ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เรือนกาหลง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เรือนกาหลง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

“หมู่บ้านบัวสี” เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ จนป้ายชื่อหมู่บ้านเลือนลาง อ่านแทบไม่ออกที่หมู่บ้านนี้มีบึงบัวกว้างใหญ่ ก้านบัวชูดอกสะพรั่งไปทั้งบึง มีสาวน้อยลอยเรือเก็บบัวไปบูชาพระ เติมสีสันแก่บึงบัวให้สวยงาม...มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น...

กาหลง สาวสวยประจำหมู่บ้านวัยยี่สิบเศษ อยู่กับแม่กลอยและน้องสาวคือชบากับกาเหว่าน้องชายวัย 10 ขวบเศษ เพราะพ่อตายตั้งแต่เธอยังเด็ก กาหลงจึงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยแม่ทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวตลอดมา

เช้านี้ แม่กลอยวิ่งหน้าตื่นมาหน้าบ้านตะโกนเรียกสุดเสียง

“กาหลง...กาหลง! นังกาหลง เอ็งอยู่ไหน?” พลางวิ่งขึ้นไปบนบ้าน ถูกกาเหว่าลูกชายจอมทโมน พุ่งมาดักทำปากจุ๊ๆ ไม่ให้แม่เสียงดัง บอกว่ากาหลงนอนหลับเพราะไม่สบาย พลางชี้ไปที่มุมบ้าน มีร่างนอนห่มผ้าขดตัวอยู่ แม่กลอยมองขวับ สวนทันควัน “กูไม่เชื่อ!”

แม่กลอยพรวดไปกระชากผ้าห่ม ร่างใต้ผ้าห่มดีดตัวผึงขึ้นมายกมือไหว้ปะลกๆ

“สวัสดีจ้ะน้ากลอย” จำปาเพื่อนของกาหลงนั่นเอง!

“นังจำปา!! เอ็งสมรู้ตบตาข้า บอกมานังลูกไม่รักดีมันซ่อนอยู่หลืบไหน?”

“ฉันรู้จ้ะแม่” ชบาร้องบอกพลางเดินเข้ามา ทั้งกาเหว่าและจำปาพยายามไม่ให้ชบาบอก แต่ชบาทำหูทวนลม บอกแม่กลอยว่า “พี่กาหลงไปบึงบัว!”

“มันยังกล้าไปที่นั่นอีก!!” แม่กลอยเต้นผาง ทั้งตกใจทั้งโกรธ

ooooooo

ที่บึงบัว...กาหลงพายเรือเก็บดอกบัวอย่างใจเย็น เพลิดเพลินกับความงามของบัวและสายลมอ่อนๆยามเช้า...มือหนึ่งเก็บดอกบัวได้แล้ว แต่ตาเล็งไปยังอีกดอกที่กำลังตูมสวยงามมาก กาหลงพายเรือไปหมายเก็บดอกบัวนั้น...

ที่ใต้น้ำ...สายตาคู่หนึ่งมองตามเรือของกาหลงไปอย่างหมายมาด...เคลื่อนใกล้เรือเข้าไปทุกที...ทุกที...ทันทีที่กาหลงเอื้อมเก็บบัวดอกนั้น มือหนึ่งก็โผล่พรวดจากใต้น้ำคว้ามือกาหลงหมับ!

“ว้าย!!” กาหลงตกใจพยายามดึงมือกลับ แต่ถูกมือนั้นจับขึ้นมาถึงแขนและดึงร่างเธอร่วงลงน้ำตูม!

กาหลงตกใจมาก แต่พอเห็นหน้าเจ้าของมือ ก็ยิ้มดีใจ ที่แท้คือ ไม้ คนรักของเธอนั่นเอง...

ไม้กอดกาหลงไว้อย่างแสนรัก บรรจงจูบอย่างถนอม กาหลงผลักเบาๆ แล้วลอยตัวขึ้นเหนือน้ำ...ไม้ตามขึ้นมา กาหลงผลักออกห่าง ต่อว่างอนๆเขินๆ

“พี่ไม้...เล่นพิเรนทร์ ฉันขวัญหนีดีฝ่อหมด!”

ไม้ปลอบประโลมหยอกล้ออย่างรักใคร่ จะหอมแก้มเรียกขวัญ กาหลงผลักออกแล้วว่ายน้ำหนี

ไม้...พระเอกลิเกที่ทั้งหล่อล่ำ มีวาทศิลป์ที่เฉียบคมน้ำเสียงลีลาร้องลิเกที่เพราะพริ้งจนชาวบ้านพากันหลงใหลจึงร่ายกลอนรักสะกดตรึง...

“บัวกลางบึง ฤๅตรึงใจเท่านวลน้อง...” กาหลงชะงักว่ายไปหลบหลังกอบัวแอบฟัง...

“พี่หมายปองครองรักสมัครสมาน... อยากคู่ชิด สนิทเชื้อ แม่บัวบาน...ขอนงคราญ...รับรัก...พี่สักครา...”

สิ้นเสียงร่ายกลอน ไม้โผล่มาตรงหน้ากาหลงพร้อมบัวตูมจากใต้น้ำมอบให้แทนใจ หอมแก้มอย่างชื่นใจอีกครั้ง...

ooooooo

กลัวแม่กลอยจะจับได้ว่าหนีมาที่บึงบัว กาหลงถือดอกบัววิ่งกลับบ้าน ไม้วิ่งตามอย่างไม่อยากจาก จนถึงใต้ต้นไทรใหญ่ กาหลงชะงักกึกเมื่อเจอ โชติ ออกมายืนขวาง!

โชติ ลูกชายผู้ใหญ่ช่วงผู้มีอิทธิพลและบารมี โชติหลงรักกาหลงและมุ่งมั่นที่จะชิงกาหลงจากไม้ให้ได้ พา ลูกน้องคือ สิง มั่น และขาบ ดาหน้าออกมาขวาง

“วิ่งหนีใครมา ไม่ต้องกลัว พี่จะปกป้องน้องกาหลงเอง” โชติคว้ากาหลงเข้าไปกอดจะหอมแก้ม

“อย่ามายุ่งกับคนรักของข้า” ไม้ประกาศกร้าว ถูกโชติสวนเย้ยว่า

“กาหลงเป็นคนรักของเอ็งแต่กำลังจะเป็นเมียข้า!” โชติเห็นดอกบัวในมือกาหลงก็คว้าไปเหยียบขยี้ พูดอย่างสะใจ “นี่คงเป็นของรักแทนใจ...ใจเอ็งต้องแตกสลายใต้ตีนข้า!”

เมื่อถูกหยามกันถึงเพียงนี้ ไม้พุ่งเข้าชกโชติหมัดเดียวเลือดกบปาก ตวาด “อย่ามาหยามความรักของข้า!”

สิง มั่น  และขาบ ลูกกะโล่ของโชติรุมกันเข้าไปช่วยลูกพี่ทันที

จำปากับกาเหว่าวิ่งหน้าตั้งมาวัดที่ไม้เป็นลูกศิษย์อยู่ กระหืดกระหอบมาบอกโขงกับจอกเพื่อนรักของไม้ว่าไม้ถูกพวกโชติรุมเล่นงาน โขงกับจอกที่กำลังเช็ดบาตรพระวางมือ วิ่งอ้าวไปที่ต้นไทรใหญ่ทันที ตะโกนบอกแต่ไกลว่า

“พี่ไม้ไม่ต้องกลัว...ไอ้จอกมาช่วยแล้ว” แต่เพราะมัวแต่ตะโกนบอกไม้ เลยสะดุดตกปลักควาย โขงกับกาเหว่าที่วิ่งตามเสียหลักถลาลงไปด้วย เมื่อช่วยกันดึงก็ยิ่งลื่นจมลงในปลัก ทั้งสามถูกโคลนเคลือบไปทั้งตัว!

จำปามองทั้งสามทั้งส่ายหน้าอย่างระอา แล้วรีบวิ่งไปที่ต้นไทรใหญ่คนเดียว

ooooooo

แม่กลอยไปถึงก่อนแล้ว ตะโกนให้หยุดเดี๋ยวนี้ ไม้ได้ยินเสียงแม่กลอยเงื้อหมัดค้าง เลยถูกโชติเล่นที

เผลอต่อยล้มไป กาหลงถลาเข้าประคอง ถูกแม่กลอยพุ่งไปดึงตัวออกมา เอ็ดตะโร

“ข้าสั่งนักหนา ห้ามคบกับไอ้อันธพาล!” ไม้บอกว่าตนไม่ได้ก่อเรื่อง ถูกแม่กลอยตวาดแว้ด “ข้ารู้สันดานเอ็งดี เอ็งเรียนมวยหวังจะวางตัวเป็นนักเลงคอยข่มเหงคนอื่น”

ไม้ชี้แจงว่าตนเรียนมวยเพื่อป้องกันตัวเองและปกป้องกาหลง แม่กลอยตวาดว่าอย่าเอาลูกสาวตนมาอ้าง

“พี่ไม้พูดจริงจ๊ะแม่...พี่โชติ...ถ้าพี่เป็นนักเลงพอ พูดความสัตย์กับแม่ว่าพี่ข่มเหงน้ำใจฉันซิ!” โชติอึกอัก “ไม่เช่นนั้น พี่ก็สาบานต่อหน้าศาลเจ้าแม่ไทรงาม ว่าพี่บริสุทธิ์ใจ หากพี่พูดปด ขอให้ฉิบหายตายในสามวันเจ็ดวัน!”

โชติไม่กล้าสาบาน แม่กลอยให้ท้ายว่าไม่ต้องสาบาน รับสมอ้างว่าตนนี่แหละเป็นคนให้โชติมารับกาหลงกลับเรือนเพราะไม่ไว้ใจไม้ ไม้ถามว่าตนทำผิดอะไรนักหนาหรือ น้าถึงได้...แม่กลอยสวนทันควันว่า

“ไม่ต้องทำเสียงออดอ้อนออเซาะ ข้าไม่ใช่แม่ยกยี่เก จำใส่กะโหลกเอ็งไว้ อย่ามายุ่งกับลูกสาวข้าอีก! นังกาหลงกลับบ้าน!”

กาหลงจำต้องเดินตามแม่กลอยกลับไป โชติยังหันเย้ยไม้ก่อนเดินตามกาหลงไปว่า

“เสียดายไม่ทันรู้ดำรู้แดง แม่กลอยมาห้ามเสียก่อน ปะกันคราวหน้า ข้าจะเอาเลือดหัวเอ็งออก!”

มั่นกับขาบเดินไปก่อนแล้ว เจอโขง จอก และกาเหว่าตัวเคลือบด้วยโคลนเดินสวนมาพวกมันตกใจนึกว่าผีหลอกซ้ำถูกโขงกับจอกปาดโคลนที่หน้าป้ายใส่ด้วย มันเลยใส่ตีนหมาโกยแนบพอโขง จอก และกาเหว่ามาเห็นสภาพของไม้ ต่างสงสารจนพูดไม่ออก

ครู่หนึ่ง โขงเข้าไปปลอบใจไม้ว่าให้ถอดใจเสียเถิดชาติที่แล้วคงไม่ได้ทำบุญร่วมกันมา จอกก็บอกให้ตัดใจจากกาหลงเสียแล้วหาหญิงงามมาดามใจ จำปาเสนอตัวว่าจะเลิกกับโขงมาเป็นเมียไม้ พอโขงโวยวาย จำปาก็รีบมายืนข้างโขงแทน

จอกเห็นกาเหว่ายืนมองไม้อยู่ บอกว่าอีกไม่นานกาเหว่าก็จะมีศักดิ์เป็นน้องเมียไม้แล้วให้ไปปลอบใจว่าที่พี่เขยหน่อย กาเหว่าเดินไปหาไม้ปลอบอย่างฉะฉาน...

“พี่ไม้ไม่ต้องทุกข์ใจดอก แม้นพี่จะเป็นเด็กวัด จ๊น... จน แต่ใจพี่ใหญ่” โขง จอกและจำปามองหน้ากันอย่างทึ่งที่กาเหว่าพูดได้ดี กาเหว่าพูดต่อฉอดๆว่า “ส่วนไอ้พี่โชติ  มันมีอะไรรึ? บ้านหลังใหญ่ เงินทองสิบกองฟาง สู้ยังไงพี่ก็แพ้!”

“เฮ้ย!!” โขง จอกและไม้ร้องเป็นเสียงเดียวกันมองกาเหว่าเคืองๆ แต่ไม้ไม่พูดอะไร ลุกเดินหนีไปเงียบๆกาเหว่าหันถามพวกพี่ๆว่า ตนพูดอะไรผิดหรือ จอกกับโขงตบหัวกาเหว่าผัวะเอ็ดใส่...

“ยังมีหน้ามาถามอีก!!” แล้วทุกคนก็หันมองไม้ที่เดินลิ่วไปด้วยความเป็นห่วง...

ooooooo

กลับถึงบ้าน กาหลงพยายามบอกแม่กลอยว่าแม่เข้าใจผิด แม่กลอยสวนขึ้นทันทีว่าไม่ต้องพูด ตนรู้ดีว่าไม้ไม่ได้ก่อเรื่อง กาหลงพูดอย่างแปลกใจว่าทำไมแม่เข้าข้างโชติ?!

“เอ็งก็รู้ว่าโชติเป็นถึงลูกผู้ใหญ่บ้าน ครั้งพ่อเอ็งตายไปก็ได้พ่อผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือ ข้าไม่อยากหักหน้ามัน ต้องติติงไอ้ไม้แทน”

กาหลงบอกว่าดีใจที่แม่เข้าใจไม้ ถามว่าแล้วแม่ จะยอมรับไม้มาเป็น...แม่กลอยตัดบทว่ากาหลงตกน้ำเปียกไปหมดให้ไปอาบน้ำผลัดผ้าเสีย กาหลงรับคำแม่ อย่างว่าง่าย แม่กลอยมองตามกาหลง คิดอะไรบางอย่าง...

แม่กลอยขังกาหลงไว้ในห้อง กาหลงตัดพ้อว่าไหนแม่บอกว่าเข้าใจพี่ไม้? แม่กลอยเล่นลิ้นว่า

“ข้าไม่ได้บอกว่าจะรับมันเป็นเขยนี่หว่า ลูกเขยข้าต้องเป็นลูกมหาเศรษฐีอย่างพ่อโชติ ไม่ใช่เด็กกำพร้ากินข้าวก้นบาตรอย่างมัน!!”

แม่กลอยเดินผละไปจากหน้าห้องอย่างกระหยิ่มในวิธีของตนว่าจะกันกาหลงไม่ให้คบกับไม้ได้ แต่กาหลงบอกกับตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวว่า จะไม่ยอมให้แม่ข่มเหงน้ำใจต่อไป!

ไม้มาแอบได้ยินอยู่ใต้ถุนเรือนเสียใจที่ถูกแม่กลอยกีดกันปิดกั้นความรักของตนอย่างปิดประตูลั่นดาล!

เมื่อสิ้นหวัง ไม้เข้าไปในโบสถ์ กราบพระทั้งน้ำตา พนมมือภาวนา

“ข้าแต่หลวงพ่อ ข้ารักกาหลงจับจิตจับใจ ข้าไม่ขออื่นไกล หากข้ากับกาหลงมีวาสนาต่อกัน ขอให้หลวงพ่อดลใจให้แม่กลอยยกยอเห็นงาม รับข้าเป็นเขยด้วยเถิด” ภาวนาแล้วพนมมือท่วมหัวก้มกราบ

“เปรี้ยง!” เสียงดังลั่นจากหลังองค์พระ

ไม้สะดุ้งแต่ดีใจสุดๆคิดว่าหลวงพ่อรับคำขอตนแล้ว แต่อึดใจเดียว พุดจีบ ลูกสาวคนเดียวของมหาเศรษฐีในหมู่บ้านเพื่อนของกาหลง ก็ถือพานเดินหน้าเจื่อนๆออกมาเอ่ยขอโทษ ที่ตนทำพานตกเสียงดังขัดคำอธิบายของไม้

ไม้ถามว่าพุดจีบไปที่หลังองค์พระทำไม พุดจีบบอกว่าไปปิดทองหลังพระ เพราะคิดว่าทำความดีทำไมต้องให้คนอื่นเห็น แค่เราได้ทำเราก็มีความสุขใจแล้ว

ไม้ชมว่าพุดจีบคิดอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร แต่ระวังแอบๆซ่อนๆหลงรักใครไม่แสดงตัวพาลจะเสียของ ถามตรงๆว่าพุดจีบหลงรักใคร? บอกมาตนจะได้ช่วยเป็นพ่อสื่อพ่อชักให้

ที่แท้พุดจีบแอบชอบไม้อยู่ แต่บอกไม้ว่าตนยังไม่มีความรักแล้วขอตัวกลับพอพุดจีบไป ไม้ก็หวนคิดถึงกาหลงขึ้นมา เป็นห่วงว่าไม่รู้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรแล้ว?

ooooooo

ที่หน้าห้องกาหลง ชบากำลังปลดโซ่คล้องประตู กาเหว่าถือถาดอาหารเร่งยิกๆกลัวพี่สาวจะหิว แม่กลอยตามมาดูแต่พอเปิดประตู ปรากฏว่าไม่มีกาหลงอยู่ในห้องแล้ว เหลือรอยพื้นไม้กระดานถูกงัดเป็นรูไว้ให้ดูต่างหน้า!

กาหลงงัดพื้นกระดาน โรยตัวลงใต้ถุนเรือนหนีไปหาไม้ที่นั่งเศร้าอยู่เถียงนา บอกไม้ว่าตนจะไม่ยอมให้แม่บังคับแต่งงานกับคนที่ตนไม่ได้รัก พูดอย่างขมขื่นใจว่า

“พี่ไม้...ใจฉันมันขุ่นเหมือนกวนตม...ฉันไม่อยากถูกขังถูกบังคับอีกแล้ว”

ไม้บอกว่าจะไปสู่ขอกาหลงกับแม่กลอย กาหลงบอกว่าแม่ไม่มีวันยอม ไม้ถามว่าแล้วจะทำอย่างไรแม่กลอยถึงยอม กาหลงพูดอย่างสิ้นหวังว่า

“คงมีเพียงความตายเท่านั้น เป็นกำแพงขวางกั้น...มิมีใครมาพรากเราจากกันได้”

ไม้นิ่งนึกตรึกตรองถามกาหลงว่าแน่ใจแล้วใช่ไหม กาหลงบอกว่ามันคือหนทางเดียวที่เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ไม้จึงเอาผ้าขาวม้ามัดเอวไว้ด้วยกัน ลงเรือล่องไปกลางบึง ภาวนาพร้อมกันก่อนกระโดดจากเรือ...

“หากชาติหน้ามีจริง ขอให้เราได้สมหวังในรักและอยู่ด้วยกันทุกชาติไป”

แต่พอร่างจมดิ่งลงน้ำ ไม้เห็นกาหลงกำลังจะหมดลม คิดถึงวันเวลาที่เคยมีความสุขยามพบกันที่กลางทุ่งนา...ยามได้หนุนตักฟังกาหลงเป่าขลุ่ยใต้กอไผ่...ไม้ตัดสินใจไม่ยอมให้กาหลงตาย พาร่างที่ใกล้หมดลมพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำ ผายปอดจนกาหลงรู้สึกตัวถามไม้ว่า

“เหตุใดพี่ถึงเปลี่ยนใจ...พี่ไม่รักฉันแล้วหรือ?”

“เพราะรัก พี่จักไม่ยอมให้กาหลงตาย...การฆ่าตัวตายเป็นการแก้ปัญหาของคนโง่...บาปกรรมจากการฆ่าตัวตาย ย่อมทำให้พี่กับกาหลงทนทุกข์ทรมานไปชั่วกัปชั่วกัลป์...”

“ตราบใดที่แม่ยังบังคับให้ฉันแต่งงานกับพี่โชติ... ชีวิตของฉันก็ไม่ต่างจากการตกนรกทั้งเป็น...” กาหลงร้องไห้หนัก

แม่กลอยตามมาแอบฟังอยู่ น้ำตาซึมที่ตนเป็นเหตุให้กาหลงตัดสินใจฆ่าตัวตาย เดินเข้าหากาหลงพูดเสียงเครือ

“ข้าเสียใจ...ข้ามันชั่วที่ข่มเหงน้ำใจ บีบคั้นหัวใจให้เอ็งคิดสั้น...แต่เอ็งก็ช่างเหลือเกิน รักชายจนไม่นึกถึงหัวอกแม่...เอ็งเป็นอะไรไป แล้วข้ากับน้องจะอยู่ยังไง?” แม่กลอยร้องไห้ พูดอย่างตัดใจว่า “ในเมื่อเอ็งไม่รักข้า... เอ็งจะทำอะไรอยู่กับใครก็แล้วแต่เอ็ง...ไม่ต้องมาสนใจข้า” แม่กลองร้องไห้เดินกลับไป

“แม่...” กาหลงรู้สึกผิด ไม้ปลอบใจให้กลับไปหาแม่เสีย ตนจะหาทางให้จงได้ นัดคืนนี้จะรอกาหลงที่วัด...กาหลงรับปาก แล้วเดินตามแม่กลอยกลับไป

ooooooo

กาหลงกลับไปขอโทษแม่กลอยที่นั่งร้องไห้อยู่ สาบานต่อหน้าพระและกระดูกพ่อว่าจะไม่มีวันทิ้งแม่กับน้อง จะดูแลแม่กับน้องตลอดไป หากผิดคำสาบานขอให้ตกนรกหมกไหม้ เป็นผีไม่ได้ผุดได้เกิดทุกชาติไป

“พอเถอะ...ข้าเชื่อใจเอ็งแล้ว...” แม่กลอยกอดและเช็ดน้ำตาให้กาหลง เห็นแม่ยกโทษให้ กาหลงขออนุญาตไปเล่นลิเกที่วัดคืนนี้ แม่กลอยมองหน้ากาหลงนิ่ง...

คำตอบของแม่กลอยคือไม่อนุญาต กาหลงจึงวานพุดจีบเพื่อนรักให้เล่นยี่เกแทนตนคืนนี้ พุดจีบรับคำด้วยความเห็นใจเพื่อน กาหลงฝากความพุดจีบไปบอกไม้ว่า

“แม้ตัวไกลใจใกล้...แผ่นดินสลายก็มิคลายรักมั่นดอกพ่อยอดดวงใจ...

แต่พุดจีบเกรงว่า หากตนไปเล่นลิเกแทนกาหลงจะไม่งาม จึงฝากนวลสาวใช้ประจำตัวให้ไปบอกไม้ว่ากาหลงไม่อาจไปเล่นลิเกได้เพื่อไม้จะได้คิดหาหนทางแก้ปัญหา

นวลรู้ว่าพุดจีบแอบชอบไม้อยู่ ยุให้พุดจีบรับเล่นยี่เกแทนกาหลง เป็นโอกาสดีที่จะได้ใกล้ชิดไม้ด้วย

“พี่นวลอย่าพูดฤาแม้แต่จะคิดอย่างนั้นอีก ฉันไม่มีวันแปรพักตร์หักหาญน้ำใจเพื่อน...พี่นวลรีบไปเถิด ฉันจะขึ้นเรือนก่อนแม่คลางแคลงใจที่ฉันหายไป” พอนวลรับคำผละไป พุดจีบก็นึกถึงคำพูดของกาหลงเมื่อครู่ พูดแทนใจตัวเอง... “แม้นตัวไกลใจใกล้...แผ่นดินสลายก็มิคลายรักมั่นดอก...พ่อยอดดวงใจ”
รับข่าวจากนวลแล้ว ไม้คิดหนักว่า จะเอาใครมาเล่นแทนกาหลงคืนนี้?

ooooooo

บรรยากาศงานวัดเริ่มคึกคัก ชาวบ้านนุ่งห่มผ้าสีสดใสมาร่วมงานบุญสมโภชลูกนิมิต

มัคนายกเฟื้อง ที่เลี่ยงดูไม้มาตั้งแต่เด็กและสอนแม่ไม้มวยไทยให้ไม้จนเก่งกาจเป็นพ่อบุญธรรมไม้ และสัปเหร่อขาวพระเอกลิเกเก่าเป็นคนสอนไม้เล่นลิเกที่ไม้นับถือเป็นพ่อบุญธรรมอีกคนหนึ่ง

ค่ำนี้ ทั้งมัคนายกเฟื้องและสัปเหร่อขาว ขัดแย้งกัน เพราะมัคนายกเชิญชวนชาวบ้านร่วมทำบุญฉลองลูกนิมิตร ส่วนสัปเหร่อขาว ป่าวร้องให้ชาวบ้านมาชมลิเก ด่ามัคนายกเฟื้องว่า

“เอ็งดักคนมาทำบุญ แล้วใครจะเหลือเงินตบรางวัลยี่เก!”

ทั้งสองถกเถียงกันทำท่าจะวางมวย ไม้เข้ามาขอร้องอย่างทะเลาะกัน เพราะพ่อทั้งสองคนต่างก็หาเงินถวายวัดเหมือนกัน แต่ไม่มีใครยอมใคร ไม้ขอร้องว่า “พ่อ...อย่าให้ฉันต้องเลือกเลย” เมื่อยังไม่ยอมกัน ไม่ตัดบท “งั้น ไม่เอาสักคน” ทั้งมัคนายกและสัปเหร่อ “อ้าว!!” ไม้พยายามหว่านล้อมอย่างสำนึกบุญคุณทั้งคู่ว่า

“พ่อเฟื้อง คอยเลี้ยงดูฉัน สอนมวยให้ฉัน พ่อขาวก็เป็นครูยี่เก พ่อทั้งสองรักฉันเหมือนลูก หากฉันเลือกคนใดก็เท่ากับฉันเนรคุณกับอีกคน...ฉันขอล่ะ ฉันรักพ่อ พ่อรักฉัน เราต่างเป็นเชือกเส้นเดียวกัน รักกันนะพ่อ” ไม้เอามือพ่อบุญธรรมทั้งสองจับกัน พ่อบุญธรรมต่างยิ้มให้กัน แต่พอไม้ขอไปแต่งตัว ทั้งเฟื้องและขาวก็ชักสีหน้าคำรามใส่กันเหมือนเดิม

ooooooo

แผนของแม่กลอยคือให้กาหลงไปเที่ยวงานวัดกับโชติ กาหลงไม่พอใจเดินหนีไป แม่กลอยบอกโชติที่จ้องจิกอย่างไม่พอใจว่า ให้รอตรงนี้ แล้วตัวเองก็ตามไปเรียกกาหลงกลับมา

“ฉันยอมมาวัดกับแม่หวังมาทำบุญ มิได้มาควงคู่เสน่หาพี่โชติ ฉันจะกลับเรือน”

“ถ้าเอ็งกลับ ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าแม่!” แม่กลอยทิ้งไพ่ตาย กาหลงหยุดเดินหันมองแม่ด้วยแววตาตัดพ้อ...

