ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
ตอนที่ 26

จุนจีพูดโทรศัพท์ขณะนั่งแท็กซี่มาที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ว่า

“คุณแก้ม ผมกลับมาแล้ว ผมกลับมาหาคุณแล้วคุณแก้ม” เสียงจุนจีตื่นเต้น กรรัมภาตื่นเต้นยิ่งกว่าถามเสียงเครือ

“จุนจี...คุณ...พูดเล่น...ใช่ไหม”

“ผมพูดจริง ตอนนี้ผมอยู่เมืองไทยแล้ว กำลังนั่งแท็กซี่ไปหาคุณ...คุณอยู่บริษัทใช่ไหมตอนนี้”

กรรัมภา พูดเสียงเครือจนเกือบเป็นสะอื้นว่า

“ไม่!...อย่ามา!! ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ...อย่ามา... ถ้าฉันต้องล่ำลาคุณอีกครั้ง เห็นคุณจากไปอีกเป็นครั้งที่ สอง...ฉัน...ไม่ไหว...”

“ผมจะไม่ไปไหนอีกแล้ว ผมทิ้งทุกอย่างเพื่อคุณ ชีวิตผมถูกคนอื่นกำหนดให้ทำนั่นทำนี่มาตลอด แต่ครั้งนี้ผมขอกำหนดชีวิตตัวเอง ผมทิ้งทุกอย่างในวงการบันเทิงเพื่อมาอยู่กับคุณที่เมืองไทย คุณแก้ม...ผมรักคุณ...”

กรรัมภาน้ำตาท่วม ก่อนที่จะกรี๊ดออกมาสุดเสียงจนเพื่อนๆตกใจ เนตรสิตางศุ์บอกพี่ๆว่า “ยัยแก้มบ้าไปแล้ว” ญาณินก็ถามว่า “นี่แกดีใจหรือเสียใจ”

“ดีใจสิ...แฟนฉันกลับมาแล้ว และเขาเลือกฉันโดยที่ฉันไม่ได้แย่งเขามาจากแฟนๆนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรเพื่อการยื้อเลย ฉันอยู่ของฉันเงียบๆไม่มีปากเสียง จริงไหม”

“จริงที่สุด กรี๊ดดดดด!!!” สี่สาวกรี๊ดพร้อมกันจนพวกผู้ชายต้องเอามืออุดหู ทุกคนยินดีกับกรรัมภาอย่างที่สุด

ขณะนั้น ติณห์สังเกตเห็นอะไรบางอย่าง สะกิดญาณินให้ดู เห็นกรรณาเดินแยกออกไป กรรัมภารีบเดินไปขอโทษกรรณาที่ตนดีใจจนลืมคิดถึงความรู้สึกของเพื่อน กรรณาฝืนยิ้มบอกว่าตนไม่มีอะไร ดีใจกับเพื่อนด้วย ตนกำลังจะไปห้องน้ำเท่านั้น

ทันใดนั้น เสียงร้องโวยวายขอความช่วยเหลือของก๊องแว่วมา ทุกคนตกใจรีบวิ่งไปตามเสียง

ooooooo

ที่หน้าบริษัทซิกซ์เซ้นส์นั่นเอง ก๊องถูกชายฉกรรจ์แปลกหน้า 3 คนล็อกไว้ มีหัวหน้าที่นั่งรถเข็นบังคับด้วยรีโมตแต่งตัวด้วยเสื้อโค้ต สวมหมวก ใส่แว่นอำพรางใบหน้าคอยบงการอยู่

กรรณาตกใจร้องถามว่าจะทำอะไรน้องชายตน ชายที่นั่งรถเข็นพูดอย่างสะใจว่า เป็นน้องชายเธอก็ดีแล้วจะได้รู้ไว้เสียเลยว่า น้องชายเธอติดหนี้พนันบอลเจ้านายตน ถ้าจะให้ปล่อยก็เอาเงินมา กรรณาถามว่าเท่าไหร่

“สิบห้าล้าน! ถ้าไม่มีจ่าย น้องแกก็ต้องไปชดใช้”

เหตุการณ์ตึงเครียดขึ้นเมื่อหัวหน้าสั่งลูกน้องทั้ง 3 เอาตัวก๊องไป

“คุณๆคะ แผนนี้จะสำเร็จใช่ไหมคะ” ป้าออวิ่งออกมาถามหน้าตาตื่น

“ต้องสำเร็จสิ ต้องสำเร็จ!” กุมาริการับรองแข็งขัน

ooooooo

กรรณาไล่ตามไปจะชิงตัวก๊องมาให้ได้ สุคนธรสพยายามใช้คาถาอาคมต่อสู้แต่ทำอะไรพวกนั้นไม่ได้ เธอบอกญาณินว่า สงสัยว่าพวกมันจะมีอาคมตัดสัญญาณเพื่อสลายอาคม

ทันใดนั้น กรรัมภาก็เกิดอาการหมุนๆๆแล้วกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ทรุดลง เหมือนถูกอาคมของฝ่ายนั้น สุคนธรสบอกว่าถูกมันใช้พยาธิอาคมเล่นงาน พริบตาเดียวญาณินก็ร้องลั่นว่า พยาธิตัวจี๊ดขึ้นตาแล้ว! พวกสี่สาวพากันร้องตกใจมาก

“แก...แกถอนอาคมจากเพื่อนๆของฉันเดี๋ยวนี้” กรรณาตะโกนลั่น

“พวกอวดดี เอาตัวไอ้เด็กนี่ขึ้นรถ มันจะต้องไปทำงานหาเงินสิบห้าล้านมาคืนฉัน” ตัวหัวหน้าสั่ง

กรรณาต่อรองให้เอาตนไปแทนน้องชาย หัวหน้าเลยสั่งก๊องให้จับเธอมัดมือมัดเท้าให้แน่นพาไปขึ้นรถ

“ผมขอโทษนะพี่กรรณ ที่ทำอย่างนี้เพราะผมอยากให้พี่มีความสุขนะ” ก๊องมัดกรรณาไปก็พูดไป

ขณะกรรณากำลังงงๆนั่นเอง ตัวหัวหน้าที่นั่งอยู่บนรถเข็นก็ถอดหมวก ถอดแว่น ลุกขึ้นยืนเผยตัวตนเอาดื้อๆ

“นายจิงโจ้!” กรรณาอุทาน มองหน้าก๊องและเพื่อนๆทุกคน จึงรู้ว่าที่แท้เป็นแผนของทุกคนที่อยากให้เธอมีความสุข ทั้งเขินทั้งเคืองทุกคนที่รวมหัวกันแกล้งตน แต่ก็ช้าไปแล้ว เธอถูกจับยัดเข้าไปในรถมัดไว้แน่นหนา แล้วพงอินทร์ก็ขับรถพุ่งออกไปทันที

“พวกเราทุกคนแอ็กติ้งกันขนาดนี้ ขอให้มันสำเร็จด้วยเถอะ” ญาณินพึมพำมองตามรถไปอย่างคาดหวัง บอกเพื่อนๆว่า “ยัยกรรณน่ะรักนายโจ้มาก แต่ปากแข็งก็ต้องเอาชะแลงงัด”

เมื่อเรื่องตื่นเต้นผ่านไปแล้ว กรรัมภาก็หันมาเติมหน้าเตรียมรับจุนจีที่โทร.มาเป็นชั่วโมงแล้ว แต่ตัวมาไม่ถึงสักที

ปรากฏว่าขณะที่จุนจีกำลังเดินทางมาหากรรัมภานั้น ถูกลีจองกุ๊กซ้อนมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาตัดหน้าไม่ยอมให้เขาไปหากรรัมภา อ้างความยากลำบากและการลงทุนมากมายมหาศาลของบริษัทกว่าจะปั้นเขาให้เป็นซุปเปอร์สตาร์ขึ้นมาได้ ตนเองก็ต้องทุ่มเทเวลาเป็นสิบปี จะปล่อยไปง่ายๆได้ไง

จุนจีหว่านล้อมว่า ตนต้องการเอาชีวิตตัวเองคืนมา ส่วนลีจองกุ๊กนั้น จุนจีบอกว่าเดี๋ยวเขาไปเจอเด็กปั้นคนใหม่ก็จะลืมตนไปเอง

ในที่สุดลีจองกุ๊กเข้าใจขอลบรอยสักชื่อจุนจีออก และขอกอดเป็นครั้งสุดท้าย จุนจีไม่ให้กอด พอดีกรรัมภามาถึงเธอเอะอะว่าจะทำอะไรจุนจี

“คุณแก้ม...ไปเถอะ ไอ้กุ๊กมันบ้าไปแล้ว” จุนจีคว้ามือกรรัมภาวิ่งไปต่อหน้าต่อตา

“ไปเลย...ไป!!” ลีจองกุ๊กตะโกนไล่ ตัดใจไม่ตาม...

ooooooo

ฝ่ายมิรันตีตาสว่างเมื่อสมคิดถูกจับและถูกแฉว่าเป็นพวกหมอผีมีไสยศาสตร์ แก้เกี้ยวว่า ตนหลงเชื่อสมคิดเพราะถูกทำเสน่ห์ให้ไร้สติเห็นผิดเป็นชอบ

ส่วนปัญหากับญาณินนั้น มิรันตีก็แก้ตัวว่า ที่ทำกับญาณินไปทั้งหมดเพราะโดนคุณไสย ที่จริงแล้วตนเป็นคนมีเมตตา

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่คุณแม่เข้าใจว่าณินไม่เคยคิดร้ายกับท่านหรือกับคุณก็พอแล้ว” ญาณินรวบรัด

“โอเคๆแทงกิ้ว ขอบคุณ แต่เธอห้ามถือสาฉันนะ ก็ฉันเป็นคนซื่อ เป็นฝรั่ง ไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ ก็เลยถูกหลอกง่ายๆ คนไม่รู้คือไม่ผิด ถูกไหม แล้วถ้าจะให้ดี อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะฉันอาย...เป็นอันว่าเราเข้าใจกันแล้วนะ พอใจหรือยังลูก” มิรันตีถามติณห์

เห็นมิรันตีญาติดีกับญาณินแล้ว คุณหลวงที่ฟังอยู่ด้วย ถามติณห์ว่าแล้วตนล่ะ? มิรันตีบอกว่าตนก็มีเรื่องอยากคุยด้วยเหมือนกัน แต่พอคุยกันจริงๆ คุณหลวงก็พูดอย่างพ่อที่เข้มงวดด่ามิรันตีว่าลูกไม่รักดีแบบนี้ต้องโดนเฆี่ยน แต่เมื่อมิรันตีสำนึกผิด ขอโทษ คุณหลวงก็ให้อภัย แต่ก็ยังพูดอย่างไว้เชิงวางฟอร์มว่า ขอคิดดูก่อน

หลังจากเคลียร์เรื่องค้างคาใจกันแล้ว ญาณินคุยกับติณห์ว่า คุณหลวงจะได้ไปเกิดเสียที ติณห์เปรยๆว่า คุณหลวงจะไปเกิดเป็นลูกใครนะ...ญาณินบอกว่าอาจเกิดเป็นลูกเขาก็ได้

“ลูกผมก็ลูกคุณเหมือนกัน รีสอร์ตก็สร้างเสร็จแล้ว มัมก็ยอมรับในตัวคุณแล้ว ผมว่าก็น่าจะถึงเวลาของเราสักที” แล้วติณห์ก็ทวงว่า “คุณเคยรับปากว่าจะแต่งงานกับผมแล้ว ห้ามเปลี่ยนใจ ไม่อย่างนั้นผมจะจูบคุณไม่หยุดเลย”

แล้วติณห์ก็ระดมจูบจนญาณินต้องรับปากว่าจะแต่งงานกับเขา ติณห์ถามว่า “เกรท...คุณรักผมไหมครับ”

“รักสิคะ รักมากด้วย”

“ฝรั่งคนนี้จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อคุณนะ” ติณห์กอดญาณินไว้อย่างแสนรัก ญาณินกอดตอบอย่างมีความสุข

ooooooo

ไตรรัตน์กับสุคนธรสกลับถึงบ้าน ก็ถูกทั้งเจ๊หญิง เสี่ย อาอี๊ อาม่า รุมกันมาบอกว่าไปดูฤกษ์เหมาะแก่การปฏิสนธิมาแล้ว แต่กลายเป็นฤกษ์ใครฤกษ์มัน

เจ๊หญิงบอกว่าคืนนี้สองทุ่มเป็นคืนมหาเฮงเหมาะกับการปฏิสนธิ ส่วนอาอี๊กับอาม่าบอกว่าคืนนี้เที่ยงคืนคือฤกษ์มหาเฮง

ไตรรัตน์กับสุคนธรสอยู่ในห้องนอนรอจาก 19.45 น. จนถึง 19.55 น. ไตรรัตน์ก็เฝ้าถามแต่ว่า

โอเคไหม? โอเคนะ? โอเคอยู่รึเปล่า? พอได้เวลาเป๋งก็กระโดดคร่อมทันที ผลคือถูกสุคนธรสยันโครมเดียวตกเตียงไปนอนเดี้ยงที่พื้น

ไตรรัตน์ตัดใจว่าจะถือศีลไม่ทำให้ของของสุคน–

ธรสเสื่อมและพร้อมจะช่วยเธอทำทุกอย่างเพื่อช่วยคนอื่น ทำให้สุคนธรสซึ้งใจ ในที่สุดตัดสินใจ “ของจะเสื่อมก็ให้เสื่อมไป” จึงตั้งหลักกันใหม่เพราะยังมีฤกษ์รอบสองของอาม่าคือ เที่ยงคืน พอได้เวลาเป๋ง สุคนธรสบอกไตรรัตน์ “เดี๋ยวนี้! ตอนนี้! เร็ว!!”

ทุกอย่างเรียบร้อยตามฤกษ์ของอาม่า พวกเจ๊ เสี่ย อาม่า อาอี๊ที่เอาหูแนบประตูลุ้นอยู่ข้างนอกอย่างตื่นเต้นเสี่ยบอกเจ๊ว่า “ได้ลูกสาวแน่ๆ” อาอี๊บอกอาม่าว่า “สงสัยเราจะได้หลานฝาแฝดนะอาม่า”

กรรัมภาแพ้บรรยากาศโรแมนติกที่จุนจีพาไปเดินพลอดรัก ในที่สุดก็ตกลงจะแต่งงานกับจุนจี จุนจีบอกว่าต่อไปนี้จะมีแต่กรรัมภากับนายจักรเท่านั้น

ที่ยุ่งยากกว่าเพื่อนคือคู่ของพงอินทร์กับกรรณา เพราะรู้จักกันตั้งแต่เรียนชั้นประถมและเป็นคู่กัดกันมาตลอด ทำให้ความรักที่ก่อตัวขึ้นมีความรู้สึกเดิมๆ มาเป็นอุปสรรค

กรรณาฝังใจว่าพงอินทร์มีแต่แกล้งตนมาตั้งแต่เด็ก  ไม่ไว้ใจความรักของเขา  คิดว่าเขารักเพื่อเอาไว้แกล้งเท่านั้น จนกระทั่งพงอินทร์สารภาพว่า

“ฉันรักเธอตั้งแต่เด็ก แต่ไม่รู้จะพูดกับเธอยังไง มันเขิน และฉันก็กลัวด้วย กลัวว่าเธอจะรู้หรือเพื่อนๆ อาจจะแซวจนเธอไม่กล้าคุยกับฉันอีก ฉันก็เลยต้อง

คอยแกล้ง” พงอินทร์พูดอย่างรู้สึกผิดเหมือนเป็นตราบาปในใจตลอดมาว่า “ยัยกรรณา เธอรู้ไหมว่าเสียงร้องไห้ของเธอตอนเด็กๆ มันยังดังอยู่ในหัวฉันจนทุกวันนี้ ฉันขอโทษ ฉันจะไม่แกล้งเธออีกแล้ว ฉันรักเธอนะกรรณา”

ในที่สุดต่างก็ยอมรับปรารถนาแห่งหัวใจของตัวเอง เมื่อพงอินทร์ขอแต่งงาน เธอจึงพยักหน้าเขินๆ

เนตรสิตางศุ์กับหมอวรวรรธที่ต้องฝ่าด่านพี่ชายที่หวงน้องสาวราวกับจงอางหวงไข่ของณัฐเดช แต่ในที่สุดหมอก็พิสูจน์ตัวเอง ผ่านการตรวจสอบจากณัฐเดชอย่างอดทน ณัฐเดชถามว่าหมอมีดีอะไรถึงจะมาขอน้องสาวตนแต่งงาน

หมอตั้งหลักบรรยายคุณสมบัติที่ดีของตัวเองออกยาวเหยียดว่า

“ผมไม่เจ้าชู้ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน ผมเรียนเก่ง ผมเล่นกีฬาได้ทุกอย่าง รักบี้ ว่ายน้ำ ฟุตบอล แบด บาส ตะกร้อ ผมเป็นหมอเก่งมากด้วย ฐานะผมมั่นคงดูแลคุณเนตรได้”

“ดูแลน้องฉันไม่ดี แกตาย” เป็นคำตอบในคำขู่ หมอถามว่าแล้วจะไม่ให้เนตรสิตางศุ์ตอบหรือ เนตรสิตางศุ์ที่รออยู่แล้วตอบเสียงดังฟังชัดว่า

“ตกลงค่ะ!”

ooooooo

เพราะไตรรัตน์แต่งงานแล้วและเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มจึงช่วยดูแล 4 หนุ่มที่จะเป็นเจ้าบ่าวพร้อมกันวันนี้ แต่ตัวเองก็ทุลักทุเลเพราะแพ้ท้องแทนเมียอยู่ ต้องพกมะขามจี๊ดจ๊าดติดตัวคอยหยิบกินตลอดเวลา

สี่หนุ่มตื่นขึ้นมาก็วุ่นวาย เพราะเมื่อคืนปาร์ตี้กันดึก จนเกือบถึงเวลาพิธีแล้วจึงเพิ่งตื่นกัน

ความโกลาหลวุ่นวายเกิดทันที ต่างแย่งกันเข้าห้องนํ้า คว้าชุดไปใส่ก็สลับชุดกัน บ้างกางเกงรัดติ้ว บ้างหลวมโพรกแต่ไม่มีเวลามาถอดเปลี่ยนกันจึงไปกันทั้งอย่างนั้น

เจ้ากรรม! ระหว่างทางเรียกแท็กซี่ก็ไม่มีใครรับ ทางสุคนธรสที่ดูแลเพื่อนๆอยู่ในห้องแต่งตัวเจ้าสาว ก็โทร.เร่งยิกๆ ไตรรัตน์บอกว่าอีก 5 นาทีก็จะถึงแล้ว ติณห์เห็นประตูสวนสาธารณะ เสนอเพื่อนๆให้วิ่งตัดสวนไปเลย เพราะพอโผล่พ้นสวนก็ถึงโรงแรมที่จัดงานแล้ว ทั้งหมดจึงวิ่งหน้าตั้ง หัวทิ่มหัวตำเพื่อจะไปให้ทันเวลางาน ไม่อย่างนั้นมีหวังตายหมู่แน่

แต่พอวิ่งทะลุสวนไป  ทุกคนก็ผงะเมื่อเห็นแฟนคลับของจุนจีมาถือป้ายขวางถนนดักอยู่หน้างานเต็มไปหมด

“แฟนคลับใครก็จัดการเอาเองแล้วกัน ผมไปแล้วโว้ย” หมอวิ่งเอาตัวรอด ทะลวงผ่านไปได้ ติณห์ ไตรรัตน์ และพงอินทร์เห็นดังนั้นวิ่งทะลวงผ่านไปได้อีกสามคน

“เฮ้ยๆๆ” จุนจีตกใจที่เหลือตัวคนเดียว คว้าลีจองกุ๊กไว้ “แกห้ามทิ้งฉัน”

“จุนจี...ท่านประธานบริษัทมาร่วมงานด้วย ถ้าฉันไม่โผล่หัวไปต้อนรับ ฉันตายแน่”

“แล้วฉันล่ะ”

“แกไม่ใช่ศิลปินในบริษัทแล้ว เสียใจด้วย” ว่าแล้วลีจองกุ๊กก็วิ่งฝ่าแฟนคลับไป จุนจีจะวิ่งตามแต่ต้องผงะเมื่อถูกกำแพงแฟนคลับขวางไว้เลยวิ่งหนีสุดชีวิต

เห็นทีจะเอาตัวไม่รอดแน่ จุนจีตัดสินใจโทร.บอกกรรัมภาว่าตนถูกแฟนคลับกั้นไว้ที่สวนสาธารณะฝั่งโน้น เธอบอกให้เขาหาทางเข้ามาให้ได้ ทันใดนั้นก๊องโผล่เข้ามาในห้องแต่งตัวเจ้าสาวบอกว่าแขกเข้างานหมดแล้ว อีกห้านาทีได้เวลา ถามว่าพร้อมกันหรือยัง!

“ฉันออกไปตามติณห์ดีกว่า” ญาณินในชุดเจ้าสาวผละไป เนตรสิตางศุ์จะตามไปด้วย ถูกกรรณาขวางไว้บอกว่าเจ้าสาวห้ามออกไปไหน ให้กลับไปนั่งที่เดิม

“อย่าทำให้คนท้องเป็นห่วง ไม่งั้นฉันคลอดก่อนกำหนดไม่รู้นะ” สุคนธรสที่ท้องได้ 6 เดือนแล้วขู่เพื่อนๆ แล้วบอกให้ทุกคนหลับตาสงบจิตสงบใจ หายใจเข้าพุทธ หายใจออกโธ

ทันใดนั้น กุมาริกาก็โผล่พรวดเข้ามาโพล่งทำลายสมาธิของทุกคนขึ้นว่า

“หนูไปสืบมาแล้ว ตอนนี้พี่ๆทุกคนกำลังวิ่งข้ามถนนมาแล้ว ยกเว้นพี่จุนจีคนเดียวที่ติดแฟนคลับมาไม่ได้”

ญาณินกับเนตรสิตางศุ์ดีใจที่คนของตนกำลังมา แต่กรรัมภาลุกพรวดประกาศก้อง

“ไม่ๆๆๆๆ ฉันต้องได้แต่งงาน โลกต้องจารึกชื่อฉันว่า “กรรัมภา หญิงผู้สึกซุปตาร์” หัวเด็ดตีนขาด วันนี้ฉันก็จะแต่งงานกับจุนจีให้ได้” กรรัมภาเด็ดเดี่ยวมาก

ขณะที่จุนจีกำลังถูกแฟนคลับล้อมกรอบเข้ามาทุกทีจนเขาไม่รู้จะหนีไปทางไหนอีก ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งพุ่งแฉลบเข้ามาจอดตรงหน้าเขา กรรัมภาเปิดกระจกรถตะโกนเรียก

“จุนจี!!” จุนจีกระโดดแผล็วขึ้นรถ กรรัมภาตะบึงไปทันที มองพวกแฟนคลับของจุนจีพูดอย่างสะใจว่า “พวกหล่อนไม่มีวันหยุดยั้งงานแต่งของฉันได้หรอกย่ะ”

พวกแฟนคลับเห็นจุนจีถูกฉกไปต่อหน้าต่อตาก็พากันกรี๊ดแทบคลั่ง!

ooooooo

กรรัมภาขับรถพุ่งออกไป จุนจีดีใจมาก แต่พอมองไปนอกรถ เขาถามว่าจะไปไหนงานอยู่ทางโน้น...

“เข้าไปในงานไม่ได้ ก็ไปแต่งที่อื่น” พูดแล้วซิ่งไปราวกับเหาะจนจุนจีร้องเตือนสติ เธอบอกเขาว่า “ต้องไปให้ทันฤกษ์แต่ง”

ที่กรุงเทพฯ ทุกคนรอกรรัมภากับจุนจีอยู่ในห้องจัดงาน ญาณินบอกว่ากรรัมภาหนีไปหาจุนจีและจะไปแต่งกันที่อื่น ที่นี่จึงเหลือเจ้าสาวเพียง 2 คน แต่เจ้าบ่าวยังมาไม่ถึง!

เมื่อได้ฤกษ์ ท่าน ผอ.เขตที่เพิ่งย้ายมาวันแรกก็ได้รับหน้าที่มาเป็นประธานแต่งงานหมู่ที่นี่ ท่าน ผอ.พูดออกตัวว่า

“เจองานสมรสหมู่งานนี้ เจ้าหน้าที่เขาบอกว่างานนี้จะแปลกๆหน่อย ผม...งงครับ...ยังไม่คุ้น เห็นว่ามีเจ้าบ่าวสาม เจ้าสาวสาม อยู่ไหนกันมั่งครับ”

ความวุ่นวายเล็กๆเกิดขึ้น เมื่อณัฐเดชเดินกลางพาญาณินและเนตรสิตางศุ์เข้ามา ตามด้วยสุคนธรสและกรรณา ผอ.เข้าใจผิดว่าสี่สาวสองคู่จะแต่งงานกัน พอประกาศออกไปแขกก็พากันอึ้ง

“เอ่อ...ท่าน ผอ.คะ คือเราสองคนเป็นเจ้าสาวที่กำลังรอเจ้าบ่าวค่ะ” ญาณินชี้แจงเบาๆ

ทันใดนั้น แก๊งเจ้าบ่าวก็โผล่พรวดมาในสภาพหัวฟู เหงื่อท่วม ติณห์กับหมอวรวรรธเดินเข้ามา โดยมีไตรรัตน์ทำหน้าที่ส่งตัวเจ้าบ่าว บรรยากาศจึงค่อยผ่อนคลายลง ที่งานนี้ มีทั้งเจ้าสาวที่เป็นหญิงแท้และเจ้าบ่าวที่เป็นชายทั้งแท่ง!

ooooooo

กรรัมภาขับรถพาจุนจีบ่ายหน้าไปยังชายทะเล พอไปถึงก็เร่งให้จุนจีรีบลงจากรถ จุนจีถามงงๆว่าเราจะไม่แต่งงานกันหรือ

“แต่งสิ มาเร็ว ก็เราแต่งในงานหรูท่ามกลางผู้คนไม่ได้ก็ต้องหาที่เหมาะๆที่เป็นสถานที่ในความทรงจำครั้งเดียวในชีิวิตของเรา หรือคุณไม่อยากแต่งงานกับฉันแล้ว” พอจุนจีบอกว่าอยากใจจะขาดอยู่แล้ว กรรัมภา บอกให้รีบวิ่งตามมาเลย

ทั้งสองถอดรองเท้าวิ่งไปตามชายหาดสวยงามที่มีหน้าผาใหญ่ คลื่นซัดกระจาย มีต้นไม้ใหญ่ทรงสวยแข็งแรง ทั้งสองไปยืนตรงหน้าผา ช่วยกันเด็ดดอกไม้ดอกหญ้าจัดช่อน่ารัก เดินเข้าไปใต้ร่มเงาต้นไม้ มอบดอกไม้ยิ้มให้กัน จุนจีมองหน้ากรรัมภาทำนองว่าจะทำอย่างไรต่อ

“เยส ไอ ดู” กรรัมภาเอ่ย จุนจีพูดตาม “เยส ไอ ดู” แล้วจุนจีก็หยิบแหวนที่เตรียมมาสวมให้กัน เป็นเวลาเดียวกับที่ในกรุงเทพฯก็สวมแหวนให้กันพอดี รวมทั้งไตรรัตน์กับสุคนธรสด้วย จึงเหมือนแต่งพร้อมกันทีเดียว 5 คู่...

คุณแม่ของญาณินและมิรันตีต่างอวยพรให้ลูกของตนมีความสุข คุณหลวงขอให้รีบๆมีลูก ส่วนป้าสุดใจ ขอให้รักกัน เพราะ “ถ้ารัก อะไรๆก็ทนได้หมด แต่เมื่อหมดรัก อะไรๆก็ทนไม่ได้”

“ฝากน้องสาวพี่ด้วยนะตาหนู เมื่อไหร่แกทำให้น้องสาวฉันเสียใจ แกจะเสียใจยิ่งกว่า จำไว้”

“จำสุดใจเลยครับพี่”

“รักนะ เนตรของพี่ น้องเป็นดวงตาดวงใจของพี่จริงๆ แม้ว่าน้องจะแต่งงานไป น้องก็ยังเป็นเช่นนั้นสำหรับพี่เสมอ และตลอดไป”

“พี่ณัฐก็เหมือนกันค่ะ พี่ณัฐเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นพี่ชาย เป็นเพื่อนรักของเนตรตลอดไปค่ะ”

ส่วนพงอินทร์โอบกรรณารับพรจากจารุณีว่า

“ขอให้ทั้งคู่มีความรักให้กันเสมอไปชั่วฟ้าดินสลาย ฉันจะคอยดูแลพวกเธอทั้งสองตลอดไปเหมือนกัน”

“ภรรยาเพื่อนรัก เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะ” พงอินทร์ เพื่อนเก่าที่มาเป็นสามี เอ่ยกับกรรณา เธอตอบทันทีว่า “ได้เลย...สามีเพื่อนรัก ชุบุๆ”

ที่ชายหาด...จุนจีกับกรรัมภาต่างเอาดอกหญ้ามาทำเป็นมงกุฎสวมให้กันอย่างมีความสุขแบบส่วนตั๊ว...ส่วนตัว...

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 25

ระหว่างมีการต่อสู้กันเอาเป็นเอาตายที่สวนสาธารณะนั้น ตำรวจอารักขานายหนึ่งแจ้งณัฐเดชว่า กำลังจะพาผู้การไปขึ้นรถหนีก่อน พูดแล้ววางสายเลยเพราะถูกสมคิดกับกรกฎไล่ล่ามาติดๆ

ตำรวจอารักขาอีกนายติดต่อกับคนขับรถให้รีบเอารถมารับผู้การเร็วๆ

หารู้ไม่ว่า คนขับรถของผู้การถูกสมุนของสมคิดจัดการไปเรียบร้อยแล้ว และพวกมันขึ้นมาสวมรอยเป็นคนขับรถแทน ซ้ำมันยังเอาระเบิดที่บังคับด้วยรีโมตไว้ที่ท้ายรถด้วย!

สมคิด กรกฎ และสมุนที่ปลอมตัวแทรกอยู่ในกลุ่มผู้ร่วมเดินรณรงค์ต้านยาเสพติด ปฏิบัติการกันอย่างเผาขน ยิงตำรวจที่มาอารักขาตายเป็นเบือ ยิงผู้คนที่มาร่วมเดินร่วงระนาว ส่วนที่เหลือวิ่งหนีกันอลหม่าน

นอกจากใช้สมุนปลอมปนเข้ามาและพวกมอเตอร์ไซค์ ที่ซ่อนอยู่ในคอนเทนเนอร์แล้ว พวกมันยังมีนักรบระเบิดพลีชีพอีกสองคนมาปฏิบัติการ แต่คนหนึ่งถูกณัฐเดชรู้ทันยิงตายไปก่อน อีกคนถูกไตรรัตน์แย่งกระเป๋าระเบิดได้และอัดมันสลบ มันหมดสติไปทั้งที่ยังหัวเราะค้างอยู่เพราะเมายา

ณัฐเดชเป็นห่วงผู้การ เมื่อนึกถึงที่เบญจาเคยพูดว่าผู้การกับคนอีกนับไม่ถ้วนต้องตาย โชคดีที่จุนจีใช้ความสามารถด้านการแสดงที่ฝึกปรือมาแย่งรถมอเตอร์ไซค์ของลูกน้องสมคิดได้โฉบมารับณัฐเดช เขาสั่งให้รีบไปที่รถของผู้การทันที

ooooooo

ตำรวจอารักขาพาผู้การกับรองสาโรจน์หนีมาขึ้นรถ แต่พอตำรวจสองนายนั้นกลับไปก็ถูกยิงตาย

“หมวดกิต!ขับเลี้ยวอ้อมสวนสาธารณะไปนะ ผมจะทิ้งลูกน้องกับประชาชนให้ไอ้สมคิดมันฆ่าเหมือนผักปลาไม่ได้ ผมเป็นผู้การ ผมจะเอาตัวเองรอดคนเดียวไม่ได้” ผู้การแสดงภาวะผู้นำอย่างกล้าหาญ

“หึๆๆ!แล้วใครบอกว่าผู้การจะรอด” คนขับรถที่เป็นลูกน้องสมคิดหัวเราะเยาะ

ผู้การจึงรู้ว่าคนขับรถเป็นลูกน้องของสมคิด พร้อมๆกับถูกรองสาโรจน์เอาปืนจ่อ สั่งผู้การให้หุบปากและอยู่เฉยๆ

“นี่คุณร่วมมือกับพวกมันงั้นเหรอ คุณทำไปได้ยังไง! คุณต้องการอะไร?” ผู้การโวยวาย

“ไม่น่าถามโง่ๆเป็นถึงระดับผู้การ แค่นี้ก็อ่านเกมไม่ออกเหรอ ว่าฉันต้องการอะไร แล้วไอ้สมคิดมันต้องการอะไร” รองสาโรจน์เยาะเย้ย

“หึ...ทำไมนะ ระดับความสามารถและสติปัญญาของท่านรองถึงไม่สูงเท่าความอิจฉาตาร้อนที่มีอยู่ ไม่งั้นท่านรองคงได้เป็นผู้การแทนผมไปนานแล้วฮ่ะๆๆ”

รองสาโรจน์หน้าแดงก่ำ  จะเอาด้ามปืนตบหน้าผู้การ ถูกผู้การจับไว้ เลยปล้ำยื้อแย่งกันอยู่เบาะหลัง

“เวรเอ๊ย! เสือกมาฟัดกันในนี้” ลูกน้องสมคิดที่ขับรถอยู่สบถอย่างหัวเสีย

ในที่สุด ผู้การก็สับศอกใส่รองสาโรจน์จนสลบแล้วพุ่งเข้าใส่คนขับรถล็อกคอดึงเบรกมืออย่างแรง รถหมุนคว้างชนมอเตอร์ไซค์ที่จุนจีพาณัฐเดชไล่ตามมาอย่างแรงก่อนพุ่งลงข้างทาง ณัฐเดชกับจุนจีกลิ้งลงจากรถได้ทัน รีบไปช่วยผู้การที่อยู่ในรถ จุนจีให้ณัฐเดชรีบพาผู้การออกไป ทางนี้ตนจัดการเอง

ooooooo

ติณห์กับหมอวรวรรธไล่ตามสมคิดไป สมคิดยิงกระสุนหมดรีบเปลี่ยนกระสุน ณัฐเดชสั่งให้หยุด ก็ถูกสมุนสมคิดยกปืนจะยิง แต่หมอวรวรรธไวกว่าเก็บมันก่อน สมคิดจะยิงติณห์ หมอยิงปืนมันตกมือเลือดสาด แล้วก็จู่โจมรวบตัวมันทันที

ระหว่างนั้นมือถือสมคิดดังขึ้น สมคิดหลอกล่อว่าไหนๆก็จะพาตนส่งโรงพักแล้วขอรับโทรศัพท์สั่งเสียหน่อย สองหนุ่มอนุญาตแต่ให้เปิดสปีกเกอร์โฟน

ลูกน้องโทร.มารายงานว่าผู้การอยู่บนรถแล้ว สมคิดพูดพลางปล่อยรีโมตที่เป็นมือถือเล็กๆไหลจากแขนเสื้อมาอยู่ในฝ่ามือ บอกสองหนุ่มว่านี่คือรีโมตกดระเบิด ถ้าไม่อยากให้ผู้การตายก็ให้วางปืนลง สองหนุ่มจำต้องวางปืนลง สมคิดสะบัดมีดสปริงออกจากแขนเสื้อปักจ่อที่คอติณห์ทันที!

“ไอ้อ่อนหัดเอ๊ย...ป๋าน่ะเจ็บใจตัวเองมากที่เคยพลาดท่าให้พวกแกจับถอนขน เอย...ถอนของ แต่ป๋ายังดวงดีที่ไม่ตาย แต่พวกแก ไม่ดวงดีขนาดนั้น”

วินาทีนั้น ติณห์รวบรวมสมาธิเข้าญาณทันที หมอร้องห้ามสมคิดเข้าไปขวางก็ถูกลูกน้องคนหนึ่งของสมคิดยิงเข้าสีข้างล้มลง มันจะยิงซ้ำ ถูกหมอกระโดดเข้าต่อย อัดจนมันสลบไป แต่หมอเองก็นอนเจ็บและเสียเลือดมาก

หมอสมคิดกดรีโมต แล้วหันมากดมีดจ่อคอติณห์อยู่แทงลงไปจนมิดด้าม!

รถของผู้การถูกระเบิดไฟลุกท่วม ดีที่ณัฐเดชตะโกนให้จุนจีหลบออกมาทัน แล้วกดผู้การหมอบราบหลบสะเก็ดระเบิด ทั้งสองนอนดูรถที่ถูกระเบิดไฟลุกท่วมตะลึง!

ส่วนกรกฎอยู่ที่สวนสาธารณะ ถูกพงอินทร์กระโดดอัดแต่กลับเด้งออกมาเจ็บเอง ไตรรัตน์เข้าไปช่วย เลยถูกมันอัดจนน่วมไปทั้งสองคน...แต่ในที่สุดกรกฎก็ถูกไตรรัตน์ใช้เชือกทำเป็นบ่วงเข้ารัดขามัดไว้แล้วลากไปผูกห้อยหัวกับกิ่งไม้ รอตำรวจมาเอาตัวไป

ooooooo

สมคิดระเบิดหัวเราะออกมาอย่างผู้ชนะ คิดว่าตัวเองระเบิดรถผู้การและกำจัดพวกติณห์ได้ราบคาบแล้ว พลันก็ชะงักเมื่อรู้สึกว่าติณห์ที่ตนเอามีดปักคอตายไปแล้วเหมือนจะหายไปทั้งที่ร่างยังอยู่

มันเพิ่งจะรู้ว่าติณห์ถอดจิตใจได้ เมื่อติณห์จิตโปร่งใสของติณห์บอกมันว่า “แกไม่ชนะหรอกสมคิด!”

สมคิดยกมีดหมายทำลายกายหยาบของติณห์ จิตติณห์เข้าร่างทันที จับมือสมคิดตรึงไว้ ทั้งสองสู้กันด้วยกำลัง ติณห์พลาดถูกอัดล้มลง สมคิดวิ่งหนีถูกหมอที่บาดเจ็บหนักขัดขาล้ม สมคิดพุ่งเข้าปล้ำจับหมอที่บาดเจ็บเหวี่ยงไปแล้วรีบวิ่งหนี

แต่มันไปไม่รอด ถูกตำรวจล้อมและจับตัวไปในที่สุด ติณห์ประคองหมอลุกขึ้นดูสมคิดที่ถูกคุมตัวขึ้นรถตำรวจไป

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ทั้ง 6 หนุ่มและ 5 สาว ก็กลับมา เพราะ 5 สาวบอบช้ำน้อยกว่าจึงต่างดูแลหนุ่มของตัวเอง

กรรณาพาพงอินทร์มาที่บ้านเวียงทับ แม้จะห่วงใยแต่ก็ไว้ฟอร์มทำเป็นไม่แยแส แต่พอพงอินทร์อ้อนทำเป็นเจ็บสาหัสก็ตกใจดูแลอย่างดี กระนั้นก็ยังพูดอย่างไว้ฟอร์มว่าที่ดูแลเพราะยังไม่ได้รับค่าจ้างสองเท่าที่เขาจ้างบริษัทสืบคดีการตายของพิมอร

พงอินทร์ง้อจนเหนื่อย กรรณาก็ยังเล่นตัว เลยพูดอย่างหมดความอดทนว่า เธอเล่นตัวเกินงามไปแล้ว กรรณางอน คว้ากระเป๋ากลับ พงอินทร์ยืนมองอย่างอ่อนใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรให้เธอเลิกมีทิฐิเสียที

ส่วนณัฐเดช กลับมาคราวนี้เขาได้เห็นถึงธาตุแท้ของสุพิชชา เมื่อเธอคิดว่าเนตรสิตางศุ์ตายแล้วก็หันไปคว้าหมอวรวรรธ พร่ำรำพันว่าตนยอมทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่กับหมอ ทำให้ณัฐเดชรู้ว่าที่ผ่านมาตัวเองถูกหลอกใช้เท่านั้น สุพิชชาไม่ได้มีเขาอยู่ในใจเลยแม้เท่ากระผีกริ้น!

ณัฐเดชจำต้องจับสุพิชชาข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับสำนักเบญจาและบงการฆ่าเนตรสิตางศุ์ ทำให้สุพิชชาคลั่งขึ้นมาพุ่งเข้าจะฆ่าเนตรสิตางศุ์ให้ได้ เมื่อถูกณัฐเดชกันไว้ก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง จนในที่สุดเส้นเลือดในสมองแตกเป็นอัมพฤกษ์

ooooooo

เบญจาถูกนำตัวเข้าโรงพยาบาล ในสภาพที่หมอ บอกว่าเธออยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ อวัยวะภายในบอบช้ำมาก แต่หมอก็ขอตรวจอาการละเอียดอีกครั้ง

หลังจากหมอเข้าไปตรวจอาการและทำอะไรบางอย่างครู่เดียว เบญจาก็ค่อยๆรู้สึกตัว พวกติณห์ที่ยืนลุ้นอยู่ข้างนอกพากันดีใจ จนเห็นเบญจามองมาทางติณห์ ญาณินเดาใจว่าเธอคงอยากให้ติณห์เข้าไปเยี่ยม บอกให้ติณห์เข้าไป

เมื่อติณห์เข้าไป เบญจาพยายามพูดทั้งที่อาการยังหนัก เธอขอโทษติณห์ขอเขาอย่าโกรธอย่าเกลียดตนเลย

แม้ติณห์จะเคยโกรธเกลียด แต่ก็ตัดใจอโหสิเพื่อให้เธอได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นคนใหม่เป็นเด็กสาวที่มีอนาคต

“ขอบคุณ ขอบคุณมากค่ะพี่ติณห์ แต่หนู...ไม่มี... โอกาส...จะได้ออกไปหรอก ชะตากรรมของหนูถูกลิขิตเอา ไว้แล้วค่ะพี่ติณห์ แต่ก่อนที่หนูจะชดใช้กรรมที่ตัวเองได้ ทำไว้กับพี่ กับครอบครัวของพี่กับพี่ญาณินคนที่พี่รัก หนูอยากจะให้พี่รู้เอาไว้ว่าความรักที่หนูมีให้พี่ มันไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำ แต่มันเป็นความรักที่แท้จริง”

ติณห์อึ้งไปกับคำสารภาพรักครั้งแรกของเบญจาที่เธอยังประทับใจไม่มีวันลืม

ส่วนสุพิชชาที่ยังจมอยู่ในวังก์ตัณหาริษยาทิฐิ ยังคุมแค้นอาฆาต เมื่อไม่อาจเอาชนะใครได้และตัวเองก็กลายเป็นอัมพฤกษ์ เธอขอตายดีกว่าที่จะอยู่อย่างผู้แพ้

ณัฐเดชและเนตรสิตางศุ์ที่ตกเป็นเหยื่อของสุพิชชาตลอดมา ต่างให้อภัย อโหสิ แต่สุพิชชาไม่ต้องการ ไล่ทุกคนไปให้พ้นไม่ต้องกลับมาเห็นหน้าตาน่าเกลียดของตนอีก

“หน้าตาน่าเกลียด ยังดีกว่าจิตใจน่าเกลียดนะพีช แต่ไม่ว่าพีชจะทำอะไรลงไป พี่มั่นใจว่า พี่กับน้องสาวของพี่และวรวรรธ เราทุกคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและคิดเหมือนกันคือ พวกเราจะไม่ถือโทษโกรธเคืองพีช...และจะถือว่าพีชเป็นเพื่อนร่วมโลก ร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกัน พีชป่วยทั้งกายใจ พีชไม่เมตตาแม้กระทั่งกับตัวเอง คนอย่างพีช พวกเราเกลียดไม่ลงหรอก”

สุพิชชานิ่งอึ้งน้ำตาทะลักไม่รู้ตัว...

คืนนี้ เธอนอนมองแหวนที่ณัฐเดชถอดวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง บอกถึงการตัดเยื่อใยส่วนตัว เธอนึกย้อนไปถึงวันที่ต่างมอบแหวนให้กัน พึมพำอย่างใจหาย

“อนิจจา โอกาสที่จะมีความสุข เคยอยู่แค่เอื้อมมือ แต่ฉันกลับโยนทิ้งไป และโอกาสอย่างนี้...ที่จะมีคนที่รักฉันจริงๆอย่างไร้เงื่อนไขใดๆคงไม่กลับมาอีกแล้ว...”

สุพิชชาได้แต่นอนน้ำตาไหล เสียใจกับสิ่งที่ตนทำ เสียดายสิ่งดีๆที่ไม่มีวันกลับคืนมาอีกแล้ว...

ooooooo

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ กรรัมภาอยู่กับปาร์คจุนจีอย่างมีความสุข ช่วยกันทำอาหารเช้า หยอกเล่นกันจนแพนเค้กไหม้

ระหว่างกำลังมีความสุขกันนั่นเอง ลีจองกุ๊กมาอีกแล้ว! แต่คราวนี้มาอย่างทรุดโทรมหน้าตาหมองคล้ำ เพราะกลุ้มจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ลีจองกุ๊กมาเพื่ออ้อนวอนจุนจีให้กลับไปทำงาน ร่ายยาวแผนงานที่ค้างอยู่ให้จุนจีฟังว่า

“ตอนนี้มีคอนเสิร์ตใหญ่ของค่ายรออยู่ที่เกาหลีมีละคร 2 เรื่อง มีโฆษณาอีก 5 ตัว มีหนังร่วมทุนกับญี่ปุ่นอีกเรื่อง แล้วก็มีอัลบั้มเพลงชุดใหม่ที่รอให้นายเข้าห้องอัดอีก ทุกอย่างคือชีวิตของนายทั้งนั้น ถ้าฉันลุกแล้วเดินออกจากที่นี่ไป ยอมให้นายทำตามใจตัวเองอย่างที่แล้วๆมาอีก ฉันจะเป็นผู้จัดการที่ไม่เอาไหน ฉันทำลายอนาคตของนาย ทำให้ชีวิตซุปเปอร์สตาร์ของปาร์คจุนจีต้องปิดฉากลง ฉันจะไม่ทำอย่างนั้น ไม่ทำอีก ฉันต้องพานายกลับไปเกาหลีให้ได้”

“นายกำลังบีบบังคับฉันเหรอ จองกุ๊ก!” จุนจีเสียงแข็ง

“จุนจีคะ อย่าไปว่าคุณจองกุ๊กเลย คุณจองกุ๊กทำ หน้าที่ได้ถูกแล้ว คุณควรกลับไปเป็นปาร์คจุนจี กลับไปในที่ที่คุณจากมา แฟนคลับทุกคนที่รักคุณกำลังรอคุณอยู่” กรรัมภาเอ่ยขึ้น

ทันใดนั้น มีเสียงแฟนคลับมาร้องเรียกจุนจีอยู่หน้าบ้านเซ็งแซ่ บ้างตะโกน “จุน-เป้ยเป็นเรื่องจริงๆ” ก๊องทนไม่ไหวโผล่ไปตะโกนว่า “ของจริงต้อง จุน-แก้มครับ”

เป้ยสะอึกออกมาตะโกนว่า “ไม่จริง...ไม่จริง!ไม่จริง!!”

กรรณาหันพูดกับจุนจีเป็นการเป็นงานว่า

“ชีวิตซุปเปอร์สตาร์ของคุณนี่มันยุ่งยากจริงๆ เลยนะ มีแต่ข่าวโน่นข่าวนี่เต็มไปหมด แล้วคุณก็ปล่อยให้มันเป็นข่าวต่อไป ไม่คิดที่จะทำอะไรเลย แต่กับเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ คุณกลับต้องหลบๆ ซ่อนๆมัน โดยเฉพาะเรื่องที่คุณรักใคร ฉันว่ามันไม่แฟร์กับเพื่อนฉัน”

“พอเถอะน่า แกอย่าพูดมากได้ไหมยัยกรรณ” กรรัมภาเบรกเพื่อน

“แกนั่นแหละหยุดพูดยัยติ่งเกาหลี นี่ถ้าแกกำลังคิดว่าตัวเองฝันอยู่ก็ตื่นได้แล้ว ตื่นทั้งแกตื่นทั้งคุณจุนจี วิธีที่จะหลบอยู่แต่ในนี้มันช่วยอะไรไม่ได้หรอก คุณต้องออกไปเผชิญกับความจริง!”

จุนจีหันเดินออกไปทันที ลีจองกุ๊กรีบตามออกไปอย่างตื่นเต้นไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

จุนจีออกไปพบแฟนคลับ เป้ยดี๊ด๊ามาบอกว่าละครของเราครองเรตติ้งอันดับหนึ่งมาตลอด จุนจีแสดงความยินดีที่ได้ร่วมงานกับเธอ เป้ยยิ่งระริกระรี่ราวกระดี่ได้น้ำ

จุนจีขอป้ายไฟ “เป้ย-จุนจี” จากแฟนคลับไปถือ ชูขึ้นเอ่ยกับแฟนคลับว่า

“น่าปลื้มนะครับที่แฟนคลับอินกับการแสดงของเราทั้งคู่ อยากเห็นเราทั้งคู่เป็นแฟนกัน ทั้งๆที่จริงๆแล้ว เราทั้งคู่เป็นแค่ผู้ร่วมงานกัน ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ผมยืนยันตรงนี้เลยครับ ว่าคุณเป้ยไม่ได้ชอบผม และผมก็ไม่ได้ชอบคุณเป้ยเกินกว่าเพื่อนร่วมงานเลย”

เป้ยหน้าแตกยับเยิน เมื่อออกมาขึ้นรถกลับ ก็คำรามทั้งหงุดหงิดทั้งแค้นใจที่ถูกจุนจีฉีกหน้า เลือกรายชื่อเสี่ยที่เข้ามาจ่อคิวเพื่อเอามาปล่อยข่าวกู้หน้าตัวเอง พอเลือกได้เป็นเจ้าสัวค่ายเทปก็ยกมือถือโทร.ออกทันที

“ฮัลโหล...เจ้าสัวเหรอคะ ยังรอนัดของเป้ยอยู่รึเปล่าคะ...”

ooooooo

ปาร์คจุนจีตัดสินใจกลับเกาหลีไปกับลีจองกุ๊ก กรรณาไม่พอใจถามว่าเขากำจัดเป้ยไปจากชีวิต แล้วเพื่อนตนล่ะ!

จุนจีไม่ตอบแต่จูงมือกรรัมภาเข้าไปในห้องขอบคุณที่เธอทำให้ตนได้รู้ว่าความรักมีค่าขนาดไหน ทำให้ตนเข้าใจกับคุณย่าและได้สัมผัสกับความรักที่ท่านมีให้ตน และที่มากกว่านั้นคือ “ความรักที่คุณมีให้ผมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน” กรรัมภาถามว่าพูดอย่างนี้หมายความว่าเขากำลังบอกลาตนใช่ไหม จุนจีพยักหน้าน้ำตาแทบร่วงบอกว่า “ผมจำเป็นต้องกลับ”

“ฉันเข้าใจคุณค่ะ ฉันเองก็อยากให้คุณกลับไป คุณดูดีที่สุดเมื่ออยู่บนเวที เมื่ออยู่ในทีวี เมื่ออยู่ในที่ที่พวกเราแฟนคลับเอื้อมไม่ถึง นั่นแหละเป็นที่ของคุณ”

จุนจีบอกว่าเรื่องระหว่างเรา ตนจริงใจ และขอให้กรรัมภาสัมผัสตน เพื่อจะได้เห็นสิ่งที่อยู่ในใจ ตนยินดีที่จะเปิดเผยทุกอย่างที่เป็นตัวตนของปาร์คจุนจีกับเธอคนเดียว

เมื่อกรรัมภาใช้สองมือประคองหน้าจุนจี เธอได้พบความจริงว่าจุนจีจดจำเธอไว้ในใจนับแต่วินาทีแรกที่ได้พบกันที่สนามบิน...ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างอยู่ด้วยกันล้วนตราตรึงอยู่ในหัวใจของจุนจีอย่างลึกซึ้ง...

เมื่อปล่อยมือที่ประคองหน้าจุนจี กรรัมภาบอกเขาด้วยความซาบซึ้งจริงใจว่า

“แก้มรู้แล้วว่า จุนจีจริงใจกับแก้ม ถึงจุนจีจะอยู่กับแก้มไม่ได้ แต่ครั้งหนึ่งในชีวิตที่แก้มได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับจุนจีแก้มก็มีความสุขแล้ว อย่าห่วงแก้มเลยนะจุนจี กลับไปมีชีวิตของคุณเถอะ ขอให้คุณรู้ว่า ทุกเวลาทุกนาทีของคุณ มีแก้มคอยเฝ้าดูอยู่”

จุนจีกอดกรรัมภาเป็นครั้งสุดท้าย และเมื่อนั่งรถจากไป น้ำตาของซุปเปอร์สตาร์ก็หยดไหลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

กรรัมภาเองก็กลับมาร้องไห้ จนป้าออกับก๊องต้องเฝ้าปลอบโยนให้กำลังใจไม่ห่าง...

ooooooo

ณัฐเดชกับหมอวรวรรธถูกเรียกตัวกลับเข้ารับราชการตามเดิม และภารกิจแรกที่ได้รับทำร่วมกันคือ พาสมคิดไปเยี่ยมเบญจาที่โรงพยาบาล

ติณห์ ญาณิน ไตรรัตน์และสุคนธรสได้ข่าวสมคิดจะมาเยี่ยมเบญจาจึงมายืนรอดูอยู่หน้าห้องไอซียู ไม่นานณัฐเดชกับหมอวรวรรธและตำรวจจำนวนหนึ่งก็เดินนำสมคิดตรงมา ณัฐเดชกับหมอยืนรอที่หน้าห้องปล่อยให้สมคิดเข้าไปเยี่ยมเบญจาคนเดียว พอเข้าไปที่เตียงสมคิดเห็นกรรไกรปากแหลมวางอยู่ก็แอบหยิบมาไขกุญแจมือแล้วทำเป็นปกติตามเดิม

เบญจานอนหลับอยู่ สมคิดเข้าไปก็ก้มพูดเบาๆ แต่เสียงลอดไรฟันเหี้ยมว่า

“เบญจา...เบญจา...ได้ยินที่ฉันเรียกไหม แกจะมามัวนอนเป็นอีนังขี้แพ้แบบนี้ไม่ได้ ลุกขึ้นมาสู้ ได้ยินไหมลุกขึ้นมา!”

เบญจาลืมตาขึ้นเห็นสมคิดก็ดีใจว่าพ่อมาเยี่ยมพยายามหว่านล้อมให้พ่ออย่าสร้างกรรมให้ใครอีกเลยยอมรับโทษที่ก่อไว้เสียเถิด ถูกสมคิดด่าว่าลูกเนรคุณ! เมื่อเบญจาไม่เล่นด้วยก็ประกาศจะสู้คนเดียวและจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งให้ได้!

สมคิดเดินออกมาจะกลับ หมอวรวรรธขอเช็กกุญแจมือ ปรากฏว่ากุญแจมือร่วงทันที พริบตานั้นสมคิดคว้าพยาบาลที่ยืนอยู่เอากรรไกรจ่อคอเป็นตัวประกันสั่งเปิดทางให้ตนหนี ติณห์พุ่งเข้าชาร์จดึงพยาบาลออกมาได้ ไตรรัตน์และณัฐเดชเข้าไปช่วยจับสมคิดล็อกไว้ เบญจากัดฟันพาตัวเองออกมาอ้อนวอนสมคิดให้พอได้แล้ว
สมคิดบอกว่าจะไปตามอาจารย์ของเบญจามาช่วยเธอ เบญจาบอกว่าตนไม่มีใครเหลือแล้ว เพราะตนต้องการความยิ่งใหญ่จึงฆ่าอาจารย์เหล่านั้นตายหมด สำนึกว่าตนพลาดจึงได้รับในสิ่งที่เป็นอยู่นี้ บอกสมคิดว่า

“เวรกรรมทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากการกระทำของพ่อ หนูขอรับไว้เองคนเดียวทั้งหมด เอิ๊ก...พ่อ...ขอให้หนู...เป็นคนสุดท้ายที่ต้อง...รับ...กรรม...” สิ้นเสียงเบญจาก็แน่นิ่งไป ญาณินถลาเข้าไปดูบอกทุกคนอย่างสลดใจว่า เบญจาไม่หายใจแล้ว...

“เบญจา...ไม่...เบญจา...พ่อรักลูก ลูกคือความหวังเดียวของพ่อ ไม่มีลูกแล้วพ่อจะกลับมายิ่งใหญ่ได้ยังไง... หมดแล้ว...ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ลูก...ลูก...อย่าทิ้งพ่อไป” สมคิดร่ำไห้คร่ำครวญอย่างหมดสิ้นทุกอย่างในชีวิตไปแล้ว...

ooooooo

ตอนที่ 24

6 หนุ่มสะบักสะบอมมอมแมมกลับมาที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ รู้สึกเงียบผิดปกติ ณัฐเดชฉุกคิดทันทีว่าสมคิดหลอกพวกตนออกไปเพื่อมาตลบหลังที่บริษัท

ทุกคนร้อนใจไม่รู้ว่าห้าสาวหายไปไหน โทร.ก็ไม่รับสายหรือไม่ก็ไม่มีสัญญาณ ติณห์ถือปืนถีบประตูเข้าไปก่อนเพื่อน ทุกคนบุกเข้าไปมาดใครมาดมัน แต่พอเข้าไปถึงกลางบ้านก็หันหลังชนกันพร้อมสู้!

ป้าออวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกว่า ตนพยายามติดต่อพวกเขา แต่ติดต่อไม่ได้เลยไปนั่งไหว้พระสวดมนต์

“เกิดอะไรขึ้นครับ ทุกคนหายไปไหนกันหมด” ติณห์ร้อนใจ

“คุณสุพิชชาเอาตัวหนูเนตรไปค่ะ”

ทุกคนตกใจ ป้าออเล่ารายละเอียดให้ฟังแล้วบอกว่า เมื่อสุพิชชาพาเนตรสิตางศุ์ไป และอีกสี่สาวขับรถไล่ตามไปแล้ว ตนก็ไม่รู้เรื่องอะไรอีกเลย เร่งพวกหนุ่มๆให้รีบไปช่วยพวกเธอ

ณัฐเดชกับหมอวรวรรธพุ่งแยกกันออกไปทันที พลันทุกคนก็ตกใจเมื่อกรอบรูปของ 5 สาวที่แขวนอยู่จู่ๆก็ตกลงมา กระจกแตกละเอียด!

ทุกคนหน้าเสียกับลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนี้

ติณห์เข้าห้องพระไปนั่งสมาธิ นั่งอยู่นานมาก จุนจีรอจนหงุดหงิด ถามว่าติณห์มีซิกซ์เซ้นส์ด้วยหรือ ส่วนไตรรัตน์ก็ให้กำลังใจเพื่อนๆว่า สุคนธรสไม่มีวันทิ้งเพื่อนแน่

“ผมจะไม่รอแล้ว!!” พงอินทร์ทนไม่ไหวโพล่งขึ้น ไตรรัตน์ถามว่าจะไปไหน “ไปตามหา ไปทำอะไรก็ได้ที่มันมีประโยชน์กว่านั่งรอเฉยๆ”

“จะไปตามที่ไหน สำนักของเบญจาเหรอ? รู้เหรอว่าอยู่ไหน? พวกเราไม่รู้ ไม่มีเบาะแสอะไรสักอย่างที่จะตามไปได้เลย ออกไปสุ่มหาก็เสียเวลาเปล่า พวกนายก็รู้ดี สิ่งที่เราทำได้คือเชื่อมั่นในตัวไอ้ฝรั่ง หรือไม่ก็ช่วยกันภาวนาให้ผู้กองกับไอ้หมอเค้นความจริงจากสุพิชชาให้ได้” ไตรรัตน์พูดอย่างมีเหตุผล เป็นการเป็นงาน จนพงอินทร์สงบลง

ooooooo

สุพิชชาขับรถกลับบ้าน เธอชะงักเมื่อเห็นณัฐเดชกับหมอวรวรรธรออยู่หน้าบ้าน

ทันทีที่เธอจอดรถ หมอเข้าไปกระชากประตูรถแต่เปิดไม่ออกเพราะเธอล็อกไว้

“คุณเอาคุณเนตรไปไหน หา!! คุณคิดจะทำอะไรบอกมา!!” หมอตะโกนอย่างโกรธจัด

“พีช...มีคนบอกว่าพีชพายัยเนตรขึ้นรถออกไป จริงหรือเปล่า” ณัฐเดชพูดอ่อนโยนทั้งที่ร้อนใจ

“ไม่นะ พีชไม่รู้เรื่อง” เธอทำหน้าตายตามเคย ไม่ว่าสองหนุ่มจะใช้ทั้งการคาดคั้นหรือหว่านล้อม เธอก็ยืนยันคำเดียวว่าไม่รู้เรื่อง แต่พอณัฐเดชเห็นหมออารมณ์ขึ้นคว้าหินก้อนใหญ่จะทุ่มกระจกรถ ก็ร้องปรามทั้งยังปกป้องสุพิชชา ไล่หมอให้ไปอยู่ห่างๆ ตนจะคุยกับเธอเอง

“ถ้าพี่ณัฐทำไม่ได้ ผมจะทำเอง แล้วถ้าพี่ยังมาขวางผมอีก รับรอง วันนี้จะเป็นครั้งแรกที่ผมจะไม่ยอมพี่!”

ความคับแค้นของหมอวรวรรธ สะใจสุพิชชายิ่งนัก!

ooooooo

ส่วนสี่สาวกับก๊องและกุมาริกายังอยู่ที่โรงพยาบาลร้าง ทุกคนร้อนใจเป็นห่วงเนตรสิตางศุ์ไม่รู้ว่าเธออยู่ตรงไหน ซ้ำยังถูกวิญญาณในโรงพยาบาลป่วนจนหัวปั่น ทั้งส่งเสียงหวีดร้อง เข็นอุปกรณ์การแพทย์มากีดขวางกลั่นแกล้งสุดแท้แต่จะทำ

สุคนธรสเอาขวดน้ำหอมจากในย่ามออกมาพนมมือท่องคาถาเป่าพ่วงแล้วฉีดออกไป ทำให้วิญญาณต่างๆผงะ เสาน้ำเกลือและอื่นๆ ที่มากีดขวางหยุดกึก เพราะบรรดาผีเหล่านั้นก็ถอยไปกันหมด

“เราสัญญาว่าจะช่วยปลดปล่อยให้พวกคุณได้ไปสู่ที่ที่ดีกว่านี้ ได้โปรดอย่าขัดขวางเราเลย” ญาณินบอกกล่าวกับบรรดาผีเหล่านั้น

“แล้วถ้าจะให้ดี ช่วยบอกให้เรารู้ด้วยว่าตอนนี้เพื่อนของเราอยู่ที่ไหน ไป กรรณ แก้ม รีบไปช่วยยัยเนตร” สุคนธรสสั่งการ แต่พอทั้งสองขยับก็ถูกผีนายลาภมายืนประกบ จับกรรณาเหวี่ยงไปยังอีกห้องกระแทกพื้นถึงกับกระอัก

สุคนธรสโมโหจะเข้าลุย ถูกผีนายลาภขู่ว่า ไม่มีใครไปจากที่นี่ได้ ญาณินบอกเพื่อนๆว่า ผีนายลาภควบคุมที่นี่อยู่ ถ้าไม่จัดการมันก่อนก็ไม่มีทางจะหาเนตรสิตางศุ์ได้เจอ

สุคนธรสหวังใช้อาคมของขลังต่อสู้กับวิญญาณที่มาป่วน แต่พอใช้ก็กลับทำให้วิญญาณคลุ้มคลั่งเดือดดาลและกลั่นแกล้งหนักขึ้น ญาณินเสนอว่าให้แผ่เมตตา...แล้วเริ่มนำขึ้นก่อน สุคนธรสจำต้องทำตาม

ได้ผล! บรรดาวิญญาณเหล่านั้นสงบลง แม้แต่ผีนายลาภก็อ่อนแรงจนกระทั่งคุกเข่าลง แต่ยังไม่ปล่อยมีดที่ถืออยู่

“พวกแกทำอะไรฉัน” ผีนายลาภถามเสียงระโหย

“บุญกุศลใดๆ ที่พวกเราบำเพ็ญมาด้วยกาย วาจา จิต ตั้งแต่เล็กจนปัจจุบัน เราขออุทิศให้กับพวกท่านทั้งหลายเป็นผู้มีส่วนร่วม ขอให้พวกท่านจงอนุโมทนาบุญกับเรา แล้วไปเกิดดีถึงสุขเสีย”

ฉับพลันนั้น เสาน้ำเกลือที่เลื่อน ลอย พุ่งเข้ามาก็ล้มตึงๆๆๆ ระนาบระนาว เหล่าวิญญาณได้รับการปลดปล่อยล่องลอยหายไป แต่ผีนายลาภยังอยู่ แม้จะอ่อนระโหยแต่ก็ยังพูดแข็งกร้าวว่า

“ฉัน...ฉันเกลียดพวกแก ฉันไปจากที่นี่ไม่ได้ถ้าพวกแกยังมีชีวิตอยู่” สุคนธรสถามว่ามีใครบางคนบังคับให้เขาทำกับพวกตนใช่ไหม “ฉันไม่รู้...แต่...แต่มันเหมือนกับว่า ถ้าพวกแกไม่ตาย ฉันจะไม่มีวันไปไหนได้”

“คุณไปได้...คุณแค่หยุดความอาฆาต อย่าให้ความแค้นใดๆมาเป็นบ่วงผูกมัดตัวคุณเอง แค่คุณตั้งจิตให้มั่นถึงที่ที่คุณอยากไป ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้” ญาณินชี้ทาง

“พวกเราจะช่วยนำทางให้คุณเอง” เนตรสิตางศุ์เอ่ยขึ้น ทุกคนหันมองด้วยความดีใจที่เธอกลับมา เธอยังพูดกับผีนายลาภต่อไปว่า “เรารู้ว่าคุณไม่ได้อยากทำอย่างนี้ ไปเถอะค่ะ พวกเราไม่มีใครโกรธแค้นคุณ เราอโหสิกรรมให้”

เนตรสิตางศุ์พูดจบ ทั้ง 5 สาวก็ช่วยกันตั้งจิตแผ่เมตตา ผีนายลาภค่อยๆสงบลง...สงบลง...แล้วพื้นที่ตรงหน้าผีนายลาภก็หมุนๆๆเหมือนน้ำวน แล้วร่างสีแดง 4 ร่างก็ผุดขึ้นจากพื้นพาผีนายลาภหายลงไปใต้พื้นดิน แล้วพื้นก็กลับสมานสนิทเหมือนเดิม...

ส่งผีนายลาภแล้ว 4 สาวก็หันมาถามไถ่เนตรสิตางศุ์อย่างห่วงใย เธอบอกว่าเกือบตายแต่ก็ยังไหว

“รีบไปเถอะ ฉันอยากไปทำบุญให้กับดวงวิญญาณที่เสียชีวิตที่นี่ ฉันเห็นทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์ ฉันสงสารพวกเขา” กรรัมภาเอ่ยอย่างสะเทือนใจ

ขณะ 5 สาวกำลังดีใจที่ได้พบกันนั่นเอง เบญจา สมคิด และกรกฎก็ปรากฏตัวขึ้น! ทั้ง 5 สาวตึงเครียดขึ้นทันที!

จิตของเบญจาไปข้างหลังของ 5 สาว ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกุมศีรษะสุคนธรสและญาณินอย่างแรงแล้วท่องอาคม สองสาวโดนอาคม ตาเหลือก ตัวสั่น และร่วงหมดสติไปกับพื้น!

กรรัมภา กรรณา และเนตรสิตางศุ์ตกตะลึง กุมาริกาผงะแล้วหายแว้บไปทันที

ooooooo

ติณห์นั่งสมาธิ...จิตด่ำลึกไปในความเวิ้งว้าง ว่างเปล่าขาวโพลน กำลังตามหาใครบางคนอยู่ เมื่อไปถึงปลายทาง ก็พบกับกำนันพงษ์นั่งสมาธิอยู่

กำนันพงษ์รับรู้จุดประสงค์การมาของติณห์ ชิงพูดขึ้นก่อนว่า “ฉันช่วยอะไรไม่ได้”

“ไม่จริง!! ทำไม...คุณเป็นถึงกำนันพงษ์ อดีตผู้ที่เชี่ยวชาญคาถาอาคมยิ่งกว่าหมอสมคิด คุณต้องพอมีวิธีที่จะช่วยผมตามหาพวกคุณณินได้...แล้วที่ผมสามารถมาเจอคุณได้อย่างนี้ ส่วนหนึ่งต้องเป็นเพราะคุณก็อยากเจอผมด้วยใช่ไหม”

กำนันพงษ์บอกติณห์ว่า เขาเข้าใจถูกแล้วแต่ตนก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดีเพราะ “ฉันรู้เท่าที่ฉันควรรู้”

ติณห์ยังพยายามหว่านล้อมว่ากำนันพงษ์ต้องรู้อะไรมากกว่าตน ต้องชี้แนะอะไรตนได้ เวลานี้ทั้งญาณินและเพื่อนกำลังตกอยู่ในอันตราย ย้ำกับกำนันพงษ์ว่า

“ถ้าไม่มีห้าสาวซิกซ์เซ้นส์ก็จะไม่มีใครต่อกรกับหมอสมคิดและเบญจาได้ คุณต้องช่วยผม ไม่มีใครที่ผมจะพึ่งได้แล้วนอกจากคุณ”

กำนันพงษ์บอกว่า เหตุนี้มืดสนิท บอกให้เขาปล่อยวาง อย่าเอาใจผูกติดและยึดเหนี่ยว ไม่มีอยู่ ไม่มีตาย ไม่มีสิ่งใดเป็นจริง ติณห์ปฏิเสธจะไม่ปล่อยวาง จะช่วยญาณินให้ได้ ต่อให้ต้องตายตนก็จะทำ

“ตราบใดที่คุณยังเห็นเงาตัวเองในกระจก คุณยังไม่เข้าใจ” ติณห์ฟังแล้วหงุดหงิดขอให้กำนันพูดให้ชัดเจนกว่านี้ได้ไหม “สิ่งที่ฉันรู้ ฉันพูดชัดเจนแล้ว ที่เหลืออยู่ที่คุณจะมองเห็นมันได้ทะลุปรุโปร่งแค่ไหน” พูดแล้วกำนันพงษ์ก็หายไป

“เดี๋ยว  ผมไม่เข้าใจ...กำนันพงษ์...กำนันพงษ์...” ติณห์ร้องเรียกอย่างร้อนใจ แต่พอลืมตาก็ผงะ เมื่อป้าออมาถามว่า

“เป็นไงบ้างคะคุณติณห์ ได้เรื่องอะไรบ้างไหม”

ติณห์นิ่งอึ้งยังสับสน ร้อนรน ไม่มีคำตอบใดๆ

ooooooo

พงอินทร์ไปติดต่อขอดูภาพซีซีทีวีของตำรวจ กลับมาเล่าเซ็งๆ สรุปได้ว่ากล้องในจุดที่จะใช้เป็นหลักฐานได้นั้นเสียหมด

ไตรรัตน์เชื่อว่านั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นการจงใจทำให้กล้องใช้งานไม่ได้ของคนบางคน ติณห์ฟันธงว่าคือเบญจา

ติณห์ยืนยันเด็ดเดี่ยวว่าไม่ว่ากำนันพงษ์จะพูดอย่างไร ตนก็จะไม่ทอดทิ้งห้าสาวเด็ดขาด ต่อให้รู้แน่ว่าต้องแพ้ตนก็ยอมดีกว่าจะต้องมีชีวิตอยู่ในสังคมที่ถูกครอบงำด้วยพ่อมดหมอผี ตายเพื่อปกป้องความดี ดีกว่ามีชีวิตอยู่ด้วยการสูบเลือดเนื้อเพื่อนมนุษย์เหมือนพวกมัน!

ขณะที่ทุกคนกำลังฮึกเหิมจะเข้าไปช่วย 5 สาวนั่นเอง กุมาริกาก็พรวดเข้ามาบอกอย่างตระหนกว่า

“พวกเจ๊ๆ กำลังจะตายแล้ว รีบไปช่วยเร็ว!!”

ณัฐเดชกับหมอวรวรรธยังเค้นสุพิชชาว่าเอาเนตรสิตางศุ์ไปไว้ที่ไหน สุพิชชาก็ยังปากแข็งว่าไม่รู้อยู่ดี จนณัฐเดชทนไม่ได้ มองเธออย่างขยะแขยง เจ็บปวด ก็พอดีหมอได้รับโทรศัพท์จากติณห์

“ว่าไง...จริงเหรอ!! ที่ไหน!! ได้ผมจะรีบตามไป”หมอวางสายแล้วบอกณัฐเดช “ติณห์รู้ที่อยู่ของพวกสาวๆ แล้ว”

สองหนุ่มวิ่งไปขึ้นรถขับออกไปทันที สุพิชชามองอึ้ง พึมพำแค้น

“ไม่จริง!ไม่! หมอจะตามไปช่วยยัยเนตรไม่ได้ ฉันไม่ยอม!!”

ooooooo

ที่โกดังร้างเก็บของหลังโรงพยาบาล 5 สาวถูกมัดไว้ด้วยกัน ญาณินกับสุคนธรสอาการหนักจนไม่ได้สติ ก๊อง กรรณา และกรรัมภาพยายามช่วยกันแก้มัด จนกรรัมภาหลุดออกมาได้ แล้วรีบแก้ให้คนอื่น

เมื่อแก้มัดเสร็จ 3 สาวจับมือกันเพื่อถ่ายเทพลังไปเยียวยาญาณินและสุคนธรส ไม่นานทั้งญาณินและสุคนธรสก็รู้สึกตัวลืมตาขึ้น ทันใดนั้นเบญจาก้าวเข้ามายืนดูอึ้ง ขณะนั้นเอง สมคิดเข้ามาเอามือวางบนบ่าเบญจาบงการ...

“อย่าดูเฉยๆสิ ลูกรักของพ่อ”

เบญจารับบัญชา เรียกกลุ่มวิญญาณสัมภเวสีพุ่งเข้ามาทำร้ายห้าสาวจนมือที่จับกันหลุดจากกันหมด! สมคิดผยองสุดขีด ประกาศกร้าวว่า

“ฉันจะกลับมา เป็นท่านอาจารย์สมคิดผู้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง และมันต้องมากกว่าเดิม เพราะฉันมีเบญจา คนเดียวที่มีทุกอย่างเหนือกว่าพวกแกทั้งห้ารวมกัน เบญจาจะช่วยให้ฉันควบคุมประเทศนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ!”

สมคิดยังคิดพูดถึงเหตุการณ์ผู้บริหารบริษัทที่เพิ่งตายว่า

“ลองคิดสิ...ว่าคนที่ขึ้นไปบริหารแทนคนที่ตายไป เป็นลูกศิษย์ใคร? หึๆคนสมัยนี้ไม่มีใครเล่นกันในกรอบแล้ว ความโลภอยากได้ทางลัดไปสู่ลาภยศสรรเสริญให้เร็วกว่า มากกว่าคนอื่นนี่แหละ ที่จะทำให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของฉัน เพราะใครที่อยากสมหวังก็จะต้องคลานเข้ามาให้ฉันดลบันดาลให้ และเมื่อพวกมันสมหวังก็จะไม่มีใครกล้าขัดใจฉันเพราะพวกมันรู้ดีว่าฉันทำอะไรได้บ้าง”

สมคิดบัญชาให้เบญจาทำให้ 5 สาว “ไม่มีซิกซ์เซ้นส์ไม่มีอาคมพลังพิเศษใดๆกลายเป็นคนธรรมดาๆ”

5 สาวตะลึง ขณะนั้นเองเบญจาก็รู้ถึงการมาของ 6 หนุ่ม เธอบอกญาณินว่า “รู้สึกว่า ผู้ชายของพวกเธอจะมาถึงแล้ว” พูดเย้ยว่า ตนปล่อยให้กุมาริกาหนีไปก็เพื่อจะได้ชักนำ 6 หนุ่มมาดูคนที่เขารักตายไปกับตา!

เพื่อกำจัดพลังที่จะมาต่อต้านเบญจา และเบญจาจะได้ยิ่งใหญ่ไม่มีพลังใดมาต้านทานได้อีก เธอทำตามคำบงการของสมคิด ร่ายควันดำพุ่งเข้าสู่ 5 สาว ทำให้ 5 สาวถูกดูดพลังจนตัวเกร็ง! สมคิดมองภาพนั้นอย่างสมใจ สะใจ!

ooooooo

เมื่อ 6 หนุ่มมาถึง ต้องเผชิญหน้ากับผีที่ถูกปล่อยมาต่อต้าน แต่ 6 หนุ่มทำอะไรมันไม่ได้ เพราะจับต้องมันไม่ได้  หมอเสนอว่าผีก็ต้องใช้ผีด้วยกันไปจัดการ ทุกคนมองหากุมาริกาทันที

กุมาริการับหน้าที่อย่างกล้าหาญ พุ่งเข้าไปช่วยติณห์ที่ถูกผีบีบคอ แล้วไตรรัตน์ก็เอาผ้ายันต์ที่สุคนธรสให้แปะที่หน้าผากผีทันที วิญญาณผีร้ายแผดเสียงร้องและผงะหายไปทันที

ส่วน 5 สาวถูกดูดพลังจนทรุดไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดเผือด ก๊องจะเข้าไปดูแลพี่ๆก็ถูกเบญจากระ-ชากเหวี่ยงลอยไปอย่างแรง ตวาดว่า “หมดเวลาของพวกแกแล้ว”

“หมดเวลาของเธอต่างหากเบญจา” ติณห์เดินนำพวกผู้ชายเข้ามา ไตรรัตน์ที่เดินตามมา ปามีดหมออาคมพุ่งเข้าไปแต่เบญจาหลบได้หวุดหวิด มีดพุ่งไปปักที่ผนัง เบญจาหลุดจากการท่องอาคมทันที กลุ่มพลังงานที่รุมทำร้ายพวก 5 สาวก็หายไป พวกหนุ่มๆต่างวิ่งเข้าไปดู 5 สาว แล้วติณห์ก็หันพูดกับเบญจาว่า

“เบญจา เธอเลิกทำร้ายคนอื่นเถอะ วิชาอาคมที่เธอเรียนมา ถ้าเอามาใช้ให้ถูกต้อง มันจะเป็นบุญกับตัวเธอมากกว่า”

“ใช้ให้ถูกต้อง เหมือนยัยญาณินน่ะเหรอ นี่พี่ติณห์คิดว่า...เบญจาทำอะไรก็ผิดทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่สู้ยัย

ญาณินได้เลยใช่ไหม!” เบญจาย้อนถาม ถูกสมคิดพูดแทรกทันทีว่า

“แกไม่ต้องไปฟังมัน จัดการปิดเซ้นส์และถอนอาคมของพวกผู้หญิงให้หมดเดี๋ยวนี้!!”

“ถ้าคิดว่าพวกเราจะยอมอยู่เฉยๆ  คิดผิดแล้ว” จุนจีตะโกน

“พวกเรามากกว่าที่จะถอนอาคม ถอนขนพวกแก” หมอวรวรรธประกาศ

กรกฎก้าวออกมาพร้อมลุย จุนจีสะอึกขึ้นมาพร้อมสู้เช่นกัน

ไตรรัตน์กับพงอินทร์และณัฐเดชจะไปช่วยจุนจีและหมอ แต่ถูกวิญญาณมากระชากพงอินทร์กับหมอวรวรรธเหวี่ยงไปติดผนังทันที!

ooooooo

เบญจาที่อยู่ในอาณัติของสมคิด มองทั้ง 5 สาวและ 6 หนุ่มเป็นศัตรูที่ต้องกำจัดให้สิ้นซากเมื่อ 6 หนุ่มถูกวิญญาณผีเล่นงานหนัก 5 สาวก็หาทางที่จะไปช่วย แต่ก็ถูกวิญญาณผีร้ายโฉบเข้ามาขวางจนไม่อาจเข้าไปช่วยได้

สมคิดชื่นชมความเหี้ยมของเบญจาว่าทำได้ดีมาก เบญจาบอกว่างานตนใกล้จะเสร็จแล้ว ให้พ่อไปทำในสิ่งที่ต้องทำเถิด ตนจะเก็บกวาดทางนี้เอง  เดี๋ยวจะเคลียร์ปัญหาส่วนตัวด้วย

“อีกไม่ถึงสองชั่วโมง นายจะสร้างประวัติศาสตร์ที่คนทั้งประเทศจะไม่มีวันลืม” กรกฎสอพลอ

“เช้านี้...จะเป็นเช้าที่ฉันมีความสุขที่สุด” สมคิดเดินนำกรกฎออกไปอย่างฮึกเหิม

ขณะที่พวกญาณินและติณห์กำลังถูกพวกวิญญาณที่เบญจาเรียกมาทำร้ายอย่างสาหัสนั้น ติณห์ที่ถูกบีบคออยู่ หลับตาลง พลันก็ได้ยินเสียงกำนันพงษ์

“ปล่อยวาง!!” ติณห์ลืมตาผึงก็เห็นกำนันพงษ์ยืนอยู่ตรงหน้า บอกด้วยอาการสงบว่า “ปล่อยวาง...เข้าถึงความว่าง...อย่าเอาใจไปผูกติดและยึดเหนี่ยว ไม่มีเขา ไม่มีเรา ไม่มีสิ่งใดเป็นจริง”

“อะไร...ไม่เข้าใจ”

“ธรรมคือธรรมชาติ ธรรมชาติคือจิตดั้งเดิมที่ไม่มีสิ่งปรุงแต่ง ไม่มีดี ไม่มีชั่ว ทุกสภาวะไหลเวียนเปลี่ยนไป ไม่คงที่ไม่มีตัวตนของใครเลย ที่จะรับรู้หรือตัดสิน ว่าไอ้นั่นคือไอ้นี่ ว่าคือชอบ คือไม่ชอบ ว่าสวย ว่าน่าเกลียด ว่ากล้า ว่ากลัว ไม่มีอุปาทานไม่มีอวิชชา...”

