ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ2

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เพื่อสร้างกระแสกดดันให้จุนจีมีปัญหากับกรรัมภา เป้ยกับซองซูคบคิดกันปลอมตัวเป็นคู่จิ้นไปเดินควงกันในห้างให้เป็นข่าว

ซอง ซูปลอมตัวเป็นจุนจีได้เหมือนจนมีภาพกอสซิพ “ตัวจริงของคู่จิ้นข้ามแดน” และ “ปากบอกไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่ไหงจุนจีกับเป้ยควงคู่กันไปช็อปปิ้งโชว์หวานจนน้ำตาลเรียกพี่อย่างนี้นะ”

กร รัมภาเจอข่าวนี้ถึงกับลมเพชรหึงออกหู เป็นปัญหาให้จุนจีหงุดหงิดถามว่าตนอยู่ด้วยเห็นๆ แล้วคนในรูปจะเป็นตนได้ยังไง กรรัมภาก็ยังหาว่าเป็นภาพจากวันอื่นหรือเปล่า

“คุณ...ไป กันใหญ่แล้ว” จุนจีปราม แต่พอดูรูปแล้วอารมณ์ขึ้นบ่น “ทำไมยังไม่จบกันอีก ผมชักทนไม่ไหวแล้วนะ” พูดแล้วลุกทันที กรรัมภาถามว่าจะไปไหน รอด้วย

พอดี สวนกับไตรรัตน์ และพงอินทร์ ไตรรัตน์เห็นอาการตะบึงตะบอนของทั้งสองก็งงถามว่าสองคนนั่นเป็นอะไร ญาณินบอกว่าคงเคลียร์ปัญหาซุปตาร์กันกระมัง

“ได้ความอะไรบ้างนายไตร” ติณห์ถาม

“ฉัน ไปสืบที่อยู่จดทะเบียนของเบอร์โทรศัพท์ของ Black world ทั้งสองเบอร์ รู้ไหมฉันเจออะไร” ถามแล้วไตรรัตน์ก็เล่าเองว่า “ที่อยู่ที่จดทะเบียนกลายเป็นบ้านร้างจะพังมิพังแหล่ ส่วนอีกเบอร์หนึ่งที่อยู่มันกลายเป็นที่ว่างมีแต่หญ้าขึ้นรกไปหมด”

“แล้วเราจะหามันเจอได้ไง?” กรรณาพึมพำ ทุกคนเครียด มืดแปดด้านไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน

ที่สำนักองค์เบญจา...สุพิชชาไปพบเบญจา เอารูปของเนตรสิตางศุ์ไปให้ดูถามว่ารู้จักไหม เบญจาบอกว่าพอรู้จัก

“ดี... ฉันไม่อยากอยู่ร่วมโลกกับคนที่มันแย่งของรักไปจากฉัน ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพวกสาวๆ ซิกซ์เซ้นส์ถึงดึงดูดพวกผู้ชายนัก”

“ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณดี” เบญจาพูดจากความรู้สึกของตัวเอง พอสุพิชชาถามว่าใครหรือ เบญจาระเบิดอารมณ์ออกมาว่า “ญาณิน!”

“อ๊า...อีนังพวกชะนีซิกซ์เซ้นส์อีกแล้วเหรอ งั้นเราสองคนก็มีศัตรูหัวใจพวกเดียวกันน่ะสิ” สุพิชชาสะใจ

ooooooo

จุน จีโทร.หาเป้ยถามว่าเธอทำอะไรลงไป ขอให้เลิกยุ่งกับตนสักทีได้ไหม กลับถูกเป้ยหัวเราะระริกบอกว่าตนกำลังโปรโมตละครของเราอยู่ ตอนนี้แฟนคลับแฮปปี้มีความสุขที่ได้เห็นเราเป็นคู่จิ้นกัน

“หยุดได้แล้ว คุณมาเจอผมที่โรงแรมผมเดี๋ยวนี้เลย คุณกับผมต้องเคลียร์กัน”

เป้ ยปฏิเสธจะไปหาเขาแต่ให้เขามาหาตน พอเป้ยบอกสถานที่จุนจีบอกว่าตนไม่ยอมไปที่นั่นแน่ๆ แต่ฟังปลายสายอีกอึดใจเดียวก็ตอบตกลง กรรัมภาถามว่าเป้ยให้ไปเจอที่ไหนหรือ จุนจีไม่ตอบแต่กลับบอกเธอว่า

