ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สื่อรักสัมผัสหัวใจ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่เจดีย์เก็บอัฐิ หมอวรวรรธมองรูปวาโยที่ติดอยู่ บอกว่าหน้าเธอเหมือนใบหม่อนราวกับเป็นคนเดียวกัน แต่เนตรสิตางศุ์ที่เห็นวาโยยืนอยู่ตรงหน้าถามว่า

เธอเกี่ยวข้องกับหมอรุทธ์ใช่ไหม วาโยพยักหน้าเศร้าๆ

“นามสกุลเดียวกับหมอรุทธ์ หรือว่าคุณเป็นภรรยาหมอรุทธ์” เนตรสิตางศุ์ถามอีก วาโยพยักหน้า “แล้วคุณตายยังไงคะคุณวาโย”

ทันใดนั้นเอง เนตรสิตางศุ์เห็นที่ง่ามนิ้ววาโยมีรอยเขี้ยว 2 เขี้ยวมีเลือดไหลซิบๆ แล้ววาโยก็กระอักเลือดพร้อมกับร่างที่ลุกไหม้เกรียมอย่างน่าสยดสยอง

“กรี๊ดดดดด” เนตรสิตางศุ์ร้องสุดเสียงด้วยความตกใจ หมอรีบเข้าประคองถามว่าเป็นอะไร เธอพูดเสียงสั่นว่ากลัว ครั้นหมอบอกให้ไปจากตรงนี้เสีย เธอกลับไม่กล้าเดิน เพราะเห็นภูตร้ายรายล้อมเป็นกำแพงดำทะมึน เธอกลัวจนกอดหมอไว้แน่น อานุภาพสร้อยข้อมือที่หมอใส่ทำให้พวกภูตผีไม่กล้าเข้ามา

ขณะกำลังคับขันนั่นเอง กุมาริกาที่พอใจกับชื่อโกลเด้นเบบี๋ที่ติณห์เรียก และขอให้ทุกคนเรียกแบบนี้ ก็โผล่มาช่วย บอกทั้งสองว่าญาณินเป็นห่วงบอกให้ตนรีบมาดู แล้วให้ทั้งสองรีบหลบไปตนจะคอยสกัดพวกภูตผีเหล่านี้ไว้เอง

ooooooo

ติณห์ตามญาณินไปจนถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ในรีสอร์ต ญาณินหยุดหันมาบอกให้เขาถอดสร้อยเขี้ยวเสือไฟคืนตนก่อนได้ไหม ตนจะเอาไปทำธุระ ติณห์ลังเลถามว่าถอดแล้วตนจะปลอดภัยไหม

“ฉันอยู่ที่นี่ทั้งคน คุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”

ติณห์ถอดสร้อยส่งให้ ณาณินจะรับแต่กลับชักมือกลับทำให้สร้อยหล่น พอติณห์จะก้มเก็บก็ถูกเธอผลัก ดันไปจนติดต้นไม้แล้วยั่วยวนชวนหาอะไรทำสนุกๆกันดีกว่า ทำเอาติณห์งงกับท่าทีแปลกๆของเธอ

ญาณินชวนติณห์ลงไปเล่นน้ำ เขาลังเลก็ถูกเธอดึงจนตัวปลิวไป เขาร้องอย่างตกใจกับพลังมหาศาลของเธอ

เมื่อดึงติณห์ไปถึงริมสระน้ำ จู่ๆเธอก็หายไป ติณห์ตกใจมองไปในสระเห็นเธอผลุบโผล่แล้วหายไป เขาตกใจโดดลงไปช่วย

เมื่อโดดลงไปเจอญาณินกลายเป็นนางผีพรายตาแดงก่ำอยู่ใต้น้ำ ติณห์ตกใจจะว่ายน้ำหนี ถูกผีพรายดึงไว้ดิ้นไม่หลุด

ที่รีสอร์ต เมื่อถึงเวลานัด ญาณินมาไม่เห็นติณห์ เรียกก็ไม่มีตอบ เธอเอะใจถอดจิตออกมองหา จึงเห็นติณห์เดินตามเงาดำไป

“แย่แล้ว...คุณติณห์!!”

