ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

คู่เดือด

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

คู่เดือด ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

วัดถ้ำผาน้ำไหล ตั้งอยู่ในอำเภอน้ำงาม อำเภอในจังหวัดชายแดนทางภาคเหนือ

ที่วัดนี้ มีหลวงพ่อสิงโตเป็นเจ้าอาวาส มีพระสงฆ์จำวัดอยู่เพียงสามรูป คือหลวงพี่ฉิม หลวงพี่เผือก และหลวงพี่น้อย กับเณรจ้อยวัย 8-9 ขวบ เณรน้อยจอมซนที่มักนำปัญหามาให้หลวงพ่อต้องแก้อยู่เนืองๆ

เณรจ้อยมักหนีการทำวัตรเช้าเป็นประจำ แต่หลวงพ่อก็ไม่เคร่งครัดเพราะเห็นว่ายังเป็นเด็กค่อยๆขัดเกลาไปโตขึ้นก็จะเป็นภิกษุที่งดงามเอง

เช้านี้เช่นกัน ขณะหลวงพ่อและหลวงพี่ทั้งสาม ออกบิณฑบาตนั้น   เณรจ้อยกำลังวิ่งหน้าตาตื่นหกล้มหกลุกจนจีวรเปรอะเปื้อน หนักเข้าก็รวบจีวรที่หลุดลุ่ยวิ่งอ้าวต่อไป

หลวงพี่ฉิม เป็นพระที่กลัวผี ระหว่างเดินไปในร่มไม้ไพรพฤกษ์ที่ร่มเย็นนั้น ก็ถามหลวงพ่อเสียงประหม่านิดๆว่า

“เออ...หลวงพ่อไม่คิดจะรับพระเพิ่มอีกสักรูปสองรูปเหรอครับ”

พลวงพ่อมองอย่างรู้ทันว่าหลวงพี่ฉิมกลัวผีถามว่าบวชมาตั้งนานยังไม่หายกลัวหรือ หลวงพ่อยังบอกว่า

“วัดที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีพระเณรมากมายก็ได้ บวชใครสักคนต้องดูให้ดี ไอ้ที่บวชแก้เคล็ดห้าวันหกวันแล้วสะบัดกันสึกออกไป ทั้งๆที่ยังไม่รู้รสพระธรรม...เรารับไม่ได้ อยู่กันสามรูปอย่างนี้ก็สงบดีแล้วไม่ใช่เหรอ”

ทันใดนั้น หลวงพ่อสิงโตกับหลวงพี่ฉิมชะงักหันขวับมองไปทิศทางที่มีเสียงสวบสาบแบบคนวิ่งกิ่งไม้หักใบหญ้ากรอบแกรบ

เสียงดังใกล้เข้ามาทุกที หลวงพี่ฉิมใจแป้วกระโดดเกาะชายจีวรหลวงพ่อพึมพำ “ผี...” ถูกหลวงพ่อดุว่าเลอะเทอะน่า พลางหลวงพ่อก็เขม้นมองไปทางต้นเสียงที่ดังใกล้เข้ามาทุกที

พริบตานั้น เณรจ้อยในสภาพมอมแมมจีวรถูกรวบขึ้นไปก็โผล่พรวดออกมาจากพุ่มไม้ล้มกลิ้งมาหยุดตรงหน้าหลวงพ่อพอดี

“อูยยย...” เณรจ้อยครางหน้าบิดเบี้ยว

ส่วนหลวงพี่ฉิมเกาะจีวรหลวงพ่อหลับตาปี๋ จนหลวงพ่อเอ็ดว่าให้ลืมตาดูเสียก่อนอย่าปรุงแต่งความรู้สึกนัก สั่งให้ดู! หลวงพี่ฉิมจึงค่อยๆลืมตาดู เห็นเณรจ้อยหอบฮักกำลังพยายามลุกขึ้น โกยจีวรให้เข้าที่เข้าทาง พอตั้งหลักได้หลวงพี่ฉิมก็ทำเสียงเข้มถามเณรจ้อยว่า

“เณร! ไปฟัดกับหมาที่ไหนมา”

เณรจ้อยปฏิเสธว่าเปล่าฟัด แต่เหนื่อยหอบจนพูดไม่ออก เล่ากระท่อนกระแท่นกว่าจะจับความได้แค่ว่า “คือ...คือ...ดำกับขาว...คือ...”

เพียงเท่านั้นหลวงพ่อก็เดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นอุทาน

“อีกแล้วเหรอ!”

ooooooo

ที่ป่าไผ่...ดำกับขาว หนุ่มฉกรรจ์วัยใกล้เคียงกัน กำลังชกต่อยกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ดำเป็นฝ่ายถอยและรับ ปากก็เตือนสติขาวว่าให้เลิกบ้าเสียที แต่ขาวเหมือน เลือดขึ้นหน้าแล้วฟังไม่เข้าหู คว้าท่อนไม้ใกล้มือได้ก็เงื้อสุดแขนจะฟาดใส่ดำ ดำหลบอย่างคล่องแคล่ว

ทั้งสองต่างมีรอยฟกช้ำตามใบหน้า ขาวตะคอกถาม ดำว่าเขียนจดหมายถึงแก้วทำไม

“โธ่...บอกกี่ทีแล้ววะว่าฝากซื้อหนังสือ” ดำร้องบอก ขาวหาว่าโกหก ดำเลยตัดบท “ถ้าไม่เชื่อ ฉันก็ไม่มีอะไรต้องอธิบาย หลีก...จะรีบไปทำงาน!”

ขาวถามเย้ยหยันว่าไปทำงานหรือไปสอพลอหลวงพ่อกันแน่ ทั้งคู่โต้เถียงกันไปก็ชกต่อยกันไปจนกระทั่งหลวงพ่อมาถึง แค่หลวงพ่อถามว่า “ทำอะไรกัน!” เท่านั้น ทั้งดำและขาวก็หยุดกึกชะงักนิ่ง

ดำนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนที่จะใช้ไม้กระแทกขาวที่ยังไม่ทันตั้งตัวแล้วรัวหมัด ตามไปอีกชุดใหญ่จนขาวล้มลงไปนอนแผ่กับพื้น ภาพที่เห็นฟ้องว่าดำรังแกขาว!

พอหลวงพ่อสั่งให้หยุด ขาวจ้องหน้าดำอย่างโกรธแค้น จังหวะนั้นเอง หลวงพ่อพุ่งไม้ตะพดประจำตัวปักฉึกลงตรงกลางระหว่างดำกับขาว อาการของหลวงพ่อแบบนี้ทำให้ทั้งคู่ก้มหน้านิ่งจนกระทั่งเณรจ้อยกับหลวงพี่ ฉิมตามมาทัน

หลวงพ่อเดินไปกระชากไม้ตะพดจากพื้นสั่งทั้งสอง “ตามข้าไปที่ถ้ำ!” แล้วก็เดินนำไป

ดำมองเณรจ้อยตาคมกริบ เณรจ้อยกระโดดหลบหลังผ้าเหลืองหลวงพี่ฉิม ปฏิเสธทั้งที่ดำยังไม่ได้พูดอะไรว่า “อู้ย...เปล่าฟ้องนะ”

ดำละสายตาจากเณรจ้อย หันไปก็พบสายตาของขาวที่จ้องอยู่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ooooooo

ทั้งดำทั้งขาวถูกหลวงพ่อเรียกไปใช้ไม้เรียวเฆี่ยน ดำโดนก่อนเพราะโตกว่า ถูกเฆี่ยนแต่ละทีดำก็ซี้ดปากทุกทีแอบบ่น “โตเป็นควายแล้วยังตีอีก...อูยยยย”

“ก็ถ้าโตแล้วมันดื้อ ก็ต้องเฆี่ยนให้อายควายล่ะวะ” หลวงพ่อกระหนาบ ดำรีบยกมือไหว้ก่อนที่จะโดนเพิ่มโทษอีก

ขาวโดนหลังจากดำ เสียงไม้เรียวดังขวับ!ขวับ! แต่ไม่มีเสียงใดๆจากปากขาวมีแต่แววตาที่คมกล้าและริมฝีปากที่เม้มสนิท

“รอยไม้เรียวคงเตือนสติให้เอ็งสำนึกถึงคำสั่งสอนของข้าได้บ้าง” หลวงพ่ออบรม

“ครับ...หลวงพ่อ” ขาวพูดเบาๆ ยกมือไหว้หลวงพ่อด้วยสีหน้านิ่งๆ

หลังจากนั้นทั้งดำและขาวก็ถูกเอาไปนั่งขัดสมาธิเปลือยท่อนบนที่มีรอยไม้ เรียวแดงเป็นทาง หลวงพี่ฉิมถูกหลวงพ่อใช้ให้ตักน้ำในตุ่มที่ละลายเกลือไว้ราดไปตามตัวทั้ง สอง   ส่วนหลวงพ่อนั่งขัดสมาธิบนแท่นหินหัวเราะขำๆกับอาการสะดุ้งเฮือกๆของดำ แต่ขาวนั่งนิ่งขบกรามแน่น

“ไง...แสบดีไหมไอ้สองแสบ หน็อย โตมาด้วยกันแท้ๆ ยังกัดกันเหมือนหมาอีก เณร!” หลวงตาหันไปเรียกเณรจ้อย ทำเอาเณรสะดุ้งเฮือก หลวงพ่อสั่งให้เณรเอาเกลือเทเพิ่มเข้าไปในตุ่มอีก

เณรจ้อยรับคำสั่งของหลวงพ่อ หันไปขออโหสิกับดำและขาวแล้วเทเกลือใส่ตุ่มเอาไม้กวนๆๆให้เกลือละลายอย่างรู้งาน

หลวงพ่อมองดำกับขาว ถอนใจเฮือกลุกขึ้นยืน จ้องหน้าทั้งสอง สอนอีกครั้ง...

“ถึงข้าจะแก่ แต่ข้าจำได้ว่าไม่เคยสอนให้พวกเอ็งใช้ศิลปะป้องกันตัวมาสู้กันเอง”

สองหนุ่มก้มหน้าหลบตาหลวงพ่ออย่างรู้สึกผิด

ooooooo

การลงโทษยังไม่จบ ดำกับขาวถูกน้ำเกลือสาดอีกครั้ง ดำสะดุ้งหน้าสลดยกมือไหว้หลวงพ่อพูดอย่างสำนึกผิด ยอมรับว่าเรื่องเมื่อกี้ตนผิดเองตนไม่น่าหงุดหงิด แล้วหันไปทางเณรจ้อยถามนำว่า

“เณรจ้อยเป็นพยาน ผมเป็นคนหาเรื่องขาวก่อนใช่ไหมครับเณร”

เณรจ้อยสะดุ้งอีกครั้ง ถูกหลวงพี่ฉิมสำทับว่าห้ามมุสานะเณร เณรจ้อยอึกๆอักๆ ดำพยายามขยิบตาส่งสัญญาณให้เณร ช่วยเออออกับตน หลวงพ่อหันขวับไปทางขาวที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับถามว่า “ว่าไง” ขาวสะดุ้งเกิดติดอ่างขึ้นมากะทันหัน

และแล้ว ทุกอย่างตรงนั้นก็หยุดชะงักเมื่อมีเสียงรถยนต์ดังลั่นมาจากด้านนอก ทุกคนหันขวับมองไปทางเดียวกัน

เป็นเสียงจากรถปิกอัพโฟร์วีลป้ายแดงที่แก้วตาหรือแก้วขับมาในบริเวณวัด โดยมีบัวเพื่อนรุ่นน้องที่สนิทติดกันเป็นปาท่องโก๋ทั้งที่นิสัยต่างกัน แก้วนั้นก๋ากั่นแก่นแก้ว ส่วนบัวเรียบร้อยสงบเสงี่ยมเจียมตัว

บัวนั่งเกร็งด้วยความกลัวกับการซิ่งของแก้วจะขอลงแต่แก้วไม่จอดให้ลงพูด อย่างคะนองว่า ล้อหมุนแล้วมันหยุดยาก คุยโวหัวเราะร่าว่า “เครื่องมันแรงนะเนี่ย”

บัวมองไปข้างหน้าอย่างหวาดเสียว แล้วก็ร้องสุดเสียง “พี่แก้ว...ระวัง!”

เพราะเบื้องหน้านั้นหลวงพ่อออกมายืนจังก้าถือตะพดชี้มาที่รถอย่างไม่มีทีท่า จะหลีกทาง แก้วเบรกจนบัวหัวทิ่ม รถไปหยุดตรงหน้าหลวงพ่อที่ปลายตะพดพอดี!

ดำ ขาว หลวงพี่ฉิมและเณรจ้อยวิ่งจีวรปลิวออกมาดู พอเห็นภาพตรงหน้าทุกคนตะลึงงัน!

ooooooo

แก้วกับบัวไปนั่งหน้าจ๋อยอยู่ริมน้ำในบริเวณวัด ถูกหลวงพ่อเอาตะพดเคาะหัวโป๊กจนร้องลั่นว่าเจ็บ หลวงพ่อบอกว่าเจ็บสิดีจะได้จำมีอย่างที่ไหนมาซิ่งในวัด

แก้วอ้อนว่าก็แค่ลองของใหม่ป้ายแดงเท่านั้นขอให้หลวงพ่อช่วยเจิมให้หน่อย หลวงพ่อปฏิเสธเพราะไม่ใช่พระปลุก พระเสก แก้วเลยแกล้งยั่วว่า

“ไม่ปลุกไม่เสกแต่ออกไปยืนขวางทางรถหนู แถมหยุดรถด้วยไม้ตะพดจะจะ”

หลวงพ่อบอกว่าดูก็รู้ว่ารถจะหยุดได้ตรงไหน ดำอดปากไม่ไหวถามว่าแล้วถ้ากะพลาดล่ะ

“ก็โดดหนีซิวะ ไม่เห็นยาก” หลวงพ่อตอบอารมณ์ดีจนทุกคนพากันหัวเราะ

ขาวมองแก้วไม่วางตาถามว่ากลับจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อไหร่นังนักเรียนตำรวจ แก้วบอกว่าเช้ามืดนี่เองพอเข้าบ้านเห็นรถป้ายแดงจอดอยู่ก็บึ่งมานี่แหละ บัวบ่นว่าบึ่งเสียจนตนหัวใจจะวายตาย กลัวของฝากจะบูดรึไงไม่รู้ ขาวได้ยินก็แอบหวังว่าจะเป็นของฝากตนแต่พอเห็นดำยิ้มให้แก้วขาวก็ชักสีหน้า ใส่ ดำเหลือบเห็นหน้าขาวก็รีบหุบยิ้มไม่สบายใจนักเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าขาวชอบ แก้วอยู่กลัวขาวจะเข้าใจผิด

ooooooo

หลังจากนั้นแก้วเอา “ของฝาก” มาให้ดำที่ใต้

ร่มไม้ใหญ่บริเวณวัด มันคือหนังสือแบบฝึกหัดของวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงที่แก้วซื้อแถวหน้ามหาวิทยาลัยมาให้ พอรับหนังสือดำถามว่าเท่าไหร่ แก้วมองหน้าบอกว่าเป็น “ของฝาก” ใครเขาจะคิดตังค์กัน

