจษจะโทร.ตาม ขาวก็ปรากฏตัวขึ้น ขอโทษที่ไปโดยไม่ได้บอกเสี่ย เล่าว่าตน ไปไหว้หลวงพ่อมา

เสี่ยยิ้มแย้มบอกว่าไม่เป็นไรตนแค่ถามดูเฉยๆเท่านั้น บอกขาวว่า

"ระหว่างรอศูนย์หัตถกรรมเปิดอย่างเป็นทางการ ฉันคงต้องอาศัยนายช่วยแนะนำอำเภอน้ำงามให้ฉันด้วย ฉันอยากเข้าถึงชาวบ้านที่นี่ให้มากที่สุด จะได้ช่วยพวกเขาได้ถูกจุด"

"ได้ครับเสี่ย"

"เดินทางมาเหนื่อยๆ แยกย้ายกันไปพักผ่อนซะ วันพรุ่งนี้ ค่อยเริ่มงานกัน อ้อ...ขาว วันหลังฉันขอไปไหว้หลวงพ่อของนายด้วยคนนะ"

"ครับเสี่ย" ขาวยิ้มยินดีที่จะได้พาเสี่ยไปไหว้หลวงพ่อที่ตนเคารพรัก

มาถึงบ้านพักยังไม่ทันจัดเสื้อผ้าเข้าตู้ เคที่ก็มาอ่อยขาวถึงห้องนอน ดีที่บึมอยู่ด้วยจึงช่วยกันแก้ปัญหาไปได้ ขาวระอาใจกับเคที่มากได้แต่คอยระวังตัวมากขึ้นเท่านั้น

ooooooo

วันต่อมาจ่าดำเกิงก็เอาห่อพัสดุไปวางที่โต๊ะแก้วบอกว่ามีคนฝากของมาให้ แก้วถามว่าใคร จ่าก็ไม่รู้ เลยลองแกะดูโดยมีจีรายุสคอยลุ้นอยู่ว่าจะเป็นระเบิดหรือเปล่า

พอแกะออกดู ข้างในเป็นกรอบรูปที่มีรูปลายเส้นของแก้วอยู่ทั้งยังมีกล่องปืนด้วย พอแก้วเห็นของในกล่องก็เดาได้ทันทีว่าเป็นของฝากจากใคร

แก้วเอากล่องพัสดุและการ์ดแสดงความยินดีที่แนบมาในกล่องไปยืนอ่านที่มุมหนึ่งในสถานีตำรวจด้วยความตื่นเต้น

"ของขวัญสำหรับผู้หมวดใหม่ ไม่แปลกใจเลยที่แก้วจะมีวันนี้ เพราะฉันรู้ว่าแก้วทำได้ในสิ่งที่แก้วฝันเสมอ เก็บภาพนี้ ไว้ให้ดี เพราะฉันวาดมันด้วยชีวิต หอบมันไปทุกที่ที่ฉันไป เพื่อรอเวลาส่งให้แก้วในวันที่เหมาะสม...ส่วนปืน ฉันให้แก้วไว้จับคนร้าย ปืนดีๆเหมาะกับตำรวจดีๆ แก้วดีมากพอที่จะใช้มันบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน จำไว้นะแก้ว ฉันให้ของที่ดีที่สุดกับคนที่ฉันรักเสมอ"

แก้วดูรูปและปืนแล้วก็เอ่ยเบาๆด้วยความรู้สึกดีๆว่า "ขอบใจมากนะขาว"

ดำกับบัวตามหาแก้วอยู่พอเจอก็ทัก "ฮั่นแน่ หลบอยู่นี่เอง"

ที่แท้ดำกับบัวจะมาบอกแก้วเรื่องขาว แต่พอแก้วเอารูปกับปืนให้ดู ทั้งสองก็เข้าใจทันทีถึงความหมายการกระทำของขาว

ooooooo

วันนี้ เสี่ยพิทักษ์ไปกับเจษตามลำพังเพราะไม่ต้องการให้ขาวมารับรู้เรื่องราวที่ตนจะคุยกัน ขับรถวนจนคิดว่าหลง เสี่ยถามเจษว่านายอำเภอกับผู้กำกับรู้ไหมว่าตนมา เจษบอกว่ารู้ เสี่ยบ่นอย่างไม่พอใจว่า

"รู้แล้วยังไม่มาต้อนรับขับสู้ เดี๋ยวได้เก้าอี้ร้อน"

ขณะนั้นเอง เสี่ยมองออกไปเห็นแม่เลี้ยงอุ่มคำกำลังแสดงความเกรี้ยวกราดกับชาวบ้านที่เป็นลูกหนี้อยู่ที่หน้าบ้านตัวเอง เสี่ยดูรู้ทันทีว่าแม่เลี้ยงกำลังทำอะไรอยู่ สั่งเจษให้จอดรถ

แม่เลี้ยงแสดงความเกรี้ยวกราดอำมหิตกับลูกหนี้ ทั้งด่าทั้งให้ลูกน้องซ้อมชาวบ้าน เจษถามว่าเสี่ยสนใจหรือ

"ใช่ คนท้องถิ่นที่เค็มคับแคบอย่างนี้ ฉันต้องการให้มาร่วมงานด้วย"

"เสี่ยแน่ใจเหรอครับว่ามันจะช่วยงานให้เราได้"

"มองตานังคนนี้สิ ความเป็นคนแทบจะไม่เหลือ ที่สิงร่างมันอยู่อสุรกายชัดๆ" พูดแล้วเสี่ยให้เจษรอจนแม่เลี้ยงจัดการกับลูกหนี้เรียบร้อยแล้วจึงแวะเข้าไป ทีแรกแม่เลี้ยงก็มองตาขวางถามว่าเป็นใคร พอรู้ว่าเป็นเสี่ยพิทักษ์ที่มาสร้างศูนย์หัตถกรรมใหญ่โต ก็ต้อนรับขับสู้อย่างนอบน้อม พูดออกตัวว่าที่ทำกับชาวบ้านเมื่อครู่นี้เพราะ "มันเป็นวิธีของที่นี่ คนจนหลายคนอ่านหนังสือไม่ออก ต้องใช้มือใช้ตีนพูดถึงจะเข้าใจ เสี่ยข้องใจอะไรรึเปล่า"

"ไม่ข้องใจเลยสักนิด เข้าใจทุกอย่าง ผมคิดว่าเราร่วมงานกันได้นะแม่เลี้ยง"

แม่เลี้ยงมองหน้าเสี่ยอย่างสงสัยเพราะไม่ทันตั้งตัวกับคำชวนแบบง่ายๆนี้

ooooooo

เช้านี้ขณะหลวงพ่อจะออกบิณฑบาต   ดำมาขอโทษหลวงพ่อที่ตามไปไม่ได้เพราะต้องไปธุระกับนายอำเภอ หลวงพ่อพูดติดตลกว่าไม่เป็นไร ตามหลวงพ่อ ออกบิณฑบาตตั้งแต่เล็กจนเป็นปลัดอำเภอขาดสักวันไม่เป็นไรหรอก

แต่ขาดดำไปก็ยังมีขาวเข้ามาแทน เพราะจู่ๆขาวก็มาขอตามหลวงพ่อไปบิณฑบาตด้วย ซึ่งขาวก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่น้อย
จนกระทั่งมาถึงหน้าบ้านเสี่ยพิทักษ์ เสี่ยออกมาใส่บาตร เอ่ยกับหลวงพ่ออย่างปีติยินดีว่า

"ดีใจครับ   ในที่สุดผมได้พบรู้จักหลวงพ่อจนได้" หลวงพ่อบอกว่าท่านก็เป็นแค่พระบ้านนอกเท่านั้น เสี่ยชมว่า "แต่หลวงพ่ออบรมขาวมาดีมากครับ ขาวช่วยชีวิตผมมาแล้วนะครับ แถมยังไม่เคยลืมที่จะกลับมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดอีก"

คำชมของเสี่ยพิทักษ์ทำให้หลวงพ่อพลอยปลื้มไปด้วย เสี่ยยังบอกหลวงพ่อว่าแล้วจะไปกราบหลวงพ่อที่วัดอีก ส่วนขาวก็บอกกับเสี่ยว่าขอไปส่งหลวงพ่อแล้วจะรีบกลับมา

หลังจากใส่บาตรแล้ว เสี่ยพูดด้วยใบหน้าอิ่มเอิบว่า ทำบุญแล้วจิตใจสบายดีเหมือนกัน แล้วหันไปถามเจษว่า เตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่ไหม

"เรียบร้อยครับเสี่ย   บ้านเราพร้อมต้อนรับแขกชุดแรกที่จะมาเยือนครับ" เจษตอบด้วยแววตาที่พราวไปด้วยเลศนัย

แขกพิเศษของเสี่ยวันนี้คือแขกจากอำเภอและสถานีตำรวจ   แน่นอนว่าทั้งนายอำเภอปราบและผู้กำกับสุจริตต้องเคี่ยวเข็ญแกมบังคับให้ปลัดใหม่กับร้อยตรีหญิงแก้วตาไปด้วย แม้ทั้งสองจะพยายามบ่ายเบี่ยงแต่ก็ขัดคำขอของเจ้านายไม่ได้

ooooooo

เมื่อไปถึงบ้านเสี่ยพิทักษ์ซึ่งสร้างอย่างใหญ่โตที่ริมน้ำ จ่าดำเกิงซึ่งขอติดสอยห้อยตามไปด้วย เห็นคนงานขนลังจากรถบรรทุกเข้าไปในศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทยของเสี่ยก็สงสัย แต่ขณะกำลังจะขยับเข้าไปดูนั่นเอง แบ็งค์กับหมีที่จับตาดูอยู่ก็เข้ามาบอกจ่าว่า เป็นแอร์ ชาวบ้านที่มาทำงานจะได้เย็นสบาย แล้วรวบรัดเร่งให้จ่ารีบไปกินข้าวเสียเขาตั้งโต๊ะไว้เรียบร้อยแล้ว

ที่บ้านเสี่ยนี่เอง เคที่ได้เจอกับดำ เธอเลียบเคียงถามดำว่าเขาเป็นคนที่นี่ก็คงต้องรู้จักผู้ช่วยของป๊าตน ทำให้เสี่ยนึกขึ้นได้ถามว่าขาวยังไม่กลับใช่ไหม เจษจะโทร.ตาม เสี่ยบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวคงมา แต่คนที่มาถึงก่อนคือแม่เลี้ยงอุ่มคำที่แต่งตัวสวยเป็นพิเศษ

พอเห็นดำกับแก้วก็ทักทายว่ามากับเขาด้วยหรือ แม่เลี้ยงทักทายยิ้มแย้มแต่แววตานั้นเชือดเฉือน ซึ่งทั้งดำและแก้วก็ไม่ได้ประหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย
พอแก้วกับดำอยู่กันตามลำพัง ขณะขอตัวไปเข้าห้องน้ำก็ลงความเห็นพ้องกันว่าแม่เลี้ยงอุ่มคำมางานนี้ด้วยแบบนี้ชัดเลย สงสัยกันว่าเสี่ยพิทักษ์ต้องการอะไรกันแน่ แก้วบอกว่าไม่รู้เหมือนกันแต่รู้สึกที่นี่มีอะไรแปลกๆแล้วจะไปดู พอดำทัดทาน แก้วตั้งข้อสังเกตว่ามันน่าแปลกที่ตั้งเป็นศูนย์หัตถกรรมแต่มีการ์ดเยอะมาก

ดำทัดทานว่ามันเสี่ยงเกินไปเพราะเราขอตัวมาเข้าห้องน้ำเท่านั้นเดี๋ยวเขาจับได้ แก้วรั้นจะไปบอกดำว่า "ยากอะไร ก็อย่าให้เขาจับได้สิ ไปเร็ว!"

แต่ทั้งสองไม่ทันจะทำอะไร ก็เจอขาวที่เปลี่ยนชุดแล้วเข้าอย่างจัง ทักทายกันแล้วแก้วขอให้ขาวพาไปดูรอบๆนี่หน่อย ขาวถามว่าอยากดูที่ไหนบอกมาเลย

"ห้องน้ำไม่ได้อยู่ทางนี้นะครับ" เสียงเจษแทรกเข้ามา แล้วเดินมาหาทั้งสามด้วยสายตาที่มองอย่างจับผิด

ส่วนเสี่ยพิทักษ์นั่งคุยอยู่กับแม่เลี้ยงอุ่มคำ นายอำเภอปราบ และผู้กำกับสุจริตกันอย่างถูกคอ ต่างกรุยทางเอื้อประโยชน์ แก่กัน เสี่ยยิ้มแย้มยินดีชูแก้วดื่มให้กับความร่วมมือที่จะนำพาชาวบ้านให้หลุดพ้นความยากจนกัน

แก้ว ดำ และจีรายุส เฝ้าดูความสัมพันธ์ของเสี่ยพิทักษ์ กับเจ้าหน้าที่และแม่เลี้ยงด้วยความรู้สึกที่อึดอัดใจมาก

ooooooo

แม่เลี้ยงอุ่มคำที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับพวกดำและแก้วมาตลอด เตือนเสี่ยให้ระวังดำกับแก้วเพราะสองคนนี้แสบจริงๆ

แต่เสี่ยกลับเห็นว่าดำกับแก้วก็เป็นแค่ตำรวจกับปลัดมือใหม่เท่านั้น ส่วนขาวก็เป็นแค่ลาโง่ตัวหนึ่งที่ตนหลอกใช้ ได้ง่ายดาย

การกลับมาของขาวครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ กับดำดีขึ้นเลย เพราะขาวยังคงมีอคติกับดำ เมื่อดำเตือนขาวเรื่องการทำงานกับเสี่ยพิทักษ์ กลับถูกขาวหาว่าดำอิจฉาที่ขาวได้ทำงานที่ดีกว่าและมีทางก้าวหน้ากว่า แก้วช่วยชี้แจงก็ถูกหาว่าเข้าข้างดำมาตลอด และเมื่อบัวบอกว่าทุกคนเป็นห่วงเขา ขาวกลับย้อนถามบัวว่า คิดว่าตนโง่ใช่ไหม ย้ำกับบัวอย่างหงุดหงิดว่า

"พี่ตั้งใจจะช่วยชาวบ้านทุกคนที่ลำบาก พี่ไม่รู้จะพูดอะไรมากกว่านี้ เอาไว้บัวคอยดูก็แล้วกันนะ พี่จะทำให้บัวเห็นเอง"

บัวได้แต่ถอนใจกับความอคติของขาว ส่วนดำบ่นกับแก้วว่า

"เวลาไม่ช่วยล้างความเกลียดชังไปจากใจมันได้เลยจริงๆ"

ที่บ้านน้ำงามเวลานี้ กลายเป็นสนามต่อสู้แย่งชิงชาวบ้านกัน ระหว่างดำที่พยายามชักชวนชาวบ้านให้มาทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ กับขาวที่ชักชวนชาวบ้านให้เข้าไปทำงานในศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทยของเสี่ยพิทักษ์ โดยล่อใจชาวบ้านด้วยรายได้ที่เจษคุยโวว่าจะได้เดือนละเป็นหมื่นๆบาทโดยไม่ต้องไปอาบเหงื่อต่างน้ำ

นอกจากแย่งชิงชาวบ้านกันแล้ว เสี่ยพิทักษ์ยัง หมายตาที่ของวัดถ้ำผาน้ำไหลเพราะสวยถูกใจมาก เริ่มอ่อยด้วยการเอาของราคาแพงจากเมืองนอกมาถวายเป็นสังฆทาน ทั้งยังบอกหลวงพ่อว่าถ้าทางวัดจะสร้างอะไรให้บอก ตนเต็มที่อยู่แล้ว

การทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่มของเสี่ย ทำให้หลวงพ่อกับดำยิ่งสงสัยการมาของเสี่ยพิทักษ์คนนี้ แต่หลวงพ่อก็บอกดำว่าอย่าเพิ่งมองเสี่ยในแง่ร้ายเพราะศูนย์หัตถกรรมของเสี่ยก็มีประโยชน์กับชาวบ้านไม่น้อย แต่ของที่เสี่ยนำมาถวายเป็นสังฆทานนั้น หลวงพ่อให้ดำเอาไปแจกจ่ายให้คนอื่นเอาไปใช้หมด

เสี่ยไม่เพียงมีความคิดอุบาทว์ที่จะฮุบที่ดินของวัดเท่านั้น แต่ยังสมคบกับแม่เลี้ยงอุ่มคำจะฮุบที่ดินของครอบครัวบัวด้วย พอแม่เลี้ยงบอกว่าบัวกำลังทำเกษตรทฤษฎีใหม่สะสมเงินจะไถ่ถอนคืนอยู่แล้ว หรือไม่ก็รอจนกว่าจะหมดสัญญาค่อยจัดการ

"ก็ไม่เห็นต้องรอให้ครบสัญญานี่แม่เลี้ยง ของพรรค์นี้มันมีทางลัด...เจษ" เสี่ยเรียกมือขวามาทันที

หลังจากนั้นไม่นานแปลงพืชผล กองฟาง โรงเพาะเห็ดที่บ้านบัวก็ถูกไฟเผาไหม้ไปหมด ซ้ำพ่อก้อนกับแม่เภายังถูกไอ้โม่งที่มาแอบเผาทำร้ายเกือบตาย
โชคดีที่ขาวกับดำต่างวิ่งมาช่วยบัว ทั้งสองใช้พลองกับไม้ศอกหันหลังพิงกันสู้กับเจษ แบ็งค์และหมีที่สวมหมวกไอ้โม่งมันมีทั้งปืนและมีด แต่ทั้งดำและขาวต่อสู้ประสานกันอย่างถึงพริกถึงขิง ในที่สุดลูกน้องของเสี่ยพิทักษ์ก็ต้องล่าถอยไป ส่วนไฟที่ลุกโหมอยู่ก็ถูกฝนที่เทลงมาดับสนิท แต่ไฟก็ไหม้ทุกอย่างเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว

ooooooo

ก้อน เภา และบัวอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัว ขาวปลอบใจบัวว่าไม่ต้องเสียใจตนจะช่วยบัวเอง

"บัวต้องเก็บเงินไปใช้หนี้ที่จำนองที่ดินไว้ แต่มาเกิดเรื่องอย่างนี้ บัวคง..." บัวพูดไม่ออก

"คงต้องสู้ใหม่" เสียงหลวงพ่อดังขึ้นแล้วเดินเข้ามาพร้อมผู้ใหญ่ หลวงพ่อชี้ทางออกว่า "คิดมากไปก็หาทางออกไม่เจอ เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิด นับจากนาทีนี้ก็เริ่มทำมันใหม่เสีย ลมหายใจเรายังมี พวกเราก็ตั้งเยอะแยะ ช่วยกันได้นี่"

"ส่วนเรื่องของคดี ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเขา" ผู้ใหญ่บอกแล้วหันไปสั่งแก้ว "อย่าให้เหลวนะไอ้แก้ว"

"ไม่ต้องห่วงจ้ะพ่อ  งานนี้ไม่มีเหลว"   แก้วรับคำ แข็งขัน

วันต่อมาทุกคนก็ตกใจ เจ็บใจ ที่ผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุ จ่าดำเกิงแจ้งว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่พอถูกดำกับแก้วซักถามมากเข้า   จ่าก็โยนกลองให้ไปถามผู้กำกับเอาเอง ครั้นทั้งสองจะไปถามจริงๆ   จ่าก็บอกอีกว่าวันนี้ผู้กองไม่อยู่ไปธุระในต่างจังหวัด แก้วกับดำเลยถามกันว่าจะเอายังไงดี

ooooooo

ตอนที่ 9

เมื่อแก้วได้ฟังเรื่องราวของขาวแล้ว บ่นอย่างหงุดหงิดว่าขาวดื้อมาขนาดหลวงพ่อขอด้วยตัวเองแล้วยังไม่ยอม

"ทุกคนมีเส้นทางชีวิตของตัวเอง เมื่อเขาเลือกเส้นทางของเขาแบบนั้น ถึงเราเสียใจก็ต้องทำใจ" หลวงพ่อสอน

"ใช่จ้ะ...บัวเชื่อนะจ๊ะว่าวันนึงพี่ขาวจะกลับมา" บัวพูดอย่างมั่นใจ พลางถามดำว่า "พี่ดำเห็นที่ริมน้ำด้านโน้นเขาล้อมรั้วรึยัง"

"เห็นแล้ว เมื่อก่อนชาวบ้านยังอาศัยลงไปตักน้ำอาบน้ำได้บ้าง ตอนนี้เข้าไม่ได้แล้ว"

"แล้วใครมันซื้อไปวะ เห็นมันล้อมรั้วข้าก็เห็นหัวใจมันแล้วว่าแคบแน่ๆ" หลวงพ่อถอนใจด้วยความเป็นห่วงคนบ้านน้ำงาม

ooooooo

ด้วยความพอใจในฝีมือและหัวใจสิงห์ของขาว เสี่ยพิทักษ์มาติดต่อขาวให้ไปเป็นการ์ดรักษาความปลอดภัยติดตามตนไปในที่ต่างๆ ขาวกลับมาปรึกษาบึม บึมนึกๆแล้วรู้สึกเหมือนมือปืนมากกว่า

"ไม่ต้องพกปืน ไม่ต้องฆ่าใคร เสี่ยเขาแค่กลัวคนมาทำร้ายเขาเหมือนที่เคยโดนที่ร้านอาหารน่ะ" ขาวชี้แจง ส่วนกรณีที่เคยมีเรื่องกับลูกน้องเสี่ยนั้น เสี่ยเคลียร์แล้ว

บึมเริ่มสนใจแต่ก็เอะใจถามว่าแล้วลูกสาวเสี่ย ขาวไม่กลัวหรือ

"ถ้าฉันไม่เล่นด้วยซะอย่าง ปรมมือข้างเดียวไม่ดังหรอกน่า เอาไง ถ้าแกตกลงก็ไปทำด้วยกัน"

คืนนี้ เสี่ยพิทักษ์จะไปงานดินเนอร์กับรัฐมนตรีด้วยความหวังว่าจะทำให้ธุรกิจบางด้านง่ายขึ้น เจษท้วงติงเสี่ยว่าแน่ใจหรือที่รับ "ไอ้บ้า" สองคนนั้นมาทำงาน
"ไอ้คนชื่อขาวฝีมือมันดี นายเองก็เคยซัดกับมันมาแล้วไม่ใช่เหรอ เอามันมาขัดเกลาอีกนิดเราจะได้มือถึงๆไว้ใช้งาน ส่วนเพื่อนมันคิดซะว่าเป็นของแถม" เสี่ยนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วพูดต่อเบาๆ "เปลี่ยนเรื่องพูดได้แล้ว ฉันไม่อยากให้ขาวรู้อะไรลึกๆมากกว่านี้"

เสี่ยเดินลงมาถึงข้างล่าง เห็นขาว บึม และหมีกับแบ็งค์ยืนเรียงแถวคอยรับอยู่อย่างเป็นระเบียบ ทุกคนแต่งสูทสีดำดูเนี้ยบ เสี่ยมองขาวพูดยิ้มๆ

"แต่งชุดนี้เท่ไม่เบานี่"

ขาวขอบคุณเบาๆ จากนั้นเสี่ยจะเดินไปที่รถ ปรากฏว่าเคที่วิ่งลงมาจากชั้นสองร้องให้ป๊ารอด้วย เคที่อ้อนจนเสี่ยอนุญาตให้ไปด้วย แต่พอเธอเจอขาวที่จะเดินไปขึ้นรถข้างหลัง ก็ดึงแขนขาวไว้ ปรายตายิ้มยั่ว

"ในที่สุด เธอก็หนีฉันไม่พ้น มานั่งด้วยกันสิขาว"

ooooooo

ระหว่างนั่งรถคันเดียวกับเสี่ยและเคที่นั้น เคที่ถามขาวว่าได้ข่าวว่าอยากเรียนหนังสือหรือ ขาวบอกว่า ที่มากรุงเทพฯก็ตั้งใจมาเพื่อเรียนและทำงานด้วย เคที่ถามว่าแล้วพวกการต่อสู้เรียนมาจากไหน

ขาวบอกว่าหลวงพ่อสอน เสี่ยหูผึ่งทันทีถามว่าหลวงพ่อที่ไหน

"หลวงพ่อสิงโตครับ" ขาวบอกด้วยความภูมิใจ "เสี่ยคงไม่รู้จักท่านหรอกครับ วัดของเราเป็นวัดเล็กๆอยู่ที่อำเภอน้ำงาม อำเภอชายแดนโน่นแน่ะครับ"

เสี่ยกับเจษที่นั่งคู่กับคนขับต่างชะงัก เจษหันมองหน้าเสี่ยอย่างรู้กัน  เสี่ยนิ่งคิดสิ่งที่ขาวพูดแววตาเจ้าเล่ห์ล้ำลึก

ooooooo

ดำยังทำความสะอาดห้องให้ขาวอย่างสม่ำเสมอด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งขาวจะกลับมา หลวงพ่อบอกว่าถ้าเหนื่อยหรือไม่หวังแล้วก็หยุดทำเสียเถอะ แต่ถ้ายังมีความหวังมีความสุขก็ทำต่อไป

แก้วกับบัวมาหาดำที่วัด  หลวงพ่อถามว่านัดกันมาเตรียมตลาดหรือ

ตลาดที่หลวงพ่อถามนั้นคือตลาดปลอดสารพิษ มีโต๊ะไม้ไผ่แบบง่ายๆมาตั้งเตรียมวางสินค้า ระหว่างนั้นแก้วคุยกับดำถึงความรู้สึกของชาวบ้านที่ชมว่าดำเป็นกันเองกับชาวบ้านดีและแต่งตัวก็เหมือนดำคนเดิม

"อืม...ไม่อยากให้เครื่องแบบที่ฉันสวมอยู่เป็นกำแพงกั้นฉันออกจากชาวบ้านน่ะ" ดำชี้แจงพูดขำๆว่า "ให้พี่เป็นไอ้ดำของชาวบ้านน่ะดีแล้ว อย่าให้เขาเรียกท่านปลัดเลย"

ขณะนั้นเอง จีรายุสก็โผล่มาทำเสียงล้อ "จ๊ะเอ๋...มีอะไรให้ผู้กองหน้าใสใจดีช่วยบ้างคร้าบ"

ooooooo

ขาวทำงานกับเสี่ยพิทักษ์วันแรกก็เจอดีเข้าจนแทบตั้งตัวไม่ติด เมื่อรถนำขบวนของเสี่ยที่บึมขับรถผ่านไป รถเสี่ยอยู่ตรงกลางและปิดท้ายด้วยรถอีกคันหนึ่ง

จู่ๆก็มีรถบรรทุกเร่งแซงขึ้นมาตีขนาบ ทันใดนั้นตู้เหล็กหลังรถบรรทุกเลื่อนเปิดออก  พริบตานั้นรถมอเตอร์ไซค์ วิบากสามคันพร้อมคนซ้อนทุกคนมีปืนพุ่งออกมา แล้วรถบรรทุกก็แซงขึ้นไป

ขบวนรถมอเตอร์ไซค์วิบากพุ่งเข้าโจมตีขบวนรถของเสี่ยพิทักษ์ทันที! คนขับรถของเสี่ยถูกยิงเจาะหัวตายคาที่ รถเสียหลักทันที เจษโผเข้าประคองพวงมาลัยรถไว้ ส่วนขาวกับเสี่ยพิทักษ์ยังตะลึงกับเหตุที่คาดไม่ถึงอยู่

บึมที่ขับรถคันแรกขับส่ายไปมา ทำให้การ์ดในรถทำอะไรไม่สะดวก หมีตบหัวบึมตะคอกให้ขับดีๆ ส่วนแบ็งค์หยิบระเบิดออกมา แต่พอบึมขู่ว่าเดี๋ยวจะระเบิดรถของเสี่ย มันก็เก็บแล้วชักมีดออกมาแทน แต่ทั้งมีดที่ปาไปและปืนที่ยิงใส่พวกคนร้ายล้วนพลาดเป้าหมาย

การ์ดในรถคันที่สามถูกยิงตายหมด รถเสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนนจอดสนิท

เจษขับรถที่เสี่ยนั่งแทนคนขับที่ถูกยิงตาย เขาพยายามขับหลบหลีกแต่ก็ถูกคนร้ายตามประกบ ขาวกดเสี่ยกับเคที่หมอบลงกับพื้นรถ เคที่กรีดร้องด้วยความตกใจ

"เฮ้ย! ทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อยสิวะ" เจษพูดแล้วโยนปืนพกให้ขาว รับปืนแล้วขาวมองอย่างชั่งใจนิดหนึ่งก่อนโผล่ไปนอกรถยิงใส่คนร้ายทันทีแต่แค่เฉียด กระนั้นเสี่ยก็ยังมองอย่างพอใจ

รถนำขบวนที่ขับโดยบึม ถูกรถบรรทุกคันที่ปล่อยรถมอเตอร์ไซค์ลงมาขับพุ่งเข้าใส่ บึมกับหมีและแบ็งค์ตาเหลือก แต่บึมก็ขับหักแทรกไปอีกด้านอย่างเฉียดฉิว

รถของเสี่ยพิทักษ์ที่ขับโดยเจษประจันหน้ากับรถบรรทุกอย่างจัง   เจษขับเบี่ยงได้อย่างเฉียดฉิว   พอเจษจอดรถขาวก็

ตั้งสติได้รีบดึงเสี่ยกับเคที่ออกจากรถอีกด้านหนึ่ง เจษกระโดดตามไปติดๆ

"ทางนี้ครับ!" ขาวพาเสี่ยกับเคที่หลบที่หลังรถแล้วตัวเองพลิกตัวไปยิงสวนคนร้ายอย่างเร็ว ขาวยิงแม่นราวกับจับวาง เล็งขาถูกขา เล็งแขนถูกแขน จนคนร้ายปืนตกจากมือลงไปนอนกับพื้นร้องครวญคราง ขาวเดินไปหามันสั่ง

"อย่าขยับ! ใครโทร.ตามตำรวจให้หน่อยครับ"

สิ้นเสียงขาว เสียงปืนก็ดังขึ้นหลายนัด ขาวหันมองคนร้ายทั้งสี่คนถูกยิงตายคาที่ ขาวหันขวับไปเห็นเจษกำลังเก็บปืนเข้าซองพูดพร้อมยิ้มเยาะขาวว่า

"ตีงูต้องตีให้ตาย สุภาษิตนี้แกคงเคยได้ยิน"

ขาวคิดตามคำพูดของเจษ หันมองศพคนร้ายทั้งสี่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

ooooooo

เมื่อกลับไปถึงบ้านเสี่ยพิทักษ์  ขาวเข้าไปในห้องทำงานของเสี่ยถามว่าพวกนั้นเป็นใคร

"ฉันก็ไม่รู้ แต่ฉันกับลูกสาวต้องขอบใจนายอีกครั้งที่ช่วยชีวิตเราไว้ ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่ชวนนายมาทำงานด้วย" พอขาวบอกว่าตนไม่สบายใจที่ต้องยิงคนแบบนี้  เสี่ยลุกโอบไหล่ ขาวปลอบว่า "เราป้องกันตัว เพราะถ้าเราไม่ทำเราก็ตาย ส่วนเรื่องที่เจษมันทำฉันก็ปรามๆอยู่เหมือนกัน มันเป็นคนใจร้อน แต่มันก็เป็นคนที่ฉันไว้ใจได้ที่สุดคนหนึ่ง"

ขาวยืนเงียบ เสี่ยนึกได้ถามว่า "อืม...นายยิงปืนแม่นขนาดจงใจไม่ให้ตาย นายไปฝึกมาจากไหน อย่าบอกนะว่าหลวงพ่อนายสอน"

ขาวบอกว่าหลวงพ่อสอนแต่ศิลปะป้องกันตัว แต่เรื่องยิงปืนตนแอบหัดด้วยตัวเอง เสี่ยพยักหน้ายิ้มพอใจแล้วหยิบกระเป๋าเล็กๆใบหนึ่งให้บอกว่า "ของนาย เปิดดูสิ"

ขาวเปิดดู มันคือปืนสั้นใหม่เอี่ยมอยู่ในนั้น ขาวถามว่าเสี่ยหมายความว่าอย่างไร เสี่ยบอกว่านั่นคือปืนประจำตัวของเขา พอขาวทำท่าจะท้วงติง เสี่ยดักคอว่า

"เอาไว้ป้องกันตัว นายต้องได้ใช้มันแน่ตราบใดที่งานสำคัญของฉันยังไม่สำเร็จ"

"งานอะไรครับ" ขาวถามรอคำตอบ แต่เสี่ยแค่ยิ้มเย็นๆไม่ตอบอะไร

จนเมื่อไปที่สระว่ายน้ำ เสี่ยจึงตอบขาว ทำเอาขาวตกใจเมื่อเสี่ยเอ่ยถึงอำเภอน้ำงาม เสี่ยเล่าว่ามูลนิธิพิทักษ์ไทยของตนจะไปตั้งศูนย์หัตถกรรมที่นั่น  เพราะที่นั่นพร้อมทุกด้านสำหรับตนโดยเฉพาะคือความจน  น้ำงามจะเป็นต้นแบบให้ตนทำให้ชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้ จะเปิดที่นั่นให้โลกรู้ว่ายังมีสิ่งสวยงามซ่อนอยู่มากมาย

"ที่นั่นเหมือนแดนสนธยา ไม่มีใครเห็นค่า ไม่มีใครสนใจ" ขาวเศร้าเมื่อพูดถึงบ้านเกิดตัวเอง

"ฉันดีใจมากที่รู้ว่านายเป็นคนที่นั่น" เสี่ยตบบ่าขาวอย่างเป็นกันเอง ทำให้ขาวมีความหวังขึ้นมาแวบหนึ่งว่าตนจะได้กลับไปทำประโยชน์ให้บ้านเกิดตัวเองแล้ว...
ooooooo
ที่น้ำงามมีตลาดสินค้าปลอดสารพิษแล้ว ขึ้นป้ายที่ทำด้วยแผ่นไม้แขวนไว้หน้าตลาดว่า "คืนชีวิตให้แผ่นดิน"

ทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันตลาดแห่งนี้ต่างดีใจ ภูมิใจ ดำถามหลวงพ่อสิงโตกับพวกผู้ใหญ่ที่มาชมงานว่าชื่อโครงการดูดีมีสกุลไหม แก้วถามว่าเท่ไหม แม่ตุ๊กเลยถามว่าทำไมต้องคืนชีวิตให้แผ่นดินด้วย แผ่นดินที่เรายืนอยู่นี่ตายได้ ด้วยหรือ

"ถ้าโดนปุ๋ยเคมี โดนยาฆ่าแมลง สาดลงไปบ่อยๆก็ตายได้จ้ะแม่" แก้วตอบ ดำช่วยชี้แจงว่า

"จุลินทรีย์ในดินตายหมดน่ะครับ เลยทำให้ดินเสื่อมปลูกอะไรก็ไม่งอกงาม ชาวบ้านก็แก้ปัญหาด้วยการอัดปุ๋ยเคมีกับยาฆ่าแมลงเพิ่มไปอีก ซึ่งไม่ใช่ทางออก"

บัวบอกว่าที่ไร่นาของตนก็เป็นแบบนี้ดินเสียซ้ำแม่ก็ยังไม่สบายอีกเพราะยาฆ่าแมลง ทีแรกคิดว่าทำแล้วจะลืมตาอ้าปากได้ แต่ที่ไหนได้ยิ่งทำยิ่งจน

งานนี้พ่อแม่ของบัวเอาผลิตผลปลอดสารพิษมาขายด้วย ไม่เพียงเท่านั้นแม้แต่หลวงพ่อก็มาออกร้านกับเขาด้วยเหมือนกัน แต่เป็นร้านสมุนไพรในโหลแก้ววางบนแคร่ไม้ไผ่หลายโหลหลากสี ทั้งยังชื่อร้านเก๋ไก๋ว่า "สมุนไพรไทยบายหลวงพ่อสิงโต" แก้วแซวว่ามีบงมีบายทำอย่างกับแบรนด์ดังตามห้างเลย

ทุกคนฮือฮารุมกันเข้าไปชม หลวงพ่อมาประกาศว่าใครอยากชิมก็บริการตัวเอง ส่วนเงินให้หยอดลงกล่องตามศรัทธา แม่ตุ๊กถามว่าแล้วจะได้กำไรหรือ

"ได้สิ แต่ไม่ใช่กำไรเงิน" หลวงพ่อตอบ ดำถามว่ากำไรปัญญาใช่ไหม หลวงพ่อพูดต่ออารมณ์ดีว่า "ข้าล่อให้ชาวบ้านมาสนใจของดีใกล้ตัว สมุนไพรไทยมีคุณค่า แต่ถูกลืมถูกทิ้งไว้กับดินกับหญ้า แล้วไปเห็นค่ายาฝรั่งราคาแพง ยิ่งกินยิ่งขาดดุล"

ทุกคนฟังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย ผู้ใหญ่ถามว่าแล้วที่เรียงๆอยู่นี่มันน้ำอะไรบ้าง

"โหลนี้น้ำดอกคำฝอย ช่วยลดไขมัน บำรุงเลือด" เณรจ้อยชี้ไปที่โหลดอกคำฝอย หลวงพี่ฉิมชี้ที่อีกโหลหนึ่งบอกว่านั่นคือน้ำมะขาม มีวิตามินซีสูง เป็นยาระบายอ่อนๆ เณรจ้อยชี้ที่อีกโหลบอกว่า "โหลนี้น้ำอัญชัน มีสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตาด้วยนะโยมผู้ใหญ่"

ทั้งหลวงพี่ฉิมและเณรจ้อยอธิบายสรรพคุณยาสมุนไพรอย่างฉะฉานเพราะถูกหลวงพ่อติวเข้มมาอย่างดี หลวงพ่อบอกแก่ทุกคนว่าเอาไว้แปลงสมุนไพรสมบูรณ์กว่านี้จะทำอย่างอื่นมาจำหน่ายแล้วก็สอนชาวบ้านที่สนใจทำด้วย

"หวังว่าตลาดนัดปลอดสารพิษจะช่วยให้ทุกคนพบแสงสว่างได้นะจ๊ะ" บัวพูดอย่างมีความหวัง

ooooooo

แม่เลี้ยงอุ่มคำมาป่วนที่ตลาดปลอดสารพิษนี้จนได้ ทำเป็นเดินดูสินค้าต่างๆ เห็นผักสดต้นงามก็ถามประชดว่าแน่ใจหรือว่าพวกนี้ไม่ได้ใช้ปุ๋ยของตน  หาว่าดำแอบมาใส่ปุ๋ยที่ซื้อจากร้านของตนตอนกลางคืนไม่อย่างนั้นผักจะอวบขนาดนี้ไม่ได้แน่

"ถ้าแม่เลี้ยงอยากเรียนรู้การคืนชีวิตให้แผ่นดินที่ตายเพราะสารเคมี เร็วๆนี้ผมจะเปิดอบรม แม่เลี้ยงพอจะมีเวลาไหม จะได้เข้าใจมากกว่านี้" ดำเชิญชวนเชิงท้า แม่เลี้ยงเบ้ปากอย่างไม่สนใจ

หลวงพ่อบอกดำว่าอนุญาตให้ใช้ศาลาวัดเป็นที่อบรมได้เลย ผู้ใหญ่ก็อาสาจะประกาศบอกลูกบ้านให้ ส่วนแม่ตุ๊กขอเข้าร่วมอบรมด้วยเพราะอยากเรียนรู้ แม่เลี้ยงมองทุกคนตาขวาง เยาะเย้ยว่า

"แหม...เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ ฉันไม่เอาด้วยหรอก เสียเวลาทำมาหากิน ลานะคะหลวงพ่อ" แม่เลี้ยงยกมือไหว้ลวกๆแล้วลุกขึ้น หลวงพ่อพูดขึ้นอย่างใจเย็นว่า

"แม่เลี้ยงคงยากที่จะเข้าใจเกษตรทฤษฎีใหม่ เพราะเกษตรทฤษฎีใหม่ต้องใช้หลักธรรมเข้าปฏิบัติควบคู่ไปด้วย คนเราถ้ามั่งมีจนล้น ไม่ยอมแบ่งยอมปัน ธรรมะก็ล้นออกจากสมอง เหลือแต่กิเลสเกาะกินชีวิต"

แม่เลี้ยงหยุดกึกหันมาถามว่าหลวงพ่อว่าตนหรือ หลวงพ่อบอกว่าเปล่า แค่พูดลอยๆ ดำกับแก้วกลั้นขำแทบไม่อยู่ ถูกบัวสะกิดเตือนเลยทำหน้านิ่ง

แม่เลี้ยงเดินผ่านแผงของก้อนกับเภา ทั้งสองมีแก่ใจจะให้ผักปลอดสารพิษไปกิน กลับถูกแม่เลี้ยงบอกว่าถ้าขายดี มีเงินก็เอาไปใช้หนี้ตนเสีย ไม่อย่างนั้นจะยึดที่แน่นอน ว่าแล้วสะบัดหน้าเดินเชิดไป

บัวสงสารพ่อกับแม่รีบเข้าไปจับมือให้กำลังใจ ส่วนดำ แก้ว หลวงพ่อกับแม่ตุ๊กต่างมองตามแม่เลี้ยงไปอย่างระอาใจ กับความเค็มและหน้าเลือดของแม่เลี้ยงคนนี้

ooooooo

แม่เลี้ยงพกความแค้นกลับไปที่บ้าน พูดกับ ลูกน้องว่าเจ็บใจจริงๆ ที่ถูกฉีกหน้าต่อหน้าชาวบ้าน ลูกน้องเสนอให้จัดการเสีย แม่เลี้ยงร้องห้ามบอกว่าดำกับแก้วตอนนี้ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาแล้ว

"กลัวอะไร ปลัดกับตำรวจหน้าใหม่ แม่เลี้ยงสนิทกับบิ๊กๆในจังหวัดตั้งเยอะแยะ" ลูกน้องยุ

แม่เลี้ยงติงว่ายังไม่อยากมีเรื่องกับสองคนนี้ เพราะมันสองคนไม่ธรรมดา พอลูกน้องยุว่าสองคนนี้ขวางทางทำมาหากินของเรา อีกคนถามว่าแบบนี้แล้วใครจะมาซื้อปุ๋ยกับยาฆ่าแมลงของเรา

"แล้วพวกแกคิดว่าคนอย่างฉันจะโง่ให้พวกมันทำสำเร็จ เหรอ" แม่เลี้ยงพูดอย่างมีแผนการ

ooooooo

ที่ตลาดนัดปลอดสารพิษ สินค้าทุกอย่างหมดเร็วเกินคาด โดยเฉพาะน้ำสมุนไพรของหลวงพ่อไม่เหลือ สักหยดหมดทุกโหล แต่หลวงพี่ฉิมแอบดักคอเณรจ้อยที่แสดงความดีอกดีใจกว่าใครเพื่อนว่าเมื่อกี้เห็นเณรชิมไปตั้งหลายแก้ว ทำเอาเณรรีบจุ๊ปากเชิงว่าอย่าเอ็ดไป เดี๋ยวหลวงพ่อรู้

"วันหลังไม่ต้องแอบ ติดน้ำสมุนไพรดีกว่าติดน้ำอัดลมเป็นไหนๆ" หลวงพ่อพูดอารมณ์ดี

ทุกคนดีใจที่ชาวบ้านเริ่มให้ความสนใจโครงการนี้แล้ว ดำมีกำลังใจจนจะเร่งเปิดอบรมชาวบ้านให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม

พอดีจีรายุสกับจ่าดำเกิงเดินเข้ามา หลวงพ่อทักว่าผู้กองขยันดีลากจ่าขี้เมาออกตรวจท้องที่ได้ จ่าเลยคุยโวว่าตนมีสำนึกเหมือนกัน ตนเสนอตัวพาผู้กองไปรู้จักตรอกซอกซอยมาตั้งเยอะ แก้วเลยแซวว่าปีนี้ตนจะเชียร์ให้จ่าได้สองขั้นเลย

จ่าดูโหลน้ำสมุนไพรแล้วนึกได้เสนอหลวงพ่อว่าอยากให้หลวงพ่อลองหมักกระแช่ดูบ้าง กินแล้วชื่นใจดี หลวงพ่อยก ตะพดขึ้นทันที จ่าเตรียมพร้อมอยู่แล้วฉากหลบพ้นรัศมีได้ทัน พูดหน้าเมาๆว่า

"แหม ล้อเล่นน่าหลวงพ่อ ถึงผมจะขี้เหล้า แต่ผมไม่เอานรกมาใส่วัดหรอกน่า"

จีรายุสทำหน้าแปลกๆกับการหยอกล้อกันของจ่ากับหลวงพ่อ จนดำชี้แจงว่าผู้กองไม่ต้องตกใจ หลวงพ่อกับจ่าเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดกันมาตั้งแต่เล็กๆแล้ว   จีรายุสเลยยิ้มออกมาได้ เดินเข้าไปบีบนวดแขนให้หลวงพ่ออย่างเอาใจ จนทุกคนอมยิ้ม

ooooooo

ขาวยังคงทำงานอยู่กับเสี่ยพิทักษ์ วันนี้ขณะเขาเดินมาถึงเหลี่ยมตึกก็ถูกเจษที่ซุ่มอยู่กระชากแขนอย่างแรง ขาวสวนหมัดไปทันทีด้วยสัญชาตญาณระวังตัว เจษสวนมาหลายหมัดแต่ไม่ถูกสักหมัด ซ้ำยังถูกขาวจับแขนตรึงหมัดค้างอยู่กลางอากาศด้วย ขาวถามอย่างไม่พอใจว่าเล่นบ้าอะไร

"อากาศดีๆก็อยากประลองกำลัง เผื่อวันไหนอากาศไม่ดีจะได้ฟาดปากแก้เซ็ง" เจษกวนๆ ขาวด่าว่าไร้สาระแล้วจะผละไป เจษจึงบอกว่าเสี่ยให้ไปพบ

เมื่อไปพบเสี่ยที่ศาลาในสวนหย่อมกลางบ้าน เสี่ยบอกขาวให้เตรียมตัวขึ้นไปที่อำเภอน้ำงาม เพราะโครงการศูนย์ หัตถกรรมพิทักษ์ไทยต้องเดินหน้าเต็มตัวแล้ว ย้ำว่า "งานนี้ต้องพึ่งนายด้วยนะขาว"

"แล้วผมต้องทำอะไรบ้างครับ"

"หลักๆก็ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน เพราะฉันเชื่อว่ายังมีคนคิดว่าที่ดินที่ฉันซื้อจะเอาไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว แล้วนายก็ยังคงหาคนมีฝีมือด้านหัตถกรรมให้ฉันได้"

ขาวบอกว่าที่นั่นมีทำกันอยู่ในครัวเรือนแล้ว เสี่ยแนะให้เอาพวกนั้นมาฝึก ปรับรูปแบบให้ทันสมัย งานจะได้ขายมีราคา เรื่องนี้ตนจะหาคนไปสอนเอง ขาวดีใจยกมือไหว้เสี่ย

"ขอบคุณแทนชาวบ้านทุกคนด้วยนะครับ ที่เสี่ยสละให้พวกเขาทั้งๆที่ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย"

"เป็นคนไทยด้วยกันไง ถ้าเราไม่ช่วยกันแล้วจะหวังให้ใครมาช่วย ถ้าศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทยสำเร็จด้วยดี ฉันจะขยายให้ทั่วประเทศ ฉันจะหาตลาดต่างประเทศขายสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านให้พวกเขาเอง" เสี่ยพูดด้วยรอยยิ้มเปี่ยมด้วยเมตตา

ขาวมองเสี่ยอย่างปลื้มปีติ มีความรู้สึกดีๆกับเสี่ยมากขึ้น ในขณะที่เจษยืนฟังอยู่ใกล้ๆ มองหน้าขาวแล้วอมยิ้มอย่างมีเลศนัย

พอขาวออกไปแล้ว เสี่ยสั่งเจษให้เร่งการก่อสร้างให้ เสร็จเร็วที่สุด ภาพของตนในสังคมจะได้ดูสะอาดเร็วขึ้น

"เสี่ยครับ" เจษนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ "เสี่ยไม่ไว้ใจไอ้ขาวมันเร็วไปหน่อยเหรอครับ"

เสี่ยหัวเราะหันมาพูดกับเจษนัยน์ตาเจ้าเล่ห์ว่า

"แกอยู่กับฉันมานาน แกควรถามไอ้ขาวมันมากกว่า ว่ามันไว้ใจฉันเร็วไปรึเปล่า" เสี่ยหยุดไปนิดหนึ่งก่อนพูดต่ออย่างย่ามใจว่า "ความรักที่ไอ้ขาวมันมีให้บ้านเกิด จะเป็นน้ำมัน หล่อลื่นชั้นยอดที่จะขับเคลื่อนให้มันทำงานให้เรา"

เจษกับเสี่ยยิ้มให้กันอย่างได้ใจ!

ooooooo

"ศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทย" เริ่มมีการก่อสร้าง สถานที่ทำการท่ามกลางความแปลกใจสงสัยของชาวบ้าน น้ำงาม แก้วกับบัวและจีรายุสนั่งรถที่ดำขับผ่านมาต่างมองอย่างสงสัย  แก้วบอกว่าชื่อแปลกๆ  ดำบอกว่า ตนเช็กมาแล้วเป็นของมูลนิธิพิทักษ์ไทย จีรายุสรู้ละเอียด กว่านั้นว่าเสี่ยพิทักษ์เป็นประธานมูลนิธิ

"เสี่ยพิทักษ์ที่เขาว่าเป็นมาเฟียเบอร์ต้นๆของประเทศน่ะเหรอ"  แก้วถาม  จีรายุสบอกว่าตอนนี้เลิกแล้ว  ถึงได้มาตั้งมูลนิธิขึ้น

"คนงานก็ไม่ใช่คนบ้านเรานะจ๊ะ ดูสิ กั้นรั้วสูงจัง มองไม่เห็นเลยจ้ะ" บัวเปรยๆ

"เดี๋ยวเสร็จก็รู้ ไปเถอะ" ดำมองป้ายศูนย์หัตถกรรมพิทักษ์ไทยอีกครั้งก่อนออกรถไป

ooooooo

แปลงสาธิตการเกษตรปลอดสารพิษของดำขยายและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีการเลี้ยงไก่ และขุดบ่อเลี้ยงปลาด้วย

วันนี้ดำพาแก้ว  บัว  และจีรายุสมาเก็บผัก  ทั้งพระเณร ก็มาช่วยกันคนละไม้คนละมือ  ส่วนจีรายุสถือตะกร้าไปเก็บไข่ที่เล้าไก่

"เลี้ยงไก่เอามูลไก่ไปเป็นอาหารปลาอีกต่อ เกือบครบวงจรแล้วนะดำ" แก้วยิ้มปลื้ม

"อืม...ยิ่งเห็นผล ชาวบ้านก็ยิ่งเห็นภาพชัดขึ้น อีกหน่อยเราจะได้ปฏิวัติการเกษตรของที่นี่  จะได้เลิกเป็นทาสเกษตรเคมีซะที" ดำวางแผนไกล แก้วชมว่าเขาเก่งมาก ดำออกตัวทันทีว่า  "ไม่ใช่ฉันหรอกที่เก่ง  แต่เป็นเราต่างหาก  เราสองคน ฝันอยากให้น้ำงามสวยงามสมชื่อไม่ใช่เหรอ"

บัวขอเอาไข่ไก่ไปทำอาหารกลางวันให้เด็กๆที่โรงเรียนครูทับทิมด้วย ดำบอกว่าเอาไปเลย เณรจ้อยหัวเราะแหะๆ มองผักมองไข่พูดเบาๆว่าทำเผื่อเณรด้วยนะโยม แล้วนึกได้รีบไปบอกแก้วว่าหลวงพ่อให้ตามไปพบที่ศาลา

ooooooo

ที่ศาลาวัดถ้ำผาน้ำไหล มีชาวบ้านมานั่งรวมกลุ่มฟังดำอธิบายรายละเอียดการทำเกษตรปลอดสารพิษกันอย่างตั้งอกตั้งใจ บางบ้านมากันทั้งครอบครัว หลวงพ่อกับจีรายุสนั่งดูอยู่อีกมุมหนึ่งด้วยความดีใจ

"ชาวบ้านเริ่มให้ความสนใจมาสมัครอบรมแล้ว อีกหน่อย ทฤษฎีใหม่จะกระจายไปทั่วเป็นวัคซีนกันภัยให้ชาวบ้าน" หลวงพ่อเห็นอนาคตที่สดใส

"บอกตรงๆนะครับหลวงพ่อ ว่าผมชักชอบที่นี่ขึ้นมาเสียแล้ว" จีรายุสเอ่ย

"อาตมาก็ดีใจ ที่ได้ตำรวจดีๆอย่างผู้กองมาอยู่ที่นี่ แต่ผู้กองยังต้องเจออะไรอีกเยอะ ยังไงก็อย่าเพิ่งท้อซะก่อนล่ะ" หลวงพ่อย้ำคำเดิมที่เคยพูดอีก

"ถ้าทุกคนยังไม่ท้อ ผมก็ไม่ท้อหรอกครับหลวงพ่อ อีกอย่างผมเป็นข้าราชการ ยังไงผมก็ต้องรับใช้ประชาชนให้ คุ้มกับเม็ดเงินที่เขาจ้างผมมาครับ"

หลวงพ่อยิ้ม เอื้อมมือไปตบไหล่จีรายุสเบาๆอย่างชื่นชมกับความคิดความตั้งใจของเขา

ooooooo

เก็บผักและไข่ไก่ใส่เข่งเพื่อเอาไปทำอาหารให้เด็กนักเรียนที่โรงเรียนครูทับทิมแล้ว ดำ แก้ว บัว และจีรายุสก็สรุปการเปิดรับสมาชิกที่สมัครมาอบรมการเกษตรทฤษฎีใหม่  นับได้ถึงสิบห้าครอบครัว  จำนวนคนไม่ต่ำกว่าสามสิบคน

บัวถามดำว่าทำไหวหรือเปล่า ดำตอบอย่างมั่นใจว่าเพื่อคุณภาพชีวิตของชาวบ้านให้ดีขึ้นเหนื่อยกว่านี้ก็ไหว จีรายุส เองก็เสนอตัวช่วยเต็มที่

ระหว่างนั้นดำเห็นรถปิกอัพคันหนึ่งมีผ้าใบคลุมมิดชิด ขับออกจากวัด ต่างสงสัยว่าเป็นรถใครแต่เพราะรีบไปทำอาหารเลี้ยงเด็กๆจึงไม่ติดใจ ช่วยกันขนของขึ้นท้ายรถรีบไปโรงเรียนครูทับทิม

ooooooo

ขาวตื่นเต้นดีใจมากที่จะได้กลับไปที่บ้านน้ำงาม พาบึมไปซื้อสังฆภัณฑ์มากมาย จนบึมถามว่าจะรีบซื้อไปทำไมเพราะเสี่ยยังไม่ได้บอกเลยว่าจะไปวันไหน ทั้งยังซื้อมากมายขนาดไปตั้งวัดใหม่ได้สามวัดเลยทีเดียว


"ก็เตรียมไว้ก่อนไม่เห็นเสียหายนี่" ขาวบอกบึมพลางก็หาเลือกซื้อสังฆภัณฑ์ต่อ พูดอย่างมีความสุขว่า "หลวงพ่อไม่ค่อยได้ใช้อะไรใหม่ๆ  ฉันเลยอยากให้หลวงพ่อกับหลวงพี่ รูปอื่นๆได้ใช้บ้าง"

