ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากหมอผีสมคิดหนีไปแล้ว ห้าสาวก็เข้าไปทำพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณที่ถูกกักขังเบื้องหน้าโกศที่ตั้งอยู่เรียงราย ส่วนณัฐเดชก็นำตำรวจตรวจตราอย่างละเอียดทั่วสำนัก ท่ามกลางบรรดาสาวกที่พากันร่ำไห้ตีโพยตีพายกระทั่งตะโกนประท้วงระงมไปทั้งสำนัก

พอทำพิธีเสร็จ ไตรรัตน์เอาน้ำดื่มไปให้สุคนธรส เธอเกือบรับแล้ว แต่พอนึกได้ก็ยั้งมือเชิดใส่ ลุกเดินหนี

“อ้าว...เป็นอะไรของเขาอีกเนี่ย” ไตรรัตน์งง เดินตามไปถามว่า “งอนอะไรผม”

ไตรรัตน์ตามไปชี้แจงกึ่งตัดพ้อว่าเธอบุ่มบ่าม

บุกเดี่ยวเข้ามาในสำนักคนเดียวแบบนี้ถามว่า

“ถ้าคุณเป็นอะไรไป คิดบ้างไหมว่าผมจะรู้สึกยังไง”

“นายจะรู้สึกอะไร คนที่นายมีความรู้สึกรู้สมด้วยไม่ใช่ฉันหรอก เลิกเสแสร้งได้แล้ว และจำไว้ด้วยว่า ฉันไม่ใช่มูลนิธิการกุศลที่นายจะมาพึ่งพาบำบัดจิต” สุคนธรสพูดอย่างไม่หายงอน

ไตรรัตน์ไม่ยอมให้จบแบบนี้ เขาถามว่าพูดเรื่องอะไร ก็พอดีเคธี่แจ๋เข้ามา ทำให้สุคนธรสยิ่งอารมณ์ขึ้นบอกว่าไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวของทั้งสอง ไตรรัตน์คว้ามือไว้พูดอย่างเว้าวอน

“ไม่...คุณไม่ต้องไป คุณต้องอยู่เคียงข้างผม ผมสาบานว่าต่อไปนี้ ต่อให้เคธี่แก้ผ้าตรงหน้าผมก็ไม่รู้สึกพิศวาสแน่นอน”

เมื่อไตรรัตน์พูดเช่นนี้ เคธี่รีบพูดแก้หน้าว่าตนก็ไม่คิดจะมาคืนดีกับเขา ที่มาก็เพราะได้ยินข่าวจึงมาดูตามประสาเพื่อน แต่ตนเห็นไตรรัตน์กับสุคนธรสลงเอยรักกันอย่างนี้ก็ดีใจแล้ว ไตรรัตน์เลยหันไปถามสุคนธรสวัดใจกันว่า

“คุณยังมีอะไรข้องใจในตัวผมอีกไหม”

สุคนธรสไม่ตอบ เธอค้อนขวับ สะบัดไปเลย

ooooooo

ที่อีกมุมหนึ่งในสำนักหมอผีสมคิด ติณห์เร่ง

ญาณินให้รีบกลับไปเมืองกาญจน์เพราะเป็นห่วงทนายสมชาติและป้าออ พอดีเห็นสุคนธรสเดินหน้าง้ำมา ญาณินถามว่าเป็นอะไรอีกล่ะ

“จะมีอะไรเสียอีกล่ะ” กรรณาบอกพลางบุ้ยใบ้ไปข้างหลังสุคนธรส ที่ไตรรัตน์กำลังเดินเกือบเป็นวิ่งตามมา เขายื่นซองให้บอกว่าป๊าฝากมาเป็นค่าตอบแทนที่เธอช่วยเหลือครอบครัวตนและจัดการจนหมอสมคิดต้องปิดสำนักสำเร็จ

สุคนธรสไม่รับ บอกว่าที่ตนทำก็แค่เมตตาอยากช่วยผู้หญิงที่ถูกมารสังคมมันหลอกให้พ้นภัยเท่านั้น แต่บรรดาเพื่อนๆที่ยืนรายล้อมคะยั้นคะยอให้รับ จนเธอต้องรับ พอรับแล้วเพื่อนๆก็รบเร้าให้เปิดซองดู สุคนธรสจึงต้องเปิดซอง

ภายในซองไม่มีเงิน แต่มีการ์ด พร้อมแหวน และข้อความทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยว่า “แต่งงานกับผมนะครับ”

พริบตานั้น ไตรรัตน์คุกเข่าลงตรงหน้าเธอบอกว่า ค่าตอบแทนที่พ่อกับแม่ตนอยากให้เธอคือทั้งหมดทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามี เว้าวอนว่า

“และที่ผมมาทำตัวอย่างนี้ต่อหน้าคุณ เพราะผมไม่อยากเสียคุณไป ไม่ใช่เพราะผมอยากให้คุณมาอยู่คุ้มครองป้องกันภัย แต่เพราะผมรักคุณ...แต่งงานกับผมนะ”

สุคนธรสอึ้ง แต่สี่สาวพากันกรี๊ด ตื่นเต้นดีใจ เคธี่เฝ้ามองอยู่ด้วยสายตาเย็นชา นิ่งเฉยเหมือนไม่สนใจ

สุคนธรสเดินหนีไป ทิ้งให้ไตรรัตน์คุกเข่าเก้ออยู่ตรงนั้น ติณห์เดินมาให้กำลังใจว่า

“พยายามต่อไปนะ...คุณไตรรัตน์”

เคธี่แอบยิ้มอย่างสมใจ แววตาเจ้าเล่ห์

หมอผีสมคิดถูกตำรวจคุมตัวขึ้นรถ เคธี่ทำอุบายจะให้ไตรรัตน์ไปส่ง เดินไปบอกเขาว่ารถตนเสีย บังเอิญมองไปประสานสายตากับหมอผีเข้าอย่างจัง พริบตาเดียวเธอก็ยืนตัวแข็งค้างราวกับต้องมนตร์ ในหูแว่วเสียงหมอผีขอให้ช่วยตน ถ้าช่วยสำเร็จทุกอย่างก็จะสมปรารถนารวมทั้งเรื่องไตรรัตน์ด้วย

ooooooo

หมอผีสมคิดถูกนำตัวไปที่อยุธยาหมายให้หลวงลุงทำลายอาคมมนตร์ดำ แต่หลวงลุงกลับเทศนากล่อมเกลาจิตใจให้รู้จักอภัยไม่จองเวรจองกรรมกัน แล้วหลวงลุงก็ปล่อยให้หมอผีสมคิดนั่งอยู่หน้าพระประธานเพื่อทำใจให้สงบ

แต่หมอผีกลับใช้เวลาที่มีอยู่ เรียกเคธี่เข้าไปหาบอกให้ช่วยตนแล้วจะได้ทุกอย่างที่ปรารถนาเหมือนที่บอกมาแล้ว จากนั้นให้เคธี่ไปหยิบลวดหนีบกระดาษเพื่อจะเอามาสะเดาะกุญแจด้วยมนตร์ แต่หลวงลุงเข้ามาเสียก่อน ทั้งสองจึงใช้คาถาต่อสู้กัน จนเคธี่กรีดร้องหมดสติไป