คืนเดียวกันนี้ อบเชยลูกสาวผู้ใหญ่ช่วงน้องสาวโชติ เธอหลงรักไม้มาแต่เริ่มแตกเนื้อสาวที่ไม้ช่วยชีวิตเธอจากตกน้ำเกือบตาย อบเชยมีเผื่อนกับงามเป็นคนใช้ประจำตัว คืนนี้อบเชยมาเที่ยวงานวัดหมายได้เจอไม้ชายหนุ่มในดวงใจ

พอเห็นไม้ยืนชะเง้อคอยกาหลงอยู่ก็เร่เข้าไป เอาพวงมาลัยมะลิสดให้ชวนไปถวายพระด้วยกัน บรรยายหยดย้อยว่า

“อบเชยต้องเลือกมะลิดอกตูมที่ตูมพอเต่งตึง นำมาร้อยด้วยหัวใจ ปักทิ่มแทงด้วยความรัก กว่าจะได้สักพวงอบเชยโดนจิ้มโดนทิ่มแทงเจ็บปวดไปหมด” พรรณนาแล้วหันมองไม้ ปรากฏว่าหายไปแล้ว “ว้าย...พี่ไม้หายไปแต่เมื่อไร!”

“หนีไปตั้งแต่จิ้มแรกแล้วเจ้าค่ะ” เผื่อนกับงามตอบพร้อมกัน ถูกอบเชยตวาดว่า ทำไมไม่บอก จับหัวสองคนชนกันปึง! แล้วเดินสะบัดไป สาวใช้ทั้งสองวิ่งตามแทบไม่ทัน กาหลงอ้อนวอนแม่กลอยว่า อย่าบังคับขืนใจตนให้คบหากับโชติเลย แม่กลอยหาว่าไม้ทำคุณไสยใส่กาหลงถึงได้เพี้ยนหลงรักขนาดนี้ หว่านล้อมกล่อมกาหลงว่า

“พ่อโชติเป็นถึงลูกเศรษฐีมีไร่นามากมายก่ายกอง เอ็งจะสบายไปทั้งชาติ” กาหลงบอกว่าตนไม่เคยรักโชติ แม่กลอยจึงเสียงอ่อนลงว่า “กาหลงให้โอกาสพ่อโชติเพียงค่ำคืนเดียว หากเอ็งไม่รักไม่พิสมัย เอ็งจะรักใครแม่ไม่ขัด”

พอดีไม้ตามมาเห็นกาหลง ไม้ดีใจรีบไปหา แต่กาหลงไม่เห็นยอมตามคำขอของแม่กลอย หันไปเห็นโชติจึงเดินไปหาบอกโชติว่า “พี่โชติ ฉันอยากดูยี่เกกับพี่”

“ไปสิจ๊ะ พี่เตรียมเสื่อปูไว้คอยท่ากาหลงแล้ว” โชติดีใจรีบเดินนำกาหลงไป

ไม้ชะงักกึก มองกาหลงที่เดินไปกับโชติหน้าเศร้า แม่พลอยเดินมาเย้ยไม้ว่า

“ยี่เกที่เอ็งเล่น...คงต้องเปลี่ยนจากบทรักเป็นบทโศก...”

ไม้เสียใจหันหลังเดินกลับไป พุดจีบที่ตามไม้มาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ได้แต่มองตามไม้ไปด้วยความสงสาร...

ooooooo

พุดจีบสงสารไม้จะเข้าไปปลอบ ถูกอิ่มผู้เป็นแม่เข้ามาถามเสียก่อนว่าจะไปไหน นวลรู้ว่าพุดจีบจะไปไหนแต่ปดแทนว่าพุดจีบกำลังจะไปไหว้พระ

“ใช่จ้ะแม่” พุดจีบผสมโรง

“ดีแล้ว...ไหว้พระทำบุญได้กุศลกว่าการไปนั่งชมยี่เก มีแต่เล่นบทชิงรักหักสวาท สองหญิงแย่งชิงชายดูไปพลอยทำให้ใจมัวหมองในกิเลส เข้าโบสถ์ไปไหว้พระกับแม่”

“จ้ะ” พุดจีบรับคำ แอบมองไปทางไม้แล้วเดินตามแม่นวลไป นวลมองพุดจีบอย่างอดสงสารไม่ได้

ooooooo

ที่ลานหน้าโรงลิเก...ยายมากับตาสรสองผัวเมียที่มีอาชีพหาปลาและปลูกผักขาย สองคนนิสัยเข้ากันกึ๊บ ตาสรเป็นคนชอบเอาเรื่องคนอื่นไปนินทา ส่วนยายมาสาระแนแส่รู้ไปทุกเรื่องแล้วเอาไปนินทาประสาปากตลาด

ยายมาจัดแจงปูเสื่อหน้าโรงลิเก ตาสรบอกให้นั่งดูตรงโน้นดีกว่าเห็นมวยชัดกว่า

“ข้ามาดูยี่เก ไม่มีมวย” ยายมาไม่ยอมลุก

“เดี๋ยวก็มี!” ตาสรมองไปที่มุมหนึ่ง เห็นโชติกำลังพากาหลงตรงมาที่โรงลิเก ยายมาเข้าใจทันทีเตือนว่ามาอยู่ใกล้ๆเดี๋ยวเจอลูกหลง พูดพร้อมกันว่า “มันจะดีรึ” แต่ยายมาก็ลากตาสรไปใกล้ที่โชติพากาหลงมานั่ง หมายดูมวยคู่เอกได้เต็มตา ระหว่างนั้น ไม้กำลังแต่งหน้าแต่ใจพะวักพะวนคอยชะเง้อมองไปที่โชติกับกาหลง จันเมียสัปเหร่อขาวที่มาเล่นแทนกาหลงเตือนว่า

“ข่มสติไว้อย่าให้ฟุ้งซ่าน...เอาวิญญาณครูมาอยู่กับตัว” ไม้พยักหน้ายกมือไหว้พยายามตัดใจไม่ให้ขุ่นมัว

ลิเกคืนนี้ จับเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนขุนช้างไม่ยอมให้ใครมาแย่งนางพิมไป จันเล่นเป็นนางพิมพิลาไล ไม้เล่นเป็นขุนแผนส่วนตาสรถูกจับมาเล่นเป็นขุนช้าง

เมื่อลิเกเล่นมาถึงตอนขุนแผนแย่งชิงพิมกับขุนช้าง นางพิมถูกขุนช้างเข้ากระชากตัวไป โชติที่นั่งดูอยู่ตะโกน เยาะเย้ยขึ้นว่า

“ช้ำใจจริงเว้ย...ชีวิตจริงของเอ็งมันยิ่งกว่ายี่เก...ชาตินี้ยันชาติหน้าเอ็งก็ไม่มีวันสมใจ!!” พลางจับมือกาหลงขึ้นมาหอมเย้ยไม้ กาหลงไม่พอใจดึงมือกลับ

ไม้ถูกเย้ยถูกหยามทนไม่ได้จะลงไปลุยโชติ ตาสรรีบรั้งไว้เตือนสติ “ไม่ไถล...เล่นตามท้องเรื่องไป” แล้วตัวเองก็ร้องลิเกต่อ “เอ็งยอมแพ้ข้าซะ...ข้ามีเงินทองมากมายเอ็งสู้ข้าไม่ได้ดอก”

“ถึงแม้นฉันจะจนต่ำต้อยด้อยค่า แต่ฉันก็มีชีวิตจิตใจ” ไม้เล่นบทพูดอย่างเข้าถึงอารมณ์ จันเอะใจว่าไม่ใช่บทในเรื่อง ตาสรบอกว่าไม้ด้นสด แต่ไม้ไม่สนใจยังคงพูดต่อ “ฉันพร้อมจะฝ่าฟันอุปสรรค เพื่อร่วมเรียงเคียงรักกับยอดขวัญ” แล้วมองไปทางแม่กลอยยกมือไหว้ “วานแม่จงเห็นใจ เปิดเส้นทางรักให้ฉันเถิด”

แม่กลอยไม่พอใจจับมือชบาพาลุกเดินออกไปไม้ได้ทีเดินลงมาที่ลานคนดูตรงไปที่กาหลงนั่งร้องลิเกจีบ...

“ด้วยรัก จะทุ่มเทพลีใจให้แม่บัวบาน...ขอทุกคนเป็นพยาน” แล้วจับมือกาหลงให้ลุกขึ้น “ฉันกับกาหลงจะแต่งงาน...”

ผลคือ โชติแค้นที่ถูกหยามซัดหมัดใส่หน้าไม้จนล้มลง ตาสรรีบวิ่งไปช่วยไม้ ถูกสิง มั่น และขาบรุมกันเข้าเล่นงาน ยายมาลุกขึ้นเต้นเหยงๆเชียร์สุดใจขาดดิ้น “ผัวข้า เล่นงานมันให้หนัก อย่าให้เสียชื่อเมีย!!”

หน้าโรงลิเกเลยกลายเป็นลานมวยวัดไป คนดูลิเกหันมาเชียร์มวยกันเฮ...เฮ...

พุดจีบที่เข้าไปไหว้พระในโบสถ์กับแม่อิ่ม นวลคลานเข้ามาสะกิดกระซิบบอกพุดจีบให้ออกไปข้างนอก พุดจีบเห็นแม่อิ่มกำลังหลับตาทำสมาธิก็ค่อยๆคลานออกไปกับนวล แต่หารู้ไม่ พอพุดจีบหันคลานตามนวลไป แม่อิ่มก็ลืมตามองตามอย่างสงสัย

พอออกมาถึงหน้าโบสถ์ นวลบอกพุดจีบว่าวิกยี่เกกลายเป็นเวทีมวยไปแล้ว พุดจีบตกใจวิ่งไปทันที นวลเหลือบเห็นแม่อิ่มเดินมา ถึงกับเข่าอ่อน ทรุดนั่งยกมือไหว้ปลกๆ

อบเชยเห็นไม้โดนพวกโชติรุมเล่นงาน ก็พาลไปตบกาหลงหาว่าตัวการให้ไม้ถูกรุม กาหลงตบคืนถามว่าตนไม่เคยทำอะไรอบเชยแล้วมาตบตนทำไม อบเชยถูกตบก็ตะโกนให้เผื่อนกับงามเอาเลือดหัวกาหลงมาล้างตีนให้ได้ จำปาตีฉิ่งอยู่บนเวทีเห็นดังนั้นส่งฉิ่งให้จันตีให้จังหวะวงมวยอย่างเร้าใจ ตัวเองโดดลงมาช่วยกาหลง

ลานหน้าโรงลิเกเวลานี้ กลายเป็นเวทีมวยวงหนึ่งและวงตบตีจิกทึ้งของพวกผู้หญิงอีกวงหนึ่ง คนดูพากันเชียร์อึกทึก ที่ได้ดูของแถม

อบเชยได้เผื่อนกับงามช่วยรุมกาหลง พุดจีบวิ่งมาดึงกาหลงออกมา แล้วหันไปขออบเชยว่าอย่าทะเลาะตบตีกัน เลยถูกอบด่าว่าทำเป็นพูดดีแต่ที่แท้ตัวเองก็คือตัวอิจฉาดีๆนี่เอง กาหลงปรามให้หยุดว่าพุดจีบเดี๋ยวนี้ เลยโดนยุแหย่ว่า

“เอ็งมันโง่เสียกระไรไม่ทันเล่ห์กลเพื่อน พุดจีบมาช่วยเอ็งหวังกำจัดข้าให้พ้นทางพี่ไม้ หลังจากนั้นมันก็หักหลังแย่งชิงพี่ไม้จากเอ็ง เพราะมันแอบรักพี่ไม้!!”

กาหลงฉุนขาด ย่างสามขุมเข้าไปตบอบเชยอย่างรู้ทันเล่ห์เหลี่ยม สั่งอบเชยหุบปากไม่อย่างนั้นจะตบให้ฟันร่วงหมดปาก อบเชยถอยกรูด เผื่อนกับงามช่วยกันพาไปยังมุมที่โชติกับพวกต่อยกับไม้ พอดีแม่อิ่มเดินมาถึง บอกพุดจีบให้กลับเรือนพุดจีบตามแม่อิ่มกลับไปอย่างว่าง่าย

กาหลงหันมองไปทางไม้กับโชติที่กำลังชกต่อยกันอย่างเป็นห่วงจังหวะหนึ่งโชติต่อยไม้ล้มลงและชักมีดออกมาจะแทง ช่วงมาถึงพอดีจับมือที่ถือมีดไว้ ทำท่าจะปาดคอโชติแทน

“กล้าขัดคำสั่งข้า” ช่วงตวาด โชติโทษว่าไม้หาเรื่องตนก่อน ถูกช่วงตบหน้าซ้ำ ตวาด “ไม่ต้องพูด!” แล้วบอกแม่น้อยให้พาโชติกลับบ้าน พอดีกาหลงมาถึงเข้าไปยืนข้างแม่กลอยที่พูดแก้ต่างให้โชติว่า

“พ่อโชติไม่ได้ก่อเรื่อง ไอ้ไม้ต่างหากที่มาเกี้ยวกาหลง ไอ้ไม้มัน...”

“แม่กลอยไม่ต้องแก้ตัวแทนไอ้อันธพาล เป็นถึงลูกผู้ใหญ่บ้านทำตัวเหลือจะคบ แล้วใครจะเชื่อจะศรัทธาในตัวพ่อมัน ไป...กลับไป!” ช่วงสั่ง แม่น้อยจึงประคองโชติกลับไปสิงมั่นและขาบรีบตามไป แต่อบเชยจะไปออดอ้อนไม้ ฟ้องว่าตนถูกพวกกาหลงรุมตี ถูกแม่น้อยเดินมาขวางสั่งให้กลับบ้าน!

“เอาล่ะๆพูดพาลผิดใจกันเล็กน้อย ต่างคนต่างเบาความคิด เลิกแล้วต่อกันเถอะนะ เอ้า...ดูยี่เกต่อ...”ผู้ใหญ่ช่วงกลบเกลื่อนเปลี่ยนบรรยากาศ

แต่พอไปเจอกันที่มุมหนึ่งในวัด โชติถามพ่อว่าทำไมต้องหักหน้าตนที่เป็นลูก ช่วงตอบด้วยน้ำเสียงปกติว่า

“ข้าถึงต้องลงโทษเอ็งแทนมัน ปกครองคนไม่ใช่แค่ใช้พระเดชแต่ต้องใช้พระคุณ! จำใส่หัวใจไว้ คนฉลาดต้องรู้จักแกล้งโง่ หลอกให้มันตายใจ ทีนี้ล่ะ ปะเหมาะค่อยตลบหลังมัน!”

“ฉันกลัวจะพลั้งท่าไอ้ไม้ มันจะชิงแต่งกับกาหลง...”

“คนอย่างนังกาหลงไม่ต้องไปสู่ขอให้เสียเงิน...อยากได้เอ็งก็ฉุดสิวะ” แม่น้อยตกใจขอให้เลิกใช้กำลังข่มเหงให้เลิกสอนลูกทำในสิ่งที่ผิดเสียที กลับถูกโชติตวาดและไล่ให้กลับเรือน แต่แอบส่งสัญญาณให้โชติจัดการกาหลงตามแผน

ooooooo

ที่มุมหนึ่งในวัด แม่กลอยบอกกาหลงให้กลับบ้านไปก่อน กาหลงถามว่าแม่จะไปไหนชบาปากเปาะบอกว่าไปบ่อน เลยถูกแม่กลอยเขกหัวเอ็ดเบาๆ

“รู้ดีนะเอ็ง ข้าเลิกเล่นไฮโลแล้ว ข้าจะไปเก็บไซที่นา ได้ปลาดุกสองสามตัวจะย่างน้ำพริกสะเดาให้กิน” กาหลงจะไปช่วย แม่กลอยไล่ให้กลับไปสุมไฟให้ควายอยู่เฝ้าเรือนให้ดี สั่งชบากับกาเหว่าให้ไปกับตน แต่พอ หันเดินแยกจากกาหลง แม่กลอยก็แอบส่งสัญญาณให้โชติ แล้วพาชบากับกาเหว่าเดินไปที่ทุ่งนา

ไม้เป็นห่วงกาหลง วิ่งมาเจอจำปา พอจำปารู้ก็ห้ามไว้เกรงแม่กลอยรู้จะเป็นเรื่องอีก ไม้พยักหน้าถามว่าแล้วจำปาจะไปไหน จำปาบอกว่าโขงเจ็บปากกินอะไรไม่ได้ จะไปต้มน้ำข้าวให้กินสักหม้อ แล้วเดินแยกไป ไม้ยังยืนคิดอะไรอยู่ตรงนั้น

กาหลงเดินกลับบ้านตามท้องนา ร้องลิเกระบายความในใจมาตามทาง...

“โอ้ชีวิตอนิจจา...จำต้องเจอขวากหนามแห่งรัก...กำแพงกั้นสูงใหญ่ไพศาล...เกินใครจะทนได้ แต่ฉันขอสู้...ให้รู้ว่าแรงใจพี่ไม้...ทำให้รักนี้ไม่มีวันตาย ...”

กาหลงหยุดกึกเมื่อโชติโผล่พรวดมาดึงมือฉุดไป กาหลงขอให้ปล่อย ถูกโชติขู่ว่ายิ่งดิ้นก็ยิ่งช้ำ หนีไปไหนไม่รอดหรอก แล้วโถมเข้าปล้ำผลักกาหลงล้มลงที่พื้นนา

“ยอมเป็นเมียข้า...เอ็งจะมีความสุขไปทั้งชาติ” โชติปล้ำจะข่มขืน พลันก็สะดุ้งผงะหลังแอ่นเมื่อถูกไม้ฟาดเข้ากลางหลัง กาหลงเห็นเป็นจำปา ก็สะบัดลุกขึ้นไปยืนข้างหลัง โชติกำลังหน้ามืดจะตาม

“ไอ้โชติ เอ็งเข้ามาอีกก้าวเดียว...ข้าจะแหกปากให้คนรู้ทั้งบางว่า เอ็งขืนใจกาหลง เอ็งต้องโทษถูกโบยจนตาย”

โชติใจฝ่อชะงัก กาหลงชวนจำปารีบไปกัน โชติมองตามอย่างเจ็บใจ คิดจะทำอะไรบางอย่าง

เมื่อจำปาพากาหลงไปส่งถึงบ้านแล้ว กาหลงเป็นห่วงจำปาที่ต้องเดินกลับคนเดียวชวนค้างเสียด้วยกัน แต่จำปาจะต้องไปต้มน้ำข้าวให้โขงจึงขอกลับ

ไม้ไปดักพบกาหลงที่เรือน พอรู้ว่ากาหลงถูกโชติดักฉุดและจำปาช่วยไว้ ไม้เจ็บใจบอกกาหลงว่า

“พี่ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่มันจะหักหาญน้ำใจกาหลง”

ระหว่างจำปาเดินกลับนั้น จำปาถูกโชติดักฉุดไปรุมข่มขืนแล้วฆ่า เอาศพแขวนคอกับกิ่งไทรอำพรางคดี

โขงรอกินน้ำข้าวจากจำปาจนเช้า ไม้กับกาหลงมาเยี่ยมโขงจึงรู้ว่าจำปายังไม่กลับ ทั้งสามตกใจพากันออกตามหา กาหลงตะโกนเรียกจำปาไปตลอดทางจนมาถึงต้นไทร ก็แทบช็อกเมื่อเห็นร่างจำปาห้อยอยู่บนกิ่งไม้

ไม้กลัวโขงจะรับไม่ได้ทำหน้านิ่งชวนกลับ โขงจึงคุกเข่าพนมมือต่อหน้าศาลเจ้าแม่...

“เจ้าแม่...ช่วยลูกช้างตามหาคนรักของลูกด้วยเถิด” ทันใดนั้นมีน้ำอะไรหยดลงมาที่โขง พอเงยขึ้นไปเห็นร่างจำปาถูกแขวนคออยู่บนกิ่งไทร โขงแผดร้อง “จำปา!!!” ปลดร่างจำปาลงมาแล้ว โขงกอดจำปาร้องไห้แทบขาดใจ...

ooooooo

ตอนที่ 2

ข่าวจำปาตายแพร่ไปถึงบ้านผู้ใหญ่ แม่น้อยตกใจถามว่าจำปาเป็นอะไรตาย โชติบอกแม่ว่า

“น่า เวทนา ตัดช่องน้อยแต่พอตัว หลวงพ่อเคย เทศนา ข้าจำได้มั่น ผู้ใดฆ่าตัวตายบาปติดตัวผู้นั้น ตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด” พูดแล้วยิ้มเย้ย จนแม่น้อยแปลกใจท่าทีของลูกชาย

โขงกอดร่างจำปาร้องไห้แทบขาดใจ ไม้ทนดูไม่ได้เดินอ้าวออกไป กาหลงเป็นห่วงรีบตามไป

ไม้ ไปนั่งมองโกฏิของพ่อแม่ หวนคิดถึงอดีตของตัวเอง เวลานั้นไม้ในวัย 10 ขวบ เห็นพ่อกับแม่ถูกโจรที่มาปล้นฆ่าตายต่อหน้า มันลากพ่อกับแม่เข้าไปในบ้านจุดไฟเผา ไม้กอดร่างพ่อแม่ร้องไห้จนไฟท่วมบ้าน ฝาบ้านพังลงมาแถบหนึ่ง พลันขาวกับเฟื้องก็พุ่งเข้ามาอุ้มไม้ฝ่าไฟออกไป

กาหลงตามมาเข้าประคองไม้บอกให้ทำใจเสียพ่อแม่ไปดีแล้ว ไม้ส่ายหน้าพูดอย่างเจ็บแค้น

“ตราบใดที่พี่ยังแก้แค้นให้พ่อแม่ไม่ได้ พ่อแม่ไม่มีวันสู่สุขคติ”

“หลวงพ่อเคยสอนให้พี่ปล่อยวาง การแก้แค้นไม่รู้จักจบสิ้น เป็นกงเกวียนกำเกวียนที่ทำให้เป็นทุกข์ตลอดกาล”

“พี่ ยอมรับผลกรรมนั้น...เกิดใหม่ทุกข์ทรมานกี่ร้อยชาติ พี่ก็ขอฆ่าคนที่ฆ่าพ่อแม่พี่ ด้วยน้ำมือพี่!!” กาหลงโผเข้ากอดไม้ด้วยความรัก เช็ดน้ำตาให้อย่างปลอบใจ ไม้มองกาหลงเอ่ยอย่างซาบซึ้งใจที่ในยามนี้มีเธออยู่เคียงข้าง “ชีวิตนี้ พี่ไม่มีใครอีกแล้ว พี่มีเอ็งคนเดียว เอ็งรักและดีกับพี่...พี่รักเอ็งเหลือเกิน...กาหลง”

“ฉันก็รักพี่จ้ะ” ทั้งสองกอดกันด้วยความรักและเห็นใจกัน

ทันใดนั้น จอกวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!

นั่น คือ โขงบุกไปที่บ้านโชติ ตะโกนให้โชติออกมา! โชติเดินออกมาด่าโขงว่าไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษมาระรานตนที่กำลังสวดมนต์ แม่น้อยออกมาด้วย ถามโขงว่าโชติไปทำอะไรให้ไม่พอใจหรือ

“มันฆ่าจำปา!” โขงชี้หน้า โชติโต้ทันควันว่าจำปาแขวนคอตายเอง

“เอ็งโกหก! เมื่อคืนเอ็งคิดขืนใจกาหลง จำปาไปช่วยไว้ได้” ไม้ตะโกนแทรกขึ้น

“พวกเอ็งเคืองแค้นจึงดักทำร้ายจำปา!” โขงพูดทั้งน้ำตา ทุกคนหันมองโชติ

“ไอ้ ไม้...เอ็งเจ็บใจที่แม่กลอยจะยกกาหลงให้ข้าก็เลยหาเรื่องข้า เอาล่ะ...ข้าไม่ถือสาเอาความ ข้าจะไปสวดมนต์ อุทิศส่วนกุศลให้จำปาและสัมพเวสีผีเร่ร่อนจะได้เลิกจองเวรต่อกัน!” โชติยียวนเยาะเย้ยแล้วหันหลังจะกลับเข้าบ้าน

โขงพุ่งเข้ากระชากชกโชติทันที สิง มั่น และขาบรุมเข้ามา ไม้กับจอกจึงช่วยโขงต่อสู้กับพวกโชติ

“ปัง!” เสียงปืนดังขึ้น ทุกคนหยุดชะงักหันมองไปทางเสียงปืน เห็นช่วงถือปืนเดินเข้ามาอย่างไม่พอใจ ไล่พวกโขงกับไม้ให้กลับไปได้แล้วเพราะโชติไม่ได้ทำร้ายจำปา ซ้ำยังบอกว่า “มันเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว ว่าเผลอใจคิดล่วงเกินกาหลง” แล้วบอกกาหลงว่า รู้อยู่ว่าโชติหลงรักมานาน อภัยให้เถิด ถือเสียว่าเห็นแก่ตน ทำให้กาหลงจำต้องพยักหน้า

เมื่อทั้งผู้ใหญ่ช่วงและแม่น้อยพากันปกป้องโชติ ไม้จึงชวนโขงกลับ บอกผู้ใหญ่กับแม่น้อยว่า

“พวกฉันลาล่ะจ้ะ ฉันขอบอกไว้ตรงนี้ ฉันต้องหาตัวคนที่ฆ่าจำปามาลงโทษให้ได้!”

