ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากฟังแผนการของดำแล้ว วันรุ่งขึ้นเมื่อมาพบกันที่ศาลาวัด ผู้ใหญ่พูดอย่างเอาจริงเอาจังว่า ตนจะจัดกำลังชาวบ้านออกเดินยาม ดำฝากผู้กองจีรายุสกับแก้วช่วยตามคดีที่เราโดนพวกมันเล่นงานที่กรุงเทพฯด้วย ส่วนจ่าดำเกิงที่นั่งสะง่อนสะแง่นอยู่ก็อาสาถามว่า จะให้ตนช่วยอะไรบ้าง

ผู้ใหญ่เหล่ใส่ปรามาสว่ายืนให้อยู่ก่อนเถอะ จ่าท้าเสียงเมาๆว่าดูถูกกันแบบนี้ไปพบกันหลังวัดผลัดกันเตะคนละทีไหมล่ะ ทั้งผู้ใหญ่และจ่าต่างหยอกเย้ากันประสาเพื่อนที่โตมาด้วยกัน จนแม่ตุ๊กบอกว่าพอได้แล้ว เล่นกันเป็นเด็กๆไปได้

"เอ้า! ยังไม่หยุดเดี๋ยวข้าก็ร่วมวงให้อีกคนเลยนี่ พ่อจะฟาดให้เดี้ยง" หลวงพ่อแทรกขึ้น  ผู้ใหญ่กับจ่าเลยหน้าเจื่อนพากันลงนั่งอย่างเรียบร้อย หลวงพ่อดุแล้วหว่านล้อมว่า "เอาน่าไอ้ ผู้ใหญ่ อย่างน้อยไอ้จ่ามันเมา มันก็ยังมีแก่ใจมานั่งประชุม ดำ...มีอะไรให้ลุงจ่าเขาทำบ้างไหมเผื่อจะได้ไม่มีเวลาว่างไปก๊งเหล้าอีก"

ดำเลยมอบหมายให้จ่าช่วยสอดส่องดูโรงเรียนครูทับทิมให้ จ่ารับปากแข็งขันว่าได้เจอจะจะแล้วจะวิ่งไปบอก ถูกผู้ใหญ่ ขัดคอว่า นึกว่าจะสู้

"โธ่...สังขารอย่างนี้ให้ข้าเกษียณแบบมีลมหายใจได้ไหมวะไอ้ผู้ใหญ่"

"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะแค่แวะมาเยี่ยมหนูกับเด็กๆ หนูก็ขอบคุณแล้วล่ะ" ครูทับทิมให้กำลังใจ

"ส่วนผมจะรวบรวมหลักฐานรายงานส่วนกลางแล้วก็สื่อมวลชนด้วย" ดำบอก

จีรายุสเปรยๆว่างานนี้นายอำเภอกับผู้กำกับต้องไม่ชอบใจแน่ แก้วพูดอย่างอ่อนใจว่าทำยังไงได้ในเมื่อทั้งสองคนใส่เกียร์ว่างกันหมดพวกเราก็ต้องขับเคลื่อนกันเอง

"ตอนนี้เท่ากับเราชักธงรบกับคนพาลเต็มรูปแบบแล้ว ยังไงก็ระวังตัวกันด้วย แต่อะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ขอให้ทุกคนระลึกเสมอว่า แผ่นดินไทยเป็นของคนไทยทุกคน อย่ายอมให้ตกไปอยู่ในมือคนหนึ่งคนใดเพียงผู้เดียวเด็ดขาด" หลวงพ่อพูดกับทุกคนเป็นการย้ำเตือนสติให้ยึดมั่นและฮึกเหิมที่จะสู้กับอธรรม

หลังจากมอบหมายหน้าที่กันเรียบร้อยแล้ว ขณะเดินกลับกุฏิ หลวงพ่อบอกดำว่าไม่ต้องห่วงท่านเชื่อว่าพวกนั้นคงไม่ย้อนกลับมาที่นี่ในวันสองวันนี้แน่ ห่วงแต่ดำนั่นแหละเพราะเป็นเป้าหมายเบอร์หนึ่งของพวกมัน ดำให้คำมั่นกับหลวงพ่อว่าตนสู้ตายไม่ยอมให้พวกมันย่ำยีแผ่นดินไทยอีกแล้ว

"เอ็งไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังจริงๆดำ ไป...กลับไปทำงานได้แล้ว" หลวงพ่อเอ่ยอย่างชื่นชม

แต่พอหลวงพ่อหันจะเดินกลับกุฏิก็เจอขาวกับบัวยืนคอยอยู่ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ

ooooooo

เมื่อพากันขึ้นไปนั่งคุยกันที่ชานกุฏิ หลวงพ่อบอกขาวว่าจะให้ท่านพูดกี่ร้อยครั้งท่านก็ยังยืนยันเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเหมือนเดิม ขอให้ขาวถอนตัวออกมาเสีย นี่ไม่ใช่ เวลาที่เขาจะดื้อแพ่งอะไรอีกแล้ว

ขาวก็ยังยืนยันว่าเสี่ยไม่ได้เป็นคนอย่างที่หลวงพ่อคิด ทั้งหมดนั้นอาจเป็นความเข้าใจผิดก็ได้

ขณะขาวพยายามแก้ต่างให้เสี่ยอยู่นั่นเอง ดำย้อนกลับ มาเพราะลืมของ เจอขาวพอดีทักทั้งขาวและบัว พอเห็นหน้าดำเท่านั้น ขาวของขึ้นทันที ตะคอกถามว่า "แกใช่ไหมที่เป่าหูหลวงพ่อ"