"ฉันว่าลูกพี่ตื่นเต้นกับการกลับไปครั้งนี้มากนะ" บึมแซวๆ

"ใช่สิ...ก็ฉันกำลังจะกลับไปทำประโยชน์ให้บ้านเกิดฉันนี่ ที่สำคัญ...ฉันกำลังจะกลับไปเอาชนะคนบางคน" พูดประโยคหลังแล้วสีหน้าขาวกลับเครียดขึ้น

ooooooo

ดำ แก้ว บัว และจีรายุส ช่วยกันไปทำอาหารเลี้ยงเด็กๆด้วยความภูมิใจในผลิตผลปลอดสารพิษของพวกตน ดำยกแกงจืดร้อนๆมาให้เด็กๆ  แก้วยกผัดผักปลอดสารพิษมาวาง ครูทับทิมตักข้าวสวยซ้อมมือแจกเด็กๆ  พูดอย่างมีความสุขว่า

"ถ้าเด็กๆได้ทานข้าวซ้อมมือกับอาหารครบหมู่อย่างนี้ประจำคงไม่เป็นโรคขาดสารอาหารแล้วล่ะ ขอบคุณทุกๆคนมากนะจ๊ะ"

ดำยังคิดจะมาสอนเด็กๆให้หัดปลูกผักปลอดสารพิษด้วย ครูทับทิมยินดีสนับสนุนเต็มที่

หลังจากทำอาหารแจกเสร็จ จีรายุสก็เข้าครัวปอกผลไม้เตรียมแจกเด็ก ถูกบัวแซวว่าตำรวจจับมีดปอกผลไม้ นี่ดูแปลกๆ  แก้วเดินอารมณ์ดีเข้ามาสมทบ  ครู่หนึ่งดำเข้ามาเห็นแก้วยืนอยู่กับจีรายุส อารมณ์หนึ่งทำให้เขาเข้าไปแทรกกลางทำเป็นเอาของไปวาง เหลือบเห็นปิ่นโตเถาหนึ่งวางอยู่ถามว่าปิ่นโตใครหรือ

บัวจึงนึกได้ว่าตนทำอาหารเผื่อถวายเณรจ้อย  ว่าแล้วรีบเอาไปเกรงจะเลยเพลเสียก่อน

ooooooo

ถวายเพลเณรจ้อยแล้วบัวกลับไปหาดำ  แก้ว  และจีรายุสที่แปลงสาธิต ขณะที่ทุกคนกำลังจะแยกย้ายกันไปทำงานนั่นเอง หลวงพี่ฉิมก็เดินเร็วๆเข้ามาบอกว่าเณรจ้อยแย่แล้ว

ทุกคนตกใจรีบไปดูเณรจ้อย จนเมื่อตามไปที่โรงพยาบาล กำลังจะตามหมอที่นำเณรจ้อยเข้าห้องตรวจ ทุกคนก็ชะงักเมื่อเห็นรถสองแถวขับอย่างเร็วเข้ามาจอด มองไปเห็นครูทับทิมนำเด็กนักเรียนมีอาการอ่อนแรง  หลายคนอาเจียนอย่างหนัก หลายคนหมดสติมาโรงพยาบาล

ความตกใจเพิ่มเป็นทวีคูณ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เวลาเดียวกัน  ที่บ้านแม่เลี้ยงอุ่มคำ  แม่เลี้ยงกำลังหัวเราะร่าสะใจ มีลูกน้องสามคนและชายแปลกหน้าสองคนยืนตรงหน้า แม่เลี้ยงประกาศยกหนี้ให้ทุกคนเป็นค่าตอบแทนผลงานวันนี้

ลูกน้องและชายแปลกหน้าพากันยกมือไหว้ขอบคุณ หนึ่งในนั้นพูดอย่างสะใจว่า

"ป่านนี้มันคงวุ่นวายกันหมด"

"ช่วยไม่ได้ เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับแม่เลี้ยงอุ่มคำ" แม่เลี้ยงยิ้มเหี้ยมอย่างสะใจ

ooooooo

ผลการตรวจของหมอแจ้งแก่ครูทับทิมและหลวงพ่อสิงโตที่มาดูแลเณรจ้อยและเด็กๆที่มีอาการเดียวกันคือ ทุกคนได้รับยาฆ่าแมลงเกินขนาด

พวกพ่อแม่เด็กพากันไม่พอใจ รุมต่อว่าดำว่าไหนบอกว่าผักพวกนี้ปลอดสารพิษ  บางคนถึงกับด่า  ดำ  แก้ว  บัว  และจีรายุสพยายามชี้แจง  แต่ยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ว่าทำไมจึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

"ใจเย็นๆนะครับทุกคน ผมว่าเรื่องนี้กลิ่นชักแปลกๆ" จีรายุสเอะใจขึ้นมา

ส่วนดำกับแก้ว รวมทั้งบัว ก็ต้องรับหน้ากับชาวบ้านที่พากันมาต่อว่าอย่างรุนแรง บางคนถึงกับประกาศจะไม่ร่วมโครงการนี้อีกแล้ว ดำบอกแก่ชาวบ้านว่า

"เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่มีใครตั้งใจให้เกิด ไม่อย่างนั้นเณรจ้อยคงไม่...เอาเป็นว่าขอเวลาฉันหน่อยนะ ฉันจะหาทางชี้แจงกับทุกคนเอง"

ผู้ใหญ่ได้ข่าวรีบตามมาที่โรงพยาบาลถามดำอย่างไม่พอใจว่าเกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ดำแทบหมดแรงที่ถูกทุกฝ่ายเล่นงานหนัก หลวงพ่อเดินออกมาสมทบ ให้กำลังใจดำว่า

"หายใจลึกๆ ตั้งสติให้มั่น มีเหตุ...ก็ต้องมีต้นเหตุ จำไว้ ถ้าเอ็งเดินอยู่บนเส้นทางที่ตรงเอ็งไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น"

คำปลอบใจของหลวงพ่อและความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนทำ แม้ดำจะถูกนายอำเภอตำหนิอย่างรุนแรงว่าทำงานที่ไม่ใช่หน้าที่จนเป็นเรื่อง แต่ดำก็ยึดมั่นในความตั้งใจทำดีให้กับคนในบ้านเกิด ตอบโต้นายอำเภอว่า

"ตกลงข้าราชการอย่างเราเป็นได้แค่หุ่นกระบอกที่รอคำสั่งให้พยักหน้ารับครับๆ  รับคำสั่งให้หันซ้ายหมุนขาวเท่านั้นเหรอครับนายอำเภอ"

นายอำเภอชี้ให้ดำเห็นว่าโครงการของเขาเป็นโครงการที่ดี แล้วคิดไหมว่าทำไมจึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ดำถามว่าตนชนตอเข้าใช่ไหม นายอำเภอจึงพูดอย่างคนมีประสบการณ์ให้ฟังว่า

"แล้วชีวิตข้าราชการจะสอนให้คุณรู้ว่าผลประโยชน์กับความถูกต้องมันสวนทางกันเสมอ!"

ooooooo

ตอนที่ 8

คืนนี้ ขาวไปแข่งรถตามปกติ เหตุคาดไม่ถึงเกิดขึ้นเมื่อถูกตำรวจมาดักจับ แก๊งรถซิ่งเลยแตกกันกระเจิง ตี๋กับบึมหนีไปด้วยกัน ตะโกนบอกขาวว่าแล้วไปเจอกันที่บ้าน

ขาวบึ่งรถหนีไปอย่างคล่องแคล่ว ถูกหมวดจีรายุสกับตำรวจและนักข่าวดักอยู่ ตำรวจนายหนึ่งชักปืนจะยิง จีรายุส

ห้ามไว้ทัน มองตามขาวไปอย่างเจ็บใจที่หนีรอดไปได้

ที่ไหนได้ ขาวถูกแก้วดักเอาไม้ฟาดจนตกจากรถ พริบตานั้นเองแก้วพรวดเข้าไปใส่กุญแจมือฉับ แต่พอเปิดหมวกกันน็อกออก ทั้งคู่ต่างก็ตกใจ

แก้วถามขาวว่ามาทำอะไรที่นี่ ขาวไม่มีแก่ใจจะตอบบอกแก้วให้รีบปล่อยตนก่อน แก้วยังพยายามทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเคร่งครัด ซักถามจะเอาความจริงจากขาวให้ได้ แต่ขาวก็เฝ้าเร่งรัดให้รีบปล่อยตนไปก่อน เมื่อแก้วไม่ยอมขาวตัดสินใจพุ่งเข้ากระแทกตัวแก้วเพื่อจะแย่งกุญแจมาไขกุญแจมือ

ทั้งคู่กระแทกและยื้อแย่งกัน จนแก้วขัดขาขาวล้มลงแต่ตัวเองก็เสียหลักล้มไปด้วย  หน้าแก้วไปชนหน้าขาว

อย่างจัง ต่างชะงักมองกันอึ้ง แต่พอตั้งสติได้ต่างก็ผละจากกัน ขาวพยายามใจเย็นจะเจรจากับแก้ว จนในที่สุดแก้วใจอ่อนยอมไขกุญแจมือปล่อยขาวไป เธอมองขาวอย่างผิดหวัง

"บางทีชีวิตคนเราก็ไม่มีทางเลือกมากนักหรอกนะแก้ว แต่ฉันสัญญาว่า..."

"ไปได้แล้วขาว ถ้ารุ่นพี่ฉันกลับมา ฉันช่วยนายไม่ได้แล้วนะ" แก้วเป็นฝ่ายเร่งให้ขาวหนีไป ขาวตัดสินใจวิ่งไปขึ้นรถ แต่ยังหันมาบอกแก้วอย่างกังวลใจว่า

"อย่าบอกหลวงพ่อนะแก้ว"

จนวันรุ่งขึ้น ขาวจึงกลับไปถึงห้องพัก เจอบึมกับตี๋รออยู่แล้ว ทั้งสองดีใจที่ขาวกลับมา ถามว่าหายไปไหนมาทั้งคืน ขาวไม่ตอบแต่ถอดเสื้อแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปด้วยสีหน้าท่าทางซึมเศร้าผิดสังเกต

พอเข้าห้องน้ำ ขาวเปิดน้ำจากฝักบัวรดตัว กำหมัดทุบผนังห้องน้ำด้วยความอัดอั้น

ooooooo

ในวันรับปริญญา ดำไปคนเดียวเห็นใครๆมีพ่อแม่พี่น้องและคนรักมาแสดงความยินดีด้วยก็รู้สึกเหงาเตรียมกลับ แต่แล้วก็ดีใจสุดขีดเมื่อแก้วมาแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่พร้อมช่อดอกไม้

ดำรับช่อดอกไม้แล้วบอกแก้วว่าไม่น่าเปลืองเงินซื้อมาเลย แก้วพูดทำหน้าทะเล้นว่าครั้งเดียวในชีวิตไม่เป็นไรหรอก แล้วมองดำอย่างพินิจพิจารณาเอ่ยอย่างชื่นชมว่า

"แหม...ใส่ชุดครุยแล้วเท่นะเนี่ย"

"ฮ่าๆ คนมันหล่อ...แก้ผ้ายังเท่เลยแก้ว" ดำเก๊กท่าหล่อให้ดู

"ไอ้บ้า ทะลึ่ง" แก้วด่าแล้วควักกล้องถ่ายรูปออกมาชวน "ดำ...ถ่ายรูปประวัติศาสตร์กันมา"

ทั้งสองถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน แก้วถ่ายให้ดำนับไม่ถ้วน ส่วนรูปคู่นั้นก็วานคนแถวนั้นช่วยถ่ายให้ เป็นวันที่

ทั้งสนุกและมีความสุขมากกับความสำเร็จในชีวิตของดำ

หลังจากนั้นก็พากันไปซื้อน้ำกิน ดำบ่นเสียดายที่หลวงพ่อไม่ได้มาถ่ายรูปด้วย แก้วถามว่ากลัวอะไร เราก็เอากล้องกลับไปถ่ายท่านสิ

ดำยิ้มให้แก้วอย่างเห็นด้วย

เช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองก็ไปถึงถ้ำวัดผาน้ำไหล โดยดำยังอยู่ในชุดครุย มีแก้วกับบัวยืนขนาบสองข้าง หลวงพ่อยิ้มรับดำด้วยความปลื้มปีติ

แก้วลงมือถ่ายรูปดำกับหลวงพ่อกระเซ้าเย้าแหย่กันอย่างร่าเริง

ooooooo

ต่อมา นายอำเภอปราบก็ได้รับรายงานจากหน้าห้องว่าปลัดอำเภอคนใหม่มารายงานตัว  นายอำเภอปราบอนุญาตให้เข้ามาได้เลย

ดำเข้าไปเจอนายอำเภอยิ้มรับอยู่ เขาลุกขึ้นยื่นมือออกมาต้อนรับอย่างอารมณ์ดี แต่แล้วก็ชะงักกึกเมื่อเห็นหน้าดำเต็มตา

"ยินดีต้อนรับครับปลัด...นี่แก..." นายอำเภอเสียงเปลี่ยนไปทันที แต่ดำทำไม่รู้ไม่ชี้เอ่ยยิ้มแย้ม

"ขอบคุณมากครับนายอำเภอ" ดำยกมือไหว้ในขณะที่นายอำเภอยังมึนกับการมาของดำอยู่ไม่หาย

เมื่อนายอำเภอพาดำเข้าไปดูห้องทำงานที่จัดเตรียมไว้ต้อนรับอย่างดี เครื่องของแม้จะเรียบง่ายแต่ก็เป็นระเบียบสะอาดเรียบร้อย

"ห้องทำงานของปลัด ผมให้เขาจัดรอไว้แล้ว ขาดเหลืออะไรก็บอกได้นะ"

"แค่นี้ก็ทำงานได้แล้วครับ" ดำยกมือไหว้ขอบคุณ

"ผมคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าปลัดคนใหม่จะเป็น..."

"เด็กเมื่อวานซืนอย่างผม" ดำเอ่ยคำที่ถูกนายอำเภอปรามเมื่อพบกันครั้งแรก

"แหม...ใครจะไปรู้ว่า ไอ้หนุ่มที่เคยเจอกันบนโรงพัก จะกลายมาเป็นปลัดอำเภอ แต่ฉันว่าแก...เออะ...ปลัดไม่น่าเอาอนาคตข้าราชการหนุ่มมาทิ้งไว้ที่นี่เลย" ฟังแล้วดำถามว่าทำไมหรือ "ก็ดูสิ ที่นี่มันมีอะไร นอกจากความยากจนกับความหมดหวัง"

"นั่นแหละครับ คือสิ่งที่ทำให้ผมต้องการอยู่ที่นี่ เพื่อที่จะสร้างความหวังให้บ้านเกิดของผม"

"แต่ที่นี่มันไกลนะปลัด ไกลเกินจะมีใครเห็น ปลัดทำให้ตายก็ไม่มีทางที่ผู้บังคับบัญชาในกรุงเทพฯ เขาเห็นเขาได้ยินหรอก" นายอำเภอพูดด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

"ผมต้องการแค่เห็นชาวบ้านมีความสุข ไม่ต้องรวยก็ได้ แต่มีอยู่มีกิน ไม่ให้ใครมาเอาเปรียบหรือดูถูกว่าพวกเขาโง่ ให้ทุกคนมีความสุขที่ยั่งยืน ส่วนเรื่องใครจะเห็นหรือไม่เห็น ผมไม่สนใจหรอกครับ"

คำตอบที่มั่นใจ เด็ดเดี่ยว และมุ่งมั่นของดำ ทำให้นายอำเภอเงียบไป ดำมองไปข้างนอก สูดหายใจลึกๆด้วยความชื่นใจ เอ่ยอย่างมีความสุขว่า

"กลิ่นหอมของบ้านเกิดนี่มันสดชื่นจริงๆนะครับนายอำเภอ"

ooooooo

วันแรกที่ไปทำงาน เมื่อกลับมาถึงวัด ดำในชุดข้าราชการเข้าไปกราบหลวงพ่อ ท่านมองอย่างชื่นใจ พูดอย่างปีติว่า "ในที่สุด เอ็งก็เอาดีจนได้"

"ได้ดีเพราะหลวงพ่อนั่นแหละครับ ไม่งั้นป่านนี้ชีวิตผมจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้"

"แต่สุดท้ายมันก็ต้องอยู่ที่ตัวของเอ็งเอง   เพราะต่อให้ข้าสอนจนปากฉีก ถ้าเอ็งไม่รักดี สิ่งที่ข้าสอนก็ไม่ต่างอะไรกับอากาศธาตุ"

เณรจ้อยถามแทรกขึ้นว่าเหมือนโยมขาวใช่ไหม ถูกหลวงพี่ฉิมปิดปากไว้ทันทีดุเบาๆว่า พูดอะไรเณร เดี๋ยวหลวงพ่อก็...

"ช่างเถอะท่าน ที่เณรพูดก็มีส่วนถูก" หลวงพ่อพูดขึ้น ดำมองหลวงพ่อด้วยความเป็นห่วง เปรยๆขึ้นว่า ป่านนี้ไม่รู้ขาวเป็นอย่างไรบ้าง "มันก็หายเข้าป่าคอนกรีต นานขนาดนี้มันคงอยู่ได้แล้วล่ะ มันไปเพราะใจมันอยากไป ถ้าวันหนึ่งใจมันอยากกลับ มันก็คงกลับมาเอง" หลวงพ่อพูดปลงๆ

ครู่หนึ่งหลวงพ่อบอกดำว่าวันเสาร์นี้ให้ไปธุระที่บ้านผู้ใหญ่ทิมกับท่านหน่อย

ooooooo

พอถึงวันเสาร์ หลวงพ่อไปที่บ้านผู้ใหญ่ถามว่านึกยังไงถึงนิมนต์มาฉันถึงที่นี่ แม่ตุ๊กบอกว่าอยากให้ท่านเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

ที่แท้เป็นการวางแผนร่วมกันของแก้วกับผู้ใหญ่ เพราะวันนี้แก้วเรียนจบแล้วแต่งชุดนายร้อยตำรวจหญิงกลับมา แก้วอยากให้ทุกคนที่ใกล้ชิดได้เห็นตนในชุดตำรวจที่สง่างาม

หลวงพ่ออบรมทั้งดำและแก้วว่า ต่อไปต้องเป็นตัวอย่างที่ดีกับคนในชุมชนให้มาก

"ไม่ต้องห่วงครับหลวงพ่อ ผมจะทำให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ผมตั้งใจจะเป็นมาทั้งชีวิต" ดำรับคำ

"หนูก็เหมือนกันค่ะหลวงพ่อ เราสองคนไม่มีวันลืมสิ่งที่หลวงพ่อสอนเด็ดขาด"

"อย่าเอาหัวโขนที่เอ็งมีอยู่ข่มเหงประชาชนเด็ดขาด จำไว้...วันไหนที่เอ็งไม่ได้สวมหัวโขนแล้ว สิ่งที่จะตัดสินให้ชาวบ้านเขาจะปรบมือสรรเสริญหรือถ่มน้ำลายสาปแช่ง ก็คือความดีเท่านั้น"

ทุกคนฟังหลวงพ่อด้วยความตั้งใจและจำไปปฏิบัติ

บัวเห็นแก้วอยู่ในชุดตำรวจที่สง่างามแล้วก็อดนึกน้อยใจ ตัวเองไม่ได้...

ooooooo

เคที่ยังตามตื๊อจะเอาชนะขาวให้ได้ ด้วยความร่วมมือจากบึม วันนี้เธอเข้าไปอยู่ในห้องพักของขาว พอขาวกลับมาเจอเขาตกใจถามว่ามาได้ยังไง เคที่ชูกุญแจให้ดูบอกว่าได้จากบึม แล้วทำไก๋ถามว่าซื้ออะไรมาบ้างตนหิวพอดี

"คุณออกไปได้แล้ว ผู้หญิงดีๆเขาไม่เข้ามารอผู้ชายในห้องอย่างนี้หรอก" ขาวเข้าไปลากตัวเคที่ไปทิ้งไว้หน้าห้อง

เคที่ขู่จะฟ้องป๊า ขาวท้าว่าไปฟ้องเลย เคที่โกรธจัดงอนตุปัดตุป่องขับรถกลับไป

บึมกลับมาถูกขาวเขกหัวโป๊กหนึ่งฐานทะลึ่งทำอะไรไม่เข้าท่า บึมเสียงอ่อยๆว่าก็แค่สนุกๆเท่านั้น ขาวบอกว่าตนไม่สนุกด้วย

ขาวเหลือบเห็นหนังสือพิมพ์ที่บึมซื้อมาถามว่ามีข่าวอะไรบ้าง แล้วคว้าไปดู พลิกไปสองสามหน้าขาวก็ชะงักหยุดกึก มองภาพในหนังสือพิมพ์อย่างคาดไม่ถึง

เป็นภาพแก้วกับเพื่อนนักเรียนนายร้อยหญิงถ่ายรูปร่วมกันในวันสำเร็จการศึกษา ขาวอ่านเบาๆ

"นักเรียนนายร้อยหญิงรุ่นแรกสำเร็จการศึกษาแล้ว"

ขาวถอนใจยาว สีหน้าครุ่นคิด เขาคิดถึงแก้วขึ้นมาหลังจากที่มัวหลงกับการแข่งรถไปช่วงหนึ่ง

ooooooo

หลังจากย้ายมาอยู่ที่บ้านน้ำงามไม่นานนัก ผู้กำกับสุจริตก็ได้ร้อยตำรวจตรีหญิงแก้วตา  ลูกสาวผู้ใหญ่ทิมมาร่วมงาน

วันนี้ร้อยตำรวจตรีหญิงแก้วตามารายงานตัวพร้อมประวัติและแฟ้มโครงการอันบรรเจิด ผู้กำกับดูประวัติแล้วถามว่านั่นแฟ้มอะไร แก้วบอกว่าเป็นโครงการอาหารกลางวันสำหรับข้าราชการตำรวจ

"ตำรวจสถานีเราส่วนใหญ่ฐานะไม่ค่อยดี โภชนาการก็แย่ หนูเลยอยากทำโครงการนี้เพื่อ..."

"ไม่ใช่หน้าที่ของหมวด" ผู้กำกับขัดขึ้นก่อนที่แก้วจะพูดจบ พอแก้วจะชี้แจง ผู้กำกับก็ตัดบท "สวัสดิการข้าราชการมีอยู่แล้ว อย่าทำอะไรให้ยุ่งยาก เชื่อผม เฮ้อ...หมวดก็นะ เรียนก็ดี แต่ไม่น่าคิดสั้นมาอยู่ที่นี่เลย"

แก้วบอกว่าที่นี่เป็นบ้านของตนก็อยากกลับมาพัฒนา ผู้กำกับแย้งว่าอำเภอน้ำงามไม่มีข้าราชการคนไหนอยากมาอยู่ ในรอบหลายปีมานี่คงมีอยู่สามคนเท่านั้น หมวดแก้วถามว่าใครบ้าง

"ก็ปลัดอำเภอคนใหม่ สนิทกันไม่ใช่เหรอ"

แก้วรับว่าใช่ เดาว่าอีกคนคือตนใช่ไหม ก็แค่สองเอง

"ขออนุญาตครับ" เสียงหมวดจีรายุสดังเข้ามาก่อนปรากฏตัว ตรงเข้ามาทำความเคารพผู้กำกับสุจริต

"พี่จีจี้!" แก้วอุทานอย่างคาดไม่ถึง

เมื่อได้คุยกันแก้วจึงรู้ว่าจีรายุสขอย้ายมาที่นี่โดยไม่ได้ บอกทางครอบครัว เหตุผลคือย้ายมาเพื่อทำงานและมาดูแลแก้วด้วย แก้วฟังแล้วแทบจะขำออกมาที่คนอย่างตนต้องมีคนมาคอยดูแลถามว่าเว่อร์ไปรึเปล่า จีรายุสบอกว่าไม่เว่อร์คอยดูไปก็แล้วกัน แล้วบอกแก้วว่า

"พาพี่ไปรู้จักพื้นที่หน่อย ได้ข่าวว่าเป็นขาใหญ่แถวนี้ไม่ใช่เหรอ"

"อ๊า...เรื่องนี้มันแน่นอน รู้แล้วว่าจะพาพี่จีจี้ไปไหน" แก้ววางท่าเจ้าถิ่นลุกพาจีรายุสไปกราบหลวงพ่อที่วัดถ้ำผาน้ำไหล หลวงพ่อยิ้มแย้มยินดี ดีใจที่มีคนตั้งใจมาช่วยกันทำงาน แต่ติงๆไว้ว่าถ้าเจอปัญหาอย่าเพิ่งเผ่นกลับง่ายๆล่ะ

"ไม่ต้องห่วงครับหลวงพ่อ เห็นหน้าใสๆอย่างนี้สู้ตายครับ" จีรายุสยิ้มอารมณ์ดีชูสองนิ้วแบบสู้ตาย แก้วมองๆแล้วถามหลวงพ่อว่าปลัดดำอยู่ไหนเมื่อกี้ตนไปหาที่อำเภอก็ไม่พบ โทร.เข้ามือถือก็ไม่รับ

"โน่น...เที่ยงๆอย่างนี้มันไปช่วยโครงการอาหารกลางวันที่โรงเรียนครูทับทิมโน่น"

จีรายุสฟังแล้วแซวแก้วว่าที่ปลัดดำทำดูดีเป็นรูปธรรมกว่าของแก้วเยอะเลย แก้วทำหน้าขึงขังบอกว่าตนจะผลักดันให้โครงการนี้สำเร็จให้ได้ บ่นอุบอิบว่าเซ็งชะมัด โดนสกัดดาวรุ่งอยู่เรื่อย แล้วทั้งสองก็พากันไปหาปลัดดำที่โรงเรียนครูทับทิม

ooooooo

โรงเรียนครูทับทิมที่ว่านี้ ครูทับทิมเอาบ้านเก่าของตัวเองมาดัดแปลงให้เป็นโรงเรียน มีเด็กอยู่ 15-20 คน อายุระหว่าง 3-10 ขวบ ครูเล่าให้ผู้มาเยือนฟังว่า

"ก็มีอยู่เท่านี้แหละค่ะผู้กอง มันไม่ได้เป็นโรงเรียนที่ถูกต้องตามหลักสูตรนัก แต่เด็กพวกนี้ขาดโอกาส บางคนก็ไม่มีสัญชาติไทย เข้าเรียนโรงเรียนของรัฐไม่ได้"

ทั้งสภาพของโรงเรียนที่เก่าซอมซ่อ นักเรียนตัวเล็กๆ ที่มอมแมมแววตาไร้เดียงสาที่เห็นตรงหน้า แก้วเลยถือโอกาสบอกจีรายุสว่าเห็นหรือยังว่าคนทำงานที่นี่ต้องเสียสละแค่ไหน

แก้วถามถึงบัว ดำบอกว่าทำขนมให้เด็กอยู่ในครัว ดำพูดไม่ทันขาดคำเสียงบัวก็ร้องอย่างเจ็บปวด "โอ๊ย..." มาจากครัวหลังบ้าน ทุกคนวิ่งไปดูพบว่าบัวยกหม้อต้มถั่วเขียวหกลวกมือ

จีรายุสรีบเข้าไปจับมือถามว่าเป็นอะไรมากไหม บัวมองงงๆว่าเป็นใคร  แก้วจึงบอกว่าเป็นรุ่นพี่ตนเอง  ดำบอกแก้วให้พาบัวออกไปทำแผลก่อน ทางนี้ตนกับครูทับทิมจัดการเอง

จีรายุสเอาว่านหางจระเข้มาทาแผลให้บัวบอกว่าพรุ่งนี้ก็หาย แก้วชมทึ่งๆว่าไม่น่าเชื่อว่าจีรายุสจะมีความรู้เรื่องสมุนไพรด้วย ดำบอกว่าถ้าชอบเรื่องสมุนไพรวันหลังไปคุยกับหลวงพ่อได้ บัวเสริมว่าหลวงพ่อสิงโตท่านเก่งเรื่องยาสมุนไพร

ดำถามจีรายุสว่าพักที่ไหน เขาบอกว่าอยู่บ้านพักตำรวจหลังโรงพักนั่นแหละ

"ลำบากหน่อยนะครับ แต่เดี๋ยวผู้กองก็ชิน ใครจะรู้ เผลอๆอาจรักที่นี่ไปเลยก็ได้" ดำเอ่ย

"เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงครับ แก้วอยู่ไหนผมอยู่นั่นอยู่แล้ว จริงไหมน้องรัก" จีรายุสหันยิ้มกับแก้ว