“คุณแก้ม คุณต้องเชื่อมั่นในตัวผมนะ คุณต้องหนักแน่นนะ”

กรรัมภาพยักหน้างงๆ

แล้ว จู่ๆ เป้ยก็ไปพบจุนจีที่ห้องฟิตเนสของโรงแรมที่เขาพักอยู่ จุนจีไม่พอใจถามว่าเข้ามาได้ไง ทางโรงแรมไม่ได้บอกหรือว่าตนขอฟิตเนสคนเดียว

“ทางโรงแรมเขาจะไปขวางอะไรเป้ยคะ เขาก็รู้ว่าตอนนี้เราเป็นคู่รักกันในจอและคู่จิ้นกันนอกจอ” เป้ยลอยหน้าระรื่นโอบกอดคอจุนจีแนบชิด

“มันก็แค่ละครและนอกจอผมก็ไม่ได้จิ้นอะไรกับคุณด้วย ปล่อยผมครับ” จุนจีพยายามดันตัวออกแต่เป้ยกอดไว้แน่น

“ไม่ เอาน่าจุนจี เราเป็นเบอร์หนึ่งเหมือนกัน วงการนี้เป็นยังไง เราก็รู้ดีอยู่แก่ใจ จิ้นกับเป้ยคุณมีแต่ได้ จิ้นกับยัยแก้มคุณมีแต่ดับ คุณกล้าฆ่าแฟนคลับทุกคนด้วยการหยิบแฟนคลับธรรมดาคนนึงมาเป็นแฟนงั้นเหรอ อย่าทำอย่างนั้นนะจุนจี ชื่อเสียงทุกอย่างของคุณที่สร้างมาอย่างยากลำบาก มันจะหายไปในชั่วพริบตา คุณจะไม่เหลืออะไรเลย”

เป้ยกล่อมแล้วยั่ว ลูบไล้เรือนร่าง คลำซิกซ์แพ็ก เท่านั้นไม่พอยังถอดเสื้อขอดูด้วย ภาพที่เห็นภายนอกเหมือนทั้งสองกำลังทำอะไรกันในที่ลับตาคน ซองซูซุ่มดูอยู่ พึมพำสะใจ

“นี่ละ วันเผด็จศึก! หึ! ช็อตเด็ดแบบนี้ น่าจะเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง”

ขณะ นั้นเอง ลีจองกุ๊กเดินตามหาจุนจี เจอซองซูถามว่าเห็นจุนจีไหม ซองซูหลอกว่าเห็นเดินไปทางสระน้ำ ยุให้ลีจองกุ๊กรีบตามไปดู ส่วนตัวเองเหลือบเห็นกรรัมภาเดินเข้าไปในฟิตเนสก็ยิ่งสะใจว่ากรรัมภาต้องได้ เห็นช็อตเด็ดแน่

กรรัมภาเดินเข้าไปเห็นจริงๆ เห็นจุนจีกำลังใช้สองมือจับต้นแขนเป้ยจะดันเธอออกไป กรรัมภาเสียใจเรียกเขาเสียงดัง จุนจีผลักเป้ยออกรีบมาชี้แจงกับกรรัมภาว่าไม่ใช่อย่างที่เห็นนะ...แต่เป้ย สอดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มหยันใส่กรรัมภาว่า

“ใช่! เธอจะได้รู้ตัวเสียทีว่า เธอมันก็แค่ขนมขบเคี้ยวให้จุนจีไว้กินเล่นๆแก้ขัด ไม่ใช่อาหารหลักไว้ตั้งโต๊ะ ออกหน้าออกตาเหมือนระดับซุปตาร์ด้วยกันอย่างเป้ย ปาริฉัตร”

กรรัมภาน้ำตาร่วงหันเดินหนี จุนจีรีบคว้ามือเธอแล้วพาออกจากฟิตเนสไป เป้ยถามว่าจะไปไหน จุนจีทำหูทวนลม พากรรัมภาเดินดุ่มไป

“อย่าไปนะจุนจี เราเป็นคู่จิ้นกัน คุณไปกับแม่นั่นได้ยังไง กลับมานะจุนจี...จุนจี!!” เป้ยยังตะโกนตามไม่เลิก