ขาวกำหมัดแน่นจนบัวต้องจับมือไว้เตือนสติ หลวงพ่อปรามว่าถ้ามีเรื่องกันอีกได้ลองรสไม้ตะพดท่านแน่ สงสัยต้องเรียกสติกันหน่อยล่ะ

ถูกหลวงพ่อปรามเช่นนั้นขาวขอตัวกลับ บัวบอกว่ายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ขาวตัดบทว่าถ้าบัวไม่กลับตนก็จะไม่รอ ว่าแล้วเดินชนไหล่ดำจนเซออกไปไม่ฟังเสียงเรียกของบัวกับดำ หลวงพ่อเห็นแล้วบ่น

"ชีวิตนี้ ไฟในหัวใจมันจะมีวันมอดไหมนะ"

ooooooo

เมื่อพากันไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ บัวเอารูปที่แอบถ่ายจากในศูนย์มาให้หลวงพ่อกับดำดู บัวชี้ที่รูปสายใจซึ่งไม่ชัดนักบอกดำว่า

"น้าผู้หญิงคนนี้แหละจ้ะที่มีพิรุธที่สุด นั่งเรือข้ามไปประเทศโน้นแต่กลับมาคนเดียว บัวแอบเห็นอย่างนี้สองสามครั้งแล้วจ้ะ"

ดำมองผ่านๆ แล้วสะดุดตาจ้องอีกทีบอกบัวว่าผู้หญิงคนนี้เหมือนตนเคยเห็นที่ไหน แล้วนึกออกว่าเคยเห็นมาทำบุญที่วัดบ่อยๆ หรือเปล่า ดำถามพลางส่งกล้องให้หลวงพ่อดูรูป

หลวงพ่อสะดุ้งไปนิดหนึ่งแล้วปรับสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว บอกดำว่าจำผิดคนแล้ว   ท่านไม่เคยเห็นหน้าเลย   แต่พอดำจะชี้แจงก็ถูกหลวงพ่อเอ็ดว่าบอกว่าไม่คุ้นก็ไม่คุ้นสิ   แล้วเปลี่ยนเรื่องถามบัวว่า ตกลงบัวจะออกจากที่นั่นไหม เรื่องทำมาหากินค่อยคิดกันใหม่  หลวงพ่อเห็นว่าบัวเป็นผู้หญิงอยู่ที่นั่นเสี่ยงเกินไป

เมื่อบัวลากลับเดินออกมา เจอขาวยังรออยู่ ขาวบอกบัวว่าเคยบอกว่าจะไม่ทิ้งบัวก็ไม่ทิ้ง พลางขอโทษเมื่อกี้ บ่นตัวเองว่าเห็นหน้าดำแล้วโมโหขึ้นมาทุกที

บัวมองหน้าขาวอย่างขอบคุณ บอกขาวว่าหลวงพ่อห่วงเขามาก ขาวบอกว่าตนรู้ ส่วนตัวบัวนั้นถ้าไม่สบายใจอยากออกจากที่นั่นก็ได้เดี๋ยวจะบอกเสี่ยให้

แม้บัวจะฟังหลวงพ่อแต่เมื่อขาวไม่ทิ้งตนบัวก็ไม่อาจทิ้งขาวได้ แม้จะช่วยอะไรไม่ได้มากแต่ก็จะพยายามไม่เป็นภาระ ให้ขาว สัญญาว่าไม่ว่าที่นั่นจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่ทอดทิ้งกัน

"งั้นเรากลับกันเถอะนะ" ขาวชวนขึ้นรถขับกลับไปอย่างอบอุ่นใจด้วยกันทั้งสองคน

ooooooo

หลังจากจัดตั้งกำลังทำงานกันตามหน้าที่ของแต่ ละคนแล้ว ทุกส่วนได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้องอย่างดี

พวกเวรยามของหมู่บ้านก็มีข้าวห่อมาสนับสนุนเวลาทำงาน จ่าดำเกิงก็ได้รับทั้งข้าว น้ำและขนมจากเด็กนักเรียนและครูทับทิมทุกครั้งที่มาดูแล ส่วนหลวงพ่อและพระเณรที่วัด

ก็มีชาวบ้านมาคอยคุ้มครอง

ดำที่ทำจดหมายร้องเรียนก็ทำจนเสร็จอย่างที่ตั้งใจไว้

มีแก้วมาช่วยปริ๊นต์และจัดการส่งไปตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน เรื่องก็กลับมาที่น้ำงาม ขาว เสี่ย เคที่ และแม่เลี้ยง ต่างแค้นใจเมื่อได้ข่าวการทำจดหมายร้องเรียนของดำ เสี่ยสั่งเจษให้ต่อสายท่านนิพันธ์ให้ทันที

"ไอ้ปลัดดำ คราวนี้ก็จะรู้ว่าจดหมายร้องเรียนของแกจะย้อนกลับมาเป็นมีดเชือดคอแกเอง ฮ่าๆๆ" เสี่ยหัวเราะอย่างสะใจขณะรอสายจากท่านนิพันธ์

สายใจแอบฟังอยู่ตกใจมากเมื่อรู้ว่าดำกำลังเป็นเป้าหมายของเสี่ย เมื่อสบโอกาสจึงแอบไปหาหลวงพ่อ อ้อนวอนหลวงพ่อให้บอกดำให้หยุดเสียไม่อย่างนั้นเสี่ยเอาตายแน่