ดำทำท่าเกรงใจ แก้วบอกว่าขอแค่ให้เขาตั้งใจเรียนแล้วจบมาเป็นปลัดอำเภออย่างที่ฝันตนก็ดีใจ แล้ว ดำพยักหน้าอย่างขอบใจแล้วแก้วก็ยังมีของแถมให้อีกคราวนี้เป็นหนังสือเกี่ยว กับโครงการพระราชดำริการใช้ชีวิตแบบพอเพียง การทำเกษตรอินทรีย์

ดำดีใจมากร้อง “สุดยอด...ขอบใจมากนะแก้วกำลังอยากได้เลย” พอบัวถามว่าทำไมถึงชอบอ่านหนังสือพวกนี้ ดำตอบอย่างเต็มไปด้วยความหวังว่า “เพราะนี่คือความสุขที่แท้จริง”

บัวไม่เข้าใจถามอีกว่า “ความสุขที่แท้จริงเป็นยังไงเหรอจ๊ะ”

“เรื่องมันยาว เอาไว้เป็นรูปเป็นร่างเมื่อไหร่ค่อยแสดงให้ดูนะจ๊ะหนูบัว” ดำหัวเราะเอื้อมมือไปยีผมบัวเล่นอย่างเอ็นดู

ระหว่างนั้นแก้วเห็นรอยช้ำบนใบหน้าดำถามว่าไปโดนอะไรมา เขาอึกอัก แก้วถามว่าทะเลาะกันอีกแล้วใช่ไหม ดำนิ่งไม่ตอบ แก้วกับบัวมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

พอแยกจากดำนั่งรถกลับด้วยกัน บัวบ่นว่าตอนเด็กๆก็รักกันจะตายแต่ทำไมโตขึ้นถึงได้เป็นแบบนี้ แก้วพูดทันทีว่า  “ชนวนจะมาจากใคร  ถ้าไม่ใช่ขาว  พวกเราคบกันมาตั้งแต่ เด็กๆนะบัว   ถ้าคนอย่างดำหาเรื่องใครก่อนโลกก็แตกแล้ว อีกอย่างเธอก็รู้ว่าขาว...ใจร้อนยิ่งกว่าไฟ”

ทันใดนั้นทั้งสองก็ตกใจเมื่อเห็นมีขอนไม้พาดขวางถนนอยู่ แก้วจอดรถลงไปดูกวาดตาไปรอบๆพลางมือก็หยิบปืนพกที่เตรียมไว้อย่างพร้อมใช้ เตือนบัวให้ระวังตัว บัวเสนอว่าเรากลับวัดก่อนดีกว่าไหม

"ไป" แก้วเห็นด้วย แต่พอจะกลับมาที่รถก็มีกระสุนหลายนัดยิงดักหน้าทั้งสองไว้ บัวผวาเข้ากอดแก้วด้วยความตกใจเสียขวัญ แต่แก้วกลับหน้าเครียดฮึดขึ้นมาคำรามเบาๆ "ลองดีใช่ไหม ได้เลย!"

แล้วแก้วก็หันขวับไปทางทิศที่ได้ยินเสียงปืนวิ่งไปทันที บัวเป็นห่วงร้องห้ามแต่แก้วไปแล้ว

ooooooo

ระหว่างวิ่งเข้าไปค้นหาในป่า แก้วยังคำรามอย่าง ท้าทายว่า

"เล่นกับใครไม่เล่น เล่นกับนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง เทอมก่อนยิงปืนได้เอนะโว้ย"

แก้วยังถูกล่อให้วิ่งตามเสียงกรอบแกรบของการเคลื่อนไหวที่มองไม่เห็นตัว ข้างหลังบัววิ่งตามมาพลางร้องเรียกให้รอด้วยแล้วแก้วก็ต้องชะงักตกใจเมื่อ ได้ยินบัวร้องอย่างตกใจเพราะหกล้มแต่ก็ลุกวิ่งตามไปอีก

แก้วยังคงวิ่งตามเสียงวิ่งล่อที่มองไม่เห็นตัวไปจนกระทั่งจู่ๆขาวก็โผล่มา ยิ้มแป้นพร้อมช่อดอกไม้ป่าที่หาได้แถวนั้น เอ่ยด้วยเสียงแจ่มใส "ยินดีต้อนรับกลับบ้านจ้ะแก้ว"

แก้วมองขาวอย่างหงุดหงิด เขายังยิ้มแจ่มใสไม่ สะทกสะท้านกับปืนที่แก้วจ่ออยู่ตรงหน้า

แก้วต่อว่าขาวที่เล่นต้อนรับกันแบบนี้ ถามว่าไปหัดยิงปืนมาจากไหน แล้วปืนนี่ไปเอามาจากไหน ขาวบอกว่าของเพื่อนแล้วถามหน้าระรื่นว่า "ฝีมือฉันใช้ได้ใช่ไหมแก้ว"

แก้วเซ็งจนบอกไม่ถูกกำลังจะต่อว่าขาว ก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงบัวกรีดร้องอย่างตกใจสุดขีดโดยไม่ต้องพูดอะไร ทั้งคู่วิ่งอ้าวไปตามเสียงร้องของบัว เจอบัวกำลังจะตกลงไปในหุบเขา เหลือแค่มือที่กำเถาวัลย์ไว้แน่นเท่านั้น

"บัว...จับมือพี่เร็ว!" แก้วส่งมือให้บัวจับและออกแรงดึงเต็มที่แต่ตัวเองก็เกือบตกลงไปด้วย ดีที่ขาวมาคว้ามือแก้วไว้ได้อีกต่อหนึ่ง

ในที่สุดขาวก็ช่วยสองสาวขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย เมื่อกลับมาที่รถแก้วเอาช่อดอกไม้ที่ขาวมอบให้วางไว้ที่หน้ากระจกรถ หันมาพูดกับขาวว่า

"เรื่องวันนี้ฉันจะไม่บอกใคร แล้วก็หวังว่านายคงไม่ทำอะไรบ้าๆอีก"

"แต่เรื่องอุบัติเหตุเมื่อกี้ฉันไม่ได้ตั้งใจ" ขาวแก้ตัว

"ทุกเรื่องขาว ถ้านายไม่เล่นปืนผาหน้าไม้มันก็ไม่มีเรื่องอื่นตามมา ที่สำคัญเรื่องทั้งหมดมันทำให้เรา...เกือบตาย!" แก้วย้ำคำสุดท้ายให้กระแทกเข้าไปในสำนึกของขาว

บัวขอร้องแก้วว่าให้พอเถอะเพราะอย่างน้อยขาวก็ได้ ช่วยเราไว้ แต่ขาวกลับพูดตัดพ้อว่า

"ไม่ต้องห้ามเขาหรอกบัว พี่ทำอะไรแก้วเขาก็ไม่เห็นดีอยู่แล้ว" แก้วฟังแล้วชะงัก ขาวยังคงพรั่งพรูความอัดอั้นออกมาว่า "แก้วรู้ไหม ว่าดอกไม้ช่อนั้นกว่าฉันจะได้มาลำบากแค่ไหน ฉันต้องเดินเก็บทั่วเขา เดินหาทั่วทุ่งกว่าจะได้ดอกที่สวยที่สุดเพื่อแก้ว...แต่ช่างเถอะ มันก็แค่ดอกดินดอกหญ้า ไร้ค่าเหมือนคนที่เก็บมันมา"

แก้วขัดขึ้นว่าไปกันใหญ่แล้ว แต่ขาวก็ยังไม่หยุดพูดประชดว่า "ฉันไม่ได้เลิศเลอเหมือนไอ้ดำนี่ เธอจะได้หลงใหลได้ปลื้ม"

แก้วถามว่าดำเกี่ยวอะไรด้วย ขาวสวนไปทันทีว่าเกี่ยวสิแล้วสบถ "โธ่โว้ย..." จากนั้นแต่ไม่กล้าพูดอะไรมากกว่านั้นตัดสินใจเดินเลี่ยงไปดื้อๆ บัวร้องเรียก แต่แก้วบอกว่าให้ปล่อยเขาไปเถอะอย่าเพิ่งยุ่งกับเขาเลย บัวยังเป็นห่วง แก้วตัดบทว่า

"เขามาได้เขาก็กลับได้ ดีซะอีกระหว่างเดินกลับวัด จะได้ทบทวนความคิดของตัวเองบ้าง"

ooooooo

คืนนี้ ดำเตรียมอาหารรอบดึกไว้ที่โต๊ะ หลวงพ่อถามอย่างรู้ใจว่าเตรียมไว้ให้ขาวหรือ ดำแกล้งแหย่หลวงพ่อว่าเตรียมให้หลวงพ่อ เลยเกือบโดนตะพดแพ่นเอาฐานชี้ช่องอาบัติ ดำเลยหัวเราะบอกว่าก็แค่พูดให้ขำๆ ก่อนหลวงพ่อจำวัดเท่านั้น

พอดีขาวกลับมา ดำรีบบอกว่ากินข้าวเสียตนเตรียมไว้แล้วของชอบของขาวทั้งนั้น แทนที่ขาวจะขอบใจกลับทำท่าจะกวาดของบนโต๊ะทิ้ง จนถูกหลวงพ่อเรียกปรามจึงชะงักยกมือไหว้ขอโทษหลวงพ่อแล้วเลี่ยงไปที่ห้องนอน ตัวเอง

หลวงพ่อจะเรียกมาเตือน แต่ดำบอกว่าปล่อยไปเถอะขาวคงเหนื่อย หลวงพ่อบ่นว่าขาวจะเหนื่อยอะไรไม่รู้แต่หลวงพ่อเหนื่อยใจกับมันจริงๆ ถามดำเหมือนเตือนว่าเมื่อไหร่จะเลิกให้ท้ายขาวเสียที

ดำแก้เกี้ยวว่าตนไม่ได้ให้ท้ายแต่อาจจะยุ่งกับขาวมากเกินไปเลยทำให้ขาว รำคาญ  หลวงพ่อเลยถามว่าเหมือนเมื่อเช้าที่ป่าไผ่ที่ดำทำเหมือนเป็นคนชกขาวด้วยใช่ ไหม

"หลวงพ่อรู้" ดำยอมรับอย่างทึ่ง หลวงพ่อย้อนถามว่าลืมไปแล้วหรือว่าใครเลี้ยงสองคนมาแค่คิดหลวงพ่อก็รู้แล้ว ว่าจะทำอะไร ดำทำหน้าทะเล้นแซวหลวงพ่อว่า "โอ้โห...ผู้หยั่งรู้ เปิดสำนักหมอดูรับจ๊อบกันเลยไหมครับหลวงพ่อ"

เลยเกือบถูกตะพดแพ่นเป็นครั้งที่สอง ดำรีบยกมือไหว้ พอหลวงพ่อด่าว่าทะลึ่ง  ดำก็หัวเราะแหะๆบอกว่าแก้เครียดนิดหน่อยน่า...หลวงพ่อมองหน้าดำ ถอนใจยาว บอกดำว่า

"รักกันไว้นะดำ ถึงเอ็งสองคนจะต่างที่มา ต่อไปข้างหน้าถ้าเอ็งสองคนรู้รักสามัคคีกันก็ไม่มีอะไรสามารถทำอันตรายเอ็งสองคนได้"

"ครับหลวงพ่อ" ดำรับคำ แล้วนึกอะไรขึ้นได้ ก้มมองหินแม่น้ำสีดำที่ห้อยคอ คิดถึงอดีตของตัวเองขึ้นมา...

ooooooo

เมื่อยี่สิบปีก่อน เวลานั้นดำอายุ 5 ขวบ ถูกแม่คือนางสายใจลากมาที่วัด ดำเนื้อตัวมอมแมมร้องไห้ขืนตัวไม่ยอมไปตามแรงดึงของแม่  สายใจทั้งขู่ทั้งลากทั้งตั้งท่าจะตี

"เจ็บทั้งลูกเจ็บทั้งมือตัวแล้วลูกมันคงหยุดร้องล่ะ" เสียงหลวงพ่อพูดขึ้นทำให้สายใจชะงัก หลวงพ่อปรากฏออกมาให้เห็น มองสายใจพูดอย่างสมเพช "เอ็งพาเขามาเกิดแท้ๆไม่ได้ ขอมาเกิดเป็นลูกเอ็งซะหน่อย แล้วนี่ยังจะตีเขาอีกเหรอ กรรมของเด็กจริงๆ"

หลังจากเข้าไปคุยในกุฏิแล้ว สายใจกราบลาหลวงพ่อ ได้รับคำเตือนสติจากหลวงพ่อว่า

"คิดได้เมื่อไหร่ก็กลับมารับไป ลูกหมามันยังอยากอยู่กับแม่ แต่นี่ลูกคน...พูดเท่านี้เอ็งคงเข้าใจ"

ระหว่างนั้นดำนั่งกินข้าวอย่างหิวโหย แต่พอเห็นแม่ลุกเดินออกไป ดำก็ลุกขึ้นจนจานข้าวคว่ำร้องเรียกแม่และวิ่งตามไป เห็นสายใจซ้อนท้ายรถเตอร์ไซค์ของผัวคนใหม่ไปต่อหน้าต่อตา เวลานั้นดำร้องไห้แทบขาดใจ หลวงพ่อเดินมาลูบหัวดำอย่างอ่อนโยน พูดด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความเมตตาว่า

"อยู่ด้วยกันที่นี่นะไอ้หนู อยู่เอาความดีเติมส่วนที่พร่องไปในชีวิต"

ดำยังคงหงอยเหงาด้วยความคิดถึงแม่ หลวงพ่อปลอบว่าเดี๋ยวถึงเวลาแม่เขาก็มา แต่เวลานี้ดำต้องเข้มแข็ง เกิดเป็นลูกผู้ชายอ่อนโยนได้แต่อย่าอ่อนแอให้ใครเห็น ดำทวนคำสอนของหลวงพ่ออย่างจะจำให้ฝังใจ หลวงพ่อย้ำว่า

"จำให้ขึ้นใจแล้วเอ็งจะโตขึ้นเป็นผู้ชายที่แกร่งทั้งตัวทั้งใจ...ไหนเอ็งชื่ออะไรนะ"

เวลานั้นดำบอกว่าชื่ออ้น หลวงพ่อมองหินดำที่คอจึงเปลี่ยนชื่อเป็นดำ บอกว่า

"ต่อไปเจ้าชื่อดำนะ เหมือนหินแม่น้ำสีดำที่เย็นเหมือนสายน้ำ...แต่เข้มแข็งหนักเหมือนหินอดทนที่ จะให้สายน้ำขัดเกลาจากหินดาดๆเป็นหินที่สวยงาม ชีวิตเจ้าก็เหมือนกัน ดูหินก้อนนี้ไว้เตือนสตินะ"

ดำก้มมองหินที่คออย่างครุ่นคิดแม้จะยังไม่เข้าใจอะไรนักแต่ก็รับคำหลวงพ่อ ยังความยินดีแก่หลวงพ่อและตั้งใจที่จะปั้นดำให้โตขึ้นมาเป็นคนดี

นั่นคืออดีตเมื่อ 20 ปีก่อน จนบัดนี้หินก้อนนั้นก็ยังแขวนอยู่ที่คอดำเหมือนเตือนใจให้จำอดีตของตัวเอง...

ooooooo

แก้วขับรถไปส่งบัวที่บ้าน เจอเจ้าหนี้ส่งชายฉกรรจ์ 4 คนมารื้อค้นบ้าน มันเห็นบัวกลับมาก็วิ่งสวนออกไป พอแก้วรู้เรื่องก็ขับรถไล่ตามมันไปทันที บัวตกใจเป็นห่วงแก้วรีบไปหาดำกับขาวที่ชานบ้านพัก เล่าให้ดำฟังขาวได้ยินด้วย  พอฟังบัวเล่าแล้วทั้งสองมองหน้าอย่างใจตรงกัน

จากนั้น ปฏิบัติการไล่ล่าของคู่เดือดก็เปิดฉากขึ้น!

