ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
ตอนที่ 17

ช่วงหายเงียบไป ลูกน้องออกตามหาทั้งคืน พบนอนจมกองเลือดอยู่จึงพากลับเรือน แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนฟัน

“ฉัน ว่าไม่ผิดฝีมือนังกาหลง ก่อนหน้านั้นมันเข้าไปเล่นงานพ่อกับพี่โชติ แล้วที่พวกมันมองไม่เห็นพ่อเพราะผีนังกาหลงมันบังตา” อบเชยเล่าอย่างแค้นใจ แม่น้อยบอกให้หยุดโทษให้ร้ายคนอื่น แล้วหันกลับมามองตัว ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ

“ช่วย ข้าด้วย...ข้าไม่อยากตาย...” ช่วงร้องขอความช่วยเหลือเสียงแผ่วโผย แม่น้อยหันมองบอกช่วงว่าจะช่วยบรรเทาให้หายดี แต่ให้คำมั่นได้ไหมว่าจะหยุดทำชั่ว คิดก่อกรรมดี ช่วงบอกว่ายอมแล้ว จะไม่คิดชั่วทำเลวแล้ว แต่พอแม่น้อยบอกว่า หลังจากหายดีแล้วตนจะส่งตัวให้ทางการ ทำให้ช่วงชะงักตกใจ

“ฉันรักพี่ อยากให้พี่รอด เป็นบัวพ้นน้ำ ได้รู้ในผิดที่ตัวทำ รับกรรมในชาตินี้ เบากว่าไปทนเวรในขุมนรกเมื่อตายไป”

“แม่เป็นเมียประสาอะไรจะจับผัวส่งให้ไปทรมาน” อบเชยไม่พอใจ

ถูกแม่น้อยตบฉาดหนึ่งด่าอบเชยว่าเป็นบัวใต้โคลน ระบายความอัดอั้นว่า

“พอ เสียที ถ้าไม่รู้ตัว เอ็งก็ต้องรับกรรมอย่างพ่อเอ็ง ที่แม่เก็บพ่อเอ็งไว้ หวังใจให้เอ็งดูเป็นเครื่องเตือนใจ อย่าริฝันเฟื่องหลอกตัวเองอยู่ร่ำไป ความจริงความเจ็บปวดมันอยู่ตรงหน้า!!” พูดจบแม่น้อยเดินออกไปเลย อบเชยหันบอกช่วงว่า

“พ่อไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะรักษาให้พ่อหาย พ่อจะได้หนีไป”

“อบเชย...” ช่วงพูดอย่างอ่อนแรงแต่แววตาเคียดแค้น “เอ็งไปขุด...ศพมันเผา...เผามัน!”

ooooooo

กาหลงเอาของไปวางแล้วขึ้นเรือน ไม้บอกว่าแม่บ่นอยากเจอให้กาหลงไปนั่งคุยแล้วตัวไม้เองก็ไปขนข้าวเปลือกมาให้แม่กลอยกับน้องๆเก็บไว้กิน

“แม่ จ๋า...กาหลงมาหาแม่แล้วจ้ะ” กาหลงเรียก แต่แม่กลอยมองไม่เห็นกาหลง จนเมื่อกาหลงเข้าไปจับมือ ครู่หนึ่งแม่กลอยจึงเห็นกาหลง ทำให้กาหลงยิ่งใจเสีย บอกแม่ว่า “ฉันบุญลดลงเสียแล้ว แม่ถึงไม่เห็นฉัน แต่ขอให้แม่รู้ไว้ว่าฉันอยู่กับแม่ไม่ทิ้งแม่ไปนะจ๊ะ”

แม่กลอยบอกกาหลงว่าอยากไปวัด อยากทำบุญ กาหลงดีใจมาก บอกแม่ว่า

“ปลื้ม ใจจริงที่ได้ยินคำนี้ ผลบุญช่วยหนุนนำให้แม่พบสิ่งดีงาม ถึงเราไม่เห็นผลเมื่อนี้ แต่เราก็รู้สิ้นว่ามันมีอยู่จริง” แม่กลอยยิ้มดีใจพร้อมที่จะไปทำบุญกับกาหลง กาหลงขอไปเตรียมของให้แม่ถวายพระ แต่พอลุกขึ้น แม่กลอยมองตามปรากฏว่าไม่เห็นร่างกาหลงทำให้แม่กลอยคิดอะไรบางอย่าง

กาหลง มาบอกชบาให้ไปหาชุดงามๆแล้วเช็ดตัวผลัดผ้าให้แม่ ส่วนกาเหว่าให้ไปจุดเตาทำครัว ชบาบอกกาหลงว่าดีใจจริงๆที่แม่อยากไปวัด แม่กลอยได้ยินลูกๆ พูดกันก็น้ำตาไหล ทั้งรักและสงสารลูกอย่างที่สุด...

ooooooo

โชติหลบอยู่ที่ชายป่า สิงมารายงานว่าจ้างคนไปสืบความที่เรือนแล้วผู้ใหญ่ยังไม่ตายรักษาตัวอยู่ที่เรือน

“เอ็งเตรียมเดินทางได้แล้ว!” สิงถามว่าจะไปไหน โชติกระชับดาบแต่ไม่ตอบ

ฝ่าย อบเชยรับคำสั่งของช่วงแล้วก็พาลูกน้องช่วงไปขุดหาศพกาหลงที่ใต้ถุนเรือน เพื่อจะเอาไปเผา แต่ลูกน้องช่วงขุดอย่างไรก็ไม่เจอ ติงว่ากาหลงจะเอาศพมาฝังที่นี่ได้ยังไงเพราะนี่เป็นเรือนนอน

“เพราะมันคง คิดหลอกพวกโง่อย่างเอ็ง คิดว่าใครๆไม่เอะใจสงสัย เรือนนอนนี่แหละต้องเป็นเรือนตายของมัน เร่งขุด!” อบเชยสั่งลูกน้องช่วง ขุดจุดนี้ จุดนั้น จุดโน้น จ้องเขม็งลุ้นให้เจอศพกาหลง

ส่วนแม่น้อยเมื่อ ช่วงรับปากว่าจะเลิกทำชั่วก็ให้เผื่อนต้มยารักษาช่วง แม่น้อยเข้ามาถามช่วงว่าถูกใครทำร้าย ช่วงบอกว่าโชติ แม่น้อยตกใจ ช่วงจึงเล่าว่า

“กาหลงมันลวงตา ให้ลูกคิดว่าข้าเป็นผี มันจึงฟันข้า” แม่น้อยบอกว่านี่แหละกรรม

“ใช่...มันเป็นกรรม” ช่วงนึกถึงตอนที่ถูกโชติฟันยอมรับอย่างสะเทือนใจ

แต่พอแม่น้อยบอกว่า หวังว่าช่วงจะเข้าใจและยอมรับกฎแห่งกรรมได้แล้ว ช่วงกลับนิ่ง และยิ้มเจ้าเล่ห์

เผื่อนกับงามถือถ้วยยาเข้ามา แม่น้อยถามว่าอบเชยไปไหน ทั้งสองอึกอัก ช่วงตอบแทนว่า “ไปเรือนกาหลง” แม่น้อยตกใจถามว่าอบเชยไปเรือนกาหลงทำอะไร ไประรานอะไรอีก บ่นว่าอบเชยไม่เคยเชื่อฟังตนแม้แต่น้อย

“แต่มันฟังข้า...มันเชื่อข้า!”

พอรู้ว่าอบเชยไปเรือนกาหลงตามคำสั่งช่วง แม่น้อยปาถ้วยยาทิ้ง ต่อว่าช่วงอย่างโกรธจัดว่าตัวเองอัปรีย์ยังไม่พอ ยังลากลูกให้ต่ำทรามลงไปอีก!! ถูกช่วงตวาดว่า “เอ็งเป็นเมีย เอ็งชักจะเหิมเกริมมากไปแล้ว!”

“ฉันยอมอ่อนข้อให้พี่ หวังใจให้พี่รู้ผิด แต่ตอนนี้ฉันแจ้งใจแล้วว่า พี่กับฉัน ศีลไม่เสมอกัน พี่อยู่ของพี่ไปแล้วกัน ฉันจะไปตามทางของฉัน”

“แม่ทิ้งพวกฉันไปไม่ได้!!” โชติโพล่งเข้ามา แม่น้อยเห็นโชติบอกว่ามาก็ดีแล้ว ถามว่าลูกยอมรับผิดแล้วใช่ไหม “ฉันจะกลับมาแก้แค้นให้พ่อ!!” โชติตอบแทบเป็นตะคอก

“แม่ทำได้แค่เบ่งเอ็งออกมา ไม่อาจเอื้อมสอนใจเอ็งได้เลย!” แม่น้อยเสียใจหันจะไปเข้าห้องเก็บของ โชติตะโกนเรียกแม่น้อยแล้วเหลียวหาอบเชยถามว่า อบเชยไปไหน เผื่อนกับงามจำต้องบอกว่าไปเรือนกาหลง...

ooooooo

ชบาเช็ดตัวเปลี่ยนผ้าให้แม่กลอยเสร็จ กาหลงชมว่าวันนี้แม่สวยที่สุด แล้วช่วยประแป้งให้ ชมว่า กายงาม ใจงาม แม่งามที่สุดในสามโลก

แม่กลอยบอกว่าเกิดชาติหน้าฉันใดขอให้เป็นแม่ลูกกันอีก

“ไม่ต้องรอชาติหน้า ชาตินี้แม่เป็นแม่ฉัน และอยู่กับพวกฉันไปอีกนานโข” กาหลงกอดแม่ไว้ด้วยความรัก แม่กลอยกอดกาหลง เอ่ยขอดอกบัวไหว้พระชาติหน้าจะได้งามดั่งดอกไม้ กาหลงบอกว่า “ฉันจะไปเก็บบัวที่บึงหน้าเรือนฉันให้จ้ะ”

แม่กลอยบอกว่าเคยทำไม่ดีกับกาหลง อโหสิให้ด้วย กาหลงไม่มีอโหสิให้เพราะตนไม่เคยเคืองแม่ รู้ว่าสิ่งที่แม่ทำแม่หวังให้ตนดี บอกแม่กลอยรอสักครู่ ตนจะไปเก็บดอกบัวมาให้

แต่พอลงเรือนถูกแดดจ้ากาหลงก็แทบไม่เห็นร่างตัวเอง ทำให้ยิ่งทุกข์ใจ

พุดจีบมาหากาหลงที่เรือน เห็นอบเชยกำลังบัญชาให้ลูกน้องช่วงขุดหาศพกาหลงที่ใต้ถุนเรือนจึงเข้าห้ามว่าอบเชยไม่มีสิทธิ์ทำอะไรในเรือนกาหลง

“ข้ารู้ว่าเรือนใคร แต่นังกาหลงมันเล่นงานพี่ข้า

พ่อข้า ข้าจะฆ่ามัน!”

“ฉันจะไม่ยอมทั้งสิ้น อย่ามาทำร้ายกาหลง” พุดจีบแข็งกร้าว

อบเชยให้พุดจีบเข้ากับพวกกับตนเสีย หลอกล่อว่าถ้ากำจัดกาหลงได้ไม้ไม่มีใครพุดจีบก็จะได้ครองใจไม้ ถูกพุดจีบตบหน้าด่า “ขมองเอ็งมันมีแต่กิเลสตัณหาราคะ อย่าริหมายว่าฉันจะคิดชั่วอย่างเอ็ง!”

“เอ็งอยู่ข้างมันก็เป็นศัตรูข้า” อบเชยพุ่งเข้าตบพุดจีบทันที นวลกระโจนเข้าช่วยพุดจีบ แต่อบเชยก็สู้สุดฤทธิ์

กาหลงกลับเรือนเพื่อเก็บดอกบัวให้แม่ ลูกน้องช่วงเห็นกาหลงก็วิ่งหนีกันกระเจิง กาหลงตวาดให้อบเชยหยุด ไล่ให้ออกไปจากเรือนตนไปเดี๋ยวนี้

อบเชยไม่ถอย คว้าจอบสู้ แต่เพราะกาหลงแทบไม่มีพลังเหลืออยู่จึงทำอะไรอบเชยไม่ได้ พุดจีบกับนวลจึงเข้าไปช่วยแต่ถูกโชติกับสิงเข้ามาดึงตัวออก

โชติเห็นพุดจีบจะเข้าลวนลามถูกกาหลงตะโกนไม่ให้ยุ่งกับพุดจีบ โชติถามอบเชยว่าหาศพกาหลงเจอหรือยัง พอรู้ว่ายังไม่เจอก็หันไปคาดคั้นกับพุดจีบว่าศพกาหลงอยู่ที่ไหน แม้พุดจีบจะรู้เพราะเคยเห็นกาหลงจับมือกับศพตัวเองที่ใต้ถุนเรือนแต่บอกโชติว่าไม่รู้

พุดจีบถูกโชติตบจะให้บอกที่ซ่อนศพกาหลงให้ได้ กาหลงรวบรวมพลังเข้าช่วยพุดจีบก็ถูกโชติเอาเขี้ยวเสือลงอาคมขู่ไม่ให้เข้าใกล้ เมื่อพุดจีบยืนกรานว่าตนไม่รู้ โชติขู่จะฆ่าให้ไปอยู่กับกาหลง ทำให้กาหลงเป็นห่วงพุดจีบตัดสินใจจะบอกที่ซ่อนศพตัวเอง แต่พอดีพวกไม้วิ่งเข้ามา โชติตกใจเมื่อเห็นพวกไม้มากันหลายคน

“ปล่อยตัวพุดจีบ!” ไม้สั่ง โชติอ้างว่าตนจะทำลายศพกาหลงเพื่อความสุขของชาวบ้าน ไม้โต้ว่าโชติคิดฆ่ากาหลงเพื่อเอาตัวรอดต่างหาก ถูกโชติย้อนเย้ยว่าตนจะกลัวทำไมในเมื่อกาหลงกำลังหมดฤทธิ์แทบมองไม่เห็นตัวอยู่แล้ว บอกไม้ว่าอย่าได้ยื้อเวลา เร่งให้พุดจีบบอกมาว่าศพกาหลงอยู่ไหน

กาหลงไม่มีทางเลือก กำลังจะบอก ก็พอดีเพชรปามีดปักแขนโชติจนมันสะดุ้ง พุดจีบฉวยโอกาสสลัดตัวออกมารีบเข้าไปดูแลกาหลง โชติโดนมีดปักแขนบาดเจ็บ จึงพาอบเชยกับสิงหนีไป

ไม้จะตามแต่เป็นห่วงกาหลงจึงกลับมาดูแล มีแต่เพชร โขง จอกกับดำที่วิ่งไล่ตามโชติไป

เหตุที่ไม้ เพชร โขง จอก และดำ ตามมาช่วยกาหลงกับพุดจีบได้ทัน เพราะเพชรได้ข่าวว่าโชติกลับมาแล้วและเวลานี้ก็ไปที่เรือนกาหลงห่วงว่ามันจะไปบุกเผาเรือนกาหลง และจันก็กระหืดกระหอบมาบอกไม้ว่าอบเชยพาพวกไปขุดหาศพกาหลงที่เรือน ทั้งหมดจึงพากันวิ่งไปที่เรือนกาหลง จึงช่วยกาหลง พุดจีบกับนวลไว้ได้ทัน

ooooooo

แม่กลอยและชบารอดอกบัวจากกาหลงแต่นานจนผิดสังเกต แม่กลอยบอกให้ไปรอที่วัดก็แล้วกัน ชบากับกาเหว่าจึงช่วยกันจะพาแม่กลอยไปวัด กาหลงกลับมาก็ให้ตามไปเจอกันที่วัด

แต่เมื่อพาแม่กลอยมาถึงชานเรือน แม่กลอยบอกให้กาเหว่าไปเอาเงินที่จะถวายพระในห้อง บอกให้ชบาไปช่วยน้องหา แล้วแม่กลอยก็กระเถิบไปที่ริมเรือนจะกลิ้งตัวให้ตกเรือน แต่กลิ้งไปไม่ได้เพราะชายผ้าโจงเกี่ยวตะปู แม่กลอยพยายามดึงจนหลุดแล้วกลิ้งลงไป พอดีกาหลงกับพวกไม้กลับมาถึง กาหลงวิ่งมาแต่ห้ามไม่ทันร่างกลอยกลิ้งตกลงมาแน่นิ่ง
กาหลง ชบา และกาเหว่าวิ่งไปกอดศพแม่กลอยร้องไห้แทบขาดใจ...

เพชร โขง จอกและดำไล่ตามไปไม่เห็นโชติเจอแต่ยายมากับตาสร ถามว่าเห็นโชติไหม สองผัวเมียบอกว่าไม่เห็นใครสักตัว! ทันใดนั้นเองจันวิ่งมาบอกว่า แม่กลอยกลิ้งตกเรือนฆ่าตัวตาย และไม้เอาศพไปวัดแล้ว

พวกเพชรไปถึงวัดไม่เห็นศพแม่กลอย เฟื้องชี้ไปที่มุมหนึ่งจึงเห็นศพแม่กลอยวางอยู่บนเสื่อ

ที่แท้กาหลงต้องการให้แม่ได้ใส่บาตรตามที่ตั้งใจไว้ นิมนต์หลวงพ่อมาแล้วประคองร่างแม่กลอยให้นั่งจับมือใส่บาตร บอกแม่กลอยว่า

“แม่จ๋า...กาหลงพาแม่มาวัดแล้ว หลวงพ่อท่านอยู่หน้าแม่แล้ว แม่เอาดอกไม้ถวายพระนะจ๊ะ เกิดมาชาติหน้า แม่จะได้งามอย่างใจ...แม่พนมมือสิจ๊ะ” ชบาร้องไห้ไปช่วยหยิบดอกไม้ให้้ถวายพระ กาหลงบอกแม่กลอย “แม่ตั้งจิตอธิษฐานขอสิ่งดี จงเกิดกับแม่ ขอให้ผลบุญนี้...ส่งให้แม่ไปสู่สุคติ...แม่พนมมือรับพรนะจ๊ะ”

หลวงพ่อมองกาหลงกับแม่กลอย ตัดสินใจ

สวดบทแผ่เมตตาให้กาหลงเหมือนพรยามที่รับบาตรทุกครั้ง

ไม้ พุดจีบ ชาวบ้าน สะเทือนใจร้องไห้โฮ...

ooooooo

โชติพาอบเชยไปหลบที่ชายป่า อบเชยทนไม่ได้ชวนกลับเรือน สิงถือคบไฟวิ่งมาบอกว่าแม่กลอยฆ่าตัวตายแล้ว

“แม่นังกาหลงตาย สาแก่ใจข้านัก มันเป็นอัมพาตเพราะลูก มันตายก็เพราะลูก สมกับที่ข้าสาปแช่ง ข้าจะเอาศพเอ็งมาเผาให้เอ็งวนเวียนอยู่ในขุมนรก!” โชติอาฆาตแค้นจะเล่นงานกาหลงให้สาแก่ใจ

คืนนี้ กาหลงมายืนที่หน้าเรือนแม่กลอย...คิดจะทำอะไรบางอย่าง...

แล้วคืนนี้เอง จอก จัน และโขงต่างมองหน้ากันอย่างตื่นกลัวเมื่อได้ยินเสียงตำข้าวดังมาอย่างต่อเนื่อง

ไม่เพียงพวกจอกที่อยู่วัดจะได้ยินเสียงตำข้าว บรรดาชาวบ้านก็พากันขนลุกเมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนของกาหลง

ที่เรือนแม่กลอย...กาหลงมุมานะตำข้าวอย่างไม่กลัวเหนื่อย พุดจีบเดินเข้ามา กาหลงบอกว่าตำข้าวไว้ให้แม่

“กาหลง อย่าทำให้แม่กลอยมีห่วงหนัก แม่กลอยเลือกทำอย่างนี้เพื่อกาหลง แล้วกาหลงยังจะสร้างทุกข์ให้แม่กลอยอีกเหรอ?”

ฟังพุดจีบแล้วกาหลงปล่อยสากหลุดมือ นิ่งคิด...

ooooooo

รุ่งขึ้น โขงมาเสนอไม้ให้หาศพกาหลงไปเผาเสีย ไม้ทำเฉย โขงตามตื๊อว่าจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้ เวลานี้ชาวบ้านทุกข์หนักเพราะกาหลง คนตายต้องเผาผี ไม้เลยบอกว่าโขงไม่เข้าใจรัก

“ฉันเสียจำปาไป ฉันช้ำใจหนักพี่ก็รู้ ไม่วายคิดเก็บศพจำปาแล้วรอวันเผาในคราวที่ฉันจับคนผิดได้ แต่แล้วฉันก็แจ้งว่า มันออกจะโหดร้ายต่อจำปา ฉันดึงให้วิญญาณจำปาไม่ได้ไปผุดไปเกิด”

คำพูดของโขงทำให้ไม้สะเทือนใจว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำกับกาหลงคือการยื้อกาหลงไว้ โขงยังหว่านล้อมไม้ว่า...

“ถึงฉันหาได้ฆ่าไอ้โชติด้วยมือดังที่ลั่นปากไว้ แต่ฉันก็รู้แซ่แก่ใจว่ามันต้องได้รับกรรม พี่ไม้...คนตายก็ตายไป แต่คนเป็นต้องอยู่และอยู่กับวันนี้ วันข้างหน้า หาใช่ติดอยู่กับอดีต”

ส่วนกาหลง ก็ได้คิดทบทวนคำเตือนสติของพุดจีบที่ว่า...

“แม่กลอยยอมจากไป ไม่อยู่ยื้อเป็นบ่วงให้กาหลงและน้องๆ น้ากลอยไม่คิดอยากให้กาหลงต้องทนฝืนอยู่อย่างนี้ กาหลงยังจะรั้งจะเหนี่ยวน้ากลอยไว้ เท่ากับกาหลง ทำให้น้ากลอยเคราะห์หนักขึ้นไปอีก”

ขณะกาหลงยืนอึ้งในคำเตือนสติของพุดจีบนั้น ชบากับกาเหว่าก็เข้ามาหา ชบาเอ่ยขึ้นก่อนว่า

“แม่เคยเปรยว่าแม่ห่วงพี่ ยิ่งเห็นพี่อยู่ยากลำบากขึ้นทุกวัน แม่ก็ทุกข์ใจ”

“แม่ยอมจากไป...เพื่อให้พี่คลายใจ อย่าทำให้แม่เสียใจเลย” กาเหว่าเอ่ยบ้าง

ฟังแล้วทำให้กาหลงยิ่งเศร้าใจเมื่อรู้ความทุกข์ที่แท้จริงของคนข้างหลัง...ดังนั้น เมื่อเผาศพแม่กลอยแล้ว กาหลงบอกไม้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเข้าใจและรับความจริงได้แล้วว่า

“สิ้นแม่แล้ว ฉันก็หมดห่วง ชบากับกาเหว่าก็โตขึ้นมาก ฉันมั่นใจว่าสองคนนั้นจะดูแลช่วยเหลือกันได้ ฉันคงต้องฝากพี่ไม้อีกแรง” น้ำตากาหลงไหลพรากเมื่อบอกไม้ว่า “ฉันฝากพี่ดูแลชบากับกาเหว่าด้วย”  ไม้ตกใจถามว่ากาหลงจะไปไหน “ฉันจะลาพี่...ฉันตาบอดใจบอดมานาน ฉันเคยคิดว่าฉันอยู่เพื่อแม่ แต่แม่กลับทุกข์เพราะฉัน พี่เองก็ทุกข์ใจเพราะฉัน”

“ไม่...พี่ไม่เคยคิดอย่างนั้นแม้แต่น้อย พี่สุขใจที่ได้อยู่กับกาหลง”

“พี่ไม้...ฉันไม่มีใจจะอยู่อีกแล้ว แม่สละชีวิตเพื่อปลดปล่อยฉัน หากฉันดื้อที่จะอยู่ ฉันมันก็ออกจะเห็นแก่ตัวเกินกำลัง ให้ฉันไปเถอะ คนข้างหลังไม่ต้องผวา ขวัญบินหายเมื่อเจอหน้าฉัน พี่เองก็จะได้หวนไปใช้ชีวิตปกติ ฉันไปพี่จะได้หมดห่วง ทุกข์ใจอย่างนี้จะไม่มีอีก”

“ไม่!! พี่ไม่ให้กาหลงไป!!! กาหลงต้องอยู่กับพี่...อยู่กับพี่ตลอดไป!!!” ไม้ร้องไห้กอดกาหลงไว้แน่น

ooooooo

กาหลงพยายามบอกไม้ว่าถ้าฝืนวิ่งรี่ต่อไปข้างหน้าก็เสียเปล่า ปล่อยตนไปเสียเถิด ไม้ถามว่าไม่รักตนแล้วหรือ

“ฉันรักพี่...แต่ฉันเพิ่งแจ้งใจว่าเราอยู่ด้วยกันไม่ได้ พี่ก็รู้ว่าร่างกายฉัน จิตวิญญาณฉันมีแต่เสื่อมถอย”

“กาหลง...ในวันที่เผาศพแม่กลอย กาหลงรู้ไหม ใจพี่แทบขาด จะให้พี่อยู่ทำศพกาหลง เห็นกาหลงมอดไหม้ไปต่อหน้าต่อตา...พี่ทำไม่ได้...”

“แล้วพี่จะเลือกยังไง พี่จะทนแบกทุกข์อยู่เช่นนี้เหรอ?” คำถามของกาหลงทำให้ไม้อึ้ง มองไปที่ใต้ถุนเรือน...

แต่เมื่อลงไปเห็นกอดอกมะลิ เห็นรอยที่ฝังร่างกาหลง คิดถึงความโหดร้ายที่โชติทำร้ายกาหลง ที่ช่วงฆ่าพ่อแม่ตน ไม้ก็แค้นกระพือคว้าดาบเดินอ้าวออกไป กาหลงพยายามจะตามแต่ออกไปถูกแดดไม่ได้เสียแล้ว ได้แต่ร้องเรียกอยู่ที่เรือน...

พอเพชรรู้ว่าไม้บุกเรือนช่วงก็รีบไปบอกโขง จอกและดำ ให้ช่วยกันไปห้ามไม้ ถูกไม้ตวาดอย่ามาขวาง ตนจะสะสางคดีของตัวเอง เพชรเตือนสติว่าอย่าทำนิสัยนักเลง ตนจะจับมันไปลงโทษตามกฎหมายเอง

“คนคะนองใจอย่างพวกมันไม่รู้สำนึก ต้องตายเท่านั้น!!” แต่พอไม้จะบุกขึ้นเรือน ลูกน้องช่วงก็มาขวาง จึงต่อสู้กันอยู่หน้าเรือนนั่นเอง

สิงที่ซุ่มดูอยู่รีบไปบอกโชติที่ชายป่าว่าไม้พาพวกบุกจับช่วงที่เรือนแล้ว พวกลูกน้องผู้ใหญ่ก็ขวางไม่อยู่ อบเชยเร่งโชติให้ไปช่วยพ่อ โชติโยนกลองให้อบเชยไปช่วย อ้างหน้าตาเฉยว่า

“ขืนข้าไปก็เข้าทางมัน เอ็งนั่นแหละที่ต้องไปช่วยพ่อ”

ฝ่ายช่วงอยู่บนเรือน ได้ยินเสียงเอะอะหน้าเรือนถามว่าเกิดความอะไรกัน เผื่อนบอกว่าไม้กับตำรวจจะมาจับผู้ใหญ่

“พาข้าหนีไป” ช่วงตกใจเสียงสั่น งามถามว่าจะหนีไปไหน ก็พอดีไม้ถือดาบพรวดขึ้นมาบนเรือน

“เอ็งหนีตายไม่พ้นเสียแล้ว เอ็งฆ่าพ่อแม่ข้าข้าจะชำระความแค้นให้สาสม!”

ช่วงไม่ยอมรับซ้ำยังลำเลิกว่า วันนั้นตนเป็นคนช่วยไม้ไว้เอง ลืมหมดแล้วหรือ ไม้บอกว่าขุนหวาดบอกความจริงหมดแล้ว ทั้งเพชรก็เป็นพยานให้ว่า วันนั้นตนได้ยินขุนหวาดบอกไม้ด้วย ช่วงก็ยังปากแข็ง เพชรจึงแจ้งข้อหาว่าจะจับช่วงที่พาโชติหนีและฆ่ามั่น ไม้ขัดขึ้นว่าตนต้องการฟังคำสารภาพจากปากช่วงก่อน ช่วงท้าว่าจะกล่าวโทษตนก็ให้หาพยานมา

“น้าจะเป็นพยานให้เอ็ง!!” แม่น้อยเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าจริงจัง ช่วงถึงกับหน้าเสีย แม่น้อยเล่าเหตุการณ์ที่ช่วงกลับเรือนในคืนที่ฆ่าพ่อแม่ไม้ ตราหน้าช่วงว่า “พ่อพระในสายตาคน แท้ๆ แล้วเป็นผีห่าเห่อเหิมที่ทำร้ายใครต่อใครไม่เว้นหน้า”

ไม้พุ่งเข้าจะฆ่าช่วง เพชรรีบห้ามไว้ พวกโขงก็พากันขอร้องไม้ให้พอเถอะ ไม้บอกทุกคนว่า

“ข้าเคยให้สาบานต่อหน้าศพพ่อแม่ ข้าจะฆ่ามันให้ตายเรียงตัวกัน!” ไม้ยกดาบขึ้นสุดแขน แต่แล้วก็ชะงักทิ้งดาบลง

พวกเพชรพากันแปลกใจแต่ก็โล่งใจที่ไม้ทิ้งดาบ ไม้พูดเสียงอ่อนลงว่า “แต่มันจะมีอะไรย้อนมา หากมันจะต่อกรรมให้ข้า แล้วเอ็งกับข้าคงต้องเกิดมาชดใช้กรรมกันตามประสาไม่จบสิ้น ข้าขอพอการแต่เพียงเท่านี้” ไม้เดินออกไปอย่างเยือกเย็น

ช่วงโล่งใจที่ไม้ไม่ฆ่า แม่น้อยร้องไห้ซึ้งใจในความคิดของไม้

ooooooo

ขาวหายไปนาน วันนี้กลับมาพร้อมหลวงตา

พาเดินลัดทุ่งมาบ้านบัวสีหมายให้หลวงตามาให้สติและปราบกาหลง

พอเข้าเขตหมู่บ้าน จันเห็นขาวก็รี่เข้าหาถามว่าหายไปไหนมา ขาวบอกว่าไปตามหลวงตามา หลวงตาท่านมีวิชาแก่กล้าพอที่จะปราบผีกาหลงได้ จันถามว่าหลวงตาอยู่ไหน พอขาวหันไปนิมนต์ปรากฏว่าหลวงตาหายไปแล้ว!?

หลวงตาไปที่เรือนกาหลง ขึ้นไปยืนที่ชานเรือนพูดกับกาหลงที่หมอบอยู่ตรงหน้า...

“ความทุกข์ความเศร้าหมองในใจ จะพาลทำให้ทุกอย่างแย่ลง”

“หลวงตาช่วยด้วยเจ้าค่ะ...ช่วยด้วย...” กาหลงวิงวอน หลวงตารับรู้ว่ากาหลงปล่อยวางแล้วแต่ไม้ยังยึดติด

พวกขาวมองหาหลวงตา ปรากฏว่าหลวงตาหายไปแล้ว ตาสรตกใจถามว่าหรือท่านเป็นผี

“หาใช่ ท่านได้อภิญญา มีวิชาไปไหนมาไหนได้ดั่งใจกำหนด” ขาวชี้แจง

พลันทุกคนก็ดีใจเมื่อเห็นหลวงตามาปรากฏตรงหน้า ขาวถามว่าหลวงตาไปไหนมา หลวงตาบอกว่าไปเรือนกาหลงมา นวลถามว่าหลวงตาปราบผีกาหลงได้แล้วหรือ “ผีกาหลงใช่ชั่วร้าย มีสิ่งที่น่ากังวลใจกว่าวิญญาณกาหลงนัก”

เป็นเวลาที่ไม้กลับถึงเรือนบอกกาหลงว่า “พี่ทำตามคำขอของกาหลง พี่ปล่อยชีวิต ทำบุญให้กาหลง กาหลงจะได้อยู่กับพี่นานๆ” ไม้กอดกาหลงไว้แน่น กาหลงดีใจที่ไม้ไม่ฆ่าช่วง แต่กังวลใจที่ไม้ยังไม่ยอมปล่อยวาง...

แม้ว่าไม้จะยกโทษให้ช่วง แต่เพชรแจ้งว่านั่นใช่ว่าความผิดจะคลายทีเดียว ยังไงช่วงก็ต้องรับโทษหนักตามกฎบ้านกฎเมือง โขงก็ไม่ยอมปล่อยคนชั่วให้ลอยนวลจะเอาไปขังให้ตายในตรุ จอกอาสาจับช่วงล่ามโซ่พาไปวิเศษไชยชาญเอง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!” อบเชยตวาดโขง จอกและดำที่จะเข้าไปจับช่วง เพชรปรามว่าหากอบเชยมาขวางก็เท่ากับสมคบกันทำผิด อบเชยมารยา อ้อนวอนขอให้เห็นแก่อาการของพ่อที่หนักเอาการ หากพาไปตอนนี้อาจตายเสียกลางทาง รอให้พ่อทุเลาตนจะให้พ่อไปชดใช้ผิดเอง แล้วบีบน้ำตายกมือไหว้อ้อนวอน

“ฉันกราบล่ะ ที่แล้วมาฉันออกจะทำเลวทำทราม ยังมิได้ทดแทนคุณพ่อแม่จนนิด ขอให้ฉันได้ดูแลพ่อเป็นเพลาสุดท้าย หากพวกเอ็งไม่เชื่อใจก็ให้ล่ามฉันไว้ รอให้พ่อหายดีแล้วฉันจะส่งตัวพ่อไป...ฉันกราบล่ะ”

เพชรยอมโอนอ่อนผ่อนตาม โขงบ่นว่าน่าจะจับไปเสียตอนนี้ จอกเห็นด้วยกลัวพวกมันพลิกลิ้นลักพาช่วงหนี

“หากพวกเอ็งกลัวมันหนี ก็ช่วยเป็นหูเป็นตาเฝ้าไว้ แล้วที่ข้าไม่ฝืนเอาตัวไป เพราะอยากคงชีวิตมันไว้เพื่อชดใช้กรรม หากตายไปเสียกลางทางมันออกจะง่ายดายมากไป ไม่สมกับคนที่ทำกรรมเลวไว้”

ฟังเพชรแล้วทุกคนคลายกังวล แต่หารู้ไม่ว่าพอพวกเพชรกลับไป อบเชยก็ยิ้มพูดสะใจทั้งที่น้ำตายังเปียกแก้มว่า

“พวกผู้ชายมันก็มีจุดอ่อนตรงนี้แหละ แพ้ทางน้ำตาหญิง”

แม่น้อยตัดสินใจออกจากเรือนไปอยู่วัด เผื่อนกับงามมองตากันอย่างรู้ตัวว่าเมื่อขาดแม่น้อย งานหนักก็ตกอยู่กับตน

ooooooo

หลวงตาบอกพุดจีบที่เข้าไปนมัสการในโบสถ์ว่ามีเพียงพุดจีบที่เป็นคู่บุญที่พอจะช่วยเรื่องกาหลงได้ พุดจีบถามว่าตนจะช่วยได้อย่างไร

“จิตหนึ่งปล่อยวาง แต่อีกใจเหนี่ยวรั้งไว้ โยมต้องช่วยคลายใจนั้น”

พุดจีบรู้ว่าหลวงตาหมายถึงไม้ พอออกมาจันกับนวลที่รออยู่หน้าโบสถ์ถามว่าหลวงตาให้ผ้ายันต์หรืออาคมอะไรมา

“หาต้องพึ่งเครื่องรางของขลังให้กระดากหรอก พวกเรานั่นแหละที่ต้องช่วยกัน” พุดจีบบอก ขาวถามว่าพุดจีบรู้ที่ซ่อนศพหรือ เธอไม่ตอบแต่ตัดสินใจบางอย่างแล้ว

พุดจีบไปที่เรือนกาหลง จังหวะดีที่ไม้ออกไปเก็บผักเพื่อให้กาหลงทำแกง พุดจีบจึงขึ้นเรือนไปหากาหลงบอกว่าตนจะมาช่วย กาหลงมองงงๆว่าพุดจีบจะช่วยอะไร?

ระหว่างที่ไม้เก็บผักอยู่มุมหนึ่งของหมู่บ้านเห็นเพชรกับโขงถือจอบเดินผ่านไป ไม้แปลกใจว่าทั้งสองจะทำอะไร

แต่พอทั้งสองเดินมาถึงเรือนกาหลง กาหลงขอให้พุดจีบช่วยตนด้วย พุดจีบดีใจที่กาหลงอนุญาตให้ขุดศพ โขงกับเพชรจึงตรงไปที่กอดอกมะลิเร่งขุดเพื่อหาศพกาหลง

สิงที่มาสอดแนม เห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งกลับเรือนช่วงทันที

เช้านี้เผื่อนกับงามตื่นตระหนกเมื่อเห็นช่วงกระอักเลือด ร้องกันโวยวายว่าช่วงตายแล้ว ทันใดนั้นโชติปรากฏตัวขึ้น

บอกว่าจะมาช่วยพ่อเอง

อบเชยถามว่าจะทำอย่างไร โชติบอกว่าพาพ่อหนี ส่วนผีกาหลงตนก็จะกำจัดให้สิ้นเช่นกัน ว่าแล้วก็หันไปสั่งอาจารย์สักให้เล่นงานผีกาหลง อาจารย์ถามว่าเจอศพแล้วหรือ พอดีสิงวิ่งเข้ามาบอกว่าศพกาหลงอยู่ใต้ถุนเรือนพวกเพชรกำลังไปขุด

โชติบอกอาจารย์สักให้ไปเล่นงานผีกาหลงแต่ อาจารย์สักยังนั่งเคี้ยวหมากใจเย็นอยู่ โชติโมโหชี้หน้าถามว่า

“ทำไมเอ็งไม่ไปเล่นงานมันสักหนตามข้าสั่ง!”

“อย่ามาเหิมเกริมชี้มือชี้ไม้ใส่หน้าข้า ข้าไม่ใช่

ลูกน้องเอ็ง!!” อาจารย์สักแข็งกร้าวจนโชติอึ้ง แต่ก็ยังกร่างก้าวร้าวอาจารย์สักว่า ตนจ้างให้มาปราบผีให้เร่งทำตามคำสั่ง! “ข้าอยากได้เงินสักหีบ ทองสักหอบ!” อาจารย์สักยื่นเงื่อนไข โชติไม่พอใจด่าว่าอาจารย์สักว่าได้คืบจะเอาศอก ไม่มีใครกล้าทำกร่างต่อรองกับตน ชักดาบออกมาจะฟันอาจารย์สัก

ปรากฏว่าถูกอาจารย์สักใช้ผีพรายที่เลี้ยงไว้จับมือโชติไว้ แล้วบริกรรมคาถา เล่นงานโชติจนทำอะไรไม่ได้ อาจารย์สักบอกว่ารู้ไว้ด้วยว่า ตนชี้เป็นชี้ตายได้ โชติหมดท่าพูดเสียงอ่อนอย่างยอมศิโรราบว่า

“เอ็งหมายใจอะไร ยกเอาไป ขอเพียงไปชำระแค้นให้ข้า!”

ooooooo

พุดจีบดูการขุดหาศพที่ใต้เรือนกาหลง ไม้กลับมาสั่งให้หยุดขุด กาหลงถามไม้ว่าเอาศพตนไปซ่อนก่อนจะปลูกกอดอกมะลิใช่ไหม

“กาหลงเป็นเมียพี่ กาหลงต้องอยู่กับพี่” ไม้ประคองกาหลงพาเดินขึ้นเรือน ทุกคนได้แต่งุนงงว่าไม้เอาศพกาหลงไปซ่อนไว้ที่ไหน? เพชรให้คนไปงมหาใต้น้ำก็ไม่พบ ยายมาให้คนไปขุดตามป่าช้าก็ไม่เจอ ชบากับกาเหว่า บอกว่าที่เรือนก็ไม่มี

ขณะพุดจีบกำลังคิดหนักว่าไม้เอาศพกาหลงไปซ่อนที่ไหน ขาวก็วิ่งหน้าตั้งมาบอกทุกคนว่าหมอผีกำลังออกโรงจะเล่นงานกาหลงอีกแล้ว!

คืนนี้ไม้นอนกอดกาหลง แต่พอหันมองอีกทีไม่มีกาหลงแล้ว ไม้ลงเรือนร้องเรียกตามหากาหลงไปถึงชายป่า เจอพุดจีบกับเพชรเข้ามาขวาง พุดจีบอ้อนวอนให้ไม้บอกที่ซ่อนศพเถิด อย่าปล่อยให้ดวงวิญญาณกาหลงถูกพวกมันเล่นงานเลย ขณะไม้กำลังตัดสินใจนั้น ได้ยินเสียงกาหลงที่ต้องมนตร์ดำของอาจารย์สักร้องโหยหวน พุดจีบกับเพชรรีบวิ่งไปตามเสียงทันที

ไม้หยุดคิดตัดสินใจบางอย่าง วิ่งไปที่ใต้ต้นไทรงาม ขุดหลุมที่ฝังศพกาหลง มองศพตรงหน้าร้องไห้อย่างทำใจไม่ได้ พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงกาหลงร้องแว่วมา...

“พี่ไม้...ช่วยเมียด้วย...” ไม้ลุกวิ่งไปช่วยกาหลงทันที

พุดจีบกับเพชรไปช่วยกาหลง บอกอาจารย์สักว่าอย่าทรมานกาหลงอีกเลยพวกตนจะหาศพกาหลงไปเผาเอง แต่อาจารย์สักไม่ต้องการแค่นั้น บอกว่าจะสะกดวิญญาณผีกาหลงมาเป็นผีรับใช้ตนด้วย

“ข้าไม่ยอมให้เอ็งทำอย่างนั้น!!” เพชรประกาศกร้าวพุ่งเข้าใส่อาจารย์สัก ถูกอาจารย์สักใช้ผีพรายบีบคอไว้ อาจารย์สักหัวเราะสะใจที่ไม่มีใครมาขวางตนได้!

ที่ชายป่า ไม้เผชิญหน้ากับโชติ โชติตะคอกถามว่าเอาศพกาหลงไว้ที่ไหน

“ข้าไม่พลั้งให้คนชั่วอย่างเอ็งมาฆ่าเมียข้าซ้ำสอง เอ็งทำชีวิตข้าสะเทือนทรมาน เอ็งต้องรับเคราะห์ให้สมอาฆาต!!”

ไม้พุ่งเข้าเล่นงานโชติ ต่างต่อสู้กันอย่าง ให้ตายกันไปข้าง!

ooooooo

ขาวกับจันพายายมากับตาสร เฟื้องและนวลวิ่งเขาไปในโบสถ์ขอให้หลวงตาช่วย แต่หลวงตาหายไปแล้ว นวลเสนอว่า

“เมื่อหลวงตาไม่อยู่ช่วย เห็นทีพวกเรานี่แหละต้องช่วยกัน” เฟื้องตะโกนขึ้นมาว่า “เลือดบัวสีไม่ทิ้งกัน แยกย้ายกันไปช่วยเท่าที่ทำได้” ขาวนึกได้ บอกจันให้ไปเอาของมาให้ตน!

เลือดบัวสีทุกคนฮึกเหิมเฮโลกันไปช่วยกาหลง

พวกโขงไปตรวจดูที่บ้านช่วง ปรากฏว่าช่วงหายไปแล้ว ลูกน้องประคองช่วงไปถึงชายป่าก็ทิ้งไม่อยากเสี่ยงตายด้วย พอดีนวล ยายมากับตาสรมาเจอ พากันเข้าขวางไว้ นวลถามว่า “พวกเอ็งจะไปไหน!”

ส่วนพุดจีบวิ่งเข้าไปหากาหลงกระชากเชือกมนตร์ดำขาด ร้องบอกกาหลงให้รีบหนีไป พุดจีบถูกผีพรายจับเหวี่ยงกระเด็นไป กาหลงฝืนกายลุกขึ้นไปบีบคอผีพรายจากข้างหลัง มันดิ้นอย่างเจ็บปวดทรมาน กาหลงก็ถูกอาจารย์สักใช้มีดอาคมแทงเข้าด้านหลัง พออาจารย์สักดึงมีดออก กาหลงก็ทรุดลงกับพื้น นอนนิ่ง! อาจารย์สักระเบิดหัวเราะสะใจ

“เอ็งหมดฤทธิ์จะโต้แล้วนังผี!! ข้าจะสะกดวิญญาณเอ็งมาเป็นทาสข้าชั่วกัปชั่วกัลป์!!” แล้วอาจารย์สักก็เอามีดหมอจี้หน้าผากกาหลงจนทรุดลง วิญญาณกาหลงหายเข้าไปในหุ่นที่มืออาจารย์ ไม้วิ่งมาถึงพอดี โชติเย้ยว่าจะเอาเลือดหัวไม้มาล้างตีน อาจารย์สักบอกโชติว่าไม่ต้องเสียเหงื่อลงแรง ตนจะให้วิญญาณเมียผีฆ่าไม้เอง!

อาจารย์สักสั่งวิญญาณกาหลงให้บีบคอไม้ สั่งให้ “ฆ่ามัน!” วิญญาณกาหลงบีบคอไม้แน่น แม้ไม้จะพยายามบอกว่าตนเป็นใครแต่วิญญาณกาหลงไม่รับรู้อะไรแล้ว

“กาหลง...พี่รักเอ็ง...หากเอ็งหวังใจให้พี่ตาย...ตายไปตามเอ็ง ก็ฆ่าให้ตายเสีย...” กาหลงมองหน้าไม้ ความรู้สึก ในจิตก็บังเกิด กาหลงปล่อยมือถอยห่างออก มองไม้น้ำตานอง ไม้ดีใจวิ่งเข้าไปหา อาจารย์สักบริกรรมคาถาใส่หุ่นกาหลงเป่ามนตร์ วิญญาณกาหลงตาขวางขึ้นมาอีก พุ่งเข้าบีบคอไม้จนทรุด

พุดจีบบอกว่าเราต้องทำลายหุ่นในมืออาจารย์สักแล้วพุ่งเข้าไปแต่ถูกผีพรายบีบคอ ทั้งไม้และพุดจีบ

กำลังจะแย่ ส่วนเพชรก็ถูกโชติเล่นงานล้มลง โชติจะฟัน ชบาคว้าไม้ฟาดโชติ ก็ถูกผลักออก สิงจะเล่นงานชบาถูกกาเหว่าเข้าไปผลักออก

พอดีขาว เฟื้องและจันวิ่งมาถึง ขาวสั่งจัน “เอาผ้าโจงเอ็งมา!”

ขาวกับเฟื้องเอาผ้าโจงของจันเข้าไปครอบหัวอาจารย์สัก อาจารย์สักหันมองแล้วบริกรรมคาถา ผีพรายที่บีบคอพุดจีบหายตัวไป พุดจีบร่วงลงไปกองกับพื้น ส่วนขาวกับเฟื้องถูกผีพรายบีบคอผ้าโจงร่วง พุดจีบเห็นไม้ถูกบีบคอกำลังแย่จึงวิ่งไปคว้าผ้าโจงวิ่งไปโยนครอบหัวอาจารย์สัก

อาจารย์สักพยายามดึงพาโจงออก ทำให้หุ่นผีกาหลงร่วงไฟลุกพรึ่บ กาหลงทรุดลงไม้รีบไปดู จอกตะโกนให้รีบไปช่วยขาวกับเฟื้อง จันตะโกนบอกว่า

“ไม่ต้องหรอก...มันโดนโจงข้าครอบหัว ของก็จะเข้าตัวมันเอง”

จริงอย่างที่จันพูด ผีพรายบีบคออาจารย์สักดิ้นลิ้นจุกปาก อาจารย์สักหันมองมาที่ทุกคน ขาวรีบวิ่งไปที่ย่ามอาจารย์สัก หยิบหุ่นผีพรายขึ้นมาหักทิ้งทำลาย ผีพรายร้องเสียงหลงแล้วหายไป

เพชรจับดาบจะเข้าเล่นงานโชติ โชติท้าอยากจับก็เข้ามา! สติหลอนทำให้โชติเห็นกาหลงโผล่ที่นั่นที่โน่นมันไล่ฟันไปทั่วทิศ จนสิงบอกว่าผีกาหลงไม่ได้หลอกแต่โชติหลอนไปเอง โชติสติหลอนจนเห็นสิงเป็นกาหลง ฟันสิงตายแล้วตะโกนไล่ผีกาหลงออกไป...กลัวผีกาหลงจนวิ่งเตลิดไป ทุกคนได้แต่มองโชติที่เสียสติไปแล้วอย่างสมเพช

ooooooo

พวกนวลขวางอบเชยไว้ งามกับเผื่อนปล่อยร่างช่วง บอกว่าตนไม่อยากทำสันดานทราม แล้วพากันวิ่งหนีไป

อบเชยชักมีดออกมาขู่พวกนวล ถูกตาสรอ้อมไปข้างหลังดึงมีดไปจากมือ อบเชยไม่ยอมแพ้ท้าตบกัน แต่ตบสู้นวลที่มีพวกมากกว่าไม่ได้จึงวิ่งหนีไป ทิ้งช่วงที่ช่วยตัวเองไม่ได้ไว้ตรงนั้น นวลบอกพรรคพวกให้รีบตามอบเชยไป

ช่วงถูกทิ้งอยู่ตรงนั้นจึงกระเสือกกระสนจะหนีด้วยความกลัวตาย

ไม้ดีใจที่กาหลงปลอดภัยแล้ว พุดจีบเดินเข้าไปบอกไม้ว่า

“พี่เห็นแล้วว่ารั้งกาหลงไว้ พลอยทำให้กาหลงเจ็บปวด ปล่อยกาหลงไปเถอะ”

หลวงตาเดินเข้ามา ไม้ยกมือไหว้

“โยมจงปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ หากยังคิดฝืนอีกหลายหนผลคือสูญเสียสาหัส โยมก็รู้ชัดแล้วว่า วิญญาณที่โยมรักต้องทนทุกข์ ถูกหมอผีรังควานอยู่ร่ำไป ความรักที่แท้จริงไม่ใช่การครอบครอง แต่เป็นการปล่อยวางความรัก...”

“พี่เอาศพกาหลงไว้ที่ไหน” พุดจีบถามเมื่อเห็น ไม้ฟังหลวงตาอย่างตั้งใจ

ooooooo

โชติในสภาพเห็นภาพหลอนว่าถูกผีกาหลงหลอกจนเสียสติ เดินไปที่ใต้ต้นไทรสะดุดรากไทรล้มลงเห็นซากศพกาหลงในหลุมพอดี!

“นังผี...ข้าเจอศพเอ็งแล้ว ข้าจะเผาเอ็งให้วอด!!” โชติหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

งามกับเผื่อนไปหาแม่น้อยที่นุ่งขาวห่มขาวอยู่ที่วัดบอกว่าผู้ใหญ่ท่าจะไม่รอด ขอให้แม่น้อยไปดูใจด้วยเถิด แม่น้อยนิ่งคิดตรึกตรอง...

ส่วนไม้พาพุดจีบ เพชร ไปที่ต้นไทรงาม บอกว่าฝังศพกาหลงไว้ที่นี่ แต่ไปถึงไม่มีศพกาหลงแล้ว! พุดจีบคิดว่าไม้เล่นแง่ แต่อึดใจเดียวตาสรกับยายมาก็กระหืด

กระหอบมาบอกว่าโชติเอาศพกาหลงไปที่เรือนกาหลงแล้ว!

“มันจะเอาศพกาหลงไปเผาให้สิ้นพร้อมเรือน!!” นวลบอกทุกคนแล้วพากันวิ่งกลับไปที่เรือนกาหลง

เป็นเวลาที่อบเชยส่งคบไฟให้โชติเผาเรือนและศพกาหลงที่วางอยู่บนเรือนพอดี พุดจีบตกใจร้องบอกทุกคนให้รีบไปช่วยกันดับไฟ เอาศพกาหลงออกมา ไม้พูดอย่างใจเย็นว่า

“ไม่ต้องพล่านไป พวกมันทำร้ายกาหลงไม่ได้” ไม้หันไปประคองกาหลงไว้ในวงแขน พลันก็มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากบนเรือน ทุกคนจำได้ว่าเป็นเสียงของช่วง มองไปเห็นช่วงนอนอยู่ตรงที่วางศพกาหลงเมื่อครู่นี้

โชติกับอบเชยตกใจ โชติด่ากาหลงว่าลวงตาเล่นงานตน

“ข้าหาได้เล่นเล่ห์ลวงมนตร์กับเอ็งแม้นิดเดียว แต่จิตใจใฝ่ต่ำของพวกเอ็งเสียมากกว่าอื่นที่ย้อนมาทำร้ายตัวเอง!!”

“ไอ้ลูกทรพี...เอ็งฆ่าข้า!!” ช่วงด่าโชติที่มองตะลึงอยู่

ที่แท้เพราะช่วงกระเสือกกระสนหนีตายคลานไปตกหลุมฝังร่างกาหลงที่ใต้ต้นไทรแล้วขึ้นจากหลุมไม่ได้ เลยถูกโชติที่เกิดภาพหลอนอุ้มมาเผาที่เรือนกาหลง!

ooooooo

ในที่สุด ไม้ปล่อยวางได้ พาทุกคนไปที่ใต้ต้นไทรงามในอีกมุมหนึ่ง เปิดใบตองคลุมออกเผยให้เห็นศพกาหลงวางอยู่ไม้ เล่าว่ามาขุดศพกาหลงเพื่อจะเอาไปทำพิธี

“พี่แจ้งแล้วว่ากาหลงทรมานสาหัสเท่าใดที่ต้องอยู่กับพี่” บอกทั้งน้ำตาว่าพร้อมจะปล่อยวิญญาณกาหลงแล้ว...

กาหลงยังห่วงชบากับกาเหว่า จึงไปที่เรือนแม่กลอย เห็นชบายืนชะเง้อก็รู้ว่าคอยเพชรอยู่ ติงน้องสาวว่าอย่าพร่ำคิดน้อยใจให้เจ็บเอง ชบาบอกว่าตนไม่ได้เง้างอนเรื่องเพชรไม่บอกว่าเป็นตำรวจ แต่ใจสั่นเพราะถูกดูถูกคิดว่าตนเป็นหญิงวิ่งหาชายเพราะฐานะ

“เอ็งคิดทางนั้นก็ไม่ผิด ส่วนเขาทำอย่างนั้นก็ไม่ผิด คือเอ็งกับเขาไม่มีใครดีใครชั่ว แต่ข้าขอถามเอ็งคำเดียว ในอกแท้ของเอ็ง  เอ็งรักเขาไหม?” ชบายอมรับว่ารักหมดหัวใจแต่เขากลับทำให้ตนเสียใจ “คนเรากว่าจะรักกันใช่เรื่องง่าย อย่าเอาทิฐิมาตั้งแง่ ยามมีชีวิตก็จงรักและดูแลกัน ไม่งั้นเมื่อยามพราก เอ็งจะเสียใจเหมือนอย่างพี่”

ชบาวิ่งออกไปยังท่าน้ำที่เพชรจอดเรือ หวังปรับความเข้าใจกัน เจอแต่กาเหว่าเดินหน้าเศร้าเข้ามาบอกว่า

“พี่เพชรเขาออกเรือไปแล้ว พี่เพชรบอกว่าจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว”

กาเหว่าร้องไห้เสียใจ ชบากอดปลอบใจน้องทั้งที่หัวใจตัวเองทั้งเจ็บทั้งปวดยิ่งกว่า...

ooooooo

ไม้เอาดอกบัวใส่มือศพกาหลงที่ห่อด้วยผ้าขาวมัดตราสัง ไม้ยืนมองศพกาหลงน้ำตาไหลพราก...

ทุกคนเอากลีบบัวไปโรยบนร่างกาหลงด้วยความอาลัยรัก....

ขณะหลวงตาและพระสวดศพอยู่นั้น กาหลงออกมาหาชบากับกาเหว่าที่ยืนอยู่ บอกน้องทั้งสองให้รักและดูแลกันแล้วเดินไปหาพุดจีบบอกว่า ไม่ว่าตนจะเกิดในภพภูมิใดก็จะระลึกเสมอว่าชาตินี้มีเพื่อนที่รักตน ฝากพุดจีบดูแลชบา กาเหว่าและไม้ด้วย

“ฉันจะดูแลชบากับกาเหว่าไม่ผิดน้องของฉัน และดูแลพี่ไม้อย่างพี่ชายฉัน” พูดแล้วสวมกอดกันด้วยความรักสุดซึ้ง

จากนั้น กาหลงถือคบไฟเดินไปหาไม้ ยื่นคบไฟให้ บอกว่าถึงกาลจากกันแล้ว ขอให้ไม้เป็นคนจุดไฟเผาร่างตน ไม้ร้องไห้อย่างสุดที่จะทนได้

“ฉันขอให้คนที่รักฉันมากที่สุด และฉันรักสุดหัวใจเป็นคนปลดปล่อยวิญญาณฉัน” แล้วกาหลงก็ค่อยๆถอยไปยังเชิงตะกอนก่อนหายไป ไม้ถือคบไฟไปจุดเผากาหลง ยืนมองไฟที่ท่วมร่างกาหลงหลังม่านน้ำตาที่ไหลไม่หยุดด้วยความอาลัยรักอย่างที่สุด...ทุกคนมองเปลวไฟที่ให้ร่างกาหลงจนเหลือแต่เถ้าอังคาร...

รุ่งขึ้น ไม้กับพุดจีบเอาห่ออังคารของกาหลงไปลอยในบึงบัวด้วยกัน...

หลังจากนั้นไม่นาน เพชรขี่ม้ากลับมาที่บ้านบัวสี บอกชบาว่าตนได้รับยศศักดิ์เป็นขุนเพชรอินทรา ได้รับม้าเป็นรางวัลจึงลาออกจากราชการจะมาเป็นผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ประจำที่บ้านบัวสีดูแลทุกข์สุขของชาวบ้านและชบา

กาเหว่าเจ้ากี้เจ้าการยุให้สู่ขอและแต่งงานกันเสีย พอเพชรสู่ขอชบากับ “คุณท่านกาเหว่า” กาเหว่าดีใจมากป่าวร้องเป็นฆ้องปากแตกว่า “พี่สาวฉันจะออกเรือนแล้วจ้า!!”

ส่วนแม่น้อยกลับมาที่เรือน เห็นสภาพอบเชยที่ร้องรำอย่างเสียสติก็สมเพช บอกเผื่อนกับงามว่าตนยกทรัพย์สินให้ดูแล ทั้งสองถามว่าเงินทองตั้งโขไม่เสียดายหรือ

“เงินทองมันของนอกกาย ตายไปยังจะพลอยเอาติดตัวไม่ได้...อำนาจมันผ่านมาแล้วผ่านไปเสียเฉยๆ

ไม่จีรังเหมือนชีวิต ยิ่งลุแก่อำนาจ ท้ายสุดก็ไม่เหลืออะไรให้รับ...”

ส่วนไม้ตัดสินใจบวชพระ เมื่อบรรดาญาติโยมมานมัสการ พระไม้เดินไปที่พระพุทธรูปปางนิพพาน เทศนาแก่ญาติโยมว่า

“ความที่เกิดกับอาตมาหนหลัง คงจะสอนใจให้ข้อคิดกับทุกคนได้ อย่ามัวกลัวตาย แต่จงพร้อมตาย

ทุกครั้งที่นอนลงฟูกแลหลับตา ให้เสมือนเราได้ตายไป แต่เมื่อเราลืมตาตื่น เราก็ได้เกิดใหม่ เห็นแล้วใช่ไหม มีเกิดมีดับอยู่ทุกขณะจิต แท้จริงเราทุกผู้ทุกนามต่างเวียนว่ายตายเกิดในวังวนของความดี ด้วยเหตุนี้ ขอให้ทุกคน ใช้ชีวิตที่เหลือจากนี้ ยึดมั่นในการทำความดี ความดีและบุญที่เกิดไม่เคยสูญหายไปกับกาลเวลา แต่จะดำรงสะสมอยู่ และให้คุณกับเราชั่วนิรันดร์...”

“สาธุ”

ทุกคนก้มกราบพระไม้พร้อมเพรียงกัน...

ในมิติที่มองไม่เห็น...กาหลงในชุดสวยงาม ก้มกราบหลังฟังคำเทศน์พระไม้เช่นกัน

พระไม้เอาดอกบัววางไว้บูชาพระพุทธรูปปางนิพพาน ก้มกราบ...ทุกคนก้มกราบพร้อมกัน

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 16

เวลาเดียวกันนั้น ที่เรือนช่วง อาจารย์สักเร่งบริกรรมคาถาเพื่อจัดการกาหลง

กาหลงรับถุงเงินไปแกะดู มีเหรียญเงินและผงขี้เถ้าอยู่ด้วย กาหลงร้อนมือจนสะบัดเร่าๆ ร้องอย่างเจ็บปวด เถ้าผงกระดูกผีฟุ้งกระจายถูกตัวก็ยิ่งร้อนรุ่มไปทั้งตัว กลางวันก็เปลี่ยนเป็นกลางคืนทันที

มั่นตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ไม้ตกใจเมื่อเห็นกาหลงเจ็บปวดกลายเป็นผีน่ากลัว กาหลงจิกตามองมั่นตวาด

“เอ็งทรยศ เอ็งคิดทำร้ายข้า!!” มั่นตกใจบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง “เอ็งคิดจะให้ข้าอภัยเอ็ง เอ็งมันชั่วไม่เลิก เอ็งสมควรตาย!”

ไม้ตกใจร้องเรียกกาหลงเพื่อให้ได้สติ มั่นร้องให้ไม้ช่วยด้วยตนไม่ได้ตั้งใจทำร้ายกาหลง ไม้บอกมั่นให้รีบหนีไป มั่นตาลีตาลานหนี กระชากสร้อยเอาพระออกมาฟาดใส่กาหลง แต่กลับถูกกาหลงกำพระไว้

“พระทำอะไรเอ็งไม่ได้” มั่นตกใจมาก

“พระมีไว้คุ้มครองคนที่คิดดีทำดี พระของคนชั่วมันก็เป็นได้แค่ผงดิน!!” ผีกาหลงจ้องหน้ามั่นดุร้าย

ไม้พยายามร้องเรียกเตือนสติกาหลง ให้นึกถึง สัญญาที่ให้ต่อกันและอย่าได้ทำบาปอีก ผีกาหลงที่วิ่งไล่ตามมั่นไปหยุดนิ่ง ไม้ขอร้องให้กาหลงตั้งสติให้มั่นอย่าหลงใหลไปกับความชั่ว แต่กาหลงถูกอาจารย์สักบริกรรมคาถาแล้วเป่ามนต์ออกไป ปลุกวิญญาณความโกรธของกาหลง ทำให้กาหลงขาดสติผลักไม้ล้มลง แล้ววิ่งไล่ตามมั่นไป

มั่นถูกผีกาหลงเพ่งบังคับให้เดินไปที่ท่าน้ำใช้ผ้าขาวม้ามัดขาตัวเอง แล้วเพ่งให้มั่นกระโดดลงน้ำ พุดจีบกับเพชรวิ่งมาถึง เพชรจะกระโดดลงไปช่วยมั่น ถูกผีกาหลงมาขวาง

พุดจีบเตือนสติกาหลง ไม้ก็มาทวงสัญญาที่กาหลงเคยให้ไว้ว่าจะทำเพื่อตน ไม้เข้าสวมกอดกาหลงด้วยความรักและเป็นห่วง กาหลงร้องไห้เสียใจที่ทำผิดพลาดอีกแล้ว บอกไม้เสียงสะอื้น... “ฉันขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

เพชรกระโดดน้ำลงไปช่วยมั่นไว้ได้ เมื่อไม้รู้ว่ามั่นปลอดภัยแล้ว เขาขอบใจพุดจีบและเพชร บอกทั้งสองว่า

“หลังจากนี้ พี่จะอยู่เรือน ไม่ให้กาหลงต้องเจอใครอีก กาหลงจะได้ไม่ถูกรังควาน”

“ฉันอยากให้กาหลงหมั่นทำบุญให้มากๆ ไม่งั้นสิ่งที่ทำไปจะไม่มีผลเลย” พุดจีบบอกกาหลง และฝากไม้ให้ช่วยดูแลกาหลงด้วย ไม้ฟังแล้วเอะใจว่า พุดจีบกับกาหลงเคยทำอะไรกันไว้?

มั่นแค้นใจมากเมื่อรู้ว่าถูกโชติหลอก จะไปฆ่าโชติ เพชรเตือนว่า

“หากเอ็งไม่อยากตายเปล่า ก็มาช่วยข้า เอ็งอยู่ ข้างข้า ข้าจะช่วยผ่อนคดีความ” เพชรเสนอ

มั่นถามเพชรอย่างกระตือรือร้นว่าจะให้ตนทำอะไร

เพชรถามว่ามั่นทำเรื่องชั่วอะไรมาบ้างให้เฉลยมาให้หมด มั่นบอกว่าตนเล่าหมดแล้ว และเรื่องที่โชติให้พวกตนฆ่ากาหลง แค่นี้ก็คงพอให้เพชรจับโชติเข้าตรุได้แล้ว แต่พอเพชรบอกให้มั่นไปชี้หน้ายืนยัน มั่นปฏิเสธเพราะกลัวถูกโชติฆ่า

“ข้าจะจับมันใส่ตรุ เอ็งไม่ต้องกลัว”

“ถึงมันโดนจับ แต่พ่อผู้ใหญ่ก็คงไม่ปล่อยข้า ข้าไม่อยากตาย” มั่นกลัว ตัดสินใจวิ่งหนี ถูกโขงกับจอกมาขวางไว้

“เอ็งยังไปไม่ได้ จนกว่าจะบอกข้ามา ใครฆ่าจำปา?” โขงเผชิญหน้าถาม

มั่นตกใจแทบช็อกที่ถูกโขงคาดคั้นเรื่องนี้อีก

ooooooo

ที่เรือนช่วง สิงเข้ามาถามโชติว่าตะวันจะข้ามทุ่ง แล้วมั่นยังไม่กลับมาเลย โชติบอกหน้านิ่งว่าคงโดนผี กาหลงฆ่าไปแล้ว สิงถามอึ้งว่าไม่คิดสงสารมั่นสักนิดหรือ?

“ใครที่มันจองหองเหลือหลาย คิดตีตัวออกห่างข้า มันต้องทนกระด้างกระเดื่องเช่นนี้ พ่อข้าสอนมาเสมอ ใครที่มันไม่เหลียวแลเราเป็นพวก เท่ากับมันเป็นศัตรู!!”

“เอ็งแกร่งขึ้นมาก!” ช่วงเดินเข้ามาชม “แต่ยังไกลมือเกินจะเป็นใหญ่เป็นโตได้ หากเมื่อใดที่เอ็งกำจัดนังกาหลง และเสี้ยนหนามที่ทิ่มตำใจข้าหมดไป เมื่อนั่นเอ็งถึงจะได้ชื่อว่าเก่งกาจ สมเป็นลูกของข้า!!”

“ได้จ้ะพ่อ...ฉันจะลงมือทำทุกสิ่งให้พ่อภูมิใจในตัวฉัน!” โชติพูดอย่างฮึกเหิม

ooooooo

มั่นถูกโขงกับจอกคาดคั้นเรื่องฆ่าจำปา มั่นให้สัญญาก่อนว่าถ้าเล่าไปแล้วจะไม่ฆ่า เมื่อโขงรับปากมั่นจึงเล่าว่า

“คืนกลับจากงานวัด พี่โชติจะขืนใจกาหลงแต่จำปามาขวางพี่โชติก็เลยขืนใจจำปาให้พวกฉันร่วมด้วย จำปามันจะเอาความไปบอกชาวบ้าน พี่โชติก็เลยสั่งให้พวกฉันฆ่าแล้วเอาศพแขวนไว้ที่ต้นไทร!”

โขงขบกรามกำหมัดแน่นแค้นจัด มั่นมองกลัวๆเร่งว่า ตนเล่าหมดแล้วให้ปล่อยตนเสีย แต่พูดไม่ทันจบก็ถูกโขงซัดปากเปรี้ยง  มั่นต่อว่า “ไหนบอกว่าไม่ทำร้ายข้า!”

“คำสัตย์มีไว้ให้กับคนดี ไม่ใช่คนชั่วอย่างเอ็ง!” โขงตะคอกแล้วต่อยซ้ำอีก จอกบอกโขงให้พอได้แล้ว มั่นดีใจบอกจอกให้ช่วยตนด้วย จอกพรวดเข้าไปแต่แทนที่จะช่วยกลับต่อยเปรี้ยงบอกว่า แก้แค้นแทนจำปา

“พอได้แล้ว” เพชรมาร้องห้าม มั่นรีบหลบไปอยู่หลังเพชร โขงบอกให้เพชรส่งมั่นมาตนจะชำระแค้น เพชรเตือนสติว่า “เอ็งฆ่ามันตายก็เท่ากับปล่อยให้ตัวการใหญ่มันลอยนวล เอ็งยอมอย่างนั้นหรือ? เพราะมีเพียงไอ้มั่นคนเดียวที่จะพอเป็นพยานให้ฉันเอาความจับไอ้โชติได้”

โขงยังแค้นบอกว่า คนอย่างมันต้องตายตกตามกัน เพชรหว่านล้อมว่า

“หากเอ็งคิดเยี่ยงนั้น ก็ต่อเวรสร้างบาปไม่สิ้น บ้านเมืองมีขื่อมีแป ให้มันรับโทษตามกฎตามกรรมของมัน” กล่อมโขงกับจอกแล้ว เพชรหันบอกมั่นว่า “เอ็งต้องช่วยพวกข้าจับโชติ”

มั่นตกใจบอกว่า ถ้าช่วยตนก็ตาย โขงสวนไปทันทีว่า ถ้าไม่ช่วยก็ต้องตายด้วยมือตน เพชรหว่านล้อมต่อว่า

“ข้าจะช่วยผ่อนโทษหนักให้เป็นเบา จะเป็นหรือตายขึ้นอยู่กับเอ็ง”

มั่นไม่มีทางเลือก ตัดสินใจยอมทำตามเพชร แต่พริบตานั้นมั่นก็พุ่งเข้าแย่งดาบในมือจอกแล้วจับไว้เป็นตัวประกัน จอกตกใจถามว่า “ไหนเอ็งบอกว่าจะช่วยพวกข้า” มั่นหัวเราะเยาะเอาดาบจ่อคอพูดอย่างสะใจว่า

“มันก็จริงอย่างเอ็งว่า คำสัตย์มีไว้ในหมู่คนดีไม่ใช่คนอย่างข้า! พวกเอ็งทิ้งดาบให้ไกล ไม่งั้นไอ้จอกตาย!!”

พอเพชรกับโขงทิ้งดาบ มั่นก็ลากจอกออกไป แต่พอเพชรกับโขงหยิบดาบไล่ตาม ปรากฏว่า มั่นพาจอกหายไปแล้ว!

ไม่นาน สิงก็วิ่งไปรายงานโชติขณะกำลังขัดดาบอยู่ที่เรือนว่า มั่นยังไม่ตาย และกำลังจะหนีไป เพชรกับโขงกำลังตามล่าอยู่ โชติพูดอย่างเลือดเย็นว่า

“มันไม่ตายก็ส่งให้มันตายไปเสีย ส่วนไอ้เพชรมันคิดจับข้าจับพ่อ ข้าจะฆ่ามัน!”

ooooooo

เพราะเมื่อคืนไม้ฝันร้ายว่า ได้ยินเสียงกาหลงร้องไห้อยู่ใต้ถุนเรือน มองลงไปเห็นกาหลงเอามือปาดดิน กระดูกผีโผล่ขึ้นมา ในฝันเห็นกาหลงเงยมองขึ้นมาไม้ตกใจสะดุ้งตื่น โล่งใจเมื่อรู้ว่าเป็นแค่ความฝัน

รุ่งขึ้น กาหลงตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นไม้แล้ว กาหลงจึงลงไปยังใต้ถุนเรือนที่ตรงกับที่นอนบนเรือน ค่อยๆปาดดินออกมือผีกาหลงโผล่ขึ้นมา กาหลงกุมมือนั้นไว้อย่างหวงแหน เหมือนจะปกป้องศพนั้นไว้ให้ใครเอาไปไม่ได้

“กาหลง...กาหลงจ๊ะ” เสียงพุดจีบร้องเรียก กาหลงตกใจชะงัก แต่เมื่อหันมองเห็นพุดจีบเหมือนมองไม่เห็นตนก็เบาใจ พุดจีบเดินขึ้นเรือนพลางเรียกหากาหลง จู่ๆกาหลงก็โผล่มาบอกว่า ตนอยู่ใต้ถุนเรือน พุดจีบถามให้กาหลงสบายใจว่า “ฉันเดินมาหน้าเรือน ก็ไม่เห็นใคร”

“บุญฉันคงถอยลงตามคำหลวงตาเตือนไว้ เมื่อใดที่ฉันก่อเวร อาฆาตแค้น บุญก็จะถอยน้อยลง พี่ไม้กับพุดจีบ ถึงเห็นฉันในบางครา” กาหลงเล่าเศร้าๆ
“ฉันหนักใจในเรื่องนี้ถึงได้มาหา อยากให้กาหลงได้ร่วมทำบุญกับฉัน ฉันจะอนุโมทนาบุญให้กาหลง กาหลงจะได้อยู่อย่างสุขใจ”

คำปลอบใจของพุดจีบ ทำให้กาหลงยิ้มดีใจที่พุดจีบยังพร้อมที่จะช่วยเหลือตนอยู่เสมอ...

แม้กาหลงจะต้องเผชิญกับปัญหาของตัวเองมากมาย แต่ก็ไม่ลืมที่จะไปดูแลแม่กลอย ป้อนน้ำป้อนยาให้แม่ถามชบาอย่างห่วงใยว่าเป็นอย่างไรบ้าง คงเหนื่อยเอาการแล้วกาหลงก็ชื่นใจเมื่อได้ฟังชบาบอกว่า

“พี่ไม่ต้องหนักใจหรอก เหนื่อยหนักกว่าเดิม แต่ฉันก็สุขใจที่ได้ดูแลแม่ดูแลน้อง ฉันเข้าใจนะพี่ เวลาเราได้อยู่ดูแลคนที่เรารักมันสุขใจไปหมดเพียงใด...แล้วพี่ล่ะ เป็นยังไง พี่ไม้ดูแลพี่ดีไหมจ๊ะ” ถามแล้วบ่นตัวเองว่า“ไม่น่าถามเลย คงไม่มีผู้ชายคนใดในบ้านบัวสี ที่จะรักเมียได้เท่าพี่ไม้อีกแล้ว”

กาหลงดีใจ ชื่นใจที่ชบาเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก บอกว่า “เอ็งก็โชคดี ที่ยังมีคนที่รักเอ็ง” ชบาถามว่าหมายถึงใคร พอกาหลงบอกว่าเพชร ชบาก็เขินเดินเลี่ยงไป

ooooooo

มั่นลากจอกหนีมาไม่นานก็ปล่อย บอกว่าเพื่อให้จอกทัดทานเพชรกับโขงไม่ให้ตามตน เมื่อเจอกันจอกบอกว่ามั่นหนีไปแล้ว โขงจะตามแต่ถูกเพชรรั้งไว้

มั่นหนีไปขอความช่วยเหลือจากโชติที่เรือนบอกว่ากาหลงปล่อยตนเพื่อให้มาบอกโชติว่าให้เลิกแล้วต่อกัน และที่สำคัญตำรวจคนนั้นก็รู้แล้วด้วยว่าโชติทำอะไรไว้บ้าง

“ถึงมันรู้ความว่าข้าฆ่านังจำปา ฆ่าผีกาหลง แล้วยังไง มันจะทำอะไรข้าได้ เอ็งไปร้องบอกพวกมันเอาเถอะ ข้าเคยเตือนแล้ว...คนตายพูดไม่ได้!” พูดจบก็เงื้อดาบจะฟันมั่น มั่นถอยกรูดแล้วเป่าปากเปี๊ยว...

ทันใดนั้น เพชร โขง จอกและชาวบ้านที่ซุ่มฟังอยู่ก็เฮโลกันออกจากที่ซ่อน เพชรตะโกนบอกชาวบ้านว่าได้ยินชัดกันแล้วใช่ไหมว่าโชติทำอะไรไว้และยังคิดจะฆ่ามั่นอีก

โชติจึงรู้ว่าถูกมั่นหักหลัง และโขงกับจอกก็เพิ่งรู้ว่า ที่แท้เพชรใช้จอกเป็นนกต่อลูกน้องช่วงมารู้เห็นเหตุการณ์วิ่งไปบอกช่วงว่าโชติโดนเล่นงาน ช่วงคว้าดาบลงเรือนไปทันที

เพชร โขง จอกและชาวบ้านต่อสู้กับพวกโชติที่มีกำลังเหนือกว่า เพชรพลาดท่าล้มลง โชติเงื้อดาบจะฟัน

“เอ็งหยุด!!” กาหลงตะโกนก้อง พอชาวบ้านเห็นผีกาหลงก็หนีกันกระเจิง กาหลงบอกโชติว่าไม่อยากฆ่าเขาให้เสียมือ สั่งให้โชติวางดาบเสีย

ช่วงมาถึงพอดีตะโกนบอกโชติไม่ต้องกลัวมัน โชติดีใจที่พ่อมาช่วยวิ่งหลบไปอยู่หลังพ่อ

เพชรสั่งผู้ใหญ่ช่วงให้ส่งโชติมา ตนจะพาไปรับโทษ แต่ช่วงกลับสั่งโชติให้รีบหนีไป

“พ่อผู้ใหญ่รักษากฎหมาย แต่ทำผิดเสียเอง!” เพชรเตือนสติ ชาวบ้านก็ตะโกนว่า

“ข้าทนไม่ไหวแล้ว ที่พ่อผู้ใหญ่ทำผิดเสียเอง พวกข้าจะไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของคนที่ไร้ศีลธรรม ส่งเสริมให้คนผิดเอาตัวรอดเห็นแก่พวกพ้อง!”

“คนผิดต้องรับโทษ!!” ชาวบ้านตะโกนพร้อมกัน แล้วพากันล้อมโชติกับสิงไว้

“พ่อผู้ใหญ่เองก็ทำผิด ฉันในฐานะตำรวจผู้รักษากฎหมาย ฉันก็ขอจับผู้ใหญ่ไปสืบคดีความ!”

เมื่อเข้าตาจนช่วงชักปืนออกมาขู่ว่าใครเข้ามาก็ตายเป็นผี แต่ผีกาหลงไม่กลัวโผล่ไปตรงหน้าช่วง ถูกช่วงเอาสร้อยเขี้ยวเสือฟาดจนทรุดร้องอย่างเจ็บปวด ช่วงฮึกเหิมจะฆ่าทุกคนที่คิดฆ่าตน มั่นตกใจกลัวตายวิ่งหนีเลยถูกช่วงยิงตายต่อหน้าทุกคน ชบาอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าไปจะกระชากสร้อยเขี้ยวเสือ ถูกช่วงผลักกระเด็นแล้วจะยิง เพชรพุ่งเข้าปกป้องชบา และผีกาหลงก็จับปืนไว้ ช่วงจึงเอาสร้อยเขี้ยวเสือคล้องคอกาหลงทันที

กาหลงร้องอย่างเจ็บปวด ชาวบ้านทนไม่ได้พุ่งเข้าไปกระชากสร้อยเขี้ยวเสือจากกาหลง โชติฉวยโอกาสนั้นพาช่วงกับสิงหนีไป ชบาถลาจะไปกอดกาหลง แต่กาหลงหายไปแล้ว ชบาตกใจคิดว่ากาหลงหมดบุญแล้ว

ooooooo

ช่วง โชติและสิงวิ่งหนีมาถึงชายป่า ช่วงด่าโชติว่ากลับมาทำให้ตนเดือดร้อน เป็นตัวซวย เป็นเสนียดให้ตนไม่รู้จักจบสิ้น ประกาศตัดพ่อลูกและไม่ต้องย้อนกลับมาให้เห็นหน้าอีก ส่งดาบแล้วไล่ให้รีบไปให้ไกลถึงจะรอด

แต่พอช่วงหันกลับมาก็เจอผีกาหลงผงาดอยู่ตรง หน้าแล้ว พริบตานั้นผีกาหลงพุ่งเข้าสิงช่วง โชติเห็นผีกาหลง จึงหันมาฟาดฟันเชื่อว่าดาบที่พ่อให้นี้จะฆ่ากาหลงได้มันฟันกาหลงไปหนึ่งแผลทำให้กาหลงถึงกลับทรุดนอนจมกองเลือด แต่พริบตาเดียวผีกาหลงก็ไปหัวเราะลั่นอยู่ข้างหลังมัน ร่างที่นอนจมกองเลือดกลายเป็นช่วงที่ร้องอย่างเจ็บปวด “เอ็งฆ่าพ่อ!!”

โชติตกใจที่ฟันช่วงจมกองเลือด ช่วงร้องขอให้ช่วยแต่โชติกลัวตายวิ่งหนีไป ผีกาหลงเดินเข้าหาช่วง แต่จิตรับรู้ว่าไม้เจอศพตนที่เรือนแล้ว กาหลงตกใจเข่าอ่อนทรุดร้องไห้กลัวไม้จะเอาศพไปทำลาย

ไม้เจอศพกาหลงฝังอยู่ใต้เรือนตรงที่นอนบนเรือนพอดี ไม้รู้ว่ากาหลงรักตนมากจนไม่ยอมไปไหน ซบหน้ากับศพร้องไห้อย่างสะเทือนใจ จนครู่หนึ่งจึงอุ้มศพกาหลงออกจากเรือนไปซ่อนไว้ที่อื่น แล้วเอาขอนไม้มาวางล้อมเป็นคอกสี่เหลี่ยมผืนผ้า เอาดินถมและปลูกกอมะลิไว้ตรงที่ฝังศพกาหลง...

กาหลงกลับมาเห็นไม้นั่งมองต้นมะลิที่ปลูกไว้แทนที่ฝังศพตน ก็ร้องไห้ซึ้งใจที่ไม้ไม่เพียงไม่ทำลายศพตนแต่ยังปลูกต้นมะลิไว้ปกปิดร่องรอยด้วย...

เมื่อไม้ปลูกมะลิเสร็จจะขึ้นเรือน กาหลงถามว่าไปไหนมาหรือ ไม้บอกว่าปลูกมะลิไว้ใต้ถุนกลิ่นจะได้ฟุ้งกระจายหอมทั่วเรือน ย้อนถามว่าแล้วกาหลงไปไหนมา กาหลงบอกว่าไปเยี่ยมแม่มา

“พี่ไม่ชอบใจให้กาหลงออกไปไหนมาไหนคนเดียว ประเดี๋ยวจะโดนพวกมันรังแก มื้อหน้ากาหลงจะไปไหนบอกนะจ๊ะ พี่ไม้จะพากาหลงไปเอง”

“จ้ะพี่...” กาหลงรับคำ ต่างโผเข้ากอดกันด้วยความรัก

ฝ่ายชบา เมื่อรู้ว่าเพชรเป็นตำรวจก็โกรธหาว่าเพชรเป็นคนหลอกลวง แม้เพชรจะชี้แจงว่าตนบอกไม่ได้เพราะเป็นหน้าที่ รอโอกาสเหมาะจึงจะบอก ที่สำคัญตนไม่หวังจะเอาตำแหน่งและฐานะมาต่อรองขอความรักจากชบา

“เอ็งดูถูกข้า เอ็งคิดว่าข้ารักคนเพราะเงิน นี่แหละคำเขาว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ เอ็งเพียรคบหาข้า แต่ไม่รู้ใจข้าเสียเลย”

“ข้าจะรอให้เอ็งใจเย็นแล้วค่อยคุยกัน”

“ข้าไม่มีอะไรจะคุย แล้วก็อย่ามาเหยียบเรือนข้าอีก!”