"เอ็งคิดเหรอว่าข้าพูดแล้วทุกอย่างจะหยุด ดำมันกำลังทำหน้าที่ของข้าราชการที่ดีเหมือนๆกับพระวัดนี้ เหมือนกับ ชาวบ้านที่มาร่วมเคลื่อนไหว ทุกคนกำลังทำหน้าที่ของคนไทยนะสายใจ เอ็งห่วงลูกข้าเข้าใจ แต่เขาโตแล้ว เขามีวิถีชีวิตที่เราไม่สามารถไปบังคับเขาได้แล้วนะ"

สายใจน้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วงดำ หลวงพ่อถามว่าที่มาวันนี้มีเรื่องแค่นี้หรือ หรือว่ายังเดือดร้อนเรื่องเงินอยู่จะได้ให้คนไปเอามาให้ สายใจบอกว่าไม่เป็นไรเพราะตนมีใช้แล้ว

"เพราะเอ็งไปทำงานกับเสี่ยพิทักษ์ใช่ไหม" หลวงพ่อถามมองหน้าสายใจนิ่ง สายใจตกใจพึมพำว่าหลวงพ่อรู้ได้ยังไง "รู้ได้ยังไงเรื่องนั้นไม่สำคัญ แต่ข้าอยากเตือนให้เอ็งออกมาจากที่นั่นเสีย อดตายอย่างหมายังดีกว่าอิ่มอย่างพญาแร้งนะสายใจ"

สายใจน้ำตาไหลด้วยความรู้สึกผิด กราบลาหลวงพ่อแล้วเดินออกไป หลวงพ่อเห็นดำเดินมาท่านพึมพำ "ดำ" สายใจเหลียวมองไปพอเห็นดำก็รีบเอาผ้าคลุมไหล่คลุมหน้าอำพรางไว้

ขณะรีบเดินหนีนั้น สะดุดอะไรบางอย่างจนข้อเท้าแพลงลุกเดินไม่ได้ ดำรีบเข้ามาพยุงถามว่าเจ็บมากไหม สายใจก้มหน้าก้มตาตอบอุบอิบว่า "มะ...ไม่จ้ะ ฉันไม่เป็นอะไร" พลางพยายามปลดมือดำที่ช่วยพยุงไว้

สัญชาตญาณบางอย่างทำให้ทั้งสองชะงัก สายใจรีบตั้งสติขอให้ดำปล่อยแล้วดึงเอาผ้าคลุมไหล่ปิดบังใบหน้ารีบเดินออกไป ดำเป็นห่วงจะตามไปถูกหลวงพ่อขัดขึ้นว่า

"จะตามไปทำไม เอ็งรู้จักเขาเหรอ"

ดำเลยชะงัก มองตามสายใจไปด้วยความสงสัยและรู้สึกแปลกๆบอกไม่ถูก

ooooooo

เมื่อกลับมาคุยกันหลวงพ่อย้ำว่าเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าเขาไม่ใช่คนแถวนี้ แค่เป็นคนที่ชอบแวะมาทำบุญที่นี่เท่านั้น ดำก็ยังสงสัยว่าทำไมถึงทำตัวลับๆ ล่อๆ ทั้งยังทำเหมือนไม่อยากคุยกับตนด้วย เลยถูกหลวงพ่อเอ็ดว่าถามเซ้าซี้เสียจริง

หลวงพ่อตัดบทถามว่าแล้วเรื่องจดหมายร้องเรียนที่ทำไปทางกรุงเทพฯตอบมาบ้างรึยัง ดำบอกหลวงพ่อว่ายังไม่ทันไร เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากแก้ว ฟังปลายสายแล้วดำเครียดขึ้นทันที จนหลวงพ่อถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ต่อมา ดำก็ถูกเรียกตัวไปนั่งที่ห้องประชุมอำเภอน้ำงามต่อหน้านายอำเภอปราบและผู้กำกับสุจริต ดำถูกผู้บังคับบัญชาเรียกไปตำหนิเรื่องทำจดหมายร้องเรียนว่าทำให้เดือดร้อนกันไปหมด

เมื่อเรื่องกลายเป็นแบบนี้ ดำกับแก้วจึงเผชิญหน้ากับผู้บังคับบัญชา ทั้งสองชี้แจงเหตุผลที่จำเป็นต้องทำจดหมายร้องเรียนว่า เสี่ยพิทักษ์เหิมเกริมหนักขึ้นทุกวันถ้าเราไม่สู้วันนี้ต่อไปลูกหลานก็ไม่เหลืออะไรแล้ว

แต่ไม่ว่าแก้วกับดำจะชี้แจงอย่างไร ผลก็คือดำถูกตั้งกรรมการสอบวินัย นายอำเภอบอกตามตรงว่าตนไม่อยากทำอย่างนี้แต่เป็นคำสั่งจากผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ

แก้วฉุนขาดตบโต๊ะปังถามดำว่าจะเอายังไงดี

"ไม่เอาไงหรอก  ก็ดีเหมือนกัน  ประจานให้มันรู้กันไปว่า ระบบราชการจะเอาผิดกับข้าราชการที่ไม่ได้กระทำผิด" พูดแล้วดำมองหน้านายอำเภอและผู้กำกับแบบวัดใจกันไปเลย

ooooooo

วันต่อมาดำก็ตกเป็นจำเลยถูกตั้งกรรมการสอบวินัย ดำนั่งอยู่ต่อหน้าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มาตรวจสอบ เขาถูกซักถามอย่างตึงเครียด

เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง แก้วกับจีรายุส ผู้ใหญ่ แม่ตุ๊ก ครูทับทิม และจ่าดำเกิง ที่มานั่งคอยฟังผลอยู่ข้างนอกต่างพากันกระวนกระวายใจว่าทำไมดำยังไม่ออกมาสักที

