ตอนที่ 10
ผีพลอยไม่ถือสาคำพูดอาฆาตของอีกฝ่าย ขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย
“คุณพี่ คุณพี่ขา...บอกให้ลุงสำลีหยุดทำร้ายเรา ปล่อยเราไปนะคะ”
“ฉันไม่มีวันปล่อยให้แกหลุดลอยไปหาคุณพี่อีกเด็ดขาด!”
ผีดาวเรืองเห็นท่าไม่ดีจะพุ่งหาเดือนดาราแต่ถูกมนตร์ดำของสำลีเล่นงานแทบกระอัก ผีพลอยรีบพาหนี ทิ้งเดือนดาราไว้กับผ้าคลุมผืนงามพร้อมกับร่างโปร่งแสงของวิญญาณหลวงปู่มั่นที่มาเตือนสติ
“นี่คือโอกาสสุดท้ายที่เหลืออยู่ของโยมที่จะไม่ต้องไปชดใช้กรรมในนรก”
“สายเกินไปแล้ว ทำไมตอนนั้นหลวงปู่ไม่ไปห้ามนังพลอยไม่ให้มายุ่งกับสามีของดิฉัน ทำไมหลวงปู่ไม่ห้ามสามีดิฉันไม่ให้ไปยุ่งกับมัน หลวงปู่ลำเอียง!”
วิญญาณหลวงปู่มั่นส่ายหน้าปลงๆ “พวกเขารับกรรมไปแล้ว ส่วนโยม...อาตมาตักเตือนตั้งแต่พบกันครั้งแรกสมัยโยมเป็นเด็กน้อยแล้วว่าถึงจะมีบุญวาสนามากมายแต่โยมต้องรักษาบุญวาสนาไว้ด้วยเมตตาอภัย แต่โยมไม่ใส่ใจเชื่อฟังอาตมา อาตมามาขอบิณฑบาตอีกครั้งและจะไม่มีครั้งต่อไปอีก”
เดือนดาราไม่ยอม ยืนกรานเสียงแข็ง “ดิฉันมาไกลเกินกว่าจะถอยกลับแล้วเจ้าค่ะ เป็นพระอย่ามายุ่งกับเรื่องของฆราวาสเลย หลวงปู่สู้อาคมลุงสำลีไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ”
ooooooo
วิญญาณหลวงปู่มั่นจำต้องปล่อยเดือนดาราไปตามเวรกรรม เดือนดาราย่ามใจมากลงมือเผาผ้าคลุมไหล่ของพลอยจนไหม้เกือบหมดหากผีพลอยไม่มาขวางไว้
ผีพลอยปรารถนาจะนำผ้าคลุมไหล่กลับไปให้แสงไว้ดูต่างหน้า แต่ถูกเดือนดารากับสำลีเล่นงานจนหวิดได้กลับไปอยู่ในหม้อกักวิญญาณถ้าวิญญาณหลวงปู่มั่นไม่มาช่วย
“อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย ฆ่ามนุษย์ด้วยฆ่าพระด้วย บาปกรรมมากมายมหาศาล อาตมาและวิญญาณทั้งหลายทั้งปวงจะไปรอเกิดในภพต่อไปไม่มาข้องแวะกับพวกโยมอีกแล้ว นับแต่นี้ต่อไป
สุดแท้แต่เวรกรรมที่ได้กระทำกันลงไปว่าบั้นปลายจะลงเอยฉันใด อาตมาขอลาก่อน...หวังว่าคงไม่ได้พบกันอีก”
วิญญาณหลวงปู่มั่นรีบบอกให้ผีพลอยกับผีดาวเรืองหนี ส่วนตัวเองก็หายวับไปเพราะใกล้ถึงเวลาสู่ภพชาติใหม่แล้ว เดือนดารากับสำลีไม่ได้สำนึก ลำพองใจเสียอีกที่กำจัดศัตรูให้พ้นทาง
กระนั้นสำลีก็อดแค้นใจไม่ได้ที่กักวิญญาณของพลอยไม่สำเร็จ
“พวกมันไปกันแล้ว กระผมขอโทษที่ทำไม่สำเร็จ กักขังพวกมันไว้ไม่ได้”
เดือนดาราก็เจ็บใจไม่แพ้กัน “เพราะหลวงปู่ทีเดียว เราจะทำเช่นใดต่อไปเล่าลุงสำลี”
“มันต้องมีวิธี พระไปแล้ว ไปรอภพหน้า ไม่มีใครขัดขวางเราแล้ว”
“ยื้อชีวิตคุณพี่เอาไว้ให้ตายพร้อมกับฉัน”
“ขอรับ กระผมจะพยายามทำให้ได้”
“อย่าให้มันผู้ใดแม้แต่วิญญาณของมันมาแย่งคุณพี่ไปจากฉัน!”