“ไม่มีอวิชชา...” ติณห์พึมพำหลับตาลง...ราวกับสิ้นใจ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาเขาใสบริสุทธิ์ปราศจากอารมณ์ใดๆ พูดอย่างที่กำนันพงษ์พูดมองหน้าผี ยิ้มให้ พูดเสียงสงบ แน่วแน่ แต่กังวานก้อง...“เจ้าไม่มีตัวตน!!!”

พริบตานั้น วิญญาณผีร้ายที่บีบคอติณห์อยู่อันตรธานหายไป เบญจาตะลึงที่ติณห์หลุดรอดได้ทั้งติณห์และญาณินต่างพูดถึงการปล่อยวาง ว่างเปล่า สุคนธรสบอกว่าหลวงลุงเคยสอนว่ามันเป็นสิ่งที่ทำได้ ยากที่สุดแต่เราทุกคนต้องไปให้ถึง

แม้จะยากแต่ทุกคนก็พยายามทำจนไปถึง! ทุกคนต่างหลุดจากพันธนาการ! แม้เบญจาจะพยายามใช้อาคมขัดขวางทำลาย แต่ในที่สุดตัวเองกลับล้มลงดิ้นพล่านตาเหลือกแขนขาเกร็ง มีวิญญาณผีพุ่งเข้าออกร่างกายราวกับกำลังกัดกินเธอ

ทุกคนได้แต่มองเบญจาอย่างเวทนา...ญาณินทนดูไม่ได้เข้าไปช่วย ถูกเบญจาตวาดไล่ไม่ให้ช่วย พูดผยองว่าคนอย่างตนไม่ยอมแพ้ อีกไม่นานผู้การกับคนอีกนับไม่ถ้วนก็ต้องตายอยู่ดี ทุกคนตกใจถามว่าเธอพูดอะไร แม้เธอไม่บอกแต่ก็เดาได้ว่าสมคิดต้องคิดทำการร้ายอะไรแน่ๆ

6 หนุ่มรีบออกไปเพื่อช่วยผู้การ แม้จะห่วง 5 สาวแต่พวกเธอไม่อยากทิ้งเบญจาไว้ที่นี่ ระหว่างเดินมาที่รถนั้น ณัฐเดชพยายามติดต่อผู้การแต่ติดต่อไม่ได้ ทุกคนรีบขึ้นรถ ไตรรัตน์ขับออกไปอย่างเร็ว

ooooooo

ผู้การกำลังอยู่ในขบวนเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดที่สวนลุม รองสาโรจน์เดินตามห่างๆ

แต่ในขบวนนี้ มีทั้งสมคิด กรกฎ และบรรดาสมุนที่รับหน้าที่ต่างกันแทรกอยู่รายรอบผู้การ รอจังหวะเล่นงาน พอดีณัฐเดชติดต่อตำรวจนายอื่นได้ พอรู้ว่าผู้การกำลังเดินอยู่ที่สวนลุมก็บอกไตรรัตน์ให้รีบขับรถไปที่นั่นทันที

ระหว่างนั้น ณัฐเดชโทร.บอกตำรวจอารักขาให้พาผู้การออกไปจากขบวนก่อน ผู้การโวยวายว่าจะให้ตนทิ้งหน้าที่ประธานไปได้ยังไง ด่าว่า ไร้จรรยาบรรณที่สุด!

กรกฎรู้การมาของ 6 หนุ่ม สมคิดรับรู้หัวเราะเหี้ยมบอกว่า ได้เวลามอบรางวัลแก่ผู้ร่วมงานทั้งหลายแล้วสิ แซ่บแน่ๆ!

พริบตานั้น รถบรรทุกลากตู้คอนเทนเนอร์ที่ลูกน้องสมคิดปล้นมา ก็ขับพุ่งเข้ามาในขบวน ผู้คนแตกกันกระเจิง พอตู้คอนเทนเนอร์เปิด รถมอเตอร์ไซค์ 5 คันก็ขับพุ่งออกจากตู้คอนเทนเนอร์  คนขี่ยิงกราดไปในขบวนอย่างระห่ำ ทั่วทั้งบริเวณ ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีและร้องกันระงม

ผู้การชักปืนออกมายิงต่อต้านพลางสั่งให้ตำรวจคุ้มกันผู้ว่าฯให้หลบไปก่อน ตำรวจที่มาอารักขาขบวนถูกพวกกรกฎยิงตายเป็นเบือ

พวกณัฐเดชมาถึง แม้ไม่มีปืนติดตัวกันแต่ก็ตะลุยเข้าไป หยิบปืนจากศพลูกน้องสมคิดบ้าง จากตำรวจที่ถูกยิงบ้าง ยิงสู้กับพวกสมคิด ขณะนั้นเองเสียงไซเรนรถตำรวจก็แว่วมาแต่ไกล

“ผมกำลังไป พาผู้การหลบไปอยู่ที่ปลอดภัยก่อน!” ณัฐเดชโทร.บอกตำรวจที่ติดต่อได้ หันบอกพวกกันเองว่า “เราต้องหาตัวไอ้หมอสมคิดให้เจอ จัดการมันให้ได้ไม่ว่าจับเป็นหรือจับตาย ไป!” แล้วถือปืนนำหนุ่มๆไป

“ผมมาถึงแล้ว! ผู้การอยู่ไหน?” ณัฐเดชโทร.ถามตำรวจอารักขาท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย

ooooooo

ที่โรงพยาบาลร้าง 5 สาวพยายามช่วยเบญจาที่อาการหนัก ญาณินตัดสินใจเข้าไปช่วย

“ไม่...ฉันต้องจัดการกับไอ้ผีพวกนี้ได้” เบญจาตวาด

“เธอควบคุมอะไรไม่ได้แล้วเบญจา วิชาอาคมของเธอเสื่อมหมดแล้ว เพราะกรรมที่เธอก่อ ถ้าเธอดื้อที่จะสู้กับวิญญาณพวกนี้ เธอก็ต้องตาย” สุคนธรสเตือนสติ เบญจาร้องไห้โฮคร่ำครวญถึงติณห์ กรรณาบอกว่าติณห์ก็ช่วยเธอไม่ได้

ญาณินบอกกรรณาว่าเราต้องมีเมตตาต่อทุกคนไม่ว่าเขาจะดีหรือเลว เนตรสิตางศุ์เสริมว่า เราต้องเปลี่ยนจากโมหะโทสะให้เป็นเมตตาและเวทนา

“เบญจา ฉันคิดว่าเธอคงมีอะไรในใจที่ยังไม่ได้บอกติณห์ เธอจะตายไปทั้งๆที่ไม่ได้พูดงั้นเหรอ” ญาณินหว่านล้อม

“ฉันอยากจะ...บอกว่า...ฉันรักเขา...ด้วยความจริงใจ เพราะเขา...เป็นรักแรกของฉัน...เอิ๊กกก...ช่วยฉันด้วย...”

เบญจายอมสยบปล่อยตัวไม่ขัดขืนยิ่งถูกวิญญาณผีรุมทำร้าย

สุคนธรสตัดสินใจไล่วิญญาณพวกนั้นไปและให้พรรคพวกเข้าไปดึงเบญจาออกมา แต่พอเอาตัวออกมาได้เบญจาก็หมดสติไปแล้ว สุคนธรสบอกว่าต้องเร่งเอาของออกจากตัวเธอ ไม่อย่างนั้นเธออาจตายไปอีกไม่กี่นาทีนี้ ขณะนั้นเองสุคนธรสเห็นน้ำออกจากตัวเบญจามากมาย เธอดีดนิ้วเปาะบอกเพื่อนๆอย่างดีใจมากว่า

“ตอนฝึกวิชาอาคม ยัยนี่ต้องใช้น้ำเป็นสื่อติดต่อระหว่างทั้งสามโลกแน่ๆ เพราะงั้นเราต้องใช้น้ำนี่แหละถ่ายของออกจากตัว โกลเด้น...เตียง!”

เมื่อกุมาริกาเอาเตียงมาแล้ว ก็ต้องหาอ่างใส่น้ำมาแช่ตัวเบญจา ก๊องไปเอาอ่างอาบน้ำเด็กมาห้ิวน้ำมาเทใส่ยกตัวเบญจาไปนอนพาดในอ่าง

“เอาล่ะ...พวกเรามาท่องบทสวดพระปริตรเพื่อช่วยเบญจากัน” สุคนธรสบอกเพื่อนๆทั้ง 4 สาวพยักหน้าทันที

ไม่นาน น้ำสีดำในตัวเบญจาที่ไหลออกมาก็ทำให้น้ำในอ่างกลายเป็นสีดำขึ้นทุกที...ทุกที...ไม่นานน้ำก็เดือดปุดราวกับถูกต้มบนเตา แล้วน้ำก็ระเบิดกระจายออก จนน้ำหมดอ่างเหลือแต่ร่างที่เปียกชุ่มของเบญจา...

เบญจาลืมตาขึ้น หน้ามีสีเลือดเหมือนเดิม เธอมองไปยัง 5 สาวที่รายล้อมอยู่แล้วค่อยๆหลับตาหมดสติไปอีกครั้ง...

ooooooo

ตอนที่ 23

สุพิชชาเทน้ำผลไม้ใส่แก้วด้วยสีหน้าที่ดื่มด่ำกับเสียงเพลงที่เปิดลั่นบ้าน!

“โอ้โห...เปิดเพลงเสียงลั่นบ้าน ครึ้มอกครึ้มใจอะไรจ๊ะพีช” ณัฐเดชผลักประตูเข้ามายิ้มแย้มทักทาย

“พีชกำลังเตรียมมื้อค่ำให้พี่ณัฐ ก็ต้องเพิ่มบรรยากาศให้โรแมนติกหน่อยซีคะ” ตอบณัฐเดชแต่ทิ้งสายตาไปทางหมอวรวรรธอย่างยั่วยวน แต่หมอไม่สนใจกวาดตามองหาเนตรสิตางศุ์ พอไม่เห็นก็ถามว่าเนตรสิตางศุ์ยังกลับไม่ถึงหรือ สุพิชชาทำหน้างง “เอ...พีชก็มัวแต่ทำอาหารอยู่ในครัว ไม่ได้ยินเสียงว่าน้องเนตรกลับมาหรือยัง”

หมอโมโหเดินไปหรี่เสียงเพลงบอกว่าก็อย่าเปิดให้มันดังนัก เราเองก็จะได้ไม่ต้องตะโกนคุยกัน กลับถูกณัฐเดชไม่พอใจถามว่าสุพิชชาฟังเพลงอยู่ไปหรี่ทำไม!

พอเสียงเพลงเบาลง ทั้งหมอและณัฐเดชก็ได้ยินเสียงเนตรสิตางศุ์ร้องขอความช่วยเหลือ ณัฐเดชถามสุพิชชาว่าเนตรสิตางศุ์อยู่ที่ไหน เธอทำไขสือว่าไม่รู้ หมอไม่สนใจ วิ่งไปตามเสียงร้องของเนตรสิตางศุ์ จนเปิดประตูเข้าไปช่วยเธอออกมาได้

เนตรสิตางศุ์โผเข้ากอดหมอเอาแต่ร้องไห้ตัวสั่น หมอกอดเธอไว้บอกว่าไม่ต้องกลัว ตนอยู่นี่แล้ว ก็พอดีณัฐเดชมาถึง

“มันเกิดอะไรขึ้น บอกพี่ซิเนตร!”

สุพิชชาเดินตามมายืนมองตรงประตูอย่างแค้นใจ!

เมื่อพาออกมานั่งที่ห้องรับแขก เนตรสิตางศุ์เล่าอย่างไม่หายหวาดกลัวว่า ตนถูกผีนายลาภกลับมาแก้แค้น สุพิชชาแย้งว่าตอนตนอยู่คนเดียวไม่เห็นมีอะไร หาว่าเนตรสิตางศุ์พูดให้ตนผวา

“พี่พีชคิดว่าเนตรโกหก หรือว่าแกล้งทำเป็นไม่เชื่อกันแน่ ถึงได้ผลักเนตรเข้าไปในห้องนั้น”

หมอถามว่าสุพิชชาเป็นคนผลักเนตรสิตางศุ์เข้าไปในห้องนั้นและล็อกห้องไว้ด้วยใช่ไหม เธอก็ทำหน้าซื่อตาใสบอกณัฐเดชว่าตนไม่ได้ทำ หาว่าเนตรสิตางศุ์กลัวผีแล้วมาโทษตน ตนไม่ใช่พวกตัวประหลาดสัมผัสผีได้สักหน่อย พูดแล้วทำงอนเดินตุปัดตุป่องออกไป

ตอนที่ 22

เพื่อสร้างกระแสกดดันให้จุนจีมีปัญหากับกรรัมภา เป้ยกับซองซูคบคิดกันปลอมตัวเป็นคู่จิ้นไปเดินควงกันในห้างให้เป็นข่าว

ซอง ซูปลอมตัวเป็นจุนจีได้เหมือนจนมีภาพกอสซิพ “ตัวจริงของคู่จิ้นข้ามแดน” และ “ปากบอกไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่ไหงจุนจีกับเป้ยควงคู่กันไปช็อปปิ้งโชว์หวานจนน้ำตาลเรียกพี่อย่างนี้นะ”

กร รัมภาเจอข่าวนี้ถึงกับลมเพชรหึงออกหู เป็นปัญหาให้จุนจีหงุดหงิดถามว่าตนอยู่ด้วยเห็นๆ แล้วคนในรูปจะเป็นตนได้ยังไง กรรัมภาก็ยังหาว่าเป็นภาพจากวันอื่นหรือเปล่า

“คุณ...ไป กันใหญ่แล้ว” จุนจีปราม แต่พอดูรูปแล้วอารมณ์ขึ้นบ่น “ทำไมยังไม่จบกันอีก ผมชักทนไม่ไหวแล้วนะ” พูดแล้วลุกทันที กรรัมภาถามว่าจะไปไหน รอด้วย

พอดี สวนกับไตรรัตน์ และพงอินทร์ ไตรรัตน์เห็นอาการตะบึงตะบอนของทั้งสองก็งงถามว่าสองคนนั่นเป็นอะไร ญาณินบอกว่าคงเคลียร์ปัญหาซุปตาร์กันกระมัง

“ได้ความอะไรบ้างนายไตร” ติณห์ถาม

“ฉัน ไปสืบที่อยู่จดทะเบียนของเบอร์โทรศัพท์ของ Black world ทั้งสองเบอร์ รู้ไหมฉันเจออะไร” ถามแล้วไตรรัตน์ก็เล่าเองว่า “ที่อยู่ที่จดทะเบียนกลายเป็นบ้านร้างจะพังมิพังแหล่ ส่วนอีกเบอร์หนึ่งที่อยู่มันกลายเป็นที่ว่างมีแต่หญ้าขึ้นรกไปหมด”

“แล้วเราจะหามันเจอได้ไง?” กรรณาพึมพำ ทุกคนเครียด มืดแปดด้านไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน

ที่สำนักองค์เบญจา...สุพิชชาไปพบเบญจา เอารูปของเนตรสิตางศุ์ไปให้ดูถามว่ารู้จักไหม เบญจาบอกว่าพอรู้จัก

“ดี... ฉันไม่อยากอยู่ร่วมโลกกับคนที่มันแย่งของรักไปจากฉัน ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพวกสาวๆ ซิกซ์เซ้นส์ถึงดึงดูดพวกผู้ชายนัก”

“ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณดี” เบญจาพูดจากความรู้สึกของตัวเอง พอสุพิชชาถามว่าใครหรือ เบญจาระเบิดอารมณ์ออกมาว่า “ญาณิน!”

“อ๊า...อีนังพวกชะนีซิกซ์เซ้นส์อีกแล้วเหรอ งั้นเราสองคนก็มีศัตรูหัวใจพวกเดียวกันน่ะสิ” สุพิชชาสะใจ

ooooooo

จุน จีโทร.หาเป้ยถามว่าเธอทำอะไรลงไป ขอให้เลิกยุ่งกับตนสักทีได้ไหม กลับถูกเป้ยหัวเราะระริกบอกว่าตนกำลังโปรโมตละครของเราอยู่ ตอนนี้แฟนคลับแฮปปี้มีความสุขที่ได้เห็นเราเป็นคู่จิ้นกัน

“หยุดได้แล้ว คุณมาเจอผมที่โรงแรมผมเดี๋ยวนี้เลย คุณกับผมต้องเคลียร์กัน”

เป้ ยปฏิเสธจะไปหาเขาแต่ให้เขามาหาตน พอเป้ยบอกสถานที่จุนจีบอกว่าตนไม่ยอมไปที่นั่นแน่ๆ แต่ฟังปลายสายอีกอึดใจเดียวก็ตอบตกลง กรรัมภาถามว่าเป้ยให้ไปเจอที่ไหนหรือ จุนจีไม่ตอบแต่กลับบอกเธอว่า

“คุณแก้ม คุณต้องเชื่อมั่นในตัวผมนะ คุณต้องหนักแน่นนะ”

กรรัมภาพยักหน้างงๆ

แล้ว จู่ๆ เป้ยก็ไปพบจุนจีที่ห้องฟิตเนสของโรงแรมที่เขาพักอยู่ จุนจีไม่พอใจถามว่าเข้ามาได้ไง ทางโรงแรมไม่ได้บอกหรือว่าตนขอฟิตเนสคนเดียว

“ทางโรงแรมเขาจะไปขวางอะไรเป้ยคะ เขาก็รู้ว่าตอนนี้เราเป็นคู่รักกันในจอและคู่จิ้นกันนอกจอ” เป้ยลอยหน้าระรื่นโอบกอดคอจุนจีแนบชิด

“มันก็แค่ละครและนอกจอผมก็ไม่ได้จิ้นอะไรกับคุณด้วย ปล่อยผมครับ” จุนจีพยายามดันตัวออกแต่เป้ยกอดไว้แน่น

“ไม่ เอาน่าจุนจี เราเป็นเบอร์หนึ่งเหมือนกัน วงการนี้เป็นยังไง เราก็รู้ดีอยู่แก่ใจ จิ้นกับเป้ยคุณมีแต่ได้ จิ้นกับยัยแก้มคุณมีแต่ดับ คุณกล้าฆ่าแฟนคลับทุกคนด้วยการหยิบแฟนคลับธรรมดาคนนึงมาเป็นแฟนงั้นเหรอ อย่าทำอย่างนั้นนะจุนจี ชื่อเสียงทุกอย่างของคุณที่สร้างมาอย่างยากลำบาก มันจะหายไปในชั่วพริบตา คุณจะไม่เหลืออะไรเลย”

เป้ยกล่อมแล้วยั่ว ลูบไล้เรือนร่าง คลำซิกซ์แพ็ก เท่านั้นไม่พอยังถอดเสื้อขอดูด้วย ภาพที่เห็นภายนอกเหมือนทั้งสองกำลังทำอะไรกันในที่ลับตาคน ซองซูซุ่มดูอยู่ พึมพำสะใจ

“นี่ละ วันเผด็จศึก! หึ! ช็อตเด็ดแบบนี้ น่าจะเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง”

ขณะ นั้นเอง ลีจองกุ๊กเดินตามหาจุนจี เจอซองซูถามว่าเห็นจุนจีไหม ซองซูหลอกว่าเห็นเดินไปทางสระน้ำ ยุให้ลีจองกุ๊กรีบตามไปดู ส่วนตัวเองเหลือบเห็นกรรัมภาเดินเข้าไปในฟิตเนสก็ยิ่งสะใจว่ากรรัมภาต้องได้ เห็นช็อตเด็ดแน่

กรรัมภาเดินเข้าไปเห็นจริงๆ เห็นจุนจีกำลังใช้สองมือจับต้นแขนเป้ยจะดันเธอออกไป กรรัมภาเสียใจเรียกเขาเสียงดัง จุนจีผลักเป้ยออกรีบมาชี้แจงกับกรรัมภาว่าไม่ใช่อย่างที่เห็นนะ...แต่เป้ย สอดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มหยันใส่กรรัมภาว่า

“ใช่! เธอจะได้รู้ตัวเสียทีว่า เธอมันก็แค่ขนมขบเคี้ยวให้จุนจีไว้กินเล่นๆแก้ขัด ไม่ใช่อาหารหลักไว้ตั้งโต๊ะ ออกหน้าออกตาเหมือนระดับซุปตาร์ด้วยกันอย่างเป้ย ปาริฉัตร”

กรรัมภาน้ำตาร่วงหันเดินหนี จุนจีรีบคว้ามือเธอแล้วพาออกจากฟิตเนสไป เป้ยถามว่าจะไปไหน จุนจีทำหูทวนลม พากรรัมภาเดินดุ่มไป

“อย่าไปนะจุนจี เราเป็นคู่จิ้นกัน คุณไปกับแม่นั่นได้ยังไง กลับมานะจุนจี...จุนจี!!” เป้ยยังตะโกนตามไม่เลิก

จุน จีทั้งลากทั้งจูงกรรัมภาเดินเข้าไปในห้างอย่างไม่แยแส ลีจองกุ๊กมาเห็นเข้าพอดี ลีจองกุ๊กตะโกนเรียกจุนจีแล้ววิ่งไล่ตามเหมือนคนบ้าจนคนในห้างพากันหยุดมอง แต่เสียงเรียกของลีจองกุ๊กกลับทำให้จุนจีพากรรัมภาวิ่งราวกับหนีตาย

“แล้วเราจะไปไหนกัน?” กรรัมภาถาม

“ก็แล้วแต่คุณ ต่อจากนี้ ผมขอเป็นแค่นายจักร ไม่ใช่ปาร์คจุนจีอีกแล้ว คุณต้องรับผิดชอบชีวิตผมนะ”

ถูก จุนจีโยนกลองให้รับผิดชอบชีวิตตนทำเอา กรรัมภามึน แต่ไม่มีเวลาโต้เถียง จึงพากันวิ่งหนีลีจองกุ๊กจนหายเข้าไปในกลุ่มคนเดินห้าง ลีจองกุ๊กวิ่งตามจน

ขาลาก ทรุดนั่งครวญ “ทำกุ๊กอีกแล้ว...จุนจี...” นึกได้รีบโทร.เข้ามือถือจุนจี กลับได้รับคำตอบที่ชอกช้ำกว่าเดิมว่า

“...อย่า โทร. หรือตามหาฉัน ขอเวลาฉันได้คิดตัดสินใจอะไรบางอย่างในชีวิต ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ฉันสัญญาจะดูแลตัวเองให้ดี...คัมซาฮัมนีดา”

ลีจองกุ๊กเก็บมือถือ น้ำตาคลอ...

เมื่อหนีพ้นลีจองกุ๊กแล้ว กรรัมภาจึงมีโอกาสติงจุนจีว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้

“จำเป็น สิ ผมอยากเป็นผู้ชายธรรมดาๆคนนึงที่ใช้เวลากับคุณอย่างอิสระ โดยที่ไม่มีชื่อเสียงคอยตามบงการว่าผมควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร” กรรัมภาถามว่าเวลานี้เขาต้องการทำอะไร “ทำทุกอย่างที่จะได้อยู่กับคุณ”

ทั้งสองจูงมือกันเดินไปบนท้องถนนอย่างปลอดโปร่งใจ เหมือนโลกนี้มีกันแค่สองคน...

ooooooo

ทนายสมชาติเดินทางไปที่รีสอร์ต ถูกเบญจาขอให้ช่วยหายตัวไปสักพักเพื่อติณห์เป็นห่วงแล้วจะได้มาหาตน

“เห็นจะไม่ได้หรอกครับคุณเบญจา ผมเป็นลูกจ้าง อะไรที่จะทำให้นายจ้างเดือดร้อน ผมคงทำไม่ได้  ขอตัวนะครับ”

เบญจา โกรธเดินตามไปขอร้องอีก ทนายสมชาติยืนกรานว่าตนจะไม่ยอมให้เธอใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายติณห์กับญาณิ นอีก แล้วรีบเดินหนี แต่จู่ๆ ก็ปวดท้องราวกับถูกบิดไส้  เบญจาย่างสามขุมเข้าหานัยน์ตาแดงก่ำพูดเหี้ยม

“ไม่เคยมีใครขัดใจฉันได้ จำเอาไว้”

“ใช่ ไม่เคยมีใครขัดใจลูกสาวฉันได้!” เสียงสมคิดแทรกเข้ามา แล้วเดินมาพร้อมกรกฎ เบญจาตกใจถามว่าพ่อมาที่นี่ทำไม “แกมาทำอะไร ฉันก็มาทำอย่างเดียวกับแกนั่นแหละ อ้อ! แต่รับรองฉันเด็ดขาดกว่าแกเยอะ!”

สมคิดให้กรกฎเข้าไปจับตัวทนายสมชาติที่นอนทุรนทุรายอยู่ที่พื้นแล้วยกเท้ากระทืบหน้าอกทนายสมชาติเสียงดังอั๊ก! เบญจาตามมาจับแขนพ่อขอให้ปล่อยทนายสมชาติไปเสียเถิด

“นังงี่เง่า คิดจะทำการใหญ่แต่ดันใจเสาะ เพราะอย่างนี้ไงแกถึงได้แพ้นังญาณินนั่นอยู่ร่ำไป ถ้าอยากจะให้ลิงมันกลัวแล้วยอมทำตามคำสั่ง ก็ต้องมีการเสียสละไก่สักตัวเชือดให้มันดู!!”

เบญจาบอกว่าตนแค่ต้องการขู่ติณห์เท่านั้น ถูกสมคิดด่าว่าจะไม่ยอมให้เอาเวลามีค่าของตนมาทำเรื่องปัญญาอ่อนเพราะความบ้าผู้ชายที่นับวันมากขึ้นของเธออีกต่อไป เวลาของตนจะต้องไม่สูญเปล่า พูดเสร็จก็หันไปกระทืบลงบนอกของทนายสมชาติอีก แล้วสั่งให้กรกฎจัดการ กรกฎยกร่างทนายสมชาติเหวี่ยงไปกระแทกต้นไม้อย่างแรง ร่างทนายสมชาติร่วงลงมากระอักเลือดออกเป็นลิ่มๆ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ตึกที่สี่สาวนั่งสมาธิรวมพลังจิตผ่านสัมผัสพิเศษทั้งวันทั้งคืน ก็ถูกญาณินวาดขึ้นในกระดาษ วางกลางที่ประชุม ตึกนั้นอยู่กลางกรุงมีสัญลักษณ์อีกาขนาดใหญ่อยู่บนยอดตึก

ทุกคนรู้แต่เพียงบริเวณที่ตั้งตึกว่าอยู่ในย่านธุรกิจแต่ไม่รู้ว่าตึกไหน พงอินทร์บอกว่าตนผ่านแถวนั้นบ่อยแต่ก็ไม่เห็นตึกไหนมีสัญลักษณ์อีกาขนาดมหึมาบนยอดตึก ไตรรัตน์เชื่อว่าพวกนั้นคงใช้คาถาอาคมบังตาเราไว้แน่

“เบญจากับหมอสมคิดคงคิดเตรียมการป้องกันเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าสักวันต้องถูกจับได้ขึ้นมาว่าเป็นฝีมือของพวกมัน จึงใช้วิธีการอำพรางตัว” ญาณินวิเคราะห์ เธอพูดอย่างมุ่งมั่นว่า “ถึงมันจะเอาอาคมมาบัง เอาหมอกม่านมาพรางสายตาเรายังไง เราก็ต้องหารังมันให้พบให้ได้”

“เอาล่ะ ในเมื่อรู้บริเวณพิกัดใกล้เคียงแล้ว เราก็ต้องไปหาตึกนั่นให้เจอ จะด้วยวิธีไหนก็ต้องหาให้พบก่อนถึงจะหาวิธีจัดการกับพวกมันได้” ณัฐเดชสรุป

ขณะนั้นเอง กรรณาบอกให้ทุกคนเงียบเพราะตนได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ทุกคนตึงเครียดขึ้นทันที เมื่อเตรียมรับมือแล้ว ติณห์ออกไปเปิดประตู โดยสุคนธรสเตรียมขวดน้ำมนต์ไว้สาดเต็มที่ แต่พอเปิดประตูออก ข้างนอกไม่มีอะไรเลยมีแต่ป้าออเดินมาถามว่ามีอะไรกันหรือมายืนกันเต็มหน้าบริษัทเลย

ญาณินบอกว่าไม่มีอะไร ณัฐเดชจึงชวนกลับเข้าข้างใน แต่พอทุกคนหันจะเข้าไปเท่านั้น ก็มีเสียงอะไรตกลงมาดัง พลั่ก!! ทุกคนหันมองช็อก เพราะนั่นคือร่างไร้วิญญาณซีดจนเขียวของทนายสมชาตินอนอยู่ที่พื้น!

ป้าออที่ดูๆ กันอยู่กับทนายสมชาติถึงกับเป็นลม ดีที่ณัฐเดชกับกรรัมภายืนอยู่ใกล้ๆ ประคองไว้ทัน

ติณห์ช็อก ทรุดนั่งข้างศพทนายสมชาติเขย่าร่างทนายอย่างขาดสติ จนเพื่อนๆต้องปลอบโยน เตือนให้ตั้งสติดีๆ หมอวรวรรธเอามือไปรอจมูกยืนยันว่าทนายสมชาติตายแล้ว

สุคนธรสเห็นหน้าผากทนายสมชาติเป็นรอยไหม้บอกทุกคนว่า ไม่ได้ตายธรรมดา แต่ตายด้วยอาคม!

“เบญจา? ทำไมเธอต้องทำคนดีๆ คนบริสุทธิ์ด้วย” ติณห์ร้องไห้ คับแค้น เสียใจอย่างที่สุด

ooooooo

เมื่อเกิดการสังหารด้วยอาคมที่รีสอร์ต ณัฐเดชจึงจัดส่งตำรวจไปคุ้มกันมิรันตีและดูแลที่รีสอร์ต ไตรรัตน์เสนอว่าอยากให้ติณห์กลับไปดูแลแม่

“ไม่! ตัวปัญหามันอยู่ที่นี่ ฉันต้องไปหามันให้เจอ จะได้จบปัญหาทุกอย่าง” ติณห์เด็ดเดี่ยว หมอเร่งให้ไปกันเลยณัฐเดชบอกให้ไปกันแค่พวกหนุ่มๆ ส่วนพวกสาวๆให้อยู่ที่นี่เพราะอันตรายเกินไป สุคนธรสจึงเตรียมเครื่องรางของขลังมาให้พวกหนุ่มๆเลือกตามความถนัดของแต่ละคน

ญาณินเลือกหินคล้ายลูกแก้วแวววับให้ณัฐเดชบอกว่านี่คือชิ้นสำคัญ เรียกว่า “เพชรตาแมว”

ทันใดนั้นเอง ปาร์คจุนจีเข้ามาตะโกนให้รอก่อน ถามว่าลืมตนไปแล้วหรือ ทุกคนต้อนรับจุนจีด้วยความยินดี 6 หนุ่มยื่นมือออกไปวางซ้อนกัน ตะโกนอย่างฮึกเหิม

“สู้!”

6 หนุ่มไปถึงย่านเป้าหมาย มองหาไม่เห็นตึกไหนมีสัญลักษณ์อีกาขนาดใหญ่อยู่บนยอดตึกอย่างที่ญาณินวาดไว้เลย จึงเชื่อกันตามที่ญาณินบอกว่าได้มีการอำพรางตาไว้ก่อนแล้ว ณัฐเดชจึงใช้เพชรตาแมวที่สามารถมองเห็นอะไรที่คนมองไม่เห็นโดยเฉพาะอำนาจลี้ลับออกมาส่อง

ปรากฏการณ์อัศจรรย์เกิดทันที ไตรรัตน์อุทานอย่างตื่นเต้น “เฮ้ยนั่นไงเห็นแล้ว!!” ทุกคนมองตามที่ไตรรัตน์ชี้เห็น 3 ตึก อย่างที่ญาณินวาดไว้ ณัฐเดชจัดกำลังเป็น 3ทีม ทีมละ 2 คนแยกกันไปยัง 3 ตึกที่เห็น โดยให้หมอไปกับติณห์ ไตรรัตน์ไปกับพงอินทร์ และจุนจีไปกับตน

ทั้ง 3 ทีมแยกย้ายกันออกปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ที่ดาดฟ้าตึกสำนักองค์เบญจา ทั้งเบญจา สมคิดและกรกฎรวมทั้งสมุนมายืนรอรับ 6 หนุ่มอยู่แล้ว โดยมีลูกกรอกพรายคอยกระซิบบอกการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามทุกระยะ

“พวกมันมาแล้ว มีแต่พวกผู้ชาย 6 คน รวมทั้งพี่ติณห์” เบญจาบอกเมื่อฟังลูกกรอกพรายกระซิบ

“ดี! เชือดพวกแฟนๆของมัน ตัดกำลังของมันก่อน เหลือแต่นังผู้หญิงทั้ง 5 คน จะได้กำจัดมันได้ง่ายๆ กรกฎ! เบญจา! ทำตามแผนที่เราวางไว้ เจอทั้งคนทั้งผี ดูซิมันจะรอดไปได้ไหม”

สมคิดเดินไปกับกรกฎ ทิ้งเบญจาไว้ที่นั่นคนเดียว เบญจาหันมองยอดตึกสูงอีกครั้งพึมพำทั้งแค้นทั้งอึดอัด...

“พี่ติณห์...มารนหาที่ตายทำไม!”

ทีมงานทั้ง 3 แยกย้ายกันไปตามเป้าหมาย ไตรรัตน์เห็นเบญจาก่อนเพื่อนตามเคย พงอินทร์ขยับทันทีแต่ถูกสมุนของสมคิดยิงกราดใส่จนหลบกันแทบไม่ทัน ต่างชักปืนออกมายิงตอบโต้ เบญจาวิ่งหลบไปอีกทางหนึ่ง ติณห์วิ่งตามหมอร้องเตือนให้ระวังพลางวิ่งตามไป

ตอนที่ 21

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ ติณห์ยืนจิบกาแฟคุยกับณัฐเดชสบายๆ

“เรื่องการสะกดจิตหมู่แบบนั้น มันต้องเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติแน่ๆ ฉันกับญาณินได้รับสารจากนิมิตตอนนั่งสมาธิ ถึงไปช่วยทัน เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่ามันคืออะไร แล้วพระเบื้องบนท่านจะให้เราช่วยอีกหรือเปล่า”

ณัฐเดชบอกว่าภารกิจของซิกซ์เซ้นส์กำลังเริ่มอีกแล้ว ติณห์เองก็พูดอย่างภูมิใจว่าตนก็กลายเป็นคนมีเซ้นส์ ไปกับเขาด้วยแล้ว

“โอเค ยินดีต้อนรับสู่ความพิเศษ ภาระอันยิ่งใหญ่ที่อาจนำมาทั้งเรื่องที่ชอบและที่ไม่ชอบ” ณัฐเดชเอ่ยอย่างยินดี

ขณะนั้นเอง หมอวรวรรธเข้ามาอย่างรีบร้อนขอให้ช่วยไปดูเทปวงจรปิดในเรือนกล้วยไม้ของพิมพิลาสเพราะตนดูแล้วมันมีอะไรที่ดูแปลกๆ ณัฐเดชติงว่าเราดูกันดีแล้วว่าไม่ใช่การตัดต่อ แต่เมื่อหมอบอกว่าอยากให้ดู อีกครั้ง ทั้งสามจึงพากันไปที่ห้องปฏิบัติการตรวจคอมพิวเตอร์

จากการดูอย่างละเอียด สังเกตและเปรียบเทียบ ภาพต่อภาพ ทั้งสามพบความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด

ประการแรก พบว่าเป็นภาพตัดต่อเพราะเวลาขัดกัน อย่างสิ้นเชิง เพราะสิ่งแวดล้อมเป็นเวลากลางคืนแต่ภาพอติเทพที่ยืนอยู่ในเหตุการณ์เป็นภาพที่ถ่ายเวลากลางวัน อีกประการ...คนในภาพไม่ได้มีแค่อติเทพกับพิมพิลาสแต่ยังมีบุคคลที่ 3 ที่มีเงาสะท้อนอยู่ในกระจกนั่นคือทนายสมชาย!

นั่นเป็นหลักฐานที่ยังต้องสาวไปให้ถึงต้นตอ ทั้งสามมองหน้ากันคิดหนัก

ooooooo

จุนจีที่สบายใจขึ้นมากเมื่ออติเทพที่เขาเชื่อว่าเป็นคนฆ่าย่าของเขาถูกจับ พากรรัมภามาที่บ้านพิมพิลาสหมายสารภาพรัก ทั้งสองหยอกล้อกันประสาคนมีใจตรงกัน กรรัมภาหนีจุนจีเข้าไปที่เรือนกล้วยไม้ พลาดเซจะล้มมือไขว่คว้าเลยถูกลวดที่เกี่ยวกระถางกล้วยไม้เกี่ยวถุงมือขาดถูกเนื้อเลือดซิบๆ

กรรัมภาถอดถุงมือดูบาดแผล จุนจีรีบมาดูและจะพาไปฉีดยากันบาดทะยัก กรรัมภาเอื้อมมือที่มีบาดแผลไปหยิบถุงมือ นิ้วสัมผัสถูกพื้นที่เรือนกล้วยไม้ เธอผงะเบิกตาโพลง จนจุนจีตกใจถามว่าเป็นอะไร

“ฉันเห็น...เห็นย่าคุณ!!”

กรรัมภาเล่าเหตุการณ์ที่เห็นจากสัมผัสพิเศษของตัวเองอย่างละเอียด...

วันนั้น พิมพิลาสถือเชิงเทียนเข้ามาที่เรือนกล้วยไม้เพราะรู้สึกว่ามีคนบุกรุกเข้ามาที่นั่น เธอถูกอรวีถือถุงใส่งูเห่ามาปล่อยเพื่อให้กัดและทำเสียงล่อให้พิมพิลาสเดินไปหา ถูกงูเห่าที่ห้อยหัวลงจากต้นไม้ฉกทันที! พิมพิลาสร้องสุดเสียงเชิงเทียนร่วงจากมือ เธอล้มลงทันที

งูเลื้อยหนี ถูกทนายสมชายใส่ถุงมือเอาไม้จับงูเอางูออกไปจากเรือนกล้วยไม้

พิษงูแพร่กระจายไปทั่วตัวพิมพิลาส เธอดิ้นรนอย่างทรมานร่างค่อยๆเป็นอัมพาต เหลือบเห็นอรวีใส่รองเท้าส้นสูงแดงยืนอยู่ ก็พยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่อรวียืนมองอย่างเลือดเย็นจนกระทั่งพิมพิลาสสิ้นใจไปอย่างทรมาน

กรรัมภาหลุดจากภาพเหตุการณ์นั้น ทรุดนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง จุนจีถามเสียงเครียดว่า ฆาตกรไม่ใช่อติเทพแต่เป็นอรวีหรือ? เธอบอกว่าไม่ใช่อรวีคนเดียว คนที่เอางูออกไปคือทนายสมชาย! เธอเร่งให้ต้องรีบไปบอกณัฐเดชว่าเราจับฆาตกรผิดตัว

แต่พอลุกขึ้น ทั้งสองก็ต้องตกใจเมื่อเจออรวีมายืนหน้าเศร้าอยู่ เธอถามน้ำเสียงเย็นเยียบว่า

“ทุกอย่างกำลังจบอยู่แล้ว พวกคุณมารื้อฟื้นมันอีกทำไม”

“มันจบไม่ได้หรอก ถ้าฆาตกรตัวจริงยังลอยนวล วิญญาณของคุณพิมพิลาสก็ยังทนทุกข์ไปผุดไปเกิดไม่ได้”

“คุณฆ่าคุณย่าผม! คุณต้องได้รับโทษ!!” จุนจีโพล่งไปอย่างแค้นใจ อรวีจ่อปืนใส่ทันที จุนจีจึงหว่านล้อมว่า “อย่ายิงนะคุณอรวี คุณอยากให้เรื่องมันร้ายแรงมากกว่าเดิมอีกเหรอ”

“ไม่..แค่ฉันฝังพวกคุณสองคนในเรือนกล้วยไม้นี่เสีย ทุกอย่างก็จบ!”

เมื่ออีกฝ่ายมีทั้งปืนและประกาศจะฝังพวกตนเช่นนี้ ทางเดียวที่เหลือคือต้องสู้ จุนจีใช้ความสามารถพิเศษของตนด้านการแสดงผลักกรรัมภาล้มลงแล้วกระโดดเตะกระถางกล้วยไม้กระแทกใส่อรวี เป็นจังหวะที่อรวีลั่นไกพอดี!

จุนจีพากรรัมภาวิ่งหลบกระสุนหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ อรวีตั้งสติได้ไล่ยิงอย่างคลุ้มคลั่ง กรรัมภาถูกยิงที่ไหล่ จุนจีพาวิ่งหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ก็มาเจอทนายสมชายถือปืนดักอยู่

“พวกมึงสองคนตาย!” ทนายสมชายจ่อปืนใส่ ถูกจุนจีกำทรายซัดใส่หน้าจนลืมตาไม่ขึ้น จุนจีจึงพากรรัมภาหนีรอดไปได้ อรวีไล่ตามมาเจอทนายสมชายถามเขาว่าสองคนนั้นหนีไปแล้วทำยังไงดี

“อย่าให้มันหนีรอดไปจากบ้านนี้ได้!” ทนายสมชายสั่งเหี้ยม

ooooooo

ลีจองกุ๊กที่รอจุนจีอยู่ในห้องได้ยินเสียงปังๆ เดินออกมาดูว่าใครมาจุดประทัดเล่นแถวนี้ เจอจุนจีพากรรัมภาวิ่งมาพอดี จุนจีตะโกนให้รีบหนี แล้วกระชากลีจองกุ๊กหนีไปอีกฟากของบ้าน

ลีจองกุ๊กเห็นกรรัมภาได้รับบาดเจ็บและจุนจีก็ประคองพาเธอหนีอย่างยอมเอาชีวิตเข้าแลก ตัดสินใจทำหน้าที่ผู้จัดการที่ดี เอาปืนของตนให้จุนจีแล้วตัวเองยอมเป็นเป้าวิ่งล่อ ทนายสมชายเบนเป้าหมายวิ่งขึ้นชั้นบน เจอรูปของพิมพิลาสขนาดมหึมาก็ตกใจผงะถอยหลัง วินาทีนั้นวิญญาณพิมพิลาสเข้าสิงลีจองกุ๊กทันที!

ทนายสมชายรู้ทัน เห็นลีจองกุ๊กวิ่งออกจากซอกหนึ่งก็มั่นใจว่าจุนจีต้องซ่อนตัวอยู่แถวนั้น ร้องท้าให้ออกมาสู้กัน จุนจีบอกให้กรรัมภาหนีไปก่อน ทนายสมชายเห็น กรรัมภาจึงเล็งปืนใส่ จุนจีตัดสินใจยิงสกัดแต่กระสุนหมด จึงพุ่งเข้าตลุมบอน ทนายสมชายบิดมือจะยิงจุนจี ผ่านซอกคอตัวเอง ถูกจุนจีผลักกระเด็นแล้ววิ่งหนี

“โธ่เว้ย...ปัง ๆ ๆ ๆ” ทนายสมชายสบถ ยิงไล่หลังจุนจีไปอย่างบ้าเลือด

ฝ่ายกรรัมภาถูกอรวีไล่ยิง แต่กุมาริกาใช้ฝ่ามือยันกระสุนไว้เพราะไม่อยากให้น้องฆ่าใครอีก

ลีจองกุ๊กที่ถูกวิญญาณพิมพิลาสเข้าสิง วิ่งไปช่วยจุนจีจากการถูกทนายสมชายยิง บอกจุนจีว่า

“ย่าเองจักร ไม่ต้องกลัวหลานรัก ย่าจะปกป้องหลานไม่ให้ไอ้คนชั่วพวกนี้ทำอะไรหลานรักของย่าได้” แล้วหันพูดกับทนายสมชายอย่างอาฆาตพยาบาทที่ตนอุปการะส่งเสียเรียนจบเป็นทนายความแต่จิตใจต่ำช้าละโมบจนฆ่าตน

ลีจองกุ๊กที่ถูกพิมพิลาสเข้าสิง ตรงเข้าบีบคอทนายสมชาย แต่ถูกทนายสมชายยกพระที่ห้อยคอออกมาต้านทำให้วิญญาณพิมพิลาสต้องออกจากร่างลีจองกุ๊ก แล้วพริบตานั้นลีจองกุ๊กก็ร่วงหมดสติกับพื้น จุนจีตกใจถลาเข้าไปหาลีจองกุ๊ก เขาถูกทนายสมชายเอาปืนจ่อหัวทันที!

“อย่า..สมชาย อย่าทำอะไรหลานฉัน” พิมพิลาสอ้อนวอนเพราะถูกพระของทนายสมชายทำให้หมดพลังไปแล้ว

“เพราะมึงตัวเดียวไอ้จุนจี ไม่ยอมเซ็นยอมรับพินัยกรรมเสียที ไม่งั้นกูได้มรดกเสวยสุขไปนานแล้ว เพราะมึงทำให้ไอ้อติเทพมันหักหลัง ทอดทิ้งกูกับลูก เพราะมึงทำให้กูไม่ได้อะไรเลย มึงต้องชดใช้ด้วยชีวิตซุปเปอร์สตาร์ของมึง!!”

เมื่อพิมพิลาสอ้อนวอนไม่เป็นผล ตัดสินใจบอกทนายสมชายว่า จะให้สมบัติที่เขาต้องการ ทนายสมชายหันขวับทันที

“ฉันยังมีสมบัติซ่อนอยู่ในบ้านนี้อีก ฉันจะยกให้แกทั้งหมด เพื่อแลกกับชีวิตหลานชายฉัน”

ooooooo

กุมาริกาพยายามเกลี้ยกล่อมหว่านล้อมให้อรวีวางปืน น้องอย่าฆ่าใครอีกเลย ถูกอรวีตวาดว่าตนไม่เคยมีพี่สาวเป็นผี ทำให้กรรัมภารู้ว่ากุมาริกาเป็นพี่ของอรวี

อรวีเชื่อว่าเมื่อฆ่ากรรัมภาแล้วก็จะไม่มีใครรู้ว่าตนเป็นคนปล่อยงูเห่ากัดพิมพิลาสตาย อรวียิงใส่กรรัมภาจนหมดแม็ก แต่กุมาริกายื่นสองฝ่ามือไปรับกระสุนไว้เจ็บปวดจนเกร็งไปทั้งตัวน้ำตาไหลอาบแก้ม ปล่อยกระสุนร่วงกราวเกลื่อนพื้น

“พี่เคยสงสารตัวเองที่มีกรรมทำให้ไม่ได้เกิด แต่ตอนนี้พี่สงสารคนที่ได้โอกาสเกิดมาแล้วยังสร้างกรรมเพิ่มอีก”

อรวีสำนึกผิดทิ้งปืนอย่างหมดแรง พอดีณัฐเดชกับหมอวิ่งเข้ามา ณัฐเดชเห็นปืนข้างตัวอรวีก็ตะปบปืนที่เอวตัวเองทันที บอกอรวีว่าให้มอบตัวเสีย ตอนนี้ตำรวจรู้ความจริงหมดแล้ว อย่าคิดต่อสู้เป็นอันขาด สั่งให้ยกมือขึ้น

ตอนที่ 20

ที่ริมบึง น้ำหนึ่งที่ปลอมตัวเป็นช่อเพชร จอดรถลงมาลากพิมอรไปนั่งที่คนขับ

ขณะนั้น พิมอรพึมพำอะไรออกมาไม่รู้ตัว  น้ำหนึ่งพูดเองเออเองว่า แอร์ไม่เย็นหรือ! แล้วปรับให้ ถามว่าอยากฟังเพลงหรือ?แล้วเปิดเพลงให้

จากนั้นใส่เกียร์ D แล้วปิดประตูรถทันที รถค่อยๆเลื่อนไหลไปที่บึงช้าๆ เมื่อถึงทางลาดก็เร็วขึ้นและพุ่งลงบึงตูม!

น้ำหนึ่งยืนดู ยิ้มเลือดเย็น แล้วถอดวิกที่ใส่อยู่ออก เดินจากไปอย่างมีความสุข!

ภายในรถที่จมน้ำ พิมอรรู้สึกตัวขึ้นมาพยายามตะกุยตะกายจะหาทางออก แต่ในที่สุดก็ดิ้นทุรนทุรายจมน้ำตาย!

น้ำหนึ่งเล่าเหตุการณ์วันนั้นอย่างมีความสุข พงอินทร์ถามว่าฆ่าพิมอรทำไมในเมื่อช่อเพชรก็ตายไปแล้ว

“มันคือมารความสุขของพี่เพชร ฉันฆ่ามันเป็นของขวัญชิ้นสุดท้าย พี่เพชรจะได้รู้ว่าไม่มีอะไรที่ฉันทำเพื่อพี่ไม่ได้ พี่เพชรไม่สมหวังก็ต้องไม่มีใครสมหวัง ทั้งนังพิมอร ทั้งไอ้แผนยุทธ พวกมันต้องตายทุกคน!!”

กรรณายังพยายามใช้ธรรมะชี้ให้น้ำหนึ่งเห็นถึงวิญญาณผูกจิตอาฆาตจะไม่ได้ไปผุดไปเกิดวนเวียนอยู่ในสงสารวัฏทรมานไม่มีที่สิ้นสุด ณัฐเดชแอบเตือนไม่ให้พูด อย่าทำให้น้ำหนึ่งคลั่ง

จริงอย่างที่ณัฐเดชพูด น้ำหนึ่งคลั่งขึ้นมาด่าว่ากรรณาอิจฉาช่อเพชร จิกหัวกรรณากระแทกกับกำแพงหาว่าไม่อยากให้ตนกับช่อเพชรมีความสุข

พงอินทร์ด่าน้ำหนึ่งว่าเลว ชั่ว วิปริตที่ฆ่าพี่สาวตนแล้วยังเสแสร้งทำดีกับตน อย่างเธอต้องไปหาหมอทางจิต

“ฉันไม่ได้บ้า!!” น้ำหนึ่งตะโกนลั่น พอพงอินทร์ย้ำอีกว่าเธอเป็นบ้า น้ำหนึ่งคว้ามีดจะแทงพงอินทร์ยื้อกันไปมา พอน้ำหนึ่งแทงพงอินทร์ พริบตานั้นศพช่อเพชรถูกพิมอรสิงลุกขึ้นมาปกป้องพงอินทร์ กลายเป็นน้ำหนึ่งแทงเข้าที่ศพช่อเพชรจังๆ พิมอรในซากศพช่อเพชรบอกน้ำหนึ่งให้หยุดสร้างกรรมเสียเถิด เธอฆ่าตนและพี่สาวตัวเองมาแล้ว

“พี่เพชร ฉันไม่ได้ทำ...ฉันทำอะไรผิด...” น้ำหนึ่งคร่ำครวญสติแตก กระชากมือตัวเองจากที่ถูกณัฐเดชจับตรึงไว้จนตัวเองล้มก้นกระแทกอย่างแรง กระถดหนีแต่ถูกณัฐเดชจับข้อเท้าไว้ น้ำหนึ่งโวยวายสติแตกว่า

“ไม่...ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่ได้อยากฆ่าเธออย่าทำอะไรฉันเลย ฉันกลัวแล้ว ฉันผิดไปแล้ว...กรี๊ดดดด!!”

ณัฐเดชจับน้ำหนึ่งไว้ร้องบอกให้กรรณากับพงอินทร์รีบหนีไป น้ำหนึ่งพยายามจะแทงณัฐเดช

พริบตานั้น ประตูทางเข้าเปิดออก พวกญาณินพุ่งเข้ามา น้ำหนึ่งช็อก แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกณัฐเดชจับข้อเท้าไว้แน่น มือที่ถือมีดก็ถูกช่อเพชรตรึงไว้ ทันใดนั้นเอง พิมอรที่สิงศพช่อเพชรอยู่ออกจากร่าง ศพช่อเพชรร่วงกระจายกับพื้นทันที!

น้ำหนึ่งสติแตก เงื้อมีดจะแทงตัวเอง ติณห์เข้าชาร์จปลดมีดจากมือได้สำเร็จ

ooooooo

ที่บ้านเวียงทับ แผนยุทธนั่งอยู่หน้ารูปพิมอร สารภาพกับเธออย่างอ่อนเพลียต่อหน้าผู้การ หมอวรวรรธและพงอินทร์ว่า

“พิมอร ผมเสียใจ ผมผิดเอง ที่เป็นต้นเหตุทั้งหมด ผียังไม่น่ากลัวเท่าคนบ้า โดนผู้หญิงบ้า ผมเข็ดจริงๆใครเข้ามาพอสวยหน่อย ผมก็เล่นด้วยหมด ไม่ได้เช็กประวัติก่อน ผมประมาทเกินไป”

“เด็กๆสาวๆพวกนั้น คงคาดไม่ถึงเลยว่าจากการเริ่มต้นที่แค่อยากรับจ้างช่วยคุณเรื่องผีเมียที่คอยตาม

หึงหวง กลับได้รับการตอบแทนด้วยการโดนคุณไปแจ้งความว่าเป็นบริษัทฉ้อโกงหลอกลวง” ผู้การเอ่ยถึงห้าสาว

แผนยุทธทำเป็นสำนึกผิด ขอโทษกรรณาและพรุ่งนี้จะไปถอนแจ้งความบริษัทซิกซ์เซ้นส์ บอกพงอินทร์ว่าไม่เคยอยากให้พี่สาวเขาตาย ถ้าตนตายแทนแล้วพิมอรฟื้นขึ้นมาได้ก็จะทำ แล้วรีบเดินหนีไปหลังบ้านก่อนที่จะโดนใครๆต่อว่าอีก

แต่หนีไม่พ้น ไปถึงหลังบ้าน ถูกจารุณีตบและด่าว่าเป็นคนไม่มีความจริงใจแม้แต่นิดเดียว แผนยุทธโทษว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะพวกผู้หญิงชอบตนมากเกินไป ความรักและความหึงหวงทำให้น้ำหนึ่งควบคุมตัวเองไม่ได้ ถูกกรรณาโต้ว่า

“ผิดแล้ว คุณแผนยุทธ น้ำหนึ่งไม่ได้รักและหึงหวงคุณ ในบรรดาผู้หญิงทุกคนที่เกี่ยวกับกรณีนี้ มีแค่ช่อเพชรคนเดียวเองที่โง่ไปรักคุณ”

แผนยุทธถูกคนรอบข้างรุมด่าว่า ไม่เว้นแม้แต่จารุณีที่เอ่ยอย่างสะเทือนใจว่า

“คุณผู้หญิงตายทั้งเป็น ตั้งแต่วันที่ต้องมามีชีวิตคู่กับคุณแล้ว คุณผู้หญิงไม่รู้วิธีที่จะหลีกหนีความทุกข์ในชีวิต อยากจะเดินไปจากครอบครัวนี้อยู่ทุกวัน แต่ก็ไม่กล้า แล้วสุดท้าย  คุณผู้หญิงก็ต้องมาตายไปจริงๆ เพราะคุณชักนำผู้หญิงบ้าเข้ามาฆ่าคุณผู้หญิง”

แผนยุทธโมโหสั่งไล่จารุณีออกจากงาน จารุณีไม่แยแสตะโกนใส่หน้าว่า “ฉันก็ไม่อยากอยู่กับแกอีกแล้วโว้ย” ก๊องเสนอให้มาอยู่กับพวกตน พงอินทร์ขัดขึ้นว่า

“คุณจารุณีต้องอยู่กับผม ได้โปรดช่วยดูแลผมเหมือนที่เคยดูแลพี่พิม ส่วนแก!” พงอินทร์ชี้หน้าแผนยุทธ “เชิญอยู่ในบ้านที่แกได้มาฟรีๆ ต่อไป ฉันอโหสิให้ สักวันแกต้องชดใช้กรรมที่แกก่อ”

แผนยุทธหัวเราะร่าเดินลอยชายออกไปอย่างไร้สำนึก

ooooooo

ขณะผู้การกำลังจะกลับนั่นเอง หมอวรวรรธเดินตามมาถามว่าไม่คิดจะคืนสถานะให้ณัฐเดชที่นอนรักษาตัวอยู่หรือ

ผู้การจุ๊ปากไม่ให้เสียงดัง แล้วชี้แจงตามเหตุผลของตัวเองว่า หมอกับณัฐเดชอยู่นอกกรอบอย่างนี้ดีแล้ว ทำงานได้คล่องตัวกว่าปกติมาก อ้างเหตุผลว่า

“การมีแต้มเป็นต่อที่พวกนายสื่อสารกะวิญญาณได้ ทำให้พวกนายปิดคดีที่มันมีเรื่องเหนือธรรมชาติมาเกี่ยวข้องโดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบายเรื่องที่อธิบายด้วยเหตุผลธรรมดาๆ ให้พวกที่หูตาคับแคบฟัง พวกนายควรจะเป็นเจ้าหน้าที่ประจำคดีสิ่งลี้ลับเอ็กซ์ไฟล์แบบนี้ไปนานๆ เราจะได้ช่วยเหลือมนุษย์และอมนุษย์ได้ต่อไป”

“แต่คดีนี้จะปิดลงไม่ได้ ถ้าไม่ได้ความช่วยเหลือของพวกสาวๆ จากบริษัทซิกซ์เซ้นส์” พงอินทร์เข้ามาเสริม

“ผู้การไม่คืนสถานะให้เรา ก็ควรตอบแทนความดีบริษัทซิกซ์เซ้นส์บ้าง” หมอทวงให้พวกสาวๆ

“ผมทำแน่ ทันทีที่ทำได้” ผู้การตอบตัดบทแล้วเดินวางท่าออกไปขึ้นรถ ทั้งพงอินทร์และหมอต่างเซ็งกับการรับปากที่เลื่อนลอยอย่างขอไปที

วันต่อมา แผนยุทธก็นำเช็คค่าจ้างมาให้บริษัทซิกซ์เซ้นส์ พูดอย่างไม่รู้สึกรู้สาว่า เมื่อพวกเธอทำสำเร็จตามข้อตกลงตนก็ไปถอนแจ้งความแล้ว และก็ต้องจ่ายค่าจ้างให้

กรรัมภาบอกว่าพวกตนไม่ได้ทำคดีนี้เพื่อเงิน สุคนธรสก็ฝากเอาเงินนี้ไปทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้ภรรยาและผู้หญิงทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อก็แล้วกัน ก๊องขอให้รับไว้เพราะอย่างน้อยงานนี้กรรณาก็เกือบตาย เอาเงินมาซื้อขนมเลี้ยงน้องชายตาดำๆคนนี้ก็ได้

“จบธุระแล้ว ผมคงไม่มาที่นี่อีก” แผนยุทธเดินผยองออกไป แต่หารู้ไม่ว่า ผีช่อเพชรยังขี่หลังเขาแน่น ก๊องถามว่า ทำไมผีช่อเพชรยังอยู่ ศพก็เผาแล้วทำไมไม่ไปเกิด

“คือ...ผีช่อเพชรจะอยู่กับแผนยุทธตลอดไป จะไม่มีผู้หญิงที่ไหนเข้าใกล้เขาได้อีก” ญาณินชี้แจง กรรณาเพิ่มเติมว่า

“จะทำดีทำชั่วแค่ไหน จะหลบหนีปกปิดยังไงก็ตาม สิ่งเดียวที่คนเราไม่อาจจะหลบพ้นก็คือกรรม”

ทุกคนมองตามแผนยุทธที่เดินออกไปอย่างผยองด้วยความสมเพชที่ไม่รู้ตัวเลยว่าผีช่อเพชรยังขี่หลังเขาไม่ยอมปล่อย

ooooooo

น้ำหนึ่งถูกส่งตัวเข้าสถานบำบัด พงอินทร์ไปเยี่ยม เขาพูดคุยกับเธออย่างให้กำลังใจ บอกเธอว่าทั้งพิมอรและตนอโหสิให้เธอแล้ว

พงอินทร์บอกให้เธอลืมเรื่องร้ายๆ และเริ่มต้นใหม่ เพื่อนคนนี้รอเธออยู่ วันไหนที่เธอได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อนคนนี้จะมารับเอง

น้ำหนึ่งบอกพงอินทร์ว่ากรรณารักเขามาก ฉะนั้นเขาต้องดูแลเธอให้ดี อย่าทำให้เธอเสียใจ ไม่อย่างนั้นตนจะไม่อยู่ข้างเขาแน่

เมื่อพงอินทร์ออกมาพบกรรณาที่รออยู่ในรถ เขาเปลี่ยนเป็นคนพูดจาอ่อนหวานเอาอกเอาใจ จนกรรณาถามว่าเข้าไปแป๊บเดียวเพี้ยนเลยหรือ

“ฉันรับปากคุณหนึ่งแล้วจะทำดีกับเธอ คุณหนึ่งขอให้ฉันดูแลเธอให้ดีๆ เพราะว่า...เธอรักฉัน ฉันต้องตอบแทนดูแลความรู้สึกดีๆ ที่เธอให้มา จะไม่ทำให้เสียใจผิดหวัง เพราะว่า ฉันก็รักเธอเหมือนกัน” พงอินทร์บอกรักด้วยลีลาเฉพาะตัว

พิมอรดีใจและหมดห่วงที่น้องชายมีคนรู้ใจมาอยู่ดูแล ฝากกรรณาให้ดูแลพงอินทร์ด้วย บอกเธอว่า

“ฉันรู้ว่าเธอจะดูแลและกำราบคนกวนประสาทอย่างนายพงอินทร์ได้” แล้วพิมอรก็จากไปอย่างหมดห่วง

ไตรรัตน์กับสุคนธรสก็ยังพ่อแง่แม่งอนกันไม่เลิก แต่พองอนกันต่างก็แอบลุ้นให้อีกฝ่ายมาง้อ ลีลามากฟอร์มจัดทั้งคู่ จนญาณินปรารภกับติณห์ว่า “อนาคตเราจะเป็นเหมือนสองคนนี้ไหม”

ฝ่ายกรรัมภาหรือแก้ม ที่คลั่งไคล้ใหลหลงซุปเปอร์สตาร์เกาหลีอย่างปาร์คจุนจี ช่วงนี้ต้องหลบๆ ซาๆ ลงเพราะถูกแฟนคลับของจุนจีเล่นงาน อีกทั้งตัวแทนบริษัทร่วมทุนก็เข้มงวดกวดขัน กลัวละครจะไม่ได้ออนแอร์ เพื่อธุรกิจนี้ ทางตัวแทนจึงจัดให้มีการแถลงข่าวเรื่องหญิงไทยที่พัวพันกับจุนจีเพื่อให้แฟนคลับสบายใจ

ในการแถลงข่าวจุนจีต้องพูดตามที่ตัวแทนกำหนด ปฏิเสธความสัมพันธ์กับหญิงไทยคนนั้นว่าเธอเป็นแค่แฟนคลับคนหนึ่งที่คลั่งไคล้ตนมากเท่านั้น ประกาศตัวว่าโสดสนิท ส่วนภาพที่แพร่ออกมาจนเป็นข่าวครึกโครมนั้น ลีจองกุ๊กบอกว่าเป็นภาพตัดต่อ จุนจีให้สัมภาษณ์ปิดท้ายเพื่อให้แฟนคลับสบายใจว่า

“ผมยืนยันคำตอบ ผมยังโสด ไม่มีแฟน ไม่มีใครในหัวใจ ผู้หญิงคนนั้นไม่มีค่าอะไรกับผม คนที่ผมรักคือแฟนคลับเท่านั้นครับ”

เพียงเท่านี้ บรรดาแฟนคลับก็กรี๊ดกันอย่างไร้สมอง

กรรัมภาที่แอบไปดูการให้สัมภาษณ์ของจุนจี แม้จะเจ็บปวดแต่ก็มีความสุขพร้อมที่จะเสียสละทุกอย่างเพื่อจุนจี

แต่พอเสร็จจากการให้สัมภาษณ์ ปาร์คจุนจีก็ขอโทรศัพท์จากลีจองกุ๊ก เพื่อจะโทร.ปรับความเข้าใจกับกรรัมภา ลีจองกุ๊กไม่ให้ย้ำว่า ไม่ได้ยินตัวแทนบริษัทพูดหรือว่า “จุนจีต้องเลิกคบคุณแก้ม ไม่งั้นทุกอย่างจบ”

“ถ้าไม่ให้ ฉันจะไปหาคุณแก้มเอง” พูดแล้วแกล้งจะลุกไป ในที่สุดลีจองกุ๊กก็ต้องให้โทรศัพท์จุนจี แต่คอยควบคุมการโทร.อยู่ใกล้ๆ

ปรากฏว่ากรรัมภาปกป้องจุนจี จนไม่กล้าแม้แต่จะรับโทรศัพท์ของเขาเพราะกลัวแฟนคลับจับได้แล้วเขาจะเสียหาย พอทนไม่ได้ รับสายก็คุยแบบตัดบทแล้ววางสายเลย ไม่เพียงเท่านั้น เบอร์ติดต่อที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ก็ลบทิ้งหมด

จุนจีพยายามโทร.กลับไปหากรรัมภาอีก แต่เธอปิดเครื่องแล้ว ลีจองกุ๊กเฝ้าดูอยู่ พูดอย่างพอใจมากว่า

“เยี่ยม มันเป็นทางออกที่ถูกต้อง...นายไม่ต้องไปสนใจ ผู้หญิงที่ขี้น้อยใจ ไม่เข้าใจธรรมชาติของซุปตาร์ก็ไม่คู่ควรจะเป็นแฟนซุปตาร์ เลิกคบกันถูกต้องแล้ว”

จุนจีจ้องลีจองกุ๊กด้วยสายตาดุดัน แล้วทำท่าจะออกไปจากห้อง ลีจองกุ๊กอ้อนวอนน่าสงสารว่า...

“จุนจีจะไปไหน...ยูเป็นซุปตาร์ไม่ใช่ซุปไก่ ใครๆ  ก็จำยูได้ อย่าหาเรื่องให้กุ๊กต้องตกงานเลย พลีสสสส...”

ooooooo

ปัญหามรดกของพิมพิลาสยังแก้ไม่ตก อรวีถามสมชายว่าจนป่านนี้จุนจียังไม่ยอมเซ็นจะทำอย่างไรดี

“ฉันจะหาทางจัดการเอง แกไปทำให้ไอ้อติเทพมันขอแกแต่งงานให้ได้ ฉันจะได้สบายใจว่าแกจะได้มีส่วนร่วมในมรดกของยัยพิมพิลาสแน่ๆ”

แล้วจู่ๆ อติเทพก็เรียกสมชายไปพบด่วน แล้วยื่นเอกสารที่มีลายเซ็นจุนจีและอติเทพกำกับ สมชายมองตะลึงอุทาน

“นี่มัน...ลายเซ็นปาร์คจุนจี”

“ใช่ ลายเซ็นไอ้จุนจีของแท้ มันเซ็นยอมรับพินัยกรรมคุณพิมพิลาสแล้ว พวกคุณรีบไปจัดการโอนทรัพย์สินทุกอย่างที่เป็นของผมตามพินัยกรรมด้วย”

ทนายสมชายถามว่าเขาไปเอาลายเซ็นจุนจีมาได้อย่างไร อติเทพปรามว่าเขามีหน้าที่อะไรก็ไปทำ เป็นทนายอายุงานก็ไม่น้อยน่าจะฉลาดว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ

ทนายสมชายถือเอกสารแน่น รู้ว่าอติเทพต้องได้มาด้วยวิธีไม่ปกติแน่ๆ แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้

ต่อมาก็เป็นที่ฮือฮาไปทั้งกองถ่าย เมื่อเป้ยควงอติเทพไปที่กองถ่าย ทั้งสองแต่งชุดหรูแบรนด์เนมและเคล้าคลอกัน จนคนในกองถ่ายตะลึง ซองซูที่กำลังหาทางคั่วเป้ยถึงกับพึมพำมึนๆ

“คุณเป้ยกับ...เศรษฐีคนไทยเหรอ??” เมื่อสบโอกาสเขาถามเธอ “มันไม่จริงใช่ไหม”

“จริงค่ะ เป้ยกับคุณอติเทพ...เรา...หมั้นกันแล้ว” พูดพลางกรายนิ้วให้ดูแหวนเพชร

ooooooo

ตอนที่ 19

ได้ข้อมูลจากแผนยุทธแล้ว สามหนุ่มออกจากห้องไปอย่างรีบร้อน แล้วทุกคนก็ต้องตกใจ ร้อนใจเมื่อกรรณาหายไป

พงอินทร์โทร.ถามน้ำหนึ่งว่ากรรณาอยู่กับเธอหรือเปล่า เธอบอกว่าแยกกับกรรณานานแล้ว ตอนนี้ตนกลับมาทำธุระที่บ้าน แกล้งถามว่ากรรณาไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลหรือ? ไปบ้านญาติช่อเพชรหรือเปล่า หรือไปหาน้ำกินที่โรงอาหาร?

ณัฐเดชโทร.ถามญานิน พอรู้ว่ากรรณาไม่ได้ไปและไม่ได้ติดต่อกัน ณัฐเดชบอกให้เธอโทร.ไปถามทุกคนให้ด้วยส่วนตัวเขาเองโทร.หาเพื่อนที่สำนักงานตำรวจบอกว่าอยากได้หมายค้น กำลังจะไปบ้านผู้ต้องสงสัย เอาเร็วที่สุดด้วย

สุคนธรสกำลังค้นหาของขวัญของโบตั๋น ระหว่างนั้นได้รับโทรศัพท์จากญานิน พอรู้ว่ากรรณาหายไป เธอบอกโบตั๋นว่า

“พี่ต้องกลับมาช่วยหาของขวัญให้เจอแน่ แต่ตอนนี้พี่ต้องไปหาเพื่อนพี่ให้เจอก่อน เพื่อนพี่ก็มีค่าเหมือนของขวัญของโบตั๋นนะคะ” โบตั๋นพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“เดี๋ยวผมพาไปเอง” ไตรรัตน์เอ่ยขึ้นเพราะแอบฟังอยู่ ถูกสุคนธรสปฏิเสธทันที แต่เขาอ้างว่าเพื่อนเธอก็คือเพื่อนตน สุคนธรสพูดอย่างไม่แยแสว่าตนไม่อยากรบกวน “ผมก็แค่อยากดูแลคุณ ในทุกสถานการณ์”

ทั้งสองตะบึงตะบอนงอนง้อกัน ในที่สุดไตรรัตน์ก็อุ้มสุคนธรสไปไว้ในรถแล้วขับบ่ายหน้าไปบ้านญาณินเลย

พงศ์อินทร์กลับบ้านรู้จากก๊องว่ากรรณาไม่ได้กลับมา เขายิ่งร้อนใจ ฉุกคิดอะไรได้สั่งก๊องว่า

ก๊องรีบไปหาแหวนเพชรที่อยู่ในห้องคุณแผนยุทธมานะ ถามคุณจารุณี เขารู้อยู่ที่ไหน แล้วรีบเอาไปที่บริษัทให้คุณญาณินด่วนเลย”

ญาณินกำลังนั่งสมาธิหลับตาใช้ญาณในการหากรรณาจนเหงื่อแตกเต็มหน้า ติณห์นั่งข้างๆ ถามว่าเห็นไหมว่ากรรณาอยู่ที่ไหน

“ที่ที่ยัยกรรณอยู่มันมืดมาก มองไม่ออกเลยว่าคือที่ไหน แถมในนั้นยังร้อนอบอ้าวมากด้วย”

ทั้งติณห์ กรรัมภาและเนตรสิตางศุ์เดากันไปต่างๆนานา ญาณินบอกว่ากรรณาไม่ได้อยู่คนเดียว มีคนอยู่กับเธออีกคน แต่เป็นใครไม่รู้ นอนอยู่ มืดมากเลยมองไม่เห็นว่าเป็นใคร

พอดีสุคนธรสกับไตรรัตน์มาถึง สุคนธรสเดินอ้าวเข้าบริษัทถามอย่างร้อนใจ

“พวกเราเกิดอะไรขึ้น แล้วจะให้ฉันทำอะไรบอกมาเลย พร้อม!!”

ooooooo

ที่ห้องใต้ดินบ้านน้ำหนึ่ง... กรรณาค่อยๆรู้สึกตัวขึ้น มองสำรวจไปรอบๆทั้งที่ยังปวดหัวมาก

ในความมืดสลัวนั้น กรรณาเห็นข้าวของวางระเกะระกะไปหมด ในห้องกลิ่นเหม็นฉุนจนเกือบสำลัก พอกวาดตามองถึงปลายเท้าตัวเอง เธอก็ตกใจกลัวตัวเริ่มสั่น เมื่อเห็นปลายเท้าแห้งเกือบเกยเท้าตน ค่อยๆมองไล่จากปลายเท้าแห้งขึ้นไปจนถึงใบหน้า เธอยิ่งกลัวเมื่อเห็นกะโหลกคนที่ยังมีหนังและผมติดอยู่บ้าง ตาโบ๋เพราะเน่าไปแล้วศพนั้นนอนตะแคงหันหน้ามาทางเธอและอยู่ใกล้หน้าเธอแค่ฝ่ามือกั้น!

“กรี๊ดดดดดด!!” กรรณาแผดเสียงพยายามกระถดหนีสุดชีวิต แต่เป็นไปอย่างยากลำบากเพราะทั้งมือและเท้าถูกมัดหมด กระทั่งไปชนกับเท้าคู่หนึ่งที่ยืนอยู่

“จุ๊ๆ อย่าเสียงดังสิคุณกรรณ” น้ำหนึ่งนั่นเอง!เธอปรามแล้วเอาผ้ามัดปากกรรณาทันที กรรณาเห็นสีหน้าแววตาของน้ำหนึ่งเปลี่ยนเป็นตาขวางดุร้ายน่ากลัวขณะพล่าม “ฉันไม่ได้ตั้งใจ แต่พวกเธอไม่น่าเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรก”

ขณะน้ำหนึ่งกำลังคุกคามกรรณานั่นเอง เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น น้ำหนึ่งมองขวับไปทันที

พงอินทร์กดออดแล้วเหมือนไม่มีคนอยู่ในบ้าน เขาจึงปีนรั้วเข้าไป ณัฐเดชโทร.มาพอดี พงอินทร์บอกว่าที่บ้านญาติช่อเพชรก็ไม่เจอกรรณา ถูกณัฐเดชตำหนิว่าสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปได้ยังไง ทำไมไม่รอ หมายค้นกำลังมา อึดใจเดียวตำรวจที่ณัฐเดชให้ทำหมายค้นก็เอามาให้

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ ญาณินกับติณห์พยักหน้าอย่างรู้กันแล้วญาณินจึงบอกแก่เพื่อนๆว่า

“เราจะเชิญวิญญาณเมีย ดร.แผนยุทธมาประทับทรงยัยรส ยัยรสจะได้เข้าไปล่วงรู้ความทรงจำของเขา”

ติณห์เสริมว่านี่เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้เราเจอกรรณา เนตรสิตางศุ์ติงว่าวิญญาณที่เคยอาละวาดครั้งนั้นไม่น่าจะเป็นพิมอรเพราะเธอเป็นคนอ่อนหวาน กร–รัมภาแย้งว่า จะเป็นวิญญาณชื่ออะไรก็ช่างแต่เธอก็เป็นเมียคนหนึ่งของแผนยุทธ

“เดี๋ยวครับ ถ้าผีนางนี้ไม่ใช่คุณพิมอร แต่มากรี๊ดๆ ว่า ดร.แผนยุทธเป็นผัว ก็แปลว่ามีผู้หญิงสองคนที่เป็นเมียแผนยุทธ และถูกฆ่าตายน่ะซิ” หมอถาม สุคนธรสเห็นด้วย แสดงว่าฆาตกรจะต้องเป็นผู้หญิงอีกคนที่คอยตามฆ่าเมียทุกคนของแผนยุทธก็ได้

ทุกคนฮือฮากับปมที่คลายออกมาทีละเปลาะติณห์ย้ำว่าฉะนั้นเราต้องคุยกับผีตนนี้เพื่อถ่วงเวลาให้วิญญาณของเขาสิงในร่างสุคนธรสนานๆ เพื่อสุคนธรสจะได้มีความทรงจำวันที่เมียแผนยุทธคนนี้เสียชีวิตว่าเธอคือใครกันแน่ และใครเป็นคนฆ่าเธอ ญาณินเสริมว่าคนที่ฆ่าเธออาจเป็นคนเดียวกับคนที่เอาตัวกรรณาไปก็ได้

ปมกระชับเข้าทุกที ไตรรัตน์นั่งฟังอย่างตึงเครียดนึกเป็นห่วงสุคนธรสขึ้นมา ทนไม่ได้โพล่งออกไปว่า

“ผมไม่ยอม! มันอันตรายเกินไป ถ้าเมียผมเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ”

“ทุกคนฟังนะ” สุคนธรสเอ่ยขึ้น “สิ่งที่ร้ายแรงที่สุด ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อผีเมีย ดร.คนนี้มาเข้าร่างฉันแล้ว จะทำให้ร่างฉันมีดวงจิตอยู่สองดวงพร้อมๆกัน และในกรณีที่ฉันควบคุมผีในร่างฉันไม่อยู่ อาการโวยวายอาละวาดต่างๆ นานาอาจจะทำให้อวัยวะในร่างกายฉันทำงานไม่ประสานกัน รวมถึงระบบการหมุนเวียนของเลือดและการเต้นของหัวใจอาจทำงานเกินลิมิต  ฉันอาจมีอาการช็อกและหัวใจล้มเหลว”

“เข้าใจหรือยังครับทุกคน!” ไตรรัตน์ได้ทีถามและมองหน้าทุกคนเครียด

“แต่...” สุคนธรสเอ่ย มองหน้าไตรรัตน์อย่างหมั่นไส้ แล้วพูดอย่างไม่แยแสกับความรู้สึกของเขาว่า“ฉันเองเป็นคนที่รู้ดีที่สุด เพราะฉันเข้าทรงมาเยอะแยะ แล้วฉันก็เป็นคนที่มีพรสวรรค์ในเรื่องนี้ ยังไงฉันต้องช่วยยัยกรรณให้ได้ เพราะฉะนั้นฉันขอรับผิดชอบตัวฉัน ร่างกายฉัน และจิตใจของฉันเอง เพราะมีฉันคนเดียวที่จะรับหน้าที่นี้ได้ เพราะฉะนั้น สามีฉัน...เงียบไปเลยย่ะ!”

“พวกผมจะคอยช่วยคุณเต็มที่ ไว้ใจผมนะคุณไตรรัตน์” หมอเอ่ย ติณห์ก็ให้กำลังใจไตรรัตน์ว่าเมียเขาเก่งขนาดนี้เขาน่าจะภูมิใจ ไตรรัตน์น้ำตาคลอมองสุคนธรสอย่างน้อยใจที่ไม่แคร์ความรู้สึกของตนเลย

ooooooo

ก๊องเอาแหวนที่พงอินทร์สั่งให้ไปเอาในห้องแผนยุทธมาให้สุคนธรส บอกว่าเป็นแหวนของช่อ-เพชรสวมไว้ไม่เคยถอด เธอส่งคืนมาพร้อมจดหมายลาออกหลังจากตัวเธอหายไป

กรรัมภาขอจับดู พอสัมผัสแหวนเธอเห็นเงาตะคุ่มของช่อเพชรที่นอนหายใจรวยริน ที่มือซ้ายของเธอมีมือของหญิงคนหนึ่งมาถอดแหวนจากนิ้วนางข้างซ้าย กรรัมภาฟันธงว่า เจ้าของแหวนคือคนตาย ติณห์วิเคราะห์ว่า แปลว่าช่อเพชรไม่ใช่ฆาตกรและคนชื่อช่อเพชรก็ตายไปแล้ว!

เกิดประเด็นใหม่ว่า คนที่ติดต่อกรรณากับพงอินทร์ และบอกทุกคนว่าตนคือช่อเพชร เป็นใครกันแน่? เนตรสิตางศุ์เชื่อว่าต้องเป็นคนที่ถอดแหวนวงนี้ออกจากมือช่อเพชร

“นางคือฆาตกรผู้หญิง...แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ฉันมองไม่เห็น มันมืด...”กรรัมภาบอก แล้วออกจากภวังค์ส่งแหวนคืนให้สุคนธรส

สุคนธรสเชื่อว่า วิญญาณที่ตาม ดร.แผนยุทธอาจเป็นวิญญาณของผู้หญิงเจ้าของแหวนนี้ซึ่งก็คือช่อเพชร เธอตั้งสติพนมมือ บอกกล่าวว่า...

“คุณช่อเพชรคะ พวกเราจะช่วยเฉลยปริศนาความตายของคุณ และคุณกรุณาให้เราสามารถช่วยชีวิตยัยกรรณได้ทันเวลาด้วย เพราะคนที่ฆ่าคุณแล้วเอาชื่อคุณมาอ้าง อาจจะกำลังทำอันตรายยัยกรรณเพื่อนเรานะคะ” พูดจบสวมแหวนที่นิ้วตัวเองแล้วพนมมือหลับตาสวดคาถา...

ไม่นาน วิญญาณช่อเพชรก็มาสิงร่างสุคนธรส เธอถามอย่างไม่พอใจ “แกอีกแล้วหรือ นังพวกหน้าด้าน!” ทำเอาทุกคนสะดุ้งสยอง แต่ไม่นาน เรื่องราวต่างๆ ก็ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างละเอียด...