บัวยังร้องไห้ขวัญเสียอยู่ที่เดิม จนหลวงพ่อกับหลวงพี่ฉิมและเณรจ้อยตามมาดู ขณะกำลังคุยกันอยู่นั้น ทุกคนได้ยินเสียงปืนดังจากที่ไกลๆหลายนัด หลวงพ่อนิ่งสีหน้า ตึงเครียดอย่างรู้ว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ

ooooooo

แก้วขับรถตามไล่ล่าคนร้ายทั้งสี่ไปไม่ลดละ ไล่ยิงกันบนท้องถนน จนกระทั่งแก้วถูกพวกมันยิงล้อรถระเบิด รถเสียหลักพุ่งเข้าชนต้นไม้ข้างทาง หัวแก้วกระแทกพวงมาลัยจนเลือดออก

พวกวายร้ายเห็นดังนั้นพากันลงจากรถตรงมาจะเล่นงานแก้ว แต่ขณะพวกมันกำลังย่ามใจ คนหนึ่งยกปืนจะยิงแก้วนั้น ทันใดก็มีไม้ขนาดเหมาะมือฟาดเข้าที่มือมันจนวิถีกระสุนเปลี่ยนไป

แก้วหันมองเธอดีใจเมื่อเห็นว่าเป็นดำกับขาวนั่นเอง แก้วนึกได้วิ่งกลับไปเอาปืนแต่เจ้ากรรมกระสุนหมดจึงต้องหันมาสู้กันด้วยมือเปล่า

สามต่อสี่ ทำให้พวกแก้วเสียเปรียบ มันรุมกันเข้ามา ทั้งสามพิงหลังกันสู้ ดำเตือนว่าให้ระวังเพราะพวกมันไม่ใช่คนบ้านเรา ขาวสวนไปอย่างไม่สะทกสะท้านว่ากลัวอะไรหลวงพ่อให้วิชามาตั้งเยอะ แล้วทั้งสามก็ปักหลักสู้

จังหวะหนึ่งขาวเห็นปืนของพวกวายร้ายหล่นอยู่ก็พุ่งเข้าไปคว้าจะยิง ดำตะโกนห้ามและปราดเข้าปัดปืน ขาวฉุนขาดถามว่าทำไม ดำเตือนสติว่าอยากเป็นฆาตกรรึไง ขณะนั้นเองวายร้ายคนหนึ่งเงื้อไม้เข้ามาหาขาว แก้วเห็นตะโกนให้ระวัง ดำหันขวับเขาผลักขาวออกไปทำให้ไม้ฟาดเข้าตัวเองจังๆจนร้องโอ๊ย พวกวายร้ายได้ทีตะโกนกัน "เก็บมัน!"

"เดี๋ยว!" เสียงหลวงพ่อหยุดทุกอย่างได้ชะงัด หลวงพ่อบอก "หมาหมู่กับมือเปล่าบาปนะโยม" แต่พวกมันไม่กลัวบาปบอกว่าพระไม่เกี่ยว หลวงพ่อเลยส่งสัญญาณให้หลวงพี่ฉิม ทันใดนั้นหลวงพี่โยนดั้งกับไม้พลองให้ขาวกับดำ ทั้งคู่รับอาวุธไปสวมมือและกระชับพลองพร้อมสู้ แก้วทวงอาวุธของตัวเองบ้าง หลวงพ่อเลยกันไปอีกทางไปรวมกลุ่มกับบัวรวมทั้งหลวงพี่ฉิมและเณรจ้อย ทั้งหมดกลายเป็นกองเชียร์ที่คอยลุ้นเอาใจช่วยสู้กันแบบสองต่อสี่

แต่พวกวายร้ายใจเสาะเห็นฝีมือใช้ดั้งกับพลองของขาวกับดำเห็นท่าไม่ดีเลยพากันหนีตัวใครตัวมัน พลวงพ่อบอกให้ปล่อยมันไป

"พอๆปล่อยมันไป แค่นี้พวกมันคงไม่กล้ากลับมาที่นี่อีกแล้วล่ะ เอ็งสองคนเก่งมาก เห็นไหมเอาแรงเอาวิชาที่ร่ำเรียนมาปกป้องผู้รุกรานดีกว่ามาฟาดปากกันเองเป็น ไหนๆ"

"เสียดาย น่าจับพวกมันเข้าคุก" แก้วบ่น

"แต่ตอนนี้บัวว่าพี่สามคนไปหาหมอทำแผลก่อนดีไหมจ๊ะ" บัวเสนอ ทุกคนเห็นด้วย

ooooooo

ตอนที่ 2

เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้ใหญ่ทิมกับตุ๊ก พ่อกับแม่ของแก้วไปเยี่ยมลูกสาวที่โรงพยาบาล แทนที่ผู้ใหญ่จะห่วงลูกสาวกลับบ่นว่ากลับมาไม่ทันไรก็ก่อเรื่องรถยับเยินหมด แก้วบ่นว่าพ่อเป็นห่วงรถมากกว่าลูก

"อ้อ  แหงล่ะ  เอ็งยังนั่งเถียงข้าฉอดๆยังไงก็รอด  แต่รถข้าสิ ป้ายแดงนะโว้ย"

"โธ่พ่อ...พระท่านว่าของนอกกายไม่ตายหาใหม่ได้" ตุ๊กพูดพลางเดินมานั่งข้างๆลูกสาว แก้วรีบพยักหน้าเห็นด้วย ทันใดก็คิดอะไรขึ้นมาได้บอกแม่ว่า ให้สนทนาธรรมกับพ่อไปก่อนเดี๋ยวตนมา

แก้วบอกแม่กับพ่อว่าจะไปดูขาวกับดำหน่อย ว่าแล้ววิ่งปร๋อไปเลย ออกไปเจอบัวที่ประตูพอดี บัวถามว่าจะไปไหน ทำไมไม่พัก แก้วเลยถามว่าดำกับขาวเป็นไงบ้าง

"พี่ดำกับพี่ขาวให้ปากคำกับตำรวจเสร็จก็กลับวัดไปแล้วล่ะจ้ะ"

บัวบอกยิ้มๆ แก้วมองบัวอย่างสงสัยว่าทำไมดำกับขาวถึงออกจากโรงพยาบาลเร็วนัก

ooooooo

ดำกับขาวเดินมาส่งหลวงพ่อที่เชิงบันไดกุฏิ ดำบ่นว่าตำรวจสอบเรายังกับผู้ต้องหา นี่จะจับได้รึเปล่าก็ไม่รู้

"ได้ไม่ได้นั่นเรื่องของตำรวจ แต่เมื่อคืนได้พิสูจน์ ให้เห็นแล้ว ศิลปะป้องกันตัวที่พวกเอ็งเรียนไปไม่สูญเปล่า" หลวงพ่อพูดอย่างพอใจแล้วจะขึ้นบันได ขาวถามว่าหลวงพ่ออดนอนมาทั้งคืนจะให้ตนนวดให้ไหม หลวงพ่อบอกว่าสองคนนั่นแหละกลับไปนอนเสีย น่วมไปทั้งตัวขนาดนั้นเดี๋ยวได้ไข้กิน ไม่ต้องห่วงท่าน รีบไปพักเสีย

"ไปโว้ย เดี๋ยวบ่ายๆพี่ต้มน้ำใบบัวบกให้แกแก้ช้ำใน" ดำบอกขาว แต่ขาวเดินหน้าบอกบุญไม่รับไป ดำถอนใจเซ็งๆแต่ยังวิ่งตามไปบ่นกับตัวเอง "เอ้า...ไอ้นี่ อารมณ์แปรปรวนอีกแล้ว...เฮ้ย...รอด้วยขาว" ดำตะโกนเรียกพลางวิ่งตามไป

ดำตามไปทันถูกขาวตวาดว่าอย่ามายุ่งกับตน พอดำเซ้าซี้เลยถูกขาวต่อยเปรี้ยงเข้าให้ ดีที่ดำหลบทัน ขาวเลยเตะตัดขาดำจนล้มไปนอนกับพื้น แล้วปรี่ขึ้นคร่อมจะต่อยแต่ถูกดำยันกระเด็นออกไปแล้วปรี่เข้าหาพยายามรวบตัว ขาวบอกว่าเราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง พอขาวไม่ยอมคุย ดำเลยถามแทงใจดำว่า

"เรื่องแก้วใช่ไหม แกชอบแก้วใช่ไหมขาว...แกชอบแก้วใช่ไหม"

ขาวชะงักกึก ถูกถามแทงใจดำเข้าก็อึกอักแล้วลุกจะผละไป ดำปาดเลือดที่มุมปากพูดตามหลัง

"พี่ไม่เคยคิดอะไรกับแก้วเกินคำว่าเพื่อน แล้วพี่ก็ไม่ยอมให้เรื่องอะไรก็ตามทำลายมิตรภาพระหว่างแกกับพี่เด็ดขาด" ขาวชะงัก ดำเดินเข้ามาหา ดำยังคงพูดอย่างใจเย็น "อย่าลืมสิ เราสองคนโตมาด้วยกันเหมือนพี่เหมือนน้อง"

ดำเอื้อมมือจะแตะบ่าขาว แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสขาวก็เดินเลี่ยงไป ดำยกมือค้างเก้อ ค่อยๆลดมือลงอย่างผิดหวัง...เขามองตามขาว ถอนใจเซ็งๆ...

ooooooo

ขาวกลับมานั่งที่เก้าอี้เก่าๆที่ใช้สำหรับนั่งเขียนหนังสือในห้อง เขานั่งเซ็งที่เจ็บระบมไปทั้งตัว ยิ่งเมื่อเปิดผ้าคลุมดูรูปลายเส้นใบหน้าแก้วที่เขาร่างไว้ยังไม่เสร็จก็ยิ่ง เซ็งหนักขึ้นไปอีก เขาเอื้อมมือสัมผัสแก้มในรูป พึมพำด้วยความรัก..."แก้ว"

ภาพในอดีตกลับสู่ความทรงจำ...

คราวนั้นเขากับดำกำลังเรียนและฝึกซ้อมศิลปะป้องกันตัวที่วัดถ้ำผาน้ำไหล โดยมีหลวงพ่อเป็นผู้สอน หลวงพ่อนั่งอยู่บนแคร่ไม้คอยกำกับดูแลอย่างตั้งใจ

หลวงพ่อสังเกตเห็นขาวคอยชำเลืองไปที่พุ่มไม้ หลวงพ่อ มองตามไปอย่างรู้ทันแกล้งพูดดังๆ

"ลูกหมาที่ไหนวะ ไม่ออกมา เดี๋ยวได้ชิมไม้ตะพดหลวงพ่อ"

ทันใดนั้นแก้วโผล่พรวดร้องโวยวายออกมาโดยมีบัวเกาะชายเสื้อบังๆตัวออกมาด้วย ทั้งสองออกมาเพราะกลัวโดนตะพดหลวงพ่อ หลวงพ่อมองขำๆกับท่าทางลนลานของแก้ว พูดยิ้มๆอย่างมีเมตตาว่า

"ข้ารู้นะ ว่าเอ็งสองคนแอบซุ่มดูเจ้าดำกับเจ้าขาวเรียนศิลปะป้องกันตัวหลายครั้งแล้ว"

แก้วใจชื้นบอกหลวงพ่อว่ามันสนุกดีแต่พ่อบอกว่าผู้หญิงห้ามเรียน หลวงพ่อมองหน้าแก้วพูดเสียงดัง

"ไอ้ผู้ใหญ่ทิม ใหญ่มาจากไหนถึงมาห้าม" หลวงพ่อพูดถึงทิมซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวและโตมาด้วยกันอย่างหมั่นไส้ ถามแก้วว่า "อยากเรียนไหมล่ะ ข้าอนุญาต"

แก้วดีใจมากรีบบอกว่าอยากเรียน หันมองไปทางดำกับขาวสองหนุ่มพยักหน้าสนับสนุนอยากได้เพื่อนมาเรียนด้วย แก้วยกมือไหว้หลวงพ่อรับคำด้วยความดีใจ ผิดกับบัวที่ส่ายหน้าแหยงๆ

แต่นั้นมาแก้วก็กลายเป็นศิษย์เรียนศิลปะป้องกันตัวของหลวงพ่อไปอีกคนจนถึงบัดนี้...

ooooooo

ที่บ้านของบัว...ก้อนกับเภาพ่อและแม่ของบัวกลับมาแล้ว เจอทิมกับตุ๊กที่พาบัวกลับมาดูสภาพบ้านพอดี ทิมเห็นบ้านที่ถูกรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย ถามก้อนว่าใครทำ ก้อนเองก็ไม่รู้ แก้วถามว่าแล้วก้อนมีเจ้าหนี้กี่ราย

"หลายราย ทำไร่ไถนาก็ขาดทุนทุกปี" ก้อนบอก เภาเสริมว่าแต่ก่อนตายตนต้องใช้หนี้ให้หมดไม่อยากให้บัวต้องมารับเคราะห์แทน พ่อแม่อย่างนี้ บัวผวาเข้าไปหาแม่ให้กำลังใจว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน แล้วสองแม่ลูกก็กอดกันร้องไห้น่าเวทนา

"เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลัง แต่เรื่องบ้านนี่เดี๋ยวข้าจะขอแรงชาวบ้านมาช่วยซ่อมให้ คิดมากไปมันแก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรอก" ทิมให้กำลังใจ

"ค่อยๆคิดนะบัว สักวันบัวต้องผ่านมันไปได้ จะได้ กลับไปเรียนหนังสือ ท่องไว้ สู้ๆ!" แก้วให้กำลังใจอีกคน บัวฝืนยิ้มเศร้าๆ