จุน จีทั้งลากทั้งจูงกรรัมภาเดินเข้าไปในห้างอย่างไม่แยแส ลีจองกุ๊กมาเห็นเข้าพอดี ลีจองกุ๊กตะโกนเรียกจุนจีแล้ววิ่งไล่ตามเหมือนคนบ้าจนคนในห้างพากันหยุดมอง แต่เสียงเรียกของลีจองกุ๊กกลับทำให้จุนจีพากรรัมภาวิ่งราวกับหนีตาย

“แล้วเราจะไปไหนกัน?” กรรัมภาถาม

“ก็แล้วแต่คุณ ต่อจากนี้ ผมขอเป็นแค่นายจักร ไม่ใช่ปาร์คจุนจีอีกแล้ว คุณต้องรับผิดชอบชีวิตผมนะ”

ถูก จุนจีโยนกลองให้รับผิดชอบชีวิตตนทำเอา กรรัมภามึน แต่ไม่มีเวลาโต้เถียง จึงพากันวิ่งหนีลีจองกุ๊กจนหายเข้าไปในกลุ่มคนเดินห้าง ลีจองกุ๊กวิ่งตามจน

ขาลาก ทรุดนั่งครวญ “ทำกุ๊กอีกแล้ว...จุนจี...” นึกได้รีบโทร.เข้ามือถือจุนจี กลับได้รับคำตอบที่ชอกช้ำกว่าเดิมว่า

“...อย่า โทร. หรือตามหาฉัน ขอเวลาฉันได้คิดตัดสินใจอะไรบางอย่างในชีวิต ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ฉันสัญญาจะดูแลตัวเองให้ดี...คัมซาฮัมนีดา”

ลีจองกุ๊กเก็บมือถือ น้ำตาคลอ...

เมื่อหนีพ้นลีจองกุ๊กแล้ว กรรัมภาจึงมีโอกาสติงจุนจีว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้

“จำเป็น สิ ผมอยากเป็นผู้ชายธรรมดาๆคนนึงที่ใช้เวลากับคุณอย่างอิสระ โดยที่ไม่มีชื่อเสียงคอยตามบงการว่าผมควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร” กรรัมภาถามว่าเวลานี้เขาต้องการทำอะไร “ทำทุกอย่างที่จะได้อยู่กับคุณ”

ทั้งสองจูงมือกันเดินไปบนท้องถนนอย่างปลอดโปร่งใจ เหมือนโลกนี้มีกันแค่สองคน...

ooooooo

ทนายสมชาติเดินทางไปที่รีสอร์ต ถูกเบญจาขอให้ช่วยหายตัวไปสักพักเพื่อติณห์เป็นห่วงแล้วจะได้มาหาตน

“เห็นจะไม่ได้หรอกครับคุณเบญจา ผมเป็นลูกจ้าง อะไรที่จะทำให้นายจ้างเดือดร้อน ผมคงทำไม่ได้  ขอตัวนะครับ”

เบญจา โกรธเดินตามไปขอร้องอีก ทนายสมชาติยืนกรานว่าตนจะไม่ยอมให้เธอใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายติณห์กับญาณิ นอีก แล้วรีบเดินหนี แต่จู่ๆ ก็ปวดท้องราวกับถูกบิดไส้  เบญจาย่างสามขุมเข้าหานัยน์ตาแดงก่ำพูดเหี้ยม

“ไม่เคยมีใครขัดใจฉันได้ จำเอาไว้”

“ใช่ ไม่เคยมีใครขัดใจลูกสาวฉันได้!” เสียงสมคิดแทรกเข้ามา แล้วเดินมาพร้อมกรกฎ เบญจาตกใจถามว่าพ่อมาที่นี่ทำไม “แกมาทำอะไร ฉันก็มาทำอย่างเดียวกับแกนั่นแหละ อ้อ! แต่รับรองฉันเด็ดขาดกว่าแกเยอะ!”

