ตอนที่ 11
“หรือนายจะเถียงล่ะ ที่นายบอกว่ารักฉัน เพราะนายต้องการหลอกใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นของนาย”
“ผมยอมรับว่าผมไม่ใช่คนดีและผมมีหลายเรื่องที่ผมจำเป็นต้องโกหก แต่เรื่องที่ผมบอกว่า ผมรักคุณ...”
“พอได้แล้ว ฉันไม่อยากฟัง”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปบอกความจริงกับ
คนอื่นได้เลยว่าผมไม่ใช่ศิวัช!”
สองหนุ่มสาวเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะชะงักทั้งคู่เมื่อธาดาปรากฏตัว ศิวกรสบตาวัดใจดาวประดับ กระทั่งได้ถอนใจโล่งอกเมื่อเธอไม่แฉเขาต่อหน้าสารวัตรหนุ่ม
นพดลร่วมมือกับเดชาเพื่อล้างแค้นช่อแพร นอกจากยุแยงและปั่นหัวให้เธอแตกคอกับหลานสาวอย่างดาวประดับ เขายังนัดไพบูลย์เจ้าของบริษัทคู่แข่งของเขมวัฒน์เพื่อเจรจาซื้อขายหุ้นด้วย
“นี่คุณเล่นตลกอะไร ขนาดผมเป็นคู่แข่งเขมวัฒน์ ผมยังได้ข่าวที่คุณไม่ได้อยู่เขมวัฒน์ตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ”
“มีความเป็นไปได้อยู่สองทางว่าทำไมผมถึงกล้ามาคุยเรื่องนี้กับคุณ หนึ่ง...ผมคงบ้าอย่างที่คุณบอกจริงๆ กับสอง...ผมสามารถขายเขมวัฒน์ให้กับคุณได้จริงๆ”
“เอาเป็นว่าถ้านายทำได้จริงๆก็ติดต่อมาอีกทีแล้วกัน”
พูดจบไพบูลย์ก็ผละไป นพดลยินดีมาก ก่อนหน้าเจื่อนเมื่อเดชาโผล่มาดักคอ
“นายคงไม่ได้คิดจะขายเขมวัฒน์ให้กับเสี่ยไพบูลย์ใช่ไหม”
นพดลแก้ตัวแบบขอไปที “เดชา...แกฟังนะ... แกก็รู้ว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่มันมีความเสี่ยง ฉันก็แค่เผื่อทางเลือกเอาไว้ ถ้ามันมีปัญหามากนักเราก็แค่ยึดจากช่อแพรมาแล้วก็ขายต่อให้เสี่ยไปซะ”
“จะไม่มีการขายต่อเขมวัฒน์ให้ใครทั้งนั้น!”
“ก็บอกแล้วไงว่าฉันแค่เผื่อไว้เท่านั้น”
“ฉันว่าแทนที่นายจะคุยกับคนนอก ช่วงนี้นายน่าจะเริ่มไปมาหาสู่กรรมการคนอื่นๆได้แล้วนะ”
“หมายความว่าไง จะลงมือแล้วเหรอ”
“ขอเวลาอีกหน่อย ฉันอยากให้มั่นใจว่าช่อแพรจะไม่กลับมาเป็นปกติอีก”
ช่อแพรยังไม่รู้ตัวว่ามีคนจ้องเล่นงาน มัวตั้งตัวไม่ติดกับการมาเยือนของไพโรจน์ ทนายประจำตระกูลเขมวัฒน์!
“เป็นยังไงบ้างครับคุณช่อแพร...สบายดีไหมครับ”
“สบายดีค่ะ คุณไพโรจน์มีอะไรหรือเปล่าถึงได้มากะทันหันแบบนี้”
“ไม่หรอกครับ ที่จริงเรามีนัดกันเมื่อเจ็ดปีที่แล้วตั้งแต่ตอนเจ้าสัวบุญนำเสีย แต่คิดว่าคุณช่อแพรคงลืมไปแล้ว”
“งั้น...ช่วยเข้าเรื่องเลยได้ไหมคะ”
“อีกเจ็ดวันจะถึงวันครบรอบการเสียชีวิตของเจ้าสัว ซึ่งปีนี้เป็นปีที่คุณดาวประดับอายุครบยี่สิบห้า คิดว่าคุณช่อน่าจะจำเงื่อนไขในพินัยกรรมได้นะครับ”
คำถามของทนายประจำตระกูลทำให้ช่อแพรหน้าเครียด พึมพำตอบ
“ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะคะ ก็ในเมื่อวันนั้นมันเป็นวันที่ฉันเจ็บปวดที่สุดในชีวิต”
ไพโรจน์ผงะ จำได้ดีถึงอาการคลุ้มคลั่งของอีกฝ่าย กระนั้นก็ต้องทำตามหน้าที่
“เดี๋ยวพอใกล้ถึงวันผมจะติดต่อมาใหม่แล้วกันครับว่าจะเปิดพินัยกรรมกันที่ไหน ถ้าอย่างนั้นผมลาเลยนะครับ”
ooooooo
ดาวประดับจำไพโรจน์ไม่ได้ ต่างจากช่อแพรที่จำทนายประจำตระกูลได้ดีเพราะอีกฝ่ายเป็นคนอ่านพินัยกรรมของเจ้าสัวบุญนำพ่อแท้ๆของเธอเมื่อเจ็ดปีก่อน
ช่อแพรเสียศูนย์มากหลังเจอไพโรจน์ กลับถึงบ้านก็ไปโวยวายกับรูปพ่อในห้องพระ
“อีกไม่กี่วันพ่อก็จะได้ทุกอย่าง...อย่างที่ตั้งใจ พ่อคงคิดว่าเวลาเจ็ดปีจะทำให้ช่อเกลียดมันน้อยลง หึ...พ่อคิดผิดแล้ว รู้ไหมตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาช่อได้แต่ถามตัวเองว่าทำไม...ทำไมพ่อถึงได้ทำกับช่อแบบนี้!”
พลันภาพในอดีตก็ลอยเข้าหัว...วันที่ไพโรจน์มาแจ้งผลพินัยกรรม เวลานั้นปราณนท์ยังปกติ ไม่ได้เป็นอัมพาตครึ่งตัวและหมดสมรรถภาพทางเพศอย่างทุกวันนี้