แม่ตุ๊กภาวนาขออย่าให้ดำถูกลงโทษอะไรเลย ส่วน จีรายุสก็พูดอย่างไม่สบายใจว่า

"ตั้งแต่รับราชการมา ผมไม่เคยรู้สึกท้อใจเหมือนวันนี้เลยนะครับ"

ส่วนหลวงพ่อก็เข้าโบสถ์กราบพระประธาน ภาวนาด้วยความเป็นห่วงดำว่า

"ผมสอนดำมันเสมอว่าตราบใดที่เราเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรทั้งนั้น หวังว่าดำมันคงไม่ หวั่นไหว"

ขณะนั้นเองบัวกับขาวเข้ามา ท่านบอกให้นั่งคุยกันก่อน บัวปรารภว่ารู้สึกที่วัดวันนี้ดูเงียบๆยังไงไม่รู้ หลวงพ่อตอบเป็นนัยว่าอาจเป็นเพราะคนที่นี่กำลังเศร้า ขาวถามว่าเศร้าเรื่องอะไร หลวงพ่อบอกว่า

"ดำมันโดนตั้งคณะกรรมการสอบวินัย"

ขาวกับบัวชะงักไปนิดหนึ่ง บัวถามว่าข้าราชการมือสะอาดอย่างดำนี่หรือถูกสอบวินัย

"ดำมันทำจดหมายร้องเรียนเรื่องเสี่ยพิทักษ์ แต่คนที่โดนสอบความผิดกลับกลายเป็นเจ้าดำ ยิ่งใหญ่ใครแตะไม่ได้แบบนี้ คงไม่มีใครกล้าทำอะไรเขาแล้วละ" หลวงพ่อพูดอย่างละเหี่ยใจแต่เป็นการสะกิดให้คิดซึ่งก็ได้ผล ขาวกับบัวนิ่งคิด แม้ภายนอกขาวจะนิ่งๆ แต่ลึกๆแล้วก็อดเป็นห่วงดำไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

ทุกคนคอยดำอยู่ข้างนอกอย่างร้อนใจ กระวน กระวายใจ จนเมื่อดำเดินออกมา ทุกคนกรูกันเข้าไปถามดำว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดำนิ่งไม่ตอบ จนกระทั่งแก้วขอร้องให้พูดอะไรออกมาบ้างอย่าเงียบอย่างนี้ดำจึงโพล่งออกมาอย่างเจ็บปวดโกรธแค้นว่า

"ฉันโดนพักราชการ"

พริบตานั้น ดำวิ่งพรวดออกไป แก้วตกใจถามว่าจะไปไหนแล้ววิ่งตามไปจนถึงสนามหน้าศาลากลางจังหวัด ดำหยุดแล้วหันกลับไปตะโกนบอกพวกที่ยืนอยู่หน้าศาลากลางเสียงดังกึกก้อง

"ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องรับใช้ประชาชน! ประชาชนคือเจ้านายของข้าราชการ ข้าราชการไม่ใช่ขี้ข้านายทุน!"

ดำยังคงตะโกนครั้งแล้วครั้งเล่าว่า "ข้าราชการต้องรับใช้ ประชาชน!" จนบรรดาผู้ใหญ่ที่มาประชุมเรื่องดำออกมา ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก นายอำเภอถามดำอย่างไม่พอใจว่า

"ปลัด...คุณเป็นบ้าอะไร หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"

"หน้าที่ของข้าราชการคือต้องรับใช้ประชาชน...หน้าที่ของข้าราชการคือต้องรับใช้ประชาชน!" ดำไม่ฟังเสียงยังคงตะโกนอยู่อย่างนั้น จนคณะกรรมการที่มาสอบสวนดำหน้าไม่ดี ทยอยกันแยกย้ายไปขึ้นรถพร้อมๆกับสายฝนเริ่มโปรยปรายลงมา  ใครๆพากันวิ่งหลบฝน  แต่ดำและกลุ่มผู้ใหญ่ที่มาให้กำลังใจดำยังคงยืนอยู่ตรงนั้น เปียกฝนไปด้วยกันกับดำ...

"ดำ...พอได้แล้ว" แก้วขอร้อง

"ไม่ ฉันจะตะโกนให้ข้าราชการทุกคนรู้ว่าหน้าที่ของพวกเขาคืออะไร" ว่าแล้วดำตะโกนก้อง "หน้าที่ของข้าราชการคือต้องรับใช้..." ดำตะโกนไม่ทันจบประโยคก็ถูกแก้วเอามือปิดปากไว้ด้วยความสงสารจับใจ บอกดำว่าพอแล้ว ทุกคนรู้แล้ว ทุกคนรู้ในสิ่งที่ดำต้องการแล้ว

"แก้ว...ทำไม...ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ด้วยแก้ว ทำไม!" ดำทรุดตัวลงร้องไห้ด้วยความชอกช้ำใจ แก้วพูดไม่ออก ได้แต่ กอดดำไว้ด้วยความเศร้า

ขณะนั้นเอง รถของเสี่ยพิทักษ์และพวกก็ปราดเข้ามาจอด เสี่ยเดินลงมาอย่างลำพองใจ ดำกับแก้วและพวกที่ยังอยู่พากันมองเป็นตาเดียว พริบตานั้นพวกเสี่ยพิทักษ์ชักปืนออกมา จีรายุสที่กำลังจะชักปืนจำต้องเก็บปืนอย่างเจ็บใจ