สมคิดให้กรกฎเข้าไปจับตัวทนายสมชาติที่นอนทุรนทุรายอยู่ที่พื้นแล้วยกเท้ากระทืบหน้าอกทนายสมชาติเสียงดังอั๊ก! เบญจาตามมาจับแขนพ่อขอให้ปล่อยทนายสมชาติไปเสียเถิด

“นังงี่เง่า คิดจะทำการใหญ่แต่ดันใจเสาะ เพราะอย่างนี้ไงแกถึงได้แพ้นังญาณินนั่นอยู่ร่ำไป ถ้าอยากจะให้ลิงมันกลัวแล้วยอมทำตามคำสั่ง ก็ต้องมีการเสียสละไก่สักตัวเชือดให้มันดู!!”

เบญจาบอกว่าตนแค่ต้องการขู่ติณห์เท่านั้น ถูกสมคิดด่าว่าจะไม่ยอมให้เอาเวลามีค่าของตนมาทำเรื่องปัญญาอ่อนเพราะความบ้าผู้ชายที่นับวันมากขึ้นของเธออีกต่อไป เวลาของตนจะต้องไม่สูญเปล่า พูดเสร็จก็หันไปกระทืบลงบนอกของทนายสมชาติอีก แล้วสั่งให้กรกฎจัดการ กรกฎยกร่างทนายสมชาติเหวี่ยงไปกระแทกต้นไม้อย่างแรง ร่างทนายสมชาติร่วงลงมากระอักเลือดออกเป็นลิ่มๆ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ตึกที่สี่สาวนั่งสมาธิรวมพลังจิตผ่านสัมผัสพิเศษทั้งวันทั้งคืน ก็ถูกญาณินวาดขึ้นในกระดาษ วางกลางที่ประชุม ตึกนั้นอยู่กลางกรุงมีสัญลักษณ์อีกาขนาดใหญ่อยู่บนยอดตึก

ทุกคนรู้แต่เพียงบริเวณที่ตั้งตึกว่าอยู่ในย่านธุรกิจแต่ไม่รู้ว่าตึกไหน พงอินทร์บอกว่าตนผ่านแถวนั้นบ่อยแต่ก็ไม่เห็นตึกไหนมีสัญลักษณ์อีกาขนาดมหึมาบนยอดตึก ไตรรัตน์เชื่อว่าพวกนั้นคงใช้คาถาอาคมบังตาเราไว้แน่

“เบญจากับหมอสมคิดคงคิดเตรียมการป้องกันเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าสักวันต้องถูกจับได้ขึ้นมาว่าเป็นฝีมือของพวกมัน จึงใช้วิธีการอำพรางตัว” ญาณินวิเคราะห์ เธอพูดอย่างมุ่งมั่นว่า “ถึงมันจะเอาอาคมมาบัง เอาหมอกม่านมาพรางสายตาเรายังไง เราก็ต้องหารังมันให้พบให้ได้”

“เอาล่ะ ในเมื่อรู้บริเวณพิกัดใกล้เคียงแล้ว เราก็ต้องไปหาตึกนั่นให้เจอ จะด้วยวิธีไหนก็ต้องหาให้พบก่อนถึงจะหาวิธีจัดการกับพวกมันได้” ณัฐเดชสรุป

ขณะนั้นเอง กรรณาบอกให้ทุกคนเงียบเพราะตนได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ทุกคนตึงเครียดขึ้นทันที เมื่อเตรียมรับมือแล้ว ติณห์ออกไปเปิดประตู โดยสุคนธรสเตรียมขวดน้ำมนต์ไว้สาดเต็มที่ แต่พอเปิดประตูออก ข้างนอกไม่มีอะไรเลยมีแต่ป้าออเดินมาถามว่ามีอะไรกันหรือมายืนกันเต็มหน้าบริษัทเลย

ญาณินบอกว่าไม่มีอะไร ณัฐเดชจึงชวนกลับเข้าข้างใน แต่พอทุกคนหันจะเข้าไปเท่านั้น ก็มีเสียงอะไรตกลงมาดัง พลั่ก!! ทุกคนหันมองช็อก เพราะนั่นคือร่างไร้วิญญาณซีดจนเขียวของทนายสมชาตินอนอยู่ที่พื้น!

ป้าออที่ดูๆ กันอยู่กับทนายสมชาติถึงกับเป็นลม ดีที่ณัฐเดชกับกรรัมภายืนอยู่ใกล้ๆ ประคองไว้ทัน

ติณห์ช็อก ทรุดนั่งข้างศพทนายสมชาติเขย่าร่างทนายอย่างขาดสติ จนเพื่อนๆต้องปลอบโยน เตือนให้ตั้งสติดีๆ หมอวรวรรธเอามือไปรอจมูกยืนยันว่าทนายสมชาติตายแล้ว

สุคนธรสเห็นหน้าผากทนายสมชาติเป็นรอยไหม้บอกทุกคนว่า ไม่ได้ตายธรรมดา แต่ตายด้วยอาคม!