ที่แท้กำนันพงษ์เป็นคนทำพิธีส่งนางพรายไปล่อติณห์หมายกำจัดเสีย กำนันทำพิธีอยู่ที่บ้าน ตรงหน้ามีซากมือผู้หญิงเล็บยาวที่เนื้อแห้งติดกระดูกวางอยู่

“ซากมือนางพราย” นี้เป็นมรดกที่นายเกิดผู้เป็นพ่อให้กำนันพงษ์ไว้ นายเกิดเคยใช้นางพรายนี้ลากนายสังข์ลงน้ำ เพราะนายสังข์เริ่มสงสัยว่านายเกิดเป็นคนฆ่าคุณหลวง แล้วให้นางพรายกักขังวิญญาณนายสังข์ไว้แต่นั้นมา

ooooooo

ญาณินตามไปจนเห็นสร้อยเขี้ยวเสือไฟตกอยู่ใต้ต้นไม้ เธอตามไปจนถึงสระน้ำ โดดน้ำลงไปช่วยติณห์ที่ถูกนางพรายดึงลึกลงใต้น้ำกำลังจะขาดใจ เธอพุ่งเข้าไปหมายเอาสร้อยเขี้ยวเสือไฟคล้องคอให้ติณห์ ถูกนางพรายขัดขวางแผดเสียงกรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราด

คู่หูต่างวัย หลวงลุงกับโกลเด้นฯ กำลังเล่นกระโดดเชือกกันอยู่ ได้ยินเสียงแหลมบาดหูจากสระน้ำ โกลเด้นฯ บอกว่านั่นไม่ใช่เสียงคน ต่างเอะใจว่าต้องมีเรื่องผิดปกติแน่ๆ รีบชวนกันไปดู

ญาณินต่อสู้กับนางพราย เหวี่ยงตะกรุดไปคล้องคอมันได้ นางพรายกรีดร้องอย่างเจ็บปวดสาหัสแล้วร่างก็ค่อยๆแห้งกลายเป็นโครงกระดูกศพตายซาก จมดิ่งลงก้นแม่น้ำหายไป

“อโหสิกรรมให้ฉันด้วย ขออย่าได้จองเวรจองกรรมกันอีกเลย” ญาณินเอ่ย แล้วรีบไปช่วยติณห์ที่กำลังแย่ เธอประกบปากให้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของตัวเอง ติณห์รอดแต่เธอหมดสติ ร่างเธอค่อยๆจมดิ่งลงไปสู่ก้นแม่น้ำ...

ติณห์พุ่งไปอุ้มร่างญาณินขึ้นฝั่ง พยายามร้องเรียกอย่างไรเธอก็ไม่รู้สึกตัว จนจิตญาณินกลับเข้ากาย หยาบของตัวเองเห็นติณห์กำลังก้มประกบปากช่วยผายปอด เธอผวาเฮือกเขิน จนทำหน้าไม่ถูก

ญาณินเชื่อว่า คนที่ส่งนางพรายมาเอาชีวิตติณห์ต้องเป็นคนที่มีวิชาอาคมแก่กล้ามาก ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่กำนันพงษ์กำลังหัวเสียที่ต้องเสียนางพรายไป คำรามอย่างแค้นใจ

“ไม่เคยมีใครหน้าไหนปราบมันได้ เป็นไปได้ยังไง มันจะต้องมีเรื่องยุ่งยากมากตามมาแน่...”

กำนันพงษ์เชื่อว่าวิญญาณนายสังข์หลุดจากบ่วงพันธนาการแล้วแน่ๆ ถ้าวิญญาณนายสังข์หลุดมาความจริงทั้งหมดในอดีตที่ถูกเก็บงำไว้ก็จะถูกแฉออกมา บอกสนอย่างว้าวุ่นว่า

“ในอดีตมันมีความลับมากมายซ่อนอยู่ โดยเฉพาะการตายของคุณหลวง ซึ่งเป็นการตายที่ทำให้ความลับทุกอย่างของตระกูลนี้มันดำมืด ซึ่งต้องรู้ข้อมูลลับเท่านั้นจึงจะรู้ว่าในที่ดินแดนแห่งนี้มีทรัพย์สมบัติมากมาย” บอกสนว่า “เราต้องครอบครองดินผืนนี้ให้ได้ แล้วก็ดึงไอ้ทองพวกนั้นออกจากที่ซ่อน”

ooooooo

ที่ริมแม่น้ำ ทั้งญาณิน ติณห์ คุณหลวง และโกลเด้นฯ เจอกับวิญญาณของนายสังข์ที่หลุดจากบ่วงพันธนาการโผล่ขึ้นมา นายสังข์ดีใจมากที่เจอคุณหลวง ตรงเข้ากราบด้วยความจงรักภักดี

ญาณินขอให้นายสังข์เล่าถึงการตายของตัวเองที่เล่าลือกันว่านายสังข์เมาแล้วถูกผีคุณหลวงหลอกไปกดน้ำ

