ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

SHARE
ตอนที่ 20

ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว 4 สาวยังเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของพวกกำนันพงษ์อยู่อย่างใจระทึก ส่วนณัฐเดชกับพวกหนุ่มๆรวมทั้งก๊องด้วย ก็เคลื่อนกำลังมาสมทบเงียบเชียบ

พอรู้จากเนตรสิตางศุ์ว่าพวกกำนันลอดซุ้มเข้าไปแล้ว ติณห์ก็เร่งให้ลุยเข้าไปจับมันเลย สุคนธรสเตือนสติว่า

“เดี๋ยวสิคะ อย่าสุ่มสี่สุ่มห้า อย่าประมาทกำนันพงษ์”

ส่วนกำนันพงษ์กำลังตื่นเต้นดีใจสุดชีวิตที่พวกสนเจาะเสาจนเจอทอง เสานี้เจอ เสาโน้นเจอ กำนันเร่งให้ทุกคนรีบแงะเอาทองออกมาเร็วๆ สนเองมัวตื่นตะลึงกับทองเหลืองอร่ามจำนวนมหาศาลที่เจอ ถูกกำนันตวาด

“มึงอย่ามัวแต่ดูอยู่ เร่งมือเข้า ขนทองไปให้เกลี้ยงแล้วเราจะได้รีบไปจากที่นี่กัน”

กำนันมัวแต่ตื่นทอง จนไม่เห็นว่าญาณิน คุณหลวงและโกลเด้นเบบี้ถอยออกจากห้องไปหมดแล้ว

เมื่อพวกกำนันเอาทองออกจากเสาจนหมด ใส่ถุงได้ถึง 10 ถุง กำนันเร่งให้รีบเอาทองออกไป ตัวเองโลภมากแบกคนเดียวถึง 4 ถุง พอจะพากันออกจากห้อง ไม่เห็นญาณิน คุณหลวง และโกลเด้นฯแล้ว กำนันตกใจ

“เฮ้ย...พวกมันหายไปไหนวะ”

แต่พอกำนันก้าวออกจากห้อง ก็เผชิญหน้ากับณัฐเดชและพวกที่มาดักรออยู่ ณัฐเดชถามว่าจะไปไหนกัน

“ถ้ามึงไม่อยากตายหลีกไปไอ้ติณห์!”

“ไม่หลีก! พวกแกนั่นแหละ ถ้าไม่อยากตายก็วางทองของคุณตาไว้เดี๋ยวนี้” ติณห์สวนไปอย่างไม่สะทกสะท้าน

“มึงเก่งนักรึไอ้ติณห์ อยากลองดีกับกูใช่ไหม!” กำนักควักเอาหุ่นฟางออกมาใช้มีดหมอแทงเข้าที่ไหล่อย่างแรง ติณห์ร้องอย่างเจ็บปวดทรุดลงไปกับพื้น

“ทำไมมันยังมีอาคม” สุคนธรสตกใจ พวกสาวๆช่วยกันเข้าไปดูติณห์ที่ครวญครางอยู่กับพื้น กำนันหัวเราะถามว่า

“นึกว่าฉันไม่รู้เหรอว่าพวกแกเอาของชั้นต่ำมาใส่อยู่บนซุ้มเป็นกับดักทำให้อาคมฉันเสื่อม ต้องขอบใจจิ้งจกมันร้องทัก” พลางกำนันกดมีดลงไปจนมิดด้าม ติณห์ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด มันหัวเราะสะใจบอกว่า “ฉันเสกอาคมหุ้มตัวไว้ช่วงที่ลอดซุ้มนั้นมา”

“พอแล้ว พอ...ไอ้กำนัน เรายอมแล้ว” ไตรรัตน์ทนดูไม่ได้ แต่กำนันกลับย้อนถามอย่างสะใจว่า

“คิดว่าแค่ยอมคงจะไม่สะใจฉันเสียแล้วมั้ง” สิ้นเสียงก็กระตุกด้ายแดง ทำให้จิตญาณิน วิญญาณคุณหลวงและโกลเด้นฯกระเด็นกลับไปอยู่แทบเท้ามัน “ฮ่าๆๆ คิดจะหนีเหรอพวกมึง!!” ว่าแล้วก็กระตุกด้ายแดงรัดคอทั้งสามจนหายใจแทบไม่ออก ดิ้นรนร้องกันไม่เป็นภาษา

“แกจะเอาทองก็เอาไปเลย แต่ปล่อยพวกเราเถอะ” สุคนธรสต่อรองอย่างทนดูไม่ได้ กรรณาเห็นด้วย แต่กำนันไม่ยอม หัวเราะเยาะบอกว่า

“กูไม่ยอม...พวกมึงต้องตาย โดยเฉพาะไอ้ติณห์มึงคนแรก” พลางกำนันก็จะแทงที่หน้าอกติณห์ แต่ไม่ทันจ้วงเสียงปืนก็คำรามขึ้น ตำรวจนอกเครื่องแบบกรูกันเข้ามาพร้อมปืน พวกสาวๆพากันหลบไปอยู่มุมหนึ่ง

“กำนันนั่นแหละหยุด วางถุงพวกนั้นลง แล้วยอมมอบตัวเสีย” ณัฐเดชสั่ง เมื่อกำนันเงอะงะ ณัฐเดชแจ้งข้อหา “บุกรุก ลักทรัพย์ พยายามฆ่า พอไหม”

ระหว่างนั้น สนแอบกระซิบบอกกำนันว่า “มีทางลงหลังเรือนอีกทาง” กำนันวิ่งอ้าวไปทางหลังเรือนทันที สนยกปืนจะยิงตำรวจ แต่ไม่ทันเหนี่ยวไกก็ถูกพวกณัฐเดชยิงใส่ร่วงกันเป็นแถว

ติณห์เห็นกำนันวิ่งไปทางหลังเรือน เขาพยายามพยุงตัวไปหาญาณินที่ถูกด้ายแดงรัดคอจนหายใจไม่ออกบอกเธอว่า “ผมจะช่วยคุณให้ได้” แล้ววิ่งไล่ตามกำนันไป

ทุกคนมองแต่ไม่กล้าตาม เพราะทางนี้ จิตญาณินและคุณหลวงกับโกลเด้นฯ ถูกด้ายแดงรัดคอกำลังจะหมดสติอยู่แล้ว

ooooooo

ติณห์วิ่งไล่กำนันไป ถูกกำนันชักปืนยิงแต่กระสุนหมด กำนันยังไม่ยอมทิ้งถุงทอง แบกวิ่งหนีแต่ทองหนักทำให้วิ่งช้าซ้ำยังสะดุดรากไม้ล้มลง ติณห์พุ่งเข้าใส่ กำนันเอาหุ่นฟางออกมาแทงที่ท้อง ติณห์ล้มลงดิ้นอย่างเจ็บปวด กำนันถามเยาะว่า

“ลืมแล้วหรือไอ้ติณห์ กูยังมีหุ่นมึงอยู่ วันนี้มึงต้องตายไปอยู่กับตามึง!”

ที่เรือนไทย ทุกคนกำลังร้อนใจไม่รู้จะช่วยจิตญาณินกับคุณหลวง และโกลเด้นฯอย่างไร หมอวรวรรธถามสุคนธรส ว่าจะทำอย่างไร จะปล่อยให้พวกเขาตายแบบนี้หรือ

ไตรรัตน์จะตามไปช่วยติณห์ สุคนธรสบอกว่าไม่ต้องไป ตอนนี้เรามีแต่ต้องรอเวลาเท่านั้น คุณหลวงร้องว่าตนจะไม่ไหวแล้ว เนตรสิตางศุ์ขอให้อดทนอีกนิด...

นิดเดียว ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นแล้ว

ทันใดนั้น ด้ายแดงที่รัดทั้งสามอยู่ก็เริ่มคลายตัวออก จิตญาณิน คุณหลวง และโกลเด้นฯ เริ่มหายใจออก เจ็บปวดน้อยลง ณัฐเดชที่เฝ้าดูอยู่ พึมพำทึ่ง...

“เป็นไปได้ยังไง??...”

มุมป่าที่ติณห์ถูกกำนันแทงหุ่นฟางที่ท้อง เขาดิ้นรนอย่างเจ็บปวดทรมานท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจของกำนัน พลางกำนันก็ยิ่งทิ่มแทงหุ่นอย่างบ้าคลั่ง แต่ติณห์กลับไม่เป็นอะไร

“อะไรวะ ทำไมมันไม่เป็นอะไร” กำนันงง รีบสวดคาถาอีก แล้วแทงลงตรงหัวใจหุ่น แต่กลับทำอะไรติณห์ไม่ได้ กำนันเริ่มร้อนรน...

ooooooo

ที่เรือนไทย บรรยากาศคลี่คลายลงมาก ทุกคนยิ้มแย้มยินดีกับจิตญาณิน คุณหลวง และโกลเด้นฯ ที่หลุดรอดจากอาคมของกำนัน

กรรัมภาเร่งจิตญาณินให้รีบไปเข้าร่าง พอจิตญาณินหายไป ทุกคนหันหาคุณหลวงและโกลเด้นฯ ปรากฏว่าไม่มีใครเห็นแล้ว นอกจากเนตรสิตางศุ์ เธอบอกทุกคนว่าทั้งสองโอเคแล้ว กรรณาบอกว่าทั้งสองยังฝากขอบคุณทุกคนด้วย

ไตรรัตน์สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ณัฐเดชเองก็สงสัยว่าทำไมอาคมของกำนันจึงหมดไป สุคนธรสเฉลยว่า

“พวกเราคิดว่ากำนันพงษ์มันต้องระวังตัวอยู่แล้ว เราจึงวางแผนสองชั้น โดยหลอกเอาผ้าถุงปลอมที่เพิ่งซื้อมาไปซ่อนที่ซุ้มทางขึ้นเรือนไทย แต่เอาผ้าถุงใช้แล้วของป้าออไปใส่เหนือทางลงด้านหลังเรือนไทย”

“เพราะเวลาหนี กำนันพงษ์คงไม่ระวังตัว จึงลอดผ้าถุงทำให้อาคมค่อยๆเสื่อม”

“แล้วอาคมของมันก็จะย้อนกลับเข้าตัวเอง”

“รับกรรมที่ตัวเองก่อไว้”

เนตรสิตางศุ์ กรรัมภา และกรรณา ช่วยกันอธิบายต่อ

ส่วนจิตญาณินเมื่อกลับเข้าร่างแล้วก็รีบถอดสาย

น้ำเกลือลุกขึ้นทันที ป้าออดีใจมากที่เห็นเธอรู้สึกตัวแล้ว แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเธอบอกว่าจะรีบไปช่วยติณห์

“คุณติณห์เป็นอะไรครับ” ทนายสมชาติถาม เธอบอกว่าเขาตามกำนันพงษ์ไป แล้ววิ่งอ้าวออกไปเลย

ooooooo

ที่มุมป่า ติณห์กำลังต่อสู้กับกำนันอย่างอ่อนแรงแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ พยายามคว้ากำนันที่จะหนีเพราะอาคมเสื่อมทำอะไรติณห์ไม่ได้ ติณห์คว้าได้แค่ถุงทองทำให้ทองหล่นเกลื่อนกระจาย กำนันรีบเก็บทองใส่ถุง ติณห์รวบรวมแรงกระแทกหมัดเข้าปลายคางกำนันจนกำนันหันมาแลกหมัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

ญาณินวิ่งมาเจอทั้งคู่กำลังตะลุมบอนกัน ติณห์พลาดท่าถูกกำนันขึ้นคร่อมรัวหมัดใส่อย่างบ้าคลั่ง ญาณินย่องเข้าไปข้างหลัง คว้าได้ไม้เหมาะมือ พุ่งเข้ากระหน่ำหัวกำนันสุดแรง ของเหลวสีแดงทะลักจากหัวกำนัน พอตั้งหลักได้กำนันจะลุกหนี ถูกติณห์ตามไปกระชากคอเสื้อไว้ กำนันหันมาซัดหมัดใส่หน้าติณห์แต่เขาหลบได้หวุดหวิด

ญาณินพยายามร้องห้ามทั้งคู่ ติณห์คว้าได้ทองแท่งจึงขว้างใส่หน้ากำนันจนถุงทองในมือกำนันร่วง ตัวกำนันฟุบหน้ากับพื้นเลือดทะลักจากปาก แต่กำนันยังไม่ยอมแพ้เงื้อมีดหมอจะฟันติณห์

พริบตานั้นเอง วิญญาณผีตายโหงที่หลุดจากหม้อในห้องทำพิธี กรูกันไปจับกำนันเหวี่ยงกระแทกต้นไม้ติดคาอยู่อย่างนั้น แล้วก็รุมกันแก้แค้น กำนันดิ้นทุรนทุรายตาเหลือกโปน เลือดไหลทะลักออกจากปากและจมูก เป็นลิ่มๆ

“วิญญาณภูตผีที่ไอ้กำนันเคยไปกักขังทรมานไว้ เขามาเอาคืนมัน” ญาณินบอกติณห์ที่มองภาพนั้นอย่างตื่นตะลึง

ญาณินตัดสินใจจัดการปัญหาตามแนวของเธอ ร้องบอกให้หยุดแต่ไม่เป็นผล เธอจึงสวดแผ่เมตตา ไม่นานวิญญาณเหล่านั้นจึงหยุด แล้วค่อยๆจางหายไป ร่างกำนันที่ถูกตรึงติดต้นไม้ร่วงผล็อยลงมากองที่โคนต้น กระอักเลือดดิ้นทุรนทุราย

ญาณินกับติณห์เดินเข้าไปดู ติณห์ถามว่าเธอยังจะช่วยคนชั่วแบบนี้อีกหรือ น่าจะปล่อยให้รับกรรมที่ตัวเองก่อมา

“ฉันปล่อยให้เขามีสภาพทรมานอยู่อย่างนี้ไม่ได้หรอก  เขาต้องได้รับกรรมแน่ แต่ตอนนี้ฉันจะต้องทำให้เขาสงบลงเสียก่อน”

หลังจากญาณินสวดแผ่ส่วนกุศลทำให้อาการทรมานของกำนันทุเลาลง คุณหลวงและโกลเด้นเบบี้นั่งพนมมือฟังสวดอย่างอโหสิให้

“กำนันต้องบวช เพราะทำกับคนอื่นเอาไว้มาก ของถึงกลับเข้าตัวแบบนี้  บวชเสียเพื่อสร้างบุญกุศลล้างบาปให้กับทุกวิญญาณที่ไปกักขังไปรังแกเขาให้ทุกข์ทรมานแสนสาหัส ถ้ากำนันขืนไม่บวชก็มีแต่จะรับกรรมแสนสาหัสคนเดียว” ญาณินเอ่ย

กำนันที่ดวงตาเหม่อลอยเหมือนคนเสียสติ สงบฟัง...น้ำตาค่อยๆไหลออกมาทั้งที่ใบหน้าเรียบเฉย...ญาณินกับติณห์ต่างมองกำนันอย่างเวทนา

ooooooo

ปราบกำนันพงษ์ได้แล้ว บรรดาสาวซิกซ์เซ้นส์พากันกลับบริษัท สุคนธรสบอกว่าจะขอนอนสัก 3 วัน แล้วเข้าบ้านไปเลย

เนตรสิตางศุ์ถามหมอวรวรรธว่าเหนื่อยไหม เดี๋ยวตนจะไปปั่นน้ำอะไรอร่อยๆมาให้ดื่มแก้เหนื่อย แต่เธอไม่ทันไปหมอก็ได้รับโทรศัพท์จากสุพิชชาร้องไห้คร่ำครวญว่าคุณพ่อสิ้นแล้ว ตนไม่มีใครแล้ว ขอให้เขาไปหาตนอยากมีเพื่อน

หมอวรวรรธมองหน้าเนตรสิตางศุ์ บอกสุพิชชาไปว่าตอนนี้ตนไม่สะดวก ติดธุระไปหาไม่ได้ เอาไว้จะไปงานสวดศพพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ทำเอาสุพิชชาผงะแทบไม่เชื่อหูตัวเองที่ถูกปฏิเสธ

“หมอน่าจะไปอยู่เป็นเพื่อนคุณพีชนะคะ สงสารเธอ ในขณะที่เธอต้องการใครสักคนที่สุด บางทีหมอจะได้รู้ใจตัวเอง” เนตรสิตางศุ์เสนอ


“ถ้าผมไปในเวลานี้ เขาต้องตีความว่าผมคือคนพิเศษของเขา ผมอาจจะใจร้ายนะเนตร แต่ผมอยากให้ปัญหานี้จบเสียที”

เนตรสิตางศุ์ถามว่าเขาจะทิ้งเธอไว้ในวันที่เธอไม่มีใครเลยหรือ หมอบอกว่าจะไปงานศพที่วัดเพราะตนเป็นลูกศิษย์ของคุณพ่อเธอ จึงจะไปพร้อมกับเพื่อนๆที่เป็นลูกศิษย์เหมือนกันทุกคน แต่ไม่ใช่ไปอยู่กับเธอตามลำพังที่บ้านตอนนี้

สุคนธรสฟังอยู่ทนไม่ได้เดินมาบอกหมอว่า “ไปเถอะหมอ อย่าให้เนตรกลายเป็นคนใจแคบในสายตาคนอื่นเลย”

ก๊องลุ้นให้หมอไป เพราะคุณพ่อของพีชไม่ได้ตายบ่อยๆ กรรัมภาขอให้เขาไปเสียวันนี้ ต่อไปเธอจะได้ไม่มีข้ออ้างมาตื๊อเขาอีก แต่พอหมอจะไป กรรณาเดินตามมาพูดหน้านิ่งๆว่า

“จริงๆ ฉันก็ไม่ค่อยอยากให้เพื่อนฉันมีแฟนหรอกนะ เพราะฉันรู้ว่าผู้ชายส่วนใหญ่ค่อนข้างจะเฮงซวย แต่ถ้ามันเป็นความสุขของเพื่อน ฉันก็ยอมอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ”

“คุณกรรณจะบอกอะไรผม”

“ฉันจะเตือนว่า ถ้าหมอยังปล่อยให้ยัยลูกพีชเน่าโทร.มาหาหรือมาจิกหมอไปเข้าเฝ้านางเมื่อไหร่ก็ได้เมื่อนางว้อนท์ หมอก็อย่ามาพูดว่ารักเพื่อนฉัน เพราะฉันจะฝังไว้ในหัวสมองว่า หมอสตรอเบอร์รี่ งี่เง่า สมองหมาปัญญาควาย พอสบโอกาสเมื่อไหร่ ฉันจะกำจัดหมอไปจากชีวิตเพื่อนฉัน โอเคป่ะ?!”

กรรณาถามประชด ถามเสร็จก็เดินเข้าบ้านไปเลย ทิ้งให้หมอไม่สบายใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ติณห์กับทนายสมชาติอดตื่นเต้นกับทองจำนวนมหาศาลที่คุณหลวงซ่อนไว้ไม่ได้ จะช่วยกันเอาไปฝากธนาคาร แต่ยกไม่ขึ้น คะเนด้วยสายตาไม่น่ามีปัญหาเพราะเมื่อครู่นี้คนงานเพิ่งยกมาจากเรือนไทย แต่พอช่วยกันยก ก็ยกไม่ขึ้นอีก

ที่แท้หีบใส่ทองถูกโกลเด้นเบบี้นั่งทับเล่นไอแพดอยู่และคุณหลวงก็วางสองมือบนบ่าโกลเด้นฯกดไว้อีกที เพื่อไม่ให้ติณห์เอาทองไปฝากธนาคาร

ญาณินกับป้าออกลับจากใส่บาตรมาเห็นถามว่าทำอะไรกันอยู่หรือ เมื่อติณห์เล่าให้ฟัง ญาณินจึงเห็น

โกลเด้นฯนั่งทับหีบอยู่ พอถูกจับได้โกลเด้นฯก็รีบ

ชี้แจงว่า “คุณตาเขาไม่อยากให้คุณติณห์เอาทองไปฝากคนชื่อแบงก์”

ติณห์ถามญาณินว่ามีอะไรหรือเปล่า คุณหลวงเลยให้บอกไปเลยว่าให้เอาทอง 10 แท่งให้เธอ ญาณินไม่รับเมื่อถูกคะยั้นคะยอก็เดินหนีเข้าห้องไปเลย

ป้าออตามมาถามว่าเธอเป็นอะไร พอญาณินเล่าให้ฟัง ป้าออบอกว่านั่นเป็นค่าจ้างที่เธอตกลงกับคุณหลวงไว้ไม่ใช่หรือ ญาณินบอกป้าเขินๆว่า

“ณินได้สิ่งตอบแทนที่มีค่ามากกว่าทองแล้ว

ณินไม่ต้องการอะไรแล้วค่ะ”

ฟังแล้วป้าออดีใจจนลืมเรื่องทองไปเลย ยิ้มแก้มแทบปริ แซวกันกับญาณินอย่างมีความสุขมาก

ติณห์ไม่เข้าใจเจตนาของคุณหลวง จนกระทั่งกำนันพงษ์เดินเบลอๆเข้ามาบอกติณห์ว่า คุณหลวงไม่ต้องการให้เอาทองไปที่อื่น คุณหลวงดีใจที่กำนันมาสื่อสารให้ติณห์เข้าใจ โกลเด้นเบบี้เตือนคุณหลวงว่า

อย่าลืมว่ากำนันทำอะไรกับเราไว้

“ข้าเชื่อว่ามันหมดฤทธิ์แล้วแหละ อีกอย่างข้าก็อโหสิกรรมให้มัน กรรมจะได้สิ้นสุดลงที่เรา  ไม่ต้องจองเวรกันต่อไปถึงลูกหลานอีกแล้ว ตอนนี้ใครก็ตามที่ช่วยให้ข้าสื่อสารกับไอ้ติณห์ได้ ข้ารักทั้งนั้น ไอ้กำนันพงษ์ บอกไอ้ติณห์สิว่าต้องเอาทองให้ญาณิน 10 แท่ง”
แม้ว่ากำนันจะอยู่ในสภาพเบลอๆเหมือนพวกสามสลึงเฟื้อง แต่ก็สามารถบอกติณห์ได้ว่า

“คุณหลวงจ้างญาณิน ให้ญาณินยอมอยู่ที่นี่...ทำงานให้คุณหลวง เมื่อสำเร็จจะให้ทอง 10 แท่งเป็นค่าตอบแทน”

บอกติณห์โดยที่ตัวกำนันเองไม่ได้สนใจทองเลย แล้วก็นึกได้ว่าต้องทำงาน พึมพำว่าเป็นกำนันต้องไปดูแลชาวบ้านเพื่อคราวหน้าเขาจะได้เลือกอีก ว่าแล้วก็เดินทื่อไปเลย คุณหลวงมองตามกำนันไปอย่างเวทนา

ooooooo

เพื่อแสดงความรักที่บริสุทธิ์จริงใจของตนที่มีต่อเนตรสิตางศุ์ หมอวรวรรธดักรอพบณัฐเดชที่บ้าน เพื่อบอกเขาว่าตนรักเนตรและไม่ได้คิดอะไรกับพีชนอกจากเห็นเป็นเพื่อน แต่ตอนนี้พ่อพีชตายอยากให้ตนไปอยู่เป็นเพื่อน ตนไม่อยากไป

“พ่อพีชตายแล้ว...” ณัฐเดชห่วงใย หมอถามว่าเขารักพีชหรือ ณัฐเดชก็ทำปากแข็งชักสีหน้าใส่ แต่ ณ นาทีนี้ หมอวรวรรธไม่กลัวอะไรอีกแล้ว พูดตรงๆว่า “ถ้าพี่รักพีช พี่ลองให้โอกาสตัวเองกับพีชดูอีกครั้งไหม”

ณัฐเดชหาเรื่องตามเคย หาว่าหมอยัดเยียดให้ เขารับผู้หญิงที่ตัวเองไม่เอาแล้ว พรวดเข้าไปจะชก หมอหลบทันแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าถาม

“พี่รักเขาหรือเปล่า นี่คือประเด็นนะครับ ถ้าพี่รักพีช เรื่องอื่นก็ไม่สำคัญนะครับพี่”

คืนนี้ ณัฐเดชจึงไปหาสุพิชชาที่ห้องทำงานในโรงพยาบาล เมื่อเจ้าหน้าที่มาบอกว่ามีแขกมาขอพบ เธอนึกว่าเป็นหมอวรวรรธ แต่กลายเป็นณัฐเดช เธอถามอย่างผิดหวังว่ารู้เรื่องคุณพ่อได้อย่างไร

“หมอตาหนูบอกพี่” สุพิชชาทั้งโกรธทั้งแค้นหมอวรวรรธจะเป็นลม ณัฐเดชประคองพาไปนั่ง เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น ณัฐเดชกุมมือเธอพูดอย่างปลอบใจ...เห็นใจว่า

“พีชใจเย็นๆ พีชมีปัญหาอะไร บอกได้ทุกอย่างนะ”

“พี่ณัฐคงอยากสมน้ำหน้าพีช ที่พีชเคยทิ้งพี่ไปหาหมอตาหนู แต่ตอนนี้เขากลับไม่สนใจพีช พี่ณัฐกับน้องสาวรวมหัวกันแกล้งพีช”

ณัฐเดชพยายามชี้แจง แต่สุพิชชายังตะบึงตะบอน ตัดพ้อต่อว่า ถามน้ำตานองแก้ม...

“พี่ณัฐคิดยังไงที่ยอมยกน้องสาวให้หมอตาหนู พี่คิดเอาน้องตัวเองมาแลกกะพีชเลยเหรอคะ...พีชไม่ใช่ลูกเทนนิสที่จะผลัดกันตีไปตีมาระหว่างผู้ชายสองคนนะคะ”

สุพิชชาตัดพ้อต่อว่า ร้องไห้ไม่หยุด ณัฐเดชได้ แต่นั่งอึ้ง...

จากการแสดงความบริสุทธิ์ใจ จริงใจของหมอ วรวรรธนี่เอง ทำให้ณัฐเดชเชื่อใจเขา นอกจากไม่ขัดขวางแล้ว ยังฝากหมอวรวรรธดูแลน้องสาวตนให้ดีด้วย

ooooooo

หลังจากรู้เรื่องคุณหลวงจะให้ทองญาณิน 10 แท่ง แลกกับการให้เธอทำงานที่นี่ ติณห์คิดว่าที่เธอทำดีกับตนเพราะเห็นแก่ทองคำ 10 แท่ง เอาเธอไปเทียบกับเพนนีว่า เพนนีแย่งชิงตัวเขาเพราะต้องการที่ดิน ญาณินก็คงทำดีกับเขาเพราะต้องการทอง

ทนายสมชาติชี้แจงให้ติณห์เข้าใจอย่างอดทนว่า

“คุณญาณินเสี่ยงชีวิตช่วยคุณไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยคุณหลวงจนเกือบจะเป็นวิญญาณเร่รอน คุณเองก็ช่วยคุณญาณินโดยไม่เสียดายแม้กระทั่งชีวิต อย่าว่าแต่ทองคำ 10 แท่ง เลยครับ 100 แท่ง ยังเทียบไม่ได้กับความจริงใจที่คุณสองคนมีให้กันเลย”
ติณห์ฟังอย่างคิดตาม แต่ยังสงวนท่าที ขอตัวไปนอน อยู่กับตัวเองเพื่อครุ่นคิดตรึกตรอง...

ooooooo

ที่กลาสเฮ้าส์บริษัทซิกซ์เซ้นส์...ตีหนึ่งแล้ว สุคนธรสยังนั่งอยู่ที่ห้อง เธอร้องไห้อยู่เงียบๆ...

กรรณาเดินออกจากห้องจะไปเอาน้ำ เห็นเพื่อนนั่งร้องไห้อยู่ จึงแวะเข้าไปทัก สุคนธรสรีบเช็ดน้ำตาไม่อยากให้เพื่อนเห็นว่าร้องไห้

“แกนี่มันแข็งนอกอ่อนในนะยัยรส...” พูดแล้วเห็นเพื่อนนิ่งถามว่าเธอรักไตรรัตน์ใช่ไหม พอสุคนธรสพยักหน้า เธอถาม “แล้วปฏิเสธคำขอแต่งงานเขาทำไม”

“วันที่สู้กับไอ้หมอสมคิด แค่หมอสมคิดทำภาพ

ลวงตาว่าเป็นยัยคาธี่ นายไตรก็ถึงกับวางมีด ยอมตาย แล้วแกคิดว่าฉันควรจะแต่งงานกับเขาเหรอ”

“ก็ไม่ควร...” กรรณาเห็นด้วย ยิ่งเมื่อสุคนธรสบอกว่าลึกๆ แล้วไตรรัตน์ยังรักเคธี่อยู่ เธอพูดอย่างโกรธแทนเพื่อนว่า “ถ้าแต่งแล้วไม่ได้เป็นที่หนึ่ง จะแต่งหาพระแสงอะไรวะ”

สุคนธรสพยักหน้า แต่จู่ๆ ก็ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาจกลั้นได้ กรรณากอดเพื่อนรักไว้อย่างเข้าใจ...

เห็นใจ...

ooooooo

เมื่อติณห์พิสูจน์ความจริงจนแก้ข้อกล่าวหาให้คุณหลวงและกำจัดคนเลวจนราบคาบแล้ว เขากลับไปที่รีสอร์ต บอกกล่าวคุณหลวงและสัญญาว่าจะทำที่นี่ให้ดีไม่ให้คุณตาผิดหวัง ทั้งยังขอโทษที่เข้าใจท่านผิดตลอดมา

คุณหลวงยืนดู ยืนฟังอยู่ ท่านดีใจ ปลื้มปีติจนร้องไห้แต่ติณห์ไม่เห็น ติณห์ยังบอกคุณตาของเขาว่าจะเขียนหนังสือเล่าประวัติที่ถูกต้องของคุณตา กอบกู้ชื่อเสียงทั้งของคุณตาและตระกูลให้กลับคืนมา

ระหว่างนั้น ญาณินเดินเข้ามาถามว่าจะช่วยเรียบเรียงเป็นภาษาไทยให้เอาไหม ติณห์ถามทันทีว่าคิดแพงไหม ตนอาจมีเงินไม่พอ

กลายเป็นเรื่องสะกิดแผลที่กินใจกัน เพราะติณห์เชื่อว่าญาณินช่วยคุณตาเขาเพราะต้องการทองและทำงานให้เขาเพราะต้องการเงิน ญาณินทั้งน้อยใจทั้งเคือง ประชดไปว่า

“ใช่ค่ะ ฉันมันเป็นคนไม่จริงใจ ใครให้ทำอะไรก็ทำ ถ้ามีสิ่งตอบแทนมากพอ”

คุณหลวงทำหน้ายุ่งที่เห็นหนุ่มสาวงอนและตั้งแง่ใส่กัน พยายามลุ้นให้ติณห์ง้อ บ่นญาณินว่าปากกับใจไม่ตรงกันตนเลยต้องเหนื่อยอีกแล้ว พลันคุณหลวงก็ออกไปปิดประตูขังทั้งสองไว้ให้ปรับความเข้าใจกันเอง

เมื่อถูกขังอยู่ในห้องด้วยกัน ทั้งสองต่างงัดทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่เรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งมาเล่นแง่กัน จนติณห์ถามว่า “คุณทำดีกับผม ห่วงใยผมจนผมรักคุณ ก็เพราะทองแค่ 10 แท่ง!”

“ถ้าคุณคิดอย่างนั้นก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ คนบ้าบอ...ขี้ดูถูกน้ำใจคนอื่น...ฉันไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว” เธอหันไปทางประตูพยายามจะหาทางออกจากห้อง ถูกติณห์พุ่งเข้ากอดจากข้างหลัง ทำเสียงขึงขังว่า

“คุณต้องพูดออกมาเดี๋ยวนี้ว่าคุณเกลียดผม ผมจะได้ตัดใจจากคุณได้เสียที”

ญาณินดิ้นขลุกขลักในวงแขนเขา ปฏิเสธเสียงแข็งว่า “ไม่!” แต่ถูกเขาคาดคั้นจนเธอร้องไห้บอกว่า

“ฉันไม่อยากโกหก คุณจะมองว่าฉันไม่จริงใจ เห็น

แก่เงิน ไม่ได้หวังดีกับคุณก็เรื่องของคุณ แต่อย่าให้ฉันพูดโกหกว่าฉันไม่รักคุณ”

ขาดคำญาณิน ติณห์ผลักตัวเธอกลับมาจูบอย่างหนักหน่วง เหมือนไม่ต้องการได้ยินอะไรนอกจากนี้อีกแล้ว ญาณินระทวยในอ้อมกอดและรสจูบของเขา จนคุณหลวงที่แอบดูอยู่หัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจ

ทันใดนั้น ป้าออมาจากไหนไม่รู้ มาถึงก็เปิดประตูผัวะเข้าไป แล้วป้าก็อ้าปากค้างมองตะลึง ติณห์กับญาณินผละจากกันทั้งตกใจทั้งเขิน คุณหลวงบ่นเซ็งๆ ว่า “มีมารผจญจนได้ เฮ้อ...”

“คุณหนู...ผู้หญิงเรา...ต้องรักนวลสงวนตัว อย่าชิงสุกก่อนห่ามสิคะ” ป้าออเตือนสติแต่ตัวเองก็ตื่นเต้นใจคอสั่น...

ooooooo

หลังจากณัฐเดชไฟเขียวให้หมอวรวรรธกับเนตรสิตางศุ์รักกันแล้ว วันนี้ทั้งสองตักบาตรร่วมกัน ทำบุญถวายสังฆทานด้วยกัน ปล่อยนกปล่อยปลาในวัด กรวดน้ำ และฟังพระสวดส่งใจไปให้ดวงวิญญาณทั้งหลายที่ห้อมล้อมหมออยู่

ทำบุญเสร็จ ขณะเดินออกจากวัด เนตรสิตางศุ์ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้กระซิกๆ เธอเหลียวมองไปตาม เสียงเห็นสุพิชชา มือหนึ่งอุ้มรูปคุณพ่อของเธอ อีกมือ

เทน้ำจากการกรวดที่โคนต้นไม้ เนตรสิตางศุ์จูงมือหมอเดินไปหา

สุพิชชาหันบอกหมอว่าตนมาทำบุญให้คุณพ่อ แต่ตาจ้องมือของทั้งสองที่เกาะกุมกันอยู่ หมอบอกเธอว่าวันไหนทำบุญร้อยวันตนกับเพื่อนร่วมรุ่นจะมาร่วมกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงพระด้วย ให้กำลังใจว่า ตนเชื่อว่าคนเก่งอย่างเธอต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างสง่างามแน่ๆ

“ขอบคุณ คุณมีน้ำใจมาก แน่นอนค่ะ คนเก่งต้องผ่านเรื่องแย่ไปได้ตามลำพังคนเดียวเสมอ ไม่เหมือนพวกอ่อนแอนุ่มนิ่ม ปวกเปียก ดัดจริต ต้องมีคนช่วยประคับประคอง เคียงข้าง พีชไม่ใช่ผู้หญิงประเภทไม่มีกระดูกสันหลังแบบนั้น ที่เดินคนเดียวก็ไม่ได้ ต้องคอยจับมือใครตลอด”

“หมอตาหนูคะ คุณนี่แย่มาก ใช้ไม่ได้ เดินคนเดียวไม่ได้ ต้องคอยจับมือฉันตลอด” พูดพลางปลดมือหมอออก “หัดอายสุภาพสตรีที่เข้มแข็งอย่างคุณพีชบ้าง...นะคะ”

เนตรสิตางศุ์โยนกลองให้หมอวรวรรธ จนสุพิชชาพูดไม่ออก เลยแสดงความยินดีกับความรักของทั้งสอง แต่พอหันหลังให้ สีหน้าเธอก็เปลี่ยนเป็นเคียดแค้นทันที

เมื่อเดินคุยกันไปในสวนสวยหน้าโบสถ์ หมอถามเธอว่าไม่หวั่นไหวใช่ไหมที่ตนเป็นต้นเหตุให้เธอโดนพีชด่า

“เนตรก็เซ็งค่ะ เนตรอยู่ของเนตรดีๆก็ต้องมามีศัตรู แต่จะให้เนตรเป็นนางเอก ยอมนิ่งให้เขาใส่ข้างเดียว ก็คงไม่ได้ ทั้งๆที่เนตรไม่อยากทำร้ายใครเลย”

“ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง แต่ผมเป็นคนซื่อสัตย์นะเนตร รักเดียวใจเดียว”

“เนตรเข้าใจค่ะ ความรักก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ ทำให้เราสุข ทำให้เราทุกข์ ทำให้เรางี่เง่า ทำให้เรารำคาญ แต่...เราก็รักไปแล้ว”

“ผมขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แล้วเนตรจะได้เห็นว่า เนตรจะไม่เสียใจที่รักผม”

“ค่ะ...เพราะถ้าเนตรเสียใจ คุณก็คงเสียชีวิต พี่ณัฐคงไม่เอาคุณไว้แน่”

เนตรสิตางศุ์พูดเรียบๆ เรื่อยๆ หมอวรวรรธแกล้งทำเป็นสะดุ้งผวาเฮือก แล้วพากันหัวเราะอย่างร่าเริง

ooooooo

กำนันพงษ์ยังเหมือนคนสามสลึงเฟื้อง ได้รับความเมตตาจากติณห์ที่เลี้ยงดูอย่างดี ส่วนญาณินเห็นแล้วเวทนาคิดหาทางช่วย ทั้งที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าจะช่วยได้แค่ไหน

ญาณินอัญเชิญเจ้ากรรมนายเวรของกำนันพงษ์มาขออโหสิกรรมแทนกำนัน ขอเจ้ากรรมนายเวรได้อโหสิถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันไปในชาติภพหน้าด้วย

บรรดาเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ต่างพากันดูดคุณไสยจากกำนันพงษ์แล้วต่างเลือนหายไป กำนันถึงกับหมดแรงทรุดนั่งร้องไห้ ญาณินออกจากสมาธิถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“มาช่วยฉันไว้ทำไม...ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันตาย...” กำนันเอาแต่ร้องไห้อย่างขมขื่น พูดอย่างสำนึกบาปว่า “เจ้ากรรมนายเวรอาจจะอโหสิให้ผมแล้ว แต่คนที่ผมเคยทำกับเขาเอาไว้ยังมีอีกหลายคดี ที่ผมหนีอยู่”

กำนันพร้อมที่จะให้ตำรวจจับตนไปดำเนินคดี ตำรวจแจ้งว่ามีอยู่ 5 คดีซึ่งล้วนแต่เป็นคดีร้ายแรง กำนันพูดอย่างสำนึกผิดคิดตกว่า

“อือ...ผมก็หลงคิดว่า เวลาที่เรามีอำนาจวาสนาเงินทองอิทธิพล...แล้วกรรมมันจะไม่มีทางตามทันเสียอีก”

ทนายสมชาติบอกว่าตนจะช่วยว่าความให้ แต่กำนันขอยอมรับผิดและไม่ขอต่อสู้คดี กำนันให้ตำรวจใส่กุญแจมือพาออกไป ป้าออกับทนายสมชาติตามไปส่ง ส่วนญาณินกับติณห์มองตามอย่างนิยมชมชื่นในความกล้าหาญของกำนัน

“คนสำนึกผิด และยืดอกยอมรับผิดอย่างสง่านี่เท่มากเลยนะคะ” ญาณินเอ่ย

“คนที่ให้อภัยและช่วยเหลือศัตรูอย่างเรานี่ ผมว่าก็เท่เหมือนกันนะ”

“เท่มากเลยค่ะ”

ทั้งสองโอบกอดกันแนบแน่นอย่างชื่นชมกันและกัน

ooooooo

สุคนธรสยังกระเง้ากระงอดไม่ยอมคืนดีกับไตรรัตน์ทั้งที่ตัวเองก็เจ็บปวดเหลือเกิน เลยถูกวางแผนลักพาตัว!

วันนี้ เธอซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ก๊องไปซื้ออาหารกลับมา แต่พอเข้าซอยรถก๊องก็รวน สะอึกไม่กี่ทีก็จอดสนิท ทั้งสองลงจากรถ ก๊องทำทีก้มดูรถง่วนอยู่

พริบตานั้น มีรถคันหนึ่งแล่นปราดเข้ามาจอด แล้วคนในรถก็กรูกันลงมาตรงเข้าล็อกตัวสุคนธรสไว้ เธอตกใจอุทาน

“เสี่ย...เจ๊หญิง...นี่มันอะไรกัน”

อาอี๊เร่งให้รีบเอาตัวขึ้นรถ เจ๊หญิงเอาเงินให้ก๊องหนึ่งพันบาท ส่วนสุคนธรสถูกจับใส่ในรถแล้วปิดประตูปัง!

สุคนธรสถูกพาไปที่สวนสวยแห่งหนึ่ง เธอถูกเสี่ย เจ๊หญิง และอาอี๊ ช่วยกันหว่านล้อมขอให้เห็นใจ เมตตา สงสารไตรรัตน์ด้วยเถิด เพราะเขาเป็นคนที่หัวใจมีบาดแผล อย่าได้ตอกย้ำซ้ำรอยแผลให้เขาเลย

สุคนธรสรับไม่ได้ บอกว่าตนไม่ใช่ตัวสำรองของใคร ไม่ใช่ตัวแทนของคาธี่ พูดแล้วร้องไห้วิ่งหนีไป ไตรรัตน์วิ่งกวดตามไป

เมื่อวิ่งหนีจนเหนื่อย วิ่งต่อไปไม่ไหว จึงเป็นโอกาสให้ไตรรัตน์ได้ชี้แจงเพื่อเคลียร์ตัวเอง และถามเธออย่างเปิดใจกันว่า เธอเองก็ชอบตนไม่ใช่หรือ เว้าวอนว่า

“คุณมีบุญคุณต่อผม คุณเสี่ยงอันตรายเพื่อผมมากมาย คุณควรจะอยู่ต่อไป ให้ผมได้ตอบแทนก่อนสิ”

“ไม่ต้องเลย ไม่ต้อง เรื่องนั้นฉันไม่ถือ อโหสิให้ แต่เรื่องที่ฉันต้องเจ็บใจเพราะคุณยังมียัยคาธี่ที่อยู่ลึกสุดใจเสียขนาดนั้น ฉันไม่เอาอีกแล้ว”

เธอสะบัดจากเขาวิ่งเตลิดไป มีรถคันหนึ่งขับมาอย่างเร็วพุ่งใส่เธอ ไตรรัตน์กระโดดไปคว้าตัวเธอพ้นมาได้หวุดหวิด เธอตกใจสุดขีดหน้าซีดหมดแรงร้องไห้อยู่กับอกเขา

“ผมอยู่นี่แล้ว...ไม่ต้องร้องนะคะ”

สุคนธรสกอดเขาแน่น รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยในอ้อมกอดเขา...

ooooooo

พิธีแต่งงานของไตรรัตน์กับสุคนธรสจัดขึ้นที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์นั่นเอง กลุ่มก๊วนแก๊งทั้งหนุ่มและสาวต่างแต่งตัวสุดหล่อสุดสวยราวกับจะประชันกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว ต่างหยอกล้อกันอย่างร่าเริง มีความสุขกับวันสำคัญของเพื่อนรัก

“ลองทายดูสิว่า คิวต่อไปใครจะเป็นคนแต่ง

ยัยน้องหนู” ญาณินถามเนตรสิตางศุ์ มองหน้าสาวๆ ที่เหลือทุกคน ถูกเนตรสิตางศุ์ดักคอว่าไม่ต้องถามเลย เพราะติณห์พร้อมจะแต่งอยู่แล้ว ทำเอาญาณินเขิน พูดแก้เกี้ยวพัลวัน

พ่อสมศักดิ์กับแม่สมศรีมางานแต่งของลูกสาวนั่งคุยกับเจ๊หญิงและเสี่ยจำเริญที่กำลังจะเป็นญาติกันอย่างสนิทสนม

พ่อสมศักดิ์เอาพระเครื่องใส่พานใหญ่มาอวดเสี่ยจำเริญว่า

“นี่ไง ของชำร่วยที่ฉันเตรียมมาแจก พระอุปคุต ได้มาจากทางเหนือ เชื่อกันว่าท่านมีพุทธคุณปราบมาร ก่อให้เกิดลาภผล ความมั่งมี ขจัดภยันอันตรายและมีอิทธิฤทธิ์ในทางขอฝนอีกด้วย”

“เอ...แล้วจะทำให้น้ำท่วมไหมคะ” เจ๊หญิงยังสยองกับเรื่องน้ำท่วม

เสี่ยบอกว่าน้ำท่วมไม่เกี่ยวกับพระ ส่วนสมศรีก็ช่วยบรรยายต่อว่า

“ใครทำการเกษตร ก็เอาไว้อธิษฐานเวลาภัยแล้ง ใครกลัวฝนตกก็อย่าขอฝน ขอลาภผลแทนค่ะ”

ooooooo

ที่มุมหนึ่ง ไตรรัตน์กับเพื่อนๆกำลังดูตารางงาน และซักซ้อมกัน

ก๊องกับทนายสมชาติ ช่วยกันรับแขกที่มาร่วมงาน

ส่วน 5 สาวกับป้าออ ยืนมองจากหน้าต่าง เห็นสนามที่จัดตกแต่งสวยงาม ทำให้บริษัทดูดีมีสง่าราศีขึ้นเยอะ ต่างยิ้มให้กันอย่างปลื้มใจ

“รู้สึกเหมือนฝันไปเลยเนอะ ที่ในที่สุด...บริษัทของเราก็มีวันนี้ วันที่พวกเราเลี้ยงตัวเองอยู่ได้ด้วยการออกแบบตกแต่ง วิชาชีพที่พวกเราเรียนกันมา” ญาณินเอ่ยขึ้น

“แล้วเราก็ได้ใช้พรสวรรค์พิเศษ สัมผัสที่ 6 ที่พวกเราพยายามจะหนีและปฏิเสธมันมาตลอด ให้เป็นประโยชน์กับผู้คน ผู้ที่ไม่ใช่คน...มากมายเลย” กรรัมภาพูดอย่างภูมิใจ

กรรณาย้ำว่าเราต้องเสี่ยงอันตรายหลายอย่าง

แต่เราก็รอดมาได้ เนตรสิตางศุ์ตบท้ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุขว่า

“แล้ว...เราก็มีความรัก ได้เจอคนที่เรารัก และรักเรา”

เหนือสิ่งอื่นใดที่ทุกคนมีความภาคภูมิใจร่วม

กันคือ ไม่ว่าจะในยามสุขหรือทุกข์ อันตรายอย่างไร พวกเราก็อยู่ด้วยกัน มีกันและกันตลอดมา

“พรสวรรค์พิเศษของเรา ทำให้เรารู้สึกแปลกแยก ไม่มีใครกล้าคบเรา และเราก็ไม่กล้าคบใคร แต่กลับทำให้เราได้มาเจอกัน แต่ก่อนฉันเคยเซ็งมาก แต่ตอนนี้ฉันดีใจจริงๆ” ญาณินที่เป็นเจ๊ของสาวๆทุกคนพูดอย่างมีความสุข

ทุกคนต่างมั่นใจว่าต่อไปนี้เราจะเลิกกลัว เลิกอาย เลิกทำตัวหลบๆซ่อนๆ เราจะได้ช่วยเหลือคนอื่นได้เต็มที่

“นั่นสิ ทำความดีไม่ต้องปิดบังหรอก ต่อไปบริษัทซิกซ์เซ้นส์ของเราจะไม่รับตกแต่งบ้านอย่างเดียวแล้ว แต่จะรับปราบผีด้วย” พูดแล้วป้าออยื่นมือออกไป ทุกคนเอามือวางซ้อนๆกัน ช่างเป็นวันเวลาที่มีความสุขจริงๆ

ooooooo

พิธีรดน้ำสังข์เริ่มแล้ว เพื่อนเจ้าบ่าวมีติณห์ ณัฐเดช เพื่อนเจ้าสาว มีญาณินกับกรรัมภา หมอวรวรรธและก๊องแจกของชำร่วยหลังรดน้ำสังข์ ซึ่งก็คือพระอุปคุตที่พ่อสมศักดิ์เอามานั่นเอง

เนตรสิตางศุ์กับกรรณาเป็นคนเชิญหอยสังข์รดน้ำ

พ่อสมศักดิ์มารดน้ำสังข์คนแรกอวยพรและฝากฝังว่า

“เอาล่ะ ต่อจากนี้ไป พ่อขอมอบลูกสาวของพ่อให้พ่อไตรรัตน์เป็นคนดูแล ขอให้รักกันตลอดไป จนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร หนักนิดเบาหน่อยต้องให้อภัยกันนะ ถ้าเอ็งทำให้ยัยรสเสียใจล่ะก็ ฉันจะมาแพ่นกบาลแก”

หลังจากพ่อสมศักดิ์ฝากฝังและข่มขู่นิ่มๆแล้ว

แม่สมศรีจึงเดินเข้ามารดน้ำ อวยพรว่า

“ขอให้อยู่อย่างเพียงพอและพอเพียง มีลูกสอนลูกมีหลานสอนหลาน โตไปไม่โกง ให้เอาความดีนำชีวิต

ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน”

“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องห่วงครับ ผมสัญญาว่าจะรักและถนอมคุณรสเท่าชีวิตของผม จะไม่ทำให้รสเสียใจครับ แต่ถ้ารสทำให้ผมเสียใจ ผมจะ...จะ...เอาไงดี...” มีเสียงจากอาม่าร้องบอกว่า เราเป็นผู้ชายต้องยอมแพ้ให้ผู้หญิงชนะตลอด จบไหม

“จบครับ” ไตรรัตน์รีบตอบ

เจ๊หญิงมารดน้ำ “วันนี้แม่มีความสุขมาก หนูรสทำให้บ้านเราพ้นทุกข์โศกทั้งหลาย ต่อไปแม่ก็ขอฝากผี ฝากไข้กะหนู นึกว่าแม่เป็นแม่ของหนูอีกคนนะลูกนะ”

“ฉันก็เหมือนกัน นึกว่าฉันเป็นพ่อนะหนูรส แล้วก็มีหลานให้พ่อเร็วๆ อย่าช้า” เสี่ยจำเริญเอ่ย

“หนูรสก็ให้อาอี๊เป็นอาอี๊ด้วยนะ หนูรสคือหัวใจของบ้าน ต่อไปนี้บ้านเราจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ไม่มี อะไรขาดอีกแล้ว”

ส่วนคนที่ยังจ่อคิวแต่งเป็นคู่ต่อไปก็วางแผนกัน หมอวรวรรธบอกเนตรสิตางศุ์ว่า ถ้าเราแต่งตนอยากแต่งที่ทะเล เนตรสิตางศุ์บอกว่าเอาแบบขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยกันไหม

ติณห์ฮึดฮัดบอกญาณินว่า ไตรรัตน์มาแซงไปแบบนีี้ ตนไม่ยอม ญาณินหัวเราะขำๆ บอกว่าไม่ยอมก็ให้แม่มาสู่ขอสิ

“จริงเหรอ ถ้าแม่มาขอปุ๊บ คุณจะยอมปั๊บเลยเหรอครับ” ติณห์ตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง

ปรากฏว่า “มิรันตี” แม่ของติณห์มาจริงๆ เธอนั่งรถคันหรูพุ่งปราดเข้ามาจอดหน้าบริษัทซิกซ์เซ้นส์ กรีดกราย ลงจากรถ มองไปที่บริษัท พูดอย่างดูถูกว่า

“นี่หรือบริษัทซิกซ์เซ้นส์ที่ตกแต่งรีสอร์ตของฉัน กระจอกงอกง่อยแบบนี้ ต้องแต่งแบบปอนๆ ประหยัด ถูกๆ พัวร์ๆ แน่เลย แล้วลูกฉันอยู่ไหน ไม่เห็นเลย ฉันต้องพูดกับเขาเรื่องทอง ถ้าหาทองเจอ ทองก็ต้องเป็นของทายาท คือฉันสิ จริงไหมนายชม”

คุณหลวงเห็นแล้วละเหี่ยใจ บ่นกับโกลเด้นเบบี้ที่สังเกตการณ์อยู่บนต้นไม้ว่า

“ยัยแม่ผัวหน้าเค็ม ขนาดทุ่มทุนกลับมาเมืองไทยเพราะ หวงสมบัติ...เฮ้อ...แล้วแบบนี้ข้าจะได้ไปเกิดเมื่อไหร่วะ”

ooooooo

เมื่อถึงเวลาที่เจ้าสาวโยนช่อดอกไม้ พวกเพื่อนๆ ต่างแย่งกันเข้าไปรอรับช่อดอกไม้กันหน้าสลอนท่าทางทุกคนเหมือนไม่มีใครยอมใคร ส่วนหนุ่มๆ ก็แนะกลยุทธ์ให้คนของตัวแย่งช่อดอกไม้ให้ได้ กรรัมภาแทรกขึ้นไป ยืนอยู่แถวหน้าสุด บริหารมือเตรียมแย่งดอกไม้เต็มที่ ทั้งที่ตัวเองทำตัวแบบ “สวยเลือกได้ แต่ไม่เลือก”ลอยไปลอยมาอยู่จนทุกวันนี้

พอเสียงนับถอยหลัง 5...4...3...2...สุคนธรสก็โยนช่อดอกไม้ทันที

ช่อดอกไม้ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางมือของพวกสาวๆที่ชูรอรับกันสลอน ทุกสายตาจ้องที่ช่อดอกไม้ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของหนุ่มๆ

ทุกมือชูรอรับช่อดอกไม้ที่อ้อยอิ่งลงมาเหมือนจะแกล้งพวกสาวๆ ที่ทั้งเขย่ง ทั้งกระโดดแย่งช่อดอกไม้กันสลอน...

