ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่เรือนแม่กลอย ขณะกาเหว่านั่งเช็ดเนื้อตัวให้แม่อยู่ ได้ยินเสียงคนเดินขึ้นเรือนมา แม่กลอยตกใจเพราะรู้ว่ากาหลงมา แต่กาเหว่านึกว่าชบา ลุกออกไปดู แต่พอกลับมาปรากฏว่ากาหลงนั่งอยู่กับแม่แล้ว

กาหลงตัดพ้อต่อว่าแม่ที่บอกเรื่องตนแก่ไม้ ทำให้แม่กลอยยิ่งตกใจกลัวกาหลงจะฆ่า

“ฉันไม่เคืองแม่หรอกจ้ะ ยังไงก็ต้องถึงวัน...ที่ทุกคนรู้” กาหลงพูดพลางช่วยดึงผ้าห่มคลุมถึงคอให้แม่อย่างเบามือ

“อ้าว...พี่กาหลง พี่เข้าทางไหน ย่องมาเสียกริบเชียว” กาเหว่าร้องทัก เห็นกาหลงร้องไห้ก็ปลอบใจพี่สาว“พี่กาหลงไม่ต้องร้องไห้นะจ๊ะ ฉันรู้ว่าพี่คับใจที่แม่ต้องมาตกทุกข์ ไหนพี่ต้องดูแลพี่ไม้อีก ฉันโตแล้วนะพี่ ฉันเป็นชาย มีแรงดูแลแม่ ดูแลพี่ชบาได้ พี่ไม่ต้องห่วง เลิกทำหน้ากล้ำกลืนได้แล้วคนสวย”

“กาเหว่า...พี่รักเอ็งมากนะ” กาหลงยิ่งร้องไห้หนัก

“ฉันก็รักพี่จ้ะ...นี่ก็มืดสงัดแล้ว ทางนี้พอการเถอะ พี่กลับเรือนไปดูพี่ไม้ พี่ไม้รอพี่อยู่ที่เรือน”

กาเหว่าพูดไปตามประสา หารู้ไม่ว่าก่อนที่กาหลงจะมาเรือนแม่กลอยเกิดอะไรขึ้น และเวลานี้ไม้อยู่ที่ไหน? แต่กาหลงก็ลาแม่กลอยกลับเพื่อไม่ให้กาเหว่าสงสัย

แต่พอกาหลงหันเดินออกไป ทั้งแม่กลอยและกาเหว่าก็กอดกันร้องไห้สงสารกาหลง...

พอไม้รู้สึกตัวขึ้นตอนกลางคืน ก็ร่ำร้องลุกขึ้นจะออกไปหากาหลงนอกโบสถ์ เพชรกับโขงจะเข้าไปจับตัว แต่พอเห็นสายตาไม้ก็ชะงักไม่กล้าเข้าใกล้

ไม้ลุกเดินไปยืนมองประตูโบสถ์ แล้วหันกลับมาทางพระพุทธรูป กลับไปทรุดนั่ง พนมมือไหว้ที่หน้าองค์พระร้องไห้เงียบๆพุดจีบมองดูไม้สงสารจับใจ

กาหลงกลับไปนั่งที่หัวบันไดเรือน ชะเง้อมองทางที่จะเข้าเรือน นึกบอกไม้ว่า...

“พี่ไม้...ฉันรอพี่อยู่ที่เรือนนะจ๊ะ...”

ooooooo

พวกเพชรหลบผีกาหลงอยู่ในโบสถ์จนกระทั่งเช้า โขงกับเพชรออกไปสำรวจรอบโบสถ์วิ่งกลับมาบอกว่าดูทั่วแล้วไม่เจอผีกาหลง จันคาดว่าผีกาหลงคงกลับเรือนไปแล้วกระมัง

ขณะนั้นเอง เพชรมองไปข้างหน้า เห็นชาวบ้านถือคบเพลิงเดินมากันทั้งที่เป็นกลางวันแสกๆ สงสัยว่าจะไปไหนกัน พอจับทิศทางได้ ก็ตกใจร้องพร้อมกัน...

“ไปเรือนพี่กาหลง!”

คนที่นำชาวบ้านถือคบเพลิงไปนั้นคือผู้ใหญ่ช่วงนั่นเอง! ไปถึงหน้าเรือนกาหลงก็ตะโกนท้า

“นังกาหลง เอ็งออกมาเสียรู้แล้วรู้รอด!!” กาหลงอยู่ในเรือนตกใจเมื่อรู้ว่าช่วงนำชาวบ้านมาแต่ไม่โผล่มาดู ช่วงย่ามใจตะโกนบอกชาวบ้าน “นังผีร้ายมันไม่สู้โผล่หัว พวกเอ็งขึ้นไปเผาเรือนมันให้สิ้น!!”

“หยุดนะ!! พวกเอ็งหยุดเดี๋ยวนี้!!” เพชรตะโกนขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง มีโขง จัน และจอกตามมาติดๆ

ช่วงสวนไปว่ากาหลงเป็นผี ตายไปแล้วก็ต้องเผา โขงโต้ว่านี่เป็นเรือนคนไม่ใช่เชิงตะกอน แต่ถึงจะใช่ก็เผาไม่ได้หากเจ้าเรือนไม่ให้เผา

“พวกเอ็งไม่ให้เผา งั้นก็ไม่ต้องเผา” อบเชยสะอึกออกมาช่วยพ่อ แล้วหันไปยุชาวบ้านว่า เรือนกาหลงสร้างจากเสาและกระดานที่ชาวบ้านงัดฝาเรือนมาให้ ยุว่า “ในเมื่อเพลานี้เจ้าของเรือนตายไป พวกเอ็งก็เอาไม้คืนไปซะ”

ชาวบ้านฮือกันขึ้นเรือนงัดแผ่นกระดาน งัดฝาเรือนบางส่วนเอาไปกองไว้ กาหลงอยู่บนเรือนทั้งตกใจและไม่พอใจมาก โขงแล่นเข้าไปขวางชาวบ้าน ถูกช่วงกับอบเชยตวาดว่า พวกเขาเป็นเจ้าของไม้ย่อมเอาคืนได้

เพชรโต้เถียงกับช่วงว่าเมื่อชาวบ้านมอบให้ แล้วจะมาอ้างภายหลังว่าเป็นสมบัติตัวอีกไม่ได้ มันย่อมตกเป็นของเจ้าของเรือนแล้ว อบเชยโต้ว่า เมื่อเจ้าเรือนตายกลายเป็นผี เรือนนี้ก็กลายเป็นป่าช้า

โขงกับเพชรทนไม่ได้ขึ้นไปดึงชาวบ้านลงมาจากเรือน ไล่ให้ออกไปจากเรือนนี้ให้สิ้น!

ช่วงเอาเรื่องผีกาหลงมาขู่ชาวบ้านว่า หากผีกาหลงยังอยู่ชาวบ้านจะไม่มีความสงบสุข หาว่าเพชรกับพวกขัดขวางความสุขของชาวบ้าน ฟังช่วงแล้วชาวบ้านส่งเสียงกันอย่างไม่พอใจ

“ข้าในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ดูแลทุกข์สุขของชาวบ้าน ข้าขอสั่งให้เผาเรือน!!” ช่วงสั่งทันที

“เผาๆๆ!!” ชาวบ้านฮือกันจะไปเผาเรือน เพชรต้องหว่านล้อมไม่ให้ทำตามสั่งของผู้ใหญ่ ขอให้ชาวบ้าน ยับยั้งชั่งใจ ตัดสินใจด้วยตัวเอง

“ใครที่รักพี่ไม้รักพี่กาหลง ไม่คิดอยากเผาเรือนให้ก้าวมาหาข้า” โขงขอประชามติ มีแต่พวกเดียวกันไม่กี่คนก้าวออกมา แต่พออบเชยประกาศว่า “ใครที่หมายใจจะเผาเรือนผีให้ก้าวออกมา” พวกแกนนำชาวบ้านก้าวออกมาชาวบ้านจึงก้าวตามออกมา

“พวกเอ็งมันเล่นพวก!!” เพชรตะโกน

ถูกอบเชยหาว่าแพ้แล้วพาล ช่วงก็หาว่าพวกเพชรอยากเอาผีชาวบ้านไว้หลอกขายผ้ายันต์ พวกเห็นแก่ได้! แล้วยุต่อ

“ข้าจะไม่ใช้อำนาจข่มใดๆให้กระเทือน ให้พวกเอ็งตัดสินใจกันเอง จะนอนอย่างสุข หรือจะนอนขวัญหนีเพราะผี!!”

ชาวบ้านที่ถูกเป่าหูยุยงและขู่พากันตัดสินใจจะเผาเรือนกาหลง ผีกาหลงอยู่บนเรือนทนไม่ได้จะออกไปเล่นงานชาวบ้าน ก็พอดีไม้มาตะโกนลั่น

“ข้าไม่ยอมให้ใครเผาเรือนข้า!!”

ชาวบ้านชะงัก กาหลงอยู่บนเรือนดีใจเมื่อรู้ว่าไม้มาช่วย...ไม้มองชาวบ้านประกาศกร้าว

“ออกไปจากเรือนข้า! ข้าเป็นเจ้าเรือน ใครเหยียบหัวบันได ข้าเอาถึงตาย!!” ช่วงลำเลิกว่าอย่าลืมว่าเรือนนี้สร้างด้วยไม้ของใคร ไม้สวนไปว่า “ข้าจำได้ไม่เคยลืม แผ่นดินที่ข้าเหยียบก็เป็นแผ่นดินของพ่อแม่ พ่อแม่ข้าตายที่นี่!!”

“พ่อแม่เอ็งตายตรงนี้ กาหลงก็มาสร้างเรือนทับที่ มันถึงเป็นผีเฮี้ยนนัก” ช่วงโต้

“มันจะไม่เฮี้ยนไปได้ยังไง ในเมื่อวิญญาณพ่อแม่ฉันยังหาสุขไม่ได้ ก็คนที่ฆ่าพ่อแม่ฉันมันยังไม่ตาย!!” ไม้จ้องหน้าช่วงเพราะรู้จากปากขุนหวาดแล้วว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อแม่และเผาเรือนตน “รอให้ฉันจับมันให้ได้มั่น ฉันจะลบหน้าเอาเลือดมันมาบูชากระดูกพ่อแม่!!”

อบเชยยุชาวบ้านให้ขึ้นไปเผาเรือนเลย ไม้ประกาศว่าเมื่อพี่ป้าน้าอาไม่รักกาหลงก็คงไม่รักตนด้วย ให้เผาตนตายไปกับกาหลงเลย ตะโกนเสียงสะท้าน “เผาฉันด้วย...เผาเลย!!”

ชาวบ้านมองไม้แล้วตัดสินใจโยนคบไฟทิ้ง พวกไม้ดีใจ แต่ช่วงพูดอาฆาตว่า

“ข้าทำทุกอย่างเพื่อช่วยพวกเอ็ง แต่พวกเอ็งกลับรนหาที่ให้ผีหลอกตาย พวกเอ็งก็จงยอมรับชะตากรรม อย่าได้หมายร้องขอให้ข้าช่วย!!”