“ข้าเป็นผู้ใหญ่บ้าน ข้าต้องดูแลลูกบ้านให้ได้รับความเป็นธรรม” ผู้ใหญ่ช่วงออกรับแทนขู่ไม้กับโขงในที

ช่วงเดินไปด่าพวกมิ่งที่ปล่อยให้โขงขึ้นมาเหยียบเรือน ชักดาบออกมาพูดขู่สิง มั่นและขาบอย่างเลือดเย็นว่า

“ใครที่ทำให้ข้าเดือดร้อน มันต้องเป็นผี!” โชติเห็นความเหี้ยมของพ่อก็คิดจะเอาเป็นเยี่ยงอย่างให้ได้!

ooooooo

กาหลง กลับถึงบ้านตอนเย็น แม่กลอยถามว่าไปไหนมา กาหลงบอกตรงๆว่าไปเรือนโชติไปกับจอก และไม้ แม่กลอยไม่ว่าอะไร บอกให้ไปอาบน้ำผลัดผ้าเสียคืนนี้ต้องไปฟังสวดจำปา

กาหลงโล่งใจที่แม่ไม่ว่าอะไร แต่ชบาที่คอยจับผิดอยู่แปลกใจที่ไม่ว่าอะไรกาหลง สงสัยว่าแม่จะคิดทำอะไร

กาหลงเดินมาเจอชบา เธอถามน้องว่า

“เหตุใดจึงต้องขัดทุกครั้งที่ข้าไปกับพี่ไม้” ชบาบอกว่าไม่อยากให้พี่โกหกแม่มันบาป “เอ็งคิดอย่างนั้นรึ?”

“ฉัน เตือนด้วยความหวังดี หากไม่เชื่อใจก็อย่าเสียเวลาซักความ” พูดแล้วเดินหนีไปแต่พอกาหลงเดินเข้าห้องชบาก็เดินย้อนกลับมาพูดเบาๆ “ฉันไม่ได้ พี่ก็ต้องไม่ได้”

ที่ศาลาวัด...ผู้ใหญ่ช่วงกับโชติไปงานสวด ต่างแสดงความเสียใจกับการตายของจำปา โชติเดินไปบอกไม้ว่าตนอโหสิกรรมให้จำปาแล้ว ไม้ก็ควรอโหสิกรรมให้ตนที่ใส่ความว่าตนเป็นคนร้ายด้วย

“ข้าอโหสิกรรม...ให้กับผี...ไม่ใช่เอ็ง!” ไม้พูดใส่หน้า

สิง จะเล่นงานไม้  โชติห้ามไว้ “ไม่ต้อง เพราะอีกประเดี๋ยวมันก็ต้องกระอักเลือดจนตาย” พูดแล้วหันไปยิ้มกับแม่กลอย กาเหว่าจับตาดูอยู่สงสัยว่าทั้งสองมีอะไรกัน...

ooooooo

การตายของจำปา ทำให้กาหลงนึกถึงตัวเอง ถามไม้ว่า

“หากวันหนึ่งฉันต้องตายไปพี่จะยังรักฉันไหม” ไม้บอกกาหลงอย่าพูดแบบนี้ เขาถือเป็นลาง “ชีวิตมันไม่แน่นอนจริงๆเหมือนอย่างพ่อฉัน...”

กาหลงจำได้ฝังใจว่า พ่อตายเพราะถูกงูเห่ากัดอย่างเป็นปริศนา คิดแล้วบอกไม้ว่า

“จำปามาจากไปอีกคน ฉันกลัว...ฉันกลัวจริงๆจ้ะพี่”

“ไม่ ต้องกลัว...กาหลงยังมีพี่อยู่ทั้งคน” กาหลงทวงว่าไม้ยังไม่ได้ตอบคำถามตนเลย ไม้มองกาหลงพูดจากหัวใจว่า “ไม่ว่าเอ็งเป็นหรือตาย...พี่จะรักเอ็งตลอดไป”

ทั้งสองกอดกันเป็นสัญญาใจ...ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องเป็นสัญญาณว่าฝนจะตก...

ที่ ศาลาวัด ขณะที่สัปเหร่อขาวกำลังนำสวดคฤหัสถ์เฝ้าศพนั้น ทุกคนผงะ เมื่อเห็นแมวดำตัวหนึ่งกระโดดไปยืนบนโลงศพ ชาวบ้านต่างลุ้นไม่ให้กระโดดลงมา เพราะโบราณกล่าวกันว่าแมวดำกระโดดข้ามโลงศพมันจะปลุกวิญญาณ

ทันใดนั้น ฟ้าผ่าเปรี้ยงพร้อมกับแมวดำกระโจนลงจากโลงศพ ทุกคนตกใจลุกฮือ ยกเว้นมัคนายกเฟื้องพูดอย่างไม่เชื่อว่า “ไหนวะไอ้ขาว แมวดำกระโดดข้ามโลง ศพจะกลายเป็นผี เอ็งมันก็ดีแต่พูดให้ชาวบ้านขนหัวลุก”

“สงครามยังไม่เสร็จ อย่าเร่งนับศพทหาร...อีกชั่วอึดลมหายใจ วิญญาณจะเข้าร่างนังจำปา”

“ข้าไม่เชื่อ! คนตายมันก็แค่สังขารที่รอวันเน่าเปื่อย ดวงจิตวิญญาณของมันหลุดลอยไปภพภูมิใหม่แล้ว”

“ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ประเดี๋ยวเอ็งจะหัวโกร๋น...โกร๋นกันทั้งบาง!”

คำ พูดของสัปเหร่อขาวทำให้ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัว พลันพื้นไม้ศาลาวัดก็สั่นไหวสะเทือนจนโลงศพหล่นลงมา ศพจำปาหลุดออกจากโลงกลิ้งมาตรงหน้ามัคนายกเฟื้องและสัปเหร่อขาว ชาวบ้านแตกฮือ มัคนายกเฟื้องวิ่งอ้าวออกไปก่อนเพื่อน ชาวบ้านพากันวิ่งตามลงจากศาลาไปเป็นพรวน

ooooooo

คืนเดียวกัน เสือหวาดคุมสมุนออกปล้นควายชาวบ้าน ไม้ที่กำลังจะแยกกับกาหลงเห็นเหตุการณ์ไม้วิ่งเข้าไปช่วยชาวบ้านต่อสู้กับเสือหวาด

“หยุด รังแกคนไม่มีทางสู้!!” ไม้ประกาศก้อง กาหลงก็ตะโกนให้ปล่อยควายชาวบ้าน ทั้งสองร่วมกับชาวบ้านสู้กับเสือหวาดจนมันหนีไป ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งหนีไปทิ้งม้าไว้ ไม้จึงควบม้าไล่ตามไป ส่วนกาหลงร้องบอกชาวบ้านว่า

“น้าต้อนควายเข้าคอก ฉันจะตามคนไปช่วยพี่ไม้”

แต่ ระหว่างทางกาหลงเจอสิง มันออกมาดักทางบอกว่าแม่กลอยถูกงูกัด กาหลงไม่เชื่อ แต่ถูกพวก  มันขู่เลยบอกให้พวกมันไปตามผู้ใหญ่ให้ไปช่วยไม้ สิง ตัดบทว่าเรื่องนั้นไม่ต้องร้อนใจรีบไปดูแม่กลอยดีกว่า กาหลงจึงรีบวิ่งกลับไปที่เรือน แต่พอขึ้นเรือนกลับเจอแต่โชติจึงรู้ว่าถูกหลอกจริงๆ!

แม่กลอยให้ชบากับ กาเหว่าไปช่วยงมหอยขมกลางคืนอ้างว่าเห็นกาหลงไม่ได้กินมานานแล้ว ชบาเอะใจ ยิ่งเมื่อคิดทบทวนเห็นแม่สบตากับโชติตอนหัวค่ำก็ยิ่งสงสัย จึงแอบหนีกลับไปที่บ้าน แม่กลอยรู้เลยพากาเหว่าตามชบากลับด้วย

ไม้ที่ขี่ ม้าไล่ล่าพวกเสือหวาด ถูกพวกมันรุมจนเกือบพลาดท่า ดีที่มัคนายกเฟื้องกับโขงตามไปช่วยไว้ ไม้ขอบใจพ่อเฟื้องกับโขง ติงโขงว่าน่าจะอยู่เฝ้าจำปา โขงบอกว่ามีแมวดำโดดข้ามโลงตนกลัวผีไม่รู้ว่าจำปาจะลุกขึ้นมาอาละวาดเมื่อไร

“โขงเอ็งควรอยู่เฝ้าศพ จำปาเป็นคนรักเอ็ง ไม่มีวันทำร้ายเอ็ง!” ไม้บอก โขงจึงกลับไปเฝ้าจำปา

ไม้เป็นห่วงกาหลง เขารีบไปที่บ้าน เจอโชติกำลังปล้ำจะข่มขืนกาหลงพอดี ไม้พุ่งเข้ากระชากโชติออกมา

“ไอ้นรกมาเกิด!!” ไม้ด่าและชกหน้าโชติ พอโชติลุกขึ้นได้ก็จะหนี ไม้ตามไป แม่กลอยกลับมาถึงพอดี

“หยุด นะไอ้ไม้!” แม่กลอยตวาด ไม้บอกว่าโชติจะขืนใจกาหลง “พ่อโชติไม่ได้ขืนใจ ข้าเต็มใจยกกาหลงให้พ่อโชติ” แม่กลอยบอกโชติให้กลับเรือนไปก่อน แล้วหันมาไล่ไม้ที่พยายามจะชี้แจง “เอ็งไม่ต้องพร่ำพูดอะไรทั้งนั้น ออกไปจากเรือนข้า!!”

กาหลงร้องไห้เสียใจที่แม่ไม่ฟังอะไรเลย กาเหว่าเข้ามาปลอบกาหลง ส่วนชบาเดินออกจากเรือนตามไปปลอบใจไม้ ไม้ถามว่าตนต้องทำอย่างไรแม่กลอยถึงจะยอมรับและเห็นใจในความรักของตน

“พี่ไม่ต้องเสียใจ ชบาอยู่ข้างพี่ ชบาจะช่วยกล่อมให้แม่เห็นใจพี่...ชบารักพี่นะ...”

“ขอบใจเอ็งมากที่อยู่ข้างพี่...เอ็งกลับเรือนเถอะ” ไม้ลุกเดินออกไปอย่างมีกำลังใจขึ้น

ooooooo

กาหลงเข้าไปอ้อนวอนแม่กลอยที่ก่อไฟจะแกงหอยขมว่าอย่าข่มเหงน้ำใจตนอีกเลย ตนเป็นลูกแม่ แม่ไม่รักไม่สงสารตนบ้างหรือ

“เพราะ เอ็งเป็นลูกข้า ข้าถึงต้องทำแบบนี้” แม่กลอยทำเสียงแข็งแล้วพูดหว่านล้อม “ชีวิตคนจนมัน     ยังไง หิ้วจอบหอบเสียมออกไปทำนาก่อนไก่โห่...ตกค่ำก็ออกไปหาปลาแทงกบมากิน ชีวิตมันลำบากนักหนา ส่วนพ่อโชติมีทรัพย์สมบัติให้เอ็งเสวยสุขไปทั้งชาติ น้องๆกับข้ามีกินอิ่มนอนหลับ ข้าทำทุกอย่างเพื่อเอ็ง  เอ็งนั่นแหละไม่รักพวกข้า เอ็งมันเห็นแก่ตัว!!”

กาหลงบอกว่าแม้ไม่มีเงิน ทองแต่ตนมีแรงที่จะหาเลี้ยงแม่กับน้อง ตนจะไม่ปล่อยให้แม่ต้องทำงาน ขอเพียงแต่แม่เลิกเข้าบ่อน แม่กลอยตบกาหลงด่าว่าไม่ต้องมาสั่งสอน ที่มีกินมีใช้ทุกวันนี้ก็เพราะเงินจากบ่อน!    แต่พอเห็นกาหลงเสียใจก็พูดประชดไล่ให้ไปนอนเสีย ไม่อยากเป็นเมียเศรษฐีก็เข้านอนแต่หัววัน เช้ามืดจะได้จูงควายไปไถนา

แต่พอกาหลงเดินร้องไห้ออกไป แม่กลอยก็จับมีดสับก้นหอยขมน้ำตาไหลพรากที่ต้องใจร้ายกับลูก ครู่เดียวก็วางมีดนั่งปาดน้ำตาป้อยๆ...

ooooooo

พอน้ำตาแห้ง แม่กลอยก็ออกจากเรือนไปเข้าบ่อนของโชติ โชติเห็นแม่กลอยก็กระหยิ่มคิดแผนอุบาทว์ในใจทันที

แม้โขงจะกลัวผี แต่ด้วยความรักที่มีต่อจำปาก็ยังตื่นแต่เช้ามาหุงข้าวต้มแกงที่จำปาชอบเอาไปเคาะโลงบอกจำปา พลันทั้งโขงและจอกก็ตกใจผงะเมื่อมีเสียงกระทืบพื้นปังใหญ่ต่างตั้งท่าเตรียมเผ่น ที่แท้เป็นมัคนายกเฟื้องมาบอกว่า

“เมื่อเช้าข้ามาเปลี่ยนธูป เห็นฝาโลงแง้มออก มีใครสักคนมาเอาศพจำปาไป”

ทั้งโขง จอกและเฟื้องมองหน้ากันแปลกใจว่าใครเป็นคนมาเอาศพจำปาไป?

ที่ป่าช้าหลังวัด...สัปเหร่อขาวกำลังยกมือไหว้ศพจำปาที่ถูกวางไว้ในหลุมดินที่ขุดไว้

“อโหสิกรรมให้ข้าด้วย...ข้าจำเป็นต้องทำ...” แล้วสัปเหร่อขาวก็หยิบจอบโกยดินกลบ เห็นจันนั่งยองๆ จ้องที่ศพจำปา ถูกสัปเหร่อขาวตวาดก็สะดุ้งโหยง “นังจัน! มาช่วยข้าโกยดินฝังศพนังจำปา”

“ฉันไม่ว่าง ฉันกำลังจะนั่งสมาธิแผ่กุศลให้จำปา” ว่าแล้วก็นั่งสมาธิหลับตาพึมพำ “ตายหนอ... นอนหนอ... ไม่หลอกหนอ...”

ขณะสัปเหร่อขาวกำลังโกยดินฝังศพจำปานั่นเอง มัคนายกเฟื้อง โขง กับจอก ก็วิ่งมาถึง

“หยุดนะ!!” โขงตะโกนลั่นแล้วพุ่งเข้าผลักสัปเหร่อขาวออกจากหลุมศพ “สัปเหร่อเอาศพจำปามาทำอะไร”

สัปเหร่อขาวติดอ่างพูดไม่ออก มัคนายกเฟื้องเลยตอบแทนว่า “ไอ้ขาวคิดจะเอาศพจำปาทำพิธีปลุกผี ปลุกวิญญาณรนน้ำมันพรายใส่ขวดขาย”

“ไม่ใช่! พวกเอ็งเข้าใจผิด...ไม่เชื่อถามจันมันก็ได้” สัปเหร่อขาวโบ้ยให้จัน แต่จันทำทีเข้าสมาธิภาวนา ตายหนอ...นอนหนอ...ไม่หลอกหนอ...อย่างไม่ยอมรับรู้อะไร โขงถามว่าแล้วทำไมสัปเหร่อไม่เผาศพจำปาตามพิธี สัปเหร่อขาวอาศัยประสบการณ์เป็นสัปเหร่อมานาน แถเอาตัวรอดแถมมีความดีด้วยว่า

“ศพตายโหงเขาไม่เผา วิญญาณยังไม่สงบสุขแล้วอีกอย่าง เอ็งก็อยากจับตัวคนฆ่าจำปามาลงโทษ...ก่อนจะส่งวิญญาณจำปาไม่ใช่รึ” พูดพลางเหลือบมองหน้าโขง เห็นโขงตั้งใจฟัง เลยพูดต่ออย่างน้อยใจแกมประชดว่า “ข้าทำทุกอย่างเพื่อเอ็ง แต่เอ็งเห็นว่าข้ามันชั่ว ข้ามันเลว ข้าจะเผาให้สิ้นเรื่อง”

สัปเหร่อขาวเอาจอบโกยดินทำท่าจะเอาศพจำปาขึ้นมา โขงรีบห้าม เข้าไปนั่งปากหลุมบอกจำปาว่า

“จำปา...ข้าจะจับตัวคนที่ฆ่าเอ็งมาลงโทษให้ได้!”

สัปเหร่อขาวแอบสบตาจันที่หรี่ตามองกันอย่างโล่งใจที่ไม่ถูกจับผิด แล้วจันก็ทำเป็นนั่งทำสมาธิภาวนาต่อ...

มัคนายกเฟื้องเหล่มองทั้งสองอย่างไม่ไว้ใจ...

ooooooo

แม่กลอยเล่นเสียจนเงินหมดหันไปขอเพิ่มจากโชติเพื่อแก้มือ โชติได้ทีเล่นแง่บีบแม่กลอยว่าเอาไปมากแล้วให้เอาของเก่ามาคืนก่อนค่อยเอาใหม่

แม่กลอยกำลังติดพันรับปากว่าจะเอาข้าวไปขายเอาเงินมาให้ โชติพูดดักว่า

“น้าต้องทำนาอีกกี่ฤดู ถึงจะมีเงินมาใช้คืนฉันเอางี้แล้วกัน พากาหลงมาใช้หนี้แล้วฉันจะแถมเงินให้อีกโข”

แม่กลอยที่ผีพนันเข้าสิง ดีใจมากบอกว่าถ้าอย่างนั้นโชติไม่ต้องรอแล้ว ไปรับกาหลงกับตนเดี๋ยวนี้เลย

ฝ่ายสัปเหร่อขาวกับจัน พอกลับถึงบ้านจันถามว่าคิดยังไงถึงเอาศพจำปาไปฝัง คิดจะเอาศพจำปามาหากินหรือ ขาวไม่พอใจแต่ไม่ทันด่า ไม้ก็เข้ามาขัดจังหวะพูดอย่างรีบร้อน

“พ่อ...ฉันขอยืมม้าพ่อ ฉันจะพากาหลงหนี”

ทั้งสองตกใจแต่ก็จูงม้ามาให้อวยพรให้ไม้แคล้ว คลาดปลอดภัยได้ลูกเมื่อไรให้พากลับมาหาจะรอรับขวัญหลาน ไม้ยกมือไหว้ขอบคุณทั้งสอง ไม่ทันออกไป เฟื้องก็วิ่งโขยกหน้าตั้งเข้ามาบอกว่า

“ข้าได้ข่าวว่าไอ้โชติไปรับตัวกาหลงแล้ว เอ็งรีบไปเร็ว!!”

ooooooo

โชติตามแม่กลอยไปด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง แต่พอไปถึงเรือนปรากฏว่ากาหลงหนีไปแล้ว

พุดจีบได้ยินว่ากาหลงหนีไปก็ตกใจเป็นห่วงคิดจะช่วยกาหลง วิ่งไปดักทางที่คิดว่ากาหลงจะไป พอเจอก็บอกให้กลับเรือนเสียอย่าทำอย่างนี้เลย กาหลงรับไม่ได้หาว่าพุดจีบแกล้งทำเป็นห่วงใยแต่หมายแย่งไม้ไปจากตนอย่างที่อบเชยเคยพูด

“ไม่ใช่นะจ๊ะ ฉันมาทานไว้ หวังให้กาหลงตรองคิดอย่าเพิ่งวู่วาม หากกาหลงทิ้งแม่กับน้องไปใครจะดูแล ไหนจะหนี้สินที่แม่กลอยติดค้างพี่โชติ พี่โชติต้องเล่นงานแม่กลอยแน่”

“หากเอ็งรักข้าและไม่เคยแม้แต่จะคิดแย่งคนรักข้า เอ็งต้องปล่อยข้าไป แสดงให้เห็นว่าเอ็งจริงใจต่อข้า”

พุดจีบตัดสินใจเดินเข้าหากาหลงหยิบห่อผ้าส่งให้ บอกว่า ให้รีบไปเถิด กาหลงฝากดูแลแม่กับน้องให้ด้วย หากไม่ตายเสียก่อนจะกลับมาแทนคุณ พุดจีบเร่งให้รีบไปเสียเดี๋ยวจะไม่ทันกาล

แต่พอหันกลับก็เจอแม่อิ่มที่ตามพุดจีบมาอย่างไม่พอใจที่พุดจีบมาวุ่นวายเรื่องนี้อีก

เมื่อกลับถึงเรือนพุดจีบกราบขอโทษแม่อิ่มที่ขัดคำสั่งออกจากเรือน ให้สัญญาว่า

“หลังจากนี้ ลูกคงมิได้ข้องเกี่ยวกับกาหลงและพี่ไม้อีก...สองคนนั่นหนีไปแล้วจ้ะ”

แม่อิ่มฟังแล้วตกใจ นึกเป็นห่วงกาหลงขึ้นมา...

ไม้ควบม้าตะบึงไปหมายพากาหลงหนี เจอกาหลงกลางทาง กาหลงขอให้ไม้สัญญาว่าเมื่อพากันหนีไปแล้วจะดูแลตน และเมื่อก่อร่างสร้างตัวได้ก็จะกลับมาแทนคุณแม่ให้เร็วที่สุด

“ชีวิตพี่ไม่มีใครอีกแล้ว พี่มีกาหลง แม่กลอย ชบา กาเหว่า เสมือนคนในเรือน...พี่สัญญา”

ไม้พากาหลงควบม้ามาถึงบึงบัว บอกกาหลงว่าผ่านบึงบัวนี้ไปพวกโชติคงตามไม่ทันแล้ว

ooooooo

โชติตบหน้าแม่กลอยหาว่าวางแผนให้กาหลงหนี แม่กลอยไหว้วิงวอนขอให้เข้าใจเพราะตนอยากได้โชติเป็นเขยอยู่แล้ว บอกโชติว่ากาหลงคงหนีไปกับไม้ ให้ช่วยไปตามกาหลงกลับมาให้ตนด้วย

โชติขบฟันแน่นแค้นใจ ไปเรียกสิง มั่นและขาบหมายตามไปฆ่าไม้ ชบากับกาเหว่ากอดกันกลมกลัวกาหลงจะถูกฆ่าด้วย

ระหว่างทางพวกโชติเจอโขงกับจอกจูงควายขวางทาง มั่นกับขาบลงไปลากควายให้พ้นทาง ถูกโขงกับจอกวิ่งมาลากมั่นกับขาบไปผลักลงปลักควาย เลยชกต่อยกันนัวเนียในปลักควาย ตามโชติกับสิงไปไม่ทัน

โชติไล่ตามไม้ไปทันที่เชิงเขา ชักม้าไปขวางทาง ด่าไม้ว่าพาผู้หญิงของตนหนี กาหลงสวนไปทันทีว่าตนไม่ใช่ผู้หญิงของโชติ ตนรักไม้และจะไปกับไม้

“เอ็งไปได้แต่วิญญาณ!!” โชติชักปืนออกมาเล็งใส่ไม้ กาหลงตกใจรีบบอกว่าตนยอมแล้ว จะกลับไปกับโชติ กระนั้นโชติก็ยังยิงปืนขู่ไม้ แล้วหัวเราะสะใจ

นวลได้ข่าวไม้กับโชติรีบมาเล่าให้แม่อิ่มกับพุดจีบฟังว่า พ่อโชติจับตัวกาหลงและไม้ได้แล้ว โชติลากกาหลงมาที่เรือนและเล่นงานไม้อย่างหนัก พุดจีบ
อ้อนวอนแม่อิ่มให้ช่วยไปกล่อมให้แม่กลอยปล่อยกาหลงเสียเถิด

แม่อิ่มบอกว่าแม่กลอยติดหนี้โชติอยู่ ยังไงโชติก็ต้องเอาตัวกาหลงไป พุดจีบอ้อนวอนให้แม่อิ่มเอาเงินไปจ่ายหนี้แทนแม่กลอยแม่อิ่มมองหน้าพุดจีบนิ่ง แล้วบอกให้กลับเข้าห้องเสีย อย่าเอาตัวไปยุ่งกับเรื่องนี้อีก ไม่อย่างนั้นลูกเองจะวุ่นวายใจ แล้วสั่งนวลเฝ้าพุดจีบไว้ให้ดีอย่าให้ลงจากเรือนเป็นอันขาด

ooooooo

โชติถามวัดใจแม่กลอยว่าจะให้จัดการอย่างไรกับไม้ แม่กลอยบอกให้ปล่อยไปเสีย โชติสวนทันทีว่ามันสมควรตาย!

“ฆ่าตายก็เสียดายกระสุนดินปืน มันเห็นกาหลงเข้าเรือนหอกับพ่อโชติ มันก็ตรอมใจตายแล้ว”

โชติชักมีดออกมาทำท่าจะเข้าไปแทงไม้ แต่พอไปถึงตัวกลับตัดเชือกที่มัดไม้ด่า “ไอ้หมาขี้เรื้อน” แม่กลอยรีบบอกโชติให้กลับไปรอที่เรือน ตนจะพากาหลงกลับไปขัดสีฉวีวรรณให้ผุดผ่องแล้วพาไปส่งที่ห้องหอโดยเร็ว

แม้ไม้จะบอบช้ำสาหัสเพราะถูกพวกโชติซ้อม แต่ก็พยายามปกป้องกาหลง อ้อนวอนแม่กลอยว่าตนรักกาหลง กาหลงโผเข้ากอดไม้ร้องไห้ โชติหมั่นไส้เข้าไปลากกาหลงออกแล้วเตะต่อยไม้จนสลบคาตีน! จากนั้นหันบอกแม่กลอยว่าจะกลับไปรอเจ้าสาวที่เรือน

“กาเหว่า..เอ็งไปบอกพวกมันให้ลากตัวกลับไป” แม่กลอยสั่งแล้วหันบอกชบา “พาพี่สาวเอ็งขึ้นเรือน”

เมื่อพากาหลงกลับเรือนแล้ว แม่กลอยสั่งชบาว่า

“ก่อนส่งตัวเข้าหอ...ข้าขอสะสางลูกเนรคุณ!”

ooooooo

แม่กลอยสั่งกาเหว่าให้เอาหวายมา กาเหว่าแกล้งส่งก้านมะยมให้ ถูกแม่กลอยหักทิ้งสั่งให้เอาหวายมา!