“เบญจา? ทำไมเธอต้องทำคนดีๆ คนบริสุทธิ์ด้วย” ติณห์ร้องไห้ คับแค้น เสียใจอย่างที่สุด

ooooooo

เมื่อเกิดการสังหารด้วยอาคมที่รีสอร์ต ณัฐเดชจึงจัดส่งตำรวจไปคุ้มกันมิรันตีและดูแลที่รีสอร์ต ไตรรัตน์เสนอว่าอยากให้ติณห์กลับไปดูแลแม่

“ไม่! ตัวปัญหามันอยู่ที่นี่ ฉันต้องไปหามันให้เจอ จะได้จบปัญหาทุกอย่าง” ติณห์เด็ดเดี่ยว หมอเร่งให้ไปกันเลยณัฐเดชบอกให้ไปกันแค่พวกหนุ่มๆ ส่วนพวกสาวๆให้อยู่ที่นี่เพราะอันตรายเกินไป สุคนธรสจึงเตรียมเครื่องรางของขลังมาให้พวกหนุ่มๆเลือกตามความถนัดของแต่ละคน

ญาณินเลือกหินคล้ายลูกแก้วแวววับให้ณัฐเดชบอกว่านี่คือชิ้นสำคัญ เรียกว่า “เพชรตาแมว”

ทันใดนั้นเอง ปาร์คจุนจีเข้ามาตะโกนให้รอก่อน ถามว่าลืมตนไปแล้วหรือ ทุกคนต้อนรับจุนจีด้วยความยินดี 6 หนุ่มยื่นมือออกไปวางซ้อนกัน ตะโกนอย่างฮึกเหิม

“สู้!”

6 หนุ่มไปถึงย่านเป้าหมาย มองหาไม่เห็นตึกไหนมีสัญลักษณ์อีกาขนาดใหญ่อยู่บนยอดตึกอย่างที่ญาณินวาดไว้เลย จึงเชื่อกันตามที่ญาณินบอกว่าได้มีการอำพรางตาไว้ก่อนแล้ว ณัฐเดชจึงใช้เพชรตาแมวที่สามารถมองเห็นอะไรที่คนมองไม่เห็นโดยเฉพาะอำนาจลี้ลับออกมาส่อง

ปรากฏการณ์อัศจรรย์เกิดทันที ไตรรัตน์อุทานอย่างตื่นเต้น “เฮ้ยนั่นไงเห็นแล้ว!!” ทุกคนมองตามที่ไตรรัตน์ชี้เห็น 3 ตึก อย่างที่ญาณินวาดไว้ ณัฐเดชจัดกำลังเป็น 3ทีม ทีมละ 2 คนแยกกันไปยัง 3 ตึกที่เห็น โดยให้หมอไปกับติณห์ ไตรรัตน์ไปกับพงอินทร์ และจุนจีไปกับตน

ทั้ง 3 ทีมแยกย้ายกันออกปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ที่ดาดฟ้าตึกสำนักองค์เบญจา ทั้งเบญจา สมคิดและกรกฎรวมทั้งสมุนมายืนรอรับ 6 หนุ่มอยู่แล้ว โดยมีลูกกรอกพรายคอยกระซิบบอกการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามทุกระยะ

“พวกมันมาแล้ว มีแต่พวกผู้ชาย 6 คน รวมทั้งพี่ติณห์” เบญจาบอกเมื่อฟังลูกกรอกพรายกระซิบ

“ดี! เชือดพวกแฟนๆของมัน ตัดกำลังของมันก่อน เหลือแต่นังผู้หญิงทั้ง 5 คน จะได้กำจัดมันได้ง่ายๆ กรกฎ! เบญจา! ทำตามแผนที่เราวางไว้ เจอทั้งคนทั้งผี ดูซิมันจะรอดไปได้ไหม”

สมคิดเดินไปกับกรกฎ ทิ้งเบญจาไว้ที่นั่นคนเดียว เบญจาหันมองยอดตึกสูงอีกครั้งพึมพำทั้งแค้นทั้งอึดอัด...