ทันใดนั้น มีลมพัดแรง ช่วงกับอบเชยตกใจ ชาวบ้านพากันถอยกรูด กาหลงก้าวออกมาที่ชานเรือนพูดอย่างปลื้มปีติ

“พี่ไม้...พี่ช่วยฉัน...พี่จะกลับมาอยู่กับฉัน...”

“พี่ไม่ยอมให้ใครมาเผาเรือน มันเป็นเรือนรักของเรา” ไม้ขึ้นบันไดจะไปหากาหลง โขงตกใจวิ่งไปรั้งลากไม้ออกไป เพชรบอกโขงให้พาไม้ออกไป ส่วนดำเอาคบไฟขู่กันกาหลงไว้ แต่พอลมพัดไฟดับ ดำก็ทิ้งคบไฟวิ่งอ้าวตะโกนลั่น

“รอข้าด้วย...”

“เอาผัวข้าคืนมา!!!” ผีกาหลงตะโกนก้อง

ooooooo

ไม้ดิ้นรนตะโกนแต่จะกลับไปหากาหลง ผลักโขงกับเพชรที่จับตัวไว้ จอกจึงเข้าไปทุบที่ท้ายทอยอีกครั้งหวังให้ไม้สลบจะได้หมดฤทธิ์  แต่ไม้กลับไม่เป็นไรซ้ำยังต่อยจอกหงายไปด้วย โขงเลยทุบไปอีกทีไม้จึงทรุดหมดสติไป

โขง เพชร กับจอก ช่วยกันพาไม้บ่ายหน้ากลับไปที่โบสถ์ เพชรติงว่าแห่กันไปแบบนี้จะเสียท่า แล้วเพชรก็วางแผนแบ่งหน้าที่ให้ทุกคนปฏิบัติตาม โดยแยกไปเป็น 3 สาย เพื่อลวงผีกาหลงและพาไม้หนี

จันเจอผีกาหลงมาดักกลางทางจริงๆ  จันจึงผลักจอกที่มีผ้าพันหน้าไปหากาหลงบอกว่า  “เอาผัวเอ็งคืนไป” แต่พอกาหลงเปิดหน้าเห็นเป็นจอกก็โกรธว่าจอกหลอกตน  จอกตกใจชี้ไปที่แม่จัน  แม่จันชี้ส่งเดชไปบอกว่า เขาสั่งมาอีกที

“ผัวข้าอยู่ไหน!!!” ผีกาหลงตะโกนถาม ทั้งจันและจอกวิ่งหนีกันล้มลุกคลุกคลาน

ผีกาหลงตามหาไม้ต่อไป  เจอโขงประคองดำที่มีผ้าโพกหน้าไว้เช่นกัน  ผีกาหลงตะโกน “เอาผัวข้าคืนมา” โขงก็ทำทีร้องบอกไม้ให้รีบหนีไปเร็ว  แต่ดำก็ถูกเส้นผมกาหลงเลื้อยมาตวัดรัดข้อเท้าล้มลง พอเห็นเป็นดำ ผีกาหลงโกรธจัดตวาดลั่น

“เอ็งไม่ใช่ผัวข้า!! ผัวข้าอยู่ไหน!!!”

ดำกับโขงชี้ส่งเดชไปคนละทาง  กาหลงไม่พอใจที่ถูกหลอกอีกยื่นมือไปทางดำ  ดำลนลานบอกว่าไม้หนีไปวัดแล้ว กาหลงหายวับไปทันที

“ไปบอกทำไม!” โขงไม่พอใจ

“ก็ข้ากลัวนี่...แตกเลย...” ดำบอกเสียงสั่น  พร้อมกับกลิ่นเหม็นหึ่งโชยมา

เมื่อจัน ดำ จอก และโขงมาเจอกันที่ทุ่งนา พอรู้ว่าเพชรพาไม้เข้าโบสถ์ไปแล้ว  ต่างก็เล่าอย่างสยองที่ถูกผีกาหลงโมโห จอกเร่งให้รีบไปหลบที่วัดกันดีกว่า

“ไปไม่ได้! ผีมันยึดวัดเสียแล้ว” จันบอก โขงจึงเสนอให้ไปหลบในหมู่บ้านน่าจะปลอดภัยแล้วเดินนำไปเลย จอกถามว่าแล้วดำหายไปไหน ดำจึงค่อยๆโผล่ออกมาทำหน้าปุเลี่ยนๆ สองมือกุมก้นไว้เพราะอึแตก

“เอ็งมันไม่รักเพื่อนรักพ้อง ทิ้งมันได้ไง” จอกต่อว่าโขงแล้วถามดำ “เป็นไงเพื่อนรัก...ข้าเข้าใจเอ็งนะ” แล้วรีบพาดำเดินตามโขงกับจันไป

ooooooo

กาหลงกลับเรือน เห็นเรือนถูกรื้อ เศษไม้กองอยู่ที่ชานเรือน กาหลงเห็นแล้วเศร้าใจ เดินไปหยิบค้อน ยกไม้ไปซ่อมเรือน เสียงตอกไม้ดังไปไกลในยามค่ำคืน...

แม่กลอยนอนอยู่ที่เรือน  สงสารกาหลง  เสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้กาหลงเป็นเยี่ยงนี้  นับแต่ขวางทางรักของกาหลงกับไม้...จับกาหลงขังไว้ในห้อง...เอาหวายโบยเมื่อกาหลงหนีตามไม้ไป  จนกระทั่งขัดขวางการแต่งงานของกาหลงกับไม้...ยิ่งคิดแม่กลอยก็ยิ่งเสียใจ รู้สึกตัวเองผิด คิดจะทำอะไรบางอย่าง...

ทั้งที่ร่างกายเคลื่อนไหวไม่สะดวก  แม่กลอยค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบมีดปอกผลไม้ที่ข้างเตียงจะฆ่าตัวตาย พุดจีบมาเจอ ปัดมีดร่วงจากมือ

“น้ากลอยอย่าทำอย่างนี้” พุดจีบห้ามไว้ แม่กลอยก็ยังพยายามควานหามีดอีก

“น้ากลอยคิดสั้น  มันหาได้ช่วยแก้ความหนักให้เบาคลาย...ฉันรู้  น้ากลอยรู้สึกผิดโกรธที่เป็นต้นเหตุ  และทำให้กาหลงมีบ่วง  แต่การที่น้าฆ่าตัวตาย  เท่ากับน้าสร้างบาปให้ตัวเองเหลือหลาย มีเวรนั้นติดตัวไป...”

แม่กลอยค่อยสงบลงแต่น้ำตายังไหลพราก...

“น้ายังมีลมหายใจ  อย่าตกประหม่าใจคอไม่สบาย น้าต้องมีชีวิตต่อไป...ทำดี  สร้างบุญให้มาก...น้าจ๋า...เรื่องใดที่เคยบาดหมางนึกระแวงใจฉันกับแม่ฉัน...ขอให้ระงับ อโหสิกรรมให้ต่อกันเถอะจ้ะ”

พุดจีบรอการอโหสิ แม่กลอยมองพุดจีบแล้วพยักหน้าทั้งน้ำตา พยายามพูด “อะ...โห...สิ...” พุดจีบบีบมือแม่กลอยด้วยความดีใจ แต่หารู้ไม่ว่า ใจแม่กลอยนั้นยังคิดที่จะไปจากโลกนี้เพื่อให้พ้นทุกข์และไม่เป็นภาระแก่กาหลง

ooooooo

ออกจากเรือนแม่กลอย พุดจีบถือถาดอาหารเข้าไปในโบสถ์ เพชรตรงมาถามว่าไปไหนมาไหนไม่กลัวกาหลงหรือ

“กาหลงไม่ทำร้ายพี่หรอก กาหลงรู้ว่าพี่มาดี...น้องชายเองก็ไม่ควรจะกลัวไปตามชาวบ้าน”

เพชรรับคำและขอลุกไปสูดลมข้างนอกเพราะอุดอู้อยู่ในนี้เสียนาน พุดจีบจึงเอาถาดอาหารไปหาไม้บอกให้กินข้าวเสีย ไม้นิ่ง พุดจีบพูดอย่างเข้าใจ เห็นใจว่า

“ฉันรู้ว่าพี่ทุกข์ใจแสนสาหัส แต่พี่ต้องระงับใจและอยู่ต่อไป...”

“อยู่ไปเพื่ออะไร? หากพี่ตายไปก็คงดี พี่จะได้อยู่กับกาหลง...คงมีเพียงความตายเท่านั้น ที่ไม่อาจพรากพี่จากกาหลงได้” พูดแล้วไม้ลุกพรวดออกไป พุดจีบรีบตามไปร้องเรียก ไม้บอกว่า “พี่จะไปหากาหลง พี่จะไปอยู่กับกาหลง”

“พี่มีสติบ้างสิ นิ่งตรองให้ดี ฉันเข้าใจความรักของพี่ดี” ไม้ย้อนถามว่าเข้าใจแล้วทำไมจึงห้าม! พุดจีบพูดเสียงสลดว่า “พี่คิดว่าฉันสุขใจนักหรือไร...ฉันเองก็รู้สึกผิดไม่น้อย เพราะฉันมีส่วนในบาปนี้...ฉันช่วยกาหลงปิดความนี้มานาน พลอยเห็นงามให้พี่ฝืนธรรมชาติ เท่ากับฉันร่วมสร้างเวรในครั้งนี้ ฉันขอไถ่ผิด ฉันจะต้องทำให้พี่หลุดพ้นบ่วงพันธนาการนี้...”

ไม้ชักมีดออกมาบอกว่ามันสายไปแล้ว ไม่มีใครมาตัดบ่วงรักของตนได้ ตนจะตายไปอยู่กับกาหลง!

แทนที่พุดจีบจะห้ามปรามกลับยุไม้รีบแทงตัวเองเลย หากมั่นใจว่าตายแล้วจะได้ไปอยู่กับกาหลง พอไม้ยั้งมือจึงเอ่ย

“ฉันจะขอเตือนไว้ก่อน แต่ละคนมีบุญกรรมไม่เท่ากัน หากฉันเป็นกาหลง ฉันคงสะดุดใจที่มีผัวเช่นพี่...

กาหลงตายไป แทนที่พี่จะเฟ้นหาทางช่วยให้เมียพ้นนรกทนเวรในครั้งนี้ ปรามให้กาหลงหยุดฆ่าคน เตือนสติให้กาหลงยอมถอดใจปล่อยวาง ไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดีแต่พี่กลับทำชะตาตก คิดหนีปัญหา พี่มันสิ้นแต้มสิ้นคิด ปากพร่ำว่ารักเมีย แต่ท้ายสุดพี่มันก็เห็นแก่ตัว!!”