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 19

หลังจากหมอผีสมคิดหนีไปแล้ว ห้าสาวก็เข้าไปทำพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณที่ถูกกักขังเบื้องหน้าโกศที่ตั้งอยู่เรียงราย ส่วนณัฐเดชก็นำตำรวจตรวจตราอย่างละเอียดทั่วสำนัก ท่ามกลางบรรดาสาวกที่พากันร่ำไห้ตีโพยตีพายกระทั่งตะโกนประท้วงระงมไปทั้งสำนัก

พอทำพิธีเสร็จ ไตรรัตน์เอาน้ำดื่มไปให้สุคนธรส เธอเกือบรับแล้ว แต่พอนึกได้ก็ยั้งมือเชิดใส่ ลุกเดินหนี

“อ้าว...เป็นอะไรของเขาอีกเนี่ย” ไตรรัตน์งง เดินตามไปถามว่า “งอนอะไรผม”

ไตรรัตน์ตามไปชี้แจงกึ่งตัดพ้อว่าเธอบุ่มบ่าม

บุกเดี่ยวเข้ามาในสำนักคนเดียวแบบนี้ถามว่า

“ถ้าคุณเป็นอะไรไป คิดบ้างไหมว่าผมจะรู้สึกยังไง”

“นายจะรู้สึกอะไร คนที่นายมีความรู้สึกรู้สมด้วยไม่ใช่ฉันหรอก เลิกเสแสร้งได้แล้ว และจำไว้ด้วยว่า ฉันไม่ใช่มูลนิธิการกุศลที่นายจะมาพึ่งพาบำบัดจิต” สุคนธรสพูดอย่างไม่หายงอน

ไตรรัตน์ไม่ยอมให้จบแบบนี้ เขาถามว่าพูดเรื่องอะไร ก็พอดีเคธี่แจ๋เข้ามา ทำให้สุคนธรสยิ่งอารมณ์ขึ้นบอกว่าไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของทั้งสอง ไตรรัตน์คว้ามือไว้พูดอย่างเว้าวอน

“ไม่...คุณไม่ต้องไป คุณต้องอยู่เคียงข้างผม ผมสาบานว่าต่อไปนี้ ต่อให้เคธี่แก้ผ้าตรงหน้าผมก็ไม่รู้สึกพิศวาสแน่นอน”

เมื่อไตรรัตน์พูดเช่นนี้ เคธี่รีบพูดแก้หน้าว่าตนก็ไม่คิดจะมาคืนดีกับเขา ที่มาก็เพราะได้ยินข่าวจึงมาดูตามประสาเพื่อน แต่ตนเห็นไตรรัตน์กับสุคนธรสลงเอยรักกันอย่างนี้ก็ดีใจแล้ว ไตรรัตน์เลยหันไปถามสุคนธรสวัดใจกันว่า

“คุณยังมีอะไรข้องใจในตัวผมอีกไหม”

สุคนธรสไม่ตอบ เธอค้อนขวับ สะบัดไปเลย

ooooooo

ที่อีกมุมหนึ่งในสำนักหมอผีสมคิด ติณห์เร่ง

ญาณินให้รีบกลับไปเมืองกาญจน์เพราะเป็นห่วงทนายสมชาติและป้าออ พอดีเห็นสุคนธรสเดินหน้าง้ำมา ญาณินถามว่าเป็นอะไรอีกล่ะ

“จะมีอะไรเสียอีกล่ะ” กรรณาบอกพลางบุ้ยใบ้ไปข้างหลังสุคนธรส ที่ไตรรัตน์กำลังเดินเกือบเป็นวิ่งตามมา เขายื่นซองให้บอกว่าป๊าฝากมาเป็นค่าตอบแทนที่เธอช่วยเหลือครอบครัวตนและจัดการจนหมอสมคิดต้องปิดสำนักสำเร็จ

สุคนธรสไม่รับ บอกว่าที่ตนทำก็แค่เมตตาอยากช่วยผู้หญิงที่ถูกมารสังคมมันหลอกให้พ้นภัยเท่านั้น แต่บรรดาเพื่อนๆที่ยืนรายล้อมคะยั้นคะยอให้รับ จนเธอต้องรับ พอรับแล้วเพื่อนๆก็รบเร้าให้เปิดซองดู สุคนธรสจึงต้องเปิดซอง

ภายในซองไม่มีเงิน แต่มีการ์ด พร้อมแหวน และข้อความทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยว่า “แต่งงานกับผมนะครับ”

พริบตานั้น ไตรรัตน์คุกเข่าลงตรงหน้าเธอบอกว่า ค่าตอบแทนที่พ่อกับแม่ตนอยากให้เธอคือทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามี เว้าวอนว่า

“และที่ผมมาทำตัวอย่างนี้ต่อหน้าคุณ เพราะผมไม่อยากเสียคุณไป ไม่ใช่เพราะผมอยากให้คุณมาอยู่คุ้มครองป้องกันภัย แต่เพราะผมรักคุณ...แต่งงานกับผมนะ”

สุคนธรสอึ้ง แต่สี่สาวพากันกรี๊ด ตื่นเต้นดีใจ เคธี่เฝ้ามองอยู่ด้วยสายตาเย็นชา นิ่งเฉยเหมือนไม่สนใจ

สุคนธรสเดินหนีไป ทิ้งให้ไตรรัตน์คุกเข่าเก้ออยู่ตรงนั้น ติณห์เดินมาให้กำลังใจว่า

“พยายามต่อไปนะ...คุณไตรรัตน์”

เคธี่แอบยิ้มอย่างสมใจ แววตาเจ้าเล่ห์

หมอผีสมคิดถูกตำรวจคุมตัวขึ้นรถ เคธี่ทำอุบายจะให้ไตรรัตน์ไปส่ง เดินไปบอกเขาว่ารถตนเสีย บังเอิญมองไปประสานสายตากับหมอผีเข้าอย่างจัง พริบตาเดียวเธอก็ยืนตัวแข็งค้างราวกับต้องมนตร์ ในหูแว่วเสียงหมอผีขอให้ช่วยตน ถ้าช่วยสำเร็จทุกอย่างก็จะสมปรารถนารวมทั้งเรื่องไตรรัตน์ด้วย

ooooooo

หมอผีสมคิดถูกนำตัวไปที่อยุธยาหมายให้หลวงลุงทำลายอาคมมนตร์ดำ แต่หลวงลุงกลับเทศนากล่อมเกลาจิตใจให้รู้จักอภัยไม่จองเวรจองกรรมกัน แล้วหลวงลุงก็ปล่อยให้หมอผีสมคิดนั่งอยู่หน้าพระประธานเพื่อทำใจให้สงบ

แต่หมอผีกลับใช้เวลาที่มีอยู่ เรียกเคธี่เข้าไปหาบอกให้ช่วยตนแล้วจะได้ทุกอย่างที่ปรารถนาเหมือนที่บอกมาแล้ว จากนั้นให้เคธี่ไปหยิบลวดหนีบกระดาษเพื่อจะเอามาสะเดาะกุญแจด้วยมนตร์ แต่หลวงลุงเข้ามาเสียก่อน ทั้งสองจึงใช้คาถาต่อสู้กัน จนเคธี่กรีดร้องหมดสติไป

พวกสุคนธรสได้ยินเสียงกรีดร้องรีบเข้าไปดู หลวงลุงบอกให้เอาน้ำมนต์ให้ท่าน ระหว่างนั้นหมอผีสมคิดท่องคาถาพลางก็เดินเข้าหาหลวงลุง พอดีก๊องเอาน้ำมนต์ให้ หลวงลุงพรมน้ำมนต์ใส่หมอผีจนมันร้องลั่น ณัฐเดชกับหมอวรวรรธเลยช่วยกันจับหมอผีสมคิดเอาน้ำมนต์กรอกปาก จนหมอผีฟุบไปกับพื้น

หลังจากหมอผีสมคิดฟื้นขึ้นมา เขาตกใจมากเมื่อรู้ตัวว่าร่ายคาถาไม่เป็นผล แล้วคร่ำครวญจนทรุดไปกับพื้นอีกครั้ง

ณัฐเดชเข้าไปบอกว่า เวลานี้หมอผีสมคิดเป็นแค่นายสมคิดคนหนึ่งเท่านั้น แล้วให้ไปรับกรรมในคุกเสีย สมคิดรับไม่ได้ ไม่ยอมไปตายในคุกเด็ดขาด อ้อนวอนหลวงลุงขอโอกาสทำความดีชดเชยที่ผ่านมา ณัฐเดชจะเข้าไปคุมตัว ถูกสมคิดเอาหัวกระแทกแล้วแย่งปืนที่เอวไปได้

สมคิดเอาปืนจ่อทั้งหลวงลุงและณัฐเดช แต่พอมันเหนี่ยวไก มีแต่เสียงแชะๆ ปืนยิงไม่ออก

“เจ้ามีทางเลือกทางเดินในชีวิตของตัวเองอีกไม่เกิน 3 วินาที หลังจากนี้ ทุกอย่างจะไม่มีทางแก้ไขได้อีกต่อไป” หลวงลุงบอก

พอดีสุคนธรส ไตรรัตน์ และก๊องเดินมา ก๊องตะโกนให้จับมัน สมคิดวิ่งหนีทันที ไตรรัตน์ตะโกนให้ตามไป

“ไม่ต้องตามหรอกโยม ไม่มีใครตัดสินชะตาชีวิตใครได้ นอกจากตัวเอง...” หลวงลุงเอ่ยอย่างปลงสังเวชในชะตากรรมของสมคิด

ooooooo

ญาณินกับติณห์เป็นห่วงป้าออกับทนายสมชาติรีบกลับไปที่รีสอร์ต ไปเจอทั้งสองยืนนิ่งเหมือนถูกสาป จนเข้าไปจับเขย่าเรียกจึงรู้สึกตัว ป้าออผวาเข้าหาญาณิน ละล่ำละลักบอกว่า มันน่ากลัวจริงๆ

ญาณินถามว่ากลัวอะไรกันหรือ ทนายสมชาติบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่ามันเป็นผีหรือเป็นคน แล้วก็ช่วยกันเล่าว่า

ขณะที่ทั้งสองกลับจากทำธุระในเมืองกัน มาถึงเห็นภายในบ้านมืดวังเวงเหมือนบ้านผีสิง ทั้งยังได้ยินเสียงเหมือนคนเดินอยู่ในบ้าน พอพากันเดินเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงกุกกักในห้องนอนติณห์ ทนายสมชาติเสนอให้รีบไปแจ้งความเพราะเราต่างก็มือเปล่าคงสู้อะไรไม่ได้

แต่ทั้งสองยังไม่ทันขยับ เสียงเดินก็มาใกล้แล้ว ทนายจึงเอาไฟฉายส่องไป เห็นร่างดำทะมึนอยู่ตรงหน้า ต่างตกใจสุดขีดแล้วก็ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้นจนกระทั่งญาณินและติณห์มาเจอ

พอสุคนธรสได้ฟังจากญาณินที่โทร.มาเล่า เธอตกใจบอกว่า

“แย่แล้วแกยัยเจ๊!! นี่มันวิชาล่องหนหายตัวสุดยอดแห่งวิชาไสยดำขั้นสูง คนที่ใช้วิธีนี้บุกรุกเข้ามาในห้องคุณติณห์ แล้วยังสะกดจิตป้าออกับทนายสมชาติแข็งเอาไว้ได้ มันน่าจะต้องการอะไรสักอย่างของคุณติณห์ที่เอาไปทำคุณไสยได้ อย่างพวกเศษเสื้อผ้า เส้นผม หรือเศษเล็บของคุณติณห์”

ญาณินตกใจมากหาทางช่วยติณห์ แต่ติดต่อทั้งคุณหลวงและโกลเด้นฯไม่ได้เลย รู้สึกใจคอไม่ดี สุคนธรสเอะใจพูดแทรกเข้ามาในโทรศัพท์ว่า หรือทั้งคู่โดนซิวไปแล้ว ญาณินฉุกคิดขึ้นมาตกใจสุดขีด

ooooooo

ที่ห้องทำพิธีในบ้านกำนันพงษ์ กำนันกำลังทำพิธีที่ดูขรึม ขลัง น่ากลัว มีกะโหลกวางอยู่หลังกระถางธูป กำนันนั่งดึงเส้นผมของติณห์จากแปรงผมวางลงในพาน แล้วใช้ผ้าขาวห่อไว้

ที่มุมห้อง วิญญาณคุณหลวงที่ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ถูกมัดด้วยด้ายแดงไว้รอบตัว กำนันบอกคุณหลวงว่า

“คืนพรุ่งนี้ ถ้าฉันยังไม่ได้สิ่งที่ฉันต้องการ คุณหลวงจะได้เห็นความสยดสยองของหลานชาย...มันจะต้องตาย อย่างทรมานที่สุด หึๆ”

ญาณินเข้าไปในบ้านทรงไทย ตรงไปหน้ารูปคุณหลวง เอามือลูบรูปเบาๆ ค้างมือไว้ บอกกล่าวแก่คุณหลวงว่า

“ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่ลูกหลานของคุณหลวง ไม่ได้มีสายเลือดเกี่ยวข้องอะไรกับท่านเลย แต่ฉันเชื่อค่ะว่าการที่ฉันมีญาณวิเศษเป็นพรสวรรค์ติดตัวมา ก็เพื่อภารกิจใหญ่ครั้งนี้”

บอกกล่าวแล้วเธอลุกเดินไปนั่งพับเพียบพนมมือระลึกถึงพระรัตนตรัย ก้มกราบ หลับตากำหนดลมหายใจ... เข้าสู่สมาธิ...ภาวนาในใจ “คุณหลวง...โกลเด้นเบบี้ อยู่ที่ไหน...ช่วยนำทางฉันไปด้วย”

เวลาเดียวกัน สุคนธรสก็เรียกเพื่อนๆรวมทั้งณัฐเดชและก๊อง มาประชุมกันที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ เธอบอกเพื่อนๆว่า

“ตามปฏิทินดวงดาว ในคืนวันพรุ่งนี้จะเป็นคืนเดือนแรม 15 ค่ำ คืนแห่งกาฬปักษ์ คืนที่วิชามารคุณไสย จะขลังและแรงที่สุด”

กรรณาถามว่าถ้าเราแก้ไม่ได้ล่ะ กรรัมภาบอกว่าติณห์ก็อาจถึงขั้นสติแตกหรือไม่ก็ตายไปเลย ณัฐเดชพูดอย่างตึงเครียดว่า

“แล้วรสคิดว่า...เราควรจะทำยังไง บอกมาเลย”

ooooooo

ญาณินถอดจิตเข้าไปในอาณาเขตรั้วบ้านกำนันพงษ์ เห็นกำนันพงษ์เดินออกจากบ้าน มองซ้ายมองขวาแล้วยกมือขึ้นทำท่าเหมือนผู้อำนวยเพลงแล้วเดินกลับเข้าไป

แต่พอญาณินจะตามเข้าไปก็ถูกเปลวไฟอาคมแดงฉานเคลือบตามรั้วสกัดไว้จนเธอผงะอุทาน

“กำนันพงษ์เป็นจอมขมังเวท!!”

ญาณินยังพยายามจะเข้าไป ถูกผีนางตะเคียนอายุหลายร้อยปีออกมายืนขวาง “เข้าไปไม่ได้นะ!” เมื่อญาณินชะงัก ผีนางตะเคียนแปลงร่างเป็นสาวสวย พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

“กำแพงไฟอาคมนี้ หากผ่านเข้าไปแล้ว จะทำให้จิตของแม่หนูตัดขาดจากกายหยาบอย่างสิ้นเชิง ใครปลุกก็ไม่มีวันตื่น” ญาณินถามถึงวิญญาณคุณหลวงกับโกลเด้นฯ ผีนางตะเคียนบอกว่า “ฉันรู้ ฉันเห็น แต่ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้ คนคนนี้อาคมแกร่งกล้ามาก ถ้าแม่หนูเข้าไป ก็เท่ากับไปฆ่าตัวตายชัดๆ”

ทันใดนั้น ญาณินได้ยินเสียงโกลเด้นฯกรีดร้อง ขอให้ปล่อยตน เธอใจหายวาบ จิตเธอพุ่งผ่านกำแพงไฟเข้าไปด้วยความเป็นห่วงโกลเด้นฯ ผีนางตะเคียนร้องห้ามไม่ทัน ได้แต่มองตามอย่างตกใจและเป็นห่วง

เมื่อพุ่งผ่านกำแพงไฟเข้าไปแล้ว จิตญาณินพุ่งไปตามเสียงร้องของโกลเด้นฯทันที

ฝ่ายป้าออ ติณห์ และทนายสมชาติ เห็นญาณินหายไปก็ช่วยกันออกตามหาแต่ไม่เจอ ติณห์คาดว่า

“ญาณินอาจจะแอบไปนั่งสมาธิที่ไหนอยู่ก็ได้ เขาเป็นห่วงโกลเด้นฯ เขาอาจจะหาที่เงียบๆ แล้วถอดจิตออกตามหา?”

ooooooo

จิตญาณินพุ่งไปตามเสียงโกลเด้นฯ จนได้ยินเสียงคนพูดกันอยู่ชั้นบน จึงรีบขึ้นไปแอบดูแอบฟัง

ภายในห้อง กำนันพงษ์กำลังทำพิธีดึงวิญญาณโกลเด้นฯที่ขังไว้ในหม้อดินออกมา โกลเด้นฯขัดขืนไม่ยอมออกจากหม้อไปรับใช้กำนัน ถูกกำนันสั่งสนให้เอาด้ายแดงมาท่องคาถาแล้วตวัดด้ายไปรัดโกลเด้นฯมัดมือไว้แนบตัวแน่นหนา พริบตาเดียว ร่างโกลเด้นฯก็หลุดออกจากหม้อออกมากลิ้งกับพื้น

ญาณินตกใจเกือบร้องออกมา แล้วเธอก็ยิ่งตกใจเมื่อเห็นวิญญาณคุณหลวงในสภาพทรุดโทรมอย่างหนักออกมาจากเงามืด ร่างกายถูกพันด้วยด้ายแดงแน่นหนา

กำนันพงษ์บีบคั้นให้โกลเด้นฯบอกที่ซ่อนทองของคุณหลวง โกลเด้นฯไม่รู้ กำนันจึงหันไปคาดคั้นเอากับคุณหลวง ต่อรองว่าถ้าคุณหลวงบอกก็จะปล่อยโกลเด้นฯไป โกลเด้นฯร้องบอกคุณหลวงว่าอย่าบอก ถึงบอกมันก็ไม่ปล่อยตนแน่

“หึๆๆ แกไม่บอกไม่เป็นไร...ถ้างั้น แกก็คอยดู หลานชายแกมันจะต้องตายอย่างทรมาน” กำนันขู่แล้วสั่งสนให้ไปขุดหลุมรอเลย

กำนันกับสนเดินไปที่ประตู ญาณินหลบแทบไม่ทัน กำนันรู้ว่ามีใครมาแอบดูแอบฟังแต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินผ่านไป

พอกำนันกับสนไปแล้ว ญาณินเข้าไปหาคุณหลวงกับโกลเด้นฯ ทั้งสองดีใจมาก ญาณินพยายามช่วยแก้มัดให้ แต่ยิ่งแก้ด้ายก็ยิ่งรัดแน่น คุณหลวงบอกว่า

ด้ายนี้พวกมันลงอาคมไว้ต้องใช้อาคมจึงจะแก้ได้ คุณหลวง บอกญาณินว่าถึงเธอช่วยตนสองคนไม่ได้แต่ช่วยติณห์ได้ ให้รีบเอาห่อเส้นผมของติณห์ในพานออกไป เพราะกำนันกำลังจะทำวิชามารใส่เขา

ญาณินยังไม่ทันออกไป กำนันกับสนก็เดินกลับเข้ามา กำนันสั่งสนให้ขวางไว้อย่าให้ออกจากประตูไปเด็ดขาด

พริบตานั้นเอง จิตญาณินพุ่งทะลุกำแพงออกไป กำนันมองอึ้ง พึมพำ

“ไม่ใช่ผีเว้ย อีนังนี่มันถอดจิตได้ ไม่อยากเชื่อเลย...” แล้วสั่งรักยม “เฮ้ย...ไอ้รักยม เอ็งสองตัวมัวไปมุดหัวอยู่ไหนวะ ไปจับนังผู้หญิงคนนั้นไว้ อย่าให้มันหนีไปได้!!!”

รักยมออกวิ่งไล่ตามญาณินไป วิ่งไปเล่นไปประสาผีเด็ก แต่ก็วิ่งทันและรุมกันเข้าไปหมายจับตัวญาณิน

ooooooo

ฝ่ายติณห์ตามหาจนเจอกายหยาบญาณินนั่งอยู่ ระหว่างที่เธอวิ่งหนีรักยมนั้น เหงื่อผุดที่ใบหน้ากายหยาบ ติณห์รีบเอาพัดมาโบก บ่นว่าทำไมนั่งนานขนาดนี้ แอร์ก็ไม่มี ลมก็ไม่พัด ถึงได้ร้อนขนาดนี้

รักยมไล่จับญาณินได้จะใช้ด้ายแดงมัด ญาณินรวบรวมสมาธิ แล้วจิตเธอก็หายวับไป ทำเอารักยมที่กำลังมะรุมมะตุ้มจะมัดเธอ วืดร่วงผล็อยลงไปกองหัวโขกกันจนร้องลั่น แต่พอลุกได้ก็รีบไล่ตามเพราะถ้าจับญาณินไม่ได้ต้องถูกพ่อตีแน่ๆ

ญาณินหนีพ้นรักยมมาได้ แต่ถูกกำนันกับสนมา ดักไว้ กำนันเหวี่ยงด้ายแดงคล้องคอญาณินได้อย่างแม่นยำ ดึงเธอล้มตึง แล้วรักยมที่วิ่งตามมาก็กระโดดคร่อมเธอไว้ช่วยกันจับมัดทันที

“เอาห่อผ้านั่นมาให้ฉัน” กำนันสั่ง ญาณินไม่ยอมให้ รักยมช่วยกันแย่งเอาไปให้กำนัน ถูกกำนันดุที่มัวแต่ไปกินของเซ่นจนญาณินหนีออกมาได้ ลงโทษไม่เซ่นอะไรให้กิน 3 วัน สั่งให้ไปเฝ้าที่รั้วอย่าให้ใครแอบเข้ามาได้อีก ไม่งั้นจะเฆี่ยนด้วยหวายให้หลังลายทีเดียว แล้วหันมาทางญาณิน พูดทึ่ง...

“นี่ถ้าไม่เห็นกับตา ฉันคงไม่เชื่อ เธอมันพวกมนุษย์กลายพันธุ์รึไง ถึงมีญาณพิเศษถอดจิตได้ขนาดนี้ หึๆแต่อย่าหวังเลยนะจ๊ะว่าชาตินี้จิตเธอจะได้กลับเข้าร่างอีก มาเป็นทาสรับใช้ฉันซะดีๆ อีคนสวย!”

สิ้นเสียง กำนันกระชากบ่วงที่รัดคอจนเธอร้องสุดเสียง

ooooooo

ที่เมืองกาญจน์ ติณห์พัดวีให้ญาณินจนเมื่อย

จิตเธอก็ไม่กลับเข้าร่างสักที จนป้าออมาเจอเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของญาณิน ป้าออตกใจรู้ว่ามีเรื่องผิดปกติ พยายามปลุกอย่างไรญาณินก็ไม่ตื่น

ติณห์กับทนายสมชาติมองสำรวจกายหยาบของญาณินเห็นรอยแดงๆที่มือ  เชื่อว่าต้องมีอะไรรัดมือเธอไว้แน่

“จิตของคุณหนูกำลังตกอยู่ในอันตรายแน่ๆ

คุณหนูคะ คุณหนูของป้า...ตื่นสิคะ”

“ญาณิน...ได้ยินผมไหม...ตื่นซี...ตื่น...พลีส...”

แล้วทุกคนก็ตกใจแทบช็อก เมื่อกายหยาบญาณินล้มตึงลงในอ้อมแขนติณห์ ใบหน้าเธอซีดจนเขียว!

ที่บ้านกำนัน...ญาณิน คุณหลวง และโกลเด้นฯ ถูกกำนันจับมัดนั่งเรียงกันตรงหน้า กำนันพูดอย่างแค้นใจว่า

“ไม่นึกเลยว่า ไอ้บริษัทซิกซ์เซ้นส์ของพวกเธอ จะกลายเป็นบริษัทปราบผีไปซะได้” ญาณินถามว่าทั้งหมดเป็นฝีมือกำนันใช่ไหม กำนันบอกว่า “ฝูงผี ควายธนูน่ะ เป็นของไอ้สมคิดมัน ฉันจ้างให้มันส่งผีมา สุดท้ายฉันต้องมาออกแรงซะเอง”

คุณหลวงถามว่ากำนันเป็นหลานของนายเกิด     ใช่ไหม กำนันหัวเราะเยาะ บอกว่า

“รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้วคุณหลวง เรื่องนี้ต้องยก

ความดีให้ปู่ฉัน ที่ส่งฉันไปร่ำเรียนวิชาอาคมกับหม่องยัน– อ่องตั้งแต่ยังเด็ก ฮ่ะๆๆๆ” ครั้นถูกคุณหลวงด่าว่าเลว ฆ่าตนไม่พอยังให้หลานมาจองเวรหลานตนอีก กำนันตวาด “ไอ้แก่! เก็บปากมึงไว้บอกกูดีกว่า มึงซ่อนทองไว้ที่ไหน ไม่อย่างนั้น ไอ้ติณห์หลานมึงตาย!”

คุณหลวงไม่ยอมบอก กำนันพงษ์ขู่ญาณินว่า ภายใน 2 วัน ถ้าจิตเธอไม่กลับเข้าร่าง ร่างเธอก็จะกลายเป็นศพ และจิตของเธอก็จะเป็นแค่วิญญาณผีชั้นต่ำ ไม่ต่างอะไรกับผีคุณหลวงและโกลเด้นเบบี้ แล้วสั่งสนให้เอาหม้อมา!

กำนันพงษ์ท่องคาถาดูดวิญญาณทั้ง 3 เข้าไปในหม้อ แล้วใช้ผ้าดำลงยันต์ปิดปากหม้อทันที!

ooooooo

ที่รีสอร์ต ทั้งติณห์ ป้าออ และทนายสมชาติ  ต่างตกใจมาก ขณะนั้นเอง ณัฐเดชขับรถเข้ามาพร้อมหมอวรวรรธและ 4 สาว ทุกคนลงจากรถถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับญาณิน ป้าออโผเข้ากอด 4 สาวร้องไห้โฮๆ ขอให้ช่วยคุณหนูของตนด้วย

เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หมอวรวรรธเอามืออังที่จมูกญาณิน บอกว่ายังหายใจอยู่ ติณห์จะพาไปโรงพยาบาล กรรณาติงว่าหมอก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก เนตรสิตางศุ์บอกว่าขอให้ปล่อยเป็นหน้าที่ของพวกตนเถอะ

“พวกเราจะช่วยพายัยณินกลับมาเอง!” กรรัมภา

พยักหน้าให้กันกับเพื่อนๆอย่างมั่นใจ

วิญญาณคุณหลวง ญาณิน และโกลเด้นฯถูกขังไว้ด้วยกัน ญาณินถามคุณหลวงว่าจะทำอย่างไรกันดี

“คงต้องบอกที่ซ่อนทองมันไป เจ้าติณห์มันจะได้ปลอดภัย ได้ทำรีสอร์ตอย่างที่มันฝันไว้ ช่วงสงครามฉันได้เปลี่ยนเงินมาเป็นทองคำหลายร้อยแท่ง และฝังมันไว้ในที่ดินแห่งนี้แหละ ฉันตั้งใจจะเก็บทองไว้ให้เจ้าติณห์

ไม่นึกเลย ทองคำพวกนี้จะทำให้ลูกหลานฉันเป็นทุกข์เดือดร้อน” คุณหลวงเล่าไปร้องไห้ไปด้วยความเสียใจ ขอโทษทุกคนที่ตนทำให้ลำบาก พูดอย่างหมดหวังว่า “พวกเราคงไม่รอดแน่แล้ว”

โกลเด้นฯขอให้คุณหลวงกับญาณินอย่าสิ้นหวัง เชื่อว่าติณห์ต้องรู้ว่าจิตญาณินหายไปและต้องรีบไปบอกสุคนธรสให้มาช่วยพวกเราแน่ๆ ญาณินพึมพำอย่าง        กังวลว่า “กลัวมันจะช้าเกินไป”

ooooooo

กายหยาบของญาณินถูกอุ้มเข้าไปนอนบนเตียงบ้านติณห์ หมอวรวรรธตรวจอาการท่ามกลางการลุ้นของติณห์ ป้าออ และทนายสมชาติ

“อุณหภูมิในตัวต่ำลงกว่าปกติ ผมอยากได้น้ำเกลือ ยาบำรุงฉีดเข้าเส้น แล้วก็ออกซิเจน เผื่อใช้ยามฉุกเฉิน เกิดร่างกายคุณณินสู้ไม่ไหวขึ้นมา”

ทนายสมชาติรับอาสาจะไปจัดหามาให้ ส่วนติณห์ถามอย่างเป็นห่วงว่าญาณินจะอยู่อย่างนี้ได้นานแค่ไหน

“ผมว่าถ้าพรุ่งนี้ไม่ดีขึ้น ต้องพาส่งโรงพยาบาลแล้วครับ อยู่ที่นี่ลำพังเราคงดูแลกันไม่ไหว” หมอวรวรรธบอก

ไตรรัตน์เดินเข้ามาสะกิดติณห์แล้วพากันเดินออกไปข้างนอก ไปสมทบกับพวกสุคนธรสที่กำลังปรึกษากันเรื่องญาณิน โดยสุคนธรสเชื่อว่า จิตของญาณินคงถูกพวกมันจับเอาไว้แล้ว ไตรรัตน์ถามว่ารู้ได้ไง

“ก็ที่รอบคอ ข้อมือ ข้อเท้ายัยณินนั่นไงมีรอยแดงคล้ายถูกมัด ลักษณะแบบนี้แสดงว่ายัยณินคงถูกเล่นงานด้วยอาคม” สุคนธรสชี้ข้อสังเกตแต่ละจุด

“แบบนี้โกลเด้นเบบี้กับคุณหลวงก็คงจะโดนมันจับไปด้วย” กรรณาตกใจ

“จับ...ฉันต้องการจับ...จุดสุดท้าย ที่เจ๊ไปนั่งสมาธิถอดจิต” กรรัมภาเสนอ พลางถอดถุงมืออย่างพร้อมทำงาน

4 สาวออกไปยืนหันหลังเป็นวงกลมอยู่หน้าเรือนไทย ต่างแหงนมองไปรอบๆ พยายามใช้ความสามารถพิเศษของตัวเองหาร่องรอยของญาณิน

กรรัมภาใช้มือแตะๆ ระต้นไม้แถวนั้นไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็พบร่องรอยของจิตญาณิน เธอตามร่องรอยนั้นไปจนถึงจุดที่ญาณินหยุดยืนคุยกับผีนางตานี ก่อนวิ่งเข้าเขตบ้านกำนันพงษ์

เมื่อรู้ว่าญาณินหายเข้าไปในบ้านกำนันพงษ์ สุคนธรสเตรียมลุยเข้าไปช่วย ถูกไตรรัตน์ลากออกมาบอกว่าตนเป็นห่วง คราวที่แล้วก็เกือบไม่รอด คราวนี้เชื่อว่ากำนันพงษ์น่าจะเหนือกว่าหมอผีสมคิด

แต่เมื่อสุคนธรสยืนยันว่า ยังไงตนก็ต้องช่วยชีวิตเพื่อนรักออกมาให้ได้ ไตรรัตน์ดึงเธอเข้าไปกอดบอกเธอว่า

“ยังไงผมก็จะอยู่ข้างคุณ เป็นไงเป็นกัน”

สุคนธรสฟังแล้วน้ำตาซึม ด้วยความซึ้งน้ำใจของเขา

ooooooo

จิตญาณิน วิญญาณคุณหลวง และโกลเด้นฯถูกขังรวมไว้ในหม้อเดียวกัน ทั้งสามร้องโหวกเหวกโวยวายให้ปล่อยพวกตน แต่ไม่ได้ยินเสียงจากข้างนอกเลย โกลเด้นฯฉุกคิดว่า หรือกำนันจะไปทำพิธีคุณไสยใส่ติณห์อยู่!!

กำนันไม่ได้ไปทำพิธีคุณไสย แต่กำลังคุมสนให้ขุดหลุมและเอาโลงวางไว้ก้นหลุม สนถามว่าจะจัดการคืนนี้เลยหรือ เพราะคืนพรุ่งนี้ถึงจะเป็นคืนแห่งกาฬปักษ์

“ใช่! ไอ้วิญญาณคุณหลวงมันปากแข็งดื้อด้าน มันไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ก็ต้องเล่นหลานมันคืนนี้แหละ มันจะได้รู้สึก ถึงคืนนี้จะไม่ใช่แรม 15 ค่ำ คืนแห่งกาฬปักษ์ หึๆ แต่เอ็งไม่ต้องกลัวไอ้สน มันไม่ได้ทำให้อาถรรพณ์อาคมของกูแรงน้อยลงไปเท่าไหร่หรอก หึๆๆ”

สนถามว่าแล้วถ้าคุณหลวงยอมบอกที่ซ่อนทองล่ะ กำนันจะปล่อยวิญญาณทั้ง 3 ไหม กำนันย้อนถามว่าจะปล่อยให้โง่ทำไม เก็บเอาไว้ใช้งาน โดยเฉพาะญาณินทั้งสาวทั้งสวยก็จะกลายเป็นเมียตนไม่ต้องเป็นผีเร่ร่อนต่อไป

พูดแล้วกำนันโยนรูปติณห์ลงในโลงที่ฝังไว้ก้นหลุม เริ่มท่องคาถาอาคมงึมงำ...งึมงำ

จู่ๆ ติณห์ซึ่งอยู่ที่บ้านพักก็เกิดอาการวูบวาบจนหน้ามืดฟุบลง เขาบอกทุกคนที่ตกใจว่า อยู่ๆ ก็หน้ามืดตาลาย หมอวรวรรธรีบเช็กอาการ พบว่าทั้งชีพจรและความดันเป็นปกติ คาดว่าติณห์อาจจะเครียดเพราะเป็นห่วงญาณินมากไป

“หรือไม่...คุณติณห์ก็อาจจะโดนเข้าแล้ว!!” ป้าออระแวง ทนายสมชาติถามงงๆ ว่าโดนอะไร “ก็โดนของที่ไอ้กำนันพงษ์มันทำใส่น่ะสิ พวกคุณหนูเล่าให้ฉันฟังว่า ที่มันแอบพรางตัวเข้ามาในบ้านคุณติณห์คืนนั้นน่ะ มันแอบเข้ามาขโมยของคุณติณห์ไปทำของใส่ มันอาจจะเริ่มลงมือร่ายพิธีแล้วก็ได้”

“คงจะเป็นอย่างที่ป้าออว่า...กำนันพงษ์แกต้องการอะไรจากฉันวะ” ติณห์มองมือที่ซีดขาวของตัวเองอย่างแค้นใจ

“หวังว่าพวกคุณหนูจะทำสำเร็จนะคะ” ป้าออฝากความหวังไว้กับ 4 สาว

ooooooo

ความลับที่สุคนธรสไม่เคยบอกใครถูกเปิดเผยเมื่อเธอต้องพรางตัวเพื่อช่วยญาณิน เพื่อนๆ พากันทึ่ง แต่พอทำพิธีท่องคาถาอำพรางตัว ปรากฏว่าเพื่อนๆ ก็ยังเห็นเธอเป็นปกติ เธอบ่นว่าเคยเรียนแต่ไม่เคยใช้ สงสัยจะลืมท่องคาถาบทไหนไปแน่ๆ

“เอ็งไม่ได้ลืมคาถาบทไหนหรอก แต่เอ็งไม่เข้าถึงสมาธิ” เสียงหลวงลุงบอก พร้อมกับแบกกลดเดินออกมาจากเงามืด “ต่อให้เอ็งแม่นคาถา แต่สมาธิไม่นิ่ง คาถาที่เอ็งร่ำเรียนมาถึงจะวิเศษแค่ไหน มันก็ไม่สัมฤทธิผลหรอก”

“ถ้าอย่างนั้น นิมนต์อาจารย์ช่วยรสให้พรางตัวสำเร็จด้วยเถอะค่ะ จิตญาณินถูกจับขังไว้ ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้กลับเข้าร่างญาณินต้องตายแน่ๆ รสจะไปช่วยเพื่อน และปลดปล่อยวิญญาณคุณหลวงกับโกลเด้นเบบี้ให้เป็นอิสระ”

“ก็คิดว่าข้ามาทำอะไรล่ะ” หลวงลุงย้อนถาม พลางปักกลดลงที่พื้น

หลวงลุงสอนสุคนธรสด้วยการให้ทำตามอย่างละเอียดทุกขั้นตอน จนร่างหลวงลุงค่อยๆ จางและเลือนหายไป ร่างของสุคนธรสก็ค่อยๆ จางและเลือนหายไป ท่ามกลางความดีใจของเพื่อนๆ

“ดีมาก เอาล่ะ...เอ็งไปช่วยเพื่อนเอ็งได้แล้ว ระวังตัวให้ดี อย่าให้ฝ่ายโน้นรู้ได้ว่าเอ็งแอบพรางตัวเข้าไปในอาณาเขตของเขา”

“ค่ะ หลวงลุง รสจะระวังตัว”

เพื่อนๆ ต่างอวยพรให้สุคนธรสสู้ๆ ช่วยญาณิน

กลับมาให้ได้ และให้ระวังตัวด้วย

แต่พอเข้าไปในเขตรั้วบ้าน สุคนธรสในร่างใสราวกับพรายน้ำ ก็เจอกับผีนางตะเคียนโผล่มาเตือนว่า

“เจ้าคิดจะช่วยเพื่อนเจ้าใช่ไหม ฉันเตือนเพื่อนเจ้าแล้ว เขาก็ไม่เชื่อ เจ้าอยากเป็นแบบเพื่อนเจ้าเหรอ”

“ขอบคุณค่ะ แต่หนูต้องไปช่วยเพื่อนค่ะ” สุคนธรสตอบแล้วบ่ายหน้าไปทางกำแพงไฟ ท่องคาถา อึดใจเดียวกำแพงไฟก็แยกตัวเปิดเป็นทางเล็กๆ ให้เธอเดินผ่านเข้าไปข้างใน แต่ก็ต้องเผชิญกับรักยม ที่ออกมาขวาง เธอจึงเอากระดูกงูพญาจงอางขว้างไป กลายเป็นพญางูมีชีวิต

รักยมตกใจถามว่างูมาได้ไงเนี่ย! ยมหัวเราะร่าบอกรักว่าเดี๋ยวจะถลกหนังให้ดู ว่าแล้วก็ถอดกำไลทองที่มือขว้างใส่พญางู กลายเป็นห่วงพุ่งเข้าใส่พญางู พญางูใช้หางฟาดใส่ห่วงก่อนจะเลื้อยหนีไปอย่างเร็ว

สุคนธรสเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เห็นว่าล่อรักยมไม่สำเร็จ เห็นมันหัวเราะกันอย่างย่ามใจ เธอด่าเบาๆ

“ไอ้ผีเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แกเจอพญางูสวาปามแน่งานนี้” แล้วร่างใสของเธอก็รีบไปจากตรงนั้นอย่างเร็ว

ooooooo

ณ มุมป่าที่กำนันให้สนตอกเสาไม้ที่หัวท้ายหลุมศพที่มีโลงอยู่ใต้หลุมแล้วเอายันต์โปะบนกะโหลกคนเสียบไว้ กำนันบอกสนว่า

“นี่คือหุ่นฟาง สมมติว่าเป็นตัวไอ้ติณห์ แล้วนี่...

เส้นผมของไอ้ติณห์ที่กูล่องหนไปเก็บเอามาจากหวีของมัน”

“พิธีบังฟัน...เอาเส้นผมศัตรูใส่หุ่นแล้วเอามีดหมอฟันให้ทรมานจนกว่ามันจะตาย เจ๋งจริงๆ ได้ยินมานานแล้วไม่เคยเห็นใครทำพิธีนี้มาก่อนเลย” สนสอพลอ ส่วนกำนันก็สวดถี่กระชั้นขึ้น ฟังน่าขนพองสยองเกล้า...

เวลาเดียวกัน สุคนธรสกำลังขึ้นบันไดตามกลิ่นมาจนถึงหน้าห้องทำพิธี เธอผลักประตูแล้วต้องผงะเมื่อปะทะกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง มองสำรวจจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แล้ว จึงดึงใบไม้ที่ทัดหูออก คลายมนตร์พรางตัว ร้องถาม

“เจ๊...โกลเด้น คุณหลวง อยู่ในนี้หรือเปล่า?”

ทั้งสามถูกขังอยู่ในหม้อได้ยินเสียงญาณิน ต่างดีใจช่วยกันร้องเรียก ร้องบอกว่าพวกตนถูกขังอยู่ในหม้อ แต่ญาณินไม่รู้อยู่หม้อไหนเพราะมีหม้อวางเรียงรายเต็มไปหมด

ระหว่างนั้น กำนันพงษ์เอะใจรู้สึกเงียบผิดปกติ มองหารักยมก็ไม่รู้หายหัวไปไหนหมด กำนันรีบเดินดุ่มกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลนัก

ภายในห้องทำพิธี บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทุกที สุคนธรสหยิบหม้อขึ้นมาดูหลายใบก็ไม่ใช่ จนเห็นฝุ่นที่ติดมือจึงฉุกคิดได้ว่า หม้อที่หยิบขึ้นมานั้นเก่าจนฝุ่นเขรอะ แต่ญาณินเพิ่งหายไปเมื่อวานต้องเป็นหม้อใบใหม่แน่ๆ มองหาแล้วหยิบหม้อใบใหม่เอี่ยมขึ้นมาเปิดผ้ายันต์ปิดปากหม้อออก

พริบตานั้น! ควันพวยพุ่งออกมา ปรากฏเป็นจิตโปร่งใสของญาณิน ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ ญาณินถามว่าติณห์เป็นอย่างไรบ้าง

“เขาตกใจแทบตายน่ะ ก็ดูแลกายหยาบของแกอย่างดี เติมน้ำเกลือให้แล้ว ถ้าแกเป็นห่วงเขานักก็รีบกลับกันเถอะ จะได้กลับเข้าร่าง”

ทันใดนั้นมีเสียงเปิดประตูที่ชั้นล่าง ทุกคนมองหน้ากันตกใจ คุณหลวงบอกว่าพวกมันกลับมาแล้ว สุคนธรสบอกว่าตนจะรีบคลายมนตร์ให้ เราจะได้รีบไปจากที่นี่

“อย่าเพิ่งนังหนู! ถ้าฉันไป เรื่องนี้ก็ไม่จบหรอก ตราบใดที่ไอ้กำนันพงษ์มันยังไม่ได้สิ่งที่มันต้องการ นั่นก็คือทองที่ฉันซ่อนไว้ในที่ดิน มันต้องหาวิธีต่างๆนานาตามราวีเจ้าติณห์ไม่มีวันสิ้นสุด”

คุณหลวงตัดสินใจเด็ดเดี่ยวบอกว่า “ฉันต้องอยู่เพื่อหยุดความชั่วของลูกหลานตระกูลนี้ ให้ยุติแค่ไอ้กำนันพงษ์”

ดังนั้น เมื่อกำนันพงษ์เข้ามาในห้อง จึงไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร มองปราดไปที่หม้อขังวิญญาณใบใหม่ก็ยังอยู่ที่เดิม

ooooooo

สุคนธรสกลับไปถึงบ้านพักติณห์ที่รีสอร์ต พบติณห์อยู่ในสภาพอ่อนเปลี้ยเพลียแรงลงทุกที เพราะถูกกำนันเอารูปไปทำพิธีในโลง เขารู้สึกสมองมึน ชา ขนลุก

พอสุคนธรสดึงใบไม้ที่ทัดหูออก ทุกคนก็เห็นตัว รุมกันเข้ามาถามถึงญาณิน หลวงลุง และโกลเด้นฯ

“ทุกคนฟัง! ยัยเจ๊ คุณหลวง โกลเด้นเบบี้ ฝากมาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ทุกคนสบายดี แต่ตอนนี้ยังกลับมาไม่ได้” บอกติณห์ว่าคุณหลวงไม่ยอมกลับ ท่านจะสู้กับมัน ท่านไล่ตนให้กลับมาทำตามแผน ติณห์ถามงงว่าแผนอะไร?

เป็นเวลาเดียวกับที่กำนันพงษ์ปล่อยวิญญาณที่ขังอยู่ในหม้อออกมาคาดคั้นถามคุณหลวงว่าฝังทองไว้ที่ไหน ถ้าไม่บอกก็ดูให้เต็มตาว่าตนจะทำอะไรกับหลานคุณหลวงบ้าง มันเอาแส้ฟาดไปที่คุณหลวงจนท่านล้มลง พูดอย่างสะใจว่า “นั่นแค่ของว่าง คราวนี้ของหนัก...” แล้วหยิบมีดหมอมาปักลงบนโต๊ะข้างหุ่นฟางขู่คุณหลวง “แกจะได้เห็นไอ้ติณห์ตายอย่างทรมาน”

กำนันยกมีดหมอขึ้นท่องคาถา แล้วเงื้อสุดแขนแทงที่ขาหุ่น คุณหลวงร้องห้ามเสียงหลง แต่มันแทงขาหุ่นไปแล้ว!

วินาทีนั้น ติณห์ร้องจ๊าก กุมขาข้างที่กำนันแทงหุ่นตกจากเก้าอี้ทันที เพื่อนๆกรูกันเข้ามาถามว่าเป็นอะไร

“ขาผมเหมือนโดนอะไรทิ่มเข้าไป ความรู้สึกเจ็บแบบมาจากข้างในเลย โอย...”

“ไอ้กำนันพงษ์แน่!” สุคนธรสรู้ทันที กรรัมภาถามว่าเราจะช่วยติณห์ได้ไหม เธอได้แต่ภาวนา “หวังว่าทั้งสามจะถ่วงเวลามันได้นะ”

เพื่อป้องกันติณห์จากอาคมของกำนัน สุคนธรสเอาเบี้ยแก้กลัดไว้ที่เสื้อติณห์ ระหว่างนั้นติณห์ปรารภว่า แม่เขาเคยเล่าว่าคุณตาเขาโกงทองญี่ปุ่นแล้วเอาไปแจกพวกผู้หญิง

“ไม่จริงเลย คุณหลวงไม่ได้โกงใคร แล้วก็ไม่ได้

แจกใคร คุณหลวงเก็บทองมหาศาลในพื้นที่ดินผืนนี้

แล้วปู่ของกำนันพงษ์รู้ มันถึงอยากได้”

แล้วเธอก็เล่าแผนของคุณหลวงให้ติณห์ฟังว่า “คุณหลวงจะยอมบอกที่ซ่อนทอง แล้วก็หลอกล่อพาพวกกำนันพงษ์เข้ามาขุดหาทองถึงที่ และให้พวกเราทำกับดัก...

เพื่อถอดของมันก่อน ทำให้คาถาอาคมมันเสื่อม หมดสภาพจอมขมังเวทกลายเป็นตาแก่ธรรมดาๆ”

จากนั้นแบ่งหน้าที่กัน โดยให้พวกผู้ชายจัดการพวกกำนันพงษ์ ส่วนพวกสาวๆจะถอดของจากมันเอง

ระหว่างนั้น กำนันพงษ์เงื้อมีดจะแทงขาหุ่นอีก คุณหลวงร้องห้าม ยอมบอกที่ซ่อนทองให้ แต่มีข้อแม้ว่า

“ฉันบอกไป พวกแกก็ไม่มีวันจะหาเจอหรอก ต้องให้ฉันพาไปชี้จุด แต่แกต้องไม่ทำอะไรหลานฉัน เอาผมมันคืนมาให้ฉัน”

กำนันระเบิดหัวเราะออกมาอย่างพอใจ

ooooooo

4 สาวถือไฟฉายอันใหญ่คนละอัน ตรงไปที่เรือนไทยซึ่งปิดไฟมืด สุคนธรสชี้ให้เพื่อนๆดูซุ้มประตูก่อนเดินขึ้นเรือน อธิบายว่า ทุกคนจะต้องเดินลอดซุ้มขึ้นไป ถามว่า

“ทุกคนเคยได้ยินไหม เรื่องคนเล่นของ ห้ามกิน ห้ามดื่ม หรือห้ามก้มลอดบางสิ่งบางอย่างที่มีอาถรรพ์ เพราะจะทำให้ของเสื่อม พอลอดปุ๊บคาถาเวทมนตร์ก็หายปั๊บ”

วางแผนกันเสร็จ แต่ยังหาของที่จะถอดอาคมไม่ได้ ที่สำคัญถ้าทำพลาดก็จะไม่มีโอกาสทำซ้ำสองอีก

โชคดี...ระหว่างนั้นเจอป้าออเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

นุ่งกระโจมอกเดินถือเครื่องอาบน้ำออกมาพร้อมทั้งชุดเปียกที่เพิ่งซัก เห็นป้าอาบน้ำผิดเวลา ถามไถ่ได้ความว่า เพราะรอบเดือนมาไม่รู้ตัว เปื้อนชุดเลยต้องอาบน้ำเปลี่ยนชุดซักเสียเลย

สี่สาวตาโต ร้องพร้อมกัน “ผ้าถุงป้าออ ถอดออกมาเดี๋ยวนี้เลย!!” แล้วกรูกันเข้าไป ป้าออจับผ้าถุงแน่นร้องวี้ดว้ายที่จู่ๆก็จะมาถูกจับถอดผ้ากันกลางบ้าน

กำนันพงษ์ทำพิธีเสร็จแล้ว จิตญาณินและวิญญาณคุณหลวงกับโกลเด้นเบบี้ที่ถูกมัด รอเวลาใจจดจ่อ ส่วนสนและชายชุดดำ 4 คนมายืนรอคำสั่งอยู่ในห้องทำพิธีแล้ว

“ฉันดูฤกษ์ยามมาแล้ว คืนนี้ ตี 4...ฤกษ์งามยามดี เราจะไปเอาทองกัน พวกแกเตรียมพร้อมไว้ แล้วจำใส่กะโหลกไว้ให้ดี ถ้าเกิดเหตุตุกติกหลอกที่ซ่อนทองฉันละก็...ฉันจะตอกลิ่มใส่หัวใจไอ้ติณห์ทันที ฮ่ะๆๆ” แล้วกำนันก็เดินนำไป

ooooooo

กำนันเดินนำเข้าไปในที่ดินของติณห์ พลันก็ยกมือให้พวกที่ตามมาหยุดกับที่ เมื่อไม่เห็นมีอะไรผิดปกติจึงบอก...

“เราเข้ามาในเขตที่ดินของไอ้ติณห์แล้ว...ส่งหม้อมาไอ้สน!”

เมื่อสนส่งหม้อให้ กำนันบริกรรมคาถา เป่าพ้วง... ไปที่หม้อก่อนเปิดผ้ายันต์ออก จิตญาณินและวิญญาณคุณหลวงกับโกลเด้นฯลอยออกจากหม้อในสภาพมีด้ายแดงพันธนาการไว้รอบคอและข้อมือ สนกับชายชุดดำตกใจ ถามว่าทำไมพวกตนถึงเห็นวิญญาณพวกนี้ด้วย

“ฉันใช้คาถาเบิกเนตรกับวิญญาณพวกมัน เกิดมันเล่นลวดลายขึ้นมา พวกเราจะได้เห็นพวกมันได้ชัดๆไง แกซ่อนทองไว้ที่ไหน นำทางไปซิไอ้คุณหลวง!”

ระหว่างนั้น จิตญาณินแอบมองไปรอบๆ ลุ้นในใจว่าเพื่อนๆคงวางกับดักพร้อมลงมือกับกำนันแล้ว...

ทุกอย่างพร้อมแล้วจริงๆ 4 สาวซุ่มดูพวกกำนันพงษ์ ลุ้นกันสุดจิตสุดใจให้กำนันเดินลอดซุ้มขึ้นไป เพราะที่ซอกซุ้มพวกเธอเอาผ้าถุงของป้าออควั่นคล้ายเชือกซ่อนอยู่

แต่พอคุณหลวงเดินนำขึ้นบันได กำนันเอะใจถามคุณหลวงว่าตนจะขุดทอง ทำไมพามาขึ้นเรือน คุณหลวงบอกว่าทองไม่ได้ฝังไว้ในดินแต่ซ่อนอยู่บนเรือน กระนั้น กำนันก็ยังระแวง กระชากด้ายแดงที่รัดคอคุณหลวงอย่างแรง โกลเด้นฯโวยวายว่าทำคุณหลวงทำไม ก็เลยโดนกระชากด้ายแดงที่รัดคอจนโกลเด้นฯล้มตึง

“ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย อยากได้ทองก็เอาไปซี แล้วปล่อยพวกเราไป ไม่อย่างนั้นกำนันจะไม่ได้อะไรเลย แม้แต่เศษทอง” ญาณินรีบเข้าแก้สถานการณ์

กำนันปรี่จะเข้าไปเอาเรื่องญาณินอีก ถูกสนเร่งรัดให้รีบไปหาทองดีกว่า เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องยาวแล้วทองก็จะไม่ได้ด้วย กำนันจึงผ่อนด้ายแดงที่รัดคอคุณหลวงและโกลเด้นฯ สั่งคุณหลวงให้รีบนำขึ้นไป

แต่พอถึงซุ้มประตูคุณหลวงหายเข้าไปข้างใน กำนันได้ยินเสียงจิ้งจกทักยังระแวง ลังเล สุดท้ายกรรัมภาทำผีหลอกพวกชายชุดดำที่เดินตามหลังกำนัน มันตกใจผวาเสียหลักล้มทับกันเป็นโดมิโนไปกระแทกกำนันหัวทิ่มลอดซุ้มเข้าไป

“สุดยอดเลยยัยแก้ม” กรรณาดีใจเมื่อกรรัมภาวิ่งกลับมาสมทบ

ooooooo

กำนันถูกเซทับคะมำผ่านซุ้มเข้าไป หันมาตวาดพวกสนว่าผลักตนเข้าไปทำไม สนโยนกลองว่าตนเองก็ถูกพวกข้างหลังชนเอาเหมือนกัน ชายชุดดำเสียงอ่อยบอกว่าตนเจอผีตกใจเลยเซชน ไม่ได้ตั้งใจ

กำนันด่าชายชุดดำว่าอยู่กับตนยังจะกลัวผีอีก สนกลัวจะเสียเวลาเพราะฟ้าเริ่มสางแล้ว เร่งกำนันให้รีบหาทองดีกว่า

“ไหนล่ะทอง แกซ่อนไว้ที่ไหน” กำนันหันไปคาดคั้นคุณหลวง

“อยู่ที่ห้องโน้น...ตามฉันมา” คุณหลวงเดินนำไปอย่างเอาการเอางาน พวกกำนันรีบตามไปอย่างกระหายทอง

เมื่อไปถึงห้องหนึ่ง คุณหลวงบอกว่าซ่อนไว้ในห้องนี้แหละ กำนันชะโงกหน้าเข้าไปดูพบแต่ห้องที่ว่างเปล่า ไม่มีหีบสักใบ จะเอาเรื่องคุณหลวง คุณหลวงจึงชี้แจงอย่างใจเย็นว่า

“ถ้าฉันซ่อนทองไว้ในหีบสมบัติ ป่านนี้ก็คงมีไอ้พวกโจรห้าร้อยมาปล้นไปหมดแล้ว” กำนันตวาดให้รีบบอกมาว่าซ่อนทองไว้ที่ไหน ญาณินผสมโรงบอกคุณหลวงว่า

“รีบบอกมันไปเถอะคุณหลวง เรื่องมันจะได้จบๆ เสียที”

“โน่น...ที่เสาพวกนั้น ฉันเจาะช่องใส่ทองเอาไว้แล้วปิดทับไว้ด้วยไม้ลงยาอย่างดี” คุณหลวงชี้ไปที่เสา

“ยืนเฉยอยู่ทำไมไอ้สน ลงมือหาดูซีวะ” กำนันตวาด แล้วหันขู่คุณหลวง “ถ้าไม่มีทอง ไอ้ติณห์ตาย” พลางหยิบหุ่นฟางออกมาชูให้ดู

สนกับชายชุดดำทั้งหมดช่วยกันเอาเครื่องมือที่เตรียมมา เจาะ แงะ งัด เสากันทันที

กำนันปล่อยด้ายแดงที่คอคุณหลวง ตรงไปจับจ้องที่เสาเขม็ง

คุณหลวง โกลเด้นเบบี้ และจิตญาณินค่อยๆถอยออกไปยืนรวมกันอยู่ที่มุมห้องข้างหลังพวกกำนัน...

ooooooo

ตอนที่ 18

การแสดงครั้งนี้ได้รับเสียงปรบมือไม่ขาดระยะ ลูกข่างเองถึงกับเอ่ยอย่างแปลกใจว่า คืนนี้น้องออนซ์สวยสง่า เล่นละครดี ที่สำคัญร้องเพลงเพราะมาก

แต่แล้วก็เกิดเหตุชุลมุน เมื่อจู่ๆนางเอกวิ่งหนีออกจากบ้านไป เนตรสิตางศุ์ที่มองเห็นความจริงทุกอย่างพึมพำ...