เสี่ยพิทักษ์เยาะเย้ยดำว่าเสียแรงเปล่าไม่ใช่หรือ เห็นแล้วใช่ไหมว่าอำนาจของตนนั้นล้นฟ้าแค่ไหน ทั้งยังหยามว่า

"ฉันเคยคิดว่าฉันจะฆ่าแกทิ้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะเลี้ยงแกไว้ดูเล่นจะดูสิว่าหมาที่ไร้เขี้ยวมันจะงับยังไง ฮ่าๆๆ"

ไม่เพียงเท่านั้น เสี่ยพิทักษ์ยังวางอำนาจเรียกจ่าดำเกิง จ่ากลัวๆกล้าๆเลยถูกเจษตะคอกว่าเสี่ยเรียกไม่ได้ยินหรือ จ่าจึงค่อยๆเดินเข้าไปหา ถูกเสี่ยตบหน้าจนทรุดลงไปนั่งกับพื้น

ผู้ใหญ่ตวาดว่าจะมากไปแล้วขยับจะเข้าไปหาเสี่ย ถูกแม่ตุ๊กรั้งไว้ เสี่ยชี้หน้าจ่าแต่พูดกับดำว่า

"เมื่อไหร่ที่ข้าราชการค่อนประเทศยังอ่อนแอเหมือนไอ้จ่าดำเกิงนี่ เมื่อนั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องสนใจข้าราชการที่ทำตัวเหมือนจระเข้ขวางคลองอย่างแก ฮ่าๆๆ" แล้วเสี่ยก็โยนเงินหนึ่งพันบาทลงตรงหน้าจ่าบอกว่าเอาไว้ซื้อเหล้ากิน

เสี่ยเดินไปแล้ว แม่เลี้ยงอุ่มคำหันมองเงินแล้วไปคว้าไว้พูดหน้าด้านๆว่าเดือนนี้จ่ายังไม่ได้จ่ายดอกตน

ผู้ใหญ่กับแม่ตุ๊กเข้าประคองจ่าดำเกิงลุกขึ้นมาด้วยความสงสาร จีรายุสกับครูทับทิมเข้าไปประคองดำกับแก้วขึ้นมา ดำกัดฟันกรอด มองตามเสี่ยพิทักษ์ไปด้วยความแค้นสุดขีด!

ooooooo

ดำตากฝนไข้ขึ้นสูงนอนซมมาสองสามวันแล้ว วันนี้ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่นดำเห็นแม่มาชะโงกดูใกล้ๆ แต่สายตาที่ยังพร่ามัวทำให้ดำไม่แน่ใจตัวเอง ร้องเรียกแม่ แล้วลุกพรวดขึ้นอย่างตื่นเต้น

แก้วถือปิ่นโตเข้ามาพอดีถามดำว่าเป็นอะไร เขาถามว่าเห็นแม่ตนหรือเปล่า แก้วบอกว่าตั้งแต่เข้ามายังไม่เห็นใครเลย พอดำเล่าให้ฟัง แก้วบอกว่าคงเพ้อเพราะพิษไข้มากกว่าเพราะนอนซมมาสองสามวันแล้ว

ดำยืนยันว่าตนมีสติดีไม่ได้เพ้อ ก็พอดีหลวงพ่อเข้ามา ดำบอกว่าเห็นแม่มา หลวงพ่อชะงักนิดหนึ่งมองออกไปทางหน้าต่างเห็นศีรษะของสายใจโผล่ขึ้นมานิดๆ หลวงพ่อเดาเรื่องออกทันที พูดกลบเกลื่อนว่า

"แม่เอ็งก็อยู่กับตัวเอ็งนี่แหละดำ ตลอดเวลาเขาไม่ได้ จากเอ็งไปไหน" แล้วหลวงพ่อก็อธิบายว่าในตัวดำมีเลือดของแม่อยู่ครึ่งหนึ่ง มันอยู่ที่วิธีคิดมากกว่าจะให้เขาอยู่ไกลแสนไกลหรืออยู่ใกล้แค่เอื้อม

ดำบอกว่าอยากเจอแม่อีกสักครั้งก่อนจะตาย หลวงพ่อพูดยิ้มๆให้เป็นเรื่องขำๆไปว่า

"คนบ้าๆกะโหลกหนาๆอย่างเอ็งไม่ตายง่ายหรอกวะเจ้าดำ ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดอะไรมากพักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรงซะก่อนดีกว่า เรื่องแม่เอ็งถ้าบุญกรรมที่เอ็งกับแม่ทำร่วมกันไว้ยังมีอยู่ ข้ารับรองว่าเอ็งต้องได้พบเขาแน่ๆ"

พูดกับดำแล้ว หลวงพ่อจงใจพูดดังๆให้สายใจได้ยินว่า

"ไม่มีใครหนีความจริงและกรรมที่ตัวเองก่อไว้ได้ ตลอดรอดฝั่งหรอกวะ"

สายใจได้ยินที่หลวงพ่อพูดก็ร้องไห้ออกมาด้วยความ รู้สึกผิด...

ooooooo

ที่บ้านริมน้ำของเสี่ยพิทักษ์ วันนี้ ทั้งเสี่ย เคที่และเจษต่างนั่งพักผ่อนกันอย่างสบายอกสบายใจที่ระเบียง เคที่ชมป๊าตัวเองว่าคิดไม่ผิดจริงๆที่มาปักหลักที่นี่ ยังไม่ทันข้ามปีก็คืนทุนแล้ว

"หากินกับกำหนัดกับกิเลสคนเนี้ยยังไงก็กำไรลูก ฮ่าๆๆ"