นับแต่ช่อเพชรเข้ามาเป็นเลขาก็ถูกแผนยุทธทำกรุ้มกริ่มจนช่อเพชรในวัยสาวที่อ่อนต่อโลกเขินอาย และเคลิ้มหลงเมื่อเขามอบช่อดอกไม้มีแหวนเพชรอยู่ในกลีบ กุหลาบให้ ตามด้วยที่คอนโดที่ตบแต่งพร้อมอยู่ เวลานั้นเด็กสาวอย่างเธอเหมือนตกอยู่ในความฝัน ยิ่งเมื่อแผนยุทธบอกว่าเขาหย่ากับพิมอรแล้ว แต่เพราะฐานะทางสังคมจำต้องปิดเรื่องนี้ไว้ แล้วพาเธอไปจดทะเบียนสมรสกันเป็นเรื่องราวที่ทุกคนในซิกซ์เซ้นส์ได้ยินจากปากช่อเพชรที่สิงในร่างสุคนธรส แล้วเธอก็เล่าต่ออย่างเจ็บปวดว่า

ตนได้พาน้ำหนึ่งมาพบแผนยุทธที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แนะนำว่าเป็นน้องสาวคนละพ่อกับตนและฝากแผนยุทธช่วยดูแลด้วย นับแต่นาทีแรกที่ได้สบตา น้ำหนึ่งก็ขยะแขยงกับแววตากรุ้มกริ่มของแผนยุทธ เธอเกิดความคิดบางอย่างจึงทอดสะพานให้แต่พองาม

ooooooo

เวลาเดียวกัน...ที่ห้องใต้ดินบ้านน้ำหนึ่ง เธอจับแขนกรรณามัดไว้กับโซฟา แล้วเอายาให้กินบอกว่าจะได้หลับสบายและไม่รู้สึกเจ็บปวดทรมาน

“ถ้าฉันหายไป ไม่นานตำรวจต้องแห่กันมาที่นี่” กรรณาหาทางเลี่ยงที่จะกินยา

“ตำรวจไม่มีทางรู้ว่าบ้านหลังนี้มีห้องใต้ดิน ฉันซ่อนศพพี่เพชรไว้ตั้งนาน ยังไม่มีใครรู้เลย” กรรณาจึงรู้ว่าที่แท้ช่อเพชรเป็นพี่สาวของน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งจึงประคองศพช่อเพชรขึ้นนั่งบอกว่าช่อเพชรอยู่นี่แล้วไงอยากเจอนักไม่ใช่หรือ กรรณาช็อกพึมพำ “คุณฆ่าช่อเพชร! คุณคือพิมพลอย น้องสาวช่อเพชร”

น้ำหนึ่งจึงเล่าเรื่องช่อเพชรให้ฟังว่า ช่อเพชรรักและเชื่อคำหวานของแผนยุทธทุกอย่าง แต่ไม่เคยจำเลยว่า “ผู้ชายมันก็คือสัตว์ผู้ ที่เห็นผู้หญิงเป็นแค่ของเล่น เป็นแค่ที่รองรับอารมณ์อุบาทว์ของพวกมัน มีเหรอที่จะรักใครจริง ไอ้แผนยุทธก็เหมือนกัน แค่วันแรกที่มันเห็นหน้าฉัน ลายก็ออกแล้ว!”

น้ำหนึ่งยังเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทำให้แตกหักกันว่า “ไอ้แผนยุทธมันไม่เคยจริงใจกับพี่เพชร มันหลอกพี่เพชร จนพี่เพชรไปสืบพบความจริงว่ามันยังไม่ได้หย่าขาดจากพิมอรและยังอยู่บ้านเดียวกันฉันสามีภรรยา!”

เมื่อรู้ว่าถูกหลอก ช่อเพชรยื่นคำขาดว่า แผนยุทธต้องบอกพิมอรให้เลิกกับเขาถ้าเขาไม่บอกตนจะไปจัดการเอง

“ไม่ได้นะคุณ...อย่ายุ่งกับพิมอร” แผนยุทธตกใจมากรีบตามช่อเพชรออกมา

ช่อเพชรไม่เอะใจเลยว่า ขณะที่ตัวเองตามรังควานพิมอรนั้นแผนยุทธกำลังคิดหักหลังเธออยู่!

น้ำหนึ่งคุยกับศพของช่อเพชรอย่างคนเพี้ยนๆ ขอ ให้ ช่อเพชรเข้าใจเจตนาดีของตนที่เอาตัวเข้าแลกเพื่อให้พี่ตาสว่างว่า กากมนุษย์อย่างแผนยุทธไม่ได้รักพี่มันหื่นกระหายกับใครก็ได้ไม่เลือกแม้แต่กับน้องสาวของพี่เอง

วิญญาณช่อเพชรที่สิงร่างสุคนธรสอยู่อาละวาดบีบคอญาณินไล่ทำร้ายพวกสาวๆจนต้องวิ่งหนีกันพล่าน ขว้างปาข้าวของ จนไตรรัตน์เองก็ถูกแจกันปาหัวแตก

เมื่อรู้ว่าน้ำหนึ่งเพื่อนของพงอินทร์คือน้องของช่อเพชร ทุกคนก็ยิ่งแปลกใจ

เวลาเดียวกัน ณัฐเดชก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากวุฒิเพื่อนที่สำนักงานตำรวจว่า

“ฉันได้ข้อมูลมาใหม่สดๆเลย จากข้อมูลทะเบียนราษฎรพบว่า ผู้หญิงชื่อพิมพลอย อินนาวงศ์ เปลี่ยนชื่อเป็นนางสาวน้ำหนึ่ง อินทุวงศ์ เมื่อห้าปีที่แล้ว”

พงอินทร์รับรู้ข้อมูลนี้จากณัฐเดชอย่างร้อนใจ แต่ไม่ทันได้คุยอะไรกันต่อแบตก็หมดเสียก่อน เขาเป็นห่วงกรรณามาก รีบขับรถออกไปทันที

เมื่อช่อเพชรจับได้ว่าน้ำหนึ่งมีความสัมพันธ์กับแผนยุทธอย่างลึกซึ้ง ก็อาละวาดด่าน้ำหนึ่งว่าแย่งผัวตน ด่านังบ้า นังโรคจิต นังประสาท ไม่น่าเอาออกจากโรงพยาบาลบ้ามาให้ทรยศตนเลย

ไม่ว่าน้ำหนึ่งจะชี้แจงเคลียร์ตัวเองและชี้ให้ช่อเพชรเห็นถึงความเลวของแผนยุทธอย่างไร ช่อเพชรก็ยังหลงใหลแผนยุทธไม่ลืมหูลืมตา โทษว่าเป็นความเลวความผิดของน้ำหนึ่ง โกรธแค้นจนคว้ามีดปอกผลไม้จะแทงน้ำหนึ่งถูกน้ำหนึ่งดันตัวไปกระแทกกำแพง พลันก็มีเสียงมีดเสียบเข้าเนื้อ สวบบบบบ!! แล้วที่หน้าอกช่อเพชรก็มีเลือดทะลักออกมา!

น้ำหนึ่งถอยไปยืนมองช่อเพชรตัวสั่นด้วยความตกใจสุดขีด!

ooooooo

บรรดาสมาชิกในบริษัทซิกซ์เซ้นส์อยู่ในภาวะตึงเครียด ตกใจ และต้องคอยวิ่งหนีช่อเพชรที่สิงร่างสุคนธรสอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง จนเมื่อได้ข้อมูลพอสมควรแล้ว เนตรสิตางศุ์ช่วยเอาสายสิญจน์ออกจากตัวสุคนธรส

“ป้านึกว่าคุณหนูจะแย่ซะแล้ว” ป้าออรีบมาดูแล

“หนูรับรู้ความรู้สึกของช่อเพชรวินาทีสุดท้ายก่อนเธอจะหมดลม มันสยองบอกไม่ถูกเลย” สุคนธรสเล่าความรู้สึกขณะนั้นให้ฟัง ส่วนหมอวรวรรธรีบเข้าตรวจร่างกาย ปรากฏว่าทุกอย่างปกติ

สุคนธรสมองสภาพภายในบริษัทอย่างไม่เชื่อสายตา ที่ข้าวของทุกอย่างกระจัดกระจายเกลื่อนราวกับถูกตัวอะไรมาบุกตะลุย ญาณินเองก็กำลังนั่งให้ติณห์ทายาและนวดให้ที่คอเพราะถูกผีช่อเพชรบีบคอเกือบตาย และที่อีกมุมหนึ่ง ไตรรัตน์ในสภาพที่หัวมีผ้าพันแผลเพราะถูกผีช่อเพชรปาแจกันใส่หัวแตก เห็นสภาพนี้แล้วสุคนธรสก็ลืมทิฐิที่มีต่อกันแต่ยังไว้เชิงทำฟอร์มไม่สนใจ

ขณะนั้นเองณัฐเดชมาถึงบริษัท ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ป้าออเล่าอย่างไม่หายตระหนกว่า

“คุณรสให้คุณช่อเพชรเข้าร่างค่ะ เพื่อจะหาว่าคุณกรรณอยู่ที่ไหน และใครเป็นคนฆ่าคุณช่อเพชร”

“เดี๋ยวนะ...ช่อเพชร? ตายแล้ว โดนฆ่า งั้นเหรอ?? ช่อเพชรไม่ใช่คนที่เคยโทร.หายัยกรรณากะนายโจ้บ่อยๆ หรือ?”

ญาณินถามสุคนธรสว่าตกลงเธอเห็นอะไรบ้าง สุคนธรสเล่าความทรงจำขณะช่อเพชรเข้าสิงว่า

“จริงสิ...ห้องใต้ดิน...บ้านหลังนั้นมีห้องใต้ดิน คุณน้ำหนึ่งเป็นคนฆ่าคุณช่อเพชรแล้วเอาศพคุณช่อเพชรไปซ่อนไว้ที่นั่น”

“บ้านน้ำหนึ่ง!!” ญาณินอุทาน ทุกคนตกใจมากเมื่อรู้ว่าน้ำหนึ่งกับพิมพลอยเป็นคนเดียวกัน!!

“นายโจ้...นายโจ้กำลังไปที่นั่น” ณัฐเดชนึกได้บอกทุกคน

ooooooo

น้ำหนึ่งกอดศพช่อเพชรร้องไห้คร่ำครวญขอโทษ บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ

กรรณาเกลี้ยกล่อมให้น้ำหนึ่งยอมไปรักษาตัวเสีย พูดให้สบายใจว่า ณัฐเดชเป็นตำรวจที่ดี ให้เธอเล่าความจริงให้ฟังแล้วเขาจะช่วยเธออย่างดีที่สุด

“ฉันไม่ต้องการให้พวกผู้ชายมาเห็นใจ พวกผู้ชายมันเห็นแก่ตัวทุกคน ฉันเกลียดพวกมัน ผู้ชายมันเลว! ไว้ใจไม่ได้เหมือนกันทั้งโลกนั่นแหละ” กรรณาติงว่าไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายล้วนมีทั้งคนดีและคนเลว ถูกน้ำหนึ่งจ้องหน้าพูดอย่างเจ็บปวดว่า “แกลองโดนพ่อเลี้ยงข่มขืนตอนแกเป็นเด็กดูซิ!”

“เพราะอย่างนี้เองเหรอคะ ที่ทำให้คุณน้ำหนึ่งไม่รับรักนายโจ้”

“พูดมาก!” น้ำหนึ่งตวาดตาขวาง “นังตัววุ่นวายแสลน ชอบแส่เรื่องชาวบ้านดีนัก!” น้ำหนึ่งวางศพช่อเพชรหันมาเอาผ้ามัดปากกรรณาไม่ให้พูด

พงอินทร์มาถึงบ้านน้ำหนึ่งพร้อมชะแลงเตรียมมางัดประตู แต่ไม่ทันงัดประตูก็เปิดออก เขาเข้าไปในบ้านอย่างระมัดระวัง จนสายตาชินกับความมืดสลัว เขาเห็นน้ำหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ เขาถามว่ากรรณาอยู่ไหน น้ำหนึ่งอ้อนเขาว่ามีเรื่องจะสารภาพ แต่ในมือที่ซ่อนอยู่ข้างหลังของเธอนั้น กำเข็มฉีดยาไว้แน่น

“เวลานี้คุณกรรณาอยู่ไหน คุณตอบผมมาก่อนดีกว่า” พงอินทร์พรวดเข้าไปหมายกระชากตัวน้ำหนึ่งอย่างร้อนใจ แต่ยังไม่ทันถึงตัว เข็มฉีดยาก็ปักเข้าที่มือจึ๊ก! แล้วร่างเขาก็ทรุดหมดสติอย่างเร็ว น้ำหนึ่งจ้องหน้าเขาตาขวาง!

ร่างพงอินทร์ถูกลากไปที่ห้องใต้ดิน วางไว้ใกล้ๆกรรณาที่ถูกมัดปากมัดมือมัดเท้าไว้หมด

“เขามาหาเธอ เขาเป็นห่วงเธอมาก ได้เจอกันสมใจแล้วใช่ไหมโจ้...” แล้วเธอก็หันฟ้องกับศพช่อเพชร “พี่เพชร พี่ดูซิ เมื่อก่อนโจ้รักพลอย มีแต่พลอยคนเดียว แล้วตอนนี้มันก็ไปห่วงใยอีนี่ เห็นหรือยังว่าผู้ชายมันชั่วเหมือนกันหมด!!!”

น้ำหนึ่งพูดอย่างอาฆาตแค้นว่าคนแบบนี้ต้องได้บทเรียน แล้วคว้ากรอบรูปปาลงพื้น หยิบกระจกแหลมขึ้นมาจะแทงพงอินทร์ แต่ชะงักเพราะมีเสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น อย่างเร่งร้อนและยาวนาน...แต่พอเธอไปที่ประตูพบว่ามีกระดาษกาวแปะไว้เพื่อให้มันดังค้างอยู่อย่างนั้น เธอหันขวับจ้องเข้าไปในบ้านตาขวาง

น้ำหนึ่งยังกำกระจกแหลมในมือ เดินกลับเข้าไปในบ้าน คำรามหน้าตาอำมหิต

“พวกแกจะทำอะไรฉัน...ฉันจะไม่กลับเข้าไปสถานบำบัดบ้าๆนั่นอีก ฉันไม่กลับไป ฉันยอมตาย” เธอกำกระจกแน่นบาดมือจนเลือดหยด แล้วเอากระจกจะกรีดข้อมือตัวเอง

ooooooo

ณัฐเดชแอบย่องเข้าไปในบ้านแล้ว เขาเดินมองหาห้องใต้ดินอย่างระแวดระวัง ทันใดนั้นเขาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาว เขาวิ่งตามเสียงขึ้นชั้นบนทันที
ปรากฏว่าเจอน้ำหนึ่งนั่งทรุด ที่ข้อมือมีเลือดไหล สีหน้าอ่อนระโหย กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น พร่ำพูดแต่ว่า

“ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันขอโทษ...ฉันผิดไปแล้ว ฉันควรจะตายเป็นคนแรก” แล้วจะเอากระจกแหลมแทงตัวเอง ณัฐเดชพุ่งเข้าแย่ง ถามว่าจะทำบ้าอะไร “ฉันอยากตายไง ฉันกำลังจะตาย ไม่เห็นเหรอ”

“จะรีบตายทำไมล่ะครับ อยู่ช่วยกันก่อน คุณโจ้กับยัยกรรณอยู่ที่ไหน คุณน้ำหนึ่ง!!” ณัฐเดชเสียงดังเรียกสติเธอ คาดคั้นจนเธอชี้ไปที่ห้องตรงข้าม แต่พอณัฐเดชผลักประตูเข้าไป พบแต่ความว่างเปล่า หันกลับมาอีกทีเจอน้ำหนึ่งมายืนประชิดแล้ว เธอใช้มีดแทงท้องเขาอย่างเร็ว แล้วประสานมือทุบอย่างแรงจนณัฐเดชร่วงไปกองกับพื้น

น้ำหนึ่งมองร่างไร้สติของณัฐเดช ยิ้มหวานให้เขา...จัดแจงมัดมือมัดเท้าเอาผ้าผืนใหญ่มาลากร่างเขาไปนอนบนนั้นแล้วลากไปอย่างใจเย็น

เวลาเดียวกัน ที่หน้าบ้าน สี่สาวและหมอวรวรรธมาถึงแล้ว พวกเขาเห็นรถของณัฐเดชและพงอินทร์จอดอยู่

“แสดงว่ายัยกรรณถูกน้ำหนึ่งจับตัวมาไว้ที่นี่จริงๆ” สุคนธรสบอกทุกคน แล้วพากันเดินเข้าไปในบริเวณหน้าบ้าน

“น้ำหนึ่งคือพิมพลอย น้องสาวของช่อเพชร เขาฆ่าพี่สาวตัวเอง แต่แกล้งหลอกทุกคนว่าช่อเพชรยังอยู่ เพราะตั้งใจจะหลอกให้ยัยกรรณกับคุณโจ้หลงทางสืบมาไม่ถึงตัวเขาที่เป็นต้นตอของเรื่องทั้งหมด” ญาณินเล่าทบทวน

“คดีนี้ไม่ได้มีหมอผีหรือวิญญาณร้ายอะไร มีแค่ผู้หญิงโรคจิตๆคนเดียว ผมว่าพวกคุณรอที่นี่ เดี๋ยวผมกับไอ้หมอเข้าไปเองดีกว่า” ติณห์เสนอ ญาณินสวนขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ไม่ค่ะ เราทิ้งให้ยัยกรรณทำคดีนี้คนเดียวมันถึงได้กลายเป็นอย่างนี้ เราจะไม่ทิ้งเพื่อนเราอีกเด็ดขาด”

หมอส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบ ตั้งข้อสังเกตว่า “ทุกคนรู้สึกไหมครับว่า บ้านนี้มันเงียบผิดปกติ ถ้าคุณโจ้กับพี่ณัฐมาที่นี่ และจัดการน้ำหนึ่งได้ มันไม่น่าเงียบอย่างนี้...หรือเปล่า”

ทุกคนเริ่มหวั่นใจว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับพวกที่หายไป

ooooooo

ตอนที่ 18

กรกฎให้ลูกน้องสองคนตามป้าสุดใจไป ตัวมันเองไล่ตามเนตรสิตางศุ์หมายกำจัดด้วยมือตัวเอง

มันไล่จับเนตรสิตางศุ์ได้หมายกำจัดโดยไม่ต้องเสียกระสุน แต่ถูกหมอวรวรรธตามมากระโดดถีบจากข้างหลังจนมันกลิ้ง หมอรีบเข้าช่วยเนตรสิตางศุ์ที่ถูกหลังมือมันตบจนกระเด็นไปเลือดกบปาก ระหว่างนั้นกรกฎลุกขึ้นชักปืนจะยิงหมอแต่ถูกณัฐเดชยิงมาสองนัดจนเซแต่ลูกปืน ไม่ระคายผิวมัน

กรกฎหันเห็นณัฐเดช มันหัวเราะชอบใจว่ามากันพร้อมหน้าก็ดีแล้วจะได้จัดการเสียทีเดียวเลย

“ไอ้ หมอ...พาเนตรหนีไปก่อน ทางนี้ฉันจัดการเอง” ณัฐเดชตะโกนบอกหมอวรวรรธ หมอจึงประคองเนตรสิตางศุ์หนีไป เนตรสิตางศุ์ตะโกนบอกณัฐเดชให้ระวังตัวด้วย เธอร้องไห้ตามหมอไป

แต่หมอ กับเนตรสิตางศุ์ก็ถูกลูกน้องกรกฎยิงใส่ กระสุนเจาะต้นไม้เศษไม้พุ่งเข้าแทงแขนหมอ เนตรสิตางศุ์ช่วยดึงเสี้ยนไม้ออก บอกหมอให้เข้มแข็งแล้วฉีกแขนเสื้อตัวเองพันแผลให้

หมอวรวรรธตะลึงอึ้งกับความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของเนตรสิตางศุ์

“หมอห้ามเป็นอะไรนะคะ หมอต้องช่วยเนตรกับพี่ณัฐให้ได้ สู้ๆ!”

“ครับ สู้ๆ! อ๊ากกกก...” หมอร้องเพราะเจ็บแผลแต่กัดฟันสู้

ที่สำนักหมอผีสมคิด เบญจาในชุดแม่หมอเต็มยศ กำลังใช้พลังพิเศษบัญชาการลับอยู่ในห้องบัญชาการโดยมีหมอผีสมคิดรอฟังสิ่งที่เบญจาเห็นอยู่อย่างใจจดจ่อ

“ตอนนี้ไอ้สารวัตรณัฐเดชกับแฟนมันตามมาช่วย แต่พวกมันกำลังเสียเปรียบ”

“ดี!! กรกฎแกคงไม่พลาดนะ งานนี้ไอ้สารวัตรมันไม่สามารถเรียกพรรคพวกตำรวจมาช่วยได้เหมือนเคยฮ่าๆๆ”

เบญจาปักกริชลงที่รูปเนตรสิตางศุ์ รูปถูกเผากลายเป็นเถ้าอยู่ในอ่างไฟ หมอผีสมคิดพูดสะใจ “ถ้าเก็บนังเนตรได้คนนึง ก็เหมือนนังพวกซิกซ์เซ้นส์ถูกควักดวงตาจนบอด เมื่อไม่ครบห้าคน พลังพวกมันก็จะอ่อนลงทุกที”

“หนูจะไปกำจัดนังญาณินเอง!” พูดพลางเบญจาลุกขึ้นยืน ถูกสมคิดยกไม้เท้ากันไว้บอกว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ เรามีงานใหญ่ของสำนักต้องทำก่อน

งานใหญ่ของหมอผีสมคิดคือ ทำให้นายภาคภูมิชนะคู่แข่งที่จะขึ้นเป็นผู้บริหารเบอร์หนึ่งของบริษัทมหึมา–ธนกิจกรุ๊ป  เพราะประธานกรรมการผู้จัดการคนเก่าประกาศลาออกเนื่องจากปัญหาสุขภาพ

จากการเลือกตั้ง ปรากฏว่าคู่แข่งของภาคภูมิชนะไปเพียง 1 คะแนน ภาคภูมิถามอย่างไม่พอใจว่าจะจัดการอย่างไรเพราะตนจ่ายไปแล้ว 100 ล้านเพื่อช่วยให้ตนได้ตำแหน่งนี้

“เอาล่ะ เบญจาจะทำพิธีช่วยให้คุณได้สมหวังเดี๋ยวนี้แล้ว” หมอผีสมคิดบอกภาคภูมิ แล้วสมุนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ติดผนังห้องข้างๆที่มีจอ LED อยู่ข้างหลัง พอหมอผีสมคิดพยักหน้า สมุนก็กดรีโมตเปิดทีวีทันที

ปรากฏภาพนักข่าวสาวกำลังรายงานพิธีต้อนรับประธานกลุ่มบริษัทมหึมาธนกิจกรุ๊ปคนใหม่ ที่กำลังจะแถลงการณ์เข้ารับตำแหน่ง แต่ขึ้นกล่าวได้เพียงแค่ “ขอบคุณมากครับที่ไว้...” เขาก็ตาตั้งหายใจไม่ออก จนทุกคนตกใจช่วยเหลือกันชุลมุน

“ว้าย...คุณโอภาสเป็นอะไรก็ไม่ทราบค่ะท่านผู้ชม ตอนนี้เหตุการณ์วุ่นวายไปหมด” นักข่าวสาวรายงานอย่างตกใจ

ที่ห้องประกอบพิธีสำนักหมอผีสมคิด คุณภาคภูมิและพวกที่ดูอยู่พากันแปลกใจ หันมองหมอผีสมคิดที่พูดด้วยหน้าภูมิใจมากว่า

“ไงครับ? ตำแหน่งประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ที่คุณอยากได้ ตกอยู่ในมือคุณสดๆต่อหน้าทุกคน”

ทันใดนั้น ก็มีโทร.เข้ามือถือภาคภูมิ เขาตอบรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดีใจสุดๆว่า

“ฮัลโหล...ครับ...ผมเห็นแล้ว...ผมจะรีบเข้าบริษัทเดี๋ยวนี้” แล้วหันบอกพรรคพวก “ผมต้องรีบเข้าบริษัท ไปรักษาการประธานแทนไอ้โอภาสก่อนที่หุ้นบริษัทเราจะตก สำเร็จแล้ว เราทำสำเร็จ มหึมาธนกิจกรุ๊ปอยู่ในมือของเราแล้ว” เขาเอ่ยอีกว่า “มหัศจรรย์เหลือ

เชื่อไม่มีคำอธิบาย ผมไม่รู้จะหาคำบรรยายอะไรมาใช้กับคุณสองคน ฮ่ะๆๆแต่ผมทำนายได้ว่าสำนักของคุณจะต้องยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงก้องโลกชัวร์” ภาคภูมิเอ่ยอย่างเลื่อมใสศรัทธา

เบญจากับหมอผีสมคิดมองหน้ากัน ไม่ได้ยินดียินร้ายนัก เพราะมีสิ่งที่ต้องการมากกว่านั้น!

ที่ห้องประชุมใหญ่บริษัทมหึมาธนกิจกรุ๊ป โอภาสนอนหายใจระรวยรอรถพยาบาล...ไม่มีใครเห็นว่า มีผีตายซากผู้หญิงกำลังคร่อมบีบคอเขาอยู่!

ooooooo

ที่ชายหาดพัทยา ณัฐเดชกำลังต่อสู้กับกรกฎเพื่อให้หมอวรวรรธพาเนตรสิตางศุ์หนี เนตรสิตางศุ์ใช้สัมผัสพิเศษของเธอให้เป็นประโยชน์

เธอเห็นบรรดาวิญญาณเร่ร่อนมากมายแถวนั้น บ้างชี้ทางหนี บ้างชี้ที่หลบซ่อนของลูกน้องกรกฎ จนหมอเข้าไปจัดการมันได้ อีกคนตกใจวิ่งหนี ถูกป้าสุดใจยิงวิ่งหนีเตลิดไป

ณัฐเดชต่อสู้กับกรกฎแต่ทำอะไรมันไม่ได้ หมอวรวรรธบอกว่าไอ้นี่มันหนังเหนียว ป้าสุดใจส่งปืนให้เนตรสิตางศุ์เธอรับไปเล็งเก้ๆกังๆ แต่พอยิงเปรี้ยงเดียว กระสุนบางนัดเจาะเข้าตามแขนตามขากรกฎจนเลือดไหลซิบๆ กรกฎตกใจรีบหนีไป

ที่แท้ป้าสุดใจมีของดี เพราะกระสุนที่ยิงกรกฎนั้น เป็นกระสุนลงอาคม!

นอกจากช่วยทำให้กรกฎต้องหนีไปแล้ว ป้าสุดใจยังเตือนสติเนตรสิตางศุ์กับณัฐเดชว่า พี่น้องกันมีอะไรคับข้องหมองใจก็ต้องเปิดอกคุยกัน ย้ำกับทั้งหมอวรวรรธ ณัฐเดชและเนตรสิตางศุ์ว่า “เรื่องบางเรื่องเราต้องแก้ไขด้วยการกระทำไม่ใช่คำพูด”

“กลับบ้านเรานะเนตร เรื่องอื่นเอาไว้เราค่อยคุยกัน ช่วยกันหาวิธีแก้ปัญหานะ กลับบ้านกับพี่ก่อน” ณัฐเดชชวน เนตรสิตางศุ์พยักหน้าอย่างว่าง่าย ณัฐเดชประคองน้องไปด้วยความดีใจ

แต่น่าเสียดาย ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสุคนธรสกับไตรรัตน์ยังไม่อาจคืนดีกันได้ แม้โบตั๋นจะแกล้งขังทั้งสองไว้ในห้องขณะช่วยกันไปหาของขวัญแล้วก็ตาม

ooooooo

ญาณินอยู่ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ ได้รับโทรศัพท์จากสุคนธรสอย่างอ่อนใจที่เพื่อนรักกับไตรรัตน์ยังไม่สามารถลงเอยกันได้อย่างมีความสุข แต่ก็มีข่าวดีว่าณัฐเดชกับหมอวรวรรธไปช่วยเนตรสิตางศุ์จากเงื้อมมือปีศาจกรกฎได้

“นี่มันทำลายบริษัทซิกซ์เซ้นส์ของพวกเรา 5 คนยังไม่พอ ยังจะตามฆ่าตามล้างแค้นพวกเราทีละคนเลยรึไง” ญาณินพึมพำอย่างแค้นใจ ติณห์เองก็ปรารภว่าไม่รู้ว่าใครจะเป็นรายต่อไป

แล้วเหตุการณ์ก็มาถึงจริงๆ เมื่อเจ้าที่ที่ดูแลบริษัทซิกซ์เซ้นส์อยู่ถูกเบญจาส่งผีนักศึกษาสาวมาอ่อยจนเคลิ้มปล่อยให้ผีนักศึกษาสาวเข้าบ้าน ทันทีที่เข้าบ้านได้ ผีนักศึกษา สาวก็บีบคอเจ้าที่ทันที เปิดทางให้วิญญาณอาฆาตอีก3ตัวเข้าไปอย่างสบายๆ

ในวิญญาณอาฆาต 3 ตัวนั้น มีวิญญาณของนางรำด้วย วิญญาณผีนางรำเข้าสิงป้าออ ติณห์กับญาณินจะไปดูป้าออก็ถูกวิญญาณอาฆาต 2 ตัวดักไว้

“วิญญาณนั่นเข้ามาในบ้านได้ยังไง เจ้าที่อยู่ไหนเนี่ย” ญาณินมองหาเจ้าที่

“หึๆ ผีเจ้าที่กระจอก ขวางอะไรฉันได้ มันเองยังเอาตัวไม่รอด” เบญจาหัวเราะเยาะบอกว่าถึงเวลาที่ตนจะเอาคืนแล้ว แต่ก็มีข้อต่อรองว่า “แต่หนูยังให้โอกาสพี่ติณห์นะ ทิ้งญาณินมาซะ เดินมาหาหนู กลับมาหาหนูแล้วพี่จะปลอดภัยจากไอ้ผีอาฆาตสองตัวนี้”

“ฝันไปเถอะเบญจา เราจะไม่มีวันได้อะไรจากพี่เลย I hate you!”

“ฆ่ามัน!” เบญจาสั่งเหี้ยม สิ้นเสียงสั่งวิญญาณทั้งสองก็หายไปจากหลังเบญจาเข้าเล่นงานติณห์กับญาณินทันที

แต่เพราะติณห์มีเขี้ยวเสือที่คอช่วยป้องกันฤทธิ์จากภูตผีไว้ และญาณินก็มียันต์กันผีที่สุคนธรสให้ไว้ต่อสู้กับวิญญาณอาฆาตทั้งสอง ติณห์บอกญาณินไม่ต้องห่วงตนให้รีบไปดูป้าออก่อน

ป้าออถูกวิญญาณนางรำเข้าสิง กำลังฟ้อนเล็บเอาปลอกเล็บนางรำแทงเข้าที่ท้องตัวเอง ญาณินโยนผ้ายันต์เข้าไปทำให้วิญญาณนางรำที่สิงร่างป้าออกลิ้งออกไปชนผนังเนื้อตัวพุพองแสบร้อน ส่วนป้าออกลับมาอยู่ในชุดปกติทรุดอยู่ที่พื้น

ญาณินเข้าประคองป้าออ ช่วยกันสวดมนต์สู้กับพลังอาถรรพ์ของวิญญาณทั้งสาม ที่ถาโถมเข้าทำร้ายไม่หยุด จนป้าออกระอักเลือดออกมาเพราะเหนื่อยมาก ญาณินบอกป้าออให้พยายามสวดมนต์อีก แต่ป้าออหมดแรงซบหน้ากับไหล่ญาณิน

เจ้าที่ต่อสู้กับวิญญาณนักศึกษาสาวจนเสื้อผ้าฉีกขาดหลุดลุ่ย มาเจอวิญญาณอาฆาตกำลังรุมเล่นงานญาณินกับป้าออ เจ้าที่พุ่งเข้าช่วย เตะจนวิญญาณอาฆาตกระเด็นทะลุผนังบ้านหายไป เป็นจังหวะที่ติณห์ดิ้นหลุดจากเบญจาวิ่งมาหาญาณินกับป้าออ

แต่เบญจายังตามมาอีก ถูกเจ้าที่ต่อต้าน ก็ท่องคาถา เกิดฝูงอีกาบินมารุมทึ้งเจ้าที่จนวิญญาณเจ้าที่ถูกกระชากแตกออกเป็นเสี่ยงๆ สลายไปต่อหน้าต่อตาญาณินแล้วฝูงอีกาก็หายไป เหลือแต่กองเสื้อผ้าของเจ้าที่

“เบญจา!” ญาณินแค้นใจ มองไปที่ประตู แต่เบญจาหายไปแล้ว มีแต่เสียงประกาศอาฆาตแค้น...

“ฉันจะต้องฆ่าแกให้ได้นังญาณิน!!”

ooooooo

กรรัมภาไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะริมบึงในหมู่บ้านไฮโซที่ตัวเองอยู่ เธอวิ่งไปก็ตะโกนให้กำลังใจตัวเองไป

“เราอาจจะล้มวันนี้ แต่เราจะลุกขึ้นสู้ใหม่ เจ๊ณิน ยัยรส ยัยเนตร ยัยกรรณ เข้มแข็งไว้นะ สักวันพวกเราทั้ง 5 คนจะต้องกลับมารวมกันอีกครั้งนึง ฉันจะรอพวกแก จุนจี...รู้ไหมแก้มคิดถึงมาก...ถึงมากที่สุดดดด...”

จู่ๆ จุนจีก็มาวิ่งตามหลังเธอแล้ววิ่งแซงไป กรรัมภาดีใจสุดๆ ถามว่ามาได้ยังไง? จุนจีแกล้งหยอกว่าก็เธอบ่นคิดถึงตนก็ต้องมา

ลีจองกุ๊กนั่งซุ่มดูอยู่ในรถ ส่งบอดี้การ์ด 3 คนให้ตามจุนจีห่างๆพอ  เพราะจุนจีต้องการความเป็นส่วนตัวอย่าได้รบกวนเด็ดขาด

แล้วก็เกิดเหตุให้ตื่นเต้นเมื่อนักข่าวและแฟนคลับของจุนจีมาจากไหนไม่มีใครรู้ เห็นเอาตอนวิ่งไล่ตามจุนจีไปอย่างคลั่งไคล้ จุนจีกับกรรัมภาตกใจมาก พอดีวิ่งมาถึงคลับเฮาส์ของหมู่บ้าน กรรัมภาจึงพาจุนจีหลบเข้าไปในนั้น บอกคนดูแลว่าอย่าให้ใครเข้ามา คนดูแลจึงปิดประตูได้ทันหวุดหวิด บรรดาแฟนคลับเลยได้แต่ออกันอยู่หน้าคลับเฮาส์เพราะเจ้าหน้าที่บอกว่า

“เข้าไม่ได้นะคะ นี่ที่ส่วนบุคคลค่ะ เข้าไม่ได้ค่ะคุณ เข้าไม่ได้...”

หลบเข้าไปอยู่ในคลับเฮาส์แล้ว จุนจีกับกรรัมภานั่งดื่มกาแฟกันในห้องเฉพาะ กรรัมภาตั้งข้อสังเกตว่า

“ต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆเลย ไม่งั้นนักข่าวกับแฟนคลับไม่ตามล่าเราขนาดนี้หรอกปาร์คจุนจี”

จุนจีปลอบใจกรรัมภาว่าไม่ต้องกลัว ตนจะไม่ให้เธอต้องเจ็บตัวเพราะตนอีกเด็ดขาด

“จุนจี...ฉันเข้าใจคุณแล้ว...” จุนจีถามว่าเข้าใจอะไร? “เข้าใจว่าเป็นซุปตาร์มันลำบากแค่ไหน ทำตามใจตัวเองไม่ได้ จะคบกับใคร โดยเฉพาะคบกับติ่งแฟนคลับ มันเป็นข้อห้าม เราดูจุนจีแต่ตามืออย่าต้องเดี๋ยวเมนสุดที่รักของเราจะเสียชื่อ เหมือนกับที่ฉันทำให้จุนจีเดือดร้อนอยู่ตอนนี้”

จุนจีดึงกรรัมภาไปกอดไว้ด้วยความรู้สึกดีๆ พูดอย่างซึ้งใจว่า

“คุณเข้าใจผมก็ดีแล้ว ขอให้คุณเข้าใจผมตลอดไปก็แล้วกัน เพราะถ้าเราจะคบกัน เรายังต้องเจออุปสรรคข้างหน้าอีกเยอะ ตราบใดที่ผมยังเป็นปาร์คจุนจีอยู่

“คุณก็ต้องเป็นปาร์คจุนจีต่อไปซี เป็นปาร์คจุนจีที่พวกเราแฟนคลับภูมิใจ ถ้าโลกนี้ไม่มีปาร์คจุนจี  พวกเราแฟนคลับจะมีความสุขได้ยังไง” กรรัมภากอดจุนจีได้อย่างแสนรัก

ขณะนั้นเอง เสียงมือถือของจุนจีดังขึ้น เป็นสายจากลีจองกุ๊กนั่นเอง

“ฮัลโหล...จองกุ๊ก ฉันหลบอยู่ที่คลับเฮาส์ มารอรับฉันด้านหลังนะ ฉันจะพาคุณแก้มออกไป!”

ooooooo

ไม่นาน รถตู้ของจุนจีก็มาจอดที่หลังคลับเฮาส์ ลีจองกุ๊กลงมาเปิดประตูเร่ง

“เร็วเข้า จุนจี...เร็วๆ”

“จุนจีอยู่นั่น!” แฟนคลับคนหนึ่งตาไวร้องบอก ทั้งนักข่าวและแฟนคลับก็กรูกันมาที่หลังคลับเฮาส์

รถตู้ของจุนจีขับเอี๊ยดออกไปทันที!

ขณะนั่งไปในรถ ลีจองกุ๊กบ่นว่า “เห็นไหมจุนจี กุ๊กบอกแล้วว่าอย่ามา...อย่ามา ทำไมไม่เชื่อกุ๊ก...ทำไม...”

“บ่นเป็นตาแก่ไปได้ มีอะไรเดี๋ยวแกกับฉันค่อยมาเคลียร์กัน ตอนนี้รีบพาคุณแก้มไปส่งที่บ้านก่อนที่นักข่าวจะตามมา”

“หึ...คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ อย่าว่าแต่กลับบ้านเลยจุนจี ต่อให้นายกับคุณแก้มขุดหลุมลงไปขดอยู่ใต้ดินแบบกิ้งกือ พวกนักข่าวแฟนคลับก็จะตามไปขุดๆๆ ลากพวกนายขึ้นมา”

“ตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่คุณจองกุ๊ก” กรรัมภาถาม

“เรื่องอะไรเหรอครับ นี่ไง!” ลีจองกุ๊กเปิดไอแพดให้ดู จุนจีกับกรรัมภาถึงกับช็อก! มันเป็นภาพนิ่งที่ถูกแอบถ่ายด้วยมือถือ ตอนจุนจีออกมาส่งกรรัมภาที่หอบเสื้อผ้าตัวเองออกจากห้องพักของจุนจีในวันนั้น!

ooooooo

ที่บ้านเนตรสิตางศุ์ ขณะหมอวรวรรธนอนหลับปุ๋ยอยู่ที่โซฟานั้น สุพิชชาเปิดประตูเข้ามายืนมองแววตาจิตๆ แล้วเดินไปวางกระเป๋าหลุยส์ใส่เสื้อผ้าไว้โต๊ะข้างๆ จะเดินไปหาหมอวรวรรธ แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นเนตรสิตางศุ์เดินเข้ามา

เนตรสิตางศุ์เดินมาหยุดมองหมอวรวรรธแววตาอ่อนโยน บ่นยิ้มๆ

“ดูซิ ให้ขึ้นไปนอนดีๆบนห้องก็ไม่ยอม ติดนิสัยหมอชอบนอนตามโต๊ะเก้าอี้ที่โรงพยาบาล” แล้วยื่นมือไปปลุก “สายแล้วค่ะหมอ ตื่น...อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อถูกหมอคว้ามือไปกุม

“ผมโดนพักงาน ขอนอนต่ออีกหน่อยนะ” หมออ้อนทั้งที่ยังหลับตา

“อยากนอนก็นอนไป ทำไมต้องมาจับมือเขาด้วย เดี๋ยวเถอะพี่ณัฐตื่นลงมาเห็นเข้า หมอถูกจับโยนไปนอนนอกบ้านไม่รู้ด้วย”

“เอาพี่ชายมาขู่...มุกเก่าไปนะจ๊ะที่รัก...จุ๊บๆ”

เนตรสิตางศุ์แกะมือหมอออก บอกว่าจะไปทำอาหารเช้า เสร็จแล้วจะมาปลุก หมอบอกให้ทำอร่อยๆ จะรอหม่ำฝีมือแล้วหลับต่อ

สุพิชชาที่แอบดูอยู่จิกตามองเนตรสิตางศุ์จนพ้นประตู จึงเดินมายืนมองหมอ เอามือลูบไล้ใบหน้าอย่างเสน่หา พึมพำ “หมอตาหนูของพีช...นังเนตรมันมาแย่งหมอไป มันต้องชดใช้ หึๆ”

สุพิชชานั่งลงข้างๆซบหน้าลงกับอกหมอ พร่ำเพ้อ...

“อกอุ่นๆของหมอที่พีชเคยซบกอด อยากได้คืนมาเหลือเกิน นังเนตรมันมีอะไรดีกว่าพีชตรงไหนหมอถึงทิ้งพีชไปรักมัน...”

หมอรู้สึกมีคนมาซบอก ถามทั้งที่ยังหลับตาว่า “คุณเนตรเหรอ ไหนบอกว่าจะไปทำอาหารเช้าให้ผมทานจะแอบมาลักหลับผมหรือไง” ได้ยินเสียงสุพิชชาหัวเราะคิกคัก หมอลืมตา ตกใจ “พีช!” แล้วพยายามจะลุก ถูกเธอกอดไว้แน่น

“คุณทำบ้าอะไรอย่างนี้พีช ปล่อยผม เดี๋ยวเนตรกับพี่ณัฐมาเห็นเข้า” หมอพูดไม่ทันขาดคำก็ได้ยินเสียงณัฐเดชเดินลงมาส่งเสียงมาก่อนว่า เนตรตื่นหรือยัง หมอพยายามแกะมือสุพิชชาออก ณัฐเดชได้ยินเสียงถามว่าเนตรอยู่นั่นหรือ สุพิชชาตอบไปทั้งที่ยังกอดเอวหมออยู่ว่า “ไม่ใช่เนตรค่ะ พีชเอง”

หมอตกใจมากกระชากมือเธอออกแล้วรีบเดินออกไป ณัฐเดชเดินเข้ามาพอดีเลยรอดสายตาไปเฉียดฉิว เขาถามสุพิชชาว่ามาทำไมแต่เช้า เธออ้อนว่าคิดถึง แล้วโผเข้ากอดเขา เนตรสิตางศุ์เดินออกจากครัวตกใจเมื่อเห็นสุพิชชายืนกอดพี่ชายอยู่มองหาหมอ ไม่เห็นอยู่ในห้องก็โล่งใจ

สุพิชชาจิกตาเย้ยเนตรสิตางศุ์อย่างสะใจ แล้วอ้อนณัฐเดชว่า ตนจะมาอยู่ด้วยเพื่อดูแลเขาเยี่ยงภรรยา ณัฐเดชยิ้มดีใจ ส่วนเนตรสิตางศุ์ตกใจ ยืนอึ้ง!

ooooooo

คลิปที่จุนจีออกมายืนส่งกรรัมภาที่หอบเสื้อผ้าออกจากห้องนอนเขาที่โรงแรม กลายเป็นข่าวครึกโครม เขย่าอารมณ์ความรู้สึกของบรรดาผู้เกี่ยวข้องกับจุนจีอย่างแรง

ตัวแทนผู้ร่วมทุนถึงกับมาหาจุนจีที่ห้องพักตำหนิจุนจีอย่างไม่พอใจที่มีข่าวฉาวเช่นนี้ออกมาว่า

“เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย โดยเฉพาะกับซุปเปอร์สตาร์ที่เขาร่ำลือว่าหยิ่งในศักดิ์ศรีนักหนาอย่างคุณนะจุนจี แล้วนี่อะไรคุณหิ้วผู้หญิงเข้าห้อง คุณทำได้ไง!”

“คุณอย่ามาพูดว่าผมหิ้วนะ คุณแก้มไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น” จุนจีโต้ไม่พอใจ ลีจองกุ๊กรีบขอร้องอย่าพูด แล้วหันไปก้มหัวขอโทษแทนจุนจี ทำให้จุนจียิ่งไม่พอใจถามว่า “ก้มหัวขอโทษทำไม ก็ฉันกับคุณแก้มไม่ได้มีอะไรกันเลยนะ”

ตัวแทนโต้ว่าทุกคนเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นค้างกับเขาและออกมาตอนเช้า จุนจีชี้แจงว่าเพราะเธอเมาอยู่ในห้องตนเธอไม่ตั้งใจมาค้างและเมื่อคืนเราก็ไม่มีอะไรกันเลย

ตัวแทนฟังจุนจีแล้วปรามลีจองกุ๊กว่าอย่าให้จุนจีตอบนักข่าวแบบนี้ ไม่งั้นละครไม่ได้ออนแอร์แน่

“รับรองครับ ผมจะไม่ให้จุนจีแถลงข่าวหรือตอบนักข่าวเลย จนกว่าเรื่องจะเงียบ” ลีจองกุ๊กรับรอง

“หึ...เงียบเหรอ ข่าวมันไม่มีทางจะเงียบเองหรอก ถ้าพวกคุณไม่ทำอะไรสักอย่าง”

จุนจีย้อนถามว่าจะต้องทำอะไรในเมื่อข่าวนี้ถูกกุขึ้นมาใส่ร้ายตน มันไม่เป็นความจริง เลยถูกตัวแทนขู่ว่าถ้าละครไม่ได้ออนแอร์จะฟ้องลีจองกุ๊กฐานบกพร่องต่อหน้าที่ ปล่อยให้มีเรื่องงามหน้าแบบนี้ พูดแล้วหุนหันออกไปอย่างหัวเสีย

ลีจองกุ๊กนั่งกุมขมับกลัวถูกฟ้อง จุนจีเค้นความจำ พยายามคิดว่าใครเป็นคนถ่ายคลิปนี้? ก็พอดีกรรัมภาโทร.เข้ามา จุนจีถามอย่างห่วงใยว่าทางบ้านเธอเป็นอย่างไรบ้าง?

กรรัมภาตอบสบายๆติดตลก ว่าไม่มีอะไรมากแค่มีแฟนคลับมาตะโกนสรรเสริญและแจกไข่ให้กินฟรี ส่วนพ่อแม่ตนก็ไม่ต้องห่วงเพราะท่านไปต่างประเทศ เมื่อท่านกลับมาตนอธิบายได้ แล้วถามจุนจีว่า

“จะทำยังไงให้ทุกคนเข้าใจเราสองคนว่าไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนั้น”

“ตอนนี้ผมยังคิดอะไรไม่ออก คิดออกแต่ว่าใครเป็นคนปล่อยคลิป!”

ooooooo

ซองซูสะใจมากกับผลงานของตน วันนี้ก็จะไปเดินห้างเช็กเรตติ้งเผื่อใครสัมภาษณ์ข่าวของจุนจีจะได้ถล่มซ้ำ

แต่พอเปิดประตูห้องออกมาก็เจอจุนจีเข้าอย่างจัง ซองซูตกใจถามว่ามาทำอะไร บอกให้หลีกไปตนมีธุระต้องรีบไป

“แกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น  ตอบฉันมา แกใช่ไหมที่เป็นคนแอบถ่ายคลิป!” จุนจีเดินเข้าหาจนซองซูต้องถอยเข้าห้อง

ซองซูไม่ปฏิเสธแต่ย้อนถามอย่างเย้ยหยันว่า “เป็นยังไงถ่ายชัดไหม ชัดว่าแกมันไอ้พระเอกจอมหื่น ทำเป็นโร่ช่วยอีนางเอกเอาไว้ ท่ีแท้ก็แอบลากเข้าห้องไปกินเอง”

จุนจีไม่รอให้ซองซูพูดจบ ซัดหมัดเข้าตูมเดียวเลือดกบปาก ซองซูพุ่งเข้าเอาคืนแล้วจะตามซ้ำ ถูกจุนจีเตะล้มบนโซฟา แต่พอจะตามซ้ำก็ถูกลีจองกุ๊กคว้าแขนไว้ เตือนสติว่าเรื่องเก่ายังไม่เคลียร์จะมีเรื่องใหม่อีกหรือไง จุนจีเลยชี้หน้าปรามซองซู

“จำเอาไว้นะ แกทำร้ายคนอื่น สักวันเวรกรรมมันต้องตามสนองแก”

ลีจองกุ๊กดันหลังจุนจีออกจากห้อง ซองซูฉุนขาดเขวี้ยงหนังสือใส่ประตูด่าตามหลัง

“ไอ้เห่ยเอ๊ย! ถูกผีหลอกจนงมงาย แถมยังหลงผู้หญิงไทยจนชื่อเสียงเน่าเฟะไปอีก อนาคตแกจบที่เมืองไทยนี่แน่ๆไอ้จุนจี ฮ่ะๆๆ”

ooooooo

หมอวรวรรธหนีออกจากห้องไปยืนสงบสติอารมณ์จนสงบ ทำใจให้เป็นปกติแล้วเดินกลับเข้าไป ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สุพิชชามารยาสาไถยกับณัฐเดช อ้อนถามเขาว่าจะให้คุณแม่บ้านเอากระเป๋าเสื้อผ้าไปไว้ไหน อย่าบอกนะว่าห้องคนใช้ยังว่าง หมอฟังแล้วหันมองเนตรสิตางศุ์ช็อกๆ แต่เธอช็อกยิ่งกว่า ต่างยื่นฟังทั้งสองหวานใส่กันอึ้งๆ

“พีชก็...ผมจะให้คุณไปอยู่ห้องคนใช้ได้ยังไง คุณทุ่มเทเพื่อผมขนาดนี้ จะมาอยู่ดูแลผม ผมดีใจจนพูดอะไรไม่ถูก แต่...มันจะดีหรือพีช เรายังเอ่อ...ไม่ได้แต่งงานกัน”

“แต่อีกไม่นานเราก็ต้องแต่งไม่ใช่เหรอคะ”

ณัฐเดชดีใจมาก จับมือสุพิชชามองหน้าซึ้ง ในขณะที่หมอวรวรรธจับมือเนตรสิตางศุ์มองหน้าอย่างเข้าใจกันว่า สิ่งที่ทั้งสองกลัว กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว!

ณัฐเดชบอกให้เนตรสิตางศุ์จัดห้องข้างบนให้สุพิชชาพักด้วย ทั้งยังบอกเนตรสิตางศุ์กับหมอว่า “หวังว่าการที่พีชมาอยู่ร่วมกับเราในครั้งนี้จะทำให้เราปรับความเข้าใจกันและลืมเรื่องบาดหมางใจที่แล้วมาทั้งหมด”

ทันใดนั้นเอง มีโทร.เข้ามือถือณัฐเดชแจ้งข่าวที่ทำให้เขาดีใจมากว่า ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และสืบบ้านญาติช่อเพชรได้แล้วด้วย ณัฐเดชบอกให้หมอวรวรรธไปกับตน หันฝากเนตรสิตางศุ์ไว้กับสุพิชชา ย้ำกับน้องว่า อย่าร้ายใส่สุพิชชามากนัก

ooooooo

ณัฐเดชกับหมอวรวรรธไปถึงโรงพยาบาล เจอกรรณากับพงอินทร์ ทั้งสี่หยุดคุยกัน ณัฐเดชกับหมอช่วยกันเล่าว่า

ตำรวจท้องที่เช็กภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าวันที่เกิดเหตุมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไปในห้องด็อกเตอร์แผนยุทธจริงๆ แต่ไม่เห็นหน้าชัดเพราะกล้องอยู่ไกล แม้เธอจะใส่แว่นปิดหน้าตา แต่จากรูปพรรณสัณฐานเหมือนช่อเพชร

“แต่ผมเจอน้ำหนึ่งออกมาจากห้องพี่แผน” พงอินทร์นึกได้ แต่หมอบอกว่าเท่าที่ดูจากเทปวงจรปิดไม่เห็นว่าน้ำหนึ่งเข้าไปตอนไหนเลย

ขณะนั้นเองน้ำหนึ่งเข้ามาแทรกถามว่า “เจอตัวคุณช่อเพชรแล้วเหรอคะ”

กรรณาพูดประชดว่าขยันมาเยี่ยมเจ้านายจังเลย น้ำหนึ่งตอบเคลียร์ตัวเองในทีว่าตนยังไม่เคยมาเยี่ยมแผนยุทธเลย

ส่วนวิญญาณช่อเพชรยังติดตามแผนยุทธตลอดเวลา พยายามปลอบใจ ให้กำลังใจเขา แต่เธอยิ่งแสดงก็ยิ่งทำให้แผนยุทธหวาดกลัวจนแทบสติแตก โวยวายไล่ตะเพิดอย่ามายุ่งกับตน คว้าข้าวของปาใส่วิญญาณช่อเพชร จนตำรวจที่เฝ้าอยู่หน้าห้องตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น พากันเข้ามาดู

ตอนที่ 17

รุ่งขึ้น ที่ชายทะเลพัทยา...เนตรสิตางศุ์ไปยืนร้องไห้อยู่คนเดียว หมอวรวรรธตามมาเจอ เข้าไปปลอบ...

“หยุดร้องได้แล้วครับคุณเนตร ร้องไห้ทั้งคืนแบบนี้ ต่อมน้ำตาอักเสบกันหมดพอดี”

หมอ ยิ่งปลอบเธอก็ยิ่งร้องไห้ เสียใจที่ณัฐเดชเปลี่ยนไปมากนับแต่หวนกลับไปคบกับสุพิชชาอีกครั้ง เธอร้องไห้จนหมอเข้าไปกอดบอกว่า ให้เวลากับณัฐเดชสักพัก เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น

“มายืนกอดกันกลมตั้งแต่ตะวันเพิ่งขึ้นแบบนี้ ไม่อายผีสางเทวดาบ้างรึไง!” ป้าสุดใจดุเสียงดังจนทั้งสองเด้งออกจากกันโดยอัตโนมัติ ป้าสุดใจถือไม้เรียวประจำตัวมองทั้งสองเหมือนครูมองนักเรียนที่ทำผิด ทั้งสองมองหน้ากันเลิกลั่ก

เนตรสิตางศุ์ถูกป้าสุดใจจับไปนั่งท่องกลอนสอนหญิง จนหมอต้องออกรับแทนว่า

“คุณเนตรกำลังเสียใจ หนูเลยอยากให้กำลังใจ อีกอย่างหนูกับเนตรเราก็เป็นแฟนกัน”

“เป็นแฟนแล้วยังไง? เด็กสมัยนี้ชอบเอาคำว่าแฟนมาเป็นข้ออ้างในการทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม...ชิงสุก ก่อนห่าม!”

จับมาอบรมเสร็จ ป้าสุดใจถามเนตรสิตางศุ์ว่าจะมาพักอยู่กับตนนานเท่าไหร่ เนตรสิตางศุ์ยังตอบไม่ออก ป้าตัดบทว่า

“เอา ล่ะๆจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก ตามสบายเถอะ แค่อยากจะบอกให้ฟังว่า อย่ามัวแต่ฟังเหตุผลของตัวเอง จนลืมเปิดหูฟังเหตุผลของคนอื่นด้วยล่ะ”

เนตรสิตางศุ์รับคำ ยกมือไหว้ขอบคุณ พอป้าสุดใจหันหลังจะเดินเข้าบ้าน หมอก็รีบเข้าไปจับมือให้กำลังใจเธอ ปรากฎว่าป้าหันกลับมาอีก!

“แหนะ!เผลอเป็นไม่ได้ เดี๋ยวพาหนูเนตรเข้าไปทานอาหารเช้าด้วยล่ะ”

“ครับป้า” หมอรับคำเสียงอ่อยๆ มองตามป้าไปไม่กล้าขยับอีกเลย

ooooooo

ไตรรัตน์พาสุคนธรสที่ยังเสียใจเศร้าหมองกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจนต้องปิดบริษัทชั่วคราว กลับไปอยู่ที่บ้านตน

ขณะ นั่งทานอาหารเช้าด้วยกันกับครอบครัวที่โต๊ะ อาม่าปลอบใจเธอว่า ไม่ต้องเสียใจ กลับมาอยู่บ้านเราเดี๋ยวอาม่าจะดูแลหนูเอง เสี่ยจำเริญก็ให้กำลังใจว่าจะหาทนายเก่งๆมาสู้คดีให้ อาอี๊ก็ให้ความหวังว่าบริษัทปิดไปแล้วก็เปิดใหม่ได้ ใครๆเขาก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ เจ๊หญิงก็ให้ถือเสียว่าเป็นการพักร้อนก็แล้วกันเพราะที่ผ่านมาเธอทำงานหนัก มาก อดแขวะไตรรัตน์ไม่ได้ตามเคยว่า

“ดีแล้ว จะได้มีเวลาอยู่กับอาตี๋น้อยเยอะๆ ลูกฉันยิ่งไม่ค่อยจะมีน้ำยาอยู่”

ทานอาหารเสร็จ ไตรรัตน์ให้เธอขี่คอขึ้นไปพักผ่อนเพราะดูเธออ่อนเพลียมาก แต่ทันทีที่เปิดประตูห้อง ทั้งคู่ก็ผงะเมื่อเห็นโบตั๋นอุ้มตุ๊กตายืนอยู่ที่เตียง หน้าตาเอาเรื่อง!

“ขโมย พี่ไตรของหนูไปทำไม กรี๊ดดดด!” โบตั๋นตวาดอย่างเกรี้ยวกราดกรี๊ดลั่น แล้วหายวับจากเตียงมากระชากสุคนธรสจากหลังไตรรัตน์ร่วงโครมแล้วลากหายไปใต้ เตียงทันที พร้อมกับประตูห้องปิดโครม!

พวกอาม่าที่ยังนั่งกินอาหารกันอยู่ตกใจ อาม่าพึมพำเสียงแหบ... “โบตั๋นเอาอีกแล้ว!”

ทั้งหมด พากันขึ้นไปชั้นบนยืนร้องเรียกตี๋น้อยให้เปิดประตูอยู่หน้าห้อง แต่ไตรรัตน์กำลังเจรจาหว่านล้อมโบตั๋นให้ยอมรับสุคนธรส บอกว่าเป็นพี่สะใภ้ของโบตั๋นก็เหมือนเป็นพี่สาวของโบตั๋นอีกคน โบตั๋นไม่ยอมบีบคอตุ๊กตาแต่ทำให้สุคนธรสหายใจไม่ออกร่างถูกตรึงอยู่กับผนัง เธอบอกให้ไตรรัตน์หยิบมีดหมอในย่ามให้

พอไตรรัตน์หยิบมีดหมอออกมา โบตั๋นก็แผดเสียงร้องกรี๊ดๆบอกว่าตนกลัว ให้พี่ไตรทิ้งมีดคร่ำครวญอย่าทำหน ูหนูรักพี่ไตร...แต่สุคนธรสบอกให้เขาเขวี้ยงมีดไปที่โบตั๋นเลย

ไตรรัตน์ถือมีดทรุดนั่งร้องไห้อย่างทรมานใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรดีทั้งรักน้องทั้งห่วงเมีย

ที่หน้าห้อง บรรดาอาม่า อาอี้ เจ๊หญิงและเสี่ย พากันตะโกนให้เปิดประตู โบตั๋นตะโกนสวนมาว่า

“อย่า มายุ่งนะ หนูจะสั่งสอนยัยหน้าแหลมนี่ มันแย่งพี่หนู!” แต่เสียงข้างนอกยังหว่านล้อมกันขรม โบตั๋นโมโหตะโกนบอกว่า “ถ้าทุกคนบังคับหนู หนูจะเอาพี่ไตรไปอยู่ด้วย”

“หา! โบตั๋น...อย่าทำพี่เขานะ อย่า! เปิดประตูให้แม่เข้าเถอะลูก ฮือๆๆ” เจ๊หญิงร้องไห้กลัวไตรรัตน์จะได้รับอันตราย คนอื่นๆก็ร้องห้ามกันเสียงหลง

ไตรรัตน์ ต่อรองกับโบตั๋นจะยอมไปอยู่ด้วยเดี๋ยวนี้เลย แต่โบตั๋นต้องปล่อยสุคนธรสก่อน พูดจบไตรรัตน์เอามีดหมอจ่อที่อกตัวเอง สุคนธรสตกใจร้องห้ามพร้อมกับเรียกกุมาริกาให้มาช่วย

มีเสียงลม วิ้ววววว...เข้ามาทันที กุมาริกาแหวกอากาศเข้ามา ทำมือปัดส่งพลังไปกระแทกมือที่ถือมีดหมอของไตรรัตน์มีดหมอกระเด็นจากมือ แล้วกุมาริกาก็พุ่งเข้าชนวิญญาณโบตั๋นล้มกลิ้งไป ตุ๊กตาร่วงจากมือ ทำให้ร่างสุคนธรสที่ถูกตรึงอยู่กับผนังร่วงลงมา

“รส...ที่รัก เป็นไงบ้าง” ไตรรัตน์ผวาเข้าประคองอย่างเป็นห่วง

“ฉัน ก็อยากเตะนายน่ะซิ คิดได้ไง จะฆ่าตัวตายเพื่อช่วยฉัน” พูดแล้วผลักไตรรัตน์ออกไป “ค่อยคิดบัญชีกับนายทีหลัง ฉันขอปราบพยศน้องสาวนายก่อน

กุมาริกาถูกโบตั๋นกระโดดขี่หลังกระชากมวยผม จนหน้าหงายท่าทางกำลังแย่ สุคนธรสจึงควานหาหนุมานของหลวงพ่อสุ่นออกมาช่วย โบตั๋นตกใจร้องกรี๊ด แล้วหายตัวไป ทำให้ทุกอย่างในห้องกลับมาเป็นปกติและประตูก็เปิดผางออก พวกอาม่าตะลึง เมื่อเห็นไตรรัตน์นั่งหมดสภาพอยู่ที่พื้น

“ทีนี้ทุกคนจะเล่าความจริงให้รสฟังได้หรือยังคะ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโบตั๋น” สุคนธรสถามหน้าขรึมเครียด

ทุกคนในบ้านไตรรัตน์มองหน้ากันอย่างจำต้องเล่าความจริงให้สุคนธรสฟัง...

หลัง จากฟังเรื่องราวเมื่อ 16 ปีก่อน วันที่โบตั๋นจะเอาของขวัญวันเกิดที่ทำเองไปอวยพรไตรรัตน์ แต่ระหว่างจอดรถรอรับเจ๊หญิงที่ร้านทำผม รถที่โบตั๋นนั่งรอแม่อยู่ ถูกรถกระบะที่คน
ขับเหมือนเมายาขับพุ่งชนทำให้โบตั๋นเสียชีวิต

“งั้นฉัน รู้แล้ว” สุคนธรสเอ่ยเมื่อฟังจบ อาม่าถามว่ารู้อะไร? “รู้ว่าจะช่วยวิญญาณน้องโบตั๋นให้สงบลงยังไงน่ะซิคะอาม่า แล้วก็รู้ด้วยว่าที่วิญญาณยึดติดอยู่กับอาตี๋น้อยของทุกคน ก็เพราะวันที่โบตั๋นตายเป็นวันเกิดของไตรรัตน์พอดี โบตั๋นไม่ได้อวยพรวันเกิดพี่ชายตามที่ตั้งใจ จึงเป็นบ่วงคอยรั้งวิญญาณไว้ไม่ให้ไปไหน จนกว่าจะทำตามความตั้งใจเดิมก่อนตายสำเร็จ” แล้วสุคนธรสก็ชวนไตรรัตน์ “ไปเถอะนายไตวาย ไปหาน้องนายด้วยกัน”

เมื่อสุคนธรสพาไตรรัตน์เข้าไปใน ห้องของโบตั๋น ทีแรกก็ถูกไล่ตะเพิด แต่พอสุคนธรสบอกว่าวันนั้นน้องอยากอวยพรพี่ชาย น้องอยากพูดอะไร แต่ยังไม่ได้พูด ก็ทำให้โบตั๋นรู้สึกดีขึ้น แล้วสุคนธรสก็ให้กุมาริกาใช้มนต์สะกดให้ไตรรัตน์หลับ...หลับลึกอย่างเร็ว

ใน ความหลับลึกนั้น...ไตรรัตน์ย้อนเวลากลับไปในวัย 16 ปี เขาอยู่กับโบตั๋นน้องสาวผู้น่ารัก ที่จะมอบของ ขวัญวันเกิดให้พี่ชาย  แต่หาของขวัญไม่เจอ  โบตั๋นเสียใจมากร้องไห้ขอให้พี่ไตรช่วยหาของขวัญที่หายไป

“ที่วิญญาณไม่ยอมไปไหน ก็เพราะกล่องของขวัญที่หายไปนี่เอง” กุมาริกาเอ่ย

“ไม่ ต้องห่วงนะโบตั๋น พี่จะบอกทุกคนในบ้านให้ช่วยกันหากล่องของขวัญให้เอง แต่โบตั๋นต้องใจเย็นๆนะ ค่อยๆหา พี่ไตรรู้ว่าโบตั๋นมีของขวัญจะให้ พี่ไตรต้องตั้งตารอแน่”

สุคนธรสปลอบใจ ทำให้โบตั๋นมองเธอด้วยแววตาที่ไว้ใจขึ้น...

ooooooo

กรรณามาอยู่ที่บ้านของพงอินทร์ในบริเวณของบ้านเวียงทับ เธอสะเทือนใจที่ต้องปิดบริษัทและแยกกับเพื่อนๆจนตกอยู่ในความซึมเศร้า

พงอินทร์กับก๊องพยายามแหย่เธอหมายให้คลายเครียด แต่ทั้งสองกลับต้องเครียดเมื่อถูกกรรณาปฏิเสธและขออยู่คนเดียว พงอินทร์พยายามที่จะทำให้เธอหายเครียดด้วยการทำงานต่อ บอกว่าจะจ้างเธอทำงานโดยให้ค่าจ้างเพิ่มจากแผนยุทธเป็นสองเท่า...เธอเฉย พงอินทร์เสนอเป็นสามเท่า...ก็ถูกปฏิเสธ เธอเล่าเศร้าๆว่า

“ทุกเคสที่ผ่าน มา พวกเราทำงานกันเป็นทีม ถึงใครจะรับผิดชอบเคสไหนเป็นหลัก แต่ที่สุดพวกเราต้องช่วยกัน... ตอนนี้ทุกอย่างพังหมดแล้ว ซิกซ์เซ้นส์วงแตก พลังวิเศษที่ห้าไม่ได้กลับมารวมกัน แล้วนายคิดว่าลำพังฉันได้ยินเสียงวิญญาณแค่คนเดียวจะทำให้คดีนี้สำเร็จได้ งั้นเหรอ มันไม่มีทางอยู่แล้ว”

“ทำไมเธอถึงยอมแพ้ง่ายนักยัยแว่วเสียงผี”

“ก็เพราะพวกฉันแพ้แล้วจริงๆน่ะซิ...แล้วฉันก็ไม่อยากได้ยินเสียงวิญญาณอะไรอีกต่อไปแล้ว!!”

กรรณาเดินเข้าห้องนอนหยิบรูปถ่าย 5 สาวที่เคยอยู่ด้วยกันมาดู ร้องไห้อย่างทำใจไม่ได้จริงๆ

ooooooo

กรรัมภาที่จุนจีช่วยไว้และพาไปนอนพักที่ห้องพักในโรงแรมของตน พอเธอรู้สึกตัวขึ้นมาเห็นสภาพตัวเองที่ใส่เพียงเสื้อคลุมอาบน้ำและจุนจีก็ นอนตะแคงโอบเธออยู่ก็กรี๊ดสุดเสียง

จุนจีตกใจตื่นบอกให้เงียบหน่อยเดี๋ยว คนได้แตกตื่นกันทั้งโรงแรม กรรัมภาต่อยหน้าจุนจีจนเลือดกำเดาไหล ด่าเขาว่าฉวยโอกาส ถามว่าเสื้อผ้าตนอยู่ไหน? ถอดเสื้อผ้าตนยังไง? ถอดทำไม!?

จุนจีจึงเล่าว่าเธอถูกซองซูวางยา ตนตามมาช่วยไว้ทัน และที่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเธออ้วกใส่จนเปรอะไปทั้งสองคน กระนั้นกรรัมภาก็ยังโทษว่าเพราะเขานัดให้มาหา ทำให้เธอต้องมาที่นี่และถูกซองซูวางยา

เมื่อปรับความเข้าใจกันแล้ว บรรยากาศกำลังจะโรแมนติก ลีจองกุ๊กก็มาเคาะประตูเรียกอย่างร้อนรน พอจุนจีเปิดประตูให้ ลีจองกุ๊กก็เล่าอย่างตื่นเต้นว่า

“จุนจี!! ฉันดีใจจริงๆที่เห็นนายอยู่ที่นี่ เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับทั้งคืนเลยกลัวนายจะมีปัญหาเพราะคุณแก้มอีก”

พอดีกรรัมภาเปิดประตูห้องน้ำออกมา ลีจองกุ๊กมองอึ้ง กรรัมภารีบบอกว่าอย่าเข้าใจผิดเราสองคนไม่ได้มีอะไรกัน

“ใช่ ฉันกับคุณแก้มไม่ได้ทำอะไรเสียหาย แต่ถ้าเมื่อคืนฉันตามมาช่วยไม่ทันละก็ ป่านนี้คุณแก้มคงป่นปี้เพราะฝีมือไอ้ซองซูไปแล้ว!!” จุนจีแจง

ลีจองกุ๊กไม่พูดพร่ำทำเพลง ตรงไปคว้ามือกรรัมภาจูงไปที่ประตูบอกว่าเธอต้องออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ กร–รัมภาถามว่าจะให้ตนออกไปในสภาพนี้หรือ ส่วนจุนจีไม่พอใจเสียงเข้มใส่ลีจองกุ๊กทันที...

“นี่นายจะเกินไปแล้วนะจองกุ๊ก ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องที่นายทำให้คุณแก้มเกือบเสียท่าไอ้ซองซูเมื่อคืนเลยนะ”

ลีจองกุ๊กพูดเสียงเข้มไม่แพ้กันว่า ตนจะไม่ยอมให้กรรัมภาอยู่ในห้องเขาต่อไปแม้วินาทีเดียว เพราะถ้ามีคนมารู้เห็นว่าเธอนอนค้างกับเขาจะมีแต่เรื่องเดือดร้อน พลั้งปากไปว่า

“ผู้หญิงคนนี้มีแต่จะทำให้นายเดือดร้อน!!”

กรรัมภาอึ้ง เสียใจและรู้สึกผิด เดินย้อนกลับไปรวบเสื้อผ้าของตัวเองที่จุนจีผึ่งไว้แล้วเปิดประตูออกจากห้อง

จุนจีตามมาขอร้องอย่าฟังลีจองกุ๊กได้ไหม เธอตอบอย่างเย็นชาว่าอย่าห่วงเลยตนไปเปิดห้องชั้นอื่นเปลี่ยนชุดได้

จุนจีดึงเธอเข้าไปกอดอย่างสะเทือนใจ กรรัมภากอดตอบก่อนผละออกเดินจากไป ลีจองกุ๊กบอกว่าตนจะตามไปดูแลเธอให้

หลังประตูที่เปิดแง้มอยู่นั้น ซองซูแอบอยู่ เขาเอามือถือถ่ายคลิปทั้งหมดไว้ ยิ้มร้ายพึมพำ

“หึๆๆ ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ แต่จริงๆ ก็ลากไปกินเองทั้งคืน! คราวนี้แหละไอ้จุนจี หนักแน่!!”

ooooooo

ญาณิน ติณห์ และป้าออ อยู่ด้วยกันที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ วันนี้พงอินทร์มาหาแต่เช้า ติณห์ออกไปเปิดประตูรับ

พงอินทร์ถามหาญาณินบอกว่าตนมีเรื่องจะปรึกษาเธอ ติณห์ซักถามอย่างไม่ไว้ใจว่าเรื่องอะไร

“เรื่องกรรณาครับ กรรณาเป็นโรคซึมเศร้า ไม่เป็นกรรณาคนก่อนที่มีชีวิตชีวาร่าเริง ผมเลยอยากปรึกษาคุณญาณินเผื่อจะมีวิธีทำให้ยัยกรรณดีขึ้น”

“แล้วนายคิดว่าดาร์ลิ้งของผมรู้สึกดีนักเหรอ คุณณินเองก็แย่ กินไม่ได้นอนไม่หลับเหมือนกัน”

พงอินทร์อึ้ง ติณห์พูดจริงจังว่า

“ในฐานะที่เป็นแฟนของคุณณินและรู้จักกับห้าสาวซิกซ์เซ้นส์มานานก่อนคุณ ผมจะไม่ยอมให้คุณณินต้องไม่สบายใจเรื่องคุณกรรณอีก สาวๆทุกคนเขารักกันมาก ถ้ารู้ว่าคุณกรรณเป็นโรคซึมเศร้า ญาณินของผมจะต้องรู้สึกแย่อีกแน่ๆ คุณรู้ไหมว่ากว่าผมจะทำให้คุณณินยิ้มได้น่ะ มันยากขนาดไหน”

พงอินทร์ถามว่าเขาทำอย่างไรญาณินถึงได้ดีขึ้น?

แม้จะไม่ชอบหน้าพงอินทร์แต่ติณห์ก็บอกว่า ตนใช้วิธีกอด เล่าว่า “เวลาที่คุณณินกับเพื่อนๆท้อแท้ หรือต้องการกำลังใจ พวกเธอก็จะกอดกันแน่นๆนานๆ แล้วทุกคนก็จะกลับมายิ้มได้ ตอนนี้ฉันก็ใช้วิธีนี้กับคุณณิน กอดคุณณินแน่นๆ นานๆ คุณณินก็ค่อยๆ รู้สึกดีขึ้น”

ได้รับคำแนะนำจากติณห์แล้ว พงอินทร์กลับไปอย่างไม่แน่ใจนัก เมื่อติณห์กลับเข้าไปในบ้าน ญาณินถามเขาว่าใครมา พอรู้ว่าพงอินทร์มาเธอถามว่ามาทำไม หรือมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับกรรณา ติณห์บอกว่าไม่มีอะไร พงอินทร์มาถามวิธีให้กำลังใจกรรณา และตนก็แนะนำไปแล้ว ญาณินถามว่าแนะนำว่ายังไง?

“ผมก็บอกให้เขา...” พูดแล้วกอดญาณินไว้แน่น “ทำแบบนี้ไง”

กอดกันไม่ทันคลาย เสียงออดก็ดังขึ้นอีก ติณห์คิดว่าพงอินทร์คงมีข้อสงสัยอะไร แต่พอมองออกไป เขาชะงักหน้าเครียดทันที ญาณินถามว่าใครมาหรือ ติณห์บอกเสียงแผ่ว...

“เบญจา...”

ooooooo

เบญจามาเพื่อเคลียร์เรื่องระหว่างตนกับติณห์ เธอบอกติณห์กับญาณินและป้าออที่ตามออกมาให้สบายใจว่า

“เราจะคุยกันแบบคนธรรมดาที่มีแค่หัวใจ ไม่มีคาถาอาคมใดๆเข้ามาเกี่ยวข้อง และถ้าไม่มีใครทำร้ายหนู หนูก็จะไม่ทำร้ายใคร...”

ระหว่างนั้น ที่สำนักใหม่ของสมคิด กำลังมีการตบแต่งให้ดูขรึมขลัง มีอ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ ที่สำคัญคือมีอีกาตัวมหึมาตั้งตระหง่านอยู่กลางโถง กรกฎที่ดูแลงานตบแต่งอยู่ บอกสมคิดว่า “ตามสเปกแล้วครับท่าน”

“ฉันจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมให้ได้” สมคิดมองรูปสลักอีกาตัวมหึมา ยิ้มพอใจ สมคิดถามว่าแล้วเบญจาไปไหนไม่เห็นตั้งแต่เช้า กรกฎบอกว่าเธอกำลังฝึกจิตอยู่ ถูกสมคิดถามว่าโกหกตนทำไม กรกฎรีบขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ

“เอาเถอะ...ในเมื่อเบญจารนหาที่ อยากเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟก็ลองดู โดนไฟคลอกสักที นางจะได้ตาสว่าง!”

สมคิดพูดด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม!

ooooooo

เบญจาไม่พอใจที่ติณห์ให้ญาณินมาร่วมคุยด้วย ยิ่งเมื่อติณห์บอกว่าตนกับญาณินไม่เคยมีอะไรปิดบังกันและกุมมือญาณินไว้ไม่ปล่อย ก็ทำให้เบญจาทั้งไม่พอใจกระทั่งเจ็บใจ

เธอถามติณห์ว่าเรายังรักกันอยู่หรือเปล่า รำพันว่าติณห์คือรักแรกและเป็นรักเดียวของตน ติณห์ตอบอย่างชัดเจนว่า เธอเป็นคนวางแผนสร้างเรื่องทุกอย่างขึ้นมา นับแต่แกล้งถูกรถญาณินชนจนความจำเสื่อม พวกตนรักและเอ็นดูเธออย่างน้องสาวคนหนึ่ง แต่ความรู้สึกดีๆ

หมดไปแล้ว เวลานี้เธอเป็นไม่ได้แม้กระทั่งคนรู้จักกัน!

ส่วนที่ติณห์ปฏิบัติต่อเธอขณะอยู่รีสอร์ตนั้นเขาบอกว่า ทุกอย่างเป็นแผนการ เมื่อเธอกับสมคิดวางแผนมาทำลายตน ตนก็ต้องเปิดโปงตัวตนของเธอ ติณห์ว่าเธอพยายามใช้มนต์ดำทำเสน่ห์ตน แต่บอกให้รู้ว่าตนไม่เคยโดนมนต์เสน่ห์พ่องั่งแม่งั่งของเธอ ทุกอย่างที่ปฏิบัติต่อเธอนั้นแกล้งทำทั้งสิ้น ทำเพื่อให้เธอตายใจ!

เบญจาอ้างว่าตนรักเขา ติณห์โต้ว่ามันไม่ใช่ความรักแต่ทุกอย่างที่เธอทำกับญาณินเป็นความคิดอยากเอาชนะเท่านั้น

เมื่อใช้ทั้งเล่ห์ กล มนตร์คาถาและมารยา ก็ไม่อาจเอาชนะใจติณห์ได้ เบญจาเปลี่ยนเป็นแค้นใจและต้องการกำจัดทันที ทิ้งไพ่ตายกับติณห์ว่า

“เลือกเอาค่ะพี่ติณห์ ถ้าพี่เลือกหนู หนูสัญญาว่าหนูจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับห้าสาวซิกซ์เซ้นส์อีก แต่ถ้าไม่ ทั้งพี่และมันรวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องกับมันจะต้องพินาศ!!”

ติณห์โอบญาณินไว้อย่างปกป้อง บอกเบญจาด้วยท่าทีแข็งกร้าว เด็ดขาดว่า

“ฟังให้ดีนะเบญจา เธอหมดแล้วล่ะ ลงต้องใช้ความกลัวมาขู่ให้คนรัก เธอก็ไม่เหลืออะไรทั้งนั้น แม้แต่ความนับถือตัวเองหรือความชื่นชมในตัวเอง แล้วขอบอกเลยนะ เธอกะไอ้สมคิด ไม่ได้เจ๋งที่สุดในโลกนี้ ความชั่วไม่มีวันชนะความดี ธรรมะย่อมชนะอธรรม นี่คือสัจธรรม ถ้าไม่อยากแพ้ก็กลับตัวกลับใจเป็นคนดีซะ”

เบญจากำหมัดแน่นข่มความเจ็บปวดไม่ให้ปะทุ พยายามกลืนน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา หันหลังพกความแค้นที่สุมอกออกไป

กลับไปถึงสำนักใหม่ของหมอผีสมคิด เธอบอกสมคิดว่า

“ตั้งแต่นี้ต่อไป หนูเบื่อจะฟังคำสั่งของพ่อทุกอย่าง จะไม่ปรานีใคร ไม่เชื่อใจใครและไม่มีวันจะรักใครอีกต่อไป!!”

“ต้องอย่างนี้สิถึงคู่ควรที่จะเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อ” สมคิดยิ้มสมใจ

ooooooo

หลังจากนั้น ทั้งญาณินที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ทั้งเนตรสิตางศุ์ที่พัทยา กรรณาที่บ้านพงอินทร์ และสุคนธรสที่บ้านไตรรัตน์ ทุกคนก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าและมีฝูงอีกาบินว่อนอย่างคุกคาม!

ซ้ำร้ายกว่านั้น สุคนธรสยังถูกไตรรัตน์งอนหาว่าเธอไม่เคยรักเขาเลย ทั้งที่ตัวเขาและทุกคนในครอบครัวรักและปรารถนาดีกับเธออย่างมาก ใจเธอมีแต่เพื่อนๆในกลุ่ม ถามว่าเธอเคยรักตนบ้างไหม เราแต่งงานกันมานานแต่เคยเป็นสามีภรรยากันจริงๆ บ้างไหม ไตรรัตน์ตะบึงตะบอนออกจากบ้าน บอกอาม่า อาอี๊ เจ๊หญิงและเสี่ยจำเริญว่าฝากดูแลสุคนธรสด้วย ตนจะไม่อยู่บ้านสักพัก

“เฮ้อ...ชีช้ำจริงๆ มีแต่เรื่อง” อาม่าบ่น พอไตรรัตน์ออกจากบ้านไปอาม่าตกใจ “โอ๊ย...อั๊วจะเป็นลมมันอะไรกันนักหนา เก๊กซิมจริงๆ”

สุคนธรสร้องไห้โฮวิ่งตามไตรรัตน์ไป กำลังจะเข้าใจกันได้ เคธี่ก็เข้ามาแทรก เธอเอ่ยปากกับสุคนธรส ขอยืมไตรรัตน์ไปเป็นสามีสักพักไม่อย่างนั้นจะถูกพ่อเลี้ยงกำจรส่งสมุนมาฉุดไปปล้ำขืนใจ ไตรรัตน์ถามว่าทำไมจู่ๆ เขาจะมาอุ้มเธอ?