ระหว่างนั่งรถกลับ แก้วนั่งคู่กับทิมที่เป็นคนขับส่วนตุ๊กนั่งเบาะหลัง แก้วบอกพ่อกับแม่ว่าเรียนจบเมื่อไหร่จะปราบไอ้เงินกู้นอกระบบ พวกทำนาบนหลังคนให้หมดเลย ถูกทิมปรามว่าเลือดหัวเพิ่งออกยังไม่เจียมตัวอีก แก้วพูดอย่างอหังการว่า

"ไม่เจียม แล้วก็ไม่กลัวด้วยพ่อ เรียนตำรวจมาแล้วไม่ปราบคนชั่วก็ถอดเครื่องแบบคืนหลวงไปดีกว่า"

ทิมนึกขึ้นได้บอกว่าจะเลี้ยงข้าวขอบคุณขาวกับดำ

สักหน่อยที่ช่วยแก้วไว้ แก้วเชียร์สุดใจชมว่าพ่อผู้ใหญ่น่ารักจริงๆ แล้วอ้อนว่าถึงบ้านแล้วยืมรถแป๊บนึงนะ ทำเอาผู้ใหญ่เสียศูนย์ เบรกรถกะทันหันจนทั้งแก้วและตุ๊กหัวทิ่ม บ่นว่าป้ายแดงเพิ่ง เยินไปคันนี้พ่อไม่ให้

พอตั้งหลักได้ตุ๊กเรียก "พ่อ" คำเดียวผู้ใหญ่ก็เสียง อ่อนลงพูดดักคอเมียว่า

"เออๆ รู้แล้ว ของนอกกายไม่ตายหาใหม่ได้ เฮ้อ...กรรมของกูแท้ๆ"

ผู้ใหญ่บ่นไม่ทันขาดคำก็ได้รับโทรศัพท์จากไอ้ไข่ ฟังแล้วผู้ใหญ่ตกใจบอกว่าจะไปเดี๋ยวนี้

ข่าวที่ทำให้ผู้ใหญ่ตกใจคือมีชาวบ้านไปหาปลาแล้วเจอศพหญิงสาวชื่อสาลูกของ แสงนอนตายตาเหลือกอยู่ที่ริมตลิ่ง ผู้ใหญ่พึมพำอย่างเครียดจัดว่า

"ศพที่สี่ในรอบสองเดือน แต่จับมือใครดมไม่ได้สักคน"

"ฆาตกรมันต้องเป็นคนคนเดียวกันแน่ๆ" แก้วดูจากรูปการณ์แล้วสรุป

"เรื่องนั้นข้าไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องไม่มีศพที่ห้าเกิดขึ้นที่นี่ เด็ดขาด"

และเมื่อนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหลวงพ่อ หลวงพ่อมองไปอีกฟากหนึ่งของลำน้ำพูดอย่างหนักใจว่าจะจับมือใครดมได้ล่ะ สงสัยต้องล้อมรั้วตลอดแนวชายแดนนั่นล่ะ ทิมถามหลวงพ่อว่าฆาตกรมาจากฝั่งโน้นหรือ

"มันเป็นไปได้ทุกอย่าง จากประเทศโน้น จากคนประเทศเรา แม้แต่คนน้ำงามเราเองเอ็งก็รู้ว่าคนบ้านเรากับฝั่งโน้นข้ามไปข้ามมาคุ้นเคย กันเป็นร้อยๆปีแล้ว"

ทิมถามว่ามันต้องการอะไร หลวงพ่อตอบปัดไปว่า "ข้าไม่รู้ พระนะโว้ยไม่ใช่นักสืบ" พอถูกผู้ใหญ่บ่นว่าถามดีๆ กวนซะงั้น หลวงพ่อก็ยืนยันอย่างหดหู่ใจว่า

"เรื่องจริงนี่หว่า ข้ารู้แต่ว่าสังคมบ้านเรามันเสื่อมลง เมื่อก่อนที่นี่ไม่เคยมีอย่างนี้ เรื่องคดีให้ตำรวจเขาจัดการไป ส่วนข้าก็จะช่วยตามแนวทางของพระ"

"เทศน์ดักกิเลสนะเหรอหลวงพ่อ จะไหวเหรอ"

"แล้วไอ้ที่บ้านเมืองมันยุ่งๆอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะกิเลสเหรอวะไอ้ผู้ใหญ่"

ooooooo

วันนี้แก้วย่องไปดูดำอ่านตำรา ดำถามว่าทำไมไม่อยู่บ้านเดี๋ยวแผลไม่หายหรอก  แก้วบอกว่าอยากแวะมาดูว่าตัวเขากับขาวเป็นยังไงบ้าง

ดำโชว์กล้ามให้ดูเลยถูกแก้วฟาดเข้ากลางหลังอย่างหมั่นไส้จนร้องโอ๊ย แก้วหัวเราะเยาะคำคุยโวของดำแล้วสั่งให้ถอดเสื้อ จากนั้นก็ทายาให้ ทีแรกดำก็ลังเลถามว่าจะดีหรือ แก้วพูดอย่างแก่นแก้วว่าเห็นกันมาตั้งแต่เด็กจะอายอะไร ดำเลยถอดเสื้อให้แก้วทายาให้

ขาวผ่านมาเห็นภาพบาดตานั้นรู้สึกเจ็บปวดใจนักรำๆจะเข้าไปซัดดำแต่ถูกหลวงพ่อ คว้าหมับเข้าที่บ่าเสียก่อนขาวเลยชะงักรีบลดหมัดลง หลวงพ่อไม่ว่าอะไรเพียงแต่ยิ้มอย่างรู้ทันอารมณ์ของขาวเท่านั้น

เมื่อเรียกขาวให้ตามขึ้นไปบนเขา หลวงพ่อเอ่ยขึ้นว่า

"ข้าไม่สามารถบังคับให้ใครรักหรือเลิกรักใครได้ เพราะเรื่องรักไม่ใช่ธุระของสงฆ์ แต่ข้ารั้งไม่ให้คนทำชั่วได้" ขาวพยายามจะชี้แจงแต่หลวงพ่อขัดขึ้นว่า "ข้าเลี้ยงพวกเอ็งมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย จนตอนนี้ตีนพวกเอ็งโตจนไล่ถีบกันเองแล้ว ทำไมข้าจะไม่รู้ว่าพวกเอ็งคิดอะไร"

ความยากจนของครอบครัวบัวทำให้เป็นหนี้หลายเจ้า หนึ่งในนั้นคืออุ่มคำแม่เลี้ยงหน้าเลือดและเค็มจนขม วันนี้ก้อนกับเภาและบัวบรรทุกข้าวโพดมาส่งดอกเบี้ยให้แม่เลี้ยง ปรากฏว่าขาดไปห้ากระสอบก้อนกับเภาอ้อนวอนขอติดไว้ก่อนเพราะจะเอาไปขายเป็นค่ายารักษาเภา

แม่เลี้ยงไม่ยอมพูดอย่างแล้งน้ำใจว่าตนทำธุรกิจไม่ใช่มูลนิธิ แก้วช่วยขอผ่อนผันก็ถูกแม่เลี้ยงตัดบทว่าไม่ใช่ เรื่องของแก้ว และเมื่อไม่ได้จริงๆแม่เลี้ยงก็คิดทบกับงวดหน้าพร้อมดอกเบี้ยเพิ่มอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์

ทุกคนจำต้องกล้ำกลืนกลับไป แก้วกับบัวไปนั่งปรึกษากับดำที่ร้านกาแฟ ดำเสนอว่าจะไปเล่าให้หลวงพ่อฟังเพราะแม่เลี้ยงนับถือหลวงพ่อเผื่อท่านเอ่ยปากจะเกรงใจบ้าง

บัวไม่อยากให้รบกวนหลวงพ่อ แต่ก็ไม่เห็นหนทางที่จะแก้ปัญหาได้ เอาแต่ร้องไห้โทษโชคชะตาของตัวเอง ดำกับแก้วได้แต่มองบัวอย่างสงสารจับใจ...

ooooooo

ที่อำเภอน้ำงามนี้ยังมีเสี่ยพิทักษ์มาเฟียในคราบนักบุญแผ่อิทธิพลอยู่ เสี่ยมีลูกสาวคนเดียวคือเคที่ในวัย 22 ปี เสี่ยส่งไปเรียนที่อเมริกาเกือบสิบปีแต่ไม่ได้ ปริญญากลับมาแม้แต่ใบเดียว

เสี่ยเรียกตัวกลับอ่อยด้วยบัตรเครดิตที่ไม่จำกัดวงเงินและรถสปอร์ตหรูป้ายแดงหนึ่งคัน เคที่พอใจกระโดดเข้าหอมเสี่ยอย่างเอาใจ

เสี่ยบอกเคที่ว่าทั้งหมดนี้ถือเป็นค่าจ้างให้เธอกลับเมืองไทย กลับมาช่วยป๊าทำงาน เคที่ไม่ปฏิเสธแต่ขอเที่ยวให้ หนำใจสักเดือนหนึ่งก่อน

เสี่ยพิทักษ์มีลูกน้องมือขวาในวัย 25 ปีเศษชื่อเจษ เป็นคนพูดน้อยสุขุมแต่เหี้ยมและมีฝีมือในการต่อสู้ทุกรูปแบบชำนาญอาวุธทุกชนิดและช่ำชองแม้แต่การต่อสู้ด้วยมือเปล่า

ขณะเสี่ยชื่นชมกับการกลับมาของลูกสาวนั้น เจษเข้ามารายงานธุรกิจบางอย่าง เสี่ยฟังแล้วทวนว่า "นางงาม...บอกมันไปว่าเดี๋ยวเราจัดให้...อ้อ แล้วทางชายแดนว่าไง"

"มีปัญหานิดหน่อยครับเสี่ย" เจษรายงานทำให้เสี่ยหน้าเครียดขึ้นทันที

ooooooo

ที่ริมน้ำอำเภอน้ำงามนี่เอง วันนี้มีผู้พบศพหญิงสาวอีกแล้ว  ผู้ใหญ่ทิมไปดูการเก็บศพ  พูดกับดำ  แก้ว  และบัวที่ตามไปดูเหตุการณ์ว่า

"สาววัยรุ่นเหมือนเดิม แต่คราวนี้ไม่รู้เป็นคนที่ไหน ไม่มีหลักฐานอะไรติดตัวเลย"

บัวทำท่าสยองบอกว่าน่ากลัวจังเลย ดำพึมพำว่าไม่ใช่ เรื่องเล็กๆแล้ว ส่วนแก้วถามพ่อว่า

"แล้วนี่ตำรวจไม่ทำอะไรเลยเหรอพ่อ"

"จะให้ทำอะไรมากกว่าเก็บศพวะ ก็มันแทบไม่มีหลักฐานอะไรให้เก็บเลย" ผู้ใหญ่หนักใจ

ooooooo

แม่เลี้ยงอุ่มคำหน้าเลือดส่งคนไปยึดของในบ้านบัวจะเอาไปขายนำเงินมาใช้ดอกเบี้ย ใครขอก็ไม่ฟังแม้แต่ตำรวจแม่เลี้ยงก็บอกว่าตำรวจทั้งโรงพักยังไม่กล้าว่าอะไรตนเลย

ในที่สุดหลวงพ่อต้องจ่ายดอกเบี้ยแทนเพื่อไม่ให้ แม่เลี้ยงยึดข้าวของของบ้านบัวไป   หลวงพ่อจ่ายไปสองพัน แม่เลี้ยงดีใจมากทำบุญด้วยการคืนให้เป็นค่าน้ำค่าไฟวัดไปสี่สิบบาทแล้วยิ้มร่าออกจากวัดไป

เวลาเดียวกัน การตายอย่างปริศนาของหญิงสาวก็ยังเกิดขึ้น...

ที่ห้องลับแห่งหนึ่ง สาวสวยคนหนึ่งถูกมัดมือคุมขังอยู่ เธอถูกทารุณจนเลือดกบปาก หญิงสาวบอกกับเจษที่เข้ามาในห้องว่าตนยินดีคืนเงินให้แต่ขอให้ปล่อยตนไปสัญญาว่าจะไม่บอกใคร

เจษมองอย่างเลือดเย็น พอดีเสี่ยพิทักษ์เข้ามาห้ามเจษไว้ จากนั้นเสี่ยทำตัวเป็นพ่อพระเอามีดตัดเชือกที่มัดหญิงสาวทำให้ หญิงสาวดีใจนึกว่ารอดตายแล้ว เสี่ยสบตาเจษอีกครั้งแล้วออกไป

"นังนี่เป็นของพวกเอ็งแล้ว" เจษบอกพวกสมุนที่รายล้อมแล้วออกไป ปล่อยให้พวกสมุนกรูกันเข้ามารุมหญิงสาวอย่างหื่นจัดท่ามกลางเสียงร้องขอชีวิตของสาวสวย

เช้าวันต่อมาหนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวหญิงสาวถูกฆาตกรรม แก้วอ่านแล้วด่าว่าพวกนี้ต้องจับประหารทันที ตุ๊กถอนใจพึมพำ "เฮ้อ...น่าสงสารเป็นถึงนางงามแท้ๆ"

ที่ศาลาสวดศพวัดถ้ำผาน้ำไหล หลังสวดศพไม่มีญาติในคืนนี้ หลวงพ่อพูดขณะเดินกลับกับขาวและดำว่าสังคมเสื่อมลงทุกวัน ขาวเกรงว่านี่จะไม่ใช่ศพสุดท้าย หลวงพ่อเตือนทั้งสองคนต้องระวังเหมือนกัน

มาถึงกุฏิหลวงพ่อบอกให้ดำขึ้นไปนวดให้หน่อย ทำให้ขาวรู้สึกน้อยใจขึ้นมาที่หลวงพ่อไม่เรียกใช้ เมื่อขึ้นกุฏินวดให้หลวงพ่อ ดำปรารภว่าดูเหมือนขาวจะเกลียดตนมากขึ้นทุกวัน หลวงพ่อบอกว่าคงเพราะเห็นดำใกล้ชิดกับแก้ว ดำยืนยันกับหลวงพ่ออีกครั้งว่าตนไม่ได้คิดอะไรกับแก้วเลยจริงๆ

"เอ็งสองคนโตมาด้วยกัน ถ้าต้องผิดใจกันเรื่องผู้หญิงคนเดียว ข้าจะตีให้ตาย...มันต้องมีเรื่องอื่นที่มากกว่านี้แน่ๆ" หลวงพ่อตั้งข้อสังเกต   ดำบอกว่าจะหาจังหวะคุยกับขาวดู "เหรอ...มันจะได้จังหวะเอาหมัดทิ่มหน้าเอ็งอีกน่ะสิ ขาวมันยอมเปิดใจคุยกับใครง่ายๆที่ไหน" หลวงพ่อถอนใจยาว...

ooooooo

แล้วก็มีเหตุให้ขาวต้องเจ็บช้ำน้ำใจและกระทั่งแค้นใจดำมากขึ้น เมื่อดำไปทำความสะอาดที่โต๊ะหมู่บูชามือปัดตะเกียงล้มทำให้น้ำมันหก ดำวิ่งไปหาผ้าขี้ริ้วมาเช็ด ระหว่างนั้นลมพัดทำให้ไฟจากเทียนที่ล้มลามไปถูกน้ำมันเกิดไฟไหม้ขึ้น