พอดีแม่เลี้ยงเข้ามาหน้าตาอารมณ์ดีเพราะเพิ่งไปทำบุญล้างบาปมา เสี่ยหัวเราะขำๆที่ได้ยินแม่เลี้ยงบอกว่าไปทำบุญล้างบาป จากนั้นบอกเสี่ยว่าตนหาเด็กได้ตามจำนวนที่เสี่ยต้องการแล้วถามว่าทำไมเที่ยวนี้ถึงขนเยอะจัง

"แม่เลี้ยงก็รู้ว่าพวกฝรั่งมันบ้าผู้หญิงเอเชียขนาดไหน แถมลอตนี้ส่งยาลอตใหญ่ไปกับคนด้วย งานนี้ผมเพิ่มโบนัสพิเศษให้แม่เลี้ยงไปทำบุญด้วยซะเลย"

แม่เลี้ยงยิ้มหน้าบานบอกว่าแบบนี้ค่อยลืมบาปหน่อยพลางยกเครื่องคิดเลขขึ้นมากดอย่างพอใจ

บัวแอบฟังอยู่ ตกใจกับเรื่องที่ได้ยิน แต่พอจะหันกลับออกไปก็ชนถูกแจกันตกแตก บัวตกใจหนีสุดชีวิต ส่วนพวกเสี่ยก็หันขวับมองมาทางต้นเสียงทันทีแต่ไม่เจอใครแล้ว

บัววิ่งมาชนขาวเข้า อารามตกใจเธอร้องขออย่าทำอะไรตนเลย พอเห็นว่าเป็นขาวก็บอกอย่างตระหนกว่าให้รีบถอนตัวเสีย หลวงพ่อกับดำพูดถูก พวกเขาไม่ได้โกหกไม่ได้ใส่ร้ายใคร

ขาวถามว่าบัวไปเห็นอะไรมา บัวตกใจจนพูดไม่ออก ขณะกำลังพยายามจะเล่านั่นเอง เสียงเสี่ยก็ถามขึ้นอย่างมีอำนาจว่า "มีอะไรกันเหรอ!"

เสี่ยพิทักษ์ เคที่ และเจษกับแม่เลี้ยงอุ่มคำเดินเข้ามาอย่างใจเย็น แม่เลี้ยงถามว่าบัวเป็นอะไรหน้าซีดเหงื่อแตกขนาดนี้ บัวปดว่าไม่สบายนิดหน่อยแล้วขอให้ขาวพาไปหาหมอเพื่อเลี่ยงไปจากตรงนี้

พอบัวจะไป เคที่ยังเรียกไว้สั่งว่าให้รีบกลับมากวาดเศษแจกันที่แตกด้วย พอบัวกับขาวไปแล้วเจษมองตามพูดอย่างระแวงว่า "นังนี่ ชักไว้ใจไม่ได้แล้วนะครับ"

เมื่อบัวกับขาวหลบมาคุยกันที่ริมน้ำ บัวเล่าสิ่งที่ได้ยินให้ขาวฟัง แต่ขาวก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี บัวไม่รอช้าขอให้ขาวพาไปหาดำเดี๋ยวนี้เลย ขาวไม่พอใจแต่ก็พาบัวไปตามคำขอ เตือนบัวว่า ถ้าบัวไปเล่าให้ดำฟังแบบนี้ก็เข้าทางดำพอดี

บัวร้อนใจผละจากขาวไปงอนๆ ขาวตามไปแล้วขับรถพาบัวไปหาดำ   พอไปถึงขาวไม่ลงจากรถปล่อยให้บัวเข้าไปพบดำคนเดียว   แต่ใช่ว่าขาวจะไม่คิด เขานั่งสับสนไม่สบายใจอยู่ในรถคนเดียว

เมื่อดำกับแก้วฟังบัวเล่าแล้ว ดำแค้นใจมากหาทางจัดการเรื่องที่เสี่ยจะส่งผู้หญิงและยาเสพติดไปฝั่งโน้น แก้วต้องทั้งปลอบทั้งขู่ให้ดำใจเย็นๆ โอกาสไม่ได้มีครั้งเดียว เพราะตอนนี้ดำยังไม่สบายและถูกพักราชการอยู่ บัวเองก็ช่วยพูดว่าตอนนี้ถ้าเราใจร้อนมีแต่จะเสียเปรียบและดำก็จะถูกลงโทษหนักขึ้น

แม้จะฝืนใจขัดใจ แต่ดำก็ฟังแก้วกับบัว นั่งลงอย่างไม่สบายใจมาก

ooooooo

เณรจ้อยกับหลวงพี่ฉิมมาเจอขาวเปิดกระจกรถนั่งเหม่ออยู่ในรถเลยแวะเข้าไปทัก หลวงพี่ฉิมถามว่าจะไม่แวะเข้าไปข้างในหน่อยหรือ ขาวบอกว่าบัวมาธุระแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับแล้ว

"แวะคุยกับข้าสักประเดี๋ยวจะเสียเวลานักหนาเลยเหรอวะ" เสียงหลวงพ่อทักขึ้น ขาวรีบลงมาไหว้หลวงพ่อ หลวงพ่อถามว่ามีธุระอะไรถึงต้องรีบร้อนกลับขนาดนั้น ขาวอ้างว่างานที่ศูนย์กำลังยุ่ง

"ดำมันไม่สบาย นอนซมอยู่ที่ห้อง" หลวงพ่อพูดวัดใจขาว เณรจ้อยกับหลวงพี่ฉิมก็ช่วยกันพูดเสริมว่า งานนี้ปลัดดำมีหวังโศกซึมไปอีกนานที่เจอระบบราชการเล่นงานแบบนี้