“ใบหม่อนเล่นละครให้พวกเราดูอย่างสุดฝีมือเป็นครั้งสุดท้าย”

ใบหม่อนวิ่งไปที่หน้าผาและกระโดดลงไป พอร่างเธอลับหายไป ผีเสื้อกลางคืนตัวหนึ่งก็บินขึ้นมาอย่างสวยงาม...

เสียงปรบมือกึกก้องกับฉากสุดท้ายที่สวยงามนี้ แต่น้องออนซ์ที่นอนราบอยู่บนเวทียังงงๆ จนลูกข่างมาบอกให้ลุกขึ้นเพราะละครจบแล้ว

“ใบหม่อนไปแล้ว” เนตรสิตางศุ์เอ่ยขึ้น

“ต่อไปนี้...น้องออนซ์จะดังใหญ่นะ ฉันมองเห็นภาพเขาจะได้รางวัลอะไรที่มีเกียรติมากเลยล่ะ” ญาณินพูดเหมือนเห็น พวกเพื่อนๆต่างพากันยิ้มแย้มยินดีด้วย

ooooooo

หลังจากปิดฉากคดีใบหม่อนและช่วยเธอให้หลุดพ้นไปสู่ภพภูมิที่ดีแล้ว กลุ่มแก๊งทั้งหนุ่มและสาวก็วางแผนจัดการหมอผีสมคิดต่อทันที

ริเวอร์มูนรีสอร์ทปิดตัวอย่างไม่มีกำหนด เพราะความละโมบไม่รู้จักพอของเจ้าของ จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนไม่มีแม้แต่บ้านจะอยู่

ส่วนติณห์กับญาณินกลับไปสร้างรีสอร์ตต่อ ติณห์ โทร.บอกแม่เขาให้กลับมาอยู่เมืองไทยได้แล้ว เพราะความจริงปรากฏแล้วว่าคุณตาไม่ได้โกงและไม่ได้ฆ่าตัวตาย เขายังอวดแม่ว่ารีบกลับมาจะได้แนะนำแฟนให้รู้จัก ญาณินย้อนถามเขินๆว่า ใครเป็นแฟน? ถามตนรึยัง?

ญาณินเตือนสติเขาว่า “คุณติณห์ เรื่องของเราไม่ใช่ประเด็นเร่งด่วน เรื่องที่เร่งด่วนสุดคือ ที่เรารีบกลับมานี่เพราะคุณต้องไปกราบขอขมาคุณตาของคุณ ป่านนี้ท่านรอจนเหงือกแห้งแล้ว ไปๆๆ” พูดแล้วเดินนำหน้าไปเลย

กำนันยังมุ่งมั่นที่จะเอาทองที่เชื่อว่าคุณหลวงฝังไว้ให้ได้ บอกคุณหลวงว่า ถึงตอนนี้เสี่ยปิงจะหนีไป แต่ยังไงเสีย ทองที่คุณหลวงซ่อนไว้ในเรือนไทยนี้ต้องเป็นของตน ถูกคุณหลวงเยาะเย้ยว่าชาตินี้ทั้งชาติกำนันก็ไม่มีวันขุดเจอทอง ทำให้กำนันโมโหคว้าหมับเข้าที่ต้นคอคุณหลวงด้วยมือที่ห่อหุ้มด้วยพลังงานอาคม จ้องคุณหลวง ยิ้มเหี้ยม แววตาร้ายกาจสุดๆ

ooooooo

ไตรรัตน์กับสุคนธรสรีบกลับไปที่บ้าน เจอเจ๊หญิงกำลังข้นเครื่องรางของขลังที่ได้จากหมอผีสมคิดออกไปทิ้ง และเตรียมเผาของใหญ่ๆให้สิ้นซาก

สุคนธรสขอให้เจ๊ใจเย็นๆ เพราะของพวกนี้มีอาคม ไฟอาจทำลายโครงสร้างได้แต่คุณไสยยังอยู่ ว่าแล้วก็เอาน้ำมนต์ที่ได้จากหลวงลุงพรม ก่อนให้เจ๊จุดไฟเผาด้วยมือตัวเองให้สมกับความแค้น

เสี่ยจำเริญขอบคุณสุคนธรสที่คอยปกป้องครอบครัวตน ชื่นชมว่าไตรรัตน์มีบุญจริงๆ ที่จะได้แต่งงานกับคนอย่างเธอ ไตรรัตน์ผสมโรงโมเมว่า

“เราจะแต่งกันให้เร็วที่สุดครับ ผมอดใจรอที่จะได้เป็นสามีภรรยากับคุณรสไม่ไหวแล้วครับเตี่ย จริงไหมจ๊ะเมียจ๋า”

“ใครเป็นเมียนาย” สุคนธรสผลักไตรรัตน์เสียจนหัวทิ่ม เลยต่างพากันหัวเราะ เสี่ยมองทั้งสองอย่างเอ็นดู

ระหว่างนั้นเจ๊หญิงเดินพุ่งออกไป ไตรรัตน์ถามว่าแม่จะไปไหน เจ๊ตอบโดยไม่หันมองว่า

“ฉันจะไปจัดการไอ้หมอสมคิด!!”

ไตรรัตน์กับสุคนธรสรีบตามไปด้วยความเป็นห่วง พอถึงสำนักหมอผีสมคิดก็ช่วยกันล็อกตัวเจ๊ไว้ หว่านล้อมให้ใจเย็นๆ จะจัดการคนอย่างหมอผีสมคิดต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้ ชี้ให้เห็นว่าสาวกของหมอผีมากมายขนาดนี้ขืนบุกเข้าไปไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ เจ๊หญิงจึงใจเย็นลง

ส่วนติณห์ที่ตั้งใจไปขอโทษคุณตาที่เข้าใจท่านผิดตลอดมา ทั้งจะขอโทษแทนแม่ที่อยู่อเมริกาด้วย แต่หาคุณหลวงไม่เจอ คิดน้อยใจว่าท่านคงโกรธ ญาณินจึงถอดจิตออกมองหาก็ไม่เจอ บอกติณห์ว่าเหมือนคุณหลวงไม่ได้อยู่ที่นี่

โกลเด้นฯทำเป็นช่วยหา แต่แอบหัวเราะคิกคัก “ฮิๆๆ แหม คุณตานี่ใจเด็ดจริงๆ แกล้งทำเป็นงอนได้แนบเนียนมาก นี่คุณตาคงจะแกล้งทรมานความรู้สึกหลายชายเล่นๆ ให้สะใจ แล้วค่อยกลับมาล่ะสิ หึๆๆ หนูฉลาดเดาออก และจะช่วยคุณตาบิ๊วต์อีกแรงด้วย ฮิๆๆ”

ooooooo

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ มีการประชุมเครียดโดยมีสุคนธรสปลุกระดมเพื่อนๆอย่างขึงขังมาก โดยมีเพื่อนสาวอีก 3 คน และสามหนุ่มอันมีณัฐเดช ไตรรัตน์ และก๊อง นั่งฟังกันอย่างตื่นเต้น

“หมอสมคิดพยายามจัดคอร์สอบรมธรรมะให้กับตัวแทนจากโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ เพราะอะไร เพราะมันรู้น่ะสิว่า ถ้าควบคุมความคิด ความเชื่อของคนเหล่านี้ได้ คนกลุ่มนี้ก็จะไปแพร่พันธุ์ความคิดผิดๆ ให้กับเด็กๆรุ่นต่อไป...แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศของเรา” สุคนธรสบรรยายเป็นฉากๆ เนตรสิตางศุ์ฟังแล้วเสริมว่า

“อำนาจพิเศษ มันควรเอามาใช้เพื่อช่วยคน เป็นความเมตตากรุณา ช่วยชีวิตและวิญญาณทั้งหลายให้พ้นทุกข์ ไม่ใช่เอามาใช้เพื่อความโลภ เพื่อประโยชน์ ส่วนตัว”

“เมื่อมีไสยศาสตร์ที่รับใช้เงินและอำนาจ มันก็จะกลายเป็นหายนะของสังคม ของประเทศ ของโลก เงินที่ได้จากการรับบริจาค ก็จะถูกฟอกให้สะอาดโดยการเอาไปลงทุนซื้อ-ขายหุ้น หลังจากนั้นก็นำมาขยายอำนาจและบารมีให้ตนเองและพวกพ้อง” กรรณาอารมณ์ขึ้น
“ต่อไป คนเราก็ไม่ต้องพากเพียรทำความดี พัฒนาตัวเองให้เป็นที่พึ่งแห่งตนอีกแล้ว แต่หันมาพึ่งอำนาจไสยศาสตร์ เพื่อความสำเร็จทุกอย่าง ใช้ไสยศาสตร์เป็นทางลัด เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ” กรรัมภาแทรกขึ้น

“แค่คิดแบบนี้ก็ผิดแล้ว เพราะผู้ที่ทำอย่างนี้ก็จะโดนกรรมสนองอย่างรุนแรงในที่สุด ไม่มีศาสตร์ไหนที่จะเอาชนะศาสตร์ของกฎแห่งกรรมได้” เนตรสิตางศุ์ผู้เห็นวิญญาณหลากหลายเสริม

“เพราะฉะนั้น เข้าใจแล้วใช่ไหมทำไมเราต้องรีบจัดการไอ้หมอสมคิดโดยด่วน” สุคนธรสสรุป

ณัฐเดชที่ปิดคดีใบหม่อนได้สำเร็จและได้รับความไว้วางใจจากผู้การ ขอเป็นแบ็กอัพให้พวกน้องๆ ยินดีสนับสนุนทีมงานและอุปกรณ์ทุกอย่างเต็มที่

ไตรรัตน์ไม่เห็นด้วยที่จะให้สุคนธรสกับเพื่อนๆ ไปเสี่ยง เสนอให้ตำรวจเข้าไปทำเอง ถูกสุคนธรสถลึงตา ปรามว่า

“นายไม่รู้เรื่องอะไรก็หุบปากไป คดีนี้มันเป็นเรื่องของอาคมคุณไสย ถ้าอยากจะปิดได้ก็ต้องให้พวกเราชาวซิกซ์เซ้นส์จัดการ เพราะฉะนั้น อย่ายุ่ง!! พี่ณัฐไม่ต้องไปสนใจเสียงคนนอกแถวนี้ งานนี้เราไม่ได้ทำเพื่อธุรกิจหรือผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เพื่อประเทศชาติ เพื่อส่วนรวม เพื่อโลกนี้ และอีก 3 โลก” พูดแล้วเดินเชิดไปเลย ไตรรัตน์รีบตามไป

งานนี้ ก๊องพยายามจะขอเอี่ยวด้วย แต่ไม่มีใครยอมให้ไป กลัวจะไปทำแผนแตกพังหมด เลยบ่นออดว่า

“ทำไมใครๆก็ดูถูกก๊อง ก๊องเป็นคนดีมีประโยชน์นะ คอยดู แล้วจะเสียใจ ฮึ!” ก๊องงอนลุกไปนั่งหน้าง้ำที่อื่น

เมื่อปลุกระดมกันจนทุกคนฮึกเหิมแล้ว กรรัมภาโทร.ไปชวนญาณิน เธอรับปากทันทีว่าจะรีบมาสมทบ

ooooooo

แผนการที่สรุปได้จากการประชุมหารือกันคือ จะให้สุคนธรสเข้าไปเป็นนางนกต่อที่สำนักหมอผีสมคิด ไตรรัตน์ค้านหัวชนฝาไม่ยอมให้เธอไปเด็ดขาด เกิดโต้เถียงกับณัฐเดชอย่างตึงเครียด

ทันใดนั้น สุคนธรสในชุดสวยหวานแต่งหน้าอ่อนๆ ก็เดินลงมา เธอสวยจนแม้แต่ไตรรัตน์ก็จำเกือบไม่ได้ เธอหยิบย่ามขึ้นเตรียมไปทำงาน ก็ถูกกรรัมภากับกรรณา ช่วยกันปลดย่ามและสายรัดข้อมือออก แต่สุคนธรสยังขอเอาเบี้ยแก้ของหลวงปู่รอดวัดนายโรงไปเพื่อป้องกันตัว ณัฐเดชเอาเข็มกลัดติดให้ ก๊องถามอย่างรู้ดีว่า

“เข็มกลัดอันนี้มีกล้องซ่อนอยู่ใช่ไหม พี่ต้องบันทึกภาพในนั้นให้มากที่สุด จะได้มีหลักฐานเอาผิด แล้วถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินให้กดปุ่ม มันจะส่งสัญญาณมาให้หน่วยจู่โจมบุกทันที ใช่ไหม”

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ณัฐเดชประสานกับ

ส่วนที่เกี่ยวข้องเริ่มดำเนินงานทันที ไม่มีใครสนใจไตรรัตน์ที่โวยวายไม่เลิก จนณัฐเดชถลึงตามองเซ็งๆ

ญาณินรีบเดินทางมาสมทบกับน้องๆ แต่ได้ส่งโกลเด้นฯล่วงหน้ามาก่อนแล้วเผื่อมีอะไรจะให้ช่วย

สุคนธรสทำตัวกลมกลืนกับขบวนผู้ศรัทธาหมอผีสมคิด เดินตามเข้าไปในสำนัก พลันเธอก็ได้กลิ่นความทรมานมากมาย โกลเด้นฯไม่สามารถตามเข้าไปได้เพราะมีอักขระลงยันต์เต็มสำนักไปหมด

ไอ้หาญกับไอ้กล้ามองสุคนธรสอย่างจับสังเกต เธอจึงบอกว่าตนอยากให้อาจารย์ทำเสน่ห์ เพื่อให้มันเชื่อเธอเปิดคอเสื้ออวดสร้อยเพชร บอกมันว่าถ้าช่วยได้จะกำนัลด้วยเพชรงามๆสักสองดอก ไอ้กล้าจึงกวักมือให้เธอตามไป

พอสุคนธรสเข้าไปข้างในก็ขาดการติดต่อกับภายนอก ณัฐเดชไม่สบายใจ แต่ไตรรัตน์ถึงกับโวยวายไม่เลิก จนกรรณาต้องบอกว่า

“คุณเชื่อใจยัยรสเพื่อนเราหน่อยได้ไหม ยัยรสไม่ใช่คนโง่ มันฉลาดและมีไหวพริบมากกว่าที่คุณคิดเยอะ”

“แล้วจากภาพที่เราเห็นผ่านกล้องเข็มกลัดของยัยรส มันเข้าไปถึงตัวหมอสมคิดแล้ว มันกำลังจะได้หลักฐานแล้วค่ะ” กรรัมภาช่วยพูดอีกคน

หมอวรวรรธบึ่งมอเตอร์ไซค์มาถึง เขารีบไปหาเนตรสิตางศุ์ถามว่าเธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม ตนไม่ได้มาช้าใช่ไหม ณัฐเดชถามหน้าตึงว่ามาทำไม

การเคลื่อนไหวทั้งหมดรวมทั้งการพูดคุยกันของทีมงาน ถูกเคธี่ซุ่มดูและแอบฟัง เธอยิ้มสะใจที่รู้แผนการ รีบโทร.ไปบอกไอ้หาญทันที

ไอ้กล้าพาสุคนธรสเดินไปด้านใน มันบอกให้หยุดรอตรงนั้น แล้วตัวมันเองก็ผลุบหายไปในห้องหนึ่ง สุคนธรสแอบแง้มประตูดู เธอตกใจมากเมื่อเห็นภายในห้องมีเลือดหยดเต็มไปหมด มองไล่ไปจึงเห็นผู้หญิงท้องคนหนึ่ง นอนอยู่

“ผู้หญิงท้อง...มันทำพิธีอะไรเนี่ย!”

สุคนธรสกำลังจะถอยก็พอดีหมอผีสมคิดเดินออกมา มองเธออย่างพินิจพิจารณา ไอ้กล้าบอกว่าคนนี้แหละที่จะให้อาจารย์ทำเสน่ห์

“เงยหน้าให้หมอดูชัดๆหน่อยซิ” หมอผีสั่ง เธอเงยหลบๆเอียงๆ กลัวถูกจำได้ หมอผีเอียงคอมองซ้ายมองขวาแล้วสั่ง “เดี๋ยวผมพาเข้าไป” พลางยื่นมือให้เธอจับ สุคนธรสแกล้งโง่ยกมือไหว้แทนพร้อมคำขอบคุณ

หมอผีสมคิดหัวเราะพอใจ แล้วเดินนำเข้าไป...

ooooooo

ระหว่างที่สุคนธรสเข้าไปในห้องทำพิธีนั้น

ทุกคนที่เฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของเธอพากัน

ร้อนใจโดยเฉพาะไตรรัตน์โวยวายหนักขึ้นทุกที เลยถูกโกลเด้นฯทำมือเสกจนเสียงไตรรัตน์หายไป เห็นแต่ปากพะงาบๆ พวกสาวๆเห็นแล้วขำ

หมอผีสมคิดพาสุคนธรสเข้าไปในห้องทำพิธี แล้วสั่งให้เธอแก้ผ้าแล้วลงไปในอ่าง  เธอต่อรองขอลงไปทั้งชุด หมอผีไม่ยอม เธอจับเบี้ยแก้ที่คอคิดถึงสาลิกาลิ้นทอง หมอผีเข้ามาคุกคาม เธอบอกว่าเปลี่ยนใจไม่อยากทำเสน่ห์แล้ว หมอผีไม่ยอม แต่ถูกขัดจังหวะเมื่อไอ้หาญวิ่งเข้ามากระซิบบางอย่าง หมอผีสมคิดพยักหน้าพูดยิ้มๆ

“พอดีมีผู้ใหญ่มาหาฉันด่วน เอางี้...ฉันจะให้ของดีกับหนูไปก่อน แล้ววันหลังหนูค่อยทำพิธีกับฉันใหม่นะ”

สุคนธรสโล่งใจ แต่ถูกหมอผีเดินเข้ามาเอามือวางบนไหล่เธอจนร้อนวูบตรงนั้น พอจะเดินหนีก็ไม่มีแรง จึงรู้ว่าตัวเองโดนของเข้าแล้ว

“แกนี่เอง แฟนไอ้ไตรรัตน์ แกนี่อวดเก่งเกินไปแล้วนะ เป็นแฟนไอ้ไตรรัตน์ดีๆไม่ชอบ อยากจะเป็นเมียฉันด้วย ฉันก็จะสนองให้” พลางหมอผีก็บริกรรมคาถามหาเสน่ห์ ครู่เดียวสุคนธรสก็เคลิ้ม หมดแรง   ไร้สติสัมปชัญญะจนสลบไป

ณัฐเดชและพวกเห็นภาพสุคนธรสล้มลงและจอก็ดับมืด เขาสั่งให้ทุกหน่วยจู่โจมทันที ไม่ลืมสั่งหมอวรวรรธให้ดูแลเนตรสิตางศุ์ให้ด้วย กรรณาสั่งให้โกลเด้นฯเข้าไปช่วยพวกเขา ส่วนก๊องที่ยืนดูอยู่ หยิบแว่นดำเท่มาใส่พึมพำอย่างคะนอง

“หึๆๆ ได้เวลาไอ้ก๊องออกโรงแล้ว...”

พอลุยเข้าไปถูกสมุนหมอผีกรูมาขวาง ก๊องประกาศลั่น “หยุด! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ!! พวกเราล้อมไว้หมดแล้ว”

“เฮ้ย...ไปบอกเขาทำไม” ณัฐเดชหัวเสีย เลยต้องผสมโรงปรามพวกมันว่า “พวกเราได้รับแจ้งมาว่า ที่นี่มีการทำพิธีหลอกลวงผิดกฎหมาย เราจำเป็นต้อง...”

ณัฐเดชพูดไม่ทันจบก็ถูกสมุนหมอผีควักปืนออกมายิงเฉี่ยวไตรรัตน์ไป มันประกาศว่าใครก็เข้าไปไม่ได้ ไตรรัตน์ฉวยโอกาสที่มันสนใจพวกณัฐเดชวิ่งเข้าไป

ก๊องจะตามแต่ถูกสาวกของหมอผีผลักกระเด็นออกมา พวกสาวกดาหน้าออกมาประกาศกร้าว “ศัตรูของหมอสมคิดคือศัตรูของเรา คือศัตรูของความดี เราไม่ปรองดองด้วยเด็ดขาด”

พวกณัฐเดชเจอสาวกหมอผีที่เป็นประชาชนออกมาต้านก็ชะงักไม่กล้าใช้ความรุนแรง

หมอผีสมคิดไหวตัวหนีออกจากสำนัก ณัฐเดชและไตรรัตน์วิ่งมาถึงประตูหลัง เห็นรถกระบะกำลังขับออกไป ท้ายรถมีร่างของสุคนธรสและหญิงท้องแก่อยู่ด้วย โกลเด้นฯอาสาขอตามเอง เหาะไล่รถกระบะจนแซงขึ้นไป แล้วกระโดดไปยืนที่กระโปรงหน้ารถ

หมอผีสมคิดส่งพรายดำที่ทำจากทารกหญิง

ท้องแก่คนนั้นต่อสู้กับโกลเด้นฯ มันร้ายกาจมากทำเอาโกลเด้นฯต้องออกแรงจนเหนื่อย พอจัดการมันได้ เห็นรถของหมอผีแล่นอยู่ข้างหน้า แต่พอตามไปก็หายวับจากสายตาไปแล้ว

ที่แท้หมอผีสมคิดร่ายคาถาอำพรางตัว บอกลูกน้องทั้งสองว่าให้ตายพวกนั้นก็ไม่มีวันหาเราเจอ

ooooooo

โกลเด้นฯกลับไปเจอพวกญาณินจอดรถสองคันอยู่บริเวณบ้านพักตากอากาศริมทะเล  จึงรีบเข้าไปบอกว่า

“หนูพลาด รู้ว่าพี่รสอยู่แถวนี้ แต่ไม่รู้พิกัดแน่ชัดว่าอยู่ตรงจุดไหน” ไตรรัตน์โวยวายทันที โกลเด้นฯตำหนิตัวเองด้วยความเสียใจว่า “หนูไม่ดีเอง หนูมันกระจอก หนูมันเลว”

“พอๆๆ โกลเด้นฯ เธอไม่ผิดหรอก แต่หมอสมคิดมันต้องใช้คาถาอำพรางตาไว้ งั้นก็เป็นไปได้ว่ายัยรสจะต้องถูกจับเอาตัวไว้ที่ไหนสักที่แถวนี้ เราต้องหาให้เจอ” ญาณินตัดบท ก๊องบ่นว่าที่ออกกว้างเราจะไปหายังไง

“ใช้เซ้นส์ของพวกเรานี่แหละ งั้นจะมีเซ้นส์พิเศษเอาไว้ทำไม พวกเราลุย!” กรรณานำทุกคนลุยทันที

ooooooo

ใช้คาถาอำพรางตาแล้ว หมอผีสมคิดคุกคามข่มขู่สุคนธรสว่าเธอหนีไม่พ้นเงื้อมมือตนแล้ว เสนอให้มาร่วมมือกันโดยตนกับเธอจะเป็นราชาและราชินี เราจะเริ่มต้นกัน  ใหม่มีเงินทอง อำนาจ บารมี อย่างที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อน

สุคนธรสพยายามท่องคาถาแต่ไม่สามารถเรียกคาถาอะไรได้เลย เมื่อหมอผีมาหว่านล้อม เธอพูดใส่หน้าว่า

“เพ้อเจ้อ ความดีกับความชั่วไม่มีวันอยู่ข้างเดียวกันได้” หมอผีหัวเราะเยาะว่าจนป่านนี้ยังปากแข็ง พูดผิดพูดใหม่ได้ “คนเราถ้าต้องยอมก้มหัวให้กับความชั่วเพียงเพราะกลัวตาย มันก็ไม่ต่างอะไรกับตายไปแล้วนั่นแหละ”

เมื่อสุคนธรสไม่ยอมจำนน หมอผีตรงเข้ากระชากเธอเข้าไปบอกว่าวิธีทำให้พวกคนเล่นของผู้หญิงเสื่อมมันไม่ใช่เรื่องยาก ออกจะสนุกด้วยซ้ำ แล้วโน้มตัวเข้าไปหาเธอ สุคนธรสจะชก ถูกมันจับหมัดไว้ตบด้วยมืออีกข้างจนเธอกระเด็นไป

ฝ่ายญาณินถอดจิตออกหาสุคนธรสก็ไม่เจอ แต่จู่ๆเนตรสิตางศุ์ก็กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวเมื่อเธอเห็นหญิงท้องคนหนึ่งยืนอยู่ โกลเด้นฯรีบไปดู จำได้ว่าเป็นหญิงท้องแก่ที่ถูกหมอผีเอาศพใส่รถไปด้วย

หญิงท้องคนนั้นเอามืออุ้มท้องตัวเองร้องขอความช่วยเหลือ โดยไม่รู้เลยว่าลูกในท้องถูกหมอผีควักไปทำกุมารดำแล้ว!

เวลาเดียวกันนั้น หมอผีสมคิดก็บริกรรมคาถามหาเสน่ห์ทำให้สุคนธรสหลงใหล เฝ้าคลอเคลียอย่างรุ่มร้อนราคะ

ฝ่ายผีหญิงท้องแก่ทำร้ายญาณินที่ถอดจิตเข้าไปหว่านล้อม ติณห์ทนไม่ได้ฝากกายหยาบของญาณินไว้กับหมอวรวรรธ  แล้วพุ่งเข้าไปช่วยญาณินที่ถูกผีท้องแก่บีบคอ พระรอดที่คอเขาทำให้ผีท้องแก่ปล่อยมือผละถอยไป และจิตญาณินก็รีบเข้าร่าง

ผีท้องแก่ยังอาละวาดหนัก โกลเด้นฯเข้าไปกล่อมว่าถ้าบอกที่ซ่อนของสุคนธรสให้ก็จะช่วยเอาลูกมาคืนให้ ผีท้องแก่จึงพาไปชี้ให้ดูเซฟเฮาส์ของหมอสมคิด ชี้รถที่เอาร่างตนกับสุคนธรสมา

ระหว่างนั้น เนตรสิตางศุ์กับกรรัมภาเห็นผีนายธรรมยืนถมึงทึงเฝ้าหน้าเซฟเฮาส์อยู่ ไตรรัตน์มุ่งแต่จะหาสุคนธรส เดินดุ่มๆเข้าไป บอกเพื่อนๆอย่างมั่นใจว่า “คนดี พระย่อมคุ้มครอง”

บรรดาเพื่อนๆพากันเกาะหลังต่อๆกันเดินตามไตรรัตน์ที่ชูพระรอดนำหน้าเข้าไป ผีนายธรรมถอยหนีจนร่างเลือนหายไป

หมอผีสมคิดกำลังกระสันกับการยั่วยวนของสุคนธรส พลันก็สลัดลุกพรวดขึ้นคำรามอย่างแค้นใจ

“พวกมัน...หน็อย! ไอ้พวกแมลงหวี่แมลงวัน สร้างความรำคาญไม่รู้จักจบสิ้น วันนี้พวกแกไม่ได้ตายดีแน่” หันไปตะคอกสุคนธรสที่ยังตามนัวเนีย “หยุด ไปนั่งตรงนั้น” แล้วสั่งไอ้หาญกับไอ้กล้าเฝ้าเธอไว้ให้ดี ตัวเองรีบเดินออกไปที่เฉลียงเร่งบริกรรมคาถา ดังขึ้น...ดังขึ้น

ผีนายธรรมที่ซีดจางหายไปถูกปลุกให้มีพลังขึ้นมาอีกครั้ง มันลุกขึ้นร้องอย่างเจ็บปวดทรมาน

“โอ๊ย...หยุดสวด...ได้โปรด หยุด...” มันหันไปทางพวกที่บุกเข้ามา “ไอ้พวกบุกรุก แกทำให้ข้าต้องถูกทรมานอีกแล้ว พวกแก...พวกแกต้องตาย!!!” พลันผีนายธรรมก็หายวูบไปที่ระเบียง พยายามเข้าขัดขวางทำร้ายไตรรัตน์

แม้พระรอดที่คอไตรรัตน์จะปกป้องคุ้มครองเขา แต่ผีนายธรรมก็ยื่นมือฝ่าพลังสีทองของพระรอดเข้าไปจนแขนไหม้ กระชากตัวไตรรัตน์เหวี่ยงไปกระแทกพวกที่เดินตามมาจนล้มทับกันเป็นทอดๆ

หมอผีสมคิดบริกรรมคาถา สั่งผีนายธรรม “ฆ่ามัน...ๆๆ” ผีนายธรรมพุ่งเข้าทำร้าย แต่ถูกญาณินดึงมีดหมออาคมจากย่ามของสุคนธรสออกไปขวาง กล่อมผีนายธรรมว่าอย่าสร้างเวรสร้างกรรมอีกเลย ผีนายธรรมบอกว่าถ้าตนไม่ทำก็ต้องถูกทรมาน “ทางเดียวที่ฉันจะรอด คือกำจัดพวกแกทุกคน!!”

“ยังมีทางอื่นอีก คุณต้องสู้กับหมอสมคิด อย่าให้อาคมดำของมันมีอำนาจเหนือคุณได้” ญาณินหว่านล้อม

กรรณาบอกให้ตั้งจิตระลึกถึงพระพุทธคุณ แล้วพวกตนจะช่วยแผ่กุศลให้

“คุณต้องปลดปล่อยตัวเอง ไม่มีอะไรจะกักขังวิญญาณคุณไว้ได้ ถ้าคุณไม่ยอมแพ้” กรรัมภาชี้ทางออกให้อีกคน

ผีนายธรรมพยายามต้านอำนาจของหมอผีสมคิด แต่ต้านไม่อยู่ มันพุ่งเข้าใส่ญาณินจนมีดหมอหล่น แต่ถูกกรรณา เนตรสิตางศุ์และกรรัมภาเข้าขวาง พนมมือสวดแผ่เมตตาให้ผีนายธรรมจนมันถอยไป ไตรรัตน์อาศัยช่วงเวลานั้น คว้ามีดหมอวิ่งเข้าไปข้างในทันที ณัฐเดช

วิ่งตามเข้าไปด้วย

แต่ณัฐเดชถูกผีนายธรรมที่หมอผีสมคิดปลุกขึ้นมาใหม่ คว้าเหวี่ยงไปกระแทกเสาหิน เนตรสิตางศุ์ตกใจร้องสุดเสียง

“พี่ณัฐ! อย่าทำอะไรพี่ณัฐนะ!!”

ooooooo

ระหว่างนั้นสุคนธรสรู้สึกตัวขึ้นมา เธอมองไปรอบๆ เห็นไอ้หาญกลับไอ้กล้าจ้องตาเป๋งอยู่ เธอพยายามอ่อย แต่มันเตือนกันว่า นั่นคือเด็กของอาจารย์ เลยได้แต่มองตาเป็นมัน กลืนน้ำลายเอื๊อกๆ

เมื่ออ่อยแล้วมันสองคนไม่กล้าเข้ามา สุคนธรสจึงเดินไปหามันเอง แทรกตรงกลางจับมือมันคนละข้างมาโอบเอวโอบไหล่ตนนัวเนีย พอมันเคลิ้ม ก็จับหัวมันโขกใส่กันร่วงไปทั้งคู่ เธอเตะซ้ำจนมันน็อกคาที่ พูดเยาะก่อนเดินไปว่า

“ฮึ่ย...หยะแหยง...คิดว่าอาคมกระจอกๆของหมอสมคิดจะทำอะไรฉันได้เหรอ ดูถูกกันเกินไปแล้ว”

ณัฐเดชยังถูกผีนายธรรมเล่นงานไม่หยุด พวกสาวๆ จึงช่วยกันสวดแผ่เมตตา หนุ่มๆก็ประสานเสียงพร้อมกันว่า

“จงเป็นสุขๆเถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกัน และกันเลย” และ “จงเป็นสุขๆเถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย” เมื่อสาวๆสวดแผ่เมตตาเสร็จ ทั้งหมดก็พูดพร้อมกันว่า

“จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นนี้เทอญฯ”

ระหว่างนั้น ผีนายธรรมหอบฮั่กๆ ตัวสลับสี เดี๋ยวแดง เดี๋ยวน้ำเงิน หอบถี่ขึ้นทุกทีจนเหมือนหายใจไม่ทัน...

ooooooo

ขณะที่หมอผีสมคิดบริกรรมคาถาอยู่อย่างเร่งรีบ พลันก็ชะงักเมื่อไตรรัตน์ถือมีดหมอวิ่งพรวดเข้ามากระโดดแทงทันที พลางปากก็ร้องถามว่าเอาสุคนธรสไปไว้ไหน

หมอผีสมคิดหลบมีดหมอได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ซ้ำยังต่อยไตรรัตน์คืนไปหลายที จนสุดท้ายไตรรัตน์ถูกถีบกระเด็นไป หมอผีเดินตามไปคำราม

“แก...ไอ้ไตรรัตน์ แกกล้ามากที่ลองดีกับฉัน อยากจะเจอนังสุคนธรสใช่ไหม ได้...แกได้เจอแน่ แต่แกจะยังมีสติจำกันได้รึเปล่า” ว่าแล้วก็ท่องอาคมใส่ไตรรัตน์จนเขามึนงง หงายตึง พลันก็เห็นภาพหลอนเป็นเสี่ยจำเริญกับเจ๊หญิงเข้ามาหา

ที่แท้หมอผีเอาผีมาหลอนไตรรัตน์ให้เห็นเป็นเสี่ยจำเริญกับเจ๊หญิง เขาถูกผีรุมทำร้าย แต่เขาคิดว่าเป็นป๊ากับม้าจึงไม่กล้าตอบโต้ได้แต่ปัดป้องร้องขอ หมอผีหัวเราะสะใจที่เห็นไตรรัตน์ดิ้นรนโวยวาย ล้มเอง กระเด็นเองอยู่คนเดียว

ขณะหมอผีสมคิดหัวเราะสะใจกับอาการของไตรรัตน์นั่นเอง สุคนธรสก็โผล่เข้ามากระโดดถีบจนมันคะมำ แล้วจะวิ่งเข้าไปหาไตรรัตน์ แต่ถูกไอ้หาญกับไอ้กล้าวิ่งเข้ามาไล่ยิง จนทั้งสองต้องวิ่งหนีเอาตัวรอดกันไปคนละทาง

“ตามไปฆ่าพวกมันให้หมด” หมอผีสมคิดตะโกนสั่ง ไอ้หาญกับไอ้กล้าจึงแยกกันวิ่งไล่ล่าทั้งสองไป

ระหว่างนั้น หมอผีสมคิดก็บริกรรมคาถา สั่งไอ้หาญกับ ไอ้กล้าว่าไม่ต้องตามอีก เพราะทั้งสองคนจะออกไปไหนไม่ได้แล้ว เพราะถูกกำแพงสวนสนหนาทึบกั้นล้อมไว้

“คาถาชูชกหลงเขาวงกต...” สุคนธรสรู้ทัน “ต้องใช่แน่ๆ หลวงลุงเคยพูดให้ฟังว่ามันเป็นอาคมชั้นสูง

น้อยคนนักที่จะใช้อาคมนี้ได้สำเร็จ”

ไตรรัตน์ถามอย่างกังวลว่าแล้วหลวงลุงบอกไหมว่าต้องแก้อย่างไร สุคนธรสบอกว่าไม่เคยมีใครหลุดออกไปได้เลย

ไม่เพียงเท่านั้น หมอผียังใช้อาคมพรางตา

ไม่ให้ทั้งสองเห็นกันด้วย ได้แต่ตะโกนคุยกัน ไตรรัตน์ตะโกนบอกว่า

“มันต้องมีทางออกสิ มันอาจจะมีเคล็ดลับบางอย่างที่เราต้องแก้ไข แล้วมันจะนำเราไปสู่ทางออก...ผมจะต้องหาให้เจอ” แล้วเขาก็วิ่งหาทางออก แต่วิ่งไปวิ่งมาก็วนกลับมาที่เดิม

“ไม่ๆๆ เราต้องไม่หลงกลกับภาพลวงตาของเขาวงกตตรงหน้า เราต้องคิด มันต้องมีวิธีที่จะออกจากที่นี่ได้...กลิ่น...ใช่...ต้องมีกลิ่นที่นำพาฉันออกไปจากเขาวงกตนี้ได้” เธอตะโกนบอกไตรรัตน์อย่างตื่นเต้น

เมื่อหลับตาใช้เซ้นส์ของตัวเองดมกลิ่น ครู่เดียวเธอลืมตาชี้ไปทางหนึ่งแล้วเดินตามกลิ่นไป เดินวนไปวนมาจนถึงปลายทาง เธอถึงกับผงะเมื่อเจอหมอผีสมคิดยืนรออยู่ที่ปลายทาง!

“ตามกลิ่นฉันมาถึงนี่เลยนะแม่หมอ หึๆๆๆ” หมอผีสมคิดหัวเราะเยาะหยัน

ooooooo

พวกญาณินยังคงพนมมือสวดแผ่ส่วนกุศลให้ผีนายธรรม จนสุดท้ายมันปล่อยญัฐเดชร่วงลงไปกองกับพื้น ส่วนตัวมันเองยืนเกร็ง มือกำ ตัวสั่น ส่งเสียงฟืดฟาดๆคำรามตลอดเวลา

ญาณินให้สัญญาว่า ทันทีที่ไปช่วยสุคนธรสได้ เราจะทำพิธีปลดปล่อยวิญญาณของเขาให้พ้นบ่วงพันธนาการนี้และไปสู่สุคติ

“ไป...รีบไปหาไตรรัตน์กับคุณรสเถอะ” ติณห์เร่ง ทุกคนจึงพากันวิ่งไป

ผีนายธรรมมองตามยิ้มอย่างมีเลศนัย...

ฝ่ายไอ้กล้ากับไอ้หาญ พอได้สติขึ้นมาก็ชวนกันไปช่วยอาจารย์ แต่พอมันขยับก็ถูกผีสาวท้องกลมมาเผชิญหน้า

“พวกแกฆ่าลูกฉัน พวกแกต้องชดใช้” ผีตายท้องกลมแยกเขี้ยวคำรามใส่ มันสองคนวิ่งหนีกันกระเจิงพอนึกได้ว่าหนีผิดทาง มันก็พากันหันวิ่งไปหาหมอผีสมคิด

ไอ้กล้าวิ่งเตลิดไป ถูกผีตายท้องกลมมายืนตาโปนจ้องดัก มันร้องจ๊ากหมดสติไป

ส่วนไอ้หาญวิ่งไปไม่นานก็ถูกพรายดำตามหลอน และถูกผีตายท้องกลมตามมาจับหัวจนหน้าหงาย มันร้องได้อ๊ากกก...เดียวก็หมดสติทั้งยืน

ooooooo

สุคนธรสเจอหมอผีมาดักถึงกับยืนจังงัง หมอผีเดินเข้าหาอย่างคุกคาม ถามว่า คิดว่าตนจะปล่อยให้เธอหนีไปหรือ

ทันใดนั้น สุคนธรสท่องคาถาพริบตาเดียวร่างเธอก็แยกออกเป็นสิบๆร่าง หมอผีสมคิดพึมพำ

“คาถาพรหมพันหน้า หึๆ ฝีมือไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ” ว่าแล้วหมอผีก็ท่องคาถาชูมือขึ้น พริบตาเดียวอีกาตัวหนึ่งก็มาบินวนเหนือสุคนธรสทั้งหมดที่ยืนสลอนอยู่ ในที่สุดอีกาก็หาตัวจริงของเธอเจอ มันตรงเข้าจิกอย่างแรง ทำให้สุคนธรสล้มลง อาคมหมดฤทธิ์ไปทันที
ไตรรัตน์ได้ยินเสียงอีกาก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับสุคนธรส หมอผีสมคิดบอกว่าหมดเวลาเล่นสนุกแล้วต่อไปนี้คือของจริง พลันก็กางมือขึ้นฟ้า พริบตาเดียวท้องฟ้าก็มืดทะมึนเพราะกาจำนวนนับไม่ถ้วนบินมาเต็มท้องฟ้า

สถานการณ์คับขันเช่นนี้ สุคนธรสรู้ว่าขืนสู้ก็ไม่รอดแน่ ตัดสินใจโกยแน่บ กาทั้งฝูงก็ยังบินตามไล่จิกสุดฤทธิ์

ด้วยความเป็นห่วงสุคนธรส ไตรรัตน์คว้าพระรอดที่คอขึ้นพนม ตั้งจิตอธิษฐาน

“ข้าพเจ้าขอน้อมกระแสพระพุทธเจ้า พระพุทธศาสนา พระพุทธคุณ อำนาจ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้โปรดช่วยคุ้มครองคุณรสให้ปลอดภัยด้วยเถอะ ช่วยคุณรสด้วย...”

แต่ทุกอย่างยังหยุดนิ่ง เขาพนมมือภาวนา...

“อย่าปล่อยให้คนดีๆอย่างคุณรสมีอันเป็นไป ให้ผมตายแทนเสียยังดีกว่า...ได้โปรด ผมไม่เคยเชื่อ ไม่เคยศรัทธาในพุทธศาสนา ไม่เคยคิดจะบวช...เมตตาคนบาปอย่างผม ด้วยการปกป้องคุณรส...ผมขอแค่นี้”

ทุกอย่างยังสงบนิ่ง ไตรรัตน์แทบจะสิ้นหวัง อ้อนวอน “ผมขอแค่คุณรสปลอดภัย...แค่นี้จริงๆ”

ทันใดนั้น พระรอดเปล่งประกายเกิดลำแสงสีขาวนวลส่องสว่างเป็นทางจากองค์พระพุ่งไปที่แนวต้นสน ทำให้ภาพลวงตานั้นเลือนหายไป เปิดทางให้ไตรรัตน์เห็นสุคนธรสกำลังล้มและถูกฝูงการุมจิกทึ้ง

“คุณรส!!!” ไตรรัตน์พุ่งเข้าคว้าตัวเธอดึงไปสุดแรงทำให้พ้นจากปากฝูงกาที่รุมจิกทึ้ง เขากอดเธอไว้แนบแน่นอย่างปกป้องด้วยชีวิต กระซิบบอก “คุณปลอดภัยแล้วคุณรส...ขอบคุณพระพุทธคุณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ขอบคุณจริงๆ”

“ไปจิกกินมัน อย่าให้เหลือแม้แต่กระดูก” หมอผีสมคิดสั่งฝูงกา

“รีบหนีเถอะคุณ...เร็ว!!”

ทั้งสองจูงมือกันวิ่งหนีสุดฝีเท้า...

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น พวกญาณินที่อยู่ภายนอกแนวสน ต่างปรึกษากันว่า สวนสนกว้างใหญ่ขนาดนี้จะหาเจอได้อย่างไร

ทันใดนั้น ทุกคนดีใจสุดขีดเมื่อเห็นสุคนธรสกับไตรรัตน์วิ่งออกมา ต่างเข้าไปแสดงความยินดี สุคนธรสบอกว่าไม่ต้องสนใจตนให้ทุกคนรีบหนีไปก่อน

ไม่ทันสิ้นเสียงสุคนธรส ฝูงกาก็บินมามืดฟ้ามัวดิน ตรงเข้าโจมตีทั้งกลุ่มอย่างบ้าคลั่ง ทุกคนถูกจิกกันเลือดสาด

“หึๆ พวกแกไม่มีวันรอดกลับไปได้ ไอ้พวก

ซิกซ์เซ้นส์” หมอผีเดินมาหัวเราะเยาะ

มีกาหลายตัวบินเข้ามาจิกย่ามของสุคนธรสที่ญาณินสะพายอยู่แล้วมันก็พากันบินหนี ญาณินฉุกคิดได้ โยนย่ามให้สุคนธรสบอกว่าของในนี้ปราบพวกมันได้

สุคนธรสรับย่าม หยิบเขี้ยวเสือไฟออกมาโยนให้เพื่อน ทุกคนรับแล้วชูขึ้นร้องพร้อมกัน

“เขี้ยวเสือไฟ!!”

ในที่สุด เขี้ยวเสือไฟก็ทำลายกาทั้งฝูงกลายเป็นละอองฝุ่นสลายไปในอากาศ

“อาคมพวกมันแก่กล้ามาก ฝากไว้ก่อน!!” หมอผีสมคิดหันหลังวิ่งหนีไปทันที

ไตรรัตน์เห็นดังนั้นวิ่งตามไป แต่พอไล่ตามและเข้าต่อสู้กัน กลายเป็นเขาต่อสู้กับเคธี่ไป ไตรรัตน์รู้ทันไม่ยอมให้เคธี่เข้าใกล้ เขาถอยพลางภาพในอดีตก็มาเตือนความจำ...ที่เขาถูกเคธี่สวมเขาแอบพาฝรั่งมานอนจนเขาจับได้คาห้อง...

ระหว่างนั้น หมอผีในร่างเคธี่ก็แอบหยิบมีดหมอขึ้นมาจะจ้วงแทงไตรรัตน์ สุคนธรสเห็นเข้าตะโกนบอกเขา ทำให้ไตรรัตน์จับมือที่ถือมีดหมอไว้แน่น บิดมือนั้น

หันไปแทงที่ไหปลาร้าหมอผีสมคิด เขากดมีดฝังลงในไหปลาร้าหมอผีทีละนิด...ทีละนิด

สุคนธรสร้องห้ามกลัวจะเป็นบาป เขาบอกว่า “ไม่ตายหรอก แค่ไหปลาร้าเท่านั้นเอง ไกลหัวใจเยอะ”

กดมีดเข้าไปจนมิดด้ามแล้วกระชากออกมา ถามเยาะ “เป็นไง...มีดหมอหลวงพ่อเดิมของศักดิ์สิทธิ์นะโว้ย” แล้วต่อยเปรี้ยงเข้าที่หน้าอีกทีจนหมอผีหมดสติไป...

สุคนธรสถอนหายใจเฮือกใหญ่กับเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่แทบจะเอาชีวิตไม่รอด...

ooooooo

ตอนที่ 17

เมื่อตำรวจนำตัวเปรมกับเพนนีไปแล้ว ณัฐเดชไปที่นิติเวช เพื่อคุยเรื่องการสรุปคดีกับหมอวรวรรธ

หมอวรวรรธเอาใบตรวจค่าเปรียบเทียบจากหอยเต้าปูนและจากคอนเทคเลนส์ของใบหม่อนมาให้ดู พลางอธิบายว่า ในคอนเทคเลนส์ของใบหม่อนมีพิษของหอยเต้าปูนที่ทำให้สายตาพร่ามัว เป็นอัมพาตเฉียบพลัน ระบบหายใจล้มเหลวและตายในที่สุด

นอกจากนี้ยังพบรอยนิ้วมือของหมอรุทธ์บนมีดที่ใช้ทำร้ายร่างกายเนตรสิตางศุ์ด้วย ณัฐเดชจ้องหน้าหมอวรวรรธอย่างเอาเรื่อง หาว่าหมอพาน้องสาวตนมาเสี่ยง ตายกับหมอโรคจิต ตะคอกถาม “นี่เหรอ ที่มึงรักกัน!!”

“กรุณาฟังผมบ้าง...พี่ต้องยอมรับความจริงว่า หลายๆครั้ง ถ้าผมไม่ไปด้วย เนตรก็จะไปเองคนเดียว พี่คงไม่รู้ว่าเนตรปลอมตัวเข้าไปเป็นทีมงานที่โรงละคร เพื่อหาตัวฆาตกร เพื่อช่วยใบหม่อนไปสู่สุคติให้ได้ แล้วที่เราได้ความคืบหน้าในคดีอย่างนี้ ก็เพราะฝีมือของเนตรกับซิกซ์เซ้นส์ของเขากับเพื่อนๆ”

ณัฐเดชนิ่งไป ย้อนถามว่าแปลว่าตนเป็นคนผิดหรือ หมอติงว่าไม่ต้องคิดว่าใครผิดใครถูกได้ไหม ย้ำว่า

“พี่น่าจะรู้นิสัยน้องพี่ ว่าเขาเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรเลย ไม่กลัวอะไรเลย ทุกคนคิดว่าเขาอ่อนแอ บอบ บางน่าทะนุถนอมน่ะ คิดผิด เนตรเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง กล้าหาญ คิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง คิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ผู้หญิงแบบนี้ใครไม่รักก็บ้าแล้วพี่”

ณัฐเดชฟังแล้วมองหน้าหมอวรวรรธอึ้ง พูดไม่ออก

เมื่อได้หลักฐานเช่นนี้ ณัฐเดชให้ตำรวจนำหมายศาลไปค้นและจับตัวหมอรุทธ์ที่คลินิก ปรากฏว่าวันนี้หมอรุทธ์ไม่เข้า เมื่อณัฐเดชได้รับรายงานจากตำรวจที่ไปตรวจค้นที่คลินิกว่าหมอรุทธ์อยู่ที่พัทยา เขาบอกเหมาะเลย ตนกับหมอวรวรรธกำลังอยู่เมืองชลพอดี

ooooooo

ติณห์ถูกเปรมยิงถากที่หัวไหล่ มาพักรักษาตัวที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ โดยมีญาณินคอยดูแล เขาอ้อนญาณินขอแต่งงาน  เธอไม่ตกลง เขาเลยดึงตัวไปนั่งตัก กอดหอมจนเธอตกใจร้องห้าม กลัวใครมาเห็นเข้า

ไตรรัตน์กับสุคนธรสมาเยี่ยม เปิดประตูเข้ามาเห็นพอดี ทั้งสองทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ สุคนธรสบอกว่าตนเอาน้ำมนต์จากเก้าวัดมาให้ญาณินอาบ เอามาเผื่อติณห์ด้วย แล้วเล่าให้ฟังว่า

“เจ๊...มีความคืบหน้าแจ้งให้ทราบ...พี่ณัฐกำลังจะไปจับไอ้หมอรุทธ์ รับรองว่ามันไม่รอดแน่ เรากำลังจะปิดภารกิจอีกอันได้แล้ว” สองสาวยกมือแปะแสดงความยินดีกัน สองหนุ่มมองแล้วยิ้มให้กัน

ขณะลาภกำลังเตรียมอาหารให้หมอรุทธ์ ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งจากทางคลินิกเรื่องตำรวจนำหมายค้นหมายจับหมอรุทธ์มาที่คลินิก และเวลานี้พวกตำรวจกำลังไปที่บ้านหมอรุทธ์ที่พัทยา ลาภตอบเรียบๆ ว่า “ผมจะบอกหมอรุทธ์ให้”

หลังจากนั้นก็มีคนลึกลับเข้าไปในห้องใต้ดิน  ตรงไปที่ตู้เลี้ยงสัตว์ทะเลมีพิษ กระชับถุงมือ เป้าหมายอยู่ที่งูทะเลปล้องดำ

เมื่อลาภทำอาหารเสร็จยกไปตั้งโต๊ะ ยืนคอยรับใช้หมอรุทธ์ที่เพิ่งลงมา ลาภจับตาดูหมอรุทธ์ทานอาหารลุ้นๆ

ครู่หนึ่งมีเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น หมอรุทธ์สั่งลาภว่า “ฉันไม่รับแขก” ลาภรับปากแล้วเดินออกไปครู่เดียว ก็พาณัฐเดชกับหมอวรวรรธเข้ามา หมอรุทธ์มองลาภอย่างตำหนิที่ขัดคำสั่ง นั่งทานอาหารจนเสร็จจึงถามผู้มาเยือนว่ามีธุระอะไร

หมอวรวรรธเปิดแฟ้ม กางภาพมีดเล่มที่คนร้ายเคยจะทำร้ายเนตรสิตางศุ์ให้ดู บอกว่าพบมีดเล่มนี้อยู่ที่ โรงละคร หมอรุทธ์ทำหน้านิ่งถามว่า “แล้วยังไง?”

ณัฐเดชบอกว่ามีคนพยายามฆ่าน้องสาวตนด้วยมีดเล่มนี้ และเราพบรอยนิ้วมือของหมออยู่บนมีดเล่มนี้ แจ้งข้อหาว่า “คุณเป็นผู้ต้องหาพยายามฆ่าน้องสาวผม”

หมอรุทธ์ปฏิเสธว่าตนไม่รู้เรื่อง ณัฐเดชจึงถามเรื่องพบพิษในหอยเต้าปูนที่คอนแทกต์เลนส์ของใบหม่อน เมื่อหมอปฏิเสธอีก ณัฐเดชจึงพูดเรื่องที่หมอเลี้ยงสัตว์ทะเลมีพิษไว้ที่ห้องใต้ดิน คราวนี้หมอรุทธ์โวยวายว่าตนเลี้ยงไว้จริง แต่ไม่เคยรีดพิษมันมาฆ่าใคร พลันก็ฉุกคิดอะไรได้ ลุกขึ้นแต่ยืนไม่ติด ชี้หน้าณัฐเดชก็มือสั่นริกๆ อ้าปากจะพูดก็พูดไม่ได้ หมอจับคอตัวเองตาเหลือกมองที่จานอาหาร

พริบตาเดียวหมอรุทธ์ก็ล้มทั้งยืน  มือปัดจานอาหาร ตกแตกกระจาย หมอวรวรรธและลาภรีบเข้าประคองถามว่าเป็นอะไร หมอวรวรรธบีบกรามหมอรุทธ์ให้อ้าปาก ส่องดูในปาก

“ไม่มีรอยไหม้ กินพิษเข้าไป เขาหายใจไม่ออก นี่นาย...ไข่...นายเก็บไข่ไก่ไว้ที่ไหน ไปเอามาเร็ว เอามาให้หมด”

หมอวรวรรธสั่งลาภไปเอาไข่ไก่มา เพื่อกรอกไข่ขาว ให้หมอรุทธ์อาเจียนพลางบอกณัฐเดชให้โทร.เรียกพยาบาล

หมอรุทธ์ยังไม่หมดสติ เห็นลาภกำลังเดินไปเอาไข่ ที่ห้องครัว เขาชี้มือสั่นริกๆพยายามพูด “มัน...มัน...” แต่พูดไม่ออก ลาภหันมองหมอรุทธ์ยิ้มสมใจก่อนเดินเข้าไปในครัว

ที่แท้ ลาภแอบรีดพิษใส่อาหารที่ทำให้หมอรุทธ์ ก่อนยกไปตั้งโต๊ะ!

ooooooo

เนตรสิตางศุ์ กรรัมภา กรรณา และก๊องได้ข่าวหมอรุทธ์พากันมาเยี่ยม ปรากฏว่าเนตรสิตางศุ์ลืมหยิบแว่นมา เธอไม่กล้าลืมตากลัวเห็นสารพัดวิญญาณในโรงพยาบาล จึงเดินคลำกำแพงตามเพื่อนไป

เพื่อนๆย้อนกลับมารับ เธอบอกให้ไปกันก่อนก็ ไม่มีใครยอมไป ก๊องฉุกคิดได้เอารถเข็นมาให้นั่ง

เนตรสิตางศุ์จึงนั่งหลับตาไปบนรถเข็น

ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ปาณัทมาพบณัฐเดชและหมอวรวรรธ เขาบอกทั้งสองว่า

“ผมไม่แปลกใจเลยถ้าหมอรุทธ์เป็นคนทำร้ายคุณเนตรและฆ่าใบหม่อน ที่จริงผมสงสัยเขาตั้งแต่แรกแล้ว หมอรุทธ์ชอบใบหม่อน แต่เธอเลือกผม เขาโกรธเธอมาก เขาพยายามทำให้เธอสวยที่สุดในจักรวาล”

“แต่คุณก็ยังคบเขา” หมอวรวรรธติง ระหว่างนั้นไม่มีใครสังเกตว่าลาภแอบฟังอยู่ตลอดเวลา

ปาณัทชี้แจงว่าเพราะหมอรุทธ์เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่จำเป็นที่ตนต้องพึ่ง ด่าหมอรุทธ์ว่าไอ้ฆาตกร ถูกณัฐเดชติงว่าหมอรุทธ์ยังเป็นแค่ผู้ต้องสงสัยเท่านั้น

ระหว่างนั้นพวกเนตรสิตางศุ์มาถึง ทั้งหมดหยุดคุยกันอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน วาโยร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ข้างลาภ เธอเห็นวาโยชี้ไปที่ลาภ ปากขมุบขมิบ “มันฆ่าเขา! มันฆ่าเขา!!” เนตรสิตางศุ์พยายามอ่านปากวาโย รู้แค่ว่าเธอพูดว่า “ฆ่า...”

