ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ชบาร้องไห้อย่างหนัก เพชรปลอบใจให้ยอมรับความจริงว่าถึงชบาร้องไห้จนขาดใจตายคาทุ่ง กาหลงก็ไม่กลับเป็นคนได้หรอก

ในภาวะที่ทั้งเสียใจและตกใจนี้ ชบากลัวว่าเมื่อกาหลงเป็นผีก็ต้องเอาโทษฆ่าตน ฆ่าแม่และฆ่าน้อง

“พี่ กาหลงเขาไม่สิ้นสำนึกขนาดนั้น ถ้าพี่เขาคิดร้ายอย่างที่ว่าก็ทำไปเสียแล้ว ที่ยังวนเวียนไปไหนไม่รอดก็เพราะรักพี่ไม้ รักแม่ แล้วก็รักเอ็ง”

คำปลอบใจของเพชรทำให้ชบาสงสารกาหลง ซบเพชรที่จับมือให้กำลังใจ เพชรรู้สึกดีที่ชบาไว้วางใจตนมากขึ้น...

ooooooo

เพราะ ชบาทิ้งขันน้ำวิ่งหนีไป กาหลงจึงออกมาเอาน้ำจะไปให้แม่กลอยกิน มาถึงหน้าห้องก็ชะงักเมื่อเห็นอบเชยกำลังเอาผ้าชุบน้ำโรยดอกไม้เช็ดแขนให้ แม่กลอยอยู่

“อบเชย...เอ็งมาทำอะไร”

“ฉันรู้ความว่าแม่กลอย ไม่สู้รับสบาย ก็ร้อนใจรุดมาเยี่ยม ฉันพกน้ำปรุงน้ำหอมมาเช็ดเนื้อพรมตัว น้ากลอยจะได้พลอยชื่นใจ ขืนปล่อยให้คนไข้นอนซมอมทุกข์ไม่ดีนักแล้ว” พูดแล้วหันถามแม่กลอย “น้าชอบกลิ่นหอมดอกไม้ไหมจ๊ะ ฉันปรุงเองกับมือเลยนะจ๊ะ”

แม้จะฟังดูดี แต่กาหลงก็แปลกใจที่จู่ๆ อบเชยก็มาทำดีด้วย เมื่อลงมาส่งอบเชยที่หน้าเรือน กาหลงถามว่า

“เอ็งหวังสิ่งใด” อบเชยไม่ตอบแต่ส่งถุงเงินให้ กาหลงไม่รับถามว่า “ให้เงินข้าทำไม”

“แม่ กลอยมาเจ็บหนัก...พี่ไม้กับกาหลงคงแสนลำบาก ไม่ได้ไปนาเสียทั้งคู่ จะเอาเงินที่ไหนมาดูแล รับเงินฉันไว้เถอะ ข้อสำคัญคือกาหลงจำต้องใช้เงินอีกโข”

กาหลงยังไม่วางใจถามว่าทำดีกับตนหวังผลอะไร อบเชยทำหน้าซึ้งบอกว่า

“ข้าหวังผล หวังจะตอบแทนที่พาฉันพบพาน

แต่ ความสุข แม่ฉันพร่ำสอนถึงบุญบาป ฉันไม่เคยคิดเฉลียวเสียเลยจวบวันพ่อป่วยนอนซมง่อยเปลี้ย ฉันจึงรู้ว่าชะตาตก กรรมตามเล่นงาน รับเงินฉันเถอะ ถือว่าต่อบุญให้ครอบครัวฉัน”

กาหลง ขอบใจและรับเงินไว้ อบเชยทำเป็นชื่นใจที่กาหลงอโหสิกรรมให้ ขณะนั้นเองงามกับเผื่อนก็อุ้มเด็กเล็กเข้ามา กาหลงมองด้วยความแปลกใจ อบเชยทำทีถามว่าไปอุ้มลูกใครมา เผื่อนบอกว่าลูกนังจวน มันออกไปนาตนจึงอุ้มมาเล่น อบเชยรับเด็กไปอุ้มเดินเข้าใกล้กาหลง พูดอย่างรักใคร่เอ็นดูเด็กว่า

“กาหลงดูสิ...นี่ถ้ากาหลงได้ลูกกับพี่ไม้ คงจะ

น่าเกลียดน่าชังไม่ผิดพ่อผิดแม่” เห็นกาหลงอึ้งไปกับ

ความจริงของตัวเอง อบเชยยิ้มในหน้าที่กาหลงกำลัง

หลงกล ตน เผื่อนกับงามรู้งานเข้าไปรับเด็กคืน อบเชยหันบอกกาหลงว่า “กาหลง ฉันหวังดีกับกาหลง ฉันอยากเตือนใจกาหลง วันใดพี่ไม้รู้ความจริงประหลาดนี้ กาหลงจะทำยังไง พี่ไม้จะอยู่ร่วมเรียงกับกาหลงได้งั้นรึ”

อบเชยพูดจนกาหลงหวั่นไหวใจเสีย แล้วตอกย้ำยุแหย่ว่า

“พี่ ไม้ย่อมต้องผละห่างกาหลงไป แล้วจะถลันไปหาใครล่ะ คงไม่ผิดพุดจีบ พุดจีบที่มีใจให้พี่ไม้เสียนานและพี่ไม้ก็เคยหวามไหวไปกับพุดจีบ...พุดจีบ เป็นคน ร่วมเรียงเคียงหมอนได้เป็นปกติ...แล้วข้อสำคัญ พุดจีบให้ลูกกับพี่ไม้ได้...ผู้ชายทุกคนย่อมอยากมีลูกไว้ช่วย

ทำมาหากินและสืบสกุล...กาหลงย่อมรู้ดี...จะหมดบุญวันไหนก็ไม่รู้...”

ทิ้ง ระเบิดและวางกับดักแล้ว อบเชยกลับเรือนไปอย่างกระหยิ่ม โชติที่สงสัยแต่แรกว่าอบเชยจะทำอะไร เดินออกมาขวางถามว่า “เอ็งคิดทำอะไรของเอ็ง”

“ก็ทำให้มันตายใจใช้ความเป็นผีทำร้ายคนที่ มันรัก ดั่งคำกล่าว ไม่ว่าคนหรือผี มันก็มีรัก โลภ โกรธ หลงได้คือกัน ยิ่งกระหน่ำใส่พิษรักแรงหึงด้วยละก็...ไม่ว่าผีหน้าไหนก็เกินจะรั้ง!!”

“แต่สำหรับข้า เพลานี้มีแต่แรงแค้น แค้นที่รอยบากมันขวางทางข้าเสียทุกสิ่ง!”

“พี่ก็เร่งจัดการมันให้สิ้น พ่อจะได้เชื่อใจ ไว้ใจพี่สักที!”

