ตอนที่ 5
“เฮ้ย มันจะมากไปแล้วนะโว้ย” สมุนโวยพร้อมกับชี้หน้าผจญอย่างเอาเรื่อง เฮียกวงต้องยกมือปรามแล้วขอบใจผจญที่เตือนสติ แต่คนที่สอนเขาได้คือเตี่ยที่ล่วงลับไปแล้วของเขา ถ้าผจญไม่อยากตายตามท่านไปก็ให้เลิกพล่ามแล้วบอกมาว่าอยากเจอเขาเรื่องอะไร ผจญอยากรู้เรื่องนักรบ
ooooooo
เฮียกวงพยักพเยิดให้สมุนเอาแล็ปท็อปมาเปิดภาพจากกล้องหน้ารถตู้ของเขาให้ผจญดู ถามว่านี่ใช่นักรบที่พาพวกไปถล่มสมุนของเขาจริงๆหรือ ผจญพยักหน้าว่าใช่
“ทำไมมันหมูนักวะ ฝีมือแค่นี้อั๊วขอแรงอาม่าอั๊วไปเลี้ยะให้อีก็ตายแล้ว แล้วมันจะดีกับงานของพวกเรายังไง”
“ดีสิ ดีมากด้วยเพราะผมจะหาทางยุบหน่วยของเขาทิ้ง คุณก็จะหมดเสี้ยนหนาม นี่ถ้าผมเป็นคุณนะ ผมจะเริ่มลงทุนครั้งใหม่ให้ใหญ่กว่าเก่าตอนนี้เลย” ผจญพูดพลางส่งไลน์ไปหาบาริสต้า จากนั้นคืนแล็ปท็อปให้เฮียกวง แล้วลุกขึ้น “ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ เพราะต้องไปเยี่ยมเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของผมหน่อย”
บาริสต้าเห็นผจญจะกลับร้องบอกว่าอย่าลืมแวะมาอุดหนุนใหม่ เขายิ้มให้เธอก่อนออกจากร้าน เฮียกวงเห็นแล้วหมั่นไส้ บอกเธอว่าคนปากหวานอย่างผจญไว้ใจไม่ได้
“ไม่เหมือนเฮีย เฮียพูดตรงๆ อย่างน้องเฮียอยากได้”
“แต่หนูไม่ให้ เพราะไม่มีใจ”
เฮียโลว์เอนด์ไม่โกรธ พยายามขายขนมจีบเธอ ต่อไป จังหวะนั้นสมุนเอามือถือมายื่นให้ บอกว่าเหิมโทร.มาอยากคุยด้วย เฮียกวงมองบาริสต้าสาวสวยก่อนหันมาสนใจโทรศัพท์ เหิมซึ่งแอบซุ่มอยู่ตึกแถวฝั่งตรงข้ามกับบริษัทจัดหางานของตัวเองที่หนองอียอซึ่งมีเทปห้ามเข้าของตำรวจปิดไว้ เห็นตำรวจทยอยเอาเอกสารมากมายของตัวเองมาใส่รถตำรวจยิ่งเครียดหนัก
“เฮียครับ ผมกำลังเดือดร้อนมากครับ เพราะตำรวจกำลังตามล่าผมเรื่องหลอกคนไปให้เฮีย”
“แล้วลื้ออยากให้อั๊วช่วยยังไง”
“ผมขอหนีไปอยู่กับเฮียสักพักได้ไหมครับ”
“ได้...เออ แต่ไหนๆจะมาแล้วช่วยหาสินค้าลอตใหม่ให้อั๊วก่อน”
เหิมบ่นอุบกำลังโดนตำรวจไล่ล่าอยู่จะเอาเวลาที่ไหนไปหาสินค้าให้ เฮียกวงว่าสินค้าลอตนี้ไม่ได้เน้นจำนวนแต่เน้นคุณภาพ อยากได้สาวๆสักห้าหกคนเพราะขายได้ราคา เหิมบ่นอีกหาสาวๆไม่ง่ายเหมือนหากบหาเขียด เฮียกวงชักฉุนที่เขาบังอาจต่อรอง เสียงกร้าวใส่ถ้าเขาหาสินค้ามาให้ไม่ได้ก็ไม่ต้องมาแล้ววางสาย เหิมอยากลงไปดิ้นตายตรงนั้น ตัดพ้อที่เฮียไม่มีน้ำใจ ลูกน้องจะตายยังจิกหัวใช้อีก
ooooooo