“เป็นผีมืออีนังพรายที่หมอผีพม่าส่งมาขอรับ” นายสังข์เล่าอย่างเจ็บแค้นว่า นางพรายปลอมเป็นคุณหลวงเรียกตนลงจากเรือนแล้วลากไปกดน้ำ แล้วขังวิญญาณตนไว้ที่ก้นแม่น้ำ หันบอกญาณินว่า “กระผมต้องขอบใจนายผู้หญิงคนนี้ ที่ช่วยปลดปล่อยวิญญาณกระผมให้หลุดพ้นความทุกข์ทรมานเสียที”

“ฉันก็ต้องขอบคุณนายสังข์ที่มาช่วยเปิดเผยความจริงว่าคุณหลวงไม่ใช่ฆาตกรที่ฆ่าคนสนิทของตัวเอง” ญาณินเอ่ย

ส่วนเรื่องการตายของคุณหลวงนั้น นายสังข์บอกว่าตนไม่รู้จริงๆ แล้วด้วยความกตัญญูจงรักภักดีต่อคุณหลวง ก่อนไปวิญญาณนายสังข์บอกว่า

“นายคมขอรับ...กระผมคิดว่าเหลือนายคมคนเดียวที่รู้ดีว่าใครเป็นคนฆ่าท่าน”

เมื่อติณห์พาญาณินไปที่บ้านพักของตัวเอง เธอติงว่าน่าจะพาไปที่บ้านพักของตน ติณห์ไม่ยอมบอกว่าต่อจากนี้ตนจะไม่ยอมปล่อยให้เธอห่างสายตาอีกแล้ว เดี๋ยวจะถูกผีผู้หญิงตัวนั้นมาเอาตัวไปอีก

ส่วนเรื่องสาเหตุการตายที่แท้จริงของคุณหลวง เธอเสนอว่าเราต้องกลับไปหานายคมอีกครั้ง มั่นใจว่านายคมกุมความจริงเรื่องนี้ไว้

ooooooo

สุคนธรสเอาน้ำมนต์จากหลวงลุงมาให้บรรดาที่ถูกหมอผีสมคิดทำของใส่ดื่ม จนร่างกายสดชื่นขึ้นเธอบอกไตรรัตน์ว่า ตนจะต้องจัดการกับหมอผีสมคิด แต่คืนนี้จะต้องหาของสิ่งนั้นให้เจอ ทำพิธีแก้ไขอาการแม่เขาก่อน โดยมีหลวงลุงช่วย จากนั้นทุกอย่างก็จบ!

เคธี่เฝ้ามองความสัมพันธ์ระหว่างไตรรัตน์กับสุคนธรสอย่างริษยา จ้องยันต์ 9 ชั้นที่ติดตรงประตูอย่างหมายมาดว่าต้องทำอะไรสักอย่างกับยันต์นั้น เพราะได้ยินสุคนธรสกำชับทั้งเจ๊หญิงและเสี่ยจำเริญให้อยู่แต่ในห้องนี้แล้วจะปลอดภัย

ระหว่างที่หมอวรวรรธพาเนตรสิตางศุ์กลับนั้น หมอแวะมุมสวยที่ริมถนนอย่างไม่อยากกลับถึงเร็ว เนตร–สิตางศุ์ยังครุ่นคิดเรื่องใบหม่อนกับวาโย เธอปรารภว่า

“ผู้หญิงที่หน้าเหมือนกัน 2 คนนี้มีชะตากรรมที่น่าสงสาร คุณใบหม่อนถูกวางยาตาย คุณวาโยเธอก็ตายอย่างสยดสยอง ถามหมอเกี่ยวกับการตายของวาโยว่า “หมอสันนิษฐานได้ไหมคะว่าอาการแบบนี้เธอเป็นอะไร”

“คล้ายคนที่ได้รับพิษจากบาดแผลที่หว่างนิ้ว แต่ไฟ...คืออะไร ผมไม่เข้าใจ”

“ถ้างั้นเรากลับกันเถอะค่ะหมอ เนตรจะต้องรีบหาข้อมูลให้ได้ว่าคุณวาโย ใบหม่อน หมอรุทธ์ 3 คนนี้เกี่ยวข้องกันยังไง”

ที่พัทยา หมอรุทธ์ลงไปห้องที่เลี้ยงสัตว์ทะเล แต่ประตูเปิดออกจากด้านในก่อน ลาภนั่นเอง เขาถามหมอว่าไปไหนมาหรือ หมอไม่ตอบแต่ย้อนถามว่าแล้วเขาไม่เห็นบอกว่าจะลงมาที่นี่