พวกสุคนธรสได้ยินเสียงกรีดร้องรีบเข้าไปดู หลวงลุงบอกให้เอาน้ำมนต์ให้ท่าน ระหว่างนั้นหมอผีสมคิดท่องคาถาพลางก็เดินเข้าหาหลวงลุง พอดีก๊องเอาน้ำมนต์ให้ หลวงลุงพรมน้ำมนต์ใส่หมอผีจนมันร้องลั่น ณัฐเดชกับหมอวรวรรธเลยช่วยกันจับหมอผีสมคิดเอาน้ำมนต์กรอกปาก จนหมอผีฟุบไปกับพื้น

หลังจากหมอผีสมคิดฟื้นขึ้นมา เขาตกใจมากเมื่อรู้ตัวว่าร่ายคาถาไม่เป็นผล แล้วคร่ำครวญจนทรุดไปกับพื้นอีกครั้ง

ณัฐเดชเข้าไปบอกว่า เวลานี้หมอผีสมคิดเป็นแค่นายสมคิดคนหนึ่งเท่านั้น แล้วให้ไปรับกรรมในคุกเสีย สมคิดรับไม่ได้ ไม่ยอมไปตายในคุกเด็ดขาด อ้อนวอนหลวงลุงขอโอกาสทำความดีชดเชยที่ผ่านมา ณัฐเดชจะเข้าไปคุมตัว ถูกสมคิดเอาหัวกระแทกแล้วแย่งปืนที่เอวไปได้

สมคิดเอาปืนจ่อทั้งหลวงลุงและณัฐเดช แต่พอมันเหนี่ยวไก มีแต่เสียงแชะๆ ปืนยิงไม่ออก

“เจ้ามีทางเลือกทางเดินในชีวิตของตัวเองอีกไม่เกิน 3 วินาที หลังจากนี้ ทุกอย่างจะไม่มีทางแก้ไขได้อีกต่อไป” หลวงลุงบอก

พอดีสุคนธรส ไตรรัตน์ และก๊องเดินมา ก๊องตะโกนให้จับมัน สมคิดวิ่งหนีทันที ไตรรัตน์ตะโกนให้ตามไป

“ไม่ต้องตามหรอกโยม ไม่มีใครตัดสินชะตาชีวิตใครได้ นอกจากตัวเอง...” หลวงลุงเอ่ยอย่างปลงสังเวชในชะตากรรมของสมคิด

ooooooo

ญาณินกับติณห์เป็นห่วงป้าออกับทนายสมชาติรีบกลับไปที่รีสอร์ต ไปเจอทั้งสองยืนนิ่งเหมือนถูกสาป จนเข้าไปจับเขย่าเรียกจึงรู้สึกตัว ป้าออผวาเข้าหาญาณิน ละล่ำละลักบอกว่า มันน่ากลัวจริงๆ

ญาณินถามว่ากลัวอะไรกันหรือ ทนายสมชาติบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่ามันเป็นผีหรือเป็นคน แล้วก็ช่วยกันเล่าว่า

ขณะที่ทั้งสองกลับจากทำธุระในเมืองกัน มาถึงเห็นภายในบ้านมืดวังเวงเหมือนบ้านผีสิง ทั้งยังได้ยินเสียงเหมือนคนเดินอยู่ในบ้าน พอพากันเดินเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงกุกกักในห้องนอนติณห์ ทนายสมชาติเสนอให้รีบไปแจ้งความเพราะเราต่างก็มือเปล่าคงสู้อะไรไม่ได้

แต่ทั้งสองยังไม่ทันขยับ เสียงเดินก็มาใกล้แล้ว ทนายจึงเอาไฟฉายส่องไป เห็นร่างดำทะมึนอยู่ตรงหน้า ต่างตกใจสุดขีดแล้วก็ยืนนิ่งค้างเป็นรูปปั้นจนกระทั่งญาณินและติณห์มาเจอ

พอสุคนธรสได้ฟังจากญาณินที่โทร.มาเล่า เธอตกใจบอกว่า

“แย่แล้วแกยัยเจ๊!! นี่มันวิชาล่องหนหายตัวสุดยอดแห่งวิชาไสยดำขั้นสูง คนที่ใช้วิธีนี้บุกรุกเข้ามาในห้องคุณติณห์ แล้วยังสะกดจิตป้าออกับทนายสมชาติแข็งเอาไว้ได้ มันน่าจะต้องการอะไรสักอย่างของคุณติณห์ที่เอาไปทำคุณไสยได้ อย่างพวกเศษเสื้อผ้า เส้นผม หรือเศษเล็บของคุณติณห์”

ญาณินตกใจมากหาทางช่วยติณห์ แต่ติดต่อทั้งคุณหลวงและโกลเด้นฯไม่ได้เลย รู้สึกใจคอไม่ดี สุคนธรสเอะใจพูดแทรกเข้ามาในโทรศัพท์ว่า หรือทั้งคู่โดนซิวไปแล้ว ญาณินฉุกคิดขึ้นมาตกใจสุดขีด

ooooooo

ที่ห้องทำพิธีในบ้านกำนันพงษ์ กำนันกำลังทำพิธีที่ดูขรึม ขลัง น่ากลัว มีกะโหลกวางอยู่หลังกระถางธูป กำนันนั่งดึงเส้นผมของติณห์จากแปรงผมวางลงในพาน แล้วใช้ผ้าขาวห่อไว้

ที่มุมห้อง วิญญาณคุณหลวงที่ผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ถูกมัดด้วยด้ายแดงไว้รอบตัว กำนันบอกคุณหลวงว่า

“คืนพรุ่งนี้ ถ้าฉันยังไม่ได้สิ่งที่ฉันต้องการ คุณหลวงจะได้เห็นความสยดสยองของหลานชาย...มันจะต้องตาย อย่างทรมานที่สุด หึๆ”

ญาณินเข้าไปในบ้านทรงไทย ตรงไปหน้ารูปคุณหลวง เอามือลูบรูปเบาๆ ค้างมือไว้ บอกกล่าวแก่คุณหลวงว่า

“ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่ลูกหลานของคุณหลวง ไม่ได้มีสายเลือดเกี่ยวข้องอะไรกับท่านเลย แต่ฉันเชื่อค่ะว่าการที่ฉันมีญาณวิเศษเป็นพรสวรรค์ติดตัวมา ก็เพื่อภารกิจใหญ่ครั้งนี้”

บอกกล่าวแล้วเธอลุกเดินไปนั่งพับเพียบพนมมือระลึกถึงพระรัตนตรัย ก้มกราบ หลับตากำหนดลมหายใจ... เข้าสู่สมาธิ...ภาวนาในใจ “คุณหลวง...โกลเด้นเบบี้ อยู่ที่ไหน...ช่วยนำทางฉันไปด้วย”

เวลาเดียวกัน สุคนธรสก็เรียกเพื่อนๆรวมทั้งณัฐเดชและก๊อง มาประชุมกันที่บริษัทซิกซ์เซ้นส์ เธอบอกเพื่อนๆว่า

“ตามปฏิทินดวงดาว ในคืนวันพรุ่งนี้จะเป็นคืนเดือนแรม 15 ค่ำ คืนแห่งกาฬปักษ์ คืนที่วิชามารคุณไสย จะขลังและแรงที่สุด”

กรรณาถามว่าถ้าเราแก้ไม่ได้ล่ะ กรรัมภาบอกว่าติณห์ก็อาจถึงขั้นสติแตกหรือไม่ก็ตายไปเลย ณัฐเดชพูดอย่างตึงเครียดว่า

“แล้วรสคิดว่า...เราควรจะทำยังไง บอกมาเลย”

ooooooo

ญาณินถอดจิตเข้าไปในอาณาเขตรั้วบ้านกำนันพงษ์ เห็นกำนันพงษ์เดินออกจากบ้าน มองซ้ายมองขวาแล้วยกมือขึ้นทำท่าเหมือนผู้อำนวยเพลงแล้วเดินกลับเข้าไป

แต่พอญาณินจะตามเข้าไปก็ถูกเปลวไฟอาคมแดงฉานเคลือบตามรั้วสกัดไว้จนเธอผงะอุทาน

“กำนันพงษ์เป็นจอมขมังเวท!!”

ญาณินยังพยายามจะเข้าไป ถูกผีนางตะเคียนอายุหลายร้อยปีออกมายืนขวาง “เข้าไปไม่ได้นะ!” เมื่อญาณินชะงัก ผีนางตะเคียนแปลงร่างเป็นสาวสวย พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า

“กำแพงไฟอาคมนี้ หากผ่านเข้าไปแล้ว จะทำให้จิตของแม่หนูตัดขาดจากกายหยาบอย่างสิ้นเชิง ใครปลุกก็ไม่มีวันตื่น” ญาณินถามถึงวิญญาณคุณหลวงกับโกลเด้นฯ ผีนางตะเคียนบอกว่า “ฉันรู้ ฉันเห็น แต่ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้ คนคนนี้อาคมแกร่งกล้ามาก ถ้าแม่หนูเข้าไป ก็เท่ากับไปฆ่าตัวตายชัดๆ”

ทันใดนั้น ญาณินได้ยินเสียงโกลเด้นฯกรีดร้อง ขอให้ปล่อยตน เธอใจหายวาบ จิตเธอพุ่งผ่านกำแพงไฟเข้าไปด้วยความเป็นห่วงโกลเด้นฯ ผีนางตะเคียนร้องห้ามไม่ทัน ได้แต่มองตามอย่างตกใจและเป็นห่วง

เมื่อพุ่งผ่านกำแพงไฟเข้าไปแล้ว จิตญาณินพุ่งไปตามเสียงร้องของโกลเด้นฯทันที

ฝ่ายป้าออ ติณห์ และทนายสมชาติ เห็นญาณินหายไปก็ช่วยกันออกตามหาแต่ไม่เจอ ติณห์คาดว่า

“ญาณินอาจจะแอบไปนั่งสมาธิที่ไหนอยู่ก็ได้ เขาเป็นห่วงโกลเด้นฯ เขาอาจจะหาที่เงียบๆ แล้วถอดจิตออกตามหา?”

ooooooo

จิตญาณินพุ่งไปตามเสียงโกลเด้นฯ จนได้ยินเสียงคนพูดกันอยู่ชั้นบน จึงรีบขึ้นไปแอบดูแอบฟัง

ภายในห้อง กำนันพงษ์กำลังทำพิธีดึงวิญญาณโกลเด้นฯที่ขังไว้ในหม้อดินออกมา โกลเด้นฯขัดขืนไม่ยอมออกจากหม้อไปรับใช้กำนัน ถูกกำนันสั่งสนให้เอาด้ายแดงมาท่องคาถาแล้วตวัดด้ายไปรัดโกลเด้นฯมัดมือไว้แนบตัวแน่นหนา พริบตาเดียว ร่างโกลเด้นฯก็หลุดออกจากหม้อออกมากลิ้งกับพื้น

ญาณินตกใจเกือบร้องออกมา แล้วเธอก็ยิ่งตกใจเมื่อเห็นวิญญาณคุณหลวงในสภาพทรุดโทรมอย่างหนักออกมาจากเงามืด ร่างกายถูกพันด้วยด้ายแดงแน่นหนา

กำนันพงษ์บีบคั้นให้โกลเด้นฯบอกที่ซ่อนทองของคุณหลวง โกลเด้นฯไม่รู้ กำนันจึงหันไปคาดคั้นเอากับคุณหลวง ต่อรองว่าถ้าคุณหลวงบอกก็จะปล่อยโกลเด้นฯไป โกลเด้นฯร้องบอกคุณหลวงว่าอย่าบอก ถึงบอกมันก็ไม่ปล่อยตนแน่

“หึๆๆ แกไม่บอกไม่เป็นไร...ถ้างั้น แกก็คอยดู หลานชายแกมันจะต้องตายอย่างทรมาน” กำนันขู่แล้วสั่งสนให้ไปขุดหลุมรอเลย

กำนันกับสนเดินไปที่ประตู ญาณินหลบแทบไม่ทัน กำนันรู้ว่ามีใครมาแอบดูแอบฟังแต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินผ่านไป

พอกำนันกับสนไปแล้ว ญาณินเข้าไปหาคุณหลวงกับโกลเด้นฯ ทั้งสองดีใจมาก ญาณินพยายามช่วยแก้มัดให้ แต่ยิ่งแก้ด้ายก็ยิ่งรัดแน่น คุณหลวงบอกว่า

ด้ายนี้พวกมันลงอาคมไว้ต้องใช้อาคมจึงจะแก้ได้ คุณหลวง บอกญาณินว่าถึงเธอช่วยตนสองคนไม่ได้แต่ช่วยติณห์ได้ ให้รีบเอาห่อเส้นผมของติณห์ในพานออกไป เพราะกำนันกำลังจะทำวิชามารใส่เขา

ญาณินยังไม่ทันออกไป กำนันกับสนก็เดินกลับเข้ามา กำนันสั่งสนให้ขวางไว้อย่าให้ออกจากประตูไปเด็ดขาด

พริบตานั้นเอง จิตญาณินพุ่งทะลุกำแพงออกไป กำนันมองอึ้ง พึมพำ

“ไม่ใช่ผีเว้ย อีนังนี่มันถอดจิตได้ ไม่อยากเชื่อเลย...” แล้วสั่งรักยม “เฮ้ย...ไอ้รักยม เอ็งสองตัวมัวไปมุดหัวอยู่ไหนวะ ไปจับนังผู้หญิงคนนั้นไว้ อย่าให้มันหนีไปได้!!!”

รักยมออกวิ่งไล่ตามญาณินไป วิ่งไปเล่นไปประสาผีเด็ก แต่ก็วิ่งทันและรุมกันเข้าไปหมายจับตัวญาณิน

ooooooo

ฝ่ายติณห์ตามหาจนเจอกายหยาบญาณินนั่งอยู่ ระหว่างที่เธอวิ่งหนีรักยมนั้น เหงื่อผุดที่ใบหน้ากายหยาบ ติณห์รีบเอาพัดมาโบก บ่นว่าทำไมนั่งนานขนาดนี้ แอร์ก็ไม่มี ลมก็ไม่พัด ถึงได้ร้อนขนาดนี้

รักยมไล่จับญาณินได้จะใช้ด้ายแดงมัด ญาณินรวบรวมสมาธิ แล้วจิตเธอก็หายวับไป ทำเอารักยมที่กำลังมะรุมมะตุ้มจะมัดเธอ วืดร่วงผล็อยลงไปกองหัวโขกกันจนร้องลั่น แต่พอลุกได้ก็รีบไล่ตามเพราะถ้าจับญาณินไม่ได้ต้องถูกพ่อตีแน่ๆ

ญาณินหนีพ้นรักยมมาได้ แต่ถูกกำนันกับสนมา ดักไว้ กำนันเหวี่ยงด้ายแดงคล้องคอญาณินได้อย่างแม่นยำ ดึงเธอล้มตึง แล้วรักยมที่วิ่งตามมาก็กระโดดคร่อมเธอไว้ช่วยกันจับมัดทันที

“เอาห่อผ้านั่นมาให้ฉัน” กำนันสั่ง ญาณินไม่ยอมให้ รักยมช่วยกันแย่งเอาไปให้กำนัน ถูกกำนันดุที่มัวแต่ไปกินของเซ่นจนญาณินหนีออกมาได้ ลงโทษไม่เซ่นอะไรให้กิน 3 วัน สั่งให้ไปเฝ้าที่รั้วอย่าให้ใครแอบเข้ามาได้อีก ไม่งั้นจะเฆี่ยนด้วยหวายให้หลังลายทีเดียว แล้วหันมาทางญาณิน พูดทึ่ง...

“นี่ถ้าไม่เห็นกับตา ฉันคงไม่เชื่อ เธอมันพวกมนุษย์กลายพันธุ์รึไง ถึงมีญาณพิเศษถอดจิตได้ขนาดนี้ หึๆแต่อย่าหวังเลยนะจ๊ะว่าชาตินี้จิตเธอจะได้กลับเข้าร่างอีก มาเป็นทาสรับใช้ฉันซะดีๆ อีคนสวย!”

สิ้นเสียง กำนันกระชากบ่วงที่รัดคอจนเธอร้องสุดเสียง

ooooooo

ที่เมืองกาญจน์ ติณห์พัดวีให้ญาณินจนเมื่อย

จิตเธอก็ไม่กลับเข้าร่างสักที จนป้าออมาเจอเห็นใบหน้าที่ซีดเผือดของญาณิน ป้าออตกใจรู้ว่ามีเรื่องผิดปกติ พยายามปลุกอย่างไรญาณินก็ไม่ตื่น

ติณห์กับทนายสมชาติมองสำรวจกายหยาบของญาณินเห็นรอยแดงๆที่มือ  เชื่อว่าต้องมีอะไรรัดมือเธอไว้แน่

“จิตของคุณหนูกำลังตกอยู่ในอันตรายแน่ๆ

คุณหนูคะ คุณหนูของป้า...ตื่นสิคะ”

“ญาณิน...ได้ยินผมไหม...ตื่นซี...ตื่น...พลีส...”

แล้วทุกคนก็ตกใจแทบช็อก เมื่อกายหยาบญาณินล้มตึงลงในอ้อมแขนติณห์ ใบหน้าเธอซีดจนเขียว!

ที่บ้านกำนัน...ญาณิน คุณหลวง และโกลเด้นฯ ถูกกำนันจับมัดนั่งเรียงกันตรงหน้า กำนันพูดอย่างแค้นใจว่า

“ไม่นึกเลยว่า ไอ้บริษัทซิกซ์เซ้นส์ของพวกเธอ จะกลายเป็นบริษัทปราบผีไปซะได้” ญาณินถามว่าทั้งหมดเป็นฝีมือกำนันใช่ไหม กำนันบอกว่า “ฝูงผี ควายธนูน่ะ เป็นของไอ้สมคิดมัน ฉันจ้างให้มันส่งผีมา สุดท้ายฉันต้องมาออกแรงซะเอง”

คุณหลวงถามว่ากำนันเป็นหลานของนายเกิด     ใช่ไหม กำนันหัวเราะเยาะ บอกว่า

“รู้ตอนนี้ก็สายไปแล้วคุณหลวง เรื่องนี้ต้องยก

ความดีให้ปู่ฉัน ที่ส่งฉันไปร่ำเรียนวิชาอาคมกับหม่องยัน– อ่องตั้งแต่ยังเด็ก ฮ่ะๆๆๆ” ครั้นถูกคุณหลวงด่าว่าเลว ฆ่าตนไม่พอยังให้หลานมาจองเวรหลานตนอีก กำนันตวาด “ไอ้แก่! เก็บปากมึงไว้บอกกูดีกว่า มึงซ่อนทองไว้ที่ไหน ไม่อย่างนั้น ไอ้ติณห์หลานมึงตาย!”

คุณหลวงไม่ยอมบอก กำนันพงษ์ขู่ญาณินว่า ภายใน 2 วัน ถ้าจิตเธอไม่กลับเข้าร่าง ร่างเธอก็จะกลายเป็นศพ และจิตของเธอก็จะเป็นแค่วิญญาณผีชั้นต่ำ ไม่ต่างอะไรกับผีคุณหลวงและโกลเด้นเบบี้ แล้วสั่งสนให้เอาหม้อมา!

กำนันพงษ์ท่องคาถาดูดวิญญาณทั้ง 3 เข้าไปในหม้อ แล้วใช้ผ้าดำลงยันต์ปิดปากหม้อทันที!

ooooooo

ที่รีสอร์ต ทั้งติณห์ ป้าออ และทนายสมชาติ  ต่างตกใจมาก ขณะนั้นเอง ณัฐเดชขับรถเข้ามาพร้อมหมอวรวรรธและ 4 สาว ทุกคนลงจากรถถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับญาณิน ป้าออโผเข้ากอด 4 สาวร้องไห้โฮๆ ขอให้ช่วยคุณหนูของตนด้วย

เมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หมอวรวรรธเอามืออังที่จมูกญาณิน บอกว่ายังหายใจอยู่ ติณห์จะพาไปโรงพยาบาล กรรณาติงว่าหมอก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก เนตรสิตางศุ์บอกว่าขอให้ปล่อยเป็นหน้าที่ของพวกตนเถอะ

“พวกเราจะช่วยพายัยณินกลับมาเอง!” กรรัมภา

พยักหน้าให้กันกับเพื่อนๆอย่างมั่นใจ

วิญญาณคุณหลวง ญาณิน และโกลเด้นฯถูกขังไว้ด้วยกัน ญาณินถามคุณหลวงว่าจะทำอย่างไรกันดี

“คงต้องบอกที่ซ่อนทองมันไป เจ้าติณห์มันจะได้ปลอดภัย ได้ทำรีสอร์ตอย่างที่มันฝันไว้ ช่วงสงครามฉันได้เปลี่ยนเงินมาเป็นทองคำหลายร้อยแท่ง และฝังมันไว้ในที่ดินแห่งนี้แหละ ฉันตั้งใจจะเก็บทองไว้ให้เจ้าติณห์

ไม่นึกเลย ทองคำพวกนี้จะทำให้ลูกหลานฉันเป็นทุกข์เดือดร้อน” คุณหลวงเล่าไปร้องไห้ไปด้วยความเสียใจ ขอโทษทุกคนที่ตนทำให้ลำบาก พูดอย่างหมดหวังว่า “พวกเราคงไม่รอดแน่แล้ว”

โกลเด้นฯขอให้คุณหลวงกับญาณินอย่าสิ้นหวัง เชื่อว่าติณห์ต้องรู้ว่าจิตญาณินหายไปและต้องรีบไปบอกสุคนธรสให้มาช่วยพวกเราแน่ๆ ญาณินพึมพำอย่าง        กังวลว่า “กลัวมันจะช้าเกินไป”

ooooooo

กายหยาบของญาณินถูกอุ้มเข้าไปนอนบนเตียงบ้านติณห์ หมอวรวรรธตรวจอาการท่ามกลางการลุ้นของติณห์ ป้าออ และทนายสมชาติ

“อุณหภูมิในตัวต่ำลงกว่าปกติ ผมอยากได้น้ำเกลือ ยาบำรุงฉีดเข้าเส้น แล้วก็ออกซิเจน เผื่อใช้ยามฉุกเฉิน เกิดร่างกายคุณณินสู้ไม่ไหวขึ้นมา”

ทนายสมชาติรับอาสาจะไปจัดหามาให้ ส่วนติณห์ถามอย่างเป็นห่วงว่าญาณินจะอยู่อย่างนี้ได้นานแค่ไหน

“ผมว่าถ้าพรุ่งนี้ไม่ดีขึ้น ต้องพาส่งโรงพยาบาลแล้วครับ อยู่ที่นี่ลำพังเราคงดูแลกันไม่ไหว” หมอวรวรรธบอก

ไตรรัตน์เดินเข้ามาสะกิดติณห์แล้วพากันเดินออกไปข้างนอก ไปสมทบกับพวกสุคนธรสที่กำลังปรึกษากันเรื่องญาณิน โดยสุคนธรสเชื่อว่า จิตของญาณินคงถูกพวกมันจับเอาไว้แล้ว ไตรรัตน์ถามว่ารู้ได้ไง

“ก็ที่รอบคอ ข้อมือ ข้อเท้ายัยณินนั่นไงมีรอยแดงคล้ายถูกมัด ลักษณะแบบนี้แสดงว่ายัยณินคงถูกเล่นงานด้วยอาคม” สุคนธรสชี้ข้อสังเกตแต่ละจุด

“แบบนี้โกลเด้นเบบี้กับคุณหลวงก็คงจะโดนมันจับไปด้วย” กรรณาตกใจ

“จับ...ฉันต้องการจับ...จุดสุดท้าย ที่เจ๊ไปนั่งสมาธิถอดจิต” กรรัมภาเสนอ พลางถอดถุงมืออย่างพร้อมทำงาน

4 สาวออกไปยืนหันหลังเป็นวงกลมอยู่หน้าเรือนไทย ต่างแหงนมองไปรอบๆ พยายามใช้ความสามารถพิเศษของตัวเองหาร่องรอยของญาณิน

กรรัมภาใช้มือแตะๆ ระต้นไม้แถวนั้นไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็พบร่องรอยของจิตญาณิน เธอตามร่องรอยนั้นไปจนถึงจุดที่ญาณินหยุดยืนคุยกับผีนางตานี ก่อนวิ่งเข้าเขตบ้านกำนันพงษ์

เมื่อรู้ว่าญาณินหายเข้าไปในบ้านกำนันพงษ์ สุคนธรสเตรียมลุยเข้าไปช่วย ถูกไตรรัตน์ลากออกมาบอกว่าตนเป็นห่วง คราวที่แล้วก็เกือบไม่รอด คราวนี้เชื่อว่ากำนันพงษ์น่าจะเหนือกว่าหมอผีสมคิด

แต่เมื่อสุคนธรสยืนยันว่า ยังไงตนก็ต้องช่วยชีวิตเพื่อนรักออกมาให้ได้ ไตรรัตน์ดึงเธอเข้าไปกอดบอกเธอว่า

“ยังไงผมก็จะอยู่ข้างคุณ เป็นไงเป็นกัน”

สุคนธรสฟังแล้วน้ำตาซึม ด้วยความซึ้งน้ำใจของเขา

ooooooo

จิตญาณิน วิญญาณคุณหลวง และโกลเด้นฯถูกขังรวมไว้ในหม้อเดียวกัน ทั้งสามร้องโหวกเหวกโวยวายให้ปล่อยพวกตน แต่ไม่ได้ยินเสียงจากข้างนอกเลย โกลเด้นฯฉุกคิดว่า หรือกำนันจะไปทำพิธีคุณไสยใส่ติณห์อยู่!!

กำนันไม่ได้ไปทำพิธีคุณไสย แต่กำลังคุมสนให้ขุดหลุมและเอาโลงวางไว้ก้นหลุม สนถามว่าจะจัดการคืนนี้เลยหรือ เพราะคืนพรุ่งนี้ถึงจะเป็นคืนแห่งกาฬปักษ์

“ใช่! ไอ้วิญญาณคุณหลวงมันปากแข็งดื้อด้าน มันไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ก็ต้องเล่นหลานมันคืนนี้แหละ มันจะได้รู้สึก ถึงคืนนี้จะไม่ใช่แรม 15 ค่ำ คืนแห่งกาฬปักษ์ หึๆ แต่เอ็งไม่ต้องกลัวไอ้สน มันไม่ได้ทำให้อาถรรพณ์อาคมของกูแรงน้อยลงไปเท่าไหร่หรอก หึๆๆ”

สนถามว่าแล้วถ้าคุณหลวงยอมบอกที่ซ่อนทองล่ะ กำนันจะปล่อยวิญญาณทั้ง 3 ไหม กำนันย้อนถามว่าจะปล่อยให้โง่ทำไม เก็บเอาไว้ใช้งาน โดยเฉพาะญาณินทั้งสาวทั้งสวยก็จะกลายเป็นเมียตนไม่ต้องเป็นผีเร่ร่อนต่อไป

พูดแล้วกำนันโยนรูปติณห์ลงในโลงที่ฝังไว้ก้นหลุม เริ่มท่องคาถาอาคมงึมงำ...งึมงำ

จู่ๆ ติณห์ซึ่งอยู่ที่บ้านพักก็เกิดอาการวูบวาบจนหน้ามืดฟุบลง เขาบอกทุกคนที่ตกใจว่า อยู่ๆ ก็หน้ามืดตาลาย หมอวรวรรธรีบเช็กอาการ พบว่าทั้งชีพจรและความดันเป็นปกติ คาดว่าติณห์อาจจะเครียดเพราะเป็นห่วงญาณินมากไป

“หรือไม่...คุณติณห์ก็อาจจะโดนเข้าแล้ว!!” ป้าออระแวง ทนายสมชาติถามงงๆ ว่าโดนอะไร “ก็โดนของที่ไอ้กำนันพงษ์มันทำใส่น่ะสิ พวกคุณหนูเล่าให้ฉันฟังว่า ที่มันแอบพรางตัวเข้ามาในบ้านคุณติณห์คืนนั้นน่ะ มันแอบเข้ามาขโมยของคุณติณห์ไปทำของใส่ มันอาจจะเริ่มลงมือร่ายพิธีแล้วก็ได้”

“คงจะเป็นอย่างที่ป้าออว่า...กำนันพงษ์แกต้องการอะไรจากฉันวะ” ติณห์มองมือที่ซีดขาวของตัวเองอย่างแค้นใจ

“หวังว่าพวกคุณหนูจะทำสำเร็จนะคะ” ป้าออฝากความหวังไว้กับ 4 สาว

ooooooo

ความลับที่สุคนธรสไม่เคยบอกใครถูกเปิดเผยเมื่อเธอต้องพรางตัวเพื่อช่วยญาณิน เพื่อนๆ พากันทึ่ง แต่พอทำพิธีท่องคาถาอำพรางตัว ปรากฏว่าเพื่อนๆ ก็ยังเห็นเธอเป็นปกติ เธอบ่นว่าเคยเรียนแต่ไม่เคยใช้ สงสัยจะลืมท่องคาถาบทไหนไปแน่ๆ

“เอ็งไม่ได้ลืมคาถาบทไหนหรอก แต่เอ็งไม่เข้าถึงสมาธิ” เสียงหลวงลุงบอก พร้อมกับแบกกลดเดินออกมาจากเงามืด “ต่อให้เอ็งแม่นคาถา แต่สมาธิไม่นิ่ง คาถาที่เอ็งร่ำเรียนมาถึงจะวิเศษแค่ไหน มันก็ไม่สัมฤทธิผลหรอก”

“ถ้าอย่างนั้น นิมนต์อาจารย์ช่วยรสให้พรางตัวสำเร็จด้วยเถอะค่ะ จิตญาณินถูกจับขังไว้ ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้กลับเข้าร่างญาณินต้องตายแน่ๆ รสจะไปช่วยเพื่อน และปลดปล่อยวิญญาณคุณหลวงกับโกลเด้นเบบี้ให้เป็นอิสระ”

“ก็คิดว่าข้ามาทำอะไรล่ะ” หลวงลุงย้อนถาม พลางปักกลดลงที่พื้น

หลวงลุงสอนสุคนธรสด้วยการให้ทำตามอย่างละเอียดทุกขั้นตอน จนร่างหลวงลุงค่อยๆ จางและเลือนหายไป ร่างของสุคนธรสก็ค่อยๆ จางและเลือนหายไป ท่ามกลางความดีใจของเพื่อนๆ

“ดีมาก เอาล่ะ...เอ็งไปช่วยเพื่อนเอ็งได้แล้ว ระวังตัวให้ดี อย่าให้ฝ่ายโน้นรู้ได้ว่าเอ็งแอบพรางตัวเข้าไปในอาณาเขตของเขา”

“ค่ะ หลวงลุง รสจะระวังตัว”

เพื่อนๆ ต่างอวยพรให้สุคนธรสสู้ๆ ช่วยญาณิน

กลับมาให้ได้ และให้ระวังตัวด้วย

แต่พอเข้าไปในเขตรั้วบ้าน สุคนธรสในร่างใสราวกับพรายน้ำ ก็เจอกับผีนางตะเคียนโผล่มาเตือนว่า

“เจ้าคิดจะช่วยเพื่อนเจ้าใช่ไหม ฉันเตือนเพื่อนเจ้าแล้ว เขาก็ไม่เชื่อ เจ้าอยากเป็นแบบเพื่อนเจ้าเหรอ”

“ขอบคุณค่ะ แต่หนูต้องไปช่วยเพื่อนค่ะ” สุคนธรสตอบแล้วบ่ายหน้าไปทางกำแพงไฟ ท่องคาถา อึดใจเดียวกำแพงไฟก็แยกตัวเปิดเป็นทางเล็กๆ ให้เธอเดินผ่านเข้าไปข้างใน แต่ก็ต้องเผชิญกับรักยม ที่ออกมาขวาง เธอจึงเอากระดูกงูพญาจงอางขว้างไป กลายเป็นพญางูมีชีวิต

รักยมตกใจถามว่างูมาได้ไงเนี่ย! ยมหัวเราะร่าบอกรักว่าเดี๋ยวจะถลกหนังให้ดู ว่าแล้วก็ถอดกำไลทองที่มือขว้างใส่พญางู กลายเป็นห่วงพุ่งเข้าใส่พญางู พญางูใช้หางฟาดใส่ห่วงก่อนจะเลื้อยหนีไปอย่างเร็ว

สุคนธรสเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เห็นว่าล่อรักยมไม่สำเร็จ เห็นมันหัวเราะกันอย่างย่ามใจ เธอด่าเบาๆ

“ไอ้ผีเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม แกเจอพญางูสวาปามแน่งานนี้” แล้วร่างใสของเธอก็รีบไปจากตรงนั้นอย่างเร็ว

ooooooo

ณ มุมป่าที่กำนันให้สนตอกเสาไม้ที่หัวท้ายหลุมศพที่มีโลงอยู่ใต้หลุมแล้วเอายันต์โปะบนกะโหลกคนเสียบไว้ กำนันบอกสนว่า

“นี่คือหุ่นฟาง สมมติว่าเป็นตัวไอ้ติณห์ แล้วนี่...

เส้นผมของไอ้ติณห์ที่กูล่องหนไปเก็บเอามาจากหวีของมัน”

“พิธีบังฟัน...เอาเส้นผมศัตรูใส่หุ่นแล้วเอามีดหมอฟันให้ทรมานจนกว่ามันจะตาย เจ๋งจริงๆ ได้ยินมานานแล้วไม่เคยเห็นใครทำพิธีนี้มาก่อนเลย” สนสอพลอ ส่วนกำนันก็สวดถี่กระชั้นขึ้น ฟังน่าขนพองสยองเกล้า...

เวลาเดียวกัน สุคนธรสกำลังขึ้นบันไดตามกลิ่นมาจนถึงหน้าห้องทำพิธี เธอผลักประตูแล้วต้องผงะเมื่อปะทะกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง มองสำรวจจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แล้ว จึงดึงใบไม้ที่ทัดหูออก คลายมนตร์พรางตัว ร้องถาม

“เจ๊...โกลเด้น คุณหลวง อยู่ในนี้หรือเปล่า?”

ทั้งสามถูกขังอยู่ในหม้อได้ยินเสียงญาณิน ต่างดีใจช่วยกันร้องเรียก ร้องบอกว่าพวกตนถูกขังอยู่ในหม้อ แต่ญาณินไม่รู้อยู่หม้อไหนเพราะมีหม้อวางเรียงรายเต็มไปหมด

ระหว่างนั้น กำนันพงษ์เอะใจรู้สึกเงียบผิดปกติ มองหารักยมก็ไม่รู้หายหัวไปไหนหมด กำนันรีบเดินดุ่มกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกลนัก

ภายในห้องทำพิธี บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทุกที สุคนธรสหยิบหม้อขึ้นมาดูหลายใบก็ไม่ใช่ จนเห็นฝุ่นที่ติดมือจึงฉุกคิดได้ว่า หม้อที่หยิบขึ้นมานั้นเก่าจนฝุ่นเขรอะ แต่ญาณินเพิ่งหายไปเมื่อวานต้องเป็นหม้อใบใหม่แน่ๆ มองหาแล้วหยิบหม้อใบใหม่เอี่ยมขึ้นมาเปิดผ้ายันต์ปิดปากหม้อออก

พริบตานั้น! ควันพวยพุ่งออกมา ปรากฏเป็นจิตโปร่งใสของญาณิน ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ ญาณินถามว่าติณห์เป็นอย่างไรบ้าง

“เขาตกใจแทบตายน่ะ ก็ดูแลกายหยาบของแกอย่างดี เติมน้ำเกลือให้แล้ว ถ้าแกเป็นห่วงเขานักก็รีบกลับกันเถอะ จะได้กลับเข้าร่าง”

ทันใดนั้นมีเสียงเปิดประตูที่ชั้นล่าง ทุกคนมองหน้ากันตกใจ คุณหลวงบอกว่าพวกมันกลับมาแล้ว สุคนธรสบอกว่าตนจะรีบคลายมนตร์ให้ เราจะได้รีบไปจากที่นี่

“อย่าเพิ่งนังหนู! ถ้าฉันไป เรื่องนี้ก็ไม่จบหรอก ตราบใดที่ไอ้กำนันพงษ์มันยังไม่ได้สิ่งที่มันต้องการ นั่นก็คือทองที่ฉันซ่อนไว้ในที่ดิน มันต้องหาวิธีต่างๆนานาตามราวีเจ้าติณห์ไม่มีวันสิ้นสุด”

คุณหลวงตัดสินใจเด็ดเดี่ยวบอกว่า “ฉันต้องอยู่เพื่อหยุดความชั่วของลูกหลานตระกูลนี้ ให้ยุติแค่ไอ้กำนันพงษ์”

ดังนั้น เมื่อกำนันพงษ์เข้ามาในห้อง จึงไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร มองปราดไปที่หม้อขังวิญญาณใบใหม่ก็ยังอยู่ที่เดิม

ooooooo

สุคนธรสกลับไปถึงบ้านพักติณห์ที่รีสอร์ต พบติณห์อยู่ในสภาพอ่อนเปลี้ยเพลียแรงลงทุกที เพราะถูกกำนันเอารูปไปทำพิธีในโลง เขารู้สึกสมองมึน ชา ขนลุก

พอสุคนธรสดึงใบไม้ที่ทัดหูออก ทุกคนก็เห็นตัว รุมกันเข้ามาถามถึงญาณิน หลวงลุง และโกลเด้นฯ

“ทุกคนฟัง! ยัยเจ๊ คุณหลวง โกลเด้นเบบี้ ฝากมาบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ทุกคนสบายดี แต่ตอนนี้ยังกลับมาไม่ได้” บอกติณห์ว่าคุณหลวงไม่ยอมกลับ ท่านจะสู้กับมัน ท่านไล่ตนให้กลับมาทำตามแผน ติณห์ถามงงว่าแผนอะไร?

เป็นเวลาเดียวกับที่กำนันพงษ์ปล่อยวิญญาณที่ขังอยู่ในหม้อออกมาคาดคั้นถามคุณหลวงว่าฝังทองไว้ที่ไหน ถ้าไม่บอกก็ดูให้เต็มตาว่าตนจะทำอะไรกับหลานคุณหลวงบ้าง มันเอาแส้ฟาดไปที่คุณหลวงจนท่านล้มลง พูดอย่างสะใจว่า “นั่นแค่ของว่าง คราวนี้ของหนัก...” แล้วหยิบมีดหมอมาปักลงบนโต๊ะข้างหุ่นฟางขู่คุณหลวง “แกจะได้เห็นไอ้ติณห์ตายอย่างทรมาน”

กำนันยกมีดหมอขึ้นท่องคาถา แล้วเงื้อสุดแขนแทงที่ขาหุ่น คุณหลวงร้องห้ามเสียงหลง แต่มันแทงขาหุ่นไปแล้ว!

วินาทีนั้น ติณห์ร้องจ๊าก กุมขาข้างที่กำนันแทงหุ่นตกจากเก้าอี้ทันที เพื่อนๆกรูกันเข้ามาถามว่าเป็นอะไร

“ขาผมเหมือนโดนอะไรทิ่มเข้าไป ความรู้สึกเจ็บแบบมาจากข้างในเลย โอย...”

“ไอ้กำนันพงษ์แน่!” สุคนธรสรู้ทันที กรรัมภาถามว่าเราจะช่วยติณห์ได้ไหม เธอได้แต่ภาวนา “หวังว่าทั้งสามจะถ่วงเวลามันได้นะ”

เพื่อป้องกันติณห์จากอาคมของกำนัน สุคนธรสเอาเบี้ยแก้กลัดไว้ที่เสื้อติณห์ ระหว่างนั้นติณห์ปรารภว่า แม่เขาเคยเล่าว่าคุณตาเขาโกงทองญี่ปุ่นแล้วเอาไปแจกพวกผู้หญิง

“ไม่จริงเลย คุณหลวงไม่ได้โกงใคร แล้วก็ไม่ได้

แจกใคร คุณหลวงเก็บทองมหาศาลในพื้นที่ดินผืนนี้

แล้วปู่ของกำนันพงษ์รู้ มันถึงอยากได้”

แล้วเธอก็เล่าแผนของคุณหลวงให้ติณห์ฟังว่า “คุณหลวงจะยอมบอกที่ซ่อนทอง แล้วก็หลอกล่อพาพวกกำนันพงษ์เข้ามาขุดหาทองถึงที่ และให้พวกเราทำกับดัก...

เพื่อถอดของมันก่อน ทำให้คาถาอาคมมันเสื่อม หมดสภาพจอมขมังเวทกลายเป็นตาแก่ธรรมดาๆ”

จากนั้นแบ่งหน้าที่กัน โดยให้พวกผู้ชายจัดการพวกกำนันพงษ์ ส่วนพวกสาวๆจะถอดของจากมันเอง

ระหว่างนั้น กำนันพงษ์เงื้อมีดจะแทงขาหุ่นอีก คุณหลวงร้องห้าม ยอมบอกที่ซ่อนทองให้ แต่มีข้อแม้ว่า

“ฉันบอกไป พวกแกก็ไม่มีวันจะหาเจอหรอก ต้องให้ฉันพาไปชี้จุด แต่แกต้องไม่ทำอะไรหลานฉัน เอาผมมันคืนมาให้ฉัน”

กำนันระเบิดหัวเราะออกมาอย่างพอใจ

ooooooo

4 สาวถือไฟฉายอันใหญ่คนละอัน ตรงไปที่เรือนไทยซึ่งปิดไฟมืด สุคนธรสชี้ให้เพื่อนๆดูซุ้มประตูก่อนเดินขึ้นเรือน อธิบายว่า ทุกคนจะต้องเดินลอดซุ้มขึ้นไป ถามว่า

“ทุกคนเคยได้ยินไหม เรื่องคนเล่นของ ห้ามกิน ห้ามดื่ม หรือห้ามก้มลอดบางสิ่งบางอย่างที่มีอาถรรพ์ เพราะจะทำให้ของเสื่อม พอลอดปุ๊บคาถาเวทมนตร์ก็หายปั๊บ”

วางแผนกันเสร็จ แต่ยังหาของที่จะถอดอาคมไม่ได้ ที่สำคัญถ้าทำพลาดก็จะไม่มีโอกาสทำซ้ำสองอีก

โชคดี...ระหว่างนั้นเจอป้าออเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

นุ่งกระโจมอกเดินถือเครื่องอาบน้ำออกมาพร้อมทั้งชุดเปียกที่เพิ่งซัก เห็นป้าอาบน้ำผิดเวลา ถามไถ่ได้ความว่า เพราะรอบเดือนมาไม่รู้ตัว เปื้อนชุดเลยต้องอาบน้ำเปลี่ยนชุดซักเสียเลย

สี่สาวตาโต ร้องพร้อมกัน “ผ้าถุงป้าออ ถอดออกมาเดี๋ยวนี้เลย!!” แล้วกรูกันเข้าไป ป้าออจับผ้าถุงแน่นร้องวี้ดว้ายที่จู่ๆก็จะมาถูกจับถอดผ้ากันกลางบ้าน

กำนันพงษ์ทำพิธีเสร็จแล้ว จิตญาณินและวิญญาณคุณหลวงกับโกลเด้นเบบี้ที่ถูกมัด รอเวลาใจจดจ่อ ส่วนสนและชายชุดดำ 4 คนมายืนรอคำสั่งอยู่ในห้องทำพิธีแล้ว

“ฉันดูฤกษ์ยามมาแล้ว คืนนี้ ตี 4...ฤกษ์งามยามดี เราจะไปเอาทองกัน พวกแกเตรียมพร้อมไว้ แล้วจำใส่กะโหลกไว้ให้ดี ถ้าเกิดเหตุตุกติกหลอกที่ซ่อนทองฉันละก็...ฉันจะตอกลิ่มใส่หัวใจไอ้ติณห์ทันที ฮ่ะๆๆ” แล้วกำนันก็เดินนำไป

ooooooo

กำนันเดินนำเข้าไปในที่ดินของติณห์ พลันก็ยกมือให้พวกที่ตามมาหยุดกับที่ เมื่อไม่เห็นมีอะไรผิดปกติจึงบอก...

“เราเข้ามาในเขตที่ดินของไอ้ติณห์แล้ว...ส่งหม้อมาไอ้สน!”

เมื่อสนส่งหม้อให้ กำนันบริกรรมคาถา เป่าพ้วง... ไปที่หม้อก่อนเปิดผ้ายันต์ออก จิตญาณินและวิญญาณคุณหลวงกับโกลเด้นฯลอยออกจากหม้อในสภาพมีด้ายแดงพันธนาการไว้รอบคอและข้อมือ สนกับชายชุดดำตกใจ ถามว่าทำไมพวกตนถึงเห็นวิญญาณพวกนี้ด้วย

“ฉันใช้คาถาเบิกเนตรกับวิญญาณพวกมัน เกิดมันเล่นลวดลายขึ้นมา พวกเราจะได้เห็นพวกมันได้ชัดๆไง แกซ่อนทองไว้ที่ไหน นำทางไปซิไอ้คุณหลวง!”

ระหว่างนั้น จิตญาณินแอบมองไปรอบๆ ลุ้นในใจว่าเพื่อนๆคงวางกับดักพร้อมลงมือกับกำนันแล้ว...

ทุกอย่างพร้อมแล้วจริงๆ 4 สาวซุ่มดูพวกกำนันพงษ์ ลุ้นกันสุดจิตสุดใจให้กำนันเดินลอดซุ้มขึ้นไป เพราะที่ซอกซุ้มพวกเธอเอาผ้าถุงของป้าออควั่นคล้ายเชือกซ่อนอยู่

แต่พอคุณหลวงเดินนำขึ้นบันได กำนันเอะใจถามคุณหลวงว่าตนจะขุดทอง ทำไมพามาขึ้นเรือน คุณหลวงบอกว่าทองไม่ได้ฝังไว้ในดินแต่ซ่อนอยู่บนเรือน กระนั้น กำนันก็ยังระแวง กระชากด้ายแดงที่รัดคอคุณหลวงอย่างแรง โกลเด้นฯโวยวายว่าทำคุณหลวงทำไม ก็เลยโดนกระชากด้ายแดงที่รัดคอจนโกลเด้นฯล้มตึง

“ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย อยากได้ทองก็เอาไปซี แล้วปล่อยพวกเราไป ไม่อย่างนั้นกำนันจะไม่ได้อะไรเลย แม้แต่เศษทอง” ญาณินรีบเข้าแก้สถานการณ์

กำนันปรี่จะเข้าไปเอาเรื่องญาณินอีก ถูกสนเร่งรัดให้รีบไปหาทองดีกว่า เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องยาวแล้วทองก็จะไม่ได้ด้วย กำนันจึงผ่อนด้ายแดงที่รัดคอคุณหลวงและโกลเด้นฯ สั่งคุณหลวงให้รีบนำขึ้นไป

แต่พอถึงซุ้มประตูคุณหลวงหายเข้าไปข้างใน กำนันได้ยินเสียงจิ้งจกทักยังระแวง ลังเล สุดท้ายกรรัมภาทำผีหลอกพวกชายชุดดำที่เดินตามหลังกำนัน มันตกใจผวาเสียหลักล้มทับกันเป็นโดมิโนไปกระแทกกำนันหัวทิ่มลอดซุ้มเข้าไป

“สุดยอดเลยยัยแก้ม” กรรณาดีใจเมื่อกรรัมภาวิ่งกลับมาสมทบ

ooooooo

กำนันถูกเซทับคะมำผ่านซุ้มเข้าไป หันมาตวาดพวกสนว่าผลักตนเข้าไปทำไม สนโยนกลองว่าตนเองก็ถูกพวกข้างหลังชนเอาเหมือนกัน ชายชุดดำเสียงอ่อยบอกว่าตนเจอผีตกใจเลยเซชน ไม่ได้ตั้งใจ

กำนันด่าชายชุดดำว่าอยู่กับตนยังจะกลัวผีอีก สนกลัวจะเสียเวลาเพราะฟ้าเริ่มสางแล้ว เร่งกำนันให้รีบหาทองดีกว่า

“ไหนล่ะทอง แกซ่อนไว้ที่ไหน” กำนันหันไปคาดคั้นคุณหลวง

“อยู่ที่ห้องโน้น...ตามฉันมา” คุณหลวงเดินนำไปอย่างเอาการเอางาน พวกกำนันรีบตามไปอย่างกระหายทอง

เมื่อไปถึงห้องหนึ่ง คุณหลวงบอกว่าซ่อนไว้ในห้องนี้แหละ กำนันชะโงกหน้าเข้าไปดูพบแต่ห้องที่ว่างเปล่า ไม่มีหีบสักใบ จะเอาเรื่องคุณหลวง คุณหลวงจึงชี้แจงอย่างใจเย็นว่า

“ถ้าฉันซ่อนทองไว้ในหีบสมบัติ ป่านนี้ก็คงมีไอ้พวกโจรห้าร้อยมาปล้นไปหมดแล้ว” กำนันตวาดให้รีบบอกมาว่าซ่อนทองไว้ที่ไหน ญาณินผสมโรงบอกคุณหลวงว่า

“รีบบอกมันไปเถอะคุณหลวง เรื่องมันจะได้จบๆ เสียที”

“โน่น...ที่เสาพวกนั้น ฉันเจาะช่องใส่ทองเอาไว้แล้วปิดทับไว้ด้วยไม้ลงยาอย่างดี” คุณหลวงชี้ไปที่เสา

“ยืนเฉยอยู่ทำไมไอ้สน ลงมือหาดูซีวะ” กำนันตวาด แล้วหันขู่คุณหลวง “ถ้าไม่มีทอง ไอ้ติณห์ตาย” พลางหยิบหุ่นฟางออกมาชูให้ดู

สนกับชายชุดดำทั้งหมดช่วยกันเอาเครื่องมือที่เตรียมมา เจาะ แงะ งัด เสากันทันที

กำนันปล่อยด้ายแดงที่คอคุณหลวง ตรงไปจับจ้องที่เสาเขม็ง

คุณหลวง โกลเด้นเบบี้ และจิตญาณินค่อยๆถอยออกไปยืนรวมกันอยู่ที่มุมห้องข้างหลังพวกกำนัน...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 11:44 น.