หลังแยกจากสำลีที่ไปเตรียมทำพิธียื้อชีวิตแสง เดือนดาราก็กลับมาหาผัวที่เรือนของพลอย สภาพทรุดโทรมของเขาทำให้เดือนดาราปวดใจ อาฆาตพลอยมากกว่าเดิมที่ทำให้ผัวมีสภาพแบบนี้
แสงพร่ำเพ้อถึงพลอยไม่หยุดเพราะเชื่อฝังใจว่าอีกฝ่ายเพิ่งมากราบลา เดือนดาราต้องบอกว่าเขาแค่ฝัน
“ฝันหรือ...ทำไมมันจริงนัก พลอยมาร้องไห้ มากราบเท้าพี่ด้วยที่ปลายเตียงนั่น แล้วจู่ๆพลอยก็หนีพี่ไป ผ้าคลุมไหล่ก็ลอยไปที่หน้าต่าง พี่ตะครุบไม่ทัน พี่จะลงไปหาผ้าคลุมไหล่ของพลอย”
“นั่นก็ความฝันค่ะ คงจะตกอยู่แถวนี้ พรุ่งนี้น้องจะหาให้นะคะ ตอนนี้คุณพี่นอนก่อนเถิดนะคะ”
“พี่นอนไม่หลับถ้าพี่ไม่ได้กอดผ้าผืนนั้น”
เดือนดาราแค้นแทบคลั่ง กระนั้นก็ต้องข่มใจแสร้งกอดปลอบผัว “คุณพี่นอนนะคะ น้องจะลองหาแถวนี้ให้ หลับตานะคะคนดีของน้อง ฟังนะคะ...ถ้าคุณพี่หลับน้องพลอยจะได้มาหาคุณพี่อีกนะคะ”
“จริงสิ ถ้าพลอยมาพี่จะถามพลอยว่าผ้านั่นไปอยู่ที่ไหน”
ooooooo
วิญญาณหลวงปู่มั่นใกล้ไปสู่ภพใหม่เต็มที กระนั้นก็อยากไปเข้าฝันเสริมเป็นครั้งสุดท้าย...
“กราบนมัสการขอรับหลวงปู่ ไม่คิดว่าจะได้พบท่านอีก กระผมยินดีเหลือเกิน”
“อาตมามาบอกกล่าวโยมว่าสรรพสิ่งทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม”
“กระผมรับทราบแล้วขอรับ กระผมจะไม่สร้างสุขบนทุกข์ผู้อื่น กระผมจะไม่ไปพบเจอคุณพลอยอีกขอรับ”
“ดีมาก โยมจะไม่ได้พบโยมพลอยแต่โยมอาจต้องไปบ้านโยมพี่อีก ทำดีที่สุดเข้าไว้เพื่อผลกรรมดีในภพหน้า”
“ขอรับ แต่ทำไมกระผมอาจต้องไปที่นั่นขอรับ ในเมื่อกระผมไม่สมควรไปพบเจอคุณพลอยอีก”
“อาตมาบอกได้เท่านั้น อาตมาไปก่อน เจริญสุขเถิดนะโยม”
เสริมคิดไม่ตกว่าเหตุใดหลวงปู่มั่นถึงอยากให้เขากลับไปเยี่ยมแสง กระนั้นก็ไม่คิดมากเพราะเชื่อหมดใจว่าพี่ชายคนเดียวกำลังมีความสุขกับเมียรักทั้งสอง
แต่ที่เสริมคาดไม่ถึงคือแสงไม่ได้สุขสบายแต่ป่วยหนักเพราะตรอมใจเรื่องพลอย เดือนดารานิ่งดูดายไม่ไหวสั่งนายเมฆให้ส่งโทรเลขด่วนสองฉบับให้พ่อแม่ของแสงและเสริมน้องชายคนเดียวของเขา
เดือนดาราหวังให้เสริมช่วยเกลี้ยกล่อมให้ผัวกินข้าวและฟื้นจากอาการตรอมใจ แต่ทุกอย่างกลับเลวร้ายลงเมื่อพริ้งดันตาดีเจอเศษผ้าคลุมไหล่ของพลอยที่เธอเผาเมื่อคืน!
พริ้งคลับคล้ายคลับคลาว่าเห็นผ้าคลุมไหล่ผืนนี้ที่ไหน แต่นางเอิบจำได้และเข้าใจผิดคิดว่าพริ้งเป็นคนนำมันมาเผา สองคนเถียงและตบตีกันนัวกระทั่งเดือนดาราผ่านมาเห็น










