ตอนที่ 10
คำอธิษฐานของพลอยได้ผล วิญญาณหลวงปู่มั่นส่งแมวสีขาวมาช่วยทำให้หม้อกักวิญญาณแตก!
วิญญาณของพลอยได้รับอิสระ เดือนดาราเดือดดาลมากตะโกนอาฆาตแมวสีขาว
“ไอ้แมวบ้า! แกมาทำลายหม้อวิญญาณของฉัน แกตายซะเถอะ!”
เสียงเอะอะบนเรือนเจ้านายสาวทำให้พริ้งรีบไปดู เห็นหม้อคุ้นตาแตกก็อุทานลั่น
“ว้าย! หม้อผีแตก”
เดือนดาราหันขวับ หูผึ่ง “แกว่าอะไรนะนังพริ้ง”
“เอ้อ...คือว่าพริ้งเคยเห็นหม้อดินแบบนี้มีเสียงผีร้องไห้อยู่ในหม้อเจ้าค่ะ”
“แกเห็นที่ไหน”
“ในห้องลุงสำลีเจ้าค่ะ”
ขาดคำเดือนดาราก็ตบหน้าสาวใช้คนสนิทฉาดใหญ่ พริ้งตะลึงมาก โพล่งถาม
“ว้าย! ตบหน้าพริ้งทำไมเจ้าคะ พริ้งทำอะไรผิดเจ้าคะ”
“สาระแนเป็นที่สุด เก็บกวาดให้หมด!”
เดือนดาราไม่ได้อธิบายอะไรเพราะกลัวความลับแตก ได้แต่ปล่อยพริ้งไว้กับความสงสัยที่นับวันจะมากขึ้น วิญญาณของพลอยเห็นดังนั้นก็ลอยหนีจากเรือนเดือนดาราไปจนเจอผีผมยาว
ผีดาวเรืองนั่นเองที่ปรากฏตัวให้เห็นและชวนผีพลอยมานั่งบนต้นไม้ใหญ่ด้วยกัน
ผีพลอยจำหน้าผีผมยาวได้ “เธอนี่เอง”
“ดาวเรืองเจ้าค่ะ”
“เธอชอบมาหลอกหลอนฉัน”
“มาเตือนเจ้าค่ะ ฉันพยายามบอกให้คุณไปจากที่นี่ มันอันตรายแต่ไม่มีใครฟัง ทุกคนจึงตายกันหมด”
“ฉันอยากไปหาสามีของฉัน”
“รีบไปเถิด ระวังตัวด้วย ฉันจะไปเฝ้าห่างๆ เพื่อเตือนภัยคุณ”
ooooooo
เดือนดาราร้อนใจปรี่ไปหาสำลีถึงเรือนพักให้จับผีพลอยกลับมา พริ้งตามสาระแนเหมือนเคยและคิดเป็นตุเป็นตะว่าเจ้านายสาวเปลี่ยนใจจากแสงไปรักสำลี
ผีพลอยผละจากผีดาวเรืองได้ก็ลอยไปหาผัวในเรือนตัวเอง ก้มกราบแทบเท้าเขาทั้งน้ำตา
“คุณพี่ขา พลอยมากราบลา”
แสงหลับใหล ได้ยินเสียงพลอยแว่วๆก็ลืมตาโพลง
“พลอย...พลอยใช่ไหม พลอยมาหาพี่”
“พลอยอยู่นี่ค่ะ”
ผีพลอยปรากฏตัวให้เห็น แสงดีใจมากโถมตัวกอดเมียน้อยสุดที่รัก
“พลอยบุญน้อยค่ะจึงอยู่รับใช้คุณพี่ได้ไม่นาน”
“นานตลอดไปเลยแหละ เราจะไม่พรากจากกัน”
“พลอยตายแล้วค่ะ เราอยู่ด้วยกันไม่ได้ค่ะ พลอยมากราบลาครั้งสุดท้ายค่ะ”
“ไม่นะ...อย่าทิ้งพี่ไป ไม่มีครั้งสุดท้าย...มีแต่ตลอดไป”
แสงอาลัยเมียน้อยสุดที่รักมาก ตัดสินใจจะตายตาม ไม่รู้เลยว่าเวลาเดียวกันนั้นเองเดือนดารากับสำลีทำพิธีจับผีพลอยกลับไปขัง สำลีเอ่ยกับเจ้านายสาวอย่างมั่นใจ
“มันหนีไปไม่พ้นหรอกขอรับ”
“ฉันกลัวมันนะ กลัวมันมาล้างแค้น”
“ไม่ต้องกลัวขอรับ มันไม่อาจมาทำร้ายคุณผู้หญิงได้แม้แต่เฉียดกรายเข้ามาใกล้”
“แล้ววิญญาณของมันล่ะ”
“กระผมจะไปจับมันขอรับ คุณผู้หญิงกลับไปนอนให้สบายเถิดขอรับ”
“ฉันต้องการทำลายผ้าคลุมไหล่ของมัน คุณพี่เอาแต่กอดผ้านั่นปานประหนึ่งว่านั่นคือนังพลอย”
“เราจะทำลายมันขอรับ”
ผีพลอยกอดลาผัวจนเห็นว่าถึงเวลาจึงบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย แต่แสงไม่ยอมกอดรัดเธอแน่น
“ไม่นะ! อย่าทิ้งพี่ไป หรือว่าพลอยสิ้นรักพี่แล้ว”
“มิได้ค่ะ แต่นี่คือเวลาที่พลอยต้องไปที่ใหม่ คุณพี่อย่าลืมสิคะว่าคุณพี่ยังมีคุณพี่ดารา เธอรักคุณพี่มากนะคะ”
แสงไม่แยแสความเป็นไปของเดือนดาราเลย ยืนกรานจะตายตามพลอยให้ได้ ผีดาวเรืองสำเหนียกได้ถึงอันตรายจากสำลี รีบปรากฏตัวเพื่อตามผีพลอยกลับ
“ดาวเรืองมากราบคุณท่านแล้วมาพาคุณพลอยไปเจ้าค่ะ”
“ไม่ได้ เราจะอยู่ด้วยกัน!”