“พี่ติณห์...มารนหาที่ตายทำไม!”

ทีมงานทั้ง 3 แยกย้ายกันไปตามเป้าหมาย ไตรรัตน์เห็นเบญจาก่อนเพื่อนตามเคย พงอินทร์ขยับทันทีแต่ถูกสมุนของสมคิดยิงกราดใส่จนหลบกันแทบไม่ทัน ต่างชักปืนออกมายิงตอบโต้ เบญจาวิ่งหลบไปอีกทางหนึ่ง ติณห์วิ่งตามหมอร้องเตือนให้ระวังพลางวิ่งตามไป

สมคิดกับกรกฎวิ่งแยกกันไป ไตรรัตน์กับพงอินทร์ไล่ตามกรกฎกับสมุน ส่วนณัฐเดชกับจุนจีตามสมคิดกับสมุน 3 ทีมวิ่งไปกันคนละทาง

ติณห์กับหมอไล่ตามกรกฎกับสมุนไปปรากฏว่าเบญจาหายไปในกลุ่มคนในอุโมงค์ทางเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน หมอคาดว่ามันอาจเป็นภาพลวงตาก็ได้ ขณะนั้นเอง ติณห์ก็ได้ยินเสียงเบญจาอีกว่า “พี่มาหาที่ตายทำไม...ทำไม...” แต่พอหันมองก็ไม่เห็นตัว หมอเห็นเบญจาชี้ให้ติณห์ดู ทั้งสองจึงวิ่งไล่ไปที่บันไดเลื่อนลงชั้นล่าง

ส่วนไตรรัตน์กับพงอินทร์ไล่ตามกรกฎกับสมุนไป พอมาถึงทางเข้าตึก พวกมันถูกยามสกัดไม่ให้เข้า แต่ถูกกรกฎและสมุนอัดร่วงแล้วพวกมันก็วิ่งเข้าไป พงอินทร์กับไตรรัตน์วิ่งตามมาเห็นพอดี แค้นใจที่พวกมันทำคนไม่รู้เรื่อง

“แน่จริงมาเจอกับฉันนี่มา!” ไตรรัตน์ร้องท้า

กรกฎหันไปหัวเราะเยาะกับพวกสมุนแล้วหักนิ้วกร๊อบๆเตรียมพร้อม

ฝ่ายณัฐเดชกับจุนจีที่ไล่ตามสมคิดไป สมคิดส่งสัญญาณให้สมุนมาจัดการทั้งสอง แต่ถูกทั้งสองที่ฝึกการต่อสู้มาอย่างดี ใช้ทั้งมวยสากลและเทควันโด จัดการร่วงไปทีละคน...ทีละคน แล้วจึงวิ่งไล่ตามสมคิดไป

ooooooo

6 หนุ่มที่แยกเป็น 3 ทีม ถูกสมคิด กรกฎ และเบญจา หลอกล่อให้ไล่ตาม เล่นงานมันได้ด้วยเครื่องรางของขลังบ้างแต่ทุกคนก็สะบักสะบอม

เมื่อพวกสมคิดจัดการกับ 6 หนุ่มไม่สำเร็จ สมคิดจึงเรียกกลับสำนักองค์เบญจา ทุกคนเหงื่อโชก สมคิดตวาดทันที

“สั่งอะไร...ให้ทันทีนะ อย่าต่อรอง อย่าเถียง อย่าขัดใจ อย่าทำให้อารมณ์เสีย เข้าใจไหม!”

กรกฎก้มหัวกลัวๆ เบญจาหน้าตาสับสน กังวล ทั้งกลัวพ่อและอยากหนี ทั้งห่วงติณห์ สมคิดเดินมาเชยคางเบญจาพูดหวานแต่เสียงเหี้ยมว่า ตนให้โอกาสนี้เป็นหนสุดท้าย แล้วยังปล่อยให้ติณห์รอดไปได้อีก เบญจาชี้แจงว่าพวกนั้นพกของมีอาคม