คำเตือนที่จริงจังรุนแรงของพุดจีบ ทำให้ไม้ถึงกับมีดร่วงจากมือ ทรุดนั่งร้องไห้โฮๆ ในความคิดขลาดเขลาของตัวเอง

ooooooo

เสียงตอกไม้ซ่อมเรือนของกาหลงยังดังไม่หยุด อบเชยอยู่ที่เรือนได้ยินเสียงตอกไม้นอนไม่หลับ ลุกปึงปังมาบอกช่วง

“พ่อจะปล่อยให้ผีบ้ามันอาละวาดอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ฉันจะตายอยู่แล้ว”

“ยังไม่ถึงเวลาที่ข้าจะออกโรง...ปล่อยให้มันเล่นงานชาวบ้านให้หนัก พอพวกมันทนไม่ได้ก็มาก้มหน้ากราบตีนให้ข้าช่วย แปรพักตร์มาฝักใฝ่ข้า!” ช่วงหัวเราะเจ้าเล่ห์ อบเชยยิ้มร้ายกับแผนการของพ่อ

ส่วนพวกจอกที่หนีไปนอนรวมกันในกระท่อม ได้ยินเสียงตอกไม้ก็ผวาลุกขึ้น รู้ว่าถูกผีกาหลงเล่นงานอีกแล้ว

โขงเสนอว่าอยู่ที่กระท่อมนี้คงไม่ปลอดภัยแล้วหนีกลับไปหลบที่วัดกันดีกว่า จอกอาสาจะพาไปทางลัดให้ แล้วพากันลงเรือพายไป จอกนั่งพายอยู่หัวเรือคุยฟุ้งว่าเดินมันไกลพายเรือไม่กี่คุ้งก็ถึงวัด จันกับดำนั่งกลางและโขงพายงัดอยู่ท้ายเรือ

จันถามเสียงสั่นอย่างรู้สถานการณ์ว่าไม่คิดบ้างหรือว่ามันผ่านคุ้งไหนบ้าง จอกนึกได้มองขวับไปเห็นเรือนกาหลงพอดี! ทุกคนตกใจ กาหลงที่กำลังตอกเรือนหันมองทุกคนหยุดตอกเรือนทันที!

ดำที่กลัวผีกาหลงจนอึแตกมาแล้ว รีบบอกกาหลงว่าพวกตนมาดี จะมาช่วยลงแรงตอกไม้ซ่อมเรือนให้ แต่พรรคพวกในเรือส่ายหน้าไม่เล่นด้วย จอกเอาตัวรอดก่อนบอกว่าตนมีงานต้องทำ แต่ดำว่างจึงพาส่งมาช่วย พูดแล้วถีบดำตกน้ำหายต๋อมไป จันตะโกนบอกโขงให้รีบพายไปเร็วๆ

จอกกลัวมากห้อยขาลงราน้ำ เลยถูกดำดึงขาตกน้ำไปอีกคน จันเร่งให้โขงรีบพายหนี โขงเห็นผีกาหลงนั่งอยู่ที่หัวเรือตกใจโดดน้ำไปอีกคน เหลือจันคนเดียวเลยทำใจเย็นสู้ผี พูดหวานกับผีกาหลงว่า  ขอบใจที่มีน้ำใจพายเรือให้แม่ แต่กาหลงมีอะไรก็ไปทำเถิดแม่พายเองได้  แต่พอผีกาหลงส่งพายให้  จันกลับเปลี่ยนใจบอกว่าแม่ไม่ไปแล้ว ว่าแล้วก็กระโดดน้ำไปทันที

ทุกคนพยายามว่ายไปที่ท่าน้ำ  แต่ไม่วายถูกผีกาหลงหลอกอีกหลายระลอก  ว่ายน้ำกลับไปกลับมา  จนจอกตะโกนบอกเพื่อนๆ ว่าต้องขึ้นบกให้ทุกคนตามตนมา จอกพาวิ่งไปอึดใจก็รีบขึ้นเรือน นั่งหอบกันไม่ทันหายเหนื่อยก็ตกใจตาเหลือก เมื่อรู้ตัวว่ามานั่งอยู่บนเรือนกาหลง! พากันหนีลงจากเรือนไป ท่ามกลางเสียงตะโกนของกาหลง...

“เอาผัวข้าคืนมา!!”

ooooooo

ทั้งสี่วิ่งอ้าวไปที่วัด  คอยเหลียวหลังกลัวผีกาหลงจะตามมาหกล้มหกลุกกันทุลักทุเล ดำถูกผีกาหลง ตามมาจับมือไว้

ทันใดนั้นเสียงสวดมนต์แว่วมา  อึดในใจเดียวเพชรก็มาบอกทุกคนให้ช่วยกันสวดมนต์  พอทุกคนสวดมนต์ผีกาหลงก็หายไป  ทุกคนพากันวิ่งไปที่โบสถ์ แต่พอใกล้ถึงประตูโบสถ์ จู่ๆก็มีฝนตกลงมา  จันแปลกใจว่าทำไมฝนตกไม่มีปี่มีขลุ่ยทั้งที่หมดฤดูไปแล้ว  พอเงยหน้ามองทุกคนร้องจ๊าก เมื่อเห็นกับตาว่าเป็นน้ำหยดจากตัวกาหลงที่ยืนคร่อมพวกตนอยู่!

“เอาผัวข้าคืนมา!!” กาหลงยังตะโกนอย่างไม่พอใจ

ไม้ออกมายืนหน้าโบสถ์ เห็นผีกาหลงก็ตกใจ ผีกาหลงเห็นไม้จึงแปลงร่างเป็นปกติ เอ่ยชวน

“พี่ไม้...กลับไปอยู่ด้วยกันเถอะจ้ะ”

“กาหลง...พี่รู้เต็มหัวอกว่ากาหลงรัก  พี่ก็รักกาหลงจนล้นนักแล้ว...แต่เราฝืนธรรมชาติไม่ได้  กาหลงหยุดเถอะ พี่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กาหลง  กาหลงจะได้รับผลบุญไปผุดไปเกิดในภพชาติใหม่ กาหลงไม่ต้องทนทรมานอย่างนี้”

“พี่ไม้ไม่รักกาหลงแล้ว” กาหลงทรุดร้องไห้คร่ำครวญแทบขาดใจ ทุกคนมองกาหลงทั้งสงสารทั้งกลัว

ขณะนั้นเอง  กาเหว่าเดินเข้าไปหากาหลง  หันไปตัดพ้อไม้ว่า

“พี่ไม้...พี่ใจดำแท้  ทิ้งเมียพี่อย่างนี้ได้ยังไง”

ไม้เรียกกาเหว่าให้ไปหาตน กาเหว่าไม่ไปแต่ยังตัดพ้อต่อว่าไม้ไม่หยุด  “พี่ใจร้าย...พวกพี่ไม่คิดช่วยเหลือพี่สาวฉัน...”

กาเหว่าประคองกาหลงบอกว่าจะพากลับเรือน ไม่สนใจเสียงไม้ที่ตะโกนบอกว่า กาหลงตายแล้ว  ทุกคนก็ช่วยกันตะโกนบอกว่ากาหลงเป็นผี  จนกาเหว่าทนไม่ได้ หันไปบอกทุกคนทั้งที่กำลังร้องไห้ว่า

“ใช่ว่าฉันไม่รู้เสียเมื่อไหร่...ฉันรู้แต่กาลโน่นแล้ว!!”

กาหลงตกใจเมื่อรู้ว่ากาเหว่ารู้เรื่องของตนมาก่อนแล้ว  กาเหว่าชี้แจงแก่พวกไม้ที่ยังตกใจเป็นห่วงตนว่า

“ฉันก็เคยคิดเอะใจว่ามันขวางพิลึกที่พี่กาหลงจะคลายผ้าได้ แต่ฉันก็ทำลืมเสีย ไม่ปักใจให้เป็นอย่างที่คิด จนวันที่โจรขึ้นเรือน...” กาเหว่านึกถึงเหตุการณ์ที่เห็นผีกาหลงฆ่าพวกโจร  แล้วบอกพวกไม้ว่า “ฉันมั่นใจนักแล้วว่ามันไม่ใช่ฝันมันเป็นจริง...” แล้วกาเหว่าก็หันบอกกาหลง “พี่กาหลง...ฉันคิดสงสารพี่เหลือเกิน...”

“กาเหว่า...แต่พี่กาหลง...” ไม้ยังพยายามจะบอกอีก ถูกกาเหว่าขัดขึ้นทันทีว่า

“พอการเถอะ  พวกพี่ไม่คิดสงสารพี่กาหลงบ้างรึ พี่กาหลงบากบั่นทำทุกอย่างเพื่อแม่และน้อง  ดูแลทุกคนไม่เคยกระเทือน  แต่ทุกคนทำการอะไรอยู่  ทุกคนกำลังคิดไสหัวพี่กาหลง คิดพรากพี่กาหลงจากสิ่งที่รัก...”

กาหลงสะเทือนใจ  ถามกาเหว่าทั้งน้ำตาว่า “กาเหว่า...เอ็งไม่กลัวพี่รึ?”

“ฉันรู้ว่าพี่รักฉัน  พี่ไม่เคยคิดร้ายกับคนที่พี่รัก...พี่กาหลง ถึงแม้ใครไม่รักพี่ ฉันเป็นน้องพี่ ฉันยังรักพี่เสมอ...”

กาเหว่าโผเข้ากอดกาหลง กาหลงยิ่งสะเทือนใจกอดน้องร้องไห้โฮ...

ooooooo

ชบาเดิมมาเห็นกาเหว่ากับกาหลงกอดกันร้องไห้อยู่ตกใจร้องเรียกกาเหว่า กาเหว่าบอกให้ชบามาช่วยพากาหลงกลับเรือน ชบาร้องเตือนกาเหว่าว่า

“ออกมาเดี๋ยวนี้กาเหว่า! เอ็งสิ้นสติไปนักแล้ว พี่กาหลงตายไปเป็นผี ไม่ใช่คน!”

“ถึงเป็นผี พี่กาหลงก็เป็นพี่สาวฉัน”

ชบาบอกกาเหว่าให้หยุดพร่ำถึงอดีต เพราะกาหลงตายแล้ว คนตายอยู่ต่อไปไม่ได้ กาเหว่าเสียใจรับไม่ได้ถามว่าทำไมพี่ชบาถึงได้หักหาญน้ำใจพี่กาหลงเยี่ยงนี้! ชบากลับตะโกนลั่นว่า

“ฉันพูดแต่ความจริง พี่กาหลงตายไปแล้วก็ยืนไปตามกรรม อย่ามาสร้างความให้คนอื่นขวัญผวา ไปสิ... ไปเกิดใหม่ซะ!!”

ผีกาหลงผิดหวังเสียใจมาก กรีดร้องลั่นหันเดินตรงมาหาไม้ร้องไห้คร่ำครวญ...

“พี่ไม้...ทุกคนรังเกียจฉัน...ทุกคนไม่รักฉันแล้ว พี่ไม้ก็ไม่รักฉัน...พี่ไม่รักเมียแล้ว...”

“พี่ยังรักกาหลง...แต่เราจะอยู่กันได้ยังไง กาหลงเป็นอย่างนี้...”

“ฉันเป็นอะไรไปล่ะ ฉันก็ยังเป็นกาหลงคนเดิม ฉันยังเป็นเมีย...เมียที่รักพี่ไม่เสื่อมคลาย...พี่รังเกียจฉัน ความรักที่ฉันให้พี่...หมดไปจากใจพี่แล้ว...” กาหลงคร่ำครวญน่าเวทนา ไม้ยืนยันความรักของตนว่า

“รักพี่มีให้กาหลงไม่เคยถดถอย กลับเพิ่มพูนทวีที่กาหลงต้องเป็นอย่างนี้ พี่จะทำทุกอย่างให้กาหลงคลายทุกข์...หมดบ่วง...”