กาหลงถูกลงหวาย แม่กลอยบังคับให้พูดออกมาว่าจะยอมเป็นเมียโชติจึงจะหยุดโบย กาเหว่าขอร้องกาหลงให้รับปากแม่กลอยเสียจะได้ไม่ต้องถูกโบย ชบาก็บอกให้กาหลงพูดเสียไม่อย่างนั้นแม่คงโบยจนตายแน่

กาหลงมองหน้าแม่กลอย พยายามพูดทั้งที่เจ็บเจียนตาย “ฉันรัก...ฉันรักพี่ไม้” สิ้นเสียงกาหลง แม่กลอยก็โบยไม่ยั้งจนกระทั่งแม่อิ่มมาจับมือไว้บอกแม่กลอยว่าพอได้แล้ว ถูกแม่กลอยพูดอย่างไม่พอใจว่าแม่อิ่มไม่เกี่ยวออกไปเสีย

“ฉันรับปากกับพ่อของกาหลง จะดูแลกาหลงและทุกคนให้อยู่ดีมีสุข” แม่อิ่มอ้าง แม่กลอยตวาดว่าไม่ต้องมาอ้าง เราไม่ได้เป็นญาติโกโหติกาอย่ามาก้าวก่าย “ผัวฉันกับพ่อของกาหลงเป็นเกลอกัน...กาหลงก็เสมือนลูกสาวฉัน”

แม่กลอยไม่ฟังเสียง โบยกาหลงจนหมดสติ ทิ้งหวายแล้วเดินหนีไป แม่อิ่มบอกกาเหว่ากับชบาให้แก้เชือกให้กาหลงและพาขึ้นเรือนไปทายาเสีย ตัวเองเดินตามไปเอ่ยปากขอกับแม่กลอยอีกว่า

“ไม้มันจนก็จริง แต่มันมีรักแท้ให้กาหลง เงินทองเป็นของนอกกาย ความรักต่างหากที่จะนำพาไปสู่สุขที่แท้จริง”

แม่กลอยบ้วนน้ำหมากปรี๊ด พูดอย่างไม่หายเจ็บใจว่า

“ทำปากดีสอนข้า ชีวิตเอ็งมันสุขสบายแล้วนี่ ได้ผัวเป็นเศรษฐี มีที่ดินมากมายก่ายกอง ผัวตายทิ้งสมบัติให้เสวยสุข ส่วนข้าต้องก้มหน้าทำนา”

“จะมีจะจนเราก็เป็นเพื่อนกัน”

“คนที่แย่งคนรัก ไม่ใช่เพื่อนข้า!”

“ฉันเคยบอกหลายคราว่าฉันไม่ได้แย่ง พี่พันเขารักฉัน” ถูกแม่กลอยตวาดว่าเบื่อฟังคำแก้ตัว “แม่กลอยไม่เชื่อฉันก็ป่วยการที่จะพูด เรื่องราวก็ผ่านไปแล้ว อย่าให้มันมาทำร้ายเรากับลูกๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยเลย” แม่อิ่มพยายามหว่านล้อมอย่างใจเย็น แต่แม่กลอยเบือนหน้าหนีอย่างไม่อยากฟัง

แม่อิ่มเอาเงินให้แม่กลอยไปใช้หนี้และให้ไม้แต่งงานกับกาหลงเสีย เพราะไม้เป็นผู้ชายที่เหมาะสมกับกาหลงที่สุด แต่แม่กลอยกลับมองว่าแม่อิ่มไม่ได้หวังดีกับตน หากแต่ทำเพื่อให้ไม้แต่งงานกับกาหลงเพื่อกันไม้ออกจากพุดจีบ

“แม่กลอยจะคิดยังไงก็แล้วแต่ เอาเงินนี่ไปใช้หนี้ไม่ต้องคืนฉัน ขอเพียงให้กาหลงอยู่กินกับไม้” วางถุงเงินแล้วแม่อิ่มก็ลุกไป แม่กลอยตะโกนเรียกกาเหว่าสั่งให้แม่อิ่มได้ยินว่า

“ไอ้กาเหว่า บอกให้พี่สาวเอ็งอาบน้ำผลัดผ้า ข้าจะพาไปเรือนพ่อโชติ!”

ooooooo

ไม้ถูกพาไปไว้ที่บ้านสัปเหร่อขาวกับแม่จัน ทั้งสองดูแลจนไม้รู้สึกตัว แต่พอรู้สึกตัวไม้ก็ลุกพรวดจะไปช่วยกาหลง วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุดลง แต่ยังฝืนสังขารจะไปให้ได้

พุดจีบจะไปเรือนแม่กลอยเพื่อดูกาหลง ระหว่างทางเจอไม้เดินโซซัดโซเซมาและล้มหมดสติไป พุดจีบ  จึงให้นวลช่วยกันพาไม้กลับไปที่เรือน เช็ดตัวและต้มยาให้กิน แต่พอไม้รู้สึกตัวก็เรียกหาแต่กาหลง พอรู้ว่าอยู่เรือนพุดจีบ ไม้ถามว่าตนมาที่นี่ได้ยังไง

กาหลงเองก็เป็นห่วงไม้ ชบาบอกว่าสัปเหร่อขาวพาไปที่วัดแล้ว บอกกาหลงให้เลิกกับไม้เสียเถิด กาหลงถามอย่างเจ็บปวดว่าชบาไม่รักไม่สงสารตนหรือ

“พี่ออกเรือนไปกับพี่ไม้ แล้วใครจะเลี้ยงดูแม่ แต่ถ้าพี่อยู่กินกับพี่โชติ พวกเราก็ไม่ต้องลำบาก อดๆ อยากๆอย่างที่เป็นอยู่ พี่เคยสัญญาต่อหน้าศพพ่อว่า พี่จะดูแลฉันกับน้องให้สุขสบาย แต่สุดท้ายพี่ก็เลือกผู้ชาย ไม่สนใจพวกฉัน...พี่มันเห็นแก่ตัว!”

“กาหลงไม่ต้องฟังพี่ชบา ฉันอยู่ได้ ฉันจะออกรับจ้างหาเงินเลี้ยงแม่เอง พี่หนีไปกับพี่ไม้เถอะ” กาเหว่าที่เอาเสื้อผ้ามาให้กาหลงเปลี่ยนยุเต็มที่ กาหลงมองน้องทั้งสองนิ่งคิดอย่างตัดสินใจ

พุดจีบดูแลไม้อย่างดี เอายาหม้อมาประคองไม้ลุกขึ้นป้อน เป็นจังหวะที่แม่อิ่มกลับมาพอดี แม่อิ่มตกใจอุทาน

“มันเกิดอะไรขึ้น!”

“ฉันขอโทษที่รบกวนจ้ะ” ไม้ยกมือไหว้ พยายามลุกเดินลงจากเรือน

พอไม้ไปแล้ว แม่อิ่มซักไซ้ไล่ความว่าไม้มาอยู่ที่เรือนได้อย่างไร พุดจีบเล่าให้ฟังตามจริง แต่ก็ถูกแม่อิ่มลงโทษโบยด้วยหวายที่ขัดคำสั่ง พุดจีบยอมรับการถูกโบยโดยไม่ร้องสักคำ!

ooooooo

ไม้พยายามพยุงตัวไปจนถึงเรือนกาหลงไปร้องเรียกกาหลง ชบาออกมาขอให้ไม้กลับไปเสียเดี๋ยวจะเป็นเรื่องอีก แต่ไม้ก็ยังร่ำร้องจะขอพบกาหลง

ครู่เดียว กาหลงเดินออกมาในชุดสวยที่เตรียมจะให้แม่กลอยพาไปส่งที่บ้านโชติ ไม้วิ่งเข้ากอดกาหลง พร่ำบอกว่าจะไม่ยอมให้กาหลงตกเป็นของโชติ

ขณะนั้นเอง มัคนายกเฟื้อง สัปเหร่อขาว โขง จอกและจัน มากันพร้อมหน้า มีเกวียนและข้าวสารอาหารแห้งติดเกวียนมาด้วย ทุกคนบอกให้ไม้พากาหลงหนี พวกตนจะช่วยสกัดไม่ให้พวกโชติตาม ไม้ดีใจเข้าไปกอดกาหลง ชวนหนีไปด้วยกัน แต่แล้วก็ผงะหน้าเผือด เมื่อกาหลงบอกว่า

“พี่กลับไปซะ” เพื่อให้ไม้กลับไป กาหลงแสดงความเกลียดชังและรังเกียจไม้ที่เป็นคนจน ชีวิตตัวเองยังต้องพึ่งคนอื่นแล้วจะดูแลตนกับแม่และน้องได้อย่างไร พูดทั้งที่เจ็บปวดใจว่า “ฉันซึ้งใจแล้วว่า เงินเท่านั้นที่ทำให้ชีวิตฉันมีความสุข...ฉันไม่ยอมกัดก้อนเกลือกิน... ความรักมันกินไม่ได้!” พูดแล้วสลัดตัวออกจากไม้ ไม้พูดอย่างรู้ซึ้งถึงจิตใจของกาหลงว่า

“พี่รู้ว่ากาหลงไม่ได้คิดอย่างนั้น กาหลงยอมสละความรักเพื่อความกตัญญู...หัวใจของกาหลงไม่มีวันเห็นแก่เงิน”

กาหลงร้องไห้โฮบอกไม้ว่า “ไม่มีใครรักและเข้าใจฉันเท่าพี่อีกแล้ว” ทั้งสองกอดกันร้องไห้ ไม้ปลอบกาหลงทั้งที่หัวใจตัวเองปวดร้าวว่า

“กาหลง พี่ขอโทษ ที่ผ่านมาพี่เอาตัวรักมาเป็นโซ่พันธนาการกาหลงไว้ ไม่ต้องร้องไห้นะคนดี ในเมื่อกาหลงตัดสินใจแล้ว หัวใจกาหลงอยู่ที่พี่ พี่ขอเป็นคนพากาหลงไปส่งโชติด้วยตัวพี่เอง...”

กาเหว่าทนดูไม่ได้ วิ่งออกไปหาพุดจีบ พูดทั้งที่น้ำตายังเปียกแก้มว่า

“พี่พุดจีบ ช่วยพี่กาหลงด้วย พี่กาหลงกำลังไปเรือนพี่โชติ”

พุดจีบเสียใจที่แม่อิ่มไม่ได้ช่วยกาหลงตามที่ตนขอ วิ่งลงเรือนไปทันที

ooooooo

ขบวนของเฟื้องกับขาวที่จะมาช่วยไม้ให้พากาหลงหนี กลับกลายเป็นขบวนที่ช่วยไม้นำกาหลงไปส่งให้โชติ!

ผู้ใหญ่ช่วงโผล่มาดูถามว่า “แห่มากันเป็นโขลง...มีเรื่องอันใดกัน”

“ฉันมาดี มาส่งกาหลง” ไม้เอ่ยขึ้น แล้วหันไปทางแม่กลอย “น้ากลอย ที่ผ่านมาฉันเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ฉันมันจน เลี้ยงดูกาหลงไม่ได้ น้ากลอยทำถูกแล้วที่ยกกาหลงให้โชติ” แล้วบอกโชติ “ข้าเอากาหลงมาส่งให้เอ็ง”

ไม้ชักมีดออกจากฝัก หันบอกกาหลงว่า “พี่เคยบอกกาหลงว่า หัวใจของพี่อยู่ที่กาหลง ในวันที่กาหลงตกเป็นของคนอื่น กายพี่มันไม่มีหัวใจอีกแล้ว” ไม้เงื้อมีดขึ้นจะฆ่าตัวตาย

“พี่ตายไม่ได้ พี่ต้องอยู่ดูแลกาหลง” พุดจีบมาถึงร้องบอกไม้ แล้วถอดเครื่องประดับของตัวเองออก หันพูดกับแม่กลอย “น้ากลอย เอาสร้อยทอง กำไล เข็มขัดฉันไปใช้หนี้ ให้กาหลงแต่งงานกับพี่ไม้เถอะจ้ะ”

แม่กลอยบอกให้พุดจีบเอาคืนไปเสีย ตนเป็นหนี้แม่อิ่มมากโขจนคืนไม่หมดแล้ว อย่าให้ต้องเป็นหนี้

พุดจีบอีกเลย พุดจีบดีใจถามว่า แม่อิ่มเอาเงินมาให้ใช้หนี้แล้วใช่ไหม แม่กลอยหยิบถุงเงินออกมายื่นให้โชติ

“ฉันใช้หนี้คืนพ่อโชติ ฉันยกกาหลงให้พ่อโชติไม่ได้แล้ว”

โชติโวยวายไม่ยอมรับเงินยืนยันจะเอากาหลง ถูกผู้ใหญ่ช่วงสั่งให้รับเงินและปล่อยกาหลงไป โชติมองพ่อลังเล

“ทำตามที่ข้าสั่ง” ผู้ใหญ่ช่วงเฉียบขาด ทำให้โชติจำต้องทำตาม ผู้ใหญ่สั่งทั้งโชติและอบเชยให้กลับขึ้นเรือน

เมื่อขึ้นเรือนแล้ว ผู้ใหญ่ด่าแม่น้อยที่เข้าไปโอ๋โชติและด่าโชติว่า

“ประคบประหงมกันเข้าไป ถือหางกันนัก มันถึงได้อ่อนแอปวกเปียกปล่อยให้พวกเด็กวัดมาหยามข้าถึงเรือน เอ็งเป็นถึงลูกผู้ใหญ่บ้าน มีเงินมีอำนาจ แต่ใฝ่ต่ำไปชิงรักหักสวาทกับนังกาหลง”

“ฉันไม่ได้รักกาหลง! ฉันเพียงต้องการเอาชนะไอ้ไม้ มันเคยหักหน้าฉันหลายครั้งหลายครา ฉันต้องการหยามหน้ามัน” พอโชติพูดจบ ช่วงก็เดินเข้ามาตบไหล่หัวเราะร่าชมเปาะ

“มันต้องได้อย่างนี้สิ ถึงจะเป็นลูกพ่อ ริอ่านผยองตั้งตัวเป็นศัตรูก็จงทำลายล้าง...เกลียดมัน!! แย่งชิงทุกอย่างของมันมา!!”

โชติยิ้มดีใจที่พ่อเห็นด้วยกับตน ในขณะที่แม่น้อยนั่งเป็นกังวลที่ช่วงสอนลูกให้ทำเรื่องชั่วร้าย...

ooooooo

ตอนที่ 3

ไม้กับกาหลงเดินเข้าไปหาแม่กลอย คุกเข่าลงกราบแทบเท้า ไม้เอ่ยอย่างซาบซึ้งใจว่า

“ฉันขอบใจน้ากลอย ที่ยอมยกกาหลงให้ฉัน”

แม่กลอยเล่นแง่ทันทีว่าไม่ได้บอกว่าจะยกกาหลงให้ บอกไม้ว่า “เอ็งรู้ตัวดีว่า ไม่มีสมบัติพัสถาน เอาลูกสาวข้าไปแล้วจะอยู่กินกันยังไง”

ไม้บอกว่าตนมีนาของพ่อแม่และจะรับจ้างทำงานให้มากขึ้น กาหลงก็บอกว่าจะช่วยไม้อีกแรงหนึ่ง จะหาเงินให้แม่กับน้องอยู่สุขสบาย ไม้สัญญาอีกว่าจะไม่ให้กาหลงอดอยาก แล้วทั้งคู่ก็พนมมือมองหน้าแม่กลอยวิงวอนขอความเห็นใจ

“เมื่อเอ็งรักกันจริง ข้าจะไม่ขวาง แต่ข้าต้องมั่นใจว่าเอ็งจะเลี้ยงดูกาหลงได้”

“น้ากลอยบอกมาเถอะจ้ะ จะให้ทำอะไรไอ้ไม้ขอถวายหัว อย่าถึงกับให้ฉันไปเอาเดือนเอาดาวเลย ฉันคว้าไม่ได้จริงๆ”

“ปลูกเรือนหอให้กาหลง เรือนเอ็งต้องเสร็จก่อนวันพระ” แม่กลอยมีข้อแม้ที่ทำให้กาหลงกับไม้ตกใจ เพราะเวลาน้อยมาก กาหลงเชื่อว่าไม้ทำไม่ได้ ถามอย่างน้อยใจว่าแม่จงใจแกล้งไม้ทำไม “ถ้าทำไม่ได้...ถอดใจบอกเลิกราลูกสาวข้าซะ!”

“ฉันจะปลูกเรือนหอตามที่น้ากลอยต้องการ หากฉันทำไม่สำเร็จฉันจะถอดใจไม่ยุ่งเกี่ยวกาหลงอีก” ไม้ฮึดสู้สุดใจ แม่กลอยมองไม้อย่างไม่เชื่อว่าจะทำได้จริง

กาหลงกังวลว่าไม้จะทำได้ไม่ทัน แต่ไม้มั่นใจว่า ความรักที่ตนมีต่อกาหลงจะนำพาตนฟันฝ่าอุปสรรคไปได้

ooooooo

ที่ตลาดริมน้ำของหมู่บ้าน สัปเหร่อขาวกับจัน ไปป่าวประกาศขายของดี แล้วหยิบกระจาดที่มีผ้ายันต์ออกมาโชว์ประกาศว่านี่คือ “ผ้ายันต์กันผี!!”

เวลาเดียวกัน มัคนายกเฟื้องกับโขงเดินไปที่หลุมฝังศพจำปา เฟื้องปรารภกับโขงว่า

“ข้ากลับไปตรองคิด...ไอ้ขาวมันไม่ชอบมาพากล มันถึงไม่ยอมเผาศพจำปา”

“น้าเฟื้องหวาดระแวงมากไป...สัปเหร่อบอกแล้วว่า รอให้จับตัวคนฆ่าจำปาได้เสียก่อนแล้วจะเผาศพ”

“ข้าไม่เชื่อใจมัน เมื่อปีกลายรดน้ำมันพราย

เร่ขาย ครานี้ข่มขวัญผีตายโหงเฮี้ยนนักหนา มันต้องมีเล่ห์เพทุบาย”

ฟังมัคนายกเฟื้องแล้ว โขงเริ่มสงสัยตงิดๆขึ้นมาเหมือนกัน

ฝ่ายสัปเหร่อขาว ถือผ้ายันต์ออกป่าวร้องเร่ขาย “ยันต์กันผี ข้าปลุกเสกจากผ้าห่มศพเจ็ดป่าช้าในคืนเดือนดับ ใครได้บูชาจะแคล้วคลาดจากผีสางนางไม้ทั้งปวง!! หากใครไม่เชื่อดวงกุดดวงตกต้องตาย!!”

ตาสรกับยายมีสองผัวเมียปากตลาดโต้ทันควัน ตาสรบอกว่าไม่เชื่อ สัปเหร่ออย่างขาวหรือจะมีคาถาอาคม ยายมีประสานเสียงเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่าเอาผีมาหากิน!

“ไอ้สร...นังมี!!” สัปเหร่อขาวมือไม้สั่นเหมือนเจ้าเข้าทันที จอกที่มาตีระนาดอยู่ตกใจถามว่าเป็นอะไร จันบอกว่าขาวถูกผีเข้าสิง ชาวบ้านพากันตกใจกลัวสัปเหร่อขาวยิ่งดิ้นพล่านไปทั่ว

หลายคนเข้าไปจับตัวไว้ แต่สัปเหร่อยังดิ้นจนทุกคนกระเด็นไป พริบตานั้นสัปเหร่อขาวลุกขึ้นชี้หน้าสรพูดเป็นเสียงผู้หญิงอย่างมีจริตจะก้านเหมือนผีจำปาเข้าสิงจริงๆ

“เอ็งกล้าลบหลู่ดูแคลนข้า รู้ไหมว่าข้าเป็นใคร!”

ตาสรกับยายมีมองหน้ากันเล่ิกลั่กบอกกันว่าเสียงมันเปลี่ยนไป เสียงอย่างกับผู้หญิง ส่วนจันรีบยกมือไหว้ให้ดูขลังถามว่า “เอ็งเป็นใคร เข้าสิงผัวข้า”

“ข้าคือจำปา!” สัปเหร่อขาวตอบ ทุกคนตกใจตาเหลือก แต่เฟื้องสวนไปทันควันว่า

“ไอ้โกหก!!”

สัปเหร่อขาวตกใจตาเหลือกที่ถูกมัคนายกเฟื้องมาขวาง! แต่พริบตาเดียวก็ทำเสียงจำปาโวยวายใส่เฟื้อง ถูกเฟื้องปรามว่าเลิกหลอกผีอำชาวบ้านได้แล้ว

“เอ็งไม่เชื่อ เอ็งต้องเจอดี” สัปเหร่อขาวเต้นเร่าๆจะเข้าลุย

ตาสรกับยายมี ทีแรกตั้งท่าจะหนีแต่พอเห็นคนกับผีจะวางมวยกันก็เปลี่ยนใจหันกลับมาดูสัปเหร่อขาวเต้นเข้าหามัคนายกเฟื้อง ถูกเฟื้องชกไปหมัดเดียวก็ล้มตึง จันตกใจผวาเข้าประคองขาว อึดใจเดียวสัปเหร่อขาวก็ลุกขึ้น ทำหน้างงๆ ถามว่าที่นี่ที่ไหน เกิดอะไรขึ้น จันบอกว่าผีจำปาเข้าสิง

“เป็นไปได้ยังไง ข้าไม่รู้ตัวเลย”

“ความเพิ่งออกจากปากเอ็งหยกๆ ว่าผีจำปาเข้าสิง มาต่อยกับข้าอีกยกเถอะวะ!” เฟื้องท้าเหยงๆ แต่ขาวไม่กล้าปฏิเสธวุ่นวายว่าตนไม่เคยคิดท้าทาย เมื่อสักครู่จำปาพูดตนไม่ได้พูด

จันเข้ามาช่วยผัว บอกว่าตอนนี้ผีมันแล่นหนีไปแล้ว ขาวฉวยโอกาสหยิบผ้ายันต์ขึ้นมาโฆษณาต่อ

“ด้วยอิทธิฤทธิ์ของผ้ายันต์ที่ข้าปลุกเสก ทำลายล้างผีจำปาไปหมดสิ้น ใครมีบูชา หาได้เจอผีสางนางไม้

ไม่...เร่เข้ามา...เร่เข้ามา ข้าไม่ขาย ขอเพียงค่าครูตามศรัทธา”

ชาวบ้านกรูกันเข้ามาวางเงินแล้วเอาผ้ายันต์ไป เฟื้องเห็นแล้วเซ็งที่ชาวบ้านยังงมงาย ทนไม่ได้เข้าไปบอกชาวบ้านว่า ให้เลิกงมงายได้แล้ว ทำให้ขาวไม่พอใจ

“เอ็งสร้างเรื่องหลอกลวงชาวบ้าน วานตอบข้ามาให้หายข้องใจ เหตุใดผีจึงสำแดงเดชในเวลาตะวันโด่”

ตาสรกับยายมีประสานเสียงทันทีว่า ผีมันต้องมา ตะวันลับ ยิ่งเดือนดับยิ่งน่าหวาดผวา ชาวบ้านต่างชะงักเริ่มคิด

ขาวคิดแก้ตัวไม่ทัน ทำเป็นโมโหเฟื้องเก็บของบ่นงึมงำ

“รำคาญพวกมารผจญ นังจันเก็บของกลับเรือน ปล่อยให้พวกอวดดีมีภูมิโดนผีหักคอให้ตายโหง!”

ว่าแล้วเดินหนีไปพร้อมจัน จอกที่ตีระนาดเอาจริงเอาจังงง ลุกขึ้นตะโกนถาม

“ไม่เล่นแล้วรึ?”

ทั้งสองเดินหลบไปหลังตลาด จันบ่นว่าน่าจะขายผ้ายันต์ให้หมดกระจาดจะได้ได้เงินมากกว่านี้ ขาวตวาดว่าจะอยู่ให้เฟื้องดักคอรึไง ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มคลางแคลงใจ เดี๋ยวได้รู้กันหมดว่าตนแกล้งหลอกผีขายของ

“สัปเหร่อ...จะเร่งไปไหน ค่าจ้างตีระนาดก็ยังไม่จ่ายข้า” จอกวิ่งตามมาทวง เฟื้องตามมาเย้ยว่า

“ข้าพูดแทงใจดำถึงกับหอบของหนีเชียวรึ ไอ้สัปเหร่อตาขาว”

ขาวโต้ว่าตนไม่ได้หนี แต่หลบมาคุยกันให้ไกลตาชาวบ้าน  ไม่อยากให้ชาวบ้านกลัวผี เฟื้องเยาะเย้ยว่าใครที่ไหนจะเห็นผียามตะวันโด่

“ไม่เคยเห็นก็ใช่ว่าไม่มี ผีมันอยู่รอบๆตัว” จอกที่วิ่งมาทวงค่าแรงเห็นทั้งคู่โต้เถียงกันก็ตีระนาดให้จังหวะให้ตื่นเต้นเร้าใจ สัปเหร่อขาวก็พูดทำเสียงให้น่ากลัวว่า “ผีมันอยู่ทุกที่ วิญญาณมันล่องลอยอยู่ทุกแห่งหน ไม่ว่าจะตรงนั้น...ตรงนี้ หรือตรงโน้น!!” ขาวชี้ไปรอบตัว

ชาวบ้านที่มามุงดู หันมองไปตามสัปเหร่อขาวชี้อย่างหวาดกลัว

“พวกเอ็งจะเห็นผีเป็นตัวตนก็คราที่จิตพวกเอ็งอ่อน ในขณะดวงจิตผีมันแข็ง เนื่องจากพลังแห่งความแค้นพลังอาฆาต แม้แต่พลังแห่งรักเหมือนอย่างไอ้ไม้กับกาหลง!!”

สัปเหร่อขาวชี้ไปที่ไม้กับกาหลงที่เดินเข้ามาในตลาด ทุกคนมองไปที่นั่น ไม้กับกาหลงเห็นทุกคนมองมาก็แปลกใจ ตกใจ ขาวตรงไปหาไม้กับกาหลง พูดเป็นตุเป็นตะว่า

“ด้วยแรงรัก...ใจเด็ดเดี่ยวดวงจิตแข็ง...แม้ตายไป จะสามารถปรากฏกายอยู่ได้ ข้ามวันข้ามคืน...นังกาหลง!!” สัปเหร่อขาวชี้หน้ากาหลงหัวเราะลั่น กาหลงตกใจกลัวเดินหนีไปไม้เป็นห่วงรีบตามไป ขาวยังยืนหัวเราะน่ากลัวอยู่ตรงนั้น

เฟื้องเดินเข้ามาหยิบมะเขือยาวที่แผงของแม่ค้าทิ่มพรวดเข้าไปในปากขาว พอขาวพูดไม่ได้เฟื้องก็ด่า

“เอ็งมันดีแต่สร้างเรื่องให้หวาดกลัว หวังขายของหากินกับผีไอ้สัปเหร่อตาขาว!”