“เคธี่...รับของเขามานิดหน่อยน่ะค่ะ แต่เขามาให้เคธี่เอง เคธี่ไม่ได้ขอสักหน่อย แต่พอเคธี่รับมาเขาก็มาอุ๊บอ๊ิบว่าเคธี่ยอมเขาแล้ว ที่จริงเคธี่ไม่ได้ยอม แต่เอาของเขามาเฉยๆ” ไตรรัตน์ถามว่าเอาอะไรมา “เงินค่ะ... นิดหน่อย...สองล้าน”

ไตรรัตน์ตกใจ เคธี่ชี้แจงว่าตนเอาเงินมาให้แม่ใช้หนี้ด้วยความกตัญญูแต่ตอนนี้ตนต้องรับกรรม อยู่เมืองไทยตนไม่รู้จักใครมีแต่เขาคนเดียวที่จะมารับบทเป็นสามีตนได้อย่างไม่ขัดเขินแล้วรวบรัดว่า “ตกลงนะคะ”

“สบายมาก” ไตรรัตน์ตอบเสียงดังตั้งใจให้สุคนธรสได้ยิน ทั้งยังบอกเคธี่ว่า “ผมจะโชว์สดๆว่าเรารักกันแค่ไหน ที่ไหน เมื่อไหร่ ไปกันเลย” พูดแล้วแอบเหล่ว่าสุคนธรสฟังอยู่หรือเปล่า

สุคนธรสได้แต่ยืนซีดอยู่หลังต้นไม้...

ooooooo

ที่มุมกาแฟในบริษัทของแผนยุทธ กาแฟแก้วหนึ่งชงเสร็จวางอยู่ มือที่วางถ้วยกาแฟล้วงกระเป๋ากางเกง  หยิบยาใส่แก้วกาแฟคนให้ละลายอย่างใจเย็น

ผีช่อเพชรยังติดตามแผนยุทธตลอดเวลาจนเขาหวาดกลัวไม่มีสมาธิในการทำงาน น้ำหนึ่งถือถ้วยกาแฟเข้ามาให้ และบีบนวดให้เขาคลายเครียด ผีช่อเพชรอาละวาดด้วยความหึงหวงแต่ไม่มีใครรู้ เพราะไม่ว่าเธอจะตะโกนและปัดตบตีอะไรก็วืดไปหมด

น้ำหนึ่งให้แผนยุทธดื่มกาแฟ เขาดื่มจนเกือบหมดหลับตาเคลิ้มพิงเก้าอี้อย่างมีความสุข ครู่หนึ่งเขาลืมตาจะจูบน้ำหนึ่งแต่แล้วก็ผงะเมื่อเห็นหน้าน้ำหนึ่งเป็นพิมอร แผนยุทธโวยวายลั่น

“พิมอร!!! อย่านะ...อย่าเข้ามา!!!” แต่พอขยี้ตามองอีกทีกลายเป็นน้ำหนึ่งยืนอยู่ บอกน้ำหนึ่งที่แสดงความเป็นห่วงว่า “ผมไม่เป็นไร แค่รู้สึกเพลียๆ ผมว่าวันนี้ผมกลับไปพักที่บ้านก่อนดีกว่า ถ้ามีอะไรด่วนโทร.หาผมแล้วกันนะหนึ่ง”

แผนยุทธรีบเก็บของแล้วออกไป น้ำหนึ่งที่ทำเป็นตระหนกเมื่อครู่มองตามเขาไปอย่างสะใจ

ฝ่ายพงอินทร์ หลังจากไปขอบทเรียนจากติณห์ที่ทำให้ญาณินหายเครียดได้กลับมาก็กอดกรรณาที่ยังซึมเศร้าอยู่ เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตาอย่างมีกำลังใจ แต่แล้วก็ถูกแม่บ้านจารุณีกางร่มฝ่าสายฝนเข้ามาบอกพงอินทร์อย่างตระหนกให้รีบไปช่วยแผนยุทธ พงอินทร์บอกกรรณาให้อยู่ที่นี่อย่าไปไหน แล้วรีบออกไป

พงอินทร์ว่าไปถึงบ้านเวียงทับ เห็นมูมู่กำลังถูกแผนยุทธขับไล่หาว่าเป็นผี จารุณีเล่าว่า

“คุณแผนยุทธเดินเข้ามาในบ้าน แล้วจู่ๆคุณผู้ชายก็อาละวาดร้องโวยวาย หาว่าดิฉันเป็นผีคุณผู้หญิง” ถามพงอินทร์ว่าเอาอย่างไรดี พงอินทร์ค่อยๆ ก้าวเข้าหาแผนยุทธถามว่า

“แกเป็นอะไร เลิกลีลาได้แล้ว คิดว่าแกล้งบ้าแล้วจะหนีความผิดคดีฆาตกรรมพี่พิมพ้นเหรอ”

พอแผนยุทธได้ยินชื่อพิมอรก็คลั่งขึ้นมาอีก เห็นทุกคนเป็นผีพิมอรหมด ปัดป้องตัวเองตะโกนไม่ขาดปาก “ฉันไม่ได้ฆ่าเธอ...ฉันไม่ได้ฆ่าเธอ!!”

แผนยุทธถามว่าเขาไม่ได้ฆ่าแล้วใครฆ่า ช่อเพชรใช่ไหม เขาบงการให้ช่อเพชรฆ่าใช่ไหม ผีช่อเพชรปฏิเสธลั่นว่าตนไม่ได้ทำ แผนยุทธสะบัดหลุดจากพงอินทร์จะวิ่งออกไป มูมู่ขวางไว้ แผนยุทธเห็นเป็นพิมอรหันวิ่งไปอีกทาง

ไม่ว่าแผนยุทธวิ่งไปทางไหนเจอใครก็เห็นเป็นผีพิมอร พงอินทร์ฉวยจังหวะที่แผนยุทธกำลังยกมือปัดป้องผี เข้าล็อกตัวจากด้านหลัง ถูกแผนยุทธที่กำลังสติแตกสลัดสุดแรง วิ่งลงบันได แต่เพราะใส่ถุงเท้าอยู่ทำให้ลื่นพลัดตกบันไดหมดสติ

ooooooo

แผนยุทธถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หมอวรวรรธคุยกับหมอเจ้าของไข้ พงอินทร์ กรรณาและก๊องนั่งรออยู่ที่เก้าอี้หน้าห้อง หมอวรวรรธเดินกลับมาบอกทุกคนว่า

“คุณแผนยุทธปลอดภัยแล้วนะครับ แต่สมองได้รับความกระทบกระเทือน รวมถึงเส้นประสาทบางส่วนด้านซีกขวา ดังนั้น แขนและขาอาจจะขยับลำบากหน่อย โชคดีที่ตกลงมาไม่สูงนัก ไม่งั้นอาจจะอันตรายกว่านี้”

หมอวรวรรธบอกพงอินทร์ที่ซักถามว่า

การคลุ้มคลั่งของแผนยุทธ มีสาเหตุจากอาการทางประสาท ในกระแสเลือดพบว่ามีปริมาณของยานอนหลับเกินขนาดส่งผลให้เห็นภาพหลอนและคลุ้มคลั่ง บางขณะอาจจำคนอื่นไม่ได้ด้วย  แต่แพทย์ประจำตัวของแผนยุทธบอกว่าเขาไม่เคยมีประวัติใช้ยานอนหลับเลย ทุกคนเลยลงความเห็นว่า แผนยุทธถูกวางยา!

“ถ้าไอ้พี่แผนโดนแบบนี้ แสดงว่าต้องมีคนร้ายกว่าซ่อนอยู่” พงอินทร์ฟันธง กรรณาเสนอว่าเราคงต้องพึ่งณัฐเดช  หมอวรวรรธกลืนน้ำลายฝืดคอเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับณัฐเดช เพราะตัวเองมีคดีพาเนตรสิตางศุ์หนีไปยังไม่ได้เคลียร์กัน

ooooooo

ณัฐเดชกำลังไปหาข้อมูลของพิมพลอยที่โรงพยาบาลจิตเวช เจอหมอที่เคยรักษาพิมพลอยบอกว่าเธอออกจากโรงพยาบาลไปได้ 5 ปีแล้ว ณัฐเดชถามว่า แสดงว่าเธอหายเป็นปกติดีแล้วใช่ไหม

“จะว่าหายก็ไม่ถึงกับหายขาดนะ แค่ดีขึ้นมาก จนมองผิวเผินเหมือนคนปกติอย่างคุณกับหมอนี่แหละ แต่ยังต้องกินยาสม่ำเสมอ เพราะถ้าหากมีอะไรมากระทบจิตใจ อาการก็อาจจะกำเริบขึ้นมาได้ทันที”

ณัฐเดชถามว่าตอนนี้เธอไปอยู่ที่ไหน หมอบอกว่าอยู่กับพี่สาวที่เป็นคนมารับตัวไป

“พี่สาว...ก็คุณช่อเพชรน่ะซิครับ!”

“พิมพลอยน่ะเป็นเด็กกำพร้าน่าสงสาร พอพ่อแม่ตาย ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครเอาจนต้องมาโตเป็นสาวอยู่ที่นี่ แต่คุณเชื่อรึเปล่า พิมพลอยน่ะเรียนจบปริญญาตรีทางอินเตอร์เน็ตนะ” ณัฐเดชถามว่าแล้วอะไรทำให้เธอมีอาการทางจิต? “คุณรู้ใช่ไหม พิมพลอยกับคุณช่อเพชรเป็นพี่น้องคนละพ่อกัน”

หมอเล่าอย่างสลดใจว่าพิมพลอยถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศตอนเด็กอยู่หลายปีโดยที่แม่ไม่รู้แต่ช่อเพชรรู้และคอยปกป้องช่วยเหลือน้อง หมอบอกว่า “จิตใจของพิมพลอยถูกกระทบกระเทือนอย่างหนักจนถึงขั้นเกลียดผู้ชายโดยเฉพาะผู้ชายเจ้าชู้!”

ณัฐเดชฟังแล้วอึ้ง! ถามหมอว่าแล้วตอนนี้รู้ไหมว่าทั้งสองคนอยู่ที่ไหน หมอแนะให้ไปหาบ้านญาติที่เคยรับช่อเพชรไปอุปการะตั้งแต่เด็กดู
ออกจากหมอมาแล้ว ณัฐเดชจึงนึกได้ว่ามีสายของกรรณาเข้า  แต่เวลานั้นเขาถูกคนไข้ของโรงพยาบาลเดินชนเลยไม่ได้รับสาย นึกได้กรรณาก็โทร.เข้ามาพอดี  เขาขอโทษที่ติดธุระเลยไม่ได้รับสาย ถามว่ามีอะไรหรือเปล่าถึงโทร.มาหลายครั้ง

“พี่ณัฐรีบมานะคะ ป่านนี้ฤทธิ์ยากล่อมประสาทของตาด็อกเตอร์น่าจะหมดฤทธิ์พูดจารู้เรื่องแล้วค่ะ เดี๋ยวเจอกัน”

กรรณากดวางสาย แล้วทั้งหมดก็เดินมาที่หน้าห้องแผนยุทธ พงอินทร์กำลังจะเปิดประตู ก็พอดีน้ำหนึ่งผลักประตูออกมาบอกทุกคนหน้าตื่นว่า “ช่วยด้วย...คุณแผน-ยุทธหยุดหายใจ!!”

หมอวรวรรธบอกพงอินทร์ให้รีบตามหมอ ตัวเองเข้าไปปั๊มหัวใจให้แผนยุทธด้วยมือ โดยมีกรรณายืนลุ้นอยู่ใกล้ๆ

ที่แท้น้ำหนึ่งแอบเข้าไปในห้องแผนยุทธ เธอแต่งทรงผมและใส่แว่นกรอบใหญ่คลับคล้ายคลับคลาช่อเพชร

พอแผนยุทธลืมตา เขาเริ่มโวยวาย น้ำหนึ่งก็หักท่อออกซิเจนจากเครื่องช่วยหายใจจนแผนยุทธหายใจไม่ออกแน่นิ่งไป

ooooooo

หมอและพยาบาลพร้อมเครื่องมือเข้าไปปั๊มหัวใจแผนยุทธ ส่วนพงอินทร์ กรรณา หมอวรวรรธและน้ำหนึ่งยืนรออยู่หน้าห้อง

ตำรวจท้องที่รุดมาที่โรงพยาบาล ณัฐเดชหยุดคุยกับพวกพงอินทร์อยู่หน้าห้อง

“อีตาแผนยุทธนี่ดวงแข็งจริงๆรอดมาได้หวุดหวิดค่ะพี่ณัฐ ดีนะที่หมอวรวรรธช่วยปั๊มหัวใจด้วยมือก่อนหมอจะเอาเครื่องมือมา ไม่งั้น...” กรรณาเล่าอย่างอดหวาดเสียวไม่ได้

ณัฐเดชหันมองหมอวรวรรธอย่างมีอะไรเคืองๆอยู่ ในใจ หมออ่านสายตาออก ต่างเริ่มหน้าตึงๆใส่กัน พอดีพงอินทร์ขัดจังหวะขึ้น เขาหันไปถามน้ำหนึ่งว่า

“ตอนคุณเข้าไป คุณพบใครหรือมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า”

“ไม่มีใครเลย...หนึ่งเข้าไปก็เจอคุณแผนยุทธนอนนิ่งไม่หายใจอยู่แล้ว”

“แปลกมาก อาการเขาไม่มีอะไรที่จะเกี่ยวข้องกับระบบหัวใจเลย” หมอวรวรรธตั้งข้อสังเกต

ณัฐเดชบอกพงอินทร์ว่า ตนบอกพรรคพวกให้จัดตำรวจมาเฝ้าแผนยุทธ 24 ชั่วโมงแล้ว กรรณาปรารภว่าคดีนี้ซับซ้อนเกินกว่าที่เราคิดเสียแล้ว น้ำหนึ่งยืนฟังทำหน้านิ่ง จนณัฐเดชเอ่ยขึ้นว่า

“ใช่...พี่ไปได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณช่อเพชรและพิมพลอย”

ทุกคนหันมาสนใจทันที เมื่อพากันมานั่งที่ห้องรับแขกในโรงพยาบาล ณัฐเดชเล่าว่า

“พี่ไปโรงพยาบาลจิตเวชที่คุณพิมพลอยน้องสาวของคุณช่อเพชรเคยรักษาตัวอยู่ หมอบอกว่าคุณช่อเพชรมารับตัวน้องสาวไปอยู่ด้วยนานแล้ว” กรรณาถามว่าไปอยู่ที่ไหน? “น่าจะเป็นบ้านญาติที่รับตัวคุณช่อเพชรไปอยู่ด้วยตั้งแต่เด็ก พี่กำลังให้เพื่อนในกรมตำรวจช่วยตามหาบ้านหลังนี้อยู่”

“เดี๋ยวหนึ่งจะช่วยหาบ้านหลังนี้อีกแรงนึงค่ะ” น้ำหนึ่งอาสา ทุกคนหันมอง “ยังมีเอกสารเก่าๆของคุณช่อเพชรอยู่ที่บริษัท ระหว่างที่คุณแผนยุทธอยู่โรงพยาบาล หนึ่งจะแอบไปค้นให้ อาจจะโชคดีเจอก็ได้ค่ะ”

พงอินทร์ขอบใจน้ำหนึ่งที่ช่วยตนเยอะมาก น้ำหนึ่งยิ้มแย้มบอกว่าตนยินดีเต็มใจช่วย

“งั้นไม่มีอะไรแล้ว ผมกลับก่อนนะครับ มีอะไรโทร.ตามผมได้ตลอดเวลา ไปก่อนนะครับ สวัสดีครับพี่ณัฐ”

หมอวรวรรธหาทางหลบไปจากณัฐเดช แต่พอเดินไปไม่กี่ก้าวณัฐเดชก็ตามไปเอาแขนล็อกคอไว้ทำท่าเหมือนโอบไหล่ แล้วพูดเสียงลอดไรฟัน

“แกเอาน้องฉันไปซ่อนไว้ที่ไหน พาฉันไปหาเดี๋ยวนี้!”

ooooooo

ที่ชายหาดพัทยา เนตรสิตางศุ์เดินเล่นอยู่ จู่ๆก็เห็นเสี้ยวหน้าของวิญญาณยืนอยู่ เธอเพ่งมอง วิญญาณส่งสัญญาณให้เธอรีบกลับบ้าน เธอสังหรณ์ใจว่าจะมีเหตุร้าย จึงรีบวิ่งกลับบ้าน พอไปถึงไม่เห็นป้าสุดใจ เดินเข้าบ้านไปในครัวกำลังจะร้องเรียกก็ถูกป้าสุดใจรวบตัวเอามือปิดปาก

ป้าสุดใจบอกให้เงียบเพราะมีคนบุกรุกเข้ามาใน บ้าน เนตรสิตางศุ์ไม่ทันถามว่าใครก็ได้ยินเสียงคุ้นหูว่า “ไม่เจอได้ไงวะ” เธอเย็นวาบไปทั้งตัว เพราะจำได้ว่านั่นคือเสียงของกรกฎ ลูกน้องคนสนิทของหมอผีสมคิด!

ป้าสุดใจ ปลุกใจเนตรสิตางศุ์ด้วยวีรกรรมของวีรสตรีในอดีต พากันวิ่งหนีเข้าห้องปิดประตูลงกลอน เลื่อนตู้มาดันประตูไว้ ย้ำกับเนตรสิตางศุ์ว่าต้องมีสติ แล้วป้าก็ไปหยิบปืนลูกซองมาพร้อมสู้ พวกกรกฎถีบประตูโครมๆทำท่าจะพัง ป้าสุดใจบอกเนตรสิตางศุ์ให้กระโดดหน้าต่างหนี

ลูกน้องกรกฎพังประตูไม่ได้ กรกฎจึงท่องคาถาหมัดธนูแล้วใช้สองมือผลักประตูเต็มแรง ประตูเปิดออกอย่างง่ายดาย ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่ในห้องแล้ว มันวิ่งไปชะโงกหน้าต่าง เห็นป้าสุดใจกับเนตรสิตางศุ์วิ่งอยู่ไกลๆมันคำราม

“อีแก่สารพัดพิษ!” แล้วโดดหน้าต่างไล่ตามไปทันที!

ooooooo

ตอนที่ 16

สุคนธรสตัดสินใจช่วยชีวิตอติเทพ ว่าคาถาแล้วเป่าพ้วงที่แก้วน้ำส่งให้อรวีบอกเอาให้อติเทพดื่ม อรวีขอบคุณรับแก้วน้ำรีบป้อนอติเทพ

ระหว่างนั้น ทนายสมชายหาทางเอาตัวรอด เอ่ย ขึ้นว่า

“พวกคุณคงไม่คิดว่า พวกผมก็ทำผิดไปด้วยหรอกนะครับ ผมก็แค่ทนาย เป็นลูกจ้าง ผมก็ต้องทำตามคำสั่ง”

“แต่ผมว่า...ถ้าทำตามคำสั่งไปเรื่อยเปื่อย แล้วอ้างว่าเป็นหน้าที่ เป็นมืออาชีพ ผมก็ว่าไม่ถูกนะ เช่น คุณเป็นทนายแล้วว่าความให้ฆาตกรใจโหดรอดคดี แล้วเขาก็จะลอยนวล ไปฆ่าคนอื่นต่อๆไปอีก คุณว่าแบบนี้ไม่ผิดไม่บาปเหรอ สมมติมีคนมาข่มขืนลูกสาวคุณ แต่เขามีทนายเก่ง มาสู้คดีว่าลูกสาวคุณสมยอมไปด้วย แล้วทำให้คนคนนั้นรอดคุกไปได้ คุณจะรู้สึกยังไง”

ไตรรัตน์ผู้ชายที่มีเมียเก่งเมียดีพูดอย่างเป็นหลักการน่าฟัง แต่ทนายสมชายกลับบอกว่าเขาพูดยาว ตนคิดไม่ทันสุคนธรสกับไตรรัตน์จึงเดินแยกออกมา ไตรรัตน์บอกสุคนธรสว่าจะเอายังไงต่อไปแล้วแต่เธอ

“เรามีหน้าที่ช่วยคน คนดีคนเลวเราก็ช่วยไป เราไม่ใช่ผู้พิพากษาจะได้ตัดสินกรรมให้ใครว่าเขาสมควรตายไปต่อหน้าเรา”

ที่อีกมุมหนึ่ง กรรัมภายื่นมือให้จุนจีจับ พอจุนจี จับมือเธอก็เห็นพิมพิลาสยืนอยู่ตรงหน้าทันทีเพราะอีกมือหนึ่งของกรรัมภาจับมือพิมพิลาสอยู่ก่อนแล้ว

“จุนจี ย่าขอโทษ...หลานทำให้ย่ารู้สึกผิด...ที่เคยใจร้ายกับพ่อแม่ของหลาน ปล่อยให้พ่อแม่หลานต้องไปดิ้นรนหาเลี้ยงปากท้องกันตามยถากรรมที่เกาหลี...แล้วนี่...ย่ายังเป็นต้นเหตุให้หลานต้องมาเสี่ยงอันตรายอีก”

“ที่ผ่านมา ย่าต้องอยู่คนเดียว ไม่มีพวกเราดูแล ทำให้ย่าต้องไปคบกับคนพวกนั้น...ผมก็รู้สึกผิดกับย่าเหมือนกัน”

พิมพิลาสบอกว่าอยากกอดหลาน จุนจีให้กอดและกอดตอบ แต่พอลืมตาอีกที พิมพิลาสหายไปแล้ว เหลือแต่ตัวเองยืนอยู่กับกรรัมภาเท่านั้น จุนจีน้ำตาซึม กรรัมภาปลอบใจว่า

“คุณย่าคุณยังไม่ไปไหนจนกว่าจะหาตัวฆาตกรได้ อะไรที่ตอนท่านมีชีวิตทั้งท่านและคุณไม่เคยได้มีโอกาสทำตอนนี้ก็ทำเสียนะคะ มันยังไม่สายไปเสียทุกเรื่องหรอกค่ะ”

“ขอบคุณนะคุณแก้ม คุณดีกับผมมาก ยอมเสี่ยงอันตรายกับผม ผมไม่คิดเลยว่า คุณจะรักผมมากขนาดนี้”

“คนบ้า...” กรรัมภาด่าแก้เขินแล้วจะเดินไปจุน–จีจับแขนไว้ ตีหน้าตายอำว่า

“ตอนสื่อสารกับย่า ผมรู้สึกว่าย่าจะฝากฝังเรื่องคุณด้วยนะ ท่านบอกว่าผู้หญิงคนนี้ติงต๊อง ปัญญาอ่อน เพ้อเจ้อ แต่จะช่วยดูแลผมได้ ห้ามให้หลุดมือไปเด็ดขาด” กรรัมภาถามว่าคุณย่าพูดตอนไหนตนไม่เห็นได้ยิน “ใช่...ผมคิดเอง เรื่องหัวใจไม่ต้องมีใครบอกบทหรอก เรารู้กันสองคนพอ”

กรรัมภาเดินหนีไปเขินๆ จุนจีมองขำๆแกมเอ็นดู บอกพิมพิลาสว่า “ช่วยสนับสนุนผมด้วยนะครับคุณย่า”

“เล่นตัวไปเถอะ นังมือวิเศษ ยังไงก็หนีไม่รอดหรอก หลานชายฉันก็เสน่ห์แรงเหมือนฉันนั่นแหละ หึๆ”

พิมพิลาสมองทั้งสองยิ้มสมใจ

ooooooo

วันนี้กรรณาไปเยี่ยมพงอินทร์พร้อมกระเช้าผลไม้ และชุดสำหรับเปลี่ยนกลับบ้าน พงอินทร์ถามว่ารู้ใช่ไหมว่าตนจะได้กลับวันนี้แล้วยังซื้อผลไม้มาทำไม เลยถูกงอนหาว่าอุตส่าห์ทำให้ยังไม่เห็นน้ำใจกัน

พงอินทร์อ้อนกรรัมภาให้พาเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า กรรัมภารู้ทันไม่พาไป น้ำหนึ่งเข้ามาพอดีเลยเสียบแทนเสียเลย พงอินทร์ผิดหวังแต่ก็หันยิ้มสมน้ำหน้ากรรัมภาที่ถูกเสียบ

“จู่ๆ ก็มีตำรวจสองนายเดินเข้ามาถามว่า “คุณกรรณาใช่ไหมครับ สารวัตรณัฐเดชส่งพวกเรามาช่วยคุณครับ”

น้ำหนึ่งอึ้ง เสียวสันหลังวาบกรรณาชี้แจงกับพงอินทร์ว่าตนเป็นคนขอให้ณัฐเดชส่งตำรวจมาช่วยตามคดีนี้ ให้เหตุผลกับพงอินทร์ที่ยังอึ้งๆว่า

“ถ้าสันนิษฐานฉันถูกต้อง นักเลงพวกนั้นต้องเป็นคนของช่อเพชร...และถ้าเราจับตัวพวกมันได้ เราก็อาจจะสาวถึงตัวช่อเพชร”

“โจ้ไม่คิดบ้างเหรอว่ามันจะทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้น” น้ำหนึ่งถาม ถูกกรรณาซักว่ายุ่งยังไง? “ก็...ถ้าเรื่องนี้ไปเข้าหูช่อเพชร แล้วเขาโกรธที่เราตามจิกเขาไม่เลิก เขาอาจจะทำอะไรที่หนักข้อยิ่งกว่าเดิม ครั้งหน้าคนที่จะโดนอาจจะไม่ใช่โจ้ ฉันกลัว ฉันไม่อยากตาย” น้ำหนึ่งบีบน้ำตาน่าสงสาร

กรรณาสวนไปว่า “ฉันไม่กลัว” ก็ถูกน้ำหนึ่งเสียงดังใส่ว่าตนกลัว เพราะช่อเพชรเคยขู่เอาชีวิตตน และถ้ารู้ว่าตนช่วยเหลือพวกเธอ ตนอาจเจอแบบที่พงอินทร์เจอก็ได้ พูดแล้วโวยวาย “ฉันกลัว...ฉันไม่อยากตาย”

กรรณาเสนอให้ไปแจ้งความให้ตำรวจช่วยดูแล น้ำหนึ่งถามว่าใครจะดูแลตนได้ตลอด 24 ชั่วโมง แล้ววิ่งร้องไห้ออกไป พงอินทร์ตามไปปลอบ กรรณามองตามทั้งสองไปฮึดฮัดๆ

พงอินทร์ตามไปคุย น้ำหนึ่งหันกลับมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “โจ้...หนึ่งขอโทษ เมื่อกี๊หนึ่งคิดถึงตัวเองมากไปหน่อย หนึ่งรู้ว่าโจ้รักพี่สาวมาก หนึ่งจะช่วยให้ถึงที่สุด อะไรที่หนึ่งทำได้หนึ่งจะทำ”

“หนึ่งพูดจริงเหรอ” พงอินทร์ดีใจที่ยังไม่ทันพูดอะไรน้ำหนึ่งก็เป็นฝ่ายเสนอตัว

“แต่หนึ่งไม่อยากให้ตำรวจมาดูแล หนึ่งอยากให้เป็นโจ้ได้ไหม”

“เริ่มพรุ่งนี้นะ ดูสภาพผมวันนี้ คิดว่าต้องมีคนดูแลผมก่อน”

ทั้งคู่ยิ้มให้กัน แต่พอใบหน้าพ้นสายตาพงอินทร์ยิ้มหวานของน้ำหนึ่งก็เปลี่ยนเป็นยิ้มร้ายทันที!

ooooooo

มิรันตีถูกพาไปที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ในสภาพหมดสติ แต่พอรู้สึกตัวขึ้นมาเธอก็อาละวาดจะออกไปหา รอบบี้ คิดส์ให้ได้ ด่าติณห์ว่าขัดขวางความรักของตน เพราะตนกำลังจะแต่งงานกับรอบบี้ คิดส์อยู่แล้ว

“ตั้งสติดีๆค่ะ แล้วคุณจะเห็นว่าสิ่งที่คุณรู้สึกมันเป็นแค่มายา ไม่ใช่ความจริง” ญาณินติง กลับถูกด่าหาว่าชีวิตตนพังพินาศเพราะเธอ

มิรันตีวิ่งพล่านจะไปหาสมคิดให้ได้ บอกณัฐเดชขอแจ้งความถูกลักพาตัวกักขังหน่วงเหนี่ยว บอกณัฐเดชต้องพาตนออกไปจากที่นี่ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็แย่งมือถือของก๊องวิ่งเข้าห้องน้ำโทร.หาสมคิดแต่โทร.ไม่ติด ซ้ำถูกคุณหลวงเปิดฝักบัวใส่จนเปียกปอนต้องออกจากห้องน้ำ

ในที่สุดมิรันตีก็ถูกติณห์พาไปอยู่ในห้องหนึ่งที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ให้ก๊องเฝ้าไว้ มิรันตีพูดอย่างไม่ยอมแพ้ว่าขังตนได้แต่ตัวแต่ขังใจไม่ได้ ตนจะอยู่ที่นี่เพื่อดูความพินาศของญาณิน ทุกคนฟังแล้วเซ็ง

หลังจากนั้น ติณห์ ญาณิน เนตรสิตางศุ์ หมอวรวรรธ ณัฐเดชและป้าออ ก็ออกไปนั่งหารือกันที่ใต้ต้นไม้ ณัฐเดชเชื่อว่าการที่เบญจาเข้ามาในชีวิตพวกญาณินไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เนตรสิตางศุ์ถามว่าหมอสมคิดส่งเธอมาเพื่ออะไร? หมอบอกว่าเพื่อแก้แค้น ซึ่งติณห์ก็เชื่อเช่นนั้น

“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าเราเจอศึกหนักอีกแล้วสิคะ” ป้าออวิตก

“หนักมากด้วย...เพราะนังเบญจามันเหมือนหนูเนตร ได้ยินเหมือนหนูกรรณา แล้วยังมีอาคมเหมือนหนูรส นี่ถ้ามันมีเซ้นส์ด้านสัมผัส ได้กลิ่นหรือถอดจิตได้เท่ากับว่า มันคนเดียวมีครบทุกอย่างที่พวกหนูทั้งห้าคนมี” คุณหลวงชี้ให้เห็นอันตรายของเบญจา

เหตุการณ์ที่ใต้ต้นไม้นี้ เบญจาที่นั่งอยู่ในรถกับสมคิดโดยมีกรกฎเป็นคนขับ รับรู้ทั้งหมด ความแค้นติณห์ระอุอยู่ในอก ดวงตาเธอกลายเป็นสีขาว สมคิดเห็นอาการ ของเบญจาก็ยิ้มพอใจ

เมื่อคาดการณ์ว่าสถานการณ์ตึงเครียด หมอ วรวรรธกับติณห์เสนอให้พวกเราทุกคนต้องรวมตัวกันไว้อย่าให้ใครอยู่ตามลำพัง ไม่อย่างนั้นเราจะไม่มีทางทำอะไรเบญจาได้

“พวกเราใจเย็นก่อนนะ อย่าเพิ่งกังวลไปเกินกว่าเหตุ ที่นี่มีผ้ายันต์และสายสิญจน์ของแม่หมอสุคนธรส คุ้มกันอยู่ ตราบใดที่พวกเรายังอยู่ในบริษัท พวกมันทำอะไรเราไม่ได้แน่” ญาณินเอ่ย

แต่ญาณินพูดไม่ทันขาดคำ ติณห์ก็ผงะอึ้งเมื่อมองไปนอกรั้วเห็นเบญจายืนอยู่ ครั้นเพ่งมองก็ไม่เห็นแล้ว อึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงเบญจามาเรียกอยู่ข้างหู พอติณห์
บอกทุกคนตึงเครียดทันที

ไม่ทันหายเครียดเรื่องเสียงเบญจา ทุกคนก็ตกใจเมื่อมีเสียงมิรันตีอาละวาดกับก๊องที่เฝ้าอยู่ เมื่อวิ่งไปดูเห็นมิรันตีถือมีดคมกริบในมือต่างชะงักระวังตัว มิรันตีบอกว่าตนไม่ทำอะไรใครแต่จะฆ่าตัวตายถ้าติณห์ไม่สั่งให้ทุกคนถอยไป ทำให้ทุกคนต้องถอยเปิดทางให้ แต่พอมิรันตีเดินไปเกือบถึงประตูก็ถูกคุณหลวงจับมือตรึงไว้ ณัฐเดชถือจังหวะนั้นเข้าชาร์จทันที

ทันใดนั้น เสียงรถหวอตำรวจก็แว่วเข้ามา ป้าออทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ถามอย่างว้าวุ้นใจว่า

“มันอะไรกันนักหนาวะ เอ๊ย...คะ เนี่ย?!”

ooooooo

รถตำรวจแล่นเข้ามาจอดหน้าบริษัท ผู้การก้าวลงจากรถนำเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเข้าไปในบริษัท ผู้การแจ้งแก่ณัฐเดชและหมอวรวรรธที่ออกมารับหน้าถามว่า

มีคนแจ้งว่าบริษัทนี้จดทะเบียนเป็นบริษัทอินทีเรียร์ดีไซน์บังหน้าแต่ที่แท้เปิดเป็นสำนักปราบผี หลอกหากินกับ ความเชื่อความงมงายของประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวย ความสะดวก ผู้การให้ตำรวจแสดงหมายค้นแล้วเข้าไป ตรวจข้างในเลย

ญาณินพยายามชี้แจงทัดทานแต่ในที่สุดก็ถูกตำรวจยึดทุกสิ่งทุกอย่างไปแม้กระทั่งมือถือที่เธอถ่ายรูปตำรวจยึดของไว้เป็นหลักฐานก็ถูกยึดไปอ้างว่า ในมือถือนี้อาจมีข้อมูลสำคัญขอเอาไปตรวจด้วย!

มิรันตีฉวยโอกาสนี้ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือว่าตนถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว

ญาณินประกาศห้ามแจ้งเจ้าหน้าที่ขนอะไรออกไปเด็ดขาด ถามเจ้าหน้าที่ว่าบอกได้ไหมว่าคนที่ร้องเรียนว่าพวกตนต้มตุ๋นชาวบ้านนั้นเป็นใคร ถ้าบอกไม่ได้ก็ห้ามขนอะไรออกไปเด็ดขาด

“ผมเป็นคนร้องเรียนเจ้าหน้าที่เอง” แผนยุทธปรากฏตัวออกมาอย่างเอาเรื่องทวงถามและกล่าวหาว่า “พวกคุณบอกผมว่าสามารถช่วยปลดปล่อยวิญญาณภรรยาของผมได้ รับเงินผมไปแล้ว แต่ไม่เห็นพวกคุณจะทำอะไร นอกจากอ้างว่าซับซ้อน ผลาญเวลา ผลาญเงินของผมไปวันๆ แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย มันก็ชัดเจนว่าพวกคุณกำลังทำอะไรอยู่”

ขณะนั้นเอง เจ้าหน้าที่ก็เอาสายสิญจน์ ผ้ายันต์และหุ่นกุมารทองที่ยึดได้มาให้ดู ผู้การถือว่านี่เป็นหลักฐานสำคัญเอาหลักฐานต่างๆ มาวางเรียงไว้เต็มโต๊ะไปหมด
ทันใดนั้น มิรันตีวิ่งพรวดเข้ามาฟ้องผู้การว่า ตนถูกพวกนี้ลักพาตัวมากักขังหน่วงเหนี่ยว ยุให้จับพวกญาณินไปให้หมดเพราะพวกนี้อ้างเอาเรื่องการตบแต่งรีสอร์ตมาหลอกลูกชายตนให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้นเหมือนโดนของ

“เห็นไหม ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียว ทีนี้ยังหาว่าผมใส่ร้ายพวกคุณอีกได้ไหมครับ” แผนยุทธได้ทีเยาะเย้ยพวกญาณิน ถูกกระหน่ำรอบด้านขนาดนี้ ญาณินถึงกับเถียงไม่ออก

เหตุการณ์วุ่นวายสับสนยิ่งขึ้น เมื่อกรรณาพาน้ำหนึ่งและพงอินทร์มาที่บริษัทเจอตำรวจกำลังยึดข้าวของในบริษัท เธอปราดเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น แผนยุทธเห็นกรรณาก็พรวดออกมาชี้ตัวให้ตำรวจจับ อ้างว่าเธอเข้าไปในบ้านตนหลอกตนและตอนนี้ก็กำลังหลอกน้องเมียตน เป็นพวก 18 มงกุฎชัดๆ ให้ตำรวจรวบตัวไปให้หมดเลย

พงอินทร์ลงจากรถมีน้ำหนึ่งตามมาด้วย พอแผนยุทธเห็นก็ชี้ว่านี่คือน้องเมียตนที่บัดนี้ถูกล้างสมองเพื่อยุแหย่ให้แตกแยกกับตนจะได้หลอกเอาเงินมรดกที่เขาจะได้รับไป

แผนยุทธด่าและกล่าวหาห้าสาวซิกซ์เซ้นส์เสียจนพงอินทร์ทนไม่ได้ตรงเข้าชกหน้าแต่เพราะเจ็บแผล พอแผนยุทธเบี่ยงตัวหลบ พงอินทร์ก็ถลำหน้าคว่ำไปกองกับพื้น ผู้การเห็นความวุ่นวายเลยเชิญทุกคนไปให้การที่โรงพัก

แผนยุทธเดินเลี่ยงไปพบสมคิดกับเบญจาในรถที่จอดซุ่มอยู่ เพียงสบตาเบญจาแผนยุทธก็ถูกอาคม พูดยกย่องสมคิดและเบญจาว่าปรารถนาดีต่อตนทุกสิ่งอย่างที่ทำเป็นความคิดของตนเอง จะลืมให้หมดว่าได้เจอทั้งสองคน สมคิดฟังแล้วพอใจมาก ชมเบญจาว่าเยี่ยมมาก เบญจาจิกตาแค้นไปที่ติณห์ สมคิดเตือนสติว่า

“ยังไม่ใช่ตอนนี้!!! เก็บความแค้นเอาไว้ พอถึงเวลาพ่อจะให้เอ็งคิดบัญชีกับไอ้ติณห์อย่างสาสมแน่”

ooooooo

พวกญาณินมองสภาพบริษัทที่ถูกรื้อค้นจนยับเยินทั้งสลดทั้งเจ็บแค้น สุคนธรสโกรธมากประกาศ จะเสกตะปูเข้าท้องตำรวจ จนไตรรัตน์ต้องเข้าโอบปลอบใจว่า

“ใจเย็นๆ คุณรส ไม่มีปัญหาไหนแก้ไม่ได้ สิบทางตันต้องมีหนึ่งทางออก...นะครับ...”

ลีจองกุ๊กเห็นสภาพไม่ดีเร่งจุนจีให้รีบกลับ จุนจีไม่ยอมกลับ บอกว่าจะไม่ทิ้งกรรัมภาเอาตัวรอดเด็ดขาด

“เชื่อเถอะ ถ้าจะช่วยคุณแก้ม ก็ต้องช่วยแบบซุปตาร์ มันยังมีวิธีอื่นอีกมาก แต่ตอนนี้ขึ้นรถเถอะ”

ลีจองกุ๊กผลักจุนจีขึ้นรถขับออกไปเลย กรรัมภามองตามไปอย่างเจ็บปวด

ที่โรงพัก แผนยุทธชี้ที่ 5 สาวฟ้องผู้การว่าพวกนี้หลอกลวงต้มตุ๋นตน หลอกว่ามีวิญญาณผีตามรังควาน ทำให้ตนหลงเชื่อจ้างพวกเธอมาไล่ผี ถูกกรรณาเอาความ จริงมาแฉว่าเขาถูกผีรังควานจนไม่ได้นอนจึงไปหาพวกตนให้มาช่วยไล่ผี แผนยุทธไม่ยอมรับ พงอินทร์เลยแฉว่า แผนยุทธสร้างเรื่องผีขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่เขาฆ่าพี่สาวตน

แผนยุทธหาว่าพงอินทร์บ้าไปแล้ว พงอินทร์พุ่งเข้าไปจะชก ถูกณัฐเดชรั้งตัวไว้ ผู้การจึงรวบรัดตัดบทว่า

“ไม่ต้องเถียงกัน ฟังผม! เรามีหลักฐานที่ตรวจยึดค้นได้จากบริษัทของพวกคุณครบ นอกจากนี้พวกคุณยังมีข้อหาลักพาตัว กักขังหน่วงเหนี่ยว แถมคุณยังทำร้ายร่างกายคู่กรณีอีก เพราะฉะนั้นผมคงต้องเชิญพวกคุณเข้าไปอยู่ในคุกอย่างจนใจ ทั้งๆ ที่กลัวว่าผิวสวยๆอาจต้องถูกเหลือบริ้นไรและยุงเต๊าะ!”

5 สาวและ 6 หนุ่ม พากันโวยวายจนฟังไม่ได้ศัพท์ ผู้การจอมเพี้ยนเอาทิชชูอุดหูหัวเราะร่าว่า พูดไปเถอะ ตนไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

กุมาริกาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าห้องสอบสวนอย่างกระวนกระวายใจ พลันก็ดีใจเมื่อเห็นเจ๊หญิงสะพายกระเป๋าเดินมาที่โรงพัก เจ๊หญิงหอบโฉนดที่ดินมา 18 แปลง ล้วนเป็นที่ดินในทำเลทอง ยังมีสมุดบัญชีเงินฝากประจำอีก 30 บัญชีมาประกันตัวทุกคนออกไป

ผู้การจึงให้ทุกคนไปถ่ายรูปในฐานะผู้ต้องสงสัยแล้วให้ประกันตัวออกไป

สุคนธรสขอบคุณเจ๊หญิงที่มาประกันตัวเพราะไม่อย่างนั้น คืนนี้ทุกคนคงต้องนอนตบยุงกันในคุกเป็นแน่ พวก 5 สาวก็ยกมือไหว้ขอบคุณเจ๊หญิง เจ๊หญิงพูดอย่างรู้ไส้รู้พุงหมอผีสมคิดดีว่า

“ในฐานะอดีตสาวกหมอสมคิดผู้หลงผิด ฉันเห็นความแสบของมันมาเยอะ ฉันกล้าฟันธงได้เลยว่า ไอ้หมอสมคิดมันต้องคิดการใหญ่กว่านี้” ไตรรัตน์พูดแทรกว่า เช่นตั้งสำนักใหม่? “ใช่...ปล่อยผีมาไล่ฆ่าพวกเรา ไอ้หมอสมคิดมันไม่ธรรมดา มันทำได้หมดแหละ”

ทุกคนเป็นกังวลขึ้นมาอีก โดยเฉพาะญาณินคิดที่จะต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว

ระหว่างนั้นติณห์เห็นทนายสมชาติมาเดินกระวนกระวายอยู่แถวนั้น จึงลุกเดินไปหา ปรากฏว่าทนายสมชาติได้รับมอบหมายจากมิรันตีให้ฟ้องพวกญาณิน ทนายสมชาติพูดออกตัวว่าเมื่อก่อนตนหลงผิดมองติณห์กับพวกญาณินในแง่ร้าย แต่ตอนนี้ตนตาสว่างรู้ความจริงหมดทุกอย่างแล้ว แต่เพราะเป็นทนายของมิรันตีจึงต้องทำตามหน้าที่

ติณห์ถามว่าแล้วอยู่ๆเขารู้ขึ้นมาได้ยังไง

“ผมไม่รู้จะอธิบายอย่างไร รู้แต่ว่าป่านนี้คุณมิรันตีคงรู้ความจริงเหมือนผม”

ที่แท้คือ...มิรันตีอาศัยความชุลมุนหลบออกจากบริษัทซิกซ์เซ้นส์ไปนั่งร้องไห้คร่ำครวญถึงรอบบี้ คิดส์ อยู่ที่สวนสาธารณะ รอทนายสมชาติที่โทร.ตามให้มาหา
สมชาติขับรถตามเจอมิรันตีรีบลงไปหา ไม่ทันถามไถ่อะไรกัน มิรันตีก็ไปขึ้นรถขับออกไปทันที บ่ายหน้าไปรีสอร์ตหมายได้เจอหวานใจรอบบี้ คิดส์

แต่พอไปถึง ที่นั่นกลายเป็นรีสอร์ตร้าง คุณหลวงที่ตามไปด้วยบอกมิรันตีว่า สิ่งสวยงามที่เธอเคยเห็นที่รีสอร์ตนั้นเป็นแค่ภาพลวงตาที่เบญจาใช้อาคมสร้างขึ้นมาหลอกตาเท่านั้น

มิรันตีเข่าอ่อนทรุดนั่งอย่างหมดแรงอยู่ในรีสอร์ตที่บัดนี้เงียบและรกเหมือนป่าช้า...

ooooooo

ผ่านเหตุการณ์วุ่นวาย สับสน เฉียดตาย ร้ายแรงนี้แล้ว ณัฐเดชกับหมอวรวรรธถูกผู้การสั่งพักงาน หมอวรวรรธถามว่าพวกตนทำผิดอะไร สั่งพักงานอย่างนี้ หมายความว่าอย่างไร

“ก็หมายความว่า 1 เดือนต่อจากนี้ พวกคุณไม่ได้เป็นตำรวจอีกต่อไป ดังนั้น ทุกอย่างที่พวกคุณทำก็ไม่ต้องรายงานผม พวกคุณอยากจะทำอะไรก็ทำตามใจ ชอบไง ส่วนผมก็จะคอยติดตามดูพวกคุณอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ” พูดแล้วผู้การหลิ่วตาให้

พอออกจากห้องผู้การแล้ว หมอวรวรรธบ่นว่า “ผมตามท่านผู้การไม่เคยทันเลย”

“ได้เวลาลุยแบบนอกกรอบได้แล้ว ไอ้หมอวรรธ ไสยศาสตร์ที่ไร้ข้อจำกัด ก็ต้องเจอกับตำรวจไร้ข้อจำกัดไงล่ะ”

ส่วนที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ ญาณินเดินนำทุกคนมานั่ง คุยกันเป็นการส่วนตัว ทุกคนคาดหมายว่าเจ๊จะมีแผนลุย แต่ที่แท้ญาณินเสนอเรื่องที่ทำให้ทุกคนตกใจว่า

“ฉันอยากให้เราปิดบริษัทนี้ไปก่อน แล้วเราแยกย้ายไปตั้งหลักกันสักพัก แยกกันเราอาจจะรอด แต่ถ้าเรายังรวมตัวอยู่ด้วยกัน อาจจะตกเป็นเป้าของหมอสมคิดหมดทั้ง 5 คน”

เนตรสิตางศุ์ร้องไห้ก่อนเพื่อน ญาณินบอกว่า “แค่แยกกันชั่วคราวเท่านั้น บอกแล้วไงว่าแค่ตั้งหลัก พวกเราทั้ง 5 คนยังคงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่ เมื่อเราพร้อม เราจะต้องได้กลับมาพร้อมหน้ากันอีก”

5 สาวกอดกันร้องไห้ แต่ในที่สุดต่างก็แยกย้ายกันไปตามทางของตน

ญาณินกับติณห์อยู่ที่บริษัท สุคนธรสไปกับไตรรัตน์ หมอวรวรรธพาเนตรสิตางศุ์ไปส่งที่บ้าน พงอินทร์พากรรณากับก๊องไปอยู่บ้านเวียงทับ กรรณาโวยวายว่าทำไมไม่พาตนกลับบ้าน พงอินทร์จึงบอกความจริงกับเธอว่า

“จะกลับได้ยังไง ในเมื่อผมโทร.ไปเช็กมาแล้ว น้ากุ้งนางไม่อยู่ ต้องไปเป็นหัวหน้าทีมอบรมพยาบาลอาสาที่ขอนแก่นตั้งสองอาทิตย์”

กรรณาโวยว่ารู้ได้ไงว่าแม่ตนทำอะไรอยู่ที่ไหน พงอินทร์พูดอย่างกระหยิ่มว่า

“แถมยังรู้นะว่าน้ากุ้งนางแม่คุณไม่เคยเชื่อว่าคุณได้ยินเสียงผี แล้วถ้าน้ากุ้งนางรู้เข้าว่าบริษัทซิกซ์เซ้นส์ ของคุณและเพื่อนโดนฟ้องว่าต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชน ล่ะก็...มันจะเกิดอะไรขึ้นน้า...”

พงอินทร์รวบรัดว่าเธอกับก๊องอยู่บ้านตนนี่แหละปลอดภัยที่สุด ถามว่าเคยได้ยินไหมที่เขาบอกว่า ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด กรรณาทำท่าจะเถียง อีก ก๊องรีบกระซิบบอกว่า

“พี่กรรณาตอบตกลงไปก่อนเถอะ ป้ากุ้งนางแม่พี่ไม่อยู่บ้านด้วย ถ้าเขากลับมาแล้วค่อยว่ากันใหม่”กรรณาเลยนิ่งไป

ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้าน เนตรสิตางศุ์ลงมือทำอาหารให้ณัฐเดชกับหมอวรวรรธทานอย่างภูมิอกภูมิใจตามเคย

แต่คราวนี้เนตรสิตางศุ์ต้องเสียใจอย่างที่สุด เมื่อสุพิชชามาพูดความจริงว่า อาหารที่เธอทำนั้นทุกคนต้องกล้ำกลืนกินกันตลอดมา ตำหนิทั้งณัฐเดชและหมอวรวรรธว่าทำไมไม่พูดความจริงให้เนตรสิตางศุ์รู้

ทั้งณัฐเดชและหมอวรวรรธตกใจที่สุพิชชาพูดความจริงออกมา ณัฐเดชพยายามจะให้เธอหยุด แต่เธอกลับยิ่งพูด...

“ทำไมคนที่จริงใจต่อกันไม่เตือนกันบ้าง น้องเนตรเธอควรจะรู้ตัวสักทีว่า อาหารที่เธอทำมันรสชาติสยดสยองมากเมนูปัญญาอ่อนพวกนี้ ใครทำกัน พี่ณัฐฝืนใจกินแล้วแอบไปอ้วกทิ้งมากี่ปีกี่ชาติแล้ว”

หมอวรวรรธขอร้องณัฐเดชให้พาสุพิชชาออกไปก่อน สุพิชชายิ่งฉุน จ้องหน้าหมอบอกว่า ตนไม่ได้พาล มันคือความจริง “ทุกคนในที่นี้มีใครกล้าพูดไหมล่ะว่าชอบกินอาหารฝีมือยัยเนตร อยากกินทุกวันเลย...นี่ต่างหากความจริง”

เนตรสิตางศุ์ถามณัฐเดชว่าจริงหรือ ณัฐเดชอึกอัก สุพิชชาได้ทียิ่งรุก

“เลิกปกป้องน้องแบบผิดๆเถอะ ยัยเนตรจะได้โตและเลิกใช้ความง้องแง้งปัญญาอ่อนเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นเสียที”

ทั้งณัฐเดชและหมอวรวรรธต่างอ้ำอึ้ง เนตรสิตางศุ์ รู้ว่านั่นคือความจริง เดินหนีไปอย่างผิดหวัง เสียใจ  ณัฐเดชกับหมอต่างรีบตามไป สุพิชชามองตามทั้งสามไปอย่างสะใจ

เนตรสิตางศุ์เข้าครัวไปเอาเครื่องครัวทิ้งถังขยะ ตัดพ้อต่อว่าณัฐเดชว่าโกหกตนตั้งแต่วันแรกที่ตนเริ่มทำอาหารเลยใช่ไหม ณัฐเดชจึงเล่าความตั้งใจแต่แรกให้ฟังว่า

เพราะเนตรสิตางศุ์เอาแต่เก็บตัวไม่ไปไหน ตนอยากให้น้องมีชีวิตที่เป็นปกติมีความภูมิใจในตัวเองบ้าง และพอดีน้องหัดทำอาหาร จึงให้กำลังใจเพื่อให้น้องออกไปเรียนทำอาหาร ยอมรับว่า...

“ตอนนี้เราก็รู้แล้ว ต่อไปก็ไม่ต้องทำอาหารแล้ว หาอย่างอื่นทำแทนแล้วกัน”

หมอไม่เห็นด้วย แต่ณัฐเดชยืนยันว่า “อย่าเสียเวลาเลย อย่างที่พีชพูดก็ถูก เนตรควรยอมรับและเข้าใจโลกความจริงบ้าง จะเอาแต่ใจแบบเด็กๆไม่ได้แล้ว” หมอติงว่าทำไมพูดอย่างนี้ ณัฐเดชย้อนถามว่า “ก็พูดความจริง อยากให้พูดไม่ใช่เหรอ”

“ความจริงบางอย่างเราไม่ต้องพูดออกมาทั้งหมดก็ได้ เหมือนที่ผมไม่พูดเรื่องพีช...” หมอยั้งปาก ณัฐเดชถามว่าเรื่องอะไรหมอไม่พูดต่อ

“หมอ...ไปเถอะ...เนตรไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว” เนตร–สิตางศุ์คว้ามือหมอลากออกไป

แต่พอออกมาเจอสุพิชชาเธอถามว่าจะไปไหนกัน หมอปรามว่าอย่ามายุ่งกับตนอีกไม่อย่างนั้นตนจะไม่เสแสร้งทำดีกับเธออีกต่อไป ทำให้ณัฐเดชยิ่งอยากรู้ แต่หมอก็ยังไม่พูด โบ้ยว่าสุพิชชาเป็นคนชอบพูดความจริงก็ให้เธอพูดเองแล้วกัน

สุพิชชาทำหน้าซื่อตาใสตัดพ้อหมอว่าอย่าใส่ร้ายตน ณัฐเดชจึงหันมาคาดคั้นเอากับหมอวรวรรธ เนตร– สิตางศุ์ปกป้องหมอ ขวางณัฐเดชไม่ให้ทำอะไร หมอบอกว่าตนตาสว่างแล้วเหลือแต่พี่ณัฐยังตาบอดอยู่เชิญบอดต่อไปเถิด แล้วซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์หมอพากันออกไปเลย

ณัฐเดชหัวเสียหันมองสุพิชชา เธอทำหน้าอ้อนอ่อนแอจนณัฐเดชใจอ่อน

ooooooo

จุนจีเป็นห่วงกรรัมภา แต่เพราะติดถ่ายละครจึงฝากข้อความนัดพบเธอ ระหว่างถ่ายละครจุนจีฝากมือถือไว้กับลีจองกุ๊ก เมื่อกรรัมภาที่อยู่ในสภาพว้าวุ่นสับสนมาถึงกองถ่าย จึงฝากข้อความถึงจุนจีว่า มาถึงแล้วจะให้ไปพบที่ไหน

ลีจองกุ๊กเห็นข้อความนี้จึงกดปิดและเอามือถือใส่กระเป๋าเสื้อไว้ จุนจีถามว่าแก้มโทร.มาหรือยัง ลีจองกุ๊กปดว่ามือถือแบตหมดกำลังชาร์จอยู่ในห้องแต่งตัว

ผู้กำกับบอกว่าบทของซองซูหมดแล้วให้กลับไปพักได้เลย ซองซูลงไปเจอกรรัมภานั่งรอจุนจีอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมที่ถ่ายละครกำลังถูกนักข่าวรุมสัมภาษณ์เรื่องข่าวครึกโครมเกี่ยวกับพวกเธอเวลานี้ ซองซูฉวยโอกาสนี้พลิกวิกฤติของเธอให้เป็นโอกาสของตนทันที

ซองซูฝ่าวงนักข่าวเข้าไปยืนเคียงข้างกรรัมภาประกาศเสียงดัง

“ขอโทษพี่ๆทุกคนนะครับ พอดีคุณแก้มเธอนัดมาคุยงานกับผม ไม่ใช่นัดจุนจีครับ เราต้องขอตัวก่อน ขอโทษจริงๆนะครับ” แล้วก้มบอกกรรัมภา “ไปกันเถอะครับคุณแก้ม” แล้วจูงกรรัมภาไปท่ามกลางความงุนงงของนักข่าว

ส่วนญาณินอยู่ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์กับติณห์ ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิดไม่ตกว่าทำไมความดีถึงแพ้ ธรรมะต้องสยบต่อมารร้าย ติณห์กอดเธอจากข้างหลังปลอบอย่างเห็นใจ...เข้าใจว่า

“แต่ยังไงเราก็จะยึดมั่นศรัทธาในตัวเราเอง ศรัทธาในความดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันคงเป็นอุปสรรคที่จะทำให้เราแข็งแรงขึ้น มั่นคงขึ้น”

จิตของเบญจาเห็นความรักความห่วงใยที่ติณห์มีต่อญาณินก็ถึงกับน้ำตาคลอ พึมพำอย่างเจ็บใจ

“พี่ติณห์...ทำไม...เบญจาสู้อีญาณินไม่ได้ตรงไหน!” แต่พอจิตเบญจาจะพุ่งเข้าเล่นงานทั้งสอง จิตก็ชะงักแล้วหายวับไป กายหยาบของเบญจาที่นั่งสมาธิอยู่ในคฤหาสน์ร้างลืมตาโพลงทันที

ooooooo

คฤหาสน์ร้างที่สมคิดมาสร้างสำนักใหม่ อดีตเป็นป่าช้าร้างเป็นที่ฝังศพคนที่ถูกพวกมือปืนฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมสยดสยอง จึงมีวิญญาณร้องโหยหวนไปทั่ว เวลานั้น สมคิดบอกเบญจาว่า

“ที่นี่มีแต่ความโหดเหี้ยม มีแต่อาถรรพณ์ของวิญญาณตายโหง มันถึงเหมาะที่จะเป็นอาณาจักรของเรา”

เมื่อจิตเบญจาเข้าร่าง สมคิดถามอย่างไม่พอใจว่าถอดจิตไปไหนมา เบญจาไม่กล้าบอก ถูกสมคิดสั่งห้ามคิดถึงติณห์อีกเด็ดขาด พูดกรอกหูว่า

“สิ่งที่แกต้องคิดมีเพียงเรื่องเดียวคือสร้างฐานอำนาจและทำให้ฉันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง!!”

เบญจาบอกว่าตนไม่อยากทำแล้ว เวลานี้บริษัทซิกซ์เซ้นส์ถูกปิดและพวกผู้หญิงทั้งห้าคนก็แยกย้ายกันไปคนละทาง พลังพิเศษทั้งห้าไม่ถูกรวมกันอีกแล้ว เมื่อตนทำหน้าที่ตรงนี้สำเร็จหน้าที่ตนก็ควรจบลงได้แล้ว ถูกสมคิดบีบปากอย่างแรงตะคอกใส่หน้า

“ฉันคือผู้ให้ชีวิตแก เพราะฉะนั้นแกมีหน้าที่ต้องรับใช้ฉันไปตลอดชีวิต!! จำไว้!!! แกไม่มีสิทธิ์คิดกบฏกับฉัน!!”

เบญจาเจ็บปวดจนทนไม่ได้สะบัดหลุดวิ่งออกไป กรกฎถามสมคิดอย่างรู้กันว่า “ท่านจะรอไปถึงเมื่อไหร่ครับ”

“อีกไม่นานหรอกกรกฎ ฉันจะให้มันทุกข์เพราะความรักให้ถึงที่สุด เมื่อนั้น มันจะลืมความเป็นคนที่มีความ อ่อนแอ แล้วด้านมืดในตัวมันจะทรงพลังจนไม่มีใครหรืออะไรทำอะไรมันได้ ฮ่าๆๆ”

ooooooo

ซองซูพากรรัมภาไปที่ร้านอาหาร มอมยาเธอแล้วพาขึ้นห้องพักของตัวเองในโรงแรม

จุนจีถ่ายละครเสร็จออกมาเห็นรถกรรัมภาจอดอยู่ เขาสังหรณ์ใจว่าอาจเกิดเหตุไม่ดีกับเธอ จุนจีรีบโทร.เข้ามือถือ กรรัมภารับสายในสภาพเบลอๆง่วงนอน ซ้ำมีเสียงของซองซูแทรกเข้าไปในโทรศัพท์ทักทาย “ฮัลโหล... จุนจี” ซองซูยังพูดเย้ยว่ากรรัมภาอยู่กับตนไม่ต้องห่วง

พอจุนจีรู้ว่ากรรัมภาอยู่กับซองซู เขาคว้ากุญแจรถตู้ตะบึงออกไปทันที จุนจีไปช่วยกรรัมภาพ้นจากความกักขฬะของซองซูได้ทัน ต่อยซองซูจนเลือดกบปากเปิดฝักบัวรดล้างเลือดพูดอย่างสะใจว่า

“ทีนี้ตาสว่างเสียทีนะ ไอ้ซองซู...จำเอาไว้ คุณแก้มคือคนรักของฉัน แกห้ามยุ่ง!”

จุนจีอุ้มกรรัมภาไปที่ห้องพักของตนซึ่งอยู่โรงแรมเดียวกับซองซู เขาไม่ได้กลิ่นเหล้าจึงคาดเดาได้ว่าเธอถูกซองซูวางยานอนหลับ พยายามเรียกให้เธอรู้สึกตัว พอกรรัมภารู้สึกตัวก็คลื่นไส้อาเจียนออกมาเป็นสีขาวพุ่งใส่จุนจีจนเลอะไปด้วยกันทั้งสองคน อ้วกเสร็จก็ล้มตัวลงนอนต่ออย่างไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น...

ooooooo

หลังจากสุพิชชาทำให้เนตรสิตางศุ์กับหมอวรวรรธออกจากบ้านไปแล้ว เธอก็ยั่วยวนณัฐเดชทุ่มสุดตัว บอกว่าจะช่วยผ่อนคลายให้เขา

ณัฐเดชกลัวเนตรสิตางศุ์กลับมาเจอ สุพิชชาบอกว่าเนตรสิตางศุ์ยังไม่กลับแต่ถ้ากลับมาเมื่อไรตนก็จะไปทันที

หารู้ไม่ หมอวรวรรธพาเนตรสิตางศุ์มาส่งที่บ้านแล้วพอเนตรสิตางศุ์เข้าบ้านก็พบภาพวาบหวามของสุพิชชากับณัฐเดชบนโซฟา เธอโกรธมาก ต่อว่าพี่ชายว่าบ้านหลังนี้มีตนอยู่ด้วย หรือลืมไปแล้วว่าตนเป็นน้องสาว

หมอวรวรรธได้ยินเสียงทนไม่ได้เข้ามาช่วยเนตร– สิตางศุ์ ถูกณัฐเดชตะคอกใส่ว่านี่เป็นเรื่องระหว่างตนกับน้อง คนอื่นไม่เกี่ยว ผลักหมอล้มลงแล้วไล่ตะเพิดให้ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้

เนตรสิตางศุ์ตัดสินใจไปกับหมอวรวรรธ บอกณัฐ–เดชว่าอย่าห้ามตน ยังไงตนก็ไม่มีวันอยู่กับคนที่ตาบอดใจบอดต่อไป เชิญสองคนคลายเครียดกันตามสบายตนจะไม่กลับมาเป็นก้างขวางคออีก

เมื่อเนตรสิตางศุ์กับหมอวรวรรธไปแล้ว สุพิชชาออดอ้อนมารยากับณัฐเดชหาว่าหมอใส่ร้ายตน ณัฐเดชเต็มไปด้วยความสับสน เขากอดสุพิชชาไว้ด้วยความรัก ยังความสะใจแก่สุพิชชายิ่งนัก!

ooooooo

ตอนที่ 15

ในบรรยากาศที่อึดอัดนั้น กรรณาทำลายความเงียบขึ้นว่า เรื่องช่อเพชรตนรู้สึกยังไงๆอยู่ น้ำหนึ่งที่ปอกแอปเปิ้ลอยู่ชะงักทันที

“กี่ครั้งแล้วล่ะ ที่เราได้เบาะแสคุณช่อเพชร แต่พอตามไปก็คลาดกับเขา แล้วเราก็เป็นอันต้องโดนเล่นงานทุกที”

“แปลว่าคุณช่อเพชรจงใจที่จะทำร้ายเรา?” พงอินทร์ถาม

“หึ...นาย โดนซะนอนเดี้ยง จนเดือดร้อนคุณน้ำหนึ่งต้องมาคอยป้อนแอปเปิ้ลขนาดนี้ยังสงสัยอะไรอีกเหรอ ค้า...” กรรณาถามประชด น้ำหนึ่งหยุดปอกแอปเปิ้ลบอกกรรณาว่าถ้ากลัวชีวิตจะไม่ปลอดภัยก็คงต้องเลิก ตามหาช่อเพชรแล้ว

“ผิดค่ะ การโดนปองร้ายนี่แหละ ของชอบฉันเลยล่ะ ยิ่งทำฉัน ฉันจะตามไล่ตามล่าไม่เลิก แล้วถ้าฉันจับคนที่ทำ ฉันได้เมื่อไหร่นะ ถึงเป็นผี...รับรองว่าไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่”

แทนที่น้ำหนึ่งจะกลัวกลับยิ้มใส่ ขอให้เธอจับได้เร็วๆ พงอินทร์จะได้เลิกเอาชีวิตมาเสี่ยงตามหาคนร้ายเสียที ย้ำว่า

“หนึ่งสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ค่ะ ว่าขืนช้า อาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับโจ้ได้” พูดแล้วหันมองพงอินทร์อย่างเป็นห่วง

จู่ๆกรรณาก็ได้ยินเสียงร้องเพลงของพิมอรดังแว่วมากับสายลม กรรณาชะงักฟังหันมองไปที่ระเบียง เห็นชายผ้าจากชุดสีขาวปลิวอยู่นอกหน้าต่าง

ooooooo

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์...หลังจากส่งติณห์กลับรีสอร์ตแล้ว คุณหลวงถามว่าเราคิดถูกหรือเปล่าที่ปล่อยเขาไปคนเดียว

“ทำไงได้คะ มีติณห์คนเดียวเท่านั้นที่จะกลับเข้ารีสอร์ตได้โดยที่พวกนั้นไม่ระแวง” ญาณินตอบเศร้าๆเพราะเป็นห่วงติณห์ แต่ก็ปลอบใจทุกคนว่า “ติณห์เขาคงรู้ว่ากลับไปต้องเจอกับอะไรบ้าง เขาต้องเตรียมตัวเตรียมใจกลับไปรับมืออยู่แล้วล่ะค่ะ”

ติณห์ขับรถไปถึง เมืองกาญจน์ผ่านต้นไม้สูงใหญ่ริมทาง แต่บนถนนมืดที่มีแต่แสงไฟหน้ารถนั้น ติณห์เห็นเงาดำเป็นฝูงอยู่ข้างหน้า พอเข้าใหญ่กลายเป็นฝูงอีกาบินตรงเข้ามาหารถเขา ชนรถตายไปหลายตัว เลือดเปรอะกระจก ติณห์เปิดที่ปัดน้ำฝนปัดจนคราบเลือดจาง เขาจึงเห็นใครบางคนยืนอยู่กลางถนนข้างหน้า!

เบญจานั่นเอง! เธอยืนจังก้าจ้องมาที่ติณห์ด้วยความไม่พอใจมาก ติณห์ระวังตัว แอบหยิบอะไรบางอย่างที่เบาะข้างๆมากำไว้แล้วเดินลงจากรถไปหาเบญจา

“พี่ ติณห์! พี่หายไปไหนมา!” เบญจาถามอย่างเอาเรื่อง ติณห์ทำใจกล้าเดินเข้าหา เบญจาโกรธมากแผดเสียง “หนูถามว่าพี่หายไปไหน พี่คิดทรยศหนูเหรอ!”

เกิดลม ปั่นป่วนใบไม้ปลิวราวกับเกิดพายุ ติณห์ปรี่เข้าจูบปากเบญจาพร้อมกับรีบสวมสร้อยเพชรที่หยิบมาให้ทันที พอเบญจาเห็นสร้อยมีจี้เพชรก็อุทาน “พี่ติณห์...” หายโกรธเป็นปลิดทิ้ง ฝูงอีกาหายวับ บรรยากาศที่ปั่นป่วนสงบนิ่ง

เบญจาโอบกอดและจูบตอบติณห์อย่างหลงใหล...

จิตญาณินเห็นภาพนั้นถึงกับน้ำตาร่วง จนป้าออที่เฝ้าดูแลอยู่ตกใจถามว่านั่งสมาธิอยู่ดีๆร้องไห้ทำไม แต่คุณหลวงรู้เอ่ยอย่างเข้าใจ เห็นใจ แต่ขอให้ญาณินเชื่อใจติณห์ ขอให้เชื่อว่าติณห์รักเธอมั่นคง ตัวเธอเองนั่นแหละที่ต้องเอาชนะใจตัวเองอย่าให้หวั่นไหวระแวง

คุณหลวงยกมือลูบหัวญาณินปลอบโยน กายหยาบของญาณินพยักหน้ารับรู้พยายามหักห้ามน้ำตาตัวเอง...

ติณห์รำพันความรักความคิดถึงเบญจา เธอถามว่าคิดถึงแล้วแอบหนีไปอย่างนี้หรือ

“พี่ ก็อยากไปหาของมารับขวัญเบญจาให้หายป่วยนี่ครับ” ติณห์จูบหน้าผากเบญจา ถามว่าชอบสร้อยนี้ไหม ตนเลือกอยู่นานกลัวไม่ถูกใจเธอ เห็นเธอก้มมองสร้อย เขารีบบอก “ถ้าไม่ชอบ พี่มีอีกอย่างนึงจะให้”

ติณห์พาเบญจามาที่รถบอกให้หลับตา แล้วจึงเอาตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ให้ พอเธอลืมตาเห็นตุ๊กตาหมีถึงกับอุทาน

“น่า รักจังเลย...ขอบคุณมากค่ะพี่ติณห์ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของหนู ที่หนูได้เล่นตุ๊กตา ตั้งแต่เกิดมาหนูไม่เคยได้รับอนุญาตให้เล่นของเล่นเลย ขอบคุณจริงๆ” เบญจา กอดซบอกติณห์อย่างหลงใหล

“พี่ดีใจที่เบญจาชอบ เรากลับรีสอร์ตกันเถอะ ป่านนี้มัมคงรอพี่แย่แล้ว”

ooooooo

ติณ ห์กลับมาถึงรีสอร์ต เห็นมิรันตียืนอยู่กับสมคิดมีกรกฎยืนคุมเชิงอยู่ มิรันตีดีใจชี้บอกสมคิดว่าดูซิใครมา พลางตัดพ้อติณห์ว่า นึกว่าทิ้งแม่ไปแล้ว

ติณห์บอกว่าตนจะทิ้งแม่ไปได้ยังไง สมคิดถามประชดว่าหายไปไหนมา ไปเยี่ยมแม่มดหมอผีที่วางยาเบญจาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดรึเปล่า!

เบญจา ชิงตอบแทนติณห์ว่า เขาไม่ได้ไปหาญาณิน แต่ไปหาซื้อของขวัญมาอวยพรให้ตนหายเร็วๆ พลางอวดทั้งสร้อยและตุ๊กตา พูดอย่างมีความสุขว่า “ในชีวิตเบญจาไม่เคยได้ของพวกนี้มาก่อนเลย”

มิรันตี หัวเราะร่าต่อว่าติณห์ที่จะเซอร์ไพรส์หวานใจก็ไม่บอก ทำให้ตนเป็นห่วงขอหอมแก้มให้ชื่นใจ แล้วย้ำกับติณห์ว่า ต้องดีกับเบญจาให้มากๆ เพราะเธอทำทุกอย่างเพื่อรีสอร์ตของเรา ชม้ายไปทางสมคิดแล้วย้ำว่า

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ว่าที่หุ้นส่วนใหญ่ของเรามิสเตอร์รอบบี้ คิดส์!”

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ติณห์ติงมิรันตีว่าแน่ใจหรือที่จะเอาสมคิดมาเป็นหุ้นส่วน มิรันตีที่กำลังคลั่งไคล้สมคิดถามว่า ใครคือสมคิด เขาคือมิสเตอร์รอบบี้ คิดส์ต่างหาก ไปเรียกเสียจนเห็นบ้านนอกไร้สกุลหมด

ติณห์จึงบอกความ จริงว่า รอบบี้ คิดส์คนนี้ ที่แท้คือ หมอผีสมคิดที่เคยร่วมมือกับกำนันพงศ์ส่งภูตผีวิญญาณมาหลอกหลอนที่นี่จนตน เกือบจะสร้างรีสอร์ตไม่สำเร็จ

มิรันตีไม่เชื่อ บอกติณห์ว่าจะเชื่อก็ต่อเมื่อเขาหาหลักฐานมายืนยันได้ว่าเป็นคนคนเดียวกัน ซ้ำยังตำหนิติณห์ว่าถูกญาณินล้างสมอง ขู่ว่าจะฟ้องเบญจาว่าเขายังแอบเชื่อญาณินอยู่

ติณห์หนักใจว่าจะหาหลักฐานมายืนยันว่า รอบบี้ คิดส์คือหมอสมคิดให้มิรันตีเชื่อได้อย่างไร...

ooooooo

สมคิด ไม่พอใจมากที่เบญจาชอบตุ๊กตาหมี เบญจาบอกว่าพ่อไม่เข้าใจ เพราะมันไม่ใช่แค่ตุ๊กตา แต่มันคือความห่วงใยของติณห์ที่มาประโลมใจตนต่างหาก

“แกนั่นแหละที่ไม่ เข้าใจ! หึ...ทำไมตั้งแต่เล็กจนโตที่ฉันเลี้ยงแกมา ฉันไม่เคยให้ของเล่นพวกนี้กับแกเลย ก็เพราะไอ้ของพวกนี้มันคือความอ่อนแอ มันคือความฝันลมๆแล้งๆที่ฉันไม่อยากให้มันอยู่ในตัวแก แกต้องเข้มแข็ง แกต้องไม่เพ้อไม่ฝัน ไม่มีความรัก มันจะทำให้แกเป็นคนขี้แพ้...” สมคิดสั่งให้กรกฎเอาตุ๊กตาหมีไปทิ้งเสีย

เบญจาไม่ยอมให้กรกฎเอาไปทิ้ง สมคิดปรามว่าเดี๋ยวนี้เบญจากล้าขัดคำสั่งตนหรือ เบญจาขอร้องให้ตุ๊กตาหมีตัวนี้อยู่กับตนเถิด

“นัง โง่! ไอ้ติณห์มันเห็นจุดอ่อนแก มันถึงซื้อตุ๊กตาตัวนี้มาง้อแก แกจะได้เลิกสงสัยว่ามันหายหัวไปหาอีนังญาณินมา” เบญจาไม่เชื่อเพราะตนใช้เสน่ห์พ่องั่งแม่งั่งมัดใจติณห์ไว้แล้ว “หึๆๆเสน่ห์มัดได้ก็แก้ได้ ฉันชักไม่แน่ใจว่าเสน่ห์ของแกจะเอาไอ้กะล่อนนั่นอยู่” แล้วสมคิดก็บอกกรกฎ “ต่อแต่นี้ ฉันจะจับตาดูมันไว้ทุกฝีก้าว”

สมคิดมองหน้ากรกฎ กรกฎยิ้มให้อย่างมีเลศนัย ในขณะที่เบญจายังเชื่อมั่นในเสน่ห์ของตัวเอง

ooooooo

ปาร์คจุนจีกับกรรัมภาที่ห้องหนึ่งในโรงแรมที่พัก เขาเล่าให้เธอฟังว่า

“ลี จองกุ๊กสืบจากที่มาในอินเตอร์เน็ตได้แล้ว ฝีมือนายอติเทพแน่ๆ ที่ปล่อยข่าวลือระหว่างผมกับคุณทำลายชื่อเสียงของผม แล้วทำลายอนาคตของคุณ เพื่อที่จะหยุดเราสองคนให้เลิกคบกัน แล้วร่วมมือกันตามหาหลักฐานที่มันฆ่าคุณย่า”

ขณะทั้งสองกำลังปรึกษาและ เย้าแหย่กันตามประสาคนมีใจให้กันนั้น ก็มีเรื่องกวนใจ เมื่อลีจองกุ๊กมาเคาะประตูบอกว่าผู้กำกับและตัวแทนของบริษัทที่ร่วมทุนละคร เรื่องนี้กำลังขึ้นลิฟต์มาหาเขา จุนจีจึงให้กรรัมภาเข้าไปแอบในห้องนอนตนก่อน

พี่ป๋องผู้กำกับและตัวแทน บริษัทที่ร่วมทุน มากันอย่างตึงเครียด พี่ป๋องถามอย่างไม่พอใจว่าถ้าเป็นแบบนี้กี่ปีจึงจะถ่ายเสร็จ ตัวแทนผู้ร่วมทุนก็พูดถึงการขาดทุนเนื่องจากต้องหยุดถ่ายเพราะจุนจีมาหลาย ครั้งแล้ว ซองซูก็ตามมาถล่มซ้ำว่า

“โดยเฉพาะผีย่าจุนจีที่ทำให้ทุกอย่างป่วน คนที่ตายไม่ดีมักจะเฮี้ยนแล้วย่านายก็ถูกงูกัดตายอย่างโหด มันต้องเฮี้ยนมากๆเลย”

“หยุดพูดถึงย่าฉันเดี๋ยวนี้นะ” จุนจีโมโหลุกขึ้นชี้หน้าปรามซองซูจนลีจองกุ๊กต้องดันตัวไว้

“ไม่รู้ ล่ะ ถ้าคุณยังไม่จัดการเรื่องผีสางของคุณ ผมคงต้องปรึกษากับคนเขียนบทให้ลดบทคุณลงเพราะ ไม่งั้นปีนี้เราถ่ายไม่ทันออนแอร์แน่” พี่ป๋องขู่แล้วหุนหันออกไป

ลีจอง กุ๊กตามไปขอความเห็นใจ ขอพี่ป๋องให้โอกาสกับจุนจีบ้าง จุนจีเป็นคนรับผิดชอบงานมากเขาเป็นคนตั้งใจส่วนซองซูที่ฟังอยู่พูดอย่างสะใจ ก่อนเดินออกไปว่า

“บทแกหดแน่ไอ้จุนจี ดีไม่ดี ซองซูนี่แหละอาจจะถูกดันขึ้นมามีบทนำแทนแก หึๆ!”

แม้จะต้องเผชิญกับปัญหาหนักหน่วง แต่จุนจีก็มีกำลังใจที่จะสู้เพราะมีกรรัมภาอยู่เคียงข้างให้กำลังใจเสมอ

แต่ไม่ทันไร มือถือของจุนจีก็มีเมสเสจเข้า เขากดดูแล้วตกใจ ส่งให้กรรัมภาดูต่อ

“ตอน นี้ วิญญาณย่าแกโดนฉันกักขังเอาไว้ ถ้าแกยังไม่ยอมเซ็นรับพินัยกรรมให้ฉัน ฉันจะเอาวิญญาณย่าแกถ่วงน้ำ ให้ทุกข์ทรมานไม่ได้ไปผุดไปเกิด”

พออ่านจบ เท่านั้น ลีจองกุ๊กก็ถือซองสีน้ำตาลเข้ามาอย่างรีบร้อน บอกว่าอติเทพให้คนเอาเอกสารมาส่งให้เขาเซ็น ตนเปิดดูแล้วมันเป็นพินัยกรรมฉบับเดิม จุนจีจึงเล่าว่าอติเทพจับวิญญาณคุณย่าไปต่อรองให้ตนเซ็นพินัยกรรมให้มัน

“หา! ไอ้บ้านั่น ถึงกับจับวิญญาณไปเป็นตัวประกันเนี่ยนะ!”

จุนจีพยักหน้าอย่างแค้นใจ

ooooooo

ที่ห้องทำงานของทนายสมชายในสำนักงานทนายความ อติเทพ ทนายสมชาย และอรวี นั่งคุยกันอยู่อย่างย่ามใจที่ใช้วิธีจับวิญญาณพิมพิลาสมาต่อรองกับจุนจี

อติเทพผยองถึงขั้นบอกว่าถ้าถึงขั้นนี้แล้วจุนจียังไม่ยอมตนก็จะทำทุกอย่างแม้แต่ไปงมหากระดูกพิมพิลาสขึ้นจากทะเลมาต่อรอง

กุมาริกาที่ติดตามอรวีตลอดเวลา ได้เห็นได้ยินกลุ่มนี้คุยกัน อุทานอย่างคาดไม่ถึงว่า

“โธ่ อรวี...นี่ร่วมมือกับมันทุกอย่างเลย แม้กระทั่งจับผี ทำไมไม่รู้จักหยุดเสียที แล้วนี่มันจับผีคุณพิมพิลาสไปไว้ที่ไหนเนี่ย?!” เหมือนอรวีจะได้ยิน แต่ทำเป็นไม่สนใจ กุมาริกาฉุนตะโกน “บอกมาว่าเอาวิญญาณคุณพิมพิลาสไปไว้ที่ไหน!”

ทันใดนั้น มือถืออติเทพดังขึ้น พวกเขานึกว่าจุนจีโทร.มา แต่ที่แท้เป็นอาจารย์คง อติเทพรับสาย “อาจารย์ โทร.มาทำไม มีอะไรก็พูดทางโทรศัพท์นี่ซิ ทำไมต้องให้ถ่อไปหาถึงที่สำนัก...ธุระด่วน...เออ...แล้วผมจะไปหา”

“ไม่ได้การล่ะ โกลเด้นเบบี้ ได้เวลาทำงานแล้ว!!” กุมาริกาตื่นตัวขึ้นทันที

ooooooo

ติณห์ตัดสินใจแอบเข้าไปในห้องพักของสมคิดเพื่อหาหลักฐานไปยืนยันกับมิรันตีว่าหมอผีสมคิดกับรอบบี้ คิดส์เป็นคนเดียวกัน

สมคิด อยู่ที่สระน้ำมีกรกฎกดเครื่องฉายภาพไปบนกำแพง เปิดหน้าและความสัมพันธ์ของพวกญาณินรวมทั้งสามีและคนรักตลอดจนผู้เกี่ยวข้อ งอย่างพิชชาแนะนำแก่สมคิด

จนถึงรูปกรรณาอยู่กับพงอินทร์ สมคิดก็คิดอะไรได้ทันที พึมพำ “ดร.แผนยุทธ! ถึงเวลาที่เราต้องเป็นฝ่ายรุกแล้ว” เบญจาถามว่าเราลงมือเมื่อไร “เร็วที่สุด”

กรกฎรับคำทันที แล้วทั้งหมดก็พากันเดินกลับมาที่ห้องพัก

ติณห์กำลังค้นเอกสารของสมคิด แต่เอกสารทุกชิ้นใช้ชื่อ รอบบี้ คิดส์ แต่เพียงชื่อเดียว ติณห์ร้อนใจที่ยังหา หลักฐานไม่ได้ มือไปปัดถูกเหยือกน้ำตกแตกอีก ติณห์ยิ่งร้อนใจ หาผ้ามาซับน้ำเอาถุงใส่ผ้ามาเก็บเศษแก้ว ตัดสินใจต้องรีบออกไป แต่พอเดินไปถึงประตู สมคิดกับพวกเดินมาถึงพอดี!