ลาภอ้างว่าตนมาให้อาหารสัตว์ทะเลพวกนี้ หมอชมว่าเอาใจใส่ดีมาก แล้วพล่ามเหมือนคนเป็นโรคจิตว่า

“นอกจากความงามของผู้หญิงแล้ว ไม่มีอะไรทำให้ฉันหลงใหลคลั่งไคล้ได้เท่าสัตว์มีพิษพวกนั้น ความงดงามที่เชิญชวนของพวกมันซ่อนเร้นไว้ด้วยพิษร้ายที่น่าอัศจรรย์ใจ หึๆๆ”

หมอรุทธ์ถามลาภว่าชอบอะไรมากกว่ากันระหว่างหอยเต้าปูนกับงูทะเลปล้องดำ ลาภอึกอัก หมอเลยตัดบท

“ลืมไปว่าแกมันไม่รู้เรื่องอะไรเลย” แล้วก็อธิบายถึงสัตว์สองตัวนี้ว่า “หอยเต้าปูนมันเคลื่อนไหวช้า มันจึงมีเข็มพิษเอาไว้ล่าเหยื่อ ทำให้เหยื่อหมดสติก่อนจะโดนกิน ส่วนงูทะเลมีพิษรุนแรง ทำลายระบบกล้ามเนื้อ ปากมันเล็กมาก มันจึงกัดเราได้เฉพาะตามง่ามนิ้วมือ นิ้วเท้าเท่านั้น เป็นไงไอ้ลาภ ฟังแล้วแกชอบแบบไหนวะ”

“ชอบทั้งสองชนิดเลยครับ แล้วแต่ว่าเราจะใช้ให้เหมาะกับอะไร...”

เมื่อกลับถึงบริษัทซิกซ์เซ้นส์ เนตรสิตางศุ์เล่าข้อมูลที่ได้มาให้เพื่อนๆฟัง แล้วบอกก๊องให้รีบค้นหาประวัติของวาโยทางอินเตอร์เน็ต ก๊องรับคำทำทันทีอย่างเอาการเอางาน

ooooooo

กำนันพงษ์ต้องการกำจัดติณห์ให้ได้ เขาไปยุยงเปรมหมายยืมมือเปรมกำจัดติณห์ว่า

“คุณเปรม นอกจากที่ติณห์มันทำให้น้องสาวคุณเป็นบ้าไปแล้ว ตอนนี้นายติณห์กำลังหาทางเอาคืน

เสี่ยปิงพ่อคุณอีกด้วย มันจะแจ้งความเรื่องที่ดินที่พ่อคุณครอบครองโดยไม่มีโฉนด ผมว่าคุณเปรมควรชิงลงมือก่อน รีบให้ยาสั่งมันเสีย”

เปรมเต้นผางคำรามบ้าบิ่น “ไม่หยุดนะมึงไอ้ติณห์ เจอกูแน่!”

กำนันมองอย่างพอใจที่แผนตนสำเร็จง่ายดาย

ก๊องค้นหาประวัติวาโยไม่นานก็เจอในแฟ้มข่าวอุบัติเหตุ เรียกพวกสาวๆมาดู เป็นพาดหัวข่าวในหนังสือพิมพ์ เวลานั้นว่า “วาโย ภรรยาหมอรุทธ์ แพทย์ศัลยกรรมชื่อดัง รถคว่ำตายสยอง ไฟไหม้ทั้งคัน”

ข่าวนี้ยิ่งย้ำหนักแน่นว่า วาโยไม่ใช่ใบหม่อน กรรณา ยุให้กรรัมภาเอามือแตะเพื่อดูเหตุการณ์เวลานั้น กรรัมภาโวยว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเอามือแตะคอมพิวเตอร์แล้วเห็นอะไรต่อมิอะไร

“แต่สำหรับตำรวจอย่างพี่ อะไรที่ยังไม่ลองทำดู ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าทำไม่ได้” ณัฐเดชพูดแทรกเข้ามา

กรรัมภาจึงลองทำดู เธอเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนว่า วาโยถูกงูที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าถือกัดก่อนที่จะถูกรถสิบล้อพุ่งชนจนเกิดไฟลุกไหม้ทั้งคนทั้งรถ

“พอคุณวาโยตายไปแล้ว หมอรุทธ์ก็เลยหาเหยื่อจากลูกค้าที่มาทำศัลยกรรมให้มีหน้าสวยเหมือนเมีย