จอกตีระนาดรับส่ง โขงเข้ามาตวาดให้พอ เรียกให้กลับวัด จอกแบกระนาดวิ่งอ้าวตามโขงกับเฟื้องไป

แค่กๆๆขาวสำลักมะเขือ พอดึงออกจากปากได้ก็ด่า “คอยดูนะไอ้เฟื้อง พ่อจะปลุกผีให้หักคอ!!”

“พ่ี...ผีโผล่ยามตะวันโด่ได้รึ” จันยังติดใจสงสัย

ขาวบอกว่าตนพูดสาปส่งกุเรื่องให้เฟื้องเลิกรังควานเท่านั้น “เฮ้อ...โล่งอก...กลางคืนก็น่ากลัวเอาการ หากมีผีกลางวัน...ฉันมีหวังลมจับ!”

ooooooo

เพราะมีความกตัญญูรู้คุณ หลังจากแม่อิ่มกับ พุดซ้อนช่วยใช้หนี้ให้โชติจนกาหลงได้รับอิสระแล้ว ทั้งสองไปทำงานรับใช้บ้านแม่อิ่ม โดยกาหลงทำครัว และงานบ้านช่วยนวล ส่วนไม้ทำสวนดูแลต้นไม้

ไม่รู้ว่าพุดจีบชอบดอกไม้หอม จึงปลูกมะลิไว้เผื่อพุดซ้อนเก็บไปทำน้ำอบน้ำปรุงร้อยมาลัยถวายพระ ทั้งยังบอกว่า

“พุดจีบอยากชื่นชมดอกไม้อะไร วานบอกพี่ สารภีไหม? พุดจีบจะได้เอาไปทำแป้งร่ำสารภี พี่อยากช่วยทำงานตอบแทนน้ำใจพุดจีบ”

“ฉันช่วยพี่ด้วยใจ หาใช่หวังผลตอบแทนไม่”

“น้ำใจพุดจีบประเสริฐแท้ ดั่งนางฟ้านางสวรรค์ชะรอยมาจุติ” ไม้คุกเข่า จับมือพุดจีบพูดจนเธอแปลกใจ “ไอ้ไม้ขอเป็นทาสรับใช้แม่พุดจีบ ขอเพียงแม่สั่งมา”

พุดจีบมองหน้าไม้พูดไม่ออก...ไกลออกไป กาหลงเดินมาเห็นภาพนั้นพอดี เธอหยุดยืนมองห่างๆ

ไม้รำพันอย่างสำนึกบุญคุณ บอกว่า มีแรงกายเพียงใดก็จะพลีให้ กาหลงเดินมา เข้าไปนั่งคุกเข่าข้างไม้ เงยมองพุดจีบเอ่ย...

“ฉันกับพี่ไม้เป็นหนี้ชีวิต แม้นพุดจีบต้องการสิ่งใด ขอให้บอกฉัน ฉันพร้อมจะยอมมอบให้หมดหัวใจ”

พุดจีบคุกเข่าลงตรงหน้าทั้งสอง บอกให้พอเถิด เพราะ “ความเป็นเพื่อนมิอาจแทนด้วยทรัพย์ หรือหนี้ชีวิต ฉันขอให้เรารักกันเหมือนวันวาน ไม่มากข้อนักหรอก...อย่ามัวพร่ำจำนรรจาอยู่เลย พี่ไม้กับกาหลงจะปลูกเรือนหอที่แปลงใด?”

“มิต้องกังวลใจ ฉันกับพี่ไม้หาแปลงปลูกเรือนได้แล้วจ้ะ”

ไม้ฟังกาหลงแล้วนึกแปลกใจว่าเธอจะปลูกเรือน หอ ณ ที่ใด?

ooooooo

กาหลงพาไม้ไปยังที่ดินว่างเปล่าริมคลอง บอกว่าเราจะปลูกเรือนกันที่นี่ ไม้ตกใจเพราะเป็นที่ปลูกเรือนเก่าของพ่อกับแม่ที่ถูกโจรปล้นและเผาทิ้ง ติงกาหลงว่า

“ไม่ได้นะกาหลง พี่จะไม่ปลูกเรือนที่นี่...พ่อขาวเคยบอก อย่าปลูกเรือนทับที่คนตาย...มันอาถรรพณ์”

กาหลงถามว่าแล้วจะปลูกที่ไหน ไม้จะขอแบ่งแปลงนาเฟื้อง กาหลงติงว่าที่ผ่านมาเราทำให้ทุกคนต้องลำบากเพราะเรามาพอแล้ว ครั้งนี้เราควรจะช่วยเหลือ ตัวเอง ไม้ก็ยังไม่สบายใจเพราะพ่อแม่ตายที่นี่มันเป็น ลางไม่ดี

“ไม่มีอะไรนักหรอก มันก็แค่ความเชื่อ...ยังไม่เคยเกิดเหตุใด ฉันกลับคิดว่า วิญญาณพ่อกับแม่พี่ จะปกป้องคุ้มครองให้เราอยู่ร่มเย็นเป็นสุข”

เมื่อไม้ตามใจ กาหลงกังวลเรื่องไม้ที่จะเอามาปลูกเรือน ไม้บอกว่าเรื่องนั้นตนเตรียมการไว้แล้ว คราวนี้กาหลงเป็นฝ่ายแปลกใจบ้างว่า ไม้เตรียมการไว้อย่างไร?

วันต่อมา จอกกับโขงก็ไปตีฆ้องร้องป่าวประกาศที่ลานวัดว่า ยี่เกคณะชาววัดจะมาแสดง เชิญพ่อแม่พี่น้องพบกับพระเอกหน้าหวานนางเอกหน้าคม

ลิเกคณะชาววัด เปิดแสดงกันที่ลานวัดนั่นเอง ชาวบ้านต่างหอบลูกจูงหลานมาปูเสื่อจองที่นั่งดูกันเต็มลาน

พอดนตรีโหมโรงและออกแขกแล้ว มัคนายกเฟื้องก็ออกมาเล่าเค้าเรื่องก่อนแสดงสั้นๆ...

“ตามท้องเรื่อง ‘ไกรทอง’ พ่อไกรทองคนงามจะ แหวก น้ำระเบิดถ้ำไปช่วยตะเภาแก้ว ไม่ให้เป็นการเสียเวลา เชิญสำราญกัน ณ บัดนี้”

ลิเกคืนนี้ ไม้เล่นเป็นตัวไกรทอง กาหลงเล่นเป็นตะเภาแก้ว สัปเหร่อขาวเล่นเป็นชาละวัน โดยมีจอกกับโขงเล่นเป็นสมุนของชาละวัน เรียกเสียงหัวเราะจากคนดู

แต่พอลิเกเล่นถึงตอนไกรทองกับชาละวันต่อสู้กัน ชาละวันเสียท่าล้มลง ไกรทองถือหอกเข้าไปหมายแทงชาละวัน ชาวบ้านลุ้นกันตื่นเต้น พลันนักแสดงทั้งสองก็หยุดค้างไว้เหมือนหุ่น ชาวบ้านพลอยมองตาค้างเหมือนหุ่นไปด้วย

เฟื้องเดินออกมาประกาศหน้าตาเฉยว่า

“เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไกรทองจะปราบชาละวันได้หรือไม่ ฤาชาละวันจะพลิกผันห้ำหั่นไกรทองปราชัย รอชมได้ในคืนเดือนแรม!!”

“เฮ้ย!!!” เสียงชาวบ้านร้องเสียงหลง ตาสรกับยายมาหัวเสีย ยายมาถามว่าหยุดเล่นแบบนี้หมายจะขอเงินตบรางวัลหรือ ว่าแล้วควักเงินออกมาประกาศเทให้หมดตัว ตาสรป่าวร้องว่า “ใครอยากดู ควักเงินมา...”

กาหลงไหว้ขอบใจชาวบ้านบอกว่าตนไม่ต้อง การเงิน ไม้บอกว่าอยากได้ไม้เอาไปปลูกเรือนเป็นสินสอดขอกาหลง ชาวบ้านอยากดูลิเก  พร้อมใจกันกลับไปงัดฝาบ้านกระดานเรือนเอามาให้ ลิเกชาววัดจึงแสดงต่อจนจบเรื่อง

ปรากฏว่า ชาวบ้านแบกไม้มากองพะเนิน ไม้กับกาหลงคุกเข่ากราบขอบใจน้ำใจชาวบ้าน พันกับเอียดบอกว่า ไม่ต้องขอบอกขอบใจดอก สองคนมีน้ำใจช่วยตน ยอมเสี่ยงตายช่วยไล่จับโจรปล้นควาย พวกตนก็เป็นหนี้สองคนเหมือนกัน  ยายมาเข้ามาเสริมว่า “น้ำใจพวกเอ็งนั้นมากโข หัวคุ้งท้ายคุ้งเขารู้กันสิ้น”

“นี่แหละไม้ กาหลง ความดีของพวกเอ็งรู้ออกแซ่ไปทั้งบาง ไม่สูญเปล่า” เฟื้องย้ำ

“คนทำดีย่อมได้ดี ผีสางนางไม้เห็นในกรรมดีของเอ็ง” สัปเหร่อวกเข้าเรื่องผีจนได้

ooooooo

สัปเหร่อขาวถือค้อนไปงัดฝาโลงศพ จันถามว่างัดไปทำอะไร

“เอาไม้ไปให้ลูกปลูกเรือน...ฝาโลงนี่แหละกัน แดดกันฝนทนนักเทียว”

“มันจะดีรึ? เอาของคนตายไปให้คนเป็น!”จันใจ คอไม่ดี

“บุญสิไม่ว่า คนตายก็ตายไป เผาร่างหมดเวรหมดกรรม แบ่งปันไม้ให้คนเป็น...ช่างได้บุญนักแล”

ฟังขาวแล้วจันเชื่อจับค้อนไปช่วยขาวเลาะฝาโลงอีกคน

ไม้เอาผ้าแพรสีมาผูกเสาเอกของเรือน กาหลงเอากระทงใส่อาหารมาบูชาเจ้าที่ แล้วนั่งไหว้บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง

“ขอให้เรือนของลูก...สำเร็จสมดังหวังใจ” ไม้เอ่ย

“อย่าได้มีอุปสรรคใดมาแผ้วพานเถิดเจ้าประคู๊ณ...” กาหลงภาวนา

สิ้นเสียงกาหลง ลมพัดผ่านไปวูบหนึ่ง กาหลงมองหน้าไม้ใจคอไม่ดี ไม้ปลอบใจว่า

“อย่าได้หวั่นไหว...เจ้าที่เจ้าทางรับรู้คำอธิษฐานของกาหลงแล้ว”

ขณะนั้นเอง ขาวแบกไม้มากับจอก โขง และชาวบ้าน เดินตามกันมาเป็นขบวน เฟื้องมองไม้ที่ขาวแบกมาถามว่าได้ไม้มาจากไหนหรือ?

“เอามาจากฝา...” จันพูดไม่ทันจบ ขาวขัดขึ้นทันทีว่า “ฝาเรือน”

“นึกว่าเอ็งหากินกับผีจะงัดฝาโลงศพมาปลูกเรือน” เฟื้องดักคอ ทันใดก็มีลมพัดมาวูบหนึ่ง จอกสะดุ้งโหยง

“อย่ามัวโอ้เอ้มิทันกาล...มาช่วยกันเถอะ” ไม้เร่ง ทุกคนขมีขมันช่วยกันคนละไม้คนละมือ

ooooooo

ที่บ่อนโชติ แม่กลอยไปเล่นไฮโลได้เงิน ขณะกำลังจะเก็บเงินก็ถูกโชติมาคว่ำโต๊ะ ต่อว่าแม่กลอยว่ายกกาหลงให้ศัตรู หมายหลบหน้าตน

“ฟังฉันประเดี๋ยว พ่อโชติอย่าขุ่นเคืองใจ”

“น้าเป็นใจยอมให้มันปลูกเรือนหอ?!”

“ฉันพูดแก้ลำไป เทวดาหน้าไหนจะปลูกเรือนได้ทันกาล ตัวไอ้ไม้เองก็ไม่มีแม้แต่ไม้กระดานทำโลงศพมันจะหาไม้จากที่ใดมาปลูกเรือนได้เล่า”

โชติฟังแล้วค่อยเบาใจ สั่งลูกน้อง “ตั้งโต๊ะให้น้ากลอย!!”

ทั้งแม่กลอยและโชติต่างมั่นใจว่าไม้ไม่สามารถปลูกเรือนได้ตามกำหนด

ooooooo

หารู้ไม่! ด้วยความเมตตาของชาวบ้านที่ร่วมแรงร่วมใจไม่เพียงหาไม้มาให้เท่านั้นหากยังช่วยกันลงแรงสร้างบ้านเสร็จอย่างเร็วก่อนกำหนดของแม่กลอยด้วยซ้ำ

ไม้กับกาหลงกราบขอบคุณทุกคนที่มีเมตตา ต่อตน ไม้วางแผนว่า

“หลังจากแม่กลอยชมเรือนแล้ว ไม่เกินสามวันฉันจะยกขันหมากไปสู่ขอกาหลง”

กาหลงซาบซึ้งในความรักของไม้ บอกว่า “ฉันขอให้เรือนนี้เป็นเรือนรักเรือนตายของฉัน”

“อย่าพูดอย่างนั้น เรือนนี้จะเป็นเรือนรักของเรา พี่เคยบอกกาหลงหลายคราแล้ว แม้ความตายก็ไม่อาจพรากเราจากกันได้” ไม้โอบกอดกาหลงไว้ ยืนมองเรือนที่สร้างขึ้นมาด้วยความรักอย่างสุขใจ

แต่ที่ท้ายหมู่บ้าน! โชติใช้ผ้าขาวม้าคาดหน้า ขี่ม้านำสิง มั่น และขาบ ลูกน้องคู่ใจ บ่ายหน้าไปยังเรือนกาหลงด้วยความแค้นใจ เมื่อไปถึง โชติสั่งเหี้ยม

“เผาเรือนมันเสีย!”

ไม้ต่อสู้สุดชีวิต เฟื้อง จอก และโขงพากันมาช่วย สองฝ่ายประจัญบานกัน ฝ่ายหนึ่งจะเผาเรือนกาหลงให้ได้ในขณะที่ไม้และพวกต่อสู้ป้องกันเรือนสุดชีวิต จังหวะหนึ่งไม้กระชากผ้าคาดหน้าโชติออก ทันใดนั้นผู้ใหญ่ช่วงก็ตะโกนขึ้นว่า

“เฮ้ยหยุด!”

โชติส่งสัญญาณให้ลูกน้องถอย แต่พอพวกไม้จะตาม ผู้ใหญ่ก็ตะโกนห้าม

“พวกเอ็งไม่ต้องตามมันไป เสือหวาดมันอาจลวงไปดักฆ่า” ผู้ใหญ่ช่วงป้ายสีเสือหวาดทั้งที่รู้แก่ใจดี รับปากกับไม้ว่า “พวกเอ็งวางใจ ข้าจะไล่ล่าตามจับพวกเสือหวาดให้ได้” ไม้บอกว่าไม่ใช่เสือหวาด ถูกผู้ใหญ่ตวาด“ไม่ใช่มันแล้วจะเป็นใคร ออกปล้นสะดมชาวบ้านทุกเมื่อเชื่อคืน”

เฟื้องโต้ว่าบ้านไม้ไม่มีวัวไม่มีควาย แต่พวกมันหมายจะเผาเรือน จอกเชื่อว่าพวกที่ทำต้องเป็นพวกที่ผิดใจกับไม้

“แล้วมันจะเป็นใครไม่ได้...ถ้าไม่ใช่...” โขงพูดไม่ทันจบ ไม้ก็โพล่งไปว่า

“ไอ้โชติ!!”

ผู้ใหญ่ช่วงปกป้องโชติ หาว่าพวกไม้ใส่ร้ายโชติทั้งที่เจ้าตัวนอนอยู่บ้าน ท้าว่าถ้าไม่เชื่อไปดูก็ได้ เฟื้องฮึดฮัดจะไปดู

“ไม่ต้องหรอกพ่อ” ไม้ห้ามไว้ “ในเมื่อพ่อผู้ใหญ่ยืนยันเป็นมั่นเหมาะ ป่วยการจะเอาความ” ไม้เดินไปพูดตรงหน้าผู้ใหญ่ว่า “ฉันหวังใจว่าพ่อผู้ใหญ่จะถือสัตย์ หาใช่พวกถือหางเข้าข้างลูกตัว พ่อผู้ใหญ่ย่อมตระหนักดี คนที่มีอำนาจปกครองคนย่อมให้ความเป็นธรรม หากแม้นทรยศต่อหน้าที่ เวรกรรมย่อมตามสนอง!!”

ผู้ใหญ่จ้องหน้าไม้อย่างไม่พอใจที่พูดข่มขู่ในที แต่ไม้ไม่สะทกสะท้านฝากผู้ใหญ่ว่า

“ฉันฝากคำวานบอกลูกชายพ่อผู้ใหญ่...ตะวันขึ้นเมื่อใด ฉันจะแห่ขันหมากไปสู่ขอกาหลง!!”

ผู้ใหญ่สั่งลูกให้กลับอย่างไม่พอใจ เฟื้องติงไม้ว่าน่าจะบุกไปจับผิดพวกโชติถึงเรือน ไม้พูดปลงๆอย่างรู้เช่นเห็นชาติเล่ห์เหลี่ยมของผู้ใหญ่ว่า

“อย่าหวังเลย จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน หาไม่ต้องเกิดเป็นความใหญ่ วันพรุ่งฉันจำต้องเร่งเสียแล้ว มันจะได้เลิกราวีเสียที” ไม้พูดอย่างมุ่งมั่นจนทุกคนมองสงสัยว่าไม้จะทำอะไร?

ฝ่ายผู้ใหญ่ พอกลับถึงเรือนก็ตบหน้าโชติฉาดใหญ่ตามถีบจนล้มด่าลั่น

“เอ็งฟังไม่เคยรู้ความ ข้าเตือนกี่หนว่าจะทำการใดคิดเสียให้ดี ริเป็นนักเลงก็ฝึกปรือให้เหนือศัตรู หาใช่ให้มันมาลบหลู่พาลดูถูกข้า!” ตบ ถีบ ด่าโชติแล้วช่วงก็เดินปึงปังเข้าห้อง

สิงรีบเข้ามาดูถามโชติว่าเป็นอย่างไรบ้าง โชติลุกยืนเอามือปาดเลือดที่กบปาก ขบกรามคำรามในลำคอ...

“สักวัน พ่อจะต้องเห็นว่าข้าแกร่งกาจไม่ต่างจากพ่อ!”

ooooooo

เช้านี้กาหลงแต่งตัวสวยเพราะไม้บอกว่าจะมารับแม่กลอยไปชมเรือน แต่กลายเป็นว่าไม้ยกขบวนขันหมากมาสู่ขอ!

“ยังมิทันพาแม่ชมเรือน จะมาสู่ขอได้อย่างไร” กาหลงตกใจไม้เล่าให้กาหลงฟังว่าเมื่อคืนถูกโชติพาลูกน้องจะมาเผาเรือน วันนี้จึงมารับน้ากลอยไปชมเรือนแล้วทำพิธีสู่ขอเสียเลย

แม่กลอยเดินออกมาดู ขาวเชื้อเชิญอย่างเป็นพิธีการไปชมเรือนกาหลง “ข้าไม่ไป!” แม่กลอยแผดเสียงไม่พอใจ เฟื้องเลยแหย่ว่าแก่แล้วไขข้อไม่ดี ร้องบอกจอกกับโขงให้ช่วยกันอุ้มไป พอทั้งสองปราดเข้าไป แม่กลอยตวาดไล่ “พวกเอ็งออกไปจากเรือนข้า ก่อนที่ข้าจะเอาน้ำร้อนสาดให้ครางอย่างกับหมา!!”จันไพล่เข้าใจเป็นว่า แม่กลอยอยากทำพิธีที่นี่ ร้องบอกพรรคพวกว่าช่างเป็นข่าวดีเสียนี่กระไร

“หยุดได้แล้ว!! ไม่ทำพิธงพิธีอะไรทั้งนั้น

“น้ากลอยสัญญากับฉัน หากฉันปลูกเรือนได้ น้ากลอยจะยกกาหลงให้ฉัน” ไม้ทวงสัญญา

“ใช่...ข้าเป็นคนพูดเอง แต่เอ็งฟังความไม่หมด...”

“แม่ต้องการอะไรอีกจ๊ะ” กาหลงร้อนใจ

“กว่าข้าจะเลี้ยงกาหลงมันเติบใหญ่ ข้าต้องเสียน้ำนมตรมน้ำตาไปเท่าใด...ตามธรรมเนียมประเพณีมันต้องมีสินสอดทองหมั้น รึเอ็งสักแต่จะเอาตัวลูกสาวข้าไปใช้งาน ไม่เคารพขนบบรรพบุรุษ...เอ็งรีบไปหาสินสอดใส่พานมาสู่ขอกาหลง”

ขาวกับจันตบเข่าฉาดรับจะจัดการให้ แต่พอแม่กลอยบอกว่า ตนไม่เรียกมากมายอะไรขอแค่ทองสองเส้นกับควายสองตัวก็พอ ขาวกับจันก็เหงื่อแตกเพราะทองไม่มีสักเส้น ควายก็ไม่มีสักตัว!

“ข้าให้โอกาสพวกเอ็งแล้ว หากไม่มีสินสอด ข้าคงต้องยกให้คนที่เลี้ยงดูลูกสาวข้าได้”

“แม่...” กาหลงครางแทบหมดแรง “แม่จงใจขัดขวางพี่ไม้ แม่ไม่รักษาสัญญา”

กาหลงวิ่งร้องไห้ออกไป ไม้เสียใจวิ่งตามกาหลงไป ส่วนพวกจอกผิดหวังมาก ด่าแม่กลอย “แม่ใจหิน!” เลยถูกแม่กลอยไล่ตะเพิดทุกคนออกจากเรือนตนไปเดี๋ยวนี้เลย!

ooooooo

กาหลงวิ่งกลับไปที่เรือน คว้าค้อนทำลายเรือนน้ำตาอาบหน้า ไม้เข้ามากอดกาหลงขอให้หยุด

“ปล่อยฉัน...ขืนแม่คอยขวางฉันอยู่อย่างนี้ เรือนหลังนี้ก็หาใช้การได้ไม่ ฉันไม่อยากเห็นมันตำตาตำใจ!” กาหลงสะบัดหลุด งัดไม้ทำลายเรือนสุดแรง

“พี่จะหาเงินค่าสินสอดให้ได้” ไม้โพล่งออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว กาหลงทรุดร้องไห้อย่างหมดหวัง ถามว่า

“แล้วพี่จะเอาเงินจากไหน ไม่มีทางที่พี่จะหาเงินได้มากโขอย่างนั้น”

“พี่จะไปต่อยมวยแลกเงินที่วิเศษไชยชาญ”

กาหลงเป็นห่วงเกรงไม้จะเป็นอันตรายเพราะหนทางไกลอีกทั้งโจรก็ชุม

“แม้ต้องเสี่ยงด้วยชีวิตพี่ก็ยอม เรือนนี้ต้องเป็นเรือนรักมิใช่เรือนร้าง...พี่จะทำทุกอย่างเพื่อกาหลงของพี่”

กาหลงกอดไม้ไว้ด้วยความรัก...ซาบซึ้งใจ...

ooooooo

นวลได้ข่าวไม้จะไปต่อยมวย รีบมาขอให้พุดจีบช่วยห้าม หรือไม่ก็ช่วยอุปถัมภ์สินสอดทองหมั้น

“ฉันรู้นิสัยของเพื่อนรักฉันดี กาหลงมิเปิดใจยอมรับความหวังดีจากฉัน ฉันคงต้องปล่อยให้เขาทั้งสองต่อสู้เพื่อความรักของตัวเขาเอง” พุดจีบเอ่ย

บอกนวลเช่นนั้นแล้ว พุดจีบเข้าห้องพระจุดธูปไหว้พระภาวนา...

“ด้วยความดีและบุญบารมีที่ลูกสั่งสมไว้ในอดีตชาติและกาลนี้ จงดลบันดาลให้พี่ไม้แคล้วคลาดภยันอันตรายทั้งปวง ประสบสุข...ทำการใดสำเร็จด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

ส่วนไม้ พากาหลงไปที่ต้นไทรงาม นั่งพนมมือภาวนา...

“ข้าแต่ศาลเจ้าแม่ไทรงาม ไอ้ไม้ไหว้วิงวอนขอให้ลูกแคล้วเขี้ยวคลาดงา ศัสตราวุธภัยพาล แม้นลูกถือมั่นในศีลในสัตย์ ขอให้ลูกนำชัยได้เงินกลับมาสู่ขอกาหลงด้วยเถิด...”

