ตอนที่ 6
พูดพลางกวาดสายตาดูเอกสารมากมาย พลันก็ตาวาวเมื่อเห็นเอกสารขออนุมัติเงินค่าพลอยประดับสินค้าตกแต่งบ้านของธนิดา พิชิตมองมาอย่างรู้กันก่อนหาทางยักยอกเงินส่วนนี้ด้วยการสั่งพลอยปลอมมาแทน นำเงินส่วนต่างไปใช้หนี้และใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย
ขณะที่พิชิตกับม่านฟ้าเอาเงินส่วนต่างค่าพลอยไปเสวยสุข ธนิดาต้องปั้นหน้านั่งกินข้าวกับเริงวุฒิซึ่งมาดักรอเธอที่ร้านอาหารพร้อมระวิวรรณ อติรุจอุ้มแป้งร่ำมองมาที่เริงวุฒิด้วยสายตาไม่ไว้ใจ แต่เริงวุฒิทำมึนไม่รู้ไม่ชี้
“เชิญครับ...อาช่างโชคดีจริงๆที่ได้พบนิดวันนี้ เราจะได้คุยกันเรื่องงานด้วย”
ธนิดาแบ่งรับแบ่งสู้ “กวนใจคุณอาเปล่าๆ นิดแค่ทานข้าวเสร็จก็จะรีบพายัยแป้งร่ำกลับบ้าน”
“นั่นสิ...คงไม่เหมาะมั้งครับที่จะเจรจาธุรกิจกันในร้านอาหาร”
อติรุจสนับสนุนเต็มที่ เริงวุฒิขัดใจมากส่งสายตาขวางๆให้อติรุจ
“ผมคิดว่าเรื่องนี้ให้คุณนิดตัดสินใจดีกว่า”
ธนิดาลำบากใจแต่ปฏิเสธเริงวุฒิไม่ออกเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้มีพระคุณและลูกค้ารายใหญ่ของทิพย์พิมานเวลานี้ อติรุจจำใจทานข้าวเป็นเพื่อนธนิดาแต่ไม่วายส่งสายตากันท่าเริงวุฒิตลอดเวลา
ooooooo
ผีนวลทิพย์เก็บตัวบำเพ็ญภาวนาในตุ๊กตาหยกครบเจ็ดวัน แผลบนใบหน้าหายดี ไม่ทุรนทุรายเหมือนเมื่อหลายวันก่อน ผีสาวจึงออกจากตุ๊กตาหยกไปกราบหลวงพ่อที่วัด
“จงหมั่นปฏิบัติเพิ่มบารมีให้แก่ตนเองนะ อย่าลืมว่าโยมกับพวกเขาอยู่กันคนละภพภูมิแล้ว”
“แต่พวกเขาคือคนที่โยมรักนะเจ้าคะ”
“กรรมเป็นตัวกำหนดทุกสิ่ง กรรมของใครก็เป็นของคนนั้น โยมหรือใครก็ก้าวล่วงกรรมของผู้อื่นไม่ได้ทั้งนั้น”
หลวงพ่อผละไปแล้ว ผีนวลทิพย์มองตามแล้วพึมพำไล่หลัง
“โยมไม่ยอมให้พวกมันทำร้ายคนที่โยมรักได้หรอกเจ้าค่ะ โยมยอมบาป โยมยอมรับกรรมเจ้าค่ะ!”
คนแรกที่ผีนวลทิพย์หมายหัวหลังออกจากตุ๊กตาหยกคือเริงวุฒิ ผีสาวรู้จักนิสัยเขาดีว่าไม่มีทางช่วยเหลือธนิดากับทิพย์พิมานโดยไม่หวังผล ธนิดาเสียอีกที่มองโลกในแง่ดีคิดว่าเริงวุฒิช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ
“เรื่องออเดอร์...นิดไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้อามีเท่าไหร่อายกให้นิดเป็นคนผลิตหมด”
“ขอบคุณคุณอามากค่ะ ถ้าทิพย์พิมานฟื้นตัวนิดถือว่าเป็นเพราะความกรุณาของคุณอา”
“อย่าคิดมากสิ นิดก็เหมือนหลานสาวของอาคนหนึ่ง”
เริงวุฒิส่งสายตากรุ้มกริ่มให้ธนิดา ผีนวลทิพย์เห็นแล้วของขึ้นแหวลั่นแต่ไม่มีใครได้ยิน
“ไอ้เริงวุฒิ...คิดทำอะไรหลานฉัน...อย่าหวังเลย!”