ตัวเอง” ณัฐเดชวิเคราะห์ ก๊องเสริมว่าเหยื่อรายนั้นก็คือ

ใบหม่อน แล้ววิเคราะห์ต่ออย่างมั่นใจว่า

“ทีนี้พอใบหม่อนตายไปแล้ว หมอรุทธ์ก็คงกำลังหาเหยื่อรายใหม่มาทำศัลยกรรมหน้าให้เหมือนเมีย

ตัวเองอีก ซึ่งเหยื่อรายต่อไปก็อาจจะเป็น...” ก๊องทิ้งไว้แค่นั้น พวกสาวๆหันมองหน้ากรรัมภาพูดพร้อมกันว่า

“ยัยแก้ม!!”

กรรัมภาตกใจ ทันใดก็มีเสียงโทร.เข้ามือถือณัฐเดช พอเขาคุยเสร็จ เขาบอกก๊องให้รีบเปิดดูเมลบริษัทเพราะเพื่อนส่งข้อมูลคดีการตายของวาโยมาให้

ก๊องเปิดเมลอย่างมืออาชีพ พอเจอทั้งศพและรถในที่เกิดเหตุ ก๊องอ่านให้ทุกคนฟัง

“คุณวาโยเคยอยู่ที่อเมริกา จนได้สัญชาติอเมริิกัน พบรักกับหมอรุทธ์จดทะเบียนกันที่อิลลินอยส์เมื่อ 8 ปีก่อน พอพ่อแม่เธอเสีย ก็ย้ายมาอยู่เมืองไทยกับหมอรุทธ์ได้ไม่นานก็ตาย”

เนตรสิตางศุ์ซึ่งนั่งอึดอัดมานาน พูดอย่างเป็นการเป็นงานว่า วิญญาณของวาโยยังไม่ได้ไปผุดไปเกิดเพราะยังมีบ่วงพันธนาการจิตใจเธออยู่ไม่ให้ปล่อยวาง เพราะเธอไม่รู้ว่าถูกใครฆ่า เนตรสิตางศุ์บอกทุกคนว่า

“สิ่งที่เหมือนกันระหว่างคุณใบหม่อนและคุณวาโย นอกจากจะใบหน้าเหมือนกันแล้ว ทั้งคู่ยังเสียชีวิตเพราะพิษจากสัตว์ทะเล ซึ่งมีอยู่ในห้องใต้ดินบ้านหมอรุทธ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ยัยแก้มก็เคยบอกว่าคนที่ถือจดหมายขู่เนตร สวมถุงมือแพทย์ด้วย”

ฟังเนตรสิตางศุ์แล้วทุกคนพากันอึ้ง

ooooooo

เคธี่ไปหาหมอผีสมคิดให้ช่วยทำเสน่ห์มัดใจไตรรัตน์ หมอผีให้เธอไปเอาลายเซ็นมอบอำนาจให้ตนเป็นผู้จัดการมรดกจากเสี่ยจำเริญและเอายันต์

9 ยอดออกจากประตูออกเป็นข้อแลกเปลี่ยน ทั้งยังสัญญาว่าถ้าทำสำเร็จจะได้ส่วนแบ่งจากตลาดหญิงจำเริญและได้แต่งงานกับไตรรัตน์แน่นอน

กลับถึงบ้าน เคธี่เจออาอี๊ถือจานผลไม้สองใบ

จะเอาไปให้เจ๊หญิงและเสี่ยจำเริญ เคธี่อาสาขอเอาไปป้อนเสี่ย อาอี๊จึงเอาอีกจานไปให้เจ๊หญิง

เมื่อเข้าไปในห้องเสี่ยจำเริญ เคธี่เอาจานฟาดหัวเสี่ยจนหมดสติ จากนั้นจับมือเสี่ยปั๊มหัวแม่มือในใบมอบอำนาจ แล้วจัดท่านอนเสี่ยเหมือนนอนหลับทั้งที่เสี่ยหมดสติไปแล้ว จากนั้นไปดึงยันต์ออกจากประตู

ทันทีที่ผ้ายันต์หลุด เจ๊หญิงก็สะดุ้งเฮือก ตาเบิกโพลงไร้แวว สีหน้าเหี้ยมเกรียม ลุกเดินออกจากห้องไปทั้งที่อยู่ในชุดนอน ตรงดิ่งไปหาหมอผีสมคิดเหมือน