“พี่ก็มาหาฉัน...กลับเรือนไปกับฉันสิจ๊ะ...”

กาหลงอ้อนวอน ไม้ยืนนิ่ง ต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง พลันก็ถูกพวกเพชรมาลากตัวเข้าไปในโบสถ์แล้วปิดประตูทันที มีเสียงกาหลงกรี๊ด...ตะโกนอยู่หน้าโบสถ์แว่วเข้ามา...

“เอาผัวข้าคืนมา!!”

ooooooo

ไม้เข้ามาเจอหลวงพ่อในโบสถ์ ถามหลวงพ่อว่าตนควรจะทำอย่างไรดี?

“สวดมนต์แผ่เมตตา...มีเพียงความเมตตาเท่านั้น ที่จะช่วยผ่อนคลายความโกรธแค้นลงได้” หลวงพ่อเริ่มสวดมนต์ทุกคนนั่งลงพนมมือเบื้องหน้าหลวงพ่อด้วยใจสงบ...

กาหลงพยายามจะเข้าไป ได้ยินเสียงสวดมนต์ก็ได้แต่ยืนร้องไห้เพราะเข้าไปหาไม้ไม่ได้...

ที่เรือนแม่กลอย...แม่กลอยนอนอยู่ ได้ยินเสียงร้องไห้สะอื้นอยู่ข้างๆค่อยๆ หันมองว่าเป็นเสียงใคร ปรากฏว่ากาหลงนอนร้องไห้อยู่ข้างแม่กลอย!

แม่กลอยสงสารกาหลงจับใจ ค่อยๆขยับมือจะโอบกอดปลอบใจ  กาหลงรับรู้ความรักความห่วงใยของแม่ยิ่งร้องไห้หนัก บอกแม่กลอยน้ำตาไหลพราก...

“แม่จ๋า...ไม่มีใครรักฉันแล้ว...ทุกคนทิ้งฉัน...แต่ฉันจะไม่ทิ้งแม่...ฉัน...จะอยู่กับแม่...”

แม่กลอยสงสารกาหลงแทบขาดใจ...ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวคิดที่จะทำอะไรบางอย่าง!

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น พวกจันที่หลบอยู่ในโบสถ์ทั้งคืนก็ถามกันว่าผีกาหลงไปหรือยัง จอกโผล่หน้าไปดูบอกว่าไปแล้ว

“กลับมาอีกแล้ว” ดำร้องลั่น ทุกคนสะดุ้งหันมอง กลายเป็นหลวงพ่อกับหลวงพี่กบเดินอุ้มบาตรเข้ามา จันยิ้มเจื่อนถามว่า “ออกรับบิณฑบาตไม่กลัวรึเจ้าคะ?” หลวงพี่กบอึ้ง แต่หลวงพ่อบอกว่า

“คิดดีตรองดีแล้วจะกลัวเคราะห์อะไร?” แล้วข้อสำคัญมากกว่าอื่น...การบิณฑบาตเป็นกิจของสงฆ์พึงกระทำ ไม่ควรละเว้นหน้าที่ของเรา”

หลวงพ่อเดินนำไปแล้ว หลวงพี่กบยืนอึ้งๆอยู่ครู่หนึ่งจึงบอกจอกกับดำว่า

“วันนี้ท่าจะมีคนทำบุญเสียมาก โยมจอกกับโยมดำไปช่วยถือของด้วยแล้วกัน” ทำเอาทั้งสองตกใจหน้าเผือด หลวงพี่กบพูดต่อทันทีด้วยอาการสงบ “การช่วยพระถือของเป็นกิจที่เด็กวัดพึงกระทำ เราไม่ควรละเว้นหน้าที่ของเรา”

“จ้ะ...” ดำกับจอกตอบเสียงแผ่วหน้าเจื่อน เดินตามหลวงพี่กบไปแทบจะเกาะชายผ้าเหลืองกันทีเดียว

“ขอให้แคล้วคลาดปลอดภัยแล้วกัน” จันพึมพำหันไปมองในโบสถ์

ไม้นั่งอยู่หน้าพระประธานในโบสถ์ มีโขงกับเพชรนั่งเฝ้าอยู่ ไม้มองพระประธาน คิดบางอย่างในใจ...

ooooooo

หลวงพ่อกับหลวงพี่กบเดินไปบิณฑบาตผ่านใต้ต้นไทรงาม ทำเอาดำกับจอกก้าวขาแทบไม่ออก จอกบ่นว่าไม่น่าผ่านมาแถวนี้เล้ย...

หลวงพี่กบเองก็พยายามเก็บอาการบอกดำกับจอกให้เร่งสักนิด ทั้งสองแกล้งถามว่าจะเร่งไปไหน หลวงพี่กบทำเสียงเข้มนิดๆว่า “ก็ไปรับบาตรไง”

ทันใดนั้น มีชาวบ้านกระโดดลงจากกิ่งไทร ทำเอาดำกับจอกโผเข้ากอดหลวงพี่กบแน่น พอดูชัดๆปรากฏว่าเป็นชาวบ้าน

“ทำไมต้องมากระโดดดักทางให้ตกใจ” หลวงพี่กบถาม

“เขาวานให้ฉันขึ้นมาดูลาดเลาให้โล่งใจว่าไม่มี...” ชาวบ้านไม่กล้าพูดต่อ นวลเลยพูดแทนว่า “คนที่รู้ๆว่าเป็นใคร” ชาวบ้านคนนั้นรีบบอกว่า “นั่นแหละๆชาวบ้านจะได้มาใส่บาตร” พูดแล้วก็เป่าปากเป็นสัญญาณ

สิ้นเสียงเป่าปากชาวบ้านพากันออกมานั่งเพื่อจะทำบุญ หลวงพ่อถามว่าวันนี้วันดีอะไรถึงได้มากันพร้อมหน้าพร้อมตา นวลตอบแทนชาวบ้านตามเคยว่า “พวกเรามาร่วมทำบุญให้...คนที่รู้ๆว่าเป็นใครค่ะ”

ไม่ว่าใครในที่นี้ ไม่มีใครกล้าเอ่ยชื่อกาหลง พูดอย่างรู้กันว่า “คนที่รู้ๆว่าเป็นใคร”

นวลบอกว่า “คนที่รู้ๆว่าเป็นใคร”ชอบปลาย่างชอบพริกกะเกลือ แล้วหยิบกล้วยออกมาบอกว่าไม้ชอบกล้วย ถูกจอกติงว่าไม้ยังไม่ตาย! นวลโต้ทันทีว่า

“เอ็งไม่รู้อะไรเสียแล้ว ข้าทำบุญให้ไอ้ไม้ “คนที่รู้ๆว่าเป็นใคร” ก็พลอยสุขใจ มันรักผัวยิ่งกว่าอะไร”

“จะทำบุญให้คนเป็นหรือคนตายก็ทำได้ ได้บุญเหมือนกัน ขอให้ทำด้วยของที่ดีและเจตนาดี” หลวงพ่อเอ่ย

ชาวบ้านทุกคนใส่บาตรแล้วพนมมือรับพรจากหลวงพ่อ...

ooooooo

ที่โบสถ์...ไม้นั่งมองพระประธานตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่าง แต่พอลุกขึ้น ก็ถูกเพชรกับโขงลุกขึ้นมาขวาง

“ข้าจะกลับเรือน! อย่ามาใกล้มือ ข้าหาใช่นักโทษของพวกเอ็ง ใครขวางถือว่าลบหน้ากัน!”

เพชรเห็นไม้แข็งกร้าวเช่นนั้น จึงบอกโขงให้ปล่อยไปเถิด ถึงเอาโซ่มาล่ามก็คงห้ามใจไม้ไม่ได้ โขงจึงหลีกทางให้ไม้เดินออกไป ด้วยความกังวลใจไม่รู้ว่าไม้จะไปทำอะไร?

หลวงพ่อเดินผ่านมาหน้าเรือนกาหลง พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียง...

“นิมนต์เจ้าค่ะ!”

“เจริญพรโยมพุดจีบ” หลวงพ่อเอ่ย

หลวงพี่กบ ดำ กับจอก ชะงักหน้าเผือดหันมอง เห็นพุดจีบถือถาดอาหารจะใส่บาตรก็พากันโล่งใจ

ผีกาหลงแอบดูอยู่บนเรือน เมื่อหลวงพ่อรับบาตรแล้วสวดให้พร กาหลงนั่งลงพนมมือรับพร พุดจีบหันมองไปที่เรือน รู้สึกดีที่ได้ทำบุญและช่วยแผ่กุศลให้กาหลง

หลวงพ่อกับหลวงพี่กบจะกลับวัด เจอไม้เดินตรงมาพอดี พุดจีบและทุกคนแปลกใจที่เห็นไม้กลับมาเรือน พุดจีบถามไม้ว่ามาทำอะไร ไม้บอกว่ามาหากาหลง แล้วเดินขึ้นเรือนไปเลย

กาหลงดีใจมาก ลุกมาหาไม้ ไม้รีบบอกก่อนที่กาหลงจะมาถึงตัวว่า

“พี่มาขอลาบวช” กาหลงชะงักหน้าเสีย ไม้นั่งกับพื้นบอกกาหลงว่า “หากมีที่พี่เคยล่วงเกินจนลืมตัว ทั้งทางกาย วาจา และใจ ขอให้เอ็งอโหสิพี่ อย่าให้มีเวรกรรมต่อกันและกันเลย พี่จะบวช...อุทิศบุญส่วนกุศลให้กาหลง กาหลงให้พี่บวชเถอะนะ”

กาหลงรู้สึกเหมือนหัวใจจะสลาย เพราะนั่นหมายถึงไม้จะทิ้งตนไป พุดจีบที่ฟังอยู่ลุ้นว่ากาหลงจะตอบอย่างไร ไม้เองก็เอ่ย “กาหลง...ให้พี่...”

“ไม่ได้!! พี่คิดจะทิ้งฉันไม่ได้!! พี่ไม้ต้องกลับมาอยู่กับฉัน!!” กาหลงโผเข้ากอดไม้ไว้แน่น ไม้กอดตอบด้วยความรักและสงสาร จอกกับดำตกใจขอให้หลวงพ่อช่วยไม้ด้วย

“กาหลง...ยอมอโหสิกันเสียทีเถิด โยมจงรู้สึกผิดในข้อที่ว่า การยื้อยุดให้เป็นดังเดิมนั้น มันฝืนวิสัย”

“ไม่จริงเจ้าค่ะ ชะตายังไม่ตก ความรักของกาหลงยังคงเดิม พี่ไม้ก็ยังรักมั่นกาหลงดังเดิม” กาหลงเอ่ย

“ทุกสรรพสิ่ง ล้วนเป็นไปตามธรรมชาติ ธรรมะคือธรรมชาติ เมื่อคิดแล้วจะเห็นว่าสัตว์โลกเป็นไปตามครรลองวิถี ผ่านมา...ผ่านไป...เกิดมา...ดับไป หากโยมเห็นตามและยอมรับกฎในธรรมชาติ โยมก็จะเข้าใจถึงแก่นธรรมและพบสุขที่แท้จริง”

กาหลงฟังคำเทศน์ ปล่อยมือที่โอบกอดไม้ พูดกับหลวงพ่อว่า

“หากฉันเข้าใจแก่นธรรม แล้วต้องเสียพี่ไม้ไปคามือ ฉันขอตกเป็นคนโง่อยู่เช่นนี้ชั่วกัลป์!” พูดแล้วหันไปกอดไม้ไว้อย่างไม่ยอมให้ใครมาแย่งชิงไปได้ ไม้ร้องไห้สะเทือนใจในความรักของกาหลง พุดจีบจึงเข้าไปขอร้องกาหลงว่า

“กาหลง...ปล่อยพี่ไม้เถอะ อย่าได้ขวางทางธรรม พี่ไม้ยอมบวชเพื่อกาหลง พี่ไม้ทำไปเพราะรักกาหลง”

“รักฉันก็ต้องอยู่กับฉัน! มื้อนี้พี่ไม้ได้กลับเรือน ฉันไม่ยอมให้ใครพรากพี่ไม้ไปจากฉันอีก!!”