“อย่ามาอ้าง ฝีมืออย่างแก ไอ้ของมีอาคมกระจอกพวกนั้นทำอะไรแกไม่ได้ ใช้คนจัดการมันก็สู้ได้ ใช้ผีจัดการมันก็สู้ได้ หึ! ก็ดี เจอศัตรูที่สูสี การต่อสู้มันจะได้สนุก เข้มข้น” แล้วสั่งเบญจา “แกมีธุระต้องทำกะนังเนตรไม่ใช่เหรอ”

“คุณหนูตกลงกับคุณสุพิชชาไว้แล้วล่ะครับ” กรกฎตอบแทน แล้วหันสบตาสมคิดอย่างประจบ

เบญจาร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น แล้วจำใจต้องเดินตามกรกฎไป เมื่อถึงห้องพิธี กรกฎถือห่อผ้าขาวมาให้บอกว่า

“ของที่คุณหนูให้หา ได้แล้วครับ”

เบญจารับห่อผ้าไปเปิดดูเป็นเศษกระดูกชิ้นเล็กๆ เบญจาดูแล้วยิ้มพอใจ

เมื่อเบญจาทำพิธี เหล่าดวงวิญญาณทั้งชายและหญิงที่อยู่ในนรก ต่างพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาบนพื้นดิน เสียงร้องโหยหวนของเหล่าวิญญาณบาปดังน่าสยดสยอง ทันใดนั้นนั่นเอง เบญจาก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันทรงพลัง

“ดวงวิญญาณนรกที่เคยได้ลองเลือดของข้า เจ้าคือทาสของข้า จงขึ้นมาจากนรกและมาเป็นทาสรับใช้ ข้า ณบัดนี้!”

สิ้นเสียงเบญจา มีแสงสีดำรูปร่างเหมือนคนพุ่งขึ้นมาจากปากทางนรก แล้วปากทางนรกก็ปิดลง พร้อมกับเสียงโหยหวนเงียบลงทันที ตรงหน้าเบญจา ปรากฏร่างของวิญญาณชายหนุ่มในชุดซาฟารีสีเข้ม สวมถุงมือแพทย์ ร่างของวิญญาณค่อยๆชัดขึ้น เบญจายิ้ม เอ่ยอย่างพอใจ...

“ยินดีต้อนรับสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง...ไอ้ลาภ!”

ooooooo

6 หนุ่มกลับถึงบริษัทซิกซ์เซ้นส์ต่างมีรอยฟกช้ำดำเขียวเจ็บตัว แต่ที่เจ็บยิ่งกว่าตัวคือเจ็บใจ!

“ต้องขอบใจยัยรสนะ ที่ให้เครื่องรางของขลังติดตัวไป ไม่งั้นเราเสร็จแน่” ณัฐเดชเอ่ยขึ้นก่อน

“มันรู้ล่วงหน้าว่าเราจะไป มันหลอกพวกเราไป กะจะฝังซะพร้อมๆกันหมดนี่เลยนะ” หมอแค้นใจ

“เสียดายที่จับตัวเบญจามาไม่ได้” ติณห์บ่น

“มันก็คงเจ็บใจเหมือนกัน ที่ล่อลวงพวกเราไปถึงที่ แต่จัดการพวกเราไม่ได้” จุนจีน้องใหม่ในทีมเอ่ย

“ก็พวกเราเก่งไง เออ...แล้วแฟนผมไปไหนครับ” หมอเป็นห่วงเนตรสิตางศุ์ขึ้นมา

เป็นเวลาที่เนตรสิตางศุ์กลับมา มาหยุดที่หน้าบ้านตัวเองแล้ว เธอหยุดเช็กสภาพอย่างรอบคอบ มองยันต์ที่สุคนธรสแปะไว้ที่หน้าประตูบ้านเหมือนทุกวัน วันนี้เธอแปลกใจที่ในบ้านมืดผิดปกติสงสัยว่าสุพิชชาคงไม่อยู่ แต่ประตูไม่ได้ล็อกจึงเดินเข้าไปร้องถาม

“คุณพีช...คุณพีช...อยู่รึเปล่า ทำไมไม่เปิดไฟ...”

ที่แท้สุพิชชาออกไปดึงผ้ายันต์ที่แปะอยู่หน้าบ้านออกตามที่เบญจาสั่งไว้ว่า...