พอเพชรเดินออกไปแล้ว ชบาก็เดินไปร้องไห้อยู่มุมเรือน

ที่หน้าเรือนแม่กลอย...ไม้แบกกระบุงใส่ข้าวเปลือกมา กาหลงถือกล้วยและของอื่นจะมาฝากแม่ กาเหว่าเห็นเข้าวิ่งไปหา ดีใจว่าดูท่าไอ้กาเหว่าจะอ้วนเสียคราวนี้แล้ว ถูกไม้ขัดคอว่า “ข้าเอามาฝากแม่ ไม่ได้ฝากเอ็ง” กาเหว่าก็หน้าเป็นบอกว่าแม่อิ่มลูกอิ่ม ตนลูกแม่ ลูกอยากกินอะไรแม่ก็ยอมเสียแต้มให้ได้เสมอ

ไม้ชวนกาหลงขึ้นเรือนไปหาแม่กัน กาหลงให้ไม้ขึ้นไปก่อน  ตนจะเอาของไปจัดวางไว้ ไม้จึงขึ้นเรือนไปหาแม่กลอยเอาข้าวมาฝากเอาเงินส่วนหนึ่งมาให้แม่กลอยตามสัญญาที่จะดูแลแม่ให้รับสบาย พูดออกตัวว่าแม้เงินนี้จะเพียงกระผีกริ้น แต่มาจากน้ำพักน้ำแรงของตนกับกาหลงแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความรักที่เรามีให้แม่

“เอ็ง-เก็บ-ไว้...” แม่กลอยพูดอย่างลำบากน้ำเสียงสะเทือนใจ

“แม่รับไว้เถอะจ้ะ มันคือคำสัญญาที่ฉันมีให้แม่” ไม้คะยั้นคะยอ แม่กลอยรับถุงเงินไว้น้ำตาไหลพราก

ไม้ก้มกราบที่ข้างเตียง แม่กลอยขยับมือลูบหัวไม้ด้วยความรัก ไม้เงยมองแม่กลอยอย่างซาบซึ้งที่ยอมรับตนแล้ว ต่างยิ้มให้กันอย่างปลื้มปีติ...

ooooooo

ตอนที่ 15

ที่เรือนแม่กลอย ขณะกาเหว่านั่งเช็ดเนื้อตัวให้แม่อยู่ ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นเรือนมา แม่กลอยตกใจเพราะรู้ว่ากาหลงมา แต่กาเหว่านึกว่าชบา ลุกออกไปดู แต่พอกลับมาปรากฏว่ากาหลงนั่งอยู่กับแม่แล้ว

กาหลงตัดพ้อต่อว่าแม่ที่บอกเรื่องตนแก่ไม้ ทำให้แม่กลอยยิ่งตกใจกลัวกาหลงจะฆ่า

“ฉันไม่เคืองแม่หรอกจ้ะ ยังไงก็ต้องถึงวัน...ที่ทุกคนรู้” กาหลงพูดพลางช่วยดึงผ้าห่มคลุมถึงคอให้แม่อย่างเบามือ

“อ้าว...พี่กาหลง พี่เข้าทางไหน ย่องมาเสียกริบเชียว” กาเหว่าร้องทัก เห็นกาหลงร้องไห้ก็ปลอบใจพี่สาว“พี่กาหลงไม่ต้องร้องไห้นะจ๊ะ ฉันรู้ว่าพี่คับใจที่แม่ต้องมาตกทุกข์ ไหนพี่ต้องดูแลพี่ไม้อีก ฉันโตแล้วนะพี่ ฉันเป็นชาย มีแรงดูแลแม่ ดูแลพี่ชบาได้ พี่ไม่ต้องห่วง เลิกทำหน้ากล้ำกลืนได้แล้วคนสวย”

“กาเหว่า...พี่รักเอ็งมากนะ” กาหลงยิ่งร้องไห้หนัก

“ฉันก็รักพี่จ้ะ...นี่ก็มืดสงัดแล้ว ทางนี้พอการเถอะ พี่กลับเรือนไปดูพี่ไม้ พี่ไม้รอพี่อยู่ที่เรือน”

กาเหว่าพูดไปตามประสา หารู้ไม่ว่าก่อนที่กาหลงจะมาเรือนแม่กลอยเกิดอะไรขึ้น และเวลานี้ไม้อยู่ที่ไหน? แต่กาหลงก็ลาแม่กลอยกลับเพื่อไม่ให้กาเหว่าสงสัย

แต่พอกาหลงหันเดินออกไป ทั้งแม่กลอยและกาเหว่าก็กอดกันร้องไห้สงสารกาหลง...

พอไม้รู้สึกตัวขึ้นตอนกลางคืน ก็ร่ำร้องลุกขึ้นจะออกไปหากาหลงนอกโบสถ์ เพชรกับโขงจะเข้าไปจับตัว แต่พอเห็นสายตาไม้ก็ชะงักไม่กล้าเข้าใกล้

ไม้ลุกเดินไปยืนมองประตูโบสถ์ แล้วหันกลับมาทางพระพุทธรูป กลับไปทรุดนั่ง พนมมือไหว้ที่หน้าองค์พระร้องไห้เงียบๆพุดจีบมองดูไม้สงสารจับใจ

กาหลงกลับไปนั่งที่หัวบันไดเรือน ชะเง้อมองทางที่จะเข้าเรือน นึกบอกไม้ว่า...

“พี่ไม้...ฉันรอพี่อยู่ที่เรือนนะจ๊ะ...”

ooooooo

พวกเพชรหลบผีกาหลงอยู่ในโบสถ์จนกระทั่งเช้า โขงกับเพชรออกไปสำรวจรอบโบสถ์วิ่งกลับมาบอกว่าดูทั่วแล้วไม่เจอผีกาหลง จันคาดว่าผีกาหลงคงกลับเรือนไปแล้วกระมัง

ขณะนั้นเอง เพชรมองไปข้างหน้า เห็นชาวบ้านถือคบเพลิงเดินมากันทั้งที่เป็นกลางวันแสกๆ สงสัยว่าจะไปไหนกัน พอจับทิศทางได้ ก็ตกใจร้องพร้อมกัน...

“ไปเรือนพี่กาหลง!”

คนที่นำชาวบ้านถือคบเพลิงไปนั้นคือผู้ใหญ่ช่วงนั่นเอง! ไปถึงหน้าเรือนกาหลงก็ตะโกนท้า

“นังกาหลง เอ็งออกมาเสียรู้แล้วรู้รอด!!” กาหลงอยู่ในเรือนตกใจเมื่อรู้ว่าช่วงนำชาวบ้านมาแต่ไม่โผล่มาดู ช่วงย่ามใจตะโกนบอกชาวบ้าน “นังผีร้ายมันไม่สู้โผล่หัว พวกเอ็งขึ้นไปเผาเรือนมันให้สิ้น!!”

“หยุดนะ!! พวกเอ็งหยุดเดี๋ยวนี้!!” เพชรตะโกนขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง มีโขง จัน และจอกตามมาติดๆ

ช่วงสวนไปว่ากาหลงเป็นผี ตายไปแล้วก็ต้องเผา โขงโต้ว่านี่เป็นเรือนคนไม่ใช่เชิงตะกอน แต่ถึงจะใช่ก็เผาไม่ได้หากเจ้าเรือนไม่ให้เผา

“พวกเอ็งไม่ให้เผา งั้นก็ไม่ต้องเผา” อบเชยสะอึกออกมาช่วยพ่อ แล้วหันไปยุชาวบ้านว่า เรือนกาหลงสร้างจากเสาและกระดานที่ชาวบ้านงัดฝาเรือนมาให้ ยุว่า “ในเมื่อเพลานี้เจ้าของเรือนตายไป พวกเอ็งก็เอาไม้คืนไปซะ”

ชาวบ้านฮือกันขึ้นเรือนงัดแผ่นกระดาน งัดฝาเรือนบางส่วนเอาไปกองไว้ กาหลงอยู่บนเรือนทั้งตกใจและไม่พอใจมาก โขงแล่นเข้าไปขวางชาวบ้าน ถูกช่วงกับอบเชยตวาดว่า พวกเขาเป็นเจ้าของไม้ย่อมเอาคืนได้

เพชรโต้เถียงกับช่วงว่าเมื่อชาวบ้านมอบให้ แล้วจะมาอ้างภายหลังว่าเป็นสมบัติตัวอีกไม่ได้ มันย่อมตกเป็นของเจ้าของเรือนแล้ว อบเชยโต้ว่า เมื่อเจ้าเรือนตายกลายเป็นผี เรือนนี้ก็กลายเป็นป่าช้า

โขงกับเพชรทนไม่ได้ขึ้นไปดึงชาวบ้านลงมาจากเรือน ไล่ให้ออกไปจากเรือนนี้ให้สิ้น!

ช่วงเอาเรื่องผีกาหลงมาขู่ชาวบ้านว่า หากผีกาหลงยังอยู่ชาวบ้านจะไม่มีความสงบสุข หาว่าเพชรกับพวกขัดขวางความสุขของชาวบ้าน ฟังช่วงแล้วชาวบ้านส่งเสียงกันอย่างไม่พอใจ

“ข้าในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ดูแลทุกข์สุขของชาวบ้าน ข้าขอสั่งให้เผาเรือน!!” ช่วงสั่งทันที

“เผาๆๆ!!” ชาวบ้านฮือกันจะไปเผาเรือน เพชรต้องหว่านล้อมไม่ให้ทำตามสั่งของผู้ใหญ่ ขอให้ชาวบ้าน ยับยั้งชั่งใจ ตัดสินใจด้วยตัวเอง

“ใครที่รักพี่ไม้รักพี่กาหลง ไม่คิดอยากเผาเรือนให้ก้าวมาหาข้า” โขงขอประชามติ มีแต่พวกเดียวกันไม่กี่คนก้าวออกมา แต่พออบเชยประกาศว่า “ใครที่หมายใจจะเผาเรือนผีให้ก้าวออกมา” พวกแกนนำชาวบ้านก้าวออกมาชาวบ้านจึงก้าวตามออกมา

“พวกเอ็งมันเล่นพวก!!” เพชรตะโกน

ถูกอบเชยหาว่าแพ้แล้วพาล ช่วงก็หาว่าพวกเพชรอยากเอาผีชาวบ้านไว้หลอกขายผ้ายันต์ พวกเห็นแก่ได้! แล้วยุต่อ

“ข้าจะไม่ใช้อำนาจข่มใดๆให้กระเทือน ให้พวกเอ็งตัดสินใจกันเอง จะนอนอย่างสุข หรือจะนอนขวัญหนีเพราะผี!!”

ชาวบ้านที่ถูกเป่าหูยุยงและขู่พากันตัดสินใจจะเผาเรือนกาหลง ผีกาหลงอยู่บนเรือนทนไม่ได้จะออกไปเล่นงานชาวบ้าน ก็พอดีไม้มาตะโกนลั่น

“ข้าไม่ยอมให้ใครเผาเรือนข้า!!”

ชาวบ้านชะงัก กาหลงอยู่บนเรือนดีใจเมื่อรู้ว่าไม้มาช่วย...ไม้มองชาวบ้านประกาศกร้าว

“ออกไปจากเรือนข้า! ข้าเป็นเจ้าเรือน ใครเหยียบหัวบันได ข้าเอาถึงตาย!!” ช่วงลำเลิกว่าอย่าลืมว่าเรือนนี้สร้างด้วยไม้ของใคร ไม้สวนไปว่า “ข้าจำได้ไม่เคยลืม แผ่นดินที่ข้าเหยียบก็เป็นแผ่นดินของพ่อแม่ พ่อแม่ข้าตายที่นี่!!”

“พ่อแม่เอ็งตายตรงนี้ กาหลงก็มาสร้างเรือนทับที่ มันถึงเป็นผีเฮี้ยนนัก” ช่วงโต้

“มันจะไม่เฮี้ยนไปได้ยังไง ในเมื่อวิญญาณพ่อแม่ฉันยังหาสุขไม่ได้ ก็คนที่ฆ่าพ่อแม่ฉันมันยังไม่ตาย!!” ไม้จ้องหน้าช่วงเพราะรู้จากปากขุนหวาดแล้วว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อแม่และเผาเรือนตน “รอให้ฉันจับมันให้ได้มั่น ฉันจะลบหน้าเอาเลือดมันมาบูชากระดูกพ่อแม่!!”

อบเชยยุชาวบ้านให้ขึ้นไปเผาเรือนเลย ไม้ประกาศว่าเมื่อพี่ป้าน้าอาไม่รักกาหลงก็คงไม่รักตนด้วย ให้เผาตนตายไปกับกาหลงเลย ตะโกนเสียงสะท้าน “เผาฉันด้วย...เผาเลย!!”

ชาวบ้านมองไม้แล้วตัดสินใจโยนคบไฟทิ้ง พวกไม้ดีใจ แต่ช่วงพูดอาฆาตว่า

“ข้าทำทุกอย่างเพื่อช่วยพวกเอ็ง แต่พวกเอ็งกลับรนหาที่ให้ผีหลอกตาย พวกเอ็งก็จงยอมรับชะตากรรม อย่าได้หมายร้องขอให้ข้าช่วย!!”

ทันใดนั้น มีลมพัดแรง ช่วงกับอบเชยตกใจ ชาวบ้านพากันถอยกรูด กาหลงก้าวออกมาที่ชานเรือนพูดอย่างปลื้มปีติ

“พี่ไม้...พี่ช่วยฉัน...พี่จะกลับมาอยู่กับฉัน...”

“พี่ไม่ยอมให้ใครมาเผาเรือน มันเป็นเรือนรักของเรา” ไม้ขึ้นบันไดจะไปหากาหลง โขงตกใจวิ่งไปรั้งลากไม้ออกไป เพชรบอกโขงให้พาไม้ออกไป ส่วนดำเอาคบไฟขู่กันกาหลงไว้ แต่พอลมพัดไฟดับ ดำก็ทิ้งคบไฟวิ่งอ้าวตะโกนลั่น

“รอข้าด้วย...”

“เอาผัวข้าคืนมา!!!” ผีกาหลงตะโกนก้อง

ooooooo

ไม้ดิ้นรนตะโกนแต่จะกลับไปหากาหลง ผลักโขงกับเพชรที่จับตัวไว้ จอกจึงเข้าไปทุบที่ท้ายทอยอีกครั้งหวังให้ไม้สลบจะได้หมดฤทธิ์  แต่ไม้กลับไม่เป็นไรซ้ำยังต่อยจอกหงายไปด้วย โขงเลยทุบไปอีกทีไม้จึงทรุดหมดสติไป

โขง เพชร กับจอก ช่วยกันพาไม้บ่ายหน้ากลับไปที่โบสถ์ เพชรติงว่าแห่กันไปแบบนี้จะเสียท่า แล้วเพชรก็วางแผนแบ่งหน้าที่ให้ทุกคนปฏิบัติตาม โดยแยกไปเป็น 3 สาย เพื่อลวงผีกาหลงและพาไม้หนี

จันเจอผีกาหลงมาดักกลางทางจริงๆ  จันจึงผลักจอกที่มีผ้าพันหน้าไปหากาหลงบอกว่า  “เอาผัวเอ็งคืนไป” แต่พอกาหลงเปิดหน้าเห็นเป็นจอกก็โกรธว่าจอกหลอกตน  จอกตกใจชี้ไปที่แม่จัน  แม่จันชี้ส่งเดชไปบอกว่า เขาสั่งมาอีกที

“ผัวข้าอยู่ไหน!!!” ผีกาหลงตะโกนถาม ทั้งจันและจอกวิ่งหนีกันล้มลุกคลุกคลาน

ผีกาหลงตามหาไม้ต่อไป  เจอโขงประคองดำที่มีผ้าโพกหน้าไว้เช่นกัน  ผีกาหลงตะโกน “เอาผัวข้าคืนมา” โขงก็ทำทีร้องบอกไม้ให้รีบหนีไปเร็ว  แต่ดำก็ถูกเส้นผมกาหลงเลื้อยมาตวัดรัดข้อเท้าล้มลง พอเห็นเป็นดำ ผีกาหลงโกรธจัดตวาดลั่น

“เอ็งไม่ใช่ผัวข้า!! ผัวข้าอยู่ไหน!!!”

ดำกับโขงชี้ส่งเดชไปคนละทาง  กาหลงไม่พอใจที่ถูกหลอกอีกยื่นมือไปทางดำ  ดำลนลานบอกว่าไม้หนีไปวัดแล้ว กาหลงหายวับไปทันที

ตอนที่ 14

ชบาร้องไห้อย่างหนัก เพชรปลอบใจให้ยอมรับความจริงว่าถึงชบาร้องไห้จนขาดใจตายคาทุ่ง กาหลงก็ไม่กลับเป็นคนได้หรอก

ในภาวะที่ทั้งเสียใจและตกใจนี้ ชบากลัวว่าเมื่อกาหลงเป็นผีก็ต้องเอาโทษฆ่าตน ฆ่าแม่และฆ่าน้อง

“พี่ กาหลงเขาไม่สิ้นสำนึกขนาดนั้น ถ้าพี่เขาคิดร้ายอย่างที่ว่าก็ทำไปเสียแล้ว ที่ยังวนเวียนไปไหนไม่รอดก็เพราะรักพี่ไม้ รักแม่ แล้วก็รักเอ็ง”

คำปลอบใจของเพชรทำให้ชบาสงสารกาหลง ซบเพชรที่จับมือให้กำลังใจ เพชรรู้สึกดีที่ชบาไว้วางใจตนมากขึ้น...

ooooooo

เพราะ ชบาทิ้งขันน้ำวิ่งหนีไป กาหลงจึงออกมาเอาน้ำจะไปให้แม่กลอยกิน มาถึงหน้าห้องก็ชะงักเมื่อเห็นอบเชยกำลังเอาผ้าชุบน้ำโรยดอกไม้เช็ดแขนให้ แม่กลอยอยู่

“อบเชย...เอ็งมาทำอะไร”

“ฉันรู้ความว่าแม่กลอย ไม่สู้รับสบาย ก็ร้อนใจรุดมาเยี่ยม ฉันพกน้ำปรุงน้ำหอมมาเช็ดเนื้อพรมตัว น้ากลอยจะได้พลอยชื่นใจ ขืนปล่อยให้คนไข้นอนซมอมทุกข์ไม่ดีนักแล้ว” พูดแล้วหันถามแม่กลอย “น้าชอบกลิ่นหอมดอกไม้ไหมจ๊ะ ฉันปรุงเองกับมือเลยนะจ๊ะ”

แม้จะฟังดูดี แต่กาหลงก็แปลกใจที่จู่ๆ อบเชยก็มาทำดีด้วย เมื่อลงมาส่งอบเชยที่หน้าเรือน กาหลงถามว่า

“เอ็งหวังสิ่งใด” อบเชยไม่ตอบแต่ส่งถุงเงินให้ กาหลงไม่รับถามว่า “ให้เงินข้าทำไม”

“แม่ กลอยมาเจ็บหนัก...พี่ไม้กับกาหลงคงแสนลำบาก ไม่ได้ไปนาเสียทั้งคู่ จะเอาเงินที่ไหนมาดูแล รับเงินฉันไว้เถอะ ข้อสำคัญคือกาหลงจำต้องใช้เงินอีกโข”

กาหลงยังไม่วางใจถามว่าทำดีกับตนหวังผลอะไร อบเชยทำหน้าซึ้งบอกว่า

“ข้าหวังผล หวังจะตอบแทนที่พาฉันพบพาน

แต่ ความสุข แม่ฉันพร่ำสอนถึงบุญบาป ฉันไม่เคยคิดเฉลียวเสียเลยจวบวันพ่อป่วยนอนซมง่อยเปลี้ย ฉันจึงรู้ว่าชะตาตก กรรมตามเล่นงาน รับเงินฉันเถอะ ถือว่าต่อบุญให้ครอบครัวฉัน”

กาหลง ขอบใจและรับเงินไว้ อบเชยทำเป็นชื่นใจที่กาหลงอโหสิกรรมให้ ขณะนั้นเองงามกับเผื่อนก็อุ้มเด็กเล็กเข้ามา กาหลงมองด้วยความแปลกใจ อบเชยทำทีถามว่าไปอุ้มลูกใครมา เผื่อนบอกว่าลูกนังจวน มันออกไปนาตนจึงอุ้มมาเล่น อบเชยรับเด็กไปอุ้มเดินเข้าใกล้กาหลง พูดอย่างรักใคร่เอ็นดูเด็กว่า

“กาหลงดูสิ...นี่ถ้ากาหลงได้ลูกกับพี่ไม้ คงจะ

น่าเกลียดน่าชังไม่ผิดพ่อผิดแม่” เห็นกาหลงอึ้งไปกับ

ความจริงของตัวเอง อบเชยยิ้มในหน้าที่กาหลงกำลัง

หลงกล ตน เผื่อนกับงามรู้งานเข้าไปรับเด็กคืน อบเชยหันบอกกาหลงว่า “กาหลง ฉันหวังดีกับกาหลง ฉันอยากเตือนใจกาหลง วันใดพี่ไม้รู้ความจริงประหลาดนี้ กาหลงจะทำยังไง พี่ไม้จะอยู่ร่วมเรียงกับกาหลงได้งั้นรึ”

อบเชยพูดจนกาหลงหวั่นไหวใจเสีย แล้วตอกย้ำยุแหย่ว่า

“พี่ ไม้ย่อมต้องผละห่างกาหลงไป แล้วจะถลันไปหาใครล่ะ คงไม่ผิดพุดจีบ พุดจีบที่มีใจให้พี่ไม้เสียนานและพี่ไม้ก็เคยหวามไหวไปกับพุดจีบ...พุดจีบ เป็นคน ร่วมเรียงเคียงหมอนได้เป็นปกติ...แล้วข้อสำคัญ พุดจีบให้ลูกกับพี่ไม้ได้...ผู้ชายทุกคนย่อมอยากมีลูกไว้ช่วย

ทำมาหากินและสืบสกุล...กาหลงย่อมรู้ดี...จะหมดบุญวันไหนก็ไม่รู้...”

ทิ้ง ระเบิดและวางกับดักแล้ว อบเชยกลับเรือนไปอย่างกระหยิ่ม โชติที่สงสัยแต่แรกว่าอบเชยจะทำอะไร เดินออกมาขวางถามว่า “เอ็งคิดทำอะไรของเอ็ง”

“ก็ทำให้มันตายใจใช้ความเป็นผีทำร้ายคนที่ มันรัก ดั่งคำกล่าว ไม่ว่าคนหรือผี มันก็มีรัก โลภ โกรธ หลงได้คือกัน ยิ่งกระหน่ำใส่พิษรักแรงหึงด้วยละก็...ไม่ว่าผีหน้าไหนก็เกินจะรั้ง!!”

“แต่สำหรับข้า เพลานี้มีแต่แรงแค้น แค้นที่รอยบากมันขวางทางข้าเสียทุกสิ่ง!”

“พี่ก็เร่งจัดการมันให้สิ้น พ่อจะได้เชื่อใจ ไว้ใจพี่สักที!”

อบเชยยั่วยุให้โชติจัดการกาหลงอีกทางหนึ่ง

ooooooo

กาหลงลิ่วไปที่เรือนพุดจีบ นวลบอกว่าพุดจีบไม่อยู่ไม่รู้ว่าไปไหน กาหลงจึงเดินหาไปจนถึงบริเวณบึงบัว

โชติ ที่เชื่อว่าพุดจีบรู้ว่าศพกาหลงอยู่ที่ไหน มาเจอพุดจีบที่บริเวณบึงบัว ตรงเข้าตะคอกถามว่าศพกาหลงอยู่ไหน! เมื่อพุดจีบบอกไม่รู้ โชติหาว่าพุดจีบจงใจปิดเพราะกลัวตนจะทำลายกาหลง

“ใช่...ฉันไม่ยอมให้พี่ทำลายเพื่อนฉัน!” พุดจีบตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน โชติเปลี่ยนเป็นหว่านล้อมว่า

“พุดจีบ เอ๊ย...เอ็งมันคิดน้อยเสียจริง เอ็งลองตรองคิด วันใดที่ไร้กาหลง เอ็งจะได้สมหวังในรัก แลกาลข้างหน้าถ้าไอ้ไม้รู้ความว่านังกาหลงเป็นผี มีหรือมันจะสู้อยู่เรือน ยามนั้นล่ะ เพียงเอ็งเข้าไปสะกิดปลอบใจมัน มันก็จะซ่านซาบมอบใจให้เอ็งได้ไม่ยาก”

โชติเห็นพุดจีบเริ่มหวั่นไหวในคำของตน ก็เข้าไปด้านหลัง พูดพลางโอบกอด...

“แต่หากเอ็งเหงาใจเหลือจะอดใจทน ข้าก็จะช่วยคลายเหงาไปพลาง”

พุดจีบตกใจสะบัดร้องให้ปล่อย โชติยิ่งกอดรัดซุกไซ้อย่างหน้ามืด

“ไอ้ โชติ!!” เสียงกาหลงตวาดขึ้น โชติผงะตกใจหายหื่นวิ่งหนีไปสุดชีวิต กาหลงจะตาม พุดจีบห้ามไว้ กาหลงไม่พอใจเดินเข้าหาถามเสียงแข็ง “ตอบมาเดี๋ยวนี้ เหตุใดมาขวางไม่ให้ฉันไปฆ่าคนที่มันคิดชั่วกับเอ็ง?!”

“ฉัน ไม่อยากให้กาหลงก่อเวรสร้างกรรมหนักเกินเสียแล้ว!” กาหลงฟังแล้วยิ้มเย้ยอย่างไม่เชื่อ “กาหลง... กาหลงซ่อนศพไว้ที่ไหน บอกฉันมาเถอะ ฉันจะช่วยกาหลงซ่อนศพไม่ให้หมอผีลักไปทำลาย”

กาหลงย้อนถามว่าจะช่วยซ่อนศพหรือเอาศพไปเผาทำลายกันแน่ ยกคำของโชติมาดักคอว่า

“ข้าได้ยินที่เอ็งคุยกับไอ้โชติ มันก็จริงอย่างที่ไอ้โชติพูดไว้ หากข้าตายไป เอ็งก็สมรักพี่ไม้”

พุดจีบบอกว่าตนไม่เคยคิดทรยศเพื่อน กาหลงไม่เชื่อ พูดอย่างที่ถูกอบเชยเป่าหูมาว่า

“เอ็ง เป็นคน ยังสวย ยังงาม แถมมีลูกให้พี่ไม้ได้ แต่ข้ามีลูกให้พี่ไม้เชยชมไม่ได้!” กาหลงระบายอย่างเศร้าใจว่า “เอ็งคะเนไม่ออกจนนิดเดียว ทุกคืนข้าต้องสะดุ้งใจ กลัวพี่ไม้จะตื่นมาแจ้งความจริง ยิ่งชาวบ้าน...แม่...รู้เรื่องฉัน สักวันข้างหน้าคงปิดพี่ไม้ไม่มิด...แล้วเมื่อนั้น พี่ไม้ก็ทิ้งข้า...” กาหลงหยุดหันจ้องพุดจีบตะโกนแค้น “ทิ้งข้าไปหาเอ็ง!!”

ไม่ว่าพุดจีบ จะพยายามแสดงความปรารถนาดีอย่างไร กาหลงก็ไม่เชื่อ บอกว่าทางเดียวที่จะทำให้ตนอุ่นใจได้คือ พุดจีบต้องตาย! สิ้นเสียงใบหน้ากาหลงก็กลายเป็นผี เดินเข้าหาพุดจีบอย่างดุร้าย พุดจีบวิ่งหนีสุดชีวิต

อบเชยซุ่มดูอยู่ที่มุมหนึ่ง ยิ้มสะใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของตน

ooooooo

หลังจากหลวงพี่กบกับพวกเฟื้องกลับไปแล้ว ไม้ยังติดใจสงสัยว่า เฟื้องพาหลวงพี่กบมารับบาตร...มันผิดวิสัย

ไม้ ฉุกคิดถึงเมื่อวันที่ไปเยี่ยมแม่กลอย และแม่กลอยพยายามจะบอกไม้ว่ากาหลงเป็นผีแต่พูดคำ ขาดๆหายๆ แต่พอกาหลงเข้ามาแม่กลอยตกใจหยุดพูดทันที ไม้ตัดสินใจลงจากเรือนจะไปถามเสียให้รู้ชัดว่าวันนั้นแม่กลอยจะพูดอะไร?

มา ถึงเรือน ไม้ตรงไปถามแม่กลอยทันทีว่าวันก่อนแม่จะบอกอะไร แม่กลอยนึกครู่หนึ่งจึงพยายามพูดว่า “ผะ...” พอดีมีเสียงคนเดินมาแม่กลอยตกใจหยุดพูดทันทีนึกว่าเป็นกาหลง แต่ที่แท้เป็นกาเหว่าเอาน้ำมันเม็ดคำฝอยเข้ามาบอกว่า

“ฉันได้น้ำมันนวดเม็ดดอกคำฝอย เขาว่าช่วยนวดแก้เส้นอัมพาตได้ชะงัดนัก”

“แม่ว่าไงจ๊ะ” ไม้ถามอย่างติดพัน แม่กลอยไม่อยากให้กาเหว่ารู้เรื่องนี้  ไม้จึงบอกให้กาเหว่าไปต้มข้าวให้แม่กิน

พอ กาเหว่าออกไป แม่กลอยจึงพูดออกมาอย่างยากลำบากแต่ฟังได้เต็มคำว่า “ผะ...ผี!” ไม้ตกใจถามว่าแม่เจอผีตนใดแม่กลอยพยายามบอกอีกว่า “กะ...กะ...กา...หลง!”

ไม้ตกใจผงะ แม่กลอยพยักหน้ายืนยันทั้งน้ำตา แต่ไม้ไม่เชื่อ ถามว่า

“แม่ พูดอะไร แม่โกหกฉันใช่ไหม...พอการเถอะ แม่เกลียดกาหลงอยู่กินกับฉัน แม่ไม่น่าเอาคำชาวบ้านมาใส่ร้ายลูกตัวเองให้เกิดความ ฉันจะไปตามกาหลง พากาหลงมาคุยให้แจ้งใจ” แม่กลอยตกใจกลัวตัวเกร็งพยายามจะห้าม ไม้ยืนยันว่า “ฉันต้องพากาหลงมาคุยต่อหน้า กาหลงเป็นคน ไม่ใช่ผี!”

ไม้หุนหันกลับไปจนกาเหว่าสงสัยว่าไม้เดือดร้อนเรื่องอะไร จะตามไปดู ถูกแม่กลอยจับมือไว้เพราะไม่อยากให้กาเหว่าเจอกับกาหลง

แต่พอไม้ลงเรือนก็ถูกเฟื้องมาดัก มีโขง จอก ดำ เพชรยืนลุ้นอยู่ พวกโขงตัดสินใจบอกไม้ว่ากาหลงเป็นผี! แล้วต่างก็เล่าเรื่องที่ตนพบเห็นกาหลงเป็นผีให้ไม้ฟัง

“ไม่จริง! ฉันไม่เชื่อ คนบ้านนี้สติเตลิดไปแล้ว!” ไม้โมโหที่ทุกคนรุมกันหาว่ากาหลงเป็นผี กระทั่งชบามายืนยันอีกคนไม้ก็ไม่เชื่อ ถามทุกคนว่า “กาหลงตายแล้วศพกาหลงอยู่ที่ไหน มีใครพบเห็นศพกาหลงบ้าง”

ทุกคนส่ายหน้า แต่เพชรบอกว่า “ฉันเห็น! ในวันที่พี่จะไปค้นหาร่างพี่กาหลงที่บึงบัว ฉันเป็นคนดำน้ำเอาศพพี่กาหลงขึ้นมา ไม่อยากให้พี่และพวกผู้ใหญ่ทำร้ายพี่กาหลง”

ไม้ตรงเข้าผลักอกเพชรบอกให้พาไปดูศพกาหลงให้เห็นกับตาตนจึงจะเชื่อ พอเพชรบอกว่าศพหายไปแล้วไม้หัวเราะเยาะว่าที่แท้ก็กุเรื่องขึ้นทั้งเพ!

ขณะกำลังโต้เถียงกันนั้น นวลเดินมาถามว่ามีใครเห็นพุดจีบบ้าง พุดจีบหายไปจากเรือน เพชรตกใจกลัวว่าถ้าพุดจีบพูดเรื่องนี้อาจถูกกาหลงหักคอ นวลตกใจถามว่ากาหลงจะหักคอพุดจีบทำไม

“กาหลงเป็นผี!” พวกเฟื้องตอบเป็นเสียงเดียวกัน นวลตกใจตาเหลือก

“หยุดพร่ำความเท็จเสียข้าจะเอาตัวกาหลงมายันกับพวกเอ็งให้รู้แซ่ไปทั่วบาง!” ไม้หุนหันออกไปตามหากาหลง

ooooooo

พุดจีบวิ่งหนีกาหลงมาจนถึงต้นไทรงาม สะดุดรากไทรล้มลง กาหลงเดินเข้าหา พุดจีบกระถดหนี เหลือบเห็นนวลที่มาตามหาก็ดีใจร้องบอก

“พี่นวล...ฉันอยู่นี่...” นวลมองหาแต่ไม่เห็นเพราะถูกกาหลงบังไว้ นวลเดินร้องเรียกไปอีกทาง พุดจีบที่ถูกกาหลงเอามือปิดปากไว้ร้องไห้ตกใจกลัว แต่พอมองมาอีกที กาหลงก็หายไปแล้ว!

ที่แท้ กาหลงขึ้นไปนั่งอยู่บนกิ่งไทร สยายผมยาวเลื้อยลงมารัดเท้าพุดจีบดึงตัวไป

“ช่วยด้วยยยยย” พุดจีบร้องสุดเสียง

“เอ็งหนีไม่พ้นมือข้าหรอก!” กาหลงคำรามดุร้าย พุดจีบท้าให้บีบคอตนให้ตายคามือเลยจะได้สาแก่ใจ พูดแล้วลุกยืนพร้อมตาย

กาหลงยื่นมือมาบีบคอพุดจีบแน่น พุดจีบกัดฟันทนความเจ็บปวดทรมานหายใจไม่ออก กาหลงยกตัวพุดจีบขึ้นสูงพลันก็ชะงักเมื่อเสียงไม้ร้องเรียกแว่วมา “กาหลง...”

กาหลงตกใจปล่อยพุดจีบหล่นพลั่ก พอดีไม้เห็นข้างหลังกาหลงวิ่งมาหา จับไหล่กาหลงพลิกหันหน้ามา

“พี่ไม้...” กาหลงหันมาหน้ากลายเป็นปกติ

“กาหลงออกมาทำอะไร แล้วพุดจีบ...มีความอะไรกัน?” ไม้ถาม

พุดจีบร้องไห้ เอามือกุมคอตัวเองไว้อย่างไม่หายเจ็บ ไม้ยิ่งแปลกใจเข้าไปถามพุดจีบว่าเป็นอะไร กาหลงทำอะไรหรือ? พุดจีบกลับไม่กล้าตอบ

พวกเฟื้องมายืนออกันอยู่อีกมุมหนึ่ง ตะโกนบอกไม้ให้ออกมาเดี๋ยวกาหลงจะหักคอเอา นวลวิ่งมาประคองพุดจีบถามว่ากาหลงเป็นผีจริงๆ หรือ ไม้ตวาดว่า หยุดเชื่อคำเล่าลือได้แล้ว แต่จันก็ยังยืนยันว่ากาหลงเป็นผี กาหลงพูดกับทุกคนต่อหน้าไม้ว่า

“พวกเอ็งโดนสินบนไอ้โชติไปเท่าใด ถึงเอาโทษใส่หัวข้า ชบา...เอ็งเป็นน้องพี่ เอ็งก็พลอยโห่ร้องป้องปีกไปกับพวกเขาเสียด้วย” ชบาโต้ว่าตนเห็นกับตาว่ากาหลงเป็นผี “เอ็งบอกพี่เองว่าเอ็งนอนน้อย ตาเอ็งคงพร่ามัวไป...มองพี่สิ พี่อยู่ตรงนี้...” กาหลงเดินเข้าไปบอกทุกคนว่า “ทุกคนเห็นฉัน ทุกคนมองฉันให้ชัดสิ ฉันมีตัวตนอยู่ที่นี่ ฉันจะทำพลั้งอย่างที่พูดกันได้ยังไง”

กาหลงเดินไปหาจัน จันถอยหนี ไม่ว่ากาหลงเดินไปหาใคร ทุกคนก็ถอยกรูดหมด ไม้จึงเดินเข้าไปกอดกาหลงประกาศว่า

“ทุกคนเห็นใช่ไหม ว่ากาหลงมีตัวตน กาหลงไม่ได้เป็นอย่างคำลือ กาหลงยังไม่ตาย กาหลงเป็นเมียฉัน!”

กาหลงตื้นตันใจที่ไม้ปกป้องตนจนพูดไม่ออก พวกเฟื้องก็พากันอึ้ง จะโต้ก็ไม่กล้า จะว่าใช่ก็ไม่เชื่อ

พุดจีบยังคลำคอที่ถูกกาหลงบีบ จอกชี้ให้ทุกคนดูว่าผีกาหลงบีบคอพุดจีบ ไม้ถามพุดจีบเพื่อพิสูจน์ความจริงว่า

“ฉันเหลือจะทนฟังคำใส่ร้ายเมียฉัน พุดจีบบอกฉันให้เต็มคำสิ เรื่องจะได้ระงับ พุดจีบมาทำอะไรอยู่ที่นี่ พูดออกมาให้ทุกคนหายข้องใจ”

“ฉัน...ฉัน...” พุดจีบต่อสู้กับความคิดของตัวเอง อย่างหนัก แต่พอมองหน้ากาหลง ก็ตัดสินใจบอกทุกคนว่า “ฉันกำลังจะกลับเรือน โดนรากไทรเกี่ยวเป็นรอยแดงแล้วสะดุดล้ม กาหลงเข้ามาประคองช่วยฉัน” นวลติงว่ารอยช้ำมันผิดประหลาดคล้ายรอยมือ พุดจีบตัดบทว่า “เชื่อใจฉัน...พี่นวล ฉันอยากกลับเรือน”

นวลพาพุดจีบเดินไป กาหลงมองตามด้วยความซาบซึ้งใจที่พุดจีบช่วยตนไว้ทั้งที่เกือบถูกตนฆ่าตาย!

“ทุกคนแจ้งใจแล้วก็ขอให้เลิกลือ หากใครพร่ำโพนทะนาคำลวงนี้อีก ฉันจะถือว่าลบหน้ากัน!” ไม้ประกาศแล้วพากาหลงกลับเรือน

ขณะเดินไปกับไม้นั้น กาหลงหันมองพวกที่ยืนอยู่ ทุกคนเห็นเต็มตาว่าหน้ากาหลงเป็นผี! กระโดดกอดกันด้วยความกลัว

กลับถึงเรือน กาหลงขอร้องไม้ว่า เห็นแก่หัวอกตนอย่าเคืองทุกคนเลย เขาคงเล่าลือกันเพราะแรงยุของโชติ

“พี่คะเนไม่ออก ทำไมชาวบ้านถึงได้เห็นงามตามดีไอ้จัญไร!” กาหลงเชื่อว่าวันหน้าคงไม่มีใครกล้าใส่ไคล้อีก กาหลงเอ่ยอย่างซึ้งใจว่าตนอุ่นใจที่ไม้เชื่อใจตน “พี่บอกกาหลงแล้ว จะให้พี่หลงคำคนอื่นแล้วลืมเชื่อใจเมียพี่ได้ยังไง”

ไม้กอดกาหลงไว้ด้วยความรักเยี่ยงที่ผ่านมา...

ooooooo

รุ่งขึ้น อบเชยชวนเผื่อนกับงามไปดูศพพุดจีบกัน เจอพุดจีบเดินมาพอดี ทั้งสามตกใจตาเหลือกนึกว่าเป็นผีพุดจีบวิ่งหนีกันเตลิดเปิดเปิง จนพุดจีบแปลกใจว่าพวกอบเชยกลัวอะไร?

อบเชยวิ่งเตลิดไปที่ทุ่งนา ชนเข้ากับกาหลงก็แทบช็อก เผื่อนกับงามวิ่งตามมาชนกันล้มทับกองกันที่พื้นนา

กาหลงเดินเข้าหาอบเชย พูดเสียงเย็นเยียบ “เอ็งใส่ความให้ข้ากับเพื่อนรักผิดใจกัน เอ็งมันชั่วนัก” พูดจบก็ตบไม่ยั้ง ตบไปด่าไป “เอ็งหวังให้ข้าเอาผิดพุดจีบ แล้วเอ็งก็จะมาแทนที่ข้า เอ็งมันชั่วนรกไม่รับเสียเหลือเกิน”

อบเชยร้องขอความช่วยเหลือ เผื่อนกับงามไม่กล้าเข้าช่วย พอลุกได้อบเชยก็วิ่งอ้าวไป ถูกกาหลงใช้พลังเพ่งไปกระชากกลับบีบคอจนหน้าเขียว

“กาหลงอย่า! หยุดเถอะ ฉันขอ...” พุดจีบร้องขอ กาหลงยอมปล่อยมือ เผื่อนกับงามจึงเข้าไปประคองอบเชยพาหนีไป กาหลงตะโกนไล่หลังไปว่า

“อย่ามายุ่งกับผัวข้าอีก!!”

เมื่อพากันมานั่งที่ริมบึงบัว กาหลงถามพุดจีบว่าห้ามตนทำไม คนชั่วเยี่ยงนี้ควรได้รับโทษ พุดจีบบอกว่าไม่อยากให้กาหลงทำบาปหนักกว่านี้ เพราะกาหลงทำบาปเท่าไรก็ยิ่งอยู่ยากขึ้นทุกวัน กาหลงฟังแล้วหวั่นใจกับความจริงของตัวเอง

กาหลงขอโทษพุดจีบที่ตนพลั้งไปฟังคำลวงของอบเชย พุดจีบให้ถือเสียว่าเรื่องมันแล้วไปแล้ว ตนไม่เอาโทษเพราะ “ฉันรู้ว่า กาหลงฆ่าฉันไม่ลงหรอก”

พุดจีบนึกถึงเมื่อคืนที่กาหลงบีบคอแล้วคลายมือปล่อยตนลงสู่พื้น บอกกาหลงว่า

“ไม่ว่ากาหลงจะอยู่ในรูปใด ความรักของเราจะเหมือนเมื่อแรก ไม่มีลบเลือนไปชั่วนาตาปี...” ทั้งสองโผเข้ากอดกันร้องไห้ด้วยความรัก พุดจีบสังเกตเห็นร่างกาหลงค่อยๆเลือนไป เตือนอย่างห่วงใยว่า “ฉันอยากให้กาหลงหยุดทำสาแก่ใจตัวเอง หยุดอาฆาตแค้น ไม่อย่างนั้นร่างกาหลงจะสลายไปตามเวร และพี่ไม้ก็จะรู้ความจริงสักวัน”

กาหลงมองร่างตัวเองแล้วพยักหน้ารับคำด้วยความกังวลใจเหลือเกิน...กลัวไม้จะรู้ความจริงนี้...

ooooooo

อบเชยร้องไห้วิ่งกลับเรือนบอกแม่น้อยให้ช่วยด้วย ตนถูกผีกาหลงตบ กลับถูกแม่น้อยตบซ้ำฉาดใหญ่

“แม่ตบหน้าฉันทำไม?” อบเชยตกใจ

“นังเผื่อนนังงามมันบอกความแม่หมดแล้ว เอ็งมันสิ้นแต้มหรือไงถึงได้หน้าชื่นไปหาเรื่อง คอยคิดแย่งผัวคนอื่นไม่รู้ผิดบาป...พ่อให้ท้ายเอ็งจนเสียผู้เสียคนมานักแล้ว แม่จะไม่ยอมให้ลูกไปคิดแรงแข็งขอบใส่ใครอีก”

“พอได้แล้ว!” ผู้ใหญ่ช่วงตวาด อบเชยโผไปพึ่งพ่อทันที แม่น้อยเสียงแข็งให้เอาตัวมาตนจะลงโทษ ช่วงตวาดให้หยุด แล้วบอกอบเชย “ใครที่มันทำร้ายเอ็งมันต้องได้รับความเจ็บปวดเป็นเท่าทวี!”

“พี่ช่วง ฉันยอมหลับหูหลับตาให้พี่ทำผิดมามากแล้ว ฉันหวังใจว่าพี่เจ็บป่วยเจียนตายจะสำนึกในผิดบาปเสียมื้อนี้...พี่กลับหนักข้อ ยุให้ลูกทำชั่วไม่หยุดหย่อน ฉันจะไม่ทนยากกายช้ำใจอีกต่อไป”

“เอ็งเป็นเมีย ริอ่านเหิมเกริมสั่งสอนข้า!” ช่วงตบหน้าแม่น้อยฉาดใหญ่

“เพราะฉันเป็นเมีย ฉันเป็นแม่ของลูก ฉันเหลือจะทนที่ต้องอยู่ให้พี่โขกสับเช่นนี้ คงถึงคราวที่ฉันต้องลงใจทำอะไรสักอย่าง ลบล้างผิดบาปในใจฉัน ฉันจะไปบอกเรื่องราวแต่หนหลังให้คนทั้งบางรู้แซ่เสียที!!” แม่น้อยแข็งกร้าวจะเดินออกจากเรือน ถูกช่วงกระชากไปตบหน้าอีกฉาด ตวาดดุร้าย

“เอ็งแข็งข้อกับข้า...เอ็งต้องเจอดี!!”

ช่วงลากตัวแม่น้อยออกไป โชติยืนมองอยู่มุมหนึ่ง สงสัยว่าพ่อจะทำอะไรแม่?

ช่วงลากแม่น้อยไปล่ามไว้ในห้อง ด่าว่าปากดีนัก ให้อยู่เฝ้าเป็นผีเรือนไม่ต้องออกไปเห็นเดือนเห็นตะวัน อีก แม่น้อยโต้ว่าตนเป็นเมีย

“เมียดีต้องส่งเสริมผัว แต่เอ็งกลับแปรไปหมด ขัดคอขวางหูขวางตาข้า ก็อย่าริมาเรียกหาผัว!!”

“ฉันอิจฉากาหลงมันนักแล้ว หากมันเป็นผีอย่างพี่ว่า มันตายไปไอ้ไม้ก็ยังรักสิเน่หา...แต่ข้าหัวโด่เป็นคนอยู่กลับไม่เคยได้รักจากผัวจนนิดเดียว!”

ช่วงตบแม่น้อยจนทรุดลงแล้วเดินออกไปไม่แยแสกับแม่น้อยที่ร้องไห้เจ็บปวด เสียใจ

ครู่หนึ่งมีคนเดินเข้ามา แม่น้อยเงยมอง เห็นโชติถือถาดอาหารเข้ามา ยืนมองแม่น้อยนิ่ง...

ooooooo

ตอนที่ 13

กาหลงเดินร้องไห้ออกมา ไม้ตามมาถามว่าร้องไห้ทำไม ใครทำให้กาหลงร้องไห้?!

กาหลงปาดน้ำตาบอกว่าไม่มีใครทำ ตนซาบซึ้งใจในคำตอบของหลวงพ่อเท่านั้น ไม้บอกว่าตนก็แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ มันเป็นจริงดังคำเทศน์นั้น แล้วชี้ให้กาหลงดูต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

“กาหลงดูไม้นี่สิ...เมื่อครั้งหลังมันเคยเป็นไม้เล็ก เวลาล่วงไปมันก็เติบใหญ่แตกกิ่งผลิยอดต่อใบ มันไม่เคยทวนเข็มกลับไปเป็นต้นไม้เล็กดังเดิม สักวันหนึ่ง มันก็ต้องตายไป เหมือนอย่างพี่...ไม่ว่าไม้ใหญ่หรือไอ้ไม้มันก็ต้องมีวันตาย ไม่มีใครหนีความตายไปได้”

กาหลงตกใจ เอามือปิดปากไม้ไว้ ไม้ค่อยๆเอามือกาหลงออก พูดต่ออย่างเยือกเย็น มีสติว่า

“พี่เคยห้ามกาหลงไม่ให้พูดคำนี้ แต่หลังจากที่พี่เจ็บหนัก พี่เข้าใจแล้วว่าพี่ห้ามความตายไม่ได้ พี่ขอเพียงสิ่งเดียว หากพี่จะต้องตายไป ขอให้พี่ตายก่อนกาหลง...พี่ไม่อาจอยู่ได้หากไม่มีกาหลง”

กาหลงโผกอดไม้ร้องไห้อย่างสะเทือนใจกับความจริงของตัวเอง...

ส่วนพวกจันแม้ฟังหลวงพ่อเทศน์แล้วจะซาบซึ้งถึงสัจธรรม แต่ก็ไม่มีใครอยากตาย

ขณะเดินโต้เถียงกันนั้น จอกวิ่งตามมาตะโกนเรียก

“พี่จัน ไอ้ดำ ไอ้โขง”

“ไอ้จอก!!” ทุกคนร้องพร้อมกัน ทั้งตื่นเต้นดีใจ อัศจรรย์ใจ โขงถามว่าหายบ้าแล้วหรือ จอกสวนทันควันว่า

“ข้าไม่ได้บ้า!! ข้าแค่ฝันไป ฝันว่าข้าร้องรำยี่เก เหมือนคนบ้า เออ...แล้วนี่พวกเอ็งมัวทำอะไร ไม่ไปงานแต่งไอ้ไม้กับกาหลงหรือ” จันบอกว่าเขาอยู่กินกันนานแล้ว “เป็นไปได้ไงกัน ก็ข้าเพิ่งไปเก็บดอกบัวให้กาหลง...” พูดแล้วนึกได้ บอกทุกคนว่า “กาหลงตายแล้ว!!”

ทั้งจัน โขง และดำไม่เชื่อ เพราะทุกวันนี้กาหลงยังอยู่และไปไหนมาไหนได้เหมือนพวกเรา จอกยืนยันว่ากาหลงตายแล้วจริงๆ ถ้าไม่เชื่อไปดูกันให้เห็นกับตาจะได้รู้เสียทีว่ากาหลงเป็นผี!!

ooooooo

พอไปถึงหน้าเรือนกาหลง จันก็ตะโกนเรียกกาหลง เพื่อให้โผล่มาจะได้เชื่อเสียทีว่ากาหลงเป็นผีจริงไหม

จอกเอามือปิดปากจันถามว่าเรียกทำไม! จันบอกว่าอยากรู้ว่ากาหลงอยู่เรือนหรือเปล่า ดำโพล่งขึ้นว่า

“ข้าไปดูที่นาแล้ว...มันอยู่ที่นา...” จันดีใจเร่งทุกคนให้รีบหลบไปซ่อนที่ใต้ถุนเรือนก่อน ดำพูดไปหอบไปว่า “เดี๋ยว...ฟังข้าก่อน  ไอ้ที่ฉันบอกว่าอยู่นาน่ะ...ฉันหมายถึงไอ้ไม้ ส่วนกาหลงน่ะ อยู่เรือน!!” ดำที่กลัวผีจนขึ้นสมองชวน “กลับทีเถอะ กาหลงรู้ว่าพวกเราซุ่มอยู่นี่ ลงมาหักคอเรียงตัวเป็นแน่แท้!”

“จะไปเสียทำไม...ดูให้รู้ให้รอดว่ากาหลงเป็น...” จอกไม่กล้าพูดต่อ

“หากกาหลงจมน้ำตายอย่างเอ็งว่า กาหลงก็ต้องมีหยดน้ำติดกาย” โขงชี้ จันเห็นด้วยชวนไปช่วยกันไล่หาหยดน้ำจากเรือนกัน

ทุกคนไปยืนแหงนมองจากช่องกระดานขึ้นไป กาหลงเดินมาหยุดยืนตรงช่องกระดาน ทุกคนตื่นเต้นแทบหยุดหายใจ พลันก็มีเสียงน้ำไหล จ๊อก...จ๊อก...ทุกคนมองหน้ากันขวับ แต่พอมองที่พื้น กลายเป็นดำกลัวจนฉี่ราด!

โขงบอกให้กลับไปได้แล้วเพราะความชัดแล้วว่ากาหลงไม่ใช่ผี แต่จอกไม่ยอม ชี้แจงว่า ไม่มีหยดน้ำไม่ใช่กาหลงจะไม่ใช่ผี เสนอว่า “ขึ้นเรือนไปแอบดูกาหลง เผื่อจะเห็นหน้าผี”

แต่พอขึ้นไปดูที่ห้องปรากฏว่าไม่เจอกาหลง เพราะกาหลงเดินเข้าครัวไปก่อนหน้านี้แล้ว

มีเสียงโขลกน้ำพริกดังมาจากในครัว ทุกคนจึงย่องไปดู เห็นกาหลงนั่งตำน้ำพริกอยู่ ต่างพากันโล่งใจชวนกันกลับ กลัวว่าถ้ากาหลงรู้แล้วจะน้อยใจว่าพวกเราหวาดระแวง

กาหลงยิ้มพอใจที่ทุกคนคิดว่าตนยังมีชีวิตอยู่...

แม่กลอยร้อนใจเดินไปหาไม้ที่ทุ่งนาถามว่ากาหลงอยู่ไหน พอไม้บอกว่าอยู่เรือน แม่กลอยตำหนิว่า

“เดี๋ยวนี้เอ็งเป็นผัวประสาอะไร ทิ้งเมียให้อยู่เรือนลำพัง ไม่เห็นเมียเป็นข้อสำคัญ”

ไม้ชี้แจงว่าตนรักและห่วงกาหลง อยากให้กาหลงอยู่เรือน เพราะพักนี้ไม่ค่อยสบายไม่รู้เป็นโรคอะไร ก็ถูกแม่กลอยตำหนิอีกว่า กาหลงไม่สบายแล้วตัวเองยังทิ้งขว้างคาน้ำคาทุ่ง?

“ใจฉันแทบคลั่งตาย ไม่อยากทิ้งกาหลงหรอกจ้ะ แต่ฉันจำใจต้องออกมาหางาน เอาเงินมาแบ่งแม่จ้ะ กาหลงกำชับเป็นข้อสำคัญหนักหนา ให้ช่วยกันหากิน เอาเงินไปให้แม่และดูแลน้องๆให้รับสบาย”

แม่กลอยอึ้งและยังพูดอย่างไว้ท่าว่า “ทำให้ได้อย่างว่า แล้วค่อยมาพูด” แล้วเดินไป ไม้ถามว่าจะไปไหน แม่กลอยตอบสะบัดๆว่า จะกลับเรือน พอแม่กลอยไปแล้วไม้ก็อดคิดเป็นห่วงกาหลงขึ้นมาไม่ได้

ooooooo

การกำจัดผีกาหลงของอาจารย์สักครั้งนี้ล้มเหลว ซ้ำอาจารย์สักยังเสียลูกน้องไปคนหนึ่งด้วย ยังความแค้นแก่อาจารย์นักโชติถามว่าอาจารย์จะทำอย่างไรต่อไป

“ข้าจะตั้งพิธีอีกสักมื้อ เอ็งให้คนของเอ็งมาขวางไว้ อย่าให้ใครมาพังพิธีข้าได้จนนิดเดียว!!”

“ฉันจัดการให้!!” โชติกระเหี้ยนกระหือรือเต็มที่ แต่ขาบกับมั่นสะดุ้งเพราะรู้ว่าตนต้องถูกใช้ไปปราบผีอีกแล้ว!

อาจารย์สักเอาของอาคมใส่ยาม โชติเข้ามาถามว่าตะวันยังไม่คล้อยหัว อาจารย์จะทำพิธีอย่างไร

“ใกล้โพล้เพล้นักแล้ว พลังผีร้ายจักแรงเต็มขั้น ข้าจะร่ายมนต์ให้มันสำแดงตัว ใครที่อยู่ใกล้มือจะได้รู้ว่ามันเป็นผี และในฉับพลันข้าจะเล่นงานมัน!”

จากนั้น อาจารย์สักเดินมาหยุดที่ทางสามแพร่ง ยืนเพ่งเห็นว่าเป็นที่ที่เหมาะที่จะทำพิธี

อาจารย์สักเริ่มบริกรรมคาถา โดยมีโชติ มั่น และขาบ ยืนลุ้นอยู่ห่างๆ อย่างกลัวๆ กล้าๆ

ขณะกาหลงกำลังตำน้ำพริกอยู่ในครัวนั้น จู่ๆสากในมือก็เหมือนมีมือมาปัดจนกระเด็นกระแทกฝาผนังแล้วกลิ้งตกพื้นอย่างแรง กาหลงตกใจชะงักกึก! ลุกยืนรู้ว่าโดนหมอผีรังควานอีกแล้ว พยายามควบคุมสติ แต่เริ่มมีน้ำไหลออกจากหน้ามากขึ้น...มากขึ้น...

พวกจอกที่กำลังจะกลับ ได้ยินเสียงสากกระทบพื้นอย่างแรงก็ชะงักถามกันว่าเสียงอะไร จอกได้ทีสรุปว่า

“นั่นปะไร ข้าว่ากาหลงมันเป็นผี จะเล่นงานพวกเรา เข้าไปดูให้รู้ชัดกับตา” ว่าแล้วลากทุกคนกลับไปดู

“ไม่ไป...ข้าตกใจน้ำจะออกหมดตัวแล้ว กลับเหอะ” ดำรั้งไว้

แต่จอกไม่ยอมให้กลับลากไปดูให้รู้ชัดกับตาจะได้เชื่อที่ตนบอกว่ากาหลงเป็นผี จันไม่เชื่อ แต่ไม่ไปดูด้วย

“จอก...เอ็งไปกับข้า ข้าขอเห็นให้เต็มตาจะได้เลิกป่วนในใจเสียที” โขงฮึดขึ้นมา

“มะ...ไม่...ต้องไป...มะ...มันมาแล้ว” ดำบอกเสียงสั่น ทุกคนหันมองตามที่ดำชี้ เห็นกาหลงเดินเข้ามาหา ในสภาพปกติแต่เหงื่อเปียกชุ่ม จอกชี้ให้ดูว่าเชื่อตนหรือยังเห็นไหมหยดน้ำเต็มหน้ากาหลง

“พวกพี่พูดอะไร ฉันเหงื่อชุ่มเพราะนั่งตำแกงในครัวนานแล้ว” กาหลงพูดยิ้มแย้มปกติ

ทุกคนมองหน้ากันอย่างโล่งใจ...

ooooooo

จันเดินเข้าไปจับตัวกาหลงดีใจที่จับต้องได้บอกทุกคนว่าลูกสะใภ้ตนเป็นคน แต่ขณะจันหันบอกพวกจอกนั้นร่างกาหลงก็กลายเป็นผีในพริบตา

ในที่สุด ทุกคนก็ประจักษ์ชัดว่ากาหลงเป็นผี กาหลงพูดอย่างยอมรับความจริงว่า

“แม่...พวกพี่อย่ากลัวฉันเลย ฉันไม่ได้คิดร้ายกับใคร”

แต่ห้ามใครกลัวไม่ได้แล้ว พวกจอกต่างพากันวิ่งหนี ไม่ทันใจก็กระโดดเรือนลงมากองกับพื้น พอดีแม่กลอยมาเห็นถามว่ามาทำอะไรที่เรือนลูกสาวตน พอจันร้องบอกว่ากาหลงเป็นผี แม่กลอยขึ้นไปบนเรือนไม่เห็นใคร ด่าพวกจันว่าบ้าไปแล้ว

เวลาเดียวกัน อาจารย์สักเร่งบริกรรมคาถา โชติร้อนใจถามว่าเรียกนานโขแล้ว ทำไมผีกาหลงยังไม่โผล่มาเห็นท่าจะเหลวอีก

“มันคิดฝืนมนต์ข้า...แต่ยังไงก็ฝืนไม่ได้ มันต้องมาหาข้า!!” อาจารย์สักมั่นใจ แล้วเร่งบริกรรมคาถาต่อ

เพชรเห็นเหตุการณ์อยู่ที่มุมหนึ่ง รีบวิ่งไปเพื่อช่วยกาหลง

แม่กลอยโมโหพวกจันที่หาว่ากาหลงเป็นผี ใครยืนยันว่ากาหลงเป็นผีก็ถูกตบปากจนโขงบอกว่า ถึงตบพวกตนจนฟันร่วงหมดปากพวกตนก็ยืนยันว่ากาหลงเป็นผีอยู่ดี จันท้าว่าถ้าไม่เชื่อก็ให้ลองตามดูกาหลงให้ดี

“ได้ ข้าจะตามดูกาหลงไม่วางตา หากพวกเอ็งพูดเท็จ ข้าจะลงตะพดสนตะพายให้พวกเอ็งฟันร่วงหมดปากเทียว!” พูดแล้วแม่กลอยลงจากเรือนเพื่อไปตามหากาหลง

พวกจันมองหน้ากัน จอกถามว่าเชื่อตนแล้วใช่ไหม ทุกคนตอบพร้อมกันว่า “เชื่อสนิทใจ!”

ooooooo

การเร่งบริกรรมคาถาของอาจารย์สัก ทำให้มือกาหลงเกิดลายเส้นเลือดปูดโปนเพิ่มมากขึ้น กาหลงพยายามฝืนจะไม่ไปตามมนต์เรียก

ตอนที่ 12

มัคนายกเฟื้องเดินออกจากวัดท่าทางฮึกห้าวเหิมหาญราวกับจอมทัพ มีขาว โขง และดำตามมา

“ไปล้อมจับไอ้ชั่วขุนหวาด สร้างชื่อสู่ลูกหลานบ้านบัวสี ให้รู้แซ่ไปทั้งบาง” เฟื้องประกาศกร้าว

“ตัดหัวมันแลไปแลกค่าหัวจากทางการมาซ่อมวัดให้เป็นวัดแห่งวีรชน” ขาวเสริมอย่างฮึกเหิม

เฟื้องไม่พอใจด่าขาวว่าถนัดนักเรื่องทำบาป หากินกับของไม่ดี หากินกับผี ขาวโต้ว่าตนผิดตรงไหน ตนมีใจกุศลเอาเงินมาช่วยวัด เฟื้องชี้ว่านั่นเป็นเงินบาปรังแต่จะทำให้ศาสนามัวหมอง เตือนขาวว่า

“ไอ้ขาว หมองูตายเพราะงูฉันใด ระวังเถอะ หมอผีหน้าเงินอย่างเอ็งจะตายเพราะผี!”

ขาวโมโหว่าเฟื้องปากเสียเลยเดินแยกไปอีกทางบอกโขงกับดำว่าใครจะไปตัดหัวขุนหวาดกับตนให้ก้าวออกมา โขงกับดำเดินตามขาว แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเพราะกลัวผี ขาวฉุนขาดด่า

“ไอ้พวกขี้ขลาด ข้ามีผ้ายันต์กันผี! ข้าไม่กลัวผีเว้ย หมอผีรึจะกลัวผี” พูดไม่ทันขาดคำเสียงหมาหอนก็แว่วมา ขาวรีบควักผ้ายันต์มาถือไว้เดินออกไปล่าขุนหวาดคนเดียว

ooooooo

ไม้วิ่งไล่ตามขุนหวาดไป ถูกขุนหวาดยิงปืนสกัด ไม้หลบแล้ววิ่งไปอีกทางหมายไปดักขุนหวาด

เพชรวิ่งตามไม้มา แต่เพราะไม้วิ่งฉีกไปอีกทางเพื่อดักขุนหวาดจึงคลาดกัน

ไม้ไปดักบนต้นไม้ พอเห็นขุนหวาดมาก็กระโดดลงมาฟัน ขุนหวาดหลบทำให้ปืนตก ไม้พุ่งเข้าหาแต่ขุนหวาดกลิ้งไปหยิบปืนเล็งไปที่ไม้

“เอ็งมันหาที่ตาย!”

“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นก่อน ปืนในมือขุนหวาดถูกยิงร่วง ไม้หันมองเห็นเพชรที่พุ่งเข้าไปเตะขุนหวาดแล้วล็อกตัวกดลงกับพื้น

“เอ็งหมดทางแล้ว คอยวันที่จะได้จับตัวขุนหวาดเข้าตรุไปรับโทษทัณฑ์ ความผิดที่เอ็งก่อมันมากโขที่ทางการจะประหารชีวิตเอ็ง!!”

“เอ็งเป็นตำรวจ?” ไม้อึ้ง

“ฉันขอโทษเถิดที่พลั้งไม่ได้บอกพี่ ไว้ฉันลากมันเข้าตรุที่วิเศษไชยชาญเสร็จ ฉันจะกลับมาเล่าที่มาที่ไปของฉันให้สิ้นสงสัย ฉันขอตัวไปก่อน” เพชรลากตัวขุนหวาดจะพาไป

“เอ็งพามันไปไม่ได้! มันเป็นคนฆ่าพ่อแม่ข้าตาย!!” ไม้ขวางไว้ เพชรบอกว่าตนรู้จึงต้องพาไปให้ทางการคาดโทษ “คนเลวอย่างมันไม่ควรมีลมหายใจเป็นแน่แล้ว มันต้องโดนชี้หน้าคาดตาแล้วฆ่าให้ตายด้วยคมดาบลูกชายของคนที่มันฆ่า”

ไม้เงื้อดาบจะฟันขุนหวาด ถูกเพชรขวางไว้เตือนสติว่า ทำเยี่ยงนั้นไม้จะต้องโทษฐานฆ่าคนตายเอง

“ข้ายอมตาย ขอได้แก้แค้นให้พ่อแม่ข้า!”

“พี่ตายแล้วพี่กาหลงจะอยู่กับใคร” เพชรตะโกนเตือนสติ ทำให้ไม้ชะงักมือ เปลี่ยนเป็นถีบขุนหวาดล้ม เอาดาบชี้หน้าสั่ง

“เอ็งพูดมา พูดความมาให้แจ้งใจว่าเอ็งเป็นคนฆ่าพ่อแม่ข้า กราบไหว้วิญญาณพ่อแม่ข้า...ขอโทษพ่อแม่ข้า!!!”

ขุนหวาดบอกว่าตนไม่เคยทำบาดหมางให้พ่อแม่ไม้กระเทือน ไม้ด่าว่าปากแข็ง ขุนหวาดย้อนถามว่าตนจะตายอยู่แล้วจะโกหกทำไม ไม้ถามว่าถ้าขุนหวาดไม่ใช่มหาโจรในคืนนั้นแล้วใครกันที่ฆ่าพ่อแม่ตน?

“ใช่ว่ามีเพียงโจรที่ชั่วช้า แต่โจรในคราบนักบุญต่างหากที่เลวทรามกว่าข้านัก” ไม้สั่งให้บอกมาว่าหมายถึงใคร “คนที่ฆ่าพ่อแม่เอ็งคือ...ไอ้ช่วง!!”

“เอ็งเอาความป้ายคนอื่นหวังเอาตัวรอด”

“รู้กันสิ้นว่าความผิดข้ามันมากโข ยังไงข้าก็ต้องสิ้นแต้มตาย แต่ข้าขอตายอย่างมีศักดิ์ศรี ไร้มลทินติดตัว ข้าต้องลบความชั่วที่ข้าไม่ได้ก่อ...คนที่ฆ่าพ่อแม่เอ็งคือไอ้ช่วง มันมีเรื่องหมางใจกับพ่อแม่เอ็ง!”

ไม้คิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น เขาวิ่งเข้าไปดูในเรือนเห็นพ่อโกรธมาก ถามพ่อว่าแม่เป็นอะไร พ่อบอกว่าไม่ต้องยุ่ง ไม่ใช่เรื่องของเด็ก วันนั้นไม้กอดแม่ร้องไห้ในขณะที่ใจก็แค้นช่วงที่วิ่งหนีไป

“เอ็งไม่เชื่อข้า ก็ไปถามมันหรือคนใกล้ตัวมัน” ขุนหวาดบอกเมื่อเห็นไม้มองตนอย่างไม่เชื่อ แต่พอไม้ถามว่าหมายถึงใคร ขุนหวาดกำลังจะตอบ ก็ถูกยิงทรุดลงตรงหน้าไม้ ไม้กับเพชรต่างมองไปทางเสียงปืน

ไม้ตะโกนถามว่าใคร ให้ออกมา!

“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ไม้ทรุดลง เพชรวิ่งเข้ามาดูพลางยิงปืนป้องกันตัวเอง แต่ปืนเพชรก็ถูกยิงตก

สิงโพกผ้าปิดหน้าเข้ามาเงื้อดาบจะฟันเพชร เพชรคว้าดาบไว้แต่สู้แรงไม่ได้ จึงวิ่งหนีไป สิงไล่ตามไป

ไม้ถูกยิงเลือดทะลักนอนร้องครวญคราง ทันใดนั้น เท้าคู่หนึ่งก้าวเข้ามาที่มุมหนึ่ง จ้องไปทางไม้ที่นอนเลือดท่วม มันยิ้มเหี้ยมหมายฆ่าไม้ให้ได้!

ooooooo

กาหลงคอยไม้อยู่ที่เรือน ไม่เห็นกลับจึงเดินลง เรือนไปตามหา

ส่วนพุดจีบนั่งปักผ้าอยู่ที่เรือน ถูกเข็มแทงนิ้วเลือดออก พุดจีบตกใจว่าเป็นลางสังหรณ์ไม่ดี

“คุณพุดจีบเจ็บมากไหมเจ้าคะ” นวลรีบเข้ามาดูพุดจีบ บอกว่าตนไม่เป็นอะไรแต่ใจคอไม่สู้ดี “ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไปไหว้พระสวดมนต์ เรียกขวัญให้มาอยู่กับตัวเถอะเจ้าค่ะ”

พุดจีบนิ่งคิดตามที่นวลแนะ

เวลาเดียวกัน ที่ชายป่า ไม้ลืมตามองเท้าที่ก้าวเข้ามายืนข้างตัว สายตาที่พร่าเลือนเห็นว่าเป็นโชติ!

“เอ็งมันดวงแข็งมาหลายมื้อ แต่คราวนี้แล้วที่จะได้สะสางแค้น คงหวนมาเป็นวันข้าบ้างสิเล่า” โชติเอาเท้าเหยียบขยี้ที่รอยกระสุนบนร่างไม้จนไม้ร้องลั่น “อย่าคิดว่าข้าใจคอชั่วกับเอ็ง ข้ากำลังสงเคราะห์ให้เอ็งลาทุ่งไปอยู่กับพ่อแม่เอ็ง...ก่อนลมหายใจจะสิ้น เอ็งมีสิ่งใดจะสั่งเสียคนข้างหลังก็วานบอก”

“ข้าขอสาปแช่งให้คนชั่วอย่างเอ็งถูกธรณีสูบ ไม่ได้ผุดเกิดชั่วกัปชั่วกัลป์!” ไม้สาปแช่งทั้งที่เจ็บเจียนตาย ถูกโชติจ่อปืนใส่ พริบตานั้นมีมือหนึ่งมาจับมือโชติไว้ โชติหันมอง มันอุทานช็อก!

“นังกาหลง!!”

“เอ็งฆ่าผัวข้า เอ็งต้องตาย!!” กาหลงบิดมือโชติจนปืนร่วง ผลักโชติกระเด็น โชติกระชากสร้อยพระออกมากันกาหลง ทำให้กาหลงต้องถอยแล้วหายวับไป กาหลงมาด้านหลังโชติตบมันอย่างแรงจนล้มสร้อยพระหลุดจากมือ มันพยายามจะเอื้อมไปหยิบ ถูกกาหลงเหยียบเท้าไว้

“โอย...” เสียงไม้ครางกาหลงหันมอง ปล่อยมือจากโชติ โชติฉวยโอกาสคว้าสร้อยพระถือกันผีกาหลงวิ่งหนีไป

ooooooo

เพชรวิ่งหนีสะดุดล้ม สิงพุ่งเข้ามาจะฟันแต่ขาวเข้ามาช่วยเพชรทำให้เพชรตั้งหลักได้ลุกขึ้นมาช่วยขาว สิงเห็นท่าไม่ดีใส่ตีนหมาโกยอ้าวไป

“จะเผ่นไปไหนวะ กลับมาก่อนสิเว้ยไอ้โจรกระจอก” ขาวตะโกนด่าแล้วจะตาม เพชรห้ามไว้บอกว่าให้รีบไปช่วยไม้กันเถอะ

กาหลงเฝ้าไม้อยู่ด้วยความเป็นห่วง ร้องไห้กลัวไม้จะตาย เสียงร้องไห้ของกาหลงโหยหวนน่าเวทนา ขาววิ่งมาเห็นกาหลงกอดไม้ร้องไห้ก็ถึงกับช็อก หันถามเพชรที่วิ่งตามมาว่า “เอ็งเห็นอย่างที่ข้าเห็นไหม”

เพชรพยักหน้าบอกว่าเห็นมานานแล้ว ขาวถอยจะหนี แต่ถูกกาหลงเรียกทั้งที่ไม่ได้หันมอง

“พ่อ...เพชร...ช่วยพี่ไม้ด้วย...ช่วยผัวฉันด้วย...”

ทั้งสองรับคำกลัวๆทั้งที่ใจเป็นห่วงและอยากช่วยไม้

ขาวจัดแจงเอามีดลนไฟผ่าเอากระสุนออกโดยมีเพชรคอยเป็นผู้ช่วย เสร็จแล้วกาหลงถามว่าไม้เป็นอย่างไรบ้าง

“พ่อเองก็ตอบไม่ได้ว่าจะรอดไหม มันหนักเอาการอยู่ จะเป็นจะตายก็รู้ในคืนนี้” ตอบแล้วถามเพชรเบาๆอย่างรู้ใจกันดีว่าจะเอาอย่างไรต่อ จะอยู่หรือไป กาหลงบอกว่าตนอยู่เฝ้าไม้เอง ขาวจึงกลับ เพชรขอกลับด้วยอ้างว่าจะไปส่งขาว

พอขาวกับเพชรไปแล้ว กาหลงร้องไห้คร่ำครวญกลัวไม้จะทิ้งตนไป

แต่พอเดินพ้นมาแล้ว ขาวต่อว่าเพชรที่รู้ว่ากาหลงเป็นผีแล้วไม่บอกตน เพชรย้อนถามว่าถ้าบอกแล้วจะเชื่อไหมล่ะ? ปรากฏว่าขาวก็เคยเห็นผีกาหลงแต่ไม่บอกเพชรเลยหายกัน เพชรถามว่าเมื่อรู้อย่างนี้แล้วจะทำอย่างไรต่อไป

“ก็บอกให้รู้ทั้งหัวคุ้งท้ายคุ้งสิวะ ปล่อยให้ไอ้ไม้อยู่ไปตามเวรกับผีไม่ได้ หรือจะให้ข้ายอมรับสะใภ้ผี?”

“ลุงใจดำแท้นัก ไม่คิดสงสารพี่กาหลงหรือ อย่างน้อยพี่กาหลงก็ไม่เคยทำผิดประหลาดใส่ลุง พี่กาหลงมีบุญคุณช่วยชีวิตฉัน ฉันไหว้ล่ะอย่าเพิ่งบอกความตอนนี้เลย”

ขณะนั้นเอง เฟื้อง โขง กับดำ วิ่งเข้ามา เฟื้องด่าขาวว่านึกว่าจะไปจับโจรที่แท้มาสุมหัวคุยเล่นกัน

“ฉันไปเรือนป้ากลอย ไอ้ลูกน้องขุนหวาดตายไปสอง” โขงบอก

“ส่วนข้าไปที่ชายป่าเจอ...” ดำพูดไม่ทันจบ เพชรก็แทรกขึ้นว่า “ศพขุนหวาดโดนยิงตาย!” ทำเอาพวกเฟื้องงงว่ารู้ได้ยังไง ขาวคุยโวว่าตนรู้อีกตั้งหลายเรื่องที่พวกเฟื้องไม่รู้ ดำถามว่าเรื่องอะไรบ้าง ทุกคนลุ้นว่าขาวรู้อะไร เพชรใจไม่ดีไม่รู้ว่าขาวจะพูดเรื่องอะไร ขาวโพล่งว่า เรื่องเก็บศพพวกมันทำพิธี เพชรโล่งใจที่ขาวไม่พูดเรื่องกาหลงที่เพิ่งคุยกันอยู่เมื่อครู่นี้

กาหลงเฝ้าไม้อยู่ที่เรือน ร้องไห้พร่ำเรียกให้ไม้ฟื้น แต่พอนึกได้ว่าไม้ไม่ชอบเห็นน้ำตา กาหลงก็ปาดน้ำตาทิ้งพยายามยิ้มทั้งที่น้ำตายังไหลไม่หยุด

เสียงร้องไห้ของกาหลง โหยหวนไปทั่วบ้านบัวสี พุดจีบสวดมนต์อยู่ที่ห้องนอนได้ยินเสียงกาหลงร้องไห้ ก็พอดีนวลเข้ามาบอกว่าไม้ถูกยิงเจ็บหนักรักษาตัวอยู่ที่เรือน แล้วถามกลัวๆว่าพุดจีบได้ยินเสียงสะอื้นไหม ใครมาสะอื้นร่ำไห้แถวนี้ พุดจีบตอบเลี่ยงไปว่าเสียงไผ่เสียงลม บอกให้นวลไปนอนเสีย

พุดจีบรู้ว่านั่นคือเสียงร้องไห้ของกาหลง จึงกลับไปนั่งสวดมนต์ไหว้พระอธิษฐานจิตให้ไม้...

ครู่เดียวเสียงร้องไห้ของกาหลงก็ค่อยเงียบหายไป...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น พวกขาวกับเฟื้องช่วยกันฝังศพลูกน้องขุนหวาด โขงถามขึ้นว่าใครฆ่าลูกน้องขุนหวาดที่เรือนแม่กลอย?

เฟื้องบอกว่า ตนถามคนทั้งหมู่บ้านก็ไม่มีใครรู้ แม้แต่แม่กลอยเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกมันตายยังไง โขงเลยบรรยายให้ฟังว่า คนหนึ่งมีรอยถูกบีบคอ คนหนึ่งปากฉีก และอีกคนท้องแตกตายเหมือนโดนกระทืบ

เฟื้องสงสัยว่าใครฆ่า จันโพล่งออกไปว่า ผี! ขาวถามว่าเคยเห็นหรือ จันบอกว่าไม่เคยเห็นแต่เชื่อว่าคนดีผีคุ้ม

“ไม่ใช่ผีบ้านผีเรือนหรอก มันคือผี...” ขาวหยุดแค่นั้น ทุกคนถามว่าผีอะไร ขาวไม่อยากบอกเรื่องกาหลงเลยทำขึงขังบอกว่า “ก็ผีสิวะ!!” แต่ในใจอดคิดกังวลไม่ได้ว่าจะเกิดเหตุไม่ดีขึ้นอีก...

วันต่อมา ขาวก็เก็บของใส่ย่ามเตรียมเดินทางไกล บอกจัน โขง และเฟื้องว่า บ้านเรานับวันวิปริต ตายกันหลายศพ มันไม่เป็นมงคล ตนต้องไปหาของดีมาช่วย แล้วหยิบพระคล้องคอให้จันกำชับจันว่าให้ใส่ติดตัวไว้ ดึกดื่นก็อย่าออกจากเรือน

“ไอ้โขงไป...ได้ข่าวว่าไอ้ไม้มันรอดตายแล้ว แวะไปเยี่ยมมันสักหน่อย” เฟื้องชวน

“ห่างๆ เรือนกาหลงไว้” ขาวเตือน แต่พอนึกได้ก็กลบเกลื่อนว่า “ปล่อยให้มันได้อยู่ตามประสาผัวเมีย” ถูกเฟื้องพูดประชดว่ากันท่ากลัวสะใภ้จะรักตนมากกว่า ตนจะไปหาไม้ที่เรือนกาหลงเช้าถึงเย็นถึงเลย “เอ่อ...ดึกดื่นก็ไปอย่าให้เว้น แล้วเอ็งจะเห็นดี” ขาวประชด

เฟื้องไม่คิดอะไร แต่โขงแปลกใจคำเตือนของขาว พอขาวไปโขงถามเฟื้องว่า “ลุงขาวพูดเป็นนัยๆ เหมือนไม่อยากให้เราไปเรือนกาหลง มีอะไรรึ?” ทั้งเฟื้องและจันต่างส่ายหน้าว่าไม่รู้...

ooooooo

ระหว่างที่ไม้เจ็บนั้น พุดจีบเอายามาให้ที่เรือนถูกกาหลงไล่ตะเพิดไม่ยอมให้ขึ้นเรือน แม้ห่อยาที่พุดจีบเอามาให้ก็ไม่รับ จนพุดจีบต่อว่ากาหลงด้วยความสงสารไม้ว่า

“ฉันหลงคิดว่ากาหลงรักพี่ไม้ แต่ที่แท้แล้ว กาหลงรักตัวเอง กาหลงเห็นแก่ตัวสิ้นดี พี่ไม้กำลังจะตาย ฉันเอายาหวังมาช่วยรักษา แต่กาหลงคิดการแต่แค้นแต่ริษยาพาลทำลายชีวิตพี่ไม้ รึกาหลงอยากให้พี่ไม้ถึงคราวเคราะห์ตาย กาหลงจะได้อยู่กับพี่ไม้”

พูดแล้วเห็นกาหลงอึ้ง พุดจีบทิ้งห่อยาบอกว่า

“งั้นก็ไม่ต้องรับยานี่หรอก ปล่อยให้พี่ไม้ยืนไปตามกรรมให้ตายสมใจกาหลง” ทิ้งห่อยาแล้วพุดจีบวิ่งกลับไป

เมื่อพุดจีบกลับไปแล้ว กาหลงคิดคำพูดของพุดจีบ หยิบมีดเข้าไปหมายจะแทงไม้ให้ตาย  เพื่อไปอยู่กับตน แต่แล้วก็ทำไม่ลง วางมีดร้องไห้ น้ำตาหยดลงบนใบหน้าไม้ ทำให้ไม้รู้สึกตัวลืมตาขึ้น กาหลงดีใจกอดไม้ไว้แน่น

แม้พุดจีบจะกลับไปแล้ว แต่ใจอดห่วงไม้ไม่ได้ย้อนกลับมาดู พอรู้ว่าไม้รู้สึกตัวแล้วก็ดีใจจนร้องไห้หยิบห่อยาวางไว้ที่หน้าเรือนแล้วเดินกลับไป

ooooooo

ขาวไม่บอกเฟื้องกับโขงและจันว่าจะไปไหน แต่พอเพชรรู้ว่าขาวจะออกเดินทางไกล ก็มาดักพบบอกว่าไม่ยอมให้ขาวไปพาหมอผีมาทำร้ายกาหลง

“ข้าไม่ได้ตามหมอผี ข้าจะหาคนมาช่วย ช่วยให้ลูกสะใภ้ข้าพบหนทางสว่าง” เพชรถามว่าหมายถึงใคร ขาวตอบเป็นปริศนาว่า “อีกไม่นานเอ็งก็จะเห็นเอง” แล้วฝากฝังเพชรว่าให้ช่วยดูแลทุกคนด้วย

ขาวฝากให้ช่วยดูแลทุกคน แต่เพชรไพล่คิดถึงแต่ชบา ลิ่วไปที่เรือนแม่กลอยทันที ถูกแม่กลอยถือไม้ฟืน ไล่ตะเพิดจนถอยแทบไม่ทัน รีบบอกว่าตนมาดี กลัวพวกโจรมาบุกเรือนอีกจึงอาสามาเฝ้าเรือนให้

“ไม่ต้อง!” แม่กลอยตวาด

กาเหว่ากับชบาช่วยกันอ้อนวอนแม่ ให้เพชรมาอยู่ด้วยเถิด ไม่เช่นนั้นพวกเราตายแน่ และถ้าพวกโจรมาบุกอีกเราจะทำอย่างไร เรือนเราก็มีแต่ผู้หญิงกับเด็ก

เหตุผลของกาเหว่ากับชบาทำให้แม่กลอยชะงัก แต่ไม่วายพูดประชดว่า “มันน่ากลัวกว่าพวกโจรอีก!”