"มันฝันจะเป็นนายอำเภอมาตั้งแต่เล็กๆ คราวนี้ฝันของมันกลายเป็นฝันร้ายเสียแล้ว" หลวงพ่อถอนใจยาว ขาวทนฟังไม่ได้ลุกพรวดจะเดินออกไป บอกว่าจะไปตามบัว บ่นว่ามัวทำอะไรอยู่ช้าจัง

พอขาวเดินไป หลวงพ่อมองตามพึมพำอย่างหนักใจ

"เมื่อไหร่เอ็งจะเลิกหลอกตัวเองซะทีวะไอ้ขาว"

ooooooo

ที่หน้าบ้านพักของดำกับขาว แก้วกับบัวประคองดำออกมาข้างนอก ดำถามบัวว่าแน่ใจหรือว่าจะอยู่ที่นั่นต่อไป บัวบอกว่าเมื่อขาวยังไม่ออกตนจะทิ้งขาวมาได้ยังไง บอกดำกับแก้วว่าไม่ต้องห่วงตนเอาตัวรอดได้

พอดีขาวมาถึง เขาเรียกบัวอย่างไม่พอใจ บัวบอกว่ากำลังจะกลับพอดีแล้วบอกขาวว่าดำไม่สบายหมายลองใจขาว กลับถูกขาวพูดอย่างสะใจว่า "วันหลังก็อย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนไป...บัว"

ขาวคว้ามือบัวจะพาไป ดำจับไหล่ขาวไว้เตือนสติว่าถ้าเขายังดื้ออยู่ที่นั่นต่อไปชีวิตจะไม่เหลืออะไรเลย ถูกขาวตวาดว่า "เมื่อไหร่แกจะเลิกยุ่งกับชีวิตของฉันซะทีวะ!"

พูดไม่ทันขาดคำขาวก็เหวี่ยงหมัดใส่ดำทันทีจนดำหงายลงไปกองกับพื้น แก้วกับบัวต้องช่วยกันรั้งไว้ทั้งสองคน แก้วตวาดขาวว่าเป็นอะไรไม่เห็นหรือว่าดำกำลังไม่สบาย ดำบอกว่าตนไม่เป็นไรแล้วพยายามประคองตัวขึ้นมา ขาวมองอย่างรู้สึกผิดแต่ยังทิฐิกลบเกลื่อนไว้

"กลับไปได้แล้วขาว แล้วถ้านายขาวยังขืนดื้อไม่ฟังเสียงเตือนจากคนอื่นนายจะเสียใจ" แก้วพูดอย่างไม่พอใจในขณะที่ดำมองขาวอย่างเป็นห่วง

ooooooo

พอกลับถึงบ้านพักริมน้ำ ขาวกลับไปเล่าให้เสี่ยพิทักษ์ฟัง เสี่ยไม่พอใจมากถามว่ากลายเป็นว่าตนเป็น ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดเลยหรือ เรื่องดำถูกสั่งพักราชการตนก็ไม่มีอำนาจถึงขนาดสั่งย้ายใครได้ แต่ก็บอกขาว ว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ตนขี้เกียจอธิบาย

"ยังมีเรื่องที่คนเขาว่าเสี่ยกำลังจะขนผู้หญิงไปค้าประเวณีพร้อมยาเสพติดลอตใหญ่ด้วยนะครับ"

เสี่ยชะงักกึกถามขาวอย่างตึงเครียดว่าไปฟังเรื่องพวกนี้มาจากไหน ขาวบอกว่าคนเขาพูดกัน

"นับวันนายจะมีข้อสงสัยในตัวฉันมากขึ้นทุกวันนะขาว" เสี่ยโยงเข้ามาถึงตัวขาว จนขาวต้องชี้แจงว่าแค่ตนได้ยินคนเขาพูดกันเท่านั้น   เสี่ยพูดอย่างผิดหวังว่า   "ถ้านายไม่สบายใจนายจะลาออกก็ได้นะ...ฉันไม่ได้โกรธนายนะ ฉันยังต้องการให้ นายทำงานกับฉันอยู่ เพียงแต่ถ้านายหมดศรัทธาฉันแล้ว นายจะไปฉันก็จะไม่ขัดขวาง คนเราทำงานให้ใครก็ต้องศรัทธากับคนคนนั้นด้วยไม่ใช่เหรอ"

เสี่ยพูดวัดใจขาว ทิ้งให้ขาวคิด ครู่หนึ่งขาวถอนใจออกมาอย่างเข้าใจ เสี่ยยิ้มออกมา ยกมือตบบ่าขาวอย่างพอใจ

ส่วนแก้วนับวันก็ท้อใจที่มาเป็นตำรวจแล้วทำอะไรไม่ได้เลย แบบนี้จะเป็นตำรวจไปทำไม แม่ตุ๊กกับผู้ใหญ่ให้กำลังใจ ว่าอย่าเพิ่งท้อ เสี่ยพิทักษ์จะอยู่ค้ำฟ้าได้ก็ให้มันรู้ไป แม่ตุ๊กถามว่าดำเป็นยังไงบ้าง

"อาการป่วยกายไม่น่าห่วงหรอกจ้ะ แต่อาการป่วยทางใจนี่สิ" แก้วถอนใจด้วยความเป็นห่วง

รุ่งขึ้นแก้วหิ้วปิ่นโตไปส่งดำที่ห้อง ปรากฏว่าดำไม่อยู่ แก้วสงสัยแต่ไม่รู้ว่าดำหายไปไหน