“คุณไม่ต้องทำอะไรมาก แค่รอ...ให้ยัยนั่นเดินเข้า บ้าน แล้วดึงยันต์กันผีที่แปะหน้าประตูบ้านออก ต่อจากนั้น ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับมัน ก็ทำเป็นไม่เห็น ไม่ได้ยิน”
สุพิชชาทำตามที่เบญจาสั่ง ดึงยันต์ออกปล่อยร่วงจากมือ พริบตานั้น บรรยากาศในบ้านก็เปลี่ยนไปทันที มีเสียงหอนเบาๆของวิญญาณดังมา สุพิชชาเหลือบมองไปบนท้องฟ้า ยิ้มออกมาท่าทางประสาทๆ

เนตรสิตางศุ์ยังไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น แต่พอเปิดไฟเห็นวิญญาณนายลาภยืนอยู่ เนื้อตัวมันเขียวช้ำ เส้นเลือดปูดโปน

“มึงทำให้กูต้องตาย วันนี้กูจะเอามึงไปเป็นผีกับกูด้วย” วิญญาณนายลาภคำรามใส่จนเนตรสิตางศุ์ตกใจร้องกรี๊ดแล้ววิ่งหนีไปอีกทาง ก็ถูกวิญญาณนายลาภไปดักหน้าคว้าตัวไว้ เนตรสิตางศุ์สะบัดสุดแรงพอหลุดก็วิ่งขึ้นบันได ไม่วายถูกมันมาดักหน้าแลบลิ้นสองแฉกแผล็บๆ

เนตรสิตางศุ์ตกใจสุดชีวิต ร้องไห้ถอยหลังหนีลงบันไดก้าวพลาดตกลงมานอนฟุบอยู่ที่พื้น!

ขณะที่เนตรสิตางศุ์กำลังขวัญกระเจิงนั่นเอง เจอสุพิชชาเดินมา เปิดประตูห้องแล้วผลักเธอเข้าไป ปิดประตูล็อกข้างนอกทันที!

ในขณะที่เนตรสิตางศุ์ร้องตะโกนให้สุพิชชาเปิดประตูนั้น สุพิชชายิ้มเหี้ยมหันพูดลอยๆไปรอบห้องเพราะไม่รู้ว่าวิญญาณนายลาภอยู่ตรงไหน...

“ถ้าอยากฆ่ามันก็รีบจัดการนังนี่ให้ฉันเร็วๆตาม สบายนะ” พูดแล้วสุพิชชาเดินลอยชายไปอย่างสบายใจ

วิญญาณนายลาภมองตามสุพิชชาแล้วหันมองประตูห้องที่ขังเนตรสิตางศุ์ มีเสียงทุบประตูโครมๆและอ้อนวอนอย่างน่าสงสารไม่ขาดปาก...

“พี่พีช...เปิดประตู....เปิดประตู...”

ปรากฏว่าวิญญาณนายลาภลอดเข้ามายืนแลบลิ้นสองแฉกอยู่ตรงหน้าแล้ว! วิญญาณนายลาภตรงเข้าบีบคอเนตรสิตางศุ์ทันที แต่ถูกยันต์แปะเข้าที่หน้าอกมันแผดเสียงร้องลั่นปล่อยมือจากเนตรสิตางศุ์ กัดฟันทนต่ออานุภาพของผ้ายันต์ดึงผ้ายันต์ออกจากอกโยนทิ้ง เนตรสิตางศุ์ตกใจแทบจะล้มทั้งยืน!

สุพิชชาเดินไปเปิดเพลงลั่นบ้านกลบเสียงร้องขอความช่วยเหลือของเนตรสิตางศุ์ เอาองุ่นมานั่งกินอย่างสบายอกสบายใจ

เนตรสิตางศุ์ใช้สรรพอาวุธที่ติดตัวมาต่อสู้กับวิญญาณนายลาภ แต่ไม่อาจทำอะไรมันได้ ถูกมันบีบคอจนหน้าเขียว เธอควานเจอเครื่องช็อตไฟฟ้า กดช็อตใส่มัน มือกดไว้ไม่ปล่อยราวกับเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะเอาชีวิต รอด...และพยายามร้อง...

“ช่วยด้วยยยยยย...”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง

แค้นรักสลับชะตา EP.2 วัท ตัดสินใจสวมรอยอยู่ในร่างของ เตช ที่มีพร้อมทุกอย่าง
12 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2564 เวลา 15:14 น.