ลาภกับเนตรสิตางศุ์ต่างมองกันอย่างไม่ไว้ใจ

ครู่หนึ่งลาภหันหลังเดินออกไป จนกระทั่งเพื่อนๆจะออกไปซื้ออาหารมากินกัน แต่ต่างก็ขอเข้าห้องน้ำก่อน

เนตรสิตางศุ์จึงรออยู่หน้าห้องน้ำ เธอถูกลาภมาเข็นรถลักพาตัวไป

เพื่อนๆออกจากห้องน้ำ ปรากฏว่าเนตรสิตางศุ์หายไปแล้ว ทุกคนตกใจรีบบอกณัฐเดช เขาร้อนใจมากวิ่งตามหาก็ไม่เห็น ขอดูกล้องวงจรปิดจากโรงพยาบาลจึงเห็นลาภเข็นรถเนตรสิตางศุ์ไปจากหน้าห้องน้ำ

ลาภพาเนตรสิตางศุ์ไปที่มุมหนึ่งของโรงพยาบาลแล้วฉีดยาสลบจนเธอหมดสติ จากนั้นมันพาไปขึ้นรถหมอรุทธ์ ระหว่างนั้น  ณัฐเดชโทร.เข้ามือถือเธอ พอลาภเห็นก็เอาโทรศัพท์โยนทิ้งไปนอกรถ

เนตรสิตางศุ์อยู่ในสภาพสะลึมสะลือตาลอยเพราะเมายานอนหลับ ลาภพูดอะไรเธอก็พูดตาม เขาให้ทำอะไรเธอก็ทำตามเหมือนหุ่นยนต์

ณัฐเดชโทร.ขอกำลังตำรวจดักสกัด แต่ยังไม่เจอ เขาเชื่อว่ามันยังอยู่ในพัทยา คำรามอย่างแค้นใจ

“ไอ้ลาภ ถ้าแกแตะต้องน้องสาวฉันแม้แต่ปลายเล็บ แกตายแน่!”

ติณห์ ญาณิน ไตรรัตน์ และสุคนธรส กำลังบึ่งรถบ่ายหน้าไปพัทยาด้วยความเป็นห่วงเนตรสิตางศุ์

ooooooo

ลาภพาเนตรสิตางศุ์ไปที่โรงละคร มันจับเธอไปมัดไว้บนเวที เมื่อเธอฟื้น พยายามร้องขอความช่วยเหลือ

ทันใดนั้นใบหม่อนปรากฏตัวขึ้น เธอรีบบอก

“ใบหม่อนช่วยเนตรด้วยค่ะ ลาภคนขับรถของหมอรุทธ์เขาจะฆ่าเนตร”

ใบหม่อนพยายามจะแก้เชือกท่ีมัดเธอ แต่ทำไม่ได้ บอกว่า

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันช่วยเธอไม่ได้ ฉันไม่มีแรงไม่มีพลังอะไรแล้ว”

ทันใดนั้น ลาภเดินปรบมือมาจากความมืด ชมว่านี่เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมมาก แต่น่าเสียดายที่ไม่มีคนดู เนตรสิตางศุ์อ้อนวอนลาภอย่าทำอะไรตนเลย ถูกลาภเยาะเย้ยว่า

“ตอนที่ฉันห้ามเธอไม่ให้ยุ่งเรื่องใบหม่อน เธอกลับไม่ฟัง แต่เธอจะมาขอร้องฉันตอนนี้เนี่ยนะ”

เนตรสิตางศุ์สะดุดใจ เธอนึกรู้ทันทีว่าที่แท้ลาภนี่เองที่เขียนจดหมายขู่เธอ มันยังเปิดเผยตัวอย่างสะใจถึงเรื่องต่างๆที่มันเคยทำ ทั้งการพยายามฆ่าน้องออนซ์ และการไล่ฆ่าเธอจนหมอวรวรรธมาช่วยไว้ทัน

“คุณลาภ ทุกอย่างเป็นฝีมือคุณหมด...ทั้งจดหมายขู่ พยายามฆ่าคุณออนซ์...พยายามฆ่าฉัน แล้วก็ฆ่าคุณ

ใบหม่อนด้วย!”

ลาภหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง บอกว่า “ไอ้หมอรุทธ์น่ะมันไม่มีความเก่งกาจอะไรหรอก นอกจากเจ้าชู้ไปวันๆ เทียบอะไรกับฉันไม่ได้”

ลาภเดินไปข้างเวทีหยิบถังน้ำมันออกมาเดินราดไปรอบเวที ใบหม่อนกับเนตรสิตางศุ์ตกใจ ใบหม่อนร้องถาม

“แกจะทำอะไรกับโรงละครฉัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ใบหม่อนพยายามดึงแขนลาภแต่มือทะลุวืดคว้าไม่ได้

“คุณลาภ...อย่าทำแบบนี้เลย มันไม่ดีหรอก มีแต่จะเพิ่มเวรกรรมให้ตัวเองนะ” เนตรสิตางศุ์ใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

“เวรกรรมแบบที่ยัยใบหม่อนมันชดใช้อยู่ตอนนี้ใช่ไหม ฮ่าๆๆ ไปเกิดที่ไหนก็ไม่ได้ ติดแหง็กอยู่แต่ที่นี่ เธอก็เหมือนกัน น่ารำคาญที่พูดถึงแต่คนตายไปแล้วอยู่ได้ ตอนเธอพูดถึงใบหม่อน ฉันยังพอทำใจได้ แต่นี่เธอยังจะพูดถึงคุณวาโยอีก คุณวาโยเธอสูงส่งเกินกว่าที่ใครจะเอามาพูดกันเล่นๆ ฉันทนไม่ได้!”

“ใครคือวาโย?” ใบหม่อนถามขึ้น

ลาภฉุกคิดขึ้นได้ หันไปตะคอกถามเนตรสิตางศุ์ว่า

“ทำไมเธอถึงรู้จักคุณวาโย ไอ้หมอรุทธ์ไม่บอกเธอแน่ๆ เพราะมันไม่เคยให้เกียรติคุณวาโยเลย มันไม่อยากให้ใครรู้ด้วยซ้ำว่า มันมีเมีย”

ใบหม่อนฟังแค่นี้ก็เดาได้ว่าใครคือวาโย แต่เนตรสิตางศุ์ก็ยังไม่ตอบ ลาภปราดเข้าไปบีบปากเธอ ยื่นหน้าเข้าไปตะคอก

“ฉันถามว่าทำไมถึงรู้จักคุณวาโย!”

ooooooo

เนตรสิตางศุ์ตกใจบอกว่าตนเห็นวาโย ลาภหัวเราะเยาะถามว่าคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงเอาวาโยมาพูดเล่น ประกาศว่า

“คุณวาโยเป็นนางฟ้าของฉัน ใครหน้าไหนก็แตะต้องเธอไม่ได้ทั้งนั้น”

ใบหม่อนบอกเนตรสิตางศุ์ว่าลาภต้องรักวาโยแน่ๆ เนตรสิตางศุ์จึงถามว่า “คุณลาภรักคุณโยเหรอ”

“คำว่ารักยังน้อยเกินไป คุณวาโยเป็นชีวิตของฉัน ฉันเฝ้าขอบคุณพ่อทุกวันที่ทิ้งฉันกับแม่ไป แม่ฉันถึง        ต้องไปทำงานที่บ้านคุณวาโย เราได้พบกัน คุณวาโย       เธอดีกับฉันมาก...ดีกว่าแม่ฉันเสียอีก...”

ลาภเล่าถึงเรื่องในอดีตอย่างด่ำลึกฝังใจว่า “ตั้งแต่เรายังเล็ก จนโตมาด้วยกัน คุณวาโยเป็นคนเดียวที่ทำให้โลกนี้น่าอยู่สำหรับฉัน ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะปกป้องคุณวาโย เหมือนอย่างที่เธอปกป้องฉันตลอดมา”

ลาภเล่าอย่างภูมิใจที่เขาได้ปกป้องเธอจากความคะนองของวัยรุ่นที่ตามแซวกระทั่งคุกคาม จนพวกมันแตกหนีกันกระเจิง แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บ เมื่อกลับถึงบ้าน วาโยทำแผลให้เขา เธอพูดอย่างภูมิใจว่า

“ต่อไปนี้นะ ถ้าใครมาว่าลาภว่าใจเสาะอีกละก็ โยจะเถียงกลับใจขาดเลย”

เล่าถึงตอนนี้แล้ว ลาภหลับตาพริ้มยกมือแตะที่แผลเป็นหว่างคิ้ว พร่ำพึมพำ

“คุณวาโยครับ ผมรักคุณ ผมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ แล้วสักวันเราจะได้รักกัน” พลันเสียงก็กลับเกรี้ยวกราดเคียดแค้นขึ้นมา “แต่มันไม่มีวันนั้น เพราะไอ้สารเลวนั่นมันมาแย่งคุณโยไป”

เล่าถึงตอนนี้แล้ว ลาภร้องไห้โฮออกมา คร่ำครวญอย่างเจ็บปวดคลุ้มคลั่งว่า

“มันไม่เคยทำอะไรเพื่อคุณ ทำไมคุณโยถึงรักมัน ทำไมไม่รักผม ทำไมๆๆ”

เนตรสิตางศุ์เห็นอาการคลั่งของลาภ เธอกลัวจนร้องไห้ พอลาภหันมาเห็นก็ตวาดให้หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้ เธอกลัวจนหยุดร้องทันที ลาภยิ้มแต่แววตาแข็งกร้าวชมว่า

“เก่งมากสาวน้อย ถ้าคุณโยหยุดร้องไห้ง่ายเหมือนเธอก็คงจะดี เธอเชื่อไหม คุณโยแต่งงานกับไอ้หมอรุทธ์ได้ไม่นาน ผู้ชายที่แสนดีของคุณโยก็ออกลาย มันไม่ได้รักคุณโยคนเดียว มันพาผู้หญิงเข้ามาในบ้าน  โดยไม่สนใจความรู้สึกของคุณโยเลย”

ลาภยังพร่ำถึงความเจ็บปวดคับแค้นว่า ตนอยากฆ่าหมอรุทธ์แต่เขากลับเป็นคนที่วาโยรัก ถ้าฆ่าหมอรุทธ์วาโยก็ต้องเสียใจ ลาภเล่าถึงการตัดสินใจครั้งนั้นว่า

“แต่ฉันก็รักคุณโยมากเกินกว่าจะปล่อยให้เธอต้องจมอยู่กับความเศร้า เธอร้องไห้ทุกวัน คร่ำครวญว่าจะหาทางออกอย่างไร แต่ในที่สุด ฉันก็ช่วยคุณโยได้”

“คุณลาภฆ่าคุณโยเหรอ”

ลาภเล่าหน้าเครียดว่า เวลาที่วาโยทะเลาะกับหมอรุทธ์เธอจะขับรถออกจากบ้านให้ใจเย็นแล้วจึงกลับ วันสุดท้ายที่เธอทะเลาะกับหมอรุทธ์ เขาตัดสินใจว่า “คุณโย...จะไม่ต้องกลับเข้ามาอยู่ในบ้านของชายใจทรามคนนั้นอีกแล้ว!”

กะว่าวาโยออกจากบ้านไปถึงจุดอันตรายบนท้องถนนแล้ว เขาโทร.เข้ามือถือเธอ พอเธอล้วงมือลงในกระเป๋าถือเพื่อหยิบโทรศัพท์ ก็ถูกงูทะเลปล้องดำที่เขาแอบซ่อนไว้กัดที่ง่ามนิ้ว เธอตกใจกรีดร้องสุดเสียง เป็นจังหวะที่รถสิบล้อพุ่งมาและเกิดอุบัติเหตุ รถถูกสิบล้อชนจนไฟลุกไหม้ เผาทั้งรถและคนจนเหลือแต่ซาก!

เนตรสิตางศุ์ถามว่าแล้วทำไมเขาจึงยังอยู่กับ

หมอรุทธ์อีก ลาภบอกว่าถ้าไม่มีหมอรุทธ์ ตนก็ไม่มีปัญญาเลี้ยงสัตว์ทะเลพวกนั้น หมอรุทธ์เองก็ดีแต่ให้อาหาร แต่ไม่รู้จักใช้พวกมันให้เป็นประโยชน์

ส่วนเรื่องที่เธอถามว่าทำไมหน้าใบหม่อนจึงเหมือนวาโย ลาภหัวเราะหึๆ เล่าว่า ใบหม่อนมาหาหมอรุทธ์หลายครั้งเพื่อทำศัลยกรรม หมอรุทธ์เห็นว่าเค้าโครงหน้าเธอเหมือนวาโย จึงทำศัลยกรรมจนหน้าเธอเหมือนวาโย ซึ่งหมอภูมิใจมากกับผลงานนี้

ลาภเอะใจ ถามเนตรสิตางศุ์ว่าทำไมเธอจึงชอบพูดถึงใบหม่อน หรือใบหม่อนยังไม่ตาย เนตรสิตางศุ์ปดว่าตนแค่พูดเล่น มันยิ้มเหี้ยมพูดอย่างมั่นใจว่า

“ฉันอุตส่าห์เลือกพิษที่ร้ายแรงที่สุดเพื่อจบฉากชีวิตของใบหม่อน ยังไงก็ไม่มีทางรอด”

ใบหม่อนแค้นมาก พุ่งผลักลาภด้วยพลังมหาศาลจนกระเด็นไป ไฟแช็กในมือมันตกไฟลุกพร่ึบ เนตรสิตางศุ์ รีบแก้เชือกที่มัดตนอย่างเร็ว พอจะวิ่งหนีก็ถูกลาภเข้ามาชกท้องจนเธอจุกหมดแรง

ooooooo

ปาณัทตรวจความเรียบร้อยของโรงละคร ดูกล้องวงจรปิดมุมต่างๆจากโทรศัพท์มือถือ เจอภาพลาภ กำลังบีบปากเนตรสิตางศุ์อยู่ที่มุมหนึ่ง เขาโทร.บอกณัฐเดชทันที

ทั้งณัฐเดช หมอวรวรรธ ไตรรัตน์ และตำรวจต่างบึ่งรถบ่ายหน้าไปที่โรงละครราวกับเหาะ เมื่อมาเจอกันปาณัทเอากุญแจสำรองไขเข้าไป บอกทุกคนอย่างตึงเครียดว่า “เขาทำร้ายคุณเนตรแล้วกำลังจะเผาโรงละครด้วย”

กรรณาผงะเพราะได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญของใบหม่อน เธอวิ่งพรวดเข้าไป ไฟกำลังลุกไหม้ผ้าม่านบนเวที ณัฐเดชตกใจมากตะโกนให้กระจายกำลังค้นหาเนตรสิตางศุ์ แต่ติณห์เสนอให้ช่วยกันดับไฟก่อนดีกว่า ทุกคนจึงหันมาช่วยกันดับไฟ ส่วนลาภยืนอยู่หน้าแผงควบคุมไฟ มันพยายามเลื่อนปุ่มไฟ ไฟบนเวทีสว่าง มีเปลวไฟ ควันไฟลอยวน และพวกณัฐเดชกำลังช่วยกันดับไฟชุลมุน

“สวยงามมาก” ลาภหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เป็นจังหวะที่หมอวรวรรธมาเจอ หมอกระชากลาภไปกระแทกตู้ มือเกี่ยวสร้อยพระที่คอลาภขาด ณัฐเดชวิ่งเข้ามาขอจัดการมันเอง ถามว่าเนตรสิตางศุ์อยู่ไหน มันไม่บอก

ใบหม่อนพุ่งทะลุกำแพงเข้ามาบีบคอลาภ คนอื่นไม่รู้แต่ณัฐเดชเห็นอาการของลาภแล้วเดาออก บอกใบหม่อนให้หยุดเพราะถ้าลาภตายเราจะหาเนตรสิตางศุ์ไม่เจอ หลังจากหลายคนช่วยกันเกลี้ยกล่อม ใบหม่อนจึงยอมคลายมือจากคอลาภ แต่พอถามว่าเนตรสิตางศุ์อยู่ไหน ใบหม่อนเองก็ไม่รู้

ที่แท้เนตรสิตางศุ์ถูกเอาไปมัดไว้ห้องใต้เวที มีงูทะเลปล้องดำใส่โถแขวนไว้เหนือหัว ตั้งเวลาปล่อยงูลงมากัดเธอไว้ และนาฬิกาจับเวลากำลังเดินถอยหลังไปทุกที!

เนตรสิตางศุ์รู้ว่าบนเวทีกำลังค้นหาตน เธอพยายามใช้เท้าถีบพื้นให้เกิดเสียงดัง หมอวรวรรธได้ยินร้องบอกเพื่อนๆแล้ววิ่งลงไป เจอโถใส่งูที่แขวนไว้ห้อยลงมา น้ำไหลออกมารดตัวเนตรสิตางศุ์แล้วงูก็หลุดลงมาตรงตัวเธอพอดี

หมอวรวรรธโถมเข้ากอดเธอไว้ทำให้ถูกงูฉกที่หลัง พวกณัฐเดชวิ่งกรูเข้ามา แต่งูก็เลื้อยหนีไปแล้ว

ตำรวจสองคนเห็นลาภวิ่งเข้าไปจะจับ ถูกลาภใช้ศอกกระทุ้งแล้วเตะซ้ำก่อนวิ่งหนีไป มันสะดุดบางอย่างล้มลงหัวฟาดพื้น เลยถูกงูทะเลปล้องดำที่เลื้อยหนีมาฉกเข้าที่คออย่างจัง มันกระตุกเต็มแรง ตาเหลือกตายคาที่

ooooooo

หมอวรวรรธถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที เนตรสิตางศุ์เฝ้าอยู่ตลอดเวลา พร่ำบอกเขาให้ทำใจดีๆไว้ เข้มแข็งเหมือนอย่างที่เขาเคยสอนตน หมอปรือตายิ้มให้เธออย่างอ่อนแรง

การที่หมอเอาชีวิตเข้าปกป้องเนตรสิตางศุ์ ทำให้ทุกคนเห็นถึงความรักที่หมอมีต่อเธอ แม้แต่ณัฐเดชเองก็สะเทือนใจ ยิ่งเมื่อเห็นเนตรสิตางศุ์ร้องไห้เป็นห่วงหมอจนเป็นลม ก็ยิ่งเห็นถึงความรักที่ทั้งสองมีต่อกัน

หมอวรวรรธอาการดีขึ้นแล้ว และเนตรสิตางศุ์ก็ฟื้นจากเป็นลมแล้ว เมื่อพยาบาลเข็นเตียงหมอวรวรรธออกมา เนตรสิตางศุ์โผเข้าไปกอดเขาไว้ด้วยความดีใจ ทุกคนมองอย่างปีติ มีแต่ณัฐเดชที่แม้จะยอมรับความรักของทั้งสองแต่ก็ยังทำใจไม่ได้สนิท จึงได้แต่ยืนมองนิ่งๆ
ก๊องสาระแนไปรู้เบื้องลึกมา เล่าให้ทุกคนฟังอย่างภูมิใจว่า

“โชคดีที่โรงพยาบาลเพิ่งขอเซรุ่มแก้พิษงูทะเลมาจากโรงพยาบาลอื่น เพราะจะเอามาฉีดให้หมอรุทธ์”

“ไอ้วรรธกับหมอรุทธ์ก็เลยรอดด้วยกันทั้งคู่” ณัฐเดชสีหน้าแจ่มใสขึ้น เอามือตบบ่าหมอวรวรรธพูดจริงใจ “ขอบใจ มากที่ช่วยเนตร แล้วก็ขอบใจที่ไม่ทิ้งเนตรไป และนายต้องสัญญาต่อหน้าฉันและเพื่อนๆของเนตรว่า ต่อจากนี้ไปนายจะรักเนตร นายจะไม่ให้ผู้หญิงคนไหนมาทำให้เนตรเสียใจ จะไม่ทำให้เนตรร้องไห้ ตามใจเนตร ดูแลเนตรอย่างดีและจะไม่ทิ้งเนตรไป นายมีโอกาสสัญญาภายในสามวินาที 1...2...”

“สัญญาครับ ผมจะรักเนตรคนเดียวตลอดไป” หมอวรวรรธรีบคว้ามือไปสัญญาแทบไม่ทัน เพื่อนๆพากันเฮดีใจ เนตรเขิน เธอโผเข้ากอดณัฐเดช ขอบคุณพี่ชายน้ำตาคลอ ณัฐเดชกอดน้องสาวไว้ด้วยความรัก

ooooooo

ปาณัทจุดธูปปักในกระถางหน้ารูปใบหม่อน ขอให้วิญญาณเธอไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี หากชาติหน้ามีจริงขอให้เราได้มาเจอกัน รักกันและได้แต่งงานอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า อย่าได้มีวิบากกรรมมาพรากให้ต้องจากกันเร็วเหมือนชาตินี้เลย

หลังจากนั้น เขาได้มอบเช็คเงินสดห้าแสนบาทแก่เนตรสิตางศุ์ เธอติงว่าให้เยอะจัง ปาณัทบอกว่าพวกเธอต้องเสี่ยงชีวิตกันขนาดนี้ ตนก็ต้องให้เท่านี้ ขืนตอบแทนไม่สมควรใบหม่อนอาจโกรธตนได้ เนตรสิตางศุ์ขอบคุณและรับเช็คไว้

ละครเริ่มจะแสดงแล้ว แต่น้องออนซ์ยังร้องเพลงผิดๆเพี้ยนๆแก้ไขไม่ได้สักที ทั้งลูกข่าง แองเจโล่ และมาริโอ้ ต่างบ่นคิดถึงใบหม่อนที่ทำงานอย่างมืออาชีพจนมีแฟนคลับมากมาย

ใบหม่อนตัดสินใจเข้าสิงน้องออนซ์เล่นละครเวทีเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อช่วยน้องออนซ์ เมื่อเข้าสิงร่างน้องออนซ์แล้ว น้ำเสียงและลีลาจึงกลายเป็นใบหม่อน หลายคนเอะใจแต่ก็ไม่ติดใจ ต่างรีบเตรียมการแสดงเพราะได้เวลาแล้ว

ระหว่าง 5 สาวเข้าไปนั่งชมละคร เนตรสิตางศุ์เอาเช็ค 5 แสนออกมาให้เพื่อนๆดู กรรณาดีใจที่บริษัทรอดแล้ว ญาณินติงว่า นี่เป็นค่าจ้างติดต่อกับวิญญาณ ไม่ใช่งานออกแบบที่พวกเราอยากทำ

“โอ๊ย...ไม่ต้องคิดมากหรอกน่าเจ๊ จนป่านนี้แล้ว ยอมรับความจริงเถอะว่าอาชีพหมอผีของเราเนี่ยมันเวิร์กจริงๆ” กรรัมภาขัดขึ้นอย่างอารมณ์ดี

ละครเริ่มแล้ว เป็นฉากแต่งงานของลูกสาวนายหัวใหญ่ของอาณาจักรกลางทะเลแห่งหนึ่ง ฉากที่สวยงามคลอด้วยเสียงเพลงบรรยายวิถีชีวิตแห่งท้องทะเลและงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่

ใบหม่อนในร่างของน้องออนซ์แสดงเป็นเจ้าสาว เธอสวย หวาน แต่เศร้า นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

เนตรสิตางศุ์เห็นเป็นใบหม่อน แต่เพื่อนๆยังเห็นเป็นน้องออนซ์ ครั้นทุกคนจับมือเนตรสิตางศุ์ต่อๆกันจึงเห็นเหมือนกันว่า เจ้าสาวที่นั่งอยู่บนเวทีนั้นคือใบหม่อนจริงๆ!

ครู่หนึ่งแม่เจ้าสาวเข้ามาเตือนลูกให้เปลี่ยนชุดเพราะได้เวลาแล้ว สาวใช้ถือชุดเจ้าสาวเข้ามา เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จ เจ้าสาวหมุนตัวหันมาทางหน้าเวที เสียงปรบมือกราวกึกก้องยาวนานด้วยความชื่นชมความงามสง่าของเจ้าสาว

“ใบหม่อน...ฉันคิดถึงเธอ...” ปาณัทพึมพำน้ำตาซึม...

ooooooo

ตอนที่ 16

ที่เจดีย์เก็บอัฐิ หมอวรวรรธมองรูปวาโยที่ติดอยู่ บอกว่าหน้าเธอเหมือนใบหม่อนราวกับเป็นคนเดียวกัน แต่เนตรสิตางศุ์ที่เห็นวาโยยืนอยู่ตรงหน้าถามว่า

เธอเกี่ยวข้องกับหมอรุทธ์ใช่ไหม วาโยพยักหน้าเศร้าๆ

“นามสกุลเดียวกับหมอรุทธ์ หรือว่าคุณเป็นภรรยาหมอรุทธ์” เนตรสิตางศุ์ถามอีก วาโยพยักหน้า “แล้วคุณตายยังไงคะคุณวาโย”

ทันใดนั้นเอง เนตรสิตางศุ์เห็นที่ง่ามนิ้ววาโยมีรอยเขี้ยว 2 เขี้ยวมีเลือดไหลซิบๆ แล้ววาโยก็กระอักเลือดพร้อมกับร่างที่ลุกไหม้เกรียมอย่างน่าสยดสยอง

“กรี๊ดดดดด” เนตรสิตางศุ์ร้องสุดเสียงด้วยความตกใจ หมอรีบเข้าประคองถามว่าเป็นอะไร เธอพูดเสียงสั่นว่ากลัว ครั้นหมอบอกให้ไปจากตรงนี้เสีย เธอกลับไม่กล้าเดิน เพราะเห็นภูตร้ายรายล้อมเป็นกำแพงดำทะมึน เธอกลัวจนกอดหมอไว้แน่น อานุภาพสร้อยข้อมือที่หมอใส่ทำให้พวกภูตผีไม่กล้าเข้ามา

ขณะกำลังคับขันนั่นเอง กุมาริกาที่พอใจกับชื่อโกลเด้นเบบี๋ที่ติณห์เรียก และขอให้ทุกคนเรียกแบบนี้ ก็โผล่มาช่วย บอกทั้งสองว่าญาณินเป็นห่วงบอกให้ตนรีบมาดู แล้วให้ทั้งสองรีบหลบไปตนจะคอยสกัดพวกภูตผีเหล่านี้ไว้เอง

ooooooo

ติณห์ตามญาณินไปจนถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ในรีสอร์ต ญาณินหยุดหันมาบอกให้เขาถอดสร้อยเขี้ยวเสือไฟคืนตนก่อนได้ไหม ตนจะเอาไปทำธุระ ติณห์ลังเลถามว่าถอดแล้วตนจะปลอดภัยไหม

“ฉันอยู่ที่นี่ทั้งคน คุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”

ติณห์ถอดสร้อยส่งให้ ณาณินจะรับแต่กลับชักมือกลับทำให้สร้อยหล่น พอติณห์จะก้มเก็บก็ถูกเธอผลัก ดันไปจนติดต้นไม้แล้วยั่วยวนชวนหาอะไรทำสนุกๆกันดีกว่า ทำเอาติณห์งงกับท่าทีแปลกๆของเธอ

ญาณินชวนติณห์ลงไปเล่นน้ำ เขาลังเลก็ถูกเธอดึงจนตัวปลิวไป เขาร้องอย่างตกใจกับพลังมหาศาลของเธอ

เมื่อดึงติณห์ไปถึงริมสระน้ำ จู่ๆเธอก็หายไป ติณห์ตกใจมองไปในสระเห็นเธอผลุบโผล่แล้วหายไป เขาตกใจโดดลงไปช่วย

เมื่อโดดลงไปเจอญาณินกลายเป็นนางผีพรายตาแดงก่ำอยู่ใต้น้ำ ติณห์ตกใจจะว่ายน้ำหนี ถูกผีพรายดึงไว้ดิ้นไม่หลุด

ที่รีสอร์ต เมื่อถึงเวลานัด ญาณินมาไม่เห็นติณห์ เรียกก็ไม่มีตอบ เธอเอะใจถอดจิตออกมองหา จึงเห็นติณห์เดินตามเงาดำไป

“แย่แล้ว...คุณติณห์!!”

ที่แท้กำนันพงษ์เป็นคนทำพิธีส่งนางพรายไปล่อติณห์หมายกำจัดเสีย กำนันทำพิธีอยู่ที่บ้าน ตรงหน้ามีซากมือผู้หญิงเล็บยาวที่เนื้อแห้งติดกระดูกวางอยู่

“ซากมือนางพราย” นี้เป็นมรดกที่นายเกิดผู้เป็นพ่อให้กำนันพงษ์ไว้ นายเกิดเคยใช้นางพรายนี้ลากนายสังข์ลงน้ำ เพราะนายสังข์เริ่มสงสัยว่านายเกิดเป็นคนฆ่าคุณหลวง แล้วให้นางพรายกักขังวิญญาณนายสังข์ไว้แต่นั้นมา

ooooooo

ญาณินตามไปจนเห็นสร้อยเขี้ยวเสือไฟตกอยู่ใต้ต้นไม้ เธอตามไปจนถึงสระน้ำ โดดน้ำลงไปช่วยติณห์ที่ถูกนางพรายดึงลึกลงใต้น้ำกำลังจะขาดใจ เธอพุ่งเข้าไปหมายเอาสร้อยเขี้ยวเสือไฟคล้องคอให้ติณห์ ถูกนางพรายขัดขวางแผดเสียงกรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราด

คู่หูต่างวัย หลวงลุงกับโกลเด้นฯ กำลังเล่นกระโดดเชือกกันอยู่ ได้ยินเสียงแหลมบาดหูจากสระน้ำ โกลเด้นฯ บอกว่านั่นไม่ใช่เสียงคน ต่างเอะใจว่าต้องมีเรื่องผิดปกติแน่ๆ รีบชวนกันไปดู

ญาณินต่อสู้กับนางพราย เหวี่ยงตะกรุดไปคล้องคอมันได้ นางพรายกรีดร้องอย่างเจ็บปวดสาหัสแล้วร่างก็ค่อยๆแห้งกลายเป็นโครงกระดูกศพตายซาก จมดิ่งลงก้นแม่น้ำหายไป

“อโหสิกรรมให้ฉันด้วย ขออย่าได้จองเวรจองกรรมกันอีกเลย” ญาณินเอ่ย แล้วรีบไปช่วยติณห์ที่กำลังแย่ เธอประกบปากให้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของตัวเอง ติณห์รอดแต่เธอหมดสติ ร่างเธอค่อยๆจมดิ่งลงไปสู่ก้นแม่น้ำ...

ติณห์พุ่งไปอุ้มร่างญาณินขึ้นฝั่ง พยายามร้องเรียกอย่างไรเธอก็ไม่รู้สึกตัว จนจิตญาณินกลับเข้ากาย หยาบของตัวเองเห็นติณห์กำลังก้มประกบปากช่วยผายปอด เธอผวาเฮือกเขิน จนทำหน้าไม่ถูก

ญาณินเชื่อว่า คนที่ส่งนางพรายมาเอาชีวิตติณห์ต้องเป็นคนที่มีวิชาอาคมแก่กล้ามาก ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่กำนันพงษ์กำลังหัวเสียที่ต้องเสียนางพรายไป คำรามอย่างแค้นใจ

“ไม่เคยมีใครหน้าไหนปราบมันได้ เป็นไปได้ยังไง มันจะต้องมีเรื่องยุ่งยากมากตามมาแน่...”

กำนันพงษ์เชื่อว่าวิญญาณนายสังข์หลุดจากบ่วงพันธนาการแล้วแน่ๆ ถ้าวิญญาณนายสังข์หลุดมาความจริงทั้งหมดในอดีตที่ถูกเก็บงำไว้ก็จะถูกแฉออกมา บอกสนอย่างว้าวุ่นว่า

“ในอดีตมันมีความลับมากมายซ่อนอยู่ โดยเฉพาะการตายของคุณหลวง ซึ่งเป็นการตายที่ทำให้ความลับทุกอย่างของตระกูลนี้มันดำมืด ซึ่งต้องรู้ข้อมูลลับเท่านั้นจึงจะรู้ว่าในที่ดินแดนแห่งนี้มีทรัพย์สมบัติมากมาย” บอกสนว่า “เราต้องครอบครองดินผืนนี้ให้ได้ แล้วก็ดึงไอ้ทองพวกนั้นออกจากที่ซ่อน”

ooooooo

ที่ริมแม่น้ำ ทั้งญาณิน ติณห์ คุณหลวง และโกลเด้นฯ เจอกับวิญญาณของนายสังข์ที่หลุดจากบ่วงพันธนาการโผล่ขึ้นมา นายสังข์ดีใจมากที่เจอคุณหลวง ตรงเข้ากราบด้วยความจงรักภักดี

ญาณินขอให้นายสังข์เล่าถึงการตายของตัวเองที่เล่าลือกันว่านายสังข์เมาแล้วถูกผีคุณหลวงหลอกไปกดน้ำ

“เป็นผีมืออีนังพรายที่หมอผีพม่าส่งมาขอรับ” นายสังข์เล่าอย่างเจ็บแค้นว่า นางพรายปลอมเป็นคุณหลวงเรียกตนลงจากเรือนแล้วลากไปกดน้ำ แล้วขังวิญญาณตนไว้ที่ก้นแม่น้ำ หันบอกญาณินว่า “กระผมต้องขอบใจนายผู้หญิงคนนี้ ที่ช่วยปลดปล่อยวิญญาณกระผมให้หลุดพ้นความทุกข์ทรมานเสียที”

“ฉันก็ต้องขอบคุณนายสังข์ที่มาช่วยเปิดเผยความจริงว่าคุณหลวงไม่ใช่ฆาตกรที่ฆ่าคนสนิทของตัวเอง” ญาณินเอ่ย

ส่วนเรื่องการตายของคุณหลวงนั้น นายสังข์บอกว่าตนไม่รู้จริงๆ แล้วด้วยความกตัญญูจงรักภักดีต่อคุณหลวง ก่อนไปวิญญาณนายสังข์บอกว่า

“นายคมขอรับ...กระผมคิดว่าเหลือนายคมคนเดียวที่รู้ดีว่าใครเป็นคนฆ่าท่าน”

เมื่อติณห์พาญาณินไปที่บ้านพักของตัวเอง เธอติงว่าน่าจะพาไปที่บ้านพักของตน ติณห์ไม่ยอมบอกว่าต่อจากนี้ตนจะไม่ยอมปล่อยให้เธอห่างสายตาอีกแล้ว เดี๋ยวจะถูกผีผู้หญิงตัวนั้นมาเอาตัวไปอีก

ส่วนเรื่องสาเหตุการตายที่แท้จริงของคุณหลวง เธอเสนอว่าเราต้องกลับไปหานายคมอีกครั้ง มั่นใจว่านายคมกุมความจริงเรื่องนี้ไว้

ooooooo

สุคนธรสเอาน้ำมนต์จากหลวงลุงมาให้บรรดาที่ถูกหมอผีสมคิดทำของใส่ดื่ม จนร่างกายสดชื่นขึ้นเธอบอกไตรรัตน์ว่า ตนจะต้องจัดการกับหมอผีสมคิด แต่คืนนี้จะต้องหาของสิ่งนั้นให้เจอ ทำพิธีแก้ไขอาการแม่เขาก่อน โดยมีหลวงลุงช่วย จากนั้นทุกอย่างก็จบ!

เคธี่เฝ้ามองความสัมพันธ์ระหว่างไตรรัตน์กับสุคนธรสอย่างริษยา จ้องยันต์ 9 ชั้นที่ติดตรงประตูอย่างหมายมาดว่าต้องทำอะไรสักอย่างกับยันต์นั้น เพราะได้ยินสุคนธรสกำชับทั้งเจ๊หญิงและเสี่ยจำเริญให้อยู่แต่ในห้องนี้แล้วจะปลอดภัย

ระหว่างที่หมอวรวรรธพาเนตรสิตางศุ์กลับนั้น หมอแวะมุมสวยที่ริมถนนอย่างไม่อยากกลับถึงเร็ว เนตร–สิตางศุ์ยังครุ่นคิดเรื่องใบหม่อนกับวาโย เธอปรารภว่า

“ผู้หญิงที่หน้าเหมือนกัน 2 คนนี้มีชะตากรรมที่น่าสงสาร คุณใบหม่อนถูกวางยาตาย คุณวาโยเธอก็ตายอย่างสยดสยอง ถามหมอเกี่ยวกับการตายของวาโยว่า “หมอสันนิษฐานได้ไหมคะว่าอาการแบบนี้เธอเป็นอะไร”

“คล้ายคนที่ได้รับพิษจากบาดแผลที่หว่างนิ้ว แต่ไฟ...คืออะไร ผมไม่เข้าใจ”

“ถ้างั้นเรากลับกันเถอะค่ะหมอ เนตรจะต้องรีบหาข้อมูลให้ได้ว่าคุณวาโย ใบหม่อน หมอรุทธ์ 3 คนนี้เกี่ยวข้องกันยังไง”

ที่พัทยา หมอรุทธ์ลงไปห้องที่เลี้ยงสัตว์ทะเล แต่ประตูเปิดออกจากด้านในก่อน ลาภนั่นเอง เขาถามหมอว่าไปไหนมาหรือ หมอไม่ตอบแต่ย้อนถามว่าแล้วเขาไม่เห็นบอกว่าจะลงมาที่นี่

ลาภอ้างว่าตนมาให้อาหารสัตว์ทะเลพวกนี้ หมอชมว่าเอาใจใส่ดีมาก แล้วพล่ามเหมือนคนเป็นโรคจิตว่า

“นอกจากความงามของผู้หญิงแล้ว ไม่มีอะไรทำให้ฉันหลงใหลคลั่งไคล้ได้เท่าสัตว์มีพิษพวกนั้น ความงดงามที่เชิญชวนของพวกมันซ่อนเร้นไว้ด้วยพิษร้ายที่น่าอัศจรรย์ใจ หึๆๆ”

หมอรุทธ์ถามลาภว่าชอบอะไรมากกว่ากันระหว่างหอยเต้าปูนกับงูทะเลปล้องดำ ลาภอึกอัก หมอเลยตัดบท

“ลืมไปว่าแกมันไม่รู้เรื่องอะไรเลย” แล้วก็อธิบายถึงสัตว์สองตัวนี้ว่า “หอยเต้าปูนมันเคลื่อนไหวช้า มันจึงมีเข็มพิษเอาไว้ล่าเหยื่อ ทำให้เหยื่อหมดสติก่อนจะโดนกิน ส่วนงูทะเลมีพิษรุนแรง ทำลายระบบกล้ามเนื้อ ปากมันเล็กมาก มันจึงกัดเราได้เฉพาะตามง่ามนิ้วมือ นิ้วเท้าเท่านั้น เป็นไงไอ้ลาภ ฟังแล้วแกชอบแบบไหนวะ”

“ชอบทั้งสองชนิดเลยครับ แล้วแต่ว่าเราจะใช้ให้เหมาะกับอะไร...”

เมื่อกลับถึงบริษัทซิกซ์เซ้นส์ เนตรสิตางศุ์เล่าข้อมูลที่ได้มาให้เพื่อนๆฟัง แล้วบอกก๊องให้รีบค้นหาประวัติของวาโยทางอินเตอร์เน็ต ก๊องรับคำทำทันทีอย่างเอาการเอางาน

ooooooo

กำนันพงษ์ต้องการกำจัดติณห์ให้ได้ เขาไปยุยงเปรมหมายยืมมือเปรมกำจัดติณห์ว่า

“คุณเปรม นอกจากที่ติณห์มันทำให้น้องสาวคุณเป็นบ้าไปแล้ว ตอนนี้นายติณห์กำลังหาทางเอาคืน

เสี่ยปิงพ่อคุณอีกด้วย มันจะแจ้งความเรื่องที่ดินที่พ่อคุณครอบครองโดยไม่มีโฉนด ผมว่าคุณเปรมควรชิงลงมือก่อน รีบให้ยาสั่งมันเสีย”

เปรมเต้นผางคำรามบ้าบิ่น “ไม่หยุดนะมึงไอ้ติณห์ เจอกูแน่!”

กำนันมองอย่างพอใจที่แผนตนสำเร็จง่ายดาย

ก๊องค้นหาประวัติวาโยไม่นานก็เจอในแฟ้มข่าวอุบัติเหตุ เรียกพวกสาวๆมาดู เป็นพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ เวลานั้นว่า “วาโย ภรรยาหมอรุทธ์ แพทย์ศัลยกรรมชื่อดัง รถคว่ำตายสยอง ไฟไหม้ทั้งคัน”

ข่าวนี้ยิ่งย้ำหนักแน่นว่า วาโยไม่ใช่ใบหม่อน กรรณา ยุให้กรรัมภาเอามือแตะเพื่อดูเหตุการณ์เวลานั้น กรรัมภาโวยว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเอามือแตะคอมพิวเตอร์แล้วเห็นอะไรต่อมิอะไร

“แต่สำหรับตำรวจอย่างพี่ อะไรที่ยังไม่ลองทำดู ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าทำไม่ได้” ณัฐเดชพูดแทรกเข้ามา

กรรัมภาจึงลองทำดู เธอเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนว่า วาโยถูกงูที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าถือกัดก่อนที่จะถูกรถสิบล้อพุ่งชนจนเกิดไฟลุกไหม้ทั้งคนทั้งรถ

“พอคุณวาโยตายไปแล้ว หมอรุทธ์ก็เลยหาเหยื่อจากลูกค้าที่มาทำศัลยกรรมให้มีหน้าสวยเหมือนเมีย

ตัวเอง” ณัฐเดชวิเคราะห์ ก๊องเสริมว่าเหยื่อรายนั้นก็คือ

ใบหม่อน แล้ววิเคราะห์ต่ออย่างมั่นใจว่า

“ทีนี้พอใบหม่อนตายไปแล้ว หมอรุทธ์ก็คงกำลังหาเหยื่อรายใหม่มาทำศัลยกรรมหน้าให้เหมือนเมีย

ตัวเองอีก ซึ่งเหยื่อรายต่อไปก็อาจจะเป็น...” ก๊องทิ้งไว้แค่นั้น พวกสาวๆหันมองหน้ากรรัมภาพูดพร้อมกันว่า

“ยัยแก้ม!!”

กรรัมภาตกใจ ทันใดก็มีเสียงโทร.เข้ามือถือณัฐเดช พอเขาคุยเสร็จ เขาบอกก๊องให้รีบเปิดดูเมลบริษัทเพราะเพื่อนส่งข้อมูลคดีการตายของวาโยมาให้

ก๊องเปิดเมลอย่างมืออาชีพ พอเจอทั้งศพและรถในที่เกิดเหตุ ก๊องอ่านให้ทุกคนฟัง

“คุณวาโยเคยอยู่ที่อเมริกา จนได้สัญชาติอเมริิกัน พบรักกับหมอรุทธ์จดทะเบียนกันที่อิลลินอยส์เมื่อ 8 ปีก่อน พอพ่อแม่เธอเสีย ก็ย้ายมาอยู่เมืองไทยกับหมอรุทธ์ได้ไม่นานก็ตาย”

เนตรสิตางศุ์ซึ่งนั่งอึดอัดมานาน พูดอย่างเป็นการเป็นงานว่า วิญญาณของวาโยยังไม่ได้ไปผุดไปเกิดเพราะยังมีบ่วงพันธนาการจิตใจเธออยู่ไม่ให้ปล่อยวาง เพราะเธอไม่รู้ว่าถูกใครฆ่า เนตรสิตางศุ์บอกทุกคนว่า

“สิ่งที่เหมือนกันระหว่างคุณใบหม่อนและคุณวาโย นอกจากจะใบหน้าเหมือนกันแล้ว ทั้งคู่ยังเสียชีวิตเพราะพิษจากสัตว์ทะเล ซึ่งมีอยู่ในห้องใต้ดินบ้านหมอรุทธ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ยัยแก้มก็เคยบอกว่าคนที่ถือจดหมายขู่เนตร สวมถุงมือแพทย์ด้วย”

ฟังเนตรสิตางศุ์แล้วทุกคนพากันอึ้ง

ooooooo

เคธี่ไปหาหมอผีสมคิดให้ช่วยทำเสน่ห์มัดใจไตรรัตน์ หมอผีให้เธอไปเอาลายเซ็นมอบอำนาจให้ตนเป็นผู้จัดการมรดกจากเสี่ยจำเริญและเอายันต์

9 ยอดออกจากประตูออกเป็นข้อแลกเปลี่ยน ทั้งยังสัญญาว่าถ้าทำสำเร็จจะได้ส่วนแบ่งจากตลาดหญิงจำเริญและได้แต่งงานกับไตรรัตน์แน่นอน

กลับถึงบ้าน เคธี่เจออาอี๊ถือจานผลไม้สองใบ

จะเอาไปให้เจ๊หญิงและเสี่ยจำเริญ เคธี่อาสาขอเอาไปป้อนเสี่ย อาอี๊จึงเอาอีกจานไปให้เจ๊หญิง

เมื่อเข้าไปในห้องเสี่ยจำเริญ เคธี่เอาจานฟาดหัวเสี่ยจนหมดสติ จากนั้นจับมือเสี่ยปั๊มหัวแม่มือในใบมอบอำนาจ แล้วจัดท่านอนเสี่ยเหมือนนอนหลับทั้งที่เสี่ยหมดสติไปแล้ว จากนั้นไปดึงยันต์ออกจากประตู

ทันทีที่ผ้ายันต์หลุด เจ๊หญิงก็สะดุ้งเฮือก ตาเบิกโพลงไร้แวว สีหน้าเหี้ยมเกรียม ลุกเดินออกจากห้องไปทั้งที่อยู่ในชุดนอน ตรงดิ่งไปหาหมอผีสมคิดเหมือน

ถูกสะกดจิต เคธี่รีบเอาเอกสารให้เจ๊หญิง แล้วพาไปส่งให้ไอ้หาญกับไอ้กล้าที่เอารถมารอรับเจ๊อยู่หน้าบ้าน

สุคนธรสกับไตรรัตน์ช่วยกันขุดหาหุ่นที่ถูกฝังถึง 2 คืนจึงเจอ แต่มีปัญหาว่าจะแก้คาถาได้ต้องมีมีดที่ตัดลูกนิมิต 9 วัด ถึงจะทำลายอาคมได้

ขณะที่กำลังว้าวุ่นหาทางไปเอามีดที่หลวงลุงนั่นเอง หลวงลุงก็ปรากฏตัวขึ้น ทุกคนดีใจ ยกเว้นเคธี่

ถึงกับหน้าซีดเผือด เหงื่อแตกพลั่ก หลวงลุงก็เร่งทำพิธีแข่งกับเวลา พอหลวงลุงตัดผ้ายันต์ขาด วิญญาณเป็นควันดำก็ลอยออกจากหม้อ

เจ๊หญิงไปถึงสำนักหมอผีสมคิดพร้อมซองเอกสาร หมอผีเร่งให้ส่งซองเอกสารให้ เจ๊ยังไม่ยอมให้  ก้มกราบท่องคาถาบูชาหมอผียาวเหยียดอย่างไม่มีทีท่าจะจบ จนหมอผีทนไม่ไหวร้องขัดจังหวะให้รีบส่งเอกสารให้เร็วๆ

เป็นวินาทีที่หลวงลุงทำพิธีเสร็จพอดี เจ๊ก้มกราบหมอผีสมคิด แต่พอเงยหน้าขึ้นแววตาก็เปลี่ยนไปกลายเป็นเจ๊หญิงคนเดิม เจ๊มองงงๆ ถามว่าตนมาที่นี่ทำอะไร มาตั้งแต่เมื่อไหร่ หมอผีเร่งรัดขอเอกสาร เจ๊ทำท่าจะให้เอะใจเปิดดู พอเห็นเป็นใบเซ็นยินยอมแต่งตั้งให้หมอผีสมคิดเป็นผู้จัดการมรดกเท่านั้น เจ๊โวยวายลั่น

“ฉันทำบ้าอะไรแบบนี้เนี่ย แล้วนี่...ว้าย...ทำไมฉันอยู่ในชุดนอน บ้าๆๆ!”

หมอผีสมคิดรู้ทันทีว่ามีคนมาแก้อาคมของตนแล้ว สั่งไอ้หาญกับไอ้กล้าให้จับเจ๊หญิงไว้อย่าให้หนีไปได้ สั่งให้ส่งเอกสารให้ตนเร็วๆ

ขณะหมอผีสมคิดกำลังร้อนใจนั่นเอง ไตรรัตน์กับสุคนธรสก็วิ่งเข้ามา เมื่อชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นให้เจ๊หญิงเข้าใจแล้ว เจ๊ถึงกับร้องไห้โฮ กราบขอบพระคุณหลวงลุงที่เมตตาช่วยตนให้พ้นจากอาคมของหมอผีสมคิด

เมื่อกลับถึงบ้าน เจ๊ดีใจมากเมื่อเห็นเสี่ยจำเริญหายเป็นปกติแล้ว เสี่ยบอกเจ๊งงๆว่า

“ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆมันก็หายเอง แต่หัวโนนิดหน่อย สงสัยตกเตียงหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ”

“ทำใจให้สบายเถอะโยม ทุกอย่างจะค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดี ที่โยมถูกชักจูงให้หลงเชื่อไปอย่างนี้ ก็เพราะตอนนี้เป็นช่วงกรรมเก่า และเจ้ากรรมนายเวรย้อนมาสนองครอบครัวโยม แต่มันยังไม่พ้นเคราะห์เสียทีเดียวหรอกนะ ยังมีเคราะห์อยู่...อีกระลอกหนึ่ง แต่ขอให้ทุกคนอยู่ในศีลในธรรมเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน แล้วธรรมจะคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมเอง”

ไตรรัตน์ถามว่าตนจะบวชเลยดีไหม หลวงลุงให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน ถึงเวลานั้นแล้วค่อยบวช

ooooooo

ติณห์และญาณินเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อคุยกับตาคม ณัฐเดชนัดจะไปพบกันที่โรงพยาบาล แต่ก่อนที่พวกเขาจะไปถึง นายคมก็ถูกกำนันพงษ์มาหลอกว่าจะพาไปรักษาตัวที่อื่นลักพาตัวไปก่อน

นายคมรู้ตัวว่าไม่ชอบมาพากล พยายามขัดขืนร้องโวยวาย จนณัฐเดชกับติณห์ไล่ตามไปทัน กำนันพงษ์จึงทิ้งนายคมหนีไป

ณัฐเดชกับติณห์รีบเข้าไปดูแลนายคม ณัฐเดชบ่น “หลุดไปจนได้...” ส่วนกำนันพงษ์หลบไปแล้วก็คำรามแค้น “โชคดีนะมึง ไอ้คม!!”

หลังจากนั้นณัฐเดชทำเรื่องขอย้ายนายคมไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอื่น นายคมระแวงจะไม่ยอมไป จนญาณินต้องหว่านล้อมบอกว่า ย้ายไปเพื่อความปลอดภัยของนายคมเอง จากนั้นติณห์เผยตัวเองว่า

“ผมแค่อยากได้คำตอบจากปากของคุณตา ว่าใครเป็นคนฆ่าคุณหลวงพิชัยภักดีคุณตาของผม” ทำให้นายคมยิ่งตกใจ ปฏิเสธพัลวันว่าตนไม่รู้เรื่อง

เมื่อหว่านล้อมอย่างไรนายคมก็ไม่ยอมเปิดปาก ญาณินจึงให้ติณห์ถอดสร้อยเขี้ยวเสือไฟออก แล้วให้

คุณหลวงเข้าร่างเขา ตะคอกเป็นเสียงคุณหลวงว่า

“ไอ้คม! มึงบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าใครฆ่ากู”

นายคมตกใจละล่ำละลักเล่าความจริงทั้งหมดว่า เป็นฝีมือของนายเกิดกับลำดวน เหตุเพราะนายเกิดรักอยู่กับลำดวน เมื่อคุณหลวงนำลำดวนมาชุบเลี้ยงจึงแค้นวางแผนฆ่า โดยลำดวนไปเอายาพิษจากญาติที่เป็นหมอผีอยู่กลางป่า ใส่อาหารให้คุณหลวงวันละนิด...ๆ จนสุดท้ายเมื่อคุณหลวงเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย ลำดวนจึงเทยาใส่ทั้งหมด จนคุณหลวงถึงแก่ชีวิต

คุณหลวงแค้นใจมากที่เลี้ยงดูลำดวนอย่างดีจากบ่าวมาเป็นนาย แต่กลับอกตัญญูแว้งกัดตน อดโมโหนายคมไม่ได้ที่รู้เรื่องแต่ไม่บอก นายคมบอกว่าตนถูกขู่ว่าถ้าเอาเรื่องไปแพร่งพรายจะถูกฆ่าล้างโคตร ตนกลัวจึงปิดปากเงียบ

“แล้วเรื่องที่คุณหลวงถูกกล่าวหาว่าโกงชาติรับเงินญี่ปุ่นล่ะ?” ญาณินถามต่อ นายคมบอกว่าเป็นฝีมือนายเกิดอีกนั่นแหละ ได้เงินที่โกงมาก็ยังแบ่งให้พวกตนใช้เลย นอกจากนี้ยังรู้ถึงสาเหตุการตายของนายสังข์ด้วย คุณหลวงเห็นสภาพของนายคมแล้วสมเพช บอกนายคมว่า

“คมเอ้ย...ตอนนี้เอ็งก็กำลังทนทุกข์ทรมานชดใช้กรรมของเอ็งอยู่ ข้าอโหสิกรรมให้เอ็งเพื่อข้าจะได้ไปเกิดชาติใหม่โดยไม่ต้องแบกทุกข์แบกกรรมเก่าไปเกิดด้วย”

“กระผมผิดไปแล้ว...กระผมผิดไปแล้ว ฮือๆๆ” นายคมร้องไห้ด้วยความเสียใจ

ooooooo

ความจริงที่เปิดเผยออกมาทำให้ติณห์ถึงกับซึมที่เข้าใจคุณหลวงผิดตลอดมา บอกว่าต่อไปนี้ใครมากล่าวหาคุณหลวงอีกตนจะปกป้องให้ถึงที่สุด

ณัฐเดชพูดอย่างโล่งใจว่าคดีการตายของคุณหลวงก็ปิดลงได้แล้ว ญาณินติงว่ายังปิดไม่ได้เพราะยังมีเรื่องนางพรายตัวนั้น เรายังไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้านายที่เลี้ยงมันไว้ใต้แม่น้ำ ติณห์ชี้ว่าใครเป็นลูกหลานนายเกิดก็น่าจะเป็นผู้ต้องสงสัย ญาณินฉุกคิดได้ทันทีว่า ต้องเป็นกำนันพงษ์

เหตุการณ์ไม่ได้จบเพียงเท่านั้น เมื่อติณห์ขึ้นไปเอาของที่ห้องคอนโดฯ ญาณินตามไปด้วย เจอเปรมมาดักยิง เขาพาญาณินหนีไปถึงลานจอดรถ ติณห์ถูกยิงเฉี่ยวหัวไหล่ล้มลงทำให้เปรมวิ่งเข้ามาจะยิงทั้งสองคน ติณห์กระโดดจับเปรม ตะโกนให้ญาณินวิ่งหนีไป เธอวิ่งไปร้องขอความช่วยเหลือในคอนโดฯ เจอเพนนีพอดี เพนนีรีบวิ่งไปที่ลานจอดรถ

ติณห์กำลังปล้ำกับเปรม เขาจับเปรมกระแทกกับรถจนปืนในมือเปรมกระเด็นไป ญาณินกับเพนนีมาถึงต่างจะไปเอาปืน เพนนีแย่งปืนได้ก่อนเอาปืนขู่ญาณินไม่ให้เข้ามา

ติณห์เสียทีถูกเปรมล็อกคอคำราม “วันนี้มึงกับกูต้องตายกันไปข้างนึง”

“คุณจะมาฆ่าผมทำไม ผมไปทำอะไรให้พวกคุณ มีแต่พวกคุณจ้องแต่จะทำร้ายผม”

“ก็เพราะมึงเป็นก้างขวางคอพวกกูไง ถ้ามึงยอมขายที่ดินให้พ่อกูเสียดีๆ มึงก็จะไม่มีวันนี้หรอก ถ้ามึงไม่ทำให้น้องกูเจ็บ กูก็ไม่ต้องมาฆ่ามึง ถ้ามึงยังมีชีวิตอยู่ต่อไป กูก็จะไม่มีความสุข กูต้องฆ่ามึง!”