ติณห์ได้ยินเสียงไขกุญแจ รีบหลบ ประตูเปิดเป็นจังหวะที่ติณห์กระโดดหน้าต่างหนีพอดี

“จับ มันให้ได้!” สมคิดสั่ง เบญจาถามว่ามันเป็นใคร “หึๆ แกยังสงสัยอีกเหรอว่าใคร” สมคิดหัวเราะอย่างรู้ว่าเป็นติณห์ เบญจาหันมองส่ายหน้าพึมพำเหมือน พยายามหลอกตัวเองว่า

“คงไม่ใช่...พี่ติณห์นะ”

ติณห์วิ่งสุดฝีเท้า แต่ถูกกรกฎตามทันจนติณห์แปลกใจว่าทำไมมันมาเร็วอย่างนี้ กรกฎกระโดดคว้าตัวติณห์ทำให้ล้มกลิ้งไปด้วยกัน กรกฎจึงรู้ว่าที่แท้เป็นติณห์ ที่มุมปากติณห์มีเลือดออก ติณห์มองหน้ากรกฎพูด อย่างแค้นใจ

“แกมันปีศาจ พวกหมอผี ฉันจะกำจัดพวกแกไปจากรีสอร์ตฉันให้ได้”

กรกฎ พยายามจะจับติณห์ ถูกติณห์คว้าถาดที่ใส่เทียนลอยอยู่ในน้ำสาดใส่ ไฟติดที่แขนเสื้อกรกฎ มันมัวแต่ปัดดับไฟติณห์จึงฉวยโอกาสนั้นหนีไปได้

“ติณห์ มึงตายแน่!!” กรกฎคำราม

ooooooo

ติณห์โทร.บอกณัฐเดชว่าตนทำพลาดแล้ว พวกมันรู้ตัว ให้รีบมาหาตนเดี๋ยวนี้เลย ต้องใช้แผนสองด่วน

จิตญาณินรับรู้ว่าติณห์กำลังอยู่ในอันตราย เธอออกจากสมาธิรีบไปช่วยติณห์ ป้าออเป็นห่วงขอช่วยขับรถให้ เวลาเดียวกับเธอรีบโทร.ถึงณัฐเดชถามว่ารู้เรื่องติณห์แล้วใช่ไหม นัดเดี๋ยวเจอกัน ณัฐเดชพยายามจะทักท้วง แต่เธอวางสายไปแล้ว

ณัฐเดชร้อนใจรีบออกจากบ้าน เนตรสิตางศุ์ขอตามไปด้วย หมอวรวรรธเป็นห่วงแฟนขอตามไปอีกคน

ระหว่าง ทาง ญาณินโทร.บอกติณห์ให้รีบหลบเข้าวัดที่ใกล้ที่สุด หลบอยู่ในอุโบสถเป็นพัทธสีมาจะช่วยปกป้องเขาจากอาคมร้ายได้ แล้วตนจะไปช่วย ติณห์แปลกใจว่าญาณินรู้ได้อย่างไร ญาณินตอบอย่างรีบเร่งว่า

“คุณจัดการ พวกมันคนเดียวไม่ได้...” พอดีมีสายซ้อนเข้ามา ญาณินบอกว่าณัฐเดชโทร.มาจึงกดรับสายกลายเป็นคุยกันสามสาย ณัฐเดชบอกติณห์ให้รีบขับหนีเข้ากรุงเทพฯก่อน ติณห์ไม่ยอมไปยืนยันต้องช่วยมิรันตีก่อนกลัวว่าพวกมันแค้นตนแล้วจะทำร้ายแม่ แทนญาณินบอกว่า “ก่อนจะคิดช่วยมัม คุณต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน รีบเข้าไปหลบในวัดเดี๋ยวนี้เพราะพวกมันกำลังตามมา”

ด้วยการช่วยกันสวดอิติปิโสร่วมกับติณห์ ในที่สุด ติณห์ฝ่าดงวิญญาณเร่ร่อนที่ตามมาเล่นงานเข้าไปในวัด ลงจากรถวิ่งอ้าวเข้าโบสถ์ที่มีหลวงพ่อรอรับอยู่ พอ

ติณห์เข้าไปประตูโบสถ์ก็ปิดทันที วิญญาณเร่ร่อนที่ตามมาสูญสลายไปในพริบตา

สมคิดรับรู้ถึงการหนีรอดของติณห์ หันตบหน้าเบญจาฉาดใหญ่ ด่าลั่น

“ฉันเคยบอกแกแล้ว อย่าริมีความรัก เพราะมันจะทำให้แกโง่ แล้วก็ตกเป็นเหยื่อของคนอื่น ทีนี้แกเชื่อฉันรึยัง เข้าใจแล้วใช่ไหมว่า ทำไมฉันถึงต้องโหดร้ายกับแก เพราะแกไม่ได้เกิดมาเพื่อความรัก แต่แกเกิดมาเพื่อเป็นที่หนึ่งเท่านั้น แกต้องเหนือกว่าทุกคน”

“หนูเกลียดมัน...หนูเกลียดติณห์” เบญจาแผดเสียง

“ถ้าแกอยากจะเป็นคนพิเศษ ที่อยู่เหนือใครๆ แกต้องตัดความรักทิ้งไปให้ได้ แกอยากให้ตัวเองดูน่าสมเพชอย่างนังมิรันตีแม่มันหรือไง”

เบญจาร้องไห้โฮออกมาอย่างเจ็บใจ

ooooooo

เมื่อสุคนธรสรู้ว่าญาณินไปช่วยติณห์ก็เป็นห่วงเพราะไปกันอย่างไม่มีของขลังติดตัวไปเลย จนไตร-รัตน์เตือนสติว่าเวลานี้เธอต้องโฟกัสการช่วยเหลือวิญญาณคุณพิมพิลาสอย่างเดียวเท่านั้น

ขณะนั้นเอง รถตู้ของจุนจีก็เข้ามาจอด ลีจองกุ๊กห้อยพระเครื่องมาเต็มคอและตะกรุดรอบเอว มาถึงจุนจีเร่งให้ไปกันเถอะ กรรัมภาถามว่าจะไปไหนหรือ

“ผมจะไปเซ็นยอมรับพินัยกรรมให้มัน มันจะได้ปล่อยวิญญาณย่าผม”

กรรัมภาถามว่าลืมไปแล้วหรือว่าจ้างตนมาทำอะไร สุคนธรสบอกว่าเรื่องนี้ให้พวกตนแก้ปัญหาให้ดีกว่า ลีจองกุ๊กรีบสนับสนุน จุนจีถามว่าพวกเธอจะช่วยวิญญาณย่าตนยังไง?

สุคนธรสบอกว่าต้องหาที่ที่พวกมันขังวิญญาณคุณย่าให้ได้ก่อน จุนจีถามว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไร ไตรรัตน์บอกว่าเรื่องนี้ไม่ต้องห่วง ให้เชื่อเมียตน อีกไม่นานเราก็จะรู้ว่าวิญญาณคุณย่าเขาโดนจับขังอยู่ที่ไหน

อติเทพ และอรวี ขับรถไปหาอาจารย์คงโดยกุมาริกาแอบตามไปด้วย

ปรากฏว่าอาจารย์คงเจ้าเล่ห์ เรียกทั้งสองมาเพื่อเรียกเงินเพิ่มอีกสองแสนอ้างว่าผีเฮี้ยนมาก อติเทพไม่ยอมให้ ถูกอาจารย์คงถามว่าอยากลองดีใช่ไหม ว่าแล้วอาจารย์คงเอาขวดกักวิญญาณพิมพิลาสมาบอกว่าจะปล่อยวิญญาณมาหักคอทั้งสองคน พลันก็มีควันดำพุ่งออกมาพร้อมเสียงร้องโหยหวนของพิมพิลาส

วิญญาณพิมพิลาสอาฆาตอติเทพจะเข้าบีบคอจนทั้งสองกระถดถอยไปติดฝา สุดท้ายอติเทพต้องยอมจ่ายอีกสองแสน อาจารย์คงหัวเราะเยาะว่า

“ฮ่ะๆๆ ถ้ายอมให้ตั้งแต่ทีแรก ก็ไม่ต้องมีโชว์ฝีมืออาละวาดให้เสียวไส้แบบนี้ ไป...อีผีเมียเก่ากลับลงขวดเสีย”

“ไอ้หมอผีโหด โรคจิต ชอบรังแกผีไม่มีทางสู้” กุมาริกาด่า อาจารย์คงได้ยินถามว่านั่นใคร กุมาริกาตกใจถอยกรูดแล้วหายแว้บไปทันที อาจารย์คงลุกไปชะโงกดูที่หน้าต่าง แต่ไม่เห็นอะไรแล้ว

กุมาริกากลับมาบอกที่กักขังวิญญาณพิมพิลาสแก่กรรัมภาที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ โดยแปลงร่างให้หัวตัวเองเป็นจอทีวีให้เห็นสถานที่กักขังวิญญาณพิมพิลาส จุนจีแค้นใจที่วิญญาณย่าถูกกักขังอย่างทรมาน

“หมอผีหน้าเงิน ทำทุกอย่างได้เพื่อเงิน เส้นสายดีมาก ได้ออกทีวีช่องเคเบิ้ลทีวีหลอกขายวัตถุมงคลบ่อยๆ มันดังมากเลยล่ะ” สุคนธรสพูดอย่างรู้เบื้องหลังเบื้องลึกของอาจารย์คงดี จุนจีจึงเร่งให้รีบไปช่วยย่าตน

ooooooo

พวกญาณินไปถึงวัด เข้าไปในโบสถ์เห็นติณห์ กำลังนั่งสมาธิอยู่หน้าพระประธานหลังจากฟังติณห์เล่าเรื่องทั้งหมดแล้ว ณัฐเดชเตือนว่าเราต้องวางแผนกันให้รอบคอบไม่อย่างนั้นก็เท่ากับเดินไปขึ้นเขียงให้สมคิดเชือด

ติณห์เห็นด้วย บอกว่าเมื่อคืนตนก็เกือบเอาตัวไม่รอด ดีที่ได้บุญบารมีหลวงพ่อช่วยเอาไว้ ท่านมายืนรอรับตนที่หน้าโบสถ์ แต่อยู่ๆ ท่านก็หายไปตนยังไม่ทันได้กราบขอบคุณท่านเลย

เมื่อพากันไปยืนที่หน้ารูปถ่ายเก่าๆของหลวงพ่ออดีตเจ้าอาวาส ติณห์บอกว่าท่านนี้แหละที่ช่วยตน ญาณินขนลุกซู่บอกติณห์ว่า

“หลวงพ่อรูปนี้ท่านละสังขารไปหลายปีแล้ว แต่ดวงจิตของท่านก็ยังคงอยู่ปกปักรักษาคนที่ทำความดีจากภัยอันตราย”

ติณห์ถึงกับขนลุก ยกมือไหว้ภาวนาให้ส่ิงศักดิ์ช่วยคุ้มครองมิรันตีด้วย

ขณะนั้นเอง เบญจาสร้างนิมิตหมู่ให้เห็นว่ามิรันตีกำลังจะถูกรถไฟชน ติณห์ทนไม่ได้ขับรถออกไปเพื่อช่วยมิรันตี ญาณินร้องบอกว่านั่นเป็นกับดัก พวกมันจงใจใช้

คุณแม่เขาเป็นตัวประกันล่อให้เราไปติดกับ แต่ติณห์ไม่ ฟังเสียงขับรถออกไปแล้ว ณัฐเดช ญาณิน เนตรสิตางศุ์และหมอวรวรรธตามไปด้วยความเป็นห่วง

เหลือป้าออคนเดียวที่ไม่ได้ไปด้วย ป้าออจึงวิ่งกลับเข้าไปในวัด ไปนั่งพนมมือหน้าพระประธานอธิษฐาน

“ขอให้ผลแห่งบุญกุศลที่ลูกได้กระทำมาตลอดในชาตินี้และชาติก่อน กลายเป็นเกราะแก้วกำบังช่วยคุ้มครองคุณหนูญาณินและเพื่อนๆ ให้แคล้วคลาดจากสิ่งอัปมงคลทั้งหลายทั้งปวง ขอให้ความดีงามเปล่งประกาย

เรืองรองปัดเป่าความชั่วร้ายเลวทรามให้หมดสิ้นไปด้วยเถิด...”

พลัน...ในโบสถ์ก็เกิดแสงเรืองรอง...เสมือนฟ้ารับรู้คำอธิษฐานนี้แล้ว...

ooooooo

สมคิดกับเบญจา คบคิดกันจับมิรันตีบังคับให้กินยาลูกกลอนจนหมดสติ เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาก็เกิดนิมิตเพราะโดนอาคมคิดว่าตัวเองถือดอกไม้ช่องามอิงแอบ

ซบไหล่สมคิด ทั้งๆที่นั่งอยู่คนเดียวบนหินกลางแดดมือถือกิ่งไม้แห้งเท่านั้น

“ไอ้พวกที่แยกแยะระหว่างความจริงกับเรื่องหลอก ลวงไม่ออก มันน่าสมเพชจริงๆ” สมคิดเอ่ยกับเบญจาที่ยืนดูมิรันตีอยู่ห่างๆ พลันเบญจาก็บอกว่า พวกมันมากันแล้ว

รถติณห์ขับมาเจอกรกฎยืนขวางแต่ปล่อยให้เข้าไป ครั้นรถของญัฐเดชมาถึงกลับถูกกักไว้

“สมุนคนสนิทของไอ้หมอสมคิด มันไม่ใช่ผีแต่ก็ไม่ใช่คนปกติธรรมดา” ญาณินบอก

“ท่าทางมันจะไม่ยอมให้พวกเราตามไอ้ติณห์ไป” ณัฐเดชพึมพำ ญาณินจึงถอดจิตตามติณห์เข้าไปทั้งสองไปเจอมิรันตีเดินอารมณ์ดีอยู่บนทางรถไฟ ติณห์กับญาณินจะวิ่งเข้าไปหา ถูกเบญจากับสมคิดออกมาขวาง

“เบญจา ถ้าคุณโกรธผมก็มาลงที่ผมสิ มัมไม่เกี่ยว” ติณห์พยายามต่อรอง

“ทำคนไม่เกี่ยวนี่แหละค่ะ สะใจดี ถ้าแม่คุณเป็นอะไรขึ้นมาคุณจะได้รู้เอาไว้ว่า...คุณคือต้นเหตุ!”

ญาณินบอกติณห์ให้ถอยออกมาอย่าไปยุ่งกับมัน ถูกเบญจาตวาดว่าไม่ใช่เรื่องของเธอ พลันก็เกิดคลื่นพลังพุ่งกระแทกใส่จิตญาณินจนไถลวืดไป สมคิดยิ้มทึ่งพึงพอใจที่ได้เห็นเบญจาแผลงฤทธิ์ เบญจาหันมาจ้องติณห์ ทันใดเสียงหวูดรถไฟดังขึ้น ติณห์ผงะหน้าซีดเผือด เบญจาเห็นหน้าติณห์ก็แสยะยิ้มอย่างสะใจ

ooooooo

กายหยาบญาณินที่นั่งอยู่ในรถ ลืมตาผวาเฮือกพบว่าตัวเองยังนั่งอยู่ในรถ มองออกไปเห็นณัฐเดชกับหมอวรวรรธกำลังเล็งปืนไปที่กรกฎ เนตรสิตางศุ์บอกให้รีบไปช่วยติณห์ก่อน ญาณินจึงรีบวิ่งไป

ณัฐเดชกับหมอวรวรรธยิงใส่กรกฎจนกระสุนหมดแม็ก แต่กรกฎยังยืนเฉย กระสุนทั้งหมดร่วงลงตรงหน้ากรกฎ เนตรสิตางศุ์เห็นกลุ่มวิญญาณเร่ร่อนมายืนเป็นกำแพงบังกรกฎไว้ ณัฐเดชกับหมอจึงทิ้งปืนถอดเสื้อหมายใช้หมัดลุ่นๆลุยกัน แต่ไม่ทันลุยก็ถูกกรกฎพุ่งเข้ามาหมายเอาตัวกระแทกจนทั้งสามหลบกันแทบไม่ทัน

ติณห์เผชิญหน้ากับเบญจาที่ทางรถไฟ เบญจามาขวางติณห์ไม่ให้เข้าไปช่วยมิรันตี เธอตัดพ้อต่อว่าติณห์ว่าทำไมต้องหลอกตนด้วย ติณห์เลยย้อนเอาว่าคนที่เริ่มต้นหลอกก่อนก็คือเธอ แล้วสาธยายตั้งแต่ที่เธอแกล้งถูกรถญาณินชนจนกระทั่งเข้ามาอยู่ที่รีสอร์ต ด่าเธอว่า “แกล้งทำตัวใสซื่อ ทั้งที่ความจริงแล้ว เธอมันเป็นนางมารร้าย”

ขณะนั้น รถไฟแล่นใกล้เข้ามาทุกที มิรันตีก็ยัง คงเดินเคลิ้มอยู่บนทางรถไฟคิดว่าตัวเองควงคู่เดินไปกับรอบบี้ คิดส์ ติณห์พยายามจะหลบเบญจาไปช่วยมิรันตี ถูกสมคิดโผล่มาขวางอีกคน ติณห์ชะงัก สมคิดฉวยโอกาสที่ติณห์ยืนขาตายซัดหมัดเข้าสีข้างติณห์จนตัวงอ ท้าให้ลุกขึ้นมาสู้กัน

รถไฟใกล้เข้ามาทุกที มิรันตียังอยู่ในภวังค์ ในขณะที่เบญจาก็ขัดขวางถ่วงเวลาติณห์ ถามว่าทำไมถึงไม่รักตน ติณห์ตอบอย่างไม่แยแสว่า

“ฉันไม่มีวันรักเธอ ฉันรักญาณินคนเดียว ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็ยอมตายแบบรักเดียวใจเดียว”

เบญจาฟังแล้วยิ่งแค้น ติณห์พยายามลุกขึ้นจะไปช่วยมิรันตี ญาณินวิ่งเข้ามาพอดี เบญจาเห็นดังนั้นพุ่งเข้าหา ชักมีดจ่อคอญาณิน เย้ยติณห์ว่า

“รักมันมาก งั้นก็เลือก จะไปช่วยแม่หรือคนที่แกรัก!”

รถไฟแล่นใกล้เข้ามากแล้ว ญาณินตะโกนบอกติณห์ว่าไม่ต้องห่วงตนให้รีบไปช่วยมิรันตี แล้วหันไปสู้กับเบญจาแบบไม่มีใครยอมใคร ณัฐเดชกับหมอวรวรรธก็ต่อสู้กับสมคิด ขวางสมคิดไว้เพื่อให้ติณห์ไปช่วยมิรันตี

ติณห์พุ่งเข้าไปดึงมิรันตีออกจากทางรถไฟ เธอดิ้นไล่ตะเพิดไม่ให้มายุ่ง ระหว่างนั้นเบญจาถูกญาณินเตะมีดหลุดจากมือ แต่เบญจาคว้ามีดได้แล้วเสกอาคมสลัดมีดใส่ญาณิน ติณห์ตกใจละล้าละลังจะไปช่วยใครก่อนระหว่างแม่กับคนรัก

“ไม่มีเวลาแล้ว แกช่วยได้แค่คนเดียว แกเลือกเอาว่าแกจะช่วยใคร เร็ว!” คุณหลวงลุ้น

ติณห์ตัดสินใจพุ่งเข้าคว้าตัวมิรันตีออกมาได้ก่อนถูกรถไฟชน มิรันตีหมดสติไปทันที เมื่อรถไฟแล่นผ่านไป ติณห์หันมองญาณิน เธอหายไปแล้ว เพราะหมอวรวรรธช่วยดึงเธอออกไปอีกด้านหนึ่งของทางรถไฟ

ทุกคนปลอดภัย แต่พอมองหาพวกสมคิด ปรากฏว่าทั้งสมคิด เบญจา และกรกฎ หายไปอย่างไร้ร่องรอย!

ooooooo

อติเทพ ทนายสมชาย และอรวี นั่งรอการตอบรับจากจุนจีอยู่ที่สำนักงานทนายความ แต่ไม่เห็นจุนจีมา

คนที่ทนายสมชายให้ไปติดตามการเคลื่อนไหวของจุนจีโทร.เข้ามาแจ้งว่า จุนจีออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้าและไปที่สำนักของอาจารย์คงแล้ว

“ไอ้ตัวแสบ!” อติเทพคำรามฉุนขาด ลุกออกจากห้อง พูดอย่างเจ็บใจว่าจุนจีไม่รู้จักสำนักอาจารย์คง “มัน จะโผล่หัวไปที่นั่นได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้อาจารย์หน้าเงินบอก”

“แสดงว่าไอ้อาจารย์คงมันอยากได้เงิน และมันคงรู้ว่าผีพิมพิลาสนั่นเป็นย่าใคร มันเลยติดต่อโดยตรงกับเจ้าตัวเพราะหวังเอาเงินค่าจ้างที่มากกว่าเรา” ทนายสมชายคาดการณ์

“มันอยากลองดีกับฉัน ฉันก็จะจัดให้”

อติเทพหยิบปืนจากกระเป๋าพรวดพราดออกไป อรวีกับทนายสมชายรีบตาม

ooooooo

จุนจีกับลีจองกุ๊ก ปลอมตัวเป็นนักธุรกิจเกาหลีเข้าไปกราบอาจารย์คงที่สำนัก แนะนำตัวแก่อาจารย์คงว่า มาจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของประเทศเกาหลี ตอนนี้ที่เกาหลีกำลังเห่อเมืองไทยมาก ผู้อำนวยการจึงอยากสร้างรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับเมจิกไทย

ระหว่างที่ลีจองกุ๊กกำลังเจรจากับอาจารย์คงนั้น จุนจีก็กวาดตามองหาขวดที่กักวิญญาณพิมพิลาสไปเนียนๆ

“เพื่อนคนไทยของผม แนะนำว่าอาจารย์เป็นสุดยอด ของ พ.ศ.นี้ รู้ทุกวิชาอาคมอิทธิฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศ อภินิหารมากมาย เราก็เลยอยากมาเชิญอาจารย์ไปเป็นพิธีกรประจำรายการที่เกาหลีครับ”

อาจารย์คงมีทีท่าสนใจ ลีจองกุ๊กอ่อยต่อไปว่า อาจารย์คงจะต้องเดินทางไปเกาหลีเดือนละสองหน ค่าตอบแทนหนละห้าแสน มีผู้ติดตามให้สองคน แล้วจุนจี ก็โชว์รูปสาวเกาหลีเอ็กซ์ๆในไอแพดสองคนให้ดู

“ส่วนเรื่องลุคของอาจารย์ไม่ต้องห่วง เกาหลีซ่อมได้” จุนจีอ่อยแล้วโชว์รูปหน้าอาจารย์คงที่ออกแบบให้ดู

อาจารย์คงเคลิ้มทั้งเรื่องเงินทอง ผู้ติดตามสาวเอ็กซ์สองคนและลุคใหม่ที่ดูหล่อใสเป็นเกาหลีมากๆ

“มีทั้งชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศ และชะนีเพศ” ลีจองกุ๊กกล่อม จุนจีแก้ให้ว่าสตรีเพศ ไม่ใช่ชะนีเพศ ลีจองกุ๊กยิ้มแหยๆแล้วอ่อยต่อ “รับรองภายในปีเดียว อาจารย์จะรวยมากจะมีเงินซื้อรถเบนซ์แจกเจ้าสำนักอื่นๆได้เป็นร้อย จะมีบ้านบนเนินเขาในต่างประเทศ และถ้าอยากมีเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวก็ไม่ยาก”

ลีจองกุ๊กกล่อมจนอาจารย์คงเคลิ้มแล้ว จุนจีจึงโชว์เช็คสั่งจ่ายล่วงหน้าสองล้าน ขอแค่อาจารย์ตอบตกลงก็รับไปเลย

อาจารย์คงพูดอย่างไว้เชิงว่า ตนไม่อยากได้ชื่อเสียงเงินทอง แต่สงสารทั้งสองที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมา จะลองดูก็ได้ จุนจีบอกว่าบอสของพวกตนมาด้วย อาจารย์ต้องแสดงเมจิกเล็กๆน้อยๆ ให้บอสเซย์เยสก่อนแล้วอาจารย์จะได้ทุกอย่าง

แม้จะขัดใจแต่อยากได้เงิน อาจารย์คงถามหาบอสของทั้งสอง พลันไตรรัตน์ก็เข้ามาแบบเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้มีโอเวอร์โค้ตคลุมก็เข้ามาในมาดขรึม บอกอาจารย์คงว่า “มีดีอะไรไหนโชว์มาซิ”

อาจารย์คงอยากอวดของอยู่แล้ว วางมาดขรึมเริ่มเอาของขลังมาวาง มีทั้งน้ำมันพราย ควายธนู รักยม ข้าวสารเสก และใบหนาดแห้ง  แต่เพราะจุนจียังมองหาไม่เห็นขวดกักวิญญาณพิมพิลาส เลยแกล้งถ่วงเวลาถามว่ามีแค่นี้เองหรือ

“ใช่่...ทำไม...จะเอาอะไรอีกงั้นเหรอ” อาจารย์คงเริ่มเสียงกระด้าง จุนจีเล่าว่าตนเคยดูหนังผีไทย หมอผีชอบจับผีใส่หม้อเอาไปถ่วงน้ำถามว่าอาจารย์มีไหม อาจารย์คงบอกว่ามี แล้วหันไปหยิบหม้อดินเผาแบบในหนังมาให้ดู จุนจีจำที่กุมาริกาบอกได้ว่า วิญญาณของพิมพิลาสนั้นถูกจับกักไว้ในขวด จึงบอกอาจารย์คงว่าไม่ใช่ อาจารย์คงชักหงุดหงิด “นี่ไงหม้อ จะเอาอะไรอีก แล้วตกลงเจ้านายเอ็งอยากให้ข้าโชว์อะไรบอกมา”

สถานการณ์เริ่มตึงเครียดจุนจีเองก็เริ่มอึกอัก ไตรรัตน์จึงขัดขึ้นว่า

“ฉันอยากเห็นการจับผีลงหม้อแบบสดๆ โชว์ให้ดูหน่อยได้ไหม” อาจารย์คงเริ่มเล่นแง่บอกว่า มันยาก ไตรรัตน์ปรามาสว่า “หรือว่าไม่เก่งจริง เลยทำแบบนั้นไม่เป็น”

“อย่าวิ่งหนีก็แล้วกัน” อาจารย์คงพูดฉุนๆ คิดจะโชว์ศักยภาพให้เห็นจะจะไปเลย

อาจารย์คงทำพิธีเรียกบรรดาสัมภเวสี จนบรรยากาศข้างนอกที่พวกสุคนธรสสังเกตการณ์อยู่เกิดท้องฟ้าเปลี่ยนสี ลมพัดอื้ออึง

กรรัมภาเป็นห่วงพวกข้างในชวนสุคนธรสเข้าไปช่วย สุคนธรสบอกว่าเราต้องเชื่อมั่นในคนของเรา และดึงแขนกรรัมภาไว้

อาจารย์คงทำพิธีเรียกสัมภเวสีมาจนปั่นป่วนไปทั้งสำนักแล้วดูดวิญญาณเหล่านั้นเข้าไปในหม้อ เสร็จแล้วถามไตรรัตน์ว่า

“แค่นี้คงพอจะพิสูจน์ได้แล้วนะว่าข้าตัวจริง จะเซ็นสัญญาเลยไหม”

“ยัง...นี่มันผีเร่ร่อน มันกระจอก หมอผีไหนๆก็ทำได้ ฉันอยากเห็นอาจารย์โชว์ความสามารถมากกว่านี้ ที่ยากๆสักหน่อย” ไตรรัตน์เล่นแง่ถ่วงเวลาให้จุนจี

“บอสหมายถึง...อาจารย์น่าจะเรียกผีที่โหดๆมาปราบ อย่างพวกผี...ผีแม่ม่าย...ลูกหลานทอดทิ้งอารมณ์เกรี้ยวกราดอาจารย์มีไหม” จุนจีระบุอย่างมีเป้าหมาย

ได้ผล! อาจารย์คงหยิบขวดใส่วิญญาณพิมพิลาสที่ซ่อนอยู่ในแจกันใบใหญ่ จุนจีใจระทึกที่จะได้ช่วยย่าจ้องขวดใส่วิญญาณเขม็ง

ooooooo

พวกอติเทพมาถึงแล้ว! ตะบึงรถเข้ามา จนญาณิน กรรัมภาและเนตรสิตางศุ์พากันหลบหลังต้นไม้กันแทบไม่ทัน

ประตูสำนักถูกถีบผางประตูเปิดผัวะ! อติเทพ อรวีและทนายสมชายพรวดเข้ามา ไตรรัตน์และลีจองกุ๊กผงะ จุนจีตกใจ กลัวเสียแผนเพราะอติเทพรู้จักตน

“แก!...ไอ้หมอผีไร้จรรยาบรรณ แกรับปากแล้วว่าจะทำงานให้ฉันแต่กลับคิดจะแทงข้างหลังฉันงั้นเหรอ ไอ้ชั่ว!” อติเทพด่าและกล่าวหาอาจารย์คงว่า นัดจุนจีมาพบเพราะรู้ว่าจุนจีเป็นหลานชายคนเดียวของพิม–พิลาส ทำให้อาจารย์คงรู้ฐานะที่แท้จริงของจุนจีที่ปลอมตัวมา ชี้หน้าด่าว่าจุนจีหลอกตน

อติเทพยิงอาจารย์คงแต่กระสุนกลับหยุดกลางอากาศตรงหน้าอาจารย์คงเพราะวิญญาณสัมภเวสีห้อมล้อมไว้เป็นเกราะกำบัง อติเทพยิ่งบ้าดีเดือดจะยิงซ้ำ ถูกลูกน้องสองคนของอาจารย์คงจู่โจมเข้าจับบิดแขน กดลงกับพื้นแล้วอาจารย์คงก็ท่องอาคมใส่ทันที อติเทพปวดเนื้อตัวร่างกายปรากฏรอยแดงเป็นปื้นช้ำเลือดช้ำหนองลามไปอย่างเร็วจนทั่วตัวเจ็บปวดสาหัส

“ร่างกายมันจะค่อยๆเน่าจากอวัยวะภายในทีละส่วน...ทีละส่วนจนเน่าไปหมดทั้งตัว...ทางที่ดีถ้าอยากรักษาชีวิตเอาไว้รีบตัดแขนข้างที่เน่าทิ้งเสีย มันจะได้ไม่ลุกลามไปที่อื่น” อาจารย์คงขู่

จุนจีอาศัยจังหวะนั้นคว้าขวดที่กักวิญญาณพิมพิลาสปาแตก แต่สุคนธรสไม่ได้กลิ่นวิญญาณ บอกจุนจีว่า อาจารย์คงเอาวิญญาณพิมพิลาสซ่อนไว้ที่อื่นก่อนแล้ว อาจารย์คงจ้องหน้าสุคนธรสตาคมกริบเมื่อรู้ว่าเธอไม่ธรรมดา!

อาจารย์คงจึงเสนอยื่นหมูยื่นแมวกับจุนจีว่า จะคืนวิญญาณพิมพิลาสให้ แต่จุนจีต้องยกมรดกทั้งหมดให้ตน ระหว่างนั้นก็ทำร้ายกรรัมภาและสุคนธรสบีบคั้นจุนจี แต่สุคนธรสสามารถทำลายและแก้อาคมของอาจารย์คงได้ครั้งแล้วครั้งเล่า

“ฉันไม่อยากมีปัญหา ปล่อยตัวคุณพิมพิลาสแล้วต่างคนต่างอยู่” สุคนธรสเสนอ

“อยากได้เมียเก่าใช่ไหม ได้ ข้าจะปล่อยมันก็ได้” อาจารย์คงหยิบตลับเล็กๆที่เก็บวิญญาณพิมพิลาสออกมาเปิด แล้วใช้อาคมบังคับวิญญาณพิมพิลาสบีบคอสุคนธรส วิญญาณพิมพิลาสร้องบอกจุนจีว่าตนถูกมันบังคับ ควบคุมตัวเองไม่ได้ มันทรมานตน

แม้จะถูกบีบคออยู่แต่สุคนธรสก็หลับตาสวดมนต์ จุนจีทนเห็นทุกคนถูกทำร้ายไม่ได้  ตัดสินใจจะยกมรดกให้อาจารย์คง ทนายสมชายคัดค้านว่ามรดกของพิมพิลาสต้องให้แก่ทายาทโดยธรรมคือจุนจีหรือไม่ก็อติเทพที่เป็นสามีเท่านั้นจะยกให้ใครไม่ได้

“ฉันทำได้ค่ะ ฉันมีเอกสารอยู่แล้วแค่เปลี่ยนชื่อก็ใช้ได้เลย” อรวีเสนอตัว อึดใจเดียวอรวีก็เอาเอกสารมาให้อาจารย์คงบอกให้อ่านก่อนแล้วเซ็นชื่อ ขณะอาจารย์คงกำลังอ่านเอกสารอย่างพึงพอใจนั่นเอง อรวีก็เอามีดเสียบเอวอาจารย์คง  พริบตานั้นบ่วงอาคมที่คล้องพิมพิลาสก็กระจายหายวับ พิมพิลาสเป็นอิสระผละออกจากสุคนธรส พุ่งเข้าบีบคออาจารย์คงจิกเล็บเข้าไปในเนื้อ

กรรัมภาขอร้องพิมพิลาสอย่าฆ่าคน อย่าสร้างกรรมให้ตัวเองด้วยอารมณ์ชั่ววูบ พิมพิลาสชะงักแล้วหันมองไปที่สำนัก พลันก็เกิดเสียงระเบิดของพวกขวดและหม้อรวมทั้งภาชนะที่เก็บวิญญาณชนิดอื่นๆปลดปล่อยวิญญาณที่ถูกกักขังอย่างทรมาน วิญญาณเร่ร่อนเหล่านั้น เลื้อยไปทางอาจารย์คงส่งเสียงแปลกๆน่ากลัว อื้ออึงไปหมด

“วิญญาณที่แกจับมาทรมาน จะตัดสินแกเอง” พิมพิลาสมองอาจารย์คงที่หนีลนลานทั้งที่ยังมีมีดเสียบคาเอวอยู่

เมื่อเหตุการณ์สงบแล้ว อรวีขอร้อง อ้อนวอนสุคนธรสให้ช่วยอติเทพ จุนจีไม่อยากให้ช่วยฆาตกรที่ฆ่าย่า กรรัมภาติงว่า เรายังไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นจริง อติเทพอาจจะไม่ใช่ฆาตกรตัวจริงก็ได้ และถ้าเขาไม่ใช่ฆาตกร ก็เท่ากับปล่อยให้คนบริสุทธิ์ตายต่อหน้าต่อตา

“จะคนดีหรือคนชั่ว ชีวิตก็คือชีวิต ถ้าตั้งใจปล่อยให้ตาย ยังไงก็บาป” สุคนธรสเอ่ย

“พระพุทธเจ้าตรัสว่า การให้อภัยคือการให้อันสูงสุดนะ เราควรเดินตามแนวทางของพระองค์ เราให้อภัยเขาแล้วยังคืนชีวิตให้เขาอีก บุญกุศลอาจจะช่วยให้เราพบแต่เรื่องดีๆนะทุกคน” ไตรรัตน์พูดขรึมมาดเข้ม

“เดี๋ยวนี้อ่านธรรมะด้วยเหรอ” กรรัมภาถามทึ่ง

“เมียผมสอนมาดี” ไตรรัตน์ยักคิ้วแผล็บ หน้าทะเล้นทันที ส่วนจุนจียังลังเลฮึดฮัดขัดใจที่จะปล่อยฆาตกรที่ฆ่าย่าตนให้ลอยนวลไป

ooooooo

ตอนที่ 14

ปาร์คจุนจีที่เป็นห่วงกรรัมภา อยากไปหาเธอแต่ ติดถ่ายละคร พอดีผู้กำกับมาบอกว่าเดี๋ยวเขาต้องถ่ายฉาก ขี่มอเตอร์ไซค์บ๊ิกไบค์ จุนจีคิดแผนบางอย่างในใจทันที

พอเข้าฉากขี่มอเตอร์ไซค์บ๊ิกไบค์ เขาขี่เตลิดออกจากกองถ่ายบ่ายหน้าไปหากรรัมภา เป็นเวลาที่พวกเธอกำลังเป็นทุกข์ใจกันว่าจะช่วยญาณินอย่างไร แต่พอเห็นหน้าจุนจีเธอก็มีกำลังใจขึ้นมา จุนจีมีแก่ใจถามว่ามีอะไรจะให้ตนช่วยไหม เมื่อไม่มีเขาจึงกลับ

ที่กองถ่าย ทุกคนรอจุนจีอยู่ถึงครึ่งวัน ผู้กำกับโมโห เรียกผู้ช่วยผู้กำกับไปสั่งว่า

“เอ็งไปบอกไอ้ผู้จัดการกุ๊กนะ ว่าถ้าวันนี้ฉันต้องยกกอง ถ่ายไม่ได้ เรื่องนี้จะต้องถึงหูสรยุทธ”

ผู้กำกับชี้แจงว่าที่ไม่ไปฟ้องต้นสังกัดเพราะถ้าได้ออกสื่อรับรองว่าจุนจีจะ ต้องรีบไปชี้แจง ทันใดนั้น เสียงมอเตอร์ไซค์บ๊ิกไบค์กระหึ่มเข้ามา ลีจองกุ๊กดีใจบอกว่าจุนจีกลับมาแล้ว พลางก็รีบไปหาจุนจีบอกว่า รู้ไหมว่าวันนี้ทุกคนเดือดร้อนไปหมดตนไม่รู้จะแก้ตัวให้เขาอย่างไร

จุนจีตอบอย่างลูกผู้ชายว่าไม่จำเป็นต้องแก้ตัวแทนตน แล้วเดินอย่างผ่าเผยเข้าไปโค้งผู้กำกับและทีมงานทุกคน

“ผม ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ทุกคนต้องเสียงานเสียการ” ผู้กำกับถามว่าหายไปไหน อยู่ๆก็ซิ่งรถหายไปแบบนั้น “ผมไปทำธุระอย่างหนึ่ง ที่สำคัญมากน่ะครับแต่อย่าถามผมเลยครับว่าอะไร เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะเทคิวให้คุณ”

จุนจีเรียกลีจองกุ๊กมาถามว่าวันนี้ให้ คิวละครถึงกี่โมง พอรู้ว่า 5 โมง จุนจีบอกว่า ตนให้ถึงเช้าเลย ลีจองกุ๊กตกใจติงว่าพรุ่งนี้มีนัดให้สัมภาษณ์ที่คลื่นวิทยุแต่เช้าเดี๋ยว ตื่นไม่ทัน

“ให้คิวเขาไป ถ่ายดึกแค่ไหนก็ได้ ผมยินดีครับ”จุนจียืนยัน ผู้จัดการจึงยิ้มออก หันสั่งทีมงาน

“เอ้า...ลุกๆ พระเอกให้คิวแล้ว ลุยเลย!!”

เรื่องนี้กลายเป็นเหยื่อให้ซองซูตำหนิติเตียนจุนจีให้เพื่อนนักแสดงฟังอย่างสนุกปาก

“จุน จีก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง เอะอะก็แกล้งป่วยเดี๋ยวก็โวยวายว่าผีหลอก วันนี้ก็หนีออกจากกองไปซะเฉยๆ ไม่รับผิดชอบ” นักข่าวถามว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนคุณจุนจีจริงๆหรือเปล่า ซองซูถล่มจุนจีว่าเป็นคนชอบสาวๆสวยๆมาก ภาษาไทยเรียกว่าเจ้าชู้ และพูดออกตัวว่า “เขาไม่ได้มาทำอะไรให้เราเห็นต่อหน้า ผมก็คอนเฟิร์มไม่ได้ แต่รู้ว่าสนิทกันมากๆ”

นักข่าวถามย้ำว่าแล้วสองคนเป็นแฟนกันหรือเปล่า ลีจองกุ๊กพยายามดึงจุนจีออกไป แต่เขาไม่ยอมไปร้องบอกนักข่าวว่า

“อยากรู้เรื่องแก้ม...ถามผม ผมอยู่นี่ ว่าไงครับนักข่าว ผมพร้อมจะบอกความจริงแล้ว”

บรรดานักข่าวกรูมาหาจุนจี ลีจองกุ๊กยืนฟังใจไม่ดีว่าจุนจีจะตอบนักข่าวว่าอย่างไร

จุนจีตอบนักข่าวอย่างผ่าเผยว่า

“หวัด ดีครับ ผมปาร์คจุนจี ข่าวที่ว่าผมกับคุณแก้มแอบคบกันลับๆ ผมขอยืนยันด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเกาหลีว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริงครับ! คุณแก้มเธอเป็นกุลสตรีไทย มีน้ำใจ ช่วยเหลือผมมาตลอดเวลาที่ผมมาถ่ายละครที่เมืองไทย”

ลีจองกุ๊กโล่งใจที่จุนจีตอบแบบนั้น จุนจียังชี้แจงต่อว่า

“คุณ พ่อของคุณแก้มเป็นเจ้าของเครื่องสำอางชื่อดังที่เมืองไทย เร็วๆนี้เราจะมีโปรเจกต์ร่วมกันเพราะฉะนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นตนไป คุณแก้มจะมาทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้จัดการคอยดูแลผมที่เมืองไทยร่วมกับคุณลี จองกุ๊ก”

“หา!” ลีจองกุ๊กอุทาน อ้าปากค้าง...

ooooooo

ขณะอติเทพดูข่าวที่ถูกปล่อยออกมาเผยแพร่จากแท็บเล็ตอย่างเร็วนั้น เจอข่าวจุนจีกล่าวกับแฟนคลับว่า

“ขอ ความกรุณาแฟนคลับของผม ถ้าเห็นคุณแก้มไปไหนมาไหนกับผมติดตามผม ช่วยให้เกียรติเธอด้วยเหมือนกับที่ให้เกียรติปาร์คจุนจี” แล้วทำมือชนกันเป็นรูปหัวใจ “ซารางเฮโย...ขอบคุณครับ” จุนจียกมือไหว้ปิดท้าย

“ไอ้บ้าเอ๊ย...มันออกมาออดอ้อนข่าวยกมือไหว้แค่ นี้ คนเข้ามาตอบกระทู้เป็นพันๆคน ตอบออฟฟิเชียลไลน์อีกเป็นหมื่น ไอ้พวกหลงดาราเกาหลี ไอ้พวกติ่งไร้สมอง โง่งมงาย ไปเชื่อมันได้ยังไงวะ”

อติเทพจะขว้างแท็บเล็ตทิ้ง อรวีถือถ้วยกาแฟจะมารีบร้องห้าม วางถ้วยกาแฟจับแขนอติเทพที่เงื้อจะขว้างแท็บเล็ตไว้เตือนสติว่า

“อย่า ค่ะ...ทำลายข้าวของไป คุณก็ไม่ชนะปาร์คจุนจีหรอกค่ะ” อติเทพคำรามว่าตนเหนื่อยเครียด เดี๋ยวก็ฆ่าเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปหรอก “อย่านะคะ อย่าให้มีคนต้องตายอีกเลย” อรวีห้ามตัวสั่นอย่างตระหนก

ขณะนั้นเอง กุมาริกามาถึงหน้าห้อง พอรู้ว่าอติเทพอยู่ในห้องกับอรวีก็ไม่พอใจ เดินผ่านประตูเข้าไป ทันใด

นั้นที่มุมทางเดินวิญญาณพิมพิลาสก็โผล่จากเงามืด เธอตามกุมาริกามาถึงคอนโดฯของอรวี มายืนอยู่ตรงประตูแล้ว

อติเทพพล่ามอย่างสับสนกับอรวีว่าคนอย่างตนไม่ใช่โง่ กว่าจะมีวันนี้...เป็นนายอติเทพผัวเศรษฐีนีพันล้านต้องอดทนลำบากกล้ำกลืนแค่ ไหน ระบายอารมณ์อย่างคับแค้นใจว่า

“ฉันต้องลงทุนทำให้นังแก่นั่นตายใจ ต้องตามใจมันทุกอย่าง ทนปรนเปรอความหวานให้กับมัน ทั้งๆที่ฉันรักเธอคนเดียว”

“ถึง ไม่ได้มรดกของคุณพิมพิลาส แต่ก็ยังมีสมบัติอื่นในบ้านอีกเยอะแยะ ทำไมเราไม่เอาสมบัติพวกนั้นไปขาย แล้วหนีไปอยู่ต่างประเทศด้วยกันล่ะคะอติเทพ ตอนนี้ปาร์คจุนจีก็กลายเป็นศัตรูเราแบบเปิดเผยแล้ว มันไม่มีทางแบ่งอะไรให้คุณหรอก”

แต่อติเทพไม่ยอมแพ้ บอกว่าถ้าจุนจีเซ็นยอมรับเมื่อไรตนก็จะเป็นผู้ชายที่รวยเละ หมดหนี้หมดสิน อ้อนอรวีว่า

“เธอ ต้องอย่ายอมแพ้สิ เราต้องอดทนไปด้วยกัน เธอต้องไม่ทิ้งฉันเข้าใจไหม” พูดพลางกอดลูบไล้ให้ใหลหลง อ่อยว่า “แล้วเราจะแต่งงานกัน เรื่องต่างประเทศน่ะเรื่องสิวๆฉันจะพาเธอไปฮันนีมูนให้ทั่ว ฉันไปมาแล้วกับยัยแก่แร้งทึ้งทุกๆเมืองที่ว่าหรู ทุกๆโรงแรมดังห้าดาวในโลก”

“คุณพูดจริงๆนะอติเทพ” อรวีหลงคำหวานตามเคย

กุมาริกาเอามือปิดหน้าอย่างรับไม่ได้เฝ้าบอกอรวีว่าอย่าไปเชื่อมั่น มันหลอกใช้เธอ แต่อรวีไม่รับรู้

พิมพิลาสที่ฟังอยู่ตรงประตู ลอยผ่านเข้ามาในห้องยืนมองทั้งสองอย่างโกรธแค้นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนพึมพำ

“อรวี...ฉันเคยนึกว่า เธอน่ะน่าสงสาร ใสๆ แต่ที่แท้เธอมันเนรคุณ เธอเป็นงูพิษอีกตัวที่ลอบกัดฉันข้างหลัง”

วิญญาณ พิมพิลาสอาละวาดเข้าผลักอติเทพแล้วบีบคออรวียกขึ้นสูง อรวีดิ้นกระแด่วๆกลางอากาศพยายามร้องขอความช่วยเหลือแต่พูดไม่ออก อติเทพตกใจตาเหลือก ส่วนกุมาริกาแผดเสียงกรี๊ดตะโกน

“อย่าทำน้องหนู...ปล่อยน้องสาวหนูเดี๋ยวนี้นะคุณย่า อย่าฆ่าน้องสาวหนู อย่า!”

“น้องสาวแกมันร่าน มันแย่งผัวฉัน แกตายซะเถอะ ตายยยย!”

กุมาริกาพยายามช่วยอรวีแต่ทำอะไรไม่ได้ วิญญาณพิมพิลาสโกรธจนเลือดไหลออกจากตา ทำให้อติเทพ

เห็นเป็นครั้งแรก เขาตาเหลือกกระถดหนีจนหลังชนฝา ในขณะที่กุมาริกายังพยายามแก้ต่างให้อรวีว่า

“น้องสาวหนูถูกหลอกใช้ ก็เหมือนกับคุณย่านั่น

แหละ หลงไอ้เทพบุตรจากนรกตัวนี้จนหูหนวกตาบอด ไม่เคยรู้ว่ามันอยากได้สมบัติแต่ไม่เคยรักคุณย่าเลย คุณย่าถูกหลอกจนตาย!”

“ฉัน ถูกหลอก...ฮือๆๆ” พิมพิลาสร้องไห้คร่ำครวญอย่างอ่อนแอ ทำให้พลังอ่อนลงไปด้วย มือปล่อยจากคออรวี ร่างอรวีร่วงลงมา หายใจเฮือกอย่างหมดแรง

พิมพิลาสหันมองอติเทพน้ำตาเป็นสายเลือด ถามอย่างเจ็บปวดว่าทำไมทำกับตนอย่างนี้ ทำไมทรยศตน อติเทพแผดเสียงร้องโหยหวนขอให้พิมพิลาสไปผุดไปเกิดเถิด อย่ามาหลอกหลอนกันอยู่เลย...

ooooooo

อติเทพขับรถพาอรวีไปที่สำนักอาจารย์คง อาจารย์ถามทันทีว่าสองคนโดนวิญญาณตามมาล่ะสิ พออติเทพยอมรับ อาจารย์คงพูดราวกับเห็นว่า

“วิญญาณ เมียเก่าเมียแก่ก็เป็นแบบนี้ ธรรมดา อยากมีเมียใหม่เต็มทีแล้วล่ะสิ” อาจารย์คงชี้ไปที่อรวี อติเทพชมว่าอาจารย์แม่นจริงๆ

“อ้าว...ไอ้นี่ ไม่แม่นได้ไง เพื่อนเอ็งโทร.มาบอกตะกี๊” อติเทพถามว่าตกลงอาจารย์ศักดิ์สิทธิ์จริงหรือเปล่า อาจารย์คงคุยโวว่า ถ้าไม่ศักดิ์สิทธิ์ป่านนี้วิญญาณพิมพิลาสตามมาบีบคอเขาแล้ว ย้ำว่า

“อีนี่มันเฮี้ยนมาก พวกเอ็งสองคนไปจองเวรจองกรรมมันไว้ วิญญาณตายโหง ถูกคนฆ่าตาย มันเลยจะเอาคืน”

อติเทพติงว่าอาจารย์พูดเหมือนตนสองคนฆ่าเขา อาจารย์คงบอกว่าตนไม่พูดไปหรอก ตนแค่คุยตกลงกับผีเท่านั้น รับรองว่าไม่มีอะไรที่ต่อรองกันไม่ได้ถ้าเงินถึง อติเทพถามว่าอาจารย์ต้องการเท่าไร

อาจารย์คงบอกว่ามี 3 ราคา แล้วแต่ระดับความเฮี้ยน แต่เฮี้ยนระดับสุดโค่ยอย่างพิมพิลาสต้องหนึ่งแสน เดี๋ยวจะจับถ่วงน้ำให้เลย อติเทพถามว่าแล้วตนต้องทำอย่างไรบ้าง

“แค่มีข้าวของเครื่องใช้เมียเก่าเอ็งมาสักชิ้นก็พอแล้ว” อาจารย์คงบอก

ooooooo

เพราะใช้พลังในการช่วยญาณินไปมาก ทำให้กรรณาร่างกายอ่อนแอถึงกับอ้วก แต่ก็ได้พงอินทร์ดูแลเย้าแหย่ให้ผ่อนคลาย

เนตร สิตางศุ์ก็อ่อนเพลีย ดีที่ได้หมอวรวรรธดูแลวัดชีพจรเต้นปกติ แต่ต้องวัดความดันเพื่อความแน่ใจ ณัฐเดชเป็นห่วงน้องแต่ก็เบาใจที่ได้หมอดูแล

ส่วนอติเทพกลับไปเอาผ้าพันคอ ของพิมพิลาสมาให้อาจารย์คงทำพิธี อาจารย์คงเรียกวิญญาณพิมพิลาสมาหน้าสำนัก แล้วเรียกวิญญาณโหงพรายมาสองตัวให้ไปจับพิมพิลาส แต่โหงพรายถูกพิมพิลาสเล่นงานร่างกายเหวอะหวะซมซานกลับมา

อรวีถามว่าเกิดอะไรขึ้น อาจารย์เจ้าเล่ห์บอกว่าวิญญาณพิมพิลาสสุดโค่ยจริงๆ อติเทพตกใจถามว่าต้องทำอย่างไรต่อไป อาจารย์คงให้คำมั่นว่า

“เอาอยู่ๆๆ คนอย่างข้าเอาอยู่อยู่แล้ว แต่...แบบนี้ต้องขอขึ้นราคา” อติเทพถามว่าเท่าไร “2 แสน!”

พอ อติเทพโวยวาย ก็ถูกอาจารย์คงขู่ว่าถ้าไม่ยอมจ่ายตนก็คงต้องถอนตัว เพราะเสี่ยงมาก เสี่ยงถึงชีวิต ถามว่าจะจ่ายไม่จ่าย ถ้าไม่ตกลงสองแสนจะได้หยุดทำพิธี

“ให้เขาไปเถอะค่ะคุณอติเทพ เงินสองแสนเราหาใหม่ได้ ถ้าวิญญาณคุณพิมพิลาสหลุดเข้ามา เราคงไม่มีชีวิตไปหาเงินได้อีกแม้แต่บาทเดียวนะคะ”

“ก็ได้ๆสองแสนก็สองแสน” อติเทพยอมอย่างเจ็บใจ อาจารย์คงหัวเราะพอใจ พอเริ่มทำพิธีต่อก็ตะโกน

“นังผีเมียหลวง เก่งจริงแกเข้ามาในสำนักซิมาสู้กับฉันตัวต่อตัว”

ได้ผล! อึดใจเดียววิญญาณพิมพิลาสก็เข้ามายืนกลางห้องชี้หน้าด่าอาจารย์คงอย่างโกรธเกรี้ยว

“ไอ้คนหยาบช้า หลอกหากินบนความเดือดร้อนของชาวบ้าน แกกล้ามาลามปรามปีนเกลียวกับฉันงั้นรึ!”

“ก็แกอยากมาหลอกหลอนผัวแกกับนังเมียน้อยทำไม ตายไปแล้วยังคิดว่าเขาจะรักแกลงอีเรอะ ตอนเป็นเขายังกลืนไม่ลง ตายแล้วนี่ใครเขาจะหอมซากผีของแก”

ลูกศิษย์อาจารย์คงสองคนที่นั่งอยู่หูตาเหลือกเปิด ประตูหนีออกไป ส่วนอติเทพกับอรวีนั่งมองตาค้างตกใจสุดขีด ถูกพิมพิลาสชี้หน้าด่าว่ากล้าเอาหมอผีมาจับตนหรือ ถูกอาจารย์กำข้าวสารเสก ท่องคาถาอย่างเร็วแล้วซัดใส่พิมพิลาสจนเธอร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดสาหัส อาจารย์คงไม่สะใจ เอาน้ำมนต์สาดใส่อีก คราวนี้เกิดควันฟู่เหมือนเนื้อสดถูกน้ำกรด

พิมพิลาสกรีดร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด ท้าอาจารย์คงว่าแน่จริงอย่าใช้อาคม ให้มาสู้กันตัวต่อตัวด้วยบุญบารมี อาจารย์คงไม่เล่นด้วย เสกเชือกไปพันกายพิมพิลาสที่พุ่งเข้ามาจะเล่นงาน เชือกกลายเป็นงูเหลือมสีทองรัดร่างพิมพิลาสทันที

ในที่สุด วิญญาณพิมพิลาสถูกจับใส่ขวด ได้แต่ร้อง “จักร...ช่วยย่าด้วย...” แต่ถูกอาจารย์คงใช้จุกผ้ายันต์สีดำปิดฝาขวดผนึกแน่นทันที!

ooooooo

หลังจากช่วยญาณินจนปลอดภัยแล้ว สุคนธรสขอนอนเป็นเพื่อนญาณินกับกรรัมภา ป้าออขอนอนด้วยอีกคน แต่พอนอนจริงๆ ญาณินก็อดคิดเป็นห่วงติณห์ไม่ได้ สุคนธรสก็คาดเดาไม่ออกว่าสมคิดจะเอา อย่างไรต่อไป

แต่เพราะพรุ่งนี้ยังต้องเตรียมรับศึกหนัก สุคนธรสบอกให้รีบนอนเอาแรงไว้ก่อนเชื่อว่าสมคิดต้องตามมาเอาคืนพวกเราแน่ๆ และถ้าพวกเรายังเดี้ยงกันคนละนิดละหน่อยอยู่แบบนี้เราจะเสร็จมันแน่

“ป้าว่าเรามาช่วยกันสวดมนต์ให้พระพุทธคุณคุ้มครองคุณติณห์กันเถอะค่ะ” ป้าออเสนอ

ทุกคนจึงพนมมือสวดมนต์พร้อมกันติณห์จำต้องเฝ้าเบญจาอยู่ในห้องนอน เขาเป็นห่วง พวกญาณิน คิดจะโทร.ถาม พอย่องออกมาก็เจอกรกฎยืนจ้องเขม็งเลยฝืนยิ้มบอกว่าเบญจาหลับแล้วตนจะกลับห้อง แต่ถ้ามีอะไรให้ตามได้ทันที

แต่ไม่ว่าติณห์จะไปไหนก็ถูกกรกฎตามแจ จนเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น สบโอกาสเมื่อไม่เห็นกรกฎ ติณห์จึงชวนคุณหลวงหนี

“ฉันไปไม่ได้ ธูปล่ะจุดหรือยัง?” คุณหลวงถาม พอติณห์จุดธูปบอกกล่าว “ผมขอให้วิญญาณของแกรนด์ปาติดตามผมออกไปจากบริเวณนี้ด้วยเทอญ สาธุ” คุณหลวงก็เร่งให้รีบไปก่อนที่พวกมันจะตามมาจับ

เพราะกลัวสตาร์ตรถเสียงดังจะทำให้ใครๆตื่น ติณห์จึงให้คุณหลวงขึ้นนั่งในรถแล้วตัวเองเข็นรถออกไป คะเนว่าไกลพอแล้วจึงขึ้นรถสตาร์ตขับออกไปทันทีโล่งใจว่าหนีพ้นแล้ว

หารู้ไม่! กรกฎโผล่มามองรถติณห์ที่ขับไปจนลับตาแล้วสะบัดคอกรึ๊บๆ หักนิ้วกร๊อบๆ อย่างมันมือ!

ooooooo

ก๊องยังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวิชาไสยศาสตร์ในโลกนี้อย่างจริงจัง ไตรรัตน์บอกว่าให้ปริ๊นต์ออกมาเลย เพราะเราต้องรู้ให้ได้ว่าอาคมที่เบญจาใช้มาจากแหล่งไหนกันแน่

ไตรรัตน์บอกสุคนธรสว่า จะเอาข้อมูลเกี่ยวกับไสยศาสตร์ต่างๆ ในโลกมาให้เธอดูเพื่อเอาไปเทียบเคียงกับวิชาชั่วต่างๆที่สมคิดเอามาทำกับพวกเรา

สุคนธรสสงสารเห็นใจไตรรัตน์ที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับพวกตนด้วย แต่ไตรรัตน์กลับมองว่า ติณห์เป็นเพื่อนตนและสมคิดก็เป็นศัตรูของบ้านตน พวกเธอต่างหากที่ต้องมาเจอเรื่องบ้าๆ พวกนี้เพราะมาช่วยตน บอกสุคนธรสว่า

“ถ้าเราอยู่ด้วยกันต่อสู้ข้างๆกันผมไม่กลัวอะไร ทั้งนั้น”

ทั้งสองกอดกันอย่างซึ้งใจ และค่อยๆ จูบกันด้วยความรัก...

กรรณายังอยู่ที่บ้านพงอินทร์ เธอเข้าครัวทำอาหารเช้าเตรียมกินกัน แต่จู่ๆก็มีโทรศัพท์จากน้ำหนึ่งเรียกพงอินทร์ไปพบบอกว่าเจอเรื่องน่าสนใจบางอย่างเกี่ยวกับการตายของพิมอรที่บ่งชี้ว่าช่อเพชรคือคนที่เกี่ยวข้องอย่างมาก พงอินทร์รีบออกไปทันที กรรณามองอาหารสอง ที่บนโต๊ะที่บรรจงทำสุดฝีมือเซ็งๆ

ooooooo

ติณห์ขับรถพาคุณหลวงมาถึงบริษัทซิกซ์เซ้นส์ ญาณินกับป้าออมองตะลึงอย่างคาดไม่ถึง ติณห์กับญาณินโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ

ต่างถามอาการและสภาพของกัน ญาณินบอกว่าตนดีขึ้นแล้ว ถามว่าเขามาได้ยังไง แล้วคุณแม่เขาล่ะ หันเห็นคุณหลวงถามว่าไปโดนอะไรมา!

“สถานการณ์มันเลวร้ายเกินกว่าที่เราจะรับไหวแล้ว...ผมเลยตัดสินใจ ต้องออกมาก่อนแล้วค่อยไปช่วยมัม อยู่แบบนั้นทุกอย่างมันจะแย่ลง ผมเหมือนถูกมัดแขนมัดขาทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ที่สำคัญผมเป็นห่วงคุณมากเหลือเกิน”

“ฉันก็ห่วงคุณ ติณห์...ไอ้หมอสมคิดมันน่ากลัว มันจะฆ่าใครเมื่อไหร่ก็ได้”

“ผมโอเค...ที่รัก ยิ่งผมได้มาอยู่กับคุณแบบนี้ยิ่งโอเค ญาณิน คุณคงไม่รู้ว่า ผมคิดถึงคุณแค่ไหน ยิ่งได้รู้ว่าคุณมีอาการเหมือนเกือบจะตายไปแล้ว ผมก็แทบจะเป็นบ้าไม่เอาแล้วนะญาณิน ผมจะไม่ยอมให้เราแยกจากกันอีกแล้ว พอ กันที ผมไม่เอาอีกแล้ว”

ญาณินกอดติณห์แน่นร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งใจ คุณหลวงกับป้าออยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความปลื้มปีติกับทั้งสอง

ooooooo

พงอินทร์รีบไปพบน้ำหนึ่งที่ร้านกาแฟตามนัด น้ำหนึ่งเปิดมือถือให้ดูหน้าจอ บอกว่านี่คือเบอร์ของช่อเพชรติดต่อมาเมื่อคืน

เห็นพงอินทร์ตื่นเต้น น้ำหนึ่งเล่าว่า “เธอพยายามถามเรื่องโจ้และอยากจะคุยกะโจ้ เธอบอกให้หนึ่งโทร.หาเธอทันทีที่เจอโจ้” พงอินทร์บอกให้เธอโทร.เลย น้ำหนึ่งจึงกดโทร. พอปลายสายรับ เธอบอกว่าให้คุยกันเลย แล้วยื่นมือถือให้พงอินทร์

“คุณช่อเพชร...” พงอินทร์พูดได้แค่นั้น ปลายสายก็พูดแทรกขึ้นว่า

“คุณพงอินทร์ ฉันรู้ว่าคุณตามหาตัวฉันอยู่ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามากนัก ขอให้คุณตั้งใจฟัง ฉันกำลังอยู่ในอันตรายต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในที่แห่งหนึ่งไม่อาจเปิดเผยตัวได้ แต่ฉันมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับนายแผนยุทธกับ

คุณพิมอรพี่สาวคุณ ที่อยากจะบอกคุณ...ภายในอีกครึ่งชั่วโมงข้างหน้า ฉันจะรอพบคุณ แค่นี้ก่อนนะคะ” แล้วเสียงก็ขาดหายไปเลย

น้ำหนึ่งถามว่าเธอวางสายไปแล้วหรือ พงอินทร์พยักหน้างงๆ น้ำหนึ่งถามว่าคุยกันอย่างไรเล่าให้ตนฟังได้ไหมพงอินทร์มองน้ำหนึ่งแล้วถอนใจ...

ที่แท้ เป็นแผนของน้ำหนึ่ง เธออัดเสียงตัวเองที่ดัดให้คล้ายช่อเพชรพูดใส่เครื่อง เมื่อโทร.เข้าจึงตอบรับอัตโนมัตินั่นเอง!

พงอินทร์รีบโทร.บอกหมอวรวรรธบอกว่ามีเรื่องด่วน ตนกำลังจะไปพบช่อเพชร อีกครึ่งชั่วโมงมาเจอกัน หมอวรวรรธขอให้เขาถ่วงเวลาไว้สักนิด ตนจะรีบไปแล้วบอกเนตรสิตางศุ์ว่า

“ผมจะไปช่วยคุณโจ้พงอินทร์สืบคดีพี่สาวเขานะ มีผู้หญิงที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเมียน้อยของพี่สาวเขา และอาจจะเกี่ยวข้องกับการตายของคุณพิมอรด้วยติดต่อมา”

แต่พอออกไปถึงรถมอเตอร์ไซค์คู่ชีพ เจอสุพิชชามาแย่งกุญแจรถ แกล้งไม่ให้เขาไปไหนยื้อแย่งกันจนเสียหลักเซซบเหมือนกอดกัน ทำให้เนตรสิตางศุ์ไม่พอใจ หมอ เลยต้องวกกลับไปง้อตามเคย

ooooooo

พงอินทร์ไปถึงชุมชนเปลี่ยวข้างทางรถไฟ บริเวณที่เดินเข้าไปเป็นพงหญ้ากว้างรกร้าง มีซอยตัดไปมาแต่ไม่พบผู้คนเลย

เดินเข้าไปยืนดูสภาพแล้วโทร.หาหมอวรวรรธ ปรากฏว่า หมอไม่รับสาย พงอินทร์จึงตัดสินใจเดินเข้าไปเอง เดินไปจนถึงบ้านร้างเก่าๆ หลังหนึ่ง บ้านเงียบสงัดเหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย เขาจึงส่งเสียง

“มีใครอยู่ไหมครับ”

ความรู้สึกขณะนั้นเหมือนมีใครจ้องเขาอยู่ แต่พอหันไปก็ไม่เห็นใคร ที่แท้พิมอรตามมาเตือนน้องชายให้รีบออกไปจากที่นี่ แม้พงอินทร์จะไม่รับรู้ แต่ก็สังหรณ์ใจบางอย่างจึงรีบออกจากตรงนั้นไป

ขณะกำลังออกไปนั้น พงอินทร์ถูกวัยรุ่นสองคนตรงเข้ามาจะทำร้าย เขาวิ่งหนีมันไล่ตามอย่างมุ่งร้าย พอวิ่งไปถึงทางแยกกลับมีวัยรุ่นอีกสองคนมาดัก! พงอินทร์ ถูกวัยรุ่นทั้ง 4 ไล่ไปจนมุมในตรอกตัน เขาซุกตัวหลบเงียบกริบ ระหว่างนั้นมือถือเขาดังขึ้น ดูหน้าจอเป็นสายจากน้ำหนึ่ง เขากดทิ้งทันที

พวกวัยรุ่นทั้ง 4 ใช้ไม้หน้าสามฟาดไปตามที่ต่างๆ ที่คาดว่าพงอินทร์จะซ่อนอยู่ พอเห็นพวกมันเดินห่างออกไปพงอินทร์ลุกวิ่งสุดฝีเท้าไปอีกซอยหนึ่ง พวกมันไล่ตามใช้ไม้หน้าสามฟาด มีท่อนเหล็กลอยมาฟาดใส่จนล้มกลิ้ง

พงอินทร์ถูกทำร้ายสาหัส พิมอรได้แต่ร้องไห้ที่ช่วยน้องไม่ได้

พวกวัยรุ่นรุมทำร้ายพงอินทร์จนสะบักสะบอม แล้วหัวหน้ามันก็สั่งลูกน้อง และปรามพงอินทร์ก่อนเดินออกไปว่า

“เอาแค่นี้ก่อน แต่คราวหน้า ถ้าเอ็งยังเสือกมาวุ่นวายเรื่องของคุณช่อเพชรอีกรับรองได้ว่าเอ็งไม่ได้กลับไปนอนบ้านอีกต่อไป ไปเว้ย!”

คนที่เป็นหัวหน้าเตะเสยหน้าพงอินทร์อีกทีก่อนเดินไป ทำให้พงอินทร์ถึงกับสลบอยู่ตรงนั้น

แก๊งวัยรุ่นพวกนั้น เดินไปรับค่าจ้างจากน้ำหนึ่งแล้วแยกย้ายกันไป

ooooooo

ขณะที่ติณห์กับญาณินต่างดีใจมีความสุขที่ได้มาอยู่ด้วยกันอีกครั้งนั้น วิญญาณคุณหลวงกลับกำลังจะสลาย

ติณห์เห็นคุณหลวงยืนโงนเงนร่างพร่าเลือน เขาถามคุณหลวงว่าเป็นอะไร ทำไมร่างเหมือนทีวีจะดับ

“ใช่...ดูเหมือนวิญญาณฉันใกล้จะหมดพลังแล้ว โอ๊ะ!” คุณหลวงเข่าอ่อนทรุดลง

“วิญญาณคุณหลวงกำลังจะโดนสลายพลังงาน ต้องรีบให้ยัยรสช่วย ไม่อย่างนั้นวิญญาณคุณหลวงจะไม่ได้ไปผุดไปเกิด ต้องหลงอยู่ในความมืด ติดอยู่ระหว่างภพภูมิไปอีกชั่วกัปชั่วกัลป์” ญาณินบอก

ทุกคนช่วยกันทำพิธีบริกรรมคาถา สุคนธรสใช้ปลายธูปที่เป็นถ่านดำ ขีดเขียนชื่อคุณหลวงลงในกระดาษแล้วยื่นให้ญาณิน

“เร็ว! รีบเผาแล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้วิญญาณคุณหลวง ก่อนที่วิญญาณคุณหลวงจะถูกทำลายพลังไปเสียก่อน”

ญาณินรับไปเอาไฟแช็กจุดแต่ไม่ติด วิญญาณคุณหลวงจางลงทุกที ทุกคนยิ่งตึงเครียด ญาณินจึงเสนอติณห์ว่า

“ติณห์คะ คุณเป็นหลาน คุณลองตั้งใจอธิษฐานแล้วลองจุดดูเองซีคะ”

“โอเค” ติณห์รับไม้ขีดจากกรรณาแล้วพนมมืออธิษฐาน “บุญกุศลที่ผมได้สะสมตั้งแต่อดีตตลอดจนถึงปัจจุบัน และบุญกุศลของผมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตขอส่งบุญทั้งหมดนี้ให้แก่คุณตาผมด้วยเถิด”

ติณห์จุดไม้ขีดติด เผาชื่อคุณหลวงทิ้งลงไปในขัน ปรากฏว่า วิญญาณคุณหลวงหายไปแล้ว! สุคนธรสเร่งให้ทุกคนรีบกรวดน้ำ เผื่อกุศลที่พอมีจะช่วยรวบรวมวิญญาณคุณหลวงกลับมาทัน

ขณะที่ทุกคนกรวดน้ำนั้น สุคนธรสก็พนมมือสวด–มนต์เรียกวิญญาณไปด้วย กรวดน้ำจนหมดขัน ยังไม่มีวี่แวววิญญาณคุณหลวง ทุกคนหมดหวังนั่งเศร้าเสียใจ

“เฮ้ย...เศร้าอะไรกันไอ้ติณห์ หนูณิน” คุณหลวงทักเสียงแจ่มใส ทุกคนหันมอง ภาพคุณหลวงค่อยๆชัดขึ้น... ชัดขึ้นคุณหลวงหัวเราะร่า “ฮ่าๆๆ ฉันกลับมาแล้วว่ะ...ไอคัมแบ็กว่ะ ฮ่าๆๆ”

คุณหลวงขอบใจทุกคนที่ช่วยตนได้กลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะติณห์ที่แบ่งบุญให้ตนแล้วบอก “ไอเลิฟยูที่สุด จุ๊บๆ” ติณห์ตอบ “ไอเลิฟยูทู จุ๊บๆ” พูดบอกคุณหลวง แต่ปากหันไปจุ๊บญาณินแทน เลยถูกเพื่อนฮิ้วกันจนเขิน

ooooooo

เมื่อติณห์เล่าเรื่องที่สมคิดกำลังครอบงำมิรันตีและใช้เบญจามาก่อกวน ทั้งหมดจึงประชุมวางแผนแก้ปัญหา

ไตรรัตน์กับติณห์มีความเห็นตรงกันว่า สมคิดเหมือนงูพิษที่ถูกเราตีหลังหักแต่ไม่ตาย มันจึงกลับมาแก้แค้นแบบเก่งกว่าเดิมและจัดหนักกว่าเดิม

สุคนธรสและกรรัมภาเชื่อว่า เบญจาได้รับการถ่ายทอดวิชาจากสมคิดมาอย่างดีแถมเป็นคนที่มีซิกซ์เซ้นส์เหมือนพวกเรา คุณหลวงบอกว่าวิชาของมันแปลกมาก เหมือนมันเอาวิชาไสยศาสตร์ของทุกสาขามาประยุกต์ใหม่และมันยังมีวิชาเก่าๆแบบระดับบูรพาจารย์ ชนิดที่ไม่มีใครสู้มันได้ด้วย

“วิชาหลวงลุงทุกสิ่งอย่าง ฉันได้งัดออกมาประลองกะมันจนแทบจะหมดไส้หมดพุงแล้ว” สุคนธรสเอ่ย ก๊องถามว่าเอาตำรวจมาจับเลยไม่ได้หรือ

“ถ้าตำรวจเป็นคนธรรมดาๆไม่มีคาถาอาคม เชื่อแน่ว่าทำอะไรมันไม่ได้ แต่ที่สำคัญมันมีตัวคุณมิรันตีคุณแม่ของติณห์เป็นตัวประกันด้วย” ญาณินชี้

ปรึกษากันแล้ว ลงความเห็นร่วมกันว่า ต้องช่วยมิรันตีให้ออกจากเงื้อมมือพวกมันก่อนแล้วค่อยแจ้งตำรวจจากนั้นก็ปิดประตูตีแมว เอาคุณหลวงไปจัดการมันเลย แต่ต้องทำทุกอย่างอย่างเร็วที่สุด

“ใช่...ไม่งั้นมัมเสร็จแน่” ติณห์เห็นด้วย

ระหว่างนั้นคุณหลวงถามว่าทำไมมาคราวนี้ไม่เจอกุมาริกาเลย กรรัมภาเล่าว่า พักนี้กุมาริกาไม่ค่อยอยู่ให้ใช้งาน แต่เวลาตนไปปฏิบัติการมักชอบมาก่อกวนขัดขวาง และมีท่าทีแปลกไปด้วย คุณหลวงเลยร้องเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆเลย

ooooooo

อรวีอยู่ในสภาพขวัญไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สะดุ้งผวาตลอดเวลาจนไม่รู้ว่าตื่นหรือฝัน โดยมีกุมาริกาติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

ขณะอรวีกำลังสับสนนั่นเอง สมชายโทรศัพท์มาตามถามว่าบ่ายโมงแล้วทำไมยังไม่มาทำงาน อรวีรีบลุกแต่งตัวไปทำงาน ก่อนออกไป เธอเปิดลิ้นชักหยิบรูปใบหนึ่งออกมาดู เป็นรูปเด็กผู้หญิงคนหนึ่งผูกหางเปียยืนจูงมือผู้หญิงที่เป็นแม่ ที่น่าตกใจคือ เด็กหญิงในรูปนั้น หน้าเหมือนกุมาริการาวกับเป็นคนคนเดียวกัน

“ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้” อรวีร้องไห้พึมพำออกมาอย่างหวาดกลัว

ขณะอรวีขับรถไปทำงานนั้น กุมาริกานั่งอยู่เบาะหลังไปด้วย ระหว่างทางเธอขับรถชนหญิงบ้านนอกคนหนึ่งที่ถือนามบัตรเหมือนหาบ้านตามที่อยู่ในนามบัตรนั้น

อรวีลงไปดู เธอตกใจผงะเมื่อหญิงคนนั้นคือแม่ตัวเอง! ทั้งสองโผกอดกันร้องไห้โฮ

เมื่อพากันกลับขึ้นมาที่คอนโด แม่ลูกต่างรำพึงรำพันถึงความหลังกันอย่างเศร้าเสียใจ อรวีขอโทษที่ตนทิ้งแม่มาเป็น 10 ปีโดยไม่ได้กลับไปหาเลย พูดอย่างสำนึกผิดที่คิดแต่จะหนีความลำบากในชนบทมาหาความสบายในกรุงเทพฯ

“แต่แกก็สบายกว่าอยู่กับแม่จริงๆ ดูแกตอนนี้สิ แกสวยขึ้น มีคอนโดอยู่สุขสบาย แกมีอนาคตอย่างที่แกฝันไว้แล้ว แม่ดีใจกับแกด้วย”

“หึ...อนาคตเหรอ อนาคตที่เป็นเมียน้อยเขาน่ะสิ แถมยังต้องตกกระไดพลอยโจนร่วมมือทำความชั่วกับนายอติเทพจะโกงสมบัติคนอื่นเขาด้วย” จู่ๆอรวีก็เงียบไป แล้วถามว่า “หนูถามจริงๆ แม่ หนูเคยมีพี่น้องกับเขาไหม”

แม่จึงเล่าความจริงให้ฟังว่า เธอมีฝาแฝดแต่แฝดพี่ตายไปตั้งแต่เกิด อรวีพึมพำว่า

“มิน่า...หนู...หนูคงไม่ได้ประสาทหลอน ที่เห็นผีเด็กมาเรียกหนูว่าน้อง แล้วทำไมฝาแฝดเขาต้องมาหาหนูตอนนี้ด้วยล่ะแม่...ทำไม”

แม่ร้องไห้เมื่อเล่าว่าได้เอาร่างของแฝดพี่ที่ตายให้หลวงปู่ไปทำพิธีที่วัด ป่านนี้คงไปผุดไปเกิดแล้วกระมัง

“เกิดอะไรล่ะแม่ หนูนั่งหัวโด่อยู่นี่ไง แต่ก็ดีแล้วที่แม่คิดอย่างนั้นแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงหนู” กุมาริกาเอ่ยแต่ไม่มีใครได้ยิน

แม่เห็นอรวีหน้าตาซีดเซียวและมีอาการผวาบอกลูกให้เข้าวัดไปถวายเพลทำบุญทำกุศลชาติหน้าจะได้ไม่ต้องลำบาก และถ้าอยู่กรุงเทพฯ ไม่สบายใจกลับไปขายข้าวแกง กับแม่ก็ได้ อรวีรับปากว่าจะลองปรึกษาพ่อดู เพราะตอนนี้ตนทำงานอยู่กับพ่อ

“หึ...ตามใจ พ่อเอ็งเขาสบายดีซินะ อาชีพทนายก็คงทำให้เขาสุขสบายมากกว่ามาอยู่กับแม่ค้าขายข้าวแกงอย่างแม่ โดยเฉพาะทนายชนิดนั้นตายไปจะตกนรกขุมไหน แม่ไม่กล้าจะคิดด้วยซ้ำ”

“สุขสบายเพราะโกงสมบัติเขากินน่ะซีแม่รู้ไหมว่าหนูกลุ้มใจอยู่เนี่ย พ่อทำแบบนี้ หนูไม่รู้จะช่วยพ่อยังไงเฮ้อ...”

กุมาริกาบ่นกลุ้ม ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ก็ไม่มีใครรับรู้เหมือนเคย

วิญญาณพิมพิลาสถูกขังอยู่ในขวด แต่ยังพยายามดิ้นรนต่อรองกับอาจารย์คงเพื่อจะหลุดพ้นจากการถูกกักขัง โดยยินดีที่จะจ่ายหรือแม้กระทั่งเอาคอนโดแลกก็ยอม

อาจารย์คงสนใจ ถามว่าแล้วพิมพิลาสจะเอาสิ่งเหล่านั้นมาให้ตนได้อย่างไร

“ฉันติดต่อกับหลานฉันได้ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันบอกเขาให้”

“ติดต่อกับหลานได้ ฮ่าๆๆ ฉันว่าฉันมีวิธีหาเงินได้มากกว่าที่แกบอกมานะ” อาจารย์คงหัวเราะอย่างสะใจแล้วเดินออกไป

ooooooo

อรวีเล่าเรื่องที่ตนกับอติเทพถูกวิญญาณพิม-พิลาสอาละวาดและตนก็ถูกบีบคอจนเกือบตายให้ทนายสมชายฟัง

“ไม่น่าเชื่อว่าผียัยพิมพิลาสจะเฮี้ยนขนาดนี้ หึ...

แต่ก็ไม่น่าแปลกหรอก ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ยัยนี่ก็ร้ายยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก ขนาดฉันทำงานรับใช้นังนี่มาเป็นสิบปีมันยังไม่เคยเห็นความดีฉันเลย ใช้งานทีก็โขกสับจิกหัวใช้ตลอดเวลา เงินเดือนก็ให้แค่หยิบมืออย่างกับขอทานมันกิน หึ...ถึงทีฉันเอาคืนมันบ้างแล้ว” สมชายพูดอย่างอาฆาตแค้น

“นี่แปลว่า ทั้งสองคนร่วมมือกับสามีคุณพิมพิลาสหมดเลยเหรอเนี่ย!” กุมาริกาตกใจอ้าปากค้าง

ขณะนั้นเอง อติเทพพรวดพราดเข้ามาบอกทนายสม– ชายว่าจุนจีสื่อสารกับผีพิมพิลาสได้ อรวีตกใจถามว่าจริงหรือ!