เพชรได้ยินกาเหว่ากับชบาสนับสนุนตนเช่นนั้นก็ดีใจ รีบอาสาจนพูดผิดพูดถูกว่า

“ฉันจะเฝ้าเรือนเสมือนหมา ใครมาฉันจะเห่า เอ๊ย...ฉันจะไล่ ฉันจะไม่ย่างกรายขึ้นบันไดแม้แต่ขั้นเดียว” แม่กลอยเกี่ยงว่าไม่มีเงินให้ “ไม่ต้องเสียเงินให้ฉันแม้แต่สตางค์แดงเดียว ฉันขอข้าวกินให้อิ่มท้องก็พอจ้ะ”

แม่กลอยใจอ่อน แต่ไม่วายปรามว่า “ห้ามเอ็งเหยียบเรือน หากเอ็งเฉียดใกล้ลูกสาวข้าแม้เพียงคืบ หัวเอ็งหลุดจากบ่า”

แม้ฟังแล้วหวาดเสียว แต่เพชรก็ดีใจที่แม่กลอยให้โอกาส แอบยิ้ม ยักคิ้วแผล็บให้ชบา แต่พอแม่กลอยหันมาก็เปลี่ยนเป็นตีหน้าขรึมในพริบตา

แต่ความรักไม่อาจห้ามใจเพชรได้ จึงหาโอกาสใกล้ชิดชบา เมื่อเห็นชบาไปหาบน้ำก็อาสาช่วย

“อย่าเลย ประเดี๋ยวแม่มาเห็นเอ็งจะหัวหลุดจากบ่า” ชบาเตือน เพชรดีใจที่ชบาห่วงตน บอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะแม่กลอยมัวแต่วุ่นกับผีอยู่ ไม่เห็นหรอก เหลือบมองไปเห็นแม่กลอยที่กำลังมาเซ่นไหว้บริเวณที่ศพของสินกับคงตาย

“ข้าดีใจที่เอ็งไม่เป็นอะไร” เพชรเอ่ยกรุ้มกริ่ม

“ข้าก็ดีใจที่เอ็งรอดจากขุนหวาดมาได้ ฝีมือเอ็งเก่งนัก”

“ไม่เก่งได้ยังไงล่ะ ก็ข้าเป็นถึง...” เพชรเกือบพลั้งปากบอกว่าตนเป็นตำรวจ ดีที่ยั้งปากทันเปลี่ยนเป็นว่า “ก็ข้าเป็นถึงลูกศิษย์พี่ไม้ มวยมือหนึ่งของบ้านบัวสี”

“ใครกันรอบยิงพี่ไม้? รึจะเป็นลูกน้องขุนหวาด มันล้างแค้นพี่ไม้”

“จะเป็นใครก็ช่างเถอะ ข้าต้องจับมันมาลงโทษให้ได้” เพชรหนักแน่นจริงจังเสียจนชบาแปลกใจ

บรรยากาศถูกขัดจังหวะเมื่อแม่กลอยร้องเรียกชบา ทั้งสองผละจากกันแทบไม่ทัน ชบารีบเทน้ำใส่ตุ่ม ส่วนเพชรทำเป็นเดินลอยชายผิวปากไม่รู้ไม่ชี้

ooooooo

ที่ห้องนอนผู้ใหญ่ช่วง ผู้ใหญ่นอนซมอาการหนัก ลืมตาขึ้นช้าๆอย่างอ่อนเพลียมาก “พ่อ...ฉันทำตามที่พ่อสั่งแล้ว...ฉันฆ่าไอ้ขุนหวาดตายด้วยคมกระสุนฉัน” โชติรีบคุยอวด เห็นพ่อยิ้มก็ดีใจ “แต่มันบอกไอ้ไม้ว่าพ่อเป็นคนฆ่าพ่อแม่ไอ้ไม้ พ่อเป็นคนทำรึ ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน...”

ช่วงไม่พอใจที่โชติปล่อยให้ขุนหวาดพูดเรื่องนี้ เอามือปัดของใกล้ๆตกแตก โชติตกใจรีบบอกพ่อ...

“พ่อไม่ต้องคับใจไป ต่อให้ไอ้ไม้รู้ว่าเป็นพ่อ มันก็เอาผิดไม่ได้ ไม่มีใครเอาความพ่อได้ แล้วฉันก็ยิงมัน!มันน่าเจ็บใจนัก ไอ้ไม้จะตายอยู่แล้วเทียว ผีนังกาหลงมาช่วย รอให้ฉันประจวบเหมาะอีกสักครั้ง ฉันจะฆ่ามันทั้งผัวทั้งเมีย!”

ช่วงฟังแล้วยิ้มแต่ก็แปลกใจที่โชติคิดจะฆ่าไม้ ส่วนโชติดีใจที่ผลงานตนทำให้พ่อยิ้มได้ แต่พอออกไปเจออบเชยโชติก็ถูกอบเชยทุบตีบอกว่าเกลียดพี่...เกลียดพี่! ถูกโชติผลักออกอย่างไม่พอใจถามว่าอะไรกัน!

“ก็พี่จะฆ่าพี่ไม้ผัวฉัน” ถูกโชติด่าว่าบ้าไปแล้วมีกาหลงอยู่ทั้งคนยังเสน่หามันอีก “ก็ข้ารักของข้า มันห้ามกันได้ที่ไหน ยิ่งพี่ไม้ต้องทนอยู่กับผี ฉันยิ่งสงสาร ฉันจะต้องดูแลใจพี่ไม้”

ไม่ว่าโชติจะด่าอย่างไรอบเชยก็ยืนยันความรักที่มีต่อไม้ ซ้ำยังบอกว่ายิ่งห้ามตนก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งรั้งก็ยิ่งรัก ยุว่า

“ฉันรักพี่ไม้...พี่ต้องหยุดทำร้ายคนรักของฉันแล้วหันไปเล่นงานนังผีกาหลงซะ”

โชติคิดตามอบเชย เอามือคลำคอที่ถูกกาหลงบีบก็ยิ่งแค้นใจ คิดจะฆ่ากาหลงตามคำยุของอบเชย

แม่น้อยที่กำลังจะเอายามาให้ช่วง ได้ยินลูกทั้งสองคุยกันก็ไม่สบายใจ...

ooooooo

แม่น้อยเอายาเข้าไปให้ช่วง ติงช่วงว่าตนไม่สบายใจที่ส่งเสริมลูก ซ้ำอบเชยก็เป็นเอาหนัก เพ้อถึงแต่คนมีเจ้าของบอกว่า “คงเป็นกรรมที่พี่คิดพรากเมียเขา...”

ช่วงไม่พอใจที่แม่น้อยติติง ปัดถาดใส่น้ำหกตกพื้น ถูกแม่น้อยเสียงแข็งใส่ว่า

“พอการเถอะ! เอะอะก็อารมณ์ ฉันอยากให้พี่รู้จักยั้งคิดบ้าง ที่พี่ต้องมานอนปางตายไม่ใช่เพราะใคร เป็นผลกรรมจากตัวพี่!” แม่น้อยเอาถ้วยยาวาง แล้วร้องเรียก “ใครอยู่ข้างนอก...มาช่วยทายา!” แล้วแม่น้อยก็เดินออกไปอย่างไม่ไยดี ช่วงยิ่งไม่พอใจที่แม่น้อยแข็งข้อ ปัดถ้วยยาทิ้งอย่างโกรธจัด

ooooooo

ที่เรือนกาหลง ไม้ดีวันดีคืน จนถามกาหลงว่าได้ยาจากไหน กินแล้วรู้สึกมีกำลังวังชา

“ฉัน...ไปซื้อยาจากร้านหมอยาจ้ะ พี่ต้องกินให้เรี่ยมนะจ๊ะ แล้วนอนพักมากๆ พี่จะได้หลับสบายหายดี” กาหลงดูแลไม้ด้วยความรักหมดหัวใจ ป้อนยาทาแผลให้อย่างเบามือ

ทั้งยาหม้อและยาใจ ทำให้ไม้ฟื้นตัวอย่างเร็ว

ไม้มองกาหลงพูดอย่างมีความสุขว่า

“ชาติที่แล้ว พี่คงมีบุญมาบ้าง แม้นต้องกำพร้าพ่อกำพร้าแม่ แต่พี่ก็มีเมียที่รักพี่ ไม่รู้ว่าชาติหน้าพี่จะเป็นยังไง”

“พี่ก็ต้องมีความสุขอย่างวันนี้...เพราะฉันจะอยู่กับพี่ทุกชาติไป”

ไม้ถามหยั่งว่า ถ้าตนตายไปกาหลงจะทำอย่างไร กาหลงมองหน้าไม้ตอบมิพักต้องคิดว่า...

“ฉันก็คงขาดใจ...ตรอมใจตาย...ฉันอยู่ไม่ได้หรอก ถ้าไม่มีพี่” แล้วย้อนถามไม้ว่า “ถ้าฉันตายล่ะ? พี่จะตายตามฉันไหม”

“พี่จะอยู่” กาหลงสีหน้าผิดหวัง “พี่จะอยู่ทำศพให้กาหลง พี่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กาหลงไปสู่สุคติ...แต่มันคงอยู่ได้เพียงกาย เพราะวิญญาณและหัวใจพี่มันได้ตายไปพร้อมกาหลงแล้ว...”

กาหลงน้ำตาไหลเป็นสาย กอดไม้ไว้ด้วยความรัก ไม้กอดกาหลงไว้ด้วยความรักหมดหัวใจ...

ooooooo

วันนี้ จู่ๆอบเชยก็มาที่เรือนกาหลง พูดดีอย่างห่วงใยว่า

“ฉันฟังความมาว่า โจรชั่วมันยิงพี่ไม้จนสาหัส ต้องซมอยู่นาน ฉันเป็นห่วงเสียเหลือเกิน เลยเอาผลไม้ เอาสมุนไพรมาฝากจ้ะ”

กาหลงขอบใจเดินลงมารับ อบเชยโล่งใจที่กาหลงไม่ปฏิเสธ ได้ใจขอขึ้นไปเยี่ยมไม้บนเรือน แต่พอเห็นแววตาดุดันของกาหลง ก็รีบเปลี่ยนเป็นว่าไม่รบกวนดีกว่า ไม้จะได้นอนพักเอาแรง แล้วขอลากลับ

“เดี๋ยวก่อน” กาหลงเอ่ยแล้วเดินมาบอกว่า “ฉันจะไปส่งกลับเรือน!”

อบเชยกับเผื่อนและงามใจคอไม่ดี แต่อบเชยก็เดินนำไป กาหลงเดินตามรั้งท้าย แต่พอทั้งสามหันมองอย่างระแวง  ปรากฏว่ากาหลงหายไปแล้ว ต่างตกใจมาก พลันก็ได้ยินเสียงกาหลงเรียกและมองอบเชยอย่างไม่พอใจ

เดินมาถึงต้นไทรงาม อบเชยถามใจคอไม่ดีว่าตนทำอะไรให้กาหลงขุ่นข้องหมองใจหรือ

“เอ็งไม่ต้องตีหน้าเซ่อ เอ็งรับปากจะปรามพี่ชายเอ็งไม่ให้รังควานข้า แต่พี่ชายเอ็งยังรั้นคิดฆ่าผัวข้า!!”

อบเชยยกมือท่วมหัวสาบานให้เจ้าแม่หักคอว่าตนไม่รู้ความด้วยจนนิดเดียว กาหลงตวาดว่าโกหก อบเชยร้องไห้คร่ำครวญว่า

“ฉันพูดความสัตย์ ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเคราะห์เล่า ฉันรักพี่ไม้ แม้นไม่ได้ครองใจ ฉันก็ไม่ยอมให้พี่ชายทำร้ายคนที่ฉันรักได้ลงคอหรอก” กาหลงขัดขึ้นว่าอบเชยไม่ได้ทำก็ดี แต่คนที่ทำกับไม้มันต้องตาย อบเชยอ้อนวอนว่า “ฉันขอเถอะจ้ะ พ่อฉัน พี่ฉันรับกรรมหนักพอแล้ว” อบเชยวิงวอนน่าเวทนา กาหลงฟังแล้วแปลกใจ อบเชยยังคงร้องขอกาหลงอีกว่า

“ฉันขอเถอะจ้ะ พ่อฉันพี่ฉันรับกรรมหนักพอแล้ว...

พ่อเจ็บหนักปางตาย ไม่รู้จะอยู่เป็นร่มโพธิ์คุ้มหัวฉันได้นานเท่าใด ส่วนพี่โชติก็จับไข้ไม่สมประดีเยี่ยงเดียวกัน กาหลงคิดถึงหัวอกฉันสิจ๊ะ เสาหลักมาล้มครืน แล้วพวกฉันจะอยู่กันยังไง...”

กาหลงนิ่งคิดตาม อบเชยยังคงรำพันว่า...

“พวกฉันสำนึกบาปรับเคราะห์หนักสาหัสนักแล้ว คิดเสียว่าให้อภัยเป็นทาน เสริมบุญให้กาหลงอยู่เคียงพี่ไม้ชั่วตาปี”

กาหลงเดินเข้าไปหาอบเชย เผื่อนกับงามใจหายใจคว่ำกลัวกาหลงจะฆ่าอบเชย แต่กาหลงกลับพูดว่า

“หากเป็นมื้อก่อน ข้าไม่ปล่อยเอ็งแน่ แต่เดี๋ยวนี้

ข้ารู้ซึ้งถึงความสูญเสีย ข้าไม่อยากให้ใครต้องสูญเสียเหมือนอย่างข้าอีก...จงกลับใจทำดี คิดดี เสียก่อนสาย” พูดแล้วกาหลงเดินออกไป

อบเชยซึ้งใจถึงกับร้องไห้ เมื่อออกมางามพูดว่า “ให้ฟ้าผ่าตายเถอะ งามไม่คิดว่าคุณอบเชยจะเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้”

“ฟ้าผ่าเอ็งตายสิ!!” อบเชยปาดน้ำตาเหยียดยิ้มพูดอย่างสะใจว่า “น้ำตาเป็นยาพิษชั้นดี ผีที่ว่าร้ายฤๅจะสู้มารยาคน”

ooooooo

พอไม้แข็งแรงขึ้น ก็คว้าดาบลงเรือนจะไปเรือนผู้ใหญ่ช่วง เพชรขวางไว้ขอร้องอย่าไปเลย

“เอ็งอย่ามาใกล้มือ ข้าต้องไปเอาเลือดหัวไอ้โชติออก!” เพชรเตือนสติว่าไม้ไปก็มีแต่เสียกับเสีย “เอ็งเป็นตำรวจ เอ็งริเข้าข้างโจรรึ? ไอ้โชติเป็นคนยิงปืนใส่ข้ามันหวังจะฆ่าข้า เอ็งเป็นตำรวจก็ไปจับมัน!”

ตอนที่ 11

ผู้ใหญ่ช่วงขวัญหนีดีฝ่อกลับถึงเรือนก็สั่งให้เอาสายสิญจน์ล้อมเรือนไว้ ประกาศห้ามใครลงเรือนไปไหน

เช้านี้ อบเชยเห็นโชติกำลังจะลงจากเรือน ถามว่าจะไปไหน พ่อสั่งห้ามลงเรือน ไม่กลัวผีกาหลงหักคอรึ?

“มันไม่ได้กินเสียล่ะ กล้าลองดีก็เอาสิ  หากตะวันกลาง กบาลเท่านี้มันยังกล้ามาเล่นงาน ข้าจะตะโกนให้ชาวบ้าน มาล้อมจับมัน”

อบเชยคิดอะไรบางอย่าง บอกเผื่อนกับงามว่าจะไป ผลัดผ้า ให้ทั้งสองลงเรือนไปกับตน

กาหลงนั่งเด็ดกลีบบัวลอยน้ำไปเหมือนทำใจ ยอมรับความจริงได้แล้วว่าทุกอย่างล้วนผ่านไปไม่หวนคืนมา...

ไม้เดินมามองกลีบบัวที่ลอยน้ำไป เอ่ยอย่างมีความสุขในความรักของตนที่มีต่อกาหลงว่า

“สายน้ำย่อมไหลผ่านไปดังกาลเวลาไม่อาจย้อนกลับคืนมาได้ มีแต่ใจพี่คนนี้เท่านั้น ที่จะกลับมาหากาหลงทุกเช้า...เย็น”

ไม้ก้มจูบกาหลงอย่างแสนรัก เลื่อนลงมาเอาหูแนบท้องกาหลง บอกว่าอยากฟังเสียงลูก กาหลงฟังแล้วสะเทือนใจ  บอกไม้ว่าตนยังไม่ได้ตั้งท้อง กระนั้นไม้ก็มีความหวังว่าวันนี้ยัง แต่ใช่ว่าวันหน้าจะไม่ พูดอย่างมี ความสุขว่า

“ถ้าเป็นลูกชาย พี่จะตั้งชื่อว่ามิ่ง หากเป็นลูกหญิง พี่จะตั้งชื่อว่า...ขวัญ ลูกของเราจะเป็นมิ่งขวัญของพ่อแม่ จะดูแลพวกเรายามแก่เฒ่า” กาหลงถามว่าถ้าตนไม่มีลูก ไม้จะยังรักไหม “กาหลงก็ต้องมีลูกสิ มัวคุยอยู่อย่างนี้จะมีลูกได้ยังไง”

กาหลงย้ำอย่างหวาดหวั่นว่าตนพูดจริงๆ แต่ไม้ก็ยืนยันขันแข็งว่า

“พี่ก็รอได้”กาหลงถามว่าจะรอทั้งชีวิตเชียวหรือ?“มันก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของพี่กับกาหลง แต่ขอให้กาหลงอุ่นใจ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่ก็รักกาหลงไม่เสื่อมคลาย”

กาหลงสวมกอดไม้ด้วยความรักและซาบซึ้ง ไม้กอดกาหลงไว้แนบแน่น

โชติเดินมาเห็น หยุดจ้องภาพนั้นอย่างเกลียดชังไม้เข้ากระดูกดำ!

ooooooo

ที่เรือนพุดจีบ แม่อิ่มยังเคืองพุดจีบที่ขัดใจเรื่องโชติ วันนี้ก็ออกจากบ้านไปแต่เช้า นวลบอกว่าแม่อิ่มไปเยี่ยมญาติที่วิเศษไชยชาญตั้งแต่ก่อนตะวันขึ้นแล้ว

“แม่ไปไม่บอกฉันสักคำ...แม่คงน้อยใจที่ฉันไม่ยอมร่วมหอกับพี่โชติ” พุดจีบไม่สบายใจ

“นวลเคยได้ยินท่านเปรยไว้ ว่าชีวิตท่านมีแต่แก่เฒ่า อยากอุ้มหลาน หากมีโชคได้หลานชาย ขอเกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์เจ้าค่ะ” นวลยกคำแม่อิ่มมาเอ่ย พุดจีบฟังแล้วเศร้า นวลคลานเข้ามาใกล้ทำใจกล้าพูดต่อ “พ่อโชติก็เลวร้ายเกินกำลัง เว้นเสียแต่คุณพุดจีบจะยอมเป็นสองรองจากแม่กาหลง แม่นายถึงจะจนใจร้องขอ”

“พี่นวล!” พุดจีบหน้าตึงเสียงแข็ง จนนวลหน้าเจื่อน พูดออกตัวอย่างรู้สึกผิดว่า...

“นวลขอโทษเจ้าค่ะ อย่าเอาไปคิดให้หนักขมอง คิดเสียว่าเป็นเสียงนกเสียงกาเจ้าค่ะ”

พุดจีบนิ่งคิดอะไรบางอย่าง แม้จะขัดใจแต่ก็สับสนในข้อสะกิดของนวล...

ที่บริเวณริมบึง...กาหลงกอดไม้ถามสิ่งที่หวาดหวั่นว่า ไม้คิดจะเลื่อนฐานะตนเป็นเมียเอกแล้วปันใจให้หญิงใดหรือไม่? ไม้มองกาหลงอึ้ง ในขณะที่กาหลงมองไม้เต็มตารอฟังคำตอบ จนไม้บอกว่าตนไม่เคยมีใจให้ใคร

“แล้วพี่เคยเผลอใจให้พุดจีบสักครั้งไหม” กาหลงถามสิ่งที่ค้างคาใจ โดยไม่รู้ว่าพุดจีบมายืนฟังอยู่เงียบๆ

“พี่ยอมรับว่าพุดจีบเป็นผู้หญิงสวย กิริยาสมกุลสตรี เป็นที่หมายปองของชาย แต่พี่กลับรักและเอ็นดูเสมือนน้อง...พี่รักและสงสารที่พุดจีบต้องกำพร้าพ่อ ไม่มีใครคอยปกป้องดูแล พี่ไม่เคยคิดเป็นอื่น” ชี้แจงแล้วเอะใจถาม “กาหลงหึงพี่?”

กาหลงยอมรับว่าหึงผู้หญิงทุกคนที่ใกล้ไม้เพราะกลัวเสียเขาไป  ไม้ถามว่ากาหลงมีอะไรด้อยกว่าหญิงอื่นหรือ?

“แม้นได้ชื่อว่าเป็นผัวเมียกัน ฉันก็อดหวั่นใจ กลัวพี่พาใครเข้ามาอยู่เรือนอีก” กาหลงเลี่ยงที่จะพูดสภาพความจริงของตน  ไม้ฟังแล้วมองหน้ากาหลงตำหนิอย่างผิดหวังเสียใจว่า

“เอ็งดูถูกใจพี่มากไปแล้วกาหลง พี่เคยพูดคำไหนก็ยังมั่นในคำ...พี่รักเอ็งและจะรักตราบลมหายใจสุดท้ายของพี่”

กาหลงยิ้มทั้งน้ำตา ไม้จูบกาหลง ทั้งสองกอดกันด้วยความรักอย่างซาบซึ้ง

พุดจีบเดินหนีไปอย่างสะเทือนใจ โชติเห็นพุดจีบมาฟังไม้กับกาหลง ก็รีบเดินตามไปอย่างกระหยิ่มใจ

ooooooo

โชติเร่งเดินไปดักพุดจีบที่ชายป่า หว่านล้อมให้พุดจีบตัดใจจากไม้เสีย หันมาชายตาแลตนที่เป็นโสดดีกว่าไม้ทุกข้อ แล้วถามว่า

“รึชอบช่วงชิงแย่งรักถึงจะอิ่มใจ อย่างกะสัญชาติจระเข้วิมาลา” พุดจีบปรามว่าอย่าดูถูกน้ำใจ ตนไม่เคยคิดแย่งใคร “งั้นก็ปลงใจกับพี่” พูดแล้วจู่โจมเข้าจับมือพุดจีบทันที

“หากต้องร่วมหอลงโรงกับพี่ ฉันขอเป็นเมียสองรองคนอื่นดีกว่าเป็นเมียเดียวในใจพี่” พุดจีบสะบัดมืออย่างแรง โชติตวาดถามว่าตนเลวนักรึ! “คนดีเขาไม่ทะยานใจคิดร้ายไม่เลิกรา แม้นได้ชื่อว่าเป็นดวงวิญญาณ!!”

“พุดจีบพูดถึงใคร? พุดจีบแจ้งใจใช่ไหมว่ากาหลงตายแล้ว” โชติตกใจที่พุดจีบรู้ว่าตนอาฆาตผีกาหลง

พุดจีบรีบเดินหนีไปเพราะไม่อยากให้โชติรู้ว่าตนรู้เรื่องกาหลง แต่โชติไม่ยอมเลิก ตามไปจับมือไว้จะให้พุดจีบตอบให้ได้ว่ากาหลงตายแล้ว เมื่อพุดจีบไม่ยอมพูด โชติใช้กำลังเข้าปล้ำทันที พุดจีบตกใจดิ้นสุดแรง ตะโกนขอความช่วยเหลือ

อบเชยเดินผ่านมาได้ยินเสียงพุดจีบร้องขอความช่วยเหลือจึงเร่งบ่ายหน้าไปทางนั้น เผื่อนกับงามตาม ไปกลัวๆ

อบเชยตามเสียงไปเห็นโชติกำลังอุ้มพุดจีบเข้าไปในป่า พุดจีบเห็นอบเชยยืนมองอยู่ก็พยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่อบเชยยืนเฉย ส่วนโชติเหลือบเห็นอบเชยก็ชะงักไปนิดหนึ่งที่มารู้ว่าตนจะปล้ำขืนใจพุดจีบ

เผื่อนกับงามตามมาถึงถามว่าเสียงใครร้อง อบเชยบอกว่าเผื่อนกับงามหูฝาดไปเองไม่มีใครร้องทั้งนั้น บอกให้กลับกันได้แล้ว พูดแล้วเดินนำไปเลย เผื่อนกับงามจ้ำอ้าวตามแทบไม่ทัน

โชติพอใจที่อบเชยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก็ยิ่งเหิมเกริม อุ้มพุดจีบเดินไปหลังต้นไม้ในป่าทันที

พุดจีบต่อสู้สุดชีวิต ขณะกำลังจะเข้าตาจน  ไม้ก็มากระชากโชติออกมา โชติต่อสู้ไม่ถึงยกก็วิ่งหนี ไม้จะตาม พุดจีบร้องบอกอย่างตระหนก

“พี่ไม้ช่วยฉันด้วย”

ไม้รู้ว่าเสื้อผ้าและสไบของพุดจีบถูกโชติกระชากฉีกขาดหมด จึงหันกลับมาถอดเสื้อให้พุดจีบใส่

แต่โชคร้าย! ยายมากับตาสรมาเห็นเข้า ยายมาพูดอย่างไม่พอใจว่าพุดจีบเล่นชู้กับไม้ลบหน้ากาหลงเกินไป ตนยอมไม่ได้ เร่งให้ไปบอกกาหลง ตาสรติงว่า เรื่องผัวๆเมียๆชู้ๆ มันจะดีรึ แต่กลับเป็นฝ่ายลากยายมาหัวทิ่มหัวตำออกไป

ooooooo

อบเชยวิ่งมาเจอกาหลงยืนรอไม้อยู่ ตกใจวิ่งหนีไปอีกทาง กาหลงเอะใจว่าอบเชยคิดก่อเรื่องอะไรอีก

พอกาหลงไล่ทัน อบเชยก็รีบก้มกราบกาหลงสารภาพเสียงสั่น

“ฉันรู้ว่าฉันทำไม่ดี ทำอัปรีย์บัดสี สารพัดจะพรรณนา ฉันถึงต้องมากราบขอโทษที่พลั้ง  ให้อภัยฉันด้วยเถอะ” กาหลงถามว่าจะเชื่อได้อย่างไรว่าอบเชยจะไม่ตลบตะแลงแกล้งทำดี “หากฉันไม่จริงใจ เจตนาร้าย ขอให้ฉันตายเป็นแน่แท้ทีเดียว...ให้ตายโหงตายห่าไปเสีย!!”

“แล้วพ่อกับพี่ชายเอ็งจะยอมรามือกับข้าหรือไม่?”

“ฉันรับปากได้ไม่เต็มคำ แต่ฉันจะหว่านล้อมให้พ่อกับพี่โชติเลิกแล้วต่อกัน เชื่อฉันเถอะ ฉันตรึกตรองคิดแล้วพวกฉันหมดหนทางจะสู้เอาชนะ...” อบเชยจะพูดว่าเอาชนะผีแต่ยั้งปากไว้ทันเปลี่ยนเป็น “เอาชนะแม่กาหลง ฉันแม่นใจแล้วว่า กาหลงรักและหวงพี่ไม้มากเพียงใด ฉันจะขอเป็นหูเป็นตา ไม่ให้ใครกล้ำกรายช่วงชิงพี่ไม้”

“ข้าลงใจยอมอ่อนข้อให้อภัยเอ็ง แต่จะให้ไว้เนื้อเชื่อ ใจอย่าได้หวัง!” พูดแล้วกาหลงผละไป อบเชยตะโกนตามว่า

“แล้วฉันจะใช้ความดีพิสูจน์ให้กาหลงเห็นความจริงใจของฉัน”

ขณะอบเชยกับเผื่อนและงามจ้ำผ่านทุ่งนานั่นเอง เจอกับยายมาตาสรที่กำลังเดินอ้าวจะไปบอกกาหลงเรื่องไม้กับพุดจีบ ก็พูดกันว่า พวกนี้วิ่งอย่างกับหนีผีมา ยายมาเห็นกาหลงกะเข้าไปบอกเรื่องไม้กับพุดจีบ ถูกตาสรสะกิดเลยชะงักอ้ำอึ้ง

“ถ้าน้าไม่มีอะไรจะพูดก็หลีกทาง ฉันจะกลับเรือนไปหาพี่ไม้” กาหลงบอก

“ไอ้ไม้ไม่อยู่เรือนหรอก มันกกกอดพุดจีบที่ชายป่าโน่น” ยายมากับตาสรโพล่งออกไปพร้อมกัน กาหลงปรามให้หยุดปรักปรำไม้กับพุดจีบเสียที ยายมากับตาสรเลยเล่ากันอย่างออกรสว่า

“ข้าพูดความจริง ข้าเห็นกับตา ไอ้ไม้ขยี้ขยำจนสไบพุดจีบขาดกระจุยกระจายผมเผ้ากระเจิง”

“ไอ้ไม้ก็เลยถอดเสื้อของตัวให้พุดจีบใส่”

กาหลงติงว่ามันอาจจะเป็นเหตุอื่นก็ได้ ทั้งยายมากับตาสรยิ่งย้ำยืนยัน ยายมาเตือนกาหลงว่า

“เอ็งก็พูดไป เอ็งจะทำนิ่งเฉยให้พุดจีบแย่งผัวไปได้รึ ข้าล่ะสังหรณ์ใจมานานแท้ที่เห็นพุดจีบสนิทชิดเชื้อกับไอ้ไม้ว่าสักวันนึงจะต้อง...หรือนี่อาจมิใช่มื้อแรกด้วย”

ooooooo

ฟังยายมากับตาสรแล้ว กาหลงลิ่วไปที่ชายป่าราวกับพายุ!

ที่ชายป่า ไม้ถอดเสื้อตัวเองให้พุดจีบใส่ กอดปลอบพุดจีบที่ร้องไห้อย่างตระหนก บอกให้รีบกลับเรือนเสีย พุดจีบถามว่าแล้วไม้จะไปไหน

“พี่จะไปสะสางคดีให้เอ็ง หากปล่อยไว้มันจะเฉไฉไม่รับผิด พี่จะต้องเอามันมาลงโทษประจานให้รู้กันทั้งบาง!!” พูดแล้วไม้วิ่งไปดึงมีดที่โชติปาใส่ไม้แต่พลาดไปปักที่ต้นไม้ ถือมีดวิ่งออกไปทันที

“กาหลง...” พุดจีบร้องเรียกดีใจที่เห็นกาหลงมา แต่กาหลงปราดเข้าไปตบฉาดใหญ่ตวาดด่า

“เอ็งแย่งผัวข้า!! ทำไมถึงหักหลังข้า ข้าไว้ใจเชื่อใจแต่เพื่อนรักก็มาทำกันได้!” พุดจีบบอกว่ากาหลงเข้าใจผิด “ไม่ต้องแก้ตัว ข้าไม่ได้โง่ แล้วนี่มันคืออะไร” กาหลงหยิบสไบของพุดจีบขึ้นมาถาม “ถอดสไบล่อใจพี่ไม้ กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันถึงพริกถึงขิง สไบขาดก็เอาเสื้อพี่ไม้มาใส่”

กาหลงกระชากเสื้อของไม้ที่พุดจีบใส่อยู่จนพุดจีบล้ม กระนั้นพุดจีบก็ยังพยายามชี้แจงว่า

“พาลไปกันใหญ่แล้ว ฉันกับพี่ไม้ไม่ได้ทำอะไรบัดสี ฉันถูกพี่โชติจะขืนใจ พี่ไม้มาช่วยไว้”

“หึๆ  อีกแล้วเหรอ!  มื้อก่อนก็อ้างว่ากลัวขุนหวาด ตกใจวิ่งหนีซบอกพี่ไม้ มื้อนี้ก็พาลว่าไอ้โชติเล่นงาน แล้วมื้อหน้าจะเป็นใครอีกข้าอยากรู้นัก ทำไมต้องเป็นพี่ไม้ เป็นอ้อมอกของชายอื่นไม่ได้รึไง! แล้วถ้าเรื่องไอ้โชติขืนใจ ก็น่าจะให้มันได้สมหวัง ยอมตกเป็นเมียมันจะได้เลิกยุ่งกับผัวข้าสักที!!”

พุดจีบถูกต่อว่าอย่างรุนแรงทั้งที่ไม่เป็นความจริง ทั้งน้อยใจ เสียใจและโกรธจนโพล่งออกไปว่า

“กาหลงนั่นสิที่ต้องเลิกยุ่งกับพี่ไม้ รู้ตัวว่าเป็นผีก็อยู่ส่วนผี!” กาหลงผงะตบหน้าพุดจีบเต็มแรง พุดจีบโกรธจนระเบิดความอัดอั้นว่า “นี่คงเป็นสันดานผี รังแต่ใช้กำลังทำร้ายคน ไม่มีจิตคิดไตร่ตรองแยกแยะดีชั่ว มัวเมาในอารมณ์!”

กาหลงไม่พอใจตบหน้าพุดจีบอีกฉาด แต่คราวนี้ถูกพุดจีบตบกลับ พูดอย่างหมดความอดทนว่า

“อย่าคิดว่าฉันไม่สู้ ฉันจะสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อศักดิ์ศรีของฉัน พี่ไม้เป็นคน ฉันเป็นคน ฉันต่างหากที่คู่ควรจะใช้ชีวิตอยู่กินกับพี่ไม้ ได้ยินไหม! กาหลงเป็นผี ตายไปแล้วก็ไปเกิดใหม่ซะ!!”

พุดจีบตบกาหลงอีกฉาดใหญ่จนกาหลงทรุด กาหลงจ้องจิก เกิดลมพัดวูบใหญ่ พุดจีบผงะถอยหลัง เมื่อเห็นกาหลงลุกขึ้นผมสยายน่ากลัว คำรามแค้น

“ใครก็ตามที่คิดแย่งพี่ไม้จากข้า มันต้องตาย!”

ooooooo

ไม้เห็นโชติกำลังจะหนีไปจึงไล่ตามบอกให้ต้องไปสารภาพความชั่วกับทุกคน หากขัดขืนก็สู้กันให้รู้เป็นรู้ตาย จะใช้มีดของโชติเอาชีวิตเจ้าของ

ขณะไม้เดินเข้าหาโชตินั่นเอง สิงออกจากที่ซ่อนใช่ท่อนไม้หวดใส่จนไม้สลบ โชติด่าไม้ว่า

“เอ็งมันแส่หาที่ตาย” แล้วหยิบมีดที่ตกอยู่ข้างตัวไม้ พูดผยอง “มีดของข้ามีไว้ปลิดชีพศัตรูเท่านั้น” เงื้อมีดจะแทงไม้ พอดีเพชรเห็นตะโกนขึ้น

“ทำอะไรกันวะ!”

โชติเห็นมีคนมาจึงรีบเดินหนี สิงรีบตามไป เพชรเขม้นมองแต่เห็นไม่ชัด หันกลับมาพลิกร่างที่สลบขึ้นดูตกใจเมื่อเห็นเป็นไม้ เพชรรีบพาไม้กลับเรือน

แม่กลอยเรียกกาหลงให้เอากล้วยมากินไม่ทันจึงเอากล้วยมาให้ที่เรือน เห็นพื้นเรือนเปียกจึงช่วยเช็ด บ่นว่าปล่อยให้พื้นกระดานเปียกเดี๋ยวไม้ผุเรือนก็พัง

พอดีเพชรแบกไม้กลับมา บอกแม่กลอยว่าไม้โดนซุ่มทำร้าย แม่กลอยถามว่าแล้วกาหลงหายไปไหน เพชรบอกว่าไม่เห็น แม่กลอยบอกให้เพชรรีบพาไม้ไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสีย ตนจะไปหายาและตามกาหลงมาดูแลไม้ด้วย

ooooooo

กาหลงบีบคอพุดจีบหาว่าจะมาแย่งไม้ไปจากตน พุดจีบจะวิ่งหนีแต่ถูกกาหลงสยายเส้นผมรัดเท้าไว้ พอดีพุดจีบเห็นแม่กลอยจึงตะโกนขอความช่วยเหลือ

แม่กลอยจำได้ว่าเป็นเสียงพุดจีบ แต่พอเดินมาก็เห็นแต่หลังกาหลงที่ยืนบังพุดจีบอยู่ รู้ว่าเป็นผู้หญิงผมยาวแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ตะโกนถาม “ใครกัน?” กาหลงได้ยินเสียงแม่กลอยก็ตกใจผลักพุดจีบออกไปทางแม่กลอย

“พุดจีบ เอ็งเป็นอะไร? ใครทำร้ายเอ็ง” แม่กลอยรับร่างพุดจีบไว้ มองไปรอบตัวเห็นแต่พุดจีบเพียงคนเดียว ถามว่า “ใครกันจะฆ่าเอ็ง?”

“น้าจะสนใจทำไม น้าเองก็เคืองโกรธฉันที่ฉันเป็นลูกแม่...และฉันเป็นตัวปัญหาขวางเส้นทางรักชบา น้าก็อยากให้ฉันตายไม่ใช่หรือ?” พุดจีบไม่อยากบอกความจริง

“ทำไมถึงได้พูดอย่างนั้น ต่อให้น้าไม่ถือญาติดีกับแม่เอ็ง ไม่ชอบหน้าเอ็ง น้าก็มีความเป็นคน พอที่จะเป็นห่วงเป็นใยลูกหลาน บอกน้ามา ผู้หญิงที่ทำร้ายพุดจีบเป็นใคร”

“หากฉันบอกน้าไป น้าจะเชื่อใจฉันไหม” แม่กลอยย้ำว่าให้พูดมาว่ามันเป็นใคร พุดจีบตัดสินใจบอกว่า “กาหลงทำร้ายฉัน!”

แม่กลอยไม่เชื่อ เพราะทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันจะทำร้ายกันได้อย่างไร พุดจีบชี้แจงว่ากาหลงเข้าใจผิดว่าตนเป็นชู้กับไม้ กาหลงบีบคอหมายฆ่าตน

“ข้าไม่เชื่อ กาหลงไม่เคยใจดำอำมหิต หากกาหลงทำอย่างนั้นก็ผิดวิสัยใจคน!” แม่กลอยฉุน

“กาหลงไม่ใช่คน กาหลงเป็นผี น้าไม่เห็นตัวกาหลงเพราะกาหลงหายตัวหนีไปแล้ว”

แม่กลอยตบหน้าพุดจีบฉาดใหญ่หาว่าพุดจีบใส่ความกาหลง

“ฉันพูดแต่ความจริงจ้ะ ฉันไม่คิดจะบอกเรื่องนี้ แต่มันเหมือนตกนรก ถึงคราวแล้วที่น้าจะต้องแจ้งใจ...น้าจะได้ช่วยหว่านล้อมให้กาหลงยอมรับความจริงทุกข้อ ยอมละร่างไปเกิดใหม่”

ระหว่างโต้เถียงกันนั้น นวลที่จะมาตามพุดจีบไปกินอาหารเพราะตั้งสำรับไว้แล้วมาเห็นแม่กลอยตบตี

พุดจีบจึงเข้าปกป้องนาย ระหว่างนั้นพุดจีบยังพยายามบอกแม่กลอยว่ากาหลงเป็นผี ทำให้นวลรับรู้ด้วยความตกใจ แม่กลอยพาลเคืองนวลพุ่งเข้าตบอีกคน เลยกลายเป็นนวลตบตีกับแม่กลอยพัลวัน

พุดจีบพยายามห้ามไม่สำเร็จ เลยร้องบอกนวลว่าอยากกลับเรือน นวลจึงละจากแม่กลอยแต่ยังฝากไว้ว่ามื้อหน้าจะได้รู้ดำรู้แดงกันไป แม่กลอยก็ยังท้าเหยงๆ ไปตามประสา

แต่พอแม่กลอยสงบใจก็ให้คิดสงสัยสับสน ว่าเกิดอะไรขึ้น ใครที่ทำร้ายพุดจีบ และกาหลงเป็นผีจริงหรือ!

ooooooo

กาหลงรับรู้ว่าไม้ได้รับบาดเจ็บจึงรีบกลับเรือน เจอเพชรดูแลไม้อยู่ เพชรตกใจผงะ กาหลงถามเพชรว่าใครทำร้ายไม้ เพชรถอยห่างตอบหวาดๆว่า

“ฉันไม่รู้จ้ะ ฉันเข้าไปพวกมันก็หนีแล้ว พี่ไม้แค่สลบไป ฉันให้กินยาแล้ว” เล่าแล้ว เพชรรีบลากลับ

“เดี๋ยวก่อน” เพชรผงะ กาหลงชวนว่า “ข้าขอบใจเอ็งมาก เอ็งอยู่กินข้าวด้วยกัน ข้าจะหุงข้าวทำแกงให้กิน”

“ไม่เป็นไรจ้ะ พอดีฉันหุงข้าวทำแกงไว้เต็มหม้อไว้มื้อหน้าน่ะจ้ะ ฉันลาล่ะจ้ะ” พูดแล้วรีบย่องลงเรือนไป

แต่พอหันกลับมองเข้าไปในเรือนอีกที เพชรเห็นกาหลงดูแลไม้อย่างห่วงใย บอกไม้ทั้งที่ยังไม่รู้สึกตัวว่า

“พี่ไม้ต้องฟื้นขึ้นมานะจ๊ะ ฉันจะไม่ห่างกายจากพี่อีกแล้ว ฉันจะไม่ให้ใครทำร้ายพี่ไม้” กาหลงลูบไล้ไม้ด้วยความรัก

เพชรน้ำตาซึมด้วยความเห็นใจในความรักของกาหลงที่ต้องกลายเป็นผีมาดูแลชายคนรัก...

แต่พอไม้รู้สึกตัวก็เพ้อ “พุดจีบ...พี่อยู่กับเอ็งแล้ว... หยุดร้องเถอะ”

กาหลงดึงมือตัวเองออกมาด้วยความโกรธพุดจีบ ลงเรือนตรงไปเรือนพุดจีบ ต่อว่าด่าทอพุดจีบว่าปรนเปรอจนไม้ติดใจรสสวาทนอนสิ้นสติก็ยังเพ้อพกเรียกหา

พุดจีบตกใจบอกกาหลงว่า “กาหลงจะฆ่าแกงยังไงฉันก็ยอม หากคิดว่าฉันทรยศต่อกาหลง”

กาหลงจะบีบคอ พุดจีบหลับตาอย่างพร้อมรับสภาพ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอลืมตามองไปเห็นกาหลงในสภาพปกติ พุดจีบแปลกใจที่กาหลงไม่ทำร้ายตน

“เห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเราที่ผ่านมา ฉันจะลืมไปว่าเคยเกิดอะไรขึ้น”

“กาหลงฟังความฉันเถิด ผิดร้ายอะไรฉันก็ไม่มี”

“ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัว!! สิ่งที่ฉันเห็นตำตา พี่ไม้เองคงติดใจในรสสวาท นอนสิ้นสติก็ยังเพ้อพกเรียกชื่อเอ็ง!”

“กาหลงอย่าเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง ควรวางตัวให้ใจหนัก ระลึกถึงความรักที่เราเคยมีแต่หนหลัง กาหลงควรจะเชื่อใจในเพื่อนรักคนนี้”

“มันสิ้นความหมายกับฉันแล้ว ฉันมานี่เพื่อจะบอกให้แจ้งว่า หลังจากนี้ฉันจะใช้ชีวิตของฉัน ฉันดูแลตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร อย่ามาระรานชีวิตฉันอีก หากเอ็งไม่ฟังคำห้าม เรือนนี้คงต้องเป็นที่ตายของเอ็ง!”

มาปรามตัดความเป็นเพื่อนกับพุดจีบแล้วกาหลงลงเรือนไปทันที พุดจีบได้แต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้กาหลงเข้าใจตน...เดินตามไป ถูกกาหลงตวาดอย่ามายุ่งกับตน!

พุดจีบเจ็บช้ำน้ำใจว่าตนต้องเสียเพื่อนไปคราวนี้เพราะคนใจโฉด ลงเรือนไปหาโชติ นวลรีบตามไป

ผู้ใหญ่ช่วงถามว่าพุดจีบมาเอาดึกดื่นมีอะไรให้ช่วยเหลือ แต่พอพุดจีบเล่าให้ฟังและขอให้ผู้ใหญ่ลงโทษโชติ ก็ถูกโชติพรวดออกมาโพล่งว่า

“พุดจีบใส่ความฉันหนักไปแล้ว!”

“ไอ้โชติ เอ็งทำอะไร ยอมรับความจริงมาให้สิ้น” ผู้ใหญ่ทำเป็นปราม

“ฉันเป็นลูกผู้ชายที่กล้ารับความผิด แต่ฉันไม่สิ้นแต้มยอมรับในสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำ”

“แล้วเนื้อตัวเขียวคุณหนูช้ำมันเกิดจากน้ำมือใคร กัน” นวลทนไม่ได้ถามแทนพุดจีบ ถูกโชติโทษว่านวลทำร้ายนายตัวเองแล้วใส่ความตน พุดจีบถามว่าตนจะยอม เจ็บตัวไปเพื่ออะไรกัน “เพื่อหลีกหนีการร่วมหอกับฉัน จงใจให้น้าบุญอิ่มเกลียดฉัน จะได้สมอ้างไม่ต้องถูกจับแต่งอีก!”

โชติโทษไปทั่วแล้วทำเป็นตัดพ้อว่า

“พุดจีบไม่น่าเลย...ไม่รักไม่ชอบฉันก็พูดกันด้วยดี ใช่จะพาลให้ฉันเป็นผู้ร้าย”

แม่น้อยแอบฟังอยู่ทนไม่ได้ออกมาบอกให้โชติยอมรับความจริงเสีย โชติปากแข็ง แม่น้อยจึงให้ไปสาบานต่อหน้าองค์พระกัน ผู้ใหญ่รีบออกมาขวาง ยอมรับผิดแทนโชติ บอกพุดจีบว่า

“ฉันจะจัดพานธูปเทียนไปขอขมาให้เป็นเรื่อง แล้วแห่ขันหมากไปสู่ขอให้สมเกียรติ หนูพุดจีบคงไม่ขัด”

“ฉันไม่ได้หมายเรียกร้องความเห็นใจ เพียงมาแจ้งให้รู้ว่าฉันสิ้นศรัทธากับสันดานคนเลวทราม ฉันจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวหรือเหยียบเรือนนี้อีกแม้แต่นิดเดียวให้ถือว่าความสัมพันธ์ที่ฉันและแม่เคยมีแต่หนหลัง เป็นอันจบสิ้นในคืนนี้!”

พุดจีบลงจากเรือนไปแล้ว อบเชยออกมามองพุดจีบแล้วหันมองไปทางพ่อกับพี่ชายอยากรู้ว่าพ่อจะทำอย่างไรกับโชติต่อไป

ooooooo

วันนี้ แม่กลอยไปเจอกาหลงที่ตลาดถามว่ามาหาซื้ออะไร กาหลงบอกว่าหาซื้อสมุนไพรเอาไปต้มยาหม้อให้ไม้

แม่กลอยถามว่าไม้ยังไม่ดีขึ้นหรือ กาหลงบอกว่าดีขึ้นแล้ว และรีบขอตัวไป แม่กลอยแอบเดินตามไปอย่างจับสังเกต กาหลงรู้ตัวหันถามว่าแม่ค้างคาใจอะไรจะคุยกับตนหรือ แม่กลอยบอกว่าไม่มี แต่แอบดู พอเห็นกาหลงมีเงาที่พื้นก็เบาใจ แต่พอแม่กลอยหันเดินไปเท่านั้น กาหลงก็ไม่มีเงาแล้ว

ที่ตลาดเดียวกันนี้ พุดจีบเจอกาหลงที่ซื้อสมุนไพรเสร็จและกำลังจะกลับ พุดจีบตรงไปทักทาย แต่กาหลงทำเป็นหูทวนลมเดินผ่านไปราวกับพุดจีบไม่มีตัวตน

อบเชยกับเผื่อนและงามเห็นเหตุการณ์นี้ อบเชยสะใจที่เพื่อนรักผิดใจกัน เร่งให้เผื่อนกับงามรีบซื้อของตนจะไปวัด

“คุณพระ!! คุณอบเชยเข้าวัด ฝนท่าจะตกห่าใหญ่” งามทำหน้าเหลือเชื่อ

ในโบสถ์ แม่น้อยมานั่งไหว้พระภาวนาอธิษฐานต่อหน้าพระประธาน...

“สิ่งใดที่ผัวและลูกของอิฉันได้ทำผิดพลาดไป ขอจงอโหสิกรรมด้วยเถอะเจ้าค่ะ ช่วยผ่อนคลายกรรมหนักให้เป็นเบาทุเลาลง...”

อบเชยเข้ามาถามว่า “แม่ขอพรพระ ลดกรรมให้พี่โชติงั้นรึ?”

แม่น้อยหันมองอบเชย คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน...ที่พุดจีบกับนวลมาหาผู้ใหญ่กลางดึก เมื่อพุดจีบกับนวลกลับไปแล้ว โชติก็โพล่งขึ้นว่า “ตัดขาดไปได้เลย ใช่ว่าบ้านนี้จะมีหญิงเดียวเสียเมื่อไหร่”

ผู้ใหญ่ช่วงเข้าไปต่อยจนโชติล้ม แม่น้อยรีบเข้าห้าม

“ไม่ต้องมาห้าม” ผู้ใหญ่ผลักแม่น้อยออกไป “มันหาเรื่องให้ฉันเดือดร้อนไม่หยุดหย่อน พุดจีบมีทรัพย์สมบัติมากโข หากเอ็งได้มาเป็นเมีย เรือล่มในหนองแล้วทองจะไปไหน เอ็งมันไม่มีขมองคิด”

“หากพ่ออยากได้พุดจีบเป็นสะใภ้ ฉันจะไปดักฉุดมาทำเมีย พ่อเองก็เคยฉุดคร่าขืนใจแม่เหมือนกัน” โชติพูดหมายให้พ่อพอใจ กลับถูกต่อยล้มลงด่าว่าคิดได้แค่นี้หรือ! โชติไม่พอใจเถียงว่า

“ฉันทำนั่นไม่ได้ทำนี่ก็ไม่ได้ ฉันเคยมีอะไรดีในสายตาพ่อบ้าง?”

“แล้วที่เอ็งทำมันดีนักแล้วใช่ไหม นังกาหลงตายเป็นผีก็เพราะเอ็ง ข้าเกือบโดนมันหักคอตายก็เพราะเอ็ง เอ็งมันรังแต่เอาปัญหามาสุมหัวข้า!!”

“งั้นพ่อก็คอยดู ฉันนี่แหละจะเป็นคนฆ่านังกาหลงเอาศพนังกาหลงมาเผาผี!!” โชติประกาศแล้วเดินงุดๆ ไป

แม่น้อยคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ยกมือไหว้พระบอกอบเชยว่า......

“แม่ไหว้ขอพร ขอให้พ่อ ให้พี่และให้ลูก ลดการสร้างกรรมชั่ว ความทุกข์ที่เกิดขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน มันก็เป็นเวรกรรมที่เกิดขึ้นในอดีต” อบเชยถามว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือ? “ไม่ต้องสนใจรู้หรอก ปล่อยให้มันผ่านไป อบเชยลูกต้องหมั่นสะสมบุญ ละทิ้งความชั่วเถอะ”

แม่น้อยได้แต่ไหว้พระสวดมนต์หวังสะสมบุญช่วยลูกผัว ในขณะที่อบเชยก็ยังติดใจไม่หายว่ามีเรื่องอะไรกัน?

ooooooo

ไม้รู้สึกตัวเองดีขึ้นจึงลงจากเรือน มาเจอแม่กลอยเข้าพอดี แม่กลอยยื่นขวดน้ำมันให้ไปนวดคลายเส้น ถามว่า

“ไปเกะกะระรานใครเข้าถึงได้โดนฟาดสลบไสล” ไม้บอกว่าตนไปช่วยพุดจีบ พุดจีบโดน.... แม่กลอยได้ยินชื่อพุดจีบก็ทนฟังไม่ได้ขัดขึ้นว่า “ไม่ต้องสาธยาย ข้าไม่อยากฟังความหรือเชื่อคำนังพุดจีบ มาหาเอ็งก็เรื่องนี้ หากเอ็งนับถือข้าเป็นแม่ยายก็เลิกยุ่งกับนังพุดจีบ”

ไม้งง ถามว่าแม่กลอยไม่ชอบหน้าแม่อิ่ม แต่พุดจีบ ดีกับกาหลง ถูกแม่กลอยสวนทันควันว่า

“คนดีต่อกันไม่ว่าร้ายเมียเอ็งเป็นผี!”

ไม้ติงว่าแม่กลอยเข้าใจผิด พุดจีบไม่มีวันพูดอย่างนั้น ไม่เคยคิดร้ายกับกาหลง

“เอ็งมันก็เป็นเสียอย่างนี้ ไม่รู้ทันใจหญิง มันน่ะ มารยา เอ็งหลงกลหลงเล่ห์มัน รึเอ็งมีใจให้มัน?”

“แม่เอาอะไรมาพูด ฉันไม่เคยแม้แต่จะคิด ฉันไม่เคยคิดอะไรเกินเลย ฉันเห็นพุดจีบเป็นเพื่อนกาหลงเสมือนน้องสาวฉัน”

“แต่มันคิดไกลอยากได้เอ็งเป็นผัว!!”

“พอการเถอะแม่” กาหลงแทรกขึ้น เลยถูกแม่กลอย หาว่าดีแต่แก้ตัวให้เพื่อน ถามว่า

“รู้ตัวไหมว่ามันยุยงว่าเอ็งเป็นผี! มันยังมีหน้ามาพูดดีเอาบุญคุณ มาบอกความจริงข้า หวังให้ข้าเตือนเอ็ง เอ็งจะได้ถอดจิตถอดใจไปเกิดใหม่”

ไม้ตกใจถามว่าพุดจีบพูดอย่างนั้นจริงหรือ

“เอ็งจะเชื่อมันหรือเชื่อข้า จำคำข้าไว้ หากเอ็งยังไปคบหามัน ก็ไม่ต้องเรียกข้าว่าแม่” ซ้ำพอจะกลับ แม่กลอยยังกระชากขวดน้ำมันที่เพิ่งให้ไม้บอกว่า “น้ำมงน้ำมันก็ไม่ต้องเอาของข้าไปใช้!”

แม่กลอยลงเรือนไปแล้ว กาหลงยืนร้องไห้ พึมพำน้ำตานอง “ทำไมพุดจีบต้องใจร้ายกับฉัน....”

เมื่อพากันไปนั่งที่ท่าน้ำ กาหลงปรารภว่าไม่รู้อะไรดลใจให้พุดจีบพูดอย่างนั้น หรืออาจจะเป็นอย่างที่ชาวบ้านพูดกันว่า พุดจีบต้องการแย่งไม้ไปจากตน แล้วตั้งข้อสังเกตกับไม้ว่า ไม่ว่าไม้กับตนจะไปไหนทำอะไร พุดจีบก็จะขอไปด้วย ขอทำด้วย?

ตอนที่ 10

เช้านี้...ขณะชบากำลังจูงควายไปนา  เพชรโผล่จากหลังควายมาหยอก ชบายังไม่หายเคืองจะจูงควายหนี เพชรกระโดดขี่หลังควายทำให้ชบาจูงไปไม่ได้

เพชรถามว่า วันก่อนตบหน้าตนด้วยเรื่องใด ชบาบอกว่าเคืองที่เพชรกล่าวหาว่าพี่สาวตนเป็นผี

เพชรบอกว่าตนแค่หยอกเอินไปตามประสา ขอโทษที่พลั้งปากแล้วตบปากตัวเองบอกว่าต่อไปจะไม่พูดเล่นให้ชบาหัวเสียอีก ยื่นหน้าเข้ามาถามว่า หายโกรธแล้วใช่ไหม เลยถูกชบาผลักตกหลังควาย ชบาหัวเราะสมน้ำหน้าแล้วจูงควายไปเลย

“ชบา...มาคุยกันก่อน” เพชรวิ่งโขยกตาม

กาเหว่าโดดลงจากต้นไม้มาขวาง ถามว่าเพชรไปยุ่งกับหญิงใด เพชรตอบทันทีว่าไม่มี

“โกหก...พี่ชบาเขาอุตส่าห์หนีแม่ไปส่งพี่ที่ท่าเรือ แต่พอกลับเรือนมาร้องไห้บ่นว่าพี่หลายใจ พี่ทำให้พี่ชบาเสียใจ พี่ไปซุกหญิงใด” เพชรนึกขึ้นได้บอกว่าคงเข้าใจผิดเรื่องพุดจีบ “พี่พุดจีบ? พี่มันไม่รู้จักเจียมตัว ริอ่านรักข้ามรุ่น น้าบุญอิ่มเขาหมายมั่นปั้นมือให้พี่พุดจีบร่วมหอกับพี่โชติ พี่ต้องชวดแน่นอน เตรียมช้ำใจได้เลย”

เพชรชี้แจงว่า ตนไม่เคยคิดกับพุดจีบเกินเลยกว่าพี่สาว แล้วบอกว่า “ข้าชอบ...” กาเหว่าซักทันทีว่าชอบใคร เพชรตอบเขินๆว่า “ชอบคนที่เอ็งคุ้นเคย” กาเหว่าแกล้งถามว่า ชอบกาหลงหรือ เพชรเผลอพยักหน้าพอรู้ตัวก็รีบแก้ว่า ตนไม่เคยคิดไปแย่งเมียใคร กาเหว่าเลยหัวเราะบอกว่า

“ฉันพูดเล่น...มองตาก็รู้แซ่ไปทั่วทุ่ง พี่มีใจให้พี่ชบา พี่สาวฉัน” เพชรเขินจนกาเหว่าขำ เร่งว่า

“อย่ามัวบิดเป็นเกลียวเชือก เร่งไปคุยกับพี่ชบาให้เข้าใจ ไม่งั้นจะหาว่าฉันไม่เตือน”

ชบาจูงควายลิ่วไป หันมองไม่เห็นเพชรตามมา เลยยิ่งเชื่อว่าเพชรมีใจให้พุดจีบถึงได้ไม่มาง้อตน

ขณะชบาเดินงอนอยู่นั้น ถูกสิงมาดักฉุด ชบาตกใจวิ่งหนีสิงไล่ตามคว้ามือไว้ ชบาสะบัดสุดแรงแล้ววิ่งหนี ขณะชบากำลังอยู่ในอันตรายนั่นเอง กาหลงปรากฏตัวขึ้น พอเห็นกาหลง สิงก็กระสันหายหื่นหด วิ่งเตลิดขวัญหนีดีฝ่อไป

ชบาโผเข้ากอดกาหลงดีใจที่พี่มาช่วยไว้ทัน กาหลงพาชบาไปนั่งคุยกันที่ริมน้ำจึงรู้ว่าชบามีใจให้เพชร แต่เคืองที่เพชรมีใจให้หญิงอื่น กาหลงรู้ว่าชบาหมายถึงพุดจีบ ชี้แจงว่าวันนั้นเพชรกับพุดจีบไปช่วยตนทงเบ็ดเอาปลา เพชรรักพุดจีบเยี่ยงพี่สาวไม่ได้คิดเป็นอื่น บอกชบาว่า

“เชื่อคำพี่เถอะ เขารักชบา เอ็งไม่สงสัยเทียวรึ เหตุใดเพชรถึงไม่ไปจากบ้านเรา เพราะเขามีใจให้เอ็ง อยากอยู่ดูแลเอ็ง” ชบาเขินจนขอให้กาหลงพอเถอะตนไม่อยากฟัง ลุกจะไปนา กาหลงจับตัวไว้ พูดอย่างห่วงใย “เอ็งเป็นสาวแล้ว ควรมีคู่ออกเรือน หากไม่อยากให้ไอ้อันธพาลมารังแก ไม่อยากตกเป็นเมียโชติ ไอ้สิง ก็เร่งปลงใจเลือกเพชร”

ชบาเขินเดินหนีไป อึดใจเดียวเพชรก็ออกมาขอบใจน้ำใจกาหลง กาหลงบอกว่า

“ข้าก็ช่วยได้เท่านี้...ที่เหลือเป็นฝีมือเอ็งแล้วล่ะ”

ระหว่างกาหลงเดินกลับนั่นเอง รู้สึกมีเหงื่อออกเต็มตัวพยายามฝืนเดิน แต่ก็ทรุดนั่งที่พื้น แปลกใจว่าตัวเองเป็นอะไร พอยกมือขึ้นดูเห็นมือตัวเองรางเลือน...กำลังจะหายไป! กาหลงตกใจถามตัวเองน้ำตาไหล...

“หรือฉันจะสิ้นบุญเสียแล้ว...”

ooooooo

เวลาเดียวกันนี้ พุดจีบกำลังถวายสังฆทานให้หลวงพ่อ ท่านรับของประเคนแล้วให้ตั้งใจมั่นกรวดน้ำแผ่กุศลให้ผู้ล่วงลับ พุดจีบกรวดน้ำตั้งจิตอุทิศบุญให้กาหลง...

ไม้เดินร้องเรียกกาหลงมาถึงทุ่งนา กาหลงตกใจเพราะมือตัวเองกำลังเลือนรางลงทุกที รีบเอามือซ่อนข้างหลัง ไม้เดินมาถึงพอดีถามว่า มาซุ่มทำอะไรที่นี่?

พุดจีบยังกรวดน้ำ  อธิษฐานจิตให้กาหลงอยู่ในโบสถ์...

“ไม่มีเรื่องอะไรจ้ะ” กาหลงก้มหน้าตอบ ไม้เป็นห่วง ดึงกาหลงขึ้นถามอีกว่า แล้วมานั่งทำอะไร?

“มือฉัน...” กาหลงกังวลจนพลั้งปากออกมา

“มือกาหลงก็ยังสวยเหมือนเดิม” ไม้ยิ้ม จับมือกาหลงขึ้นดู กาหลงแปลกใจที่มือตัวเองกลายเป็นปกติ!

เห็นกาหลงเจ็บป่วยบ่อย อีกทั้งยังเจอเรื่องเคราะห์ถูกใส่ความ ไม้จึงชวนกาหลงเข้าวัดสวดมนต์ไหว้พระขอพร

กาหลงขอผัดไปมื้อหน้า ไม้อ้อนว่าวันนี้เหมาะแล้ว จูงมือกาหลงเดินตรงไปวัด กาหลงกังวลใจอย่างที่สุด

ooooooo

ที่เรือนผู้ใหญ่ช่วง...อบเชยรู้สึกตัวแล้ว แม่น้อยดีใจมากถามว่าจำแม่ได้ไหม

“ฉันจำแม่ได้ แต่ฉันกลัว...มันไม่มารังควานฉันแล้วใช่ไหมแม่?”

ขณะแม่น้อยกำลังกอดเรียกขวัญให้อบเชยนั่นเอง เผื่อนกับงามก็เปิดประตูผางเข้ามาแย่งกันบอกว่าโชติฟื้นแล้ว

แม่น้อยดีใจรีบไปหาโชติที่ห้อง ตรงเข้าลูบหน้าลูบหลังเรียกขวัญ ถูกโชติปัดมือออก พูดอย่างไม่พอใจว่า

“ฉันไม่ใช่เด็กย่อมๆนะแม่ ไม่ต้องห่วงฉัน ฉันไม่ตายง่ายหรอก”

“หมดเคราะห์หมดโศกแล้ว เช้านี้ไปวัดกับแม่ แม่จะให้หลวงพ่อท่านรดน้ำมนต์ ไปไหว้พระไหว้เจ้าเป็นสิริมงคลกับชีวิตนะลูก”

“ไม่ต้องไป!!” ผู้ใหญ่เดินเข้ามาตวาด แล้วสั่งโชติให้ตามตนออกไป แม่น้อยมองตามอย่างสงสัยว่าจะไปไหนกัน?

ที่อีกมุมหนึ่งของเรือน อบเชยยืนมองพ่อกับแม่อย่างอยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรกับโชติ เผื่อนจึงเสนอหน้าเล่าให้ฟัง...

“เรื่องมันเป็นอย่างนี้เจ้าค่ะ...”

ooooooo

ไม้จูงมือกาหลงจะพาเข้าวัด กาหลงกังวลแต่ไม่กล้าทัดทาน จึงติงว่าวันนี้ไม่ได้เตรียมดอกไม้มาบูชาไว้มื้อหน้าเถิด

ไม้บอกว่าไม่ต้องก็ได้ สิ่งบูชาพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณได้ดีที่สุดคือใจอันบริสุทธิ์ของเรา

เห็นกาหลงอึกอัก ไม้ทวงสัญญาที่เคยให้แก่กันว่า

“หวนนึกไป ใครกันหนอ สัญญาจะมาไหว้พระสวดมนต์กับพี่ หรือกาหลงไม่พึงใจทำบุญร่วมชาติกับพี่เสียแล้ว...เข้าไปกันเถอะ” ไม้จูงกาหลงจะก้าวเข้าเขตวัด พลันก็ชะงักเมื่อพุดจีบร้องเรียก

“กาหลง”

ไม้บอกว่าจะพากาหลงเข้าไปกราบหลวงพ่อ พุดจีบรู้ดีว่ากาหลงเป็นอย่างไร จึงขัดขึ้นว่าหลวงพ่อไม่อยู่ ไม้บ่นเสียดายแต่ยังอยากเข้าไปไหว้พระประธานในโบสถ์

“อะไรกัน ดอกไม้ธูปเทียนก็ไม่เตรียมมา ฉันว่าอดใจรอถึงวันพระใหญ่เถอะ จัดสำรับกับข้าวมาถวายเพลเสียด้วยเลยจะเป็นกุศลกว่านัก”

พุดจีบพยายามช่วยกาหลงเต็มที่ เมื่อไม้ยังลังเล พุดจีบอ้างว่าอยากให้กาหลงไปสอนสานตะกร้าที่เคยสอนแต่ตนลืมเสียแล้ว รวบรัดว่า “ฉันขอตัวกาหลงไปเรือนฉันนะพี่”

“ยืมเมีย...ก็ต้องแถมผัว พี่ไปช่วยตัดไผ่เหลาตอกให้” ไม้ไปด้วย ทำให้ทั้งกาหลงและพุดจีบมองหน้ากันอย่างโล่งใจ...

ooooooo

ผู้ใหญ่ไม่ให้โชติไปวัดกับแม่น้อย แต่พาโชติไปที่อีกมุมหนึ่งของเรือน ให้หมอผีทำพิธีล้างเสนียดให้

อบเชยนุ่งกระโจมอกวิ่งไปขออาบน้ำมนต์ด้วย ผีกาหลงจะได้ไม่มากวนใจอีก

มั่น ขาบ แม้กระทั่งเผื่อนกับงามก็เสนอหน้าแทรกเข้าไปขอรับเศษน้ำมนต์ด้วย

ผู้ใหญ่ยืนมองอย่างไม่พอใจ ยกเท้ายันรวดเดียวคะมำไปทั้งสี่คน ไล่ตะเพิด

“พวกเอ็งอย่าทำเสียเรื่อง พ่อหมอทำพิธีต่อ ทำให้ลูกข้าหลุดพ้นพันธนาการผี!”

สั่งการแล้วผู้ใหญ่เดินออกไปเลย แม่น้อยรีบตามไป เห็นผู้ใหญ่ไปนั่งขัดดาบเอาจริงเอาจัง จึงเข้าไปเอ่ย

“ความที่เกิดกับลูก คงเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้พี่ได้เบาความคิด บาปที่ทำหนักหนาเอาการ หากเราหยุดเสียเพลานี้ กรรมหนักจะได้คลายลง หากว่าเราพาลูกเข้าวัด ทำบุญทำกุศลให้บ่อย คงช่วยลบล้างบาปได้”

“เลิกพล่ามเสียที! ข้ารำคาญ!! สงบเสงี่ยมรู้บุญรู้บาปอย่างเอ็ง แล่นไปเข้าวัดบวชชีซะไม่ต้องริมาเทศน์ข้า!!”

แม่น้อยพยายามพูดถึงบาปบุญคุณโทษที่โลดแล่นมาเล่นงานลูกทันตาเห็น หากยังยุให้ลูกเป็นเยี่ยงนี้ ลูกต้องตกนรกหมกไหม้แน่

“ข้าบอกอยู่แหม็บๆว่านี่เป็นสวรรค์ของข้า หากเป็นนรก ข้าก็จะเป็นพยายมให้มันสะใจ เอาวิญญาณนังกาหลงมาลงนรกอเวจีเสียต่อหน้า!”

แม่น้อยถามว่าผู้ใหญ่ยังเชื่อว่ากาหลงเป็นผีหรือ ผู้ใหญ่ยืนยันว่าเป็นผี แม่น้อยติงว่าไม่มีใครเชื่อเรื่องนี้สักคนเดียว

“ชาวบ้านนึกลำพองไม่ศรัทธาข้า หากข้าปราบผีกาหลงได้ พวกมันหูตาสว่าง ต้องกลับมานบหน้าถือตาข้าร่ำไป!!”

ผู้ใหญ่ลุกขึ้นเงื้อดาบฟันไม้ประดับในกระถางขาดกระเด็นโชว์ความคมกริบของดาบหัวเราะอย่างสะใจแล้วเดินไป

แม่น้อยมองด้วยความไม่สบายใจ และคิดจะทำอะไรบางอย่างขึ้นมา...

ooooooo

มาถึงเรือนพุดจีบ กาหลงจับมือเพื่อนรักเอ่ยอย่างรู้กันด้วยความซาบซึ้งใจว่า

“ฉันขอบใจพุดจีบมากที่ช่วยฉัน หากไม่อุทิศบุญให้ฉัน ฉันคงแย่เอาการ” พูดจีบกังวลว่ากาหลงจะบังตาคนไปได้นานแค่ไหน “มันคงเป็นบาปที่ฉันทำร้ายใครต่อใคร หลังจากนี้ฉันจะเพียรทำความดี สร้างบุญให้มาก”

“หนทางที่ดีที่สุด เห็นจะเป็นยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น”

“หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ ฉันไม่ยอมทิ้งร้างใจห่างพี่ไม้” พอดีไม้แบกไผ่กลับมาถามว่านินทาอะไร ได้ยินชื่อตนแต่ไกล กาหลงอึกอักคิดไม่ทัน พุดจีบจึงพูดแทนว่า

“กาหลงบอกว่าหาใครที่แสนดีเท่าพี่คงไม่มี”

“ให้มันรู้ไปทั่วคุ้ง ว่าไอ้ไม้รักเมียมันหมดใจ” ไม้วางมัดไผ่เข้าไปหอมแก้มกาหลง ทำเอากาหลงเขิน

แต่พอกลับถึงเรือน ทั้งไม้และกาหลงก็แปลกใจที่เห็นแม่น้อยมารออยู่หน้าเรือนแล้ว เมื่อเชิญขึ้นเรือน เอาน้ำเย็นให้ดื่มแล้ว ไม้ถามว่า “น้าน้อยมาหาถึงเรือนมีเรื่องอะไรหรือไม่”

“น้ามาขอโทษแทนผัวและลูกๆที่เข้าใจกาหลงผิด กาหลงอย่าเคืองเลย น้าไหว้ล่ะ” กาหลงรีบห้าม “น้าไม่รู้จะทำยังไง ปรามแล้วก็ไม่ฟัง น้าเป็นได้แค่ผงดินอยู่บนเรือน ไม่มีใครสนใจเห็นตัวตน”

ไม้บอกว่าพวกตนไม่เคยมีเรื่องหมางใจกับแม่น้อย แม่น้อยจึงขอให้อโหสิกรรมให้ด้วย ไม้ตอบแทนกาหลงว่า

“พ่อช่วงเล่นงานเมียฉันปางตาย ฉันให้อภัยไม่ได้”

แม่น้อยนิ่งไปอึดใจแล้วจึงควักถุงเงินออกมาให้ไม้กับกาหลงแทนความผิดที่เกิดขึ้น ไม้รับแล้ววางคืน พูดหน้านิ่งว่า

“น้าอย่าหมิ่นฉัน ใช้เงินฟาดหัวล้างความผิด คนที่ผิดต้องถูกคาดโทษ หากเราเมินเฉยเท่ากับหนุนคนทำผิดให้สบายอยู่ร่ำไป เวลาล่วงมาถึงมื้อนี้ คนผิดก็ยังเบาความคิด ไม่เห็นเอาหน้ามากราบกรานขอโทษ”

เห็นแม่น้อยไม่สบายใจ กาหลงบอกว่า “น้าคลายใจเถิด ฉันอยู่ของฉัน ต่างคนต่างอยู่ จะไม่มีใครเจ็บใครตาย ขอเพียงอย่ามาระรานกัน” แม่น้อยยิ้ม แต่ยังอดกังวลไม่ได้ว่า ผู้ใหญ่ไม่คิดเลิกราแน่

ooooooo

เผื่อนกับงามถูกอบเชยใช้ให้สะกดรอยตามแม่น้อยไป พอแม่น้อยกลับถึงเรือน ก็ถูกอบเชยต่อว่าแม่ว่า กาหลงจะฆ่าตนแล้วแม่ยังไปกราบไหว้อีก

แม่น้อยบอกว่าทำเพื่อลูก ถูกอบเชยสวนทันควันว่า เพื่อลูกหรือเพื่อตัวเอง ทั้งยังพูดดูแคลนแม่ตัวเองว่า เพราะอยู่เรือนไม่มีใครเห็นหัวถึงอยากได้พรรคพวกออกไปเรียกร้องความเห็นใจ แม่น้อยปรามให้หยุด อบเชยยังพูดอย่างผยองว่า

“แม่ไม่เห็นต้องไปแยแสไอ้พวกนั้น ใครๆก็อยากคบหาเรา เรามีเงินทองมากมาย มีเงินนับเป็นน้องมีทองนับเป็นพี่ พวกมันต้องมาสยบแทบเท้าเราทั้งนั้น”

“พอการเถอะ แม่ปล่อยให้ลูกลำพองวางตัวใหญ่เหนือคนอื่นมาพอแล้ว สมบัติเงินทองใช่จะวัดคุณค่าความเป็นคน ต่อให้ลูกมีเงินทองล้นฟ้า หากทำชั่ว ก็ไม่มีใครคิดคบหา ความเคารพยำเกรงเกิดจากใจ ไม่ได้มาจากเงินหรืออำนาจ ดูอย่างพ่อเราตอนนี้สิ ชาวบ้านต่างถอยหนีสิ้นศรัทธาเสียแล้ว”

“แม่จะตีสีปากยังไงก็แล้วแต่แม่ สำหรับฉัน เงินทองและอำนาจซื้อได้ทุกอย่าง ทำได้ดั่งใจอยาก สมน้ำหน้านังกาหลงนัก!!”

แม่น้อยตกใจถามว่าลูกพูดอะไร อบเชยพูดอย่างกระหยิ่มว่า “คืนนี้พ่อกับพี่โชติจะเล่นงานมัน!!”

แม่น้อยฟังแล้วยิ่งกังวล กลัวจะเกิดเรื่องตามมาไม่จบสิ้น

ooooooo

หมอผีไปตั้งปะรำพิธีที่ชายป่า หมอผีกับผู้ใหญ่และโชติ นั่งอยู่ในเขตสายสิญจน์ หมอผีเอ่ยให้ความมั่นใจว่า

“ด้วยมนต์เวทของข้า ทำเอามันร้อนรนอยู่ไม่เป็นสุขเทียวล่ะ” แล้วหมอผีก็จุดเทียน บริกรรมคาถาท่าทางขรึมขลัง

กาหลงนอนอยู่ที่เรือน กระสับกระส่ายจนเหงื่อท่วมตัว รู้ว่าถูกเรียกวิญญาณ พยายามฝืนนอนต่อ แต่หมอผีบริกรรมคาถาหนักขึ้น...หนักขึ้น...จนกาหลงทนไม่ได้ ลุกขึ้นจะออกไป ไม้รู้สึกตัวถามว่าจะไปไหน กาหลงจึงเป่ามนต์สะกดไม้จนนอนหลับต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กาหลงมาถึงปะรำพิธีแล้ว! หมอผีสั่งผู้ใหญ่กับโชติว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าออกจากเขตสายสิญจน์เด็ดขาด!

หมอผีหยิบควายธนูขึ้นบริกรรมคาถา เป่ามนต์ใส่ควายธนู เกิดควันดำพุ่งใส่กาหลง แต่กาหลงหลบได้ ควันลอยหายไป ผู้ใหญ่ผิดหวังที่ฉากแรกก็ไม่สำเร็จเสียแล้ว

ไม่ไกลนัก ขาวเพิ่งกลับจากไปเร่ขายผ้ายันต์ที่ต่างเมือง เดินร้องเพลงสบายใจเฉิบมา เกิดลมพัดแรงผิดฤดู พลันควายธนูก็พุ่งเข้าใส่ ขาวโดดหลบทำให้ควายธนูพุ่งเลยไป ขาวนึกรู้ทันทีว่ามีสิ่งไม่ปกติเกิดขึ้น สงสัยว่า “ควายธนูของใคร?”

ควายธนูพุ่งกลับมาเล่นงานกาหลงจากด้านหลัง กาหลงไม่ทันตั้งตัวถูกชนล้มลง ขณะกาหลงพยายามลุกขึ้น ควายธนูก็พุ่งกลับมาอีก คราวนี้ถูกกาหลงจับเขาทั้งสองข้างยันไว้สุดแรง หมอผีเห็นกำลังมหาศาลของกาหลงก็ตกใจ

กาหลงเพ่งจิตกำหนดลมให้พัดกระหน่ำจนกิ่งไม้บริเวณนั้นหักตกลงมาข้างปะรำพิธี โชติตกใจถามว่า มันจะทำอะไร หมอผีก็ยังคงบอกแต่ว่า “อยู่เฉยๆอย่าออกจากสายสิญจน์เด็ดขาด” สองพ่อลูกเลยนั่งตัวเกร็ง อยู่ในเขตสายสิญจน์

กิ่งไม้หักลงมาข้างเขตสายสิญจน์ ควายธนูพุ่ง เข้าหากาหลงอีกครั้ง กาหลงหยิบกิ่งไม้แหลมพุ่งใส่ควายธนูร้องลั่นแล้วสลายไป ควายธนูในมือหมอผีแตกละเอียด!

กาหลงหัวเราะลั่น เพ่งไปทางปะรำพิธี พริบตานั้น สายสิญจน์ถูกกระชากหลุดจากพื้นกระเด็นไป โชติตกใจถามหมอผีว่าจะทำยังไงดี หมอผีลุกขึ้นชักมีดออกมาตวาด

“เอ็งหยามข้ามากไปแล้ว นังผี!” แล้วพุ่งเข้าแทงกาหลง กาหลงจับมือหมอผีสะบัดมีดตก แล้วบีบคอหมอผีจนร้องขอความช่วยเหลือแทบไม่เป็นภาษา ผู้ใหญ่ชักดาบโดดเข้าฟันด้านหลังกาหลงสุดแรง เห็นกาหลงทรุดกองกับพื้น โชติวิ่งเข้าไปดู พลันหมอผีก็หัวเราะลั่นแต่เป็นเสียงกาหลง!

ตอนที่ 9

วันนี้กาหลงขัดพื้นล้างครัวแต่เช้า ไม้เดินเข้ามาถามว่าทำอะไร เปรอะอะไรนักหนาเชียว

กาหลงบอกว่าตนทำน้ำแกงเลอะเปรอะพื้น ไม้จะช่วย กาหลงบอกไม่ต้อง ไม้สังเกตเห็นหน้ากาหลงซีดเซียวถามว่า ไม่สบายหรือเปล่า กาหลงตอบโดยไม่สบตาว่า เมื่อวานไปวางเบ็ดได้ปลามาหลายตัว แล้วหยิบปลาขึ้นมาขอดเกล็ด

“วานนี้พี่แวะไปสวดมนต์ที่วัดให้คลายใจ กาหลงน่าจะเข้าวัดไปสวดมนต์กับพี่บ้าง พี่ไม่อยากให้กาหลงฆ่าสัตว์ตัดชีวิต” ไม้เอ่ย กาหลงชะงัก ถามไม้ว่า

“เลี่ยงยังไงได้ล่ะจ๊ะ ปากกัดตีนถีบขนาดเราไม่มีทางให้เลือก ถ้ามีทางให้เลือกถมเถ ฉันก็ไม่อยากใจชั่วทำร้ายสัตว์ ไม่มีใครอยากสร้างเวรกรรมหรอกจ้ะ...เพลาหน้าฉันจะไปสวดมนต์กับพี่” กาหลงพูดให้ไม้สบายใจ

เวลาเดียวกันนั้น เผื่อนกับงามไปตลาด สุมหัวกันเล่าเรื่องผีกาหลงให้ยายมาฟัง แล้วบอกยายมาให้เก็บเงียบไว้ไม่อย่างนั้นผีกาหลงจะมาหักคอ! ยายมากลัวแต่ถามปลอบใจตัวเองว่า “เอ็งทำพูดไป”

“จริงๆ จ้ะน้า เมื่อวันก่อนมันเล่นงานคุณอบเชย นอนเพ้อมาสี่ซ้าห้าวันยังลุกไม่ขึ้นเลย” เผื่อนยืนยัน งามสอดขึ้นว่า

“แล้วก็ยังเล่นงานคุณโชติอีก” แล้วทั้งสองคนก็พูดพร้อมกันจนยายมาตาเหลือกว่า “นังกาหลงเป็นผี!”

ตาสรทำกรุ้มกริ่มเข้ามาถามเผื่อนกับงามว่าคุยอะไรกัน วานกระซิบข้างหูตน ยายมาหมั่นไส้ตาสรขี้หลีเลยยื่นหน้าเข้าไปตะโกนใส่หู “พวกมันบอกว่า นังกาหลงเป็นผี!!”

“ข้าไม่เชื่อ ผีเผอที่ไหนจะไปทำนา เก็บผักตกปลาได้ล่ะวะ” ตาสรโต้เสียงดัง งามเลยขู่ว่า

“พวกน้าระวังให้สนิทแล้วกัน ฉันมาเตือนด้วยความหวังดี เทียวออกไปทงปลาแทงกบดึกๆ ดื่นๆ ระวังเทอะ! จะโดนผีนังกาหลงหักคอเสียให้คร็อก!”

เรื่องกาหลงเป็นผีเลยกลายเป็นที่ซุบซิบกันในหมู่ชาวตลาดที่ได้ยินทั้งสี่โต้เถียงกันโขมงโฉงเฉง

ooooooo

กาเหว่าวิ่งโร่ไปหาเพชรที่เรือ ถามว่าเมื่อคืนเจอผีไหม เพชรย้อนถามกาเหว่าว่าเชื่อคำคนพวกนั้นรึ?