เปรมเอามีดออกมาตวัดใส่ติณห์อย่างบ้าคลั่ง ติณห์หลบได้อย่างคล่องแคล่ว เพนนีทนดูไม่ได้ตวาดให้หยุด ทำให้ทั้งสองชะงักหันไปดู

เพนนีถือปืนร้องไห้เดินเข้าหาทั้งสอง เปรมยุให้ยิงติณห์ ติณห์ยังใจเย็นเตือนสติเพนนีว่าถ้าเธอฆ่าเขาเธอก็หมดอนาคตไปตลอดชีวิต เปรมยังเร่งเร้าให้เพนนียิงติณห์ เธอส่ายหน้า หันปืนไปทางเปรม พูดทั้งน้ำตา

“พี่นั่นแหละ หยุดเถอะ ปล่อยเขาไปตามทางของเขาแล้วเราก็กลับบ้านกัน” เปรมไม่ยอม จะพุ่งแทงติณห์ เพนนีตัดสินใจยิงเปรมจนมีดร่วงจากมือแล้วเธอก็ทรุดร้องไห้อย่างหนัก “ฉันขอโทษ...เราทำผิดมามากแล้ว ฉันปล่อยให้พี่ทำผิดอีกต่อไปไม่ได้ ฮือๆๆ”

ทันใดนั้นเอง รถตำรวจแล่นเข้ามาจอด ตำรวจกรูกันวิ่งเข้าไปล้อมเปรมไว้ ตะโกนสั่ง

“วางอาวุธ แล้วยกมือขึ้น ตอนนี้คุณถูกล้อมหมดแล้ว!”

เปรมทิ้งมีด เพนนีทิ้งปืน ถูกตำรวจจับใส่กุญแจมือ ส่วนญาณินวิ่งเข้าหาติณห์ กอดกันแน่นที่รอดตายกันมาได้อย่างหวุดหวิด...

ooooooo

ตอนที่ 15

ทันทีที่ญาณินรู้สึกตัว เธอถามป้าออว่าติณห์

อยู่ไหน พอรู้ว่าแล่นไปหาเพนนีแล้ว เธอลุกพรวดเดินอ้าวไปจนป้าออตามแทบไม่ทัน

ไปเจอกรรณา กรรัมภา และณัฐเดช ที่กำลังเดินกลับมาพอดี กรรัมภาบอกญาณินว่ากลับไปก่อนดีกว่า แล้วตนจะอธิบายให้ฟัง ขณะกำลังยืนคุยกันนั้นเอง เสียงเพนนีก็แหลมแปร๊ดเข้ามา บอกญาณินว่ามาก็ดีแล้ว เพราะติณห์มีเรื่องจะคุยด้วย

ติณห์เดินเข้าไปหาญาณินอย่างเยือกเย็น มาดขรึม บอกเธอว่า “ลาก่อน ญาณิน เราจบกัน พวกคุณเลิกทำงานกลับกรุงเทพฯไปได้แล้ว ผมเลิกจ้างพวกคุณ!!”

ติณห์บอกเธอว่า ตนรักเพนนี เป็นรักที่บริสุทธิ์ปราศจากสิ่งชั่วร้ายอย่างที่พวกเธอเข้าใจ ให้ป้าออไปหาทนายสมชาติ บอกว่าตนขอเลิกสัญญาและพร้อมจ่ายค่าเสียหาย

ในยามนี้  ไม่ว่าป้าออหรือแม้แต่ณัฐเดชที่เป็นเพื่อนรักพูดอะไรก็ไร้ผล ยิ่งเมื่อมีเพนนีคอยยุยงส่งเสริม ติณห์ก็เดินควงเพนนีกลับไป ไม่แยแสกับพวกญาณินแม้แต่นิดเดียว

ระหว่างที่กำลังเก็บของเตรียมกลับกันนั่นเอง

กรรัมภาก็ได้รับโทรศัพท์จากหมอรุทธ์ เตือนเรื่องจัดงานปาร์ตี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำศัลยกรรมที่เธอเคยตกลงกับหมอรุทธ์ไว้ แต่เพราะมัววุ่นวายกับเรื่อง

ติณห์จนลืม แต่เธอก็ทำเฉไฉเอาตัวรอดได้ บอกหมอว่าตนกำลังทำผมเตรียมจะไปงานคืนนี้อยู่แล้ว

ooooooo

กรรัมภา กรรณา และเนตรสิตางศุ์ เตรียมกลับไปงานปาร์ตี้ให้ทันเวลา แต่ญาณินยังไม่กลับ ณัฐเดชอ้างกับสาวๆว่า ตนก็ยังไม่กลับเพราะมีธุระสำคัญต้องทำอีกนิดหน่อย สั่งเนตรสิตางศุ์ว่าไปถึงแล้วให้โทร.บอกด้วย

แต่พอส่งพวกกรรัมภาไปแล้ว ญาณินยังไม่ทันเข้าบ้าน คุณหลวงก็หน้าตาตื่นมาบอกว่าแย่แล้ว พลางพาญาณินไปที่เรือนไทย

ปรากฏว่าที่เรือนไทย ข้าวของถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย ที่พื้นก็ถูกขุดเหมือนค้นหาอะไร ไม่มีใครรู้ว่าเป็นฝีมือใคร แต่คุณหลวงตั้งข้อสังเกตว่า ปกติใครไปใครมาท่านต้องเห็น การที่ไม่เห็นแสดงว่าต้องเป็นพวกที่มีอาคมบังตา

“อาคม...หรือมันจะเกี่ยวกับที่หนูเคยเห็นวิญญาณชายแก่ ไม่ใส่เสื้อ นุ่งโจงกระเบนแดงที่นี่เมื่อวันก่อน” ญาณินเอะใจ

กุมาริกาฉุกคิดได้โพล่งไปว่า หรือจะเป็นพวกที่อยากได้ทองคำของคุณตา คุณหลวงเชื่อว่าต้องเป็นพวกที่อยากได้ทองคำของตนจนตัวสั่นแน่ๆ

ทันใดนั้น กุมาริกาบอกว่ามีคนมา ทั้งสามจึงหายแว้บไปในพริบตา ครู่เดียวกายหยาบของญาณินที่นั่งอยู่บนม้ายาวที่เรือนไทยก็ลืมตาขึ้น เธอลุกไปโผล่หน้าต่างที่หลังเรือน ตะโกนถามว่าใคร ปรากฏว่าเป็นกำนันพงษ์กับสน

กำนันพงษ์ทำเป็นเดินดูทั่วเรือนไทยอย่างแปลกใจ สนทำทีถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ญาณินบอกว่าตนก็ไม่ทราบว่าใครแอบเข้ามารื้อเรือนไทย

“อาจจะเป็นพวกคนงานมาหาของเก่า เดี๋ยวผมอาสาแจ้งความให้เอง คุณญาณินจะได้ไม่ต้องวุ่นวายเป็นธุระ อ้อ...แล้วนี่คุณติณห์อยู่ไหน ทราบเรื่องหรือยัง”

“คงยังไม่ทราบหรอกค่ะ เขาอยู่กับครอบครัวแฟนเขา”

“ครอบครัวแฟน? หมายความว่าไง” กำนันทำไขสือ

ooooooo

กำนันรีบไปที่บ้านเสี่ยปิง เจอเสี่ยกำลังยื่นเอกสารสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ติณห์เซ็นพอดี กำนันไม่พอใจมาก บอกติณห์ว่าจะทำอย่างนั้นไม่ได้

เสี่ยปิงกับกำนันทะเลาะกันรุนแรง กำนันไม่พอใจที่เสี่ยปิงผิดสัญญาที่จะให้ตนเป็นคนหลอกล่อซื้อที่ดินจากติณห์ด้วยค่านายหน้ามหาศาล แต่แล้วเสี่ยก็มาทำข้ามหน้าข้ามตาตน เสี่ยโต้ว่าให้กำนันทำมานานแล้วก็ไม่สำเร็จสักที ไล่กำนันกลับไปเสีย ตนไม่มีอะไรต้องรบกวนแล้ว

กำนันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แฉเสี่ยว่าให้ลูกสาวใช้มนตร์ดำมาทำเสน่ห์ติณห์สำเร็จแล้วมาทำเลวกับตน ไม่เพียงเท่านั้น กำนันยังสาวไส้เสี่ยว่า ตอนที่ติณห์ทำ

รีสอร์ตใหม่ๆ ผู้รับเหมากี่รายต่อกี่รายก็หนีไปหมดเพราะเสี่ยจ้างหมอผีมาหลอกหลอน เพื่อให้สร้างรีสอร์ตไม่สำเร็จ แล้วติณห์จะได้ถอดใจยอมขายที่ดิน

ติณห์แทรกขึ้นว่า ถึงเสี่ยจะทำอะไรอย่างไร ตนก็ยังเคารพเพราะเป็นพ่อตาตน กำนันโพล่งไปว่าที่เขาเป็นแบบนี้เพราะถูกเพนนีทำเสน่ห์ ติณห์ถามกวนๆว่า กำนันมีอะไรอยากแฉอีกไหม กำนันยิ่งแฉ ตนก็ยิ่งรักครอบครัวนี้ ยุว่าถ้ากำนันไม่แฉให้เปรมแฉเลย เปรมยิ้มอย่างภูมิใจลุกขึ้นพูดฉอดๆ

“พวกเราก็แค่เคยวางแผนจะฆ่าคนงาน แต่เตี่ยกลัวยุ่งยาก เลยใช้กำลังข่มขู่พวกผู้รับเหมาแทน ไม่ใช่ผี แต่สุดท้ายแผนที่ได้ผลที่สุด คือส่งยัยเพนนีมาเป็นนกต่อ ล่อแกมาติดกับ”

ในที่สุดกำนันก็ล่าถอยไปอย่างแค้นใจ กล่าวอาฆาตกับสนว่า “ไอ้เสี่ยปิง อย่าคิดว่าคนอย่างกำนันพงษ์จะยอมให้เสี่ยกระจอกๆ มาหักหลังได้ง่ายๆ แล้วแกจะต้องเสียใจที่ทำให้กำนันพงษ์โกรธ...ไอ้เสี่ยปิง!!”

ooooooo

เสี่ยปิงคะยั้นคะยอให้ติณห์เซ็นโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเสีย เราจะได้เป็นปึกแผ่นเป็นครอบครัวเดียวกัน ติณห์ ขอกลับไปเซ็นที่บ้าน แต่เมื่อกลับถึงบ้าน เขาไม่ยอมเซ็น ทั้งยังเอาโทรศัพท์ที่อัดเสียงเปรมแฉไว้เมื่อครู่ มาชูให้ดูบอกว่า นี่คือหลักฐานที่จะเอาผิดกับพวกเสี่ย ทั้งเรื่องทำเสน่ห์ เรื่องข่มขู่ผู้รับเหมา

ขณะที่เสี่ยปิงกับเปรมและเพนนีกำลังอึ้ง งง นั้น ติณห์บอกพวกเขาว่า ที่ผ่านมานั้นตนแค่แอ็กติ้งเท่านั้น ดูไม่ออกกันเลยหรือ เขาประกาศตัดความสัมพันธ์กับเพนนีว่า ขอให้เราต่างคนต่างอยู่อย่าระรานกันอีกเลย

เสี่ยคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า เพราะโฉนดอยู่ที่ตน แต่ที่แท้ติณห์ฉกเอาคืนไปแล้ว ทำให้เสี่ยโกรธมาก เปรมทำท่าจะเข้าขย้ำติณห์ ถูกณัฐเดชพรวดเข้ามาขัดจังหวะ

“สวัสดีครับทุกคน... มีปัญหาอะไรกัน แจ้งตำรวจไหมครับ ข้อหาบุกรุก ข่มขู่ กรรโชกผู้อื่น แจ้งความไหมครับ ถ้าไม่แจ้ง งั้นก็ขอความสงบให้เพื่อนผมหน่อยนะครับ กลับไปได้แล้ว” พอเปรมจะไป เขาเรียก “เดี๋ยว...คุณเปรม คุณยังมีคดีเก่าที่ไม่หมดอายุความนะ ถ้าจะทำอะไรก็คิดให้ดีๆ”

เพนนีโวยวายไม่ยอมให้ติณห์ทำกับตนแบบนี้ เปรมกล่าวอาฆาตว่าตนจะไม่หยุดแค่นี้ ส่วนเสี่ยปิงคำราม

“ไอ้ติณห์...มึง!!” แล้วสามพ่อลูกก็พากันถอยไปด้วยความแค้น

ญาณินกับป้าออช่วยกันขนกระเป๋าเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่พอไประหว่างทางคนขับบอกว่ารถเสีย แล้วลงไปก้มๆเงยๆ ตั้งแต่ฟ้าสางยันฟ้ามืดก็ยังทำอะไรไม่ได้

ที่แท้คนขับรถเป็นคนของติณห์ เขาถ่วงเวลาเพื่อรอติณห์มารับญาณินกับป้าออกลับไปที่รีสอร์ต ทีแรกญาณินกับป้าออจะไม่ยอมกลับ จนติณห์บอกว่าตนเป็นปกติแล้ว ไม่ได้ถูกเสน่ห์ของเพนนีแล้ว ณัฐเดชช่วยยืนยันอีกคนว่า ติณห์ทำเป็นโดนของ เพื่อหลอกเอาโฉนดที่ดินคืนจากพวกเสี่ยปิง ญาณินกับป้าออจึงเชื่อ

ญาณินดีใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เมื่อเห็นติณห์ปลอดภัยและกลับมาเป็นคนเดิม ติณห์กอดเธอไว้ด้วยความรัก บอกเธอว่า

“คุณทำเพื่อผมขนาดนี้ ผมคิดไม่ออกเลยว่า ชีวิตต่อไปของผมจะอยู่โดยไม่มีคุณได้ยังไง อยู่ที่นี่กับผมนะ ผมสัญญาจะดูแล ทะนุถนอม ไม่ทำให้คุณเจ็บอีก ผมจะปกป้องคุณด้วยชีวิตของผม ให้เหมือนกับที่คุณทำเพื่อผม...ญาณิน”

“อย่าพูดแบบเมื่อกี้ให้ใครได้ยินนะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันทำเสน่ห์ใส่คุณ” ญาณินพูดขำ แล้วพากันหัวเราะสุขใจ

ooooooo

ในงานปาร์ตี้ที่บ้านหมอรุทธ์ กรรัมภา กรรณา และเนตรสิตางศุ์ แต่งตัวสวยจนหมอรุทธ์เห็นกรรัมภาถึงกับเอ่ยปากชมว่าเธอสวยมาก

สุพิชชาได้รับเชิญมางานนี้ด้วย เพราะอยู่ในวงการแพทย์เหมือนกัน เธอเจอหมอวรวรรธที่ตามตื๊อเนตรสิตางศุ์ในงาน สุพิชชายังพูดถึงความหลังจะให้เขากลับไปเหมือนเดิม เมื่อหมอวรวรรธบอกเธอว่า ตนรักเนตรสิตางศุ์คนเดียวเท่านั้น ทำให้สุพิชชาผิดหวังมาก ส่วนเนตรสิตางศุ์แอบได้ยินแล้วรู้สึกดีและเชื่อมั่นหมอมากขึ้น

เนตรสิตางศุ์เห็นใบหม่อนผ่านไปแว้บๆ จึงตามไป ใบหม่อนพาเธอไปยังห้องลับ หมอวรวรรธตามไปด้วย ทั้งสองเห็นตู้ปลาขนาดมหึมาที่ห้องลับ ในนั้นเลี้ยงสัตว์ทะเลมีพิษมากมาย รวมทั้งหอยเต้าปูนที่มีพิษรุนแรงถึงขนาดทำให้คนตายได้

ระหว่างนั้นยังมีหนังสือตกลงมาทั้งที่ไม่มีลม พอหยิบดูทั้งสองมองกันอึ้ง เพราะมันคือหนังสือ “รวมสัตว์ทะเลมีพิษ” และในหนังสือนี้ยังมีรูปแลบออกมา เป็นรูปหมอรุทธ์ยืนถ่ายอยู่ข้างเจดีย์บรรจุอัฐิ มีชื่อวัดเป็นป้ายไม้เก่าๆ บอกไว้ชัดเจนด้วย

และที่ห้องลับนี่เอง เนตรสิตางศุ์สื่อสารกับใบหม่อนได้ ถามว่าเธอคือใบหม่อนใช่ไหม เธอส่ายหน้า และขอร้องให้เนตรสิตางศุ์ช่วยด้วย บอกว่าตนถูกฆาตกรรม

“เธอต้องช่วยฉันนะ ไม่อย่างนั้นจะต้องมีผู้หญิงกลายเป็นเหยื่อแบบเดียวกับฉัน อย่าให้เขาทำกับใครอีก เธอต้องไปห้ามเขาให้ได้”

ส่วนกรรัมภา ที่พยายามหาข้อมูลจากหมอรุทธ์ เธอชวนหมอเข้าไปในบ้าน บอกว่าอยากฟังหมออธิบายเรื่องทำหน้า หมอรุทธ์ดีใจมากที่เธอยอมให้ตนเนรมิตใบหน้าให้ พาเธอเข้าไปในห้องพิเศษที่มีอุปกรณ์การแพทย์ครบครัน เธอเลียบเคียงถามว่า “หมอมีห้องทำงานอยู่ในบ้านเลยเหรอคะเนี่ย”

“สำหรับคนพิเศษเท่านั้นครับ เครื่องมือทุกชิ้นนำเข้าจากเกาหลีนะครับ คุณแก้มสบายใจได้ คุณแก้มอยากจะประเดิมด้วยอะไรดีครับ”

กรรัมภาเริ่มกลัว บอกว่าขอลองซอฟต์ๆก่อน ดีกว่า หมอเสนอว่างั้นก็ฉีดโบท็อกซ์ก็แล้วกัน แล้วผายมือเชิญเธอขึ้นเตียง กรรัมภาถอดถุงมือออก พอได้สัมผัสเตียงเธอตกใจมาก เมื่อเห็นใบหม่อนนอนอยู่บนเตียงและหมอวางมีดเปื้อนเลือดลงในถาด ถอดผ้าคาดปากออก ยิ้มยินดีกับผลงานเหมือนคนเป็นโรคจิต

หมอรุทธ์เห็นเธอชะงัก ถามว่าเป็นอะไร เธอบอกว่ารู้สึกกลัวขึ้นกะทันหัน แล้วเลียบเคียงถามว่าตนเป็นคนที่เท่าไรที่มาทำกับหมอที่นี่ หมอรุทธ์บอกว่าไม่เคยพาใครมาที่นี่ เธอถามว่าแล้วใบหม่อนทำที่นี่ เตียงนี้หรือเปล่า

“คุณใบหม่อนไม่เคยมาที่บ้านผม จะให้ผมเริ่มได้หรือยังครับ” หมอตัดบท กรรัมภาขยับจะลุก หมอปรามว่า “มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมไม่ให้ถอนตัวหรอกครับ นอนลงนะ ก็แค่ฉีดโบท็อกซ์เอง ไม่ต้องกลัวหรอกครับ” ว่าแล้วกดตัวเธอนอนลงไปตามเดิม แล้วหยิบเข็มฉีดยาขึ้นมา หน้าตาหมอเวลานี้จริงจังดูเหมือนคนเป็นโรคจิต!

ooooooo

กรรณาถูกคู่แฝดแองเจโล่และมาริโอ้ตามกระแซะ เธอกลัวจนต้องวิ่งหนี นึกโมโหเพื่อนที่ทิ้งตนไว้ตามลำพัง

“ว้าย...” กรรณาตกใจเมื่อมีมือมาจับไหล่หมับ พอหันไปเห็นเนตรสิตางศุ์กับหมอวรวรรธก็ถอนใจโล่งอก

“เนตรได้ข้อมูลแล้ว เรารีบไปจากที่นี่กันดีกว่า”

กรรณาบอกว่าตนยังตามหากรรัมภาไม่เจอเลยเห็นว่าไปกับหมอรุทธ์ไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไงแล้ว

“นู่น...คุณแก้มอยู่นู่น...” หมอวรวรรธชี้ให้ดู กรรัมภาที่เดินเซๆออกมากับหมอรุทธ์เพราะยังเมายานอนหลับอยู่

กรรณาดีใจที่เพื่อนยังไม่ตาย จะได้เป็นพยานว่าหมอรุทธ์พยายามฆ่าเธอ หมอรุทธ์ไม่พอใจบอกว่าตนแค่ฉีดโบท็อกซ์ให้ บอกกรรัมภาอย่าเพิ่งขยับหน้ามาก แล้วหันไปเหน็บกรรณาว่า ดูท่าทางเธอจะมีปัญหากับตนมากเกินกว่าที่ตนคิดเสียอีก

“ยัยบ้าเอ๊ย เรามาหาเบาะแสคดีคุณใบหม่อนแต่แกกลับไปนอนให้เขาฉีดโบท็อกซ์เนี่ยนะ” กรรณากระซิบด่า

“ก็ฉันไม่รู้จะเลี่ยงยังไง แต่ฉันก็ไม่ได้ออกมามือเปล่านะ หนึ่งได้หน้าตึงๆฟรี สอง...ฉันเห็นคุณใบหม่อน”

สองสาวชะงักกึก เมื่อหมอรุทธ์ถามว่ากระซิบ กระซาบอะไรกัน ก็พอดีก๊องวิ่งเข้ามาบอกกรรณาให้กลับเดี๋ยวนี้ไม่ต้องถามว่าทำไม พอสองสาวมองไปก็เข้าใจ เมื่อเห็นแองเจโล่กับมาริโอ้กำลังเดินดิ่งมาหากรรณา พอพวกเธอวิ่งหนีแฝดทั้งสองก็ถามพร้อมกัน “จะหนีไปไหน กลับมาก่อนนางฟ้า” แล้ววิ่งไล่กวดไป หมอรุทธ์มองตามไปงงๆสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

เคธี่มาอยู่ที่บ้านไตรรัตน์ คืนนี้เธอไปยั่วเขาอ้อนว่านั่งสมาธิกับเจ๊หญิงจนปวดเมื่อยไปหมดให้ช่วยนวดให้ด้วย ไตรรัตน์นวดให้จนเกือบเผลอใจ ดีที่เห็นเจ๊หญิงเดินผ่านไปแว้บๆ จึงรีบตามไปถามว่าม้าจะไปไหน

เจ๊หญิงบอกว่าจะไปหาหมอสมคิด ไตรรัตน์กอดไว้ไม่ยอมให้ไป ถูกเจ๊กัดที่แขนจนร้องจ๊าก เจ๊ผลักเขาออกแล้วขึ้นรถปิดประตูล็อกทันที ไตรรัตน์ขอร้องอย่างไรก็ไม่ยอมเปิด อาอี๊กับอาม่าออกมาดูเห็นเจ๊ขับรถจะพุ่งชนไตรรัตน์จนเขาโดดหลบแทบไม่ทัน

“ไอ้หมอสมคิดแน่ๆ ผมจะไปพาม้ากลับมา อาอี๊ ฝากดูแลอาม่าด้วยนะครับ” อาม่าเป็นห่วงถามว่าจะไปคนเดียวหรือ “อาม่าไม่ต้องห่วง ผมไม่ไปคนเดียวหรอก”

ที่สำนักหมอผีสมคิด เพนนีไปตัดพ้อต่อว่าหมอที่ไม่สามารถทำให้ติณห์กลับมาหาตนได้ ด่าหมอว่าหลอกลวงเป็นพวก 18 มงกุฎ เลยถูกหมอผีสั่งไอ้หาญกับไอ้กล้าให้เอาตัวออกไปไม่งั้นจะเสกหนังควายใส่ปาก

เพนนีกระโจนเข้าทุบตีหมอผีสมคิด เป็นจังหวะที่เจ๊หญิงหิ้วถุงของกินมามากมายเข้ามาเห็น เจ๊เหวี่ยงถุงของกินทิ้งแล้วพุ่งเข้าถีบเพนนี ตะโกนลั่น “อาจารย์ข้า ใครอย่าแตะ”

เพนนีถูกถีบกระเด็นไปกระแทกฝาห้อง เจ๊จะตามไปตื้บซ้ำ ถูกหมอผีตะโกนห้ามแล้วไล่ออกไปจากสำนักตนเดี๋ยวนี้และอย่ากลับมาที่นี่อีก

เจ๊ตกใจถามว่าตนทำอะไรผิดช่วยบอกทีตนจะทำให้เดี๋ยวนี้เลย หมอผีจึงพูดเป็นนัยว่าจะทำได้หรือป่านนี้ทนายหลับไปแล้ว เจ๊จึงรู้ว่าหมอผีหมายถึงที่ตนเคยบอกว่าจะให้หมอผีเป็นผู้จัดการมรดกให้ สัญญาว่าจะรีบกลับไปจัดการให้เร็วที่สุด

“ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เจ๊สมหญิงจะได้แต้มสะสมความดีเพิ่มขึ้นอีกสิบเท่า จากเลเวลสามก็กลายเป็นสามสิบ ทีนี้เราก็จะได้ไปทัวร์สวรรค์ด้วยกัน”

“สวรรค์...สวรรค์...สวรรค์...” เจ๊เคลิ้มตาลอยพึมพำไม่หยุด

ขณะไตรรัตน์ไปปรับทุกข์กับสุคนธรสที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากอาอี๊ ฟังแล้วตกใจรีบกลับบ้าน เจอเจ๊หญิงกำลังทำพิธีบูชาอีกา มีเสี่ยจำเริญถูกจับมัดปากมัดมือติดกับเก้าอี้รถเข็นดิ้นขลุกขลักอยู่ตรงนั้น

เจ๊หญิงบังคับให้เสี่ยเซ็นใน “เอกสารพินัยกรรม” มอบอำนาจให้หมอผีสมคิดเป็นผู้จัดการมรดก อาม่ากับอาอี๊มาเคาะประตู อาม่าตะโกนบอกเสียงสั่น

“อาตี๋ใหญ่ ลื้ออย่ายอมเซ็นนะ ไม่งั้นวิญญาณบรรพบุรุษแช่งพวกเราให้ตกนรกแน่”

เสี่ยดิ้นจนดึงผ้ามัดปากออกได้ ตะโกน “ไม่! อั๊วจะไม่ยกสมบัติของอั๊ว ของบรรพบุรุษอั๊วให้คนอื่น”

เคธี่เอะใจชะโงกมองเอกสารเห็นเป็น “เอกสารพินัยกรรม” ก็ตกใจ เปลี่ยนจากช่วยเจ๊หญิงเป็นหาทางต่อต้านคัดค้าน เพราะนั่นหมายถึงว่าความหวังจะได้สมบัติจากตระกูลนี้ไปแก้ปัญหาหนี้สินของแม่ตัวเองก็หมดหวัง รีบเสนอว่าให้รอถามความเห็นไตรรัตน์ก่อนดีไหม

เจ๊หญิงไม่ยอม ด่าไตรรัตน์ว่าเป็นลูกชายไม่รักดี จะบังคับให้เสี่ยเซ็นให้ได้ พอดีไตรรัตน์กลับมาพร้อมกับสุคนธรส เขาปีนระเบียงเข้าไป เป็นเวลาที่เจ๊หญิงจับมือเสี่ยเซ็นชื่อเสร็จพอดี เขาพรวดเข้าไปแย่งเอกสารนั้นส่งต่อให้สุคนธรสจุดไฟเผาทิ้ง เจ๊หญิงดิ้นพราดๆจะไปทำร้ายสุคนธรส

สุคนธรสได้กลิ่นวิญญาณชั่วร้ายจึงใช้อาคมไล่วิญญาณ ไตรรัตน์เองก็เอายาสลบโปะจนเจ๊หญิงหมดสติ สุคนธรสเอายันต์เก้ายอดแปะที่ประตู แล้วเธอก็วิ่งออกจากห้อง ไตรรัตน์วิ่งตามไปจนถึงบริเวณนอกบ้าน เธอบอกว่าได้กลิ่นชั่วร้ายแถวนี้ ไตรรัตน์ถามว่ามันคืออะไร

“หุ่นดินปั้น ฉันคิดว่าเจ๊หญิงต้องโดนทำฝังรูปฝังรอย มันเป็นวิธีทำเสน่ห์อย่างหนึ่ง”

เธอเริ่มขุดหาที่ฝังหุ่นพลางบรรยายถึงการทำพิธีฝังรูปฝังรอยว่ามันจะทำให้ผู้ถูกกระทำหลงผู้ทำพิธีอย่างโงหัวไม่ขึ้น ต้องไปหามีดตัดลูกนิมิตเก้าวัดมาทำลายอาถรรพณ์ เรื่องนี้ไม่ยากเพราะหลวงลุงมี แต่ที่ยากตอนนี้คือเราไม่รู้ว่าหุ่นฝังไว้ที่ไหน

เธอขุดไปจนถึงเช้ายังไม่เจอ ส่วนไตรรัตน์เพลียหลับไปนานแล้ว เธอปลุกเขา พอตื่นไตรรัตน์ก็จะขุดต่อ เธอห้ามไว้บอกว่าต้องรอคืนนี้ค่อยขุดอีกที

“ทำไมต้องรอ...หาให้เจอไปเลยแม่ผมจะได้หาย มาผมหาต่อ”

“ต้องรอให้แสงจันทร์ช่วยนำทางให้ กลางวันหมดสิทธิ์ ฉันพยายามแล้ว”

“โหย...เอาๆ คืนนี้ก็คืนนี้” ไตรรัตน์จำต้องยอมอย่างไม่เต็มใจ

ooooooo

คืนนี้เนตรสิตางศุ์ฝันเห็นใบหม่อนมาร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดอยู่บนต้นไม้ เธอสะดุ้งตื่น หยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาดู ทนอยู่ไม่ได้ ลุกจากเตียงเดินออกไปอย่างเร็ว

รุ่งขึ้นเธอซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์หมอวรวรรธไปพัทยา แต่มีรูปใบเดียวที่หมอรุทธ์ยืนอยู่ข้างเจดีย์เก็บอัฐิ ทำให้ไม่รู้จะไปหาที่ไหน หมอวรวรรธให้ถามใบหม่อน เนตรสิตางศุ์ไม่กล้า แต่อ้างว่าใบหม่อนไม่เคยออกจากโรงละคร

แต่เมื่อยังมืดแปดด้าน เธอจึงตัดสินใจถอดแว่นแต่ยังหลับตาปี๋กลัวจะเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น จนหมอวรวรรธถามว่าถ้าเธอหลับตาอย่างนี้แล้วจะเห็นอะไร เธอจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วก็ตกใจแทบร่วงจากรถเมื่อเห็นวิญญาณสัมภเวสีชายหญิงมากมาย ต่างพากันยื่นมือมาขอส่วนบุญ

เนตรสิตางศุ์แข็งใจมองไปรอบๆ เห็นวิญญาณใบหม่อนแว้บผ่านหน้าไป เธอรีบบอกหมอให้ตามไป

เข้าไปในวัดถามพระสงฆ์พลางเอารูปให้ดู พระสงฆ์ ชี้ไปทางหลังเมรุ ทั้งสองรีบไปทางนั้น จนเห็นเจดีย์หลังเมรุ เนตรสิตางศุ์ขอใส่แว่นเพราะเห็นวิญญาณเต็มไปหมด กอดเอวหมอวรวรรธไว้แน่น

เมื่อไปถึงหลังเมรุ ทั้งสองเห็นเจดีย์เก็บอัฐิตรงตามในรูป มีดอกไม้สดวางอยู่ช่อหนึ่ง แสดงว่าเพิ่งมีคนแวะมา

พอเข้าไปดูรูปและแผ่นป้ายที่เจดีย์ ทั้งสองก็แปลกใจ เมื่อเห็นรูปใบหม่อนติดอยู่ หมอเอะใจเพราะศพของใบหม่อนยังอยู่ที่สถาบันนิติเวช ชะโงกเข้าไปดู จึงเห็นข้อความใต้รูปว่า

“นางวาโย วรรณภู ยี่สิบหกธันวาคม สองพันห้าร้อยสี่สิบแปด” หมอบอกว่าตายไปแล้วเจ็ดปี

เนตรสิตางศุ์หันกลับมาเห็นวาโยยืนหน้าเศร้าอยู่ พึมพำถาม... “คุณไม่ใช่ใบหม่อน?”

ooooooo

ติณห์มีความสุขมากที่ญาณินยังทำงานอยู่กับเขา เขาชวนเธอไปดินเนอร์กันคืนนี้ตอบแทนที่เธออยู่เคียงข้างเขา ญาณินอึกอัก เขาเสนอว่าถ้าลำบากใจเปลี่ยนเป็นมื้อกลางวันก็ได้ ถามว่าโอเคไหม

“ค่ะ” เธอยิ้มอย่างสบายใจ

ระหว่างนั้นเอง มีข้อความเข้ามือถือ ญาณินกดดู “ออนไลน์ด้วย มีเรื่องด่วน...แก้ม” เธอทั้งกังวลและแปลกใจ

เมื่อออนไลน์กัน คำถามแรกที่กรรัมภาถามมาคือ “ยัยเจ๊ แกว่าหน้าฉันใสหรือยัง”

ญาณินถามเซ็งๆว่านี่หรือเรื่องด่วน กรรณาเลยตัดบทว่า

“เจ๊อย่าไปใส่ใจมันเลย ไร้สาระ เจ๊ช่วยคิดเรื่องไอ้เนตรดีกว่า น้องหนูของพวกเราไปเจอของเด็ดที่บ้านไอ้หมอรุทธ์เข้าแล้ว”

กรรณาเล่าเรื่องที่เนตรสิตางศุ์ไปเจอตู้ปลาสัตว์มีพิษในทะเลที่บ้านหมอรุทธ์ กรรัมภาหน้าตึงโต้เพื่อนว่า ทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองชอบกันทั้งนั้น หมอรุทธ์จะชอบเลี้ยงสัตว์ทะเลก็ไม่เห็นแปลก

ญาณินตั้งข้อสังเกตว่าแปลกตรงที่ใบหม่อนพยายามให้เนตรสิตางศุ์ไปเห็น กรรณาจึงเปิดรูปถ่ายหมอรุทธ์ที่เจดีย์เก็บอัฐิให้ดู ญาณินบอกว่าใบหม่อนคงพยายามบอกอะไรบางอย่างกับเนตร แต่อย่าเพิ่งสรุปอะไรจนกว่าจะมีหลักฐานแน่ชัด

เมื่อได้เวลานัดไปทานมื้อกลางวันกัน ญาณินแปลกใจที่เห็นติณห์แต่งหล่อพิเศษ กุมาริการะแวงไม่อยากให้ญาณินไป เห็นญาณินเดินมาก็จะเข้าไปบอก ถูกคุณหลวงฉุดไว้ไม่ยอมให้ขัดขวางความสุขของหลานชาย แล้วลากกุมาริกาหายแว้บไปเลย ญาณินมองขำๆกับคู่หูต่างวัยคู่นี้

ติณห์เดินออกจากตัวบ้าน ญาณินก้าวไปยืนดักเขาทำหน้านิ่ง ติณห์รีบบอกว่ากำลังจะเดินไปหาเธอที่เรือนรับรอง

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ” ญาณินหน้าเครียด ติณห์ เสนอว่าไปคุยกันตอนทานข้าวก็ได้ ตนก็มีเรื่องจะคุยเหมือนกัน “ฉันต้องคุยเดี๋ยวนี้” ญาณินเสียงเฉียบขาดแล้วหันหลังเดินไปเลย

“คุณณิน ทำไมไปทางนั้นล่ะ รถผมอยู่ด้านนี้” ร้องบอกแล้วยกมือเกาหัวแกรกๆ แต่ก็เดินตามไปงงๆ

ooooooo

วันนี้ ณัฐเดชพาลูกน้องที่ไปเฝ้าผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งทั้งวันทั้งคืนไปกินข้าว ระหว่างนั้น สุพิชชาเดินเข้ามาทัก ทำเป็นไม่มีโต๊ะว่างขอนั่งด้วยคน ลูกน้องกินเสร็จพอดีจึงลุกไปอย่างตั้งใจเปิดโอกาสให้เจ้านาย

หลังจากสั่งอาหารแล้ว สุพิชชาเล่าว่า เธอเจอเนตรสิตางศุ์ที่บ้านหมอรุทธ์ ชมว่าน่ารักมาก มิน่าล่ะพี่ชายถึงหวงมาก

เธอจงใจเล่าอีกว่า เจอหมอวรวรรธที่นั่นด้วย แต่แทบไม่ได้คุยกันเลยเพราะหมอเอาแต่เดินตามเนตรสิตางศุ์ ตอนกลับก็ปล่อยให้ตนกลับคนเดียว ไม่รู้หายไปไหนกันทั้งสองคน

เล่าแล้วเห็นณัฐเดชหน้าเครียดกำมือแน่น เธอทำหน้าเศร้าถามว่า

“เวลาผู้ชายนอกใจผู้หญิง เขาจะมีพิรุธแบบนี้ใช่ไหมคะ”

“ไม่รู้สิ พี่ไม่เคยนอกใจใคร มีแต่โดนคนอื่นนอกใจ” ณัฐเดชย้อนเอาจนสุพิชชาอึ้ง แต่แล้วก็ยิ้มสมใจที่เห็นเขาฮึดฮัดเรื่องน้องสาวกับหมอวรวรรธที่ตนจงใจเป่าหู

ooooooo

ตอนที่ 14

ณัฐเดชอาละวาดเอาเรื่องกับหมอวรวรรธหาว่าคบน้องสาวตนแต่ไปคั่ว สุพิชชาอีก หมอชี้แจงว่าคุณพ่อของสุพิชชาป่วยหนัก ตนแค่จะไปเยี่ยม ณัฐเดชก็พาลอีกหาว่าทำไมตนไม่รู้เรื่องนี้ ทำไมสุพิชชาไม่บอกตน

“พี่ณัฐก็รู้แล้วนี่ไงคะ แต่...ไม่ต้องไปเยี่ยมหรอกนะคะ แล้วพีชจะบอกพ่อให้ว่าพี่ฝากความคิดถึงนะคะ ไปเถอะค่ะตาหนู อย่าเสียเวลาเลย”

ตอนที่ 13

ณัฐเดชดีใจมากที่ได้เจอกับสุพิชชา ความรู้สึกเก่าๆยังหอมหวานอยู่ในใจ ผิดกับสุพิชชา เมื่อได้เจอณัฐเดชและรู้ว่าเขาเป็นพี่ชายของเนตรสิตางศุ์ ที่แอบคบกับหมอวรวรรธเพราะพี่ชายไม่ถูกกับหมอและหวงน้องสาว จึงคิดจะใช้ณัฐเดชเป็นตัวขัดขวางความรักของหมอวรวรรธกับเนตรสิตางศุ์

ขณะ ณัฐเดชกำลังกดโทร.หาสุพิชชาอยู่นั้น เสียงเรียกเข้าดังขึ้น เป็นสายจากป้าออ ที่โทร.มาขอร้องให้เขาคุยกับติณห์ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันว่า ติณห์กำลังหลงใหลเพนนีและอีกไม่นานคงไล่พวกตนออก ถ้าเป็นอย่างนั้นบริษัทของเราก็คงไม่มีงานเหมือนเดิม

ณัฐเดชนึกฉุน เพื่อนเลยจะโทร.ไปคุย ลืมไปว่ากดเบอร์สุพิชชาไว้แล้ว พอกดเลยกลายเป็นโทร.ไปหาเธอ เขาเขินจนต้องเก๊กบอกว่าโทร.ผิด สุพิชชาเมมเบอร์ของเขาไว้เผื่อจะโทร.ขอเลี้ยงข้าวสักมื้อ พูดแล้ววางสาย ยิ้มมีแผนบางอย่างในใจ

ปลายสายวางไปแล้ว ณัฐเดชยังยืนยิ้มอยู่ ครู่หนึ่งจึงนึกได้ว่าต้องโทร.ไปหาติณห์ ปรากฏว่าติณห์กำลังจะมาดินเนอร์ที่กรุงเทพฯ จึงนัดพบกันที่นี่เสียเลย

คุณ หลวงกับกุมาริกาหมั่นไส้ติณห์มาก หาทาง แกล้งให้รถสตาร์ตไม่ติดไปรับเพนนีไม่ได้ ติณห์หัวเสีย มาก ยืนหาคนมาแก้ปัญหาให้ พอดีญาณินขับรถผ่านมา เขาออกไปขวางให้จอดแล้วสั่งให้หาคนมาช่วยหน่อยตนรีบมาก

“ฉันไม่ว่าง จะรีบไปธุระ” ญาณินไม่ยอมทำให้ ติณห์จึงให้เธอไปตามช่างมาซ่อมให้ เธอไม่ยอมทำอีกซ้ำยังหัวเราะสมน้ำหน้าด้วย ติณห์โมโหกระชากเธอเข้าไปตะคอกให้ไปส่งตน

เมื่อถูกปฏิเสธอีก ติณห์ด่าว่าเธอนิสัยไม่ดี เห็นตนรักเพนนีก็ขี้อิจฉา ญาณินสุดจะทนชกเปรี้ยงเข้าที่ปลายคางจนติณห์ล้มหงายหลัง แต่ยังด่าญาณินไม่หยุด เลยโดนเธอจับเหวี่ยงกระเด็นไป ญาณินถอยห่างอย่างระวังตัว พูดเสียงเครือใส่หน้าว่า

“คุณติณห์ ฉันเสียใจที่สุดที่เคยปล่อยให้ตัวเองไปใกล้ชิดกับคุณ ฉันจะรีบทำงานให้จบ ปิดจ๊อบให้เร็วที่สุด ฉันจะเอาทีมงานมาประสานกับคุณแทน ส่วนฉันถ้าไม่จำเป็นจะไม่ขอเจอหน้าคุณอีกเลย อีตาห่วย รสนิยมแย่มาก!”

คุณหลวงกับกุมาริกาเห็นว่าแผนการของพวกตนล้มเหลวอีกแล้ว เลยเลิกแกล้ง ติณห์สตาร์ตรถติดก็ตะบึงไปรับเพนนี

ooooooo

เนตรสิตางศุ์ กรรณา และกรรัมภาไปที่โรงละคร เพื่อสืบให้ได้ว่าใบหม่อนกับหมอรุทธ์มีความสัมพันธ์กันแบบไหน

เมื่อ เนตรสิตางศุ์กับกรรณาไปเจอใบหม่อนที่โรงละคร เนตรสิตางศุ์ถามเรื่องนี้ทันที ใบหม่อนปฏิเสธว่าตนไม่มีอะไรกับหมอรุทธ์และไม่เคยไปที่บ้านหมอรุทธ์ด้วย ที่พวกเธอเห็นนั้นไม่ใช่ตนแน่ๆ

ส่วนกรรัมภาไปหาหลักฐานที่คลินิกหมอรุทธ์ อย่างไม่เต็มใจ เพราะไม่เชื่อว่าหมอรุทธ์จะเป็นฆาตกร เธอเห็นใบหม่อนกำลังเดินเข้าห้องทำงานของหมอรุทธ์จึงรีบตามเข้าไป

สิ่งที่เธอเห็นคือ ใบหม่อนคว้ามีดผ่าตัดของหมอรุทธ์ขึ้นมา ร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้าหมอรุทธ์ว่า

“ไหน หมอบอกว่าฉันสวยมากไง ไหนหมอบอกว่าคลั่งไคล้ฉันจะเป็นจะตาย แล้วทำไมหมอไม่รักฉัน... ทำไม...ฮือๆ แบบนี้ความสวยของฉันจะมีประโยชน์อะไร ฉันจะทำลายมันซะ!”

หมอรุทธ์ร้องห้าม ใบหม่อนยกมีดจะกรีดหน้าตัวเอง ลาภพุ่งเข้าไปแย่งมีด เธอหวีดร้องตวาดให้ปล่อย ตนจะกรีด หน้าให้ยับไปเลยให้สาสมกับที่หมอทรยศตน เธอสะบัดมือดิ้นสุดแรงทำให้มีดปักเข้าที่แขนของลาภ จนต่างก็ชะงัก

หมอรุทธ์เข้าประคองใบหม่อนขอให้เชื่อว่าตนรักเธอคนเดียว ใบหม่อนจึงผ่อนคลายลง ลาภเห็นภาพนั้นทนดูไม่ได้หันหลังเดินคอตกออกไป

“เนี่ยนะที่บอกว่าไม่มีอะไรกัน ฮึ่ม...ยัยผีสตรอ– เบอรี่!” กรรัมภาคำราม

เธอ พยายามเตือนสติตัวเองไม่ให้ไขว้เขว ต้องหาหลักฐานให้ได้ เดินไปค้นหาแฟ้มประวัติลูกค้า ปรากฏว่าประวัติการรักษาของใบหม่อนหายไป ของคนอื่นๆ ก็หายไปหมด

ขณะนั้นเอง เนตรสิตางศุ์โทร.มาหา เธอรีบบอกเพื่อนว่า เอกสารทุกอย่างหายไปหมดแล้ว เล่าอย่างไม่หายหวาดเสียวว่า

“เมื่อกี้ฉันก็เห็นภาพยัยใบหม่อนจะกรีดหน้าตัวเอง เพราะว่าหมอไม่รัก”

ooooooo

เนตร สิตางศุ์กับกรรณาหว่านล้อมซักถามอย่างไรใบหม่อนก็บอกว่าตนไม่เคยไปบ้านหมอ รุทธ์ เมื่อเจอแองเจโล่กับมาริโอ้ เนตรสิตางศุ์ถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างใบหม่อนกับหมอรุทธ์ ทั้งสองยืนยันว่าใบหม่อนรักปาณัทและเป็นคนหวงตัว แองเจโล่กับมาริโอ้ชมว่าใบหม่อนเป็นคนฉลาดที่เลือกปาณัทเพราะเขาเป็นเจ้าของ โรงละครและรวยด้วย

“ใบหม่อนจะทำร้ายตัวเองทำไมในเมื่อไม่ได้มีอะไรกับ หมอ” เนตรสิตางศุ์ตั้งข้อสังเกตเมื่อฟังกรรัมภาเล่าสิ่งที่เห็น เธอบอกกรรัมภาว่า ใบหม่อนยืนยันว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เธอ กรรัมภาพูดเยาะว่าเธอถูกผีหลอกเอาน่ะสิ เนตรสิตางศุ์ถามว่าแล้วใบหม่อนจะหลอกตนทำไมในเมื่อตนกำลังช่วยเธอ เสนอใหม่ว่า

“เอางี้ยัยแก้ม ถ้าแกอยากพิสูจน์ว่าหมอรุทธ์ไม่ได้ฆ่าใบหม่อนจริงๆตามที่สัญญาณแกบอก แกต้องพาพวกฉันเข้าไปในบ้านหมอรุทธ์อีกครั้งให้ได้”

แต่แล้ว เนตรสิตางศุ์ก็บอกกรรัมภาว่าเอาแค่นี้ก่อนตนกับกรรณาต้องรีบกลับกรุงเทพฯ แล้ว กรรัมภาเลยต้องตกกระไดพลอยโจนไปทำงานคนเดียว แอบเข้าไปในห้องทำงานของหมอรุทธ์ ถูกลาภจับได้ลากไปฟ้องหมอ

กรรัมภาใช้ มารยาหญิงอ้อนหมอว่าตนอยากเจอหมอแต่นายคนนี้หาว่าตนเข้าไปขโมยของไม่ให้ เกียรติกันเลย เธอบีบน้ำตาบอกว่าจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว เอ่ยลาหมอพลางหันตวาดลาภให้ปล่อยตนเดี๋ยวนี้

หมอรุทธ์คว้าแขนเธอไว้ ขอร้องอย่าไปเลยตนคิดถึง ดึงเธอไปกอดไว้แนบอก ทำเอากรรัมภาแทบละลายอยู่กับอกเขา พอเห็นกรรัมภาอ่อนลง หมอรุทธ์สั่งให้ลาภขอโทษเธอและไล่จะไปไหนก็ไปเสีย

กรรัมภาดำเนินแผนต่อ เสนอหมอว่าตนมีเพื่อนหลายคนสนใจเรื่องความสวยความงาม หมอน่าจะจัดปาร์ตี้ขึ้นที่บ้านเพื่อให้ความรู้เรื่องนี้เป็นการโปรโมตคลินิก ของหมอด้วย อาสาจะเป็นคนเชิญเพื่อนๆ และแขกกระเป๋าหนักมาเอง

“กู๊ดไอเดียครับ ผมก็เคยคิดจะจัดปาร์ตี้แบบนี้เหมือนกัน” หมอรุทธ์พูดอย่างตื่นเต้น กรรัมภาแอบยิ้มสมใจ

ooooooo

ณัฐ เดชไปหาติณห์ที่ร้านอาหารหรูที่เขามาดินเนอร์กับเพนนี ถูกเพนนีพูดและมองอย่างรังเกียจว่ามาขัดขวางความสุขส่วนตัว ติณห์เองก็ไม่ได้ยินดียินร้ายซ้ำยังไล่ณัฐเดชให้กลับไปตามที่เพนนีบอกด้วย

เมื่อ ณัฐเดชต่อว่าเขาเรื่องญาณิน เพนนีก็สอดแทรกขึ้นว่า ถ้าญาณินทำงานแล้วรู้สึกลำบากนักก็ให้ติณห์ขายที่ตรงนั้นเสียแล้วเอาเงินไป ใช้ชีวิตคู่กับตนที่เมืองนอกกัน 2 คน ติณห์เห็นด้วยเพื่อจะได้ไปอยู่ด้วยกันสองคน

“แกเสียสติไปแล้วเหรอไอ้ติณ ห์ ไหนแกเคยบอกฉันว่า ยังไงแกก็จะไม่ขายที่ดินของตาแก แกรักที่ดินตรงนั้นและจะสร้างรีสอร์ตบนผืนดินของบรรพบุรุษแกไง”

ติณห์ ตวาดว่าความรักของตนคือเพนนีนี่ไง แล้วไล่ณัฐเดชไปเสียอย่ามาขวางหูขวางตาตน ณัฐเดชเดินออกไปอย่างโกรธจัด เพนนีมองตามยิ้มอย่างสะใจ

หลังจากนั้น ณัฐเดชโทร.เล่าให้ญาณินฟัง ตั้งข้อสังเกตว่าติณห์เหมือนคนโดนของ เพราะท่าทางไม่เหมือนเพื่อนคนเดิม แต่ก็บอกญาณินว่าไว้ตนจะจัดการเอง ให้เธอเตรียมตัวไว้ก็แล้วกัน แล้วจะโทร.มาใหม่

วางสายจากณัฐเดชแล้ว ญาณินมองไปนอกบ้านเห็นอะไรแว้บๆ เธอถือไฟฉายเดินไปดู คุณหลวงกับกุมาริกาจะตามไปด้วย แต่ออกไปไม่ได้เหมือนถูกอะไรบางอย่างสกัดไว้ในบ้าน

ที่เห็นแว้บๆนั้น คือตาปะขาวที่กำนันพงษ์ท่องคาถาใส่หุ่นพยนต์ ปลุกหุ่นพยนต์ให้ไปตามหาที่ฝังทองของคุณหลวงนั่นเอง

ญาณินตามไปเห็นแต่ร่างที่หายไปวืดๆ ตะโกนถามว่าใคร บุกรุกเข้ามาทำไม ก็ไม่ตอบ เลยได้แต่วิ่งไล่ตามไป

ooooooo

คืน นี้ เพนนีเตรียมสัญญาซื้อขายที่ดินมาด้วย เพราะเสี่ยปิงสั่งไว้ว่าคืนนี้อย่าให้พลาด ต้องทำให้ติณห์ เซ็นสัญญาขายที่ดินให้ได้ เธอจึงมอมเหล้า พอติณห์เมาครองสติไม่อยู่ เพนนีถึงได้รู้สึกตัว บ่นตัวเองว่า

“โง่จริงๆเลยฉัน เขาโดนเสน่ห์ไปแล้วยังจะไปมอมเหล้าเขาอีก”

แต่เธอก็หลอกล่อหว่านล้อม อ้อนให้เขาเซ็นขายที่ให้ ซึ่งติณห์ตอบโอเค แต่พอตอบรับแล้วเขาก็หลับไปเลย

“โธ่เอ๊ย...เสียแผนหมดเลย” เพนนีบ่นอย่างสุดเซ็ง

ส่วน ที่โรงพยาบาล จู่ๆเจ๊หญิงก็ลืมตาโพลง แววตาแข็งไร้แวว ลุกขึ้นมองไปที่สุคนธรสที่หลับอยู่ ส่วนไตรรัตน์ไปเข้าห้องนํ้า เจ๊เดินทื่อออกไปโดยมีควันดำล้อมตัวไปด้วย พยาบาลที่เดินสวนมามองอย่างสงสัย แต่พอหันไปอีกทีเจ๊ก็หายไปแล้ว ทำเอาพยาบาลขนลุกซู่

สุคนธรสกับไตรรัตน์ ตกใจมาก เมื่อรู้ว่าเจ๊หญิงหายไป ออกไปตามหาเจอพยาบาลคนนั้นบอกว่า เมื่อกี้เห็นคนไข้คนหนึ่งเดินอยู่ตรงโน้น พอทั้งสองตามไป สุคนธรสก็ชะงักกึกเมื่อได้กลิ่นเน่าของวิญญาณคละคลุ้งไปหมด แต่พอบอกไตรรัตน์ เขาหงุดหงิดบอกว่าหยุดพูดเรื่องผีเสียทีเถอะ ที่นี่เป็นโรงพยาบาลก็ต้องมีวิญญาณต่างๆมากมาย พอที ตนจะไปตามหาแม่

ooooooo

ตาปะขาวแว้บๆวืดๆหาที่ซ่อนทองจนเห็น เรือนไทย ก็พุ่งไปทันที ส่วนกำนันพงษ์ก็เร่งท่องคาถาเร็วขึ้นๆ

ญาณินเห็นตาปะขาวพุ่งเข้าไปในเรือนไทย ฉุกคิดว่าท่าทางเหมือนไม่ใช่คน พอก้มมองตัวเองจึงรู้ว่า แท้จริงแล้วตัวเองก็ถอดจิตออกมาเหมือนกัน โดยทิ้งกายหยาบนั่งหลับอยู่ที่โต๊ะทำงาน

ตอนที่ 12

ลาภยังคงเฝ้ากรรณาอยู่อย่างจับผิด เธอทำทีขอเข้าห้องน้ำ พอลาภบอกทาง เธอขอบคุณแล้วรีบวิ่งไป ระหว่างทางเธอได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ระงมจากที่นี่ ที่นั่น ที่โน่น จนฟังไม่ถนัด เธอถามเบาๆ

“เจ๊...อยากให้ช่วยก็ร้องดังๆสิ ร้องเบาๆใครจะไปหาเจ๊เจอ”

ทันใดนั้น เสียงร้องไห้ก็กลายเป็นร้องโฮๆ กรรณาจับทิศทางได้ว่ามาจากในบ้าน เธอเดินไปตามเสียงนั้นทันที

กร รัมภาอยู่ในภาวะอึดอัด ตื่นเต้น หวาดกลัว เพราะไม่ว่าเธอจะสัมผัสกับอะไรบนโต๊ะ ก็จะเห็นภาพใบหม่อนในอากัปกิริยาที่เศร้า บอบช้ำ และร้องไห้ เมื่อจิตเริ่มไม่สงบ ฟุ้งซ่าน กรรัมภาเตือนตัวเองว่าต้องตั้งสติให้ดี มีคอนเซนเทรดอยู่กับการเดทเท่านั้น ห้ามทำให้เดทดับเด็ดขาด ปลุกใจตัวเองให้สู้ๆ

ดังนั้นไม่ว่าจะสัมผัสอะไรและเห็นภาพอะไรอีก ก็ไม่ทำให้เธอหวั่นไหว แต่คิดหาทางที่จะส่งข่าวกรรณา จึงทำทีว่าเนตรสิตางศุ์โทร.มา เธอขอเวลาเดินเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์ หมอรุทธ์มองตามอย่างเอ็นดูไม่เฉลียวใจอะไรเลยแม้แต่นิด

เดินไปเจอกรรณาที่หน้าห้องน้ำ ต่างถามกันว่าได้ยินได้เห็นอะไรไหม กรรัมภารีบดึงกรรณาเข้าไปคุยกันในห้องน้ำ

ในห้องน้ำนี่เอง ทั้งสองยังได้เจอเหตุการณ์น่าสยองจนกระโดดกอดกันตัวสั่น สุดท้ายตัดสินใจหนีกลับ ทำเอาหมอรุทธ์ที่เห็นกรรัมภาหายไปนานออกมาดู เห็นกำลังขับรถพุ่งออกอย่างลนลานไปพอดี หมองึมงำงงๆ

“จะรีบไปไหนของเขา”

ooooooo

กร รัมภาได้รู้ได้เห็นถึงพฤติกรรมของหมอรุทธ์ เธอบอกกับสุคนธรสและเนตรสิตางศุ์มีก๊องสาระแนมาฟังด้วย ด่าหมอรุทธ์ไม่มีชิ้นดี ทั้งด่าตัวเองว่าโง่ไปหลงเชื่อผู้ชายเลวๆแบบนั้น
สุคนธรสฟังอยู่นานทนไม่ไหวร้องถาม “ใครก็ได้ช่วยบอกฉันสักทีได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”

“ก๊องรู้” จอมสาระแนสอดขึ้น “พี่แก้มเห็นผีใบหม่อนอยู่ที่บ้านหมอรุทธ์ ส่วนพี่กันได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ ซึ่งก็คือเสียงใบหม่อน”

กรรัมภาบอกว่าจากที่เห็น ใบหม่อนกับหมอรุทธ์เหมือนเป็นแฟนกัน ก๊องขัดขึ้นว่า เป็นชู้ต่างหาก

“ถูกต้องไอ้น้องรัก” กรรณาโพล่งขึ้น “และจากเสียงร้องไห้ของใบหม่อนที่ฉันได้ยิน ฉันว่าคนอย่างไอ้หมอรุทธ์มันทำได้ทุกอย่างยกเว้นความดี” กรรณาฟันธงชัวะ!