"แหวะ...ไม่ต้องมาเลี่ยนเลยพี่จีจี้" แก้วทำหน้าล้อไปตามประสา แต่ทั้งบัวและดำรู้สึกแปลกๆกับความสนิทสนมของทั้งคู่

ooooooo

หลวงพ่อให้ดำยกแปลงปลูกสมุนไพร แต่บอกว่าไว้กลับจากกรุงเทพฯแล้วค่อยจัดการปลูก ดำจึงรู้ว่าหลวงพ่อจะเข้ากรุงเทพฯ เพราะหลวงตาที่เคารพกันท่านมรณภาพต้องไปงานศพ ท่านถามดำว่าเสาร์อาทิตย์นี้ว่างหรือเปล่า ชวนไปด้วยกัน

เข้ากรุงเทพฯวันแรก หลวงพ่อกับดำก็เกือบเจอขาวที่สวนกันตรงทางม้าลาย แต่เพราะคนข้ามมากทำให้เห็นกันแค่แว้บๆไม่แน่ใจ แต่พอขาวดูอีกทีก็ไม่เห็นแล้ว บึมถามขาวว่ามองอะไร

"เหมือนฉันเห็นหลวงพ่อ" ขาวบอก บึมพูดขำๆว่าหลวงพ่ออยู่ถึงชายแดนจะมาธุดงค์อะไรแถวนี้ "ไม่ใช่จริงๆ สงสัยฉันคงตาลายว่ะ" ขาวตัดใจคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้

หลวงพ่อกับดำเดินข้ามถนนมาเพื่อรอขึ้นรอเมล์ไปวัด แต่รอแล้วรอเล่ารถเมล์ก็ไม่มาสักที หลวงพ่อเลยพาดำไปขึ้นรถไฟฟ้าอย่างมั่นใจ

ปรากฏว่าหลวงพ่อพานั่งเลยสถานีที่จะลงไปมากมาย สุดท้ายเลยต้องนั่งย้อนกลับทางเดิม หลวงพ่อพาดำไปขึ้นรถไฟฟ้าอีกครั้งอย่างมั่นใจมากตามเคย

ooooooo

เพราะจีรายุสช่วยทำแผลน้ำร้อนลวกให้ วันนี้บัวจึงทำอาหารใส่ปิ่นโตมาส่งที่บ้านพักหลังสถานีตำรวจ บอกว่านี่เป็นผักปลอดสารพิษ ข้าวซ้อมมือนี่ก็ที่บ้านปลูกเอง

"สุดยอด กำลังหิวเลย งั้นพี่ขอชิมแล้วค่อยติดดาวให้ทีหลังนะครับ" จิรายุสหยิบช้อนตักเข้าปาก พลันก็ต้องชะงักเมื่อเสียงแก้วทักขึ้นว่าฝนตกไม่ทั่วฟ้า ทั้งจิรายุสและบัวเลยหันไปมองเห็นแก้วเดินเข้ามาตรงไปนั่งข้างๆจิรายุสที่กำลังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ ชมทั้งที่อาหารยังคาปากว่า

"แหม...ที่รักอิจฉาหรือ บัวใจดีจังเลยเนอะแก้ว อย่างนี้ผูกปิ่นโตทุกวันเลยได้ไหมจ๊ะบัว"

ความช่างเจรจาและร่าเริงเป็นกันเองของเขาทำให้บัวเขินขึ้นมาไม่รู้ตัว แก้วมองรุ่นพี่ของตัวเองอย่างหมั่นไส้

ส่งปิ่นโตแล้วบัวขอตัวกลับ จิรายุสกำชับให้ขับรถดีๆพูดเสียงหวานแถมยืนโบกมือยิ้มหวานให้อีก จนแก้วถามว่า ออกหน้าออกตาไปหน่อยรึเปล่า

"นั่นแน่...หึงพี่หรือจ๊ะแก้ว" ชายหนุ่มหันมายิ้มหยอกแก้วแทน

"หึงบ้าอะไร พี่จีจ๊ะจ๋ากับแก้ว แก้วไม่ว่านะ แต่อย่ามายุ่งกับบัวเข้าใจไหม"

"เข้าใจ...แต่ขอถามหัวใจตัวเองก่อนนะจ๊ะที่รัก ว่ายอมทำตามรึเปล่า ฮ่าๆๆ"

ความร่าเริงอารมณ์ดีไม่มีขอบเขตของจิรายุส ทำให้แก้วได้แต่ถอนใจทำหน้าเซ็งๆ

ooooooo

บึมกับตี๋แปลกใจมากที่จู่ๆขาวก็จะเลิกแข่งรถด้วยเหตุผลว่าวันหนึ่งเกิดพลาดขึ้นมาไม่ใครก็ใครต้องตายหรือไม่ก็ติดคุก ตี๋กับบึมพยายามเอารายได้และชีวิตที่ดีขึ้นมาหว่านล้อมให้ขาวเปลี่ยนใจ แต่คิดกันคนละแบบกับขาว เพราะขาวเห็นว่าเพราะเรามีเงินเก็บพอที่จะทำอะไรที่ดีกว่านี้ได้เราก็ควรเลิกเสีย

"เลิกแล้วจะทำงานเป็นผู้ช่วยกุ๊กอย่างเดียวเนี่ยนะ จะพอกินเหรอลูกพี่" บึมถามให้คิดใหม่

ขาวดูนาฬิกาแล้วขอตัวไปทำงานก่อนเดี๋ยวสาย ตี๋ตะโกนตามหลังไปว่าคืนนี้มีแข่งรถอย่าลืม

ขาวไปถึงห้องครัวที่ร้านอาหารสายไปเล็กน้อย เขาขอโทษพ่อครัว แล้วขาวก็ตกใจเมื่อรู้ว่าพ่อครัวไม่สบายแต่หยุดไม่ได้เพราะวันนี้มีลูกค้าพิเศษ จึงแก้ปัญหาด้วยการให้ขาวเป็นคนทำและพ่อครัวคอยกำกับดูแลอย่างถี่ถ้วน ปรากฏว่าฝีมือไม่เลว จนพ่อครัวชมว่าต่อไปได้เป็นพ่อครัวมือหนึ่งแน่ๆ

เจ้าของร้านเข้ามาถามว่าออเดอร์ที่สั่งไว้ได้หรือยัง พร้อมกับบอกข่าวดีว่าลูกค้าชมว่าอาหารอร่อยดี ทำให้ขาวมีกำลังใจขึ้นมาก

แล้วแขกพิเศษก็มาถึง  เมื่อเคที่ควงเสี่ยพิทักษ์มากินอาหารที่ร้าน เจ้าของร้านเข้ามาสั่งว่า

"เสี่ยพิทักษ์มาแล้ว ทำพิเศษเลยนะ"

"เสี่ยพิทักษ์ ใครครับ" ขาวถามพ่อครัว

"ก็เสี่ยพิทักษ์นักธุรกิจพันล้านไง เมื่อก่อนได้ข่าวว่าแกเป็นมาเฟียตัวเป้งเลยนะ แต่ว่าตอนนี้เห็นว่าแกวางมือแล้ว วันๆทำแต่การกุศล ไป...รีบทำ เดี๋ยวพี่บอกให้"

พ่อครัวหยิบออเดอร์ขึ้นดู ในขณะที่ขาวก็คว้ามีดและอุปกรณ์ทำครัวอย่างเตรียมพร้อมรับคำสั่ง

ooooooo

เป็นเรื่องจนได้ เมื่อเสี่ยพิทักษ์กินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แต่เคที่โวยวายว่าเค็มมาก ตักจานไหนชามไหนก็บ่นว่าเค็ม เสี่ยชวนไปร้านอื่นก็ไม่ยอมไปแต่เรียกเจ้าของร้านมาต่อว่า

ครู่หนึ่งพนักงานก็เข้ามาบอกในครัวว่าลูกค้าต้องการพบพ่อครัว  เห็นว่าอาหารไม่ถูกปากหรืออะไรนี่แหละ พ่อครัวจึงออกไปเองทั้งที่ไม่สบาย สั่งขาวให้รออยู่ที่นี่เพราะลูกค้าระบุขอพบพ่อครัว

พอออกไป ปรากฏว่าพ่อครัวถูกเคที่ตำหนิติเตียนอย่างรุนแรง แม้แต่เสี่ยพิทักษ์ก็หยุดเธอไม่ได้ ตำหนิต่อว่าจนพอใจแล้วถามว่า แล้วอย่างนี้ใครจะรับผิดชอบ
"ผมรับผิดชอบเอง" ขาวเดินเข้าไปรับหน้าอย่างผ่าเผย ถูกพ่อครัวบ่นว่าออกมาทำไม "ออกมารับผิดชอบครับ ในเมื่อผมทำอาหารพวกนี้ แล้วผมจะปล่อยให้พี่โดนด่าได้ไง"

เคที่หาเรื่องทันที หาว่าทางร้านหลอกลวงเพราะอาหารพวกนี้พ่อครัวไม่ได้ทำเอง  ขาวโต้ว่าคนอื่นไม่เห็นมีปัญหามีแต่เธอนั่นแหละมีปัญหาคนเดียว

เคที่ไม่ยอมจะให้เสี่ยพิทักษ์เล่นงานขาวหาว่าขาวว่าตนผิดปกติ ขาวยกมือไหว้ขอโทษเสี่ยชี้แจงว่าเราไม่มีเจตนาจะหลอกจริงๆ ลูกค้ามาเต็มร้านทางเราก็พยายามหาทางออกที่ดีที่สุดแล้ว แต่ถ้าไม่ถูกปากใครตนขอรับผิดชอบคนเดียวไม่เกี่ยวกับทางร้าน

การออกมาแก้ปัญหาด้วยการยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียวของขาว ทำให้ลูกค้าพากันปรบมือชื่นชมความกล้าหาญและเสียสละของเขา

ขณะที่เรื่องทำท่าจะไม่จบง่ายนั้น เสี่ยพิทักษ์ยกมือห้ามเจ้าของร้านที่พยายามชี้แจง ทุกคนพากันใจไม่ดีคิดว่าต้องมีเรื่องบานปลายแน่

แต่ปรากฏว่าเสี่ยนั่งกินต่อจนได้เวลาปิดร้านจึงกลับ เคที่หงุดหงิดมากที่ทำให้ตนเสียฟอร์ม

"จะให้ป๊าออกฤทธิ์ออกเดชเรื่องอาหารไม่ถูกปากงั้นเหรอเคที่ เฮ้ย...เรื่องเล็กน้อยพวกนี้คนจะเป็นใหญ่เขาไม่ใส่ใจกันหรอกนะ ที่สำคัญไอ้หนุ่มนั่นพูดมีเหตุผล"

ทันใดนั้น เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น เมื่อมีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งคนขี่และคนซ้อนสวมหมวกกันน็อกมาจอดหน้าร้านแล้วชักปืนยิงใส่เสี่ยพิทักษ์ ขาวโผล่มาเห็นพอดีเขาตะโกนให้ระวัง เสี่ยพิทักษ์ดึงเคที่หลบที่หลังรถ คนขับรถของเสี่ยหยิบปืนจะยิงสู้คนร้าย กลับถูกคนร้ายยิงโดนมือจนปืนร่วงแล้วมันก็ปราดเข้าจะยิงเสี่ย ถูกขาวขว้างหมวกกันน็อกใส่จนมันเสียจังหวะ

คนร้ายอีกคนยิงใส่ขาว ขาวหลบแล้วกลิ้งตัวไปเก็บปืนของคนขับรถที่พื้น ขาวยิงใส่มันทันทีโดนไหล่อย่างจัง พวกมันเห็นท่าไม่ดีเลยพากันขึ้นรถหนีไป ขาวถอนใจโล่งอก ส่งปืนคืนให้คนขับรถของเสี่ย พวกคนในร้านพากันออกมาดูด้วยความตกใจ

เสี่ยพิทักษ์โผล่มาจากหลังรถที่พาเคที่ไปหลบ เสี่ยมองขาวอย่างทึ่งในความเก่งกาจกล้าหาญของเขา

ooooooo

เสี่ยพิทักษ์มอบเงินรางวัลให้ขาวหนึ่งหมื่นบาท ขาวยกมือไหว้ขอบคุณแต่ไม่รับ เคที่ถามว่าน้อยไปหรือ ขาวตอบจริงจังว่า

"อย่าคิดว่าคนทุกคนทำอะไรเพื่อเงินไปหมดสิคุณ เพราะที่ผมทำไปก็แค่อยากช่วยชีวิตคนเท่านั้น แล้วถ้าคนอย่างผมคิดจะไม่ช่วย ต่อให้เงินกองท่วมหัวผมก็ไม่ช่วย" พูดแล้วขาวดูนาฬิกาข้อมือ ไหว้เสี่ยพิทักษ์อีกทีแล้วขอตัว หันไปบอกเจ้าของร้านกับพ่อครัวว่าพรุ่งนี้เจอกันครับ แล้วขึ้นรถขี่ออกไปเลย

เคที่มองตามขาวไปอย่างหงุดหงิด หลังจากนั้นเสี่ยนั่งรถกลับพลางคุยโทรศัพท์ในรถบอกว่าตนปลอดภัยดีขอบคุณ แล้ววางสาย หันมาถามเคที่ว่ายังหงุดหงิดไอ้หนุ่มนั่นหรือ ชมขาวว่า

"ไอ้หนุ่มคนนี้มันนักเลงดี แววตามันอย่างกับเสือ เสียดายไม่มีโอกาสคุยกันนานๆ"

"ป๊าสนใจนายคนนี้เหรอคะ" เคที่มองหน้าเสี่ย แต่เห็นเสี่ยทำหน้าเฉยเหมือนไม่สนใจ

ooooooo

เสร็จธุระที่กรุงเทพฯแล้ว หลวงพ่อกับดำนั่งรถแท็กซี่ไปสถานีขนส่งเตรียมเดินทางกลับเป็นรถเที่ยวสุดท้าย เพราะท่านเบื่อความจอแจของกรุงเทพฯ เต็มทีแล้ว

ขณะรถติดนั่นเอง ขาวขี่รถมอเตอร์ไซค์คู่ชีพผ่านมา หลวงพ่อเห็นแม้เพียงแวบเดียวก็จำได้ว่าเป็นขาว พอดีรถแท็กซี่เริ่มเคลื่อนตัวได้ ดำมองไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกสับสน...

ขาวบึ่งรถไปยังถนนตัดใหม่ที่ใช้เป็นที่แข่งรถกัน บึมกับตี๋ดีใจที่เห็นขาวมา เพราะฝั่งโน้นเจาะจงให้ขาวลงแข่ง โดยทีมโน้นสองคนและทีมเราสองคนคือขาวกับตี๋

แต่พอถึงเวลาแข่ง หญิงสาวที่ทำหน้าที่ปล่อยตัวยกผ้าชูขึ้นเตรียมพร้อม

ทันใดนั้นหลวงพ่อเดินผ่าเข้ามาขวางรถไว้ประกาศเสียงดัง "เดี๋ยว!" ขาวตกใจที่จู่ๆหลวงพ่อก็มาปรากฏตัว ดำเกรงหลวงพ่อได้รับอันตรายบอกให้หลบไปก่อน

"ไม่...จนกว่าไอ้ขาวมันจะให้ความกระจ่างข้าว่าอะไรดลใจให้มันมาทำตัวแบบนี้ เพราะข้ามั่นใจว่า ข้าไม่เคยสอน" ขาวทำท่าจะชี้แจง หลวงพ่อตัดบทว่า "นี่เหรอสิ่งที่เอ็งหนีจากแผ่นดินจนๆมาแสวงหาสิ่งที่เอ็งเรียกว่าความเจริญ แต่สำหรับข้า นี่คือความเสื่อมของมนุษย์"

คู่แข่งที่เตรียมพร้อมแล้วตะโกนเร่งอย่างไม่พอใจว่าตกลงจะมาแข่งหรือมาฟังพระเทศน์ ตี๋ก็ตะโกนเร่ง ขาวจึงขอหลวงพ่อ นิมนต์ท่านหลบไปก่อนตรงนี้อันตราย ขอร้องดำให้พาหลวงพ่อออกไป

"ได้...แต่ฉันจะอยู่จนกว่าแกจะยอมเลิกแข่ง" ดำบอก

ขาวหงุดหงิดมาก คู่แข่งก็ตะโกนเร่งแล้วเร่งอีก หญิงสาวที่ทำหน้าที่ปล่อยตัวสะบัดผ้าให้สัญญาณปล่อยตัวทันที คู่แข่งทั้งสองออกตัวไปอย่างเร็ว ตี๋รีบตามไป เหลือแต่ขาวที่ยังลังเลอยู่

เสียงบึมเร่งขาวให้รีบออกตัว หลวงพ่อร้องห้ามไม่ให้ไป สุดท้ายขาวเอ่ยขอโทษหลวงพ่อแล้วพุ่งรถออกไปทันทีจนเฉี่ยวจีวรหลวงพ่อปลิว หลวงพ่อเซเกือบล้ม ดีแต่ดำประคองไว้ทัน หลวงพ่อมองตามขาวไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ท่ามกลางเสียงเชียร์อย่างคึกคะนองของพวกวัยรุ่น

ooooooo

ด้วยเงินเดิมพันที่สูงและความคึกคะนองของวัยรุ่น ทำให้การแข่งขันครั้งนี้ตี๋ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ขาวเสียใจมาก เขายกเงินในบัญชีทั้งหมดจากการแข่งรถมอบให้แก่แม่ของตี๋ แม้จะไม่อาจทดแทนชีวิตที่เสียไปได้แต่ก็ช่วยทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้ทำอะไรเพื่อเพื่อนที่จากไป พร้อมกับบอกบึมว่า

"ฉันกับแกก็หันหลังจากวงการนี้ได้แล้ว ไม่ใช่ฉันกลัวตายนะ แต่ฉันไม่อยากเสียใครไปอีก โดยเฉพะาเพื่อน"

"แล้วก็ถึงเวลาที่เอ็งจะกลับบ้านซะทีนะขาว" หลวงพ่อเอ่ยแทรกขึ้น

ขาวตกใจหันไปถามว่าหลวงพ่อยังไม่กลับอีกหรือ ดำบอกว่าหลวงพ่อรอกลับพร้อมกับขาว

"หมดเวลาผจญภัยแล้วนะ เอ็งโบยบินเข้ามาจนพบความสูญเสียขนาดนี้แล้ว อย่าบินต่อไปให้มันถลำลึกไปกว่านี้อีกเลย" หลวงพ่อหว่านล้อม แต่คำตอบคือ
"ไม่ครับ!"

ดำพยายามชี้ให้ขาวเห็นถึงความเสียใจห่วงใยของหลวงพ่อ แต่ความรู้สึกฝังใจที่เลวร้ายในชีวิตที่ขาวคิดว่าหลวงพ่อลำเอียงรักดำมากกว่าตน และมุ่งมั่นที่จะทำให้ดีกว่าดำให้ได้ก่อนกลับไป ทำให้ขาวระเบิดอารมณ์กดดันออกมาอีก โทษว่าที่ตนเป็นอย่างทุกวันนี้เพราะดำ

"นี่แกโทษฉันอีกแล้วเหรอ ฟังนะขาว ไม่มีใครทำอะไรแกทั้งนั้นนอกจากตัวแกเอง คิดเอง...เออเองทั้งนั้น ไม่รู้ล่ะยังไงวันนี้แกต้องกลับน้ำงามกับฉัน ไป!"

ดำโมโหกระชากคอเสื้อขาวจะพากลับไปด้วย ขาวซัดหมัดใส่ดำทันที ทั้งหลวงพ่อและบึมต่างตกใจพยายามห้ามปรามแต่ไม่มีใครฟัง จนหลวงพ่อต้องใช้ไม้ตะพดฟาดใส่ จนกระเด็นไปทั้งสองคน

"ฟัดกันเหมือนหมาตั้งแต่ในวัดข้ายันวัดในกรุงเทพฯ ก็ยังไม่ละเว้น ใช่ ข้าผิดหวังกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ข้าผิดหวังที่สุดก็คือเอ็งสองคนไม่รักกัน" หลวงพ่อเสียงสะท้านด้วยความสะเทือนใจ

ooooooo

สุดท้ายก็ไม่มีใครทำให้ขาวเปลี่ยนใจได้ ขาวกราบลาหลวงพ่อ บอกหลวงพ่อว่า

"ผมไม่เคยลืมสิ่งที่หลวงพ่อสอน แต่ผมก็ฝืนใจตัวเองไม่ได้เหมือนกัน"  หลวงพ่อถามว่าตกลงวันนี้จะไม่กลับด้วยกันใช่ไหม "ถ้าวันนี้ผมกลับไป ผมก็กลับไปแต่ตัว แต่ถ้าวันหนึ่งผมพร้อม ผมจะกลับไปทั้งตัวทั้งหัวใจ หลวงพ่อไม่ต้องห่วงนะครับ ผมยังรักดีอยู่และก็จะเอาดีในชีวิตให้ได้"

"แล้วข้าจะรอ รอวันที่เอ็งกลับไปน้ำงามทั้งตัวทั้งหัวใจ" หลวงพ่อลูบหัวขาวด้วยความรักและผูกพัน ขาวก้มกราบแทบเท้าหลวงพ่อด้วยความเคารพบูชา

เมื่อหลวงพ่อกับดำไปแล้ว ขาวมองตามน้ำตาคลอ บึมถามว่าร้องไห้ทำไมลูกพี่ ขาวตอบเลี่ยงไปว่าเปล่า พลางเบือนหน้าเอามือปาดน้ำตาออกเดินเลี่ยงไปทันที บึมลุกตามถามอย่างกังวลว่า

"เสร็จงานศพไอ้ตี๋แล้ว พวกเราจะทำอะไรกินกันล่ะลูกพี่..."

ooooooo

ตอนที่ 7

บึมทั้งรักทั้งกลัวขาว เมื่อเห็นขาวยังตกงานอยู่ก็พยายามลุ้นให้ขาวขึ้นชกอีก ขาวไม่สนใจ บึมก็หันมา ลุ้นให้ขาวหันมาจับเคที่เพราะเธอมุ่งมั่นกับเขาเหลือเกิน ขาวบอกว่าตนไม่ใช่แมงดา บึมบ่นว่าคิดเยอะอย่างนี้ ถึงได้ไม่รวยสักที

"ฉันต้องรวยเพราะต้องกลับไปช่วยคนที่บ้านเกิดฉันให้หลุดพ้นจากความอดอยากให้ได้ แต่ต้องไม่ใช่วิธีเกาะผู้หญิงกินแบบนี้"

บึมบ่นว่าโน่นก็ไม่เอานี่ก็ไม่เอา อารมณ์ผีเข้าผีออกอย่างกับพวกวัยทอง แต่ไม่กล้าให้ขาวได้ยิน

ooooooo

เมื่อแม่เลี้ยงอุ่มคำหว่านล้อมบัวไม่สำเร็จก็แกล้งบัวด้วยการเปิดโอกาสให้ลูกน้องชายฉกรรจ์ 3 คนที่เมาเหล้าเข้าปลุกปล้ำบัว โชคดีที่ดำกับแก้วไม่ไว้ใจจึงแวะเวียนมาดู เจอบัวกำลังจะเสียท่าพวกมันพอดี

ดำใช้วิชาไม้พลองที่เรียนจากหลวงพ่อ  คว้าไม้แถวนั้นควงเข้าตีลูกน้องของแม่เลี้ยงอุ่มคำที่ทั้งเมาทั้งหื่นจนสลบไปทั้งสามคนแล้วพาบัวไปแจ้งความที่โรงพัก

ลูกน้องแม่เลี้ยงทั้งสามคนอยู่ในสภาพสะบักสะบอม แม่เลี้ยงนั่งหน้าบอกบุญไม่รับ แก้วโวยวายว่างานนี้แม่เลี้ยงต้องรับผิดชอบ แม่เลี้ยงปัดว่าตนไม่ได้ทำและตนก็ไม่อยู่ด้วยโทษว่าบัวให้ท่าสามคนนั้นรึเปล่า

เภาแม่ของบัวโต้ว่าลูกสาวตนไม่ใช่คนแบบนั้น ก้อนช่วยยืนยันอีกคน แม่เลี้ยงเถียงว่าปกติที่บ้านตนไม่เคยมีเรื่องแบบนี้  แล้วกลับกล่าวหาว่าดำกับแก้วเข้าไปทำร้ายลูกน้องตนถึงในบ้าน  ตนจะเอาเรื่องเหมือนกัน

แม่เลี้ยงหัวหมอจะเล่นงานดำกับแก้ว ถูกทั้งสองโต้ว่า ถ้าพวกตนไปไม่ทันป่านนี้บัวจะเป็นอย่างไร แก้วบ่นว่าบัวไม่น่าไปทำงานในรังโจรเลย แม่เลี้ยงเลยจะเอาเรื่องหันไปฟ้องผู้ใหญ่ทิมว่าดูแก้วพูดเข้า

"เอาล่ะๆ  ยิ่งเถียงยิ่งมากความ  เฮ้ย...จ่า  เมื่อไหร่ผู้กำกับ จะมาวะ" ผู้ใหญ่ถามจ่าดำเกิง จ่าตอบเนือยๆว่าเดี๋ยวก็มาตอนนี้นายอำเภอพาไปเลี้ยงรับตำแหน่งอยู่ หันมองไปก็พอดีเห็นมากันแล้ว

ผู้กำกับคนใหม่นี้คือ ผู้กำกับสุจริต พอเดินมาถึงผู้กำกับในชุดไปรเวตหล่อเนี้ยบถามขึ้นอย่างไม่พอใจว่า

"ไหนจ่า มีเรื่องอะไรถึงได้โทร.ตามผมด่วนขนาดนี้"

จ่าดำเกิงอึกอักติดอ่างขึ้นทันที จังหวะนั้นนายอำเภอปราบหันมาเห็นแม่เลี้ยงอุ่มคำก็ทักทายยิ้มแย้มทั้งยังแนะนำผู้กำกับคนใหม่ให้รู้จักกันด้วย ทั้งนายอำเภอปราบ แม่เลี้ยงอุ่มคำ และผู้กำกับสุจริตต่างทักทายกันด้วยความยินดี ผู้กำกับ พูดอย่างจำได้ว่า

"แม่เลี้ยงอุ่มคำ...อ๋อ...คนดังอำเภอน้ำงามนี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักครับแม่เลี้ยง"

ความยินดีที่ทั้งสามแสดงต่อกัน ทำให้ผู้ใหญ่ แก้ว ดำ บัว เภา และก้อนต่างรู้ทันทีว่าผลของเรื่องวันนี้จะเป็นยังไง

ooooooo

ในที่สุดผลก็ออกมาอย่างที่พวกดำคาดไว้ คือ จบลงด้วยการไกล่เกลี่ย เมื่อลงจากโรงพักแม่เลี้ยงปรามลูกน้องว่าวันหลังถ้าจะก่อเรื่องก็อย่าให้ตนต้องเดือดร้อนและบอกบัวอย่างไม่พอใจว่า

"แกไม่ต้องไปทำงานบ้านฉันแล้ว แต่รีบหาเงินมาใช้ฉันเลย ไม่อย่างนั้นฉันยึดที่แกแน่"

"คนจน...สู้ยังไงก็แพ้" ก้อนพึมพำอย่างเจ็บปวด

"เอาน่า อย่าเพิ่งท้อ สู้ต่อไป ดูสิว่ามันจะจนไปทั้งชาติก็ให้มันรู้ไป" ผู้ใหญ่ให้กำลังใจ แล้วก็เอะใจว่าดำหายไปไหน มองไปมองมาเห็นดำเลี่ยงไปทางพวกผู้กำกับที่ลงไปอีกทางหนึ่ง

ผู้กำกับปรามจ่าดำเกิงว่า "นอกเวลาราชการถ้าไม่มีเหตุจำเป“นจริงๆห้ามตามผมอีกเข้าใจไหมจ่า" จ่าดำเกิงรับคำอย่างนอบน้อม นายอำเภอจึงเชิญผู้กำกับไปหาอะไรกินต่อกัน ดีกว่า จ่าหันมาบอกดำให้หลีกทาง แต่ดำไม่หลีก ถามโพล่งไปว่า

"ทำไมท่านให้เรื่องจบง่ายนักล่ะครับ" ผู้กำกับถามว่าเรื่องอะไร "ก็เรื่องลูกน้องแม่เลี้ยงอุ่มคำ ทำไมผู้กำกับปล่อยไปง่ายๆอย่างนั้นครับ"

ผู้กำกับมองหน้านายอำเภอแวบหนึ่งแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า

"โธ่...เรื่องเล็กๆแค่นี้ทำไมต้องทำให้เป“นเรื่องใหญ่"

"แต่เรื่องเล็กๆที่ถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองละเลยก็กลายเป“นเรื่องใหญ่ๆมาเยอะแล้วนะครับ ที่สำคัญชีวิตของคนเล็กๆในประเทศนี้ ต้องได้รับความยุติธรรมเท่าเทียมกัน" ดำขึงขังจริงจังมาก

"เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว ฉันสองคนไม่มีเวลามายืนฟังแกหรอกนะ ไปเถอะครับผู้กำกับ เสียเวลาเปล่า หลีกไป" นายอำเภอสั่งดำแล้วพาผู้กำกับเดินเบียดดำไป

ดำไม่พอใจมากพูดตามหลังไปว่า "ข้าราชการคือขี้ข้าประชาชน ข้าราชการกินเงินเดือนจากภาษีก็เท่ากับประชาชนเป“นนายจ้างข้าราชการ เพราะฉะนั้นข้าราชการต้องทำหน้าที่ให้ คุ้มเงินทุกบาทที่ประชาชนจ้างมา ถูกไหมครับ" ดำถามยิ้มกวนๆ

"แต่ไอ้ข้าราชการที่ทำงานหัวทิ่มหัวตำทำตัวเป“นฮีโร่เนี่ยสุดท้ายได้อะไร เฮ้อ...ปูนบำเหน็จหลังโดนยิงตาย...ฉันไม่เอา" ผู้กำกับส่ายหน้ายิ้มหยัน ส่วนนายอำเภอเดินมาจ้องหน้าดำถามว่า

"แกรู้ใช่ไหมว่าแม่เลี้ยงอุ่มคำเป“นใคร ฉันน่ะพยายามไกล่เกลี่ยอย่างนี้ดีแล้ว ขืนทำอะไรให้แม่เลี้ยงโมโหขึ้นมาก็ไม่ต่างอะไรกับจุดไฟเผาเก้าอี้ตัวเองหรอก แกต้องเรียนรู้อีกเยอะไอ้หนุ่ม"

นายอำเภอยกมือตบหัวดำสองสามครั้งเชิงสั่งสอนก่อนเดินไป พอดีแก้วกับผู้ใหญ่ รวมทั้งบัวกับพ่อแม่เดินมาหาดำด้วยความเป“นห่วง ดำมองตามนายอำเภอกับผู้กำกับไปอย่างหัวเสีย พูดอย่างมุ่งมั่น

"แล้วผมจะทำให้ดู ว่าข้าราชการที่ดีเป“นยังไง!"