กาหลงกอดรัดไม้ไว้ไม่ยอมให้ใครมาพรากไม้ไปจากตน ไม้ได้แต่ร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของกาหลง

“อาตมาขอบิณฑบาต” หลวงพ่อเอ่ย

“ฉันขอเถอะ ออกไปจากเรือนฉันเสีย” กาหลงยังกอดไม้ไว้แน่น หลวงพ่อจึงตัดสินใจสวดมนต์แผ่เมตตาให้กาหลง ทำให้กาหลงร้อนรุ่มจนผงะถอยออกจากตัวไม้ ใบหน้ากลายเป็นผีกาหลงในทันที จอกกับดำเร่งไม้ให้รีบลงมา ไม้ได้สติตกใจที่เห็นกาหลงเป็นผี จะผละออก กาหลงเอื้อมมือมาจับไว้ ไม้มองกาหลงพูดอย่างสงสารจับใจ...

“พี่จะบวชให้กาหลง กาหลงจะได้พบหนทางสว่าง” แล้วรีบลงจากเรือนไป หลวงพ่อเร่งสวดมนต์ ทำให้กาหลงลงจากเรือนไม่ได้ ดำกับจอกรีบพาไม้ออกไป ได้ยินกาหลงแผดเสียงลั่น

“เอาผัวข้าคืนมา!!”

กาหลงกลายเป็นผีที่ดุร้ายน่ากลัวในพริบตา!!

ooooooo

ขณะชบากำลังเดินอ้าวๆไปเรือนช่วงนั้น เพชรวิ่งตามมาร้องเรียกให้กลับมาคุยกันก่อน พอวิ่งทันก็เข้าขวาง

“เอ็งมันใจแคบ ใจดำ คิดทำร้ายพี่สาวตัวเอง! ข้ามันสำคัญผิดคิดว่าเอ็งจิตใจดีมีเมตตา แต่สุดท้ายก็ได้แจ้งใจว่าเอ็งมันใจหยาบ คิดทำลายชีวิตพี่สาวตัวเอง”

ชบาโต้ว่าจะปล่อยกาหลงไว้โดยไม่คิดถึงชาวบ้านกระนั้นหรือ เพชรสวนไปว่ายังมีหนทางอื่นที่จะช่วยกาหลงได้ใช่ว่าจะต้องปราบให้สิ้นเท่านั้น ชบายังรั้นจะให้ช่วยเรียกหมอผีมาปราบกาหลงให้ได้

“ชบา เอ็งก็รู้ว่าผู้ใหญ่ใช่คนดี เอ็งยังจะไปฝักใฝ่ขอความช่วยเหลือคนชั่วพรรค์นั้น!” ชบาบอกว่าตนต้องทำเพราะเข้าตาจนแล้ว “ข้านึกผิดหวังกับเอ็ง เอ็งคิดคบค้าคนชั่วให้ทำลายคนท่ีเอ็งรัก เอ็งมันไม่มีหัวใจ ต่อไปอย่าเอาหน้ามาพบกันอีกเลย!” เพชรตัดเยื่อใยหันหลังทิ้งชบาไป

ชบาร้องไห้ เสียใจ เครียด ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่สุดท้ายก็เดินหน้าไปยังเรือนช่วง

ooooooo

จัน โขงและนวล นั่งถกกันเรื่องไม้จะบวช ทีแรกจันไม่ยอมให้บวชกลัวกาหลงโกรธแล้วจะมาหักคอ แต่สุดท้ายก็ยอมให้บวช เมื่อโขงบอกว่าไม้บวชกาหลงก็จะพลอยได้บุญ ได้ไปผุดไปเกิดด้วย

จันเร่งหลวงพ่อให้หาฤกษ์ พุดจีบถามไม้ว่าจะเอาอย่างไร

“หลวงพ่อ ผมขอบวชเสียวันนี้” ไม้ตัดสินใจฉับพลัน

หลวงพ่อจึงให้ไม้ฝึกท่องขานนาค ส่วนพวกโยมก็ให้ไปเตรียมเครื่องอัฐบริขารและเตรียมของมาปลงผมนาค

ผีกาหลงที่ฟังอยู่ไม่พอใจ คิดหาทางขัดขวางการบวชของไม้ให้ถึงที่สุด!

ดำ โขงกับจอกได้รับหน้าที่ไปหาใบบัวเพื่อมารองผมนาค แต่พอไปถึงริมบึงบัว ทั้งสองก็ตกใจผงะเมื่อใบบัวไหม้เหลืองไปทั้งบึง! ขณะทั้งสามกำลังตกใจว่า มีใครมาขวางทางบุญนั่นเอง ผีกาหลงก็เคลื่อนมาจ้องหน้าอย่างดุร้าย ทั้งสามรู้ทันทีว่าผีกาหลงมาขวาง เลยพากันวิ่งเตลิดตัวใครตัวมัน

ที่ริมบึงบัวนั่นเอง มีชาวบ้านสองสามคนที่เคยบุกไปจะเผาเรือนกาหลง เห็นดำ โขงกับจอกถูกผีกาหลงหลอกก็ตกใจกลับไปที่เรือนช่วง ตะโกนโหวกเหวกอยู่หน้าเรือนว่า

“นังกาหลงมันออกอาละวาดหนักข้อ เมื่อกี๊มันเพิ่งลงมือเล่นพวกไอ้โขงเสียเฉยๆ!” อีกคนบอกว่ากลัวว่าสักวันจะมาหักคอพวกตน

ช่วงถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร ในเมื่อชาวบ้านเห็นดีเห็นงามให้กาหลงอยู่ต่อไป

“พวกฉันขอโทษเถิดที่พลั้ง พ่อผู้ใหญ่ให้อภัยเถอะ ฉันไหว้ละช่วยพวกฉันด้วย” ร้องขอแล้วพากันไหว้ปลกๆ

ชบาที่มาถึงเรือนช่วงพอดีได้ยินก็กังวลใจขึ้นมา เมื่อชาวบ้านกลุ่มนั้นพากันกลับไปแล้ว ชบาเห็นช่วงเดินไปคุยกับสิงที่อีกมุมหนึ่งของเรือนจึงย่องไปแอบฟัง

ได้ยินช่วงสั่งสิงให้ไปตามอาจารย์สักกลับมาถึงคราวที่ตนต้องใช้งานแล้ว สำหรับโชติก็ให้หลบซ่อนตัวไปก่อน เมื่อสิงไปแล้ว ช่วงจิกตาร้ายพึมพำ

“นังกาหลง...มื้อนี้เอ็งไม่รอดแน่!”

ชบาตกใจเป็นห่วงกาหลงรีบวิ่งออกไปทันที

ooooooo

กาหลงหาทางขวางไม่ให้ไม้ได้บวชทุกวิถีทาง นอกจากทำใบบัวทั้งบึงไหม้แห้งใช้การไม่ได้แล้ว น้ำฝน ที่จะเอาไปล้างผมนาคหลังโกนหัวก็แห้งไปคาขัน ครั้นกลับไปตักใหม่่ ปรากฏว่าน้ำในตุ่มก็เหือดแห้งไปด้วย!

เมื่อไม่มีทั้งใบบัวมารองรับผมและไม่มีน้ำฝนมาล้างผมนาคหลังบวช หลวงพ่อจึงให้เอาผ้าเหลืองแทนใบบัวและให้เอาน้ำมนต์แทนน้ำฝน

หลวงพี่กบบอกว่าเมื่อพวกโยมเตรียมทุกอย่างพร้อม ท่านก็จะไปตามหลวงพ่อมาทำพิธีปลงผม ญาติโยมต่างพากันอนุโมทนาสาธุ

“ฉันไม่ยอมให้บวช” เสียงผีกาหลงแผดขึ้นอย่างไม่พอใจ ทำเอาทุกคนผงะกลัวถูกผีกาหลงเล่นงาน ไม่เพียงเท่านั้น ผีกาหลงยังตะโกนลั่น “เอาพี่ไม้คืนมา!! พี่ไม้จะบวชไม่ได้ พี่ไม้ต้องอยู่กับฉัน!!”

“กาหลง เอ็งอย่าขวางทางบุญเลย” ไม้เอ่ยขอ ถูกกาหลงตัดพ้อว่าไม้ไม่รักตนแล้ว “อย่าได้นึกระแวงไม่สบายใจเลยเพราะพี่รักเอ็ง พี่ถึงยอมเสียสละเพื่อเอ็ง อานิสงส์ครั้งนี้ พี่ขออุทิศให้กาหลงแต่เพียงผู้เดียว ซ้ำกาหลงก็จะได้ไปสู่สุคติ ไม่ต้องตกนรกทนเวรอีกต่อไป พี่ทำลงไปเพราะรักกาหลง”

“พี่กำลังเสือกไสไล่ส่งฉัน มื้อก่อน พวกหมอผีมันเล่นงาน แม้เจ็บปวดแสนสาหัส ฉันก็ฝืนทนเพื่อจะอยู่กับพี่ แต่มื้อนี้ พี่กลับหนีมาบวช เท่ากับหนีห่างไม่ให้ฉันอยู่ใกล้มือ พี่ผลักไสให้ฉันไปเกิดใหม่ คนรักกันแล้วไยถึงทำเช่นนี้ พี่ไม้ไม่รักฉันพี่ไม่มีใจให้เมียอีกแล้ว” ผีกาหลงร้องไห้คร่ำครวญ

ไม้สงสารจนพูดไม่ออก จันช่วยหว่านล้อมผีกาหลง ก็ถูกตวาดว่าอย่ามายุ่งเรื่องของตน นวลก็กล่อมว่า มาขวางทางบุญอย่างนี้บาปจะยิ่งหนัก

ผีกาหลงโต้ว่าทุกคนนั่นแหละจะตกรับบาป หากยอมให้หลวงพ่อบวชให้ไม้ เพราะตนเป็นเมียที่รัก ไม่เห็นชอบให้ไม้บวชหลวงพ่อก็บวชให้ไม่ได้ จอกแย้งว่า คำว่าเมียเขาหมายถึงเมียที่เป็นคนไม่ใช่เมียผี ดำทำกล้าย้ำว่าเมียผีไม่มีสิทธิ์ใดค้าน

ผีกาหลงโกรธจัด แผดเสียงร้องกึกก้องจนทุกคนตกใจ พุดจีบเร่งให้ทุกคนหนีเข้าโบสถ์เร็วๆ แต่พอจะวิ่งเข้าโบสถ์ ก็ถูกผีกาหลงตัวใหญ่มหึมายืนขวางประตูโบสถ์ไว้ พวกจอกตกใจสุดขีดพากันวิ่งเตลิดออกไป พุดจีบตะโกนเตือนทุกคนว่า

“อย่าออกไปจากวัด!”