ขณะ เนตรสิตางศุ์กำลังครุ่นคิดสิ่งที่เพื่อนทั้งสองเล่าให้ฟังอยู่นั้นในห้อง นั้น ก็ได้รับโทรศัพท์จากหมอวรวรรธ ตัดพ้อต่อที่โทร.มาแล้วไม่รับสาย คุยกันไม่ทันไร เนตรสิตางศุ์ยิ่งเครียด เคือง เมื่อเสียงสุพิชชาแทรกเข้ามาว่า

“ทานข้าวค่ะ คุณพ่อรออยู่ คุณหมอวรวรรธทำอะไรอยู่คะ”

หมอวรวรรธบอกว่าโทร.คุยกับเนตรสิตางศุ์อยู่ เธอหยอกแกมหยิกว่า

“แหม...โทร.รายงานกันตลอดเลยนะคะน่าอิจฉาจัง” แล้วเธอก็พูดหวาน “หมอตาหนูคะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยดูแลคุณพ่อ”

“ผม ยินดีทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณอาจารย์ครับ” สุพิชชาซึ้งจนน้ำตาคลอ “ไม่เอา...อย่าร้องไห้สิเดี๋ยวอาจารย์เข้าใจผิดว่าผมแกล้งคุณ” สุพิชชาหยุดร้องไห้ยิ้มหวานให้หมอทันที

“ที่แท้...ก็อยู่กับยัยสุพิชชา จำเอาไว้เลย ไม่ต้องมาเจอกันอีกเลย ฮือๆๆ” เนตรสิตางศุ์ร้องไห้อยู่อย่างเดียวดาย

ooooooo

ติณห์ยังคลั่งไคล้ใหลหลงเพนนี ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็กอดก่ายจูบฟัดกันอย่างเมามัน จนกลายเป็นหนังสดที่ทำให้คนงานที่ไซต์งานไม่เป็นอันทำงาน พากันดู ลุ้น และหัวเราะกันคิกคัก

ตอนที่ 11

ใบหม่อนพุ่งทะลุห้องคอสตูมตรงเข้าจับมือคนร้ายที่จะจ้วงแทง เนตรสิตางศุ์ง้างไว้ การยื้อยุดกันทำให้ไม้แขวนเสื้อทั้งอันลอยมากระแทกหัวคนร้ายจนมีดหลุดลื่น ไถลไปทางมุมห้อง มันคว้ากรรไกรแถวนั้นแทน

แม้เนตรสิตางศุ์จะตั้งตัวได้ แต่ก็ถูกคนร้ายเข้ามาล็อกไว้อีก แม้แต่ใบหม่อนก็ช่วยเธอไม่ได้จึงจะไปตามหมอวรวรรธให้มาช่วย ไปเจอแองเจโล่กับมาริโอ้เมานอนเขละอยู่ จึงเข้าสิงร่างมาริโอ้ เผลอพุ่งเข้ากำแพงแต่คราวนี้ไม่ทะลุ มาริโอ้เลยหงายลงไปกองกับพื้น แองเจโล่โงหัวขึ้นมาถามว่า “เล่นอะไรของแกวะ ยังไม่หายเมารึไง”

ตอนที่ 10

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้หมอผีสมคิดพุ่งเป้าไปที่ไตรรัตน์กับสุคนธรส พูดกับไอ้กล้ากับไอ้หาญอย่างแค้นใจว่า

“ไอ้ ไตร...ฉันสังหรณ์ใจแล้ว ว่าถ้าแกกลับมาจากเมืองนอก แกจะมาทำให้หนทางทำมาหากินของฉันมีปัญหา แล้วมันก็เป็นจริง เพราะฉะนั้น ฉันคงใจดีต่อไปไม่ได้ ถ้าแกมา ฉันต้องไป แต่ถ้าฉันอยากอยู่ต่อ แกก็ต้องไป...”

ตอนที่ 9

ไตรรัตน์กระโดดซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สุคน-ธรสไล่ก็ไม่ยอมลง เธอจึงพาเขาไปเที่ยวงานวัด บอกให้ไปหาของเล่นให้สนุกแล้วหารถตุ๊กตุ๊กกลับเอง

สุคนธรส จะแยกไป ถูกกุมาริกาคว้ามือไปจับมือไตรรัตน์ไว้บอกว่ามาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน ว่าแล้วก็ลากเธอไปด้วยกัน ส่วนกุมาริกาไม่อยากไปเป็น กขค.จึงแยกไปหาเครื่องเล่นของตัวเองแถวนั้น

ไตรรัตน์ไปเล่นเกมส์ต่างๆ เล่นอะไรก็ชนะหมดรางวัลที่ได้มาเป็นตุ๊กตาตัวโต พอได้รางวัลก็เอามาให้สุคนธรสจนเธอหอบไม่ไหว

ใน งานนี้ สุคนธรสได้เห็นถึงความเป็นคนมีจิตใจดีของไตรรัตน์ เมื่อเขาไปช่วยซื้อลูกโป่งสวรรค์จากลุงที่เหลืออีกเพียงสามใบ แล้วเอาไปให้เด็กสองคนที่มองลูกโป่งสวรรค์อย่างอยากได้ตาละห้อย อีกใบเขาเอามือจับลูกโป่งมาให้เธอ สุคนธรสเกลียดเสียงเอี๊ยดๆ ที่มือเขาสัมผัสลูกโป่งปฏิเสธไม่รับ เขาเลยยิ่งแกล้งวิ่งไล่ยัดเยียดให้

ไตรรัตน์ไล่ตามจนเธอหันกลับมาพุ่งเข้าไปจะแย่งลูกโป่งทิ้ง ถลำเข้าไปในอ้อมแขนเขา ต่างตะลึงอึ้งปล่อยลูกโป่งสวรรค์ลอยไป

พอได้สติ เธอชี้หน้าอาฆาตว่า “ถ้านายเอาลูกโป่งมาแกล้งฉันอีก นายเจ็บตัวแน่!!” ว่าแล้วเดินหนีไปเลย

ooooooo

มา ถึงหน้าบ้านผีสิง สุคนธรสอยากแกล้งเขา เข้าไปขอร้องพนักงานที่กำลังจะปิดบริการขอเข้าไปเป็นคู่สุดท้ายเพราะอยากจะ ทดสอบผู้ชายที่คบอยู่ว่าเป็นแต๋วแอ๊บแมนหรือเปล่า พนักงานใจอ่อนยอมให้เข้าไป

กุมาริกากลัวผีไม่ยอมเข้าไปด้วย ขอรอข้างนอกดีกว่า

ไตรรัตน์ จะไม่เข้าไปบอกว่าเป็นการเล่นไร้สาระ เพราะรู้อยู่ว่ามันเป็นของปลอม ผีพวกนี้เป็นกลไกหลอกเด็กทั้งนั้น สุคนธรสเลยท้าว่าถ้าไม่กลัวก็เดินเข้าไป หารู้ไม่ว่า ทั้งสองถูกผีนายธรรมมองอย่างอาฆาตมาดร้ายตลอดเวลา

เข้าไปใน บ้านผีสิงไม่นาน ไตรรัตน์บ่นว่าหยุดเล่นเพ้อเจ้อเสียที เร่งให้รีบเดินออกไปได้แล้ว จนมาถึงทางแยก สุคนธรสเลยเดินแยกไปคนละทางงอนๆ

“คิด ว่าปล่อยผมไว้คนเดียวแล้วผมจะกลัวเหรอ โอเค ทางใครทางมัน แล้วไปเจอกันข้างนอก” เขาเดินแยกไปอย่างไม่แคร์ พริบตานั้นสุคนธรสเห็นอะไรแว้บๆผ่านไปแต่ไม่ติดใจคิดว่าเป็นผีปลอม

ไตรรัตน์ เดินผ่านผีต่างๆ เขาหยอกล้อขำๆกับหุ่นผีที่ขยับไปตามกลไก แต่มีผีจริงคือผีนายธรรมเดินสวมรอยไปยืนตรงเซ็นเซอร์ทำให้หุ่นผีขยับไม่หยุด จ้องไตรรัตน์คำราม “มึงต้องตาย กูจะได้เป็นอิสระ”

แล้วก็เกิดปัญหา เมื่อไตรรัตน์เดินไปถูกแง่งเหล็กลูกกรงที่ขังผีไว้เกี่ยวขากางเกง เขาพยายามแกะแต่แกะไม่ออกจึงตัดสินใจถอดกางเกงเพื่อจะได้แกะถนัด

ระหว่าง นั้น ผีนายธรรมไปเกาะหลังหุ่นตัวหนึ่งที่ทำท่าจะแทงไตรรัตน์แล้วถอยกลับขยับอยู่ อย่างนั้นตามกลไกของมันแต่มีนอตตัวหนึ่งที่ยึดหุ่นอยู่คลายเกลียวทีละนิดๆ หุ่นขยับทีก็คลายออกที

สุคนธรสเดินไปถึงทางแยกเธอหยุดรอไตรรัตน์ บ่นว่าทำไมยังไม่มาสักที หรือหัวใจวายตายไปแล้ว พลันก็เอะใจว่าอาจเกิดอะไรขึ้นรีบเดินย้อนกลับไป เธอถอดหน้ากากประจำตัวออก ทำให้ได้กลิ่นวิญญาณเร่ร่อนแต่ไม่มีกลิ่นวิญญาณอาฆาตแต่ยิ่งเดินไปกลิ่นก็ ยิ่งรุนแรงขึ้นจนใจคอไม่ดี

เธอเดินย้อนไปจนเจอไตรรัตน์กำลังง่วนอยู่กับ การแกะกางเกงออกจากแง่งเหล็กลูกกรง เธอตกใจที่เห็นเขาถอดกางเกง ไตรรัตน์เองก็ตกใจไม่คิดว่าจะมีใครมาเห็นตนในสภาพนี้

“ระวัง!” สุคนธรสพุ่งเข้าดึงไตรรัตน์ออกให้รอดพ้นหุ่นที่ถือเหล็กแหลมนอตหลุดออกมา พอดี ลูกกรงหลุดฟาดหัวไตรรัตน์สลบล้มทับสุคนธรสที่มาดึงเขาไว้เต็มตัวทำเอาเธอสลบ ไปด้วย สภาพจึงกลายเป็นว่าสุคนธรส นอนทับไตรรัตน์ โดยมีลูกกรงและหุ่นผีแผ่นไม้ล้มทับทั้งคู่ไว้เต็มๆ

ooooooo

ที่บ้าน ป้าสุดใจ ป้ากำลังจะออกไปสอนหนังสือ ได้ยินเนตรสิตางศุ์กำลังคุยโทรศัพท์รู้สึกผิดสังเกตจึงหยุดฟัง จับได้ว่าเธอโกหกณัฐเดชว่าอยู่กาญจนบุรี จึงย้อนกลับมาซักถามจับโกหก พาลหาว่าหมอวรวรรธรู้เห็นเป็นใจกับการโกหกของเธอด้วย ด่าไอ้หลานเลวไม่พอ ยังคว้าไม้เรียวฟาดเอ๊า...ฟาดเอาเหมือนครูที่กำลังลงโทษลูกศิษย์

ป้าสุดใจบังคับให้เนตรสิตางศุ์กล่าวปฏิญาณตามว่าจะไม่พูดโกหก จะรักษาศีล รักสัตย์ จนแม้กายดับแต่ชื่อไม่ตาย

ขณะ ณัฐเดชคุยกับเนตรสิตางศุ์อยู่นั้น ก๊องก็สาระแนพูดเสียงดังว่าตั้งแต่มายังไม่ได้ลงทะเลเลย เขาเอะใจไปที่ตึกนิติเวชเดินตามหาหมอวรวรรธ เพื่อนหมอบอกว่าหมอไปต่างจังหวัดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ดูเหมือนจะไปพัทยา ฟังแล้วณัฐเดชเริ่มปะติดปะต่อได้ เขาชาวาบไปทั้งตัว

ที่ไซต์ก่อสร้าง เมืองกาญจน์ ญาณินยังคงทำงานอย่างคร่ำเคร่ง ป้าออมาบอกว่าจะให้ทนายไปแจ้งความเรื่องถูกเปรมข่มเหงรังแก ญาณินไม่ต้องการให้ฟ้องไม่อยากให้มีเรื่องวุ่นวายเสียเวลาทำงาน

ป้าออยืนกรานจะฟ้องให้ได้ ญาณินไม่สนใจเดินไปเจอติณห์ที่อีกมุมหนึ่งในบริเวณก่อสร้าง เขาถามว่าเรื่องเมื่อคืนเธอโอเครึเปล่า

ป้า ออกับทนายสมชาติที่เดินตามญาณินมาตอบแทนเธอว่า “ไม่โอเคค่ะ” ทั้งยังปรามเขาว่าถ้าดูแลความปลอดภัยให้พวกตนไม่ได้เขาก็ไม่ต้องเข้าใกล้พวก ตนอีก ย้ำว่า “ขอให้รู้ไว้ว่าฉันจะฟ้องเอาเรื่องนายเปรมและคุณอย่างถึงที่สุด”

ทนายสมชาติตกใจที่ป้าออจะเอาเรื่องติณห์ด้วย ป้าออมองหน้าทนายพูดอย่างผิดหวังว่า

“ฉันคิดว่าคุณจะเป็นคนดี เห็นแก่ความถูกต้องมากกว่าพวกพ้อง ฉันมองคนผิดสินะ ไม่เป็นไร ฉันจะหาทนายคนใหม่ก็ได้ ไปเถอะค่ะคุณหนู”

ป้าออพาญาณินเดินออกไปไม่แยแสกับติณห์และทนายสมชาติที่ยืนเซ็งทั้งสองคน

ooooooo

รุ่งขึ้น เคธี่เอากระเช้าผลไม้มาที่บ้านสุคนธรสแต่เช้า ถามหาไตรรัตน์ สมศรีกับสมศักดิ์บอกว่า ไตรรัตน์ไม่อยู่หายหัวไปทั้งสองคนตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่กลับ บอกว่าพวกตนกำลังจะไปตาม กันเคธี่ให้หลบทางแล้วออกไปกันอย่างรีบร้อน

เพราะ สุคนธรสบอกว่าจะไปเดินเล่นที่งานวัด ทั้งสองจึงบ่ายหน้าไปที่นั่น เคธี่รีบตามไปด้วย พอเข้าในบริเวณงานเห็นคนมุงดูอะไรกันอยู่ ยายเมี้ยนหันมาเห็นก็เดินรี่มาหา เอารองเท้าชูให้ดูถามว่านี่เป็นรองเท้าของสุคนธรสใช่ไหม ทั้งสองจำได้ ถามว่าแล้วลูกตนอยู่ไหน

ไม่ทันที่ยายเมี้ยนจะพูดอะไร เจ้าหน้าที่ก็เอากางเกงของไตรรัตน์มาถามว่านี่กางเกงใคร ป้าเมี้ยนถลาเข้าไปดูถามว่าใครมาถอดกางเกงในบ้านผีสิง!

เมื่อเจ้าหน้าที่ ยกแผ่นไม้ที่ทับร่างไตรรัตน์กับสุคนธรสออก ทุกคนถึงกับมองอึ้งที่เห็นสองคนนอนทับกันอยู่ เคธี่แทบคลั่ง ร้องลั่น “ธไรซ!! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย แล้วกางเกงธไรซหายไปไหน”

ฟังเจ้าหน้าที่ที่ สุคนธรสขอเข้าเป็นคู่สุดท้ายเล่าว่าขอเข้าไปทดสอบความเป็นแมนของคนรักแล้ว ยายเมี้ยนทำตาโตอย่างอัศจรรย์ใจกับการทดสอบของทั้งสอง สมศรีทนฟังไม่ได้ปรามยายเมี้ยนว่าพูดให้มันดีๆนะ

ส่วนเคธี่โวยวายแทบจะคลั่งกับภาพที่เห็น “ไม่จริง...เคธี่ไม่ยอม ธไรซต้องเป็นของเคธี่ เป็นของเคธี่คนเดียว”

ooooooo

เพนนี ไปที่รีสอร์ตของติณห์ พยายามบอกเขาว่าเปรมทำอะไรกับใครตนไม่เคยรู้เรื่องด้วย ใส่ไฟว่าอาจเป็นเพราะญาณินยั่วเปรมก่อนก็ได้ พอเปรมไม่เล่นด้วยเลยโวยวายหาว่าเปรมปล้ำ ถูกติณห์ปรามว่า

“อย่าพูดเหลวไหล คุณญาณินไม่ใช่คนอย่างนั้น...

ผมว่าคุณญาณินไม่ใช่คนชั่ว เซ้นซ์ผมบอกว่าเขาไว้ใจได้”

“ติณห์...” เพนนีจ้องหน้าติณห์อย่างไม่พอใจ แต่เขาไม่สนใจเดินผละไป เธอจึงกลับไปที่บ้าน ด่าเปรมว่า “ไอ้พี่เฮงซวย ดีแต่สร้างปัญหา”

สองพี่น้อง ทะเลาะกันเสียงดังจนเสี่ยปิงออกมาหย่าศึก เพนนีบอกเปรมว่าให้เตรียมติดคุกได้เลย เพราะ ญาณินจะแจ้งความจับเขา เปรมตกใจร้องงอแงกับเตี่ยว่าตนไม่ยอมเข้าคุกให้เตี่ยช่วยไอ้เปรมด้วย เพนนีพูดใส่หน้าเปรม “สมน้ำหน้า”

“ยัยเพนนี!!” เสี่ยปราม แล้วบอกเปรม “แกไม่ต้องห่วงไอ้เปรม ไม่ว่าพวกแกจะผิดหรือถูก ยังไงเตี่ยก็อยู่ข้างลูกๆของเตี่ยเสมอ ใครหน้าไหนก็มาทำลูกเตี่ยไม่ได้”

ooooooo

ที่ อยุธยา พ่อสมศักดิ์กับแม่สมศรีฟังชาวบ้านพูดถึงเรื่องลูกสาวกับไตรรัตน์แล้วรับไม่ ได้ ยิ่งเมื่อสุคนธรสชี้แจงว่ามันเป็นเรื่องอุบัติเหตุก็ยิ่งเสียใจ

เคธี่ มาทำแผลให้ไตรรัตน์ที่บ้านสุคนธรส เธอทำเป็นใจกว้างรับได้กับความสัมพันธ์ระหว่างสุคนธรสกับไตรรัตน์ ชายหนุ่มจึงผสมโรงว่าตนรักสุคนธรสจริงเพราะเธอเป็นคนดี เธอรักตนคอยดูแลและปกป้องตนด้วยใจจริง ตั้งแต่เรายังไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ พูดอย่างซึ้งใจว่า “ผมโชคดีมากที่ได้เจอคุณรส แล้วผมจะไม่รักได้ยังไงจริงไหม”

เคธี่ทำเป็นตัดใจอวยพรให้เขามีความสุข ไม่ต้องเป็นห่วงตน แล้วเดินหน้าเศร้าจากไป ไตรรัตน์มองตามด้วยความเป็นห่วง สุคนธรสพูดประชดว่า ถ้าอาลัยอาวรณ์แฟนเสร็จก็รีบมาช่วยรับผิดชอบแก้ปัญหาที่เขาก่อขึ้นด้วย ทุกคนเข้าใจผิดจนวุ่นวายกันไปหมดแล้ว

ไตรรัตน์จะเดินเลี่ยงไป ถูกเธอรั้งไว้ถามว่าคิดจะทิ้งปัญหาไว้ให้ตนแก้คนเดียวหรือ เขาเสียงเข้มตาขวางใส่ว่า

“คิดว่าคุณมีปัญหาคนเดียวรึไง!” ว่าแล้วเดินแยกไปเลย สุคนธรสมองตามไปสบถ “บ้าเอ๊ย!!...”

ooooooo

ณัฐ เดชมุ่งหน้าไปพัทยาทันที ระหว่างทางโทร.ถามหมอวรวรรธว่าไปพัทยาทำไม หมอถามว่า ใครบอก พูดให้น่าเชื่อถือว่าเดี๋ยวตนจะไปหาเขาที่ออฟฟิศ แต่พอณัฐเดชบอกว่าเขาจะถึงพัทยาแล้ว หมอก็ตกใจรีบหักรถเลี้ยวกลับทันที

เป็น เวลาที่เนตรสิตางศุ์ กรรัมภา และกรรณา กำลังวิเคราะห์เจาะลึกว่าใครเป็นฆาตกรฆ่าใบหม่อน เนตรสิตางศุ์ตีวงแคบลงมาว่าตอนนี้มีผู้ต้องสงสัย 2 คน คือลูกข่างกับหมอรุทธ์ กรรัมภาแย้งทันทีว่าไม่มีทางเป็นหมอรุทธ์ เมื่อถามใบหม่อนเธอยืนยันว่า

“หมอรุทธ์เป็นคนดี เป็นที่พึ่งเรื่องความสวยความงามให้กับทุกคนที่นี่ เขาปลื้มฉันมาก ให้ฉันเป็นสมาชิกวีไอพี ทั้งที่คลินิกและสปาของเขา เขาอาสาทำหน้าและดูแลรูปร่างให้ฉันฟรีตลอดชีวิต ฉันก็เลยเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เขาแลกเปลี่ยน”

ทั้งยังเล่าว่า “เขารู้อยู่แล้วว่าฉันรักและกำลังคบหากับคุณปาณัทอยู่ หมอรุทธ์บอกว่าเขารักและมีความสุขที่ได้ทำหน้าให้ฉันสวย เขาไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้ แล้วเขาก็ไม่เคยทำอะไรให้ฉันรำคาญใจเลยจริงๆ”

ขณะการคาดการณ์กำลังกระชับ เข้าทุกทีนั้น ลูกข่างก็มาเร่งให้ทุกคนไปขัดรองเท้านักแสดง สั่งห้ามใครออกจากห้องนี้ก่อนขัดรองเท้าทั้งหมดเสร็จเด็ดขาด แล้วสั่งก๊องให้ตามตนไป มีงานสำหรับผู้ชายให้ทำ

กรรณามองรองเท้าแล้วบอก เพื่อนๆว่า กว่าจะขัดรองเท้าเสร็จก็ไม่มีเวลาไปสืบอะไรแล้ว จึงวางแผนโกหกลูกข่างว่าก๊องเป็นโรคกระเพาะให้พาไปกินข้าวก่อน ลูกข่างหลงกลพาก๊องไป สามสาวมองหน้าอย่างรู้กันว่า “ทางสะดวกแล้ว”

ooooooo

วัน นี้เอง เปรมก็ทำทีไปขอโทษญาณิน โดยมีเพนนีและเสี่ยปิงตามไปเป็นกองเชียร์ ติณห์บอกญาณินว่าแล้วแต่เธอจะตัดสินใจ ญาณินหาว่าเขาไม่อยากให้เอาเรื่องกับครอบครัวเพนนี บอกว่าไม่เอาเรื่องก็ได้แต่อย่าให้มายุ่งกับตนอีกก็แล้วกัน

ญาณินทั้ง น้อยใจทั้งโกรธเดินกลับบ้านพัก ติณห์ตามไปชี้แจงว่าตนไม่ได้บังคับเธอไม่ให้เอาเรื่อง ญาณินตัดบทว่าตนเข้าใจว่าเขาต้องปกป้องพี่ชายแฟนมากกว่าลูกจ้างอย่างตน ไม่ต้องแคร์ตน ให้ไปห่วงแฟนตัวเองเถอะ

ติณห์ตามตื๊อ รับปากว่าต่อไปจะดูแลความปลอดภัยของเธอให้ดีที่สุด จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก

“อย่ามายุ่งกับฉัน! ฉันจะเป็นตายร้ายดียังไงฉันดูแลตัวเองได้ไม่ต้องมาปกป้อง ไม่ต้องมาสนใจ ไปดูแลแฟนคุณไป”

ญาณินเดินเข้าบ้านปิดประตูปัง แล้วยืนพิงประตูอย่างผิดหวัง ช้ำใจ ส่วนติณห์ยังยืนอยู่ที่หน้าบ้านอย่างรู้สึกผิด

ooooooo

กรรณา เสนอให้ไปห้องส่วนตัวของใบหม่อนเชื่อว่ากรรัมภาอาจจะสัมผัสอะไรได้เพิ่มเติม แอง-เจโล่กับมาริโอ้มาขัดขวางสามสาวไม่ให้เข้าไปในห้องใบหม่อน ถูกใบหม่อนแกล้งจนคู่แฝดทะเลาะกันเอง เนตรสิตางศุ์เร่งกรรณากับกรรัมภาให้รีบเข้าไป แต่พอเธอจะเข้าก็ถูกหมอรุทธ์มาถามว่า เกิดเรื่องอะไรหรือ เลยต้องยืนคุยกันตรงนั้น

เมื่อเข้าไปในห้องใบหม่อนแล้ว ไม่ว่ากรรัมภาจะสัมผัสโซฟาหรือประตู ทุกที่ล้วนเห็นภาพน้องออนซ์พลอดรักกับปาณัท เห็นภาพอุบาทว์จนเธอไม่อยากมอง หยิบถุงมือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกมาสวม บังเอิญมือไปสัมผัสผิวโต๊ะเกิดภาพเป็นมือคล้ำๆใส่ถุงมือยางกำลังเปิดลิ้น ชัก!

กรรัมภาจ้องเขม็ง เห็นมือนั้นหยิบคอนแท็กเลนส์ไปหยอดยาพิษ ไม่นานใบหม่อนก็มาหยิบคอนแท็กเลนส์นั้นไปใส่ก่อนเปิดการแสดง

“คอน แท็กเลนส์มียาพิษ!!” กรรัมภาได้หลักฐานสำคัญ ชวนกรรณาจะไปบอกเนตรสิตางศุ์ให้ระวังตัว แต่พอเปิดประตูจะเข้าไปในห้องแต่งตัว ทั้งสองก็ผงะเมื่อเห็นเนตรสิตางศุ์ยังยืนคุยอยู่กับหมอรุทธ์ ต่างเงี่ยหูฟัง

หมอ รุทธ์เสนอขอเป็นที่ปรึกษาความงามของเนตรสิตางศุ์ ให้เงื่อนไขบริการต่างๆเหมือนอย่างที่ให้กรรัมภา พูดอย่างอบอุ่นว่า ถ้าอยากตอบแทนตน ค่ำนี้ไปหาอะไรทานกันได้ไหม

เนตรสิตางศุ์อ้างว่าวันนี้ งานเยอะไม่สะดวก หมอรุทธ์เสนอให้เป็นวันอื่นก็ได้ตนมีเรื่องสนุกๆเกี่ยวกับการผ่าตัดเล่าให้ ฟังมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เคสของคุณใบหม่อน ยิ่งมีเรื่องเล่าเยอะ” ทำให้เนตรสิตางศุ์ตัดสินใจนัดพรุ่งนี้เจอกัน

กรรัมภารับไม่ได้ที่หมอรุทธ์ให้ความสนใจและเสนอให้บริการแก่เนตรสิตางศุ์เหมือนให้ตน ฮึดฮัดจะเอาเรื่อง จนกรรณาต้องเตือนว่า อย่าลืมว่าเรากำลังสืบคดีใบหม่อนอยู่ เธอจึงเงียบไป

ตอนที่ 8

กรรัมภาไปหาหมอรุทธ์อีก หมอรุทธ์มองเธออย่างถูกใจมาก บอกว่าโครงหน้าเธอไม่ว่าหน้าผาก ปาก จมูก ทุกอย่างสมบูรณ์แบบมาก บอกว่านี่คือโครงหน้าของผู้หญิงที่ตนชื่นชอบ

ลาภที่กำลังจัดเครื่องมือ อยู่ในห้อง ได้ยินหมอรุทธ์พูดถึงกับชะงัก สีหน้ากังวลมาก หมอรุทธ์ถอดแว่นส่งให้ลาภ แล้วคุยกับกรรัมภาว่า เรื่องผิวแพ้ไม่ต้องเป็นห่วง ตนจะจ่ายยาให้ใช้ สองสามวันก็จะดีขึ้น แต่อยากให้เลิกใช้เครื่องสำอางยี่ห้ออื่นไปเลย  หันมาใช้ครีมของตนคนเดียว แต่ก็ไม่บังคับแล้วแต่ความสมัครใจของเธอ

“อุ๊ย...ไม่ต้องบังคับหรอกค่ะ ถ้าหมอว่าดี แก้มก็ว่าดีซีคะ แก้มเชื่อหมอค่ะ” กรรัมภาหัวเราะคิกคักทั้งเขินทั้งดีใจ

“คุณ แก้มแค่แก้ไขรูปตา จมูก  แล้วก็คางนิดหน่อยก็จะสวยเพอร์เฟคเลยล่ะครับ หมอรับปากว่าจะดูแลหน้าคุณแก้มอย่างดีที่สุด” หมอมองหน้าเธออย่างพินิจพิจารณาจะทำศัลยกรรมใบหน้าเธอให้เหมือนคนรักเก่าที่ ตายไป ต่อจากใบหม่อน

“ดีใจจังเลยที่ได้ยินอย่างนี้ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก แต่แก้มต้องขอไปคิดดูก่อนนะคะ” กรรัมภายิ้มอย่างมีความสุข

ในขณะที่ลาภถึงกับมือสั่น กลัวจับขั้วหัวใจกับเป้าหมายของหมอรุทธ์รายต่อไป!

ooooooo

เนตร สิตางศุ์ซึ่งปักใจเชื่อว่าหมอรุทธ์เป็นฆาตกรฆ่าใบหม่อน กลับมาเล่าให้กรรณากับก๊องฟัง กรรณาเอะใจว่าชื่อหมอเหมือนกับที่กรรัมภากำลังปลื้มเลย ก๊องจึงอาสาค้นหาข้อมูลจากกูเกิ้ล ครู่เดียวก็ยืนยันชัดเจนว่าเป็นคนเดียวกัน

หมอวรวรรธชะโงกไปดูหน้าหมอ รุทธ์ในจอคอมฯ กับเนตรสิตางศุ์ พอดีณัฐเดชเข้ามาเห็น เขาโกรธมากที่เห็นหมอใกล้ชิดกับน้องสาวจนหน้าแทบแนบกัน คว้ากุญแจมือเข้ามาจะจับหมอฐานบุกรุก หมอตกใจถอยกรูดบอกว่าตนมาหาเขา แล้วรีบยื่นรูปของใบหม่อนสมัยเรียนหนังสือให้เขาดู

พอณัฐเดชเห็นรูปในอดีตของใบหม่อนก็ถึงกับตาโตลืมเรื่องหวงน้องสาวไปเลย ถามว่าใช่ใบหม่อนหรือ ไม่เหมือนเลย

“เพราะ อย่างนี้ไงผมถึงต้องรีบเอามาให้พี่ดู คือ... หมอรุทธ์ทำหน้าให้ใบหม่อนหลายครั้ง แถมยังทำตัวให้ทั้งตัว พี่ณัฐว่าเขาน่าจะสนิทกันเป็นพิเศษกว่าใครๆไหมล่ะครับ”

หมอวรวรรธคุยเรื่องงานเสียจนณัฐเดชหลงกล หมอแอบสบตากับเนตรสิตางศุ์อย่างโล่งอกที่รอดตัวไปได้

ooooooo

เสี่ยปิงฮึดฮัดขัดใจ ตำหนิกำนันพงษ์ว่าถิ่นของตัวเองแท้ๆ ทำไมถึงปล่อยให้มีการสร้างรีสอร์ตขึ้นมาได้ สั่งกำนันให้หาทางหยุดญาณินให้ได้ ถ้าไม่รีบลงมือเสียตอนนี้มีหวังรีสอร์ตสร้างเสร็จแน่ๆ

ตอนที่ 7

กำนันกลับไปรายงานเสี่ยปิงที่ริเวอร์มูนรีสอร์ทว่า ตนไม่รู้เหมือนกันว่าพวกนั้นมาธุระอะไรกับตาพุ่ม พอถามตาพุ่มก็ดันลืมเสียอีก

เปรมเดินเข้ามาได้ยินแว่วๆถามว่าใครลืมอะไรหรือ พลางมานั่งที่โซฟาท่าทางกร่างๆ เห็นทุกคนเงียบเลยเดาว่า

“เรื่องไอ้ติณห์อีกล่ะสิ” เสี่ยปิงพยักหน้า “แค่ไอ้ฝรั่งขี้นกคนเดียว ตื้บมันให้พิการซะก็สิ้นเรื่อง เตี่ยจะไปกลัวมันทำไม”

เสี่ย บอกว่าไม่ได้กลัว แต่ติดที่เพนนีรักติณห์เข้าให้แล้ว เปรมยิ้มมุมปากบอกว่างั้นไม่ต้องให้ถึงพิการ เอาแค่เข้าเฝือกก็พอ กำนันพงษ์ขอให้ใจเย็นๆ เพราะตนกำลังพยายามทุกวิถีทางอยู่ ตอนนี้ติณห์คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าทั้งเรื่องที่ดินและเรื่องเพนนีเลย ยักท่า

“ยัยเพนนีนี่มันยังไงกัน แค่ผู้ชายคนเดียวก็เอาไม่อยู่ ไม่มีน้ำยานี่หว่า” เปรมบ่นอย่างไม่พอใจ

เสี่ย พาเปรมไปที่รั้วกั้นระหว่างรีสอร์ต ชี้ให้ดูความคืบหน้าการสร้างรีสอร์ตของฝั่งโน้น บอกว่าการปรับพื้นที่คืบหน้าไปเยอะแล้ว ซ้ำผู้รับเหมารายใหม่นี่ก็กระดูกแข็งเสียจริงๆ

ติณห์กับทนายสมชาติเดินมาเจอกับเสี่ยปิงและเปรมพอดี ต่างผงะ ติณห์ยกมือไหว้ทัก “สบายดีหรือครับ”

“สบายดีมากๆเลยครับ อ้อ...นี่เปรมลูกชายคนโตของผมครับ เปรม...นี่คุณติณห์แฟนของเพนนี”

ติณห์ยื่นมือไปสัมผัสกับเปรม ถูกเปรมจับไว้ไม่ปล่อย ตามองเขาอย่างประเมินก่อนพูดยิ้มเหยียดๆว่า

“ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเพนนีถึงหลงคุณ

หัวปักหัวปํา คุณล่ะครับ หลงน้องสาวผมบ้างหรือเปล่า” ติณห์บอกว่าเพนนีเป็นคนน่ารัก “งั้นเมื่อไหร่จะแต่งงานกันดี หวังว่าคุณคงไม่ได้เห็นน้องสาวผมเป็นแค่คู่ซ้อมหรอกนะ”

ติณห์ชี้แจงอย่าง เยือกเย็นว่าตนเห็นว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะงานของตนเพิ่งเริ่ม รีสอร์ตยังไม่เสร็จ และตนยังต้องทำอะไรอีกหลายอย่าง ตัดบทว่า “ผม...ยังไม่มีแพลนจะมีครอบครัวเร็วๆนี้”

เปรมเปลี่ยนเป็นคุกคามทันที ปราดเข้าผลักอก กระชากคอเสื้อติณห์เข้าไปตะคอกว่า พูดแบบนี้เห็นน้องสาวตนเป็นอะไร ทนายสมชาติขอให้เสี่ยห้ามลูกชาย เสี่ยบอกเปรมอย่างขอไปทีว่าให้เบาๆกับติณห์หน่อย

“นายคงไม่รู้จักไอ้เปรมดีพอ ฉันไม่ยอมให้ใครมาฟันยัยเพนนีเล่นๆแน่ และที่สำคัญฉันอยากได้อะไรก็ต้องได้”

ติณ ห์จับมือเปรมออก “คุณก็ยังไม่รู้จักผมดีพอ คนอย่างผมไม่ชอบให้ใครมาบังคับ ถ้าไม่ก็คือไม่” พูดแล้วผลักเปรมออกไปอย่างแรง ทนายสมชาติรีบมาดึงติณห์ชวนกลับดีกว่า

พอติณห์เดินไปกับทนาย เปรมก็กระชากปืนออกมา เสี่ยรีบห้ามว่าเดี๋ยวเสียงปืนดังแล้วจะทำให้ได้ที่ดินยากขึ้น และอย่าลืมว่า “แกมีหลายคดีติดตัวอยู่ แล้วก็ยังอยู่ระหว่างรอลงอาญา 2 ปี”

“ผม รู้น่า...ผมทำอะไร ผมรอบคอบ ผมไม่โง่เข้าใจไหม ผมไม่โง่อย่างที่เตี่ยคิด อ๊ากกกก!!” เปรมเตะพื้นอย่างบ้าคลั่ง ตะโกน “ผมใจเย็นอยู่แล้ว” เสี่ยปิงเห็นแล้วถึงกับกุมขมับ

ooooooo

เมื่อพากันกลับถึงบ้านพัก ทนายเตือนติณห์ว่าต้องระวังตัวให้ดี เพราะได้ยินมาว่าลูกชายเสี่ยปิงไม่ธรรมดาเลย คนดีๆอย่างเราอยู่ที่แจ้ง จะไปสู้พวกนักเลงอันธพาลที่มาจับจ้องลอบทำร้ายคงยาก บอกเขาให้อยู่ใกล้ญาณินไว้อย่าห่างกันเด็ดขาด

“ผมรู้สึกว่าเวลาที่คุณอยู่ใกล้ๆคุณญาณิน คุณจะปลอดภัยจากทุกอย่าง หรือคุณติณห์ไม่รู้สึกเหมือนผม”

ติณห์ไม่ตอบทั้งที่รู้สึกอย่างที่ทนายพูดจริงๆ

ญาณินเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อทำธุระ กุมาริกาเสนอให้พาคุณหลวงไปเที่ยวด้วยดีไหม จะได้เปิดหูเปิดตา

ญาณินเห็นด้วย แอบไปจุดธูปบอกคุณหลวงเพราะไม่อยากให้ป้าออรู้เดี๋ยวจะตกอกตกใจ อึดใจเดียวคุณหลวงในชุดโก้สวมหมวกแบบคนในยุค ร.7 ก็ถือไม้เท้ามีเป้สะพายหลังปรากฏตัวออกมาอย่างตื่นเต้นที่จะได้ไปดูกรุงเทพฯ ที่ไม่เห็นมาหลายสิบปีแล้ว

แต่พอจะไปขึ้นรถ ปรากฏว่าติณห์พร้อมกระเป๋าเดินทางมารออยู่ที่รถแล้ว บอกว่าจะไปด้วย อ้างว่าขืนปล่อยเธอไปคนเดียวเดี๋ยวจะกลับมาโกหกอะไรตนอีกก็ไม่รู้ และที่สำคัญจะไปหานายคมและณัฐเดชเพื่อนรักด้วย เขาอาสาจะขับรถให้ เธอขอขับเอง เขาจึงนั่งคู่คนขับ คุณหลวงดูอยู่พึมพำอย่างพอใจมากว่า “ให้มันได้อย่างนี้สิไอ้หลานรัก”

ป้าออนั่งเบาะหลัง มีคุณหลวงกับกุมาริกานั่งอยู่ด้วย ป้ารู้สึกถูกเบียดแต่ก็ไม่รู้เพราะอะไร เลยขยับไปนั่งชิดอีกฝั่ง ได้มีโอกาสบ๋ายบายกับทนายสมชาติที่มายืนส่งหน้าละห้อยอยู่

ooooooo

ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ผู้กำกับกำลังนั่งคุยอยู่กับณัฐเดชและผู้กองกริสน์กับสารวัตรดอน ผู้กำกับชมผู้กองกับสารวัตรว่ามีผลงานมากมาย เดี๋ยวตนต้องไปตัดผมเตรียมพรุ่งนี้พานักข่าวไปถ่ายทำการตรวจค้น คราวนี้ได้ออกทีวีกันทั้งทีมทีเดียว

ชมเชยผู้กองกับสารวัตรแล้ว ผู้กำกับหันมาไล่บี้ณัฐเดชว่า ฟังผลงานของรุ่นน้องแล้วลองดูผลงานของตัวเองบ้างสิว่าไปถึงไหนแล้ว คดีวางเพลิงตลาดหญิงจำเริญ หมอผี 18 มงกุฎหลอกลวงผู้หญิงไปลวนลาม หลอกเงินชาวบ้าน และยังเรื่องนางเอกละครเวทีตายอีก ผู้กำกับถามเชิงตำหนิว่า

“แต่ละคดีไม่น่าจะยุ่งยากซับซ้อนสักหน่อย แต่ทำไม...ทำไม...ถ้าไม่มีความสามารถพอก็บอกนะ สองคนนั้นเขาน่าจะทำได้”

ณัฐเดชโดนไปหลายดอกถึงกับอึ้งไป

ooooooo

หมอวรวรรธพาเนตรสิตางศุ์มาทันเจอลูกข่างขนเสื้อผ้านักแสดงมาถึงโรงละครพอดี เธอรีบเข้าไปช่วย สองคนหอบเสื้อผ้ากันเต็มสองมือ ขณะเดินไปมาตามทาง เนตรสิตางศุ์ชนเข้ากับหมอรุทธ์จนเสื้อผ้าหล่น หมอรีบช่วยเก็บเดินตามไปส่งที่ห้องคอสตูม เลียบเคียงถามว่า คิดยังไงมาฝึกงานที่โรงละคร อยากเป็นดาราหรือ

เธอตอบอย่างระมัดระวังว่าตนแค่อยากมาทำงานที่นี่เท่านั้น แต่หมอรุทธ์ไม่เชื่อดักคอว่าเธอคงต้องการอะไรมากกว่านั้นแน่ แต่ไม่กล้าบอกตรงๆมากกว่า

จากการคุยกันอย่างคุมเชิง เนตรสิตางศุ์รู้ว่าใบหม่อนนั้นผ่าตัดมาทั้งตัวด้วยฝีมือของหมอรุทธ์ เธอฟังอย่างสนใจจนหมอถามว่า เธอรู้จักใบหม่อนด้วยหรือ รู้จักได้ยังไง รู้จักแค่ไหน รู้จักตั้งแต่เมื่อไร หมอถามมากเสียจนเธออึกอัก

พอดีลูกข่างหอบรองเท้าเข้ามาเจอทั้งสองยืนคุยอยู่ เร่งเนตรสิตางศุ์ให้ไปทำงานแล้วคว้าแขนหมออ้อนว่ามีเรื่องจะปรึกษาเป็นการส่วนตัว หมอรุทธ์พยายามเลี่ยงบอกว่าถ้าไม่ด่วนก็เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน

ระหว่างเนตรสิตางศุ์เอาเสื้อผ้าไปแขวนที่ราวนั่นเอง เจอใบหม่อนรออยู่ เรียกให้เธอตามไปจนถึงห้องพักน้องออนซ์ บอกว่ามีคนอยู่ในห้องนั้นอาจเป็นฆาตกรสมุนน้องออนซ์ก็ได้

ภายในห้องน้องออนซ์ มีชายคนหนึ่งเข้าไปค้นของในห้อง พอได้ยินเสียงข้างนอกก็หยิบเชือกมาอย่างพร้อมจะรัดคอคนที่เข้ามา น้องออนซ์เข้ามาเจอเนตรสิตางศุ์เธอถามอย่างระแวงว่ามาทำอะไร เนตรสิตางศุ์ตกใจแต่ก็เอาตัวรอดได้ อ้างว่ากำลังจะมาตามเธอไปแต่งหน้า น้องออนซ์ไล่ให้ออกไป แต่นึกได้สั่งให้ไปเอารองเท้าที่ล็อกเกอร์มาให้ด้วย

น้องออนซ์ถูกชายลึกลับในห้องเอาเชือกรัดคอจนเกือบจะสิ้นใจ โชคดีที่ลูกข่างเดินมาตามน้องออนซ์ให้ไปแต่งหน้ามันจึงหลบไป ลูกข่างเข้ามาเจอน้องออนซ์นอนหมดสภาพอยู่ที่พื้นก็บ่นอย่างระอาใจ “เมาค้างหรือเป็นลมอะไรอีกล่ะ”

เนตรสิตางศุ์เปิดล็อกเกอร์ของน้องออนซ์หยิบรองเท้าเสร็จกำลังจะไป เหลือบเห็นที่ล็อกเกอร์ตัวเองมีกระดาษเสียบแพลมออกมาจึงหยิบอ่าน เธอหน้าซีดเผือดกับข้อความที่ว่า “ใบหม่อนถูกกำจัดไปแล้ว เธอไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป...จำไว้!”

ooooooo

เมื่อญาณินกลับมาเจอเพื่อนๆ ต่างก็เช็กสถานะของแต่ละคนว่าสึกหรออะไรกันไปบ้าง ติณห์ที่เดินชมงานศิลปะในบริษัทอยู่ได้ยินการซักไซ้กันแว่วๆ ก็เข้ามายอมรับว่าตนใช้งานญาณินหนักไปหน่อย แต่เพราะภาษาไทยอ่อนแอเลยพูดให้ไขว้เขวเป็นอย่างอื่น จนพวกสาวๆพากันโวย

ญาณินบอกเขาว่าส่งตนมาถึงที่แล้วก็กลับไปเสีย ติณห์นัดพรุ่งนี้เจอกันแล้วกลับไป

พอติณห์ไม่อยู่ ญาณินก็ถูกเพื่อนๆ รุกซักถามอย่างหนัก คาดคั้นให้บอกความจริงมา ป้าออได้ยินแว่วๆก็แทรกเข้ามาช่วยชี้แจงว่า

“ความจริงคือ ใครก็ตามที่อยากได้ที่ดินคุณติณห์ตั้งใจจะฆ่าเขาให้ถึงตายเลย คุณหนูก็เลยตั้งใจว่าไม่ควรจะดำเนินการแค่ทางไสยศาสตร์ แต่พาคุณติณห์มาปรึกษากับคุณณัฐเดชที่นี่พรุ่งนี้ด้วยค่ะ”

เพื่อนๆเลยเงียบ ญาณินโล่งอกนึกขอบใจป้าออที่ช่วยให้รอดพ้นจากการกดดันมาได้ ป้าออนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่กลับมายังไม่ได้ยินเสียงเนตรสิตางศุ์เลย พอถามถึงเธอก็กลับมาพอดี ทักทายเพื่อนๆเสียงอ่อย

เนตรสิตางศุ์เล่าให้เพื่อนๆฟังว่า “มีคนเขียนจดหมายถึงเนตรค่ะ” เพื่อนๆนึกว่าเป็นจนหมายรัก แต่พอเธอเอาออกมา ญาณินรับไปอ่านดังๆ “ใบหม่อนถูกกำจัดไปแล้ว เธอไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป...จำไว้!”

ญาณินถามว่าเธอสงสัยใครบ้าง เนตรสิตางศุ์บอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าใบหม่อนปักใจเชื่อมากว่าเป็นฝีมือของน้องออนซ์ นางเอกคนใหม่ที่มาแทนที่เธอ

“ฉันขอดูจดหมายหน่อยสิ” กรรัมภาถอดถุงมือออก หมายจะได้ข้อมูลจากการสัมผัส แต่แล้วก็ไม่สามารถทำได้เพราะคนเขียนจดหมายใส่ถุงมือที่เธอเห็นว่าเป็นถุงมือแพทย์เท่านั้น

ooooooo

เพราะถูกผู้การจี้เรื่องงาน ณัฐเดชจึงนำกำลังไปซุ่มดูการเคลื่อนไหวในสำนักของหมอผีสมคิด ระหว่างนั้นเนตรสิตางศุ์โทร.บอกเขาว่าคืนนี้จะกลับบ้านมีเพื่อนไปส่ง เขาสั่งว่าถึงบ้านแล้วให้โทร.บอกด้วย

ส่วนหมอวรวรรธก็โทร.บอกเขาว่า รู้ไหมว่าใบหม่อนผ่านมีดหมอมาหมดแล้วทั้งตัว ที่เห็นสวยๆนั้นสวยด้วยแพทย์ ขณะนั้นเอง เนตรสิตางศุ์เดินเข้ามาเพื่อรอเขาไปส่งที่บ้าน ได้ยินเขาคุยเรื่องใบหม่อนอยู่ เธอเผลอโพล่งบอกไปว่า

“หมอรุทธ์เป็นฆาตกร!!”