ถูกสะกดจิต เคธี่รีบเอาเอกสารให้เจ๊หญิง แล้วพาไปส่งให้ไอ้หาญกับไอ้กล้าที่เอารถมารอรับเจ๊อยู่หน้าบ้าน

สุคนธรสกับไตรรัตน์ช่วยกันขุดหาหุ่นที่ถูกฝังถึง 2 คืนจึงเจอ แต่มีปัญหาว่าจะแก้คาถาได้ต้องมีมีดที่ตัดลูกนิมิต 9 วัด ถึงจะทำลายอาคมได้

ขณะที่กำลังว้าวุ่นหาทางไปเอามีดที่หลวงลุงนั่นเอง หลวงลุงก็ปรากฏตัวขึ้น ทุกคนดีใจ ยกเว้นเคธี่

ถึงกับหน้าซีดเผือด เหงื่อแตกพลั่ก หลวงลุงก็เร่งทำพิธีแข่งกับเวลา พอหลวงลุงตัดผ้ายันต์ขาด วิญญาณเป็นควันดำก็ลอยออกจากหม้อ

เจ๊หญิงไปถึงสำนักหมอผีสมคิดพร้อมซองเอกสาร หมอผีเร่งให้ส่งซองเอกสารให้ เจ๊ยังไม่ยอมให้  ก้มกราบท่องคาถาบูชาหมอผียาวเหยียดอย่างไม่มีทีท่าจะจบ จนหมอผีทนไม่ไหวร้องขัดจังหวะให้รีบส่งเอกสารให้เร็วๆ

เป็นวินาทีที่หลวงลุงทำพิธีเสร็จพอดี เจ๊ก้มกราบหมอผีสมคิด แต่พอเงยหน้าขึ้นแววตาก็เปลี่ยนไปกลายเป็นเจ๊หญิงคนเดิม เจ๊มองงงๆ ถามว่าตนมาที่นี่ทำอะไร มาตั้งแต่เมื่อไหร่ หมอผีเร่งรัดขอเอกสาร เจ๊ทำท่าจะให้เอะใจเปิดดู พอเห็นเป็นใบเซ็นยินยอมแต่งตั้งให้หมอผีสมคิดเป็นผู้จัดการมรดกเท่านั้น เจ๊โวยวายลั่น

“ฉันทำบ้าอะไรแบบนี้เนี่ย แล้วนี่...ว้าย...ทำไมฉันอยู่ในชุดนอน บ้าๆๆ!”

หมอผีสมคิดรู้ทันทีว่ามีคนมาแก้อาคมของตนแล้ว สั่งไอ้หาญกับไอ้กล้าให้จับเจ๊หญิงไว้อย่าให้หนีไปได้ สั่งให้ส่งเอกสารให้ตนเร็วๆ

ขณะหมอผีสมคิดกำลังร้อนใจนั่นเอง ไตรรัตน์กับสุคนธรสก็วิ่งเข้ามา เมื่อชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นให้เจ๊หญิงเข้าใจแล้ว เจ๊ถึงกับร้องไห้โฮ กราบขอบพระคุณหลวงลุงที่เมตตาช่วยตนให้พ้นจากอาคมของหมอผีสมคิด

เมื่อกลับถึงบ้าน เจ๊ดีใจมากเมื่อเห็นเสี่ยจำเริญหายเป็นปกติแล้ว เสี่ยบอกเจ๊งงๆว่า

“ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆมันก็หายเอง แต่หัวโนนิดหน่อย สงสัยตกเตียงหรืออะไรสักอย่างนี่แหละ”

“ทำใจให้สบายเถอะโยม ทุกอย่างจะค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดี ที่โยมถูกชักจูงให้หลงเชื่อไปอย่างนี้ ก็เพราะตอนนี้เป็นช่วงกรรมเก่า และเจ้ากรรมนายเวรย้อนมาสนองครอบครัวโยม แต่มันยังไม่พ้นเคราะห์เสียทีเดียวหรอกนะ ยังมีเคราะห์อยู่...อีกระลอกหนึ่ง แต่ขอให้ทุกคนอยู่ในศีลในธรรมเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน แล้วธรรมจะคุ้มครองผู้ประพฤติธรรมเอง”

ไตรรัตน์ถามว่าตนจะบวชเลยดีไหม หลวงลุงให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน ถึงเวลานั้นแล้วค่อยบวช

ooooooo

ติณห์และญาณินเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อคุยกับตาคม ณัฐเดชนัดจะไปพบกันที่โรงพยาบาล แต่ก่อนที่พวกเขาจะไปถึง นายคมก็ถูกกำนันพงษ์มาหลอกว่าจะพาไปรักษาตัวที่อื่นลักพาตัวไปก่อน

