สมาชิก

ยอดรักนักรบ

ตอนที่ 5

“เฮีย” หน่อยขึ้นเสียงใส่ เฮียกวงตะคอกกลับอย่ามาขึ้นเสียงกับเขา เสียงร้องของเธอก็ห่วยยังจะมาขอโน่นขอนี่ ไม่เอาไปขายก็บุญแล้ว แล้วไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า จังหวะนั้นมีสายจากผจญเข้ามาที่มือถือของเขา แจ้งว่ารู้ที่อยู่ของเป้าหมายเราแล้ว

“ลื้อเป็นเตี่ยอั๊วหรือยังไงจะมาสั่งอั๊วอย่างนั้นอย่างนี้ นี่ไอ้ที่โม้ไว้ว่าจะช่วยอั๊วน่ะไปถึงไหนแล้ว”

“ตอนนี้ผมขัดขวางการกวาดล้างธุรกิจของพวกคุณเรียบร้อยแล้ว บอกนายเหิมให้ส่งของได้เลย”

เฮียกวงร้องเอะอะรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ผจญคุยโวอย่าลืมว่าตนมีหูมีตาอยู่ทุกที่ เอาเป็นว่าตอนนี้ธุรกิจของเขาจะไม่มีอุปสรรคก็แล้วกัน ว่าแต่เขามีมือดีที่จะเก็บนักรบไหม เตือนไว้ก่อนว่างานนี้ยาก แล้วส่งที่อยู่ไปให้เขาทางไลน์ เฮียกวงเห็นสถานที่ที่ต้องไปก็โวยวายลั่น

“เฮ้ย นี่มัน...ลื้อบ้าหรือเปล่าวะ นี่มันถ้ำเสือเลยนะเว้ย”

“ยิ่งเสี่ยงมาก ผลตอบแทนก็ยิ่งมากนะคุณกวง” ผจญวางสายไปเลย ทิ้งให้เฮียกวงเหงื่อตก แต่ครั้นชั่งน้ำหนักดูแล้วเห็นว่าได้มากกว่าเสียจึงถามสมุนว่าเรามีมือดีๆระดับพระกาฬบ้างไหม

“ไอ้เลิศกับไอ้นกเล็กไงเฮีย ตรงสเปกเฮียเลย มันเพิ่งกลับจากต่างแดน เฮียเพิ่งให้มันไปเก็บเจ้าของบ่อนทางโน้นที่โกงเงินเฮีย”

เฮียกวงนิ่งคิดอึดใจก็จำได้ สั่งให้สมุนไปตามมันมาหาตนด่วน บอกว่างานนี้ค่าแรงเลขหกหลัก

สมุนรีบไปปฏิบัติตามคำสั่ง เฮียกวงพึมพำกับตัวเองคราวนี้ไอ้นักรบซี้แหง

ooooooo

ชลดาไม่เป็นอันทำอะไร นอนดูภาพนักรบไปพลางร้องไห้ไปด้วย ภคินีกับน้อยแอบมองผ่านประตูห้องที่เปิดแง้มด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะภคินีบ่นอุบจะร้องไห้ชิงถ้วยหรืออย่างไร ถามอะไรก็ไม่บอก

จังหวะนั้นมีเสียงรถแล่นเข้ามาตามด้วยเสียงประตูบ้านเปิด น้อยฟันธงว่าคุณท่านกลับมาแล้ว ภคินีมั่นใจที่ลูกเป็นแบบนี้ต้องเป็นฝีมือนาวินแน่ๆ จ้ำพรวดๆลงไปเอาเรื่องเขาไปทำอะไรให้ลูกของเธอต้องร้องห่มร้องไห้ เขาขอร้องตอนนี้ไม่มีอารมณ์จะทะเลาะด้วย ภคินีไม่สนใจจะมีอารมณ์หรือไม่สั่งให้ตอบคำถามมา