กาหลงเข้ามานั่งพนมมือเคียงข้างไม้ภาวนาน้ำตาไหลพราก

“ฉันกาหลง...ขอสาบานต่อศาลเจ้าแม่ ลูกจะรักและภักดีต่อพี่ไม้ไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย ลูกจะรอคอยพี่ไม้กลับเรือน”

รุ่งขึ้น ไม้ออกเดินทางท่ามกลางเสียงฟ้าร้องครืนครั่น ไม้บอกกาหลงให้รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี กาหลงบอกไม้ว่า

“ฉันจะรอพี่ที่เรือน”

พุดจีบแอบยืนส่งไม้ด้วยความเห็นห่วงกาหลงส่งไม้ที่ออกเดินทางไปกับจอกและโขง พลันก็นึกอะไรได้ย้อนกลับไปที่เรือน คว้าค้อนมาซ่อมแซมเรือนที่ทำลายไปเมื่อคืนให้สวยงาม แล้วออกไปยืนดู พึมพำบอกไม้อย่างภูมิใจว่า

“พี่ไม้...เรือนรักหลังนี้...รอคอยพี่อยู่นะจ๊ะ”

ooooooo

ไม้ออกเดินทางไปวิเศษไชยชาญกับจอกและโขง ไปถึงเวทีมวยคาดเชือกที่มีชาวบ้านเชียร์มวยกันอึกทึกจึงพากันเดินเข้าไป

“ที่นี่แหละ เขาต่อยมวยเดิมพันหนักทีเดียว”จอกบอก

“จะไหวเหรอวะฉันได้ยินว่า ไอ้คนชื่อสัก เจ้าถิ่นที่นี่เป็นนักมวยหมัดหนักหาตัวจับยาก” โขงชักแหยง แต่พอจอกชวนกลับโขงก็โวยว่า “เฮ้ย! แล้วจะมาทำไมวะ”

“เอ็งบอกว่าสู้ไม่ไหว แล้วจะสู้ให้อายหมามันเรอะ” จอกพาดพิงถึงหมา แต่พอหันไปเห็นหมา ถูกมันเห่าเพราะเป็นคนแปลกหน้า จอกก็สะดุ้งโหยงโดดหลบหลังโขงให้พ้นสายตามัน

“ข้ามันหมาจนตรอก จะเจ็บตายก็ขอไว้ลายสักครา” ไม้ตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน

ทั้งสามตรงไปเวทีมวยที่ชาวบ้านกำลังเชียร์คู่ที่ต่อย กันบนเวทีอย่างเมามัน พริบตาเดียวสักต่อยคู่ต่อสู้รัวหมัดใส่จนดูไม่ทันเห็นแต่คู่ต่อสู้ล้มตึงน็อกกับพื้น ชาวบ้านเฮกันลั่น ต่างยื่นถุงเงินพนันจ่ายกัน

“มีใครหน้าไหนจะพนันขันต่อกับไอ้สักก็เข้ามา!” เสียงแก้วประกาศกวาดตามองหาคนกล้า แต่ชาวบ้านต่างส่ายหน้าหลบสายตา สักมองไปรอบเวทีพูดผยองว่า

“ไม่มีใครกล้า...ข้าจะได้กลับไปกอดเมีย”

“ข้าขอท้าต่อย!!” ไม้ตะโกนก้อง จ้องหน้าสักอย่างไม่กลัวเกรง

“ไอ้หนุ่มหน้ามน ข้าขอเตือนเอ็งด้วยความหวังดี ไม่อยากกลับไปนอนหยอดน้ำข้าวต้ม ก็ถอนคำเสีย ไม่งั้นเอ็งอาจกลายเป็นผีเฝ้าเวทีมวย” แก้วปราม เรียกเสียงหัวเราะจากชาวบ้านที่มองไม้ว่าไม่เจียมตัว

ไม้ไม่ยี่หระ ถามว่าหากตนชนะจะได้เงินรางวัลกี่มากน้อย แก้วย้อนถามว่า “เอ็งพกมาเท่าไหร่” พอไม้บอกว่าไม่มีเงินแก้วปัดอย่างไม่แยแสว่า “ไม่มีเงินก็เดิมพันไม่ได้”

“แต่ฉันมีหลวงปู่โต” ไม้ดึงสร้อยคอออกมาให้ดู แก้วชะงักลังเล แต่สักตะโกนบอกอย่างดูแคลนว่า

“ข้าชอบนักเทียวไอ้พวกใจกล้าท้าความตาย!!เอ็งล้มข้าได้ ข้าจะยกเงินให้หมดถุง!! แต่หากแพ้...ข้าจะยึดพระและยึดชีวิตเอ็ง!!”

ชาวบ้านส่งเสียงฮือฮาหันมองไม้เป็นตาเดียว จอกกับโขงใจคอไม่ดีที่ไม้ต้องเดิมพันด้วยชีวิต รั้งตัวไม้ไว้ แต่ไม้สะบัดกระโดดขึ้นเวทีไม่ลังเล สักร่างยักษ์หน้าเหี้ยมมองไม้เหมือนลูกไก่ในกำมือ!

ชาวบ้านหันไปพนันขันต่อกันอย่างคึกคักอีกครั้ง

ooooooo

ที่เรือนกาหลง...ขณะกาหลงกำลังปลูกดอกไม้เตรียมรับยามที่ไม้กลับจากไปต่อยมวยหาเงินมาเป็นสินสอดจะได้ชื่นใจ จู่ๆก็ถูกอบเชยเข้ามาพร้อมเผื่อนกับงามคนรับใช้คู่ใจ

อบเชยมาถามกาหลงว่า อยากได้เงินเท่าไหร่แลกกับตัวไม้ ตนจัดการให้ได้ กาหลงไม่อยากมีเรื่อง ลุกจะเดินเลี่ยงไป อบเชยดักไว้ กาหลงบอกว่าตนไม่อยากคุยเรื่องบัดสี ถามว่าเมื่อผู้ชายเขาไม่รักยังหน้าด้านเยี่ยงนี้ไม่รู้สึกแขยงบ้างหรือไร

“ทำไมต้องอาย ในเมื่อข้ารักพี่ไม้” อบเชยย้อนถามไม่กระดากปาก กาหลงถามว่า ทั้งๆที่ไม้ไม่ได้รักงั้นรึ “พี่ไม้ไม่รักข้า เพราะเอ็งเล่นคุณไสยเสน่ห์ยาแฝด ใช้น้ำมันหมูน้ำมันหมาน้ำมันพรายดีดใส่พี่ไม้”

อบเชยระรานด่าว่าป้ายสีกาหลง หมายจะชิงไม้ไปให้ได้ กาหลงตอกย้ำว่า

“เอ็งก็รู้อยู่เต็มอกว่าพี่ไม้เทใจปลูกเรือนให้ข้า ยอมเสี่ยงชีวิตไปต่อยมวยพนันหาเงินมาเป็นสินสอด เอ็งเลิกคิดเข้าข้างตัวเองเสียที”

อบเชยปราดเข้าไปจะตบ ถูกคว้าแขนไว้ พอหันมองเห็นแม่กลอยจ้องหน้าเขม็งอยู่ กาเหว่ากับชบาพุ่งเข้ามาผลัก อบเชยออกมา อบเชยโวยวายว่าถูกรุม วิ่งหนีพลางตะโกนเรียกเผื่อนกับงามให้มาช่วย ปรากฏว่าเผื่อนกับงามถูกจับมัดเอาดอกไม้เหี่ยวกับใบไม้ใบหญ้าแห้งโปะหัวดูเหมือนคนบ้าก็ช่วยอะไรไม่ได้ พอเห็นอบเชยวิ่งหนีไปก็วิ่งตามกันแทบไม่ทัน

กาหลงแปลกใจที่แม่กลอยมาช่วยตน แต่พอขอบใจ แม่กลอยกลับสะบัดเสียงบอกว่าไม่ได้มาช่วย แต่ผ่านมาเก็บยอดกระถิน กาเหว่าดักคอแม่ว่าอย่าทำไขสือ แม่เห็นอบเชยเดินมาทางนี้เลยชวนพวกตนมาช่วย กาเหว่าเลยถูกแม่กลอยเขกหัวโป๊กที่ทำให้เสียหน้า กาหลงซึ้งใจตรงไปกอดแม่กลอยบอก “ฉันรักแม่จ้ะ...”

แม่กลอยผลักกาหลงออกบ่นแก้เกี้ยวว่า “ร้อนอบอ้าวจะตายชักยังมากอดอีก ตัวเหนียวหมดแล้ว” พลางมองที่เรือนกาหลงเปรยขึ้นว่า “น่าเสียดาย เรือนหลังนี้ ต้องถูกแซะไม้ไปทำฟืน!”

กาหลงอุทานตกใจ แม่กลอยพูดไม่มองหน้าว่าตนไม่ได้แช่ง แต่ไม้ไม่มีทางหาเงินมาได้แน่

“แต่หากพี่ไม้ได้สินสอด ฉันขอนะจ๊ะ ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แม่เลิกแกล้งตั้งเงื่อนไขให้พี่ไม้ต้องช้ำใจอีกนะจ๊ะ” กาหลงวิงวอน แม่กลอยไม่ตอบ แต่หันมาสั่งชบากับกาเหว่าให้กลับเรือน

กาหลงได้แต่มองตามแม่ไปด้วยความเป็นห่วงไม้ แล้วขึ้นเรือนเพราะฝนตั้งเค้ามามืดฟ้ามัวดิน

ooooooo

ที่เวทีมวยคาดเชือก...ไม้กระโดดขึ้นเวที ถอดเสื้อโยนลงมาให้โขง คาดเชือก พันข้อมือ สักยืนมองอย่างพร้อมจะสอยให้ร่วงในพริบตา!

ประหมัดกันไม่ทันไร ไม้ก็ร่วงลงไปกองจริงๆ! โขงกับจอกตกใจตะโกนเรียก “พี่ไม้!!” แต่ไม้ลุกไม่ขึ้น! ครั้นกัดฟันพยุงตัวลุกขึ้นมาก็ถูกสักไล่ต้อนจนเซ ไม้กัดฟันเดินเข้ารัวหมัดใส่สักไม่ยั้ง ถูกสักสวนหมัดต่อยเข้าเต็มหน้าจนกระเด็น สักตามซ้ำไม่เลี้ยงจนไม้ฟุบลงไปกองกับพื้น

“พี่ไม้!!” จอกกับโขงตะโกนลั่น

ขณะไม้กำลังบอบช้ำสาหัส เพราะหมัดของสักยอดนักมวยที่ไม่มีใครล้มได้นั้น...

ที่เรือนกาหลง...ฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก กาหลงรีบลุกไปปิดหน้าต่างแล้ววิ่งไปปิดประตูเรือน

ประตูเรือนถูกผลักเปิดอย่างแรง กาหลงผงะเมื่อโชติย่างสามขุมเข้ารวบตัวไว้

“พี่ไม้...ช่วยฉันด้วย...” กาหลงตะโกนดิ้นสุดแรง ถูกโชติที่แข็งแรง ลากไปผลักลงที่เตียง ขู่เหี้ยม

“ร้องไปก็ขาดใจเสียเปล่า เอ็งต้องเป็นเมียข้า!”

กาหลงสู้สุดชีวิต ดิ้นจนหลุดวิ่งเตลิดออกจากเรือนไปตามทุ่งนา ปากก็ร้องตะโกน “พี่ไม้...ช่วยฉันด้วย...” โชติกำลังหน้ามืดวิ่งไล่ตามไป กาหลงวิ่งไปจนใกล้ถึงศาลเจ้าแม่ไทรงามสะดุดพื้นล้มลง ทำให้โชติตามทัน มันมายืนมองหัวเราะพูดสะใจ “เอ็งหนีไปไม่รอดแน่”

“ฉันไหว้ล่ะ อย่าทำอะไรฉันเลย” กาหลงยกมือไหว้อ้อนวอนถูกโชติผลักลงกับพื้น กาหลงดิ้นก็ถูกตบจนนิ่งไป

“เอ็งหนีข้าหลายคราจนหนักเกินไปแล้ว วันนี้... เอ็งเสร็จข้าแน่!!” โชติพูดอย่างสะใจ

ooooooo

พุดจีบเป็นห่วงกาหลงที่อยู่คนเดียวซ้ำฝนยังตกหนักด้วย จึงกางร่มไปหา พุดจีบตกใจเมื่อขึ้นเรือนพบสภาพข้าวของเกลื่อนกระจายและตัวกาหลงก็หายไป!

“พี่นวลเร่งไปตามหากาหลงที่เรือนแม่กลอย ฉันจะแลหาแถวนี้” พุดจีบบอกนวลแล้วมองหาร่องรอย พบรอยเท้ากาหลงวิ่งย่ำโคลนไปทางหนึ่ง

นวลวิ่งไปที่เรือนแม่กลอยไม่พบกาหลงอยู่ที่นั่น ร้องอย่างตกใจ “ที่โน่นไม่มี ที่นี่ไม่มา...ตายยยยย” แม่กลอยถามว่าพูดอะไร นวลเล่าอย่างตระหนกว่าตนกับพุดจีบไปที่เรือนกาหลงเห็นข้าวของเกลื่อนกระจายราวกับถูกโจรบุกปล้นจับตัวกาหลงไป

“ไอ้กาเหว่า เอ็งไปแลพี่สาวที่ทุ่ง!” แม่กลอย ตะโกนสั่ง ชบาบอกว่ากาเหว่าออกไปตกปลา “งั้นเอ็งไปกับนังนวล ไปดูให้รู้แจ้งว่านังกาหลงอยู่ที่ใด” แม่กลอยสั่งการเป็นการห่วงกาหลงมาก

ooooooo

กาหลงถูกโชติตบหน้านิ่งไป รู้สึกตัวตอนกำลังถูกโชติซุกไซ้อย่างกลัดมัน กาหลงอาศัยจังหวะที่โชติกำลังหน้ามืด แอบดึงมีดที่เอวโชติปาดหน้ามันจนร้องเสียงหลงแล้วลุกถือมีดขู่ “อย่าเข้ามา ไอ้จังไร!!”

สิงมั่นกับขาบได้ยินเสียงลูกพี่ร้องพากันวิ่งเข้ามา โชติสั่ง “จัดการมัน!” พวกมันรุมกันเข้าแย่งมีด ตบกาหลงจนสลบ โชติพูดอย่างแค้นใจ “มันทำหน้าข้าเป็นแผล เหลือจะทนให้มันไปโพนทะนาบอกใครเอามันไปถ่วงน้ำ!!”

“พี่เร่งไปใส่ยาเถอะ” สิงบอกโชติที่หน้าถูกกรีดจนโชกเลือด

ooooooo

ที่เวทีมวยคาดเชือก ไม้ถูกสักต่อยร่วงลงไปนอนหมดสติ โขงกับจอกตะโกนเรียกอย่างตกใจ แต่ไม้ยังนอนนิ่ง! จนครู่หนึ่งไม้รู้สึกตัว พอลืมตาก็อุทาน “กาหลง!”

ไม้ฝืนตัวกัดฟันลุกขึ้น โขงเป็นห่วงตะโกนให้ยอมแพ้ แต่ไม้กลับฮึดขึ้นมาพุ่งเข้าต่อยสักไม่ยั้ง โขงมองตาค้างพึมพำ “ผีตัวไหนเข้าสิง พี่ไม้ถึงมีแรงอย่างกับช้างสาร” ส่วนจอกตะโกนเหยงๆ “พี่ไม้เล่นงานมันให้สลบเหมือดไปเลย!”

ไม้ต่อยสักไม่ยั้งจนสักเซ จังหวะนั้นไม้เตะก้านคอผัวะ! สักล้มลงทันที จอกกับโขงกระโดดไปจับแขนไม้ชูให้ชนะ ท่ามกลางชาวบ้านที่ตะลึงอึ้งกันเงียบกริบ พอได้สติก็ปรบมือเชียร์ไม้กันสนั่นอย่างอัศจรรย์ใจ

ขณะที่ไม้ชกชนะสักหมายเอาเงินเดิมพันมาเป็นค่าสินสอดสู่ขอกาหลงนั้น...

ที่ริมบึงบัว...ปอง ลูกน้องคนหนึ่งของโชติที่กำลังช่วยขาบกับมั่นมัดมือมัดเท้ากาหลงเตรียมถ่วงน้ำตามคำสั่งของโชติ ถามหื่นๆว่าจะถ่วงน้ำจริงหรือ เสียดายของ ขาบกับมั่นกลัดมันขึ้นทันที ช่วยกันแก้มัดกาหลงมือไม้สั่น

“กาหลง...กาหลง...” เสียงพุดจีบตะโกนเรียกแว่วมา

“อุบ๊ะ! ไอ้พวกขัดคอ!!” มั่นสบถ แล้วพวกมันก็ช่วยกันยกร่างกาหลงลงเรือ

“กาหลง...กาหลง...” พุดจีบมาตะโกนเรียกกาหลงอยู่ริมบึง มั่น ขาบ และปอง ช่วยกันรีบพายเรือไปกลางบึงบัว เพื่อเอากาหลงไปถ่วงน้ำ!

ooooooo

ตอนที่ 4

กาเหว่าไปนั่งตกเบ็ดอยู่ริมบึง ตกอยู่นานปลาก็ไม่กินเหยื่อ เบื่อเลยลุกจะกลับ แต่ไม่อยากเสียเที่ยว เห็นฝักบัวชูสลอนอยู่เลยโดดลงน้ำว่ายไปเก็บฝักบัวจะเอาไปฝากกาหลง...

เป็นเวลาเดียวกับที่ปองกับขาบหามร่างกาหลงที่มัดและเอาหินถ่วงมาถึงพอดี พวกมันช่วยกันยกกาหลงถ่วงน้ำ มั่นได้ยินเสียงพุดจีบเดินร้องเรียกกาหลงมาที่บึงพอดี มันสบถอย่างหัวเสียว่า มารมาผจญอีกแล้ว เร่งให้ขาบกับปองรีบหลบก่อน

โชคดีของมันที่พุดจีบเดินร้องเรียกกาหลงไปอีกทาง ปองกับขาบจึงจับกาหลงโยนลงบึง!

กาเหว่ากำลังเก็บฝักบัว เห็นพวกมั่นก็สงสัยว่ามาทำอะไรกัน พอเห็นพวกมันจับกาหลงโยนลงบึง กาเหว่าตกใจร้องเสียงดัง “พี่กาหลง!!” พวกมันได้ยินชะเง้อมอง แต่กาเหว่ารีบหลบเข้ากอบัวดำน้ำหนีไป

“ทำใจคอสั่นไปได้...เร่งไปแจ้งพี่โชติว่านังกาหลงมันตายแล้ว!!” มั่นสั่งหมายเอาหน้าจากโชติ

กาเหว่ารีบว่ายกลับมาดำลงไปช่วยกาหลงที่ถูกถ่วงจมอยู่ในบึง กาเหว่าพยายามเขย่าเรียกกาหลงแต่ กาหลงยังไม่ได้สติจึงตัดสินใจดึงร่างกาหลงหมายพาขึ้นพ้นน้ำ แต่ดึงไม่ขึ้นเพราะถูกหินถ่วงไว้

มั่นกับปองขึ้นจากเรือไปยืนริมบึงรอขาบ จู่ๆขาบจับพาย พายเรือออกไปอีก บอกว่าจะไปดูให้แน่ใจว่ากาหลงตายแน่แล้ว มั่นกับปองจึงยืนรออย่างหงุดหงิดอยู่ริมบึง

ooooooo

แม่กลอยเพิ่งแกงเสร็จ ยกหม้อแกงลงจากเตา หม้อแกงหลุดมือตกแตก แม่กลอยตกใจคิดว่าลางสังหรณ์ไม่ดี นึกเป็นห่วงกาหลงที่หายไป

ออกไปยืนหน้าเรือนชะเง้อคอยอยู่พักใหญ่ยังไม่เห็นกาหลงกลับ แม่กลอยเข้าไปในห้องเก็บกระดูกพ่อของกาหลง ชบาตามมาดูว่าแม่ทำอะไร เห็นแม่บอกกล่าวภาวนากับพ่อว่า

“พ่อเอ็ง...ลูกหายไป...พ่อเอ็งช่วยคุ้มกะลาหัวลูกด้วยเถอะ”

ชบาเห็นดังนั้นจึงทรุดนั่งพนมมืออธิษฐานด้วย แต่จู่ๆก็มีลมพัดวูบเข้ามาทำให้ถ้วยใส่กระดูกพ่อตกแตก แม่กลอยกับชบาตกใจมองหน้ากันใจคอไม่ดี

กาเหว่าดำน้ำพยายามแก้เชือกที่มัดกาหลงแต่แก้ไม่ออก โผล่ขึ้นมาหายใจ มั่นกับปองเห็นเข้าพอดี ขาบตะโกนบอกมั่นกับปองว่า

“มันเห็นศพกาหลง...จับมันฆ่าซะ!!” พวกมันทั้งสามลงเรือไล่ล่ากาเหว่าหมายฆ่าปิดปาก

กาหลงจมอยู่ใต้น้ำ เมื่อรู้สึกตัวจะว่ายขึ้นผิวน้ำแต่ถูกหินถ่วงไว้ พยายามแก้จนเกือบหมดแรง พอเชือกหลุดว่ายขึ้นมาได้ในเฮือกสุดท้ายของลมหายใจ พอโผล่พ้นน้ำก็ฮุบอากาศ ดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่...

พุดจีบที่เดินหากาหลงวกกลับมาที่บึงบัวอีกครั้ง เห็นกาหลงพอดี ร้องเรียกเพื่อนด้วยความดีใจสุดขีด

“กาหลง...”

ooooooo

ไม้ชกชนะสัก ล้มยักษ์แห่งวิเศษไชยชาญได้ ไม้รีบไปขอรับรางวัลที่แก้ว เห็นแก้วลังเล โขงปรามว่า

“พี่ก็รู้ว่าพี่ชายฉันหมัดหนัก อย่าริโกง”

แก้วจำต้องส่งถุงเงินให้ ไม้รับถุงเงินพึมพำอย่างปลื้มปีติ

“กาหลง...เราจะได้ขึ้นหอแต่งงานกันแล้วนะ”

ทั้งสามพากันเดินทางกลับบ้านบัวสีด้วยหัวใจพองโต จนผ่านดงไผ่ลมพัดมาวูบใหญ่ ไม้ชะงักเห็นกาหลงมายืนร้องไห้อยู่ ไม้ผวาเรียก

“กาหลง...มาที่นี่แต่มื้อใด...กาหลงร้องไห้ทำไม?”

ขาบกับโขงมองงงๆ ถามไม้ว่าเป็นอะไร ไม้บอก ว่ากาหลงมาหาตน โขงมองไม้อย่างเห็นใจ เชื่อว่าเดิน ทางไกลอดหลับอดนอนและต่อยมวยจนอ่อนแรงทำให้ตาฝาดหลอนไปเอง

“แล้วพวกเอ็งได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ไหม?” ไม้ถามลมพัดมาอีกวูบหนึ่ง เสียงไผ่สีกัน โขงฟังแล้วบอกไม้ว่า

“เสียงไผ่สีกัน ใครผ่านไปผ่านมาแว่วหลอนเป็นเสียงผู้หญิงร้องไห้ ที่นี่ถึงได้ชื่อบ้านสาวร้องไห้” แล้วโขงก็เล่าตำนานชื่อบ้านให้ฟังว่า...

“มีหญิงนางหนึ่ง พลัดหลงจากชายคนรัก...นางหลงอยู่ในดงไผ่ พยายามเดินออกไปให้ได้ หวังใจจะ ได้เจอชายคนรัก แต่มันยากเย็นแสนเข็ญ จนนางอ่อนใจร้องไห้คร่ำครวญ...เสียงของนางน่าเวทนา บรรดาชาวบ้านต่างเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผีสางนางไม้มาหลอกหลอน”

เล่าแล้วโขงเดินนำไป จอกคว้าแขนไว้ถามว่า แล้วนางเจอคนรักหรือไม่

“ไม่รู้...ข้าฟังเขาลือเล่ามาเพียงนี้”

“ปั้ดโธ่...คาใจข้านักเทียว” จอกบ่นอย่างขัดใจ พลันเสียงไผ่สีกันดังเหมือนเสียงร่ำไห้ของหญิงสาวดังขึ้นอีก จอกเหลียวมองล่อกแล่ก วิ่งตามไม้กับโขงไปหายคาใจเป็นปลิดทิ้ง

ooooooo

เกาเหว่าหนีพวกมั่นที่ตามล่า ขึ้นจากบึงได้ก็วิ่งอ้าวไปจนถึงท่าน้ำ ใจก็ร้องให้แม่ช่วยด้วย...

วิ่งมาถึงท่าน้ำเห็นเรือจอดอยู่ กาเหว่าวิ่งลงเรือเอากระสอบคลุมตัวไว้ พวกมั่นวิ่งมาถึงมองหาไม่เห็น ถามกันว่ากาเหว่าหายไปไหน มั่นสงสัยจะวิ่งกลับเรือนไปแล้ว ปองคาดว่าเป็นไปได้ แต่พวกเราก็ดักทางไว้หมดแล้ว

“มันต้องซ่อนตัวอยู่ที่นี่” ขาบมองไปในเรืออย่างมั่นใจ แล้วลงไปในเรือกวาดตามองหา ถูกนายเรือลงมาโวยวายหาว่าเป็นขโมย ขาบชี้แจงว่า “ข้าตามจับเด็ก มันขโมยเงินพวกข้าหนีมาซ่อนตัวในเรือ”

“ไม่ต้องกุเรื่องแก้ตัว พวกเอ็งคิดจะขโมยของ ออกไป! ข้าจะเร่งเอาของไปขาย” นายเรือไล่ตะเพิด ขาบจะไปค้นอีก มั่นดึงแขนไว้บอกว่า กาเหว่าไม่กล้าลงเรือลอยลำไปต่างเมืองดอก แล้วลากขาบขึ้นไป

นายเรือถ่อเรือออกจากท่า กาเหว่ารู้ว่าเรือเคลื่อนออกก็ตกใจ ขยับตัวเล็กน้อย ขาบยังยืนมองอยู่ที่ท่าเห็นพอดีตะโกน “ไอ้กาเหว่า!” กาเหว่าตกใจหยุดนิ่งจนเกือบไม่กล้าหายใจ

“มันหนีไปกับเรือแล้ว” ปองบอก มั่นบอกว่าดีแล้ว จะได้ไม่ต้องไล่จับให้เสียแรง

“ไอ้โง่!! มันรู้เห็นว่าพวกเราฆ่ากาหลง เร่งหาเรือตามไปฆ่ามัน!!” ขาบด่า มั่นกับปองรีบวิ่งไปหาเรือกันลนลาน

ooooooo

พุดจีบดีใจมากที่ตามเจอกาหลง แต่ก็แปลกใจที่เพื่อนรักเปียกไปหมดทั้งตัว ถามว่าเกิดเหตุใดหรือ?