ผีพลอยเห็นท่าไม่ดี พยายามเกลี้ยกล่อมผัว
“วิญญาณจะอยู่กับคนไม่ได้ค่ะ”
แสงส่ายหน้าไม่ยอมท่าเดียว ผีดาวเรืองช่วยพูดอีกแรง
“ฟังนะเจ้าคะคุณท่าน...มีคนใจร้ายมันกำลังจะมาเอาวิญญาณคุณพลอยไปกักขังเจ้าค่ะ คุณพลอย... เราต้องไปแล้ว มิฉะนั้นวิญญาณจะถูกขังตลอดไป!”
ooooooo
ผีดาวเรืองพาผีพลอยออกจากเรือนแล้ว ทิ้งไว้เพียงผ้าคลุมไหล่ผืนสวยให้แสงดูต่างหน้า สำลีดักรออยู่แล้วพร้อมหม้อกักวิญญาณ สวดบริกรรมเรียกผีพลอยมาขัง
“อย่าขัดขืน กลับมาอยู่ในที่ที่จัดไว้ให้ซะดีๆ คุณพลอยคนสวย”
“โธ่...ตายไปแล้วยังพยายามกักขังเข่นฆ่าวิญญาณกันอีกหรือ”
ผีพลอยโอดขอความเห็นใจ ผีดาวเรืองสะเทือนใจมาก พร่ำเพ้อถึงชะตากรรมของตน
“ที่นี่การเข่นฆ่ามันเกิดขึ้นมานานแล้ว และฉันคือคนแรกและมันจะไม่มีวันจบสิ้น!”
สำลีเห็นผีดาวเรืองมายุ่งก็โพล่งลั่น
“บอกให้มานี่! มาอยู่ในนี้! นังผีผมยาวด้วย เอ็งวุ่นวายดีนัก เอ็งไปอยู่กับคุณพลอยเสียเถิด”
ผีพลอยท่าทางจะเพลี่ยงพล้ำกระนั้นก็ไม่หยุดอ้อนวอน
“ปล่อยพวกเราไปเถิด อย่าได้อาฆาตจองเวรให้เกิดบาปติดตัวไปเลยลุงสำลี”
สำลีไม่สนใจ ผีดาวเรืองโกรธแทน โพล่งบอกผีพลอย “ป่วยการไปขอร้องคนบาปอย่างนี้ นับวันการเข่นฆ่ามากขึ้นเท่าไหร่มันจะเป็นการเพิ่มความมั่นใจในอำนาจของนางคนใจร้ายกับไอ้เฒ่าอำมหิตนี่”
สองผีสาวหนีสุดกำลังแต่ก็อ่อนแรงเต็มที สำลีตะโกนเรียก
“อยากเจ็บปวดทรมานทั้งที่ตายไปแล้วใช่ไหม จงหยุดหนีแล้วกลับมา!”
ฤทธิ์มนตร์ดำทำให้ผ้าคลุมไหล่ของพลอยหลุดลอยจากเรือน แสงพยายามไล่ตะครุบแต่ไม่มีแรงจะตาม เดือนดาราเห็นผ้าผืนนั้นก็คว้าไว้จะเผาทิ้ง แต่ผีพลอยเข้ามาขวาง
“คุณพี่ขา...เอาผ้าของพลอยไปให้คุณพี่แสงด้วยนะคะ”
“ฉันจะเอามันไปเผาทำลาย คุณพี่จะได้ไม่มีสิ่งใดให้อาวรณ์ถึงแก”