เป็นจังหวะที่ขาวเดินมาพอดี หลวงพ่อมองขาวสีหน้าดุมาก เมื่อดับไฟได้แล้วขาวถูกเฆี่ยนเป็นการลงโทษสั่งสอน ขาวยิ่งกดดันในขณะที่ดำกลับมาทั้งตกใจทั้งงง พอเห็นดำถือถังน้ำกับผ้าขี้ริ้วมาหลวงพ่อชมว่ารอบคอบมากรีบไปช่วยเก็บกวาดเช็ดถูให้เรียบร้อย

ขาวยืนมึนที่ถูกลงโทษโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ซ้ำยังถูกหลวงพ่อไล่ให้ไปช่วยดำทำความสะอาดด้วย กลับถึงห้องก็ครุ่นคิดอย่างน้อยใจหลวงพ่อโกรธแค้นดำ กำหมัดชกที่นอนคำราม

"ไอ้ดำ...มึง!"

ooooooo

เสี่ยพิทักษ์ขยายธุรกิจอย่างลำพองใจคิดจะทำบริการครบวงจรไม่เพียงเป็นที่หนึ่งในประเทศเท่านั้นหากแต่จะเป็นที่หนึ่งของเอเชียด้วย

ขณะเสี่ยกำลังคุยกับเจษอยู่อย่างผยองอยู่นั้น เคที่กลับมาพร้อมหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งมาส่ง  เสี่ยปรามลูกสาวว่าทำอะไรให้คิดถึงหน้าพ่อบ้างกลับมาไม่นานแต่ควงผู้ชายนับไม่ถ้วน เคที่ไม่แคร์ถือว่าตัวของเราชีวิตของเราคนอื่นไม่เกี่ยว ทำให้เสี่ยปวดหัวกับความประพฤติของลูกสาวมาก

คืนเดียวกัน ที่ชายป่าบริเวณวัดนั่นเอง มีวัยรุ่นสาวคนหนึ่งถูกคนร้ายฉุดมา เธอหนีสุดชีวิตโชคดีที่ดำเพิ่งนวดให้หลวงพ่อเสร็จ กลับมาอาบน้ำออกมาได้ยินเสียงหญิงสาวร้องกรี๊ด ดำรู้ว่าเธอต้องตกอยู่ในอันตรายรีบออกไปทันที เจอคนร้าย 3 คนกำลังรุมจับตัวหญิงสาวลากไป ดำคว้าไม้ไปยืนจังก้าขวางพวกมัน

แต่เพราะพวกมันมีถึง 3 คนดำจึงถูกมันตีจนลงไปกองกับพื้น แต่ก็ยังลุกขึ้นตามไป ดำแอบเกาะที่ท้ายรถ ขณะพยายามจะปีนขึ้นไปนั้น คนร้ายรู้ตัว เขาจึงปีนขึ้นไปบนหลังคารถ พวก คนร้ายรู้ตัวอีกทีดำก็อยู่บนหลังคาแล้ว มันพยายามเหวี่ยงรถจะให้ดำตกแต่ไม่ได้ผล สุดท้ายมันยิงปืนขึ้นไปแต่ก็พลาดอีก พอมันจะยิงขึ้นไปอีกครั้ง ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อขาวมายืนจังก้าถือปืนเล็งใส่มันอยู่

ขณะมันกำลังตกใจนั่นเอง ขาวยิงปืนใส่สองสามนัดจนกระจกหน้าแตกละเอียด พวกคนร้ายทั้ง 3 หลบกันชุลมุน

ooooooo

ตอนที่ 3

ดำกลิ้งตัวลงจากหลังคารถเจอขาวเข้าถามว่ามาได้ยังไง แล้วนั่นปืนใคร ขาวบอกให้เลิกถามได้แล้วบ่นอย่างหงุดหงิดที่กระสุนหมดพอดี

ส่วนพวกคนร้ายก็ถามกันงงๆว่าพวกนี้เป็นใคร รวมหัวกันจะจับหมกป่าเสีย แต่ไม่ง่ายเพราะมาเจอยอดฝีมือที่ผ่านการฝึกปรือจากหลวงพ่อมาอย่างดี แต่เคราะห์ร้ายขาวถูกคนร้ายฟันเข้าที่ท้องอย่างจังล้มลงทันที

แต่ไม่ทันเปิดฉากละเลงกัน ผู้ใหญ่ทิมกับแก้วตาและชาวบ้านอีกหลายคนก็มาถึง ทุกคนมีปืนครบมือกรูกันเข้าจับวายร้ายทั้งสามได้โดยง่าย พอเหตุการณ์สงบ ดำเข้าไปดูขาวที่นอนคว่ำอยู่ด้วยความเป็นห่วง

ขาวบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล รุ่งขึ้นหลวงพ่อไปเยี่ยม เจอจ่าดำเกิงเพื่อนรุ่นเดียวกันเพิ่งเข้ามาอย่างระโหยโรยแรงซ้ำยังเรอกลิ่นละมุดออกมา ถูกหลวงพ่อตำหนิว่ากินเหล้าเวลาทำงานอีกแล้ว จ่าตะแบงไปว่าก็กินนอกเวลาหลวงพ่อก็ด่า ตนเลยเลื่อนมากินเวลางานยังด่าอีก เลยถูกทั้งหลวงพ่อและผู้ใหญ่ทิมรุมด่า

"เอาเถอะครับ อย่าเพิ่งทะเลาะกันตอนนี้เลยนะครับ จ่าครับ แล้วน้องสาวที่โดนไอ้พวกนั้นล่า ตอนนี้อยู่ไหนครับ" ดำหย่าศึกถามจนทุกคนงง เพราะไม่รู้เหมือนกัน

ที่แท้หญิงสาวคนนั้นอยู่ในห้องพักคนไข้อีกห้องหนึ่งเธอยังหลับไม่ได้สติ แก้วบอกว่าเธอผวาจนหมอต้องให้ยานอนหลับ แต่ที่แน่ๆคือไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหน

"ผู้หญิงคนนี้กับที่ตายไปอายุรุ่นเดียวกันหมดเลย ฉันว่าคดีต้องเกี่ยวเนื่องกันแน่ๆ" แก้วฉุกคิด

"เกี่ยวรึเปล่าไม่รู้ แต่ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเอาอำเภอน้ำงามมาเป็นทางผ่านสิ่งผิดกฎหมายเด็ด ขาด" ดำขึงขังมาก แก้วย้ำว่า โดยเฉพาะพวกค้ามนุษย์!

ส่วนหลวงพ่อบอกผู้ใหญ่ทิมกับจ่าดำเกิงที่เถียงกันประสารุ่นเดียวโตมาด้วยกันว่าให้เลิกเถียงกันได้แล้ว บอกทั้งสองคนว่า

"อำเภอน้ำงามไม่เคยมีเรื่องอย่างนี้และเราก็จะปล่อยให้เกิดเรื่องอย่างนี้ ขึ้นอีกไม่ได้" จากนั้นหลวงพ่อบอกให้ทั้งสองคนกลับไปเสีย ตัวท่านเองจะนอนเฝ้าขาวที่นี่

ooooooo

เมื่อเข้าไปในห้องคนไข้พิเศษ หลวงพ่อไปยืนมองขาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ เอื้อมมือไปลูบหัวขาวอย่างทะนุถนอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความเมตตา

"ถ้าตอนนี้สัมผัสของข้าสื่อเข้าไปถึงความรู้สึกของเอ็งได้ อยากให้เอ็งรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่ อยู่ข้างๆเอ็งตลอดเวลานะเจ้าขาว หายเร็วๆนะลูก"

ขณะหลวงพ่อดูแลขาวอย่างดีนั้นเอง ดำกลับมา หลวงพ่อ ถามว่ากลับมาทำไม ดำบอกว่ามาเฝ้าขาว หลวงพ่อพูดขำๆว่าขาวคงดีใจจนกระโดดเตะปากดำแน่

"ผมยอมให้มันเตะฟันร่วงหมดปากเลยครับหลวงพ่อ ถ้าทำให้มันหายเร็วๆ" ดำยอมทุกอย่าง

สุดท้ายหลวงพ่อให้ดำอยู่เฝ้าด้วย ดำจัดให้หลวงพ่อนอนที่โซฟาส่วนตนนอนที่พื้น หลวงพ่อรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกที่วันนี้แม้ขาวจะบาดเจ็บแต่นั่นเป็น สัญญาณบอกว่าทั้งสองยังมีเยื่อใยต่อกันอยู่...

ooooooo

แก้วแค้นใจจนนอนไม่หลับออกมานั่งกอดเข่าอยู่ที่ระเบียงบ้าน ผู้ใหญ่ออกมาทัก แก้วบอกว่ารู้สึกเป็นห่วงบ้านเรายังไงไม่รู้ ผู้ใหญ่บอกว่าสงสัยต้องเรียกชาวบ้านมาช่วยกันระวังภัยเสียแล้ว

"เรายังไม่รู้ว่าพวกมันเป็นใคร ยังไงตอนนี้เราต้องช่วยกันสังเกตคนแปลกหน้าที่เข้ามาในอำเภอเราก่อนนะจ๊ะพ่อ"

ผู้ใหญ่เห็นด้วยกับแก้ว ต่างคิดหนักกับปัญหาร้ายแรงที่คืบคลานเข้ามาในหมู่บ้าน

ooooooo

คนร้ายที่ถูกขังอยู่ไม่ยอมให้ปากคำใดๆมันนอนก่ายหน้าผากคิดหนัก จ่าดำเกิงมาดูแล้วเดินหาวหวอดไปหาตำรวจสองนายที่โต๊ะใกล้ๆ บอกว่าเดี๋ยวมาถูกเพื่อนแซวว่าแว่บไปงีบอีกใช่ไหม

จ่าดำเกิงไปไม่นาน ก็มีรถตู้ติดฟิล์มดำเข้ามาจอดชายลึกลับสองคนสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ลงจากรถตรงเข้าไปใช้ปืนเก็บเสียง เก็บตำรวจทั้งสองก่อนแล้วจึงเข้าไปเก็บคนร้ายในห้องขัง มันพูดก่อนยิงทิ้งว่า

"พลาดคือตาย จำไว้!"

เวลาเดียวกันดำเฝ้าขาวอยู่ ลุกไปดูและพูดกับขาวแสดงความรักความห่วงใย แล้วขอไปเดินเล่นครู่เดียว

ดำจึงไปเจอตำรวจสองคนถูกยิงนั่งตายเหมือนหลับ อีกทั้งคนร้ายในห้องขังก็ถูกยิงตายเช่นกัน ดำตกใจมองไปที่ห้องพักคนไข้ที่อยู่ติดกันสองห้องทันที

ไปถึงพบว่าคนร้ายสองคนที่นอนรักษาตัวอยู่ถูกยิงตายหมดแล้ว แต่ในทันทีที่ดำขยับจะออกก็รู้สึกถึงความผิดปกติในห้อง ที่แท้คนร้ายยังอยู่ในห้อง มันใช้ปืนเก็บเสียงยิงใส่ดำทันที โชคดีที่ดำหลบทัน

ชายลึกลับทั้งสองวิ่งหนีออกไป ดำเจ็บใจมากวิ่งตามไปอย่างไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น แต่พอชายลึกลับวิ่งมาถึงทางแยกมันจะวิ่งไปทางบันไดหนีไฟ ก็ถูกตะพดของหลวงพ่อยื่นมาตีตัดขาจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า

ชายลึกลับคนที่สองยกปืนจะยิงหลวงพ่อ ดำวิ่งมาทันตะโกนให้หลวงพ่อระวัง พริบตานั้นหลวงพ่อตวัดตะพดใส่ปืนในมือคนร้ายจนกระเด็น เมื่อเสียท่าเช่นนี้ ชายลึกลับทั้งสองส่งสัญญาณให้หนีกัน แต่มันยังยิงมาสกัดถูกไหล่ซ้ายดำ

แต่ดำไม่สนใจวิ่งตามมันไปทันทีโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของหลวงพ่อ

ooooooo

ชายลึกลับทั้งสองคนวิ่งออกมาทางด้านหลังอาคาร ชายลึกลับอีกคนบนรถขับรถตู้ปราดเข้ามาจอดทันที ดำวิ่งตามมาไม่ทันแล้ว อึดใจเดียวหลวงพ่อกับเจ้าหน้าที่ รปภ.ก็มาถึง หลวงพ่อบ่นอย่างเสียดายว่าไม่ทันแล้ว

จ่าดำเกิงไปที่โรงพักเห็นตำรวจกับคนร้ายในห้องขังตายเรียบก็รีบบึ่ง มอเตอร์ไซค์มาจนเกือบชนดำที่เพิ่งพุ่งหลบรถตู้ของคนร้าย ดำร้องบอกว่าให้รีบจับคนร้าย แต่จ่าบอกว่าเอาไว้ก่อนเพราะตอนนี้ที่โรงพักตายเรียบแล้ว

"เออ...ข้ารู้แล้ว" หลวงพ่อบอกเพราะรู้ก่อนแล้ว จ่าถามว่าหลวงพ่อรู้ได้ไง ดำเลยชี้ขึ้นไปที่ข้างบนบอกว่า "ข้างบนนั่นก็ม่องเหมือนกันจ่า"

จ่าตกใจ หลวงพ่อถอนใจอย่างระอาใจบอกจ่าว่า "แล้วไอ้รถที่วิ่งจะชนเอ็งเมื่อกี้น่ะรถโจร!"