แต่โขง จัน นวล ดำและจอกวิ่งเตลิดไปแล้วไม้ยืนอึ้ง  ในขณะที่ภายในโบสถ์หลวงพ่อและหลวงพี่กบกำลังสวดมนต์ ทำให้ผีกาหลงทนอยู่ไม่ได้ หันมองพวกโขงแล้วหายไป...

“กาหลง...กาหลง...กลับมา อย่าทำร้ายใครอีก” ไม้ตะโกนเรียก แล้วตัดสินใจวิ่งไล่ตามไปเพื่อห้ามกาหลง

“โยมเร่งไปตามไม้กลับมา อาตมาจะทำพิธีบวชให้เร็วที่สุด” หลวงพ่อบอก พุดจีบจึงรีบวิ่งตามไปคว้าตัวไม้ไว้

“พุดจีบปล่อยพี่ พี่จะไปห้ามกาหลง พี่ไม่อยากให้กาหลงก่อบาป”

“กาหลงลงมือได้แค่ขู่ให้กลัว พี่กลับวัดเถอะ มันเป็น ช่วงดีที่จะปลงผมแล้วเข้าบวช ไม่มีกาหลงมาขวางทางบุญ”

ไม้พยักหน้ายอมตามที่พุดจีบบอก

ooooooo

ออกจากเรือนช่วง ชบาลิ่วไปที่เรือนกาหลงเจอเพชรอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว เพชรถามชบาว่าจะมาเผาเรือนกาหลงหรือตนรู้จึงมาคอยกันท่า

ชบาพยายามจะชี้แจงแต่เพชรปักใจเชื่อเสียแล้วว่าชบามุ่งทำร้ายกาหลงไม่ยอมฟัง จนถูกชบาตบหน้าเพชรจึงหยุดฟัง

“ผู้ใหญ่ช่วงกำลังพาหมอผีมาปราบพี่กาหลง!

พี่กาหลงอยู่ไหน!”

เพชรตกใจ บอกว่าตนก็ไม่รู้ว่ากาหลงอยู่ไหน ขณะนั้นเองท้องฟ้าที่ใสกระจ่างก็กลายเป็นมือครึ้มเปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืน เพชรเอะใจว่าหรือจะเป็นฤทธิ์เดชของกาหลง ชบาเร่งอย่างร้อนใจให้รีบไปหากาหลงกันเถอะ

พอวิ่งมาถึงต้นไทรงาม ชบากับเพชรก็เจอพวกจอก จัน โขง นวลและดำ กำลังถูกผีกาหลงเล่นงาน

โขงตะโกนบอกทุกคนให้เกาะกันให้แน่นไว้ แต่จอกโชคร้ายกว่าเพื่อน ถูกผีกาหลงเพ่งใช้แรงดึงดูดหลุดจากเพื่อนๆ จอกถูกบีบคอจนตาเหลือก

“พี่กาหลงพอเถอะ อย่าทำบาป!” ชบาร้องขอแต่ผีกาหลงยังไม่ยอมปล่อยมือ ท้าชบาว่าเกลียดและจะเรียกหมอผีมาปราบตนก็จงทำเสียอย่างใจคิด ชบาชี้แจงเสียงเครือว่า “ฉันไม่คิดจะทำร้ายพี่ มันไม่เป็นอย่างอื่นไปได้ ที่ฉันทำเพราะฉันรักพี่ ฉันห่วงพี่...”

“เอ็งรักพี่ แต่เอ็งคิดกำจัดพี่” ผีกาหลงโต้ผลักร่างจอกร่วงลงพื้น พวกโขงจะเข้าช่วยจอกแต่ยังไม่กล้า

“พี่ฟังฉันนะ ฉันไม่อยากให้พี่ตกที่ทรมานยิ่งพี่อยู่นานเท่าใด พี่ก็ต้องเจ็บปวดหนักเท่านั้น แล้วพี่เคยคิดบ้างไหม คนข้างหลังจะเป็นยังไง? คนข้างหลัง ข้างกาย ต่างทุกข์ใจสาหัส เพราะรักและห่วงพี่ แล้วพี่จะฝืนอยู่ทำไมกัน พี่คือเชื้อไฟ หากดับเสียที่พ่ี ทุกอย่างก็จบ”

ผีกาหลงฟังชบาแล้วค่อยสงบลง ชบาหว่านล้อมผีกาหลงให้ถอนใจเสีย ให้ไม้บวชจะดีทั้งต่อตัวกาหลงและทุกคน

พริบตานั้น เกิดฟ้าร้องลมกระโชกแรง ทุกคนตกใจว่าเมื่อผีกาหลงไม่ได้ออกฤทธิ์แล้วเกิดอะไรขึ้น

“ผู้ใหญ่เรียกหมอผีมาจัดการพี่กาหลง!!” เพชรนึกได้ร้องบอก

ทุกคนหันมองผีกาหลง ปรากฏว่าหายไปแล้ว ชบาตกใจเป็นห่วงว่าผีกาหลงจะถูกหมอผีเรียกไปแล้ว

ooooooo

จริงดังที่เพชรคาด ผีกาหลงถูกเรียกไปยังปะรำพิธี ที่ชายป่า ผีกาหลงเห็นอาจารย์สักก็จะเล่นงานเสียให้หลาบจำ แต่อาจารย์สักก็ประกาศว่าวันนี้อย่าหวังว่าตนจะยอม!

ระหว่างที่ผีกาหลงต่อสู้กับคาถาอาคมของอาจารย์สักอย่างเจ็บปวดนั้น ไม้กำลังเข้าพิธีบวช หลวงพ่อกำลังถือมีดจะตัดผมไม้ พลันก็ได้ยินเสียงผีกาหลงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดแว่วมา ไม้ชะงักมองขวับไปทางเสียง แต่ยังข่มใจน้ำตาไหลพรากพนมมือให้หลวงพ่อตัดผม...

ผีกาหลงถูกอาจารย์สักใช้มีดอาคมแทงที่เท้า บริกรรมคาถา แล้วเอาตะปูสี่ตัวเทลงในหม้อดิน เกิดไฟลุกพึ่บแล้วตะปูทั้งสี่ตัวก็พุ่งเข้าปักร่างผีกาหลง อาจารย์สักหยิบค้อน อาคมบริกรรมคาถาทำท่าตอกตะปู ผีกาหลงร้องอย่างเจ็บปวด ทรมานสาหัส...

ไม้ทนไม่ได้ลุกพรวดบอกพุดจีบที่ขอให้ไม้ตั้งสติให้มั่นว่า

“พี่ทนนิ่งเฉย ปล่อยให้กาหลงต้องเจ็บปวดไม่ได้อีกแล้ว” หลวงพ่อเตือนสติไม้ว่าการบวชเป็นทางเดียวที่จะทำให้กาหลงพบกับความสุข “ฉันทำสงบอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์ไม่ได้ หากวิญญาณกาหลงต้องทรมาน” ไม้ยกมือไหว้หลวงพ่อเอ่ยขอโทษแล้วลุกวิ่งออกไปช่วยกาหลง

“ไม่มีอะไรรั้งใจที่เต็มไปด้วยกิเลสได้หรอก” หลวงพ่อเอ่ย พุดจีบได้แต่มองตามไม้ไปด้วยความเป็นห่วง...

อาจารย์สักกำลังเร่งทำพิธีจับวิญญาณกาหลงใส่หม้อจะเอาไปถ่วงน้ำ ลุกขึ้นบริกรรมคาถาแล้วเอาสร้อยประคำปาใส่กาหลง สร้อยประคำคล้องรัดตัวกาหลงไว้ กาหลงร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน

ไม้วิ่งมาถึงพุ่งเข้าไปกระชากสายประคำขาด ลูกประคำกระเด็น ร่างกาหลงทรุดลงกับพื้น ไม้ประคองกา– หลงไว้อาจารย์สักบริกรรมคาถากระชากวิญญาณกาหลงจากไม้ลอยไปลงหม้อแล้วใช้ผ้ายันต์ปิดปากหม้อรัดด้วยสายสิญจน์ทันที

“นังกาหลง เอ็งไม่ได้ผุดได้เกิดอีกแล้ว” อาจารย์สักหัวเราะอย่างสะใจ

“หยุดเดี๋ยวนี้ ปล่อยกาหลงออกมา! ปล่อยเมียข้า!!” ไม้ตะโกนแทบคลั่ง

ไม้เข้าไปแย่งหม้อ สิงมาขวางถูกไม้ซัดกระเด็นออกไป ช่วงบอกอาจารย์สักให้รีบเอาหม้อไปจัดการขณะอาจารย์สักเข้าไปหยิบหม้อ ถูกไม้เข้าแย่ง อาจารย์สักชักมีดจะเล่นงานแต่ถูกไม้จับข้อมือบิดหันแทงตัวเองจนทรุดไม้แย่งหม้อไปได้ ยกทุ่มหม้อแตก วิญญาณกาหลงหลุดออกมาทรุดกับพื้น

“เอ็งไปจัดการมัน!!” ช่วงสั่งสิง พอสิงจะเข้าจัดการก็ถูกพวกเพชรสะอึกออกมากั้นไว้ เพชรประกาศว่า ใครเข้ามามันต้องตาย ถูกช่วงชี้หน้าปราม “พวกเอ็งมันเพี้ยนกันไปหมด คอยดูเถอะ พวกเอ็งต้องตายเพราะผี!!” แล้วจำต้องพาอาจารย์สักที่บาดเจ็บล่าถอยไป

ไม้ยังประคองกาหลงไว้ในอ้อมกอดด้วยความเป็นห่วง พุดจีบกับจันเป็นห่วงพยายามเรียกไม้ให้ออกมา

“พอกันที...อย่าได้มาขวางทางรักฉัน...กาหลงเป็น เมียฉัน...ฉันก็ต้องดูแลกาหลง...” ไม้ก้มบอกกาหลงในอ้อมกอดว่า “กาหลง...พี่จะพากลับเรือนของเรา...”

กาหลงดีใจน้ำตาไหลพราก ไม้อุ้มกาหลงเพื่อพากลับเรือน ท่ามกลางสายตาพุดจีบและทุกคนที่มองอย่างสะเทือนใจเมื่อไม้เลือกที่จะกลับไปใช้ชีวิตกับผีกาหลงต่อไป...

ooooooo

โขงร้อนใจเป็นห่วงไม้ บอกให้รีบไปช่วยไม้กัน พุดจีบขอให้พอเถิดเพราะไม้ปลงใจแล้วชีวิตเป็นของเขา ต้องให้เขาเลือกเอง นวลติงว่าจะให้ไม้อยู่กินกับผีไม่ได้เพราะผิดวิปริต!