นายคมรู้ตัวว่าไม่ชอบมาพากล พยายามขัดขืนร้องโวยวาย จนณัฐเดชกับติณห์ไล่ตามไปทัน กำนันพงษ์จึงทิ้งนายคมหนีไป

ณัฐเดชกับติณห์รีบเข้าไปดูแลนายคม ณัฐเดชบ่น “หลุดไปจนได้...” ส่วนกำนันพงษ์หลบไปแล้วก็คำรามแค้น “โชคดีนะมึง ไอ้คม!!”

หลังจากนั้นณัฐเดชทำเรื่องขอย้ายนายคมไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอื่น นายคมระแวงจะไม่ยอมไป จนญาณินต้องหว่านล้อมบอกว่า ย้ายไปเพื่อความปลอดภัยของนายคมเอง จากนั้นติณห์เผยตัวเองว่า

“ผมแค่อยากได้คำตอบจากปากของคุณตา ว่าใครเป็นคนฆ่าคุณหลวงพิชัยภักดีคุณตาของผม” ทำให้นายคมยิ่งตกใจ ปฏิเสธพัลวันว่าตนไม่รู้เรื่อง

เมื่อหว่านล้อมอย่างไรนายคมก็ไม่ยอมเปิดปาก ญาณินจึงให้ติณห์ถอดสร้อยเขี้ยวเสือไฟออก แล้วให้

คุณหลวงเข้าร่างเขา ตะคอกเป็นเสียงคุณหลวงว่า

“ไอ้คม! มึงบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าใครฆ่ากู”

นายคมตกใจละล่ำละลักเล่าความจริงทั้งหมดว่า เป็นฝีมือของนายเกิดกับลำดวน เหตุเพราะนายเกิดรักอยู่กับลำดวน เมื่อคุณหลวงนำลำดวนมาชุบเลี้ยงจึงแค้นวางแผนฆ่า โดยลำดวนไปเอายาพิษจากญาติที่เป็นหมอผีอยู่กลางป่า ใส่อาหารให้คุณหลวงวันละนิด...ๆ จนสุดท้ายเมื่อคุณหลวงเริ่มมีอาการอ่อนเพลีย ลำดวนจึงเทยาใส่ทั้งหมด จนคุณหลวงถึงแก่ชีวิต

คุณหลวงแค้นใจมากที่เลี้ยงดูลำดวนอย่างดีจากบ่าวมาเป็นนาย แต่กลับอกตัญญูแว้งกัดตน อดโมโหนายคมไม่ได้ที่รู้เรื่องแต่ไม่บอก นายคมบอกว่าตนถูกขู่ว่าถ้าเอาเรื่องไปแพร่งพรายจะถูกฆ่าล้างโคตร ตนกลัวจึงปิดปากเงียบ

“แล้วเรื่องที่คุณหลวงถูกกล่าวหาว่าโกงชาติรับเงินญี่ปุ่นล่ะ?” ญาณินถามต่อ นายคมบอกว่าเป็นฝีมือนายเกิดอีกนั่นแหละ ได้เงินที่โกงมาก็ยังแบ่งให้พวกตนใช้เลย นอกจากนี้ยังรู้ถึงสาเหตุการตายของนายสังข์ด้วย คุณหลวงเห็นสภาพของนายคมแล้วสมเพช บอกนายคมว่า

“คมเอ้ย...ตอนนี้เอ็งก็กำลังทนทุกข์ทรมานชดใช้กรรมของเอ็งอยู่ ข้าอโหสิกรรมให้เอ็งเพื่อข้าจะได้ไปเกิดชาติใหม่โดยไม่ต้องแบกทุกข์แบกกรรมเก่าไปเกิดด้วย”

“กระผมผิดไปแล้ว...กระผมผิดไปแล้ว ฮือๆๆ” นายคมร้องไห้ด้วยความเสียใจ

ooooooo

ความจริงที่เปิดเผยออกมาทำให้ติณห์ถึงกับซึมที่เข้าใจคุณหลวงผิดตลอดมา บอกว่าต่อไปนี้ใครมากล่าวหาคุณหลวงอีกตนจะปกป้องให้ถึงที่สุด