ณัฐเดชได้ยินแว่วๆถามหมอวรวรรธว่าเสียงใคร หมอบอกว่าเสียงนักเรียนฝึกหัด แล้วส่งสัญญาณให้เนตรสิตางศุ์เงียบๆ

จังหวะนั้นเอง ลูกค้าสาวที่ณัฐเดชส่งเข้าไปสืบในสำนักหมอผีสมคิดเดินออกมา เขาบอกหมอวรวรรธว่าแค่นี้ก่อน มีอะไรค่อยติดต่อกันใหม่ วางสายแล้วหันไปถามลูกค้าสาวคนนั้นว่าได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง

“ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยผู้กอง หมอสมคิดกับลูกน้องไม่มีใครหลุดพูดอะไรออกมาเลย ไม่พบหลักฐานทางวัตถุด้วยค่ะ แถมโดนมันแต๊ะอั๋งตอนมันทำพิธีด้วย...แหวะ...” เธอทำเสียงขยะแขยง

“แน่มาก...ไอ้หมอสมคิด” ณัฐเดชพึมพำลอดไรฟัน

ooooooo

หมอวรวรรธเร่งเนตรสิตางศุ์ให้กลับบ้านได้แล้วตนจะไปส่ง เธอยังอารมณ์ค้างบอกว่าเราต้องไปบอกใบหม่อน ว่าฆาตรกรตัวจริงคือหมอรุทธ์ไม่ใช่น้องออนซ์ ถูกหมอ วรวรรธขู่ว่า ถ้าไม่อยากให้ตนฟ้องณัฐเดชก็เลิกล้มความคิดนี้เสียเพราะเรายังไม่มีหลักฐานเพียงพอ

เนตรสิตางศุ์เอาจดหมายขู่ออกมาให้ดู หมอจะเอาไปตรวจดีเอ็นเอเธอไม่ยอมให้ หาว่าเขาจะมาแย่งผลงานของตน แล้วรำพึงรำพันน้อยอกน้อยใจว่า ในโลกนี้ไม่มีใครเชื่อมั่นในตนสักคน เธอร้องไห้จนหมอบอกว่าตนเข้าใจหยุดร้องไห้เสียเถอะ

คืนนี้ ก๊องเปิดทีวีดูฟุตบอลอย่างเพลิดเพลินอยู่ในห้อง จู่ๆทีวีก็เปลี่ยนช่องไปที่แฟชั่น ก๊องกดเปลี่ยนกลับมาก็ถูกเปลี่ยนไปที่ช่องแฟชั่นอีก

ที่แท้คุณหลวงกับเจ้าที่และกุมาริกามาแอบเปลี่ยนและจ้องนางแบบสาวสวยเซ็กซี่กันตาเป็นมัน พอก๊องหันมาเห็นคุณหลวงนั่งอยู่ก็แปลกใจ นึกว่าเป็นเพื่อนบ้านมาอาศัยดูทีวี บ่นว่าทำไมลูกหลานไม่ดูแลกันเลย

ดูไปดูมามีทั้งพี่ยาม ซึ่งก็คือเจ้าที่ที่เคยมาพูดคุยกับก๊องและกุมาริกานั่งกันหน้าสลอน ก๊องโมโหไล่ว่าถ้าอยากดูสาวๆ ก็ออกไปเลยตนจะดูบอล

คุณหลวงเลยชวนทั้งเจ้าที่และกุมาริกาออกไปกันดีกว่า ก๊องมองตามหลังบ่นอย่างหงุดหงิด

“ญาติผู้ใหญ่ใครวะ แปลกประหลาดเกินคน” แล้วหันดูฟุตบอลต่ออย่างใจจดใจจ่อ

เจ้าที่พาคุณหลวงและกุมาริกาไปเที่ยวผับร้างที่ถูกปิดเพราะบ๋อยรุมตื้บแขก เลยกลายเป็นที่เที่ยวที่ชุมนุมของบรรดาผีทั้งหลายที่พากันมาผ่อนคลาย

ทั้งคุณหลวง เจ้าที่ และกุมาริกาเข้าไปเต้นกันสุดเหวี่ยง หลงใหลแสงสีเสียงดนตรีและกลิ่นผีสาวกันอย่างเมามันอยู่ในผับ

ooooooo

ติณห์พูดคุยกันณัฐเดช ผู้กองแสดงความเป็นห่วงเมื่อรู้เรื่องที่ถูกเปรมขู่ เขาจะหาบอดี้การ์ดให้ ติณห์ไม่เอา แต่จะพยายามติดต่อเขาบ่อยๆก็แล้วกัน เป็นเวลาที่ไตรรัตน์ก็โทร.หาณัฐเดชนัดพบวันนี้ให้ได้ เพราะขืนช้าตนมีสิทธิ์ติดคุกแน่

ส่วนพวก 5 สาวภายในบริษัทกำลังปรึกษากันอย่างตึงเครียด เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสุคนธรสกับไตรรัตน์ เนตรสิตางศุ์ไม่มีแก่ใจจะอยู่ บอกว่าจะไปพัทยาเพราะนัดใบหม่อนไว้ กรรณาสั่งห้ามไปเด็ดขาด ขู่ว่าถ้าไปจะฟ้องพี่ณัฐ เธอเลยจำต้องอยู่ทำอาหารให้เพื่อนๆกิน

ที่ภายนอกบริษัทซิกซ์เซ้นส์ ติณห์ ณัฐเดช และไตร– รัตน์ มาพบกัน ต่างแนะนำตัวเองและความสัมพันธ์กัน และกันให้ฟัง ติณห์เล่าเรื่องราวของตัวเองให้ไตรรัตน์ฟังว่า

“ผมเกิดที่อเมริกา แล้วก็มาเที่ยวเมืองไทยตอนเล็กๆ ผมชอบเมืองไทยอยากกลับเมืองไทยบ่อยๆ แต่แฟมิลี่ผมไม่มี ใครอยากกลับมา แล้วเวลาอยู่ที่นั่น แฟมิลี่ผมก็ไม่ชอบสังคมกับคนไทย ผมก็เลยไม่ค่อยมีเพื่อนคนไทย พูดไทยไม่แข็งแรง”

ณัฐเดชเล่าต่อว่า “แต่ฉัน...พอดีตอนไปเรียนต่อที่ลองบีช ฟลอริดา ไปเช่าห้องพักที่แม่นายติณห์ทำกิจการอยู่ มันเห็นฉันมาจากเมืองไทย แต่ไม่ค่อยพูดจากับใครก็เลยมาขอคบไง”

“ส่วนผม” ไตรรัตน์เล่าบ้าง “เรียนกะไอ้ณัฐตอน มัธยมครับ อยู่โรงเรียนประจำมาด้วยกัน มันจบมัธยมแล้วไปต่อนายร้อย ส่วนผมก็ไปบอสตัน ผมกลับเมืองไทยบ่อย ก็มาเจอมันทุกปีๆ ไม่เคยขาดช่วงที่คบกัน แต่ไม่นึกเลยว่าจะต้องมีคดีอะไรให้มันมาช่วย แต่แล้ว...ในที่สุดก็มีหลายคดีเลย แต่คดีอื่นๆ ผมเป็นผู้เสียหายนะครับ”

“ใช่ มีคดีเดียวที่มันเป็นตัวการ...คือเรื่องปล้ำผู้หญิง” ณัฐเดชพูดยิ้มเอือมๆ แต่พอนึกได้ก็ปราม “ห้ามอย่างเดียว ห้ามยุ่งกะน้องฉัน!”

ooooooo

ครู่เดียวณัฐเดชก็เข้าไปบอกญาณินว่าติณห์เรียกหา และบอกสุคนธรสว่า นัดใครไว้ เขามาแล้ว

ญาณินเดินฉับๆออกไปถามติณห์เสียงเขียวว่าทำไมต้องเร่งกันด้วย ตนเป็นลูกจ้างเขาไม่ใช่ทาส ติณห์สวนไปว่าเธอพาตนมาแล้วตัวเองกลับไปกอสสิปกับเพื่อนๆ แบบนี้หรือ ถูกย้อนว่าแล้วเขาไม่ได้กอสสิปกับณัฐเดชเหมือนกันรึไง

พอดีหันไปเห็นไตรรัตน์ เธอขู่ว่า “คุณไตรรัตน์เอง ก็ระวังตัวให้ดีเถอะ พวกเรา ใครดีมาก็ดีตอบ แต่ใครร้าย ใส่พวกเรา คุณเจอพวกเราทั้งแก๊งแน่”

ไตรรัตน์ทำเสียงสยองว่าแค่เจอสุคนธรสคนเดียวตนก็กลัวจะตายแล้ว ติณห์เบรกญาณินว่าไม่ต้องไปอยากรู้ เรื่องคนอื่น ลากแขนสั่ง “คุณต้องไปกับผมเดี๋ยวนี้!”เขาลากไปท่ามกลางเสียงโวยวายของเธอ ว่าตนขอรู้ก่อนว่าไตรรัตน์จะแก้ปัญหาที่ทำกับสุคนธรสอย่างไร ตนต้องเป็นคนที่รู้ทุกอย่าง  แต่ติณห์ไม่ฟังเสียงลากเธอไปจนได้

ป้าออเป็นห่วงความปลอดภัยของสุคนธรสที่ต้องเดินทางไปอยุธยากับไตรรัตน์ เลยเตรียมอาวุธป้องกันตัวให้มากมาย ทั้งสเปรย์พริกไทย เครื่องช็อตไฟฟ้า ไฟแช็กนกหวีด พวงกุญแจขอความช่วยเหลือ กำชับว่าถ้าไตรรัตน์ทำอะไรก็กลั้นหายใจฉีดใส่หน้าเลย

เพื่อนๆมองอึ้งกับการเตรียมการของป้าออ กรรัมภา บอกว่าทำเหมือนเตรียมให้สุคนธรสออกรบเลย กรรณาเห็นด้วยกับการเตรียมของป้าออ เพราะไตรรัตน์หยาม ศักดิ์ศรีผู้หญิงอย่างพวกเรา ส่วนณัฐเดชมองแล้วหัวเราะหึๆ ติงขำๆ ว่า

“พูดเกินไปนะ กรรณา...อย่าปักใจเชื่อสิ่งที่เรายังไม่ได้พิสูจน์นะ” ถามสุคนธรสที่โวยวายขึ้นมาว่า “เธอแน่ใจหรือ ว่าเสียทีไอ้ไตรมัน 100%??”

กรรัมภาสั่งให้ณัฐเดชหยุด เร่งสุคนธรสรีบพาไตรรัตน์ไปอยุธยาแล้วรีบกลับเรื่องจะได้จบๆเสียที ทุกคนพากันเดินไปส่งสุคนธรส ยกเว้นณัฐเดชที่ยืนมองอยู่ ส่วนเนตรสิตางศุ์ยืนอึ้ง ครุ่นคิดกับคำพูดของพี่ชายที่ว่า

“อย่าปักใจเชื่อสิ่งที่เรายังไม่ได้พิสูจน์??”

ooooooo

ก๊องทำทีมีปัญหา ออกมามองไตรรัตน์ตาขวางๆ ถามว่ารู้ไหมว่าสุคนธรสเป็นหนึ่งในสาวๆของตน แต่ไม่เป็นไร ผู้หญิงคนเดียวตนยกให้ได้ ฝากดูแลด้วยก็แล้วกัน พลางส่งกล่องเกี๊ยวห่อชีสให้บอกว่าเผื่อระหว่างทางหิวจะได้กิน ขอร้องแกมบังคับว่าอย่าปฏิเสธน้ำใจตน พลางเปิดประตูรถด้วย เอากล่องเกี๊ยววางไว้ บอกให้กินเยอะๆจะได้มีแรงขับรถ

แต่พอไตรรัตน์ขับรถออกไปแล้ว ก๊องบอกกรรณาว่าเมื่อกี้เป็นการแสดงของตน พูดแค้นๆว่าใครกล้ามาฉกหญิงของตนมันต้องเจอจัดหนัก กรรณาถามว่า เขาทำอะไรไตรรัตน์

“เกี๊ยวห่อชีสฝีมือพี่เนตรที่แช่ไว้ในช่องนํ้าแข็งมา

เดือนกว่า ไม่มีคนยอมเสี่ยงกิน ผมเอามาอุ่นเวฟแล้วตบแต่ง อย่างสวยงาม หนักไหมล่ะ”

ไม่นานนัก เนตรสิตางศุ์ก็ได้รับโทรศัพท์จากปาณัทโทร.มาจากโรงละครบอกว่าตนจะจ้างเธอช่วยใบหม่อน เพราะเชื่อว่า

“เรายังจับตัวฆาตกรไม่ได้ ทำให้วิญญาณของเธอไม่สงบ” เนตรสิตางศุ์เกี่ยงว่าเรื่องอยู่ในมือณัฐเดชและหมอวรวรรธแล้วเชื่อว่าไม่นานเราต้องรู้ว่าใครฆ่าใบหม่อน “ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อฝีมือของผู้กองณัฐกับหมอวรวรรธนะครับ แต่ถ้ามีคนที่สามารถสื่อสารกับหม่อนได้อย่างคุณเนตร บางทีเราอาจจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ที่ทำให้เราพบตัวคนร้ายได้เร็วขึ้น มันจะช่วยปลดปล่อยวิญญาณผู้หญิงที่ผมรักที่สุดไปสู่สุคติ และทำให้โรงละครของผมกลับมาเหมือนเดิมได้”

“เอ่อ...เนตร...” เธอยังลังเล

ปาณัทขอให้เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเราสองคน เขาเสนอจะยกรายได้ครึ่งหนึ่งของการแสดงละคร “Butterfly Wings” รอบสุดท้ายให้เธอเป็นการตอบแทนที่เธอช่วยตนและใบหม่อน

“รายได้ครึ่งหนึ่งของรายได้รอบสุดท้าย...

กรี๊ดดดด...” เนตรสิตางศุ์ดีใจเผลอร้องออกมาจนต้องรีบเอามือปิดปากตัวเอง

ooooooo

ญาณินกับติณห์ไปถึงหน้าโรงพยาบาล เข้าไปในแผนกผู้ป่วยอนาถา แต่ติณห์กลับลังเลไม่อยากพบนายคม หรืออาคมกลัวจะรู้ความจริงว่าใครเป็นคนฆ่าคุณตาของตน และมันต้องการอะไร ญาณินเลยต้องหว่านล้อมว่า

“มันอาจเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังประวัติศาสตร์หน้านี้ทั้งหมด เพราะคุณหลวงไม่ใช่คนโกงชาติ แล้วมันอาจจะเป็นคนที่โกงตัวจริงน่ะสิ แล้วคุณในฐานะที่เป็นหลาน จะไม่อยากกอบกู้ชื่อเสียงของคุณตา ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลหน่อยเหรอ”

แต่เมื่อเข้าไปขอเยี่ยมนายคม ก็ถูกเจ้าหน้าที่สอบถามว่าเป็นญาติหรือเปล่าจะให้เยี่ยมได้เฉพาะญาติเท่านั้น ติณห์ถอดใจบอกให้กลับกันเถอะ แต่ญาณินไม่ถอยใช้เพทุบายจนได้รูปและห้องพักคนไข้ของนายอาคม จากนั้นพากันไปหา แต่พอหาห้องและเตียงเจอ ปรากฏว่านายอาคมไม่อยู่ คนไข้เตียงข้างๆชี้ให้ดู บอกว่าอยู่อีกด้านหนึ่งของห้องรวม

ทั้งสองรีบไปหา เจอชายชราวัย 70 ปี ลักษณะตาบอดข้างหนึ่งและอีกข้างเป็นต้อขุ่นๆ แต่ยังพอเห็นลางๆ

นายคมทำขวดน้ำหล่นก้มลงควานหา ญาณินจึงเก็บให้ถามว่าตนมาหาคุณอาคมทราบไหมว่าคนไหน

นายคมชะงักกึกถามว่า “พวกเธอเป็นใคร ฉันไม่รู้จัก” พลางเพ่งมองติณห์ที่ยืนอยู่ข้างๆญาณิน ภาพค่อยๆชัดขึ้น พลันนายคมก็ตกใจผงะเมื่อเห็นเป็นคุณหลวงยืนอยู่ เขาโวยวายอย่างหวาดกลัว ยกมือไหว้ปลกๆ

“คุณหลวง...ไม่ๆๆ...อย่า...อย่าทำอะไรผมเลย คุณหลวงจะมาเอาชีวิตผม เหมือนที่เอาชีวิตนายสังข์และคนอื่นๆไป ปล่อยผมไปเถอะ ผมกลัวแล้ว”

ติณห์พยายามบอกว่าตนไม่ใช่คุณหลวง ยื่นหน้าเข้าไปให้ดูใกล้ๆ แต่นายคมก็ยังโวยวายอย่างหวาดกลัว ผลักติณห์ออก ร้องลั่น

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย ผมไม่ได้ทำนะคุณหลวง ผมไม่รู้เรื่อง ผม...ผมทำตามคำสั่งพี่เกิด ผมไม่ได้ตั้งใจ” นายคมในวัย 70 กว่า พยายามวิ่งหนีลนลาน แต่เพราะมองไม่เห็นจึงชนข้าวของระเนระนาดจนคนไข้อื่นตกใจแตกตื่น จนไปชนรถเข็นอาหารคว่ำและบาดเจ็บ

พยาบาลวิ่งมาดูนายคม จากนั้นทั้งสองคนก็ถูกสั่งห้ามเข้าโรงพยาบาลเด็ดขาด เพราะทำให้นายคมที่หมอบำบัดเรื่องการควบคุมอารมณ์จนดีขึ้นแล้ว แต่ต้องมาพังหมดเพราะเขาสองคน สั่งห้ามมาที่นี่อีก หากฝ่าฝืนจะแจ้งตำรวจ

แม้จะไม่ได้ข้อมูลละเอียดนักแต่ก็ได้ปมสำคัญว่า นายคมทำตามคำสั่งของนายเกิดซึ่งเป็นปู่ของกำนันพงษ์ ติณห์จะโทร.ไปหากำนันพงษ์ ถูกญาณินห้ามไว้เตือนว่า ลืมไปแล้วหรือว่าคุณหลวงไม่อยากให้ไว้ใจกำนันพงษ์

ติณห์ไม่เชื่อเพราะกำนันพงษ์ช่วยเหลือตนตลอดมา ตนพึ่งพาเขาได้ทุกเรื่อง ญาณินชี้ว่าเขาอาจหวังสมบัติของคุณตาเขาก็ได้ ติณห์พาลหาว่าเธอเองก็คงเข้ามาในทำนองนี้เหมือนกันใช่ไหม อยากมาเป็นเมียตนเพราะหวังสมบัติ

“คุณติณห์” ญาณินตบหน้าเขาเพียะ “ฉันช่วยคุณ เพราะฉันอยากช่วย เพราะฉันคิดว่าฉันช่วยคุณได้ แล้วฉันก็ไม่เคยขอให้คุณซาบซึ้งหรือตอบแทนอะไรฉันทั้งนั้น ฉันขอแค่คุณให้เกียรติฉันบ้างก็แค่นั้น แต่คุณก็ทำไม่ได้ คุณมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากคนอื่นที่ฉันเคยพยายามช่วยหรอก”

ญาณินพูดเสียงสั่นอย่างสะเทือนแล้วเดินหนีไป ติณห์มองตามด้วยความรู้สึกผิดนิดๆที่พูดแรงไป

ooooooo

หลังจากได้รับข้อเสนอจากปาณัทแล้ว เนตรสิ-ตางศุ์ค้นหาข้อมูลของใบหม่อนทางอินเตอร์เน็ต พบภาพเก่าก่อนเข้าวงการกับภาพหลังจากเข้าวงการที่สวยด้วยมีดหมอของเธอแล้ว เนตรสิตางศุ์แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า คนเราจะเปลี่ยนโฉมได้ขนาดนี้ คุณหลวงเจ้าที่ และกุมาริกาแอบดูอยู่ด้วยต่างก็ทึ่ง เจ้าที่บอกว่าถึงจะแปลงโฉมยังไง DNA ก็ไม่เปลี่ยนหรอกหลังจากเอาภาพเก่ากับใหม่เปรียบเทียบกันแล้ว เนตรสิตางศุ์พุ่งความสนใจไปที่หมอรุทธ์ทันที

ooooooo

ระหว่างทางไปอยุธยา สุคนธรสหิวจนท้องร้องจ๊อก แต่เธอก็ไม่ยอมกินเกี๊ยวที่ก๊องฝากมาเพราะรู้ว่าฝีมือของเนตรสิตางศุ์นั้นกินไม่ลง แต่บังคับให้ไตรรัตน์กิน ฝ่ายนั้นกินแล้วทำเป็นอร่อยมาก ยัดเยียดให้เธอกินบ้าง เธอกัดเข้าไปแต่กลืนไม่ลง ถูกเขาเคี่ยวเข็ญแกมบังคับให้กลืนเข้าไป

ที่อยุธยา สมศักดิ์กับสมศรี พ่อแม่ของสุคนธรสคอยการมาของลูกสาวอย่างสงสัยว่าต้องมีเรื่องไม่ปกติแน่ๆที่มาเยี่ยมบ้านอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

อึดใจเดียวก็เห็นรถเข้ามา ต่างดีใจออกไปต้อนรับ แต่พอรถจอดประตูสองข้างเปิดออก สุคนธรสกับไตรรัตน์ก็พุ่งออกไปอ้วกแตกอ้วกแตนจนทุกคนงง แต่สมศรีกับสมศักดิ์ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอุทานอย่างมีประสบการณ์ว่า “ท้อง” สุคนธรสบอกว่าไม่ได้ท้องแต่กินของผิดสำแดงมา

พ่อกับแม่รวมทั้งยายเมี้ยนที่เดินท่อกแท่กมาดูหน้าผู้ชายที่สุคนธรสพามาถามว่าตกลงสองคนเป็นผัวเมียกันใช่ไหม ทั้งสองเลยต้องแสดงความเป็นเพื่อนซี้ห้าวๆใส่กัน กอดไหล่ตบหลังกระทั่งเตะขากัน สุคนธรสชี้แจงกับทุกคนว่า

“ไอ้กร๊วกนี่มันเพื่อนฉัน เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก โง่ๆเซ่อๆไม่เคยเห็นวัดฉันเลยพามาเปิดกะโหลกน่ะ”

ไตรรัตน์ขยับจะเถียงก็ถูกสุคนธรสตบไหล่ป้าบเลยต้องเงียบ ทั้งสองแสดงความห้าวแบบเพื่อนกันจนชาวบ้านโดยเฉพาะยายเมี้ยนที่จะมาดูผัวของสุคนธรสผิดหวังเลยพากันกลับไปเซ็งๆ

ooooooo

เวลาเดียวกัน ที่ตลาดหญิงจำเริญ ก็กำลังทำพิธีสะเดาะเคราะห์ขนานใหญ่ เจ๊หญิงกับอาม่าร่วมทำพิธีเอาจริงเอาจังในขณะที่เสี่ยจำเริญทำไปตามน้ำ

ณัฐเดชเข้าไปสังเกตการณ์ด้วย เขาลองเชิงหมอผีสมคิด ทำทีเลื่อมใสถามว่า อาจารย์พอจะทราบไหมว่าทำไมไฟถึงลุกไหม้ตลาดขึ้นมา หมอผีกินปูนร้อนท้องถามว่าจะมาคาดคั้นอะไร ตนจะไปรู้ได้ไง

“ปล๊าว...ผมไม่ได้มาคาดคั้นอะไรนะครับ ก็เห็นชาวบ้านร่ำลือว่าอาจารย์มีวิชาอาคมหยั่งรู้ ถามหาของหาย ถามหาผัว ถามหาเมียก็ตอบได้หมด ผมฟังแล้วทึ่งเลยมาพึ่งอาจารย์บ้าง เผื่ออาจารย์จะนั่งทางในเห็นว่าไฟไหม้ตลาดเพราะอะไร”

“เสียใจนะผู้กอง ถ้าอาจารย์รู้ไปหมดซะทุกเรื่อง ตำรวจอย่างผู้กองคงตกงานกันหมด หึๆ อ่ะนี่ อาม่ากับเจ๊เอาพระไปบูชานะ” หมอผีสมคิดหยิบเหรียญพระให้อาม่ากับเจ๊หญิงอย่างไม่สนใจณัฐเดชเลย ทำเอาผู้กองยืนอึ้ง เสี่ยเดินมาตบไหล่ทำนองให้เงียบเสียเถอะ

ระหว่างนั้น หมอผีสมคิดถามไอ้หาญกับไอ้กล้าที่ให้ไปดูไตรรัตน์ ทั้งสองบอกว่าไม่ยอมโผล่มาเลย ไม่รู้หายหัวไปไหน หมอผีบอกว่างานแบบนี้ไตรรัตน์ไม่น่าพลาดที่จะมาจับผิดตน เชื่อว่าต้องมีอะไรผิดปกติแน่

แล้วหมอผีสมคิดก็มีวิธีสืบรู้จนได้ เมื่ออาม่าเอาเงินมาทำบุญให้ เขาอวยชัยให้พรอาม่าแล้วบ่นว่าเสียดายอาตี๋ไม่มาด้วย

“นั่นน่ะซิ พอดีอาตี๋น้อยอีมีธุระร้อนต้องรีบพาหนูรสไปไหว้พ่อแม่ที่อยุธยา กลับมาจะได้ให้อาจารย์หาฤกษ์ยามแต่งงานกันเสียให้เรียบร้อย”

ณัฐเดชได้ยินโทร.บอกไตรรัตน์เรื่องหมอผีสมคิดมาทำพิธีสะเดาะเคราะห์ที่ตลาด ไตรรัตน์ถามว่าไปขอขมาพ่อแม่สุคนธรสเสร็จหรือยัง ไตรรัตน์บ่นว่า งานนี้อาม่าคงจ่ายไปอีกเป็นแสนแน่ๆ ชี้แจงกับเพื่อนรักว่า

“ไอ้ณัฐ ฉันมากะยัยนี่เพราะเรามีภารกิจกำจัดไอ้หมอผีร่วมกัน ฉันพึ่งแกเรื่องกฎหมาย ส่วยยัยไม้กระดานนี่ ก็อาจจับผิดไอ้หมอนั่นเรื่องไสยศาสตร์ได้ ฉันรักใคร่ไยดีอะไรยัยนี่ซะเมื่อไหร่แกก็รู้ มันเป็นเรื่องอุบัติเหตุทางเพศ”

ไตรรัตน์พูดไม่ทันขาดคำ ก็เจอลูกแปดีดหน้าแข้งดังป้าบตามด้วยเสียงร้อง “อ๊ากกกกกก” จนณัฐเดชแสบแก้วหู

ooooooo

พอหมอผีสมคิดรู้ว่าไตรรัตน์กับสุคนธรสอยู่ที่อยุธยา ก็เอาเครื่องรางของขลังตามไปจะกำจัดเสียที่อยุธยาเลย โดยให้ผีนายธรรมนำทางไปชี้เป้าไปถึง หมอผีสมคิดก็ท่องคาถาจนมีอีกาบินมา หมอผีสั่ง “ฆ่ามัน!” ครู่เดียวอีกาก็บินมาจนมืดฟ้ามัวดินบินวนรอบบ้าน แต่มันไม่เพียงเข้าไปทำอะไรไม่ได้เท่านั้น อีกายังร่วงลงมาหมดสภาพทั้งฝูง หมอผีสมคิดสบถหัวเสีย...

“อะไรกันวะ! บ้านมันมีเกราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองแน่นหนามาก นั่นไม่ใช่บ้านคนธรรมดา แต่เป็นบ้านของคนถือศีล ที่มีพุทธคุณคุ้มครองอยู่”

ที่แท้ภายในบ้านสุคนธรส พ่อแม่เธอกำลังนั่งสวดมนต์หน้ารูปหลวงปู่อินและหลวงปู่บุญที่บูชาอยู่บนหิ้ง

หมอผีสมคิดสั่งผีจากโกศ 7 ป่าช้ามาก็ลุกไหม้เป็นไฟหมด ผีนายธรรมเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายหมอผีสมคิดตัดสินใจยุติ เพราะขืนส่งไปอีกก็เสียของเปล่าๆ รอให้สุคนธรสออกจากบ้านเมื่อไรค่อยลงมือ

ไตรรัตน์ถูกสุคนธรสแกล้งเมื่อเขาเข้าห้องน้ำ เธอเรียกไอ้ลายตุ๊กแกตัวเท่าศอกออกมาโดดใส่จนไตรรัตน์เป็นลมในห้องน้ำ จนมานั่งกินข้าวกันไตรรัตน์ก็ยังไม่หายสยอง สุคนธรสเลยเสนอว่าจะพาไปรดน้ำมนต์แก้ซวยที่ถูกตุ๊กแกโดดใส่ที่นอกบ้าน หมอผีสมคิดยังซุ่มรอเวลาอยู่อย่างใจจดจ่อ

ooooooo

ทะเลาะกันหลังจากไปหานายคมแล้ว ญาณิน กลับถึงบ้านก็เอาแต่นั่งเศร้า ข้าวปลาก็ไม่ยอมกินจนป้าออเป็นห่วง

ส่วนติณห์เมื่อกลับมานั่งคิดทบทวนแล้วรู้สึกผิด คืนนี้จึงไปหาญาณินที่บริษัทเพื่อขอโทษเธอ ญาณินแกล้งถามว่าขอโทษเรื่องอะไร คุณหลวงและกุมาริกาแอบลุ้นอยู่ใกล้ๆ ได้ยินติณห์พูดอย่างสำนึกผิดว่า

“ขอโทษ...ผมพูดอะไรเลวๆออกไปวันนี้ ที่จริงแล้ว มันคงเป็นเพราะผมท้อ ผมสิ้นหวัง ผมรู้ดีว่าคุณแคร์เรื่องของผมจริงๆ ไม่มีใครที่อยากจะช่วยผมให้ค้นหาความจริงที่มันเกิดขึ้นในครอบครัวผมอีกแล้วนอกจากคุณ...อย่าทิ้งผมนะญาณิน อย่าปล่อยให้ผมอยู่ในความมืดตลอดไป”

ญาณินมองเขาด้วยแววตาที่อ่อนโยน หายโกรธ คุณหลวงกับกุมาริกาที่แอบลุ้นอยู่กระโดดกอดกันด้วยความดีใจ

ooooooo

เคธี่คนรักเก่าของไตรรัตน์บินตรงจากอเมริกามาเมืองไทยหมายมาคืนดีกับเขา พอรู้จากเจ๊หญิงและเสี่ยว่าไตรรัตน์ไม่อยู่ และขอเธออย่าได้มาที่นี่อีกเพราะไม่ยินดีต้อนรับ เธอหันกลับ เจออาอี๊เข้าพอดี ต่างทักทายกันอย่างสนิทสนม แล้วอาอี๊ก็เล่าอย่างอยากเม้าท์เต็มทนว่า

“อาไตรไม่อยู่กรุงเทพฯหรอก ไปอยุธยานู่น ความจริงอาไตรไม่อยากไปหรอก ก็ยัยเจ๊หญิงพี่สาวจอมบงการของฉันน่ะซิ บังคับให้อาไตรพาผู้หญิงไปขอขมาพ่อแม่ฝ่ายโน้น ไม่รู้ไปหลงใหลได้ปลื้มอะไรเด็กคนนั้นนักหนา”

เคธี่ไม่เข้าใจคำว่าขอขมา อาอี๊บรรยายว่า ไตรรัตน์ไปชิงสุกก่อนห่ามจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตเสี่ยเลยต้องรับผิดชอบ เห็นว่ากำลังรีบหาฤกษ์หายามให้แต่งงานกันเร็วๆนี้แหละ

เคธี่หน้าเครียดถามว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร อาอี๊บอกว่าชื่อสุคนธรส

เธอถามอีกว่าสวยไหม ตนอยากเห็นหน้าเสียแล้ว ถามแล้วยิ้มอย่างมั่นใจว่าตัวเองต้องสวยกินขาดแน่ๆ

ooooooo

ตอนที่ 6

ระหว่างติดอยู่ในกระท่อมต้นแบบนั้น ญาณินและติณห์ต่างแอบสังเกตกัน แต่พออีกฝ่ายเห็นก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่สนใจ จนคุณหลวงที่คอยลุ้นทั้งคู่อยู่เข้าไปพูดข้างติณห์อย่างขัดใจว่า

“เฮ้ย ไอ้ติณห์เอ๊ย...ได้อยู่กะสาวสวยสองต่อสองในกระท่อมเปลี่ยวแบบนี้ ชายฉกรรจ์อย่างหลาน...ควรทำอะไร”

ติณห์มองญาณิน บอกว่า เธอเจ็บขาให้อยู่ในนี้ รอไปก่อน ส่วนตนจะออกไปดูไอ้สัตว์ประหลาดนั่นว่ายังอยู่ไหม

“นายไม่ต้องอวดเก่งคิดทำอะไรเด็ดขาด อยู่ในนี้ รอจนฟ้าสางแล้วมนต์ที่ปลุกเสกไอ้ควายธนูมันก็จะเสื่อม ไปเอง”

ติณห์ไม่ยอมอยู่ขยับจะออกไป ญาณินไปยืนกั้นประตูไว้ “ไม่ได้นะ! ห้ามออกไป”

“ผมไม่เป็นอะไรหรอกน่ะ”

“มัน ไม่ใช่สัตว์ป่า มันคือควายธนู เป็นควายผีที่ถูกหมอผีชั่วร้ายส่งมา มันอันตรายมาก และมันจะไม่หยุด จนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น หรือไม่ก็จนกว่านายจะตาย...หัวเด็ดตีนขาดยังไงฉันก็ไม่ให้นายออกไป”

ทนญาณินขอร้องไม่ได้ ติณห์จึงยอมอย่างเสียไม่ได้ ทำให้คุณหลวงพอใจมากนึกในใจว่า

“ไม่ต้องออกไปน่ะดีที่สุดแล้ว ข้างนอกมันนรก แต่ข้างในนี่สิ...สวรรค์รำไรๆ”

ooooooo

ขณะ ป้าออกับทนายสมชาติกำลังเป็นห่วงติณห์กับญาณินอยู่นั้น เพนนีที่ตามหาติณห์ให้ควั่กก็มาคาดคั้นเอากับป้าออว่าติณห์อยู่ไหน ป้าออไม่ตอบแต่หันไปพูดกับทนายสมชาติว่า

“คุณสมชาติฉันกลัว ฉันรู้สึกไม่ค่อยดี...ถ้าคุณติณห์จับคุณหนูไปขังไว้จะทำยังไง”

เพนนีแทบจะคลั่ง กลัวติณห์จะเสียท่าญาณิน พอดีมีโทรศัพท์เข้ามือถือป้าออ ป้าดีใจมากรีบรับสาย

เป็นสายจากสุคนธรส โทร.มาบอกป้าออว่าไม่ต้องห่วง เพราะตนได้ข่าวญาณินจากกุมาริกาแล้ว เล่าว่า

“มีคนส่งควายธนูมาทำร้ายยัยนินกับคุณติณห์ค่ะ แต่ยัยนินมียันต์ของหนูเลยปลอดภัยดี แต่ตอนนี้ทั้งสองต้องหลบอยู่ภายในสถานที่ปิด ที่มีผ้ายันต์คุ้มกันค่ะยังออกมาไม่ได้ ป้าออไม่ต้องห่วงนะคะ แล้วก็ไม่ต้องออกตามหาด้วย เดี๋ยวจะเป็นอันตราย เข้าใจไหมคะ”

ป้าออถาม ว่าญาณินต้องหลบอยู่นานแค่ไหน สุคนธรสบอกว่ารอจนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น ทำให้ป้าออเป็นห่วงขึ้นมาอีก แต่คราวนี้กลัวเธอจะไม่รอดจากติณห์

กรรัมภาจะไปช่วยญาณิน กรรณาบอกไม่ต้องเพราะควายธนูจะหมดฤทธิ์ในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้แล้ว

เพนนีหูผึ่ง พอรู้ว่าญาณินอยู่กับติณห์จริงๆก็แทบจะคลั่ง รีบออกตามหา

ooooooo

เพราะญาณินยืนขวางประตูไม่ให้ติณห์ออกไปนอกกระท่อมต้นแบบ เขาจึงออกอุบาย เอาอุปกรณ์การทำงานมีทั้งจอบ เสียม ท่อนเหล็ก ประแจ เกรียง โยนไป นอกหน้าต่าง แล้วทำเป็นมองเห็นอะไรบางอย่างที่ชายป่า หลอกให้ญาณินมาดูแล้วเขาก็วิ่งพรวดออกไป

ทั้งคุณหลวงและญาณินตกใจ ตะโกนเรียกให้เขารีบกลับมา ติณห์ออกไปแล้วก็เอาอุปกรณ์ที่โยนลงไปนั้นมาขัดประตูจากด้านนอก ญาณินจึงถูกขังอยู่ข้างใน เขาตะโกนบอกเธอว่า

“ผมจะไล่มันไปให้ เราจะได้กลับบ้าน ไม่ต้องมานอนตากน้ำค้างที่นี่”

คุณหลวงเป็นห่วงติณห์ ถามญาณินว่าจะทำอย่างไรดี เธอพยายามกระชากประตูแต่เปิดไม่ได้ คุณหลวงเร่งให้เธอรีบไปช่วยติณห์ก่อนจะถูกควายธนูขวิดตาย

ญาณินกระชากประตูจนผ้ายันต์หลุดตกลงมา เธอหยิบขึ้นมาดูอย่างครุ่นคิด

ส่วน ติณห์ถือเสียมเป็นอาวุธเดินไปตามทางอย่างระแวดระวัง โดยหารู้ไม่ว่า ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความอาฆาตของควายธนูจ้องตามเขาอยู่ทุกฝีก้าว

เพนนี เกณฑ์คนงานที่ริเวอร์มูนรีสอร์ทถือไฟฉายออกตามหาติณห์ ทนายสมชาติพยายามบอกเธอว่าจะไม่ปลอดภัย เธอกลับหาว่าเป็นแผนของทนายสมชาติกับป้าออสมคบกับญาณินเพื่อจะรวบหัวรวบหาง ติณห์ในคืนนี้

เมื่อห้ามไม่ฟัง ป้าออบอกว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นก็อย่ามาว่าตนไม่เตือนก็แล้วกัน

ooooooo

คุณ หลวงร่ำร้องให้ญาณินไปช่วยติณห์ด้วย เธอตัดสินใจกระโดดออกทางหน้าต่างวิ่งตามไป เป็นจังหวะที่ควายธนูพุ่งเข้าหาติณห์พอดี เธอถือผ้ายันต์โผเข้ากอดเขาไว้ ต่างกอดอีกฝ่ายไว้อย่างปกป้อง

ควายธนูพุ่งเข้ามาปะทะผ้ายันต์ถึงกับ กระเด็นออกไป ติณห์ตะโกนให้หนี ญาณินรีบห้ามเขาบอกว่าตราบใดที่เราไม่ผละจากกันมันก็ทำอะไรเราไม่ได้ พลางเธอยื่นผ้ายันต์ออกไปทำให้ควายธนูไม่กล้าเข้ามา ติณห์เชื่อ กอดเธอไว้แนบแน่นบอกเธออย่างเป็นห่วงว่า

“อยู่กับผม...อย่าห่างผมนะ”

แม้จะอยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน แต่ความห่วงใย สัมผัสที่อบอุ่นก็ทำให้ญาณินรู้สึกปิ๊งปั๊งในหัวใจ เธอยิ้ม แอบมองหน้าติณห์ด้วยความประทับใจในความเป็นคนจิตใจดีของเขา

ตอนที่ 5

ในสวนบนดาดฟ้า ไตรรัตน์บอกสุคนธรสที่ผลักเขาออกห่างว่า นี่เป็นโรงแรมเพื่อนสนิทของตน เราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ได้ทั้งคืนโดยไม่มีใครรบกวน ไม่ว่าเธอจะแสดงอิทธิปาฏิหาริย์แค่ไหนก็ไม่มีใครเข้ามากวนใจ แล้วท้าให้เธอลองเลย

ไตรรัตน์เดินเข้าหาอย่างคุกคาม สุคนธรสเตะผ่าหมาก ถูกเขาจับขาดึงเข้าไปถามว่าเธอคิดว่าตนจะทำอะไร ตนแค่จะให้เธอไล่ผีที่เธอบอกว่าตามอาฆาตตนอยู่ อยากให้เธอสื่อสารกับผีตนนั้นเหมือนที่เคยช่วยอาม่ากับอากงแค่นั้นเอง

สุคนธรส กระโดดเตะผ่าหมากอีกครั้ง ถูกเขาจับขาไว้ คราวนี้ถามว่าจะช่วยตนไหมถ้าไม่ช่วยตนก็ไม่ปล่อย เธอจึงพุ่งเข้าใส่คว้าคอเขากอดเพื่อดึงเท้าออก ทำให้ใกล้ชิดกันมาก สุดท้ายเธอผลักสุดแรงจนเขาหลุดไป เธอเดินเขินๆ

จะลงจากดาดฟ้า ไตรรัตน์เดินตามปรามาสเย้ยหยันว่า

“คุณมันก็แค่สิบแปดมงกุฎ ทำเป็นอวดอ้างว่ามีวิชาอาคม ปราบผีได้ เป็นร่างทรง จริงๆมันก็แค่มุกหลอกหากินมายากลข้างถนน ต้มตุ๋นเงินชาวบ้านไปวันๆ คุณมันก็ไม่ต่างอะไรกะไอ้หมอผีสมคิดนั่นแหละ”

“นายได้เจอของจริงแน่!!” สุคนธรสหันขวับมาพับแขนเสื้อ กระชากคอเสื้อเขาเข้าไปจ้องอย่างท้าทาย

ooooooo

เพื่อพิสูจน์ให้เขาได้เห็นของจริง สุคนธรสทำพิธีจุดธูป 9 ดอกคุกเข่าหลับตาพนมมือ ทันใดนั้นฟ้าเป็นสีแดงปั่นป่วน ทีแรกไตรรัตน์ก็กอดอกมองอย่างท้าทาย แต่พอเห็นของจริงก็ถึงกับผงะมองอึ้ง

หมอผีสมคิดอยู่ที่สระน้ำในสำนัก รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รีบขึ้นจากสระเรียกไอ้กล้ากับไอ้หาญให้กลับเข้าสำนักบอกว่ามีคนเล่นเด็กของ ตน เป็นตัวโปรดเสียด้วย

สุคนธรสเริ่มสั่น แววตาที่ว่างเปล่ากลายเป็นอาฆาต อำมหิตเลือดเย็น มีภาพนายธรรมซ้อนอยู่ในร่าง พริบตานั้น เธอพุ่งเข้าบีบคอไตรรัตน์คำรามเป็นเสียงผู้ชาย “มึงต้องตาย!!”

ทันทีที่ คว้าคอไตรรัตน์ สุคนธรสถูกพระรอดที่คอเขาถึงกับกระเด็นถอยออกมาทรุดหมอบกับพื้นร้องลั่น เพราะมือพอง ไตรรัตน์ตะลึงอึ้ง หยิบพระรอดออกมานอกเสื้อมองช็อกๆ

พอตั้ง สติได้ เขาชูพระรอดที่คอถามตามที่สุคนธรสบอกไว้ก่อนทำพิธีว่า “แกเป็นใคร...” มันบอกว่าชื่อนายธรรม “ฉันกับแกไม่เคยรู้จักกัน ทำไมแกอยากจะฆ่าฉัน” ผีนายธรรมบอกว่าเรื่องของกู ครั้นถูกซักถามมันบอกว่าถูกบังคับมาแล้วมันก็ระบายความคับแค้นว่า

“มัน ขังวิญญาณกูเอาไว้...มันไปขุดกระดูกกูขึ้นมาจากป่าช้าหลังเรือนจำ มันเอากระดูกกูไปทำอาคมแล้วใช้ให้กูไปฆ่าทุกคนที่มันต้องการ ถ้ากูขัดคำสั่งมันจะทำลายกูไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีก”

ไตรรัตน์ถามว่ามันเป็นใครตนมีเพื่อนเป็นตำรวจช่วยมันได้ ผีนายธรรมบอกว่ามันพูดไม่ได้แต่ใบ้ให้รู้ว่า

“มัน อยู่ใกล้ครอบครัวมึงมาก มันต้องการทำลายครอบครัวของมึง มันต้องการยึดทรัพย์สมบัติของครอบครัวมึงทั้งหมด...” ผีนายธรรมพูดไม่ทันจบก็ร้องอย่างเจ็บปวดทรมานเหมือนแสบร้อนไปทั้งตัว

สุคนธรส ดิ้นรนอย่างทรมานเสื้อผ้าเนื้อตัวควันออกเพราะความร้อน เธอฉีกเสื้อผ้าขาดวิ่น เธอร้องอย่างทรมานก่อนฟุบไป เผยให้เห็นเรียวขาและลำแขนที่เสื้อผ้าถูกฉีกออก ไตรรัตน์มองอึ้ง กลืนน้ำลายเอื๊อก...

เวลานั้นฝนตกหนัก เขาจึงอุ้มร่างเธอจะพาลงไป เจอเพื่อนเจ้าของโรงแรมพอดี เพื่อนกระเซ้าอย่างรู้กัน ไตรรัตน์ขอห้องพักสักห้อง เพื่อนจะเปิดห้องสวีตให้ เขาเห็นแม่บ้านออกมาจากห้องหนึ่งพอดีเลยขอห้องนั้น อุ้มสุคนธรสเข้าไปทันที

เขาพยายามปลุกเธอแต่ไม่รู้สึกตัว เลยบอกว่า “งั้นผมถือวิสาสะนะ” ถามตัวเองว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี...

หมอ สมคิดเข้าไปในห้องเก็บโถ เห็นยันต์ตกที่พื้น เป็นยันต์ที่ติดบนโถของนายธรรมนั่นเอง พริบตาเดียวผีนายธรรมก็มาหมอบอยู่ตรงหน้า ถูกหมอสมคิดหาว่าจะทรยศตน ใช้สายสิญจน์รัดรอบโถที่บรรจุกระดูกนายธรรมรัดจนแน่นเสียงนายธรรมร้องลั่น

“ตราบ ใดที่กูยังมีกระดูกมึง อย่าหวังว่ามึงจะเป็นอิสระ ไม่มีใครช่วยมึงได้ นอกจากกูคนเดียว หน้าที่มึงคือต้องฆ่ามันให้ได้ ไม่อย่างนั้น กูจะทำให้มึงทรมานชั่วกัปชั่วกัลป์”

หมอสมคิดแววตาร้ายกาจ ในขณะที่ผีนายธรรมแอบมองอย่างอาฆาต ตาแดงก่ำ

ooooooo

กุมาริกาแม้จะซนๆเฮี้ยวๆแต่ก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก ขณะญาณินกำลังคุยงานกับโฟร์แมนอยู่นั้น กุมาริกาก็โผล่แผล็วมาบอกว่า กำนันพงษ์จะชวนติณห์ไปไหนไม่รู้ ให้รีบไปดู

พอญาณินขยับ ป้าออก็ถามว่าจะไปไหน เตือนว่า “เชื่อป้านะคะ โฟกัสที่งานอย่างเดียวพอ” แต่พอกุมาริกาลุ้นว่าพวกเขาจะไปกันแล้วนะ ญาณินตัดสินใจบอกป้าออว่าเดี๋ยวจะกลับมาแล้วเดินไปเรียกติณห์ที่กำลังเดินไป กับกำนันพงษ์ ถามว่าจะไปไหนหรือ

กำนันบอกว่าจะไปอำเภอ พยายามกันไม่ให้เธอรู้อะไรมากกว่านั้น ญาณินเสนอให้พาทนายสมชาติไปด้วยเผื่อจะช่วยเรื่องเอกสารได้ ถูกติณห์สั่งเด็ดขาดว่า

“ผมขอพูดชัดๆนะ คุณเป็นแค่ลูกจ้าง ไปทำงานของคุณ ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของผม” แล้วชวนกำนันไปกัน

ดาริกาลุ้นให้ญาณินรีบตามไป ญาณินขยับแต่เดินไปคนละทางกัน เธอเดินไปถึงที่ดินริมน้ำ ได้รับสัญญาณว่าคุณหลวงมาหา จึงถอดจิตออกไปคุย ทิ้งกายหยาบให้ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่ตรงนั้น

ญาณินบอกคุณหลวงว่าต่อไปนี้ตนไม่ขอยุ่งเรื่องของคุณหลวงอีกแล้วจะทำแต่งานอย่างเดียว

“ใจเย็นๆก่อน ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฉันมีสมุด

จดบัญชี ในนั้นมีรายละเอียดของทุกคนที่ฉันเกี่ยวข้องด้วย มันต้องอยู่ที่บ้านเจ้าติณห์มุมไหนสักมุม ไม่ก็ในหีบใบไหนสักใบ ฉันอยากให้เธอไปหามัน”

“ไม่ค่ะ” ญาณินปฏิเสธทันที แต่พอคุณหลวงบอกว่าอยากรู้ว่าตนตายได้อย่างไร หรือเพราะใคร ญาณินใจอ่อนลงแต่ก็ยังไม่ยอมทำให้ ปฏิเสธคุณหลวงแล้วหายแว้บไปทันที

ooooooo

พอจิตกลับสู่ร่าง ญาณินตกใจเมื่อลืมตาเห็นหน้าเพนนีกับเสี่ยปิงจ้องเข้ามาเกือบติดหน้าตน พอสองคนนั้นเห็นเธอตื่นแล้วก็หาเรื่องทันที

เพนนีหาว่าเธอมาแอบยืนหลับเดี๋ยวจะฟ้องติณห์ให้ไล่ออก ส่วนเสี่ยปิงหว่านล้อมหลอกล่อข่มขู่ทันทีว่า

การได้ทำงานรีสอร์ตริมแม่น้ำแควโปรเจกต์ใหญ่แบบนี้เป็นโปรไฟล์ที่ดี แต่ความจริงไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดหรอก เพราะที่นี่มีการเมืองเยอะ ทั้งเจ้าถิ่น ขาใหญ่ พวกเขาไม่เคยปรานีใคร เสี่ยเล่าบทเรียนของตัวเองเพื่อขู่ว่า

“ตอนที่ฉันสร้างริเวอร์มูนรีสอร์ท ฉันเจอมาหมดแล้ว ทั้งอำนาจมืด ทั้งมือที่มองไม่เห็น หรือแม้แต่สิ่งลี้ลับ ที่กะเล่นกันให้ถึงตาย”

ญาณิ นตัดบทว่า “ขอตรงประเด็นเลยค่ะ” เสี่ยจึงแสดงความเป็นห่วงเธอ ญาณินตอบอย่างถือดีว่า “ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ แต่ฉันดูแลตัวเองได้ และยังไงก็จะอยู่ทำรีสอร์ตของคุณติณห์ให้สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะทำให้เจ้าถิ่นบางคนต้องผิดหวังที่ไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากได้”

เสี่ยปิงด่าว่าอวดดีแล้วผละไป คุณหลวงรีบมาบอกว่ามีเธอคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยหลานตนได้ เธอบอกไปทันทีว่า

“คุณหลวงคะ หนูเปลี่ยนใจแล้วค่ะ” พูดแล้วเดินไปเลย คุณหลวงตบเข่าฉาดอย่างสมใจจริงๆ

ระหว่าง เดินข้ามรั้วกลับไปที่ริเวอร์มูนรีสอร์ทนั้น เสี่ยปิงด่าอย่างหัวเสียว่า ญาณินนั้นโอหังไม่กลัวทั้งคน ทั้งผี อยากรู้นักว่าจะเก่งจริงสักแค่ไหน เล่นกับใครไม่เล่น แล้วโทร.ออกสั่งปลายสายว่า

“ฉันอยากส่งผู้หญิงคนนึงไปทัวร์สวรรค์หรือทัวร์ นรกก็ได้ แล้วแต่แก แกช่วยจัดให้ฉันที”

ooooooo

ที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ กรรัมภาพยายามโทร.หาสุคนธรสที่หายไปทั้งคืนด้วยความเป็นห่วง กรรณาพูดอย่างใจเย็นว่าคนอย่างแม่หมอสุคนธรสไม่เป็นอะไรง่ายหรอก เผลอๆ เมื่อคืนดินเนอร์อาจลงเอยที่...พูดทิ้งไว้แล้วหัวเราะคิกคัก

ระหว่างนั้น ณัฐเดชพาเนตรสิตางศุ์มาส่ง เธอบอกพี่ชายให้ไปทำงานได้แล้วไม่ต้องห่วง ก่อนกลับไปณัฐเดชกำชับสองสาวว่า ฝากดูแลน้องสาวด้วยถ้ามีอะไรผิดปกติให้โทร.บอกทันที สองสาวรับคำอย่างขอไปที

พอณัฐเดชกลับไปไม่ทันไร เนตรสิตางศุ์ก็ได้รับข้อความจากลูกข่างว่า “วันนี้ห้ามเบี้ยวนะ พี่มีงานให้ ช่วยอย่างแรง”

เนตรสิตางศุ์เหลือบมองหาทางหนีทีไล่ เห็นกรรณายังง่วนอยู่กับการโทร.หาสุคนธรสเลยหลบแว้บออกไป

เธอออกไปเจอหมอวรวรรธที่มารออยู่แล้วแต่ไม่กล้าเข้าไป รอจนณัฐเดชไปแล้วจึงออกมาบอกว่ามารอ แต่เช้าแล้ว เพื่อจะต่อว่าที่เมื่อวานกลับไม่บอกกันปล่อยให้ หาจนวุ่น แต่พอเธอบอกว่าจะให้พาไปพัทยาอีก หมอถึงกับผงะถามว่าที่พูดไปเมื่อกี้ไม่เข้าหูเลยใช่ไหม

“คุณหมอพาเนตรไปพัทยาอีกครั้งนะคะ ครั้งนี้เนตรสัญญาว่าเนตรจะไม่หนีหมอกลับเองแล้วแน่ๆ”

หมอ วรวรรธบอกว่าตนไม่พาเธอไปไหนอีกแล้ว พลางเดินหนีอย่างไม่อยากยุ่งด้วย จู่ๆ ก๊องก็โผล่มามองเนตรสิตางศุ์อย่างสงสัย หาว่าแอบนัดกิ๊กมาพบ ทำเป็นพูดลอยๆ ว่า “เอ...เราจะฟ้องพี่ณัฐดี...หรือไม่ฟ้องดี”

ooooooo

ญาณินย่อง เข้าไปในบ้านติณห์ท่าทางระแวดระวัง กุมาริกาโผล่มาทัก เธอตกใจ บอกว่าแอบมาเพื่อหาสมุดบัญชี แล้วให้กุมาริกาช่วยกันหาก่อนที่ติณห์จะกลับมาเจอ

กุมาริกาหายแว้บเข้า ตู้โน้นตู้นี้แต่ไม่เจอ ส่วนญาณิน มองไปอีกด้านเห็นประตูจึงเดินเข้าไปพบว่าเป็นที่เก็บของเก่าที่ตกทอดมาจาก บ้านเรือนไทยของคุณหลวง และเธอก็เจอหีบใส่สมุดบัญชีที่มีรายชื่อผู้ที่เคยทำงานกับคุณหลวงมากมายจน บ่นว่า “ชื่อคนเยอะแยะไปหมด แล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าใครเป็นใคร”

กุมาริกาแนะว่าไม่รู้ก็ไปถามคนที่รู้สิ เธอเลยนึกได้ว่าต้องไปถามตาพุ่มพ่อของทนายสมชาติ อาจทำให้ตาพุ่ม จำอะไรขึ้นมาได้บ้าง

ทันใดนั้น ติณห์โผล่เข้ามาถามอย่างไม่พอใจ “ทำอะไร!!!”