“ใครกันเป็นคนกำหนดว่าผีอยู่กับคนไม่ได้? ใครกันเป็นคนออกกฎว่าผีอยู่กับคนไม่ได้?” พุดจีบถาม

ทุกคนมองหน้ากันพูดไม่ออก “ฉันเข้าใจดีว่า ทุกคนรักและห่วงพี่ไม้ แต่ตอนนี้พอเถอะ จะเป็นไรก็เป็นกันไว้มีหนทางออกที่ดีเมื่อหน้าค่อยมาคิดช่วยพี่ไม้กันใหม่”
ทุกคนยอมตามเหตุผลของพุดจีบ

ไม้อุ้มกาหลงมาถึงเรือน ก็เช็ดแขนให้กาหลงถามว่าเจ็บตรงไหนไหมจะทายาให้ กาหลงตื้นตันใจ จับมือไม้ถามว่า

“พี่ไม้...พี่ไม่นึกระแวงฉัน ไม่รังเกียจฉันเหรอจ๊ะ”

“กาหลงเป็นเมียพี่ พี่จะรังเกียจเมียพี่ได้ยังไง...ในวันที่พี่รู้ความ หัวอกพี่ระทึกนัก ทั้งโกรธและเกลียดตัวเองที่ปล่อยให้กาหลงต้องเคราะห์ถูกพวกชั่วทำร้าย พี่ไม่อาจปกป้องเมียพี่ได้”

ไม้พูดอย่างรู้สึกผิดว่า กาหลงต้องตกระกำอย่างนี้เป็นเพราะความผิดของตน ในคืนวันนั้น ตนทำได้เพียงภาวนาขอให้ผลบุญในอดีตชาติและกาลนี้ที่ได้ทำไว้ส่งผลให้กาหลงดำรงอยู่ได้อย่างเป็นสุข

กาหลงซึ้งใจน้ำตาซึม ไม้พูดถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่างสะเทือนใจว่า

“กาหลงทนเจ็บทนปวดเพื่อพี่ พี่ก็ต้องอยู่กับกาหลง นับแต่นี้ไป ไม่ว่าความข้างหน้าจะหนักเบาแค่ไหน พี่ก็จะทน พี่จะสู้ ไม่ยอมให้ใครพรากเราจากกันได้อีก”

กาหลงโผเข้ากอดไม้ด้วยความซาบซึ้ง ทั้งสองกอดกันร้องไห้ดีใจที่ได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก

ooooooo

เมื่อมั่นรู้จากสิงว่ากาหลงหนีรอดไปได้ก็ใจคอไม่ดี เพราะขนาดอาจารย์สักที่เก่งกาจกว่าใครยังแทบเอาตัวไม่รอด บอกสิงว่าตนจะหนีไปให้ไกล ไม่อยากถูก หักคอตายเหมือนขาบ เพราะไม่มีใครปกป้องตน ได้อีกแล้ว

มั่นจะเดินออกไป แต่ต้องชะงักเมื่อโชติออกมาพูดเหี้ยม “หากคิดจะหนีลงเรือนไป ก็ไปแต่วิญญาณ!” มั่นเปลี่ยนเสียงทันทีว่าตนจำใส่หัวไว้แล้วว่าจะอยู่รับใช้เขา โชติจึงหันถามสิงว่า “อาจารย์สักเล่นงานมันได้หรือไม่?” สิงกับมั่นไม่กล้าตอบ กลัวโชติไม่พอใจหากรู้ว่ากาหลงยังรอดไปได้

โชติตัดสินใจกลับเรือนไปช่วยช่วง บอกพ่อว่าไม้รู้เรื่องที่พ่อฆ่าพ่อแม่เขาแล้ว และเพชรก็เป็นตำรวจแฝงตัวมารอวันจับได้คาหนังคาเขา ถามช่วงว่า “พ่อจะปล่อยให้มันเป็นหอกข้างแคร่อยู่ตำตาหรือ?”

ช่วงพูดอย่างมั่นใจว่าคนอย่างตนไม่เสียเชิงให้พวกไม้มาลบหน้าได้ และเวลานี้พวกชาวบ้านก็แตกฝ่ายมาหาตนแล้ว

“พ่อระวังตัวดูหน้าดูหลังให้ดีเถอะ ฉันกลับมาครั้งนี้เพื่อช่วยพ่อกำจัดเสี้ยนหนามที่ขวางทาง แล้วช่วยกำจัดผีกาหลงอีกแรง” โชติพูดอย่างมั่นใจ ช่วงถามเขาว่ามีแผนการอย่างไร? โชติเล่าแผนการของตนให้ช่วงฟังว่า

“ในเมื่อชาวบ้านมันกลัวผีกาหลง  ฉันก็จะใช้ชาวบ้านกำจัดมัน!” ช่วงติงว่าชาวบ้านปอดแหกตาขาวจะกล้าหรือ “คนเรามันกลัวอดตายมากกว่ากลัวตาย ยิ่งมันกลัวผีมากเท่าไหร่ มันก็ไม่กล้าออกไปทำกินเท่านั้น ฉันจะให้ไอ้สิงเอาเงินไปปั่นหัวล่อ ใครกำจัดผีกาหลงได้ ฉันจะเอาเงินฟาดหัวให้สมแก่ความทุกข์ยากของพวกมัน”

ช่วงยิ้มพอใจกับแผนการของโชติ

ooooooo

วันนี้ไม้พากาหลงไปพายเรือเก็บดอกบัวและสายบัวกัน จากนั้นพากาหลงขี่ควายชมทุ่ง

จันกับเพชรเห็นไม้กับกาหลงขี่ควายเล่นกันอย่างมีความสุข จันสะเทือนใจจนน้ำตาไหล เพชรเชื่อว่าหากชาวบ้านมาเห็นความรักของทั้งสองคงจะเลิกชี้หน้าคาดตา ไม่ขัดขวางอีก พลันก็ชะงักเมื่อโขงแล่นมาบอกว่า

“ผิดเสียเมื่อไหร่ล่ะ เมื่อกี๊ฉันเห็นพวกชาวบ้านถือจอบถือเสียมไปท้ายทุ่ง!”

จริงอย่างที่โขงเห็น ชาวบ้าน 4-5 คนที่เข้าพวกกับโชติ ถือจอบถือเสียมมีดพร้าบ่ายหน้าไปที่ท้ายทุ่ง ไม้กับกาหลงขี่ความผ่านมาเห็นก็ตกใจ ไม้ลงไปถามว่าพวกป้าน้าอาจะไปไหนกัน  คนหนึ่งที่ห้าวกว่าเพื่อนสั่งไม้ว่า

“ส่งเมียเอ็งมาให้พวกข้า พวกข้าต้องเอาไปเผา!”

เมื่อไม้ไม่ยอม อีกคนบอกว่ากาหลงเป็นผี สัญชาติผีมีแต่จะหลอกหลอนหักคอ กาหลงได้ยินให้สัญญาว่า ตนจะไม่ทำร้ายใคร แต่ชาวบ้านไม่เชื่อย้อนถามว่า แล้วไอ้ปอง หมอผี ลูกน้องขุนหวาดที่ตายหน้าเรือนแม่กลอยเป็นฝีมือใคร ไม้บอกว่าชาวบ้านคิดกันไปเองร้อยพัน ไม่มีใครรู้เห็นการตายของพวกนั้นแล้วจะมาใส่ความกาหลงได้อย่างไร

“ฉันยอมรับว่าฉันเป็นคนทำ” กาหลงโพล่งออกไปทำเอาไม้อึ้ง กาหลงชี้แจงว่า “ฉันพลั้งไปเพื่อช่วยแม่ช่วยน้อง พวกมันมาระรานจะฆ่าแม่ขืนใจน้องฉัน”

ชาวบ้านยอมรับได้ที่กาหลงฆ่าพวกโจร ถามว่าแล้วขาบหายไปไหน กาหลงเอาเรื่องบาดหมางมาล้างแค้นขาบใช่ไหม ทำไมไม่ให้รับโทษตามกฎหมาย ชาวบ้านคาดคั้นจะเอาผิดกับกาหลง การหลงยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ยอม อ้างว่ามีผีอยู่ในหมู่บ้านทำให้พวกตนขวัญผวาไม่ได้หลับได้นอน

“ฉันให้สัญญาจ้ะ ฉันจะไม่ก่อกวนสร้างความลำบากเจ็บใจให้พี่ป้าน้าอาอีก”

กาหลงรับปาก ไม้จึงชวนกลับเรือน ชาวบ้านให้ไม้กลับคนเดียวแต่ผีกาหลงต้องให้พวกตนเอาไปเผา!

“หากพูดไม่ฟังกัน ฉันก็ไม่เกรงใจล่ะ” ไม้ฮึดสู้ขึ้นมา ถูกชาวบ้านกรูกันเข้าเล่นงาน

กาหลงเห็นไม้ถูกรุมก็โกรธกลายเป็นผี ตะโกนลั่น “หยุดทุบตีผัวข้า!” พวกชาวบ้านเห็นผีกาหลงก็พากันแตกหนีกระเจิง ไม้ตกใจรีบเข้าห้ามกาหลงไม่ให้ทำอะไร กาหลงหันกลับมาหาไม้กลายเป็นร่างปกติ ทรุดร้องไห้เอ่ยขอโทษไม้

ooooooo

พวกชาวบ้านที่แตกหนีกระเจิงชวนกันจะไปเผาเรือนกาหลงให้หมดหนทางสู้พวกตน

วิ่งไปเจอพุดจีบ เพชร จัน และโขง พุดจีบขอร้องอย่ารังควานกาหลงอีกเลย เพชรถามว่ากาหลงทำเรื่องใดให้เคืองใจรึ โขงถามว่าหรือใครจ้างให้ทำร้ายกาหลง? จันก็ขู่ให้สารภาพมาเสียโดยดี หากใครโกหกขอให้ตกนรกเจ็ดร้อยชาติ

“พวกข้ารับเงินพ่อโชติ” ชาวบ้านคนหนึ่งยอมรับ อีกคนบอกว่าถึงตนจะรับเงินโชติแต่ก็ใช่ว่าจะทำตามคำสั่ง คนแรกอ้างว่าพวกตนทำไปเพื่อความอยู่รอด เพื่อความสงบสุขของชาวบ้าน และทำเพราะหวังดีกับไม้

“พวกฉันก็รักและหวังดีกับพี่ไม้ไม่ต่างจากพี่ป้าน้าอา อย่าให้สิ้นนับถือกันเลย ฉันขอให้รามือเถอะ” พุดจีบเอ่ยขอ ถูกชาวบ้านโต้ว่ากาหลงเป็นผียังดื้อดึงจะให้อยู่กับคนหรือ

“ความรักเป็นเรื่องของคนสองคน อย่าไปคิดยุ่งเลย เขารักกัน อยู่ด้วยกันก็ไม่ได้ทำให้ใครเคราะห์หนักขึ้นไปสักนิด มีแต่เราต่างหากที่เข้าไปวุ่นวาย”

พุดจีบพูดจนชาวบ้านเริ่มสงบ นิ่งฟัง จึงหว่านล้อมต่อว่า

“หากเราใจเร็ว เอาความคิดของเราเป็นที่ตั้ง เมื่อเห็นชอบเห็นงามว่าสิ่งใดดีสิ่งใดไม่ดี ก็พาลจะพาพวกพ้องให้เห็นตามกันไปโดยไม่คิดตื้นลึกหนาบาง นั่นก็เท่ากับเราโง่ใจหาย ขาดสติ ซ้ำยังไปทำวุ่นวายก้าวล่วงชีวิตคนอื่นอีก คิดให้ถ้วนถี่และปล่อยวางเสีย...ชีวิตของใคร ชีวิตของคนนั้นเป็นผู้กำหนด อย่าเอากฎหมู่ทำตัวเหนือกฎหมาย”

“แล้วหากมันเป็นผีอาละวาดฆ่าพวกเราขึ้นมาล่ะ” ชาวบ้านยังไม่วางใจ

พุดจีบตอบตามหลักธรรมคำสอนว่าหากกาหลงทำกรรมชั่วกาหลงก็ต้องเป็นผู้รับกรรม

ชาวบ้านมองหน้ากันแล้วจึงตัดสินใจว่า

“มื้อนี้ข้าจะลองเชื่อดูสักครั้ง แต่หากผีกาหลงทำให้พวกข้าเดือดร้อนเมื่อใด พวกข้าคงนิ่งเฉยไม่ได้”

เมื่อชาวบ้านพากันกลับไปแล้ว จันถามว่าเราจะต้านไว้ได้นานแค่ไหน เพชรก็กังวลว่ากาหลงจะใช้ชีวิตคู่อยู่ได้จริงหรือ? พุดจีบเองก็กังวลใจไม่น้อย...