ณัฐเดชพูดอย่างโล่งใจว่าคดีการตายของคุณหลวงก็ปิดลงได้แล้ว ญาณินติงว่ายังปิดไม่ได้เพราะยังมีเรื่องนางพรายตัวนั้น เรายังไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้านายที่เลี้ยงมันไว้ใต้แม่น้ำ ติณห์ชี้ว่าใครเป็นลูกหลานนายเกิดก็น่าจะเป็นผู้ต้องสงสัย ญาณินฉุกคิดได้ทันทีว่า ต้องเป็นกำนันพงษ์

เหตุการณ์ไม่ได้จบเพียงเท่านั้น เมื่อติณห์ขึ้นไปเอาของที่ห้องคอนโดฯ ญาณินตามไปด้วย เจอเปรมมาดักยิง เขาพาญาณินหนีไปถึงลานจอดรถ ติณห์ถูกยิงเฉี่ยวหัวไหล่ล้มลงทำให้เปรมวิ่งเข้ามาจะยิงทั้งสองคน ติณห์กระโดดจับเปรม ตะโกนให้ญาณินวิ่งหนีไป เธอวิ่งไปร้องขอความช่วยเหลือในคอนโดฯ เจอเพนนีพอดี เพนนีรีบวิ่งไปที่ลานจอดรถ

ติณห์กำลังปล้ำกับเปรม เขาจับเปรมกระแทกกับรถจนปืนในมือเปรมกระเด็นไป ญาณินกับเพนนีมาถึงต่างจะไปเอาปืน เพนนีแย่งปืนได้ก่อนเอาปืนขู่ญาณินไม่ให้เข้ามา

ติณห์เสียทีถูกเปรมล็อกคอคำราม “วันนี้มึงกับกูต้องตายกันไปข้างนึง”

“คุณจะมาฆ่าผมทำไม ผมไปทำอะไรให้พวกคุณ มีแต่พวกคุณจ้องแต่จะทำร้ายผม”

“ก็เพราะมึงเป็นก้างขวางคอพวกกูไง ถ้ามึงยอมขายที่ดินให้พ่อกูเสียดีๆ มึงก็จะไม่มีวันนี้หรอก ถ้ามึงไม่ทำให้น้องกูเจ็บ กูก็ไม่ต้องมาฆ่ามึง ถ้ามึงยังมีชีวิตอยู่ต่อไป กูก็จะไม่มีความสุข กูต้องฆ่ามึง!”

เปรมเอามีดออกมาตวัดใส่ติณห์อย่างบ้าคลั่ง ติณห์หลบได้อย่างคล่องแคล่ว เพนนีทนดูไม่ได้ตวาดให้หยุด ทำให้ทั้งสองชะงักหันไปดู

เพนนีถือปืนร้องไห้เดินเข้าหาทั้งสอง เปรมยุให้ยิงติณห์ ติณห์ยังใจเย็นเตือนสติเพนนีว่าถ้าเธอฆ่าเขาเธอก็หมดอนาคตไปตลอดชีวิต เปรมยังเร่งเร้าให้เพนนียิงติณห์ เธอส่ายหน้า หันปืนไปทางเปรม พูดทั้งน้ำตา

“พี่นั่นแหละ หยุดเถอะ ปล่อยเขาไปตามทางของเขาแล้วเราก็กลับบ้านกัน” เปรมไม่ยอม จะพุ่งแทงติณห์ เพนนีตัดสินใจยิงเปรมจนมีดร่วงจากมือแล้วเธอก็ทรุดร้องไห้อย่างหนัก “ฉันขอโทษ...เราทำผิดมามากแล้ว ฉันปล่อยให้พี่ทำผิดอีกต่อไปไม่ได้ ฮือๆๆ”

ทันใดนั้นเอง รถตำรวจแล่นเข้ามาจอด ตำรวจกรูกันวิ่งเข้าไปล้อมเปรมไว้ ตะโกนสั่ง

“วางอาวุธ แล้วยกมือขึ้น ตอนนี้คุณถูกล้อมหมดแล้ว!”

เปรมทิ้งมีด เพนนีทิ้งปืน ถูกตำรวจจับใส่กุญแจมือ ส่วนญาณินวิ่งเข้าหาติณห์ กอดกันแน่นที่รอดตายกันมาได้อย่างหวุดหวิด...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาว ทิสานาฏ" นางนาคีสวยสง่า ประชัน "บลิว-การ์ตูน" ฟิตติ้งละคร “สร้อยนาคี”

"นาว ทิสานาฏ" นางนาคีสวยสง่า ประชัน "บลิว-การ์ตูน" ฟิตติ้งละคร “สร้อยนาคี”
16 มิ.ย 2564

12:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 12:09 น.