“ฉันจะโกหกทำไม ไอ้อาจารย์คงมันโทร.มาเล่าว่า วิญญาณยัยพิมพิลาสคุยว่า มันติดต่อกับหลานของมันได้ไม่ต้องห่วง!!” อติเทพนึกได้บอกทนายสมชายว่า “ผมจ้างให้หมอผีจับวิญญาณอีแก่นั่นใส่หม้อไว้แล้ว”

กุมาริกาเลยรู้ว่าเพราะวิญญาณพิมพิลาสถูกจับใส่หม้อนี่เองถึงได้หายเงียบไป

“ถ้านี่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องแหกตา ก็ลองให้หมอผีมันบอกให้วิญญาณนังย่ามันต่อรองให้ไอ้จุนจีรีบเซ็นพินัยกรรมให้คุณเลยซิ” ทนายสมชายกระหยิ่ม อรวีพยายามจะทักท้วง แต่อติเทพชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“ใช่...ถูกเลย ไป...อรวี ออกไปหาเอกสารแผ่นนั้นให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย” พูดแล้วดึงอรวีออกไปหันตบบ่าทนายสมชายพูดอย่างผยองว่า “คราวนี้ล่ะ ต้องสำเร็จแน่คุณทนาย”

ทนายสมชายดูแผ่นซีดีในมือยิ้มร้าย พึมพำ

“ฉันก็หวังเช่นนั้นนะนายอติเทพ แต่ถ้าแกหักหลังลูกสาวฉันละก็...แกได้ตายในคุกแน่ หึๆ!”

ooooooo

กรรณาโทรศัพท์ถึงเนตรสิตางศุ์ จึงรู้เรื่องพงอินทร์เธอรีบไปที่โรงพยาบาลทันที

พงอินทร์บาดเจ็บสาหัสนอนอยู่ในห้องพิเศษ

กรรณาโผเข้าไปหาด้วยความตกใจเป็นห่วงไม่มองแม้แต่เนตรสิตางศุ์และหมอวรวรรธที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

“นายโจ้...นายเป็นยังไงบ้าง ฉันไม่น่าเอาแต่นอยด์ น้อยใจ คิดมากบ้าบอ จนปล่อยให้นายออกไปหาคุณน้ำหนึ่งตามลำพังเลย ฉันขอโทษ”

กรรณากุมมือพงอินทร์อย่างลืมตัว พงอินทร์ที่นอนเจ็บอยู่ลุกขึ้นดึงกรรณาไปกอด แม้กรรณาจะชะงักแต่ก็รู้สึกดีกับอ้อมกอดของคนที่ตนเป็นห่วง

เนตรสิตางศุ์กับหมอวรวรรธนั่งกระสับกระส่าย เพราะรู้ว่าน้ำหนึ่งอยู่ในห้องน้ำ และเมื่อน้ำหนึ่งออกมาก็แสดงความห่วงใยใกล้ชิดพงอินทร์ ทั้งยังขอโทษ

กรรณาที่เป็นต้นเหตุให้พงอินทร์ต้องเจ็บตัว

“เอ่อ...ปละ...เปล่านะคะคุณน้ำหนึ่ง ฉันไม่ได้โทษคุณ”

“มันก็เป็นความผิดของฉัน ที่บอกโจ้ว่าคุณช่อเพชรอยู่ที่ไหน โจ้ก็เลยตามไปจนถูกทำร้าย หนึ่งขอโทษนะโจ้ หนึ่งไม่ควรจะมายุ่งกับเรื่องนี้เลย”

พงอินทร์พูดให้น้ำหนึ่งสบายใจว่าตนไม่ได้โทษ น้ำหนึ่งเลย น้ำหนึ่งต่างหากที่มีน้ำใจช่วยสืบเรื่องพิมอรจนต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย กรรณาเองก็ปลอบน้ำหนึ่งอย่าร้องไห้ อย่าคิดมากเลย ตำหนิตัวเองว่า

“ฉันเองที่พลาดพูดไปอย่างนั้น ฉันมันปากไม่ดี ขอโทษด้วยนะคะคุณหนึ่ง”

“ค่ะฉันไม่ถือโทษโกรธคุณ” น้ำหนึ่งลุกขึ้นยืนมองหน้ากรรณานิ่ง จนกรรณารู้สึกหน้าชา

หมอวรวรรธเห็นบรรยากาศไม่ดีจึงชวนเนตร–สิตางศุ์กลับ พงอินทร์ขอบคุณทั้งสอง แต่พอในห้อง

เหลือแค่ตัวเองกับน้ำหนึ่งและกรรณาที่ยืนเผชิญหน้ากัน พงอินทร์ก็กุมหัวกับบรรยากาศที่อึดอัดนั้น...

ooooooo

ตอนที่ 13

ติณห์มองไปตามที่เบญจาบอก เห็นญาณินก็แปลกใจว่าเธอมาได้อย่างไร แม้จะเป็นห่วงแต่ก็จำต้องข่มไว้ แกล้งไล่ตะเพิด จริงจังเสียจนญาณินสงสัยว่า เขาไล่จริงหรือเล่นละคร

เบญจาบอกติณห์ที่จะเข้าไปลากญาณินออกไปว่าปล่อยให้ตนจัดการดีกว่า ติณห์พยายามขัดขวางแต่เบญจาไม่ยอมก้าวตัดหน้าติณห์เข้าไปหาญาณินกับสุคนธรส

สุคนธรสบอกให้ญาณินกับไตรรัตน์หลบไปบอกว่า “ขอฉันแก้สงสัยหน่อยซิ”

บรรยากาศตึงเครียดทันที เมื่อเบญจากับสุคนธรสมายืนเผชิญหน้ากัน เกิดลมพัดแรง ท้องฟ้าแปรปรวน เดี๋ยวฟ้าเปิด เดี๋ยวฟ้าปิด ในที่สุดเมฆดำก้อนใหญ่ก็เคลื่อนมาบดบังพระจันทร์จนมิด อีกาตัวหนึ่งบินมาเกาะบริเวณนั้นร้อง กา...กา...กา...

เบญจายิ้มมุมปากอย่างรู้ดีว่าสุคนธรสจะมีพลังเมื่อพระจันทร์เต็มดวง ทำปากขมุบขมิบ อึดใจเดียววิญญาณซอมบี้ก็พุ่งพรวดมาบีบคอสุคนธรสหมับ! ญาณินกับไตรรัตน์เห็นอาการผิดปกติของสุคนธรสแต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่ห้องรับรองในรีสอร์ต สมคิดกับมิรันตีแยกไปนั่งในมุมพักผ่อนคุยกันเรื่องการลงทุนในรีสอร์ต ระหว่างนั้น สมคิดเงยมองฟ้าขวับรับรู้ถึงเรื่องไม่ดีเมื่อเมฆทะมึนเคลื่อนมาปกคลุมทุกอย่างและมีอีกาบินโฉบผ่าน

“กรกฎ” สมคิดเรียก พริบตาเดียวกรกฎก็ปรากฏกาย มิรันตีถามงงๆว่ากรกฎมาได้อย่างไร สมคิดไม่ตอบ แต่หันไปสบตากับกรกฎ เพียงเท่านั้นกรกฎก็รับทราบคำสั่งเดินออกไป สมคิดบอกมิรันตีหน้าเครียดๆว่า “ไว้เราค่อยคุยเรื่องร่วมหุ้นทีหลังนะครับ” พูดแล้วลุกไปเลย

“อ้าว...” มิรันตีทั้งงงทั้งงอน

ooooooo

สุคนธรสที่ถูกซอมบี้บีบคอ เธอพยายามดิ้นสุดกำลังจนสามารถจับแขนทั้งสองข้างของซอมบี้ได้ ทำให้ซอมบี้ผงะแข็งเป็นหินแล้วร่วงกราวลงไปกองที่พื้น!

สุคนธรสต่อสู้กับเบญจาด้วยอาคมที่เก่งกาจไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ญาณินเข้าไปช่วยใช้สองมือประกบหลังสุคนธรสเกิดพลังแห่งความว่าง ความดีแสงสว่างจากญาณินถ่ายทอดสู่สุคนธรสเจิดจ้าไปทั่วบริเวณ เบญจาเซแซดๆไปต้านทานไม่ไหวกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ จนกระอักเลือด ทรุดลงกับพื้น

ติณห์มองอย่างสะใจ แต่ไม่ทันไร กรกฎก็พุ่งเข้ามาถอนเสาโทเทม รอยสักที่หลังคอเรืองแสงขึ้น กรกฎพุ่งเสาใส่สุคนธรสกับญาณิน ดีที่ทั้งสองหลบทัน ขณะที่สองสาวยืนงงอยู่นั้น กรกฎพุ่งเข้าเอาไหล่กระแทกสุคนธรสอย่างแรงจนเธอกระเด็นไปไกล แล้วจะตามซ้ำ

“แกทำแฟนฉัน แกตาย!!” ไตรรัตน์คำราม พุ่งเข้าชกไม่ยั้ง กรกฎยืนให้ชกไม่สะดุ้งสะเทือนจนไตรรัตน์เหนื่อยต้องหยุดไปเอง แต่พอไตรรัตน์หยุดกรกฎซัดเปรี้ยงเดียวไตรรัตน์ก็กระเด็นไปร่วงใกล้สุคนธรสต่างสะบักสะบอมมองกันด้วยความเป็นห่วง

ระหว่างที่เบญจาใช้อาคมต่อสู้กับสุคนธรสและญาณินนั้น ติณห์ได้แต่มองดูด้วยความเป็นห่วงแต่ไม่อาจช่วยญาณินได้ เป็นความทุกข์ทรมานใจอย่างสาหัสที่ต้องทนดูคนรักต่อสู้และถูกทำร้ายโดยไม่อาจช่วยอะไรได้เลย แม้แต่ความห่วงใย! หากแต่กลับต้องแสดงความห่วงใยเอาใจเบญจาประหนึ่งรักกันแทบจะกลืนกิน!

สมคิดมาถึง ถามว่านี่มันอะไรกัน ติณห์จำต้องทำเป็นชี้ไปที่พวกสุคนธรสบอกว่า

“พวกมัน...พวกมันทำเบญจา...”

ในการต่อสู้ ทั้งสุคนธรสและไตรรัตน์เพลี่ยงพล้ำ ไตรรัตน์ถูกกรกฎทุบจนทรุดกองกับพื้น ส่วนสุคนธรสก็ถูกแรงอัดจากอากาศที่กรกฎรวมพลังผลักใส่กระเด็นกระแทกผนังจนแตกร้าว

ติณห์จำต้องหาทางช่วยพวกญาณินด้วยการแสดงความเป็นห่วงเบญจา เข้าไปกอดเธอบอกว่าเธอเลือดออกมากแล้วให้หยุดและรีบไปหาหมอ ถูกเบญจาสะบัดหลุด แต่ไม่ทันทำอะไรมิรันตีก็วิ่งมาเจอ ร้องโวยวายว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมเบญจาเลือดออก ตะโกนให้คนเรียกรถพยาบาล

กรกฎขยับจะเข้าเล่นงานสุคนธรสอีก สมคิดดีดนิ้วเป๊าะ กรกฎก็ชะงัก ติณห์ฉวยโอกาสทำเป็นตะโกนไล่พวกญาณิน

“ไปเลย นี่เป็นการสั่งสอน ถ้ายังกล้าโผล่หน้ามาเหยียบที่นี่อีก พวกเธอตายแน่!” ปากตะโกนไล่แต่ตามองพวกญาณินด้วยความเป็นห่วงสงสารจับใจ ไตรรัตน์รีบประคองสุคนธรสกับญาณินออกไป

“ไอ้ไตรรัตน์ สุคนธรส...ถึงเวลาของแกแล้ว!” สมคิดจิกตามองคำรามในคอ

เมื่อเบญจาในสภาพสะบักสะบอมกลับมาถึงห้องพัก สมคิดบอกมิรันตีว่าไม่ต้องเรียกรถพยาบาล เดี๋ยวตนจัดการเอง

เบญจาปวดท้องดิ้นทุรนทุรายร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าเวทนา ถูกสมคิดสั่งเหี้ยม

“ไม่ต้องร้อง ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าไม่มีใครช่วยได้นอกจากตัวเอง...อย่าอ่อนแอ! อดทนแล้วตั้งสติเดี๋ยวนี้!!”

เบญจากัดฟันคุกเข่ายกมือชูรับพลังเหนือหัว บริกรรมคาถาถอนอาคมของตัวเอง แต่ทำไม่ได้เพราะเจ็บปวดเกินทนงอตัวร้องครวญคราง กระนั้นก็ยังถูกสมคิดสั่ง

“ถ้าอยากหาย เจ้าต้องทำให้ได้ ตั้งสติเร็ว!!”

เบญจาพยายามยืดตัว คุกเข่า หลังตรง ชูมือทั้งสองขึ้นด้วยสีหน้าทุกข์ทรมาน

ที่บ้านกำนันพงษ์ ป้าออตกใจมากเมื่อเห็นไตรรัตน์ประคองสุคนธรสกับญาณินเข้ามา ผวาเข้าไปถามว่าคุณหนูเป็นอะไร

“ยัยเจ๊โดนอาคม” สุคนธรสพยายามฝืนตัวเอง บอกป้าออ ขอธูปทำพิธีช่วยญาณิน ไตรรัตน์บอกให้เธอทำแผลก่อน “มันจะไม่ทันการณ์ ปล่อยฉัน” สุคนธรสผลักไตรรัตน์ออกแล้วนั่งสมาธิบริกรรมคาถาพยายามช่วยญาณินที่หน้าซีดลงทุกที

ooooooo

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ หลังจากเนตรสิตางศุ์เล่าเรื่องราวของช่อเพชรให้หมอวรวรรธฟังแล้ว หมอ

บอกว่านึกไม่ออกเลยว่าช่อเพชรในวัยแค่นั้นรับมือกับโศกนาฏกรรมของพ่อแม่ตัวเองได้ยังไง

เนตรสิตางศุ์ไม่สนใจประเด็นนั้น แต่ที่สงสัยคือช่อเพชรมีน้องสาวชื่อพลอยที่สติไม่ค่อยดี อยากรู้ตอนนี้พลอยอยู่ที่ไหน ทำอะไร แล้วบอกหมอว่าต้องหาข้อมูลเรื่องพลอยให้ได้ ถ้าทำสำเร็จตนจะทำอาหารให้ทานทุกมื้อทุกวันเลย แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ ตนจะไม่ทำอะไรให้ทานอีกเลย

จู่ๆกุมาริกาก็ตาโตเมื่อเห็นกรรัมภามา รีบหลบแว้บไปเลย

กรรัมภาพาจุนจีกับลีจองกุ๊กมาที่บริษัท เพราะนัดณัฐเดชมาพบที่นี่ ขณะนั่งรอณัฐเดช กรรัมภาเห็นกุมาริกาก็ขอตัวจากสองหนุ่มจะไป “จัดการ” กุมาริกา แต่พอดีณัฐเดชมาถึง กุมาริกาเลยรอดตัวไป

หลังจากณัฐเดชฟังจุนจีเล่าแล้ว เขาสรุปว่า

“เท่าที่ผมฟังคุณเล่ามา มีสามประเด็น นายอติเทพเอาเครื่องเพชรแท้คุณพิมพิลาสไปขาย แล้วเอาของที่ทำเลียนแบบมาหลอกตา นายอติเทพติดการพนันจนเป็นหนี้ และนายอติเทพมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคุณอรวีผู้ช่วยทนาย”

“ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าคุณคงจะพอช่วยปะติดปะต่อเรื่องราวได้นะครับว่าใครคือฆาตกรที่ฆ่าคุณย่า” จุนจีเอ่ย

“ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคดีมาก แต่ผมขอ...อย่า ทำอะไรเสี่ยงอย่างนี้อีก ทั้งแก้มทั้งคุณจุนจี มันอันตรายมากนะ”

“คุณย่าผมยังวนเวียนอยู่ ไปไหนไม่ได้แล้วคุณจะให้ผมอยู่เฉยๆ งั้นเหรอ”

“ไม่ได้ให้เฉย แต่ให้รอบคอบกว่านี้ คิดถึงความปลอดภัยของตัวเองกว่านี้ คุณคือทายาทนะครับ ถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมาแล้วใครจะเดินเรื่องสืบคดีนี้ต่อ”ณัฐเดชชี้แจง

กรรัมภาบอกณัฐเดชว่ายังมีอีกเรื่องที่เขาต้องรู้ คือเรื่องอรวี แล้วเล่าให้เขาฟังว่า

“แก้มสงสัยว่าคุณอรวีมีอะไรกับนายอติเทพเพื่ออะไร รักจริงหรือหวังผล เพราะที่เราไปเห็นมา เหมือนกับว่าคุณอรวีไม่ได้มีอะไรกับนายอติเทพคนเดียว ทนายสมชายด้วย...น่าแปลกไหมคะ ที่คุณอรวี มีอะไรกับคนใกล้ชิดคุณพิมพิลาสทั้งสองคน”

กุมาริกาตกใจเมื่อกรรัมภาเอ่ยถึงอรวี แกล้งป่วนทำให้ไฟดับๆ ติดๆ ทั้งยังตะโกนว่าทำไมไม่มีใครถวายของเซ่น! อาละวาดทำข้าวของล้ม กระดาษปลิว ไฟดับวุ่นวายไปหมด

“จุนจี ก้มหน้าไว้ หน้านี้คือทรัพย์อย่าเอาไปรับของแข็ง” ลีจองกุ๊กปกป้องจุนจีแล้วชวน “เราไปกันก่อนเถอะ”

พอจุนจีกับลีจองกุ๊กไปแล้ว กรรัมภาจะคิดบัญชีกับกุมาริกา แต่หาตัวไม่เจอ กุมาริกาไปซุกอยู่มุมหนึ่งพูดกับตัวเอง

“หนูจำเป็นต้องทำเพื่ออรวี แต่พี่แก้มอย่าฟ้องพี่รสนะ”

ooooooo

สุคนธรสยังนั่งบริกรรมคาถาช่วยญาณินอยู่ที่บ้านกำนันพงษ์ แต่อาการของญาณินไม่เพียงไม่ดีขึ้น หากแต่กลับทรุดลงจนป้าออเสนอให้พากลับกรุงเทพฯ แต่สุคนธรสบอกว่าถ้าตนหยุดตอนนี้กลัวว่าทุกอย่างจะไม่ทันการณ์

ส่วนกรรณาก็นอนป่วยอยู่ที่บ้านพงอินทร์ เพราะถูกขังอยู่ในเมืองหิมะหนาวเยือกแล้วออกมาเจอแดดเปรี้ยง ไข้สูงจนนอนซม ระหว่างนั้นพงอินทร์ดูแลกรรณาอย่างใกล้ชิด เป็นห่วง สงสาร จารุณีหมั่นไส้พูดประชดว่า สงสัยจะเป็นไข้แดดจริตมากกว่า

เมื่อกรรณารู้สึกตัว พอรู้ว่าอยู่บ้านพงอินทร์ก็ลุกขึ้น แต่เสียหลักจะล้มเลยลงนั่งตามเดิม พงอินทร์เอาข้าวต้มมาให้คะยั้นคะยอให้กินไม่พอ ยังลงมือป้อนบังคับให้กิน

ไม่นาน กรรณาก็ได้ยินเสียงพิมอรฮัมเพลงแว่วมา กรรณาบอกพิมอรว่า

“คุณรู้ใช่ไหมว่าเราไปตามช่อเพชรที่สวนสนุกมา แต่เราพลาด ช่อเพชรหลอกเราไปติดกับ”

“ไม่ใช่ คนที่เธอไปตาม...ไม่ใช่ช่อ...เพชร...”

อาการป่วยทำให้กรรณาได้ยินเสียงพิมอรติดๆ ขัดๆ พยายามถามแต่ก็ฟังไม่ชัด ซ้ำน้ำหนึ่งยังเข้ามาขัดจังหวะ นอกจากทำให้การคุยไม่สะดวกแล้วยังถูกน้ำหนึ่งแกล้งพูดเสียงดังรบกวนด้วย

น้ำหนึ่งมาเล่าให้พงอินทร์ฟังน้ำตาคลอว่า ตนได้รับข้อความในมือถือข่มขู่ต่างๆนานา แล้วเอามาเปิดให้ดู

“หยุดขุดคุ้ยเรื่องช่อเพชร ไม่อย่างนั้นเธอตาย”

นอกจากนี้ ยังได้รับโทรศัพท์ขู่ด้วยข้อความแบบเดียวกันนี้มากมาย ทำให้พงอินทร์รู้สึกผิดที่ตนเป็นตัวการให้เธอต้องเจอปัญหาเหล่านั้น แต่กรรณาสงสัยว่าทำไมจึงมีคนไม่อยากให้เราขุดคุ้ยเรื่องช่อเพชร?

ระหว่างนั้น พิมอรบอกกรรณาว่า “ช่อเพชรตายแล้ว วิญญาณเขาอยู่ที่นี่ คนนั้นเป็นฆาตกรตัวจริง”

แต่ถูกน้ำหนึ่งคร่ำครวญเสียงดังกว่า และพงอินทร์ ก็เฝ้าปลอบใจกันอย่างใกล้ชิด ทำให้กรรณาไม่มีสมาธิในการฟัง สุดท้ายก็จับใจความอะไรไม่ได้เลย

ooooooo

อติเทพสั่งให้อรวีส่งภาพของกรรัมภากับจุนจี จากกล้องวงจรปิดตามที่ต่างๆ ที่มองจากมุมกล้องเหมือนทั้งคู่กำลังคร่อมกันบ้าง แนบชิดกันบ้าง กอดกันบ้าง ลงในเว็บไซต์จั่วหัวข้อว่า

“โจ๋งครึ่ม ปาร์คจุนจีกับติ่งไทยแฟนตัวจริง”  มีทั้งภาพและข้อความยั่วยุแฟนคลับของจุนจีให้ไม่พอใจกรรัมภา

เป็นจังหวะที่กรรัมภาไปหาจุนจีที่กองถ่ายพอดีถูกเป้ยที่แอบชอบจุนจียั่วยุแฟนคลับเล่นงานกรรัมภาเสียจนยับเยิน

พฤติกรรมของอติเทพกับอรวี อยู่ในสายตาของกุมาริกาและพิมพิลาส พึมพำอย่างไม่พอใจอติเทพมากว่า

“ทำไมเธอทำร้ายจักรแบบนี้ ฉันหลงโกหกตัวเองมาตลอดว่าเธอเป็นคนดี”

ขณะนั้นเอง แม่บ้านเข้ามาบอกอติเทพว่ามีตำรวจมาขอพบ อติเทพชะงักไปนิดหนึ่งแล้วจึงออกไปกับอรวี

ตำรวจที่มา คือณัฐเดชนั่นเอง ณัฐเดชมาสอบถามอติเทพว่ารู้จักบ่อนเฮียอ๋าไหม? รู้จักคอนโดที่อยู่แถว สุขุมวิทไหม? พลางเอาภาพคอนโดให้ดู บอกอติเทพว่าตนได้ภาพเหล่านี้จากกล้องวงจรปิด

ทั้งอติเทพและอรวีต่างอึ้งไป แต่ยังเล่นลิ้นว่า

“สารวัตร...จะสืบเรื่องพี่พิม คุณก็สืบไป แต่อย่ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของผม”

“แต่ถ้าเรื่องส่วนตัวของคุณมันเกี่ยวกับคดี ผมจำเป็นต้องยุ่งครับคุณอติเทพ คุณคงไม่ติดพนันแล้วต้องการเงินจำนวนมากจากกองมรดกคุณพิมพิลาสไปใช้หนี้ใช่ไหมครับ และคุณกับคุณอรวีคงไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากไปกว่าเจ้านายกับลูกจ้าง?”

“ไอ้จุนจี...มันสร้างฉากมาปะติดปะต่อเพื่อใส่ความผม”

พิมพิลาสฟังอยู่พึมพำอย่างคาดไม่ถึงว่า “เทพ...นี่เธอกับอรวี...เธอสองคน...ทรยศฉันเหรอ!”

ส่วนอติเทพ เมื่อรู้ชัดว่าณัฐเดชได้ข้อมูลจากจุนจีแล้ว ทำเป็นหัวหมอว่า ตนไม่ตอบคำถามอะไรทั้งนั้น ถ้ามีหลักฐานแน่นหนาพอก็ไปฟ้องร้องแล้วไปเจอกันที่ศาล ไล่ณัฐเดชออกจากบ้านไป แต่ก่อนกลับณัฐเดชเอารูปสองใบให้อติเทพ ใบหนึ่งเป็นสร้อยเพชรจริงที่อติเทพเอาไปขายคืนร้านเพชร และอีกใบคือสร้อยเพชรปลอมที่อติเทพทำขึ้นตบตา พูดทิ้งท้ายว่า

“คุณทราบไหมครับว่า สร้อยเพชรสองเส้นนี้ต่างกันยังไง ลองเอาไปพิจารณาเล่นๆยามว่างสิครับ”
พอณัฐเดชคล้อยหลังไป อติเทพจ้องจิกพึมพำ

“มันรู้ทุกอย่างแล้ว!!”

ooooooo

อติเทพว้าวุ่นใจมากเมื่อรู้ว่าทางตำรวจรู้เรื่องของตนลึกมาก อรวีเสนอว่าเมื่อตำรวจรู้เรื่องหมดแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรต่อไป

“จะให้ฉันยอมสารภาพว่าฉันขโมยสร้อยพี่พิมไปขายใช้หนี้งั้นเหรอ หยุดความคิดโง่ๆของเธอไว้เลย” อติเทพตวาดแล้วเดินออกจากห้องไป อรวีตามไปชี้แจงว่าตนหมายถึงเรื่องของเรา ถ้าตำรวจรู้แล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องหลบๆซ่อนๆอีกต่อไปถูกอติเทพตวาดให้หยุดพูด อรวีถามอย่างเจ็บปวดว่า

“ทำไม...คุณกลัวอะไร หรือว่าคุณไม่ได้รักฉันจริงๆ”

อติเทพไม่ตอบ พิมพิลาสที่ยืนอยู่ข้างอติเทพพึมพำอย่างเจ็บปวดว่า...

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอกับอรวี...แอบคบกันมาตลอด แล้วที่เธอทำดีกับพี่ บอกว่ารักพี่...ก็คงเพราะหวังสมบัติของพี่ เธอไม่ได้รักพี่เลยสักนิด...” พิมพิลาสก้มหน้าเจ็บปวด แต่พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งสีหน้า
แววตาเธอก็กลายเป็นอาฆาตแค้น ตะโกน “แกมันเลว!! ฉันอุตส่าห์ดึงแกขึ้นมาจากกองขยะ แต่แกมันชั้นต่ำ ทำยังไงก็ไม่สะอาด แก...อติเทพ!!”

ความอาฆาตแค้นของพิมพิลาสพลุ่งพล่านจนแจกันและกรอบรูปบริเวณนั้นสั่นสะเทือน

อรวีขอคำตอบจากอติเทพอีก ถูกเขาตวาด “หยุดงี่เง่าเสียที!”แล้วตบอรวีที่ยังตามเซ้าซี้

กุมาริกาถลาเรียก“อรวี!”แล้วจ้องหน้าอติเทพตวาด“ทำร้ายน้องสาวหนูทำไม!!”

อติเทพโทษว่าถ้าอรวีเอาเอกสารไปให้จุนซีเซ็นครบเสียแต่วันนั้นเรื่องก็จบไปนานแล้ว นั่นเป็นเพราะความโง่เง่าของเธอ อรวีย้อนถามว่าเพราะตนคนเดียวหรือ อติเทพหันขวับจะตบอีกตวาดว่ากล้าขึ้นเสียงกับตนหรือ

กุมาริกาพุ่งเข้าขวางประจันหน้าท้า“ลองทำอะไรอรวีอีกสิ!!” อติเทพยั้งมือหุนหันขึ้นบันไดไป

พิมพิลาสแค้นใจ แกล้งทำรองเท้าของอรวี ร่วงไปขัดขาอติเทพจนตกบันไดแต่มือคว้าไว้ทัน พิมพิลาสไม่หนำใจทำกรอบรูปหล่นมุมกรอบรูปที่แหลมคมไถลไปเกือบแทงถูกอติเทพดีที่เขาหลบทันจึงแค่เฉี่ยวต้นแขนเท่านั้น

“หยุดสร้างกรรม!!”กุมาริกาเตือนสติ พิมพิลาสระงับความโกรธยืนเหนื่อยหอบ“พี่รสเคยสอน...กรรมคือบ่วงที่ทำให้คนมีความทุกข์ ทำให้ผีไม่ได้ไปสู่ที่ชอบๆ

ถึงเราจะเป็นผี ก็ต้องเป็นผีตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนและประชาชนที่จมปลักอยู่ในกองทุกข์นะคะ”

ooooooo

จารุณีพากรรณาไปส่งที่บริษัทซิกเซ้นส์ในสภาพ หน้าตายังซีดเซียว ส่วนกรรัมภาก็กลับมาในสภาพถูกแฟนคลับของจุนจีรุมยำเสียยับเยิน

ไม่นาน รถของญาณินก็แล่นเข้ามาจอด ป้าออรีบลงมาบอกอย่างตกใจมากว่า

“ทุกคนมาช่วยกันหน่อยเร็ว!! คุณหนูแย่แล้ว”

ไตรรัตน์เรียกหมอวรวรรธกับก๊องมาช่วยกันพาญาณินลงจากรถ สุคนธรสที่ยังซีดเซียวอยู่สั่งการทันที

“ยัยเนตร แกรีบเตรียมของทำพิธีด่วน คืนนี้เป็นคืนเดือนหงายเราต้องช่วยยัยเจ๊ภายในคืนนี้เท่านั้น ไม่งั้นยัยเจ๊ไม่รอดแน่”

แม้ว่ากรรณาจะยังมีไข้ กรรัมภาจะยังบอบช้ำจากถูกแฟนคลับของจุนจียำ แต่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

“เราจะช่วยกันจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง!”

คุณหลวงอยู่ที่รีสอร์ต ร้อนใจเป็นห่วงญาณิน

ฮึดฮัดขัดใจที่เห็นติณห์เอาแต่เดินไปเดินมา  ไม่ทำอะไรสักอย่าง พอคุณหลวงทักท้วงติติง ติณห์ถามว่าจะให้ตนทำอย่างไร ให้ทิ้งมิรันตีไว้กับรอบบี้ คิดส์หรือ? เป็นเรื่องอันตรายมาก ย้ำกับคุณหลวงว่า

“ไอต้องมีสติ ไอต้องไม่ทำอย่างนั้น เพราะเท่ากับว่าไอเปิดเผยตัวว่าไออยู่ข้างญาณิน แล้วสิ่งที่ไอกับญาณินอุตส่าห์วางแผนทำกันมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่า”

คุณหลวงฮึดฮัดขัดใจกระแทกไม้เท้าแล้วหายตัวไปเลย ติณห์ไม่สบายใจเตือนคุณหลวงว่าอย่าทำอะไรวู่วาม แต่คุณหลวงก็หายไปแล้ว เขาจึงโทร.หาไตรรัตน์ ถามว่าญาณินเป็นอย่างไรบ้าง

“ยังไม่รู้สึกตัวเลย..แต่แกไม่ต้องเป็นห่วงนะ

ติณห์ ตอนนี้ทั้ง 4 สาวมาอยู่ที่นี่ครบแล้ว จะรีบทำพิธีช่วยถอนอาคมให้ญาณินเดี๋ยวนี้เลย ตอนแรกว่าจะรอให้พระจันทร์เต็มดวงคืนนี้เสียก่อน แต่ฉันกลัวว่า มันจะช้าไป”

พอดีหมอวรวรรธเข้ามาบอกว่า ทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว ไตรรัตน์จึงวางสายจากติณห์ ติณห์ฝากไตรรัตน์ให้ช่วยดูแลญาณินด้วย สัญญาว่าถ้าช่วยให้ญาณินหาย เขาอยากได้อะไรจะประเคนให้ทุกอย่าง

ooooooo

4 สาวและ 3 หนุ่ม พร้อมที่จะทำพิธีแล้ว

ทุกคนยื่นมือจับกัน พูดเป็นเสียงเดียวกันอย่างปักใจเด็ดเดี่ยวว่า

“เดอะซิกซ์เซ้นส์ สู้ๆ!!”

ก่อนเริ่มพิธี สุคนธรสบอกทุกคนว่า...

“ยัยเจ๊ถูกอาคมไสยดำของยัยเบญจาเข้าไป แต่ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นอาคมอะไร ฉันไม่เคยเห็นคนถูกอาคมแล้วมีอาการแบบนี้มาก่อน ตอนนี้วิธีเดียวที่จะช่วยยัยเจ๊ คือพวกเราทั้ง 4 คน รวมจิตเป็นหนึ่งเดียว ใช้ญาณสัมผัสพิเศษของเราส่งพลังไปช่วยกระตุ้นจิตเจ๊ให้ต่อสู้กับอาคมที่เข้าไปอยู่ในตัว แล้วขับมันออกมาให้ได้ แต่เรามีเวลาแค่ชั่ว 1 ก้านธูปเท่านั้น แค่ 1 ก้านธูป เราต้องทำให้จิตยัยเจ๊ลุกขึ้นมาสู้ให้ได้ ไม่อย่างนั้น...ก็...หมดหวัง”

หมอวรวรรธเดินไปพันสายสิญจน์รอบมือที่พนม ของสี่สาวโยงกันเป็นทอดๆ โดยเริ่มจากเนตรสิตางศุ์ โยงไปกรรณา ไปกรรัมภาและมาสิ้นสุดที่สุคนธรสที่นั่งเป็นคนแรกแล้วโยงไปพันมือญาณินที่เตียง

สุคนธรสตั้งสมาธิส่งใจถึงดวงวิญญาณของพระอาจารย์

“ข้าพเจ้าขอโน้มกระแสของพระอาจารย์ปู่ ช่วยให้พวกลูกทำสำเร็จด้วยเถิด”

พลันพลังจากสี่สาวก็ไหลเป็นประกายตามสายสิญจน์ ไปยังญาณิน สามหนุ่มและป้าออมองอึ้ง ทันทีที่พลังสัมผัสถึงญาณิน ร่างเธอสั่นอย่างแรง พลังจิตที่ไหลสู่ร่างญาณินถูกอาคมต่อต้าน ทำให้เตียงสั่นราวกับถูกจับโยก!

ก้านธูปสั้นลงเรื่อยๆ! ปฏิกิริยาจากพลังจิตต่อสู้กับอาคมในตัวญาณิน เกิดปรากฏการณ์ต่างๆ สี่สาวส่งพลังกันจนตัวเองเหงื่อแตกพลั่ก สุคนธรสเริ่มหมดแรง มีเลือดไหลออกจากจมูกข้างหนึ่ง กรรณามีเลือดไหลออกจากหู กรรัมภามีเลือดซึมออกจากเล็บและเนตรสิตางศุ์ตาขาวก็เริ่มแดงก่ำ!

ก้านธูปถูกเผาหมดแล้ว! พริบตานั้น สี่สาวก็ถูกอาคมไสยดำที่ผลักออกจากตัวญาณินมาตามสายสิญจน์จนดำมาถึงมือสุคนธรส ปะทะเข้ากับตัวล้มหงายลงไปพร้อมกับเถ้าธูปในกระถาง!

“อ๊าย!!!” สี่สาวร้องพร้อมกัน ขณะที่ไสยดำจากสายสิญจน์ก็วิ่งกลับเข้าสู่ร่างญาณินตามเดิม ทำให้ร่างญาณินเกร็งอ้าปากค้าง ตาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท!

สี่สาวลุกขึ้นนั่งหายใจเหนื่อยหอบ สีหน้าเจ็บปวดที่ช่วยญาณินไม่สำเร็จ บรรยากาศหดหู่ เศร้าหมอง...

ooooooo

ที่รีสอร์ต...ติณห์ถูกมิรันตีมาตามให้ไปดูเบญจาที่ห้อง เขาจำต้องทำเป็นตื่นตกใจรีบไปแสดงความห่วงใย สงสารเพื่อให้ทุกคนตายใจ

เบญจานอนสั่นอยู่บนเตียง หมอที่มิรันตีให้คน

ไปตาม มาถึงก็เตรียมจะฉีดยา เบญจาจ้อง พูดอย่างโกรธจัด

“จะทำอะไรฉัน อย่าฉีดนะ...อย่า!!” มิรันตีพยายามหว่านล้อม ก็ถูกตวาด “อย่ามายุ่งกับฉัน อย่า!!”

ติณห์กับทนายสมชาติช่วยกันจับเบญจาไว้ให้หมอฉีดยา แต่พอหมอจะฉีดยาก็ตกใจ เพราะเข็มแทงไม่เข้า หมอชะงักแปลกใจ ถูกทนายสมชาติเร่ง หมอบอกว่า เข็มแทงไม่เข้า!

“จะบ้าเหรอ แทงไม่เข้าก็กดลงไปซี” มิรันตีเสียงเข้ม หมอทำตามที่บอก ปรากฏว่าเข็มหัก! ตัวหมอก็เหมือนถูกพลังลึกลับผลักหงายหลังล้ม ติณห์มองเข็มที่หักคาแขนเบญจาตะลึง!

สมคิดสั่งให้ไล่หมอกลับไป กุเรื่องว่าอาการของเบญจาเกิดจากการวางยาพิษ ทนายสมชาติถามว่าสังเกตจากอะไร สมคิดอธิบายเป็นคุ้งเป็นแควว่า

“ผมเคยศึกษาค้นคว้าด้านพิษวิทยา คราวที่มอบทุนการศึกษาให้กับยูนิเวอร์ซิตี้หลายแห่งที่ประเทศคองโก” ทนายสมชาติถามว่ารู้แล้วทำไมไม่รักษาแต่แรก “ผมต้องการดูอาการให้แน่ใจก่อน คนฉลาดไม่เร่งรีบ ใช้สมองก่อนลงมือทำ มากกว่าใช้ปากทำ”

ติณห์ถามว่าแล้วจะแก้พิษให้เบญจาอย่างไร สมคิดบอกว่า “น้ำ...อุ้มเบญจาแล้วตามผมมา”

เมื่อติณห์อุ้มเบญจาตามสมคิดไปที่ห้องน้ำขนาดใหญ่มีอ่างแบบลอยตัวอยู่กลางห้อง สมคิดใช้ไม้เท้าเคาะไปที่อ่างบอกให้ติณห์วางร่างเบญจาลงในอ่างที่มีน้ำเย็นยะเยือกอยู่เต็ม แล้วสั่งติณห์ถอยไป บอกมิรันตีให้พาติณห์ออกไปตนจะช่วยถอนพิษให้เบญจาเอง

“ระหว่างที่ผมถอนพิษให้เบญจา ห้ามใครเข้ามารบ

กวนเด็ดขาด เข้าใจนะครับ” สมคิดย้ำแล้วปิดประตูทันที

ooooooo

ได้ข้อมูลจากการไปสำรวจและโดยเฉพาะได้ฟังจากคำบอกเล่าของพิมอรผ่านกรรณา ทำให้พงอินทร์บุกไปหาแผนยุทธถึงออฟฟิศ แม้จะถูกพนักงานกีดกันเขาก็ฝ่าขึ้นไปจนได้

แผนยุทธโมโหมากตวาดถามว่าฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไง บอกแล้วว่าตนไม่ว่างให้พบ

พงอินทร์บอกว่าตนเจอช่อเพชรแล้ว แผนยุทธตกใจ พงอินทร์เอารูปที่แผนยุทธถ่ายคู่กับช่อเพชรและอ้างคำบอกเล่าของชาวบ้านที่ช่อเพชรบอกเองว่าเขาเป็นสามี แผนยุทธย้อนถามหน้าด้านๆ ว่า ถ้าตนกับช่อเพชรจะเป็นอะไรกันมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย

“ไอ้บ้ากาม! แล้วพี่สาวฉันล่ะ แกเคยเห็นใจพิมอรมั่งไหม?!” พงอินทร์เข้าไปกระชากคอเสื้อแผนยุทธตะคอกถาม “แกยอมรับแล้วใช่ไหม ว่าแกนอกใจพี่พิม ทำให้พี่พิมเจ็บช้ำน้ำใจ”

ระหว่างนั้น วิญญาณช่อเพชรที่ติดตามแผนยุทธตลอดเวลากรี๊ดลั่น

“อย่าทำอะไรผัวฉัน...กรี๊ดดด ไม่มีใครรับรู้เลย ไม่มีใครได้ยินฉันเลยยยยย”

พนักงานคนหนึ่งวิ่งไปบอกน้ำหนึ่งว่ากำลังเกิดเรื่องที่ห้องทำงานแผนยุทธ น้ำหนึ่งรีบไปทันที

“แกมันไอ้ผู้ชายเฮงซวย หลอกลวงพี่พิมอย่างที่ฉันคิดไว้ไม่มีผิด โกหกสร้างภาพจนคุณย่าคิดว่าแกเป็นคนดีรักเดียวใจเดียว หลงไว้ใจยกพี่พิมให้แต่งงานกับปีศาจอย่างแก!”

“ช่วยไม่ได้ พี่สาวแกอยากโง่มารักฉันเอง”

พงอินทร์ต่อยเปรี้ยงจนแผนยุทธล้ม แล้วขึ้นคร่อมตะคอก “แกสารภาพมาซะ ว่าแกกับยัยช่อเพชรเมียเก็บของแกรวมหัวกันฆ่าพี่พิม” แผนยุทธยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ พิมอรขับรถตกน้ำตายเอง “ไม่เป็นไร ฉันมีหลักฐานเด็ดที่วิญญาณพี่พิมบอกกับฉันที่จะทำให้ตำรวจสาวไปถึงตัวคนฆ่าพี่พิม! หลักฐานเด็ดนี้เป็นหลักฐานที่จะขยายผลไปถึงตัวคนที่อยู่บนรถกับพี่พิมในวันที่ตายได้แน่ๆ”

น้ำหนึ่งตกใจมาก ส่วนแผนยุทธจ้องอย่างอยากรู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนฆ่าพิมอร

ทันใดนั้น รปภ.ร่างยักษ์ 3 คนก็เข้ามาล็อกตัวพงอินทร์คุมตัวออกไป น้ำหนึ่ง แผนยุทธและพนักงานตามออกมาดูวิญญาณช่อเพชรยืนขวางที่ประตูร้องบอก...

“คุณโจ้...ฆาตกร!! แกมันฆาตกร ฆาตกรอยู่ที่นี่ ทำไมไม่มีใครได้ยินฉัน คุณโจ้...กลับมาก่อน”

แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องบอกของช่อเพชร...

ooooooo

ทำพิธีช่วยญาณินไม่สำเร็จ สุคนธรสเสียใจมาก เดินดุ่มๆ ไป ไตรรัตน์ตามไปปลอบใจ ให้กำลังใจ ให้ตั้งสติค่อยๆคิดพลางช่วยนวดขมับให้ผ่อนคลาย ทำให้สุคนธรสงบขึ้น นั่งคิดครู่หนึ่งจึงร้องออกมา อย่างดีใจสุดๆ

“คิดออกแล้ว!!” พลางวิ่งกลับไปบอกเพื่อนๆที่กำลังช่วยญาณินอย่างตื่นเต้น “ฉันหาทางช่วยยัยเจ๊ได้แล้ว... ลูกอม...ลูกอม...จำได้ว่าเก็บไว้ในกล่อง แต่ไม่รู้อยู่ไหน”

ทุกคนกระจายกันออกค้นหาลูกอม ใครหาเจอลูกอมก็เอามาให้ดูว่าใช่ไหม ส่วนหมอวรวรรธก็ช่วยดูแลญาณินประคองให้รอคอยเวลาที่จะเจอลูกอม

“เจอแล้ว! ลูกอมผงพรายกุมารมหาภูติ หลวงปู่ทิม!” สุคนธรสร้องบอกเพื่อนๆ เมื่อหาเจออยู่ในพานที่มี พวงมาลัยแห้งๆบูชาไว้ ไตรรัตน์พรวดไปดู ถามว่ามันคืออะไร

“เครื่องรางของขลังประเภทเครื่องอม สร้างจากเนื้อชานหมากที่พระเกจิอาจารย์เคี้ยวจนจืด นำมาปั้นผสมกับผงกะโหลกเด็กชาย ผีตายทั้งกลม แล้วนำมาปลุกเสก มีอิทธิฤทธิ์แรง เมตตามหานิยมและแคล้วคลาด สมัยโบราณนิยมอมไว้ในปากยามออกศึกสงครามมี อานุภาพมหาอุดคงกระพันชาตรี ช่วยกำบังตาล่องหนหายตัว และที่สำคัญลูกอมจะช่วยเหลือคุ้มครองรับคาถาอาคมสิ่งชั่วร้ายแทนเรา”

ลูกอมผงพรายกุมารมหาภูติ หลวงปู่ทิมวางอยู่ในพาน สุคนธรสหยิบพานท่องคาถาแล้วส่งต่อให้ไตรรัตน์ ไตรรัตน์ส่งต่อให้ณัฐเดช ณัฐเดชหยิบลูกอมขึ้นพยายามบีบปากญาณินเพื่อเอาลูกอมใส่ปากให้ทันทีที่ลูกอมเข้าปาก ญาณินก็เบิกตากว้างตัวสั่นอย่างแรงจนต้องช่วยกันจับไว้
สี่สาวอยู่ในสมาธิเพ่งจิตส่งพลังพิเศษออกมา ปรากฏเป็นพลังไหลจากตัวสี่สาวเป็นประกายไปตามสายสิญจน์เข้าสู่ตัวญาณินที่ตัวสั่นเทิ้มจนเตียงลั่น

อาคมไสยดำออกจากญาณินทางหัวลอยไป เป็นสาย ใบหน้าญาณินค่อยๆมีสีเลือด ทุกคนดีใจมาก จ้องมองจนกระทั่งไสยดำไหลออกไปหมด ญาณินเริ่มรู้สึกตัว ไอแล้วพ่นลูกอมผงพรายพรวดออกมาตกบนที่นอน ญาณินหายใจหอบแล้วค่อยๆ ลืมตามอง...

“เกิดอะไรขึ้นคะป้า” ญาณินถามป้าออ

สี่สาวถอนตัวออกจากสมาธิ ลืมตาเห็นญาณินกลับมาเป็นปกตินั่งอยู่บนเตียง ทุกคนโผเข้ากอดด้วยความดีใจ

“พวกแกทั้งสี่คนช่วยฉันไว้ใช่ไหม ขอบใจมากนะเพื่อน ที่ไม่ยอมปล่อยให้ฉันตาย”

ooooooo

ที่ห้องน้ำบ้านพักของเบญจา...เบญจานั่งในท่าประสานมือเพียรภาวนาแช่อยู่ในอ่างน้ำ หมอสมคิดถือคัมภีร์คาถาภูติด้วยมือข้างเดียว อ่านนำ
คาถาภูติอยู่ข้างอ่าง มีกรกฎยืนเฝ้าอยู่ที่ประตู

สมคิดอ่านคาถาแล้วภาวนา “ด้วยเวทมนตร์คาถาที่เจ้ามีกับคัมภีร์ภูติเล่มนี้ จงใช้น้ำเป็นสื่อนำ วิญญาณสูบเอาพลังผีป่า โหงพราย วิญญาณร้ายทุกดวงที่อยู่ที่นี่มายังร่างของเจ้า สูบเอาความชั่วร้ายของมัน มาต่อต้านมนต์คาถาของนังสุคนธรสออกไป!”

สิ้นเสียงสมคิด ดวงตาของเบญจาแข็งกร้าว ขึ้นปากท่องคาถาขมุบขมิบ

มิรันตีกับติณห์เฝ้าอยู่หน้าห้องน้ำ ต่างใจจดจ่อรอผลการรักษาของสมคิด พลันก็มีลมแรงปะทะหน้าต่างประตูโครมคราม สองแม่ลูกตกใจ ติณห์โผกอดแม่ไว้อย่างปกป้อง มองไปที่ประตูห้องน้ำ เขาผงะเมื่อเห็นเหล่าวิญญาณผีต่างๆจากภายนอกถูกดูดเข้าไปใต้ช่องใต้ประตู ห้องน้ำเป็นสาย เสียงวิญญาณร้องโหยหวนน่าเวทนา

“เป็นอะไรไปติณห์ ลูกตกใจอะไร” มิรันตีถาม เพราะตัวเองไม่เห็นวิญญาณอย่างที่ติณห์เห็น ติณห์ไม่อยากให้แม่ตกใจ บอกว่า ไม่มีอะไร
ระหว่างที่สมคิดทำพิธีนั้น เบญจาที่ขาวซีดก็มีสีเลือด มีแรงขึ้น เพราะดูดวิญญาณเข้าไปเป็นพลัง ทันใดนั้นเองวิญญาณคุณหลวงก็ถูกดูดเข้าไปด้วย คุณหลวงต้านสุดแรง ไม่ยอมให้วิญญาณตัวเองถูกดูดเข้าไป

“ไม่มีวันเสียล่ะ ที่ฉันจะยอมให้แกใช้พลังวิญญาณของฉัน อึ๊บบบบบ” คุณหลวงยันตัวเองไว้เต็มกำลัง

สมคิดหัวเราะเยาะว่า เพราะคุณหลวงหวงสมบัติ ถึงไม่ได้ไปผุดไปเกิดเสียที

คุณหลวงด่าสมคิดว่าไม่ต้องมาสามหาวไอ้ผีไร้วิชาที่คิดจะหลอกใช้อาคมของเบญจามาแก้แค้นหลานชายตน

สมคิดหัวเราะเยาะว่า ทำไมตนต้องหลอก ในเมื่อเบญจาเป็นคนที่ตนถ่ายทอดวิชาให้กับมือ คุณหลวงจึงรู้ว่าเบญจาเป็นลูกศิษย์ของสมคิด ประกาศจะไม่ยอมให้สมคิดทำพิธีสำเร็จเด็ดขาด

เมื่อเห็นเบญจาใกล้จะรักษาตัวเองหายจากอาคมของสุคนธรส คุณหลวงเงื้อไม้เท้าตีอ่าง สมคิดรู้ทันตะโกนบอกกรกฎ

“มันจะเล่นงานเบญจา!กรกฎ”

กรกฎถลาเข้าเอาตัวรับไม้เท้าของคุณหลวงเลยถูกตีเข้าที่ตัว อิทธิฤทธิ์ยันต์ที่กรกฎสักไว้กับตัวแผ่รัศมี ออกมาเป็นหางจระเข้ อ้าปากขู่เหมือนจระเข้ คุณหลวงสงสัยว่ากรกฎสักยันต์อะไร

“สักยันต์จระเข้นารายณ์อวตารเว้ยไอ้ผีแก่ ส่วนนี่..ยันต์หมูทองแดงเหลียวหลัง”

กรกฎพุ่งเข้าชนคุณหลวง ตามซ้ำจนวิญญาณ คุณหลวงถูกเหวี่ยงกระเด็นไปรอบห้อง คุณหลวงถูกเล่นงาน สะบักสะบอมจนต้องหนีทะลุกำแพงออกไป กรกฎจะตาม แต่สมคิดห้ามไว้

เบญจาแข็งแรงจนลุกก้าวออกจากอ่าง มองสมคิดที่ยืนถือไม้เท้าอยู่ด้วยสีหน้ากระหยิ่ม

“เป็นยังไง ตอนนี้พลังวิญญาณที่แกได้รับ เข้าไปในร่าง ไม่ได้แค่ช่วยชีวิตแกเท่านั้น แต่ยังทำให้แกแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม”

“ขอบคุณมากค่ะพ่อ ที่ช่วยชีวิตหนู”

“ฮ่าๆๆ”สมคิดหัวเราะอย่างลำพองใจ

ooooooo

ประตูห้องน้ำเปิดออก ติณห์กับมิรันตีมองขวับ เห็นเบญจาเดินออกจากห้องน้ำยืนตัวเปียกโชก แต่สีหน้าหายเป็นปกติดีแล้ว

“โอ้ว...เบญจาหายแล้ว แท้งก็อด ไม่ใช่สิ ต้องขอบคุณมิสเตอร์รอบบี้ ยูจีเนียส ยูเหมือนพระเจ้าที่ช่วยชีวิตเบญจาได้”

สมคิดที่เดินออกมากับกรกฎยิ้มเต็มหน้า มิรันตีหันมาเร่งติณห์อย่างตื่นเต้นว่า

“เอ๊า! อึ้งอะไรอยู่ติณห์ หยิบผ้านั่นมาห่ม ให้หนูเบญจาสิ ดูซิตัวเปียกหนาวสั่นไปหมดแล้ว”

ติณห์ที่แอบผิดหวังแต่จำต้องทำเป็นดีใจ เดินไป หยิบผ้าคลุมของเบญจาที่วางอยู่ เดินไปโอบคลุมให้ พูดอย่างยิ้มแย้มอ่อนหวาน

“ผมดีใจที่คุณปลอดภัย ทีหลังอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกนะ ผมไม่อยากเสียคุณไป”

“ไม่มีวันที่หนูจะเสียพี่ไปเหมือนกัน พี่เป็นของ หนู...พี่ติณห์”เบญจาโผเข้ากอดติณห์แน่น กระซิบย้ำ ที่ข้างหูเขา“ได้ยินไหม! พี่ต้องเป็นของหนูคนเดียว!!! หนูไม่มีวันยอมให้นังญาณินแย่งพี่ไปจากหนู หนูจะฆ่ามันให้ได้!!”

ติณห์ฟังแล้วสยองจนสะท้าน แต่จำต้องกอดตอบ เบญจา มองไปเห็นสมคิดกับกรกฎจับตาดูอยู่อย่างเคลือบแคลงสงสัยในตัวเขา

ooooooo

ตอนที่ 12

กรรัมภาและจุนจี บิดมอเตอร์ไซค์ตามรถของ อติเทพมาจนถึงลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ครู่เดียวก็มีรถโฟร์วีลคันโตเข้ามาจอดเทียบ

ชายสูทดำคนหนึ่งลงจากรถตรงไปที่รถอติเทพ เขาเปิดกระจกรถยื่นซองใส่เงินที่เพิ่งเอาจากเฮียกุ่ยให้

“อ่ะ...บอกกู๋ด้วยว่าฉันคำไหนคำนั้น นี่สองล้านตามที่บอก”

“โอเค...กู๋ก็ฝากมาบอกเหมือนกันว่านี่แค่ดอกนะ เงินต้นน่ะยังไม่ได้เลยกู๋รออยู่” ชายคนนั้นเอ่ยหลังจากดูเงินแล้ว

อติเทพหน้าเสีย แต่เมื่อชายคนนั้นกลับไปขึ้นรถที่สตาร์ตรออยู่ สีหน้าอติเทพก็เปลี่ยนเป็นมองอย่างไม่พอใจ

กรรัมภากับจุนจีซ่อนอยู่หลังเสามุมหนึ่ง กรรัมภาใช้มือถือถ่ายคลิปไว้

“นายอติเทพกู้เงินรอบตัวเลยเหรอเนี่ย” จุนจีพึมพำ กรรัมภาพึมพำว่ามันไม่ธรรมดาแล้วล่ะ

ขณะทั้งสองยังซุ่มดูอยู่นั้น อติเทพลงจากรถปิดประตูล็อกแล้วเดินไปทางหลังห้างอย่างหงุดหงิด ทั้งสองรีบตามแต่เกือบเสียท่า เมื่อจู่ๆอติเทพก็หยุดแล้วเดินย้อนกลับมา ทั้งสองต้องทำทีชะโงกดูหนังสือพิมพ์ที่ลุงคนหนึ่งกางอ่านอยู่ ทำทีขอดูโปรแกรมหนังเอาหนังสือพิมพ์บังหน้า พออติเทพเดินผ่านไปจึงขอบคุณลุงคนนั้นแล้วรีบตามไป

อติเทพเดินผ่านบ้านเก่าๆตึกโทรมๆทะลุไปเข้าประตูที่มีการ์ดคุมอยู่อย่างเข้มงวด ทั้งสองได้ยินชายสองคนเดินบ่นกันออกมา คนหนึ่งสบถว่า “แม่ง...วันนี้ดวงโคตรกุดโดนรวบหมดตูด” อีกคนพูดกลั้วหัวเราะว่า “เห็นออกมาทีไรก็พูดอย่างนี้ทุกที  แล้วก็หันกลับมาเล่นตลอด” คนแรกทำเสียงมั่นใจว่า “โหย...ต้องชนมันได้สักวันสิวะ ต้องได้กันบ้างละโว้ย”

ฟังชายสองคนแล้ว กรรัมภากับจุนจีได้คำตอบทันทีว่า ที่นี่คือบ่อน!

ooooooo

กรรณา เนตรสิตางศุ์และหมอวรวรรธกับพงอินทร์ กำลังตื่นเต้นตึงเครียดกับปรากฏการณ์ที่บ้านร้างของ ช่อเพชร

กรรณากับเนตรสิตางศุ์เห็นและได้ยินผู้หญิงชื่อไพลินทะเลาะกับผู้ชายชื่อแมน จับความได้ว่าคืนนี้แมนจะไปนอนกับผู้หญิงที่ไพลินเรียกว่า “อีแม่ม่าย” ถูกแมนย้อนเอาว่าตนจะไปนอนกับใครก็เรื่องของตน ขุดคุ้ยไพลินขึ้นมาด่าว่า

“แกนั่นแหละอีไพลิน อีผู้หญิงหลายใจ! แกหนีฉันไปอยู่กับไอ้ต้อยทีนึง ไอ้หมายทีนึง ไอ้ดวงสองที ไปมั่วกับใครมาบ้างก็ไม่รู้ พอท้องก็ไม่มีใครรับ แกถึงได้ซมซานกลับมาหาฉัน ให้ฉันรับเป็นพ่ออีพิมพลอย อีหน้าไม่มียางอาย!”

แมนถีบไพลินล้มไปชนหุ่นโชว์เสื้อผ้าล้มกระจาย ขู่ว่าถ้าไม่อยากตายอย่ามายุ่งเรื่องของตน หยามหน้าว่า

“ฉันจะไปรับสายใจมาอยู่ที่บ้าน ให้มาดูแลฉัน แกก็อยู่ของแกไป ไว้วันไหนฉันมีอารมณ์อยากจะกินของเก่าขึ้นมา ฉันจะเรียกแกมาล้างชามเอง ฮ่ะๆๆ”

นี่คือจุดเดือดที่ทำให้ไพลินคว้ากรรไกรแทงพุงแมนจนมิด แมนล้มลงพอเขาดึงกรรไกรออกเลือดก็พุ่งกระฉูดไปโดนหุ่นโชว์เสื้อสองสามตัวที่หมอวรวรรธเห็นตอนเข้ามา

แมนตายเพราะถูกไพลินแทง ส่วนไพลินผูกคอตายที่ต้นลำพูหลังบ้านหนีความผิด

ขณะทั้งสี่กำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวในบ้านนี้อยู่นั้น ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงผู้หญิงตะคอกถามสำเนียงจีน

“พวกเธอมาทำอะไรกันที่นี่!”

ทุกคนหันมองเห็นหญิงวัยราว 60 คาดผ้ากันเปื้อนยืนถือตะกร้าใส่ผักหวานยืนชี้หน้าด่าอยู่นอกรั้ว

“ไอ้เด็กพวกนี้เนี่ย งานการไม่มีทำรึไง อยากจะมาลองดีท้าพิสูจน์ผีอีกล่ะสิ เตือนไว้ก่อนนะ ว่าที่นี่เฮี้ยนมากนะเว้ย ไอ้วัยรุ่นกลุ่มที่แล้วเจอผีหลอกวิ่งหนีเสียป่าราบ สติสตังเสียจนไปกระโดดคลองซี้ไปสองคนแล้ว”

พงอินทร์เห็นหญิงคนนั้นพูดถึงคนในบ้านนี้อย่างคุ้นเคย เลยบอกว่าพวกตนไม่ได้มาท้าพิสูจน์ผีที่ไหน แต่มาหาเพื่อนชื่อช่อเพชร หญิงคนนั้นทำท่ารู้จัก กรรณาเลยผสมโรงว่า ตนเป็นเพื่อนช่อเพชร ถามว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน

หญิงคนนั้นจึงพาไปนั่งที่ร้าน “เตี๋ยวเรือเจ๊แดง เจ้าเก่า” ที่ริมคลอง ทุกคนจึงรู้ว่าแกชื่อเจ๊แดง เป็นเจ้าของร้าน แต่พอถามเรื่องช่อเพชร แกก็ทำลีลายกเมนูขึ้นโบกพัด ทั้งสี่เลยสั่ง เล็กแซบแดงซ่า 4 ถึงได้รู้เรื่องเกี่ยวกับคนในบ้านนั้นว่า

“บ้านนังเพชรน่ะ มันร้างมาตั้งเป็นสิบปีแล้ว คนแถวนี้น่ะกลัว เขาเรียกกันว่าบ้านผีสิง ไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าไปใกล้ แต่ฉันไปเก็บผักหวานผักตำลึงแถวนั้นบ่อยๆก็เลยไม่กลัว”

เจ๊แดงเล่าอีกว่าแมนกับไพลิน พ่อกับแม่ของเพชรตายในบ้านนี้ เพชรกลับบ้านเห็นพ่อแม่ตายก็ช็อก ดีที่ญาติห่างๆมารับไปอยู่ด้วยที่กรุงเทพฯ ส่วนพลอยน้องสาวต่างพ่อที่สติไม่สมประกอบไม่มีใครเอา ถูกทิ้งอยู่ในบ้านนี้จนเจ้าหน้าที่สถานสงเคราะห์มาเอาตัวไปรักษา ตั้งแต่นั้นก็ไม่ได้ข่าวอีกเลย

“แล้วช่อเพชรล่ะเจ๊ ไปอยู่กับญาติแล้วไม่เคยกลับมาบ้านเกิดอีกเลยเหรอ” กรรณาเจาะไปที่เป้าหมาย

เจ๊บอกว่ากลับมาเมื่อปีที่แล้วนี่เอง มาดูบ้านเห็นว่าอยากจะขายแต่ก็เงียบไปไม่เห็นมาทำอะไร หมอวรวรรธถามว่าเขามาคนเดียวหรือมากับใคร?

“มันมากับผู้ชายคนนึง นั่งรถคันใหญ่บะละฮึ่ม โก้ซะไม่มี ท่าทางผู้ชายคนนั้นคงจะรวยมาก” แต่พอพงอินทร์ถามว่าผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร เจ๊บอกว่า “นังเพชรมันบอกนะแต่เจ๊จำไม่ได้ นังเพชรมันคุยว่าผัวมันเป็นถึงด็อกเตอร์ด้วย”

เรื่องเข้าเค้าขึ้นทุกที แล้วทุกคนก็ยิ่งตื่นเต้นเมื่อเจ๊บอกว่าตนมีรูปถ่ายด็อกเตอร์คนนั้นด้วย ตนถ่ายไว้เผื่อเอามาติดโฆษณาในร้านว่ามีด็อกเตอร์มากินก๋วยเตี๋ยวเรือที่นี่ แล้วลุกไปหยิบมาให้ดู

พอทุกคนเห็นรูปต่างมองหน้ากันอึ้ง เพราะในรูปมีแผนยุทธยืนคู่กับช่อเพชรที่พวกตนไม่เคยเห็นหน้าและเจ๊แดงยืนยิ้มกว้างอยู่ข้างๆ กรรณาถามย้ำว่า เจ๊แน่ใจหรือว่านี่คือสามีของช่อเพชร

“ไม่รู้ซิ...ก็นังเพชรมันบอกแบบนี้ มันบอกว่าไอ้หนุ่มคนนี้แหละ ด็อกเตอร์ผัวมัน”

ooooooo

ระหว่างที่ทุกคนรอกำนันพงษ์คิดหาวิธีรักษาไตรรัตน์นั้น มีเสียงข้อความจากมือถือติณห์ดังขึ้น เขา กดดูแล้วหน้าเสีย เพราะมีแต่รูปคู่ระหว่างเขากับเบญจาที่ใกล้ชิดกระทั่งกำลังจะจูบกัน

ติณห์ไม่อยากให้ญาณินเห็นจึงเก็บมือถือ ญาณินเห็นผิดสังเกตเมื่อขอดูไม่ได้ก็แย่งไปกดดู พอเห็นรูปในมือถือญาณินโกรธมาก ถามว่านี่หรือที่ติณห์บอกว่าไม่มีอะไร!

ญาณินเดินหนีไปอย่างไม่พอใจมาก ติณห์ต้องตามชี้แจง ตามง้ออยู่นาน เธอจึงยอมฟังคำชี้แจง

“คุณฟังผมนะ ตลอดเวลาที่ผมต้องอยู่ที่รีสอร์ต ผมไม่เคยนอนหลับเลย ผมจะตื่นมาพร้อมกับความทุกข์ทุกเช้าเพราะต้องคิดว่าวันนี้ผมจะทำอย่างไรต่อไปกับเบญจา ทุกครั้งที่ผมทำเป็นสนิทสนมกับเบญจาเหมือน ...เอ่อ...คนที่รักชอบกัน ก็จะมีหน้าของคุณลอยมาเตือนสะกิดใจผมอยู่ตลอด ผมไม่เคยไขว้เขวหรือแม้แต่จะเผลอใจนอกใจคุณไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว”

ญาณินจึงเข้าใจและเห็นใจเขา ติณห์กอดเธอไว้อย่างดีใจ

ooooooo

ที่รีสอร์ตติณห์...วันนี้มีแขกพิเศษระดับมหาเศรษฐีใช้ชื่อว่า รอบบี้ คิดส์ จากไมอามี่ อเมริกา  มาขอเข้าพักเรือนเอกซ์คลูซีฟ

ทีแรกมิรันตีก็ไม่ยอมให้เข้าพักอ้างว่าห้องยังไม่เรียบร้อยและถ้าเสร็จเรียบร้อยตนต้องประเดิมก่อน แต่พอเห็นแขกพิเศษที่มาอย่างมหาเศรษฐีแถมยังหล่อล่ำมาดดี ดวงตาที่คมกริบระริกด้วยแววเสน่หา จนมิรันตีไปต้อนรับถึงกับระทวย...

มิรันตีถูกรอบบี้ คิดส์ หว่านเสน่ห์เสียจนเคลิ้ม เบญจาดูอยู่อย่างพอใจ จนเมื่อติณห์กลับมา เบญจารีบไปรับบอกว่าจะพาไปพบแขกพิเศษคนหนึ่ง ติณห์เดินตามเบญจาไปอย่างแปลกใจ

มิรันตีพารอบบี้ คิดส์ ไปชมห้องพัก พูดออกตัวว่ายังไม่เสร็จเรียบร้อย รู้สึกไม่สบายใจที่จะรับแขก

“ไอ้...ทั้งหมดที่คุณกล่าวมา มันไม่เป็นปัญหาเลยนี่ครับ เท่าที่เห็นอยู่นี่ผมรับได้หมด ผมไม่สนใจเรื่องสิ่งของหรอกครับ ผมสนใจ...คน...มากกว่า”

คำหวานและสายตาคมกริบของรอบบี้ คิดส์ ทำให้มิรันตีหัวเราะคิกติงเขินๆว่า

“นี่คือการพูดเล่นสนุกๆใช่ไหมคะ”

“โอ...ผมจริงจัง เป้าหมายของผม ไม่ใช่แค่ความรัก แต่คือรักแท้ แม้ใครจะเคยพูดว่า มันไม่มีจริงหรอก ผู้หญิงชอบผมเพราะผมรวย แต่ผมไม่เชื่อ ผมเชื่อในสัญชาตญาณของผมมากกว่า ผมกำลังตามหาใครบางคนและคนคนนั้น ก็กำลังรอคอยผมอยู่”

รอบบี้ คิดส์ ส่งแก้วไวน์ให้มิรันตี มองด้วยสายตาหวานฉ่ำจนแทบละลายหัวใจมิรันตี ก็พอดีเบญจาพาติณห์เข้ามา

พอติณห์เห็นหน้ารอบบี้ คิดส์ เขาตะลึงงัน ที่แท้คือสมคิดนั่นเอง! แต่ต่างก็ทำเสมือนเพิ่งรู้จักกัน! ทักทายจิกกัดกันไปมา จนมิรันตีบอกว่า

“รอบบี้เขาเพิ่งมาเที่ยวเมืองไทยเป็นครั้งแรกจ้ะลูก ตั้งใจมาเที่ยวที่นี่โดยเฉพาะ บินมาจากไมอามี่ฟลอริดาเลยนะ เขาเป็นเจ้าของสถานีเคเบิ้ลใหญ่ที่อเมริกาตอนใต้จ้ะ” มิรันตีแนะนำอย่างภูมิอกภูมิใจมาก

ติณห์แอบโทร.เล่าให้ญาณินฟังว่า หมอผีสมคิดมาพักที่รีสอร์ต มาทำท่าเหมือนจะสนใจแม่ตนด้วย

“หรือว่า เรื่องทั้งหมดนี้ เขาคือคนที่ชักใยอยู่คะติณห์!!” ญาณินเอะใจ

ติณห์บอกว่าเราทุกคนต้องเตรียมตั้งรับอย่างจริงจังแล้ว เพราะสมคิดทำเหมือนไม่รู้จักตนและใช้ชื่อใหม่ เป็นคนใหม่บอกญาณินว่า

“เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า ผมก็ควรจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่ามันเป็นใครมาจากไหนเหมือนกัน และคุณกับเพื่อนๆคุณก็ต้องทำอย่างนี้ด้วย เข้าใจนะ เราต้องหาตัวช่วยแล้วล่ะ จะเอาหลวงลุงของสุคนธรส หรือกำนันพงษ์หรือใครดี เพราะลำพังพวกเรา...ผมว่ายาก...เอาล่ะ แค่นี้ก่อนนะ มิสยูจุ๊บๆ”

“ค่ะบาย...” วางสายแล้ว ญาณินพึมพำกังวลใจ “สมคิดเหรอ...เป็นไปไม่ได้”

ooooooo

อติเทพถูกการ์ดของบ่อนหิ้วออกมาเหวี่ยงทิ้ง ข้างนอก บอกให้กลับบ้านไปเสียอย่าให้ต้องออกแรงกันมากกว่านี้แล้วปิดประตูปัง

“เฮ้ย เดี๋ยวซิเว้ย” อติเทพคว้ากระป๋องน้ำอัดลมปาไปที่ประตู ตะโกนด่า “พวกแกจำไว้เลยนะ ข้าอติเทพเจ้าของพีพีพร็อพเพอร์ตี้เว้ย”

“กู้เงิน การพนัน ถลุงเงินทุกรูปแบบเลย” จุนจีพูดอย่างสมเพช

แล้วทั้งสองก็สะกดรอยตามอติเทพไปที่คอนโด เห็นอติเทพกดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 9 จุนจีกดไปชั้น 9 บ้างแต่ถูกกุมาริกามาขวางไว้ทำให้ลิฟต์ไม่เลื่อนขึ้น กรรัมภารู้ทันจับดึงเข้าในลิฟต์ถามว่า “มายุ่งอะไรที่นี่”

กุมาริกาอ้อนวอนกรรัมภาให้กลับพยายามขัดขวางไม่ให้ขึ้นไป จนกรรัมภาขู่ว่า

“ฉันจะฟ้องยัยรสแม่เธอให้ทำโทษเธอ ยึดไอแพด ยึดตุ๊กตากลับคืนมาทั้งหมด แล้วจะไม่ให้เธอออกไปไหนมาไหนอีก”

จุนจีเห็นกรรัมภาพูดอยู่คนเดียว ถามว่าเธอคุยกับใคร เธอตัดบทว่าเรื่องมันยาวเอาไว้กลับไปแล้วจะอธิบายให้ฟัง

พอลิฟต์ขึ้นถึงชั้น 9 กรรัมภาและจุนจีรีบตาม อติเทพไป กุมาริกายังพยายามตามมาขอให้กรรัมภากลับไปเสียบอกว่าเขาน่าสงสารมาก กรรัมภาถามว่าอติเทพมาหาใคร รู้จักเขาหรือ?

ทันใดนั้น มีเสียงเอะอะโวยวายของผู้หญิงกับผู้ชายดังออกมาจากในห้องที่อติเทพเข้าไป

“พี่เทพ...อย่าค่ะ หนูขอเถอะ อย่าเอาไป”

“เฮ้ยอีนี่ บอกว่าขอยืมก่อน พูดไม่รู้เรื่องรึไง”

“ไม่ค่ะ พี่เทพ อย่าเอาไป”

กรรัมภากับจุนจีผงะเมื่อเห็นอติเทพพรวดพราดออกจากห้อง อรวีวิ่งตามออกมาพยายามยื้อแย่งของในมืออติเทพ กรรัมภาจำได้ว่าอรวีเป็นเลขาของทนายสมชาติ พึมพำงงๆว่าเป็นไปได้ยังไง หันถามกุมาริกาว่ารู้จักอรวีหรือ และนี่มันเรื่องอะไร?

“อรวีไม่ผิด เขาน่าสงสารมาก เขาต้องอดทนมามากแค่ไหน ไม่มีใครรู้หรอก พี่แก้มอย่าทำอะไรเขานะคะ”

อรวียังตามยื้อแย่งกล่องในมืออติเทพ ถูกอติเทพจับเหวี่ยงกระเด็นไป เธอได้แต่ตะโกนอย่างเจ็บแค้นใจ...

“คุณอติเทพ คุณมันย่ำแย่จนตรอกถึงขนาดเอาสร้อยที่คุณให้ฉันตอนวันวาเลนไทน์คืนเลยหรือ คุณมันเกินเยียวยาแล้วนะ”

พออติเทพเดินพ้นไป กรรัมภาคาดคั้นกับกุมาริกาว่า

“โกลเด้น บอกมา เราไปรู้จักยัยอรวีหรือคนพวกนี้มาแต่ชาติปางไหน!” แต่กุมาริกาหายไปแล้ว เหลือบเห็นอติเทพลงไปพอดี ร้องบอกจุนจีให้รีบตามไปกันเดี๋ยวจะไม่ทัน

“แก้ม...ผมว่าพอเถอะ แค่นี้ผมว่าผมเห็นอะไรต่ออะไรจนรู้ซึ้งกับนายคนนี้แล้วนะ”

“เอ่อ...ค่ะ” กรรัมภาตอบอึ้งๆอย่างคิดไม่ถึง

ที่แท้กุมาริกาเข้าไปปลอบโยนอรวีที่ร้องไห้อยู่ในห้อง แต่อรวีไม่รู้ตัว

กรรัมภากับจุนจีลงไปเจอทนายสมชาติเข้าพอดี ทั้งสองตกใจสะดุดกันล้มลง เลยแกล้งทำเป็นจุ๊บกันเพื่อปิดบังใบหน้าตัวเองทนายสมชาติตำหนิอย่างสมเพช แล้วเดินไปเคาะประตูห้องอรวี เธอดีใจนึกว่าอติเทพ กลับมาแต่กลายเป็นทนายสมชาติ เธอรีบกลบเกลื่อนทำให้เป็นปกติ

กรรัมภากับจุนจีตามมาดูอีก กรรัมภาพึมพำอย่างทึ่งว่า “อะไรกันนี่ ยัยเลขาอรวี เห็นเงียบๆชายเพียบนะคะ”

ทนายสมชาติถามอรวีว่าร้องไห้ทำไม อติเทพมาทำอะไร อรวีปฏิเสธว่าไม่มีอะไร เขาแค่เอาทองไป อาจจะเอาไปจำนำใช้หนี้หรืออะไรสักอย่าง ทนายสมชาติถามว่าอติเทพอับจนขนาดนี้แล้วหรือ?

“หนูผิดเอง ที่หนูทำให้คุณจักรเซ็นเอกสารไม่สำเร็จสักที”

ทนายสมชาติมองอรวีแววตาสลด สมเพช ดึงเธอเข้าไปกอดลูบหลังปลอบโยน

“ไม่เป็นไร...ใจเย็นๆอดทนอีกนิดนะ อีกไม่นาน ทุกอย่างจะประสบความสำเร็จแน่”

กุมาริกาเอียงคอมองอย่างสงสัยว่า สิ่งที่ทนายสมชาติรอให้สำเร็จนั้น...คืออะไร?

ooooooo

กลับมาถึงห้องพักในโรงแรมหรู จุนจีนั่งพักอยู่กับกรรัมภา เขาเปรยกับกรรัมภาว่าอติเทพเป็นคนเลวมาก เธอเลยบอกว่า เขาไม่น่าไปข้องแวะกับคนพวกนี้เลย

“คนพวกนั้นร่วมคบคิดกันหลอกลวงคุณย่า ที่คุณย่าพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือให้ผมช่วยหาความยุติธรรม ที่แท้ก็เพราะคนรอบล้อมตัวท่าน ใครคนนึงหรือทั้งหมดนั้น มันคือฆาตกร!”

พลันโต๊ะเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ตัวของทั้งสองก็ไหวไปมา กรรัมภากับจุนจีรับรู้ถึงการมาของบางอย่าง แล้วพิมพิลาสก็คร่ำครวญกับจุนจีถึงความโหดร้ายของอติเทพและร่ำร้องให้จุนจีต้องช่วยย่า จนจุนจีปวดแก้วหูลงไปดิ้นครวญคราง

กรรัมภาเอามือแตะที่จุนจี รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา เธอบอกพิมพิลาสว่า

“ปล่อยเขา หยุดร้องโวยวาย หยุดพยายามตะโกนกรอกหูเขา เขาเจ็บคุณเข้าใจไหม คุณพิมพิลาส คุณอาละวาดแค่ไหน จุนจีก็เจ็บปวดแค่นั้น พอได้แล้ว...พอที”

พิมพิลาสสงบลง ทำให้จุนจีสงบลงด้วย เขาถามกรรัมภาว่าเมื่อกี๊ตนเป็นอะไร ย่าทำอะไรตนหรือ เพราะรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อต กรรัมภาบอกว่าคุณย่าเขาไม่ได้ตั้งใจ แต่ท่านไม่ทราบว่าถ้าท่านระบายความเกรี้ยวกราดโกรธแค้นออกมาแรงแค่ไหน ก็มีผลกับเขามากแค่นั้น เมื่อเห็นจุนจีเป็นปกติดีแล้ว กรรัมภาพนมมือบอกกล่าวแก่พิมพิลาสว่า

“คุณพิมพิลาสคะ กรุณาเถอะนะคะ พยายามตั้งสติ อย่าเอะอะโวยวายบ่อยๆนะคะ เพราะจุนจีเขาสื่อกับอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงของคุณได้...แต่อาจจะรับได้เฉพาะจากคุณย่าของตัวเองไม่ใช่กับวิญญาณทั่วไป”

พิมพิลาสขอคุยกับจุนจีพลางยื่นมือออกไป กรรัมภายื่นมือไปสัมผัสแล้วตั้งสมาธิให้จิตสงบ จากนั้นจึงเอื้อมมือไปหาจุนจี จุนจียื่นมือมาแตะมือกรรัมภา ทำให้เขากับพิมพิลาสสื่อสารกันได้โดยผ่านกรรัมภา

“จุนจี...ย่าไม่เคยคิดจะทำร้ายหลาน แต่ย่าแค่ขอให้หลานช่วยย่า...ย่าไม่มีใครเลย ตอนเป็นคน ก็ตัวคนเดียว เพราะพ่อแม่และหลานจากไป แล้วตอนนี้เมื่อตายแล้วก็เป็นวิญญาณที่โดดเดี่ยว ไม่มีใครเลย ไม่เหลือใครอีกแล้ว หลานไม่ต้องรักย่าหรอก แค่สงสารย่าก็พอ”

จุนจีรับรู้ความรู้สึกของพิมพิลาสผ่านกรรัมภา เขาแสดงความเสียใจ ขอโทษที่ตอนแรกตนหยาบคายกับย่า ถามว่า

“คุณย่าทรมานมากใช่ไหมครับ”

“ความทรมาน...มันคู่กับย่ามาตลอด ตั้งแต่หลานจากไป ย่าเป็นทุกข์เพราะความทิฐิของตัวเองมาตลอด ย่าผิดเอง ย่าไม่ดีเอง...”