กาหลงร้องไห้ในอ้อมกอดพุดจีบ พุดจีบกอด กาหลงถามว่าไปเจอคนพาลที่ไหนมา กาหลงไม่อยากเล่าความจริงที่เกิดขึ้น บอกพุดจีบว่า ไม่มีอะไร

“อย่าปดฉัน”

“ฉันว่ายน้ำไปเก็บบัว แล้วปวดขมับเกือบจมอยู่ใต้น้ำ ฉันตกใจร้องไห้เสียใหญ่ ตอนนี้คลายแล้วพอมี แรง ฉันกลับเรือนล่ะ” กาหลงลุกขึ้นจะเดินกลับเรือน พุดจีบไม่เชื่อเดินตามไปขวาง

“อย่าเห็นฉันเป็นอื่น ว่าความจริงให้ฉันฟังสิ” กาหลงยังปากแข็งว่าไม่มีเรื่องใดปิดบังเพื่อน พุดจีบจับเนื้อตัวกาหลงเห็นรอยช้ำ พูดด้วยปรารถนาดีว่า “กาหลง แจ้งฉันให้หายแคลงใจ เหตุใดเนื้อตัวช้ำเช่นนี้”
กาหลงยิ้มกลบเกลื่อนเล่าว่า “ก่อนหน้าฉันมาเก็บบัว...ลมกระโชกแทบพังเรือน...ฉันเร่งออกไปเก็บผ้า ไม่ทันระวังพลัดตกบันไดตัวช้ำอย่างที่เห็น” เห็นพุดจีบยังทำหน้าไม่เชื่อ กาหลงเล่าให้เห็นจริงว่า “ที่สงสัยว่าฉันร้องไห้ปานใจจะขาดก็เพราะใจฉันคิดถึงพี่ไม้เหลือเกิน ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นอย่างไร รู้เรื่องรู้ความสิ้นแล้ว ฉันขอกลับเรือน”

“เห็นฉันเป็นคนอื่นไกลถึงได้กุเรื่อง! พิกลแท้ที่เพื่อนฉันจะทิ้งเรือนรัก ฝนหยุดไม่ทันหมดเม็ด...เพื่อนฉันก็ว่ายน้ำมาเก็บบัว...ไม่มีใครเขาทำเยี่ยงนั้น” พุดจีบพูดอย่างขัดเคืองใจ เดินร้องไห้พร่ำรำพันความห่วงใยให้ฟัง “ฉันร้อนรุ่มใจถึงได้ออกตามหา แต่พอเจอหน้ากลับบ่ายเบี่ยง แสร้งเล่าความเท็จ...ฉันคงไม่ใช่เพื่อนรักเพื่อนตายที่กาหลงไว้ใจเหมือนกาลเก่า”

กาหลงสะเทือนใจน้ำตาซึม แต่ยังไม่กล้าเล่าความจริงอยู่ดี

“หลังจากนี้ ขอให้ฉันเป็นคนแปลกหน้า ลบเลือนว่าเราสองคนเป็นเพื่อนรักเสียให้สิ้น”

พุดจีบร้องไห้เดินจากไป กาหลงจะเรียกไว้แต่ยั้งใจ ปล่อยให้พุดจีบเดินจากไป แล้วรำพึงกับตัวเองอย่างชอกช้ำใจ

“ฉันขอโทษ...ฉันไม่อยากให้เรื่องระยำตำบอนของไอ้โชติรู้ถึงหูพี่ไม้ พี่ไม้คงไม่ยอมความ ตามไปฆ่าไอ้โชติ กรรมเวรติดตามไม่จบสิ้น...ขอให้ทุกอย่างสิ้นสุดที่ฉัน...รอยแผลที่หน้ามันคงจะหยุดยั้งมิให้มันทำจัญไรอีกต่อไป”

เวลาเดียวกัน โชติกลับเรือนไปให้สิงทำแผลให้ สิงบอกว่า ใส่ยารักษาสองสามคืนแผลจะสมานสนิทดังเดิม

“สาแก่ใจข้านัก! นังกาหลง เอ็งไม่ได้ตายเพียงชีวิตเดียว ไอ้ไม้กลับมารู้ข่าวว่าเอ็งหายไป มันก็ต้องตรอมใจตายตามกัน!!” โชติยิ้มสะใจเชื่อว่ากาหลงตายแล้ว

ooooooo

กาหลงกลับถึงเรือน ถูกแม่กลอยเอ็ดไปตีไปร้องไห้ไปด้วยความเป็นห่วงและโมโหว่าหายไปไหนมา ไม่รู้รึว่าตนเป็นห่วง ทำไมทำตัวอย่างนี้ แต่พอรู้ตัวก็ผลักกาหลงออกทำปั้นปึ่งเหมือนเดิม

กาหลงรับรู้ถึงความห่วงใยของแม่กลอย ร้องไห้บอกแม่ว่าเห็นฝนตกปลาคงขึ้นเลยไปทงเบ็ด

แม่กลอยยังดุด่าหาว่าริคิดแยกเรือนไม่สนใจแม่กับน้อง ลำเลิกว่ากว่าจะเลี้ยงโตเสียข้าวสุกไปกี่เกวียนรู้ไหม กาหลงพูดเหมือนสัญญาว่าถึงตนจะออกเรือน แต่ยังมีใจดูแลแม่กับน้องเหมือนที่เคยทำ แล้วก้มกราบแทบเท้าแม่กลอยเอ่ยขอโทษ

“ยกโทษให้ฉันเถิดที่พลั้ง ฉันสุขที่ได้เจอแม่ นึกว่าชาตินี้จะไม่ได้อยู่แทนคุณแม่อีกแล้ว ฉันรู้ว่าชีวิตมีค่ามากเพียงใด หลังจากนี้ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อแม่ ทำให้แม่มีความสุขจ้ะ” กาหลงลุกขึ้นกอดแม่กลอยไว้ด้วยความซาบซึ้ง

“ไม่ต้องกระแดะเอาคำยี่เกมาพูด” แม่กลอยผลักกาหลงออก พอดีชบาวิ่งเข้ามา แม่กลอยถามว่าเจอกาเหว่าไหม พอรู้ว่าไม่เจอ แม่กลอยก็แปลกใจเป็นห่วง “บ๊ะ...ลูกคนนี้มาลูกคนนั้นหาย มันเวรกรรมอะไรของข้า

“ยายมา ตาสรบอกว่าเห็นกาเหว่ามันลงเรือไปกับพ่อค้า” ชบาบอก แม่กลอยบ่นว่ากาเหว่าหนีเที่ยวอีกจนได้ กาหลงปลอบใจแม่กลอยว่าพ่อค้าเร่ไปขายของพรุ่งนี้ก็คงกลับ และกาเหว่าก็โตพอจะเอาตัวรอดได้ แม่อย่าได้เป็นห่วงไปเลย

“คอยดูเถิด...กลับมาแม่จะล่ามโซ่ขังไว้ให้เข็ดหลาบ ไปนังชบา กลับเรือน” ว่าแล้วเดินไปเลย พอชบาจะตาม กาหลงเข้าไปจับมือน้องเอ่ยอย่างซึ้งใจว่า

“ข้าขอบใจเอ็งที่เป็นห่วงข้า ข้ารักเอ็งนะชบา”

“รักฉันก็อย่าทำให้ฉันเสียใจ” ชบาสะบัดเสียงแล้วเดินตามแม่กลอยไป กาหลงได้แต่แปลกใจว่าตนทำอะไรให้น้องเสียใจ แต่พอแม่กับน้องไปแล้ว กาหลงก็เป็นห่วงไม้ขึ้นมา พึมพำ “พี่ไม้ พี่เป็นยังไงบ้าง...ฉันรอพี่อยู่นะ”

ooooooo

ไม้ จอก และโขง พากันเดินอย่างเร่งรีบเพื่อกลับบ้านบัวสี เดินผ่านดงไผ่มาถึงดงตาล ไม้บอกเพื่อนทั้งสองว่า

“พ้นเขตดงตาลอีกไม่กี่ชั่วยามก็ถึงบ้านบัวสีแล้ว”

โขงโผล่มาบอกว่าไม่ใกล้เลย อีกไกลโขทีเดียว จอกก็เดินหอบมาทรุดนั่งกับพื้น เสนอว่า

“ฉันหมดเรี่ยวหมดแรงแล้ว คืนนี้พักค้างเสียสักคืน ไก่โห่แล้วเดินทางต่อ” ไม้บอกว่าตนเป็นห่วงกาหลงถ้าสองคนอยากพักตนจะเดินล่วงหน้าไปก่อน จอกทิ้งตัวลงนอนทันที โขงไม่ยอมบอกว่ามาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน แต่จอกแกล้งหลับไปแล้ว โขงปลุกอย่างไรก็ทำเป็นไม่รู้สึกตัว

ทันใดนั้น มีโจรผ้าคาดหน้าถือดาบเข้ามาสองคน คนร่างใหญ่เงื้อดาบสั่งเหี้ยม

“รักตัวกลัวตายส่งเงินทองของติดตัวมา!!”

“ถุงเงินนี้มันคือชีวิตของข้า หากเอ็งต้องการก็มาเอาชีวิตข้าไป” ไม้กำถุงเงินไว้แน่น ชักดาบออกมาพร้อมสู้ตาย

จอกกับโขงลุกพรวดคว้าดาบไปช่วยไม้ต่อสู้กับสองโจรที่พยายามจะแย่งถุงเงินไปให้ได้ คราวหนึ่งโจรตัวใหญ่คว้าถุงเงินได้วิ่งหนีไป ไม้วิ่งไล่ตามไปจนทันใช้ดาบปาดไปที่ใบหน้ามัน ผ้าคาดหน้าหลุด ไม้อุทาน...

“ไอ้สัก!! เอาเงินข้าคืนมา!!”

“เอ็งลบหน้าข้า อย่าหมายจะได้เงินหรือชีวิต กลับไป” สักพุ่งเข้าฟันไม้ที่เริ่มอ่อนแรงเพราะทั้งต่อยมวยและเดินทางมาทั้งวัน

ส่วนโจรอีกคนที่ต่อสู้กับโขงและจอก ถูกโขงใช้ปลายดาบเขี่ยผ้าคาดหน้าออก มันคือแก้วนั่นเอง!

แก้วพลาดพลั้งร้องขอชีวิตกับจอก แต่เจ้าเล่ห์ฉวยโอกาสที่จอกเผลอกำดินซัดใส่หน้า เข้าตาจอกจนร้องโวยวายว่าตาบอดแล้ว แก้วฉวยโอกาสนั้นวิ่งหนีไป โขงจะตาม ถูกจอกคว้าเท้าไว้ร้องโวยวายว่าตนตาบอดแล้วต้องช่วยตนก่อน โขงเลยจำต้องปล่อยแก้ววิ่งหนีไป

ไม้สู้กับสักจนแย่งถุงเงินคืนมาได้ ขณะถือดาบตรงไปจะฟันสักนั้น แก้วที่ตามมาก็คว้าไม้ฟาดเข้ากลางหลังไม้จนหลังแอ่น สักรีบลุกขึ้นคว้าดาบตรงเข้าหาไม้คำรามดุร้าย

“อวดเก่งนัก ตายเสียเถอะเอ็ง!!”

สักเงื้อดาบสุดแขนจะแทง ไม้มองตาค้างพยายามจะลุกถูกสักเตะจนสลบ แล้วเงื้อดาบแทงลงไป แต่สักกลับแทงลงข้างตัวไม้ แก้วถามว่าทำไมไม่ฆ่า

“เลือดเปื้อนดาบข้าเสียเปล่า หมายลบหน้าข้ามันต้องไม่ตายดี!!” สักยิ้มเหี้ยม

สักหมายฆ่าไม้อย่างทารุณด้วยการขุดหลุมฝังทั้งเป็น ผลักร่างไม้ลงหลุมแล้วโกยดินกลบหัวเราะอย่างสะใจ

“หวงเงินยิ่งกว่าชีวิต เงินนี้คงมีค่ากับเอ็งมาก ข้าจะให้เงินเอ็งไปฝากยมบาล” สักโยนเหรียญในถุงใส่หลุมใกล้หน้าของไม้ที่เหลือโผล่มาเพียงนิดเดียว

โขงเขี่ยดินออกจากตาจอกแล้วพากันเดินตะโกนเรียกหาไม้ สักกับแก้วได้ยินจึงพากันเดินหนีไป จอกกับโขงเดินผ่านหลุมที่ฝังไม้แต่ไม่เห็นและไม้เองก็นอนหมดสติอยู่ในหลุมที่ถูกดินกลบเกือบมิดแล้ว...

เวลาเดียวกันนั้น กาหลงเป็นห่วงไม้เฝ้ารออยู่หน้าเรือนจนดึก เข้านอนก็ฝันร้ายว่าไม้ถูกแทง ลุกไปโบสถ์ทั้งกลางคืนเข้าไปไหว้พระในโบสถ์ ภาวนาขอให้สิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองไม้ด้วย ระหว่างนั้นฟ้าผ่าเปรี้ยง! ทำให้กาหลงยิ่งใจไม่ดียังคงนั่งพนมมือภาวนาวิงวอนน้ำตาอาบหน้า...

ฝนตกหนัก...น้ำฝนหยดใส่หน้าของไม้ชะดินที่เปรอะหน้า...ได้น้ำชโลมทำให้ไม้ค่อยๆรู้สึกตัว กลอกตามองจึงรู้ว่าตนอยู่ที่ดงตาลและถูกจับฝังดิน

ขณะนั้นเอง ได้ยินเสียงโขงกับจอกร้องเรียกมาตามทาง  ไม้พยายามร้องตอบ แต่เสียงแผ่วจนโขงกับจอกไม่ได้ยิน ไม้นอนน้ำตาไหลพรากอยู่ในหลุม...

ฝนตกหนักจนน้ำไหลเข้าท่วมหลุม ไม้รู้ว่าถ้าน้ำท่วมหลุมตนคงต้องสำลักน้ำตายแน่

ในยามนี้...ไม้คิดถึงกาหลง คิดถึงวันเวลาแห่งความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน ทำให้ไม้มีกำลังใจที่จะฮึดสู้ รวบรวมแรงตะโกนออกไป “ข้าอยู่นี่” โขงกับจอกที่กำลังจะเดินผ่านไปได้ยิน หันเดินย้อนมาตามเสียง ไม้ยังพยายามตะโกนอีกครั้ง “ข้าอยู่นี่”

โขงกับจอกเดินมาเจอหลุม มองลงไปเห็นไม้ถูกฝังอยู่ ทั้งสองรีบช่วยกันโกยดินออก นำร่างไม้ที่บอบช้ำอ่อนแรงขึ้นมาช่วยชีวิตไม้ไว้ได้หวุดหวิด แต่พอขึ้นจากหลุม ไม้ก็พยายามประคองตัวลุกขึ้นจะไปทวงเงินคืน

“พี่เดินยังไม่ไหวจะเอาแรงที่ไหนไปสู้มัน” โขงรั้งไม้ไว้ ไม้ยังฝืนจะไป แต่พอก้าวเท้าไม่ทันเดินก็ทรุดลงกับพื้น ไม้รู้ตัวว่าตนไม่อาจไปสู้เอาเงินคืนมาได้แล้ว นั่งร้องไห้โฮ คร่ำครวญ...

“กาหลง พี่ไม่มีสินสอดไปขอเอ็งแล้ว...”

“อย่างน้อยพี่ก็ยังมีชีวิตกลับไป...กลับไปหากาหลง” จอกปลอบทั้งที่ตัวเองก็น้ำตาคลอ

“กาหลงรอคอยพี่อยู่” โขงให้กำลังใจ ทำให้ไม้มีกำลังใจที่จะกลับไปหากาหลง...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ฝนยังไม่หยุดตก กาหลงลุกมามองไปที่หน้าเรือน พลันก็เบิกตาโตเมื่อเห็นไม้เดินอิดโรยมาในสายฝน

“พี่ไม้”

“กาหลง”

กาหลงวิ่งลงจากเรือนโผเข้ากอดไม้ร้องไห้ด้วยความดีใจ พร่ำพูด “พี่กลับมาแล้ว ฉันฝันแน่แล้ว”

“พี่สัญญากับกาหลง...พี่ต้องกลับมาสิ” ไม้เช็ดน้ำตาให้กาหลง แต่ตัวเองสะอื้นจนกาหลงรู้สึก ถามว่าร้องไห้ทำไม

“พี่ต่อยมวยพนันชนะได้เงินมาอักโข แต่มันปล้นเงินไปหมดแล้ว...กาหลง พี่ขอโทษ พี่ไม่มีเงินขึ้นหอแต่งงานกับกาหลง...”

ไม้ทรุดนั่งร้องไห้โฮเสียใจสุดชีวิต แต่กาหลงกลับยิ้ม เช็ดน้ำตาให้ปลอบโยน

“ไม่ต้องร้องไห้จ้ะพี่ เงินทองเป็นของนอกกาย...ช่างมันปะไร ฉันขอแค่พี่กลับมา ฉันก็สุขใจแล้ว”

ทั้งสองกอดกันร้องไห้ด้วยความรัก

ชบาได้ข่าววิ่งกลับไปบอกแม่กลอยว่าไม้กลับมาแล้ว แม่กลอยถามทันทีว่า

“เอ็งรู้ไหมว่ามันหาเงินมาได้เท่าใด”

ชบาหน้าสลดเพราะรู้ว่าไม้ถูกปล้นเงินไปหมดแล้ว...

ooooooo

ไม้ปรึกษากาหลงว่าจะทำอย่างไรแม่กลอยจึงจะยอมให้เราร่วมหอลงโรงกัน กาหลงบอกว่าไม่ต้องห่วงอะไรเพราะไม้เสียสละเพื่อตนไปหมดแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตนก็ยังรักมั่นเสมอ

ไม่ทันไร แม่กลอยก็ก้าวขึ้นเรือนมาขอดูสินสอด กาหลงบอกว่าไม้หาเงินมาได้แล้วแต่ถูกปล้นไป ไม้เองก็อ้อนวอนขอความเห็นใจ แต่แม่กลอยเหมือนใจไม้ไส้ระกำ พูดเสียงแข็งไม่ยอมอ่อนข้อว่า

“เห็นแต่ใจน่ะมันไม่พอ เอ็งจะให้ข้ากลืนน้ำลายตัวเองงั้นรึ หากหาเงินมาไม่ได้ตามนัด ข้าจะยกกาหลงให้กับคนที่เหมาะจะเลี้ยงดูลูกสาวข้าได้!”

ขณะที่ไม้กับกาหลงร้องไห้เสียใจ มืดแปดด้านไปหมดนั้น ขาวก็ยกพวกเฮกันมา มีทั้งเฟื้อง จอก โขง ทุกคนถือดาบมาอย่างน่ากลัว แม่กลอยตกใจ ไม้กับกาหลงมองงงๆว่าพวกขาวจะมาทำอะไร

นวลเห็นเหตุการณ์ รีบไปรายงานพุดจีบว่าพวกสัปเหร่อขาวพาพวกมาหมายชิงตัวกาหลง พุดจีบบอกนวลอย่าเล่าเรื่องกาหลงให้ฟังอีกตนไม่อยากฟัง นวลจึงวิ่งลงเรือนไปอย่างอยากรู้เรื่องราว
ที่เรือนกาหลงกำลังตึงเครียด แม่กลอยตั้งหลักเผชิญหน้าพวกขาวถามว่าคิดจะทำอะไร ชบาบอกว่าพวกนี้จะมาชิงตัวกาหลง

“เอาสิวะ เอ็งฉุดลูกสาวข้า ข้าจะไปร้องให้ผู้ใหญ่ จับพวกเอ็งไปตัดตีนสินมือหรือไม่ก็จำตรุ ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน”

ขาวบอกว่าพวกตนมาดีไม่ใช่โจรเถื่อนถ่อย เฟื้องก็ชี้แจงว่า ที่พวกตนถือดาบมาเพื่อคุ้มครองป้องกันไม่ให้โจรมาชิงสินสอดต่างหาก

ไม้กับกาหลงงง แปลกใจ จันชี้แจงว่า “ชาวบ้าน สงสารเอ็งนักหนา ช่วยกันเรี่ยไรเงินตามมีตามเกิดมาสงเคราะห์เป็นสินสอดให้เอ็ง”

แม่กลอยบอกให้เอาออกมาดู จันเปิดห่อผ้า มีเงินอยู่ในพาน แม่กลอยเบ้หน้ายิ้มเหยียดว่า มีแค่หยิบมือ!

“มันไม่มากพอจะซื้อทองสองเส้น แต่ก็ไม่น้อยราคาให้ใครหมิ่น” ขาวบอก

พอดีพันกับเอียดจูงควายมาบอกไม้กับกาหลงว่ายกควายให้เพื่อตอบแทนความดีที่สองคนมีบุญคุณช่วยชีวิตพวกตน ตาสรก็หันไปสั่งยายมาให้ถอดเข็มขัดนากออกมาสมทบ

“เอาล่ะเหวย...สินสอดมากโขพอสมควร รับไว้เถอะแม่” ขาวเอ่ยพลางยื่นของทั้งหมดให้ แม่กลอยรับไป ทำให้ทุกคนดีใจนึกว่าแม่กลอยรับสินสอดแล้ว แต่พริบตาเดียวแม่กลอยก็โยนทิ้ง ทุกคนตกใจ เฟื้องชักฉุนเสียงดังใส่ว่า

“บ๊ะ...มันลบหน้าหักหาญน้ำใจกันมากไปแล้ว เดี๋ยวพ่อฟันให้สักเฉาะ”

แม่กลอยไม่ได้สะทกสะท้าน บอกไม้ว่าให้หยุดกวนใจตนได้แล้ว คำพูดของตนมีสัจจะ ไม่มีทองสองเส้นกับควายสองตัวอย่าหมายมาคุยกัน กาหลงร้องไห้เสียใจ ไม้เดินเข้าไปกราบแทบเท้าอ้อนวอน

“น้าก็รู้ว่าฉันเกิดมาไม่ทันบวชเรียน ก็ต้องกำพร้าพ่อกำพร้าแม่...ชีวิตฉันไม่มีใคร ฉันมีแต่กาหลง...”

ไม้เล่าถึงวัยเด็กในวันที่ตนร้องไห้อยู่หน้าเชิงตะกอนพ่อแม่ กาหลงในวัยเดียวกันเดินเข้ามาปลอบใจไม้ว่า “พ่อแม่พี่ไปสวรรค์แล้ว ไม่ต้องร้องนะจ๊ะ” กาหลงเช็ดน้ำตาให้ไม้แล้วนั่งกอดเข่าอยู่เป็นเพื่อนไม้ที่เชิงตะกอน...

หลังจากไม้ไปอยู่วัด กาหลงก็เอาขนมใส่กะลาไปแบ่งปันให้กินและช่วยไม้ล้างบาตรพระด้วยความเห็นใจกัน เล่าชีวิตในยามทุกข์ใจแสนสาหัสที่มีกาหลงคอยปลอบประโลมและให้กำลังใจแล้วไม้บอกแม่กลอยว่า

“ในชีวิตฉัน หามีใครดีและรักฉันเท่ากาหลงไม่เห็นอีกแล้ว ขอน้ากลอยเมตตาอ้ายไม้ด้วยเถิด”

กาหลงเล่าความรู้สึกของตนบ้างไม่ต่างจากไม้ ถูกแม่กลอยขัดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า กาหลงไม่ได้ตัวเปล่าเล่าเปลือยมีตนกับน้องสาวอีกสองหัวจะไปเหมือนไม้ได้อย่างไร!

กาหลงบอกว่ามีก็เหมือนไม่มี...เล่าด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า “หลังเผาศพพ่อ ฉันรู้ว่าแม่กลุ้มใจไม่มีใครช่วยทำกิน แม่จำต้องเข้าบ่อนหาเงินมาเลี้ยงดูพวกฉัน... ฉันอยากจะช่วยงานแม่ หวังใจช่วยแม่เลี้ยงดูน้อง...”

เวลานั้น กาหลงช่วยแม่กลอยทำนา ไม้มาช่วยปักดำ กาหลงดำนาจนเป็นลม ไม้ก็อุ้มไปนอนพักเอายาที่หลวงพ่อต้มให้มาป้อน แต่เมื่อกาหลงจะลุกไปดำนาต่อ ปรากฏว่าไม้ปักดำจนเสร็จแล้ว บอกให้กาหลงพัก เอาขลุ่ยออกมาเป่ากล่อม ทำให้กาหลงยิ้มทั้งน้ำตา ที่ในยามยากเข็ญเจ็บป่วย มีไม้คอยดูแลช่วยเหลือตลอดมา

กาหลงพูดอย่างซึ้งใจว่า “ฉันมีชีวิตรอดมาได้ มีพี่ไม้คอยดูแล พี่ไม้ไม่ผิดจากพ่อ พี่ชาย เพื่อน รักจริงที่ฉันมีให้พี่ไม้ในกาลเก่าถึงวันนี้...ไม่เคยถอยลง แต่กลับมากขึ้นหลายเท่า จนฉันแม่นใจว่า พี่ไม้คือชายที่ฉันฝากชีวิตไว้แน่แท้ ชาตินี้จะหาใครรักฉันเท่าพี่ไม้ไม่ได้อีกแล้วจ้ะ”

ทุกคนที่ได้ฟังต่างซึ้งใจ ไม้เข้าไปวิงวอนแม่กลอยขอให้เห็นใจตนกับกาหลงด้วยเถิด ถูกแม่กลอยตวาดว่าตนไม่หลงกลคำหวานอ้อนของไม้ สั่งกาหลงให้กลับเรือน เดี๋ยวนี้ เมื่อกาหลงนิ่งเฉยก็สั่งให้ชบาลากไป ชบาร้องไห้ไม่อยากทำร้ายจิตใจพี่สาว แม่กลอยขัดใจผลักชบาออกแล้วเข้าไปกระชากกาหลงสั่งให้กลับเรือน

ไม้เสียใจดึงมือกาหลงไว้ อ้อนวอนแม่กลอย “ฉันไม่มีกาหลงแล้วฉันจะอยู่ยังไง” แม่กลอยตอบอย่างเลือดเย็นว่า “จะเป็นจะตายช่างหัวเอ็งปะไร!”
เมื่อไม่อาจเปลี่ยนใจแม่กลอยได้ ไม้ตัดสินใจจะเผาเรือนและตัวเองตายพร้อมไปกับเรือน บอกทุกคนว่า

“เรือนนี้ฉันปลูกให้กาหลง ถ้าผิดไม่ได้เป็นเรือนหอ ก็ขอให้เป็นเรือนตาย!!!”

ooooooo

ไม้ตัดสินใจจุดคบไฟส่งให้แม่กลอย วานแม่กลอยช่วยเผาตนและเรือนให้สิ้นซาก แม่กลอยปากแข็งว่าอย่ามาขู่ สั่งกาหลงให้ไปลากไม้ลงมา กาหลงไม่ลากบอกว่าจะทำตามแต่ใจไม้ตนไม่ขวาง

ไม้ร้องไห้บอกแม่กลอยให้ช่วยปล่อยพันธนาการให้ตนโยนคบไฟใส่เรือนตนเถิด แม่กลอยทำท่าจะปาคบไฟใส่เรือน ขาวและชาวบ้านช่วยกันหว่านล้อมกล่อมแม่กลอย ขาวบอกว่าไม้รักกาหลงกว่าอื่นใดไยจะใจจืดใจดำทำได้ลงคอ จันก็เตือนสติว่า นี่ไม่เพียงแต่ฆ่าไม้หากแต่ฆ่าลูกสาวตัวเองด้วย

“ผิดบาปไม่ได้อยู่แค่ทำชั่วทำเลว แต่มันอยู่ที่ใจของคนไร้สำนึก” มัคนายกเฟื้องเตือนให้สำนึกถึงกรรมดีกรรมเลว ส่วนยายมาปากตลาดประกาศว่าจะโพนทะนาให้คนทั้งบางรู้ว่าแม่กลอยใจยักษ์ใจมาร ตาสรขู่อาฆาตว่าแต่นี้ไปอย่าหวังว่าตนจะขายผักขายปลาให้กิน

ส่วนโขงกับจอกยกมือไหว้ขออย่างผู้อ่อนวัยกว่าว่า ไม้ยอมเสี่ยงตายเพื่อกาหลงอย่าหักอกหักใจกันเลย

“ฉันขอละจ้ะแม่ สงสารพี่กาหลงเถิด” ชบาที่เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับกาหลงอ้อนวอนแม่

แม่กลอยยังคงถือคบไฟมองเรือนที่ไม้คุกเข่าพร้อมตายไปกับเรือน กาหลงนั่งร้องไห้อยู่ข้างแม่

แม่กลอยยืนมองนิ่ง คบไฟร่วงจากมือ ไม้กับกาหลงแปลกใจ แม่กลอยพูดหน้านิ่งเครียดว่า

“เอ็งมันไม่รักดี อยากกัดก้อนเกลือกินตกระกำลำบากอย่ามาร้องให้ข้าช่วยเหลือ”

จอกกับโขงตีความตรงกันว่า หมายความว่าแม่กลอยยอมให้ไม้กับกาหลงอยู่ด้วยกันแล้ว ทุกคนพากันเฮดีใจ กาหลงวิ่งไปกอดไม้ ยิ้มให้กันทั้งน้ำตากับความรักที่สมหวังหลังจากฝ่าฟันอุปสรรคมาแทบเอาชีวิตไม่รอด...