"หา! โธ่เอ๊ย!" จ่าหันมองตามรถตู้คันนั้นอีกทีแล้วถอนใจเซ็งๆ

ooooooo

โลงศพ 4 โลง ถูกวางเรียงกันอยู่ที่ศาลาวัดถ้ำผาน้ำไหล จ่าดำเกิงเดินดู เอ่ยกับหลวงพ่อว่า

"คงต้องฝากพวกโจรกับนังหนูเคราะห์ร้ายไว้ที่นี่ก่อน ส่วนศพตำรวจญาติๆ มันเอาไปจัดการแล้วครับ...เฮ้อ...ซ่วยจริงๆ"

หลวงพ่อสะกิดให้คิดว่าไล่ปิดปากกันอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว ผู้ใหญ่ถามจ่าว่าแล้วทางโรงพักไม่ขยับอะไรบ้างรึไง จ่าหน้าเจื่อนตอบไม่เต็มปากเต็มเสียงว่า

"ขยับอะไร ผู้กำกับคนเก่าเพิ่งโดนสอยไปเอ็งก็รู้ คนใหม่ ยังไม่รู้จะประทานลงมาเมื่อไหร่เลย ส่วนข้าขอถนอมลมหายใจไว้กินเงินบำนาญได้ไหมวะ"

ดำที่เดินดูโลงศพ ตรงเข้ามาพูดอย่างไม่สบายใจว่า พวกมันต้องทำกันเป็นขบวนการแน่ๆ เราต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่งั้นก็ต้องเตรียมต่อโลงรอศพต่อไปได้เลย ถูกแก้วขัดคอว่า แล้วจะทำยังไงเพราะตัวดำเองก็เกือบไปเหมือนกัน พูดพลางดูแขนดำที่ถูกกระสุนเฉี่ยวด้วยความเป็นห่วง

เมื่อพากันไปที่โรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมขาว หลวงพ่อชมดำว่าฝีมือการต่อสู้ดีขึ้นเยอะแต่ยังไม่ดีพอยังต้องฝึกอีกเยอะ ดำครึ้มขึ้นมาเลยแซวหลวงพ่อว่า

"แหม...ใครจะเหมือนหลวงพ่อล่ะครับ จู่ๆก็โผล่ยังกับนินจา ควงไม้ตะพดพึ่บๆ อย่างกับจอมยุทธ" พูดแล้วเอะใจถามหลวงพ่อว่า "เออ...จริงด้วย ตกลงเมื่อคืนหลวงพ่อรู้ได้ไงครับว่ามีคนร้ายมา"

"ถ้าเอ็งจมูกหมา...ตาข้าก็สับปะรดล่ะไอ้ดำ ข้าก็เดินตามเอ็งออกมาสิวะ ถามได้"

หลวงพ่อหยอดมุกจนทุกคนพลอยยิ้มไปด้วย ก็พอดีเดินมาถึงหน้าห้องพักคนไข้ของขาว

ooooooo

บัวเก็บดอกไม้ป่ามาปักแจกันในห้องขาว หลวงพ่อทักว่ามาเยี่ยมขาวล่ะสิ

"จ้ะหลวงพ่อ หนูเอาดอกไม้มาเยี่ยมพี่ขาวด้วย แต่ดอกไม้ หนูลูกทุ่งหน่อยนะจ๊ะ" บัวเหนียมๆ

"ดอกไม้ริมทุ่งอย่างเราน่ะดีแล้วบัว คุณค่าน่ะไม่ได้อยู่ที่ราคาของ แต่อยู่ที่หัวใจเราต่างหาก" ดำให้กำลังใจบัว แก้วชมว่า บัวเป็นบัวที่สวยที่สุดของอำเภอไม้งามเลยรู้ไหม แล้วขอกอดให้ชื่นใจที

"ยังไงถ้าพี่ขาวฟื้น บัวจะทำกับข้าวมาให้พี่ขาวกินทุกวันเลยนะจ๊ะ" บัวพูดด้วยความจริงใจหวังเต็มเปี่ยมว่าขาวจะฟื้นเป็นปกติในเร็ววัน

ตลอดเวลาที่ขาวนอนไม่ได้สติอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น ทุกคนมาเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด ดำลงมือเช็ดตัวให้ขาวแทนพยาบาลทั้งที่แขนตัวเองยังเจ็บอยู่ หลวงพ่อเห็นแล้วก็มีความสุขที่เห็นดำรักขาวมาก

ขาวนอนอยู่อย่างนั้นวันแล้ววันเล่า ทุกคนก็เฝ้าอยู่ด้วยความหวังที่เขาจะฟื้นขึ้นมา ดำปฏิบัติต่อขาวราวกับขาวรู้สึกตัว เอาหนังสือพิมพ์มาอ่านให้อัง อ่านไปก็ชะโงกดูไปว่าขาวรับรู้ หรือยัง

หลวงพ่อกับดำผลัดกันเฝ้าขาว คืนนี้หลวงพ่อเฝ้าจนถึงตีสามก็ยังนั่งเฝ้าอยู่ บางครั้งก็เอามือลูบผมขาวอย่างอ่อนโยนเหมือนจะให้ขาวรับรู้ถึงความรักความ ห่วงใยที่หลวงพ่อมีต่อเขา...

ooooooo

รุ่งเช้า บัวหิ้วปิ่นโตมา หลวงพ่อกับดำเตรียมจะกลับ หลวงพ่อฝากบัวให้ดูแลขาวด้วย บัวรับคำแล้วเดินเข้าไปบอกขาวที่ยังนอนไม่รู้เรื่องว่า

"พี่ขาวต้องรีบฟื้นนะ รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงพี่ขาวมากนะจ๊ะ" บัวบีบมือขาวเบาๆ แล้ววางหันไปหยิบแจกันดอกไม้จะยกออกไป พลันก็ได้ยินเสียงแผ่วๆ "น้ำ..." บัวหันมองถามว่าหิวน้ำหรือ แต่พอนึกได้ก็ดีใจจนแทบกระโดดเมื่อรู้ว่าขาวฟื้นแล้ว ทั้งยังลืมตามองไปรอบๆ ถามงงๆว่าตนอยู่ที่ไหน

รุ่งขึ้นขาวก็กลับวัด หลวงพ่อบ่นว่ายังเจ็บแผลอยู่จะรีบกลับทำไม ขาวบอกว่าค่อยยังชั่วแล้วอีกอย่างยิ่งอยู่ก็ยิ่งเปลืองเงิน

"เฮ้อ...ชีวิตเอ็งสำคัญกว่าเงินที่เสียนะ อีกอย่างพ่อไอ้แก้วมันก็ช่วยออก" หลวงพ่อบอก

"คนกันเองอย่าคิดมากสิขาว นายปลอดภัยก็ดีแล้ว" แก้วยิ้มให้จับมือขาวอย่างไม่คิดอะไร ขาวมองมือแก้วที่จับมือตนยิ้มให้อย่างขอบคุณ

"นึกว่าโดนทั้งมีดโดนทั้งซ้อมจนอ่วมขนาดนั้นแกจะแย่แล้ว ขอบใจมากนะขาวที่ช่วยพี่" ดำเอ่ยขาวเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบเฉยทันที ดำเห็นแล้วบ่นออด "อะไรวะ ฟื้นมานึกว่าจะดีขึ้น"

แก้วเห็นบรรยากาศชักกร่อยเลยชวนไปฉลองกันหน่อยดีไหม ฉลองในโอกาสที่เรื่องร้ายๆผ่านไป ขาวหายเจ็บ แขนดำหายเจ็บ และอีกอย่างคือ ตนจะเปิดเทอมแล้วต้องกลับกรุงเทพฯ เร็วๆนี้ บอกเพื่อนๆแล้วแก้วหันไปขออนุญาตหลวงพ่อ ซึ่งท่านก็อนุญาตให้ตามสบายกัน ขาวถามแก้วว่าจะกลับเมื่อไรหรอ...

ooooooo

แก้วขอจัดฉลองกันที่บ้าน เลี้ยงน้ำหวานหลากสี มีอาหารวางเต็มโต๊ะ ผู้ใหญ่ทิมมานั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน แก้วลุกขึ้นประกาศว่า

"อีกสามวันนักเรียนนายร้อยหญิงแก้วตาก็ต้องลาแล้วนะเพื่อนๆ"

"ดีจริงๆ ชีวิตข้าจะได้สงบ" ผู้ใหญ่อดไม่ได้ สองพ่อลูกเลยต่อปากต่อคำกันพอให้ครึกครื้น

ขาวชมว่าฝีมือบู๊ของแก้วเยี่ยมทีเดียวเรียนจบต้องเป็นตำรวจมือดีแน่ๆ แก้วบอกทุกคนว่าจบเมื่อไหร่จะขอมาประจำที่น้ำงามนี่แหละ ดำเอาบ้างบอกว่าสอบเป็นปลัดได้ก็จะกลับมาพัฒนาที่นี่เหมือนกัน

"บ๊ะ ให้มันได้อย่างนี้ซิวะ เขาถึงเรียกว่าสำนึกรักบ้านเกิด" ผู้ใหญ่ชอบใจ

ตุ๊กแม่ของแก้วเห็นขาวนั่งเงียบอยู่ก็ถามว่าเมื่อไหร่จะเรียนต่อเสียที

"ดูๆอยู่น่ะครับ ผมอยากเรียนศิลปะแถวบ้านเราก็ไม่มีสอนพวกนี้เลย กำลังดูอยู่ว่าจังหวัดใกล้ๆมีที่ไหนสอนบ้าง ไม่อยากไปเรียนกรุงเทพฯ น่ะครับ เป็นห่วงหลวงพ่อ"

"แต่หนูคงหมดหวังเรื่องจะเรียนต่อแล้ว แค่จะมีชีวิตอยู่ยังลำบากมากเลย" บัวเปรยขึ้นเศร้าๆ ทุกคนหันมองบัวด้วยความสงสาร

ผู้ใหญ่บอกบัวว่ายังไงจะช่วยพูดกับแม่เลี้ยงอุ่มคำดู บัวรีบขอบคุณ ส่วนแก้วตั้งปณิธานว่าเรียนจบเมื่อไหร่จะปราบพวกทำนาบนหลังคนไม่ให้เหลือ พอถูกแม่เบรกว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้เอาให้จบเสียก่อน

"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงแม่ ไม่นานเกินรอจะสอยดาวมาใส่บ่าให้ดูจ้ะแม่" แก้วคุยอวดกอดแม่อย่างเอาใจ ผู้ใหญ่ ให้เด็กๆสนุกกัน ตนกับตุ๊กจะขึ้นไปพักผ่อนก่อน แก้วจึงชวนเพื่อนๆไปหาที่คุยกันดีกว่า ว่าแล้วก็ชวนกันลุกไปนอนดูดาวกันที่แก่งเอื้อมดาวตามคำชวนของขาว

ooooooo

แก่งเอื้อมดาวเป็นสถานที่ที่ทั้งสี่ชอบไปนอนดูดาวกันที่นั่น แต่พอโตต่างคนต่างแยกย้ายกันเรียน จึงละเว้นเสียนาน คราวนี้ถือเป็นโอกาสดีได้ระลึกความหลังกัน

ดำเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะกระซิบบอกขาวว่า

"ได้โอกาสทำคะแนนแล้วไอ้น้อง เดี๋ยวพี่จัดให้เอง"

พอมาถึงแก่งเอื้อมดาวเป็นพื้นที่ติดริมน้ำที่กั้นเขตแดนเป็นทุ่งหญ้าสวยทั้ง สี่ไปนอนเรียงกันดูดาว ดำ ขาว แก้ว และบัว ตามลำดับ ทุกคนจำได้ว่าห้ามนอนหันหัวไปทางทิศเหนือเพราะถือว่าเป็นทิศแห่งความตาย พอนอนลงต่างก็ดูดาวกันอย่างมีความสุข ดำบอกว่าดาวที่นี่เหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม  ถูกขาวแทรกขึ้นอย่างแฝงนัยว่า  "แต่เอื้อมไม่ถึง"

ตอนที่ 4

แม้จะเข้าไปนั่งฝึกสมาธิอยู่ในถ้ำที่สงบมีพระพุทธรูปองค์โตอยู่ตรงหน้า แต่ก็ไม่ทำให้จิตใจที่ร้อนรุ่มของขาวเยือกเย็นลงได้ ร่ำๆที่จะลุกขึ้นไปฟาดฟันดำหลายครั้งแต่ยั้งคิดได้เมื่อมองพระพุทธรูปตรงหน้า แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้แก่ไฟในหัวใจสิ้นเชิง ขาวกำหมัดลุกพรวดปรี่เข้าหาดำอย่างรวดเร็ว

ดำได้ยินเสียงลืมตาดูด้วยความเอะใจ ไม่ทันตั้งตัวก็ถูกขาวชกโครมเข้าให้แล้ว แต่พอขาวจะชกซ้ำ กลับโดนไม้ตะพดของหลวงพ่อสิงโตตีสกัดไว้อย่างเร็ว พริบตานั้นหลวงพ่อร่ายเพลงอาวุธอย่างชำนาญ ตีขาวเป็นการสั่งสอนสามสี่ครั้งจนมองไม่ทัน ขาวลงไปนอนกับพื้น ดำรีบจับไม้ตะพดของหลวงพ่อไว้แน่น

"พอเถอะครับหลวงพ่อ!"

"ข้าก็ไม่อยากทำอะไรที่ไม่งามต่อหน้าพระพุทธองค์นักหรอก แต่ที่ข้าต้องทำเพราะไม่อยากให้ที่นี่เปื้อนเลือด ที่นี่คือที่ปฏิบัติศาสนกิจไม่ใช่ลานประหาร ที่นี่คือที่ทำให้คนมีสติไม่ใช่ขาดสติ"

หลวงพ่อเอ่ยอย่างผิดหวังมาก เดินเข้าไปจ้องหน้าขาวจนขาวต้องหลบตาอย่างละอายใจ

"ต่อหน้าพระพุทธรูป เอ็งยังหักห้ามใจไม่อยู่ ข้าอยากรู้นักว่าเด็กน้อยที่ข้าชุบเลี้ยงมากับมือ ทำไมโตขึ้นถึงถูกปิศาจสิงหัวใจได้ขนาดนี้!"

"ผม...ขอโทษครับหลวงพ่อ" ขาวก้มกราบหลวงพ่อ ดำมองด้วยความสงสาร

"ข้าจะทำยังไงกับเอ็งดี...ไอ้ขาว" หลวงพ่อครุ่นคิดหนักใจ

ooooooo

ในที่สุด วันรุ่งขึ้นหลวงพ่อจะให้ขาวบวช แต่ขาวบอกว่าตนยังไม่พร้อม ตนรู้ใจตัวเองดี อ้อนวอนหลวงพ่อ "อย่าให้ผมทำให้ผ้าเหลืองเปื้อนมลทินเลยนะครับ"

"แล้วเอ็งจะให้ข้าทำยังไง" หลวงพ่อถามขาวอย่างหนักใจ

ขาวกลับเข้าไปในห้องพักตัวเองแล้วก็ยังครุ่นคิดถึงคำพูดของหลวงพ่อที่ว่า

"ไปนอนคิดให้ดี การบวชไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไรเลย แต่โทสะโมหะที่อยู่ในใจเอ็งมากกว่าที่กำลังสุมชีวิตเอ็งให้ไหม้ เอาจีวรดับไฟในใจซะ เมื่อสงบแล้วอยากสึกข้าจะสึกเอ็งด้วยตัวข้าเอง"

คิดแล้วขาวขบกรามอย่างเก็บกดพึมพำน้ำตาคลอด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

"หลวงพ่อเคยถามผมไหมว่าไฟที่สุมอยู่ในใจผมเกิดจากอะไร..."