“พี่ไม่อยากให้กาหลงทำอย่างนั้นอีก พี่ไม่อยากให้ใครมาตราหน้าเมียพี่” ไม้เอ่ยขณะพากาหลงขึ้นเรือน

“จ้ะพี่...ฉันจะตั้งสติ ควบคุมใจให้มั่น” กาหลงรับปาก ทำให้ไม้สบายใจขึ้น แต่แล้วก็กลับกังวลเมื่อดอกบัวที่ทัดหูกาหลงร่วง ไม้หยิบดอกบัวขึ้นดู นึกรู้ว่าพลังของกาหลงน้อยลงแล้ว...

ooooooo

เมื่อสิงกลับมารายงานโชติว่าชาวบ้านที่จะไปจับผีกาหลงเผานั้นพากันถอยกับหมดแล้ว ช่วงตำหนิว่าแผนของโชติล่มไม่เป็นท่า ไล่ให้กลับไปซ่อนหน้าในป่าเสีย

โชติบอกว่านั่นก็แค่ตนใช้ให้ชาวบ้านทำให้ไม้หวั่นใจเท่านั้น ตนยังมีแผนใหญ่ที่จะทำให้ไม้กลัวผีกลัวเมียตัวเอง

คืนนี้โชติจึงให้สิงกับมั่นเอาศพขาบใส่โลงไปตั้งที่ท่าน้ำเรือนกาหลง ไม้ลงไปดูแปลกใจว่าเป็นโลงศพใคร พอเปิดฝาโลงดูจึงรู้ว่าเป็นศพของขาบ กาหลงเองก็ตกใจที่ไม้รู้ความจริงว่าตนฆ่าขาบ กาหลงยอมรับว่าตนฆ่าขาบเพราะถูกขาบจับถ่วงน้ำ ไม้เดินเข้ากอดกาหลงเอ่ยขอ

“กาหลง พี่ขอได้ไหม ขอให้กาหลงคิดถึงคนข้างหลัง หยุดความแค้นเสียทั้งหมด พี่ไม่อยากให้กาหลงก่อเวรสร้างกรรมอีก บาปจะติดตัวกาหลงไม่รู้จักสิ้น”

“ฉันสัญญาจ้ะ ฉันจะไม่ฆ่าใครอีก” กาหลงรับปากด้วยความตื้นตันใจที่ไม้ไม่รังเกียจตน

รุ่งขึ้น ศพขาบก็ถูกห่อด้วยเสื่อไปวางไว้ที่มุมเรือนช่วง ช่วงโมโหถามว่าใครเป็นคนเอามา!

“ฉันเอง” ไม้บอกอย่างห้าวหาญ ช่วงถามว่าเอาศพมาจากไหน “มันอยู่ที่หน้าเรือนฉัน” ช่วงกล่าวโทษว่ากาหลงเป็นคนฆ่าขาบไม้ก็ต้องร่วมรับผิดด้วย ไม้โต้ว่า “อย่าว่าแต่ฉันเลย หากผู้ใหญ่จะหาคนร่วมรับผิด ผู้ใหญ่ก็คงต้องร่วมรับผิดกับลูกชาย เพราะลูกชายผู้ใหญ่สั่งให้พวกมันฆ่าเมียฉัน”

ถูกไม้เอาความจริงมายัน ผู้ใหญ่ก็พูดไม่ออก ไม้พูดต่อว่า

“มันตายก็ถือว่าเป็นกรรม เมียข้าอยู่สุขสบายอย่าริมาใกล้มืออีก ฉันไม่รู้ว่าลูกชายผู้ใหญ่ทำหน้าชื่นหนีไปซ่อนตัวหดหัวอยู่ไหน แต่ขอให้ผู้ใหญ่รู้ใส่ใจเถอะ คนทำผิดไม่มีใครหนีกรรมพ้น!! ส่วนโลงนั่นฉันยกเอามาไว้ให้ เพราะคิดว่าอีกไม่นานมันคงได้ใช้ใส่ศพ!!” พูดแล้วไม้เดินกลับ โชติเห็นว่าไม้กลับไปแล้วจึงเดินมาหาช่วง ถูกช่วงถามอย่างไม่พอใจว่า

“ไหนเอ็งบอกว่ามันจะหวาดกลัวเมีย แต่มันกลับปกป้องเมียแล้วมาลบหน้าข้าถึงนี่!!”

“ปล่อยให้มันลำพองใจ หากเมียมันผิดสัญญา มันก็ไม่อาจสู้หน้าใครได้”

ช่วงได้แต่สงสัยว่าโชติมีแผนอะไรอีก?

ooooooo

เพชรคุยกับพุดจีบว่าตนรู้แล้วว่าโชติกลับเรือนแล้ว แต่จะบุกไปเรือนก็ป่วยการผู้ใหญ่คงขวางและแหวกทางให้โชติหนีไปได้ แต่ยังมีมั่นที่เราจะใช้มันให้เป็นประโยชน์ได้

เป็นเวลาที่มั่นกลัวจนชวนสิงหนีก่อนที่จะตายเหมือนขาบ สิงบอกว่าขืนหนีก็เท่ากับทรยศ โชติเอาถึงตายทีเดียว

“ไอ้มั่น เอ็งไปเรือนกาหลง” โชติเข้ามาสั่ง มั่นตกใจเหงื่อแตกพลั่ก รีบไหว้ขอร้องว่าจะใช้ตนไปไหนก็ได้แต่อย่าให้ไปเรือนกาหลงเลย ผีกาหลงต้องฆ่าตนแน่เพราะเคยจับผีกาหลงถ่วงน้ำ

โชติเอาผ้าห่อเงินให้มั่นให้เอาไปขอไถ่โทษไถ่บาป กาหลงอยากได้เงินให้ผัวให้แม่และน้อง เชื่อว่ากาหลงต้องให้อภัยไม่ฆ่ามั่นแน่ มั่นรับห่อเงินด้วยหวังว่าจะไถ่บาปและกาหลงต้องให้อภัย

พอมั่นถือห่อเงินลงเรือนไป โชติก็บอกอาจารย์สักให้จัดการได้เลย  สิงมองโชติอย่างแปลกใจว่าจะทำพิธีอะไร?

ooooooo

วันนี้ไม้จะไปเกี่ยวข้าว แต่ไม่ทันได้ลงเรือนก็เจอมั่นถือพานและถุงเงินเดินตรงมา ไม้ถือเคียวเดิน เข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “เอ็งจะมาระรานอะไรเมียข้าอีก?!”

“ฉันมาดี...ฉันมาขอขมาแม่กาหลงจ้ะ!”

“คนชั่วอย่างเอ็งรึคิดจะกลับใจ” ไม้ไม่เชื่อ มั่นบอกว่าตนสำนึกผิดแล้วจริงๆ ตนทำบาปไว้มากเห็นปองกับขาบตาย...ไม้ตัดบทถามว่า “เอ็งเห็นว่าจวนตัวก็เลยกลัว  มาเร่งขอขมา คนอย่างเอ็งมันน่าตายไปซะ ตกนรกไม่ต้องผุดต้องเกิด!”

มั่นอ้อนวอนว่าตนสำนึกแล้ว แต่หากมั่นจะให้หมดเวรหมดกรรมได้ก็ขึ้นอยู่กับกาหลงว่าจะใจอ่อนยอมความให้หรือไม่ มั่นจึงหันไปถามกาหลงว่าจะให้อภัยตนไหม กาหลงมองนิ่งถามว่า...

“เอ็งคิดยังไงถึงมายอมกราบขอขมาข้า” มั่นบอกว่าตนไม่อยากตาย “คนที่กลัวตายมันไม่ใช่คนดี คนที่คิดดีทำดี จะไม่มีวันกลัวตาย เพราะรำลึกเสมอว่า เป็นที่รักของทุกคน ไม่มีศัตรูคิดร้าย”

มั่นนิ่งฟัง คิดตาม กาหลงยังคงพูดต่อว่า...

“แต่หากแม้ต้องตายด้วยเหตุใดก็ตาม คนทำดีย่อมสุขใจไม่เป็นอื่นไปได้ เพราะได้ทำความดีสะสมไว้แล้ว แต่พวกจัญไรที่มันก่อเวรทำบาป ใจคอมันจะกลัว

ทุกลมหายใจ มันจะหวาดหวั่นว่า วันใดจะถูกฆ่าเพราะมันได้สร้างเจ้ากรรมนายเวรไว้ทั้งที่มีตัวตนและไม่เห็นตัวตน”

มั่นร้องไห้โฮ สารภาพน่าสมเพชว่า “ฉันเข้าใจคำของแม่กาหลงแล้วจ้ะ ฉันรู้สึกถึงความกลัวที่เกิด ฉันยังไม่อยากตาย ขอแม่เชื่อปากฉัน ให้ฉันมีวาสนากลับตัวกลับใจเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยเถอะจ้ะ”

“ข้าให้อภัยเอ็ง”

มั่นนั่งลงยื่นพานให้กาหลงเอ่ย “อโหสิกรรมให้ข้าด้วยเถอะ” กาหลงมองอึดใจแล้วเอ่ยอโหสิกรรมให้ มั่นดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่

เมื่อกาหลงรับพานแล้ว มั่นหยิบถุงเงินยื่นให้แต่เพราะโชติกำชับไว้ว่าห้ามบอกว่าเป็นของตน มั่นจึงปดว่าเป็นเงินที่ตนเก็บสะสมไว้ ช่วยรับไว้ด้วย มันอาจไม่มากแต่พอจะทำให้กาหลงเอาไว้ซื้อหยูกยาดูแลแม่กลอยได้บ้าง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"

"ขวัญ" พร้อมหลอน เมินดราม่า "แม่นาก" ลุคลูกครึ่ง ใน "แม่นากพระโขนง"
14 มิ.ย 2564

23:55 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 03:21 น.