อบเชยยั่วยุให้โชติจัดการกาหลงอีกทางหนึ่ง

ooooooo

กาหลงลิ่วไปที่เรือนพุดจีบ นวลบอกว่าพุดจีบไม่อยู่ไม่รู้ว่าไปไหน กาหลงจึงเดินหาไปจนถึงบริเวณบึงบัว

โชติ ที่เชื่อว่าพุดจีบรู้ว่าศพกาหลงอยู่ที่ไหน มาเจอพุดจีบที่บริเวณบึงบัว ตรงเข้าตะคอกถามว่าศพกาหลงอยู่ไหน! เมื่อพุดจีบบอกไม่รู้ โชติหาว่าพุดจีบจงใจปิดเพราะกลัวตนจะทำลายกาหลง

“ใช่...ฉันไม่ยอมให้พี่ทำลายเพื่อนฉัน!” พุดจีบตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน โชติเปลี่ยนเป็นหว่านล้อมว่า

“พุดจีบ เอ๊ย...เอ็งมันคิดน้อยเสียจริง เอ็งลองตรองคิด วันใดที่ไร้กาหลง เอ็งจะได้สมหวังในรัก แลกาลข้างหน้าถ้าไอ้ไม้รู้ความว่านังกาหลงเป็นผี มีหรือมันจะสู้อยู่เรือน ยามนั้นล่ะ เพียงเอ็งเข้าไปสะกิดปลอบใจมัน มันก็จะซ่านซาบมอบใจให้เอ็งได้ไม่ยาก”

โชติเห็นพุดจีบเริ่มหวั่นไหวในคำของตน ก็เข้าไปด้านหลัง พูดพลางโอบกอด...

“แต่หากเอ็งเหงาใจเหลือจะอดใจทน ข้าก็จะช่วยคลายเหงาไปพลาง”

พุดจีบตกใจสะบัดร้องให้ปล่อย โชติยิ่งกอดรัดซุกไซ้อย่างหน้ามืด

“ไอ้ โชติ!!” เสียงกาหลงตวาดขึ้น โชติผงะตกใจหายหื่นวิ่งหนีไปสุดชีวิต กาหลงจะตาม พุดจีบห้ามไว้ กาหลงไม่พอใจเดินเข้าหาถามเสียงแข็ง “ตอบมาเดี๋ยวนี้ เหตุใดมาขวางไม่ให้ฉันไปฆ่าคนที่มันคิดชั่วกับเอ็ง?!”

“ฉัน ไม่อยากให้กาหลงก่อเวรสร้างกรรมหนักเกินเสียแล้ว!” กาหลงฟังแล้วยิ้มเย้ยอย่างไม่เชื่อ “กาหลง... กาหลงซ่อนศพไว้ที่ไหน บอกฉันมาเถอะ ฉันจะช่วยกาหลงซ่อนศพไม่ให้หมอผีลักไปทำลาย”

กาหลงย้อนถามว่าจะช่วยซ่อนศพหรือเอาศพไปเผาทำลายกันแน่ ยกคำของโชติมาดักคอว่า

“ข้าได้ยินที่เอ็งคุยกับไอ้โชติ มันก็จริงอย่างที่ไอ้โชติพูดไว้ หากข้าตายไป เอ็งก็สมรักพี่ไม้”

พุดจีบบอกว่าตนไม่เคยคิดทรยศเพื่อน กาหลงไม่เชื่อ พูดอย่างที่ถูกอบเชยเป่าหูมาว่า

“เอ็ง เป็นคน ยังสวย ยังงาม แถมมีลูกให้พี่ไม้ได้ แต่ข้ามีลูกให้พี่ไม้เชยชมไม่ได้!” กาหลงระบายอย่างเศร้าใจว่า “เอ็งคะเนไม่ออกจนนิดเดียว ทุกคืนข้าต้องสะดุ้งใจ กลัวพี่ไม้จะตื่นมาแจ้งความจริง ยิ่งชาวบ้าน...แม่...รู้เรื่องฉัน สักวันข้างหน้าคงปิดพี่ไม้ไม่มิด...แล้วเมื่อนั้น พี่ไม้ก็ทิ้งข้า...” กาหลงหยุดหันจ้องพุดจีบตะโกนแค้น “ทิ้งข้าไปหาเอ็ง!!”

ไม่ว่าพุดจีบ จะพยายามแสดงความปรารถนาดีอย่างไร กาหลงก็ไม่เชื่อ บอกว่าทางเดียวที่จะทำให้ตนอุ่นใจได้คือ พุดจีบต้องตาย! สิ้นเสียงใบหน้ากาหลงก็กลายเป็นผี เดินเข้าหาพุดจีบอย่างดุร้าย พุดจีบวิ่งหนีสุดชีวิต

อบเชยซุ่มดูอยู่ที่มุมหนึ่ง ยิ้มสะใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของตน

ooooooo

หลังจากหลวงพี่กบกับพวกเฟื้องกลับไปแล้ว ไม้ยังติดใจสงสัยว่า เฟื้องพาหลวงพี่กบมารับบาตร...มันผิดวิสัย

ไม้ ฉุกคิดถึงเมื่อวันที่ไปเยี่ยมแม่กลอย และแม่กลอยพยายามจะบอกไม้ว่ากาหลงเป็นผีแต่พูดคำ ขาดๆหายๆ แต่พอกาหลงเข้ามาแม่กลอยตกใจหยุดพูดทันที ไม้ตัดสินใจลงจากเรือนจะไปถามเสียให้รู้ชัดว่าวันนั้นแม่กลอยจะพูดอะไร?

มา ถึงเรือน ไม้ตรงไปถามแม่กลอยทันทีว่าวันก่อนแม่จะบอกอะไร แม่กลอยนึกครู่หนึ่งจึงพยายามพูดว่า “ผะ...” พอดีมีเสียงคนเดินมาแม่กลอยตกใจหยุดพูดทันทีนึกว่าเป็นกาหลง แต่ที่แท้เป็นกาเหว่าเอาน้ำมันเม็ดคำฝอยเข้ามาบอกว่า

“ฉันได้น้ำมันนวดเม็ดดอกคำฝอย เขาว่าช่วยนวดแก้เส้นอัมพาตได้ชะงัดนัก”

“แม่ว่าไงจ๊ะ” ไม้ถามอย่างติดพัน แม่กลอยไม่อยากให้กาเหว่ารู้เรื่องนี้  ไม้จึงบอกให้กาเหว่าไปต้มข้าวให้แม่กิน

พอ กาเหว่าออกไป แม่กลอยจึงพูดออกมาอย่างยากลำบากแต่ฟังได้เต็มคำว่า “ผะ...ผี!” ไม้ตกใจถามว่าแม่เจอผีตนใดแม่กลอยพยายามบอกอีกว่า “กะ...กะ...กา...หลง!”

ไม้ตกใจผงะ แม่กลอยพยักหน้ายืนยันทั้งน้ำตา แต่ไม้ไม่เชื่อ ถามว่า

“แม่ พูดอะไร แม่โกหกฉันใช่ไหม...พอการเถอะ แม่เกลียดกาหลงอยู่กินกับฉัน แม่ไม่น่าเอาคำชาวบ้านมาใส่ร้ายลูกตัวเองให้เกิดความ ฉันจะไปตามกาหลง พากาหลงมาคุยให้แจ้งใจ” แม่กลอยตกใจกลัวตัวเกร็งพยายามจะห้าม ไม้ยืนยันว่า “ฉันต้องพากาหลงมาคุยต่อหน้า กาหลงเป็นคน ไม่ใช่ผี!”