ญาณินช็อก สมุดบัญชียังคาอยู่ในมือ แต่กุมาริกาหายตัวไปแล้ว

ติณห์คาดคั้นให้เธออธิบายมาว่า ต้องการบัญชีนี้ไปทำอะไร เธอบอกว่าแค่มาหาหลักฐานเกี่ยวกับการตายของ คุณหลวง บางทีเราอาจจะรู้เรื่องการตายของคุณหลวงก็ได้ หรือเราอาจจะได้รู้ว่าใครที่เสียผลประโยชน์และมีแรงจูงใจให้วางยาฆ่าคุณหลวง เพราะตนอยากทำความจริงให้กระจ่าง ย้ำกับเขาว่า

“เพราะถ้าคุณหลวงบริสุทธิ์ คุณกับครอบครัวคุณก็ไม่ใช่ลูกหลานของคนโกงชาติ คุณจะได้เลิกมีอคติกับบรรพบุรุษตัวเองอย่างที่เป็นอยู่”

กำนัน พงษ์เข้ามาถามดักคอว่า ไม่ใช่เกี่ยวกับข่าวลือ เรื่องสมบัติคุณหลวงหรือ ไม่แปลกไปหน่อยหรือที่อยู่ๆ ก็มาเรียกร้องความเป็นธรรมให้บรรพบุรุษคนอื่น

ไม่ว่าญาณินจะชี้แจงอย่างไร ทั้งติณห์และกำนันพงษ์ก็ยังมองเธออย่างสงสัย ไม่ไว้ใจ ทำให้เธอเจ็บปวดมาก กลับถึงบ้านก็โผเข้ากอดป้าออร้องไห้คร่ำครวญว่า ตนมีเจตนาดีแต่กลับถูกมองว่าเป็นคนเลวในสายตาคนอื่น

ป้าออที่พอรู้เรื่อง ของเธออยู่บ้างแล้วเข้าใจอารมณ์เธอทันที ปลอบใจว่าปล่อยเขาไปเถอะ เรารู้อยู่แก่ใจเราเองก็พอแล้ว “คุณหนูของป้าเป็นนางฟ้า เป็นเทพธิดา ถ้าใครมองไม่เห็น...คนคนนั้นก็ไม่คู่ควรกับคุณหนูณินของป้าหรอกค่ะ”

ส่วน กำนันพงษ์ยุยงเป่าหูติณห์ว่าญาณินอาจจะเป็นพวกที่คิดจะมาขุดหาสมบัติของคุณ หลวงอยู่ก็ได้ เพราะคนแถวนี้รู้ดีว่าคุณหลวงฝังสมบัติเอาไว้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าฝังอะไร ไว้ตรงไหน ยุว่าเพื่อความปลอดภัยควรให้ญาณินออกไปดีกว่า ไม่ต้องกลัวเรื่องสัญญา มีผู้รับเหมาไม่ดี สู้ไม่มียังดีกว่า

“เรื่องนี้ผมตัดสินใจเองได้” ติณห์ตัดบท กำนันมองอย่างผิดหวังย้ำว่าคิดให้ดีๆก็แล้วกัน พลางเหลือบมองหีบใส่สมุดบัญชีอย่างครุ่นคิด

ooooooo

หมอสมคิดนั้นด้านหนึ่งเคลื่อนไหวสร้างบารมีแผ่ไปถึงบรรดาครูบาอาจารย์และ นักเรียนเบี่ยงเบนความสนใจ แต่อีกด้านก็ให้ไอ้กล้ากับไอ้หาญวางแผนเล่นงานตลาดหญิงจำเริญอย่างเร่งด่วน

ส่วนหมอวรวรรธกับเนตรสิตางศุ์ถูกกรรัมภาและกรรณารุมซักไซ้ไล่เลียงว่าเมื่อวาน หายไปไหนมาด้วยกันทั้งวัน เนตรสิตางศุ์บอกตามตรงว่าตนไปช่วยใบหม่อน ส่วนหมอวรวรรธฟ้องว่าตนถูกบังคับให้พาไป

ระหว่างนั้นกรรัมภาโทร.ถึงสุคนธรสติด เธอบอกเพื่อนๆ ด้วยความดีใจ ทุกคนกรูกันมาเงี่ยหูฟังโทรศัพท์ที่เปิดลำโพงไว้ใจจดจ่อ

ปรากฏว่า สุคนธรสยังนอนอยู่บนเตียง พอเพื่อนถามว่าอยู่ไหน ไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว สุคนธรสจึงเอะใจก้มมองตัวเองเห็นนอนอยู่บนเตียงซ้ำร้ายยังมีไตรรัตน์นอนเคียงข้างด้วย เธอตกใจลุกขึ้นผลักเขาแทบตกเตียง โทรศัพท์หล่นลงข้างเตียงทั้งที่ยังเปิดอยู่

ตอนที่ 4

หมอสมคิดนั่งหลับตาบริกรรมคาถาอยู่ในสำนักท่ามกลางควันกำยานอบอวล เขาขมวดคิ้วเมื่อรับรู้ถึงเหตุที่เกิดขึ้นกับผีร้ายของตน

อึดใจเดียวผีนายธรรมก็โผล่ทะลุผนังร้องลั่นเข้ามาจับมือข้างที่ถูกบ่วงสายสิญจน์จนลุกเป็นไฟ หมอสมคิดถามใครทำ มันบอกว่า “ผู้หญิง...ผู้หญิงจอมขมังเวทย์”

ตอนที่ 3

ไตรรัตน์พาสามสาวขึ้นไปชั้นบนอย่างฮึดฮัดขัดใจ แต่ขึ้นไม่ทันถึงห้องอาม่า สุคนธรสก็ชะงักทำจมูกฟุดฟิด กรรัมภาถามว่าได้กลิ่นหรือ เนตรสิตางศุ์ถามว่า กลิ่นเป็นยังไง

“เออ...กลิ่นแปลกๆผสมปนเป ข้างบนต้องมีอะไรแน่ๆ” สุคนธรสยังสำรวจกลิ่นต่อไป ยิ่งขึ้นไปกลิ่นก็ยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าห้องอาม่า ไตรรัตน์ร้องบอกอาม่าว่าตนพาเพื่อนมาไหว้อาม่า ระหว่างนั้นสามสาวหันไปซุบซิบกัน

ตอนที่ 2

สุคนธรสยิ้มสดชื่นบอกเสี่ยว่า ให้บอกอาตี๋น้อยว่าต้องเป็นเด็กดีอย่าดื้ออย่าซนแล้วพระจะคุ้มครองเด็กดี พูดเสร็จก็ส่งโทรศัพท์ให้ญาณินบอกให้รีบโทร.ไปคุยกับติณห์เดี๋ยวนี้เลย

ญาณินฝืนใจโทร. พอติณห์รับสายเธอบอกว่า พี่ณัฐให้โทร.มานัดเรื่องงาน ที่ไหน เมื่อไหร่ดี?

“ผมมีเวลาแค่วันนี้เท่านั้น” ติณห์ขีดเส้นตาย ญาณิน บอกว่าไม่มีปัญหา “แต่ไม่ใช่ที่กรุงเทพฯนะ ผมกำลังจะกลับเมืองกาญจน์ คุณตามไปคุยกับผมที่รีสอร์ตผมก็แล้วกัน บ่าย 2 เจอกันที่นั่น แล้วให้ตรงเวลาด้วยล่ะ ถ้ามาช้าผมไม่รอ!”

พอตัดสายวางเครื่อง ติณห์ก็ยิ้มอย่างสะใจที่ได้แก้เผ็ด “ยัยแม่มด” นั่น

ส่วนญาณิน พอวางสายเพื่อนๆก็รุมถามกันว่าเขาว่ายังไง เธอตอบเซ็งๆ ว่า

“ตานั่นบอกให้ตามไปคุยกันที่เมืองกาญจน์ตอนบ่าย 2 พูดเหมือนกับว่าถ้าช้าเขาจะไม่จ้างงั้นแหละ”

พวกเพื่อนๆ ลุกพรวดแยกย้ายไปเตรียมเดินทางกันอย่างเร่งรีบ มีแต่ญาณินที่ยังยืนหน้าตึงอย่างหมั่นไส้ความยโสของติณห์อยู่ตรงนั้น

อึดใจเดียว อุปกรณ์การทำงานก็ถูกลำเลียงขึ้นรถกันอย่างเร่งรีบ ป้าออ ออกมาไหว้ศาลพระภูมิภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้ญาณินได้งานที่เมืองกาญ จน์ด้วยเถอะ แล้วอธิษฐานเสียงดังว่า

“ขอให้คุณๆ เธอพูดจาดีๆ ทำตัวดีๆ ไม่ทำอะไรประหลาดๆให้คนจ้างเขาเผ่นหนีไป บริษัทซิกซ์เซ้นส์จะได้มีเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟคล่องๆเสียที สา...ธุ!”

“โห...ป้า...อธิษฐานได้น่าฟังมากเลยนะ” สุคนธรสปิดกระโปรงรถปัง

กรรัมภาบอกป้าออว่าเดี๋ยวพวกตนจะใช้ความสวยฉลาดและเซ็กซี่ทำให้การไปคุยงาน ครั้งนี้ได้มากกว่าเงินล้านเสียอีก ส่วนเนตรสิตางศุ์ก็เอาคุกกี้พริกสดเมนูใหม่ของตนมาอวด ป้าออรี่เข้าไปดู ชมว่าช่างอัจฉริยะเรื่องอาหารจริงๆ

“เอ้านี่...มัวแต่พูดๆๆๆ เดี๋ยวก็ไปไม่ทันบ่าย 2 พอดี ยัยเจ๊ล่ะ...อยู่ไหนแล้วนี่” สุคนธรสเร่ง กวาดตาหาญาณิน

ปรากฏว่าเจ้าตัวเพิ่งจะเดินซังกะตายออกมา พอสุคนธรสเร่งก็ขอดูไพ่ก่อนว่าไปเที่ยวนี้จะรุ่งหรือจะร่วง พลางหยิบไพ่ยิปซีออกมา สุคนธรสดึงไพ่จากมือลากญาณินไปขึ้นรถ

ไพ่ใบหนึ่งหล่นที่พื้น แต่ไม่มีใครเห็น เมื่อป้าออส่ง 5 สาวขึ้นรถไปแล้วกลับมาจึงเห็น หยิบขึ้นมาดูอุทานอย่างตกใจ

“คุณพระช่วย...อีกแล้วเหรอเนี่ย!” ป้าออเพ่งไพ่เดอะเดธในมืออย่างกังวล

ooooooo

ติณห์กลับถึงบ้านพักที่เมืองกาญจน์แล้ว เพนนีพูดอย่างหงุดหงิดว่าถึงเขาจะเห็นแก่เพื่อนก็ไม่จำเป็นต้องแคร์ผู้หญิง พวกนั้นถึงขนาดนี้ ติณห์หัวเราะหึๆ บอกว่าพวกนั้นมาไม่ทันบ่าย 2 ชัวร์

เพนนีถามว่าถ้าพวกนั้นมาไม่ทันบ่าย 2 เขาจะทำอย่างไร ติณห์บอกว่า game over! เพนนีดีใจโผเข้ากอดคอเขาถามอย่างลิงโลดว่า

“อย่าบอกนะว่านี่เป็นการเอาคืน” ติณห์เงียบ เธอพล่ามอย่างสะใจว่า “นี่ถ้าเพนนีเป็นแม่คนนั้น เพนนีคงอายจนแทบเอาปี๊บคลุมหัวที่ทำให้สุภาพบุรุษอย่างติณห์ชังน้ำหน้าได้ ขนาดนี้”
ระหว่างนั้นมีโทร.เข้ามือถือเธอ แต่เธอเสียดายไม่อยากผละจากติณห์ จนเขาถามว่าไม่รับโทรศัพท์หรือ เธอจึงรับ

เป็นสายจากพ่อเธอคือเสี่ยปิยะพันธุ์หรือเสี่ยปิง เจ้าของริเวอร์มูนรีสอร์ตที่อยู่ติดกับที่ดินของติณห์นั่นเอง เสี่ยโทร.มาถามอะไรบางอย่างที่เธอไม่สะดวกจะพูดต่อหน้าติณห์ จึงบอกเขาว่าพ่อมีธุระด่วนตนขอกลับก่อน แล้วค่อยเจอกัน

ธุระด่วนที่เสี่ยปิงร้อนใจอยากรู้คือเรื่องการสร้างรีสอร์ตของติณห์นั่นเอง พอรู้ว่าเขากำลังจ้างรายใหม่มาตกแต่งภายในก็พูดอย่างสมเพช

“จะจ้างทำมั้ย...จ้างมากี่เจ้าๆก็ล้มเหลวเหมือนกันหมด หึๆๆ”

เพนนีบอกว่า คราวนี้เป็นคนกันเองเป็นน้องสาวเพื่อน เธอเหยียดยิ้มบอกว่า เพื่อนก็คงอยากให้น้องสาวจับติณห์นั่นแหละ เพราะเห็นติณห์รวย เพนนีจิกตาอย่างพร้อมสู้ตาย เสี่ยปิงยิ้มพอใจความมาดมั่นของลูกสาว เดินมาจับไหล่บอกว่า

“ถ้าสวีตฮาร์ตของลูกเลิกล้มความพยายามที่จะสร้างรีสอร์ตแล้วยอมขายที่ดิน เตี่ยจะซื้อมารวมกับรีสอร์ตของเรา คราวนี้ที่ของเราก็จะเป็นที่ที่สวยที่สุดในเมืองกาญจน์ และเป็นรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออก ลูกก็จะแต่งงานใช้ชีวิตสวีตหวานสุขสบายอยู่กับติณห์ แล้วเตี่ยจะดูแลลูกๆทั้งสองอย่างดี”

“แต่งงานเหรอคะ หึ! ทุกวันนี้ติณห์ยังไม่เคยบอกรักลูกเลย”

“ลูกของเตี่ยน่ารักออก เรื่องแค่นี้กล้วยๆน่า...”

ooooooo

5 สาวเดินทางไปเมืองกาญจน์โดยมีญาณิณเป็นคนขับ ที่เหลือก็คอยบอกทางกันเจี๊ยวจ๊าว บอกกันคนละทิศละทางจนคนขับไปไม่ถูก เลยจอดรถบอกให้ไปตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนค่อยมาบอกว่าจะไปทางไหนกันแน่ พูดปลงๆท้าๆว่า

“ยังไงๆเราก็คงไปไม่ทันหรอก ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเราเลตไปสักชั่วโมงนึง เขาจะทำยังไงกะฉัน”

เวลาเดียวกัน ไตรรัตน์อยู่ในห้อมล้อมของสาวสวยหมวยอึ๋มสามคนที่บ้าน สาวๆกำลังแย่งกันว่าใครสวยกว่ากัน เขาจึงให้โอน้อยออก ทั้งกลุ่มเล่นกันอย่างสนุกสนาน จนเสี่ยจำเริญกับเจ๊หญิงดูแล้วส่ายหน้า เสี่ยบ่นเบาๆ

“นี่เหรอวะ จบปริญญาโทจากเมืองนอก อั๊วล่ะเซ็ง”

“เดี๋ยวให้ท่านหมอผูกดวงให้ดีกว่า ว่าเนื้อคู่อยู่ทางทิศไหน” เจ๊หญิงวางแผน

ทันใดนั้น ทุกคนชะงักกึกเมื่อมีเสียงอาอี๊ร้องกรี๊ดๆ จากข้างบนตามด้วยเสียงของอาม่า ไตรรัตน์บอกให้สามสาวกลับไปก่อน แล้วทั้งเขา เสี่ย และเจ๊ก็รีบขึ้นข้างบน

ขึ้นไปเห็นอาม่ากำลังอาละวาดแววตาเหมือนปีศาจด้วยวิญญาณผี อาม่าไม่ยอมกินข้าวที่อาอี๊ป้อนให้ ซ้ำยังหาว่าอาอี๊จะฆ่าตนด้วย

อาอี๊ถูกอาม่าจับแขนบีบอย่างแรง และจ้องด้วยแววตาดุร้าย

“ทำไมไม่กินข้าวล่ะครับอาม่า” ไตรรัตน์วิ่งขึ้นมาถาม

อาม่าหันขวับมองไตรรัตน์ สายตาปะทะกับรัศมีพุทธานุภาพของพระรอดที่ห้อยคอไตรรัตน์ที่สว่างวาบๆขึ้นมา มือปีศาจที่บีบแขนอาอี๊ปล่อยทันที แววตาปีศาจของอาม่าก็หายแว้บกลับมาเป็นแววตาของอาม่าตามปกติ

พอเข้าสู่อาการปกติ  อาม่าก็อ้อนตี๋น้อยว่าเมื่อไหร่อาม่าจะหายเสียที เมื่อไหร่ตี๋น้อยจะพาอาม่าไปเที่ยวเหมือนเมื่อก่อน เพราะอยู่แต่ในห้องอึดอัดจนเหมือนกำลังจะตายแล้ว อาม่าทำท่าหายใจไม่ออกเหมือนถูกใครบีบคออยู่ ไตรรัตน์ตกใจรีบเข้าไปลูบหลังให้

อาการอาม่าหนักขึ้น เสี่ยถามเจ๊ว่าจะทำยังไงดี เจ๊บอกต้องพาไปหาหมอ ไตรรัตน์ถามว่า “ไปโรงพยาบาลเลยนะครับแม่” ถูกเจ๊ทำตาเขียวใส่ บอกให้พาไปหาหมอสมคิด เพราะเมื่อก่อนอาม่าเป็นหนักกว่านี้ แต่ไปหาหมอสมคิดแล้วอาม่าก็ดีขึ้น

ไตรรัตน์บอกว่าตนรู้จักหมอเก่งๆ จะพาไปรักษาเอง ถูกเจ๊ตวาดแว้ด

“ลูกหยุดพูดเลย นี่ไม่ใช่เวลามาเถียงกัน ถ้าไม่ ช่วยก็หลีกไป”

พาอาม่าไปที่สำนักหมอสมคิด หมอสมคิดมองอาม่าแวบหนึ่งด้วยแววตาแข็งกร้าว เมินไปทางอื่น พอ หันกลับมาอีกทีก็กลายเป็นแววตาที่อ่อนโยนเปี่ยมด้วยเมตตา ถามไถ่อาการของอาม่า ปลอบใจว่าอยู่กับหมอแล้วอาม่าต้องไม่เป็นอะไรแน่

“หึ...อาม่ามีเงินจ่ายซะอย่าง ใครจะปล่อยให้อาม่าเป็นอะไรง่ายๆยังเลี้ยงไข้อาม่าได้ไปอีกนาน” ไตรรัตน์โพล่งขึ้นถูกเจ๊หญิงเอามืออุดปาก สั่งให้หุบปากถ้าไม่หยุดพูดก็กลับบ้านไปเลย

หมอสมคิดจ้องไตรรัตน์เขม็งแล้วก็จำได้ว่าเป็นคนโวยวายเรื่องถูกสุคนธรสแซงคิว แล้วสามสาวก็หนีหายไปท่ามกลางความชุลมุน หมอจ้องหน้าไตรรัตน์ ถามเสี่ยว่าคนนี้ใช่ไหมที่เพิ่งกลับจากเมืองนอก เสี่ยพยักหน้ารับ แต่ไตรรัตน์โพล่งไปว่า

“ใช่...ผมนี่แหละ คนที่มีหมอบอกว่ามีผีตามเอาชีวิตไง มันจะมาเมื่อไหร่ล่ะ ไหนบอกมาสิครับ”

หมอสมคิดจ้องหน้าไตรรัตน์ พลันก็เห็นพระรอดที่คอเขา ทำให้หมอรู้ทันทีว่าเพราะพระรอดนี่เอง ทำให้ผีไอ้มิ่งที่ส่งไปเข้าอาม่าหนีเตลิดเปิดเปิงออกไป หมอสมคิดบอกอาม่าให้ขึ้นข้างบนดีกว่าอาจารย์จะได้ช่วยรักษาให้

เจ๊หญิงเห็นด้วย ไตรรัตน์จะตามขึ้นไปด้วย อาจารย์ไม่อนุญาต บอกให้เจ๊หญิงขึ้นไปคนเดียวพอ เขาเลยได้แต่ยืนมองตามหมอสมคิดไปอย่างหงุดหงิด

ooooooo

5 สาวเดินทางไปเมืองกาญจน์ หลังจากหยุดรถให้เพื่อนๆลงไปเก็บดอกไม้กันแล้ว ญาณินดูนาฬิกา บ่นว่าเหลืออีก 20 นาทีจะบ่ายสองแล้วจะดันทุรังไปต่อทำไมแต่คนอื่นยังยืนยันจะไปต่อ

โชคดีเจอรถกำนันพงษ์ขับมา กรรณากระโดดออกไปขวางถนนเพื่อถามทางไปรีสอร์ตของติณห์ กำนันอาสาขับรถนำไปให้

แต่โชคร้าย ไปถึงกลางทางเจอดินสไลด์พาต้นไม้ลงมาขวางทาง เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ญาณินจะให้ เพื่อนๆถอยอีก สุคนธรสไม่ยอมแพ้ถามกำนันว่าไม่มีทางลัดอื่นอีกหรือ

“ลุยป่าไปทางนั้น” กำนันชี้ให้ดู บอกว่าถ้าไปทางนั้นอีกแค่ 2 กิโลก็ถึงรีสอร์ตแล้ว แต่ตนนำทางไปไม่ได้เพราะต้องรีบไปประชุมที่อำเภอ ถามว่าไปกันเองได้ไหม

“ได้!!” เสียงสี่สาวตอบพร้อมเพรียง เข้มแข็งแต่ญาณินบอกว่าตนไม่ขอลุยป่าไปด้วย สุคนธรสโดดขึ้นรถขับไปเอง

พอรถ 5 สาวลงลุยป่าแล้ว สนลูกน้องกำนันพงษ์เปรยๆว่า “นึกยังไง หนนี้นายฝรั่งข้างรั้วถึงจ้างสาวๆมาทำรีสอร์ต”

“นั่นสิ...สาวๆเนื้อนุ่มๆยังงี้ ผีมันก็ยิ่งชอบใจใหญ่เท่านั้นเอง...หึๆๆ” กำนันส่ายหน้าหัวเราะขำๆ

ooooooo

สุคนธรสตะบึงรถลุยป่าไปอย่างไม่บันยะบันยัง พวกเพื่อนๆนั่งกันหัวโขกหัวชนจนร้องกันไม่ออก โชคร้ายกว่านั้นคือรถติดหล่ม ทั้ง 5 สาวตัดสินใจเดินลุยป่าไป  และก็ไปถึงที่หมายได้ทันก่อนเส้นตายที่ติณห์กำหนดไว้ไม่กี่วินาที ทุกคนเดินลากขาสะบักสะบอมมอมแมมดูกันไม่จืด!

ลงจากรถเห็นติณห์ยืนรอรับอยู่ หน้าหล่อมาดเท่ของเขาทำเอาพวกสาวๆ หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง กรรัมภาถึงกับเพ้อ

“แม่เจ้า...นี่เหรอคุณติณห์ หล่อโคตรๆ”

ติณห์แสดงท่าทีไม่แยแสกับพวกเธอ พูดหยามน้ำใจว่าตนไม่ได้บังคับให้มา สุคนธรสกลัวจะเสียงานอีกบอกว่าพวกตนเต็มใจมา เร่งให้คุยกันเลยดีไหม เพราะพวกตนพร้อมแล้ว

ทันใดนั้น กรรณาสะดุ้งกระซิบบอกสุคนธรสว่าตนได้ยินเสียงขู่คำรามของวิญญาณ มีวิญญาณแถวนี้ไม่อยากให้เราเหยียบเข้ามาที่นี่ ถามสุคนธรสว่าได้กลิ่นอะไรไหม สุคนธรสก็ได้กลิ่น เป็นกลิ่นขู่เข็ญกรรโชก กระซิบถามเนตรสิตางศุ์ว่า เห็นอะไรรึเปล่า เธอบอกว่าไม่เห็นอะไร ญาณินแทรกขึ้นว่าไม่ต้องห่วง ถ้ากรรณาได้ยินเสียงผีก็ไม่เคยพลาด

ติณห์เห็นห้าสาวซุบซิบๆกันก็ถามว่ามีอะไรรึเปล่า ญาณินเกือบพลั้งปากไป ถูกเนตรสิตางศุ์ปิดปากแล้ว ตอบแทนว่า

“แฮ่...เราแค่มีปัญหาอยู่นิดเดียวค่ะ คือต้องดูพื้นที่ก่อนคุยงานกันทุกครั้ง”

สุคนธรสเห็นด้วย ติณห์ไม่มีปัญหา เชิญพวกเธอสำรวจได้ตามสบาย แต่ก็งงๆกับท่าทางแปลกๆของพวกเธอ

เมื่อเข้าไปถึงบริเวณพื้นที่รีสอร์ตเจอทั้งเสียงและกลิ่นแสดงความเกลียดชังชัดเจน เข้มข้น จนสุคนธรสต้องเอาผ้ายันต์ออกมาแจกทุกคนเพื่อความปลอดภัย

สุคนธรสได้กลิ่นคาวเลือดเหมือนกลิ่นผีตายโหง ทั้ง 5 สาวเกาะกันขนลุกซู่ กรรัมภาเสนอให้เผ่นเถอะ พลางหันหลังกลับ ถูกญาณินดึงแขนไว้

“นี่คุณน้าย! ลากฉันมาถึงนี่แล้ว จะมาเผ่นง่ายๆ เนี่ยนะ อยากได้งานนี่กันนักไม่ใช่เหรอ ไปเลยแยกย้ายกันไปตามหาวิญญาณเจ้าปัญหานั่นให้พบ ถ้าเราหาทางติดต่อวิญญาณพวกนี้ได้สำเร็จ เราก็อาจจะได้งานตกแต่งรีสอร์ตนี่ง่ายขึ้น”

ญาณินเดินนำไปที่ซุ้มต้นเล็บมือนาง รู้สึกเหมือนมีสิ่งลึกลับดึงดูดให้เดินเข้าไป พอเดินพ้นซุ้มเล็บมือนาง ญาณินถึงกับตะลึง เมื่อเห็นบ้านไม้สักทรงไทยทั้งหลังที่ถูกทิ้งรกร้าง

ในวินาทีที่เงียบงันนั้น ญาณินถอดจิตออกจากร่างดิ่งลึกลงสู่สมาธิ...ทิ้งกายหยาบให้ทรุดนั่งพิงใต้ต้นไม้เหมือนหลับ

จิตญาณินชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกแผ่วๆ เย็นเยือกของคุณหลวง

“แม่หนู...แม่หนูญาณิน ญาณิน...ฉันรอคอยหล่อนมา...นาน...แสน...นาน”

จิตญาณินตัดสินใจเดินเข้าไปและก้าวขึ้นบันไดบ้านทรงไทยช้าๆ ยิ่งเข้าไปลึกจิตวิญญาณเธอก็ค่อยๆ จางหายไป กายหยาบของญาณินยังนั่งพิงต้นไม้เหมือนหลับอยู่ใต้ร่มไม้ครึ้ม...

ooooooo

หมอสมคิดพาอาม่ากับเจ๊หญิงขึ้นไปในห้องพิธี ผีไอ้มิ่งมายืนผมกระเซิงอยู่ หมอสมคิดถามด้วยจิตว่าขัดคำสั่งตนหรือ ผีไอ้มิ่งบอกว่ามันกลัวพระ หมอสมคิดยกกริชขึ้นมา ประกาศิตว่ายังไงก็ต้องฆ่ายายแก่นี่ให้ได้ ไม่อย่างนั้น!!

หมอสมคิดสื่อทางจิตไม่ทันเสร็จ ก็ถูกเจ๊หญิงถามขึ้นว่า อาม่าเป็นอย่างไรบ้าง หมอสมคิดเลยชะงักหันมาทำพิธี ใช้คุณไสย์สะกดจิตอาม่าให้ฝันไปตามเรื่องที่ตนแต่งขึ้น เพื่อให้อาม่ามาทำพิธีสะเดาะเคราะห์ไปเรื่อยๆ กรรมก็จะค่อยๆน้อยลง

เจ๊หญิงยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้อาม่าหาย เมื่อหมอสมคิดทำพิธีเสร็จ อาม่ากระชุ่มกระชวยลุกเดินลงไปเองได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทิ้งรถวีลแชร์ที่นั่งมาไว้ที่กลางห้องอย่างลืมไปเลย

ooooooo

จิตญาณินเข้าไปในห้องเก็บของโบราณในบ้านทรงไทย ทันทีที่เข้าไปประตูก็ปิดปัง เธอตกใจตะโกนให้เปิด ไม่ว่าจะทำอย่างไรประตูก็ไม่เปิด จนญาณินสงสัยว่าจะเป็นท่าน ถามว่า ท่านที่บอกว่ารอตนมานานแล้วใช่ไหม รออะไรอยู่หรือ

มีเสียงหัวเราะหึๆ ฟังแล้วขนลุก ญาณินเพ่งมองภาพคุณหลวงเห็นภาพนั้นนูนขึ้น...นูนขึ้น เหมือนจะพุ่งเข้าใส่เธอ ญาณินผงะถอยไปยืนกลางห้อง มีผีอีกตนหนึ่งเดินเท้าลอยจากพื้นเข้าหาทางข้างหลัง ลมพัดแรงบานหน้าต่างปิดเปิดปึงปังผสานกับเสียงหวีดร้องโหยหวนเหมือนเปรตมาขอส่วนบุญ

“พวกมัน...มาแล้ว...พวกมันมาแล้ว...หนีไปซะ!!!” เสียงคุณหลวงเร่ง ไม่ทันที่จิตญาณินจะทำอะไรก็ถูกกระชากอย่างแรงจนผงะ!

พวกที่อยู่ข้างนอกต่างเป็นห่วงญาณินที่หายเข้าไปในบ้านนานแล้วไม่ออกมาสักที แต่พวกเธอก็ถูกวิญญาณต่างๆรุมกันเข้ามา ทุกคนใช้ความสามารถพิเศษของตนต่อสู้สุดฤทธิ์ กรรณาพยายามปลุกกายหยาบของญาณินแต่ไม่ได้ผล สุคนธรสเอาขี้เถ้าในย่ามออกมาโปรยเป็นวง บอกเพื่อนๆให้อยู่แต่ในวงอย่าออกมาเด็ดขาด

ติณห์ตามมาเห็นสี่สาวซัดซ้ายซัดขวาตะโกนกันโหวกเหวกเหมือนแต่ละคนกำลังต่อสู้กับอากาศรอบตัว ก็งงว่าทำอะไร

สี่สาวยังพยายามช่วยญาณิน ตะโกนบอกกันโหวกเหวก ติณห์ตะโกนถามว่า “บ้ารึป่าวเนี่ย??”

จิตญาณินเผชิญหน้ากับวิญญาณเหล่านั้น หว่านล้อมว่าอย่าทำบาปอีกเลยไปผุดไปเกิดเถอะ แล้วตนจะทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ วิญญาณเหล่านั้นไม่เพียงไม่หนี หากยังกระโจนเข้าใส่ด้วย สุคนธรสตะโกนบอกญาณิน

พร้อมกับดึงไม้หวายออกมาหวดซ้ายหวดขวา สุดท้ายปักปลายไม้หวายลงพื้น กำจัดวิญญาณเหล่านั้นได้ราบคาบ

พริบตานั้น ร่างหยาบของญาณินฟุบลงทันที กรรณาที่เฝ้าอยู่รับไว้ทันตกใจตะโกน “อ๊าย...ยัยเจ๊เป็นไรเนี่ย!!”

ooooooo

ระหว่างที่อาม่ากับเจ๊หญิงขึ้นไปบนห้องทำพิธีนั้น ไตรรัตน์ฆ่าเวลาด้วยการเดินดูเครื่องรางของขลังที่วางขายอยู่ เขาจับผิดได้ว่า ไข่อีกาที่มาวางขายที่แท้คือก้อนหิน ปากโป้งโพล่งออกไป เลยถูกสมุนหมอสมคิดเข้ามาแย่งคืนหาว่าลบหลู่อาจารย์

เจ๊หญิงแก้ต่างให้ตี๋น้อยว่าเป็นคนขี้เล่นไม่ได้จริงจังอะไร เพราะเจ๊หญิงเป็นลูกค้ากระเป๋าหนัก สมุนจึงยอมปล่อยให้ผ่านไป

ไตรรัตน์เห็นอาม่าเดินปร๋อลงมาก็งงถามว่า อาม่าเดินมาได้ยังไง ไม่ทันหายงงก็ต้องช็อกเมื่อเห็นเจ๊หญิงเซ็นเช็คให้สมุนหมอสมคิดหนึ่งแสนบาท เจ๊รีบเอามือปิดปากตี๋ไว้ไม่ให้โวยวาย หมอสมคิดยืนมองจากหน้าต่างแสยะยิ้มอย่างแค้นใจ

ทันใดนั้น มีเสียงโลหะตกแตกดังสนั่นอยู่ชั้นบน หมอสมคิดรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องผิดปกติกับวิญญาณผีที่ส่งไปทำงาน หาญวิ่งมากระซิบอะไรบางอย่าง หมอสมคิดหน้าเครียดพรวดพราดตามหาญไปทันที
เปิดประตูเข้าไปในห้องเก็บโกศ และโถโลหะที่ใส่วิญญาณร้ายแต่ละตัวเอาไว้ เห็นสิ่งของเหล่านี้ตกแตกเกลื่อนกระจาย

“โถที่อาจารย์ขังผีเอาไว้ อยู่ๆก็แตกเองเพียบเลยครับ” กล้าถลันมารายงาน หมอสมคิดหยิบเศษโกศขึ้นดูคำราม

“นานมากแล้ว ที่ไม่มีผู้มีวิชามาลองดีกับฉัน มันเป็นใครกัน? ถึงเก่งกาจขนาดบังอาจทำร้ายวิญญาณผีตายโหงที่ฉันส่งไปทำงานได้ ฮึ่ม!”

ooooooo

กายหยาบของญาณินยังฟุบอยู่ตรงนั้น ไม่มีใครกล้าไปแตะต้อง ติณห์เดินมาถามว่าเมื่อกี้ทำอะไรกัน กรรณาบอกว่าไล่ผี ติณห์หาว่าพวกเธอมาไม่ถึงชั่วโมงก็พูดเรื่องผีอีกแล้วหรือ

กำนันพงษ์กลับมาสมทบ บอกติณห์ว่าที่นี่มีผีจริงๆ ถามสาวๆว่ามีของดีอะไรถึงได้ไล่ผีได้ สุคนธรสเกือบพลั้งปากไปแล้ว ดีแต่ยั้งไว้ทัน ปฏิเสธหน้าตาเฉยว่า “เปล่าค่ะ ไม่มี๊ไม่มี ไล่ผีอะไรกันลุงกำนัน”

ติณห์สนใจจี๋ขึ้นมา กรรณาเห็นทีเพื่อนจะถูกต้อนเลยโวยวายว่าญาณินเป็นลมตั้งนานยังไม่ฟื้นเลย ติณห์เลยหันไปอุ้มเธอเดินอ้าวไปทางบ้านพัก พวกสี่สาวทำท่าสยิวร้องกรี๊ดๆอย่างอิจฉาที่ญาณินถูกหนุ่มหล่อล่ำบึ้กอุ้ม แล้วรีบเดินตามไป

“อ้าว...หนู...เดี๋ยวสิ เรื่องไล่ผีน่ะ มันยังไงกัน??” กำนันพงษ์ร้องถามอย่างอยากรู้จริงๆ แต่สาวๆทำหูทวนลมเสีย

กำนันพงษ์เป็นญาติกับติณห์ก็จริง แต่ทำตัวเป็นสายเป็นนายหน้าขายที่ดินของติณห์ให้เสี่ยปิง ค่านายหน้าจำนวนเป็นล้านล่อใจให้หาลู่ทางที่จะทำให้ติณห์ขายที่ให้ได้ แต่ลึกๆแล้วกำนันบอกกับตัวเองว่า “เงินล้านรึ ผมไม่ได้หวังแค่นั้นหรอก”

สำหรับ 5 สาวที่จะมาทำงานแต่เจอเรื่องผีเสียก่อนเลยช่วยกันปราบผี พอเสี่ยปิงรู้ก็หัวเราะร่าเชื่อว่า 5 สาวรวมหัวกันมาหลอกติณห์มากกว่า กำนันพูดอย่างมั่นใจว่า

“เสี่ยปิง ยัยเด็กพวกนี้มันก็แค่ขนมขบเคี้ยว...คงทนผีดุๆ ที่นี่ไม่ได้กี่น้ำร้อก”

ooooooo

วางร่างญาณินลงบนโซฟาแล้ว ติณห์รีบไปเอายา สี่สาวห้อมล้อมญาณินด้วยความเป็นห่วง ครู่เดียวติณห์ ก็ถือกล่องยามา จัดแจงเอายาดมรอที่จมูกให้ ญาณินหายใจเฮือกขยับตัว แต่พอลืมตาเห็นติณห์อยู่ตรงหน้าก็โวยลั่น ทั้งผลักทั้งด่าหาว่าเขาขโมยจูบตน

ติณห์ผงะเฮือก เอามือแตะหน้าผากเธอถามว่าลืมกินยาระงับประสาทหรือเปล่า ท่าทางจะอาการหนัก

“ฉันจะบอกอะไรให้นะ ที่คนงานตกแต่งรีสอร์ตคุณพากันทิ้งงานไปหมดก็เพราะที่นี่มีผีเยอะแยะ ชุมเป็นฝูงลิงเลย”

ติณห์สวนไปทันทีว่าผีไม่มีจริงๆ ญาณินโต้ว่าผีมีจริงๆ เพนนีที่เห็นติณห์อุ้มญาณินมาเพิ่งมาถึง เธอแหวกเข้ามาแหว

“หยุดสร้างเรื่องมาอ่อยเหยื่อเสียที ติณห์เขาไม่เซ่อหลงกลหรอก” เพนนียังกล่าวหาว่าญาณินสำออยหวังจะจับติณห์ไปเป็นสามี

ญาณินยิ้มเยาะบอกว่าอย่างติณห์ไม่ได้อยู่ในสายตาตนเลยแม้แต่นิดเดียว ติณห์เองก็เย้ยคืนว่า อย่างเธอก็ไม่ใช่สเปกตนเหมือนกัน

สุคนธรสได้ทีเสนอว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ก็เยี่ยมเลย ทำงานกันได้สบายหายห่วง ขอให้มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าจะไม่มีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้นเด็ดขาด เพนนีถลึงตาใส่ถามว่า “ใครบอกว่าติณห์จะจ้างพวกเธอทำงานหา!”

“ผมจะจ้าง!!” ติณห์บอก เพนนีตกใจ ส่วนสี่สาวกระโดดโลดเต้นดีใจกันยกใหญ่

แต่ติณห์ก็มีแผนแก้เผ็ดอีกตามเคย เขาบอกว่าอยากรู้ฝีมือการทำงานของพวกเธอว่าจะเก่งเหมือนปากหรือเปล่า สั่งว่า

“เอาแบบแปลนของรีสอร์ตไปดู แล้วพรุ่งนี้ 10 โมงเช้า คุณต้องมาพรีเซนต์ไอเดียคุณให้ผมฟัง ต้องการทราบแอตติจูด...เออะ...ทัศนคติของคุณ”

ญาณินอ้าปากค้างกับเวลาที่น้อยนิด ติณห์มองเหยียดๆ บอกว่า “ถ้าคุณทำไม่ได้ ก็เชิญกลับไปได้”

ooooooo

หลังจาก 5 สาวปรึกษากันแล้ว ญาณินกับกรรณามายืนส่งสามสาวขึ้นรถตู้ของรีสอร์ต กรรัมภาถามญาณินอย่างกังวลว่า แน่ใจหรือว่าอยู่กันสองคนจะระดมไอเดียทันในคืนเดียว

ญาณินส่ายหน้า แต่ยืนยันว่ายังไงก็จะพยายามสุดชีพ เพื่อบริษัทของเรา เนตรสิตางศุ์บอกว่าตนอยากอยู่ช่วย แต่ติดที่ยังไม่ได้บอกพี่ณัฐ ส่วนสุคนธรสก็มีนัด   กินข้าวกับเสี่ยจำเริญไว้แล้ว

“ไม่เป็นไร...ฝากเธอ 3 คนดูออฟฟิศด้วยแล้วกัน ทางนี้ฉันกับยัยกรรณจะเอาชนะตาฝรั่งขี้เก๊กให้ได้” ญาณินมั่นใจ แล้วทั้งหมดก็กำหมัดชูร้องสู้ๆ ให้กำลังใจกัน

ฝ่ายหมอสมคิดฟังกำนันพงษ์รายงานเรื่อง 5 สาวไปปราบผีที่รีสอร์ตของติณห์ ก็ขบกรามอาฆาต

“ผู้หญิงเหรอ! ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย มันมีวิชาอาคมอะไรถึงกับจัดการกับวิญญาณของฉันได้...ตอนนี้พวกมันยังอยู่ที่รีสอร์ตรึเปล่า...อยู่แค่ 2 คนเหรอ...ไม่เป็นไร เว้นช่วงไปก่อนสักพัก ให้มันตายใจไปก่อน แล้วมันจะได้เจอกับของจริง!”

ooooooo

ณัฐเดชกำลังไปที่สถาบันนิติเวช  เพื่อไปทำคดีเกี่ยวกับการตายของนางเอกละครเวที เขาพาเนตรสิตางศุ์ไปด้วย พอเธอก้าวเข้าไปในสถาบันเท่านั้น ก็เห็นวิญญาณในสภาพเละ มีมีดดาบฟันคาหัวเดิน
ผ่านหน้าไป เธอตกใจอุทาน ณัฐเดชถามน้องสาวอย่างเป็นห่วงว่า ที่นี่มีวิญญาณเยอะ ไหวไหม

“ไหวค่ะ เนตรมีแว่นตาลงอาคมที่ยัยรสให้ไว้” เธอหยิบแว่นดำมาใส่อวดพี่ชายว่า “แค่นี้ก็ไม่เห็นแล้วค่ะ”

ณัฐเดชให้น้องนั่งรอข้างนอก ตนจะเข้าไปคุยกับหมอนิติเวชในห้องพิสูจน์ศพ กำชับน้องอย่าไปไหน เดี๋ยวตนก็กลับมา

ขณะเนตรสิตางศุ์ใส่แว่นดำนั่งรออยู่นั้น หมอวรวรรธที่ถูกเรียกตัวมาพบกับณัฐเดชด่วน เดินมาอย่างรีบร้อน พลางล้วงกระเป๋ากางเกงหาของ ทำให้เศษสตางค์หล่นออกมาหลายอัน  เขาไล่เก็บทีละอัน พออันสุดท้ายก็มีมือยื่นเหรียญมาให้  หมอวรวรรธรับไปงงๆ เห็นเธอใส่แว่นดำก็นึกว่าตาบอด ถามว่าทำไมเธอจึงเห็นเหรียญ

เนตรสิตางศุ์โมโหด่าเขาว่าเสียมารยาท  พลางถอดแว่นให้ดูว่าตนไม่ได้ตาบอด แต่พอเธอถอดแว่นออก หมอวรวรรธถึงกับมองตะลึงราวกับถูกศรรักปักอกในฉับพลัน แต่เนตรสิตางศุ์กลับช็อกเมื่อถอดแว่นลงอาคมออกแล้วเห็นวิญญาณมากมายตามมาขอส่วนบุญจากหมอวรวรรธเต็มไปหมด

“ผี!!” เนตรสิตางศุ์ร้องแล้ววิ่งหนี หมอวรวรรธไม่พอใจหาว่าเธอด่าแล้ววิ่งหนีเลยวิ่งตามไปจะเอาเรื่อง

หมอวรวรรธไล่ตามไปทัน คาดคั้นให้บอกมาว่าหนีตนทำไม พยายามจะดึงแว่นออกจากหน้าเนตรสิตางศุ์ เธอปัดป้อง ก็พอดีณัฐเดชเดินมาเจอ เขาพุ่งเข้าชกหมอวรวรรธ  ดีที่หมอจับหมัดไว้ทัน พอเผชิญหน้ากันก็จำกันได้ ถึงความไม่พอใจในอดีตที่เคยแข่งกันจีบดาวมหาวิทยาลัยกันมาก่อน

ณัฐเดชถามน้องสาวว่าถูก “ไอ้ตาหนู” มันทำอะไร บอกมาเดี๋ยวนี้

“เปล่าค่ะ...แค่เข้าใจผิดกันน่ะค่ะ พอดีเนตรเห็นวิญญาณผีรอบตัวเขา เนตรก็เลยวิ่งหนี เขาก็เลยสงสัยวิ่งตามมาถามว่า เนตรวิ่งหนีเขาทำไม”

หมอวรวรรธขำก๊าก  ถามว่าเมื่อกี้เธอเห็นวิญญาณหรือ ณัฐเดชตาขวางปรามว่าห้ามหัวเราะเยาะน้องสาวตน

หมอวรวรรธหน้าเจื่อนเมื่อรู้ว่าเธอเป็นน้องสาวของณัฐเดช รีบขอโทษเธอ แนะนำตัวเองว่าเป็นรุ่นน้องของพี่ณัฐ แล้วจะแยกไป บอกว่ามีงานด่วน ต้องขออภัยด้วยที่ทำให้เสียเวลา

“ไอ้จอมดอด...ไอ้ย่องตอด...ไอ้แมวขโมย!!” ณัฐเดชด่าเบาๆอย่างหัวเสีย

ตอนที่ 1

เรื่องราวของ 5 สาวเพื่อนสนิทจากมหาวิทยาลัย ที่บังเอิญเกิดวัน เดือน ปี เดียวกัน ต่างกันแค่เวลาเท่านั้นทั้ง 5 สาวตกลงใจเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน...อันมี ญาณิน เนตรสิตางศุ์ กรรณา กรรัมภา และสุคนธรส

ทั้ง 5 สาวจึงผูกพันอยู่ในชะตากรรมเดียวกันอย่างแกะกันไม่หลุด

ooooooo

ท่ามกลางผู้คนขวักไขว่ใจกลางกรุง...ญาณิน สาวหน้าสวยดวงตาใสแป๋วน่ารัก เธอมีความสามารถพิเศษสื่อสารกับจิตวิญญาณ เธอยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านและการจราจรที่สับสนวุ่นวาย เธอรำพึงอย่างตระหนักในตัวเองว่า

“สัมผัสที่หกไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากจะมีก็มีได้ มันคือพรสวรรค์ที่จัดสรรมา สู่บุคคลที่ถูกเลือกแล้วเท่านั้น แม้เราจะไม่ต้องการและพยายามปฏิเสธมันสักเท่าใด

ก็ไม่สามารถจะหนีพ้น...มันมา...พร้อมกับภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่แท้แล้ว พวกเรา...คือผู้รับใช้...และผู้เสียสละ...มิใช่ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์อันใดทั้งนั้น มีหน้าที่ในการช่วยเหลือ ปลดปล่อย นำพาพวกเขาให้พ้นทุกข์เป็นอิสระจากบ่วงพันธนาการใดๆในโลกนี้ เพื่อไปสู่โลกหน้าอันสุขสงบ”

ooooooo

ที่ห้องเรียนทำอาหาร เนตรสิตางศุ์ น้องเล็กสุดในกลุ่ม 5 สาว อยู่ในชุดหวานน่ารักเหมือนตุ๊กตาแก้วที่เปราะบางกำลังทำซอสพาสต้า เธอมองหามีดจะผ่ามะเขือเทศ ในสายตาเห็นอะไรผ่านแว้บๆ พอหันมองเห็นหลังเด็กชายคนหนึ่งถือมีดวิ่งออกไปจากห้อง เธอตกใจรีบวิ่งตาม ร้องบอก

“เอามีดมานะ!! มันอันตราย!!”

เธอวิ่งไล่ตามพลางร้องบอกให้คนที่เดินสวนมาช่วยจับเด็กคนนั้นไว้ด้วย คนเหล่านั้นกลับมองเธองงๆ เธอจึงวิ่งกวดไปดักเด็กทันสั่งให้เอามีดคืนมา เด็กไม่ยอมคืนถอยไปจนชนกำแพง

“ไม่มีทางไปแล้ว ขอมีดคืนนะคะ” เนตรสิตางศุ์ก้าวเข้าจะแย่งมีด แต่ไม่ทันถึงตัว เด็กก็ถอยทะลุหายไปในกำแพงแล้ว เหลือแต่มีดตกที่พื้น!

เนตรสิตางศุ์ผงะ อึ้ง หันกลับมาเห็นคนแถวนั้นมองอยู่ด้วยสายตาประหลาด งงๆ

ooooooo

ที่ตลาดนัดข้างถนนใกล้ตึกออฟฟิศกลางเมือง ผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของตามร้านค้าข้างถนนกันขวักไขว่ พ่อค้าขายซีดีกำลังเปิดเพลงเสียงดังเร้าใจ

กรรณากำลังยกลังหนังสือหนักอึ้งเทใส่แผงเป็นหนังสือมือสองกองๆไว้ เธอยกมือปาดเหงื่อท่าทางหนื่อยๆ พลันก็มีเสียงหวีดแหลมดังแทรกเข้ามาจนเธอเฮือกเล็กน้อย รู้ว่าเป็นเสียงอะไร เธอร้องบอกพ่อค้าขายซีดีให้เปิดเสียงดังอีก แล้วหันยกลังหนังสือเทใส่แผงใหม่

หนุ่มออฟฟิศคนหนึ่งมายืนเลือกหนังสือ ปากเขาขยับเหมือนถามอะไร แต่เสียงที่เธอได้ยินกลับเป็นเสียงคลื่นแทรกซ่าๆ สลับกับเสียงหวีดแหลม

กรรณาเอามือปิดหูแบบไม่ไหวแล้ว หนุ่มออฟฟิศพยายามถามว่าหนังสือนี่ลดกี่เปอร์เซ็นต์ เธอตะโกนตอบ

“หา...ค่า...ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ”

ระหว่างที่หนุ่มออฟฟิศเดินเลือกหนังสือกองโน้นกองนี้อยู่นั้น กรรณามองตามเหมือนมีเสียงกระซิบบอกอะไรเกี่ยวกับหนุ่มคนนี้อยู่ข้างหู เมื่อเขามาจ่ายเงิน เธอชี้หน้าจ้องตาเป๋งบอกเขาว่า

“เพ่...เพ่ควรจะแต่งงานได้แล้วนะ...พ่อของเพ่เขาอยากเห็นเพ่เป็นฝั่งเป็นฝา...กับคุณ...เหม่เหม...

แฟนของเพ่น่ะ...แล้วเขาก็ไม่โอ...ที่เพ่จะซื้อบ้านแถวรามอินทรา เขาอยากให้เพ่กลับไปดูแลบ้านที่เพ่เกิดที่เชียงใหม่มากกว่า...ช่าย...”

“พ่อ...” หนุ่มคนนั้นทิ้งหนังสือลงบนแผง จ้องหน้ากรรณา “คุณ...รู้ได้ยังไง...บ้า...บ้าชัดๆ” เขาจ้องหน้าเธออย่างรังเกียจแล้วเดินหนีไป คนอื่นๆที่เลือกหนังสืออยู่ก็พากันวางหนังสือเดินหนีไปกันจนหมด

กรรณากอดอกยักไหล่ พูดกับตัวเองเซ็งๆ

“กระซิบกันจัง...กระซิบแต่เรื่องส่วนตัวล้วนๆ ทีรางวัลที่หนึ่งที่เหนิ่งเจ็ดตัวตรงๆ อ่ะ...เคยมากระซิบกันบ้างป่าว เฮ้อ...”

ooooooo

ที่โรงเรียนสอนเต้นเกาหลี...กรรัมภาหรือแก้ม ผู้หลงใหลศิลปินเกาหลีถึงกับไปเรียนเต้นกับครูสอนชายชาวเกาหลี เมื่อเธอเต้นขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งเด่น ครูชมว่า

“ดีมาก...ทุกคนเต้นได้ดีมาก ดีกว่าต้นฉบับเสียอีก”

ครูชมแก้มว่าเต้นได้เริ่ดที่สุด แล้วชวน “เพื่อนครูเป็นโคลีโอกราฟเฟอร์ให้หนังมิวสิเคิลเกาหลีอยู่ เธอสนใจอยากไปลองออดิชั่นไหม”

กรรัมภาตอบรับทันที เธอตื่นเต้นดีใจจนจับมือครูขอบคุณ ชมว่าครูเป็นคนดีมากเลย พลันเธอก็เห็นภาพอีกมิติหนึ่งเป็นภาพครูสอนเต้นใช้มือนั้นผลักหญิงสาวลงไปที่เตียง หญิงสาวขัดขืน ครูตบหน้า เห็นมือครูตบๆๆๆ แต่ละตบก็เปลี่ยนหน้าหญิงสาวไม่ซ้ำกัน เป็นสิบๆคน

กรรัมภาผงะตกใจ ตบหน้าครู ด่า “ไอ้ซาดิสต์!!!”

เป็นเพราะกรรัมภาสัมผัสสิ่งใดแล้วจะสามารถเห็นอดีตที่เกี่ยวพันกับสิ่งนั้นๆทันทีนั่นเอง!

ooooooo

ที่ไซต์ก่อสร้าง...สุคนธรส ได้กลิ่นอะไรบางอย่างเธอเดินตามกลิ่นนั้นไปพลางนึกในใจ “ซวยแล้วดิ”

ขณะสุคนธรสเดินตามกลิ่นไปนั้น จู่ๆเจ้านายก็มาขวางถามว่าจะไปไหน ลูกค้ามารอเพื่อให้แก้ไขแบบบ้านนานแล้ว สุคนธรสพูดลนๆว่าให้รอไปก่อนตนมีเรื่องด่วน เรื่องคอขาดบาดตายด้วย พูดแล้วก็จ้ำพรวดๆไปเลย เจ้านายสงสัยจึงตามไป

สุคนธรสรู้ว่ามีน็อตตัวหนึ่งในเขตก่อสร้างกำลังคลายเกลียว แต่มีลูกค้าคนหนึ่งกำลังเดินไปทางนั้น เธอพยายามเรียกเพื่อบอกเขา แต่ลูกค้าคนนั้นไม่ได้ยิน เธอรีบก้มเก็บหินเล็กๆปาโดนหัวลูกค้า เขาหยุดกึกหันมองตาขวาง

เป็นจังหวะที่น็อตคลายเกลียวจนไม้หล่นลงมาเฉียดหัวลูกค้าไปเส้นยาแดงเดียว เสียงไม้หล่นโครม ฝุ่นคลุ้งไปทั่ว

ลูกค้าช็อกกับเหตุการณ์เฉียดตายนั้น ส่วนสุคนธรสกระโดดร้องด้วยความดีใจ “เยสสสส”

ทุกคนบริเวณนั้นช็อก มองสุคนธรสด้วยสายตาแปลกๆ ทำเอาเจ้าตัวหยุดกึก ยิ้มเจื่อนๆทำหน้าไม่ถูก

ooooooo

ญาณินได้งานเป็นดีไซเนอร์คนใหม่ของร้านเครื่อง ประดับหรูในโรงแรมของพร วันนี้ขณะเธอกำลังจัดเครื่องประดับเข้าตู้โชว์นั้น อยู่ๆก็มีเสียงเด็กผู้ชายร้องขอความช่วยเหลือแว่วมา เธอมองไปเห็นเด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่งในสภาพถูกไฟคลอกทั้งตัว ร้องครวญครางอย่างทรมาน

“ช่วยผมด้วย...แม่ผม...แม่”

ณ อีกที่หนึ่ง มีซองเสนอราคายื่นมาตรงหน้าคุณหญิงที่เป็นแม่ของเด็กชายคนนั้น คุณหญิงหยิบซองเปิดดู ชายที่ยื่นซองพูดว่า ถ้าคุณหญิงช่วยให้บริษัทตนชนะการประมูลราคาสร้างถนนเส้นนั้นรับรองจะไม่ทำให้คุณหญิงผิดหวัง

“อืม...ไม่น่ามีปัญหาอะไร” คุณหญิงเห็นเช็คลงตัวเลข 20 ล้านในซองแล้ว ตอบรับเบาๆ

ขณะญาณินกำลังอยู่ในภวังค์ที่โต๊ะทำงาน ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีเสียงเรียกจากคุณหญิง พอเธอเห็นหน้าคุณหญิงก็ถึงกับผงะมองคุณหญิงที่แต่งชุดดำอย่างตกใจ คุณหญิงตกใจกับสีหน้าของญาณิน ถามว่าได้ยินที่ตนถามไหมว่าคุณพรเจ้านายเธออยู่ไหมให้ไปตามมาพบที

คุณพรเจ้าของร้านถลาออกจากด้านใน ยกมือไหว้คุณหญิงบอกว่านี่คือญาณินเป็นดีไซเนอร์คนใหม่ แต่เครื่องเพชรคอลเลกชั่นที่สั่งรูปไปให้คุณหญิงดูนั้น

ไม่ใช่ฝีมือของคนนี้ เป็นดีไซน์จากยุโรป แล้วขอตัวไปเอามาให้ชม

ญาณินยังมองคุณหญิงอยู่อย่างชั่งใจ จนคุณหญิงถามว่าจ้องหน้าตนทำไม เธอลังเลนิดหนึ่งจึงตัดสินใจพูด

“เอ่อ...คุณหญิงมีลูก...ลูกชายอายุประมาณสิบสามสิบสี่ปี เขาเพิ่งเสียชีวิตไป...” พอขึ้นต้นได้ คำพูดก็หลั่งไหลออกมาราวกับสายน้ำ คุณหญิงฟังแล้วหน้าเผือดลงทุกที ถามปากคอสั่น...

“นี่...นี่...ทะ...เธอ...”

ญาณินหลับตาลง จิตของเธอวืดออกจากร่าง ทะลุผ่านคุณหญิงไปยืนดูเด็กชายคนนั้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตา แล้วเธอก็ถอยวืดกลับมาที่เดิม จับมือคุณหญิง มองอย่างขอร้องขณะพูด

สื่อรักสัมผัสหัวใจ เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย

อุบัติร้ายอุบัติรัก EP.15 ธเรศ เข้าบริหารงานแทน ทิศผาติ ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย
7 พ.ค. 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:13 น.