ดำเหลือการสอบครั้งสุดท้ายก็จะจบแล้ว แก้วให้กำลังใจเต็มที่ว่าเขาจะต้องสอบได้และเป“นข้าราชการที่ดีได้ ทำให้ดำยิ่งมีกำลังใจมุมานะเต็มที่ทั้งด้านการเรียนและการทำแปลงเกษตรสาธิต

ooooooo

ขาวยังตั้งหน้าตั้งตาพลิกหนังสือหางานทำ แต่ ในที่สุดบึมก็พาไปฝากเป“นผู้ช่วยพ่อครัวที่เป“นเพื่อนกัน ขาวถูกทดสอบการเป“นลูกมือ นับแต่การหั่นผัก หั่นเนื้อสัตว์ จนพ่อครัวที่ทางเจ้าของร้านให้ตัดสินใจเลือกผู้ช่วยเองรับขาวเข้าทำงาน

"ขอบใจมากนะบึม นี่เป“นครั้งแรกที่แกไม่นำความเดือดร้อนมาให้" ขาวชมแล้วนัดเจอกันคืนนี้ที่อพาร์ตเมนต์

พอบึมกลับไป ขาวก็ทำงานทันที เขาเป“นผู้ช่วยที่ขยัน ทะมัดทะแมง จนพ่อครัวสอนให้ทำอาหาร ขาวก็ทำอย่างตั้งอกตั้งใจจนพ่อครัวชื่นชมในความมุ่งมั่นของขาวมาก

แต่พอรุ่งขึ้นจะไปทำงาน ขาวตกใจมากที่รถหายไป กำลังจะไปแจ้งความ บึมก็มาบอกหน้าตาเฉยว่าตนเอาไปขายแล้ว ขาวฉุนขาดชกหน้าบึมทันที ถามว่าเอารถตนไปขายเอาเงินไปเล่นการพนันใช่ไหม

ลีลามากจนเจ็บตัวแล้วบึมจึงชูกุญแจรถให้ขาวดูบอกให้ใจเย็นๆ ละล่ำละลักบอกก่อนถูกชกครั้งที่สองว่า

"คันนั้นน่ะขายไป แต่คันใหม่นี่ของลูกพี่" แล้วบึมก็ดึงผ้าคลุมรถออก "แอ่นแอ๊น...ต้องคันนี้ถึงจะเหมาะสมกับลูกพี่" ขาวถามว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อรถขนาดนี้มาได้ "ก็เงินจากที่ขายคันเก่าบวกกับเงินที่ลูกพี่ชกมวยคืนนั้นไง ไม่แพงหรอกลูกพี่ คันนี้มือสอง ขายกันเองชิลด์ๆ"

ขาวอึ้ง นึกไม่ถึงว่าบึมจะทำให้ตนได้ถึงขนาดนี้ พูดได้แค่ "ขอบใจเพื่อน..."


"ฉันรู้นะว่าหนุ่มนักบู๊อย่างลูกพี่ต้องชอบมัน บึ้นๆ ลุยเลยลูกพี่ สำแดงเดชให้ดูหน่อย..."

ขาวยิ้มก่อนขึ้นไปขี่รถ สตาร์ตเสียงกระหึ่ม แววตาขาวเป“นประกายอย่างมีความสุข แล้วสวมหมวกกันน็อกออกรถไปอย่าง สุดเท่ บึมมองตามเห็นขาวมีความสุขก็ยิ้มอย่างมีความสุขไปด้วย...

ooooooo

เช้านี้ ผู้ใหญ่ทิมขับรถพาหลวงพ่อไปตรวจสุขภาพกลับมา ทุกคนดีใจที่หลวงพ่อมีสุขภาพดีมาก

ระหว่างทางนั่นเอง สวนกับรถบรรทุกขนไม้คันหนึ่ง ทุกคนมองอย่างจับสังเกต ดำเปรยๆว่า

"แถวนี้ป่าสงวนทั้งนั้นแล้วรถขนไม้คันนี้มาจากไหน"

"เฮ้ย...ไม้ไม่ได้ตีกานี่" ผู้ใหญ่ตาไวร้องขึ้น หลวงพ่อบอกว่า "ไม้เถื่อน"

ผู้ใหญ่เหยียบเบรก กลับรถตามรถบรรทุกไม้คันนั้นไปทันที บอกหลวงพ่อกับดำให้เกาะแน่นๆแล้วผู้ใหญ่ก็เร่งเครื่องแซงขึ้นไป จากนั้นปาดหน้าขวางรถบรรทุกทันที รถบรรทุกเบรกตัวโก่งจนเกือบชนรถผู้ใหญ่ คนขับรถด่า "ไอ้บ้าเอ๊ย ขับรถยังไงวะ"

ผู้ใหญ่ลงไปแสดงตัวแต่ก็ไม่ลืมหยิบปนติดมือไปด้วยในสภาพพร้อมใช้

"ข้าเป“นผู้ใหญ่บ้านที่นี่ พวกเอ็งลงมาจากรถให้หมด" ผู้ใหญ่สั่งแล้วบอกดำ "ดำ เอ็งเอามือถือข้าโทร.ตามตำรวจเร็ว"

ขณะที่ดำกำลังหยิบโทรศัพท์กดโทร.นั่นเอง คนร้ายก็วิ่งขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็ว กว่าผู้ใหญ่จะขยับทำอะไรมันก็ไปไกลแล้ว หลวงพ่อหันหาดำแต่ไม่เจอ


"เฮ้ย...ไอ้ดำ หลวงพ่อดูนั่น" ผู้ใหญ่ชี้ให้หลวงพ่อดู ทั้งสองตกใจกับภาพที่เห็น

ดำเกาะที่ท้ายรถกำลังสาวโซ่ไต่ขึ้นไปบนกองไม้ซุงบนรถ พวกคนร้ายคิดว่าหนีรอดแล้วแต่พอมันมองกระจกหลังก็ตกใจเมื่อเห็นดำกำลังไต่โซ่ขึ้นมา คนขับยังตะบึงรถไป ส่วนอีกสองคน คนหนึ่งคว้าขวานมาจามลงหมายที่มือดำ

โชคดีที่ดำปล่อยมือทัน แต่ก็ถูกอีกคนเงื้อชะแลงจะฟาดลงมา ดำปล่อยมือทิ้งตัวลงด้านล่าง ทำเอาทั้งสองคนถามกันว่า "เฮ้ย...ร่วงไปไหนแล้ววะ" แล้วพวกมันก็ช่วยกันมองหา

ดำเหนี่ยวปลายโซ่โหนตัวเกร็งอยู่ใกล้ๆกับล้อรถอย่างน่าหวาดเสียว เขารวบรวมพลังเหวี่ยงตัวไปจับปลายโซ่อีกเส้นที่ห้อยอยู่เพื่อดึงตัวกลับขึ้นมาด้านบน

ooooooo

พวกคนร้ายยังกวาดตาค้นหาดำอยู่บนกองไม้

อีกคนคาดว่าคงติดบังโคลนรถไปแล้ว ขณะพวกมันถามกันว่าอยู่ไหนนั่นเอง ดำโผล่ขึ้นมาบอกว่า "อยู่นี่!" พริบตานั้นก็ชกหน้ามันจนล้มเกือบตกจากรถ

ดำคว้าไม้เหมาะมือที่อยู่บนนั้นแทนไม้พลองหวดพวกมันอย่างคล่องแคล่ว คนขับมองกระจกเห็นพวกมันกำลังเสียท่าก็เบรกรถกะทันหันจนทั้งสามคนบนรถกลิ้งกันไม่เป“นท่า

คนร้ายลุกพร้อมกันรุมกันเข้ามา ถูกดำกวาดไม้ตีขาจนมันทั้งสองเสียหลักล้มลง คราวนี้คนขับบ้าดีเดือดขึ้นมาคว้าป—นป•นขึ้นมาจะยิงดำ

รถผู้ใหญ่พาหลวงพ่อไล่กวดมาทันพอดี หลวงพ่อพุ่งไม้ตะพดใส่มือที่ถือป—นจนป—นร่วง อีกคนพุ่งไปหยิบป—นจะยิงหลวงพ่อ ถูกหลวงพ่อปรี่เข้าไปหยิบไม้ตะพดหวดใส่มันจนสลบ เหมือดคาตะพด อีกคนจะเข้ามาเล่นงานหลวงพ่อจากข้างหลัง ผู้ใหญ่หยิบป—นจะยิงแต่กลัวถูกหลวงพ่อ ดำไวกว่าพุ่งเข้าไปจัดการคนร้ายคนนั้นจนสลบไปอีกคน

ในที่สุดคนร้ายถูกกระหนาบจนสิ้นฤทธิ์ไปทั้งสามคน หลวงพ่อหันมาชมดำอย่างพอใจว่า

"เก่งมากเจ้าดำ"

"ลูกเสือก็ต้องมีลายเสือสิครับหลวงพ่อ" ดำคุยเขื่อง หลวงพ่อตบบ่าดำเบาๆอย่างชื่นชม

ooooooo

ขาวทำงานผู้ช่วยพ่อครัวอยู่จนคล่อง ก็ปรึกษาว่าตนอยากทำงานพิเศษหลังเลิกงานจากร้านพอมีงานอะไรแนะนำบ้างไหม

"งานที่นี่เริ่มตั้งแต่แปดโมงกว่าจะเลิกก็สี่ทุ่ม แกไม่รู้จัก เหน็ดเหนื่อยรึไง ถึงอยากหางานพิเศษทำอีก"

"เหนื่อยครับ แต่ผมอยากเรียนหนังสือเลยต้องยอมเหนื่อยมากกว่าเดิมน่ะครับ" ขาวยิ้มซื่อๆเมื่อพ่อครัวรับปากว่าแล้วจะถามเพื่อนๆดู ขาวรีบขอบคุณยิ้มอย่างมีความหวัง

ทันใดนั้นเอง บึมก็พรวดเข้ามาอย่างดีอกดีใจ ถูกพ่อครัวที่เป“นเพื่อนแซวว่าฝันอะไรถึงตื่นแต่เช้า

"ก็เพื่อนฉันน่ะสิโทร.มาปลุกบอกว่ามีงานพิเศษเงินดีให้ทำ แต่ฉันเห็นว่าเหมาะกับลูกพี่มากกว่าเลยรีบมาบอกน่ะ" บึมอารมณ์ดี แต่ขาวมองอย่างไม่ค่อยไว้ใจเพื่อนกะล่อนคนนี้นัก

ooooooo

แก้วได้ไปฝ–กงานกับหมวดจีรายุสสมปรารถนา แต่กลับกลายเป“นงานนั่งพิมพ์หนังสืออยู่หน้าจอคอม-พิวเตอร์ทั้งวัน พอเจอหน้าหมวดแก้วถามว่าเมื่อไหร่จะให้ออกไปจับโจรจริงๆเสียที หมวดบอกว่าให้มั่นใจก่อนว่าแก้วจะสู้กับโจรได้และจะไม่ได้รับอันตราย

"วันๆนั่งแต่หน้าคอมฯแล้วจะโชว์ฝ•มือให้พี่จีจี้มั่นใจได้ยังไงล่ะ"

"แก้ว!" หมวดเรียกปรามที่ถูกเรียกว่าจีจี้อีก แก้วรีบขัดขึ้นว่าต่อไปไม่เรียกอีกก็ได้ นึกได้ถามว่าแล้วที่มานี่จะให้ ทำอะไรหรือ หมวดหนุ่มบอกว่าจะมาชวนไปกินข้าวเย็นกัน แก้วยิ้มปากแทบฉีกรีบรับปากทันทีทั้งยังเตรียมจะล้างท้องไว้รออีกด้วย

ระหว่างนั้นตำรวจสามนายช่วยกันพาชายขี้เมาร่างใหญ่ยักษ์เข้ามา คนเมาอาละวาดไม่ยอมให้จับซ้ำดิ้นขัดขืน จะกลับบ้าน สะบัดอย่างแรงจนหลุดจากตำรวจวิ่งผ่านหน้าแก้ว

มานี่!" แก้วปรี่เข้าจับคนเมาทันที มันเห็นแก้วเป“นผู้หญิงก็ตะคอกบอกให้ปล่อยเงื้อหมัดจะชก แต่ช้าไปแล้ว แก้วซัดหมัดใส่หน้ามันโครมเดียว มันหงายลงไปนั่งจ้ำเบ้าตาลอยที่พื้นทันที

จีรายุสกับพวกตำรวจวิ่งเข้ามาจะช่วยแต่แก้วจัดการมันไปก่อนแล้ว หนึ่งในตำรวจชมแก้วว่าฝ•มือไม่เบา ส่วนจีรายุส ยกแม่โป้งให้แก้วอย่างชื่นชม

ooooooo

ตอนที่ 6

วันต่อมาบึมก็พาขาวไปเช่าอพาร์ตเมนต์มีที่นอนมีแอร์มีระเบียงอยู่ ค่าเช่าเดือนละห้าพัน ค่าน้ำค่าไฟต่างหาก ขาวฟังแล้วคิดสะระตะก็ตกราวเดือนละหกเจ็ดพัน ขาวบอกว่าตนมีรายได้ไม่พอ บึมตอบสบายๆว่าช้าไปแล้วเพราะตนจ่ายค่ามัดจำไปแล้ว ถ้าไม่อยู่ก็ถูกยึดค่ามัดจำฟรีๆ

ขาวบ่นว่าอยู่ด้วยกันแท้ๆทำไมไม่ปรึกษาตนบ้างเลย บึมอ้างว่าวันๆไม่เจอเขาเลยแต่ไม่ต้องห่วงค่าห้อง ถ้าพวกนั้นเลิกตามล่าตนเมื่อไรก็จะพากันกลับไปอยู่คอนโดฯของตนสบายๆ

"อยากตายก็เชิญกลับไป ฉันจะอยู่ที่นี่ จะทำมาหากิน จะเรียนหนังสือ" ขาวไม่เล่นด้วยเหวี่ยงเป้ลงที่เก้าอี้ บึมยิ้มกลบเกลื่อนแล้วทิ้งตัวลงนอนที่พื้นข้างเตียงบอกว่าตนนอนพื้นให้ ลูกพี่นอนเตียง

ขาววางของแล้วหันกลับจะออกไปข้างนอก  บึมถามว่าจะไปไหน  ขาวพูดห้วนๆว่าไปทำงาน ปรามบึมว่า  "ระหว่างฉันไม่อยู่  อย่าหาเรื่องเดือดร้อนให้อีกล่ะ  เข้าใจไหม"

บึมรับคำเหมือนเด็กหัวอ่อน  พอขาวเดินออกไปก็บ่นกระปอดกระแปด  "ดุฉิบเป๋ง"

ขาวออกไปทำงานที่ร้านพิซซ่ารับทั้งค่าแรงและค่าทิป หมดเวลาทำงานก็ไปวิ่งวินมอเตอร์ไซค์ได้รับทั้งค่าแรงค่าทิป ขาวรับเงินทุกบาททุกสตางค์มาอย่างรู้คุณค่า

ooooooo

คืนนี้แก้วกับดำแชตคุยกัน  ต่างมุ่งมั่นในความใฝ่ฝันที่จะใช้วิชาความรู้มาร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาบ้าน น้ำงามให้มีความสุขน่าอยู่ ทำงานชดใช้แผ่นดินเกิดให้เต็มที่ จะเป็นฟันเฟืองเล็กๆที่ขับเคลื่อนประเทศไทยให้มีความสุขด้วยกัน

ขณะกำลังแชตคุยกันเพลินอยู่นั้น หลวงพ่อเข้ามาบ่นดำว่าซื้อคอมพิวเตอร์มาให้หาความรู้ไม่ได้ให้มาโม้กัน แก้วรีบนมัสการหลวงพ่อ

หลวงพ่อชะโงกไปดูหน้าจอเห็นแก้วยิ้มแฉ่งอยู่เลยถามว่าได้ข่าวขาวบ้างไหม พอแก้วบอกว่ายังเลย หลวงพ่อก็ถอนใจหน้าสลดลงจนทั้งดำและแก้วต่างเห็นใจหลวงพ่อมาก

ooooooo

คืนนี้ บึมมองรูปของแก้วแล้วก็หยิบดินสอเตรียมจะเติมเส้นในรูปก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อขาวถามขึ้นอย่างดุดันว่าทำอะไร พร้อมกับพุ่งเข้าจับมือบึมบิดอย่างแรงจนบึมร้องโอย

"จำไว้ อย่าแตะต้องรูปนั้นอีก ไม่งั้นฉันเอาแกตายแน่"

บึมรีบรับปากว่าจะไม่แตะไม่ต้องอีก ขาวสั่งห้ามเรียกตนว่าลูกพี่อีก แล้วบอกให้กินก๋วยเตี๋ยวเสียตนซื้อมาฝาก บึมรีบคว้าก๋วยเตี๋ยวมากินแอบมองขาวอย่างสงสัยว่าเขาหวงอะไรกับรูปนั้น นักหนาเชียว แล้วก็อดถามไม่ได้ว่า คนในรูปเป็นแฟนหรือเป็นกิ๊ก

ทีแรกขาวก็นิ่งๆ พอถูกบึมเซ้าซี้ก็หันขวับมอง เท่านั้นบึมก็สะดุ้งเฮือกแล้ว ขาวเลยบ่นว่า

"ชีวิตไร้สาระอยู่ไปวันๆอย่างแกไม่เข้าใจหรอก ความรักรู้จักรึเปล่าก็ไม่รู้"

"ถ้ารู้จักแล้วต้องนั่งหน้าเกร็งอย่างพี่ ฉันบายว่ะ ฮาไปวันๆสบายกว่าเยอะ" บึมพูดสบายๆ ยกชามก๋วยเตี๋ยวขึ้นซดอย่างไม่คิดอะไรจริงๆ ขาวเห็นแล้วถอนใจหันมองไปข้างนอกอย่างไร้จุดหมาย...

ooooooo

แก้วกลับไปเรียน เข้ากรุงเทพฯก็เที่ยวเดินมองหาขาว เอารูปขาวไปถามร้านขายของบางร้าน เอารูปขาวไปถามพวกวินมอเตอร์ไซค์ เอารูปขาวไปถามแม่ค้ารถเข็น ทุกแห่งส่ายหน้า โบกมือ

แก้วเดินมาอย่างผิดหวัง จนถึงร้านพิซซ่าร้านหนึ่ง แก้วจำได้ว่าเคยเห็นขาวอยู่แถวนี้คิดว่าขาวคงทำงานอยู่ร้านนี้แน่ กวาดตามองหา แล้วก็ดีใจสุดขีดเมื่อเห็นขาวขี่รถผ่านไปแว้บหนึ่ง แก้วรีบตามไปดักในซอยที่ขาวเลี้ยวรถเข้าไป

เพราะเป็นย่านธุรกิจผู้คนพลุกพล่านร้านค้าจอแจตลอดทางแก้วจึงถูกคนชนบ้างถูก รถเข็นของขวางหน้าบ้าง ในที่สุดก็พลาดจากการตามขาวไปอย่างน่าเสียดาย

แต่แล้วก็โชคดีที่เดินมาเจอร้านพิซซ่าเครื่องหมายแบบเดียวกับเสื้อที่ขาวใส่ ส่งพิซซ่า แก้วรีบเข้าไปถาม เจอจริงๆด้วย แต่น่าเสียดายที่ผู้จัดการร้านบอกว่าขาวเลิกงานแล้วเพิ่งกลับไปเมื่อครู่นี้ เอง ไปส่งพิซซ่าแล้วจะไปธุระต่อเลย

ขณะแก้วจะออกจากร้านนั่นเอง ขาวย้อนกลับมาเพราะลืมของ เลยเจอกันอย่างจัง แทนที่ขาวจะดีใจพูดคุยด้วยเขากลับวิ่งหนีไปเสียดื้อๆ คนในร้านมองตามงงๆแต่แก้ววิ่งตามไปทันที

เมื่อตามล่าอย่างไรขาวก็ไม่ยอมคุยด้วย แก้วตัดสินใจใช้วิธีวัดใจกัน วิ่งลัดไปยืนกลางถนนขวางหน้ารถขาวอย่างยอมตาย แก้วไม่รู้ว่ามีรถคันหนึ่งวิ่งสวนมากำลังจะพุ่งเข้าชนอยู่รอมร่อ

"บ้าชะมัด!" ขาวสบถแล้วพุ่งรถเข้าไปคว้าเอวแก้วหลบรถคันนั้นได้อย่างเฉียดฉิว ทั้งขาวและแก้วต่างล้มลงไปด้วยกัน พอได้สติแก้วดันตัวลุกขึ้นด่าขาว ไอ้บ้า ทั้งโกรธทั้งเขินที่ถูกขาวกอดเอาเต็มๆ

ooooooo

เมื่อไปคุยกันที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา แก้วบอกเล่าถึงความรักความห่วงใยของหลวงพ่อ ดำ และทุกคนที่บ้านน้ำงาม ถามขาวว่าทำไมต้องหนีทั้งที่ตนตามหาแทบแย่

"ฉันยังไม่อยากเจอใคร ฉันยังไม่พร้อม" ขาวบอกตรงๆส่วนเรื่องที่แก้วบอกว่าทุกคนเป็นห่วงเขานั้น ขาวแย้งว่า "แต่ตลอดเวลาที่ฉันไม่อยู่ที่นั่นก็เห็นทุกคนมีความสุขดีไม่ใช่เหรอ"

"ขาว...เปิดใจให้กว้างหน่อยสิ"

"เปิดแล้วไงแก้ว เปิดจนรู้ว่าอะไรเป็นอะไรฉันถึงต้องมาที่นี่ มาเพื่อทำให้ตัวเองพร้อมจะกลับไปอย่างมีค่ากว่าวันที่ฉันจากมา" พูดแล้วขาวเดินจากไปเลย แก้วไม่ยอมเดินตามไปอีก ถามขาวว่า

"เดี๋ยวขาว ค่าอะไรของนายฉันไม่เข้าใจ"

"ไม่มีใครเข้าใจหรอกแก้ว เพราะตลอดเวลาฉันโดนรุมทำร้ายมาตลอด  หรือแก้วจะเถียง  ที่ผ่านมาไอ้ดำมันแย่งทุกอย่างไปจากฉัน"

แก้วระอาใจกับความปักใจของขาว จนทนไม่ได้เมื่อขาวลามปามบอกว่าแม้แต่หลวงพ่อก็ไม่ยุติธรรม แก้วตำหนิขาวว่าทำไมว่าหลวงพ่ออย่างนั้น

ขาวระบายความอัดอั้นออกมาว่าดำได้ทุกอย่างไปจากหลวงพ่อทั้งความรักความเอาใจใส่ ส่วนตนเป็นเด็กเกเรที่ไม่เอาไหนในสายตาของหลวงพ่อ หาว่าหลวงพ่อลำเอียง

แก้วทนฟังขาวกล่าวหาหลวงพ่อไม่ได้ตบหน้าขาวฉาดหนึ่ง พูดใส่หน้าขาวอย่างรับไม่ได้ว่า

"ฉันไม่รู้ว่าอะไรทำให้นายหน้ามืดตามัวได้ขนาดนี้ เป็นอีกครั้งที่นายทำให้ฉันผิดหวัง นายทำให้ฉันผิดหวัง!" แก้วน้ำตาคลอหันหลังเดินไป แต่นึกอะไรขึ้นมาได้หันมาพูดอีกว่า "อ้อ...แต่จำไว้อย่างนะ ถ้าหลวงพ่อกับดำเขาไม่ได้รักไม่ได้ห่วงนายเขาคงไม่หอบพากันไปนอนเฝ้าไข้ตอนนายถูกแทงหรอกนะขาว"

ขาวตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งรู้ แต่แก้วเดินไปแล้วแม้ขาวจะพยายามเรียกแต่แก้วก็ไม่แม้แต่จะหันมอง

เพราะคำพูดของแก้วกระทบใจขาวอย่างแรง ขาวนอนฝันเห็นภาพความห่วงใยของหลวงพ่อและดำในยามที่เขาเจ็บป่วย สะดุ้งตื่นก็นึกถึงคำพูดสุดท้ายของแก้ว ทำให้ขาวคิดมากจนรู้สึกสับสนวุ่นวายใจ

ooooooo

รุ่งขึ้นแก้วไปที่ร้านพิซซ่านั้นอีกโดยมีผู้กองจีรายุสที่แก้วเรียกล้อๆว่าจีจี้ขับรถมาส่งแล้วไปรอที่ร้านใกล้ๆนั้น

แก้วเข้าไปถามหาขาวในร้าน แล้วก็ใจหายวาบเมื่อรู้ ว่าขาวเพิ่งมาลาออกไปเมื่อเช้านี้เอง แก้วยิ่งไม่สบายใจที่ขาวหนีไปอย่างไร้ร่องรอยอีกครั้ง

ที่แท้ ขาวกลับไปที่บ้านน้ำงาม ไปหาบัวที่ไร่ข้าวโพด บัวดีใจมากเล่าถึงความรักความห่วงใยของทุกคนที่นี่ให้ขาวฟัง จนเมื่อเล่าถึงความรักความห่วงใยของหลวงพ่อกับดำที่ดูแลเขาตอนที่ถูกแทงสาหัส ทำให้ขาวรู้สึกตัวเองผิดขึ้นมาที่คิดกับหลวงพ่อและดำอย่างนั้น ตำหนิตัวเองว่าแย่จริงๆ