“ไม่...เขารู้ออกแซ่ว่ามันเกลียดพี่กาหลง พูดจาใส่ถ้อยใส่ความพี่ข้า หวังยุให้คนชังพี่ข้า สุดท้ายมันได้สมรักกับพี่ไม้!” กาเหว่าเล่าฉอดๆ เป็นฉากๆ แล้วพูดอย่างเจ็บใจว่า “คอยดูเถอะ หากฉันได้ยินใครพูดว่าพี่กาหลงเป็นผี ฉันจะต่อยให้ปากแตกไม่ว่าหน้าไหน ข้ารักพี่สาวข้า ข้าไม่ยอมให้ใครมาลบหน้าพี่สาวข้า!!”

เพชรลงเรือไปเก็บของ กาเหว่าถามว่าจะไปไหนหรือว่ากลัวผี?

“หนักเกินไปสิเอ็ง คนอย่างข้าไม่เคยกลัวผี ผีเป็นสิ่งที่คนอุปโลกน์ขึ้นมา” กาเหว่าถามว่าแล้วพี่จะไปไหน

เพชรบอกว่าอยู่นี่ไม่สบายใจ อยู่ไปก็ไม่มีใครรัก กาเหว่าดักคอว่าพูดเหมือนคนอกหัก แอบรักใครรึ? เลยถูกเพชรเอ็ดเบาๆว่า เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าพูดมาก แล้วอดไม่ได้ถามกาเหว่าว่า

“ว่าแต่พี่สาวเอ็งไปไหน ข้าไม่เคยเห็นออกมานอกเรือน”

“จะไปไหนได้ล่ะ แม่คุมพี่ชบาแจ พี่ชบาจะไปเก็บผักบุ้งมาผัดกินแม่ยังสั่งให้ฉันเก็บแทน ว่าแต่พี่ถามถึงพี่ชบาทำไม?”

เพชรบอกว่าตนกำลังจะไปก็แค่อยากกล่าวลา คนเราต้องรู้จักไปลามาไหว้ กาเหว่าถามหยั่งท่าทีว่ามีอะไรฝากตนไปบอกพี่ชบาไหม

ที่แท้เพชรอยากให้ชบารู้ แอบหวังจะได้เจอกันอีกสักครั้ง แต่ฟอร์มจัด ทำเป็นเสียงแข็งไม่แยแส ห้ามกาเหว่าบอกชบาว่าตนจะไปจากที่นี่ พูดทิ้งท้ายอย่างแอบน้อยใจว่า “เขาเองไม่สนใจไยดีอยากรู้หรอก” แต่พอกาเหว่าบอกว่าไม่ให้บอกก็ไม่บอก เพชรแอบผิดหวัง สุดท้ายทนใจตัวเองไม่ได้ ทำเป็นพูดอย่าเสียไม่ได้ว่า

“บอกก็ได้ แต่บอกเฉยๆ ไม่ต้องพร่ำให้เขามาส่งหรอกข้าไม่อยากเจอหน้า ประเดี๋ยวมาคร่ำครวญลากันน้ำตาร่วงเผาะ ข้าล่ะหวั่นใจกับน้ำตาผู้หญิง พานจะไม่ได้ไปเสีย”

กาเหว่ามองหน้าเพชรแล้วส่ายหน้า พึมพำอย่างอ่อนใจ...

“ผู้ใหญ่นี่เข้าใจยากแท้เชียว ไม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่สิเออ...เฮ้ย...” พูดแล้วเดินออกไป เพชรมองตาม รู้สึกผิดหวังที่จะต้องไปจากบ้านบัวสี บ่นตัวเอง...

“ตามจับขุนหวาดก็ไม่คืบหน้า ยังมีหนักอกเรื่องรัก เห็นทีต้องเคล่ือนขบวนเสียแล้วกระมัง”

ooooooo

กาเหว่ากลับไปกระซิบกระซาบบอกชบาเรื่องเพชรต้องเดินทางไปจากบ้านบัวสี ชบาได้ยินไม่ถนัดถามเสียงดัง

“ไอ้กาเหว่า เอ็งว่าอะไรนะ” กาเหว่าตกใจรีบจุ๊ปากให้เบา แล้วเล่าให้ฟัง พอรู้เรื่องชบาอดใจหายไม่ได้ แต่ทำปากแข็งบอกว่า “ไปก็ดี แล้วเอ็งมาบอกข้าทำไม”

“อ้าว...ก็พี่อยากรู้” กาเหว่าทำหน้างง ชบาทำหน้าตายถามว่ารู้ได้ไงว่าตนอยากรู้ “ก็หน้าพี่มันฟ้อง แค่ได้ยินฉันพูดไม่ทันขาดคำ พี่ก็ใจหายใจคว่ำ อย่างนี้เขาเรียกว่าห่วงหาอาวรณ์” แล้วยุ “พี่ไปส่งเถอะ รอน้ำขึ้นคืนนี้พี่เพชรก็ไปแล้ว”

“ญาติโกโหติกาก็หาใช่ ข้าไม่ไป” ชบาทำปึ่ง

“พี่คงกลัวแม่จับเฆี่ยน งั้นมีอะไรฝากบอกฉัน ฉันจะนำสารไปบอกพี่เพชรเอง”

“ใช่เรื่องเสียเมื่อไหร่ ข้าไม่สนใจไยดี” ชบายังทำปากแข็งทั้งที่ใจหาย

แม่กลอยอยู่มุมหนึ่งได้ยินทั้งหมด ก็คลายกังวลเบาใจที่ชบาไม่สนใจเพชร

เพชรยังคงเก็บของเตรียมเดินทาง หยิบปืนจากกล่องมาดู พูดกับปืนที่เป็นเหมือนเพื่อนคู่ชีวิตว่า

“ถึงเวลาเดินทางอีกแล้วไอ้เกลอ เอ็งยังไม่ได้ปราบขุนโจรเลย ข้าหวังใจว่าอีกไม่นานเอ็งจะได้สยบมัน” พลันเพชรก็สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนลงเรือมา พอหันมองก็ตกใจอุทาน “พุดจีบ!”

พุดจีบให้เพชรบอกมาเสียดีๆว่านั่นปืนอะไร เห็นเพชรอ้ำอึ้ง ก็รุกอย่างมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาดีว่า

“เอ็งไม่ใช่พ่อค้าเร่ รูปพรรณสัณฐานก็หาใช่ชาวนา บอกความจริงกับพี่ ไม่เช่นนั้นพี่จำต้องบอกคนทั้งบางว่าเอ็งเป็นสมุนโจรปลอมตัวมา”

ในที่สุดเพชรจำต้องยอมรับกับพุดจีบว่าตนไม่ใช่พ่อค้าเร่ แต่เป็นตำรวจ พุดจีบถามว่าแล้วปืนนั่นเป็นปืนประจำตำแหน่งใช่หรือไม่ เพชรพยักหน้า เล่าอย่างหมดเปลือกว่า

“พ่อฉันเป็นข้าราชการรับใช้เจ้านายอยู่ที่วิเศษ–ไชยชาญ ฉันหมายจับขุนหวาด ฉันอยากพิสูจน์ให้พ่อฉันเห็นว่า แม้ฉันอายุยังน้อย ฉันก็เป็นมือปราบได้ ฉันจึงปลอมตัวลุยเดี่ยวมาที่นี่”

“พ่อเอ็งรู้ในข้อนี้ คงภูมิใจในตัวเอ็งมาก”

“แต่ฉันอาจทำให้พ่อผิดหวังแล้ว ฉันอยู่บ้านบัวสีนานโข ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ฉันจะล่องเรือไปที่อื่นอาจได้เบาะแสขุนหวาดมากกว่านี้ ฉันขอร้องให้พี่พุดจีบปิดเรื่องฉันไว้ พี่ยอมให้ฉันได้ไหม”

“พี่ยินดีช่วยเหลือราชการ ยอมตามเอ็ง” เพชรยิ้มดีใจ แต่แล้วก็ยิ้มเจื่อนสงสัย เมื่อพุดจีบเอ่ยว่า “ก็ต่อเมื่อเอ็งร่วมสืบหาความจริงเรื่องกาหลง!”

ทั้งพุดจีบและเพชรต่างพูดถึงเหตุที่แคลงใจในตัวกาหลง เพชรติงว่าหากพุดจีบตามหาความจริงข้อนี้อาจผิดใจกับกาหลงและไม้ พุดจีบยืนยันต้องหาความจริงให้ได้ เพื่อลบคำพูดของชาวตลาดที่นินทาว่ากาหลงเป็นผี ถามว่าเพชรช่วยได้ไหม เพชรตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน

“งั้นเอ็งกับพี่ ไปคอยเฝ้าดูกาหลงที่เรือน ให้รู้แน่ชัดว่ากาหลงเป็นอย่างไร”

ooooooo

โชติยังนอนไม่ได้สติ แม่น้อยเข้ามาลูบหัวลูบหน้าลูกคร่ำครวญ...

“ลูกแม่...คนนึงก็คลั่งสติไม่สมประดี อีกคนก็ไม่ฟื้นตื่นมา...ชะรอยกรรมหนใดกัน...ถึงได้เล่นงานหนักเพียงนี้...”

ผู้ใหญ่ช่วงเดินเข้ามาพร้อมสิง มั่น และขาบ แม่น้อยขอให้พาลูกไปรักษาในเมือง ผู้ใหญ่บอกว่าพาไปก็ป่วยการ เพราะโชติโดนผีเล่นงาน แม่น้อยตกใจถามว่าผู้ใหญ่ยังปักใจว่ากาหลงเป็นผีอีกรึ?!

“เอ็งก็ได้ยินอบเชยมันละเมอไม่เว้นวัน ไอ้มั่น ไอ้ขาบก็แจ้งว่าบุกไปเรือนกาหลง ฆ่านังกาหลง!! ผีนังกาหลงเล่นงานลูกข้า ชะรอยมันตายตั้งแต่ครั้งจับถ่วงน้ำ”

แม่น้อยไม่เชื่อเพราะทุกคนก็เห็นอยู่ว่ากาหลงมีตัวตน จะเป็นผีได้อย่างไร ถูกผู้ใหญ่ตบ ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด

“อย่ามาเถียงข้า” หันมองโชติพึมพำแค้น “มันเล่นงานลูกข้า ต่อให้เป็นผี ข้าก็จะเอาคืนให้สาสม!!”

ผู้ใหญ่บ่ายหน้าไปยังกระท่อมของหมอผี เห็น หมอผีกำลังนั่งบริกรรมคาถาอยู่ พอผู้ใหญ่เข้ามาหมอผีลืมตา บอกทั้งที่ไม่ได้หันมอง...

“รอให้ตะวันตกดิน แล้วข้าจะจัดการให้สมใจเอ็ง!!”

ผู้ใหญ่ทึ่ง แปลกใจ และยิ่งศรัทธา ที่หมอผีรู้ความคิด ตนทั้งที่ยังไม่ได้พูด ทำให้ยิ่งมั่นใจว่าหมอผีต้องจัดการกาหลงได้

หมอผีมาดูโชติที่เรือนผู้ใหญ่อีกครั้ง ผู้ใหญ่ถามหมอผีว่าขาดเหลืออะไรให้ช่วยไหม หมอผีบอกว่าตนเตรียมการไว้พร้อมแล้ว ผู้ใหญ่จึงสั่งให้พวกสิงไปกับหมอผีด้วย

“พวกเอ็งไปก็ป่วยการ เกะกะข้าเสียเปล่า รึพวกเอ็งจะสู้กับผีได้?” มั่นกับขาบส่ายหน้าดิก “คนสู้กับคน ผีก็ต้องสู้กับข้าถึงจะเป็นมวยถูกคู่” หมอผีหัวเราะชอบใจแล้วสะพายย่ามกลับไป

ผู้ใหญ่มองตามหมอผีไปด้วยความหวัง ในขณะที่แม่น้อยที่ยืนฟังอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ได้แต่นึกเป็นห่วงเงียบๆ

ooooooo

กาหลงกับไม้อยู่กันด้วยความรักอย่างมีความสุข วันนี้พากันไปนั่งที่ท่าน้ำ กาหลงตัดเล็บให้ไม้ เมื่อไม้จะตัดให้กาหลงบ้าง จับมือขึ้นมองบอกว่าเล็บกาหลงไม่ยาวเลย กาหลงบอกว่าตนเพิ่งตัดไปเมื่อเช้านี้เอง

ไม้ช้อนเรือนผมกาหลงขึ้นหอม บอกว่า “เส้นผมกาหลงก็ไม่ยาวขึ้น มันน่าแปลกแท้”

“ฉันเพิ่งตัดมื้อเช้านี้จ้ะ” พูดแล้วหัวเราะ ไม้มองฟันถามหยอกว่าฟันก็ไม่ยาวขึ้น กาหลงตอบเพลินว่า “ฉันเพิ่ง...” ไม้สวนขึ้นทันทีว่า “ตัดมื้อเช้านี้” แล้วหัวเราะกันอย่างร่าเริง กาหลงมองหน้าไม้อย่างแสนรัก ถามว่า

“พี่ไม่ถามฉันเพิ่มล่ะ ว่าฉันรักพี่มากขึ้นไหม”

“พี่ไม่ถาม เพราะใจพี่รู้ดี ว่ากาหลงรักพี่มากแค่ไหน” กาหลงถามว่า แค่ไหนหรือ “เท่าที่ชีวิตกาหลงจะให้พี่ได้”

“ปากหวานนักเชียว” กาหลงยิ้มดีใจ ไม้กอดและหอมกาหลง ทั้งสองกอดกันด้วยความรักที่ท่าน้ำ...

ตกกลางคืน กาหลงร้องเพลงกล่อมไม้จนหลับ แต่พอจะนอนเคียงข้างไม้ กาหลงก็เบิกตาโพลงเมื่อรับรู้ว่าหมอผีกำลังจะทำพิธีปราบผี!!

ที่ใต้ต้นไทร...หมอผีที่มีสายสิญจน์ล้อมรอบ กำลังบริกรรมคาถาเรียกวิญญาณกาหลงเอาจริงเอาจัง...

เพชรกับพุดจีบย่องมาแอบดูกาหลงที่เรือน เพชรกระซิบบอก “ดอดเข้าไปใต้ถุนเรือนเถอะ จะได้เห็นให้ชัด”

ทั้งสองย่องไปที่ใต้ถุนเรือน เห็นกาหลงเดินลงจากเรือนสีหน้าโกรธแค้น จึงรีบตามไป!

แต่เมื่อตามไปถึงทุ่งนา ปรากฏว่ากาหลงหายไปแล้ว! เพชรฉุกคิดได้ว่าเหมือนคราวก่อนที่ตนตามแล้วกาหลงก็หายไป เอะใจว่าหรือกาหลงจะเป็น...

“อย่ามัวเสียเวลา รีบออกตามหากาหลง” พุดจีบตัดบทแล้วเร่งเดินตามหากาหลง เพชรจึงสาวเท้าตามไป

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น...กาเหว่าถือตะเกียงมาเจอชบาเพิ่งกลับ บอกให้รีบไปส่งเพชรที่ท่าน้ำเถิด ชบาเดินผ่านไปไม่สนใจ

“พี่เพชรเขาดีกับพี่มาก เขาคงสุขใจที่พี่ไปส่ง พี่ไม่รักเขาก็ไม่เป็นไร แต่ควรมีน้ำใจแสดงไมตรีไปส่งเขา อย่างน้อยเขาก็เคยเสี่ยงตายช่วยพี่”

ชบายังคงปึ่งเฉย แม่กลอยที่แอบดูแอบฟังอยู่ยิ้มเบาใจว่าชบาไม่มีใจให้เพชร แต่พอนั่งคิดก็ระแวงกลัวชบาเปลี่ยนใจ ย่องไปดูที่ห้องเห็นชบายังนอนอยู่ก็เฉไฉทำเป็นถามว่า กาเหว่าหายหัวไปไหน

ชบาบอกว่าได้ยินว่าปวดท้องคงไปข้างล่าง แล้วนอนต่อ แม่กลอยตายใจเดินออกจากห้อง หารู้ไม่ว่าชบานอนคิดอะไรอยู่

แม่กลอยลงมาเจอกาเหว่าถือตะเกียงเดินมา  กาเหว่า บอกว่าเมื่อเย็นกินมากไปหน่อยเลยปวดท้อง พลันตาเหลือบเห็นชบาหลบอยู่หลังเสา กาเหว่ารู้ว่าชบาจะไปไหน ออกอุบายบอกแม่ว่า ตนปวดท้องอีกแล้วอ้อนแม่กลอยให้ไปเป็นเพื่อน เพื่อหลีกทางให้ชบาหลบลงจากเรือนไปได้

พุดจีบกับเพชรเร่งฝีเท้าเดินตามหากาหลง พุดจีบ เดินสะดุดล้มเพชรรีบเข้าประคองถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ชบาเดินมาเห็นพอดี พึมพำอย่างผิดหวังเสียใจ...“เอ็งมันก็ไม่ต่างจากคนอื่น สัญชาติชายเจ้าชู้!!”

พุดจีบบอกเพชรว่าตนไม่เป็นอะไร เร่งให้รีบไปตามหากาหลงกัน

เวลาเดียวกัน...ไม้สะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย หันมองข้างตัวไม่เห็นกาหลง ลุกไปร้องเรียกก็ไม่เจอ จึงลงจากเรือนเดินตามหา

ooooooo

กาหลงเดินเข้าไปหาหมอผีท่ามกลางหมอกควันจากการบริกรรมคาถา

“เอ็งมาแล้วรึ! เอ็งมันเป็นหญิง ฤาจะมีฤทธิ์เดชกำแหง ข้าจะสั่งสอนให้รู้สำนึก!”

หมอผีกำข้าวสารเสกบริกรรมแล้วซัดใส่ กาหลงเพียงสะดุ้งเจ็บปวดเล็กน้อย แต่ไม่กระไร

“เอ็งมันแกร่งกล้ากว่าที่ข้าคิดไว้นังกาหลง ข้าจะจัดการเอ็งให้สิ้นซาก!!”

“พอเถอะ...” กาหลงเดินเข้าหา หมอผีนึกว่ากาหลงจะสู้ แต่กาหลงกลับนั่งลงเอ่ยอย่างอ่อนน้อม “เราสองต่างไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง ข้าไม่เคยก่อกรรมทำเวรกับเอ็ง อย่ามาระรานกัน กลับไปเถอะ”

หมอผีโต้ว่า ผีอย่างกาหลงไม่มีอำนาจต่อรอง เพราะเป็นผีเที่ยวหลอกหลอนคิดฆ่าคน กาหลงชี้แจงว่า ตนไม่เคยคิดร้ายต่อพวกมัน พวกมันต่างหากที่ฆ่าตน ซ้ำยังล้างผลาญความสุขตนไม่เลิกรา หากรู้ความจริงแล้วก็จงกลับไปเสียเถิด

“ผิดเสียแล้วนังผี!! ข้าไม่ได้เป็นพระมาโปรดสัตว์วิญญาณชั้นต่ำ ข้าจะจับเอ็งถ่วงน้ำ คนทั้งบางจะได้เกรงกลัวข้า แล้วข้าก็ได้สินเงินรางวัลสุขสบายไปทั้งชาติ เอ็งจะเป็นตัวนำโชคให้ข้า นังกาหลง!!”

กาหลงไม่พอใจ ตาเบิกโพลง เกิดลมพัดรอบบริเวณนั้น ผมกาหลงสยายน่ากลัว...

ooooooo

กาหลงเดินหน้าเข้าหาหมอผี แม้จะเจ็บปวดเพราะถูกซัดข้าวสารเสกใส่แต่กาหลงก็ไม่ถอย เดินมาจับสาย สิญจน์ร้อนมือจนร้องก็ไม่หยุดกระชากสายสิญจน์ออกไปได้ หมอผีตกใจตวาด

“คิดจะลองดีกับข้า!!” หมอผีหยิบเชือกมนต์ขึ้นมาบริกรรมคาถาแล้วโยนใส่กาหลง เชือกเลื้อยรัดตัวจนกาหลงร้องด้วยความเจ็บปวดทรุดลงกับพื้น พุดจีบกับเพชรวิ่งมาถึงพอดี เห็นกาหลงถูกเชือกมนต์รัดก็ตกใจ เพชรอุทานแทบช็อก

“พี่กาหลงเป็นผี!”

กาหลงดิ้นรนร้องให้ปล่อยตน ในขณะที่หมอผีพูดอย่างสะใจ “เอ็งเสร็จข้าแล้ว!!”

เพชรเร่งพุดจีบให้รีบไปบอกไม้ แต่พุดจีบเร่งให้รีบไปช่วยกาหลง เพราะไม่อย่างนั้นกาหลงตายแน่

ระหว่างนั้น ไม้ก็ยังเดินร้องเรียกกาหลงมาตามทาง

หมอผีหยิบมีดหมอออกมาจะสะกดวิญญาณกาหลงลงหม้อแล้วถ่วงน้ำในบึง ถือมีดหมอเดินตรงมาหากาหลง  พริบตานั้น เพชรที่เอาผ้าโพกหน้าวิ่งเข้ามาเอาไม้ฟาดหม้อแตก หมอผีหันด่า “เอ็งเป็นใคร ไอ้ชาติชั่ว!” แล้วโถมเข้าโจมตีเพชร กาหลงดีใจที่เห็นพุดจีบ ร้องขอให้พุดจีบช่วยตนด้วย พุดจีบวิ่งเข้าไปใช้มีดตัดเชือกแล้วลากกาหลงออกมา

“เอ็งเป็นใคร อยากลองดีรึไง!” หมอผีจะแทงเพชร เพชรหลบใช้ไม้ฟาดจนมีดหลุดมือตามฟาดหมอผีจนสลบแล้วหันหาพุดจีบ ปรากฏว่าทั้งพุดจีบและกาหลงหายไปแล้ว เพชรเป็นห่วงพุดจีบรีบวิ่งออกตามหา

พุดจีบกับกาหลงมาคุยกันอยู่อีกมุมหนึ่ง กาหลงยอมรับความจริงว่าตนเป็นผี บอกพุดจีบว่าอย่ากลัวตน และอ้อนวอนอย่าทิ้งตนไป ขอร้องอย่าบอกเรื่องนี้แก่ใครเด็ดขาด พุดจีบบอกว่าอย่างไรเสียตนก็ต้องบอกไม้

กาหลงกลัวมากอ้อนวอนอย่าพรากไม้ไปจากตนเลย

“แต่คนกับผีอยู่ด้วยกันไม่ได้” พุดจีบยืนยัน

เพชรเดินหาพุดจีบแต่ไปเจอชบา ถูกชบาตบหน้าด่าว่าหลอกลวงปากอย่างใจอย่าง เพชรงงที่ถูกตบแต่ใจพะวงอยู่กับเรื่องกาหลง  เพชรบอกชบาว่ากาหลงเป็นผี เลยถูกชบาตบอีกครั้งปรามก่อนวิ่งหนีไปว่า

“หยุดใส่ความพี่สาวข้า ข้าเกลียดเอ็ง!”

ไม้มาได้ยินเพชรบอกชบาว่ากาหลงเป็นผี พอชบาวิ่งไปไม้เดินเข้ามาถามเพชรอย่างไม่พอใจว่าเมื่อกี๊พูดว่ากาหลงเป็นอะไร! เพชรโพล่งออกไปอย่างต้องการบอกให้ไม้รู้ความจริงว่า “พี่กาหลงตายแล้ว พี่กาหลงเป็นผี” เลยถูก ไม้ต่อยหน้า กระนั้นเพชรก็ยังยืนยันว่า “พี่กาหลงเป็นผี!”

ไม้ต่อยหน้าอีกเปรี้ยง ปรามว่าเลิกพูดซ้ำซากได้แล้ว เพชรยังยืนยันว่าถึงต่อยให้ตายตนก็ยังจะบอกว่าเมียพี่ เป็นผี! ถูกไม้ต่อยไม่ยั้งเพชรก็ยังยืนยันคำเดิม จนไม้ถามว่า “เอ็งยอมเจ็บตัวเพื่ออะไร”

“ฉันอยากให้พี่รับความจริง” ไม้ตวาดว่าโกหก “งั้นพี่ไปกับฉัน ไปเผชิญความจริงให้เห็นกับตา” ไม้รับคำท้าไปกับเพชร

ooooooo

กาหลงยังวิงวอนพุดจีบอย่าบอกเรื่องตนกับไม้ เมื่อพุดจีบไม่รับปาก กาหลงเคืองหาว่าพุดจีบต้องการให้ไม้รู้ว่าตนเป็นผีจะได้หนีไปแล้วพุดจีบก็จะเข้าแทรกสมปรารถนาตัวเอง ด่าพุดจีบว่า

“เอ็งรอเพลาจะแย่งพี่ไม้มานานแล้ว เอ็งมันคิดทรยศหักหลังเพื่อนรักมานานเหลือหลายแล้ว!!”

ทันใดนั้น เสียงไม้ร้องเรียกกาหลงใกล้เข้ามา พุดจีบตะโกนบอกว่า “พี่ไม้...กาหลงอยู่ทางนี้!” ทำให้กาหลงตกใจกลัวพุดจีบจะบอกไม้ ไม้วิ่งไปหากาหลง เพชรรีบตาม พอถึง ก็บอกไม้ว่า “ดูเสียให้เต็มตาพี่กาหลงเป็นผี!” แต่ไม้ไม่สนใจ ถลาเข้าหากาหลงถามว่า มาทำอะไรที่นี่ ทำไมถึงหน้าซีด?

“หมอผีร่ายมนต์เรียกวิญญาณพี่กาหลงออกมา พี่กาหลงโดนหมอผีเล่นงานจะจับลงหม้อ ฉันกับพี่พุดจีบมาช่วยไว้!!” เพชรชิงตอบแทนกาหลง ถูกไม้ตวาดให้หยุดกุเรื่องผีสางได้แล้ว เพชรก็ยังยืนยันว่า “ฉันพูดความจริง พี่ไม่เชื่อฉันก็ให้พี่พุดจีบยืนยัน”

“พุดจีบ จริงอย่างที่ไอ้เพชรพูดไว้หรือ?”

ไม้หันไปคาดคั้นพุดจีบ พุดจีบอึกอัก เพชรเร่งให้พูดคำขาดออกไปเลยว่ากาหลงตายแล้ว เลยถูกพุดจีบตำหนิและตอบไม้ในคราวเดียวว่า

“เอ็งพูดจายอกย้อนให้เจ็บใจ กาหลงเป็นผีที่ไหนกัน กาหลงออกมาทงเบ็ด แล้วหน้ามืดไม่สบาย ฉันผ่านมาเห็นก็เข้ามาดูแลกาหลงนี่แหละจ้ะ”

เพชรตกใจถามว่าพุดจีบเป็นอะไรหรือว่ากาหลงดลใจให้พูดปด ไม้ฉุนชี้หน้าเพชรปรามให้หยุดพูดใส่ร้ายกาหลงได้แล้ว กาหลงรีบห้ามไม้ว่าอย่าถือสาหาความเลย เพชรก็พูดไปตามคำชาวบ้านเพราะเผื่อนกับงามเที่ยวโพนทะนาว่าตนเป็นผีเล่นงานอบเชยกับโชติ

ไม้โมโหจะไปเอาเรื่องเผื่อนกับงามให้เลิกใส่ร้ายกาหลง พุดจีบรีบห้ามและเร่งไม้ให้พากาหลงกลับเรือนเสีย ไม้ขอบใจพุดจีบและพากาหลงออกไป กระนั้นเพชรก็ยังตะโกนบอกไม้ให้ระวังตัวด้วย ย้ำว่ากาหลงเป็นผีจริงๆ

“ไอ้เพชร เห็นแก่ความดีที่เอ็งเคยมีน้ำใจ ข้าจะไม่เอาความ หากเอ็งไม่เลิกพูดข้าจะไล่เอ็งไปจากบ้านบัวสี!” ไม้หันปรามอีกครั้งแล้วพากาหลงไป

เพชรถามพุดจีบอย่างคิดไม่ตกว่าทำไมไม่บอกความจริงแก่ไม้ เสียสติไปแล้วหรือถึงได้แก้ต่างให้ผี พุดจีบย้อนถามว่าหากตนพูดความจริง เพชรคิดว่าไม้จะยอมรับได้หรือ เพชรก็ยังรั้นว่าไม่ได้ก็ต้องได้

“หากเอ็งมีความรักเอ็งจะเข้าใจ” พุดจีบบอก เพชรบอกทันทีว่าตนมีความรัก “มันคงไม่ใช่รักแท้ เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่กับคนรักมานานนม แล้วเอ็งจะเชื่อคำคนได้อย่างไร ว่าคนที่เราครองคู่อยู่เรือน ตายไปแล้ว”

“แต่พี่กาหลงตายไปแล้วจริงๆ” เพชรยังย้ำคำเดิม จนพุดจีบต้องเล่าความผูกพันของไม้กับกาหลงให้ฟังว่า

“พี่ไม้เป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อไม่มีแม่ มีเพียงกาหลงที่คอยดูแลเอาใจใส่พี่ไม้ จวบทั้งสองโตมาด้วยกัน ความรัก...ความสุข...ความหวังของพี่ไม้เหลือเพียงกาหลง แล้วเอ็งยังคิดจะทำลายความรักนั้นอีกหรือ?”

เพชรบอกว่าเรื่องนั้นตนเข้าใจ แต่ผีกับคนจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไรมันน่ากลัว พุดจีบพูดอย่างเชื่อมั่นว่ากาหลงไม่มีวันทำร้ายคนที่ตัวเองรัก เพชรรับไม่ได้ปฏิเสธว่าคงไม่ใช่ตนแน่ และตนคงไม่อยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว พูดแล้วเดินออกไปเลย

“เอ็งมันก็ขี้ขลาดดังคำเขาสบประมาทไว้” พุดจีบพูดตามหลัง เพชรย้อนเอาว่าตนมาจับโจรไม่ได้มาจับผี “แล้วเอ็งไม่คิดจะจับโจรที่ฆ่ากาหลงรึ ขุนหวาดก็ยังลอยนวล เอ็งย่อมรู้สัญชาติโจร มื้อก่อนมันปล้นไม่สำเร็จถูกกวาดไล่ปางตาย มันต้องหมายกลับมาล้างแค้นเอาคืน หากเอ็งไปก็เท่ากับเอ็งยอมแพ้”

เพชรหยุดคิด พุดจีบหว่านล้อมว่า

“พี่อยากให้เอ็งอยู่ที่นี่ ใช้วิชาความรู้ที่เอ็งมีหาทางจับคนที่ฆ่ากาหลง พี่ก็เห็นตรงใจเอ็ง คนกับผีย่อมอยู่ด้วยกันไม่ได้ พี่จะหว่านล้อมให้กาหลงยอมรับความจริง พี่อยากให้เอ็งอยู่ช่วยพี่ ช่วยกันปลดปล่อยวิญญาณกาหลงไปสู่สุคติ...”

พุดจีบผิดหวังเมื่อเพชรยืนยันคำเดิมว่าตนอยู่ไม่ได้ เอ่ยลาแล้วเดินไปเลย

ooooooo

ชบาตบหน้าเพชรที่บอกว่ากาหลงเป็นผีแล้วเดินอ้าวกลับเรือน กาเหว่าถามว่ารั้งเพชรไว้ได้ไหม ตนไม่อยากให้เพชรไปจากที่นี่

“แต่ฉันอยากให้มันไปจากที่นี่ ไปให้พ้นเสียโดยไว ไอ้คนหลายใจ” พูดแล้วชบาร้องไห้ออกมา กาเหว่าตกใจถามว่า พี่ร้องไห้ทำไม หรือไปส่งเพชรไม่ทัน “ช่างหัวมันปะไร หลังจากนี้อย่าพูดชื่อนั้นให้ข้าให้ยินอีก ข้าไม่อยากฟัง ไม่อยากรับรู้ใดๆ”

ชบาพูดแล้วเดินขึ้นเรือน กาเหว่าแปลกใจว่าเพชรทำอะไรชบา ส่วนแม่กลอยที่ยืนอยู่มุมหนึ่งได้ฟังก็ยิ้มพอใจที่ชบามีปัญหากับเพชร

ฝ่ายไม้ เมื่อประคองกาหลงกลับถึงเรือน บอกกาหลงว่า ประเดี๋ยวจะเช็ดตัวให้หายไข้ บ่นอย่างเป็นห่วงว่า เตือนแล้วว่าอย่าออกไปลงเบ็ดอีกก็ไม่เชื่อ

“ฉันอยากให้พี่ได้กับข้าวกับปลาถูกปาก”

“พอเถอะ ทำอะไรเกินตัว ต่อไปให้นิ่งเสียบ้าง พี่จะทำให้เอ็ง” ไม้เช็ดตัวให้กาหลงบอกว่า “พี่รักและเป็นห่วงกาหลงมากนะ” กาหลงถามว่าไม่ติดใจคำของเพชรหรือ? ไม้ส่ายหน้าตอบทันที “พี่ไม่มีวันเชื่อคำใครนอกจากเมียพี่”

กาหลงยิ้มอย่างมีความสุขกับความรักของไม้ที่หนักแน่นมั่นคง...แต่ระหว่างที่ไม้เช็ดตัวให้กาหลงนั้น ที่เท้ากาหลงมีน้ำไหลจากตัวหยดลงใต้ถุนเรือนอย่างต่อเนื่อง...

ooooooo

ผู้ใหญ่ช่วงไม่พอใจที่หมอผีปราบกาหลงไม่สำเร็จ สั่งพวกสิงเตรียมอาวุธให้พร้อมไปกับตนหมายออกโรงเอง

เวลาเดียวกัน ที่ตลาดลือกันให้แซ่ว่า กาหลงเป็นผี ผู้ใหญ่ช่วงกำลังจะไปจับผี มียายมากับตาสรเป็นตัวการ จันไม่พอใจที่มาลือกันว่ากาหลงเป็นผี ขู่ว่าใครพูดอีกจะตบให้ฟันร่วง แล้วจูงมือเฟื้องรีบไปเรือนกาหลงกัน นวลได้ยินกลับไปบอกพุดจีบ
สิงไปยืนตะโกนเรียกกาหลงให้ลงเรือนมา มิเช่นนั้นจะเผาเรือน ไม้เดินออกมาไล่สิงออกไปจากเรือน ผู้ใหญ่ออกหน้ามาประกาศว่า

“ข้าจะออกไปก็ต่อเมื่อได้จับตัวผีร้ายเมียเอ็ง”

ไม้บอกว่ากาหลงไม่สบายนอนพักอยู่บนเรือน ผู้ใหญ่หาว่ากาหลงรู้ตัวเลยไม่กล้ามาสู้หน้า สั่งสิงให้ขึ้นเรือนไปลากตัวกาหลงลงมา

“ข้าไม่ยอมให้ใครมาลบหน้าบุกเรือน หากจะขึ้นไปทำร้ายเมียข้า ก็ข้ามศพข้าไปก่อน!!” ไม้ถือขวานยืนขวางกลางเรือน ในขณะที่พวกสิงชักดาบเข้าลุย

ไม้ถูกรุมจนเสียหลักขวานหลุดมือ ช่วงเข้าเตะซ้ำจนไม้ลุกไม่ขึ้น ผู้ใหญ่ช่วงสั่งลูกน้องไปลากตัวกาหลงออกมา

“พวกเอ็งลงมา อย่ายุ่งกับเมียข้า...” ไม้ได้แต่ตะโกนเป็นห่วงกาหลง ถูกผู้ใหญ่เดินมาเตะหน้าจนทรุดลงไปอีก

ooooooo

พุดจีบฟังนวลเล่าเรื่องผู้ใหญ่ไปจับผีกาหลงแล้วบอกนวลให้ไปเรือนกาหลงด้วยกัน ระหว่างทางเจอเพชร ที่ยังไม่อาจไปจากบ้านบัวสีได้ เพราะเมื่อรู้ว่ากาหลงเป็นเช่นนี้ก็เป็นห่วงชบา จึงอยู่ด้วย

พุดจีบบอกนวลให้เร่งไปช่วยปรามผู้ใหญ่อย่าทำร้ายกาหลง ส่วนตัวเองพาเพชรเดินผ่านต้นไทรงามไป เพชรถามว่า จะพาไปไหน พุดจีบเร่งแต่ให้รีบตามมาเร็วๆ

พวกยายมา ตาสรเร่งไปที่เรือนกาหลงเพื่อดูเขาจับผีกัน จันกับเฟื้องรีบไปเพื่อช่วยกาหลง นวลมาเจอจึงขอตามไปด้วยคน

ที่เรือนกาหลง ไม้เจ็บจนลุกขวางพวกลูกน้องผู้ใหญ่ไม่ได้ สิงขึ้นไปลากกาหลงลงมามัดไว้กับเสากลางลานหน้าเรือนกาหลงร้องขอความช่วยเหลือจากไม้ แต่ไม้เจ็บเกินกว่าจะลุกไปช่วย ได้แต่ตะโกน “ปล่อยเมียข้า! ปล่อยเมียข้า!!”

พวกสิงจับกาหลงมัดกับเสากลางลานขนฟางมากองรอบตัวกาหลง เอาน้ำมันราดลงบนฟาง ไม้ตกใจถามว่าจะทำอะไร

“ข้าจะเผามันซะจะได้ไปผุดไปเกิด” ผู้ใหญ่ตะโกนเหี้ยม

ไม้กัดฟันจะไปช่วยกาหลงแต่ถูกลูกน้องผู้ใหญ่ล็อกตัวไว้ กาหลงโกรธแค้นจะกลายร่างเป็นผี เล่นงานพวกผู้ใหญ่แต่ไม่กล้าเกรงไม้จะรู้ว่าตนเป็นผี จึงได้แต่ร้องตะโกนบอกว่าผู้ใหญ่เข้าใจผิด ปล่อยตนเสีย

“หยุดก่อน!!” จันมาถึงตะโกนลั่น เฟื้องก็ประกาศกับผู้ใหญ่ว่าจะทำร้ายสะใภ้ตนไม่ได้ ผู้ใหญ่บอกว่าตนจะจุดไฟเผาให้กาหลงคายความจริง เพราะผีกาหลงเล่นงานลูกสาวลูกชายตน มั่นกับขาบก็เคยเจอฤทธิ์เดชผีกาหลงมาแล้ว

จันกับนวลโต้ผู้ใหญ่ว่าน่าจะจับสองคนนั้นมาคั้นเอาความจริงต่อหน้า ผู้ใหญ่หาว่ามีอคติกับลูกตนเลยเข้าข้างกาหลงกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

“ฉันก็พูดไปตามหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากมันไม่ได้ก่อกรรมไว้ จะมีเหตุให้เจ็บป่วย ได้อย่างไร” มัคนายกเฟื้องยกหลักธรรมมาโต้

“ไอ้โชติอาจเคยฆ่าคนแล้วโดนผีเล่นงานก็ได้” โขงแทรกขึ้น ผู้ใหญ่ถามว่าแล้วผีตัวไหนเล่นงานลูกตน “ผีจำปาไง ไอ้โชตินี่แหละที่มันข่มขืนจำปาแล้วจับจำปา แขวนไว้ใต้ต้นไทร จำปาอยู่ไม่เป็นสุขถึงต้องมาแก้แค้น เล่นงานคนชั่วอย่างพวกมัน”

ผู้ใหญ่ตวาดโขงให้หยุดใส่ร้ายลูกตนไม่อย่างนั้นจะจับเผาไปพร้อมกาหลง

“แต่พอการเถอะ” กาหลงเอ่ยขึ้น แล้วพูดกับผู้ใหญ่ช่วง “หยุดรังควานฉันมากเกินเถอะ พ่อผู้ใหญ่กุเรื่องหวังจะหาเหตุฆ่าฉัน พ่อเกลียดชังที่ฉันยุไม่ให้พุดจีบร่วมหอกับไอ้โชติ พ่อผู้ใหญ่เอาความเจ็บแค้นของลูกมาลงที่ฉัน”

สิ้นเสียงกาหลง ทั้งจัน ยายมา ตาสรและนวลรวมทั้งเฟื้องก็พูดกันขรม ตำหนิผู้ใหญ่ว่าปกครองลูกบ้านไม่เป็นสุขไม่ยุติธรรม ใครรู้ก็ไม่อยากยกมือไหว้ เฟื้องตะโกนส่งท้ายว่า

“ถ้าไม่อยากให้พวกฉันหมดศรัทธาในตัวผู้ใหญ่ ปล่อยกาหลงเสีย”

ผู้ใหญ่มองทุกคนอย่างไม่พอใจ ในที่สุดโยนคบไฟไปที่กองฟางราดน้ำมันรอบตัวกาหลง เฟื้องตะโกนบอกทุกคนให้เร่งไปขนน้ำมาดับไฟ กาหลงตะโกนผ่านเปลวไฟ “พี่ไม้...ช่วยฉันด้วย...”

ไม้ฮึดรวมแรงลุกวิ่งฝ่าเข้าไปในกองไฟหมายช่วยกาหลง แต่แก้เชือกไม่ออกจึงกอดกาหลงเอาตัวกั้นไฟไว้ กาหลงจ้องหน้าผู้ใหญ่ผ่านเปลวไฟอย่างแค้นใจหมายจัดการ

พวกเฟื้องขนน้ำมาดับไฟได้ทัน ทำให้กาหลงกับไม้รอดตาย ผู้ใหญ่ช่วงไม่พอใจมากแต่หยุดยั้งชาวบ้านไม่ได้

ooooooo

เมื่อพากาหลงขึ้นเรือน จันถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง กาหลงบอกว่าตนไม่เป็นอะไร

เฟื้องเข้าไปจะต่อยผู้ใหญ่ ถูกสิงถือดาบกันไว้ เฟื้องชี้หน้าผู้ใหญ่พูดอย่างแค้นใจ

“ผู้ใหญ่เห็นไหมว่ากาหลงมันจะโดนไฟคลอกตาย หากมันเป็นผีมันก็ต้องหายตัวหรือแสดงอิทธิฤทธิ์เอาตัวรอดไปแล้ว แต่นี่มันเป็นคน คนที่มีเลือดเนื้อและหัวใจ พ่อช่วงใจดำอำมหิตผิดมนุษย์ ความศรัทธาที่ฉันมีต่อผู้ใหญ่ มันดับไปพร้อมกับไฟกองนี้!!”

ไม้ไล่พวกผู้ใหญ่ให้ออกไปจากเรือนตน ผู้ใหญ่ยังพูดอาฆาตว่าจะไม่ไปจากที่นี่จนกว่าความจริงจะปรากฏ ไม้ถามว่าผู้ใหญ่เกือบเอาชีวิตเมียตนไปแล้วยังจะเอาโทษอะไรอีก

ตอนที่ 8

ขณะกาหลงเดินกลับเรือนนั้น รู้สึกมีคนตาม หันขวับถามว่าใครตามมา!

“ฉันเองจ้ะ พี่กาหลง” เพชรออกจากที่ซ่อน พูดคุยกันจึงรู้ว่าเป็นเพชร กาหลงขอบใจที่เพชรช่วยกาเหว่าและไม้ก็เคยเกริ่นว่าเพชรไปขวางขุนหวาดด้วย เพชรเอ่ยอย่างชื่นชมว่า “ฉันได้ยินชื่อพี่มาหลายหน เพิ่งปะตัวก็มื้อนี้ ฉันดีใจแทนกาเหว่าที่พี่รอดตาย ลางนึกไปว่า พี่กาหลงกลายเป็นผีเฝ้าบึงไปแล้ว”

กาหลงมองหน้าเพชรนิ่ง จนเพชรรู้สึกไม่ดีที่เผลอปากพูดไป กาหลงถามว่าจะไปหาชบาหรือ เพชรแปลกใจถามว่ารู้ได้อย่างไร กาหลงตอบยิ้มๆว่า “ทางนี้เป็นทางไปเรือนแม่ฉัน”

“ฉันเห็นชบาหายไปจากงาน จะแวะไปดูให้หมดห่วง” เพชรยอมรับเขินๆ กาหลงจึงชวนไปด้วยกัน แล้วเดินนำไป เพชรเดินตามอึดใจเดียวก็ตกใจเมื่อเห็นกาหลงเดินเท้าลอยไม่ติดพื้น เอามือขยี้ตาหยุดมอง กาหลงหันถามว่าทำไมไม่ตามมา เพชรจึงเดินตาม มองอีกทีเห็นกาหลงเดินเป็นปกติแล้ว เพชรนึกว่าชะรอยตัวเองจะเมากระมัง เลยไม่ติดใจ

ไม้ช่วยโขงคุมจอกไปถึงวัด ไม่นานจอกก็หลับโขงบอกให้ไม้กลับเรือนเสียเพราะกาหลงคงคอยแล้ว แต่ไม้ยังไม่ทันกลับ จอกก็ลุกขึ้นมองตามไม้โวยวายว่าผีหลอกอีก

ขณะไม้ถือพานขอขมาของโชติเดินกลับเรือนนั้น ถูกมั่นกับขาบเอาผ้าคาดหน้าดักทำร้ายจนสลบล้มหน้าคว่ำ  พานขอขมาตกที่พื้น อบเชยปรากฏตัวขึ้น   บอก มั่นกับขาบให้พาไม้ไปที่เรือนกาหลง

กาหลงรับรู้ว่าไม้ถูกทำร้าย บอกเพชรว่าตนต้องกลับเรือน ฝากเพชรให้ไปช่วยดูชบาด้วย พูดจบก็เดินแยกไปทันที  เพชรตามไปจะถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แต่ไม่เห็นกาหลงแล้ว เพชรแปลกใจที่กาหลงหายไปไวมาก

ooooooo

ชบาเดินกลับเรือน โวยวายมาตามทางอย่างรับไม่ได้ว่าถ้าแม่กลอยบังคับให้ตนเทิ้มใจอีกมื้อเดียว จะหนีไปสุดฟ้าเขียวเทียวหรือไม่ก็กลั้นใจตายให้สิ้นเรื่อง

สิงที่มีผ้าคลุมหน้ามาดักซุ่มอยู่ พุ่งออกไปรวบตัวชบาจับกดลงกับพื้น ชบาตกใจร้องขอความช่วยเหลือ เพชรที่กำลังบ่ายหน้าไปเรือนแม่กลอยได้ยินวิ่งไปช่วยชบา ชกต่อยกับสิง ถูกสิงชักมีดแทงเข้าที่ชายโครงจนล้มลง แล้วจะเข้าไปจับตัวชบา

“ช่วยด้วย...ปล่อยฉัน!” ชบาตะโกน

กาเหว่าถือตะเกียงกลับบ้าน ได้ยินเสียงเดินเข้าเห็นสิงกำลังปล้ำชบา กาเหว่าตะโกน...

“โจร...ช่วยจับโจรทางนี้!!”

สิงกลัวชาวบ้านมาเจอจึงผละหนีไป ชบารีบเข้าไปดูเพชรถามว่าเจ็บตรงไหนไหม กาเหว่ามาถึงตัวพอดี

ส่องตะเกียงเห็นเพชรเลือดโชกก็ตกใจ ชบาประคองเพชร พร่ำบอก...

“เอ็งอย่าตายนะ!”

ooooooo

มั่นกับขาบช่วยกันลากไม้ไปที่เรือนกาหลงพาเข้าห้องนอน อบเชยไล่พวกมันกลับ ยิ้มสมใจตรงไปนั่งที่เตียง ลูบไล้ใบหน้าไม้รำพันเพ้อ...

“ทูนหัวของอบเชย เมื่อนังกาหลงมันกลับเรือนมาเห็นฉันกกกอดกับพี่ ด้วยพิษรักแรงหึงมากกว่าอื่น มันต้องคลั่งหนักต่อหนักแทบบ้า พานให้ตัดใจทิ้งพี่ไป หรือไม่ก็สลดจนไปฆ่าตัวตายเป็นผี ส่วนฉันก็จะสาใจได้เป็นเมียพี่ จะได้มีวาสนาอยู่กับพี่ตลอดไป”

กาหลงกลับมาถึง มองไปที่เรือนแววตาดุร้าย คำรามในคอ

“อีอบเชย!”

ประตูห้องเปิดผาง! อบเชยที่กำลังโลมไล้ใบหน้าไม้ เงยหน้ามอง พึมพำยิ้มพอใจ...

“เอ็งกลับมาไวกว่าที่ข้าคิดเสียอีก” แล้วก้มหน้าซบอกไม้หวังให้กาหลงเห็นภาพบาดตาบาดใจ

กาหลงเดินเข้าห้องมาช้าๆ ที่พื้นมีรอยเท้าเปียกน้ำเป็นทาง...อบเชยเงยหน้ามองไปที่ประตูทักเสียงแจ่มใส

“เอ็งกลับมาแล้วรึ” แต่พอเห็นกาหลงในร่างผีก็ช็อก ตาค้างร้องลั่น “ผี!!!”

“อย่ามายุ่งกับผัวกู!!” กาหลงคำรามแล้วตรงมาหาอบเชย

อบเชยกลัวสุดขีดร้องขอให้ไม้ช่วย แต่ไม้ยังนอนนิ่ง อบเชยกระโดดจากที่นอนวิ่งหลบกาหลงออกไป ปากก็ตะโกน “พี่ไม้...ช่วยฉันด้วย...ช่วยด้วย...ผี!”

เพียงกาหลงหันขวับมองอบเชย ผมก็สยายยาว เมื่อกาหลงคำราม “อีอบเชย...มึงแย่งผัวกู!!” ผมก็เลื้อยยาวออกไป ส่วนอบเชยวิ่งลนลานลงบันได พลาดตกบันไดไปนอนกับพื้น กาหลงตามมายืนที่หัวบันได ก้มมองดุร้าย อบเชยตะกายลุกขึ้นปากร้องขอความช่วยเหลือ เท้าก็วิ่งแน่บ

ไม้เพิ่งรู้สึกตัว ได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลืออยู่หน้าเรือน จึงลุกไปดู

ที่บันไดหน้าเรือน อบเชยวิงวอนกาหลงอย่าทำตน ตนกลัวแล้ว กาหลงยังคงจ้องเขม็ง ค่อยๆก้าวลงบันไดมาทีละขั้น...ทีละขั้น จนถึงขั้นสุดท้ายก็เดินตรงไปหาอบเชย อบเชยจนแต้มคว้าก้อนหินได้ก็ขว้างใส่เฉี่ยวใบหน้ากาหลงเป็นแผลเล็กน้อย แก้มที่โดนก้อนหินเฉี่ยวมีทั้งเลือดและน้ำหนองไหลเยิ้มออกมา กาหลงคำราม

“อีอบเชย เอ็งตาย!!”

“อย่า...ช่วยด้วย!!” อบเชยตะโกนเสียงหลง

ไม้เดินมาถึงหน้าเรือนไม่เห็นใครเลยทั้งๆที่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ฉุกคิดได้เรียกหากาหลง

อบเชยวิ่งซมซานไปถึงทุ่งใกล้ต้นไทรงาม หันมองไม่เห็นกาหลงก็ค่อยเบาใจ แต่พอวิ่งต่อไปก็ชนเข้ากับกาหลงที่มาดักอยู่ อบเชยยกมือไหว้อ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย

“เอ็งมันจัญไรคน! รู้แก่ใจว่าข้าเป็นเมียพี่ไม้ยังริแย่งไปจากมือข้า เอ็งมันสมควรตาย!!”

อบเชยจนตรอกตัดสินใจวิ่งชนกาหลงจนเซเสียหลักแล้ววิ่งหนีไป กาหลงยืนมองด้วยความโกรธ เส้นผมสยายยาวเลื้อยตามไปรัดข้อเท้าจนอบเชยล้ม!

อบเชยอ้อนวอนให้ปล่อยตน ตนรู้สึกผิดแล้วอย่าฆ่าตนเลย

“ข้ายอมอภัยเอ็งหลายมื้อนักหนา แต่เอ็งไม่เลิกรา ข้าไม่ปล่อยให้เอ็งแย่งผัวข้าไปได้!!” พลันผมของกาหลงก็รัดคออบเชยจนตาเหลือก

ไม้เดินตามหากาหลงเห็นข้างหลังกาหลงไกลๆ จึงตะโกนเรียก กาหลงตกใจหันมอง เห็นไม้กำลังเดินมา จึงสะบัดเส้นผม ทำให้ร่างอบเชยตกลงข้างคันนาที่มีกอหญ้า นอนหมดสติอยู่ตรงนั้น

“กาหลง...” ไม้ร้องเรียกพลางรีบมาหา กาหลงดีใจที่ไม้ฟื้นแล้ว ไม้ถามว่า “กาหลงรู้หรือว่าพี่เป็นอะไร”

“ฉันแวะไปหาชบาที่เรือน ขากลับเรือน ฉันเจอโจรสองคนทำร้ายพี่ พอฉันเข้ามาพวกมันก็หนีไป ฉันจึงพาพี่กลับเรือน” ไม้ถามว่าแล้วกาหลงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? “พี่นอนสลบไสลไม่ฟื้นเสียที ฉันใจคอไม่ดีจะออกไปตามพ่อเฟื้องพ่อขาวให้ช่วยดูอาการพี่”

ไม้ถามว่าเมื่อครู่กาหลงคุยกับใคร กาหลงกลบเกลื่อนว่าไม้คงตาฝาด แล้วชวนกลับเรือน

ทั้งสองพากันกลับเรือน ทิ้งร่างอบเชยนอนไม่ได้สติอยู่ในกอหญ้าข้างคันนานั่นเอง

ooooooo

ที่เรือนผู้ใหญ่ช่วง...แม่น้อยตกใจที่อบเชยหายไป ให้ช่วยกันตามหาทั่วบริเวณก็ไม่เจอ จนมั่นกับขาบกลับมา โชติถามว่าไปไหนกันมา ทั้งสองเห็นผู้ใหญ่กับแม่น้อยอยู่ด้วยจึงไม่กล้าบอก

ผู้ใหญ่คาดคั้นว่ามันสองคนต้องรู้ดีว่าอบเชยอยู่ไหน มั่นกับขาบตกใจ ยอมบอกว่าอบเชยคงอยู่กับไม้ที่เรือนกาหลง ทุกคนจึงพากันไปที่นั่น

ระหว่างทาง เผื่อนกับงามช่วยกันร้องเรียกอบเชยจนโชติเอ็ดตะโรว่า

“พวกเอ็งจะแหกปากทำไม ไอ้มั่นมันพูดอยู่ทนโท่ว่าอบเชยอยู่เรือนไอ้ไม้”

เผื่อนบอกว่าเผื่ออบเชยหมดเรี่ยวหมดแรงสลบไสลอยู่คันนา เลยถูกโชติตบปากจนเซตกคันนาไปเจอร่างอบเชยหมดสติอยู่พอดี ทุกคนจึงรีบมาช่วยกันพาอบเชยกลับเรือน

แต่พออบเชยรู้สึกตัว ก็เอาแต่ร้องโวยวายด้วยความหวาดกลัว จนผู้ใหญ่สงสัยว่าอบเชยกลัวอะไร

เผื่อนกับงามต่างคาดว่าเราไปเจออบเชยไม่ไกลจากศาลเจ้าแม่ไทรงาม อาจถูกผีจำปาเล่นงานก็ได้เพราะจำปาถูกแขวนคอตายที่นั่น และอบเชยเคยตบจำปา จำปาอาจตามมาแก้แค้นก็เป็นได้

“เหลวไหล หุบปากได้แล้ว พวกเอ็งเร่งไปตามหมอมารักษาลูกข้า” ผู้ใหญ่สั่งเผื่อนกับงาม

แม่น้อยเฝ้าดูอบเชยด้วยความเป็นห่วง อบเชยก็เอาแต่ร้องไห้ ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือไม่ขาดปาก

โชติเห็นว่าอยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะต้องรอหมอมา จึงเดินออกไป ผู้ใหญ่มองตามอย่างไม่พอใจรู้สึกโชติไม่ห่วงใยน้องเลย ตามออกไปถามว่า “เอ็งทำอะไร?”

“ฉันจัดเตรียมของเข้าบวชวันพรุ่งจ้ะ ใกล้จะเสร็จเรี่ยมแล้ว”

ผู้ใหญ่โมโหผลักข้าวของหล่นกระจายตวาด “เอ็งไม่ต้องบวช! เอ็งมันเห็นแก่ตัว ยังคิดหาสุขเข้าตัวทั้งๆที่น้องจะเป็นจะตาย เอ็งไม่ต้องบวช!” แล้วยังหันเล่นงานมั่นกับขาบ “ลูกน้องเอ็งตัวดีนักหนา เสริมส่งอบเชยไปทำอัปรีย์ เอ็งต้องรับผิดชอบ!” ผู้ใหญ่เอะอะโวยวายแล้วเดินออกไป

มั่นกับขาบเก็บของพลางค่อยๆคลานมาหาโชติบอกว่าฤกษ์ไม่ดีแล้ว ไว้ตนจะหาฤกษ์ใหม่ให้

“เอ็งไม่ต้องมาพูดดี พวกเอ็งทำแผนข้าพัง!” โชติด่าแล้วต่อยเสียคนละเปรี้ยง มันทั้งสองโอดครวญกันว่าโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ขาบเอะใจถามมั่นว่า

“คุณหนูไปอยู่แถวศาลเจ้าแม่ไทรงามได้ไงวะ” มั่นเดาสุ่มว่าไม้คงนึกสนุกพามาสุขสมกันใต้ต้นไทรกระมัง

“คนอย่างไอ้ไม้ไม่พิศวาสคุณหนูอบเชยเป็นแน่ เอ็งก็เห็นว่า ร้องเสียงหลงอย่างกับผีหลอก!”

ขาบลากไม้ไปที่บริเวณต้นไทรงามเพื่อดูให้รู้แน่ว่าเป็นผีตัวไหนที่ทำอบเชย มั่นปากคอสั่นบอกขาบให้พูดเบาๆเดี๋ยวผีได้ยิน ขาบผยองยกพระที่ห้อยคอขึ้นท้า

“ผีก็ผี ข้าไม่กลัว ข้าพาหลวงพ่อมาด้วย ผีตนไหนแน่จริงออกมาสิวะ ออกมาสิเว้ย!!”

มั่นสะกิดขาบบอกว่ารู้สึกมีอะไรเย็นวาบผ่านหลังไป ขาบด่าว่าปอดแหก มั่นหันมองขาบ พลันก็ขาสั่นตาเหลือกเมื่อรู้สึกเย็นวาบที่ด้านหลัง พูดเสียงสั่น “อย่านะ...ไม่จริง!” แล้วหันมองข้างหลัง เจอกาหลงยื่นมือมาบีบคอ มั่นแผดเสียงลั่น

“ผี!!!”

ooooooo

กาหลงเก็บดอกบัวประดับบนแพหยวกกล้วย มานั่งที่ท่าน้ำนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้านี้ ที่แอบไปได้ยินเผื่อนกับงามกำลังเอาน้ำเช็ดตัวให้อบเชยก็โล่งใจที่อบเชยยังไม่ตาย กาหลงลอยแพดอกบัวเหมือนขออโหสิกรรม

“อบเชย ข้าไม่ริทำร้ายเอ็งหากเอ็งไม่กวนใจข้า ในเมื่อเอ็งรอดปลอดภัยไม่มีเคราะห์ ก็ขอให้หมดเวรหมดกรรมอย่ามาระรานข้าอีก” อธิษฐานแล้วกาหลงลอยแพดอกบัวไปตามสายน้ำ...

แม่น้อยเฝ้าดูแลอบเชยอย่างวิตกกังวล แต่กรอกยาให้แล้วก็ยังไม่ดีขึ้น รำพึงว่าไม่รู้เวรกรรมอะไรของลูก งามบอกว่าของเข้าตัว ถูกเผื่อนเรียกปราม แม่น้อยเอะใจคาดคั้นถามว่าอบเชยไปเล่นของอะไร

เผื่อนกับงามเกี่ยงกันไม่มีใครกล้าเล่า พอแม่น้อยขู่จะฟาดด้วยหวาย เผื่อนตกใจรีบเล่าว่า

“คุณหนูให้เผื่อนพาไปหาหมอผี ทำคุณไสยให้พี่ไม้รักพี่ไม้หลง แต่ไม่ได้การ เผื่อนก็เลยคิดว่าผีพรายอาจย้อนมาซ้ำคุณอบเชยเจ้าค่ะ”

ผู้ใหญ่ช่วงได้ยินเดินเข้ามาตบหน้าเผื่อนกับงามหาว่ายุยงส่งเสริมอบเชย พอดีอบเชยแผดเสียงร้องขึ้นอย่างหวาดกลัว ผู้ใหญ่จึงให้เผื่อนกับงามไปตามหมอผีมารักษา

หมอผีมาเห็นอบเชยโวยวาย “ออกไป...ออกไปให้หมด...ข้ากลัวแล้ว” ผู้ใหญ่จึงบอกหมอผีว่า

“นังบ่าวมันบอกว่าลูกข้าไปขอน้ำมันพรายจากพ่อหมอ ผีมันเข้าสิงลูกข้า”

“ข้าเลี้ยงผีให้กินอิ่ม มันไม่มีวันทรยศนายมันได้” หมอผีหัวเราะอย่างไม่เชื่อ มองอบเชยแล้วหยิบเส้นผมที่ซอกคออบเชยออกมาบอกว่า “มันโดนผีเล่นงาน!” แล้วหมอผีก็เพ่งเส้นผมบริกรรมคาถา ทันใดนั้นเส้นผมก็กลายเป็นไฟเผาไหม้ไป อบเชยโวยวายอีก หมอผีหยิบลูกประคำบริกรรมคาถาแล้วคล้องคออบเชย ไม่นานอบเชยก็แน่นิ่งไป แม่น้อยถามว่า

“ลูกฉันเป็นอะไร”

“ข้าไล่เสนียดจัญไรออกไปจากตัว ลูกเอ็งมันเสียขวัญ ให้นอนพักเสีย แล้วขวัญจะกลับมา”

แม่น้อยคลายกังวล ผู้ใหญ่ดีใจที่ลูกอาการดีขึ้น ส่วนเผื่อนกับงามโล่งใจที่เจ้านายปลอดภัยแล้ว

ooooooo

ชบาซึ้งน้ำใจเพชรที่เสี่ยงชีวิตช่วยตนรอดจากถูกสิงปล้ำจะข่มขืน เฝ้าดูแลเพชรอย่างห่วงใย จนเพชรละเมอถึงแม่เพ้อจะไปหาแม่ พร่ำบอกว่ารักแม่แล้วคว้าชบาไปกอดแน่น

ชบายิ่งรู้สึกดีที่เพชรเป็นคนรักครอบครัวจึงปล่อยให้เพชรกอดให้อบอุ่นใจ

แต่โชคร้ายแม่กลอยมาเห็นเข้า โกรธจนตัวสั่นคว้าหวายได้ก็ฟาดไม่ยั้งหาว่าชบาพาผู้ชายมากอดกันบนเรือน  แม้ชบาจะพยายามชี้แจงแต่แม่กลอยไม่ฟัง ด่า ชบาอย่างผิดหวัง...

“ถึงข้าจะชั่วเอาลูกไปประเคน ข้าก็ไม่เคยสอนให้เอ็งมั่วชาย!!” แม่กลอยด่าหนักข้อเข้าทุกทีกระทั่งหาว่า “เอ็งได้เสียเป็นเมียมันแล้วงั้นสิ? ข้าจะตีให้ตาย!!”

เพชรรู้สึกตัวขึ้นมาขอร้องแม่กลอยอย่าตีชบาเลย กลับถูกแม่กลอยหวดหวายใส่ไปอีกคน ด่าชบาว่าชิง สุกก่อนห่ามจะตีให้ตายไปตามกัน

ขณะนั้นเอง กาเหว่าเข้ามาเห็นรีบเข้ามาร้องห้ามแม่ ถูกแม่กลอยผลักออก กาเหว่าจึงตะโกนบอกว่า

“แม่...พี่ชบาไม่ได้พาพี่เพชรเข้าห้อง ฉันนี่แหละที่พาพี่เพชรมา” ถูกแม่กลอยหาว่ารู้เห็นเป็นใจกับชบา หันมาฟาดกาเหว่าไปอีกคน

“ไม่ใช่จ้ะแม่...” กาเหว่าพยายามหลบหวาย ร้องไห้ไปชี้แจงไปว่า “เมื่อคืน พี่ชบากลับเรือนถูกโจรชั่วดักขืนใจ พี่เพชรไปช่วยไว้โดนแทงแผลใหญ่...ฉันผ่านไปเจอ ก็ช่วยกันหามมารักษาตัวที่เรือนจ้ะ”

ฟังกาเหว่าแล้ว หวายในมือแม่กลอยถึงกับร่วง แม่กลอยรู้สึกผิดที่ทำร้ายคนดี

ooooooo

เมื่อผู้ใหญ่ช่วงระงับการบวชของโชติ วันนี้โชติจึงไปหาพุดจีบที่เรือนเพราะกลัวกาหลงจะพูดเรื่องของตนให้พุดจีบฟังจนเสียเรื่อง

กาหลงเองก็ไปหาพุดจีบที่เรือนหมายจะบอกเรื่องโชติให้เพื่อนรักรู้ แม่อิ่มบอกว่าพุดจีบไม่อยู่และไม่ต้องมาหาลูกตนอีก กาหลงรู้ว่าแม่อิ่มไม่พอใจแม่กลอยที่มีเรื่องกันที่งาน จึงกราบขอโทษแทนแม่แล้วขออนุญาตเข้าไปพบพุดจีบ

“น้าขอล่ะ อย่าเอาปัญหามาสุมให้พุดจีบอีกเลย พ่อโชติยกเลิกงานบวชเพราะอบเชยไม่สบายหนัก น้าตัดสินใจจะให้พุดจีบร่วมหอกับพ่อโชติในเร็ววัน”

“ไม่ได้นะจ๊ะน้า!” กาหลงตกใจ

“กาหลง อย่ามาขัดขวาง...พุดจีบเสียสละเพื่อกาหลงมามากนัก ขอให้พุดจีบมีความสุขบ้าง”

กาหลงชี้แจงว่าตนยินดีที่พุดจีบจะออกเรือน แต่การที่พุดจีบต้องร่วมหอกับโชติตนยอมไม่ได้ แม่อิ่มตำหนิกาหลงว่าไม่ผิดกับแม่กลอยที่เห็นแก่ตัวขวางทางพุดจีบ บอกให้กลับไปเสียตนหมดเรื่องที่จะคุยด้วย แล้ว กาหลงจึงจำต้องกลับไป

พุดจีบเดินมาเห็นแม่คุยกับกาหลงสงสัยว่าคุยอะไรกัน ครั้นถามแม่อิ่มก็ได้รับคำตอบอย่างขอไปทีว่ามาเยี่ยมเยียนกันตามประสา แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่าเจอกับโชติหรือยัง แม่อิ่มหว่านล้อมพุดจีบว่าเมื่อโชติไม่ได้บวชก็อยากให้ลูกแต่งงานกันเสียโดยไว

“ไว้ลูกกลับมาเราค่อยคุยเรื่องนี้กัน” พุดจีบขอผลัด แม่อิ่มถามว่าจะไปไหน “ลูกจะไปเยี่ยมอบเชยจ้ะ” แม่อิ่มดีใจฝากเยี่ยมแทนแม่ด้วย

ที่แท้พุดจีบไปดักกาหลงระหว่างทางกลับเรือน ถามว่ากาหลงไปหาถึงเรือนจะบอกเรื่องโชติใช่ไหม?

เวลาเดียวกัน โชติไปถึงเรือนพุดจีบ รู้จากแม่อิ่มว่าพุดจีบไปเยี่ยมอบเชยก็แปลกใจที่ทำไมไม่เจอกันทั้งที่เส้นทางระหว่างเรือนมีทางเดียว พอรู้ว่าเมื่อเช้ากาหลงก็มาหาพุดจีบ โชติร้อนใจรีบลาลงจากเรือน มุ่งตามทางไปเรือนกาหลงมองหาพุดจีบแต่ไม่เห็น! โชติแปลกใจว่าทั้งสองไปอยู่ที่ไหน?!

ooooooo

กาหลงกับพุดจีบไปนั่งคุยกันที่ริมบึงบัว กาหลงเล่าความจริงทั้งหมดให้พุดจีบฟัง แล้วถามว่าพุดจีบไม่แปลกใจหรือว่าแผลเป็นบนหน้าโชติมาจากไหน

ฟังกาหลงเล่าแล้ว พุดจีบถามว่ากาหลงรอดมาได้อย่างไร

“บุญกรรมที่ฉันทำยังพอมี ฉันดิ้นรนจนเชือกคลาย ฉันเร่งแก้เชือกรอดตัวมา” พุดจีบถามว่าแล้วทำไมไม่บอกทุกคนว่าถูกโชติทำร้าย “มันขู่จะฆ่าแม่ ฆ่าน้องฉัน พุดจีบก็รู้ว่ามันมีกำลัง ฉันพูดไปก็หาว่าฉันใส่ความ ฉันจำต้องฝืนเก็บความเจ็บไว้ในใจ หวังจะอโหสิกรรมให้ แต่เมื่อมันคิดจะร่วมหอกับเพื่อนฉันฉันยอมให้เพื่อนฉันใช้ชีวิตกับคนพรรค์นั้นไม่ได้!”

พุดจีบกอดกาหลงร้องไห้ด้วยความซึ้งน้ำใจเพื่อน ทั้งสองกอดกันด้วยความรักและห่วงใยกัน

เมื่อพุดจีบเดินกลับเจอโชติกลางทาง โชติปราดเข้าถามอย่างร้อนใจว่าไปไหนมา พุดจีบตบหน้าโชติทันที โชติถามว่าตบตนเรื่องไร?

“พี่ทำอะไรย่อมรู้แก่ใจดี” โชติพูดทันทีว่ากาหลงใส่ความตน “พี่พูดเหมือนรู้ว่ากาหลงคุยอะไรกับฉัน?!”

“กาหลงจงใจขวางทางรักพี่ พุดจีบก็เห็นว่าน้า กลอยจับชบาใส่พานถวายพี่ พี่ไม่เล่นด้วยกาหลงก็เคืองโกรธ ยุยงปั่นหัวให้พุดจีบเกลียดชังพี่” พุดจีบตัดบทให้พอ
อย่าพูดให้เปลืองน้ำลายเลย เอาเป็นว่าตนขอถอนคำ ไม่ร่วมหอด้วย โชติสวนทันทีว่า “ไม่ได้นะ!” พี่รักพุดจีบ

พุดจีบเลี่ยงจะเดินหนี ถูกโชติคว้าไปกอดจูบบอกว่า “พุดจีบต้องเป็นเมียพี่” พยายามจะข่มขืน พุดจีบดิ้นสุดแรงโชคดีที่แม่อิ่มเดินมาเจอ โชติรีบปล่อยพุดจีบถอยออกไป เอ่ยขอโทษแม่อิ่มที่ตนขาดสติยั้งคิด ทำไปเพราะรักพุดจีบ

“พี่ไม่ได้รักฉัน” พุดจีบตบหน้าโชติฉาดใหญ่ “หากพี่รักฉัน พี่ต้องถนอมน้ำใจฉัน ไม่ยื้อยุดฉุดกระชากทำตัวเยี่ยงสัตว์ป่า! ในเมื่อพี่หยาบช้าไม่ใฝ่ดี ศีลเราคงไม่เท่ากัน เลิกแล้วต่อกันเถอะ”

พุดจีบเดินเลี่ยงไป โชติหันมองแม่อิ่มยกมือไหว้ขอโทษอ้างว่าทำไปเพราะรัก แม่อิ่มไม่พูดอะไรเดินตามพุดจีบกลับไป โชติจิกตาตามเชื่อว่าเหตุเกิดเพราะกาหลงแน่ๆ คำรามอาฆาตแค้น

“นังกาหลง!!”

แม่อิ่มไม่พูดอะไรขณะโชติขอโทษ แต่พอมา ถึงเรือน กลับบอกพุดจีบว่าไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เรื่องที่โชติทำนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะมาหักล้างปิดใจให้โชติ

“แม่จ๋า ลูกแจ้งใจทุกเรื่องแล้ว ลูกไม่อาจเปิดใจ รับพี่โชติได้”

แม่อิ่มหาว่ากาหลงหวังทำลายงานแต่งของพุดจีบเพื่อให้ชบาได้ออกเรือน พุดจีบแย้งว่าไม่ใช่เรื่องนั้น

“แล้วมันเหตุใดกัน ว่ามาให้แม่เข้าใจเห็นตรง กับลูก”

พุดจีบคิดหนัก เพราะจำคำของกาหลงได้ว่า อย่าบอกเรื่องที่ตนเล่านี้กับใคร เพราะผู้ใหญ่ช่วงไม่มีวันเอาผิดลูกชายตัวเอง เรื่องผ่านไปแล้วก็ผ่านเลย ไม่มีใครรู้เห็นเหตุการณ์นั้น ใครจะเชื่อคำเรา กาหลงยังบอกด้วยว่า

“แม้แต่พี่ไม้ฉันก็ไม่เล่า ไฟแค้นในใจพี่ไม้สุมเป็นเพลิงน่ากลัวนัก อย่าบอกเรื่องนี้กับใครแม้แต่แม่อิ่ม ฉันจะกลายเป็นผู้ร้ายทำลายความรักไปด้วย...” คิดได้ดังนี้แล้ว พุดจีบจึงไม่เล่าให้แม่อิ่มฟัง ยืนยันแต่เพียงว่าไม่ขอร่วมหอกับโชติ

แม่อิ่มติงว่าทำแบบนี้เท่ากับทำให้ผู้ใหญ่ผิดใจกัน เคืองพุดจีบถึงกับบอกว่าเมื่อเห็นแม่ไม่มีความหมายก็อย่ามายกมือไหว้นับถือกันเลย พูดแล้วเดินหนีไป อย่างไม่พอใจ พุดจีบเสียใจแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ได้แต่พูดตามหลังแม่อิ่มไปว่า

“แม่...ฉันไม่เคยเห็นใครสำคัญกว่าแม่...”

ooooooo

โชติกลับเรือน เข้าไปนั่งข้างเตียงอบเชยที่นอนหลับอยู่ ระบายความคับแค้นใจกับน้องว่า

“อบเชย เอ็งมันช่างอาภัพรัก ไม่ต่างจากข้านักหรอก ข้ากำลังจะได้สุขสมกับหญิงคนรัก แต่มารผจญมันเล่นงานข้า ศัตรูหัวใจเอ็ง มันก็คือศัตรูข้า ข้าจะต้องจัดการเอาคืนให้สาสม”

“นังกาหลง!!” อบเชยลืมตาโพลงโพล่งออกมา โชติถามว่าเป็นอย่างไร ใครทำให้บอกมา อบเชยบอกว่ากาหลง ทำให้โชติยิ่งแค้นกาหลงบอกว่าจะไปฆ่ามัน อบเชยตกใจมาก ร้องห้ามพี่ชาย โชติถามว่าทำไม? ตนจะไปแก้แค้นให้!

“พี่ทำอะไรมันไม่ได้...มันเป็นผี!” พูดแล้วอบเชยน้ำตาไหลสั่นไปทั้งตัว โชติผงะเมื่อได้ยินว่ากาหลงเป็นผี! แต่ก็ไม่เชื่อนัก เพราะเห็นอยู่กับตาว่ากาหลงอยู่กิน
กับไม้เยี่ยงคนทั่วไป

แต่เมื่อโชติคิดทบทวนเหตุการณ์ที่ประสบมากับตัวเอง เมื่อครั้งบุกไปดูกาหลงถึงเรือน แต่เมื่อเจอกาหลงถือตะเกียงออกมาดู โชติตกใจวิ่งลงเรือนตกบันไดเพราะเหยียบน้ำลื่นทั้งที่ขาขึ้นบันไดแห้งผาก โชติเรียกขาบกับมั่นมา สั่งให้ไปบึงบัวไปดูให้เห็นกับตาว่ากาหลง เป็นผีหรือคนกันแน่!

เวลาเดียวกันนั้น กาหลงเอาห่อข้าวและพริกกับเกลือมาให้ไม้ที่ท้องนา ระหว่างนั้นกาหลงรู้ว่าพวกโชติกำลังไปที่บึงบัวเพื่อหาซากตน ดังนั้น พอไม้ไปล้างมือกลับมาจะเปิบข้าวก็ไม่เห็นกาหลงแล้ว เห็นแต่ข้าวและพริกกับเกลือบนใบตอง

พุดจีบหลับฝันว่า เอาพวงมาลัยไปวางไว้หน้า หิ้งพระ รู้สึกเหมือนมีใครเดินผ่านหน้าห้อง แต่พอลุกไปดูก็ไม่เห็นใคร พอเดินออกมาดูที่หน้าเรือนจึงเห็นหลวงตาพระธุดงค์หันมอง พุดจีบก้มกราบ “นมัสการเจ้าค่ะ... หลวงตา”

“อาตมามีความสำคัญจะบอกโยม ถึงเวลาที่โยมต้องเข้าช่วยเหลือเพื่อนของโยม เพื่อนที่เกิดมาเป็นคู่บุญคู่กรรมกันมา มีเพียงโยมเท่านั้นที่มีบุญเพียงพอที่จะปรามและปลดปล่อยให้เขาได้พบหนทางสว่าง”

พุดจีบถามว่าหลวงตาหมายถึงใคร ก็พอดีนวลเข้ามา พุดจีบจึงสั่งให้เตรียมสำรับอาหารตนจะถวายเพลหลวงตา แต่เมื่อหันกลับมาอีกที หลวงตาก็หายไปแล้ว!

ที่แท้เป็นความฝันที่พุดจีบรู้สึกว่าเหมือนจริงมาก นึกเป็นห่วงกาหลงขึ้นจับใจ เลยเร่งเดินไปหากาหลงที่ทุ่งนา...

ooooooo

โชติพาสิง มั่น และขาบ ไปถึงริมบึงบัว สั่งขาบให้ลงไปหาศพกาหลง ขาบกลัวไม่กล้ากระโดดลงไป ถูกสิงเอาพายกระทุ้ง เลยต้องกระโดดลงจากเรือ

ขาบว่ายน้ำไปแหวกกอบัวดูไม่พบอะไรจึงพรวดขึ้นมา โชติถามว่าเห็นร่างกาหลงไหม?

“ไม่เห็นจ้ะพี่ มันยังไม่ตายหรอก” ขาบยืนยัน พอโชติถามว่าแน่ใจรึ ขาบบอกว่าตนดำหาจนทั่วแล้ว มั่นถามว่าดำไปตรงไหน พอขาบชี้ มั่นเอาพายกระทุ้งด่า...

“ไอ้โง่ เอ็งงมหาผิดที่เสียแล้ว ข้าจำกอบัวนี้ได้ ข้าโยนลงไปตรงนี้ ซากมันก็ต้องอยู่ใต้เรือ!”

“เอ็งลงไปเร็ว!” โชติสั่ง ขาบจึงจำใจดำลงไปอีกครั้ง

กาหลงมายืนอยู่ใต้ต้นไทร ดูพวกโชติที่มางมหาซากตน ครั้งแรกที่ขาบขึ้นจากน้ำกาหลงโล่งใจว่าไม่เจออะไร แต่พอขาบดำลงไปครั้งที่สอง กาหลงไม่พอใจคิดทำอะไรบางอย่างทันที!

คราวนี้ขาบดำลงไปนานจนโชติเอะใจว่าขาบจะงมถูกที่หรือไม่

“ตรงนี้แหละที่ฉันโยนนังกาหลง ถ้ามันไม่เจอก็เป็นอย่างที่พวกฉันคิด กาหลงยังไม่ตาย! ยังไงก็ไม่ตาย” พูดแล้วมั่นยกมือท่วมหัว “ขออย่าให้ตายเหอะ...”

ที่ใต้น้ำในกอบัว ขาบดำไปเห็นร่างหนึ่งจึงว่ายเข้าไปจ้อง พริบตานั้น ซากกาหลงพลิกกลับมา! ขาบตกใจเมื่อรู้แน่ว่ากาหลงตายแล้วจะรีบพาตัวขึ้นมา ถูกกาหลงจับขาดึงลงไปจนหน้าเกือบติดกัน กาหลงยื่นมือไปบีบคอทันที!

พวกโชติที่รออยู่บนเรือเห็นพรายน้ำผุดขึ้นมาปุดๆ เอะใจว่าเกิดอะไรขึ้น โชติเห็นท่าไม่ดีสั่งมั่นลง
ไปดู มั่นไม่กล้าลงสิงจึงอาสาลงไปเอง

ขาบถูกกาหลงบีบคอดิ้นทุรนทุราย พอกาหลงเห็นสิงดำน้ำลงมาก็ตกใจ เมื่อสิงว่ายมาถึงจึงเห็นสายบัวพันคอขาบอยู่ สิงรีบช่วยดึงสายบัวออก

ในที่สุด สิงกับขาบก็พรวดขึ้นเหนือน้ำ พอมาถึงริมบึงบัว ขาบกับสิงก็เถียงกันเอาเป็นเอาตาย ขาบบอกว่าตนถูกผีกาหลงบีบคอ สิงยืนยันว่าขาบถูกสายบัวพันคอตนเป็นคนดึงสายบัวออกให้เอง!

ทั้งสองเถียงกันเอาเป็นเอาตาย โชติสั่งให้หยุดแล้วให้สิงเอาเรือกลับเรือนอย่าให้พ่อสงสัย สั่งขาบกับมั่นให้ไปกับตนพูดอย่างมุ่งมั่นว่า

“จะผีหรือคน ข้าจะดูให้รู้กับตา!!”

ooooooo

พุดจีบรีบเดินไปที่ทุ่งนา คิดเรื่องราวของกาหลงนับแต่ตัวกาหลงเปียกแล้วกาหลงอ้างว่าไปเก็บบัวแล้วพลัดตกน้ำ คิดถึงคำที่หลวงตาเตือนว่ามีแต่ตนเท่านั้นที่มีบุญวาสนาพอจะตักเตือนให้สติกาหลงได้

ยิ่งคิดถึงความผิดปกติของกาหลง พุดจีบก็ยิ่งเป็นห่วง เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเพื่อตามหาไม้กับกาหลงให้เจอ จนมาถึงมุมหนึ่งที่ทุ่งนา จึงเห็นไม้นั่งกินข้าวห่อใบตองอยู่กับพื้น

ไม้ชวนพุดจีบกินข้าวด้วยกัน พุดจีบถามว่าแล้ว กาหลงล่ะ ไม้บอกว่าคงไปเอาน้ำพลางยกกระบอกน้ำให้ดูว่าน้ำหมด

พุดจีบชั่งใจก่อนตัดสินใจถามว่า ไม้รู้เรื่องอบเชยคลั่งว่าเจอผีกาหลงหรือไม่ ไม้ตัดบทว่าหยุดพูดเรื่องนี้เสีย

“ฉันไม่ได้ว่ากล่าวอะไร แต่ฉันแค่สงสัยว่า เรื่องมันต้องมีมูล อบเชยถึงพูด”

“บ๊ะ!” ไม้วางห่อข้าวอย่างไม่พอใจ “จะมีมูลอะไรล่ะ มันก็อยากได้พี่ทำผัว สักแต่มีปากก็พูดไปให้คนเกลียดกาหลงเมียพี่ พุดจีบก็ช่างกระไร เป็นเพื่อนรักกับกาหลงแท้ๆ จะงัดคำงมงายของคนลวงอย่างมันขึ้นมาพูดกันทำไม!”

“ฉันเพียงมาถามไถ่ ไม่ได้หมายจะใส่ความ”

“พอเถอะ พี่ว่าเรื่องนี้ต้องคุยให้พร้อมหน้า พุดจีบรอพี่ตรงนี้ พี่จะไปตามกาหลงมาให้รู้ความ” ไม้ลุกไปฉุนๆ จนพุดจีบรู้สึกผิดที่ทำให้ไม้ไม่พอใจ

เพชรที่อาการดีขึ้นและถูกแม่กลอยไล่ให้กลับไปเสียเพราะระแวงว่าเพชรจะมาจีบชบา เพชรจึงลงจากเรือนกลับเรือมาได้ยินพุดจีบคุยกับไม้ เพชรเดินเข้ามาบอกพุดจีบว่า

“ฉันอยู่ข้างพี่”

พุดจีบแปลกใจที่เพชรเข้ามาหาและบอกเรื่องนี้ ถามว่า “เอ็งพูดว่าอะไร?”

“ฉันอดสงสัยในตัวพี่กาหลงไม่ได้ มันมีหลายเรื่องราวที่เป็นปริศนา” เพชรทบทวนเรื่องที่กาเหว่าเล่าว่ากาหลงถูกจับถ่วงน้ำ กาเหว่าลงไปช่วยแก้เชือกแต่แก้ไม่ออก เพชรตั้งข้อสังเกตกับพุดจีบว่า

“ช่างผิดวิสัยที่ผู้หญิงจะแก้เชือกนั่นได้ และมันน่าฉงนที่พี่กาหลงจะกลั้นหายใจอยู่ใต้น้ำได้นานเกินคน นอกจากนั้นฉันยังได้ฟังความว่า ก่อนงานแต่ง พี่จอกลงไปเก็บบัว แล้วก็เสียสติไป และในคืนนั้น ฉันเองก็ประสบเหตุที่คลางแคลงใจ...ฉันทบทวนปะติดปะต่อเรื่องราว ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าพี่กาหลง...”

พุดจีบฟังเพชรเล่าแล้วคล้ายกับเรื่องที่ตนสงสัย อยากรู้ว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับกาหลง? ชวนเพชร...

“ไปกับพี่ให้รู้แจ้งกัน”

ไม้ที่ยืนดูอยู่มุมหนึ่งไม่พอใจที่ทั้งสองสงสัยกาหลง...

ooooooo

พุดจีบพาเพชรไปที่วัดเพื่อจะถามจอกให้รู้ชัดว่าจอกไปเจออะไรมา ไปถึงจอกยังหลับอยู่ โขงบอกให้กลับไปเสียเพราะจอกยังหลับเป็นตายขืนรอท่าจะเสียการ
เพชรบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุย พอโขงถามว่าเรื่องอะไรก็ไม่กล้าพูด พุดจีบจึงสั่งความว่าถ้าจอกตื่นให้บอกไปหาตนที่เรือนด้วย แต่พอทั้งสองเดินออกไป ก็ได้ยินเสียงจอกตื่นมาร้องรำทำเพลงอย่างร่าเริง ทั้งสองจึงเดินกลับไปหาจอก

“เล่าความประสงค์ของเจ้าทั้งสองมา จะให้ข้าช่วยเรื่องอันใด อันตัวเรานี้ยินดีเป็นนักหนา จะผ่อนทุกข์คลายโศกให้พวกเจ้า” จอกออกลายลิเกคล่องแคล่ว

“ฉันอยากรู้เรื่องวันที่พี่ไปดำเก็บดอกบัวให้พี่กาหลงจ้ะ” เพชรเอ่ย จอกชะงักทันที ส่วนโขงปรามว่าถามเรื่องนี้ทำไม เดี๋ยวจอกโวยวายขึ้นมาตนเหนื่อยจนเอาไม่ไหวแล้ว พูดแล้วไล่จอกไปนอนเสีย แต่จอกกลับบอกว่า

“ถึงเวลาแล้วกระมัง ที่เรื่องแต่หนหลังต้องปรากฏ ...ข้าจะชี้แจงแถลงไขให้กระจ่าง”

เพชรกับพุดจีบดีใจ พุดจีบถามว่าวันนั้นจอกเห็นอะไรที่ใต้น้ำ “ข้าเห็น...” จอกตอบแค่นั้นก็น้ำตาไหล เพชรถามนำหยั่งเชิงว่า เห็นซากศพ? จอกตอบทันทีว่า “ใช่” พุดจีบรีบถามต่อว่าศพของใคร!

จอกน้ำตาไหลพูดไม่ออก โขงเดาว่าศพผู้หญิง จอกพยักหน้า พุดจีบถามว่าใคร? จอกเอามือลูบผม พุดจีบ เพชรเดาว่าผมยาว? จอกพึมพำ ยาว...ยาว...

ทั้งโขง พุดจีบและเพชรมองหน้ากันเดาว่าเป็นกาหลง แล้วทุกคนก็สะดุ้งโหยงเมื่อไม้เข้ามาตวาด

“ไอ้โขง!! ข้ากำชับให้เอ็งดูแลไอ้จอกให้ดี อย่าให้ใครกวนใจมัน เอ็งไม่ฟังคำข้า!! ประเดี๋ยวมันก็เสียสติก่อเรื่องขึ้นมาอีก เอ็งไม่เข็ดหลาบรึไง?!”

“พุดจีบกับน้องเพชรเขาแค่อยากรู้” โขงเสียงอ่อย

“ไม่ต้องพูดมาก พาไอ้จอกเข้านอน!”

เพชรยังอยากรู้ติดพัน ถามจอกว่าผมยาวแค่ไหน ถูกไม้หันมาลากเพชรออกจากวัด ไล่ให้กลับไปเรือแล้วถ่อเรือแจวเรือออกไปจากบ้านบัวสีเสีย!!

“พี่ไม้อย่าไล่ฉันเลย...ฉันเป็นน้องพี่นะ” เพชรอ้อนวอน

“ใครที่คิดว่าเมียข้าเป็นผี ข้าไม่นับญาติ! ไม่นับเป็นพวก!!”

พุดจีบรู้สึกผิด รู้ดีว่าไม้โกรธตนด้วย บอกเพชรว่า

“ฉันผิดเองจ้ะพี่ไม้ ฉันเป็นคนพาเพชรมาหาพี่จอก ฉันเพียงอยากฟังความจากปากพี่จอกให้รู้จริง”

“ความจริงก็รู้เห็นว่ากาหลงเป็นยังไง พี่เสียใจที่พุดจีบไม่วายตื่นตูม จับเรื่องโกหกพกลมมาคิดเป็นตุเป็นตะ หากจอกมันเจอซากกาหลงใต้น้ำ พี่ก็ต้องเห็น พี่เคยดำน้ำลงไปแล้ว ไม่เจออะไรเลย!”

เพชรติงว่าผีอาจบังตาก็ได้ ถูกไม้ตวาดอย่างไม่พอใจมากว่า...

“พอได้แล้ว ข้าไม่อยากฟัง ข้าไม่เชื่อใจใครนอกจากเมียข้า! หยุดเรื่องนี้ เลิกสงสัยในตัวเมียพี่ พี่ร่วมหอนอนเรือนกับกาหลงมาพอสมควร คนกับผีจะอยู่กินกันได้ยังไง ใช้ขมองตรองดู!!”

เห็นความขึงขังไม่พอใจและมีเหตุผลของไม้ พุด–จีบขอโทษและขอตัวกลับ ไม้จึงหันปรามเพชรว่า

“ไม่อยากให้ข้าผิดใจ ก็หยุดใส่ความเมียข้า!”

“จ้ะ...” เพชรรับคำหน้าจ๋อยอย่างรู้สึกผิดแล้วเดินออกไป

ooooooo

โชติพาขาบกับมั่นตรงไปที่เรือนกาหลง สั่งขาบให้เปิดประตูเข้าไป ขาบกลัวแต่ไม่กล้าขัดคำสั่งผลักประตูไม่เปิดเลยผลักอย่างแรงจนตัวถลำเข้าไปยืนกลางเรือน ขาบเหลียวมองรอบตัวอย่างตกใจกลัว

“นังกาหลงไม่อยู่” มั่นบอก

“รึมันยังไม่กลับเรือน ไปตามหาที่บ้านแม่มัน ข้าต้องเห็นกับตาว่ามันยังมีชีวิตอยู่!” โชติเดินนำออกไป พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงโขลกน้ำพริกดังขึ้น ทุกคนหันกลับไปยังเรือนกาหลงทันที

ยิ่งใกล้ก็ยิ่งได้ยินเสียงโขลกน้ำพริกดัง มันดังมาจากในครัว! โชติเดินนำไปที่ครัว มั่นกับขาบย่องตามไปอย่างระแวดระวัง

โชติค่อยๆ โผล่หน้าเข้าไปในครัว ไม่เห็นใคร พลันก็สะดุ้งโหยง!

“พวกเอ็งมาทำอะไรกัน” เสียงกาหลงถามขึ้น ทุกคนมองไปจึงเห็นกาหลงนั่งตำน้ำพริกอยู่ที่มุมหนึ่งในครัวนั่นเอง

“นังกาหลง...มันนั่งตำน้ำพริก มันไม่ตาย มันไม่ใช่ผี!!” มั่นร้องขึ้นอย่างใจชื้น

“พวกเอ็งหวังอะไรถึงบุกเข้าครัวข้า แล้วมาชี้หน้าแช่งว่าข้าเป็นผี” กาหลงยกสากขึ้นชี้หน้า “ออกไปจากเรือนข้าให้ไว! ออกไป!!!”

ขาบเร่งมั่นกลับกันเถิด เดี๋ยวมันโกรธจะหักคอเอา ถูกมั่นตบหัวผัวะ ถามว่าผีที่ไหนจะมานั่งโขลกน้ำพริก ขาบก็ยังยืนยันว่ากาหลงตายแล้ว มั่นเอ็ดว่า “มันยืนอยู่นี่จะตายได้ไงวะ”

“พวกเอ็งอย่ามาทะเลาะให้หนวกหู ออกไปจากเรือนข้า!” กาหลงไล่ตะเพิดอีก โชติสวนทันทีว่า

“ข้าไปแน่ แต่ข้าต้องรู้ให้เห็นแก่ใจ...ว่าเอ็งเป็นใคร อบเชยบอกว่าเอ็งเป็นผีเล่นงานมัน ข้าไปบึงบัวก็ไม่เห็นซาก ข้าบุกเรือนมาครานี้ได้ปะตัวก็ดี ข้าจะพิสูจน์ให้รู้ เอ็งเป็นคนหรือผี”

โชติชักดาบออกมา จ้องกาหลงเขม็ง!

“หากมันเป็นผี ดาบนี้คงทำอะไรมันไม่ได้ แต่หากมันเป็นคน ข้าก็จะล้างแค้นเอาคืน มันฝากรอยบากไว้หน้าข้า”

“พวกเอ็งไสหัวออกไปจากเรือนข้า!!” กาหลงปาสากใส่ โชติหลบพ้นสั่งให้จับกาหลง มั่นวิ่งเข้าไปจับก่อน ขาบกลัวไม่กล้าเข้าไป ถูกโชติจ้อง ขาบกลัวโชติกว่าเลยวิ่งไปช่วยมั่นจับ กาหลงดิ้นสุดแรงตะโกนให้ปล่อย

มั่นกับขาบจับกาหลงไว้แน่น กาหลงทั้งศอกและเข่าใส่จนมันทั้งสองทรุด กาหลงหันมองโชติ พุ่งเข้าใส่

“เอ็ง!”

โชติยกดาบฟันไม่ยั้ง ปากก็พล่ามไม่หยุด “ข้าอยากรู้ว่าเอ็งเป็นผีหรือคน...เอ็งเป็นผีหรือคน...”

มั่นกับขาบตกใจที่โชติฟันไม่ยั้งจนเลือดกระเด็นเปรอะไปทั้งครัว มั่นตะโกนอย่างสยองว่า

“พอแล้วพี่ มันตายแล้ว!!”

โชติได้สติหยุดฟัน มองร่างกาหลงที่นอนจมกองเลือดแล้วยิ้มสะใจ

เวลาเดียวกันนี้ ไม้เข้าโบสถ์กราบพระประธาน สวดมนต์ต่อหน้าองค์พระไม่หยุด...

“พวกเอ็งมันปอดแหก เห็นไหม มันนอนตายอยู่ตรงนี้ มันไม่ใช่ผี มันเป็นคน ไม่ใช่สิ มันตายแล้ว...มันตายด้วยดาบของข้า มันเป็นผี...มันเป็นผี!!” โชติหัวเราะสะใจเหมือนคนบ้าเลือด มั่นเร่งให้รีบไปกันเถิด เดี๋ยวไม้หรือชาวบ้านมาเห็น “พวกเอ็งเอาศพมันออกไปจากเรือน เอาไปลอยน้ำ สมอ้างว่ามันโดนโจรบุกมาปล้น ฆ่าแล้วจับโยนน้ำหน้าเรือน”

มั่นกับขาบไม่กล้า ถูกโชติตวาดสำทับ “ข้าบอกให้เอาศพมันไปทิ้ง!”

แต่พอมันทั้งสองเดินไปที่ศพกาหลง ต่างผงะตาตั้งเมื่อไม่มีร่างกาหลงแล้ว เหลือแต่รอยเลือดนองที่พื้น ร้องบอกโชติว่า “ศพมันหายไป!!”

“มันหายไปไหน?” ขาบบอกว่ามันเป็นผี ผีหายตัวได้ “ไม่จริง มันยังไม่ตายดี คลานหนีออกไปทางโน้น” โชติชี้ไปทางประตูอีกด้านหนึ่ง “พวกเอ็งลงไปดูใต้ถุนเรือน”

มั่นกับขาบจำต้องทำตาม โชติมองตามไป แปลกใจว่ากาหลงหายไปไหน

ooooooo

ที่บันได...มั่นกับขาบต่างเกี่ยงให้อีกฝ่ายลงไปก่อน สุดท้ายมั่นบอกว่าเห็นๆอยู่ว่าโชติฟันกาหลงตายเมื่อครู่นี้ ตนจะลงไปดูเอง

แต่พอเดินลงบันไดไปยืนข้างล่าง มั่นหันถามขาบ “เอ็งได้ยินเสียงอะไรไหม? เสียงหยดน้ำ?”

ที่แท้เสียงนั้นคือเสียงเลือดของกาหลงหยดลงพื้นที่ใต้ถุนเรือน!

โชติก้มลงกับพื้น แล้วมองลอดช่องพื้นลงไป ก็ไม่เห็นอะไร นอกจากเลือดที่หยดลงพื้นดิน แต่พอเงยหน้ามองที่พื้นเรือนก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นเลือดที่นองพื้นไหลลงไปคราวเดียวจนหมด! โชติสงสัย ก้มมองอีกครั้ง คราวนี้เห็นกาหลงนั่งที่พื้นใต้ถุนเรือน กาหลงเงยขึ้นมองโชติอย่างอาฆาตแค้นคำราม

“มึงฆ่ากู...มึงตาย!!”

“อีกาหลง!!” โชติร้องแทบไม่เป็นภาษาแล้ววิ่งลงจากเรือนหนีไปด้วยความกลัวสุดขีด

มั่นกับขาบเห็นลูกพี่ใส่ตีนหมาโกยอ้าวไป ก็เชื่อว่าต้องเจอดีแล้วแน่ๆ ถามกันว่าบนเรือนก็ไม่มี ข้างล่างก็ไม่มี อย่างนี้ก็...

“ผี!!” ทั้งสองโกยอ้าวตัวใครตัวมัน

ooooooo

ไม้ยังนั่งสวดแผ่เมตตาอยู่ในโบสถ์ ส่วนโชติถือดาบวิ่งหนีไปในทุ่งนาอย่างขวัญหนีดีฝ่อ เสียงสวดมนต์ของไม้เหมือนไล่ตามหลังโชติไปตลอดทาง

มั่นกับขาบวิ่งขาลากมาถึงเรือนผู้ใหญ่ พากันยืนตะโกนเรียกผู้ใหญ่อยู่หน้าเรือน ผู้ใหญ่โผล่มาถามว่า ตะโกนโหวกเหวกอะไรกัน

“ไปช่วยพี่โชติด้วยเถอะ” ขาบตะโกนหอบฮัก

“ไอ้โชติเป็นอะไร” ผู้ใหญ่ตกใจมาก

“ผีนังกาหลงเล่นงานพี่โชติ” มั่นตะโกนบอกอย่างเชื่อหมดใจว่ากาหลงเป็นผีแล้ว

แม่น้อยยืนฟังอยู่มุมหนึ่งตกใจผงะ!

ooooooo

ที่ท้องนา โชติวิ่งหัวซุกหัวซุนสะดุดพื้นนาหัวคะมำ กาหลงเดินตามมาช้าๆ ในขณะที่ไม้ยังสวดมนต์ไม่หยุด

“อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย”

โชติตะกายลุกขึ้นชูดาบสู้อย่างจนตรอก ประกาศปากกล้าเสียงสั่น

“ผีก็ผีสิวะ ข้าจะฟันให้ตายเสียมื้อนี้ อดไปผุดไปเกิดเทียว”

โชติโถมเข้าฟัน กาหลงหายวืด พอเห็นกาหลงยืนอีกมุมก็พุ่งฟัน กาหลงหายวับไปอีก โชติหันไล่ฟันจนเวียนหัว เหนื่อยหอบ จึงหยุด มองไปรอบๆ ไม่เห็นกาหลง เริ่มใจคอไม่ดี

หารู้ไม่! ที่พื้นนา ผมกาหลงสยายยาวเลื้อยมาตวัดรัดตัวโชติอย่างเร็ว!

ไม้สวดบทส่งท้าย...“สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุจงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด”

โชติถูกผมกาหลงรัดทั้งตัวและคอ กัดฟันยกดาบฟันผมขาด เส้นผมกาหลงหดกลับไป กาหลงมองโชติอย่างแค้นจัด ก็พอดีผู้ใหญ่ช่วงวิ่งมาตะโกนเรียกโชติ ถามว่ามีอะไรหรือ

โชติวิ่งไปหาพ่อดีใจที่รอดตาย บอกพ่อว่ากาหลงเป็นผีเล่นงานตนเสียชะงัก ผู้ใหญ่ถามว่ามันอยู่ไหนพอโชติชี้ให้ดู ผู้ใหญ่สั่งโชติให้กลับเรือนเสีย แล้วพาโชติกลับเรือนสั่งให้เข้าไปอยู่แต่ในห้อง ตนจะไปเอาน้ำมนต์มารดไล่เสนียดผี แต่พอผู้ใหญ่ปิดประตู ภาพกอบัวปรากฏทันที!

ผู้ใหญ่ช่วงเข้ามาอีกทีพร้อมมะพร้าวอ่อนแล้วสาดน้ำมะพร้าวอ่อนใส่หน้าโชติ โชติหลบทันผู้ใหญ่หัวเราะร่าร่างกลายเป็นกาหลง กาหลงหัวเราะสะใจ พลันเรือนก็สั่นไหว ห้องกลายเป็นบึงบัว โชติยืนโงนเงนตกน้ำไป โชติตะกายขึ้นมา กาหลงตรงเข้าบีบคอทันที

ขณะโชติกำลังเสียท่ากาหลงนั้น มีลำแสงพุ่งเข้ามาที่ผิวน้ำ กาหลงร้องกรี๊ดแล้วร่างหายวับไป ผู้ใหญ่ช่วงกระโจนลงน้ำลากตัวโชติขึ้นมา มั่นกับขาบเข้าไปช่วยดึงโชติขึ้นไปดูแล

โชติในสภาพอ่อนเพลียมาก พอเห็นหมอผีโชติก็หมดสติไป

“นังนี่ฤทธิ์เดชมันไม่เบา...พลังของมันแรงกล้านัก!!”

“อีกาหลง!!” ผู้ใหญ่ช่วงคำรามอย่างโกรธแค้น

ooooooo

ตอนที่ 7

กาหลงไม่ยอมกลับจนกว่าพุดจีบจะตอบคำถามของตน  ไม้ขอให้พอ เร่งให้กลับ กาหลงกลับคาดคั้น พุดจีบหนักขึ้นว่า

“พุดจีบ เอ็งพูดความจริงมาให้หมดใจในเดี๋ยวนี้...ว่าเอ็งหวังได้พี่ไม้ทำผัว!” กาหลงเข้าไปจับพุดจีบเขย่าอย่างแรง

ไม้ตกใจ เมื่อกาหลงไม่ยอมกลับ ไม้ดึงตัวกาหลงออกมาสั่งให้กลับเรือน กาหลงดิ้นรน จนพุดจีบบอกไม้ให้ปล่อยกาหลง แล้วบอกกาหลงว่า

“กาหลงฟังฉัน...ฉันจะรักพี่ไม้ได้อย่างไรกัน ในเมื่อฉันกำลังจะร่วมหอกับพี่โชติ!”

กาหลงกับไม้ตกใจหันมองโชติ โชติยิ้มพอใจรีบไปหาพุดจีบ ถูกไม้ดึงตัวออกพูดขึงขัง

“ไม่ได้...พี่ไม่ยอมเห็นงามให้พุดจีบแต่งงานกับมัน!” ยายมากับตาสรสาระแนขึ้นว่า  เห็นไม้เทียวไปเทียวมาหาพุดจีบหลายคราหรือว่าทั้งสองจะเคย? “พวกน้าอย่าคิดอกุศล ฉันไม่เคยคิดอย่างว่าสิเล่า ฉันกันท่าเพราะฉันไม่วางใจคนชั่วอย่างมัน”

โชติตวาดให้ไม้หุบปาก บอกพุดจีบว่าที่ผ่านมารู้ตัวว่าตัวเองขาดสติพลั้งเสียการก็มากโข  บอกพุดจีบเหมือนเป็นคำมั่นว่า “แต่เพื่อพุดจีบ เพื่อชีวิตใหม่ของเรา พี่จะบวชสักพรรษา ให้พุดจีบยอมรับในตัวพี่”

“ฉันจะรอพี่ แล้วเราจะร่วมหอร่วมใจกัน” พุดจีบตอบทั้งที่แปลกใจในคำมั่นของโชติ

ไม้เข้าไปบอกพุดจีบว่าอย่าไปฟังคำโชติ ทำให้กาหลงพูดอย่างสุดทนก่อนวิ่งหนีไปว่า

“พี่ไม้...ฉันเพิ่งแจ้งใจในครานี้ นอกจากพุดจีบจะคิดการให้ท่าพี่ พี่เองก็มีใจให้พุดจีบไม่ผิดกัน!”

“ไอ้ไม้! หากเอ็งยังนับถือข้าเป็นแม่ยาย เอ็งลงเรือนไปดูแลลูกสาวข้า!” แม่กลอยสั่ง โชติได้ทีถามไม้ว่าไม่ได้ยินที่แม่ยายสั่งรึไง พุดจีบก็ขอร้องไม้ให้กลับเรือนเสีย ไม้จึงจำตัดใจไหว้ลาแม่อิ่ม

โชติดีใจมากเดินเข้าหาพุดจีบ ถูกพุดจีบตัดบทว่า “ฉันไม่ค่อยจะสบาย ขอตัวไปพักประเดี๋ยว” กอปรกับแม่อิ่มบอกให้โชติกลับไปก่อน โชติจึงกลับไปอย่างอิ่มอกอิ่มใจที่พุดจีบรับปากจะร่วมหอกับตน

เมื่อพุดจีบกลับห้อง แม่อิ่มตามมาถามว่าตรึกตรองดีแล้วใช่ไหม พุดจีบตอบทั้งน้ำตาว่า

“ลูกจะก้มหน้าตามเวรของลูก มันคงเป็นคำตอบที่สาหัสสุดแล้ว” แม่อิ่มถามว่าลูกรักโชติหรือไม่ “บางครั้งความรักก็หาใช่เรื่องใหญ่เท่ากับการได้ทำเพื่อหน้าที่...เพื่อใครบางคน...หรือทำเพื่อคนที่เรารัก” พูดแล้วยิ้มให้แมทั้งน้ำตา

“แม่ดีใจที่ลูกคิดได้ พ่อโชติอาจไม่ใช่คนดีโดย สมบูรณ์...แต่คนเราเปลี่ยนแปลงได้ แม่เชื่อว่าความผูกพันจะทำให้ลูกรักพ่อโชติได้ไม่ยาก”

แม่อิ่มกอดพุดจีบทั้งรักทั้งปลื้ม ในขณะที่พุดจีบร้องไห้น้ำตาไหลพราก...

ooooooo

กาหลงมานั่งกอดเข่าร้องไห้ที่ท่าน้ำเรือนตัวเอง ไม้เดินมามองทั้งสงสารทั้งเคือง เดินมาหากาหลง กาหลงคิดว่าไม้จะมาขอโทษ แต่กลับได้ยินไม้ตำหนิว่า

“พี่ไม่ชอบใจที่กาหลงก้าวร้าว และทำร้ายพุดจีบ มันสมควรแล้วรึที่กาหลงกล่าวหาพุดจีบ ตบตีพุดจีบ?”

“แล้วมันผิดคำที่ฉันพูดเสียเมื่อไหร่...ฉันรักและเชื่อใจพี่...แต่พี่ทำให้ฉันหวั่นใจ”

“กาหลงคิดอย่างนั้นเท่ากับกาหลงไม่ไว้ใจพี่ กาหลงเชื่อคำอบเชย แทนที่จะเชื่อในคนรักของตัวเอง กาหลงรู้เห็นมาตลอดว่า อบเชยคอยใส่ไฟทำลายความรักของเรา”

“ฉันไม่ได้เชื่อคำใคร ฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันเห็น!...หญิงกับชายใกล้กัน ฤาจะให้คิดเป็นอื่น??”

ไม้ชี้แจงว่าเพราะพุดจีบเดือดร้อนตนจึงเข้าช่วย กาหลงประชดว่า งั้นก็ช่วยดูแลไปทั้งชีวิต!

“พุดจีบควรมีใครสักคนดูแลเป็นคู่ชีวิต ไม่ใช่พี่ แล้วฉันจะไม่น้อยใจได้อย่างไร พุดจีบจะแต่งงานกับโชติ พี่ก็ออกโรงขวาง แท้จริงแล้วพี่หึงพุดจีบ!พี่รักพุดจีบ!!”

กาหลงระบายความในใจออกมาคิดว่าไม้คงเข้าใจความรู้สึกของตน แต่ไม้กลับเสียใจน้อยใจที่กาหลงคิดเยี่ยงนั้น เดินหนีไป

“พี่ไม้...” กาหลงสะเทือนใจ เดินตามถามว่า“พี่ไม้จะหนีหน้าไปไหน พี่อย่าหนีความจริง!”

“พี่ไม่ได้หนีหน้า ไม่คิดหนีความจริง แต่พี่ไม่อยากคุยกับคนเห็นแก่ตัว!” กาหลงถามว่าตนทำอะไรผิด? “กาหลงก็รู้ว่าไอ้โชติเลวทรามยังไง กาหลงยังผลักไสให้เพื่อนรักไปร่วมหอกับคนพรรค์นั้น กาหลงเอาอารมณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่นไม่ห่วงใยเพื่อน ...กาหลงเห็นแก่ตัว!”

กาหลงยิ่งเสียใจ ยอมรับว่าตนเห็นแก่ตัวถามว่าแล้วไม้เคยถามสักคำไหมว่าทำไม เพราะอะไร เมื่อไม้หันมอง กาหลงระบายความอัดอั้นว่า

“ฉันรักพี่มากเท่าไร ฉันก็ยิ่งห่วงและหวงพี่มากเท่านั้น ฉันไม่อยากเห็นผู้หญิงอื่นเข้าใกล้พี่” ถูกไม้เอ็ดว่าหึงจนไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมจะให้ตนทนได้อย่างไร บอกกาหลงว่าคืนนี้จะไปนอนวัดกับโขง แล้วเดินดุ่มไปเลย

“พี่ไม้กลับมา...พี่ไม้...” กาหลงตะโกนเรียก ความโกรธทำให้หน้ากาหลงเปลี่ยนเป็นซีด ลมพัดด้านหน้าทำให้ผมสยาย “พี่ไม้...อย่าทิ้งฉันไป...” เสียงกาหลง ก้องน่ากลัว...แล้วลมก็ค่อยๆสงบลง...กาหลงในสภาพปกติร้องไห้น้ำตาไหลไม่หยุด ทรุดนั่งกับพื้น...

บริเวณที่กาหลงนั่ง...รอบตัวเจิ่งนองไปด้วยน้ำ!

ooooooo

ฝ่ายแม่กลอย เคืองแค้นอารมณ์ค้างจากเมื่อคืน เช้านี้ลุกมาสับหมากจนชบาแปลกใจถามแม่ว่า หนักอกหนักใจเรื่องไรตนจะช่วยแบ่งเบาให้แม่เอง

“พ่อโชติจะบวชแล้วแต่งงานกับพุดจีบ!” แม่กลอยโพล่งความอัดอั้นออกมา ชบาเห็นว่าดีพุดจีบจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา

“ไม่ดี! เอ็งต่างหากคู่ควรกับพ่อโชติ!!” ชบาผงะตกใจ “พี่สาวเอ็งริใฝ่ต่ำเลือกไอ้ไม้ ข้าหนักใจมากโข ข้าเหลือเอ็งคนเดียว...ชบา เอ็งก็โตเป็นสาวเป็นนางแล้ว ข้าจะยกเอ็งให้พ่อโชติ!”

“ไม่นะ! ฉันไม่เอาอะไรพรรค์นั้นหรอก ฉันไม่ได้รักพี่โชติ หัวเด็ดตีนขาดฉันก็ไม่ยอม!!”

ชบาก้าวพรวดๆจะลงจากเรือน แม่กลอยถามว่าจะไปไหน ชบาบอกว่าไปทุ่งแล้วชิงขู่ว่า

“ถ้าแม่จับฉันให้พี่โชติ ฉันจะหนีไป!” พูดแล้ววิ่งลงเรือนไปเลย

“นังชบา กลับมา!” แม่กลอยร้องเรียก ชบาวิ่งเตลิดไปไม่สนใจ แม่กลอยพึมพำ “ข้าไม่มีวันปล่อยให้นังบุญอิ่มได้เป็นแม่ยายพ่อโชติหรอก!!”

ชบาวิ่งเตลิดไปที่สวนกล้วย เงื้อดาบฟันต้นกล้วยฉับขาดกลางต้น จึงเห็นเพชรยืนฉี่อยู่หลังต้นกล้วย เพชรหันหลบไปต้นอื่น ชบาด่า “ไอ้ลามกจกเปรต” แล้ววิ่งไป เพชรฉี่เสร็จวิ่งตามร้องเรียกให้รอด้วย...รอด้วย...พอวิ่งทันก็คว้ามือขู่

“เอ็งต้องรับผิดชอบข้า” ชบาถามว่าตนทำอะไรให้ “เอ็งเห็นปลิง...เอ็งต้องแต่งงานกับปลิง”

“เชอะ! ของพรรค์นั้นบ้านฉันเรียกไส้เดือน!” เบ้หน้าใส่แล้วเดินหนี พอเพชรตามก็หันมาขู่ “หยุดตรงนั้นไม่ต้องตาม!” ถูกเพชรยั่วว่า ถ้าเป็นเมียตนจะเชื่อทุกอย่าง เลยถูกชบาปลิดกล้วยปา เพชรคว้าไปปอกกินยั่ว เลยถูกปากล้วยใส่หน้า

“โอ๊ย...ตาข้า!!” ไม้กุมหน้าโอดโอย ชบาชะงักแต่ยังระแวง ไม่เชื่อนัก

ooooooo

ไม้ไปนั่งกลุ้มใจอยู่ที่วัด โขงปลอบใจว่าให้เลิกคับใจได้แล้ว เพราะผู้หญิงก็เป็นเยี่ยงนี้แหละรักมาก พิษหึงก็มาก ไม้บอกว่ากาหลงไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน

“มื้อนั้นเป็นแค่คู่รักแต่มื้อนี้เป็นผัว” ไม้ถามว่าผิดกันด้วยหรือ “ผิดสิพี่ ฉันเคยได้ยินสัปเหร่อขาวกับตาสรนินทาเมียว่า ยามคบหาดูใจอะไรก็ได้ เราชี้นกบอกว่าไม้ก็ใช่หมด แต่พอแปรเปลี่ยนเป็นเมียละพี่เอ๊ยยย...ชี้ไม้บอกว่านกมันด่าเปิง ยังจะตามคุมแจไม่ให้ชี้ชมใครอื่นนอกจากเมีย”

“ฉันเองเคยพบพานแต่เรื่องหวาน ไม่คาดคิดว่า

กาหลงจะหึงได้หนักเช่นนี้”

“โบราณว่าไว้ให้จำท่อง...เสียทองเท่าหัวไม่ยอมเสียผัวให้ใคร” จอกร้องเพลงเดินเข้ามา ไม้ดีใจมากคิดว่าจอกหายดีแล้ว แต่พอจอกเห็นไม้ก็เข้ากอดแถมจะหอมแก้มอีก! ไม้ตกใจดันตัวจอกออก จอกยังพร่ำเพ้อราวกับสาวหลงหนุ่ม จนโขงต้องดึงตัวออกมาบอกว่า มันเป็นอย่างนี้แหละ สามวันดีสี่วันเพี้ยน

แม้จะรู้ว่าจอกยังไม่หายดี แต่ไม้ก็ดีใจที่เห็นจอกร่าเริงมีความสุข ไม้ถามโขงว่ารู้จักคนต่างถิ่นที่ชื่อเพชรไหม บอกว่าคืนก่อนเพชรช่วยตนไล่จับขุนหวาด โขงบอกว่าไม่เคยได้ยินชื่อนี้และไม่เคยเห็นคนต่างถิ่นด้วย

“ข้ารู้...ข้าเห็น...” จอกโผล่หน้ามาบอก ไม้กับโขงมองจอกอย่างสนใจอยากรู้  ไม้ถามว่าจอกรู้หรือว่าเป็นใคร จอกร้องเป็นเพลงออกมา พรรณนาความงามและคุณค่าราคาเพชรเสียหยดย้อย

“เอาอีกแล้วนะไอ้จอก ถ้าเองไม่ฟั่นเฟือน ข้ากระทืบติดดินไปแล้ว” ไม้บอกว่าถ้าโขงไม่รู้ ไว้ตนปะหน้าจะถามเพชรเองจะได้รู้หัวนอนปลายตีน “พี่ไม้....อย่าว่าฉันจุ้นจ้านเรื่องพี่เลย พี่กลับเรือนเถอะ ป่านนี้กาหลงคอยพี่ทั้งคืนแล้ว กลับไปพูดคุย ให้หายยุ่งใจเถอะ”

ไม้จึงตัดสินใจกลับเรือน...เป็นเวลาที่กาหลงจะมาหาไม้ที่วัดยืนลังเลว่าจะเข้าดีหรือไม่ แต่พอตัดสินใจจะเข้าก็เห็นไม้เดินออกไปที่อีกประตูหนึ่งจึงรีบเดินตาม

ooooooo

ที่สวนกล้วย เพชรโอดครวญว่าตาตนบอดแล้ว มองอะไรไม่เห็นเลย จนชบาสงสารเดินกลับไปดู เพชรจับหน้าคลำทำเป็นเพ้อว่าไม่ใช่ชบาแต่เป็นนางฟ้า เลยถูกชบาตะบันเข้าเต็มตา ด่าไอ้กะล่อน แล้วเดินหนีไป

“โอ๊ย...ตาบอดจริงๆเสียแล้ว” เพชรร้องโวยวาย แอบมองชบาที่เดินหนีไปจากดงกล้วยด้วยสีหน้าเศร้า เพชรแปลกใจตามไปแกล้งหยอกว่า “ทำหน้าอย่างกับถูกข่มเหงให้ออกเรือน!”

“เอ็งรู้!” ชบาแปลกใจ เพชรตีขลุมว่าตนรู้ตนเห็น ชบาเลยให้เฉลยมาว่าคู่ของตนหน้าตาเป็นอย่างไร “เอ็งจะได้ร่วมใจกับลูกชายเศรษฐี ฐานะมั่งคั่ง มีเกียรติมีศรีเป็นที่นับหน้าถือตา ชายคนนั้นก็คือ...”

เพชรจะบอกว่าคือตนเอง แต่เพราะชบาจินตนาการว่าเป็นโชติ ตะโกนขัดขึ้นก่อนว่า “ข้าไม่แต่งกับพี่โชติ!”

“ข้าไม่ได้หมายถึงไอ้โชตินั่นเสียหน่อย ข้าหมายถึงตัวข้า”

พอเพชรเฉลย ก็ถูกชบาผลักตกปลักควายข้างคันนาแล้วเดินหนี เพชรจะตามแต่ตกใจถูกปลิงเกาะถึง 6-7 ตัว ร้องเสียงหลง

“ปลิง...ช่วยด้วย...” ตะกายขึ้นจากปลัก

ควายดึงปลิงออกทีละตัว...ทีละตัวอย่างแขยง

ชบานึกได้ว่าปลักควายที่ผลักเพชรตกไปนั้นปลิงชุม เป็นห่วงว่าป่านนี้มิโดนปลิงดูดเลือดตายไปแล้วหรือ ตัดสินใจวิ่งกลับไปหาเพชร

ที่ริมปลักควายนั่นเอง พุดจีบเดินมาเจอเพชรถูกปลิงกัดเลือดไหลไม่หยุด บอกว่าท่าทางน้องชายจะแพ้

ปลิงเสียแล้ว ลุกไปหาใบสาบเสือเอาหินทุบปิดปากแผลห้ามเลือดให้ บอกว่าประเดี๋ยวเลือดก็หยุดไหล เพชรยกมือไหว้ขอบคุณ

“ฉันชื่อพุดจีบ ฉันสิที่ต้องขอบใจน้องชายที่ช่วยฉันไว้”

“ฉันชื่อเพชร ไม่ต้องขอบอกขอบใจฉันหรอก ฉันช่วยพี่สาว...มันเป็นหน้าที่ฉัน” เพชรพลั้งปากไปแล้วหยุดทันทีรีบแก้ตัว “ฉันหมายถึงหน้าที่คนดีต้องจับโจรจ้ะ...” แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “เลือดหยุดไหลจริงเสียด้วย ชาติหน้าชาติไหนอย่าได้พบพานปลิงอีกเลยเจ้าประคู๊ณณณ”

พุดจีบเห็นปลิงเกาะที่ใต้ท้องแขนของเพชร พอเพชรรู้ก็ตกใจรีบดึงปลิงออก แต่เสียหลักเซมาชนพุดจีบจนล้มลงไปกับพื้นทั้งสองคน ชบาย้อนกลับมาเห็นพอดี เลยด่า “สันดานชาย!”แล้วเดินออกไปทันที

เพชรรีบลุกขึ้นถามพุดจีบว่า “พี่สาวเป็นยังไงบ้างจ๊ะ” พุดจีบบอกว่าไม่เป็นไรให้ลุกขึ้นเถิด

ไม้กำลังเดินกลับเรือนกาหลง มาเห็นเพชรกับพุดจีบล้มทับกันพอดีก็ไม่พอใจ พรวดเข้าไปตวาดถามเพชรว่าทำอะไร  พุดจีบลุกขึ้นบอกไม้ว่าตนไม่เป็นอะไร บอกเพชรให้กลับเรือนเสีย แล้วรีบเดินออกไปอย่างไม่อยากอยู่ใกล้ไม้ให้เป็นปัญหา

เพชรดูอาการของทั้งสองอย่างแปลกใจ

ไม้เดินตามพุดจีบบอกว่าจะไปส่งที่เรือน พุดจีบไม่อยากให้กาหลงต้องขุ่นเคืองใจอีก ไม้จึงขอโทษแทนกาหลง

กาหลงที่เดินตามไม้มาหยุดฟังทั้งสองคุยกันเงียบๆ...

“ไม่ต้องขอโทษฉันหรอก กาหลงทำถูกแล้ว พี่อย่าได้ตำหนิกาหลงเลย หากฉันเป็นกาหลง ฉันจะไม่ยอมให้คนรักของฉันใกล้ชิดกับหญิงอื่น ผู้หญิงเรามีผัวได้เพียงครั้งเดียว และพี่ก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตของกาหลง ฉันอยากให้พี่ดูแลกาหลงอย่าห่างกาย ฉันไม่ถือโทษโกรธกาหลงแม้แต่น้อย ขอให้พี่อุ่นใจ...หลังจากฉันออกเรือนกับพี่โชติ ทุกอย่างคงจะดีขึ้น”

พุดจีบเดินผละไปแล้ว ไม้ยังยืนมองตามพุดจีบไปด้วยความสงสาร กาหลงตัดสินใจเดินออกไป ก็พอดีเพชรเดินเข้ามา เพชรคิดว่าไม้กับพุดจีบเป็นคู่รักกัน เอ่ยขึ้นว่า

“พี่ชายผิดใจกับคู่รัก ไปง้อเสียเถอะ ปล่อยไว้นานเกินรอแล้วต้องนั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า”

“เอ็งเป็นใคร” ไม้มองเพชรอย่างไม่ไว้ใจ

ooooooo

พุดจีบเดินมาเจอกาหลงยืนอยู่ริมบึง กาหลง ขอโทษพุดจีบบอกให้ตีตนเสียให้รู้สำนึกว่าเพื่อนรักตนมากแค่ไหน

“เราเคยสัญญาจะเป็นเพื่อนรักเพื่อนตาย ฉันจะทำร้ายกาหลงได้อย่างไร”

ทั้งสองกลับมาเข้าใจและรักกันดังเดิมอีกครั้ง กาหลงขอให้พุดจีบยกเลิกการแต่งงานกับโชติเสีย ให้หยุดเสียสละความสุขตัวเองเพื่อคนอื่น ให้พูดความจริงกับตน บอกมาว่าพุดจีบรักใคร

“ฉันรักพี่ไม้” พุดจีบตอบทันที “ฉันรักพี่ไม้ รักมานานพอๆกับกาหลง ชีวิตฉันไม่ผิดกาหลง กาหลงกำพร้าพ่อได้ไม่นาน พ่อฉันก็จากไป เราต่างดิ้นรนตามประสา  มีเพียงพี่ไม้เป็นชายเดียวที่คอยช่วยคุ้มครองดูแลฉัน...ฉันไม่อาจห้ามใจหยุดรักพี่ไม้ได้เลย จวบจนฉันแจ้งแก่ใจว่า พี่ไม้มีใจกับกาหลง...”

พุดจีบเล่าถึงอดีตที่ตนกับกาหลงพายเรือเด็ดดอกบัว กาหลงนึกสนุกแกล้งโคลงเรือจนตกน้ำไปทั้งสองคน  ไม้เห็นดังนั้นรีบกระโดดลงไปช่วยกาหลงก่อน ทั้งที่กาหลงว่ายน้ำเป็นแต่พุดจีบว่ายน้ำไม่เป็น พุดจีบตระหนักแต่นั้นว่า...

“พี่ไม้เลือกที่จะช่วยกาหลง ทั้งที่กาหลงว่ายน้ำเป็น ฉันกลายเป็นคนที่สอง รองจากกาหลง”

พุดจีบเล่าเรื่องในอดีตแล้วบอกกาหลงว่า แต่นั้นมาตนก็รู้ดีว่าทำได้แค่แอบรัก แต่ก็ยินดีกับกาหลงด้วยใจจริง กาหลงเช็ดน้ำตาให้พุดจีบ บอกว่าพุดจีบควรได้คู่ครองที่สมควรไม่ใช่โชติ พุดจีบบอกว่าตนอยากให้โอกาสโชติสักครั้ง

“คนใจหยาบช้าอย่างมันไม่มีวันเปลี่ยนได้หรอก” กาหลงโพล่งออกไป พุดจีบถามว่ามีเรื่องอะไรจะบอกตนหรือมีความในใจอะไรจะบอกตนหรือไม่?

พอดีนวลมาตามพุดจีบบอกว่าแม่อิ่มให้มาตามกลับไปคุยเรื่องช่วยงานโชติที่จะเลี้ยงฉลองก่อนบวชพุดจีบจึงขอตัวกลับเรือน

กาหลงมองตามพุดจีบไป  ลังเลใจว่าจะบอกพุดจีบเรื่องโชติจะข่มขืนและจับตนถ่วงน้ำดีหรือไม่...แต่ใจยังไม่กล้า

ขณะนั้นเอง กาหลงอุทานตกใจ “ไอ้ขาบ ไอ้มั่น!” เมื่อเห็นทั้งสองเดินตรงมาอย่างมาดร้าย!

ooooooo

ที่ลำคลอง เพชรเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ไม้ฟังแล้วบอกว่า

“อย่างที่ฉันเล่าให้พี่ชายฟังล่ะจ้ะ ฉันมันก็แค่พ่อค้าเร่พเนจร...ค่ำไหนนอนนั่น” ไม้มองเพชรอย่างไม่เชื่อนัก แล้วก้าวลงเรือ “พี่จะลงไปทำอะไร” เพชรถาม ไม่ขวางแต่เดินตามลงไป

ไม้ลงเรือไปเปิดหีบต่างๆดูล้วนเป็นดินประสิว ดินสอพอง และเครื่องยาธาตุ เพชรปล่อยให้ไม้เปิดดูตามใจชอบแล้วจึงบอกว่า นั่นล้วนแต่เป็นของที่ตนเอามาเร่ขาย แต่พอไม้จะเปิดกล่องที่เพชรเคยเก็บปืน เพชรก็รีบเข้าแย่ง ไม้ชิงไปถือไว้ได้ถามว่า กล่องอะไรถึงได้หวงนักหนา

“กล่องใส่เงินจ้ะ” เพชรยื่นมือจะขอคืน ไม้ไม่ให้ บอกว่าอยากรู้ว่าเพชรขายของได้เงินกี่มากน้อย แล้วเปิดกล่องทันที เพชรร้องห้ามเสียงดัง แต่พอไม้เปิดกล่อง ปรากฏว่าข้างในไม่มีอะไรเลย!

“ไม่มีเงินสักบาท”

“ฉันยังขายไม่ได้เลย หรือพี่ไม้จะช่วยฉันประเดิมสักสี่ซ้าห้าบาท?” ไม้ไม่พูดจะเดินออกไป เพชรพยายามญาติดีด้วยว่า “ฉันเป็นคนต่างถิ่น ฉันขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะจ๊ะพี่”

“หน่วยก้านเอ็งไม่เลว เอ็งมีน้ำใจช่วยกาเหว่าช่วยพุดจีบ ข้าก็จะลองคบหาเป็นพวกดู”

“ขอบใจมากจ้ะพี่” เพชรยกมือไหว้ดีใจ พอไม้พยักหน้ารับแล้วเดินไป เพชรก็รีบย้อนกลับไปในเรือ หยิบปืนในห่อผ้าที่ซ่อนไว้ออกมาดูยิ้มโล่งใจ เพราะมันคือปืนที่มีสัญลักษณ์ปืนตำรวจ เป็นปืนประจำตำแหน่งของเพชรนั่นเอง

ooooooo
กาหลงวิ่งหนีขาบกับมั่นถึงชายป่า พลางตะโกนขอความช่วยเหลือ ไม้ที่กำลังเดินกลับเรือนได้ยินเสียงกาหลงหันวิ่งไปตามเสียง
ขาบกับมั่นวิ่งไล่ดักหน้าจนกาหลงจนมุม มันเดินเข้าหาอย่างคุกคาม ขาบหัวเราะเยาะว่า

“ถ้าไม่เห็นกับตา ข้าไม่มีวันปลงใจว่าเอ็งรอดตาย!” มันตรงเข้าจับแขนกาหลง กาหลงสะบัดหลุดปรามมันว่า

“อย่ามายุ่งกับข้า ปล่อย! ไม่งั้นพวกเอ็งจะเดือดร้อน”

แต่มันทั้งสองลำพองใจถามว่าแรงกาหลงเพียงน้อยนิดจะสู้พวกตนได้อย่างไร หรืออยากจะลงไปนอนแช่น้ำเล่นอีก!

กาหลงโกรธจัดกลายเป็นผี เส้นผมสยายยาวเลื้อยไปตามพื้นหมายเล่นงานขาบกับมั่น เส้นผมกำลังเลื้อยจะถึงมันทั้งสองอยู่แล้ว พลันก็ชะงักเมื่อเสียงไม้ตะคอกขึ้น

“พวกเอ็งทำอะไรเมียข้า!”

พริบตานั้นร่างกาหลงกลับมาเป็นปกติ ไม้พุ่งเข้าจัดการมั่นกับขาบ มันร้องบอกว่าพวกตนมาดี จะมาขอขมากาหลง

“ไอ้พวกมารศาสนา คิดขุดกรุพระไปขาย พอเมียข้ารู้แผนก็จับเมียข้าถ่วงน้ำ พวกเอ็งมันสมควรตาย!” ไม้ด่าตามที่ฟังกาหลงเล่า ตรงเข้าชกต่อยทั้งสองคน ถูกโชติมาห้ามไว้ ไม้บอกโชติว่า “เอ็งมาก็ดี ข้าจะได้แจ้งใจว่า เพียงพวกมันสองคนทำร้ายกาหลง หรือมีนายมันให้ท่าสั่งการ!”

โชติยืนยันว่าตนไม่เคยสั่งสอนให้ลูกน้องทำชั่ว กาหลงสวนไปทันทีว่า แล้วพวกมันตามไล่ตนมาทำไม!

“ไอ้มั่นไอ้ขาบสารภาพผิดกับข้า พวกมันมัดมือมัดเท้าหวังขู่เอ็งให้กลัวไม่กล้าบอกใครแต่พลั้งทำตกน้ำ พวกมันจะลงไปงมช่วย กาเหว่าก็เอะอะโวยวายกลาย เป็นเรื่องใหญ่ พวกมันกลัวผิดคิดสั้นหนีไปอย่างที่รู้กัน...เอ็ง...ให้อภัยพวกมันเถอะ”

“เอ็งออกโรงปกป้องลูกน้อง ข้าจะจับมันส่งทางการ!”

“ความชั่วมันมี ความดีก็ใช่น้อย มันสองคนช่วยต่อสู้ขุนหวาด ไล่ฟันจนลูกน้องขุนหวาดต้องล่าถอย หากไม่ได้พวกมันช่วยเสริมแรง เอ็งก็อาจพลั้งท่าเสียทีให้ขุนหวาดได้เช่นกัน เลิกแล้วต่อกันเถอะ...กาหลง เอ็งยกโทษให้พวกมันได้รึไม่?”

กาหลงบอกว่าการให้อภัยเป็นทานอันยิ่งใหญ่แต่ควรให้กับคนดี หากทั้งสองกลับใจสำนึกผิดจริงก็ให้สาบานต่อหน้าองค์พระจะเลิกทำชั่ว แม้นผิดคำสาบานเพียงครั้งเดียวขอให้พวกมันตายโหงตายห่า ไม้ถามว่าพวกมันจะกล้าสาบานหรือไม่?

มั่นกับขาบเข้าไปสาบานต่อหน้าพระประธานในโบสถ์ โดยมีไม้เข้าไปฟังคำสาบาน แต่กาหลงยืนอยู่หน้าวัด เมื่อพวกมันสาบานแล้วจึงกลับ โชติเข้าหาไม้พนมมือบอกว่าตนจะบวชเรียนดังที่ให้สัญญากับพุดจีบไว้ หากทำสิ่งใดล่วงเกินไม้ทั้งทางกาย วาจา ใจ ขอให้เลิกแล้วต่อกัน อโหสิกรรมให้ตนด้วย

ไม้นิ่งฟังแต่ไม่ตอบหันหลังเดินไป โชติผิดหวังที่ไม้ไม่อโหสิกรรมให้ แต่เมื่อไม้มาหยุดยืนที่ประตูโบสถ์มองตรงไปยังพระประธานแล้วเดินกลับเข้าไปอย่างสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ไม้เข้าไปนั่งคุกเข่าพนมมือ เอ่ยด้วยสีหน้าคลายความโกรธแค้นว่า

“ขอให้เรื่องเลวร้ายกลายเป็นสายลมที่พัดผ่านไป หลังจากนี้ ขอให้ชีวิตลูก พบพานแต่ความสุข ความสมหวังด้วยเถิด”

ไม้กราบพระประธาน โดยไม่รู้ว่า ข้างหลังเขานั้น ผู้ใหญ่ช่วงยืนมองอยู่ด้วยสายตามาดร้าย!

ooooooo

ผู้ใหญ่ช่วงรู้จากลูกน้องว่าโชติพามั่นกับขาบไปพบไม้ก็ไม่พอใจด่าว่าโง่ดักดาน ว่าไม้คิดเล่นงานมั่นกับขาบอยู่แล้วยังพาพวกมันไปอีก ว่าแล้วลงจากเรือนทันที จนไปเห็นไม้เข้าไปกราบพระประธานในโบสถ์ ผู้ใหญ่ช่วงจึงกลับเรือน

เมื่อโชติกลับมาผู้ใหญ่ด่าว่าลูกไม่รักดียอมอ่อนข้อก้มหัวให้ไม้ โชติชี้แจงอุบายของตนว่า ทำไปเพื่อให้ไม้ตายใจ เมื่อไม้วางใจตนก็จะหาโอกาสเอาคืนให้สาแก่ใจ พูดอย่างเชื้อไม่ทิ้งแถวว่า

“ฉันจำคำพ่อสอนไว้มั่น...หลอกให้ศัตรูเป็นมิตรจนตายใจ เราย่อมมีชัยเหนือมัน!!”

ผู้ใหญ่ยิ้มพอใจ แล้วถามว่าพาขาบกับมั่นไปพบไม้ทำไม โชติแจงแผนของตนว่า ยอมให้ทั้งสองคนไปขอขมาไม้เพื่อให้โทษพ้นตัวต่อไปจะได้ไม่ต้องกบดานตนก็จะได้ใช้งานได้คล่องตัว ผู้ใหญ่ยังสงสัยอีกว่าคิดดีแล้วหรือที่จะบวช?

“ฉันยอมทำทุกอย่างเพียงขอให้พุดจีบยอมรับในตัวฉัน...แต่ฉันไม่ทนห่มผ้าเหลืองให้เกินเดือน ฉันจะแสร้งเจ็บป่วยขอลาสึก ถึงเวลานั้นพุดจีบคงเห็นใจฉัน”

“หากพุดจีบยังแข็งใจ ไม่ต้องชักช้าเสียที ก็ฉุดทำเมียซะ!!” ผู้ใหญ่ช่วงชี้โพรงให้กระรอกแล้วหัวเราะชอบใจ

แม่น้อยได้ยินไม่พอใจที่ผู้ใหญ่สอนลูกในทางที่ผิด เข้าไปติงว่าให้เลิกสอนลูกในทางผิดได้แล้ว ผู้ใหญ่ยิ้มหยันบอกว่าตนไม่เคยทำสิ่งใดผิดมันถูกมาเสมอ ครั้นแม่น้อยแย้งว่า “ถูกใจพี่แต่มันผิดศีลธรรม” ก็ถูกผู้ใหญ่ตวาดหาว่าขัดคอขัดใจตน

“ฉันขอร้องล่ะ...หยุดก่อกรรมทำเวรเถอะ ที่ผ่านมาพี่ทำ...” แม่น้อยยั้งปากไว้เปลี่ยนเป็นพูดว่า “พี่หยุดต่อยอดส่งบาปให้ลูก พี่เองก็รู้ดี ใครทำกรรมใดไว้ย่อมรับกรรมนั้นตอบสนอง”

“ทำชั่วตั้งแต่หนุ่มยันแก่ ทำบาปมามากโข แต่เงินทองไหลมาเทมากองตรงหน้า ส่วนไอ้พวกคิดดีทำดีมันกลายเป็นผีไปหมดแล้ว ข้าว่าเอ็งเลิกเข้าวัดฟังเทศน์ฟังธรรมให้เสียเวลา สู้มาสอนสั่งให้ลูกๆ เจริญรอยตามข้าจะได้ประโยชน์นัก”

แม่น้อยถามว่าไม่กลัวตกนรกรึไง? ผู้ใหญ่หัวเราะ เยาะว่า

“นรกเป็นนิทานที่แต่งไว้หลอกคนโง่ คนหัวแหลมย่อมรู้ดีว่าชีวิตนี้มีแต่สวรรค์ เหมือนที่ข้าเสวยสุขอยู่ทุกวันนี้” พูดแล้วหัวเราะร่าหยิบยาขึ้นสูบสบายอกสบายใจแม่น้อยได้แต่ผิดหวังที่ยั้งความคิดผิดชั่วของผู้ใหญ่ไม่ได้

ooooooo

กาหลงกลับมานั่งรอไม้อยู่หน้าเรือน ไม้กลับ มาถึงก็ถามว่าทำไมกาหลงไม่เข้าไปฟังมันสาบานในโบสถ์ กาหลงตอบเลี่ยงว่า

“ฉันถือว่ามันกับฉัน สิ้นเวรหมดกรรมกันแล้ว ฉันไม่อยากไปขวางไปยุ่งอีก”

ไม้เล่าว่าโชติมาไหว้ขอขมาแต่ความเลวร้ายของโชติเกินกว่าที่ตนจะให้อภัย กาหลงถามว่าแล้วให้อภัยตนได้ไหม

“กาหลงเป็นเมียพี่ ไม่ว่ากาหลงทำผิดพลาดหนักหนาแค่ไหน พี่ให้อภัยเมียได้เสมอ”

กาหลงกอดไม้ไว้แน่นน้ำตาไหลด้วยความรักที่มีต่อไม้ แต่...นอกจากน้ำตาที่เปียกหน้าแล้ว ร่างกาหลงก็เปียกจนตัวชุ่ม จนไม้ที่กอดกาหลงอยู่ถามว่ากาหลงไปทำอะไรมาเนื้อตัวถึงได้เปียกชุ่มน้ำ พลางก้มมอง

“ฉันเพิ่งล้างขัดเรือมาจ้ะ ไม่ทันได้ผลัดผ้า ดูสิ พี่ไม้พลอยเปียกไปกับฉัน พี่ไปอาบน้ำผลัดผ้าเถอะ”

ไม้ประคองกาหลงขึ้นเรือน โดยมิได้สงสัยแม้ แต่น้อยตามขั้นบันไดที่กาหลงก้าวขึ้น มีรอยเท้าเปียกน้ำของกาหลงขึ้นไปทุกขั้น...จนถึงในเรือน...

ooooooo

เมื่อคืน...เผื่อนกับงามไปซุ่มที่ใต้ถุนเรือนกาหลง เช้านี้ก็สาระแนไปรายงานอบเชยหวังเอาหน้าว่า เมื่อคืนตนทั้งสองเห็นมาเต็มสองตาได้ยินเต็มสองหู เสียงพื้นเรือนลั่นดังเอี๊ยดอ๊าด...เอี๊ยดอ๊าด...

อบเชยแค้นพลุ่งพล่านหยิบฉวยของขว้างปาทั้งสองตวาดว่า ไม่เชื่อ! ไม่อยากฟัง!! แล้วถามทั้งสองว่าทำอย่างไรตนจึงจะลบหน้ากาหลงออกไปจากชีวิตได้เสียที สาวใช้จอมแสบทั้งสองแนะให้ไปหาหมอผีทำเสน่ห์ อบเชยสนใจรีบพากันไป

“อยากได้ผัวจนตัวสั่นสิเอ็ง!!” หมอผีทักทันทีที่เห็นหน้า ทำให้อบเชยยิ่งศรัทธาว่าหมอผีนี้แม่นฉมังนัก

หลังจากหมอผีบริกรรมคาถาแล้วเป่าเพี้ยง พอคลายมือออก ปรากฏขวดน้ำมันพรายอยู่ในมือหมอผีแล้ว

“น้ำมันพรายมหาเสน่ห์...เอ็งดีด เอ็งป้ายให้ชายคนรัก เมื่อนั่นแหละมันจะขี้คร้านอยู่ไม่ติดเรือนเร่งมาหาเอ็งทันที!”

พูดแล้วหมอผีหัวเราะชอบใจ อบเชยรับขวดน้ำมันพรายด้วยความตื่นเต้นดีใจว่า งานนี้ตนต้องได้ไม้เป็นผัวแน่ๆ

ขากลับเดินผ่านเรือนกาหลง เผื่อนกับงามระริกระรี้ชี้ชวนให้ดูไม้ถอดเสื้อตำข้าวอยู่ เผื่อนยุให้เอาน้ำมันพรายใส่น้ำให้ไม้กินเลย เพราะขนาดแค่ป้ายแค่ดีดใส่ยังโดดมาหา หากได้กินลงท้องคงเหาะล่องย่องเข้าหอเลยแน่ๆ

“รอให้ถึงคืนนี้เสียก่อน” อบเชยหมายมั่น งามติงว่าช้าไปไม่ทันกาล “จะเร่งไปไย ในเมื่อของดีอยู่กับตัว” อบเชยมองขวดน้ำมันพรายในมืออย่างเชื่อมั่นแล้วหันมองไม้อย่างหมายมาด

ooooooo

แม่กลอยมุ่งมั่นที่จะยกชบาให้โชติ เมื่อถูกชบาปฏิเสธจึงเคี่ยวเข็ญเอากับกาหลง ช่วยหว่านล้อมให้ชบายอมปลงใจกับโชติ

กาหลงขอร้องแม่อย่าข่มเหงน้ำใจชบาเลย ถูกแม่กลอยตวาดใส่ว่า

“เอ็งไม่ต้องสอนข้า!! เอ็งยังไม่สำเหนียกอีกรึไง ความดื้อรั้นของเอ็งทำให้ข้าต้องกลายเป็นคนเคราะห์ หลังขดหลังแข็งทำไร่ทำนา แลหนนี้ข้ายังมีนังชบาเหลืออีกคน ข้าไม่ยอมพลั้งท่าอีก!” กาหลงมองแม่งงๆว่าจะให้ตนทำอย่างไร แม่กลอยก็ยังระบายความคับแค้นใจว่า “ข้าต้องได้อยู่สุขเป็นแม่ยายเศรษฐี เอ็งจงเร่งไปขวางทางให้เพื่อนเอ็งแปรใจจากพ่อโชติ”

กาหลงบอกว่าตนไม่หวังใจให้พุดจีบลงเอยกับโชติ แม่กลอยดีใจชี้ช่องให้เร่งไปบอกพุดจีบให้ถอดใจแล้วกล่อมให้ชบายอมปลงใจ กาหลงไม่เห็นด้วยที่จะให้ชบาร่วมหอกับโชติ แม่กลอยชักสีหน้าเอ็ด...

“นังกาหลง อย่าขวางข้า หากเอ็งขัดใจหนนี้ ข้าจะถือว่าเอ็งเห็นแก่ตัว ไม่ต้องมาเหยียบเรือนข้าอีก!!” ประกาศแล้วแม่กลอยลุกหนีไป กาหลงได้แต่นั่งกลุ้มเพราะไม่เห็นด้วยที่จะให้ชบาลงเอยกับโชติ

เมื่อแม่กลอยยื่นคำขาด กาหลงจึงต้องไปคุยกับชบา ถูกชบาตัดพ้อว่าตนต้องมารับเคราะห์แทนพี่ เพราะหากพี่ยอมออกเรือนกับโชติครั้งโน้นแม่ก็คงไม่ขืนใจตนเยี่ยงนี้

“ชบาเคืองใจพี่ที่ไม่ร่วมหอกับโชติหรือเคืองโกรธพี่ที่รักพี่ไม้”

“พี่รู้ว่าฉันเสน่หาพี่ไม้?” ชบาอึ้งที่กาหลงถามจี้ใจดำ

“เอ็งเป็นน้องพี่มีหรือพี่จะไม่รู้ใจเอ็ง ฟังพี่นะชบา หากพี่ไม้มีใจให้เอ็งสักนิด พี่จะถอดใจเสียนานแล้ว แต่พี่ไม้เห็นเอ็งเป็นน้องสาว และพี่ไม้ก็รักพี่”

“ฉันรู้ข้อนี้ดีว่าพี่ไม้ไม่มีใจให้ฉัน ฉันถึงยอมอ้อนวอนแม่ ให้พี่ได้สมใจกับพี่ไม้” กาหลงฟังแล้วขอบใจ ชบา ชบาจึงขอให้กาหลงช่วยตนด้วยว่า “พี่ต้องพูดให้พี่พุดจีบออกเรือนกับพี่โชติเสียให้ไว ฉันจะได้หมดทุกข์”

เป็นปัญหาที่กาหลงทุกข์ใจอย่างสาหัส ว่าจะทำเพื่อแม่ หรือช่วยน้อง แต่ใจก็ไม่อยากให้พุดจีบลงเอยกับโชติ

กลับถึงเรือน กาหลงเห็นไม้กำลังฝัดข้าวก็รีบเข้าไปฝัดเอง ไม้ถามกาหลงว่าไปไหนมา กาหลงตอบหน้าเศร้าว่าไปเยี่ยมแม่มา ไม้ถามว่าถูกแม่ต่อว่าอะไร หรือคับใจเรื่องใดมา กาหลงบอกไม้อย่างอัดอั้นว่า

“แม่จะยกชบาให้โชติ”

ไม้หงุดหงิดที่แม่กลอยจะยกชบาให้โชติทั้งที่รู้ว่าโชติปลงใจพุดจีบแล้ว กาหลงบอกว่าตนก็ไม่เห็นงามแต่ทัดทานแม่ไม่ได้

“นี่ล่ะหนอ...เงินมันทำให้คนตาบอดตามัว อยากสุขสำราญพานทำร้ายความสุขลูก” ไม้ฟันฟืนระบายอารมณ์

“พี่อย่าชังแม่เลยจ้ะ ฉันรู้ใจแม่ดี ชีวิตคนจน บางทีมันลำบากจนต้องหาทางปรับทุกข์ปรับร้อนหวังพลิกชีวิตเงยหน้าอ้าปากได้ คงคิดการว่าถ้าแต่งงานกับเศรษฐีชีวิตก็แปรไปได้ในพริบตา”

ไม้เดินเข้าหาอย่างเข้าใจความคิดของกาหลง เอ่ยอย่างหมายให้กาหลงเห็นพ้องว่า

“เมื่อไหร่หนอ...คนเราถึงจะพอใจในสิ่งที่เป็น...ภูมิใจกับสิ่งที่มี...ความสุขมิได้เกิดขึ้นจากเรือนหลังใหญ่ ทรัพย์สินเงินทองมากมายก่ายกอง ขอเพียงเรามีอยู่มีกิน ใช้ชีวิตกับคนที่เรารัก ชีวิตของเราก็ค้นพบความสุขแล้ว”

ไม้โอบกอดกาหลง มีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตกับกาหลง...กาหลงเองก็กอดไม้ไว้อย่างมีความสุข แต่ลึกๆ ในใจแล้วก็ยังกังวลเรื่องของชบา...บอกไม้ว่า

“ฉันเองก็มีส่วนก่อบาปให้ชบา” ไม้ถามว่าแล้วจะทำอย่างไร? “ฉันคงต้องทำสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อเพื่อนรักและน้องฉัน”

ooooooo

อบเชยกลับเรือนอย่างเบิกบานใจจนโชติถามว่าอิ่มอกอิ่มใจอะไรมาถึงได้ยิ้มพิมพ์ใจ หยิบมาลัยในพานที่อบเชยร้อยไว้หยอกเอินว่า ร้อยดอกไม้ก็ใช่เคยทำเป็น

อบเชยเฉไฉว่าพี่ชายจะบวชน้องสาวก็ขออนุโมทนาสาธุ โชติไม่เชื่อ ถามว่ากำลังคิดทำการใด?

“อย่าสนใจฉันเลย ว่าแต่พี่เถอะ พี่ไม้ไม่ยอมอโหสิกรรมให้พี่ โบราณเขาถือผิดบาดหมางใจแล้วไม่อโหสิก็เท่ากับแบกกรรมแบกทุกข์ติดตัว”

“เอ็งอย่าได้ห่วง ข้าใช่จะอ่อนโลก ต่อให้มันแค้นหนักสาปแช่งส่งมันก็ต้องยอมอ่อนใจให้ข้า”

อบเชยสงสัยว่าพี่ชายคิดจะทำอย่างไรให้ไม้อโหสิกรรมให้

คืนนี้ ที่เรือนผู้ใหญ่ช่วงมีการจัดตบแต่งสถานที่เตรียมงานบวชของโชติพรุ่งนี้

กาหลงออกจากเรือนมาที่เรือนพุดจีบ เจอนวลบอกว่าพุดจีบไปช่วยงานที่เรือนโชติ กาหลงนิ่งคิดและตัดสินใจตามไปที่เรือนโชติ

ส่วนอบเชยก็ให้เผื่อนกับงามไปหลอกไม้ให้มาที่เรือน ตัวเองยืนชะเง้อคอยาวคอยไม้ จนแม่น้อยถามว่าลูกคิดจะทำอะไร อบเชยอ้างว่าเตรียมต้อนรับไม้เพราะตนเป็นเจ้าบ้านเจ้างาน

“ลูกหยุดคิดทำบาป อย่าหนักข้อเอาการเหมือนพ่อกับพี่ชาย” แม่น้อยเตือนสติ กลับถูกอบเชยแว้ดใส่ว่าเบื่อฟังคำสอนแล้ว ตนโตพอจะรู้ว่าควรทำสิ่งใด พูดอย่างกระสันว่า “คืนนี้ไม้อาจจะเป็นผัวลูก”

แม่น้อยตกใจเตือนลูกอย่าชิงรักหักสวาทพรากผัวเขาจะตกนรกปีนต้นงิ้ว อบเชยหัวเราะพูดอย่างคะนองปากว่า

“ปีนต้นงิ้วคงไม่ยากเท่าปีนสอยมะม่วง ถ้าทำชั่วแล้วได้ผัวฉันก็ยอม!” พูดแล้วเดินลอยชายไป

แม่น้อยได้แต่ระอาและกังวลกับความคิดของอบเชย

ooooooo

แม่อิ่มพาพุดจีบไปไหว้ผู้ใหญ่ช่วง ผู้ใหญ่ขอบใจทั้งแม่อิ่มและพุดจีบที่ช่วยจัดหาของคาวหวานมาให้ แม่อิ่มตีขลุมทันทีว่าไม่ต้องขอบใจเพราะอีกหน่อยเราก็ดองเป็นเครือญาติและพุดจีบก็เต็มใจมาช่วยงานบุญของโชติ

ทั้งแม่อิ่มและผู้ใหญ่ช่วงต่างเปิดโอกาสให้โชติกับพุดจีบได้เปิดตัวเคียงคู่กันไปแจกขนมหวาน ผู้ใหญ่ถึงกับบอกแม่อิ่มว่า

“เห็นท่าฉันต้องรีบหาฤกษ์ไว้รอเสียแล้วกระมัง”

ฝ่ายแม่กลอยก็ลากชบามาที่เรือนโชติ ชบาสะบัดมือจะกลับ ถูกแม่กลอยขู่ว่าถ้าย่างออกไปไม่ต้องมาเรียกตนว่าแม่อีกแล้วหว่านล้อมชบาว่าตนมิได้พามาเพื่อยกให้โชติ แต่เพราะผู้ใหญ่ช่วงได้ช่วยเหลือเกื้อกูลจุนเจือเรามา จึงพามาเพื่อช่วยงานทดแทนบุญคุณ ประชดว่า “รึอยากเป็นคนเนรคุณก็ไสหัวกลับเรือนไป” พูดแล้วสะบัดไป

“แม่รอฉันด้วย” ชบาร้องเรียกแม่กลอย เต็มใจที่จะช่วยงานเพื่อทดแทนบุญคุณผู้ใหญ่ช่วง

ไม้ถูกหลอกว่าแม่น้อยมีธุระจะคุยด้วย มาถึงเรือนผู้ใหญ่แล้วจึงรู้ว่าถูกอบเชยหลอกจึงจะกลับ

“พี่ไม้ให้อภัยคนหลงผิดกลับใจได้ไหมจ้ะ?” อบเชยอ้อนตีหน้าเศร้า จนไม้ชะงักแต่ก็ยังไม่ไว้ใจนัก

อบเชยตรงมากราบไม้เงยหน้ามองอย่างสำนึกผิดที่กุเรื่องให้ไม้เข้าใจผิดกับกาหลง บอกไม้ว่าทำไปเพราะรักไม้มากอยากได้ไม้มาเป็นผัว แต่สิ่งที่ตนทำผิดบาปต้องตกนรกหมกไหม้ ตนละอายใจ แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น จนไม้ใจอ่อนบอกให้หยุดร้องไห้เสียแล้วต่อไปอย่าทำอีก พลางจะกลับ

“หากพี่ให้อภัยฉันจริง ขอให้พี่ยอมรับไมตรีจากฉัน”

แล้วอบเชยก็ถือขันน้ำมาคะยั้นคะยอให้ไม้ดื่มจนไม้รับขันยกจะดื่มท่ามกลางสายตาอบเชยที่มองลุ้นใจระทึก

ooooooo

ในงานนี้ แม่กลอยกับแม่อิ่มปะทะคารมกันอย่างเผ็ดร้อน ต่างเสียดสีกันว่าเอาลูกสาวมาประเคนให้โชติ แม่อิ่มเจ็บใจลบหน้าแม่กลอยต่อหน้าผู้ใหญ่ช่วงว่า ผู้ใหญ่ไม่ต้องหาฤกษ์แต่งพุดจีบแล้ว ตนจะเป็นธุระจัดหาเอง ประกาศว่า

“พ่อโชติสึกมา ฉันอยากให้พ่อโชติร่วมหอกับ พุดจีบโดยไว ไม่ต้องตกเป็นขี้ปากพวกอิจฉาตาร้อน” แม่กลอยร้อนตัวหาว่าแม่อิ่มด่าตน ถูกแม่อิ่มพูดใส่หน้าก่อนเดินหนีไปว่า “กินปูนร้อนท้องก็รับไปเสีย”

“เอ็งด่าใคร กลับมาคุยให้รู้เรื่อง อย่าดีแต่ปากมาตบให้รู้ดีรู้ชั่ว!” แม่กลอยท่าเหยงๆ

แม่น้อยไม่อยากให้มีเรื่องอัปมงคลในงาน ขอร้องแม่กลอยให้พอเถิด แม่กลอยเห็นแก่แม่น้อยและไม่อยากแสดงกิริยาไม่งามต่อหน้าผู้ใหญ่และโชติจึงยอมหยุด

แต่พอหยุดมีเรื่องกับแม่อิ่ม แม่กลอยก็จัดแจงให้ชบาไปช่วยโชติแจกหมากพลูให้พี่ป้าน้าอาที่มางาน

“เอ็งไปดูแลพุดจีบ ตกลงปลงใจจะเป็นคู่ชีวิตแล้ว ก็ต้องอยู่เคียงกัน” ผู้ใหญ่สั่งโชติขัดแม่กลอย

“จ้ะพ่อ” โชติรีบไปทันที แม่น้อยจึงให้ชบาไปช่วยตนจัดหมากพลูแทน แม่กลอยได้แต่เจ็บใจแต่ไม่ยอมแพ้คิดจะทำอะไรสักอย่างต่อไป

ส่วนแม่อิ่มก็ให้พุดจีบไปจัดเตรียมต้นกัลปพฤกษ์ พุดจีบเดินไปเจอกาหลงพอดี พุดจีบดีใจที่กาหลงมาจึงชวนไปจัดต้นกัลปพฤกษ์ด้วยกัน บอกกาหลงว่า

“ก่อนพี่โชติเข้าโบสถ์ไปบวชพระ พี่โชติจะได้โยนผลกัลปพฤกษ์เป็นทานให้ชาวบ้าน ต้นกัลปพฤกษ์นี้คอยเตือนใจให้เราละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง...ละทิ้งกิเลสทั้งปวง และที่สำคัญไม่ให้เรายึดติดกับสิ่งใด ปล่อยทิ้ง ปล่อยวาง...การบวชถือว่าเราได้ตายจาก แล้วไปเกิดใหม่ในเส้นทางธรรม”

กาหลงฟังพุดจีบใจคิดถึงเรื่องของตัวเองนับแต่ถูกมั่นกับขาบจับมัดถ่วงน้ำจนกระทั่งรู้ตัวว่าตายแล้ว... กาหลงตกอยู่ในภวังค์ จนพุดจีบเรียกหลายครั้งจึงรู้สึกตัว พุดจีบถามว่าคิดอะไรอยู่

“ฉันคิดว่าจะเริ่มต้นบอกพุดจีบยังไงดี”

“กาหลงกับฉันก็รักกันหาใช่คนอื่น มีอะไรบอกมาเถอะ”

“ฉันจะแจ้งเรื่องของพี่โชติ...ฉันอยากให้พุดจีบ...” พูดได้แค่นั้น ชบาก็เข้ามาขัดจังหวะ กาหลงชะงัก ชบาบอกให้กาหลงพูดมาเถิด ตนเองก็อยากรู้ว่าพี่จะพูดอะไร กาหลงเปลี่ยนใจไม่อยากให้ชบารู้เรื่องนี้ ตัดบทบอกพุดจีบว่า “เอาไว้คราวหน้าเราค่อยคุยกัน ฉันขอตัวกลับเรือน”

ชบารบเร้าให้กาหลงพูดเสียตรงนี้ตนอยากรู้ว่ากาหลงรักหรือเกลียดตน พุดจีบถามว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชบาด้วยหรือ ชบาชิงตอบว่า “มันเป็นเรื่องของฉันกับพี่กาหลงโดยตรง!”

“พูดมาเสียเถอะ มันคงเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ ฉันต้องรู้เสียตอนนี้” พุดจีบพูดเสียจนกาหลงอึดอัดใจ เมื่อถูกทั้งพุดจีบและชบารุกเร้า กาหลงตัดสินใจบอกพุดจีบว่า

“แปรใจจากพี่โชติเถอะ”

ชบาโกรธที่กาหลงพูดเช่นนั้นเพราะเท่ากับตนต้องแต่งงานกับโชติ ตัดพ้ออย่างเสียใจว่ากาหลงไม่รักตน ประกาศ “พี่ไม่ใช่พี่สาวฉันอีกต่อไป!”

พุดจีบมองสองพี่น้องงงๆ กาหลงขอให้พุดจีบสัญญากับตนว่าจะยกเลิกแต่งงานกับโชติ พุดจีบไม่สัญญาจนกว่ากาหลงจะบอกความจริงว่าเหตุใดจึงต้องให้ตนถอยจากโชติ! ชบาโวยวายว่ากาหลงอยากให้ตนเป็นเมียโชติ ต้องการแก้แค้นที่ตนเคยยุให้แม่จับกาหลงแต่งงานกับโชติ พอรู้ว่าแม่จะยกตนให้โชติเลยยุส่งเพื่อตนจะต้องอยู่กินกับคนพรรค์นั้น!

ชบาตะโกนใส่กาหลงว่าเราไม่ใช่พี่น้องกันอีกต่อไป แล้ววิ่งหนี พุดจีบถามกาหลงว่ายังมีเรื่องอะไรปิดบังตน?

“ฉันไม่เคยคิดให้ชบาร่วมหอกับพี่โชติ ฉันไม่หมายให้พุดจีบหรือใครทั้งนั้นตกเป็นเมียมัน!”

พุดจีบรบเร้ากาหลงว่าให้บอกตนมาเดี๋ยวนี้ว่าโชติทำอะไรไม่ดี กาหลงมองหน้าพุดจีบ แล้วจึงตัดสินใจ...

ooooooo

โชติเดินตามหาพุดจีบ พอรู้ว่าคุยอยู่กับกาหลงก็เอะใจ มั่นกับขาบก็เข้ามากระซิบว่าไม้มาที่เรือน โชติสั่งให้มันไปเตรียมของ

ระหว่างนั้น แม่กลอยเข้ามาขอร้องโชติให้รับลูกสาวตนไว้ดูแลด้วยเถิด โชติมองหน้าแม่กลอยหัวเราะเยาะถามว่าแม่กลอยยังสติดีอยู่หรือ เพราะหัวคุ้งท้ายคุ้งรู้กันแซ่ว่าตนจะร่วมหอกับพุดจีบ แม่กลอยหน้ามืดถึงขั้นยินดีให้ชบาเป็นรองจากพุดจีบ

“ฉันสึกออกมาแล้วค่อยว่ากัน” โชติตัดบทแล้วผลุนผลันผละไป แม่กลอยมองตามพึมพำพอใจว่า

“แม้เป็นสองก็ใช่เบี้ยรองบ่อน” แล้วเดินยิ้มกริ่มเข้าไปล้อมวงกับชาวบ้านอย่างมีความสุข

เพชรอยู่ในวงชาวบ้าน ได้ยินแม่กลอยก็เจ็บปวดผิดหวัง คว้าไหเหล้าที่ชาวบ้านอุ้มผ่านมายกดื่มรวดเดียวหมดไห!

อบเชยยังรบเร้าให้ไม้ดื่มน้ำในขัน พอดีขาวตีระนาดจนคอแห้งเดินมาขอดื่มก่อน รับขันจากไม้ไปดื่มอั้กๆ เฟื้องตามมาด่าขาวว่าเห็นแก่ตัวเหลือให้ตนดื่มบ้าง แล้วแย่งไปดื่มจนหมด อบเชย เผื่อนและงามอ้าปากค้างห้ามไม่ทัน

“พ่อกินก็ถือว่าฉันกิน เรื่องบาดหมางจบกัน ฉันกลับล่ะ” ไม้บอกอบเชยแล้วเดินออกไป

ขาวกับเฟื้องดื่มน้ำผสมน้ำมันพรายเข้าไปก็คึก เพ้อหาอบเชยแย่งอบเชยจนทะเลาะกันเอง จันเห็นขาวก็ด่าว่าเฒ่าตัณหากลับ อบเชยถามจันว่าทำอย่างไรจึงจะแก้มนต์ได้

จันมีทีเด็ดแก้มนต์คือไม้หน้าสาม  ฟาดหลังขาวทีเดียวก็เดี้ยงลงไปนอนกองดิ้นกระแด่วกับพื้น แต่เฟื้องอาการหนักกว่า เลยถูกทั้งจันและเผื่อนกับงามรุมฟาดด้วยไม้หน้าสามหลายทีจึงหมดฤทธิ์

ooooooo

เพชรดื่มเหล้าเข้าไปหมดไหจนเมามาย พอเจอหน้าชบาก็เข้าไปด่าว่าไม่รักศักดิ์ศรียอมเป็นเมียสองเมียสามรองเขา ชบาจึงรู้จากเพชรว่าแม่กลอยยัดเยียดยกตกให้โชติ เดินอ้าวไปอย่างคับแค้นใจ

ส่วนกาหลงตัดสินใจจะเล่าความจริงที่ตนถูกโชติข่มเหงให้พุดจีบฟัง แต่ไม้เดินมาเจอ ไม้ถามว่ากาหลงมาทำอะไรตรงนี้ กาหลงบอกว่ามาช่วยงาน ไม้จึงชวนกลับเรือนกันเพราะไม่อยากอยู่เจอหน้าโชติให้เคืองใจ กาหลงจึงขอตัวกลับ

ระหว่างทาง ไม้ถูกโชติถือพานมาดักขอขมา มีแม่กลอย ผู้ใหญ่ช่วงและแม่น้อยตามมาช่วยขอให้ไม้ อโหสิกรรมให้โชติเพื่อให้โชติได้บวชอย่างไม่มีเรื่องติดขัดติดใจกัน ได้เข้าสู่พระธรรมอย่างสงบด้วยเถิด

กาหลงอโหสิ เพราะแม่กลอยให้คิดถึงบุญคุณที่ผู้ใหญ่ช่วงเคยช่วยเหลือ ไม้จำต้องให้อภัยเพราะคำขอของผู้ใหญ่กับแม่น้อย แม้ใจจะยังไม่ยอมก็ตาม จากนั้นชวนกาหลงกลับเรือน โขงเดินมากับจอกขอกลับไปด้วย

แต่พอจอกเห็นกาหลงเท่านั้น จากที่ยังร้องรำทำเพลงติดพันก็กลายเป็นหน้าถอดสี ตกใจ ตะโกนลั่น

“ผี!!”

กาหลงตกใจ ไม้เดินไปหาจอกบอกให้ดูดีๆ นั่นกาหลงเมียตน จอกก็ยังตะโกน “ผี!ผี!!ผี!!!”

ทุกสายตาจ้องมาที่กาหลง กาหลงถึงกับตัวสั่นกลัวถูกทุกคนจับได้ ไม้ยังพยายามบอกจอกให้ตั้งสติดีๆ มีผีที่ไหน จอกชี้หน้ากาหลงร้องว่า “ผี!!”

เพชรเดินมามองกาหลงอย่างผิดสังเกตที่สีหน้าตกใจกลัวมาก ส่วนแม่กลอยด่าจอกที่หาว่าลูกสาวตนเป็นผี จอกก็ยังชี้ไปที่กาหลงว่าเป็นผี โชติปรามให้หยุดเพราะนี่เป็นงานมงคลของตน จอกหันชี้หน้าโชติด่า “ผีห่า!”

ผู้ใหญ่ช่วงด่าจอกสั่งให้หยุดพูดไม่งั้นจะเล่นงาน คราวนี้จอกชี้หน้าผู้ใหญ่ตะโกนลั่น “ผีตายโหง!!” ถูกผู้ใหญ่ด่าไอ้ปากหมา ไม้บอกจอกให้กลับได้แล้ว พลางหันบอกกาหลงให้กลับไปก่อนตนจะช่วยโขงพาจอกกลับวัดก่อน

“จ้ะ...ฉันจะแวะไปหาชบาด้วย” กาหลงบอกแล้วมองไปที่เรือนผู้ใหญ่ช่วงแต่ไม่เห็นชบาอยู่ที่นั่นจึงเดินออกไป

เพชรมองตามกาหลงอย่างสงสัย ส่วนผู้ใหญ่บอกชาวบ้านให้กินให้อิ่มหนำพรุ่งนี้เช้าให้ไปช่วยกันแห่นาคเข้าโบสถ์  ชาวบ้านยิ้มแย้มยินดี วงดนตรีก็เริ่มบรรเลงต่อ แต่พุดจีบมองตามกาหลง เริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง

ที่มุมหนึ่งบนเรือน อบเชยส่งถุงเงินให้มั่นกับขาบสั่ง “เร่งไปจัดการให้ข้า!” ทั้งสองรับถุงเงินรับคำแล้วรีบไปอบเชยมองตามไปยิ้มอย่างพอใจในแผนการของตน

ooooooo

ตอนที่ 6

เพชรกลับมาที่เรือ ตรงไปรื้อของในหีบ มีห่อกำมะถัน ห่อดินประสิว และดินสอพอง เพชรหยิบกล่องหนึ่งขึ้นมาเปิดดู เขายิ้มพอใจที่ของยังอยู่

“พี่เพชร” กาเหว่าร้องเรียก แล้วเดินเข้ามาชะโงกดูถามว่า “มีอะไรในกล่องหรือ”

เพชรทำไขสือถามว่ากล่องอะไร กาเหว่ามือไวคว้าไปจะเปิด เพชรพูดขึงขังว่า “กงการอะไรเล่า!”

กาเหว่าบอกว่าอยากรู้ เพชรขู่ว่าดินประสิว เดี๋ยวติดเชื้อไฟได้ระเบิดทั้งลำเรือ กาเหว่าขวัญอ่อนรีบวางแล้วถอยห่างออกไป เพชรเห็นแล้วยิ้มขำๆ ถามกาเหว่าว่ามีธุระปะปังอะไรหรือถึงมาหาแต่เช้า

“ฉันเป็นห่วงว่าพี่จะอยู่ยังไง”

“ปะโถ...นึกว่าจะมาง้อให้ไปนอนเรือน” เพชรทำเสียงผิดหวัง กาเหว่าบอกว่าไม่ได้เดี๋ยวมือไวฉวยพี่สาวตนทำเมีย “ข้าไม่งามพอจะเป็นพี่เขยเอ็งรึ” เพชรถามแล้วเก๊กหล่อให้ดู กาเหว่าเหล่แล้วบอกว่า นับถือเป็นพี่ชายน่ะดีแล้ว เอะใจย้อนถามว่า

“รึพี่ชอบพอพี่ชบา?”

“คนรูปงามอย่างข้า ไม่เอาผู้หญิงร้ายกาจปากไวมือหนักมาเป็นเมียหรอกยุ่งใจตาย” กาเหว่าบอกว่าดีแล้วเพราะเขยของแม่ต้องเป็นลูกเศรษฐีอย่างพี่โชติ แม่ไม่สนใจพ่อค้าเร่ยากจนหรอก เพชรย้อนถามว่า “แล้วถ้าข้าไม่ใช่พ่อค้าเร่ เป็นลูกเจ้าใหญ่นายโต แม่เอ็งจะรับข้าเป็นเขยไหม”

“น้ำหน้าอย่างพี่เป็นลูกเจ้านาย...ฉันยอมให้เตะก้นสามที!” กาเหว่าหัวเราะเยาะ เพชรแอบนึกขำว่าได้เตะก้นกาเหว่าแน่ แล้วหัวเราะผสมโรงเบาใจที่กาเหว่าไม่ ได้สงสัยอะไรตนเลย

ระหว่างนั้น ชบาจะลงเรือน แม่กลอยถามว่าจะไปไหน ชบาทะเล้นบอกแม่ว่าจะไปหาผู้ชาย ทำเอาแม่กลอยสะดุ้งเฮือก ด่า “พูดจาบัดสีปาก! เป็นสาวเป็นนางรู้จักสงวนเนื้อสงวนตัวบ้าง”

“ฉันไม่ได้แล่นไปหาผู้ชาย ฉันไปตามหากาเหว่า จะเรียกไปถอนหญ้าในนา” ชบาพูดขำๆ แม่กลอยเร่งให้ไปตามมาไวๆมองตามชบาแล้วยิ้มพอใจ พูดกับตัวเองว่า

“ชบา...เอ็งโตเป็นสาวเต็มตัว ตรึกตรองดูแล้ว จะปล่อยให้ลอยไปลอยมาเสียไม่ได้ เห็นท่าต้องหาผัวให้จะดีกว่า”

ooooooo

พุดจีบยังติดใจคำพูดของโชติ รุ่งขึ้นถามแม่อิ่มว่าเมื่อวานโชติมาเรือนมีเรื่องอะไรหรือ

แม่อิ่มหันไปหยิบผ้าแพรสีสวยมาส่งให้ บอกว่าโชติเอามากำนัลลูก พุดจีบรับแพรแล้วส่งคืน บอกแม่ว่าตนมีหลายผืนแล้วส่งคืนโชติไปเถิด

“ได้อย่างไรกัน พ่อโชติเสียน้ำใจแท้เทียว ผ้าแพรจากเมืองจีนใช่จะหาซื้อได้ง่ายดาย”

พุดจีบไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีก ถามแม่ว่าสายแล้วนวลยังไม่ยกสำรับมาอีกพลางจะลุกไปเร่ง

“อย่าริหนีหน้าแม่ แม่มีความสำคัญจะคุยด้วย” แล้วแม่อิ่มก็บอกว่า เมื่อวานโชติมาบอกว่าชอบพอลูก พุดจีบตกใจ  แม่อิ่มแจ้งอีกว่า “พ่อโชติจะให้ผู้ใหญ่ช่วงมา ทาบทามสู่ขอตามประเพณี ลูกคิดเห็นอย่างไร”

“ลูกไม่พร้อมจะออกเรือนจ้ะ”

“พุดจีบบบ...แม่เองนับวันจะแก่เฒ่า แม่อยากอุ้มหลาน แล้วที่สำคัญลูกควรมีชายคนรักคอยดูแลได้แล้ว”

พุดจีบบอกว่าตนไม่ได้รักใคร่ชอบพอโชติ แม่เองก็รู้ชื่อเสียงของโชติดี แม่อิ่มแก้ต่างว่าคนเราเปลี่ยนแปลงได้

“ก่อนหน้าพี่โชติรักกาหลง เห็นยุ่งใจทำทุกอย่างเพื่อแย่งกาหลง แล้วเหตุใดมื้อนี้แปรใจมารักลูก?”

“พ่อโชติยอมรับว่า กาลเวลาผ่านมา หลงผิดจิตเสน่ห์กาหลงหาใช่ความรัก พ่อโชติหลงใจได้ปลื้มลูกมานานแล้ว ในบ้านบัวสีก็หามีใครฐานะเทียบเท่าพ่อโชติ ลูกทั้งสองเหมาะสมกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก”

“ลูกไม่อยากร่วมหอกับพี่โชติ!”

“ลูกยังรักปักใจกับไอ้ไม้งั้นรึ?”

พุดจีบไม่อยากตอบเรื่องนี้ เปลี่ยนเรื่อง บ่นว่าทำไมนวลยังไม่ยกสำรับมาเสียที แล้วลุกไปเร่ง

แม่อิ่มมองตามพุดจีบ นึกไม่พอใจ แต่ไม่ละความพยายาม คิดหาทางที่จะหว่านล้อมให้พุดจีบยอมแต่งกับโชติต่อไป

พุดจีบไม่ได้ไปเร่งนวล แต่ไปยืนร้องไห้เสียใจที่แม่อิ่มจะบังคับให้แต่งงานกับโชติ พอนวลมาตามบอกว่ากับข้าวพร้อมแล้ว พุดจีบรีบปาดน้ำตาแล้ววิ่งออกไปเลย

พุดจีบไปยืนร้องไห้ที่บริเวณทุ่งนา พึมพำอย่างปวดร้าวใจ...

“แม้ใจฉันรักพี่ไม้ ฉันก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้... ฉันขอครองโสด สุขใจกว่าร่วมหอกับชายที่ฉันไม่รัก”

พอตัดสินใจแล้ว พุดจีบปาดน้ำตาจะเดินกลับ พลันก็ชะงัก เมื่อเห็นเหมือนมีใครอยู่ที่ต้นไทร...

ooooooo

ไม้เข้าไปหยอกกาหลงในครัวประสาข้าวใหม่ปลามัน กาหลงบอกไม้ให้ไปรอก่อนเดี๋ยวตำน้ำพริกเสร็จจะได้กินกัน

“พี่จะแวะไปเยี่ยมไอ้จอกมันก่อน ไม่ได้เจอะหน้านานวันแล้ว”

กาหลงเองก็เป็นห่วงอยากไปเยี่ยมจอกด้วย บอกไม้ให้ล่วงหน้าไปก่อน ทำกับข้าวเสร็จจะได้แบ่งไปฝากจอกด้วย

ไม้เดินผิวปากสบายใจจะไปหาจอกที่วัด แต่เหลือบเห็นพุดจีบกำลังเดินมุ่งหน้าไปทางต้นไทรงาม นึกสนุกอยากหยอกพุดจีบจึงค่อยๆย่องไปหา

พุดจีบเดินไปใกล้ต้นไทร พอเงยหน้ามอง เธอช็อกยืนตัวสั่นก้าวขาไม่ออก พอดีไม้มาถึง ทักหยอก...

“ผีสางนางใดมาสถิตอยู่ ณ ที่นี้หนอ?” แล้วไม้ก็ตกใจเมื่อเห็นพุดจีบยืนตัวสั่นงั่กๆ ไม้เรียก “พุดจีบ!”

“พี่ไม้ช่วยฉันด้วย...ช่วยด้วย!” พุดจีบโผเข้าหาไม้ไม่ทันถึงตัวก็เป็นลม ไม้ช้อนร่างไว้ทัน นั่งประคองถาม

“พุดจีบเป็นอะไร?” ไม้มองขึ้นไปที่ต้นไทร ตกใจตาค้าง เมื่อเห็นร่างปองถูกรากไทรมัดข้อเท้าห้อยหัวลงมา!

ไม้อุ้มพุดจีบไปที่เถียงนา กาหลงถือห่อข้าวจะไปฝากจอกที่วัด เห็นเข้าพอดี กาหลงชะงักเขม้นมองอย่างแปลกใจ อดหวั่นใจไม่ได้กับภาพที่เห็น

ไม้อุ้มพุดจีบวางบนเถียงนา หาใบไม้มาพัดวีให้สบายตัว ครู่หนึ่ง พุดจีบรู้สึกตัวพอลืมตาเห็นไม้นั่งพัดวีอยู่ เธอผวากอดไม้ไว้แน่นร้องไห้อย่างหวาดกลัว

“พี่ไม้...ช่วยฉันด้วย...ช่วยฉันด้วย...”

“พุดจีบไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่แล้ว พี่อยู่เคียงเอ็ง...” ไม้ลูบหัวปลอบใจ พุดจีบซบหน้ากับอกไม้กอดไว้แน่น ซุกหน้าพูดอย่างขวัญเสียถึงสิ่งที่ได้เห็น จนไม้ต้องบอกว่า “หลับตาแล้วลืมมันเสีย” เมื่อพุดจีบทำตาม ไม้บอก “ครานี้ค่อยๆลืมตามองพี่...” เมื่อพุดจีบทำตาม ไม้ยิ้มให้บอกว่า “ไม่มีอะไรน่ากลัวสักนิด”

กาหลงมายืนอยู่ข้างหลังไม้ ถามว่าพุดจีบเป็นอะไรหรือ ไม้ตอบแทนว่า

“พุดจีบเห็นศพปองถูกแขวนที่ต้นไทร ตกใจเป็นลมล้มพับ...”

“เหรอจ๊ะ ปองเป็นอะไรตาย” กาหลงข่มเสียงให้เป็นปกติ ไม่มีใครตอบได้ ไม้บอกกาหลงให้พาพุดจีบกลับเรือนเสีย ตนจะเร่งไปจัดการเรื่องศพ ปลอบพุดจีบว่า...

“หายสะดุ้งใจได้แล้วนะ กาหลงอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”

กาหลงมองตามไม้อย่างไม่สบายใจที่ห่วงใยพุดจีบมาก พอหันมาก็เห็นพุดจีบยิ้มให้อย่างอุ่นใจที่มีเพื่อน

ooooooo

ไม่นาน เมื่อชาวบ้านมาเห็นศพปองก็ตะโกนบอกกันโหวกเหวก ครู่เดียวชาวบ้านก็มาออกันเต็ม รวมทั้งมั่นกับขาบด้วย แต่ทั้งสองไม่กล้าเข้าไปเพราะตัวเองมีคดีอยู่กลัวถูกจับส่งตำรวจ

ที่วัด จอกอาการดีขึ้นแล้ว ถูกโขงกับขาวและจัน จับให้มาตีระนาดทดสอบ จอกก็ตีได้ตามทำนองอย่างแม่นยำ

จู่ๆเฟื้องก็วิ่งหน้าตั้งมาบอกว่าไอ้ปองตายเป็นผีแล้ว จอกตกใจผวาเฮือกร้องลั่น “ผี!!”

เวลาเดียวกัน มั่นกับขาบก็วิ่งกระหืดกระหอบไปหาโชติที่กระท่อมของสิง ไปถึงก็ร้องไห้คร่ำครวญ

“พี่โชติช่วยพวกฉันด้วย ฉันไม่อยากตาย!!” โชติฉุนผลักมั่นออกถามว่าอะไรกัน ขาบโผเข้าหาบอกว่า ปองถูกฆ่าตายแล้ว

“ใครฆ่ามัน?” โชติถามแล้วโพล่งออกมาเอง “ไอ้ไม้!!”

ooooooo

ศพของปองถูกนำมาที่วัดมีผ้าคลุมถึงคอ ไม้มาถึงเดินตรงไปที่ศพของปอง สัปเหร่อขาววิ่งเข้ามาขอร้อง...

“ไม้...โกรธเกลียดกันก็อย่าทำร้ายผี วิญญาณมันไม่สงบสุข!”

มือของไม้ที่กำหมัดแน่นค่อยคลายออก ยกมือลูบปิดตาปองให้หลับลง พวกขาวพากันโล่งใจ

“มันได้รับกรรมที่ทำไว้แล้ว ฉันอโหสิกรรมให้” ไม้พูดแล้วชักผ้าคลุมหน้าศพปอง

เฟื้องพึมพำอย่างทำใจไม่ได้ว่าใครมันช่างโหด เหี้ยมแรงนักหนาฆ่ากันผิดมนุษย์มนา ขาวบอกว่ามันไม่ใช่คน ทุกคนตกใจร้อง “ผี!!”

พอดียายมากับตาสรเดินแหวกชาวบ้านเข้ามา  ตาสรบอกทุกคนว่า “ข้ารู้ข้าเห็นว่าใครฆ่ามัน” ยายมาผสมโรงถามว่ารู้แล้วทำไมไม่บอกกัน “เรื่องราวมันน่าสยองพองขน จนข้ากระดากไม่กล้าเล่าให้เอ็งฟัง”

“ตาสร...เรื่องราวเป็นมาอย่างไร” ไม้ถาม

ตาสรนั่งตัวตรงหน้าเชิดเป็นไข่แดงอยู่กลางวง อย่างพร้อมจะไขปัญหาที่ทุกคนอยากรู้มาก

“เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้...ข้าออกไปแทงกบ ข้ายกฉมวกแทงลงไป! เสียงกบมันร้องซะลั่น ตัวใหญ่แท้เชียว”

ทุกคนจ้องหน้าตาสรเขม็ง ตาสรเล่าต่อว่า พอดึงฉมวกขึ้นมาไม่มีกบติดปลายฉมวกแต่มีเสียงร้อง “อย่า... ช่วยด้วย!!” ตาสรเล่าอย่างตื่นเต้นว่า ตนเลยทิ้งทุกอย่างวิ่งไปดูว่าเสียงใครร้อง วิ่งๆๆแล้วก็ล้ม ลุกขึ้นวิ่งต่อ ล้มอีก ลุกขึ้นวิ่งต่ออีก!

“เอ็งล้มอีกครั้งเดียว พวกข้ากระทืบซ้ำ” ขาวพูดแทรกขึ้นเมื่อตาสรทำท่าจะล้มอีก

“ไม่ล้มจ้ะ...แล้วข้าก็วิ่งไปถึงต้นไทรงาม...ข้าแทบไม่เชื่อสนิท สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าข้า...มีหญิงนางหนึ่งยืนหันหลังเส้นผมของนางสยายยาว...ยาวๆๆ แล้วรัดคอไอ้ปอง!! แล้วกระชากร่างไอ้ปองแขวนไว้บนต้นไทร ข้าตกใจร้องเสียงหลง ผู้หญิงนางนั้นมันก็หันหน้ามาหาข้า!!”

“มันเป็นใคร?” ทุกคนถามพร้อมกัน

“ข้าตกใจตื่น” ตาสรพูดหน้าตาเฉย โดนเฟื้องยันเข้าเต็มเท้าแทบหงายหลัง ถามว่าที่เล่ามาทั้งหมดเป็นความฝัน? ตาสรตอบ “จ้ะ” เลยถูกขาวด่าว่าหลอกให้ฟังอยู่ตั้งนาน ไอ้เสียชาติเกิด ตาสรยังยืนยันว่า “ถึงเป็นความฝัน แต่มันก็เป็นจริง  ข้าฝันว่าไอ้ปองตาย ไอ้ปองก็ตาย มันต้องเป็นเรื่องจริง”

ไม้ถามว่าแล้วผู้หญิงในความฝันรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ตาสรบอกว่าไม้รู้จักดี แล้วเฉลย

“จำปา!! มันต้องเป็นผีนังจำปา”

โขงฉุนบอกตาสรให้หยุดใส่ความคนรักของตน เมื่อจำปาตายไปแล้วก็ขอให้อยู่อย่างสงบสุขเถอะ แต่ขาวเชื่อว่าคราวก่อนจำปาสิงตนมาเตือนบางอย่าง  แต่พวกโขงไม่ฟังมันก็เลยเล่นงานปองแทน

“ข้าเชื่อผัวข้า คนที่ฆ่าไอ้ปองคือผีจำปา!” จันยืนยัน

ขณะนั้นเอง โชติกับสิงแหวกชาวบ้านเข้ามาด่าขาวว่าอย่าโยนความผิดให้ผี ชี้หน้าไม้ประกาศว่า คนที่ฆ่าปองคือไม้ ทั้งยังอ้างว่า “ชาวบ้านรู้ให้แซ่กันทั้งบาง ว่าเอ็งหมายเอาหัวไอ้ปอง”

“ใช่ ข้ายอมรับว่าอยากฆ่ามันและน่าเสียดายที่มันตายก่อนถึงมือข้า หากได้ปะหน้าไอ้คนทำ ข้าอยากขอบน้ำใจมันนัก”

โชติชี้หน้าไม้ว่าเลิกเล่นลิ้นทำไขสือ ตนไม่ยอมให้ลูกน้องตายเปล่า แล้วเข้าต่อยไม้ทันที สิงเข้ารุม โขงเลยเข้าช่วยไม้

แต่ขณะกำลังตะลุมบอนกันนั่นเอง ผู้ใหญ่ช่วงก็เข้ามาพร้อมลูกน้องสองคน ตวาดลั่น

“หยุดได้แล้ว!!” พอทุกคนหยุด ผู้ใหญ่ประกาศแก่ทุกคนว่า “คนที่ฆ่าไอ้ปองคือขุนหวาด!!”

ทุกคนแปลกใจ มองหน้าผู้ใหญ่ช่วงเป็นตาเดียว

ooooooo

กาหลงดูแลพุดจีบอยู่ที่เถียงนา พุดจีบอาการดีขึ้น กาหลงจะไปต้มยาให้กิน พุดจีบห้ามไว้ บอก กาหลงว่า

“เหตุครั้งนี้พานให้ฉันคิดถึงคราวที่จำปาถูกแขวน คอ...จะเป็นไปได้ไหมที่ผีจำปาจะเล่นงาน?” เห็นกาหลงนิ่งอึ้ง พุดจีบถาม “กาหลงคิดเห็นอย่างไร ฉันคิดว่าผีจำปาอาฆาตแค้นปอง”

กาหลงติงว่าพุดจีบฟังขาวเล่าเรื่องผีมากเกินไปถึงได้คิดเป็นตุเป็นตะ เพราะหากผีมีอยู่จริง เหตุใดตนไม่เคยพบเห็นพ่อเลย หรือพุดจีบเคยเห็นพ่อตัวเอง พุดจีบส่ายหน้า กาหลงรวบรัดตัดความว่า

“นั่นปะไร คนตายก็ต้องไปผุดไปเกิด วิญญาณไม่สามารถอยู่ได้หรอก” พุดจีบถามว่าแล้วกาหลงคิดว่าใครฆ่าปอง? “ฉันไม่รู้ คงเป็นกรรมเวรเข้าแทรก ใครที่ทำชั่ว ก็ต้องได้รับผลกรรม ไม่มีใครหนีพ้นความผิดที่ก่อไว้ได้”

พุดจีบพยักหน้าอย่างคล้อยตาม...เมื่อกาหลงพา

พุดจีบไปส่งเรือน พุดจีบบอกเพื่อนรักว่า

“กาหลงหายเคืองใจฉันเถอะ ฉันบริสุทธิ์ใจ มิคิดอะไรกับพี่ไม้” กาหลงยอมรับว่าตนคับใจทุกครั้งที่เห็นพุดจีบอยู่กับไม้ พุดจีบถามว่า “แล้วจะมีหนทางใดที่ฉันจะทำให้กาหลงอุ่นใจ?”

“พุดจีบออกเรือนเสียเถิด”

เป็นคำตอบที่ทำให้พุดจีบอึ้ง...พูดไม่ออก

ooooooo

ที่ป่าช้า...ผู้ใหญ่ช่วงเร่งให้ขุดหลุมฝังศพปองให้เสร็จก่อนมืดค่ำ ไม้กับโขงเดินตามไปบอกผู้ใหญ่ว่าตนไม่เชื่อว่าขุนหวาดจะเป็นคนฆ่าปอง

“ข้าบอกแล้วไง พวกมันบุกเข้ามาในหมู่บ้านหวังจะปล้นทรัพย์ แต่ปองมันเข้าไปขวาง ขุนหวาดจึงจับมันฆ่าทารุณ”

ไม้ดักคอว่าผู้ใหญ่พูดอย่างกับตาเห็น โขงก็บอกว่าตนไม่ได้ยินชาวบ้านโวยวายว่าโดนปล้น เห็นท่าจะกุเรื่อง

“พวกเอ็งหาว่าพ่อข้าพูดปดงั้นรึ!” โชติชี้หน้าตะคอก

“เอ็งรู้เห็นยังไง ในเมื่อมันบุกเรือนข้า ข้าไล่จับมันออกไปนอกหมู่บ้าน แต่พลาดท่ามันหนีไปได้ ข้าเพิ่งกลับมาก็เห็นพวกเอ็งท้าตีท้าต่อย เข้าใจผิดเรื่อง หยุดใส่ความผีกันเถอะ!” ผู้ใหญ่ปราม

“มันคงจริงอย่างพ่อผู้ใหญ่อ้าง...คนน่ากลัวกว่าผี!” ไม้พูดประชดในทีแล้วจะเดินออกไป ได้ยินช่วงพูดไล่หลังว่า “หวังว่าเอ็งไม่ลืมเรื่องที่ขุนหวาดมันฆ่ายกครัวเอ็ง!” แล้วสั่งลูกน้องให้เร่งขุดหลุมฝังศพปองก่อนเดินออกไปกับโชติและสิง

หารู้ไม่! ขุนหวาดมาซุ่มฟังอยู่ ได้ยินที่ผู้ใหญ่พูดทั้งหมด!

แต่พอกลับถึงเรือน โชติติงพ่อว่า ขุนหวาดไม่ได้บุกเรือน มันไม่ได้ฆ่าไอ้ปอง ก็ถูกผู้ใหญ่ตบหน้าถามว่าเมื่อไรจะมีสมองเอาตัวรอดได้เสียที สักแต่ใช้กำลัง โชติถามว่าแล้วใครฆ่าปอง?

“ข้าไม่สนว่ามันตายด้วยเหตุใด มันเองก็เป็นหนามตำตีนเอ็ง ไอ้ปองช่างตายได้จังหวะปะเหมาะ” โชติถามว่าพ่อกุเรื่องเสือหวาดเพื่ออะไร? “ข้าเข้าเมืองไปรับฟังข่าวทางการปกครองวิเศษไชยชาญตั้งรางวัลค่าหัวขุนหวาดมากโข ข้าจะใช้โอกาสนี้ใส่ไฟใส่ความ มันยุให้ไอ้ไม้จัดการกับไอ้มหาโจรที่ฆ่าพ่อแม่มัน แล้วข้าจะเอาหัวมันไปขึ้นรางวัล”

“ฉันจะช่วยพ่ออีกแรง ฉันจะจับไอ้ขุนหวาดมาให้พ่อ!” โชติฮึกเหิมขึ้นมา

“อย่าดีแต่ปาก...ทำให้ข้าเห็น!” ช่วงพูดแล้วลุก

เดินไป โชติมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จให้พ่อได้ภูมิใจ

ฝ่ายขุนหวาดแอบฟังผู้ใหญ่ช่วงแล้วกลับไปใน ป่า ประกาศกับลูกน้องว่า

“พวกเอ็งเตรียมอาวุธให้พร้อม คืนนี้ข้าจะบุกปล้นบ้านบัวสี” ลูกน้องถามว่าตั้งใจจะปล้นบ้านอื่นทำไมเปลี่ยน ใจ “ไอ้ช่วงมันโยนความผิดให้ข้า ข้าจะเล่นงานมันให้สำนึก! ข้าจะบุกปล้นเรือนมัน!!” ขุนหวาดประกาศจะเอาคืนช่วง

ooooooo

พุดจีบยังครุ่นคิดถึงเรื่องที่ได้คุยกับกาหลงก่อนแยกจากกัน กาหลงขอให้พุดจีบอยู่ห่างจากไม้ พูดดักคอว่า คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่พุดจีบจะให้ตนได้

“สิ่งใดที่ทำให้เพื่อนฉันสุขใจ ฉันยอมทำได้เสมอ” พุดจีบตอบยิ้มๆ

เช่นเดียวกัน กาหลงกลับมานั่งเศร้าที่ท่าน้ำเรือนตัวเอง รู้สึกผิดที่พูดกับพุดจีบอย่างนั้น แต่ก็พึมพำว่า

“คะเนว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุด...ฉันต้องตัดไฟแต่ต้นลม” แล้วก็คิดถึงไม้ว่าทำไมป่านนี้ยังไม่กลับจากวัด?

ไม้คิดไม่ตกว่าทำไมจอกจึงไม่หาย เพราะรดน้ำมนต์ก็แล้ว กินยาหม้อก็แล้ว ตัดสินใจจะต้องหาความจริงให้ได้ ลุกพาจอกออกจากวัด โขงถามว่าจะพาจอกไปไหน ไม้บอกว่า “ข้าอยากรู้ความจริง” โขงจึงตามไปด้วย

ไม้พาจอกไปที่บึงบัว บอกโขงว่า อยากรู้ว่าก่อนจอกจะสติฟั่นเฟือน จอกเห็นอะไรถึงได้เป็นอย่างนี้ แต่พอหันมาอีกที ปรากฏว่าจอกหายไปแล้ว! ทั้งสองตามเจอ จอกเอาดอกไม้ทัดหู ร้องเพลงที่ร้องเมื่อวันก่อน โขงบอกไม้ว่า

“วันนั้นมันก็ร้องเพลงนี้แหละ ก่อนที่จะลงเรือไปเก็บบัว”

ไม้เริ่มได้ข้อมูลว่าจอกมาเก็บบัว รู้จากโขงอีกว่า

“ฉันกับมันลงเรือมาเก็บดอกบัวที่กลางบึง ฉันให้มันเก็บมันก็พิรี้พิไร ฉันหมั่นไส้ถีบมันตกน้ำ!”

“ตกน้ำ!” ไม้พึมพำ โขงถามว่าจะให้ถีบจอกลงน้ำไหมจะได้รู้ว่าจอกเห็นอะไร แล้วหันไปเรียกจอกให้ลุกขึ้น จอกกลัวอย่างเห็นได้ชัด ไม้ร้องห้าม “อย่า สติมันไม่สมประดี ประเดี๋ยวจะจมน้ำตาย...มันอาจจะมีอะไรใต้น้ำ ฉันจะลงไปดูเอง” จอกจับมือไม้ส่ายหน้าห้าม ไม้บอกว่า “เอ็งไม่ต้องห่วง ข้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้า จะได้ช่วยเอ็งได้”
ไม้ถอดเสื้อกระโดดจากเรือดำลงในบึงบัวทันที

เวลาเดียวกัน กาหลงเห็นไม้ยังไม่กลับเรือนจึงไปตามที่วัด แต่เพราะตนไม่ใช่คนจึงไม่กล้าเข้าไป แต่พอตัดสินใจจะก้าวเข้าไป พลันก็ชะงักเมื่อรับรู้ได้ว่าไม้กระโดดลงบึงบัว! กาหลงตกใจมาก กลัวไม้จะรู้ความจริงของตน

ooooooo

ไม้ดำลงในบึงบัว แหวกว่ายมองหาไปรอบตัว เห็นเงาดำอยู่หลังกอบัว ไม้ว่ายเข้าไป เงาดำอยู่ใต้น้ำแต่มีกอบัวคั่นอยู่ ไม้ตัดสินใจแหวกกอบัว...

ทันใดนั้น มีมือหนึ่งเอื้อมมาจับมือไม้ไว้ กาหลงนั่นเอง! กาหลงดึงไม้ว่ายขึ้นผิวน้ำ เงาดำที่ยังลอยอยู่ใต้น้ำ...คือซากของกาหลงนั่นเอง!

ขึ้นจากบึงมาแล้ว ไม้ถามกาหลงว่าดำน้ำลงไปทำอะไร

“ฉันผ่านมาเจอโขงกับจอก ซักถามรู้ว่าพี่ดำน้ำลงไป” ไม้บอกว่าอยากรู้ว่าจอกไปเจอะอะไรถึงได้กลัวนักกลัวหนา “มันเป็นเช่นนั้นน่ะสิ ฉันถึงไม่อยากให้พี่มาที่นี่ จำปาตายไม่ไกลจากตรงนี้ พี่ปองก็เพิ่งตาย มีแต่เรื่องร้ายๆ ฉันหวั่นใจกลัวจะเกิดเหตุร้ายกับพี่”

ไม้ซึ้งใจความห่วงใยของกาหลง บอกว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเลย เพราะเป็นบึงที่เราสองคนเคยดำว่ายด้วยกันมาตั้งแต่เล็ก

“ยังไงก็แล้วแต่...ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีเลย ฉันขอนะพี่อย่าได้แวะเวียนมาแถวนี้อีก คิดเสียว่าทำเพื่อฉัน”

“เมื่อเอ็งขอมีหรือพี่ให้เอ็งไม่ได้...แล้วนี่โขงกับจอกล่ะ”

“ฉันให้โขงพาจอกกลับวัดแล้วจ้ะ พี่เองก็กลับเรือนเถอะนะ”

ไม้พยักหน้า ประคองกาหลงพากันกลับเรือน

ooooooo

ที่ป่าช้า...สัปเหร่อขาวทำพิธีแล้วบอกลูกน้องผู้ใหญ่ช่วงให้ยกศพปองลงหลุม

“อย่าเพิ่งจ้ะ” เพชรเดินเข้ามาท่ามกลางความ แปลกใจของชาวบ้าน เพราะไม่มีใครเคยเห็นหน้า จนกาเหว่าต้องแนะนำว่า

“เขาชื่อเพชร เป็นพ่อค้าขายเครื่องยา มาจากลพบุรี”

เพชรแย้งว่าจันทบูร ขาวถามว่าตกลงมาจากไหนกันแน่ เพชรจึงชี้แจงว่า

“ฉันเป็นพ่อค้าเร่ก็ล่องเรือไปทั่วล่ะจ้ะ...แล้วพี่เขาเป็นอะไรตาย” เพชรเปลี่ยนเรื่องเข้าเป้าหมายของตน ขาวบอกว่ามันไม่หายใจแล้วหัวเราะขำมุกตัวเอง แต่เพชรไม่ขำด้วย ติติงว่า “สัปเหร่อคงอยู่กับศพจนชาชินไม่เศร้าเสียใจก็น่าจะให้เกียรติคนตายบ้าง” ทำเอาขาวหัวเราะค้างไปเลย

เพชรมองศพอย่างพินิจพิจารณา ในขณะที่ขาวก็เล่าเรื่องปองให้ฟังว่า

“มันถูกขุนหวาดจับมัดเท้าแขวนไว้ใต้ต้นไทร เลือดตกหัวตาย น่าอนาถนัก ไอ้ขุนหวาดจัญไร ช่างโหดเหี้ยมนักแล”

“ถูกเชือกรัดคอตาย!” เพชรเข้าไปดูใกล้ๆชี้ให้ขาวดูว่า “ดูนี่สิ...คอมีรอยรัดเลือดคั่ง” ขาวพยักหน้าว่าจริง เพชรถามอีก “พี่เขาถูกรัดคอแล้วเอาไปแขวนไว้?” ขาวบ่นว่าซักได้ซักดีราวกับเป็นตำรวจหัวเมือง
เพชรพูดออกตัวว่า “ฉันก็พูดตามประสา เคยล่องเรือขายของในเมือง ได้ยินตำรวจคุยโวอยู่บ้าง”

ชบา กาเหว่า ฟังเพชรอย่างสนใจแกมสงสัย พอใกล้ค่ำกาเหว่าจับมือชบาชวนกลับดีกว่าตนกลัว ขาวจึงหันไปบอกลูกน้องผู้ใหญ่ว่าให้ยกลงหลุมได้แล้ว

เพชรเดินกลับมากับกาเหว่า ชบาเดินมาขวางอย่างนักเลงถามว่า

“บอกมานะ นายเป็นใคร” กาเหว่าตอบแทนว่าพ่อค้าไง ชบาเอ็ดน้องว่า “เอ็งไม่เกี่ยว บอกมาสิเออว่าเอ็งเป็นใครถึงได้รู้โน่นรู้นี่?”

“ฉันเป็น...” เพชรทำเป็นนึก “หมอดูไง ฉันถึงรู้ไปเสียทุกเรื่อง รู้ด้วยว่าเมื่อตะกี้มีใครบางคนแอบฟังฉัน”

ชบาตกใจโทษว่ากาเหว่าเป็นคนบอก เพชรพูดขำๆ ว่าก็ยืนโผล่มาเต็มตัวเสียขนาดนั้น มื้อหน้าจะแอบฟังก็ซ่อนตัวเสียให้มิดชิด ชบาถูกจับได้เสียหน้า หันชวนกาเหว่ากลับเอาดื้อๆ

พอกาเหว่ากับชบาแยกไปแล้ว เพชรพึมพำหน้าขรึม

“ขุนหวาดฆ่าอย่างนั้นรึ?”

ooooooo

ที่กระท่อมของสิง...ขาบเห็นมั่นหอบเสื้อผ้าจะออกไป ก็โดดขวางถามว่าจะไปไหน

“ข้าไม่อยู่แล้ว ข้าไม่อยากตายอย่างไอ้ปอง นังจำปาต้องฆ่ามัน” ขาบบอกว่าพ่อผู้ใหญ่บอกว่า ขุนหวาดเป็นคนฆ่า มั่นส่ายหน้าดิก “จะผีหรือคน ข้าไม่สน ข้ากลัวตาย!”
มั่นไม่ทันออกไป โชติกับสิงก็เดินเข้ามา โชติสั่งเหี้ยม

“พวกเอ็งต้องอยู่ที่นี่ ช่วยจับไอ้ขุนหวาดให้ได้ ข้าจะเอาความดีความชอบให้เอ็งพ้นผิดเรื่องกาหลง เอ็งจะได้อยู่อย่างสบายตัว ไม่ต้องหลบซ่อน ไอ้ไม้ก็ทำอะไรเอ็งไม่ได้อีก”

ทั้งมั่นและขาบคลายกังวล ขาบเสนอตัวทันที “พี่จะให้ฉันทำอะไร สั่งการมาได้เลย”

โชติยิ้มพอใจ หมายมาดว่าครั้งนี้จะพิสูจน์ฝีมือให้พ่อประทับใจ พูดกับตัวเองอย่างฮึกเหิม...

“พ่อต้องมั่นใจในตัวฉันเสียที!!”

ooooooo

ขุนหวาดนำกำลังไปซุ่มที่บ้านผู้ใหญ่ช่วงเห็น ลูกน้องผู้ใหญ่ 4–5 คน จึงคบไฟระแวดระวังอยู่หน้าเรือน

ขุนหวาดรู้ว่าเสียท่าแล้ว จุดส่งสัญญาณให้ลูกน้องถอย บอกลูกน้องว่า

“พลาดบุกเรือนมันก็ไปลวงบุกเรือนอื่น ลูกบ้านเสียทรัพย์ ตัวมันเป็นผู้ใหญ่บ้านก็เหมือนถูกลบหน้า!!” ขุนหวาดบอกลูกน้อง แต่ยังไม่บอกว่าจะไปบุกเรือนใด

ขุนหวาดพาลูกน้องควบม้าผ่านเรือนกาหลง ไม้อาบน้ำอยู่แอบดูอุทาน “ไอ้ขุนหวาด!!”

ปรากฏว่า ขุนหวาดบุกปล้นบ้านแม่อิ่ม!

พวกขุนหวาดบุกขึ้นเรือน สั่ง “ขนเงินทองมาให้สิ้น!” แล้วต่างถือดาบตะลุยเข้าไปค้นทรัพย์สินในเรือน

แม่อิ่มเปิดประตูออกมาเจอโจรบุกปล้น ตะโกนบอกพุดจีบให้รีบหนีไป ลูกน้องขุนหวาดดึงตัวแม่อิ่มผลักล้มและจับมัดไว้รวมกับพวกบ่าว

นวลตกใจวิ่งไปหาพุดจีบด้วยความเป็นห่วง ถูกกระชากล้มลงตรงหน้าห้อง พุดจีบจะเข้าไปช่วย ถูกขุนหวาดจับตัวไว้ พอเห็นหน้าก็แสยะยิ้ม

“งามแท้แม่เอ๊ย..เห็นท่าจะได้เมียเสียแล้ว” หันตะโกนสั่งลูกน้อง “พวกเอ็งเร่งขนเงินขนทองไปให้สิ้น!”

พุดจีบตะโกนให้ปล่อยตน นวลลุกขึ้นมาคว้าไม้จะเข้าไปช่วยพุดจีบ แต่ถูกขุนหวาดจับไม้ไว้กระชากไม้ไปฟาดนวลจนทรุดกองกับพื้น นวลแกล้งทำเป็นหมดสติ ขุนหวาดจะลากพุดจีบออกไป พุดจีบดิ้น ถูกมันตบจนสลบแล้วจับแบกออกไป

นวลที่แกล้งสลบ ลุกขึ้นวิ่งหนีลงเรือนทันที

เมื่อกวาดทรัพย์สินได้แล้ว ขุนหวาดสั่งถอยเจอไม้ถือดาบมาขวาง ยืนผงาดประกาศกร้าว

“ไอ้ขุนหวาด! กล้านักเทียว วางเงินทองลง แล้วคืนพุดจีบมา!”

ขุนหวาดส่งสัญญาณลูกน้องให้จัดการไม้ ลูกน้องกรูกันเข้ารุม ไม้ต่อสู้เต็มกำลัง

นวลวิ่งไปที่เรือนผู้ใหญ่ เจอโชติก็ละล่ำละลักบอกโชติว่าขุนหวาดบุกปล้นและจับตัวพุดจีบไป บอกโชติให้เร่งแจ้งผู้ใหญ่ด้วย

“ไม่ต้อง...ข้าจัดการเอง” โชติสั่งสิง มั่น และขาบ “พวกเอ็งตามข้ามา!”

โชติและลูกน้องวิ่งออกไป ผู้ใหญ่ช่วงยืนมองอยู่บนเรือน สีหน้าไม่พอใจที่โชติจัดการไม่บอกตน

ไปถึงเรือนพุดจีบ โชติสั่งพวกขุนหวาด “หยุดนะไอ้มหาโจร!! ปล่อยตัวคนรักของข้า!”

“อยากได้ก็ต้องแลกด้วยหัวเอ็ง!!” ขุนหวาดท้าทาย โชติกระโจนเข้าสู้กับขุนหวาด ลูกน้องโชติกับไม้ต่อสู้กับลูกน้องของขุนหวาด

กาหลงอยู่ที่เรือน จิตรับรู้ว่าไม้กำลังต่อสู้กับขุนหวาด ลุกลงจากเรือนไปทันที

ไม้ต่อสู้เอาชนะลูกน้องขุนหวาดได้ก็หันไปเล่นงานขุนหวาด ขุนหวาดสู้ไม่ได้สั่งลูกน้องถอย ส่วนตัวเองขี่ม้าหนีมีร่างพุดจีบพาดหลังม้าไปด้วย ส่วนพวกลูกน้องถูกพวกโชติเข้าสกัดจนต้องทิ้งหีบสมบัติหนีเอาตัวรอดกันกระเจิง พวกลูกน้องจะตาม โชติสั่ง...

“พวกเอ็งไม่ต้องตาม!!”

ooooooo

ขุนหวาดหนีไปเจอเพชรที่ริมคลอง เพชรถามว่าจะไปไหนกันดึกดื่น เห็นพุดจีบอยู่บนหลังม้าถามว่านั่นแบกใครมา

“เมียข้าเจ็บหนัก ข้าจะพาไปรักษา”

“ช่วยด้วย...ขุนหวาดลักพาตัวฉันมา” พุดจีบรู้สึกตัวขึ้นมาตะโกนขอความช่วยเหลือ

“ขุนหวาด...ปล่อยผู้หญิงแล้วลงมาให้ข้าจับเสีย!!” เพชรสั่งถือดาบขวางทางจังก้า ขุนหวาดเจ็บใจโดดลงจากหลังม้าเข้าต่อสู้กับเพชร พุดจีบฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีไป ขุนหวาดจะตามถูกเพชรโดดขวางไว้

พุดจีบวิ่งหนีสุดชีวิต ไปชนเข้ากับไม้อย่างจัง พอเห็นว่าเป็นไม้พุดจีบ โผกอดร้องไห้โฮเหมือนรอดตาย

“พี่มาช่วย...เอ็งปลอดภัยเดี๋ยวนี้แล้ว” ไม้กอดพุด– จีบปลอบใจ กาหลงตามมาเจอพอดี ไม้บอกกาหลงว่า “กาหลงพาพุดจีบกลับเรือน พี่จะตามไปจับตัวไอ้ขุนหวาด”

กาหลงรับคำ พอไม้วิ่งออกไป พุดจีบตะโกนตามหลัง “พี่ไม้ระวังตัวด้วยนะจ๊ะ” กาหลงเห็นภาพและเห็นความห่วงใยของพุดจีบที่มีต่อไม้ก็ยิ่ง
หวั่นใจ

โชติสั่งลูกน้องไม่ให้ตามขุนหวาด แล้วพากันกลับไปที่เรือนพุดจีบพร้อมทรัพย์สินที่ยึดคืนได้

“ฉันขอบน้ำใจพ่อโชติมาก พ่อโชติ...แล้วพุดจีบล่ะ”

แม่อิ่มถาม นวลชิงตอบว่าถูกขุนหวาดจับตัวไป “พ่อโชติ...ช่วยลูกสาวน้าทีเถิด พาพุดจีบกลับมา พ่อโชติอยากได้อะไร ให้น้าทำอะไร น้ายอมพ่อทุกสิ่งเทียว”

“น้าเลิกคับใจได้เลย ฉันไม่ให้พุดจีบตกเป็นเมียโจร ฉันจะพาพุดจีบกลับมา!” โชติพาลูกน้องออกไปทันที สั่งสิงให้เร่งไปเอาม้า สั่งมั่นกับขาบให้ซุ่มสะกดรอยลูกน้องขุนหวาดที่หนีไป ส่วนตัวเองมุ่งมั่นที่จะไปชิงตัวพุดจีบมาให้ได้

ooooooo

ขุนหวาดสู้เพชรไม่ได้ขึ้นหลังม้าควบหนีไป พอดีโชติขี่ม้ามาถึง ไม้จะขอไปด้วยแต่โชติขี่ม้าผ่านไปไม่สนใจ สิงขี่ม้าตามมาอีกคน ไม้กระโดดออกไปขวางเพชรเข้าขู่อีกคนว่า

“ข้ามิได้ปล้นเอ็ง อย่าสะดุ้งใจไป ให้คิดเสียว่าขอหยิบยืม”

สิงเห็นไม้กับเพชรถือดาบขู่จึงลงจากหลังม้า ไม้กระโดดขึ้นขี่ม้าควบไปทันที เพชรตะโกนให้พาตนไปด้วยแต่ไม่ทัน เพชรฉุกคิดอะไรได้บางอย่าง...

ขุนหวาดควบม้าหนี เจอผู้ใหญ่ช่วงควบม้ามาขวางสั่ง “ยอมให้ข้าจับเสียโดยดี เอ็งสิ้นท่าแล้ว!!”

“ค่าหัวข้าคงมากโข เอ็งถึงกับลงมือตามจับด้วยตัวเอง”

“จะเป็นไรมี ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้ทั้งเงินรางวัลนำจับเอ็ง และชื่อเสียงปราบขุนหวาดกระฉ่อนไกลข้ามิผิดได้เป็นใหญ่เป็นโตในหัวเมือง”

“มันน่าหัวร่อ เอ็งเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่สันดานชั่วยิ่งกว่าโจร โยนความผิดให้ข้า! กุเรื่องว่าข้าฆ่าไอ้ปอง ทั้งๆที่ข้าไม่เคยรู้จักมัน!!”

“หยุดพล่ามได้แล้ว ลงมาให้ข้าจับตัว!” ผู้ใหญ่ช่วงสั่ง ชักปืนออกมาขู่ ขุนหวาดจ้องหน้าแล้วกระโดดลงจากหลังม้าถือดาบมั่นพร้อมสู้ ผู้ใหญ่ช่วงสั่ง “ทิ้งดาบซะ!”

“เอ็งเข้ามาใกล้มือ ขุนโจรจะตายก็ขอตายอย่างไว้ชื่อ!”

“จับเป็นไม่ได้ ก็ต้องจับตาย!” ผู้ใหญ่เล็งปืนจะยิงขุนหวาด โชติควบม้าเข้ามา ไม้ตามมาติดๆ โชติกระโดดลงจากหลังม้าเดินเข้าไปหาผู้ใหญ่

“พ่อไม่ต้อง...ฉันจับมันให้เอง”

“เอ็งไม่ต้องยุ่ง หลบไป!” ผู้ใหญ่หันปืนใส่ จนโชติต้องโดดหลบ แล้วผู้ใหญ่ก็หันปืนไปทางขุนหวาด

“หยุดก่อน!!” ไม้กระโดดลงจากหลังม้ามาขวางทางปืน!

ooooooo

ผู้ใหญ่ช่วงไม่พอใจสั่งไม้ให้หลบไป ไม้ไม่ยอมหลบ บอกผู้ใหญ่ว่ายังฆ่าขุนหวาดไม่ได้ จนกว่าตนจะเอาไปขอขมาต่อหน้ากระดูกพ่อกระดูกแม่ให้มันสำนึกผิดบาปที่ทำลงไปเสียก่อน

“เอ็งยอมรับผิดมาว่าเอ็งฆ่าพ่อแม่ข้า” ไม้ยืนขวางกลางถามขุนหวาด

ขุนหวาดหัวเราะร่า ผู้ใหญ่ขัดขึ้นว่าโจรใจบาปอย่างมันจะหาสำนึกเป็นไม่มี ประกาศจะฆ่าให้ตกนรกไปชดใช้กรรม

“อยู่กันพร้อมหน้าเสียก็ดี เอ็งจะได้แจ้งความจริงเสียทีว่า คนที่ฆ่าพ่อแม่เอ็ง ไม่ใช่ข้า!” ขุนหวาดมองหน้าไม้กับผู้ใหญ่ ครั้นไม้ถามว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อแม่ตน ขุนหวาดบอกว่า “คนที่ฆ่าพ่อแม่เอ็งคือ...”

“เปรี้ยง!” ผู้ใหญ่ยิงถูกไหล่ขุนหวาดจนทรุด โชติพุ่งเข้ามาจะจับเลยถูกขุนหวาดจับเป็นตัวประกัน สั่งผู้ใหญ่ให้ทิ้งปืนเสีย ผู้ใหญ่จึงจำต้องทิ้งปืน ขุนหวาดคุมตัวโชติเดินไปที่ม้าผลักโชติออกแล้วฟันที่แขนจนโชติทรุด แล้วขุนหวาดก็กระโดดขึ้นหลังม้าควบหนีไป

ไม้ควบม้าไล่ตามขุนหวาด ผู้ใหญ่ไปหยิบปืนกระโดดขึ้นหลังม้า โชติร้องบอกให้พ่อช่วยด้วย แต่ผู้ใหญ่ไม่สนใจควบม้าไล่ตามขุนหวาดไป

แต่ทั้งไม้และผู้ใหญ่ตามไม่ทันขุนหวาด ขณะขี่ม้ากลับ ไม้ถามผู้ใหญ่ช่วงว่าทำไมต้องยิงขุนหวาด?

“เอ็งจะให้ข้าไว้ชีวิตไอ้มหาโจรรึ มันออกปล้นชาวบ้านนับครั้งไม่ถ้วน ทางการตามตัวมัน แล้วที่สำคัญหนัก มันเป็นคนฆ่าพ่อแม่เอ็ง!!”

ไม้นึกในใจว่าเหตุใดครั้งนั้นขุนหวาดโพกผ้าปิดหน้า ถามผู้ใหญ่ว่า ตนจะแน่ใจได้อย่างไรว่ามันคือขุนหวาดผู้ใหญ่ย้อนถามอย่างไม่พอใจว่า

“หากไม่ใช่มันแล้วจะเป็นผู้ใด!” ถามแล้วผู้ใหญ่ควบม้าไปเลย

เพชรวิ่งมาถามไม้ว่าจับโจรได้ไหม ไม้มองหน้าเพชรแล้วชักม้าควบไปไม่สนใจ เพชรหันกลับมองเส้นทางนอกหมู่บ้าน พึมพำ “ขุนหวาด เอ็งมันดวงแข็งนัก!”

ooooooo

กาหลงคอยไม้อยู่ที่เรือนจนดึก พอเห็นไม้กลับมากาหลงดีใจวิ่งไปกอด

“พี่ไม้ฉันเป็นห่วงพี่มากนะ”

“พุดจีบเป็นอย่างไร?”

กาหลงสะท้อนใจที่ไม้กลับถามถึงพุดจีบ ติงว่าดูๆไม้เป็นห่วงพุดจีบมาก ไม้ชี้แจงว่าพุดจีบตกใจขวัญหนีดีฝ่อ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด นอกจากไปเห็นศพปองแล้วยังถูกขุนหวาดบุกปล้นฉุดจะเอาไปทำเมียอีก ถามว่ากาหลงไม่ห่วงเพื่อนรักรึ

กาหลงบอกว่าตนส่งพุดจีบกลับเรือนและนอนพักแล้ว บอกว่าไม้เองก็บอบช้ำมากให้ไปอาบน้ำเสียเดี๋ยวตนจะทานวดประคบตัวให้ แล้วประคองไม้ขึ้นเรือน

กาหลงประคบให้ไม้พลางร้องเพลงกล่อมจนไม้หลับไปอย่างมีความสุข กาหลงกลัวจะเสียไม้ไปหวั่นไหวจนร้องไห้ น้ำตาหยดลงพื้น...แต่มองจากข้างหลังหลังกาหลงนั้น เห็นน้ำไหลจากตัวกาหลงจนนองพื้นและ...

ไหลลงใต้ถุนเรือน!

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น โชติประคองมือที่ถูกขุนหวาดฟันพันแผลอยู่ เดินขึ้นเรือนไปขอโทษพ่อที่ตนพลั้งทำให้ขุนหวาดหนีไปได้

ผู้ใหญ่ตำหนิว่าโชติทำพลั้งทุกครั้ง ถามว่าขุนหวาดบุกทำไมไม่บอกตน โชติบอกว่าไม่อยากให้พ่อต้องเสียแรง

“แล้วเป็นไง? ฝีมือเอ็งมันปลายแถว เอ็งเอาขุนหวาดไม่อยู่ ท้ายสุดไอ้ไม้ก็ออกโรงชิงเอาหน้า แล้วมันก็เกือบรู้...” ผู้ใหญ่เกือบพลั้งปาก โชติถามว่ารู้เรื่องอะไร ผู้ใหญ่ไม่พูดแต่ปรามว่า “จำใส่กะโหลกไว้ ฝีมือเท่าหางอึ่งอย่าอวดดีอวดเก่งเสียแรงที่เกิดเป็นลูกข้า!” ด่าแล้วเดินหนี ทิ้งโชติให้ยืนผิดหวังที่พ่อไม่พอใจ

แม่น้อยแม่ของโชติสงสารลูกเดินมาปลอบใจและจะทำแผลให้ ถูกโชติสะบัดหนีพูดใส่หน้าแม่ว่าคอยประคบ ประหงมอย่างนี้ตนถึงได้อ่อนแอพ่อพาลไม่รักตนด้วย

“แม่ไม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนพ่อ!” แต่พอโชติถามว่าหมายถึงอะไร แม่น้อยก็เดินหนีไม่อยากพูดถึงความเลวร้ายของช่วง ก็พอดีอบเชยเดินเข้ามาพูดเย้ยว่าน่าขันนักหวังทำดีเอาหน้าแต่ถูกตบหน้าเป็นรางวัล

อบเชยยุยงเป่าหูโชติว่า เวลานี้กาหลงกำลังหวั่นใจกลัวเสียไม้ให้พุดจีบ ให้โชติเร่งสร้างวีรกรรมให้แม่อิ่มพอใจและฉวยโอกาสไปสู่ขอพุดจีบเสีย รับปากว่า “ฉันจะช่วยพี่อีกแรง ขอเพียงพี่ทำตามคำฉัน”

หลังจากนั้น อบเชยไปหลอกไม้ว่าพุดจีบกำลังร้องไห้ขวัญเสียเกรงจะไม่สมประดีอย่างจอก เห็นมีแต่ไม้ที่จะเป็นหลักเป็นกำลังใจให้พุดจีบได้ เห็นไม้ลังเล อบเชยเลยตัดบทว่า

“หากพี่คิดว่าฉันโป้ปดมดเท็จ พี่กลับเรือนเถิด”

ไม้ตัดสินใจเดินไปเรือนพุดจีบด้วยความเป็นห่วง อบเชยแอบมองยิ้มสมใจที่เป็นไปตามแผน

เวลาเดียวกัน พุดจีบกำลังจะลงเรือน แม่อิ่มถามว่าจะไปไหน พุดจีบบอกว่าจะไปเยี่ยมและขอบน้ำใจไม้ แม่อิ่มติงทันทีว่าคนที่ต้องไปขอบใจคือโชติ โชติช่วยชีวิตลูกและยังมีน้ำใจมาเยี่ยมลูกด้วยความห่วงใย ก็พอดีโชติเดินยิ้มเข้ามา

หลังจากอบเชยหลอกไม้แล้ว ก็ไปพูดเป็นนัยกับกาหลงที่กำลังเรียกหาไม้ว่า

“ใครหนอที่อ่อนแอหนัก หวังคนคอยดูแล...ใครหนอน่าทะนุถนอมคุ้มครองคุ้มภัย ใครหนอ...” อบเชยพูดค้างแค่นั้นเห็นกาหลงเดินลิ่วไปที่เรือนพุดจีบ ก็ยิ้มสมใจพูดเย้ย “ใครหนอ...ช่างโง่งม...รักหลงจนติดกับ!”

ooooooo

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของอบเชย โชติไปเรือนพุดจีบมีแม่อิ่มถือข้างยิ่งผยอง อ้างคุณงามความดีของตนที่ช่วยเอาทรัพย์สินที่ถูกขุนหวาดปล้นไปคืนมาได้ และยังเป็นกำลังที่ช่วยให้พุดจีบปลอดภัยด้วย ย้ำกับแม่อิ่มว่าอย่าลืมที่รับปากตนไว้

พุดจีบตัดพ้อแม่อิ่มว่าไม่รักตนแล้วหรือถึงได้หักหาญน้ำใจ แม่อิ่มหว่านล้อมว่าถ้าไม่อยากให้แม่เสียสัตย์ขอให้ลูกเปิดใจรักโชติด้วยเถิด

ไม้ไปเยี่ยมพุดจีบด้วยความเป็นห่วง เจอโชติอยู่บนเรือนไม้ถามว่ามาทำอะไร โชติย้อนหยามหน้าว่า

“ข้าต่างหากที่ต้องถามเอ็ง นี่มันเรือนคนรักของข้า...อีกไม่นานเกินรอ ข้าจะให้พ่อมาสู่ขอพุดจีบต่อหน้าทุกคน”

“ข้าไม่มีวันยอมให้พุดจีบร่วมหอกับคนชั่วอย่างเอ็ง!”

พุดจีบเดินออกมา ไม้รีบเข้าไปจับมือเรียกขวัญ เป็นจังหวะที่กาหลงมาถึงพอดี กาหลงที่หวั่นไหวระแวงพุดจีบอยู่แล้วตรงเข้าตบหน้าและทุบตีพุดจีบพัลวัน ไม้ห้ามไม่ฟังจึงผลักกาหลงล้มลงแล้วหันไปดูแลพุดจีบอย่างเป็นห่วง ถามกาหลงว่าพุดจีบทำผิดอะไรถึงต้องตบตี

“พุดจีบกำลังแย่งพี่ไปจากฉัน” กาหลงโพล่งความอัดอั้นออกมาทั้งพุดจีบและไม้พยายามชี้แจง ไม้บอกว่าตนมาเพราะอบเชยบอกว่าพุดจีบอาการแย่หนัก ถ้าไม่เชื่อให้ถามอบเชยดู ปรากฏว่าอบเชยหาว่าไม้กุเรื่องเพื่อเอาตัวรอด ซ้ำยังย้ำกับกาหลงว่า

“กาหลง เอ็งก็เห็นอยู่แก่ใจ หลายครั้งหลายคราที่พี่ไม้ใกล้ชิดสนิทชิดเชื้อกับพุดจีบ ข้าไม่เคยโกหกแม้แต่น้อย”

แม่กลอยทนไม่ได้บอกพุดจีบให้ยอมรับเสียโดยดีว่าอ่อยลูกเขยตน ทำให้แม่อิ่มสะอึกออกมาโต้ว่าพุดจีบไม่มีวันคิดเยี่ยงนั้น เลยทะเลาะกับแม่กลอย ถูกแม่กลอยรื้อฟื้นอดีตว่าแม่อิ่มเองก็ถนัดเรื่องแย่งชิงผู้ชายและคงสอนลูกสาวมาเต็มกระบวนหรือไม่ก็เชื้อแม่มันแรงทำไปโดยตัณหา! เลยถูกแม่อิ่มไล่ลงจากเรือน ประกาศต่อไปนี้ไม่ใช่เพื่อนกันตายก็ไม่ต้องมาเผาผี!

“กาหลงกลับเรือน!” แม่กลอยสั่ง กาหลงยังยืนจ้องไม้อยู่ แม่กลอยปราม “กาหลง! ข้าสั่งให้เอ็งกลับเรือนเสีย!”

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าฉันจะได้แจ้งใจว่าเพื่อนฉัน หักหลังฉัน!!!” กาหลงจ้องหน้าพุดจีบกดดันให้ตอบ

ooooooo

ตอนที่ 5

กาหลงยกมือไหว้หลวงตาบอกว่าตนไม่เคยพบเห็นหลวงตามาก่อน หลวงตาบอกว่าท่านธุดงค์ผ่านมาไม่ได้จำพรรษาย่านนี้

กาหลงกราบลาลุกเดินออกไป หลวงตาพูดตามหลัง

“ไม่มีใครหนีความจริงได้หรอกโยม”

กาหลงหยุด แปลกใจคำพูดของหลวงตาที่เหมือนจะรู้เรื่องราวของตนดี ถามหลวงตาว่าหมายความถึงสิ่งใด

“โยม รู้ดีมิใช่หรือ ว่าโยมคือใคร? โยมเป็นอะไร?” กาหลงตกใจถามว่าหลวงตาพูดอะไร? ตนไม่เข้าใจ “จง ยอมรับในสิ่งที่โยมเห็น นั่นคือความจริง โยมไม่มีทางหนีตัวเองได้”

“ไม่จริง...นั่นเป็นเพียงภาพหลอน ดิฉันยังมีลมหายใจ...ดิฉันยังไม่ตาย!!” กาหลงปฏิเสธอย่างหวาดกลัววิ่งหนีไป

หลวงตามองกาหลงด้วยความเวทนาสงสาร

กาหลง วิ่งไปที่ทุ่งนา บอกตัวเองอย่างสับสน   หวาดหวั่น “ฉันยังไม่ตาย...ฉันยังไม่ตาย!!” ในขณะที่เหตุการณ์ต่างๆก็ตอกย้ำความรู้สึกของตัวเอง นับแต่ที่ถูกโชติจะขืนใจและถูกตนใช้มีดปาดหน้าเป็นแผล... เหตุการณ์ตอนมั่นกับปองยกร่างตนถ่วงน้ำและตนพยายามแก้เชือกที่มัดหินถ่วงน้ำ...

กาหลงวิ่งสุดฝีเท้าเหมือนจะวิ่งหนีจากภาพเหล่านั้น แต่หนีไม่พ้น จนกระทั่งเห็นซากตัวเองจมอยู่ใต้น้ำ!

พอกาหลงหยุด! ปรากฏว่ายังยืนอยู่ที่เดิม หันมอง ยังเห็นหลวงตาอยู่ตรงนั้น

“ไม่มีใครหนีความตายไปได้!!” หลวงตามองกาหลงด้วยความเห็นใจ กาหลงถามหลวงตาอย่างสับสนว่ามันเกิดอะไรขึ้น? “ดวงจิตของโยมได้ละสังขารเสียแล้วตั้งแต่วันนั้น...”

“มันจะจริงได้ยังไง...ทั้งที่ดิฉันดิ้นรนเอาตัวรอดมาได้”

“โยมหลุดพ้น...หรือดวงจิตคิดไปเอง...”

เหตุการณ์ผุดขึ้นในความนึกคิดของกาหลงอย่างสับสนอีก...นับแต่ตัวเองถูกจับถ่วงน้ำ พยายามแก้เชือกที่มัดถ่วงน้ำแต่แก้ไม่ได้...จนกระทั่งหมดลมหายใจ...ร่างลอยสงบนิ่งอยู่ใต้น้ำ...ในขณะที่วิญญาณหลุดลอยจากร่าง มายืนมองร่างตัวเองด้วยความตกใจและเสียใจ...

“ไม่จริง...กาหลงยังไม่ตาย หลังจากกาหลงขึ้นจากน้ำ กาหลงยังเจอพุดจีบ ยังกลับเรือนได้” กาหลงปฏิเสธลนลานอย่างรับไม่ได้

“ดวงจิตโยมยังผูกมั่นมิได้ปล่อยวาง ดวงจิตจึงเดินทางไปในที่ที่โยมต้องการ...”

กาหลงจำได้ถึงคืนวันที่เฝ้ารอไม้กลับมา...จนไปเห็นไม้ถูกจับฝังดิน เธอช่วยให้จอกกับโขงตามเจอไม้ที่ถูกฝังอยู่ ช่วยไม้รอดชีวิตมาได้หวุดหวิด หลวงตาพูดอย่างรู้เรื่องราวเหล่านั้นดีอีกว่า

“โยมไปได้ไกลแสนไกล...เพื่อช่วยเหลือคนรักของโยม”

“ดิฉันยังมีชีวิตอยู่ได้ มันเกิดขึ้นได้ยังไงเจ้าคะ” กาหลงเริ่มยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ปาฏิหาริย์เช่นนี้เกิดขึ้นได้เมื่อดวงชะตาไม่ถึง ฆาต ด้วยผลบุญในอดีตชาติที่สั่งสมมา และดวงจิตที่ผูกมั่นในความรักมีอานุภาพพอที่จะทำให้โยมดำรงอยู่ได้ แต่สิ่งที่โยมต้องกระทำในขณะนี้ จำยอมรับความจริง ปลดปล่อยอารมณ์ความโกรธแค้นเกลียดชัง ปล่อยวางพันธนาการแห่งความรัก ไปจุติในภพภูมิใหม่เสีย...”

“กาหลงจากไป แล้วใครจะดูแม่ ดูน้องให้ได้สุข... และพี่ไม้จะอยู่ยังไง?”

“คนทุกคนต่างเกิดมามีกรรมติดตัว...ทุกชีวิตล้วนอยู่ใต้กฎแห่งกรรม...ไม่มีใครก้าวล่วงกรรมของผู้อื่นได้ โยมจงละมันเสีย ยอมรับชะตาในตัวเอง อาตมาจะนำบุญส่งโยมให้ไปจุติในภพภูมิใหม่”

“กาหลงไปไม่ได้ หลวงตาเป็นคนพูดเองว่าชะตากาหลงยังไม่ถึงฆาต”

“แต่โยมก็ไม่อาจฝืนธรรมชาติได้...แม้พลังแห่งดวงจิตในวันนี้แข็งแกร่งพอที่ทำให้โยมอยู่ในสภาพเช่นเดิม โยมก็ไม่สามารถหนีพ้นความทุกข์ได้ ทุกข์ที่ต้องการครอบครอง ทุกข์ที่เกิดจากการรักษาไว้ไม่ได้ และทุกข์หนักยิ่งกว่าเดิมเมื่อโยมต้องสูญเสียทุกอย่างไป...”

กาหลงคลายความสับสนลง แต่ยังลังเลใจ หลวงตายังคงเทศนาชี้ทางอย่างเมตตา...

“ปล่อยวางทุกอย่างเสียให้สิ้น...ไม่มีผู้ใดหนีพ้นความตายได้ แม้แต่พระพุทธเจ้า...”

กาหลงตัดสินใจ ยกมือพนม หลับตา อย่างพร้อมที่จะปล่อยวางดวงวิญญาณนี้...หลวงตาพนมมือสวดมนต์...

กาหลงยังพนมมือ ไร้ความทุรนทุราย มีแต่น้ำตาไหลบนใบหน้าที่นิ่งสงบ...

ooooooo

เวลาเดียวกันนี้...เมื่อขบวนขันหมากมาถึงเรือนกาหลง ไม้ตกใจเมื่อรู้ว่ากาหลงไปเก็บดอกบัวยังไม่กลับ

ขณะกำลังเครียดกันนั้น แม่กลอยมาถึงพอดี แต่เพราะกาหลงยังไม่กลับจึงต้องนั่งรอ แม่กลอยโวยวายว่า

“อุบ๊ะ! ปล่อยให้รอเสียนาน ท่าจะไม่อยากแต่งข้าจะได้บอกปัดขันหมาก”

“ไม่ได้!!” พวกขาวค้านทันควัน

“ฉันจะไปตามกาหลงกลับมาจ้ะ” ไม้รีบบ่ายหน้าไปทางบึงบัว

พุดจีบมองตามอย่างเป็นห่วง แล้วลุกตามไปพุดจีบเดินตามไม้ไม่ทันเพราะไม้เดินไปไกลแล้ว...แต่พุดจีบก็ยังเดินไปตามหากาหลงด้วยความเป็นห่วง...

ไม้ไปถึงบึงบัวไม่เห็นกาหลง ได้แต่ตะโกนเรียกไปตามริมบึง กาหลงได้ยินเสียงเรียกของไม้ จึงลืมตาขึ้น หลวงตาเตือนสติว่า

“ละทิ้งทุกอย่าง...นี่คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง”

กาหลงพยายามที่จะหลับตาลงอีกครั้ง แต่เสียงเรียกของไม้ยังแว่วมาไม่ได้ขาด...

“กาหลง...เอ็งอยู่ไหน...กาหลง!!”

กาหลงลืมตาฟึ่บ! น้ำตาไหลพราก ไม่อาจทนได้ตัดสินใจตะโกนเรียก “พี่ไม้!” แล้ววิ่งออกไปหาทันที

หลวงตาหยุดสวดมนต์ ลืมตามองตามกาหลง จำยอมปล่อยให้กาหลงเลือกชะตาชีวิตของตัวเอง...

ไม้เรียกหากาหลงจนร้อนใจที่ไม่มีเสียงตอบรับ แต่กาหลงมายืนอยู่ข้างหลังไม้แล้ว ร้องเรียกไม้อย่างตื่นเต้นดีใจ แต่ไม่กล้าเข้าไปหาเพราะรู้ดีว่าตัวเองเป็นผี จนกระทั่งไม้เดินมาหาและจับมือกาหลง เธอตื่นเต้นมากเมื่อรู้ว่าร่างกายตัวเองเป็นปกติ จับต้องได้ ดีใจจนร้องไห้ โผเข้ากอดกันแนบแน่น...

“อาตมา ขอให้ดวงวิญญาณดำรงไว้ซึ่งคุณความดี มันจะเป็นเกราะคุ้มกัน แต่หากโยมตกอยู่ใต้อำนาจความโกรธอาฆาตแค้น เมื่อนั้นมันจะทำลายดวงจิตของโยม” พูดจบหลวงตาเดินจากไปช้าๆ

ไม้เห็นกาหลงร้องไห้หนัก ถามอย่างแปลกใจว่าไปทำอะไรมาเนื้อตัวถึงได้เปียกปอน กาหลงบอกว่าเก็บดอกบัวแล้วพลัดตกน้ำ บอกไม้ว่าตนไม่เป็นไร แค่ใจไม่ดี กลัวจะไม่ได้เจอไม้ ไม่ได้อยู่กับไม้...

“หยุดคิดเรื่องนั้นเดี๋ยวนี้เทียว...วันนี้เป็นวันมงคลของเรา จากมื้อนี้ไป พี่จะได้อยู่ดูแลกาหลงชั่วชีวิต”

“ฉันก็จะอยู่กับพี่ชั่วชีวิต”กาหลงยิ้มทั้งน้ำตา กอดไม้ไว้แน่น...

พุดจีบเพิ่งมาถึง เห็นความรักของไม้กับกาหลงแล้ว ก็ถอดใจเดินกลับไปเงียบๆ...

ooooooo

ที่เรือนกาหลง ทุกคนรอคอยการกลับมาของไม้กับกาหลง แม่กลอยหงุดหงิดโวยวายไม่พอใจว่าเลยเวลาฉันเพลก็ไม่ต้องทำพิธีแล้ว

“พี่ไม้มาโน่นแล้วจ้ะแม่” ชบาร้องบอก เห็นไม้ประคองกาหลงมา ชบาถาม “พี่กาหลงไปทำอะไรมาถึงได้เปียกม่อล่อกม่อแล่ก”

ตาสรปากตลาดพูดแทรกทะลึ่งว่าสงสัยจะเข้าหอใต้น้ำกันเสียแล้ว โดนยายมาด่าเลยหุบปาก

“ฉันขอโทษทุกคนด้วยจ้ะ ฉันไปเก็บบัวแล้วพลาดท่าตกน้ำ” กาหลงชี้แจง ไม้เร่งให้ทำพิธีกันเลย แม่กลอยพูดประชดว่า เลยเวลาเพลแล้ว พระหน้าไหนจะมาทำพิธีให้ ถูกขาวดักคอว่า

“อ้างพระอ้างเจ้า อย่าริยกเลิกงานแต่งเป็นอันขาด”

“ฤกษ์งามยามดีผ่านไปก็ไม่ต้องพิรี้พิไร รักกันก็เข้าหอไปเสีย” แม่กลอยกระแทกกระทั้น ไม่วายปรามกาหลงว่า

“แล้วจำคำเอ็งให้มั่น อย่าริทิ้งแม่ทิ้งน้อง”

“ฉันสัญญาจ้ะแม่” กาหลงยืนยัน แล้วหันพูดกับทุกคน “ฉันกับพี่ไม้ได้สมแก่ใจในมืิ้อนี้ มีพ่อแม่พี่ป้าน้าอาเกื้อหนุน ทุกคนสละตัวช่วยฉัน ฉันจะไม่ทำให้ลำบากเจ็บใจแน่แท้จ้ะ”

ทุกคนดีใจกับไม้และกาหลง เฟื้องพูดแทรกขึ้นว่า “เอาล่ะวะ พระท่านไม่ได้มาสวดมนต์ให้ศีลให้พร ข้าก็จะเอาน้ำฝนฉ่ำเย็นมารดมาราดเป็นมงคลขวัญ”

ชาวบ้านพากันตักน้ำฝนในตุ่มมารดมาราดใส่กาหลงกับไม้ที่กอดกันท่ามกลางสายน้ำที่สาดมาอย่างฉ่ำชื่นใจ แม่กลอยที่ยืนมองอยู่ ปลื้มปีติจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่พอกาหลงหันมาก็รีบปาดน้ำตาปั้นหน้าปึ่งหันหลังเดินกลับเรือน

แม้แม่กลอยจะไม่ได้แสดงความรักความยินดีเยี่ยงคนอื่น แต่กาหลงก็ชื่นใจเมื่่อรู้ว่าแม่กลอยรักตน...

ooooooo

โชติยังอยู่ที่กระท่อมของสิงไม่พอใจเมื่อรู้ว่ามั่น ขาบกับปองหายไป สิงเองก็ไม่รู้ บอกได้แต่ว่า

“ฉันถามชาวบ้าน ได้ความว่าพวกมันเอาเรือพายไปจากท่าหลายวันก่อน”

โชติระแวงว่า ตนสั่งให้ไปฆ่ากาหลง ชะรอยพวกมันจะกลัวถูกทางการจำตรุใจอ่อนเลยปล่อยกาหลงไป  สิงตั้งข้อสังเกตว่าแล้วทำไมพวกนั้นถึงต้องหนี

“มันกลัวข้าเล่นงานมันสิวะ ใจปลาซิวอย่างพวกมันปล่อยไว้ไม่ได้ มันอาจปากสว่างไปแจ้งผิดเอาความข้า!!” สิงสอพลอถามว่าจะให้ตนจัดการอย่างไร “เร่งตามตัวมัน แล้วฆ่าเสีย!!”

ที่แท้มั่น ขาบ กับปอง พายเรือตามเรือพ่อค้าไป พอเห็นกาเหว่าที่ท่าเรือก็ไล่ล่า กาเหว่าวิ่งหนีสุดชีวิต หนีเข้าดงกล้วยก็ถูกมันตามเจอ กาเหว่าหนีไปที่ตลาดวิ่งชนบรรดาพ่อค้าแม่ขายข้าวของหกหล่น

เพชร พ่อค้าขายพวกกระวานกานพลูกำลังร้องขาย กำมะถัน ดินปะสิว ดินสอพอง มีคนมาซื้อดินสอพอง เพชรหยิบให้ กาเหว่าวิ่งมาชนพอดีทำให้ดินสอพองล่วงลงพื้น กาเหว่าขอโทษและก้มเก็บให้แต่มั่น ขาบกับปองวิ่งไล่มาทัน กาเหว่าจึงวิ่งหนี พวกมันเลยเหยียบดินสอพองแตก แต่มันไม่สนใจวิ่งผ่านไป

“พี่ชายทำของฉันเสียหาย พี่ชายต้องชดใช้”เพชร ตะโกนบอก แต่พวกมันไม่สนใจวิ่งไล่กาเหว่าไป เพชรเลยวิ่งไล่ตามไปอีกคน

กาเหว่าวิ่งหกล้มเลยถูกมั่น ขาบกับปองมาล้อมไว้ กาเหว่าตกใจร้องขอความช่วยเหลือ ขาบหันไปขู่ชาวบ้านทันที

“ฉันเป็นตำรวจของทางการ ไล่จับไอ้หัวขโมย ไม่อยากตกเป็นคดีความก็ถอยออกไป!” พอชาวบ้านกลัวถอยไปมันหันขู่กาเหว่า “เอ็งมันถึงที่ตายแล้วไอ้กาเหว่า!”

“พวกเอ็งฆ่าพี่กาหลง ข้าจะบอกตำรวจให้ลิดหัวพวกเอ็ง” กาเหว่าขู่กลับ พวกมันหัวเราะเยาะว่าคนที่จะถูกลิดหัวคือกาเหว่าต่างหาก แล้วย่างสามขุมเข้าหาชักดาบเงื้อจะฟัน กาเหว่ากระถดหนี พอจวนตัวก็ยกมือพนมหลับตาอธิษฐาน

“ผีพี่กาหลงช่วยฉันด้วย”

สิ้นเสียง ร่างกาเหว่าก็ถูกดึงออกไป ดาบก็ฟันฉับลงที่พื้น กาเหว่าดีใจคิดว่ากาหลงมาช่วย แต่พอมองขึ้นไปกลายเป็นเพชร พ่อค้าหน้าคมคนนั้นนั่นเอง!

“เอ็งเป็นใคร” ปองตะคอก เพชรยกมือไหว้อ่อนน้อม “สวัสดีจ้ะพี่ ฉันชื่อเพชร เป็นพ่อค้ามาจากลพบุรี เอาพวกเครื่องยาเครื่องธาตุมาขายจ้ะ”

มั่นตวาดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา ตนจะจัดการกับหัวขโมย มันขโมยสร้อยทอง กาเหว่าโต้ทันควันว่าไม่จริง โกหก! ขาบจะเข้าไปขย้ำคอกาเหว่า เพชรขวางไว้ดึงกาเหว่าออกมา แต่ยังพูดจาสุภาพอ่อนน้อมขอร้องอย่าทำร้ายเด็กเลย

ขาบหมั่นไส้ต่อยเพชรทันที แต่เพชรหลบต่อยสวนไปจนขาบกระเด็นและยกมือไหว้ขอโทษบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ

“เอ็งคิดลองดีกับข้า” ขาบพุ่งเข้าหา เพชรยกมือไหว้บอกว่าตนไม่สู้คน แต่ยิ่งถูกทั้งสองเล่นงาน ปองเงื้อดาบจะฟันเพชรหลบซัดปองจนดาบร่วงลงไปนอนครางกับพื้น

กาเหว่ายืนมองเพชรต่อสู้กับมั่น ปองและขาบตะลึงทึ่ง เห็นมั่นจะไปคว้าดาบเล่นงานเพชร กาเหว่าก็วิ่งเข้าไปเหยียบไว้แล้วรัวหมัดใส่มันจนสลบไป กาเหว่าดีใจที่เล่นงานมันได้แต่ก็เจ็บมือจนสะบัดเร่าๆ กาเหว่าได้ใจวิ่งเข้าไปต่อยปองกับขาบ เพชรเข้ามาคว้าตัวกาเหว่าวิ่งหนีไป

เพชรพากาเหว่าวิ่งหนีไปยังมุมหนึ่งในท่าน้ำ  กาเหว่า ร้องไห้เล่าเรื่องของตนให้เพชรฟัง...

“พวกมันจับพี่สาวฉันถ่วงน้ำ...พี่กาหลงตายแล้ว...” เพชรเช็ดน้ำตาให้ด้วยความสงสาร กาเหว่าบอกว่า “ฉันอยากกลับบ้าน ช่วยฉันด้วยเถิด”

“บ้านเอ็งอยู่คุ้งใด”

“บ้านบัวสีจ้ะ” กาเหว่าอ้อนต่อรองว่า “ช่วยพาฉันไปส่ง ฉันไม่มีเงินติดตัว แล้วฉันจะช่วยวิดน้ำ ขัดเรือตอบแทน” เพชรบอกว่าประจวบเหมาะทีเดียวตนตั้งใจจะเอาของไปขายที่บ้านบัวสีอยู่แล้ว กาเหว่าดีใจมากโผเข้ากอดขอบใจเพชร

“พอแล้ว เสื้อผ้าข้าเปียกน้ำตาเอ็งหมด...ไป...ไปลงเรือไป” เพชรพากาเหว่าไปลงเรือทั้งเอ็นดูทั้งเวทนาแต่ในใจเพชรนั้น คิดอะไรบางอย่าง...

ooooooo

ที่ท่าน้ำเรือนกาหลง...

คืนนี้ กาหลงนั่งดูพระจันทร์เต็มดวงส่องนวลกระจ่างบนท้องฟ้าเหนือพื้นน้ำ มีหิ่งห้อยตัวน้อยบินส่องแสงวิบวับๆๆ กาหลงจับหิ่งห้อยตัวหนึ่งวางในมือ ยิ้มดีใจที่ตัวเองจับต้องหิ่งห้อยได้ ยกมือลูบใบหน้า เรือนร่าง พึมพำอย่างปีติ

“ฉันยังเหมือนเดิม...ฉันก็ต้องใช้ชีวิตต่อไปได้...”

เสียงขลุ่ยแว่วมา กาหลงแปลกใจแต่พอหันมองก็เห็นไม้เดินเป่าขลุ่ยมาด้วยใบหน้าอิ่มเอม พอมาถึงไม้เอาขลุ่ยเหน็บเอว ร้องลิเกบอกรักกาหลงไว้ลายพระเอกลิเกเก่า กาหลงร้องลิเกตอบไพเราะสมเป็นนางเอกลิเกเช่นกัน

ทั้งสองตระกองกอดกันด้วยความรัก ไม้กระซิบบอกกาหลงว่า...

“กาหลง...พี่มีความคะนองใจที่สุด พี่คอยมาแสนนาน ที่จะโอบกอดกาหลงชั่วชีวิต”

กาหลงนั่งลงตรงหน้าไม้ ก้มกราบ ไม้ประคองขึ้นมองหน้าอย่างแสนรัก

“ชีวิตฉันขึ้นอยู่กับพี่...ฉันขอฝากชีวิตไว้กับพี่ หากวันหน้าพี่ปันใจไม่ไยดีฉัน ฉันก็จะไป”

“หยุดคิดเถิด...เราจะอยู่คู่กัน มีแค่ความตายเท่านั้นที่จะแปรเราเป็นอื่น” กาหลงเอามือแตะปากไม้พูดต่อว่า “แม้ความตายก็ไม่อาจพรากเราจากกัน”

กาหลงนอนหนุนตักฟังไม้เป่าขลุ่ยอย่างสุขใจท่ามกลางหิ่งห้อยตัวน้อยที่บินหยอกล้อกันยามราตรี...

เช้าวันรุ่งขึ้น...ไม้ยังนอนอยู่ พลิกมาหมายกอดกาหลงให้ชื่นใจ พบแต่ความว่างเปล่า ไม้แปลกใจ ลุกขึ้นร้องเรียก ที่แท้กาหลงนั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของไม้

“กาหลง...มานั่งทำอะไรตรงนี้”

“ฉันนั่งเฝ้าพี่...กลัวพี่จะหายไป...ฉันไม่อยากอยู่ห่างพี่”

ไม้ลุกขึ้นกอดกาหลงหอมแก้มอย่างเสน่หา กาหลงหลบแต่พองามแล้วขอไปหุงข้าวต้มปลา แต่ถูกโขงมาตะโกนเรียกอยู่หน้าเรือน ทั้งสองแปลกใจที่โขงมาเรียกแต่เช้า...

ที่แท้โขงมาบอกว่าจอกฟื้นแล้ว แต่ไม่พูดไม่จา เอาแต่นั่งยิ้มแฉ่งแล้วก็เรียกแต่ชื่อไม้ อยากเจอไม้ ไม้ดีใจชวนไปกันทันที

“ขอฉันไปด้วยคนสิจ๊ะ” กาหลงลงเรือนเดินตามไป

“จอกมันคงดีใจ ที่รู้ว่าเอ็งเป็นห่วงเป็นใยมัน” โขงบอก ทั้งสามลงเรือนบ่ายหน้าไปหาจอกที่วัด

ooooooo

ที่วัด จอกนั่งยิ้มไปมาให้ทุกคนที่นั่งห้อมล้อมอยู่ แน่นอนว่าทั้งขาวและเฟื้องเฝ้าจอกไม่ยอมห่าง เฟื้องอ้างว่าจอกหายเพราะยาตน ฝ่ายขาวก็โวว่าจอกหายเพราะน้ำมนต์ตนต่างหาก

“ข้าเหนื่อยปรามแล้ว อยากทะเลาะกันนัก ไปโน่นเลย ไปต่อยกลางลานให้รู้แพ้รู้ชนะ” จันไล่ตะเพิด

“ไปเลย ใครแพ้เป็นหมา” เฟื้องท้า

“ไม่ไป พระเอกยี่เกจะสู้ครูมวยได้ไงวะนังจัน!”

ทั้งสองต่อปากต่อคำกันไม่มีใครยอมใคร จนไม้มาถึง เดินตรงเข้ามาถามว่าจอกเป็นยังไงบ้าง

พอเห็นไม้ จอกยิ้มดีใจ เริ่มเล่าด้วยท่าทางหวาดกลัว

“พี่ไม้ พี่ไม่รู้ใช่ไหม...ฉันดำน้ำไปเก็บบัว...แล้วฉันก็เห็น...” จอกพูดไม่ออก ไม้ถามว่าเห็นอะไร จอกกำลังจะบอกแต่พอเหลือบเห็นกาหลง จอกผงะตกใจสุดขีด “กาหลง!!!”

เหตุการณ์วันที่จอกไปเก็บดอกบัวให้ไม้ กลับมาทันที!  วันนั้น จอกดำน้ำลงไปเก็บบัวกลับเห็นซากกาหลงอยู่ใต้น้ำ

“จำฉันได้ไหม” กาหลงเดินเข้ามาถาม จอกเห็นกาหลงเป็นซากหน้าซีด ถึงกับตัวสั่นจนทุกคนตกใจ

“ผีสิงยังไม่ออกจากร่าง ช่วยกันจับไว้ ข้าจะไปเอาน้ำมนต์มาไล่ผี” ขาวลุกพรวดขึ้น

“ลมตีกลับต่างหาก จับมันไว้!” เฟื้องร้องบอก ทุกคนลุกขึ้นทันที

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย!!” จอกวิ่งหนีสุดชีวิตทั้งที่ตัวสั่นเทิ้ม

“จอก...กลับมาก่อน!!” ไม้ตะโกนเรียก คนอื่นๆพากันวิ่งไล่จับจอก กาหลงยืนมองอย่างแปลกใจ

ooooooo

กาเหว่าล่องเรือมากับเพชร พอใกล้ถึง กาเหว่าดีใจจนนั่งไม่ติด ลุกขึ้นชี้ให้เพชรดู

“ผ่านคุ้งน้ำนี้ไป ก็ใกล้ถึงเรือนฉันแล้วจ้ะพี่”

ไม่นานเรือของเพชรก็มาถึงริมท่าน้ำ กาเหว่าบอกเพชรว่าจอดเรือไว้ที่นี่แล้วเดินไปไม่ไกลก็ถึงเรือนตนแล้ว เพชรถามว่าแล้วของในเรือล่ะ?

“ไม่ต้องกลัวของกลัวเรือหายหรอกพี่ คนบ้านบัวสีมีศีลธรรม เร่งไปเถอะ อยากเจอแม่ อยากบอกเรื่องพี่กาหลง”

เพชรผูกเรือแล้วเดินตามกาเหว่าไปแม้ใจจะยังพะวงเรื่องของในเรือ เดินตามกาเหว่าไปจนถึงทางเข้าที่มีป้ายว่า “บ้านบัวสี” เพชรเขม้นมองป้าย พอกาเหว่าเดินนำเข้าไป เพชรก็รั้งมือไว้บอกว่า

“ข้าลืมถุงเงินในเรือ กลับไปเอาถุงเงินก่อน”

“พี่กลับไปแล้วกัน แล้วเดินตามทางนี้ ไม่ไกลก็ถึงเรือนฉัน ฉันไปเตรียมน้ำท่ารอพี่ที่เรือนนะ” พูดจบกาเหว่าวิ่งไปอย่างตื่นเต้น ตะโกนบอกตั้งแต่ปากทางเข้าหมู่บ้าน “แม่จ๋า...กาเหว่ามาแล้ว”

กาเหว่าวิ่งอ้าวไปทางเรือน ส่วนเพชรเดินย้อนกลับไปที่ท่าน้ำ

ooooooo

ที่วัด...จอกวิ่งเตลิดไป โขงวิ่งไล่ตาม กาหลงเดินออกมายืนดูพึมพำสีหน้ากังวล

“จอกกลัวกาหลง”

“อย่าวิตกไป สติมันฟั่นเฟือน จับตัวมาซักความจริงให้รู้ว่า มันเห็นอะไร กาหลงรอพี่ที่นี่นะ” บอกแล้วไม้รีบ ตามพวกโขงไป

โขง ขาว และเฟื้องวิ่งไล่ตามจอกไปจนหอบแฮ่กก็ยังไล่ไม่ทัน แต่ทุกคนก็ยังวิ่งไล่ตามไป จอกวิ่งหนีไปรอบโบสถ์ ขาววิ่งไล่ตามย็อกแย็กๆ

“พ่อไม่ต้องวิ่งตามหรอก รอท่าอยู่ตรงนี้ ประเดี๋ยวมันก็วิ่งวนทบรอบกลับมา” ไม้ร้องบอก

ไม้ยืนดักอยู่ทางนั้น จอกวิ่งทบมาจริงๆ ไม้ออก

ไปดัก “จอก...เอ็งไม่ต้องกลัว...ข้าเอง” จอกจึงค่อยสงบลง กาหลงเห็นจอกหยุดอยู่ตรงหน้าไม้ จึงเดินมาสมทบ เห็นกาหลงเป็นผีหน้าซีดเผือด ก็ตกใจแผดเสียงลั่น

“ช่วยด้วย...ช่วยด้วยยยย!!!”

“ผีตัวนี้ฤทธิ์มันเยอะ นังจัน เอ็งไปเอาผ้ายันต์กันผีมา!” ขาวสั่ง จันวิ่งออกไปทันที ส่วนพวกไม้วิ่งไล่ตามจอกไปด้วยความเป็นห่วง

กาหลงวิ่งมาดักจอกที่มุมหนึ่ง จอกจนมุมไม่มีที่ไป กาหลงเข้าไปถาม “จอกเป็นอะไร?”

“ฉันกลัวแล้ว...อย่าหลอกอย่าหลอนฉันเลย” จอกตัวสั่น กาหลงตกใจที่จอกพูดอย่างนี้  ถามว่ากลัวตนวันที่ไปเก็บบัวหรือ? จอกร้องไห้พร่ำร้องแต่ว่า “ข้ากลัว...ข้ากลัวแล้ว...”

“เอ็งรู้ความจริง!” กาหลงตะลึงงัน

“ผี! ผี!! ผี!!!” จอกร้องไห้โวยวายลั่น ทำให้กาหลงยิ่งตกใจ พอดีไม้เข้ามา จันถือผ้ายันต์มาด้วย ขาวเอา ผ้ายันต์ทาบบนหน้าผากจอก จอกร้องโวยวายแล้วทรุดหมดสติไป ทุกคนตกใจ กาหลงมองจอกสงสารจับใจที่จอกสติฟั่นเฟือนเพราะรู้ความจริงว่าเธอเป็นผี!

ooooooo

เพชรกลับมาเพื่อเอาถุงเงิน เจอคนกำลังรื้อของในเรือ เพชรโดดลงเรือตะโกนลั่น

“หยุดเดี๋ยวนี้ไอ้หัวขโมย!” เพชรพุ่งเข้าดึงตัวคนนั้นเข้าไปกอดฟัดหมายจับให้อยู่หมัด แต่พอเห็นหน้าเพชรชะงักอึ้งอุทาน “ผู้หญิง!”

ที่แท้คือชบานั่นเอง ชบาเดินตามหากาเหว่ามาเจอเรือผูกอยู่ที่ท่าแปลกใจว่าเรือใคร จึงลงไปดู ถูกเพชรที่จะกลับมาเอาถุงเงินเจอพอดี คิดว่าเห็นหัวขโมย ชบาดิ้นตะโกนให้ปล่อย ยื้อยุดกันอยู่ใกล้แคมเรือจนพลัดตกน้ำไปทั้งสองคน

ชบาพยายามจะขึ้นฝั่งถูกเพชรรวบตัวไว้ ชบาต่อยโครมเดียวเพชรหงายผลึ่ง ชบาจึงขึ้นฝั่งวิ่งหนีไป

“กลับมาก่อนไอ้หัวขโมย” เพชรตะโกนไล่หลัง

ที่วัด ขาวกับเฟื้องยังโต้เถียงกันไม่เลิกเรื่องจอกถูกของมาหรือเป็นลมแดด ในขณะที่โขงติดใจสงสัยว่าจอกไปเห็นอะไรมาถึงได้
เป็นแบบนี้ กาหลงก็เอาแต่ร้องไห้สงสารจอก

ขณะนั้นเอง พุดจีบเดินมาบอกว่า กาเหว่ากลับเรือนแล้ว กาหลงยิ้มทั้งน้ำตารีบกลับไป

กาเหว่าวิ่งขึ้นเรือนมากอดแม่กลอยด้วยความดีใจ แม่กลอยดีใจกอดกาเหว่าไว้แต่พอนึกได้ก็ฉุนผลักกาเหว่าออกทั้งด่าทั้งทุบตีว่าลูกไม่รักดีปล่อยให้ตั้งตารอ ตัวเท่าลูกหมาริล่องเรือเที่ยว

“แม่จ๋าฟังฉันก่อน ฉันไม่ได้หนีเที่ยว ฉันถูกพวกไอ้ขาบไล่ฆ่า!”

ทั้งแม่กลอยและชบาที่วิ่งกลับถึงเรือนต่างตกใจ

ชบาถามว่ามันจะฆ่ากาเหว่าทำไม ไปขโมยของเขางั้นรึ?

“ฉันรู้เห็นว่ามันฆ่าพี่กาหลง!” กาเหว่าโพล่งออกไปร้องไห้โฮ บอกแม่กับชบาว่า “พวกไอ้ขาบฆ่าพี่กาหลง พี่กาหลงตายแล้ว!” แม่กลอยหาว่ากาเหว่ากุเรื่องเพื่อเอาตัวรอด “ฉันพูดความจริงจ้ะ พี่กาหลงตายแล้ว...พี่กาหลงตายแล้ว!” กาเหว่าร้องไห้ตะโกนบอกแม่กับชบา แต่ที่หน้าเรือน กาหลงกำลังเดินตรงมา กาเหว่าเห็นกาหลงก็ถึงกับตัวชาตาค้างอุทานเรียกแทบไม่เป็นภาษา “พี่...กาหลง!!”

ไม้กับพุดจีบตามขึ้นเรือนมา ไม้ได้ยินกาเหว่าบอกว่ากาหลงตายแล้วก็เอ็ดว่า พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า ในขณะที่พุดจีบมองกาหลงอย่างแปลกใจ

กาเหว่าร้องลั่นเมื่อเห็นกาหลงเดินเข้าหา รีบหลบไปแอบอยู่หลังแม่กลอย ร้องบอกทุกคนที่ตำหนิตนว่า

“เชื่อฉันเถอะ...พี่กาหลงถูกพวกขาบจับถ่วงน้ำ พี่กาหลงตายแล้ว! พี่ไม้แต่งงานกับผี!!”

กาหลงตกใจยืนอึ้งที่กาเหว่ารู้ความจริง จนไม้เข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น กาเหว่ากุเรื่องใช่ไหม แล้วทุกคนก็ช็อกเมื่อกาหลงบอกว่า “กาเหว่าพูดความจริง!” แล้วถามกาเหว่าว่าเห็นเรื่องเลวร้ายในวันนั้นใช่ไหม กาเหว่าพยักหน้ากลัวๆ “ตาเอ็งไม่ฝาดพี่ถูกพวกไอ้ขาบจับถ่วงน้ำ แต่พี่แก้เชือกดิ้นเอาตัวรอดมาได้”

“ไม่จริง ฉันช่วยพี่แก้ก็ยังแก้ไม่ออก”

แม่กลอยถามว่ากาเหว่าเห็นศพกาหลงหรือ กาเหว่าส่ายหน้าเล่าว่า ขณะตนแก้เชือก ขาบดำน้ำมุ่งมาแทงตนจึงต้องหนี ตั้งใจจะวิ่งมาบอกแม่แต่พวกมันไล่ทันจึงต้องวิ่งลงเรือพ่อค้าหนีไปต่างเมือง

“กาเหว่า พี่ขอบน้ำใจเอ็งมากที่คิดช่วยพี่ เอ็งเชื่อพี่เถอะ พี่สลัดเชือกหลุดมาได้ เอ็งก็เห็น พี่ยังยืนอยู่ตรงนี้ ผีตนไหนจะมายืนคุยกับเอ็งกลางวันแสกๆ...มาหาพี่มา...” พูดแล้วเห็นกาเหว่าลังเล กาหลงถาม “หรือเอ็งไม่รักพี่แล้ว”

“ฉันรักพี่นะ” กาเหว่าเดินกลัวไปหากาหลง

“พี่ก็รักเอ็ง ถ้าใครทำร้ายเอ็งอีก พี่จะตวงให้สิ้นปราณทีเดียว”

ทุกคนปลาบปลื้มที่กาหลงรอดชีวิตมาได้ ไม้ยืนแค้นใจพวกขาบอยู่อึดใจแล้วเดินออกไป พุดจีบเห็นดังนั้นจึงตามไป

ooooooo

พุดจีบตามมาหว่านล้อมให้ไม้ใจเย็นๆ และฟังความให้รู้ชัดเสียก่อน ไม้ฮึดฮัดจะไปฆ่าพวกมัน พุดจีบเตือนสติว่า

“อย่าเพิ่งโมโหไม่ทันคิด”

ฝ่ายขาบ มั่น และปองกลับมาถึงบ้านบัวสีเช่นกัน มั่นพูดอย่างวิตกว่าป่านนี้กาเหว่าไปโพนทะนาทั้งคุ้งแล้วว่าพวกเราฆ่ากาหลง ถ้าไม่โดนจับส่งทางการก็คงต้องถูกไม้ไล่ฆ่าตายตามกาหลง

“ไอ้ตาขาว พี่โชติอยู่ทั้งคน บารมีพี่โชติกับพ่อผู้ใหญ่คุ้มกะลาหัวพวกเราได้” ขาบปลอบใจ

พากันเดินมาถึงท้องนา ก็พอดีสิงมาดัก ทั้งสามดีใจรีบเข้าไปหา “พี่สิง...ช่วยพวกฉันด้วย” แต่หารู้ไม่ว่า ที่แท้สิงรับคำสั่งจากโชติให้มาจัดการปิดปากทั้งสามเพื่อตัดตอนไม่ให้เรื่องมาถึงตัวเอง

เวลาเดียวกัน ไม้มาถึงหน้ากระท่อมของสิงยืนตะโกนท้า “พวกเอ็งออกมา” โชติออกมาถามว่ามาก่อกวนอะไร ถูกไม้ชี้หน้าด่า “เอ็งมันตัวการใหญ่ ไอ้สารเลว!!” ไม้พุ่งเข้าต่อยโชติที่ิไม่ทันตั้งตัวจนล้ม พอจะตามซ้ำ พุดจีบก็เข้ามาขอร้อง

“พี่ไม้...หยุดเถอะ ฉันขอเถอะ อย่าเพิ่งวู่วาม” ไม้ตะโกนว่าพวกมันฆ่ากาหลงพวกมันก็ต้องตาย “ถ้าพี่ฆ่าพี่โชติพี่ก็ต้องโทษตายตกไปตามกัน แล้วกาหลงจะอยู่กับใคร พี่ยังมีกาหลงที่ต้องดูแล จะทำการใดพี่ต้องคิดเสียให้รอบคอบ”

คำเตือนสติของพุดจีบทำให้ไม้ชะงัก ขอบใจที่เตือน ไม้ถอยห่างออกจากโชติ กลับถูกโชติขู่ว่าจะบอกให้พ่อจับส่งไปลงโทษ ไม้โต้ว่า “เอ็งต่างหากที่ต้องโดนลงโทษ”

ooooooo

ที่มุมหนึ่งในท้องนา สิงต่อยขาบลงไปนอนกับพื้นชนกับปองที่นอนกองอยู่ก่อน แล้วหันกระชากมั่นขึ้นมาจะต่อย มั่นยกมือไหว้ขอร้องทั้งที่เลือดกบปาก แต่ก็ยังโดนเข้าไปอีกหมัดจนร่วงไปกองอีกคน

“พวกเอ็งคิดหนี พวกเอ็งต้องตาย!” สิงคำราม ขาบบอกว่าพวกตนไม่ได้หนีแต่มีข่าวดีมาบอก...

ส่วนที่กระท่อมของสิง ไม้เดินเข้าหาโชติบอกว่าเขาจะต้องถูกจับเพราะเป็นตัวการใหญ่สั่งลูกน้องจับกาหลงไปถ่วงน้ำ โชติตกใจนึกว่ากาหลงบอกไม้ แต่กาหลงที่ตามไม้มากลับบอกว่า พี่ไม้เข้าใจผิด”

“หากไม่ใช่มันสั่งการแล้วพวกไอ้ขาบจะลงไม้ลงมือฆ่ากาหลงด้วยเหตุใด” ไม้ย้อนถามกาหลง พุดจีบเองก็รอฟังคำตอบ

“พวกมันมีแผนไปขุดกรุพระ ฉันผ่านไปเห็นเข้ามันเลยจะฆ่าฉันปิดเรื่องเสีย โชติไม่ได้เกี่ยวข้องแม้แต่น้อย”

“คงเป็นจริงอย่างที่เอ็งว่า พวกมันทำผิดหนีหายไปหลายวัน” โชติผสมโรง ไม้เลยฝากบอกว่าตนจะจับพวกมันไปให้ทางการและเล่นงานให้สมกับที่ทำกับกาหลง พุดจีบตัดบทว่า เมื่อรู้ความจริงแล้วให้กาหลงพาไม้กลับเรือนเสียเถิด พอกาหลงกับไม้เดินไป โชติก็หันมาทำกรุ้มกริ่มขอบใจที่พุดจีบเป็นห่วงตนคอยห้ามปรามไม้

“ฉันไม่นึกคิดห่วงพี่แม้แต่น้อยฉันเพียงป้องไม่ให้พี่ไม้ต้องติดร่างแหทำชั่วโดยไม่รู้ตัว” พูดแล้วเดินไปไม่แยแส

“เอ็งเป็นห่วงเป็นใยมันทั้งๆ ที่มันออกเรือนไปกับกาหลงแล้วงั้นรึ? พุดจีบ...ข้าไม่ยอมเสียเอ็งให้ใครเด็ดขาด!”

ส่วนไม้กับกาหลง พากันเดินมาถึงมุมหนึ่งในหมู่บ้าน ไม้ตัดพ้อกาหลงว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายขนาดนี้ทำไมไม่บอกหรือเห็นตนเป็นคนอื่น

“ฉันเก็บเรื่องไว้เพราะฉันไม่อยากก่อกรรมสร้างเวรอีก ฉันคิดเสียว่ามันเป็นวิบากกรรมที่ฉันต้องชดใช้ พี่เองก็คงจำคำสอนของหลวงพ่อได้ดี เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร และการให้อภัยชีวิต ถือเป็นทานอันสูงส่ง”

ไม้เกรงพวกมันจะทำร้ายกาหลงอีก กาหลงพูดอย่างมั่นใจว่า “เชื่อใจฉันสิ พวกมันไม่กล้ายุ่งกับฉันอีก”

สิงพามั่น ขาบ และปองกลับไปที่กระท่อมของตน ทั้งผลักทั้งถีบพวกมั่นถลาไปกองตรงหน้าโชติ มั่นรีบบอกว่าพวกตนมีข่าวดีมาบอก โชติตะคอกประชดว่าข่าวดีเรื่องปล่อยกาหลงไปหรือ!

“ไม่ได้กินเสียละ พวกเราจับมันถ่วงน้ำ มันตายแล้วนะพี่!” ปองสีหน้าสะใจ

“ไอ้กาเหว่ามันเข้ามาเห็นพวกเราจึงต้องไล่จับมัน

ตอนนี้มันกลับมาได้ มันคงบอกเรื่องราวทั้งหมด พวกฉันก็มาพึ่งใบบุญพี่”

โชติตวาดให้หยุดปดเสียที ไม่อย่างนั้นจะตัดลิ้นทิ้ง สิงจึงบอกพวกมั่นว่ากาหลงรอดมาได้และร่วมหอไปกับไม้แล้ว

“ไม่จริง!” ทั้งสามร้องพร้อมกัน โชติบอกว่าจะลากคอไปดูให้เห็นกับตา หากเป็นอย่างที่ตนพูดก็จะฆ่าเสียให้หมด!

พวกขาบตกใจไม่กล้าเถียง มั่นหาทางออกว่า “มันคงสลัดเชือกรอดได้จริงๆ”

“พวกเอ็งยังดวงดีที่กาหลงไม่เอาความ แต่ไอ้ไม้มันจะเอาเรื่อง พวกเอ็งไปหลบซ่อนที่ท้ายนา ถึงเวลาข้าจะเรียกใช้”

“จ้ะพี่” ทั้งสามรับคำ แล้วรีบออกไป

ooooooo

แม่กลอยดีใจที่กาเหว่ากลับมาลูบหัวเรียกขวัญแล้วถามว่าใครช่วยไว้หรือ กาเหว่าบอกว่าพี่เพชร แล้วนึกได้ว่าเพชรหายไปนานสงสัยจะหลงทางกระมัง

ที่ตุ่มน้ำข้างเรือน ชบาตักน้ำราดตัวขัดถูหมายชะล้างรอยกอดของเพชร พลันก็ได้ยินเสียงถาม

“น้องสาวจ๊ะ เรือนของกาเหว่าอยู่ไหน?”

ชบาหันมอง ต่างตกใจที่มาเจอกันอีก เพชรจะเข้าค้นตัวชบาหาว่าเป็นนางโจรที่ขโมยของในเรือตน ชบาทั้งตักน้ำสาดปาด้วยขันและสารส้มใส่เพชรพัลวันปากก็ตะโกนด่าตะโกนไล่

กาเหว่ากับแม่กลอยได้ยินเสียงวิ่งลงมา แม่กลอยเห็นเพชรกำลังพยายามกอดชบาเพื่อค้นตัว ก็คว้าไม้ฟืนฟาดเข้ากลางหลังทีเดียวเพชรก็สลบ แม่กลอยพรวดเข้าไปพลิกหน้าดูว่าเป็นใคร กาเหว่าชะโงกดู พอเห็นเป็นเพชรก็ตกใจสุดขีดร้องบอก

“พี่เพชร...ซวยแล้วจ้ะแม่!”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ที่ท่าน้ำเรือนกาหลง ไม้นั่งตีระนาดซ้อมมือ กาหลงได้ยินเสียงระนาดเดินออกมารำตามจังหวะอย่างอ่อนช้อยงดงาม ไม้จึงวางมือจากระนาดฮัมทำนองแทน ลุกมารำเกี้ยวกาหลง

มีชาวบ้านพายเรือผ่านมา มองที่ท่าน้ำเรือนกาหลงงงๆ ที่เห็นไม้รำท่าเกี้ยวนางอยู่คนเดียว พึมพำขำๆ

“ไม้ท่าจะเพี้ยน รำร้องกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียว” แล้วพายเรือผ่านไปไม่ติดใจ

เช้าวันเดียวกัน เพชรที่ถูกแม่กลอยเอาฟืนหวดหลังจนสลบแล้วพามานอนบนเรือน ชบาเดินมาหากาเหว่าเห็นเพชรยังนอนอยู่เลยแกล้งเอาไม้มาจิ้มๆที่ตัว เพชรตื่นแล้วแต่แกล้งหลับตาจั๊กจี้จนกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่ คิดเอาคืน พอชบาย่ามใจเข้าใกล้ก็ทำทีละเมอดึงมือชบาไว้

“หวังจะลวนลามฉัน ไอ้ลามกจกเปรต” ชบาด่าหันไปหยิบมีดพร้าที่เหน็บอยู่ข้างฝาไล่ฟัน เพชรลุกหนีวิ่งชนแม่กลอยที่ยกหม้อข้าวมาตกแตกข้าวหกหมด ชบาถือพร้าวิ่งตามมาฟ้องแม่กลอยว่าถูกเพชรลวนลาม

แม่กลอยด่าเพชรและไล่ออกจากเรือนไปเลย เพชรหันมองกาเหว่าหวังพึ่ง กาเหว่าก็ยกมือไหว้ลาเสียงั้น

“ถีบหัวส่งกันทีเดียวเชียว!” เพชรบ่น

ooooooo

แล้วก็มีเรื่องให้กาหลงต้องกังวล เมื่อไม้ไปรดน้ำพรวนดินแปลงดอกไม้ที่ปลูกให้พุดจีบตอบแทนน้ำใจเมื่อครั้งที่พุดจีบถอดสร้อยแหวนและเข็มขัดนากให้ไม้เอาไปสู่ขอกาหลง

เมืิ่อไม้รู้ว่าพุดจีบจะไปตลาด ก็อาสาพายเรือให้ เพราะไปได้ไวกว่าเดินมาก พุดจีบกังวลว่าตนว่ายน้ำไม่เป็น

“พุดจีบไม่ต้องกลัว มีพี่อยู่ทั้งคน”

พุดจีบรู้สึกอุ่นใจที่มีไม้คอยดูแล นั่งเรือไปอย่างสบายใจ...

อบเชยได้ทีไปเป่าหูยุแหย่เยาะเย้ยกาหลงว่าได้ผัวแค่ข้ามคืน ตื่นมาผัวหายไปแล้ว พอเห็นกาหลงนิ่งก็ทำทีหวังดีเตือนว่า ให้ระวังเพื่อนรักจะทึกทักเอาผัวไป กาหลงถามว่าหมายถึงใคร

“ป่านฉะนี้นังพุดจีบพะเน้าพะนอนั่งเรือชมนกชมไม้ สำราญใจ...พุดจีบคิดหว่านเสน่ห์ดึงใจพี่ไม้ออกห่างเอ็ง!”

ทีแรกกาหลงก็ไม่เชื่อ แต่เมื่ออบเชยกับเผื่อนและงามกลับไปแล้ว เธอก็เริ่มหวั่นไหว เดินออกไปดักที่ริมคลอง พอเห็นไม้พายเรือพาพุดจีบมาก็ทนไม่ได้ตัดสินใจตะโกนเรียก “พี่ไม้!”

เมื่อไม้วาดเรือเข้าไปหา กาหลงออกอุบายว่าแม่อยากกินแกงแคให้ไม้ช่วยไปเก็บดอกแคให้ที แล้วตัวเองก็อาสาพายเรือไปส่งพุดจีบแทน

ระหว่างกาหลงพายเรือให้นั้น พุดจีบพูดออกตัวให้กาหลงสบายใจว่า ตนไม่เคยคิดกับไม้เกินเลยกว่าความเป็นพี่ชาย ตนรู้ว่าหญิงอยู่กับชายสองต่อสองไม่เหมาะ หากไม้ยังเป็นโสดจะไม่เกิดขึ้น แต่ไม้ลงหอกับกาหลงแล้วทำให้ตนอยู่ใกล้ไม่ได้อย่างอุ่นใจ บอกกาหลงว่า

“ถ้าฉันคิด ฉันทำ กาหลงไม่พอใจ ฉันต้องขอโทษด้วยที่พลั้ง”

“ฉันอ่อนแอเกินไป ใจไม่แข็งพอ เผลอคล้อยฟังแรงยุคำคน สุดท้ายฉันก็เจ็บใจที่ไม่เชื่อใจเพื่อนรัก”พุดจีบขอให้เชื่อในความบริสุทธิ์ใจของตนว่าจะไม่แย่งชิงคนรักของเพื่อน กาหลงถามหยั่งเชิงว่า “แม้นในวันที่ฉันจากไปหรือ”

พุดจีบตกใจถามว่ากาหลงพูดอะไร กาหลงเฉไฉว่าตนก็ถามไปตามประสาคนเพ้ออย่าถือสาเอาความเลยเร่งไปตลาดเถิด แล้วกาหลงก็จ้ำพายบ่ายหน้าไปตลาด

ooooooo

เมื่อมั่น ขาบ และปองไปอยู่กระท่อมท้ายนาตาม คำสั่งของโชติแล้ว ขาบบอกว่าตนไม่อยากเชื่อว่ากาหลงยังไม่ตายเพราะตนดำน้ำลงไปดูเห็นกับตาว่า กาหลง ตายแล้ว

มั่นถามว่าตายตัวแข็งเป็นตอไม้เลยหรือ ขาบบอกว่าไม่ทันจับต้องเนื้อตัวเพราะมัวแต่ไล่แทงกาเหว่าเสียก่อน

“นั่นปะไร มันอาจฟื้นแล้วแกะเชือกถ่วงหิน!”มั่นตบมือฉาด

“ข้าล่ะไม่เชื่อ!” ปองโพล่งขึ้น จนมั่นแปลกใจ “ข้ามัดรัดเชือกอย่างแน่นหนา ไม่มีทางที่กาหลงจะสลัดเชือกได้”

ทั้งสามโต้แย้งกัน ขาบตัดบทว่าป่วยการโต้เถียงกัน เพราะยังไงกาหลงก็รอดตายแล้ว สู้นอนเอาแรงไว้รอให้โชติสั่งการดีกว่า ปองไม่พูดอะไรแต่ยังติดใจเรื่องกาหลงและคิดที่จะทำอะไรบางอย่าง

ตกเย็น กาหลงพายเรือมาส่งพุดจีบ บอกพุดจีบว่าอยากเห็นเพื่อนรักออกเรือน ไม่ใช่ว่าตนคลางแคลงใจ แต่อยากให้เพื่อนมีคู่มาช่วยดูแล

แต่พอพุดจีบจะขึ้นเรือน ก็ตกใจเมื่อถูกโชติมาคว้าตัวไว้ ถามว่ารังเกียจตนถึงกับหนีหน้าหรือ? พุดจีบปัดมือโชติออกบอกว่าตนมิได้รังเกียจแต่ไม่อยากพูดพล่อยด้วย แล้วเดินหนีขึ้นบันไดเรือนไป

“หนีพี่ได้ประเดี๋ยวประด๋าว แล้วแม่จะรู้ว่าต้องอยู่กับพี่ชั่วชีวิต”

พุดจีบชะงัก สะดุดหู แปลกใจกับคำพูดของโชติ...

ส่วนกาหลงส่งพุดจีบแล้ว ขณะเดินกลับ เห็นปองเดินดุ่มไปที่บึงบัว ก็แปลกใจว่าปองจะไปทำอะไรในยามเย็น

“ข้าจะไปดูให้ชัด ว่าเอ็งรอดตายแน่แท้!!” ปองบอกกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น แล้วกระโดดลงในบึงบัว

กาหลงตกใจ กลัวปองจะดำไปเห็นศพตน!

แต่ปองดำลงไปมองหาอย่างไรก็ไม่เห็นศพกาหลงทั้งๆที่ศพกาหลงลอยอยู่ตรงหน้าแท้ๆ!

กาหลงยืนยิ้มอย่างพอใจอยู่ริมบึง จนปองขึ้นมาเห็นกาหลงก็ตกใจ กาหลงเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า

“หยุดทำชั่วได้แล้ว ก่อนที่จะสายเกินไป” พูดแล้วกาหลงจะเดินไป ปองกลัดมันขึ้นมาคิดจะข่มขืนกาหลง พรวดไปดักหน้าบอกว่าไม่เห็นกับตาไม่มีวันเชื่อว่ากาหลงยังอยู่ “คนที่คิดดีทำดีไม่มีวันตายแต่คนคิดชั่วอย่างเอ็งมันจะไม่ตายดี!” ปองพุ่งเข้าดึงตัวกาหลงไปกอด ผลักกดลงกับพื้น กาหลงปรามว่า “เอ็งไม่อยากตาย ปล่อยข้าไป!”

ปองหน้ามืดจะข่มขืนกาหลงให้ได้ มันตบหน้ากาหลงหันไปด้านหนึ่งจนกาหลงแน่นิ่งไป แต่พอมันจับหน้ากาหลงพลิกมามันก็แทบช็อก เมื่อเห็นใบหน้ากาหลงซีดเป็นผี ตาแดงก่ำ!

“ข้าเตือนแล้วแต่เอ็งไม่ฟัง” กาหลงย้ำแล้วผลักปองออกจากตัว มันกระเด็นออกไปไกล พอเงยหน้าขึ้นมาก็ร้องสุดเสียง “ผี!” ตะกายลุกขึ้นวิ่งโกยอ้าว ร้องแทบไม่เป็นภาษา “ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...ปล่อยข้าไปเถอะ...” มันวิ่งเตลิดไปจนถึงบริเวณต้นไทรงามก็สะดุดล้มลง

กาหลงก้าวเข้าไปหา มันชักมีดออกมาจะแทง แต่มือที่ถือมีดกลับแข็งนิ่ง มีดกระเด็นหลุดจากมือ มันถอยกรูดร้องลั่น แต่ก็หนีไม่รอด!!

ปองถูกรากไทรรัดข้อเท้าแขวนห้อยหัวอยู่ใต้ต้นไทร! กาหลงยืนมองน้ำตาไหลด้วยความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป

ooooooo

ไม้ไปเก็บดอกแคใส่ใบตองเอาไปให้แม่กลอยที่เรือน บอกแม่กลอยว่ากาหลงบอกว่าแม่อยากกินแกงดอกแคตนจึงไปเก็บมาให้

“ข้าไม่เคยพูดสักคำว่าอยากกินแกงแค!” แม่กลอยเสียงกระด้างใส่ชบาออกมาช่วยพูดให้บรรยากาศดีว่า กาหลงไม่ได้สั่งแต่ไม้อยากเอาใจแม่ยาย แล้วรับดอกแคไปบอกว่าจะไปแกงให้ แม่กลอยหมั่นไส้บอกไม้ว่า เสร็จแล้วก็กลับไป ไม้เอาใจแม่กลอยอยู่ช่วยตักน้ำจนเต็มตุ่ม แม่กลอยก็ยังไม่เห็นความดีพูดเย้ยว่า

“หวังจะเอาชนะใจข้า ไม่ง่ายนักหรอก” แต่พอไม้ตักน้ำเต็มตุ่มแล้วจะกลับ แม่กลอยกลับเรียกให้ขึ้นเรือนมากินข้าวก่อน ไม้กินแกงดอกแคอย่างเอร็ดอร่อยจนแม่กลอยเหน็บว่า “ทำทีตายอดตายอยากมาจากไหน”

ความขยันจริงใจของไม้ ทำให้แม่กลอยยอมรับไม้ได้มากขึ้น มองไม้กินข้าวอย่างพอใจ กินข้าวอิ่มไม้ลากลับ แม่กลอยเร่งให้รีบกลับเสีย เพราะกาหลงคงคอย ท่าอยู่ ไม้ไหว้แม่กลอยลงจากเรือนไปอย่างสบายใจ

กลับถึงเรือน ไม้ร้องเรียกกาหลงไม่มีเสียงตอบ ขึ้นเรือนหาก็ไม่มี ไม้เริ่มเป็นห่วง...ร้อนใจ

กาหลงนั่งคุกเข่าร้องไห้รู้สึกผิดที่ทำให้ปองตาย คิดถึงคำพูดของหลวงตาเมื่อครั้งกระโน้นที่ริมบึงบัว หลวงตาบอกให้ปล่อยวาง เวลานั้นกาหลงถามว่าจะให้ตนปล่อยวางให้พวกนั้นทำชั่วต่อไปหรือ?

“กรรม มิอาจลบล้างด้วยการหักล้างหรือชำระแค้น คนทำชั่วอาจมีชีวิตรอด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ชีวิตมีสุขได้ ความผิดบาปนั้น มันเพาะบ่มอยู่ในใจ เดือดเนื้อร้อนใจเฉกเช่นตกนรกทั้งเป็น แต่หากโยมเลือกที่จะแก้แค้น เอาคืน เท่ากับโยมต่อกรรมชั่วให้ตัวเอง และผลท้ายสุด โยมก็คือผู้รับเคราะห์กรรมในสิ่งที่โยมได้กระทำไป...”

คิดถึงคำเตือนของหลวงตาแล้ว กาหลงบอกกับตัวเองว่า

“กาหลงจะไม่ยอมให้ตัวเองต้องหมกไหม้กับกรรมนี้อีกแล้ว”

พลันก็ได้ยินเสียงเรียกของไม้ กาหลงตกใจกลัว ไม้จะรู้เห็นการตายของปองจึงส่งเสียงเรียก ไม้ถือตะเกียงเดินมาหาถามว่ากาหลงออกมาทำอะไร

“ฉันออกไปตามพี่ที่เรือนแม่ แม่บอกว่าพี่กลับมา ฉันก็กำลังกลับเรือนไปหาพี่ กลับกันเถอะจ้ะ”

กาหลงจูงมือไม้เดินออกไป ไม้มัวแต่ถือตะเกียงส่องทาง จึงไม่เห็นศพปองที่ถูกรากไทรรัดข้อเท้าห้อยหัว อยู่ใต้ต้นไทร...

ooooooo

ตอนที่ 4

กาเหว่าไปนั่งตกเบ็ดอยู่ริมบึง ตกอยู่นานปลาก็ไม่กินเหยื่อ เบื่อเลยลุกจะกลับ แต่ไม่อยากเสียเที่ยว เห็นฝักบัวชูสลอนอยู่เลยโดดลงน้ำว่ายไปเก็บฝักบัวจะเอาไปฝากกาหลง...

เป็นเวลาเดียวกับที่ปองกับขาบหามร่างกาหลงที่มัดและเอาหินถ่วงมาถึงพอดี พวกมันช่วยกันยกกาหลงถ่วงน้ำ มั่นได้ยินเสียงพุดจีบเดินร้องเรียกกาหลงมาที่บึงพอดี มันสบถอย่างหัวเสียว่า มารมาผจญอีกแล้ว เร่งให้ขาบกับปองรีบหลบก่อน

โชคดีของมันที่พุดจีบเดินร้องเรียกกาหลงไปอีกทาง ปองกับขาบจึงจับกาหลงโยนลงบึง!

กาเหว่ากำลังเก็บฝักบัว เห็นพวกมั่นก็สงสัยว่ามาทำอะไรกัน พอเห็นพวกมันจับกาหลงโยนลงบึง กาเหว่าตกใจร้องเสียงดัง “พี่กาหลง!!” พวกมันได้ยินชะเง้อมอง แต่กาเหว่ารีบหลบเข้ากอบัวดำน้ำหนีไป

“ทำใจคอสั่นไปได้...เร่งไปแจ้งพี่โชติว่านังกาหลงมันตายแล้ว!!” มั่นสั่งหมายเอาหน้าจากโชติ

กาเหว่ารีบว่ายกลับมาดำลงไปช่วยกาหลงที่ถูกถ่วงจมอยู่ในบึง กาเหว่าพยายามเขย่าเรียกกาหลงแต่ กาหลงยังไม่ได้สติจึงตัดสินใจดึงร่างกาหลงหมายพาขึ้นพ้นน้ำ แต่ดึงไม่ขึ้นเพราะถูกหินถ่วงไว้

มั่นกับปองขึ้นจากเรือไปยืนริมบึงรอขาบ จู่ๆขาบจับพาย พายเรือออกไปอีก บอกว่าจะไปดูให้แน่ใจว่ากาหลงตายแน่แล้ว มั่นกับปองจึงยืนรออย่างหงุดหงิดอยู่ริมบึง

ooooooo

แม่กลอยเพิ่งแกงเสร็จ ยกหม้อแกงลงจากเตา หม้อแกงหลุดมือตกแตก แม่กลอยตกใจคิดว่าลางสังหรณ์ไม่ดี นึกเป็นห่วงกาหลงที่หายไป

ออกไปยืนหน้าเรือนชะเง้อคอยอยู่พักใหญ่ยังไม่เห็นกาหลงกลับ แม่กลอยเข้าไปในห้องเก็บกระดูกพ่อของกาหลง ชบาตามมาดูว่าแม่ทำอะไร เห็นแม่บอกกล่าวภาวนากับพ่อว่า

“พ่อเอ็ง...ลูกหายไป...พ่อเอ็งช่วยคุ้มกะลาหัวลูกด้วยเถอะ”

ชบาเห็นดังนั้นจึงทรุดนั่งพนมมืออธิษฐานด้วย แต่จู่ๆก็มีลมพัดวูบเข้ามาทำให้ถ้วยใส่กระดูกพ่อตกแตก แม่กลอยกับชบาตกใจมองหน้ากันใจคอไม่ดี

กาเหว่าดำน้ำพยายามแก้เชือกที่มัดกาหลงแต่แก้ไม่ออก โผล่ขึ้นมาหายใจ มั่นกับปองเห็นเข้าพอดี ขาบตะโกนบอกมั่นกับปองว่า

“มันเห็นศพกาหลง...จับมันฆ่าซะ!!” พวกมันทั้งสามลงเรือไล่ล่ากาเหว่าหมายฆ่าปิดปาก

กาหลงจมอยู่ใต้น้ำ เมื่อรู้สึกตัวจะว่ายขึ้นผิวน้ำแต่ถูกหินถ่วงไว้ พยายามแก้จนเกือบหมดแรง พอเชือกหลุดว่ายขึ้นมาได้ในเฮือกสุดท้ายของลมหายใจ พอโผล่พ้นน้ำก็ฮุบอากาศ ดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่...

พุดจีบที่เดินหากาหลงวกกลับมาที่บึงบัวอีกครั้ง เห็นกาหลงพอดี ร้องเรียกเพื่อนด้วยความดีใจสุดขีด

“กาหลง...”

ooooooo

ไม้ชกชนะสัก ล้มยักษ์แห่งวิเศษไชยชาญได้ ไม้รีบไปขอรับรางวัลที่แก้ว เห็นแก้วลังเล โขงปรามว่า

“พี่ก็รู้ว่าพี่ชายฉันหมัดหนัก อย่าริโกง”

แก้วจำต้องส่งถุงเงินให้ ไม้รับถุงเงินพึมพำอย่างปลื้มปีติ

“กาหลง...เราจะได้ขึ้นหอแต่งงานกันแล้วนะ”

ทั้งสามพากันเดินทางกลับบ้านบัวสีด้วยหัวใจพองโต จนผ่านดงไผ่ลมพัดมาวูบใหญ่ ไม้ชะงักเห็นกาหลงมายืนร้องไห้อยู่ ไม้ผวาเรียก

“กาหลง...มาที่นี่แต่มื้อใด...กาหลงร้องไห้ทำไม?”

ขาบกับโขงมองงงๆ ถามไม้ว่าเป็นอะไร ไม้บอก ว่ากาหลงมาหาตน โขงมองไม้อย่างเห็นใจ เชื่อว่าเดิน ทางไกลอดหลับอดนอนและต่อยมวยจนอ่อนแรงทำให้ตาฝาดหลอนไปเอง

“แล้วพวกเอ็งได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ไหม?” ไม้ถามลมพัดมาอีกวูบหนึ่ง เสียงไผ่สีกัน โขงฟังแล้วบอกไม้ว่า

“เสียงไผ่สีกัน ใครผ่านไปผ่านมาแว่วหลอนเป็นเสียงผู้หญิงร้องไห้ ที่นี่ถึงได้ชื่อบ้านสาวร้องไห้” แล้วโขงก็เล่าตำนานชื่อบ้านให้ฟังว่า...

“มีหญิงนางหนึ่ง พลัดหลงจากชายคนรัก...นางหลงอยู่ในดงไผ่ พยายามเดินออกไปให้ได้ หวังใจจะ ได้เจอชายคนรัก แต่มันยากเย็นแสนเข็ญ จนนางอ่อนใจร้องไห้คร่ำครวญ...เสียงของนางน่าเวทนา บรรดาชาวบ้านต่างเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผีสางนางไม้มาหลอกหลอน”

เล่าแล้วโขงเดินนำไป จอกคว้าแขนไว้ถามว่า แล้วนางเจอคนรักหรือไม่

“ไม่รู้...ข้าฟังเขาลือเล่ามาเพียงนี้”

“ปั้ดโธ่...คาใจข้านักเทียว” จอกบ่นอย่างขัดใจ พลันเสียงไผ่สีกันดังเหมือนเสียงร่ำไห้ของหญิงสาวดังขึ้นอีก จอกเหลียวมองล่อกแล่ก วิ่งตามไม้กับโขงไปหายคาใจเป็นปลิดทิ้ง

ooooooo

เกาเหว่าหนีพวกมั่นที่ตามล่า ขึ้นจากบึงได้ก็วิ่งอ้าวไปจนถึงท่าน้ำ ใจก็ร้องให้แม่ช่วยด้วย...

วิ่งมาถึงท่าน้ำเห็นเรือจอดอยู่ กาเหว่าวิ่งลงเรือเอากระสอบคลุมตัวไว้ พวกมั่นวิ่งมาถึงมองหาไม่เห็น ถามกันว่ากาเหว่าหายไปไหน มั่นสงสัยจะวิ่งกลับเรือนไปแล้ว ปองคาดว่าเป็นไปได้ แต่พวกเราก็ดักทางไว้หมดแล้ว

“มันต้องซ่อนตัวอยู่ที่นี่” ขาบมองไปในเรืออย่างมั่นใจ แล้วลงไปในเรือกวาดตามองหา ถูกนายเรือลงมาโวยวายหาว่าเป็นขโมย ขาบชี้แจงว่า “ข้าตามจับเด็ก มันขโมยเงินพวกข้าหนีมาซ่อนตัวในเรือ”

“ไม่ต้องกุเรื่องแก้ตัว พวกเอ็งคิดจะขโมยของ ออกไป! ข้าจะเร่งเอาของไปขาย” นายเรือไล่ตะเพิด ขาบจะไปค้นอีก มั่นดึงแขนไว้บอกว่า กาเหว่าไม่กล้าลงเรือลอยลำไปต่างเมืองดอก แล้วลากขาบขึ้นไป

นายเรือถ่อเรือออกจากท่า กาเหว่ารู้ว่าเรือเคลื่อนออกก็ตกใจ ขยับตัวเล็กน้อย ขาบยังยืนมองอยู่ที่ท่าเห็นพอดีตะโกน “ไอ้กาเหว่า!” กาเหว่าตกใจหยุดนิ่งจนเกือบไม่กล้าหายใจ

“มันหนีไปกับเรือแล้ว” ปองบอก มั่นบอกว่าดีแล้ว จะได้ไม่ต้องไล่จับให้เสียแรง

“ไอ้โง่!! มันรู้เห็นว่าพวกเราฆ่ากาหลง เร่งหาเรือตามไปฆ่ามัน!!” ขาบด่า มั่นกับปองรีบวิ่งไปหาเรือกันลนลาน

ooooooo

พุดจีบดีใจมากที่ตามเจอกาหลง แต่ก็แปลกใจที่เพื่อนรักเปียกไปหมดทั้งตัว ถามว่าเกิดเหตุใดหรือ?

กาหลงร้องไห้ในอ้อมกอดพุดจีบ พุดจีบกอด กาหลงถามว่าไปเจอคนพาลที่ไหนมา กาหลงไม่อยากเล่าความจริงที่เกิดขึ้น บอกพุดจีบว่า ไม่มีอะไร

“อย่าปดฉัน”

“ฉันว่ายน้ำไปเก็บบัว แล้วปวดขมับเกือบจมอยู่ใต้น้ำ ฉันตกใจร้องไห้เสียใหญ่ ตอนนี้คลายแล้วพอมี แรง ฉันกลับเรือนล่ะ” กาหลงลุกขึ้นจะเดินกลับเรือน พุดจีบไม่เชื่อเดินตามไปขวาง

“อย่าเห็นฉันเป็นอื่น ว่าความจริงให้ฉันฟังสิ” กาหลงยังปากแข็งว่าไม่มีเรื่องใดปิดบังเพื่อน พุดจีบจับเนื้อตัวกาหลงเห็นรอยช้ำ พูดด้วยปรารถนาดีว่า “กาหลง แจ้งฉันให้หายแคลงใจ เหตุใดเนื้อตัวช้ำเช่นนี้”
กาหลงยิ้มกลบเกลื่อนเล่าว่า “ก่อนหน้าฉันมาเก็บบัว...ลมกระโชกแทบพังเรือน...ฉันเร่งออกไปเก็บผ้า ไม่ทันระวังพลัดตกบันไดตัวช้ำอย่างที่เห็น” เห็นพุดจีบยังทำหน้าไม่เชื่อ กาหลงเล่าให้เห็นจริงว่า “ที่สงสัยว่าฉันร้องไห้ปานใจจะขาดก็เพราะใจฉันคิดถึงพี่ไม้เหลือเกิน ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นอย่างไร รู้เรื่องรู้ความสิ้นแล้ว ฉันขอกลับเรือน”

“เห็นฉันเป็นคนอื่นไกลถึงได้กุเรื่อง! พิกลแท้ที่เพื่อนฉันจะทิ้งเรือนรัก ฝนหยุดไม่ทันหมดเม็ด...เพื่อนฉันก็ว่ายน้ำมาเก็บบัว...ไม่มีใครเขาทำเยี่ยงนั้น” พุดจีบพูดอย่างขัดเคืองใจ เดินร้องไห้พร่ำรำพันความห่วงใยให้ฟัง “ฉันร้อนรุ่มใจถึงได้ออกตามหา แต่พอเจอหน้ากลับบ่ายเบี่ยง แสร้งเล่าความเท็จ...ฉันคงไม่ใช่เพื่อนรักเพื่อนตายที่กาหลงไว้ใจเหมือนกาลเก่า”

กาหลงสะเทือนใจน้ำตาซึม แต่ยังไม่กล้าเล่าความจริงอยู่ดี

“หลังจากนี้ ขอให้ฉันเป็นคนแปลกหน้า ลบเลือนว่าเราสองคนเป็นเพื่อนรักเสียให้สิ้น”

พุดจีบร้องไห้เดินจากไป กาหลงจะเรียกไว้แต่ยั้งใจ ปล่อยให้พุดจีบเดินจากไป แล้วรำพึงกับตัวเองอย่างชอกช้ำใจ

“ฉันขอโทษ...ฉันไม่อยากให้เรื่องระยำตำบอนของไอ้โชติรู้ถึงหูพี่ไม้ พี่ไม้คงไม่ยอมความ ตามไปฆ่าไอ้โชติ กรรมเวรติดตามไม่จบสิ้น...ขอให้ทุกอย่างสิ้นสุดที่ฉัน...รอยแผลที่หน้ามันคงจะหยุดยั้งมิให้มันทำจัญไรอีกต่อไป”

เวลาเดียวกัน โชติกลับเรือนไปให้สิงทำแผลให้ สิงบอกว่า ใส่ยารักษาสองสามคืนแผลจะสมานสนิทดังเดิม

“สาแก่ใจข้านัก! นังกาหลง เอ็งไม่ได้ตายเพียงชีวิตเดียว ไอ้ไม้กลับมารู้ข่าวว่าเอ็งหายไป มันก็ต้องตรอมใจตายตามกัน!!” โชติยิ้มสะใจเชื่อว่ากาหลงตายแล้ว

ooooooo

กาหลงกลับถึงเรือน ถูกแม่กลอยเอ็ดไปตีไปร้องไห้ไปด้วยความเป็นห่วงและโมโหว่าหายไปไหนมา ไม่รู้รึว่าตนเป็นห่วง ทำไมทำตัวอย่างนี้ แต่พอรู้ตัวก็ผลักกาหลงออกทำปั้นปึ่งเหมือนเดิม

กาหลงรับรู้ถึงความห่วงใยของแม่กลอย ร้องไห้บอกแม่ว่าเห็นฝนตกปลาคงขึ้นเลยไปทงเบ็ด

แม่กลอยยังดุด่าหาว่าริคิดแยกเรือนไม่สนใจแม่กับน้อง ลำเลิกว่ากว่าจะเลี้ยงโตเสียข้าวสุกไปกี่เกวียนรู้ไหม กาหลงพูดเหมือนสัญญาว่าถึงตนจะออกเรือน แต่ยังมีใจดูแลแม่กับน้องเหมือนที่เคยทำ แล้วก้มกราบแทบเท้าแม่กลอยเอ่ยขอโทษ

“ยกโทษให้ฉันเถิดที่พลั้ง ฉันสุขที่ได้เจอแม่ นึกว่าชาตินี้จะไม่ได้อยู่แทนคุณแม่อีกแล้ว ฉันรู้ว่าชีวิตมีค่ามากเพียงใด หลังจากนี้ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อแม่ ทำให้แม่มีความสุขจ้ะ” กาหลงลุกขึ้นกอดแม่กลอยไว้ด้วยความซาบซึ้ง

“ไม่ต้องกระแดะเอาคำยี่เกมาพูด” แม่กลอยผลักกาหลงออก พอดีชบาวิ่งเข้ามา แม่กลอยถามว่าเจอกาเหว่าไหม พอรู้ว่าไม่เจอ แม่กลอยก็แปลกใจเป็นห่วง “บ๊ะ...ลูกคนนี้มาลูกคนนั้นหาย มันเวรกรรมอะไรของข้า

“ยายมา ตาสรบอกว่าเห็นกาเหว่ามันลงเรือไปกับพ่อค้า” ชบาบอก แม่กลอยบ่นว่ากาเหว่าหนีเที่ยวอีกจนได้ กาหลงปลอบใจแม่กลอยว่าพ่อค้าเร่ไปขายของพรุ่งนี้ก็คงกลับ และกาเหว่าก็โตพอจะเอาตัวรอดได้ แม่อย่าได้เป็นห่วงไปเลย

“คอยดูเถิด...กลับมาแม่จะล่ามโซ่ขังไว้ให้เข็ดหลาบ ไปนังชบา กลับเรือน” ว่าแล้วเดินไปเลย พอชบาจะตาม กาหลงเข้าไปจับมือน้องเอ่ยอย่างซึ้งใจว่า

“ข้าขอบใจเอ็งที่เป็นห่วงข้า ข้ารักเอ็งนะชบา”

“รักฉันก็อย่าทำให้ฉันเสียใจ” ชบาสะบัดเสียงแล้วเดินตามแม่กลอยไป กาหลงได้แต่แปลกใจว่าตนทำอะไรให้น้องเสียใจ แต่พอแม่กับน้องไปแล้ว กาหลงก็เป็นห่วงไม้ขึ้นมา พึมพำ “พี่ไม้ พี่เป็นยังไงบ้าง...ฉันรอพี่อยู่นะ”

ooooooo

ไม้ จอก และโขง พากันเดินอย่างเร่งรีบเพื่อกลับบ้านบัวสี เดินผ่านดงไผ่มาถึงดงตาล ไม้บอกเพื่อนทั้งสองว่า

“พ้นเขตดงตาลอีกไม่กี่ชั่วยามก็ถึงบ้านบัวสีแล้ว”

โขงโผล่มาบอกว่าไม่ใกล้เลย อีกไกลโขทีเดียว จอกก็เดินหอบมาทรุดนั่งกับพื้น เสนอว่า

“ฉันหมดเรี่ยวหมดแรงแล้ว คืนนี้พักค้างเสียสักคืน ไก่โห่แล้วเดินทางต่อ” ไม้บอกว่าตนเป็นห่วงกาหลงถ้าสองคนอยากพักตนจะเดินล่วงหน้าไปก่อน จอกทิ้งตัวลงนอนทันที โขงไม่ยอมบอกว่ามาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน แต่จอกแกล้งหลับไปแล้ว โขงปลุกอย่างไรก็ทำเป็นไม่รู้สึกตัว

ทันใดนั้น มีโจรผ้าคาดหน้าถือดาบเข้ามาสองคน คนร่างใหญ่เงื้อดาบสั่งเหี้ยม

“รักตัวกลัวตายส่งเงินทองของติดตัวมา!!”

“ถุงเงินนี้มันคือชีวิตของข้า หากเอ็งต้องการก็มาเอาชีวิตข้าไป” ไม้กำถุงเงินไว้แน่น ชักดาบออกมาพร้อมสู้ตาย

จอกกับโขงลุกพรวดคว้าดาบไปช่วยไม้ต่อสู้กับสองโจรที่พยายามจะแย่งถุงเงินไปให้ได้ คราวหนึ่งโจรตัวใหญ่คว้าถุงเงินได้วิ่งหนีไป ไม้วิ่งไล่ตามไปจนทันใช้ดาบปาดไปที่ใบหน้ามัน ผ้าคาดหน้าหลุด ไม้อุทาน...

“ไอ้สัก!! เอาเงินข้าคืนมา!!”

“เอ็งลบหน้าข้า อย่าหมายจะได้เงินหรือชีวิต กลับไป” สักพุ่งเข้าฟันไม้ที่เริ่มอ่อนแรงเพราะทั้งต่อยมวยและเดินทางมาทั้งวัน

ส่วนโจรอีกคนที่ต่อสู้กับโขงและจอก ถูกโขงใช้ปลายดาบเขี่ยผ้าคาดหน้าออก มันคือแก้วนั่นเอง!

แก้วพลาดพลั้งร้องขอชีวิตกับจอก แต่เจ้าเล่ห์ฉวยโอกาสที่จอกเผลอกำดินซัดใส่หน้า เข้าตาจอกจนร้องโวยวายว่าตาบอดแล้ว แก้วฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีไป โขงจะตาม ถูกจอกคว้าเท้าไว้ร้องโวยวายว่าตนตาบอดแล้วต้องช่วยตนก่อน โขงเลยจำต้องปล่อยแก้ววิ่งหนีไป

ไม้สู้กับสักจนแย่งถุงเงินคืนมาได้ ขณะถือดาบตรงไปจะฟันสักนั้น แก้วที่ตามมาก็คว้าไม้ฟาดเข้ากลางหลังไม้จนหลังแอ่น สักรีบลุกขึ้นคว้าดาบตรงเข้าหาไม้คำรามดุร้าย

“อวดเก่งนัก ตายเสียเถอะเอ็ง!!”

สักเงื้อดาบสุดแขนจะแทง ไม้มองตาค้างพยายามจะลุกถูกสักเตะจนสลบ แล้วเงื้อดาบแทงลงไป แต่สักกลับแทงลงข้างตัวไม้ แก้วถามว่าทำไมไม่ฆ่า

“เลือดเปื้อนดาบข้าเสียเปล่า หมายลบหน้าข้ามันต้องไม่ตายดี!!” สักยิ้มเหี้ยม

สักหมายฆ่าไม้อย่างทารุณด้วยการขุดหลุมฝังทั้งเป็น ผลักร่างไม้ลงหลุมแล้วโกยดินกลบหัวเราะอย่างสะใจ

“หวงเงินยิ่งกว่าชีวิต เงินนี้คงมีค่ากับเอ็งมาก ข้าจะให้เงินเอ็งไปฝากยมบาล” สักโยนเหรียญในถุงใส่หลุมใกล้หน้าของไม้ที่เหลือโผล่มาเพียงนิดเดียว

โขงเขี่ยดินออกจากตาจอกแล้วพากันเดินตะโกนเรียกหาไม้ สักกับแก้วได้ยินจึงพากันเดินหนีไป จอกกับโขงเดินผ่านหลุมที่ฝังไม้แต่ไม่เห็นและไม้เองก็นอนหมดสติอยู่ในหลุมที่ถูกดินกลบเกือบมิดแล้ว...

เวลาเดียวกันนั้น กาหลงเป็นห่วงไม้เฝ้ารออยู่หน้าเรือนจนดึก เข้านอนก็ฝันร้ายว่าไม้ถูกแทง ลุกไปโบสถ์ทั้งกลางคืนเข้าไปไหว้พระในโบสถ์ ภาวนาขอให้สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองไม้ด้วย ระหว่างนั้นฟ้าผ่าเปรี้ยง! ทำให้กาหลงยิ่งใจไม่ดียังคงนั่งพนมมือภาวนาวิงวอนน้ำตาอาบหน้า...

ฝนตกหนัก...น้ำฝนหยดใส่หน้าของไม้ชะดินที่เปรอะหน้า...ได้น้ำชโลมทำให้ไม้ค่อยๆรู้สึกตัว กลอกตามองจึงรู้ว่าตนอยู่ที่ดงตาลและถูกจับฝังดิน

ขณะนั้นเอง ได้ยินเสียงโขงกับจอกร้องเรียกมาตามทาง  ไม้พยายามร้องตอบ แต่เสียงแผ่วจนโขงกับจอกไม่ได้ยิน ไม้นอนน้ำตาไหลพรากอยู่ในหลุม...

ฝนตกหนักจนน้ำไหลเข้าท่วมหลุม ไม้รู้ว่าถ้าน้ำท่วมหลุมตนคงต้องสำลักน้ำตายแน่

ในยามนี้...ไม้คิดถึงกาหลง คิดถึงวันเวลาแห่งความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน ทำให้ไม้มีกำลังใจที่จะฮึดสู้ รวบรวมแรงตะโกนออกไป “ข้าอยู่นี่” โขงกับจอกที่กำลังจะเดินผ่านไปได้ยิน หันเดินย้อนมาตามเสียง ไม้ยังพยายามตะโกนอีกครั้ง “ข้าอยู่นี่”

โขงกับจอกเดินมาเจอหลุม มองลงไปเห็นไม้ถูกฝังอยู่ ทั้งสองรีบช่วยกันโกยดินออก นำร่างไม้ที่บอบช้ำอ่อนแรงขึ้นมาช่วยชีวิตไม้ไว้ได้หวุดหวิด แต่พอขึ้นจากหลุม ไม้ก็พยายามประคองตัวลุกขึ้นจะไปทวงเงินคืน

“พี่เดินยังไม่ไหวจะเอาแรงที่ไหนไปสู้มัน” โขงรั้งไม้ไว้ ไม้ยังฝืนจะไป แต่พอก้าวเท้าไม่ทันเดินก็ทรุดลงกับพื้น ไม้รู้ตัวว่าตนไม่อาจไปสู้เอาเงินคืนมาได้แล้ว นั่งร้องไห้โฮ คร่ำครวญ...

“กาหลง พี่ไม่มีสินสอดไปขอเอ็งแล้ว...”

“อย่างน้อยพี่ก็ยังมีชีวิตกลับไป...กลับไปหากาหลง” จอกปลอบทั้งที่ตัวเองก็น้ำตาคลอ

“กาหลงรอคอยพี่อยู่” โขงให้กำลังใจ ทำให้ไม้มีกำลังใจที่จะกลับไปหากาหลง...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ฝนยังไม่หยุดตก กาหลงลุกมามองไปที่หน้าเรือน พลันก็เบิกตาโตเมื่อเห็นไม้เดินอิดโรยมาในสายฝน

“พี่ไม้”

“กาหลง”

กาหลงวิ่งลงจากเรือนโผเข้ากอดไม้ร้องไห้ด้วยความดีใจ พร่ำพูด “พี่กลับมาแล้ว ฉันฝันแน่แล้ว”

“พี่สัญญากับกาหลง...พี่ต้องกลับมาสิ” ไม้เช็ดน้ำตาให้กาหลง แต่ตัวเองสะอื้นจนกาหลงรู้สึก ถามว่าร้องไห้ทำไม

“พี่ต่อยมวยพนันชนะได้เงินมาอักโข แต่มันปล้นเงินไปหมดแล้ว...กาหลง พี่ขอโทษ พี่ไม่มีเงินขึ้นหอแต่งงานกับกาหลง...”

ไม้ทรุดนั่งร้องไห้โฮเสียใจสุดชีวิต แต่กาหลงกลับยิ้ม เช็ดน้ำตาให้ปลอบโยน

“ไม่ต้องร้องไห้จ้ะพี่ เงินทองเป็นของนอกกาย...ช่างมันปะไร ฉันขอแค่พี่กลับมา ฉันก็สุขใจแล้ว”

ทั้งสองกอดกันร้องไห้ด้วยความรัก

ชบาได้ข่าววิ่งกลับไปบอกแม่กลอยว่าไม้กลับมาแล้ว แม่กลอยถามทันทีว่า

“เอ็งรู้ไหมว่ามันหาเงินมาได้เท่าใด”

ชบาหน้าสลดเพราะรู้ว่าไม้ถูกปล้นเงินไปหมดแล้ว...

ooooooo

ไม้ปรึกษากาหลงว่าจะทำอย่างไรแม่กลอยจึงจะยอมให้เราร่วมหอลงโรงกัน กาหลงบอกว่าไม่ต้องห่วงอะไรเพราะไม้เสียสละเพื่อตนไปหมดแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตนก็ยังรักมั่นเสมอ

ไม่ทันไร แม่กลอยก็ก้าวขึ้นเรือนมาขอดูสินสอด กาหลงบอกว่าไม้หาเงินมาได้แล้วแต่ถูกปล้นไป ไม้เองก็อ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่แม่กลอยเหมือนใจไม้ไส้ระกำ พูดเสียงแข็งไม่ยอมอ่อนข้อว่า

“เห็นแต่ใจน่ะมันไม่พอ เอ็งจะให้ข้ากลืนน้ำลายตัวเองงั้นรึ หากหาเงินมาไม่ได้ตามนัด ข้าจะยกกาหลงให้กับคนที่เหมาะจะเลี้ยงดูลูกสาวข้าได้!”

ขณะที่ไม้กับกาหลงร้องไห้เสียใจ มืดแปดด้านไปหมดนั้น ขาวก็ยกพวกเฮกันมา มีทั้งเฟื้อง จอก โขง ทุกคนถือดาบมาอย่างน่ากลัว แม่กลอยตกใจ ไม้กับกาหลงมองงงๆว่าพวกขาวจะมาทำอะไร

นวลเห็นเหตุการณ์ รีบไปรายงานพุดจีบว่าพวกสัปเหร่อขาวพาพวกมาหมายชิงตัวกาหลง พุดจีบบอกนวลอย่าเล่าเรื่องกาหลงให้ฟังอีกตนไม่อยากฟัง นวลจึงวิ่งลงเรือนไปอย่างอยากรู้เรื่องราว
ที่เรือนกาหลงกำลังตึงเครียด แม่กลอยตั้งหลักเผชิญหน้าพวกขาวถามว่าคิดจะทำอะไร ชบาบอกว่าพวกนี้จะมาชิงตัวกาหลง

“เอาสิวะ เอ็งฉุดลูกสาวข้า ข้าจะไปร้องให้ผู้ใหญ่ จับพวกเอ็งไปตัดตีนสินมือหรือไม่ก็จำตรุ ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน”

ขาวบอกว่าพวกตนมาดีไม่ใช่โจรเถื่อนถ่อย เฟื้องก็ชี้แจงว่า ที่พวกตนถือดาบมาเพื่อคุ้มครองป้องกันไม่ให้โจรมาชิงสินสอดต่างหาก

ไม้กับกาหลงงง แปลกใจ จันชี้แจงว่า “ชาวบ้าน สงสารเอ็งนักหนา ช่วยกันเรี่ยไรเงินตามมีตามเกิดมาสงเคราะห์เป็นสินสอดให้เอ็ง”

แม่กลอยบอกให้เอาออกมาดู จันเปิดห่อผ้า มีเงินอยู่ในพาน แม่กลอยเบ้หน้ายิ้มเหยียดว่า มีแค่หยิบมือ!

“มันไม่มากพอจะซื้อทองสองเส้น แต่ก็ไม่น้อยราคาให้ใครหมิ่น” ขาวบอก

พอดีพันกับเอียดจูงควายมาบอกไม้กับกาหลงว่ายกควายให้เพื่อตอบแทนความดีที่สองคนมีบุญคุณช่วยชีวิตพวกตน ตาสรก็หันไปสั่งยายมาให้ถอดเข็มขัดนากออกมาสมทบ

“เอาล่ะเหวย...สินสอดมากโขพอสมควร รับไว้เถอะแม่” ขาวเอ่ยพลางยื่นของทั้งหมดให้ แม่กลอยรับไป ทำให้ทุกคนดีใจนึกว่าแม่กลอยรับสินสอดแล้ว แต่พริบตาเดียวแม่กลอยก็โยนทิ้ง ทุกคนตกใจ เฟื้องชักฉุนเสียงดังใส่ว่า

“บ๊ะ...มันลบหน้าหักหาญน้ำใจกันมากไปแล้ว เดี๋ยวพ่อฟันให้สักเฉาะ”

แม่กลอยไม่ได้สะทกสะท้าน บอกไม้ว่าให้หยุดกวนใจตนได้แล้ว คำพูดของตนมีสัจจะ ไม่มีทองสองเส้นกับควายสองตัวอย่าหมายมาคุยกัน กาหลงร้องไห้เสียใจ ไม้เดินเข้าไปกราบแทบเท้าอ้อนวอน

“น้าก็รู้ว่าฉันเกิดมาไม่ทันบวชเรียน ก็ต้องกำพร้าพ่อกำพร้าแม่...ชีวิตฉันไม่มีใคร ฉันมีแต่กาหลง...”

ไม้เล่าถึงวัยเด็กในวันที่ตนร้องไห้อยู่หน้าเชิงตะกอนพ่อแม่ กาหลงในวัยเดียวกันเดินเข้ามาปลอบใจไม้ว่า “พ่อแม่พี่ไปสวรรค์แล้ว ไม่ต้องร้องนะจ๊ะ” กาหลงเช็ดน้ำตาให้ไม้แล้วนั่งกอดเข่าอยู่เป็นเพื่อนไม้ที่เชิงตะกอน...

หลังจากไม้ไปอยู่วัด กาหลงก็เอาขนมใส่กะลาไปแบ่งปันให้กินและช่วยไม้ล้างบาตรพระด้วยความเห็นใจกัน เล่าชีวิตในยามทุกข์ใจแสนสาหัสที่มีกาหลงคอยปลอบประโลมและให้กำลังใจแล้วไม้บอกแม่กลอยว่า

“ในชีวิตฉัน หามีใครดีและรักฉันเท่ากาหลงไม่เห็นอีกแล้ว ขอน้ากลอยเมตตาอ้ายไม้ด้วยเถิด”

กาหลงเล่าความรู้สึกของตนบ้างไม่ต่างจากไม้ ถูกแม่กลอยขัดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า กาหลงไม่ได้ตัวเปล่าเล่าเปลือยมีตนกับน้องสาวอีกสองหัวจะไปเหมือนไม้ได้อย่างไร!

กาหลงบอกว่ามีก็เหมือนไม่มี...เล่าด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า “หลังเผาศพพ่อ ฉันรู้ว่าแม่กลุ้มใจไม่มีใครช่วยทำกิน แม่จำต้องเข้าบ่อนหาเงินมาเลี้ยงดูพวกฉัน... ฉันอยากจะช่วยงานแม่ หวังใจช่วยแม่เลี้ยงดูน้อง...”

เวลานั้น กาหลงช่วยแม่กลอยทำนา ไม้มาช่วยปักดำ กาหลงดำนาจนเป็นลม ไม้ก็อุ้มไปนอนพักเอายาที่หลวงพ่อต้มให้มาป้อน แต่เมื่อกาหลงจะลุกไปดำนาต่อ ปรากฏว่าไม้ปักดำจนเสร็จแล้ว บอกให้กาหลงพัก เอาขลุ่ยออกมาเป่ากล่อม ทำให้กาหลงยิ้มทั้งน้ำตา ที่ในยามยากเข็ญเจ็บป่วย มีไม้คอยดูแลช่วยเหลือตลอดมา

กาหลงพูดอย่างซึ้งใจว่า “ฉันมีชีวิตรอดมาได้ มีพี่ไม้คอยดูแล พี่ไม้ไม่ผิดจากพ่อ พี่ชาย เพื่อน รักจริงที่ฉันมีให้พี่ไม้ในกาลเก่าถึงวันนี้...ไม่เคยถอยลง แต่กลับมากขึ้นหลายเท่า จนฉันแม่นใจว่า พี่ไม้คือชายที่ฉันฝากชีวิตไว้แน่แท้ ชาตินี้จะหาใครรักฉันเท่าพี่ไม้ไม่ได้อีกแล้วจ้ะ”

ทุกคนที่ได้ฟังต่างซึ้งใจ ไม้เข้าไปวิงวอนแม่กลอยขอให้เห็นใจตนกับกาหลงด้วยเถิด ถูกแม่กลอยตวาดว่าตนไม่หลงกลคำหวานอ้อนของไม้ สั่งกาหลงให้กลับเรือน เดี๋ยวนี้ เมื่อกาหลงนิ่งเฉยก็สั่งให้ชบาลากไป ชบาร้องไห้ไม่อยากทำร้ายจิตใจพี่สาว แม่กลอยขัดใจผลักชบาออกแล้วเข้าไปกระชากกาหลงสั่งให้กลับเรือน

ไม้เสียใจดึงมือกาหลงไว้ อ้อนวอนแม่กลอย “ฉันไม่มีกาหลงแล้วฉันจะอยู่ยังไง” แม่กลอยตอบอย่างเลือดเย็นว่า “จะเป็นจะตายช่างหัวเอ็งปะไร!”
เมื่อไม่อาจเปลี่ยนใจแม่กลอยได้ ไม้ตัดสินใจจะเผาเรือนและตัวเองตายพร้อมไปกับเรือน บอกทุกคนว่า

“เรือนนี้ฉันปลูกให้กาหลง ถ้าผิดไม่ได้เป็นเรือนหอ ก็ขอให้เป็นเรือนตาย!!!”

ooooooo

ไม้ตัดสินใจจุดคบไฟส่งให้แม่กลอย วานแม่กลอยช่วยเผาตนและเรือนให้สิ้นซาก แม่กลอยปากแข็งว่าอย่ามาขู่ สั่งกาหลงให้ไปลากไม้ลงมา กาหลงไม่ลากบอกว่าจะทำตามแต่ใจไม้ตนไม่ขวาง

ไม้ร้องไห้บอกแม่กลอยให้ช่วยปล่อยพันธนาการให้ตนโยนคบไฟใส่เรือนตนเถิด แม่กลอยทำท่าจะปาคบไฟใส่เรือน ขาวและชาวบ้านช่วยกันหว่านล้อมกล่อมแม่กลอย ขาวบอกว่าไม้รักกาหลงกว่าอื่นใดไยจะใจจืดใจดำทำได้ลงคอ จันก็เตือนสติว่า นี่ไม่เพียงแต่ฆ่าไม้หากแต่ฆ่าลูกสาวตัวเองด้วย

“ผิดบาปไม่ได้อยู่แค่ทำชั่วทำเลว แต่มันอยู่ที่ใจของคนไร้สำนึก” มัคนายกเฟื้องเตือนให้สำนึกถึงกรรมดีกรรมเลว ส่วนยายมาปากตลาดประกาศว่าจะโพนทะนาให้คนทั้งบางรู้ว่าแม่กลอยใจยักษ์ใจมาร ตาสรขู่อาฆาตว่าแต่นี้ไปอย่าหวังว่าตนจะขายผักขายปลาให้กิน

ส่วนโขงกับจอกยกมือไหว้ขออย่างผู้อ่อนวัยกว่าว่า ไม้ยอมเสี่ยงตายเพื่อกาหลงอย่าหักอกหักใจกันเลย

“ฉันขอละจ้ะแม่ สงสารพี่กาหลงเถิด” ชบาที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับกาหลงอ้อนวอนแม่

แม่กลอยยังคงถือคบไฟมองเรือนที่ไม้คุกเข่าพร้อมตายไปกับเรือน กาหลงนั่งร้องไห้อยู่ข้างแม่

แม่กลอยยืนมองนิ่ง คบไฟร่วงจากมือ ไม้กับกาหลงแปลกใจ แม่กลอยพูดหน้านิ่งเครียดว่า

“เอ็งมันไม่รักดี อยากกัดก้อนเกลือกินตกระกำลำบากอย่ามาร้องให้ข้าช่วยเหลือ”

จอกกับโขงตีความตรงกันว่า หมายความว่าแม่กลอยยอมให้ไม้กับกาหลงอยู่ด้วยกันแล้ว ทุกคนพากันเฮดีใจ กาหลงวิ่งไปกอดไม้ ยิ้มให้กันทั้งน้ำตากับความรักที่สมหวังหลังจากฝ่าฟันอุปสรรคมาแทบเอาชีวิตไม่รอด...

ไม้จูงมือกาหลงมากราบขอบคุณแม่กลอย ให้สัญญาว่าจะรักและดูแลกาหลงไปชั่วชีวิต แม่กลอยย้ำขึงขังว่าอย่าลืมตั้งขันหมากไปสู่ขอตามประเพณี อย่าให้เสียครรลอง แล้วคว้าพานสินสอดไปกอดไว้ สั่งชบาให้จูงควายกลับเรือนทันที

งามกับเผื่อนคาบข่าวไปบอกอบเชยว่าแม่กลอยยกกาหลงให้ไม้แล้ว อบเชยเอาแต่ปฏิเสธว่าไม่จริ๊ง...ไม่จริง...โกหกตัวเอง จนเผื่อนกับงามนินทากันว่า “ทำใจไม่ได้ พิโถพิถัง” และ “นังกาหลงคงหัวร่อเย้ยหยันล่ะทีนี้”

สิงแอบมาได้ยิน คาดคั้นกับงามและเผื่อนว่าเมื่อกี๊พูดอะไรกัน พอเผื่อนบอกว่าไม้ไปสู่ขอกาหลงแล้ว    สิงก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟหาว่าทั้งสองพูดปดจนเผื่อนกับงามงงว่าทำไมต้องโมโหตนด้วย ส่วนสิงรีบจ้ำอ้าวไปหาโชติ

พอสิงเล่าให้โชติฟังกลับถูกตวาดว่าอย่ามากุเรื่องโกหก หาว่าพวกขาวเพี้ยนกันไปแล้ว เพราะกาหลงถูกจับถ่วงน้ำจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร

โชติไม่เชื่อหุนหันลงจากเรือนเพื่อไปดูให้เห็นกับตา

ooooooo

พุดจีบที่เคืองกาหลงนับแต่รู้สึกว่ากาหลงปดตนเรื่องที่ริมบึง ก็ไม่ไปมาหาสู่กาหลงอีกเลย

จนกระทั่งวันที่ไม้จะเผาเรือนพร้อมตัว นวลมาบอกให้ไปช่วยมิเช่นนั้นไม้ต้องตายแน่ พุดจีบก็ไม่ตอบและไม่ยอมออกจากห้อง จนนวลพึมพำอย่างใจเสียว่า

“ครานี้ท่าจะถอดใจเสียแล้วกระมัง” แล้วทรุดพนมมือไหว้ท่วมหัว “ธัมโมพุธโธ...แล้วแต่บุญกรรมจะนำพา...”

พุดจีบนั่งเงียบอยู่ในห้อง ไม่ตอบไม่ออกมา แต่นั่งร้องไห้สงสารไม้กับกาหลงอยู่เงียบๆ...

วันนี้ กาหลงมาหาพุดจีบถึงเรือนเพื่อแจ้งข่าวตนกับไม้ แต่ถูกนวลกันไว้ไม่ให้เข้า อ้างว่าพุดจีบตัวร้อนนอนพักอยู่

“เป็นไข้หนักหนาหรือ? ฉันจะไปแลอาการช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัว” กาหลงต่อรอง นวลกลับลำบอกว่าค่อยทุเลาแล้ว “ทุเลาก็ดี...ฉันจะเข้าไปเยี่ยมเยียนถามไถ่” ก็ถูกนวลปฏิเสธอีก กาหลงพูดอย่างรู้ทันว่า “พี่นวลกันท่าตามคำสั่งน้าบุญอิ่ม หรือพุดจีบเพื่อนฉันสั่งการ?”

นวลอ้ำอึ้งตอบไม่ออก กาหลงรู้ทันทีว่าพุดจีบเป็นคนสั่งนวลเพราะยังโกรธตนอยู่ จึงฝากความว่า

“ฉันพอรู้ความแล้ว...วานพี่ไปบอกเพื่อนฉัน ในวันพรุ่งฉันอยากให้เพื่อนฉันไปร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งเรือนฉัน” ฝากความแล้วกาหลงเดินกลับไป

นวลรับคำ ในขณะที่พุดจีบที่ฟังอยู่ในห้อง ยังคงนิ่งเพราะน้อยใจกาหลงอยู่...

ooooooo

โชติแอบมาที่เรือนกาหลงเพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่ากาหลงมีตัวตนอยู่จริง แล้วโชติก็ต้องผงะเมื่อเห็นกาหลงถือตะเกียงออกมา!

“เอ็งตระหนกนักสิที่เห็นว่าข้ายังไม่ตาย!” กาหลงถามอย่างไม่หายแค้น โชติถอยห่างขอร้องอย่ามาหลอกหลอนกันเลย “หากข้าตายเป็นผี ข้าจะไม่ยอมทนยืนคุยกับเอ็งอย่างนี้...ข้าจะบีบคอฆ่าเอ็งเสียทันที!”

“ข้าสั่งให้พวกไอ้ขาบฆ่าเอ็งแล้ว!”

“ข้าคงทำบุญสร้างกรรมดีไว้มาก ถึงได้เอาตัวรอดมาได้ แต่คนที่ทำกรรมชั่วอย่างเอ็ง สมควรตาย!!!” กาหลงหันไปชักดาบที่ฝาเรือนเงื้อง่าทันที

โชติตกใจวิ่งหนีจากเรือนไปขวัญกระเจิง แต่เพราะลนลานทำให้พลัดตกบันไดเจ็บเท้า กาหลงตามไป โชติร้องเสียงหลง “อย่า!!” กาหลงลดดาบลง บอกโชติว่าตนจะไม่ก่อเวรสร้างกรรมต่อ ตนจะต้องมีชีวิตอยู่เพื่อไม้ต่อไป

สิงวิ่งมาประคองลูกพี่ ทำให้โชติอุ่นใจที่มีคนมาช่วย

“อย่าลืมเสียว่ามีชนักติดหลัง เร่งออกไปจากเรือนแล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก ไม่งั้นข้าจะบอกทุกคนว่าเอ็งคิดขืนใจข้าแล้วจับข้าถ่วงน้ำ” กาหลงปราม

โชติขู่สวนทันทีว่าถ้ากาหลงทำเช่นนั้น ตนก็จะจัดการแม่และน้องเธอให้ตายยกครัว ทั้งยังเอาอำนาจอิทธิพลมาขู่ว่า “เอ็งก็รู้ว่า พ่อข้ามีกำลังมากพอจะทำผิดเป็นถูก! เอ็งมีแต่เสียท่า!!”

“ที่ข้ารอดตายมาได้ ข้าไม่รู้สึกเกรงต่อความตายอีกแล้ว หากเอ็งข่มเหงจนข้าหมดทาง ข้าจะลุกขึ้นสู้สุดแรง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน!!”

โชติเผ่นแน่บไปจากเรือนกาหลงพร้อมสิง กาหลงมองตาม ทิ้งดาบลงกับพื้น ยิ้มทั้งน้ำตาพึมพำ...

“ข้าจะถือว่า ที่ผ่านมาเป็นการชดใช้กรรมที่เราเคยร่วมก่อกันมาในอดีตชาติ ขอให้หมดเวรหมดกรรมกันแต่เพียงนี้เถิด ข้าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที...”

กาหลงเงยหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้าที่ส่องแสงระยิบระยับ เป็นคืนที่กาหลงได้ยืนมองดวงดาวอย่างมีความสุข...

ooooooo

โชติวิ่งอ้าวไปที่กระท่อมของสิง โวยวายว่าไม่อยากเชื่อว่ากาหลงยังไม่ตาย ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นสั่งสิงให้ไปตามพวกขาบมา จะเอาเรื่องให้หนักฐานไม่ฆ่ากาหลง

เมื่อไปเห็นกับตาว่ากาหลงยังไม่ตาย โชติคิดอุบาทว์ “เอ็งไม่ตายก็ดี...ข้าจะเสพสุขเอ็งให้ได้!!”

กาเหว่าซ่อนอยู่ในเรือ จนวันรุ่งขึ้นเห็นเรือเทียบท่าจึงออกมา นายเรือตกใจถามว่าซ่อนในเรือมาตั้งแต่เมื่อไร หรือจะมาขโมยของ?

“ไม่ใช่จ้ะ ฉันหนีพวกโจร มันฆ่าพี่สาวฉันแล้วก็จะฆ่าฉันด้วย” กาเหว่าหน้าตาซีดเซียวทั้งเพลีย หิวและกลัว ถูกนายเรือหาว่าพูดจาไม่เป็นประสา “ฉันพูดจริงจ้ะ น้า... ตะวันลงน้าจะกลับบ้านบัวสีเลยใช่ไหมจ๊ะ”

พอนายเรือบอกว่ายังไม่กลับจะล่องเรือเข้าไปบางกอกก่อน กาเหว่าตกใจบอกนายเรือว่า

“ไม่ได้นะจ๊ะน้า ฉันต้องกลับไปหาแม่ ไปงมศพพี่ี่สาว”

นายเรือยิ่งไม่เชื่อหาว่าเอาเรื่องคอขาดบาดตายมาพูดเล่น ถามว่าใครฆ่าพี่สาวหรือ ก็พอดีกาเหว่าเห็นมั่น ขาบกับปองพายเรือเข้ามา พวกมันเห็นกาเหว่ายืนอยู่ที่ท่าน้ำ พากันชี้ให้ดู กาเหว่าตกใจวิ่งหนีไปบนฝั่งสุดชีวิต พวกมันพายเรือเข้าเทียบท่าแล้วไล่ตามกาเหว่าไปเอา เป็นเอาตาย

ooooooo

ขบวนขันหมากของไม้ตั้งที่ลานวัด มีขาวเป็นหัวเรือใหญ่ ทุกคนตะลึงตื่นเต้นเมื่อเห็นไม้แต่งตัวสะอาดหน้าตาหมดจดหล่อเหลา จันอดใจไม่ได้วิ่งเข้าไปหอมแก้มฟอดใหญ่

ชาวบ้านเป่าปี่ตีกลองกันสนุกสนาน ไม้บอกว่าเมื่อทุกคนพร้อมแล้วก็จัดแห่ขันหมากไปสู่ขอกาหลงกันเลย

“หยุดประเดี๋ยว” เฟื้องร้องบอก เข้าไปท่องคาถาพรมน้ำมนต์ใส่ตัวไม้ สวดคาถาเมตตาชนะภัย จนตาสรท้วงขึ้นว่า

“มัคนายกทำอะไร เจ้าบ่าวเปียกแฉะหมดแล้ว”

“ข้าเอาน้ำมนต์จากหลวงพ่อมารดให้ มันจะได้หมดเคราะห์หมดโศก ศัตรูภัยพาลอย่าได้กล้ำกราย”

ตาสรขัดคอว่าไม้ไปแต่งงาน ไม่ได้ไปออกศึกยายมารำคาญเร่งให้รีบไปเดี๋ยวจะเสียฤกษ์เสียชัย ขาวนึกได้ถามว่าแล้วจอกกับโขงหายไปไหน ไม้บอกว่าตนวางให้ไปเด็ดดอกบัวมาทำพิธี นัดหมายกันที่เรือนกาหลง เฟื้องจึงเร่งให้ไปกันเลย ป่านนี้เจ้าสาวตั้งท่ารอเจ้าบ่าวแล้ว

“เอ้าละเหวย...โห่...ฮิ้ววววววว” ขาวโห่แล้วทุกคนก็ ฮิ้ววว...รับกันเป็นที่ครื้นเครง

ที่เรือนกาหลง...พุดจีบถือพานพุ่มจัดดอกไม้ประดิษฐ์สวยงามมาประดับงานแต่งของกาหลง

กาหลงดีใจมากบอกว่านึกว่าพุดจีบจะไม่มาเสียแล้ว ถามว่าหายเคืองตนแล้วหรือ พุดจีบบอกว่างานแต่ง

งานเพื่อนทั้งทีไม่มาได้อย่างไร เรื่องเก่าอย่าพูดถึงอีกเลย พูดอย่างปลงแล้วว่า

“ฉันมาตรองคิด เสียใจก็เก็บทุกข์ไว้กับตัว ใจขุ่นมัวเสียป่วยการ ฉันระลึกได้ว่า หากฉันปล่อยวางทุกอย่างเสีย ใจฉันก็นิ่งสงบ พบความสุขที่แท้จริง”

“คำพูดกินใจฉันเสียเหลือเกิน...หากฉันตระหนักคิดได้เพียงน้อยของพุดจีบ คงจะดี แต่ฉันกรรมหนักยังยึดติดในรักในหลง ไหนเลยจะห่วงแม่ห่วงน้อง”

พุดจีบบอกว่าตนตัวคนเดียวหามีห่วงใดกังวลไม่ กาหลงถามว่าพุดจีบไม่ได้หมายตาชายใดบ้างรึ หากมีตนจะเป็นแม่สื่อแม่ชักนำรักมาให้ พุดจีบพูดปลงๆว่าตนวาสนาน้อย เห็นท่าจะครองโสดเสียแล้วกระมัง แล้วบอกให้เลิกคุยเพราะกาหลงยังไม่ได้ผัดหน้าทาปาก ประเดี๋ยวเจ้าบ่าวจะยกขันหมากหนี

“แช่งฉันหนักข้อจริงเทียว รึอยากให้ฉันเป็นหม้ายขันหมาก” กาหลงตัดพ้อ พุดจีบรีบขอโทษบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ “ฉันพูดจาสนุกปาก อย่าได้ถือสา มาเถิด มาช่วยฉันผัดหน้า” กาหลงจับมือพุดจีบให้ช่วยแต่งหน้าให้ตน

พุดจีบบรรจงแต่งหน้าให้กาหลง ต้องคอยซับเหงื่อเม็ดโตที่หน้าผากจนเปรยกับเพื่อนรักว่า

“กาหลงตื่นเต้นเอาการ...เหงื่อแตกเม็ดเชียว”

ooooooo

โขงกับจอกจะไปเก็บดอกบัว เดินผ่านต้นไทรงาม จอกปวดฉี่เลยไปยืนฉี่บริเวณต้นไทรงาม โขงตกใจด่าว่า ไอ้นี่วอนเสียแล้ว แล้วเร่งให้รีบไปเก็บดอกบัว

โขงอยู่บนเรือ จอกดำไปเด็ดดอกบัวหายไปนาน โขงตะโกนเรียกจนใจเสีย แล้วจู่ๆจอกก็โผล่จากน้ำถือดอกบัวอยู่ที่ฝั่งแล้ว

“เฮ้ย...ไหงขึ้นท่าไปซะแล้ว รอข้าด้วย...” โขงตะโกนพลางรีบตามจอกที่ถือดอกบัวเดินยิ้มออกไป

ที่เรือนกาหลง ขบวนขันหมากมาถึงแล้ว ไม้เห็นกาหลงถึงกับตะลึงในความงาม ขาวเร่งให้รีบส่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอ จันทักท้วงว่า

“ยังไม่ได้ทำพิธงพิธีเลย...กาหลง แม่เอ็งมาแล้วรึ”

“ยังจ้ะ แม่บอกว่าหากเตรียมการพร้อมให้คนไปตามมา...”

ยายมาเหลียวมองแล้วเร่งว่า มากันครบองค์แล้วจะรอท่าอะไรให้รีบไปตามแม่กลอยมาเลย ไม้ทักท้วงขึ้นอีกว่าตนวานจอกกับโขงไปเก็บบัวมาบูชาพระป่านนี้ยังไม่เห็นมา

“ไอ้สองตัวนี้ท่าจะทำเสียเรื่อง ไอ้เฟื้อง เอ็งไปตามมันมา” ขาวสั่ง เฟื้องขยับจะไป แต่พอนึกได้ก็หยุดกึกหาว่าขาวใช้ตน เกี่ยงให้ขาวไปเอง สัปเหร่อกับมัคนายกเลยทะเลาะกันจนจันด่าว่า  แก่จะลงโลงอยู่แล้วทะเลาะกันไม่อายเด็กรึ

พอดีจอกกับโขงมาถึง ตาสรเลยเร่ง “เอาล่ะวะ เร่งทำพิธี ข้าจะได้กินขนมให้เต็มพุง”

จอกถือดอกบัวเดินมาถึงหน้าเรือนกาหลงก็หยุดยืนยิ้มอยู่อย่างนั้นจนทุกคนแปลกใจ ไม้เร่งให้รีบเอาดอกบัวมา จอกก็ยังยืนนิ่งยิ้มให้ไม้อยู่อย่างนั้น

“พี่จอกจ๊ะ ฉันขอดอกบัวด้วยจ้ะ ฉันจะพับกลีบประดับไว้หน้าหิ้งพระ” กาหลงเอ่ยแล้วเดินมาหาจอก จอกมองกาหลงนิ่ง ตาแข็งค้าง ตัวสั่นจนทุกคนตกใจ ไม้ถามว่าเป็นอะไร กาหลงรีบเข้ามาดู แล้วจู่ๆจอกก็ดิ้นเป็นลมหมดสติไป

ทุกคนตกใจ ขาวถามว่าจอกไปทำอะไรมา โขงเล่าว่า...

“เช้านี้ มันเยี่ยวรดใกล้ศาลเจ้าแม่ ท่าจะโดนดีแล้วสิ!” ขาวตบเข่าฉาดบอกว่าโดนเจ้าที่เจ้าทางเล่นงานเข้าแล้ว

“พวกเอ็งก็สมอ้างผีสางนางไม้ เมื่อคืนมันซัดยาดองฉลองชัยให้ไอ้ไม้ ไม่ได้หลับไม่ได้นอนแล้วต้องไปตากแดดเก็บบัว ท่าจะเป็นลมชัก” เฟื้องโต้ ขาวกับเฟื้อง โต้เถียงกันอีก คนหนึ่งว่าโดนผีเล่นงานอีกคนว่าเป็นลมชัก ไม้ตัดบทว่าจะเป็นอะไรก็ให้พาไปวัด หยูกยาหลวงพ่อคงช่วยได้

พุดจีบเสนอให้ไม้ทำพิธีเสียก่อนเพราะใกล้ถึงเวลามงคลฤกษ์แล้ว แต่ไม้เห็นจอกอาการหนัก กาหลงเสนอว่า

“ฤกษ์มงคลไม่สำคัญเท่าชีวิตคนหรอกจ้ะพี่...พี่พาจอกไปรักษาเถอะ ฉันจะเร่งเตรียมการทางนี้ให้พร้อม”

“พวกเอ็งหามมันไปวัดแล้วรีบกลับมา ข้ากับตา

สรจะไปตามแม่กลอยมาทำพิธี สองขบวนท่าจะมาบรรจบกันทันกาล”  ยายมาเสนอ ตาสรหน้าบานชมเมียว่าฉลาดแท้

เมื่อทุกคนเห็นด้วยตามที่ยายมาเสนอ จึงแยกย้ายกันไปทำงาน โดยไม้กับโขงช่วยกันหามจอก เฟื้องกับจันตามไป ส่วนยายมากับตาสรวิ่งไปตามแม่กลอย ชาวบ้านที่เหลือรออยู่ที่เรือนกาหลง

ooooooo

กาหลงก้มหยิบดอกบัวที่จอกเก็บมาแต่ถูกจอกดิ้นทับจนยับยู่ยี่ขึ้นดูแล้วโยนทิ้ง เดินลงจากเรือนจะไปเก็บดอกบัว

พุดจีบทักท้วงว่าโบราณถือไม่ให้เจ้าสาวลงจากเรือนจนกว่าจะเริ่มพิธี มิเช่นนั้นผีสางจะชิงตัวไป กาหลงชะงัก พุดจีบจึงอาสาจะไปเก็บดอกบัวให้

“ไม่เป็นไรจ้ะ” กาหลงหันมองกลุ่มชาวบ้านบนเรือน บอกพุดจีบว่า “ฉันวานพุดจีบจัดหาน้ำท่าให้พี่ป้าน้าอาอยู่ทางนี้ ฉันจะเร่งไปเร่งมา” พูดแล้วลงเรือนไปเลยพุดจีบ มองตามอย่างเป็นห่วง...

จอกถูกหามไปที่วัดขาวจัดแจงพึมพำคาถา แล้ว พ่นน้ำมนต์ใส่จอกที่นอนหมดสติอยู่ พ่นแล้วพ่นอีกจอกก็ยังนิ่ง จนเฟื้องเข้ามาขัดขึ้นว่า

“หยุดได้แล้ว น้ำมนต์น้ำลายเอ็งช่วยไม่ได้ มันไม่ได้โดนผีเข้า มันเป็นลมชัก ข้าไปต้มยาสมุนไพรมาให้แก้ลมชักชะงัดนัก” พูดพลางส่งยาให้ไม้ โขงช่วยประคองจอกจับบีบปากกรอกยาให้ ทุกคนมองลุ้น แต่จอกก็ยังนอนนิ่ง!

“มันไม่ได้เป็นลมชัก มันโดนผีสิง ต้องน้ำมนต์ข้า” ขาวได้ทีพ่นน้ำมนต์ใส่จอกอีกรอบ พลันจอกก็รู้สึกตัว ขาวได้ทีคุยโว “เห็นไหมล่ะ น้ำมนต์ข้ามันศักดิ์สิทธิ์”ถูกเฟื้องโต้ว่ายาตนออกฤทธิ์ต่างหาก ทำท่าจะทะเลาะกันอีก

“หยุดทะเลาะกันเสียที ข้าอยากรู้ว่าไอ้จอกมันเป็นอะไร” จันเอ็ดทั้งสองคน

จอกลืมตามองทุกคนงงๆ ไม้ถามว่าเป็นอะไร? โขงถามว่าดำน้ำหายไปนานสองนานไปทำอะไร?

จอกนิ่งพอนึกถึงเหตุการณ์ที่พบเห็นใต้น้ำใน     บึงบัว แววตาก็ระริกด้วยความหวาดกลัว...

ooooooo

กาหลงไปถึงบึงบัว ยืนมองบัวที่ชูดอกสวยงามอยู่เต็มบึง แล้วลงเรือพายไปเพื่อเก็บบัวดอกงามที่กลางบึง

เก็บบัวได้ดอกหนึ่ง หมายตาอีกดอกที่ห่างไป กาหลงพยายามเอื้อมเก็บ แต่เอื้อมสุดแขนจนเสียหลักพลัดตกน้ำ!

กาหลงพยายามประคองตัว พลิกตัวเพื่อจะว่ายขึ้นไป พลันก็นิ่งอึ้ง! ในสายตากาหลงนั้น...เห็นศพตัวเองลอยอยู่ตรงหน้า! ศพกาหลงหน้าซีด ผมสยาย ลอยเข้ามาหาตัว!

กาหลงตกใจสุดขีด!! รีบขึ้นจากบึงบัวตัวเปียกโชก ยืนอึ้ง สับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พอตั้งสติได้ก็หันมองไปที่บึงบัวอีกครั้ง มองลึกลงไป เห็นร่างตัวเองลอยอยู่ใต้น้ำ!!

กาหลงตกใจกลัว หันวิ่งเตลิดไป สะดุดท่อนไม้ล้มลง แต่พอจะลุกขึ้น ก็เห็นเท้าคู่หนึ่งเดินเข้ามา กาหลงเงยมองอุทาน “หลวงตา!”

หลวงตายืนพินิจเพ่งมองกาหลง อย่างรู้เรื่องราวของเธอเป็นอย่างดี...

ที่วัด...จอกฟื้นขึ้นมา ไม้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ฉันเห็น...”

ไม้ถามว่าเห็นอะไร จอกมองหน้าไม้แล้วดิ้นเฮือกเดียวก็เป็นลมไปอีก ทุกคนตกใจ ขาวโทษว่าสงสัยจอกจะเมายาของเฟื้อง เฟื้องโต้ว่าจอกเมาน้ำมนต์น้ำลายขาว ต่างหาก จนถูกจันด่าว่าให้เลิกกัดกันเสียที จึงหยุด

“ไม้...เอ็งกลับไปรับพิธีเถิด...ประเดี๋ยวจะเสียฤกษ์ไม่เป็นมงคลชีวิต กาหลงคงรอท่าเอ็งแย่แล้ว” จันจัดการ

ไม้เป็นห่วงกาหลงจึงรีบออกไปกับจัน ทิ้งให้โขงดูแลจอกแทน

ooooooo

ตอนที่ 3

ไม้กับกาหลงเดินเข้าไปหาแม่กลอย คุกเข่าลงกราบแทบเท้า ไม้เอ่ยอย่างซาบซึ้งใจว่า

“ฉันขอบใจน้ากลอย ที่ยอมยกกาหลงให้ฉัน”

แม่กลอยเล่นแง่ทันทีว่าไม่ได้บอกว่าจะยกกาหลงให้ บอกไม้ว่า “เอ็งรู้ตัวดีว่า ไม่มีสมบัติพัสถาน เอาลูกสาวข้าไปแล้วจะอยู่กินกันยังไง”

ไม้บอกว่าตนมีนาของพ่อแม่และจะรับจ้างทำงานให้มากขึ้น กาหลงก็บอกว่าจะช่วยไม้อีกแรงหนึ่ง จะหาเงินให้แม่กับน้องอยู่สุขสบาย ไม้สัญญาอีกว่าจะไม่ให้กาหลงอดอยาก แล้วทั้งคู่ก็พนมมือมองหน้าแม่กลอยวิงวอนขอความเห็นใจ

“เมื่อเอ็งรักกันจริง ข้าจะไม่ขวาง แต่ข้าต้องมั่นใจว่าเอ็งจะเลี้ยงดูกาหลงได้”

“น้ากลอยบอกมาเถอะจ้ะ จะให้ทำอะไรไอ้ไม้ขอถวายหัว อย่าถึงกับให้ฉันไปเอาเดือนเอาดาวเลย ฉันคว้าไม่ได้จริงๆ”

“ปลูกเรือนหอให้กาหลง เรือนเอ็งต้องเสร็จก่อนวันพระ” แม่กลอยมีข้อแม้ที่ทำให้กาหลงกับไม้ตกใจ เพราะเวลาน้อยมาก กาหลงเชื่อว่าไม้ทำไม่ได้ ถามอย่างน้อยใจว่าแม่จงใจแกล้งไม้ทำไม “ถ้าทำไม่ได้...ถอดใจบอกเลิกราลูกสาวข้าซะ!”

“ฉันจะปลูกเรือนหอตามที่น้ากลอยต้องการ หากฉันทำไม่สำเร็จฉันจะถอดใจไม่ยุ่งเกี่ยวกาหลงอีก” ไม้ฮึดสู้สุดใจ แม่กลอยมองไม้อย่างไม่เชื่อว่าจะทำได้จริง

กาหลงกังวลว่าไม้จะทำได้ไม่ทัน แต่ไม้มั่นใจว่า ความรักที่ตนมีต่อกาหลงจะนำพาตนฟันฝ่าอุปสรรคไปได้

ooooooo

ที่ตลาดริมน้ำของหมู่บ้าน สัปเหร่อขาวกับจัน ไปป่าวประกาศขายของดี แล้วหยิบกระจาดที่มีผ้ายันต์ออกมาโชว์ประกาศว่านี่คือ “ผ้ายันต์กันผี!!”

เวลาเดียวกัน มัคนายกเฟื้องกับโขงเดินไปที่หลุมฝังศพจำปา เฟื้องปรารภกับโขงว่า

“ข้ากลับไปตรองคิด...ไอ้ขาวมันไม่ชอบมาพากล มันถึงไม่ยอมเผาศพจำปา”

“น้าเฟื้องหวาดระแวงมากไป...สัปเหร่อบอกแล้วว่า รอให้จับตัวคนฆ่าจำปาได้เสียก่อนแล้วจะเผาศพ”

“ข้าไม่เชื่อใจมัน เมื่อปีกลายรดน้ำมันพราย

เร่ขาย ครานี้ข่มขวัญผีตายโหงเฮี้ยนนักหนา มันต้องมีเล่ห์เพทุบาย”

ฟังมัคนายกเฟื้องแล้ว โขงเริ่มสงสัยตงิดๆขึ้นมาเหมือนกัน

ฝ่ายสัปเหร่อขาว ถือผ้ายันต์ออกป่าวร้องเร่ขาย “ยันต์กันผี ข้าปลุกเสกจากผ้าห่มศพเจ็ดป่าช้าในคืนเดือนดับ ใครได้บูชาจะแคล้วคลาดจากผีสางนางไม้ทั้งปวง!! หากใครไม่เชื่อดวงกุดดวงตกต้องตาย!!”

ตาสรกับยายมีสองผัวเมียปากตลาดโต้ทันควัน ตาสรบอกว่าไม่เชื่อ สัปเหร่ออย่างขาวหรือจะมีคาถาอาคม ยายมีประสานเสียงเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่าเอาผีมาหากิน!

“ไอ้สร...นังมี!!” สัปเหร่อขาวมือไม้สั่นเหมือนเจ้าเข้าทันที จอกที่มาตีระนาดอยู่ตกใจถามว่าเป็นอะไร จันบอกว่าขาวถูกผีเข้าสิง ชาวบ้านพากันตกใจกลัวสัปเหร่อขาวยิ่งดิ้นพล่านไปทั่ว

หลายคนเข้าไปจับตัวไว้ แต่สัปเหร่อยังดิ้นจนทุกคนกระเด็นไป พริบตานั้นสัปเหร่อขาวลุกขึ้นชี้หน้าสรพูดเป็นเสียงผู้หญิงอย่างมีจริตจะก้านเหมือนผีจำปาเข้าสิงจริงๆ

“เอ็งกล้าลบหลู่ดูแคลนข้า รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร!”

ตาสรกับยายมีมองหน้ากันเล่ิกลั่กบอกกันว่าเสียงมันเปลี่ยนไป เสียงอย่างกับผู้หญิง ส่วนจันรีบยกมือไหว้ให้ดูขลังถามว่า “เอ็งเป็นใคร เข้าสิงผัวข้า”

“ข้าคือจำปา!” สัปเหร่อขาวตอบ ทุกคนตกใจตาเหลือก แต่เฟื้องสวนไปทันควันว่า

“ไอ้โกหก!!”

สัปเหร่อขาวตกใจตาเหลือกที่ถูกมัคนายกเฟื้องมาขวาง! แต่พริบตาเดียวก็ทำเสียงจำปาโวยวายใส่เฟื้อง ถูกเฟื้องปรามว่าเลิกหลอกผีอำชาวบ้านได้แล้ว

“เอ็งไม่เชื่อ เอ็งต้องเจอดี” สัปเหร่อขาวเต้นเร่าๆจะเข้าลุย

ตาสรกับยายมี ทีแรกตั้งท่าจะหนีแต่พอเห็นคนกับผีจะวางมวยกันก็เปลี่ยนใจหันกลับมาดูสัปเหร่อขาวเต้นเข้าหามัคนายกเฟื้อง ถูกเฟื้องชกไปหมัดเดียวก็ล้มตึง จันตกใจผวาเข้าประคองขาว อึดใจเดียวสัปเหร่อขาวก็ลุกขึ้น ทำหน้างงๆ ถามว่าที่นี่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น จันบอกว่าผีจำปาเข้าสิง

“เป็นไปได้ยังไง ข้าไม่รู้ตัวเลย”

“ความเพิ่งออกจากปากเอ็งหยกๆ ว่าผีจำปาเข้าสิง มาต่อยกับข้าอีกยกเถอะวะ!” เฟื้องท้าเหยงๆ แต่ขาวไม่กล้าปฏิเสธวุ่นวายว่าตนไม่เคยคิดท้าทาย เมื่อสักครู่จำปาพูดตนไม่ได้พูด

จันเข้ามาช่วยผัว บอกว่าตอนนี้ผีมันแล่นหนีไปแล้ว ขาวฉวยโอกาสหยิบผ้ายันต์ขึ้นมาโฆษณาต่อ

“ด้วยอิทธิฤทธิ์ของผ้ายันต์ที่ข้าปลุกเสก ทำลายล้างผีจำปาไปหมดสิ้น ใครมีบูชา หาได้เจอผีสางนางไม้

ไม่...เร่เข้ามา...เร่เข้ามา ข้าไม่ขาย ขอเพียงค่าครูตามศรัทธา”

ชาวบ้านกรูกันเข้ามาวางเงินแล้วเอาผ้ายันต์ไป เฟื้องเห็นแล้วเซ็งที่ชาวบ้านยังงมงาย ทนไม่ได้เข้าไปบอกชาวบ้านว่า ให้เลิกงมงายได้แล้ว ทำให้ขาวไม่พอใจ

“เอ็งสร้างเรื่องหลอกลวงชาวบ้าน วานตอบข้ามาให้หายข้องใจ เหตุใดผีจึงสำแดงเดชในเวลาตะวันโด่”

ตาสรกับยายมีประสานเสียงทันทีว่า ผีมันต้องมา ตะวันลับ ยิ่งเดือนดับยิ่งน่าหวาดผวา ชาวบ้านต่างชะงักเริ่มคิด

ขาวคิดแก้ตัวไม่ทัน ทำเป็นโมโหเฟื้องเก็บของบ่นงึมงำ

“รำคาญพวกมารผจญ นังจันเก็บของกลับเรือน ปล่อยให้พวกอวดดีมีภูมิโดนผีหักคอให้ตายโหง!”

ว่าแล้วเดินหนีไปพร้อมจัน จอกที่ตีระนาดเอาจริงเอาจังงง ลุกขึ้นตะโกนถาม

“ไม่เล่นแล้วรึ?”

ทั้งสองเดินหลบไปหลังตลาด จันบ่นว่าน่าจะขายผ้ายันต์ให้หมดกระจาดจะได้ได้เงินมากกว่านี้ ขาวตวาดว่าจะอยู่ให้เฟื้องดักคอรึไง ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มคลางแคลงใจ เดี๋ยวได้รู้กันหมดว่าตนแกล้งหลอกผีขายของ

“สัปเหร่อ...จะเร่งไปไหน ค่าจ้างตีระนาดก็ยังไม่จ่ายข้า” จอกวิ่งตามมาทวง เฟื้องตามมาเย้ยว่า

“ข้าพูดแทงใจดำถึงกับหอบของหนีเชียวรึ ไอ้สัปเหร่อตาขาว”

ขาวโต้ว่าตนไม่ได้หนี แต่หลบมาคุยกันให้ไกลตาชาวบ้าน  ไม่อยากให้ชาวบ้านกลัวผี เฟื้องเยาะเย้ยว่าใครที่ไหนจะเห็นผียามตะวันโด่

“ไม่เคยเห็นก็ใช่ว่าไม่มี ผีมันอยู่รอบๆตัว” จอกที่วิ่งมาทวงค่าแรงเห็นทั้งคู่โต้เถียงกันก็ตีระนาดให้จังหวะให้ตื่นเต้นเร้าใจ สัปเหร่อขาวก็พูดทำเสียงให้น่ากลัวว่า “ผีมันอยู่ทุกที่ วิญญาณมันล่องลอยอยู่ทุกแห่งหน ไม่ว่าจะตรงนั้น...ตรงนี้ หรือตรงโน้น!!” ขาวชี้ไปรอบตัว

ชาวบ้านที่มามุงดู หันมองไปตามสัปเหร่อขาวชี้อย่างหวาดกลัว

“พวกเอ็งจะเห็นผีเป็นตัวตนก็คราที่จิตพวกเอ็งอ่อน ในขณะดวงจิตผีมันแข็ง เนื่องจากพลังแห่งความแค้นพลังอาฆาต แม้แต่พลังแห่งรักเหมือนอย่างไอ้ไม้กับกาหลง!!”

สัปเหร่อขาวชี้ไปที่ไม้กับกาหลงที่เดินเข้ามาในตลาด ทุกคนมองไปที่นั่น ไม้กับกาหลงเห็นทุกคนมองมาก็แปลกใจ ตกใจ ขาวตรงไปหาไม้กับกาหลง พูดเป็นตุเป็นตะว่า

“ด้วยแรงรัก...ใจเด็ดเดี่ยวดวงจิตแข็ง...แม้ตายไป จะสามารถปรากฏกายอยู่ได้ ข้ามวันข้ามคืน...นังกาหลง!!” สัปเหร่อขาวชี้หน้ากาหลงหัวเราะลั่น กาหลงตกใจกลัวเดินหนีไปไม้เป็นห่วงรีบตามไป ขาวยังยืนหัวเราะน่ากลัวอยู่ตรงนั้น

เฟื้องเดินเข้ามาหยิบมะเขือยาวที่แผงของแม่ค้าทิ่มพรวดเข้าไปในปากขาว พอขาวพูดไม่ได้เฟื้องก็ด่า

“เอ็งมันดีแต่สร้างเรื่องให้หวาดกลัว หวังขายของหากินกับผีไอ้สัปเหร่อตาขาว!”

จอกตีระนาดรับส่ง โขงเข้ามาตวาดให้พอ เรียกให้กลับวัด จอกแบกระนาดวิ่งอ้าวตามโขงกับเฟื้องไป

แค่กๆๆขาวสำลักมะเขือ พอดึงออกจากปากได้ก็ด่า “คอยดูนะไอ้เฟื้อง พ่อจะปลุกผีให้หักคอ!!”

“พ่ี...ผีโผล่ยามตะวันโด่ได้รึ” จันยังติดใจสงสัย

ขาวบอกว่าตนพูดสาปส่งกุเรื่องให้เฟื้องเลิกรังควานเท่านั้น “เฮ้อ...โล่งอก...กลางคืนก็น่ากลัวเอาการ หากมีผีกลางวัน...ฉันมีหวังลมจับ!”

ooooooo

เพราะมีความกตัญญูรู้คุณ หลังจากแม่อิ่มกับ พุดซ้อนช่วยใช้หนี้ให้โชติจนกาหลงได้รับอิสระแล้ว ทั้งสองไปทำงานรับใช้บ้านแม่อิ่ม โดยกาหลงทำครัว และงานบ้านช่วยนวล ส่วนไม้ทำสวนดูแลต้นไม้

ไม่รู้ว่าพุดจีบชอบดอกไม้หอม จึงปลูกมะลิไว้เผื่อพุดซ้อนเก็บไปทำน้ำอบน้ำปรุงร้อยมาลัยถวายพระ ทั้งยังบอกว่า

“พุดจีบอยากชื่นชมดอกไม้อะไร วานบอกพี่ สารภีไหม? พุดจีบจะได้เอาไปทำแป้งร่ำสารภี พี่อยากช่วยทำงานตอบแทนน้ำใจพุดจีบ”

“ฉันช่วยพี่ด้วยใจ หาใช่หวังผลตอบแทนไม่”

“น้ำใจพุดจีบประเสริฐแท้ ดั่งนางฟ้านางสวรรค์ชะรอยมาจุติ” ไม้คุกเข่า จับมือพุดจีบพูดจนเธอแปลกใจ “ไอ้ไม้ขอเป็นทาสรับใช้แม่พุดจีบ ขอเพียงแม่สั่งมา”

พุดจีบมองหน้าไม้พูดไม่ออก...ไกลออกไป กาหลงเดินมาเห็นภาพนั้นพอดี เธอหยุดยืนมองห่างๆ

ไม้รำพันอย่างสำนึกบุญคุณ บอกว่า มีแรงกายเพียงใดก็จะพลีให้ กาหลงเดินมา เข้าไปนั่งคุกเข่าข้างไม้ เงยมองพุดจีบเอ่ย...

“ฉันกับพี่ไม้เป็นหนี้ชีวิต แม้นพุดจีบต้องการสิ่งใด ขอให้บอกฉัน ฉันพร้อมจะยอมมอบให้หมดหัวใจ”

พุดจีบคุกเข่าลงตรงหน้าทั้งสอง บอกให้พอเถิด เพราะ “ความเป็นเพื่อนมิอาจแทนด้วยทรัพย์ หรือหนี้ชีวิต ฉันขอให้เรารักกันเหมือนวันวาน ไม่มากข้อนักหรอก...อย่ามัวพร่ำจำนรรจาอยู่เลย พี่ไม้กับกาหลงจะปลูกเรือนหอที่แปลงใด?”

“มิต้องกังวลใจ ฉันกับพี่ไม้หาแปลงปลูกเรือนได้แล้วจ้ะ”

ไม้ฟังกาหลงแล้วนึกแปลกใจว่าเธอจะปลูกเรือน หอ ณ ที่ใด?

ooooooo

กาหลงพาไม้ไปยังที่ดินว่างเปล่าริมคลอง บอกว่าเราจะปลูกเรือนกันที่นี่ ไม้ตกใจเพราะเป็นที่ปลูกเรือนเก่าของพ่อกับแม่ที่ถูกโจรปล้นและเผาทิ้ง ติงกาหลงว่า

“ไม่ได้นะกาหลง พี่จะไม่ปลูกเรือนที่นี่...พ่อขาวเคยบอก อย่าปลูกเรือนทับที่คนตาย...มันอาถรรพณ์”

กาหลงถามว่าแล้วจะปลูกที่ไหน ไม้จะขอแบ่งแปลงนาเฟื้อง กาหลงติงว่าที่ผ่านมาเราทำให้ทุกคนต้องลำบากเพราะเรามาพอแล้ว ครั้งนี้เราควรจะช่วยเหลือ ตัวเอง ไม้ก็ยังไม่สบายใจเพราะพ่อแม่ตายที่นี่มันเป็น ลางไม่ดี

“ไม่มีอะไรนักหรอก มันก็แค่ความเชื่อ...ยังไม่เคยเกิดเหตุใด ฉันกลับคิดว่า วิญญาณพ่อกับแม่พี่ จะปกป้องคุ้มครองให้เราอยู่ร่มเย็นเป็นสุข”

เมื่อไม้ตามใจ กาหลงกังวลเรื่องไม้ที่จะเอามาปลูกเรือน ไม้บอกว่าเรื่องนั้นตนเตรียมการไว้แล้ว คราวนี้กาหลงเป็นฝ่ายแปลกใจบ้างว่า ไม้เตรียมการไว้อย่างไร?

วันต่อมา จอกกับโขงก็ไปตีฆ้องร้องป่าวประกาศที่ลานวัดว่า ยี่เกคณะชาววัดจะมาแสดง เชิญพ่อแม่พี่น้องพบกับพระเอกหน้าหวานนางเอกหน้าคม

ลิเกคณะชาววัด เปิดแสดงกันที่ลานวัดนั่นเอง ชาวบ้านต่างหอบลูกจูงหลานมาปูเสื่อจองที่นั่งดูกันเต็มลาน

พอดนตรีโหมโรงและออกแขกแล้ว มัคนายกเฟื้องก็ออกมาเล่าเค้าเรื่องก่อนแสดงสั้นๆ...

“ตามท้องเรื่อง ‘ไกรทอง’ พ่อไกรทองคนงามจะ แหวก น้ำระเบิดถ้ำไปช่วยตะเภาแก้ว ไม่ให้เป็นการเสียเวลา เชิญสำราญกัน ณ บัดนี้”

ลิเกคืนนี้ ไม้เล่นเป็นตัวไกรทอง กาหลงเล่นเป็นตะเภาแก้ว สัปเหร่อขาวเล่นเป็นชาละวัน โดยมีจอกกับโขงเล่นเป็นสมุนของชาละวัน เรียกเสียงหัวเราะจากคนดู

แต่พอลิเกเล่นถึงตอนไกรทองกับชาละวันต่อสู้กัน ชาละวันเสียท่าล้มลง ไกรทองถือหอกเข้าไปหมายแทงชาละวัน ชาวบ้านลุ้นกันตื่นเต้น พลันนักแสดงทั้งสองก็หยุดค้างไว้เหมือนหุ่น ชาวบ้านพลอยมองตาค้างเหมือนหุ่นไปด้วย

เฟื้องเดินออกมาประกาศหน้าตาเฉยว่า

“เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไกรทองจะปราบชาละวันได้หรือไม่ ฤาชาละวันจะพลิกผันห้ำหั่นไกรทองปราชัย รอชมได้ในคืนเดือนแรม!!”

“เฮ้ย!!!” เสียงชาวบ้านร้องเสียงหลง ตาสรกับยายมาหัวเสีย ยายมาถามว่าหยุดเล่นแบบนี้หมายจะขอเงินตบรางวัลหรือ ว่าแล้วควักเงินออกมาประกาศเทให้หมดตัว ตาสรป่าวร้องว่า “ใครอยากดู ควักเงินมา...”

กาหลงไหว้ขอบใจชาวบ้านบอกว่าตนไม่ต้อง การเงิน ไม้บอกว่าอยากได้ไม้เอาไปปลูกเรือนเป็นสินสอดขอกาหลง ชาวบ้านอยากดูลิเก  พร้อมใจกันกลับไปงัดฝาบ้านกระดานเรือนเอามาให้ ลิเกชาววัดจึงแสดงต่อจนจบเรื่อง

ปรากฏว่า ชาวบ้านแบกไม้มากองพะเนิน ไม้กับกาหลงคุกเข่ากราบขอบใจน้ำใจชาวบ้าน พันกับเอียดบอกว่า ไม่ต้องขอบอกขอบใจดอก สองคนมีน้ำใจช่วยตน ยอมเสี่ยงตายช่วยไล่จับโจรปล้นควาย พวกตนก็เป็นหนี้สองคนเหมือนกัน  ยายมาเข้ามาเสริมว่า “น้ำใจพวกเอ็งนั้นมากโข หัวคุ้งท้ายคุ้งเขารู้กันสิ้น”

“นี่แหละไม้ กาหลง ความดีของพวกเอ็งรู้ออกแซ่ไปทั้งบาง ไม่สูญเปล่า” เฟื้องย้ำ

“คนทำดีย่อมได้ดี ผีสางนางไม้เห็นในกรรมดีของเอ็ง” สัปเหร่อวกเข้าเรื่องผีจนได้

ooooooo

สัปเหร่อขาวถือค้อนไปงัดฝาโลงศพ จันถามว่างัดไปทำอะไร

“เอาไม้ไปให้ลูกปลูกเรือน...ฝาโลงนี่แหละกัน แดดกันฝนทนนักเทียว”

“มันจะดีรึ? เอาของคนตายไปให้คนเป็น!”จันใจ คอไม่ดี

“บุญสิไม่ว่า คนตายก็ตายไป เผาร่างหมดเวรหมดกรรม แบ่งปันไม้ให้คนเป็น...ช่างได้บุญนักแล”

ฟังขาวแล้วจันเชื่อจับค้อนไปช่วยขาวเลาะฝาโลงอีกคน

ไม้เอาผ้าแพรสีมาผูกเสาเอกของเรือน กาหลงเอากระทงใส่อาหารมาบูชาเจ้าที่ แล้วนั่งไหว้บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง

“ขอให้เรือนของลูก...สำเร็จสมดังหวังใจ” ไม้เอ่ย

“อย่าได้มีอุปสรรคใดมาแผ้วพานเถิดเจ้าประคู๊ณ...” กาหลงภาวนา

สิ้นเสียงกาหลง ลมพัดผ่านไปวูบหนึ่ง กาหลงมองหน้าไม้ใจคอไม่ดี ไม้ปลอบใจว่า

“อย่าได้หวั่นไหว...เจ้าที่เจ้าทางรับรู้คำอธิษฐานของกาหลงแล้ว”

ขณะนั้นเอง ขาวแบกไม้มากับจอก โขง และชาวบ้าน เดินตามกันมาเป็นขบวน เฟื้องมองไม้ที่ขาวแบกมาถามว่าได้ไม้มาจากไหนหรือ?

“เอามาจากฝา...” จันพูดไม่ทันจบ ขาวขัดขึ้นทันทีว่า “ฝาเรือน”

“นึกว่าเอ็งหากินกับผีจะงัดฝาโลงศพมาปลูกเรือน” เฟื้องดักคอ ทันใดก็มีลมพัดมาวูบหนึ่ง จอกสะดุ้งโหยง

“อย่ามัวโอ้เอ้มิทันกาล...มาช่วยกันเถอะ” ไม้เร่ง ทุกคนขมีขมันช่วยกันคนละไม้คนละมือ

ooooooo

ที่บ่อนโชติ แม่กลอยไปเล่นไฮโลได้เงิน ขณะกำลังจะเก็บเงินก็ถูกโชติมาคว่ำโต๊ะ ต่อว่าแม่กลอยว่ายกกาหลงให้ศัตรู หมายหลบหน้าตน

“ฟังฉันประเดี๋ยว พ่อโชติอย่าขุ่นเคืองใจ”

“น้าเป็นใจยอมให้มันปลูกเรือนหอ?!”

“ฉันพูดแก้ลำไป เทวดาหน้าไหนจะปลูกเรือนได้ทันกาล ตัวไอ้ไม้เองก็ไม่มีแม้แต่ไม้กระดานทำโลงศพมันจะหาไม้จากที่ใดมาปลูกเรือนได้เล่า”

โชติฟังแล้วค่อยเบาใจ สั่งลูกน้อง “ตั้งโต๊ะให้น้ากลอย!!”

ทั้งแม่กลอยและโชติต่างมั่นใจว่าไม้ไม่สามารถปลูกเรือนได้ตามกำหนด

ooooooo

หารู้ไม่! ด้วยความเมตตาของชาวบ้านที่ร่วมแรงร่วมใจไม่เพียงหาไม้มาให้เท่านั้นหากยังช่วยกันลงแรงสร้างบ้านเสร็จอย่างเร็วก่อนกำหนดของแม่กลอยด้วยซ้ำ

ไม้กับกาหลงกราบขอบคุณทุกคนที่มีเมตตา ต่อตน ไม้วางแผนว่า

“หลังจากแม่กลอยชมเรือนแล้ว ไม่เกินสามวันฉันจะยกขันหมากไปสู่ขอกาหลง”

กาหลงซาบซึ้งในความรักของไม้ บอกว่า “ฉันขอให้เรือนนี้เป็นเรือนรักเรือนตายของฉัน”

“อย่าพูดอย่างนั้น เรือนนี้จะเป็นเรือนรักของเรา พี่เคยบอกกาหลงหลายคราแล้ว แม้ความตายก็ไม่อาจพรากเราจากกันได้” ไม้โอบกอดกาหลงไว้ ยืนมองเรือนที่สร้างขึ้นมาด้วยความรักอย่างสุขใจ

แต่ที่ท้ายหมู่บ้าน! โชติใช้ผ้าขาวม้าคาดหน้า ขี่ม้านำสิง มั่น และขาบ ลูกน้องคู่ใจ บ่ายหน้าไปยังเรือนกาหลงด้วยความแค้นใจ เมื่อไปถึง โชติสั่งเหี้ยม

“เผาเรือนมันเสีย!”

ไม้ต่อสู้สุดชีวิต เฟื้อง จอก และโขงพากันมาช่วย สองฝ่ายประจัญบานกัน ฝ่ายหนึ่งจะเผาเรือนกาหลงให้ได้ในขณะที่ไม้และพวกต่อสู้ป้องกันเรือนสุดชีวิต จังหวะหนึ่งไม้กระชากผ้าคาดหน้าโชติออก ทันใดนั้นผู้ใหญ่ช่วงก็ตะโกนขึ้นว่า

“เฮ้ยหยุด!”

โชติส่งสัญญาณให้ลูกน้องถอย แต่พอพวกไม้จะตาม ผู้ใหญ่ก็ตะโกนห้าม

“พวกเอ็งไม่ต้องตามมันไป เสือหวาดมันอาจลวงไปดักฆ่า” ผู้ใหญ่ช่วงป้ายสีเสือหวาดทั้งที่รู้แก่ใจดี รับปากกับไม้ว่า “พวกเอ็งวางใจ ข้าจะไล่ล่าตามจับพวกเสือหวาดให้ได้” ไม้บอกว่าไม่ใช่เสือหวาด ถูกผู้ใหญ่ตวาด“ไม่ใช่มันแล้วจะเป็นใคร ออกปล้นสะดมชาวบ้านทุกเมื่อเชื่อคืน”

เฟื้องโต้ว่าบ้านไม้ไม่มีวัวไม่มีควาย แต่พวกมันหมายจะเผาเรือน จอกเชื่อว่าพวกที่ทำต้องเป็นพวกที่ผิดใจกับไม้

“แล้วมันจะเป็นใครไม่ได้...ถ้าไม่ใช่...” โขงพูดไม่ทันจบ ไม้ก็โพล่งไปว่า

“ไอ้โชติ!!”

ผู้ใหญ่ช่วงปกป้องโชติ หาว่าพวกไม้ใส่ร้ายโชติทั้งที่เจ้าตัวนอนอยู่บ้าน ท้าว่าถ้าไม่เชื่อไปดูก็ได้ เฟื้องฮึดฮัดจะไปดู

“ไม่ต้องหรอกพ่อ” ไม้ห้ามไว้ “ในเมื่อพ่อผู้ใหญ่ยืนยันเป็นมั่นเหมาะ ป่วยการจะเอาความ” ไม้เดินไปพูดตรงหน้าผู้ใหญ่ว่า “ฉันหวังใจว่าพ่อผู้ใหญ่จะถือสัตย์ หาใช่พวกถือหางเข้าข้างลูกตัว พ่อผู้ใหญ่ย่อมตระหนักดี คนที่มีอำนาจปกครองคนย่อมให้ความเป็นธรรม หากแม้นทรยศต่อหน้าที่ เวรกรรมย่อมตามสนอง!!”

ผู้ใหญ่จ้องหน้าไม้อย่างไม่พอใจที่พูดข่มขู่ในที แต่ไม้ไม่สะทกสะท้านฝากผู้ใหญ่ว่า

“ฉันฝากคำวานบอกลูกชายพ่อผู้ใหญ่...ตะวันขึ้นเมื่อใด ฉันจะแห่ขันหมากไปสู่ขอกาหลง!!”

ผู้ใหญ่สั่งลูกให้กลับอย่างไม่พอใจ เฟื้องติงไม้ว่าน่าจะบุกไปจับผิดพวกโชติถึงเรือน ไม้พูดปลงๆอย่างรู้เช่นเห็นชาติเล่ห์เหลี่ยมของผู้ใหญ่ว่า

“อย่าหวังเลย จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน หาไม่ต้องเกิดเป็นความใหญ่ วันพรุ่งฉันจำต้องเร่งเสียแล้ว มันจะได้เลิกราวีเสียที” ไม้พูดอย่างมุ่งมั่นจนทุกคนมองสงสัยว่าไม้จะทำอะไร?

ฝ่ายผู้ใหญ่ พอกลับถึงเรือนก็ตบหน้าโชติฉาดใหญ่ตามถีบจนล้มด่าลั่น

“เอ็งฟังไม่เคยรู้ความ ข้าเตือนกี่หนว่าจะทำการใดคิดเสียให้ดี ริเป็นนักเลงก็ฝึกปรือให้เหนือศัตรู หาใช่ให้มันมาลบหลู่พาลดูถูกข้า!” ตบ ถีบ ด่าโชติแล้วช่วงก็เดินปึงปังเข้าห้อง

สิงรีบเข้ามาดูถามโชติว่าเป็นอย่างไรบ้าง โชติลุกยืนเอามือปาดเลือดที่กบปาก ขบกรามคำรามในลำคอ...

“สักวัน พ่อจะต้องเห็นว่าข้าแกร่งกาจไม่ต่างจากพ่อ!”

ooooooo

เช้านี้กาหลงแต่งตัวสวยเพราะไม้บอกว่าจะมารับแม่กลอยไปชมเรือน แต่กลายเป็นว่าไม้ยกขบวนขันหมากมาสู่ขอ!

“ยังมิทันพาแม่ชมเรือน จะมาสู่ขอได้อย่างไร” กาหลงตกใจไม้เล่าให้กาหลงฟังว่าเมื่อคืนถูกโชติพาลูกน้องจะมาเผาเรือน วันนี้จึงมารับน้ากลอยไปชมเรือนแล้วทำพิธีสู่ขอเสียเลย

แม่กลอยเดินออกมาดู ขาวเชื้อเชิญอย่างเป็นพิธีการไปชมเรือนกาหลง “ข้าไม่ไป!” แม่กลอยแผดเสียงไม่พอใจ เฟื้องเลยแหย่ว่าแก่แล้วไขข้อไม่ดี ร้องบอกจอกกับโขงให้ช่วยกันอุ้มไป พอทั้งสองปราดเข้าไป แม่กลอยตวาดไล่ “พวกเอ็งออกไปจากเรือนข้า ก่อนที่ข้าจะเอาน้ำร้อนสาดให้ครางอย่างกับหมา!!”จันไพล่เข้าใจเป็นว่า แม่กลอยอยากทำพิธีที่นี่ ร้องบอกพรรคพวกว่าช่างเป็นข่าวดีเสียนี่กระไร

“หยุดได้แล้ว!! ไม่ทำพิธงพิธีอะไรทั้งนั้น

“น้ากลอยสัญญากับฉัน หากฉันปลูกเรือนได้ น้ากลอยจะยกกาหลงให้ฉัน” ไม้ทวงสัญญา

“ใช่...ข้าเป็นคนพูดเอง แต่เอ็งฟังความไม่หมด...”

“แม่ต้องการอะไรอีกจ๊ะ” กาหลงร้อนใจ

“กว่าข้าจะเลี้ยงกาหลงมันเติบใหญ่ ข้าต้องเสียน้ำนมตรมน้ำตาไปเท่าใด...ตามธรรมเนียมประเพณีมันต้องมีสินสอดทองหมั้น รึเอ็งสักแต่จะเอาตัวลูกสาวข้าไปใช้งาน ไม่เคารพขนบบรรพบุรุษ...เอ็งรีบไปหาสินสอดใส่พานมาสู่ขอกาหลง”

ขาวกับจันตบเข่าฉาดรับจะจัดการให้ แต่พอแม่กลอยบอกว่า ตนไม่เรียกมากมายอะไรขอแค่ทองสองเส้นกับควายสองตัวก็พอ ขาวกับจันก็เหงื่อแตกเพราะทองไม่มีสักเส้น ควายก็ไม่มีสักตัว!

“ข้าให้โอกาสพวกเอ็งแล้ว หากไม่มีสินสอด ข้าคงต้องยกให้คนที่เลี้ยงดูลูกสาวข้าได้”

“แม่...” กาหลงครางแทบหมดแรง “แม่จงใจขัดขวางพี่ไม้ แม่ไม่รักษาสัญญา”

กาหลงวิ่งร้องไห้ออกไป ไม้เสียใจวิ่งตามกาหลงไป ส่วนพวกจอกผิดหวังมาก ด่าแม่กลอย “แม่ใจหิน!” เลยถูกแม่กลอยไล่ตะเพิดทุกคนออกจากเรือนตนไปเดี๋ยวนี้เลย!

ooooooo

กาหลงวิ่งกลับไปที่เรือน คว้าค้อนทำลายเรือนน้ำตาอาบหน้า ไม้เข้ามากอดกาหลงขอให้หยุด

“ปล่อยฉัน...ขืนแม่คอยขวางฉันอยู่อย่างนี้ เรือนหลังนี้ก็หาใช้การได้ไม่ ฉันไม่อยากเห็นมันตำตาตำใจ!” กาหลงสะบัดหลุด งัดไม้ทำลายเรือนสุดแรง

“พี่จะหาเงินค่าสินสอดให้ได้” ไม้โพล่งออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว กาหลงทรุดร้องไห้อย่างหมดหวัง ถามว่า

“แล้วพี่จะเอาเงินจากไหน ไม่มีทางที่พี่จะหาเงินได้มากโขอย่างนั้น”

“พี่จะไปต่อยมวยแลกเงินที่วิเศษไชยชาญ”

กาหลงเป็นห่วงเกรงไม้จะเป็นอันตรายเพราะหนทางไกลอีกทั้งโจรก็ชุม

“แม้ต้องเสี่ยงด้วยชีวิตพี่ก็ยอม เรือนนี้ต้องเป็นเรือนรักมิใช่เรือนร้าง...พี่จะทำทุกอย่างเพื่อกาหลงของพี่”

กาหลงกอดไม้ไว้ด้วยความรัก...ซาบซึ้งใจ...

ooooooo

นวลได้ข่าวไม้จะไปต่อยมวย รีบมาขอให้พุดจีบช่วยห้าม หรือไม่ก็ช่วยอุปถัมภ์สินสอดทองหมั้น

“ฉันรู้นิสัยของเพื่อนรักฉันดี กาหลงมิเปิดใจยอมรับความหวังดีจากฉัน ฉันคงต้องปล่อยให้เขาทั้งสองต่อสู้เพื่อความรักของตัวเขาเอง” พุดจีบเอ่ย

บอกนวลเช่นนั้นแล้ว พุดจีบเข้าห้องพระจุดธูปไหว้พระภาวนา...

“ด้วยความดีและบุญบารมีที่ลูกสั่งสมไว้ในอดีตชาติและกาลนี้ จงดลบันดาลให้พี่ไม้แคล้วคลาดภยันอันตรายทั้งปวง ประสบสุข...ทำการใดสำเร็จด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

ส่วนไม้ พากาหลงไปที่ต้นไทรงาม นั่งพนมมือภาวนา...

“ข้าแต่ศาลเจ้าแม่ไทรงาม ไอ้ไม้ไหว้วิงวอนขอให้ลูกแคล้วเขี้ยวคลาดงา ศัสตราวุธภัยพาล แม้นลูกถือมั่นในศีลในสัตย์ ขอให้ลูกนำชัยได้เงินกลับมาสู่ขอกาหลงด้วยเถิด...”

กาหลงเข้ามานั่งพนมมือเคียงข้างไม้ภาวนาน้ำตาไหลพราก

“ฉันกาหลง...ขอสาบานต่อศาลเจ้าแม่ ลูกจะรักและภักดีต่อพี่ไม้ไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ลูกจะรอคอยพี่ไม้กลับเรือน”

รุ่งขึ้น ไม้ออกเดินทางท่ามกลางเสียงฟ้าร้องครืนครั่น ไม้บอกกาหลงให้รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี กาหลงบอกไม้ว่า

“ฉันจะรอพี่ที่เรือน”

พุดจีบแอบยืนส่งไม้ด้วยความเห็นห่วงกาหลงส่งไม้ที่ออกเดินทางไปกับจอกและโขง พลันก็นึกอะไรได้ย้อนกลับไปที่เรือน คว้าค้อนมาซ่อมแซมเรือนที่ทำลายไปเมื่อคืนให้สวยงาม แล้วออกไปยืนดู พึมพำบอกไม้อย่างภูมิใจว่า

“พี่ไม้...เรือนรักหลังนี้...รอคอยพี่อยู่นะจ๊ะ”

ooooooo

ไม้ออกเดินทางไปวิเศษไชยชาญกับจอกและโขง ไปถึงเวทีมวยคาดเชือกที่มีชาวบ้านเชียร์มวยกันอึกทึกจึงพากันเดินเข้าไป

“ที่นี่แหละ เขาต่อยมวยเดิมพันหนักทีเดียว”จอกบอก

“จะไหวเหรอวะฉันได้ยินว่า ไอ้คนชื่อสัก เจ้าถิ่นที่นี่เป็นนักมวยหมัดหนักหาตัวจับยาก” โขงชักแหยง แต่พอจอกชวนกลับโขงก็โวยว่า “เฮ้ย! แล้วจะมาทำไมวะ”

“เอ็งบอกว่าสู้ไม่ไหว แล้วจะสู้ให้อายหมามันเรอะ” จอกพาดพิงถึงหมา แต่พอหันไปเห็นหมา ถูกมันเห่าเพราะเป็นคนแปลกหน้า จอกก็สะดุ้งโหยงโดดหลบหลังโขงให้พ้นสายตามัน

“ข้ามันหมาจนตรอก จะเจ็บตายก็ขอไว้ลายสักครา” ไม้ตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน

ทั้งสามตรงไปเวทีมวยที่ชาวบ้านกำลังเชียร์คู่ที่ต่อย กันบนเวทีอย่างเมามัน พริบตาเดียวสักต่อยคู่ต่อสู้รัวหมัดใส่จนดูไม่ทันเห็นแต่คู่ต่อสู้ล้มตึงน็อกกับพื้น ชาวบ้านเฮกันลั่น ต่างยื่นถุงเงินพนันจ่ายกัน

“มีใครหน้าไหนจะพนันขันต่อกับไอ้สักก็เข้ามา!” เสียงแก้วประกาศกวาดตามองหาคนกล้า แต่ชาวบ้านต่างส่ายหน้าหลบสายตา สักมองไปรอบเวทีพูดผยองว่า

“ไม่มีใครกล้า...ข้าจะได้กลับไปกอดเมีย”

“ข้าขอท้าต่อย!!” ไม้ตะโกนก้อง จ้องหน้าสักอย่างไม่กลัวเกรง

“ไอ้หนุ่มหน้ามน ข้าขอเตือนเอ็งด้วยความหวังดี ไม่อยากกลับไปนอนหยอดน้ำข้าวต้ม ก็ถอนคำเสีย ไม่งั้นเอ็งอาจกลายเป็นผีเฝ้าเวทีมวย” แก้วปราม เรียกเสียงหัวเราะจากชาวบ้านที่มองไม้ว่าไม่เจียมตัว

ไม้ไม่ยี่หระ ถามว่าหากตนชนะจะได้เงินรางวัลกี่มากน้อย แก้วย้อนถามว่า “เอ็งพกมาเท่าไหร่” พอไม้บอกว่าไม่มีเงินแก้วปัดอย่างไม่แยแสว่า “ไม่มีเงินก็เดิมพันไม่ได้”

“แต่ฉันมีหลวงปู่โต” ไม้ดึงสร้อยคอออกมาให้ดู แก้วชะงักลังเล แต่สักตะโกนบอกอย่างดูแคลนว่า

“ข้าชอบนักเทียวไอ้พวกใจกล้าท้าความตาย!!เอ็งล้มข้าได้ ข้าจะยกเงินให้หมดถุง!! แต่หากแพ้...ข้าจะยึดพระและยึดชีวิตเอ็ง!!”

ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮาหันมองไม้เป็นตาเดียว จอกกับโขงใจคอไม่ดีที่ไม้ต้องเดิมพันด้วยชีวิต รั้งตัวไม้ไว้ แต่ไม้สะบัดกระโดดขึ้นเวทีไม่ลังเล สักร่างยักษ์หน้าเหี้ยมมองไม้เหมือนลูกไก่ในกำมือ!

ชาวบ้านหันไปพนันขันต่อกันอย่างคึกคักอีกครั้ง

ooooooo

ที่เรือนกาหลง...ขณะกาหลงกำลังปลูกดอกไม้เตรียมรับยามที่ไม้กลับจากไปต่อยมวยหาเงินมาเป็นสินสอดจะได้ชื่นใจ จู่ๆก็ถูกอบเชยเข้ามาพร้อมเผื่อนกับงามคนรับใช้คู่ใจ

อบเชยมาถามกาหลงว่า อยากได้เงินเท่าไหร่แลกกับตัวไม้ ตนจัดการให้ได้ กาหลงไม่อยากมีเรื่อง ลุกจะเดินเลี่ยงไป อบเชยดักไว้ กาหลงบอกว่าตนไม่อยากคุยเรื่องบัดสี ถามว่าเมื่อผู้ชายเขาไม่รักยังหน้าด้านเยี่ยงนี้ไม่รู้สึกแขยงบ้างหรือไร

“ทำไมต้องอาย ในเมื่อข้ารักพี่ไม้” อบเชยย้อนถามไม่กระดากปาก กาหลงถามว่า ทั้งๆที่ไม้ไม่ได้รักงั้นรึ “พี่ไม้ไม่รักข้า เพราะเอ็งเล่นคุณไสยเสน่ห์ยาแฝด ใช้น้ำมันหมูน้ำมันหมาน้ำมันพรายดีดใส่พี่ไม้”

อบเชยระรานด่าว่าป้ายสีกาหลง หมายจะชิงไม้ไปให้ได้ กาหลงตอกย้ำว่า

“เอ็งก็รู้อยู่เต็มอกว่าพี่ไม้เทใจปลูกเรือนให้ข้า ยอมเสี่ยงชีวิตไปต่อยมวยพนันหาเงินมาเป็นสินสอด เอ็งเลิกคิดเข้าข้างตัวเองเสียที”

อบเชยปราดเข้าไปจะตบ ถูกคว้าแขนไว้ พอหันมองเห็นแม่กลอยจ้องหน้าเขม็งอยู่ กาเหว่ากับชบาพุ่งเข้ามาผลัก อบเชยออกมา อบเชยโวยวายว่าถูกรุม วิ่งหนีพลางตะโกนเรียกเผื่อนกับงามให้มาช่วย ปรากฏว่าเผื่อนกับงามถูกจับมัดเอาดอกไม้เหี่ยวกับใบไม้ใบหญ้าแห้งโปะหัวดูเหมือนคนบ้าก็ช่วยอะไรไม่ได้ พอเห็นอบเชยวิ่งหนีไปก็วิ่งตามกันแทบไม่ทัน

กาหลงแปลกใจที่แม่กลอยมาช่วยตน แต่พอขอบใจ แม่กลอยกลับสะบัดเสียงบอกว่าไม่ได้มาช่วย แต่ผ่านมาเก็บยอดกระถิน กาเหว่าดักคอแม่ว่าอย่าทำไขสือ แม่เห็นอบเชยเดินมาทางนี้เลยชวนพวกตนมาช่วย กาเหว่าเลยถูกแม่กลอยเขกหัวโป๊กที่ทำให้เสียหน้า กาหลงซึ้งใจตรงไปกอดแม่กลอยบอก “ฉันรักแม่จ้ะ...”

แม่กลอยผลักกาหลงออกบ่นแก้เกี้ยวว่า “ร้อนอบอ้าวจะตายชักยังมากอดอีก ตัวเหนียวหมดแล้ว” พลางมองที่เรือนกาหลงเปรยขึ้นว่า “น่าเสียดาย เรือนหลังนี้ ต้องถูกแซะไม้ไปทำฟืน!”

กาหลงอุทานตกใจ แม่กลอยพูดไม่มองหน้าว่าตนไม่ได้แช่ง แต่ไม้ไม่มีทางหาเงินมาได้แน่

“แต่หากพี่ไม้ได้สินสอด ฉันขอนะจ๊ะ ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แม่เลิกแกล้งตั้งเงื่อนไขให้พี่ไม้ต้องช้ำใจอีกนะจ๊ะ” กาหลงวิงวอน แม่กลอยไม่ตอบ แต่หันมาสั่งชบากับกาเหว่าให้กลับเรือน

กาหลงได้แต่มองตามแม่ไปด้วยความเป็นห่วงไม้ แล้วขึ้นเรือนเพราะฝนตั้งเค้ามามืดฟ้ามัวดิน

ooooooo

ที่เวทีมวยคาดเชือก...ไม้กระโดดขึ้นเวที ถอดเสื้อโยนลงมาให้โขง คาดเชือก พันข้อมือ สักยืนมองอย่างพร้อมจะสอยให้ร่วงในพริบตา!

ประหมัดกันไม่ทันไร ไม้ก็ร่วงลงไปกองจริงๆ! โขงกับจอกตกใจตะโกนเรียก “พี่ไม้!!” แต่ไม้ลุกไม่ขึ้น! ครั้นกัดฟันพยุงตัวลุกขึ้นมาก็ถูกสักไล่ต้อนจนเซ ไม้กัดฟันเดินเข้ารัวหมัดใส่สักไม่ยั้ง ถูกสักสวนหมัดต่อยเข้าเต็มหน้าจนกระเด็น สักตามซ้ำไม่เลี้ยงจนไม้ฟุบลงไปกองกับพื้น

“พี่ไม้!!” จอกกับโขงตะโกนลั่น

ขณะไม้กำลังบอบช้ำสาหัส เพราะหมัดของสักยอดนักมวยที่ไม่มีใครล้มได้นั้น...

ที่เรือนกาหลง...ฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก กาหลงรีบลุกไปปิดหน้าต่างแล้ววิ่งไปปิดประตูเรือน

ประตูเรือนถูกผลักเปิดอย่างแรง กาหลงผงะเมื่อโชติย่างสามขุมเข้ารวบตัวไว้

“พี่ไม้...ช่วยฉันด้วย...” กาหลงตะโกนดิ้นสุดแรง ถูกโชติที่แข็งแรง ลากไปผลักลงที่เตียง ขู่เหี้ยม

“ร้องไปก็ขาดใจเสียเปล่า เอ็งต้องเป็นเมียข้า!”

กาหลงสู้สุดชีวิต ดิ้นจนหลุดวิ่งเตลิดออกจากเรือนไปตามทุ่งนา ปากก็ร้องตะโกน “พี่ไม้...ช่วยฉันด้วย...” โชติกำลังหน้ามืดวิ่งไล่ตามไป กาหลงวิ่งไปจนใกล้ถึงศาลเจ้าแม่ไทรงามสะดุดพื้นล้มลง ทำให้โชติตามทัน มันมายืนมองหัวเราะพูดสะใจ “เอ็งหนีไปไม่รอดแน่”

“ฉันไหว้ล่ะ อย่าทำอะไรฉันเลย” กาหลงยกมือไหว้อ้อนวอนถูกโชติผลักลงกับพื้น กาหลงดิ้นก็ถูกตบจนนิ่งไป

“เอ็งหนีข้าหลายคราจนหนักเกินไปแล้ว วันนี้... เอ็งเสร็จข้าแน่!!” โชติพูดอย่างสะใจ

ooooooo

พุดจีบเป็นห่วงกาหลงที่อยู่คนเดียวซ้ำฝนยังตกหนักด้วย จึงกางร่มไปหา พุดจีบตกใจเมื่อขึ้นเรือนพบสภาพข้าวของเกลื่อนกระจายและตัวกาหลงก็หายไป!

“พี่นวลเร่งไปตามหากาหลงที่เรือนแม่กลอย ฉันจะแลหาแถวนี้” พุดจีบบอกนวลแล้วมองหาร่องรอย พบรอยเท้ากาหลงวิ่งย่ำโคลนไปทางหนึ่ง

นวลวิ่งไปที่เรือนแม่กลอยไม่พบกาหลงอยู่ที่นั่น ร้องอย่างตกใจ “ที่โน่นไม่มี ที่นี่ไม่มา...ตายยยยย” แม่กลอยถามว่าพูดอะไร นวลเล่าอย่างตระหนกว่าตนกับพุดจีบไปที่เรือนกาหลงเห็นข้าวของเกลื่อนกระจายราวกับถูกโจรบุกปล้นจับตัวกาหลงไป

“ไอ้กาเหว่า เอ็งไปแลพี่สาวที่ทุ่ง!” แม่กลอย ตะโกนสั่ง ชบาบอกว่ากาเหว่าออกไปตกปลา “งั้นเอ็งไปกับนังนวล ไปดูให้รู้แจ้งว่านังกาหลงอยู่ที่ใด” แม่กลอยสั่งการเป็นการห่วงกาหลงมาก

ooooooo

กาหลงถูกโชติตบหน้านิ่งไป รู้สึกตัวตอนกำลังถูกโชติซุกไซ้อย่างกลัดมัน กาหลงอาศัยจังหวะที่โชติกำลังหน้ามืด แอบดึงมีดที่เอวโชติปาดหน้ามันจนร้องเสียงหลงแล้วลุกถือมีดขู่ “อย่าเข้ามา ไอ้จังไร!!”

สิงมั่นกับขาบได้ยินเสียงลูกพี่ร้องพากันวิ่งเข้ามา โชติสั่ง “จัดการมัน!” พวกมันรุมกันเข้าแย่งมีด ตบกาหลงจนสลบ โชติพูดอย่างแค้นใจ “มันทำหน้าข้าเป็นแผล เหลือจะทนให้มันไปโพนทะนาบอกใครเอามันไปถ่วงน้ำ!!”

“พี่เร่งไปใส่ยาเถอะ” สิงบอกโชติที่หน้าถูกกรีดจนโชกเลือด

ooooooo

ที่เวทีมวยคาดเชือก ไม้ถูกสักต่อยร่วงลงไปนอนหมดสติ โขงกับจอกตะโกนเรียกอย่างตกใจ แต่ไม้ยังนอนนิ่ง! จนครู่หนึ่งไม้รู้สึกตัว พอลืมตาก็อุทาน “กาหลง!”

ไม้ฝืนตัวกัดฟันลุกขึ้น โขงเป็นห่วงตะโกนให้ยอมแพ้ แต่ไม้กลับฮึดขึ้นมาพุ่งเข้าต่อยสักไม่ยั้ง โขงมองตาค้างพึมพำ “ผีตัวไหนเข้าสิง พี่ไม้ถึงมีแรงอย่างกับช้างสาร” ส่วนจอกตะโกนเหยงๆ “พี่ไม้เล่นงานมันให้สลบเหมือดไปเลย!”

ไม้ต่อยสักไม่ยั้งจนสักเซ จังหวะนั้นไม้เตะก้านคอผัวะ! สักล้มลงทันที จอกกับโขงกระโดดไปจับแขนไม้ชูให้ชนะ ท่ามกลางชาวบ้านที่ตะลึงอึ้งกันเงียบกริบ พอได้สติก็ปรบมือเชียร์ไม้กันสนั่นอย่างอัศจรรย์ใจ

ขณะที่ไม้ชกชนะสักหมายเอาเงินเดิมพันมาเป็นค่าสินสอดสู่ขอกาหลงนั้น...

ที่ริมบึงบัว...ปอง ลูกน้องคนหนึ่งของโชติที่กำลังช่วยขาบกับมั่นมัดมือมัดเท้ากาหลงเตรียมถ่วงน้ำตามคำสั่งของโชติ ถามหื่นๆว่าจะถ่วงน้ำจริงหรือ เสียดายของ ขาบกับมั่นกลัดมันขึ้นทันที ช่วยกันแก้มัดกาหลงมือไม้สั่น

“กาหลง...กาหลง...” เสียงพุดจีบตะโกนเรียกแว่วมา

“อุบ๊ะ! ไอ้พวกขัดคอ!!” มั่นสบถ แล้วพวกมันก็ช่วยกันยกร่างกาหลงลงเรือ

“กาหลง...กาหลง...” พุดจีบมาตะโกนเรียกกาหลงอยู่ริมบึง มั่น ขาบ และปอง ช่วยกันรีบพายเรือไปกลางบึงบัว เพื่อเอากาหลงไปถ่วงน้ำ!

ooooooo

ตอนที่ 2

ข่าวจำปาตายแพร่ไปถึงบ้านผู้ใหญ่ แม่น้อยตกใจถามว่าจำปาเป็นอะไรตาย โชติบอกแม่ว่า

“น่า เวทนา ตัดช่องน้อยแต่พอตัว หลวงพ่อเคย เทศนา ข้าจำได้มั่น ผู้ใดฆ่าตัวตายบาปติดตัวผู้นั้น ตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด” พูดแล้วยิ้มเย้ย จนแม่น้อยแปลกใจท่าทีของลูกชาย

โขงกอดร่างจำปาร้องไห้แทบขาดใจ ไม้ทนดูไม่ได้เดินอ้าวออกไป กาหลงเป็นห่วงรีบตามไป

ไม้ ไปนั่งมองโกฏิของพ่อแม่ หวนคิดถึงอดีตของตัวเอง เวลานั้นไม้ในวัย 10 ขวบ เห็นพ่อกับแม่ถูกโจรที่มาปล้นฆ่าตายต่อหน้า มันลากพ่อกับแม่เข้าไปในบ้านจุดไฟเผา ไม้กอดร่างพ่อแม่ร้องไห้จนไฟท่วมบ้าน ฝาบ้านพังลงมาแถบหนึ่ง พลันขาวกับเฟื้องก็พุ่งเข้ามาอุ้มไม้ฝ่าไฟออกไป

กาหลงตามมาเข้าประคองไม้บอกให้ทำใจเสียพ่อแม่ไปดีแล้ว ไม้ส่ายหน้าพูดอย่างเจ็บแค้น

“ตราบใดที่พี่ยังแก้แค้นให้พ่อแม่ไม่ได้ พ่อแม่ไม่มีวันสู่สุขคติ”

“หลวงพ่อเคยสอนให้พี่ปล่อยวาง การแก้แค้นไม่รู้จักจบสิ้น เป็นกงเกวียนกำเกวียนที่ทำให้เป็นทุกข์ตลอดกาล”

“พี่ ยอมรับผลกรรมนั้น...เกิดใหม่ทุกข์ทรมานกี่ร้อยชาติ พี่ก็ขอฆ่าคนที่ฆ่าพ่อแม่พี่ ด้วยน้ำมือพี่!!” กาหลงโผเข้ากอดไม้ด้วยความรัก เช็ดน้ำตาให้อย่างปลอบใจ ไม้มองกาหลงเอ่ยอย่างซาบซึ้งใจที่ในยามนี้มีเธออยู่เคียงข้าง “ชีวิตนี้ พี่ไม่มีใครอีกแล้ว พี่มีเอ็งคนเดียว เอ็งรักและดีกับพี่...พี่รักเอ็งเหลือเกิน...กาหลง”

“ฉันก็รักพี่จ้ะ” ทั้งสองกอดกันด้วยความรักและเห็นใจกัน

ทันใดนั้น จอกวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!

นั่น คือ โขงบุกไปที่บ้านโชติ ตะโกนให้โชติออกมา! โชติเดินออกมาด่าโขงว่าไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษมาระรานตนที่กำลังสวดมนต์ แม่น้อยออกมาด้วย ถามโขงว่าโชติไปทำอะไรให้ไม่พอใจหรือ

“มันฆ่าจำปา!” โขงชี้หน้า โชติโต้ทันควันว่าจำปาแขวนคอตายเอง

“เอ็งโกหก! เมื่อคืนเอ็งคิดขืนใจกาหลง จำปาไปช่วยไว้ได้” ไม้ตะโกนแทรกขึ้น

“พวกเอ็งเคืองแค้นจึงดักทำร้ายจำปา!” โขงพูดทั้งน้ำตา ทุกคนหันมองโชติ

“ไอ้ ไม้...เอ็งเจ็บใจที่แม่กลอยจะยกกาหลงให้ข้าก็เลยหาเรื่องข้า เอาล่ะ...ข้าไม่ถือสาเอาความ ข้าจะไปสวดมนต์ อุทิศส่วนกุศลให้จำปาและสัมพเวสีผีเร่ร่อนจะได้เลิกจองเวรต่อกัน!” โชติยียวนเยาะเย้ยแล้วหันหลังจะกลับเข้าบ้าน

โขงพุ่งเข้ากระชากชกโชติทันที สิง มั่น และขาบรุมเข้ามา ไม้กับจอกจึงช่วยโขงต่อสู้กับพวกโชติ

“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้น ทุกคนหยุดชะงักหันมองไปทางเสียงปืน เห็นช่วงถือปืนเดินเข้ามาอย่างไม่พอใจ ไล่พวกโขงกับไม้ให้กลับไปได้แล้วเพราะโชติไม่ได้ทำร้ายจำปา ซ้ำยังบอกว่า “มันเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว ว่าเผลอใจคิดล่วงเกินกาหลง” แล้วบอกกาหลงว่า รู้อยู่ว่าโชติหลงรักมานาน อภัยให้เถิด ถือเสียว่าเห็นแก่ตน ทำให้กาหลงจำต้องพยักหน้า

เมื่อทั้งผู้ใหญ่ช่วงและแม่น้อยพากันปกป้องโชติ ไม้จึงชวนโขงกลับ บอกผู้ใหญ่กับแม่น้อยว่า

“พวกฉันลาล่ะจ้ะ ฉันขอบอกไว้ตรงนี้ ฉันต้องหาตัวคนที่ฆ่าจำปามาลงโทษให้ได้!”

“ข้าเป็นผู้ใหญ่บ้าน ข้าต้องดูแลลูกบ้านให้ได้รับความเป็นธรรม” ผู้ใหญ่ช่วงออกรับแทนขู่ไม้กับโขงในที

ช่วงเดินไปด่าพวกมิ่งที่ปล่อยให้โขงขึ้นมาเหยียบเรือน ชักดาบออกมาพูดขู่สิง มั่นและขาบอย่างเลือดเย็นว่า

“ใครที่ทำให้ข้าเดือดร้อน มันต้องเป็นผี!” โชติเห็นความเหี้ยมของพ่อก็คิดจะเอาเป็นเยี่ยงอย่างให้ได้!

ooooooo

กาหลง กลับถึงบ้านตอนเย็น แม่กลอยถามว่าไปไหนมา กาหลงบอกตรงๆว่าไปเรือนโชติไปกับจอก และไม้ แม่กลอยไม่ว่าอะไร บอกให้ไปอาบน้ำผลัดผ้าเสียคืนนี้ต้องไปฟังสวดจำปา

กาหลงโล่งใจที่แม่ไม่ว่าอะไร แต่ชบาที่คอยจับผิดอยู่แปลกใจที่ไม่ว่าอะไรกาหลง สงสัยว่าแม่จะคิดทำอะไร

กาหลงเดินมาเจอชบา เธอถามน้องว่า

“เหตุใดจึงต้องขัดทุกครั้งที่ข้าไปกับพี่ไม้” ชบาบอกว่าไม่อยากให้พี่โกหกแม่มันบาป “เอ็งคิดอย่างนั้นรึ?”

“ฉัน เตือนด้วยความหวังดี หากไม่เชื่อใจก็อย่าเสียเวลาซักความ” พูดแล้วเดินหนีไปแต่พอกาหลงเดินเข้าห้องชบาก็เดินย้อนกลับมาพูดเบาๆ “ฉันไม่ได้ พี่ก็ต้องไม่ได้”

ที่ศาลาวัด...ผู้ใหญ่ช่วงกับโชติไปงานสวด ต่างแสดงความเสียใจกับการตายของจำปา โชติเดินไปบอกไม้ว่าตนอโหสิกรรมให้จำปาแล้ว ไม้ก็ควรอโหสิกรรมให้ตนที่ใส่ความว่าตนเป็นคนร้ายด้วย

“ข้าอโหสิกรรม...ให้กับผี...ไม่ใช่เอ็ง!” ไม้พูดใส่หน้า

สิง จะเล่นงานไม้  โชติห้ามไว้ “ไม่ต้อง เพราะอีกประเดี๋ยวมันก็ต้องกระอักเลือดจนตาย” พูดแล้วหันไปยิ้มกับแม่กลอย กาเหว่าจับตาดูอยู่สงสัยว่าทั้งสองมีอะไรกัน...

ooooooo

การตายของจำปา ทำให้กาหลงนึกถึงตัวเอง ถามไม้ว่า

“หากวันหนึ่งฉันต้องตายไปพี่จะยังรักฉันไหม” ไม้บอกกาหลงอย่าพูดแบบนี้ เขาถือเป็นลาง “ชีวิตมันไม่แน่นอนจริงๆเหมือนอย่างพ่อฉัน...”

กาหลงจำได้ฝังใจว่า พ่อตายเพราะถูกงูเห่ากัดอย่างเป็นปริศนา คิดแล้วบอกไม้ว่า

“จำปามาจากไปอีกคน ฉันกลัว...ฉันกลัวจริงๆจ้ะพี่”

“ไม่ ต้องกลัว...กาหลงยังมีพี่อยู่ทั้งคน” กาหลงทวงว่าไม้ยังไม่ได้ตอบคำถามตนเลย ไม้มองกาหลงพูดจากหัวใจว่า “ไม่ว่าเอ็งเป็นหรือตาย...พี่จะรักเอ็งตลอดไป”

ทั้งสองกอดกันเป็นสัญญาใจ...ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องเป็นสัญญาณว่าฝนจะตก...

ที่ ศาลาวัด ขณะที่สัปเหร่อขาวกำลังนำสวดคฤหัสถ์เฝ้าศพนั้น ทุกคนผงะ เมื่อเห็นแมวดำตัวหนึ่งกระโดดไปยืนบนโลงศพ ชาวบ้านต่างลุ้นไม่ให้กระโดดลงมา เพราะโบราณกล่าวกันว่าแมวดำกระโดดข้ามโลงศพมันจะปลุกวิญญาณ

ทันใดนั้น ฟ้าผ่าเปรี้ยงพร้อมกับแมวดำกระโจนลงจากโลงศพ ทุกคนตกใจลุกฮือ ยกเว้นมัคนายกเฟื้องพูดอย่างไม่เชื่อว่า “ไหนวะไอ้ขาว แมวดำกระโดดข้ามโลง ศพจะกลายเป็นผี เอ็งมันก็ดีแต่พูดให้ชาวบ้านขนหัวลุก”

“สงครามยังไม่เสร็จ อย่าเร่งนับศพทหาร...อีกชั่วอึดลมหายใจ วิญญาณจะเข้าร่างนังจำปา”

“ข้าไม่เชื่อ! คนตายมันก็แค่สังขารที่รอวันเน่าเปื่อย ดวงจิตวิญญาณของมันหลุดลอยไปภพภูมิใหม่แล้ว”

“ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ประเดี๋ยวเอ็งจะหัวโกร๋น...โกร๋นกันทั้งบาง!”

คำ พูดของสัปเหร่อขาวทำให้ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัว พลันพื้นไม้ศาลาวัดก็สั่นไหวสะเทือนจนโลงศพหล่นลงมา ศพจำปาหลุดออกจากโลงกลิ้งมาตรงหน้ามัคนายกเฟื้องและสัปเหร่อขาว ชาวบ้านแตกฮือ มัคนายกเฟื้องวิ่งอ้าวออกไปก่อนเพื่อน ชาวบ้านพากันวิ่งตามลงจากศาลาไปเป็นพรวน

ooooooo

คืนเดียวกัน เสือหวาดคุมสมุนออกปล้นค