ไม้จูงมือกาหลงมากราบขอบคุณแม่กลอย ให้สัญญาว่าจะรักและดูแลกาหลงไปชั่วชีวิต แม่กลอยย้ำขึงขังว่าอย่าลืมตั้งขันหมากไปสู่ขอตามประเพณี อย่าให้เสียครรลอง แล้วคว้าพานสินสอดไปกอดไว้ สั่งชบาให้จูงควายกลับเรือนทันที

งามกับเผื่อนคาบข่าวไปบอกอบเชยว่าแม่กลอยยกกาหลงให้ไม้แล้ว อบเชยเอาแต่ปฏิเสธว่าไม่จริ๊ง...ไม่จริง...โกหกตัวเอง จนเผื่อนกับงามนินทากันว่า “ทำใจไม่ได้ พิโถพิถัง” และ “นังกาหลงคงหัวร่อเย้ยหยันล่ะทีนี้”

สิงแอบมาได้ยิน คาดคั้นกับงามและเผื่อนว่าเมื่อกี๊พูดอะไรกัน พอเผื่อนบอกว่าไม้ไปสู่ขอกาหลงแล้ว    สิงก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟหาว่าทั้งสองพูดปดจนเผื่อนกับงามงงว่าทำไมต้องโมโหตนด้วย ส่วนสิงรีบจ้ำอ้าวไปหาโชติ

พอสิงเล่าให้โชติฟังกลับถูกตวาดว่าอย่ามากุเรื่องโกหก หาว่าพวกขาวเพี้ยนกันไปแล้ว เพราะกาหลงถูกจับถ่วงน้ำจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร

โชติไม่เชื่อหุนหันลงจากเรือนเพื่อไปดูให้เห็นกับตา

ooooooo

พุดจีบที่เคืองกาหลงนับแต่รู้สึกว่ากาหลงปดตนเรื่องที่ริมบึง ก็ไม่ไปมาหาสู่กาหลงอีกเลย

จนกระทั่งวันที่ไม้จะเผาเรือนพร้อมตัว นวลมาบอกให้ไปช่วยมิเช่นนั้นไม้ต้องตายแน่ พุดจีบก็ไม่ตอบและไม่ยอมออกจากห้อง จนนวลพึมพำอย่างใจเสียว่า

“ครานี้ท่าจะถอดใจเสียแล้วกระมัง” แล้วทรุดพนมมือไหว้ท่วมหัว “ธัมโมพุธโธ...แล้วแต่บุญกรรมจะนำพา...”

พุดจีบนั่งเงียบอยู่ในห้อง ไม่ตอบไม่ออกมา แต่นั่งร้องไห้สงสารไม้กับกาหลงอยู่เงียบๆ...

วันนี้ กาหลงมาหาพุดจีบถึงเรือนเพื่อแจ้งข่าวตนกับไม้ แต่ถูกนวลกันไว้ไม่ให้เข้า อ้างว่าพุดจีบตัวร้อนนอนพักอยู่

“เป็นไข้หนักหนาหรือ? ฉันจะไปแลอาการช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัว” กาหลงต่อรอง นวลกลับลำบอกว่าค่อยทุเลาแล้ว “ทุเลาก็ดี...ฉันจะเข้าไปเยี่ยมเยียนถามไถ่” ก็ถูกนวลปฏิเสธอีก กาหลงพูดอย่างรู้ทันว่า “พี่นวลกันท่าตามคำสั่งน้าบุญอิ่ม หรือพุดจีบเพื่อนฉันสั่งการ?”

นวลอ้ำอึ้งตอบไม่ออก กาหลงรู้ทันทีว่าพุดจีบเป็นคนสั่งนวลเพราะยังโกรธตนอยู่ จึงฝากความว่า

“ฉันพอรู้ความแล้ว...วานพี่ไปบอกเพื่อนฉัน ในวันพรุ่งฉันอยากให้เพื่อนฉันไปร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งเรือนฉัน” ฝากความแล้วกาหลงเดินกลับไป

นวลรับคำ ในขณะที่พุดจีบที่ฟังอยู่ในห้อง ยังคงนิ่งเพราะน้อยใจกาหลงอยู่...

ooooooo

โชติแอบมาที่เรือนกาหลงเพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่ากาหลงมีตัวตนอยู่จริง แล้วโชติก็ต้องผงะเมื่อเห็นกาหลงถือตะเกียงออกมา!

“เอ็งตระหนกนักสิที่เห็นว่าข้ายังไม่ตาย!” กาหลงถามอย่างไม่หายแค้น โชติถอยห่างขอร้องอย่ามาหลอกหลอนกันเลย “หากข้าตายเป็นผี ข้าจะไม่ยอมทนยืนคุยกับเอ็งอย่างนี้...ข้าจะบีบคอฆ่าเอ็งเสียทันที!”

“ข้าสั่งให้พวกไอ้ขาบฆ่าเอ็งแล้ว!”

“ข้าคงทำบุญสร้างกรรมดีไว้มาก ถึงได้เอาตัวรอดมาได้ แต่คนที่ทำกรรมชั่วอย่างเอ็ง สมควรตาย!!!” กาหลงหันไปชักดาบที่ฝาเรือนเงื้อง่าทันที

โชติตกใจวิ่งหนีจากเรือนไปขวัญกระเจิง แต่เพราะลนลานทำให้พลัดตกบันไดเจ็บเท้า กาหลงตามไป โชติร้องเสียงหลง “อย่า!!” กาหลงลดดาบลง บอกโชติว่าตนจะไม่ก่อเวรสร้างกรรมต่อ ตนจะต้องมีชีวิตอยู่เพื่อไม้ต่อไป

สิงวิ่งมาประคองลูกพี่ ทำให้โชติอุ่นใจที่มีคนมาช่วย

“อย่าลืมเสียว่ามีชนักติดหลัง เร่งออกไปจากเรือนแล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก ไม่งั้นข้าจะบอกทุกคนว่าเอ็งคิดขืนใจข้าแล้วจับข้าถ่วงน้ำ” กาหลงปราม

โชติขู่สวนทันทีว่าถ้ากาหลงทำเช่นนั้น ตนก็จะจัดการแม่และน้องเธอให้ตายยกครัว ทั้งยังเอาอำนาจอิทธิพลมาขู่ว่า “เอ็งก็รู้ว่า พ่อข้ามีกำลังมากพอจะทำผิดเป็นถูก! เอ็งมีแต่เสียท่า!!”

“ที่ข้ารอดตายมาได้ ข้าไม่รู้สึกเกรงต่อความตายอีกแล้ว หากเอ็งข่มเหงจนข้าหมดทาง ข้าจะลุกขึ้นสู้สุดแรง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน!!”

โชติเผ่นแน่บไปจากเรือนกาหลงพร้อมสิง กาหลงมองตาม ทิ้งดาบลงกับพื้น ยิ้มทั้งน้ำตาพึมพำ...

“ข้าจะถือว่า ที่ผ่านมาเป็นการชดใช้กรรมที่เราเคยร่วมก่อกันมาในอดีตชาติ ขอให้หมดเวรหมดกรรมกันแต่เพียงนี้เถิด ข้าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที...”

กาหลงเงยหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้าที่ส่องแสงระยิบระยับ เป็นคืนที่กาหลงได้ยืนมองดวงดาวอย่างมีความสุข...

ooooooo

โชติวิ่งอ้าวไปที่กระท่อมของสิง โวยวายว่าไม่อยากเชื่อว่ากาหลงยังไม่ตาย ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นสั่งสิงให้ไปตามพวกขาบมา จะเอาเรื่องให้หนักฐานไม่ฆ่ากาหลง

เมื่อไปเห็นกับตาว่ากาหลงยังไม่ตาย โชติคิดอุบาทว์ “เอ็งไม่ตายก็ดี...ข้าจะเสพสุขเอ็งให้ได้!!”

กาเหว่าซ่อนอยู่ในเรือ จนวันรุ่งขึ้นเห็นเรือเทียบท่าจึงออกมา นายเรือตกใจถามว่าซ่อนในเรือมาตั้งแต่เมื่อไร หรือจะมาขโมยของ?

“ไม่ใช่จ้ะ ฉันหนีพวกโจร มันฆ่าพี่สาวฉันแล้วก็จะฆ่าฉันด้วย” กาเหว่าหน้าตาซีดเซียวทั้งเพลีย หิวและกลัว ถูกนายเรือหาว่าพูดจาไม่เป็นประสา “ฉันพูดจริงจ้ะ น้า... ตะวันลงน้าจะกลับบ้านบัวสีเลยใช่ไหมจ๊ะ”

พอนายเรือบอกว่ายังไม่กลับจะล่องเรือเข้าไปบางกอกก่อน กาเหว่าตกใจบอกนายเรือว่า

“ไม่ได้นะจ๊ะน้า ฉันต้องกลับไปหาแม่ ไปงมศพพี่ี่สาว”

นายเรือยิ่งไม่เชื่อหาว่าเอาเรื่องคอขาดบาดตายมาพูดเล่น ถามว่าใครฆ่าพี่สาวหรือ ก็พอดีกาเหว่าเห็นมั่น ขาบกับปองพายเรือเข้ามา พวกมันเห็นกาเหว่ายืนอยู่ที่ท่าน้ำ พากันชี้ให้ดู กาเหว่าตกใจวิ่งหนีไปบนฝั่งสุดชีวิต พวกมันพายเรือเข้าเทียบท่าแล้วไล่ตามกาเหว่าไปเอา เป็นเอาตาย

ooooooo

ขบวนขันหมากของไม้ตั้งที่ลานวัด มีขาวเป็นหัวเรือใหญ่ ทุกคนตะลึงตื่นเต้นเมื่อเห็นไม้แต่งตัวสะอาดหน้าตาหมดจดหล่อเหลา จันอดใจไม่ได้วิ่งเข้าไปหอมแก้มฟอดใหญ่

ชาวบ้านเป่าปี่ตีกลองกันสนุกสนาน ไม้บอกว่าเมื่อทุกคนพร้อมแล้วก็จัดแห่ขันหมากไปสู่ขอกาหลงกันเลย

“หยุดประเดี๋ยว” เฟื้องร้องบอก เข้าไปท่องคาถาพรมน้ำมนต์ใส่ตัวไม้ สวดคาถาเมตตาชนะภัย จนตาสรท้วงขึ้นว่า

“มัคนายกทำอะไร เจ้าบ่าวเปียกแฉะหมดแล้ว”

“ข้าเอาน้ำมนต์จากหลวงพ่อมารดให้ มันจะได้หมดเคราะห์หมดโศก ศัตรูภัยพาลอย่าได้กล้ำกราย”

ตาสรขัดคอว่าไม้ไปแต่งงาน ไม่ได้ไปออกศึกยายมารำคาญเร่งให้รีบไปเดี๋ยวจะเสียฤกษ์เสียชัย ขาวนึกได้ถามว่าแล้วจอกกับโขงหายไปไหน ไม้บอกว่าตนวางให้ไปเด็ดดอกบัวมาทำพิธี นัดหมายกันที่เรือนกาหลง เฟื้องจึงเร่งให้ไปกันเลย ป่านนี้เจ้าสาวตั้งท่ารอเจ้าบ่าวแล้ว

“เอ้าละเหวย...โห่...ฮิ้ววววววว” ขาวโห่แล้วทุกคนก็ ฮิ้ววว...รับกันเป็นที่ครื้นเครง

ที่เรือนกาหลง...พุดจีบถือพานพุ่มจัดดอกไม้ประดิษฐ์สวยงามมาประดับงานแต่งของกาหลง

กาหลงดีใจมากบอกว่านึกว่าพุดจีบจะไม่มาเสียแล้ว ถามว่าหายเคืองตนแล้วหรือ พุดจีบบอกว่างานแต่ง

งานเพื่อนทั้งทีไม่มาได้อย่างไร เรื่องเก่าอย่าพูดถึงอีกเลย พูดอย่างปลงแล้วว่า

“ฉันมาตรองคิด เสียใจก็เก็บทุกข์ไว้กับตัว ใจขุ่นมัวเสียป่วยการ ฉันระลึกได้ว่า หากฉันปล่อยวางทุกอย่างเสีย ใจฉันก็นิ่งสงบ พบความสุขที่แท้จริง”

“คำพูดกินใจฉันเสียเหลือเกิน...หากฉันตระหนักคิดได้เพียงน้อยของพุดจีบ คงจะดี แต่ฉันกรรมหนักยังยึดติดในรักในหลง ไหนเลยจะห่วงแม่ห่วงน้อง”

พุดจีบบอกว่าตนตัวคนเดียวหามีห่วงใดกังวลไม่ กาหลงถามว่าพุดจีบไม่ได้หมายตาชายใดบ้างรึ หากมีตนจะเป็นแม่สื่อแม่ชักนำรักมาให้ พุดจีบพูดปลงๆว่าตนวาสนาน้อย เห็นท่าจะครองโสดเสียแล้วกระมัง แล้วบอกให้เลิกคุยเพราะกาหลงยังไม่ได้ผัดหน้าทาปาก ประเดี๋ยวเจ้าบ่าวจะยกขันหมากหนี

“แช่งฉันหนักข้อจริงเทียว รึอยากให้ฉันเป็นหม้ายขันหมาก” กาหลงตัดพ้อ พุดจีบรีบขอโทษบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ “ฉันพูดจาสนุกปาก อย่าได้ถือสา มาเถิด มาช่วยฉันผัดหน้า” กาหลงจับมือพุดจีบให้ช่วยแต่งหน้าให้ตน

พุดจีบบรรจงแต่งหน้าให้กาหลง ต้องคอยซับเหงื่อเม็ดโตที่หน้าผากจนเปรยกับเพื่อนรักว่า

“กาหลงตื่นเต้นเอาการ...เหงื่อแตกเม็ดเชียว”

ooooooo

โขงกับจอกจะไปเก็บดอกบัว เดินผ่านต้นไทรงาม จอกปวดฉี่เลยไปยืนฉี่บริเวณต้นไทรงาม โขงตกใจด่าว่า ไอ้นี่วอนเสียแล้ว แล้วเร่งให้รีบไปเก็บดอกบัว

โขงอยู่บนเรือ จอกดำไปเด็ดดอกบัวหายไปนาน โขงตะโกนเรียกจนใจเสีย แล้วจู่ๆจอกก็โผล่จากน้ำถือดอกบัวอยู่ที่ฝั่งแล้ว

“เฮ้ย...ไหงขึ้นท่าไปซะแล้ว รอข้าด้วย...” โขงตะโกนพลางรีบตามจอกที่ถือดอกบัวเดินยิ้มออกไป

ที่เรือนกาหลง ขบวนขันหมากมาถึงแล้ว ไม้เห็นกาหลงถึงกับตะลึงในความงาม ขาวเร่งให้รีบส่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอ จันทักท้วงว่า

“ยังไม่ได้ทำพิธงพิธีเลย...กาหลง แม่เอ็งมาแล้วรึ”

“ยังจ้ะ แม่บอกว่าหากเตรียมการพร้อมให้คนไปตามมา...”

ยายมาเหลียวมองแล้วเร่งว่า มากันครบองค์แล้วจะรอท่าอะไรให้รีบไปตามแม่กลอยมาเลย ไม้ทักท้วงขึ้นอีกว่าตนวานจอกกับโขงไปเก็บบัวมาบูชาพระป่านนี้ยังไม่เห็นมา

“ไอ้สองตัวนี้ท่าจะทำเสียเรื่อง ไอ้เฟื้อง เอ็งไปตามมันมา” ขาวสั่ง เฟื้องขยับจะไป แต่พอนึกได้ก็หยุดกึกหาว่าขาวใช้ตน เกี่ยงให้ขาวไปเอง สัปเหร่อกับมัคนายกเลยทะเลาะกันจนจันด่าว่า  แก่จะลงโลงอยู่แล้วทะเลาะกันไม่อายเด็กรึ

พอดีจอกกับโขงมาถึง ตาสรเลยเร่ง “เอาล่ะวะ เร่งทำพิธี ข้าจะได้กินขนมให้เต็มพุง”

จอกถือดอกบัวเดินมาถึงหน้าเรือนกาหลงก็หยุดยืนยิ้มอยู่อย่างนั้นจนทุกคนแปลกใจ ไม้เร่งให้รีบเอาดอกบัวมา จอกก็ยังยืนนิ่งยิ้มให้ไม้อยู่อย่างนั้น

“พี่จอกจ๊ะ ฉันขอดอกบัวด้วยจ้ะ ฉันจะพับกลีบประดับไว้หน้าหิ้งพระ” กาหลงเอ่ยแล้วเดินมาหาจอก จอกมองกาหลงนิ่ง ตาแข็งค้าง ตัวสั่นจนทุกคนตกใจ ไม้ถามว่าเป็นอะไร กาหลงรีบเข้ามาดู แล้วจู่ๆจอกก็ดิ้นเป็นลมหมดสติไป

ทุกคนตกใจ ขาวถามว่าจอกไปทำอะไรมา โขงเล่าว่า...

“เช้านี้ มันเยี่ยวรดใกล้ศาลเจ้าแม่ ท่าจะโดนดีแล้วสิ!” ขาวตบเข่าฉาดบอกว่าโดนเจ้าที่เจ้าทางเล่นงานเข้าแล้ว

“พวกเอ็งก็สมอ้างผีสางนางไม้ เมื่อคืนมันซัดยาดองฉลองชัยให้ไอ้ไม้ ไม่ได้หลับไม่ได้นอนแล้วต้องไปตากแดดเก็บบัว ท่าจะเป็นลมชัก” เฟื้องโต้ ขาวกับเฟื้อง โต้เถียงกันอีก คนหนึ่งว่าโดนผีเล่นงานอีกคนว่าเป็นลมชัก ไม้ตัดบทว่าจะเป็นอะไรก็ให้พาไปวัด หยูกยาหลวงพ่อคงช่วยได้

พุดจีบเสนอให้ไม้ทำพิธีเสียก่อนเพราะใกล้ถึงเวลามงคลฤกษ์แล้ว แต่ไม้เห็นจอกอาการหนัก กาหลงเสนอว่า

“ฤกษ์มงคลไม่สำคัญเท่าชีวิตคนหรอกจ้ะพี่...พี่พาจอกไปรักษาเถอะ ฉันจะเร่งเตรียมการทางนี้ให้พร้อม”

“พวกเอ็งหามมันไปวัดแล้วรีบกลับมา ข้ากับตา

สรจะไปตามแม่กลอยมาทำพิธี สองขบวนท่าจะมาบรรจบกันทันกาล”  ยายมาเสนอ ตาสรหน้าบานชมเมียว่าฉลาดแท้

เมื่อทุกคนเห็นด้วยตามที่ยายมาเสนอ จึงแยกย้ายกันไปทำงาน โดยไม้กับโขงช่วยกันหามจอก เฟื้องกับจันตามไป ส่วนยายมากับตาสรวิ่งไปตามแม่กลอย ชาวบ้านที่เหลือรออยู่ที่เรือนกาหลง

ooooooo

กาหลงก้มหยิบดอกบัวที่จอกเก็บมาแต่ถูกจอกดิ้นทับจนยับยู่ยี่ขึ้นดูแล้วโยนทิ้ง เดินลงจากเรือนจะไปเก็บดอกบัว

พุดจีบทักท้วงว่าโบราณถือไม่ให้เจ้าสาวลงจากเรือนจนกว่าจะเริ่มพิธี มิเช่นนั้นผีสางจะชิงตัวไป กาหลงชะงัก พุดจีบจึงอาสาจะไปเก็บดอกบัวให้

“ไม่เป็นไรจ้ะ” กาหลงหันมองกลุ่มชาวบ้านบนเรือน บอกพุดจีบว่า “ฉันวานพุดจีบจัดหาน้ำท่าให้พี่ป้าน้าอาอยู่ทางนี้ ฉันจะเร่งไปเร่งมา” พูดแล้วลงเรือนไปเลยพุดจีบ มองตามอย่างเป็นห่วง...

จอกถูกหามไปที่วัดขาวจัดแจงพึมพำคาถา แล้ว พ่นน้ำมนต์ใส่จอกที่นอนหมดสติอยู่ พ่นแล้วพ่นอีกจอกก็ยังนิ่ง จนเฟื้องเข้ามาขัดขึ้นว่า

“หยุดได้แล้ว น้ำมนต์น้ำลายเอ็งช่วยไม่ได้ มันไม่ได้โดนผีเข้า มันเป็นลมชัก ข้าไปต้มยาสมุนไพรมาให้แก้ลมชักชะงัดนัก” พูดพลางส่งยาให้ไม้ โขงช่วยประคองจอกจับบีบปากกรอกยาให้ ทุกคนมองลุ้น แต่จอกก็ยังนอนนิ่ง!

“มันไม่ได้เป็นลมชัก มันโดนผีสิง ต้องน้ำมนต์ข้า” ขาวได้ทีพ่นน้ำมนต์ใส่จอกอีกรอบ พลันจอกก็รู้สึกตัว ขาวได้ทีคุยโว “เห็นไหมล่ะ น้ำมนต์ข้ามันศักดิ์สิทธิ์”ถูกเฟื้องโต้ว่ายาตนออกฤทธิ์ต่างหาก ทำท่าจะทะเลาะกันอีก

“หยุดทะเลาะกันเสียที ข้าอยากรู้ว่าไอ้จอกมันเป็นอะไร” จันเอ็ดทั้งสองคน

จอกลืมตามองทุกคนงงๆ ไม้ถามว่าเป็นอะไร? โขงถามว่าดำน้ำหายไปนานสองนานไปทำอะไร?

จอกนิ่งพอนึกถึงเหตุการณ์ที่พบเห็นใต้น้ำใน     บึงบัว แววตาก็ระริกด้วยความหวาดกลัว...

ooooooo

กาหลงไปถึงบึงบัว ยืนมองบัวที่ชูดอกสวยงามอยู่เต็มบึง แล้วลงเรือพายไปเพื่อเก็บบัวดอกงามที่กลางบึง

เก็บบัวได้ดอกหนึ่ง หมายตาอีกดอกที่ห่างไป กาหลงพยายามเอื้อมเก็บ แต่เอื้อมสุดแขนจนเสียหลักพลัดตกน้ำ!

กาหลงพยายามประคองตัว พลิกตัวเพื่อจะว่ายขึ้นไป พลันก็นิ่งอึ้ง! ในสายตากาหลงนั้น...เห็นศพตัวเองลอยอยู่ตรงหน้า! ศพกาหลงหน้าซีด ผมสยาย ลอยเข้ามาหาตัว!

กาหลงตกใจสุดขีด!! รีบขึ้นจากบึงบัวตัวเปียกโชก ยืนอึ้ง สับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พอตั้งสติได้ก็หันมองไปที่บึงบัวอีกครั้ง มองลึกลงไป เห็นร่างตัวเองลอยอยู่ใต้น้ำ!!

กาหลงตกใจกลัว หันวิ่งเตลิดไป สะดุดท่อนไม้ล้มลง แต่พอจะลุกขึ้น ก็เห็นเท้าคู่หนึ่งเดินเข้ามา กาหลงเงยมองอุทาน “หลวงตา!”

หลวงตายืนพินิจเพ่งมองกาหลง อย่างรู้เรื่องราวของเธอเป็นอย่างดี...

ที่วัด...จอกฟื้นขึ้นมา ไม้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ฉันเห็น...”

ไม้ถามว่าเห็นอะไร จอกมองหน้าไม้แล้วดิ้นเฮือกเดียวก็เป็นลมไปอีก ทุกคนตกใจ ขาวโทษว่าสงสัยจอกจะเมายาของเฟื้อง เฟื้องโต้ว่าจอกเมาน้ำมนต์น้ำลายขาว ต่างหาก จนถูกจันด่าว่าให้เลิกกัดกันเสียที จึงหยุด

“ไม้...เอ็งกลับไปรับพิธีเถิด...ประเดี๋ยวจะเสียฤกษ์ไม่เป็นมงคลชีวิต กาหลงคงรอท่าเอ็งแย่แล้ว” จันจัดการ

ไม้เป็นห่วงกาหลงจึงรีบออกไปกับจัน ทิ้งให้โขงดูแลจอกแทน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 07:28 น.