ไม้หุนหันกลับไปจนกาเหว่าสงสัยว่าไม้เดือดร้อนเรื่องอะไร จะตามไปดู ถูกแม่กลอยจับมือไว้เพราะไม่อยากให้กาเหว่าเจอกับกาหลง

แต่พอไม้ลงเรือนก็ถูกเฟื้องมาดัก มีโขง จอก ดำ เพชรยืนลุ้นอยู่ พวกโขงตัดสินใจบอกไม้ว่ากาหลงเป็นผี! แล้วต่างก็เล่าเรื่องที่ตนพบเห็นกาหลงเป็นผีให้ไม้ฟัง

“ไม่จริง! ฉันไม่เชื่อ คนบ้านนี้สติเตลิดไปแล้ว!” ไม้โมโหที่ทุกคนรุมกันหาว่ากาหลงเป็นผี กระทั่งชบามายืนยันอีกคนไม้ก็ไม่เชื่อ ถามทุกคนว่า “กาหลงตายแล้วศพกาหลงอยู่ที่ไหน มีใครพบเห็นศพกาหลงบ้าง”

ทุกคนส่ายหน้า แต่เพชรบอกว่า “ฉันเห็น! ในวันที่พี่จะไปค้นหาร่างพี่กาหลงที่บึงบัว ฉันเป็นคนดำน้ำเอาศพพี่กาหลงขึ้นมา ไม่อยากให้พี่และพวกผู้ใหญ่ทำร้ายพี่กาหลง”

ไม้ตรงเข้าผลักอกเพชรบอกให้พาไปดูศพกาหลงให้เห็นกับตาตนจึงจะเชื่อ พอเพชรบอกว่าศพหายไปแล้วไม้หัวเราะเยาะว่าที่แท้ก็กุเรื่องขึ้นทั้งเพ!

ขณะกำลังโต้เถียงกันนั้น นวลเดินมาถามว่ามีใครเห็นพุดจีบบ้าง พุดจีบหายไปจากเรือน เพชรตกใจกลัวว่าถ้าพุดจีบพูดเรื่องนี้อาจถูกกาหลงหักคอ นวลตกใจถามว่ากาหลงจะหักคอพุดจีบทำไม

“กาหลงเป็นผี!” พวกเฟื้องตอบเป็นเสียงเดียวกัน นวลตกใจตาเหลือก

“หยุดพร่ำความเท็จเสียข้าจะเอาตัวกาหลงมายันกับพวกเอ็งให้รู้แซ่ไปทั่วบาง!” ไม้หุนหันออกไปตามหากาหลง

ooooooo

พุดจีบวิ่งหนีกาหลงมาจนถึงต้นไทรงาม สะดุดรากไทรล้มลง กาหลงเดินเข้าหา พุดจีบกระถดหนี เหลือบเห็นนวลที่มาตามหาก็ดีใจร้องบอก

“พี่นวล...ฉันอยู่นี่...” นวลมองหาแต่ไม่เห็นเพราะถูกกาหลงบังไว้ นวลเดินร้องเรียกไปอีกทาง พุดจีบที่ถูกกาหลงเอามือปิดปากไว้ร้องไห้ตกใจกลัว แต่พอมองมาอีกที กาหลงก็หายไปแล้ว!

ที่แท้ กาหลงขึ้นไปนั่งอยู่บนกิ่งไทร สยายผมยาวเลื้อยลงมารัดเท้าพุดจีบดึงตัวไป

“ช่วยด้วยยยยย” พุดจีบร้องสุดเสียง

“เอ็งหนีไม่พ้นมือข้าหรอก!” กาหลงคำรามดุร้าย พุดจีบท้าให้บีบคอตนให้ตายคามือเลยจะได้สาแก่ใจ พูดแล้วลุกยืนพร้อมตาย

กาหลงยื่นมือมาบีบคอพุดจีบแน่น พุดจีบกัดฟันทนความเจ็บปวดทรมานหายใจไม่ออก กาหลงยกตัวพุดจีบขึ้นสูงพลันก็ชะงักเมื่อเสียงไม้ร้องเรียกแว่วมา “กาหลง...”

กาหลงตกใจปล่อยพุดจีบหล่นพลั่ก พอดีไม้เห็นข้างหลังกาหลงวิ่งมาหา จับไหล่กาหลงพลิกหันหน้ามา

“พี่ไม้...” กาหลงหันมาหน้ากลายเป็นปกติ

“กาหลงออกมาทำอะไร แล้วพุดจีบ...มีความอะไรกัน?” ไม้ถาม

พุดจีบร้องไห้ เอามือกุมคอตัวเองไว้อย่างไม่หายเจ็บ ไม้ยิ่งแปลกใจเข้าไปถามพุดจีบว่าเป็นอะไร กาหลงทำอะไรหรือ? พุดจีบกลับไม่กล้าตอบ

พวกเฟื้องมายืนออกันอยู่อีกมุมหนึ่ง ตะโกนบอกไม้ให้ออกมาเดี๋ยวกาหลงจะหักคอเอา นวลวิ่งมาประคองพุดจีบถามว่ากาหลงเป็นผีจริงๆ หรือ ไม้ตวาดว่า หยุดเชื่อคำเล่าลือได้แล้ว แต่จันก็ยังยืนยันว่ากาหลงเป็นผี กาหลงพูดกับทุกคนต่อหน้าไม้ว่า

“พวกเอ็งโดนสินบนไอ้โชติไปเท่าใด ถึงเอาโทษใส่หัวข้า ชบา...เอ็งเป็นน้องพี่ เอ็งก็พลอยโห่ร้องป้องปีกไปกับพวกเขาเสียด้วย” ชบาโต้ว่าตนเห็นกับตาว่ากาหลงเป็นผี “เอ็งบอกพี่เองว่าเอ็งนอนน้อย ตาเอ็งคงพร่ามัวไป...มองพี่สิ พี่อยู่ตรงนี้...” กาหลงเดินเข้าไปบอกทุกคนว่า “ทุกคนเห็นฉัน ทุกคนมองฉันให้ชัดสิ ฉันมีตัวตนอยู่ที่นี่ ฉันจะทำพลั้งอย่างที่พูดกันได้ยังไง”

กาหลงเดินไปหาจัน จันถอยหนี ไม่ว่ากาหลงเดินไปหาใคร ทุกคนก็ถอยกรูดหมด ไม้จึงเดินเข้าไปกอดกาหลงประกาศว่า

“ทุกคนเห็นใช่ไหม ว่ากาหลงมีตัวตน กาหลงไม่ได้เป็นอย่างคำลือ กาหลงยังไม่ตาย กาหลงเป็นเมียฉัน!”

กาหลงตื้นตันใจที่ไม้ปกป้องตนจนพูดไม่ออก พวกเฟื้องก็พากันอึ้ง จะโต้ก็ไม่กล้า จะว่าใช่ก็ไม่เชื่อ

พุดจีบยังคลำคอที่ถูกกาหลงบีบ จอกชี้ให้ทุกคนดูว่าผีกาหลงบีบคอพุดจีบ ไม้ถามพุดจีบเพื่อพิสูจน์ความจริงว่า

“ฉันเหลือจะทนฟังคำใส่ร้ายเมียฉัน พุดจีบบอกฉันให้เต็มคำสิ เรื่องจะได้ระงับ พุดจีบมาทำอะไรอยู่ที่นี่ พูดออกมาให้ทุกคนหายข้องใจ”

“ฉัน...ฉัน...” พุดจีบต่อสู้กับความคิดของตัวเอง อย่างหนัก แต่พอมองหน้ากาหลง ก็ตัดสินใจบอกทุกคนว่า “ฉันกำลังจะกลับเรือน โดนรากไทรเกี่ยวเป็นรอยแดงแล้วสะดุดล้ม กาหลงเข้ามาประคองช่วยฉัน” นวลติงว่ารอยช้ำมันผิดประหลาดคล้ายรอยมือ พุดจีบตัดบทว่า “เชื่อใจฉัน...พี่นวล ฉันอยากกลับเรือน”

นวลพาพุดจีบเดินไป กาหลงมองตามด้วยความซาบซึ้งใจที่พุดจีบช่วยตนไว้ทั้งที่เกือบถูกตนฆ่าตาย!