บัวบอกว่าถ้าหลวงพ่อรู้ว่าเขากลับมาต้องดีใจมากแน่ๆ และขอบคุณมากสำหรับเงินที่ส่งมาให้ แต่ไม่ต้องห่วงวันหลังอย่าส่งมาเลยตนเกรงใจ

"พี่เคยบอกบัวแล้วไงว่าเราจะไม่ทิ้งกัน แล้วพี่ก็ไม่มีวันทิ้งบัวเด็ดขาด"

นอกจากนี้ขาวยังปรารภกับบัวว่านับวันที่นี่ก็แห้งแล้ง มากขึ้นทุกที คนที่อยู่ห่างแม่น้ำก็หมดปัญญาดึงน้ำขึ้นมาใช้ได้ บัวหน้าเศร้าบอกว่าตนก็ไม่รู้ว่าจะรักษาที่ของปู่ย่าตายายไว้ได้ หรือเปล่า

"ได้สิบัว ไว้พี่มีเงินเมื่อไหร่ พี่จะกลับมาช่วยบัว ช่วยทุกคนที่นี่  พี่สัญญา"  บัวดีใจถามว่าพูดจริงหรือ  "จริงซิ  ถึงพี่ไม่รู้ว่าพี่เป็นคนที่ไหน พ่อแม่พี่เป็นใคร แต่พี่ก็ถือว่าพี่เป็นคนน้ำงามทั้งตัว ทั้งหัวใจ ต่อให้ตายกี่ครั้งพี่ก็ไม่มีวันลืม กำพืดของพี่หรอกบัว"

บัวรู้สึกดีใจมาก มองหน้ากันด้วยความหวังที่จะทำให้น้ำงามเจริญ

ooooooo

แยกจากบัวแล้วขาวไปที่บ้านพักของตนกับดำ ไปเห็นดำกำลังขนข้าวของของตนออกมากองหน้าบ้าน หลวงพ่อก็ไปยืนสั่งการให้รื้อฝาให้หมด เพราะปลวกกินหมดแล้ว ขาวแอบดูด้วยความสะเทือนใจ

ครู่หนึ่งบัวมาเห็นแต่หลวงพ่อกับดำก็ถามหาขาว เล่าให้ฟังว่าเมื่อกี้ขาวเจอกับตนและบอกว่าจะมาที่นี่ ดำฟังแล้วฉุกคิดอะไรได้บอกบัวขอยืมรถหน่อย บอกหลวงพ่อว่าเดี๋ยวมา แล้วขับออกไป  บัวกระโดดซ้อนท้ายขอไปด้วยคน

ดำบึ่งรถไปที่ท่ารถประจำอำเภอ ไปถึงรถออกพอดี ดำบ่นอย่างหัวเสียที่พลาดอีกจนได้

กลับมาหลวงพ่อได้แต่ปลอบใจว่าเมื่อนกมีปีกมันจะบินเราจะไปห้ามอะไรได้ ดำบ่นว่าขาวคิดอะไรของเขาทำไมไม่มาคุยกันดีๆ หลวงพ่อได้แต่ปลอบปลงๆว่า

"มีแต่มันเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ ใจของไอ้ขาวมันลึกเกินข้าหยั่งถึงจริงๆ"

วันนี้แก้วกับดำคุยกันในอินเตอร์เน็ตผ่านกล้องเว็บแคม ต่างคุยกันอย่างเป็นห่วงขาวแล้วพอเห็นอีกฝ่ายเครียดก็หยอกกันจนหัวเราะออกมาได้

จีรายุสมายืนดูอยู่ พอแก้วปิดกล้องก็ถามว่ากิ๊กหรือ แก้วบอกว่าเพื่อน เขาถามอำๆว่าแน่ใจ แก้วทำเป็นโกรธแก้เกี้ยว จากนั้นชวนกันเดินออกไปด้วยกัน ระหว่างนั้นจีรายุส บอกแก้วว่าห้ามมีกิ๊กเด็ดขาด แก้วเลยย้อนถามกวนๆว่าเป็นแฟนตนรึไงถึงมาสั่ง

ที่แท้จีรายุสมีใจให้แก้วอยู่แล้ว แต่แก้วบอกว่าเขากับตนมันคนละเส้นทางเดิน เพราะพอตนจบก็จะกลับไปอยู่บ้านนอก ส่วนไฮโซใสๆอย่างเขาไล่จับผู้ร้ายในกรุงเทพฯก็เหมาะดีแล้ว ถามว่าแล้ววันนี้มาทำอะไรที่นี่

จีรายุสบอกว่ามาธุระเรื่องรับนักเรียนไปฝึกงาน แก้วขอไปด้วย เขาบอกว่าถ้าหนีบไปได้ก็จะทำเพื่อแก้วจะได้อยู่ใกล้ๆ เจอหน้ากันทุกวัน แก้วทำหน้าแสยะแหวะบอกว่าเลี่ยน

จีรายุสถามว่าจบแล้วจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัดจริงๆ หรือ แก้วยืนยันว่าที่นั่นคือบ้านเกิดของตน อยากกลับไปพัฒนาที่นั่น เขาบ่นๆว่านึกว่าจะได้ทำงานที่เดียวกัน

"ได้สิพี่จี บนแผ่นดินไทยนี่ไง" แก้วตอบติดตลกอย่างอยากให้เขาสบายใจ

ooooooo

คืนนี้บึมกลับมาเอาตีสามย่องเข้ามาจนขาวนึกว่าขโมยเลยถีบเสียกระเด็น พอรู้ว่าเป็นบึมก็ถามว่าไปไหนมา  บึมปดว่าไปหาอะไรกินกับเพื่อน  แล้วทำเป็นอิ่ม หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ถอดเสื้อเข้าห้องน้ำเลี่ยงที่จะถูกถามอะไรอีก

คืนต่อมาขาวจึงสะกดรอยตามบึมไป ปรากฏว่าบึมเข้าสนามมวยเถื่อนโชว์นักท่องเที่ยว บึมเข้าไปพนันมวย ปรากฏว่าชนะ แต่พอเอื้อมมือจะไปรับเงิน กลับถูกขาวยื่นมารับแทน ทำเอาบึมหน้าเสีย ขาวลากบึมไปหลังเวทีมวย จับโกหกได้คาหนังคาเขาจนบึมยอมรับว่ามาพนันมวยจริง

แต่มีข้ออ้างว่าถ้าไม่ทำแล้วจะเอาอะไรกิน ตัวขาวเองก็ตกงานอยู่ ไม่ใช่หรือ

"แต่มันไม่ใช่วิธีนี้ หลวงพ่อไม่เคยสนับสนุนให้ใครหาเงินด้วยการพนัน" บึมยังเถียงอีกหาว่าหลวงพ่อท่านฉันมื้อเดียวแต่เรากินสามมื้อ ทำให้ขาวฉุนขาดเงื้อหมัดจะซัด บึมรีบขอโทษสัญญาว่าขออีกคู่เดียวก็เลิกแล้ว ขาวถามว่า "แล้วถ้าเสียล่ะ"

"ฉันยอมให้ลูกพี่เหยียบยอดอกเลยเอ้า" บึมเดิมพันด้วยยอดอกตัวเองแต่สีหน้าท่าทางแหยงๆ

ขาวนิ่งคิดด้วยความไม่สบายใจ

ooooooo

ดำกับบัวช่วยกันเพาะไม้ยืนต้นเพื่อสร้างร่มเงาสร้างความชุ่มชื้นให้พื้นดิน นอกจากเพาะเพื่อปลูกในแปลงของตัวเองแล้วยังคิดเผื่อชาวบ้าน เผื่อปลูกทดแทนไม้ที่ถูกตัดในป่าด้วย บัวทำไปก็อดคิดไม่ได้ว่าที่ของตัวเองอาจต้องถูกแม่เลี้ยงอุ่มคำยึดไป ดำให้กำลังใจว่าอย่าเพิ่งวิตกกับเรื่องที่ยังไม่เกิด เพราะหลวงพ่อสอนไว้ว่าให้อยู่กับปัจจุบัน

บัวยังต้องพึ่งอาหารจากวัด เมื่อได้มามากก็คิดแบ่งปันให้น้าเพ็ญเพราะยากจนเหมือนกัน แต่ขณะเดินถึงกระท่อมหลังนั้น ได้ยินเสียงหญิงสาวร้องอย่างหวาดกลัวบอกแม่ว่า "หนูไม่ไป...หนูไม่ไป" ส่วนอีกเสียงหนึ่งที่เป็นแม่ก็ร้องบอกกับอีกคนว่า "ฉันเปลี่ยนใจแล้ว อย่าเอาลูกฉันไป ฉันคืนเงินให้ก็ได้อย่าเอาลูกสาวฉันไปเลยนะจ๊ะ"

เมื่อเข้าไปดูจึงเห็นชาย 3 คน กำลังยื้อยุดฉุดสาวรุ่น หน้าตาดีคนหนึ่งอยู่กับน้าเพ็ญ  มันจะเอาตัวไปให้ได้

"เฮ้ย...หยุดนะ!" ดำเข้าไปขวาง เลยเกิดการปะทะกับชายฉกรรจ์ที่มาฉุดหญิงสาว

การต่อสู้แบบหนึ่งต่อสามเกิดขึ้นทันที พวกนั้นมีทั้งมีด ดาบ แต่ดำคว้าท่อนฟืนที่เตาไฟยกขึ้นฟาดใส่พวกมันด้วยลีลาที่สวยงาม พวกวายร้ายถูกไฟปลายฟืนร้องกันลั่น บัวฉวยจังหวะนั้นเข้าช่วยดำอีกคน

"โอ้ย...ร้อน เฮ้ย! เผ่นก่อนโว้ย" หนึ่งในวายร้ายร้องแล้วพวกมันทั้งหมดก็พากันขึ้นรถหนีไป

"ลูก...แม่ขอโทษ" น้าเพ็ญเข้ากอดลูกสาวร้องไห้ด้วยความเสียใจ ส่วนดำกับบัวเห็นสภาพแล้วก็สงสารจับใจ

เมื่อกลับมาถึงศาลาวัดถ้ำผาน้ำไหล  ดำเล่าให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อตั้งข้อสังเกตว่า

"คราวก่อนก็เด็กสาวถูกจับตัวมาจากไหนก็ไม่รู้แล้วก็ถูกฆ่าปิดปาก คราวนี้ชาวบ้านที่นี่แท้ๆ ถึงกับขายลูกสาวแล้วหรือ" ดำคาดว่าคงไม่เต็มใจทำ "จะเต็มใจรึไม่มันก็ไม่ควรเกิดขึ้น นี่โลกเราเป็นอะไรถึงค้ามนุษย์ด้วยกันเองอย่างนี้"

ระหว่างนั้นบัวนั่งน้ำตาไหลทั้งเพราะเจ็บแผลที่ปากเพราะโดนตบและกลัวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านน้าเพ็ญจะเกิดที่บ้านตัวเอง ดำปลอบใจว่าพ่อแม่บัวไม่มีวันขายเธอหรอก อย่าคิดมาก

"บัวเชื่อว่าพ่อกับแม่ไม่มีทางทำอย่างนั้น แต่บัวไม่เข้าใจทำไมคนจนถึงมีทางเลือกน้อยเหลือเกินจ๊ะ"

หลวงพ่อฟังแล้วก็ครุ่นคิดอย่างไม่สบายใจ ส่วนดำได้แต่ลูบหัวบัวอย่างปลอบใจ

ooooooo

บึมขอขาวเล่นมวยอีกคู่เดียวแล้วค่อยกลับ  พูดอย่างมั่นใจว่าคราวนี้เทหมดหน้าตักเลยเพราะไอ้เพลิงไม่เคยแพ้  ปราบฝรั่งมาทุกประเทศแล้ว

ระหว่างนั้นเคที่กับเพื่อนสาวเข้ามาดูด้วย เคที่ดูอึดใจเดียวก็บ่นว่าเถื่อนเกินไปจะขอกลับก่อน

ปรากฏว่าคู่ที่บึมเทหมดหน้าตักนั้นเสียไปหมดหน้าตักเหมือนกัน ได้ยินโฆษกบนเวทีประกาศหาคนไทยประลองฝีมือกับฝรั่งนั่นอีกด้วยเดิมพันสองหมื่นบาทถ้วน

ความโลภอยากเสี่ยง ทำให้บึมคว้าแขนขาวชูขึ้นรับคำท้า ขาวไม่รู้เนื้อรู้ตัวถูกบึมดันขึ้นไปบนเวที เลยตกกระไดพลอยโจน  เคที่หันมอง  พอเห็นขาวขึ้นเวทีก็เปลี่ยนใจย้อนกลับมาดู

ขาวถูกฝรั่งร่างยักษ์ไล่ถลุงเอาเกือบแย่  แต่พอถูกมันดูถูกว่า  "มวยไทยมีแค่นี้หรือ"  เท่านั้น  ขาวก็ฮึดขึ้นมาตะโกนสวนไปว่า "อยากเจอมากกว่านี้เหรอ...ได้!"

ขาวใช้แม่ไม้มวยไทยประเคนใส่ฝรั่งอย่างถึงพริกถึงขิง พอเห็นมันง้างเท้าจะเตะก้านคอ  ขาวก็วาดขาฟาดจระเข้ฟาดหาง เข้าก้านคอมันอย่างจัง มันหลับกลางอากาศสลบคาเวที

เคที่ซึ่งย้อนกลับมาดูขาวตาพราวอย่างพอใจและมีแผนการบึมเป็นคนรับเงินเดิมพันเอามาแบ่งให้ขาว ขาวไม่รับบอกว่าตนทำแค่ป้องกันตัวเท่านั้น พลันก็ชะงักเมื่อเคที่ยื่นเงินมาให้ตรงหน้าห้าพันบาท ขาวเห็นเจ้าของมือก็พึมพำอย่างระอาว่าคุณอีกแล้วหรือ!

"ยืนอยู่ทำไม รับไปสิ" เคที่เอ่ย ขาวถามว่าค่าอะไร เธอบอกว่า  "ทิป...นายชกถูกใจ  ฉันให้ทิป"  ขาวไม่รับเดินหนีไป

เคที่เดินตามเซ้าซี้จะอ่อยขาวให้ได้

บึมกำเงินในมือเห็นรถเข็นขายบาร์บีคิวก็แยกไปซื้อ พอซื้อเสร็จเหลือบเห็นเจษกับแบ็งค์และหมีเดินมาเป็นแผงก็วิ่งตาเหลือกกลับไปหาขาว

เป็นเวลาที่เคที่เห็นท่าจะอ่อยขาวไม่สำเร็จเลยแกล้ง ทำเป็นเป็นลม บึมวิ่งมาถึงพอดีบอกขาวว่าพวกมันมาแล้ว ขาวถามว่าแล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะ บึมรับไปอุ้มเอง เคที่สะบัดตัวตบหน้าบึมอย่างขยะแขยงที่มาอุ้มตน ขาวเลยรู้ว่าเธอแกล้งเป็นลม ชวนบึมวิ่งหนีไป

เจษ แบ็งค์กับหมีวิ่งมาถึงพอดีไม่ทันเห็นเคที่ เธอถูกชนจนล้ม แบ็งค์กับหมีวิ่งไล่ตามขาวกับบึมไป ส่วนเจษประคองเคที่ขึ้นมาถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เคที่มองหน้าเจษงงๆว่ามาได้ไง

ooooooo

แบ็งค์กับหมีวิ่งกวดตามขาวกับบึมไป  ถูกทั้งสอง หลบดักกลางทาง  พอพวกมันโผล่มาก็โดดเตะจนทั้งปืน ทั้งมีดมันกระเด็น  แต่ขาวก็ถูกแบ็งค์เตะกระเด็นไปที่กองไม้เหมือนกัน

แต่เพราะหลวงพ่อฝึกสอนมาอย่างดี ขาวใช้ไม้แถวนั้นมาแทนไม้ศอกยกขึ้นปัดป้องมีดสั้นของหมีอย่างคล่องแคล่ว

ทันใดนั้นรถแท็กซี่คันหนึ่งแฉลบเข้ามา แบ็งค์กับหมีหลบแทบไม่ทัน บึมนั่งอยู่ในรถตะโกนให้ขาวรีบขึ้นรถ ขาวถอดไม้ที่ดัดแปลงเป็นไม้ศอกขว้างใส่แบ็งค์กับหมีแล้วกระโดดขึ้นรถหนีไปทันที

แบ็งค์ฉุนขาดคว้าระเบิดมือจะปาใส่ เจษมาถึงพอดีตะโกนห้ามมองตามรถแท็กซี่พึมพำ

"ไอ้บ้านี่ใคร ถึงมีฝีมือต่อกรกับคนของเราขนาดนี้"

"ใครไม่รู้ รู้แต่น่าสนใจมากๆ" เคที่แววตาหมายมั่น ปั้นมือจะต้องเอาขาวมาครอบครองให้ได้

ooooooo

เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีก เมื่อกระท่อมที่ปลูกอยู่ห่างวัดไม่ไกลนักถูกไฟลุกท่วม หลวงพ่อนำพระเณรไปดับไฟตามเคย กระท่อมถูกไฟไหม้ทั้งหลัง เมื่อเข้าไปดูพบศพในซากกระท่อมหนึ่งศพ

ทั้งหลวงพ่อ ดำ และ บัว ต่างสงสัยว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับที่ดำไปช่วยชาวบ้านหรือเปล่า ดำโบ้ยให้ถามจ่าดำเกิงดู พอมาถึง จ่าแจ้งว่าในซากกระท่อมไม่พบศพลูกสาว แต่พบรอยล้อรถที่ยังใหม่ๆอยู่ ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า

"อำเภอน้ำงามของเราไม่เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว"

หลวงพ่อสลดใจ

"บ้านเราเคยสงบ ไม่เคยมีแม้แต่เรื่องปล้นจี้ แต่เดี๋ยวนี้...

ฆ่าแกงกันเหมือนไม่เห็นค่าของชีวิต" ผู้ใหญ่พึมพำ

"คดีศพหญิงสาวลอยน้ำมา คดีสาววัยรุ่นถูกอุ้มมาฆ่ายังไม่คลี่คลาย  นี่มาเกิดเรื่องขึ้นกับลูกหลานคนน้ำงามเสียอีก คนทำมันไม่ใช่คน!" ดำแค้นมาก

"พวกเราจะต้องช่วยเป็นหูเป็นตากันให้มากขึ้น อาศัยเจ้าหน้าที่เช้าสุรา...เย็นยาดองอย่างเดียวคงไม่ได้แล้ว" หลวงพ่อเหน็บจ่าดำเกิง รำพึงอย่างเป็นห่วงอนาคตของบ้านเมืองว่า "บ้านเมืองมันเจริญแต่วัตถุ แต่จิตใจคนมันเสื่อมลงทุกวัน เฮ้อ...ไม่รู้จะเกิดเรื่องร้ายๆอะไรขึ้นอีก"

ooooooo

วันนี้แก้วกลับบ้านมาโดยไม่บอกล่วงหน้า เกือบถูกผู้ใหญ่ฟาดหัวแบะเพราะนึกว่าเป็นขโมย แต่พบหน้าพ่อแม่ไม่ทันได้คุยกัน แก้วก็ขอออกไปพบเพื่อนก่อน
แก้วไปหาดำที่แปลงสาธิต ดำกำลังปลูกหญ้าแฝกสาธยายสรรพคุณเสียยืดยาวจนแก้วบอกว่าพอก่อนตอนนี้ไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่าตนหิวแล้ว ดำจะไม่ไปอ้างว่ายังไม่หิวเดี๋ยวต้องอ่านหนังสือสอบอีก แก้วขอแค่ไปนั่งเป็นเพื่อนก็ได้ ดำเลยตกลง แก้วถามดำว่าแล้ววันนี้บัวไม่ได้มาช่วยหรือ

จึงรู้ว่าบัวต้องไปทำงานขัดดอกให้แม่เลี้ยงอุ่มคำแทนพ่อกับแม่เพราะไม่อยากให้พ่อกับแม่ลำบาก

บัวทำงานอย่างขยันขันแข็ง แม่เลี้ยงใช้อย่างคุ้มค่าทั้งงานหนักงานเบา  กระทั่งงานแบกถุงปุ๋ย  งานทำกับข้าว

ก่อกรรมทำเข็ญสร้างบาปไว้กับบัวตลอดทั้งวันแล้วรุ่งเช้าก็ใส่ บาตรทำบุญกรวดน้ำราวกับบาปกรรมชำระกันได้เป็นรายวัน

ทำงานเสร็จบัวกลับไปที่บ้านแก้ว  แก้วกับดำฟังงานประจำวันของบัวแล้วไม่พอใจมาก  เห็นว่าแม่เลี้ยงทำเกินไป บัวพูดให้ทุกคนสบายใจว่าไม่เป็นไรอีกสักพักตนก็คงชินเพราะติดหนี้เขา  ยังไงตนก็ต้องทน

ก่อนกลับ บัวยังได้รับปิ่นโตจากแม่ตุ๊กแบ่งอาหารที่เพิ่งทำเสร็จฝากกลับไปกินกับแม่ด้วย ทั้งผู้ใหญ่และแม่ตุ๊กต่างก็เมตตาและเวทนาบัวมาก

วันต่อมา บัวไปทำงานตามปกติ ขณะกำลังถูบ้าน แม่เลี้ยงชมบัวว่ารสมือทำอาหารดี ถามว่าทำไมไม่ทำอาหารขาย บัวบอกว่าไม่มีทุน  แม่เลี้ยงเสนอให้กู้ตนอ่อยว่าคิดดอกไม่แพงจะเอาไหม พอบัวปฏิเสธไม่อยากเป็นหนี้อีกแม่เลี้ยงก็ไพล่พูดไปอีกทางว่า

"ก็ฉันบอกแล้วว่าแกมีรูปเป็นทรัพย์ ถ้าใช้ให้เป็นหน่อยขี้คร้านจะสบายไปทั้งชาติ"

"เออ...ไม่ล่ะจ้ะแม่เลี้ยง...เดี๋ยวฉันถูตรงนี้เสร็จแล้วขอตัวไปซักผ้าให้แม่เลี้ยงก่อนนะจ๊ะ"

พอบัวลุกหิ้วถังน้ำออกไปหลังบ้าน  แม่เลี้ยงก็แสยะยิ้ม พึมพำตามหลัง

"หยิ่งนัก! อย่างนี้ต้องลำบากให้เข็ด!"

ooooooo

ตอนที่ 5

วันนี้ ก้อน เภา และบัวช่วยกันตีข้าวเล็กๆน้อยๆที่ลานบ้านได้ข้าวเปลือกแค่เต็มหม้อ แม่เลี้ยงอุ่มคำก็พาลูกน้อง 3 คนมาทวงหนี้ เมื่อไม่ได้เงินก็ให้เอาข้าวเปลือกเล็กน้อยนั้นไป

ก้อนอ้อนวอนอย่าเอาข้าวนั่นไปเลยเพราะที่บ้านไม่เหลือแล้ว กลับถูกลูกน้องแม่เลี้ยงเข้าแย่งและต่อยหน้าก้อนจนเซไป แม่เลี้ยงพูดเย้ยก้อนว่าหาเรื่องเจ็บตัวแท้ๆ แล้วส่งสัญญาณให้ลูกน้องรุมเล่นงานก้อนอีก

แต่พวกมันยังไปไม่ถึงตัวก้อน ก็ถูกดำพุ่งเข้ามาต่อยเตะพวกมันทั้งสามกระเด็นไปคนละทาง พอตั้งหลักได้มันก็รุมกันเข้ามา แต่ก็ถูกดำเล่นงานเสียลงไปนอนกองร้องโอดโอย

"ถ้าน้าก้อนมีเงินเมื่อไหร่ผมจะให้น้าก้อนเอาเงินไปให้แม่เลี้ยงเอง...พาลูก น้องไร้ฝีมือของแม่เลี้ยงกลับไปได้แล้ว" ดำบอกแม่เลี้ยง ก่อนกลับแม่เลี้ยงขู่ว่าจะไปฟ้องหลวงพ่อ

ดำเข้าไปดูก้อนถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ก้อนขอบใจที่ดำมาช่วยไม่อย่างนั้นคงเจ็บตัวมากกว่านี้

"ผมจะไม่ยอมให้พวกมันทำร้ายครอบครัวน้าก้อนอีกเป็นอันขาด" ดำจริงจัง แต่เภาขอไว้ว่าอย่าไปยุ่งกับเรื่องนี้เลยเกิดแม่เลี้ยงส่งลูกน้องมาทำร้ายดำ จะลำบากไปด้วย ดำพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า "พวกมันทำอะไรผมไม่ได้หรอก ที่สำคัญมือเท้ามีเท่าๆกันผมไม่กลัว"

ก้อนหาทางที่จะหาเงินมาใช้หนี้ด้วยการเข้าไปหางานทำในเมืองอีกรอบ พ่อแม่ลูกกอดกันร้องไห้ด้วยความสะเทือนใจ จนบัวนึกขึ้นได้หันมาถามดำว่าที่มานี่มีเรื่องอะไรหรือเปล่า...

ooooooo

ดำพาบัวเดินมาตามป่าร่มครึ้ม แล้วนั่งลงเก็บเมล็ดไม้ป่าขึ้นมาเมล็ดหนึ่งบอกบัวว่า

"นี่เมล็ดมะค่าโมงพี่จะเอาไปเพาะเป็นต้นกล้าแล้วก็จะเอาไปปลูกในแปลงสาธิต ที่เหลือก็จะเพาะแจกชาวบ้าน อาจใช้เวลาสักหน่อยกว่ามันจะโตได้ที่ แต่เชื่อไหมว่า ตั้งแต่วันที่เราปลูกมูลค่าของมันจะเพิ่มขึ้นทุกวัน...ทุกวัน เป็นเหมือนธนาคารต้นไม้"

"ธนาคารต้นไม้" บัวทวนคำงงๆกับคำใหม่เอี่ยมนี้

"ปลูกพวกเขานอกจากจะได้ร่มเงาแล้ว กิ่งของเขายังเอามาทำฟืนได้ ปลูกทิ้งไว้หลายๆปีถึงคราวจำเป็นเราตัดเขาเอามาปลูกสร้างหรือขายเอาเงินมา ใช้สอยก็ยังได้นะบัว"

ดำบรรยายแผนการของตนจนบัวเห็นด้วย ถามเขาว่าเขาคิดถึงแต่คนอื่นไม่เหนื่อยบ้างหรือ

"เหนื่อย แต่พี่อยากให้ชาวบ้านมีความสุข เมื่อชาวบ้านมีความสุข นั่นแหละบัว คือยาบำบัดความเหนื่อยของพี่"

บัวมองดำอย่างชื่นชม แต่แล้วทั้งสองก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงเลื่อยไฟฟ้าแว่วมา ทั้งสองเดินไปตามเสียงจนเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังตัดไม้ในป่ากันอยู่ ดำชวนบัวลงไปแจ้งป่าไม้กัน แต่ขณะถอยลงมาบัวเหยียบกิ่งไม้เกิดเสียงดัง เลยถูกพวกนั้นตามไล่ล่า

ooooooo

พวกนักเลง 4 คนที่คุมชาวบ้าน 4 คนตัดไม้นั้น สองคนวิ่งมาทางดำกับบัว อีกสองคนวิ่งไปอีกทางหนึ่ง ดำพาบัววิ่งมาครู่หนึ่งบอกให้บัวรอตรงที่คิดว่าปลอดภัย แล้วตัวดำเองก็คว้าท่อนไม้แถวนั้นกำไว้มั่น หยิบก้อนหินขว้างลวงทิศพวกมัน พอพวกมันวิ่งไปดำก็พุ่งเข้าไปเอาไม้ฟาดทั้งสองไม่ยั้ง อีกคนชักปืนออกมาก็ถูกดำฟาดมือจนปืนร่วง

สุดท้ายพวกมันทั้งสองก็ถูกดำใช้ท่อนไม้ในป่าแทนไม้พลองหวดกระหน่ำพุ่งแทงจนพวกมันลงไปกองกับพื้น จากนั้น ดำวิ่งมารับบัวหนีต่อไป

แต่ไม่นานนักเลงที่เหลืออีกสองคนก็มาเจอจนได้ มันตามมากระชากบัวไว้แล้วเล็งปืนใส่ดำ บัวกัดมือมันจนปืนสะบัดยิงพลาดเป้า ดำตั้งหลักได้กระโดดถีบมันกระเด็น กระชากอีกคนมารัวหมัดใส่  พอคนที่กระเด็นไปตั้งหลักได้ก็ยกปืนเล็ง ใส่ดำ ดำคว้าเพื่อนมันมาบังตัวไว้ แล้วถีบอย่างแรงจนพุ่งไปชนคนถือปืนล้มกลิ้งไปทั้งสองคน  จากนั้นดำคว้ามือบัวพาวิ่งไปสุดฝีเท้า

วิ่งไปไม่นานบัวข้อเท้าแพลง  ดำเห็นว่าวิ่งหนีไม่พ้นมันแน่จึงอุ้มบัวไปวางไว้ที่หลังโขดหินแล้วปักหลักสู้กับพวกมันอีกยก

ขณะนั้นเองชิด ชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกับบัวถือไม้วิ่งมาสมทบนักเลงทั้งสองพอดี ดำจำได้

"นั่นมันไอ้ชิด คนในหมู่บ้านเรานี่ แอบพาคนที่อื่นมาตัดต้นไม้ในบ้านของตัวเอง ไม่รักบ้านเกิดอย่างนี้มันต้องโดน!"