แล้วขาวก็คิดถึงอดีตเมื่อครั้งยังเด็ก ดำได้ใส่ชุดนักเรียนใหม่ ในขณะที่ขาวต้องรับทอดของเก่าจากดำ หลวงพ่อปลอบใจว่า "เทอมหน้าถ้าเอ็งสอบได้คะแนนดีๆ รับรองหลวงพ่อจะซื้อให้เอ็งทันที"

แต่พอเทอมหน้ามาถึง ขาวก็ยังสอบได้คะแนนไม่ดี เขาได้แต่ขอโทษหลวงพ่อ

"ทำไมไม่ขยันเหมือนพี่ดำเขาล่ะ เอ็งน่ะมีแต่เที่ยวยิงนกตกปลา ระวังตายไปจะตกนรก" หลวงพ่อตำหนิ เวลานั้นดำขอหลวงพ่อว่าอย่าดุน้องเลย หลวงพ่อก็ยังชำเลืองขาวสั่งสอนว่า "ถ้าอย่างนั้นตามสัญญาที่ให้กันไว้ ชุดนักเรียนใหม่ยังไม่ได้ เทอมหน้าตั้งใจเรียนซะใหม่ ถ้าเอ็งทำได้ เอ็งก็จะได้ในสิ่งที่อยากได้ นี่ไม่ใช่การลงโทษ แต่ฟังไว้นะเจ้าขาว คนเราไม่ควรได้อะไรมาง่ายๆ จำไว้"

ฟังหลวงพ่อแล้วขาวยิ่งเศร้าจนน้ำตาคลอเบ้า...

ooooooo

ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่าหลวงพ่อรักดำมากกว่าตน ทำให้ขาวตัดสินใจจะหนีออกจากวัดในคืนนั้นโดยที่ดำกับหลวงพ่อไม่ได้เฉลียวใจเลย มัวแต่คิดเป็นห่วงอยู่ห่างๆ หลวงพ่อยังสั่งดำให้จัดข้าวปลาอาหารไว้ด้วยเผื่อขาวออกมาจะได้กิน

ดำจัดข้าวปลาอาหารไว้อย่างดีแล้วไปเคาะประตูห้องบอกขาว แต่ภายในเงียบกริบ ฝนฟ้าเริ่มคะนองหนักขึ้นทุกที

ขาวเก็บเสื้อผ้าของใช้ที่จำเป็นใส่กระเป๋า ที่ไม่ลืมคือรูปลายเส้นใบหน้าแก้วที่วาดยังไม่เสร็จ ขาวม้วนห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ใส่หลอดไว้อย่างดี จากนั้นหันไปหยิบหนังสือท่องเที่ยวฉบับหนึ่งที่หน้าปกมีรูปตึกรามบ้านช่องสวยงามของกรุงเทพฯขึ้นมาดู

ข้างนอกฝนฟ้าคะนองหนัก ขาวมองออกไปแล้วหยิบจดหมายในซองวางไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือก่อนย่องออกจากห้องไป อดเหลือบมองไปทางประตูห้องของดำไม่ได้ พูดอย่างเกลียดชังว่า

"ฉันจะกลับมาอย่างคนที่มีเหนือกว่าแกทุกอย่าง!"

ขาวเดินไปกราบพื้นดินหน้ากุฏิหลวงพ่อเอ่ยทั้งน้ำตา "ขอโทษครับหลวงพ่อ...ผมขอโทษ" เป็นเวลาที่หลวงพ่อนั่งสมาธิอยู่ในความมืด พลันก็สะดุ้งลืมตาขึ้นสีหน้ากังวลเมื่อนึกถึงขาวแต่พอลุกออกมาดูที่หน้าต่างก็ไม่เห็นอะไรแล้ว เพราะขาวหลบไปแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ พอหลวงพ่อปิดหน้าต่างขาวก็หันหลังเดินจากไปทั้งที่หัวใจเศร้าหมอง...

ขาวยังไปที่หน้าบ้านแก้วเหมือนจะมองสั่งลา บัวยังติดฝนอยู่บ้านแก้วอยากจะกลับบ้านเพราะห่วงพ่อกับแม่ แต่พอมองออกไปข้างนอกก็ร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นเหมือนมีคนมายืนมองอยู่ที่หน้าบ้าน พอบอกแก้วแล้วพามาดูก็ไม่เห็นอะไรแล้ว

ขาวจึงได้เห็นทั้งแก้วและบัวก่อนที่จะอำลาไปอย่างไร้เป้าหมาย...

"แก้ว...บัว ลาก่อน..."

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขาวก็มาถึงหมอชิตแล้ว เขาหลับจนเด็กรถต้องมาปลุกบอกว่าถึงแล้ว ขาวลุกไปงงๆ เห็นผู้คนเดินไปเดินมามากมาย แต่เวลานี้เขากลับรู้สึกโดดเดี่ยวท่ามกลางฝูงชนคลาคล่ำ

หลวงพ่อกับดำเพิ่งรู้ว่าขาวหนีไปแล้ว หลวงพ่อเสียใจจนจะเป็นลม ผู้ใหญ่ทิมจะพาไปส่งโรงพยาบาล หลวงพ่อก็ไม่ยอมไปเพราะไม่อยากเดือดร้อนคนอื่น ยาท่านก็มี เฝ้าบ่นด้วยความเสียใจผิดหวังว่า

"ขาวมันไม่น่าทำอย่างนี้..." ดำปลอบใจหลวงพ่อว่าตนจะตามขาวกลับมาเอง บัวก็ขอให้หลวงพ่อพักผ่อนมากๆ หลวงพ่อบอกว่า "ไม่เป็นไร ข้าแค่เสียศูนย์นิดหน่อยเท่านั้น ถ้าข้าล้มเพราะปัญหาส่วนตัวของข้าเองแล้วข้าจะสอนญาติโยมที่ไหนได้" หลวงพ่อพยายามลุกขึ้นนั่งตั้งสติเต็มที่

แก้วถามว่าหลวงพ่อจะเอาอย่างไรต่อไป ท่านตอบปลงๆว่า

"จะให้ข้าทำยังไงได้ในเมื่อเราไม่รู้เลยว่าเจ้าขาวมันไปที่ไหน ข้าคงได้แต่หวังว่ามันจะคิดได้ แล้วก็กลับมา"

ผู้ใหญ่ทิมให้ความหวังกับหลวงพ่อว่าเอาไว้ตอนตนไปส่งแก้วกลับไปเรียน ผ่านเข้ากรุงเทพฯจะมองๆให้เผื่อจะเจอขาว ทุกคนเศร้ากับการหนีไปของขาว โดยเฉพาะหลวงพ่อ นั่งเงียบจนดำมองอย่างเห็นใจ เข้าใจถึงความเจ็บปวดของหลวงพ่อว่ามากมายแค่ไหน...

ooooooo

ขาวเคว้งคว้างอยู่พักใหญ่จึงหาห้องเช่าได้ในราคา 600 บาท ต้องจ่ายล่วงหน้า พอเข้าไปในห้องขาวมองปลงๆ เพราะภายในห้องมีแค่เสื่อกับมุ้งเท่านั้น ทำให้คิดถึงตอนอยู่วัด ตอนนั้นเมื่อโตขึ้นหลวงพ่อให้ดำกับขาวแยกห้องกันอยู่แต่ห้องติดกัน ในห้องมีทั้งที่นอนหมอนมุ้งสะอาดเรียบร้อย แต่ที่หลวงพ่อกำชับดำคือ

"ห้องอยู่ข้างๆกัน ยังไงดำต้องช่วยดูแลน้องนะลูก"

ขาวมองห้องเช่าแล้วล้มตัวลงนอนหลับไปอย่างเหน็ดเหนื่อย ในความฝันก็ยังฝันถึงหลวงพ่อจนสะดุ้งตื่น ตกกลางคืนออกไปหาของกิน มีของกินขายอยู่มากมาย ผู้คนเดินสวนกันไปมาขวักไขว่แต่ไม่มีใครสนใจใคร ขาวเคว้งคว้างอยู่กลางผู้คนอย่างครุ่นคิด

คืนนี้ หลวงพ่อไปนั่งสวดมนต์ในโบสถ์ ดำตามไปนั่งเยื้องๆอยู่ข้างหลัง หลวงพ่อสวดเสร็จกราบพระพุทธรูปแล้วพูดโดยไม่หันมองว่า

"ข้าสวดให้ใจตัวเองสงบลง...สวดให้ไอ้ขาวมันปลอดภัย พระอย่างข้าคงทำได้แค่นี้" ดำบอกว่าหลวงพ่อทำดีที่สุดแล้ว หลวงพ่อขยับลุก "ใช่ ข้าทำดีที่สุดแล้ว แต่ต้องมีข้อบกพร่องไม่อย่างนั้นเจ้าขาวคงไม่..." หลวงพ่อพูดได้แค่นั้นก็เสียงเครือหายไปในลำคอ แล้วเดินออกไปด้านนอก ดำรีบตามไปด้วยความไม่สบายใจ จนถึงริมน้ำ ดำเอ่ยกับหลวงพ่อว่า

"ถ้าหลวงพ่อบกพร่อง ผมก็ต้องบกพร่องเหมือนกันที่ทำให้น้องมันเกลียดได้ขนาดนี้" เมื่อหลวงพ่อแสดงความเป็นห่วงขาว ดำเอ่ยว่า "ผมก็ห่วงขาวเหมือนกันครับ ถ้าแลกได้ให้ผมไปแล้วมันอยู่ยังดีกว่า"

หลวงพ่อย้อนถามว่าตกลงสองคนจะอยู่ที่เดียวกันไม่ได้ใช่ไหม ดำบอกว่าที่ขาวไปเพราะตน

"เอาล่ะพอ...ตกลงข้ากับเอ็งก็ผิดพอกัน เป็นความผิดที่ทั้งเอ็งกับข้าก็ยังควานหามันไม่เจอเหมือนกับตอนนี้ที่เรายัง ไม่รู้ว่าจะควานหาตัวเจ้าขาวมันได้ที่ไหน..."

ooooooo

ขาวเดินเคว้งคว้างผ่านย่านขายอาหาร สุดท้ายได้ข้าวเหนียวหมูปิ้งไปนั่งกินที่สวนสาธารณะแต่ไม่ทันระวังตัว กระเป๋าเงินที่แลบออกมาจากกระเป๋าหลังถูกวัยรุ่นคนหนึ่งกระชากวิ่งหนีไป ขาวตะโกนให้คนช่วย รปภ.คนหนึ่งไล่ตามไปถูกเด็กวัยรุ่นพวกเดียวกัน 34 คน รุมซัด รปภ.จนตกลงไปในแม่น้ำ ขาวเห็นดังนั้นวิ่งไล่กวดตามไป

เด็กวัยรุ่นวิ่งไปในซอกตึกแล้วเอากระเป๋ามานับเงินได้ไปสองพันกว่าบาท พวกมันดีใจที่ได้เงินและหนีรอดมาได้ แต่หารู้ไม่ว่าขาวตามมาแอบดูอยู่ เขาพรวดเข้าไปเล่นงานมัน แม้จะหนึ่งต่อสี่  แต่ฝีมือคนละชั้นกระดูกคนละเบอร์  ในที่สุดวัยรุ่นทั้งกลุ่มก็ยกมือไหว้ ขาวได้กระเป๋าคืนมามองพวกนั้นไปพึมพำ

"แกไม่ใช่พวกมืออาชีพนี่"

เมื่อขาวพาพวกนั้นไปกินก๋วยเตี๋ยวมันบอกว่าถ้าไม่หิวก็ไม่ทำอย่างนี้ ขาวถามว่าทำไมไม่ขอกันดีๆโชคดีที่ตนไม่จับส่งตำรวจ จากการคุยกันจึงรู้ว่าเด็กบางคนมาหางานทำในกรุงเทพฯ แต่ยังหาไม่ได้บางครั้งก็โดนไล่อย่างกับหมูกับหมา

ขาวฟังแล้วสะเทือนใจเอาใบละพันให้แล้วบอกให้กลับบ้านไปเสีย วัยรุ่นมองงงๆ

"กลับบ้านไปซะ ไม่มีที่ไหนดีกว่าบ้านเกิดของแกแล้ว กลับไปอยู่กับพ่อกับแม่แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก" ขาวบอก

เด็กวัยรุ่นรับเงินไปยังไม่หายงง ขาวจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวแล้วลุกออกไปทันที พอกลับถึงห้องเช่าก็หยิบรูปแก้วออกมาดูเห็นมีรอยก็คิดว่าคงโดนฝนเมื่อคืนพูด กับรูปว่าเดี๋ยวจะวาดซ่อมให้ มองรูปแล้วพึมพำ

"กรุงเทพฯนี่ไม่ง่ายเหมือนกันนะแก้ว พลาดไปก็คือเหยื่อดีๆนี่เอง แต่รับรองคนอย่างเราไม่มีวันเป็นเหยื่อให้ใครจับกินง่ายๆแน่ คอยดูเราจะเอาดีให้แก้วเห็น"

ooooooo

เช้านี้แก้วออกเดินทางกลับมาเรียนต่อแล้วโดยมีผู้ใหญ่ทิมผู้เป็นพ่อขับรถมา ส่ง ทั้งหลวงพ่อ ดำและบัวต่างแอบมีความหวังว่าแก้วจะได้เจอขาวที่กรุงเทพฯ

ส่งแก้วแล้วดำกลับมาที่ห้องนอนของขาวปัดกวาดจัดของให้จนหลวงพ่อถามว่ารู้ หรือว่าขาวจะกลับมาเมื่อไร ดำบอกว่าไม่รู้แต่ก็จะทำ ทำจนกว่าขาวจะกลับมา ตนเชื่อว่าขาวต้องกลับมาเพราะที่นี่เป็นบ้านของขาว แม้ที่นี่จะเป็นวัดแต่ตนกับขาวเติบโตจากที่นี่จึงเปรียบเสมือนบ้าน ใครๆก็ต้องกลับบ้านทั้งนั้น

ส่วนขาวที่หนีมากรุงเทพฯแล้ว พอหาที่พักได้ก็เตรียมหางานทำ เดินเข้าออกสมัครงานหลายที่แต่ก็ไม่ได้ จนมาเจอร้านส่งพิซซ่า ขาวมองอย่างครุ่นคิด

ผู้ใหญ่กับแก้วมาถึงกรุงเทพฯแล้ว แก้วขอให้แวะเข้าไปวนดู ถึงจะอ้อมหน่อยแต่ก็หวังว่าเผื่อจะเจอขาว ระหว่างนั้นมีเสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังจากด้านหลัง แก้วหันขวับไปเป็นมอเตอร์ไซค์ส่งพิซซ่าขับแทรกไป แก้วจ้องตาไม่กะพริบแล้วร้องอย่างดีใจ

"ขาว!" ผู้ใหญ่ถามว่าไหน "นั่นไงพ่อ...เร็วไฟเขียวแล้วตามไปเร็ว!" แก้วเร่งอย่างตื่นเต้น ทำเอาผู้ใหญ่รีบออกรถแทบไม่ทัน

ผู้ใหญ่ขับรถตามรถมอเตอร์ไซค์ส่งพิซซ่าไปอย่างลำบากเพราะไม่คล่องตัวบาง ครั้งรถมอเตอร์ไซค์ก็หลุดไปจากสายตา แก้วต้องคอยดูและชี้เป้าให้ ผู้ใหญ่บีบแตรและแซงปาดหน้ารถมอเตอร์ไซค์จนรถเกือบล้ม คนขับมอเตอร์ไซค์ จอดรถลงมางงๆ

แก้วกับผู้ใหญ่รีบตามไปแก้วเรียกอย่างดีใจ "ขาวๆ"

แล้ววิ่งเข้าไปหา ถามเร็วปรื๋อ "ขาว...ทำไมหนีมาอย่างนี้ รู้ไหมทุกคนเขาเป็นห่วงแค่ไหน" ผู้ใหญ่ก็ตามมาชวนให้กลับ แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อทั้งแก้วและผู้ใหญ่ก็จังงัง เมื่อเด็กหนุ่มถอดหมวกกันน็อกหันมาถามว่าลุงขับรถปาดหน้าผมทำไม

"เฮ้ย!" แก้วร้องเสียงหลงเพราะไล่ล่าผิดตัว ผู้ใหญ่ทิมก็ตะลึง แล้วสองพ่อลูกก็ยิ้มเจื่อนๆ

ooooooo

ที่แท้ ขาวตัวจริงที่เดินเข้าไปสมัครงานที่ร้าน

พิซซ่าและได้ไปทดสอบงานทำเวลาได้เป็นที่พอใจของผู้จัดการ ขาวได้งานแต่ไม่ใช่เวลานี้เพราะจะต้องมีรถมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง

"นายต้องมีรถของตัวเอง บังเอิญวันนี้นายโชคดีที่คนขาดแล้วรถคันนี้ก็รถของฉัน ที่ฉันไว้ใจให้นายทำงานก็เสี่ยงอยู่นะ เอางี้...ถ้าอยากทำงานจริงๆ ฉันให้นายเช่ารถฉันขับสักสี่ห้าวันจนกว่านายมีมอเตอร์ไซค์ของตัวเองแล้วฉัน จะรับนายเข้าทำงาน ตกลงไหม"

ขาวฟังผู้จัดการแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

ooooooo

แก้วมาถึงหอพักนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงแล้ว พอมาถึงก็ทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างเหนื่อยอ่อนพึมพำเซ็งๆว่า

"เฮ้อ...หน้าแหกไม่รับเย็บ เราว่าตาไม่ได้ฝาดนี่นา ขาวชัดๆ มองยังไงก็ขาว"

แล้วก็เอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูภาพดำที่ตัวเองแอบถ่ายตอนไปนอนดูดาวกัน พูดกับดำในภาพว่า

"ฉันอยากรีบจบ รีบกลับไปอยู่ที่น้ำงามเร็วๆจังเลยดำ กลับไปพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนที่เคยเป็น กลับไปทำให้น้ำงามสงบสุขเหมือนเดิม...ฉันนอนก่อนนะดำ ขอบใจที่อุตส่าห์ปีนเข้ามาสิงในมือถือให้ฉันดูแก้คิดถึง...ฝันดีนะจ๊ะเพื่อน รัก"

พูดเองแล้วยิ้มเขินๆ ก่อนเอื้อมมือไปปิดไฟหัวเตียงนอนหลับตาอย่างมีความสุข...

ส่วนดำก็ยังเฝ้าคิดถึงเป็นห่วงขาวจนบางครั้งไม่มีสมาธิในการอ่านตำรา ผิดกับขาวที่ตั้งหน้าตั้งตาที่จะทำงานสร้างฐานะเรียนจบหางานทำดีๆเพื่อ เอาชนะใจแก้วให้ได้

วันต่อมาผู้ใหญ่กลับมาถึงบ้านก็รีบไปกราบหลวงพ่อ ทีแรกหลวงพ่อนึกว่ามีข่าวดีเรื่องขาว แต่พอคุยแล้วกลายเป็นเรื่องจำคนผิดตัว ดำยังเชื่อสายตาแก้วว่าคงแม่นยำเชื่อว่าขาวต้องอยู่ที่กรุงเทพฯเสนอหลวงพ่อ จะไปตามหา

"ตามคนที่อยากหนีมันเหนื่อยเปล่า ตอนนี้ก็รู้แล้วว่า มันอยู่กรุงเทพฯแล้วก็ปลอดภัยดีพวกเราก็ควรสบายใจ วันไหนที่ไอ้ขาวพร้อมมันก็คงกลับมาเองแหละ" หลวงพ่อบอกดำว่าเอาไว้เรามีข้อมูลให้ชัดกว่านี้ค่อยขยับจะดีกว่า

"ครับหลวงพ่อ" ดำถอนใจต้องยอมรับตามคำแนะนำของหลวงพ่อ

ooooooo

ในที่สุดขาวก็ดาวน์รถได้ในราคา 500 บาท รุ่งขึ้นรีบไปที่ร้านพิซซ่าแต่ไก่โห่บอกผู้จัดการว่าตนตื่นเต้นอยากทำงานไวๆ ผู้จัดการชมว่าขยันดีแต่รอให้ถึงคิวก่อนเดี๋ยวคนอื่นจะหาว่ามาแย่งงาน ขาวยิ้มอย่างเข้าใจ พลันก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้...

ขาวแวบไปแอบดูแก้วที่รั้วโรงเรียนนายร้อยตำรวจหญิง เป็นเวลาที่แก้วกำลังฝึกการต่อสู้อยู่ ในสายตาแว้บๆเหมือนเห็นขาวมายืนเกาะรั้วดูอยู่ เลยทำให้เสียสมาธิถูกเพื่อนเตะอย่างจังจนเซล้ม เลยถูกครูฝึกตำหนิที่วอกแวก หลักจากนั้นแก้วมองไปอีกทีก็ไม่มีใครอยู่ที่รั้วแล้ว คิดว่าตัวเองตาฝาดอีกตามเคย

เมื่อได้ทำงานที่ร้านพิซซ่าแล้ว ขาวเสียดายเวลาหลังเลิกงานปรึกษากับผู้จัดการว่าอยากทำงานเยอะๆจะได้หาเงิน เรียนต่อ ผู้จัดการส่งเสริมเต็มที่บอกว่าแล้วจะช่วยดูให้

ขาวยังทำเซอร์ไพรส์แก้วด้วยการฝากขนมคุกกี้ใส่กล่องไปให้เขียนใส่กระดาษสอด ไว้ในกล่องว่า "กินเยอะๆนะจะได้มีแรงฝึก" แก้วอ่านแล้วขนลุกซู่เพราะจำลายมือขาวได้ แก้วลุกเดินอ้าวไปหาเจ้าหน้าที่ที่เอาของฝากมาให้ถามว่าขนม เมื่อกี้ใครฝากมาหรือ

"เขาบอกว่าเป็นญาติเธอ" แก้วฟังแล้ววิ่งอ้าวไปข้างนอกทันที เจ้าหน้าที่ร้องถามว่า "จะไปไหน เขากลับไปแล้ว ถ้าอยากรู้ว่าญาติคนไหนฝากมาก็ไปดูรายชื่อที่ป้อมยามโน่น"

แก้วจึงเดินไปอีกทาง พึมพำกับตัวเอง "ทำตัวลึกลับอย่างนี้ต้องเป็นนายแน่ๆขาว..."

ooooooo

ดำมุ่งมั่นค้นคว้าการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ พอมีความมั่นใจก็ไปขออนุญาตใช้ที่ดินวัดจากหลวงพ่อเพื่อทดลองทำแปลงเกษตร หลวงพ่อสนับสนุนอนุญาตให้ใช้ที่ดินแปลงหลังวัดเพราะถ้าทำสำเร็จจะเป็น ประโยชน์กับชาวบ้านมาก แต่ก็เตือนดำว่า

"อ้อ แล้วอย่ามัวแต่ห่วงชาวบ้านจนทิ้งเรื่องเรียนของตัวเองล่ะ"

ขณะนั้นเองบัวเดินหน้าเศร้าน้ำตาคลอเข้ามานั่งคุกเข่าขอความเมตตาจากหลวงพ่อ ขอข้าวไปให้แม่ที่ป่วยหนักกินเพราะข้าวสารที่บ้านหมดและไม่มีเงินซื้อ หลวงพ่อให้ดำไปตักให้เยอะๆ ดำเข้าไปตักอาหารให้บอกหลวงพ่อว่าตักให้อิ่มถึงพรุ่งนี้เลย

ระหว่างเดินมาส่งบัวนั้น บัวปรารภกับดำว่าอยากหางานทำเพื่อหาเงินมาช่วยพ่อแม่ใช้หนี้แม่เลี้ยงอุ่มคำแต่ที่บ้านเราก็ไม่มีอะไรให้ทำ

ดำเสนอว่าให้มาทำแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่กับตนไหม บัวไม่มั่นใจขอให้ดำสอนให้ ดำรับตอบรับทันที ยกมือลูบผมบัวอย่างเอ็นดูเหมือนน้องสาว ทั้งสองมีความหวังร่วมกันที่จะช่วยกันสร้างแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ให้สำเร็จ

ooooooo

เวลาผ่านไป ทุกชีวิตดำเนินไปตามวิถี ไปตามเป้าหมายของตัวเองอย่างจริงจัง

แปลงสาธิตเกษตรอินทรีย์ของดำเป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว แต่ดำก็ยังรอคอยการกลับมาของขาว

ขาวได้งานนอกเวลาวิ่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ได้เงินจนเตรียมไปเรียนต่อภาวนาให้แก้วเป็นกำลังใจให้เรียนจบเร็วๆด้วย รถมอเตอร์ไซค์ของขาวเกือบถูกวัยรุ่นขโมยไป แต่พวกมันกลับถูกขาวสั่งสอนเสียจนเลือดกบปากวิ่งหนีไปไม่เป็นท่า

ส่วนเคที่นับวันก็ยิ่งใช้ชีวิตเหลวแหลก นอกจากควงผู้ชายไม่ซ้ำหน้าแล้ว ยังมั่วยาเสพติดด้วย เมื่อถูกตำรวจจับได้ เสี่ยพิทักษ์ใช้ทั้งเงินและเส้นสายปิดข่าวและเอาตัวกลับบ้าน เคที่ยังไม่สลดบอกว่าเสียเงินแค่นี้ขนหน้าแข้งป๊าไม่ร่วงหรอก

"ใช่...ขนหน้าแข้งป๊าไม่ร่วง แต่ชื่อเสียงป๊าจะร่วง บอกแกแล้วใช่ไหมว่าป๊ากำลังทำงานใหญ่ ป๊าไม่อยากเสียชื่อ จะทำอะไรทำไมไม่คิดถึงหน้าป๊าบ้าง"

แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ปรามอย่างไร เคที่ก็ไม่สนใจเพราะถูกตามใจมาจนเคยตัว และสุดท้ายเสี่ยพิทักษ์ก็ทำอะไรลูกสาวไม่ได้ตามเคย

ooooooo

เมื่อแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นแล้ว หลวงพ่อเรียกชาวบ้านมาดู ที่หน้าแปลงเนื้อที่ 1 ไร่ มีป้ายเขียนง่ายๆว่า "แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่" โดยดำเป็นผู้บรรยายว่า

"ผมใช้พื้นที่หนึ่งไร่แบ่งปลูกข้าว ปลูกผักผลไม้ แล้วก็ทำบ่อปลา ข้าว ผัก ผลไม้ในแปลงสาธิตของผมไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาปราบศัตรูพืช" ผู้ใหญ่ถามว่าแล้วมันจะได้ผลหรือ "ได้สิอาผู้ใหญ่ เราใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ใช้น้ำชีวภาพในการควบคุมศัตรูพืช ดินบ้านเราก็ไม่เสีย สุขภาพเราก็ไม่เป็นโรคเพราะเคมีด้วยนะครับ"

บัวช่วยเสริมว่าเราประหยัดเงินได้อีกด้วย แต่ถูกแม่เลี้ยงอุ่มคำโต้แย้งว่าทำผืนเท่าแมวดิ้นตายก็ทำได้แต่ลองไปใช้ที่ นาที่มันกว้างเป็นสิบๆไร่รับรองไม่มีทางสำเร็จ

หลวงพ่อขัดขึ้นอย่างรู้ทันว่าแม่เลี้ยงกลัวขายปุ๋ยเคมีไม่ได้ใช่ไหม แม่เลี้ยงแก้ตัวอย่างเกรงใจว่า

"ดิฉันไม่กลัวหรอกค่ะหลวงพ่อ เพราะยังไงปุ๋ยของดิฉันก็ยังขายได้ คนใช้ออกทั่วโลก ถ้าปุ๋ยชีวภาพที่ไอ้ดำว่าได้ผลจริง ป่านนี้โรงงานปุ๋ยที่ส่งดิฉันก็เจ๊งไปแล้วสิคะ"

ชาวบ้านต่างพากันเห็นด้วยไม่เว้นแม้แต่ก้อนกับเภา พ่อกับแม่ของบัวเห็นว่าทำแบบดำไม่ทันกินแน่ สุดท้ายแม่เลี้ยงพูดอย่างปรามาสว่าให้ดำเรียนให้จบเสียก่อนเถอะแล้วค่อยมา สอนพวกเรา

ดำมองชาวบ้านอย่างหนักใจที่แปลงสาธิตของตนไม่เป็นที่ยอมรับของชาวบ้าน แต่บัวให้กำลังใจว่าตนจะช่วยเขาทำต่อไปเต็มที่จะให้ตนทำอะไรบอกมาเลย

"ก็ต้องทำให้เขาเห็น ต้องทำให้เป็นรูปเป็นร่างกว่านี้ นี่แค่ยกแรกยังต้องสู้อีกหลายยก" ดำยังมีความมุ่งมั่น หลวงพ่อฟังแล้วพอใจ ชมว่า

"ข้าดีใจที่เห็นเอ็งไม่ท้อ อย่างนี้สิวะถึงจะไม่เสียทีที่เป็นลูกศิษย์ข้า"

ooooooo

ที่ห้องเช่าขาว ฝาห้องบุด้วยไม้อัด เมื่อคืนขาวสู้กับวัยรุ่นสองคนที่มาขโมยรถ ฝาบ้านถูกไขควงพวกวัยรุ่นแทงทะลุเป็นรูหลายแห่ง รุ่งเช้า เจ้าของห้องมาโวยวายหาว่าทำทรัพย์สินของตนเสียหาย เรียกร้องค่า เสียหายสามพัน ขาวจะไม่ยอมจ่ายเพราะตนไม่ได้เป็นคนทำ เจ้าของห้องไม่ยอมถ้าขาวไม่จ่ายก็จะแจ้งความข้อหาทำลายทรัพย์สิน

ขาวจึงจำต้องจ่าย แล้วก็หดหู่ใจที่ต้องมาเสียไปสามพันทำให้ไม่มีเงินพอที่จะไปสมัครเรียนแต่พอ หันไปมองรูปวาดของแก้วที่ซ่อมเสร็จแล้วก็มีกำลังใจขึ้นมา บอกรูปว่า

"แต่เราไม่ท้อหรอกนะแก้ว ให้มันรู้ไปว่าขยันแล้วจะหมดหนทาง!"

ขาวยิ้มให้กับรูปของแก้วอย่างมีความหวังและกำลังใจก่อนออกไปทำงานตามปกติ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 07:18 น.