“ทุกคนแจ้งใจแล้วก็ขอให้เลิกลือ หากใครพร่ำโพนทะนาคำลวงนี้อีก ฉันจะถือว่าลบหน้ากัน!” ไม้ประกาศแล้วพากาหลงกลับเรือน

ขณะเดินไปกับไม้นั้น กาหลงหันมองพวกที่ยืนอยู่ ทุกคนเห็นเต็มตาว่าหน้ากาหลงเป็นผี! กระโดดกอดกันด้วยความกลัว

กลับถึงเรือน กาหลงขอร้องไม้ว่า เห็นแก่หัวอกตนอย่าเคืองทุกคนเลย เขาคงเล่าลือกันเพราะแรงยุของโชติ

“พี่คะเนไม่ออก ทำไมชาวบ้านถึงได้เห็นงามตามดีไอ้จัญไร!” กาหลงเชื่อว่าวันหน้าคงไม่มีใครกล้าใส่ไคล้อีก กาหลงเอ่ยอย่างซึ้งใจว่าตนอุ่นใจที่ไม้เชื่อใจตน “พี่บอกกาหลงแล้ว จะให้พี่หลงคำคนอื่นแล้วลืมเชื่อใจเมียพี่ได้ยังไง”

ไม้กอดกาหลงไว้ด้วยความรักเยี่ยงที่ผ่านมา...

ooooooo

รุ่งขึ้น อบเชยชวนเผื่อนกับงามไปดูศพพุดจีบกัน เจอพุดจีบเดินมาพอดี ทั้งสามตกใจตาเหลือกนึกว่าเป็นผีพุดจีบวิ่งหนีกันเตลิดเปิดเปิง จนพุดจีบแปลกใจว่าพวกอบเชยกลัวอะไร?

อบเชยวิ่งเตลิดไปที่ทุ่งนา ชนเข้ากับกาหลงก็แทบช็อก เผื่อนกับงามวิ่งตามมาชนกันล้มทับกองกันที่พื้นนา

กาหลงเดินเข้าหาอบเชย พูดเสียงเย็นเยียบ “เอ็งใส่ความให้ข้ากับเพื่อนรักผิดใจกัน เอ็งมันชั่วนัก” พูดจบก็ตบไม่ยั้ง ตบไปด่าไป “เอ็งหวังให้ข้าเอาผิดพุดจีบ แล้วเอ็งก็จะมาแทนที่ข้า เอ็งมันชั่วนรกไม่รับเสียเหลือเกิน”

อบเชยร้องขอความช่วยเหลือ เผื่อนกับงามไม่กล้าเข้าช่วย พอลุกได้อบเชยก็วิ่งอ้าวไป ถูกกาหลงใช้พลังเพ่งไปกระชากกลับบีบคอจนหน้าเขียว

“กาหลงอย่า! หยุดเถอะ ฉันขอ...” พุดจีบร้องขอ กาหลงยอมปล่อยมือ เผื่อนกับงามจึงเข้าไปประคองอบเชยพาหนีไป กาหลงตะโกนไล่หลังไปว่า

“อย่ามายุ่งกับผัวข้าอีก!!”

เมื่อพากันมานั่งที่ริมบึงบัว กาหลงถามพุดจีบว่าห้ามตนทำไม คนชั่วเยี่ยงนี้ควรได้รับโทษ พุดจีบบอกว่าไม่อยากให้กาหลงทำบาปหนักกว่านี้ เพราะกาหลงทำบาปเท่าไรก็ยิ่งอยู่ยากขึ้นทุกวัน กาหลงฟังแล้วหวั่นใจกับความจริงของตัวเอง

กาหลงขอโทษพุดจีบที่ตนพลั้งไปฟังคำลวงของอบเชย พุดจีบให้ถือเสียว่าเรื่องมันแล้วไปแล้ว ตนไม่เอาโทษเพราะ “ฉันรู้ว่า กาหลงฆ่าฉันไม่ลงหรอก”

พุดจีบนึกถึงเมื่อคืนที่กาหลงบีบคอแล้วคลายมือปล่อยตนลงสู่พื้น บอกกาหลงว่า

“ไม่ว่ากาหลงจะอยู่ในรูปใด ความรักของเราจะเหมือนเมื่อแรก ไม่มีลบเลือนไปชั่วนาตาปี...” ทั้งสองโผเข้ากอดกันร้องไห้ด้วยความรัก พุดจีบสังเกตเห็นร่างกาหลงค่อยๆเลือนไป เตือนอย่างห่วงใยว่า “ฉันอยากให้กาหลงหยุดทำสาแก่ใจตัวเอง หยุดอาฆาตแค้น ไม่อย่างนั้นร่างกาหลงจะสลายไปตามเวร และพี่ไม้ก็จะรู้ความจริงสักวัน”

กาหลงมองร่างตัวเองแล้วพยักหน้ารับคำด้วยความกังวลใจเหลือเกิน...กลัวไม้จะรู้ความจริงนี้...

ooooooo

อบเชยร้องไห้วิ่งกลับเรือนบอกแม่น้อยให้ช่วยด้วย ตนถูกผีกาหลงตบ กลับถูกแม่น้อยตบซ้ำฉาดใหญ่

“แม่ตบหน้าฉันทำไม?” อบเชยตกใจ

“นังเผื่อนนังงามมันบอกความแม่หมดแล้ว เอ็งมันสิ้นแต้มหรือไงถึงได้หน้าชื่นไปหาเรื่อง คอยคิดแย่งผัวคนอื่นไม่รู้ผิดบาป...พ่อให้ท้ายเอ็งจนเสียผู้เสียคนมานักแล้ว แม่จะไม่ยอมให้ลูกไปคิดแรงแข็งขอบใส่ใครอีก”

“พอได้แล้ว!” ผู้ใหญ่ช่วงตวาด อบเชยโผไปพึ่งพ่อทันที แม่น้อยเสียงแข็งให้เอาตัวมาตนจะลงโทษ ช่วงตวาดให้หยุด แล้วบอกอบเชย “ใครที่มันทำร้ายเอ็งมันต้องได้รับความเจ็บปวดเป็นเท่าทวี!”

“พี่ช่วง ฉันยอมหลับหูหลับตาให้พี่ทำผิดมามากแล้ว ฉันหวังใจว่าพี่เจ็บป่วยเจียนตายจะสำนึกในผิดบาปเสียมื้อนี้...พี่กลับหนักข้อ ยุให้ลูกทำชั่วไม่หยุดหย่อน ฉันจะไม่ทนยากกายช้ำใจอีกต่อไป”

“เอ็งเป็นเมีย ริอ่านเหิมเกริมสั่งสอนข้า!” ช่วงตบหน้าแม่น้อยฉาดใหญ่

“เพราะฉันเป็นเมีย ฉันเป็นแม่ของลูก ฉันเหลือจะทนที่ต้องอยู่ให้พี่โขกสับเช่นนี้ คงถึงคราวที่ฉันต้องลงใจทำอะไรสักอย่าง ลบล้างผิดบาปในใจฉัน ฉันจะไปบอกเรื่องราวแต่หนหลังให้คนทั้งบางรู้แซ่เสียที!!” แม่น้อยแข็งกร้าวจะเดินออกจากเรือน ถูกช่วงกระชากไปตบหน้าอีกฉาด ตวาดดุร้าย

“เอ็งแข็งข้อกับข้า...เอ็งต้องเจอดี!!”