ไวเท่าความคิด ดำคว้าก้อนหินปาไปถูกหัวชิดอย่างแรงจนหัวทิ่ม นักเลงสองคนมองหาที่มาของหินก็ไม่เจอ จนกระทั่งมันทั้งสองถูกดำใช้หินในห่อเสื้อฟาดจนสลบเหมือดไปทั้งคู่ ดำพอใจมากหันมองชิด

ชิดทำท่าจะวิ่งหนีแต่ถูกดำคว้าตัวไว้ลากไปด้วยกัน ปล่อยให้นักเลงทั้งสองนอนสลบเฝ้าป่าอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ดำพาชิดไปส่งผู้ใหญ่ทิม ถูกผู้ใหญ่ทิมด่าลูกบ้านที่พาคนอื่นมาทำลายป่าไม้บ้านตัวเอง ถามว่าทำไมถึงทำอะไรสิ้นคิดแบบนี้ ชิดอ้างว่าเพราะเขาให้เงิน ตนไม่มีจะกิน อะไรที่ทำให้ได้เงินมาเลี้ยงครอบครัวตนก็ต้องทำ

ดำถามว่าใครจ้างมา ชิดไม่ยอมบอกอ้างว่าไม่รู้ ดำเลยเสนอให้จับส่งตำรวจเสีย คราวนี้ชิดหน้าเจื่อนอ้อนวอนว่าตนยังมีลูกเล็กๆ ถ้าติดคุกลูกเมียต้องอดตายแน่ๆ

เมื่อคาดว่าชิดไม่รู้ตัวบงการจริงๆ   หลวงพ่อเสนอให้ปล่อยไปเสียชิดจะได้กลับไปหาลูกเมีย    ผู้ใหญ่ทำท่าจะขัดข้อง

หลวงพ่อเลยต้องเอ่ยขอบิณฑบาต หว่านล้อมผู้ใหญ่ว่า

"เอามดเอาปลวกไปติดคุกมันได้ประโยชน์อะไรนอกจากลูกเมียมันอดตาย เสร็จแล้วไอ้นายทุนสารเลวมันก็กลับมาตัดอีก" ดำขอร้องอีกคน ผู้ใหญ่เลยยอมปล่อยแต่ปรามว่าถ้ายังคิดชั่วอีกครั้งประตูคุกเปิดรอแน่ๆ ชิดรีบยกมือไหว้หลวงพ่อ ดำ และผู้ใหญ่แล้วเผ่นแน่บไปเลย หลวงพ่อจึงเอ่ยกับผู้ใหญ่และดำว่า

"ตราบใดที่ชาวบ้านยังไม่พออยู่พอกิน ใครเอาเงินมาล่อพวกมันก็ต้องยอมทำผิดเพื่อเงินอีก"

"ผมจะรีบทำโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ของผมให้ สำเร็จ ชาวบ้านจะได้พออยู่พอกิน มีความสุขที่ยั่งยืน มีธรรมะในหัวใจ จะได้ไม่คิดทำผิดกฎหมายกันอีก" ดำตั้งใจแน่วแน่

ooooooo

เสี่ยพิทักษ์โมโหมากที่ลูกน้องตัดต้นไม้ในป่าไม่สำเร็จตามเป้าหมาย ถามเจษที่เข้ามารายงานว่าทำงานกันยังไง เจษตอบหน้าตึงๆว่าพอดีมีชาวบ้านที่นั่น มาเห็น เสี่ยสวนไปทันทีว่า

"เห็นแล้วไง เป่ามันทิ้งก็สิ้นเรื่อง"

"ลูกน้องเราพยายามแล้วครับ แต่พลาดมันเลยรอดไปได้" เจษรายงาน เสี่ยเตือนให้ระวังหน่อยเพราะถ้าเรื่องแดงขึ้นมางานใหญ่จะเสีย "ไม่ต้องห่วงครับเสี่ย ตอนนี้ผมให้พวกเราไปตัดเขาลูกอื่นก่อน พอเรื่องเงียบค่อยกลับไปจัดการที่เดิม เสี่ยก็รู้...คนไทยลืมง่ายจะตาย"

"แกนี่สมกับที่ฉันไว้ใจจริงๆ เยี่ยมมากเจษ ฮ่าๆๆ" เสี่ยหัวเราะชอบใจ ในขณะที่เจษเพียงแค่ยิ้มน้อยๆอย่างใจเย็นตามบุคลิกที่ลุ่มลึกของเขา

ooooooo

คืนนี้ ขาววิ่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างพาผู้โดยสารไปส่งที่ซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง รับค่าจ้างแล้วออกรถจะกลับไปวินใหม่ ทันใดก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือจากก้นซอย ขาวหันไปมองเห็นชายคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งมา และอีก 4 คนถือไม้วิ่งไล่ล่ามา

ด้วยความสงสัย ขาวขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปดู

คนที่วิ่งร้องขอความช่วยเหลือมาคือบึมหนุ่มร่างใหญ่ ส่วนที่ไล่ตามมาสองคนคือแบ็งค์กับหมีลูกน้องของเจษที่คุมบ่อนในกรุงเทพฯ กับลูกน้องอีกสองคน

บึมถูกแบ็งค์กับหมีไล่ตามมาทันรีบหันไปอ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย หมีดึงมีดสั้นที่พกติดตัวประจำออกมาจะจ้วงแทงบึม พริบตานั้นขาวพุ่งมอเตอร์ไซค์ผ่ากลางเฉี่ยวหมีจนเซ ทุกคนตกใจ ขาวขับย้อนกลับมาอีกทีคราวนี้ถีบแบ็งค์ออกจากบึม

"ขึ้นมา" ขาวบอกบึมที่ยืนงงอยู่ แต่พอบึมวิ่งมาที่รถ หมีก็วิ่งมาถีบมอเตอร์ไซค์จนล้ม ขาวล้มไปด้วย ลูกน้องมันสองคนกระชากขาวขึ้นมาต่อยท้องจนขาวทรุดไป แต่พอมันจะเข้ามาซ้ำขาวก็โหม่งท้องมันทั้งหมวกกันน็อกจนมันทรุดไป

ขาวลุกขึ้นตั้งหลัก บึมวิ่งมาหลบข้างหลังขาวร้องให้ช่วยด้วย หมีจะเอามีดแทงขาวอีกแต่ถูกขาวจับข้อมือบิดหักอย่างแรงจนมันร้องลั่น แบ็งค์เข้ามาช่วยหมีพอถูกขาวต่อยมันก็ชักปืนที่เป็นอาวุธคู่กายออกมาจะยิง ขาว ถูกขาวคว้าตัวหมีเหวี่ยงใส่จนมันล้มไปทั้งคู่

"วิ่ง!" ขาวบอกบึมพากันวิ่งอ้าวไป แบ็งค์กับหมีตั้งหลักได้ก็หันมาด่าลูกน้องสองคนที่ยืนทื่ออยู่ให้ตามไป พวกมันทั้งสี่วิ่งไล่ขาวกับบึมไปเป็นพรวน

ooooooo

ที่ริมถนนบนทางเท้าที่มีแผงขายเสื้อผ้าของกินของใช้และหนังสือวางกันเรียง ราย มีผู้คนเดินหาซื้อของกันพอประมาณ ในนั้นมีแก้วอยู่ด้วย แก้วมาเดินดูหนังสือเกี่ยวกับการเกษตรทฤษฎีใหม่จะซื้อไปฝากดำ ขณะรอเวลารถทัวร์ออก

ขณะแก้วเดินดูหนังสือเพลินๆนั้น ถูกขาววิ่งมาชนอย่างจัง พอหันไปมองก็ถูกบึมวิ่งมาชนอีกคน จนแก้วเซเข้าไปในร้านหนังสือ แต่ตายังมองตามไปอย่างติดใจ แล้วก็อุทาน "ขาว..." แก้ววิ่งตามไปทันที ข้างหลังแก้วมีแบ็งค์ หมี และลูกน้องอีกสองคนวิ่งกวดกันมาเป็นพรวน

พวกแบ็งค์วิ่งมาถึงซอยหนึ่งก็พากันมองหาไม่เห็นขาวกับบึมแล้ว แต่พอพวกมันจะไปบึมก็เกิดจามขึ้นมาเสียก่อน พวกมันพุ่งมาสู่เป้าหมายทันที แต่ไม่ทันลงมือทำอะไรก็ถูกแก้วใช้กระเป๋าฟาดจนปืนหลุดตกจากมือแบ็งค์ ขาวเห็นแก้วก็ตกใจว่ามาได้ไง

แก้วพุ่งเข้าตะลุมบอนกับพวกมันด้วย จังหวะที่ปืนแบ็งค์ตกไปนั้นแก้วไปคว้าได้ก่อนยกปืนเล็งกราดสั่ง

"ทุกคนหยุด"

ทุกคนต้องหยุด ขาวมองแก้วอย่างชื่นชม แก้วสั่งให้พวกแบ็งค์ไปรวมกันแล้วให้เอามือประสานท้ายทอยจากนั้นให้หันหลัง กางขาออก หมีรู้ทันทีว่านี่คือวิธีการของตำรวจ แก้วประกาศว่า

"ใช่ ตำรวจ นอกจากข้อหาพยายามฆ่าแล้ว ฉันมีข้อหาพกพาอาวุธเป็นของแถมให้ด้วย" พูดแล้วแก้วหันไปบอกขาวกับบึม "โทร.แจ้ง 191 ให้มาเอาตัวพวกมันไปที"

เมื่อจวนตัวเข้าแบ็งค์สู้แบบจนตรอกผลักแก้วตอนเผลอแล้วพากันวิ่งหนีไปหมด ขาวรีบเข้ามาดูแก้วว่าเป็นยังไงบ้าง แก้วบอกว่านิดหน่อยไม่เป็นอะไรมาก ขาวขอบใจที่แก้วมาช่วย แก้วกำลังจะถามขาวว่ามีเรื่องอะไรกัน ขาวก็ตะโกนขึ้น "ตำรวจมา!"

แก้วหันไปมอง พริบตานั้นขาววิ่งหนีไปอย่างสุดฝีเท้า บึมตะโกนให้รอด้วยแล้ววิ่งตามไป แก้วหันมาเห็นหลังขาวอยู่ไวๆเลยวิ่งตามไปด้วย แต่ปรากฏว่าขาวอาศัยความชำนาญตรอกซอกซอยแถวนั้นหนีแก้วไปได้

ooooooo

ขาวพาบึมซ้อนมอเตอร์ไซค์กลับมาที่ห้องเช่าในสภาพสะบักสะบอมทั้งคู่ บึมชื่นชมและศรัทธาในความกล้าหาญและชั้นเชิงการต่อสู้ของขาวมากจนเรียกเขา ว่าลูกพี่ ขาวขอให้เรียกพี่เฉยๆก็พอ

พอพาบึมเข้าไปในห้อง บึมมองแล้วบ่นว่าห้องเล็กอย่างกับรูหนู แอร์ก็ไม่มี พอขาวบอกว่าถ้านอนไม่ได้จะไปนอนที่อื่นก็ได้ บึมไม่กล้าไปกลัวแยกจากขาวไปแล้วจะเอาตัวไม่รอด

พอรู้สึกปลอดภัยสบายใจขึ้นแล้ว บึมถามขาวว่าแก้วเป็นเพื่อนหรือ พอขาวบอกว่าใช่ บึมถามอีกว่าแล้วทำไมเขาต้องหนีเธอด้วย ขาวชักหงุดหงิดตัดบทว่า "เรื่องของฉัน นอนได้แล้ว"

พอล้มตัวลงนอน ขาวพึมพำกับตัวเองอย่างรู้สึกผิด

"ขอโทษนะที่ฉันหนีแก้ว รอให้ชีวิตฉันดีกว่านี้ก่อนแล้วฉันจะกลับไปหาทุกคนเอง"

ooooooo

เจษนั่งอยู่ในห้องทำงานที่บ่อน พอหมีกับแบ็งค์ กลับมารายงานก็ถูกด่าอย่างรุนแรงว่าไม่ได้เรื่องแค่คน คนเดียวแถมอยู่ในถิ่นเราแท้ๆยังปล่อยให้รอดไปได้

"ตอนแรกพวกผมจับตัวไอ้บึมได้แล้วครับแต่มีคนมาช่วยมันเลยหลุดมือไปได้" หมีเล่า เจษถามว่ามันเป็นใคร หมีบอกว่าคงพวกมันนั่นแหละแต่ไม่เคยเห็นเข้ามาในบ่อนพวกตนเลยไม่รู้ว่าเป็น ใครแน่

แบ็งค์เล่าเพิ่มเติมว่าพวกตนตามไปเจอบึมกับเพื่อนในซอยเกือบเก็บได้อยู่แล้วแต่มีตำรวจหญิงมาช่วยไว้ก่อน

"วันนี้คงเป็นวันโชคดีของมัน" เจษตัดบทบอกแบ็งค์กับหมีว่า "ตามจับตัวไอ้บึมให้ได้ บังอาจล้วงคองูเห่ามันต้องตายให้เป็นตัวอย่าง"

ดังนั้น รุ่งขึ้นเมื่อบึมชวนขาวไปอยู่ห้องคอนโดฯของตนดีกว่า ห้องดีกว่า นอนสบายกว่านี้เยอะ แต่พอพาไปถึงเจอพวกแบ็งค์กับหมีมาดักรออยู่ บึมเห็นเลยชวนขาวเผ่นก่อนดีกว่า

แบ็งค์เห็นเข้าพอดีสั่งลูกน้องให้ตามไปทันที ปรากฏว่าขาวขี่มอเตอร์ไซค์หนีถูกพวกแบ็งค์ขับรถตามพอไล่ไปใกล้ๆแบ็งค์สั่ง หมีที่เป็นคนขับพุ่งชนให้คว่ำ แต่มันก็ชนไม่ได้เพราะมอเตอร์ไซค์หลบหลีกอย่างคล่องแคล่วว่องไว ขาวหัวไวเห็นซอยเล็กๆขนาดที่รถยนต์เข้าไม่ได้เลยหักรถเข้าไปออกทะลุอีกทาง หนึ่ง

หารู้ไม่ว่าพวกแบ็งค์ก็เป็นเจ้าถิ่นแถวนี้ มันสั่งหมีให้ไปดักที่ปากซอยอีกด้านทันที แต่พอเจอกันแบ็งค์ชักปืนจะยิงขาวก็บิดรถเลี้ยวหนีไปอย่างเร็วเลยยิงพลาด

"พลาดจนได้ ตามไป!" แบ็งค์ตามไม่เลิก

ขาวบึ่งรถหนีทั้งหวาดเสียวทั้งสนุก ขับรถเข้าไปในย่านธุรกิจที่มีคนเดินมากมายทำเอาผู้คนตกใจที่เห็นรถสองคันขับไล่ล่ากันมา

จนกระทั่งขาวไปเจอรถสิบล้อขนข้าวสาร มีไม้พาดลาดจากรถลงถนนให้คนแบกข้าวสารเดิน ขาวตัดสินใจพุ่งรถขึ้นไปทะยานข้ามรถสิบล้อไปลงที่หน้ารถ

บึมกลัวแทบตายแต่ก็ชื่นชมเมื่อพ้นอันตรายว่า "แหม...ตั้งแต่รู้จักกับพี่ฉันรู้สึกปลอดภัยยังไงไม่รู้"

"แต่ฉันกลับกันว่ะ ตั้งแต่ฉันรู้จักกับแกชีวิตฉันมีแต่เรื่องซวยยังไงไม่รู้"

ทันใดนั้นทั้งสองก็ชะงักตกใจ  เมื่อรถสปอร์ตคันหรูของ เคที่ขับแซงมอเตอร์ไซค์ของขาวขึ้นมาอย่างเร็วแล้วปาดหน้าอย่างกะทันหัน  ขาวเบรกทันทีแต่รถก็ยังปัดไปชนท้ายรถของเคที่จนได้

เมื่อเกิดเฉี่ยวชนกันเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นคู่กรณีลงมาโต้เถียงกันเอาเป็น เอาตายว่าใครผิด เคที่ไม่ยอมรับผิดทั้งยังถามขู่ว่ารู้ไหมว่าตนเป็นลูกใคร ขาวไม่กลัวจะลูกใครก็ช่างยิ่งเป็นลูกคนใหญ่คนโตยิ่งดี จะได้ลงข่าวหน้าหนึ่งประจานไปทั่วประเทศ

เจอไม้นี้เข้าเคที่หน้าเสียยอมจ่าย 3 หมื่น ขาวถามว่าแค่นี้ก็จะทำให้เธอพ้นผิดหรือ เธอควักให้เพิ่มเป็น 5 หมื่นแต่ขาวไม่แยแสต้องการเพียงคำขอโทษเท่านั้น เธอไม่ยอมอีก ขาวขู่ จะเรียกตำรวจ  เคที่เลยจำต้องยอมขอโทษ  แค่นั้นเรื่องก็จบ  ต่างคนต่างไป พอแยกจากขาวแล้ว เคที่พูดอย่างเจ็บใจว่า

"ถ้าไม่กลัวว่าเป็นข่าวแล้วป๊าจะหักเงินเดือน ฉันไม่มีวันเสียศักดิ์ศรีขอโทษแกแน่ๆ!"

ooooooo

หลวงพ่อสนับสนุนการค้นคว้าเกษตรทฤษฎีใหม่ ของดำด้วยการซื้อคอมพิวเตอร์ให้เพื่อค้นคว้าและเก็บข้อมูล  ดำกราบเท้าขอบคุณ  หลวงพ่อตอกย้ำให้ดำจำใส่ใจว่า

"ถ้ามันช่วยทำให้ที่นี่เจริญด้วยปัญญา ข้าพร้อมเสมอ"

ตั้งคอมพิวเตอร์ได้ไม่นาน เณรจ้อยก็คอยมาด้อมๆมองๆถามดำว่าเสร็จงานหรือยัง ดำรู้ทันถามว่าจะใช้คอมพิวเตอร์หรือใช้ทำอะไร เณรจ้อยไม่ทันตอบ หลวงพ่อก็ตอบแทนว่า

"เล่นเกมน่ะสิ" เณรบ่นว่าหลวงพ่อรู้ทันอีกแล้ว หลวงพ่อเลยบอกให้รู้ว่า "ทำไมจะไม่ทัน ก็ที่แม่เณรเอามาบวชก็เพราะติดเกมจนไม่เป็นอันเรียน อย่าให้รู้นะว่าแอบมาเล่น ไม่งั้น โดนดีแน่ เข้าใจไหม"

เณรหน้าจ๋อยไป หลวงพ่อเข้ามาถามดำว่าใช้ได้ดีไหม ทันใดเสียงแก้วก็แว่วเข้ามาอย่างตื่นเต้น เล่าว่าตนเจอขาวแล้วสภาพแย่มากกำลังถูกพวกนักเลงตามล่า ถ้าตนไปไม่ทันขาวอาจตายแล้วก็ได้

หลวงพ่อสงสัยว่าขาวไปทำอะไรจนต้องตามล่ากันถึงชีวิต ดำเสนอตัวขอไปตามหาขาวที่กรุงเทพฯ แก้วบอกว่าตนเจอตัวเป็นๆยังหนีไปต่อหน้าเลย แต่ดำก็ยังห่วงเพราะขาวอยู่ในอันตราย

หลวงพ่อสอนธรรมะให้ว่า "คนเรามีกรรมเป็นของตัวเอง ถ้าไอ้ขาวมันพอจะมีบุญอยู่มันก็คงแคล้วคลาด  แล้ววันนึงพวกเราก็คงได้เจอมันเอง" ดำจึงสงบลง

ooooooo

หมีกับแบ็งค์เจ็บใจที่เจอตัวบึมจะจะจังๆก็ยังทำอะไรไม่ได้   คาดว่าที่คอนโดฯนั้นบึมคงไม่กล้ากลับไปอีกแล้ว พลันหมีก็นึกได้ว่าจะหาบึมได้ที่ไหน

คืนนี้เองหมีกับแบ็งค์ก็ไปที่วินมอเตอร์ไซค์ พอดีขาวกำลังออกไปส่งคน หมีทำเป็นเข้าไปถามคนขับอีกคนว่าคนขี่เบอร์ 3 เป็นใครชื่ออะไร พอรู้ว่าชื่อขาว พักอยู่ที่ไหน หมีก็สวมรอยอ้างว่าเป็นเพื่อนเก่าแก่เพิ่งมาเจอ บอกคนขับคนนั้นว่าอย่าบอกขาวเพราะต้องการเซอร์ไพรส์เพื่อนเก่า

บึมอยู่เฝ้าห้องคนเดียวบอกขาวก่อนไปทำงานว่าไม่ต้องห่วงตนมีเงินหาซื้อข้าว กินเองได้พลางควักเงินปึกหนึ่งให้ดู เมื่อขาวไปทำงานบึมก็นอนนึกชื่นชมความเก่งของขาวถามตัวเองว่าทำไมไม่เก่ง อย่างนี้บ้าง

จนดึกเมื่อขาวกลับมา บึมเอาใจเข้าไปอาสานวดให้ เห็นขาวกางรูปวาดของแก้วออกดูก็อดไม่ได้ที่จะถามอีกว่าเป็นแค่เพื่อนกัน จริงๆหรือ ขาวตัดบทว่าถามน้อยๆหน่อยได้ไหมตนรำคาญ

แต่พอทั้งคู่ล้มตัวลงนอนก็ถูกแบ็งค์กับหมียิงรัวเข้าใส่ หูดับตับไหม้ บึมเชื่อว่าพวกแบ็งค์กับหมีตามมาเล่นงานเราแน่ ขาวจึงพาหนีออกทางด้านหลัง ก่อนออกไปขาวเอื้อมมือคว้ารูปแก้วม้วนเอาไปด้วย เลยถูกกระสุนเฉี่ยวที่ต้นแขน แต่ก็ยังพาบึมคลานหนีไปได้

"ตายทั้งคู่!" หมีพึมพำอย่างสะใจแล้วถีบประตูเข้าไป พบแต่ห้องเปล่า มองไปด้านหลังเห็นประตูเปิดอยู่ มันร้องบอกให้ตามไปทางนั้น แม้จะตามไปเจอกัน แต่ขาวก็สามารถหลอกล่อจนใช้แกลลอนใส่น้ำสำหรับออกกำลังกายฟาดโครมจนมันทั้ง สองทรุดลง

ขาวพาบึมขึ้นรถขับหนีไปอย่างเร็ว แบ็งค์กับหมีทำได้แค่โงหัวขึ้นดูขาวกับบึมนั่งรถหนีไปต่อหน้าต่อตา

ooooooo

แม้ว่าขาวจะมีรายได้ไม่มากนักแต่ก็ยังมีแก่ใจส่งเงินสองพันบาทไปให้บัวเอาไป ใช้หนี้แม่เลี้ยงอุ่มคำยังความซาบซึ้งใจแก่บัว และทำให้แก้วกับดำยิ่งคิดถึงขาวมากขึ้น บัวเอาซองจดหมายไปให้ดำกับแก้วดูว่า ส่งมาจากไปรษณีย์ลาดพร้าวเพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลตามหาขาวต่อไป

เหตุที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น เมื่อแปลงสาธิตของดำถูกคนร้ายลอบเผาทำลาย ดำวิ่งไปดูเจอหลวงพ่อกับพระ และเณรจ้อยกำลังช่วยกันดับไฟ ดำเห็นหลังคนร้ายวิ่งอยู่ไวๆก็วิ่งตามไปด้วยความแค้น

คนร้ายหนีลงเรือที่เอามาผูกไว้ริมตลิ่งที่เปลี่ยว  พวกมัน ลงเรือหนี  ดำกระโจนไปถีบคนหนึ่งตกน้ำ  อีกคนยกปืนจะยิง ถูกดำเตะจนปืนตกน้ำ  ดำถูกอีกคนที่ขับเรืออยู่ยกพายฟาดเข้ากลางหลังแล้วที่เหลือก็เข้ามาบีบคอกด ลงน้ำที่ปริ่มกราบเรือ

แม้ว่าดำจะเก่งกาจขนาดไหนแต่ถูกพวกคนร้ายที่มีทั้งอาวุธและมากกว่าหลายคนก็เสียท่าถูกพวกมันชกตกน้ำแล้วพวกมันก็บึ่งเรือหนีไป

ดำต้องว่ายน้ำเกาะกอหญ้าพุ้ยน้ำไปจนถึงตลิ่งแล้วนอนหอบเหนื่อยก่อนลุกกลับไปที่แปลงสาธิต

ที่นั่นหลวงพ่อกับพระเณรช่วยกันดับไฟลงแล้ว หลวงพ่อปลอบใจดำว่า

"ข้ารู้ว่าเอ็งรักแปลงสาธิตของเอ็งมาก แต่เอ็งก็ต้องทำใจให้เข้มแข็งนะดำ" แล้วหลวงพ่อก็ตั้งข้อสังเกตว่า "แปลงสาธิตของเอ็งต้องไปเหยียบตาปลาใครเข้าแน่ๆ" ดำบอกว่าตนไม่เคยคิดทำแข่งกับใคร หลวงพ่อเลยชี้ให้เห็นว่า "แต่คิดช่วยเหลือชาวบ้าน ไหนเอ็งเคยจับพวกตัดไม้บนเขาอีก ก็คงพอมีหลายคนแหละที่ไม่พอใจ ไม่เป็นไรนะ พังก็สร้างใหม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เอ็งจะปล่อยให้พังลงไม่ได้คืออุดมการณ์นะดำ"

ดำมองหลวงพ่ออย่างมีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไปอย่าง ไม่ย่อท้อ

ooooooo

เจษฟังรายงานจากแบ็งค์กับหมีว่าที่จริงบึมไม่ เท่าไร แต่คนที่อยู่ด้วยกันเก่งฉกาจมาก พวกตนเลยจัดการบึมไม่ได้สักที   เจษบอกว่ามันจะเก่งสักแค่ไหน   ตนชักอยากเจอซะแล้ว

ส่วนขาวกับบึมตะบึงรถไปพักริมน้ำ บึมรีบดูแผลให้ขาว  บอกว่าถ้าขาวเป็นอะไรไปตนคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต  ขาวเองก็พูดพึมพำว่าบึมนำความซวยมาให้ตนจริงๆ  บึมกะล่อนว่าไหนๆก็ไหนๆแล้วน่าลูกพี่  ขาวเลยถอนใจเซ็งๆแบบเลยตามเลย  แล้วถามบึมว่าได้เงินในบ่อนมาเท่าไรมันถึงได้ตามล่าเอาคืนถึงขั้นต้องเอา ชีวิตกัน

พอบึมบอกว่าหมื่นห้า  ขาวไม่อยากเชื่อว่าเงินแค่นี้มันไม่น่าตามล่าถึงขนาดนี้  ถามไปถามมาจึงรู้ว่าที่แท้บึมโกงเขามากลายเป็นเรื่องหักเหลี่ยมกันเลยต้อง เอากันถึงตาย

เมื่อเรื่องเป็นแบบนี้ขาวเลยต้องตกกระไดพลอยโจนเพราะถึงแยกกับบึมตอนนี้ตนก็ ต้องถูกตามล่าอยู่ดี  เลยคิดหาที่อยู่ใหม่กัน  บึมพาไปนอนโรงแรมถูกๆคืนละ  500  บาท

ooooooo

ที่แท้คนร้ายที่ไปเผาแปลงสาธิตของดำนั้นแม่เลี้ยงอุ่มคำเป็นคนจ้างไป พอทำงานเสร็จพวกมันก็ไปรับเงินจากแม่เลี้ยง แต่พอพวกมันกลับไป บัวก็เอาเงิน 2,000 บาทมาจ่ายดอกแม่เลี้ยงพอดี

รับเงินจากบัวแล้วแม่เลี้ยงมองบัวอย่างพอใจ ชวนทำงานกับตนไหม งานไม่หนักเงินก็ดี บัวเอะใจถามว่างานอะไร ถ้าต้องเอาตัวเข้าแลกตนไม่เอา แม่เลี้ยงพูดอย่างดูถูกว่าจะคอยดูว่าศักดิ์ศรีจะทำให้ท้องอิ่มหรือเปล่า

หลังจากแปลงสาธิตถูกเผา หลวงพ่อกับพระและเณร ก็ช่วยกันมายกแปลงใหม่  ดำมาเจอตกใจไม่อยากให้หลวงพ่อเหนื่อย  นิมนต์ท่านไปพักผ่อน  แต่ทั้งหลวงพ่อและเณรต่างเต็มใจทำเพราะถือว่าการทำงานคือการประพฤติธรรม

"ที่แค่แมวดิ้นตาย ช่วยคนละไม้ละมือเดี๋ยวก็เสร็จไม่ต้องเกรงใจ   ที่สำคัญทำกลางวันไม่มีผี   หลวงพี่ไม่กลัว" หลวงพี่ฉิมพูดอย่างอารมณ์ดี แล้วก็พากันยกแปลงต่อ ดำมองพระเณรด้วยความซาบซึ้งใจและมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป...

ooooooo

ตอนที่ 4

แม้จะเข้าไปนั่งฝึกสมาธิอยู่ในถ้ำที่สงบมีพระพุทธรูปองค์โตอยู่ตรงหน้า แต่ก็ไม่ทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มของขาวเยือกเย็นลงได้ ร่ำๆที่จะลุกขึ้นไปฟาดฟันดำหลายครั้งแต่ยั้งคิดได้เมื่อมองพระพุทธรูปตรงหน้า แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้แก่ไฟในหัวใจสิ้นเชิง ขาวกำหมัดลุกพรวดปรี่เข้าหาดำอย่างรวดเร็ว

ดำได้ยินเสียงลืมตาดูด้วยความเอะใจ ไม่ทันตั้งตัวก็ถูกขาวชกโครมเข้าให้แล้ว แต่พอขาวจะชกซ้ำ กลับโดนไม้ตะพดของหลวงพ่อสิงโตตีสกัดไว้อย่างเร็ว พริบตานั้นหลวงพ่อร่ายเพลงอาวุธอย่างชำนาญ ตีขาวเป็นการสั่งสอนสามสี่ครั้งจนมองไม่ทัน ขาวลงไปนอนกับพื้น ดำรีบจับไม้ตะพดของหลวงพ่อไว้แน่น

"พอเถอะครับหลวงพ่อ!"