จุนจีบอกว่าจะทำบุญให้เผื่อว่าวิญญาณคุณย่าจะรู้สึกดีขึ้น พิมพิลาสขอบใจ บอกว่านี่เป็นกรรมของตัวเอง จะต้องพยายามแก้ด้วยตัวเอง จุนจีสัญญากับพิมพิลาสว่า

“เรื่องคนพวกนั้น คุณย่าไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะไม่ให้ฆาตกรลอยนวลไปได้” พิมพิลาสดีใจถามว่าหลานพูดจริงหรือ “ผมจะทำให้ดีที่สุด ผมไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จแค่ไหน แต่ผมอยากให้ย่ารู้ว่า ย่าไม่ใช่คนหรือวิญญาณที่ไม่มีใครเลย ย่ายังมีลูกหลาน ที่จะทำบุญไปให้ ที่จะจับคนที่มันทำกับคุณย่าทุกคนให้ได้ครับ”

“ก่อนอื่นคุณพิมพิลาสต้องลดความพยาบาทก่อนนะคะ ทางโลกพวกเราจะจัดการตามกฎหมายค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ” กรรัมภาเอ่ย ทั้งสามต่างซาบซึ้งสะเทือนใจกับความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน

เวลาเดียวกัน อรวีเห็นภาพจากกล้องวงจรปิด รู้ว่ากรรัมภากับจุนจีสะกดรอยตามอติเทพมาจนถึงคอนโด เธอตกใจมากรีบโทร.บอกอติเทพว่า

“มีเรื่องใหญ่ค่ะ คุณจักรกับผู้หญิงคนนั้นปลอมตัวสะกดรอยตามพี่ พี่ไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมคะ”

อติเทพตกใจ เมื่อคิดทบทวนจึงรู้ว่า คือมอเตอร์ไซค์วินสองคนที่ตนเจอขณะไปหาเฮียกุ่ย เจอที่หน้าลิฟต์คอนโดเขาถามอย่างเจ็บใจว่า

“เป็นมันสองคนจริงๆใช่ไหม บัดซบ! มันกล้ามาเหยียบจมูกฉันเหรอ...เฮ้ย...รีบไปจัดการสั่งสอนมันซะจะทำยังไงก็ได้ ได้ยินไหม!!” อติเทพวางสายอย่างอาฆาตแค้น

ooooooo

กรรณานัดน้ำหนึ่งไปเจอกันที่ร้านอาหาร แต่ไปถึงเจอพงอินทร์นั่งรออยู่แล้ว เขาบอกว่าน้ำหนึ่งเป็นคนซับซ้อนจนเขาต้องมาช่วยกันตีความเวลาที่เธอพูดหรือทำอะไร

พอดีน้ำหนึ่งมาถึง เธอขอโทษที่มาช้าเพราะเตรียมเอกสารการประชุมติดพัน แล้วถามว่าไปประจวบได้อะไรเพิ่มเติมมาบ้าง กรรณาถามว่าเธอรู้? แล้วมองพงอินทร์ขวับ พงอินทร์แก้เกี้ยวว่าก็มีปรึกษาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันบ้าง บอกกรรณาว่าน้ำหนึ่งเต็มใจช่วยเราทุกอย่าง

น้ำหนึ่งบอกว่าตนเองก็อยากช่วยถ้าช่วยได้ ถามกรรณาสีหน้านิ่งขรึมว่ามีอะไรจะถามตนหรือ

“คุณทราบไหมคะว่าเกิดโศกนาฏกรรมอะไรกับครอบครัวคุณช่อเพชร” น้ำหนึ่งทำหน้างงๆ กรรณาจึงเล่าเรื่องของช่อเพชรตามที่ได้สืบและฟังจากเจ๊แดงมา น้ำหนึ่งฟังแล้วตัวสั่นน้ำตาคลอ กรรณาเล่าต่อว่า “คุณช่อเพชรกับเจ้านายคุณ ด็อกเตอร์แผนยุทธก็แอบกิ๊กกัน”

น้ำหนึ่งปฏิเสธทันทีว่าไม่จริง กรรณาจึงเอามือถือที่ถ่ายรูปที่ร้านเจ๊แดงมาให้ดู น้ำหนึ่งแก้ต่างให้แผนยุทธว่าเป็นไปไม่ได้ แผนยุทธไม่มีวันนอกใจภรรยาที่ทั้งสวยทั้งดีอย่างพี่สาวของพงอินทร์ได้ แต่พงอินทร์กลับเห็นว่าความสวยและความดีของพิมอรช่วยอะไรไม่ได้ เพราะแผนยุทธเป็นคนบ้ากามมาก และที่พี่สาวตนต้องตายก็เพราะสองคนนั้นวางแผนฆ่าเพื่อจะได้รักกันอย่างเปิดเผยบนทรัพย์สมบัติของพิมอร

พงอินทร์พูดอย่างมีข้อมูลว่า พอพี่สาวตนตายช่อเพชรก็หายไป คงรอเวลาให้เรื่องเงียบแล้วค่อยกลับมา พูดอาฆาตว่า “คอยดู ผมจะไม่มีวันยอมให้พวกมันลอยนวลเด็ดขาด!! ผมไม่ยอมให้พี่พิมตายเปล่า ผมจะต้องเอาพวกคนชั่วมารับกรรมให้ได้!” พงอินทร์น้ำตาไหลออกมาอย่างสะเทือน

น้ำหนึ่งบอกว่าตนเห็นใจเขาหากมีอะไรช่วยได้ตนยินดี พงอินทร์จึงให้เธอช่วยโทร.นัดช่อเพชรออกมาพบ น้ำหนึ่งจะอ้างอะไรก็ได้ ขอแต่หลอกให้ช่อเพชรออกมาพบตนได้เท่านั้น น้ำหนึ่งบอกว่าตนไม่แน่ใจว่าจะช่วยได้ แต่จะพยายาม แล้วหยิบมือถือออกมาโทร. ปรากฏว่าโทร.ถึง 19 ครั้งก็ยังให้ฝากข้อความ เธอคาดว่าช่อเพชรคงเห็นแต่ไม่รับมากกว่า

“หนึ่งโทร.อีกทีเดียว ถ้าเขาไม่รับอีก ก็ฝากข้อความไว้แล้วกันครับ” พงอินทร์บอก กรรณาไม่พอใจถามว่าทำไมล่ะ เขาตอบแทนน้ำหนึ่งว่า “หนึ่งต้องกลับไปทำงาน เรารบกวนเวลาของหนึ่งมากไปแล้ว”

น้ำหนึ่งทำตามที่พงอินทร์บอก เมื่อไม่มีคนรับสายเธอจึงฝากข้อความว่า

“คุณช่อเพชรเหรอคะ น้ำหนึ่งนะคะ พอดีว่าคุณแผนยุทธซื้อของขวัญมาฝากคุณน่ะค่ะ คุณสะดวกเข้ามารับเองหรือจะให้หนึ่งจัดส่งไปให้ที่ไหนดีคะ รบกวนติดต่อกลับหนึ่งด้วยนะคะ”

น้ำหนึ่งวางสาย บอกพงอินทร์ว่าถ้าช่อเพชรติดต่อมาเมื่อไรจะรีบโทร.บอกทันที แต่น้ำหนึ่งออกไปเพียงอึดใจเดียวก็วิ่งกลับมาบอกว่าช่อเพชรส่งข้อความกลับมาแล้วพลางเอามือถือให้พงอินทร์กับกรรณาดู

“กำลังจะไปธุระที่ดรีมเวิล์ด ให้แมสเซนเจอร์เอามาให้ที่นี่ได้ไหม ขอบคุณค่ะ จากช่อเพชร”

กรรณาชวนไปกันเดี๋ยวนี้เลย น้ำหนึ่งขอตัวอ้างว่ามีธุระ พงอินทร์ก็ตัดบทว่า

“เราก็รู้จักหน้าค่าตาช่อเพชร ไปจัดการกันเองน่ะดีแล้ว ไป” พูดแล้วคว้ามือกรรณาพาไปเลย

ooooooo

ที่รีสอร์ตตินห์...รอบบี้ คิดส์ รุกหนัก หลังจากใช้เสน่ห์ชายอ่อยมิรันตีเสียจนเคลิ้มแล้ว ก็เสนอจะมาร่วมทุนกันทำรีสอร์ตโดยซื้อที่ดินติดกันซึ่งเป็นที่ดินของกำนันพงษ์ มาสร้างเป็น คิดส์แอนด์แมรี่แลนด์

ทั้งรอบบี้ คิดส์และมิรันตีต่างจินตนาการเพ้อเจ้อขนาดจะตั้งเป็นประเทศใช้เงินตราสกุลดอลลาร์คิดส์ ปกครองด้วยระบบคิดส์ธิปไตย แต่พอมิรันตีให้ตามติณห์มาเล่าให้ฟัง ติณห์ปฏิเสธว่าไอเดียนี้ตนไม่ซื้อ ให้เหตุผลว่า

“ผมทำใจซื้อไอเดียประเทศคิดส์แอนด์แมรี่แลนด์ไม่ได้ครับ แต่ถ้าเป็นประเทศคิดส์ติณห์แมรี่แลนด์ ผมโอเค”

รอบบี้ คิดส์ เห็นด้วยทันที คุณหลวงที่ฟังอยู่ด้วยด่าว่า “พวกเอ็งบ้ากันไปหมดแล้ว อะไรกันนี่! ใครก็ได้ช่วยที!!”

ติณห์กับรอบบี้ คิดส์กอดกันเฮฮา มิรันตีดี๊ด๊าสุดๆ แต่ไม่มีใครเห็นว่าแววตาติณห์นั้นเครียดมาก

ไตรรัตน์เกิดภาพหลอนว่า  ตนถูกผีรุมกัดกินน่อง ร้องโวยวายดิ้นทุรนทุรายอยู่กับเสาที่ถูกมัด ญาณินถามจิตกำนันพงษ์ที่นั่งสมาธิหาทางช่วยไตรรัตน์อยู่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“สิ่งที่ผมเห็นในสมาธิ ผมคิดว่ามันน่าจะช่วยนายไตรได้ แต่มันอันตรายถึงตาย” กำนันเล่าว่า “ในนิมิต ผมเห็นดวงจิตดวงหนึ่งไล่ตามดวงจิตอีกดวงหนึ่ง มันตรงกับความเชื่อของชนเผ่าลึกลับบนเทือกเขาทิเบต ที่พูดถึงการตามดวงจิตของคนรักที่จากไปแล้วให้กลับเข้าร่าง” แต่กำนันบอกว่า “เซ้นส์ที่ผมสัมผัสได้ในนิมิต มันคือดำ อันตราย พลัดพราก สูญเสียและซากศพ ผมรู้สึกว่า ผู้ที่ไปตามจะไม่ได้ฟื้นขึ้นมาอีก”

แต่ไม่ว่าจะอันตรายหรือลี้ลับเพียงใด สุคนธรสก็ตัดสินใจที่จะทำ ญาณินร่วมด้วยถือว่าที่ไตรรัตน์เป็นแบบนี้เพราะช่วยตนกับติณห์ ณัฐเดชเป็นห่วงแต่ก็หยุดสองสาวไม่ได้ ได้แต่เตือนให้ระมัดระวังตัวให้มากที่สุด

สุคนธรสกับญาณินสั่งสมาธิถอดจิตออกตามหาจิตของไตรรัตน์ที่ล่องลอยไป โดยมีณัฐเดชกับป้าออเฝ้าดูแลกายหยาบของทั้งสองอยู่อย่างระมัดระวัง พอร่างของสุคนธรสและญาณินสิ้นใจล้มลง ทั้งสองก็ช่วยกันปั๊มหัวใจทันที

จิตญาณินและสุคนธรสจมดิ่งไปอยู่ในความมืดมองไม่เห็นอะไรเลย ญาณินบอกสุคนธรสว่า

“เรามีเวลาไม่มาก ก่อนที่ป้าออกับพี่ณัฐจะหมดแรง เราต้องรีบหาจิตของนายไตรรัตน์ให้เจอ รีบไปเถอะ”

ขณะที่จิตของสุคนธรสกับญาณินตามหาจิตของไตรรัตน์ถูกจิตมืดดำโหดของไตรรัตน์ที่ถูกอาคมสกปรกเข้ามาครอบงำเล่นงานแทบย่ำแย่ สุคนธรสพยายามบอกไตรรัตน์ว่า

“ไตรรัตน์ ได้ยินฉันไหม ฉันมาช่วยนาย แต่นายต้องช่วยฉันด้วย สิ่งเหล่านี้คือมายา จิตของนายถูกปรุงแต่งขึ้นมาด้วยอาคมมนต์ดำที่พวกคนชั่วทำไว้ นายต้องควบคุมมันให้ได้ อย่ายอมแพ้ เข้าใจไหม”

ญาณินบอกว่า “คุณรับรู้ทุกอย่าง แต่คุณทำอะไรไม่ได้เพราะถูกอาคมสะกดอยู่ใช่ไหม คุณต้องทำให้ได้ สิ่งเหล่านี้ถูกปรุงแต่งขึ้นมา ทั้งที่จริงแล้วมันไม่มีอะไรเลย ไม่มีรูป ไม่มีสังขาร ไม่มีความรู้สึก ไม่มีแม้กระทั่งความว่างเปล่า อย่าหลงในมายาของจิต คุณต้องก้าวพ้นออกมาจากจิตตัวเอง”

ในที่สุด ไตรรัตน์ก็ค่อยๆลุกขึ้น ไล่ตะเพิดไตรรัตน์โหดที่เล่นงานสุคนธรสเตลิดไป

ณัฐเดชกับป้าออช่วยกันปั๊มหัวใจสุคนธรสกับญาณิน ป้าออปั๊มจนหมดแรง จนณัฐเดชต้องช่วยปั๊มทั้งสองคน พริบตานั้นสุคนธรสรู้สึกตัวขึ้น จิตกำนันพงษ์ดีใจบอกว่า

“เขาปลอดภัยแล้ว เธอทำสำเร็จแล้วสุคนธรส”

ป้าออร้องไห้เมื่อญาณินยังไม่ฟื้น ติณห์ที่มาปั๊มหัวใจให้ญาณินอยู่ร้องบอกว่าอย่างขวัญเสียว่า

“คุณจะทิ้งผมไม่ได้ ตื่นขึ้นมา กลับมาแต่งงานกับผมก่อน...กลับมา!”

ญาณินผวาเฮือก ลืมตาฟึ่บ! ทุกคนอึ้ง ดีใจ โล่งใจ ญาณินถามงงๆว่าติณห์มาได้ยังไง ไตรรัตน์ปลอดภัยแล้วใช่ไหม ติณห์บอกว่าตนมีเรื่องมาคุยกับเธอจึงได้ช่วยเธอพอดี

“ได้ยินคำว่าแต่งงานปุ๊บ ฟื้นปั๊บเลยนะ ไอ้เพื่อนบ้า” สุคนธรสหยอกแล้วโผเข้ากอดเพื่อนรักด้วยความปลื้มปีติ

ooooooo

กรรณากับพงอินทร์รีบไปที่สวนสนุกที่ช่อเพชรนัดให้เอาของไปให้ มีเสียงประกาศเรียก แต่พอไปถาม พนักงานชี้ไปที่หญิงคนหนึ่งที่เห็นแต่ข้างหลัง

ทั้งสองรีบตามไป แต่ถูกหญิงคนนั้นหลอกล่อเข้าไปในเมืองหิมะที่เขากำลังปิดซ่อม ทั้งสองถูกขังอยู่ในเมืองหิมะต้องหาวิธีแก้หนาวกันสารพัด จนกระทั่งต้องกอดให้ความอบอุ่นกัน

โชคดีที่รุ่งขึ้นพนักงานมาเปิดซ่อม กรรณากับพงอินทร์จึงออกไปได้ แต่กรรณาก็หนาวจนจับไข้ พงอินทร์จึงพาเธอไปพักที่บ้านเขา

ที่บ้านกำนันพงษ์...ไตรรัตน์ปลอดภัยแล้วแต่ยังอ่อนเพลีย อยู่ในความดูแลของสุคนธรสและเพื่อนๆ

ณัฐเดชบอกน้องๆว่าตนต้องกลับกรุงเทพฯแล้ว เพราะกรรัมภาโทร.มาบอกว่าได้ข้อมูลเพิ่มเติมคดีของพิมพิลาส อยากให้หลักฐานนั้นแก่ตนด้วยมือตัวเอง เขาบอกติณห์ว่า ฝากน้องๆด้วย

พอณัฐเดชไป ญาณินถามติณห์ว่า เห็นว่ามีเรื่องจะปรึกษา เรื่องอะไรหรือ?

ติณห์ปรึกษาญาณินเรื่องสมคิดหรือในนามรอบบี้ คิดส์ อยากหุ้นทำรีสอร์ตกับมิรันตี ญาณินตั้งข้อสังเกตว่าทำไมมิรันตีจึงเชื่อสมคิดง่ายนัก ถามว่าโดนทำเสน่ห์หรือเปล่า ติณห์บอกว่ามิรันตีหลงเสน่ห์สมคิดจริงๆ ถามว่าสมคิดทำลายอาคมไปแล้วแต่ทำไมไตรรัตน์จึงยังเจออาคม ทำไมผ้ายันต์ที่เจอในเรือนคุณหลวงกับผ้ายันต์ของสมคิดที่สุคนธรสเจอที่บ้านไตรรัตน์จึงเหมือนกับถูกปลุกเสกโดยคนคนเดียวกัน? หรือว่า...หมอสมคิดยังมีอาคมอยู่?

“หรือไม่ก็อาจจะมีใครบางคนที่มีอาคมระดับเดียวกับหมอสมคิด” ญาณินเสริม พอดีมีโทรศัพท์เข้ามือถือติณห์ ญาณินอุทาน “เบญจา” ทั้งสองมองหน้าพูดพร้อมกัน “เบญจา!”

ooooooo

เบญจาโทร.ตามติณห์ เมื่อเขากลับไปเธอถามว่าไปไหนมา ก็พอดีมิรันตีเดินมาถามว่าเรื่องรอบบี้ คิดส์จะมาลงทุนด้วยคิดอย่างไร ติณห์ตอบโอเคชมว่าไอเดียเขาเจ๋งจริงๆ

มิรันตีเสนอให้จัดปาร์ตี้เล็กๆให้รอบบี้ คิดส์ ให้เขาประทับใจจะได้ไม่คิดไปลงทุนที่อื่น

ติณห์ส่งข้อความบอกญาณินเรื่องจะจัดปาร์ตี้ให้รอบบี้ เธอกับสุคนธรสจึงแอบไปที่งาน

คุณหลวงไม่พอใจมากที่ติณห์อี๋อ๋อกับเบญจาเหมือนหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ทนไม่ได้จึงแกล้งโบกมือไปมาที่หน้าเบญจา เบญจารู้ว่าเป็นคุณหลวงจึงตบแปะไปที่หน้า คุณหลวงร้อนเหมือนถูกไฟนาบ จนปวดแสบปวดร้อนไปหมด คุณหลวงจึงรู้ว่าเบญจาเห็นตนและมีอาคมร้ายกาจมาก

“เอ็ง...เอ็งมีอาคมสามารถเล่นเตโชกสิณได้ขนาดนี้ เอ็งเป็นระดับเดียวกับกำนันพงษ์หรือเหนือกว่าด้วยซ้ำ”

ติณห์เองก็เห็นคุณหลวงและเห็นทุกอย่าง แต่ไม่อาจแสดงอะไรได้จำเป็นต้องทำเป็นไม่เห็นแม้จะเจ็บปวดทรมานใจมาก

ขณะที่ญาณินกับสุคนธรสและไตรรัตน์ที่แอบตามมา กำลังมองหารอบบี้ คิดส์อยู่ สุคนธรสสะกิดให้ญาณินมองไปที่สิบสี่นาฬิกา พอญาณินหันมองกรกฎคนสนิทที่ติดตามรอบบี้ คิดส์ ตลอดเวลากำลังจ้องเขม็งที่พวกตน ญาณินกับสุคนธรสสัมผัสได้ว่ากรกฎไม่ธรรมดา จึงแกล้งทำเนียนมองไปทางอื่น ญาณินกระซิบบอกสุคนธรสว่าหลบไปก่อนดีกว่าพอหลบไปได้แล้ว ญาณินถามสุคนธรสว่า

“ยัยรส...ผู้ชายคนนั้น ไม่ธรรมดาใช่ไหม ฉันรู้สึกเหมือนว่ากระแสเขาไม่ใช่คน ไม่ใช่ผี”

“ตรงเผง! เหมือนอสูรกายในร่างมนุษย์ แกรู้สึกไม่ผิดหรอกยัยเจ๊” พลันสุคนธรสก็เห็นรอบบี้ คิดส์ จูงม้าให้มิรันตีนั่งผ่านมา ทั้งสองหัวเราะคิดคักกันอย่างมีความสุข จังหวะหนึ่งรอบบี้ คิดส์หันมา สองสาวเห็นหน้าเต็มตาผงะอุทานพร้อมกัน

“หมอสมคิด!!”

ทันใดนั้น คุณหลวงโผล่มาในสภาพบอบช้ำทรุดลงไปกองกับพื้นตรงหน้าทั้งสอง

“หนูณิน หนูรส ช่วยฉันด้วย นังนั่น...นังนั่นมันเห็นฉัน มันจับต้องฉันได้ แล้วใช้เตโชกสิณทำร้ายฉันได้ด้วย”

“ฝีมือยัยเบญจาหรือเนี่ย” สุคนธรสตกใจกับสภาพคุณหลวงที่บอบช้ำสาหัสมาก

“ยัยนี่โหดเหี้ยมอำมหิตมาก” คุณหลวงพูดอย่างลำบากยากเย็น

สุคนธรสบอกญาณินว่าตอนนี้ยังมีพระจันทร์ ช่วยกันรักษาคุณหลวงกันก่อนเถอะ แต่พอจะใช้พลังรักษา คุณหลวงกลับร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเพราะแสบร้อนมาก

ขณะญาณินกับสุคนธรสกำลังตกใจงุนงง ไตรรัตน์ก็บอกทั้งสองมองไปอีกทาง เห็นติณห์กับเบญจากำลังเดินมา

“พี่ติณห์ ดูสิคะว่าใครมา” เบญจาบอกติณห์อย่างสะใจ

ooooooo

ตอนที่ 11

วันนี้ระหว่างที่เบญจามาช่วยมิรันตีตรวจซุ้มจัดเลี้ยงอยู่นั้น เธอพยายามกรีดนิ้วหมายให้มิรันตีได้เห็นแหวนที่ติณห์ให้ มิรันตีไม่ทันเห็น แต่ทนายสมชาติที่สังเกตอยู่ทักขึ้นว่า

“แหวนใหม่เหรอครับ เห็นหนูเบญจาดูปลาบปลื้มตลอดเวลา”

“แหวนพี่ติณห์ให้เบญจาเมื่อวานค่ะ” เธอแกล้งตอบเสียงดังให้มิรันตีได้ยิน

ได้ผล! มิรันตีหันขวับมองแหวน อุทาน “โอ้มายกู๊ดเนส...นี่ติณห์ขอหนูแต่งงานโดยไม่บอกฉันก่อนได้ยังไงกัน!”

เบญจา รีบแก้ว่าติณห์ยังไม่ได้ขอแต่งงานแต่เป็นแหวนที่ติณห์สวมจับจองไว้เป็นรัก เดียวของติณห์ มิรันตียิ่งสงสัย ถามว่ามีอย่างนี้ด้วยหรือ อยู่ๆก็เอาแหวนมาให้แต่ไม่ขอแต่งงาน พึมพำ “มันจะมาไม้ไหนหรือเปล่า?”

ติณ ห์ได้ยินถึงกับเซ็ง กลัวจะระแวงกันจนแผนตนเสีย เลยรีบเข้าไปโอบเอวเบญจาทำเป็นบ่นว่ามิรันตีใช้งานเบญจาหนักเกินไปจนน้อง หน้าซีดเหน็ดเหนื่อยมาก บอกว่าแม่ควรให้เบญจาพักได้แล้ว ว่าแล้วตระกองกอดพาเบญจาออกไปเลย

มิรันตีมองตามพึมพำพอใจ “เบญจานี่มันเสน่ห์แรงจริงๆ แป๊บเดียวเท่านั้น ตาติณห์ติดหนึบไม่ยอมให้อยู่ห่างเลย”

ทนายสมชาติบ่นว่าเห็นอย่างนี้แล้วอดสงสารญาณินไม่ได้ ถูกมิรันตีตวาดให้หุบปากห้ามเอ่ยชื่อญาณินให้ได้ยินอีก

“เยส มาดาม” ทนายสมชาติยิ้มแหยๆ

“นังญาณิน...ถ้าฉันยังไม่ตาย อย่าหวังเลยว่าแกจะได้รักกับลูกชายฉัน” มิรันตีจิกตาร้าย

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงติณห์ ญาณินจึงย้ายไปอยู่ที่บ้านกำนันพงษ์สถานที่สงบเงียบ เพื่อถอดจิตไปดูแลติณห์ให้ใกล้ชิด โดยมีป้าออมาเป็นเพื่อน

ป้าออไม่สบายใจที่มาอยู่บ้านกำนันพงษ์ ญาณิน บอกว่ากำนันพงษ์อนุญาตแล้วและตนก็นัดพบกับกำนันที่นี่ด้วย

“หา! แต่กำนันพงษ์อยู่ในคุกไม่ใช่เหรอคะ”

“ใช่ ค่ะ...เอาน่าป้าออ อย่าลืมสิคะ เขาก็เคยเรียนวิชาอาคมขั้นสูงมา ถึงเลิกเรื่องไสยศาสตร์ไปแล้ว แต่ความสามารถในการปฏิบัติจิตก็ยังมีอยู่”

เมื่อคนเฝ้าบ้านมาเปิดประตูรับทั้งสองเข้าไปในบ้านแล้ว ญาณินหาที่เหมาะๆนั่งขัดสมาธิทันที ป้าออถามว่าจะลุยเลยหรือ ไม่พักผ่อนเลยหรือ

“ป้า ไม่ต้องห่วงณินหรอกค่ะ เราหาคำตอบได้เร็วเท่าไหร่ คุณติณห์ คุณหลวง เพื่อนๆณิน รวมทั้งป้า ก็จะพ้นภัยจากเบญจาได้เร็วเท่านั้น เพราะณินเชื่อว่า ถึงเราจะออกจากที่นั่นแล้ว แต่เบญจาก็ไม่มีทางเอาพวกเราไว้” ป้าออตกใจถามว่า เบญจาต้องการอะไรแน่ “ตัวตนที่แท้จริงของเบญจาเท่านั้น ที่จะตอบคำถามทุกอย่างให้เราได้”

พูดแล้วญาณินหลับตาเข้าสู่สมาธิ ถอดจิตโปร่งใสออกจากร่าง...

ooooooo

ติณห์หลอกล่อเบญจาไปปูเสื่อนอนเล่นที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาหวานเสียจนเบญจาเคลิ้ม

เวลา เดียวกัน ญาณินถอดจิตมาที่รีสอร์ต เห็นติณห์หวานกับเบญจามากก็อดรู้สึกเจ็บปวดไม่ได้ จนคุณหลวงมาเร่งให้รีบไปทำงาน ทั้งสองจึงรีบไปที่ห้องพักของเบญจา ลงมือค้นหากระเป๋าใบนั้นของเบญจาทันที

ส่วนมิรันตีกับทนายสมชาติยังมา ดูแลควบคุมการเตรียมสถานที่จัดเลี้ยงอยู่ มิรันตีรู้สึกว่ามีสายตาใครบางคนแอบดูตนอยู่ แต่พอมองไปก็ไม่เห็นอะไร จึงให้ทนายสมชาติไปดูให้ แต่ทนายสมชาติก็ไม่พบอะไรผิดสังเกต

แต่ที่มุมไกล มีใครคนหนึ่งท่าทางโทรมๆ เดินอยู่แว้บๆ...

เบญจา กำลังเคลิบเคลิ้มอยู่กับติณห์ เอามือถือขึ้นมาถ่ายรูป กดแชะขณะอิงแอบแนบชิดกระทั่งจุ๊บกันอยู่ แล้วเปิดดูอย่างหลงใหล พลันก็ตกใจเมื่อเห็นชายโทรมๆ คนหนึ่งติดอยู่ในรูปด้วย เบญจาตกใจกลัวติณห์เห็น ทำทีมีโทร.เข้าแต่สัญญาณไม่ดี ลุกเดินไปคุยห่างออกไป

ติณห์โล่งอกที่เบญจาลุกออกไป แต่ใจกลับเป็นห่วงญาณินภาวนาขอให้เธอทำงานได้ทันเวลา

ญาณินกับคุณหลวงกำลังเร่งมือค้นหากระเป๋าใบนั้นของเบญจา แต่หาอย่างไรก็ไม่เจอ คุณหลวงฉุกคิดได้ว่าหาด้วยตาไม่เห็นก็คงต้องใช้ไหวพริบ สะกิดให้ญาณินคิดได้ว่า

“ใช่...เบญจามีวิชาอาคม ถ้าในกระเป๋านั่นมีความลับของเขาซ่อนอยู่ เขาต้องเก็บมันไว้แบบผีบังตา หนูขอใช้วิธีผีหาผีแบบขั้นพื้นฐานก่อนนะ” ว่าแล้วญาณินโก้งโค้งมองลอดหว่างขาตัวเอง

“ได้ผล! เธอเห็นผีตายโหงสาวตัวหนึ่งนั่งโอบกระเป๋าใบนั้นอยู่ที่มุมห้อง เธอตกใจเด้งหงายหลัง บอกคุณหลวงว่า

“กระเป๋า อยู่ตรงนั้น แต่มีผีตายโหงเฝ้าอยู่ ท่าทางมันเฮี้ยนมาก...แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูมีคาถาสะกดวิญญาณขั้นสูงที่ยัยรสสอนให้ติดตัวเอาไว้ใช้”

คุณหลวงเร่งให้รีบจัดการเลย ญาณินยืนพนมมือเริ่มสวดคาถาสะกดวิญญาณทันที

ooooooo

เบญจา เดินห่างออกไปจนลับตาคนแล้วจึงลดมือถือที่แกล้งทำเป็นมีคนโทร.เข้าลง ทันใดชายโทรมๆ คนนั้นก็มายืนอยู่ข้างหลังเธอแล้ว เบญจาหันขวับพึมพำตกใจ

“ในที่สุด...คุณก็มา!” ชายคนนั้นหัวเราะน่ากลัว เดินเข้ามาจ้องหน้าเบญจา สมคิดนั่นเอง!

สภาพสมคิดเหมือนนักโทษแหกคุกแต่แววตาดูเหี้ยมกว่าเดิม เดินเข้ามาพูดเสียงทุ้มต่ำน่ากลัวว่า

“ฉันต้องมา ก่อนที่แกจะถลำลึกมากไปกว่านี้!” เบญจาถามว่าตนทำอะไรผิด ตนทำตามแผนทุกอย่าง “แกหลงเพื่อนไอ้ไตรรัตน์ศัตรูฉันจนหัวปักหัวปําน่ะเหรอแผน!”

“ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียแผนที่เราวางไว้นี่คะ แค่หนูได้ค้นพบสิ่งที่หนูไม่เคยเรียนรู้มาก่อน นั่นก็คือความรัก”

“ความรักบ้านแกสิ นี่ฉันส่งแกมาหาผัวรึไงนังโง่! อะไรที่แกควรรู้ก็ไม่รู้ อะไรที่แกควรเห็นก็ไม่เห็น คาถาอาคมเสื่อมถอยเพราะหลงผู้ชาย ลืมไปแล้วเหรอเบญจา ศัตรูของแกไม่ใช่คนธรรมดา นัง 5 สาวนั่นมันมีญาณพิเศษ ป่านนี้มันอาจจะทลายกำแพงอาคม รู้ตัวตนที่แท้จริงของแกแล้วก็ได้!”

เบญจาอึ้ง พอเริ่มได้สติก็นึกระแวงขึ้นมา เป็นห่วงกระเป๋าที่ทิ้งไว้ให้ผีตายโหงเฝ้าอยู่ กลับไปหาติณห์บอกว่าตนลืมรายชื่อลูกค้าไว้ที่ห้องต้องรีบกลับไปเอา ติณห์ตกใจแกล้งอ้อนให้กินอาหารด้วยกันก่อนตนอุตส่าห์ลงมือทำเอง

“พี่ทานไปก่อนพลางๆ เดี๋ยวหนูไปเอารายชื่อเสร็จแล้วจะตามมาค่ะ” พูดแล้วเดินอ้าวไปเลยทำเอาติณห์เป็นห่วงญาณินจับใจ ไม่รู้ว่าญาณินออกจากห้องเบญจาแล้วหรือยัง...

ooooooo

จิตญาณินเร่งค้นในกระเป๋าเบญจา เธอตะลึงเมื่อพบเอกสารมากมายมีทั้งพาสปอร์ต ไอดีการ์ดหลายใบ ทุกใบเป็นหน้าเบญจาแต่ชื่อและสัญชาติต่างกัน

เมื่อคลำในกระเป๋าอีก เจอไอ้งั่งสองตัวประกบกัน บอกคุณหลวงว่า

“มันเป็นไอ้งั่งที่เบญจาใช้ทำเสน่ห์ใส่ติณห์ให้หลงค่ะ”

พลันเหตุการณ์ก็ตึงเครียดเมื่อคุณหลวงได้ยินเสียงคนเดินมา เชื่อว่าเป็นเบญจาเร่งญาณินรีบเก็บของใส่กระเป๋าไว้ตามเดิม ญาณินรีบเก็บทุกอย่างใส่กระเป๋าแข่งกับเวลาที่เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทุกที ติณห์ที่ตามหลังเบญจามาก็ลุ้นระทึก

ประตูห้องเปิดผัวะ! เบญจาก้าวเข้ามาหยุดกวาดตามองทั่วห้องอย่างสำรวจแต่ไม่พบอะไรผิดปกติ มองไปที่มุมห้องเห็นวิญญาณผีตายโหงยังโอบบังกระเป๋าใบนั้นอยู่ แม้ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่แววตาเบญจายังระแวง

“มีอะไรรึเปล่า?” ติณห์เข้ามากอดเบญจาจากข้างหลังจนเธอสะดุ้ง เธอบอกว่าไม่มีอะไรขอไปหยิบรายชื่อลูกค้าก่อน แล้วเดินไปเปิดลิ้นชักทำเป็นค้นหา

ติณห์ถอนใจโล่งอกที่ญาณินออกจากห้องไปได้ทัน

ooooooo

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์...กรรณา สุคนธรส และเนตรสิตางศุ์กำลังประชุมกันเครียดเรื่องที่กรรณาได้รับโทรศัพท์ขู่ฆ่ากลางดึก แล้วกรรณาก็เลียนเสียงที่ได้ยินให้ทุกคนฟัง

ก๊องได้ฟังกลัวจนหดขาขึ้นบนโซฟาบอกว่าต้องเป็นเสียงผีแน่ๆ กรรณาบอกว่าตนไม่เคยมีประสบการณ์ผีโฟนอินหามาก่อน สุคนธรสติงว่า เดี๋ยวนี้มันทันสมัยอาจเป็นไปได้ที่จะมีผีสมาร์ทโฟน ผีอินเตอร์เน็ต ผีสามจี กรรณาถามว่าถ้าเป็นอย่างที่เพื่อนๆว่า แล้วจะเป็นผีใครล่ะที่โทร.มาขู่ตน

“ผียัยช่อเพชรรึเปล่า?” เนตรสิตางศุ์เอะใจ กรรณาติงว่าช่อเพชรยังไม่ตาย “ถ้างั้นไม่ใช่ผีที่ไหนหรอก อาจเป็นยัยช่อเพชรนี่แหละที่พยายามจะทำมาหลอกผีแก”

สุคนธรสเห็นว่าเป็นไปได้ หมอวรวรรธบอกว่าผีขู่ฆ่ายังไม่น่ากลัวเท่าคนขู่ฆ่า เสนอให้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานดีกว่า

ขณะนั้นเอง ณัฐเดชกับพงอินทร์เดินเข้ามา เพราะกรรณาโทร.บอกเขาว่าถูกขู่ฆ่า พงอินทร์เสนอว่าเราชิงเป็นฝ่ายรุกก่อนมันกันเถิด ณัฐเดชถามว่าอยากรู้ที่อยู่ของช่อเพชรใช่ไหม พลางหยิบกระดาษออกมาให้ดู กรรณาคว้าไปก่อนเพื่อน

“ที่อยู่ตามบัตรประชาชน อยู่ที่ประจวบฯ! ขอบคุณค่ะพี่ณัฐ เก่งจริงๆ เลย สืบแป๊บเดียวก็ได้มาแล้ว”
ทันใดนั้นเอง มือถือของสุคนธรสดังขึ้น พอเห็นว่าญาณินโทร.มา เธอทำเสียงให้ทุกคนเงียบ แล้วกดเปิดโฟนให้ทุกคนได้ยิน บอกญาณินว่ามีอะไรพูดมาเลย พี่ณัฐก็อยู่ที่นี่ด้วย

“วันนี้ฉันแอบเข้าไปค้นห้องยัยเบญจา รู้ไหมว่าฉันเจออะไร บัตรประชาชน พาสปอร์ตของยัยเบญจาเป็นสิบๆเลย หน้าตาเป็นคนเดียวกันหมด แต่ชื่อที่อยู่ไม่เหมือนกันเลย” ณัฐเดชถามว่าได้เอาเอกสารพวกนั้นออกมาด้วยหรือเปล่า “เปล่าค่ะ ณินแอบถอดจิตเข้าไป เอาอะไรออกมาไม่ได้เลย”

ญาณินเล่าต่อว่า ตนยังเจอไอ้งั่งตาแดงสองตัวซ่อนอยู่ในกระเป๋าของเบญจาด้วย เนตรสิตางศุ์ถามว่าไอ้งั่งเป็นใคร

“มันเป็นเครื่องรางมหาเสน่ห์ศาสตร์ของเขมรโบราณ ยัยเบญจาคงพยายามใช้ไอ้งั่งตาแดงสองตัวนี้แหละทำเสน่ห์ผูกมัดคุณติณห์ให้ลุ่มหลงมัน” คำอธิบายของสุคนธรส ทำให้ทุกคนมองหน้ากันอย่างวิตก

ooooooo

สมคิดที่คุยอยู่กับเบญจา จู่ๆเขาก็ปามีดสั้นปักใส่แมงมุมยักษ์ตรึงกับต้นไม้ แล้วเดินไปดึงมีดออก ดูแมงมุมยักษ์ยิ้มเหี้ยมพูดกับเบญจาว่า

“ต่อให้แกเก่ง มีพิษสงรอบตัวยังไง แกก็จะตายอย่างง่ายๆ แบบไอ้แมงมุมตัวนี้ แกดันมีจุดอ่อนให้พวกมันรู้ แล้วโดนมันล่อให้หลงทาง”

“หนูเสียใจ”

“อย่ามาพูดคำว่าเสียใจให้ฉันได้ยิน แกต้องไม่รู้จักคำว่าเสียใจเบญจา! จำเอาไว้นะ แกต้องไม่มีจุดอ่อน    แกถึง จะไม่แพ้ใครในโลกนี้...ฉันคงปล่อยให้แกมาทำงานที่นี่คนเดียวนานเกินไป แกก็เลยปล่อยตัวปล่อยใจ หลงผู้ชาย จนชะล่าใจ”

สมคิดเอามือลูบที่คมมีดจนมีดบาดนิ้วเลือดซิบ เขาเอานิ้วเปื้อนเลือดป้ายที่ปากเบญจา เบญจาเลียเลือดกินเข้าไปแล้วคุกเข่าลง สมคิดหัวเราะหึๆในลำคอ พลันก็เห็นทนายสมชาติเดินมาแต่ไกล สมคิดจึงถอยเข้าป่าหายไป

ทนายสมชาติเดินมาเจอเบญจา บ่นว่าหาเสียตั้งนานที่แท้อยู่นี่เอง ถามว่าเมื่อกี๊คุยกับใคร เบญจาหันขวับมองอย่างไม่พอใจบอกว่าเปล่า พอทนายสมชาติยืนยันว่าเห็น ก็ถูกเบญจาเสียงแข็งจ้องอย่างดุร้าย ทนายพูดเสียงอ่อยว่าตนคงตาฝาดไปเอง

เบญจาเดินไปฉุนๆ ทนายสมชาติมองตามแล้วเหลือบเห็นซากแมงมุมยักษ์ที่พื้น รู้สึกแปลกใจแต่ไม่ติดใจ

ooooooo

ติณห์แอบขึ้นรถของรีสอร์ตที่พานักท่องเที่ยวออกไปทัวร์ ติณห์ลงจากรถที่ถนนเลียบแม่น้ำทำทีโบกมือขอบคุณนักท่องเที่ยวและเชื้อเชิญให้กลับมาเที่ยวอีก

พอลับตาคน ติณห์ก็วิ่งลงป่าข้างทาง วิ่งๆๆๆไปยังจุดที่นัดหมายกับญาณินไว้เพื่อรับไปบ้านพักกำนันพงษ์ที่ทุกคนรอเขาอยู่ที่นั่น

เมื่อพบกันที่บ้านกำนันพงษ์ เพื่อนเก่าเกลอรักต่างทักทายหยอกล้อกัน ณัฐเดชรวบรัดตัดบทคุยเป็นการเป็นงานว่า

“ติณห์! ทางเดียวที่จะสืบประวัติเบญจาได้คือต้องเอาเอกสารในกระเป๋าใบนั้นออกมาให้ได้”

ติณห์ตกใจถามว่าไม่เสี่ยงเกินไปหรือ เพราะเบญจาเหมือนหยั่งรู้ทุกอย่างจนบางครั้งตนคิดว่าเป็นปีศาจด้วยซ้ำ แต่พอณัฐเดชย้อนถามว่า แล้วคิดว่าทุกวันนี้ชีวิตของมิรันตีไม่เสี่ยงหรือ เพราะเบญจากำลังควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเขาอยู่

ติณห์ถามว่าแล้วจะเอาเอกสารพวกนั้นออกมาเมื่อไร ด้วยวิธีไหน และใครจะเป็นคนไปเอา ทุกคนเงียบมองติณห์เป็นตาเดียว ติณห์เห็นสายตาเหล่านั้นแล้วเข้าใจ รับปากว่าตนจะหาวิธีเอาไอดีการ์ดและเอกสารพวกนั้นออกมาให้เอง

ณัฐเดชบอกว่าต้องเป็นภายในวันนี้ลงมือให้เร็วที่สุด กลัวว่าเบญจาจะไหวตัวทำลายหลักฐานพวกนั้นไปเสียก่อน

“I’ll do my best” ติณห์พยักหน้า ญาณินเตือนด้วยความเป็นห่วงว่าระวังตัวด้วย

ป้าออนึกขึ้นได้ติงว่าญาณินเคยบอกว่ากระเป๋าใบนั้นเบญจาปลุกผีตายโหงเฝ้าอยู่ไม่ใช่หรือ

“ไม่ต้องห่วงค่ะป้าออ รสเตรียมยันต์เกราะเพชรหลวงพ่อปานมาให้แล้ว” สุคนธรสหยิบยันต์เก่าๆออกมายกมือพนมก่อนยื่นให้ติณห์บอกเขาว่า “ผู้ที่อยู่ในศีลในธรรม เมื่อมียันต์เกราะเพชรอยู่กับตัว ไม่ว่าอยู่ในรูปแบบของผ้ายันต์ ตะกรุด หรือรูปแบบใดๆ จะแคล้วคลาด ไม่ตายโหง ปลอดภัยจากไสยศาสตร์ทุกชนิด เมื่อโดนทำอาคม ไสยศาสตร์ทุกอย่างจะสะท้อนกลับไป”

ระหว่างที่ติณห์แว่บไปพบพวกญาณินนั้น มิรันตีกับเบญจาเที่ยวตามหากันให้ควั่ก โทร.หาติดแต่ไม่มีคนรับสาย มิรันตีระแวงว่าติณห์จะไปหลงเสน่ห์ญาณินอีก พูดจิกเบญจาอย่างไม่พอใจว่า

“นายติณห์มันไม่ใช่คนซื่อๆเซื่องๆนะ จะเอามันให้อยู่หมัด ต้องมีทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง ลูกล่อลูกชน มันรักยัยบ้านั่นมาก อย่านึกว่ามันจะตัดเยื่อใยได้ง่ายๆ”

“คุณมิรันตีไม่ต้องห่วงค่ะ พี่ติณห์จะต้องรักหนูมากขึ้นๆๆๆทุกวัน คอยดู!” เบญจาพูดอย่างท้าทาย

พอดีติณห์เดินเข้ามา เขาโผเข้าโอบไหล่อิงหัวกับเบญจาอ้อนน่ารัก มิรันตีถามว่าหายไปไหนมาตามหาเสียตั้งนาน ติณห์บอกว่าเดินดูงานอยู่แถวนี้ ครั้นถามว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์ เขาทำท่าคลำกระเป๋ากางเกง บอกว่าลืมไว้ที่โต๊ะทำงาน

“อย่างอนพี่เลยนะ วันนี่พี่รีบตรวจเช็กงานให้เสร็จเร็วเพราะว่า...คืนนี้พี่มีนัด” ติณห์อ้อน แล้วนัดเบญจาคืนนี้สองทุ่มออกไปดูดาวกัน เบญจาดีใจรับปากทันที

ooooooo

เบญจาแต่งชุดสวยไปรอติณห์ ณ จุดนัดหมาย รอแล้วรอเล่าติณห์ยังไม่มา...

ที่แท้ติณห์ใช้ยันต์เกราะเพชรเข้าไปขโมยกระเป๋าของเบญจารีบเอาไปให้ณัฐเดชกับไตรรัตน์ที่นัดมารับกลางทาง ระหว่างติณห์หิ้วกระเป๋าไปนั้น เขารู้สึกกระเป๋าหนักขึ้นทุกที...ทุกที...จนเมื่อส่งให้ณัฐเดชกับไตรรัตน์ ทั้งสองถึงกับต้องช่วยกันหิ้วหูกระเป๋าคนละข้างจนตัวเอียง

พอส่งกระเป๋าให้ณัฐเดชกับไตรรัตน์แล้ว ติณห์วิ่งอ้าวกลับไปยังจุดที่นัดกับเบญจาไว้เพราะเลยเวลานัดไปมากแล้ว

ญาณินกับสุคนธรสนั่งสมาธิรวมพลังโดยมีรูปของกำนันพงษ์ที่มีอยู่ในบ้านมาวางประกอบพิธี กำนันพงษ์ที่อยู่ในห้องขังดูนาฬิกาแล้วนั่งขัดสมาธิหลับตาจิตดำดิ่งสู่ภวังค์

ไม่นาน จิตกำนันพงษ์ก็เข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าญาณินกับสุคนธรส สองสาวลืมตาขึ้น ญาณินเอ่ยกับกำนันว่า

“ต้องขอโทษกำนันที่รบกวนให้ถอดจิตมา ณินอยากให้กำนันมารับรู้ด้วยกัน เผื่อกำนันอาจจะรู้จักที่มาของผู้หญิงคนนี้” กำนันบอกว่า ตนก็อยากรู้ว่าเบญจาคนนี้เป็นใครเหมือนกัน พอดีณัฐเดชกับไตรรัตน์ช่วยกันหิ้วกระเป๋าเข้ามา

ณัฐเดชขอเป็นคนเปิดกระเป๋าเอง แต่เปิดอย่างไรก็เปิดไม่ออก ญาณินมาลองก็เปิดไม่ออก กำนันบอกว่ากระเป๋าถูกลงอาคมไว้ สุคนธรสจึงนั่งพนมมือท่องคาถาแก้อาคม แต่กระเป๋าก็ยังเปิดไม่ออกอยู่ดี

“หยุดเถอะคุณ ออกแรงไปก็เหนื่อยเปล่า คุณไสย ขั้นเทพแบบนี้ต้องใช้มีดตัดหวายลูกนิมิตอย่างเดียวถึงจะสะบั้นอาคมขาด” กำนันพงษ์บอก แล้วขอแรงผู้ชายเข้าไปหยิบมีดตัดหวายลูกนิมิตที่วางอยู่บนแท่นในตู้  ไตรรัตน์เป็นคนเข้าไปหยิบมา ถือมีดพนมมือไหว้ต่อหน้ากระเป๋า โดยมีจิตกำนันยืนกำกับให้ทำตาม และสุคนธรสก็นั่งสวดคาถาแก้อาคมไปด้วย

ทำพิธีเสร็จ ไตรรัตน์วางมีดลงแล้วจะเปิดกระเป๋า เขารู้สึกถึงสิ่งผิดปกติในกระเป๋า ราวกับมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ภายใน ญาณินร้องห้ามอย่าเปิด แต่ช้าไปแล้ว!

พอกระเป๋าเปิดออก ผงอาคมก็พุ่งใส่หน้าไตรรัตน์เต็มๆ จนเขาผงะล้มดิ้นทุรนทุรายเพราะตาปวดแสบปวดร้อนไปหมด สุคนธรสตกใจรีบเข้าประคองถามกำนันว่านี่มันอะไรกัน!

“ผงอาคม! ยัยเบญจามันวางยาเอาไว้น่ะสิ” กำนันบอก ณัฐเดชถามว่ามีวิธีแก้ไหม กำนันคิดๆ แล้วบอกให้เอาน้ำมนต์มาล้างตา สุคนธรสรีบไปเอาน้ำมนต์ในกระเป๋ามาล้างตาให้ ไตรรัตน์เจ็บปวดจนหมดสติไป สุคนธรสผวากอดไตรรัตน์ร้องไห้ กำนันบอกว่า “ไม่ต้องห่วง เขาแค่สลบไป พาเขาไปพัก รอเขาฟื้นแล้วดูอาการอีกที”

ณัฐเดช สุคนธรส และป้าออ ช่วยกันยกร่างไตรรัตน์เข้าไปพักข้างใน ญาณินจึงไปแหวกกระเป๋าดู เธอผงะตะลึงเมื่อเห็นในกระเป๋าว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย! กำนันบอกว่าเบญจาคงรู้และใช้คาถาย้ายของไปหมดแล้ว

“เราเสียรู้มันจนได้” ญาณินเจ็บใจมาก กำนันพงษ์เร่งว่า

“ยังไงก็ต้องรีบเอากระเป๋าไปคืน ไม่อย่างนั้น ถ้านังเบญจารู้ว่ากระเป๋าหายไป นายติณห์จะเป็นเหยื่ออาคมรายต่อไปของนังเบญจา”

ooooooo

ติณห์ไปหาเบญจาช้ากว่าเวลานัดมาก เขาจึงเอากล้องดูดาวไปด้วย อ้อนว่าอย่างอนนะตนมัวแต่ไปหากล้องดูดาวเดี๋ยวจะให้ดูพระจันทร์ที่สวยที่สุดในโลกเลย

พอเบญจาได้ดูพระจันทร์ผ่านกล้องดูดาวก็ร้องอย่างตื่นเต้นว่าสวยมาก เหมือนกับตนกำลังยืนอยู่บนนั้นเลยทีเดียว

ติณห์พยายามหลอกล่อถ่วงเวลาให้เบญจาดูดาวเพื่อไม่ให้เธอกลับห้องเร็ว แต่เบญจาอ้างว่าง่วง เขาอ้อนจนเธอยอมอยู่ต่อ แต่จู่ๆก็บอกว่าปวดฉี่แล้วลุกกลับเลยบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ติณห์ไม่รู้จะรั้งไว้อย่างไร ได้แต่กระวนกระวายใจ

“ตายละวา...นังปีศาจกำลังกลับไปที่ห้องแล้ว พวกนั้นเอากระเป๋าไปคืนไว้ที่เดิมหรือยัง โธ่ๆๆไอ้ติณห์ นั่งงงอยู่นั่นแหละ รีบตามไปขวางซีวะ ไป!!” คุณหลวงที่มาซุ่มดูอยู่กวักมือส่งสัญญาณให้ติณห์รีบตามไป

ณัฐเดชเป็นคนเอากระเป๋ามาคืนที่ห้องเบญจา เกือบออกจากห้องไม่ทัน ดีที่ติณห์วิ่งตามมาขวางทำให้เบญจาชะงักเสียเวลากู๊ดไนต์กับติณห์ ทำให้ณัฐเดชออกจากห้องไปได้ทัน

ทันทีที่เบญจาเดินเข้าห้อง เธอเดินไปเปิดกระเป๋าดู รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เธอสะใจที่วางกับดักอาคมได้สำเร็จ แผดเสียงหัวเราะอย่างผู้ชนะ

สุคนธรสเฝ้าไตรรัตน์ทั้งคืน จนรุ่งขึ้นพอไตรรัตน์ รู้สึกตัวก็อาละวาด เห็นสุคนธรสเป็นผี แผดเสียงร้องตะโกนไล่อย่างบ้าคลั่ง กระทั่งกระโจนเข้าบีบคอสุคนธรสเพราะ เห็นว่าเธอเป็นผีจะมาฆ่าตน

กำนันพงษ์เดินทะลุผนังเข้ามา เห็นสุคนธรสกำลังดิ้นให้หลุดจากมือไตรรัตน์ กำนันตกใจบอกว่าผงอาคมออกฤทธิ์แล้ว ทำให้ไตรรัตน์เกิดภาพหลอนและควบคุมสติไม่ได้ เมื่อสุคนธรสพยายามพูดให้ไตรรัตน์รู้สึกตัว กำนันบอกว่า...

“ไม่มีประโยชน์ พูดอะไรไป เขาก็จะได้ยินเป็นเสียงหลอน ครอบงำสติเขาไปหมด ฉันจะไปตามคนมาช่วย”

กำนันเดินออกไป พวกณัฐเดช ป้าออ และติณห์เข้ามาเห็นไตรรัตน์กำลังบีบคอสุคนธรสก็เข้าไปช่วย ไตรรัตน์ก็เห็นเป็นว่ากำลังถูกผีดิบรุม สุดท้ายณัฐเดชต้องใช้วิชาการต่อสู้ประจำกายเข้าล็อกและช่วยสุคนธรสออกมาได้ แต่ไตรรัตน์ก็ยังอาละวาด จนกำนันกลับเข้ามาอีกครั้งสุคนธรสถามว่าจะทำอย่างไรดี

“ตอนนี้ฉันยังมืดแปดด้าน ทางที่ดีจับมัดเอาไว้ก่อน ไม่งั้นก็อาละวาดอีก แล้วเราค่อยมาคิดช่วยหาทางแก้กัน”

ooooooo

ส่วนที่บ้านไตรรัตน์ โบตั๋นออกมาอาละวาดเพราะพี่ไตรของตนหายไปนาน เรียกร้องให้เอาพี่ไตรของตนคืนมา อาละวาดจนคนทั้งบ้านกลัว ไม่รู้จะหนีไปไหน สุดท้ายพากันหนีเข้าไปอยู่ในห้องพระ

จนวันรุ่งขึ้นจำเป็นต้องออกมาหาอาหารให้อาม่ากินก่อนกินยา แต่พอเปิดประตูห้องพระออกมาก็เจอเณรป๋องที่เคธี่กับทิพย์พามาให้จับโบตั๋นใส่หม้อ

เจ๊หญิงไม่ยอม เสี่ยจำเริญก็เร่งเจ๊หญิงให้รีบไปดูว่าพวกนั้นทำร้ายวิญญาณลูกเราหรือเปล่า
เณรป๋องท่าทางขยาด เคธี่กับทิพย์จับยัดเขาไปในห้องที่โบตั๋นอยู่ ถูกโบตั๋นเล่นงานเสียจนกระเด็นออกมานอกห้อง เคธี่กับทิพย์ก็ผลักเข้าไปอีก ตะโกนยุเณรป๋อง อยู่หน้าห้องว่า

“สู้มันซิอาจารย์ งัดเอาวิชาอาคมออกมาสู้มัน” ทิพย์ตะโกน

“ลูกก่งลูกกรอก ควายธนู วิญญาณภูตผีที่อาจารย์โฆษณาว่าเลี้ยงไว้เยอะน่ะปล่อยของออกมาสู้มันซิ” เคธี่ยุ

“ไม่มีโว้ย” เสียงเณรป๋องตะโกนออกมาอย่างหวาดกลัว แล้วหันขู่โบตั๋นว่าตนมีพระสมเด็จองค์ละล้าน อย่าเข้ามาเชียว ถูกโบตั๋นด่าว่า

“แกมันดีแต่ห้อยพระ แต่ในใจไม่เคยเคารพ พระที่ไหนจะคุ้มครองคนชั่วอย่างแก” โบตั๋นด่าเณรป๋องว่าเป็นหมอผีปลอม แล้วลอยเข้าบีบคอด่า

“ห้อยพระแต่ดันยกแก้วเหล้าข้ามหัวพระทุกวัน แกตาย!!”

เณรป๋องถูกบีบคอพอดิ้นหลุดก็วิ่งอ้าวออกมา ร้องบอกทุกคนที่หน้าห้องว่า “โกยเถอะโยม!”

โบตั๋นลอยออกมาบีบคอเคธี่กับทิพย์จนทั้งสองกรี๊ดลั่นแล้ววิ่งหนีไป โบตั๋นบอกกับอาม่า อาอี๊ เจ๊หญิง และเสี่ยว่า

“อย่าเอาหมอผีมาไล่หนูเสียให้ยากเลย นี่บ้านหนู... หนูจะอยู่ที่นี่ หนูจะไม่ไปไหน หนูจะรอพี่ไตรอยู่ที่บ้าน”

สิ้นเสียงโบตั๋น ประตูห้องก็ปิดเองปัง!

เจ๊หญิง เสี่ย อาม่า  อาอี๊ ต่างยืนน้ำตาคลอด้วยความสงสารโบตั๋น...

ooooooo

ไตรรัตน์ถูกจับมัดไว้กับเสากลางบ้าน แต่ก็ยังอาละวาดโวยวายไม่หยุด เห็นทุกคนที่รายล้อมเป็นผีที่จะมารุมทำร้ายตน ณัฐเดชบอกกำนันว่าเราไม่รู้จะแก้อย่างไรเพราะไม่รู้ว่าไตรรัตน์โดนอาคมอะไร

“พิษผงวิญญาณหลอน” กำนันบอก แล้วอธิบายว่า “มันเป็นวิชาไสยดำของพ่อหมอผีในชนเผ่าโบราณที่ใครโดนเป่าผงเข้าไปแล้ว จะถูกฝังการหลอนลงไปในหัว จนกระทั่งเสียสติและบ้าไปเลย”

“ศาสตร์ลี้ลับแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นในโลก” ญาณินเอ่ย

กำนันอธิบายถึงผู้ที่ถูกผงพิษนี้อย่างละเอียดจนติณห์กับณัฐเดชถามว่า กำนันคงจะรู้ว่านอกจากกำนันแล้วยังมีใครที่มีวิชานี้ติดตัวบ้าง กำนันบอกว่าหมอสมคิด ญาณินถามว่าแบบนี้แสดงว่าเบญจาก็เป็นอีกคนที่มีวิชานี้ กำนันพยักหน้ายอมรับว่า

“เด็กผู้หญิงคนนี้น่ากลัวจริงๆ รูปแบบอาคมที่ เขา ใช้มันมากมายจนคาดเดาไม่ได้เลย ฉันบอกตรงๆว่ายังมองไม่เห็นทางที่จะช่วยได้”

แต่สุคนธรสเชื่อว่าไสยศาสตร์ทุกอย่างมีทางแก้อาถรรพณ์เสมอ เธอนึกถึงยันต์เกราะเพชรที่ให้ติณห์ไว้ คิดว่าอาจจะช่วยได้ แต่เมื่อนำมาทำพิธีและเอาไปแปะที่หน้าผากไตรรัตน์ เขาแผดเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ที่หน้าผากมีควันออกมาเหมือนเนื้อสดๆที่ถูกเหล็กร้อนนาบ!

กำนันบอกให้เอาออกเสียเพราะใช้ไม่ได้ผล พอ สุคนธรสเอายันต์เกราะเพชรออก ไตรรัตน์ก็ตาลอยแล้วสลบไป

“ทำไมคะกำนัน ยันต์เกราะเพชรที่ว่าป้องกันคุณไสยได้ทุกชนิดถึงช่วยอะไรนายไตรไม่ได้” ญาณินถาม

“ยันต์มีไว้ป้องกันคุณไสย แต่เมื่อคุณไสยเข้าตัวไปแล้ว คงช่วยอะไรไม่ได้ เราต้องเปลี่ยนมาหาวิธีเอาคุณไสยออกมา ขืนเอายันต์เข้าไปสู้อาจปลุกให้ของต่อต้านจนร่างคนที่มีของอยู่ลมปราณแตก สติฟั่นเฟือน จิตวิปลาสไปเลยก็ได้”

สุคนธรสฟังแล้วยิ่งเสียใจที่เครื่องรางของขลังที่ตนมีอยู่กับตัวช่วยอะไรไตรรัตน์ไม่ได้เลย เธอร้องไห้ สิ้นหวังจนณัฐเดชต้องบอกให้ใจเย็นๆเชื่อว่าเธอต้องมีวิธีช่วยไตรรัตน์ได้ให้ไปนั่งพักก่อน อย่าเป็นอะไรไปอีกคนเพราะมีเธอคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยไตรรัตน์ได้

เบญจาตามหาติณห์แต่เช้า เข้าไปหาที่ห้องทำงานไม่เจอถามพนักงานก็ไม่มีใครรู้ ถามทนายสมชาติก็ไม่รู้ เบญจาด่ากราดว่าทำไมไม่มีใครรู้สักคน ทนายสมชาติแนะให้โทร.หา เธอบอกว่าไม่ได้เอาโทรศัพท์มาจึงใช้ มือถือของทนายสมชาติโทร. ติณห์รับสายบอกว่าตนกำลังยุ่ง

ทนายสมชาติถามว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน ติณห์ปดว่ากำลังซื้อของอยู่ในตัวเมือง ถ้าไม่มีอะไรด่วนเดี๋ยวค่อยกลับไปคุยกันแล้ววางสายเลย

ญาณินถามติณห์ว่ามีอะไรหรือ เขาบอกว่าทนายสมชาติโทร.มาตามไม่มีอะไร ญาณินเชื่อว่าเบญจาเป็นคนใช้ให้ทนายสมชาติโทร.มากกว่า

เบญจาเองก็ไม่เชื่อตามที่ติณห์บอก เชื่อว่าติณห์ต้องไปอยู่กับญาณินแน่ๆ พูดอาฆาตว่า “เอาซี้...นังตัวดี!” จากนั้นก็เอามือถือมากดเปิดรูปถ่ายคู่ของตนกับติณห์ส่งออกไปเป็นชุดๆ แล้วยิ้มสะใจสุดๆ

ooooooo

ระหว่างที่พวกญาณินกำลังช่วยไตรรัตน์นั้น พงอินทร์ก็ขับรถไปหาบ้านช่อเพชรตามที่อยู่ในบัตรประชาชน ในรถมีกรรณาคอยดูเส้นทางและแผนที่ ส่วนเนตรสิตางศุ์กับหมอวรวรรธนั่งอยู่เบาะหลัง

จู่ๆกรรณาที่มีหน้าที่ดูทางและหาบ้านก็ร้องขึ้น “จอดๆๆๆ จอดเลย” พงอินทร์เบรกเสียจนทุกคนหัวคะมำ กรรณาชี้ให้ดูบ้านช่อเพชร เป็นบ้านไม้สองชั้นเก่าๆสภาพบ้านทรุดโทรมอยู่ริมทะเลเหมือนทิ้งร้างมานานแล้ว แต่กรรณาบอกว่าไหนๆมาถึงที่แล้ว ในบ้านน่าจะมีหลักฐานช่วยให้เราตามตัวช่อเพชรได้ ฉะนั้นเราต้องลุย!

เมื่อทั้ง 4 เข้าไปในบ้าน ลมเย็นๆ พัดผ่านไปวูบหนึ่ง จนเสื้อผ้าและผมของทุกคนปลิวสะบัด เนตรสิตางศุ์เอามือลูบแขนบอกหมอว่า “ลมเย็นยะเยือกแบบนี้ ใช่เลยหมอ”

กรรณาเองก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวบางอย่างมีเสียงครางของวิญญาณจนต้องเหล่มอง เธอสะกิดบอกเนตรสิตางศุ์ว่าให้ถอดแว่นออก เนตรสิตางศุ์ไม่ถอดกลัวเห็นผี

“ต้องได้เห็นแน่ๆ เพราะกำลังยืนครางอยู่ข้างหลังฉันตอนนี้” กรรณาบอก ทำเอาทั้งสามสะดุ้งโหยง กรรณาเร่งให้เนตรสิตางศุ์ถอดแว่น ตนอยากรู้ว่าผีอยู่ที่ไหน

พอเนตรสิตางศุ์ถอดแว่น เธอตกใจร้องว้าย เพราะเห็นผู้หญิงผูกคอตายอยู่ที่ต้นลำพูด้านหลัง พลันร่างหญิงคนนั้นก็เริ่มกระตุกและคอเริ่มขยับ ลืมตาขึ้นขยับปากเหมือนจะพูดอะไร กรรณาหันมองทันที ได้ยินเสียงหญิงคนนั้นพูด...

“เพชร...พลอย...กลับมาหาแม่แล้วเหรอลูก ฮือๆๆ” น้ำตาหญิงคนนั้นไหลออกมาเป็นสายเลือด

หมอวรวรรธกับพงอินทร์ช่วยกันทุบกุญแจบ้าน ในขณะที่สองสาวยืนฟังเสียงและมองสภาพรอบบ้านกรรณาบอกว่าเสียงร้องไห้ของผู้หญิงคนนั้นเงียบไปแล้ว เนตรสิตางศุ์ก็ไม่เห็นร่างที่ผูกคอตายแล้ว

ระหว่างนั้นกรรณาฉุกคิดถามเนตรสิตางศุ์ว่าเพชรกับพลอยที่วิญญาณพูดถึงหมายถึงช่อเพชรหรือเปล่า?

พอดีสองหนุ่มงัดประตูสำเร็จ สองสาวจึงผลักประตูเข้าไป ภายในมืดจนต้องใช้ไฟฉาย มีกลิ่นอับเหม็น ที่พื้นมีฝุ่นหนาเป็นนิ้ว และตามเพดานมีหยักไย่ห้อย เป็นม่าน หมอวรวรรธบอกว่า แบบนี้คงไม่มีคนอยู่มาเป็นสิบๆปีแล้ว

ทันใดนั้น มีเสียงดังโครมเหมือนของหนักๆหล่นลงมาที่ชั้นสองมีเสียงผู้ชายแผดร้องและเสียงกรี๊ดของผู้หญิง แต่ชายหนุ่มทั้งสองไม่ได้ยิน กรรณาวิ่งขึ้นไปทันทีพงอินทร์วิ่งตามขึ้นไป หมอวรวรรธจูงมือเนตรสิตางศุ์ที่ยืนตะลึงอยู่วิ่งขึ้นไปด้วย กรรณาสะดุดหุ่นโชว์เสื้อผ้าขาวโพลนวางกองเต็มไปหมด

มีหุ่นสองสามตัวมีรอยเลือดกระเซ็นติดอยู่ พงอินทร์กับหมอเชื่อว่ารอยเลือดนั้นต้องเกิดจากบาดแผลฉกรรจ์แน่ๆ สองหนุ่มพูดกันไม่ทันขาดเสียง กรรณาก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันของชายหญิง เนตรสิตางศุ์ก็เห็นชายหญิงกำลังตบตีกัน

ooooooo

กรรัมภากับจุนจีไปสืบเรื่องพิมพิลาสที่หน้าคฤหาสน์ เห็นอติเทพขับรถออกไป จุนจีบิดมอเตอร์ไซค์ตามทันที

อติเทพขับรถไปจอดที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง เด็กโบกรถมาโบกและกันที่ให้อย่างมีสิทธิพิเศษ จุนจีบิดรถมาจอดห่างจากรถของอติเทพเล็กน้อยแล้วรีบตามเข้าไป เห็นอติเทพเดินไปขึ้นลิฟต์ที่มีอยู่เพียงตัวเดียว ทั้งสองจึงวิ่งขึ้นบันไดแทน

จุนจีพยายามวิ่งขึ้นไปให้ทันเห็นว่าอติเทพขึ้นไปชั้นไหน วิ่งถึงชั้นสามเขาก็ยังไม่ออกจากลิฟต์ กรรัมภาวิ่งไม่ทันจุนจี ปลุกเร้าใจ “แก้ม...อดทน ไอเลิฟยู...ไป” คว้ามือกรรัมภาลากขึ้นไปด้วยกัน

พอถึงชั้นสี่ เห็นอติเทพออกจากลิฟต์ ทั้งสองหยุดกึกก้มหน้างุดแต่เหงื่อเปียกโชก ทั้งสองจับตาสังเกตอติเทพจึงรู้ ว่ามาขอยืมเงินจากเฮียกุ่ย รับรองว่าจะเอามาใช้คืนพร้อม ของเก่า ดอกเท่าไรก็พร้อมจ่าย เฮียกุ่ยถามว่าเขากำลังจะรับมรดกก้อนโตไม่ใช่หรือ เมื่อไรล่ะ?

“ไม่นานหรอกเฮีย รอแค่ลายเซ็นอะไรนิดๆหน่อยๆ เท่านั้นแหละ นะๆๆ เฮียขอด่วนๆ อีก 2 ล้านเถอะ”

เฮียกุ่ยคิดอยู่นาน กรรัมภากับจุนจีหลบหลังเสาแอบถามกันว่าอติเทพจะเอาเงินไปทำอะไรมากมาย จุนจี บอกว่างานนักสืบสนุกแบบนี้เอง มิน่าเธอถึงชอบ กรรัมภาขึงตาใส่บอกว่าตนทำไม่ใช่เพราะสนุกแต่ต้องการช่วยกันจับฆาตกรที่ฆ่าคุณย่าเขา จุนจีทำหน้าเหี้ยมหันมอง

อติเทพคำรามในคอ “คนเลว จะต้องได้รับกรรม”

ooooooo

ตอนที่ 10

สุพิชชารุกไปอีกก้าว เข้าไปทำอาหารที่บ้านณัฐเดช อ้างว่าเพื่อแบ่งเบาภาระของเนตรสิตางศุ์

เนตรสิตางศุ์ทนไม่ได้ที่ณัฐเดชให้สุพิชชาเข้ามาวุ่นวายในบ้าน ซํ้ายังคลอเคลียนัวเนียกับณัฐเดช จนเนตรสิตางศุ์กลายเป็นส่วนเกินไป แต่เพราะณัฐเดชให้ท้ายสุพิชชา เนตรสิตางศุ์จึงจำต้องนั่งทานอาหารที่สุพิชชาทำ แต่เธอถูกเบียดกระเด็นจากที่นั่งประจำของตัวเอง และสุพิชชาเข้านั่งคู่กับณัฐเดชแทน!

หมอวรวรรธจะมาทานอาหารด้วยตามนัด เนตร-สิตางศุ์ชวนออกไปทานข้างนอกกันดีกว่า ถูกทั้งณัฐเดชและสุพิชชาชวนแกมบังคับให้ทานเสียด้วยกัน หมอวรวรรธจึงจำต้องนั่งลงอีกคน

สุพิชชาทำทีวานหมอให้ไปช่วยทุบนํ้าแข็งในห้องครัว ระหว่างนั้นก็เข้านัวเนียอ่อยหมายให้ณัฐเดชไม่พอใจ และห้ามมาเจอเนตรสิตางศุ์อีก และถ้าเนตรสิตางศุ์ รู้เธอก็จะไม่เชื่อใจหมออีกต่อไป

หมอวรวรรธรู้ทันพยายามจะเบี่ยงตัวออก ก็พอดีเนตรสิตางศุ์ไม่พอใจณัฐเดชที่ตำหนิตนว่าเอาแต่ใจนิสัยเสียจะให้สุพิชชามาดัดนิสัยและจัดระเบียบบ้านใหม่

ลุกจากโต๊ะไปหาหมอที่ห้องครัว ชวนออกไปข้างนอกกัน ณัฐเดชตามเข้ามาสั่งให้ทานเสร็จก่อนค่อยไป เพราะสุพิชชาอุตส่าห์ตั้งใจมาทำอาหารให้อย่าเสียมารยาท

“เนตรไม่ทาน”

“ยัยเนตร!!” เดี๋ยวนี้ฤทธิ์มากขึ้นเยอะ พี่ขอโทษด้วยนะคะพีช” ณัฐเดชดุน้องเอาใจแฟน

สุพิชชากระหยิ่มที่ณัฐเดชอยู่ข้างตน มองเนตร-สิตางศุ์อย่างสะใจ!

ooooooo

ที่รีสอร์ต...ติณห์โยนกระเป๋าใส่รถจะออกไปจากรีสอร์ต มิรันตีมาขวางไม่ยอมให้ไป ถามว่าจะไปง้อยัยยิปซีใช่ไหม

“มัม...มัมห้ามผมไม่ได้หรอกครับ” ติณห์ไม่ฟังเสียง มิรันตียื้อยุดติณห์และเรียกทนายสมชาติให้มาช่วยอีกคน พลันก็เกิดลมแรงฟ้าแลบกลุ่มเมฆเคลื่อนมาอย่างเร็ว ทุกคนแปลกใจกับปรากฏการณ์ฉับพลันนั้น พริบตานั้นเกิดฟ้าผ่าเปรี้ยง! ทุกคนตกใจ ติณห์อาศัยจังหวะนั้นขึ้นรถจะขับออกไป แต่สตาร์ตรถไม่ติด เครื่องรวนไปหมด

ติณห์มองไปนอกรถเห็นหมอกเมฆมืดไปหมด มิรันตีกับทนายสมชาติก็หายไปแล้ว แต่กลับเห็นเบญจาเยื้องย่างเข้ามาอย่างยั่วยวน ติณห์มองตะลึงหลงใหลในทันที โผเข้ากอดพรํ่าบอกอย่างคลั่งไคล้เหมือนโดนของ

“เบญจา...พี่รักเบญจา...รักมาก...ชีวิตพี่ขาดเบญจาไม่ได้...” พลางดึงเบญจาเข้าไปกอด...จูบอย่างดูดดื่ม ปรากฏการณ์นี้ทำให้คุณหลวงกับกุมาริกามึน

ถามกันว่า ทำไมมันกลับตาลปัตรแบบนี้...เขาไปรักกันตอนไหน??

วันต่อมา ติณห์พาเบญจาขี่ม้าตัวเดียวกันนั่งโอบพาเธอชมวิวหยอกล้อหัวเราะกันอย่างมีความสุข มิรันตีรีบเอามือถือขึ้นมาถ่ายรูปพูดกับทนาย

สมชาติอย่างสมใจว่า สองคนนี้เหมาะสมกัน น่ารักมาก ทนายสมชาติพึมพำว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ดูแปลกๆ

คุณหลวงที่ดูอยู่ เชื่อว่าติณห์จะไม่มีวันรักใครนอกจากญาณิน กุมาริกาโกรธ ตะโกนอย่างขัดใจว่า

“หนูเกลียดพี่ติณห์” แล้วก็ฉุกคิดว่าติณห์เคยหลงเพนนีแบบนี้ กุมาริการ้อง “เฮ้ย!! ใช่! อาการหลงหัวปักหัวปํา อย่างนี้มันเหมือนตอนที่พี่ติณห์ถูกยัยเพนนีทำเสน่ห์!”

สองตาหลานมองหน้ากันตาโตเมื่อนึกถึงเรื่องติณห์ถูกทำเสน่ห์อีก!!

ooooooo

ญาณินเป็นห่วงติณห์ยกมือถือจะโทร.หาเขา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจไม่โทร. กรรณาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงติณห์ เพราะติณห์เป็นคนดีและเขาก็รักเธอมาก ที่สำคัญเธอก็สอนติณห์นั่งสมาธิแล้วด้วย

“ใช่ สมาธิจะทำให้เขามีสติมีปัญญาที่จะช่วยคุ้มครองเขา” ญาณินมั่นใจขึ้น

ฝ่ายติณห์แสดงความคลั่งไคล้ใหลหลงเบญจาจนคุณหลวงกับกุมาริกาเชื่อว่าติณห์ถูกทำเสน่ห์แน่ๆ

“ไอ้ติณห์...มีสติหน่อย เอ็งปฏิบัติสมาธิจนสื่อสารกับข้าได้แล้ว กะอีแค่เสน่ห์มนต์ดำชั้นต่ำ เอ็งต้องเอาชนะมันได้สิ” คุณหลวงพยายามเตือนสติติณห์

เบญจาเข้าครัวกับติณห์นัวเนียกันทำอาหารจนเสร็จ เบญจาบอกให้ติณห์ไปตามมิรันตีมาทานข้าวด้วยกัน ติณห์รีบออกไป แต่พอเดินไปถึงหลังบ้าน ติณห์ก็แอบโทร.หาญาณิน

ญาณินดีใจมากที่ได้รับโทรศัพท์จากติณห์ เธอตกใจเมื่อเขาบอกว่าถูกเบญจาทำเสน่ห์ใส่ แต่ก็พูดให้เธอสบายใจว่า

“ต้องขอบคุณผ้ายันต์ของคุณรสที่ช่วยคุ้มครองผม แต่ก็ไม่รู้จะรอดไปได้อีกนานแค่ไหน” ติณห์แกล้งยั่ว ญาณินขอให้เขาอดทนเล่นละครต่อไปอย่าให้เบญจาจับได้และที่สำคัญ อย่าอินมากไป! “ผมทำไม่ได้หรอก เว้นแต่คุณจะลงของให้ผมเพิ่ม...รักผมไหม?”

ติณห์อ้อนจนญาณินตอบว่ารัก พอดีมีสายเข้าเธอจึงขอวางสายก่อน ย้ำให้เขาดูแลตัวเองดีๆ

วางสายแล้วติณห์ยังยิ้มค้าง ต้องพยายามอยู่อึดใจจึงทำหน้าเป็นปกติ เดินกลับเข้าไปหาเบญจา

ooooooo

เป็นสายจากสุคนธรสที่ส่งรูปผ้ายันต์ที่ได้จากประตูห้องโบตั๋นมาให้ญาณินดู บอกว่ามันคล้ายกับผ้ายันต์ที่ญาณินถ่ายรูปมาจากสปาของมิรันตี

สุคนธรสบอกว่าผ้ายันต์ที่ตนเจอนั้นเป็นฝีมือของหมอสมคิด และเวลานี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าหมอสมคิดหายไปไหน ชีวิตเป็นอย่างไร ย้ำว่า “โลกของไสยศาสตร์อะไรๆมันก็เป็น ไปได้ทั้งนั้น!” แต่ญาณินก็ยังเชื่อว่านั่นเป็นฝีมือของเบญจา

“จะเป็นเบญจาหรือหมาแมวที่ไหนก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ฉันแน่ใจมากก็คือ มันมีอาคมระดับเดียวกันกับหมอสมคิด แกต้องระวังตัวให้มากๆ เลยนะ” สุคนธสเตือน

“ฉันไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก แต่ติณห์น่ะสิ” ญาณินตอบแววตาเป็นกังวล

ติณห์ยังทำเป็นคลั่งไคล้ใหลหลงเบญจา บอกเบญจาให้ไปอาบน้ำเดี๋ยวจะพาไปเดินเล่นกันริมน้ำตก พอเบญจาไปอาบน้ำติณห์ลงรีบไปค้นกระเป๋าของเธอเพื่อหาหลักฐาน แต่ไม่ทันไรเบญจาก็ใส่เสื้อคลุมออกมาสั่งอย่างไม่พอใจว่า

“วางกระเป๋าหนูลงเดี๋ยวนี้นะพี่ติณห์” ติณห์ตัดสินใจไม่วาง ถือกระเป๋าจะเดินออกไป เบญจาทำปากขมุบขมิบ พริบตาเดียวประตูห้องปิดปังลงกลอนกริ๊ก! เบญจาถามอย่างเป็นต่อว่า “พี่คิดจะทำอะไรคะ”

ติณห์ยังดื้อแพ่งไม่ยอมวางกระเป๋าทำเป็นหึงว่าเบญจาซ่อนรูปผู้ชายไว้ในกระเป๋าจึงหวงไม่ยอมให้ตนดู รำพันว่าชีวิตตนขาดเธอไม่ได้ ใครที่มายุ่งกับเธอมันต้องตาย แต่เพราะเกรงว่าดื้อแพ่งต่อไปเบญจาจะจับได้ ติณห์จึงทำเป็นยอมคืนกระเป๋าให้ เบญจาปรามว่า “ทีหลังอย่ายุ่งกับกระเป๋าของหนูอีก”

ติณห์เข้ากอดเบญจาไว้ พอดีมิรันตีโผล่มาเห็นดีใจดี๊ด๊าว่าสองคนรักกันแล้ว บ่นตัวเองว่าไม่น่ามาขัดจังหวะเลย แล้วรีบถอยกลับไป ส่วนติณห์กับเบญจาผละจากกันเขินๆ

ติณห์ถอนใจโล่งอก ที่กอดนี้กอดเดียว ทำให้คนตายใจได้ถึงสองคน

ooooooo

จุนจีกับกรรัมภายังเดินหน้าสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับ การตายของพิมพิลาส โดยเอาเครื่องเพชรของเธอไปให้ร้านที่ผลิตเครื่องเพชรเหล่านั้นดู เจ้าของร้านเอาเครื่องเพชรไปพลิกดูอย่างละเอียดแล้วปฏิเสธว่า เพชรพวกนี้ไม่ได้ผลิตที่ร้านตน

จุนจีเอาใบเสร็จมายืนยัน เจ้าของร้านรับว่าพิมพิลาสซื้อเครื่องเพชรจากร้านตนไปจริงและเป็นของแท้ แต่ที่เอามานี้เป็นของปลอมทั้งหมด กรรัมภาจึงขอดูของจริง

เมื่อได้สัมผัสเครื่องเพชรชุดจริง กรรัมภาก็เบิกตา

กว้าง จุนจีถามว่าเห็นอะไรบ้าง...เธอตกใจมากแทบวิ่งออกจากร้าน จุนจีรีบตามมาถามว่าเธอเห็นอะไรบ้าง?

“ย่าของคุณ รักสร้อยเพชรชุดนั้นมาก เพราะนาย

อติเทพซื้อให้ด้วยเงินคุณย่าคุณ แต่นายอติเทพร้อนเงินคุณพิมพิลาสไม่ยอมเซ็นเช็คให้ นายอติเทพเลยเอาปืนขู่...”