ช่วงลากตัวแม่น้อยออกไป โชติยืนมองอยู่มุมหนึ่ง สงสัยว่าพ่อจะทำอะไรแม่?

ช่วงลากแม่น้อยไปล่ามไว้ในห้อง ด่าว่าปากดีนัก ให้อยู่เฝ้าเป็นผีเรือนไม่ต้องออกไปเห็นเดือนเห็นตะวัน อีก แม่น้อยโต้ว่าตนเป็นเมีย

“เมียดีต้องส่งเสริมผัว แต่เอ็งกลับแปรไปหมด ขัดคอขวางหูขวางตาข้า ก็อย่าริมาเรียกหาผัว!!”

“ฉันอิจฉากาหลงมันนักแล้ว หากมันเป็นผีอย่างพี่ว่า มันตายไปไอ้ไม้ก็ยังรักสิเน่หา...แต่ข้าหัวโด่เป็นคนอยู่กลับไม่เคยได้รักจากผัวจนนิดเดียว!”

ช่วงตบแม่น้อยจนทรุดลงแล้วเดินออกไปไม่แยแสกับแม่น้อยที่ร้องไห้เจ็บปวด เสียใจ

ครู่หนึ่งมีคนเดินเข้ามา แม่น้อยเงยมอง เห็นโชติถือถาดอาหารเข้ามา ยืนมองแม่น้อยนิ่ง...

ooooooo

กาเหว่าสงสัยพวกผู้ใหญ่ที่ดูมีเรื่องปกปิดมิดเม้นอะไรกันอยู่ พอถาม แม่กลอยอยากบอกแต่ก็พูดได้แค่ว่า “พี่สาวเอ็ง...” กาเหว่าจึงบอกชบาที่เข้ามาพอดี เพราะคิดว่าแม่เรียกหาชบา

“แม่ไม่ได้เรียกหาพี่หรอก แม่กำลังจะบอกเอ็ง...” แล้วหันบอกแม่ว่า “แม่บอกกาเหว่าไปเสียทีเดียว...ว่าพี่กาหลงเป็นผี!”

กาเหว่ารับไม่ได้ ชบายืนยันว่ากาหลงตายตั้งแต่วันที่กาเหว่าดำน้ำลงไปเจอแล้ว กาเหว่าไม่เชื่อแม้ตนจะแก้เชือกให้กาหลงไม่ได้ แต่ผ้ารัดคอคงคลายกาหลงถึงรอดมาได้

“เอ็งคิดไม่เชื่อพี่ ก็ถามแม่เสีย ที่แม่ต้องอัมพาตก็คงเพราะตกใจพี่กาหลงแล้ววิ่งหนีพลัดตกบันได!”

กาเหว่าโวยวายว่าไม่จริง ชบาเขย่าตัวแม่กลอย ให้บอกกาเหว่า แม่กลอยได้แต่นอนน้ำตาไหล จนกาเหว่าห้ามชบาว่า

“แต่พอการได้แล้ว พี่ไม่เห็นรึว่าแม่ไม่รับสบาย แม่ไม่พูดเพราะความคนไม่จริง พี่อย่าไปฟังน้ำคำคน” แล้วหันไปทางชบา “ฉันไหว้ล่ะ เราเป็นพี่น้องกัน เราต้องไม่ให้ร้ายกันเอง แม่สอนให้เรารักกัน พี่จำได้ไหม”

ชบาสะเทือนใจเอาแต่ร้องไห้

“ฉันรักพี่กาหลง ฉันรักพี่ อย่าทำให้ฉันผิดคาด ผิดหวังในตัวพี่”

“พี่จะไม่พูดความนี้อีก พี่ขอโทษที่พลั้ง...” ชบาขอโทษกาเหว่าแล้วร้องไห้อย่างอัดอั้น

“แม่จ๋า...ฉันรักแม่นะจ๊ะ...” กาเหว่ากอดแม่ร้องไห้ แม่กลอยพยายามพูดออกมาอย่างลำบากว่า... “ข้า...รัก...เอ็ง...”

สามแม่ลูกกอดกันร้องไห้ด้วยความสะเทือนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับกาหลง อันเป็นที่รักของทุกคน...

ooooooo

เมื่อชบาพบกับเพชรที่มารออยู่หน้าเรือน ชบาบอกว่า

“ฉันคิดว่าแม่รู้เรื่องพี่กาหลง แต่แม่ไม่พูด” เพชรติงว่าแต่ชบาก็พูดเรื่องนี้ “พูดไปใช่ว่ากาเหว่าจะฟังความ”

“หัวอกคนรักกัน มันทำใจยากจะรับ กาเหว่ามันก็ไม่ผิดพี่ไม้หรอก”

“ฉันนึกไม่ชอบใจให้พี่กาหลงหลอกลวงน้อง หลอกพี่ไม้อยู่อย่างนี้”

“ชบา...ฉันถามเถอะ พี่กาหลงเคยทำร้ายกาเหว่าหรือพี่ไม้หรือไม่” ชบาส่ายหน้า “พี่กาหลงมีแต่ปกป้องและดูแลทุกคนให้อยู่รอดปลอดภัย แล้วไฉนต้องไปบอกกาเหว่าหรือพี่ไม้” ชบาติงว่าคนรักกันไม่น่าหลอกกัน “เขาไม่ได้คิดหลอก แต่มันพูดไม่ออกบอกไม่ได้ หรือความบางอันก็ยังไม่ถึงเพลา”

ชบาฟังแล้วระแวงเพชร ถามว่าพูดกำกวมมีอะไรปิดบังตนหรือเปล่า เพชรพูดขรึมว่า

“หากเมื่อหน้าเอ็งรู้ว่าข้าไม่ได้เป็นอย่างที่เอ็งรู้ เอ็งจะรักข้าไหม” ชบาตกใจถามว่าเพชรเป็นอะไร หรือเป็นผีไปแต่ครั้งที่สู้กับขุนหวาดแล้ว เพชรบอกว่าตนยังไม่ตายก็ถูกชบาตบหน้าเพียะ! พอเพชรร้องจึงเชื่อว่าเขา ยังไม่ตาย หัวเราะชอบใจแล้วเดินผละไป เพชรมองตามยิ้มพอใจ

“เจ้าเล่ห์นัก สมน้ำสมเนื้อกันทีเดียว” แล้วพึมพำกับตัวเอง “เมื่อไหร่ที่ข้าจับโชติ หาตัวการฆ่าพ่อแม่พี่ไม้

ได้...จะบอกความจริงกับเอ็ง”

ooooooo

ที่ป่ากล้วย ขณะที่ไม้กำลังตัดเครือกล้วยอยู่นั้น อบเชยก็รี่เข้าประชิดบอกว่ากาหลงเป็นผีและเคยคิดฆ่าตน เร่งไม้ว่า

“พี่หนีออกจากเรือนเถอะ ไม่มื้อนี้ก็มื้อหน้ามันก็จะฆ่าพี่!!”