"ข้าก็ไม่อยากทำอะไรที่ไม่งามต่อหน้าพระพุทธองค์นักหรอก แต่ที่ข้าต้องทำเพราะไม่อยากให้ที่นี่เปื้อนเลือด ที่นี่คือที่ปฏิบัติศาสนกิจไม่ใช่ลานประหาร ที่นี่คือที่ทำให้คนมีสติไม่ใช่ขาดสติ"

หลวงพ่อเอ่ยอย่างผิดหวังมาก เดินเข้าไปจ้องหน้าขาวจนขาวต้องหลบตาอย่างละอายใจ

"ต่อหน้าพระพุทธรูป เอ็งยังหักห้ามใจไม่อยู่ ข้าอยากรู้นักว่าเด็กน้อยที่ข้าชุบเลี้ยงมากับมือ ทำไมโตขึ้นถึงถูกปิศาจสิงหัวใจได้ขนาดนี้!"

"ผม...ขอโทษครับหลวงพ่อ" ขาวก้มกราบหลวงพ่อ ดำมองด้วยความสงสาร

"ข้าจะทำยังไงกับเอ็งดี...ไอ้ขาว" หลวงพ่อครุ่นคิดหนักใจ

ooooooo

ในที่สุด วันรุ่งขึ้นหลวงพ่อจะให้ขาวบวช แต่ขาวบอกว่าตนยังไม่พร้อม ตนรู้ใจตัวเองดี อ้อนวอนหลวงพ่อ "อย่าให้ผมทำให้ผ้าเหลืองเปื้อนมลทินเลยนะครับ"

"แล้วเอ็งจะให้ข้าทำยังไง" หลวงพ่อถามขาวอย่างหนักใจ

ขาวกลับเข้าไปในห้องพักตัวเองแล้วก็ยังครุ่นคิดถึงคำพูดของหลวงพ่อที่ว่า

"ไปนอนคิดให้ดี การบวชไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไรเลย แต่โทสะโมหะที่อยู่ในใจเอ็งมากกว่าที่กำลังสุมชีวิตเอ็งให้ไหม้ เอาจีวรดับไฟในใจซะ เมื่อสงบแล้วอยากสึกข้าจะสึกเอ็งด้วยตัวข้าเอง"

คิดแล้วขาวขบกรามอย่างเก็บกดพึมพำน้ำตาคลอด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

"หลวงพ่อเคยถามผมไหมว่าไฟที่สุมอยู่ในใจผมเกิดจากอะไร..."

แล้วขาวก็คิดถึงอดีตเมื่อครั้งยังเด็ก ดำได้ใส่ชุดนักเรียนใหม่ ในขณะที่ขาวต้องรับทอดของเก่าจากดำ หลวงพ่อปลอบใจว่า "เทอมหน้าถ้าเอ็งสอบได้คะแนนดีๆ รับรองหลวงพ่อจะซื้อให้เอ็งทันที"

แต่พอเทอมหน้ามาถึง ขาวก็ยังสอบได้คะแนนไม่ดี เขาได้แต่ขอโทษหลวงพ่อ

"ทำไมไม่ขยันเหมือนพี่ดำเขาล่ะ เอ็งน่ะมีแต่เที่ยวยิงนกตกปลา ระวังตายไปจะตกนรก" หลวงพ่อตำหนิ เวลานั้นดำขอหลวงพ่อว่าอย่าดุน้องเลย หลวงพ่อก็ยังชำเลืองขาวสั่งสอนว่า "ถ้าอย่างนั้นตามสัญญาที่ให้กันไว้ ชุดนักเรียนใหม่ยังไม่ได้ เทอมหน้าตั้งใจเรียนซะใหม่ ถ้าเอ็งทำได้ เอ็งก็จะได้ในสิ่งที่อยากได้ นี่ไม่ใช่การลงโทษ แต่ฟังไว้นะเจ้าขาว คนเราไม่ควรได้อะไรมาง่ายๆ จำไว้"

ฟังหลวงพ่อแล้วขาวยิ่งเศร้าจนน้ำตาคลอเบ้า...

ooooooo

ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่าหลวงพ่อรักดำมากกว่าตน ทำให้ขาวตัดสินใจจะหนีออกจากวัดในคืนนั้นโดยที่ดำกับหลวงพ่อไม่ได้เฉลียวใจเลย มัวแต่คิดเป็นห่วงอยู่ห่างๆ หลวงพ่อยังสั่งดำให้จัดข้าวปลาอาหารไว้ด้วยเผื่อขาวออกมาจะได้กิน

ดำจัดข้าวปลาอาหารไว้อย่างดีแล้วไปเคาะประตูห้องบอกขาว แต่ภายในเงียบกริบ ฝนฟ้าเริ่มคะนองหนักขึ้นทุกที

ขาวเก็บเสื้อผ้าของใช้ที่จำเป็นใส่กระเป๋า ที่ไม่ลืมคือรูปลายเส้นใบหน้าแก้วที่วาดยังไม่เสร็จ ขาวม้วนห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ใส่หลอดไว้อย่างดี จากนั้นหันไปหยิบหนังสือท่องเที่ยวฉบับหนึ่งที่หน้าปกมีรูปตึกรามบ้านช่องสวยงามของกรุงเทพฯขึ้นมาดู

ข้างนอกฝนฟ้าคะนองหนัก ขาวมองออกไปแล้วหยิบจดหมายในซองวางไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือก่อนย่องออกจากห้องไป อดเหลือบมองไปทางประตูห้องของดำไม่ได้ พูดอย่างเกลียดชังว่า

"ฉันจะกลับมาอย่างคนที่มีเหนือกว่าแกทุกอย่าง!"

ขาวเดินไปกราบพื้นดินหน้ากุฏิหลวงพ่อเอ่ยทั้งน้ำตา "ขอโทษครับหลวงพ่อ...ผมขอโทษ" เป็นเวลาที่หลวงพ่อนั่งสมาธิอยู่ในความมืด พลันก็สะดุ้งลืมตาขึ้นสีหน้ากังวลเมื่อนึกถึงขาวแต่พอลุกออกมาดูที่หน้าต่างก็ไม่เห็นอะไรแล้ว เพราะขาวหลบไปแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ พอหลวงพ่อปิดหน้าต่างขาวก็หันหลังเดินจากไปทั้งที่หัวใจเศร้าหมอง...

ขาวยังไปที่หน้าบ้านแก้วเหมือนจะมองสั่งลา บัวยังติดฝนอยู่บ้านแก้วอยากจะกลับบ้านเพราะห่วงพ่อกับแม่ แต่พอมองออกไปข้างนอกก็ร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นเหมือนมีคนมายืนมองอยู่ที่หน้าบ้าน พอบอกแก้วแล้วพามาดูก็ไม่เห็นอะไรแล้ว

ขาวจึงได้เห็นทั้งแก้วและบัวก่อนที่จะอำลาไปอย่างไร้เป้าหมาย...

"แก้ว...บัว ลาก่อน..."

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขาวก็มาถึงหมอชิตแล้ว เขาหลับจนเด็กรถต้องมาปลุกบอกว่าถึงแล้ว ขาวลุกไปงงๆ เห็นผู้คนเดินไปเดินมามากมาย แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกโดดเดี่ยวท่ามกลางฝูงชนคลาคล่ำ

หลวงพ่อกับดำเพิ่งรู้ว่าขาวหนีไปแล้ว หลวงพ่อเสียใจจนจะเป็นลม ผู้ใหญ่ทิมจะพาไปส่งโรงพยาบาล หลวงพ่อก็ไม่ยอมไปเพราะไม่อยากเดือดร้อนคนอื่น ยาท่านก็มี เฝ้าบ่นด้วยความเสียใจผิดหวังว่า

"ขาวมันไม่น่าทำอย่างนี้..." ดำปลอบใจหลวงพ่อว่าตนจะตามขาวกลับมาเอง บัวก็ขอให้หลวงพ่อพักผ่อนมากๆ หลวงพ่อบอกว่า "ไม่เป็นไร ข้าแค่เสียศูนย์นิดหน่อยเท่านั้น ถ้าข้าล้มเพราะปัญหาส่วนตัวของข้าเองแล้วข้าจะสอนญาติโยมที่ไหนได้" หลวงพ่อพยายามลุกขึ้นนั่งตั้งสติเต็มที่

แก้วถามว่าหลวงพ่อจะเอาอย่างไรต่อไป ท่านตอบปลงๆว่า

"จะให้ข้าทำยังไงได้ในเมื่อเราไม่รู้เลยว่าเจ้าขาวมันไปที่ไหน ข้าคงได้แต่หวังว่ามันจะคิดได้ แล้วก็กลับมา"

ผู้ใหญ่ทิมให้ความหวังกับหลวงพ่อว่าเอาไว้ตอนตนไปส่งแก้วกลับไปเรียน ผ่านเข้ากรุงเทพฯจะมองๆให้เผื่อจะเจอขาว ทุกคนเศร้ากับการหนีไปของขาว โดยเฉพาะหลวงพ่อ นั่งเงียบจนดำมองอย่างเห็นใจ เข้าใจถึงความเจ็บปวดของหลวงพ่อว่ามากมายแค่ไหน...

ooooooo

ขาวเคว้งคว้างอยู่พักใหญ่จึงหาห้องเช่าได้ในราคา 600 บาท ต้องจ่ายล่วงหน้า พอเข้าไปในห้องขาวมองปลงๆ เพราะภายในห้องมีแค่เสื่อกับมุ้งเท่านั้น ทำให้คิดถึงตอนอยู่วัด ตอนนั้นเมื่อโตขึ้นหลวงพ่อให้ดำกับขาวแยกห้องกันอยู่แต่ห้องติดกัน ในห้องมีทั้งที่นอนหมอนมุ้งสะอาดเรียบร้อย แต่ที่หลวงพ่อกำชับดำคือ

"ห้องอยู่ข้างๆกัน ยังไงดำต้องช่วยดูแลน้องนะลูก"

ขาวมองห้องเช่าแล้วล้มตัวลงนอนหลับไปอย่างเหน็ดเหนื่อย ในความฝันก็ยังฝันถึงหลวงพ่อจนสะดุ้งตื่น ตกกลางคืนออกไปหาของกิน มีของกินขายอยู่มากมาย ผู้คนเดินสวนกันไปมาขวักไขว่แต่ไม่มีใครสนใจใคร ขาวเคว้งคว้างอยู่กลางผู้คนอย่างครุ่นคิด

คืนนี้ หลวงพ่อไปนั่งสวดมนต์ในโบสถ์ ดำตามไปนั่งเยื้องๆอยู่ข้างหลัง หลวงพ่อสวดเสร็จกราบพระพุทธรูปแล้วพูดโดยไม่หันมองว่า

"ข้าสวดให้ใจตัวเองสงบลง...สวดให้ไอ้ขาวมันปลอดภัย พระอย่างข้าคงทำได้แค่นี้" ดำบอกว่าหลวงพ่อทำดีที่สุดแล้ว หลวงพ่อขยับลุก "ใช่ ข้าทำดีที่สุดแล้ว แต่ต้องมีข้อบกพร่องไม่อย่างนั้นเจ้าขาวคงไม่..." หลวงพ่อพูดได้แค่นั้นก็เสียงเครือหายไปในลำคอ แล้วเดินออกไปด้านนอก ดำรีบตามไปด้วยความไม่สบายใจ จนถึงริมน้ำ ดำเอ่ยกับหลวงพ่อว่า

"ถ้าหลวงพ่อบกพร่อง ผมก็ต้องบกพร่องเหมือนกันที่ทำให้น้องมันเกลียดได้ขนาดนี้" เมื่อหลวงพ่อแสดงความเป็นห่วงขาว ดำเอ่ยว่า "ผมก็ห่วงขาวเหมือนกันครับ ถ้าแลกได้ให้ผมไปแล้วมันอยู่ยังดีกว่า"

หลวงพ่อย้อนถามว่าตกลงสองคนจะอยู่ที่เดียวกันไม่ได้ใช่ไหม ดำบอกว่าที่ขาวไปเพราะตน

"เอาล่ะพอ...ตกลงข้ากับเอ็งก็ผิดพอกัน เป็นความผิดที่ทั้งเอ็งกับข้าก็ยังควานหามันไม่เจอเหมือนกับตอนนี้ที่เรายัง ไม่รู้ว่าจะควานหาตัวเจ้าขาวมันได้ที่ไหน..."

ooooooo

ขาวเดินเคว้งคว้างผ่านย่านขายอาหาร สุดท้ายได้ข้าวเหนียวหมูปิ้งไปนั่งกินที่สวนสาธารณะแต่ไม่ทันระวังตัว กระเป๋าเงินที่แลบออกมาจากกระเป๋าหลังถูกวัยรุ่นคนหนึ่งกระชากวิ่งหนีไป ขาวตะโกนให้คนช่วย รปภ.คนหนึ่งไล่ตามไปถูกเด็กวัยรุ่นพวกเดียวกัน 34 คน รุมซัด รปภ.จนตกลงไปในแม่น้ำ ขาวเห็นดังนั้นวิ่งไล่กวดตามไป

เด็กวัยรุ่นวิ่งไปในซอกตึกแล้วเอากระเป๋ามานับเงินได้ไปสองพันกว่าบาท พวกมันดีใจที่ได้เงินและหนีรอดมาได้ แต่หารู้ไม่ว่าขาวตามมาแอบดูอยู่ เขาพรวดเข้าไปเล่นงานมัน แม้จะหนึ่งต่อสี่  แต่ฝีมือคนละชั้นกระดูกคนละเบอร์  ในที่สุดวัยรุ่นทั้งกลุ่มก็ยกมือไหว้ ขาวได้กระเป๋าคืนมามองพวกนั้นไปพึมพำ

"แกไม่ใช่พวกมืออาชีพนี่"

เมื่อขาวพาพวกนั้นไปกินก๋วยเตี๋ยวมันบอกว่าถ้าไม่หิวก็ไม่ทำอย่างนี้ ขาวถามว่าทำไมไม่ขอกันดีๆโชคดีที่ตนไม่จับส่งตำรวจ จากการคุยกันจึงรู้ว่าเด็กบางคนมาหางานทำในกรุงเทพฯ แต่ยังหาไม่ได้บางครั้งก็โดนไล่อย่างกับหมูกับหมา

ขาวฟังแล้วสะเทือนใจเอาใบละพันให้แล้วบอกให้กลับบ้านไปเสีย วัยรุ่นมองงงๆ

"กลับบ้านไปซะ ไม่มีที่ไหนดีกว่าบ้านเกิดของแกแล้ว กลับไปอยู่กับพ่อกับแม่แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก" ขาวบอก

เด็กวัยรุ่นรับเงินไปยังไม่หายงง ขาวจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวแล้วลุกออกไปทันที พอกลับถึงห้องเช่าก็หยิบรูปแก้วออกมาดูเห็นมีรอยก็คิดว่าคงโดนฝนเมื่อคืนพูด กับรูปว่าเดี๋ยวจะวาดซ่อมให้ มองรูปแล้วพึมพำ

"กรุงเทพฯนี่ไม่ง่ายเหมือนกันนะแก้ว พลาดไปก็คือเหยื่อดีๆนี่เอง แต่รับรองคนอย่างเราไม่มีวันเป็นเหยื่อให้ใครจับกินง่ายๆแน่ คอยดูเราจะเอาดีให้แก้วเห็น"

ooooooo

เช้านี้แก้วออกเดินทางกลับมาเรียนต่อแล้วโดยมีผู้ใหญ่ทิมผู้เป็นพ่อขับรถมา ส่ง ทั้งหลวงพ่อ ดำและบัวต่างแอบมีความหวังว่าแก้วจะได้เจอขาวที่กรุงเทพฯ

ส่งแก้วแล้วดำกลับมาที่ห้องนอนของขาวปัดกวาดจัดของให้จนหลวงพ่อถามว่ารู้ หรือว่าขาวจะกลับมาเมื่อไร ดำบอกว่าไม่รู้แต่ก็จะทำ ทำจนกว่าขาวจะกลับมา ตนเชื่อว่าขาวต้องกลับมาเพราะที่นี่เป็นบ้านของขาว แม้ที่นี่จะเป็นวัดแต่ตนกับขาวเติบโตจากที่นี่จึงเปรียบเสมือนบ้าน ใครๆก็ต้องกลับบ้านทั้งนั้น

ส่วนขาวที่หนีมากรุงเทพฯแล้ว พอหาที่พักได้ก็เตรียมหางานทำ เดินเข้าออกสมัครงานหลายที่แต่ก็ไม่ได้ จนมาเจอร้านส่งพิซซ่า ขาวมองอย่างครุ่นคิด

ผู้ใหญ่กับแก้วมาถึงกรุงเทพฯแล้ว แก้วขอให้แวะเข้าไปวนดู ถึงจะอ้อมหน่อยแต่ก็หวังว่าเผื่อจะเจอขาว ระหว่างนั้นมีเสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังจากด้านหลัง แก้วหันขวับไปเป็นมอเตอร์ไซค์ส่งพิซซ่าขับแทรกไป แก้วจ้องตาไม่กะพริบแล้วร้องอย่างดีใจ

"ขาว!" ผู้ใหญ่ถามว่าไหน "นั่นไงพ่อ...เร็วไฟเขียวแล้วตามไปเร็ว!" แก้วเร่งอย่างตื่นเต้น ทำเอาผู้ใหญ่รีบออกรถแทบไม่ทัน

ผู้ใหญ่ขับรถตามรถมอเตอร์ไซค์ส่งพิซซ่าไปอย่างลำบากเพราะไม่คล่องตัวบาง ครั้งรถมอเตอร์ไซค์ก็หลุดไปจากสายตา แก้วต้องคอยดูและชี้เป้าให้ ผู้ใหญ่บีบแตรและแซงปาดหน้ารถมอเตอร์ไซค์จนรถเกือบล้ม คนขับมอเตอร์ไซค์ จอดรถลงมางงๆ

แก้วกับผู้ใหญ่รีบตามไปแก้วเรียกอย่างดีใจ "ขาวๆ"

แล้ววิ่งเข้าไปหา ถามเร็วปรื๋อ "ขาว...ทำไมหนีมาอย่างนี้ รู้ไหมทุกคนเขาเป็นห่วงแค่ไหน" ผู้ใหญ่ก็ตามมาชวนให้กลับ แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อทั้งแก้วและผู้ใหญ่ก็จังงัง เมื่อเด็กหนุ่มถอดหมวกกันน็อกหันมาถามว่าลุงขับรถปาดหน้าผมทำไม

"เฮ้ย!" แก้วร้องเสียงหลงเพราะไล่ล่าผิดตัว ผู้ใหญ่ทิมก็ตะลึง แล้วสองพ่อลูกก็ยิ้มเจื่อนๆ

ooooooo

ที่แท้ ขาวตัวจริงที่เดินเข้าไปสมัครงานที่ร้าน

พิซซ่าและได้ไปทดสอบงานทำเวลาได้เป็นที่พอใจของผู้จัดการ ขาวได้งานแต่ไม่ใช่เวลานี้เพราะจะต้องมีรถมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง

"นายต้องมีรถของตัวเอง บังเอิญวันนี้นายโชคดีที่คนขาดแล้วรถคันนี้ก็รถของฉัน ที่ฉันไว้ใจให้นายทำงานก็เสี่ยงอยู่นะ เอางี้...ถ้าอยากทำงานจริงๆ ฉันให้นายเช่ารถฉันขับสักสี่ห้าวันจนกว่านายมีมอเตอร์ไซค์ของตัวเองแล้วฉัน จะรับนายเข้าทำงาน ตกลงไหม"

ขาวฟังผู้จัดการแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

ooooooo

แก้วมาถึงหอพักนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงแล้ว พอมาถึงก็ทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างเหนื่อยอ่อนพึมพำเซ็งๆว่า

"เฮ้อ...หน้าแหกไม่รับเย็บ เราว่าตาไม่ได้ฝาดนี่นา ขาวชัดๆ มองยังไงก็ขาว"

แล้วก็เอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูภาพดำที่ตัวเองแอบถ่ายตอนไปนอนดูดาวกัน พูดกับดำในภาพว่า

"ฉันอยากรีบจบ รีบกลับไปอยู่ที่น้ำงามเร็วๆจังเลยดำ กลับไปพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนที่เคยเป็น กลับไปทำให้น้ำงามสงบสุขเหมือนเดิม...ฉันนอนก่อนนะดำ ขอบใจที่อุตส่าห์ปีนเข้ามาสิงในมือถือให้ฉันดูแก้คิดถึง...ฝันดีนะจ๊ะเพื่อน รัก"

พูดเองแล้วยิ้มเขินๆ ก่อนเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงนอนหลับตาอย่างมีความสุข...

ส่วนดำก็ยังเฝ้าคิดถึงเป็นห่วงขาวจนบางครั้งไม่มีสมาธิในการอ่านตำรา ผิดกับขาวที่ตั้งหน้าตั้งตาที่จะทำงานสร้างฐานะเรียนจบหางานทำดีๆเพื่อ เอาชนะใจแก้วให้ได้

วันต่อมาผู้ใหญ่กลับมาถึงบ้านก็รีบไปกราบหลวงพ่อ ทีแรกหลวงพ่อนึกว่ามีข่าวดีเรื่องขาว แต่พอคุยแล้วกลายเป็นเรื่องจำคนผิดตัว ดำยังเชื่อสายตาแก้วว่าคงแม่นยำเชื่อว่าขาวต้องอยู่ที่กรุงเทพฯเสนอหลวงพ่อ จะไปตามหา

"ตามคนที่อยากหนีมันเหนื่อยเปล่า ตอนนี้ก็รู้แล้วว่า มันอยู่กรุงเทพฯแล้วก็ปลอดภัยดีพวกเราก็ควรสบายใจ วันไหนที่ไอ้ขาวพร้อมมันก็คงกลับมาเองแหละ" หลวงพ่อบอกดำว่าเอาไว้เรามีข้อมูลให้ชัดกว่านี้ค่อยขยับจะดีกว่า

"ครับหลวงพ่อ" ดำถอนใจต้องยอมรับตามคำแนะนำของหลวงพ่อ

ooooooo

ในที่สุดขาวก็ดาวน์รถได้ในราคา 500 บาท รุ่งขึ้นรีบไปที่ร้านพิซซ่าแต่ไก่โห่บอกผู้จัดการว่าตนตื่นเต้นอยากทำงานไวๆ ผู้จัดการชมว่าขยันดีแต่รอให้ถึงคิวก่อนเดี๋ยวคนอื่นจะหาว่ามาแย่งงาน ขาวยิ้มอย่างเข้าใจ พลันก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้...

ขาวแวบไปแอบดูแก้วที่รั้วโรงเรียนนายร้อยตำรวจหญิง เป็นเวลาที่แก้วกำลังฝึกการต่อสู้อยู่ ในสายตาแว้บๆเหมือนเห็นขาวมายืนเกาะรั้วดูอยู่ เลยทำให้เสียสมาธิถูกเพื่อนเตะอย่างจังจนเซล้ม เลยถูกครูฝึกตำหนิที่วอกแวก หลักจากนั้นแก้วมองไปอีกทีก็ไม่มีใครอยู่ที่รั้วแล้ว คิดว่าตัวเองตาฝาดอีกตามเคย

เมื่อได้ทำงานที่ร้านพิซซ่าแล้ว ขาวเสียดายเวลาหลังเลิกงานปรึกษากับผู้จัดการว่าอยากทำงานเยอะๆจะได้หาเงิน เรียนต่อ ผู้จัดการส่งเสริมเต็มที่บอกว่าแล้วจะช่วยดูให้

ขาวยังทำเซอร์ไพรส์แก้วด้วยการฝากขนมคุกกี้ใส่กล่องไปให้เขียนใส่กระดาษสอด ไว้ในกล่องว่า "กินเยอะๆนะจะได้มีแรงฝึก" แก้วอ่านแล้วขนลุกซู่เพราะจำลายมือขาวได้ แก้วลุกเดินอ้าวไปหาเจ้าหน้าที่ที่เอาของฝากมาให้ถามว่าขนม เมื่อกี้ใครฝากมาหรือ

"เขาบอกว่าเป็นญาติเธอ" แก้วฟังแล้ววิ่งอ้าวไปข้างนอกทันที เจ้าหน้าที่ร้องถามว่า "จะไปไหน เขากลับไปแล้ว ถ้าอยากรู้ว่าญาติคนไหนฝากมาก็ไปดูรายชื่อที่ป้อมยามโน่น"

แก้วจึงเดินไปอีกทาง พึมพำกับตัวเอง "ท