ไม่นานนักผจญมาพบกับนาวินที่ออฟฟิศเพื่อขอให้ปลดนักรบออกจากหน่วยพิเศษโดยให้เหตุผลว่าถึงเขาจะเคยเป็นมือดีที่สุดของหน่วย แต่ตอนนี้เขาบาดเจ็บ เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเขาพร้อมสำหรับภารกิจต่อไป
“ผมมีวิธีของผมก็แล้วกัน”
“ผมหวังว่าท่านคงแยกเรื่องความรู้สึกส่วนตัวออกจากเรื่องงานได้นะครับ ขอประทานโทษที่พูดตรงๆ”
“ผมคิดว่าผมแยกได้ และขอบอกไว้เลยว่าก่อนที่ผู้กองนักรบจะกลับมาทำหน้าที่ต่อ เขาจะต้องพิสูจน์ตัวของเขาให้ผมและลูกน้องของเขายอมรับได้ซะก่อน”
“ถ้าเช่นนั้น ผมคงไม่มีทางเลือก ตอนนี้ผมคงต้องยุติบทบาทของการร่วมมือกันของเรากับหน่วยพิเศษของท่านเอาไว้ก่อนนะครับ”
“เอาอย่างที่คุณสบายใจเลยแล้วกัน” นาวินพูดจบชักสีหน้าไม่พอใจ ผจญแอบยิ้มเพราะจะใช้โอกาสนี้ยุให้เฮียกวงลุยงานค้ามนุษย์ข้ามชาติต่อ...
ชลดากระวนกระวายใจไม่เป็นอันทำงานเอาแต่โทร.หาชายคนรักแต่โทร.ไม่ติด นีรนารถกับเขมทัตผ่านมาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเธอเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเป็นห่วงผู้กอง ไม่รู้หายไปไหน ติดต่อก็ไม่ได้ เขมทัตรู้ว่าเขาอยู่ไหนแต่ลีลาท่ามากกว่าจะเปิดปากบอกว่าอยู่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ นีรนารถมองเหล่เขมทัตตกลงพูดจริงใช่ไหม คุณหมอหนุ่มชูแฟ้มประวัติคนไข้ให้ดู
“จริงสิ ผมต้องไปตรวจและประเมินผลเขาวันนี้ หมอชลคงอยากติดไปด้วยล่ะสิ” เขมทัตมองไปอีกทีชลดาเดินลิ่วไปแล้ว “ได้ไง ผมต้องพาเขาไปดิ ไม่งั้นเขาไม่ให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปหรอก...
หมอชล...รอด้วย” เขมทัตตะโกนไปพลางวิ่งตามชลดาไปด้วย...
คนที่ชลดาตามหากำลังวิ่งออกกำลังเรียกความฟิตอยู่บนถนนในศูนย์ฝึกโดยมีจ้อขับรถจี๊ปให้สมุทรนั่งตามเขาตลอดทาง วิ่งมาได้ไม่ถึงครึ่งกิโลเมตร ยอดรักหอบลิ้นห้อยหยุดวิ่งดื้อๆ นั่งแปะ กับพื้นขอพักก่อน สมุทรไม่ยอมให้หยุด คะยั้นคะยอให้เขาวิ่งต่อกระทั่งไปถึงสนามยิงปืน ฉลามกับชะลอยืนรอท่าอยู่พร้อมอาวุธสงคราม ทั้งปืนสั้น ปืนกล ระเบิดวางเรียงกันเป็นระเบียบ ยอดรักเห็นอาวุธก็ตื่นเต้นมากเดินไปดูใกล้ๆ
“โอ งามอีหลี คือกับในหนัง” ยอดรักทำท่ายิงปืนส่งเสียงปังๆๆๆไปด้วย ชะลอดีใจกระซิบกับสมุทร สงสัยผู้กองจะได้ยาดีเข้าแล้ว สมุทรไม่ค่อยแน่ใจนักหวังให้เป็นอย่างที่ชะลอว่า ฉลามเชิญผู้กองเลือกอาวุธได้เลย ยอดรักหยิบปืนกลขึ้นมาถือ ชะลอพามาที่เป้ายิงพร้อมกับแนะวิธีการต่างๆแต่เขาไม่สนใจมัวแต่ตื่นเต้นกับปืน