“เอ็งหยุดพูดเสียเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นข้าจะฆ่าเอ็งให้เป็นผีอย่างที่เอ็งเพ้อ!!” ไม้ผลักอบเชยออกตวาดใส่

อบเชยท้าให้ฆ่าตนเลย ฆ่าแล้ววิญญาณอาฆาตของตนจะได้เป็นผีไปฆ่ากาหลง แอ่นอกท้าให้แทง ถูกไม้สะบัดออกก็อ้อมไปกอดไม้จากข้างหลัง อ้อนให้มาอยู่กับตนที่เป็นคน คนที่มีลูกให้เขาเชยชมได้ ทั้งสัญญาว่าจะทำให้เขาสุขกายสุขใจทุกวันคืน

“หากกาหลงเป็นผี ข้าก็ขอเลือกผี ผีมันยังรักศักดิ์ศรีกว่าคนที่ต่ำทรามอย่างเอ็ง แย่งได้แม้กระทั้งชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผัวเพื่อน!!” ไม้โมโห ผลักอบเชยล้มลง

เมื่อหว่านล้อมยั่วยวนไม่สำเร็จ อบเชยก็สาปแช่งให้ผีหักคอไม้ตายตกไปตามกัน สิงที่ยืนดูอยู่รีบเข้ามาประคองอบเชย กลับถูกตวาดว่าอย่ามาแตะต้องตน สิงถามว่าจะให้ฆ่าไม้เลยไหม

“ข้าไม่ได้สั่ง อย่าสะเออะ ไอ้ขี้ข้า!!” อบเชยถ่มน้ำลายใส่หน้าสิงแล้วเดินไป สิงจิกตาแค้น

ooooooo

โชติยกถาดอาหารมาให้แม่น้อยที่ถูกช่วงขังไว้ในห้อง แม่น้อยหว่านล้อมโชติให้ไปขอโทษไม้ที่ช่วงทำพลั้งเพื่อช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา

โชติบอกแม่น้อยว่าถ้าแม่หยุดพูดก็จะอยู่สบาย อย่าหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเลย ตนอยากให้แม่ปิดหูปิดตาเสีย พลางตักข้าวให้

“ให้แม่ตายไปเสียยังดีกว่าอยู่รับเคราะห์รับรู้ความชั่วของผัวและลูกไม่เว้นวัน แม่รู้ว่าลูกเป็นอย่างนี้เพราะโตตามรอยพ่อ แต่ลูกหยุดมันได้ หยุดก่อกรรมทำเวร ไม่เช่นนั้นลูกก็ต้องรับบาปไม่แพ้พ่อ”

แทนที่โชติจะสำนึก กลับวางจานข้าวแล้วเดินออกไปเลย แม่น้อยผิดหวังเสียใจมาก โชติหันมาพูดกับแม่น้อยอีกว่า

“ฉันไม่อยากเป็นลูกแหง่อยู่ชายใต้ผ้าโจงแม่ ฉันเกิดมาเป็นชาย ฉันต้องไว้ชื่อไว้ลายอย่างพ่อ!!”

“พ่อโชติ...ลูกหยุดทำชั่วเสียเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นลูกจะ...” แม่น้อยพูดได้แค่นั้นก็ถูกโชติปิดประตูปังใส่หน้า เลยได้แต่ร้องไห้สังหรณ์ใจจะมีลางไม่ดี...

ออกจากแม่น้อย โชติไปหาอาจารย์สักที่มุมหนึ่งบนเรือน บอกว่าถ้าหายดีแล้วก็เร่งไปเล่นงานกาหลงให้หนัก อาจารย์สักถามว่าหาศพกาหลงเจอหรือยัง โชติบอกว่าให้ขาบกับมั่นหาทุกที่แล้วไม่เจอ

“งั้นบุกไปหาที่เรือนมัน!!” อาจารย์สักสั่ง มั่นกับขาบตกใจว่าตนต้องไปสู้กับผีอีกแล้ว!!

ooooooo

เมื่อมาถึงหน้าเรือนกาหลง อาจารย์สักสั่งให้ขึ้นไปหาให้ทั่วเรือน โชติหันสั่งมั่นกับขาบต่อ ทั้งสองเดินขาสั่นขึ้นบันไดไป ส่วนอาจารย์สัก โชติ และสิงเดินไปดูรอบๆ บริเวณเรือน

ขาบกับมั่นเกี่ยงกันให้อีกฝ่ายเดินออกหน้าไปหาตามห้อง รื้อสาดเสื่อกระทั่งหีบเพื่อหาศพกาหลง แต่ไม่เจออะไรเลยจนได้ยินเสียงโขลกน้ำพริก ทั้งสองขนหัวลุกบอกกันว่า “เสียงโขลกน้ำพริกอีกแล้ว!!”

เมื่อเดินตามเสียงไปดู เห็นแต่สากลอยโขลกน้ำพริกโป๊กๆ ขาบตกใจคว้าไม้ฟาดครกแตก คราวนี้สากเลยตำพื้นเรือนสั่นจนมันยืนกันแทบไม่ติด ตะโกนลั่น

“อาจารย์...ช่วยด้วย...” ทั้งสองวิ่งลงบันไดพลัดตกลงไปนอนกองกันที่พื้น อาจารย์สักบริกรรมคาถาเป่ามนต์ออกไป เสียงสากกระแทกพื้นจึงเงียบไป โชติพูด อย่างโล่งอกว่ามันหายไปแล้ว

เมื่อหาบนเรือนไม่พบศพกาหลง โชติถามอาจารย์ สักว่ารึศพไม่อยู่ที่นี่?

“พลังมันแกร่งกล้ากว่าเมื่อหลัง...ศพมันต้องอยู่เทือกนี้” อาจารย์สักฟันธง พลันก็เกิดลมพัดพากลิ่นศพโชยมาจนทุกคนต้องเอามือปิดจมูก โชติมองไปเห็นเรือลำหนึ่งลอยมา โชติสั่งขาบกับมั่นให้ไปดูที่เรือ ถ้ามีศพก็ให้เอาขึ้นมา ขาบกับมั่นเดินขาสั่นไปตามคำสั่ง

“ศพนังกาหลง!” ขาบร้องลั่น เมื่อเห็นศพในเรือ

“มันกลัวข้า ถึงกับยอมเอาศพมาให้ พวกเอ็งเอาศพมันขึ้นมา ข้าจะเผาทำลายมัน!!” อาจารย์สักสั่ง

สิงเห็นโชติเดินอ้าวออกไป ถามว่าจะไปไหน โชติบอกว่าจะไปเรียกไม้มาดูว่ากาหลงตายแล้ว จะได้ตรอมใจ

ขาบกับมั่นเกี่ยงกันไม่ยอมลงไปเอาศพกาหลง อาจารย์สักขู่ว่าตะวันจะลับขอบฟ้าแล้วขืนช้าผีกาหลงจะมีฤทธิ์หนักขึ้นมาหักคอ ขาบจึงจำต้องลงไปแบกศพกาหลงขึ้นมา มั่นมองไปเห็นศพเปลี่ยนเห็นผีกาหลงก็ตกใจร้องบอกขาบ ขาบตกใจจะปล่อยมือเลยถูกผีกาหลงบีบคอ มั่นเห็นดังนั้นคว้าดาบฟันไปที่ผีกาหลงแต่ผีกาหลงก็หายแว้บไปแล้ว

มั่นกับขาบถูกผีกาหลงผลุบโผล่หลอกล่อ จู่ๆ ก็มีโลงศพเคลื่อนเข้ามาเอง อาจารย์สักสั่งให้มั่นกับขาบไปเปิดฝาโลง ผีกาหลงลุกขึ้นมาบีบคอทั้งสอง อาจารย์สักบริกรรมคาถาเป่ามนต์ใส่ผีกาหลงจนเจ็บปวดดิ้นหายไป แต่พอขาบจะวิ่งหนีก็ถูกผีกาหลงผลักลงโลงแล้วยกสากตำอกไม่ยั้งจนขาบตายคาโลง แล้วฝาโลงก็ลอยมาปิดเอง!