“ให้ตายเถอะคุณภัค คุณเคยเห็นผมทำให้ลูกร้องไห้มาก่อนในชีวิตไหม” นาวินเสียงดังใส่จนภคินีตกใจเพราะไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน “รู้ทั้งรู้ว่าผมรักลูกยิ่งกว่าชีวิตผม จะมาถามผมทำไม”

นาวินมีเรื่องมากมายอยากพูดแต่มันจุกพูดไม่ออก มองภรรยาด้วยสายตาผิดหวังก่อนเดินขึ้นไปหาชลดาที่ห้อง เคาะประตูขอเข้าไปข้างใน เธอไม่อนุญาตให้เข้า อยากอยู่คนเดียว เขาไม่ฟังเปิดประตูห้องเข้าไปจนได้ เห็นลูกร้องไห้ซบกับหมอนอยู่บนเตียงเดินมานั่งข้างๆ หันไปหยิบรูปถ่ายของลูกตอนเป็นเชียร์ลีดเดอร์มาดู

“ลูกรู้ไหมว่าตั้งแต่เล็กจนโต ลูกพ่อยิ้มสวยเสมอ ลูกไม่เคยร้องไห้โฮๆให้พ่อเห็นเลย”

“พ่อเคยรู้อะไรบ้างล่ะคะ” ชลดาตอบโดยไม่มองพ่อแม้แต่น้อย

“อ้าว ก็มันจริงนี่ ลูกของพ่อคือเชียร์ลีดเดอร์ที่คอยให้กำลังใจไอ้ทหารแก่คนนี้ตลอดมา”

“ยัยคนนั้นหายไปนานแล้วล่ะค่ะพ่อ หายไปวันที่เขาถ่ายรูปนั้นแล้วรู้ว่าพ่อเขาอยู่ห้องไอซียู

ไม่รู้ว่าจะอยู่หรือตาย พ่อคงจำไม่ได้แล้วมั้ง” พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของชลดา ตอนนั้นเมื่อสิบปีที่แล้ว ชลดาในชุดเชียร์ลีดเดอร์กำลังซ้อมเป็นครั้งสุดท้ายอยู่หน้ากระจกเงาในห้องตัวเอง แม่มาแจ้งข่าวร้ายว่าพ่อบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตอนนี้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ไม่นานนักสองแม่ลูกมาถึงห้องไอซียู เห็นพยาบาลเดินออกมา ภคินีเข้าไปถามว่าสามีของเธอฟื้นหรือยัง พยาบาลส่ายหน้ายังไม่ฟื้น จังหวะนั้นหมอเปิดประตูออกมา ทั้งคู่มองเข้าไปข้างในเห็นนาวินมีสายอุปกรณ์ช่วยชีวิตระโยงระยางเต็มไปหมด ที่ใบหน้ามีผ้าพันแผลปิดอยู่ แต่ที่ตัวบาดเจ็บหนักกว่า ชลดาจะวิ่งไปหาแต่หมอกับพยาบาลดึงตัวไว้ ไม่อนุญาตให้เข้าไปตอนนี้ เนื่องจากเสี่ยงที่คนไข้อาจติดเชื้อหลังปลูกถ่ายผิวหนัง

“ปลูกถ่ายผิว?” ภคินีพึมพำหน้าเครียด

“ผิวหนังคนไข้โดนไฟไหม้เกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ครับ”

จังหวะนั้นบุรุษพยาบาลเข็นเตียงแช่มที่บาดเจ็บหนักพอๆกับนาวินเข้ามา ภคินีถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น

“พวกเราโดนซุ่มโจมตีครับ ผู้การรู้เข้าก็รีบนำกำลังไปช่วยแต่มันเป็นกับดัก ผม...” แช่มทำท่าจะช็อก หมอสั่งให้พาตัวคนไข้เข้าห้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ความวุ่นวายเกิดขึ้นรอบตัวชลดาที่ได้แต่ยืนนิ่ง

ooooooo

ชลดายังคงร้องไห้อย่างหนักบอกกับนาวินว่าตลอดชีวิตของเธอมีแต่ความสุข มีพ่อที่เข้มแข็งคอยปกป้อง

ยอดรักนักรบ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด