ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

เรื่องราวของ 5 สาวเพื่อนสนิทจากมหาวิทยาลัย ที่บังเอิญเกิดวัน เดือน ปี เดียวกัน ต่างกันแค่เวลาเท่านั้นทั้ง 5 สาวตกลงใจเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน...อันมี ญาณิน เนตรสิตางศุ์ กรรณา กรรัมภา และสุคนธรส

ทั้ง 5 สาวจึงผูกพันอยู่ในชะตากรรมเดียวกันอย่างแกะกันไม่หลุด

ooooooo

ท่ามกลางผู้คนขวักไขว่ใจกลางกรุง...ญาณิน สาวหน้าสวยดวงตาใสแป๋วน่ารัก เธอมีความสามารถพิเศษสื่อสารกับจิตวิญญาณ เธอยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านและการจราจรที่สับสนวุ่นวาย เธอรำพึงอย่างตระหนักในตัวเองว่า

“สัมผัสที่หกไม่ใช่สิ่งที่ใครอยากจะมีก็มีได้ มันคือพรสวรรค์ที่จัดสรรมา สู่บุคคลที่ถูกเลือกแล้วเท่านั้น แม้เราจะไม่ต้องการและพยายามปฏิเสธมันสักเท่าใด

ก็ไม่สามารถจะหนีพ้น...มันมา...พร้อมกับภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่แท้แล้ว พวกเรา...คือผู้รับใช้...และผู้เสียสละ...มิใช่ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์อันใดทั้งนั้น มีหน้าที่ในการช่วยเหลือ ปลดปล่อย นำพาพวกเขาให้พ้นทุกข์เป็นอิสระจากบ่วงพันธนาการใดๆในโลกนี้ เพื่อไปสู่โลกหน้าอันสุขสงบ”

ooooooo

ที่ห้องเรียนทำอาหาร เนตรสิตางศุ์ น้องเล็กสุดในกลุ่ม 5 สาว อยู่ในชุดหวานน่ารักเหมือนตุ๊กตาแก้วที่เปราะบางกำลังทำซอสพาสต้า เธอมองหามีดจะผ่ามะเขือเทศ ในสายตาเห็นอะไรผ่านแว้บๆ พอหันมองเห็นหลังเด็กชายคนหนึ่งถือมีดวิ่งออกไปจากห้อง เธอตกใจรีบวิ่งตาม ร้องบอก

“เอามีดมานะ!! มันอันตราย!!”

เธอวิ่งไล่ตามพลางร้องบอกให้คนที่เดินสวนมาช่วยจับเด็กคนนั้นไว้ด้วย คนเหล่านั้นกลับมองเธองงๆ เธอจึงวิ่งกวดไปดักเด็กทันสั่งให้เอามีดคืนมา เด็กไม่ยอมคืนถอยไปจนชนกำแพง

“ไม่มีทางไปแล้ว ขอมีดคืนนะคะ” เนตรสิตางศุ์ก้าวเข้าจะแย่งมีด แต่ไม่ทันถึงตัว เด็กก็ถอยทะลุหายไปในกำแพงแล้ว เหลือแต่มีดตกที่พื้น!

เนตรสิตางศุ์ผงะ อึ้ง หันกลับมาเห็นคนแถวนั้นมองอยู่ด้วยสายตาประหลาด งงๆ

ooooooo

ที่ตลาดนัดข้างถนนใกล้ตึกออฟฟิศกลางเมือง ผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของตามร้านค้าข้างถนนกันขวักไขว่ พ่อค้าขายซีดีกำลังเปิดเพลงเสียงดังเร้าใจ

กรรณากำลังยกลังหนังสือหนักอึ้งเทใส่แผงเป็นหนังสือมือสองกองๆไว้ เธอยกมือปาดเหงื่อท่าทางหนื่อยๆ พลันก็มีเสียงหวีดแหลมดังแทรกเข้ามาจนเธอเฮือกเล็กน้อย รู้ว่าเป็นเสียงอะไร เธอร้องบอกพ่อค้าขายซีดีให้เปิดเสียงดังอีก แล้วหันยกลังหนังสือเทใส่แผงใหม่

หนุ่มออฟฟิศคนหนึ่งมายืนเลือกหนังสือ ปากเขาขยับเหมือนถามอะไร แต่เสียงที่เธอได้ยินกลับเป็นเสียงคลื่นแทรกซ่าๆ สลับกับเสียงหวีดแหลม

กรรณาเอามือปิดหูแบบไม่ไหวแล้ว หนุ่มออฟฟิศพยายามถามว่าหนังสือนี่ลดกี่เปอร์เซ็นต์ เธอตะโกนตอบ

“หา...ค่า...ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ”

ระหว่างที่หนุ่มออฟฟิศเดินเลือกหนังสือกองโน้นกองนี้อยู่นั้น กรรณามองตามเหมือนมีเสียงกระซิบบอกอะไรเกี่ยวกับหนุ่มคนนี้อยู่ข้างหู เมื่อเขามาจ่ายเงิน เธอชี้หน้าจ้องตาเป๋งบอกเขาว่า

“เพ่...เพ่ควรจะแต่งงานได้แล้วนะ...พ่อของเพ่เขาอยากเห็นเพ่เป็นฝั่งเป็นฝา...กับคุณ...เหม่เหม...

แฟนของเพ่น่ะ...แล้วเขาก็ไม่โอ...ที่เพ่จะซื้อบ้านแถวรามอินทรา เขาอยากให้เพ่กลับไปดูแลบ้านที่เพ่เกิดที่เชียงใหม่มากกว่า...ช่าย...”

“พ่อ...” หนุ่มคนนั้นทิ้งหนังสือลงบนแผง จ้องหน้ากรรณา “คุณ...รู้ได้ยังไง...บ้า...บ้าชัดๆ” เขาจ้องหน้าเธออย่างรังเกียจแล้วเดินหนีไป คนอื่นๆที่เลือกหนังสืออยู่ก็พากันวางหนังสือเดินหนีไปกันจนหมด

กรรณากอดอกยักไหล่ พูดกับตัวเองเซ็งๆ

“กระซิบกันจัง...กระซิบแต่เรื่องส่วนตัวล้วนๆ ทีรางวัลที่หนึ่งที่เหนิ่งเจ็ดตัวตรงๆ อ่ะ...เคยมากระซิบกันบ้างป่าว เฮ้อ...”

ooooooo

ที่โรงเรียนสอนเต้นเกาหลี...กรรัมภาหรือแก้ม ผู้หลงใหลศิลปินเกาหลีถึงกับไปเรียนเต้นกับครูสอนชายชาวเกาหลี เมื่อเธอเต้นขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งเด่น ครูชมว่า

“ดีมาก...ทุกคนเต้นได้ดีมาก ดีกว่าต้นฉบับเสียอีก”

ครูชมแก้มว่าเต้นได้เริ่ดที่สุด แล้วชวน “เพื่อนครูเป็นโคลีโอกราฟเฟอร์ให้หนังมิวสิเคิลเกาหลีอยู่ เธอสนใจอยากไปลองออดิชั่นไหม”

กรรัมภาตอบรับทันที เธอตื่นเต้นดีใจจนจับมือครูขอบคุณ ชมว่าครูเป็นคนดีมากเลย พลันเธอก็เห็นภาพอีกมิติหนึ่งเป็นภาพครูสอนเต้นใช้มือนั้นผลักหญิงสาวลงไปที่เตียง หญิงสาวขัดขืน ครูตบหน้า เห็นมือครูตบๆๆๆ แต่ละตบก็เปลี่ยนหน้าหญิงสาวไม่ซ้ำกัน เป็นสิบๆคน

กรรัมภาผงะตกใจ ตบหน้าครู ด่า “ไอ้ซาดิสต์!!!”

เป็นเพราะกรรัมภาสัมผัสสิ่งใดแล้วจะสามารถเห็นอดีตที่เกี่ยวพันกับสิ่งนั้นๆทันทีนั่นเอง!

ooooooo

ที่ไซต์ก่อสร้าง...สุคนธรส ได้กลิ่นอะไรบางอย่างเธอเดินตามกลิ่นนั้นไปพลางนึกในใจ “ซวยแล้วดิ”

ขณะสุคนธรสเดินตามกลิ่นไปนั้น จู่ๆเจ้านายก็มาขวางถามว่าจะไปไหน ลูกค้ามารอเพื่อให้แก้ไขแบบบ้านนานแล้ว สุคนธรสพูดลนๆว่าให้รอไปก่อนตนมีเรื่องด่วน เรื่องคอขาดบาดตายด้วย พูดแล้วก็จ้ำพรวดๆไปเลย เจ้านายสงสัยจึงตามไป

สุคนธรสรู้ว่ามีน็อตตัวหนึ่งในเขตก่อสร้างกำลังคลายเกลียว แต่มีลูกค้าคนหนึ่งกำลังเดินไปทางนั้น เธอพยายามเรียกเพื่อบอกเขา แต่ลูกค้าคนนั้นไม่ได้ยิน เธอรีบก้มเก็บหินเล็กๆปาโดนหัวลูกค้า เขาหยุดกึกหันมองตาขวาง

เป็นจังหวะที่น็อตคลายเกลียวจนไม้หล่นลงมาเฉียดหัวลูกค้าไปเส้นยาแดงเดียว เสียงไม้หล่นโครม ฝุ่นคลุ้งไปทั่ว

ลูกค้าช็อกกับเหตุการณ์เฉียดตายนั้น ส่วนสุคนธรสกระโดดร้องด้วยความดีใจ “เยสสสส”

ทุกคนบริเวณนั้นช็อก มองสุคนธรสด้วยสายตาแปลกๆ ทำเอาเจ้าตัวหยุดกึก ยิ้มเจื่อนๆทำหน้าไม่ถูก

ooooooo

ญาณินได้งานเป็นดีไซเนอร์คนใหม่ของร้านเครื่อง ประดับหรูในโรงแรมของพร วันนี้ขณะเธอกำลังจัดเครื่องประดับเข้าตู้โชว์นั้น อยู่ๆก็มีเสียงเด็กผู้ชายร้องขอความช่วยเหลือแว่วมา เธอมองไปเห็นเด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่งในสภาพถูกไฟคลอกทั้งตัว ร้องครวญครางอย่างทรมาน

“ช่วยผมด้วย...แม่ผม...แม่”

ณ อีกที่หนึ่ง มีซองเสนอราคายื่นมาตรงหน้าคุณหญิงที่เป็นแม่ของเด็กชายคนนั้น คุณหญิงหยิบซองเปิดดู ชายที่ยื่นซองพูดว่า ถ้าคุณหญิงช่วยให้บริษัทตนชนะการประมูลราคาสร้างถนนเส้นนั้นรับรองจะไม่ทำให้คุณหญิงผิดหวัง

“อืม...ไม่น่ามีปัญหาอะไร” คุณหญิงเห็นเช็คลงตัวเลข 20 ล้านในซองแล้ว ตอบรับเบาๆ

ขณะญาณินกำลังอยู่ในภวังค์ที่โต๊ะทำงาน ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีเสียงเรียกจากคุณหญิง พอเธอเห็นหน้าคุณหญิงก็ถึงกับผงะมองคุณหญิงที่แต่งชุดดำอย่างตกใจ คุณหญิงตกใจกับสีหน้าของญาณิน ถามว่าได้ยินที่ตนถามไหมว่าคุณพรเจ้านายเธออยู่ไหมให้ไปตามมาพบที

คุณพรเจ้าของร้านถลาออกจากด้านใน ยกมือไหว้คุณหญิงบอกว่านี่คือญาณินเป็นดีไซเนอร์คนใหม่ แต่เครื่องเพชรคอลเลกชั่นที่สั่งรูปไปให้คุณหญิงดูนั้น

ไม่ใช่ฝีมือของคนนี้ เป็นดีไซน์จากยุโรป แล้วขอตัวไปเอามาให้ชม

ญาณินยังมองคุณหญิงอยู่อย่างชั่งใจ จนคุณหญิงถามว่าจ้องหน้าตนทำไม เธอลังเลนิดหนึ่งจึงตัดสินใจพูด

“เอ่อ...คุณหญิงมีลูก...ลูกชายอายุประมาณสิบสามสิบสี่ปี เขาเพิ่งเสียชีวิตไป...” พอขึ้นต้นได้ คำพูดก็หลั่งไหลออกมาราวกับสายน้ำ คุณหญิงฟังแล้วหน้าเผือดลงทุกที ถามปากคอสั่น...

“นี่...นี่...ทะ...เธอ...”

ญาณินหลับตาลง จิตของเธอวืดออกจากร่าง ทะลุผ่านคุณหญิงไปยืนดูเด็กชายคนนั้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตา แล้วเธอก็ถอยวืดกลับมาที่เดิม จับมือคุณหญิง มองอย่างขอร้องขณะพูด

ตอนที่ 2

สุคนธรสยิ้มสดชื่นบอกเสี่ยว่า ให้บอกอาตี๋น้อยว่าต้องเป็นเด็กดีอย่าดื้ออย่าซนแล้วพระจะคุ้มครองเด็กดี พูดเสร็จก็ส่งโทรศัพท์ให้ญาณินบอกให้รีบโทร.ไปคุยกับติณห์เดี๋ยวนี้เลย

ญาณินฝืนใจโทร. พอติณห์รับสายเธอบอกว่า พี่ณัฐให้โทร.มานัดเรื่องงาน ที่ไหน เมื่อไหร่ดี?

“ผมมีเวลาแค่วันนี้เท่านั้น” ติณห์ขีดเส้นตาย ญาณิน บอกว่าไม่มีปัญหา “แต่ไม่ใช่ที่กรุงเทพฯนะ ผมกำลังจะกลับเมืองกาญจน์ คุณตามไปคุยกับผมที่รีสอร์ตผมก็แล้วกัน บ่าย 2 เจอกันที่นั่น แล้วให้ตรงเวลาด้วยล่ะ ถ้ามาช้าผมไม่รอ!”

พอตัดสายวางเครื่อง ติณห์ก็ยิ้มอย่างสะใจที่ได้แก้เผ็ด “ยัยแม่มด” นั่น

ส่วนญาณิน พอวางสายเพื่อนๆก็รุมถามกันว่าเขาว่ายังไง เธอตอบเซ็งๆ ว่า

“ตานั่นบอกให้ตามไปคุยกันที่เมืองกาญจน์ตอนบ่าย 2 พูดเหมือนกับว่าถ้าช้าเขาจะไม่จ้างงั้นแหละ”

พวกเพื่อนๆ ลุกพรวดแยกย้ายไปเตรียมเดินทางกันอย่างเร่งรีบ มีแต่ญาณินที่ยังยืนหน้าตึงอย่างหมั่นไส้ความยโสของติณห์อยู่ตรงนั้น

อึดใจเดียว อุปกรณ์การทำงานก็ถูกลำเลียงขึ้นรถกันอย่างเร่งรีบ ป้าออ ออกมาไหว้ศาลพระภูมิภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้ญาณินได้งานที่เมืองกาญ จน์ด้วยเถอะ แล้วอธิษฐานเสียงดังว่า

“ขอให้คุณๆ เธอพูดจาดีๆ ทำตัวดีๆ ไม่ทำอะไรประหลาดๆให้คนจ้างเขาเผ่นหนีไป บริษัทซิกซ์เซ้นส์จะได้มีเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟคล่องๆเสียที สา...ธุ!”

“โห...ป้า...อธิษฐานได้น่าฟังมากเลยนะ” สุคนธรสปิดกระโปรงรถปัง

กรรัมภาบอกป้าออว่าเดี๋ยวพวกตนจะใช้ความสวยฉลาดและเซ็กซี่ทำให้การไปคุยงาน ครั้งนี้ได้มากกว่าเงินล้านเสียอีก ส่วนเนตรสิตางศุ์ก็เอาคุกกี้พริกสดเมนูใหม่ของตนมาอวด ป้าออรี่เข้าไปดู ชมว่าช่างอัจฉริยะเรื่องอาหารจริงๆ

“เอ้านี่...มัวแต่พูดๆๆๆ เดี๋ยวก็ไปไม่ทันบ่าย 2 พอดี ยัยเจ๊ล่ะ...อยู่ไหนแล้วนี่” สุคนธรสเร่ง กวาดตาหาญาณิน

ปรากฏว่าเจ้าตัวเพิ่งจะเดินซังกะตายออกมา พอสุคนธรสเร่งก็ขอดูไพ่ก่อนว่าไปเที่ยวนี้จะรุ่งหรือจะร่วง พลางหยิบไพ่ยิปซีออกมา สุคนธรสดึงไพ่จากมือลากญาณินไปขึ้นรถ

ไพ่ใบหนึ่งหล่นที่พื้น แต่ไม่มีใครเห็น เมื่อป้าออส่ง 5 สาวขึ้นรถไปแล้วกลับมาจึงเห็น หยิบขึ้นมาดูอุทานอย่างตกใจ

“คุณพระช่วย...อีกแล้วเหรอเนี่ย!” ป้าออเพ่งไพ่เดอะเดธในมืออย่างกังวล

ooooooo

ติณห์กลับถึงบ้านพักที่เมืองกาญจน์แล้ว เพนนีพูดอย่างหงุดหงิดว่าถึงเขาจะเห็นแก่เพื่อนก็ไม่จำเป็นต้องแคร์ผู้หญิง พวกนั้นถึงขนาดนี้ ติณห์หัวเราะหึๆ บอกว่าพวกนั้นมาไม่ทันบ่าย 2 ชัวร์

เพนนีถามว่าถ้าพวกนั้นมาไม่ทันบ่าย 2 เขาจะทำอย่างไร ติณห์บอกว่า game over! เพนนีดีใจโผเข้ากอดคอเขาถามอย่างลิงโลดว่า

“อย่าบอกนะว่านี่เป็นการเอาคืน” ติณห์เงียบ เธอพล่ามอย่างสะใจว่า “นี่ถ้าเพนนีเป็นแม่คนนั้น เพนนีคงอายจนแทบเอาปี๊บคลุมหัวที่ทำให้สุภาพบุรุษอย่างติณห์ชังน้ำหน้าได้ ขนาดนี้”
ระหว่างนั้นมีโทร.เข้ามือถือเธอ แต่เธอเสียดายไม่อยากผละจากติณห์ จนเขาถามว่าไม่รับโทรศัพท์หรือ เธอจึงรับ

เป็นสายจากพ่อเธอคือเสี่ยปิยะพันธุ์หรือเสี่ยปิง เจ้าของริเวอร์มูนรีสอร์ตที่อยู่ติดกับที่ดินของติณห์นั่นเอง เสี่ยโทร.มาถามอะไรบางอย่างที่เธอไม่สะดวกจะพูดต่อหน้าติณห์ จึงบอกเขาว่าพ่อมีธุระด่วนตนขอกลับก่อน แล้วค่อยเจอกัน

ธุระด่วนที่เสี่ยปิงร้อนใจอยากรู้คือเรื่องการสร้างรีสอร์ตของติณห์นั่นเอง พอรู้ว่าเขากำลังจ้างรายใหม่มาตกแต่งภายในก็พูดอย่างสมเพช

“จะจ้างทำมั้ย...จ้างมากี่เจ้าๆก็ล้มเหลวเหมือนกันหมด หึๆๆ”

เพนนีบอกว่า คราวนี้เป็นคนกันเองเป็นน้องสาวเพื่อน เธอเหยียดยิ้มบอกว่า เพื่อนก็คงอยากให้น้องสาวจับติณห์นั่นแหละ เพราะเห็นติณห์รวย เพนนีจิกตาอย่างพร้อมสู้ตาย เสี่ยปิงยิ้มพอใจความมาดมั่นของลูกสาว เดินมาจับไหล่บอกว่า

“ถ้าสวีตฮาร์ตของลูกเลิกล้มความพยายามที่จะสร้างรีสอร์ตแล้วยอมขายที่ดิน เตี่ยจะซื้อมารวมกับรีสอร์ตของเรา คราวนี้ที่ของเราก็จะเป็นที่ที่สวยที่สุดในเมืองกาญจน์ และเป็นรีสอร์ตที่ใหญ่ที่สุดของภาคตะวันออก ลูกก็จะแต่งงานใช้ชีวิตสวีตหวานสุขสบายอยู่กับติณห์ แล้วเตี่ยจะดูแลลูกๆทั้งสองอย่างดี”

“แต่งงานเหรอคะ หึ! ทุกวันนี้ติณห์ยังไม่เคยบอกรักลูกเลย”

“ลูกของเตี่ยน่ารักออก เรื่องแค่นี้กล้วยๆน่า...”

ooooooo

5 สาวเดินทางไปเมืองกาญจน์โดยมีญาณิณเป็นคนขับ ที่เหลือก็คอยบอกทางกันเจี๊ยวจ๊าว บอกกันคนละทิศละทางจนคนขับไปไม่ถูก เลยจอดรถบอกให้ไปตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนค่อยมาบอกว่าจะไปทางไหนกันแน่ พูดปลงๆท้าๆว่า

“ยังไงๆเราก็คงไปไม่ทันหรอก ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเราเลตไปสักชั่วโมงนึง เขาจะทำยังไงกะฉัน”

เวลาเดียวกัน ไตรรัตน์อยู่ในห้อมล้อมของสาวสวยหมวยอึ๋มสามคนที่บ้าน สาวๆกำลังแย่งกันว่าใครสวยกว่ากัน เขาจึงให้โอน้อยออก ทั้งกลุ่มเล่นกันอย่างสนุกสนาน จนเสี่ยจำเริญกับเจ๊หญิงดูแล้วส่ายหน้า เสี่ยบ่นเบาๆ

“นี่เหรอวะ จบปริญญาโทจากเมืองนอก อั๊วล่ะเซ็ง”

“เดี๋ยวให้ท่านหมอผูกดวงให้ดีกว่า ว่าเนื้อคู่อยู่ทางทิศไหน” เจ๊หญิงวางแผน

ทันใดนั้น ทุกคนชะงักกึกเมื่อมีเสียงอาอี๊ร้องกรี๊ดๆ จากข้างบนตามด้วยเสียงของอาม่า ไตรรัตน์บอกให้สามสาวกลับไปก่อน แล้วทั้งเขา เสี่ย และเจ๊ก็รีบขึ้นข้างบน

ขึ้นไปเห็นอาม่ากำลังอาละวาดแววตาเหมือนปีศาจด้วยวิญญาณผี อาม่าไม่ยอมกินข้าวที่อาอี๊ป้อนให้ ซ้ำยังหาว่าอาอี๊จะฆ่าตนด้วย

อาอี๊ถูกอาม่าจับแขนบีบอย่างแรง และจ้องด้วยแววตาดุร้าย

“ทำไมไม่กินข้าวล่ะครับอาม่า” ไตรรัตน์วิ่งขึ้นมาถาม

อาม่าหันขวับมองไตรรัตน์ สายตาปะทะกับรัศมีพุทธานุภาพของพระรอดที่ห้อยคอไตรรัตน์ที่สว่างวาบๆขึ้นมา มือปีศาจที่บีบแขนอาอี๊ปล่อยทันที แววตาปีศาจของอาม่าก็หายแว้บกลับมาเป็นแววตาของอาม่าตามปกติ

พอเข้าสู่อาการปกติ  อาม่าก็อ้อนตี๋น้อยว่าเมื่อไหร่อาม่าจะหายเสียที เมื่อไหร่ตี๋น้อยจะพาอาม่าไปเที่ยวเหมือนเมื่อก่อน เพราะอยู่แต่ในห้องอึดอัดจนเหมือนกำลังจะตายแล้ว อาม่าทำท่าหายใจไม่ออกเหมือนถูกใครบีบคออยู่ ไตรรัตน์ตกใจรีบเข้าไปลูบหลังให้

อาการอาม่าหนักขึ้น เสี่ยถามเจ๊ว่าจะทำยังไงดี เจ๊บอกต้องพาไปหาหมอ ไตรรัตน์ถามว่า “ไปโรงพยาบาลเลยนะครับแม่” ถูกเจ๊ทำตาเขียวใส่ บอกให้พาไปหาหมอสมคิด เพราะเมื่อก่อนอาม่าเป็นหนักกว่านี้ แต่ไปหาหมอสมคิดแล้วอาม่าก็ดีขึ้น

ไตรรัตน์บอกว่าตนรู้จักหมอเก่งๆ จะพาไปรักษาเอง ถูกเจ๊ตวาดแว้ด

“ลูกหยุดพูดเลย นี่ไม่ใช่เวลามาเถียงกัน ถ้าไม่ ช่วยก็หลีกไป”

พาอาม่าไปที่สำนักหมอสมคิด หมอสมคิดมองอาม่าแวบหนึ่งด้วยแววตาแข็งกร้าว เมินไปทางอื่น พอ หันกลับมาอีกทีก็กลายเป็นแววตาที่อ่อนโยนเปี่ยมด้วยเมตตา ถามไถ่อาการของอาม่า ปลอบใจว่าอยู่กับหมอแล้วอาม่าต้องไม่เป็นอะไรแน่

“หึ...อาม่ามีเงินจ่ายซะอย่าง ใครจะปล่อยให้อาม่าเป็นอะไรง่ายๆยังเลี้ยงไข้อาม่าได้ไปอีกนาน” ไตรรัตน์โพล่งขึ้นถูกเจ๊หญิงเอามืออุดปาก สั่งให้หุบปากถ้าไม่หยุดพูดก็กลับบ้านไปเลย

หมอสมคิดจ้องไตรรัตน์เขม็งแล้วก็จำได้ว่าเป็นคนโวยวายเรื่องถูกสุคนธรสแซงคิว แล้วสามสาวก็หนีหายไปท่ามกลางความชุลมุน หมอจ้องหน้าไตรรัตน์ ถามเสี่ยว่าคนนี้ใช่ไหมที่เพิ่งกลับจากเมืองนอก เสี่ยพยักหน้ารับ แต่ไตรรัตน์โพล่งไปว่า

“ใช่...ผมนี่แหละ คนที่มีหมอบอกว่ามีผีตามเอาชีวิตไง มันจะมาเมื่อไหร่ล่ะ ไหนบอกมาสิครับ”

หมอสมคิดจ้องหน้าไตรรัตน์ พลันก็เห็นพระรอดที่คอเขา ทำให้หมอรู้ทันทีว่าเพราะพระรอดนี่เอง ทำให้ผีไอ้มิ่งที่ส่งไปเข้าอาม่าหนีเตลิดเปิดเปิงออกไป หมอสมคิดบอกอาม่าให้ขึ้นข้างบนดีกว่าอาจารย์จะได้ช่วยรักษาให้

เจ๊หญิงเห็นด้วย ไตรรัตน์จะตามขึ้นไปด้วย อาจารย์ไม่อนุญาต บอกให้เจ๊หญิงขึ้นไปคนเดียวพอ เขาเลยได้แต่ยืนมองตามหมอสมคิดไปอย่างหงุดหงิด

ooooooo

5 สาวเดินทางไปเมืองกาญจน์ หลังจากหยุดรถให้เพื่อนๆลงไปเก็บดอกไม้กันแล้ว ญาณินดูนาฬิกา บ่นว่าเหลืออีก 20 นาทีจะบ่ายสองแล้วจะดันทุรังไปต่อทำไมแต่คนอื่นยังยืนยันจะไปต่อ

โชคดีเจอรถกำนันพงษ์ขับมา กรรณากระโดดออกไปขวางถนนเพื่อถามทางไปรีสอร์ตของติณห์ กำนันอาสาขับรถนำไปให้

แต่โชคร้าย ไปถึงกลางทางเจอดินสไลด์พาต้นไม้ลงมาขวางทาง เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ญาณินจะให้ เพื่อนๆถอยอีก สุคนธรสไม่ยอมแพ้ถามกำนันว่าไม่มีทางลัดอื่นอีกหรือ

“ลุยป่าไปทางนั้น” กำนันชี้ให้ดู บอกว่าถ้าไปทางนั้นอีกแค่ 2 กิโลก็ถึงรีสอร์ตแล้ว แต่ตนนำทางไปไม่ได้เพราะต้องรีบไปประชุมที่อำเภอ ถามว่าไปกันเองได้ไหม

“ได้!!” เสียงสี่สาวตอบพร้อมเพรียง เข้มแข็งแต่ญาณินบอกว่าตนไม่ขอลุยป่าไปด้วย สุคนธรสโดดขึ้นรถขับไปเอง

พอรถ 5 สาวลงลุยป่าแล้ว สนลูกน้องกำนันพงษ์เปรยๆว่า “นึกยังไง หนนี้นายฝรั่งข้างรั้วถึงจ้างสาวๆมาทำรีสอร์ต”

“นั่นสิ...สาวๆเนื้อนุ่มๆยังงี้ ผีมันก็ยิ่งชอบใจใหญ่เท่านั้นเอง...หึๆๆ” กำนันส่ายหน้าหัวเราะขำๆ

ooooooo

สุคนธรสตะบึงรถลุยป่าไปอย่างไม่บันยะบันยัง พวกเพื่อนๆนั่งกันหัวโขกหัวชนจนร้องกันไม่ออก โชคร้ายกว่านั้นคือรถติดหล่ม ทั้ง 5 สาวตัดสินใจเดินลุยป่าไป  และก็ไปถึงที่หมายได้ทันก่อนเส้นตายที่ติณห์กำหนดไว้ไม่กี่วินาที ทุกคนเดินลากขาสะบักสะบอมมอมแมมดูกันไม่จืด!

ลงจากรถเห็นติณห์ยืนรอรับอยู่ หน้าหล่อมาดเท่ของเขาทำเอาพวกสาวๆ หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง กรรัมภาถึงกับเพ้อ

“แม่เจ้า...นี่เหรอคุณติณห์ หล่อโคตรๆ”

ติณห์แสดงท่าทีไม่แยแสกับพวกเธอ พูดหยามน้ำใจว่าตนไม่ได้บังคับให้มา สุคนธรสกลัวจะเสียงานอีกบอกว่าพวกตนเต็มใจมา เร่งให้คุยกันเลยดีไหม เพราะพวกตนพร้อมแล้ว

ทันใดนั้น กรรณาสะดุ้งกระซิบบอกสุคนธรสว่าตนได้ยินเสียงขู่คำรามของวิญญาณ มีวิญญาณแถวนี้ไม่อยากให้เราเหยียบเข้ามาที่นี่ ถามสุคนธรสว่าได้กลิ่นอะไรไหม สุคนธรสก็ได้กลิ่น เป็นกลิ่นขู่เข็ญกรรโชก กระซิบถามเนตรสิตางศุ์ว่า เห็นอะไรรึเปล่า เธอบอกว่าไม่เห็นอะไร ญาณินแทรกขึ้นว่าไม่ต้องห่วง ถ้ากรรณาได้ยินเสียงผีก็ไม่เคยพลาด

ติณห์เห็นห้าสาวซุบซิบๆกันก็ถามว่ามีอะไรรึเปล่า ญาณินเกือบพลั้งปากไป ถูกเนตรสิตางศุ์ปิดปากแล้ว ตอบแทนว่า

“แฮ่...เราแค่มีปัญหาอยู่นิดเดียวค่ะ คือต้องดูพื้นที่ก่อนคุยงานกันทุกครั้ง”

สุคนธรสเห็นด้วย ติณห์ไม่มีปัญหา เชิญพวกเธอสำรวจได้ตามสบาย แต่ก็งงๆกับท่าทางแปลกๆของพวกเธอ

เมื่อเข้าไปถึงบริเวณพื้นที่รีสอร์ตเจอทั้งเสียงและกลิ่นแสดงความเกลียดชังชัดเจน เข้มข้น จนสุคนธรสต้องเอาผ้ายันต์ออกมาแจกทุกคนเพื่อความปลอดภัย

สุคนธรสได้กลิ่นคาวเลือดเหมือนกลิ่นผีตายโหง ทั้ง 5 สาวเกาะกันขนลุกซู่ กรรัมภาเสนอให้เผ่นเถอะ พลางหันหลังกลับ ถูกญาณินดึงแขนไว้

“นี่คุณน้าย! ลากฉันมาถึงนี่แล้ว จะมาเผ่นง่ายๆ เนี่ยนะ อยากได้งานนี่กันนักไม่ใช่เหรอ ไปเลยแยกย้ายกันไปตามหาวิญญาณเจ้าปัญหานั่นให้พบ ถ้าเราหาทางติดต่อวิญญาณพวกนี้ได้สำเร็จ เราก็อาจจะได้งานตกแต่งรีสอร์ตนี่ง่ายขึ้น”

ญาณินเดินนำไปที่ซุ้มต้นเล็บมือนาง รู้สึกเหมือนมีสิ่งลึกลับดึงดูดให้เดินเข้าไป พอเดินพ้นซุ้มเล็บมือนาง ญาณินถึงกับตะลึง เมื่อเห็นบ้านไม้สักทรงไทยทั้งหลังที่ถูกทิ้งรกร้าง

ในวินาทีที่เงียบงันนั้น ญาณินถอดจิตออกจากร่างดิ่งลึกลงสู่สมาธิ...ทิ้งกายหยาบให้ทรุดนั่งพิงใต้ต้นไม้เหมือนหลับ

จิตญาณินชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกแผ่วๆ เย็นเยือกของคุณหลวง

“แม่หนู...แม่หนูญาณิน ญาณิน...ฉันรอคอยหล่อนมา...นาน...แสน...นาน”

จิตญาณินตัดสินใจเดินเข้าไปและก้าวขึ้นบันไดบ้านทรงไทยช้าๆ ยิ่งเข้าไปลึกจิตวิญญาณเธอก็ค่อยๆ จางหายไป กายหยาบของญาณินยังนั่งพิงต้นไม้เหมือนหลับอยู่ใต้ร่มไม้ครึ้ม...

ooooooo

หมอสมคิดพาอาม่ากับเจ๊หญิงขึ้นไปในห้องพิธี ผีไอ้มิ่งมายืนผมกระเซิงอยู่ หมอสมคิดถามด้วยจิตว่าขัดคำสั่งตนหรือ ผีไอ้มิ่งบอกว่ามันกลัวพระ หมอสมคิดยกกริชขึ้นมา ประกาศิตว่ายังไงก็ต้องฆ่ายายแก่นี่ให้ได้ ไม่อย่างนั้น!!

หมอสมคิดสื่อทางจิตไม่ทันเสร็จ ก็ถูกเจ๊หญิงถามขึ้นว่า อาม่าเป็นอย่างไรบ้าง หมอสมคิดเลยชะงักหันมาทำพิธี ใช้คุณไสย์สะกดจิตอาม่าให้ฝันไปตามเรื่องที่ตนแต่งขึ้น เพื่อให้อาม่ามาทำพิธีสะเดาะเคราะห์ไปเรื่อยๆ กรรมก็จะค่อยๆน้อยลง

เจ๊หญิงยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้อาม่าหาย เมื่อหมอสมคิดทำพิธีเสร็จ อาม่ากระชุ่มกระชวยลุกเดินลงไปเองได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทิ้งรถวีลแชร์ที่นั่งมาไว้ที่กลางห้องอย่างลืมไปเลย

ooooooo

จิตญาณินเข้าไปในห้องเก็บของโบราณในบ้านทรงไทย ทันทีที่เข้าไปประตูก็ปิดปัง เธอตกใจตะโกนให้เปิด ไม่ว่าจะทำอย่างไรประตูก็ไม่เปิด จนญาณินสงสัยว่าจะเป็นท่าน ถามว่า ท่านที่บอกว่ารอตนมานานแล้วใช่ไหม รออะไรอยู่หรือ

มีเสียงหัวเราะหึๆ ฟังแล้วขนลุก ญาณินเพ่งมองภาพคุณหลวงเห็นภาพนั้นนูนขึ้น...นูนขึ้น เหมือนจะพุ่งเข้าใส่เธอ ญาณินผงะถอยไปยืนกลางห้อง มีผีอีกตนหนึ่งเดินเท้าลอยจากพื้นเข้าหาทางข้างหลัง ลมพัดแรงบานหน้าต่างปิดเปิดปึงปังผสานกับเสียงหวีดร้องโหยหวนเหมือนเปรตมาขอส่วนบุญ

“พวกมัน...มาแล้ว...พวกมันมาแล้ว...หนีไปซะ!!!” เสียงคุณหลวงเร่ง ไม่ทันที่จิตญาณินจะทำอะไรก็ถูกกระชากอย่างแรงจนผงะ!

พวกที่อยู่ข้างนอกต่างเป็นห่วงญาณินที่หายเข้าไปในบ้านนานแล้วไม่ออกมาสักที แต่พวกเธอก็ถูกวิญญาณต่างๆรุมกันเข้ามา ทุกคนใช้ความสามารถพิเศษของตนต่อสู้สุดฤทธิ์ กรรณาพยายามปลุกกายหยาบของญาณินแต่ไม่ได้ผล สุคนธรสเอาขี้เถ้าในย่ามออกมาโปรยเป็นวง บอกเพื่อนๆให้อยู่แต่ในวงอย่าออกมาเด็ดขาด

ติณห์ตามมาเห็นสี่สาวซัดซ้ายซัดขวาตะโกนกันโหวกเหวกเหมือนแต่ละคนกำลังต่อสู้กับอากาศรอบตัว ก็งงว่าทำอะไร

สี่สาวยังพยายามช่วยญาณิน ตะโกนบอกกันโหวกเหวก ติณห์ตะโกนถามว่า “บ้ารึป่าวเนี่ย??”

จิตญาณินเผชิญหน้ากับวิญญาณเหล่านั้น หว่านล้อมว่าอย่าทำบาปอีกเลยไปผุดไปเกิดเถอะ แล้วตนจะทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ วิญญาณเหล่านั้นไม่เพียงไม่หนี หากยังกระโจนเข้าใส่ด้วย สุคนธรสตะโกนบอกญาณิน

พร้อมกับดึงไม้หวายออกมาหวดซ้ายหวดขวา สุดท้ายปักปลายไม้หวายลงพื้น กำจัดวิญญาณเหล่านั้นได้ราบคาบ

พริบตานั้น ร่างหยาบของญาณินฟุบลงทันที กรรณาที่เฝ้าอยู่รับไว้ทันตกใจตะโกน “อ๊าย...ยัยเจ๊เป็นไรเนี่ย!!”

ooooooo

ระหว่างที่อาม่ากับเจ๊หญิงขึ้นไปบนห้องทำพิธีนั้น ไตรรัตน์ฆ่าเวลาด้วยการเดินดูเครื่องรางของขลังที่วางขายอยู่ เขาจับผิดได้ว่า ไข่อีกาที่มาวางขายที่แท้คือก้อนหิน ปากโป้งโพล่งออกไป เลยถูกสมุนหมอสมคิดเข้ามาแย่งคืนหาว่าลบหลู่อาจารย์

เจ๊หญิงแก้ต่างให้ตี๋น้อยว่าเป็นคนขี้เล่นไม่ได้จริงจังอะไร เพราะเจ๊หญิงเป็นลูกค้ากระเป๋าหนัก สมุนจึงยอมปล่อยให้ผ่านไป

ไตรรัตน์เห็นอาม่าเดินปร๋อลงมาก็งงถามว่า อาม่าเดินมาได้ยังไง ไม่ทันหายงงก็ต้องช็อกเมื่อเห็นเจ๊หญิงเซ็นเช็คให้สมุนหมอสมคิดหนึ่งแสนบาท เจ๊รีบเอามือปิดปากตี๋ไว้ไม่ให้โวยวาย หมอสมคิดยืนมองจากหน้าต่างแสยะยิ้มอย่างแค้นใจ

ทันใดนั้น มีเสียงโลหะตกแตกดังสนั่นอยู่ชั้นบน หมอสมคิดรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องผิดปกติกับวิญญาณผีที่ส่งไปทำงาน หาญวิ่งมากระซิบอะไรบางอย่าง หมอสมคิดหน้าเครียดพรวดพราดตามหาญไปทันที
เปิดประตูเข้าไปในห้องเก็บโกศ และโถโลหะที่ใส่วิญญาณร้ายแต่ละตัวเอาไว้ เห็นสิ่งของเหล่านี้ตกแตกเกลื่อนกระจาย

“โถที่อาจารย์ขังผีเอาไว้ อยู่ๆก็แตกเองเพียบเลยครับ” กล้าถลันมารายงาน หมอสมคิดหยิบเศษโกศขึ้นดูคำราม

“นานมากแล้ว ที่ไม่มีผู้มีวิชามาลองดีกับฉัน มันเป็นใครกัน? ถึงเก่งกาจขนาดบังอาจทำร้ายวิญญาณผีตายโหงที่ฉันส่งไปทำงานได้ ฮึ่ม!”

ooooooo

กายหยาบของญาณินยังฟุบอยู่ตรงนั้น ไม่มีใครกล้าไปแตะต้อง ติณห์เดินมาถามว่าเมื่อกี้ทำอะไรกัน กรรณาบอกว่าไล่ผี ติณห์หาว่าพวกเธอมาไม่ถึงชั่วโมงก็พูดเรื่องผีอีกแล้วหรือ

กำนันพงษ์กลับมาสมทบ บอกติณห์ว่าที่นี่มีผีจริงๆ ถามสาวๆว่ามีของดีอะไรถึงได้ไล่ผีได้ สุคนธรสเกือบพลั้งปากไปแล้ว ดีแต่ยั้งไว้ทัน ปฏิเสธหน้าตาเฉยว่า “เปล่าค่ะ ไม่มี๊ไม่มี ไล่ผีอะไรกันลุงกำนัน”

ติณห์สนใจจี๋ขึ้นมา กรรณาเห็นทีเพื่อนจะถูกต้อนเลยโวยวายว่าญาณินเป็นลมตั้งนานยังไม่ฟื้นเลย ติณห์เลยหันไปอุ้มเธอเดินอ้าวไปทางบ้านพัก พวกสี่สาวทำท่าสยิวร้องกรี๊ดๆอย่างอิจฉาที่ญาณินถูกหนุ่มหล่อล่ำบึ้กอุ้ม แล้วรีบเดินตามไป

“อ้าว...หนู...เดี๋ยวสิ เรื่องไล่ผีน่ะ มันยังไงกัน??” กำนันพงษ์ร้องถามอย่างอยากรู้จริงๆ แต่สาวๆทำหูทวนลมเสีย

กำนันพงษ์เป็นญาติกับติณห์ก็จริง แต่ทำตัวเป็นสายเป็นนายหน้าขายที่ดินของติณห์ให้เสี่ยปิง ค่านายหน้าจำนวนเป็นล้านล่อใจให้หาลู่ทางที่จะทำให้ติณห์ขายที่ให้ได้ แต่ลึกๆแล้วกำนันบอกกับตัวเองว่า “เงินล้านรึ ผมไม่ได้หวังแค่นั้นหรอก”

สำหรับ 5 สาวที่จะมาทำงานแต่เจอเรื่องผีเสียก่อนเลยช่วยกันปราบผี พอเสี่ยปิงรู้ก็หัวเราะร่าเชื่อว่า 5 สาวรวมหัวกันมาหลอกติณห์มากกว่า กำนันพูดอย่างมั่นใจว่า

“เสี่ยปิง ยัยเด็กพวกนี้มันก็แค่ขนมขบเคี้ยว...คงทนผีดุๆ ที่นี่ไม่ได้กี่น้ำร้อก”

ooooooo

วางร่างญาณินลงบนโซฟาแล้ว ติณห์รีบไปเอายา สี่สาวห้อมล้อมญาณินด้วยความเป็นห่วง ครู่เดียวติณห์ ก็ถือกล่องยามา จัดแจงเอายาดมรอที่จมูกให้ ญาณินหายใจเฮือกขยับตัว แต่พอลืมตาเห็นติณห์อยู่ตรงหน้าก็โวยลั่น ทั้งผลักทั้งด่าหาว่าเขาขโมยจูบตน

ติณห์ผงะเฮือก เอามือแตะหน้าผากเธอถามว่าลืมกินยาระงับประสาทหรือเปล่า ท่าทางจะอาการหนัก

“ฉันจะบอกอะไรให้นะ ที่คนงานตกแต่งรีสอร์ตคุณพากันทิ้งงานไปหมดก็เพราะที่นี่มีผีเยอะแยะ ชุมเป็นฝูงลิงเลย”

ติณห์สวนไปทันทีว่าผีไม่มีจริงๆ ญาณินโต้ว่าผีมีจริงๆ เพนนีที่เห็นติณห์อุ้มญาณินมาเพิ่งมาถึง เธอแหวกเข้ามาแหว

“หยุดสร้างเรื่องมาอ่อยเหยื่อเสียที ติณห์เขาไม่เซ่อหลงกลหรอก” เพนนียังกล่าวหาว่าญาณินสำออยหวังจะจับติณห์ไปเป็นสามี

ญาณินยิ้มเยาะบอกว่าอย่างติณห์ไม่ได้อยู่ในสายตาตนเลยแม้แต่นิดเดียว ติณห์เองก็เย้ยคืนว่า อย่างเธอก็ไม่ใช่สเปกตนเหมือนกัน

สุคนธรสได้ทีเสนอว่าเมื่อเป็นอย่างนี้ก็เยี่ยมเลย ทำงานกันได้สบายหายห่วง ขอให้มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าจะไม่มีเรื่องชู้สาวเกิดขึ้นเด็ดขาด เพนนีถลึงตาใส่ถามว่า “ใครบอกว่าติณห์จะจ้างพวกเธอทำงานหา!”

“ผมจะจ้าง!!” ติณห์บอก เพนนีตกใจ ส่วนสี่สาวกระโดดโลดเต้นดีใจกันยกใหญ่

แต่ติณห์ก็มีแผนแก้เผ็ดอีกตามเคย เขาบอกว่าอยากรู้ฝีมือการทำงานของพวกเธอว่าจะเก่งเหมือนปากหรือเปล่า สั่งว่า

“เอาแบบแปลนของรีสอร์ตไปดู แล้วพรุ่งนี้ 10 โมงเช้า คุณต้องมาพรีเซนต์ไอเดียคุณให้ผมฟัง ต้องการทราบแอตติจูด...เออะ...ทัศนคติของคุณ”

ญาณินอ้าปากค้างกับเวลาที่น้อยนิด ติณห์มองเหยียดๆ บอกว่า “ถ้าคุณทำไม่ได้ ก็เชิญกลับไปได้”

ooooooo

หลังจาก 5 สาวปรึกษากันแล้ว ญาณินกับกรรณามายืนส่งสามสาวขึ้นรถตู้ของรีสอร์ต กรรัมภาถามญาณินอย่างกังวลว่า แน่ใจหรือว่าอยู่กันสองคนจะระดมไอเดียทันในคืนเดียว

ญาณินส่ายหน้า แต่ยืนยันว่ายังไงก็จะพยายามสุดชีพ เพื่อบริษัทของเรา เนตรสิตางศุ์บอกว่าตนอยากอยู่ช่วย แต่ติดที่ยังไม่ได้บอกพี่ณัฐ ส่วนสุคนธรสก็มีนัด   กินข้าวกับเสี่ยจำเริญไว้แล้ว

“ไม่เป็นไร...ฝากเธอ 3 คนดูออฟฟิศด้วยแล้วกัน ทางนี้ฉันกับยัยกรรณจะเอาชนะตาฝรั่งขี้เก๊กให้ได้” ญาณินมั่นใจ แล้วทั้งหมดก็กำหมัดชูร้องสู้ๆ ให้กำลังใจกัน

ฝ่ายหมอสมคิดฟังกำนันพงษ์รายงานเรื่อง 5 สาวไปปราบผีที่รีสอร์ตของติณห์ ก็ขบกรามอาฆาต

“ผู้หญิงเหรอ! ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย มันมีวิชาอาคมอะไรถึงกับจัดการกับวิญญาณของฉันได้...ตอนนี้พวกมันยังอยู่ที่รีสอร์ตรึเปล่า...อยู่แค่ 2 คนเหรอ...ไม่เป็นไร เว้นช่วงไปก่อนสักพัก ให้มันตายใจไปก่อน แล้วมันจะได้เจอกับของจริง!”

ooooooo

ณัฐเดชกำลังไปที่สถาบันนิติเวช  เพื่อไปทำคดีเกี่ยวกับการตายของนางเอกละครเวที เขาพาเนตรสิตางศุ์ไปด้วย พอเธอก้าวเข้าไปในสถาบันเท่านั้น ก็เห็นวิญญาณในสภาพเละ มีมีดดาบฟันคาหัวเดิน
ผ่านหน้าไป เธอตกใจอุทาน ณัฐเดชถามน้องสาวอย่างเป็นห่วงว่า ที่นี่มีวิญญาณเยอะ ไหวไหม

“ไหวค่ะ เนตรมีแว่นตาลงอาคมที่ยัยรสให้ไว้” เธอหยิบแว่นดำมาใส่อวดพี่ชายว่า “แค่นี้ก็ไม่เห็นแล้วค่ะ”

ณัฐเดชให้น้องนั่งรอข้างนอก ตนจะเข้าไปคุยกับหมอนิติเวชในห้องพิสูจน์ศพ กำชับน้องอย่าไปไหน เดี๋ยวตนก็กลับมา

ขณะเนตรสิตางศุ์ใส่แว่นดำนั่งรออยู่นั้น หมอวรวรรธที่ถูกเรียกตัวมาพบกับณัฐเดชด่วน เดินมาอย่างรีบร้อน พลางล้วงกระเป๋ากางเกงหาของ ทำให้เศษสตางค์หล่นออกมาหลายอัน  เขาไล่เก็บทีละอัน พออันสุดท้ายก็มีมือยื่นเหรียญมาให้  หมอวรวรรธรับไปงงๆ เห็นเธอใส่แว่นดำก็นึกว่าตาบอด ถามว่าทำไมเธอจึงเห็นเหรียญ

เนตรสิตางศุ์โมโหด่าเขาว่าเสียมารยาท  พลางถอดแว่นให้ดูว่าตนไม่ได้ตาบอด แต่พอเธอถอดแว่นออก หมอวรวรรธถึงกับมองตะลึงราวกับถูกศรรักปักอกในฉับพลัน แต่เนตรสิตางศุ์กลับช็อกเมื่อถอดแว่นลงอาคมออกแล้วเห็นวิญญาณมากมายตามมาขอส่วนบุญจากหมอวรวรรธเต็มไปหมด

“ผี!!” เนตรสิตางศุ์ร้องแล้ววิ่งหนี หมอวรวรรธไม่พอใจหาว่าเธอด่าแล้ววิ่งหนีเลยวิ่งตามไปจะเอาเรื่อง

หมอวรวรรธไล่ตามไปทัน คาดคั้นให้บอกมาว่าหนีตนทำไม พยายามจะดึงแว่นออกจากหน้าเนตรสิตางศุ์ เธอปัดป้อง ก็พอดีณัฐเดชเดินมาเจอ เขาพุ่งเข้าชกหมอวรวรรธ  ดีที่หมอจับหมัดไว้ทัน พอเผชิญหน้ากันก็จำกันได้ ถึงความไม่พอใจในอดีตที่เคยแข่งกันจีบดาวมหาวิทยาลัยกันมาก่อน

ณัฐเดชถามน้องสาวว่าถูก “ไอ้ตาหนู” มันทำอะไร บอกมาเดี๋ยวนี้

“เปล่าค่ะ...แค่เข้าใจผิดกันน่ะค่ะ พอดีเนตรเห็นวิญญาณผีรอบตัวเขา เนตรก็เลยวิ่งหนี เขาก็เลยสงสัยวิ่งตามมาถามว่า เนตรวิ่งหนีเขาทำไม”

หมอวรวรรธขำก๊าก  ถามว่าเมื่อกี้เธอเห็นวิญญาณหรือ ณัฐเดชตาขวางปรามว่าห้ามหัวเราะเยาะน้องสาวตน

หมอวรวรรธหน้าเจื่อนเมื่อรู้ว่าเธอเป็นน้องสาวของณัฐเดช รีบขอโทษเธอ แนะนำตัวเองว่าเป็นรุ่นน้องของพี่ณัฐ แล้วจะแยกไป บอกว่ามีงานด่วน ต้องขออภัยด้วยที่ทำให้เสียเวลา

“ไอ้จอมดอด...ไอ้ย่องตอด...ไอ้แมวขโมย!!” ณัฐเดชด่าเบาๆอย่างหัวเสีย

ตอนที่ 3

ไตรรัตน์พาสามสาวขึ้นไปชั้นบนอย่างฮึดฮัดขัดใจ แต่ขึ้นไม่ทันถึงห้องอาม่า สุคนธรสก็ชะงักทำจมูกฟุดฟิด กรรัมภาถามว่าได้กลิ่นหรือ เนตรสิตางศุ์ถามว่า กลิ่นเป็นยังไง

“เออ...กลิ่นแปลกๆผสมปนเป ข้างบนต้องมีอะไรแน่ๆ” สุคนธรสยังสำรวจกลิ่นต่อไป ยิ่งขึ้นไปกลิ่นก็ยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าห้องอาม่า ไตรรัตน์ร้องบอกอาม่าว่าตนพาเพื่อนมาไหว้อาม่า ระหว่างนั้นสามสาวหันไปซุบซิบกัน

ตอนที่ 4

หมอสมคิดนั่งหลับตาบริกรรมคาถาอยู่ในสำนักท่ามกลางควันกำยานอบอวล เขาขมวดคิ้วเมื่อรับรู้ถึงเหตุที่เกิดขึ้นกับผีร้ายของตน

อึดใจเดียวผีนายธรรมก็โผล่ทะลุผนังร้องลั่นเข้ามาจับมือข้างที่ถูกบ่วงสายสิญจน์จนลุกเป็นไฟ หมอสมคิดถามใครทำ มันบอกว่า “ผู้หญิง...ผู้หญิงจอมขมังเวทย์”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 08:44 น.