“ข้าไม่อยู่แล้ว!!” มั่นโกยแน่บ

ooooooo

โชติไปตามไม้ที่ป่ากล้วยบอกให้กลับไปดูหน้าเมียตัวเอง เพราะอีกประเดี๋ยวจะมีการเผาศพกาหลง ตนมาบอกเพื่อให้ไม้ไปช่วยสวดส่งผีเมียตัวเอง

ไม้โมโหจะเดินหนี ถูกโชติสั่งไม่ให้ไม้ไปไหน จะให้ไปดูผีกาหลงเสียให้เต็มตา ต่อไปจะได้เชื่อเสียทีว่าเมียตัวเองตายไปแล้ว ไม้ปรามว่าขืนพูดอีกคำเดียวจะฟันให้ตายคามือ

“เอ็งอยู่กินกับผีไม่มีหูตาอย่างคน...ถ้าเอ็งตายไปเป็นผี เอ็งคงได้รู้ความจริง!”

“เอาสิวะ! เอ็งหมายใจจะฆ่าข้ามาหลายมื้อ ซ้ำเอ็งยังมาหยาม แช่งป้ายความเมียข้าเล่น คิดเอาชีวิตข้า กาหลงเคยปรามห้ามข้าใช้แรงแค้นเอาคืนคนชั่ว ไม่เช่นนั้นข้าจะชั่วไปเสียเอง แต่คราวนี้ข้าเหลืออด สุดกลั้นใจห้ามได้ วันนี้ไม่เอ็งก็ข้าที่ต้องตาย!”

ไม้เงื้อมีดพร้าเข้าฟันโชติ โชติรับไว้และพุ่งเข้าต่อสู้กัน โดยมีสิงคอยคุมเชิง แต่เมื่อโชติพลาดท่าสิงจึงเข้าช่วยกลายเป็นสองคนรุมกันเล่นงานไม้ ไม้ถูกถีบกระเด็นล้มลง โชติถือดาบตรงเข้าไปหาไม้ทันที!

พุดจีบได้ยินเสียร้องโหยหวนของกาหลง เดินมาถามเพชรว่าได้ยินไหม เพชรบอกว่าได้ยินแว่วมาจากเรือนกาหลง จึงเร่งชวนกันไปดู ชบาขอตามไปด้วยบอกว่า หากเจอกาหลงทำร้ายใครตนจะได้อยู่หว่านล้อมให้ยั้งใจ

กาหลงต่อสู้กับอาจารย์สักที่บริกรรมคาถาเล่นงานทั้งซัดข้าวสารเสก สาดกระดูกผีใส่ แม้กาหลงจะเจ็บปวดแต่ก็กัดฟันลุกขึ้นมาสู้ อาจารย์สักจึงใช้มีดหมอ แต่ถูกกาหลงหักข้อมือจนมีดหมอหล่น ตรงเข้าบีบคออาจารย์สัก ระหว่างนั้นเองกาหลงรับรู้ว่าไม้กำลังตกอยู่ในอันตราย จึงรีบไปช่วย

ขณะโชติเงื้อดาบสุดแขนจะฟันไม้นั่นเอง กาหลงมาบังร่างไม้ไว้ สะบัดมือทีเดียวดาบก็หลุดจากมือโชติ พอเห็นผีกาหลงโชติตกใจเก็บดาบวิ่งหนีไปกับสิง เพชรกับโขงที่มาช่วยไม้เห็นดังนั้นวิ่งไล่ตามโชติไป ไม้แปลกใจที่โชติไม่ฟันตน

กาหลงช่วยไม้ไว้ได้ ไม้ดีใจที่กาหลงมาช่วย แต่พอกาหลงหันมาเท่านั้น ไม้ช็อก น้ำตาไหลพรากเมื่อเห็นกับตาว่ากาหลงเป็นผี ไม้กับกาหลงต่างมองกันนิ่งงัน ไม่มีคำพูดใดๆ มีแต่น้ำตาที่ไหลพรากอย่างเจ็บปวดกับความจริงที่ปรากฏ

พวกพุดจีบ ชบาที่เห็นสภาพของทั้งสองต่างพากันสะเทือนใจกลั้นน้ำตาไม่อยู่

ooooooo

มั่นวิ่งขวัญหนีดีฝ่อเตลิดกลับไปเรือนช่วง บอกช่วงว่าผีกาหลงฆ่าขาบและจะฆ่าตน ช่วงตกใจถามว่าแล้วโชติอยู่ไหน

“พี่โชติออกไปหาไอ้ไม้ ผีนังกาหลงต้องไปฆ่า พี่โชติแน่!” พูดแล้ววิ่งเข้าไปซุกในเรือน ช่วงนึกเป็นห่วงโชติขึ้นมา

โชติกับสิงที่หนีผีกาหลงจะกลับเรือน เจออาจารย์สักกลางทางก็ต่อว่าอาจารย์ที่ทำพลั้งปล่อยให้ผีกาหลงมาเล่นงานตน อาจารย์สักถามว่า

“มันอยู่ที่ใด เอาข้าเสียหนักแล้วหายตัวไป ข้าจะไปรวบตัวมัน!”

พอดีเพชรกับโขงวิ่งมาขวางไว้ เพชรสั่งโชติให้ยอมมอบตัวเสียโดยดี โชติโต้ว่าตนไม่ได้ทำสิ่งใดผิด มาขวางทำไม!

“เอ็งเคยคิดฆ่าพี่ไม้ ทำชั่วไว้โข แต่ข้าไม่มีหลักฐานเอาความเอ็ง วันนี้เอ็งฆ่าพี่ไม้ชัดต่อหน้า ชาวบ้านเห็นให้แซ่เอ็งสิ้นแต้มเสียแล้วต้องไปรับโทษ”

โชติชักดาบออกมาทันที เพชรชักปืนออกมา ประกาศตัวว่า

“ข้าเป็นตำรวจมาจากวิเศษไชยชาญ มาจับขุนหวาด ความนั่นมันสิ้นสุดไปแล้ว แต่ข้ายังมีเรื่องคาใจในตัวการที่ฆ่าพ่อแม่พี่ไม้และฆ่าพี่กาหลง!” โขงโพล่งออกไปว่าโชติฆ่าจำปาคนรักตนด้วย เพชรจึงสั่งโชติ “เอ็งไปกับข้า หากเอ็งอ้างไม่ได้ทำผิดก็ไปสู้ความ อย่าคิดหนี”

โขงสั่งโชติให้ทิ้งดาบเสีย โชติทำท่าจะทิ้งดาบ พลันก็ยิ้มเย้ย เมื่อเห็นช่วงโพกผ้าปิดหน้าเข้ามาเล็งปืนไปที่เพชร ลูกน้องช่วงหลายคนถือดาบล้อมโขงไว้

“ทิ้งปืน!” ช่วงสั่งเหี้ยม เพชรจำต้องทิ้งปืน พริบตานั้นช่วงตรงเข้าทุบไหล่เพชรและโขงจนทรุด สั่งลูกน้อง “พวกเอ็งฆ่ามันซะ!!” แล้วตัวเองรีบพาโชติและอาจารย์สักออกไป