จุนจีสรุปทันทีว่าอติเทพเป็นฆาตกรฆ่าคุณย่า

กรรัมภาติงว่าอย่าเพิ่งสรุป จุนจียืนยันว่า ที่อติเทพทำเพชร ปลอมขึ้นมาเพื่อสับเปลี่ยนของจริง ถามเธอว่าคนที่กล้าเอาปืนขู่กรรโชกทรัพย์ทำไมมันจะไม่กล้าฆ่าคน

“แต่ภาพสุดท้ายที่คุณย่าคุณเห็นก่อนสิ้นใจ ท่านบอกว่ามีผู้หญิสวมรองเท้าคัทชูสีแดงยืนมองท่านสิ้นลมต่อหน้าต่อตา แล้วมันจะเป็นนายอติเทพได้ยังไง” กรรัมภาบอกว่าตนเห็นแต่ภาพไม่รู้เหตุผลของภาพที่เกิดขึ้น ย้ำว่า “บางทีอาจจะมีอะไรที่ซับซ้อนกว่าที่เห็นก็ได้”

จุนจียังตะแบงว่าคนที่ฆ่าคุณย่าต้องเป็นอติเทพ

กรรัมภาด่าว่าคิดอะไรตื้นๆตอกย้ำกับเขาว่า

“ภาพที่คุณย่านายเห็นต้องเป็นความจริง ฆาตกรเป็นผู้หญิง ส่วนนายอติเทพอาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวก็เป็นไปได้ทั้งนั้น”

จุนจียังไม่เชื่อ จะไปแจ้งความ กรรัมภาหว่านล้อมว่าเราต่างมั่นใจสิ่งที่ตัวเองคาดคิด เสนอให้มาหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์กัน ท้าเดิมพันว่า “หาหลักฐานให้ได้ ใครถูกคนนั้นชนะ ใครผิดก็ต้องเต้นควีโยมีดีไหม”

“ตกลง!!” จุนจีรับคำท้าอย่างมั่นใจในความเชื่อของตัวเอง

ทางนิติเวช...หมอวรวรรธนำผลตรวจสภาพรถของพิมอรมาบอกพงอินทร์ว่า

“สภาพรถของพิมอรยังดี ยางล้อรถไม่แตก ด้านข้างไม่มีรอยบุบชน เพราะฉะนั้น คุณพิมอรไม่ได้ขับรถมาแล้วยางแตกรถชนต้นไม้  ชนฟุตปาท  ทำให้เสียหลักพุ่งลงไปในน้ำแน่นอน” หมอเล่าถึงช่วงล่างของรถว่า “ไม่มีร่องรอยกระแทก ทั้งๆที่ขอบสระน้ำที่พบรถมีหินก้อนใหญ่ๆอยู่ ถ้ารถคุณพิมพุ่งลงไปในบึง มันก็น่าจะมีรอยกระแทกอยู่บ้าง แต่นี่ไม่มี แสดงว่ารถค่อยๆขับลงไปในบึง แต่หลักฐานพวกนี้ยังบอกเราไม่ได้อยู่ดีว่าฆาตกรเป็นใคร”

พอดีเนตรสิตางศุ์กับกรรณาเข้ามา พงอินทร์รู้ว่ากรรณาไปหาช่อเพชรมาแต่ไม่บอกเขาทั้งที่ตกลงกันว่าจะช่วยกันสืบ กรรณาอ้างว่าที่ไม่บอกเพราะยังไม่มีความคืบหน้า แล้วถามหมอวรวรรธว่าทางนี้มีอะไรคืบหน้าไหม หมอบอกว่าทุกอย่างสนับสนุนสิ่งที่เธอเห็น พงอินทร์ถามทันทีว่า “คุณแก้มเห็นอะไร? ” เนตรสิตางศุ์ตอบแทนว่า

“แก้มเคยแตะรถคุณพิมอร แล้วเห็นภาพผู้หญิงอยู่กับคุณพิมอร ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนเข็นรถคุณพิมอรลงไปในน้ำ แต่เสียดายที่แก้มไม่เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

“คุณแก้มเห็นอะไรอีก” พงอินทร์ตื่นเต้น

กรรณาบอกว่า เห็นพิมอรไม่อยากตาย พยายามจะหนีออกจากรถแต่ติดเข็มขัดนิรภัยหรือไม่ก็ประตูเปิดไม่ได้ สภาพพิมอรกลัวตาย ทุกข์ทรมานมาก

พงอินทร์ฟังแล้วสะเทือนใจจนทนอยู่ตรงนั้นไม่ได้เดินหนีออกไป กรรณามองตามด้วยความเป็นห่วง...

ooooooo

พงอินทร์ไปยืนเศร้าสงสารพิมอร แต่พอรู้ว่ากรรณาตามมาเขาก็สลัดความรู้สึกนั้นออกทำเป็นเข้มแข็งกวนประสาทเหมือนเดิม เขาขอให้เธอพาไปบ้านช่อเพชรเดี๋ยวนี้เลย

กรรณาบอกว่าไม่มีประโยชน์ เพราะตนทิ้งเบอร์ไว้เธอยังไม่โทร.กลับเลย เมื่อเธอไม่อยากเจอ เราไปหาเธอก็ต้องหลบ พงอินทร์ถามว่า เมื่อเธอได้ยินพิมอรพูดจริงๆ ทำไมไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เราจะได้หาหลักฐานไปจับฆาตกรได้เร็วขึ้น

กรรณาบอกให้พงอินทร์นอนเสียพิมอรจะได้มากล่อม พงอินทร์จึงพากลับไปที่บ้านเขา กรรณาเกาหลังและกล่อมพงอินทร์จนหลับ ครู่หนึ่งที่ด้านนอกปรากฏลมพัดอ่อนๆเข้ามาในบ้าน พลันก็ได้ยินเสียงพิมอรร้องเพลง กรรณาถามทั้งที่ไม่เห็นตัวพิมอรว่า...

“คุณพิมคะ ฉันมีเรื่องอยากจะถามคุณ...วันที่เกิดอุบัติเหตุรถตกน้ำ เกิดอะไรขึ้นกับคุณคะ”

“ถามทำไม”

“ตอนนี้เพื่อนฉันได้หลักฐานแล้วว่าคุณไม่ได้เกิดอุบัติเหตุรถตกน้ำ แต่มีคนผลักรถคุณลงไปในน้ำ ถ้าฉันรู้ว่าจริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้นกับคุณ จะได้ช่วยจับฆาตกรให้เร็วขึ้นไงคะ”

พิมอรจึงเล่าว่า...“ช่อเพชรโทร.มานัดเจอฉัน

บอกว่าอยากเคลียร์ปัญหาเรื่องคุณแผนยุทธ ฉันเองก็เบื่อเต็มทนแล้วไปคุยกับมันให้รู้เรื่องก็ดีเหมือนกัน”

นัดพบกันที่ถนนเปลี่ยวแห่งหนึ่ง เธอนั่งรอในรถจนเห็นรถแท็กซี่คันหนึ่งมาจอด ผู้หญิงคนหนึ่งลงจากรถเดินมาที่รถตนแต่มองไม่เห็นหน้าว่าเป็นใคร พิมอรเล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

“ฉันไม่เคยคิดว่าจะโกรธจะเกลียดใครได้มากเท่านี้ ฉันอยากให้เขาตาย จะได้ไม่ต้องมีใครมาแย่งความรักของคุณแผนยุทธไปจากฉันอีก ฉันนึกอยากจะฆ่าเขาเอง แต่ฉันต้องข่มใจ เตือนตัวเองว่าจะไม่ทำลายชีวิตตัวเอง ฉันจะคุยกับเขาดีๆ ถ้าเขาอยากจะได้อะไรฉันจะให้เขา ขอให้เรื่องจบก็พอ”

ขณะนั้น เธอเห็นรองเท้าส้นสูงคู่หนึ่งเดินมาที่รถ แต่พอเปิดประตูก็แปลกใจ  เพราะ “มันไม่เป็นอย่างที่ฉันคิด เพราะเขาไม่ใช่...”

พลันทุกอย่างก็ชะงักเมื่อพงอินทร์ละเมอว่าเจอกระทิงป่า เด้งขึ้นมาควานหากล้อง พิมอรจึงเลือนหายไปทันที กรรณาฉุนขาด เสยหมัดเข้าที่คางเขาเต็มๆ จนล้มตึงหลับไปอีกรอบ

ooooooo

ติณห์หลบไปยืนเศร้าใจที่ไม่ได้อยู่กับผู้หญิงที่ตนรัก ซ้ำยังต้องแกล้งรักผู้หญิงที่ตนอยู่ด้วยเพื่ออะไรบางอย่าง เขามองตะกรุดสามกษัตริย์ในมือ ตัดสินใจต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อแม่ เพื่อคุณหลวงและญาณิน

เบญจาตามมาถึง ติณห์รีบเอาตะกรุดในมือซ่อนข้างหลัง เบญจาจะขอดูให้ได้ เขาวิ่งหลอกล่อไปในสวนที่ซับซ้อน เบญจาโมโหที่ไม่ได้ดั่งใจ เลยหลับตาท่องคาถาเกิดควันสีขาวลอยรอบตัว พอเธอลืมตาเป่าพรวด กลุ่มควันก็ลอยไปในสวนแล้วเธอก็วิ่งเข้าไปในสวน

ติณห์วิ่งล่อเบญจาเข้าไป เบญจาตามทันยื้อจะดูของที่ติณห์ซ่อนอยู่ข้างหลังให้ได้ พอเธอโกรธก็เกิดพลังปะทะติณห์จนติณห์เจ็บเหมือนเจอคลื่นแม่เหล็ก

ญาณินกำลังเข้าฌานอยู่ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ รู้ว่าติณห์เจออาคมของเบญจา เห็นเขากำลังตกอยู่ในอันตราย เธอถอดจิตไปหาเขาด้วยความเป็นห่วง

เบญจาเดินเข้าหาติณห์ขอดูของในมือเขา แต่พอเห็นของในมือติณห์ใบหน้าที่ร้ายกาจของเธอก็เปลี่ยนไป เพราะของในมือติณห์คือกล่องกำมะหยี่ พอเบญจาหายโมโห อาคมของเธอที่ควบคุมติณห์ก็หายไปทันที

เมื่อเปิดกล่องกำมะหยี่ดู ภายในเป็นแหวนเพชรวงเล็กๆน่ารัก ติณห์บอกว่าตั้งใจเอาแหวนนี้มาให้เธอ เบญจามองเขาอย่างซึ้งใจ อ้อนให้ติณห์ใส่แหวนให้

ญาณินที่ถอดจิตมาหาติณห์ด้วยความเป็นห่วง มองภาพนั้นอย่างเจ็บปวดสุดบรรยาย...

ติณห์ที่ทำหวานซึ้งกับเบญจา แต่พอพ้นสายตาเธอสีหน้าเขาก็กลับเป็นอึดอัด แต่จำต้องฝืนเพื่อดำเนินแผนต่อให้สำเร็จ แกล้งอ้อนเบญจาว่า อยากไปเจอพ่อแม่เธอเพื่อเจรจาสู่ขอ เบญจาบอกว่าตนจำอะไรไม่ได้ พ่ออยู่ไหนตนก็ไม่รู้ จะได้เจอพ่อก็ต่อเมื่อพ่ออยากเจอตนเท่านั้น ตนจึงต้องอยู่คนเดียวดูแลตัวเอง ไม่เคยมีใครนอกจากเขา...

เบญจาโผเข้ากอดติณห์ร้องไห้ในอ้อมอกเขา ติณห์จำต้องกอดปลอบเซ็งๆที่ทำไปเหนื่อยแทบตาย แต่ไม่ได้อะไรเลย

ooooooo

กรรณากับพงอินทร์ทำงานด้วยกัน แม้จะห่ามๆ ห้าวๆใส่กัน แต่ลึกๆแล้วความรักเริ่มก่อตัวขึ้นในใจไม่รู้ตัว

คืนนี้พงอินทร์ขับรถมาส่งกรรณาที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ กรรณาทักทายกับเจ้าที่ พงอินทร์ถามว่าเธอพูดกับใคร พอเธอบอกว่าคุยกับเจ้าที่ เขาทำท่าตกใจแล้วหัวเราะ กรรณาฉุนกึกสั่งหยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้ ตนเกลียดเสียงหัวเราะเยาะแบบนี้ของเขามาก พูดอย่างไม่หายแค้นเรื่องสมัยเด็กที่เรียนหนังสือด้วยกันว่า

“สุดท้าย นายก็คิดว่าที่ฉันได้ยินเสียงผีเป็นเรื่องแหกตา”

“เปล่านะคุณ ถ้าผมคิดอย่างนั้นผมจะยอมให้คุณเกาหลังผมจนหลับ เพื่อให้คุณคุยกับพี่พิมทำไม” พงอินทร์ทำหน้าจ๋อย ถูกกรรณากระชากคอเสื้อเข้าไป ให้บอกมาว่า เชื่อว่าตนได้ยินเสียงวิญญาณจริงหรือเปล่า เขาตอบเสียงอ่อยว่า “ผมเชื่อ...”

เมื่อพูดถึงอดีต พงอินทร์ขอโทษกรรณาที่เมื่อ 20 ปีก่อน ตนเคยล้อเธอ พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“ไม่ว่าผมจะเคยทำอะไรเอาไว้เมื่อตอนเด็กๆ ผมต้องขอโทษคุณ ผมอยากให้คุณรู้ว่าตอนนี้ผมเปลี่ยนไปแล้ว ดูผมสิผมโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ใช่เด็กชายโจ้ที่ทำอะไรเฮี้ยวๆซนๆ ไม่รู้จักคิดเหมือนตอนเด็กๆอีกแล้ว จากนี้ไป ไม่ว่าผมจะทำอะไร รับรองได้ว่าผมจะไม่มีวันทำร้ายจิตใจคุณเด็ดขาด”

พงอินทร์อ้อน ขอให้ตนได้อยู่ใกล้ๆเธอได้ไหม เพื่อจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน กรรณาทำหน้าเยาะบอกว่า อยู่ใกล้ตนไม่กี่วันก็เผ่นแล้ว เขาไม่มีวันทนอยู่ใกล้คนได้ยินเสียงผีอยู่ตลอดเวลาอย่างตนหรอก

“ผมไม่ใช่คนกลัวผี แล้วผมก็จะขอให้วิญญาณพี่พิมที่ตามคุ้มครองผมอยู่ ช่วยคุ้มครองคนที่ผมรักด้วยอีกคน”

กรรณาอึ้งกับคำพูดที่จริงใจของพงอินทร์ กลับถึงบริษัทคืนนี้ เข้านอนแล้ว เมื่อคิดถึงคำพูดของเขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข...

ooooooo

ติณห์กลับถึงห้องนอนคืนนี้ เห็นจิตญาณินยืนมองอยู่ เขาดีใจมากโผเข้ากอดแต่วืดทะลุไป

“คุณสัมผัสฉันไม่ได้หรอกค่ะ” ญาณินบอก

ญาณินบอกว่าตนก็คิดถึงเขา ถามว่าปลอดภัยดีไหม ติณห์บอกว่า

“ผมปลอดภัยดี ญาณิน...แต่ไม่รู้ว่าศัตรูของเราเป็นคนเหมือนเราหรือเป็นอะไร มันต้องการอะไร มันมีความสามารถทำเรื่องเหนือธรรมชาติที่เราเดาไม่ได้เลย”

ญาณินถามว่าเขากลัวหรือ ติณห์ยอมรับว่ากลัวแต่ตนทิ้งแม่ไม่ได้

“เราจะไม่ทิ้งกันค่ะ จะไม่มีใครทิ้งใครทั้งนั้น ณินก็จะสู้ไปกับคุณ แม้ตัวจะไม่ได้อยู่ข้างๆคุณ แต่คุณก็รู้ใช่ไหมว่า จิตใจฉันจะมาช่วยคุณเสมอ...ระวังตัวด้วยนะคะ ฉันต้องไปแล้ว คุณต้องเข้มแข็งนะติณห์...คุณจะหลงรักเบญจาหรือเปล่า?”

ติณห์ตัดพ้อว่าอย่าถามแบบนี้อีก ไม่ใช่ตนต้องเข้มแข็ง เธอเองก็ต้องเข้มแข็งและเชื่อใจตนด้วย

“ขอโทษค่ะขอโทษ ค่ะฉันจะเชื่อใจคุณ ฉันรู้ว่าคุณต้องเสี่ยงอันตราย อยู่ใต้สภาวะกดดันแค่ไหน”

ติณห์ขอกำลังใจ ญาณินบอก “สู้ๆค่ะ ไฟติ้ง” ติณห์ตอบอย่างเข้มแข็งว่า “ไฟติ้ง!!” แล้วโผเข้ากอดกันทั้งที่สัมผัสกันไม่ได้...เป็นได้แค่ความรู้สึกว่าได้กอด เท่านั้น แต่ต่างก็ได้กำลังใจ มีความสุขแล้ว...

ooooooo

คืนนี้ กรรณานอนอย่างมีความสุขเมื่อคิดถึงที่พงอินทร์บอกว่าขอให้พิมอรคุ้มครองคนที่ตนรักด้วย ทั้งยังได้รับโทรศัพท์จากพงอินทร์โทร.มาออดอ้อนหลายครั้ง

ขณะกำลังจะหลับ มีเสียงโทร.เข้ามาอีก เธอยิ้มลุกขึ้นรับสายคิดว่าเป็นพงอินทร์โทร.มาอีก แต่แล้วก็ตกใจผงะเมื่อเสียงปลายสายเป็นผู้หญิงพูดข่มขู่อาฆาตว่า

“ฮิๆๆเตรียมตัวไว้ให้ดี ฉันจะเอา...แก...ลงนรก!!”

ส่วนปาร์คจุนจีกลับมาเล่นละครต่อ กรรัมภาไปหาเขาขณะถ่ายละครในโรงแรมหรู เจอซองซูจึงยืนคุยกัน จุนจีเห็นกรรัมภาคุยกับซองซูอย่างสนิทสนมก็หึง บ่นอย่างหงุดหงิด

“สั่งให้มาหาเรา แต่กลับไปคุยกับคนอื่น เสียแรงที่อุตส่าห์...หึ!”

พอดีกรรัมภาหันไปเห็นจุนจี เธอผละจากซองซูวิ่งไปหาทันที ซองซูบ่นอย่างเจ็บใจว่า

“โธ่เว้ย...ไอ้ซุปเปอร์สตาร์หน้าเก๊ก แกจะโชคดีไปถึงไหนวะ ทั้งงาน ทั้งผู้หญิงแย่งซองซูสุดหล่อไปหมด! แล้วนี่เมื่อไหร่จะได้ถ่ายเสียทีเนี่ย มาตั้งแต่ไก่โห่มีแค่สองฉาก โธ่เว้ย...ซองซู เห็นทีกลับเกาหลีหนนี้ ต้องไปโมหน้าใหม่เอาให้หล่อกว่าไอ้จุนจีเลย!”

เวลาเดียวกันนี้ อรวีขับรถมาหาจุนจีมีกุมาริกาแอบนั่งรถมาด้วย เธอนั่งบ่นว่ามาหาจุนจีทีไรใจคอไม่ดีทุกที แต่เอาเถอะ เพื่ออติเทพ ยอมทนให้จุนจีโขกสับอีกสักครั้งจะเป็นไรไป

อรวีจอดรถแล้วหันไปหยิบกระเป๋าและซองเอกสาร ปรากฏว่ากุมาริกาหายไปแล้ว

จุนจีกำลังถ่ายทำละครอยู่ เขาต้องเข้าฉากรักกับเป้ย แต่ขณะกำลังจะจูบเป้ยนั้น จุนจีชะงักหน้าถอดสี เมื่อเห็นกุมาริกาขี่หลังเป้ยอยู่ ซ้ำยังทำหน้าทะเล้นหลอกเขาอยู่ไปมา

“อ้าวเฮ้ย...ทำไมไม่จูบสักที ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ อย่างกับเห็นผี คัท!” ผู้กำกับบ่น ตะโกนถาม “เป็นอะไรไปจุนจี เมื่อกี๊อารมณ์เป๊ะแล้ว ทำไมไม่เล่นต่อ”

“นั่นซิจุนจี...ทำไมไม่จูบล่ะคะ เป้ยหลับตารอตั้งนาน”

“ผม...ผม...ผมเห็นผีเด็ก!!”

กรรัมภาได้ยิน เธอถอดถุงมือจับไปที่บ่าจุนจี แล้วเธอก็เห็นกุมาริกากำลังขี่หลังเป้ยแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกจุนจีอยู่ เธอสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้  สั่งกุมาริกาให้ตามตนมา ถามว่ามาโผล่ที่นี่ได้ยังไง กุมาริกาทำหน้าจ๋อยบอกว่าอยากมาเจอดารา กรรัมภาดุว่ามาทำให้ชื่อเสียงจุนจีเสียหมด ปรามว่าวันนี้จะปล่อยไปก่อน ต่อไปอย่าทำอีกไม่อย่างนั้นเจอเจ๊แซ่บเอาแน่

ooooooo

เมื่อพักการถ่ายทำ จุนจีเดินหัวเสียมาหาอรวีที่นั่งรออยู่พร้อมซองเอกสาร พอเจอหน้า เขาก็ใส่ไม่ยั้ง...

“ที่ผมพูดไปทั้งหมด ไม่เข้าใจกันรึไง ยังจะมาหาผมอีก ผมได้หลักฐานแน่นอนเมื่อไหร่ ผมแจ้งตำรวจจับพวกคุณแน่!” ลีจองกุ๊กกับกรรัมภาเห็นอรวีหน้าเสียน่าสงสาร บอกจุนจีว่าดูหน้าอรวีแล้ว เธอเองคงไม่อยากมาหรอก

จุนจีถามสวนว่า“รู้ได้ไง! คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ บางคนอาจจะพร้อมที่จะฆ่าคนทั้งๆที่ร้องไห้อยู่ก็ได้”

“ถ้าคุณไม่อยากเห็นหน้าฉันมาเกะกะคุณอีก ก็ช่วยเซ็นเอกสารยอมรับพินัยกรรมอีกใบให้ครบซีคะ ฉันสัญญาค่ะ ว่าจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีกเลย นะคะ...ช่วยเซ็นให้ครบเสียที” อรวีอ้อนวอนน่าสงสาร

“ผม-ไม่-เซ็น” จุนจีตะโกนใส่

อรวีร้องไห้โฮ ระบายความอัดอั้นทั้งน้ำตา “ทำไมคุณถึงดื้ออย่างนี้! รู้ไหมว่าฉันอึดอัดใจแค่ไหนที่ต้องมาเจอหน้าให้คุณด่าคุณไล่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” จุนจีบอกว่า เพราะเธอทำผิดรวมหัวกันฆ่าคุณย่าตน “หา! อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ ฉันไม่ได้ทำ”

จุนจีโต้ว่าถ้าเธอไม่ได้ทำก็ต้องรู้เห็นแน่ๆ เพราะเธอเป็นคนเอากุญแจเซฟของคุณย่ามาให้ แต่พอตนเปิดพบแต่สร้อยเพชรปลอม คาดคั้นดุดันว่า “คุณสารภาพมาเสียดีๆ ใครเป็นคนไปเปิดตู้เซฟแล้วขโมยสร้อยเพชรคุณย่าผมไป คุณ!หรือใคร? บอกมา!”

อรวียืนยันว่าตนไม่รู้เรื่อง เธอร้องไห้อย่างหนัก จนลีจองกุ๊กกับกรรัมภาเห็นท่าไม่ดี ไปช่วยดึงจุนจีออก เตือนสติเขาว่าที่นี่มีนักข่าวเต็มไปหมด โวยวายแบบนี้เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ แต่จุนจีของขึ้นเสียแล้ว เขาไม่ยอมปล่อยแขนอรวี กรรัมภาจึงเข้าไปแกะมือเขาออกจากแขนอรวี
สัมผัสนี้เอง! ทำให้กรรัมภาเห็นภาพในอดีต...

...ที่บ้านไม้หลังซอมซ่อ มีเด็กหญิงคนหนึ่งสวมชุดนักเรียนเก่าๆ นั่งร้องไห้ที่แคร่ไม้ผุๆหน้าบ้าน พอเงยหน้าขึ้นเป็นหน้าเด็กหญิงผมยาวปล่อยรุงรัง ใบหน้าซีดขาว หน้าเหมือนกุมาริกาไม่มีผิด! เด็กคนนั้นกำลังร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน น้ำตาไหลนองแก้ม...ปากก็พร่ำเรียก...“แม่จ๋า...ฮือๆๆ”

กรรัมภายืนอึ้งตะลึงงัน!

อรวีก้มเก็บเอกสารที่ถูกจุนจีปาทิ้งแล้วรีบออกไป ลีจองกุ๊กตามไปขอโทษแทนจุนจี ถูกจุนจีตะโกนถามว่าไปขอโทษทำไมพวกเขาเป็นคนฆ่าย่าตน!

พอจุนจีหันกลับมาเห็นกรรัมภายังยืนตะลึงอยู่ เขารีบไปจับไหล่เขย่าเรียก

“เป็นอะไรไปคุณแก้ม!”

กรรัมภารู้สึกตัวกะพริบตาถี่ๆ หลุดจากภาพที่เห็น เล่าเสียงเหมือนละเมอว่า...

“เมื่อกี๊ตอนที่จับตัวคุณอรวี ฉันเห็นภาพเด็กผู้หญิงคนหนึ่งหน้าเหมือนผีเด็ก เอ๊ย...โกลเด้นเบบี้ที่คุณเห็นขี่หลังคุณเป้ยเมื่อกี๊ อย่างกับเป็นคนคนเดียวกันเลย”

“อ้าว...แล้วไงครับ วิญญาณผีเด็กที่เพื่อนคุณเลี้ยงไว้มาเกี่ยวอะไรกับเลขาทนายของคุณย่าผมล่ะ?” จุนจีถามงงๆ

ooooooo

เมื่อกลับมาเล่าให้สมาชิกในซิกซ์เซ้นส์ฟัง สุคนธรสบอกว่ามันคนละเรื่องกัน กุมาริกาจะไปเกี่ยวกับอรวีได้อย่างไร

จุนจีที่นั่งฟังอยู่ด้วยก็สงสัย ถามว่าอรวีกับเด็กผีที่พวกเธอเลี้ยงไว้มันเกี่ยวกับการตายของคุณย่าตนหรือเปล่า สุคนธรสตอบทันทีว่าโกลเด้นเบบี้ของตนไม่เกี่ยว กรรัมภาก็ยังยืนยันว่าตนเห็นภาพนั้นชัดมาก เด็กหญิงคนนั้นหน้าเหมือนโกลเด้นเบบี้อย่างกับแกะ

เนตรสิตางศุ์บอกว่าภาพที่กรรัมภาเห็นไม่เคยพลาดสักครั้ง เด็กคนนั้นอาจเป็นโกลเด้นเบบี้ก็ได้ สุคนธรสยังยืนกรานว่าไม่ใช่แน่

“ถ้าอย่างนั้น เด็กผู้หญิงคนนั้นที่คุณแก้มเห็นจากคุณอรวีเป็นใครล่ะครับ” จุนจีสนใจขึ้นมา เป็นคำถามที่ทุกคนตอบไม่ได้ ครู่เดียวหมอวรวรรธโพล่งออกมาว่า ถ้าอย่างนั้นเราต้องสืบเรื่องนี้จากศพ เนตรสิตางศุ์ถามว่าศพใคร?

“ก็ศพโกลเด้นเบบี้น่ะซีครับ ผมก็อยากรู้มานานแล้วว่ากำเนิดของโกลเด้นเบบี้เป็นยังไง” หมอเอ่ย

สุคนธรสติงว่าศพของกุมาริกาไม่มีเพราะหลวงปู่ทำพิธีแล้ว ญาณินถามว่าปกติพวกกุมารทองต้องมีศพเด็กก่อนไม่ใช่หรือ สุคนธรสคิดทบทวนแล้วตอบอย่างมั่นใจว่า

“ไม่ใช่...เพราะโกลเด้นเบบี้ ไม่ใช่กุมารทองแบบเก่าๆแบบนั้น กำเนิดโกลเด้นเบบี้ มันนานมากแล้วตอนนั้นฉันยังเด็กๆเพิ่งเรียนวิชากับพระอาจารย์ปู่ พระอาจารย์เล่าให้ฟังว่ากุมาริกาตัวนี้เป็นวิญญาณของเด็กที่ตายหลังจากคลอดออกมาไม่นาน...”

สุคนธรสเล่าย้อนหลังไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน... มีแม่วัยสาวคนหนึ่งที่ยากจน ทรุดโทรมและหมดแรงเพราะเพิ่งคลอดลูกมาใหม่ๆพนมมือหน้าศพทารกแรกเกิดห่ออยู่ในผ้าขนหนูเก่าๆ เมื่อหลวงปู่เดินอุ้มบาตรมา แม่วัยสาวพนมมือเอ่ย

“ลูกสาวของอิฉันมันบุญน้อยค่ะหลวงพ่อ เกิดออกมาดูโลกไม่ทันได้ลืมตาก็ตายเสียแล้ว อิฉันมันจน อยากจะทำศพให้ลูกก็ไม่มีเงิน จะฝังศพทิ้งไว้หลังบ้านเหมือนหมูเหมือนหมาก็สงสารมันเหลือเกิน หลวงพ่อช่วยเมตตามันด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

หลวงพ่อส่งบาตรให้เด็กวัดถือแล้วเปิดผ้าคลุมหน้าทารกออก เห็นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู หลวงพ่อหลับตาเพ่งกรรมฐานอย่างเกจิผู้แก่กล้าวิชา ครู่เดียวก็ลืมตาขึ้นบอกแม่เด็กว่า

“ไม่ต้องห่วงนะโยม อาตมาจะช่วยทำพิธีจัดการศพลูกของโยมให้เอง”

สุคนธรสเล่าต่อว่า “หลังจากพระอาจารย์ปู่เพ่งกรรมฐานแล้วเห็นว่า วิญญาณของเด็กคนนี้ยังไม่ถึงเวลาไปเกิด จึงได้ทำพิธีอัญเชิญวิญญาณดวงนี้มาสถิตอยู่ในรูปหล่อกุมารทองเนื้อเรซิน กุมาริกาตนนี้ไม่เหมือนกุมารทองตนอื่นๆที่มักมาจากเดรัจฉานวิชา นำเด็กที่ตายท้องกลมมาทำพิธีย่างให้แห้งแล้วลงรักปิดทองปลุกเสกตามตำรา แต่สำหรับเจ้ากุมาริกาหรือโกลเด้นเบบี้ของพวกเรานั้น เกิดจากไสยขาว”

เมื่อพระอาจารย์ทำพิธีเสร็จ วิญญาณดวงน้อยก็ลอยเข้าไปที่รูปหล่อกุมาริกา พริบตานั้น รูปหล่อก็ขยับ แล้วตีลังกากลับหัวเท้าชี้ฟ้าอย่างซุกซนขี้เล่นหัวเราะคิกคักทักทายเด็กๆเสียงใส...พระอาจารย์ลืมตาขึ้นมองไปที่รูปหล่อใบหน้าฉาบยิ้ม...

ฟังสุคนธรสแล้ว หมอบอกว่าก่อนตายกุมาริกาต้องมีพ่อแม่พี่น้องเหมือนพวกเราทุกคน สุคนธรสบอกว่ามี แต่ตอนที่ตนขอกุมาริกามาช่วยงาน หลวงลุงไม่ทันได้เล่าว่าพ่อแม่กุมาริกาเป็นใครอยู่ที่ไหน เนตรสิตางศุ์เสนอให้ถามเจ้าตัวดู ญาณินเห็นด้วย บ่นว่าแต่พักนี้ไม่ค่อยได้เห็นหน้าเลย

แต่พอสุคนธรสพนมมือท่องคาถาเรียก กุมาริกาไม่มา เธอสงสัยว่า กุมาริกาหายไปไหน?

ooooooo

ที่แท้กุมาริกาตามอรวีกลับไปที่คอนโด เล่าให้อติเทพฟังเรื่องเพชรปลอมในตู้เซฟ ถามว่าเขาทำใช่หรือไม่ ทำทำไม!

อติเทพตกใจพาลโมโหอรวีไล่ตะเพิดเธอออกจากห้อง ทั้งที่เป็นห้องของเธอ อรวีกลัวจนร้องไห้วิ่งหนีออกไป

“ไอ้ผู้ชายเลว รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ หนูเกลียดดดด!” สิ้นเสียงกุมาริกา ข้าวของในห้องก็พุ่งเข้าใส่อติเทพจนต้องหลบไปอยู่หลังโซฟา แล้วค่อยๆโผล่หัวขึ้นดูอย่างมึนงงว่าเกิดอะไรขึ้น?

ส่วนกุมาริกาแอบขึ้นรถอรวีไป เห็นเธอขับรถเร็วอย่างขาดสติ ก็เตือนว่าระวังอันตราย อรวีได้ยินถามว่าใครพูด กุมาริกาพูดอีกว่า “หนูรู้ว่าพี่กำลังเสียใจ แต่ถ้าพี่จะทำอะไรตัวเอง หนูไม่ยอมเด็ดขาด” อรวีถามอีกว่าใครพูด! กุมาริกาบอกว่า “พี่คาดเข็มขัดเสียก่อนเถอะนะ แล้วหนูจะบอก”

อรวีเบรกรถเอี๊ยด...ก้มมองตัวเอง เห็นเข็มขัดนิรภัยดึงมาคาดให้ตน แต่ไม่เห็นว่าใครทำ เธอตกใจ

“ไม่ต้องตกใจ หนูเป็นคนคาดเข็มขัดให้พี่เอง”

อรวีหันมองเบาะหลัง เห็นกุมาริกาค่อยๆโผล่ให้เห็น เธอกรีดร้องสุดเสียง...

ooooooo

ตอนที่ 9

สุคนธรสปลอมเป็นทอมเข้าไปใช้บริการในสปากับไตรรัตน์ แต่พอเข้าห้องนวด พอสาวนวดถามว่าเอาเลยไหมแล้วบอกให้ถอดเสื้อเท่านั้น ทั้งสองก็หนีเตลิดออกจากห้องนวดกันแทบไม่ทัน

หนีออกมาหลบมุมได้แล้ว สุคนธรสเอาหนุมานออกจากกระเป๋า ขอให้อวิชชาต่างๆบนเรือนนี้ปรากฏให้เห็นด้วย พอท่องมนต์เป่าออกไป สุคนธรสก็เห็นรอยยันต์เป็นแสงเรืองขึ้นรอบๆไล่ไปตลอดทางตามพลานุภาพของ หนุมาน

“แล้วจุดลงยันต์ประธานมันอยู่ไหน” สุคนธรสเดินหา

เบญจารับรู้ ถึงพลังอาคมแผ่กระจายมา แววตาวาวดุดันขึ้นทันที หันขวับมองไปบนเรือนไทย วิ่งกลับไปเห็นหลังสุคนธรสไวๆก็จ้องจิกตามไปอย่างเหี้ยมเกรียม

สุคนธรสเดินไปที่เสาเอกของเรือนไทยที่ปรากฏตัวอักขระเด่นชัด เธอรีบโทร.บอกญาณินอย่างตื่นเต้นว่า

“เจ๊...ฉันเจอแล้ว ฉันเจอจุดลงยันต์ประธานแล้ว”

“เยี่ยมมากเพื่อน ลงมือเลยเร็ว” ญาณินดีใจมาก

เบญจาเดินอย่างเร็วไปตามทิศทางของคลื่นพลังอาคมที่แรงขึ้นเรื่อยๆพร้อมบอดี้การ์ดหน้านิ่งสองคน

สุคนธรส ปล่อยพลังเวทมนตร์เต็มที่ เหงื่อซึมเต็มใบ พลังเวทของสุคนธรสพุ่งใส่แต่กลับกระเด้งกระดอนไปคนละทิศละทาง ญาณินถามว่าไหวไหม เธอส่ายหน้าบอกว่า “ไม่ไหว พลังอาคมมันล้ำจริงๆ” ญาณินจึงช่วยอีกแรง แต่ก็เกิดปะทะรุนแรงจนรู้ว่าเปล่าประโยชน์ ถอนใจออกมาเบาๆ

ทันใดนั้น เบญจาโผล่มาพอดี พอเห็นสุคนธรสก็ตวาด “แก!!” ญาณินได้ยินเสียงเข้าในโทรศัพท์ รีบบอกสุคนธรสให้หลบออกมาก่อน ขณะสุคนธรสกำลังตึง เครียดนั่นเอง ไตรรัตน์ก็พรวดเข้าไปชนเบญจาจนปลิวไปแล้วทำทีขอโทษ แต่รีบไปหาสุคนธรส เบญจาสั่งบอดี้การ์ดเหี้ยม

“ไปจับทั้งคู่”

แต่แล้วทั้งหมดก็ต้องชะงัก กับเสียงเอะอะโวย วายจากทางรีเซฟชั่น ที่พากันออกมากันไม่ให้ติณห์เข้าไปในเรือนไทย อ้างว่าเป็นคำสั่งของมิรันตี ติณห์โวยวายพลางแอบส่งสัญญาณให้ไตรรัตน์กับสุคนธรสรีบหนี ทั้งสองอาศัยความชุลมุนหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย

ooooooo

พงอินทร์พากรรณาไปที่ออฟฟิศของแผนยุทธ บอกเธอว่าพามาให้รู้จักช่อเพชร เลขาฯของแผนยุทธ

แต่ เมื่อไปติดต่อพนักงานขอพบแผนยุทธ พนักงานโทร.ขึ้นไปที่เลขาฯไม่มีคนรับสาย บอกให้นั่งรอตรงนี้ ก่อนพงอินทร์อ้างว่าตนเคยติดต่อและรู้จักกันดีกับ ช่อเพชรพนักงานทำหน้างงบอกว่าเลขาฯ ของแผนยุทธไม่ได้ชื่อช่อเพชร

ขณะกำ ลังงงๆกันนั้น น้ำหนึ่งก็ทักขึ้นว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ พอเดินมาเห็นกันชัดๆน้ำหนึ่งกับพงอินทร์ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ต่างถามกันว่ามาทำอะไรที่นี่พงอินทร์บอกว่าตนจะมาพบแผนยุทธถามว่ารู้จักไหม

“หนึ่งนี่แหละ เลขาฯของคุณแผนยุทธ”

น้ำหนึ่งจึงพาไปนั่งคุยกันที่คาเฟ่เทอเรียของ ออฟฟิศเล่าว่า

“หนึ่ง เพิ่งทำงานได้ไม่ถึงเดือน หลังจากคุณช่อเพชร ลาออก หนึ่งก็ไม่เคยเจอกับคุณช่อเพชรเหมือนกัน ได้ยินแต่ว่าเขาลากลับบ้านต่างจังหวัด แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย ส่งมาแต่จดหมายลาออก”

น้ำหนึ่งเข้าใจว่าพงอินทร์กับกรรณาเป็นคนรัก กัน ทั้งพงอินทร์และกรรณาต่างชี้แจงว่าไม่ใช่ พวกตนต้องทำงานร่วมกันเท่านั้น

“งาน...งานอะไรคะ แล้วทำไมต้องถามหาคุณ ช่อเพชรด้วย มีอะไรบอกหนึ่งก็ได้ค่ะ”

“ผม งงนิดหน่อยว่าหนึ่งมาทำงานกับพี่เขยผมได้ไง เขาไม่ใช่คนดีนะหนึ่ง” เธอถามว่าไม่ดียังไง “เอา เป็นว่า...หนึ่งต้องระวังตัว แล้วอยู่ห่างๆเขาไว้ เอ้อ... หนึ่งรู้เรื่องที่ภรรยาเขาเสียชีวิตหรือเปล่า ภรรยาเขา... พี่สาวผมไง”

พงอินทร์บอกว่าเรื่องมันยาว ขอเล่าย่อๆว่าตนสงสัยว่าช่อเพชรจะรู้เรื่องเงื่อนงำการตายของพี่สาว เพราะพี่สาวตนจับได้ว่าช่อเพชรเป็นชู้กับแผนยุทธ แล้วยังอดเตือนไม่ได้ว่าอย่าไปหลงคารมแผนยุทธเข้าล่ะ

“โจ้ไม่ต้องห่วงหรอก หนึ่งเกลียดผู้ชายเจ้าชู้ขนาดไหนโจ้น่าจะรู้” น้ำหนึ่งพูดอย่างมั่นใจ

พงอินทร์ขอเบอร์น้ำหนึ่งบอกว่าจะให้กรรณาเก็บไว้เพราะกรรณาเป็นสายลับที่จะมา ช่วยตนสืบคดีพี่พิม เผื่อเธอมีข้อมูลของช่อเพชรเพิ่มจะได้โทร.บอกกรรณา น้ำหนึ่งให้เบอร์โทร.ของตนและขอเบอร์ของกรรณาไว้ด้วย

กรรณาเห็นความสนิทสนมกันอย่างมากของทั้งคู่แล้วก็หงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ...

ขณะนั้นเอง แผนยุทธกลับมาถึงออฟฟิศ พนักงานรายงานว่ามีคนมาขอพบ แผนยุทธแปลกใจว่าเป็นใคร แต่วิญญาณช่อเพชรที่ติดตามเขาแจ เดือดดาลขึ้นทันที คำราม “มาถึงนี่เลยหรืออีหน้าด้าน!” แล้วตรงดิ่งไปแผดเสียงใส่กรรณา จนกรรณาต้องรีบเอาหูฟังใส่แทบไม่ทัน

พอกรรณาเห็นแผนยุทธเดินตรงมาที่โต๊ะ เธอรีบก้มหัวลงและกดให้พงอินทร์หลบลงด้วย ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากน้องหนึ่ง น้องหนึ่งรีบลุกไปดักแผนยุทธ ทำทียืนคุยโดยเอาตัวบังพงอินทร์กับกรรณาไว้ แผนยุทธถามว่ามีคนมาหาตนหรือ เธอบอกว่ากลับ
ไปแล้ว

ช่อเพชรอาละวาดหึงแผนยุทธจนเกิดพลังคลื่นทำให้ ข้าวของหล่นแตก ผู้คนพากันเดินอลหม่าน พงอินทร์กับกรรณาฉวยโอกาสนั้นหลบออกไปได้อย่างปลอดภัย

“เกิดอะไรขึ้นนี่?” แผนยุทธถามงงๆ

ช่อเพชรแทรกเข้ามายืนตรงกลางระหว่างน้ำหนึ่งกับแผนยุทธ คำรามขู่อย่างหึงหวง

“อีน้องชั่ว แกอีกคนมาแย่งผัวฉัน คุณแผนยุทธอย่าไปยุ่งกับมัน นังนี่มันบ้า มันเป็นโรคจิต!”

ที่แท้ช่อเพชรบ้าอยู่คนเดียว เพราะไม่มีใครได้ยินเธอพูดเลย

ooooooo

หนีออกจากเรือนไทยมาได้แล้ว พวกติณห์มานั่งหารือกันที่เรือนรับรอง สุคนธรสเล่าอย่างทึ่งว่า

“เวทย์อาคมชั้นสูงของหลวงลุงที่ฉันมั่นใจ กลับทำอะไรมันไม่ได้”

“พลังพุทธคุณของฉันก็ไม่มีความหมาย” ญาณินเสริม

ขณะทุกคนกำลังมืดแปดด้านนั้น ไตรรัตน์ขอพูดอะไรสักนิด มองหน้าติณห์บอกว่า

“ติณห์ฉันเห็นหน้าแกตอนนี้แล้วนึกถึงบ้านฉันตอนโดนไอ้สมคิดนั่นมันเล่นงานเสียจริงๆ”

ญาณินฉุกคิดได้ว่า ถ้าหมอสมคิดยังไม่โดนปลดอาคมตนก็จะนึกว่าเป็นเขา ป้าออตกใจถามว่า

“แปลว่า...มีหมอผีเจ้าใหม่เจ๋งกว่าใคร มาทำสิ่งนี้เหรอคะ”

คุณ หลวงก็โอดครวญถามว่าตนจะต้องทนอยู่อย่างนี้อีกนานแค่ไหนใครช่วยบอกที พลันติณห์ก็โพล่งขึ้นอย่างมั่นใจว่า ตนรู้แล้วว่าควรไปหาใคร ทุกคนมองติณห์เป็นตาเดียว!

ooooooo

คนที่ติณห์ไปหาคือกำนันพงษ์นั่นเอง เขาพาญาณินไปหาที่คุก ถามไถ่เยี่ยมเยียนกันแล้ว ติณห์เอาอักขระตัวอักษรอาคมให้ดู

“ถ้ากำนันเคยเห็น ช่วยบอกฉันหน่อยว่ามันมาจากไหน” ญาณินเอ่ย กำนันมองติณห์กับญาณินตาคมกริบเอ่ยทึ่ง...

“นึก ไม่ถึงว่าจะมีคนที่รู้จักยันต์นี้อีก” ญาณินถามอย่างตื่นเต้นว่า กำนันรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนทำ “เป็นยันต์ที่ลบรูปลบรอยได้ ไม่ธรรมดาจริงๆ หึๆ แต่การที่คุณญาณินได้ภาพนี้มาก็นับว่าแน่ไม่น้อย”

ติณห์บอกว่าญาณินพยายามล้างอาคมนี้แต่ไม่สำเร็จ

“หึๆ ยันต์อักขระแบบนี้ มีเพียงสองคนที่ทำขึ้นมาได้ เพราะสองคนนี้คือศิษย์จากสำนักเดียวกันที่ยังหลงเหลืออยู่” ติณห์ถามว่าคนแรกคือใคร กำนันตอบทันที “ผมเอง!” ญาณินติงว่ากำนันโดนเจ้ากรรมนายเวรเอาอาคมออกจากตัวไปแล้ว ก็ต้องเหลืออยู่อีกคน “อีกคน...หึๆ คุณก็รู้จักดีอยู่แล้ว” กำนันหัวเราะในลำคอ

กลับมาปรึกษาหารือกันที่เรือนรับรองในรีสอร์ตว่า อีกคนที่กำนันไม่บอกนั้นเป็นใคร??

“หมอสมคิด!” ไตรรัตน์กับสุคนธรสร้องพร้อมกัน

แต่ติณห์ไม่เชื่อเพราะหมอสมคิดถูกหลวงลุงกำจัดอาคมออกจากตัวไปหมดแล้ว สุคนธรสบอกว่าตัดสองคนนี้ออกไปได้เลย

“มันก็ใช่...นอกเสียจากว่า...กำนันหรือหมอสมคิด จะมีลูกศิษย์ และลูกศิษย์คนนั้น ต้องอยู่ที่นี่!” ญาณินมั่นใจ

ทันใดนั้น บานกระจกหน้าต่างก็สั่นไหว ประตูเปิดปึง! คุณหลวงกับกุมาริกาปลิวหายไปนอกห้องราวกับใบไม้

สุคนธรส กับญาณินรับรู้ถึงพลังบางอย่างพร้อมกัน ขณะทุกคนกำลังมองหน้ากันงงๆนั้น ร่างหนึ่งเดินเข้ามาแต่มองเห็นไม่ชัด เพราะแสงหลอดไฟในห้องกะพริบๆ เดี๋ยวติดเดี๋ยวดับ

เบญจานั่นเอง! เธอเดินเข้ามาทักทาย สุคนธรสเพ่งมองที่ดวงตาเธอ กระซิบบอกญาณินว่าไม่รู้สึกอะไรผิดปกติ ญาณินก็เห็นเช่นนั้น

คุยกันไม่นานเบญจาพูดอย่างสะใจกับสุคนธรสว่า เจอกันอีกจนได้ แล้วแสดงอิทธิฤทธิ์จนสิ่งของในห้องสั่นสะเทือนล้มแตก ไม่เพียงเท่านั้น ของใหญ่อย่างตู้ก็เคลื่อนมาจะทับสุคนธรสกับไตรรัตน์ ทั้งสองหลบได้หวุดหวิด

“หยุด นะ ผมบอกให้หยุด” ติณห์ตวาดเบญจา แต่เธอไม่หยุดหากยังมุ่งทำร้ายทุกคนยกเว้นติณห์ ระหว่างนั้นญาณินสังเกตเห็นในแววตาดำของเบญจามีรูปอีกากระพือปีกบิน เบญจายกมือขึ้น ทันใดนั้นก็มีค้อนขนาดใหญ่พุ่งเข้าปะทะลำตัวไตรรัตน์ จนเขากระเด็นไปชนฝากลิ้งลงมากองกับพื้น เลือดทะลักออกจากปาก

ติณห์สั่งให้หยุด เบญจาบอกให้ติณห์หลบเพราะไม่อยากทำร้ายเขา

“ไม่! จนกว่าเธอจะหยุด” ติณห์เด็ดเดี่ยวมาก

ที่ หน้าเรือนรับรอง คุณหลวงกับกุมาริกาถามกันงงๆ ว่าเราออกมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง พลันคุณหลวงก็ชะงักเมื่อเห็นมิรันตีเดินมากับทนายสมชาติ

“ฉันจะมาดูให้เห็นกับตาเลย ถ้ายัยยิปซีนั่นอยู่ ฉันจะไล่มันออกไปเอง”

ทนายสมชาติมองเข้าไปในเรือนรับรองอุทานว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น มิรันตีมองตามตาเบิกโพลง!

“ว้ากกกก...ยัยมิรันตีมาที่นี่ทำไม” คุณหลวงตกใจ

ooooooo

เบญจา แสดงอิทธิฤทธิ์เล่นงานพวกติณห์จนสะบักสะบอมไม่พอ ยังรวบรวมพลังจิตเป็นลูกกลมๆ ดำๆ โยนใส่พวกญาณิน มันคือหอยเม่นต่างดาวขนมันเหมือนเข็ม ทิ่มแทงพวกติณห์จนได้รับบาดเจ็บ

พลัน เบญจาก็ชะงักรับรู้ถึงสิ่งที่กำลังอยู่หน้าเรือนรับรอง พริบตานั้นทั้งเรือนรับรองก็มีควันดำปกคลุม เมื่อควันจางมิรันตีกับทนายสมชาติเดินเข้ามาก็ตกใจสุดขีด เมื่อได้ยินเบญจาร้องกรี๊ดๆเสื้อผ้าขาดวิ่น เดินโซซัดโซเซในสภาพบอบช้ำออกมาล้มตรงหน้ามิรันตีพอดี

มิรันตีถามว่าเป็นอะไร เบญจาร้องไห้ฟ้อง “หนูโดน...พวกนั้น...” พอดีพวกติณห์ตามมา ถูกมิรันตีเล่นงานทันที

“ว้าย! นี่อะไรกัน พวกแกรุมสะกดจิตหมู่กันยังไม่พอหรือ พวกแกยังรุมสกรัมหมู่กันอีก โหดร้าย ป่าเถื่อน วิตถาร โรคจิตกันชัดๆ”

ติณห์พยายามบอกว่าแม่เข้าใจผิด ถูกมิรันตียื่นคำขาดว่า ถึงเวลาแล้ว ตกลงติณห์จะเลือกแม่หรือเลือกผู้หญิงคนนั้น ติณห์ตอบแม่น้ำตาคลอว่าตนจะไปกับญาณิน

คุณหลวงตกใจตะโกนบอกติณห์ห้ามทิ้ง ตนไปเด็ดขาด ถ้าไปแล้วตนจะทำอย่างไร รีสอร์ตที่อุตส่าห์สร้างมาคงย่อยยับป่นปี้ ความชั่วร้ายเลวทรามจะครอบงำที่นี่

“ติณห์ คุณจะทำอย่างนี้ไม่ได้ คุณจะตัดสินใจอย่างนี้ไม่ได้ คุณจะทิ้งแม่ไว้กับเบญจา...คุณทำได้หรือ?” ญาณินเตือนสติ เห็นติณห์สงบลง ญาณินหว่านล้อมว่า “คุณต้องรวบรวมสติ รวบรวมสมาธิให้นิ่ง ใจเย็นๆวู่วามแบบนี้ความคิดและปัญญาคุณจะโดนหมอกควันบดบังนะคะ”
ติณห์นิ่งอึ้ง

“ติณห์คะ คุณต้องอยู่ที่นี่ต่อไป คุณจะไปไหนไม่ได้ นี่คือบ้านของคุณ รีสอร์ตของคุณและแม่ของคุณ”

“ใช่...ถ้าผมไม่อยู่ เราจะไม่มีทางที่จะรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ได้เลย ผมต้องช่วยมัมและแกรนด์ปา”

คุณหลวงดีใจมากโผเข้ากอดติณห์แล้วหันขอบใจญาณิน ติณห์มองหน้าญาณิน เธอย้ำกับเขาว่า “คุณต้องอยู่ต่อไป” ติณห์พยักหน้าอย่างเข้าใจ

ooooooo

ญาณินเดินทางกลับคืนนี้เลย ติณห์มาส่ง ประคองมือเธอขึ้นล่ำลา ญาณินเอ่ยอย่างประทับใจว่า

“ขอบคุณที่เชื่อฉัน ติณห์...คุณต้องเชื่อมั่นในความดี ความถูกต้อง อย่ายอมแพ้เป็นอันขาด”

“ดาร์ลิ้ง...ผมจะไม่มีวันยอมแพ้แน่” ติณห์มั่นใจ ญาณินให้กำลังใจให้สู้ๆ ขณะนั้นเอง สุคนธรสเอาตะกรุดสามกษัตริย์มาใส่มือติณห์บอกว่า

“ตะกรุดสามกษัตริย์ เก็บเอาไว้ดีๆเอาห้อยคอหรือคาดเอวก็ได้อย่าให้ห่างตัว แล้วอย่าให้ฝ่ายนั้นเห็นเด็ดขาด คุณจะแคล้วคลาดจากการถูกทำร้ายทางคุณไสยทุกอย่าง”

ติณห์รับตะกรุดขึ้นดู พลันลายอักขระที่จารึกซึ่งมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นก็ปรากฏวาบเรืองขึ้นแล้วหายไป ติณห์พนมมือจบเอ่ยอย่างศรัทธา

“ตะกรุดครับ ช่วยผมด้วย ผมจะไม่ให้ห่างตัวเลย แต๊งคุณรส ไตรรัตน์ ยูโบธ...อาร์มายแองเจลส์”

มิรันตีเร่งเร้าให้ญาณินรีบไปเสีย ติณห์กอดล่ำลาทุกคนอย่างอาวรณ์ ก่อนญาณินจะออกรถเธอขยิบตาให้ ติณห์ขยิบตาตอบอย่างรู้กัน

เมื่อรถเคลื่อนออกไป ญาณินมองกระจกข้าง เห็นเบญจายืนเกาะแขนติณห์แจ เธอมองอย่างปวดใจ...

ooooooo

คืนนี้ กรรณาได้รับข้อความจากน้ำหนึ่งแจ้งว่า “มีความคืบหน้าเรื่องช่อเพชร ติดต่อกลับด้วยนะคะ ...น้ำหนึ่ง”

กรรณาออกไปพบที่ร้านกาแฟตามนัด แต่เพราะดึกแล้วจึงเหลือเปิดอยู่เพียงร้านเดียว เธอเดินเข้าไปนั่งรอน้ำหนึ่ง ครู่หนึ่งได้ยินเสียงน้ำหนึ่งร้องทักจากโต๊ะข้างๆ กรรณาแปลกใจว่าทำไมตอนที่เข้ามาจึงไม่เห็น แต่ไม่ติดใจสงสัย

น้ำหนึ่งยื่นซองจดหมายให้กรรณาบอกว่าเป็นซองบิลค่าโทรศัพท์ของช่อเพชรตนจัดโต๊ะเจออยู่ในตะกร้าเห็นมีจ่าหน้าซองมีที่อยู่ คิดว่าน่าจะมีประโยชน์จึงเอามาให้ พอดีเพิ่งเลิกงานจึงเอามาให้ดึกไปหน่อย

“ช่อเพชร อินนาวงษ์” กรรณาอ่านชื่อที่หน้าซอง ถามน้ำหนึ่งว่าเธอบอกพงอินทร์หรือยัง น้ำหนึ่งบอกว่ายังเพราะบอกเธอแล้ว “ขอโทษนะคะทำไมคุณหนึ่งเลือกโทร.หาฉัน แทนที่จะเป็นนายโจ้”

“หนึ่งเห็นว่าคุณกรรณเป็นนักสืบน่ะค่ะ ก็เลยเลือกโทร.หาคุณกรรณ ส่วนรายนั้น” น้ำหนึ่งพูดขำๆ ว่า “หนึ่งไม่อยากคุยต่อความยาวสาวความยืด ไหนๆ ก็จบกันไปแล้ว คุณกรรณอย่าบอกเขานะคะ เดี๋ยวจะพาลมาเคืองหนึ่ง”

ฟังน้ำหนึ่งแล้ว กรรณานิ่งแต่หัวใจเต็มไปด้วยตะกอนขุ่นมัว ตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า...ทำไมถึงเกิดความรู้สึกแบบนั้น??

ooooooo

วันรุ่งขึ้น กรรณาถือซองจดหมายนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปที่อยู่ของช่อเพชรตามที่ระบุบนซองจดหมาย

ที่นั่นเป็นคอนโดสูง 20 ชั้น ที่เก่า ทรุดโทรม มีไฟเปิดให้แสงสว่างเพียงสลัวๆ บริเวณโถงลิฟต์ แสดงว่ามีคนอยู่น้อยมาก เมื่อไปในคอนโด มี รปภ.แก่ๆ และวัยรุ่น ในเครื่องแบบคร่ำ หลุดลุ่ย กรรณาจึงเข้าไปได้โดยสะดวก

กรรณากำลังจะเอาไอพอดขึ้นเสียบหู แต่ช้าไปแล้ว เพราะเสียงทุ้มห้าวน่ากลัวของผู้ชายสำเนียงแปร่งหูดังขึ้นพร้อมเสียง ปึง! เหมือนมีใครเอาของหนักกระแทกพื้น

“มันทับที่!”

เสียงนั้นทำให้กรรณาผงะ รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้คอนโดนี้ร้าง เพราะตึกนี้สร้าง “ทับที่” ใครบางคนไว้

“มึงทับที่กู! พวกมันต้องฉิบหาย อยู่ไม่เป็นสุข มันทับที่กู! พวกมันต้องฉิบหาย อยู่ไม่เป็นสุข!” เสียงนั้นพูดอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เจอเหตุการณ์นี้ ทำให้กรรณาคิดจะถอย แต่ช้าไปแล้วเพราะลิฟต์มาถึงพอดี เธอตัดสินใจก้าวเข้าไป พอขึ้นถึงชั้น 12 กรรณารู้สึกวังเวง นึกเสียดายที่ไม่ได้เอาสเปรย์ปราบผีของสุคนธรสมาด้วย

“แต่เอาวะ มาถึงนี่แล้ว เป็นไงเป็นกัน!” กรรณาตัดสินใจเดินหน้า แต่ในความรู้สึกเหมือนมีสายตาลึกลับติดตามการเคลื่อนไหวของตนอยู่ทุกย่างก้าว แต่พอหันมองก็ไม่เห็นอะไร เป็นอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาที่เดินหาห้อง1203

ooooooo

เมื่อเจอห้อง 1203 กรรณาหยุดหน้าห้องเรียกช่อเพชรให้เปิดประตูหน่อยตนมีธุระจะคุยด้วย

เงียบ! แต่เธอรู้สึกมีสายตาติดตามการเคลื่อนไหว กระทั่งได้ยินเสียงคนเดินผ่าน แต่หันมองก็ไม่เจอใครเธอจึงเคาะประตูเรียกอีก ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับเช่นเคย แต่มีคนเปิดประตูห้องตรงข้ามออกมา กรรณาดีใจหันขวับเห็นยายผมขาวโพลนโผล่มาเอ็ด

“มาเคาะอะไรโครมๆ ไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่อง” กรรณาตกใจแทบจะกรี๊ด ก็ถูกดุอีก “ยังจะกรี๊ดอีกเดี๋ยวก็ได้ตื่นกันทั้งตึก เด็กสมัยนี้ไร้มารยาทสิ้นดี”

กรรณาถูกดุด่าตั้งแต่ยายคนนี้โผล่มา เธอทำใจเย็นบอกว่ามาหาคนที่อยู่ห้องตรงข้ามยายรู้จักไหม ยายจ้องหน้า ด่าได้ก็ด่า ด่าไม่ได้ก็ตำหนิ บ่น แต่ก็ทำให้กรรณารู้ว่าผู้หญิงที่อยู่ห้องตรงข้ามนั้น เป็นเมียน้อยที่ผู้ชายพามาเช่าห้องให้อยู่ และแวะเวียนมาหาชั่วครั้งชั่วคราวแต่เห็นหายไปนานแล้ว คงถูกเฉดหัวทิ้งแล้วกระมัง

“ถ้าหากว่าคุณยายเจอผู้หญิงเจ้าของห้อง ช่วยบอกให้เขาโทร.กลับหาหนูตามเบอร์นี้นะคะ” กรรณาจดเบอร์โทรศัพท์ของตนยื่นให้ ยายคนนั้นปฏิเสธบอกว่าไม่อยากเสวนากับคนคบชู้สู่ชายผิดศีลธรรม ตายเสียดีกว่าแล้วผลุบเข้าห้องไปเลย

กรรณาหันมองห้อง 1203 มองที่ใต้ประตูเห็นเงาคนเดินในห้อง เธอแน่ใจว่ามีคนอยู่ในห้องนั้นแน่ จึงแกล้งพูดดังๆ จงใจให้คนในห้องได้ยินว่า

“ถ้างั้นฝากคุณยายบอกเขาให้หน่อยนะคะ ว่าหนูต้องการคุยกับเขา เรื่องการตายของเมียหลวงของผู้ชายที่มาหาเขาบ่อยๆ น่ะค่ะ ถ้าเขาบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ คุณยายก็บอกให้โทร.กลับหาหนูนะคะ หนูจะทิ้งเบอร์ไว้ให้”

กรรณาสอดกระดาษเข้าใต้ประตูแล้วทำเป็นเดินกลับ แต่เอาหลังแนบประตู มองไปที่ใต้ประตู เห็นกระดาษนั้นยังอยู่ที่เดิม มือถือดังขึ้นเธอตกใจตะปบแล้วเดินห่างออกไปควานมือถือแต่มือไปปัดโดนผ้ายันต์บนแผ่นไม้ร่วงลงมา กรรณาหันขวับเห็นประตูหลังแผ่นไม้ค่อยๆเปิด เอี๊ยดดดดด...

“ว้าย...วายปวงแล้ว” กรรณาตกใจวิ่งเตลิดกลับไป

ที่ใต้ประตูห้อง 1203 แผ่นกระดาษที่กรรณาเสียบไว้ค่อยถูกดึงหายไปในห้อง!!

ooooooo

ที่รีสอร์ตติณห์ หลังจากพวกญาณินไปแล้ว คุณหลวงกับติณห์ที่สัญญาว่าจะดูแลกันเอง วันรุ่งขึ้นก็แอบดูมิรันตีกับเบญจานั่งรถออกไปด้วยกันอย่างไม่สบายใจ

“คนแบบนังมิรันตี ถ้าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา อย่างนี้ต้องปล่อยให้โดนยัยเบญจาหลอกซะให้เข็ด เอาให้หมดตัว” คุณหลวงพูดอย่างมีอารมณ์ พอติณห์ถามว่าเอาจริงหรือ คุณหลวงก็เสียงอ่อยว่า “ข้าพูดเล่น ถึงนังมิรันตีมันจะเกรียนเทพไร้สมองยังไง มันก็เป็นลูกสาวข้าเป็นแม่เอ็ง เราต้องหาทางช่วยให้นังมิรันตีตาสว่างให้ได้นะติณห์”

“แต่ทางเดียวที่จะช่วยมัมคือเราจะต้องรู้ให้ได้ว่าเบญจาเป็นใครกันแน่” ติณห์จับจุดที่จะเจาะปัญหาซึ่งทั้งเขาและคุณหลวงต่างก็รู้ดีว่าไม่ง่ายเลย

ติณห์นึกได้ว่าวันที่พาเบญจาเข้ามาอยู่ที่รีสอร์ตนั้น เธอมีกระเป๋าสะพายติดตัวมาด้วย จึงวางแผนไปค้นหาหลักฐานจากของใช้ส่วนตัวของเธอ แม้ห้องพักของเธอจะไม่ใหญ่แต่ติณห์หาอย่างไรก็ไม่เจอ คุณหลวงทะลุกำแพงเข้ามาถามว่าหาเจอหรือยัง

แต่อึดใจเดียว คุณหลวงก็รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติ บอกติณห์ว่าเดี๋ยวมาแล้วทะลุกำแพงออกไป เห็นเบญจากำลังเดินกลับมา คุณหลวงตกใจทะลุกำแพงกลับเข้าไปบอกติณห์ เขาตกใจเพราะกำลังรื้อของเต็มห้องไปหมด คุณหลวงจะช่วยเก็บแต่จับต้องอะไรก็ทะลุไปหมด ได้แต่คอยช่วยเร่งให้ติณห์เก็บเร็วๆ

เบญจาเข้ามาเห็นติณห์กำลังนั่งทำงานหน้าคอมฯและคุยโทรศัพท์หน้าเครียด เบญจาเดินผ่านทักว่า

“ขยันจังเลยนะคะพี่ติณห์”

“พี่เห็นเราออกไปกับมัมพี่ แล้วทำไม?...”

“อ๋อ...เบญจาลืมของน่ะค่ะ” ตอบแล้วเดินเข้าไปในห้อง อึดใจเดียวก็สะพายกระเป๋าใบที่ติณห์พยายามหาออกมา ติณห์กับคุณหลวงมองตะลึง เบญจาโชว์กระเป๋าบอกว่า “เบญจาลืมกระเป๋าน่ะค่ะเลยกลับมาเอา” แต่พอเดินผ่านทั้งสองออกไป เบญจาก็หัวเราะเยาะ “ฮ่ะๆๆโง่เอ๊ย...”

“ยัยนี่มันแสบจริงๆ” คุณหลวงพึมพำกับติณห์

ooooooo

ที่สถาบันนิติเวช...สุพิชชาที่หวนกลับมาอ่อยณัฐเดชเพื่อแผนการบางอย่างของตน วันนี้มาหาณัฐเดชเพื่อรอไปทานกลางวันด้วยกัน เจอหมอวรวรรธเล่นกีตาร์ร้องเพลงใส่มือถือก็แอบปลื้ม แต่แล้วก็เจ็บปวดเมื่อรู้ว่าคนที่หมอร้องเพลงให้ฟังนั้นไม่ใช่ตนแต่เป็นเนตรสิตางศุ์

ณัฐเดชออกมาเจอสุพิชชาถามว่าทำไมมาเร็ว ตนยังทำงานไม่เสร็จ จู่ๆเธอก็โผเข้ากอดเขาร้องไห้จนทั้งณัฐเดชและหมอตกใจ

หมอวรวรรธรีบบอกว่าตนไม่ทำอะไร เธอเข้ามาตอนไหนตนไม่รู้ด้วยซ้ำไม่เชื่อโทร.ถามเนตรสิตางศุ์ได้เพราะเมื่อกี๊เพิ่งโทร.คุยกันอยู่ สุพิชชามารยาบอกณัฐเดชว่าไม่มีใครทำอะไร แต่ตนอ่านข่าวตำรวจถูกคนร้ายยิงตายแล้วใจไม่ดี ถ้าเกิดตำรวจคนนั้นเป็นเขาตนจะทำอย่างไร ตนอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเขา แล้วร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร

ณัฐเดชหลงเชื่อ ปลื้มจนกอดปลอบ “พีชไม่ต้องกลัว พี่ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก พี่จะอยู่ดูแลพีชไปตลอดนะคะ”

แต่ที่แท้ สุพิชชาร้องไห้เพราะเจ็บแค้นใจที่เห็นหมอร้องเพลงผ่านโทรศัพท์ให้เนตรสิตางศุ์ฟัง แต่เจ้าเล่ห์กลบเกลื่อนว่าร้องไห้เพราะเป็นห่วงณัฐเดช

ณัฐเดชพาซื่อ เลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งตรงโต๊ะทำงานของหมอวรวรรธบอกว่าขอทำงานอีกแป๊บเดียวแล้วเราค่อยไปทานข้าวกัน ถามหมอว่าคดีมีอะไรคืบหน้าไหม หมอวรวรรธหยิบแฟ้มบนโต๊ะส่งให้บอกว่า

“ผลชันสูตรศพของคุณพิสมร” พูดพลางเหล่มองสุพิชชา

ณัฐเดชจึงนั่งข้างสุพิชชาเพื่อคุยงานกับหมอวรวรรธที่นั่งอยู่โต๊ะตัวเอง สุพิชชาเกาะแขนเอาหน้าซบคลอเคลียอยู่กับไหล่ณัฐเดช

ระหว่างที่ณัฐเดชคุยงานกับหมอนั้น หมอสะดุ้งก้มมองใต้โต๊ะเห็นเท้าสุพิชชายื่นมาเขี่ยเท้าตนไปมาอย่างให้ท่า พอหมอเงยหน้าก็เห็นสุพิชชาซบไหล่ณัฐเดชอยู่ ณัฐเดชก้มมองบ้างก็ไม่พบอะไรผิดปกติ

ที่แท้ สุพิชชามารยาสาไถย ข้างบนอ้อนออเซาะณัฐเดชแต่ข้างล่างอ่อยหมอวรวรรธ จนหมอทนไม่ได้ขอยืนคุยแทน

ooooooo

กลับจากไปข้างนอกมาด้วยกัน มิรันตีบอกเบญจาว่าขอให้ถือเสียว่าบ้านนี้เป็นบ้านของตัวเอง ตนยกให้ เบญจารีบไหว้ขอบคุณ

เบญจามองไปที่เรือนรับรอง เห็นญาณินกับป้าอออยู่ที่นั่นก็ชี้ให้มิรันตีดู มิรันตีของขึ้นทันทีบอกว่าเดี๋ยวตนจัดการเองแล้วเดินอ้าวไปที่เรือนรับรองทันที ไปเจอมิรันตีกับป้าออกำลังช่วยกันหาของก็ตวาดถาม

“ใครอนุญาตให้พวกหล่อนเข้ามาในบริเวณที่ดินของเรา” ญาณินบอกว่าสมุดออกแบบของตนหายคิดว่าอาจจะลืมไว้เลยกลับมาดู “สตรอเบอร์รี่ได้โล่! ฉันรู้ว่าหล่อนกลับมาที่นี่ทำไม หล่อนไม่ได้ลืมของอะไรทั้งนั้น ฉันไม่โง่หรอก”

ป้าออทนไม่ได้ย้อนถามว่าไม่โง่จริงหรือ เลยได้เรื่อง ถูกมิรันตีตวาดให้เงียบ! ติณห์กับคุณหลวงเข้ามาพอดี ติณห์ถามว่ามีอะไรหรือ เขาดีใจที่เห็นญาณินกลับมาจะเดินไปหา ถูกมิรันตีดึงตัวไว้ด่าญาณินว่า

“นังนี่มันวอน ฉันจะโทร.แจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้เลย”

ติณห์ขอให้ใจเย็นๆ ฟังเหตุผลของญาณินก่อนพอญาณินบอกว่าตนกลับมาหาของ เบญจาก็สอดขึ้นทันทีว่า

“พี่ณินไม่ต้องดูหรอกค่ะ ที่นี่ไม่มีของพี่ณินเหลืออยู่อีกแล้ว”

ป้าออสวนไปว่ามี มีบุญคุณของญาณินที่มีต่อเธอไง! เบญจาทำหน้าซื่อตาใสถามว่าบุญคุณอะไร ตนจำไม่ได้

“นังอสรพิษ” ป้าออด่า มิรันตีสั่งหุบปาก อย่ามาหยาบคายกับคนของตนแล้วก้าว ไปพูดใส่หน้าญาณินว่า อย่าให้ตนต้องเอาน้ำร้อนมาสาด

“ใครแตะต้องคุณหนูดูสิ...เจอฤทธิ์อีออแน่!” ป้าออประกาศ สะอึกเข้ากั้นกลางระหว่างมิรันตีกับญาณินแต่แรงกระแทกถูกมิรันตีเซไป มิรันตีหันมาผลักป้าออกระเด็น เลยพุ่งเข้าตบตีกันนัวเนีย

บรรดาคนที่อยู่รอบข้างช่วยกันแยก ป้าออได้ทีผลักมิรันตีล้มแล้วพุ่งคร่อมบีบคอจนมิรันตีตาเหลือก ร้องให้ติณห์ช่วย ติณห์เข้าไปดึงป้าออเหวี่ยงออกไปกระแทกฝาผนัง ป้าออเจ็บปวดหน้านิ่ว ญาณินมองติณห์ไม่พอใจแล้วรีบไปดูป้าออ

ส่วนคุณหลวงช่วยอะไรใครไม่ได้เพราะจับต้องอะไรก็ไม่ติด คิดสงสารตัวเองว่าแบบนี้แล้วตนจะไปเกิดได้ยังไง!

เหตุการณ์นี้ทำให้ญาณินไม่พอใจ บอกติณห์ว่าเราคงต้องห่างกันสักพักแล้ว ติณห์ตกใจถามว่าทำไม?!

“แม่คุณไม่ชอบฉัน เหตุผลแค่นี้เพียงพอแล้วที่เราจะใช้เวลาคิดกันใหม่ ว่าความสัมพันธ์ของเราควรจะดำเนินต่อไปหรือหยุดมันไว้แค่นี้ ก่อนที่เราจะไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่คำว่าเพื่อน”

ญาณินประคองป้าออออกไป ติณห์มองอย่างทำใจไม่ได้ ส่วนเบญจายืนอยู่ที่ระเบียงกับมิรันตี สีหน้าเธอเรียบเฉยมองญาณินกับป้าอออย่างไม่เชื่อ

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์...ญาณินกับป้าออ อยู่ในวงล้อมของสมาชิกในบริษัทมีไตรรัตน์ร่วมวงด้วย ทุกคนชื่นชมป้าออที่สร้างวีรกรรมตบมิรันตีแต่ตัวเองก็เจ็บไม่น้อย

สุคนธรสถามญาณินว่าแล้วเบญจาจะเชื่อไหม ญาณินบอกว่าไม่แน่ใจ แต่คนพิษสงเยอะอย่างเบญจาไม่เชื่อใครง่ายๆอยู่แล้ว ไตรรัตน์เสนอว่าเราต้องทำให้เบญจาไว้ใจติณห์เพิ่มขึ้นอีก กรรณาตกใจถามว่าจะให้ ป้าออไปให้เขาตบอีกหรือ!

“เปล่า...ตอนนี้พวกเราไม่ต้องทำอะไรแล้ว หมาก ต่อไปคุณติณห์ขอจัดการเอง”

กรรัมภาติงว่าปล่อยติณห์ไว้แบบนั้นไม่เป็นการ ฝากปลาย่างไว้กับแมวหรือ ญาณินพูดอย่างมั่นใจว่าความรักคือความไว้ใจ ทำเอาเพื่อนๆพากันร้อง ฮิ้วววว...แซวกันกิ๊วก๊าว แต่กรรณากลับพูดหน้าขรึมว่า

“ไม่ได้บอกให้มองโลกในแง่ร้าย แต่เรามีกรณีศึกษา คุณพิมอรทั้งรักทั้งไว้ใจคุณแผนยุทธ สุดท้ายเป็นไง สมภารกินไก่วัด ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ไว้ใจไม่ได้สักคน”

“ยกเว้นนายโจ้มั้ง?” กรรัมภาแซวหยั่งๆ

“นั่นแหละตัวพ่อ คิดดูแล้วกัน ขนาดผู้หญิงที่นายโจ้เคยรัก...รักๆๆๆ ยังไม่ไว้ใจว่านายโจ้จะรักเดียวใจเดียวถึงได้ขอเลิกไป นายโจ้ก็เหลือเกิน แทนที่จะเข็ดพอมาเจอหน้ากันใหม่ ก็ถึงกับหวั่นไหวใจเหงาเศร้าเพ้อ ตาลอย ฝันหวานอีกครั้ง สา...ธุ! ขอให้เขาหักอกอีกรอบเถอะ จะหัวเราะให้ดังไปถึงหนองจอกมีนบุรีเลย”

กรรณาพูดยาวอย่างมีอารมณ์จนทุกคนแซวว่า ชักยังไงๆเสียแล้ว?...

ไม่ทันพูดอะไรกันต่อ มือถือไตรรัตน์ดังขึ้น พอฟังปลายสายเขาก็ตกใจสุดขีด

ooooooo

เมื่อกลับไปถึงบ้านพร้อมกรรัมภา เห็นทั้งเจ๊หญิง เสี่ยจำเริญ อาม่า อาอี๊ ยืนเกาะกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อะไรกันเบาๆด้วยสีหน้าท่าทางสยองทุกคน

ไตรรัตน์กับสุคนธรสถามว่าทำอะไรกันอยู่ ทุกคนช่วยกันเล่าว่ามีสิ่งลี้ลับอยู่ในห้องเก็บของข้างบน สุคนธรสถามว่าห้องใคร ก็ไม่มีใครตอบ เธอร้องอย่างนึกได้ว่า

“อ๋อ...ต้องเป็นเพราะวิญญาณเด็กคนนั้นแน่ๆ”

ทุกคนอึ้งที่ได้ยินสุคนธรสพูดเรื่องวิญญาณเด็กพลันก็มีเสียงดังโครมใหญ่ ทุกคนสะดุ้ง สุคนธรสเดินขึ้นไปทันที

เดินมาถึงหน้าห้องเก็บของ สุคนธรสใช้เซ้นซ์สัมผัสความรู้สึกของวิญญาณด้านใน จากกลิ่นเธอรับรู้ว่า วิญญาณกำลังมีปัญหา แต่พอจะเปิดประตูเข้าไป ไตรรัตน์วิ่งมาร้องห้ามอย่างตกใจ

“คุณรส...อย่า!!! ผมเคยบอกแล้วว่าอย่ายุ่งกับห้องนี้”

“มีวิญญาณเด็กผู้หญิงอยู่ในห้องนี้ และเขากำลังต้องการความช่วยเหลือ” สุคนธรสบอก ไตรรัตน์ถามว่าจะมีได้ยังไง! เธอย้อนถามว่าเขารู้อะไร?! พอดีเสี่ย เจ๊หญิง อาม่า อาอี๊ตามกันขึ้นมา เธอมองทุกคนถามว่า “ทุกคนมีความลับอะไรเกี่ยวกับห้องนี้แล้วทำไมไม่บอกรส มันคืออะไรคะ”

ทันใดนั้น! ประตูห้องค่อยๆเปิดออกเอง ทุกคนผงะเมื่อเห็นสภาพภายในห้องข้าวของกระจุยกระจายและ ยังมีการรื้อค้นอยู่ ของบางอย่างปลิว บางอย่างกลิ้ง บางอย่างกระเด็นตกแตกทีวีเครื่องเก่าก็กำลังฉายภาพยนตร์การ์ตูนเจ้าหญิงเจ้าชายอยู่

ทุกคนน้ำตาไหลสะเทือนใจกับเรื่องร้ายในอดีต อาม่าอุทาน... “โบตั๋น...” ทำให้สุคนธรสรู้ว่าวิญญาณนั้นชื่อโบตั๋น

เหตุการณ์นี้ทำให้สุคนธรสยิ่งอยากรู้เรื่องราวในห้องนี้ เธอก้าวเข้าไปในห้องทันที ไตรรัตน์ตามเข้าไปด้วย

สุคนธรสพยายามคุยกับโบตั๋นอยากรู้ว่าโบตั๋น ต้องการอะไร แต่ก็ถูกของเด็กเล่นขว้างปาใส่อย่างไม่ต้อนรับ ระหว่างนั้นเธอเห็นผ้ายันต์ผืนหนึ่งที่ด้านหลังของประตูเธอเดินไปดู เชื่อว่าเพราะผ้ายันต์ผืนนี้แน่ที่กักขังโบตั๋นไว้ พูดลอยๆว่า

“ถ้าเธออยากให้ฉันช่วย ก็หยุดอาละวาดได้แล้ว ถ้าไม่หยุด พี่จะปิดทีวีไม่ต้องดูแล้วการ์ตูน!”

สุคนธรส อยากให้โบตั๋นไว้ใจจึงบอกว่าตนเป็นสะใภ้ของบ้านนี้ ทำให้โบตั๋นยิ่งอาละวาดหนัก จนเธอถูกพลังงานซัดกระเด็นออกจากห้อง ไตรรัตน์จึงพาลงไปนั่งคุยกันที่ห้องโถง เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง

สุคนธรสจึงรู้ว่า ไตรรัตน์ยังมีน้องสาวคนหนึ่งแต่เสียชีวิตไปเมื่อวัยเด็ก สุคนธรสถามว่าแล้วทำไมจึงกักขังวิญญาณเธอไว้แต่ในห้อง เสี่ยบอกว่าพวกตนไม่ได้กักขัง แต่ไม่รู้ว่าหมอสมคิดทำอย่างนี้กับโบตั๋น เรื่องราวจึงถูกเปิดเผยว่า

หลังโบตั๋นจากไป ทุกคนในบ้านฝันเห็นโบตั๋นทุกวัน โบตั๋นบอกว่าไปไหนไม่ได้ เหงาไม่มีใครเล่นด้วย ทางบ้านจึงเชิญหมอสมคิดให้ช่วยปลดปล่อยวิญญาณโบตั๋น โดยไม่รู้ว่าหมอสมคิดกลับเอาผ้ายันต์มาปิดไว้ที่หลังประตูกักขังวิญญาณของโบตั๋นไว้ในห้อง ทุกคนร้องไห้เสียใจที่เจตนาดีกลับถูกหมอสมคิดทำให้กลายเป็นเรื่องร้าย

“ผ้ายันต์ผืนนี้ เป็นฝีมือของหมอสมคิด” สุคนธรสชูผ้ายันต์ในมือให้ทุกคนดู

ooooooo

ติณห์เสียใจที่ญาณินหนีกลับกรุงเทพฯและให้เว้นระยะห่างกันสักพัก เขาหงุดหงิดงุ่นง่านจนมีเรื่องชกต่อยกับหัวหน้าคนงานที่ถามว่าญาณินจะกลับมาที่นี่อีกหรือเปล่า

มิรันตีมาห้ามก็ไม่เป็นผล จึงให้ทนายสมชาติกับคนงานช่วยกันหิ้วปีกติณห์กลับไป

“ปล่อยฉัน...แกไม่ต้องมาแกล้งโง่ แกรู้ว่าญาณินทิ้งฉันไปแล้ว ก็เลยจะมาเยาะเย้ยฉันว่าถูกญาณินทิ้ง!! พวกแกทุกคนด้วย ออกไป...ไปให้หมด ฉันไล่พวกแกออก!!” ติณห์โวยวายอย่างไร้สติขณะถูกหิ้วปีกออกไป

เบญจามองติณห์อย่างพิเคราะห์ ส่วนมิรันตีเดินตามปรามติณห์ว่า

“เลิกงี่เง่าได้แล้วติณห์...” แล้วไล่พวกคนงานที่มามุงดูให้ไปทำงานเสีย

ติณห์สะบัดหลุดจากการถูกล็อก เดินด่า “ผู้หญิงเลว ผู้หญิงไม่มีความจริงใจ” ไปตลอดทาง มิรันตีเดินตามร้องเรียกก็ไม่หยุดจึงวิ่งไปขวาง

“ติณห์...หยุด อย่าเดินหนีแม่ แค่เลิกคบกับผู้หญิงคนเดียว อย่าทำตัวให้มันน่าสมเพชได้ไหม ช่วยเห็นแก่หน้าแม่ หน้าตาของรีสอร์ตบ้าง” ติณห์ยังฮึดฮัด มิรันตีพูดเสียงอ่อนลงว่า “เย็นนี้ แม่นัดพวกลูกสาวเพื่อนแม่ไว้ไปเป็นเพื่อนแม่หน่อย...เชื่อแม่ ออกไปเจอผู้คน แล้วลูกจะรู้ว่าผู้หญิงทุกคนดีกว่าแม่ยิปซีนั่นทั้งนั้น”

“ผมยังไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้น...อย่าบังคับผม ไม่งั้นผมจะไม่อยู่