ที่แท้ดำบุกเข้าไปในห้องส่วนตัวในร้านอาหารที่เสี่ยพิทักษ์กำลังจัดเลี้ยงตอบแทนผู้กำกับและนายอำเภอที่อำนวยความสะดวกแก่ธุรกิจของตน

ดำในชุดปลัดเต็มยศบุกเข้าไปปลดเครื่องหมายบนบ่าคืนนายอำเภอบอกว่าจดหมายลาออกของตนวางไว้ที่โต๊ะทำงานของนายอำเภอแล้ว ดำประกาศอย่างทระนงว่า

"ถ้าการที่ผมสวมเครื่องแบบที่ทรงเกียรติของข้าราชการ มันไม่สามารถบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศได้ ผมก็ไม่ควรสวมมันอีกต่อไป ใครไม่อาย แต่ผมอาย"

ทั้งผู้กำกับและนายอำเภอตีหน้าไม่ถูก ส่วนเสี่ยพิทักษ์ยิ้มสะใจนึกว่าดำถอดใจแล้ว

ขาวอยู่ในห้องนั้นด้วย เขารู้สึกเห็นใจดำขึ้นมาแวบหนึ่ง

ooooooo

แก้วเป็นห่วงดำมาก ไปอยู่กับหลวงพ่อที่ศาลาวัด พยายามโทร.หาดำแต่ดำก็ไม่รับสาย ขณะทุกคน กำลังร้อนใจเป็นห่วงอยู่นั่นเอง ดำก็เดินมาที่ศาลา ทุกคน ถามว่าไปไหนมา แก้วถามว่าทำไมแต่งชุดข้าราชการด้วย ดำยังคงนิ่งแล้วโผเข้าไปซบตักหลวงพ่อสะอื้นในอก หลวงพ่อวางมือบนหลังดำอย่างเข้าใจความรู้สึก ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ไปทำอะไรมา

"ผมลาออกแล้วครับหลวงพ่อ ต่อไปจะไม่มีกรงอะไรมาขังผมได้อีกแล้ว"

"นี่เอ็งทิ้งสิ่งที่เอ็งฝันมาตลอดชีวิตเลยเหรอ" หลวงพ่อ ถาม

"ถ้าฝันมันไม่เป็นอย่างที่ผมคิด เราก็ไม่ควรกอดมันไว้ไม่ใช่เหรอครับ ถ้าชีวิตข้าราชการมันมีกรอบมีระเบียบมาขังให้ทำงานช่วยประชาชนไม่ได้อย่างที่ใจคิด ก็ขอกลับมาเป็นไอ้ดำคนเดิม เป็นชาวบ้านที่ช่วยชาวบ้านด้วยกันเองดีกว่า"

หลวงพ่อนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนยิ้มออกมาบอกดำว่าเอาไงเอากัน ให้กำลังใจดำว่า

"ไม่ว่าเอ็งจะเป็นปลัดดำ เป็นนายอำเภอดำ หรือเป็นไอ้ดำ ข้าก็สนับสนุนเอ็งเหมือนเดิมว่ะ"

ทั้งหลวงพี่ฉิมและเณรจ้อยเอาด้วยกับหลวงพ่อ ดำปาด น้ำตายิ้มออกมาอย่างมีความหวัง หันไปมองแก้ว ต่างยิ้มให้กันอย่างเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน

ooooooo

เมื่อไปนั่งคุยกันตามลำพังสองคนที่ริมน้ำ แก้วถามดำว่าเราจะทำยังไงต่อไปดี ดำพูดอย่างมั่นใจว่า

"ถึงขั้นนี้แล้วเป็นไงเป็นกัน เรามีกองกำลังชาวบ้านที่พร้อมจะสู้เพื่อแผ่นดินเกิดของเราอยู่แล้ว"

"แต่มันผิดกฎหมายนะดำ"

"แล้วตอนนี้กฎหมายใช้อะไรได้บ้างล่ะแก้ว เราจะปล่อยให้พวกเสี่ยพิทักษ์ทำชั่วอย่างนี้ต่อไปไม่ได้" ดำเคร่งเครียดมาก แก้วฟังแล้วบอกดำว่าเป็นห่วงขาวกับบัว ดำมั่นใจว่า "บัวน่ะยังไงขาวก็ไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรได้หรอก เป็นห่วงแต่ขาวไม่รู้มันถลำไปถึงไหนแล้ว"

"อยู่ที่เขาแล้วล่ะ ไปพูดไปบังคับเขามากก็มีเรื่องกันเปล่าๆ" แก้วพูดปลงๆ

ดำถอนใจมองแก้วด้วยความรัก เรียกแก้วแล้วก็โผเข้ากอดแน่นจนแก้วตกใจ แต่แล้วก็กอดตอบดำด้วยความรักเช่นกัน

"อยู่ข้างๆฉันนะแก้ว"

"ที่ผ่านมาฉันก็ไม่เคยห่างนายไม่ใช่เหรอ ต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันก็จะอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างนายนี่แหละดำ" แก้วตอบเบาๆแต่เต็มไปด้วยความเข้มแข็ง จริงใจ จริงจัง

ทั้งสองกอดกันด้วยความรัก ดำมีกำลังใจขึ้นมามากมาย พร้อมที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อประชาชนกับประเทศชาติต่อไปอย่างไม่หวั่นเกรงอุปสรรคใดๆทั้งสิ้น!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”

“หนุ่ม สันติสุข” นำทีมเสิร์ฟความสนุกแทรกสาระ ชุลมุนวุ่นทั้งตลาด ใน “รักล้นแผง”
24 มิ.ย 2564

01:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 08:36 น.