เพชรกับโขงต่อสู้กับลูกน้องช่วง แต่มันพลาดท่าจึงวิ่งหนีตามช่วงไป โขงจะไล่ตาม เพชรรั้งไว้บอกว่าไม่ต้องตามเพราะมันอาจดักเล่นงานได้ โขงนึกได้เร่งเพชรรีบไปช่วยไม้กัน

ooooooo

ไม้ร้องไห้แทบหัวใจสลายเมื่อเห็นสภาพของกาหลง กาหลงจะเข้าไปเช็ดน้ำตาให้ ไม้ถอยห่าง ถามกาหลงเสียงสะท้านว่า กาหลงตายไปแล้วจริงๆหรือ กาหลงพยักหน้า พุดจีบจึงบอกกาหลงว่า

“กาหลง...ถึงเพลาที่กาหลงต้องยอมรับความจริง ทำใจเสียเถอะ ปล่อยทุกสิ่งที่ยึดติด แล้วไปเกิดใหม่ เพื่อกาลข้างหน้าดวงวิญญาณของกาหลงจะไม่ต้องทนเวรอีกต่อไป”

“พุดจีบ...ฉันไปไม่ได้...แม่ต้องมาเจ็บกายทรมานใจเพราะฉัน...ไหนจะน้อง...” ชบาบอกกาหลงให้ไปสบายเถิดอย่าห่วงทางนี้ ตนจะดูแลแม่กับน้องเอง “ชบา...เอ็งยังไม่ออกเรือน มีคนใจร้ายจ้องรังแก พี่ไม่อยู่แล้วใครกันจะดูแล...ไหนจะพี่ไม้ พี่ไม้ไม่มีฉัน พี่จะอยู่ยังไง...ใช่ว่าฉันดื้อดึง หลายครั้งที่ฉันก็จนใจ...”

กาหลงคิดถึงคำหลวงพ่อที่ให้ปล่อยวาง บอกไม้น้ำตาอาบหน้าว่า

“ฉันยอมจำนน จะละทิ้ง แต่ฉันทิ้งพี่ไปไม่ได้เพราะพี่...”กาหลงนึกถึงที่ตนพยายามจะบอกไม้หลายครั้งแต่ไม้เลือกที่จะรั้งตนไว้ไม่ให้พูดถึงความตาย

ไม้ยอมรับว่า ตนเคยห้ามกาหลงพูดคำนี้ เวลานั้นตนบอกกาหลงว่า ขอเพียงสิ่งเดียว หากตนจะต้องตายไป ขอให้ตายก่อนกาหลง ตนไม่อาจอยู่ได้หากไม่มีกาหลง...คิดแล้วกาหลงพูดอย่างปวดร้าวว่า “แล้วจะให้ฉันทิ้งพี่ไม้ได้อย่างไร”

ไม้เจ็บปวดที่ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะตน วิ่งเข้าไปกอดกาหลง ท่ามกลางความตะลึงของทุกคน...พร่ำบอก...

“พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษ...พี่จะไม่ทิ้งกาหลง ไม่ว่ากาหลงจะเป็นอะไร กาหลงเป็นเมียพี่...กาหลงเป็นเมียพี่...”

โขงพยายามรั้งไม้ไว้ ส่วนเพชรก็บอกกาหลงให้ปล่อยไม้ไปเถิดอย่ารั้งไว้อีกเลย

เพชร โขง และจอกช่วยกันลากตัวไม้ออกไป ไม้ดิ้นรนเรียกหากาหลง ส่วนกาหลงอ้อนวอนทุกคนอย่าพรากไม้ไปจากตน พุดจีบกลัวจะเกิดเรื่อง บอกกาหลงให้พอเถิดปล่อยไม้ไปเสียอย่าสาวความยาวอีกเลย จันรีบเข้ามาดึงพุดจีบออกไป กาหลงมองทุกคนที่มาพรากไม้ไป ตะโกนไล่หลังอย่างโกรธจัด

“เอาผัวข้าคืนมา!!!”

ที่ชายป่า ช่วงยื่นห่อผ้าให้โชติบอกให้รีบหนีไป โชติขอให้พ่อหนีไปกับตน ช่วงตัดบทอย่างอหังการว่า

“คนอย่างข้าไม่เคยยอมตกเป็นเบี้ยล่าง ข้ามีทางเอาตัวรอดได้ เอ็งรีบไป แล้วก็ไม่ต้องกลับมาอีก ไม่เช่นนั้นข้าจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย” ส่วนอาจารย์สักบอกช่วงว่าตนจะอยู่จัดการกาหลง

“ไม่ต้อง! เอ็งหลบไปเสียด้วยกัน ไอ้ไม้กับชาวบ้านรู้ความจริงว่านังกาหลงเป็นผี ให้มันหาทางกำจัดนังกาหลง พอมันสิ้นหนทาง จะเรียกเอ็งกลับมาปราบมัน...

ชาวบ้านจะได้คลายใจ กลับมาศรัทธาข้าดังเดิม!” แล้วหันสั่ง “ไอ้สิงอยู่เป็นลูกมือข้า พวกเอ็งไปได้แล้ว!!”

โชติกับอาจารย์สักรีบวิ่งไป ช่วงยังอดที่จะมองตามไปอย่างเป็นห่วงไม่ได้

ooooooo

พวกเพชรพากันวิ่งหนีผีกาหลงจะมาหลบในโบสถ์ ถูกผีกาหลงวิ่งดักร้องทวง “เอาผัวข้าคืนมา!” และไม้ก็ดิ้นรนจะกลับไปหากาหลงให้ได้

แต่ในที่สุดทุกคนก็หลบเข้าไปในโบสถ์ได้ จนกระทั่งเช้าจึงย่องกันออกมา ก็ยังเจอผีกาหลงมาทวงไม้คืนอยู่นอกโบสถ์ ไม้จะวิ่งไปหากาหลง เพชรร้องห้ามไม่ให้ไม้ไป

“พี่ไม้...” กาหลงร้องเรียกน่าเวทนา

“พี่ไม้ ตั้งสติให้ดี กาหลงตายไปแล้ว กาหลงเป็นผี” โขงพยายามเตือนสติไม้ แต่ไม้ก็ยังดิ้นรนจะออกไปให้ได้ โขงจึงตัดสินใจทุบท้ายทอยไม้จนหมดสติ

“พี่ไม้...ปล่อยผัวข้าออกมา...” กาหลงโกรธมาก

เกิดลมพัดแรงผมผีกาหลงสยายน่ากลัว เพชรรีบวิ่งไปปิดประตูโบสถ์ทันที

กาหลงเห็นร่างไม้ก่อนประตูปิด ก็ยิ่งพยายามจะเข้าไปหา แต่เข้าโบสถ์ไม่ได้ร้อนกายจนทรุดลงร้องคร่ำครวญอย่างเจ็บปวด

ทุกคนในโบสถ์ได้ยินเสียงกาหลงร้องโหยหวนก็ยิ่งกลัว ไม่นานเสียงร้องก็เงียบไป

โขงกับพุดจีบเข้ามาดูไม้ที่หมดสติ เพชรมองไม้อย่างเข้าใจ ส่วนชบาร้องไห้สงสารทั้งไม้และกาหลง...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 06:45 น.